โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
เนื่องจาก A เป็นเซตของจานวนเต็ม
จะได้ว่า A { 4, 3, 2, 1, 0}
หา B 2
x(x 2)(x 1) 0
พิจารณา x(x 2) 0 ; x 1
( 2, 1) ( 1, 0)
พิจารณาข้อ 1. A B { 4, 3, 2, 1, 0}
จะได้ n(A B) 5
ดังนั้น ข้อ ก. ถูกต้อง
4. กาหนด R แทนเซตของจานวนจริง ให้ r {(x,y) R R x y y x 1 0}
พิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. r เป็นความสัมพันธ์ที่มีโดเมน rD {x R x 1}
ข. ความสัมพันธ์ 1
r
เป็นฟังก์ชัน
ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
1. ก. ถูก และ ข. ถูก 2. ก. ถูก แต่ ข. ผิด
3. ก. ผิด แต่ ข. ถูก 4. ก. ผิด และ ข. ผิด
เฉลย ตอบตัวเลือก 4
พิจารณา ก. x y y x 1 = 0
y( x 1) x 1 = 0
y =
x 1
x 1
จะได้ rD R
พิจารณา ข. จาก y =
x 1
x 1
ถ้า x 0 จะได้ y =
x 1
x 1
y = 1
–2 –1 0
5.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
หา 1
r
โดยการเปลี่ยน x เป็น y และเปลี่ยน y เป็น x
จะได้ x 1 (x หนึ่งค่าทาให้เกิด y ได้หลายค่า)
ดังนั้น 1
r
ไม่เป็นฟังก์ชัน
ดังนั้น ข้อ ก. ผิด และ ข้อ ข. ผิด
5. กาหนดให้ 0 45 และให้ tan
A (sin )
cot
B (sin )
sin
C (cot )
cos
D (cot )
ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
1. A B C D 2. B A C D
3. A C D B 4. C D B A
เฉลย ตอบตัวเลือก 2
สมมุติให้ 37 จะได้ sin37 =
3
5
= 0.6
cos37 =
4
5
= 0.8
tan37 =
3
4
= 0.75
cot37 =
4
3
= 1.33
จะได้ sin tan cos cot
พิจารณา tan
A (sin )
และ cot
B (sin )
เนื่องจาก sin 1 จะได้ tan cot
(sin ) (sin )
A B
พิจารณา sin
C (cot )
และ cos
D (cot )
เนื่องจาก cot 1 จะได้ sin cos
(cot ) (cot )
C D
พิจารณา A กับ C
เนื่องจาก A มีฐาน คือ sin ซึ่งน้อยกว่า 1 และมีเลขชี้กาลัง คือ tan ซึ่งมีค่าเป็นบวก จะได้ว่า
A 1
เนื่องจาก C มีฐาน คือ cot ซึ่งมากกว่า 1 และมีเลขชี้กาลัง คือ sin ซึ่งมีค่าเป็นบวก จะได้ว่า
C 1
ดังนั้น B A C D
37
5 3
4
6.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
6. ให้ ABC เป็นรูปสามเหลี่ยม โดยมี a, b และ c เป็นความยาวด้านตรงข้ามมุม A มุม B และ
มุม C ตามลาดับ ถ้ามุม C เท่ากับ 60 b 5 และ a c 2 แล้วความยาวของเส้นรอบรูป
สามเหลี่ยม ABC เท่ากับข้อใดต่อไปนี้
1. 25 2. 29
3. 37 4. 45
เฉลย ตอบตัวเลือก 4
จาก a c = 2
c = a 2 …..(1)
จากกฎของโคไซน์ ; 2
c = 2 2
a b 2abcosC
2
(a 2) = 2 2
a b 2abcos60
2
a 4a 4 = 2 2 1
a 5 2a(5)
2
4a 4 = 25 5a
a = 21
จาก (1) ; c = 21 2 19
ดังนั้น ความยาวของเส้นรอบรูปสามเหลี่ยม ABC = 21 5 19
= 45 หน่วย
7. วงรีที่มีแกนเอกอยู่บนแกน x แกนโทอยู่บนแกน y ระยะระหว่างจุดโฟกัสทั้งสองเท่ากับ 12
หน่วย ถ้าความยาวของคอร์ดที่ผ่านจุดโฟกัสหนึ่งและตั้งฉากกับแกนเอกของวงรี เท่ากับ 10
หน่วย แล้วสมการของวงรีคือข้อใดต่อไปนี้
1. 2 2
5x 9y 405 2. 2 2
9x 5y 81
3. 2 2
5x 9y 225 4. 2 2
9x 5y 20
เฉลย ตอบตัวเลือก 1
ระยะห่างระหว่างจุดโฟกัสทั้งสอง = 12
2c = 12
c = 6
จาก 2
a = 2 2
b c
2 2
a b = 2
c
2 2
a b = 36 …..(1)
7.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
ลาตัสเรกตัมของวงรี = 10
2
2b
a
= 10
2
b = 5a …..(2)
แทน (2) ใน (1) ; 2
a 5a = 36
2
a 5a 36 = 0
(a 4)(a 9) = 0
a = 4, 9 แต่ a 0
จะได้ a = 9
2
a = 81
จาก (2) จะได้ 2
b = 5(9)
2
b = 45
สมการวงรี คือ
2 2
2 2
x y
a b
= 1
2 2
x y
81 45
= 1
2 2
5x 9y = 405
8. พาราโบลาที่มีจุดโฟกัส F อยู่ที่จุดศูนย์กลางของวงกลม 2 2
x y 6x 4y 4 0 และมีจุด
ยอด V อยู่ที่จุดตัดของวงกลมกับแกน y ถ้า A และ B เป็นจุดบนพาราโบลาซึ่งส่วนของเส้นตรง
AB ผ่านจุดโฟกัส F และตั้งฉากกับแกนของพาราโบลา แล้วพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม VAB
เท่ากับข้อใดต่อไปนี้
1. 9 ตารางหน่วย 2. 12 ตารางหน่วย
3. 18 ตารางหน่วย 4. 36 ตารางหน่วย
เฉลย ตอบตัวเลือก 3
2 2
x y 6x 4y 4 = 0
2 2
(x 6x 9) (y 4y 4) = 4 9 4
2 2
(x 3) (y 2) = 9
วงกลมมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ (3, 2) และรัศมียาว 3 หน่วย
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
10. กาหนดให้ x 1 , a 1 , b 1 และ c 1 พิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. ถ้า 2
b ac แล้ว a b c c a b(log x)(log x log x) (log x)(log x log x)
ข. ถ้า c b 1 และ 2 2 2
a b c แล้ว (c b) (c b) (c b) (c b)log a log a 2(log a)(log a)
ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
1. ก. ถูก และ ข. ถูก 2. ก. ถูก แต่ ข. ผิด
3. ก. ผิด แต่ ข. ถูก 4. ก. ผิด และ ข. ผิด
เฉลย ตอบตัวเลือก 1
พิจารณาข้อ ก. a b c(log x)(log x log x) =
x x x
1 1 1
log a log b log c
=
x x
x x x
log c log b1
log a log b log c
=
x
x x x
log c / b1
log a log b log c
=
x
x x x
log c / b
log a log b log c
ส่วนด้านขวา พิจารณาในทานองเดียวกันได้ว่า
c a b(log x)(log x log x) =
x x x
1 1 1
log c log a log b
=
x x
x x x
log b log a1
log c log a log b
=
x
x x x
log b / a1
log c log a log b
=
x
x x x
log b / a
log a log b log c
เนื่องจาก 2
ac b ดังนั้นได้ว่า c b
b a
11.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
ดังนั้นได้ว่า a b c(log x)(log x log x) =
x
x x x
log c / b
log a log b log c
=
x
x x x
log b / a
log a log b log c
= c a b(log x)(log x log x)
ดังนั้น ก. ถูก
พิจารณาข้อ ข. (c b) (c b)log a log a =
a a
1 1
log (c b) log (c b)
= a a
a a
log (c b) log (c b)
(log (c b))(log (c b))
=
a
a a
log (c b)(c b)
(log (c b))(log (c b))
=
2 2
a
a a
log (c b )
(log (c b))(log (c b))
=
2
a
a a
log a
(log (c b))(log (c b))
จาก 2 2 2
a c b
=
a a
2
(log (c b))(log (c b))
= (c b) (c b)2(log a)(log a)
ดังนั้น ข. ถูก
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
13. กาหนดให้ a, b, c, d, x และ y เป็นจานวนจริง และ
1 x
A
y 1
,
a b
B
c d
,
1 0
C
0 1
และ
1 0
I
0 1
ถ้า 2
A I และ AB 2C แล้ว ค่าของ 1
det(B )
เท่ากับข้อใดต่อไปนี้
1. 0.25 2. 0.5
3. 2 4. 4
เฉลย ตอบตัวเลือก 1
2
A =
1 x 1 x
y 1 y 1
=
1 xy 0
0 xy 1
แต่ 2
A I จะได้ 1 xy 1
xy 0
จาก A =
1 x
y 1
det(A) = 1 xy = 1 0 = 1
จาก C =
1 0
0 1
det(C) = 1
AB = 2C
det(AB) = det(2C)
det(A)det(B) = 2
2 det(C)
det(B) = 4( 1)
det(B) = 4
แต่ 1
det(B )
=
1
det(B)
=
1
4
= 0.25
16.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
14. กาหนดให้ u และ v เป็นเวกเตอร์ใดๆ ซึ่งไม่ใช่เวกเตอร์ศูนย์ พิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก.
2 2 2
u v u v
ข. ถ้า u ตั้งฉากกับ v แล้ว
2 2 2
u v u v
ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
1. ก. ถูก และ ข. ถูก 2. ก. ถูก แต่ ข. ผิด
3. ก. ผิด แต่ ข. ถูก 4. ก. ผิด และ ข. ผิด
เฉลย ตอบตัวเลือก 3
พิจารณา ก. สมมุติให้ u 0 และ v 0 แทนใน
2
u v <
2 2
u v
2
0 <
2 2
0 0
0 < 0 (เป็นเท็จ)
พิจารณา ข. 2
u v =
2 2
u 2u v v
=
2 2
u 2 u v cos v
=
2 2
u 2 u v cos90 v
=
2 2
u v
ดังนั้น ข้อ ก. ผิด แต่ข้อ ข. ถูก
17.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
15. พิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. สาหรับ a และ b เป็นจานวนเต็มบวก จะได้ว่า
n n 2 2
n
n 1
a b a b
(a b) ab
ข. ถ้า 1 2 3a , a , a , ... เป็นลาดับเลขคณิตของจานวนจริง โดยที่
2
1 2 n
2
1 2 3 m
a a ... a n
a a a ... a m
สาหรับจานวนเต็มบวก n และ m ที่แตกต่างกัน แล้ว m
n
a 2m 1
a 2n 1
ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
1. ก. ถูก และ ข. ถูก 2. ก. ถูก แต่ ข. ผิด
3. ก. ผิด แต่ ข. ถูก 4. ก. ผิด และ ข. ผิด
เฉลย ตอบตัวเลือก 1
พิจารณา ก.
n n
n
n 1
a b
(a b)
=
n n
n n
n 1 n 1
a b
(a b) (a b)
=
n n
n 1 n 1
a b
a b a b
=
a b
a b a b
a b
1 1
a b a b
=
a b
a b a b
a b a a b b
a b a b
=
a b
b a
=
2 2
a b
ab
พิจารณา ข. 1 2 n
1 2 3 m
a a a
a a a a
=
1
1
n
2a (n 1)d
2
m
2a (m 1)d
2
2
2
n
m
=
1
1
n 2a (n 1)d
m 2a (m 1)d
18.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
n
m
= 1
1
2a (n 1)d
2a (m 1)d
12a n mnd nd = 12a m mnd md
12a n nd = 12a m md
1n(2a d) = 1m(2a d)
1 1n(2a d) m(2a d) = 0
1(n m)(2a d) = 0
แต่ n m ดังนั้น 12a d = 0
12a = d
m
n
a
a
= 1
1
a (m 1)d
a (n 1)d
= 1 1
1 1
a (m 1)(2a )
a (n 1)(2a )
= 1 1 1
1 1 1
a 2a m 2a
a 2a n 2a
= 1 1
1 1
2a m a
2a n a
= 1
1
a (2m 1)
a (2n 1)
=
2m 1
2n 1
ดังนั้น ข้อ ก. ถูก และ ข้อ ข. ถูก
19.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
16. ให้ R แทนเซตของจานวนจริง กาหนดให้ f :R R เป็นฟังก์ชันที่มีอนุพันธ์ทุกอันดับ โดยที่
f (x) 2x 1 และ f (2) 2 สมการของเส้นตรงที่ตั้งฉากกับเส้นสัมผัสเส้นโค้ง y f(x) ที่
จุด (1,3) คือข้อใดต่อไปนี้
1.
1
y x 2
2
2.
1 5
y x
2 2
3.
1 5
y x
2 2
4.
1
y x 2
2
เฉลย ตอบตัวเลือก 2
f (x) = 2x 1
f (x) = (2x 1)dx = 2
x x c
f (2) = 2
2 2 c
2 = 6 c
c = 4
จะได้ f (x) = 2
x x 4
ที่จุด (1, 3) ; f (1) = 1 1 4 = 2
สมการเส้นตรงที่ตั้งฉากกับเส้นสัมผัสเส้นโค้ง y f(x) ที่จุด (1, 3)
จะมีความชันเท่ากับ 1
2
สมการเส้นตรง คือ 1y y = 1m(x x )
y 3 =
1
(x 1)
2
2y 6 = x 1
y =
1 5
x
2 2
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
24. นิยาม b
a b = a สาหรับ a และ b เป็นจานวนจริงบวกใดๆ ถ้า a, b และ c เป็นจานวนจริง
บวก แล้วข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
1. a (b c) (a c) b 2. (a b) c a (bc)
3. a (b c) (a b) c 4. (a b) c (a c) (b c)
เฉลย ตอบตัวเลือก 2
นิยาม b
a b a
พิจารณาข้อ 1. a (b c) = (a c) b
c
a (b ) = c
(a ) b
c
b
a = c b
(a )
c
b
a = cb
a (เป็นเท็จ)
พิจารณาข้อ 2. (a b) c = a (bc)
b
(a ) c = bc
a
b c
(a ) = bc
a (เป็นจริง)
พิจารณาข้อ 3. a (b c) = (a b) c
c
a (b ) = b
(a ) c
c
b
a = b c
(a )
c
b
a = bc
a (เป็นเท็จ)
พิจารณาข้อ 4. (a b) c = (a c) (b c)
c
(a b) = c c
(a ) (b ) (เป็นเท็จ)
ดังนั้น ข้อ 2. ถูกต้อง
29.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
25. กาหนดให้ a 7 4 3 , b 2 2 2 2 และ c 2 3 ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
1.
1 1 1
c a b
2.
1 1 1
c b a
3.
1 1 1
b a c
4.
1 1 1
b c a
เฉลย ตอบตัวเลือก 4
a = 7 4 3 = (4 3) 2 (4 3)
= 4 3
= 2 3
b = 2 2 2 2...
2
b = 2 2 2 2...
2
b = 2b
2
b 2b = 0
b(b 2) = 0
b = 0, 2 แต่ b 0 ดังนั้น b 2
c = 2 3
จะได้ว่า 2 < 2 3 < 2 3
b < c < a
หรือ 1
b
>
1
c
>
1
a
30.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
ส่วนที่ 2 : จานวน 25 ข้อ ข้อละ 7 คะแนน รวม 175 คะแนน
คาสั่ง : แบบอัตนัย จงเติมคาตอบที่ถูกต้อง (เป็นตัวเลข)
26. ในการสารวจสโมสรแห่งหนึ่งมีสมาชิกจานวน 100 คน พบว่าชอบอ่านนวนิยายหรือ
หนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร อย่างน้อย 1 รายการ และ
มี 75 คน ชอบอ่านนวนิยาย
มี 70 คน ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ และ
มี 80 คน ชอบอ่านนิตยสาร
มีสมาชิกอย่างน้อยกี่คนที่ชอบอ่านทั้งสามรายการ
เฉลย ตอบ 25
จากข้อมูลนามาเขียนแผนภาพได้ดังนี้
ให้ A แทนเซตของสมาชิกที่ชอบอ่านนวนิยาย
B แทนเซตของสมาชิกที่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์
C แทนเซตของสมาชิกที่ชอบอ่านนิตยสาร
มี 75 คน ชอบอ่านนวนิยาย (บริเวณ a, b, d, e)
มี 70 คน ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ (บริเวณ b, c, e, f)
มี 80 คน ชอบอ่านนิตยสาร (บริเวณ d, e, f, g)
A B
C
a b c
d
e
f
g
U = 100
31.
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
a 2b c 2d 3e 2f g = 75 70 80
a 2b c 2d 3e 2f g = 225 …..(1)
a b c d e f g = 100 …..(2)
(2) 2; 2a 2b 2c 2d 2e 2f 2g = 200 …..(3)
(1) (3); a c e g = 25
e = 25 a c g
เนื่องจาก a 0 , c 0 และ g 0 ดังนั้น e 25
ดังนั้น จะมีสมาชิกอย่างน้อย 25 คน ที่ชอบอ่านทั้ง 3 รายการ
27. ให้ a และ b เป็นจานวนจริง ถ้า 5
ax bx 4 หารด้วย 2
(x 1) ลงตัว แล้ว a b เท่ากับเท่าใด
เฉลย ตอบ 6
หารสังเคราะห์
1 a 0 0 0 b 4
a a a a a b
1 a a a a a b 4 a b
a 2a 3a 4a
a 2a 3a 4a 5a b
เนื่องจาก 5
ax bx 4 หารด้วย 2
(x 1) ลงตัว จะได้ว่าเศษเป็นศูนย์
นั่นคือ 4 a b = 0 …..(1)
5a b = 0 …..(2)
(2) (1) ; 4 4a = 0
a = 1
แทน a 1 ใน (2) จะได้ 5(1) b = 0
b = 5
ดังนั้น a b 1 ( 5) 6
โดย สหัทยา ขาสุวัฒน์
สนับสนุนโดยมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
29. ให้ A เป็นเซตคาตอบของสมการ 2
arccos(x) arccos(x 3) arccos( 1 x ) และให้ B เป็น
เซตคาตอบของสมการ arccos(x) arcsin(x) arcsin(1 x) จานวนสมาชิกของเซต
P(A B) เท่ากับเท่าใด เมื่อ P(S) แทนเพาเวอร์เซตของเซต S
เฉลย ตอบ 1
หาเซต A
ให้ a = arccos(x)
cosa = x
ให้ b = arccos(x 3)
cosb = x 3
ให้ c =
2
arccos( 1 x )
cosc = 2
1 x
arccos(x) =
2
arccos(x 3) arccos( 1 x )
arccos(x 3) =
2
arccos(x) arccos( 1 x )
b = a c
cosb = cos(a c)
cosb = cosa cosc sinasinc
x 3 = 2 2
x 1 x 1 x x
กรณี 1 x 0 ; x 3 =
2 2
x 1 x 1 x (x)
x 3 = 0 (เป็นเท็จ)
กรณี 2 x 0 ; x 3 =
2 2
x 1 x 1 x (x)
x 3 = 2
2x 1 x
2
3x = 2 2
4x (1 x )
2
3x = 2 4
4x 4x
4 2
4x x = 0
2 2
x (4x 1) = 0
x =
1 1
0, ,
2 2
แต่ x 0 ดังนั้น 1
A 0,
2
a
1
x
b
1
c
1
34.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
หาเซต B
ให้a = arccos(x)
cosa = x
ให้ b = arcsin x
sin b = x
ให้ c = arcsin(1 x)
sinc = 1 x
arccos(x) = arcsin(x) arcsin(1 x)
a = b c
sina = sin(b c)
sina = sin bcosc cosbsinc
2
1 x =
2 2
(x)( 2x x ) ( 1 x )(1 x)
2 2
1 x ( 1 x )(1 x) =
2
(x)( 2x x )
2
1 x (1 1 x) =
2
(x)( 2x x )
2
x 1 x = 2
x 2x x
2 2
x (1 x ) = 2 2
x (2x x )
2 4
x x = 3 4
2x x
3 2
2x x = 0
2
x (2x 1) = 0
x =
1
0,
2
ดังนั้น 1
B 0,
2
จะได้ว่า A B =
n(A B) = 0
ดังนั้น 0
P(A B) 2 1
a
1
x
x
b
1
c
1
1 – x
35.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
30. กาหนดให้A, B และ C เป็นเมทริกซ์ไม่เอกฐาน (nonsingular matrix) มิติ 3 3 และ I เป็น
เมทริกซ์เอกลักษณ์การคูณ มิติ 3 3 ถ้า
a b c
A d e f
g h i
เมื่อ a, b, c, d, e, f, g, h และ i เป็น
จานวนจริง และ 3
A 2I , 1
det(C ) 4
และ t
3g 3h 3i
B C a b c
2d 2e 2f
แล้ว det(B)
เท่ากับเท่าใด
เฉลย ตอบ 48
จาก 3
A = 2I
3
det(A ) = det(2I)
3
det(A) = 3
2 det(I)
3
det(A) = 8(1)
det(A) = 2
จาก 1
det(C )
= 4
1
det(C)
= 4
det(C) =
1
4
t
B C =
3g 3h 3i
a b c
2d 2e 2f
t
det(B C) = ( 3)( 1)(2)det(A)
t
det(B C) = 6(2)
t
det(B C) = 12
12 = t
det(B C)
12 = t
det(B )det(C)
12 =
1
det(B)
4
; t
det(B ) det(B)
det(B) = 48
36.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
31. ให้5 4 3 2
f(x) x ax bx cx dx e เมื่อ a, b, c, d, e เป็นจานวนจริง ถ้ากราฟ y f(x)
ตัดกับกราฟ y 3x 2 ที่ x 1, 0, 1, 2 แล้วค่าของ f(3) f( 2) เท่ากับเท่าใด
เฉลย ตอบ 135
เนื่องจาก กราฟ f (x) ตัดกราฟ y 3x 2 ที่จุด x 1,0,1,2 แสดงว่าจุดที่ x 1,0,1,2 อยู่
บนกราฟ f (x) = 5 4 3 2
x ax bx cx dx e
= (x 1)(x 0)(x 1)(x 2)(x k) ; เมื่อ c เป็นค่าคงที่
และเนื่องจากกราฟของ y = f(x) ตัดกับกราฟของ y 3x 2 จึงต้องบวกด้วย 3x 2
จะได้ f (x) = (x 1)(x 0)(x 1)(x 2)(x k) 3x 2
f (3) = (3 1)(3 0)(3 1)(3 2)(3 k) 3(3) 2
f (3) = 83 24k …..(1)
f ( 2) = ( 2 1)( 2 0)( 2 1)( 2 2)( 2 k) 3( 2) 2
f ( 2) = 54 24k …..(2)
(1) (2); f(3) f( 2) = 83 24k 52 24k
= 135
32. กาหนดให้ 1z และ 2z เป็นจานวนเชิงซ้อน โดยที่ 1 2z z 3 และ 1 2z z 1 (เมื่อ z
แทนค่าสัมบูรณ์ของจานวนเชิงซ้อน z) ค่าของ 2 2
1 2z z เท่ากับเท่าใด
เฉลย ตอบ 5
ให้ 1z a bi และ 2z c di
1 2z z = a bi c di
= (a c) (b d)i
1 2z z = 2 2
(a c) (b d)
3 = 2 2
(a c) (b d)
9 = 2 2
(a c) (b d) …..(1)
1 2z z = a bi c di
= (a c) (b d)i
1 2z z = 2 2
(a c) (b d)
1 = 2 2
(a c) (b d)
1 = 2 2
(a c) (b d) …..(2)
37.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
(1) (2); 10 = 2 2 2 2
(a c) (b d) (a c) (b d)
10 = 2 2 2 2 2 2 2 2
a 2ac c b 2bd d a 2ac c b 2bd d
10 = 2 2 2 2
2a 2b 2c 2d
10 = 2 2 2 2
2(a b ) 2(c d )
10 =
2 2
1 22 z 2 z
2 2
1 2z z = 5
33. ให้ A เป็นเซตของจานวนเชิงซ้อน z ทั้งหมดที่สอดคล้องกับ 2 z 3z 9i 2 และ
2 (1 i)z
B w w
2 i
เมื่อ
z A เมื่อ 2
i 1 ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต B
เท่ากับเท่าใด
เฉลย ตอบ 10
หาเซต A ให้ z a bi
2 z 3z = 9i 2
2 2
2 a b 3(a bi) = 9i 2
2 2
2 a b 3a 3bi = 9i 2
2 2
2 a b = (3a 2) (9 3b)i
จะได้ 2 2
2 a b = 3a 2
2 2
4(a b ) = 2
9a 12a 4
2 2
4a 4b = 2
9a 12a 4
2 2
5a 4b 12a 4 = 0
2 2
5a 4( 3) 12a 4 = 0
2
5a 12a 32 = 0
(5a 8)(a 4) = 0
a =
8
, 4
5
9 3b = 0
3b = 9
b = 3
แต่แทนค่า 8
a
5
ในสมการ 2 2
2 a b 3a 2 แล้วเป็นเท็จ
ดังนั้น A z 4 3i
38.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
หาเซต Bw =
(1 i)z
2 i
w =
1 i z
2 i
=
2 2 2 2
2 2
1 1 4 ( 3)
2 1
=
2 25
5
2
w =
2(25)
5
= 10
ดังนั้น ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต B เท่ากับ 10
34. ลาดับเรขาคณิตชุดหนึ่ง มีอัตราส่วนร่วมเป็นจานวนจริงบวก ถ้าผลบวกของสองพจน์แรก
เท่ากับ 20 และผลบวกของสี่พจน์แรก เท่ากับ 65 แล้วผลบวกของหกพจน์แรกเท่ากับเท่าใด
เฉลย ตอบ 166.25
กาหนดลาดับเรขาคณิต 1 2 3a , a , a , ...
2a = 1a r
3a = 2
1a r
1 2a a = 1 1a a r
20 = 1 1a a r
1 2 3 4a a a a = 2 3
1 1 1 1a a r a r a r
65 = 2 3
1 120 a r a r
45 = 2 3
1 1a r a r
45 = 2
1 1r (a a r)
45 = 2
r (20)
2
r =
45
20
=
9
4
39.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
ดังนั้น 12 3 4 5 6a a a a a a = 4 5
1 2 3 4 1 1(a a a a ) a r a r
= 4
1 165 r (a a r)
=
2
9
65 (20)
4
= 166.25
35. จงหาค่าของ 2 2 2 2 2 2n
1 1 1 1 1 1 1
lim 1 1 ... 1
n 1 2 2 3 n (n 1)
เฉลย ตอบ 1
na = 2 2
1 1
1
n (n 1)
=
2 2 2 2
2 2
n (n 1) (n 1) n
n (n 1)
=
2 2
2 2
n (n 1) 2n(n 1) 1
n (n 1)
=
2
2 2
(n(n 1) 1)
n (n 1)
=
n(n 1) 1
n(n 1)
=
1
1
n(n 1)
=
1 1
1
n n 1
2 2 2 2 2 2
1 1 1 1 1 1
1 1 ... 1
1 2 2 3 n (n 1)
=
1 1 1 1 1 1
1 1 ... 1
1 2 2 3 n n 1
=
n
1 1
(1 1 1)
1 n 1
=
1
n 1
n 1
=
n(n 2)
n 1
ตัว
40.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
ดังนั้น n
1n(n 2)
lim
n n 1
=
n
n 2
lim
n 1
=
n
2
1
nlim
1
1
n
= 1
36. กาหนดให้ n
nt 2 เมื่อ n 1, 2, 3, ... และ n nt t
na 5 5
เมื่อ n 1, 2, 3, ...
ค่าของ n 1
n
1 2 n
a
lim
a a ...a
เท่ากับเท่าใด
เฉลย ตอบ 24.96
n 1
1 2 n
a
a a a
=
n 1 n 1
n n
2 2
2 2 4 4 2 2
5 5
(5 5 )(5 5 )...(5 5 )
=
n 1 n 1
n n
2 2 2 2
2 22 2 4 4 2 2
5 5 5 5
5 5(5 5 )(5 5 )...(5 5 )
=
n 1 n 1
n n
2 2 2 2
4 4 4 4 2 2
(5 5 )(5 5 )
(5 5 )(5 5 )...(5 5 )
=
n 1 n 1
n 1 n 1
2 2 2 2
2 2
(5 5 )(5 5 )
5 5
=
n 1
n 1
n 1
n 1
2 2 2
2
2
2
1
5 (5 5 )
5
1
5
5
n 1
n
1 2 n
a
lim
a a a
=
n 1
n 1
n 1
n 1
2 2 2
2
n 2
2
1
5 (5 5 )
5lim
1
5
5
= 2 2
5 5
=
1
25
25
= 24.96
0
0
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
39. กาหนดให้3
f(x) x ax b เมื่อ a และ b เป็นจานวนจริงที่แตกต่างกัน และให้ 1L และ 2L
เป็นเส้นสัมผัสเส้นโค้ง ที่ x a และ x b ตามลาดับ ถ้า 1L ขนานกับ 2L และ
h 0
9h
lim 1
f(1 h) f(1)
แล้วค่าของ
2
0
f(x)dx เท่ากับเท่าใด
เฉลย ตอบ 4
f (x) = 3
x ax b
f (x) = 2
3x a ที่ x a จะได้ 2
f (a) 3a a
ที่ x b จะได้ 2
f (b) 3b a
แต่ 1 2L / / L จะได้ว่า f (a) = f (b)
2
3a a = 2
3b a
a = ±b
แต่โจทย์กาหนดว่า a และ b เป็นจานวนจริงที่แตกต่างกัน จะได้ a b
จาก h 0
9h
lim
f(1 h) f(1)
= 1
h 0
h
lim
f(1 h) f(1)
=
1
9
h 0
f(1 h) f(1)
lim
h
= 9
f (1) = 9
2
3(1) a = 9
a = 6
จะได้ b = 6
ดังนั้น 3
f(x) x 6x 6
2
0
f(x)dx =
2
3
0
f(x 6x 6)dx
=
24 2
0
x 6x
6x
4 2
=
24
2
0
x
3x 6x
4
= (4 12 12) 0
= 4
44.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
40. จงหาค่าของ
32
2π
x
4
(cot x 1)cosec x
lim
1+cos 2x 2sin x
เฉลย ตอบ 3
3 2
2
x
4
(cot x 1)cosec x
lim
1 cos2x 2sin x
=
2 2
2 2
x
4
(cot x 1)(cot x cot x 1)cosec x
lim
1 (2cos x 1) 2sin x
=
2 2
2 2
x
4
cos x sin x
(cot x cot x 1)cosec x
sin x
lim
2(cos x sin x)
=
2 2
x
4
(cos x sin x)(cot x cot x 1)cosec x
lim
2sin x(cos x sin x)(cos x sin x)
=
2 3
x
4
(cot x cot x 1)cosec x
lim
2(cos x sin x)
=
2 3
cot cot 1 cosec
4 4 4
2 cos sin
4 4
=
3
1 1 1 2
1 1
2
2 2
=
6 2
4
2
= 3
45.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
41. ให้S เป็นเซตของพหุนาม 3 2
f(x) ax bx cx d โดยที่ a, b, c, d เป็นสมาชิกในเซต
{0, 1, 2, ...} ซึ่งมีสมบัติสอดคล้องกับ 2a b c d 4 จานวนสมาชิกของเซต S เท่ากับ
เท่าใด
เฉลย ตอบ 22
จาก 2a b c d 4
ถ้า a 2; 4 b c d = 4
b c d = 0
จะได้ชุด (0, 0, 0) จานวน 3!
1
3!
แบบ
ถ้า a 1; 2 b c d = 4
b c d = 2
จะได้ชุด (0, 0, 2) จานวน 3!
3
2!
แบบ
จะได้ชุด (0, 1, 1) จานวน 3!
3
2!
แบบ
ถ้า a 0; 0 b c d = 4
b c d = 4
จะได้ชุด (0, 0, 4) จานวน 3!
3
2!
แบบ
จะได้ชุด (0, 1, 3) จานวน 3! 6 แบบ
จะได้ชุด (0, 2, 2) จานวน 3!
3
2!
แบบ
จะได้ชุด (1, 1, 2) จานวน 3!
3
2!
แบบ
ดังนั้น จานวนสมาชิกของ S = 1 3 3 3 6 3 3
= 22
46.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
42. ข้อมูลชุดหนึ่งประกอบด้วยจานวน11, 3, 6, 3, 5, 3, x ให้ S เป็นเซตของ x ที่เป็นไปได้
ทั้งหมด ซึ่งทาให้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยม ของข้อมูลชุดนี้ มีค่าแตกต่างกัน
ทั้งหมด และในบรรดาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยม เหล่านี้นามาจัดเรียงกันใหม่
จากน้อยไปมากแล้วเป็นลาดับเลขคณิต จงหาผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต S
เฉลย ตอบ 22
เรียงข้อมูลใหม่ (โดยยังไม่รวม x) จากน้อยไปมาก จะได้ 3, 3, 3, 5, 6, 11
ซึ่งทาให้ได้ว่า Mode 3
และ x ต้องมากกว่า 3 เพราะว่า ถ้า x 3 แล้ว Med 3 ด้วย
พิจารณาตาแหน่งของ Med
3 3 3 5 6 11
ถ้าตาแหน่งของ Med 4 จะได้ Med x; x (3, 5]
ถ้าตาแหน่งของ Med 5 หรือ 6 หรือ 7 จะได้ Med 5
กรณี Med = x จะได้ X =
3 3 3 x 5 6 11
7
=
31 x
7
(ซึ่ง x 3 )
ซึ่ง x 3 จะได้ X >
31 3
7
X > 4.86
ลาดับ Mode X Med
ไม่เป็นลาดับเลขคณิต
3 มากกว่า 4.86
47.
สนับสนุนโดย มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์
ลาดับ ModeMed X
เป็นลาดับเลขคณิตได้โดย
d = x 3 =
31 x
x
7
2x 3 =
31 x
7
14x 21 = 31 x
13x = 52
x = 4
กรณี Med = 5 จะได้ลาดับเลขคณิต Mode Med X มี d 2
ทาให้ได้ว่า X 7
X =
3 3 3 5 6 11 x
7
7 =
31 x
7
x = 18
ดังนั้น ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดใน S 4 18 22
43. มีหนังสือที่แตกต่างกัน 5 เล่ม คือ หนังสือ ก หนังสือ ข หนังสือ ค หนังสือ ง และ หนังสือ จ สุ่ม
เลือกหนังสือเหล่านี้มาครั้งละ 3 เล่ม ความน่าจะเป็นที่จะได้หนังสือ ก หรือ หนังสือ ข เท่ากับ
เท่าใด
เฉลย ตอบ 0.9
5 5!
n(S) 10
3 2!3!
วิธี
ให้ E แทนเหตุการณ์ที่สุ่มหยิบแล้วได้หนังสือ ค หนังสือ ง และหนังสือ จ
n(E) 1 วิธี
n(E) 1
P(E) 0.1
n(S) 10
ความน่าจะเป็นที่จะสุ่มหยิบหนังสือแล้วได้หนังสือ ก หรือหนังสือ ข = 1 0.1
= 0.9
3 มากกว่า 4.86