กฏหมาย
     คาสั่ง หรือข้อบังคับของรัฐ ซึ่ง
บัญญัติขึ้นเพื่อกาหนดความประพฤติ
 ของคนในรัฐหรือประเทศนั้น หาก
ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิด
             ต้องถูกลงโทษ
ความสาคัญ
1. เป็นเครื่องมือในการควบคุมและ
กาหนดความประพฤติของคนในสังคม


          3. เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา
          ความขัดแย้ง
ลักษณะของกฏหมาย
1. เป็นคาสั่งที่เกิดจากรัฐาธิปัตย์ (ผู้มีอานาจปกครอง)
    2. เป็นข้อบังคับที่ใช้ได้กับบุคคลทุกคน
          3. เป็นข้อบังคับที่ใช้ได้เสมอ
              4. เป็นข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติ
                    5. ต้องมีสภาพบังคับ
เหตุที่ทาให้เกิดกฏหมาย
1. ผู้มีอานาจสูงสุดของรัฐเป็นผู้บัญญัติ
    2. ขนบธรรมเนียมประเพณี
        3. ความเชื่อในตามศาสนา
             4. ความยุติธรรมในสังคม
                   5. คาพิพากษาของศาล
ที่มาของกฏหมาย
แบบลายลักษณ์อักษร
   Common Low



        กฎหมายแบบจารีต
       (ไม่มีลายลักษณ์อักษร)
           CIVIL Low
รูปแบบของกฎหมาย
   แบบลายลักษณ์อักษร
       Common Low

 เกิดจากการบัญญัติขององค์กรที่มีอานาจ
  ในการตรากฎหมาย โดยจัดรวมไว้เป็น
หมวดหมู่ เป็นบท เป็นมาตรา ประเทศที่ใช้
    ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น ไทย จีน
รูปแบบของกฎหมาย
กฎหมายแบบจารีต
    CIVIL Low



  เกิดจากจารีตประเพณีที่ปฎิบัติสืบทอด
กันมา เมื่อเกิดคดี ศาลจะนาคดีมาปรับกับ
 ประเพณีท้องถิ่นแล้วพิจารณาตามความ
     ยุติธรรม ประเทศที่ใช้ อังกฤษ
ความเป็นมาของกฏหมาย
สมัยสุโขทัย        ได้รับแบบอย่างมาจาก
อยุธยา-ธนบุรี     อินเดียและมอญ เรียกว่า
                  คัมภีร์พระธรรมศาสตร์
คัมภีร์พระธรรมศาสตร์มาผสมผสานกับคติเดิม
ของไทยน่านเจ้า และปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้เข้ากับ
         เหตุการณ์บ้านเมืองของไทย
ความเป็นมาของกฏหมาย
สมัยอยุธยา – ธนบุรี
                 คัมภีร์พระธรรมศาสตร์
                    ได้รับมาจากมอญ

สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
                    ได้ปฏิรูปกฎหมาย
                  ตามแบบอารยประเทศ
รัชกาลที่ 1
  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงทรงโปรด
ให้มีการชาระสะสางกฎหมายใหม่ใน พ.ศ. 2347 ในที่สุด
  ก็ได้ตรากฎหมายขึ้นฉบับหนึ่งเรียกว่า กฎหมายตรา
     สามดวง (ตราคชสีห์, ตราราชสีห์ , ตราบัวแก้ว)
รัชกาลที่ 5
 *ตั้งโรงเรียนสอนกฎหมาย (ม.ธรรมศาสตร์)
           ปฎิรูปและแก้ไขกฎหมาย
             ตามแบบอารยประเทศ
* บุคคลสาคัญที่มีส่วนในการปฎิรูปกฎหมายคือ
  กรมหลวงราชบุรดิเรกฤทธิ์ หรือพระองค์เจ้า
                   ี
   รพีพัฒนศักดิ์ ได้รับยกย่องว่าเป็นบิดาแห่ง
                 กฏหมายไทย)
สมัยรัตนโกสินทร์(ร.7-ปัจจุบัน)
   เปลี่ยนการปกครองเป็นระบบประชาธิปไตยอันมี
             พระมหากษัตริย์เป็นประมุข
*ประมวลกฎหมายไทย ได้แบบอย่าง
มาจากกฎหมายโรมัน (Civil Law)
* แต่ในทางปฏิบัติ ใช้ระบบ
(Common Law) เข้ามาผสม
กฎหมายที่สาคัญ
กฎหมายรัฐธรรมนูญ              กฎกระทรวง
  พระราชบัญญัติ           ข้อบัญญัติจังหวัด
 พระราชกาหนด                  เทศบัญญัติ
                         ข้อบัญญัติสุขาภิบาล
 พระราชกฤษฎีกา
                          ข้อบัญญัติก.ท.ม.ฯ

 กฎหมายท้องถิ่น          ข้อบัญญัติเมืองพัทยา
ประเภทของกฏหมายไทย
1.การแบ่งกฏหมายตามองค์กรที่จัดทา

   2.การแบ่งกฏหมายตามลักษณะการใช้


3.การแบ่งกฏหมายตามความสัมพันธ์คู่กรณี
1.การแบ่งกฎหมายตามองค์กรที่จัดทา




       กฎหมายที่ออกโดย
       องค์กรท้องถิ่น
1. กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ


รัฐธรรมนูญ             พระราชบัญญัติ

กฎมณเฑียรบาล         ประมวลกฎหมาย
2. กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหาร


พระราชกาหนด          พระราชกฤษฎีกา

              กฎกระทรวง
3. กฎหมายที่ออกโดยองค์กรท้องถิ่น

ข้อบัญญัติจังหวัด          เทศบัญญัติ

   ข้อบัญญัติ               ข้อบัญญัติ
      ตาบล                  กรุงเทพฯ

           ข้อบัญญัติเมืองพัทยา
2. การแบ่งกฏหมายตามลักษณะการใช้
3.เกณฑ์ลักษณะความสัมพันธ์ของคู่กรณี

 3.1 กฎหมายมหาชน
  เกี่ยวกับการปกครองของรัฐ คุ้มครอง
 ผลประโยชน์ของรัฐหรือสาธารณชน และ
 ความสัมพันธ์ของรัฐกับพลเมือง ที่รฐมีอานาจ
                                  ั
 เหนือกว่าพลเมือง
3.2 กฎหมายเอกชน
      กาหนดความสัมพันธ์ระหว่าง
        พลเมืองกับพลเมือง ,รัฐ
                             กฎหมาย
กฎหมายแพ่ง                 รัฐธรรมนูญ

             กฎหมายอาญา
3.3กฎหมายระหว่างประเทศ

 แผนกคดีเมือง ว่าด้วยสิทธิหน้าที่ระหว่างรัฐต่อรัฐ

 แผนกคดีบุคคล ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างคน
 ในประเทศต่าง ๆ
แผนกคดีอาญา กาหนดความผิดในทางอาญาแต่ละรัฐ
การจัดทากฎหมาย


กาหนดนโยบาย              พิจารณา

 ตรากฎหมาย          ประกาศใช้
ใบกิจกรรม
จงเรียงลาดับการจัดทากฎหมาย
ตามฐานะของกฎหมาย แต่ละ
ประเภทของไทย
จงเรียงลาดับขั้นตอนการจัดทากฎหมาย
      ประเภท          ใครเป็นผู้   ขั้นตอนการ   ใครมีอานาจ    วิธีการ
                       ยกร่างฯ      พิจารณา       การตรา     ประกาศใช้
1.พระราชบัญญัติ
2.พระราชกฤษฎีกา
3.พระราชกาหนด
4.กฎกระทรวง
5.กฎหมายท้องถิ่น
5.1ข้อบัญญัติก.ท.มฯ
5.2 ฯลฯ

กฏหมายและความสัมพันธ์คู่กรณี