การรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน
ในบริบท “ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม”
                     นาเสนอโดย
               พลเอก เอกชัย ศรีวลาศ
                                ิ
        ผู้อานวยการสานักสันติวิธี และธรรมาภิบาล
                  สถาบันพระปกเกล้า
หัวข้อนาเสนอ
   การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
   การปรับตัวเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน – ด้านสังคมและวัฒนธรรม
   กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม
   เรียนรู้วัฒนธรรมอาเซียน
มาตรการรักษาความมั่นคงบริเวณเขตแดน:
ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ
และสันติภาพระหว่างประเทศ
รู้สึกว่าเป็นประชาชนอาเซียน(ปี2008)
 1. LAOS          96.0%
 2. Cambodia      92.7%
 3. Vietnam       91.7%
 4. Malaysia              86.8%
 5. Brunei                82.2%
 6. Indonesia             73.0%
 7. Philippines                   69.6%
 8. THAILAND                      67.0%
 9. Myanmar                       59.5%
 10.Singapore                             49.3%
คุ้นเคยเกี่ยวกับอาเซียนแค่ไหน
1. Vietnam               88.6%
2. Laos                  84.5%
3. Indonesia             68.3%
4. THAILAND                      68.0%
5. Malaysia                      65.9%
6. Philippines                   59.6%
7. Cambodia                              58.8%
8. Brunei                                53.8%
9. Singapore                             50.3%
10. Myanmar                                      9.6%
อยากรู้เกี่ยวกับประเทศอาเซียนอื่นๆมากแค่ไหน
1. Laos                                       100%
2. Cambodia                                   99.6%
3. Vietnam                                    98.5%
4. Philippines                                97.2%
5. Malaysia                                   92.9%
6. Indonesia                                  90.8%
7. THAILAND                                   87.5%
8. Brunei                                     86.8%
9. Singapore                                  84.2%
10. Myanmar                                   77.8%
รู้เกี่ยวกับอาเซียนจากที่ใด
1. TV            78.4%         10. Family    18.2%
2. School        73.4%         11. Tourist   13.3%

3. News Paper    70.7%         12. Cinema    12.1%
4. Book          65.0%         13. Song       9.2%
5. Internet      49.9%         14. Work       6.1%
6. Radio         40.3%
7. Sport         34.1%

8. Advertising   31.6%
9. Peer          27.6%
การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
ประชาคมอาเซียนประกอบด้วย ความร่วมมือ 3 เสาหลัก

                          ประชาคมการเมือง
                          ความมั่นคงอาเซียน


                  ประชาคมเศรษฐกิจ      ประชาคมสังคม
                      อาเซียน          และวัฒนธรรม
                                          อาเซียน
ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
        (ASEAN Socio-Cultural Community หรือ ASCC)
                เป้าหมายและพันธกิจของ ASCC Blueprint

                                                       People Center
1)   การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
2)   การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม
3)   สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม
4)   ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
5)   การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน
6)   การลดช่องว่างทางการพัฒนา
สังคมอริยะ (สังคมที่เจริญ) ต้องมีองค์ประกอบ ดังนี้
 มีสมาชิกทีทุกคนมีคุณภาพในตัวเอง
            ่
 เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถพัฒนาไปถึงจุดสุดยอดของตัวเอง
 มีค่านิยมที่ทุกคนยอมรับในความแตกต่างหลากหลายของกันและกัน เคารพ
 สิทธิของกันและกัน (ส่งเสริมเสรีภาพของมนุษย์)




      จากหนังสือ “อาเซียน รู้ไว้ ได้เปรียบแน่” ของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ
การปรับตัวเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน - ด้านสังคมและวัฒนธรรม
  1. ปรับตัวในการยอมรับและเคารพในความแตกต่างทางศาสนา วัฒนธรรม ภาษาของประทศสมาชิก

  2. ปรับหลักคิดและทัศนคติต่อประเทศเพื่อนบ้าน

  3. ปรับตัวเพื่อรับกับการที่ประชาชนจะใกล้ชิดกันมากขึ้น การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการสร้างอัตลักษณ์
      ร่วมกัน

  4. ร่วมมือใกล้ชิดขึ้นเพื่อบริหารจัดการกับปัญหาที่จะกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ อาทิ การจัดการ
     กับภัยพิบัติ การแก้ปัญหาให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคม และการเชื่อมโยงระบบการศึกษาระหว่างกัน

  5. สร้างความตระหนักรู้เรื่องอาเซียน และต้องให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิกอื่นมากขึ้น
     เนื่องจากจะมีความเชื่อมโยงผูกพันกันมากขึ้นในทุกด้าน
1. ปรับตัวในการยอมรับและเคารพในความแตกต่างทางศาสนา
   วัฒนธรรม ภาษา ของประทศสมาชิก
 แลกเปลียนภาษา วัฒนธรรม ศิลปะ และวิทยาการต่างๆ
         ่
    เช่น โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ในอาเซียน, แลกเปลี่ยนการแสดงศิลปวัฒนธรรม
    ระหว่างกัน เป็นต้น

 เปิดโอกาสให้คนในอาเซียนได้ชื่นชมในสิ่งที่แตกต่างหลากหลาย
    ได้เห็นข้อดีหรือจุดเด่นของแต่ละวัฒนธรรม แต่ละชุมชน แต่ละกลุ่ม เพื่อที่คุณจะมีตัวเลือก/เสรีภาพในชีวิตมากขึ้น
    (การศึกษาเล่าเรียน, เลือกวิถีชีวิตแบบที่ต้องการ ฯลฯ)
๒. ปรับหลักคิดและทัศนคติต่อประเทศเพื่อนบ้าน

 ทัศนคติของเราที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนจาเป็นต้องถูกเปลี่ยนแปลง เช่น

                      “พม่ามาเผาเมืองเรา แล้วลอกเอาทองไปหุ้มพระเจดีย์ที่เมืองพม่า”
“ถ้าเปิดประเทศไป คนพม่า คนลาว คนฟิลิปปินส์ คงต้องแห่เข้ามาแย่งงานคนไทยทาแน่ๆ เลย คนไทยยังไม่พร้อมหรอก”
                        “ถ้าเปิดประเทศ คนไทยจะสูญเสียอัตลักษณ์ความเป็นคนไทย”
                  และทัศนคติในเรื่องการสู้รบหรือสงครามในอดีตกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น

 อัตลักษณ์ของชาติ (ลักษณะเด่นเฉพาะตัว) และความรู้สึกชาตินิยมเป็นสิ่งดี แต่ต้องมีขอบเขต อย่าเอาอัตลักษณ์
   ของชาติเป็นปมเขื่อง อย่าชาตินิยมจนกลายเป็นคลั่งชาติ

 มองเพื่อนบ้านของเราให้เป็นพันธมิตรที่มีความเท่าเทียมกันทั้งในทางสังคม มนุษยธรรม และในทางเศรษฐกิจ
๓. ปรับตัวเพื่อรับกับการที่ประชาชนจะใกล้ชิดกันมากขึ้น การแลกเปลี่ยน
วัฒนธรรม และการสร้างอัตลักษณ์ร่วมกัน
  สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความหลากหลาย ไม่ใช่สังคมที่เป็นชาติเดียว เผ่าเดียว ภาษาเดียว

  คุณอานันท์ ปันยารชุน เคยพูดไว้ว่า “ผมนี่แม่เจ๊ก พ่อมอญ คนไทยทุกวันนี้ ถอยหลังไป ๔ - ๕
  เจเนอเรชั่น คือคนที่อพยพมาจากที่อื่นทั้งนัน”
                                            ้
4.   ร่วมมือใกล้ชิดขึ้นเพื่อบริหารจัดการกับปัญหาที่จะกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์

 การจัดการกับภัยพิบัติ: การจัดตั้งศูนย์ AHA CENTER หรือ ศูนย์ประสานงานสาหรับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
     การจัดการภัยพิบัติ ตั้งอยู่ที่สาธารณรัฐอินโดนีเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่ออานวยความสะดวกในการประสานงาน เพื่อรวบรวม
     ข้อมูลข่าวสาร ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ และประสานความช่วยเหลือระหว่างกันของประเทศอาเซียน

 การแก้ปัญหาให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคม: การสร้างธุรกิจให้แก่คนด้อยโอกาส ประเด็นสาคัญคือโอกาส
     ในการประกอบกิจการโดยไม่มีเส้นแบ่งเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร

 การเชื่อมโยงระบบการศึกษาระหว่างกัน : ความพร้อมของอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา คือ
     อาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ต้องพัฒนาศักยภาพด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ
     และการทานุบารุงศิลปวัฒนธรรมและทักษะด้านภาษาอังกฤษ
๕. สร้างความตระหนักรูเ้ รื่องอาเซียน และต้องให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิก
   อื่นมากขึ้น เนื่องจากจะมีความเชื่อมโยงผูกพันกันมากขึ้นในทุกด้าน
 ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ์ ได้กล่าวไว้ว่า “อาเซียนเป็นเวทีที่กว้างขึ้น หรือเป็นเครื่องมือในการสร้าง
 ความเท่าเทียมกันของคนทั้ง ๖๐๐ ล้านคนในภูมิภาคนี้ ที่จะมีความมั่นคงและมีโอกาสที่เป็นธรรมมาก
 ขึ้น วิ่งไปไหนต่อไหนได้ทั่ว”

 เราต้องเห็นความสาคัญของเสาหลักต้นที่สาม คือ ด้านสังคมและวัฒนธรรม เพราะเมื่อก้าวขึ้นสู่เวที
 อาเซียน ขอเพียงคุณเป็นคนเก่งและเป็นคนที่มีคุณภาพ คุณก็จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และ
 เห็นโอกาสอีกมากมาย
กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม
๑. การยอมรับการคงอยู่ของความหลากหลายทางวัฒนธรรม
๒. การศึกษาเรื่องความหลากหลายของวัฒนธรรม
๓. การสานเสวนา
กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม
1) การยอมรับการคงอยู่ของความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ผลกระทบทางวัฒนธรรมจากกระแสโลกาภิวัตน์ ทาให้เกิดผลลัพธ์ 3 ประการ
ก. วัฒนธรรมรวมตัว (Cultrual Homogenization)
ข. วัฒนธรรมแตกตัว (Cultural Heterogenization )
ค. วัฒนธรรมลูกผสม/การผสมผสาน (Cultural Hybridization) เช่น
    เครื่องแต่งกายชายชุดประจาชาติไทย คือ “ ราชปะแตน " เกิดขึ้นมาจากการประยุกต์ชุดต้นแบบ
    ของราชาโดยไทยได้รับแรงบันดาลใจมาจากอินเดีย ซึ่งในขณะนั้นอยู่ภายใต้อาณานิคม
    ของจักรวรรดิอังกฤษ
กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม
2) การศึกษาเรื่องความหลากหลายของวัฒนธรรม

 เรียนรู้วัฒนธรรมของกลุ่มชนทีต่างกัน เพื่อสร้างความรัก ความผูกผัน ทาความรู้จักต่อกัน
                                  ่
 เกิดการพัฒนาในระดับบุคคล คือ การพัฒนา ความรู้ สติปัญญา ทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้ง
  การหล่อหลอมให้เกิดการใช้ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม เพื่อ "เข้าใจผู้อื่น" เข้าใจความเป็นอยูของ
                                                                                          ่
  คนในที่ต่างๆ ทั้งที่อยู่ห่างไกลและอยู่ใกล้ชุมชนรอบตัว
 รู้ "วิธีการ" ที่เราจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข - การเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมของผู้อื่น/
  กลุ่มชนอื่น มีประโยชน์สาหรับผู้ที่รู้ คือ เป็นผู้รู้กาลเทศะ การปรับตัวเพื่อการเข้าใจกัน
  สามารถลดความขัดแย้ง สร้างสันติสุขในการอยู่ร่วมกัน อะไรที่ควรทาหรืออะไรที่ไม่ควรทา เรื่องใด
  ที่เขายึดถือ เคารพ ห้ามละเมิดและยอมได้หรือยอมไม่ได้ (Do & Don’t)
5. ปัญญาในการเรียนรู้             6. ความไว้เนื้อ
                                         และการคิด                      เชื่อใจกัน

                                                                                     7. การช่วยเหลือ
                          4. ความจริงแท้
                                                                                        เกื้อกูลกัน
             3. ความสุภาพ                                                                      8. การกาหนดแนวทาง
                อ่อนโยน                                                                         ดาเนินชีวิตด้วยตัวเอง

     2. การยอมรับ                                                                                       9. ความคิดที่เปิดกว้าง
     ซึ่งกันและกัน                                    สันติธานี                                             ปราศจากอคติ
                                                    พื้นที่วิถีวัฒนธรรม                                       10. การสร้างสรรค์
1. ความมั่นคง
                             แนวคิดในการจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพืนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
                                                                             ้                                    สิ่งใหม่
                                       ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสาธารณสุข
    โดยเป็นแนวคิดจากการวิจัยของนักศึกษา 4ส2 ของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งสามารถนามาปรับใช้กับการเตรียมตัวก้าวสู่ประชาคมอาเซียนได้
กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม (2)
3) การสานเสวนา

เป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้บุคคลหรือกลุ่มต่างๆ ที่มีความคิด ความเชื่อ จุดยืนต่างกัน มีโอกาสพบปะ
พูดคุยแสดงความรู้สึก ฟังเงื่อนไขปัจจัยของกันและกันอย่างลึกซึ้งเพื่อเข้าใจกัน อย่างเห็นอกเห็นใจมากขึ้น
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของอาเซียน
จาแนกออกเป็น:
1) กลุ่มวัฒนธรรมลุ่มน้าโขง : ไทย – ลาว – เขมร – พม่า - เวียดนาม
2) กลุ่มวัฒนธรรม มาเลเซีย - อินโดนีเซีย - บรูไน ดารุสซาลาม - สิงคโปร์
3) กลุ่มวัฒนธรรม ฟิลิปปินส์
กลุ่มวัฒนธรรมลุ่มน้าโขง : ไทย-ลาว-เขมร-พม่า-เวียดนาม
        มรดกร่วมในอนุภูมิภาค อาทิ
         ภาษา                       นาฏศิลป์-ดนตรี
         การแสดง                    ประเพณี
         ศาสนา: ศาสนาพุทธเป็นวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของคนไทย ลาว พม่า เวียดนาม
กลุ่มวัฒนธรรม ฟิลิปปินส์
เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก
ตัวอย่างมรดกวัฒนธรรม
 การแสดง: ได้รับอิทธิพลจากสเปน
 ประเพณี: ได้รับอิทธิพลจากสเปนและเม็กซิโก
 ศาสนา: ศาสนาคริสต์เป็นวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของคนฟิลปินส์
                                                ิ
กลุ่มวัฒนธรรม มาเลเซีย-อินโดนีเซีย-บรูไน ดารุสซาลาม-สิงคโปร์
มรดกร่วมในกลุ่มประเทศ อาทิ
 ด้านภาษา: ภาษามาเลย์ (มลายู)
 การแสดง (การเชิดหนัง หรือ หนังตะลุง)
 ด้านศาสนา: ศาสนาอิสลาม เป็นวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของคนของคนมาเลเซีย อินโดนีเซีย บูรไน
ขณะที่สิงคโปร์มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่าง จีน-มาเลย์-อินเดีย
การแต่งกายอาเซียน
วิถีอิสลาม
 45% ของประชากรอาเซียน นับถืออิสลาม
 เข้าใจวิถีอิสลาม ด้วยการศึกษาวัฒนธรรมอิสลามและโลกของมุสลิม
 ประเทศมุสลิมที่มีขนาดและจานวนประชากรที่เป็นมุสลิมมากที่สุดในโลก คือ ประเทศอินโดนีเซีย
 (มีผู้นับถือศาสนาอิสลามถึง 88.1% - 240 ล้านคน)
ฮาลาลและฮารอมคืออะไร ?
• ฮาลาล หมายถึง สิ่งที่ศาสนาอิสลามอนุมัติให้ปฏิบัติได้ อันเนื่องจากไม่มีคุณลักษณะ
  ต้องห้ามใดๆ ตามบทบัญญัติ
• ฮารอม คือ สิ่งที่ศาสนาสั่งให้งดเว้นการปฏิบัติโดยเด็ดขาด โดยที่การฝ่าฝืนจะต้องได้รับ
  โทษทัณฑ์ในปรโลกและอาจได้รับการลงโทษในโลกนี้ด้วย
• อาหารฮาลาลกลายเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานการผลิตอาหารที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
  ไม่ใช่แต่เฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยงได้รับการยอมรับจากผู้นบถือศาสนาอืนๆ อีกด้วย
                                       ั                        ั           ่
• ประเทศไทยติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของประเทศที่ส่งออกอาหารฮาลาลที่มีมูลค่าสูงที่สุดใน
  โลก
ไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศส่งออกอาหารฮาลาลที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก

                            (http://cariasean.org/view/asean_halal_players_need_concerted_effort)
สงครามวัฒนธรรม
ยกตัวอย่างความขัดแย้ง

- ประเทศพม่ามีอยู่หลายชนเผ่าทีอพยพมาอยู่รวมกันที่ลุ่มแม่น้าอิรวดี มีการกระทบ
                               ่
  กระทั่งขัดแย้งกันมาเรือยๆ เคยมีการรวมตัวกันแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะตกลงกัน
                        ่
  ได้ รวมตัวกันยากมาก มีความขัดแย้งเรื้อรังมาถึงปัจจุบันนี้

- มาเลเซียและอินโดนีเซียเคยมีการทะเลาะกันระหว่างชาวมลายูกับชนเชื้อสายจีน
       “ที่ใดที่มีการเข้าถึงความหลากหลายทางธรรมชาติ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมย่อมจะมีสันติสุข
                 หากมีการจัดการทางวัฒนธรรมที่ดี แต่ที่ไหนที่มีความขัดแย้งก็เกิดความรุนแรงขึ้น”
Do & Don’t ในบรูไน
• ด้วยความเป็นสังคมมุสลิม ก่อนเข้าไปในศาสนสถานจะต้องถอดรองเท้าก่อนทุกครั้งส้าหรับผู้หญิง
  ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมต้องสวมชุดคลุมยาวสีด้าก่อนเข้าไปในศาสนสถาน

• ผู้หญิงไม่ควรเข้าไปอยู่ท่ามกลางที่ชุมนุมของผู้ชายจ้านวนมาก เวลาพูดคุยกันผู้หญิงไม่ควรพูดคุยและ
  หัวเราะเสียงดัง รวมทั้งไม่นั่งหันเท้าไปทางผู้ชาย

• บรูไนยังมีระบบสุลต่านหรือพระราชาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้เสื้อผ้าสีเหลือง
  เนื่องจากเป็น
  สีส้าหรับพระมหากษัตริย์

• บรูไนเป็นประเทศมุสลิม จึงไม่มีการขายสุราในที่ต่างๆ ยกเว้นร้านปลอดภาษีในสนามบิน และ
  ชาวต่างชาติไม่ควรดื่มสุราในที่สาธารณะ ดื่มได้เฉพาะในที่ส่วนตัว เช่น ในบ้านหรือในโรงแรมเท่านั้น
Do & Don’t ในกัมพูชา
• ไม่ควรเอาเรื่องการเมือง และเรื่องราวในประวัติศาสตร์มาเป็นเรื่องพูดคุยกัน

• คนกัมพูชาจะเข้มงวดเรื่องมารยาทในวัดมากกว่าคนไทย เช่น เวลาขับรถจักรยานยนต์ผ่านวัดต้อง
  ชะลอความเร็วลง และต้องถอดหมวกทุกครั้งที่เข้าเขตวัด เมื่อเข้าเขตวัดควรปิดมือถือ และเครื่อง
  เล่นเพลงทุกชนิด

• ในกัมพูชามีกฎหมายห้ามถ่ายภาพที่ท้าการของทหารและสถานที่ของรัฐบาลเป็นต้น
Do & Don’t ในอินโดนีเซีย
   “ อินโดนีเซียเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ”
• ชาวมุสลิมถือว่าการชี้สิ่งของด้วยนิ้วชี้เป็นการไม่สุภาพ ดังนั้นควรใช้นิ้วหัวแม่มือข้างขวาแทนนิ้วชี้
  ในทุกกรณี
  ไม่ว่าจะชี้บุคคลหรือสิ่งของ มือซ้ายก็ถือว่าไม่สุภาพเช่นเดียวกัน ควรใช้มือขวาเท่านั้นในการส่ง
  ของหรือรับของ

• ไม่จับศีรษะของคนอินโดนีเซียโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นชาย ผู้หญิงหรือแม้แต่การลูบศีรษะเด็ก
  เล็กๆ ด้วยความเอ็นดูก็เป็นสิ่งต้องห้าม

• ในช่วงเดือนรอมฎอน ชาวมุสลิมต้องงดอาหารและน้้าในช่วงกลางวัน ดังนั้นคนไทยหรือคน
  ต่างชาติต้องให้ความเคารพโดยการไม่รับประทานอาหารหรือน้้าให้คนมุสลิมเห็น
Do & Don’t ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
“ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนที่ไทยมีความใกล้ชิดที่สุด ทั้งในแง่ทาเลที่ตั้งและวัฒนธรรมประเพณี”

  • อย่าเอาภาษาพูด หรือส้าเนียงภาษาลาวมาเป็นเรื่องล้อเล่น เนื่องจากภาษาและวิธีการพูดเป็นเรื่อง
    วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
    การที่เอาภาษาของชาติอื่นๆ ที่เราเข้าใจมาท้าเป็นเรื่องเล่น เรื่องตลก เป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของ
    ภาษาอย่างรุนแรง

  • ไม่ควรเอาประเด็นทางประวัติศาสตร์ ประเด็นทางการเมือง และระดับการพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่
    มีความแตกต่างกันมาพูดคุย เพราะจะน้าไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง

  • ประเทศลาวเป็นประเทศที่มีประชากรน้อย (6.5 ล้านคน) ท้าให้หาคนท้างานยาก และคนงานส่วน
    ใหญ่ก็ไม่ค่อยนิยมการท้างานที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เพื่อรักษาคนงานของท่าน กรุณาใจเย็นๆ ค่อยๆ
    สอนงานคนลาว อย่าใช้วิธีการด่าทอ
Do & Don’t ในมาเลเซีย
“มาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศมุสลิมที่มีระบบสาธารณูปโภคดีที่สุดของเอเชียและประสบความสาเร็จ
อย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจ”

    • ด้วยความเป็นมุสลิมท้าให้ข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติมีความคล้ายคลึงกันกับในกรณีของบรูไน
      และอินโดนีเซีย

    • การกอดจูบลูบคล้าในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่คนมาเลย์รับไม่ได้

    • ไม่ควรพูดคุยหรือวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา รวมทั้งกรณีสิทธิพิเศษ
      ส้าหรับคนมุสลิมที่เกิดในประเทศมาเลเซียที่เรียกว่า “ภูมิบุตร” เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
      เปราะบาง

    • การมีอาวุธและสิ่งเสพติดไว้ในครอบครองมีโทษประหารชีวิตในประเทศมาเลเซีย
Do & Don’t ในพม่า
“ไทยเคยรับเอาวัฒนธรรมหลายๆ อย่างมาจากพม่า และพม่าเองก็ได้รับอิทธิพลจากประเทศไทย
ดังนั้นเราต่างเป็นสังคมพุทธนิกายเถรวาทเช่นเดียวกัน ”

   • สังคมพม่าเป็นสังคมพุทธ วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นศูนย์กลางในการท้ากิจกรรมทางสังคม
     วันหยุดคนพม่านิยมไปพูดคุย สนทนา นั่งเล่นกันในวัดทั้งวันมากกว่าที่จะไปเดินเล่นตามศูนย์การค้า
     แบบคนไทย ดังนั้นคนไทยที่ไปพม่าจึงควรส้ารวม และปฏิบัติตนตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด เข้า
     วัดต้องถอดร้องเท้า บางบริเวณไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้า และปฏิบัติต่พระด้วยความเคารพ

   • พม่าไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพจุดยุทธศาสตร์ทางการทหารต่างๆ เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ
     สถานที่ราชการ และค่ายทหาร

   • นักท่องเที่ยวแนะน้าให้ใช้บริการสถานบันเทิงยามค่้าคืนเฉพาะในโรงแรมที่พักมากกว่าออกไปสถาน
     บันเทิงบนท้องถนนทั่วไปเป็นต้น
จุดอ่อนประเทศไทย
•มองภาพอาเซียนเพียงมิติเศรษฐกิจอย่างเดียว
•คิดทุกอย่างเพื่อเอาเปรียบประเทศเพื่อนบ้าน
•ไม่เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม
•มองเส้นเขตแดนเป็นปัญหาของประเทศ
•ขาดมุมมองด้านความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน และมนุษยธรรม
สภาวะแต่ละประเทศ
• ความแตกต่างในระดับการพัฒนา
• พึ่งพิงภายนอกภูมิภาคมาก
• ขีดความสามารถแตกต่างกัน
• ความหลากหลายทางระบบการเมือง
• ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
• ความรู้สึกชาตินิยม
                                43
Population by age groups and sex (absolute numbers)
Current World Population and World Population Growth
           ปี ค.ศ.             จานวนประชากร            จานวนเพิ่มขึ้น

           1999                    6,000                   300
           2006                    6500                    300
           2009                    6800                    300
           2011                    7000                    200
           2025                    8000                   1000
           2043                    9000                   1000
           2083                   10,000                  1000
                                                        By Matt Rosenberg,
Country   Poppulation
China                       1,347,350,000
India                       1,210,193,422
Indonesia                     237,641,326
Russia                        143,100,000
ประเทศ   เดินทางเข้าประเทศ ปี 2554
Malaysia                                           2,278,500

China                                              1,753,793

Japan                                              1,165,298

South Korea                                        1,035,407

India                                               948,681

UK                                                  890,249

Australia                                           856,483

USA                                                 712,896

Germany                                             649,086

Laos                                               1,257,762

Vietnam                                             568,375

Myanmar                                             444,333

Indonesia                                           374,937

Philippine                                          307,290

Cambodia                                            286,747
ประเทศ        เข้าประเทศเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2555
1    Thai                                                  1,119,475
2    China                                                   387,105
3    Malaysia                                                376,950
4    Russia                                                  334,994
5    Laos                                                    230,586
6    Japan                                                   224,872
7    South Korea                                             210,348
8    UK                                                      164,739
9    Germany                                                 155,043
10   Australia                                               149,481
11   USA                                                     145,600
Muslim Population
                    Country      Population           % Muslim Pop.      Muslim Pop.
1                   Thai                       69.5               10.0             6.95
2                   Indonesia                 238.2               88.2           210.09
3                   Cambodia                   14.7                7.0             1.03
4                   Laos                        6.3               0.01          0.00063
5                   Malaysia                   28.9               61.4            17.75
6                   Singapore                   5.2               16.0             0.83
7                   Myanmar                    54.0               15.0             8.10
8                   Brunei                      6.4               67.0             0.27
9                   Philippine                 95.7               10.0             9.57
10                  Vietnam                    87.9                1.0             0.88
                                 606.8                                           255.47
Muslim Population
               Country   Population      Percent          Muslim Pop.

1   Africa                    1,051.40         52.39             554.32

2   Asia                      4,239.10         32.00            1,356.28

3   Europe                      740.01             7.60           56.04

4   North America               346.20             2.20            7.61

5   South America               595.90             0.41            2.45

6   Oceania                      37.14             1.50            0.54

    Total                      7009.75                          1977.24
อาชีพในฝันของเยาวชน
           ประเทศ                                                        อาชีพ
ไทย                         แพทย์ ครู ทนายความ พ่อครัว นักธุรกิจ สัตว์แพทย์
สิงคโปร์                    ครู แพทย์ นักบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ศิลปิน
มาเลเซีย                    แพทย์ นักบิน ตารวจ ทนายความ ครู มีคนจบ ป.ตรีเพียง 23% เป้าหมาย 37% เป้าหมายผลิตปริญญา
                            เอก 18,000 คนใน 2558
อินโดนีเชีย                 ระดับปริญาตรีมีเพียง 4.8 ล้านคน ไปต่อต่างประเทศ
เวียตนาม(บริติช เคาน์ซิล)   ตลาดการศึกษาในอาเซียนกาลังเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในเวียต นาม ลงทุนการศึกษาอย่างมาก
                            ระดับปริญญาโทเติบโต 139% ใน 10 ปี เน้นสาขา การจัดการธุรกิจ การเงิน การท่องเที่ยว
                            เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ วิศวกรรมศาสตร์เรียนมากสุด


ฟิลิปปินส์                  สนใจสุขภาพ (แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล การจัดการธุรกิจ การตลาด นิยมต่อ ตปท.สาขาวิศวกรรม ศิลป
                            ศาสตร์ สถาปัตย์
เสือ ๘ ตัวในเอเชียจะ
เปลี่ยนแปลงโลก
จากหนังสือ Megatrend 2000 และ Megatrend Asia ของ John Nibitt
• ทานายความเจริญของโลกจะไหลกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอาเซียน
• ธนาคารโลกวิเคราะห์ว่าปี ๒๐๒๕ จีนจะเป็นมหาอานาจทางเศรษฐกิจอันดับ ๑ ของโลก
  ตามด้วยสหรัฐฯ อินเดีย และเยอรมนี
• สหรัฐฯร่วมมือกับสหภาพยุโรปพยายามสกัดกั้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน
• ใช้มาตรการระเบียบโลกใหม่เข้ามากดดันคือ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม
  และ การค้าเสรี
• จีนต่อสู้ไม่ยอมอ่อนข้อ ทั้งเงินสกุลหยวนของจีนยังไม่อยู่ในระบบการเงินสากล สหรัฐฯ
  จึงโจมตีเครือข่ายจีนเป็นประเทศที่เวลาตรงกับจีน เช่น ไต้หวัน เกาหลี มาเลเซีย ไทย
  สิงคโปร์และ อินโดนีเซีย
แนวโน้มมหาอานาจทางเศรษฐกิจโลก
• ชาติร่ารวยจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสองประเทศนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
• โกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจชื่อดังคาดการณ์ว่า ในปี ๒๐๕๐ GDP ของจีนจะขยายตัว
  จากมูลค่ารวม ๒ เป็น ๔๘.๖ ล้านล้านดอลลาร์
• จีพีดีของอินเดียปัจจุบันไม่ถึง ๑ ล้านล้านดอลลาร์ แต่จะขยายสูงขึ้นถึง ๒๗ ล้านล้าน
  ดอลลาร์
• สหรัฐฯ GDP จะเพิ่มจาก ๑๓ ล้านล้านดอลลาร์ เป็น ๓๗ ล้านล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่ง
  น้อยกว่าจีนถึง ๑๐ ล้านล้านดอลลาร์
• ปี 2050 เศรษฐกิจของจีนและอินเดียมีแนวโน้มจะขยายตัวถึง ๒๒ เท่า ขณะที่ชาติ G7 มี
  แนวโน้มขยายตัวเพียง ๒.๕ เท่าเท่านั้น
• จีนและอินเดีย เข้าไปลงทุนในแอฟริกาอย่างมาก
(เจมส์ วูลเฟนซอห์น อดีตประธานธนาคารโลกพูดที่มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ซิดนีย์)
แหล่งอ้างอิง
• ศูนย์บริการข้อมูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
  www.dtn.go.th
• http://www.oknation.net/blog/shukur/2009/02/06/entry-1
• ปิติ ศรีแสงนาม, เปลี่ยนมุมคิดพิชิตอาเซียน, สานักพิมพ์ บ้านพระอาทิตย์, 2555
• สุรินทร์ พิศสุวรรณ, อาเซียน รู้ไว้ ได้เปรียบแน่, สานักพิมพ์ อมรินทร์, 2555
ขอบคุณครับ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือถามคาถามเพิ่มเติมได้ที่
      www.facebook.com/ekkachai.srivilas
      www.elifesara.com

เสาอาเซียนสู่วัฒนธรรม

  • 1.
    การรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน ในบริบท “ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม” นาเสนอโดย พลเอก เอกชัย ศรีวลาศ ิ ผู้อานวยการสานักสันติวิธี และธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า
  • 2.
    หัวข้อนาเสนอ  การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)  การปรับตัวเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน – ด้านสังคมและวัฒนธรรม  กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม  เรียนรู้วัฒนธรรมอาเซียน
  • 3.
  • 4.
    รู้สึกว่าเป็นประชาชนอาเซียน(ปี2008) 1. LAOS 96.0% 2. Cambodia 92.7% 3. Vietnam 91.7% 4. Malaysia 86.8% 5. Brunei 82.2% 6. Indonesia 73.0% 7. Philippines 69.6% 8. THAILAND 67.0% 9. Myanmar 59.5% 10.Singapore 49.3%
  • 5.
    คุ้นเคยเกี่ยวกับอาเซียนแค่ไหน 1. Vietnam 88.6% 2. Laos 84.5% 3. Indonesia 68.3% 4. THAILAND 68.0% 5. Malaysia 65.9% 6. Philippines 59.6% 7. Cambodia 58.8% 8. Brunei 53.8% 9. Singapore 50.3% 10. Myanmar 9.6%
  • 6.
    อยากรู้เกี่ยวกับประเทศอาเซียนอื่นๆมากแค่ไหน 1. Laos 100% 2. Cambodia 99.6% 3. Vietnam 98.5% 4. Philippines 97.2% 5. Malaysia 92.9% 6. Indonesia 90.8% 7. THAILAND 87.5% 8. Brunei 86.8% 9. Singapore 84.2% 10. Myanmar 77.8%
  • 7.
    รู้เกี่ยวกับอาเซียนจากที่ใด 1. TV 78.4% 10. Family 18.2% 2. School 73.4% 11. Tourist 13.3% 3. News Paper 70.7% 12. Cinema 12.1% 4. Book 65.0% 13. Song 9.2% 5. Internet 49.9% 14. Work 6.1% 6. Radio 40.3% 7. Sport 34.1% 8. Advertising 31.6% 9. Peer 27.6%
  • 8.
  • 9.
    ประชาคมอาเซียนประกอบด้วย ความร่วมมือ 3เสาหลัก ประชาคมการเมือง ความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจ ประชาคมสังคม อาเซียน และวัฒนธรรม อาเซียน
  • 10.
    ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community หรือ ASCC) เป้าหมายและพันธกิจของ ASCC Blueprint People Center 1) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 2) การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม 3) สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม 4) ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม 5) การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน 6) การลดช่องว่างทางการพัฒนา
  • 11.
    สังคมอริยะ (สังคมที่เจริญ) ต้องมีองค์ประกอบดังนี้  มีสมาชิกทีทุกคนมีคุณภาพในตัวเอง ่  เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถพัฒนาไปถึงจุดสุดยอดของตัวเอง  มีค่านิยมที่ทุกคนยอมรับในความแตกต่างหลากหลายของกันและกัน เคารพ สิทธิของกันและกัน (ส่งเสริมเสรีภาพของมนุษย์) จากหนังสือ “อาเซียน รู้ไว้ ได้เปรียบแน่” ของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ
  • 12.
    การปรับตัวเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน - ด้านสังคมและวัฒนธรรม 1. ปรับตัวในการยอมรับและเคารพในความแตกต่างทางศาสนา วัฒนธรรม ภาษาของประทศสมาชิก 2. ปรับหลักคิดและทัศนคติต่อประเทศเพื่อนบ้าน 3. ปรับตัวเพื่อรับกับการที่ประชาชนจะใกล้ชิดกันมากขึ้น การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการสร้างอัตลักษณ์ ร่วมกัน 4. ร่วมมือใกล้ชิดขึ้นเพื่อบริหารจัดการกับปัญหาที่จะกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ อาทิ การจัดการ กับภัยพิบัติ การแก้ปัญหาให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคม และการเชื่อมโยงระบบการศึกษาระหว่างกัน 5. สร้างความตระหนักรู้เรื่องอาเซียน และต้องให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิกอื่นมากขึ้น เนื่องจากจะมีความเชื่อมโยงผูกพันกันมากขึ้นในทุกด้าน
  • 13.
    1. ปรับตัวในการยอมรับและเคารพในความแตกต่างทางศาสนา วัฒนธรรม ภาษา ของประทศสมาชิก  แลกเปลียนภาษา วัฒนธรรม ศิลปะ และวิทยาการต่างๆ ่ เช่น โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ในอาเซียน, แลกเปลี่ยนการแสดงศิลปวัฒนธรรม ระหว่างกัน เป็นต้น  เปิดโอกาสให้คนในอาเซียนได้ชื่นชมในสิ่งที่แตกต่างหลากหลาย ได้เห็นข้อดีหรือจุดเด่นของแต่ละวัฒนธรรม แต่ละชุมชน แต่ละกลุ่ม เพื่อที่คุณจะมีตัวเลือก/เสรีภาพในชีวิตมากขึ้น (การศึกษาเล่าเรียน, เลือกวิถีชีวิตแบบที่ต้องการ ฯลฯ)
  • 14.
    ๒. ปรับหลักคิดและทัศนคติต่อประเทศเพื่อนบ้าน  ทัศนคติของเราที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนจาเป็นต้องถูกเปลี่ยนแปลงเช่น “พม่ามาเผาเมืองเรา แล้วลอกเอาทองไปหุ้มพระเจดีย์ที่เมืองพม่า” “ถ้าเปิดประเทศไป คนพม่า คนลาว คนฟิลิปปินส์ คงต้องแห่เข้ามาแย่งงานคนไทยทาแน่ๆ เลย คนไทยยังไม่พร้อมหรอก” “ถ้าเปิดประเทศ คนไทยจะสูญเสียอัตลักษณ์ความเป็นคนไทย” และทัศนคติในเรื่องการสู้รบหรือสงครามในอดีตกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น  อัตลักษณ์ของชาติ (ลักษณะเด่นเฉพาะตัว) และความรู้สึกชาตินิยมเป็นสิ่งดี แต่ต้องมีขอบเขต อย่าเอาอัตลักษณ์ ของชาติเป็นปมเขื่อง อย่าชาตินิยมจนกลายเป็นคลั่งชาติ  มองเพื่อนบ้านของเราให้เป็นพันธมิตรที่มีความเท่าเทียมกันทั้งในทางสังคม มนุษยธรรม และในทางเศรษฐกิจ
  • 15.
    ๓. ปรับตัวเพื่อรับกับการที่ประชาชนจะใกล้ชิดกันมากขึ้น การแลกเปลี่ยน วัฒนธรรมและการสร้างอัตลักษณ์ร่วมกัน  สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความหลากหลาย ไม่ใช่สังคมที่เป็นชาติเดียว เผ่าเดียว ภาษาเดียว  คุณอานันท์ ปันยารชุน เคยพูดไว้ว่า “ผมนี่แม่เจ๊ก พ่อมอญ คนไทยทุกวันนี้ ถอยหลังไป ๔ - ๕ เจเนอเรชั่น คือคนที่อพยพมาจากที่อื่นทั้งนัน” ้
  • 16.
    4. ร่วมมือใกล้ชิดขึ้นเพื่อบริหารจัดการกับปัญหาที่จะกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์  การจัดการกับภัยพิบัติ: การจัดตั้งศูนย์ AHA CENTER หรือ ศูนย์ประสานงานสาหรับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การจัดการภัยพิบัติ ตั้งอยู่ที่สาธารณรัฐอินโดนีเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่ออานวยความสะดวกในการประสานงาน เพื่อรวบรวม ข้อมูลข่าวสาร ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ และประสานความช่วยเหลือระหว่างกันของประเทศอาเซียน  การแก้ปัญหาให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคม: การสร้างธุรกิจให้แก่คนด้อยโอกาส ประเด็นสาคัญคือโอกาส ในการประกอบกิจการโดยไม่มีเส้นแบ่งเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร  การเชื่อมโยงระบบการศึกษาระหว่างกัน : ความพร้อมของอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา คือ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ต้องพัฒนาศักยภาพด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ และการทานุบารุงศิลปวัฒนธรรมและทักษะด้านภาษาอังกฤษ
  • 17.
    ๕. สร้างความตระหนักรูเ้ รื่องอาเซียนและต้องให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิก อื่นมากขึ้น เนื่องจากจะมีความเชื่อมโยงผูกพันกันมากขึ้นในทุกด้าน  ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ์ ได้กล่าวไว้ว่า “อาเซียนเป็นเวทีที่กว้างขึ้น หรือเป็นเครื่องมือในการสร้าง ความเท่าเทียมกันของคนทั้ง ๖๐๐ ล้านคนในภูมิภาคนี้ ที่จะมีความมั่นคงและมีโอกาสที่เป็นธรรมมาก ขึ้น วิ่งไปไหนต่อไหนได้ทั่ว”  เราต้องเห็นความสาคัญของเสาหลักต้นที่สาม คือ ด้านสังคมและวัฒนธรรม เพราะเมื่อก้าวขึ้นสู่เวที อาเซียน ขอเพียงคุณเป็นคนเก่งและเป็นคนที่มีคุณภาพ คุณก็จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และ เห็นโอกาสอีกมากมาย
  • 18.
  • 19.
    กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม 1) การยอมรับการคงอยู่ของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผลกระทบทางวัฒนธรรมจากกระแสโลกาภิวัตน์ ทาให้เกิดผลลัพธ์3 ประการ ก. วัฒนธรรมรวมตัว (Cultrual Homogenization) ข. วัฒนธรรมแตกตัว (Cultural Heterogenization ) ค. วัฒนธรรมลูกผสม/การผสมผสาน (Cultural Hybridization) เช่น เครื่องแต่งกายชายชุดประจาชาติไทย คือ “ ราชปะแตน " เกิดขึ้นมาจากการประยุกต์ชุดต้นแบบ ของราชาโดยไทยได้รับแรงบันดาลใจมาจากอินเดีย ซึ่งในขณะนั้นอยู่ภายใต้อาณานิคม ของจักรวรรดิอังกฤษ
  • 20.
    กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม 2) การศึกษาเรื่องความหลากหลายของวัฒนธรรม  เรียนรู้วัฒนธรรมของกลุ่มชนทีต่างกันเพื่อสร้างความรัก ความผูกผัน ทาความรู้จักต่อกัน ่  เกิดการพัฒนาในระดับบุคคล คือ การพัฒนา ความรู้ สติปัญญา ทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้ง การหล่อหลอมให้เกิดการใช้ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม เพื่อ "เข้าใจผู้อื่น" เข้าใจความเป็นอยูของ ่ คนในที่ต่างๆ ทั้งที่อยู่ห่างไกลและอยู่ใกล้ชุมชนรอบตัว  รู้ "วิธีการ" ที่เราจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข - การเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมของผู้อื่น/ กลุ่มชนอื่น มีประโยชน์สาหรับผู้ที่รู้ คือ เป็นผู้รู้กาลเทศะ การปรับตัวเพื่อการเข้าใจกัน สามารถลดความขัดแย้ง สร้างสันติสุขในการอยู่ร่วมกัน อะไรที่ควรทาหรืออะไรที่ไม่ควรทา เรื่องใด ที่เขายึดถือ เคารพ ห้ามละเมิดและยอมได้หรือยอมไม่ได้ (Do & Don’t)
  • 21.
    5. ปัญญาในการเรียนรู้ 6. ความไว้เนื้อ และการคิด เชื่อใจกัน 7. การช่วยเหลือ 4. ความจริงแท้ เกื้อกูลกัน 3. ความสุภาพ 8. การกาหนดแนวทาง อ่อนโยน ดาเนินชีวิตด้วยตัวเอง 2. การยอมรับ 9. ความคิดที่เปิดกว้าง ซึ่งกันและกัน สันติธานี ปราศจากอคติ พื้นที่วิถีวัฒนธรรม 10. การสร้างสรรค์ 1. ความมั่นคง แนวคิดในการจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพืนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ้ สิ่งใหม่ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสาธารณสุข โดยเป็นแนวคิดจากการวิจัยของนักศึกษา 4ส2 ของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งสามารถนามาปรับใช้กับการเตรียมตัวก้าวสู่ประชาคมอาเซียนได้
  • 22.
    กระบวนการส่งเสริมสันติวิธีในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม (2) 3) การสานเสวนา เป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้บุคคลหรือกลุ่มต่างๆที่มีความคิด ความเชื่อ จุดยืนต่างกัน มีโอกาสพบปะ พูดคุยแสดงความรู้สึก ฟังเงื่อนไขปัจจัยของกันและกันอย่างลึกซึ้งเพื่อเข้าใจกัน อย่างเห็นอกเห็นใจมากขึ้น
  • 26.
    ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของอาเซียน จาแนกออกเป็น: 1) กลุ่มวัฒนธรรมลุ่มน้าโขง :ไทย – ลาว – เขมร – พม่า - เวียดนาม 2) กลุ่มวัฒนธรรม มาเลเซีย - อินโดนีเซีย - บรูไน ดารุสซาลาม - สิงคโปร์ 3) กลุ่มวัฒนธรรม ฟิลิปปินส์
  • 27.
    กลุ่มวัฒนธรรมลุ่มน้าโขง : ไทย-ลาว-เขมร-พม่า-เวียดนาม มรดกร่วมในอนุภูมิภาค อาทิ  ภาษา  นาฏศิลป์-ดนตรี  การแสดง  ประเพณี  ศาสนา: ศาสนาพุทธเป็นวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของคนไทย ลาว พม่า เวียดนาม
  • 28.
    กลุ่มวัฒนธรรม ฟิลิปปินส์ เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก ตัวอย่างมรดกวัฒนธรรม  การแสดง:ได้รับอิทธิพลจากสเปน  ประเพณี: ได้รับอิทธิพลจากสเปนและเม็กซิโก  ศาสนา: ศาสนาคริสต์เป็นวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของคนฟิลปินส์ ิ
  • 29.
    กลุ่มวัฒนธรรม มาเลเซีย-อินโดนีเซีย-บรูไน ดารุสซาลาม-สิงคโปร์ มรดกร่วมในกลุ่มประเทศอาทิ  ด้านภาษา: ภาษามาเลย์ (มลายู)  การแสดง (การเชิดหนัง หรือ หนังตะลุง)  ด้านศาสนา: ศาสนาอิสลาม เป็นวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของคนของคนมาเลเซีย อินโดนีเซีย บูรไน ขณะที่สิงคโปร์มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่าง จีน-มาเลย์-อินเดีย
  • 31.
  • 32.
    วิถีอิสลาม  45% ของประชากรอาเซียนนับถืออิสลาม  เข้าใจวิถีอิสลาม ด้วยการศึกษาวัฒนธรรมอิสลามและโลกของมุสลิม  ประเทศมุสลิมที่มีขนาดและจานวนประชากรที่เป็นมุสลิมมากที่สุดในโลก คือ ประเทศอินโดนีเซีย (มีผู้นับถือศาสนาอิสลามถึง 88.1% - 240 ล้านคน)
  • 33.
    ฮาลาลและฮารอมคืออะไร ? • ฮาลาลหมายถึง สิ่งที่ศาสนาอิสลามอนุมัติให้ปฏิบัติได้ อันเนื่องจากไม่มีคุณลักษณะ ต้องห้ามใดๆ ตามบทบัญญัติ • ฮารอม คือ สิ่งที่ศาสนาสั่งให้งดเว้นการปฏิบัติโดยเด็ดขาด โดยที่การฝ่าฝืนจะต้องได้รับ โทษทัณฑ์ในปรโลกและอาจได้รับการลงโทษในโลกนี้ด้วย • อาหารฮาลาลกลายเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานการผลิตอาหารที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ไม่ใช่แต่เฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยงได้รับการยอมรับจากผู้นบถือศาสนาอืนๆ อีกด้วย ั ั ่ • ประเทศไทยติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของประเทศที่ส่งออกอาหารฮาลาลที่มีมูลค่าสูงที่สุดใน โลก
  • 34.
    ไทยติดอันดับ 1 ใน10 ของประเทศส่งออกอาหารฮาลาลที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก (http://cariasean.org/view/asean_halal_players_need_concerted_effort)
  • 35.
    สงครามวัฒนธรรม ยกตัวอย่างความขัดแย้ง - ประเทศพม่ามีอยู่หลายชนเผ่าทีอพยพมาอยู่รวมกันที่ลุ่มแม่น้าอิรวดี มีการกระทบ ่ กระทั่งขัดแย้งกันมาเรือยๆ เคยมีการรวมตัวกันแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะตกลงกัน ่ ได้ รวมตัวกันยากมาก มีความขัดแย้งเรื้อรังมาถึงปัจจุบันนี้ - มาเลเซียและอินโดนีเซียเคยมีการทะเลาะกันระหว่างชาวมลายูกับชนเชื้อสายจีน “ที่ใดที่มีการเข้าถึงความหลากหลายทางธรรมชาติ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมย่อมจะมีสันติสุข หากมีการจัดการทางวัฒนธรรมที่ดี แต่ที่ไหนที่มีความขัดแย้งก็เกิดความรุนแรงขึ้น”
  • 36.
    Do & Don’tในบรูไน • ด้วยความเป็นสังคมมุสลิม ก่อนเข้าไปในศาสนสถานจะต้องถอดรองเท้าก่อนทุกครั้งส้าหรับผู้หญิง ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมต้องสวมชุดคลุมยาวสีด้าก่อนเข้าไปในศาสนสถาน • ผู้หญิงไม่ควรเข้าไปอยู่ท่ามกลางที่ชุมนุมของผู้ชายจ้านวนมาก เวลาพูดคุยกันผู้หญิงไม่ควรพูดคุยและ หัวเราะเสียงดัง รวมทั้งไม่นั่งหันเท้าไปทางผู้ชาย • บรูไนยังมีระบบสุลต่านหรือพระราชาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้เสื้อผ้าสีเหลือง เนื่องจากเป็น สีส้าหรับพระมหากษัตริย์ • บรูไนเป็นประเทศมุสลิม จึงไม่มีการขายสุราในที่ต่างๆ ยกเว้นร้านปลอดภาษีในสนามบิน และ ชาวต่างชาติไม่ควรดื่มสุราในที่สาธารณะ ดื่มได้เฉพาะในที่ส่วนตัว เช่น ในบ้านหรือในโรงแรมเท่านั้น
  • 37.
    Do & Don’tในกัมพูชา • ไม่ควรเอาเรื่องการเมือง และเรื่องราวในประวัติศาสตร์มาเป็นเรื่องพูดคุยกัน • คนกัมพูชาจะเข้มงวดเรื่องมารยาทในวัดมากกว่าคนไทย เช่น เวลาขับรถจักรยานยนต์ผ่านวัดต้อง ชะลอความเร็วลง และต้องถอดหมวกทุกครั้งที่เข้าเขตวัด เมื่อเข้าเขตวัดควรปิดมือถือ และเครื่อง เล่นเพลงทุกชนิด • ในกัมพูชามีกฎหมายห้ามถ่ายภาพที่ท้าการของทหารและสถานที่ของรัฐบาลเป็นต้น
  • 38.
    Do & Don’tในอินโดนีเซีย “ อินโดนีเซียเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ” • ชาวมุสลิมถือว่าการชี้สิ่งของด้วยนิ้วชี้เป็นการไม่สุภาพ ดังนั้นควรใช้นิ้วหัวแม่มือข้างขวาแทนนิ้วชี้ ในทุกกรณี ไม่ว่าจะชี้บุคคลหรือสิ่งของ มือซ้ายก็ถือว่าไม่สุภาพเช่นเดียวกัน ควรใช้มือขวาเท่านั้นในการส่ง ของหรือรับของ • ไม่จับศีรษะของคนอินโดนีเซียโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นชาย ผู้หญิงหรือแม้แต่การลูบศีรษะเด็ก เล็กๆ ด้วยความเอ็นดูก็เป็นสิ่งต้องห้าม • ในช่วงเดือนรอมฎอน ชาวมุสลิมต้องงดอาหารและน้้าในช่วงกลางวัน ดังนั้นคนไทยหรือคน ต่างชาติต้องให้ความเคารพโดยการไม่รับประทานอาหารหรือน้้าให้คนมุสลิมเห็น
  • 39.
    Do & Don’tในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว “ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนที่ไทยมีความใกล้ชิดที่สุด ทั้งในแง่ทาเลที่ตั้งและวัฒนธรรมประเพณี” • อย่าเอาภาษาพูด หรือส้าเนียงภาษาลาวมาเป็นเรื่องล้อเล่น เนื่องจากภาษาและวิธีการพูดเป็นเรื่อง วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน การที่เอาภาษาของชาติอื่นๆ ที่เราเข้าใจมาท้าเป็นเรื่องเล่น เรื่องตลก เป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของ ภาษาอย่างรุนแรง • ไม่ควรเอาประเด็นทางประวัติศาสตร์ ประเด็นทางการเมือง และระดับการพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ มีความแตกต่างกันมาพูดคุย เพราะจะน้าไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง • ประเทศลาวเป็นประเทศที่มีประชากรน้อย (6.5 ล้านคน) ท้าให้หาคนท้างานยาก และคนงานส่วน ใหญ่ก็ไม่ค่อยนิยมการท้างานที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เพื่อรักษาคนงานของท่าน กรุณาใจเย็นๆ ค่อยๆ สอนงานคนลาว อย่าใช้วิธีการด่าทอ
  • 40.
    Do & Don’tในมาเลเซีย “มาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศมุสลิมที่มีระบบสาธารณูปโภคดีที่สุดของเอเชียและประสบความสาเร็จ อย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจ” • ด้วยความเป็นมุสลิมท้าให้ข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติมีความคล้ายคลึงกันกับในกรณีของบรูไน และอินโดนีเซีย • การกอดจูบลูบคล้าในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่คนมาเลย์รับไม่ได้ • ไม่ควรพูดคุยหรือวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา รวมทั้งกรณีสิทธิพิเศษ ส้าหรับคนมุสลิมที่เกิดในประเทศมาเลเซียที่เรียกว่า “ภูมิบุตร” เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เปราะบาง • การมีอาวุธและสิ่งเสพติดไว้ในครอบครองมีโทษประหารชีวิตในประเทศมาเลเซีย
  • 41.
    Do & Don’tในพม่า “ไทยเคยรับเอาวัฒนธรรมหลายๆ อย่างมาจากพม่า และพม่าเองก็ได้รับอิทธิพลจากประเทศไทย ดังนั้นเราต่างเป็นสังคมพุทธนิกายเถรวาทเช่นเดียวกัน ” • สังคมพม่าเป็นสังคมพุทธ วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นศูนย์กลางในการท้ากิจกรรมทางสังคม วันหยุดคนพม่านิยมไปพูดคุย สนทนา นั่งเล่นกันในวัดทั้งวันมากกว่าที่จะไปเดินเล่นตามศูนย์การค้า แบบคนไทย ดังนั้นคนไทยที่ไปพม่าจึงควรส้ารวม และปฏิบัติตนตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด เข้า วัดต้องถอดร้องเท้า บางบริเวณไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้า และปฏิบัติต่พระด้วยความเคารพ • พม่าไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพจุดยุทธศาสตร์ทางการทหารต่างๆ เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ สถานที่ราชการ และค่ายทหาร • นักท่องเที่ยวแนะน้าให้ใช้บริการสถานบันเทิงยามค่้าคืนเฉพาะในโรงแรมที่พักมากกว่าออกไปสถาน บันเทิงบนท้องถนนทั่วไปเป็นต้น
  • 42.
  • 43.
    สภาวะแต่ละประเทศ • ความแตกต่างในระดับการพัฒนา • พึ่งพิงภายนอกภูมิภาคมาก •ขีดความสามารถแตกต่างกัน • ความหลากหลายทางระบบการเมือง • ความหลากหลายทางวัฒนธรรม • ความรู้สึกชาตินิยม 43
  • 44.
    Population by agegroups and sex (absolute numbers)
  • 45.
    Current World Populationand World Population Growth ปี ค.ศ. จานวนประชากร จานวนเพิ่มขึ้น 1999 6,000 300 2006 6500 300 2009 6800 300 2011 7000 200 2025 8000 1000 2043 9000 1000 2083 10,000 1000 By Matt Rosenberg,
  • 46.
    Country Poppulation China 1,347,350,000 India 1,210,193,422 Indonesia 237,641,326 Russia 143,100,000
  • 47.
    ประเทศ เดินทางเข้าประเทศ ปี 2554 Malaysia 2,278,500 China 1,753,793 Japan 1,165,298 South Korea 1,035,407 India 948,681 UK 890,249 Australia 856,483 USA 712,896 Germany 649,086 Laos 1,257,762 Vietnam 568,375 Myanmar 444,333 Indonesia 374,937 Philippine 307,290 Cambodia 286,747
  • 48.
    ประเทศ เข้าประเทศเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2555 1 Thai 1,119,475 2 China 387,105 3 Malaysia 376,950 4 Russia 334,994 5 Laos 230,586 6 Japan 224,872 7 South Korea 210,348 8 UK 164,739 9 Germany 155,043 10 Australia 149,481 11 USA 145,600
  • 49.
    Muslim Population Country Population % Muslim Pop. Muslim Pop. 1 Thai 69.5 10.0 6.95 2 Indonesia 238.2 88.2 210.09 3 Cambodia 14.7 7.0 1.03 4 Laos 6.3 0.01 0.00063 5 Malaysia 28.9 61.4 17.75 6 Singapore 5.2 16.0 0.83 7 Myanmar 54.0 15.0 8.10 8 Brunei 6.4 67.0 0.27 9 Philippine 95.7 10.0 9.57 10 Vietnam 87.9 1.0 0.88 606.8 255.47
  • 50.
    Muslim Population Country Population Percent Muslim Pop. 1 Africa 1,051.40 52.39 554.32 2 Asia 4,239.10 32.00 1,356.28 3 Europe 740.01 7.60 56.04 4 North America 346.20 2.20 7.61 5 South America 595.90 0.41 2.45 6 Oceania 37.14 1.50 0.54 Total 7009.75 1977.24
  • 51.
    อาชีพในฝันของเยาวชน ประเทศ อาชีพ ไทย แพทย์ ครู ทนายความ พ่อครัว นักธุรกิจ สัตว์แพทย์ สิงคโปร์ ครู แพทย์ นักบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ศิลปิน มาเลเซีย แพทย์ นักบิน ตารวจ ทนายความ ครู มีคนจบ ป.ตรีเพียง 23% เป้าหมาย 37% เป้าหมายผลิตปริญญา เอก 18,000 คนใน 2558 อินโดนีเชีย ระดับปริญาตรีมีเพียง 4.8 ล้านคน ไปต่อต่างประเทศ เวียตนาม(บริติช เคาน์ซิล) ตลาดการศึกษาในอาเซียนกาลังเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในเวียต นาม ลงทุนการศึกษาอย่างมาก ระดับปริญญาโทเติบโต 139% ใน 10 ปี เน้นสาขา การจัดการธุรกิจ การเงิน การท่องเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ วิศวกรรมศาสตร์เรียนมากสุด ฟิลิปปินส์ สนใจสุขภาพ (แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล การจัดการธุรกิจ การตลาด นิยมต่อ ตปท.สาขาวิศวกรรม ศิลป ศาสตร์ สถาปัตย์
  • 52.
  • 54.
    จากหนังสือ Megatrend 2000และ Megatrend Asia ของ John Nibitt • ทานายความเจริญของโลกจะไหลกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอาเซียน • ธนาคารโลกวิเคราะห์ว่าปี ๒๐๒๕ จีนจะเป็นมหาอานาจทางเศรษฐกิจอันดับ ๑ ของโลก ตามด้วยสหรัฐฯ อินเดีย และเยอรมนี • สหรัฐฯร่วมมือกับสหภาพยุโรปพยายามสกัดกั้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน • ใช้มาตรการระเบียบโลกใหม่เข้ามากดดันคือ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม และ การค้าเสรี • จีนต่อสู้ไม่ยอมอ่อนข้อ ทั้งเงินสกุลหยวนของจีนยังไม่อยู่ในระบบการเงินสากล สหรัฐฯ จึงโจมตีเครือข่ายจีนเป็นประเทศที่เวลาตรงกับจีน เช่น ไต้หวัน เกาหลี มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์และ อินโดนีเซีย
  • 55.
    แนวโน้มมหาอานาจทางเศรษฐกิจโลก • ชาติร่ารวยจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสองประเทศนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป •โกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจชื่อดังคาดการณ์ว่า ในปี ๒๐๕๐ GDP ของจีนจะขยายตัว จากมูลค่ารวม ๒ เป็น ๔๘.๖ ล้านล้านดอลลาร์ • จีพีดีของอินเดียปัจจุบันไม่ถึง ๑ ล้านล้านดอลลาร์ แต่จะขยายสูงขึ้นถึง ๒๗ ล้านล้าน ดอลลาร์ • สหรัฐฯ GDP จะเพิ่มจาก ๑๓ ล้านล้านดอลลาร์ เป็น ๓๗ ล้านล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่ง น้อยกว่าจีนถึง ๑๐ ล้านล้านดอลลาร์ • ปี 2050 เศรษฐกิจของจีนและอินเดียมีแนวโน้มจะขยายตัวถึง ๒๒ เท่า ขณะที่ชาติ G7 มี แนวโน้มขยายตัวเพียง ๒.๕ เท่าเท่านั้น • จีนและอินเดีย เข้าไปลงทุนในแอฟริกาอย่างมาก (เจมส์ วูลเฟนซอห์น อดีตประธานธนาคารโลกพูดที่มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ซิดนีย์)
  • 56.
    แหล่งอ้างอิง • ศูนย์บริการข้อมูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ www.dtn.go.th • http://www.oknation.net/blog/shukur/2009/02/06/entry-1 • ปิติ ศรีแสงนาม, เปลี่ยนมุมคิดพิชิตอาเซียน, สานักพิมพ์ บ้านพระอาทิตย์, 2555 • สุรินทร์ พิศสุวรรณ, อาเซียน รู้ไว้ ได้เปรียบแน่, สานักพิมพ์ อมรินทร์, 2555
  • 57.