การบวกเวกเตอร์
14
บทนิยาม ถ้า ത
uและഥ
wเป็นเวกเตอร์แล้ว ผลบวก ത
u+ഥ
wจะเป็น
เวกเตอร์ที่ก้าหนดทางเรขาคณิตได้ดังนี้ ให้ ഥ
w เป็นเวกเตอร์ที่มี
จุดเริ่มต้นที่จุดสิ้นสุดของ ത
u เวกเตอร์ ത
u+ഥ
w จะมีจุดเริ่มต้นที่จุดเริ่มต้น
ของ ത
u และมีจุดสิ้นสุดที่จุดสิ้นสุดของ ഥ
w
ดังนั้น ถ้าก้าหนดให้ ത
u = และ ഥ
w = แล้ว ത
u+ഥ
w =
AB BC AC
A
B
C
ത
u
ഥ
w
ത
u+ഥ
w
A
B
C
ത
u
ഥ
w
ത
u+ഥ
w
D
ത
u
ഥ
w
15.
และถ้าสร้างสี่เหลี่ยมด้านขนาน ABCD จะได้ว่าഥ
w= =
และ ത
u = = ดังนั้น ഥ
w+ ത
u = + =
แสดงว่า ത
u+ഥ
w = ഥ
w+ ത
u
เพราะฉะนั้น การบวกของเวกเตอร์จึงมีสมบัติการสลับที่
BC AD
AB DC AD DC AC
A
B
C
ത
u
ഥ
w
ത
u+ഥ
w
D
ത
u
ഥ
w
16.
หา ത
u+ഥ
w โดยให้จุดเริ่มต้นของഥ
wอยู่ที่จุดสิ้นสุดของ ത
u แล้ว เรายัง
สามารถหา ത
u+ഥ
w ได้อีกวิธีหนึ่ง โดยให้จุดเริ่มต้นของทั้งสองเวกเตอร์
อยู่ที่จุดเดียวกัน กล่าวคือ สมมติให้
ത
u = และ ഥ
w =
จะได้ว่า ത
u+ഥ
w เป็นเวกเตอร์ที่มีจุดเริ่มต้นที่ A และจุดสิ้นสุดที่ D เมื่อ
D เป็นจุดมุมของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน ABCD (เป็นรูปสี่เหลี่ยมด้าน
ขนานที่มี ത
u และ ഥ
w เป็นด้านประชิดมุม)
AB AC
A
B
C
ത
u
ഥ
w
ത
u+ഥ
w
D
ത
u
ഥ
w
การลบเวกเตอร์
18
บทนิยาม ถ้า ത
uและഥ
wเป็นเวกเตอร์แล้ว ผลต่าง ത
u-ഥ
wจะเป็นเวกเตอร์
ที่นิยาม ดังนี้
ത
u-ഥ
w = ത
u+(-ഥ
w)
หรือกล่าวได้ว่า ถ้า ത
uและ ഥ
wเป็นเวกเตอร์ ที่มีจุดเริ่มต้นเป็นจุดเดียวกัน
แล้ว ത
u-ഥ
w จะเป็นเวกเตอร์ที่มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่จุดสิ้นสุดของ ഥ
w(ตัวลบ)
และมีจุดสิ้นสุดอยู่ที่จุดสิ้นสุดของ ത
u (ตัวตั้ง) ดังรูป
ത
u
ഥ
w
−ഥ
w
ത
u
ഥ
w
19.
การคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์
บทนิยาม ก้าหนดให้ ത
vไม่เป็นเวกเตอร์ศูนย์ และ k เป็นจ้านวนจริง ที่
ไม่เป็นศูนย์(สเกลาร์) ผลคูณ kത
v จะเป็นเวกเตอร์ที่มีความยาวเท่ากับ
𝑘 เท่าของความยาวของ ത
v และมีทิศทางเดียวกับ ത
v เมื่อ k > 0 และ
มีทิศทางตรงข้ามกับ ത
v เมื่อ k < 0 นอกจากนั้น จะนิยามว่า kത
v = ത
0
เมื่อ ത
v = ത
0 หรือ k = 0
ത
v 2ത
v
(−𝟏)ത
v
𝟏/𝟐ത
v (−𝟑)ത
v
ตัวอย่าง ก้าหนดเวกเตอร์ ത
u= (1 , 2 , 1) ,ത
v = (1 , 0 , 2)
, ഥ
w = (1 , 1 , 0)และ ത
x = (2 , 1 , 5) จงหาสเกลาร์ 𝑐1,
𝑐2, 𝑐3ที่ท้าให้ 𝑐1ത
u +𝑐2ത
v +𝑐3 ഥ
w = ത
x
32.
สมบัติของการด้าเนินการของเวกเตอร์และนอร์มของเวกเตอร์
ทฤษฎีบท
1. ถ้า ത
u, ത
v 𝑅𝟐
แล้ว ത
u + ത
v 𝑅𝟐
2. ถ้า ത
u , ത
v 𝑅𝟐 แล้ว ത
u + ത
v = ത
v + ത
u
3. ถ้า ത
u , ത
v , ഥ
w 𝑅𝟐 แล้ว (ത
u + ത
v) + ഥ
w = ത
v +( ത
u + ഥ
w)
4. เวกเตอร์ ที่ท้าให้ ส้าหรับทุก
5. ส้าหรับแต่ละ จะมี ซึ่งท้าให้
2
0 R
0 0
u u u
+ = + =
2
R
u
2
R
u 2
R
u
− ( ( 0
)
u u u u
+ − = − + =
33.
สมบัติของการด้าเนินการของเวกเตอร์และนอร์มของเวกเตอร์
ทฤษฎีบท
6. ถ้า และk เป็นสเกลาร์ แล้ว
7. ถ้า และ k เป็นสเกลาร์ แล้ว
8. ถ้า และ k , m เป็นสเกลาร์ แล้ว
9. ถ้า และ k , m เป็นสเกลาร์ แล้ว
10. ถ้า แล้ว
2
R
u 2
R
ku
2
, R
u v ( )
k u v ku kv
+ = +
2
R
u ( )
k m u ku mu
+ = +
2
R
u ( ) ( )
k mu km u
=
2
R
u 1u u
=
บทนิยาม ก้าหนดเวกเตอร์ ในหรือใน นอร์มของ หมายถึง
ความยาวของ เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์
u 2
R 3
R u
u u
2 2
1 2
u u
u = +
x
y
𝒖1, 𝒖2
ดังรูป
u
𝒖2
𝒖𝟏
ในกรณีที่ เป็นเวกเตอร์ใน โดยอาศัยทฤษฎีบท
ของพีทาโกรัส จะได้ว่า
1 2
, )
(
u u u
= 2
R
36.
ในกรณีที่ เป็นเวกเตอร์ใน โดยอาศัย
ทฤษฎีบทของพีทาโกรัสจะได้ว่า
1 2 3
, , )
(
u u u u
= 3
R
2 2 2
2 2 2
2 2 2
2 2 2
1 2 3
( ) ( )
( ) ( ) ( )
( ) ( ) ( )
OR RP
OQ QR RP
OQ OS RP
u u u
u = +
= + +
= + +
= + +
y
z P 𝒖1, 𝒖2, 𝒖𝟑
u
x
o
R
S
Q
2 2 2
1 2 3
u u u
u = + +
ตัวอย่าง ก้าหนดให้
เป็นเวกเตอร์ใน จงหา, ,
), 2), 3 3 2 , 3)
(2, 3 , 4 (4,5,2 (5 ,
u v w
−
= = =
3
R u w
v
2 2 2
2 4 4 9 16 29
( 3)
u = + + =
= + − +
2 2 2
4 2) 16 25 8 49 7
5 (2
v = + + = =
= + +
2 2 2
(5 3) 2) 3) 75 18 3 4 6
(3 (
w = + + =
= + +
39.
ถ้า เป็นเวกเตอร์ใน โดยที่และ
เป็นจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด ตามล้าดับ แล้ว
1 1 1
, )
(
P x y
=
1 2 2 1 2 1
, )
(
PP x x y y
− −
=
1 2
PP
2
R 2 2 2
, )
(
P x y
=
ดังนั้น
1 2 2 1 2 1
2 2
) ( )
(
PP x x y y
− + −
=
1 2 1 2 1 2
2 2
) ( )
(
PP x x y y
− + −
=
40.
ถ้า เป็นเวกเตอร์ใน โดยที่และ
เป็นจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด ตามล้าดับ แล้ว
1 1 1 1
, , )
( z
P x y
=
1 2 2 1 2 1 2 1
, , )
(
PP x x y y z z
− − −
=
1 2
PP
3
R 2 2 2 2
, , )
( z
P x y
=
ดังนั้น 1 2 2 1 2 1 2 1
2 2 2
) ( ) ( )
(
PP x x y y z z
− + − + −
=
1 2 1 2 1 2 1 2
2 2 2
) ( ) ( )
(
PP x x y y z z
− + − + −
=
ถ้า เป็นเวกเตอร์ และk เป็นสเกลาร์ แล้ว จะเป็นเวกเตอร์ที่มี
ขนาดเท่ากับ เท่าของขนาดของ และเนื่องจากนอร์มของเวกเตอร์
คือความยาวหรือขนาดของเวกเตอร์ ดังนั้น อาจเขียนได้ว่า
u ku
k u
k u
ku =
ให้ และ k เป็นจ้านวนจริง แล้ว
3
1 2 3
, , )
( u u R
u u
=
2 2 2
1 2 3
( ) ( ) ( )
ku ku ku
ku = +
+
2 2 2 2 3 2
1 2 3
k u k u k u
= +
+
2 2 2 2
1 2 3
( )
k u u u
= +
+
2 2 2 2
1 2 3
k u u u
= +
+
k u
ku =
k u
=
43.
ก้าหนดให้ และ เป็นเวกเตอร์ในจะได้ว่า
2
R
1 1)
( ,
u a b
= 2 2 )
( ,
v a b
=
1 2 1 2 )
( ,
a b
u v a b
+ + +
=
ซึ่งเป็นเวกเตอร์ในแนวเส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน โดยมี
และ เป็นด้านประชิดมุม
u v
x
y
O
2 2 )
( ,
a b 1 2 1 2 )
( ,
a a b b
+ +
1 1)
( ,
a b
u
u
v v
u v
+