รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน
1. ประเทศใดมีลักษณะการปกครองเหมือนประเทศไทย
1. ลาว
2. กัมพูชา**
3. มาเลเซีย
4. อินโดนิเชีย
2. ข้อใดคือหัวใจสําคัญของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน
1. เพื่อนร่วมกันจัดทําปฏิญญากรุงเทพ
2. เพื่อส่งเสริมการค้าและการแลกเปลี่ยน
3. เพื่อแก้ปัญหาสงครามระหว่างอาเซียน
4. เพื่อให้เกิดความมั่นคงของประเทศสมาชิกอาเซียน**
3. ข้อใดแสดงถึงการเห็นความสําคัญของสิทธิมนุษย์ชน
1. การคุ้มครองด้านสิทธิเด็ก**
2. การมีกฎหมายระหว่างประเทศ
3. การแต่งกายตามข้อบังคับของศาสนา
4. การปกครองตามระบบสังคมนิยม
4. ประเทศในกลุ่มอาเซียนประเทศใด มีหมู่เกาะใหญ่ที่สุดในโลก
1. ฟิลิปปินส์
2. มาเลเซีย
3. สิงคโปร์
4. อินโดนิเชีย**
5. ประเทศมาเลเซียเคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศใด
1. ฝรั่งเศส
2. โปรตุเกส
3. สหรัฐอเมริกา
4. สหราชอาณาจักร**
6. อธิบดีกรมอาเซียนปัจจุบันคือใคร
1.
2.
3.
4.
7. ข้อใดแสดงถึงความมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
1. การท่องเที่ยวโดยใช้เครื่องนาทาง (GPS)
2. การใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างน้อยสามภาษา
3. การใช้คอมพิวเตอร์ในการแข่งขันระดับนานาชาติ
4. การสร้างสรรค์และแลกเปลี่ยนผลงานระดับอาเซียน**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
8. การให้ความช่วยเหลือแก่ชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามาในไทย เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
1. ไม่เหมาะสม เพราะเป็นภาระการเลี้ยงดู
2. เหมาะสม เพราะเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์**
3. เหมาะสม เพราะช่วยลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน
4. ไม่เหมาะสม เพราะเป็นการสร้างความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น
9. ประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียนได้แก่ข้อใด ?
1. มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์**
2. มาเลเซีย พม่า ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์
3. มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม
4. อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ติมอร์ พม่า ไทย
10. รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในตอนลงนามปฏิญญาอาเซียนคือใคร ?
1. จอมพลถนอม กิตติขจร
2. นายปองพล อดิเรกสาร
3. พันเอก (พิเศษ)ดร.ถนัด คอมันตร์**
4. พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
11. การลงนามปฏิญญาอาเซียนลงนามเมื่อใด ?
1. เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๐**
2. เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๘
3. เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๒
4. เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๐
12. การลงนามปฏิญญาอาเซียนลงนามที่ใด ?
1. พระราชวังจันทรเกษม
2. พระบรมมหาราชวัง
3. พระราชวังสราญรมย์**
4. พระราชวังดุสิต
13. สมาชิกอีก ๕ ประเทศได้แก่ข้อใด ?
1. เวียดนาม จีน พม่า ลาว ติมอร์
2. เวียดนาม พม่า ลาว บรูไน กัมพูชา**
3. เวียดนาม พม่า ลาว อินโดนีเซีย เกาหลีใต้
4. พม่า ลาว อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไทย
14. สีบนพื้นธงอาเซียนมีกี่สี ?
1. ๓ สี
2. ๔ สี**
3. ๕ สี
4. ๖ สี
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
15. สัญลักษณ์ของอาเซียนคือข้อใด ?
1. รวงข้าว ๑๐ ต้น**
2. มัดหญ้า ๑๐ ต้น
3. ฝ้าย ๑๐ ต้น
4. มัดผักตบชวา ๑๐ ต้น
16. AFTA คืออะไร?
1. ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
2. ความร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรม
3. เขตการค้าเสรี**
4. เขตการลงทุนอาเซียน
17. AFTA ย่อมาจากอะไร?
1. ASEAN FREE TRADE AREA.
2. ASEAN FREE TRIDE AREA. **
3. ASEAN VISION ๒๐๒๐
4. ASEAN TROIKA.
18. ใครเป็นผู้เสนอให้ก่อตั้ง AFTA ?
1. ปรีดี พนมยงค์ (หลวงประดิษฐ์มนูธรรม)
2. หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
3. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
4. นายอานันท์ ปันยารชุน**
19. ข้อใดหมายถึง “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ?
1. ASEAN COMMINITY.
2. ASEAN POLITICAL SECURITY COMMINITY.
3. ASEAN ECONOMIC COMMUNITY**
4. ASEAN SOCIO-CULTURAL COMMINITY.
20. สํานักเลขาธิการอาเซียนอยู่ที่ใด ?
1. กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย**
2. บันดาร์เสรีเบกาวาน ประเทศบรูไน
3. เวียงจันทน์ ประเทศลาว
4. พนมเปญ ประเทศกัมพูชา
21. เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบันคือใคร ?
1.
2.
3.
4
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
22. การประชุมสุดยอดผู้นาอาเซียนครั้งที่ ๑๓ ประชุมที่ประเทศใด ?
1. ประเทศอินโดนีเซีย
2. ประเทศลาว
3. ประเทศกัมพูชา
4. ประเทศสิงคโปร์**
23. ชื่อย่อของ เขตการลงทุนอาเซียน คือข้อใด ?
1. AIA**
2. IAI
3. AEC
4. ARF
24. หัวข้อหลักของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ คือข้อใด ?
1. กฎบัตรอาเซียน**
2. การพยายามผลักดันให้อาเซียนเดินหน้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ๒๐๑๕
3. การพยายามให้ประชาคมอาเซียนมีบทบาทในประชาคมโลก
4. พิธีลงนามความตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้าน
มนุษยธรรม
25. การนําร่อง ๑๒ สาขาสําคัญ ประเทศพม่ามีทักษะอะไร?
1. การท่องเที่ยว การบิน
2. เกษตร ประมง**
3. ไม้ ยาง
4. สาขาสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ
26. การนําร่อง ๑๒ สาขาสําคัญ ประเทศไทยมีทักษะอะไร?
1. การท่องเที่ยว การบิน**
2. อิเล็กทรอนิกส์ ประมง
3. เกษตร ประมง
4. ไม้ ยาง
27. การนําร่อง ๑๒ สาขาสําคัญ ประเทศฟิลิปปินส์มีทักษะอะไร?
1. อิเล็คทรอนิคส์**
2. ยานยนต์
3. สิ่งทอ
4. สาขาสุขภาพ
28. ข้อใดมิใช่ ประเทศคู่เจรจาของอาเซียน?
1. อินเดีย จีน
2. เเคนาดา สหภาพยุโรป
3. ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
4. ศรีลังกา ไอซ์เเลนด์**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
29. คําว่า“ASEAN” เป็นคาย่อมาจาก
1. “Association of Southeast Asian ”
2. “Association of Southeast Asiannations”
3. “Association of Southeast Asian Nations”**
4. “Association of Southeast Asian Nations”
30. คําว่า“ASEAN”แปลเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงการต่างประเทศของไทยว่า
1. “ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
2. “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”**
3. “ประชาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
4. “ประชาคมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
31. ประเทศใดเข้าเป็นสมาชิก อาเซียน (ASEAN) ก่อนประเทศอื่น
1. ลาว
2. พม่า
3. บรูไน**
4. เวียดนาม
32. ประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกหลังสุดคือข้อใด
1. ลาว
2. พม่า**
3. บรูไน
4. เวียดนาม
33. เรียล เป็นสกุลเงินของประเทศใด
1. ลาว
2. พม่า
3. กัมพูชา**
4. เวียดนาม
34. ประเทศบรูไน มีชื่อเป็นทางการว่าอย่างไร
1. บรูไนไดรุสซาลาม
2. บรูไนดารุสซาลาม**
3. บรูไนเดรุสโซลาม
4. บรูไนดารุสโซลาม
35. ประเทศที่ถูกจับตามองว่าจะเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่สําคัญของไทย คือประเทศใด
1. บรูไน
2. สิงคโปร์
3. เวียตนาม**
4. พม่า
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
36. กลุ่มประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดคือข้อใด
1. NAM**
2. OIC
3. AIC
4. NIC
37. เมืองหลวงประเทศพม่าคือข้อใด
1. ร่างกุ้ง
2. ย่างกุ้ง
3. เนปิดอว์**
4. หงสาวดี
38. วัตถุประสง๕หลักของกฎบัตรอาเซียนคือข้อใด
1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียนในการดําเนินการตามเป้าหมายต่างๆโดยเฉพาะความพยายามที่จะรวมตัว
กันเป็น“ประชาคม” ภายใน พ.ศ. ๒๕๕๘
2. เพื่อสร้างกลไกส่งเสริมให้รัฐสมาชิกปฏิบัติตามความตกลงต่างๆ ของอาเซียน
3. เพื่อทาให้อาเซียน เป็นองค์กรที่ใกล้ชิดและสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงมากขึ้น โดยการบังคับ
ใช้กฎบัตรดังกล่าวจะทําให้อาเซียนเป็นองค์กรที่มีกติกาการดําเนินงานอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
4. ถูกทุกข้อ**
39. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
1. ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๓เมื่อปี ๒๕๕๐ที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้นาอาเซียนได้ลงนามในกฎบัตร
อาเซียน
2. กฎบัตรอาเซียน จะให้สถานะนิติบุคคลแก่อาเซียนเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล (Intergovernmental
Organization)
3. กฎบัตรอาเซียน ประกอบด้วยข้อบทต่างๆ ๑๓บท ๕๕ข้อ มีประเด็นใหม่ที่แสดงความก้าวหน้าของอาเซียน
4. ถูกทุกข้อ**
40. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดในการกําหนดนโยบาย จัดการประชุม ปีละ ๑ ครั้ง**
2. คณะมนตรีประสานงานอาเซียน ซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศของแต่ละประเทศเป็นสมาชิกมีหน้าที่ประสาน
งานระหว่างเสาหลักทั้ง ๓ของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน
3. คณะมนตรีประชาคมอาเซียนมีหน้าที่ประสานงานและติดตามการดําเนินงาน เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียน
ในแต่ละเสาหลัก
4. คณะผู้แทนถาวรประจาอาเซียน ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนการทางานของคณะมนตรีประชาคมอาเซียน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
41. กระบวนการตัดสินใจ หลักทั่วไป คือข้อใด
1. ฉันทามติ **
2. มติเอกฉันท์
3. มติเกินกึ่งหนึ่ง
4. มติสองในสาม
42. ในการระงับข้อพิพาท ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1. การปรึกษาหารือและเจรจาระหว่างคู่พิพาทเป็นอันดับแรก
2. การให้ประธานอาเซียนหรือเลขาธิการอาเซียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ย หากคู่พิพาทร้องขอ
3. การให้ที่ประชุมสุดยอดเป็นผู้หาข้อยุติกรณีพิพาท
4. ถูกทุกข้อ**
43. กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เกี่ยวกับเรื่องบุคคลที่ถูกจับกุมหรือ
ควบคุมตัว พึงได้รับการปฏิบัติอย่างไร
1. บุคคลผู้ถูกจับกุมย่อมได้รับการแจ้งถึงเหตุผลในการจับกุมในขณะที่ถูกจับกุม
2. บุคคลที่ถูกจับกุมหรือควบคุมตัวในข้อหาทางอาญา ย่อมต้องถูกนําตัวไปศาลโดยพลันเพื่อที่จะมีการใช้
อํานาจทางตุลาการ และได้รับการพิจารณาคดีในเวลาอันสมควร
3. บุคคลที่ถูกจับกุมหรือควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ชดเชยค่าสินไหมทด แทน
4. ถูกทุกข้อ**
44. ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย ๓ เสาหลัก (Pillar) ข้อใดไม่ใช่
1. ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน
2. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
3. ประชาคมการค้าอาเซียน**
4. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
45. ASEAN Political-Security Communityหมายถึงข้อใด
1. ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน**
2. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
3. ประชาคมการค้าอาเซียน
4. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
46. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเขตการค้าเสรี
1. ประเทศสมาชิกอาเซียนได้จัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area : AFTA) ใน พ.ศ.
๒๕๓๕
2. พ.ศ. ๒๕๕๑ประเทศสมาชิกอาเซียน ๖ประเทศที่เข้าเป็นสมาชิกก่อน ได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซีย
อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไนดารุสซาลาม ได้ลดภาษีสินค้าในกรอบ AFTA ทุกรายการลงเหลือ
ร้อยละ ๐-๕
3. ประเทศที่เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนทีหลัง ได้แก่ เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา มีกําหนดต้องลดภาษีสินค้า
ลงเหลือร้อยละ ๐-๕ใน พ.ศ. ๒๕๕๘
4. ทุกข้อกล่าวถูกต้องหมด**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
47. ในการดําเนินการของเขตการค้าเสรีอาเซียนนําไปสู่การอํานวยความสะดวกต่อการค้าภายในภูมิภาค
อาเซียน โดยการปรับกระบวนการด้านตรวจคนเข้าเมือง ภาษี และลดอุปสรรคอันเกิดจากมาตรการกีดกันทาง
การค้า ในข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. ปรับ Tariff Nomenclature ให้สอดคล้องกัน
2. ให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตาม GATT Valuation Agreement
3. อํานวยความสะดวกพิธีการตรวจคนเข้าเมืองด้วย Green Lane
4. ปรับค่าธรรมเนียมการตรวจคนเข้าเมืองให้เท่ากัน**
48. เพื่อรองรับการเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน อาเซียได้จัดทําแผ่นงาน การจัดตั้งประชาคม
สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community Blueprint) ซึ่งประกอบด้วยความ
ร่วมมือใน ๕ ด้าน ข้อใดไม่ถูกต้อ
1. การคุ้มครองและสวัสดิการสังคมทรัพยากรมนุษย์ (Human Social Welfare and Protection)**
2. สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice and Rights)
3. ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability)
4. การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน (Narrowing the Development Gap)
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบวัฒนธรรมและประเพณี
1. สิ่งที่เป็นเครื่องมือในการควบคุมพฤติกรรมของกลุ่มคนนี้เราเรียกว่า
ก. วัฒนธรรม
ข. ประเพณี
ค. ศีล**
ง. ธรรม
2. พระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติพุทธศักราช ๒๔๘๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖ ได้ให้
ความหมายของวัฒนธรรมไว้ในข้อใด
1. "วัฒนธรรมมีความหมายครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
หรือสังคมใดสังคมหนึ่ง มนุษย์ได้คิดสร้างระเบียบกฎเกณฑ์ใช้ในการปฏิบัติ การจัดระเบียบตลอดจนระบบ
ความเชื่อ ค่านิยม ความรู้ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการควบคุมและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ"
2. "วัฒนธรรมคือความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ หรือลักษณะประจําชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในสังคม ซึ่งไม่
เพียงแต่จะหมายถึงความสําเร็จในด้านศิลปกรรมหรือมารยาททางสังคมเท่านั้น กล่าวคือ ชนทุกกลุ่มต้องมี
วัฒนธรรม ดังนั้น เมื่อมีความแตกต่างระหว่างชนแต่ละกลุ่ม ก็ย่อมมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมนั่นเอง เช่น
ชาวนาจีน กับชาวนาในสหรัฐอเมริกา ย่อมมีความแตกต่างกัน
3. "วัฒนธรรมคือสิ่งที่มนุษย์เปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงหรือผลิตสร้างขึ้น เพื่อความเจริญงอกงามในวิถีชีวิตและ
ส่วนรวม วัฒนธรรมคือวิถีแห่งชีวิตของมนุษย์ในส่วนร่วมที่ถ่ายทอดกันได้ เรียนกันได้ เอาอย่างกันได้
วัฒนธรรมจึงเป็นผลผลิตของส่วนร่วมที่มนุษย์ได้เรียนรู้มาจากคนสมัยก่อน สืบต่อกันมาเป็นประเพณี
วัฒนธรรมจึงเป็นทั้งความคิดเห็นหรือการกระทําของมนุษย์ในส่วนร่วมที่เป็นลักษณะเดียวกัน และสําแดงให้
ปรากฏเป็นภาษา ความเชื่อ ระเบียบประเพณี
4. วัฒนธรรม คือ ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้า
ของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน**
3. วัฒนธรรมมีความสําคัญอย่างไร
1. วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ชี้แสดงให้เห็นความแตกต่างของบุคคล กลุ่มคน หรือชุมชน
2. เป็นสิ่งที่ทําให้เห็นว่าตนมีความแตกต่างจากสัตว์
3. ช่วยให้เราเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่เรามองเห็น การแปลความหมายของสิ่งที่เรามองเห็นนั้นขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม
ของกลุ่มชน ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้และถ่ายทอดวัฒนธรรม เช่น ชาวเกาะซามัวมองเห็นดวงจันทร์ว่ามีหญิง
กําลังทอผ้า ชาวออสเตรเลียเห็นเป็นตาแมวใหญ่กําลังมองหาเหยื่อ ชาวไทยมองเห็นเหมือนรูปกระต่าย
4. ถูกทุกข้อ**
4. ข้อใดได้อธิบายถึงลักษณะของวัฒนธรรม ได้ถูกต้อง
1. วัฒนธรรมเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ ตรงที่มีการรู้จักคิด มีการเรียนรู้ จัด
ระเบียบชีวิตให้เจริญ อยู่ดีกินดี มีความสุขสะดวกสบาย รู้จักแก้ไขปัญหา ซึ่งแตกต่างไปจากสัตว์ที่เกิดการ
เรียนรู้โดยอาศัยความจําเท่านั้น
2. วัฒนธรรมเป็นมรดกของสังคม เนื่องจากมีการถ่ายทอดการเรียนรู้ จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นหนึ่ง ทั้งโดย
ทางตรงและโดยทางอ้อม โดยไม่ขาดช่วงระยะเวลา และ มนุษย์ใช้ภาษาในการถ่ายทอดวัฒนธรรม ภาษาจึง
เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ถ่ายทอดวัฒนธรรมนั่นเอง
3. วัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิต หรือเป็นแบแผนของการดําเนินชีวิตของ มนุษย์ มนุษย์เกิดในสังคมใดก็จะเรียนรู้และ
ซึมซับในวัฒนธรรมของสังคมที่ตนเองอาศัยอยู่ ดังนั้น วัฒนธรรมในแต่ละสังคมจึงแตกต่างกัน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
4. ถูกทุกข้อ**
5. วัฒนธรรมเป็นตัวกําหนดรูปแบบของสถาบัน หมายถึงข้อใด
1. วัฒนธรรมอิสลามอนุญาตให้ชาย (ที่มีความสามารถเลี้ยงดูและ ให้ความ ยุติธรรมแก่ภรรยา) มีภรรยาได้
มากกว่า ๑ คน **
2. วัฒนธรรมในการพบปะทักทายของ ไทย ใช้ในการสวัสดีของชาวตะวันตกทั่วไปใช้ในการสัมผัสมือ ของชาว
ทิเบตใช้การแลบลิ้น ของชาว มุสลิมใช้การกล่าวสลาม
3. ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ให้แก่สังคม เพราะในวัฒนธรรมจะมีทั้งความศรัทธา ความเชื่อ ค่านิยม
บรรทัดฐาน เป็นต้น ตลอดจน ผลตอบแทนในการปฏิบัติและบทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน
4. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
6. วัฒนธรรมไทยมีที่มาจากปัจจัยต่าง ๆ ในข้อใด
1. สิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์
2. ระบบการเกษตรกรรม
3. ค่านิยม (Values)
4. ถูกทุกข้อ**
7. ศาสนาพราหมณ์ ได้เผยแพร่เข้ามาในสังคมไทย โดยผ่านประเทศใด
1. ทางเขมร
2. อินโดนีเซีย
3. มลายู
4. ถูกทุกข้อ**
8. ประเพณีสงกรานต์ เกี่ยวข้องกับข้อใด
1. พุทธศาสนา
2. ศาสนาพราหมณ์**
3. ขอม
4. ไม่มีข้อถูก
9. ข้อใดไม่ใช่เส้นทางการเผยแพร่เของศาสนาพุธเข้ามาในสังคมไทย
1. จีน
2. พม่า
3. ขอม**
4. ลังกา
10. ข้อใดคือวัฒนธรรมตะวันตก
1. การสัมผัสมือ (shake hand)
2. ฟุตบอล
3. ผูกเน็คไท
4. ถูกทุกข้อ**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
11. โลกุตรธรรมเป็นธรรมชั้นสูงที่พระพุทธเจ้า ทรงสอนปัญจวัคคีย์เป็นครั้งแรก คือ "อริยสัจสี่" หรือความจริง
อันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค
1. โลกุตรธรรม**
2. อริยธรรม
3. โลกธรรม
4. ธรรมโลก
12. ความดับทุกข์หรือการดับตัณหาและ ความ ทะเยอทะยานต่าง ๆ ให้หมดสิ้นไป หมายถึงข้อใด
1. ทุกข์
2. สมุทัย
3. นิโรธ **
4. มรรค
13. กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา หมายถึงข้อใด
1. ทุกข์
2. สมุทัย**
3. นิโรธ
4. มรรค
14. ข้อใดคือธรรมข้อที่สาม
1. เลี้ยงชีพชอบในทางที่ถูกต้อง
2. มีความสํารวมระวังในกาม**
3. พูดแต่คําสัตย์จริง
4. มีสติระวังรักษาตนไว้เสมอ
15. ธรรมประจําใจของผู้ประเสริฐ หรือ ผู้มีจิตใจในอันดีงามประดุจดังพระพรหม หมายถึงข้อใด
1. เบญจธรรม
2. ฆราวาสธรรม
3. พรหมวิหาร**
4. สังคหวัตถุ
16. พลอยชื่นชมยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุขหมายถึงข้อใด
1. เมตตา
2. กรุณา
3. มุทิตา **
4. อุเบกขา
17. การสงเคราะห์หรือ ธรรมแห่งการ ยึด เหนี่ยวบุคคลให้เกิดความสามัคคีมี ๔ ประการ คือ
1. เบญจธรรม
2. ฆราวาสธรรม
3. พรหมวิหาร
4. สังคหวัตถุ**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
18. การบําเพ็ญประโยชน์ ได้แก่ การ ช่วยเหลือด้วยแรงกาย บําเพ็ญประโยชน์ รวมทั้งช่วยแก้ไขปรับปรุงด้าน
จริยธรรม คือ
1. ทาน
2. ปิยวาจา
3. อัตถจริยา**
4. สมานัตตตา
19. การวางตน เสมอต้นเสมอปลาย ให้ความเสมอภาค ร่วมแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ส่วนรวม
ก. ทาน
ข. ปิยวาจา
ค. อัตถจริยา
ง. สมานัตตตา**
20. หลักธรรมที่ใช้ปฏิบัติสําหรับ ผู้ครองเรือน หมายถึงข้อใด
ก. เบญจธรรม
ข. ฆราวาสธรรม**
ค. พรหมวิหาร
ง. สังคหวัตถุ
21. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ทมะ คือ การรู้จักควบคุมจิตใจ ฝึกหัดดัดนิสัย แก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ปรับตัวปรับใจเข้าหากัน
2. ขันติ ความอดทน ได้แก่ การมีจิตใจเข้มแข็ง หนักแน่น ไม่วู่วาม อดทนต่อความล่วงล้ําก้ําเกินกัน ลําบาก
ตรากตรํา ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปด้วยกัน
3. จาคะ คือ การเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วย เหลือ ซึ่งกันและกัน สามารถสละความสุขส่วนตัวเพื่อคู่ครองได้
4. ถูกทุกข้อ**
22. ในสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านต่าง มี วัดประจําหมู่บ้านของตนเป็น
ศูนย์กลาง ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติรวมของคนทั้งหมู่บ้าน วัดจึงเป็นศูนย์รวมประชาชนและมีบทบาทสําคัญๆต่อ
สังคมมากมาย ในข้อใดไม่ถูกต้อง
1. เป็นสถานพยาบาล
2. เป็นที่พักคนเดินทาง
3. เป็นสถานที่บันเทิง
4. ถูกทุกข้อ**
23. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่เชิดชูฐานะ ของ พระสงฆ์ ใน สังคมคือ
1. ความบริสุทธิ์
2. ความเสียสละบําเพ็ญประโยชน์
3. ความเป็นผู้นําทางสติปัญญา
4. ผู้นําทางสังคม**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
24. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการที่คนเราสนใจไสยศาสตร์
1. ความกล้า**
2. ความกลัว
3. ความต้องการ
4. ถูกทุกข้อ
25. ผีที่คนไทยเชื่อว่าคุ้มครองการทําไร่นาให้ได้ผลดี คือข้อใด
1. แม่โพสพ **
2. นางกวัก
3. แม่ย่านาง
26. การทํานายฝัน เกี่ยวข้องกับข้อใด
1. โชคลาง
2. โหราศาสตร์**
3. ไสยศาสตร์
4. ถูกทุกข้อ
27. การปลูกต้นไม้ไว้ในบ้าน คนไทยส่วนใหญ่ควรปลูกต้อนไม้ใด
1. ต้นโศก
2. ระกํา
3. ลั่นทม
4. มะยม**
28. ใดบ่งบอกถึงความร่มเย็นและประสบความสําเร็จในชีวิต
1. เหลือง
2. ม่วง
3. เขียว**
4. ขาว
29. บ้านที่ลักษณะส่วนบนหัวจั่วลักษณะกาแล หมายถึงบ้านของภูมิภาคใด
1. ภาคเหนือ **
2. ภาคกลาง
3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
4. ภาคใต้
30. บ้านที่ลักษณะหลังคาทรงปั้นหยาหมายถึงบ้านของภูมิภาคใด
ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ง. ภาคใต้**
31. รูปภาพปั้นปูนเรื่องเรื่องทศชาติชาดกที่วัดไล อําเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เป็นงานประติมากรรมไทย ใด
1. งานประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นรูปทรงลอยตัว
2. งานประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นรูปทรงแบบราบมีพื้นรองรับ**
3. งานประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นรูปทรงจมอยู่ในพื้น
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
4. ไม่มีข้อถูก
32. งานช่างประดับมุก หมายถึงข้อใด
1. ประติมากรรม
2. จิตรกรรม
3. ประณีตศิลป์**
4. ไม่มีข้อถูก
33. วรรณคดีนิทานที่มีเค้าเรื่องจริง ซึ่งมักเป็นเรื่องราวของบุคคล ที่เชื่อว่ามีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ คือข้อ
ใด
1. ลิลิตพระลอ
2. ขุนช้างขุนแผน
3. ผาแดงนางไอ่
4. ถูกทุกข้อ**
34. คีตะ หมายถึงข้อใด
1. การร้องเป็นการร้องอย่างมีศิลป์**
2. เครื่องทํานองเพลง
3. การแสดงออกซึ่งมีลีลาท่ารําต่าง ๆ
4. ถูกทุกข้อ
35. ข้อใดไม่ใช่เครื่องดีด
1. เพ้ย
2. กระจับปี่
3. ซึง จะเข้
4. ซอล้อ**
36. ระบํา หมายถึงข้อใด
1. การแสดงนาฏศิลป์ไทยที่ไม่เป็นเรื่อง**
2. การแสดงเป็นเรื่อง
3. การเล่นโขนจัดเป็นนาฏกรรมประเภทมหรสพ
4. ถูกทุกข้อ
37. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. ประเพณี คือ ระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติที่เห็นว่าดีกว่า ถูกต้องกว่า หรือเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่
ใน สังคมและมีการปฏิบัติสืบต่อกันมา
2. ประเพณี คือ ความประพฤติที่สืบต่อกันมาจนเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ในหมู่คณะ เป็นนิสัยสังคม ซึ่ง
เกิดขึ้นจากการที่ต้องเอาอย่างบุคคลอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตน หากจะกล่าวถึงประเพณีไทยก็หมายถึง นิสัยสังคม
ของคนไทยซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาแต่ดั้งเดิมและมองเห็นได้ในทุกภาคของไทย
3. ธรรมเนียมประเพณี (Convention) หมายถึง ประเพณีที่ปฏิบัติกันอยู่ในชีวิตประจําวัน หากมี การฝ่าฝืนก็
ไม่ถือเป็นเรื่องผิด นอกจากจะเห็นว่าเป็นผู้เสียมารยาทเท่านั้น ไม่มีระเบียบแบบแผนเหมือนขนบประเพณี
4. ถูกทุกข้อ**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
38. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. จารีตประเพณี หรือ กฎศีลธรรม (Mores) คือ ประเพณีที่สังคมถือว่าถ้าใครฝ่าฝืนงดเว้นไม่ กระทําตามถือ
ว่าเป็นความผิด จารีตประเพณีเกี่ยวข้องกับศีลธรรมของคนส่วนรวมในสังคมไทย เช่น การแสดงความ กตัญญู
ต่อผู้มีพระคุณ เป็นต้น
2. จารีตประเพณี หรือกฎศีลธรรมของแต่ละแห่งย่อมไม่เหมือนกัน เพราะมีค่านิยม (Value) ที่ยึดถือต่าง กัน
ดังนั้น ถ้าบุคคลใดนําจารีตประเพณีของตนไปเปรียบเทียบกับของคนอื่นว่าดีหรือเลวกว่าตนก็เป็นการ
เปรียบเทียบที่ไม่ถูกต้อง เพราะสภาพหรือสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเชื่อต่าง ๆ ย่อมต่างกันไป เช่น เรา
เคารพผู้ที่อาวุโสกว่า แต่ชาวอเมริกันรักความเท่าเทียมกัน
3. ขนบประเพณี (Institution) บางครั้งเรียกว่าระเบียบประเพณี หมายถึงประเพณีที่สังคมกําหนด ระเบียบ
แบบแผนไว้อย่างชัดว่า ควรจะประพฤติปฏิบัติเป็นขั้นตอนอย่างไร เช่น ประเพณีแต่งงานต้องเริ่มตั้งแต่การ
หมั้น การแต่ง ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะมีพิธีมากมายสําหรับคู่บ่าวสาวต้องปฏิบัติตาม หรือพิธีศพ ซึ่งจะต้องเริ่ม
ตั้งแต่มีการรดน้ําศพ แต่งตัวศพ สวดศพ เผาศพ เป็นลําดับ
4. ถูกทุกข้อ**
39. เด็กชายที่จะบวชเป็นสามเณรได้ จะต้องมีอายุตั้งแต่กี่ปีขึ้นไป
1. ๕ ปี
2. ๗ ปี**
3. ๙ ปี
4. ๑๑ ปี
40. ชายที่จะบวชพระได้ต้องมีอายุครบกี่ปีบริบูรณ์
1. ๑๕ ปี
2. ๑๗ ปี
3. ๒๐ ปี**
4. ๒๑ ปี
41. การทําบุญบ้านหรือสถานที่ทํางาน นิยมนิมนต์พระกี่องค์
1. ๕
2. ๙
3. ๑๑
4. ถูกทั้งข้อ ๕ และข้อ ๙**
42. วันสงกรานต์ คือวันขึ้นปีใหม่ตามทางสุริยคติ หมายความว่า นับตามทางพระอาทิตย์ กล่าวคือโลกที่เราอยู่
หมุนไป ๑ รอบดวงอาทิตย์ก็เป็น ๑ ปี ซึ่งตรงกับวันที่ใด
1. ๑๑ เมษายน
2. ๑๒ เมษายน **
3. ๑๓ เมษายน
4. ๑๕ เมษายน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
43. ไทยเราได้ประเพณีวันสงกรานต์มาจากชนชาติใด
1. มอญ**
2. พม่า
3. เขมร
4. ลาว
44. วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่สมัยใด
1. ก่อนสุโขทัย
2. สุโขทัย**
3. กรุงศรีอยุธยา
4. กรุงรัตนโกสินธร์
45. ประเทศไทยได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันสงกรานต์มาเป็นวันที่ ๑ มกราคมตั้งแต่เมื่อใด
1. พ.ศ. ๒๔๗๕
2. พ.ศ. ๒๔๘๓**
3. พ.ศ.๒๕๐๐
4. พ.ศ.๒๕๐๑
46. "ทําบุญวันสารท" ตรงกับวันใด
1. วันขึ้นสิบห้าค่ําเดือนสิบ**
2. วันขึ้นสิบห้าค่ําเดือนสิบเอ็ด
3. วันขึ้นสิบห้าค่ําเดือนสิบสอง
4. วันขึ้นสิบห้าค่ําเดือนเก้า
47. "สารท" เป็นคํามาจากภาษาใด
1. ลังกา
2. อินเดีย**
3. มอญ
4. ขอม
48. ประเพณีลอยกระทง มีมาตั้งแต่สมัยใด
ก. ก่อนสุโขทัย
ข. สุโขทัย**
ค. กรุงศรีอยุธยา
ง. กรุงรัตนโกสินธร์
49. ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับวันมาฆบูชา ไม่ถูกต้อง
1. พระภิกษุจํานวน ๑,๕๒๐ รูป มาประชุมกันเข้าเฝ้าพระ พุทธเจ้าที่เวฬุวัน กรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย**
2. พระภิกษุเหล่านี้ล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
3. พระภิกษุเหล่านี้เป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ทั้งสิ้น
4. ในวันนั้น เป็นวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง หรือเสวยมาฆะฤกษ์ ในวันนี้พุทธศาสนิกชนจะทําบุญตักบาตร ไป
วัด ฟังเทศน์ สวด มนต์ และเลี้ยงพระกลางคืนมีการเวียนเทียน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
50. วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๘ วันนี้มี ปรากฏการณ์ที่สําคัญ คือ ข้อใด
1. เป็นวันที่พระพุทธศาสนาได้อุบัติขึ้นในโลก
2. เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา "ธรรม จักรกัปปวัฒนสูตร" แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕
3. เป็นวันแรกที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรก บังเกิดขึ้นในโลก พระอัญญาโกณทัญญะ ได้รับเป็น
เอหิภิกขุอุปสัมปทา
4. ถูกทุกข้อ**
51. วันธรรมจักร หมายถึงข้อใด
1. วันอาสาฬหบูชา**
2. วันวิสาขบูชา
3. วันอาฬสาหบูชา
4. วันเข้าพรรษา
52. วันเข้าพรรษา ตรงกันวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๘ ซึ่งพระสงฆ์จะต้อง อยู่ประจํา ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน
กําหนดตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๘ จนถึงเมื่อใด
1. วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒
2. วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ **
3. วันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑
4. วันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒
53. "วันปวารณา" หมายถึงวันใด
1. วันเข้าพรรษา
2. วันออกพรรษา**
3. วันอุปสมบท
4. วันลาอุปสมบท
54. ประเพณีทอดกฐิน กําหนดต้องทําในระยะเวลาใด
1. ระหว่างวันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒
2. ระหว่างวันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒
3. ระหว่างวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ **
4. ระหว่างวันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒
55. ประเพณีทอดผ้าป่า กําหนดต้องทําในระยะเวลาใด
ก. ระหว่างวันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒
ข. ระหว่างวันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒
ค. ระหว่างวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒
ง. เวลาใดก็ได้**
56. ประชาชนตามข้อใดที่จะจัดตั้งศาลเพียงตาขึ้นทุกบ้าน
1. ไทยรามัญในจังหวัดปทุมธานี**
2. ไทยพวนในจังหวัดทุกจังหวัด
3. ชาวพม่าอพยพ
4. ทุกข้อที่กล่าวมา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
57. "ฮีตสิบสองคองสิบสี่" เป็นประเพณีของภาคใด
1. เหนือ
2. กลาง
3. ใต้
4. ตะวันออกเฉียงเหนือ
58. งานบุญพระเวส จะทําในเดือนใด
1. เดือนสาม
2. เดือนสี่
3. เดือนห้า**
4. เดือนหก
59. ห้ามเดินเหยียบเงาพระสงฆ์ เกี่ยวเนื่องกับข้อใด
1. คองสิบสี่"
2. "ฮีตบ้านคองเมือง
3. ครรลองคลองธรรม
4. ถูกทุกข้อ**
60. งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว มีในจังหวัดใด
1. นครศรีธรรมราช
2. ภูเก็ต
3. ปัตตานี**
4. ตรัง
61. สิ่งที่ดีงามที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา เรียกว่า
1. คุณธรรม
2. จริยธรรม
3. วัฒนธรรม**
4. ค่านิยม
62. ข้อใดคือวัฒนธรรมไทย
1. การเคารพพระสงฆ์**
2. สงกรานต์
3. ฮีตสิบสอง
4. การไหลเรื่อไฟ
63. การกราบครั้งที่สองของการกราบแบบเบญจางค์ประดิษฐ์ หมายถึงกราบใคร
1. กราบเพื่อระลึกถึงองค์พระพุทธเจ้า
2. กราบพระธรรมคําสั่งสอนพระพุทธเจ้า**
3. กราบพระสงฆ์ตัวแทนพระพุทธเจ้า
4. กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
64. ข้อใดเป็นการกระทําที่ไม่ถูกต้อง
1. เมื่อพระสงฆ์เดินผ่านให้ไหว้โดยให้ปลายนิ้วมือจรดตีนผม
2. ผู้ชายให้ถวายของให้พระต่อมือพระสงฆ์โดยตรงและคุกเข่ากราบไม่แบมือครั้งเดียว**
3. การตักบาตรควรถอดรองเท้าก่อน
4. ผู้หญิงไปหาพระต้องนั่งพับเพียบให้เรียบร้อย ไม่ควรอยู่ตามลําพังกับพระสงฆ์
65. เป็นครูควรมีมารยาททางใจ โดยนําหลักธรรมพรหมวิหาร ๔ มายึดและปฏิบัติ
1. เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา**
2. ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
3. ทุกข์ สมุทัย นิโรจ มรรค
4. สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ
66. ข้อใดคือมารยาททางใจที่ถูกต้อง
1. ในงานมงคลควรแสดงสีหน้าเบิกบานสดชื่นอยู่เสมอ
2. การไปเยี่ยมคนป่วยควรใช้คําพูดที่อ่อนโยนปลอบใจผู้ป่วย
3. ในงานเผาศพควรแสดงกริยาสงบสงวนความรื่นเริงเอาไว้
4. ถูกทุกข้อ**
67. ข้อใดเป็นมารยาททางกายที่ไม่เหมาะสม
1. ถ้านั่งต่อหน้าผู้ใหญ่กับพื้นให้นั่งพับเพียบ หันหนําไปหาผู้ใหญ่ในลักษณะเงยหน้า
2. ไม่ถือวิสาสะใช้หรือรับประทานของที่เขาจัดไว้สําหรับผู้อื่นโดยเฉพาะ
3. ล้วง แคะ แกะเกา หาว เรอหากจําเป็น**
4. เห็นของผู้ใหญ่ตก หรืออาจจะเสียหายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ควรจะบอก
68. การับไหวในขณะที่ยืนและเราอยู่ในฐานะที่อาวุโสกว่า
1. พนมมือระดับอก**
2. พนมมือเหนือระดับอก นิ้วจรดคาง
3. พนมมือระดับอก ก้มศีรษะเล็กน้อย
4. พนมมือระดับอกและพยักหน้าเล็กน้อย
69. หากเราจะผ่านผู้คนมากๆและมีผู้ที่อาวุโสนั่งอยู่กับพื้นควรใช้วิธีการใด
1. เดินก้มหน้า
2. เดินย่อตัว**
3. หมอบ
4. คลาน
70. เมื่อใดควรยืนตรง
1. เมื่อเห็นคนเชิญธงชาติผ่านหน้า
2. เมื่อเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาถึงบริเวณพิธี
3. เมื่อได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี
4. ถูกทุกข้อ**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
71. ข้อใดคือมารยาทแบบสากลทางกายแสดงการทักทาย
1. การยิ้ม
2. การไหว้
3. การคํานับ
4. การจับมือ**
72. ข้อใดคือมารยาทในการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง
1. ให้ผู้อาวุโสรับประทานก่อนเราจึงรับประทาน
2. ไม่ท้าวศอกบนโต๊ะอาหาร และนั่งตัวตรง
3. แตะต้องหรือหยิบอาหารให้ผู้อาวุโสกว่าตามสมควร**
4. ควรถือช้อนด้วยมือขวาและส้อมด้วยมือซ้าย
73. มารยาทในการใช้วาจาที่ถูกต้องได้แก่ข้อใด
1. ต้องระวังมิใช้วาจาเท็จ ยุยงส่อเสียดให้ผู้อื่นแตกร้าว
2. ไม่พูดเสียงดังเกินไปหรือพูดพลางหัวเราะพลาง
3. รู้จักพูดให้ผู้ฟังพอใจและเป็นนักฟังที่สนใจ
4. ถูกทุกข้อ**
74. “ฮีตสิบสอง” จัดไว้ในข้อใด
1. วัฒนธรรมไทย
2. ประเพณี**
3. ความเชื่อ
4. ค่านิยม
75. เทศกาลไหมและประเพณีผูกเสี่ยวเป็นประเพณีท้องถิ่นของจังหวัดใด
1. กาฬสินธุ์
2. มหาสารคาม
3. ขอนแก่น**
4. อุดรธานี
76. ประเพณีไหลเรื่อไฟของจังหวัดนครพนม เป็นประเพณีที่เกิดจากความเชื่อของประเทศใด
1. จีน
2. อินเดีย**
3. เนปาล
4. อียีป
77. ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งของจังหวัดบุรีรัมย์จัดในเดือนใด
1. ธันวาคม
2. มกราคม
3. เมษายน**
4. กรกฎาคม
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
78. ประเพณีบวชลูกแก้วนิยมจัดในภาคใด
1. ภาคเหนือ**
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3. ภาคกลาง
4. ภาคใต้
79. ประเพณีท้องถิ่นที่นิยมจัดทุกภาคของไทย
1. บวชนาค
2. สงกรานต์
3. ลอยกระทง**
4. ถูกทุกข้อ
80. หากจะรักษาประเพณีไทยโดยการทําบุญ ควรปฏิบัติตามข้อใด
1. การให้ทาน
2. การรักษาศีล
3. ภาวนา
4. ถูกทุกข้อ**
81. ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเพณีแต่งงาน
1. ขึ้นหอ**
2. สู่ขวัญ
3. ขันหมาก
4. หมั้น
82. ” ไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร” สัมพันธ์กับประเพณีใด
1. แต่งงาน**
2. บวช
3. ลอยกระทง
4. สงกรานต์
83. ประเพณีบายศรีสู่ขวัญมักพบอยู่ทุกจังหวัดทั้งภาคเหนือและอีสาน คําว่า “บายศรี”หมายถึงสิ่งใด
1. ดอกไม้
2. พาน
3. ข้าว**
4. ด้ายขาว
84. ความเชื่อตามประเพณีบุญป้องไฟสัมพันธ์กับอาชีพใด
1. ค้าขาย
2. ทํานา**
3. อุตสาหกรรม
4. ทุกอาชีพที่กล่าว
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
85. ประเพณีผีตาโขนเป็นของจังหวัดใด
1. ลําปาง
2. พะเยา
3. อุบลราชธานี
4. เลย**
86. “วันเนา” ของประเพณีสงกรานต์ตรงกับวันใด
1. ๑๒ เมษายน
2. ๑๓ เมษายน
3. ๑๔ เมษายน**
4. ๑๕ เมษายน
87. เหล้า ต้นกล้วย ต้นอ้อย จัดอยู่ในส่วนใดของประเพณีแต่งงาน
1. ค่าดอง
2. สู่ขวัญ
3. ขันหมากเอก
4. ขันหมากโท**
88. ประเพณีชักพระหรือลากพระมักนิยมจัดในภูมิภาคใด
1. ภาคเหนือ
2. ตะวันออกเฉียงเหนือ
3. ภาคกลาง
4. ภาคใต้**
89. ประเพณีอุ้มน้ําดําพระเป็นของจังหวัดใด
1. ตาก
2. เพชรบูรณ์**
3. ปัตตานี
4. นครศรีธรรมราช
90. ประเพณีท้องถิ่นต่อไปนี้ข้อใดต่างจากกลุ่ม
1. สู่ข้าวขวัญ
2. ก่อพระเจดีย์ทราย
3. ทอดกฐิน
4. บุญเบิกฟ้า**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ชุดที่ ๑
1. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามบทบัญญัติใน รธน. ๒๕๔๐ มาตราใด
1. ๒๙
2. ๔๐
3. ๕๐
4. ๘๑*
2.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการ
จํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติให้กระทําได้โดย
อาศัยอํานาจตามมาตราใด
1. ก มาตรา ๒๙ มาตรา ๔๐
2. มาตรา ๒๙ มาตรา ๕๐*
3. มาตรา ๓๙ มาตรา ๕๐
4. มาตรา ๓๙ มาตรา ๔
3. พรบ.การศึกษาแห่งชาติถือว่าเป็น
1. กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา*
2. แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ
3. การปรับปรุงการศึกษาสอดคล้องรัฐธรรมนูญ
4. การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของไทย
4. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับแรก มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อใด
ก. ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๒
ข. ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๒*
ค. ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๕
ง. ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๕
5. วัตถุประสงค์ของการจัดทํา พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒
ก. ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม*
ข. ปฏิรูปการศึกษาของไทย
ค. พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายจิตใจ
ง. พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
6. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ก. แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ
ข. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
ค. แผนการศึกษาแห่งชาติ*
ง. แผนพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของกระทรวงศึกษาธิการ
7. “การศึกษา” หมายความว่า
ก. กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคล
ข. กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม*
ค. กระบวนการสอนเพื่อความเจริญงอกงามของบุคคล
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
ง. กระบวนการสอนเพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม
8. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่สอดคล้องกับความหมายการศึกษา ตาม พรบ.
ก. การถ่ายทอดความรู้
ข. การฝึกอบรม
ค. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์*
ง. การสืบสานทางวัฒนธรรม
9. ข้อใดให้ความหมายไม่ตรงกับ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
2. สถานศึกษาคือสถานที่จัดการสอนตั้งแต่ก่อนประถมถึงระดับก่อนอุดมศึกษา*
3. มาตรฐานการศึกษา เป็นข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์ และมาตรฐานที่ต้องการให้
เกิดในสถานศึกษาทุกแห่ง
4. กระทรวง หมายความว่ากระทรวงการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม
10. ข้อใดต่างจากพวก
ก. ครู
ข. คณาจารย์*
ค. ผู้บริหารสถานศึกษา
ง. ผู้บริหารการศึกษา
11. ข้อใดไม่ใช่หลักการ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒
ก. เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อปวงชน*
ข. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน
ค. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ง. พัฒนา สาระ และกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
12. ข้อใดไม่สอดคล้องการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการการจัดการศึกษา
ก. กระจายอํานาจสู่สถานศึกษาทั้งหมด*
ข. กําหนดมาตรฐานการศึกษา จัดระบบประกันคุณภาพ
ค. มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
ง. รวมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาไว้ในการจัดการศึกษา
13. คําว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลายการปฏิบัติ” สอดคล้องกับข้อใด
ก. ส่วนกลางกําหนดนโยบาย ส่วนภูมิภาคกําหนดแนวทางปฏิบัติ
ข. กระทรวงกําหนดนโยบายมาตรฐานสนับสนุนเขตพื้นที่และสถานศึกษาบริหารจัดการด้วยตนเอง
ค. มีนโยบายเดียวกัน แต่การปฏิบัติหลากหลายวิธี
ง. ถูกทุกข้อ*
14. ต่อไปนี้นี้ ข้อใดไม่มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. รัฐ
ข. เอกชน
ค. องค์กรปกครองท้องถิ่น
ง. โรงเรียน*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
15. ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ บิดามารดา ผู้ปกครอง พึงได้รับในการจัดการศึกษา
ก. การสนับสนุนจากรัฐ ให้ความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู
ข. การยกเงินภาษีสําหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา*
ค. เงินอุดหนุนจากรัฐสําหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล
ง. การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในการดูแล
16. จุดที่ต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆ ที่สําคัญคือข้อใด
ก. ระยะเวลาที่จัดการศึกษา
ข. สถานที่จัดการศึกษา
ค. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา
ง. จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร*
17. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย
ก. สถานศึกษา ต้องจัดการศึกษา ทั้งในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัย*
ข. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจศักยภาพ ความพร้อม โอกาส
ค. จัดการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา
ง. ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งเรียนรู้
18. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ สถานศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. โรงเรียน
ข. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ค. ศูนย์พัฒนาชุมชน*
ง. ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ สถาบันศาสนา
19. ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านการกระจายอํานาจให้เขตพื้นที่และสถานศึกษา
ก. ด้านวิชาการ
ข. งบประมาณ
ค. หลักสูตรการสอน*
ง. การบริหารทั่วไป
20. ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่กรรมการโรงเรียน
1. ผู้แทนครู
2. ผู้แทนองค์กรเอกชน*
3. ผู้แทนศิษย์เก่า
4. ผู้แทนคุณวุฒิ
21. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์จัดการศึกษาระดับใด
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. การศึกษาอุดมศึกษา
3. การศึกษานอกโรงเรียน
4. ทุกระดับ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
22. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันคุณภาพภายในได้แก่
1. สถานศึกษาเท่านั้น
2. สถานศึกษาและเขตพื้นที่
3. สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวง ศึกษาธิการ*
23. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งแรกใน ๕ ปี*
2. สํานักงานรับรองมาตรฐานมีฐานะเป็นองค์กรมหาชน
3. การประเมินผลคํานึงถึงความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษา
4. เสนอผลประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน
24. หลักการจัดการศึกษาข้อใด ไม่สอดคล้องตามพรบ.
1. ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
2. ครูต้องมีจิตสํานึกที่จะพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ*
3. ผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด
4. ต้องส่งเสริมผู้เรียนพัฒนาตามศักยภาพ
25. ข้อใดสําคัญที่สุดเกี่ยวกับหลักสูตร
1. พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลให้เหมาะสมกับวัยตามศักยภาพ*
2. สอดคล้องความต้องการชุมชน
3. คํานึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น
4. เหมาะสมกับความจริงก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
26. พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.
๒๕๔๐ มาตราใด
1. มาตรา ๔๓
2. มาตรา ๘๑*
3. มาตรา ๒๘๙
4. มาตรา ๓๓๖
27. ต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายความว่าการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
2. ผู้สอน หมายความว่าครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่างๆ
3. กระทรวง หมายความว่ากระทรวงการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมแห่งชาติ*
4. ครู หมายความว่าบุคลากรวิชาชีพซึ่งทําหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของ
ผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
28. ข้อใดไม่หลักการจัดการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
1. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน
2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
4. การจัดการศึกษาสําหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์สังคม*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
29. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ไม่ได้กําหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน
2. มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน*
3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4. องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และสถานประกอบการ
30. การจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักอะไรบ้าง
1. มีเอกภาพด้านนโยบายและหลากหลายในการปฏิบัติ
2. มีการกระจายอํานาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา
3. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา
4. ถูกทั้ง ก ข และ ค*
31. “สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” หมายความว่า
1. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน*
2. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาตั้งแต่ ป.๑-ม.๖
3. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาตั้งแต่อนุบาล-ม.๖
4. ถูกทุกข้อ
32. “มาตรฐานการศึกษา” หมายความว่า
1. ข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการ ให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุก
แห่ง
2. เป็นหลักในการเทียบเคียงสําหรับการส่งเสริมและกํากับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการ
ประกันคุณภาพทางการศึกษา
3. ถูกทั้ง ก และ ข*
4. ไม่มีข้อถูก
33. “การประกันคุณภาพภายนอก” หมายความว่า
1. การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก
2. โดยสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาหรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่สํานักงาน
ดังกล่าวรับรอง
3. เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
4. ถูกทุกข้อรวมกัน*
34. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามความมุ่งหมายของ พรบ.
1. ปลูกฝังจิตสํานึกการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหา กษัตริย์เป็นประมุข
2. รักษา และส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เคารพกฎหมาย
3. รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติ
4. กระจายการพัฒนาไปสู่ชนบทโดยการมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่น*
35. การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยอย่างไร
1. สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม
2. มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดํารงชีวิต
3. สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
4. ถูกทุกข้อ*
36. ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสํานึกที่ถูกต้อง ข้อใดไม่ใช่
1. การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กล้าแสดงออก มีสิทธิ เสรีภาพ ทางการเมือง *
2. รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็น
มนุษย์
3.มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยรู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริม
ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล
4. ตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มี
ความริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
37. การจัดการศึกษาให้ยึดหลักในข้อใด
1. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน
2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
4. ถูกทุกข้อ *
38. ข้อใดไม่ถูกต้องในการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา
1. มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ
2. มีการกระจายอํานาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
3. มีการกําหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน *
4. การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน
องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น
39. การจัดการศึกษา ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปี
2. ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
3. การจัดการศึกษาสําหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูป แบบที่เหมาะสมโดยคํานึงถึง
ความสามารถของบุคคลนั้น
4.ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและ
สถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กําหนดในพระราชบัญญัติ *
40.การจัดการศึกษาสําหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสาร
และการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแลหรือ
ด้อยโอกาส ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ
2. ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
3. ให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอํานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กําหนดในกฎกระทรวง
4. ถูกทุกข้อ *
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
41.บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ
และสถาบันสังคมอื่น ซึ่งสนับสนุนหรือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามควรแก่กรณี ข้อ
ใดไม่ถูกต้อง
1. การสนับสนุนจากรัฐให้มีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบ
2. เงินอุดหนุนจากรัฐสําหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกําหนด
3. การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสําหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกําหนด
4. ถูกทุกข้อ *
42. การศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบท่านคิดว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร
1. การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กําหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา
การวัดและประเมินผลซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสําเร็จการศึกษาที่แน่นอน
2. การศึกษานอกระบบเป็นการศึกษา ที่มีความยืดหยุ่นในการกําหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา
ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสําคัญของการสําเร็จการศึกษา
3. เนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละ
กลุ่ม
4. ถูกทั้ง ก และ ข *
43. สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดได้
1. การศึกษาตามอัธยาศัย
2. การศึกษาในระบบ
3. การศึกษานอกระบบ
4. รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบก็ได้ *
44. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเทียบผลการเรียน
1. ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกัน
2. ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างต่างรูปแบบได้
3. ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม
4. การเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ ทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือ
จากประสบการณ์การทํางาน ไม่สามารถดําเนินการได้ *
45. การศึกษาในระบบมีกี่ระดับ
1. สองระดับ *
2. สามระดับ
3. สี่ระดับ
4. ห้าระดับ
46. การศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย
1. การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปีก่อนระดับปริญญา
2. การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบห้าปีก่อนระดับปริญญา
3. การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปีก่อนระดับอุดมศึกษา *
4. การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบห้าปีก่อนระดับอุดมศึกษา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
47. การแบ่งระดับและประเภทของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นไปตามที่กําหนด
1. ในกฎกระทรวง *
2. ประกาศกระทรวง
3. พระราชบัญญัติ
4. พระราชกฤษฎีกา
48. ข้อใดไม่ใช่การศึกษาระดับอุดมศึกษา
1. ระดับต่ํากว่าปริญญา
2. ระดับปริญญา
3. อาชีวศึกษา *
4. ถูกทุกข้อ
49. ข้อใดไม่อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ
1. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่หก *
2. เข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก
3. สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ
4. ไม่มีข้อถูก
50. การจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐานให้จัดในสถานศึกษา ดังต่อไปนี้ ในข้อใดไม่ถูกต้อง
ทั้งหมด
1.สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ของสถาบัน
ศาสนา ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม ของเด็กพิการและเด็กซึ่งมีความต้องการพิเศษ หรือสถานพัฒนา
เด็กปฐมวัยที่เรียกชื่ออย่างอื่น
2. โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนของรัฐ โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนที่สังกัดสถาบันพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่น
3.ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล ครอบครัวชุมชน องค์กร
ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ
โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด
4. ทุกข้อถูกหมด *
51. การจัดการศึกษาของ กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ
1. อาจจัดการศึกษาเฉพาะทางตามความต้องการและความชํานาญของหน่วยงานนั้นได้
2. โดยคํานึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ
3. ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง
4. ถูกทุกข้อ *
52. การจัดการศึกษาต้องยึดหลัก ในข้อใดไม่ใช่
1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
2. ถือว่าผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด
3. กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
4. ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วม *
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
53. ความรู้ และทักษะด้านภาษา เน้นในด้านใด
1. การใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง *
2. การอ่านออกเขียนได้
3. การนําไปใช้ในชีวิตประจําวัน
4. การสื่อสาร
54. การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการอย่างไร
1. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน โดยคํานึงถึงความ
แตกต่างระหว่างบุคคล
2. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทําได้ คิดเป็น ทําเป็นรักการอ่านและ
เกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
3. จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และ
บุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
4. ถูกทุกข้อ *
55. สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจาก
1. พัฒนาการของผู้เรียน
2. ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน
3. การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน
4. ถูกทุกข้อ *
56. ใครมีหน้าที่กําหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
3. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน *
4. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
57.การจัดทําสาระของหลักสูตรแกนกลางในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น
คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของ
หน่วยงานใด
1. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน *
2. เขตพื้นที่การศึกษา
3. สพฐ.
4. ทุกส่วนร่วมกัน
58. หลักสูตรการศึกษาระดับต่าง ๆ รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาสําหรับบุคคลต้องมีลักษณะอย่างไร
1. มีลักษณะหลากหลาย
2. ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ
3. มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ
4. ถูกทุกข้อ *
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
59. สาระของหลักสูตร ทั้งที่เป็นวิชาการ และวิชาชีพ ข้อใดถูกต้องที่สุด
1. ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุล ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความรับผิดชอบ
ต่อสังคม *
2. ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความ
รับผิดชอบต่อสังคม
3. มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ
4. ไม่มีข้อถูก
60. การจัดระเบียบบริหารราชการในกระทรวงให้มีองค์กรหลักที่เป็นคณะบุคคลในรูปสภาหรือในรูป
คณะกรรมการจํานวนสี่องค์กร ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. สภาการศึกษา
2. สํานักงานปลัดกระทรวง *
3. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
4. คณะกรรมการการอุดมศึกษา
61. การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ให้เสนอต่อผู้ใด
1. ครม. *
2. รมต.ศธ
3. นายก รมต.
4. รัฐสภา
62. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษาโดยคํานึงถึง ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. จํานวนสถานศึกษา
3. จํานวนครูและนักเรียน *
4. วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่นด้วย
63. มีอํานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดเขตพื้นที่การศึกษา
1. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของสภาการศึกษา *
3. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ ครม.
4. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ นายกรัฐมนตรี
64. ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาการกําหนดให้
สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ยึดอะไรเป็นสําคัญ
1. ระดับการศึกษา *
2. มติคณะกรรมการสถานศึกษา
3. จํานวนนักเรียน
4. จํานวนครู
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
65. อํานาจในการกําหนดให้สถานศึกษาใดที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถม ศึกษาและระดับ
มัธยมศึกษาการกําหนดให้สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด
1. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน *
2. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของสภาการศึกษา
3. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ ครม.
4. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ นายกรัฐมนตรี
66. ในกรณีที่เขตพื้นที่การศึกษาไม่อาจบริหารและจัดการได้กระทรวงอาจจัดให้มีการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ดังต่อไปนี้เพื่อเสริมการบริหารและการจัดการของเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้ ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสําหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม
การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพ
2. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย
3. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสําหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ *
4. การจัดการศึกษาทางไกลและการจัดการศึกษาที่ให้บริการในหลายเขตพื้นที่การศึกษา
67. ในการดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าจะอยู่ในอํานาจ
หน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษาใด
1. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน *
2. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของสภาการศึกษา
3. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ ครม.
4. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ นายกรัฐมนตรี
68. ให้กระทรวงกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษาไปยังคณะกรรมการ และสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. วิชาการ
2. การบริหารงานการเงิน *
3. การบริหารงานบุคคล
4. การบริหารทั่วไป
69. หลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอํานาจดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กําหนดใน
1. ประกาศกระทรวง
2. ระเบียบกระทรวง
3. กฎกระทรวง *
4. ระเบียบ สพฐ.
70. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิจัดการศึกษา อย่างไร
1. เฉพาะระดับขั้นพื้นฐาน
2. ทุกระดับยกเว้นปริญญา
3. ในระดับใดระดับหนึ่งหรือทุกระดับตามความพร้อมความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่น *
4. ไม่มีข้อถูก
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
71. การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใด
1. ครม.
2. กระทรวง *
3. สพฐ.
4. เขตพื้นที่การศึกษา
72. การบริหารและการจัดการศึกษาของเอกชน ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ให้มีความเป็นอิสระ โดยมีการกํากับติดตาม การประเมินคุณภาพและมาตร ฐานการศึกษาจากรัฐ
2. และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเช่นเดียวกับสถานศึกษาของรัฐ
3. เป็นนิติบุคคล และมีคณะกรรมการบริหารประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน ผู้รับใบอนุญาต ผู้แทน
ผู้ปกครอง ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนครู ผู้แทนศิษย์เก่า และผู้ทรงคุณวุฒิ
4. จํานวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการ
ดํารงตําแหน่ง และการพ้นจากตําแหน่ง ให้เป็นไปตามที่สถานศึกษานั้นกําหนด *
73. ให้สถานศึกษาของเอกชนที่จัดการศึกษาระดับปริญญาอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานใด
1. สภาการศึกษา
2. คณะกรรมการการอุดมศึกษา
3. สภาสถานศึกษา *
4. คณะกรรมการบริหาร
74. รัฐต้องให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาของเอกชนในด้านใดบ้าง
1. ด้านเงินอุดหนุน
2. การลดหย่อนหรือการยกเว้นภาษี และสิทธิประโยชน์อย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ในทางการศึกษาแก่
สถานศึกษาเอกชนตามความเหมาะสม
3. รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการให้สถานศึกษาเอกชนมีมาตรฐานและสามารถพึ่งตนเองได้
4. ถูกทุกข้อ *
75. หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
1. หน่วยงานต้นสังกัด
2. สถานศึกษา
3. สมศ.
4. ข้อ ก และข้อ ข *
76. ข้อใดกล่าวถูกต้องในการจัดระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
1. ให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดําเนินการอย่าง
ต่อเนื่อง
2. โดยมีการจัดทํารายงานประจําปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อ
สาธารณชน
3. เพื่อนําไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก
4. ถูกทุกข้อ *
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
77. สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีฐานะเป็นอะไร
1. องค์กรมหาชน
2. องค์กรเอกชน
3. องค์การมหาชน *
4. องค์การเอกชน
78. ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่ง ตามข้อใด
1. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกสามปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย
2. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกสี่ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย
3. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย *
4. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกหกปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย
79. ในกรณีที่ผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาใดไม่ได้ตามมาตรฐานที่กําหนด
1. ให้สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจัดทําข้อเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไขต่อ
สถานศึกษา
2. ให้สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจัดทําข้อเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไขต่อ
หน่วยงานต้นสังกัด *
3. ให้สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจัดทําข้อเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไขต่อ สพฐ.
4. ให้สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจัดทําข้อเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไขต่อ
กระทรวง
80. สถานศึกษาสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหากมิได้ดําเนินการตามข้อเสนอแนะ ให้สํานักงานรับรอง
มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษารายงานต่อหน่วยงานใด
1. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
3. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน*
4. กระทรวงศึกษา
81. ให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ทั้งของรัฐและเอกชนต้องมี
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกําหนด ยกเว้นข้อใด
1. บุคลากรทางการศึกษาที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย
2. ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษาและวิทยากรพิเศษทางการศึกษา
3. คณาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา
4. ถูกทุกข้อ *
82. ข้อใดเป็นอํานาจของสถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล
1. มีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา ทั้งที่เป็น
ที่ราชพัสดุ ตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ และที่เป็นทรัพย์สินอื่น
2. รวมทั้งจัดหารายได้จากับริการของสถานศึกษาและเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ไม่ขัดหรือแย้งกับนโยบาย
วัตถุประสงค์ และภารกิจหลักของสถานศึกษา
3. บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือโดยการซื้อหรือ
แลกเปลี่ยนจากรายได้ของสถานศึกษา ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสถานศึกษา
4. ถูกทุกข้อ *
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
83. รายได้และผลประโยชน์ของสถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ที่ต้องนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
1. ผลประโยชน์ที่เกิดจากที่ราชพัสดุ
2. เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา
3. ค่าขายแบบเสนอราคาในการยื่นซองเสนอราคาที่ดําเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ *
4. เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาการซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทําของที่ดําเนินการโดยใช้เงินงบประมาณไม่เป็น
รายได้ที่ต้องนําส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
84. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อใด
1. ๑ ตุลาคม ๒๕๔๒
2. ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๒
3. ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๒
4. ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๒**
85. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการกําจัดสิทธิและเสรีภาพของ
บุคคลซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดแผนการศึกษาแห่งชาติ
1. มาตรา ๒๙ และ ๕๐ แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐**
2. มาตรที่ ๕๐ และ ๘๑ แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐
3. มาตราที่ ๘๑ และ ๘๒ แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐
4. ไม่มีข้อถูก
86. “การศึกษา” หมายถึง ข้อใด
1. กระบวนการเรียนรู้
2. กระบวนการจัดการเรียนการสอน
3. กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและครอบครัว**
4. กระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและครอบครัว
87. การศึกษาขั้นพื้นฐานหมายความว่า
1. การศึกษาระดับก่อนระดับอุดมศึกษา**
2. การศึกษาระดับก่อนอาชีวศึกษา
3. การศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษา
4. การศึกษาระดับต่ํากว่าปริญญาตรี
88. ในข้อใดที่กล่าวถึง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ได้ถูกต้องที่สุด
1. กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา*
2. แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ
3. การปรับปรุงกฎหมายการศึกษาที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
4. การปฏิรูปการศึกษาครั้งที่สําคัญที่สุด
89. วัตถุประสงค์ของการจัดทํา พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
1. พัฒนาการศึกษาของไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ
2. ปฏิรูปการศึกษาของไทยให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
3. พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ**
4. พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนการสอนของครู
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
90. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
1. แผนการศึกษาแห่งชาติ**
2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
3. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
4. แผนพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
91. ข้อใด ไม่สอดคล้องกับคําว่าการศึกษา
1. การฝึกอบรม
2. การพัฒนา**
3. การสืบสานทางวัฒนธรรม
4. การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ
92. ข้อใดมิใช่สถานศึกษา
1. โรงเรียน
2. วิทยาลัย
3. มหาวิทยาลัย
4. ศูนย์วิชาการ**
93. ข้อใดไม่ถูต้อง ตาม พรบ.การศึกษา๔๒
1. สถานศึกษาขั้นพื้นฐานหมายถึงสถานศึกษาที่จัดการศึกษาต่ํากว่าอุดมศึกษา**
2. ผู้สอนหมายถึงครูและคณาจารย์ในระดับต่างๆ
3. ครูหมายถึง บุคลากรวิชาชีพซึ่งที่หน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน
ด้วยวิธีต่างๆในสถานศึกษาทั้งของรัฐและของเอกชน
4. คณาจารย์ หมายถึงบุคลากรที่ทําหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา
ระดับปริญญาของรัฐและเอกชน
94. การประเมินผลโดยบุคคลใดมิใช่การ “ประกันคุณภาพภายใน”
1. ประธานคณะกรรมการศึกษา**
2. ผู้บริหารสถานศึกษา
3. ศึกษานิเทศก์
4. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
95. ข้อใดต่างไปจากพวก
1. ครู
2. คณาจารย์
3. ผู้บริหารสถานศึกษา
4. ผู้บริหารการศึกษา**
96. ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาคือข้อใด
1. พัฒนาการศึกษาของไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ
2. ปฏิรูปการศึกษาของไทยให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
3. พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้ง สติปัญญา ร่างกายและจิตใจ**
4. พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนการสอนของครู
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
97. การจัดการศึกษาให้ยึดหลักดังนี้ ข้อใดไม่ใช่
1. เป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน
2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
4. กระจายอํานาจการจัดการศึกษาให้ท้องถิ่น**
98. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ ตามความมุ่งหมายของ พรบ.
1. ปลูกฝังจิตสํานึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง
เป็นประมุข
2. รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ
3. มีความภูมิใจในความเป็นไทยรู้จักรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมและของประเทศชาติ
4. มีการส่งเสริมการพัฒนาของท้องถิ่น ภูมิปัญญาของท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและความรู้อันเป็นสากล**
99. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษา
1. มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ
2. มีการกระจายอํานาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
3. มีการกําหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบการประกันภายในและภายนอกทุกระดับและทุกประเภท
การศึกษา**
4. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆมาใช้ในการจัดการศึกษา
100. คําว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลายการปฏิบัติ” มีความหมายว่าอย่างไร
1. มีนโยบายเดียวกัน แต่การปฏิบัติมีหลายรูปแบบ
2. กระทรวงกําหนดนโยบาย ให้หน่วยงานในสังกัดแปลงนโยบายไปปฏิบัติด้วยตนเอง
3. ส่วนกลางกําหนดนโยบาย ส่วนภูมิภาคกําหนดแนวปฏิบัติ
4. ถูกทุกข้อ**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบพรบ.การศึกษาแห่งชาติ ชุดที่ ๒
1. การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลาเท่าใด
1. สิบสองปี
2. ไม่น้อยกว่าสิบสองปี**
3. เก้าปี
4. ไม่น้อยกว่าเก้าปี
2. รัฐต้องจัดการศึกษาในลักษณะใดที่ต้องจัดให้เป็นพิเศษ ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ผู้ที่มีความบกพร่องจิตใจ
2. ผู้ที่มีความสามารถเป็นพิเศษ
3. บุตรข้าราชการ**
4. ผู้ที่ไม่มีผู้ดูแลหรือผู้ด้อยโอกาส
3. การจัดการศึกษาสําหรับคนพิการรัฐต้องจัดให้ตั้งแต่เมื่อใด
1. ตั้งแต่แรกเกิด
2. ตั้งแต่พบความพิการ
3. ตั้งแต่เข้าสู่เกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ
4. ข้อ ก และข้อ ข ถูก**
4. การจัดการศึกษาสําหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษจะต้องคํานึงถึงข้อใด
1. อายุ
2. ความพร้อม
3. ความสามารถ
4. ความต้องการ**
5. ข้อใดไม่มีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. รัฐ**
2. เอกชน
3. โรงเรียน
4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
6. บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ ในการจัดการศึกษา คือข้อใด
1. การสนับสนุนจากรัฐ ให้มีความรู้ความสามารถ ในการอบรมเลี้ยงดูและการให้การศึกษาแก่บุตรหรืบุคคลที่
อยู่ในความดูแล
2. เงินอุดหนุนจากรัฐ ตามที่กฎหมายกําหนด
3. การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีตามที่กฎหมายกําหนด
4. ถูกหมดทุกข้อ**
7. ข้อแตกต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆ
1. ระยะเวลาที่จัดการศึกษา
2. สถานที่จัดการศึกษา
3. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา
4. จุดหมาย วิธีการ หลัดสูตร ระยะเวลา**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
8. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กําหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา
การวัดผลและประเมินผลซึ่งเป็นเงื่อนไขของความ สําเร็จของการศึกษาไว้แน่นอน
2.การศึกษานอกระบบเป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกําหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา
ระยะเวลาของการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความ
ต้องการของแต่ละกลุ่ม
3.การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจตามศักยภาพ ความ
พร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งต่างๆ
4. ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียน
จากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม**
9. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย
1. สถานศึกษาต้องจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย**
2. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส
3. จัดการเรียนรู้ได้ทุกสถานที่ และทุกเวลาตามความเหมาะสม
4. ธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมอื่นเป็นแหล่งเรียนรู้
10. ข้อใดมิใช่สถานศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. โรงเรียน
2. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
3. ศูนย์พัฒนาชุมชน *
4. ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์
11. การศึกษาในระบบมีกี่ระดับ อะไรบ้าง
1. ๒ ระดับ คือ ประถมและมัธยม
2. ๒ ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา**
3. ๓ ระดับ คือ ขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษาและระดับอุดมศึกษา
4. ๓ ระดับ คือ ขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษาและระดับปริญญาตรีขึ้นไป
12. การแบ่งระดับหรือการเทียบระดับการศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมายใด
1. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
2. กฎกระทรวงศึกษาธิการ**
3. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ(ฉบับที่๒)
4. แผนการศึกษาแห่งชาติ
13. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ให้มีการศึกษาภาคบังคับเก้าปี
2. ให้เด็กที่มีอายุเจ็ดปีบริบูรณ์เข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน**
3. เด็กที่พ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับเมื่ออายุย่างเข้าปีที่สิบหกหรือสอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ
4. การศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปีก่อนระดับอุดมศึกษา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
14. หน่วยงานใดสามารจัดการศึกษาเฉพาะทางได้
1. กระทรวง ทบวง กรม
2. รัฐวิสาหกิจ
3. องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น
4. ถูกทุกข้อ**
15. การจัดการศึกษาต้องยึดหลักการใด
1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
2. ให้ถือว่าผู้เรียนสําคัญที่สุด
3. กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
4. ถูกทุกข้อ**
16. ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านกระจายอํานาจให้เขตพื้นที่และสถานศึกษา
1. ด้านวิชาการ
2. งบประมาณ
3. หลักสูตรการสอน**
4. การบริหารทั่วไป
17. การจัดการศึกษาในระดับใดที่ต้องเนินความสําคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้
1. ในระบบ
2. นอกระบบ
3. ตามอัธยาศัย
4. ถูกทุกข้อ**
18. การบูรณาการกระบวนการเรียนรู้ตามความเหมาะสมของแต่ระดับการศึกษาในเรื่องใดที่ต้องเน้น ตาม
พรบ.
1. ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง
2. ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์
3. ความรู้ด้านศาสนา
4. การใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง**
19. การจัดกระบวนการเรียนรู้กําหนดให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนิน การข้อใดไม่ถูกต้อง
1. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของผู้เรียนโดยคํานึงถึงความ
แตกต่างระหว่างบุคคล**
2. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้ทําได้ คิดเป็นทําเป็น รักการอ่านและเกิด
การใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
3. จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานความรู้ด้านต่างๆ ได้อย่างสัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม
ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา
4. จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาสถานที่ มีการประสานร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครองและบุคคลใน
ชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
20. ใครเป็นผู้กําหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. กระทรวงศึกษาธิการ
2. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
3. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน**
4. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
21. ข้อใดมิใช่วัตถุประสงค์ของการกําหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. เพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองดีของชาติ
2. เพื่อการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพ
3. เพื่อการศึกษาต่อ
4. ทุกข้อ เป็นวัตถุประสงค์ทั้งหมด**
22. ข้อใดคือข้อแตกต่างที่หลักสูตรในระดับอุดมศึกษาแตกต่างจากระดับอื่น
1. มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ
2. มุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุล ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงามและความรับผิดชอบต่อ
สังคม
3. ต้องมีความหลากหลายทั้งที่เป็นวิชาการและวิชาชีพ
4. มุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนา
สังคม**
23. ข้อใดสําคัญที่สุดเกี่ยวกับหลักสูตร
1. พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลให้เหมาะสมกับวัยตามศักยภาพ**
2. สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน
3. คํานึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น
4. เหมาะสมกับความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
24. หลักการจัดการศึกษาข้อใดไม่สอดคล้องตาม พรบ.
1. ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
2. ครูมีจิตรสํานึกที่จะพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ**
3. ผู้เรียนสําคัญที่สุด
4. ต้องส่งเสริมผู้เรียนพัฒนาตามศักยภาพ
25. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.
๒๕๔๐ มาตราใด
1. มาตร ๔๓
2. มาตรา ๘๑**
3. มาตรา ๒๐๐
4. มาตรา ๒๐๑
26. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์จัดการศึกษาในระดับใด
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. การศึกษาอุดมศึกษา
3. การศึกนอกโรงเรียน
4. ทุกระดับ**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
27. ข้อใดเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. พิจารฯเสนอนโยบาย แผนและมาตรการศึกษาของชาติ
2. พิจารณาเสนอนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน**
3. พิจารณาเสนอนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานการอุดมศึกษา
4. พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานการศึกษาของชาติ
28. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันคุณภาพภายในโรงเรียน ได้แก่ข้อใด
1. สถานศึกษา
2. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
3. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพื้นฐาน
4. ถูกทุกข้อ**
29. ข้อใดมิใช่หลักคํานึงในการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา
1. ปริมาณสถานศึกษา
2. จํานวนประชากร
3. จํานวนครู**
4. ถูกทุกข้อ
30. ข้อใดมิใช่กรรมการสถานศึกษา
1. ผู้แทนครู
2. ผู้แทนองค์กรชุมชน
3. ผู้แทนองค์กรเอกชน**
4. ผู้ทรงคุณวุฒิ
31. ข้อใดไม่เป็นนิติบุคคล
1. สถานศึกษาในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. สถานศึกษาในสังกัดสํานักนักคณะกรรมการอุดมศึกษา
3. สถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น**
4. สถานศึกษาเอกชน
32. ข้อใดมิใช่หลักการจัดการศึกษา ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒
1. เป็นการศึกษาตลอกชีวิตสําหรับประชาชน
2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
4. กระบวนการจัดการศึกษาต้องจัดให้ทุกคน**
33. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ไม่ได้กําหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน
2. มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน
3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4. องค์กรวิชาชีพ**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
34. ข้อใดไม่ใช่ระดับของการจัดการศึกษาในระบบ
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. การศึกษาปฐมวัย
3. การศึกษาระดับอุดมศึกษา
4. ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข**
35. แนวการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ยึดหลักตามข้อใด
1. ผู้เรียนมาความสามารถเท่ากัน
2. ถือว่าผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด**
3. หลักสูตรมีความสําคัญที่สุด
4. กระบวนการเรียนการสอนสําคัญที่สุด
36. จุดเน้นของการจัดการศึกษาตามแนวการจัดการศึกษาคือข้อใด
1. ความรู้คู่คุณธรรม
2. ความรู้ คุณธรรมและกระบวนการเรียนรู้
3. ความรู้ กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการ
4. ความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสม**
37. ใครเป็นผู้จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
1. หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา**
2. เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
3. หน่วยงานอิสระและสถานศึกษา
4. องค์กรมหาชนและสถานศึกษา
38. ใครเป็นผู้ประเมินภายนอก
1. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
3. สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมนคุณภาพการศึกษา**
4. สํานักงานประกันคุณภาพการศึกษา
39. หน่วยงานใดเป็นองค์กรมหาชน
1. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
3. สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมนคุณภาพการศึกษา**
4. สํานักงานประกันคุณภาพการศึกษา
40. ระยะเวลาในการประเมินภายนอกของสถานศึกษาคือข้อใด
1. หนึ่งครั้งในทุกห้าปี
2. สองครั้งในทุกห้าปี
3. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกสี่ปี
4. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปี**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
41. ใครเป็นผู้ส่งเสริมให้มีระบบ กระบวนผลิต การพัฒนาครู คณาจารย์
1. กระทรวงศึกษาธิการ**
2. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. มหาวิทยาลัยราชภัฏ
4. สภาวิชาชีพครู
42. องค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นองค์กรอิสระอยู่ภายใต้การบริหารของ
หน่วยงานใด
1. กระทรวงศึกษาธิการ
2. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. องค์กรเอกชน
4. สภาวิชาชีพ**
43. องค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นองค์กรอิสระอยู่ภายใต้การกํากับของ
หน่วยงานใด
1. กระทรวงศึกษาธิการ**
2. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. องค์กรเอกชน
4. สภาวิชาชีพ
44. เงินรายได้ของสถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ในข้อใดที่ไม่ต้องนําส่งคลัง
1. ผลประโยชน์ที่เกิดจากที่ราชพัสดุ
2. เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษาต่อ
3. เบี้ยปรับที่เกิดจากสัญญาซื้อหรือจ้าง
4. ถูกทุกข้อ**
45. ข้อใดถูกต้องในการที่รัฐต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดการศึกษา
1. จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลสําหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดโดยรัฐและเอกชนให้เท่า
เทียมกัน
2. จัดทุนการศึกษาในรูปของกองทุนกู้ยืมให้แก่ผู้เรียนที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย
3. จัดสรรกองทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ําให้สถานศึกษาเอกชน เพื่อให้พึ่งตนเองได้
4. ถูกทุกข้อ**
46. ตามพระราชบัญญัตินี้กําหนดให้กระจายอํานาจในด้านใดบ้าง
1. บริหารบุคคล งบประมาณ วิชาการ บริหารทั่วไป**
2. บริหารบุคคล การเงิน งบประมาณ วิชาการ
3. บริหารบุคคล บริหารทั่วไป การเงิน วิชาการ
4. การเงิน งบประมาณ วิชาการ บริหารทั่วไป
47. การให้มีใบประกอบวิชาชีพ ไม่ใช้สําหรับข้อใด
1. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตฯ
2. เลขาธิการ สพฐ.**
3. รองผู้อํานวยการสํานักงานเขตฯ
4. ศึกษานิเทศก์
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
48. การบริจาคที่ดินให้แก่สถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา ที่ดินนั้นจะมีสภาพเป็นอะไร
1. ที่ราชพัสดุ
2. เป็นทรัพย์ของสถานศึกษา**
3. เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
4. ไม่มีข้อใดถูก
49. หัวข้อใดที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐กําหนดไว้เกี่ยวกับการจัดการศึกษา
1. รัฐต้องจัดการศึกษาอบรม และสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม จัดให้มี
กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ
2. ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
3. การจัดการศึกษาของรัฐให้คํานึงถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองท้องถิ่นและเอกชน
4. ถูกทุกข้อ *
50. ข้อใดมิใช่เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕
1. การจัดตั้งกระทรวงวัฒนธรรม
2. ปรับปรุงการบริหารและจัดการศึกษาของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
3. การกําหนดให้มีคณะกรรมการอาชีวศึกษา
4. การกําหนดให้มีคณะกรรมการการศึกษาตามอัธยาศัย**
51. การจัดระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) ๒๕๔๕
ประกอบด้วยสี่องค์กรหลัก ที่เป็นคณะบุคคล ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
3. คณะกรรมการการอุดมศึกษา
4. คณะกรรมการการศึกษาเอกชน**
52. พรบ. การศึกษาแห่งชาติ เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐
มาตราใด
1. มาตรา ๔๓
2. มาตรา ๘๑*
3. มาตรา ๒๘๙
4. มาตรา ๓๓๖
53. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดการศึกษา ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
1. การศึกษาในระบบการเรียนรู้*
2. การศึกษาตามอัธยาศัย
3. การศึกษานอกระบบ
4. การศึกษาในระบบ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
54. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
1. ให้มีการศึกษาภาคบังคับ ๙ ปี
2. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการจัดการศึกษาซึ่งไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี
3. การศึกษาภาคบังคับ ๙ ปี และการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒ ปี จะต้องดําเนินภายในปี ๒๕๔๕ เป็นอย่าง
ช้า*
4. การศึกษาระดับอุดมศึกษามีสองระดับ คือระดับต่ํากว่าปริญญา และระดับปริญญา
55. จุดเน้นของการจัดการศึกษาตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ คือข้อใด
1. ความรู้คู่คุณธรรม*
2. ความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้
3. ความรู้กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการ
4. ความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสม
56. ตามพรบ. การศึกษาแห่งชาติ กําหนดให้กระทรวงกระจายอํานาจในด้านใดบ้าง
1. บริหารบุคคล งบประมาณ บริหารจัดการและบริหารทั่วไป
2. วิชาการ บริหารบุคคล งบประมาณ และการมีส่วนร่วม
3. วิชาการ งบประมาณ บริหารบุคคล และการบริหารทั่วไป*
4. งบประมาณ บริหารบุคคล การมีส่วนร่วม และการบริหารทั่วไป
57. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
1. กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา*
2. แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ
3. การปรับปรุงการศึกษาสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
4. การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของไทย
58. ข้อใดไม่ใช่หลักการ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
1. เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อปวงชน*
2. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน
3. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
4. พัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
59. จุดที่ต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ที่สําคัญ คือข้อใด
1. ระยะเวลา ที่จัดการศึกษา
2. สถานศึกษาที่จัดการศึกษา
3. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา
4. จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร*
60. จุดมุ่งหมายสําคัญของการให้สถานศึกษาร่วมกับชุมชน ครอบครัว ท้องถิ่น ร่วมพัฒนาการศึกษาตาม พรบ.
การศึกษาแห่งชาติ คือข้อใด
1. ส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชน
2. ชุมชนมีการแสวงหาความรู้ภายในชุมชน
3. พัฒนาชุมชนตามสภาพปัญหาความต้องการ
4. ชุมชนมีส่วนร่วมจัดการศึกษา*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
61. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ มีหน้าที่ เกี่ยวข้องกับข้อใดน้อยที่สุด
1. จัดการศึกษาระดับต่ํากว่าอุดมศึกษา*
2. เสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานและหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ต่ํากว่าอุดมศึกษา
3. สนับสนุนทรัพยากร การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. ติดตามตรวจสอบ และประเมินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
62. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามบทบัญญัติใน รธน. ๒๕๔๐ มาตราใด
1. ๒๙
2. ๔๐
3. ๕๐
4. ๘๑*
63. พรบ. การศึกษาแห่งชาติถือว่าเป็น
1. กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา*
2. แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ
3. การปรับปรุงการศึกษาสอดคล้องรัฐธรรมนูญ
4. การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของไทย
64. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ มีผลบังคับใช้แล้วกี่ปี
1. ๗ ปี
2. ๘ ปี*
3. ๙ ปี
4. ๑๐ ปี
65. วัตถุประสงค์ของการจัดทํา พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
1. ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม*
2. ปฏิรูปการศึกษาของไทย
3. พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายจิตใจ
4. พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
66. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ
2. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
3. แผนการศึกษาแห่งชาติ*
4. แผนปฏิบัติการศึกษา
67. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่สอดคล้องคําว่าการศึกษา
1. การถ่ายทอดความรู้
2. การฝึกอบรม
3. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์*
4. การสืบสานทางวัฒนธรรม
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
68. ข้อใดให้ความหมายไม่ตรงกับ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
2. สถานศึกษาคือสถานที่จัดการสอนตั้งแต่ก่อนประถมถึงระดับก่อนอุดมศึกษา*
3. มาตรฐานการศึกษาเป็นข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์ และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิด
ในสถานศึกษาทุกแห่ง
4. กระทรวง หมายความว่ากระทรวงศึกษาธิการ
69. กลุ่มใดที่อยู่ต่างสังกัด
1. ครู
2. คณาจารย์*
3. ผู้บริหารสถานศึกษา
4. ผู้บริหารการศึกษา
70. ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ คือ
1. ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
2. ปฏิรูปการศึกษาของไทย
3. พัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจ*
4. พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
71. ข้อใดไม่ใช่หลักการตามพรบ.การศึกษาแห่งชาติ
1. เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อปวงชน*
2. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน
3. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
4. พัฒนา สาระ และกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
72. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามความมุ่งหมายของ พรบ. การศึกษาแห่งชาติ
1. ปลูกฝังจิตสํานึกการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
2. รักษา และส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เคารพกฎหมาย
3. รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติ
4. กระจายการพัฒนาไปสู่ชนบทโดยการมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่น*
73. ข้อใดไม่สอดคล้องการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการการจัดการศึกษา
1. กระจายอํานาจสู่สถานศึกษาทั้งหมด*
2. กําหนดมาตรฐานการศึกษา จัดระบบประกันคุณภาพ
3. มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา
4. รวมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาไว้ในการจัดการศึกษา
74. คําว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลายการปฏิบัติ” สอดคล้องกับข้อใด
1. ส่วนกลางกําหนดนโยบาย ส่วนภูมิภาคกําหนดแนวทางปฏิบัติ
2. กระทรวงกําหนดนโยบายมาตรฐานสนับสนุนเขตพื้นที่และสถานศึกษาบริหารจัดการด้วยตนเอง
3. มีนโยบายเดียวกัน แต่การปฏิบัติหลากหลายวิธี
4. ถูกทุกข้อ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
75. ต่อไปนี้นี้ ข้อใดไม่มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. วัด
2. เอกชน
3. องค์กรปกครองท้องถิ่น
4. มูลนิธิ*
76. ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ บิดามารดา ผู้ปกครอง พึงได้รับในการจัดการศึกษา
1. การสนับสนุนจากรัฐ ให้ความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู
2. การยกเงินภาษีสําหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา*
3. เงินอุดหนุนจากรัฐสําหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล
4. การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในการดูแล
77. จุดที่ต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆ คือข้อใด
1. ระยะเวลาที่จัดการศึกษา
2. สถานที่จัดการศึกษา
3. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา
4. จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร*
78. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย
1. สถานศึกษา ต้องจัดการศึกษา ทั้งในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัย*
2. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจศักยภาพ ความพร้อม โอกาส
3. จัดการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา
4. ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งเรียนรู้
79. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ สถานศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. โรงเรียน
2. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
3. ศูนย์พัฒนาชุมชน*
4. ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ สถาบันศาสนา
80. ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านการกระจายอํานาจให้เขตพื้นที่และสถานศึกษา
1. ด้านวิชาการ
2. งบประมาณ
3. หลักสูตรการสอน*
4. การบริหารทั่วไป
81. ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่กรรมการโรงเรียน
1. ผู้แทนครู
2. ผู้แทนองค์กรเอกชน*
3. ผู้แทนศิษย์เก่า
4. ผู้แทนคุณวุฒิ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
82. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์จัดการศึกษาระดับใด
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. การศึกษาอุดมศึกษา
3. การศึกษานอกโรงเรียน
4. ทุกระดับ*
83. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันคุณภาพภายในได้แก่
1. สถานศึกษาเท่านั้น
2. สถานศึกษาและเขตพื้นที่
3. สถานศึกษา เขตพื้นที่ คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. สถานศึกษาเขตพื้นที่ คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ*
84. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งแรกใน ๕ ปี*
2. สํานักงานรับรองมาตรฐานมีฐานะเป็นองค์กรมหาชน
3. การประเมินผลคํานึงถึงความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษา
4. เสนอผลประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน
85. หลักการจัดการศึกษาข้อใด ไม่สอดคล้องตามพรบ. การศึกษาแห่งชาติ
1. ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
2. ครูต้องมีจิตสํานึกที่จะพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ*
3. ผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด
4. ต้องส่งเสริมผู้เรียนพัฒนาตามศักยภาพ
86. ข้อใดสําคัญที่สุดเกี่ยวกับหลักสูตรสถานศึกษา
1. พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลให้เหมาะสมกับวัยตามศักยภาพ*
2. สอดคล้องความต้องการชุมชน
3. คํานึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น
4. เหมาะสมกับความจริงก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
87. อบต.มีสิทธิ์จัดการศึกษาตาม พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ กล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.
๒๕๔๐ มาตราใด
1. มาตรา ๔๓
2. มาตรา ๘๑
3. มาตรา ๒๘๙*
4. มาตรา ๓๓๖
88. ต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายความว่าการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
2. ผู้สอน หมายความว่าครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่างๆ
3. กระทรวง หมายความว่ากระทรวงการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมแห่งชาติ*
4. ครู หมายความว่าบุคลากรวิชาชีพซึ่งทําหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของ
ผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
89. ข้อใดไม่หลักการจัดการศึกษาตาม พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ
1. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน
2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
4. การจัดการศึกษาสําหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์สังคม*
90. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติไม่ได้กําหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน
2. มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน*
3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4. องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และสถานประกอบการ
91. การจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักอะไรบ้าง
1. มีเอกภาพด้านนโยบายและหลากหลายในการปฏิบัติ
2. มีการกระจายอํานาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา
3. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา
4. ถูกทั้ง ก ข และ ค*
92. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดการศึกษา ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
1. การศึกษาในระบบการเรียนรู้*
2. การศึกษาตามอัธยาศัย
3. การศึกษานอกระบบ
4. การศึกษาในระบบ
93. ข้อใดไม่ใช่ระดับของการจัดการศึกษาในระบบ
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. การศึกษาปฐมวัยศึกษา*
3. การศึกษาระดับอุดมศึกษา
4. ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ค
94. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ
1. ให้มีการจัดการศึกษาภาคบังคับเก้าปี
2. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการจัดการศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปี
3. จะจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา สถานศึกษาจะต้องมีความพร้อม และไม่อนุญาตให้สถาบันทางศาสนาจัด*
4. การศึกษาระดับอุดมศึกษามีสองระดับ คือระดับต่ํากว่าปริญญา และระดับปริญญา
95. แนวการจัดการการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลักตามข้อใด
1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเท่ากัน
2. ถือว่าผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด*
3. หลักสูตรมีความสําคัญที่สุด
4. กระบวนการเรียนการสอนสําคัญที่สุด
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
96. จุดเน้นของการจัดการศึกษาตามแนวการจัดการศึกษาตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติ คือข้อใด
1. ความรู้คู่คุณธรรม
2. ความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้
3. ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการ
4. ความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสม*
97. ใครเป็นผู้กําหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. กระทรวงศึกษาธิการ ศาสนา และวัฒนธรรม
2. สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมแห่งชาติ
3. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน*
4. คณะกรรมการจัดทําหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน
98. องค์กรหลักในกระทรวงศึกษาธิการ มีกี่องค์กร
1. ๒ องค์กร
2. ๓ องค์กร
3. ๔ องค์กร
4. ๕ องค์กร*
99. การแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้คํานึงถึงเรื่องใดเป็นหลัก
1. ปริมาณสถานศึกษา และความเหมาะสมด้านอื่น
2. จํานวนประชากร และความเหมาะสมด้านอื่น
3. ปริมาณสถานศึกษา และจํานวนประชากร
4. ปริมาณสถานศึกษา จํานวนประชากร และความเหมาะสมด้านอื่น*
100. ตามพระราชบัญญัตินี้กําหนดให้กระทรวงกระจายอํานาจ ในด้านใดบ้าง
1. บริหารบุคคล งบประมาณ บริหารจัดการและบริหารทั่วไป
2. วิชาการ บริหารบุคคล งบประมาณและการมีส่วนร่วม
3. วิชาการ งบประมาณ บริหารบุคคลและการบริหารทั่วไป*
4. งบประมาณ บริหารบุคคล การมีส่วนร่วมและการบริหารทั่วไป
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
1. ข้อใดคือองค์กรเกี่ยวกับวิชาชีพครู
ก. คุรุสภา.*
ข. ก.ค.ศ.
ค. อ.ก.ค.ศ.
ง. ถูกทุกข้อ
2. คุรุสภามีฐานะตามข้อใด
ก. เป็นองค์กรวิชาชีพครู
ข. เป็นนิติบุคคล.*
ค. เป็นองค์กรในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ถูกทุกข้อ
3. หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุมและรักษามาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก. คุรุสภา.*
ข. สก.สค.
ค. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา
ง. สํานักงานเลขาธิการ สก.สค.
4. สํานักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สก.สค.) เป็นหน่วยงานที่อยู่
ภายใต้การบริหารตามข้อใด
ก. คุรุสภา
ข. รมต.
ค. กระทรวงศึกษาธิการ
ง. คณะกรรมการ สก.สค..*
5. มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการสวัสดิภาพและส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา ของ
กระทรวงศึกษาธิการ
ก. คุรุสภา
ข. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา
ค. คณะกรรมการ สก.สค..*
ง. สํานักงานคณะกรรมการ สก.สค.
6. ใคร คือประธานคุรุสภา
ก. นายก รมต.
ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ผู้ทรงคุณวุฒิ.*
7. ข้อใด ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของคุรุสภา
ก. ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ข. กําหนดนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ
ค. วิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
ง. ออกข้อบังคับคุรุสภา.*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
8. ใคร เป็นกรรมการและเลขานุการคุรุสภา
ก. ศ.เสริมศักดิ์ วิสาลาภรณ์
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการคุรุสภา
ง. ไม่มีข้อถูก.*
9. ใคร ไม่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.*
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ.
ง. เลขาธิการคุรุสภา
10. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีจํานวนกี่คน
ก. ๓๙ คน
ข. ๓๒ คน
ค. ๒๖ คน
ง. ๑๗ คน.*
11. พิจารณาพักใช้ใบประกอบวิชาชีพครู
ก. คุรุสภา
ข. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา
ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ.*
ง. สํานักงานเลขาธิการคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
12. ใคร คือผู้ดูแลทะเบียนผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพ
ก. คุรุสภา
ข. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา
ค. เลขาธิการคุรุสภา.*
ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
13. ข้อใดต่อไปนี้ เป็นวิชาชีพควบคุม
ก. วิชาชีพครู
ข. วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
ค. วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ.*
14. ใคร ไม่จําเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ก. รองผู้อํานวยการสถานศึกษา
ข. ครูอัตราจ้างรายเดือนในสถานศึกษา
ค. ข้าราชการตาม ม.๓๘ ค(๒) ในสํานักงานเขตฯ.*
ง. ศึกษานิเทศก์
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
15. ขาดคุณสมบัติไม่สามารถขอขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพครูได้
ก. มีอายุย่างเข้าปีที่ยี่สิบ
ข. มีวุฒิปริญญาตรีนิติศาสตร์
ค. เคยถูกจําคุก ๒ ปีฐานทารุณกรรมเด็ก
ง. ถูกทุกข้อ.*
16. อายุของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบริหารสถานศึกษา
ก. ชั่วคราว ๓ ปี
ข. ชั่วคราว ๕ ปี
ค. ๕ ปี.*
ง. ตลอดชีพ
17. หากถูกลงโทษเพราะประพฤติผิดมาตรฐานวิชาชีพ
ก. ถูกพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ
ข. ถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
ค. ไม่สามารถสอนนักเรียนได้.*
ง. ถูกออกจากระบบราชการ
18. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการจัดอยู่ในมาตรฐานวิชาชีพข้อใด
ก. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์
ข. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
ค. มาตรฐานการปฏิบัติตน.*
ง. ทุกมาตรฐานข้างต้น
19. ผู้บริหารที่รู้อยู่แล้วว่ารับครูอัตราจ้างที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพมาสอนจะมีความผิดตามข้อใด
ก. ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
ข. ถูกจําคุกไม่เกิน ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๒ หมื่นบาท
ค. ถูกจําคุกไม่เกิน ๓ ปี.*
ง. ไม่มีความผิดเพราะครูอัตราจ้างไม่มีข้อห้าม
20. คณะกรรมการที่ประธานกรรมการโดยตําแหน่ง
ก. คุรุสภา
ข. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ค. คณะกรรมการ สก.สค..*
ง. เฉพาะข้อ ข และ ค
21. ผู้ที่มีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต้องมีอายุกี่ปีเป็นอย่างน้อย
ก. ๑๘ ปีบริบูรณ์
ข. ๒๐ ปี
ค. ๒๐ ปีบริบูรณ์.*
ง. ไม่จํากัดอายุ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
22. บุคคลต่อไปนี้หากยื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จะต้องผ่านการทดสอบและประเมินความรู้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่คุรุสภากําหนด
ก. ผู้ที่เคยบกพร่องในศีลธรรมอันดีมาก่อน
ข. ผู้ที่ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
ค. ผู้ที่เป็นชาวต่างประเทศ.*
ง. ถูกทุกข้อ
23. ใครบ้างต่อไปนี้มีสิทธิยื่นคําขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้
ก. ผู้ที่เป็นครูแปละเป็นสมาชิกคุรุสภา
ข. ผู้บริหารสถานศึกษา
ค. ผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาด้านครุศาสตร์
ง. ถูกทุกข้อ.*
24. ใครเป็นผู้ลงนามในใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
ก. นายก รมต.
ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. ประธานคุรุสภา.*
ง. เลขาธิการคุรุสภา
25. ข้าราชการสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษารายใดต่อไปนี้ หากไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะไม่เข้า
ข่ายผิดกฎหมาย
ก. เจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. ศึกษานิเทศก์
ค. ข้าราชการพลเรือนสามัญ.*
ง. ข้าราชการทุกคนควรมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
26. ประเภทของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ก. ประเภทเดียว
ข. ๒ ประเภท
ค. ๓ ประเภท.*
ง. ๔ ประเภท
27. หากถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้วต้องพ้นกําหนดกี่ปี นับแต่วันเพิกถอนจึงจะมีสิทธิขอ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้
ก. ไม่ได้กําหนด
ข. ๑ ปีเป็นอย่างน้อย
ค. ๓ ปีเป็นอย่างน้อย
ง. ๕ ปี.*
28. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะสิ้นสุดลงกรณีใด
ก. ใบอนุญาตนั้นหมดอายุ
ข. ถูกสั่งเพิกถอน
ค. ถูกสั่งพักใช้
ง. ถูกทุกข้อ.*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
29. ผู้มีอํานาจในการพิจารณาว่าข้าราชการครูผู้ใดจะถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ก. ประธานคุรุสภา
ข. เลขาธิการคุรุสภา
ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ.*
ง. คณะกรรมการคุรุสภา
30. กรณีที่ร้องขอเพื่อต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ผู้มีอํานาจไม่อนุญาตสามารถร้องทุกข์ต่อ
คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพภายในกี่วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ก. ๑๕ วัน
ข. ๓๐ วัน.*
ค. ๔๕ วัน
ง. ๙๐ วัน
31. พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ เกิดจากมาตราใดของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
๒๕๔๒
ก. ๕๒
ข. ๕๓
ค. ๕๔
ง. ๕๕
32. พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ ประกาศใช้วันที่เท่าใด
ก. ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๖
ข. ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๖
ค. ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๖
ง. ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๖
33. พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ บังคับใช้วันที่เท่าใด
ก. ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๖
ข. ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๖
ค. ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๖
ง. ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๖
34. ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ คือใคร
ก. นายชวน หลีกภัย
ข. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ค. นายวิษณุ เครืองาม
ง. นายบรรหาร ศิลปอาชา
35. พรบ.สภาครูและบุลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ มีทั้งหมดกี่หมวดกี่มาตรา
ก. ๔ หมวด ๘๐ มาตรา ๑ บทเฉพาะกาล
ข. ๔ หมวด ๙๐ มาตรา
ค. ๕ หมวด ๙๐ มาตรา ๑ บทเฉพาะกาล
ง. ๕ หมวด ๙๐ มาตรา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
36. เงินกู้ ช.พ.ค.เกี่ยวข้องกับหมวดใดของ พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖
ก. หมวด ๑
ข. หมวด ๒
ค. หมวด ๓
ง. หมวด ๔
37. ผู้ใดรักษาการตาม พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖
ก. นายก รมต.
ข. รมต.ศธ
ค. ปลัดกระทรวง
ง. เลขาธิการ สพฐ.
38. ผู้ใด ไม่ได้หมายถึง ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตามพรบ.สภาครูฯ๒๕๔๖
ก. ครู
ข. ผู้บริหารการศึกษา
ค. พนักงานราชการ
ง. บุคลากรทางการศึกษาอื่น
39. ให้มีสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาเรียกว่าอะไร
ก. ครุสภา
ข. คุรุสภา
ค. คณะกรรมการครุสภา
ง. คณะกรรมการคุรุสภา
40. ข้อใด ไม่ใช่ วัตถุประสงค์ของคุรุสภา
ก. กําหนดมาตรฐานวิชาชีพ
ข. ออกและเพิกถอนใบอนุญาต
ค. พิจารณาพักใช้ใบอนุญาต
ง. เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของประเทศไทย
41. คุรุสภามีรายได้จากทุกข้อ ยกเว้น ข้อใด
ก. ค่าธรรมเนียมตาม พรบ.นี้
ข. เงินอุดหนุนจากงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ
ค. ผลประโยชน์จากการจัดทรัพย์สินและการดําเนินงานของคุรุสภา
ง. เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้
42. คณะกรรมการคุรุสภามีจํานวนกี่คน
ก. ๓๖
ข. ๓๗
ค. ๓๘
ง. ๓๙
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
43. ประธานคณะกรรมการคุรุสภาซึ่ง ครม.แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญยกเว้น
ก. ด้านการศึกษา
ข. ด้านมนุษยศาสตร์
ค. ด้านสังคมศาสตร์
ง. ด้านรัฐศาสตร์
44. ข้อใด ไม่ใช่คณะกรรมการโดยตําแหน่งในคุรุสภา
ก. เลขาธิการสภาการศึกษา
ข. เลขาธิการ สพฐ.
ค. เลขาธิการคุรุสภา
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
45. ประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติทุกข้อ ยกเว้นข้อใด
1. มีสัญชาติไทย
2. อายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าปีแต่ไม่เกินเจ็ดสิบปี
3. ตําแหน่งครูมีประสบการณ์ด้านการสอนมาแล้วรวมกันไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี
4. ตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษามีประสบการณ์การสอนและบริหารไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี
46. ข้อใด ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการพ้นจากตําแหน่งของคณะกรรมการคุรุสภา
ก. ตาย
ข. ลาออก
ค. ครม.ให้ออกเพราะบกพร่องหน้าที่
ง. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม
47. ข้อใด ไม่ใช่ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา ตามพรบ.สภาครูฯ ๒๕๔๖
ก. ให้คําปรึกษาแนะนําแก่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ข. พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คําสั่งของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ค. แต่งตั้งอนุกรรมการ
ง. ให้คําปรึกษาแนะนําแก่ ครม.
48. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีจํานวนกี่คน
ก. ๑๕ คน
ข. ๑๖ คน
ค. ๑๗ คน
ง. ๑๙ คน
49. คณะกรรมการคุรุสภามีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละกี่ปี
ก. ๒
ข. ๔
ค. ๖
ง. ๘
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
50. ก่อนคณะกรรมการคุรุสภาครบวาระกี่วันต้องดําเนินการสรรหาใหม่
ก. ๓๐ วัน
ข. ๔๕ วัน
ค. ๖๐ วัน
ง. ๙๐ วัน
51. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในการสรรหาคณะกรรมการคุรุสา
ก. สรรหาภายใน ๙๐ วัน
ข. รมต.แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาจํานวน ๑๑ คน
ค. คณะกรรมการสรรหามาจากคณะกรรมการโดยตําแหน่ง ๖ คน
ง. จากผู้แทนสมาคมหรือวิชาชีพด้านการศึกษา ๖ คน
52. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ก. มีจํานวน ๑๗ คน
ข. ประธานกรรมการมาจาก ครม.แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุรุสภา
ค. เลขาธิการคุรุสภาเป็นกรรมการและเลขานุการ
ง. อยู่ในตําแหน่งคราวละ ๔ ปี ไม่เกิน ๒ วาระติด
53. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพ้นจากตําแหน่งตามข้อใดไม่ใช่
ก. ตาย
ข. ลาออก
ค. ครม.ให้ออก
ง. คณะกรรมการมีมติ ๒ ใน ๓ ให้ออก
54. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ก. พิจารณาออกใบอนุญาต
ข. พิจารณาพักใช้ใบอนุญาต
ค. เพิกถอนใบอนุญาต
ง. แต่งตั้งที่ปรึกษาอนุกรรมการ
55. คณะกรรมการคุรุสภาใน ๑ ปีจะต้องมีการประชุมอย่างน้อยกี่ครั้ง
ก. ๖ ครั้ง
ข. ๘ ครั้ง
ค. ๑๐ ครั้ง
ง. ๑๒ ครั้ง
56. ข้อใด ไม่เป็นคุณสมบัติของเลขาธิการคุรุสภา
ก. สัญชาติไทย
ข. อายุไม่ต่ํากว่า ๓๕ ปี แต่ไม่เกิน ๗๐ ปี
ค. ไม่เคยถูกจําคุก
ง. มีความเหมาะสมตามมาตรา ๘ และ ๙ ของ พรบ.นี้
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
57. ข้อใดไม่เป็นวิชาชีพควบคุม ตาม พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก. วิชาชีพครู
ข. ผู้บริหารการศึกษา
ค. ผู้บริหารสถานศึกษา
ง. บุคลากรทางการศึกษาอื่น
58. ผู้ใดต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุม
ก. ผู้จัดการศึกษาตามอัธยาศัย
ข. คณาจารย์ ระดับดับอุดมศึกษาที่ต่ํากว่าปริญญา
ค. ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา
ง. บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการคุรุสภากําหนด
59. ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุม
ก. อายุไม่ต่ํากว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์
ข. ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาไม่น้อยกว่า ๑ ปี
ค. มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา
ง. เคยต้องดโทษจําคุก พ้นโทษมาแล้ว ๒ ปี
60. ผู้ขอรับใบอนุญาต ผู้ต่ออายุใบอนุญาต ซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาไม่ออกใบให้ ให้
อุทธรณ์ภายในกี่วัน
ก. ๓๐ วัน
ข. ๔๕ วัน
ค. ๖๐ วัน
ง. ๙๐ วัน
61. จากข้อ ๖๐ ให้อุทธรณ์ต่อใคร
ก. คุรุสภา
ข. คณะกรรมการคุรุสภา
ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ง. ก.ค.ศ.
62. ข้อใด ไม่ใช่ มาตรฐานวิชาชีพ
ก. มาตรฐานด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
ข. มาตรฐานด้านความรู้และประสบการณ์การสอน
ค. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
ง. มาตรฐานการปฏิบัติตน
63. ข้อใดไม่ใช่จรรยาบรรณด้านมาตรฐานการปฏิบัติตน
ก. จรรยาบรรณต่อตนเอง
ข. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
ค. จรรยาบรรณต่อนักเรียน
ง. จรรยาบรรณต่อสังคม
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
64. บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพให้ยื่นต่อใคร
ก. คุรุสภา
ข. คณะกรรมการคุรุสภา
ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ง. ก.ค.ศ.
65. ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสําเนาเรื่องกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหา
ภายในกี่วันและให้ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิทําคําชี้แจงหรือนําพยานหลักฐานส่งให้กรรมการภายในกี่วัน
ก. ๑๕ วัน ๑๕ วัน ตามลําดับ
ข. ๓๐ วัน ๓๐ วัน ตามลําดับ
ค. ๓๐ วัน ๖๐ วัน ตามลําดับ
ง. ๖๐ วัน ๙๐ วัน ตามลําดับ
66. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอํานาจวินิจฉัยชี้ขาด ยกเว้น ข้อใด
ก. ยกข้อกล่าวหา
ข. ตักเตือน
ค. ภาคทัณฑ์ความประพฤติ
ง. เพิกถอนใบอนุญาต
67. ผู้ได้รับใบอนุญาตหากถูกวินิจฉัยชี้ขาดจากกรรมการมาตรฐานวิชาชีพแล้วมีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อใคร
ก. คุรุสภา
ข. คณะกรรมการคุรุสภา
ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ง. ก.ค.ศ.
68. สมาชิกคุรุสภามีกี่ประเภท
ก. ๒ ประเภท
ข. ๓ ประเภท
ค. ๔ ประเภท
ง. ๕ ประเภท
69. ข้อใด ไม่ใช่ ประเภทของสมาชิกคุรุสภา
ก. ทั่วไป
ข. สามัญ
ค. กิตติมศักดิ์พิเศษ
ง. ผู้ทรงคุณวุฒิ
70. สมาชิกภาพของคุรุสภาสิ้นสุดข้อใดไม่ใช่
ก. ตาย
ข. ลาออก
ค. คุรุสภามีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ
ง. คณะกรรมการคุรุสภามีมติถอดถอน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
71. ส.ก.ส.ค. ย่อมาจากอะไร
ก. กรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข. คณะกรรมการส่งเสริมฯ
ค. สํานักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. สํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา
72. ใครเป็นประธานคณะกรรมการ ส.ก.ส.ค.
ก. นายก รมต.
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการ สพฐ.
ง. เลขาธิการ ส.ก.ส.ค.
73. ข้อใดไม่ใช่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ส.ก.ส.ค.
ก. ด้านสวัสดิการสังคม
ข. ด้านธุรกิจ
ค. ด้านการศึกษา
ง. ด้านกฎหมาย
74. ส.ก.ส.ค. มีฐานะอย่างไร
ก. นิติบุคคล
ข. นิติบุคคลในกํากับสํานักงานปลัดกระทรวง
ค. นิติบุคคลในกํากับกระทรวงศึกษาธิการ
ง. องค์การมหาชน
75. นายดําถูกพักใช้ใบอนุญาตและระหว่างนั้นได้ไปรับสอนพิเศษให้สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งนายดําจะมี
ความผิดอย่างไร
ก. จําคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท
ข. จําคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ค. จําคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท
ง. จําคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
76. ข้อใด ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของคุรุสภา
ก. ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ข. กําหนดนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ
ค. วิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
ง. ออกข้อบังคับคุรุสภา*
77. ปัจจุบันใคร เป็นกรรมการและเลขานุการคุรุสภา
ก. ศ.เสริมศักดิ์ วิสาลาภรณ์
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการคุรุสภา*
ง.ไม่มีข้อถูก
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
78. ใคร ไม่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ*
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ.
ง. เลขาธิการคุรุสภา
79. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีจํานวนกี่คน
ก. ๓๙ คน
ข.๓๒ คน
ค. ๒๖ คน
ง. ๑๗ คน*
80. พิจารณาพักใช้ใบประกอบวิชาชีพครู
ก. คุรุสภา
ข. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา
ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ*
ง. สํานักงานเลขาธิการคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
81. ใคร คือผู้ดูแลทะเบียนผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพ
ก. คุรุสภา
ข. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา
ค. เลขาธิการคุรุสภา*
ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
82. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่เป็นวิชาชีพควบคุม
ก. วิชาชีพครู
ข. วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
ค. วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
ง. วิชาชีพบุคลากร*
83. ใคร ไม่จําเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ก. รองผู้อํานวยการสถานศึกษา
ข. ครูอัตราจ้างรายเดือนในสถานศึกษา
ค. ข้าราชการพลเรือนในสํานักงานเขตฯ*
ง. ศึกษานิเทศก์
84. ขาดคุณสมบัติไม่สามารถขอขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพครูได้
ก. มีอายุย่างเข้าปีที่ยี่สิบ
ข. มีวุฒิปริญญาตรีนิติศาสตร์
ค. เคยถูกจําคุก ๒ ปีฐานทารุณกรรมเด็ก
ง. ถูกทุกข้อ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
85. อายุของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
ก. ชั่วคราว ๓ ปี
ข. ชั่วคราว ๕ ปี
ค. ๕ ปี *
ง. ตลอดชีพ
86. หากถูกลงโทษเพราะประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ
ก. ถูกพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ
ข. ถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
ค. ไม่สามารถสอนนักเรียนได้*
ง. ถูกออกจากระบบราชการ
87. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการจัดอยู่ในมาตรฐานวิชาชีพข้อใด
ก. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์
ข. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
ค. มาตรฐานการปฏิบัติตน*
ง. ทุกมาตรฐานข้างต้น
88. ผู้บริหารที่รู้อยู่แล้วว่า รับครูอัตราจ้างที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพมาสอนจะมีความ ผิดตามข้อใด
ก. ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
ข. ถูกจําคุกไม่เกิน ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๒ หมื่นบาท
ค. ถูกจําคุกไม่เกิน ๓ ปี*
ง. ไม่มีความผิดเพราะครูอัตราจ้างไม่มีข้อห้าม
89. คณะกรรมการที่ประธานกรรมการโดยตําแหน่ง
ก. คุรุสภา
ข. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ค. คณะกรรมการ สก.สค.*
ง. เฉพาะข้อ ข และ ค
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑
1. พรบ.กศน.๒๕๕๑ไม่ใช้บังคับ กับการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยซึ่งดําเนินการโดย
หน่วยงานใด
1. สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
2. สถาบันอุดมศึกษาของเอกชน
3. สถาบันอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน
4. ข้อ ก และ ข**
2. ข้อใดคือ การศึกษานอกระบบ
1. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ
หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ตรงตามสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้
ของกลุ่มเป้าหมายนั้น
2. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ
หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ตรงตามสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้
ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษา
หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้
3. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ
หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่เหมาะสมกับสภาพความต้องการและศักยภาพในการ
เรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทาง
การศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้
4. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ
หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ยืดหยุ่นและหลากหลายตามสภาพความต้องการและ
ศักยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับ
คุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้**
3. ข้อใดคือ การศึกษาตามอัธยาศัย
1. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจําวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด
ชีวิต ตามความสนใจ ความต้องการ โอกาสความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล**
2. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจําวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด
ชีวิต ตามหลักสูตร และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
3. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจําวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด
ชีวิต มีความยืดหยุ่น ตามความต้องการ โอกาสความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
4. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจําวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด
ชีวิต ตามหลักสูตรและความยืดหยุ่นในโอกาสความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
4. เลขาธิการสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย คือ
1. นาย
2. นายธี
3. นาย
4. นาย
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
5. ข้อใดคือ หลักการข้อที่ ๑ ของ การศึกษานอกระบบ
1. ความเสมอภาคในการเข้าถึงและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง**
2. การกระจายอํานาจแก่สถานศึกษาและการให้ภาคีเครือข่าย
3. การเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู้เรียน
4. การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายทั้งส่วนที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น
6. ข้อใดคือ หลักการข้อที่ ๑ ของ การศึกษาตามอัธยาศัย
1. ความเสมอภาคในการเข้าถึงและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง
2. การกระจายอํานาจแก่สถานศึกษาและการให้ภาคีเครือข่าย
3. การเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู้เรียน**
4. การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายทั้งส่วนที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น
7. ข้อใดคือ เป้าหมายของการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาตามอัธยาศัย
1. ได้รับความรู้และทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ที่จะเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
2. ได้เรียนรู้สาระที่สอดคล้องกับความสนใจและความจําเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิต
3. นําความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกับการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบ
4. ถูกทุกข้อ**
8. ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ**
2. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับมอบหมาย
3. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
4. เลขาธิการสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
9. คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมีกี่คน
1. ๑๗ คน
2. ๑๙ คน
3. ๒๑ คน**
4. ๒๘ คน
10. ข้อใดไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่งในคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
1. เลขาธิการสภาการศึกษา
2. เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
3. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
4. เลขาธิการคุรุสภา**
11. ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการภาคีเครือข่าย
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
2. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
3. เลขาธิการสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
4. คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
12. ๑๓.ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด
1. ผู้ว่าราชการจังหวัด**
2. รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย
3. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑
4. ผู้อํานวยการสํานักงาน กศน.จังหวัด
13. ใครเป็นผู้จัดทําบัญชีรายชื่อสถานศึกษาสังกัดสํานักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ**
2. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
3. เลขาธิการสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
4. ผู้อํานวยการสํานักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน
14. การประกาศรายชื่อสถานศึกษาตามข้อ ๑๓ ให้ประกาศอย่างไร
1. ประกาศเป็นกฎกระทรวง
2. ประกาศเป็นประกาศกระทรวง
3. ประกาศเป็นระเบียบกระทรวง
4. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา**
15. การประกาศรายชื่อสถานศึกษาตามข้อ ๑๕ ให้ประกาศภายในกี่วัน
1. ๓๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
2. ๖๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
3. ๙๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ**
4. ๑๒๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
16. เหตุผลในการตรา พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ๒๕๕๑ คือ
1. เพื่อส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
2. เพื่อให้มีการประสานกับการศึกษาในระบบ
3. เพื่อการบริหารงานที่คล่องตัวของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
4. เพื่อให้มีกฎหมายรองรับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย**
17. พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับเมื่อใด
1. ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
2. ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑**
3. ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
4. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
18. ข้อใดคือ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
1. Individualized Education Plan
2. Individualized Education Program**
3. Individualized Education Project
4. Individualized Education Prompt
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
19. เกณฑ์ที่ใช้ในการจัดทํา IEP คือ
1. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ ๓ ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางการเรียนรู้วิชาการ**
2. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ ๓ ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางร่างกายและรับรู้
3. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ ๕ ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางการเรียนรู้วิชาการ
4. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ ๕ ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางร่างกายและรับรู้
20. ครูการศึกษาพิเศษ ต้องคุณสมบัติตามข้อใด
1. มีวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปและปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
2. มีวุฒิทางการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรีขึ้นไป และปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
3. มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษระดับปริญญาตรีขึ้นไป และปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
4. มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษสูงกว่าระดับปริญญาตรีขึ้นไปและปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและ
เอกชน**
21. คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ มีกี่คน
1. ๑๗ คน
2. ๑๙ คน
3. ๒๑ คน
4. ๒๘ คน**
22. ใครเป็นรองประธานคนที่ ๑ ในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ
1. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
2. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย**
3. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ
4. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
23. ใครเป็นรองประธานคนที่ ๒ ในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ
1. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
2. ผู้ทรงคุณวุฒิที่ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง
3. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคนพิการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
4. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคนพิการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง**
24. ข้อใดไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่งในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ
1. เลขาธิการสภา
2. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
3. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา**
4. อธิบดีกรมการแพทย์
25. ข้อใด มีหน้าที่ดําเนินการจัดการเรียนร่วม การนิเทศ กํากับ ติดตาม เพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาอย่าง
ทั่วถึงและมีคุณภาพ
1. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. สํานักงานการศึกษาพิเศษ
3. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา**
4. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
26. ใครเป็นประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสําหรับคนพิการ
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
2. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
3. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน**
4. ผู้อํานวยการสํานักงานการศึกษาพิเศษ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖
1. พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ ประกาศลงราชกิจานุเบกษา ในวันใด
ก. ๒ ตุลาคม ๒๕๔๖ *
ข. ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๖
ค. ๒ธันวาคม ๒๕๔๖
ง. ๒ กันยายน ๒๕๔๖
2. พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. เมื่อพ้นกําหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจานุเบกษา
ข. เมื่อพ้นกําหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจานุเบกษา
ค. เมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจานุเบกษา
ง. เมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจานุเบกษา*
3. เด็กหมายถึงข้อใด
ก. บุคคลที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปีบริบูรณ์
ข. บุคคลที่มีอายุไม่เกินสิบเจ็ดปีบริบูรณ์
ค. บุคคลที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์*
ง. บุคคลที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ต้องมีบัตรประจําตัวประชาชน
4. “เด็ก” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ หมายถึงข้อใด
1. บุคคลซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส*
2. บุคคลซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบห้าปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
3. บุคคลซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ไม่ว่าจะสมรสหรือไม่
4. บุคคลซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบห้าปีบริบูรณ์ไม่ว่าจะสมรสหรือไม่
5. เด็กที่อยู่ในครอบครัวจากจน หรือบิดา มารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขังหรือแยกกันอยู่หมายถึงเด็กตามข้อ
ใด
ก. เด็กเร่ร่อน
ข. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก*
ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด
ง. เด็กกําพร้า
6. เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้ จนเป็นเหตุให้เด็กต้องเร่ร่อน
ไปในที่ต่าง ๆ
ก. เด็กเร่ร่อน*
ข. เด็กร่อนเร่
ค. เด็กกลุ่มเสี่ยง
ง. ไม่มีข้อถูก
7. เด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิ์ภาพของตน
ก. เด็กเร่ร่อน*
ข. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก
ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด
ง. เด็กกําพร้า
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
8. ข้อใดหมายถึง“เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก”
1. เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
2. หรือบิดามารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับความลําบาก
3. หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัยหรือกําลังความสามารถและสติปัญญา
4. ถูกทุกข้อ*
9. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก ตรงกับข้อใด
ก. เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดู
ข. เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต
ค. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สมอง สติปัญญา หรือจิตใจ
ง. เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหย่าร้าง*
10. เด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานที่ที่อาจชักนําไปในทางเสียหาย หมายถึงเด็กตามข้อใด
ก. เด็กเร่ร่อน
ข. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก
ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด*
ง. เด็กกําพร้า
11. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. “นักเรียน” หมายความว่า เด็กซึ่งกําลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้ง
ประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน
2. “นักศึกษา” หมายความว่า เด็กซึ่งกําลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐ
หรือเอกชน
3. “บิดามารดา” หมายความว่า บิดามารดาของเด็กซึ่งสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย*
4.“ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา ผู้อนุบาล ผู้รับบุตรบุญธรรม และผู้ปกครอง ตามประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ และให้หมายความรวมถึงพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ผู้ปกครองสวัสดิ์ภาพนายจ้าง ตลอดจนบุคคลอื่น
ซึ่งรับเด็กไว้ในความอุปการะเลี้ยงดูหรือซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วย
12. “ทารุณกรรม” หมายถึงข้อใด
1. การกระทําหรือละเว้นการกระทําด้วยประการใด ๆ จนเป็นเหตุให้เด็กเสื่อมเสียเสรีภาพหรือเกิดอันตรายแก่
ร่างกายหรือจิตใจ
2. การกระทําผิดทางเพศต่อเด็ก
3. การใช้เด็กให้กระทําหรือประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจหรือขัดต่อกฎหมาย
หรือศีลธรรมอันดี
4. ถูกทุกข้อ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
13. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1.“สถานรับเลี้ยงเด็ก” หมายความว่า สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปีบริบูรณ์และมี
จํานวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของหรือผู้ดําเนินการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานพยาบาลหรือโรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชน*
2.“สถานแรกรับ” หมายความว่า สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและ
ครอบครัว เพื่อกําหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพ ที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ละราย
3. “สถานสงเคราะห์” หมายความว่า สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่จําต้องได้รับการ
สงเคราะห์ ซึ่งมีจํานวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป
4.“สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ” หมายความว่า สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพเพื่อแก้ไขความประพฤติ
บําบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ
14. ข้อใดคือสถานรับเลี้ยงเด็ก
ก. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุ ๓-๖ ปี ตั้งแต่ ๖ คนขึ้นไป
ข. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุ ๓-๖ ปี ตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป
ค. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุไม่เกิน ๖ ปี ตั้งแต่ ๖ คนขึ้นไป*
ง. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุไม่เกิน ๖ ปี ตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป
15. ข้อใดเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖
1. ส่งเสียให้ได้รับการศึกษาในระดับปริญญาตรี
2. สนับสนุนให้ได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา หรือปฏิบัติกิจในศาสนาที่ตนนับถือ
3. ให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและพัฒนาตามควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น*
4. ถูกทุกข้อ
16. บุคคลใดมีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิ์ภาพเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ
ก. นายอําเภอ
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. ถูกทุกข้อ*
17. จังหวัดใดยังมิได้เปิดทําการศาลเยาวชนและครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาล
จังหวัด ในการพิจารณาพิพากษาคดีดําเนินการอย่างไร
ก. ให้ศาลจังหวัดมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดี*
ข. ให้ส่งคดีไปจังหวัดใกล้เคียง
ค. ให้ส่งคดีให้จังหวัดใดก็ได้
ง. ถูกทุกข้อ
18. ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖
ก. รมต.ว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข. รมต.ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ค. และ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ถูกทุกข้อ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
19. ประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ คือใคร
ก. รมต.ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ *
ข. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ง. ปลัดกระทรวงยุติธรรม
20. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่ง รมต.ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์แต่งตั้งจาก
ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการงานที่ทําในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ครู จิตวิทยา กฎหมาย แพทย์
ก. ไม่น้อยกว่าเจ็ดปี*
ข. ไม่น้อยกว่าเก้าปี
ค. ไม่น้อยกว่าสิบสามปี
ง. ไม่น้อยกว่าสิบห้าปี
21. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละกี่ปี
ก. คราวละสองปี
ข. คราวละสามปี*
ค. คราวละสี่ปี
ง. คราวละห้าปี
22. ประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด คือใคร
ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด *
ข. รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. อัยการจังหวัด
ง. พัฒนาการจังหวัด
23. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ต้องเป็นสตรีไม่น้อยกว่าเท่าใด
ก. หนึ่งในสอง
ข. หนึ่งในสาม*
ค. หนึ่งในสี่
ง. หนึ่งในห้า
24. ใครเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด
ก. ปลัดจังหวัด
ข. วัฒนธรรมจังหวัด
ค. พัฒนาการจังหวัด
ง. พัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัด*
25. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์มี ๘ ประเภท
ข. เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิ์ภาพ มี ๓ ประเภท
ค. การสงเคราะห์เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ให้ดําเนินการตามวิธีที่เหมาะสม
ง. ถูกทุกข้อ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
26. คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดมีอํานาจและหน้าที่ ตามข้อใด
1. กําหนดแนวทางการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในเขตกรุงเทพมหานคร
หรือเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี
2. ตรวจสอบหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงกรณีมีการปฏิบัติต่อเด็กโดยมิชอบ
3. เรียกเอกสารหรือพยานหลักฐานใด ๆ หรือขอคําชี้แจงจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบ การวินิจฉัยในการ
ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
4. ถูกทุกข้อ*
27. การกระทําใดเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก หรือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเด็กหรือไม่
ให้พิจารณาตามแนวทางใด
ก. ที่กําหนดในกฎกระทรวง*
ข. ที่กําหนดใน พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖
ค. ที่กําหนดใน ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ
ง. ไม่มีข้อถูก
28.นอกจาก ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของ
ตนตามควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น และจะต้องคํานึงถึงเรื่องใดเป็นสําคัญ
1. ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานขั้นต่ําตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
2. ต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่
ร่างกายหรือจิตใจ
3. ถูกทั้ง ก และ ข*
4. ไม่มีข้อถูก
29. ผู้ปกครองต้องไม่กระทําการ ดังต่อไปนี้
1. ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาลหรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็กหรือที่สาธารณะหรือ
สถานที่ใด โดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน
2. ละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใด ๆ โดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแลสวัสดิภาพหรือให้การเลี้ยงดูที่เหมาะสม
3. จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งที่จําเป็นแก่การดํารงชีวิตหรือสุขภาพอนามัยจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือ
จิตใจของเด็ก
4. ถูกทุกข้อ*
30. ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการ ดังต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง
1.บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทําให้เด็กมีความประพฤติ
เสี่ยงต่อการกระทําผิด
2.ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทํางานหรือกระทําการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจมีผลกระทบต่อการ
เจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก
3.บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทําการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่
ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด
4. ทุกข้อเป็นข้อห้ามทั้งหมด*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
31.ผู้ใดพบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจําต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ จะต้องดําเนินการอย่างไร
ก. จะต้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้นโดยมิชักช้า
ข. แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยมิชักช้า
ค. แจ้งผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยมิชักช้า
ง. ถูกทุกข้อ*
แนวข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ
บ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖
1. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ใช้บังคับตั้งแต่
เมื่อใด
ก. ๗ ตุลาคม ๒๕๔๖
ข. ๘ ตุลาคม ๒๕๔๖
ค. ๙ ตุลาคม ๒๕๔๖
ง. ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๖**
จ. ๑๑ ตุลามคม ๒๕๔๖
2. ข้อใดมิใช่ส่วนราชการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.
๒๕๔๖
ก. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น**
ข. กระทรวง
ค. จังหวัด
ง. หน่วยงานอื่นที่รัฐอยู่ในกํากับของฝ่ายบริหาร
จ. ข้อ ก. และข้อ ค.
3. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ได้แก่ การบริหารราชการ เพื่อบรรลุเป้าหมายต่อไปนี้ ข้อใดมิใช่
ก. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
ข. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจําเป็น
ค. มีการปรับปรุงภารกิจส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
ง. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ําเสมอ
จ. ทุกข้อคือเป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี**
4. ข้อใดต่อไปนี้มิใช่วัตถุประสงค์ของการบริหารราชการเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ก. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุก
ข. การปฏิบัติราชการเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
ค. การปฏิบัติราชการเพื่อความสงบ และปลอดภัยของประชาชนส่วนรวม
ง. การปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์สุขของประเทศ
จ. ไม่มีข้อถูก**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
5. ข้อใดมิใช่แนวทางการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
1. ต้อเป็นไปโดยซื่อสัตย์ สุจริต สามารถตรวจสอบได้
2. ก่อนเริ่มดําเนินการส่วนราชการจะต้องให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลดี ผลเสียให้ครบทุกด้าน
3. ข้าราชการจะต้องคอยรับฟังความคิดเห็นและความพึงพอใจของสังคมโดยรวมและประชาชนผู้ให้บริการ
4. ในกรณีที่เกิดปัญหา และอุปสรรคจากการดําเนินการให้ส่วนราชการแก้ไขปัญหาอุปสรรคนั้นโดยเร็ว
5. เป็นแนวทางหมดทุกข้อ**
6. ข้อใดมิใช่แนวทางบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ก. การจัดทําแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้า
ข. การปฏิบัติราชการแบบบูรณาการร่วมกัน
ค. การให้ส่วนราชการมีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด
ง. การบริหารราชการโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง**
จ. การพัฒนาส่วนราชการให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
7. หน่วยงานใดต่อไปนี้มีหน้าที่ร่วมกันจัดทําแผนบริหารราชการแผ่นดินเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
ก. สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ข. สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ค. สํานักงาน ก.พ.ร.
ง. สํานักงานงบประมาณ
จ. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ**
8. เมื่อคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดทําแผนการบริหารราชการแผ่นดินต้อง
เสนอแผนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในกี่วัน
1. ๓๐ วัน
2. ๔๕ วัน
3. ๖๐ วัน
4. ๙๐ วัน **
5. ๑๒๐. วัน
9. การบริหารราชการแผ่นดินไม่ผูกพันกับองค์กรใดต่อไปนี้
ก. กรุงเทพมหานคร**
ข. คณะรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรี
ง. กระทรวง
จ. ผูกพันทุกข้อที่กล่าวมา
10. ข้อใดมิใช่สาระสําคัญของแผนการปฏิบัติราชการ
ก. มีการกําหนดเป้าหมาย
ข. มีการกําหนดผลสัมฤทธิ์ของงาน ส่วนราชการและบุคคลที่รับผิดชอบภารกิจ
ค. กําหนดแนวทางการปฏิบัติงาน**
ง. มีการประมาณรายได้และรายจ่าย และทรัพยากรต่าง ๆ ที่จะต้องใช้
จ. กําหนดระยะเวลาดําเนินงานและการประเมินผล
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
11. หน่วยงานใดต่อไปนี้มีหน้าที่จัดทําแผนนิติบัญญัติ
ก. สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ข. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ค. สํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ง. ข้อ ก. และข้อ ข.**
จ. ข้อ ข. และข้อ ค.
12. การจัดทําแผนปฏิบัติราชการจะต้องนําแนวนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภามาพิจารณาดําเนินการให้
สอดคล้องกับ .....?
ก. แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
ข. แผนพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ค. แนวพระราชบัญญัติองค์พระมหากษัตริย์
ง. ก และ ข**
จ. ก ข และ ค
13. สํานักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการก็ต่อเมื่อแผนการปฏิบัติราชการประจําปีของ
ส่วน ราชการได้รับความเห็นชอบจาก.....?
ก. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข. คณะรัฐมนตรี
ค. รัฐสภา
ง. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด**
จ. ก.พ.ร.
14. เมื่อสิ้นปีงบประมาณส่วนราชการจะต้องทํารายงานใดเสนอแก่คณะรัฐมนตรี
ก. รายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติราชการประจําปี**
ข. รายงานการใช้จ่ายงบประมาณ
ค. รายงานประเมินผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการประจําปี
ง. รายงานตัวชี้วัดแห่งความสําเร็จ
จ. รายงานปัญหาและอุปสรรคตลอดถึงแนวการแก้ไขตามแผนปฏิบัติราชการประจําปี
15.การโอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งตามที่กําหนดในแผนปฏิบัติราชการไปดําเนินการอย่างอื่น ซึ่งมีผลทําให้
ภารกิจเดิมไม่บรรลุเป้าหมายหรือนําไปใช้ในภารกิจใหม่ที่มิได้กําหนดในแผนปฏิบัติราชการจะกระทําได้
หรือไม่
1. ไม่สามารถกระทําได้
2. สามารถกระทําได้โดยอนุมัติรัฐมนตรีเจ้าสังกัด**
3. สามารถกระทําได้โดยการอนุมัติ ก.พ.ร.
4. สามารถกระทําได้โดยอนุมัติ ก.พ.ร
5. สามารถกระทําได้โดยอนุมัติรองปลัดกระทรวง หัวหน้ากลุ่มภารกิจ หรือปลัดกระทรวงแล้วแต่กรณี
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
16. การปรับแผนปฏิบัติราชการมีผลให้โอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งไปดําเนินการอย่างอื่นซึ่งมีผลทําให้ภาร
เดิมไม่บรรลุเป้าหมายจะทําได้เฉพาะกรณีที่... ?
1. ภารกิจนั้นไม่อาจดําเนินการตามวัตถุประสงค์ต่อไปได้
2. ภารกิจนั้นหมดความจําเป็นหรือไม่เป็นประโยชน์หรือหากดําเนินการต่อไปจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินความ
จําเป็น
3. มีความจําเป็นอย่างอื่นมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงสาระสําคัญของแผนปฏิบัติ
4. ข และ ค
5. ก ข และ ค**
17. การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนราชการต้อง.........?
1. กําหนดเป้าหมายการปฏิบัติราชการ
2. มีแผนการทํางาน
3. กําหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของโครงการและงบประมาณที่ต้องใช้ในแต่ละโครงการ และต้องดเผยแพร่ให้
ข้าราชการและประชาชนทราบ
4. ก และ ค
5. ก ข และ ค**
18. การจัดบัญชีต้นทุน ในการบริการสาธารณะ แต่ละประเภทเป็นไปเพื่อ
ก. ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ข. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ**
ค. การประเมินผลการปฏิบัติราชการ
ง. ข และ ค
จ. ก ข และ ค
19. การจัดทําบัญชีต้นทุนในการบริการสาธารณะ ต้อจัดทําตามหลักเกณฑ์เหนือหน่วยงานใดกําหนด
ก. สํานักงบประมาณ
ข. สํานักงาน ก.พ.ร.
ค. กระทรวงการคลัง
ง. กรมบัญชีกลาง**
จ. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
20. เมาส่วนราชการคํานวณรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของส่วน
ราชการ แล้วเสร็จต้องรายงานให้หน่วยงานใดทราบ
ก. สํานักงบประมาณ
ข. กรมบัญชีกลาง
ค. ก.พ.ร.
ง. ก และ ข
จ. ก ข และ ค**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
21. หน่วยงานใดมีหน้าที่ประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการได้ดําเนินการ
ก. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข. สํานักงบประมาณ
ค. สํานักงาน ก.พ.ร.
ง. ก และ ข **
จ ก ข และ ค
22. ในการประเมินความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐให้คํานึง
1. ประเภทและสภาพของแต่ละภารกิจ
2. ความเป็นไปได้ของภารกิจหรืองานโครงการที่ได้ดําเนินการ
3. ประโยชน์ที่รัฐและประชาชนพึงจะได้รับและจ่ายที่ต้องเสียไปก่อนและหลังที่ส่วนราชการได้ ดําเนินการ
4. ข และ ค
จ. ก ข และ ค**
23. การจัดซื้อจัดจ้างต้องดําเนินการโดย
1. การจัดซื้อจัดจ้างมีวัตถุประสงค์ในการใช้ที่ต้องคํานึงถึงคุณภาพและการดูแลรักษาเป็นสําคัญ**
2. การจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์
3. การจัดซื้อจัดจ้างนวัตกรรมใหม่ที่มีผู้ผลิตน้อยราย
4. การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าตามบัญชีมาตรฐานอุตสาหกรรม
5. การจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องคํานึงถึงประโยชน์และผลเสียทางสังคม
24. การจัดซื้อจัดจ้างต้องดําเนินการโดย
1. เปิดเผยและเที่ยงธรรม
2. พิจารณาถึงประโยชน์ และผลเสียทางสังคม ภาระต่อประชาชน คุณภาพ และวัตถุประสงค์ที่จะใช้
3. พิจารณาถึงราคาประโยชน์ระยะยาวของส่วนราชการที่ได้รับประกอบกัน
4. ก และ ค
5. ก ข และ ค**
25.ในการปฏิบัติภารกิจใดหากส่วนราชการจําเป็นต้องได้รับอนุมัติ อนุญาต หรือขอความเห็นจากส่วนราชการ
อื่น ส่วนราชการที่มีอํานาจพิจารณา ต้องแจ้งผลการพิจารณาให้ส่วนราชการที่ยื่นคําขอ ทราบภายในกี่วัน
ก. ๗วัน
ข. ๑๕ วัน หรือตามที่ส่วนราชการที่มีอํานาจประกาศกําหนด**
ค. ๓๐ วัน และสามารถขยายได้อีก ๓๐ วัน หรือตามที่กฎหมายเฉพาะกําหนด
ง. ๓๐ วัน และสามารถขยายได้อีก ๓๐ วัน หรือตามที่กฎหมายเฉพาะกําหนด
จ. ๑๖ วัน และสามารถขยายได้ไม่เกิน ๓๐ วัน หรือตามที่กฎหมายกําหนด
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
26.ข้อใดมิใช่หลักในการวินิจฉัยปัญหาของส่วนราชการในรูปแบบของคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกาว่า
ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖
1. การตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาให้ดําเนินการได้เท่าที่จําเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
2.เมื่อคณะกรรมการมีมติเป็นประการใดแล้วให้มติของคณะกรรมการผูกพันส่วนราชการ ซึ่งมีผู้แทนร่วมเป็น
กรรมการอยู่ด้วยแม้ว่าผู้แทนส่วนราชการที่เป็นกรรมการจะมิได้เข้าร่วมการพิจารณาวินิจฉัยก็ตาม
3. มติของคณะกรรมการผูกพันกับส่วนราชการที่มีตัวแทนเป็นกรรมการ ยกเว้นการวินิจฉัยในด้านปัญหา
กฎหมาย
4. ถ้ามีความแตกต่างกันสองฝ่ายให้บันทึกเหตุผลกรรมการฝ่ายข้างน้อย ไว้ให้ปรากฏเรื่องนั้นด้วย
5. ทุกข้อเป็นหลักในการวินิจฉัยปัญหาในรูปและคณะกรรมการ**
27. ข้อใด มิได้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
ก. การจัดทําบัญชีต้นทุนในการบริการสาธารณะ
ข. การกําหนดตัวชี้วัดผลสําเร็จของภารกิจ**
ค. การกําหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาในการจัดซื้อจัดจ้าง
ง. การสั่งราชการโดยปกติให้ทําโดยลายลักษณ์อักษร
จ. ข และ ง
28. การกระจายอํานาจ การตัดสินใจมุ่งผลให้เกิดในเรื่องใด
ก. ความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ
ข. ลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ
ค. ความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน**
ง. ข และ ค
จ. ก ข และ ค
29. ส่วนราชการจะต้องจัดทําแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดําเนินการในการปฏิบัติงานด้านใดเปิดเผยไว้
ณ ที่ทําการของส่วนราชการและระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ก. การบริการประชาชน
ข. การติดต่อประสานงานกับส่วนราชการด้วยกัน
ค. การจัดซื้อจัดจ้าง
ง. ก และ ข**
จ. ก ข และ ค
30. การจัดตั้งศูนย์บริหารร่วม เป็นหน้าที่ของใคร
ก. หัวหน้าส่วนราชการ
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ ปลัดอําเภอผู้เป็นหัวหน้าประจํากิ่งอําเภอ
ค. ปลัดกระทรวง**
ง. ก และ ข
จ. ข และ ค
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
31. การปรับปรุง ภารกิจอํานาจหน้าที่โครงสร้างและอัตรากําลังส่วนราชการเป็นไปโดย
ก. ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี**
ข. พระราชบัญญัติ
ค. พระราชกฤษฎีกา
ง. กฎกระทรวง
จ. ระเบียบกระทรวง
32.เมื่อมีการยุบเลิก โอน หรือรวมส่วนราชการใดทั้งหมดหรือบางส่วนห้ามมิให้จัดตั้งส่วนราชการที่มีภารกิจ
และอํานาจหน้าที่ที่มีลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกับส่วนราชการดังกล่าวขึ้นอีกเว้นแต่
ก. มีการเปลี่ยนแปลงแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
ข. มีเหตุผลจําเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ
ค. ก และ ข**
ง. ก ข และ ค
33. ข้อควรคํานึงถึงที่สําคัญของการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ให้ทันสมัย และเหมาะสมกับ
สภาวการณ์คือ
ก. ความสะดวกรวดเร็ว และลดภาระของประชาชน**
ข. การพัฒนาประเทศ
ค. ประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจ
ง. การปฏิบัติตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
จ. การรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน
34. การแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมาย หากส่วนราชการไม่เห็นชอบด้วยกับสํานักงานคณะกรรมการ ให้
เสนอกฤษฎีกา ให้เสนอเรื่องต่อ..........................เพื่อวินิจฉัย
ก. คณะกรรมการร่างกฎหมายเพื่อการพัฒนาประเทศ
ข. ก.พ.ร.
ค. คณะรัฐมนตรี**
ง. รัฐมนตรีผู้รักษาการ
จ. นายกรัฐมนตรี
35. ข้อใดมีอํานาจในการกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานและงานให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ
ก. ก.พ.ร.**
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด
ง. คณะรัฐมนตรี
จ. ก และ ข
36. เมื่อส่วนราชการได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชนเป็นหน้าที่ของส่วนราชการจะต้องตอบ
คําถามหรือแจ้งการดําเนินการทราบภายใน..................
ก. ๗ วัน
ข. ๑๕ วัน**
ค. ๑๕ วัน และสามารถขยายเวลาได้อีก
ง. ๓๐ วัน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
จ. ๓๐ วัน และสามารถขยายเวลาได้อีก ๓๐ วัน
37. ส่วนราชการจะต้องจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศในระบบเดียวกันกับหน่วยงานใด
ก. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร**
ข. ก.พ.ร.
ค. สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ง. สํานักงบประมาณ
จ. หน่วยงานที่ ก.พ.ร. มอบหมายโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
38. ส่วนราชการจัดให้มีผู้ประเมินอิสระดําเนินการประเมินการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเกี่ยวกับ
ก. ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ
ข. คุณภาพให้บริการและความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ
ค. ความคุ้มค่าในภารกิจ
ง. ข และ ค
จ. ก ข และ ค**
39. ข้อใดมิใช่หลักการที่ส่วนราชการใช้ในการประเมินภาพรวมของผู้บังคับในแต่ละระดับ
ก. การประเมินต้องทําเป็นความลับ
ข. การประเมินเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ
ค. การประเมินต้องเป็นไปโดยโปร่งใส
ง. ต้องแจ้งวิธีการประเมินให้ผู้ประเมินทราบล่วงหน้า
จ. ค และ ง**
40. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทําหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอย่างน้อยต้องมีหลักเกณฑ์
เกี่ยวกับการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
ก. การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
ข. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ค. การอํานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน
ง. ข และ ค**
จ. ก ข และ ค
41. ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งเงินรางวัลให้แก่ราชการ
ก. ส่วนราชการให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กําหนด
ข. ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรี จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบําเหน็จความชอบแก่ส่วนราชการ
ค. ให้ใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายของส่วนราชการ
ง. ก และ ข
จ. ก ข และ ค**
42. เงินรางวัลเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการได้มาโดย
1. ส่วนราชการได้ดําเนินงานตามเป้าหมายสามารถเพิ่มผลงานและผลสัมฤทธิ์
2. ส่วนราชการได้ดําเนินการตามเป้าหมาย
3. ส่วนราชการได้ดําเนินการตามเป้าหมายสามารถเพิ่มผลงานและผลสัมฤทธิ์โดยไม่เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย
4. ส่วนราชการได้ดําเนินงานตามแผนการลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วย
5. ค และ ง**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ ชุดที่ ๑
1. ข้อใด คือหลักการของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
1. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา
2. ให้มีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูฯ*
3. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
4. ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
2. เหตุผลสําคัญที่ต้องตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
1. มาตรา ๕๔ หมวด ๗ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ กําหนดให้บัญญัติขึ้น
2. เพื่อให้มีระบบข้าราชการครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาขึ้นมาใหม่
3. ให้ข้าราชการครูฯอยู่ภายใต้การกํากับดูแลขององค์กรกลางเดียวกัน*
4. เพื่อกระจายอํานาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
3. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
ข. ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๗
ค. ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๗*
ง. ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗
4. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ส่งผลให้ยกเลิกกฎหมาย
ฉบับใด
1. พระราชบัญญัติคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๓ และแก้ไขเพิ่มเติม
2. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ และแก้ไขเพิ่มเติม*
3. พระราชบัญญัติครู พ.ศ. ๒๔๘๘ และแก้ไขเพิ่มเติม
4. ถูกทุกข้อ
5. ข้อใด ไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ พ.ศ. ๒๕๔๗
ก. ครู*
ข. ผู้บริหารสถานศึกษา
ค. ผู้บริหารการศึกษา
ง. ผู้สนับสนุนการศึกษา
6. ข้อใด ไม่ใช่หน่วยงานทางการศึกษาพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ พ. ศ. ๒๕๔๗
ก. สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ*
ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สํานักงานการศึกษานอกโรงเรียน
ง. หน่วยงานตามที่ ก.ค.ศ.กําหนด
7. “ข้าราชการครูฯ” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รับราชการ
โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนในกระทรวงใด
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ค. กระทรวงวัฒนธรรม
ง. ถูกทุกข้อ *
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
8. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. “ข้าราชการครู” หมายความว่า ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทําหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริม
การเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาของรัฐ
2. “คณาจารย์” หมายความว่า บุคลากรซึ่งทําหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษา
ระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ
3. ข้าราชการครูและคณาจารย์มีความหมายเหมือนกัน*
4. ถูกหมดทุกข้อ
9. ข้อใดไม่ใช่ บุคลากรทางการศึกษา
ก. ศึกษานิเทศก์
ข. ผู้บริหารการศึกษา
ค. ข้าราชการที่ทํางานในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ*
10. “หน่วยงานการศึกษา” หมายถึงข้อใด
ก. สถานศึกษา
ข. สํานักงานการศึกษานอกโรงเรียน
ค. แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ*
11. ข้อใดไม่ใช่“สถานศึกษา”
ก. ศูนย์การเรียน
ข. ศูนย์เด็กเล็ก *
ค. วิทยาลัยชุมชน
ง. สถาบัน
12. คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูฯที่เรียกชื่อย่อว่า ก.ค.ศ มีใครเป็นรองประธานกรรมการ
ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ*
ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ
ง. ผู้ที่คณะกรรมการเลือก
13. เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการก.ค.ศ. มีจํานวนเท่าใด
ก. ๒ คน
ข. ไม่เกิน ๒ คน
ค. ๓ คน
ง. ไม่เกิน ๓ คน*
14. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ.ซึ่ง ครม.แต่งตั้งจํานวน ๙ คน ไม่ได้แต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความ
เชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านใด
1. ด้านการศึกษา ด้านการศึกษาพิเศษ หรือด้านกฎหมาย
2. ด้านการบริการจัดการภาครัฐ ด้านการบริหารองค์กร หรือการบริหารงานบุคคล
3. ด้านบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์
4. ด้านรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
15. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นใน ก.ค.ศ. ต้องมีคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาและ
ประสบการณ์ตามข้อใด
1. ไม่กําหนดคุณวุฒิแต่มีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๕ ปี
2. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์สนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๕ ปี
3. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี*
4. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีทางการศึกษาและมีประสบการณ์สนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี
16. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯใน ก.ค.ศ.มีวาระในการดํารงตําแหน่งคราวละกี่
ปี และเป็นได้กี่วาระ
ก. คราวละ ๓ ปี/เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน
ข. คราวละ ๓ ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้
ค. คราวละ ๔ ปี/เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน*
ง. คราวละ ๔ ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้
17. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯใน ก.ค.ศ.
1. พ้นจากตําแหน่งตามวาระ
2. ขาดคุณสมบัติหรือพ้นจากการเป็นข้าราชการครูฯ
3. ตาย หรือลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
4. ถอดถอนโดย ครม.ตามมติ ก.ค.ศ.ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการ*
18.การแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ เพื่อทําหน้าที่พิจารณาในเรื่องใดของ ก.ค.ศ. ที่กําหนดเงื่อนไขให้ตั้งจาก
กรรมการ ก.ค.ศ. ซึ่ง ครม.แต่งตั้งอย่างน้อยสองคน และคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูฯไม่
น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนอนุกรรมการทั้งหมด
ก. การสรรหา บรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูฯเป็นกรณีพิเศษ
ข. การพิจารณาวินิจฉัยตีความปัญหาที่เกิดจากการใช้บังคับกฎหมาย
ค. การดําเนินการเรื่องวินัย การออกจากราชการการอุทธรณ์และการร้องทุกข์*
ง. ถูกทุกข้อ
19. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้แทนผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาแตกต่างจากกรรมการซึ่งเป็น
ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาข้าราชการครูฯซึ่งเป็นคณะกรรมการใน ก.ค.ศ. ด้านใด
1. ด้านการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
2. ด้านประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่*
3. ด้านเป็นผู้ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ยุติธรรม
4. ด้านการไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณและการประกอบอาชีพ
20. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
1. เสนอแนะให้คําปรึกษาแก่นายกรมต.เกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการบริหารบุคคล*
2. กําหนดนโยบายวางแผน กําหนดเกณฑ์อัตรากําลัง
3. เสนอแนะให้คําปรึกษาแก่ ครม.เกี่ยวกับการปรับปรุงค่าครองชีพสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล
4. ออกกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการบริหารงานบุคคล
21. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
1. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม
2. กําหนดวิธีการเงื่อนไขการจ้างเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลรวมทั้งกําหนดค่าตอบแทน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
3. ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาเสริมสร้างขวัญกําลังใจ สวัสดิการ สิทธิประโยชน์
4. เสนอแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาต่อ รมต.*
22. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
1. กําหนดมาตรฐาน พิจารณาและให้คําแนะนําเกี่ยวกับการดําเนินการทําวินัย การออกจากราชการ
2. กํากับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบประเมินผลการบริหารงานบุคคล
3. รายงานต่อ รมต.กรณีส่วนราชการอ.ก.ค.ศ. เขตฯ คณะกรรมการไม่ปฏิบัติตามพรบ.นี้*
4. รับรองคุณวุฒิผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรทางการศึกษา
23. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
1. ส่งเสริมสนับสนุน ประสานงานและให้คําปรึกษา แนะนําการบริหารงานบุคคลแก่เขตพื้นที่ฯ
2. กําหนดค่าธรรมเนียมต่างๆที่ต้องดําเนินการตาม พรบ.นี้
3. จัดทําทะเบียนประวัติและควบคุมการเกษียณอายุราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา*
4. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎหมายกําหนด
24. สํานักงาน ก.ค.ศ.มีฐานะเป็นกรมอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อบุคคลใด
ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ*
ข. นายก รมต.
ค. ปลัดกระทรวง
ง. ครม.
25. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของสํานักงาน ก.ค.ศ.
1. พัฒนาข้อมูลและจัดทําแผนอัตรากําลังข้าราชการครูฯ
2. กํากับติดตามตรวจสอบการปฏิบัติของหน่วยงานทางการศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา
3. จัดทํารายงานประจําปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลข้าราชการครูฯ
4. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม*
26. ก.ค.ศ.” ประกอบด้วย กรรมการโดยตําแหน่งจํานวนแปดคน ข้อใดไม่ใช่
ก. ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ข. ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. *
ง. เลขาธิการคุรุสภา
27. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใน ก.ค.ศ. จํานวนเก้าคนซึ่ง ครม.แต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และ
ประสบการณ์สูงทาง ด้านละหนึ่งคน ในข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ด้านการบริหารการจัดการภาครัฐ
ข. ด้านการบริหารองค์กร
ค. ด้านการบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์
ง. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือด้านการบริหารจัดการความรู้*
28. กรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯใน ก.ค.ศ. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจํานวนกี่คน
ก. เก้าคน
ข. สิบสองคน*
ค. สิบสามคน
ง. สิบสี่คน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
29. กรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯใน ก.ค.ศ. ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเลือกจากข้าราชการครูสังกัดสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวนกี่คน
ก. สองคน
ข. สามคน*
ค. สี่คน
ง. ห้าคน
30. ถ้ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯว่างลง จะต้องดําเนินการอย่างไร
1. แต่งตั้งหรือเลือกตั้งกรรมการแทนตําแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวัน
2. ถ้าวาระการดํารงตําแหน่งของกรรมการผู้นั้นเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ดําเนินการแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง
กรรมการแทนก็ได้
3. ให้กรรมการซึ่งแทนกรรมการในตําแหน่งที่ว่างลงมีวาระอยู่ในตําแหน่งเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่ง
ตนแทน
4. ถูกทุกข้อ*
31. ในการประชุม ก.ค.ศ. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
2. ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทําหน้าที่
แทน
3. ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
4. ถูกทุกข้อ*
32. ใครเป็นประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
ก. ผู้ที่ ก.ค.ศ.แต่งตั้ง
ข. ผู้ที่ได้รับเลือกจากอนุกรรมการ
ค. ผู้ที่ได้รับการเลือกจากอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ*
ง. กรรมการโดยตําแหน่งคนใดคนหนึ่ง
33. องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาคือข้อใด
1. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
2. อนุกรรมการโดยตําแหน่ง อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ
3. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่งอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ
4. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ และอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ*
34. อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูฯใน อ.ก.ค.ศ. ได้มาโดยวิธีใด
ก. การคัดเลือก
ข. การสรรหา
ค. การเลือกตั้ง*
ง. วิธีการอื่น ตามที่ ก.ค.ศ กําหนด
35. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
1. ให้ความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูฯ
2. ให้ความเห็นชอบการพิจารณาความดีความชอบของครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดเขตฯ
3. จัดทําและพัฒนามาตรฐานข้อมูลข้าราชการครูฯ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
4. ให้ความเห็นชอบการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่ใช่อํานาจหน้าที่สถานศึกษา
36. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สําหรับแต่ละเขต
พื้นที่การศึกษา ประกอบด้วย อนุกรรมการโดยตําแหน่งจํานวนกี่คน
ก. สองคน*
ข. สามคน
ค. สี่คน
ง. ไม่มีข้อถูก
37.อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สําหรับแต่ละเขต
พื้นที่การศึกษา ประกอบด้วย อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสี่คน ซึ่งคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ
หรือประสบการณ์ด้านละหนึ่งคน ในข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. การบริหารงานบุคคล
ข. ด้านการบริการจัดการภาครัฐ*
ค. ด้านกฎหมาย
ง. ด้านการเงินการคลัง
38. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีจํานวนเท่าใด
ก. เก้าคน
ข. สิบคน*
ค. สิบเอ็ดคน
ง. สิบสองคน
39. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
2. อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทน ก.ค.ศ. และอนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนคุรุสภาต้องไม่เป็นข้าราชการครูฯ *
3. อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนคุรุสภาต้องเป็นสมาชิกคุรุสภาและเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตาม
กฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
4. อนุกรรมการ ต้องไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ที่
ปรึกษา หรือผู้มีตําแหน่งบริหารในพรรคการเมือง
40. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ในการพิจารณากําหนดในเรื่องใด
1. นโยบายการบริหารงานบุคคลสําหรับข้าราชการครูฯ ในเขตพื้นที่การศึกษา
2. จํานวนและอัตราตําแหน่งให้สอดคล้องกับนโยบาย การบริหารงานบุคคล ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่
ก.ค.ศ. กําหนด
3. เกลี่ยอัตรากําลังให้สอดคล้องกับนโยบาย การบริหารงานบุคคล ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.
กําหนด
4. การพิจารณาความดีความชอบ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
41. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องใด
1. การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูฯในเขตพื้นที่การศึกษา
2. เกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษา
ในเขตพื้นที่การศึกษา และข้าราชการครูฯในเขตพื้นที่การศึกษา
3. การดําเนินการทําวินัย *
4. เรื่องการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่อยู่ในอํานาจและหน้าที่ของผู้บริหารของหน่วยงาน
การศึกษา
42. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1. รับผิดชอบในการปฏิบัติงานราชการที่เป็นอํานาจและหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาและตามที่ อ.
ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามอบหมาย
2. เสนอแนะการบรรจุและแต่งตั้ง และการบริหารงานบุคคลในเรื่องอื่นที่อยู่ในอํานาจและหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.
เขตพื้นที่การศึกษา
3. พิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่
การศึกษา และข้าราชการครูฯในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา *
4. จัดทําแผนและส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการครูฯในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
43. คณะกรรมการสถานศึกษา มีอํานาจและหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสําหรับข้าราชการครูฯใน
สถานศึกษา ในข้อใดไม่ถูกต้อง
1. กํากับ ดูแล การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์
และวิธีการตามที่ ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษากําหนด
2. เสนอความต้องการจํานวนและอัตราตําแหน่งของข้าราชการครูฯในสถานศึกษาเพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขต
พื้นที่การศึกษาพิจารณา
3. ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูฯในสถานศึกษาต่อผู้บริหารสถานศึกษา
4. ถูกทุกข้อ*
44. การดําเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ ให้ยึดหลักการในข้อใดถูกต้อง
ก. ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ข. โดยยึดถือระบบคุณธรรม ความเสมอภาคระหว่างบุคคล
ค. หลักการได้รับการปฏิบัติและการคุ้มครองสิทธิอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน
ง. ถูกทุกข้อ*
45. ผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูฯได้ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป คุณสมบัติในข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
2. ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีสําหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง *
4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
46. วันเวลาทํางาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจําปี และการลาหยุดราชการของ
ข้าราชการครูฯ
ก. ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กําหนด *
ข. ให้เป็นไปตามที่ นายกรัฐมนตรี กําหนด
ค. ให้เป็นไปตามที่ ระเบียบกําหนด
ง. ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น
47. เครื่องแบบของข้าราชการครูฯและระเบียบการแต่งเครื่องแบบ กําหนดไว้อย่างไร
ก. ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กําหนด
ข. ให้เป็นไปตามที่ นายกรัฐมนตรี กําหนด
ค. ให้เป็นไปตามที่ ระเบียบกําหนด
ง. ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น *
48. ตําแหน่งข้าราชการครูฯมี ๓ ประเภท ข้อในไม่ถูกต้อง
ก. ตําแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา
ข. ตําแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษาที่สอนระดับปริญญา*
ค. ตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา
ง. ตําแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น
49. ตําแหน่งใดไม่มีในหน่วยงานการศึกษาที่สอนระดับปริญญา
ก. ครู
ข. อาจารย์
ค. ผู้อํานวยการสถานศึกษา*
ง. ผู้ช่วยศาสตราจารย์
50. ตําแหน่งใดจะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้
ก. ครู *
ข. อาจารย์
ค. ผู้อํานวยการสถานศึกษา
ง. ผู้ช่วยศาสตราจารย์
51. ตําแหน่งครู เป็นตําแหน่งที่มีวิทยฐานะ สูงสุดถึงระดับใด
ก. ครูชํานาญการ
ข. ครูชํานาญการพิเศษ
ค. ครูเชี่ยวชาญ
ง. ครูเชี่ยวชาญพิเศษ *
52. ตําแหน่งรองผู้บริหารสถานศึกษา มีวิทยฐานะสูงสุดถึงระดับใด
ก. รองผู้อํานวยการชํานาญการ
ข. รองผู้อํานวยการชํานาญการพิเศษ
ค. รองผู้อํานวยการเชี่ยวชาญ *
ง. รองผู้อํานวยการเชี่ยวชาญพิเศษ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
53. ตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา มีวิทยฐานะสูงสุดถึงระดับใด
ก. ผู้อํานวยการชํานาญการ
ข. ผู้อํานวยการชํานาญการพิเศษ
ค. ผู้อํานวยการเชี่ยวชาญ
ง. ผู้อํานวยการเชี่ยวชาญพิเศษ *
54. ตําแหน่งผู้บริหารการศึกษา มีวิทยฐานะ ในข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. รองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาชํานาญการพิเศษ
ข. รองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญพิเศษ*
ค. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญ
ง. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญพิเศษ
55. ตําแหน่งศึกษานิเทศก์ มีวิทยฐานะ สูงสุดถึงระดับใด
ก. ศึกษานิเทศก์ชํานาญการ
ข. ศึกษานิเทศก์ชํานาญการพิเศษ
ค. ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
ง. ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญพิเศษ *
56. ให้ตําแหน่งใด ไม่เป็นตําแหน่งทางวิชาการ
ก. อาจารย์
ข. ศึกษานิเทศก์ชํานาญการพิเศษ *
ค. ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ง. รองศาสตราจารย์
57.ให้ ก.ค.ศ. จัดทํามาตรฐานตําแหน่ง มาตรฐานวิทยฐานะ และมาตรฐานตําแหน่งทางวิชาการของข้าราชการ
ครูฯไว้เป็นบรรทัดฐานทุกตําแหน่ง ทุกวิทยฐานะเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. มาตรฐานวิชาชีพ คุณวุฒิการศึกษา
ข. การอบรม ประสบการณ์ ระยะเวลาการปฏิบัติงาน
ค. คุณภาพการปฏิบัติงาน หรือผลงานที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่
ง. ถูกทุกข้อ*
58. ในการจัดทํามาตรฐานตําแหน่งทุกตําแหน่ง ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1. ให้จําแนกตําแหน่งเป็นประเภทและสายงานตามลักษณะงาน
2. และจัดตําแหน่งในประเภทและสายงานที่มีลักษณะงานอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันให้อยู่ในตําแหน่ง
ประเภทหรือสายงานเดียวกัน หรือโดยประมาณเป็นกลุ่มเดียวกัน
3. โดยแสดงชื่อตําแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของตําแหน่ง ลักษณะงานที่ปฏิบัติ และคุณสมบัติเฉพาะ
สําหรับตําแหน่งของ ผู้ที่ดํารงตําแหน่งนั้น
4. ถูกทุกข้อ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
59. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูฯ เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งใด
1. ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สําหรับตําแหน่งนั้น
2. โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลําดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
3. ผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูฯตําแหน่งใด ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา
๓๐ และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสําหรับตําแหน่งตามมาตรฐานตําแหน่ง
4. ถูกทุกข้อ*
60. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดําเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็น
ข้าราชการ ครูฯ
2. กรณีที่หน่วยงานการศึกษาใดมีความพร้อมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนดให้ .ก.ค.ศ. มอบให้
หน่วยงานการศึกษานั้นเป็นผู้ดําเนินการสอบแข่งขัน *
3.หลักสูตร วิธีการสอบแข่งขัน และวิธีดําเนินการที่เกี่ยวกับการสอบแข่งขัน ตลอดจนเกณฑ์ตัดสินการขึ้นบัญชี
ผู้สอบแข่งขันได้ การนํารายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น และการ
ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กําหนด
4. ถูกทุกข้อ
61.ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูฯ หากภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นขาดคุณสมบัติ
ทั่วไป หรือขาดคุณสมบัติตามมาตรฐานตําแหน่ง หรือขาดคุณสมบัติพิเศษอยู่ก่อนก็ดี หรือมีกรณีต้องหาอยู่
ก่อนและภายหลังปรากฏว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเนื่องจากกรณีต้องหานั้นก็ดี ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓
ดําเนินการอย่างไร
ก. สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการโดยพลัน*
ข. แจ้งความสถานีตํารวจ
ค. รายงาน สพฐ.
ง. รายงาน อ.ก.ค.ศ.
62.ในกรณีที่มีความจําเป็นหรือมีเหตุพิเศษที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถดําเนินการสอบแข่งขันได้
หรือการสอบแข่งขันอาจทําให้ไม่ได้บุคคลต้องตามประสงค์ของทางราชการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
ดําเนินการอย่างไร
ก. อาจคัดเลือกโดยวิธีอื่นได้ *
ข. แจ้ง ก.ค.ศ. ดําเนินการคัดเลือก
ค. ขออนุญาต ก.ค.ศ.
ง. ถูกทุกข้อ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
63.หน่วยงานการศึกษาใดมีเหตุผลและความจําเป็นอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์แก่ราชการ ที่จะต้องบรรจุและ
แต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความรู้ ความสามารถ มีความชํานาญหรือเชี่ยวชาญระดับสูงเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู
ฯ จะต้องดําเนินการอย่างไร
1. ให้หน่วยงานการศึกษาดําเนินการขอความเห็นชอบ จาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาก่อน แล้วให้ขออนุมัติ
จาก ก.ค.ศ.
2. เมื่อ ก.ค.ศ. ได้พิจารณาอนุมัติให้สั่งบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งใด วิทยฐานะใด และกําหนดเงินเดือนที่จะ
ให้ได้รับแล้ว
3. ให้ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแต่งตั้งได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด
4. ถูกทุกข้อ*
64. ข้อใดถูกต้องในการบรรจุและแต่งตั้งตําแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ
1.เมื่อได้รับอนุมัติจาก ก.ค.ศ. แล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนราชการที่ผู้นั้นสังกัดอยู่เป็นผู้มีอํานาจสั่ง
บรรจุและให้ รมต.เจ้าสังกัดนําเสนอนายก รมต.เพื่อนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้ง *
2. เมื่อได้รับอนุมัติจาก ก.ค.ศ. แล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนราชการที่ผู้นั้นสังกัดอยู่เป็นผู้มีอํานาจสั่ง
บรรจุ
3. ให้ รมต.เจ้าสังกัดนําเสนอนายก รมต.เพื่อนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
4. ไม่มีข้อถูก
65. อํานาจการบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งรองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1. ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ.
2. ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยอนุมัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
3. ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยอนุมัติ ก.ค.ศ. *
4. ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยอนุมัติ รมต.ศธ..
66. ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขต
พื้นที่การศึกษา ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ตําแหน่งผู้อํานวยการสถานศึกษา
2. ตําแหน่งศึกษานิเทศก์ ตําแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) ในสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษา
3. และตําแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ
4. ถูกทุกข้อ*
67. ให้ผู้อํานวยการสถานศึกษาเป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาข้อ
ใดไม่ถูกต้อง
ก. ครูผู้ช่วย
ข. ตําแหน่งครูชํานาญการ *
ค. ตําแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) ในสถานศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
68. ข้อใดไม่ใช่คณะกรรมการสรรหาผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ค. เลขาธิการคุรุสภา
ง. ถูกทุกข้อ *
69. เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มเป็นเวลาเท่าใด
ก. หกเดือน
ข. หนึ่งปี
ค. สองปี*
ง. สามปี
70. ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นเวลาเท่าใด
ก. หกเดือน*
ข. หนึ่งปี
ค. สองปี
ง. สามปี
71. ผู้อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ในตําแหน่งใดถ้า
ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งอื่น จะต้องดําเนินการอย่างไร
1. ให้เริ่มทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ใหม่ *
2. ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มต่อเนื่องจากเดิม
3. ได้ทั้งข้อ ก และ ข
4. ไม่มีข้อถูก
72.การโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นที่มิใช่พนักงาน
วิสามัญ และการโอนข้าราชการอื่นที่มิใช่ข้าราชการครูฯตามพระราชบัญญัตินี้ และมิใช่ข้าราชการการเมือง มา
บรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูฯ อาจทําได้ในกรณีใด
1. หากบุคคลนั้นสมัครใจ
2.ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ ของหน่วยงานการศึกษาที่ประสงค์จะรับโอนทําความตกลงกับผู้มีอํานาจสั่งบรรจุ
ของส่วนราชการหรือหน่วยงานสังกัดเดิม แล้วเสนอเรื่องให้ ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา แล้วแต่
กรณี อนุมัติ
3. โดยให้คํานึงถึงประโยชน์ที่หน่วยงานการศึกษานั้นจะได้รับเป็นสําคัญ
4. ถูกทุกข้อ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
73. การย้ายข้าราชการครูฯผู้ใดไปดํารงตําแหน่งในหน่วยงานการศึกษาอื่นภายในส่วนราชการหรือภายในเขต
พื้นที่การศึกษาหรือต่างเขตพื้นที่การศึกษา ข้อใดถูกต้อง
1. ต้องได้รับอนุมัติจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ของผู้ประสงค์ย้ายและผู้รับ
ย้าย แล้วแต่กรณี
2. ให้สถานศึกษาโดยคณะกรรมการสถานศึกษาเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่
การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ด้วย
3. เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณาอนุมัติแล้ว ให้ผู้มีอํานาจตามมาตรา
๕๓ สั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นต่อไป
4. ถูกทุกข้อ*
74. การย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อไปบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งเป็นข้าราชการครูฯ
ก. ต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ค.ศ. *
ข. ต้องได้รับอนุมัติจาก อ.ก.ค.ศ.
ค. ต้องได้รับอนุมัติจาก สพฐ.
ง. ถูกทุกข้อแล้วแต่กรณี
75.พนักงานส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นผู้ใดออกจากงานหรือออก
จากราชการไปแล้ว ถ้าสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูฯและทางราชการประสงค์รับผู้นั้นเข้ารับราชการ
ใครเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
ก. ผู้มีอํานาจตาม ม.๕๓
ข. อ.ก.ค.ศ.
ค. ก.ค.ศ*
ง. แล้วแต่ตําแหน่งหรือระดับ
76. การสั่งให้ข้าราชการครูฯผู้ใดไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานการศึกษาใดเป็นการชั่วคราวในเขตพื้นที่
การศึกษา ให้เป็นอํานาจของผู้ใด
1. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา *
3. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยอนุมัติ ก.ค.ศ.
77. ข้อใดไม่ถูกต้องในการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูฯ
1. ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา
2. การเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้พิจารณาผลการปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน เป็นหลักตามแนวทางการจัด
การศึกษาที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
3. ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาไม่สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูฯผู้ใดให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบ
พร้อมเหตุผลที่ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือน
4. ถูกทุกข้อ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
78. ข้าราชการครูฯผู้ใดจะได้รับเงินวิทยพัฒน์ได้ในกรณีใด
1. ผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ ให้กระทรวงเจ้าสังกัด ส่วนราชการและหน่วยงาน
การศึกษาดําเนินการให้ได้รับได้
2. ผู้ที่มีผลงานหรือผลการปฏิบัติงานดีเด่นหรือผู้ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้ได้รับเงินวิทยพัฒน์ได้ ตาม
ระเบียบที่ ก.ค.ศ.กําหนด โดยความเห็นชอบของ ครม. *
3. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
4. ไม่มีข้อถูก*
79. ข้อใดคือหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา
1. ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาและ
2. หน้าที่พัฒนาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ
วิชาชีพที่เหมาะสม
3. ในการส่งเสริม สนับสนุนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา โดยการให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและ
พัฒนาตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กําหนด
4. ถูกทุกข้อ*
80. ข้อใดเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
1. อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอํานาจและหน้าที่ราชการของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม หา
ประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น
2. การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้
3.การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงาน
การศึกษา มติ ครม.หรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเล่อหรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์
ของทางราชการอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
4. ถูกทุกข้อ*
81. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. ต้องปฏิบัติตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทาง
ราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง
2. แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคําสั่งนั้นจะทําให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทาง
ราชการจะเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคําสั่งนั้นก็ได้
3. และเมื่อเสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือให้ปฏิบัติตามคําสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
จะต้องปฏิบัติตาม
4. ถูกทุกข้อ*
82. ข้าราชการครูฯต้องตรงต่อเวลา อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรียน คํากล่าวใดไม่ถูกต้อง
1. จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรมิได้
2. การละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่าง
ร้ายแรง หรือ
3.การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมี
พฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
4. ทุกข้อถูกต้องทั้งหมด*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
83. ข้อใดไม่เป็นความผิดร้ายแรง
1. กลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่าง
ร้ายแรง
2. การกระทําโดยมีความมุ่งหมายจะให้เป็นการซื้อขาย หรือให้ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งหรือวิทยฐานะใด
โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
3. เป็นการกระทําอันมีลักษณะเป็นการให้ หรือได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิประโยชน์อื่น เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่น
ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยมิชอบหรือเสื่อมเสียความเที่ยงธรรม
4. ทุกข้อเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง *
84. ข้อใดเป็นความผิดวินัยร้ายแรง
1. ต้องไม่คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นโดยมิชอบ
2. หรือนําเอาผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือจ้างวาน ใช้ผู้อื่นทําผลงานทางวิชาการ
3. ข้าราชการครูฯที่ร่วมดําเนินการคัดลอกหรือลอกเลียนผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือรับจัดทําผลงานทาง
วิชาการไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เพื่อให้ผู้อื่นนําผลงานนั้นไปใช้ประโยชน์
4. ทุกข้อเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง *
85. ข้าราชการครูฯไม่สามารถเป็นตําแหน่งใดในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
ก. กรรมการผู้จัดการ
ข. ผู้จัดการ
ค. ดํารงตําแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกับข้อ ก และ ข
ง. ถูกทุกข้อ*
86. การกระทําความผิดอาญา ที่ถือว่าไม่ใช่ความผิดร้ายแรง
ก. ได้รับโทษจําคุก
ข. โทษที่หนักกว่าจําคุก
ค. โทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ *
ง. กระทําการอื่นใดอันใดชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
87. ข้าราชการครูฯกระทําสิ่งใดที่ไม่ถือว่า เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
1. ที่เสพยาเสพติด
2. สนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด
3. เล่นการพนัน *
4. หรือกระทําการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่
88. ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในเรื่องวินัยอย่างไร
1. เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย
2. ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทําผิดวินัย
3. และดําเนินการทําวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัย
4. ถูกทุกข้อ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
89. ข้อใดไม่ใช่การเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย
1. ให้กระทําโดยการปฏิบัติตน เป็นแบบอย่างที่ดี
2. การเอาใจใส่ สังเกตการณ์และขจัดเหตุที่อาจก่อให้เกิดการกระทําผิดวินัย *
3. การฝึกอบรม การสร้างขวัญและกําลังใจ การจูงใจ
4. การอื่นใดในอันที่จะเสริมสร้างและพัฒนาเจตคติ จิตสํานึก และพฤติกรรมของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไป
ในทางที่มีวินัย
90. เมื่อมีการกล่าวหาโดยปรากฏตัวผู้กล่าวหาหรือกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการครูฯผู้ใดกระทําผิดวินัยโดยยัง
ไม่มีพยานหลักฐาน
1. ให้ผู้บังคับบัญชารีบดําเนินการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าผู้นั้นกระทําผิด
วินัยหรือไม่
2. ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยจึงจะยุติเรื่องได้
3. ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูล ที่ควรกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัย ก็ให้ดําเนินการทําวินัยทันที
4. ถูกทุกข้อ*
91. โทษทางวินัยมี ๕ สถาน ข้อใดไม่ใช่
ก. ภาคทัณฑ์
ข. ตัดเงินเดือน
ค. ลดขั้นเงินเดือน
ง. ให้ออก *
92. การลงโทษข้าราชการครูฯ มีวิธีการอย่างไร
1. ให้ทําเป็นคําสั่ง วิธีการออกคําสั่งเกี่ยวกับการลงโทษให้เป็นไปตามระเบียบของ ก.ค.ศ.
2. ผู้สั่งลงโทษต้องสั่งลงโทษให้เหมาะสมกับความผิดและมิให้เป็นไปโดยพยาบาท โดยอคติหรือโดยโทสจริต
หรือลงโทษผู้ที่ไม่มีความผิด
3. ในคําสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทําผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการ
กําหนดสถานโทษเช่นนั้น
4. ถูกทุกข้อ*
93. การดําเนินการทําวินัยแก่ข้าราชการครูฯซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัย ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อดําเนินการสอบสวนให้ได้ความจริงและความยุติธรรม
โดยมิชักช้า
2. ในการสอบสวนจะต้องแจ้งข้อกล่าวหา และสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูก
กล่าวหาทราบ โดยระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้
3. ให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสชี้แจงและนําสืบแก้ข้อกล่าวหา
4. ต้องตั้งกรรมการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรงไว้ก่อน*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
94. ข้อใดถูกต้องในการลงโทษข้าราชการครูฯผู้ใดกระทําผิดวินัยไม่ร้ายแรง
1. ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับ
ความผิดถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนํามาประกอบ การพิจารณาลดโทษก็ได้
2. สําหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทําผิดวินัยเล็กน้อย หรือมีเหตุอันควรลดหย่อนซึ่งยังไม่
ถึงกับจะต้องถูกลงโทษตัดเงินเดือน
3. ในกรณีกระทําผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอันควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยให้ทําทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่า
กล่าวตักเตือนก็ได้
4. ถูกทุกข้อ*
95.ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนหรือผู้มีอํานาจสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน แล้วแต่กรณีเห็นว่า
ข้าราชการครูฯผู้ใดกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง สมควรลงโทษปลดออกหรือไล่ออก ให้ดําเนินการ ให้เสนอ
ก.ค.ศ.พิจารณา ยกเว้นข้อใด
ก. อธิการบดี
ข. ตําแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ *
ค. ตําแหน่งศาสตราจารย์
ง. นายก รมต.หรือ รมต.เจ้าสังกัดแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
96. การรายงานการดําเนินการทําวินัยไม่ร้ายแรงของผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาลงมา
1. เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดําเนินการทําวินัยแล้ว ให้รายงานไปยังผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2.เมื่อผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับรายงานแล้วเห็นว่าการยุติเรื่อง การงดโทษ หรือการสั่ง
ลงโทษไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ก็ให้มีอํานาจสั่งงดโทษลดสถานโทษ เพิ่มสถานโทษ เปลี่ยนแปลงและแก้ไข
ข้อความในคําสั่งเดิม หรือดําเนินการอย่างใดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาให้ได้ความจริงและความ
ยุติธรรมได้ตามควรแก่กรณี
3.ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้พิจารณา ตามอํานาจหน้าที่แล้วให้เสนอหรือรายงาน อ.ก.ค.ศ.
เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณา เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาได้พิจารณาแล้ว ให้รายงานไปยังหัวหน้าส่วน
ราชการพิจารณา
4. ถูกทุกข้อ*
97. การรายงานการดําเนินการทําวินัยอย่างร้ายแรงของผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาลงมา
1. เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดําเนินการทําวินัยแล้ว ให้รายงานไปยังผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. เมื่อผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาตามอํานาจหน้าที่แล้ว ให้รายงาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่
การศึกษา
3. เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาแล้วให้รายงาน ก.ค.ศ. พิจารณา
4. ถูกทุกข้อ *
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
98.เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดําเนินการทําวินัย หรือสั่งให้ข้าราชการครูฯออกจากราชการในเรื่องใดไปแล้วถ้า ก.ค.
ศ.พิจารณาเห็นเป็นการสมควรให้สอบสวนใหม่หรือสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม หรือ
เพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแลให้หน่วยงานการศึกษาปฏิบัติการ โดยถูกต้องและเหมาะสมตามความเป็น
ธรรม ข้อใดเป็นการดําเนินการไม่ถูกต้อง
1. ก.ค.ศ. มีอํานาจสอบสวนใหม่หรือสอบสวนเพิ่มเติมในเรื่องนั้นได้ตามความจําเป็น
2. โดยจะสอบสวนเองหรือให้ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ หรือคณะกรรมการสอบสวนสอบสวนใหม่หรือสอบสวนเพิ่มเติม
แทน
3. กําหนดประเด็นหรือข้อสําคัญที่ต้องการทราบส่งไปเพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนที่ผู้บังคับบัญชาได้แต่งตั้ง
ไว้เดิมทําการสอบสวนเพิ่มเติมได้
4. ถูกทุกข้อ*
99. ข้าราชการครูฯซึ่งโอนมาจากพนักงานส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วน
ท้องถิ่น ผู้ใดมีกรณีกระทําผิดวินัยอยู่ก่อนวันโอนมาบรรจุ การดําเนินการใดไม่ถูกต้อง
1. ให้ผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูฯผู้นั้นดําเนินการทําวินัยตามหมวดนี้โดยอนุโลม
2.แต่ถ้าเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการสืบสวนหรือสอบสวนของทางผู้บังคับบัญชาเดิมก่อนวันโอน ก็ให้สืบสวน
สอบสวนต่อไปจนเสร็จ แล้วส่งเรื่องไปให้ผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูฯผู้นั้น พิจารณาดําเนินการต่อไปตาม
หมวดนี้โดยอนุโลม
3. และในกรณีที่จะต้องสั่งลงโทษทางวินัยให้ปรับบทความผิดและลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการนั้นโดยอนุโลม
4. ถูกทุกข้อ*
100.ข้าราชการครูฯ ผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ผู้มี
อํานาจตามมาตรา ๕๓ เป็นผู้พิจารณาอนุญาต ในกรณีที่ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ พิจารณาเห็นว่าจําเป็นเพื่อ
ประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินกี่วัน
ก. เก้าสิบวันนับตั้งแต่วันขอลาออก *
ข. เก้าสิบวันนับถัดจากวันขอลาออก
ค. หกสิบวันนับตั้งแต่วันขอลาออก
ง. หกสิบวันนับถัดจากวันขอลาออก
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ ชุดที่ ๒
1.การสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบําเหน็จบํานาญเหตุทดแทน นอกจากทําได้ในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตราอื่น
ตามพระราชบัญญัตินี้และกรณีที่กฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการบัญญัติให้ผู้ถูกสั่งให้ออกมีสิทธิ
ได้รับบําเหน็จบํานาญเหตุทดแทนแล้ว ให้ทําได้ในกรณีต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. เมื่อข้าราชการครูฯผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้โดยสม่ําเสมอ ถ้าผู้มีอํานาจดังกล่าว
เห็นสมควรให้ออกจากราชการแล้ว ให้สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการได้
2. เมื่อข้าราชการครูฯผู้ใดสมัครไปปฏิบัติงานใดๆ ตามความประสงค์ของทางราชการ ให้ผู้มีอํานาจดังกล่าวสั่ง
ให้ผู้นั้นออกจากราชการ
3. เมื่อทางราชการเลิกหรือยุบตําแหน่งใด ให้ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ สั่งให้ข้าราชการครูฯผู้ดํารงตําแหน่งนั้น
ออกจากราชการได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด
4. ถูกทุกข้อ*
2. ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ สั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบําเหน็จบํานาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วย
บําเหน็จบํานาญข้าราชการ ในข้อใดไม่ถูกต้อง
1.ถูกกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่
ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ราชการและ เห็นว่ากรณีมีมูล ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการ
ต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ
2.กรณีถูกตั้งกรรมการสอบสวน และกรรมการสอบสวนหรือผู้มีอํานาจ แล้วแต่กรณี เห็นว่ากรณีมีเหตุอันควร
สงสัยอย่างยิ่งว่าผู้นั้นได้กระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่การสอบสวนไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะสั่งให้ลงโทษวินัย
อย่างร้ายแรง ถ้าให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ
3. ต้องรับโทษจําคุกโดยคําสั่งของศาลหรือต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดที่ได้
กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
4. ถูกทุก *
3.ข้าราชการครูฯผู้ใดถูกสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ.
เขตพื้นที่การศึกษา อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง หรือ ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี ภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําสั่ง
ก. สามสิบวัน*
ข. สี่สิบห้าวัน
ค. หกสิบวัน
ง. เก้าสิบวัน
4. ข้าราชการครูฯผู้ใดถูกสั่งลงโทษปลดออก ไล่ออกหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ ให้มีสิทธิอุทธรณ์หรือร้อง
ทุกข์ แล้วแต่กรณี ต่อผู้ใด
ก. ก.ค.ศ. *
ข. อ.ก.ค.ศ.
ค. ผู้ออกคําสั่ง
ง. ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓
5. ข้าราชการครูฯ มีสิทธิ์ร้องทุกข์ ได้ในกรณีใด
ก. ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม
ข. หรือมีความคับข้องใจเนื่องจากการกระทําของผู้บังคับบัญชา
ค. หรือการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
ง. ถูกทุกข้อ*
6. ข้อใด คือหลักการของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
1. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา
2. ให้มีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา*
3. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
4. ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
7. เหตุผลสําคัญที่ต้องตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
1. มาตรา ๕๔ หมวด ๗ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ กําหนดให้บัญญัติขึ้น
2. เพื่อให้มีระบบข้าราชการครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาขึ้นมาใหม่
3. ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่ภายใต้การกํากับดูแลขององค์กรกลางเดียวกัน*
4. เพื่อกระจายอํานาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
8. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
ข. ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๗
ค. ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
ง. ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗*
9. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ส่งผลให้ยกเลิกกฎหมาย
ฉบับใด
1. พระราชบัญญัติคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๓ และแก้ไขเพิ่มเติม
2. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ และแก้ไขเพิ่มเติม*
3. พระราชบัญญัติครู พ.ศ. ๒๔๘๘ และแก้ไขเพิ่มเติม
4. ถูกทุกข้อ
10. ข้อใด ไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
ก. ครู
ข. ผู้บริหารสถานศึกษา
ค. ผู้บริหารการศึกษา*
ง. บุคลากรทางการศึกษาอื่น
11. ข้อใด ไม่ใช่หน่วยงานทางการศึกษาพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.
ศ.๒๕๔๗
ก. สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ*
ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สํานักงานการศึกษานอกโรงเรียน
ง. หน่วยงานตามที่ ก.ค.ศ.กําหนด
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
12. คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เรียกชื่อย่อว่า ก.ค.ศ ซึ่งมี
ทั้งหมด ๒๑ คน มีใครเป็นรองประธานกรรมการ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ*
ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ
ง. ผู้ที่คณะกรรมการเลือก
13. เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการก.ค.ศ. มีจํานวนเท่าใด
ก. ๒ คน
ข.ไม่เกิน ๒ คน
ค. ๓ คน
ง. ไม่เกิน ๓ คน*
14. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ. ซึ่งมีจํานวน ๗ คน กลุ่มใดที่มี
จํานวนแตกต่างไปจากพวก
ก. ผู้แทนผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษา
ข. ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา
ค. ผู้แทนข้าราชการครู*
ง. ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น
15. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ.ซึ่ง ครม.แต่งตั้งจํานวน ๗ คน ไม่ได้แต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความ
เชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านใด
1. ด้านการศึกษา ด้านการศึกษาพิเศษ หรือด้านกฎหมาย
2. ด้านการบริการจัดการภาครัฐ ด้านการบริหารองค์กร หรือการบริหารงานบุคคล
3. ด้านบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์
4. ด้านรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง*
16. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นใน ก.ค.ศ. ต้องมีคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาและ
ประสบการณ์ตามข้อใด
1. ไม่กําหนดคุณวุฒิแต่มีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๕ ปี
2. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า๕ ปี
3. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีมีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี*
4. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีทางการศึกษาและมีประสบการณ์สนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี
17. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ.มีวาระใน
การดํารงตําแหน่งคราวละกี่ปี และเป็นได้กี่วาระ
1. คราวละ ๓ ปี/เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน
2. คราวละ ๓ ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้
3. คราวละ ๔ ปี/เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน*
4. คราวละ ๔ ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
18. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน
ก.ค.ศ.
1. พ้นจากตําแหน่งตามวาระ
2. ขาดคุณสมบัติหรือพ้นจากการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. ตาย หรือลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
4. ถอดถอนโดยคณะรัฐมนตรีตามมติ ก.ค.ศ.ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการ*
19.การแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ เพื่อทําหน้าที่พิจารณาในเรื่องใดของ ก.ค.ศ. ที่กําหนดเงื่อนไขให้ตั้งจาก
กรรมการ ก.ค.ศ. ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอย่างน้อยสองคน และคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการ
ครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนอนุกรรมการทั้งหมด
1. การสรรหา บรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นกรณีพิเศษ
2. การพิจารณาวินิจฉัยตีความปัญหาที่เกิดจากการใช้บังคับกฎหมาย
3. การดําเนินการเรื่องวินัย การออกจากราชการการอุทธรณ์และการร้องทุกข์*
4. ถูกทุกข้อ
20. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้แทนผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาแตกต่างจากกรรมการซึ่งเป็น
ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นคณะกรรมการใน ก.ค.ศ. ด้านใด
1. ด้านการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
2. ด้านประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่*
3. ด้านเป็นผู้ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ยุติธรรม
4. ด้านการไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรมจรรยาบรรณและการประกอบอาชีพ
21. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
1. เสนอแนะให้คําปรึกษาแก่นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการบริหารบุคคล*
2. กําหนดนโยบายวางแผน กําหนดเกณฑ์อัตรากําลัง
3. เสนอแนะให้คําปรึกษาแก่ ครม.เกี่ยวกับการปรับปรุงค่าครองชีพสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล
4. ออกกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการบริหารงานบุคคล
22. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
1. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม
2. กําหนดวิธีการเงื่อนไขการจ้างเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลรวมทั้งกําหนดค่าตอบแทน
3. ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาเสริมสร้างขวัญกําลังใจ สวัสดิการ สิทธิประโยชน์
4. เสนอแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาต่อรัฐมนตรี*
23. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
1. กําหนดมาตรฐาน พิจารณาและให้คําแนะนําเกี่ยวกับการดําเนินการทําวินัย การออกจากราชการ
2. กํากับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบประเมินผลการบริหารงานบุคคล
3. รายงานต่อรัฐมนตรีกรณีส่วนราชการอ.ก.ค.ศ. เขตฯ คณะกรรมการไม่ปฏิบัติตามพรบ.นี้*
4. รับรองคุณวุฒิผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรทางการศึกษา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
24. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
1. ส่งเสริมสนับสนุน ประสานงานและให้คําปรึกษา แนะนําการบริหารงานบุคคลแก่เขตพื้นที่ฯ
2. กําหนดค่าธรรมเนียมต่างๆที่ต้องดําเนินการตาม พรบ.นี้
3. จัดทําทะเบียนประวัติและควบคุมการเกษียณอายุราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา*
4. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎหมายกําหนด
25. สํานักงาน ก.ค.ศ. มีฐานะเป็นกรมอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อบุคคลใด
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ*
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. ปลัดกระทรวง
ง. คณะรัฐมนตรี
26. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของสํานักงาน ก.ค.ศ.
1. พัฒนาข้อมูลและจัดทําแผนอัตรากําลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
2. กํากับติดตามตรวจสอบการปฏิบัติของหน่วยงานทางการศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา
3. จัดทํารายงานประจําปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
4. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม*
27. ใครเป็นประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
ก. ผู้ที่ ก.ค.ศ.แต่งตั้ง
ข. ผู้ที่เป็นตัวแทน ก.ค.ศ.
ค. ผู้ที่ได้รับการเลือกจากอนุกรรมการ*
ง. กรรมการโดยตําแหน่งคนใดคนหนึ่ง
28. องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาคือข้อใด
1. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
2. อนุกรรมการโดยตําแหน่ง อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ
3. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่งอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ
4. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ และอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ*
29. อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ. ต้องมีบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษานั้นจํานวนเท่าใด
ก. ๑ คน
ข. อย่างน้อย ๑ คน*
ค. ๒ คน
ง. อย่างน้อย ๒ คน
30. อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน อ.ก.ค.ศ. ได้มาโดยวิธีใด
ก. การคัดเลือก
ข. การสรรหา
ค. การเลือกตั้ง*
ง. วิธีการอื่น ตามที่ ก.ค.ศ กําหนด
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
31. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
1. อนุกรรมการเมื่อรวมกับประธานแล้วมีจํานวน๙ คน
2. อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้จากผู้มีความรู้สามารถและประสบการณ์ด้านการศึกษาและด้านอื่น
3. อนุกรรมการผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษามีได้ ๑ คน*
4. ผู้ที่จัดให้มีการได้มาของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคือผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษา
32. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
1. ให้ความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
2. ให้ความเห็นชอบการพิจารณาความดีความชอบของครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดเขตฯ
3. จัดทําและพัฒนามาตรฐานข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา*
4. ให้ความเห็นชอบการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่ใช่อํานาจหน้าที่สถานศึกษา
33. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายการบริหารบุคคล
1. เป็นผู้บริหารราชการและเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษา*
2. รับผิดชอบการปฏิบัติราชการที่เป็นอํานาจหน้าที่ของอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
3. เสนอแนะการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
4. จัดทําทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
34. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1. จัดทําแผนและส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
2. พิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษาข้าราชการและลูกจ้างประจําในสังกัดสํานักงานเขตฯ*
3. จัดทํามาตรฐานคุณภาพงาน กําหนดภาระงานขั้นต่ําและเกณฑ์ประเมินผลงานข้าราชการ
4. จัดทํารายงานการบริหารงานบุคคลเสนอต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
35. ข้อใดคืออํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสําหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของ
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. กํากับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา
2. กําหนดความต้องการอัตรากําลังและตําแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. เสนอความคิดเห็นการบริหารงานบุคคลต่อผู้บริหารสถานศึกษา*
4. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาและตามที่ ก.ค.ศ.มอบหมาย
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๔๖
1. อํานาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการกําหนดไว้ในกฎหมายฉบับใด
1. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒
2. พรบ.ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม พ.ศ. ๒๕๔๕
3. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
4. ข้อ ก และ ข *
2. ข้อใด คืออํานาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ
ก. จัดการศึกษา *
ข. บํารุงศาสนา
ค. สืบสานศิลปวัฒนธรรม
ง. ถูกทุกข้อ
3. การจัดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการจัดได้เป็น ๓ ส่วนคือข้อใด
1. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษา
2. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาของรัฐระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล *
4. การกําหนดตําแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการให้คํานึงถึงข้อใด
ก. คุณวุฒิ ประสบการณ์ และมาตรฐานวิชาชีพ
ข. ลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพงาน
ค. เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูกต้อง *
5. บทบาทของ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องดําเนินการตาม พรบ. นี้คือข้อใด
1. อํานาจในการออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศ
2. ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งและหน่วยงาน
3. บรรจุแต่งตั้งข้าราชการ
4. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง *
6. ข้อใดคือการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง
ก. ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. สํานักงาน รมต.
ค. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ *
7. ส่วนราชการส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการตามข้อใดที่ไม่เป็นนิติบุคคล
ก. สํานักงาน รมต. *
ข. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ง. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
8. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ
ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. ถูกทุกข้อ *
9. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของสภาการศึกษา
ก. พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ
ข. พิจารณาเสนอนโยบายแผนและมาตรฐานการศึกษา
ค. ประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน *
ง. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา
10. ใครเป็นประธานคณะกรรมการสภาการศึกษา
ก. คณะกรรมการสภาคัดเลือกกันเอง
ข. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการคัดเลือก
ค. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ *
ง. เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ
11. คณะกรรมการชุดใดที่กําหนดตําแหน่งประธานกรรมการไว้ใน พรบ. นี้
ก. คณะกรรมการสภาการศึกษา
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. คณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
12. ใครทําหน้าที่รับผิดชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน *
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. ผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมอบหมาย
ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง
13. บุคคลใดต่อไปนี้เป็นข้าราชการการเมือง
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการ รมต. *
ค. รองเลขาธิการ รมต.
ง. ข้อ ข และ ค ถูก
14. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. นิเทศให้คําปรึกษาและแนะนําเพื่อการปรับปรุง
ข. ตรวจราชการ
ค. ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย
ง. ติดตาม ประเมินผลนโยบายตามภารกิจ *
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
15. หน่วยงานระดับใดสามารถมีผู้ตรวจราชการได้
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. กรมหรือหน่วยงานเทียบเท่ากรม
ค. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ *
16. ข้อใด คือบทบาทของคณะตรวจราชการในระดับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผลระดับนโยบาย
2. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผลนโยบายตามภารกิจ
3. ศึกษาวิเคราะห์วิจัยนิเทศติดตามและประเมินผลการบริหารและการดําเนินงาน *
4. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมินผลตามมติ ครม.
17. ข้อใด คือบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการที่มีต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. ประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษา
ข. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการจัดการศึกษา
ค. ประสานส่งเสริมการจัดการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ *
18. ในกรณีที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่อาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับ
ต่ํากว่าปริญญาได้หน่วยงานใดจะเป็นผู้จัด
ก. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ *
ข. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
19. หน่วยงานอื่นสามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใดได้บ้าง หากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถจัดได้
1. การจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัย
2. การจัดการศึกษาสําหรับคนที่มีความสามารถพิเศษ
3. การจัดการศึกษาสําหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคมการสื่อสารและการ
เรียนรู้หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพ
4. ถูกทุกข้อ *
20. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสํานักงานรองจาก รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการ
ค. ผู้ช่วย รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ข้อ ก และ ข *
21. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสถานศึกษาของรัฐในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
1. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
2. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา *
4. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา *
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
22. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้คํานึงถึงสิ่งใดน้อยที่สุด
ก. ปริมาณสถานศึกษา
ข. จํานวนนักเรียน *
ค. จํานวนประชากร
ง. วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่น
23. ใครมีอํานาจประกาศกําหนดเขตพื้นที่การศึกษา
ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษา
ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาโดยคําแนะนําของสภาการศึกษา *
ค. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคํายินยอมของสภาการศึกษา
ง. ครม.
24. ในกรณีที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาใครเป็นผู้กําหนดให้เขตพื้นที่การศึกษาสามารถขยายบริการ
การศึกษาออกไปในเขตพื้นที่การศึกษาอื่นได้
ก. ครม.
ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน *
ง. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
25. ข้อใด คือการจัดระเบียบบริหารราชการของเขตพื้นที่การศึกษา
1. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
4. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น *
26. การแบ่งส่วนราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดําเนินการตามข้อใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ระเบียบ
ค. ประกาศกระทรวง *
ง. ระเบียบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
27. การแบ่งส่วนราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ดําเนินการตามข้อใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ประกาศกระทรวง
ค. ระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากําหนด *
ง. ระเบียบที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนด
28. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามข้อใดมีฐานะเป็นนิติบุคคล
ก. โรงเรียน *
ข. สถานพัฒนาเด็กเล็ก
ค. ศูนย์การเรียน
ง. ถูกทุกข้อ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
29. ผู้แทนจากกลุ่มบุคคลใดไม่ใช่องค์ประกอบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ก. ผู้แทนองค์กรเอกชน
ข. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู
ง. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษา *
30. บุคคลที่ทําหน้าที่ในการกํากับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาคือข้อใด
ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต่ํากว่าปริญญา
ค. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ *
31. อํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการสถานศึกษากําหนดไว้ในมาตราใดของ พรบ.ระเบียบ บริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ
ก. มาตรา ๓๘
ข. มาตรา ๓๙ *
ค. มาตรา ๔๐
ง. มาตรา ๔๑
32. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการสถานศึกษา
1. บริหารกิจการของสถานศึกษา
2. ประสานการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา
3. อนุมัติประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรของสถานศึกษาตามที่คณะกรรมการสถานศึกษากําหนด *
4. ทํารายงานประจําปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
33. องค์กรบริหารงานบุคคลสําหรับข้าราชการพลเรือนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับ
ปริญญาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ก.ค.
ข. ก.ค.ศ.
ค. ก.ม. *
ง. อ.ก.ค.ศ. อุดมศึกษา
34. ข้อใดคือบทบาทหน้าที่ของรมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อสถานศึกษาอุดมศึกษา
1. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณให้แก่สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาอุดมศึกษา
2. ประสานงานการจัดการศึกษาระหว่างสถานศึกษาจัดการศึกษาอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน
3. เสนอการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุงและเลิกสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา
4. ถูกทุกข้อ *
35. การกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล
และการบริหารงานทั่วไป กระจายให้กับใคร
ก. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สถานศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ *
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
36. ข้อใดคือการกระจายอํานาจในการบริหารการศึกษา
ก. อํานาจหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับงบประมาณ
ข. หลักเกณฑ์การพิจารณาความดีความชอบ
ค. การพัฒนาและดําเนินการทําวินัยครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ *
37. การปฏิบัติราชการแทนให้ดําเนินการโดยวิธีใด
ก. การกระจายอํานาจ
ข. การมอบอํานาจ
ค. การแบ่งอํานาจ
ง. การกระจายอํานาจ และการมอบอํานาจ *
38. หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดมอบอํานาจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่ตนรับผิดชอบให้กับบุคคลใด
ก. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. ผู้อํานวยการสถานศึกษา
ค. หัวหน้าส่วนราชการระดับสถานศึกษา
ง. ข้อ ก และ ข *
39. บุคคลใดไม่สามารถมอบอํานาจให้บุคคลอื่นได้
1. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
2. เลขาธิการมอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษา
3. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษา
4. ผู้อํานวยการสถานศึกษามอบอํานาจให้คณะกรรมการสถานศึกษา *
40. หากผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษามอบอํานาจให้อาจารย์ ๒ ระดับ ๗ ปฏิบัติราชการแทนจะดําเนินการ
ได้อย่างไร
ก. ได้ตามที่ ครม.กําหนด *
ข. ได้ตามที่ รมต. ศธ.กําหนด
ค. ได้ตามที่กฎกระทรวงศึกษาธิการกําหนด
ง. ได้ตามที่ กฎ ก.ค.ศ.กําหนด
41. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ มีผลบังคับใช้วันใด.
ก. ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๖
ข. ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๖
ค. ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖. *
ง. ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖
42. การจัดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการจัดได้เป็น ๓ ส่วนคือข้อใด.
1. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษา
2. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาของรัฐระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล.*
3. ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน
4. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
43. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของสภาการศึกษา
ก. พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ
ข. พิจารณาเสนอนโยบายแผนและมาตรฐานการศึกษา
ค. ประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน. *
ง. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา
44. การกําหนดตําแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการไม่คํานึงถึงข้อใด
ก. คุณวุฒิ ประสบการณ์ และมาตรฐานวิชาชีพ
ข. ลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบ
ค. เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น.*
ง. คุณภาพงาน
45. บทบาทของ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องดําเนินการตาม พรบ. นี้คือข้อใด
1. อํานาจในการออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศ
2. ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งและหน่วยงาน
3. บรรจุแต่งตั้งข้าราชการ
4. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง. *
46. ข้อใดคือการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง
ก. ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อ รมต.ว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ
ข. สํานักงานปลัดกระทรวง
ค. สํานักงาน รมต.
ง. ถูกทุกข้อ ก และ ข. *
47. ใครเป็นประธานคณะกรรมการสภาการศึกษา
ก. คณะกรรมการสภาคัดเลือกกันเอง
ข. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการคัดเลือก
ค. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ. *
ง. เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ
48. คณะกรรมการชุดใดที่กําหนดตําแหน่งประธานกรรมการไว้ใน พรบ. นี้
ก. คณะกรรมการสภาการศึกษา. *
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. คณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
49. ใครทําหน้าที่รับผิดชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. *
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. ผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมอบหมาย
ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
50. บุคคลใดต่อไปนี้เป็นข้าราชการการเมือง
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการ รมต.. *
ค. รองเลขาธิการ รมต.
ง. ข้อ ข และ ค ถูก
51. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. นิเทศให้คําปรึกษาและแนะนําเพื่อ การปรับปรุง
ข. ตรวจราชการ
ค. ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย
ง. ติดตาม ประเมินผลนโยบายตามภารกิจ.*
52. หน่วยงานระดับใดสามารถมีผู้ตรวจราชการได้
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. กรมหรือหน่วยงานเทียบเท่ากรม
ค. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ.*
53. ข้อใด คือบทบาทของคณะตรวจราชการในระดับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผล ระดับนโยบาย
2. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผล นโยบายตามภารกิจ
3. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมิน ผลการบริหารและการดําเนินงาน.*
4. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมิน ผลตามมติ ครม.
54. ข้อใด คือบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการที่มีต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. ประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษา
ข. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการ จัดการศึกษา
ค. ประสานส่งเสริมการจัดการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ.*
55. ในกรณีที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่อาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับ
ต่ํากว่าปริญญาได้หน่วยงานใดจะเป็นผู้จัด
ก. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. *
ข. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
56. หน่วยงานอื่นสามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใดได้บ้าง หากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถจัดได้
1. การจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัย
2. การจัดการศึกษาสําหรับคนที่มีความสามารถ พิเศษ
3. การจัดการศึกษาสําหรับผู้ที่มีความบกพร่อง ทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและ
การเรียนรู้หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ
4. ถูกทุกข้อ.*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
57. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสํานักงานรองจาก รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการ
ค. ผู้ช่วย รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ข้อ ก และ ข.*
58. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสถานศึกษาของรัฐในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.*
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
59. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้คํานึงถึงสิ่งใดน้อยที่สุด
ก. จํานวนนักเรียน. *
ข. ปริมาณสถานศึกษา
ค. จํานวนประชากร
ง. วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่น
60. ใครมีอํานาจประกาศกําหนดเขตพื้นที่การศึกษา
ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษา
ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาโดยคําแนะนําของสภาการศึกษา.*
ค. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคํายินยอมของสภาการศึกษา
ง. ครม.
61. ในกรณีที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาใครเป็นผู้กําหนดให้เขตพื้นที่การศึกษาสามารถขยายบริการ
การศึกษาออกไปในเขตพื้นที่การศึกษาอื่นได้
ก. ครม.
ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. *
ง. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
62. ข้อใด คือการจัดระเบียบบริหารราชการของเขตพื้นที่การศึกษา
1. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
4. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือส่วนราชการที่เรียก ชื่ออย่างอื่น.*
63. การแบ่งส่วนราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดําเนินการตามข้อใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ระเบียบ
ค. ประกาศกระทรวง. *
ง. ระเบียบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
64. การแบ่งส่วนราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ดําเนินการตามข้อใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ประกาศกระทรวง
ค. ระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากําหนด.*
ง. ระเบียบที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนด
65. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามข้อใดมีฐานะเป็นนิติบุคคล
ก. โรงเรียน. *
ข. สถานพัฒนาเด็กเล็ก
ค. ศูนย์การเรียน
ง. ถูกทุกข้อ
66. ผู้แทนจากกลุ่มบุคคลใดไม่ใช่องค์ประกอบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ก. ผู้แทนองค์กรเอกชน
ข. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู
ง. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษา. *
67. บุคคลที่ทําหน้าที่ในการกํากับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา คือข้อใด
ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่ต่ํากว่าปริญญา
ค. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ.*
68. อํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการสถานศึกษา กําหนดไว้ในมาตราใดของ พรบ.ระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ
ก. มาตรา ๓๘
ข. มาตรา ๓๙.*
ค. มาตรา ๔๐
ง. มาตรา ๔๑
69. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการสถานศึกษา
1. บริหารกิจการของสถานศึกษา
2. ประสานการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา
3. อนุมัติประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรของสถานศึกษาตามที่คณะกรรมการสถานศึกษากําหนด.*
4. ทํารายงานประจําปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
70. องค์กรบริหารงานบุคคลสําหรับข้าราชการพลเรือนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับ
ปริญญาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ก.ค.
ข. ก.ค.ศ.
ค. ก.ม.. *
ง. อ.ก.ค.ศ. อุดมศึกษา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
71. ข้อใด คือบทบาทหน้าที่ของ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อสถานศึกษาอุดมศึกษา
1. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณให้แก่สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาอุดมศึกษา
2. ประสานงานการจัดการศึกษาระหว่างสถานศึกษาจัดการศึกษาอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน
3. เสนอการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุงและเลิกสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา
4. ถูกทุกข้อ.*
72. การกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล
และการบริหารงานทั่วไป กระจายให้กับใคร
ก. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สถานศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ.*
73. ข้อใดคือการกระจายอํานาจในการบริหารการศึกษา
ก. อํานาจหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับงบประมาณ
ข. หลักเกณฑ์การพิจารณาความดีความชอบ
ค. การพัฒนาและดําเนินการทําวินัยครูและ บุคลากรทางการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ.*
74. การปฏิบัติราชการแทนให้ดําเนินการโดยวิธีใด
ก. การกระจายอํานาจ
ข. การมอบอํานาจ
ค. การแบ่งอํานาจ
ง. การกระจายอํานาจ และการมอบอํานาจ.*
75. หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดมอบอํานาจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่ตนรับผิดชอบให้กับบุคคลใด
ก. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. ผู้อํานวยการสถานศึกษา
ค. หัวหน้าส่วนราชการระดับสถานศึกษา
ง. ข้อ ก และ ข.*
76. บุคคลใดไม่สามารถมอบอํานาจให้บุคคลอื่นได้
1. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
2. เลขาธิการมอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษา
3. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษา
4. ผู้อํานวยการสถานศึกษามอบอํานาจให้คณะกรรมการสถานศึกษา..*
77. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามารถมอบอํานาจให้บุคคลใดได้บ้าง
ก. ผู้อํานวยการสถานศึกษา
ข. หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นในเขตฯ
ค. ข้าราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ..*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
78. การมอบอํานาจของผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ผู้อํานวยการสถานศึกษาให้ทําโดยวิธีการ
ใด
ก. ทําเป็นคําสั่ง
ข. ทําเป็นหนังสือ..*
ค. ทําเป็นลายลักษณ์อักษร
ง. ถูกทุกข้อ
79. ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ดําเนินการตามข้อใด
ก. การรักษาราชการแทน .*
ข. การปฏิบัติหน้าที่แทน
ค. การปฏิบัติราชการแทน
ง. การรักษาการในตําแหน่ง
80. การมอบอํานาจให้บุคคลใดที่บุคคลนั้นสามารถมอบอํานาจให้บุคคลอื่นต่อไปได้
ก. การมอบอํานาจให้เลขาธิการ
ข. การมอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด..*
ค. การมอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา
ง. การมอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษา
81. ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมอบอํานาจต่อให้บุคคลใดจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้มอบอํานาจขั้นต้นก่อน
ก. รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. บุคคลอื่น. .*
ง. ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดและบุคคลอื่น
82. ในกรณีที่ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และมี รมต.ช่วยหลายคน ใครเป็นผู้
มอบหมายให้ รมต.ช่วยคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
ก. นายก รมต.
ข. ครม.. .*
ค. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. รมต. ศธ.โดยความเห็นชอบของ ครม.
83. ในกรณีที่มีรองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหลายคนใครเป็นผู้แต่งตั้งให้รองฯคนใดคนหนึ่ง
เป็นผู้รักษาราชการแทน
ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. .*
ง. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
84. ในกรณีที่ไม่มีรองผู้อํานวยการสถานศึกษาใครเป็นผู้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผู้อํานวยการสถานศึกษา
ก. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา.
ค. ผู้อํานวยการสถานศึกษา .*
ง. ข้อ ข และ ค
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
85. การจัดระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการตามโครงสร้างกฎหมายใหม่ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ส่วนกลาง
ข. เขตพื้นที่การศึกษา
ค. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. สถานศึกษาของรัฐบาล*
86. หน่วยงานระดับกรมตามข้อใดที่ยุบรวมเป็นสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. กรมสามัญศึกษา
ข. สํานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
ค. กรมวิชาการ
ง. ถูกทุกข้อ*
87. E -filing หมายถึงข้อใด
ก. การบริหารจัดการสํานักงาน
ข. การบริหารจัดการเอกสารอิเลคทรอนิกส์*
ค. การจัดการศึกษาโดยใช้เอกสารอิเลคทรอนิกส์
ง. ถูกทุกข้อ
88. ข้อใดคือจดหมายอิเลคทรอนิกส์
ก. Internet
ข. Website
ค. E-mail*
ง. CAI
89. โครงการ to be number one เกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด
ก. ยาเสพติด *
ข. การทะเลาะวิวาท
ข. สื่อลามกอนาจาร
ง.โรงเรียนสีขาว
90. การปฏิรูประบบราชการ เป็นการพัฒนาการปฏิบัติราชการ โดยกําหนดแนวทางการพัฒนาการปฏิบัติ
ราชการ และกําหนดขอบเขตของการประเมินไว้กี่มิติ
ก. ๒ มิติ
ข. ๓ มิติ
ค. ๔ มิติ*
ง. ๕ มิติ
91. การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกัน ในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า
๑๒ ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย กล่าวไว้ในกฎหมายใด
ก. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ข. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
ค. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒
ง. ข้อ ก และ ค ถูกต้อง*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
92. Geographical Information System (GIS) มีความหมายตามข้อใด
ก. ระบบเอกสารสํานักงานอัตโนมัติ
ข. การทดสอบระดับชาติ
ค. ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์*
ง. ระบบฐานข้อมูลคุณภาพการศึกษา
93. Geographical Information System (GIS) มีบทบาทในการจัดการศึกษาเรื่องใดมากที่สุด
ก. งบประมาณรายหัวของนักเรียน
ข. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ค. การพัฒนาจัดสร้างโรงเรียน*
ง. ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
94. ตามกฎหมายการศึกษา กําหนดให้มีการกระจายอํานาจทางการศึกษาด้านวิชาการ ด้านงบประมาณด้าน
การบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไปให้กับหน่วยงานใด
ก. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สถานศึกษา
ง. ข้อ ข และ ค ถูกต้อง*
95. กฎหมายปฏิรูปการศึกษากําหนดให้มีการกระจายอํานาจบริหารจัดการให้กับสถานศึกษา ยกเว้นข้อใด
ก. ด้านวิชาการ
ข. ด้านการบริหารงานบุคคล
ค. ด้านงบประมาณ
ง. ด้านบริการการศึกษา*
96. ข้อใดไม่ใช่ ๕ องค์กรหลัก ตามโครงสร้างในกฎหมายปฏิรูปการศึกษา
ก. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษานอกโรงเรียน*
ข. สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ค. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบการออกแบบการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการคิดขั้นสูง
1. ข้อใดเป็นความหมายของทักษะการคิด
1. พฤติกรรมการใช้ความคิด
2. ความสามารถในการใช้ความคิด
3. ผลของการใช้ความคิด
4. ผลของการฝึกใช้การคิด
2. กิจกรรมในข้อใดไม่เหมาะสมที่จะใช้ใน “ขั้นตอนการนําเข้าสู่บทเรียน” ในขั้นตอนการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้
1. ในการสอนนักเรียนชั้นอนุบาล ๑ ครูให้นักเรียนฝึกกายบริหารก่อนที่เริ่มการเรียนการสอน
2. ครูให้นักเรียนร้องเพลงความหมายของเศษส่วน ก่อนที่จะทําการสอนเรื่องการบวกและลบเศษส่วน
3. ครูให้นักเรียนอ่านใบความรู้ที่แจกให้ก่อนที่จะให้นักเรียนเข้ากลุ่มอภิปรายถึงสิ่งที่ได้อ่าน
4. ครูให้นักเรียนได้อภิปรายถึง”ความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตของนักเรียนในชุมชน”ก่อนที่จะสอนเรื่องผลกระทบ
ของสิ่งแวดล้อมต่อการดํารงชีวิต
3. พิจารณาข้อความต่อไปนี้
1) แนวคิดสรรนิยมเป็นแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้
2) แนวคิดสรรนิยมเป็นแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการสอน
3) แนวคิดสรรนิยมเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือนักเรียนของครูในกระบวนการเรียนการสอน
4) แนวคิดสรรนิยมเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างความรู้ของนักเรียน
1. จริง ๑ ข้อ
2. จริง ๒ ข้อ
3. จริง ๓ ข้อ
4. จริง ๔ ข้อ
4. ข้อใดต่อไปนี้ตรงกับความหมายของกระบวนการคิดมากที่สุด
1. การดําเนินการอย่างเป็นลําดับขั้นตอน
2. การจัดลําดับการคิด
3. การนําเอาทักษะการคิดและกระบวนการคิดหลายๆด้านมาจัดเป็นขั้นตอน
4. เป็นขั้นตอนในการทํากิจกรรมการเรียนรู้
5. ผลของการกระทําในข้อใด ทําให้เกิดการคิดตามแบบของ Piaget
1. การมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
2. การที่มนุษย์รับรู้เหตุการณ์โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
3. การที่มนุษย์สร้างความหมายจากสิ่งที่ได้รับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
4. การที่มนุษย์ตกอยู่ในสภาวะไม่สมดุล (Disequilibrium) ทางปัญญา
6. แนวคิดใดของ Piaget ที่ใช้เป็นแนวคิดพื้นฐานของแนวคิดทฤษฎีสรรคนิยม (Constructivism)
1. กระบวนการปรับตัว
2. สภาวะสมดุล
3. สภาวะไม่สมดุล
4. กระบวนการจัดระบบ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
7. ข้อใดต่อไปนี้ที่กล่าวถึงวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุด ที่ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการคิดชั้นสูง
1. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการร่วมมือกันเรียนรู้แบบ STAD
2. ครูอธิบายทฤษฏีพร้อมยกตัวอย่าง ก่อนที่จะให้นักเรียนเข้ากลุ่มทํากิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย
3. ครูให้นักเรียนทํากิจกรรมกลุ่มโดยใช้เทคนิคการระดมสมอง
4. ครูให้นักเรียนเข้ากลุ่มแล้วตั้งประเด็นปัญหาที่สนใจ อภิปรายเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหา แล้วนําเสนอต่อชั้นเรียน
8. ข้อใดที่ต้องการศึกษาโดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์
1. การศึกษาผล-ผลเสีย-ผลกระทบ ที่มีต่อการตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดของเรา
2. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในประเด็นปัญหา “การ์ตูนทีวีใส่ยาพิษความรุนแรงแก่เด็กและเยาวชน”
เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหาดังกล่าว
3. สมชายได้ทําการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าของบริษัทให้ใช้เวลาในการผลิตน้อยที่สุดและ
คุณภาพสินค้ามีคุณภาพเพิ่มขึ้น
9. การพิจารณาความต่อไปนี้
1) ทักษะการคิดเป็นมาจากกระบวนการสร้างความรู้
2) ทักษะการคิดขั้นพื้นฐานเป็นความสามารถในการสื่อสารและรับสารของบุคคล
3) ทักษะการคิดที่เป็นแกนเป็นความสามารถในการใช้ความคิดในการจัดสินใจและแก้ปัญหาในชีวิตประจําวัน
4) ทักษะการคิดชั้นสูงเป็นกระบวนการประกอบด้วยขั้นตอนหลายขั้นตอนที่ต้องอาศัยทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน
และทักษะการคิดที่เป็นแกนหลายๆทักษะในแต่ละขั้นตอน
ข้อใดเป็นข้อเท็จจริงของข้อความที่กล่าวข้างต้น
1. เป็นจริง ๑ ข้อ
2. เป็นจริง ๒ ข้อ
3. เป็นจริง ๓ ข้อ
4. เป็นจริง ๔ ข้อ
10. ข้อใดไม่ใช่ตัวอย่างของทักษะการคิด
1. การอ่าน
2. การพูด
3. การติความ
4. การมองเห็น
11. ข้อใดที่ต้องทําการศึกษาโดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
1. การศึกษาผล-ผลเสีย-ผลกระทบ ที่มีต่อการตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดของเรา
2. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในประเด็นปัญหา “การ์ตูนทีวีใส่ยาพิษความรุนแรงแก่เด็กและเยาวชน”
เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหาดังกล่าว
3. สมชายได้ทําการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าของบริษัทให้ใช้เวลาในการผลิตน้อยที่สุดและ
คุณภาพสินค้ามีคุณภาพเพิ่มขึ้น
12. พิจารณาข้อความต่อไปนี้
1) แนวคิดที่สอดคล้องกันของ Piaget และ Vygotsky คือกระบวนการสร้างองค์ความรู้เป็นกระบวนการเฉพาะ
บุคคล
2) แนวคิดเกี่ยวกับ The Zone of Proximal Development (ZPD) ของ Vygotsky กล่าวถึงช่วงห่าง
ระหว่างศักยภาพที่นักเรียนทํากิจกรรมสําเร็จก่อนการเรียนรู้กับและหลังการเรียนรู้
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
ข้อใดเป็นข้อเท็จจริงของข้าความที่กล่าวข้างต้น
1. ข้อ ๑ เท่านั้นที่เป็นจริง
2. ข้อ ๒ เท่านั้นที่เป็นจริง
3. เป็นจริงทั้ง ๒ ข้อ
4. เป็นเท็จทั้ง ๒ ข้อ
13. พิจารณาข้อความต่อไปนี้
1) การเรียนรู้เป็นผลมาจากการคิดของคุณ
2) การเรียนรู้เป็นกระบวนการคิดอย่างหนึ่ง
3) การเรียนรู้เป็นผลมาจากการที่บุคคลมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
ข้อใดเป็นข้อเท็จจริงของข้อความที่กล่าวข้างต้น
1. เป็นจริง ๑ ข้อ
2. เป็นจริง ๒ ข้อ
3. เป็นจริง ๓ ข้อ
4. เป็นเท็จทุกข้อ
14. ข้อใดที่ต้องการศึกษาโดยใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์
1. การศึกษาผล-ผลเสีย-ผลกระทบ ที่มีต่อการตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดของเรา
2. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในประเด็นปัญหา “การ์ตูนทีวีใส่ยาพิษความรุนแรงแก่เด็กและเยาวชน”
เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหาดังกล่าว
3. สมชายได้ทําการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าของบริษัทให้ใช้เวลาในการผลิตน้อยที่สุดและ
คุณภาพสินค้ามีคุณภาพเพิ่มขึ้น
15. ข้อต่อไปนี้ไม่ใช่ทักษะการคิดวิเคราะห์
1. การสังเกต
2. การจําแนกแยกแยะ
3. การจัดหมวดหมู่
4. การเรียงลําดับ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน
1. ทําไมจึงกล่าวว่าการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
1. ครูเป็นที่ปรึกษา
2. ครูและนักเรียนปฏิบัติร่วมกัน
3. นักเรียนเป็นผู้ปฏิบัติ ครูเป็นเพียงที่ปรึกษา**
4. มีการใช้เทคนิคการเรียนรู้อย่างหลากหลาย
2. ส่วนใดส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมากที่สุด
1. สื่อและอุปกรณ์
2. แหล่งเรียนรู้ต่างๆ**
3. ผู้ปกครองของนักเรียน
4. แบบทดสอบด้านต่างๆ
3. แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานช่วยให้ครูให้มีการปฏิรูปการเรียนรู้อย่างไร
1. ครูพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้**
2. ช่วยให้นักเรียนให้มีการเรียนรู้โดยการปฏิบัติ
3. ครูสามารถจัดทําผลงานทางวิชาการได้ดีขึ้น
4. การเรียนรู้ของผู้เรียน เก่งคิด เก่งทํา เก่งทีม
4. โครงงานประเภททดลองต่างกับประเภทสํารวจอย่างไร
1. โครงงานทดลองไม่มีปัญหาที่สงสัย
2. โครงงานสํารวจไม่มีตัวแปรที่ศึกษา
3. โครงการทดลองมีขอบเขตที่ศึกษา
4. โครงงานสํารวจมีการตั้งสมมุติฐานก่อนที่ศึกษา
5. การจัดการเรียนรูแบบโครงงานเปรียบได้กับสิ่งใด
1. การปลูกต้นไม้
2. การสร้างบ้าน
3. การวิ่งมาราธอน
4. การทําขนมเค้กสูตรใหม่**
6. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน มีลักษณะตรงกับข้อใด
1. เรียนไปทําไม
2. ทุกคนมีส่วนร่วมและเรียนรู้**
3. เลือกนักเรียนที่สนใจทําโครงงาน
4. เลือกสอนเฉพาะบางวิชาเท่านั้น
7. ขั้นตอนใดในการเรียนรู้แบบโครงงานที่ครูมีส่วนร่วมน้อยที่สุด
1. ขั้นนําเสนอ
2. ขั้นวางแผน
3. ขั้นปฏิบัติ**
4. ขั้นประเมินผล
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
8. โครงงานเป็นการเชื่อมโยงการคิดของ บลูม ด้านใดบ้าง
1. ความรู้ ความจํา ความเข้าใจ การนําไปใช้
2. การวิเคราะห์ การสังเคราะห์และการประเมินค่า
3. ความรู้ ความจํา ความเข้าใจ การสังเคราะห์และการประเมินค่า
4. ความรู้ ความจํา ความเข้าใจ การนําไปใช้ การสังเคราะห์และการประเมินค่า
9. โครงงานเรื่องใดตรงกับประเภทสํารวจ
1. ต้นไม้ชนิดใดไล่ยุงได้บ้าง
2. ลิงชนิดใดหางยาวที่สุด**
3. ดินชนิดใดปลูกกุหลาบได้ดีที่สุด
4. ปลาหางนกยูงชอบกินอาหารชนิดใด
10. การจัดกาเรียนรู้แบบโครงงานใช้ประยุกต์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด
1. ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้**
2. สังคม
3. ภาษาไทย คณิตศาสตร์
4. สุขศึกษา ศิลปะ การงานฯ
11. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเหมาะกับการจัดการเรียนรู้ในชั้นใด
1. ปฐมวัย
2. ป.๑-๓
3. ป.๔-๖
4. ทุกช่วงชั้น
12. การเขียนรายงานโครงงานและการนําเสนอผลงานอยู่ในขั้นตอนใด
1. ขั้นนําเสนอ
2. ขั้นวางแผน
3. ขั้นปฏิบัติ
4. ขั้นประเมินผล
13. สิ่งใดเป็นส่วนสําคัญในการแสวงหาความรู้ในการปฏิบัติโครงงาน
1. แบบประเมินโครงงาน
2. ทักษะกระบวนการด้านต่างๆ**
3. เอกสาร สิ่งพิมพ์ และวัสดุ อุปกรณ์
4. งบประมาณในการจัดทําโครงการแต่ละเรื่อง
14. ส่วนใดส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมากที่สุด
1. สื่อและอุปกรณ์
2. แหล่งเรียนรู้ต่างๆ**
3. ผู้ปกครองของผู้เรียน
4. แบบทดสอบด้านต่างๆ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
15. แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมีจุดเด่นอย่างไร
1. ผู้เรียนลงมือปฏิบัติเพื่อค้นหาคําตอบด้วยตนเอง**
2. ใช้แหล่งเรียนรู้ทางคอมพิวเตอร์
3. ใช้ระยะเวลาสั้น
4. ครูเป็นผู้นํา
16. เหตุการณ์ต่อไปนี้อยู่ในขั้นตอนใดในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน “ครูกําหนดสถานการณ์ให้ผู้เรียน
สังเกตรังมดแดงแล้วซักถาม
1. ขั้นนําเสนอ
2. ขั้นวางแผน
3. ขั้นปฏิบัติ**
4. ขั้นประเมินผล
17. เหตุการณ์ใดต่อไปนี้ตรงกับขั้นวางแผน
1. กลุ่มของแดงใช้กลิ่นกะปิล่อแมลงวันทอง
2. กลุ่มของโด่งคิดหาอุปกรณ์ทดลอง**
3. กลุ่มของสายสุดาตอบคําถามของครูจากใบความรู้
4. กลุ่มของมารศรีร่วมกันออกแบบประเมินโครงงานของเพื่อน
18. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานต่างจากการเรียนรู้ทั่วไปอย่างไร
1. มีครูบรรยาย
2. มีผู้เรียนสาธิตทุกขั้นตอน
3. มีครูเป็นผู้สาธิตและสรุปบทเรียน
4. ผู้เรียนเป็นผู้ปฏิบัติตามสิ่งที่สนใจ**
19. แหล่งเรียนรู้ใดเหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน
1. ห้องครัว ห้องสมุด
2. สนามฟุตบอล สระน้ํา
3. สวนสมุนไพร สวนสาธารณะ
4. แม่น้ํา ลําคลอง ทะเลสาบ
20. ใครเป็นผู้คิดหัวข้อโครงงาน
1. ครู
2. ผู้เรียน**
3. ครูและผู้เรียน
4. ครู ผู้บริหารและผู้ปกครอง
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
แนวข้อสอบการเรียนรู้แบบูรณาการสู่พหุปัญญา
1. ถ้าต้องการพัฒนาปัญญาด้านการรู้จักตนเองแก่ผู้เรียน ผู้สอนควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนดังข้อใด
1. การให้เล่านิทาน
2. การฝึกให้ตั้งจุดมุ่งหมาย
3. การเล่นละครสื่อสารด้วยท่าทาง
4. การพาไปเยี่ยมชมแหล่งสัตว์เลี้ยง
2. การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ คํากล่าวดังกล่าว
เป็นข้อความจากข้อใด
1. จุดเน้น สพฐ.
2. รัฐธรรมนูญ
3. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตร ๒๒
4. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตร ๒๓
3. ข้อใดเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดปัญญาด้านดนตรี จังหวะ
1. การเข้ากลุ่ม
2. การแต่งกลอนสด
3. การเขียนบทสนทนา
4. การเขียนแผนที่ความคิด
4. ขาว อธิบายให้แดงฟังว่า “ถ้าจะไปร้านขายก๋วยเตี๋ยวอร่อยต้องเดินตรงไปก่อนแล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยที่มีป้อม
จราจร เมื่อเดินเข้าไปในซอยแล้วเมื่อผ่านศาลเจ้าให้เลี้ยวซ้ายแล้วเดินไปสุดทางจะเจอร้าน” วิธีอธิบายของขาว
แสดงว่าเขามีปัญญาพิเศษด้านใด
1. ด้านตรรกะ
2. ด้านวาจา/ภาษา
3. ด้านธรรมชาติ
4. ด้านนิติสัมพันธ์
5. ผังการสอน เกี่ยวข้องกับกระบวนการใด
1. การสอดแทรกพหุปัญญา
2. การวิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้
3. การบูรณาการสาระการเรียนรู้
4. การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้
6. ถ้ามีผู้วิจัยคนหนึ่งต้องการศึกษาการพัฒนาการคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณา
การสู่พหุปัญญา แสดงว่า ตัวแปรของการศึกษาครั้งนี้คือข้อใด
1. การคิดสร้างสรรค์
2. การพัฒนาพหุปัญญา
3. กระบวนการบูรณาการ
4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
7. การวิเคราะผู้เรียนอยู่ในขั้นตอนใดของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา
1. ขั้นการเตรียมการ
2. ขั้นการนําเสนอเข้าสู่บทเรียน
3. ขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. ขั้นการจัดทําเอกสารตามองค์ประกอบของแนวทาง
8. ข้อใดในตารางแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา ที่ใช้
เป็นประเด็นในการวิเคราะห์
1. พหุปัญญา
2. กิจกรรมการเรียนรู้
3. การบูรณาการสาระวิชา
4. องค์ประกอบที่ประเมินผลการเรียนรู้
9. การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุลต้องคํานึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา ข้อความข้างต้น
เป็นข้อความสําคัญปรากฏอยู่ใน
1. จุดเน้น สพฐ.
2. รัฐธรรมนูญ
3. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตร ๒๒
4. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตร ๒๓
10. ข้อใดไม่ใช่ แนวทางของการจัดกิจกรรมการเรียนร้อที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
1. การท้าทายให้ผู้เรียนอยากรู้
2. การศึกษาภูมิหลังของผู้เรียน
3. ต้องมุ่งให้ผู้เรียนมี IQ สูง
4. การไม่ยึดวิธีการใดวิธีการหนึ่งเท่านั้น
11. จุดเด่นของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา
1. กระบวนการบูรณาการ
2. เน้นการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนรายบุคคลชัดเจน
3. ผู้เรียนได้เรียนรู้ปัญญาหลายๆด้านในขณะเรียน
4. ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยอาศัยองค์ความรู้เดิม
12. ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญาที่นําเสนอ ใช้บูรณาการแบบใด
1. แบบสอดแทรก
2. แบบขนาน
3. แบบสหวิทยา
4. แบบข้ามวิชา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
13. ข้อใดคือแนวคิดเกี่ยวกับพหุปัญญา ของ Howard Gardner
1. ผู้สอนทุกคนต้องเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนเรียนรู้ได้
2. ผู้เรียนเป็นผู้รับผิดชอบการเรียนรู้และเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วนตนเอง
3. ผู้เรียนจะเรียนรู้จากธรรมชาติได้ดีก็ต่อเมื่อเขาได้รับการปลดปล่อยออกจากห้องเรียนที่กักขังเขาไปสู่
ธรรมชาติ
4. ผู้สอนต้องช่วยให้ผู้เรียนได้เกิดความคิดรวบยอดในเรื่องนั้นๆ จนเกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ใน
การหากระบวนการและวิธีต่างๆ
14. การนําแนวคิดเรื่องพหุปัญญาไปใช้ในการจัดการศึกษา ควรเป็นไปในลักษณะใดจึงจะเหมาะสมที่สุด
1. แนวทางที่มุ่งพัฒนาความฉลาดเฉพาะทาง
2. แนวทางที่มุ่งพัฒนาความฉลาดอย่างรอบด้าน
3. แนวทางที่มุ่งพัฒนาความฉลาดอย่างรอบด้านตามวิถีการเรียนรู้ของแต่ละคน
4. แนวทางที่มุ่งพัฒนาความฉลาดเฉพาะทางและพัฒนาความฉลาดอย่างรอบด้านสลับกันตามวัย
15. ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา มีกี่ขั้น
1. ๒
2. ๓
3. ๔
4. ๕
16. บุคคลที่มีความสามารถในการเลือกที่จะเข้าไป หรือถอยห่างจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เป็นบุคคลที่มี
ปัญญาพิเศษในด้านใด
1. ด้านตรรกะ
2. ด้านธรรมชาติ
3. ด้านนิติสัมพันธ์
4. ด้านการรู้จักตนเอง
17. ในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา ผู้สอนมีบทบาทสําคัญหลายด้าน มีด้านหนึ่งที่สําคัญมาก
และกําหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ คือบทบาทด้านใด
1. การวิเคราะห์ผู้เรียน
2. การพัฒนาผลการเรียนรู้
3. การสร้างความตระหนัก
4. การศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร
18. ข้อใดหมายถึงเอกสารตามองค์ประกอบของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา ที่ผู้สอนต้อง
เรียนมการไว้
1. ผังการวางแผนและแผนการจัดการเรียนรู้
2. ผังการวางแผน และตารางแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์แผน
3. ตารางแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์แผน และแผนการจัดการรียนรู้
4. ผังการวางแผน ตารางแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์แผนและแผนการจัดการเรียนรู้
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
19. คนที่มีอาชีพเป็นช่างกายภาพ แสดงว่าเป็นคนมีปัญญาพิเศษด้านใด
1. ด้านตรรกะ
2. ด้านธรรมชาติ
3. ด้านนิติสัมพันธ์
4. ด้านการรู้จักตนเอง
20. ข้อใดที่แสดงถึงคนที่มีปัญญาพิเศษแตกต่างจากคนอื่น
1. หนังสือสํามากสําหรับฉัน
2. ฉันสามารถได้ยินเกี่ยวกับเรื่องงานก่อนฉันอ่าน พูด หรือเขียน
3. ฉันสนุกกับการแก้เกมหรือปัญหาที่ต้องใช้การคิดที่เป็นเหตุเป็นผล
4. ฉันสามารเข้าใจจากการที่ฟังทางวิทยุหรือเทป มากกว่าการเห็นภาพทางโทรทัศฯหรือภาพยน
แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
1. กิจกรรมในข้อได้อธิบายถึงการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
1. การสร้างแรงจูงใจในบทเรียน
2. การเรียนดําเนินการจัดกิจกรรมสืบค้นแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
3. การเรียนรู้ขึ้นอยู่กับความรู้เดิมซึ่งเป็นกิจกรรมสําคัญของการสร้างความรู้ใหม่
4. ผู้เรียนนําผลการอภิปรายมากําหนดความคิดใหม่
2. กิจกรรม”การใช้รูปแบบนวัตกรรมใหม่ หรือการใช้แนวคิดหรือความรู้ใหม่ในสถานการณ์ต่างๆ”เป็นขั้นตอน
การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบสร้างองค์ความรู้ในข้อใด
1. ขั้นนํา
2. ขั้นทบทวนความรู้เดิม
3. ขั้นปรับเปลี่ยนความคิด
4. ขั้นนําความคิดไปใช้
3. ลักษณะการจัดการเรียนรู้แบบใด เป็นการจัดการตามแนวการสร้างองค์ความรู้
1. ส่งเสริมผู้เรียนค้นคว้าหัวข้อต่างๆ ได้ ๑ หัวข้อตามที่ครูกําหนด
2. จะกัดขอบเขของการค้นคว้าอหล่งเรียนรู้
3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของหัวข้อการเรียนรู้
4. ผู้เรียนแสวงหาความรู้ใหม่ๆโดยไม่ให้ความสําคัญกับความรู้เดิม
4. ข้อความใดแสดงถึงผลที่พึงประสงค์มากที่สุดของการมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันระหว่างนักเรียนกับนักเรียนในการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้
1. ความผูกพันและเป็นกันเอง
2. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก่อให้เกิดความรู้ใหม่
3. ความคุ้นเคยมีการให้อภัยต่อกันเมื่อทําผิด
4. ความสนิทสนมก่อให้เกิดการผูกมิตรยาวนาน
5. กิจกรรมสร้างความคิดใหม่ เป็นขั้นตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ในขั้นใด
1. ขั้นนํา
2. ขั้นทบทวนความรู้เดิม
3. ขั้นปรับเปลี่ยนความคิด
4. ขั้นทบทวน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
6. เทคนิคในการสอนแบบใดที่ไม่เหมาะสมกับการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้
1. การสอนแบบสืบค้น
2. แบบสร้างผังความคิด
3. แบบตั้งคําถาม
4. ใช้บทเรียนสําเร็จรูป
7. สถานการณ์ของผู้เรียนในข้อใดที่ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ ได้ดีที่สุด
1. ผู้เรียนได้ฟังคําชี้นําของครู
2. ผู้เรียนบันทึกการบอกเล่าของครู
3. ผู้เรียนค้นคว้าและคิดคนเดียว
4. ผู้เรียนร่วมกันคิดและทํางานโดยใช้กระบวนการกลุ่ม
8. ข้อใดคือผลที่เกิดกับผู้เรียนในการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้
1. ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
2. ผู้เรียน ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ มีทักษะการค้นคว้า
3. ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเอง
4. ถูกทุกข้อ
9. เทคนิคการสอบแบบตั้งคําถาม กรณีผู้เรียนประสบความยากลําบากในการตอบคําถาม บทบาทที่ครูไม่ควร
กระทําคือข้อใด
1. หยุดให้ผู้เรียนคิดมีเวลาหาคําตอบ
2. ทบทวนคําถามซ้ํา
3. แนะนําคําตอบให้เล็กน้อย
4. กระตุ้นให้ผู้เรียนตอบโดยทําเสียงดุ
10. คํากล่าวใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้
1. ความรู้เดิมเป็นปัจจัยสําคัญของการสร้างความรู้ใหม่
2. สถานการณ์หรือบริบทของการเรียนรู้เป็นสิ่งสําคัญของการสร้างองค์ความรู้
3. มนุษย์มักจะพบประสบการณ์ใหม่เสมอความรู้จึงเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ
4. มโนทัศน์ที่ผู้เรียนสร้างขึ้นในการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ย่อมเป็นที่ยอมรับเสมอ
11. การกระทําใดแสดงถึงบทบาทสําคัญของบุคคลในการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้
1. นาย ก นั่งคิดคนเดียวว่าทําอย่างไรจึงจะทําการบ้านได้
2. นาย ข คิดว่าเขาจะต้องเข้าห้องสมุดเพื่อผ่อนคลายความเครียด
3. นาย ค มีความรู้เรื่องขับร้องดนตรี จึงร่วมกันสร้างบทเพลเพื่อต่อต้านยาเสพติด ในการเรียนเรื่อปัญหาสังคม
4. นาย ง เฝ้าดูต้นข้าวที่ปลูกด้วยความชื่นชม และคิดว่าเมื่อขายข้าวได้เขาจะนําเงินไปใช้หนี้
12. พฤติกรรมในข้อใดเป็นผลจากการฝึกทักษะกระบวนการกลุ่มแก่ผู้เรียน
1. เกิดภาวะผู้นําและผู้ตามในสถานการณ์ที่เหมาะสม
2. มีการร่วมกันทํางานในหมู่นักเรียน
3. มีการเคารพความคิดเห็นและเหตุผลของผู้อื่น
4. ถูกทุกข้อ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
13. หลักการต่อไปนี้เป็นทฤษฎีของการสร้างองค์ความรู้ ยกเว้นข้อใด
1. การเรียนรู้เป็นกระบวนการสร้างความรู้ไม่ใช้การรับข้อมูลเป็นส่วนๆ
2. การเรียนรู้ขึ้นอยู่กับความรู้เดิมซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญของการสร้างความรู้ใหม่
3. สถานการณ์หรือบริบทของการเรียนรู้เป็นสิ่งสําคัญของการสร้างความรู้ใหม่
4. การบอกหรือการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายของครูเป็นทางเลือกของครูในการเกิดความรู้ใหม่
14. เพราะเหตุใดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ในขั้นตอนสุดท้ายจึงต้องให้ผู้เรียนทบทวน
1. เพื่อสรุปความรู้ใหม่
2. เพื่อแบ่งงานรับผิดชอบ
3. เพื่ออภิปรายผลการทดลอง
4. เพื่อประเมินผล ปรับปรุงและพัฒนา
15. ในการเรียนรู้แบบกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ผู้เรียนจะต้องมีบทบาทอย่างไรจึงจะบรรลุ
วัตถุประสงค์ของการเรียน
1. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้
2. มีทักษะการทํางานร่วมกันเป็นกลุ่ม
3. มีความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้
4. ถูกทุกข้อ
16. เป้าหมายการตั้งคําถมในข้อใดที่ไม่ถูกต้องในการใช้เทคนิคการสอบแบบตั้งคําถาม
1. ช่วยสร้างนิสัยชอบคิดให้แก่ผู้เรียน
2. สร้างแรงจูงใจและกระตุ้นความสนใจให้ผู้เรียน
3. ประเมินจุดเข็งและจุดอ่อนของผู้เรียนได้
4. ยุติบทบาทการช่างคุยของผู้เรียนในชั้นเรียนได้
17. การกระทําในข้อใดต่อไอไปนี้คือบทบาทของครูในการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้
1. กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดวางแผนร่วมกันในการคิดความรู้ใหม่
2. ชี้นําให้ผู้เรียนตอบคําถามในใบงานได้
3. ครูสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนทําตามคําสั่ง
4. ครูให้ผู้เรียนตั้งคําถามจากเรื่องที่ครูกําหนดไว้ พร้อมเฉลยคําตอบตามแนวที่ครูกําหนด
18. วิธีการประเมินผลการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ในข้อใดที่ไม่ถูกต้อง
1. ครูประเมินความคิดรวบยอดของผู้เรียน
2. ประเมินโดยการตรวจสอบความคิดของผู้เรียน
3. ประเมินว่าผู้เรียนยังไม่รู้อะไร
4. ประเมินทักษะการทํางานกลุ่ม
19. คํากล่าวในข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้
1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดี จะเรียนรู้รูปแบบการสร้างองค์ความรู้ได้ดี
2. คําถามปลายปิดที่มีคําตอบเดียวเหมาะกับการจัดองค์ความรู้แบบสร้างองค์ความรู้
3. การสร้างความประทับใจให้ผู้เรียน จําบทเรียนได้ดีคือบทบาทของครูต้องโดเด่นในการอธิบาย
4. การจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ให้ผู้เรียนคิดสร้างสรรค์ทําให้ผู้เรียนสร้างสรรค์องค์ความรู้ได้ดี
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
20. คํากล่าวในข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกล่าวในข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้
1. การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ไม่เหมาะสมกับชั้นเรียนที่นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ต่ํา
2. ครูไม่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนเพราะจะทําให้ผู้เรียนไม่เป็นตัวของตัวเอง
3. ครูเป็นผู้ชี้แนะไม่ใช่ผู้นํา กระตุ้นให้นักเรียนคิดมากว่าให้ครูบอก
ผู้เรียนต้องเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ
1. การวัดประเมินผลตามสภาพจริงโดยเน้นการวัดผลจากการปฏิบัติจริง จากแฟ้มสะสมงานชิ้นงาน/ผลงาน/
ผู้เรียนประเมินตนเอง สมาชิกครูและผู้ปกครองร่วมวัดและประเมินผลขั้นตอนนี้จัดว่าเป็นขั้นตอนใดของการ
จัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์
2. ขั้นประเมินผล**
3. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง
4. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน
2. ข้อใดเป็นบทบาทของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ไม่ต้องจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ของผู้เรียน
2. ไม่ต้องจัดแหล่งความรู้สําหรับผู้เรียนในการอธิบายเพิ่มเติมและสรุปบทเรียน
3. จัดกิจกรรมอย่างมีระบบโดยตลอดและสอดคล้องกับการพัฒนาพหุปัญญา
4. เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองเสมอ**
3. “มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ ตีความ สรุปความคิดเห็นของผู้เรียนหรืออภิปรายสิ่งที่เรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้
ผู้เรียนสามารถสรุปองค์ความรู้ได้อย่างชัดเจน” ข้อความนี้ คือข้อใด
1. แนวคิดสําคัญของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
2. ลักษณะเด่นของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
3. บทบาทของผู้สอนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ**
4. บทบาทของผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
4. ขั้นสรุป/เสนอผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ คือข้อใด
1. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มๆเพื่อทํากิจกรรมร่วมกัน
2. ผู้เรียนได้ทดลองฝึกปฏิบัติตามขั้นตอน ฝึกคิดวิเคราะห์
3. ผู้เรียนปรับปรุงผลงานของตนเองจากการนําเสนอของแต่ละกลุ่มมาพัฒนาให้ดีขึ้น
4. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มประมวลข้อมูลจากประสบการณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์เป็นความรู้ใหม่**
5. ข้อใดเป็นคุณค่าของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ทุกขั้นตอนของการจัดกิจกรรมจะสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมเพื่อให้ผู้เรียนได้ซึมซับสิ่งที่ดีงามไว้ใน
ตนเองตลอดเวลา**
2. กระบวนการเรียนรู้ไม่ต้องคํานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
3. ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามที่ผู้สอนได้จัดเตรียมไว้เท่านั้นให้ศึกษาค้นคว้า
4. กิจกรรมกลุ่มไม่สามารถช่วยเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
6. ข้อใดเรียงลําดับขั้นตอนของกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติที่ถูกต้อง
1. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ และขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง
2. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ ขั้นปฏิบัติ/ ฝึกหัด/ ทดลองและขั้นสรุป/เสนอความรู้
3. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลองขั้นสรุป/เสนอความรู้ และ ขั้น
ปรับปรุงการเรียนรู้/นําไปใช้
4. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลองขั้นสรุป/เสนอความรู้ ขั้น
ปรับปรุงการเรียนรู้/นําไปใช้และขั้นประเมินผล**
7. ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนเพื่อทํากิจกรรมร่วมกัน แสดงความคิดเห็นและหาข้อสรุปในประเด็นที่ตั้งไว้ซึ่งขั้นตอน
นี้จัดว่าเป็นขั้นตอนใดของกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง
2. ขั้นนําเข้าสู่บทเรียน
3. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์**
4. ขั้นสรุป/เสนอความรู้
8. ผู้สอนจะต้องกระตุ้นชักจูงโน้มน้าวให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นและสนใจ อยากค้นคว้าหาความรู้ ด้วยวิธี
ต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงกับประสบการณ์ใหม่จัดว่าเป็นขั้นตอนใดของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์
2. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน**
3. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง
4. ขั้นสรุป/เสนอความรู้
9. ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดจากการร่วมกิจกรรม และการค้นหาคําตอบจากประเด็นคําถามของผู้สอนและ
เพื่อนๆ สามารถค้นหาวิธีการและคําตอบได้ด้วยตนเอง สามารถแสดงออกได้ชัดเจนมีเหตุผล”ข้อความนี้คือ
อะไร
1. คุณค่าของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ**
2. แนวคิดสําคัญของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
3. ขั้นตอนของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
4. บทบาทของผู้สอนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
10. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ฝึกฝนการทํางานเป็นกลุ่ม
2. ให้ความช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
3. เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง โดยการสังเกตและทดลองด้วยตนเอง
4. ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือระดมความคิดเห็นร่วมกันมีส่วนร่วมในการเรียนรู้**
11. ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนฝึกคิดวิเคราะห์ จินตนาสร้างสรรค์ โดยผู้สอนเป็นที่ปรึกษาดูแลช่วยเหลือ
ซึ่งขั้นตอนนี้จัดว่าเป็นขั้นตอนใดของกระบวนการจัดการ เรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์
2. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน
3. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง**
4. ขั้นประเมินผล
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
12. ผู้เรียนได้มีการปรับปรุงผลงานตามแนวคิดจากการนําเสนอของแต่ละกลุ่มมาพัฒนาให้ดีขึ้น หรือจาก
ครูผู้สอนมาสร้างผลงานใหม่ขั้นตอนนี้จัดว่าเป็นขั้นตอนใดของการจัดจัดการ เรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์
2. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน
3. ขั้นประเมินผล
4. ขั้นปรับปรุงผลการเรียนรู้/นําไปใช้**
13. ข้อใดไม่จัดว่าเป็นคุณค่าของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดจากการกิจกรรมและค้นหาคําตอบจากประเด็นคําถามของครูผู้สอนและเพื่อน
2. ผู้ที่เรียนช้ารู้ช้าจะเรียนรู้ได้อย่างอย่างมีความสุข ได้รับกําลังใจจากเพื่อน
3. กระบวนการเรียนรู้คํานึงความแตกระหว่างบุคคล
4. ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือระดมความคิดเห็นร่วมกัน**
14. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ของผู้เรียน
2. เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองเสมอ
3. เป็นแหล่งความรู้สําหรับผู้เรียนในการอธิบายเพิ่มเติมและสรุปบทเรียน
4. จัดกิจกรรมอย่างมีระบบเป็นกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องกันโดยตลอดและสอดคล้องกับการพัฒนาพหุ
ปัญญา**
15. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มประมวลความรู้จากประสบการณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์สังเคราะห์เป็นความรู้ใหม่ วิธีการ
ใหม่ นําเสนอกลุ่มใหญ่ ในรูปแบบที่หลากหลายเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันจัดว่าเป็นขั้นตอนใด
ของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์
2. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน
3. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง
4. ขั้นสรุป/เสนอความรู้**
16. แนวคิดสําคัญของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง ฝึกค้นคว้า ฝึกลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะกระบวนการต่างๆและแก้ปัญหาด้วยตนเอง
2. เป็นการจัดกิจกรรมลักษณะกลุ่มปฏิบัติการด้วยประสบการณ์ตรงจากการเผชิญสถานการณ์จริง
3. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลองเป็นการจัดกิจกรรมลักษณะบุคคลด้วยประสบการณ์ตรงจากการเผชิญ
สถานการณ์จริง**
4. ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งทางทฤษฎีและการปฏิบัติตามแนวประชาธิปไตย
17. ข้อใดเป็นบทบาทของผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ
1. ติดตามผลการปฏิบัติและปรับปรุงแก้ไขผลงาน**
2. ฝึกฝนการทํางานรายบุคคล การเป็นผู้นํา ผู้ตาม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
3. ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือระดมความคิดเห็นร่วมกัน
4. ไม่สามารถแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ เมื่อมีการปฏิบัติงาน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
18. การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการดังต่อไปนี้ (๑)จัดเนื้อหา
สาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคํานึงถึงความแตกต่างระหว่าง
บุคคล(๒) ฝึกทักษะ กระบวนการคิดการจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อ
ป้องกันและแก้ไขปัญหา(๓)จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทําได้ คิดเป็น
และทําเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง จากข้อความดังกล่าวอยู่ในมาตราใดของพระราชบัญญัติ
การศึกษา
1. มาตรา ๒๑
2. มาตรา ๒๒
3. มาตรา ๒๓
4. มาตรา ๒๔**
19. ข้อใดเป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติของขั้นศึกษา/วิเคราะห์
1. ผู้เรียนได้ทดลองฝึกปฏิบัติตามขั้นตอน ฝึกคิดวิเคราะห์
2. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มๆเพื่อทํากิจกรรมร่วมกัน**
3. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มประมวลข้อมูลจากประสบการณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์เป็นความรู้ใหม่
4. ผู้เรียนปรับปรุงผลงานของตนเองที่ได้แนวคิดจากการนําเสนอของแต่ละกลุ่มมาพัฒนาให้ดีขึ้น
20. ข้อใดเป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติของขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ทดลอง
1. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มๆเพื่อทํากิจกรรมร่วมกัน
2. ผู้เรียนได้ทดลองฝึกปฏิบัติตามขั้นตอน ฝึกคิดวิเคราะห์**
3. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มประมวลข้อมูลจากประสบการณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์เป็นความรู้ใหม่
ผู้เรียนปรับปรุงผลงานของตนเองที่ได้แนวคิดจากการนําเสนอของแต่ละกลุ่มมาพัฒนาให้ดีขึ้น
แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้
1. เราควรปฏิบัติอย่างไร จึงเรียกว่าเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีที่สุด
1. เจ้าหน้าที่เสนอโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2. หน่วยงานราชการร่วมมือกับชุมชนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. จัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบโดยเฉพาะ
4. ทุกคนในชุมชน**
2. ข้อใดไม่ใช่การหาความรู้และประสบการณ์จากการทัศนศึกษา
1. ถ่ายภาพบันทึกภาพที่น่าสนใจ
2. ฟังคําบรรยายจากวิทยากร
3. กลับถึงบ้านแล้วจดบันทึกทันที**
4. สังเกตสิ่งแวดล้อมพร้อมจดบันทึก
3. ข้อใดเป็นวิธีการที่ใช้แหล่งเรียนรู้ที่ไม่ถูกต้อง
1. การใช้แหล่งเรียนรู้ต่างๆ ต้องเริ่มจากแหล่งเรียนรู้ที่อยู่ใกล้ตัว
2. การนําผู้เรียนไปสู่แหล่งเรียนรู้ที่อยู่นอกโรงเรียน
3. การนําผู้เรียนไปสู่แหล่งเรียนรู้ในบริเวณโรงเรียน
4. การใช้แหล่งเรียนรู้ต้องฝึกปฏิบัติ ทดลองและให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
4. ข้อใดเป็นการรักษาดุลแห่งธรรมชาติที่ดีที่สุด
1. การสร้างเขื่อนกั้นน้ํา
2. การทําฝายทดน้ํา
3. การกําหนดเขตป่าสงวน
4. การปลูกต้นไม้
5. ข้อใดคือจุดประสงค์หลักที่จัดแหล่งเรียนรู้ขึ้นภายในโรงเรียน
1. เพื่อให้เหมือนจริงและเข้าใจง่ายที่สุด
2. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้สะดวก
3. เพื่อเป็นศึกษาหาความรู้ได้ตลอดเวลาและรวดเร็ว
4. เพื่อให้สัมพันธ์กับจุดประสงค์การเรียนการสอน
6. ข้อใดไม่ใช่การหาความรู้และประสบการณ์จากการทัศนศึกษา
1. ถ่ายภาพบันทึกภาพที่น่าสนใจ
2. ฟังคําบรรยายจากวิทยากร
3. กลับถึงบ้านแล้วจดบันทึกทันที**
4. สังเกตสิ่งแวดล้อมพร้อมจดบันทึก
7. ก่อนไปศึกษานอกชั้นเรียน ครูผู้สอนควรปฐมนิเทศผู้เรียนในเรื่องใด
1. แจ้งแหล่งที่ไปศึกษาและเหตุผล
2. วิธีการเดินทางและค่าเดินทาง
3. ประโยชน์ของการศึกษานอกสถานที่
4. ถูกทุกข้อ
8. ความหมายของคําว่า “ภูมิปัญญาไทย” คือข้อใด
1. ความรู้ ความสามารถ ความเชื่อ และความสนใจในการแก้ปัญหาของมนุษย์
2. ข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ วิทยากรและประสบการณ์อื่นๆ
3. องค์ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ที่สั่งสมและสืบทอดกันมา ไปสู่คนรุ่นใหม่
4. องค์ความรู้ในด้านต่างๆ ของการดํารงชีวิตของคนไทยที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ทั้งทางตรงและ
ทางอ้อม
9. จุดประสงค์หลักการจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้
1. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตลอดเวลา
2. เพื่อให้เข้าใจง่ายและทํางานเป็นกลุ่ม
3. เพื่อให้นักเรียนได้เกิดองค์ความรู้
4. ถูกทุกข้อ
10. ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ใครไม่มีส่วนในการประเมิน
1. ผู้บริหาร
2. ผู้สอน
3. นักเรียน
4. ผู้ปกครอง
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
11. ใครควรแสดงบทบาทการเลือกรูปแบบและวิธีการนําเสนอผลงาน
1. ผู้สอน
2. ผู้เรียน
3. ผู้ปกครอง
4. ผู้บริหาร
12. ข้อใดคือจุดประสงค์ของการศึกษานอกสถานที่
1. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะทางสังคม
2. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
3. เพื่อฝึกให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
4. ถูกทุกข้อ
13. การจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้มีลักษณะอย่างไร
1. ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง คนหาความรู้ด้วยตนเอง
2. ผู้เรียนได้ฝึกทํางานเป็นกลุ่ม
3. ผู้เรียนได้ประเมินผลการทํางานด้วยตนเอง
4. ถูกทุกข้อ
14. ข้อใดถูกต้องที่สุด ในการนําแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในกระบวนการเรียนการสอน
1. ผู้เรียนได้เรียนรู้จากของจริง และเกิดประสบการณ์ตรง
2. ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุขในการเรียน
3. ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อชุมชน และกระบวนการเรียนรู้
4. ผู้เรียนเห็นคุณค่าของแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น**
15. บทบาทของครูในข้อใดไม่ถูกต้องในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้
1. จัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัย เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน
2. ให้อิสระแก่ผู้เรียนในการแสวงหาความรู้ ความคิด ด้วยการลงมือปฏิบัติ
3. สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
4. พัฒนาตนเองอยู่เสมอโดยการศึกษาค้นคว้า วิจัย ให้สามารถจัดการเรียนรู้
16. ข้อใดไม่ใช่การหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้
1. สังเกตสิ่งแวดล้อมพร้อมบันทึก
2. ฟังคําบรรยายจากวิทยากร
3. จดบันทึกทันทีเมือกลับถึงบ้าน
4. ถ่ายภาพที่น่าสนใจ
17. การใช้แหล่งเรียนรู้ทางทะเลมีประโยชน์ต่อมนุษย์ด้านใดมากที่สุด
1. ด้านการดํารงชีวิต
2. ด้านการพักผ่อน
3. ด้านความมีสุนทรียภาพ
4. ด้านการรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
18. ข้อใดไม่ใช่ความสําคัญของการจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้
1. ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสภาพจริง
2. ลดภาระครูในการเตรียมการสอนน้อยลง
3. เปิดโอกาสให้ค้นหาธรรมชิในชุมชน
4. เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้
19. ก่อนไปศึกษาแหล่งเรียนรู้นักเรียนควรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องใด
1. วัตถุประสงค์ของการศึกษาเรียนรู้
2. แหล่งที่จะศึกษาเรียนรู้
3. การเดินทางและค่าใช้จ่าย
4. ถูกทุกข้อ
20. มีเหตุผลและความจําเป็นอย่างไรจึงมีการนําแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการ
จัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน
1. ปัจจุบันโลกแห่งข้อมูลข่าวสารไร้อาณาเขตขวางกั้น ทําให้มีผลกระทบถึงวิถีชีวิตของผู้คนพลเมืองมากเกินไป
2. ปัจจุบันการดําเนินชีวิตโดยการใช้ภูมิปัญญาตะวันตก ชุมชนประสบปัญหามาเกินไป
3. ภูมิปัญญาตะวันตกเข้ามามีส่วนในการพัฒนาประเมศและพัฒนาผลผลิตมากเกินไป
4. ถูกทุกข้อ
แนวการจัดการเรียนรู้ ๑
1. ข้อใดกล่าวถึงวิธีการวัดและประเมินผลที่ควรกําหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้
1. กําหนดให้มีการวัดและประเมินผลที่หลากหลายวิธี
2. กําหนดให้มีการวัดและประเมินผล เฉพาะชิ้นงาน/ภาระงาน
3. กําหนดให้มีการวัดและประเมินผลระหว่างและเมื่อสิ้นสุดการทํากิจกรรมการเรียนรู้โดยกําหนดเกณฑ์การ
ประเมินที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กําหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้
4. กําหนดให้มีการวัดและประเมินผลระหว่างและเมื่อสิ้นสุดการทํากิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดเกณฑ์การ
ประเมินที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กําหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้**
2. เป้าหมายสําคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยที่กําหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คืออะไร
1. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
2. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน
3. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
4. ถูกทุกข้อ**
3. การกําหนดเวลาเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ควรคํานึงถึงสิ่งใด
1. จํานวนตัวชี้วัด น้ําหนักคะแนน ความยากง่ายองสาระสําคัญ
2. ความยากง่ายองสาระสําคัญ จํานวนตัวชี้วัด น้ําหนักคะแนน
3. จํานวนตัวชี้วัด ความยากง่ายองสาระสําคัญ วิธีการและกระบวนการเรียนรู้ที่นํามาใช้**
4. ความยากง่ายองสาระสําคัญ น้ําหนักคะแนน วิธีการและกระบวนการเรียนรู้
4. การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร ปี ๕๑ แตกต่างจากหลักสูตร ปี ๔๔ อย่างไร
1. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
2. การจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
3. การจัดการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายการพัฒนาคน
4. การกําหนดตัวชี้วัดสําหรับนําไปจัดทําหน่วยการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้และเป็นเกณฑ์สําหรับการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้
5. ข้อใดกล่าวถึงขั้นตอนการออกแบบหน่วยการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (BACKWARD DESIGN)
1. กําหนดเป้าหมายการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้**
2. กําหนดเป้าหมายการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้
3. กิจกรรมการเรียนรู้ กําหนดเป้าหมายการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้
4. หลักฐานการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กําหนดเป้าหมายการเรียนรู้
6. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ได้ถูกต้อง
1. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นเกณฑ์หนึ่งในการประเมินผลการเรียน
2. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ต้องใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือหลัก
3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นสิ่งที่เพิ่มเติมได้ตามจุดเน้นของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และกลุ่ม
สาระการเรียนรู้
4. การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ต้องดําเนินการพัฒนาโดยบูรณาการให้เข้าไปในกระบวน
การเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ทั้งในและนอกห้องเรียน
7. การจัดการเรียนรู้ที่คํานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล มีความสําคัญต่อครูผู้สอนอย่างไร
1. ช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
2. ช่วยในการพัฒนาบทเรียนให้มีความยากง่ายเหมาะสมกับบทเรียน
3. ช่วยให้ครูตระหนักว่าเด็กทุกคนไม่สามารถเรียนรู้ด้วยวิธีการเดียวกันหมด
4. ทุกข้อ**
8. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะการจัดการเรียนรู้แบบ ACTIVE LEARNING
1. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการนําไปใช้ในชีวิตจริง
2. ผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจในความแตกต่างของผู้เรียน
3. เน้นให้นักเรียนได้ปฏิบัติจากประสบการณ์ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ มีส่วนร่วมในการกําหนดแนวคิดวางแนว
ประเมินผลการเรียนรู้
4. ทุกข้อ
9. ข้อใดคือความสําคัญของการกําหนดน้ําหนักคะแนนของแต่ละหน่วยการเรียนในโครงสร้างรายวิชา
1. เพื่อใช้ในการวางแผนการเรียนรู้
2. เพื่อจําแนกคะแนนเป็นรายหน่วย
3. เพื่อความสะดวกในการนําไปใช้กําหนดคะแนนรายปี/รายภาค
4. เพื่อบ่งบอกถึงความสําคัญของแต่ละหน่วยการเรียนรู้และใช้ในการประเมินระหว่างเรียน (FORMATIVE
EVALUATION) และประเมินรวบยอด (SUMMATIVE EVALUATION)
10. สิ่งใดต่อไปนี้ที่สามารถเพิ่มเติมได้ตามจุดเน้นของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และกลุ่มสาระการเรียนรู้
1. ตัวชี้วัด
2. มาตรฐานการเรียนรู้
3. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน
4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
11. สิ่งใดในข้อต่อไปนี้ ไม่ใช่เป้าหมายการเรียนรู้ที่กําหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้
1. ตัวชี้วัด
2. ชิ้นงาน/ภาระงาน
3. มาตรฐานการเรียนรู้
4. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน
12. ข้อใดในต่อไปนี้กล่าวถึงสมรรถนะสําคัญของผู้เรียนไว้อย่างถูกต้อง
1. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลักที่ผู้เรียนต้องบรรลุในการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียนรู้นั้นๆ
2. การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะสําคัญไม่จําเป็นต้องคํานึงถึงมาตรฐานการเรียนรู้/
ตัวชี้วัด
3. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียนสามารถเพิ่มเติมได้ตามจุดเน้นของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาและกลุ่มสาระ
การเรียนรู้
4. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการสั่งสมประสบการณ์จากการเรียนรู้และได้รับการพัฒนา
อย่างต่อเนื่องผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้
13. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1. การจัดกลุ่มตัวชี้วัดควรมีความหลากหลาย
2. ตัวชี้วัดหนึ่งตัวชี้วัด จะต้องอยู่หน่วยใดหน่วยหนึ่งเท่านั้น จะซ้ําไม่ได้
3. ตัวชี้วัดบางตัวที่เห็นว่าไม่สําคัญ ไม่จําเป็นต้องนํามาไว้ในหน่วยการเรียนรู้
4. ตัวชี้วัดบางตัวที่ต้องการพัฒนาผู้เรียนให้มีความชํานาญหรือเชี่ยวชาญสามารถนําตัวชี้วัดนั้นๆ ไปพัฒนา
ผู้เรียนได้มากกว่า ๑ หน่วยการเรียนรู้
14. ข้อใดกล่าวถึงความสําคัญของโครงสร้างรายวิชาไว้อย่างคลอบคลุมถูกต้อง
1. ช่วยให้เห็นลําดับของการเรียนรู้
2. ช่วยให้เห็นขอบข่ายของรายวิชา
3. ช่วยให้เห็นภาพรวมของจํานวนหน่วยการเรียนรู้
4. ช่วยให้เห็นภาพรวมของรายวิชา มารฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด เวลาเรียนและ
น้ําหนักคะแนนของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ในรายวิชานั้นๆ
15. สิ่งใดคือลักษณะที่สําคัญของการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง
1. กาจัดสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ
2. การจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้
3. การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จากประสาทสัมผัส
16. สิ่งใดไม่ใช่หลักการที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
1. ครูผู้สอนต้องมีข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล
2. ผู้เรียนได้มีโอกาสได้เรียนเป็นกลุ่มๆ ร่วมกับเพื่อนๆ
3. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด
4. ผู้เรียนได้วางแผนการเรียนและเลือกปฏิบัติตามความถนัด
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
17. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้สอน
2. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรสอดคล้องกับชีวิตประจําวันและสังคมของผู้เรียน
3. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรน่าสนใจ อาจเป็นประเด็น ข้อคําถาม ข้อโต้แย้งที่สําคัญ
4. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรเหมาะสมกับวัย ความสนใจ และความสามารถของผู้เรียน
18. ข้อใดกล่าวถึงเจตนารมณ์ของการกําหนดจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน อย่างถูกต้อง
1. เป็นการแก้ไขจุดอ่อนของเด็กไทย
2. เป็นการพัฒนาผู้เรียนที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
3. เป็นการสร้างคุณภาพในตัวผู้เรียนที่มีความครอบคลุมในด้านความสามารถและทักษะ ตลอดจนคุณลักษณะ
ที่ช่วยให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร
4. ถูกทุกข้อ
19. สิ่งใดในข้อต่อไปนี้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้
1. มีความท้าทาย
2. พัฒนาให้มีทักษะขบวนการที่สําคัญ
3. ใช้เทคนิค/วิธีการ สื่อที่นําผู้เรียนไปสู่การสร้างชิ้นงาน/ภาระงาน เกิดสมรรถนะสําคัญปลูกฝังคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์
4. ใช้เทคนิค/วิธีการ สื่อที่จะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เกิดสมรรถนะสําคัญ ปลูกฝัง
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนสามารถสร้างชิ้นงาน/ภาระงานได้
20. ข้อใดกล่าวถึงเจตนารมณ์ของกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่กําหนดไว้ในหลักสูตร อย่างถูกต้อง
1. เป็นเทคนิควิธีการสอน
2. เป็นแนวทางในการประเมินผู้เรียน
3. เป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้
4. เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งให้เกิดกับผู้เรียน โดยผ่านวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอน
21. การจะดํารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขต้องปรับตัวให้เข้ากับข้อใด
ก. ภาวะสังคม
ข. ภาวะค่าครองชีพ
ค. ภาวะความเครียดทางจิต
ง. ถูกทุกข้อ*
22. กระบวนการเรียนรู้ (LEARNING PROCESS) หมายถึงข้อใด
1. กระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู
2. วิธีการสอน
3. กระบวนการที่ผู้เรียนใช้ในการแสวงหาความรู้*
4. ถูกทุกข้อ
23. ข้อใด คือเกณฑ์พิจารณาที่ใช้เวลาจัดการเรียนรู้
ก. ๒๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียนมีค่าเท่ากับ๑ หน่วยกิต
ข. ๔๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียนมีค่าเท่ากับ๑ หน่วยกิต*
ค. ๒๐ ชั่วโมงต่อปีมีค่าเท่ากับ๑ หน่วยกิต
ง. ๔๐ชั่วโมงต่อปีมีค่าเท่ากับ๑ หน่วยกิต
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
24. ไม่มีในคําอธิบายรายวิชาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. ชื่อรายวิชา
2. จํานวนเวลา หน่วยกิต
3. สื่อการเรียนรู้*
4. มาตรฐานการเรียนรู้
25. ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนโดยปฏิบัติโครงงานอย่างน้อยกี่
โครงงาน
1. ๑ โครงงาน*
2. ๒ โครงงาน
3. ๓ โครงงาน
4. เป็นดุลยพินิจโรงเรียน
26. การจัดทําแผนการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กําหนดให้มีแผนการเรียนรู้ของใครบ้าง
1. แผนการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน
2. แผนการจัดการเรียนรู้ของผู้สอน
3. แผนการจัดการเรียนรู้ร่วม
4. เฉพาะ ก และ ข*
27. การจัดการศึกษาภาคบังคับ ๙ ปี สถานศึกษาต้องจัดการศึกษาโดยเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะในด้านใด
1. การอ่าน การคิด การใช้คอมพิวเตอร์
2. การเขียน การคิดวิเคราะห์ การใช้ อังกฤษ
3. การอ่าน การเขียน การคิด การใช้คอมพิวเตอร์*
4. การอ่าน การเขียน การคิด และการใช้ภาษาอังกฤษ
28. การฝึกให้เขียนหนังสือเป็นเล่มเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในช่วงชั้นใด
1. ช่วงชั้นที่๑*
2. ช่วงชั้นที่ ๒
3. ช่วงชั้นที่ ๓
4. ช่วงชั้นที่ ๔
29. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามข้อใดที่สัมพันธ์กันที่สุด
1. ช่วงชั้นที่๑ / เน้นการคิดวิเคราะห์
2. ช่วงชั้นที่ ๒ / เน้นตามความสนใจผู้เรียน
3. ช่วงชั้นที่ ๓ / เน้นความเป็นอิสระ
4. ช่วงชั้นที่ ๔ / เน้นความพร้อมในการศึกษาต่อ*
30. ใครเป็นผู้ออกแบบการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. ผู้บริหารโรงเรียน
2. ครูผู้สอน*
3. สถานศึกษา
4. กรมวิชาการ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
31. การจัดการเรียนรู้ในช่วงชั้นใดที่เริ่มเน้นเข้าสู่เฉพาะทางมากขึ้น มุ่งเน้นความสามารถความคิดระดับสูง
ความถนัด ความต้องการของผู้เรียนทั้งในด้านอาชีพ การศึกษาเฉพาะทาง ตลอดจนการศึกษาต่อ
1. ช่วงชั้นที่ ๑
2. ช่วงชั้นที่ ๒
3. ช่วงชั้นที่ ๓
4. ช่วงชั้นที่ ๔*
32. คําอธิบายรายวิชามีไว้เพื่ออะไร
1. เพื่อสร้างความเข้าใจว่าในรายวิชานั้น ผู้เรียนจะได้เรียนรู้องค์ความรู้ ฝึกทักษะ/กระบวนการ และมี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สําคัญอะไรบ้าง
2. เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้สอนนําไปออกแบบการจัดการเรียนรู้
3. ถูกทั้ง ก และ ข**
4. ไม่มีข้อถูก
33. ไม่ใช่สาระการเรียนรู้ใน ๘ กลุ่มของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. คณิตศาสตร์
2. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. สุขศึกษาและพละศึกษา*
4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
34. สาระการเรียนรู้ที่เป็นพื้นฐานสําคัญที่ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนรู้ได้แก่
1. สุขศึกษา พลศึกษา
2. การงานอาชีพและเทคโนโลยี
3. สังคมศาสตร์และวัฒนธรรม*
4. ภาษาต่างประเทศ
35. ไม่ได้กําหนดเป็นสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. ศิลปะ
2. ภาษาไทย
3. สิ่งแวดล้อม*
4. คณิตศาสตร์
36. กิจกรรมแนะแนวจัดอยู่ในกลุ่มใดของโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. สาระการเรียนรู้
2. มาตรฐานการเรียนรู้
3. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน*
4. กิจกรรมเสริมผู้เรียน
37. ใครเป็นผู้กําหนดสาระการเรียนรู้สําหรับตอบสนองความสามารถ ความถนัดและความสนใจของผู้เรียนแต่
ละคน
1. กรมวิชาการ
2. หลักสูตรแกนกลาง
3. หลักสูตรท้องถิ่น
4. สถานศึกษา*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
38. มาตรฐานการเรียนรู้ในแต่ลกลุ่มสาระการเรียนรู้เมื่อผู้เรียนเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. มาตรฐานการเรียนรู้แกน
2. มาตรฐานการเรียนรู้ร่วม
3. มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาพื้นฐาน*
4. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
39. ช่วงชั้นใดที่จัดหลักสูตรเป็นหน่วยกิต
1. ช่วงชั้นที่ ๑
2. ช่วงชั้นที่ ๒
3. ช่วงชั้นที่ ๓
4. ช่วงชั้นที่ ๔*
40. การดํารงชีวิตและครอบครัวเป็นสาระในกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด
1. สุขศึกษาและพละศึกษา
2. การงานอาชีพและเทคโนโลยี*
3. สังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
4. วิทยาศาสตร์
41. บทบาทของครูในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. ผู้สอน
2. ผู้ชี้นํา
3. ผู้ถ่ายทอดความรู้
4. ผู้ส่งเสริมช่วยเหลือ*
42. การจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนตั้งแต่สองคนขึ้นไปร่วมกันจัดการเรียนการสอน โดยอาจยึดหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องใด
เรื่องหนึ่งแล้วบูรณาการเชื่อมโยง
1. การบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว
2. การบูรณาการแบบคู่ขนาน*
3. การบูรณาการแบบจิตวิทยา
4. การบูรณาการแบบโครงการ
43. ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดอยู่ในกลุ่มสาระที่จําเป็นสําหรับพื้นฐานทางวิชาการและการเรียนรู้
1. ภาษาไทย
2. วิทยาศาสตร์
3. สุขศึกษา*
4. คอมพิวเตอร์
44. ข้อใดต่อไปนี้จัดอยู่ในกลุ่มที่ ๓ ที่เป็นสาระวิชาพื้นฐานเพื่อการพัฒนาสุขภาพ สุนทรียภาพ บุคลิกภาพ การ
แสดงออกและทักษะการจัดการ
1. ดนตรี กีฬา*
2. ศีลธรรม จริยธรรม
3. ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์
4. วิทยาศาสตร์
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
45. จุดเน้นในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระใด ที่ให้เน้นความสามารถด้านการพูดและการโต้ตอบซึ่งจําเป็นในการ
สื่อสาร เน้นการอ่านเก็บใจความให้เข้าใจ และให้ความสําคัญกับการเขียนภาษาให้ถูกต้อง
1. ภาษาไทย
2. ภาษาอังกฤษ*
3. วิทยาศาสตร์
4. คณิตศาสตร์
46. "มุ่งเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนา ให้อ่านออกเขียนได้ รวมทั้งภาษาอังกฤษ การคิดคํานวณเป็นรู้จักการใช้
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มีวิชาชีพที่จําเป็นสําหรับผู้ที่ไม่ประสงค์จะเรียนต่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนา
กระบวนการเรียนการสอนของการศึกษาระดับใด
1. ระดับปฐมวัย
2. ระดับการศึกษาภาคบังคับ*
3. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
4. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
47. "คอร์สแวร์" สัมพันธ์กับข้อใดมากที่สุด
1. การพัฒนาครู
2. วิธีการสอนของครู
3. การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน*
4. การพัฒนาเครือข่าย
48. เป้าหมายสําคัญของการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรจึงเน้นไปที่
1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
2. การพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
3. นําพาให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสําคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
4. ถูกทุกข้อ**
49. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. กําหนดมาตรฐานการเรียนรู้เพื่อเป็นเป้าหมายสําคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนไว้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
2. ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปี ในระดับการศึกษาภาคบังคับ (ประถมศึกษาปีที่
๑ – มัธยมศึกษาปีที่ ๓ )
3. ตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖)
4. ทุกข้อถูกต้องหมด**
50. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ยึดหลักการว่าอย่างไร
1. ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้โดยการจัดวิธีการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน
2. ลงมือค้นคว้า คิดแก้ปัญหาและปฏิบัติงานเพื่อสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง
3. ครูผู้สอนเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน จัดสถานการณ์ให้เอื้อต่อการเรียนรู้
4. ถูกทุกข้อ**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
51. สําคัญของจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ จําเป็นต้องปูพื้นฐานความสามารถและทักษะ ในการอ่านออก เขียนได้ คิดเลข
เป็นมีทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิต และทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย
2. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ พัฒนาความสามารถให้สูงขึ้นจนสามารถอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง มี
ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิต และทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย
3. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ มุ่งพัฒนาต่อยอด พัฒนาความสามารถในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่าง
สร้างสรรค์ตามช่วงวัย เน้นเพิ่มเติมความสามารถด้านการใช้ภาษาต่างประเทศ**
4. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ มุ่งพัฒนาต่อเนื่อง พัฒนาด้านความสามารถในการแสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ เน้นเพิ่มเติมความสามารถด้านการใช้ภาษาต่างประเทศ
โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ให้สามารถสื่อสารได้ ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่าง
สร้างสรรค์ตามช่วงวัย
52. คุณลักษณะนิสัยที่ต้องเน้นเป็นการเฉพาะในแต่ละช่วงวัยและพัฒนาต่อเนื่องในทุกช่วงชั้น ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ชั้น ป.๑-๓ เน้นความใฝ่ดี
ข. ชั้น ป.๔-๖ ใฝ่เรียนรู้
ค. ชั้น ม.๑-๓ อยู่ร่วมกันสังคม**
ง. ม.๔-๖ มีความมุ่งมั่นในการศึกษาและการทํางาน
53. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะนิสัยที่ต้องเน้น ดําเนินการโดย
1. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียน
2. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนนอกห้องเรียน
3. โดยสอดแทรกในกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ตลอดจนกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน**
4. ไม่มีข้อถูก
54. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้มีหลักคิด อย่างไร
ก. น่าสนใจ อาจเป็นประเด็นปัญหา ข้อคําถาม หรือข้อโต้แย้งที่สําคัญ
ข. สอดคล้องกับชีวิตประจาวันและสังคมของผู้เรียน
ค. เหมาะสมกับวัย ความสนใจและความสามารถของผู้เรียน
ง. ถูกทุกข้อ**
55. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ในโครงสร้างรายวิชามีแนวทางอย่างไร
1. ให้ระบุให้ชัดเจนในรายละเอียดทั้งหมด
2. ไม่ต้องกําหนดในโครงสร้าง
3. ให้ระบุเฉพาะรหัสของตัวชี้วัด สาหรับการอ้างอิงกลับไปที่มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด **
4. ไม่มีข้อถูก
56. ข้อใดถือว่าเป็นหัวใจที่จะนําไปกําหนด แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้
ก. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด**
ข. มาตรฐานการเรียนรู้
ค. ตัวชี้วัด
ง. ถูกทุกข้อ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
57. การกําหนดเวลาของแต่ละหน่วยการเรียนรู้มากน้อยเพียงใดมีหลักคิด ดังนี้
1. จํานวนตัวชี้วัด หากมีตัวชี้วัดจํานวนมากย่อมใช้เวลาในการเรียนรู้มาก
2. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด มีความยาก-ง่าย ในการนําไปพัฒนาผู้เรียนเพียงใด เป็นความต้องการจําเป็น
ของสถานศึกษาหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสําคัญและ ให้เวลาในการจัดการเรียนรู้มากตามไปด้วย
3. วิธีการและกระบวนการเรียนรู้ที่จะนํามาใช้ให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของ
การจัดการเรียนรู้ของครูแต่ละคน เช่น หากวางแผนใช้วิธีการศึกษานอกห้องเรียน มีการศึกษาค้นคว้าเชิงลึก
หน่วยการเรียนรู้ลักษณะนี้ย่อมใช้เวลามากขึ้น
4. ถูกทุกข้อ**
58. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ต้องสะท้อนให้เห็นถึงสาระสําคัญ/ความคิดรวบยอดหรือประเด็น สําคัญหลักในหน่วย
การเรียนรู้นั้น ๆ ดังนั้นชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรมีลักษณะอย่างไร
ก. น่าสนใจ อาจเป็นประเด็นปัญหา ข้อคําถามหรือข้อโต้แย้งที่สําคัญ
ข. สอดคล้องกับชีวิตประจาวันและสังคมของผู้เรียน
ค. เหมาะสมกับวัย ความสนใจและความสามารถของผู้เรียน
ง. ถูกทุกข้อ
59. การจัดการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในระดับช่วงชั้นใดที่มี
หลักการ ทฤษฎีที่ยาก ซับซ้อน อาจจัดแยกเฉพาะ
1. ช่วงชั้นที่ ๑
2. ช่วงชั้นที่ ๒
3. ช่วงชั้นที่ ๓
4. ช่วงชั้นที่ ๔*
60. ลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ โดยเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่างๆกับหัวข้อเรื่องที่
สอดคล้องกับชีวิตจริง หรือสาระที่กําหนดขึ้นมา เป็นการจัดการการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามลักษณะใด
1. แบบโครงงาน
2. แบบรายวิชา
3. แบบบูรณาการ*
4. แบบเชื่อมโยง
61. แนวทางการนํามาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดมาจัดทําหน่วยการเรียนรู้ อย่างไร
1. ต้องมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันและนํามาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันได้
2. อาจมาจากกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกันหรือต่างกลุ่มสาระการเรียนรู้
3. บางตัวอาจต้องฝึกซ้าเพื่อให้เกิดความชํานาญจึงสามารถกําหนดไว้ได้มากกว่าหนึ่งหน่วยการเรียนรู้เพื่อให้
ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
4. ถูกทุกข้อ**
62. สาระการเรียนรู้ที่นํามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ในข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ข. สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (ถ้ามี)
ค. สะระการเรียรู้สถานศึกษา
ง. สาระการเรียนรู้ของหลักสูตร
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
63. พฤติกรรมของบุคคลที่เกิดจากการ เรียนรู้จะต้องมีลักษณะสําคัญ ดังนี้
ก. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจะต้องเปลี่ยนไปอย่างค่อนข้างถาวร
ข. พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจะต้องเกิดจากการฝึกฝน
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข**
ง. ไม่มีข้อถูก
64. ธรรมชาติของการเรียนรู้ มี ๔ ขั้นตอน ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ความต้องการของผู้เรียน (WANT)
ข. สิ่งเร้าที่น่าสนใจ (STIMULUS)
ค. การตอบรับ (RESPONSE) **
ง. การได้รับรางวัล (REWARD)
65. ในกระบวนการเรียนรู้ของคนเรานั้น จะประกอบด้วยลําดับขั้นตอนพื้นฐานที่สําคัญ คือ
ก. ประสบการณ์
ข. ความเข้าใจ
ค. ความนึกคิด
ง. ถูกทุกข้อ**
66. จิตวิทยามีอิทธิพลต่อการดําเนินชีวิตอย่างกว้างขวางผู้ศึกษาจิตวิทยาสามารถได้รับประโยชน์คือข้อใด
1. ทําให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ เช่น ความต้องการ การแก้ปัญหา การปรับตัว
อารมณ์และความรู่สึกในสถานการณ์ต่างๆ
2. สามารถเข้าใจ ตัดสินใจ และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลในสังคม
3. ช่วยในการวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม
4. ถูกทุกข้อ**
67. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบที่ทําผู้สอนปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ภาระงานและคุณภาพการทํางานของผู้สอน
2. ความพึงพอใจในงานที่รับผิดชอบ
3. ความพร้อมของชุมชน*
4. ความก้าวหน้าในตําแหน่งหน้าที่
68. ข้อใดคือภาพของเด็กไทยตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา
1. คิดเป็น ทําเป็น แก้ปัญหาเป็น
2. ใจกว้าง กายโต ทักษะสูง
3. คนเก่ง คนดี มีความสุข*
4. คิดกว้าง คิดไกล ใฝ่เรียนรู้
69. การจัดการเรียนการสอนต้องมีคุณภาพหมายถึงข้อใด
1. มีกิจกรรมเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ*
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูง
3. มีการนําหลักสูตรไปใช้
4. มีการใช้สื่อประกอบการสอน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
70. สิ่งใดที่ครูผู้สอนควรยึดเป็นหลักสําคัญที่สุดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. หลักสูตร
2. แผนการสอน
3. จุดประสงค์การเรียนรู้*
4. สื่อการเรียนการสอน
71. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการเรียนรู้ของนักเรียนตามแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้
1. การเรียนรู้เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง*
2. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
3. การเรียนรู้ร่วมกับบุคคลอื่น
4. การเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง
72. จัดให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลักสูตรในข้อ
ใด
1. หลักการ
2. จุดมุ่งหมาย
3. เนื้อหาสาระ
4. แนวทางการจัดการเรียนรู้*
73. “ สามารถวิเคราะห์ปัญหาของชุมชน” เป็นลักษณะของผู้เรียน ตามข้อใด
ก. พัฒนาคน*
ข. พัฒนาอาชีพ
ค. พัฒนาสังคม
ง. พัฒนาทั้ง ๓ ด้าน
74. ข้อใดไม่ใช่หลักการศึกษาด้านผู้เรียนตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา
1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
2. ถือว่าผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด
3. กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเอง ตามธรรมชาติและตามศักยภาพ
4. จัดแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายไว้สําหรับผู้เรียน*
75. เป็นแหล่งรวบรวมผลงานหรือหลักฐานที่เกิดจากการเรียนรู้ของผู้เรียนหมายถึงข้อใด
ก. การสํารวจเด็กรายบุคคล
ข. การเรียนรู้บูรณาการ
ค. โครงสร้าง
ง. แฟ้มสะสมงาน*
76. ข้อใดไม่ใช่หลักการสําคัญของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. การมีส่วนร่วม
2. การกระจายอํานาจ*
3. การกํากับติดตามประเมินผล
4. การยึดผู้เรียนเป็นสําคัญ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
77. วิชาที่มีความจําเป็นอันดับหลังสุด ในการที่จะพัฒนาคุณภาพของนักเรียนให้สามารถแข่งขันกับ
ต่างประเทศได้
1. ภาษาอังกฤษ
2. คณิตศาสตร์
3. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. สังคมศึกษา*
78. พฤติกรรมและการกระทําด้านการปฏิบัติงานของนักเรียนคือข้อใด
1. พุทธิพิสัย
2. จิตพิสัย
3. ทักษะพิสัย*
4. บูรณาการ
79. สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก
1. หลักการจัดการศึกษา*
2. จุดมุ่งหมายการจัดการศึกษา
3. เนื้อหาสาระการศึกษา
4. สื่อการสอน
80. เนื้อหาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเรียกว่า
1. มาตรฐาน
2. กลุ่มการเรียน
3. สาระการเรียนรู้*
4. กลุ่มสาระเรียนรู้
81. ไม่ใช่กระบวนการเรียนรู้ตามแนวทางปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน
1. การเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง
2. การเรียนรู้แบบองค์ความคิด*
3. การเรียนรู้อย่างมีความสุข
4. การเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง
82. ท่านเข้าใจคําว่า วิทยากรท้องถิ่น อย่างไร
1. ครูที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่นใกล้โรงเรียน
2. ชาวบ้านที่อยู่ในท้องถิ่น
3. ผู้ที่ก่อตั้งเป็นเครือข่ายวิชาการในท้องถิ่น
4. ผู้มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านในท้องถิ่น*
83. ไม่ได้กล่าวไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. สาระการเรียนรู้
2. หน่วยกิต
3. การบูรณาการคู่ขนาน
4. CAI ช่วยสอน*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
84. ข้อใดคือภาพของเด็กไทยตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา
1. คิดเป็น ทําเป็น แก้ปัญหาเป็น
2. ใจกว้าง กายโต ทักษะสูง
3. คนเก่ง คนดี มีความสุข*
4. คิดกว้าง คิดไกล ใฝ่เรียนรู้
85. การจัดการศึกษาต้องมีคุณภาพ ข้อใดสามารถบ่งชี้คําว่าคุณภาพได้
1. มีกิจกรรมเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูงขึ้น*
3. มีการนําหลักสูตรไปใช้
4. มีการใช้สื่อประกอบการสอน
86. สิ่งใดที่ครูผู้สอนควรยึดเป็นหลักสําคัญที่สุดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. หลักสูตร
2. แผนการสอน
3. จุดประสงค์การเรียนรู้*
4. สื่อการเรียนการสอน
87. เป็นแหล่งรวบรวมผลงานหรือหลักฐานที่เกิดจากการเรียนรู้ของผู้เรียนหมายถึงข้อใด
1. การสํารวจเด็กรายบุคคล
2. การเรียนรู้บูรณาการ
3. โครงสร้าง
4. แฟ้มสะสมงาน*
88. แผนการหรือโครงการที่จัดทําเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อใช้ในการปฏิบัติการสอนในรายวิชาใดวิชาหนึ่ง เป็น
การเตรียมการสอนอย่างเป็นระบบและเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ครูพัฒนาการเรียนการสอนไปสู่จุดประสงค์การ
เรียนรู้และจุดหมายของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกี่ยวข้องกับข้อใด
1. กําหนดการสอน*
2. แผนการสอน
3. บันทึกการสอน
4. วิธีสอน
89. การจัดทําแผนการสอนก่อประโยชน์อย่างไร
1. ก่อให้เกิดการวางแผนและการเตรียมการล่วงหน้าเป็นการนําเทคนิควิธีการสอนการ เรียนรู้ สื่อ เทคโนโลยี
และจิตวิทยาการเรียนการสอนมาผสมผสานประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมต่างๆ
2. ส่งเสริมให้ครูผู้สอนค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรเทคนิคการเรียนการสอน การเลือกใช้สื่อ การวัดผล
ประเมินผลตลอดจนประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจําเป็น
3. เป็นคู่มือการสอนสําหรับครูผู้สอนและครูที่สอนแทนนําไปปฏิบัติการสอนอย่างมั่นใจ
4. ทุกข้อที่กล่าวมา*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
90. ในการจัดทําแผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญนอกจากความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทําและเขียน
แผนการสอนแล้ว ครูผู้สอนต้องมีความรู้ในเรื่องใดต่อไปนี้
1. แนวคิดหลักการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
2. เทคนิคการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
3. การวัดผลประเมินผลที่สอดคล้องกับการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์สําคัญ
4. ถูกทุกข้อ*
91. CHILD CENTER ใครเป็นผู้คิดค้นและใช้คํานี้เป็นคนแรก
1. CARL R. ROGERS*
2. JOHN DUE
3. BENJAMIN S. BLOOM
4. THORN DIKE
92. การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญมีความหมายตรงกับข้อใด
1. การส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง
2. การเรียนในเรื่องที่สอดคล้องกับกับความสามารถและความต้องการของตนเอง
3. การที่ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มที่
4. ทุกข้อที่กล่าวมา*
93. บทบาทของครูในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญตรงกับข้อใด
1. SUPPORTER
2. HELPER AND ADVISOR
3. SUPPORTER AND ENCOURAGER
4. ถูกทุกข้อ*
94. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เรียกว่า การเรียนแบบสืบค้น คือ
1. INQUIRY
2. DISCOVERY*
3. QUESTIONING
4. CASE STUDY
95. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เรียกว่า การเรียนแบบการค้นพบ คือ
1. INQUIRY
2. DISCOVERY*
3. QUESTIONING
4. CASE STUDY
96. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอน ที่เรียกว่า การเรียนแบบใช้กรณีศึกษา คือ
1. INQUIRY
2. DISCOVERY
3. QUESTIONING
4. CASE STUDY*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
97. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบแก้ปัญหา
1. PROBLEM SOLVING *
2. CONCEPT MAPPING
3. DECISION MAKING
4. CASE STUDY
98. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบสร้างแผนผังความคิด
1. PROBLEM SOLVING
2. CONCEPT MAPPING*
3. DECISION MAKING
4. CASE STUDY
99. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบใช้การตัดสินใจ
1. PROBLEM SOLVING
2. CONCEPT MAPPING
3. DECISION MAKING*
4. CASE STUDY
100. การบูรณาการ (INTEGRATION) คือการทําให้สมบูรณ์เป็นคํากล่าวของใคร
1. นพ.ประเวศ วะสี*
2. นพ.เกษม วัฒนชัย
3. ประธรรมปิฎก
4. พระเทพโมฬี
แนวข้อสอบการบริหารหลักสูตร
1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ ปรับปรุงมาจากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใด
1. ๒๕๔๒
2. ๒๕๔๓
3. ๒๕๔๔**
4. ๒๕๔๕
2. ข้อใดกล่าวถึงรายวิชาพื้นฐานไม่ถูกต้อง
1. เป็นรายวิชาที่นักเรียนทุกคนต้องเรียน
2. เป็นรายวิชาที่นักเรียนเลือกเรียนได้ตามความถนัด**
3. เป็นรายวิชาที่เปลี่ยนแปลงมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ได้
4. เป็นรายวิชาที่สถานศึกษาต้องจัดการสอนให้ครบ
3. สิ่งใดกําหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ ที่ไม่สามารถปรับหรือเพิ่มเติมได้เมื่อไป
จัดทําเป็นหลักสูตรสถานศึกษา
1. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
2. ตัวชี้วัด**
3. วิสัยทัศน์
4. สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
4. ข้อใดไม่ใช่ข้อดีในการใช้หน่วยการเรียนรู้บูรณาการ
1. เหมาะกับครูที่ทําการสอนหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้
2. ลดภาระการวัดและประเมินผลของครู
3. ช่วยให้ครูไม่ต้องประเมินผลครบตัวชี้วัด
4. เหมาะกับโรงเรียนที่มีครูไม่ครบชั้นเรียน
5. ข้อใดกล่าวถึงรายวิชาเพิ่มเติมไม่ถูกต้อง
1. เป็นรายวิชาที่เปิดตามความต้องการของผู้เรียน
2. เป็นรายวิชาที่เปิดตามความต้องการของท้องถิ่น
3. เป็นรายวิชาที่นําตัวชี้วัดจากหลักสูตรแกนกลางมาใช้
4. กําหนด”ผลการเรียนรู้”เป็นเป้าหมายแทนตัวชี้วัด
6. ข้อใดไม่ใช่การส่งเสริม สนับสนุน การใช้หลักสูตรระดับสถานศึกษา
1. การนิเทศ กํากับ ติดตาม
2. การพัฒนาบุคลากรในสถานศึกษา
3. การส่งเสริมสนับสนุนทางวิชาการ
4. การดําเนินงานแบบมีส่วนร่วม
7. บุคคลใดมีหน้าที่โดยตรงในการจัดทําโครงสร้างรายวิชา และออกแบบหน่วยการเรียนรู้
1. ครูผู้สอนประจํารายวิชา**
2. คณะกรรมการบริหารหลักสูตร
3. ครูวิชาการของโรงเรียน
4. คณะกรรมการสถานศึกษา
8. ขั้นตอนแรกของการพัฒนาบุคลากรคือข้อใด
1. การประเมินความต้องการและความจะเป็นในการพัฒนาบุคลากร**
2. แต่งตั้งคณะทํางานในการพัฒนาบุคลากร
3. จัดแหล่งเรียนรู้ หลักสูตร และการจัดการเรียนรู้แก่บุคลากร
4. ดําเนินการพัฒนาบุคลากรตามแผนที่วางไว้
9. ขั้นตอนแรกในการจัดทําหลัดสูตรสถานศึกษา
1. วิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ
2. แต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทํางาน**
3. จัดทําหลักสูตรสถานศึกษา
4. คณะกรรมการสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ
10. บุคคลใดเกี่ยวข้องกับการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาน้อยที่สุด
1. ผู้บริหาร
2. ครู
3. นักการเมือง**
4. ผู้ปกครองและนักเรียน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
11. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. สพฐ. กําหนดมาตรฐานการเรียนรู้
2. สถานศึกษากําหนดตัวชี้วัดเอง
3. สพฐ.กําหนดโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน
4. สพฐ. กําหนดตัวชี้วัดให้ทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้
12. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการกําหนดโครงสร้างรายวิชา
1. หน่วยการเรียนรู้
2. สาระการเรียนรู้
3. ตัวชี้วัด/เวลา
4. เกณฑ์การประเมิน
13. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ในการบริหารหลักสูตร
1. จัดทํามาตรฐานและตัวชี้วัดของกลุ่มสาระการเรียนรู้**
2. ส่งเสริมสนับสนุนในการพัฒนาบุคลากรและงบประมาณ
3. กํากับดูแลคุณภาพหลักสูตรสถานศึกษา
4. จัดทําหลักสูตรสถานศึกษา
14. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ ของการศึกษารายวิชา การบริหารหลักสูตร
1. มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง การจัดทําหลักสูตรระดับชาติ**
2. มีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง การจัดทําหลักสูตรระดับสถานศึกษา
3. มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องการส่งเสริม สนับสนุน การใช้หลักสูตรระดับสถานศึกษา
4. มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องการกํากับดูแลคุณภาพการนําหลักสูตรระดับสถานศึกษาไปใช้
15. ผู้ลงนามในประกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษาคือบุคคลใด
1. ผู้แทนชุมชน
2. ผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษา
3. ผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา
4. ผู้อํานวยการสถานศึกษาและประธานกรรมการสถานศึกษา**
16. การบริหารจัดการหลักสูตรมีกี่ระดับ
1. ๒
2. ๓
3. ๔
4. ๕
17. หัวใจของการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาสู่ชั้นเรียนคือข้อใด
1. โครงสร้างรายวิชา
2. หน่วยการเรียนรู้
3. สาระสําคัญ
4. มาตรฐาน/ตัวบ่งชี้
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
18. ระดับประถมศึกษา กําหนดเวลาเรียนทั้งสิ้นเท่าใด
1. ๘๔๐ ชั่วโมง/ปี
2. ๑,๐๐๐ ชั่วโมง/ปี
3. ๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ปี
4. ๑,๕๐๐ ชั่วโมง/ปี
19. ในหน่วยการเรียนรู้ การที่จะทําให้นักเรียนมีมาตรฐานตามตัวชี้วัดข้อใดคือสิ่งสําคัญที่สุด
1. ชื่อหน่วยการเรียนรู้
2. กิจกรรมการเรียนรู้
3. เวลาเรียน
4. จํานวนนักเรียน
20. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมใดที่เพิ่มเติมในหลักสูตรฯ ปี ๕๑
1. กิจกรรมแนะแนว
2. กิจกรรมชุมชน
3. กิจกรรมลูกเสือ
4. กิจกรรมพัฒนาสังคมสาธารณประโยชน์
21. กระบวนการที่สําคัญที่สุดในการนําหลักสูตรสู่การปฏิบัติ คือข้อใด
1. การจักทําหลักสูตรสถานศึกษา
2. การจัดการเรียนรู้**
3. การวัดผล
4. การปรับปรุงหลักสูตร
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑
1. วัตถุประสงค์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑
1. เพื่อพัฒนาการเรียนรู้
2. เพื่อตัดสินผลการเรียน
3. เพื่อเน้นการปฏิบัติตามสภาพจริง
4. เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และตัดสินผลการเรียน**
2. รายวิชาพื้นฐานในหลักสูตรสถานศึกษากําหนดมาจากสิ่งใด
1. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน
2. จุดหมายของหลักสูตรแกนกลาง
3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตรแกนกลาง
4. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลาง
3. ข้อใดไม่ใช่ประเด็นการเปลี่ยนจากหลักสูตร ๒๕๔๔ สู่หลักสูตร ๒๕๕๑
1. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น ตัวชี้วัดชั้นปีในการศึกษาภาคบังคับ
2. หลักสูตรเน้นเนื้อหาหลักสูตรอิงมาตรฐาน
3. เวลาเรียนรวมแต่ละปี เวลาเรียนขั้นต่ําแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
4. ประเมินตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ประเมินผลตามตัวชี้วัด
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
4. การประเมินเพื่อตัดสินผลมีความหมายตรงกับข้อใด
1. เพื่อตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียน
2. เพื่อใช้แก้ปัญหาการเรียนรู้
3. เพื่อออกแบบกระบวนการจัดการเรียนให้เหมาะสม
4. เพื่อวินิจฉัยความรู้ความสามารถของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่กําหนด
5. การวางแผนและดําเนินการใช้ วิจัยและพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา เป็นบทบาทหน้าที่ของใคร
1. ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญของ สพฐ.
2. ศึกษานิเทศก์ชํานาญการ
3. คระครูและผู้บริหารสถานศึกษา**
4. นักวิชาการ คณาจารย์ สถาบันอุดมศึกษา
6. ข้อต่อไปนี้ไม่ใช่องค์ประกอบของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. โครงสร้างเวลาเรียน
2. มาตรฐานการเรียนรู้
3. คําอธิบายรายวิชาพื้นฐาน**
4. เกณฑ์การจบหลักสูตร
7. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. ส่วนกลางกําหนดสาระการเรียนรู้แกนกลาง ซึ่งเป็นเป้าหมายการวัดประเมินผลแต่ละระดับชั้น**
2. เขตพื้นที่การศึกษากําหนดสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นเพื่อให้สถานศึกษาในเขตใช้ในการจัดการเรียนรู้
3. สถานศึกษาสามารถกําหนดเพิ่มเติม ในส่วนสาระความต้องการของท้องถิ่นหรือส่วนที่ต้องการเน้น
4. สถานศึกษาสามารถกําหนดรายวิชาเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการ
8. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ เป็นการกระจายอํานาจให้โรงเรียนในการจัดทําหลักสูตร
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร
1. ไม่จริงเพราะโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางไม่เปิดช่องให้ปรับตามบริบทเลย
2. จริงเพราะโรงเรียนเป็นผู้อนุมัติการใช้หลักสูตรสถานศึกษาได้เอง
3. ไม่จริงเพราะสถานศึกษาไม่สามารถกําหนดสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นได้เอง
4. จริงเพราะนักเรียนทุกคนได้รับการศึกษาตามความถนัดและความสามารถ
9. หลักสูตรกรศึกษาขั้นพื้นฐานคาดหวังสิ่งใด ให้เกิดกับผู้เรียนมากที่สุด
1. คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้**
2. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
3. การเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
4. การเรียนรู้แบบบูรณาการ
10. ข้อปฏิบัติใดของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับข้อกําหนดในโครงสร้างเวลาเรียนของหลักสูตร
1. ระดับประถมศึกษาปรับเวลาเรียนได้ตามความเหมาะสม**
2. มัธยมศึกษาต้องจัดรายวิชาเพิ่มเติมตามที่กําหนดในหลักสูตรแกนกลาง
3. ระดับประถมศึกษาต้องจัดรายวิชาเพิ่มเติมทุกระดับชั้น
4. ต้องจัดกิจกรรมชุมนุมในทุกระดับชั้นในมัธยมศึกษาตอนปลาย
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
11. เมื่อสถานศึกษาจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาจะต้องจัดทําสิ่งใดต่อไปนี้ควบคู่กันไป
1. วิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด
2. การออกแบบหน่วยการเรียนรู้
3. จัดทําระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตร**
4. โครงสร้างรายวิชา ตามที่หลักสูตรสถานศึกษากําหนด
12. การจัดเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนปัจจุบันดําเนินการตามข้อใด
1. ประถมศึกษาจัดเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายปี
2. มัธยมศึกษาจัดเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายปี
3. มัธยมศึกษาจัดเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายภาค
4. ประถมศึกษาจัดเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายภาค
13. ข้อต่อไปนี้ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ กําหนดขึ้นเพิ่มเติม
1. สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
2. โครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน
3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
4. ความต้องการขอสถานศึกษาและท้องถิ่น
14. โครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษามีสิ่งสําคัญอะไรบ้าง
1. กําหนดรายวิชาที่จัดสอนแต่ละปี/ภาค เวลาเรียนหรือหน่วยกิต
2. ความต้องการของท้องถิ่น/สถานศึกษา/เขตพื้นที่การศึกษา**
3. เกณฑ์การจบการศึกษาของผู้เรียน
4. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้
15. หลักสูตฯ ปี๒๕๕๑ กับหลักสูตรปี ๒๕๔๔ ยึดอะไร
1. ยึดสาระการเรียนรู้แกนกลางเป็นหลัก
2. เป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน
3. มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะสําคัญ
4. มีวิสัยทัศน์แกนกลางเพื่อความเป็นเอกภาพ
16. การจัดการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลมีเป้าหมายเดียวกันคืออะไร
1. หน่วยการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
2. กิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิ์ภาพ
3. สื่อการสอนที่เหมาะสม
4. นักเรียนที่มีคุณภาพ**
17. องค์ประกอบสําคัญของหละสูตรสถานศึกษา
1. คําอธิบายราวิชา
2. มาตรฐานการเรียนรู้
3. สาระการเรียนรู้พื้นฐาน
4. เกณฑ์การประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
18. ข้อต่อไปนี้ข้อใดไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการสถานศึกษา
1. โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
2. คําอธิบายรายวิชา
3. เกณฑ์การจบหลักสูตร
4. หน่วยการเรียนรู้
19. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนข้อใดครอบคลุมตามที่กําหนดในหลักสูตรแกนกลาง
1. แนะแนว ลูกเสือ ชุมนุม
2. ลูกเสือ-เนตรนารี-ชุมนุม กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
3. แนะแนว กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมค่าย
4. แนะแนว กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ลูกเสือ
20. หลักสูตรแกนกลาง ๒๕๕๑ กําหนดสิ่งต่อไปนี้เป็นเป้าหมายด้านคุณภาพผู้เรียน
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
2. มาตรฐานการเรียนรู้
3. สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๘ กลุ่ม
4. หลักการของหลักสูตร
21. คุณภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนเป็นสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หมายถึงข้อใด
1. มาตรฐานการเรียนรู้*
2. ตัวชี้วัด
3. จุดมุ่งหมาย
4. วัตถุประสงค์
22. Content standards หมายถึงข้อใด
1. มาตรฐานการเรียนรู้*
2. ตัวชี้วัด
3. จุดมุ่งหมาย
4. วัตถุประสงค์
23. มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานถือเป็นเครื่องมือสําคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพ
การศึกษา เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาหลัก สูตรการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ ตาม
อัธยาศัย และใช้สําหรับผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แนวคิดดังกล่าวอยู่บนฐานความเชื่อที่ว่า
1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถแตกต่างกัน
2. ผู้เรียนทุกคนสามารถพัฒนาอย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกันได้
3. ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกันได้*
4. ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกันได้
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
24. ตัวชี้วัด (Indicators) หมายถึงข้อใด
1. สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้
2. ตัวชี้วัดมีลักษณะเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรมในการนําไปใช้ในการกําหนดเนื้อหา การเรียนการ
สอน และเป็นเกณฑ์สําคัญสําหรับการวัดและประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน
3. โดยทั่วไปจะมีการกําหนดตัวชี้วัดเพื่อใช้ในการตรวจสอบผู้เรียนเป็นระยะ ๆ ในการพัฒนาไปสู่มาตรฐานการ
เรียนรู้
4. ถูกทุกข้อ*
25. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ กําหนดตัวชี้วัดช่วงชั้นในชั้นใด
1. ป.๑
2. ป.๖
3. ม.๑
4. ม.๔*
26. สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ในแต่ละระดับชั้น หมายถึงข้อใด
1. ตัวชี้วัดชั้นปี
2. ตัวชีวัดช่วงชั้น
3. ตัวชีวัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑
4. ถูกทุกข้อ*
27. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยส่วนที่เป็นแกนกลาง ซึ่งกําหนดโดยหน่วยงานใด
1. สํานักงานสภาการศึกษา
2. กระทรวงศึกษาธิการ
3. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น*
4. เขตพื้นที่การศึกษา
28. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานส่วนที่เกี่ยวกับสภาพชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งพัฒนาโดยหน่วยงานใด
1. เขตพื้นที่การศึกษา
2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่น
3. สถานศึกษา
4. ถูกทุกข้อ*
29. หลักสูตรแกนกลางเป็นหลักสูตรในส่วนที่กําหนดเพื่อใช้ในการพัฒนาผู้เรียนทุกคน ในระดับการศึกษาขั้น
พื้นฐานหลักสูตรแกนกลางมีองค์ประกอบสําคัญ ได้แก่ข้อใด ถูกต้องทั้งหมด
1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
2. โครงสร้างเวลาเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
3. เกณฑ์กลางในการจบ
4. ถูกทุกข้อ*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
30. Local curriculum framework หมายถึงข้อใด
1. หลักสูตรขั้นพื้นฐาน
2. หลักสูตรแกนกลาง
3. หลักสูตรระดับท้องถิ่น*
4. มาตรฐานการเรียนรู้
31. องค์ประกอบสําคัญของกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นคือข้อใด
1. เป้าหมาย/จุดเน้นในการพัฒนาผู้เรียนในท้องถิ่น
2. สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
3. การประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับท้องถิ่น
4. ถูกทุกข้อ*
32. แผนหรือแนวทางในการจัดประมวลความรู้และประสบการณ์ซึ่งจัดทําโดยคณะบุคคลในระดับสถานศึกษา
หมายถึงข้อใด
1. หลักสูตรท้องถิ่น
2. หลักสูตรสถานศึกษา*
3. สาระท้องถิ่น
4. ถูกทุกข้อ
33. การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาพิจารณาเรื่องใด
1. หลักสูตรแกนกลาง
2. กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น
3. ส่วนที่สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทและจุดเน้นของสถานศึกษา
4. ถูกทุกข้อ*
34. หลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standards-based curriculum) หมายถึงข้อใด
1. การกําหนดมาตรฐานการเรียนรู้นําไปสู่การพัฒนาหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standards-based curriculum)
2. การเรียนการสอนอิงมาตรฐาน (Standards based instruction)
3. การประเมินผลอิงมาตรฐาน(Standards-based assessment)
4. ถูกทุกข้อ*
35. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดสมรรถนะสําคัญของผู้เรียน ๕ ประการ ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ความสามารถในการอ่าน*
2. ความสามารถในการแก้ปัญหา
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
36. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้กี่ ประการ
1. ๖
2. ๗
3. ๘*
4. ๙
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
37. องค์ความรู้ ทักษะ และค่านิยมที่ผู้เรียนควรเรียนรู้ เพื่อจะช่วยนําพาให้บรรลุคุณภาพตามเป้าหมายที่
กําหนดหมายถึงข้อใด
1. สาระการเรียนรู้ (Topics/Content)
2. กลุ่มสาระการเรียนรู้ (Learning areas)
3. สาระการเรียนรู้แกนกลาง (Core content)
4. สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (Local-related content)
38. องค์ความรู้และทักษะ ที่เขตพื้นที่การศึกษาหรือหน่วยงานระดับท้องถิ่นพัฒนาขึ้น โดยพิจารณาจากข้อใด
1. สภาพภูมิศาสตร์ประวัติความเป็นมา
2. สภาพปัญหาชุมชน วัฒนธรรม
3. เศรษฐกิจการงานอาชีพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
4. ถูกทุกข้อ**
39. ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
1. กิจกรรมแนะแนว
2. กิจกรรมนักเรียน
3. ลูกเสือเนตรนารี **
4. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
40. ซึ่งเป็นสิ่งซึ่งผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องเรียนรู้
1. รายวิชา (Courses)
2. รายวิชาพื้นฐาน (Core courses)
3. รายวิชาเพิ่มเติม (Selective courses)**
4. ถูกทุกข้อ
41. ใครเป็นผู้กําหนดรหัสวิชา (Course code)
1. หลักสูตร
2. กระทรวง
3. สพฐ.
4. สถานศึกษา**
42. คําอธิบายรายวิชา (Course description) หมายถึง ข้อมูลรายละเอียดของแต่ละรายวิชา ประกอบด้วย
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เนื้อหาสาระ เวลาเรียน รหัส ชื่อรายวิชา จํานวนหน่วยกิต ระดับชั้น เพื่อใช้เป็น
กรอบทิศทางที่ผู้สอนใช้ในการวางแผนและออกแบบการเรียนการสอน ในกรณีของรายวิชาเพิ่มเติม ให้กําหนด
ผลการเรียนรู้แทน สิ่งใด
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด**
2. เนื้อหาสาระ
3. รหัสรายชื่อวิชา
4. ไม่มีข้อถูก
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
43. หน่วยการเรียนรู้ (Unit plan) หมายถึงข้อใด
1. แนวทางการจัดการเรียนที่กําหนดในหลักสูตร
2. แผนหรือแนวทางที่ครูผู้สอนจัดทําขึ้น*
3. แผนหรือแนวทางการสอนที่กําหนดในหลักสูตรสถานศึกษา
4. ไม่มีข้อถูก
44. กระบวนการเรียนรู้ (Learning process) หมายถึงข้อใด
1. กระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู
2. วิธีการสอน
3. กระบวนการที่ผู้เรียนใช้ในการแสวงหาความรู้*
4. ถูกทุกข้อ
45. การเลือกสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนควรคํานึงถึงเรื่องใด
1. ความน่าสนใจ ชวนคิด ชวนติดตาม
2. เป็นสื่อที่เข้าใจง่าย กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักวิธีแสวงหาความรู้
3. สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียน วิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล
4. ถูกทุกข้อ**
46. การเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ (Child-centeredness)คํานึงถึงเรื่องใดเป็นสําคัญ
1. ความความถนัด
2. ความสนใจ
3. ความแตกต่างระหว่างบุคคล
4. ถูกทุกข้อ**
47. เป็นกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลร่องรอย หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ ความก้าวหน้า คือข้อใด
1. การวัดและประเมินผล (Assessment)**
2. การประเมินการปฏิบัติ (Performance assessment)
3. การประเมินตามสภาพจริง (Authentic assessment)
4. การประเมินผลย่อย (Formative assessment)
48. หนึ่งหน่วยกิต (Credit) มีค่าเท่ากับข้อใด
1. การเรียนการสอน ๒๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน
2. การเรียนการสอน ๓๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน
3. การเรียนการสอน ๔๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน**
4. การเรียนการสอน ๕๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน
49. การประเมินผลระดับชั้นเรียน (Classroom assessment) คือข้อใด
1. การประเมินก่อนเรียน
2. การประเมินเพื่อพัฒนา**
3. เพื่อตรวจสอบ
4. ตัดสินผลการเรียน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
50. ข้อใดเป็นการประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรียน
1. การประเมินผลระดับชั้นเรียน Classroom assessment)
2. การประเมินผลระดับสถานศึกษา (School assessment)**
3. การประเมินผลระดับเขตพื้นที่การศึกษา(Local assessment)
4. การประเมินคุณภาพระดับชาติ (O-Net)
51. Quality assurance หมายถึง
1. การประกันคุณภาพ**
2. การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
3. การประกันคุณภาพภายนอก
4. ไม่มีข้อถูก
52. ข้อใดไม่ใช่หลักการสําคัญของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. การมีส่วนร่วม
2. การกระจายอํานาจ
3. การกํากับติดตามประเมินผล*
4. การยึดผู้เรียนเป็นสําคัญ
53. เห็นความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรคตลอดจนให้ความร่วมมือช่วยเหลือส่งเสริมสนับสนุนให้การจัดการศึกษา
มีคุณภาพ
1. การวางแผน
2. การดําเนินการตามแผน
3. การนิเทศ
4. การกํากับ ติดตาม ประเมินผล*
54. กระบวนการที่แตกต่างจากข้ออื่น
1. การวางแผน*
2. การกํากับติดตาม
3. การนิเทศ
4. การประเมินผล
55. เพื่อให้การจัดการศึกษาของสถานศึกษามีคุณภาพมาตรฐาน ท่านคิดว่าควรจะมีการประเมินผลการจัด
การศึกษาระดับใดบ้าง
1. ระดับสถานศึกษา
2. ระดับเขตพื้นที่การศึกษา
3. ระดับชาติ
4. ถูกทุกข้อ*
56. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่แนวทางการจัดหลักสูตรสถานศึกษา
1. การจัดทําสาระของหลักสูตร
2. การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
3. แนวทางการจัดและประเมินผล*
4. การกําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
57. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมีหลักการที่สําคัญ ในข้อใดไม่ถูกต้อง
1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการ ศึกษาอย่างเสมอภาค และมี
คุณภาพ
2. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอํานาจให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับ
สภาพและความต้องการของท้องถิ่น
3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างชัดเจนทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้**
4. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
58. ข้อใดเป็นข้อควรคํานึงในความสามารถในการสื่อสาร
1. ความสามารถในการรับและส่งสาร
2. วัฒนธรรมในการใช้ภาษา
3. ผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม**
4. ความเข้าใจ
59. ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. เศรษฐกิจพอเพียง**
2. มุ่งมั่นในการทํางาน
3. รักความเป็นไทย
4. มีจิตสาธารณะ
60. กิจกรรมต่อไปนี้ไม่ใช่การจัดทําหลักสูตรสถานศึกษา
1. การกําหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีและรายภาค
2. การกําหนดสาระการเรียนรู้รายปีและรายภาค
3. การกําหนดเวลาจํานวนหน่วยกิต สําหรับสาระการเรียนรู้
4. ผลงานวิชาการเกี่ยวกับการวิจัยในชั้น*
61. ข้อใดคือขั้นตอนสุดท้ายของการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษา
1. การจัดทําสาระของหลักสูตร
2. การจัดหน่วยการเรียนรู้
3. การจัดทําแผนจัดการเรียนรู้*
4. การกําหนดอัตราเวลาเรียน
62. กําหนดสาระการเรียนรู้เป็นรายภาคและกําหนดจํานวนหน่วยกิตให้เหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐาน
และสาระการเรียนรู้
1. ช่วงชั้นที่ ๑
2. ช่วงชั้นที่ ๒
3. ช่วงชั้นที่ ๓
4. ช่วงชั้นที่ ๔*
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
63. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดมาตรฐานการเรียนรู้ใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้งหมด
จํานวนกี่มาตรฐาน
1. ๕๗
2. ๖๗**
3. ๗๗
4. ๘๗
64. ข้อใดกล่าวถึงมาตรฐาน หลักการใช้ภาษาไทย ได้ถูกต้อง
1. เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย
2. การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
3. ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
4. ถูกทุกข้อ**
65. ข้อใดไม่ใช่มาตรฐานด้าน จํานวนและการดําเนินการ
1. เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจํานวนและการใช้จํานวนในชีวิตจริง
2. เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการของจํานวนและความสัมพันธ์ระหว่าง การดําเนินการต่าง ๆ และใช้
การดําเนินการในการแก้ปัญหา
3. ใช้การกําหนดค่าในการคํานวณและแก้ปัญหา**
4. เข้าใจระบบจํานวนและนําสมบัติเกี่ยวกับจํานวนไปใช้
66. ข้อใดไม่ถูกต้องของมาตรฐาน การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
1. เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล
2. ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
3. ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา
4. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล **
67. ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมนักเรียน
1. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้
2. บําเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร
3. กิจกรรมชุมนุม ชมรม
4. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์**
68. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดระดับการศึกษาเป็นกี่ระดับ
1. ๒ ระดับ
2. ๓ ระดับ**
3. ๔ ระดับ
4. ๕ ระดับ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
69. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในเรื่องการจัดเวลาเรียน
1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กําหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่ําสําหรับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ ๘ กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมได้ตามความพร้อมและจุดเน้นโดย
สามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาและสภาพของผู้เรียน
2. ระดับชั้นประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรียนวันละ ไม่
เกิน ๕ ชั่วโมง
3. ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียนวันละไม่
เกิน ๕ ชั่วโมง คิดน้ําหนักของรายวิชาที่เรียนเป็นหน่วยกิต ใช้เกณฑ์ ๔๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน มีค่าน้ําหนักวิชา
เท่ากับ ๑ หน่วยกิต (นก.)**
4. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียน วันละไม่
น้อยกว่า ๖ ชั่วโมง คิดน้ําหนักของรายวิชาที่เรียนเป็นหน่วยกิต ใช้เกณฑ์ ๔๐ ชั่วโมง ต่อภาคเรียน มีค่าน้ําหนัก
วิชา เท่ากับ ๑ หน่วยกิต (นก.)
70. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กําหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนวิชาภาษาไทยชั้น ป.๖ ไว้เท่าใด
1. ๑๕๐ ชั่วโมง
2. ๑๖๐ ชั่วโมง**
3. ๒๐๐ ชั่วโมง
4. ไม่มีข้อถูก
71. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างเวลาเรียน รายวิชา /กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติม ตามความ
พร้อมและจุดเน้น
1. ระดับประถมศึกษาปีละไม่เกิน ๘๐ ชั่วโมง
2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไม่เกิน ๒๔๐ ชั่วโมง/ปี/รายชั้น
3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไม่น้อยกว่า ๑,๕๖๐ชั่วโมง/ช่วงชั้น
4. ถูกทุกข้อ**
72. โครงสร้างเวลาเรียนทั้งหมด คือข้อใด
1. ระดับประถมศึกษาปีละไม่เกิน ๑,๐๐๐ ชั่วโมง
2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไม่เกิน ๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ปี/รายชั้น
3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไม่น้อยกว่า ๓,๖๐๐ ชั่วโมง/ช่วงชั้น
4. ถูกทุกข้อ**
73. หน่วยงานใดมีหน้าที่ในการกําหนดระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน
1. ศธ.
2. สพฐ.
3. เขตพื้นที่การศึกษา
4. สถานศึกษา**
74. หลักสูตรสถานศึกษาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากใคร
1. ผอ.เขตฯ
2. ผอ.สถานศึกษา
3. คณะกรรมการวิชาการฯ
4. คณะกรรมการสถานศึกษา**
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
75. ผู้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. ๒๕๔๔
1. อธิบดีกรมวิชาการ
2. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ*
4. นายกรัฐมนตรี
76. โรงเรียนโดยทั่วไปเริ่มใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในปีการศึกษาใด
1. ๒๕๔๕
2. ๒๕๔๖*
3. ๒๕๔๗
4. ๒๕๔๘
77. เรื่องใดไม่ได้กล่าวไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. หลักการจุดมุ่งหมาย
2. โครงสร้างการจัดหลักสูตร
3. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้
4. การพัฒนาศักยภาพนักเรียนและผู้ปกครอง*
78. เหตุผลจําเป็นที่สุดที่ต้องปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของชาติ
1. ต้องการให้เด็กไทยดี มีปัญญา มีความสุข
2. หลักสูตรเก่าหล้าหลัง ล้มเหลว
3. ความก้าวหน้าทางวิทย์ เทคโนฯ ตลอดทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านสังคม เศรษฐกิจของประเทศ*
4. รัฐธรรมนูญกําหนดให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
79. กฎหมายใดกําหนดให้มีการจัดทําหลักสูตรขั้นพื้นฐาน
1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
2. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ*
3. แผนพัฒนาการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม
4. ทุกข้อล้วนมีส่วนกําหนด
80. ไม่ใช่หลักการของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. การศึกษาเพื่อเอกภาพนโยบายหลากหลายปฏิบัติ
2. การศึกษาเพื่อปวงชน
3. การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต*
4. เป็นหลักสูตรที่จัดการศึกษาได้ทุกรูปแบบ
81. ในหลักการของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานมีโครงสร้างที่ยึดหยุ่นได้ ยกเว้นข้อใด
1. ด้านผู้เรียน*
2. ด้านสาระ
3. ด้านเวลา
4. ด้านการจัดการเรียนรู้
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
82. มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีปัญญา มีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อ
และการประกอบอาชีพ
1. หลักการของหลักสูตร
2. จุดมุ่งหมายของหลักสูตร*
3. สาระการเรียนรู้
4. โครงสร้างหลักสูตร
83. หลักการและจุดหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานมีกี่ข้อ
1. หลักการ ๔ ข้อ จุดมุ่งหมาย ๕ ข้อ
2. หลักการ ๕ข้อ จุดมุ่งหมาย ๖ ข้อ
3. หลักการ ๔ ข้อ จุดมุ่งหมาย ๘ข้อ
4. หลักการ ๕ ข้อ จุดมุ่งหมาย ๙ ข้อ*
84. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดเกี่ยวกับช่วงชั้นไว้ตามข้อใด
1. ๓ ช่วงชั้น ช่วงชั้นละ ๓ ชั้น
2. ๓ ช่วงชั้น ช่วงชั้นละ ๔ ชั้น
3. ๔ ช่วงชั้น ช่วงชั้นละ ๓ ชั้น*
4. ๔ ช่วงชั้น ช่วงชั้นละ ๔ ชั้น
85. ในการจัดทําหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนไปสู่มาตรฐาน จําเป็นต้องเข้าใจแนวคิด
หลักการ และแนวปฏิบัติของหลักสูตรอิงมาตรฐานซึ่งมีลักษณะที่สําคัญ คือข้อใด
1. มาตรฐานเป็นจุดเน้นของการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับ
2. องค์ประกอบของหลักสูตรเชื่อมโยงกับมาตรฐาน
3. การประเมินผลสะท้อนมาตรฐานอย่างชัดเจน
4. ถูกทุกข้อ**
86. ข้อใดไม่ใช่หลักการ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑
1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ
2. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอํานาจ
3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
4. มีความรู้อันเป็นสากล**
87. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้ความสําคัญในเรื่องใด
1. การจัดการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น
2. เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
3. เปิดโอกาสให้ผู้สอนสามารถปรับให้เหมาะสมกับสภาพบริบท
4. ถูกทุกข้อ**
88. ข้อใดไม่ใช่การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. การวัดและประเมินผลผู้เรียน*
2. การวัดและประเมินผลระดับชั้นเรียน
3. การวัดและประเมินผลระดับสถานศึกษา
4. การประเมินผลคุณภาพระดับชาติ
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
89. จบการศึกษาขั้นพื้นฐานหมายถึงจบการศึกษาชั้นใด
1. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
2. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓*
3. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
4. ข้อ ข และ ข้อ ค ถูก
90. ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์การจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม และได้รับการตัดสินผลการเรียนให้ได้ตามเกณฑ์ที่
สถานศึกษากําหนด*
2. ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนได้ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากําหนด
3. ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากําหนด
4. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและด้านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานตามสถานศึกษากําหนด
91. ผู้เรียนจบการศึกษาภาคบังคับหมายถึงจบชั้นใด
1. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
2. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๙
3. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓*
4. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
92. กระบวนการที่ครูผู้สอน ได้ใช้ข้อมูลสารสนเทศแสดงพัฒนาการความก้าวหน้า ความสําเร็จและนําไปใช้ใน
การพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน
1. การวางแผนการเรียนรู้
2. การจัดการเรียนรู้
3. การวัดผลการเรียนรู้
4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้*
93. ผู้เรียนระดับชั้นใดที่ไม่ต้องได้รับการประเมินคุณภาพระดับชาติ
1. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓*
2. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
3. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
4. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
94. หลักการสําคัญของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน
ข. เป็นหลักสูตรการศึกษาสําหรับการศึกษาในระบบ
ค. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอํานาจ
ง. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ
95. จุดหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์
ข. มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ
ค. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
ง. มีความเชื่อมั่นในตนเอง
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
96. ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะสําคัญของผู้เรียนที่กําหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑
1. ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา
2. ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความ
สามารถในการใช้เทคโนโลยี
3. ความสามารถในการสื่อสารความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการเรียนรู้
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการคิด
97. ข้อใดกําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.
๒๕๕๑ได้ถูกต้อง
1. ใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ทุกข้อที่กําหนดเท่านั้น
2. เลือกใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์บางข้อเท่านั้น
3. เลือกใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์บางข้อ และสามารถเพิ่มเติมได้ตามที่สถานศึกษาต้องการ
4. ใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ทุกข้อที่กําหนด และสามารถเพิ่มเติมได้ตามที่สถานศึกษาต้องการ
98. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ จัดระดับการศึกษาเป็นกี่ระดับ ได้แก่อะไรบ้าง
1. ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา
2. ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
3. ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
4. ๔ ระดับ ได้แก่ ช่วงชั้นที่ ๑ (ป.๑-๓) ช่วงชั้นที่ ๒ (ป.๔-๖) ช่วงชั้นที่ ๓ (ม.๑-๓) ช่วงชั้นที่ ๔ (ม.๔-๖)
99. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ กิจกรรมใดที่เพิ่มเติมจาก
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔
ก. กิจกรรมแนะแนว
ข. กิจกรรมนักเรียน
ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
ง. กิจกรรมแนะแนวและกิจกรรมนักเรียน
100. องค์ประกอบใดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ไม่ปรากฏในหลักสูตร
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔
๑) วิสัยทัศน์
๓) มาตรฐานการเรียนรู้
๕) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒) สมรรถนะ
๔) ตัวชี้วัด
ก. ข้อ ๑, ๒ และ ๓
ข. ข้อ ๑, ๒ และ ๔
ค. ข้อ ๒, ๓ และ ๔
ง. ข้อ ๒, ๔ และ ๕
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2545
เป็นปีที่ 57 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็น
การสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการประถมศึกษา พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการ
จํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรด
เกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภาดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545”
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2523
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
“การศึกษาภาคบังคับ” หมายความว่า การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐานตาม
กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
“สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาที่จัดการศึกษาภาคบังคับ
“ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา หรือบิดา หรือมารดา ซึ่งเป็นผู้ใช้อํานาจปกครอง หรือผู้ปกครองตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และหมายความรวมถึงบุคคลที่เด็กอยู่ด้วยเป็นประจําหรือที่เด็กอยู่รับใช้
การงาน
“เด็ก” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้า
ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว
“คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน” หมายความว่า คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วย
การศึกษาแห่งชาติ
“คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา” หมายความว่า คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วย
การศึกษาแห่งชาติ
“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสถานศึกษาอยู่ในสังกัด
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 5 ให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณีประกาศ
รายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาและการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อระหว่างสถานศึกษาที่
อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ โดยให้ปิดประกาศไว้ ณ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สํานักงานองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา รวมทั้งต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเด็กเข้าเรียน
ในสถานศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
มาตรา 6 ให้ผู้ปกครองส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา
เมื่อผู้ปกครองร้องขอให้สถานศึกษามีอํานาจผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาค
บังคับได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนด
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
มาตรา 7 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจเข้าไปในสถานที่ใดๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์
ตกหรือในเวลาทําการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็ก หากพบว่ามีเด็กไม่ได้เข้าเรียนใน
สถานศึกษาตามมาตรา 5 ให้ดําเนินการให้เด็กนั้น ได้เข้าเรียนในสถานศึกษานั้นแล้วรายงานให้คณะกรรมการ
เขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ทราบ
ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการให้เด็กได้เข้าเรียนตามวรรคหนึ่งได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานให้
คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ที่พบเด็ก แล้วแต่กรณี เพื่อดําเนินการให้
เด็กได้เข้าเรียนในสถานศึกษา
มาตรา 8 ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจําตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง
บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด
มาตรา 9 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอํานวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา 10 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล
กฎหมายอาญา
มาตรา 11 ผู้ใดซึ่งมิใช่ผู้ปกครองมีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศัยอยู่ด้วยต้องแจ้งสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่เด็กมาอาศัยอยู่ เว้นแต่
ผู้ปกครองได้อาศัยอยู่ด้วยกับผู้นั้น
การแจ้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด
มาตรา 12 ให้กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ
สถานศึกษา จัดการศึกษาเป็นพิเศษสําหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม
การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างการพิการ หรือทุพพลภาพหรือเด็กซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มี
ผู้ดูแล หรือด้อยโอกาส หรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษให้ได้รับการศึกษาภาคบังคับด้วยรูปแบบและวิธีการที่
เหมาะสม รวมทั้งการได้รับสิ่งอํานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดตามความจําเป็น เพื่อ
ประกันโอกาสและความเสมอภาคในการได้รับการศึกษาภาคบังคับ
มาตรา 13 ผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 6 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา 14 ผู้ใดไม่อํานวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพัน
บาท
มาตรา 15 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทําด้วยประการใดๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษา
ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา 16 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11 หรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา 17 ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
ทําหน้าที่แทนคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มาตรา 18 ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ให้คณะกรรมการการประถมศึกษา
กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการการประถมศึกษาอําเภอ หรือคณะกรรมการการประถมศึกษากิ่งอําเภอ
แล้วแต่กรณี ทําหน้าที่แทนคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา และให้สํานักงานการประถมศึกษา
กรุงเทพมหานคร สํานักงานการประถมศึกษาอําเภอ หรือสํานักงานการประถมศึกษากิ่งอําเภอ แล้วแต่กรณี
ทําหน้าที่แทนสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มาตรา 19 ให้บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคําสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติ
ประถมศึกษา พ.ศ. 2523 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยังคงใช้บังคับ
ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
มาตรา 20 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจแต่งตั้ง
พนักงานเจ้าหน้าที่ กับมีอํานาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
แนวข้อสอบ
1. พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
1. 1 มกราคม 2545
2. 31 มกราคม 2545
3. 1 ธันวาคม 2546
4. 1 มกราคม 2546
2. ข้อใดกล่าวถึงความหมาย " ผู้ปกครอง " ไม่ถูกต้อง
1. บิดา มารดา หรือ บิดา หรือ มารดา
2. บุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ด้วยเป็นครั้งคราว
3. ผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
4. ถูกทุกข้อ
3. ข้อใดหมายถึงการศึกษาภาคบังคับ
1. จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
2. จบการศึกษาจํานวนเก้าปี
3. ชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ
4. ชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. ใครเป็นผู้แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ.นี้
1. นายกรัฐมนตรี
2. คณะรัฐมนตรี
3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
4. ง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
5. ใครเป็นผู้มีอํานาจประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. คณะกรรมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
4. ผู้อํานวยการสถานศึกษา
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
6. การประกาศรายละเอียดการส่งเด็กเข้าเรียน การจัดสรรโอกาสการเข้าเรียนต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบก่อน
ภายในระยะเวลาใด
1. ไม่น้อยกว่า 1 ปี
2. ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
3. ไม่น้อยกว่า 3 เดือน
4. ก่อนเปิดเรียนภาคต้น
7. ใครเป็นผู้มีอํานาจผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับได้
1. สถานศึกษา
2. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
3. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
4. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
8. ผู้ใดไม่อํานวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องระวางโทษตามข้อใด
1. ปรับหนึ่งพันบาท
2. ปรับหนึ่งหมื่นบาท
3. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
4. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
9. ผู้ใดไม่อํานวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องระวางโทษตามข้อใด
1. ปรับหนึ่งพันบาท
2. ปรับหนึ่งหมื่นบาท
3. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
4. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
10. ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียน ต้องแจ้งให้ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทราบภายในระยะเวลา
ใด
1. ภายใน 1 เดือน
2. ภายใน 2 เดือน
3. ภายใน 6 เดือน
4. ภายใน 1 ปี
11. กฎกระทรวงแบ่งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามข้อใด
1. ปฐมวัย ภาคบังคับ ขั้นพื้นฐาน
2. ปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา
3. ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา
4. ก่อนประถมศึกษา ภาคบังคับ และขั้นพื้นฐาน
12. ข้อใดคืออายุของเด็กในวัยการศึกษาภาคบังคับ
1. ย่างเข้าปีที่หก ถึง ย่างเข้าปีที่สิบห้า
2. ย่างเข้าปีที่หก ถึงย่างเข้าปีที่สิบหก
3. ค ย่างเข้าปีที่เจ็ดถึงย่างเข้าปีที่สิบห้า
4. ย่างเข้าปีที่เจ็ดถึงย่างเข้าปีที่สิบหก
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
13. การประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการประกาศในสถานศึกษาต้องประกาศให้ผู้ปกครองทราบตามข้อใด
1. ก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 1 เดือน
2. ก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 3 เดือน
3. ก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน
4. ก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 1 ปี
14. เมื่อสถานศึกษาได้พิจารณาผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับแล้วการ
ดําเนินการตามข้อใดถูกต้อง
1. แจ้งผู้ปกครองและประธานคณะกรรมการสถานศึกษา รายงานผู้บริหารสถานศึกษา
2. แจ้งผู้ปกครองและประธานคณะกรรมการสถานศึกษา รายงานคณะกรรมการสถานศึกษา
3. แจ้งผู้ปกครองและประธานคณะกรรมการสถานศึกษา รายงานคณะกรรมการเขตพื้นที่
4. แจ้งผู้ปกครองและประธานคณะกรรมการสถานศึกษา แจ้งผู้บริหาร แล้วแจ้งให้คณะกรรมการเขตพื้นที่
การศึกษาทราบ
15. คณะกรรมการพิจารณาผ่อนผันเด็กเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับ ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. มีจํานวน 5 คน
2. สถานศึกษาเป็นผู้แต่งตั้ง
3. มีผู้บริหารสถานศึกษาเป็นประธาน
4. ถูกทุกข้อ
16. ข้อใดไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545
1. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน
2. ผู้อํานวยการวิทยาลัยนาฏศิลป์
3. ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบล
4. ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม
17. ไม่ส่งเด็กเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับโทษตามข้อใด
1. ไม่น้อยกว่า 1,000 บาท
2. ไม่น้อยกว่า 10,000 บาท
3. ไม่เกิน 1,000 บาท
4. ไม่เกิน 10,000 บาท
18. พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนเด็กได้ในเวลาใด
1. เวลา 08.30 น. - 16.30 น.
2. เวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นเป็นต้นไป
3. ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
4. ถูกทุกข้อ
19. ผู้ใดไม่ใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนมาอาศัย อยู่ด้วยต้องแจ้งสํานักงานเขตพื้นการศึกษาตามข้อใด
1. แจ้งโดยพลัน
2. แจ้งโดยทันที
3. แจ้งภายใน 15 วัน
4. แจ้งภายใน 1 เดือน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
20. ผู้ปกครองมีความประสงค์ขอผ่อนผันเด็กเข้าเรียนใน โรงเรียนสังกัด สพฐ.ต้องยื่นคําขอตามข้อใด
1. ยื่นต่อสถานศึกษา
2. ยื่นต่อผู้อํานวยการสถานศึกษา
3. ยื่นต่อสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
4. ยื่นต่อผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
21. พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 ประกาศใช้วันใด
1. 30 ธันวาคม 2545
2. 31 ธันวาคม 2545
3. 1 มกราคม 2546
4. 2 มกราคม 2546
22. พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มีผลบังคับใช้วันใด
1. 30 ธันวาคม 2545
2. 31 ธันวาคม 2545
3. 1 มกราคม 2546
4. 2 มกราคม 2546
23. ข้อใดหมายถึงการศึกษาภาคบังคับตามพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
1. การศึกษาก่อนประถมศึกษา
2. การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ
3. การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. การศึกษาระดับต่ํากว่าอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน
24. เด็ก ตามพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 หมายถึงข้อใด
1. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงย่างเข้าปีที่สิบหก
2. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ
แล้ว
3. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แล้ว
4. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่หกจนถึงย่างเข้าปีที่สิบหกของการศึกษาขั้นพื้นฐาน
25. พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มีทั้งหมดกี่มาตรา
1. 5 มาตรา
2. 9 มาตรา
3. 13 มาตรา
4. 20 มาตรา
26. ใครเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการตามพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
1. นายกรัฐมนตรี
2. รองนายกรัฐมนตรี
3. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
4. ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
27. ใครไม่มีหน้าที่เป็นผู้ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาตามพรบ.การศึกษา
ภาคบังคับ พ.ศ.2545
1. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
3. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
4. ข้อ ก ถูก ข้อ ข และ ค ผิด
28. จากข้อ 8 ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเข้าเรียนไม่น้อยกว่าเท่าไร
1. 1 เดือน
2. 6 เดือน
3. 1 ปี
4. ตามความเหมาะสม เป็นนิติบุคคล ขึ้นอยู่กับบริบท
29. ใครมีอํานาจในการผ่อนผันการเข้าเรียนของเด็กก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ
1. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. ผู้อํานวยการ
3. สถานศึกษา
4. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
30. พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในระหว่างเวลาใดตาม พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.
2545
1. เวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
2. เวลาทําการของสถานที่นั้น ๆ
3. 08.30 น. - 16.30 น.
4. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง
31. ในการปฏิบัติงานตาม พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานตาม
กฎหมายใด
1. กฎหมายเอกชน
2. กฎหมายมหาชน
3. ประมวลกฎหมายอาญา
4. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
32. ผู้ใดซึ่งไม่ใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศัยอยู่ด้วย ต้องแจ้งสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายในเวลาใด
1. 30 วัน
2. 1 เดือน
3. 60 วัน
4. 1 เดือน นับแต่วันที่เด็กมาอาศัยอยู่
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
33. ผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 6 ตามพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มีความผิด
1. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
2. จําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
3. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท จําคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือทั้งจําทั้งปรับ
4. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
34. ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 9 แห่งพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มีความผิด
1. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
2. จําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
3. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท จําคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือทั้งจําทั้งปรับ
4. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
35. ผู้ใดปราศจากเหตุอันควร กระทําด้วยประการใด ๆ อันเป็นเหตุมิให้เด็กได้เรียนในสถานศึกษาพรบ.
การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545ต้องระวางโทษตามข้อใด
1. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
2. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จําคุกไม่เกิน 1 ปี
3. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
4. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจําทั้งปรับ
36. ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11 หรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษตามข้อใด
1. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
2. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จําคุกไม่เกิน 1 ปี
3. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
4. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจําทั้งปรับ
37. ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545คือใคร
1. นายบรรหาร ศิลปอาชา
2. พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ์
3. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
4. นายวิษณุ เครืองาม
38. เหตุผลในการประกาศใช้ พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มาจาก กฎหมายใด กําหนดให้บิดา มารดา
หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับจํานวนเก้าปี
1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540
2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
3. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
4. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546
39. เด็กชายติวสอบ ใฝ่ดี เกิดวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2551 จะต้องเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับปีการศึกษา
ใด
1. ปีการศึกษา 2556
2. ปีการศึกษา 2557
3. ปีการศึกษา 2558
4. ปีการศึกษา 2559
รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน
40. ปีการศึกษา 2553 ที่จะมาถึง เด็กเกิดปีใด ที่ต้องเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
1. พ.ศ.2544
2. พ.ศ.2545
3. พ.ศ.2546
4. พ.ศ.2547

รวมข้อสอบ 183 หน้า

  • 1.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน 1.ประเทศใดมีลักษณะการปกครองเหมือนประเทศไทย 1. ลาว 2. กัมพูชา** 3. มาเลเซีย 4. อินโดนิเชีย 2. ข้อใดคือหัวใจสําคัญของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน 1. เพื่อนร่วมกันจัดทําปฏิญญากรุงเทพ 2. เพื่อส่งเสริมการค้าและการแลกเปลี่ยน 3. เพื่อแก้ปัญหาสงครามระหว่างอาเซียน 4. เพื่อให้เกิดความมั่นคงของประเทศสมาชิกอาเซียน** 3. ข้อใดแสดงถึงการเห็นความสําคัญของสิทธิมนุษย์ชน 1. การคุ้มครองด้านสิทธิเด็ก** 2. การมีกฎหมายระหว่างประเทศ 3. การแต่งกายตามข้อบังคับของศาสนา 4. การปกครองตามระบบสังคมนิยม 4. ประเทศในกลุ่มอาเซียนประเทศใด มีหมู่เกาะใหญ่ที่สุดในโลก 1. ฟิลิปปินส์ 2. มาเลเซีย 3. สิงคโปร์ 4. อินโดนิเชีย** 5. ประเทศมาเลเซียเคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศใด 1. ฝรั่งเศส 2. โปรตุเกส 3. สหรัฐอเมริกา 4. สหราชอาณาจักร** 6. อธิบดีกรมอาเซียนปัจจุบันคือใคร 1. 2. 3. 4. 7. ข้อใดแสดงถึงความมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 1. การท่องเที่ยวโดยใช้เครื่องนาทาง (GPS) 2. การใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างน้อยสามภาษา 3. การใช้คอมพิวเตอร์ในการแข่งขันระดับนานาชาติ 4. การสร้างสรรค์และแลกเปลี่ยนผลงานระดับอาเซียน**
  • 2.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 8. การให้ความช่วยเหลือแก่ชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามาในไทยเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด 1. ไม่เหมาะสม เพราะเป็นภาระการเลี้ยงดู 2. เหมาะสม เพราะเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์** 3. เหมาะสม เพราะช่วยลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน 4. ไม่เหมาะสม เพราะเป็นการสร้างความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น 9. ประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียนได้แก่ข้อใด ? 1. มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์** 2. มาเลเซีย พม่า ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ 3. มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม 4. อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ติมอร์ พม่า ไทย 10. รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในตอนลงนามปฏิญญาอาเซียนคือใคร ? 1. จอมพลถนอม กิตติขจร 2. นายปองพล อดิเรกสาร 3. พันเอก (พิเศษ)ดร.ถนัด คอมันตร์** 4. พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ 11. การลงนามปฏิญญาอาเซียนลงนามเมื่อใด ? 1. เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๐** 2. เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๘ 3. เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๒ 4. เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๐ 12. การลงนามปฏิญญาอาเซียนลงนามที่ใด ? 1. พระราชวังจันทรเกษม 2. พระบรมมหาราชวัง 3. พระราชวังสราญรมย์** 4. พระราชวังดุสิต 13. สมาชิกอีก ๕ ประเทศได้แก่ข้อใด ? 1. เวียดนาม จีน พม่า ลาว ติมอร์ 2. เวียดนาม พม่า ลาว บรูไน กัมพูชา** 3. เวียดนาม พม่า ลาว อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ 4. พม่า ลาว อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไทย 14. สีบนพื้นธงอาเซียนมีกี่สี ? 1. ๓ สี 2. ๔ สี** 3. ๕ สี 4. ๖ สี
  • 3.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 15. สัญลักษณ์ของอาเซียนคือข้อใด? 1. รวงข้าว ๑๐ ต้น** 2. มัดหญ้า ๑๐ ต้น 3. ฝ้าย ๑๐ ต้น 4. มัดผักตบชวา ๑๐ ต้น 16. AFTA คืออะไร? 1. ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 2. ความร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรม 3. เขตการค้าเสรี** 4. เขตการลงทุนอาเซียน 17. AFTA ย่อมาจากอะไร? 1. ASEAN FREE TRADE AREA. 2. ASEAN FREE TRIDE AREA. ** 3. ASEAN VISION ๒๐๒๐ 4. ASEAN TROIKA. 18. ใครเป็นผู้เสนอให้ก่อตั้ง AFTA ? 1. ปรีดี พนมยงค์ (หลวงประดิษฐ์มนูธรรม) 2. หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช 3. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ 4. นายอานันท์ ปันยารชุน** 19. ข้อใดหมายถึง “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ? 1. ASEAN COMMINITY. 2. ASEAN POLITICAL SECURITY COMMINITY. 3. ASEAN ECONOMIC COMMUNITY** 4. ASEAN SOCIO-CULTURAL COMMINITY. 20. สํานักเลขาธิการอาเซียนอยู่ที่ใด ? 1. กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย** 2. บันดาร์เสรีเบกาวาน ประเทศบรูไน 3. เวียงจันทน์ ประเทศลาว 4. พนมเปญ ประเทศกัมพูชา 21. เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบันคือใคร ? 1. 2. 3. 4
  • 4.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 22. การประชุมสุดยอดผู้นาอาเซียนครั้งที่๑๓ ประชุมที่ประเทศใด ? 1. ประเทศอินโดนีเซีย 2. ประเทศลาว 3. ประเทศกัมพูชา 4. ประเทศสิงคโปร์** 23. ชื่อย่อของ เขตการลงทุนอาเซียน คือข้อใด ? 1. AIA** 2. IAI 3. AEC 4. ARF 24. หัวข้อหลักของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ คือข้อใด ? 1. กฎบัตรอาเซียน** 2. การพยายามผลักดันให้อาเซียนเดินหน้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ๒๐๑๕ 3. การพยายามให้ประชาคมอาเซียนมีบทบาทในประชาคมโลก 4. พิธีลงนามความตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้าน มนุษยธรรม 25. การนําร่อง ๑๒ สาขาสําคัญ ประเทศพม่ามีทักษะอะไร? 1. การท่องเที่ยว การบิน 2. เกษตร ประมง** 3. ไม้ ยาง 4. สาขาสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ 26. การนําร่อง ๑๒ สาขาสําคัญ ประเทศไทยมีทักษะอะไร? 1. การท่องเที่ยว การบิน** 2. อิเล็กทรอนิกส์ ประมง 3. เกษตร ประมง 4. ไม้ ยาง 27. การนําร่อง ๑๒ สาขาสําคัญ ประเทศฟิลิปปินส์มีทักษะอะไร? 1. อิเล็คทรอนิคส์** 2. ยานยนต์ 3. สิ่งทอ 4. สาขาสุขภาพ 28. ข้อใดมิใช่ ประเทศคู่เจรจาของอาเซียน? 1. อินเดีย จีน 2. เเคนาดา สหภาพยุโรป 3. ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ 4. ศรีลังกา ไอซ์เเลนด์**
  • 5.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 29. คําว่า“ASEAN”เป็นคาย่อมาจาก 1. “Association of Southeast Asian ” 2. “Association of Southeast Asiannations” 3. “Association of Southeast Asian Nations”** 4. “Association of Southeast Asian Nations” 30. คําว่า“ASEAN”แปลเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงการต่างประเทศของไทยว่า 1. “ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” 2. “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”** 3. “ประชาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” 4. “ประชาคมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” 31. ประเทศใดเข้าเป็นสมาชิก อาเซียน (ASEAN) ก่อนประเทศอื่น 1. ลาว 2. พม่า 3. บรูไน** 4. เวียดนาม 32. ประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกหลังสุดคือข้อใด 1. ลาว 2. พม่า** 3. บรูไน 4. เวียดนาม 33. เรียล เป็นสกุลเงินของประเทศใด 1. ลาว 2. พม่า 3. กัมพูชา** 4. เวียดนาม 34. ประเทศบรูไน มีชื่อเป็นทางการว่าอย่างไร 1. บรูไนไดรุสซาลาม 2. บรูไนดารุสซาลาม** 3. บรูไนเดรุสโซลาม 4. บรูไนดารุสโซลาม 35. ประเทศที่ถูกจับตามองว่าจะเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่สําคัญของไทย คือประเทศใด 1. บรูไน 2. สิงคโปร์ 3. เวียตนาม** 4. พม่า
  • 6.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 36. กลุ่มประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดคือข้อใด 1.NAM** 2. OIC 3. AIC 4. NIC 37. เมืองหลวงประเทศพม่าคือข้อใด 1. ร่างกุ้ง 2. ย่างกุ้ง 3. เนปิดอว์** 4. หงสาวดี 38. วัตถุประสง๕หลักของกฎบัตรอาเซียนคือข้อใด 1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียนในการดําเนินการตามเป้าหมายต่างๆโดยเฉพาะความพยายามที่จะรวมตัว กันเป็น“ประชาคม” ภายใน พ.ศ. ๒๕๕๘ 2. เพื่อสร้างกลไกส่งเสริมให้รัฐสมาชิกปฏิบัติตามความตกลงต่างๆ ของอาเซียน 3. เพื่อทาให้อาเซียน เป็นองค์กรที่ใกล้ชิดและสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงมากขึ้น โดยการบังคับ ใช้กฎบัตรดังกล่าวจะทําให้อาเซียนเป็นองค์กรที่มีกติกาการดําเนินงานอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น 4. ถูกทุกข้อ** 39. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง 1. ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๓เมื่อปี ๒๕๕๐ที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้นาอาเซียนได้ลงนามในกฎบัตร อาเซียน 2. กฎบัตรอาเซียน จะให้สถานะนิติบุคคลแก่อาเซียนเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล (Intergovernmental Organization) 3. กฎบัตรอาเซียน ประกอบด้วยข้อบทต่างๆ ๑๓บท ๕๕ข้อ มีประเด็นใหม่ที่แสดงความก้าวหน้าของอาเซียน 4. ถูกทุกข้อ** 40. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดในการกําหนดนโยบาย จัดการประชุม ปีละ ๑ ครั้ง** 2. คณะมนตรีประสานงานอาเซียน ซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศของแต่ละประเทศเป็นสมาชิกมีหน้าที่ประสาน งานระหว่างเสาหลักทั้ง ๓ของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน 3. คณะมนตรีประชาคมอาเซียนมีหน้าที่ประสานงานและติดตามการดําเนินงาน เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียน ในแต่ละเสาหลัก 4. คณะผู้แทนถาวรประจาอาเซียน ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนการทางานของคณะมนตรีประชาคมอาเซียน
  • 7.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 41. กระบวนการตัดสินใจหลักทั่วไป คือข้อใด 1. ฉันทามติ ** 2. มติเอกฉันท์ 3. มติเกินกึ่งหนึ่ง 4. มติสองในสาม 42. ในการระงับข้อพิพาท ข้อใดกล่าวถูกต้อง 1. การปรึกษาหารือและเจรจาระหว่างคู่พิพาทเป็นอันดับแรก 2. การให้ประธานอาเซียนหรือเลขาธิการอาเซียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ย หากคู่พิพาทร้องขอ 3. การให้ที่ประชุมสุดยอดเป็นผู้หาข้อยุติกรณีพิพาท 4. ถูกทุกข้อ** 43. กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เกี่ยวกับเรื่องบุคคลที่ถูกจับกุมหรือ ควบคุมตัว พึงได้รับการปฏิบัติอย่างไร 1. บุคคลผู้ถูกจับกุมย่อมได้รับการแจ้งถึงเหตุผลในการจับกุมในขณะที่ถูกจับกุม 2. บุคคลที่ถูกจับกุมหรือควบคุมตัวในข้อหาทางอาญา ย่อมต้องถูกนําตัวไปศาลโดยพลันเพื่อที่จะมีการใช้ อํานาจทางตุลาการ และได้รับการพิจารณาคดีในเวลาอันสมควร 3. บุคคลที่ถูกจับกุมหรือควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ชดเชยค่าสินไหมทด แทน 4. ถูกทุกข้อ** 44. ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย ๓ เสาหลัก (Pillar) ข้อใดไม่ใช่ 1. ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน 2. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 3. ประชาคมการค้าอาเซียน** 4. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 45. ASEAN Political-Security Communityหมายถึงข้อใด 1. ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน** 2. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 3. ประชาคมการค้าอาเซียน 4. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 46. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเขตการค้าเสรี 1. ประเทศสมาชิกอาเซียนได้จัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area : AFTA) ใน พ.ศ. ๒๕๓๕ 2. พ.ศ. ๒๕๕๑ประเทศสมาชิกอาเซียน ๖ประเทศที่เข้าเป็นสมาชิกก่อน ได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไนดารุสซาลาม ได้ลดภาษีสินค้าในกรอบ AFTA ทุกรายการลงเหลือ ร้อยละ ๐-๕ 3. ประเทศที่เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนทีหลัง ได้แก่ เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา มีกําหนดต้องลดภาษีสินค้า ลงเหลือร้อยละ ๐-๕ใน พ.ศ. ๒๕๕๘ 4. ทุกข้อกล่าวถูกต้องหมด**
  • 8.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 47. ในการดําเนินการของเขตการค้าเสรีอาเซียนนําไปสู่การอํานวยความสะดวกต่อการค้าภายในภูมิภาค อาเซียนโดยการปรับกระบวนการด้านตรวจคนเข้าเมือง ภาษี และลดอุปสรรคอันเกิดจากมาตรการกีดกันทาง การค้า ในข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. ปรับ Tariff Nomenclature ให้สอดคล้องกัน 2. ให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตาม GATT Valuation Agreement 3. อํานวยความสะดวกพิธีการตรวจคนเข้าเมืองด้วย Green Lane 4. ปรับค่าธรรมเนียมการตรวจคนเข้าเมืองให้เท่ากัน** 48. เพื่อรองรับการเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน อาเซียได้จัดทําแผ่นงาน การจัดตั้งประชาคม สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community Blueprint) ซึ่งประกอบด้วยความ ร่วมมือใน ๕ ด้าน ข้อใดไม่ถูกต้อ 1. การคุ้มครองและสวัสดิการสังคมทรัพยากรมนุษย์ (Human Social Welfare and Protection)** 2. สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice and Rights) 3. ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) 4. การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน (Narrowing the Development Gap)
  • 9.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบวัฒนธรรมและประเพณี 1. สิ่งที่เป็นเครื่องมือในการควบคุมพฤติกรรมของกลุ่มคนนี้เราเรียกว่า ก.วัฒนธรรม ข. ประเพณี ค. ศีล** ง. ธรรม 2. พระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติพุทธศักราช ๒๔๘๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖ ได้ให้ ความหมายของวัฒนธรรมไว้ในข้อใด 1. "วัฒนธรรมมีความหมายครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือสังคมใดสังคมหนึ่ง มนุษย์ได้คิดสร้างระเบียบกฎเกณฑ์ใช้ในการปฏิบัติ การจัดระเบียบตลอดจนระบบ ความเชื่อ ค่านิยม ความรู้ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการควบคุมและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ" 2. "วัฒนธรรมคือความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ หรือลักษณะประจําชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในสังคม ซึ่งไม่ เพียงแต่จะหมายถึงความสําเร็จในด้านศิลปกรรมหรือมารยาททางสังคมเท่านั้น กล่าวคือ ชนทุกกลุ่มต้องมี วัฒนธรรม ดังนั้น เมื่อมีความแตกต่างระหว่างชนแต่ละกลุ่ม ก็ย่อมมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมนั่นเอง เช่น ชาวนาจีน กับชาวนาในสหรัฐอเมริกา ย่อมมีความแตกต่างกัน 3. "วัฒนธรรมคือสิ่งที่มนุษย์เปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงหรือผลิตสร้างขึ้น เพื่อความเจริญงอกงามในวิถีชีวิตและ ส่วนรวม วัฒนธรรมคือวิถีแห่งชีวิตของมนุษย์ในส่วนร่วมที่ถ่ายทอดกันได้ เรียนกันได้ เอาอย่างกันได้ วัฒนธรรมจึงเป็นผลผลิตของส่วนร่วมที่มนุษย์ได้เรียนรู้มาจากคนสมัยก่อน สืบต่อกันมาเป็นประเพณี วัฒนธรรมจึงเป็นทั้งความคิดเห็นหรือการกระทําของมนุษย์ในส่วนร่วมที่เป็นลักษณะเดียวกัน และสําแดงให้ ปรากฏเป็นภาษา ความเชื่อ ระเบียบประเพณี 4. วัฒนธรรม คือ ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้า ของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน** 3. วัฒนธรรมมีความสําคัญอย่างไร 1. วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ชี้แสดงให้เห็นความแตกต่างของบุคคล กลุ่มคน หรือชุมชน 2. เป็นสิ่งที่ทําให้เห็นว่าตนมีความแตกต่างจากสัตว์ 3. ช่วยให้เราเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่เรามองเห็น การแปลความหมายของสิ่งที่เรามองเห็นนั้นขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม ของกลุ่มชน ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้และถ่ายทอดวัฒนธรรม เช่น ชาวเกาะซามัวมองเห็นดวงจันทร์ว่ามีหญิง กําลังทอผ้า ชาวออสเตรเลียเห็นเป็นตาแมวใหญ่กําลังมองหาเหยื่อ ชาวไทยมองเห็นเหมือนรูปกระต่าย 4. ถูกทุกข้อ** 4. ข้อใดได้อธิบายถึงลักษณะของวัฒนธรรม ได้ถูกต้อง 1. วัฒนธรรมเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ ตรงที่มีการรู้จักคิด มีการเรียนรู้ จัด ระเบียบชีวิตให้เจริญ อยู่ดีกินดี มีความสุขสะดวกสบาย รู้จักแก้ไขปัญหา ซึ่งแตกต่างไปจากสัตว์ที่เกิดการ เรียนรู้โดยอาศัยความจําเท่านั้น 2. วัฒนธรรมเป็นมรดกของสังคม เนื่องจากมีการถ่ายทอดการเรียนรู้ จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นหนึ่ง ทั้งโดย ทางตรงและโดยทางอ้อม โดยไม่ขาดช่วงระยะเวลา และ มนุษย์ใช้ภาษาในการถ่ายทอดวัฒนธรรม ภาษาจึง เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ถ่ายทอดวัฒนธรรมนั่นเอง 3. วัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิต หรือเป็นแบแผนของการดําเนินชีวิตของ มนุษย์ มนุษย์เกิดในสังคมใดก็จะเรียนรู้และ ซึมซับในวัฒนธรรมของสังคมที่ตนเองอาศัยอยู่ ดังนั้น วัฒนธรรมในแต่ละสังคมจึงแตกต่างกัน
  • 10.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 4. ถูกทุกข้อ** 5.วัฒนธรรมเป็นตัวกําหนดรูปแบบของสถาบัน หมายถึงข้อใด 1. วัฒนธรรมอิสลามอนุญาตให้ชาย (ที่มีความสามารถเลี้ยงดูและ ให้ความ ยุติธรรมแก่ภรรยา) มีภรรยาได้ มากกว่า ๑ คน ** 2. วัฒนธรรมในการพบปะทักทายของ ไทย ใช้ในการสวัสดีของชาวตะวันตกทั่วไปใช้ในการสัมผัสมือ ของชาว ทิเบตใช้การแลบลิ้น ของชาว มุสลิมใช้การกล่าวสลาม 3. ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ให้แก่สังคม เพราะในวัฒนธรรมจะมีทั้งความศรัทธา ความเชื่อ ค่านิยม บรรทัดฐาน เป็นต้น ตลอดจน ผลตอบแทนในการปฏิบัติและบทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน 4. ไม่มีข้อใดถูกต้อง 6. วัฒนธรรมไทยมีที่มาจากปัจจัยต่าง ๆ ในข้อใด 1. สิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ 2. ระบบการเกษตรกรรม 3. ค่านิยม (Values) 4. ถูกทุกข้อ** 7. ศาสนาพราหมณ์ ได้เผยแพร่เข้ามาในสังคมไทย โดยผ่านประเทศใด 1. ทางเขมร 2. อินโดนีเซีย 3. มลายู 4. ถูกทุกข้อ** 8. ประเพณีสงกรานต์ เกี่ยวข้องกับข้อใด 1. พุทธศาสนา 2. ศาสนาพราหมณ์** 3. ขอม 4. ไม่มีข้อถูก 9. ข้อใดไม่ใช่เส้นทางการเผยแพร่เของศาสนาพุธเข้ามาในสังคมไทย 1. จีน 2. พม่า 3. ขอม** 4. ลังกา 10. ข้อใดคือวัฒนธรรมตะวันตก 1. การสัมผัสมือ (shake hand) 2. ฟุตบอล 3. ผูกเน็คไท 4. ถูกทุกข้อ**
  • 11.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 11. โลกุตรธรรมเป็นธรรมชั้นสูงที่พระพุทธเจ้าทรงสอนปัญจวัคคีย์เป็นครั้งแรก คือ "อริยสัจสี่" หรือความจริง อันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค 1. โลกุตรธรรม** 2. อริยธรรม 3. โลกธรรม 4. ธรรมโลก 12. ความดับทุกข์หรือการดับตัณหาและ ความ ทะเยอทะยานต่าง ๆ ให้หมดสิ้นไป หมายถึงข้อใด 1. ทุกข์ 2. สมุทัย 3. นิโรธ ** 4. มรรค 13. กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา หมายถึงข้อใด 1. ทุกข์ 2. สมุทัย** 3. นิโรธ 4. มรรค 14. ข้อใดคือธรรมข้อที่สาม 1. เลี้ยงชีพชอบในทางที่ถูกต้อง 2. มีความสํารวมระวังในกาม** 3. พูดแต่คําสัตย์จริง 4. มีสติระวังรักษาตนไว้เสมอ 15. ธรรมประจําใจของผู้ประเสริฐ หรือ ผู้มีจิตใจในอันดีงามประดุจดังพระพรหม หมายถึงข้อใด 1. เบญจธรรม 2. ฆราวาสธรรม 3. พรหมวิหาร** 4. สังคหวัตถุ 16. พลอยชื่นชมยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุขหมายถึงข้อใด 1. เมตตา 2. กรุณา 3. มุทิตา ** 4. อุเบกขา 17. การสงเคราะห์หรือ ธรรมแห่งการ ยึด เหนี่ยวบุคคลให้เกิดความสามัคคีมี ๔ ประการ คือ 1. เบญจธรรม 2. ฆราวาสธรรม 3. พรหมวิหาร 4. สังคหวัตถุ**
  • 12.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 18. การบําเพ็ญประโยชน์ได้แก่ การ ช่วยเหลือด้วยแรงกาย บําเพ็ญประโยชน์ รวมทั้งช่วยแก้ไขปรับปรุงด้าน จริยธรรม คือ 1. ทาน 2. ปิยวาจา 3. อัตถจริยา** 4. สมานัตตตา 19. การวางตน เสมอต้นเสมอปลาย ให้ความเสมอภาค ร่วมแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ส่วนรวม ก. ทาน ข. ปิยวาจา ค. อัตถจริยา ง. สมานัตตตา** 20. หลักธรรมที่ใช้ปฏิบัติสําหรับ ผู้ครองเรือน หมายถึงข้อใด ก. เบญจธรรม ข. ฆราวาสธรรม** ค. พรหมวิหาร ง. สังคหวัตถุ 21. ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ทมะ คือ การรู้จักควบคุมจิตใจ ฝึกหัดดัดนิสัย แก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ปรับตัวปรับใจเข้าหากัน 2. ขันติ ความอดทน ได้แก่ การมีจิตใจเข้มแข็ง หนักแน่น ไม่วู่วาม อดทนต่อความล่วงล้ําก้ําเกินกัน ลําบาก ตรากตรํา ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปด้วยกัน 3. จาคะ คือ การเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วย เหลือ ซึ่งกันและกัน สามารถสละความสุขส่วนตัวเพื่อคู่ครองได้ 4. ถูกทุกข้อ** 22. ในสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านต่าง มี วัดประจําหมู่บ้านของตนเป็น ศูนย์กลาง ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติรวมของคนทั้งหมู่บ้าน วัดจึงเป็นศูนย์รวมประชาชนและมีบทบาทสําคัญๆต่อ สังคมมากมาย ในข้อใดไม่ถูกต้อง 1. เป็นสถานพยาบาล 2. เป็นที่พักคนเดินทาง 3. เป็นสถานที่บันเทิง 4. ถูกทุกข้อ** 23. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่เชิดชูฐานะ ของ พระสงฆ์ ใน สังคมคือ 1. ความบริสุทธิ์ 2. ความเสียสละบําเพ็ญประโยชน์ 3. ความเป็นผู้นําทางสติปัญญา 4. ผู้นําทางสังคม**
  • 13.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 24. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการที่คนเราสนใจไสยศาสตร์ 1.ความกล้า** 2. ความกลัว 3. ความต้องการ 4. ถูกทุกข้อ 25. ผีที่คนไทยเชื่อว่าคุ้มครองการทําไร่นาให้ได้ผลดี คือข้อใด 1. แม่โพสพ ** 2. นางกวัก 3. แม่ย่านาง 26. การทํานายฝัน เกี่ยวข้องกับข้อใด 1. โชคลาง 2. โหราศาสตร์** 3. ไสยศาสตร์ 4. ถูกทุกข้อ 27. การปลูกต้นไม้ไว้ในบ้าน คนไทยส่วนใหญ่ควรปลูกต้อนไม้ใด 1. ต้นโศก 2. ระกํา 3. ลั่นทม 4. มะยม** 28. ใดบ่งบอกถึงความร่มเย็นและประสบความสําเร็จในชีวิต 1. เหลือง 2. ม่วง 3. เขียว** 4. ขาว 29. บ้านที่ลักษณะส่วนบนหัวจั่วลักษณะกาแล หมายถึงบ้านของภูมิภาคใด 1. ภาคเหนือ ** 2. ภาคกลาง 3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4. ภาคใต้ 30. บ้านที่ลักษณะหลังคาทรงปั้นหยาหมายถึงบ้านของภูมิภาคใด ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ง. ภาคใต้** 31. รูปภาพปั้นปูนเรื่องเรื่องทศชาติชาดกที่วัดไล อําเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เป็นงานประติมากรรมไทย ใด 1. งานประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นรูปทรงลอยตัว 2. งานประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นรูปทรงแบบราบมีพื้นรองรับ** 3. งานประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นรูปทรงจมอยู่ในพื้น
  • 14.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 4. ไม่มีข้อถูก 32.งานช่างประดับมุก หมายถึงข้อใด 1. ประติมากรรม 2. จิตรกรรม 3. ประณีตศิลป์** 4. ไม่มีข้อถูก 33. วรรณคดีนิทานที่มีเค้าเรื่องจริง ซึ่งมักเป็นเรื่องราวของบุคคล ที่เชื่อว่ามีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ คือข้อ ใด 1. ลิลิตพระลอ 2. ขุนช้างขุนแผน 3. ผาแดงนางไอ่ 4. ถูกทุกข้อ** 34. คีตะ หมายถึงข้อใด 1. การร้องเป็นการร้องอย่างมีศิลป์** 2. เครื่องทํานองเพลง 3. การแสดงออกซึ่งมีลีลาท่ารําต่าง ๆ 4. ถูกทุกข้อ 35. ข้อใดไม่ใช่เครื่องดีด 1. เพ้ย 2. กระจับปี่ 3. ซึง จะเข้ 4. ซอล้อ** 36. ระบํา หมายถึงข้อใด 1. การแสดงนาฏศิลป์ไทยที่ไม่เป็นเรื่อง** 2. การแสดงเป็นเรื่อง 3. การเล่นโขนจัดเป็นนาฏกรรมประเภทมหรสพ 4. ถูกทุกข้อ 37. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. ประเพณี คือ ระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติที่เห็นว่าดีกว่า ถูกต้องกว่า หรือเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ ใน สังคมและมีการปฏิบัติสืบต่อกันมา 2. ประเพณี คือ ความประพฤติที่สืบต่อกันมาจนเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ในหมู่คณะ เป็นนิสัยสังคม ซึ่ง เกิดขึ้นจากการที่ต้องเอาอย่างบุคคลอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตน หากจะกล่าวถึงประเพณีไทยก็หมายถึง นิสัยสังคม ของคนไทยซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาแต่ดั้งเดิมและมองเห็นได้ในทุกภาคของไทย 3. ธรรมเนียมประเพณี (Convention) หมายถึง ประเพณีที่ปฏิบัติกันอยู่ในชีวิตประจําวัน หากมี การฝ่าฝืนก็ ไม่ถือเป็นเรื่องผิด นอกจากจะเห็นว่าเป็นผู้เสียมารยาทเท่านั้น ไม่มีระเบียบแบบแผนเหมือนขนบประเพณี 4. ถูกทุกข้อ**
  • 15.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 38. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1.จารีตประเพณี หรือ กฎศีลธรรม (Mores) คือ ประเพณีที่สังคมถือว่าถ้าใครฝ่าฝืนงดเว้นไม่ กระทําตามถือ ว่าเป็นความผิด จารีตประเพณีเกี่ยวข้องกับศีลธรรมของคนส่วนรวมในสังคมไทย เช่น การแสดงความ กตัญญู ต่อผู้มีพระคุณ เป็นต้น 2. จารีตประเพณี หรือกฎศีลธรรมของแต่ละแห่งย่อมไม่เหมือนกัน เพราะมีค่านิยม (Value) ที่ยึดถือต่าง กัน ดังนั้น ถ้าบุคคลใดนําจารีตประเพณีของตนไปเปรียบเทียบกับของคนอื่นว่าดีหรือเลวกว่าตนก็เป็นการ เปรียบเทียบที่ไม่ถูกต้อง เพราะสภาพหรือสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเชื่อต่าง ๆ ย่อมต่างกันไป เช่น เรา เคารพผู้ที่อาวุโสกว่า แต่ชาวอเมริกันรักความเท่าเทียมกัน 3. ขนบประเพณี (Institution) บางครั้งเรียกว่าระเบียบประเพณี หมายถึงประเพณีที่สังคมกําหนด ระเบียบ แบบแผนไว้อย่างชัดว่า ควรจะประพฤติปฏิบัติเป็นขั้นตอนอย่างไร เช่น ประเพณีแต่งงานต้องเริ่มตั้งแต่การ หมั้น การแต่ง ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะมีพิธีมากมายสําหรับคู่บ่าวสาวต้องปฏิบัติตาม หรือพิธีศพ ซึ่งจะต้องเริ่ม ตั้งแต่มีการรดน้ําศพ แต่งตัวศพ สวดศพ เผาศพ เป็นลําดับ 4. ถูกทุกข้อ** 39. เด็กชายที่จะบวชเป็นสามเณรได้ จะต้องมีอายุตั้งแต่กี่ปีขึ้นไป 1. ๕ ปี 2. ๗ ปี** 3. ๙ ปี 4. ๑๑ ปี 40. ชายที่จะบวชพระได้ต้องมีอายุครบกี่ปีบริบูรณ์ 1. ๑๕ ปี 2. ๑๗ ปี 3. ๒๐ ปี** 4. ๒๑ ปี 41. การทําบุญบ้านหรือสถานที่ทํางาน นิยมนิมนต์พระกี่องค์ 1. ๕ 2. ๙ 3. ๑๑ 4. ถูกทั้งข้อ ๕ และข้อ ๙** 42. วันสงกรานต์ คือวันขึ้นปีใหม่ตามทางสุริยคติ หมายความว่า นับตามทางพระอาทิตย์ กล่าวคือโลกที่เราอยู่ หมุนไป ๑ รอบดวงอาทิตย์ก็เป็น ๑ ปี ซึ่งตรงกับวันที่ใด 1. ๑๑ เมษายน 2. ๑๒ เมษายน ** 3. ๑๓ เมษายน 4. ๑๕ เมษายน
  • 16.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 43. ไทยเราได้ประเพณีวันสงกรานต์มาจากชนชาติใด 1.มอญ** 2. พม่า 3. เขมร 4. ลาว 44. วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่สมัยใด 1. ก่อนสุโขทัย 2. สุโขทัย** 3. กรุงศรีอยุธยา 4. กรุงรัตนโกสินธร์ 45. ประเทศไทยได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันสงกรานต์มาเป็นวันที่ ๑ มกราคมตั้งแต่เมื่อใด 1. พ.ศ. ๒๔๗๕ 2. พ.ศ. ๒๔๘๓** 3. พ.ศ.๒๕๐๐ 4. พ.ศ.๒๕๐๑ 46. "ทําบุญวันสารท" ตรงกับวันใด 1. วันขึ้นสิบห้าค่ําเดือนสิบ** 2. วันขึ้นสิบห้าค่ําเดือนสิบเอ็ด 3. วันขึ้นสิบห้าค่ําเดือนสิบสอง 4. วันขึ้นสิบห้าค่ําเดือนเก้า 47. "สารท" เป็นคํามาจากภาษาใด 1. ลังกา 2. อินเดีย** 3. มอญ 4. ขอม 48. ประเพณีลอยกระทง มีมาตั้งแต่สมัยใด ก. ก่อนสุโขทัย ข. สุโขทัย** ค. กรุงศรีอยุธยา ง. กรุงรัตนโกสินธร์ 49. ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับวันมาฆบูชา ไม่ถูกต้อง 1. พระภิกษุจํานวน ๑,๕๒๐ รูป มาประชุมกันเข้าเฝ้าพระ พุทธเจ้าที่เวฬุวัน กรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย** 2. พระภิกษุเหล่านี้ล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น 3. พระภิกษุเหล่านี้เป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ทั้งสิ้น 4. ในวันนั้น เป็นวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง หรือเสวยมาฆะฤกษ์ ในวันนี้พุทธศาสนิกชนจะทําบุญตักบาตร ไป วัด ฟังเทศน์ สวด มนต์ และเลี้ยงพระกลางคืนมีการเวียนเทียน
  • 17.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 50. วันอาสาฬหบูชาตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๘ วันนี้มี ปรากฏการณ์ที่สําคัญ คือ ข้อใด 1. เป็นวันที่พระพุทธศาสนาได้อุบัติขึ้นในโลก 2. เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา "ธรรม จักรกัปปวัฒนสูตร" แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ 3. เป็นวันแรกที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรก บังเกิดขึ้นในโลก พระอัญญาโกณทัญญะ ได้รับเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา 4. ถูกทุกข้อ** 51. วันธรรมจักร หมายถึงข้อใด 1. วันอาสาฬหบูชา** 2. วันวิสาขบูชา 3. วันอาฬสาหบูชา 4. วันเข้าพรรษา 52. วันเข้าพรรษา ตรงกันวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๘ ซึ่งพระสงฆ์จะต้อง อยู่ประจํา ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน กําหนดตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๘ จนถึงเมื่อใด 1. วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ 2. วันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ** 3. วันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ 4. วันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ 53. "วันปวารณา" หมายถึงวันใด 1. วันเข้าพรรษา 2. วันออกพรรษา** 3. วันอุปสมบท 4. วันลาอุปสมบท 54. ประเพณีทอดกฐิน กําหนดต้องทําในระยะเวลาใด 1. ระหว่างวันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ 2. ระหว่างวันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ 3. ระหว่างวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ ** 4. ระหว่างวันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ 55. ประเพณีทอดผ้าป่า กําหนดต้องทําในระยะเวลาใด ก. ระหว่างวันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ ข. ระหว่างวันแรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ ค. ระหว่างวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ ง. เวลาใดก็ได้** 56. ประชาชนตามข้อใดที่จะจัดตั้งศาลเพียงตาขึ้นทุกบ้าน 1. ไทยรามัญในจังหวัดปทุมธานี** 2. ไทยพวนในจังหวัดทุกจังหวัด 3. ชาวพม่าอพยพ 4. ทุกข้อที่กล่าวมา
  • 18.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 57. "ฮีตสิบสองคองสิบสี่"เป็นประเพณีของภาคใด 1. เหนือ 2. กลาง 3. ใต้ 4. ตะวันออกเฉียงเหนือ 58. งานบุญพระเวส จะทําในเดือนใด 1. เดือนสาม 2. เดือนสี่ 3. เดือนห้า** 4. เดือนหก 59. ห้ามเดินเหยียบเงาพระสงฆ์ เกี่ยวเนื่องกับข้อใด 1. คองสิบสี่" 2. "ฮีตบ้านคองเมือง 3. ครรลองคลองธรรม 4. ถูกทุกข้อ** 60. งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว มีในจังหวัดใด 1. นครศรีธรรมราช 2. ภูเก็ต 3. ปัตตานี** 4. ตรัง 61. สิ่งที่ดีงามที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา เรียกว่า 1. คุณธรรม 2. จริยธรรม 3. วัฒนธรรม** 4. ค่านิยม 62. ข้อใดคือวัฒนธรรมไทย 1. การเคารพพระสงฆ์** 2. สงกรานต์ 3. ฮีตสิบสอง 4. การไหลเรื่อไฟ 63. การกราบครั้งที่สองของการกราบแบบเบญจางค์ประดิษฐ์ หมายถึงกราบใคร 1. กราบเพื่อระลึกถึงองค์พระพุทธเจ้า 2. กราบพระธรรมคําสั่งสอนพระพุทธเจ้า** 3. กราบพระสงฆ์ตัวแทนพระพุทธเจ้า 4. กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
  • 19.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 64. ข้อใดเป็นการกระทําที่ไม่ถูกต้อง 1.เมื่อพระสงฆ์เดินผ่านให้ไหว้โดยให้ปลายนิ้วมือจรดตีนผม 2. ผู้ชายให้ถวายของให้พระต่อมือพระสงฆ์โดยตรงและคุกเข่ากราบไม่แบมือครั้งเดียว** 3. การตักบาตรควรถอดรองเท้าก่อน 4. ผู้หญิงไปหาพระต้องนั่งพับเพียบให้เรียบร้อย ไม่ควรอยู่ตามลําพังกับพระสงฆ์ 65. เป็นครูควรมีมารยาททางใจ โดยนําหลักธรรมพรหมวิหาร ๔ มายึดและปฏิบัติ 1. เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา** 2. ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา 3. ทุกข์ สมุทัย นิโรจ มรรค 4. สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ 66. ข้อใดคือมารยาททางใจที่ถูกต้อง 1. ในงานมงคลควรแสดงสีหน้าเบิกบานสดชื่นอยู่เสมอ 2. การไปเยี่ยมคนป่วยควรใช้คําพูดที่อ่อนโยนปลอบใจผู้ป่วย 3. ในงานเผาศพควรแสดงกริยาสงบสงวนความรื่นเริงเอาไว้ 4. ถูกทุกข้อ** 67. ข้อใดเป็นมารยาททางกายที่ไม่เหมาะสม 1. ถ้านั่งต่อหน้าผู้ใหญ่กับพื้นให้นั่งพับเพียบ หันหนําไปหาผู้ใหญ่ในลักษณะเงยหน้า 2. ไม่ถือวิสาสะใช้หรือรับประทานของที่เขาจัดไว้สําหรับผู้อื่นโดยเฉพาะ 3. ล้วง แคะ แกะเกา หาว เรอหากจําเป็น** 4. เห็นของผู้ใหญ่ตก หรืออาจจะเสียหายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ควรจะบอก 68. การับไหวในขณะที่ยืนและเราอยู่ในฐานะที่อาวุโสกว่า 1. พนมมือระดับอก** 2. พนมมือเหนือระดับอก นิ้วจรดคาง 3. พนมมือระดับอก ก้มศีรษะเล็กน้อย 4. พนมมือระดับอกและพยักหน้าเล็กน้อย 69. หากเราจะผ่านผู้คนมากๆและมีผู้ที่อาวุโสนั่งอยู่กับพื้นควรใช้วิธีการใด 1. เดินก้มหน้า 2. เดินย่อตัว** 3. หมอบ 4. คลาน 70. เมื่อใดควรยืนตรง 1. เมื่อเห็นคนเชิญธงชาติผ่านหน้า 2. เมื่อเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาถึงบริเวณพิธี 3. เมื่อได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี 4. ถูกทุกข้อ**
  • 20.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 71. ข้อใดคือมารยาทแบบสากลทางกายแสดงการทักทาย 1.การยิ้ม 2. การไหว้ 3. การคํานับ 4. การจับมือ** 72. ข้อใดคือมารยาทในการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง 1. ให้ผู้อาวุโสรับประทานก่อนเราจึงรับประทาน 2. ไม่ท้าวศอกบนโต๊ะอาหาร และนั่งตัวตรง 3. แตะต้องหรือหยิบอาหารให้ผู้อาวุโสกว่าตามสมควร** 4. ควรถือช้อนด้วยมือขวาและส้อมด้วยมือซ้าย 73. มารยาทในการใช้วาจาที่ถูกต้องได้แก่ข้อใด 1. ต้องระวังมิใช้วาจาเท็จ ยุยงส่อเสียดให้ผู้อื่นแตกร้าว 2. ไม่พูดเสียงดังเกินไปหรือพูดพลางหัวเราะพลาง 3. รู้จักพูดให้ผู้ฟังพอใจและเป็นนักฟังที่สนใจ 4. ถูกทุกข้อ** 74. “ฮีตสิบสอง” จัดไว้ในข้อใด 1. วัฒนธรรมไทย 2. ประเพณี** 3. ความเชื่อ 4. ค่านิยม 75. เทศกาลไหมและประเพณีผูกเสี่ยวเป็นประเพณีท้องถิ่นของจังหวัดใด 1. กาฬสินธุ์ 2. มหาสารคาม 3. ขอนแก่น** 4. อุดรธานี 76. ประเพณีไหลเรื่อไฟของจังหวัดนครพนม เป็นประเพณีที่เกิดจากความเชื่อของประเทศใด 1. จีน 2. อินเดีย** 3. เนปาล 4. อียีป 77. ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งของจังหวัดบุรีรัมย์จัดในเดือนใด 1. ธันวาคม 2. มกราคม 3. เมษายน** 4. กรกฎาคม
  • 21.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 78. ประเพณีบวชลูกแก้วนิยมจัดในภาคใด 1.ภาคเหนือ** 2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3. ภาคกลาง 4. ภาคใต้ 79. ประเพณีท้องถิ่นที่นิยมจัดทุกภาคของไทย 1. บวชนาค 2. สงกรานต์ 3. ลอยกระทง** 4. ถูกทุกข้อ 80. หากจะรักษาประเพณีไทยโดยการทําบุญ ควรปฏิบัติตามข้อใด 1. การให้ทาน 2. การรักษาศีล 3. ภาวนา 4. ถูกทุกข้อ** 81. ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเพณีแต่งงาน 1. ขึ้นหอ** 2. สู่ขวัญ 3. ขันหมาก 4. หมั้น 82. ” ไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร” สัมพันธ์กับประเพณีใด 1. แต่งงาน** 2. บวช 3. ลอยกระทง 4. สงกรานต์ 83. ประเพณีบายศรีสู่ขวัญมักพบอยู่ทุกจังหวัดทั้งภาคเหนือและอีสาน คําว่า “บายศรี”หมายถึงสิ่งใด 1. ดอกไม้ 2. พาน 3. ข้าว** 4. ด้ายขาว 84. ความเชื่อตามประเพณีบุญป้องไฟสัมพันธ์กับอาชีพใด 1. ค้าขาย 2. ทํานา** 3. อุตสาหกรรม 4. ทุกอาชีพที่กล่าว
  • 22.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 85. ประเพณีผีตาโขนเป็นของจังหวัดใด 1.ลําปาง 2. พะเยา 3. อุบลราชธานี 4. เลย** 86. “วันเนา” ของประเพณีสงกรานต์ตรงกับวันใด 1. ๑๒ เมษายน 2. ๑๓ เมษายน 3. ๑๔ เมษายน** 4. ๑๕ เมษายน 87. เหล้า ต้นกล้วย ต้นอ้อย จัดอยู่ในส่วนใดของประเพณีแต่งงาน 1. ค่าดอง 2. สู่ขวัญ 3. ขันหมากเอก 4. ขันหมากโท** 88. ประเพณีชักพระหรือลากพระมักนิยมจัดในภูมิภาคใด 1. ภาคเหนือ 2. ตะวันออกเฉียงเหนือ 3. ภาคกลาง 4. ภาคใต้** 89. ประเพณีอุ้มน้ําดําพระเป็นของจังหวัดใด 1. ตาก 2. เพชรบูรณ์** 3. ปัตตานี 4. นครศรีธรรมราช 90. ประเพณีท้องถิ่นต่อไปนี้ข้อใดต่างจากกลุ่ม 1. สู่ข้าวขวัญ 2. ก่อพระเจดีย์ทราย 3. ทอดกฐิน 4. บุญเบิกฟ้า**
  • 23.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบ พรบ.การศึกษาแห่งชาติชุดที่ ๑ 1. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามบทบัญญัติใน รธน. ๒๕๔๐ มาตราใด 1. ๒๙ 2. ๔๐ 3. ๕๐ 4. ๘๑* 2.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการ จํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติให้กระทําได้โดย อาศัยอํานาจตามมาตราใด 1. ก มาตรา ๒๙ มาตรา ๔๐ 2. มาตรา ๒๙ มาตรา ๕๐* 3. มาตรา ๓๙ มาตรา ๕๐ 4. มาตรา ๓๙ มาตรา ๔ 3. พรบ.การศึกษาแห่งชาติถือว่าเป็น 1. กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา* 2. แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ 3. การปรับปรุงการศึกษาสอดคล้องรัฐธรรมนูญ 4. การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของไทย 4. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับแรก มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อใด ก. ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๒ ข. ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๒* ค. ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๕ ง. ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๕ 5. วัตถุประสงค์ของการจัดทํา พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒ ก. ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม* ข. ปฏิรูปการศึกษาของไทย ค. พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายจิตใจ ง. พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 6. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด ก. แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ ข. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ค. แผนการศึกษาแห่งชาติ* ง. แผนพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของกระทรวงศึกษาธิการ 7. “การศึกษา” หมายความว่า ก. กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคล ข. กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม* ค. กระบวนการสอนเพื่อความเจริญงอกงามของบุคคล
  • 24.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน ง. กระบวนการสอนเพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม 8.ต่อไปนี้ ข้อใดไม่สอดคล้องกับความหมายการศึกษา ตาม พรบ. ก. การถ่ายทอดความรู้ ข. การฝึกอบรม ค. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์* ง. การสืบสานทางวัฒนธรรม 9. ข้อใดให้ความหมายไม่ตรงกับ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา 2. สถานศึกษาคือสถานที่จัดการสอนตั้งแต่ก่อนประถมถึงระดับก่อนอุดมศึกษา* 3. มาตรฐานการศึกษา เป็นข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์ และมาตรฐานที่ต้องการให้ เกิดในสถานศึกษาทุกแห่ง 4. กระทรวง หมายความว่ากระทรวงการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม 10. ข้อใดต่างจากพวก ก. ครู ข. คณาจารย์* ค. ผู้บริหารสถานศึกษา ง. ผู้บริหารการศึกษา 11. ข้อใดไม่ใช่หลักการ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒ ก. เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อปวงชน* ข. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน ค. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ง. พัฒนา สาระ และกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 12. ข้อใดไม่สอดคล้องการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการการจัดการศึกษา ก. กระจายอํานาจสู่สถานศึกษาทั้งหมด* ข. กําหนดมาตรฐานการศึกษา จัดระบบประกันคุณภาพ ค. มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ง. รวมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาไว้ในการจัดการศึกษา 13. คําว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลายการปฏิบัติ” สอดคล้องกับข้อใด ก. ส่วนกลางกําหนดนโยบาย ส่วนภูมิภาคกําหนดแนวทางปฏิบัติ ข. กระทรวงกําหนดนโยบายมาตรฐานสนับสนุนเขตพื้นที่และสถานศึกษาบริหารจัดการด้วยตนเอง ค. มีนโยบายเดียวกัน แต่การปฏิบัติหลากหลายวิธี ง. ถูกทุกข้อ* 14. ต่อไปนี้นี้ ข้อใดไม่มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. รัฐ ข. เอกชน ค. องค์กรปกครองท้องถิ่น ง. โรงเรียน*
  • 25.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 15. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ บิดามารดา ผู้ปกครอง พึงได้รับในการจัดการศึกษา ก. การสนับสนุนจากรัฐ ให้ความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู ข. การยกเงินภาษีสําหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา* ค. เงินอุดหนุนจากรัฐสําหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล ง. การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในการดูแล 16. จุดที่ต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆ ที่สําคัญคือข้อใด ก. ระยะเวลาที่จัดการศึกษา ข. สถานที่จัดการศึกษา ค. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา ง. จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร* 17. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย ก. สถานศึกษา ต้องจัดการศึกษา ทั้งในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัย* ข. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจศักยภาพ ความพร้อม โอกาส ค. จัดการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ง. ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ 18. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ สถานศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. โรงเรียน ข. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค. ศูนย์พัฒนาชุมชน* ง. ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ สถาบันศาสนา 19. ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านการกระจายอํานาจให้เขตพื้นที่และสถานศึกษา ก. ด้านวิชาการ ข. งบประมาณ ค. หลักสูตรการสอน* ง. การบริหารทั่วไป 20. ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่กรรมการโรงเรียน 1. ผู้แทนครู 2. ผู้แทนองค์กรเอกชน* 3. ผู้แทนศิษย์เก่า 4. ผู้แทนคุณวุฒิ 21. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์จัดการศึกษาระดับใด 1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. การศึกษาอุดมศึกษา 3. การศึกษานอกโรงเรียน 4. ทุกระดับ*
  • 26.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 22. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันคุณภาพภายในได้แก่ 1.สถานศึกษาเท่านั้น 2. สถานศึกษาและเขตพื้นที่ 3. สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวง ศึกษาธิการ* 23. ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งแรกใน ๕ ปี* 2. สํานักงานรับรองมาตรฐานมีฐานะเป็นองค์กรมหาชน 3. การประเมินผลคํานึงถึงความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษา 4. เสนอผลประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน 24. หลักการจัดการศึกษาข้อใด ไม่สอดคล้องตามพรบ. 1. ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ 2. ครูต้องมีจิตสํานึกที่จะพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ* 3. ผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด 4. ต้องส่งเสริมผู้เรียนพัฒนาตามศักยภาพ 25. ข้อใดสําคัญที่สุดเกี่ยวกับหลักสูตร 1. พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลให้เหมาะสมกับวัยตามศักยภาพ* 2. สอดคล้องความต้องการชุมชน 3. คํานึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น 4. เหมาะสมกับความจริงก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี 26. พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตราใด 1. มาตรา ๔๓ 2. มาตรา ๘๑* 3. มาตรา ๒๘๙ 4. มาตรา ๓๓๖ 27. ต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายความว่าการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา 2. ผู้สอน หมายความว่าครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่างๆ 3. กระทรวง หมายความว่ากระทรวงการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมแห่งชาติ* 4. ครู หมายความว่าบุคลากรวิชาชีพซึ่งทําหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของ ผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน 28. ข้อใดไม่หลักการจัดการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ 1. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน 2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 4. การจัดการศึกษาสําหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์สังคม*
  • 27.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 29. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๒ไม่ได้กําหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน 2. มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน* 3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และสถานประกอบการ 30. การจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักอะไรบ้าง 1. มีเอกภาพด้านนโยบายและหลากหลายในการปฏิบัติ 2. มีการกระจายอํานาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา 3. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา 4. ถูกทั้ง ก ข และ ค* 31. “สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” หมายความว่า 1. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน* 2. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาตั้งแต่ ป.๑-ม.๖ 3. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาตั้งแต่อนุบาล-ม.๖ 4. ถูกทุกข้อ 32. “มาตรฐานการศึกษา” หมายความว่า 1. ข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการ ให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุก แห่ง 2. เป็นหลักในการเทียบเคียงสําหรับการส่งเสริมและกํากับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการ ประกันคุณภาพทางการศึกษา 3. ถูกทั้ง ก และ ข* 4. ไม่มีข้อถูก 33. “การประกันคุณภาพภายนอก” หมายความว่า 1. การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก 2. โดยสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาหรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่สํานักงาน ดังกล่าวรับรอง 3. เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 4. ถูกทุกข้อรวมกัน* 34. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามความมุ่งหมายของ พรบ. 1. ปลูกฝังจิตสํานึกการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหา กษัตริย์เป็นประมุข 2. รักษา และส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เคารพกฎหมาย 3. รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติ 4. กระจายการพัฒนาไปสู่ชนบทโดยการมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่น* 35. การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยอย่างไร 1. สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม 2. มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดํารงชีวิต 3. สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
  • 28.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 4. ถูกทุกข้อ* 36.ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสํานึกที่ถูกต้อง ข้อใดไม่ใช่ 1. การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กล้าแสดงออก มีสิทธิ เสรีภาพ ทางการเมือง * 2. รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ 3.มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยรู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริม ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล 4. ตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มี ความริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง 37. การจัดการศึกษาให้ยึดหลักในข้อใด 1. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน 2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 4. ถูกทุกข้อ * 38. ข้อใดไม่ถูกต้องในการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา 1. มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ 2. มีการกระจายอํานาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. มีการกําหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน * 4. การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น 39. การจัดการศึกษา ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปี 2. ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 3. การจัดการศึกษาสําหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูป แบบที่เหมาะสมโดยคํานึงถึง ความสามารถของบุคคลนั้น 4.ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและ สถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กําหนดในพระราชบัญญัติ * 40.การจัดการศึกษาสําหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแลหรือ ด้อยโอกาส ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ 2. ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 3. ให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอํานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กําหนดในกฎกระทรวง 4. ถูกทุกข้อ *
  • 29.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 41.บุคคล ครอบครัวชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ซึ่งสนับสนุนหรือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามควรแก่กรณี ข้อ ใดไม่ถูกต้อง 1. การสนับสนุนจากรัฐให้มีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบ 2. เงินอุดหนุนจากรัฐสําหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกําหนด 3. การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสําหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกําหนด 4. ถูกทุกข้อ * 42. การศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบท่านคิดว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร 1. การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กําหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผลซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสําเร็จการศึกษาที่แน่นอน 2. การศึกษานอกระบบเป็นการศึกษา ที่มีความยืดหยุ่นในการกําหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสําคัญของการสําเร็จการศึกษา 3. เนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละ กลุ่ม 4. ถูกทั้ง ก และ ข * 43. สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดได้ 1. การศึกษาตามอัธยาศัย 2. การศึกษาในระบบ 3. การศึกษานอกระบบ 4. รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบก็ได้ * 44. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเทียบผลการเรียน 1. ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกัน 2. ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างต่างรูปแบบได้ 3. ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม 4. การเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ ทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือ จากประสบการณ์การทํางาน ไม่สามารถดําเนินการได้ * 45. การศึกษาในระบบมีกี่ระดับ 1. สองระดับ * 2. สามระดับ 3. สี่ระดับ 4. ห้าระดับ 46. การศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย 1. การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปีก่อนระดับปริญญา 2. การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบห้าปีก่อนระดับปริญญา 3. การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปีก่อนระดับอุดมศึกษา * 4. การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบห้าปีก่อนระดับอุดมศึกษา
  • 30.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 47. การแบ่งระดับและประเภทของการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็นไปตามที่กําหนด 1. ในกฎกระทรวง * 2. ประกาศกระทรวง 3. พระราชบัญญัติ 4. พระราชกฤษฎีกา 48. ข้อใดไม่ใช่การศึกษาระดับอุดมศึกษา 1. ระดับต่ํากว่าปริญญา 2. ระดับปริญญา 3. อาชีวศึกษา * 4. ถูกทุกข้อ 49. ข้อใดไม่อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ 1. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่หก * 2. เข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก 3. สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ 4. ไม่มีข้อถูก 50. การจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐานให้จัดในสถานศึกษา ดังต่อไปนี้ ในข้อใดไม่ถูกต้อง ทั้งหมด 1.สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ของสถาบัน ศาสนา ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม ของเด็กพิการและเด็กซึ่งมีความต้องการพิเศษ หรือสถานพัฒนา เด็กปฐมวัยที่เรียกชื่ออย่างอื่น 2. โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนของรัฐ โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนที่สังกัดสถาบันพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่น 3.ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล ครอบครัวชุมชน องค์กร ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด 4. ทุกข้อถูกหมด * 51. การจัดการศึกษาของ กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ 1. อาจจัดการศึกษาเฉพาะทางตามความต้องการและความชํานาญของหน่วยงานนั้นได้ 2. โดยคํานึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ 3. ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง 4. ถูกทุกข้อ * 52. การจัดการศึกษาต้องยึดหลัก ในข้อใดไม่ใช่ 1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ 2. ถือว่าผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด 3. กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ 4. ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วม *
  • 31.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 53. ความรู้และทักษะด้านภาษา เน้นในด้านใด 1. การใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง * 2. การอ่านออกเขียนได้ 3. การนําไปใช้ในชีวิตประจําวัน 4. การสื่อสาร 54. การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการอย่างไร 1. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน โดยคํานึงถึงความ แตกต่างระหว่างบุคคล 2. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทําได้ คิดเป็น ทําเป็นรักการอ่านและ เกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง 3. จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และ บุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ 4. ถูกทุกข้อ * 55. สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจาก 1. พัฒนาการของผู้เรียน 2. ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน 3. การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน 4. ถูกทุกข้อ * 56. ใครมีหน้าที่กําหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 3. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน * 4. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 57.การจัดทําสาระของหลักสูตรแกนกลางในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของ หน่วยงานใด 1. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน * 2. เขตพื้นที่การศึกษา 3. สพฐ. 4. ทุกส่วนร่วมกัน 58. หลักสูตรการศึกษาระดับต่าง ๆ รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาสําหรับบุคคลต้องมีลักษณะอย่างไร 1. มีลักษณะหลากหลาย 2. ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ 3. มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ 4. ถูกทุกข้อ *
  • 32.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 59. สาระของหลักสูตรทั้งที่เป็นวิชาการ และวิชาชีพ ข้อใดถูกต้องที่สุด 1. ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุล ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความรับผิดชอบ ต่อสังคม * 2. ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความ รับผิดชอบต่อสังคม 3. มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ 4. ไม่มีข้อถูก 60. การจัดระเบียบบริหารราชการในกระทรวงให้มีองค์กรหลักที่เป็นคณะบุคคลในรูปสภาหรือในรูป คณะกรรมการจํานวนสี่องค์กร ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. สภาการศึกษา 2. สํานักงานปลัดกระทรวง * 3. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา 4. คณะกรรมการการอุดมศึกษา 61. การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ให้เสนอต่อผู้ใด 1. ครม. * 2. รมต.ศธ 3. นายก รมต. 4. รัฐสภา 62. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษาโดยคํานึงถึง ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. จํานวนสถานศึกษา 3. จํานวนครูและนักเรียน * 4. วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่นด้วย 63. มีอํานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดเขตพื้นที่การศึกษา 1. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของสภาการศึกษา * 3. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ ครม. 4. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ นายกรัฐมนตรี 64. ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาการกําหนดให้ สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ยึดอะไรเป็นสําคัญ 1. ระดับการศึกษา * 2. มติคณะกรรมการสถานศึกษา 3. จํานวนนักเรียน 4. จํานวนครู
  • 33.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 65. อํานาจในการกําหนดให้สถานศึกษาใดที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับ มัธยมศึกษาการกําหนดให้สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด 1. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน * 2. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของสภาการศึกษา 3. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ ครม. 4. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ นายกรัฐมนตรี 66. ในกรณีที่เขตพื้นที่การศึกษาไม่อาจบริหารและจัดการได้กระทรวงอาจจัดให้มีการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังต่อไปนี้เพื่อเสริมการบริหารและการจัดการของเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้ ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสําหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพ 2. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย 3. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสําหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ * 4. การจัดการศึกษาทางไกลและการจัดการศึกษาที่ให้บริการในหลายเขตพื้นที่การศึกษา 67. ในการดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าจะอยู่ในอํานาจ หน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษาใด 1. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน * 2. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของสภาการศึกษา 3. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ ครม. 4. รมต.ศธ. โดยคําแนะนําของ นายกรัฐมนตรี 68. ให้กระทรวงกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษาไปยังคณะกรรมการ และสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. วิชาการ 2. การบริหารงานการเงิน * 3. การบริหารงานบุคคล 4. การบริหารทั่วไป 69. หลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอํานาจดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กําหนดใน 1. ประกาศกระทรวง 2. ระเบียบกระทรวง 3. กฎกระทรวง * 4. ระเบียบ สพฐ. 70. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิจัดการศึกษา อย่างไร 1. เฉพาะระดับขั้นพื้นฐาน 2. ทุกระดับยกเว้นปริญญา 3. ในระดับใดระดับหนึ่งหรือทุกระดับตามความพร้อมความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่น * 4. ไม่มีข้อถูก
  • 34.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 71. การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใด 1.ครม. 2. กระทรวง * 3. สพฐ. 4. เขตพื้นที่การศึกษา 72. การบริหารและการจัดการศึกษาของเอกชน ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ให้มีความเป็นอิสระ โดยมีการกํากับติดตาม การประเมินคุณภาพและมาตร ฐานการศึกษาจากรัฐ 2. และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเช่นเดียวกับสถานศึกษาของรัฐ 3. เป็นนิติบุคคล และมีคณะกรรมการบริหารประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน ผู้รับใบอนุญาต ผู้แทน ผู้ปกครอง ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนครู ผู้แทนศิษย์เก่า และผู้ทรงคุณวุฒิ 4. จํานวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการ ดํารงตําแหน่ง และการพ้นจากตําแหน่ง ให้เป็นไปตามที่สถานศึกษานั้นกําหนด * 73. ให้สถานศึกษาของเอกชนที่จัดการศึกษาระดับปริญญาอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานใด 1. สภาการศึกษา 2. คณะกรรมการการอุดมศึกษา 3. สภาสถานศึกษา * 4. คณะกรรมการบริหาร 74. รัฐต้องให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาของเอกชนในด้านใดบ้าง 1. ด้านเงินอุดหนุน 2. การลดหย่อนหรือการยกเว้นภาษี และสิทธิประโยชน์อย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ในทางการศึกษาแก่ สถานศึกษาเอกชนตามความเหมาะสม 3. รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการให้สถานศึกษาเอกชนมีมาตรฐานและสามารถพึ่งตนเองได้ 4. ถูกทุกข้อ * 75. หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 1. หน่วยงานต้นสังกัด 2. สถานศึกษา 3. สมศ. 4. ข้อ ก และข้อ ข * 76. ข้อใดกล่าวถูกต้องในการจัดระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 1. ให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดําเนินการอย่าง ต่อเนื่อง 2. โดยมีการจัดทํารายงานประจําปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อ สาธารณชน 3. เพื่อนําไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก 4. ถูกทุกข้อ *
  • 35.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 77. สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษามีฐานะเป็นอะไร 1. องค์กรมหาชน 2. องค์กรเอกชน 3. องค์การมหาชน * 4. องค์การเอกชน 78. ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่ง ตามข้อใด 1. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกสามปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย 2. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกสี่ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย 3. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย * 4. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกหกปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย 79. ในกรณีที่ผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาใดไม่ได้ตามมาตรฐานที่กําหนด 1. ให้สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจัดทําข้อเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไขต่อ สถานศึกษา 2. ให้สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจัดทําข้อเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไขต่อ หน่วยงานต้นสังกัด * 3. ให้สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจัดทําข้อเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไขต่อ สพฐ. 4. ให้สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจัดทําข้อเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไขต่อ กระทรวง 80. สถานศึกษาสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหากมิได้ดําเนินการตามข้อเสนอแนะ ให้สํานักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษารายงานต่อหน่วยงานใด 1. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 3. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน* 4. กระทรวงศึกษา 81. ให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ทั้งของรัฐและเอกชนต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกําหนด ยกเว้นข้อใด 1. บุคลากรทางการศึกษาที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย 2. ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษาและวิทยากรพิเศษทางการศึกษา 3. คณาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา 4. ถูกทุกข้อ * 82. ข้อใดเป็นอํานาจของสถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล 1. มีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา ทั้งที่เป็น ที่ราชพัสดุ ตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ และที่เป็นทรัพย์สินอื่น 2. รวมทั้งจัดหารายได้จากับริการของสถานศึกษาและเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ไม่ขัดหรือแย้งกับนโยบาย วัตถุประสงค์ และภารกิจหลักของสถานศึกษา 3. บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือโดยการซื้อหรือ แลกเปลี่ยนจากรายได้ของสถานศึกษา ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสถานศึกษา 4. ถูกทุกข้อ *
  • 36.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 83. รายได้และผลประโยชน์ของสถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลที่ต้องนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน 1. ผลประโยชน์ที่เกิดจากที่ราชพัสดุ 2. เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา 3. ค่าขายแบบเสนอราคาในการยื่นซองเสนอราคาที่ดําเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ * 4. เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาการซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทําของที่ดําเนินการโดยใช้เงินงบประมาณไม่เป็น รายได้ที่ต้องนําส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ 84. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อใด 1. ๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ 2. ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ 3. ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๒ 4. ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๒** 85. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการกําจัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคลซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดแผนการศึกษาแห่งชาติ 1. มาตรา ๒๙ และ ๕๐ แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐** 2. มาตรที่ ๕๐ และ ๘๑ แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ 3. มาตราที่ ๘๑ และ ๘๒ แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ 4. ไม่มีข้อถูก 86. “การศึกษา” หมายถึง ข้อใด 1. กระบวนการเรียนรู้ 2. กระบวนการจัดการเรียนการสอน 3. กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและครอบครัว** 4. กระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและครอบครัว 87. การศึกษาขั้นพื้นฐานหมายความว่า 1. การศึกษาระดับก่อนระดับอุดมศึกษา** 2. การศึกษาระดับก่อนอาชีวศึกษา 3. การศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษา 4. การศึกษาระดับต่ํากว่าปริญญาตรี 88. ในข้อใดที่กล่าวถึง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ได้ถูกต้องที่สุด 1. กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา* 2. แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ 3. การปรับปรุงกฎหมายการศึกษาที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 4. การปฏิรูปการศึกษาครั้งที่สําคัญที่สุด 89. วัตถุประสงค์ของการจัดทํา พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ 1. พัฒนาการศึกษาของไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ 2. ปฏิรูปการศึกษาของไทยให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม 3. พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ** 4. พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนการสอนของครู
  • 37.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 90. พรบ.การศึกษาแห่งชาติสอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด 1. แผนการศึกษาแห่งชาติ** 2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 3. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ 4. แผนพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 91. ข้อใด ไม่สอดคล้องกับคําว่าการศึกษา 1. การฝึกอบรม 2. การพัฒนา** 3. การสืบสานทางวัฒนธรรม 4. การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ 92. ข้อใดมิใช่สถานศึกษา 1. โรงเรียน 2. วิทยาลัย 3. มหาวิทยาลัย 4. ศูนย์วิชาการ** 93. ข้อใดไม่ถูต้อง ตาม พรบ.การศึกษา๔๒ 1. สถานศึกษาขั้นพื้นฐานหมายถึงสถานศึกษาที่จัดการศึกษาต่ํากว่าอุดมศึกษา** 2. ผู้สอนหมายถึงครูและคณาจารย์ในระดับต่างๆ 3. ครูหมายถึง บุคลากรวิชาชีพซึ่งที่หน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยวิธีต่างๆในสถานศึกษาทั้งของรัฐและของเอกชน 4. คณาจารย์ หมายถึงบุคลากรที่ทําหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ระดับปริญญาของรัฐและเอกชน 94. การประเมินผลโดยบุคคลใดมิใช่การ “ประกันคุณภาพภายใน” 1. ประธานคณะกรรมการศึกษา** 2. ผู้บริหารสถานศึกษา 3. ศึกษานิเทศก์ 4. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 95. ข้อใดต่างไปจากพวก 1. ครู 2. คณาจารย์ 3. ผู้บริหารสถานศึกษา 4. ผู้บริหารการศึกษา** 96. ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาคือข้อใด 1. พัฒนาการศึกษาของไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ 2. ปฏิรูปการศึกษาของไทยให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม 3. พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้ง สติปัญญา ร่างกายและจิตใจ** 4. พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนการสอนของครู
  • 38.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 97. การจัดการศึกษาให้ยึดหลักดังนี้ข้อใดไม่ใช่ 1. เป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน 2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 4. กระจายอํานาจการจัดการศึกษาให้ท้องถิ่น** 98. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ ตามความมุ่งหมายของ พรบ. 1. ปลูกฝังจิตสํานึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข 2. รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ 3. มีความภูมิใจในความเป็นไทยรู้จักรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมและของประเทศชาติ 4. มีการส่งเสริมการพัฒนาของท้องถิ่น ภูมิปัญญาของท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและความรู้อันเป็นสากล** 99. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษา 1. มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ 2. มีการกระจายอํานาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. มีการกําหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบการประกันภายในและภายนอกทุกระดับและทุกประเภท การศึกษา** 4. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆมาใช้ในการจัดการศึกษา 100. คําว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลายการปฏิบัติ” มีความหมายว่าอย่างไร 1. มีนโยบายเดียวกัน แต่การปฏิบัติมีหลายรูปแบบ 2. กระทรวงกําหนดนโยบาย ให้หน่วยงานในสังกัดแปลงนโยบายไปปฏิบัติด้วยตนเอง 3. ส่วนกลางกําหนดนโยบาย ส่วนภูมิภาคกําหนดแนวปฏิบัติ 4. ถูกทุกข้อ**
  • 39.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบพรบ.การศึกษาแห่งชาติ ชุดที่๒ 1. การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลาเท่าใด 1. สิบสองปี 2. ไม่น้อยกว่าสิบสองปี** 3. เก้าปี 4. ไม่น้อยกว่าเก้าปี 2. รัฐต้องจัดการศึกษาในลักษณะใดที่ต้องจัดให้เป็นพิเศษ ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ผู้ที่มีความบกพร่องจิตใจ 2. ผู้ที่มีความสามารถเป็นพิเศษ 3. บุตรข้าราชการ** 4. ผู้ที่ไม่มีผู้ดูแลหรือผู้ด้อยโอกาส 3. การจัดการศึกษาสําหรับคนพิการรัฐต้องจัดให้ตั้งแต่เมื่อใด 1. ตั้งแต่แรกเกิด 2. ตั้งแต่พบความพิการ 3. ตั้งแต่เข้าสู่เกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ 4. ข้อ ก และข้อ ข ถูก** 4. การจัดการศึกษาสําหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษจะต้องคํานึงถึงข้อใด 1. อายุ 2. ความพร้อม 3. ความสามารถ 4. ความต้องการ** 5. ข้อใดไม่มีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. รัฐ** 2. เอกชน 3. โรงเรียน 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6. บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ ในการจัดการศึกษา คือข้อใด 1. การสนับสนุนจากรัฐ ให้มีความรู้ความสามารถ ในการอบรมเลี้ยงดูและการให้การศึกษาแก่บุตรหรืบุคคลที่ อยู่ในความดูแล 2. เงินอุดหนุนจากรัฐ ตามที่กฎหมายกําหนด 3. การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีตามที่กฎหมายกําหนด 4. ถูกหมดทุกข้อ** 7. ข้อแตกต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆ 1. ระยะเวลาที่จัดการศึกษา 2. สถานที่จัดการศึกษา 3. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา 4. จุดหมาย วิธีการ หลัดสูตร ระยะเวลา**
  • 40.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 8. ข้อใดไม่ถูกต้อง 1.การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กําหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดผลและประเมินผลซึ่งเป็นเงื่อนไขของความ สําเร็จของการศึกษาไว้แน่นอน 2.การศึกษานอกระบบเป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกําหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความ ต้องการของแต่ละกลุ่ม 3.การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจตามศักยภาพ ความ พร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งต่างๆ 4. ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียน จากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม** 9. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย 1. สถานศึกษาต้องจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย** 2. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส 3. จัดการเรียนรู้ได้ทุกสถานที่ และทุกเวลาตามความเหมาะสม 4. ธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมอื่นเป็นแหล่งเรียนรู้ 10. ข้อใดมิใช่สถานศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. โรงเรียน 2. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3. ศูนย์พัฒนาชุมชน * 4. ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ 11. การศึกษาในระบบมีกี่ระดับ อะไรบ้าง 1. ๒ ระดับ คือ ประถมและมัธยม 2. ๒ ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา** 3. ๓ ระดับ คือ ขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษาและระดับอุดมศึกษา 4. ๓ ระดับ คือ ขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษาและระดับปริญญาตรีขึ้นไป 12. การแบ่งระดับหรือการเทียบระดับการศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมายใด 1. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ 2. กฎกระทรวงศึกษาธิการ** 3. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ(ฉบับที่๒) 4. แผนการศึกษาแห่งชาติ 13. ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ให้มีการศึกษาภาคบังคับเก้าปี 2. ให้เด็กที่มีอายุเจ็ดปีบริบูรณ์เข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน** 3. เด็กที่พ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับเมื่ออายุย่างเข้าปีที่สิบหกหรือสอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ 4. การศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปีก่อนระดับอุดมศึกษา
  • 41.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 14. หน่วยงานใดสามารจัดการศึกษาเฉพาะทางได้ 1.กระทรวง ทบวง กรม 2. รัฐวิสาหกิจ 3. องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น 4. ถูกทุกข้อ** 15. การจัดการศึกษาต้องยึดหลักการใด 1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ 2. ให้ถือว่าผู้เรียนสําคัญที่สุด 3. กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ 4. ถูกทุกข้อ** 16. ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านกระจายอํานาจให้เขตพื้นที่และสถานศึกษา 1. ด้านวิชาการ 2. งบประมาณ 3. หลักสูตรการสอน** 4. การบริหารทั่วไป 17. การจัดการศึกษาในระดับใดที่ต้องเนินความสําคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ 1. ในระบบ 2. นอกระบบ 3. ตามอัธยาศัย 4. ถูกทุกข้อ** 18. การบูรณาการกระบวนการเรียนรู้ตามความเหมาะสมของแต่ระดับการศึกษาในเรื่องใดที่ต้องเน้น ตาม พรบ. 1. ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง 2. ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์ 3. ความรู้ด้านศาสนา 4. การใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง** 19. การจัดกระบวนการเรียนรู้กําหนดให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนิน การข้อใดไม่ถูกต้อง 1. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของผู้เรียนโดยคํานึงถึงความ แตกต่างระหว่างบุคคล** 2. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้ทําได้ คิดเป็นทําเป็น รักการอ่านและเกิด การใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง 3. จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานความรู้ด้านต่างๆ ได้อย่างสัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา 4. จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาสถานที่ มีการประสานร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครองและบุคคลใน ชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
  • 42.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 20. ใครเป็นผู้กําหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1.กระทรวงศึกษาธิการ 2. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 3. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน** 4. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 21. ข้อใดมิใช่วัตถุประสงค์ของการกําหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. เพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองดีของชาติ 2. เพื่อการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพ 3. เพื่อการศึกษาต่อ 4. ทุกข้อ เป็นวัตถุประสงค์ทั้งหมด** 22. ข้อใดคือข้อแตกต่างที่หลักสูตรในระดับอุดมศึกษาแตกต่างจากระดับอื่น 1. มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ 2. มุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุล ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงามและความรับผิดชอบต่อ สังคม 3. ต้องมีความหลากหลายทั้งที่เป็นวิชาการและวิชาชีพ 4. มุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนา สังคม** 23. ข้อใดสําคัญที่สุดเกี่ยวกับหลักสูตร 1. พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลให้เหมาะสมกับวัยตามศักยภาพ** 2. สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน 3. คํานึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น 4. เหมาะสมกับความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 24. หลักการจัดการศึกษาข้อใดไม่สอดคล้องตาม พรบ. 1. ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ 2. ครูมีจิตรสํานึกที่จะพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ** 3. ผู้เรียนสําคัญที่สุด 4. ต้องส่งเสริมผู้เรียนพัฒนาตามศักยภาพ 25. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตราใด 1. มาตร ๔๓ 2. มาตรา ๘๑** 3. มาตรา ๒๐๐ 4. มาตรา ๒๐๑ 26. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์จัดการศึกษาในระดับใด 1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. การศึกษาอุดมศึกษา 3. การศึกนอกโรงเรียน 4. ทุกระดับ**
  • 43.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 27. ข้อใดเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1.พิจารฯเสนอนโยบาย แผนและมาตรการศึกษาของชาติ 2. พิจารณาเสนอนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน** 3. พิจารณาเสนอนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานการอุดมศึกษา 4. พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานการศึกษาของชาติ 28. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันคุณภาพภายในโรงเรียน ได้แก่ข้อใด 1. สถานศึกษา 2. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพื้นฐาน 4. ถูกทุกข้อ** 29. ข้อใดมิใช่หลักคํานึงในการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา 1. ปริมาณสถานศึกษา 2. จํานวนประชากร 3. จํานวนครู** 4. ถูกทุกข้อ 30. ข้อใดมิใช่กรรมการสถานศึกษา 1. ผู้แทนครู 2. ผู้แทนองค์กรชุมชน 3. ผู้แทนองค์กรเอกชน** 4. ผู้ทรงคุณวุฒิ 31. ข้อใดไม่เป็นนิติบุคคล 1. สถานศึกษาในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. สถานศึกษาในสังกัดสํานักนักคณะกรรมการอุดมศึกษา 3. สถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น** 4. สถานศึกษาเอกชน 32. ข้อใดมิใช่หลักการจัดการศึกษา ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒ 1. เป็นการศึกษาตลอกชีวิตสําหรับประชาชน 2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 4. กระบวนการจัดการศึกษาต้องจัดให้ทุกคน** 33. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ไม่ได้กําหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน 2. มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน 3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. องค์กรวิชาชีพ**
  • 44.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 34. ข้อใดไม่ใช่ระดับของการจัดการศึกษาในระบบ 1.การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. การศึกษาปฐมวัย 3. การศึกษาระดับอุดมศึกษา 4. ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข** 35. แนวการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ยึดหลักตามข้อใด 1. ผู้เรียนมาความสามารถเท่ากัน 2. ถือว่าผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด** 3. หลักสูตรมีความสําคัญที่สุด 4. กระบวนการเรียนการสอนสําคัญที่สุด 36. จุดเน้นของการจัดการศึกษาตามแนวการจัดการศึกษาคือข้อใด 1. ความรู้คู่คุณธรรม 2. ความรู้ คุณธรรมและกระบวนการเรียนรู้ 3. ความรู้ กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการ 4. ความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสม** 37. ใครเป็นผู้จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 1. หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา** 2. เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 3. หน่วยงานอิสระและสถานศึกษา 4. องค์กรมหาชนและสถานศึกษา 38. ใครเป็นผู้ประเมินภายนอก 1. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 3. สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมนคุณภาพการศึกษา** 4. สํานักงานประกันคุณภาพการศึกษา 39. หน่วยงานใดเป็นองค์กรมหาชน 1. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 3. สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมนคุณภาพการศึกษา** 4. สํานักงานประกันคุณภาพการศึกษา 40. ระยะเวลาในการประเมินภายนอกของสถานศึกษาคือข้อใด 1. หนึ่งครั้งในทุกห้าปี 2. สองครั้งในทุกห้าปี 3. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกสี่ปี 4. อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปี**
  • 45.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 41. ใครเป็นผู้ส่งเสริมให้มีระบบกระบวนผลิต การพัฒนาครู คณาจารย์ 1. กระทรวงศึกษาธิการ** 2. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. มหาวิทยาลัยราชภัฏ 4. สภาวิชาชีพครู 42. องค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นองค์กรอิสระอยู่ภายใต้การบริหารของ หน่วยงานใด 1. กระทรวงศึกษาธิการ 2. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. องค์กรเอกชน 4. สภาวิชาชีพ** 43. องค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นองค์กรอิสระอยู่ภายใต้การกํากับของ หน่วยงานใด 1. กระทรวงศึกษาธิการ** 2. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. องค์กรเอกชน 4. สภาวิชาชีพ 44. เงินรายได้ของสถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ในข้อใดที่ไม่ต้องนําส่งคลัง 1. ผลประโยชน์ที่เกิดจากที่ราชพัสดุ 2. เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษาต่อ 3. เบี้ยปรับที่เกิดจากสัญญาซื้อหรือจ้าง 4. ถูกทุกข้อ** 45. ข้อใดถูกต้องในการที่รัฐต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดการศึกษา 1. จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลสําหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดโดยรัฐและเอกชนให้เท่า เทียมกัน 2. จัดทุนการศึกษาในรูปของกองทุนกู้ยืมให้แก่ผู้เรียนที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย 3. จัดสรรกองทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ําให้สถานศึกษาเอกชน เพื่อให้พึ่งตนเองได้ 4. ถูกทุกข้อ** 46. ตามพระราชบัญญัตินี้กําหนดให้กระจายอํานาจในด้านใดบ้าง 1. บริหารบุคคล งบประมาณ วิชาการ บริหารทั่วไป** 2. บริหารบุคคล การเงิน งบประมาณ วิชาการ 3. บริหารบุคคล บริหารทั่วไป การเงิน วิชาการ 4. การเงิน งบประมาณ วิชาการ บริหารทั่วไป 47. การให้มีใบประกอบวิชาชีพ ไม่ใช้สําหรับข้อใด 1. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตฯ 2. เลขาธิการ สพฐ.** 3. รองผู้อํานวยการสํานักงานเขตฯ 4. ศึกษานิเทศก์
  • 46.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 48. การบริจาคที่ดินให้แก่สถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาที่ดินนั้นจะมีสภาพเป็นอะไร 1. ที่ราชพัสดุ 2. เป็นทรัพย์ของสถานศึกษา** 3. เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน 4. ไม่มีข้อใดถูก 49. หัวข้อใดที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐กําหนดไว้เกี่ยวกับการจัดการศึกษา 1. รัฐต้องจัดการศึกษาอบรม และสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม จัดให้มี กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ 2. ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม 3. การจัดการศึกษาของรัฐให้คํานึงถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองท้องถิ่นและเอกชน 4. ถูกทุกข้อ * 50. ข้อใดมิใช่เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ 1. การจัดตั้งกระทรวงวัฒนธรรม 2. ปรับปรุงการบริหารและจัดการศึกษาของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3. การกําหนดให้มีคณะกรรมการอาชีวศึกษา 4. การกําหนดให้มีคณะกรรมการการศึกษาตามอัธยาศัย** 51. การจัดระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) ๒๕๔๕ ประกอบด้วยสี่องค์กรหลัก ที่เป็นคณะบุคคล ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา 3. คณะกรรมการการอุดมศึกษา 4. คณะกรรมการการศึกษาเอกชน** 52. พรบ. การศึกษาแห่งชาติ เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตราใด 1. มาตรา ๔๓ 2. มาตรา ๘๑* 3. มาตรา ๒๘๙ 4. มาตรา ๓๓๖ 53. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดการศึกษา ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 1. การศึกษาในระบบการเรียนรู้* 2. การศึกษาตามอัธยาศัย 3. การศึกษานอกระบบ 4. การศึกษาในระบบ
  • 47.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 54. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องตามพรบ.การศึกษาแห่งชาติ 1. ให้มีการศึกษาภาคบังคับ ๙ ปี 2. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการจัดการศึกษาซึ่งไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี 3. การศึกษาภาคบังคับ ๙ ปี และการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒ ปี จะต้องดําเนินภายในปี ๒๕๔๕ เป็นอย่าง ช้า* 4. การศึกษาระดับอุดมศึกษามีสองระดับ คือระดับต่ํากว่าปริญญา และระดับปริญญา 55. จุดเน้นของการจัดการศึกษาตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ คือข้อใด 1. ความรู้คู่คุณธรรม* 2. ความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้ 3. ความรู้กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการ 4. ความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสม 56. ตามพรบ. การศึกษาแห่งชาติ กําหนดให้กระทรวงกระจายอํานาจในด้านใดบ้าง 1. บริหารบุคคล งบประมาณ บริหารจัดการและบริหารทั่วไป 2. วิชาการ บริหารบุคคล งบประมาณ และการมีส่วนร่วม 3. วิชาการ งบประมาณ บริหารบุคคล และการบริหารทั่วไป* 4. งบประมาณ บริหารบุคคล การมีส่วนร่วม และการบริหารทั่วไป 57. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด 1. กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา* 2. แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ 3. การปรับปรุงการศึกษาสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 4. การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของไทย 58. ข้อใดไม่ใช่หลักการ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 1. เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อปวงชน* 2. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน 3. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 4. พัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 59. จุดที่ต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ที่สําคัญ คือข้อใด 1. ระยะเวลา ที่จัดการศึกษา 2. สถานศึกษาที่จัดการศึกษา 3. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา 4. จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร* 60. จุดมุ่งหมายสําคัญของการให้สถานศึกษาร่วมกับชุมชน ครอบครัว ท้องถิ่น ร่วมพัฒนาการศึกษาตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติ คือข้อใด 1. ส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชน 2. ชุมชนมีการแสวงหาความรู้ภายในชุมชน 3. พัฒนาชุมชนตามสภาพปัญหาความต้องการ 4. ชุมชนมีส่วนร่วมจัดการศึกษา*
  • 48.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 61. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตามพรบ.การศึกษาแห่งชาติ มีหน้าที่ เกี่ยวข้องกับข้อใดน้อยที่สุด 1. จัดการศึกษาระดับต่ํากว่าอุดมศึกษา* 2. เสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานและหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ต่ํากว่าอุดมศึกษา 3. สนับสนุนทรัพยากร การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. ติดตามตรวจสอบ และประเมินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 62. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามบทบัญญัติใน รธน. ๒๕๔๐ มาตราใด 1. ๒๙ 2. ๔๐ 3. ๕๐ 4. ๘๑* 63. พรบ. การศึกษาแห่งชาติถือว่าเป็น 1. กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา* 2. แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ 3. การปรับปรุงการศึกษาสอดคล้องรัฐธรรมนูญ 4. การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของไทย 64. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ มีผลบังคับใช้แล้วกี่ปี 1. ๗ ปี 2. ๘ ปี* 3. ๙ ปี 4. ๑๐ ปี 65. วัตถุประสงค์ของการจัดทํา พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 1. ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม* 2. ปฏิรูปการศึกษาของไทย 3. พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายจิตใจ 4. พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 66. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด 1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ 2. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ 3. แผนการศึกษาแห่งชาติ* 4. แผนปฏิบัติการศึกษา 67. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่สอดคล้องคําว่าการศึกษา 1. การถ่ายทอดความรู้ 2. การฝึกอบรม 3. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์* 4. การสืบสานทางวัฒนธรรม
  • 49.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 68. ข้อใดให้ความหมายไม่ตรงกับพรบ.การศึกษาแห่งชาติ 1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา 2. สถานศึกษาคือสถานที่จัดการสอนตั้งแต่ก่อนประถมถึงระดับก่อนอุดมศึกษา* 3. มาตรฐานการศึกษาเป็นข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์ และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิด ในสถานศึกษาทุกแห่ง 4. กระทรวง หมายความว่ากระทรวงศึกษาธิการ 69. กลุ่มใดที่อยู่ต่างสังกัด 1. ครู 2. คณาจารย์* 3. ผู้บริหารสถานศึกษา 4. ผู้บริหารการศึกษา 70. ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ คือ 1. ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม 2. ปฏิรูปการศึกษาของไทย 3. พัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจ* 4. พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 71. ข้อใดไม่ใช่หลักการตามพรบ.การศึกษาแห่งชาติ 1. เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อปวงชน* 2. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน 3. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 4. พัฒนา สาระ และกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 72. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามความมุ่งหมายของ พรบ. การศึกษาแห่งชาติ 1. ปลูกฝังจิตสํานึกการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 2. รักษา และส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เคารพกฎหมาย 3. รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติ 4. กระจายการพัฒนาไปสู่ชนบทโดยการมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่น* 73. ข้อใดไม่สอดคล้องการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการการจัดการศึกษา 1. กระจายอํานาจสู่สถานศึกษาทั้งหมด* 2. กําหนดมาตรฐานการศึกษา จัดระบบประกันคุณภาพ 3. มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา 4. รวมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาไว้ในการจัดการศึกษา 74. คําว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลายการปฏิบัติ” สอดคล้องกับข้อใด 1. ส่วนกลางกําหนดนโยบาย ส่วนภูมิภาคกําหนดแนวทางปฏิบัติ 2. กระทรวงกําหนดนโยบายมาตรฐานสนับสนุนเขตพื้นที่และสถานศึกษาบริหารจัดการด้วยตนเอง 3. มีนโยบายเดียวกัน แต่การปฏิบัติหลากหลายวิธี 4. ถูกทุกข้อ*
  • 50.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 75. ต่อไปนี้นี้ข้อใดไม่มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. วัด 2. เอกชน 3. องค์กรปกครองท้องถิ่น 4. มูลนิธิ* 76. ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ บิดามารดา ผู้ปกครอง พึงได้รับในการจัดการศึกษา 1. การสนับสนุนจากรัฐ ให้ความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู 2. การยกเงินภาษีสําหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา* 3. เงินอุดหนุนจากรัฐสําหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล 4. การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในการดูแล 77. จุดที่ต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆ คือข้อใด 1. ระยะเวลาที่จัดการศึกษา 2. สถานที่จัดการศึกษา 3. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา 4. จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร* 78. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย 1. สถานศึกษา ต้องจัดการศึกษา ทั้งในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัย* 2. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจศักยภาพ ความพร้อม โอกาส 3. จัดการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา 4. ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ 79. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ สถานศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. โรงเรียน 2. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3. ศูนย์พัฒนาชุมชน* 4. ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ สถาบันศาสนา 80. ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านการกระจายอํานาจให้เขตพื้นที่และสถานศึกษา 1. ด้านวิชาการ 2. งบประมาณ 3. หลักสูตรการสอน* 4. การบริหารทั่วไป 81. ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่กรรมการโรงเรียน 1. ผู้แทนครู 2. ผู้แทนองค์กรเอกชน* 3. ผู้แทนศิษย์เก่า 4. ผู้แทนคุณวุฒิ
  • 51.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 82. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์จัดการศึกษาระดับใด 1.การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. การศึกษาอุดมศึกษา 3. การศึกษานอกโรงเรียน 4. ทุกระดับ* 83. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันคุณภาพภายในได้แก่ 1. สถานศึกษาเท่านั้น 2. สถานศึกษาและเขตพื้นที่ 3. สถานศึกษา เขตพื้นที่ คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. สถานศึกษาเขตพื้นที่ คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ* 84. ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งแรกใน ๕ ปี* 2. สํานักงานรับรองมาตรฐานมีฐานะเป็นองค์กรมหาชน 3. การประเมินผลคํานึงถึงความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษา 4. เสนอผลประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน 85. หลักการจัดการศึกษาข้อใด ไม่สอดคล้องตามพรบ. การศึกษาแห่งชาติ 1. ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ 2. ครูต้องมีจิตสํานึกที่จะพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ* 3. ผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด 4. ต้องส่งเสริมผู้เรียนพัฒนาตามศักยภาพ 86. ข้อใดสําคัญที่สุดเกี่ยวกับหลักสูตรสถานศึกษา 1. พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลให้เหมาะสมกับวัยตามศักยภาพ* 2. สอดคล้องความต้องการชุมชน 3. คํานึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น 4. เหมาะสมกับความจริงก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี 87. อบต.มีสิทธิ์จัดการศึกษาตาม พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ กล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตราใด 1. มาตรา ๔๓ 2. มาตรา ๘๑ 3. มาตรา ๒๘๙* 4. มาตรา ๓๓๖ 88. ต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายความว่าการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา 2. ผู้สอน หมายความว่าครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่างๆ 3. กระทรวง หมายความว่ากระทรวงการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมแห่งชาติ* 4. ครู หมายความว่าบุคลากรวิชาชีพซึ่งทําหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของ ผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
  • 52.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 89. ข้อใดไม่หลักการจัดการศึกษาตามพ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ 1. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน 2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 4. การจัดการศึกษาสําหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์สังคม* 90. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติไม่ได้กําหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน 2. มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน* 3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และสถานประกอบการ 91. การจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักอะไรบ้าง 1. มีเอกภาพด้านนโยบายและหลากหลายในการปฏิบัติ 2. มีการกระจายอํานาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา 3. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา 4. ถูกทั้ง ก ข และ ค* 92. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดการศึกษา ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 1. การศึกษาในระบบการเรียนรู้* 2. การศึกษาตามอัธยาศัย 3. การศึกษานอกระบบ 4. การศึกษาในระบบ 93. ข้อใดไม่ใช่ระดับของการจัดการศึกษาในระบบ 1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. การศึกษาปฐมวัยศึกษา* 3. การศึกษาระดับอุดมศึกษา 4. ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ค 94. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ 1. ให้มีการจัดการศึกษาภาคบังคับเก้าปี 2. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการจัดการศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปี 3. จะจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา สถานศึกษาจะต้องมีความพร้อม และไม่อนุญาตให้สถาบันทางศาสนาจัด* 4. การศึกษาระดับอุดมศึกษามีสองระดับ คือระดับต่ํากว่าปริญญา และระดับปริญญา 95. แนวการจัดการการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลักตามข้อใด 1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเท่ากัน 2. ถือว่าผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด* 3. หลักสูตรมีความสําคัญที่สุด 4. กระบวนการเรียนการสอนสําคัญที่สุด
  • 53.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 96. จุดเน้นของการจัดการศึกษาตามแนวการจัดการศึกษาตามพรบ. การศึกษาแห่งชาติ คือข้อใด 1. ความรู้คู่คุณธรรม 2. ความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้ 3. ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการ 4. ความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสม* 97. ใครเป็นผู้กําหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. กระทรวงศึกษาธิการ ศาสนา และวัฒนธรรม 2. สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมแห่งชาติ 3. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน* 4. คณะกรรมการจัดทําหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน 98. องค์กรหลักในกระทรวงศึกษาธิการ มีกี่องค์กร 1. ๒ องค์กร 2. ๓ องค์กร 3. ๔ องค์กร 4. ๕ องค์กร* 99. การแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้คํานึงถึงเรื่องใดเป็นหลัก 1. ปริมาณสถานศึกษา และความเหมาะสมด้านอื่น 2. จํานวนประชากร และความเหมาะสมด้านอื่น 3. ปริมาณสถานศึกษา และจํานวนประชากร 4. ปริมาณสถานศึกษา จํานวนประชากร และความเหมาะสมด้านอื่น* 100. ตามพระราชบัญญัตินี้กําหนดให้กระทรวงกระจายอํานาจ ในด้านใดบ้าง 1. บริหารบุคคล งบประมาณ บริหารจัดการและบริหารทั่วไป 2. วิชาการ บริหารบุคคล งบประมาณและการมีส่วนร่วม 3. วิชาการ งบประมาณ บริหารบุคคลและการบริหารทั่วไป* 4. งบประมาณ บริหารบุคคล การมีส่วนร่วมและการบริหารทั่วไป
  • 54.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 1. ข้อใดคือองค์กรเกี่ยวกับวิชาชีพครู ก.คุรุสภา.* ข. ก.ค.ศ. ค. อ.ก.ค.ศ. ง. ถูกทุกข้อ 2. คุรุสภามีฐานะตามข้อใด ก. เป็นองค์กรวิชาชีพครู ข. เป็นนิติบุคคล.* ค. เป็นองค์กรในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ ง. ถูกทุกข้อ 3. หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุมและรักษามาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ก. คุรุสภา.* ข. สก.สค. ค. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา ง. สํานักงานเลขาธิการ สก.สค. 4. สํานักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สก.สค.) เป็นหน่วยงานที่อยู่ ภายใต้การบริหารตามข้อใด ก. คุรุสภา ข. รมต. ค. กระทรวงศึกษาธิการ ง. คณะกรรมการ สก.สค..* 5. มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการสวัสดิภาพและส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา ของ กระทรวงศึกษาธิการ ก. คุรุสภา ข. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา ค. คณะกรรมการ สก.สค..* ง. สํานักงานคณะกรรมการ สก.สค. 6. ใคร คือประธานคุรุสภา ก. นายก รมต. ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. ผู้ทรงคุณวุฒิ.* 7. ข้อใด ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของคุรุสภา ก. ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ข. กําหนดนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ ค. วิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ ง. ออกข้อบังคับคุรุสภา.*
  • 55.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 8. ใครเป็นกรรมการและเลขานุการคุรุสภา ก. ศ.เสริมศักดิ์ วิสาลาภรณ์ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. เลขาธิการคุรุสภา ง. ไม่มีข้อถูก.* 9. ใคร ไม่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.* ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ. ง. เลขาธิการคุรุสภา 10. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีจํานวนกี่คน ก. ๓๙ คน ข. ๓๒ คน ค. ๒๖ คน ง. ๑๗ คน.* 11. พิจารณาพักใช้ใบประกอบวิชาชีพครู ก. คุรุสภา ข. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ.* ง. สํานักงานเลขาธิการคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ 12. ใคร คือผู้ดูแลทะเบียนผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพ ก. คุรุสภา ข. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา ค. เลขาธิการคุรุสภา.* ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ 13. ข้อใดต่อไปนี้ เป็นวิชาชีพควบคุม ก. วิชาชีพครู ข. วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ค. วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ง. ถูกทุกข้อ.* 14. ใคร ไม่จําเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก. รองผู้อํานวยการสถานศึกษา ข. ครูอัตราจ้างรายเดือนในสถานศึกษา ค. ข้าราชการตาม ม.๓๘ ค(๒) ในสํานักงานเขตฯ.* ง. ศึกษานิเทศก์
  • 56.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 15. ขาดคุณสมบัติไม่สามารถขอขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพครูได้ ก.มีอายุย่างเข้าปีที่ยี่สิบ ข. มีวุฒิปริญญาตรีนิติศาสตร์ ค. เคยถูกจําคุก ๒ ปีฐานทารุณกรรมเด็ก ง. ถูกทุกข้อ.* 16. อายุของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบริหารสถานศึกษา ก. ชั่วคราว ๓ ปี ข. ชั่วคราว ๕ ปี ค. ๕ ปี.* ง. ตลอดชีพ 17. หากถูกลงโทษเพราะประพฤติผิดมาตรฐานวิชาชีพ ก. ถูกพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ ข. ถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ ค. ไม่สามารถสอนนักเรียนได้.* ง. ถูกออกจากระบบราชการ 18. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการจัดอยู่ในมาตรฐานวิชาชีพข้อใด ก. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์ ข. มาตรฐานการปฏิบัติงาน ค. มาตรฐานการปฏิบัติตน.* ง. ทุกมาตรฐานข้างต้น 19. ผู้บริหารที่รู้อยู่แล้วว่ารับครูอัตราจ้างที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพมาสอนจะมีความผิดตามข้อใด ก. ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ ข. ถูกจําคุกไม่เกิน ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๒ หมื่นบาท ค. ถูกจําคุกไม่เกิน ๓ ปี.* ง. ไม่มีความผิดเพราะครูอัตราจ้างไม่มีข้อห้าม 20. คณะกรรมการที่ประธานกรรมการโดยตําแหน่ง ก. คุรุสภา ข. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ค. คณะกรรมการ สก.สค..* ง. เฉพาะข้อ ข และ ค 21. ผู้ที่มีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต้องมีอายุกี่ปีเป็นอย่างน้อย ก. ๑๘ ปีบริบูรณ์ ข. ๒๐ ปี ค. ๒๐ ปีบริบูรณ์.* ง. ไม่จํากัดอายุ
  • 57.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 22. บุคคลต่อไปนี้หากยื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะต้องผ่านการทดสอบและประเมินความรู้ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่คุรุสภากําหนด ก. ผู้ที่เคยบกพร่องในศีลธรรมอันดีมาก่อน ข. ผู้ที่ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ค. ผู้ที่เป็นชาวต่างประเทศ.* ง. ถูกทุกข้อ 23. ใครบ้างต่อไปนี้มีสิทธิยื่นคําขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ ก. ผู้ที่เป็นครูแปละเป็นสมาชิกคุรุสภา ข. ผู้บริหารสถานศึกษา ค. ผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาด้านครุศาสตร์ ง. ถูกทุกข้อ.* 24. ใครเป็นผู้ลงนามในใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก. นายก รมต. ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. ประธานคุรุสภา.* ง. เลขาธิการคุรุสภา 25. ข้าราชการสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษารายใดต่อไปนี้ หากไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะไม่เข้า ข่ายผิดกฎหมาย ก. เจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. ศึกษานิเทศก์ ค. ข้าราชการพลเรือนสามัญ.* ง. ข้าราชการทุกคนควรมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 26. ประเภทของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก. ประเภทเดียว ข. ๒ ประเภท ค. ๓ ประเภท.* ง. ๔ ประเภท 27. หากถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้วต้องพ้นกําหนดกี่ปี นับแต่วันเพิกถอนจึงจะมีสิทธิขอ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ ก. ไม่ได้กําหนด ข. ๑ ปีเป็นอย่างน้อย ค. ๓ ปีเป็นอย่างน้อย ง. ๕ ปี.* 28. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะสิ้นสุดลงกรณีใด ก. ใบอนุญาตนั้นหมดอายุ ข. ถูกสั่งเพิกถอน ค. ถูกสั่งพักใช้ ง. ถูกทุกข้อ.*
  • 58.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 29. ผู้มีอํานาจในการพิจารณาว่าข้าราชการครูผู้ใดจะถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก.ประธานคุรุสภา ข. เลขาธิการคุรุสภา ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ.* ง. คณะกรรมการคุรุสภา 30. กรณีที่ร้องขอเพื่อต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ผู้มีอํานาจไม่อนุญาตสามารถร้องทุกข์ต่อ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพภายในกี่วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง ก. ๑๕ วัน ข. ๓๐ วัน.* ค. ๔๕ วัน ง. ๙๐ วัน 31. พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ เกิดจากมาตราใดของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒ ก. ๕๒ ข. ๕๓ ค. ๕๔ ง. ๕๕ 32. พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ ประกาศใช้วันที่เท่าใด ก. ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๖ ข. ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๖ ค. ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๖ ง. ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ 33. พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ บังคับใช้วันที่เท่าใด ก. ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๖ ข. ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๖ ค. ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๖ ง. ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ 34. ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ คือใคร ก. นายชวน หลีกภัย ข. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ค. นายวิษณุ เครืองาม ง. นายบรรหาร ศิลปอาชา 35. พรบ.สภาครูและบุลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ มีทั้งหมดกี่หมวดกี่มาตรา ก. ๔ หมวด ๘๐ มาตรา ๑ บทเฉพาะกาล ข. ๔ หมวด ๙๐ มาตรา ค. ๕ หมวด ๙๐ มาตรา ๑ บทเฉพาะกาล ง. ๕ หมวด ๙๐ มาตรา
  • 59.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 36. เงินกู้ช.พ.ค.เกี่ยวข้องกับหมวดใดของ พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ ก. หมวด ๑ ข. หมวด ๒ ค. หมวด ๓ ง. หมวด ๔ 37. ผู้ใดรักษาการตาม พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ ก. นายก รมต. ข. รมต.ศธ ค. ปลัดกระทรวง ง. เลขาธิการ สพฐ. 38. ผู้ใด ไม่ได้หมายถึง ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตามพรบ.สภาครูฯ๒๕๔๖ ก. ครู ข. ผู้บริหารการศึกษา ค. พนักงานราชการ ง. บุคลากรทางการศึกษาอื่น 39. ให้มีสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาเรียกว่าอะไร ก. ครุสภา ข. คุรุสภา ค. คณะกรรมการครุสภา ง. คณะกรรมการคุรุสภา 40. ข้อใด ไม่ใช่ วัตถุประสงค์ของคุรุสภา ก. กําหนดมาตรฐานวิชาชีพ ข. ออกและเพิกถอนใบอนุญาต ค. พิจารณาพักใช้ใบอนุญาต ง. เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของประเทศไทย 41. คุรุสภามีรายได้จากทุกข้อ ยกเว้น ข้อใด ก. ค่าธรรมเนียมตาม พรบ.นี้ ข. เงินอุดหนุนจากงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ ค. ผลประโยชน์จากการจัดทรัพย์สินและการดําเนินงานของคุรุสภา ง. เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้ 42. คณะกรรมการคุรุสภามีจํานวนกี่คน ก. ๓๖ ข. ๓๗ ค. ๓๘ ง. ๓๙
  • 60.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 43. ประธานคณะกรรมการคุรุสภาซึ่งครม.แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญยกเว้น ก. ด้านการศึกษา ข. ด้านมนุษยศาสตร์ ค. ด้านสังคมศาสตร์ ง. ด้านรัฐศาสตร์ 44. ข้อใด ไม่ใช่คณะกรรมการโดยตําแหน่งในคุรุสภา ก. เลขาธิการสภาการศึกษา ข. เลขาธิการ สพฐ. ค. เลขาธิการคุรุสภา ง. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 45. ประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติทุกข้อ ยกเว้นข้อใด 1. มีสัญชาติไทย 2. อายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าปีแต่ไม่เกินเจ็ดสิบปี 3. ตําแหน่งครูมีประสบการณ์ด้านการสอนมาแล้วรวมกันไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี 4. ตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษามีประสบการณ์การสอนและบริหารไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี 46. ข้อใด ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการพ้นจากตําแหน่งของคณะกรรมการคุรุสภา ก. ตาย ข. ลาออก ค. ครม.ให้ออกเพราะบกพร่องหน้าที่ ง. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม 47. ข้อใด ไม่ใช่ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา ตามพรบ.สภาครูฯ ๒๕๔๖ ก. ให้คําปรึกษาแนะนําแก่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ข. พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คําสั่งของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ค. แต่งตั้งอนุกรรมการ ง. ให้คําปรึกษาแนะนําแก่ ครม. 48. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีจํานวนกี่คน ก. ๑๕ คน ข. ๑๖ คน ค. ๑๗ คน ง. ๑๙ คน 49. คณะกรรมการคุรุสภามีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละกี่ปี ก. ๒ ข. ๔ ค. ๖ ง. ๘
  • 61.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 50. ก่อนคณะกรรมการคุรุสภาครบวาระกี่วันต้องดําเนินการสรรหาใหม่ ก.๓๐ วัน ข. ๔๕ วัน ค. ๖๐ วัน ง. ๙๐ วัน 51. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในการสรรหาคณะกรรมการคุรุสา ก. สรรหาภายใน ๙๐ วัน ข. รมต.แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาจํานวน ๑๑ คน ค. คณะกรรมการสรรหามาจากคณะกรรมการโดยตําแหน่ง ๖ คน ง. จากผู้แทนสมาคมหรือวิชาชีพด้านการศึกษา ๖ คน 52. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ก. มีจํานวน ๑๗ คน ข. ประธานกรรมการมาจาก ครม.แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุรุสภา ค. เลขาธิการคุรุสภาเป็นกรรมการและเลขานุการ ง. อยู่ในตําแหน่งคราวละ ๔ ปี ไม่เกิน ๒ วาระติด 53. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพ้นจากตําแหน่งตามข้อใดไม่ใช่ ก. ตาย ข. ลาออก ค. ครม.ให้ออก ง. คณะกรรมการมีมติ ๒ ใน ๓ ให้ออก 54. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ก. พิจารณาออกใบอนุญาต ข. พิจารณาพักใช้ใบอนุญาต ค. เพิกถอนใบอนุญาต ง. แต่งตั้งที่ปรึกษาอนุกรรมการ 55. คณะกรรมการคุรุสภาใน ๑ ปีจะต้องมีการประชุมอย่างน้อยกี่ครั้ง ก. ๖ ครั้ง ข. ๘ ครั้ง ค. ๑๐ ครั้ง ง. ๑๒ ครั้ง 56. ข้อใด ไม่เป็นคุณสมบัติของเลขาธิการคุรุสภา ก. สัญชาติไทย ข. อายุไม่ต่ํากว่า ๓๕ ปี แต่ไม่เกิน ๗๐ ปี ค. ไม่เคยถูกจําคุก ง. มีความเหมาะสมตามมาตรา ๘ และ ๙ ของ พรบ.นี้
  • 62.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 57. ข้อใดไม่เป็นวิชาชีพควบคุมตาม พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ก. วิชาชีพครู ข. ผู้บริหารการศึกษา ค. ผู้บริหารสถานศึกษา ง. บุคลากรทางการศึกษาอื่น 58. ผู้ใดต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุม ก. ผู้จัดการศึกษาตามอัธยาศัย ข. คณาจารย์ ระดับดับอุดมศึกษาที่ต่ํากว่าปริญญา ค. ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา ง. บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการคุรุสภากําหนด 59. ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุม ก. อายุไม่ต่ํากว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ ข. ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาไม่น้อยกว่า ๑ ปี ค. มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา ง. เคยต้องดโทษจําคุก พ้นโทษมาแล้ว ๒ ปี 60. ผู้ขอรับใบอนุญาต ผู้ต่ออายุใบอนุญาต ซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาไม่ออกใบให้ ให้ อุทธรณ์ภายในกี่วัน ก. ๓๐ วัน ข. ๔๕ วัน ค. ๖๐ วัน ง. ๙๐ วัน 61. จากข้อ ๖๐ ให้อุทธรณ์ต่อใคร ก. คุรุสภา ข. คณะกรรมการคุรุสภา ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ง. ก.ค.ศ. 62. ข้อใด ไม่ใช่ มาตรฐานวิชาชีพ ก. มาตรฐานด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ข. มาตรฐานด้านความรู้และประสบการณ์การสอน ค. มาตรฐานการปฏิบัติงาน ง. มาตรฐานการปฏิบัติตน 63. ข้อใดไม่ใช่จรรยาบรรณด้านมาตรฐานการปฏิบัติตน ก. จรรยาบรรณต่อตนเอง ข. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ค. จรรยาบรรณต่อนักเรียน ง. จรรยาบรรณต่อสังคม
  • 63.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 64. บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพให้ยื่นต่อใคร ก.คุรุสภา ข. คณะกรรมการคุรุสภา ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ง. ก.ค.ศ. 65. ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสําเนาเรื่องกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหา ภายในกี่วันและให้ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิทําคําชี้แจงหรือนําพยานหลักฐานส่งให้กรรมการภายในกี่วัน ก. ๑๕ วัน ๑๕ วัน ตามลําดับ ข. ๓๐ วัน ๓๐ วัน ตามลําดับ ค. ๓๐ วัน ๖๐ วัน ตามลําดับ ง. ๖๐ วัน ๙๐ วัน ตามลําดับ 66. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอํานาจวินิจฉัยชี้ขาด ยกเว้น ข้อใด ก. ยกข้อกล่าวหา ข. ตักเตือน ค. ภาคทัณฑ์ความประพฤติ ง. เพิกถอนใบอนุญาต 67. ผู้ได้รับใบอนุญาตหากถูกวินิจฉัยชี้ขาดจากกรรมการมาตรฐานวิชาชีพแล้วมีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อใคร ก. คุรุสภา ข. คณะกรรมการคุรุสภา ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ง. ก.ค.ศ. 68. สมาชิกคุรุสภามีกี่ประเภท ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท 69. ข้อใด ไม่ใช่ ประเภทของสมาชิกคุรุสภา ก. ทั่วไป ข. สามัญ ค. กิตติมศักดิ์พิเศษ ง. ผู้ทรงคุณวุฒิ 70. สมาชิกภาพของคุรุสภาสิ้นสุดข้อใดไม่ใช่ ก. ตาย ข. ลาออก ค. คุรุสภามีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ ง. คณะกรรมการคุรุสภามีมติถอดถอน
  • 64.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 71. ส.ก.ส.ค.ย่อมาจากอะไร ก. กรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ข. คณะกรรมการส่งเสริมฯ ค. สํานักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ง. สํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา 72. ใครเป็นประธานคณะกรรมการ ส.ก.ส.ค. ก. นายก รมต. ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. เลขาธิการ สพฐ. ง. เลขาธิการ ส.ก.ส.ค. 73. ข้อใดไม่ใช่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ส.ก.ส.ค. ก. ด้านสวัสดิการสังคม ข. ด้านธุรกิจ ค. ด้านการศึกษา ง. ด้านกฎหมาย 74. ส.ก.ส.ค. มีฐานะอย่างไร ก. นิติบุคคล ข. นิติบุคคลในกํากับสํานักงานปลัดกระทรวง ค. นิติบุคคลในกํากับกระทรวงศึกษาธิการ ง. องค์การมหาชน 75. นายดําถูกพักใช้ใบอนุญาตและระหว่างนั้นได้ไปรับสอนพิเศษให้สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งนายดําจะมี ความผิดอย่างไร ก. จําคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ข. จําคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ง. จําคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 76. ข้อใด ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของคุรุสภา ก. ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ข. กําหนดนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ ค. วิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ ง. ออกข้อบังคับคุรุสภา* 77. ปัจจุบันใคร เป็นกรรมการและเลขานุการคุรุสภา ก. ศ.เสริมศักดิ์ วิสาลาภรณ์ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. เลขาธิการคุรุสภา* ง.ไม่มีข้อถูก
  • 65.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 78. ใครไม่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ* ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ. ง. เลขาธิการคุรุสภา 79. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีจํานวนกี่คน ก. ๓๙ คน ข.๓๒ คน ค. ๒๖ คน ง. ๑๗ คน* 80. พิจารณาพักใช้ใบประกอบวิชาชีพครู ก. คุรุสภา ข. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ* ง. สํานักงานเลขาธิการคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ 81. ใคร คือผู้ดูแลทะเบียนผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพ ก. คุรุสภา ข. สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา ค. เลขาธิการคุรุสภา* ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ 82. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่เป็นวิชาชีพควบคุม ก. วิชาชีพครู ข. วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ค. วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ง. วิชาชีพบุคลากร* 83. ใคร ไม่จําเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก. รองผู้อํานวยการสถานศึกษา ข. ครูอัตราจ้างรายเดือนในสถานศึกษา ค. ข้าราชการพลเรือนในสํานักงานเขตฯ* ง. ศึกษานิเทศก์ 84. ขาดคุณสมบัติไม่สามารถขอขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพครูได้ ก. มีอายุย่างเข้าปีที่ยี่สิบ ข. มีวุฒิปริญญาตรีนิติศาสตร์ ค. เคยถูกจําคุก ๒ ปีฐานทารุณกรรมเด็ก ง. ถูกทุกข้อ*
  • 66.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 85. อายุของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก.ชั่วคราว ๓ ปี ข. ชั่วคราว ๕ ปี ค. ๕ ปี * ง. ตลอดชีพ 86. หากถูกลงโทษเพราะประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ ก. ถูกพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ ข. ถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ ค. ไม่สามารถสอนนักเรียนได้* ง. ถูกออกจากระบบราชการ 87. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการจัดอยู่ในมาตรฐานวิชาชีพข้อใด ก. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์ ข. มาตรฐานการปฏิบัติงาน ค. มาตรฐานการปฏิบัติตน* ง. ทุกมาตรฐานข้างต้น 88. ผู้บริหารที่รู้อยู่แล้วว่า รับครูอัตราจ้างที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพมาสอนจะมีความ ผิดตามข้อใด ก. ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ ข. ถูกจําคุกไม่เกิน ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๒ หมื่นบาท ค. ถูกจําคุกไม่เกิน ๓ ปี* ง. ไม่มีความผิดเพราะครูอัตราจ้างไม่มีข้อห้าม 89. คณะกรรมการที่ประธานกรรมการโดยตําแหน่ง ก. คุรุสภา ข. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ค. คณะกรรมการ สก.สค.* ง. เฉพาะข้อ ข และ ค
  • 67.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการ พ.ศ.๒๕๕๑ 1. พรบ.กศน.๒๕๕๑ไม่ใช้บังคับ กับการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยซึ่งดําเนินการโดย หน่วยงานใด 1. สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 2. สถาบันอุดมศึกษาของเอกชน 3. สถาบันอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน 4. ข้อ ก และ ข** 2. ข้อใดคือ การศึกษานอกระบบ 1. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ตรงตามสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้ ของกลุ่มเป้าหมายนั้น 2. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ตรงตามสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้ ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้ 3. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่เหมาะสมกับสภาพความต้องการและศักยภาพในการ เรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทาง การศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้ 4. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ยืดหยุ่นและหลากหลายตามสภาพความต้องการและ ศักยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับ คุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้** 3. ข้อใดคือ การศึกษาตามอัธยาศัย 1. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจําวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด ชีวิต ตามความสนใจ ความต้องการ โอกาสความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล** 2. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจําวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด ชีวิต ตามหลักสูตร และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล 3. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจําวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด ชีวิต มีความยืดหยุ่น ตามความต้องการ โอกาสความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล 4. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจําวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด ชีวิต ตามหลักสูตรและความยืดหยุ่นในโอกาสความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล 4. เลขาธิการสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย คือ 1. นาย 2. นายธี 3. นาย 4. นาย
  • 68.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 5. ข้อใดคือหลักการข้อที่ ๑ ของ การศึกษานอกระบบ 1. ความเสมอภาคในการเข้าถึงและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง** 2. การกระจายอํานาจแก่สถานศึกษาและการให้ภาคีเครือข่าย 3. การเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู้เรียน 4. การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายทั้งส่วนที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น 6. ข้อใดคือ หลักการข้อที่ ๑ ของ การศึกษาตามอัธยาศัย 1. ความเสมอภาคในการเข้าถึงและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง 2. การกระจายอํานาจแก่สถานศึกษาและการให้ภาคีเครือข่าย 3. การเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู้เรียน** 4. การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายทั้งส่วนที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น 7. ข้อใดคือ เป้าหมายของการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาตามอัธยาศัย 1. ได้รับความรู้และทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ที่จะเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2. ได้เรียนรู้สาระที่สอดคล้องกับความสนใจและความจําเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิต 3. นําความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกับการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบ 4. ถูกทุกข้อ** 8. ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ** 2. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับมอบหมาย 3. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 4. เลขาธิการสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 9. คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมีกี่คน 1. ๑๗ คน 2. ๑๙ คน 3. ๒๑ คน** 4. ๒๘ คน 10. ข้อใดไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่งในคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 1. เลขาธิการสภาการศึกษา 2. เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 3. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4. เลขาธิการคุรุสภา** 11. ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการภาคีเครือข่าย 1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 2. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 3. เลขาธิการสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4. คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย**
  • 69.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 12. ๑๓.ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด 1.ผู้ว่าราชการจังหวัด** 2. รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย 3. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ 4. ผู้อํานวยการสํานักงาน กศน.จังหวัด 13. ใครเป็นผู้จัดทําบัญชีรายชื่อสถานศึกษาสังกัดสํานักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน 1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ** 2. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 3. เลขาธิการสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4. ผู้อํานวยการสํานักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน 14. การประกาศรายชื่อสถานศึกษาตามข้อ ๑๓ ให้ประกาศอย่างไร 1. ประกาศเป็นกฎกระทรวง 2. ประกาศเป็นประกาศกระทรวง 3. ประกาศเป็นระเบียบกระทรวง 4. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา** 15. การประกาศรายชื่อสถานศึกษาตามข้อ ๑๕ ให้ประกาศภายในกี่วัน 1. ๓๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ 2. ๖๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ 3. ๙๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ** 4. ๑๒๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ 16. เหตุผลในการตรา พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ๒๕๕๑ คือ 1. เพื่อส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2. เพื่อให้มีการประสานกับการศึกษาในระบบ 3. เพื่อการบริหารงานที่คล่องตัวของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4. เพื่อให้มีกฎหมายรองรับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย** 17. พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับเมื่อใด 1. ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ 2. ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑** 3. ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ 4. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ 18. ข้อใดคือ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) 1. Individualized Education Plan 2. Individualized Education Program** 3. Individualized Education Project 4. Individualized Education Prompt
  • 70.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 19. เกณฑ์ที่ใช้ในการจัดทําIEP คือ 1. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ ๓ ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางการเรียนรู้วิชาการ** 2. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ ๓ ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางร่างกายและรับรู้ 3. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ ๕ ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางการเรียนรู้วิชาการ 4. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ ๕ ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางร่างกายและรับรู้ 20. ครูการศึกษาพิเศษ ต้องคุณสมบัติตามข้อใด 1. มีวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปและปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน 2. มีวุฒิทางการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรีขึ้นไป และปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน 3. มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษระดับปริญญาตรีขึ้นไป และปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน 4. มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษสูงกว่าระดับปริญญาตรีขึ้นไปและปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและ เอกชน** 21. คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ มีกี่คน 1. ๑๗ คน 2. ๑๙ คน 3. ๒๑ คน 4. ๒๘ คน** 22. ใครเป็นรองประธานคนที่ ๑ ในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ 1. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 2. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย** 3. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ 4. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 23. ใครเป็นรองประธานคนที่ ๒ ในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ 1. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง 2. ผู้ทรงคุณวุฒิที่ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง 3. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคนพิการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง 4. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคนพิการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง** 24. ข้อใดไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่งในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ 1. เลขาธิการสภา 2. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา 3. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา** 4. อธิบดีกรมการแพทย์ 25. ข้อใด มีหน้าที่ดําเนินการจัดการเรียนร่วม การนิเทศ กํากับ ติดตาม เพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาอย่าง ทั่วถึงและมีคุณภาพ 1. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. สํานักงานการศึกษาพิเศษ 3. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา** 4. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 71.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 26. ใครเป็นประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสําหรับคนพิการ 1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 2. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 3. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน** 4. ผู้อํานวยการสํานักงานการศึกษาพิเศษ
  • 72.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ 1. พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ ประกาศลงราชกิจานุเบกษา ในวันใด ก. ๒ ตุลาคม ๒๕๔๖ * ข. ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ ค. ๒ธันวาคม ๒๕๔๖ ง. ๒ กันยายน ๒๕๔๖ 2. พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ มีผลบังคับใช้เมื่อใด ก. เมื่อพ้นกําหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจานุเบกษา ข. เมื่อพ้นกําหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจานุเบกษา ค. เมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจานุเบกษา ง. เมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจานุเบกษา* 3. เด็กหมายถึงข้อใด ก. บุคคลที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปีบริบูรณ์ ข. บุคคลที่มีอายุไม่เกินสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ ค. บุคคลที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์* ง. บุคคลที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ต้องมีบัตรประจําตัวประชาชน 4. “เด็ก” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ หมายถึงข้อใด 1. บุคคลซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส* 2. บุคคลซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบห้าปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส 3. บุคคลซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ไม่ว่าจะสมรสหรือไม่ 4. บุคคลซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบห้าปีบริบูรณ์ไม่ว่าจะสมรสหรือไม่ 5. เด็กที่อยู่ในครอบครัวจากจน หรือบิดา มารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขังหรือแยกกันอยู่หมายถึงเด็กตามข้อ ใด ก. เด็กเร่ร่อน ข. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก* ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด ง. เด็กกําพร้า 6. เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้ จนเป็นเหตุให้เด็กต้องเร่ร่อน ไปในที่ต่าง ๆ ก. เด็กเร่ร่อน* ข. เด็กร่อนเร่ ค. เด็กกลุ่มเสี่ยง ง. ไม่มีข้อถูก 7. เด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิ์ภาพของตน ก. เด็กเร่ร่อน* ข. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด ง. เด็กกําพร้า
  • 73.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 8. ข้อใดหมายถึง“เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก” 1.เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ 2. หรือบิดามารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับความลําบาก 3. หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัยหรือกําลังความสามารถและสติปัญญา 4. ถูกทุกข้อ* 9. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก ตรงกับข้อใด ก. เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดู ข. เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต ค. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สมอง สติปัญญา หรือจิตใจ ง. เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหย่าร้าง* 10. เด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานที่ที่อาจชักนําไปในทางเสียหาย หมายถึงเด็กตามข้อใด ก. เด็กเร่ร่อน ข. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลําบาก ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทําผิด* ง. เด็กกําพร้า 11. ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. “นักเรียน” หมายความว่า เด็กซึ่งกําลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้ง ประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน 2. “นักศึกษา” หมายความว่า เด็กซึ่งกําลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐ หรือเอกชน 3. “บิดามารดา” หมายความว่า บิดามารดาของเด็กซึ่งสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย* 4.“ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา ผู้อนุบาล ผู้รับบุตรบุญธรรม และผู้ปกครอง ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ และให้หมายความรวมถึงพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ผู้ปกครองสวัสดิ์ภาพนายจ้าง ตลอดจนบุคคลอื่น ซึ่งรับเด็กไว้ในความอุปการะเลี้ยงดูหรือซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วย 12. “ทารุณกรรม” หมายถึงข้อใด 1. การกระทําหรือละเว้นการกระทําด้วยประการใด ๆ จนเป็นเหตุให้เด็กเสื่อมเสียเสรีภาพหรือเกิดอันตรายแก่ ร่างกายหรือจิตใจ 2. การกระทําผิดทางเพศต่อเด็ก 3. การใช้เด็กให้กระทําหรือประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจหรือขัดต่อกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดี 4. ถูกทุกข้อ*
  • 74.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 13. ข้อใดไม่ถูกต้อง 1.“สถานรับเลี้ยงเด็ก”หมายความว่า สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปีบริบูรณ์และมี จํานวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของหรือผู้ดําเนินการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานพยาบาลหรือโรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชน* 2.“สถานแรกรับ” หมายความว่า สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและ ครอบครัว เพื่อกําหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพ ที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ละราย 3. “สถานสงเคราะห์” หมายความว่า สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่จําต้องได้รับการ สงเคราะห์ ซึ่งมีจํานวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป 4.“สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ” หมายความว่า สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพเพื่อแก้ไขความประพฤติ บําบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ 14. ข้อใดคือสถานรับเลี้ยงเด็ก ก. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุ ๓-๖ ปี ตั้งแต่ ๖ คนขึ้นไป ข. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุ ๓-๖ ปี ตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ค. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุไม่เกิน ๖ ปี ตั้งแต่ ๖ คนขึ้นไป* ง. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุไม่เกิน ๖ ปี ตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป 15. ข้อใดเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ 1. ส่งเสียให้ได้รับการศึกษาในระดับปริญญาตรี 2. สนับสนุนให้ได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา หรือปฏิบัติกิจในศาสนาที่ตนนับถือ 3. ให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและพัฒนาตามควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น* 4. ถูกทุกข้อ 16. บุคคลใดมีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิ์ภาพเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ก. นายอําเภอ ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด ค. ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ง. ถูกทุกข้อ* 17. จังหวัดใดยังมิได้เปิดทําการศาลเยาวชนและครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาล จังหวัด ในการพิจารณาพิพากษาคดีดําเนินการอย่างไร ก. ให้ศาลจังหวัดมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดี* ข. ให้ส่งคดีไปจังหวัดใกล้เคียง ค. ให้ส่งคดีให้จังหวัดใดก็ได้ ง. ถูกทุกข้อ 18. ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ก. รมต.ว่าการกระทรวงมหาดไทย ข. รมต.ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ค. และ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. ถูกทุกข้อ*
  • 75.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 19. ประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติคือใคร ก. รมต.ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ * ข. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ง. ปลัดกระทรวงยุติธรรม 20. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่ง รมต.ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์แต่งตั้งจาก ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการงานที่ทําในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ครู จิตวิทยา กฎหมาย แพทย์ ก. ไม่น้อยกว่าเจ็ดปี* ข. ไม่น้อยกว่าเก้าปี ค. ไม่น้อยกว่าสิบสามปี ง. ไม่น้อยกว่าสิบห้าปี 21. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละกี่ปี ก. คราวละสองปี ข. คราวละสามปี* ค. คราวละสี่ปี ง. คราวละห้าปี 22. ประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด คือใคร ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด * ข. รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด ค. อัยการจังหวัด ง. พัฒนาการจังหวัด 23. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ต้องเป็นสตรีไม่น้อยกว่าเท่าใด ก. หนึ่งในสอง ข. หนึ่งในสาม* ค. หนึ่งในสี่ ง. หนึ่งในห้า 24. ใครเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ก. ปลัดจังหวัด ข. วัฒนธรรมจังหวัด ค. พัฒนาการจังหวัด ง. พัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัด* 25. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์มี ๘ ประเภท ข. เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิ์ภาพ มี ๓ ประเภท ค. การสงเคราะห์เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ให้ดําเนินการตามวิธีที่เหมาะสม ง. ถูกทุกข้อ*
  • 76.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 26. คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดมีอํานาจและหน้าที่ตามข้อใด 1. กําหนดแนวทางการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในเขตกรุงเทพมหานคร หรือเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี 2. ตรวจสอบหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงกรณีมีการปฏิบัติต่อเด็กโดยมิชอบ 3. เรียกเอกสารหรือพยานหลักฐานใด ๆ หรือขอคําชี้แจงจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบ การวินิจฉัยในการ ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ 4. ถูกทุกข้อ* 27. การกระทําใดเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก หรือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเด็กหรือไม่ ให้พิจารณาตามแนวทางใด ก. ที่กําหนดในกฎกระทรวง* ข. ที่กําหนดใน พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ค. ที่กําหนดใน ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ง. ไม่มีข้อถูก 28.นอกจาก ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของ ตนตามควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น และจะต้องคํานึงถึงเรื่องใดเป็นสําคัญ 1. ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานขั้นต่ําตามที่กําหนดในกฎกระทรวง 2. ต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ ร่างกายหรือจิตใจ 3. ถูกทั้ง ก และ ข* 4. ไม่มีข้อถูก 29. ผู้ปกครองต้องไม่กระทําการ ดังต่อไปนี้ 1. ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาลหรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็กหรือที่สาธารณะหรือ สถานที่ใด โดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน 2. ละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใด ๆ โดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแลสวัสดิภาพหรือให้การเลี้ยงดูที่เหมาะสม 3. จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งที่จําเป็นแก่การดํารงชีวิตหรือสุขภาพอนามัยจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือ จิตใจของเด็ก 4. ถูกทุกข้อ* 30. ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการ ดังต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง 1.บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทําให้เด็กมีความประพฤติ เสี่ยงต่อการกระทําผิด 2.ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทํางานหรือกระทําการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจมีผลกระทบต่อการ เจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก 3.บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทําการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด 4. ทุกข้อเป็นข้อห้ามทั้งหมด*
  • 77.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 31.ผู้ใดพบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจําต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ จะต้องดําเนินการอย่างไร ก.จะต้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้นโดยมิชักช้า ข. แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยมิชักช้า ค. แจ้งผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยมิชักช้า ง. ถูกทุกข้อ* แนวข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ 1. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ใช้บังคับตั้งแต่ เมื่อใด ก. ๗ ตุลาคม ๒๕๔๖ ข. ๘ ตุลาคม ๒๕๔๖ ค. ๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ ง. ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๖** จ. ๑๑ ตุลามคม ๒๕๔๖ 2. ข้อใดมิใช่ส่วนราชการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ก. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น** ข. กระทรวง ค. จังหวัด ง. หน่วยงานอื่นที่รัฐอยู่ในกํากับของฝ่ายบริหาร จ. ข้อ ก. และข้อ ค. 3. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ได้แก่ การบริหารราชการ เพื่อบรรลุเป้าหมายต่อไปนี้ ข้อใดมิใช่ ก. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ ข. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจําเป็น ค. มีการปรับปรุงภารกิจส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์ ง. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ําเสมอ จ. ทุกข้อคือเป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี** 4. ข้อใดต่อไปนี้มิใช่วัตถุประสงค์ของการบริหารราชการเพื่อประโยชน์ของประชาชน ก. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุก ข. การปฏิบัติราชการเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ค. การปฏิบัติราชการเพื่อความสงบ และปลอดภัยของประชาชนส่วนรวม ง. การปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์สุขของประเทศ จ. ไม่มีข้อถูก**
  • 78.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 5. ข้อใดมิใช่แนวทางการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน 1.ต้อเป็นไปโดยซื่อสัตย์ สุจริต สามารถตรวจสอบได้ 2. ก่อนเริ่มดําเนินการส่วนราชการจะต้องให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลดี ผลเสียให้ครบทุกด้าน 3. ข้าราชการจะต้องคอยรับฟังความคิดเห็นและความพึงพอใจของสังคมโดยรวมและประชาชนผู้ให้บริการ 4. ในกรณีที่เกิดปัญหา และอุปสรรคจากการดําเนินการให้ส่วนราชการแก้ไขปัญหาอุปสรรคนั้นโดยเร็ว 5. เป็นแนวทางหมดทุกข้อ** 6. ข้อใดมิใช่แนวทางบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ก. การจัดทําแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้า ข. การปฏิบัติราชการแบบบูรณาการร่วมกัน ค. การให้ส่วนราชการมีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด ง. การบริหารราชการโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง** จ. การพัฒนาส่วนราชการให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ 7. หน่วยงานใดต่อไปนี้มีหน้าที่ร่วมกันจัดทําแผนบริหารราชการแผ่นดินเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ก. สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข. สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ค. สํานักงาน ก.พ.ร. ง. สํานักงานงบประมาณ จ. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ** 8. เมื่อคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดทําแผนการบริหารราชการแผ่นดินต้อง เสนอแผนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในกี่วัน 1. ๓๐ วัน 2. ๔๕ วัน 3. ๖๐ วัน 4. ๙๐ วัน ** 5. ๑๒๐. วัน 9. การบริหารราชการแผ่นดินไม่ผูกพันกับองค์กรใดต่อไปนี้ ก. กรุงเทพมหานคร** ข. คณะรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรี ง. กระทรวง จ. ผูกพันทุกข้อที่กล่าวมา 10. ข้อใดมิใช่สาระสําคัญของแผนการปฏิบัติราชการ ก. มีการกําหนดเป้าหมาย ข. มีการกําหนดผลสัมฤทธิ์ของงาน ส่วนราชการและบุคคลที่รับผิดชอบภารกิจ ค. กําหนดแนวทางการปฏิบัติงาน** ง. มีการประมาณรายได้และรายจ่าย และทรัพยากรต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ จ. กําหนดระยะเวลาดําเนินงานและการประเมินผล
  • 79.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 11. หน่วยงานใดต่อไปนี้มีหน้าที่จัดทําแผนนิติบัญญัติ ก.สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ค. สํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ง. ข้อ ก. และข้อ ข.** จ. ข้อ ข. และข้อ ค. 12. การจัดทําแผนปฏิบัติราชการจะต้องนําแนวนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภามาพิจารณาดําเนินการให้ สอดคล้องกับ .....? ก. แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ข. แผนพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ค. แนวพระราชบัญญัติองค์พระมหากษัตริย์ ง. ก และ ข** จ. ก ข และ ค 13. สํานักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการก็ต่อเมื่อแผนการปฏิบัติราชการประจําปีของ ส่วน ราชการได้รับความเห็นชอบจาก.....? ก. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ข. คณะรัฐมนตรี ค. รัฐสภา ง. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด** จ. ก.พ.ร. 14. เมื่อสิ้นปีงบประมาณส่วนราชการจะต้องทํารายงานใดเสนอแก่คณะรัฐมนตรี ก. รายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติราชการประจําปี** ข. รายงานการใช้จ่ายงบประมาณ ค. รายงานประเมินผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการประจําปี ง. รายงานตัวชี้วัดแห่งความสําเร็จ จ. รายงานปัญหาและอุปสรรคตลอดถึงแนวการแก้ไขตามแผนปฏิบัติราชการประจําปี 15.การโอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งตามที่กําหนดในแผนปฏิบัติราชการไปดําเนินการอย่างอื่น ซึ่งมีผลทําให้ ภารกิจเดิมไม่บรรลุเป้าหมายหรือนําไปใช้ในภารกิจใหม่ที่มิได้กําหนดในแผนปฏิบัติราชการจะกระทําได้ หรือไม่ 1. ไม่สามารถกระทําได้ 2. สามารถกระทําได้โดยอนุมัติรัฐมนตรีเจ้าสังกัด** 3. สามารถกระทําได้โดยการอนุมัติ ก.พ.ร. 4. สามารถกระทําได้โดยอนุมัติ ก.พ.ร 5. สามารถกระทําได้โดยอนุมัติรองปลัดกระทรวง หัวหน้ากลุ่มภารกิจ หรือปลัดกระทรวงแล้วแต่กรณี
  • 80.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 16. การปรับแผนปฏิบัติราชการมีผลให้โอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งไปดําเนินการอย่างอื่นซึ่งมีผลทําให้ภาร เดิมไม่บรรลุเป้าหมายจะทําได้เฉพาะกรณีที่...? 1. ภารกิจนั้นไม่อาจดําเนินการตามวัตถุประสงค์ต่อไปได้ 2. ภารกิจนั้นหมดความจําเป็นหรือไม่เป็นประโยชน์หรือหากดําเนินการต่อไปจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินความ จําเป็น 3. มีความจําเป็นอย่างอื่นมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงสาระสําคัญของแผนปฏิบัติ 4. ข และ ค 5. ก ข และ ค** 17. การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนราชการต้อง.........? 1. กําหนดเป้าหมายการปฏิบัติราชการ 2. มีแผนการทํางาน 3. กําหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของโครงการและงบประมาณที่ต้องใช้ในแต่ละโครงการ และต้องดเผยแพร่ให้ ข้าราชการและประชาชนทราบ 4. ก และ ค 5. ก ข และ ค** 18. การจัดบัญชีต้นทุน ในการบริการสาธารณะ แต่ละประเภทเป็นไปเพื่อ ก. ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ข. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ** ค. การประเมินผลการปฏิบัติราชการ ง. ข และ ค จ. ก ข และ ค 19. การจัดทําบัญชีต้นทุนในการบริการสาธารณะ ต้อจัดทําตามหลักเกณฑ์เหนือหน่วยงานใดกําหนด ก. สํานักงบประมาณ ข. สํานักงาน ก.พ.ร. ค. กระทรวงการคลัง ง. กรมบัญชีกลาง** จ. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 20. เมาส่วนราชการคํานวณรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของส่วน ราชการ แล้วเสร็จต้องรายงานให้หน่วยงานใดทราบ ก. สํานักงบประมาณ ข. กรมบัญชีกลาง ค. ก.พ.ร. ง. ก และ ข จ. ก ข และ ค**
  • 81.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 21. หน่วยงานใดมีหน้าที่ประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการได้ดําเนินการ ก.สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ข. สํานักงบประมาณ ค. สํานักงาน ก.พ.ร. ง. ก และ ข ** จ ก ข และ ค 22. ในการประเมินความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐให้คํานึง 1. ประเภทและสภาพของแต่ละภารกิจ 2. ความเป็นไปได้ของภารกิจหรืองานโครงการที่ได้ดําเนินการ 3. ประโยชน์ที่รัฐและประชาชนพึงจะได้รับและจ่ายที่ต้องเสียไปก่อนและหลังที่ส่วนราชการได้ ดําเนินการ 4. ข และ ค จ. ก ข และ ค** 23. การจัดซื้อจัดจ้างต้องดําเนินการโดย 1. การจัดซื้อจัดจ้างมีวัตถุประสงค์ในการใช้ที่ต้องคํานึงถึงคุณภาพและการดูแลรักษาเป็นสําคัญ** 2. การจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ 3. การจัดซื้อจัดจ้างนวัตกรรมใหม่ที่มีผู้ผลิตน้อยราย 4. การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าตามบัญชีมาตรฐานอุตสาหกรรม 5. การจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องคํานึงถึงประโยชน์และผลเสียทางสังคม 24. การจัดซื้อจัดจ้างต้องดําเนินการโดย 1. เปิดเผยและเที่ยงธรรม 2. พิจารณาถึงประโยชน์ และผลเสียทางสังคม ภาระต่อประชาชน คุณภาพ และวัตถุประสงค์ที่จะใช้ 3. พิจารณาถึงราคาประโยชน์ระยะยาวของส่วนราชการที่ได้รับประกอบกัน 4. ก และ ค 5. ก ข และ ค** 25.ในการปฏิบัติภารกิจใดหากส่วนราชการจําเป็นต้องได้รับอนุมัติ อนุญาต หรือขอความเห็นจากส่วนราชการ อื่น ส่วนราชการที่มีอํานาจพิจารณา ต้องแจ้งผลการพิจารณาให้ส่วนราชการที่ยื่นคําขอ ทราบภายในกี่วัน ก. ๗วัน ข. ๑๕ วัน หรือตามที่ส่วนราชการที่มีอํานาจประกาศกําหนด** ค. ๓๐ วัน และสามารถขยายได้อีก ๓๐ วัน หรือตามที่กฎหมายเฉพาะกําหนด ง. ๓๐ วัน และสามารถขยายได้อีก ๓๐ วัน หรือตามที่กฎหมายเฉพาะกําหนด จ. ๑๖ วัน และสามารถขยายได้ไม่เกิน ๓๐ วัน หรือตามที่กฎหมายกําหนด
  • 82.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 26.ข้อใดมิใช่หลักในการวินิจฉัยปัญหาของส่วนราชการในรูปแบบของคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกาว่า ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ 1. การตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาให้ดําเนินการได้เท่าที่จําเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 2.เมื่อคณะกรรมการมีมติเป็นประการใดแล้วให้มติของคณะกรรมการผูกพันส่วนราชการ ซึ่งมีผู้แทนร่วมเป็น กรรมการอยู่ด้วยแม้ว่าผู้แทนส่วนราชการที่เป็นกรรมการจะมิได้เข้าร่วมการพิจารณาวินิจฉัยก็ตาม 3. มติของคณะกรรมการผูกพันกับส่วนราชการที่มีตัวแทนเป็นกรรมการ ยกเว้นการวินิจฉัยในด้านปัญหา กฎหมาย 4. ถ้ามีความแตกต่างกันสองฝ่ายให้บันทึกเหตุผลกรรมการฝ่ายข้างน้อย ไว้ให้ปรากฏเรื่องนั้นด้วย 5. ทุกข้อเป็นหลักในการวินิจฉัยปัญหาในรูปและคณะกรรมการ** 27. ข้อใด มิได้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ ก. การจัดทําบัญชีต้นทุนในการบริการสาธารณะ ข. การกําหนดตัวชี้วัดผลสําเร็จของภารกิจ** ค. การกําหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาในการจัดซื้อจัดจ้าง ง. การสั่งราชการโดยปกติให้ทําโดยลายลักษณ์อักษร จ. ข และ ง 28. การกระจายอํานาจ การตัดสินใจมุ่งผลให้เกิดในเรื่องใด ก. ความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ ข. ลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ ค. ความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน** ง. ข และ ค จ. ก ข และ ค 29. ส่วนราชการจะต้องจัดทําแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดําเนินการในการปฏิบัติงานด้านใดเปิดเผยไว้ ณ ที่ทําการของส่วนราชการและระบบเครือข่ายสารสนเทศ ก. การบริการประชาชน ข. การติดต่อประสานงานกับส่วนราชการด้วยกัน ค. การจัดซื้อจัดจ้าง ง. ก และ ข** จ. ก ข และ ค 30. การจัดตั้งศูนย์บริหารร่วม เป็นหน้าที่ของใคร ก. หัวหน้าส่วนราชการ ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ ปลัดอําเภอผู้เป็นหัวหน้าประจํากิ่งอําเภอ ค. ปลัดกระทรวง** ง. ก และ ข จ. ข และ ค
  • 83.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 31. การปรับปรุงภารกิจอํานาจหน้าที่โครงสร้างและอัตรากําลังส่วนราชการเป็นไปโดย ก. ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี** ข. พระราชบัญญัติ ค. พระราชกฤษฎีกา ง. กฎกระทรวง จ. ระเบียบกระทรวง 32.เมื่อมีการยุบเลิก โอน หรือรวมส่วนราชการใดทั้งหมดหรือบางส่วนห้ามมิให้จัดตั้งส่วนราชการที่มีภารกิจ และอํานาจหน้าที่ที่มีลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกับส่วนราชการดังกล่าวขึ้นอีกเว้นแต่ ก. มีการเปลี่ยนแปลงแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ข. มีเหตุผลจําเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ ค. ก และ ข** ง. ก ข และ ค 33. ข้อควรคํานึงถึงที่สําคัญของการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ให้ทันสมัย และเหมาะสมกับ สภาวการณ์คือ ก. ความสะดวกรวดเร็ว และลดภาระของประชาชน** ข. การพัฒนาประเทศ ค. ประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจ ง. การปฏิบัติตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน จ. การรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน 34. การแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมาย หากส่วนราชการไม่เห็นชอบด้วยกับสํานักงานคณะกรรมการ ให้ เสนอกฤษฎีกา ให้เสนอเรื่องต่อ..........................เพื่อวินิจฉัย ก. คณะกรรมการร่างกฎหมายเพื่อการพัฒนาประเทศ ข. ก.พ.ร. ค. คณะรัฐมนตรี** ง. รัฐมนตรีผู้รักษาการ จ. นายกรัฐมนตรี 35. ข้อใดมีอํานาจในการกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานและงานให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ ก. ก.พ.ร.** ข. นายกรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด ง. คณะรัฐมนตรี จ. ก และ ข 36. เมื่อส่วนราชการได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชนเป็นหน้าที่ของส่วนราชการจะต้องตอบ คําถามหรือแจ้งการดําเนินการทราบภายใน.................. ก. ๗ วัน ข. ๑๕ วัน** ค. ๑๕ วัน และสามารถขยายเวลาได้อีก ง. ๓๐ วัน
  • 84.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน จ. ๓๐วัน และสามารถขยายเวลาได้อีก ๓๐ วัน 37. ส่วนราชการจะต้องจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศในระบบเดียวกันกับหน่วยงานใด ก. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร** ข. ก.พ.ร. ค. สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ง. สํานักงบประมาณ จ. หน่วยงานที่ ก.พ.ร. มอบหมายโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี 38. ส่วนราชการจัดให้มีผู้ประเมินอิสระดําเนินการประเมินการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเกี่ยวกับ ก. ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ ข. คุณภาพให้บริการและความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ ค. ความคุ้มค่าในภารกิจ ง. ข และ ค จ. ก ข และ ค** 39. ข้อใดมิใช่หลักการที่ส่วนราชการใช้ในการประเมินภาพรวมของผู้บังคับในแต่ละระดับ ก. การประเมินต้องทําเป็นความลับ ข. การประเมินเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ ค. การประเมินต้องเป็นไปโดยโปร่งใส ง. ต้องแจ้งวิธีการประเมินให้ผู้ประเมินทราบล่วงหน้า จ. ค และ ง** 40. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทําหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอย่างน้อยต้องมีหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ ก. การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ ข. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ค. การอํานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน ง. ข และ ค** จ. ก ข และ ค 41. ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งเงินรางวัลให้แก่ราชการ ก. ส่วนราชการให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กําหนด ข. ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรี จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบําเหน็จความชอบแก่ส่วนราชการ ค. ให้ใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายของส่วนราชการ ง. ก และ ข จ. ก ข และ ค** 42. เงินรางวัลเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการได้มาโดย 1. ส่วนราชการได้ดําเนินงานตามเป้าหมายสามารถเพิ่มผลงานและผลสัมฤทธิ์ 2. ส่วนราชการได้ดําเนินการตามเป้าหมาย 3. ส่วนราชการได้ดําเนินการตามเป้าหมายสามารถเพิ่มผลงานและผลสัมฤทธิ์โดยไม่เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย 4. ส่วนราชการได้ดําเนินงานตามแผนการลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วย 5. ค และ ง**
  • 85.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ ชุดที่๑ 1. ข้อใด คือหลักการของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ 1. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา 2. ให้มีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูฯ* 3. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4. ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2. เหตุผลสําคัญที่ต้องตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ 1. มาตรา ๕๔ หมวด ๗ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ กําหนดให้บัญญัติขึ้น 2. เพื่อให้มีระบบข้าราชการครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาขึ้นมาใหม่ 3. ให้ข้าราชการครูฯอยู่ภายใต้การกํากับดูแลขององค์กรกลางเดียวกัน* 4. เพื่อกระจายอํานาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 3. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้เมื่อใด ก. ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ข. ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๗ ค. ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๗* ง. ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗ 4. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ส่งผลให้ยกเลิกกฎหมาย ฉบับใด 1. พระราชบัญญัติคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๓ และแก้ไขเพิ่มเติม 2. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ และแก้ไขเพิ่มเติม* 3. พระราชบัญญัติครู พ.ศ. ๒๔๘๘ และแก้ไขเพิ่มเติม 4. ถูกทุกข้อ 5. ข้อใด ไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ พ.ศ. ๒๕๔๗ ก. ครู* ข. ผู้บริหารสถานศึกษา ค. ผู้บริหารการศึกษา ง. ผู้สนับสนุนการศึกษา 6. ข้อใด ไม่ใช่หน่วยงานทางการศึกษาพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ พ. ศ. ๒๕๔๗ ก. สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ* ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ค. สํานักงานการศึกษานอกโรงเรียน ง. หน่วยงานตามที่ ก.ค.ศ.กําหนด 7. “ข้าราชการครูฯ” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รับราชการ โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนในกระทรวงใด ก. กระทรวงศึกษาธิการ ข. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ค. กระทรวงวัฒนธรรม ง. ถูกทุกข้อ *
  • 86.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 8. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1.“ข้าราชการครู” หมายความว่า ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทําหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริม การเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาของรัฐ 2. “คณาจารย์” หมายความว่า บุคลากรซึ่งทําหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ 3. ข้าราชการครูและคณาจารย์มีความหมายเหมือนกัน* 4. ถูกหมดทุกข้อ 9. ข้อใดไม่ใช่ บุคลากรทางการศึกษา ก. ศึกษานิเทศก์ ข. ผู้บริหารการศึกษา ค. ข้าราชการที่ทํางานในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ง. ถูกทุกข้อ* 10. “หน่วยงานการศึกษา” หมายถึงข้อใด ก. สถานศึกษา ข. สํานักงานการศึกษานอกโรงเรียน ค. แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ง. ถูกทุกข้อ* 11. ข้อใดไม่ใช่“สถานศึกษา” ก. ศูนย์การเรียน ข. ศูนย์เด็กเล็ก * ค. วิทยาลัยชุมชน ง. สถาบัน 12. คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูฯที่เรียกชื่อย่อว่า ก.ค.ศ มีใครเป็นรองประธานกรรมการ ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ* ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ ง. ผู้ที่คณะกรรมการเลือก 13. เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการก.ค.ศ. มีจํานวนเท่าใด ก. ๒ คน ข. ไม่เกิน ๒ คน ค. ๓ คน ง. ไม่เกิน ๓ คน* 14. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ.ซึ่ง ครม.แต่งตั้งจํานวน ๙ คน ไม่ได้แต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความ เชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านใด 1. ด้านการศึกษา ด้านการศึกษาพิเศษ หรือด้านกฎหมาย 2. ด้านการบริการจัดการภาครัฐ ด้านการบริหารองค์กร หรือการบริหารงานบุคคล 3. ด้านบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์ 4. ด้านรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง*
  • 87.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 15. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นในก.ค.ศ. ต้องมีคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาและ ประสบการณ์ตามข้อใด 1. ไม่กําหนดคุณวุฒิแต่มีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๕ ปี 2. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์สนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๕ ปี 3. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี* 4. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีทางการศึกษาและมีประสบการณ์สนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี 16. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯใน ก.ค.ศ.มีวาระในการดํารงตําแหน่งคราวละกี่ ปี และเป็นได้กี่วาระ ก. คราวละ ๓ ปี/เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน ข. คราวละ ๓ ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้ ค. คราวละ ๔ ปี/เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน* ง. คราวละ ๔ ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้ 17. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯใน ก.ค.ศ. 1. พ้นจากตําแหน่งตามวาระ 2. ขาดคุณสมบัติหรือพ้นจากการเป็นข้าราชการครูฯ 3. ตาย หรือลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ 4. ถอดถอนโดย ครม.ตามมติ ก.ค.ศ.ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการ* 18.การแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ เพื่อทําหน้าที่พิจารณาในเรื่องใดของ ก.ค.ศ. ที่กําหนดเงื่อนไขให้ตั้งจาก กรรมการ ก.ค.ศ. ซึ่ง ครม.แต่งตั้งอย่างน้อยสองคน และคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูฯไม่ น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนอนุกรรมการทั้งหมด ก. การสรรหา บรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูฯเป็นกรณีพิเศษ ข. การพิจารณาวินิจฉัยตีความปัญหาที่เกิดจากการใช้บังคับกฎหมาย ค. การดําเนินการเรื่องวินัย การออกจากราชการการอุทธรณ์และการร้องทุกข์* ง. ถูกทุกข้อ 19. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้แทนผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาแตกต่างจากกรรมการซึ่งเป็น ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาข้าราชการครูฯซึ่งเป็นคณะกรรมการใน ก.ค.ศ. ด้านใด 1. ด้านการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ 2. ด้านประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่* 3. ด้านเป็นผู้ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ยุติธรรม 4. ด้านการไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณและการประกอบอาชีพ 20. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. 1. เสนอแนะให้คําปรึกษาแก่นายกรมต.เกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการบริหารบุคคล* 2. กําหนดนโยบายวางแผน กําหนดเกณฑ์อัตรากําลัง 3. เสนอแนะให้คําปรึกษาแก่ ครม.เกี่ยวกับการปรับปรุงค่าครองชีพสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล 4. ออกกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการบริหารงานบุคคล 21. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. 1. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม 2. กําหนดวิธีการเงื่อนไขการจ้างเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลรวมทั้งกําหนดค่าตอบแทน
  • 88.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 3. ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาเสริมสร้างขวัญกําลังใจสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ 4. เสนอแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาต่อ รมต.* 22. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. 1. กําหนดมาตรฐาน พิจารณาและให้คําแนะนําเกี่ยวกับการดําเนินการทําวินัย การออกจากราชการ 2. กํากับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบประเมินผลการบริหารงานบุคคล 3. รายงานต่อ รมต.กรณีส่วนราชการอ.ก.ค.ศ. เขตฯ คณะกรรมการไม่ปฏิบัติตามพรบ.นี้* 4. รับรองคุณวุฒิผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรทางการศึกษา 23. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. 1. ส่งเสริมสนับสนุน ประสานงานและให้คําปรึกษา แนะนําการบริหารงานบุคคลแก่เขตพื้นที่ฯ 2. กําหนดค่าธรรมเนียมต่างๆที่ต้องดําเนินการตาม พรบ.นี้ 3. จัดทําทะเบียนประวัติและควบคุมการเกษียณอายุราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา* 4. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎหมายกําหนด 24. สํานักงาน ก.ค.ศ.มีฐานะเป็นกรมอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อบุคคลใด ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ* ข. นายก รมต. ค. ปลัดกระทรวง ง. ครม. 25. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของสํานักงาน ก.ค.ศ. 1. พัฒนาข้อมูลและจัดทําแผนอัตรากําลังข้าราชการครูฯ 2. กํากับติดตามตรวจสอบการปฏิบัติของหน่วยงานทางการศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา 3. จัดทํารายงานประจําปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลข้าราชการครูฯ 4. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม* 26. ก.ค.ศ.” ประกอบด้วย กรรมการโดยตําแหน่งจํานวนแปดคน ข้อใดไม่ใช่ ก. ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ข. ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. * ง. เลขาธิการคุรุสภา 27. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใน ก.ค.ศ. จํานวนเก้าคนซึ่ง ครม.แต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์สูงทาง ด้านละหนึ่งคน ในข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ด้านการบริหารการจัดการภาครัฐ ข. ด้านการบริหารองค์กร ค. ด้านการบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์ ง. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือด้านการบริหารจัดการความรู้* 28. กรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯใน ก.ค.ศ. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจํานวนกี่คน ก. เก้าคน ข. สิบสองคน* ค. สิบสามคน ง. สิบสี่คน
  • 89.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 29. กรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯในก.ค.ศ. ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเลือกจากข้าราชการครูสังกัดสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวนกี่คน ก. สองคน ข. สามคน* ค. สี่คน ง. ห้าคน 30. ถ้ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯว่างลง จะต้องดําเนินการอย่างไร 1. แต่งตั้งหรือเลือกตั้งกรรมการแทนตําแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวัน 2. ถ้าวาระการดํารงตําแหน่งของกรรมการผู้นั้นเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ดําเนินการแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง กรรมการแทนก็ได้ 3. ให้กรรมการซึ่งแทนกรรมการในตําแหน่งที่ว่างลงมีวาระอยู่ในตําแหน่งเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่ง ตนแทน 4. ถูกทุกข้อ* 31. ในการประชุม ก.ค.ศ. ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม 2. ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทําหน้าที่ แทน 3. ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด 4. ถูกทุกข้อ* 32. ใครเป็นประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ก. ผู้ที่ ก.ค.ศ.แต่งตั้ง ข. ผู้ที่ได้รับเลือกจากอนุกรรมการ ค. ผู้ที่ได้รับการเลือกจากอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ* ง. กรรมการโดยตําแหน่งคนใดคนหนึ่ง 33. องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาคือข้อใด 1. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 2. อนุกรรมการโดยตําแหน่ง อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ 3. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่งอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ 4. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ และอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ* 34. อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูฯใน อ.ก.ค.ศ. ได้มาโดยวิธีใด ก. การคัดเลือก ข. การสรรหา ค. การเลือกตั้ง* ง. วิธีการอื่น ตามที่ ก.ค.ศ กําหนด 35. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 1. ให้ความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูฯ 2. ให้ความเห็นชอบการพิจารณาความดีความชอบของครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดเขตฯ 3. จัดทําและพัฒนามาตรฐานข้อมูลข้าราชการครูฯ*
  • 90.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 4. ให้ความเห็นชอบการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่ใช่อํานาจหน้าที่สถานศึกษา 36.อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สําหรับแต่ละเขต พื้นที่การศึกษา ประกอบด้วย อนุกรรมการโดยตําแหน่งจํานวนกี่คน ก. สองคน* ข. สามคน ค. สี่คน ง. ไม่มีข้อถูก 37.อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สําหรับแต่ละเขต พื้นที่การศึกษา ประกอบด้วย อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสี่คน ซึ่งคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์ด้านละหนึ่งคน ในข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การบริหารงานบุคคล ข. ด้านการบริการจัดการภาครัฐ* ค. ด้านกฎหมาย ง. ด้านการเงินการคลัง 38. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีจํานวนเท่าใด ก. เก้าคน ข. สิบคน* ค. สิบเอ็ดคน ง. สิบสองคน 39. ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ 2. อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทน ก.ค.ศ. และอนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนคุรุสภาต้องไม่เป็นข้าราชการครูฯ * 3. อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนคุรุสภาต้องเป็นสมาชิกคุรุสภาและเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตาม กฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 4. อนุกรรมการ ต้องไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ที่ ปรึกษา หรือผู้มีตําแหน่งบริหารในพรรคการเมือง 40. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ในการพิจารณากําหนดในเรื่องใด 1. นโยบายการบริหารงานบุคคลสําหรับข้าราชการครูฯ ในเขตพื้นที่การศึกษา 2. จํานวนและอัตราตําแหน่งให้สอดคล้องกับนโยบาย การบริหารงานบุคคล ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด 3. เกลี่ยอัตรากําลังให้สอดคล้องกับนโยบาย การบริหารงานบุคคล ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด 4. การพิจารณาความดีความชอบ*
  • 91.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 41. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องใด 1. การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูฯในเขตพื้นที่การศึกษา 2. เกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษา ในเขตพื้นที่การศึกษา และข้าราชการครูฯในเขตพื้นที่การศึกษา 3. การดําเนินการทําวินัย * 4. เรื่องการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่อยู่ในอํานาจและหน้าที่ของผู้บริหารของหน่วยงาน การศึกษา 42. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1. รับผิดชอบในการปฏิบัติงานราชการที่เป็นอํานาจและหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาและตามที่ อ. ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามอบหมาย 2. เสนอแนะการบรรจุและแต่งตั้ง และการบริหารงานบุคคลในเรื่องอื่นที่อยู่ในอํานาจและหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 3. พิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่ การศึกษา และข้าราชการครูฯในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา * 4. จัดทําแผนและส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการครูฯในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา 43. คณะกรรมการสถานศึกษา มีอํานาจและหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสําหรับข้าราชการครูฯใน สถานศึกษา ในข้อใดไม่ถูกต้อง 1. กํากับ ดูแล การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ และวิธีการตามที่ ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษากําหนด 2. เสนอความต้องการจํานวนและอัตราตําแหน่งของข้าราชการครูฯในสถานศึกษาเพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขต พื้นที่การศึกษาพิจารณา 3. ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูฯในสถานศึกษาต่อผู้บริหารสถานศึกษา 4. ถูกทุกข้อ* 44. การดําเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ ให้ยึดหลักการในข้อใดถูกต้อง ก. ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ข. โดยยึดถือระบบคุณธรรม ความเสมอภาคระหว่างบุคคล ค. หลักการได้รับการปฏิบัติและการคุ้มครองสิทธิอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ง. ถูกทุกข้อ* 45. ผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูฯได้ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป คุณสมบัติในข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 2. ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีสําหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง * 4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  • 92.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 46. วันเวลาทํางานวันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจําปี และการลาหยุดราชการของ ข้าราชการครูฯ ก. ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กําหนด * ข. ให้เป็นไปตามที่ นายกรัฐมนตรี กําหนด ค. ให้เป็นไปตามที่ ระเบียบกําหนด ง. ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น 47. เครื่องแบบของข้าราชการครูฯและระเบียบการแต่งเครื่องแบบ กําหนดไว้อย่างไร ก. ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กําหนด ข. ให้เป็นไปตามที่ นายกรัฐมนตรี กําหนด ค. ให้เป็นไปตามที่ ระเบียบกําหนด ง. ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น * 48. ตําแหน่งข้าราชการครูฯมี ๓ ประเภท ข้อในไม่ถูกต้อง ก. ตําแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา ข. ตําแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษาที่สอนระดับปริญญา* ค. ตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ง. ตําแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น 49. ตําแหน่งใดไม่มีในหน่วยงานการศึกษาที่สอนระดับปริญญา ก. ครู ข. อาจารย์ ค. ผู้อํานวยการสถานศึกษา* ง. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 50. ตําแหน่งใดจะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้ ก. ครู * ข. อาจารย์ ค. ผู้อํานวยการสถานศึกษา ง. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 51. ตําแหน่งครู เป็นตําแหน่งที่มีวิทยฐานะ สูงสุดถึงระดับใด ก. ครูชํานาญการ ข. ครูชํานาญการพิเศษ ค. ครูเชี่ยวชาญ ง. ครูเชี่ยวชาญพิเศษ * 52. ตําแหน่งรองผู้บริหารสถานศึกษา มีวิทยฐานะสูงสุดถึงระดับใด ก. รองผู้อํานวยการชํานาญการ ข. รองผู้อํานวยการชํานาญการพิเศษ ค. รองผู้อํานวยการเชี่ยวชาญ * ง. รองผู้อํานวยการเชี่ยวชาญพิเศษ
  • 93.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 53. ตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษามีวิทยฐานะสูงสุดถึงระดับใด ก. ผู้อํานวยการชํานาญการ ข. ผู้อํานวยการชํานาญการพิเศษ ค. ผู้อํานวยการเชี่ยวชาญ ง. ผู้อํานวยการเชี่ยวชาญพิเศษ * 54. ตําแหน่งผู้บริหารการศึกษา มีวิทยฐานะ ในข้อใดไม่ถูกต้อง ก. รองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาชํานาญการพิเศษ ข. รองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญพิเศษ* ค. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญ ง. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญพิเศษ 55. ตําแหน่งศึกษานิเทศก์ มีวิทยฐานะ สูงสุดถึงระดับใด ก. ศึกษานิเทศก์ชํานาญการ ข. ศึกษานิเทศก์ชํานาญการพิเศษ ค. ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ ง. ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญพิเศษ * 56. ให้ตําแหน่งใด ไม่เป็นตําแหน่งทางวิชาการ ก. อาจารย์ ข. ศึกษานิเทศก์ชํานาญการพิเศษ * ค. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ง. รองศาสตราจารย์ 57.ให้ ก.ค.ศ. จัดทํามาตรฐานตําแหน่ง มาตรฐานวิทยฐานะ และมาตรฐานตําแหน่งทางวิชาการของข้าราชการ ครูฯไว้เป็นบรรทัดฐานทุกตําแหน่ง ทุกวิทยฐานะเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงข้อใดไม่ถูกต้อง ก. มาตรฐานวิชาชีพ คุณวุฒิการศึกษา ข. การอบรม ประสบการณ์ ระยะเวลาการปฏิบัติงาน ค. คุณภาพการปฏิบัติงาน หรือผลงานที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ง. ถูกทุกข้อ* 58. ในการจัดทํามาตรฐานตําแหน่งทุกตําแหน่ง ข้อใดกล่าวถูกต้อง 1. ให้จําแนกตําแหน่งเป็นประเภทและสายงานตามลักษณะงาน 2. และจัดตําแหน่งในประเภทและสายงานที่มีลักษณะงานอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันให้อยู่ในตําแหน่ง ประเภทหรือสายงานเดียวกัน หรือโดยประมาณเป็นกลุ่มเดียวกัน 3. โดยแสดงชื่อตําแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของตําแหน่ง ลักษณะงานที่ปฏิบัติ และคุณสมบัติเฉพาะ สําหรับตําแหน่งของ ผู้ที่ดํารงตําแหน่งนั้น 4. ถูกทุกข้อ*
  • 94.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 59. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูฯเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งใด 1. ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สําหรับตําแหน่งนั้น 2. โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลําดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 3. ผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูฯตําแหน่งใด ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา ๓๐ และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสําหรับตําแหน่งตามมาตรฐานตําแหน่ง 4. ถูกทุกข้อ* 60. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดําเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการ ครูฯ 2. กรณีที่หน่วยงานการศึกษาใดมีความพร้อมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนดให้ .ก.ค.ศ. มอบให้ หน่วยงานการศึกษานั้นเป็นผู้ดําเนินการสอบแข่งขัน * 3.หลักสูตร วิธีการสอบแข่งขัน และวิธีดําเนินการที่เกี่ยวกับการสอบแข่งขัน ตลอดจนเกณฑ์ตัดสินการขึ้นบัญชี ผู้สอบแข่งขันได้ การนํารายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น และการ ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กําหนด 4. ถูกทุกข้อ 61.ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูฯ หากภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นขาดคุณสมบัติ ทั่วไป หรือขาดคุณสมบัติตามมาตรฐานตําแหน่ง หรือขาดคุณสมบัติพิเศษอยู่ก่อนก็ดี หรือมีกรณีต้องหาอยู่ ก่อนและภายหลังปรากฏว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเนื่องจากกรณีต้องหานั้นก็ดี ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ ดําเนินการอย่างไร ก. สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการโดยพลัน* ข. แจ้งความสถานีตํารวจ ค. รายงาน สพฐ. ง. รายงาน อ.ก.ค.ศ. 62.ในกรณีที่มีความจําเป็นหรือมีเหตุพิเศษที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถดําเนินการสอบแข่งขันได้ หรือการสอบแข่งขันอาจทําให้ไม่ได้บุคคลต้องตามประสงค์ของทางราชการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ดําเนินการอย่างไร ก. อาจคัดเลือกโดยวิธีอื่นได้ * ข. แจ้ง ก.ค.ศ. ดําเนินการคัดเลือก ค. ขออนุญาต ก.ค.ศ. ง. ถูกทุกข้อ
  • 95.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 63.หน่วยงานการศึกษาใดมีเหตุผลและความจําเป็นอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์แก่ราชการ ที่จะต้องบรรจุและ แต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถ มีความชํานาญหรือเชี่ยวชาญระดับสูงเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู ฯ จะต้องดําเนินการอย่างไร 1. ให้หน่วยงานการศึกษาดําเนินการขอความเห็นชอบ จาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาก่อน แล้วให้ขออนุมัติ จาก ก.ค.ศ. 2. เมื่อ ก.ค.ศ. ได้พิจารณาอนุมัติให้สั่งบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งใด วิทยฐานะใด และกําหนดเงินเดือนที่จะ ให้ได้รับแล้ว 3. ให้ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแต่งตั้งได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด 4. ถูกทุกข้อ* 64. ข้อใดถูกต้องในการบรรจุและแต่งตั้งตําแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ 1.เมื่อได้รับอนุมัติจาก ก.ค.ศ. แล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนราชการที่ผู้นั้นสังกัดอยู่เป็นผู้มีอํานาจสั่ง บรรจุและให้ รมต.เจ้าสังกัดนําเสนอนายก รมต.เพื่อนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง * 2. เมื่อได้รับอนุมัติจาก ก.ค.ศ. แล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนราชการที่ผู้นั้นสังกัดอยู่เป็นผู้มีอํานาจสั่ง บรรจุ 3. ให้ รมต.เจ้าสังกัดนําเสนอนายก รมต.เพื่อนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 4. ไม่มีข้อถูก 65. อํานาจการบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งรองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1. ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. 2. ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยอนุมัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 3. ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยอนุมัติ ก.ค.ศ. * 4. ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยอนุมัติ รมต.ศธ.. 66. ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขต พื้นที่การศึกษา ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ตําแหน่งผู้อํานวยการสถานศึกษา 2. ตําแหน่งศึกษานิเทศก์ ตําแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) ในสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา 3. และตําแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ 4. ถูกทุกข้อ* 67. ให้ผู้อํานวยการสถานศึกษาเป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาข้อ ใดไม่ถูกต้อง ก. ครูผู้ช่วย ข. ตําแหน่งครูชํานาญการ * ค. ตําแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) ในสถานศึกษา ง. ถูกทุกข้อ
  • 96.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 68. ข้อใดไม่ใช่คณะกรรมการสรรหาผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก.เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ข. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ค. เลขาธิการคุรุสภา ง. ถูกทุกข้อ * 69. เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มเป็นเวลาเท่าใด ก. หกเดือน ข. หนึ่งปี ค. สองปี* ง. สามปี 70. ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นเวลาเท่าใด ก. หกเดือน* ข. หนึ่งปี ค. สองปี ง. สามปี 71. ผู้อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ในตําแหน่งใดถ้า ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งอื่น จะต้องดําเนินการอย่างไร 1. ให้เริ่มทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ใหม่ * 2. ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มต่อเนื่องจากเดิม 3. ได้ทั้งข้อ ก และ ข 4. ไม่มีข้อถูก 72.การโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นที่มิใช่พนักงาน วิสามัญ และการโอนข้าราชการอื่นที่มิใช่ข้าราชการครูฯตามพระราชบัญญัตินี้ และมิใช่ข้าราชการการเมือง มา บรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูฯ อาจทําได้ในกรณีใด 1. หากบุคคลนั้นสมัครใจ 2.ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ ของหน่วยงานการศึกษาที่ประสงค์จะรับโอนทําความตกลงกับผู้มีอํานาจสั่งบรรจุ ของส่วนราชการหรือหน่วยงานสังกัดเดิม แล้วเสนอเรื่องให้ ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา แล้วแต่ กรณี อนุมัติ 3. โดยให้คํานึงถึงประโยชน์ที่หน่วยงานการศึกษานั้นจะได้รับเป็นสําคัญ 4. ถูกทุกข้อ*
  • 97.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 73. การย้ายข้าราชการครูฯผู้ใดไปดํารงตําแหน่งในหน่วยงานการศึกษาอื่นภายในส่วนราชการหรือภายในเขต พื้นที่การศึกษาหรือต่างเขตพื้นที่การศึกษาข้อใดถูกต้อง 1. ต้องได้รับอนุมัติจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ของผู้ประสงค์ย้ายและผู้รับ ย้าย แล้วแต่กรณี 2. ให้สถานศึกษาโดยคณะกรรมการสถานศึกษาเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ด้วย 3. เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณาอนุมัติแล้ว ให้ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นต่อไป 4. ถูกทุกข้อ* 74. การย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อไปบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งเป็นข้าราชการครูฯ ก. ต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ค.ศ. * ข. ต้องได้รับอนุมัติจาก อ.ก.ค.ศ. ค. ต้องได้รับอนุมัติจาก สพฐ. ง. ถูกทุกข้อแล้วแต่กรณี 75.พนักงานส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นผู้ใดออกจากงานหรือออก จากราชการไปแล้ว ถ้าสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูฯและทางราชการประสงค์รับผู้นั้นเข้ารับราชการ ใครเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ ก. ผู้มีอํานาจตาม ม.๕๓ ข. อ.ก.ค.ศ. ค. ก.ค.ศ* ง. แล้วแต่ตําแหน่งหรือระดับ 76. การสั่งให้ข้าราชการครูฯผู้ใดไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานการศึกษาใดเป็นการชั่วคราวในเขตพื้นที่ การศึกษา ให้เป็นอํานาจของผู้ใด 1. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา * 3. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยอนุมัติ ก.ค.ศ. 77. ข้อใดไม่ถูกต้องในการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูฯ 1. ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา 2. การเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้พิจารณาผลการปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน เป็นหลักตามแนวทางการจัด การศึกษาที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ 3. ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาไม่สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูฯผู้ใดให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบ พร้อมเหตุผลที่ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือน 4. ถูกทุกข้อ*
  • 98.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 78. ข้าราชการครูฯผู้ใดจะได้รับเงินวิทยพัฒน์ได้ในกรณีใด 1.ผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ ให้กระทรวงเจ้าสังกัด ส่วนราชการและหน่วยงาน การศึกษาดําเนินการให้ได้รับได้ 2. ผู้ที่มีผลงานหรือผลการปฏิบัติงานดีเด่นหรือผู้ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้ได้รับเงินวิทยพัฒน์ได้ ตาม ระเบียบที่ ก.ค.ศ.กําหนด โดยความเห็นชอบของ ครม. * 3. ถูกทั้งข้อ ก และ ข 4. ไม่มีข้อถูก* 79. ข้อใดคือหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา 1. ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาและ 2. หน้าที่พัฒนาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ วิชาชีพที่เหมาะสม 3. ในการส่งเสริม สนับสนุนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา โดยการให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและ พัฒนาตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กําหนด 4. ถูกทุกข้อ* 80. ข้อใดเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 1. อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอํานาจและหน้าที่ราชการของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม หา ประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น 2. การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ 3.การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงาน การศึกษา มติ ครม.หรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเล่อหรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ ของทางราชการอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง 4. ถูกทุกข้อ* 81. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. ต้องปฏิบัติตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทาง ราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง 2. แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคําสั่งนั้นจะทําให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทาง ราชการจะเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคําสั่งนั้นก็ได้ 3. และเมื่อเสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือให้ปฏิบัติตามคําสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา จะต้องปฏิบัติตาม 4. ถูกทุกข้อ* 82. ข้าราชการครูฯต้องตรงต่อเวลา อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรียน คํากล่าวใดไม่ถูกต้อง 1. จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรมิได้ 2. การละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่าง ร้ายแรง หรือ 3.การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมี พฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 4. ทุกข้อถูกต้องทั้งหมด*
  • 99.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 83. ข้อใดไม่เป็นความผิดร้ายแรง 1.กลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่าง ร้ายแรง 2. การกระทําโดยมีความมุ่งหมายจะให้เป็นการซื้อขาย หรือให้ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งหรือวิทยฐานะใด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 3. เป็นการกระทําอันมีลักษณะเป็นการให้ หรือได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิประโยชน์อื่น เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่น ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยมิชอบหรือเสื่อมเสียความเที่ยงธรรม 4. ทุกข้อเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง * 84. ข้อใดเป็นความผิดวินัยร้ายแรง 1. ต้องไม่คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นโดยมิชอบ 2. หรือนําเอาผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือจ้างวาน ใช้ผู้อื่นทําผลงานทางวิชาการ 3. ข้าราชการครูฯที่ร่วมดําเนินการคัดลอกหรือลอกเลียนผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือรับจัดทําผลงานทาง วิชาการไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เพื่อให้ผู้อื่นนําผลงานนั้นไปใช้ประโยชน์ 4. ทุกข้อเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง * 85. ข้าราชการครูฯไม่สามารถเป็นตําแหน่งใดในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ก. กรรมการผู้จัดการ ข. ผู้จัดการ ค. ดํารงตําแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกับข้อ ก และ ข ง. ถูกทุกข้อ* 86. การกระทําความผิดอาญา ที่ถือว่าไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ก. ได้รับโทษจําคุก ข. โทษที่หนักกว่าจําคุก ค. โทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ * ง. กระทําการอื่นใดอันใดชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง 87. ข้าราชการครูฯกระทําสิ่งใดที่ไม่ถือว่า เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 1. ที่เสพยาเสพติด 2. สนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด 3. เล่นการพนัน * 4. หรือกระทําการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ 88. ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในเรื่องวินัยอย่างไร 1. เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย 2. ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทําผิดวินัย 3. และดําเนินการทําวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัย 4. ถูกทุกข้อ*
  • 100.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 89. ข้อใดไม่ใช่การเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย 1.ให้กระทําโดยการปฏิบัติตน เป็นแบบอย่างที่ดี 2. การเอาใจใส่ สังเกตการณ์และขจัดเหตุที่อาจก่อให้เกิดการกระทําผิดวินัย * 3. การฝึกอบรม การสร้างขวัญและกําลังใจ การจูงใจ 4. การอื่นใดในอันที่จะเสริมสร้างและพัฒนาเจตคติ จิตสํานึก และพฤติกรรมของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไป ในทางที่มีวินัย 90. เมื่อมีการกล่าวหาโดยปรากฏตัวผู้กล่าวหาหรือกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการครูฯผู้ใดกระทําผิดวินัยโดยยัง ไม่มีพยานหลักฐาน 1. ให้ผู้บังคับบัญชารีบดําเนินการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าผู้นั้นกระทําผิด วินัยหรือไม่ 2. ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยจึงจะยุติเรื่องได้ 3. ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูล ที่ควรกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัย ก็ให้ดําเนินการทําวินัยทันที 4. ถูกทุกข้อ* 91. โทษทางวินัยมี ๕ สถาน ข้อใดไม่ใช่ ก. ภาคทัณฑ์ ข. ตัดเงินเดือน ค. ลดขั้นเงินเดือน ง. ให้ออก * 92. การลงโทษข้าราชการครูฯ มีวิธีการอย่างไร 1. ให้ทําเป็นคําสั่ง วิธีการออกคําสั่งเกี่ยวกับการลงโทษให้เป็นไปตามระเบียบของ ก.ค.ศ. 2. ผู้สั่งลงโทษต้องสั่งลงโทษให้เหมาะสมกับความผิดและมิให้เป็นไปโดยพยาบาท โดยอคติหรือโดยโทสจริต หรือลงโทษผู้ที่ไม่มีความผิด 3. ในคําสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทําผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการ กําหนดสถานโทษเช่นนั้น 4. ถูกทุกข้อ* 93. การดําเนินการทําวินัยแก่ข้าราชการครูฯซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัย ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อดําเนินการสอบสวนให้ได้ความจริงและความยุติธรรม โดยมิชักช้า 2. ในการสอบสวนจะต้องแจ้งข้อกล่าวหา และสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูก กล่าวหาทราบ โดยระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ 3. ให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสชี้แจงและนําสืบแก้ข้อกล่าวหา 4. ต้องตั้งกรรมการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรงไว้ก่อน*
  • 101.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 94. ข้อใดถูกต้องในการลงโทษข้าราชการครูฯผู้ใดกระทําผิดวินัยไม่ร้ายแรง 1.ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับ ความผิดถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนํามาประกอบ การพิจารณาลดโทษก็ได้ 2. สําหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทําผิดวินัยเล็กน้อย หรือมีเหตุอันควรลดหย่อนซึ่งยังไม่ ถึงกับจะต้องถูกลงโทษตัดเงินเดือน 3. ในกรณีกระทําผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอันควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยให้ทําทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่า กล่าวตักเตือนก็ได้ 4. ถูกทุกข้อ* 95.ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนหรือผู้มีอํานาจสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน แล้วแต่กรณีเห็นว่า ข้าราชการครูฯผู้ใดกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง สมควรลงโทษปลดออกหรือไล่ออก ให้ดําเนินการ ให้เสนอ ก.ค.ศ.พิจารณา ยกเว้นข้อใด ก. อธิการบดี ข. ตําแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ * ค. ตําแหน่งศาสตราจารย์ ง. นายก รมต.หรือ รมต.เจ้าสังกัดแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 96. การรายงานการดําเนินการทําวินัยไม่ร้ายแรงของผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาลงมา 1. เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดําเนินการทําวินัยแล้ว ให้รายงานไปยังผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2.เมื่อผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับรายงานแล้วเห็นว่าการยุติเรื่อง การงดโทษ หรือการสั่ง ลงโทษไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ก็ให้มีอํานาจสั่งงดโทษลดสถานโทษ เพิ่มสถานโทษ เปลี่ยนแปลงและแก้ไข ข้อความในคําสั่งเดิม หรือดําเนินการอย่างใดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาให้ได้ความจริงและความ ยุติธรรมได้ตามควรแก่กรณี 3.ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้พิจารณา ตามอํานาจหน้าที่แล้วให้เสนอหรือรายงาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณา เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาได้พิจารณาแล้ว ให้รายงานไปยังหัวหน้าส่วน ราชการพิจารณา 4. ถูกทุกข้อ* 97. การรายงานการดําเนินการทําวินัยอย่างร้ายแรงของผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาลงมา 1. เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดําเนินการทําวินัยแล้ว ให้รายงานไปยังผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. เมื่อผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาตามอํานาจหน้าที่แล้ว ให้รายงาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษา 3. เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาแล้วให้รายงาน ก.ค.ศ. พิจารณา 4. ถูกทุกข้อ *
  • 102.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 98.เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดําเนินการทําวินัย หรือสั่งให้ข้าราชการครูฯออกจากราชการในเรื่องใดไปแล้วถ้าก.ค. ศ.พิจารณาเห็นเป็นการสมควรให้สอบสวนใหม่หรือสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม หรือ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแลให้หน่วยงานการศึกษาปฏิบัติการ โดยถูกต้องและเหมาะสมตามความเป็น ธรรม ข้อใดเป็นการดําเนินการไม่ถูกต้อง 1. ก.ค.ศ. มีอํานาจสอบสวนใหม่หรือสอบสวนเพิ่มเติมในเรื่องนั้นได้ตามความจําเป็น 2. โดยจะสอบสวนเองหรือให้ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ หรือคณะกรรมการสอบสวนสอบสวนใหม่หรือสอบสวนเพิ่มเติม แทน 3. กําหนดประเด็นหรือข้อสําคัญที่ต้องการทราบส่งไปเพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนที่ผู้บังคับบัญชาได้แต่งตั้ง ไว้เดิมทําการสอบสวนเพิ่มเติมได้ 4. ถูกทุกข้อ* 99. ข้าราชการครูฯซึ่งโอนมาจากพนักงานส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วน ท้องถิ่น ผู้ใดมีกรณีกระทําผิดวินัยอยู่ก่อนวันโอนมาบรรจุ การดําเนินการใดไม่ถูกต้อง 1. ให้ผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูฯผู้นั้นดําเนินการทําวินัยตามหมวดนี้โดยอนุโลม 2.แต่ถ้าเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการสืบสวนหรือสอบสวนของทางผู้บังคับบัญชาเดิมก่อนวันโอน ก็ให้สืบสวน สอบสวนต่อไปจนเสร็จ แล้วส่งเรื่องไปให้ผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูฯผู้นั้น พิจารณาดําเนินการต่อไปตาม หมวดนี้โดยอนุโลม 3. และในกรณีที่จะต้องสั่งลงโทษทางวินัยให้ปรับบทความผิดและลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการนั้นโดยอนุโลม 4. ถูกทุกข้อ* 100.ข้าราชการครูฯ ผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ผู้มี อํานาจตามมาตรา ๕๓ เป็นผู้พิจารณาอนุญาต ในกรณีที่ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ พิจารณาเห็นว่าจําเป็นเพื่อ ประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินกี่วัน ก. เก้าสิบวันนับตั้งแต่วันขอลาออก * ข. เก้าสิบวันนับถัดจากวันขอลาออก ค. หกสิบวันนับตั้งแต่วันขอลาออก ง. หกสิบวันนับถัดจากวันขอลาออก
  • 103.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูฯ ชุดที่๒ 1.การสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบําเหน็จบํานาญเหตุทดแทน นอกจากทําได้ในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตราอื่น ตามพระราชบัญญัตินี้และกรณีที่กฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการบัญญัติให้ผู้ถูกสั่งให้ออกมีสิทธิ ได้รับบําเหน็จบํานาญเหตุทดแทนแล้ว ให้ทําได้ในกรณีต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. เมื่อข้าราชการครูฯผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้โดยสม่ําเสมอ ถ้าผู้มีอํานาจดังกล่าว เห็นสมควรให้ออกจากราชการแล้ว ให้สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการได้ 2. เมื่อข้าราชการครูฯผู้ใดสมัครไปปฏิบัติงานใดๆ ตามความประสงค์ของทางราชการ ให้ผู้มีอํานาจดังกล่าวสั่ง ให้ผู้นั้นออกจากราชการ 3. เมื่อทางราชการเลิกหรือยุบตําแหน่งใด ให้ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ สั่งให้ข้าราชการครูฯผู้ดํารงตําแหน่งนั้น ออกจากราชการได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด 4. ถูกทุกข้อ* 2. ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ สั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบําเหน็จบํานาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วย บําเหน็จบํานาญข้าราชการ ในข้อใดไม่ถูกต้อง 1.ถูกกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่ ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ราชการและ เห็นว่ากรณีมีมูล ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการ ต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ 2.กรณีถูกตั้งกรรมการสอบสวน และกรรมการสอบสวนหรือผู้มีอํานาจ แล้วแต่กรณี เห็นว่ากรณีมีเหตุอันควร สงสัยอย่างยิ่งว่าผู้นั้นได้กระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่การสอบสวนไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะสั่งให้ลงโทษวินัย อย่างร้ายแรง ถ้าให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ 3. ต้องรับโทษจําคุกโดยคําสั่งของศาลหรือต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดที่ได้ กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก 4. ถูกทุก * 3.ข้าราชการครูฯผู้ใดถูกสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง หรือ ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี ภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําสั่ง ก. สามสิบวัน* ข. สี่สิบห้าวัน ค. หกสิบวัน ง. เก้าสิบวัน 4. ข้าราชการครูฯผู้ใดถูกสั่งลงโทษปลดออก ไล่ออกหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ ให้มีสิทธิอุทธรณ์หรือร้อง ทุกข์ แล้วแต่กรณี ต่อผู้ใด ก. ก.ค.ศ. * ข. อ.ก.ค.ศ. ค. ผู้ออกคําสั่ง ง. ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ 5. ข้าราชการครูฯ มีสิทธิ์ร้องทุกข์ ได้ในกรณีใด ก. ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม ข. หรือมีความคับข้องใจเนื่องจากการกระทําของผู้บังคับบัญชา ค. หรือการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย
  • 104.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน ง. ถูกทุกข้อ* 6.ข้อใด คือหลักการของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ 1. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา 2. ให้มีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา* 3. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4. ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 7. เหตุผลสําคัญที่ต้องตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ 1. มาตรา ๕๔ หมวด ๗ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ กําหนดให้บัญญัติขึ้น 2. เพื่อให้มีระบบข้าราชการครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาขึ้นมาใหม่ 3. ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่ภายใต้การกํากับดูแลขององค์กรกลางเดียวกัน* 4. เพื่อกระจายอํานาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา 8. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้เมื่อใด ก. ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ข. ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๗ ค. ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ง. ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗* 9. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ส่งผลให้ยกเลิกกฎหมาย ฉบับใด 1. พระราชบัญญัติคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๓ และแก้ไขเพิ่มเติม 2. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ และแก้ไขเพิ่มเติม* 3. พระราชบัญญัติครู พ.ศ. ๒๔๘๘ และแก้ไขเพิ่มเติม 4. ถูกทุกข้อ 10. ข้อใด ไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก. ครู ข. ผู้บริหารสถานศึกษา ค. ผู้บริหารการศึกษา* ง. บุคลากรทางการศึกษาอื่น 11. ข้อใด ไม่ใช่หน่วยงานทางการศึกษาพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ. ศ.๒๕๔๗ ก. สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ* ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ค. สํานักงานการศึกษานอกโรงเรียน ง. หน่วยงานตามที่ ก.ค.ศ.กําหนด
  • 105.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 12. คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เรียกชื่อย่อว่าก.ค.ศ ซึ่งมี ทั้งหมด ๒๑ คน มีใครเป็นรองประธานกรรมการ ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ* ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ ง. ผู้ที่คณะกรรมการเลือก 13. เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการก.ค.ศ. มีจํานวนเท่าใด ก. ๒ คน ข.ไม่เกิน ๒ คน ค. ๓ คน ง. ไม่เกิน ๓ คน* 14. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ. ซึ่งมีจํานวน ๗ คน กลุ่มใดที่มี จํานวนแตกต่างไปจากพวก ก. ผู้แทนผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษา ข. ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา ค. ผู้แทนข้าราชการครู* ง. ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น 15. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ.ซึ่ง ครม.แต่งตั้งจํานวน ๗ คน ไม่ได้แต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความ เชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านใด 1. ด้านการศึกษา ด้านการศึกษาพิเศษ หรือด้านกฎหมาย 2. ด้านการบริการจัดการภาครัฐ ด้านการบริหารองค์กร หรือการบริหารงานบุคคล 3. ด้านบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์ 4. ด้านรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง* 16. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นใน ก.ค.ศ. ต้องมีคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาและ ประสบการณ์ตามข้อใด 1. ไม่กําหนดคุณวุฒิแต่มีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๕ ปี 2. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า๕ ปี 3. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีมีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี* 4. คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีทางการศึกษาและมีประสบการณ์สนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี 17. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ.มีวาระใน การดํารงตําแหน่งคราวละกี่ปี และเป็นได้กี่วาระ 1. คราวละ ๓ ปี/เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน 2. คราวละ ๓ ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้ 3. คราวละ ๔ ปี/เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน* 4. คราวละ ๔ ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้
  • 106.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 18. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ. 1.พ้นจากตําแหน่งตามวาระ 2. ขาดคุณสมบัติหรือพ้นจากการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. ตาย หรือลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ 4. ถอดถอนโดยคณะรัฐมนตรีตามมติ ก.ค.ศ.ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการ* 19.การแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ เพื่อทําหน้าที่พิจารณาในเรื่องใดของ ก.ค.ศ. ที่กําหนดเงื่อนไขให้ตั้งจาก กรรมการ ก.ค.ศ. ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอย่างน้อยสองคน และคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนอนุกรรมการทั้งหมด 1. การสรรหา บรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นกรณีพิเศษ 2. การพิจารณาวินิจฉัยตีความปัญหาที่เกิดจากการใช้บังคับกฎหมาย 3. การดําเนินการเรื่องวินัย การออกจากราชการการอุทธรณ์และการร้องทุกข์* 4. ถูกทุกข้อ 20. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้แทนผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาแตกต่างจากกรรมการซึ่งเป็น ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นคณะกรรมการใน ก.ค.ศ. ด้านใด 1. ด้านการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ 2. ด้านประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่* 3. ด้านเป็นผู้ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ยุติธรรม 4. ด้านการไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรมจรรยาบรรณและการประกอบอาชีพ 21. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. 1. เสนอแนะให้คําปรึกษาแก่นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการบริหารบุคคล* 2. กําหนดนโยบายวางแผน กําหนดเกณฑ์อัตรากําลัง 3. เสนอแนะให้คําปรึกษาแก่ ครม.เกี่ยวกับการปรับปรุงค่าครองชีพสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล 4. ออกกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการบริหารงานบุคคล 22. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. 1. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม 2. กําหนดวิธีการเงื่อนไขการจ้างเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลรวมทั้งกําหนดค่าตอบแทน 3. ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาเสริมสร้างขวัญกําลังใจ สวัสดิการ สิทธิประโยชน์ 4. เสนอแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาต่อรัฐมนตรี* 23. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. 1. กําหนดมาตรฐาน พิจารณาและให้คําแนะนําเกี่ยวกับการดําเนินการทําวินัย การออกจากราชการ 2. กํากับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบประเมินผลการบริหารงานบุคคล 3. รายงานต่อรัฐมนตรีกรณีส่วนราชการอ.ก.ค.ศ. เขตฯ คณะกรรมการไม่ปฏิบัติตามพรบ.นี้* 4. รับรองคุณวุฒิผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรทางการศึกษา
  • 107.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 24. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของก.ค.ศ. 1. ส่งเสริมสนับสนุน ประสานงานและให้คําปรึกษา แนะนําการบริหารงานบุคคลแก่เขตพื้นที่ฯ 2. กําหนดค่าธรรมเนียมต่างๆที่ต้องดําเนินการตาม พรบ.นี้ 3. จัดทําทะเบียนประวัติและควบคุมการเกษียณอายุราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา* 4. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎหมายกําหนด 25. สํานักงาน ก.ค.ศ. มีฐานะเป็นกรมอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อบุคคลใด ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ* ข. นายกรัฐมนตรี ค. ปลัดกระทรวง ง. คณะรัฐมนตรี 26. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของสํานักงาน ก.ค.ศ. 1. พัฒนาข้อมูลและจัดทําแผนอัตรากําลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2. กํากับติดตามตรวจสอบการปฏิบัติของหน่วยงานทางการศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา 3. จัดทํารายงานประจําปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม* 27. ใครเป็นประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ก. ผู้ที่ ก.ค.ศ.แต่งตั้ง ข. ผู้ที่เป็นตัวแทน ก.ค.ศ. ค. ผู้ที่ได้รับการเลือกจากอนุกรรมการ* ง. กรรมการโดยตําแหน่งคนใดคนหนึ่ง 28. องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาคือข้อใด 1. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 2. อนุกรรมการโดยตําแหน่ง อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ 3. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่งอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ 4. ประธาน อนุกรรมการโดยตําแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ และอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ* 29. อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ. ต้องมีบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษานั้นจํานวนเท่าใด ก. ๑ คน ข. อย่างน้อย ๑ คน* ค. ๒ คน ง. อย่างน้อย ๒ คน 30. อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน อ.ก.ค.ศ. ได้มาโดยวิธีใด ก. การคัดเลือก ข. การสรรหา ค. การเลือกตั้ง* ง. วิธีการอื่น ตามที่ ก.ค.ศ กําหนด
  • 108.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 31. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 1. อนุกรรมการเมื่อรวมกับประธานแล้วมีจํานวน๙ คน 2. อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้จากผู้มีความรู้สามารถและประสบการณ์ด้านการศึกษาและด้านอื่น 3. อนุกรรมการผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษามีได้ ๑ คน* 4. ผู้ที่จัดให้มีการได้มาของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคือผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษา 32. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 1. ให้ความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2. ให้ความเห็นชอบการพิจารณาความดีความชอบของครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดเขตฯ 3. จัดทําและพัฒนามาตรฐานข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา* 4. ให้ความเห็นชอบการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่ใช่อํานาจหน้าที่สถานศึกษา 33. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายการบริหารบุคคล 1. เป็นผู้บริหารราชการและเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษา* 2. รับผิดชอบการปฏิบัติราชการที่เป็นอํานาจหน้าที่ของอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 3. เสนอแนะการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4. จัดทําทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 34. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1. จัดทําแผนและส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2. พิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษาข้าราชการและลูกจ้างประจําในสังกัดสํานักงานเขตฯ* 3. จัดทํามาตรฐานคุณภาพงาน กําหนดภาระงานขั้นต่ําและเกณฑ์ประเมินผลงานข้าราชการ 4. จัดทํารายงานการบริหารงานบุคคลเสนอต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 35. ข้อใดคืออํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสําหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. กํากับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา 2. กําหนดความต้องการอัตรากําลังและตําแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. เสนอความคิดเห็นการบริหารงานบุคคลต่อผู้บริหารสถานศึกษา* 4. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาและตามที่ ก.ค.ศ.มอบหมาย
  • 109.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ 1. อํานาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการกําหนดไว้ในกฎหมายฉบับใด 1. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ 2. พรบ.ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม พ.ศ. ๒๕๔๕ 3. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ 4. ข้อ ก และ ข * 2. ข้อใด คืออํานาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ ก. จัดการศึกษา * ข. บํารุงศาสนา ค. สืบสานศิลปวัฒนธรรม ง. ถูกทุกข้อ 3. การจัดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการจัดได้เป็น ๓ ส่วนคือข้อใด 1. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษา 2. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาของรัฐระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล * 4. การกําหนดตําแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการให้คํานึงถึงข้อใด ก. คุณวุฒิ ประสบการณ์ และมาตรฐานวิชาชีพ ข. ลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพงาน ค. เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ง. ข้อ ก. และ ข. ถูกต้อง * 5. บทบาทของ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องดําเนินการตาม พรบ. นี้คือข้อใด 1. อํานาจในการออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศ 2. ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งและหน่วยงาน 3. บรรจุแต่งตั้งข้าราชการ 4. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง * 6. ข้อใดคือการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง ก. ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. สํานักงาน รมต. ค. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ง. ถูกทุกข้อ * 7. ส่วนราชการส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการตามข้อใดที่ไม่เป็นนิติบุคคล ก. สํานักงาน รมต. * ข. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ง. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 110.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 8. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ก.รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ถูกทุกข้อ * 9. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของสภาการศึกษา ก. พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ ข. พิจารณาเสนอนโยบายแผนและมาตรฐานการศึกษา ค. ประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน * ง. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา 10. ใครเป็นประธานคณะกรรมการสภาการศึกษา ก. คณะกรรมการสภาคัดเลือกกันเอง ข. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการคัดเลือก ค. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ * ง. เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ 11. คณะกรรมการชุดใดที่กําหนดตําแหน่งประธานกรรมการไว้ใน พรบ. นี้ ก. คณะกรรมการสภาการศึกษา ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. คณะกรรมการการอุดมศึกษา ง. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา 12. ใครทําหน้าที่รับผิดชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน * ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. ผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมอบหมาย ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง 13. บุคคลใดต่อไปนี้เป็นข้าราชการการเมือง ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการ รมต. * ค. รองเลขาธิการ รมต. ง. ข้อ ข และ ค ถูก 14. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ก. นิเทศให้คําปรึกษาและแนะนําเพื่อการปรับปรุง ข. ตรวจราชการ ค. ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย ง. ติดตาม ประเมินผลนโยบายตามภารกิจ *
  • 111.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 15. หน่วยงานระดับใดสามารถมีผู้ตรวจราชการได้ ก.กระทรวงศึกษาธิการ ข. กรมหรือหน่วยงานเทียบเท่ากรม ค. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ง. ถูกทุกข้อ * 16. ข้อใด คือบทบาทของคณะตรวจราชการในระดับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผลระดับนโยบาย 2. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผลนโยบายตามภารกิจ 3. ศึกษาวิเคราะห์วิจัยนิเทศติดตามและประเมินผลการบริหารและการดําเนินงาน * 4. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมินผลตามมติ ครม. 17. ข้อใด คือบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการที่มีต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก. ประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษา ข. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการจัดการศึกษา ค. ประสานส่งเสริมการจัดการศึกษา ง. ถูกทุกข้อ * 18. ในกรณีที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่อาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับ ต่ํากว่าปริญญาได้หน่วยงานใดจะเป็นผู้จัด ก. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ * ข. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ง. สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 19. หน่วยงานอื่นสามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใดได้บ้าง หากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถจัดได้ 1. การจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัย 2. การจัดการศึกษาสําหรับคนที่มีความสามารถพิเศษ 3. การจัดการศึกษาสําหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคมการสื่อสารและการ เรียนรู้หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพ 4. ถูกทุกข้อ * 20. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสํานักงานรองจาก รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการ ค. ผู้ช่วย รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. ข้อ ก และ ข * 21. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสถานศึกษาของรัฐในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 1. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 2. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา * 4. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา *
  • 112.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 22. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้คํานึงถึงสิ่งใดน้อยที่สุด ก.ปริมาณสถานศึกษา ข. จํานวนนักเรียน * ค. จํานวนประชากร ง. วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่น 23. ใครมีอํานาจประกาศกําหนดเขตพื้นที่การศึกษา ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษา ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาโดยคําแนะนําของสภาการศึกษา * ค. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคํายินยอมของสภาการศึกษา ง. ครม. 24. ในกรณีที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาใครเป็นผู้กําหนดให้เขตพื้นที่การศึกษาสามารถขยายบริการ การศึกษาออกไปในเขตพื้นที่การศึกษาอื่นได้ ก. ครม. ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน * ง. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 25. ข้อใด คือการจัดระเบียบบริหารราชการของเขตพื้นที่การศึกษา 1. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น 4. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น * 26. การแบ่งส่วนราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดําเนินการตามข้อใด ก. กฎกระทรวง ข. ระเบียบ ค. ประกาศกระทรวง * ง. ระเบียบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 27. การแบ่งส่วนราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ดําเนินการตามข้อใด ก. กฎกระทรวง ข. ประกาศกระทรวง ค. ระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากําหนด * ง. ระเบียบที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนด 28. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามข้อใดมีฐานะเป็นนิติบุคคล ก. โรงเรียน * ข. สถานพัฒนาเด็กเล็ก ค. ศูนย์การเรียน ง. ถูกทุกข้อ
  • 113.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 29. ผู้แทนจากกลุ่มบุคคลใดไม่ใช่องค์ประกอบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ก.ผู้แทนองค์กรเอกชน ข. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ค. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู ง. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษา * 30. บุคคลที่ทําหน้าที่ในการกํากับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาคือข้อใด ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต่ํากว่าปริญญา ค. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา ง. ถูกทุกข้อ * 31. อํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการสถานศึกษากําหนดไว้ในมาตราใดของ พรบ.ระเบียบ บริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ก. มาตรา ๓๘ ข. มาตรา ๓๙ * ค. มาตรา ๔๐ ง. มาตรา ๔๑ 32. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการสถานศึกษา 1. บริหารกิจการของสถานศึกษา 2. ประสานการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา 3. อนุมัติประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรของสถานศึกษาตามที่คณะกรรมการสถานศึกษากําหนด * 4. ทํารายงานประจําปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 33. องค์กรบริหารงานบุคคลสําหรับข้าราชการพลเรือนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับ ปริญญาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ก. ก.ค. ข. ก.ค.ศ. ค. ก.ม. * ง. อ.ก.ค.ศ. อุดมศึกษา 34. ข้อใดคือบทบาทหน้าที่ของรมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อสถานศึกษาอุดมศึกษา 1. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณให้แก่สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาอุดมศึกษา 2. ประสานงานการจัดการศึกษาระหว่างสถานศึกษาจัดการศึกษาอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน 3. เสนอการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุงและเลิกสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา 4. ถูกทุกข้อ * 35. การกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป กระจายให้กับใคร ก. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ค. สถานศึกษา ง. ถูกทุกข้อ *
  • 114.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 36. ข้อใดคือการกระจายอํานาจในการบริหารการศึกษา ก.อํานาจหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับงบประมาณ ข. หลักเกณฑ์การพิจารณาความดีความชอบ ค. การพัฒนาและดําเนินการทําวินัยครูและบุคลากรทางการศึกษา ง. ถูกทุกข้อ * 37. การปฏิบัติราชการแทนให้ดําเนินการโดยวิธีใด ก. การกระจายอํานาจ ข. การมอบอํานาจ ค. การแบ่งอํานาจ ง. การกระจายอํานาจ และการมอบอํานาจ * 38. หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดมอบอํานาจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่ตนรับผิดชอบให้กับบุคคลใด ก. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ข. ผู้อํานวยการสถานศึกษา ค. หัวหน้าส่วนราชการระดับสถานศึกษา ง. ข้อ ก และ ข * 39. บุคคลใดไม่สามารถมอบอํานาจให้บุคคลอื่นได้ 1. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 2. เลขาธิการมอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษา 3. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษา 4. ผู้อํานวยการสถานศึกษามอบอํานาจให้คณะกรรมการสถานศึกษา * 40. หากผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษามอบอํานาจให้อาจารย์ ๒ ระดับ ๗ ปฏิบัติราชการแทนจะดําเนินการ ได้อย่างไร ก. ได้ตามที่ ครม.กําหนด * ข. ได้ตามที่ รมต. ศธ.กําหนด ค. ได้ตามที่กฎกระทรวงศึกษาธิการกําหนด ง. ได้ตามที่ กฎ ก.ค.ศ.กําหนด 41. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ มีผลบังคับใช้วันใด. ก. ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ข. ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ค. ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖. * ง. ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ 42. การจัดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการจัดได้เป็น ๓ ส่วนคือข้อใด. 1. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษา 2. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาของรัฐระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล.* 3. ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน 4. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 115.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 43. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของสภาการศึกษา ก.พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ ข. พิจารณาเสนอนโยบายแผนและมาตรฐานการศึกษา ค. ประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน. * ง. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา 44. การกําหนดตําแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการไม่คํานึงถึงข้อใด ก. คุณวุฒิ ประสบการณ์ และมาตรฐานวิชาชีพ ข. ลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบ ค. เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น.* ง. คุณภาพงาน 45. บทบาทของ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องดําเนินการตาม พรบ. นี้คือข้อใด 1. อํานาจในการออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศ 2. ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งและหน่วยงาน 3. บรรจุแต่งตั้งข้าราชการ 4. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง. * 46. ข้อใดคือการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง ก. ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อ รมต.ว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ข. สํานักงานปลัดกระทรวง ค. สํานักงาน รมต. ง. ถูกทุกข้อ ก และ ข. * 47. ใครเป็นประธานคณะกรรมการสภาการศึกษา ก. คณะกรรมการสภาคัดเลือกกันเอง ข. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการคัดเลือก ค. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ. * ง. เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ 48. คณะกรรมการชุดใดที่กําหนดตําแหน่งประธานกรรมการไว้ใน พรบ. นี้ ก. คณะกรรมการสภาการศึกษา. * ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. คณะกรรมการการอุดมศึกษา ง. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา 49. ใครทําหน้าที่รับผิดชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. * ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. ผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมอบหมาย ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง
  • 116.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 50. บุคคลใดต่อไปนี้เป็นข้าราชการการเมือง ก.ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการ รมต.. * ค. รองเลขาธิการ รมต. ง. ข้อ ข และ ค ถูก 51. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ก. นิเทศให้คําปรึกษาและแนะนําเพื่อ การปรับปรุง ข. ตรวจราชการ ค. ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย ง. ติดตาม ประเมินผลนโยบายตามภารกิจ.* 52. หน่วยงานระดับใดสามารถมีผู้ตรวจราชการได้ ก. กระทรวงศึกษาธิการ ข. กรมหรือหน่วยงานเทียบเท่ากรม ค. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ง. ถูกทุกข้อ.* 53. ข้อใด คือบทบาทของคณะตรวจราชการในระดับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผล ระดับนโยบาย 2. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผล นโยบายตามภารกิจ 3. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมิน ผลการบริหารและการดําเนินงาน.* 4. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมิน ผลตามมติ ครม. 54. ข้อใด คือบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการที่มีต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก. ประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษา ข. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการ จัดการศึกษา ค. ประสานส่งเสริมการจัดการศึกษา ง. ถูกทุกข้อ.* 55. ในกรณีที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่อาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับ ต่ํากว่าปริญญาได้หน่วยงานใดจะเป็นผู้จัด ก. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. * ข. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ง. สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 56. หน่วยงานอื่นสามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใดได้บ้าง หากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถจัดได้ 1. การจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัย 2. การจัดการศึกษาสําหรับคนที่มีความสามารถ พิเศษ 3. การจัดการศึกษาสําหรับผู้ที่มีความบกพร่อง ทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและ การเรียนรู้หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ 4. ถูกทุกข้อ.*
  • 117.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 57. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสํานักงานรองจากรมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการ ค. ผู้ช่วย รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. ข้อ ก และ ข.* 58. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสถานศึกษาของรัฐในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.* ค. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 59. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้คํานึงถึงสิ่งใดน้อยที่สุด ก. จํานวนนักเรียน. * ข. ปริมาณสถานศึกษา ค. จํานวนประชากร ง. วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่น 60. ใครมีอํานาจประกาศกําหนดเขตพื้นที่การศึกษา ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษา ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาโดยคําแนะนําของสภาการศึกษา.* ค. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคํายินยอมของสภาการศึกษา ง. ครม. 61. ในกรณีที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาใครเป็นผู้กําหนดให้เขตพื้นที่การศึกษาสามารถขยายบริการ การศึกษาออกไปในเขตพื้นที่การศึกษาอื่นได้ ก. ครม. ข. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. * ง. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 62. ข้อใด คือการจัดระเบียบบริหารราชการของเขตพื้นที่การศึกษา 1. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น 4. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือส่วนราชการที่เรียก ชื่ออย่างอื่น.* 63. การแบ่งส่วนราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดําเนินการตามข้อใด ก. กฎกระทรวง ข. ระเบียบ ค. ประกาศกระทรวง. * ง. ระเบียบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
  • 118.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 64. การแบ่งส่วนราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ดําเนินการตามข้อใด ก.กฎกระทรวง ข. ประกาศกระทรวง ค. ระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากําหนด.* ง. ระเบียบที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนด 65. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามข้อใดมีฐานะเป็นนิติบุคคล ก. โรงเรียน. * ข. สถานพัฒนาเด็กเล็ก ค. ศูนย์การเรียน ง. ถูกทุกข้อ 66. ผู้แทนจากกลุ่มบุคคลใดไม่ใช่องค์ประกอบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ก. ผู้แทนองค์กรเอกชน ข. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ค. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู ง. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษา. * 67. บุคคลที่ทําหน้าที่ในการกํากับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา คือข้อใด ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่ต่ํากว่าปริญญา ค. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา ง. ถูกทุกข้อ.* 68. อํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการสถานศึกษา กําหนดไว้ในมาตราใดของ พรบ.ระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ก. มาตรา ๓๘ ข. มาตรา ๓๙.* ค. มาตรา ๔๐ ง. มาตรา ๔๑ 69. ข้อใดไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของผู้อํานวยการสถานศึกษา 1. บริหารกิจการของสถานศึกษา 2. ประสานการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา 3. อนุมัติประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรของสถานศึกษาตามที่คณะกรรมการสถานศึกษากําหนด.* 4. ทํารายงานประจําปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 70. องค์กรบริหารงานบุคคลสําหรับข้าราชการพลเรือนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับ ปริญญาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ก. ก.ค. ข. ก.ค.ศ. ค. ก.ม.. * ง. อ.ก.ค.ศ. อุดมศึกษา
  • 119.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 71. ข้อใดคือบทบาทหน้าที่ของ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อสถานศึกษาอุดมศึกษา 1. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณให้แก่สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาอุดมศึกษา 2. ประสานงานการจัดการศึกษาระหว่างสถานศึกษาจัดการศึกษาอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน 3. เสนอการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุงและเลิกสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา 4. ถูกทุกข้อ.* 72. การกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป กระจายให้กับใคร ก. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ค. สถานศึกษา ง. ถูกทุกข้อ.* 73. ข้อใดคือการกระจายอํานาจในการบริหารการศึกษา ก. อํานาจหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับงบประมาณ ข. หลักเกณฑ์การพิจารณาความดีความชอบ ค. การพัฒนาและดําเนินการทําวินัยครูและ บุคลากรทางการศึกษา ง. ถูกทุกข้อ.* 74. การปฏิบัติราชการแทนให้ดําเนินการโดยวิธีใด ก. การกระจายอํานาจ ข. การมอบอํานาจ ค. การแบ่งอํานาจ ง. การกระจายอํานาจ และการมอบอํานาจ.* 75. หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดมอบอํานาจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่ตนรับผิดชอบให้กับบุคคลใด ก. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ข. ผู้อํานวยการสถานศึกษา ค. หัวหน้าส่วนราชการระดับสถานศึกษา ง. ข้อ ก และ ข.* 76. บุคคลใดไม่สามารถมอบอํานาจให้บุคคลอื่นได้ 1. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 2. เลขาธิการมอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษา 3. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษา 4. ผู้อํานวยการสถานศึกษามอบอํานาจให้คณะกรรมการสถานศึกษา..* 77. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามารถมอบอํานาจให้บุคคลใดได้บ้าง ก. ผู้อํานวยการสถานศึกษา ข. หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นในเขตฯ ค. ข้าราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ง. ถูกทุกข้อ..*
  • 120.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 78. การมอบอํานาจของผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ผู้อํานวยการสถานศึกษาให้ทําโดยวิธีการ ใด ก.ทําเป็นคําสั่ง ข. ทําเป็นหนังสือ..* ค. ทําเป็นลายลักษณ์อักษร ง. ถูกทุกข้อ 79. ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ดําเนินการตามข้อใด ก. การรักษาราชการแทน .* ข. การปฏิบัติหน้าที่แทน ค. การปฏิบัติราชการแทน ง. การรักษาการในตําแหน่ง 80. การมอบอํานาจให้บุคคลใดที่บุคคลนั้นสามารถมอบอํานาจให้บุคคลอื่นต่อไปได้ ก. การมอบอํานาจให้เลขาธิการ ข. การมอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด..* ค. การมอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา ง. การมอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษา 81. ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมอบอํานาจต่อให้บุคคลใดจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้มอบอํานาจขั้นต้นก่อน ก. รองผู้ว่าราชการจังหวัด ข. ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด ค. บุคคลอื่น. .* ง. ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดและบุคคลอื่น 82. ในกรณีที่ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และมี รมต.ช่วยหลายคน ใครเป็นผู้ มอบหมายให้ รมต.ช่วยคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ก. นายก รมต. ข. ครม.. .* ค. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. รมต. ศธ.โดยความเห็นชอบของ ครม. 83. ในกรณีที่มีรองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหลายคนใครเป็นผู้แต่งตั้งให้รองฯคนใดคนหนึ่ง เป็นผู้รักษาราชการแทน ก. รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. .* ง. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 84. ในกรณีที่ไม่มีรองผู้อํานวยการสถานศึกษาใครเป็นผู้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผู้อํานวยการสถานศึกษา ก. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา. ค. ผู้อํานวยการสถานศึกษา .* ง. ข้อ ข และ ค
  • 121.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 85. การจัดระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการตามโครงสร้างกฎหมายใหม่ข้อใดไม่ถูกต้อง ก.ส่วนกลาง ข. เขตพื้นที่การศึกษา ค. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. สถานศึกษาของรัฐบาล* 86. หน่วยงานระดับกรมตามข้อใดที่ยุบรวมเป็นสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. กรมสามัญศึกษา ข. สํานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ค. กรมวิชาการ ง. ถูกทุกข้อ* 87. E -filing หมายถึงข้อใด ก. การบริหารจัดการสํานักงาน ข. การบริหารจัดการเอกสารอิเลคทรอนิกส์* ค. การจัดการศึกษาโดยใช้เอกสารอิเลคทรอนิกส์ ง. ถูกทุกข้อ 88. ข้อใดคือจดหมายอิเลคทรอนิกส์ ก. Internet ข. Website ค. E-mail* ง. CAI 89. โครงการ to be number one เกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด ก. ยาเสพติด * ข. การทะเลาะวิวาท ข. สื่อลามกอนาจาร ง.โรงเรียนสีขาว 90. การปฏิรูประบบราชการ เป็นการพัฒนาการปฏิบัติราชการ โดยกําหนดแนวทางการพัฒนาการปฏิบัติ ราชการ และกําหนดขอบเขตของการประเมินไว้กี่มิติ ก. ๒ มิติ ข. ๓ มิติ ค. ๔ มิติ* ง. ๕ มิติ 91. การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกัน ในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย กล่าวไว้ในกฎหมายใด ก. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ข. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ค. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ง. ข้อ ก และ ค ถูกต้อง*
  • 122.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 92. GeographicalInformation System (GIS) มีความหมายตามข้อใด ก. ระบบเอกสารสํานักงานอัตโนมัติ ข. การทดสอบระดับชาติ ค. ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์* ง. ระบบฐานข้อมูลคุณภาพการศึกษา 93. Geographical Information System (GIS) มีบทบาทในการจัดการศึกษาเรื่องใดมากที่สุด ก. งบประมาณรายหัวของนักเรียน ข. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ค. การพัฒนาจัดสร้างโรงเรียน* ง. ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ 94. ตามกฎหมายการศึกษา กําหนดให้มีการกระจายอํานาจทางการศึกษาด้านวิชาการ ด้านงบประมาณด้าน การบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไปให้กับหน่วยงานใด ก. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ค. สถานศึกษา ง. ข้อ ข และ ค ถูกต้อง* 95. กฎหมายปฏิรูปการศึกษากําหนดให้มีการกระจายอํานาจบริหารจัดการให้กับสถานศึกษา ยกเว้นข้อใด ก. ด้านวิชาการ ข. ด้านการบริหารงานบุคคล ค. ด้านงบประมาณ ง. ด้านบริการการศึกษา* 96. ข้อใดไม่ใช่ ๕ องค์กรหลัก ตามโครงสร้างในกฎหมายปฏิรูปการศึกษา ก. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษานอกโรงเรียน* ข. สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ค. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  • 123.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบการออกแบบการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการคิดขั้นสูง 1. ข้อใดเป็นความหมายของทักษะการคิด 1.พฤติกรรมการใช้ความคิด 2. ความสามารถในการใช้ความคิด 3. ผลของการใช้ความคิด 4. ผลของการฝึกใช้การคิด 2. กิจกรรมในข้อใดไม่เหมาะสมที่จะใช้ใน “ขั้นตอนการนําเข้าสู่บทเรียน” ในขั้นตอนการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ 1. ในการสอนนักเรียนชั้นอนุบาล ๑ ครูให้นักเรียนฝึกกายบริหารก่อนที่เริ่มการเรียนการสอน 2. ครูให้นักเรียนร้องเพลงความหมายของเศษส่วน ก่อนที่จะทําการสอนเรื่องการบวกและลบเศษส่วน 3. ครูให้นักเรียนอ่านใบความรู้ที่แจกให้ก่อนที่จะให้นักเรียนเข้ากลุ่มอภิปรายถึงสิ่งที่ได้อ่าน 4. ครูให้นักเรียนได้อภิปรายถึง”ความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตของนักเรียนในชุมชน”ก่อนที่จะสอนเรื่องผลกระทบ ของสิ่งแวดล้อมต่อการดํารงชีวิต 3. พิจารณาข้อความต่อไปนี้ 1) แนวคิดสรรนิยมเป็นแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ 2) แนวคิดสรรนิยมเป็นแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการสอน 3) แนวคิดสรรนิยมเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือนักเรียนของครูในกระบวนการเรียนการสอน 4) แนวคิดสรรนิยมเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างความรู้ของนักเรียน 1. จริง ๑ ข้อ 2. จริง ๒ ข้อ 3. จริง ๓ ข้อ 4. จริง ๔ ข้อ 4. ข้อใดต่อไปนี้ตรงกับความหมายของกระบวนการคิดมากที่สุด 1. การดําเนินการอย่างเป็นลําดับขั้นตอน 2. การจัดลําดับการคิด 3. การนําเอาทักษะการคิดและกระบวนการคิดหลายๆด้านมาจัดเป็นขั้นตอน 4. เป็นขั้นตอนในการทํากิจกรรมการเรียนรู้ 5. ผลของการกระทําในข้อใด ทําให้เกิดการคิดตามแบบของ Piaget 1. การมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม 2. การที่มนุษย์รับรู้เหตุการณ์โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า 3. การที่มนุษย์สร้างความหมายจากสิ่งที่ได้รับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า 4. การที่มนุษย์ตกอยู่ในสภาวะไม่สมดุล (Disequilibrium) ทางปัญญา 6. แนวคิดใดของ Piaget ที่ใช้เป็นแนวคิดพื้นฐานของแนวคิดทฤษฎีสรรคนิยม (Constructivism) 1. กระบวนการปรับตัว 2. สภาวะสมดุล 3. สภาวะไม่สมดุล 4. กระบวนการจัดระบบ
  • 124.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 7. ข้อใดต่อไปนี้ที่กล่าวถึงวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุดที่ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการคิดชั้นสูง 1. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการร่วมมือกันเรียนรู้แบบ STAD 2. ครูอธิบายทฤษฏีพร้อมยกตัวอย่าง ก่อนที่จะให้นักเรียนเข้ากลุ่มทํากิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย 3. ครูให้นักเรียนทํากิจกรรมกลุ่มโดยใช้เทคนิคการระดมสมอง 4. ครูให้นักเรียนเข้ากลุ่มแล้วตั้งประเด็นปัญหาที่สนใจ อภิปรายเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหา แล้วนําเสนอต่อชั้นเรียน 8. ข้อใดที่ต้องการศึกษาโดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ 1. การศึกษาผล-ผลเสีย-ผลกระทบ ที่มีต่อการตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดของเรา 2. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในประเด็นปัญหา “การ์ตูนทีวีใส่ยาพิษความรุนแรงแก่เด็กและเยาวชน” เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหาดังกล่าว 3. สมชายได้ทําการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าของบริษัทให้ใช้เวลาในการผลิตน้อยที่สุดและ คุณภาพสินค้ามีคุณภาพเพิ่มขึ้น 9. การพิจารณาความต่อไปนี้ 1) ทักษะการคิดเป็นมาจากกระบวนการสร้างความรู้ 2) ทักษะการคิดขั้นพื้นฐานเป็นความสามารถในการสื่อสารและรับสารของบุคคล 3) ทักษะการคิดที่เป็นแกนเป็นความสามารถในการใช้ความคิดในการจัดสินใจและแก้ปัญหาในชีวิตประจําวัน 4) ทักษะการคิดชั้นสูงเป็นกระบวนการประกอบด้วยขั้นตอนหลายขั้นตอนที่ต้องอาศัยทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน และทักษะการคิดที่เป็นแกนหลายๆทักษะในแต่ละขั้นตอน ข้อใดเป็นข้อเท็จจริงของข้อความที่กล่าวข้างต้น 1. เป็นจริง ๑ ข้อ 2. เป็นจริง ๒ ข้อ 3. เป็นจริง ๓ ข้อ 4. เป็นจริง ๔ ข้อ 10. ข้อใดไม่ใช่ตัวอย่างของทักษะการคิด 1. การอ่าน 2. การพูด 3. การติความ 4. การมองเห็น 11. ข้อใดที่ต้องทําการศึกษาโดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 1. การศึกษาผล-ผลเสีย-ผลกระทบ ที่มีต่อการตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดของเรา 2. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในประเด็นปัญหา “การ์ตูนทีวีใส่ยาพิษความรุนแรงแก่เด็กและเยาวชน” เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหาดังกล่าว 3. สมชายได้ทําการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าของบริษัทให้ใช้เวลาในการผลิตน้อยที่สุดและ คุณภาพสินค้ามีคุณภาพเพิ่มขึ้น 12. พิจารณาข้อความต่อไปนี้ 1) แนวคิดที่สอดคล้องกันของ Piaget และ Vygotsky คือกระบวนการสร้างองค์ความรู้เป็นกระบวนการเฉพาะ บุคคล 2) แนวคิดเกี่ยวกับ The Zone of Proximal Development (ZPD) ของ Vygotsky กล่าวถึงช่วงห่าง ระหว่างศักยภาพที่นักเรียนทํากิจกรรมสําเร็จก่อนการเรียนรู้กับและหลังการเรียนรู้
  • 125.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน ข้อใดเป็นข้อเท็จจริงของข้าความที่กล่าวข้างต้น 1. ข้อ๑ เท่านั้นที่เป็นจริง 2. ข้อ ๒ เท่านั้นที่เป็นจริง 3. เป็นจริงทั้ง ๒ ข้อ 4. เป็นเท็จทั้ง ๒ ข้อ 13. พิจารณาข้อความต่อไปนี้ 1) การเรียนรู้เป็นผลมาจากการคิดของคุณ 2) การเรียนรู้เป็นกระบวนการคิดอย่างหนึ่ง 3) การเรียนรู้เป็นผลมาจากการที่บุคคลมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ข้อใดเป็นข้อเท็จจริงของข้อความที่กล่าวข้างต้น 1. เป็นจริง ๑ ข้อ 2. เป็นจริง ๒ ข้อ 3. เป็นจริง ๓ ข้อ 4. เป็นเท็จทุกข้อ 14. ข้อใดที่ต้องการศึกษาโดยใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ 1. การศึกษาผล-ผลเสีย-ผลกระทบ ที่มีต่อการตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดของเรา 2. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในประเด็นปัญหา “การ์ตูนทีวีใส่ยาพิษความรุนแรงแก่เด็กและเยาวชน” เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหาดังกล่าว 3. สมชายได้ทําการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าของบริษัทให้ใช้เวลาในการผลิตน้อยที่สุดและ คุณภาพสินค้ามีคุณภาพเพิ่มขึ้น 15. ข้อต่อไปนี้ไม่ใช่ทักษะการคิดวิเคราะห์ 1. การสังเกต 2. การจําแนกแยกแยะ 3. การจัดหมวดหมู่ 4. การเรียงลําดับ
  • 126.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน 1. ทําไมจึงกล่าวว่าการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 1.ครูเป็นที่ปรึกษา 2. ครูและนักเรียนปฏิบัติร่วมกัน 3. นักเรียนเป็นผู้ปฏิบัติ ครูเป็นเพียงที่ปรึกษา** 4. มีการใช้เทคนิคการเรียนรู้อย่างหลากหลาย 2. ส่วนใดส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมากที่สุด 1. สื่อและอุปกรณ์ 2. แหล่งเรียนรู้ต่างๆ** 3. ผู้ปกครองของนักเรียน 4. แบบทดสอบด้านต่างๆ 3. แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานช่วยให้ครูให้มีการปฏิรูปการเรียนรู้อย่างไร 1. ครูพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้** 2. ช่วยให้นักเรียนให้มีการเรียนรู้โดยการปฏิบัติ 3. ครูสามารถจัดทําผลงานทางวิชาการได้ดีขึ้น 4. การเรียนรู้ของผู้เรียน เก่งคิด เก่งทํา เก่งทีม 4. โครงงานประเภททดลองต่างกับประเภทสํารวจอย่างไร 1. โครงงานทดลองไม่มีปัญหาที่สงสัย 2. โครงงานสํารวจไม่มีตัวแปรที่ศึกษา 3. โครงการทดลองมีขอบเขตที่ศึกษา 4. โครงงานสํารวจมีการตั้งสมมุติฐานก่อนที่ศึกษา 5. การจัดการเรียนรูแบบโครงงานเปรียบได้กับสิ่งใด 1. การปลูกต้นไม้ 2. การสร้างบ้าน 3. การวิ่งมาราธอน 4. การทําขนมเค้กสูตรใหม่** 6. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน มีลักษณะตรงกับข้อใด 1. เรียนไปทําไม 2. ทุกคนมีส่วนร่วมและเรียนรู้** 3. เลือกนักเรียนที่สนใจทําโครงงาน 4. เลือกสอนเฉพาะบางวิชาเท่านั้น 7. ขั้นตอนใดในการเรียนรู้แบบโครงงานที่ครูมีส่วนร่วมน้อยที่สุด 1. ขั้นนําเสนอ 2. ขั้นวางแผน 3. ขั้นปฏิบัติ** 4. ขั้นประเมินผล
  • 127.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 8. โครงงานเป็นการเชื่อมโยงการคิดของบลูม ด้านใดบ้าง 1. ความรู้ ความจํา ความเข้าใจ การนําไปใช้ 2. การวิเคราะห์ การสังเคราะห์และการประเมินค่า 3. ความรู้ ความจํา ความเข้าใจ การสังเคราะห์และการประเมินค่า 4. ความรู้ ความจํา ความเข้าใจ การนําไปใช้ การสังเคราะห์และการประเมินค่า 9. โครงงานเรื่องใดตรงกับประเภทสํารวจ 1. ต้นไม้ชนิดใดไล่ยุงได้บ้าง 2. ลิงชนิดใดหางยาวที่สุด** 3. ดินชนิดใดปลูกกุหลาบได้ดีที่สุด 4. ปลาหางนกยูงชอบกินอาหารชนิดใด 10. การจัดกาเรียนรู้แบบโครงงานใช้ประยุกต์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด 1. ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้** 2. สังคม 3. ภาษาไทย คณิตศาสตร์ 4. สุขศึกษา ศิลปะ การงานฯ 11. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเหมาะกับการจัดการเรียนรู้ในชั้นใด 1. ปฐมวัย 2. ป.๑-๓ 3. ป.๔-๖ 4. ทุกช่วงชั้น 12. การเขียนรายงานโครงงานและการนําเสนอผลงานอยู่ในขั้นตอนใด 1. ขั้นนําเสนอ 2. ขั้นวางแผน 3. ขั้นปฏิบัติ 4. ขั้นประเมินผล 13. สิ่งใดเป็นส่วนสําคัญในการแสวงหาความรู้ในการปฏิบัติโครงงาน 1. แบบประเมินโครงงาน 2. ทักษะกระบวนการด้านต่างๆ** 3. เอกสาร สิ่งพิมพ์ และวัสดุ อุปกรณ์ 4. งบประมาณในการจัดทําโครงการแต่ละเรื่อง 14. ส่วนใดส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมากที่สุด 1. สื่อและอุปกรณ์ 2. แหล่งเรียนรู้ต่างๆ** 3. ผู้ปกครองของผู้เรียน 4. แบบทดสอบด้านต่างๆ
  • 128.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 15. แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมีจุดเด่นอย่างไร 1.ผู้เรียนลงมือปฏิบัติเพื่อค้นหาคําตอบด้วยตนเอง** 2. ใช้แหล่งเรียนรู้ทางคอมพิวเตอร์ 3. ใช้ระยะเวลาสั้น 4. ครูเป็นผู้นํา 16. เหตุการณ์ต่อไปนี้อยู่ในขั้นตอนใดในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน “ครูกําหนดสถานการณ์ให้ผู้เรียน สังเกตรังมดแดงแล้วซักถาม 1. ขั้นนําเสนอ 2. ขั้นวางแผน 3. ขั้นปฏิบัติ** 4. ขั้นประเมินผล 17. เหตุการณ์ใดต่อไปนี้ตรงกับขั้นวางแผน 1. กลุ่มของแดงใช้กลิ่นกะปิล่อแมลงวันทอง 2. กลุ่มของโด่งคิดหาอุปกรณ์ทดลอง** 3. กลุ่มของสายสุดาตอบคําถามของครูจากใบความรู้ 4. กลุ่มของมารศรีร่วมกันออกแบบประเมินโครงงานของเพื่อน 18. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานต่างจากการเรียนรู้ทั่วไปอย่างไร 1. มีครูบรรยาย 2. มีผู้เรียนสาธิตทุกขั้นตอน 3. มีครูเป็นผู้สาธิตและสรุปบทเรียน 4. ผู้เรียนเป็นผู้ปฏิบัติตามสิ่งที่สนใจ** 19. แหล่งเรียนรู้ใดเหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน 1. ห้องครัว ห้องสมุด 2. สนามฟุตบอล สระน้ํา 3. สวนสมุนไพร สวนสาธารณะ 4. แม่น้ํา ลําคลอง ทะเลสาบ 20. ใครเป็นผู้คิดหัวข้อโครงงาน 1. ครู 2. ผู้เรียน** 3. ครูและผู้เรียน 4. ครู ผู้บริหารและผู้ปกครอง
  • 129.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน แนวข้อสอบการเรียนรู้แบบูรณาการสู่พหุปัญญา 1. ถ้าต้องการพัฒนาปัญญาด้านการรู้จักตนเองแก่ผู้เรียนผู้สอนควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนดังข้อใด 1. การให้เล่านิทาน 2. การฝึกให้ตั้งจุดมุ่งหมาย 3. การเล่นละครสื่อสารด้วยท่าทาง 4. การพาไปเยี่ยมชมแหล่งสัตว์เลี้ยง 2. การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ คํากล่าวดังกล่าว เป็นข้อความจากข้อใด 1. จุดเน้น สพฐ. 2. รัฐธรรมนูญ 3. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตร ๒๒ 4. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตร ๒๓ 3. ข้อใดเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดปัญญาด้านดนตรี จังหวะ 1. การเข้ากลุ่ม 2. การแต่งกลอนสด 3. การเขียนบทสนทนา 4. การเขียนแผนที่ความคิด 4. ขาว อธิบายให้แดงฟังว่า “ถ้าจะไปร้านขายก๋วยเตี๋ยวอร่อยต้องเดินตรงไปก่อนแล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยที่มีป้อม จราจร เมื่อเดินเข้าไปในซอยแล้วเมื่อผ่านศาลเจ้าให้เลี้ยวซ้ายแล้วเดินไปสุดทางจะเจอร้าน” วิธีอธิบายของขาว แสดงว่าเขามีปัญญาพิเศษด้านใด 1. ด้านตรรกะ 2. ด้านวาจา/ภาษา 3. ด้านธรรมชาติ 4. ด้านนิติสัมพันธ์ 5. ผังการสอน เกี่ยวข้องกับกระบวนการใด 1. การสอดแทรกพหุปัญญา 2. การวิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้ 3. การบูรณาการสาระการเรียนรู้ 4. การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ 6. ถ้ามีผู้วิจัยคนหนึ่งต้องการศึกษาการพัฒนาการคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณา การสู่พหุปัญญา แสดงว่า ตัวแปรของการศึกษาครั้งนี้คือข้อใด 1. การคิดสร้างสรรค์ 2. การพัฒนาพหุปัญญา 3. กระบวนการบูรณาการ 4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา
  • 130.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 7. การวิเคราะผู้เรียนอยู่ในขั้นตอนใดของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา 1.ขั้นการเตรียมการ 2. ขั้นการนําเสนอเข้าสู่บทเรียน 3. ขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4. ขั้นการจัดทําเอกสารตามองค์ประกอบของแนวทาง 8. ข้อใดในตารางแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา ที่ใช้ เป็นประเด็นในการวิเคราะห์ 1. พหุปัญญา 2. กิจกรรมการเรียนรู้ 3. การบูรณาการสาระวิชา 4. องค์ประกอบที่ประเมินผลการเรียนรู้ 9. การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุลต้องคํานึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา ข้อความข้างต้น เป็นข้อความสําคัญปรากฏอยู่ใน 1. จุดเน้น สพฐ. 2. รัฐธรรมนูญ 3. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตร ๒๒ 4. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตร ๒๓ 10. ข้อใดไม่ใช่ แนวทางของการจัดกิจกรรมการเรียนร้อที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 1. การท้าทายให้ผู้เรียนอยากรู้ 2. การศึกษาภูมิหลังของผู้เรียน 3. ต้องมุ่งให้ผู้เรียนมี IQ สูง 4. การไม่ยึดวิธีการใดวิธีการหนึ่งเท่านั้น 11. จุดเด่นของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา 1. กระบวนการบูรณาการ 2. เน้นการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนรายบุคคลชัดเจน 3. ผู้เรียนได้เรียนรู้ปัญญาหลายๆด้านในขณะเรียน 4. ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยอาศัยองค์ความรู้เดิม 12. ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญาที่นําเสนอ ใช้บูรณาการแบบใด 1. แบบสอดแทรก 2. แบบขนาน 3. แบบสหวิทยา 4. แบบข้ามวิชา
  • 131.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 13. ข้อใดคือแนวคิดเกี่ยวกับพหุปัญญาของ Howard Gardner 1. ผู้สอนทุกคนต้องเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนเรียนรู้ได้ 2. ผู้เรียนเป็นผู้รับผิดชอบการเรียนรู้และเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วนตนเอง 3. ผู้เรียนจะเรียนรู้จากธรรมชาติได้ดีก็ต่อเมื่อเขาได้รับการปลดปล่อยออกจากห้องเรียนที่กักขังเขาไปสู่ ธรรมชาติ 4. ผู้สอนต้องช่วยให้ผู้เรียนได้เกิดความคิดรวบยอดในเรื่องนั้นๆ จนเกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ใน การหากระบวนการและวิธีต่างๆ 14. การนําแนวคิดเรื่องพหุปัญญาไปใช้ในการจัดการศึกษา ควรเป็นไปในลักษณะใดจึงจะเหมาะสมที่สุด 1. แนวทางที่มุ่งพัฒนาความฉลาดเฉพาะทาง 2. แนวทางที่มุ่งพัฒนาความฉลาดอย่างรอบด้าน 3. แนวทางที่มุ่งพัฒนาความฉลาดอย่างรอบด้านตามวิถีการเรียนรู้ของแต่ละคน 4. แนวทางที่มุ่งพัฒนาความฉลาดเฉพาะทางและพัฒนาความฉลาดอย่างรอบด้านสลับกันตามวัย 15. ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา มีกี่ขั้น 1. ๒ 2. ๓ 3. ๔ 4. ๕ 16. บุคคลที่มีความสามารถในการเลือกที่จะเข้าไป หรือถอยห่างจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เป็นบุคคลที่มี ปัญญาพิเศษในด้านใด 1. ด้านตรรกะ 2. ด้านธรรมชาติ 3. ด้านนิติสัมพันธ์ 4. ด้านการรู้จักตนเอง 17. ในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา ผู้สอนมีบทบาทสําคัญหลายด้าน มีด้านหนึ่งที่สําคัญมาก และกําหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ คือบทบาทด้านใด 1. การวิเคราะห์ผู้เรียน 2. การพัฒนาผลการเรียนรู้ 3. การสร้างความตระหนัก 4. การศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร 18. ข้อใดหมายถึงเอกสารตามองค์ประกอบของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา ที่ผู้สอนต้อง เรียนมการไว้ 1. ผังการวางแผนและแผนการจัดการเรียนรู้ 2. ผังการวางแผน และตารางแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์แผน 3. ตารางแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์แผน และแผนการจัดการรียนรู้ 4. ผังการวางแผน ตารางแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์แผนและแผนการจัดการเรียนรู้
  • 132.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 19. คนที่มีอาชีพเป็นช่างกายภาพแสดงว่าเป็นคนมีปัญญาพิเศษด้านใด 1. ด้านตรรกะ 2. ด้านธรรมชาติ 3. ด้านนิติสัมพันธ์ 4. ด้านการรู้จักตนเอง 20. ข้อใดที่แสดงถึงคนที่มีปัญญาพิเศษแตกต่างจากคนอื่น 1. หนังสือสํามากสําหรับฉัน 2. ฉันสามารถได้ยินเกี่ยวกับเรื่องงานก่อนฉันอ่าน พูด หรือเขียน 3. ฉันสนุกกับการแก้เกมหรือปัญหาที่ต้องใช้การคิดที่เป็นเหตุเป็นผล 4. ฉันสามารเข้าใจจากการที่ฟังทางวิทยุหรือเทป มากกว่าการเห็นภาพทางโทรทัศฯหรือภาพยน แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง 1. กิจกรรมในข้อได้อธิบายถึงการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง 1. การสร้างแรงจูงใจในบทเรียน 2. การเรียนดําเนินการจัดกิจกรรมสืบค้นแหล่งเรียนรู้ต่างๆ 3. การเรียนรู้ขึ้นอยู่กับความรู้เดิมซึ่งเป็นกิจกรรมสําคัญของการสร้างความรู้ใหม่ 4. ผู้เรียนนําผลการอภิปรายมากําหนดความคิดใหม่ 2. กิจกรรม”การใช้รูปแบบนวัตกรรมใหม่ หรือการใช้แนวคิดหรือความรู้ใหม่ในสถานการณ์ต่างๆ”เป็นขั้นตอน การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบสร้างองค์ความรู้ในข้อใด 1. ขั้นนํา 2. ขั้นทบทวนความรู้เดิม 3. ขั้นปรับเปลี่ยนความคิด 4. ขั้นนําความคิดไปใช้ 3. ลักษณะการจัดการเรียนรู้แบบใด เป็นการจัดการตามแนวการสร้างองค์ความรู้ 1. ส่งเสริมผู้เรียนค้นคว้าหัวข้อต่างๆ ได้ ๑ หัวข้อตามที่ครูกําหนด 2. จะกัดขอบเขของการค้นคว้าอหล่งเรียนรู้ 3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของหัวข้อการเรียนรู้ 4. ผู้เรียนแสวงหาความรู้ใหม่ๆโดยไม่ให้ความสําคัญกับความรู้เดิม 4. ข้อความใดแสดงถึงผลที่พึงประสงค์มากที่สุดของการมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันระหว่างนักเรียนกับนักเรียนในการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ 1. ความผูกพันและเป็นกันเอง 2. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ 3. ความคุ้นเคยมีการให้อภัยต่อกันเมื่อทําผิด 4. ความสนิทสนมก่อให้เกิดการผูกมิตรยาวนาน 5. กิจกรรมสร้างความคิดใหม่ เป็นขั้นตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ในขั้นใด 1. ขั้นนํา 2. ขั้นทบทวนความรู้เดิม 3. ขั้นปรับเปลี่ยนความคิด 4. ขั้นทบทวน
  • 133.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 6. เทคนิคในการสอนแบบใดที่ไม่เหมาะสมกับการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ 1.การสอนแบบสืบค้น 2. แบบสร้างผังความคิด 3. แบบตั้งคําถาม 4. ใช้บทเรียนสําเร็จรูป 7. สถานการณ์ของผู้เรียนในข้อใดที่ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ ได้ดีที่สุด 1. ผู้เรียนได้ฟังคําชี้นําของครู 2. ผู้เรียนบันทึกการบอกเล่าของครู 3. ผู้เรียนค้นคว้าและคิดคนเดียว 4. ผู้เรียนร่วมกันคิดและทํางานโดยใช้กระบวนการกลุ่ม 8. ข้อใดคือผลที่เกิดกับผู้เรียนในการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ 1. ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2. ผู้เรียน ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ มีทักษะการค้นคว้า 3. ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเอง 4. ถูกทุกข้อ 9. เทคนิคการสอบแบบตั้งคําถาม กรณีผู้เรียนประสบความยากลําบากในการตอบคําถาม บทบาทที่ครูไม่ควร กระทําคือข้อใด 1. หยุดให้ผู้เรียนคิดมีเวลาหาคําตอบ 2. ทบทวนคําถามซ้ํา 3. แนะนําคําตอบให้เล็กน้อย 4. กระตุ้นให้ผู้เรียนตอบโดยทําเสียงดุ 10. คํากล่าวใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ 1. ความรู้เดิมเป็นปัจจัยสําคัญของการสร้างความรู้ใหม่ 2. สถานการณ์หรือบริบทของการเรียนรู้เป็นสิ่งสําคัญของการสร้างองค์ความรู้ 3. มนุษย์มักจะพบประสบการณ์ใหม่เสมอความรู้จึงเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ 4. มโนทัศน์ที่ผู้เรียนสร้างขึ้นในการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ย่อมเป็นที่ยอมรับเสมอ 11. การกระทําใดแสดงถึงบทบาทสําคัญของบุคคลในการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ 1. นาย ก นั่งคิดคนเดียวว่าทําอย่างไรจึงจะทําการบ้านได้ 2. นาย ข คิดว่าเขาจะต้องเข้าห้องสมุดเพื่อผ่อนคลายความเครียด 3. นาย ค มีความรู้เรื่องขับร้องดนตรี จึงร่วมกันสร้างบทเพลเพื่อต่อต้านยาเสพติด ในการเรียนเรื่อปัญหาสังคม 4. นาย ง เฝ้าดูต้นข้าวที่ปลูกด้วยความชื่นชม และคิดว่าเมื่อขายข้าวได้เขาจะนําเงินไปใช้หนี้ 12. พฤติกรรมในข้อใดเป็นผลจากการฝึกทักษะกระบวนการกลุ่มแก่ผู้เรียน 1. เกิดภาวะผู้นําและผู้ตามในสถานการณ์ที่เหมาะสม 2. มีการร่วมกันทํางานในหมู่นักเรียน 3. มีการเคารพความคิดเห็นและเหตุผลของผู้อื่น 4. ถูกทุกข้อ
  • 134.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 13. หลักการต่อไปนี้เป็นทฤษฎีของการสร้างองค์ความรู้ยกเว้นข้อใด 1. การเรียนรู้เป็นกระบวนการสร้างความรู้ไม่ใช้การรับข้อมูลเป็นส่วนๆ 2. การเรียนรู้ขึ้นอยู่กับความรู้เดิมซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญของการสร้างความรู้ใหม่ 3. สถานการณ์หรือบริบทของการเรียนรู้เป็นสิ่งสําคัญของการสร้างความรู้ใหม่ 4. การบอกหรือการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายของครูเป็นทางเลือกของครูในการเกิดความรู้ใหม่ 14. เพราะเหตุใดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ในขั้นตอนสุดท้ายจึงต้องให้ผู้เรียนทบทวน 1. เพื่อสรุปความรู้ใหม่ 2. เพื่อแบ่งงานรับผิดชอบ 3. เพื่ออภิปรายผลการทดลอง 4. เพื่อประเมินผล ปรับปรุงและพัฒนา 15. ในการเรียนรู้แบบกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ผู้เรียนจะต้องมีบทบาทอย่างไรจึงจะบรรลุ วัตถุประสงค์ของการเรียน 1. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ 2. มีทักษะการทํางานร่วมกันเป็นกลุ่ม 3. มีความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ 4. ถูกทุกข้อ 16. เป้าหมายการตั้งคําถมในข้อใดที่ไม่ถูกต้องในการใช้เทคนิคการสอบแบบตั้งคําถาม 1. ช่วยสร้างนิสัยชอบคิดให้แก่ผู้เรียน 2. สร้างแรงจูงใจและกระตุ้นความสนใจให้ผู้เรียน 3. ประเมินจุดเข็งและจุดอ่อนของผู้เรียนได้ 4. ยุติบทบาทการช่างคุยของผู้เรียนในชั้นเรียนได้ 17. การกระทําในข้อใดต่อไอไปนี้คือบทบาทของครูในการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ 1. กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดวางแผนร่วมกันในการคิดความรู้ใหม่ 2. ชี้นําให้ผู้เรียนตอบคําถามในใบงานได้ 3. ครูสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนทําตามคําสั่ง 4. ครูให้ผู้เรียนตั้งคําถามจากเรื่องที่ครูกําหนดไว้ พร้อมเฉลยคําตอบตามแนวที่ครูกําหนด 18. วิธีการประเมินผลการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ในข้อใดที่ไม่ถูกต้อง 1. ครูประเมินความคิดรวบยอดของผู้เรียน 2. ประเมินโดยการตรวจสอบความคิดของผู้เรียน 3. ประเมินว่าผู้เรียนยังไม่รู้อะไร 4. ประเมินทักษะการทํางานกลุ่ม 19. คํากล่าวในข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ 1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดี จะเรียนรู้รูปแบบการสร้างองค์ความรู้ได้ดี 2. คําถามปลายปิดที่มีคําตอบเดียวเหมาะกับการจัดองค์ความรู้แบบสร้างองค์ความรู้ 3. การสร้างความประทับใจให้ผู้เรียน จําบทเรียนได้ดีคือบทบาทของครูต้องโดเด่นในการอธิบาย 4. การจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ให้ผู้เรียนคิดสร้างสรรค์ทําให้ผู้เรียนสร้างสรรค์องค์ความรู้ได้ดี
  • 135.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 20. คํากล่าวในข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกล่าวในข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ 1.การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ไม่เหมาะสมกับชั้นเรียนที่นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ต่ํา 2. ครูไม่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนเพราะจะทําให้ผู้เรียนไม่เป็นตัวของตัวเอง 3. ครูเป็นผู้ชี้แนะไม่ใช่ผู้นํา กระตุ้นให้นักเรียนคิดมากว่าให้ครูบอก ผู้เรียนต้องเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ 1. การวัดประเมินผลตามสภาพจริงโดยเน้นการวัดผลจากการปฏิบัติจริง จากแฟ้มสะสมงานชิ้นงาน/ผลงาน/ ผู้เรียนประเมินตนเอง สมาชิกครูและผู้ปกครองร่วมวัดและประเมินผลขั้นตอนนี้จัดว่าเป็นขั้นตอนใดของการ จัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ 2. ขั้นประเมินผล** 3. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง 4. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน 2. ข้อใดเป็นบทบาทของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ไม่ต้องจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ของผู้เรียน 2. ไม่ต้องจัดแหล่งความรู้สําหรับผู้เรียนในการอธิบายเพิ่มเติมและสรุปบทเรียน 3. จัดกิจกรรมอย่างมีระบบโดยตลอดและสอดคล้องกับการพัฒนาพหุปัญญา 4. เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองเสมอ** 3. “มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ ตีความ สรุปความคิดเห็นของผู้เรียนหรืออภิปรายสิ่งที่เรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้ ผู้เรียนสามารถสรุปองค์ความรู้ได้อย่างชัดเจน” ข้อความนี้ คือข้อใด 1. แนวคิดสําคัญของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 2. ลักษณะเด่นของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 3. บทบาทของผู้สอนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ** 4. บทบาทของผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 4. ขั้นสรุป/เสนอผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ คือข้อใด 1. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มๆเพื่อทํากิจกรรมร่วมกัน 2. ผู้เรียนได้ทดลองฝึกปฏิบัติตามขั้นตอน ฝึกคิดวิเคราะห์ 3. ผู้เรียนปรับปรุงผลงานของตนเองจากการนําเสนอของแต่ละกลุ่มมาพัฒนาให้ดีขึ้น 4. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มประมวลข้อมูลจากประสบการณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์เป็นความรู้ใหม่** 5. ข้อใดเป็นคุณค่าของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ทุกขั้นตอนของการจัดกิจกรรมจะสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมเพื่อให้ผู้เรียนได้ซึมซับสิ่งที่ดีงามไว้ใน ตนเองตลอดเวลา** 2. กระบวนการเรียนรู้ไม่ต้องคํานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 3. ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามที่ผู้สอนได้จัดเตรียมไว้เท่านั้นให้ศึกษาค้นคว้า 4. กิจกรรมกลุ่มไม่สามารถช่วยเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์
  • 136.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 6. ข้อใดเรียงลําดับขั้นตอนของกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติที่ถูกต้อง 1.ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ และขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง 2. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ ขั้นปฏิบัติ/ ฝึกหัด/ ทดลองและขั้นสรุป/เสนอความรู้ 3. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลองขั้นสรุป/เสนอความรู้ และ ขั้น ปรับปรุงการเรียนรู้/นําไปใช้ 4. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลองขั้นสรุป/เสนอความรู้ ขั้น ปรับปรุงการเรียนรู้/นําไปใช้และขั้นประเมินผล** 7. ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนเพื่อทํากิจกรรมร่วมกัน แสดงความคิดเห็นและหาข้อสรุปในประเด็นที่ตั้งไว้ซึ่งขั้นตอน นี้จัดว่าเป็นขั้นตอนใดของกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง 2. ขั้นนําเข้าสู่บทเรียน 3. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์** 4. ขั้นสรุป/เสนอความรู้ 8. ผู้สอนจะต้องกระตุ้นชักจูงโน้มน้าวให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นและสนใจ อยากค้นคว้าหาความรู้ ด้วยวิธี ต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงกับประสบการณ์ใหม่จัดว่าเป็นขั้นตอนใดของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ 2. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน** 3. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง 4. ขั้นสรุป/เสนอความรู้ 9. ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดจากการร่วมกิจกรรม และการค้นหาคําตอบจากประเด็นคําถามของผู้สอนและ เพื่อนๆ สามารถค้นหาวิธีการและคําตอบได้ด้วยตนเอง สามารถแสดงออกได้ชัดเจนมีเหตุผล”ข้อความนี้คือ อะไร 1. คุณค่าของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ** 2. แนวคิดสําคัญของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 3. ขั้นตอนของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 4. บทบาทของผู้สอนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 10. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ฝึกฝนการทํางานเป็นกลุ่ม 2. ให้ความช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 3. เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง โดยการสังเกตและทดลองด้วยตนเอง 4. ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือระดมความคิดเห็นร่วมกันมีส่วนร่วมในการเรียนรู้** 11. ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนฝึกคิดวิเคราะห์ จินตนาสร้างสรรค์ โดยผู้สอนเป็นที่ปรึกษาดูแลช่วยเหลือ ซึ่งขั้นตอนนี้จัดว่าเป็นขั้นตอนใดของกระบวนการจัดการ เรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ 2. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน 3. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง** 4. ขั้นประเมินผล
  • 137.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 12. ผู้เรียนได้มีการปรับปรุงผลงานตามแนวคิดจากการนําเสนอของแต่ละกลุ่มมาพัฒนาให้ดีขึ้นหรือจาก ครูผู้สอนมาสร้างผลงานใหม่ขั้นตอนนี้จัดว่าเป็นขั้นตอนใดของการจัดจัดการ เรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ 2. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน 3. ขั้นประเมินผล 4. ขั้นปรับปรุงผลการเรียนรู้/นําไปใช้** 13. ข้อใดไม่จัดว่าเป็นคุณค่าของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดจากการกิจกรรมและค้นหาคําตอบจากประเด็นคําถามของครูผู้สอนและเพื่อน 2. ผู้ที่เรียนช้ารู้ช้าจะเรียนรู้ได้อย่างอย่างมีความสุข ได้รับกําลังใจจากเพื่อน 3. กระบวนการเรียนรู้คํานึงความแตกระหว่างบุคคล 4. ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือระดมความคิดเห็นร่วมกัน** 14. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ของผู้เรียน 2. เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองเสมอ 3. เป็นแหล่งความรู้สําหรับผู้เรียนในการอธิบายเพิ่มเติมและสรุปบทเรียน 4. จัดกิจกรรมอย่างมีระบบเป็นกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องกันโดยตลอดและสอดคล้องกับการพัฒนาพหุ ปัญญา** 15. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มประมวลความรู้จากประสบการณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์สังเคราะห์เป็นความรู้ใหม่ วิธีการ ใหม่ นําเสนอกลุ่มใหญ่ ในรูปแบบที่หลากหลายเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันจัดว่าเป็นขั้นตอนใด ของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ขั้นการศึกษา/วิเคราะห์ 2. ขั้นการนําเข้าสู่บทเรียน 3. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลอง 4. ขั้นสรุป/เสนอความรู้** 16. แนวคิดสําคัญของการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง ฝึกค้นคว้า ฝึกลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะกระบวนการต่างๆและแก้ปัญหาด้วยตนเอง 2. เป็นการจัดกิจกรรมลักษณะกลุ่มปฏิบัติการด้วยประสบการณ์ตรงจากการเผชิญสถานการณ์จริง 3. ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ ทดลองเป็นการจัดกิจกรรมลักษณะบุคคลด้วยประสบการณ์ตรงจากการเผชิญ สถานการณ์จริง** 4. ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งทางทฤษฎีและการปฏิบัติตามแนวประชาธิปไตย 17. ข้อใดเป็นบทบาทของผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติ 1. ติดตามผลการปฏิบัติและปรับปรุงแก้ไขผลงาน** 2. ฝึกฝนการทํางานรายบุคคล การเป็นผู้นํา ผู้ตาม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3. ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือระดมความคิดเห็นร่วมกัน 4. ไม่สามารถแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ เมื่อมีการปฏิบัติงาน
  • 138.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 18. การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการดังต่อไปนี้(๑)จัดเนื้อหา สาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคํานึงถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคล(๒) ฝึกทักษะ กระบวนการคิดการจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อ ป้องกันและแก้ไขปัญหา(๓)จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทําได้ คิดเป็น และทําเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง จากข้อความดังกล่าวอยู่ในมาตราใดของพระราชบัญญัติ การศึกษา 1. มาตรา ๒๑ 2. มาตรา ๒๒ 3. มาตรา ๒๓ 4. มาตรา ๒๔** 19. ข้อใดเป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติของขั้นศึกษา/วิเคราะห์ 1. ผู้เรียนได้ทดลองฝึกปฏิบัติตามขั้นตอน ฝึกคิดวิเคราะห์ 2. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มๆเพื่อทํากิจกรรมร่วมกัน** 3. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มประมวลข้อมูลจากประสบการณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์เป็นความรู้ใหม่ 4. ผู้เรียนปรับปรุงผลงานของตนเองที่ได้แนวคิดจากการนําเสนอของแต่ละกลุ่มมาพัฒนาให้ดีขึ้น 20. ข้อใดเป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบที่เน้นการปฏิบัติของขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ทดลอง 1. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มๆเพื่อทํากิจกรรมร่วมกัน 2. ผู้เรียนได้ทดลองฝึกปฏิบัติตามขั้นตอน ฝึกคิดวิเคราะห์** 3. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มประมวลข้อมูลจากประสบการณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์เป็นความรู้ใหม่ ผู้เรียนปรับปรุงผลงานของตนเองที่ได้แนวคิดจากการนําเสนอของแต่ละกลุ่มมาพัฒนาให้ดีขึ้น แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ 1. เราควรปฏิบัติอย่างไร จึงเรียกว่าเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีที่สุด 1. เจ้าหน้าที่เสนอโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2. หน่วยงานราชการร่วมมือกับชุมชนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3. จัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบโดยเฉพาะ 4. ทุกคนในชุมชน** 2. ข้อใดไม่ใช่การหาความรู้และประสบการณ์จากการทัศนศึกษา 1. ถ่ายภาพบันทึกภาพที่น่าสนใจ 2. ฟังคําบรรยายจากวิทยากร 3. กลับถึงบ้านแล้วจดบันทึกทันที** 4. สังเกตสิ่งแวดล้อมพร้อมจดบันทึก 3. ข้อใดเป็นวิธีการที่ใช้แหล่งเรียนรู้ที่ไม่ถูกต้อง 1. การใช้แหล่งเรียนรู้ต่างๆ ต้องเริ่มจากแหล่งเรียนรู้ที่อยู่ใกล้ตัว 2. การนําผู้เรียนไปสู่แหล่งเรียนรู้ที่อยู่นอกโรงเรียน 3. การนําผู้เรียนไปสู่แหล่งเรียนรู้ในบริเวณโรงเรียน 4. การใช้แหล่งเรียนรู้ต้องฝึกปฏิบัติ ทดลองและให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง
  • 139.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 4. ข้อใดเป็นการรักษาดุลแห่งธรรมชาติที่ดีที่สุด 1.การสร้างเขื่อนกั้นน้ํา 2. การทําฝายทดน้ํา 3. การกําหนดเขตป่าสงวน 4. การปลูกต้นไม้ 5. ข้อใดคือจุดประสงค์หลักที่จัดแหล่งเรียนรู้ขึ้นภายในโรงเรียน 1. เพื่อให้เหมือนจริงและเข้าใจง่ายที่สุด 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้สะดวก 3. เพื่อเป็นศึกษาหาความรู้ได้ตลอดเวลาและรวดเร็ว 4. เพื่อให้สัมพันธ์กับจุดประสงค์การเรียนการสอน 6. ข้อใดไม่ใช่การหาความรู้และประสบการณ์จากการทัศนศึกษา 1. ถ่ายภาพบันทึกภาพที่น่าสนใจ 2. ฟังคําบรรยายจากวิทยากร 3. กลับถึงบ้านแล้วจดบันทึกทันที** 4. สังเกตสิ่งแวดล้อมพร้อมจดบันทึก 7. ก่อนไปศึกษานอกชั้นเรียน ครูผู้สอนควรปฐมนิเทศผู้เรียนในเรื่องใด 1. แจ้งแหล่งที่ไปศึกษาและเหตุผล 2. วิธีการเดินทางและค่าเดินทาง 3. ประโยชน์ของการศึกษานอกสถานที่ 4. ถูกทุกข้อ 8. ความหมายของคําว่า “ภูมิปัญญาไทย” คือข้อใด 1. ความรู้ ความสามารถ ความเชื่อ และความสนใจในการแก้ปัญหาของมนุษย์ 2. ข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ วิทยากรและประสบการณ์อื่นๆ 3. องค์ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ที่สั่งสมและสืบทอดกันมา ไปสู่คนรุ่นใหม่ 4. องค์ความรู้ในด้านต่างๆ ของการดํารงชีวิตของคนไทยที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ทั้งทางตรงและ ทางอ้อม 9. จุดประสงค์หลักการจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตลอดเวลา 2. เพื่อให้เข้าใจง่ายและทํางานเป็นกลุ่ม 3. เพื่อให้นักเรียนได้เกิดองค์ความรู้ 4. ถูกทุกข้อ 10. ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ใครไม่มีส่วนในการประเมิน 1. ผู้บริหาร 2. ผู้สอน 3. นักเรียน 4. ผู้ปกครอง
  • 140.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 11. ใครควรแสดงบทบาทการเลือกรูปแบบและวิธีการนําเสนอผลงาน 1.ผู้สอน 2. ผู้เรียน 3. ผู้ปกครอง 4. ผู้บริหาร 12. ข้อใดคือจุดประสงค์ของการศึกษานอกสถานที่ 1. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะทางสังคม 2. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง 3. เพื่อฝึกให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 4. ถูกทุกข้อ 13. การจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้มีลักษณะอย่างไร 1. ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง คนหาความรู้ด้วยตนเอง 2. ผู้เรียนได้ฝึกทํางานเป็นกลุ่ม 3. ผู้เรียนได้ประเมินผลการทํางานด้วยตนเอง 4. ถูกทุกข้อ 14. ข้อใดถูกต้องที่สุด ในการนําแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในกระบวนการเรียนการสอน 1. ผู้เรียนได้เรียนรู้จากของจริง และเกิดประสบการณ์ตรง 2. ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุขในการเรียน 3. ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อชุมชน และกระบวนการเรียนรู้ 4. ผู้เรียนเห็นคุณค่าของแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น** 15. บทบาทของครูในข้อใดไม่ถูกต้องในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้ 1. จัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัย เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน 2. ให้อิสระแก่ผู้เรียนในการแสวงหาความรู้ ความคิด ด้วยการลงมือปฏิบัติ 3. สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 4. พัฒนาตนเองอยู่เสมอโดยการศึกษาค้นคว้า วิจัย ให้สามารถจัดการเรียนรู้ 16. ข้อใดไม่ใช่การหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ 1. สังเกตสิ่งแวดล้อมพร้อมบันทึก 2. ฟังคําบรรยายจากวิทยากร 3. จดบันทึกทันทีเมือกลับถึงบ้าน 4. ถ่ายภาพที่น่าสนใจ 17. การใช้แหล่งเรียนรู้ทางทะเลมีประโยชน์ต่อมนุษย์ด้านใดมากที่สุด 1. ด้านการดํารงชีวิต 2. ด้านการพักผ่อน 3. ด้านความมีสุนทรียภาพ 4. ด้านการรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ
  • 141.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 18. ข้อใดไม่ใช่ความสําคัญของการจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ 1.ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสภาพจริง 2. ลดภาระครูในการเตรียมการสอนน้อยลง 3. เปิดโอกาสให้ค้นหาธรรมชิในชุมชน 4. เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ 19. ก่อนไปศึกษาแหล่งเรียนรู้นักเรียนควรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องใด 1. วัตถุประสงค์ของการศึกษาเรียนรู้ 2. แหล่งที่จะศึกษาเรียนรู้ 3. การเดินทางและค่าใช้จ่าย 4. ถูกทุกข้อ 20. มีเหตุผลและความจําเป็นอย่างไรจึงมีการนําแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการ จัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน 1. ปัจจุบันโลกแห่งข้อมูลข่าวสารไร้อาณาเขตขวางกั้น ทําให้มีผลกระทบถึงวิถีชีวิตของผู้คนพลเมืองมากเกินไป 2. ปัจจุบันการดําเนินชีวิตโดยการใช้ภูมิปัญญาตะวันตก ชุมชนประสบปัญหามาเกินไป 3. ภูมิปัญญาตะวันตกเข้ามามีส่วนในการพัฒนาประเมศและพัฒนาผลผลิตมากเกินไป 4. ถูกทุกข้อ แนวการจัดการเรียนรู้ ๑ 1. ข้อใดกล่าวถึงวิธีการวัดและประเมินผลที่ควรกําหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ 1. กําหนดให้มีการวัดและประเมินผลที่หลากหลายวิธี 2. กําหนดให้มีการวัดและประเมินผล เฉพาะชิ้นงาน/ภาระงาน 3. กําหนดให้มีการวัดและประเมินผลระหว่างและเมื่อสิ้นสุดการทํากิจกรรมการเรียนรู้โดยกําหนดเกณฑ์การ ประเมินที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กําหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ 4. กําหนดให้มีการวัดและประเมินผลระหว่างและเมื่อสิ้นสุดการทํากิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดเกณฑ์การ ประเมินที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กําหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้** 2. เป้าหมายสําคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยที่กําหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน คืออะไร 1. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 2. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 3. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 4. ถูกทุกข้อ** 3. การกําหนดเวลาเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ควรคํานึงถึงสิ่งใด 1. จํานวนตัวชี้วัด น้ําหนักคะแนน ความยากง่ายองสาระสําคัญ 2. ความยากง่ายองสาระสําคัญ จํานวนตัวชี้วัด น้ําหนักคะแนน 3. จํานวนตัวชี้วัด ความยากง่ายองสาระสําคัญ วิธีการและกระบวนการเรียนรู้ที่นํามาใช้** 4. ความยากง่ายองสาระสําคัญ น้ําหนักคะแนน วิธีการและกระบวนการเรียนรู้ 4. การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร ปี ๕๑ แตกต่างจากหลักสูตร ปี ๔๔ อย่างไร 1. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 2. การจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม
  • 142.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 3. การจัดการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายการพัฒนาคน 4.การกําหนดตัวชี้วัดสําหรับนําไปจัดทําหน่วยการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้และเป็นเกณฑ์สําหรับการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ 5. ข้อใดกล่าวถึงขั้นตอนการออกแบบหน่วยการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (BACKWARD DESIGN) 1. กําหนดเป้าหมายการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้** 2. กําหนดเป้าหมายการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ 3. กิจกรรมการเรียนรู้ กําหนดเป้าหมายการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ 4. หลักฐานการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กําหนดเป้าหมายการเรียนรู้ 6. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ได้ถูกต้อง 1. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นเกณฑ์หนึ่งในการประเมินผลการเรียน 2. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ต้องใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือหลัก 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นสิ่งที่เพิ่มเติมได้ตามจุดเน้นของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และกลุ่ม สาระการเรียนรู้ 4. การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ต้องดําเนินการพัฒนาโดยบูรณาการให้เข้าไปในกระบวน การเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ทั้งในและนอกห้องเรียน 7. การจัดการเรียนรู้ที่คํานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล มีความสําคัญต่อครูผู้สอนอย่างไร 1. ช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2. ช่วยในการพัฒนาบทเรียนให้มีความยากง่ายเหมาะสมกับบทเรียน 3. ช่วยให้ครูตระหนักว่าเด็กทุกคนไม่สามารถเรียนรู้ด้วยวิธีการเดียวกันหมด 4. ทุกข้อ** 8. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะการจัดการเรียนรู้แบบ ACTIVE LEARNING 1. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการนําไปใช้ในชีวิตจริง 2. ผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจในความแตกต่างของผู้เรียน 3. เน้นให้นักเรียนได้ปฏิบัติจากประสบการณ์ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ มีส่วนร่วมในการกําหนดแนวคิดวางแนว ประเมินผลการเรียนรู้ 4. ทุกข้อ 9. ข้อใดคือความสําคัญของการกําหนดน้ําหนักคะแนนของแต่ละหน่วยการเรียนในโครงสร้างรายวิชา 1. เพื่อใช้ในการวางแผนการเรียนรู้ 2. เพื่อจําแนกคะแนนเป็นรายหน่วย 3. เพื่อความสะดวกในการนําไปใช้กําหนดคะแนนรายปี/รายภาค 4. เพื่อบ่งบอกถึงความสําคัญของแต่ละหน่วยการเรียนรู้และใช้ในการประเมินระหว่างเรียน (FORMATIVE EVALUATION) และประเมินรวบยอด (SUMMATIVE EVALUATION) 10. สิ่งใดต่อไปนี้ที่สามารถเพิ่มเติมได้ตามจุดเน้นของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และกลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. ตัวชี้วัด 2. มาตรฐานการเรียนรู้ 3. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
  • 143.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 11. สิ่งใดในข้อต่อไปนี้ไม่ใช่เป้าหมายการเรียนรู้ที่กําหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ 1. ตัวชี้วัด 2. ชิ้นงาน/ภาระงาน 3. มาตรฐานการเรียนรู้ 4. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 12. ข้อใดในต่อไปนี้กล่าวถึงสมรรถนะสําคัญของผู้เรียนไว้อย่างถูกต้อง 1. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลักที่ผู้เรียนต้องบรรลุในการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียนรู้นั้นๆ 2. การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะสําคัญไม่จําเป็นต้องคํานึงถึงมาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 3. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียนสามารถเพิ่มเติมได้ตามจุดเน้นของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาและกลุ่มสาระ การเรียนรู้ 4. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการสั่งสมประสบการณ์จากการเรียนรู้และได้รับการพัฒนา อย่างต่อเนื่องผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 13. ข้อใดกล่าวถูกต้อง 1. การจัดกลุ่มตัวชี้วัดควรมีความหลากหลาย 2. ตัวชี้วัดหนึ่งตัวชี้วัด จะต้องอยู่หน่วยใดหน่วยหนึ่งเท่านั้น จะซ้ําไม่ได้ 3. ตัวชี้วัดบางตัวที่เห็นว่าไม่สําคัญ ไม่จําเป็นต้องนํามาไว้ในหน่วยการเรียนรู้ 4. ตัวชี้วัดบางตัวที่ต้องการพัฒนาผู้เรียนให้มีความชํานาญหรือเชี่ยวชาญสามารถนําตัวชี้วัดนั้นๆ ไปพัฒนา ผู้เรียนได้มากกว่า ๑ หน่วยการเรียนรู้ 14. ข้อใดกล่าวถึงความสําคัญของโครงสร้างรายวิชาไว้อย่างคลอบคลุมถูกต้อง 1. ช่วยให้เห็นลําดับของการเรียนรู้ 2. ช่วยให้เห็นขอบข่ายของรายวิชา 3. ช่วยให้เห็นภาพรวมของจํานวนหน่วยการเรียนรู้ 4. ช่วยให้เห็นภาพรวมของรายวิชา มารฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด เวลาเรียนและ น้ําหนักคะแนนของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ในรายวิชานั้นๆ 15. สิ่งใดคือลักษณะที่สําคัญของการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง 1. กาจัดสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ 2. การจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 3. การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย 4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จากประสาทสัมผัส 16. สิ่งใดไม่ใช่หลักการที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 1. ครูผู้สอนต้องมีข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2. ผู้เรียนได้มีโอกาสได้เรียนเป็นกลุ่มๆ ร่วมกับเพื่อนๆ 3. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด 4. ผู้เรียนได้วางแผนการเรียนและเลือกปฏิบัติตามความถนัด
  • 144.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 17. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1.การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้สอน 2. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรสอดคล้องกับชีวิตประจําวันและสังคมของผู้เรียน 3. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรน่าสนใจ อาจเป็นประเด็น ข้อคําถาม ข้อโต้แย้งที่สําคัญ 4. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรเหมาะสมกับวัย ความสนใจ และความสามารถของผู้เรียน 18. ข้อใดกล่าวถึงเจตนารมณ์ของการกําหนดจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน อย่างถูกต้อง 1. เป็นการแก้ไขจุดอ่อนของเด็กไทย 2. เป็นการพัฒนาผู้เรียนที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน 3. เป็นการสร้างคุณภาพในตัวผู้เรียนที่มีความครอบคลุมในด้านความสามารถและทักษะ ตลอดจนคุณลักษณะ ที่ช่วยให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร 4. ถูกทุกข้อ 19. สิ่งใดในข้อต่อไปนี้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ 1. มีความท้าทาย 2. พัฒนาให้มีทักษะขบวนการที่สําคัญ 3. ใช้เทคนิค/วิธีการ สื่อที่นําผู้เรียนไปสู่การสร้างชิ้นงาน/ภาระงาน เกิดสมรรถนะสําคัญปลูกฝังคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ 4. ใช้เทคนิค/วิธีการ สื่อที่จะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เกิดสมรรถนะสําคัญ ปลูกฝัง คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนสามารถสร้างชิ้นงาน/ภาระงานได้ 20. ข้อใดกล่าวถึงเจตนารมณ์ของกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่กําหนดไว้ในหลักสูตร อย่างถูกต้อง 1. เป็นเทคนิควิธีการสอน 2. เป็นแนวทางในการประเมินผู้เรียน 3. เป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ 4. เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งให้เกิดกับผู้เรียน โดยผ่านวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอน 21. การจะดํารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขต้องปรับตัวให้เข้ากับข้อใด ก. ภาวะสังคม ข. ภาวะค่าครองชีพ ค. ภาวะความเครียดทางจิต ง. ถูกทุกข้อ* 22. กระบวนการเรียนรู้ (LEARNING PROCESS) หมายถึงข้อใด 1. กระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู 2. วิธีการสอน 3. กระบวนการที่ผู้เรียนใช้ในการแสวงหาความรู้* 4. ถูกทุกข้อ 23. ข้อใด คือเกณฑ์พิจารณาที่ใช้เวลาจัดการเรียนรู้ ก. ๒๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียนมีค่าเท่ากับ๑ หน่วยกิต ข. ๔๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียนมีค่าเท่ากับ๑ หน่วยกิต* ค. ๒๐ ชั่วโมงต่อปีมีค่าเท่ากับ๑ หน่วยกิต ง. ๔๐ชั่วโมงต่อปีมีค่าเท่ากับ๑ หน่วยกิต
  • 145.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 24. ไม่มีในคําอธิบายรายวิชาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1.ชื่อรายวิชา 2. จํานวนเวลา หน่วยกิต 3. สื่อการเรียนรู้* 4. มาตรฐานการเรียนรู้ 25. ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนโดยปฏิบัติโครงงานอย่างน้อยกี่ โครงงาน 1. ๑ โครงงาน* 2. ๒ โครงงาน 3. ๓ โครงงาน 4. เป็นดุลยพินิจโรงเรียน 26. การจัดทําแผนการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กําหนดให้มีแผนการเรียนรู้ของใครบ้าง 1. แผนการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน 2. แผนการจัดการเรียนรู้ของผู้สอน 3. แผนการจัดการเรียนรู้ร่วม 4. เฉพาะ ก และ ข* 27. การจัดการศึกษาภาคบังคับ ๙ ปี สถานศึกษาต้องจัดการศึกษาโดยเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะในด้านใด 1. การอ่าน การคิด การใช้คอมพิวเตอร์ 2. การเขียน การคิดวิเคราะห์ การใช้ อังกฤษ 3. การอ่าน การเขียน การคิด การใช้คอมพิวเตอร์* 4. การอ่าน การเขียน การคิด และการใช้ภาษาอังกฤษ 28. การฝึกให้เขียนหนังสือเป็นเล่มเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในช่วงชั้นใด 1. ช่วงชั้นที่๑* 2. ช่วงชั้นที่ ๒ 3. ช่วงชั้นที่ ๓ 4. ช่วงชั้นที่ ๔ 29. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามข้อใดที่สัมพันธ์กันที่สุด 1. ช่วงชั้นที่๑ / เน้นการคิดวิเคราะห์ 2. ช่วงชั้นที่ ๒ / เน้นตามความสนใจผู้เรียน 3. ช่วงชั้นที่ ๓ / เน้นความเป็นอิสระ 4. ช่วงชั้นที่ ๔ / เน้นความพร้อมในการศึกษาต่อ* 30. ใครเป็นผู้ออกแบบการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. ผู้บริหารโรงเรียน 2. ครูผู้สอน* 3. สถานศึกษา 4. กรมวิชาการ
  • 146.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 31. การจัดการเรียนรู้ในช่วงชั้นใดที่เริ่มเน้นเข้าสู่เฉพาะทางมากขึ้นมุ่งเน้นความสามารถความคิดระดับสูง ความถนัด ความต้องการของผู้เรียนทั้งในด้านอาชีพ การศึกษาเฉพาะทาง ตลอดจนการศึกษาต่อ 1. ช่วงชั้นที่ ๑ 2. ช่วงชั้นที่ ๒ 3. ช่วงชั้นที่ ๓ 4. ช่วงชั้นที่ ๔* 32. คําอธิบายรายวิชามีไว้เพื่ออะไร 1. เพื่อสร้างความเข้าใจว่าในรายวิชานั้น ผู้เรียนจะได้เรียนรู้องค์ความรู้ ฝึกทักษะ/กระบวนการ และมี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สําคัญอะไรบ้าง 2. เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้สอนนําไปออกแบบการจัดการเรียนรู้ 3. ถูกทั้ง ก และ ข** 4. ไม่มีข้อถูก 33. ไม่ใช่สาระการเรียนรู้ใน ๘ กลุ่มของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. คณิตศาสตร์ 2. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3. สุขศึกษาและพละศึกษา* 4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 34. สาระการเรียนรู้ที่เป็นพื้นฐานสําคัญที่ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนรู้ได้แก่ 1. สุขศึกษา พลศึกษา 2. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 3. สังคมศาสตร์และวัฒนธรรม* 4. ภาษาต่างประเทศ 35. ไม่ได้กําหนดเป็นสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. ศิลปะ 2. ภาษาไทย 3. สิ่งแวดล้อม* 4. คณิตศาสตร์ 36. กิจกรรมแนะแนวจัดอยู่ในกลุ่มใดของโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. สาระการเรียนรู้ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ 3. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน* 4. กิจกรรมเสริมผู้เรียน 37. ใครเป็นผู้กําหนดสาระการเรียนรู้สําหรับตอบสนองความสามารถ ความถนัดและความสนใจของผู้เรียนแต่ ละคน 1. กรมวิชาการ 2. หลักสูตรแกนกลาง 3. หลักสูตรท้องถิ่น 4. สถานศึกษา*
  • 147.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 38. มาตรฐานการเรียนรู้ในแต่ลกลุ่มสาระการเรียนรู้เมื่อผู้เรียนเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1.มาตรฐานการเรียนรู้แกน 2. มาตรฐานการเรียนรู้ร่วม 3. มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาพื้นฐาน* 4. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น 39. ช่วงชั้นใดที่จัดหลักสูตรเป็นหน่วยกิต 1. ช่วงชั้นที่ ๑ 2. ช่วงชั้นที่ ๒ 3. ช่วงชั้นที่ ๓ 4. ช่วงชั้นที่ ๔* 40. การดํารงชีวิตและครอบครัวเป็นสาระในกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด 1. สุขศึกษาและพละศึกษา 2. การงานอาชีพและเทคโนโลยี* 3. สังคมศาสตร์และวัฒนธรรม 4. วิทยาศาสตร์ 41. บทบาทของครูในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. ผู้สอน 2. ผู้ชี้นํา 3. ผู้ถ่ายทอดความรู้ 4. ผู้ส่งเสริมช่วยเหลือ* 42. การจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนตั้งแต่สองคนขึ้นไปร่วมกันจัดการเรียนการสอน โดยอาจยึดหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องใด เรื่องหนึ่งแล้วบูรณาการเชื่อมโยง 1. การบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว 2. การบูรณาการแบบคู่ขนาน* 3. การบูรณาการแบบจิตวิทยา 4. การบูรณาการแบบโครงการ 43. ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดอยู่ในกลุ่มสาระที่จําเป็นสําหรับพื้นฐานทางวิชาการและการเรียนรู้ 1. ภาษาไทย 2. วิทยาศาสตร์ 3. สุขศึกษา* 4. คอมพิวเตอร์ 44. ข้อใดต่อไปนี้จัดอยู่ในกลุ่มที่ ๓ ที่เป็นสาระวิชาพื้นฐานเพื่อการพัฒนาสุขภาพ สุนทรียภาพ บุคลิกภาพ การ แสดงออกและทักษะการจัดการ 1. ดนตรี กีฬา* 2. ศีลธรรม จริยธรรม 3. ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ 4. วิทยาศาสตร์
  • 148.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 45. จุดเน้นในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระใดที่ให้เน้นความสามารถด้านการพูดและการโต้ตอบซึ่งจําเป็นในการ สื่อสาร เน้นการอ่านเก็บใจความให้เข้าใจ และให้ความสําคัญกับการเขียนภาษาให้ถูกต้อง 1. ภาษาไทย 2. ภาษาอังกฤษ* 3. วิทยาศาสตร์ 4. คณิตศาสตร์ 46. "มุ่งเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนา ให้อ่านออกเขียนได้ รวมทั้งภาษาอังกฤษ การคิดคํานวณเป็นรู้จักการใช้ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มีวิชาชีพที่จําเป็นสําหรับผู้ที่ไม่ประสงค์จะเรียนต่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนา กระบวนการเรียนการสอนของการศึกษาระดับใด 1. ระดับปฐมวัย 2. ระดับการศึกษาภาคบังคับ* 3. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 4. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 47. "คอร์สแวร์" สัมพันธ์กับข้อใดมากที่สุด 1. การพัฒนาครู 2. วิธีการสอนของครู 3. การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน* 4. การพัฒนาเครือข่าย 48. เป้าหมายสําคัญของการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรจึงเน้นไปที่ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 2. การพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 3. นําพาให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสําคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. ถูกทุกข้อ** 49. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. กําหนดมาตรฐานการเรียนรู้เพื่อเป็นเป้าหมายสําคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนไว้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ 2. ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปี ในระดับการศึกษาภาคบังคับ (ประถมศึกษาปีที่ ๑ – มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ) 3. ตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖) 4. ทุกข้อถูกต้องหมด** 50. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ยึดหลักการว่าอย่างไร 1. ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้โดยการจัดวิธีการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน 2. ลงมือค้นคว้า คิดแก้ปัญหาและปฏิบัติงานเพื่อสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง 3. ครูผู้สอนเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน จัดสถานการณ์ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ 4. ถูกทุกข้อ**
  • 149.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 51. สําคัญของจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ จําเป็นต้องปูพื้นฐานความสามารถและทักษะ ในการอ่านออก เขียนได้ คิดเลข เป็นมีทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิต และทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 2. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ พัฒนาความสามารถให้สูงขึ้นจนสามารถอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง มี ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิต และทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 3. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ มุ่งพัฒนาต่อยอด พัฒนาความสามารถในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่าง สร้างสรรค์ตามช่วงวัย เน้นเพิ่มเติมความสามารถด้านการใช้ภาษาต่างประเทศ** 4. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ มุ่งพัฒนาต่อเนื่อง พัฒนาด้านความสามารถในการแสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ เน้นเพิ่มเติมความสามารถด้านการใช้ภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ให้สามารถสื่อสารได้ ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่าง สร้างสรรค์ตามช่วงวัย 52. คุณลักษณะนิสัยที่ต้องเน้นเป็นการเฉพาะในแต่ละช่วงวัยและพัฒนาต่อเนื่องในทุกช่วงชั้น ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ชั้น ป.๑-๓ เน้นความใฝ่ดี ข. ชั้น ป.๔-๖ ใฝ่เรียนรู้ ค. ชั้น ม.๑-๓ อยู่ร่วมกันสังคม** ง. ม.๔-๖ มีความมุ่งมั่นในการศึกษาและการทํางาน 53. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะนิสัยที่ต้องเน้น ดําเนินการโดย 1. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียน 2. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนนอกห้องเรียน 3. โดยสอดแทรกในกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ตลอดจนกิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน** 4. ไม่มีข้อถูก 54. การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้มีหลักคิด อย่างไร ก. น่าสนใจ อาจเป็นประเด็นปัญหา ข้อคําถาม หรือข้อโต้แย้งที่สําคัญ ข. สอดคล้องกับชีวิตประจาวันและสังคมของผู้เรียน ค. เหมาะสมกับวัย ความสนใจและความสามารถของผู้เรียน ง. ถูกทุกข้อ** 55. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ในโครงสร้างรายวิชามีแนวทางอย่างไร 1. ให้ระบุให้ชัดเจนในรายละเอียดทั้งหมด 2. ไม่ต้องกําหนดในโครงสร้าง 3. ให้ระบุเฉพาะรหัสของตัวชี้วัด สาหรับการอ้างอิงกลับไปที่มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ** 4. ไม่มีข้อถูก 56. ข้อใดถือว่าเป็นหัวใจที่จะนําไปกําหนด แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ ก. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด** ข. มาตรฐานการเรียนรู้ ค. ตัวชี้วัด ง. ถูกทุกข้อ
  • 150.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 57. การกําหนดเวลาของแต่ละหน่วยการเรียนรู้มากน้อยเพียงใดมีหลักคิดดังนี้ 1. จํานวนตัวชี้วัด หากมีตัวชี้วัดจํานวนมากย่อมใช้เวลาในการเรียนรู้มาก 2. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด มีความยาก-ง่าย ในการนําไปพัฒนาผู้เรียนเพียงใด เป็นความต้องการจําเป็น ของสถานศึกษาหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสําคัญและ ให้เวลาในการจัดการเรียนรู้มากตามไปด้วย 3. วิธีการและกระบวนการเรียนรู้ที่จะนํามาใช้ให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของ การจัดการเรียนรู้ของครูแต่ละคน เช่น หากวางแผนใช้วิธีการศึกษานอกห้องเรียน มีการศึกษาค้นคว้าเชิงลึก หน่วยการเรียนรู้ลักษณะนี้ย่อมใช้เวลามากขึ้น 4. ถูกทุกข้อ** 58. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ต้องสะท้อนให้เห็นถึงสาระสําคัญ/ความคิดรวบยอดหรือประเด็น สําคัญหลักในหน่วย การเรียนรู้นั้น ๆ ดังนั้นชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรมีลักษณะอย่างไร ก. น่าสนใจ อาจเป็นประเด็นปัญหา ข้อคําถามหรือข้อโต้แย้งที่สําคัญ ข. สอดคล้องกับชีวิตประจาวันและสังคมของผู้เรียน ค. เหมาะสมกับวัย ความสนใจและความสามารถของผู้เรียน ง. ถูกทุกข้อ 59. การจัดการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในระดับช่วงชั้นใดที่มี หลักการ ทฤษฎีที่ยาก ซับซ้อน อาจจัดแยกเฉพาะ 1. ช่วงชั้นที่ ๑ 2. ช่วงชั้นที่ ๒ 3. ช่วงชั้นที่ ๓ 4. ช่วงชั้นที่ ๔* 60. ลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ โดยเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่างๆกับหัวข้อเรื่องที่ สอดคล้องกับชีวิตจริง หรือสาระที่กําหนดขึ้นมา เป็นการจัดการการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามลักษณะใด 1. แบบโครงงาน 2. แบบรายวิชา 3. แบบบูรณาการ* 4. แบบเชื่อมโยง 61. แนวทางการนํามาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดมาจัดทําหน่วยการเรียนรู้ อย่างไร 1. ต้องมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันและนํามาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันได้ 2. อาจมาจากกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกันหรือต่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ 3. บางตัวอาจต้องฝึกซ้าเพื่อให้เกิดความชํานาญจึงสามารถกําหนดไว้ได้มากกว่าหนึ่งหน่วยการเรียนรู้เพื่อให้ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 4. ถูกทุกข้อ** 62. สาระการเรียนรู้ที่นํามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ในข้อใดไม่ถูกต้อง ก. สาระการเรียนรู้แกนกลาง ข. สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (ถ้ามี) ค. สะระการเรียรู้สถานศึกษา ง. สาระการเรียนรู้ของหลักสูตร
  • 151.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 63. พฤติกรรมของบุคคลที่เกิดจากการเรียนรู้จะต้องมีลักษณะสําคัญ ดังนี้ ก. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจะต้องเปลี่ยนไปอย่างค่อนข้างถาวร ข. พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจะต้องเกิดจากการฝึกฝน ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข** ง. ไม่มีข้อถูก 64. ธรรมชาติของการเรียนรู้ มี ๔ ขั้นตอน ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ความต้องการของผู้เรียน (WANT) ข. สิ่งเร้าที่น่าสนใจ (STIMULUS) ค. การตอบรับ (RESPONSE) ** ง. การได้รับรางวัล (REWARD) 65. ในกระบวนการเรียนรู้ของคนเรานั้น จะประกอบด้วยลําดับขั้นตอนพื้นฐานที่สําคัญ คือ ก. ประสบการณ์ ข. ความเข้าใจ ค. ความนึกคิด ง. ถูกทุกข้อ** 66. จิตวิทยามีอิทธิพลต่อการดําเนินชีวิตอย่างกว้างขวางผู้ศึกษาจิตวิทยาสามารถได้รับประโยชน์คือข้อใด 1. ทําให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ เช่น ความต้องการ การแก้ปัญหา การปรับตัว อารมณ์และความรู่สึกในสถานการณ์ต่างๆ 2. สามารถเข้าใจ ตัดสินใจ และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลในสังคม 3. ช่วยในการวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม 4. ถูกทุกข้อ** 67. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบที่ทําผู้สอนปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. ภาระงานและคุณภาพการทํางานของผู้สอน 2. ความพึงพอใจในงานที่รับผิดชอบ 3. ความพร้อมของชุมชน* 4. ความก้าวหน้าในตําแหน่งหน้าที่ 68. ข้อใดคือภาพของเด็กไทยตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา 1. คิดเป็น ทําเป็น แก้ปัญหาเป็น 2. ใจกว้าง กายโต ทักษะสูง 3. คนเก่ง คนดี มีความสุข* 4. คิดกว้าง คิดไกล ใฝ่เรียนรู้ 69. การจัดการเรียนการสอนต้องมีคุณภาพหมายถึงข้อใด 1. มีกิจกรรมเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ* 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูง 3. มีการนําหลักสูตรไปใช้ 4. มีการใช้สื่อประกอบการสอน
  • 152.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 70. สิ่งใดที่ครูผู้สอนควรยึดเป็นหลักสําคัญที่สุดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1.หลักสูตร 2. แผนการสอน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้* 4. สื่อการเรียนการสอน 71. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการเรียนรู้ของนักเรียนตามแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ 1. การเรียนรู้เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง* 2. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง 3. การเรียนรู้ร่วมกับบุคคลอื่น 4. การเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง 72. จัดให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลักสูตรในข้อ ใด 1. หลักการ 2. จุดมุ่งหมาย 3. เนื้อหาสาระ 4. แนวทางการจัดการเรียนรู้* 73. “ สามารถวิเคราะห์ปัญหาของชุมชน” เป็นลักษณะของผู้เรียน ตามข้อใด ก. พัฒนาคน* ข. พัฒนาอาชีพ ค. พัฒนาสังคม ง. พัฒนาทั้ง ๓ ด้าน 74. ข้อใดไม่ใช่หลักการศึกษาด้านผู้เรียนตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา 1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง 2. ถือว่าผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด 3. กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเอง ตามธรรมชาติและตามศักยภาพ 4. จัดแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายไว้สําหรับผู้เรียน* 75. เป็นแหล่งรวบรวมผลงานหรือหลักฐานที่เกิดจากการเรียนรู้ของผู้เรียนหมายถึงข้อใด ก. การสํารวจเด็กรายบุคคล ข. การเรียนรู้บูรณาการ ค. โครงสร้าง ง. แฟ้มสะสมงาน* 76. ข้อใดไม่ใช่หลักการสําคัญของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. การมีส่วนร่วม 2. การกระจายอํานาจ* 3. การกํากับติดตามประเมินผล 4. การยึดผู้เรียนเป็นสําคัญ
  • 153.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 77. วิชาที่มีความจําเป็นอันดับหลังสุดในการที่จะพัฒนาคุณภาพของนักเรียนให้สามารถแข่งขันกับ ต่างประเทศได้ 1. ภาษาอังกฤษ 2. คณิตศาสตร์ 3. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. สังคมศึกษา* 78. พฤติกรรมและการกระทําด้านการปฏิบัติงานของนักเรียนคือข้อใด 1. พุทธิพิสัย 2. จิตพิสัย 3. ทักษะพิสัย* 4. บูรณาการ 79. สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก 1. หลักการจัดการศึกษา* 2. จุดมุ่งหมายการจัดการศึกษา 3. เนื้อหาสาระการศึกษา 4. สื่อการสอน 80. เนื้อหาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเรียกว่า 1. มาตรฐาน 2. กลุ่มการเรียน 3. สาระการเรียนรู้* 4. กลุ่มสาระเรียนรู้ 81. ไม่ใช่กระบวนการเรียนรู้ตามแนวทางปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน 1. การเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง 2. การเรียนรู้แบบองค์ความคิด* 3. การเรียนรู้อย่างมีความสุข 4. การเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง 82. ท่านเข้าใจคําว่า วิทยากรท้องถิ่น อย่างไร 1. ครูที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่นใกล้โรงเรียน 2. ชาวบ้านที่อยู่ในท้องถิ่น 3. ผู้ที่ก่อตั้งเป็นเครือข่ายวิชาการในท้องถิ่น 4. ผู้มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านในท้องถิ่น* 83. ไม่ได้กล่าวไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. สาระการเรียนรู้ 2. หน่วยกิต 3. การบูรณาการคู่ขนาน 4. CAI ช่วยสอน*
  • 154.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 84. ข้อใดคือภาพของเด็กไทยตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา 1.คิดเป็น ทําเป็น แก้ปัญหาเป็น 2. ใจกว้าง กายโต ทักษะสูง 3. คนเก่ง คนดี มีความสุข* 4. คิดกว้าง คิดไกล ใฝ่เรียนรู้ 85. การจัดการศึกษาต้องมีคุณภาพ ข้อใดสามารถบ่งชี้คําว่าคุณภาพได้ 1. มีกิจกรรมเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูงขึ้น* 3. มีการนําหลักสูตรไปใช้ 4. มีการใช้สื่อประกอบการสอน 86. สิ่งใดที่ครูผู้สอนควรยึดเป็นหลักสําคัญที่สุดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. หลักสูตร 2. แผนการสอน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้* 4. สื่อการเรียนการสอน 87. เป็นแหล่งรวบรวมผลงานหรือหลักฐานที่เกิดจากการเรียนรู้ของผู้เรียนหมายถึงข้อใด 1. การสํารวจเด็กรายบุคคล 2. การเรียนรู้บูรณาการ 3. โครงสร้าง 4. แฟ้มสะสมงาน* 88. แผนการหรือโครงการที่จัดทําเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อใช้ในการปฏิบัติการสอนในรายวิชาใดวิชาหนึ่ง เป็น การเตรียมการสอนอย่างเป็นระบบและเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ครูพัฒนาการเรียนการสอนไปสู่จุดประสงค์การ เรียนรู้และจุดหมายของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกี่ยวข้องกับข้อใด 1. กําหนดการสอน* 2. แผนการสอน 3. บันทึกการสอน 4. วิธีสอน 89. การจัดทําแผนการสอนก่อประโยชน์อย่างไร 1. ก่อให้เกิดการวางแผนและการเตรียมการล่วงหน้าเป็นการนําเทคนิควิธีการสอนการ เรียนรู้ สื่อ เทคโนโลยี และจิตวิทยาการเรียนการสอนมาผสมผสานประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมต่างๆ 2. ส่งเสริมให้ครูผู้สอนค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรเทคนิคการเรียนการสอน การเลือกใช้สื่อ การวัดผล ประเมินผลตลอดจนประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจําเป็น 3. เป็นคู่มือการสอนสําหรับครูผู้สอนและครูที่สอนแทนนําไปปฏิบัติการสอนอย่างมั่นใจ 4. ทุกข้อที่กล่าวมา*
  • 155.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 90. ในการจัดทําแผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญนอกจากความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทําและเขียน แผนการสอนแล้วครูผู้สอนต้องมีความรู้ในเรื่องใดต่อไปนี้ 1. แนวคิดหลักการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 2. เทคนิคการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 3. การวัดผลประเมินผลที่สอดคล้องกับการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์สําคัญ 4. ถูกทุกข้อ* 91. CHILD CENTER ใครเป็นผู้คิดค้นและใช้คํานี้เป็นคนแรก 1. CARL R. ROGERS* 2. JOHN DUE 3. BENJAMIN S. BLOOM 4. THORN DIKE 92. การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญมีความหมายตรงกับข้อใด 1. การส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง 2. การเรียนในเรื่องที่สอดคล้องกับกับความสามารถและความต้องการของตนเอง 3. การที่ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ 4. ทุกข้อที่กล่าวมา* 93. บทบาทของครูในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญตรงกับข้อใด 1. SUPPORTER 2. HELPER AND ADVISOR 3. SUPPORTER AND ENCOURAGER 4. ถูกทุกข้อ* 94. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เรียกว่า การเรียนแบบสืบค้น คือ 1. INQUIRY 2. DISCOVERY* 3. QUESTIONING 4. CASE STUDY 95. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เรียกว่า การเรียนแบบการค้นพบ คือ 1. INQUIRY 2. DISCOVERY* 3. QUESTIONING 4. CASE STUDY 96. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอน ที่เรียกว่า การเรียนแบบใช้กรณีศึกษา คือ 1. INQUIRY 2. DISCOVERY 3. QUESTIONING 4. CASE STUDY*
  • 156.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 97. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบแก้ปัญหา 1.PROBLEM SOLVING * 2. CONCEPT MAPPING 3. DECISION MAKING 4. CASE STUDY 98. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบสร้างแผนผังความคิด 1. PROBLEM SOLVING 2. CONCEPT MAPPING* 3. DECISION MAKING 4. CASE STUDY 99. เทคนิคการจัดวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบใช้การตัดสินใจ 1. PROBLEM SOLVING 2. CONCEPT MAPPING 3. DECISION MAKING* 4. CASE STUDY 100. การบูรณาการ (INTEGRATION) คือการทําให้สมบูรณ์เป็นคํากล่าวของใคร 1. นพ.ประเวศ วะสี* 2. นพ.เกษม วัฒนชัย 3. ประธรรมปิฎก 4. พระเทพโมฬี แนวข้อสอบการบริหารหลักสูตร 1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ ปรับปรุงมาจากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใด 1. ๒๕๔๒ 2. ๒๕๔๓ 3. ๒๕๔๔** 4. ๒๕๔๕ 2. ข้อใดกล่าวถึงรายวิชาพื้นฐานไม่ถูกต้อง 1. เป็นรายวิชาที่นักเรียนทุกคนต้องเรียน 2. เป็นรายวิชาที่นักเรียนเลือกเรียนได้ตามความถนัด** 3. เป็นรายวิชาที่เปลี่ยนแปลงมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ได้ 4. เป็นรายวิชาที่สถานศึกษาต้องจัดการสอนให้ครบ 3. สิ่งใดกําหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ ที่ไม่สามารถปรับหรือเพิ่มเติมได้เมื่อไป จัดทําเป็นหลักสูตรสถานศึกษา 1. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 2. ตัวชี้วัด** 3. วิสัยทัศน์ 4. สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
  • 157.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 4. ข้อใดไม่ใช่ข้อดีในการใช้หน่วยการเรียนรู้บูรณาการ 1.เหมาะกับครูที่ทําการสอนหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ 2. ลดภาระการวัดและประเมินผลของครู 3. ช่วยให้ครูไม่ต้องประเมินผลครบตัวชี้วัด 4. เหมาะกับโรงเรียนที่มีครูไม่ครบชั้นเรียน 5. ข้อใดกล่าวถึงรายวิชาเพิ่มเติมไม่ถูกต้อง 1. เป็นรายวิชาที่เปิดตามความต้องการของผู้เรียน 2. เป็นรายวิชาที่เปิดตามความต้องการของท้องถิ่น 3. เป็นรายวิชาที่นําตัวชี้วัดจากหลักสูตรแกนกลางมาใช้ 4. กําหนด”ผลการเรียนรู้”เป็นเป้าหมายแทนตัวชี้วัด 6. ข้อใดไม่ใช่การส่งเสริม สนับสนุน การใช้หลักสูตรระดับสถานศึกษา 1. การนิเทศ กํากับ ติดตาม 2. การพัฒนาบุคลากรในสถานศึกษา 3. การส่งเสริมสนับสนุนทางวิชาการ 4. การดําเนินงานแบบมีส่วนร่วม 7. บุคคลใดมีหน้าที่โดยตรงในการจัดทําโครงสร้างรายวิชา และออกแบบหน่วยการเรียนรู้ 1. ครูผู้สอนประจํารายวิชา** 2. คณะกรรมการบริหารหลักสูตร 3. ครูวิชาการของโรงเรียน 4. คณะกรรมการสถานศึกษา 8. ขั้นตอนแรกของการพัฒนาบุคลากรคือข้อใด 1. การประเมินความต้องการและความจะเป็นในการพัฒนาบุคลากร** 2. แต่งตั้งคณะทํางานในการพัฒนาบุคลากร 3. จัดแหล่งเรียนรู้ หลักสูตร และการจัดการเรียนรู้แก่บุคลากร 4. ดําเนินการพัฒนาบุคลากรตามแผนที่วางไว้ 9. ขั้นตอนแรกในการจัดทําหลัดสูตรสถานศึกษา 1. วิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ 2. แต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทํางาน** 3. จัดทําหลักสูตรสถานศึกษา 4. คณะกรรมการสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ 10. บุคคลใดเกี่ยวข้องกับการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาน้อยที่สุด 1. ผู้บริหาร 2. ครู 3. นักการเมือง** 4. ผู้ปกครองและนักเรียน
  • 158.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 11. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน๒๕๕๑ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. สพฐ. กําหนดมาตรฐานการเรียนรู้ 2. สถานศึกษากําหนดตัวชี้วัดเอง 3. สพฐ.กําหนดโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน 4. สพฐ. กําหนดตัวชี้วัดให้ทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ 12. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการกําหนดโครงสร้างรายวิชา 1. หน่วยการเรียนรู้ 2. สาระการเรียนรู้ 3. ตัวชี้วัด/เวลา 4. เกณฑ์การประเมิน 13. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ในการบริหารหลักสูตร 1. จัดทํามาตรฐานและตัวชี้วัดของกลุ่มสาระการเรียนรู้** 2. ส่งเสริมสนับสนุนในการพัฒนาบุคลากรและงบประมาณ 3. กํากับดูแลคุณภาพหลักสูตรสถานศึกษา 4. จัดทําหลักสูตรสถานศึกษา 14. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ ของการศึกษารายวิชา การบริหารหลักสูตร 1. มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง การจัดทําหลักสูตรระดับชาติ** 2. มีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง การจัดทําหลักสูตรระดับสถานศึกษา 3. มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องการส่งเสริม สนับสนุน การใช้หลักสูตรระดับสถานศึกษา 4. มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องการกํากับดูแลคุณภาพการนําหลักสูตรระดับสถานศึกษาไปใช้ 15. ผู้ลงนามในประกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษาคือบุคคลใด 1. ผู้แทนชุมชน 2. ผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษา 3. ผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา 4. ผู้อํานวยการสถานศึกษาและประธานกรรมการสถานศึกษา** 16. การบริหารจัดการหลักสูตรมีกี่ระดับ 1. ๒ 2. ๓ 3. ๔ 4. ๕ 17. หัวใจของการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาสู่ชั้นเรียนคือข้อใด 1. โครงสร้างรายวิชา 2. หน่วยการเรียนรู้ 3. สาระสําคัญ 4. มาตรฐาน/ตัวบ่งชี้
  • 159.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 18. ระดับประถมศึกษากําหนดเวลาเรียนทั้งสิ้นเท่าใด 1. ๘๔๐ ชั่วโมง/ปี 2. ๑,๐๐๐ ชั่วโมง/ปี 3. ๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ปี 4. ๑,๕๐๐ ชั่วโมง/ปี 19. ในหน่วยการเรียนรู้ การที่จะทําให้นักเรียนมีมาตรฐานตามตัวชี้วัดข้อใดคือสิ่งสําคัญที่สุด 1. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ 2. กิจกรรมการเรียนรู้ 3. เวลาเรียน 4. จํานวนนักเรียน 20. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมใดที่เพิ่มเติมในหลักสูตรฯ ปี ๕๑ 1. กิจกรรมแนะแนว 2. กิจกรรมชุมชน 3. กิจกรรมลูกเสือ 4. กิจกรรมพัฒนาสังคมสาธารณประโยชน์ 21. กระบวนการที่สําคัญที่สุดในการนําหลักสูตรสู่การปฏิบัติ คือข้อใด 1. การจักทําหลักสูตรสถานศึกษา 2. การจัดการเรียนรู้** 3. การวัดผล 4. การปรับปรุงหลักสูตร หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑ 1. วัตถุประสงค์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ 1. เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 2. เพื่อตัดสินผลการเรียน 3. เพื่อเน้นการปฏิบัติตามสภาพจริง 4. เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และตัดสินผลการเรียน** 2. รายวิชาพื้นฐานในหลักสูตรสถานศึกษากําหนดมาจากสิ่งใด 1. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 2. จุดหมายของหลักสูตรแกนกลาง 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตรแกนกลาง 4. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลาง 3. ข้อใดไม่ใช่ประเด็นการเปลี่ยนจากหลักสูตร ๒๕๔๔ สู่หลักสูตร ๒๕๕๑ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น ตัวชี้วัดชั้นปีในการศึกษาภาคบังคับ 2. หลักสูตรเน้นเนื้อหาหลักสูตรอิงมาตรฐาน 3. เวลาเรียนรวมแต่ละปี เวลาเรียนขั้นต่ําแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ 4. ประเมินตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ประเมินผลตามตัวชี้วัด
  • 160.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 4. การประเมินเพื่อตัดสินผลมีความหมายตรงกับข้อใด 1.เพื่อตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียน 2. เพื่อใช้แก้ปัญหาการเรียนรู้ 3. เพื่อออกแบบกระบวนการจัดการเรียนให้เหมาะสม 4. เพื่อวินิจฉัยความรู้ความสามารถของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่กําหนด 5. การวางแผนและดําเนินการใช้ วิจัยและพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา เป็นบทบาทหน้าที่ของใคร 1. ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญของ สพฐ. 2. ศึกษานิเทศก์ชํานาญการ 3. คระครูและผู้บริหารสถานศึกษา** 4. นักวิชาการ คณาจารย์ สถาบันอุดมศึกษา 6. ข้อต่อไปนี้ไม่ใช่องค์ประกอบของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. โครงสร้างเวลาเรียน 2. มาตรฐานการเรียนรู้ 3. คําอธิบายรายวิชาพื้นฐาน** 4. เกณฑ์การจบหลักสูตร 7. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. ส่วนกลางกําหนดสาระการเรียนรู้แกนกลาง ซึ่งเป็นเป้าหมายการวัดประเมินผลแต่ละระดับชั้น** 2. เขตพื้นที่การศึกษากําหนดสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นเพื่อให้สถานศึกษาในเขตใช้ในการจัดการเรียนรู้ 3. สถานศึกษาสามารถกําหนดเพิ่มเติม ในส่วนสาระความต้องการของท้องถิ่นหรือส่วนที่ต้องการเน้น 4. สถานศึกษาสามารถกําหนดรายวิชาเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการ 8. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ เป็นการกระจายอํานาจให้โรงเรียนในการจัดทําหลักสูตร ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร 1. ไม่จริงเพราะโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางไม่เปิดช่องให้ปรับตามบริบทเลย 2. จริงเพราะโรงเรียนเป็นผู้อนุมัติการใช้หลักสูตรสถานศึกษาได้เอง 3. ไม่จริงเพราะสถานศึกษาไม่สามารถกําหนดสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นได้เอง 4. จริงเพราะนักเรียนทุกคนได้รับการศึกษาตามความถนัดและความสามารถ 9. หลักสูตรกรศึกษาขั้นพื้นฐานคาดหวังสิ่งใด ให้เกิดกับผู้เรียนมากที่สุด 1. คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้** 2. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3. การเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 4. การเรียนรู้แบบบูรณาการ 10. ข้อปฏิบัติใดของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับข้อกําหนดในโครงสร้างเวลาเรียนของหลักสูตร 1. ระดับประถมศึกษาปรับเวลาเรียนได้ตามความเหมาะสม** 2. มัธยมศึกษาต้องจัดรายวิชาเพิ่มเติมตามที่กําหนดในหลักสูตรแกนกลาง 3. ระดับประถมศึกษาต้องจัดรายวิชาเพิ่มเติมทุกระดับชั้น 4. ต้องจัดกิจกรรมชุมนุมในทุกระดับชั้นในมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • 161.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 11. เมื่อสถานศึกษาจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาจะต้องจัดทําสิ่งใดต่อไปนี้ควบคู่กันไป 1.วิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด 2. การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ 3. จัดทําระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตร** 4. โครงสร้างรายวิชา ตามที่หลักสูตรสถานศึกษากําหนด 12. การจัดเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนปัจจุบันดําเนินการตามข้อใด 1. ประถมศึกษาจัดเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายปี 2. มัธยมศึกษาจัดเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายปี 3. มัธยมศึกษาจัดเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายภาค 4. ประถมศึกษาจัดเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายภาค 13. ข้อต่อไปนี้ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ กําหนดขึ้นเพิ่มเติม 1. สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม 2. โครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 4. ความต้องการขอสถานศึกษาและท้องถิ่น 14. โครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษามีสิ่งสําคัญอะไรบ้าง 1. กําหนดรายวิชาที่จัดสอนแต่ละปี/ภาค เวลาเรียนหรือหน่วยกิต 2. ความต้องการของท้องถิ่น/สถานศึกษา/เขตพื้นที่การศึกษา** 3. เกณฑ์การจบการศึกษาของผู้เรียน 4. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ 15. หลักสูตฯ ปี๒๕๕๑ กับหลักสูตรปี ๒๕๔๔ ยึดอะไร 1. ยึดสาระการเรียนรู้แกนกลางเป็นหลัก 2. เป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน 3. มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะสําคัญ 4. มีวิสัยทัศน์แกนกลางเพื่อความเป็นเอกภาพ 16. การจัดการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลมีเป้าหมายเดียวกันคืออะไร 1. หน่วยการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 2. กิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิ์ภาพ 3. สื่อการสอนที่เหมาะสม 4. นักเรียนที่มีคุณภาพ** 17. องค์ประกอบสําคัญของหละสูตรสถานศึกษา 1. คําอธิบายราวิชา 2. มาตรฐานการเรียนรู้ 3. สาระการเรียนรู้พื้นฐาน 4. เกณฑ์การประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้
  • 162.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 18. ข้อต่อไปนี้ข้อใดไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการสถานศึกษา 1.โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 2. คําอธิบายรายวิชา 3. เกณฑ์การจบหลักสูตร 4. หน่วยการเรียนรู้ 19. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนข้อใดครอบคลุมตามที่กําหนดในหลักสูตรแกนกลาง 1. แนะแนว ลูกเสือ ชุมนุม 2. ลูกเสือ-เนตรนารี-ชุมนุม กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 3. แนะแนว กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมค่าย 4. แนะแนว กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ลูกเสือ 20. หลักสูตรแกนกลาง ๒๕๕๑ กําหนดสิ่งต่อไปนี้เป็นเป้าหมายด้านคุณภาพผู้เรียน 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 2. มาตรฐานการเรียนรู้ 3. สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๘ กลุ่ม 4. หลักการของหลักสูตร 21. คุณภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนเป็นสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึงข้อใด 1. มาตรฐานการเรียนรู้* 2. ตัวชี้วัด 3. จุดมุ่งหมาย 4. วัตถุประสงค์ 22. Content standards หมายถึงข้อใด 1. มาตรฐานการเรียนรู้* 2. ตัวชี้วัด 3. จุดมุ่งหมาย 4. วัตถุประสงค์ 23. มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานถือเป็นเครื่องมือสําคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพ การศึกษา เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาหลัก สูตรการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ ตาม อัธยาศัย และใช้สําหรับผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แนวคิดดังกล่าวอยู่บนฐานความเชื่อที่ว่า 1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถแตกต่างกัน 2. ผู้เรียนทุกคนสามารถพัฒนาอย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกันได้ 3. ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกันได้* 4. ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกันได้
  • 163.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 24. ตัวชี้วัด(Indicators) หมายถึงข้อใด 1. สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ 2. ตัวชี้วัดมีลักษณะเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรมในการนําไปใช้ในการกําหนดเนื้อหา การเรียนการ สอน และเป็นเกณฑ์สําคัญสําหรับการวัดและประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน 3. โดยทั่วไปจะมีการกําหนดตัวชี้วัดเพื่อใช้ในการตรวจสอบผู้เรียนเป็นระยะ ๆ ในการพัฒนาไปสู่มาตรฐานการ เรียนรู้ 4. ถูกทุกข้อ* 25. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ กําหนดตัวชี้วัดช่วงชั้นในชั้นใด 1. ป.๑ 2. ป.๖ 3. ม.๑ 4. ม.๔* 26. สิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ในแต่ละระดับชั้น หมายถึงข้อใด 1. ตัวชี้วัดชั้นปี 2. ตัวชีวัดช่วงชั้น 3. ตัวชีวัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ 4. ถูกทุกข้อ* 27. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยส่วนที่เป็นแกนกลาง ซึ่งกําหนดโดยหน่วยงานใด 1. สํานักงานสภาการศึกษา 2. กระทรวงศึกษาธิการ 3. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น* 4. เขตพื้นที่การศึกษา 28. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานส่วนที่เกี่ยวกับสภาพชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งพัฒนาโดยหน่วยงานใด 1. เขตพื้นที่การศึกษา 2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่น 3. สถานศึกษา 4. ถูกทุกข้อ* 29. หลักสูตรแกนกลางเป็นหลักสูตรในส่วนที่กําหนดเพื่อใช้ในการพัฒนาผู้เรียนทุกคน ในระดับการศึกษาขั้น พื้นฐานหลักสูตรแกนกลางมีองค์ประกอบสําคัญ ได้แก่ข้อใด ถูกต้องทั้งหมด 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 2. โครงสร้างเวลาเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 3. เกณฑ์กลางในการจบ 4. ถูกทุกข้อ*
  • 164.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 30. Localcurriculum framework หมายถึงข้อใด 1. หลักสูตรขั้นพื้นฐาน 2. หลักสูตรแกนกลาง 3. หลักสูตรระดับท้องถิ่น* 4. มาตรฐานการเรียนรู้ 31. องค์ประกอบสําคัญของกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นคือข้อใด 1. เป้าหมาย/จุดเน้นในการพัฒนาผู้เรียนในท้องถิ่น 2. สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 3. การประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับท้องถิ่น 4. ถูกทุกข้อ* 32. แผนหรือแนวทางในการจัดประมวลความรู้และประสบการณ์ซึ่งจัดทําโดยคณะบุคคลในระดับสถานศึกษา หมายถึงข้อใด 1. หลักสูตรท้องถิ่น 2. หลักสูตรสถานศึกษา* 3. สาระท้องถิ่น 4. ถูกทุกข้อ 33. การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาพิจารณาเรื่องใด 1. หลักสูตรแกนกลาง 2. กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น 3. ส่วนที่สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทและจุดเน้นของสถานศึกษา 4. ถูกทุกข้อ* 34. หลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standards-based curriculum) หมายถึงข้อใด 1. การกําหนดมาตรฐานการเรียนรู้นําไปสู่การพัฒนาหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standards-based curriculum) 2. การเรียนการสอนอิงมาตรฐาน (Standards based instruction) 3. การประเมินผลอิงมาตรฐาน(Standards-based assessment) 4. ถูกทุกข้อ* 35. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดสมรรถนะสําคัญของผู้เรียน ๕ ประการ ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. ความสามารถในการอ่าน* 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 36. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้กี่ ประการ 1. ๖ 2. ๗ 3. ๘* 4. ๙
  • 165.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 37. องค์ความรู้ทักษะ และค่านิยมที่ผู้เรียนควรเรียนรู้ เพื่อจะช่วยนําพาให้บรรลุคุณภาพตามเป้าหมายที่ กําหนดหมายถึงข้อใด 1. สาระการเรียนรู้ (Topics/Content) 2. กลุ่มสาระการเรียนรู้ (Learning areas) 3. สาระการเรียนรู้แกนกลาง (Core content) 4. สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (Local-related content) 38. องค์ความรู้และทักษะ ที่เขตพื้นที่การศึกษาหรือหน่วยงานระดับท้องถิ่นพัฒนาขึ้น โดยพิจารณาจากข้อใด 1. สภาพภูมิศาสตร์ประวัติความเป็นมา 2. สภาพปัญหาชุมชน วัฒนธรรม 3. เศรษฐกิจการงานอาชีพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น 4. ถูกทุกข้อ** 39. ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 1. กิจกรรมแนะแนว 2. กิจกรรมนักเรียน 3. ลูกเสือเนตรนารี ** 4. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 40. ซึ่งเป็นสิ่งซึ่งผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องเรียนรู้ 1. รายวิชา (Courses) 2. รายวิชาพื้นฐาน (Core courses) 3. รายวิชาเพิ่มเติม (Selective courses)** 4. ถูกทุกข้อ 41. ใครเป็นผู้กําหนดรหัสวิชา (Course code) 1. หลักสูตร 2. กระทรวง 3. สพฐ. 4. สถานศึกษา** 42. คําอธิบายรายวิชา (Course description) หมายถึง ข้อมูลรายละเอียดของแต่ละรายวิชา ประกอบด้วย มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เนื้อหาสาระ เวลาเรียน รหัส ชื่อรายวิชา จํานวนหน่วยกิต ระดับชั้น เพื่อใช้เป็น กรอบทิศทางที่ผู้สอนใช้ในการวางแผนและออกแบบการเรียนการสอน ในกรณีของรายวิชาเพิ่มเติม ให้กําหนด ผลการเรียนรู้แทน สิ่งใด 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด** 2. เนื้อหาสาระ 3. รหัสรายชื่อวิชา 4. ไม่มีข้อถูก
  • 166.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 43. หน่วยการเรียนรู้(Unit plan) หมายถึงข้อใด 1. แนวทางการจัดการเรียนที่กําหนดในหลักสูตร 2. แผนหรือแนวทางที่ครูผู้สอนจัดทําขึ้น* 3. แผนหรือแนวทางการสอนที่กําหนดในหลักสูตรสถานศึกษา 4. ไม่มีข้อถูก 44. กระบวนการเรียนรู้ (Learning process) หมายถึงข้อใด 1. กระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู 2. วิธีการสอน 3. กระบวนการที่ผู้เรียนใช้ในการแสวงหาความรู้* 4. ถูกทุกข้อ 45. การเลือกสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนควรคํานึงถึงเรื่องใด 1. ความน่าสนใจ ชวนคิด ชวนติดตาม 2. เป็นสื่อที่เข้าใจง่าย กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักวิธีแสวงหาความรู้ 3. สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียน วิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล 4. ถูกทุกข้อ** 46. การเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ (Child-centeredness)คํานึงถึงเรื่องใดเป็นสําคัญ 1. ความความถนัด 2. ความสนใจ 3. ความแตกต่างระหว่างบุคคล 4. ถูกทุกข้อ** 47. เป็นกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลร่องรอย หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ ความก้าวหน้า คือข้อใด 1. การวัดและประเมินผล (Assessment)** 2. การประเมินการปฏิบัติ (Performance assessment) 3. การประเมินตามสภาพจริง (Authentic assessment) 4. การประเมินผลย่อย (Formative assessment) 48. หนึ่งหน่วยกิต (Credit) มีค่าเท่ากับข้อใด 1. การเรียนการสอน ๒๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน 2. การเรียนการสอน ๓๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน 3. การเรียนการสอน ๔๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน** 4. การเรียนการสอน ๕๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน 49. การประเมินผลระดับชั้นเรียน (Classroom assessment) คือข้อใด 1. การประเมินก่อนเรียน 2. การประเมินเพื่อพัฒนา** 3. เพื่อตรวจสอบ 4. ตัดสินผลการเรียน
  • 167.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 50. ข้อใดเป็นการประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรียน 1.การประเมินผลระดับชั้นเรียน Classroom assessment) 2. การประเมินผลระดับสถานศึกษา (School assessment)** 3. การประเมินผลระดับเขตพื้นที่การศึกษา(Local assessment) 4. การประเมินคุณภาพระดับชาติ (O-Net) 51. Quality assurance หมายถึง 1. การประกันคุณภาพ** 2. การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 3. การประกันคุณภาพภายนอก 4. ไม่มีข้อถูก 52. ข้อใดไม่ใช่หลักการสําคัญของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. การมีส่วนร่วม 2. การกระจายอํานาจ 3. การกํากับติดตามประเมินผล* 4. การยึดผู้เรียนเป็นสําคัญ 53. เห็นความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรคตลอดจนให้ความร่วมมือช่วยเหลือส่งเสริมสนับสนุนให้การจัดการศึกษา มีคุณภาพ 1. การวางแผน 2. การดําเนินการตามแผน 3. การนิเทศ 4. การกํากับ ติดตาม ประเมินผล* 54. กระบวนการที่แตกต่างจากข้ออื่น 1. การวางแผน* 2. การกํากับติดตาม 3. การนิเทศ 4. การประเมินผล 55. เพื่อให้การจัดการศึกษาของสถานศึกษามีคุณภาพมาตรฐาน ท่านคิดว่าควรจะมีการประเมินผลการจัด การศึกษาระดับใดบ้าง 1. ระดับสถานศึกษา 2. ระดับเขตพื้นที่การศึกษา 3. ระดับชาติ 4. ถูกทุกข้อ* 56. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่แนวทางการจัดหลักสูตรสถานศึกษา 1. การจัดทําสาระของหลักสูตร 2. การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 3. แนวทางการจัดและประเมินผล* 4. การกําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์
  • 168.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 57. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมีหลักการที่สําคัญในข้อใดไม่ถูกต้อง 1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการ ศึกษาอย่างเสมอภาค และมี คุณภาพ 2. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอํานาจให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับ สภาพและความต้องการของท้องถิ่น 3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างชัดเจนทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้** 4. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 58. ข้อใดเป็นข้อควรคํานึงในความสามารถในการสื่อสาร 1. ความสามารถในการรับและส่งสาร 2. วัฒนธรรมในการใช้ภาษา 3. ผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม** 4. ความเข้าใจ 59. ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. เศรษฐกิจพอเพียง** 2. มุ่งมั่นในการทํางาน 3. รักความเป็นไทย 4. มีจิตสาธารณะ 60. กิจกรรมต่อไปนี้ไม่ใช่การจัดทําหลักสูตรสถานศึกษา 1. การกําหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีและรายภาค 2. การกําหนดสาระการเรียนรู้รายปีและรายภาค 3. การกําหนดเวลาจํานวนหน่วยกิต สําหรับสาระการเรียนรู้ 4. ผลงานวิชาการเกี่ยวกับการวิจัยในชั้น* 61. ข้อใดคือขั้นตอนสุดท้ายของการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษา 1. การจัดทําสาระของหลักสูตร 2. การจัดหน่วยการเรียนรู้ 3. การจัดทําแผนจัดการเรียนรู้* 4. การกําหนดอัตราเวลาเรียน 62. กําหนดสาระการเรียนรู้เป็นรายภาคและกําหนดจํานวนหน่วยกิตให้เหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐาน และสาระการเรียนรู้ 1. ช่วงชั้นที่ ๑ 2. ช่วงชั้นที่ ๒ 3. ช่วงชั้นที่ ๓ 4. ช่วงชั้นที่ ๔*
  • 169.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 63. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดมาตรฐานการเรียนรู้ใน๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้งหมด จํานวนกี่มาตรฐาน 1. ๕๗ 2. ๖๗** 3. ๗๗ 4. ๘๗ 64. ข้อใดกล่าวถึงมาตรฐาน หลักการใช้ภาษาไทย ได้ถูกต้อง 1. เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย 2. การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา 3. ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ 4. ถูกทุกข้อ** 65. ข้อใดไม่ใช่มาตรฐานด้าน จํานวนและการดําเนินการ 1. เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจํานวนและการใช้จํานวนในชีวิตจริง 2. เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการของจํานวนและความสัมพันธ์ระหว่าง การดําเนินการต่าง ๆ และใช้ การดําเนินการในการแก้ปัญหา 3. ใช้การกําหนดค่าในการคํานวณและแก้ปัญหา** 4. เข้าใจระบบจํานวนและนําสมบัติเกี่ยวกับจํานวนไปใช้ 66. ข้อใดไม่ถูกต้องของมาตรฐาน การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น 1. เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล 3. ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา 4. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล ** 67. ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมนักเรียน 1. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้ 2. บําเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร 3. กิจกรรมชุมนุม ชมรม 4. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์** 68. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดระดับการศึกษาเป็นกี่ระดับ 1. ๒ ระดับ 2. ๓ ระดับ** 3. ๔ ระดับ 4. ๕ ระดับ
  • 170.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 69. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในเรื่องการจัดเวลาเรียน 1.หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กําหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่ําสําหรับกลุ่มสาระการ เรียนรู้ ๘ กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมได้ตามความพร้อมและจุดเน้นโดย สามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาและสภาพของผู้เรียน 2. ระดับชั้นประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรียนวันละ ไม่ เกิน ๕ ชั่วโมง 3. ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียนวันละไม่ เกิน ๕ ชั่วโมง คิดน้ําหนักของรายวิชาที่เรียนเป็นหน่วยกิต ใช้เกณฑ์ ๔๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน มีค่าน้ําหนักวิชา เท่ากับ ๑ หน่วยกิต (นก.)** 4. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียน วันละไม่ น้อยกว่า ๖ ชั่วโมง คิดน้ําหนักของรายวิชาที่เรียนเป็นหน่วยกิต ใช้เกณฑ์ ๔๐ ชั่วโมง ต่อภาคเรียน มีค่าน้ําหนัก วิชา เท่ากับ ๑ หน่วยกิต (นก.) 70. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กําหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนวิชาภาษาไทยชั้น ป.๖ ไว้เท่าใด 1. ๑๕๐ ชั่วโมง 2. ๑๖๐ ชั่วโมง** 3. ๒๐๐ ชั่วโมง 4. ไม่มีข้อถูก 71. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างเวลาเรียน รายวิชา /กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติม ตามความ พร้อมและจุดเน้น 1. ระดับประถมศึกษาปีละไม่เกิน ๘๐ ชั่วโมง 2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไม่เกิน ๒๔๐ ชั่วโมง/ปี/รายชั้น 3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไม่น้อยกว่า ๑,๕๖๐ชั่วโมง/ช่วงชั้น 4. ถูกทุกข้อ** 72. โครงสร้างเวลาเรียนทั้งหมด คือข้อใด 1. ระดับประถมศึกษาปีละไม่เกิน ๑,๐๐๐ ชั่วโมง 2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไม่เกิน ๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ปี/รายชั้น 3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไม่น้อยกว่า ๓,๖๐๐ ชั่วโมง/ช่วงชั้น 4. ถูกทุกข้อ** 73. หน่วยงานใดมีหน้าที่ในการกําหนดระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน 1. ศธ. 2. สพฐ. 3. เขตพื้นที่การศึกษา 4. สถานศึกษา** 74. หลักสูตรสถานศึกษาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากใคร 1. ผอ.เขตฯ 2. ผอ.สถานศึกษา 3. คณะกรรมการวิชาการฯ 4. คณะกรรมการสถานศึกษา**
  • 171.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 75. ผู้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ.๒๕๔๔ 1. อธิบดีกรมวิชาการ 2. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ* 4. นายกรัฐมนตรี 76. โรงเรียนโดยทั่วไปเริ่มใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในปีการศึกษาใด 1. ๒๕๔๕ 2. ๒๕๔๖* 3. ๒๕๔๗ 4. ๒๕๔๘ 77. เรื่องใดไม่ได้กล่าวไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. หลักการจุดมุ่งหมาย 2. โครงสร้างการจัดหลักสูตร 3. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ 4. การพัฒนาศักยภาพนักเรียนและผู้ปกครอง* 78. เหตุผลจําเป็นที่สุดที่ต้องปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของชาติ 1. ต้องการให้เด็กไทยดี มีปัญญา มีความสุข 2. หลักสูตรเก่าหล้าหลัง ล้มเหลว 3. ความก้าวหน้าทางวิทย์ เทคโนฯ ตลอดทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านสังคม เศรษฐกิจของประเทศ* 4. รัฐธรรมนูญกําหนดให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 79. กฎหมายใดกําหนดให้มีการจัดทําหลักสูตรขั้นพื้นฐาน 1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ* 3. แผนพัฒนาการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม 4. ทุกข้อล้วนมีส่วนกําหนด 80. ไม่ใช่หลักการของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. การศึกษาเพื่อเอกภาพนโยบายหลากหลายปฏิบัติ 2. การศึกษาเพื่อปวงชน 3. การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต* 4. เป็นหลักสูตรที่จัดการศึกษาได้ทุกรูปแบบ 81. ในหลักการของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานมีโครงสร้างที่ยึดหยุ่นได้ ยกเว้นข้อใด 1. ด้านผู้เรียน* 2. ด้านสาระ 3. ด้านเวลา 4. ด้านการจัดการเรียนรู้
  • 172.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 82. มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เป็นคนดี มีปัญญา มีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ 1. หลักการของหลักสูตร 2. จุดมุ่งหมายของหลักสูตร* 3. สาระการเรียนรู้ 4. โครงสร้างหลักสูตร 83. หลักการและจุดหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานมีกี่ข้อ 1. หลักการ ๔ ข้อ จุดมุ่งหมาย ๕ ข้อ 2. หลักการ ๕ข้อ จุดมุ่งหมาย ๖ ข้อ 3. หลักการ ๔ ข้อ จุดมุ่งหมาย ๘ข้อ 4. หลักการ ๕ ข้อ จุดมุ่งหมาย ๙ ข้อ* 84. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดเกี่ยวกับช่วงชั้นไว้ตามข้อใด 1. ๓ ช่วงชั้น ช่วงชั้นละ ๓ ชั้น 2. ๓ ช่วงชั้น ช่วงชั้นละ ๔ ชั้น 3. ๔ ช่วงชั้น ช่วงชั้นละ ๓ ชั้น* 4. ๔ ช่วงชั้น ช่วงชั้นละ ๔ ชั้น 85. ในการจัดทําหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนไปสู่มาตรฐาน จําเป็นต้องเข้าใจแนวคิด หลักการ และแนวปฏิบัติของหลักสูตรอิงมาตรฐานซึ่งมีลักษณะที่สําคัญ คือข้อใด 1. มาตรฐานเป็นจุดเน้นของการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับ 2. องค์ประกอบของหลักสูตรเชื่อมโยงกับมาตรฐาน 3. การประเมินผลสะท้อนมาตรฐานอย่างชัดเจน 4. ถูกทุกข้อ** 86. ข้อใดไม่ใช่หลักการ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ 1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ 2. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอํานาจ 3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 4. มีความรู้อันเป็นสากล** 87. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้ความสําคัญในเรื่องใด 1. การจัดการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น 2. เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 3. เปิดโอกาสให้ผู้สอนสามารถปรับให้เหมาะสมกับสภาพบริบท 4. ถูกทุกข้อ** 88. ข้อใดไม่ใช่การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. การวัดและประเมินผลผู้เรียน* 2. การวัดและประเมินผลระดับชั้นเรียน 3. การวัดและประเมินผลระดับสถานศึกษา 4. การประเมินผลคุณภาพระดับชาติ
  • 173.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 89. จบการศึกษาขั้นพื้นฐานหมายถึงจบการศึกษาชั้นใด 1.ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ 2. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓* 3. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ 4. ข้อ ข และ ข้อ ค ถูก 90. ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์การจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม และได้รับการตัดสินผลการเรียนให้ได้ตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากําหนด* 2. ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนได้ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากําหนด 3. ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากําหนด 4. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและด้านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานตามสถานศึกษากําหนด 91. ผู้เรียนจบการศึกษาภาคบังคับหมายถึงจบชั้นใด 1. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ 2. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๙ 3. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓* 4. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ 92. กระบวนการที่ครูผู้สอน ได้ใช้ข้อมูลสารสนเทศแสดงพัฒนาการความก้าวหน้า ความสําเร็จและนําไปใช้ใน การพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน 1. การวางแผนการเรียนรู้ 2. การจัดการเรียนรู้ 3. การวัดผลการเรียนรู้ 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้* 93. ผู้เรียนระดับชั้นใดที่ไม่ต้องได้รับการประเมินคุณภาพระดับชาติ 1. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓* 2. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ 3. ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ 4. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 94. หลักการสําคัญของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ข. เป็นหลักสูตรการศึกษาสําหรับการศึกษาในระบบ ค. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอํานาจ ง. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ 95. จุดหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ ข. มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ ค. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ง. มีความเชื่อมั่นในตนเอง
  • 174.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 96. ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะสําคัญของผู้เรียนที่กําหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. ๒๕๕๑ 1. ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความ สามารถในการใช้เทคโนโลยี 3. ความสามารถในการสื่อสารความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการเรียนรู้ 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการคิด 97. ข้อใดกําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ได้ถูกต้อง 1. ใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ทุกข้อที่กําหนดเท่านั้น 2. เลือกใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์บางข้อเท่านั้น 3. เลือกใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์บางข้อ และสามารถเพิ่มเติมได้ตามที่สถานศึกษาต้องการ 4. ใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ทุกข้อที่กําหนด และสามารถเพิ่มเติมได้ตามที่สถานศึกษาต้องการ 98. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ จัดระดับการศึกษาเป็นกี่ระดับ ได้แก่อะไรบ้าง 1. ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา 2. ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 3. ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4. ๔ ระดับ ได้แก่ ช่วงชั้นที่ ๑ (ป.๑-๓) ช่วงชั้นที่ ๒ (ป.๔-๖) ช่วงชั้นที่ ๓ (ม.๑-๓) ช่วงชั้นที่ ๔ (ม.๔-๖) 99. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ กิจกรรมใดที่เพิ่มเติมจาก หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔ ก. กิจกรรมแนะแนว ข. กิจกรรมนักเรียน ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ง. กิจกรรมแนะแนวและกิจกรรมนักเรียน 100. องค์ประกอบใดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ไม่ปรากฏในหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔ ๑) วิสัยทัศน์ ๓) มาตรฐานการเรียนรู้ ๕) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒) สมรรถนะ ๔) ตัวชี้วัด ก. ข้อ ๑, ๒ และ ๓ ข. ข้อ ๑, ๒ และ ๔ ค. ข้อ ๒, ๓ และ ๔ ง. ข้อ ๒, ๔ และ ๕
  • 175.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 ภูมิพลอดุลยเดชป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2545 เป็นปีที่ 57 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็น การสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการประถมศึกษา พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการ จํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภาดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545” มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2523 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “การศึกษาภาคบังคับ” หมายความว่า การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐานตาม กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ “สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาที่จัดการศึกษาภาคบังคับ “ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา หรือบิดา หรือมารดา ซึ่งเป็นผู้ใช้อํานาจปกครอง หรือผู้ปกครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และหมายความรวมถึงบุคคลที่เด็กอยู่ด้วยเป็นประจําหรือที่เด็กอยู่รับใช้ การงาน “เด็ก” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้า ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว “คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน” หมายความว่า คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ “คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา” หมายความว่า คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสถานศึกษาอยู่ในสังกัด “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 ให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณีประกาศ รายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาและการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อระหว่างสถานศึกษาที่ อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ โดยให้ปิดประกาศไว้ ณ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สํานักงานองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา รวมทั้งต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเด็กเข้าเรียน ในสถานศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี มาตรา 6 ให้ผู้ปกครองส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา เมื่อผู้ปกครองร้องขอให้สถานศึกษามีอํานาจผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาค บังคับได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนด
  • 176.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน มาตรา 7ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจเข้าไปในสถานที่ใดๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ ตกหรือในเวลาทําการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็ก หากพบว่ามีเด็กไม่ได้เข้าเรียนใน สถานศึกษาตามมาตรา 5 ให้ดําเนินการให้เด็กนั้น ได้เข้าเรียนในสถานศึกษานั้นแล้วรายงานให้คณะกรรมการ เขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ทราบ ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการให้เด็กได้เข้าเรียนตามวรรคหนึ่งได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานให้ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ที่พบเด็ก แล้วแต่กรณี เพื่อดําเนินการให้ เด็กได้เข้าเรียนในสถานศึกษา มาตรา 8 ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจําตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด มาตรา 9 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอํานวยความสะดวกตามสมควร มาตรา 10 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 11 ผู้ใดซึ่งมิใช่ผู้ปกครองมีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศัยอยู่ด้วยต้องแจ้งสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่เด็กมาอาศัยอยู่ เว้นแต่ ผู้ปกครองได้อาศัยอยู่ด้วยกับผู้นั้น การแจ้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด มาตรา 12 ให้กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ สถานศึกษา จัดการศึกษาเป็นพิเศษสําหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างการพิการ หรือทุพพลภาพหรือเด็กซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มี ผู้ดูแล หรือด้อยโอกาส หรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษให้ได้รับการศึกษาภาคบังคับด้วยรูปแบบและวิธีการที่ เหมาะสม รวมทั้งการได้รับสิ่งอํานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดตามความจําเป็น เพื่อ ประกันโอกาสและความเสมอภาคในการได้รับการศึกษาภาคบังคับ มาตรา 13 ผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 6 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท มาตรา 14 ผู้ใดไม่อํานวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพัน บาท มาตรา 15 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทําด้วยประการใดๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา 16 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11 หรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา 17 ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ทําหน้าที่แทนคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรา 18 ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ให้คณะกรรมการการประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการการประถมศึกษาอําเภอ หรือคณะกรรมการการประถมศึกษากิ่งอําเภอ แล้วแต่กรณี ทําหน้าที่แทนคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา และให้สํานักงานการประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร สํานักงานการประถมศึกษาอําเภอ หรือสํานักงานการประถมศึกษากิ่งอําเภอ แล้วแต่กรณี ทําหน้าที่แทนสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มาตรา 19 ให้บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคําสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติ ประถมศึกษา พ.ศ. 2523 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยังคงใช้บังคับ ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้
  • 177.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน มาตรา 20ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจแต่งตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่ กับมีอํานาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แนวข้อสอบ 1. พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มีผลบังคับใช้เมื่อใด 1. 1 มกราคม 2545 2. 31 มกราคม 2545 3. 1 ธันวาคม 2546 4. 1 มกราคม 2546 2. ข้อใดกล่าวถึงความหมาย " ผู้ปกครอง " ไม่ถูกต้อง 1. บิดา มารดา หรือ บิดา หรือ มารดา 2. บุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ด้วยเป็นครั้งคราว 3. ผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 4. ถูกทุกข้อ 3. ข้อใดหมายถึงการศึกษาภาคบังคับ 1. จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. จบการศึกษาจํานวนเก้าปี 3. ชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ 4. ชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. ใครเป็นผู้แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ.นี้ 1. นายกรัฐมนตรี 2. คณะรัฐมนตรี 3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 4. ง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5. ใครเป็นผู้มีอํานาจประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. คณะกรรมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 4. ผู้อํานวยการสถานศึกษา
  • 178.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 6. การประกาศรายละเอียดการส่งเด็กเข้าเรียนการจัดสรรโอกาสการเข้าเรียนต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบก่อน ภายในระยะเวลาใด 1. ไม่น้อยกว่า 1 ปี 2. ไม่น้อยกว่า 6 เดือน 3. ไม่น้อยกว่า 3 เดือน 4. ก่อนเปิดเรียนภาคต้น 7. ใครเป็นผู้มีอํานาจผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับได้ 1. สถานศึกษา 2. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 4. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 8. ผู้ใดไม่อํานวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องระวางโทษตามข้อใด 1. ปรับหนึ่งพันบาท 2. ปรับหนึ่งหมื่นบาท 3. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท 4. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท 9. ผู้ใดไม่อํานวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องระวางโทษตามข้อใด 1. ปรับหนึ่งพันบาท 2. ปรับหนึ่งหมื่นบาท 3. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท 4. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท 10. ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียน ต้องแจ้งให้ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทราบภายในระยะเวลา ใด 1. ภายใน 1 เดือน 2. ภายใน 2 เดือน 3. ภายใน 6 เดือน 4. ภายใน 1 ปี 11. กฎกระทรวงแบ่งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามข้อใด 1. ปฐมวัย ภาคบังคับ ขั้นพื้นฐาน 2. ปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา 3. ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา 4. ก่อนประถมศึกษา ภาคบังคับ และขั้นพื้นฐาน 12. ข้อใดคืออายุของเด็กในวัยการศึกษาภาคบังคับ 1. ย่างเข้าปีที่หก ถึง ย่างเข้าปีที่สิบห้า 2. ย่างเข้าปีที่หก ถึงย่างเข้าปีที่สิบหก 3. ค ย่างเข้าปีที่เจ็ดถึงย่างเข้าปีที่สิบห้า 4. ย่างเข้าปีที่เจ็ดถึงย่างเข้าปีที่สิบหก
  • 179.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 13. การประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการประกาศในสถานศึกษาต้องประกาศให้ผู้ปกครองทราบตามข้อใด 1.ก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 1 เดือน 2. ก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 3 เดือน 3. ก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน 4. ก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 1 ปี 14. เมื่อสถานศึกษาได้พิจารณาผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับแล้วการ ดําเนินการตามข้อใดถูกต้อง 1. แจ้งผู้ปกครองและประธานคณะกรรมการสถานศึกษา รายงานผู้บริหารสถานศึกษา 2. แจ้งผู้ปกครองและประธานคณะกรรมการสถานศึกษา รายงานคณะกรรมการสถานศึกษา 3. แจ้งผู้ปกครองและประธานคณะกรรมการสถานศึกษา รายงานคณะกรรมการเขตพื้นที่ 4. แจ้งผู้ปกครองและประธานคณะกรรมการสถานศึกษา แจ้งผู้บริหาร แล้วแจ้งให้คณะกรรมการเขตพื้นที่ การศึกษาทราบ 15. คณะกรรมการพิจารณาผ่อนผันเด็กเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับ ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. มีจํานวน 5 คน 2. สถานศึกษาเป็นผู้แต่งตั้ง 3. มีผู้บริหารสถานศึกษาเป็นประธาน 4. ถูกทุกข้อ 16. ข้อใดไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 1. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน 2. ผู้อํานวยการวิทยาลัยนาฏศิลป์ 3. ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบล 4. ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม 17. ไม่ส่งเด็กเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับโทษตามข้อใด 1. ไม่น้อยกว่า 1,000 บาท 2. ไม่น้อยกว่า 10,000 บาท 3. ไม่เกิน 1,000 บาท 4. ไม่เกิน 10,000 บาท 18. พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนเด็กได้ในเวลาใด 1. เวลา 08.30 น. - 16.30 น. 2. เวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นเป็นต้นไป 3. ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก 4. ถูกทุกข้อ 19. ผู้ใดไม่ใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนมาอาศัย อยู่ด้วยต้องแจ้งสํานักงานเขตพื้นการศึกษาตามข้อใด 1. แจ้งโดยพลัน 2. แจ้งโดยทันที 3. แจ้งภายใน 15 วัน 4. แจ้งภายใน 1 เดือน
  • 180.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 20. ผู้ปกครองมีความประสงค์ขอผ่อนผันเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ต้องยื่นคําขอตามข้อใด 1. ยื่นต่อสถานศึกษา 2. ยื่นต่อผู้อํานวยการสถานศึกษา 3. ยื่นต่อสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 4. ยื่นต่อผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 21. พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 ประกาศใช้วันใด 1. 30 ธันวาคม 2545 2. 31 ธันวาคม 2545 3. 1 มกราคม 2546 4. 2 มกราคม 2546 22. พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มีผลบังคับใช้วันใด 1. 30 ธันวาคม 2545 2. 31 ธันวาคม 2545 3. 1 มกราคม 2546 4. 2 มกราคม 2546 23. ข้อใดหมายถึงการศึกษาภาคบังคับตามพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 1. การศึกษาก่อนประถมศึกษา 2. การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ 3. การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. การศึกษาระดับต่ํากว่าอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน 24. เด็ก ตามพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 หมายถึงข้อใด 1. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงย่างเข้าปีที่สิบหก 2. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ แล้ว 3. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้ว 4. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่หกจนถึงย่างเข้าปีที่สิบหกของการศึกษาขั้นพื้นฐาน 25. พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มีทั้งหมดกี่มาตรา 1. 5 มาตรา 2. 9 มาตรา 3. 13 มาตรา 4. 20 มาตรา 26. ใครเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการตามพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 1. นายกรัฐมนตรี 2. รองนายกรัฐมนตรี 3. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 4. ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 181.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 27. ใครไม่มีหน้าที่เป็นผู้ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาตามพรบ.การศึกษา ภาคบังคับพ.ศ.2545 1. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 4. ข้อ ก ถูก ข้อ ข และ ค ผิด 28. จากข้อ 8 ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเข้าเรียนไม่น้อยกว่าเท่าไร 1. 1 เดือน 2. 6 เดือน 3. 1 ปี 4. ตามความเหมาะสม เป็นนิติบุคคล ขึ้นอยู่กับบริบท 29. ใครมีอํานาจในการผ่อนผันการเข้าเรียนของเด็กก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ 1. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. ผู้อํานวยการ 3. สถานศึกษา 4. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา 30. พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในระหว่างเวลาใดตาม พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 1. เวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก 2. เวลาทําการของสถานที่นั้น ๆ 3. 08.30 น. - 16.30 น. 4. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง 31. ในการปฏิบัติงานตาม พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานตาม กฎหมายใด 1. กฎหมายเอกชน 2. กฎหมายมหาชน 3. ประมวลกฎหมายอาญา 4. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 32. ผู้ใดซึ่งไม่ใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศัยอยู่ด้วย ต้องแจ้งสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายในเวลาใด 1. 30 วัน 2. 1 เดือน 3. 60 วัน 4. 1 เดือน นับแต่วันที่เด็กมาอาศัยอยู่
  • 182.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 33. ผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา6 ตามพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มีความผิด 1. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท 2. จําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน 3. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท จําคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือทั้งจําทั้งปรับ 4. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท 34. ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 9 แห่งพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มีความผิด 1. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท 2. จําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน 3. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท จําคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือทั้งจําทั้งปรับ 4. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท 35. ผู้ใดปราศจากเหตุอันควร กระทําด้วยประการใด ๆ อันเป็นเหตุมิให้เด็กได้เรียนในสถานศึกษาพรบ. การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545ต้องระวางโทษตามข้อใด 1. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท 2. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จําคุกไม่เกิน 1 ปี 3. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 4. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจําทั้งปรับ 36. ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11 หรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษตามข้อใด 1. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท 2. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จําคุกไม่เกิน 1 ปี 3. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 4. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจําทั้งปรับ 37. ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545คือใคร 1. นายบรรหาร ศิลปอาชา 2. พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ์ 3. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 4. นายวิษณุ เครืองาม 38. เหตุผลในการประกาศใช้ พรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 มาจาก กฎหมายใด กําหนดให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับจํานวนเก้าปี 1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 3. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 4. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 39. เด็กชายติวสอบ ใฝ่ดี เกิดวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2551 จะต้องเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับปีการศึกษา ใด 1. ปีการศึกษา 2556 2. ปีการศึกษา 2557 3. ปีการศึกษา 2558 4. ปีการศึกษา 2559
  • 183.
    รองไผ่ ขอบคุณทุกการแบ่งปัน 40. ปีการศึกษา2553 ที่จะมาถึง เด็กเกิดปีใด ที่ต้องเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 1. พ.ศ.2544 2. พ.ศ.2545 3. พ.ศ.2546 4. พ.ศ.2547