Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Biobiome
11,143 views
เอกสารประกอบการสอน อวัยวะรับสัมผัส
Read more
1
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 68 times
1
/ 15
2
/ 15
Most read
3
/ 15
4
/ 15
5
/ 15
6
/ 15
7
/ 15
8
/ 15
9
/ 15
10
/ 15
Most read
11
/ 15
12
/ 15
Most read
13
/ 15
14
/ 15
15
/ 15
More Related Content
PDF
อวัยวะรับความรู้สึก
by
Thitaree Samphao
PDF
ไขสันหลัง
by
Wan Ngamwongwan
PDF
Nervous system
by
Nattha Phutthaarun
PDF
การรับรู้และการตอบสนอง
by
sukanya petin
PDF
อวัยวะรับความรู้สึก
by
สุรินทร์ ดีแก้วเกษ
PDF
การทำงานของระบบประสาท
by
Thitaree Samphao
PDF
ระบบต่อมไร้ท่อ (ฮอร์โมน) - Hormone system
by
supreechafkk
PDF
การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
by
โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม
อวัยวะรับความรู้สึก
by
Thitaree Samphao
ไขสันหลัง
by
Wan Ngamwongwan
Nervous system
by
Nattha Phutthaarun
การรับรู้และการตอบสนอง
by
sukanya petin
อวัยวะรับความรู้สึก
by
สุรินทร์ ดีแก้วเกษ
การทำงานของระบบประสาท
by
Thitaree Samphao
ระบบต่อมไร้ท่อ (ฮอร์โมน) - Hormone system
by
supreechafkk
การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
by
โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม
What's hot
PDF
แบบฝึกหัดเคมีอินทรีย์
by
Kapom K.S.
PDF
โครงงานวิชาไอเอส เรื่องความพึงพอใจในการใช้ห้องน้ำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท...
by
Suricha Phichan
PPTX
โรคทางพันธุกรรม ม.3
by
Wuttipong Tubkrathok
PDF
การถ่ายโอนความร้อน ม.1
by
Wuttipong Tubkrathok
PDF
การรับรู้และตอบสนอง
by
Thitaree Samphao
PDF
5.ชุดที่ 2 โครงสร้างของเซลล์
by
เอเดียน คุณาสิทธิ์
PPTX
กัณฑ์มัทรี
by
Milky' __
PDF
เล่มที่ 3 การเคลื่อนที่ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
by
กมลรัตน์ ฉิมพาลี
PDF
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
by
yangclang22
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สมุนไพรกำจัดปลวก
by
พัน พัน
PDF
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ 2 ชั้น ม.1 ชุดที่ 1
by
dnavaroj
PDF
เล่มที่ 4 การเคลื่อนที่ของคน
by
กมลรัตน์ ฉิมพาลี
PDF
ธาตุและสารประกอบ
by
website22556
PDF
ข้อสอบอัจฉริยะ
by
Kodchaporn Siriket
PDF
กัมมันตรังสี
by
พัน พัน
PDF
Aแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การถ่ายโอนพลังงานความร้อน
by
krupornpana55
PDF
การสกัดด้วยตัวทำละลาย
by
ศศิกัญญา ดอนดีไพร
PPTX
บทที่ 8 เทคโนโลยีอวกาศ
by
Ta Lattapol
PDF
ใบงานที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี
by
website22556
DOCX
แบบทดสอบ บทที่ 4 ระบบนิเวศ
by
dnavaroj
แบบฝึกหัดเคมีอินทรีย์
by
Kapom K.S.
โครงงานวิชาไอเอส เรื่องความพึงพอใจในการใช้ห้องน้ำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท...
by
Suricha Phichan
โรคทางพันธุกรรม ม.3
by
Wuttipong Tubkrathok
การถ่ายโอนความร้อน ม.1
by
Wuttipong Tubkrathok
การรับรู้และตอบสนอง
by
Thitaree Samphao
5.ชุดที่ 2 โครงสร้างของเซลล์
by
เอเดียน คุณาสิทธิ์
กัณฑ์มัทรี
by
Milky' __
เล่มที่ 3 การเคลื่อนที่ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
by
กมลรัตน์ ฉิมพาลี
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
by
yangclang22
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สมุนไพรกำจัดปลวก
by
พัน พัน
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ 2 ชั้น ม.1 ชุดที่ 1
by
dnavaroj
เล่มที่ 4 การเคลื่อนที่ของคน
by
กมลรัตน์ ฉิมพาลี
ธาตุและสารประกอบ
by
website22556
ข้อสอบอัจฉริยะ
by
Kodchaporn Siriket
กัมมันตรังสี
by
พัน พัน
Aแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การถ่ายโอนพลังงานความร้อน
by
krupornpana55
การสกัดด้วยตัวทำละลาย
by
ศศิกัญญา ดอนดีไพร
บทที่ 8 เทคโนโลยีอวกาศ
by
Ta Lattapol
ใบงานที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี
by
website22556
แบบทดสอบ บทที่ 4 ระบบนิเวศ
by
dnavaroj
Viewers also liked
PPTX
Is the world achieving the 2025 target on tobacco use?
by
UCT ICO
PPTX
Global tobacco epidemic through the European lens
by
UCT ICO
PPT
Dobrich
by
niod
PDF
Department for Education Fellowship Application
by
Kevin P. Hudson
PDF
01 modulo 1 guia instructor
by
Esly Rodezno
PPT
gabrovo1
by
niod
PDF
Pediatric feeding
by
CF StickyNotes
PPT
5x5x5 Pie Lesson and Lab
by
Rachael Mann
PPTX
Nord Lb
by
Craig Taylor
PPT
05 sadovsky-optimization2011
by
Nikita Sawinyh
PPT
How to liquidate a company in Italy
by
BridgeWest.eu
PPTX
Space Luggage
by
BlueBerryAsia
PDF
This is link lists for crafts supplies online store
by
Ir. MD Nursyazwi Mohammad
PDF
Tapicería iván tomé catalogo modelo de muebles 2016
by
Ivan Tome Rodríguez
Is the world achieving the 2025 target on tobacco use?
by
UCT ICO
Global tobacco epidemic through the European lens
by
UCT ICO
Dobrich
by
niod
Department for Education Fellowship Application
by
Kevin P. Hudson
01 modulo 1 guia instructor
by
Esly Rodezno
gabrovo1
by
niod
Pediatric feeding
by
CF StickyNotes
5x5x5 Pie Lesson and Lab
by
Rachael Mann
Nord Lb
by
Craig Taylor
05 sadovsky-optimization2011
by
Nikita Sawinyh
How to liquidate a company in Italy
by
BridgeWest.eu
Space Luggage
by
BlueBerryAsia
This is link lists for crafts supplies online store
by
Ir. MD Nursyazwi Mohammad
Tapicería iván tomé catalogo modelo de muebles 2016
by
Ivan Tome Rodríguez
Similar to เอกสารประกอบการสอน อวัยวะรับสัมผัส
PDF
Eyepresent
by
Wan Ngamwongwan
PDF
บท1ประสาท
by
Wichai Likitponrak
PPT
อวัยวะรับความรู้สึก
by
Nokko Bio
PDF
ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก
by
bosston Duangtip
PDF
4.การทำงานระบบ อวัยวะรับรู้สึก
by
Wichai Likitponrak
PDF
บท1ประสาท
by
Wichai Likitponrak
PDF
ระบบประสาท 2
by
poonwork
PDF
sense organs
by
Thanyamon Chat.
PDF
รื่องSensory and-motor-mechanismน้องๆสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ slide ด...
by
kasidid20309
DOC
R61(1)
by
Fo'ng Fang
PDF
ศูนย์ที่ 3 ชุดที่ 6
by
ชโลธร กีรติศักดิ์กุล
PDF
Eyepresent
by
Wan Ngamwongwan
PPTX
บรรยากาศ
by
Sukumal Ekayodhin
PPT
ชุดการสอนที่1
by
juriyaporn
PDF
ศูนย์ที่ 2 ชุดที่ 6
by
ชโลธร กีรติศักดิ์กุล
PPTX
090620141832TU75R29HASW1
by
Cat Capturer
PPTX
ตา
by
Ploiiz Ny
DOC
2558 project อิม
by
Aim Peerapasakorn
PDF
My eyes your eyes
by
Aim Peerapasakorn
PDF
My eyes your eyes
by
Aim Peerapasakorn
Eyepresent
by
Wan Ngamwongwan
บท1ประสาท
by
Wichai Likitponrak
อวัยวะรับความรู้สึก
by
Nokko Bio
ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก
by
bosston Duangtip
4.การทำงานระบบ อวัยวะรับรู้สึก
by
Wichai Likitponrak
บท1ประสาท
by
Wichai Likitponrak
ระบบประสาท 2
by
poonwork
sense organs
by
Thanyamon Chat.
รื่องSensory and-motor-mechanismน้องๆสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ slide ด...
by
kasidid20309
R61(1)
by
Fo'ng Fang
ศูนย์ที่ 3 ชุดที่ 6
by
ชโลธร กีรติศักดิ์กุล
Eyepresent
by
Wan Ngamwongwan
บรรยากาศ
by
Sukumal Ekayodhin
ชุดการสอนที่1
by
juriyaporn
ศูนย์ที่ 2 ชุดที่ 6
by
ชโลธร กีรติศักดิ์กุล
090620141832TU75R29HASW1
by
Cat Capturer
ตา
by
Ploiiz Ny
2558 project อิม
by
Aim Peerapasakorn
My eyes your eyes
by
Aim Peerapasakorn
My eyes your eyes
by
Aim Peerapasakorn
More from Biobiome
PDF
ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต
by
Biobiome
PDF
สารสังเคราะห์
by
Biobiome
PDF
หน้าที่พิเศษของราก
by
Biobiome
PDF
หน้าที่พิเศษของใบ
by
Biobiome
PDF
Pisa
by
Biobiome
PDF
หน้าที่พิเศษของลำต้น
by
Biobiome
PDF
โครงสร้างภายในของใบ
by
Biobiome
PDF
เนื้อเยื่อชั้นต่างๆ ของราก
by
Biobiome
PDF
ขนมไทย
by
Biobiome
PDF
Pat2 52-1
by
Biobiome
PDF
โครงสร้างภายในของใบ
by
Biobiome
PDF
Biodiversity
by
Biobiome
PDF
วิทย์
by
Biobiome
PDF
วิทย์
by
Biobiome
PDF
Science m6
by
Biobiome
PDF
Onet 05
by
Biobiome
PDF
Science50
by
Biobiome
PDF
05 e
by
Biobiome
PDF
Science50
by
Biobiome
PPTX
ภาวะผู้นำ
by
Biobiome
ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต
by
Biobiome
สารสังเคราะห์
by
Biobiome
หน้าที่พิเศษของราก
by
Biobiome
หน้าที่พิเศษของใบ
by
Biobiome
Pisa
by
Biobiome
หน้าที่พิเศษของลำต้น
by
Biobiome
โครงสร้างภายในของใบ
by
Biobiome
เนื้อเยื่อชั้นต่างๆ ของราก
by
Biobiome
ขนมไทย
by
Biobiome
Pat2 52-1
by
Biobiome
โครงสร้างภายในของใบ
by
Biobiome
Biodiversity
by
Biobiome
วิทย์
by
Biobiome
วิทย์
by
Biobiome
Science m6
by
Biobiome
Onet 05
by
Biobiome
Science50
by
Biobiome
05 e
by
Biobiome
Science50
by
Biobiome
ภาวะผู้นำ
by
Biobiome
เอกสารประกอบการสอน อวัยวะรับสัมผัส
1.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
1 เอกสารประกอบการสอน เรียบเรียงโดย คุณครูอังสนา แสนเยีย เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส นักเรียนอาจสงสัยว่าสมองสามารถแปลความรู้สึกได้อย่างไรกระแสประสาทมา จากอวัยวะรับ ความรู้สึกชนิดใดก็ตามเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าทางเคมีทั้งสิ้น ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสมอง แปลสัญญาณเหล่านี้อย่างไร แต่ที่สมองแปลความรู้สึกได้แตกต่างกันนั้น เกิดจากสมองมีบริเวณจาเพราะหน้าที่ รับกระแส ประสาทจากอวัยวะรับความรู้สึกชนิดต่างๆ กัน นักเรียนทราบไหมว่าอวัยวะรับความรู้สึกรับ ความรู้สึกได้อย่างไร นัยน์ตากับการมองเห็น 16 กรกฎาคม 2555 ภาพที่ 1-1 โครงสร้างของนัยน์ตา Biologynsp.wordpress.com
2.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
2 นัยน์ตาของคนมีรูปร่างค่อนข้างกลม อยู่ภายในเบ้าตามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 เซนติเมตร ผนังลูกตาเรียงจากด้านนอกเข้าไปด้านในตามลาดับ คือ สเคลอรา (sclera) โครอยด์ (choroid) และเรตินา (retina) สเคลอรา เป็นชั้นที่เหนียวแต่ไม่ยืดหยุ่น ตอนหน้าสุดของเยื่อนี้จะโปร่งใสและนูนออกมา เรียกว่า กระจกตา(cornea)กระจกตามีความสาคัญมากเพราะถ้าเป็นอันตรายหรือพิการ เช่นเป็นฝ่าทึบจะมีผลกระทบ ติอการมองเห็น โครอยด์ เป็น ชั้นที่มีหลอดเลือดมาเลี้ยง และมีสารสีแผ่กระจายอยู่เป็นจานวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ แสงสว่างทะลุผ่านชั้นเรตินาไปยังด้านหลังของนัยน์ตาโดย ตรง ถ้านักเรียนดูภาพที่ 8-30ซึ่งแสดงรูปด้านข้าง ของนัยน์ตา จะเห็นว่าด้านหลังของเลนส์ตามี ม่านตา (iris) ยื่นลงมาจากด้านบนและด้านล่างของผนังโครอยด์ คล้ายเป็นกับผนังกั้นบางส่วนของ เลนส์ ส่วนช่องกลางที่เหลือให้แสงผ่านเข้านั้นมีลักษณะกลม เรียก รูม่าน ตา (pupil) ถ้านักเรียนส่องกระจกดูนัยน์ตาของตนเองหรือจ่องนัยน์ตาเพื่อนใกล้ๆ จะเห็นส่วนที่เป็นสีดาอยู่ ตรงตาส่วนนี้ คือ รูม่านตา ขนาดของรูม่านตาจะแคบหรือกว้างขึ้นอยู่กับม่านตา ซึ่งประกอบด้วยกล้ามเนื้อวง และกล้ามเนื้อที่เรียงตัวตามรัศมี ม่านตาควบคุมปริมาณแสงที่ผ่านเข้าสู่นัยน์ตา นักเรียนคิดว่าม่านตาเทียบได้ กับส่วนใดของกล้องถ่ายรูปหรือกล้องจุลทรรศน์ เรตินา เป็นบริเวณที่มีเซลล์รับแสง แบ่งได้เป็น 2 ชนิด ตามรูปร่างลักษณะของเซลล์ คือ เซลล์รูป แท่ง (rod cell) ซึ่งไวต่อการรับแสงสว่าง แม้ในที่มีแสงสว่างน้อย เซลล์ชนิดนี้ไม่สามารถแยกความแตกต่าง ของสีได้ ส่วนเซลล์อีกประเภทหนึ่งเป็น เซลล์รูปกรวย (cone cell) เป็นเซลล์ที่แยกความแตกต่างของสีต่างๆ ได้แต่ต้องการแสงสว่างมากจึงจะบอกสี ของวัตถุได้ถูกต้อง เรตินาในนัยน์ตาข้างหนึ่งจะมีเซลล์รูปแท่งประมาณ 125 ล้านเซลล์และเซลล์รูปกรวย 7 ล้านเซลล์ นอกจากนี้ชั้นเรตินาจะมีเซลล์ที่ไวต่อแสงแล้วยังมีเซลล์ประสาท อื่นอีกที่รับ กระแสประสาท ส่งไปยังใยประสาทของ เส้นประสาทสมองคู่ที่ 2 ซึง อยู่รวมกันเป็นมัด ดังนั้น ่ เมื่อกระตุ้นเซลล์รับแสงจะเกิดกระแสประสาทและถ่ายทอดสัญญาณดังกล่าว ไปยังเส้นประสาทคู่ที่ 2 แล้วยัง ส่งไปยังสมองส่วนเซรีบรัมเพื่อแปลเป็นภาพตามที่ตามองเห็น 16 กรกฎาคม 2555 ภาพที่ 1-2 โครงสร้างและตาแหน่งของเซลล์ในชั้นเรตินา Biologynsp.wordpress.com
3.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
3 นักเรียนอาจทดสอบดูว่าแต่ละบริเวณของเรตินาสามารถเห็นความชัดเจนเท่ากันหรือไม่ จาก กิจกรรมที่ 8.1 กิจกรรมที่ 8.1 การหาตาแหน่งของจุดบอดและโฟเวีย วัสดุอุปกรณ์ 1.กระดาษ 2.ไม้บรรทัด 3.ปากกาหรือดินสอ วิธีการทดลอง ตอนที่ 1 การหาตาแหน่งของจุดบอด 1.ทาเครื่องหมาย + และ • ลงในกระดาษขาวในแนวระดับ ให้มีขนาดและระยะห่างระหว่าง เครื่องหมายทั้งสองนี้ 10 cm ดังภาพ 2.หลับตาซ้ายเหยียดมือขวาที่จับกระดาษให้ตรง และยกกระดาษที่มีเครื่องหมาย + ตรงกับนัยน์ขวา 3. ให้นัยน์ตาขวาจับนิ่งกับเครื่องหมาย + ตลอดเวลา ค่อยๆ เคลื่อนกระดาษเข้ามาใกล้ตาอย่างช้า จนกระทั่งมองไม่เห็นเครื่องหมาย • 4.ทาขั้นตอนที่ 2 และ3 ซ้า แต่หลับตาขวาและให้นัยน์ซ้ายจับที่เครื่องหมาย • แทน -เพราะเหตุใดจึงมองไม่เห็นเครื่องหมายจุทั้งๆ ยังมีเครื่องหมายอยู่ -จาการทดลองพอจะบอกได้หรือไม่ว่าจุดบอดอยู่เยื้องไปทางใดของนัยน์ตา ตอนที่ 2 การหาตาแหน่งของโฟเวีย 16 กรกฎาคม 2555 1.ให้นักเรียนยื่นแขนไปข้างหลังเพื่อรับวัตถุที่มีสีสดๆ และระบุสีได้ชัดเจนจากเพื่อน เช่น ดินสอ ปากกา โดยนักเรียน ไม่ทราบมาก่อนว่าวัตถุนั้นมีสีอะไร Biologynsp.wordpress.com
4.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
4 2.มองตรงข้างหน้าค่อยๆ เคลื่อนแขนเหลืองมองวัตถุในมือ เมื่อใดที่นักเรียนเริ่มเห็นวัตถุให้บอกสี วัตถุนั้น -สังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น ลัวจะอธิบาย โดยปกติแล้วชั้นเรตินาจะมีเซลล์รูปแท่ง หนาแน่นกว่าเซลล์รูปกรวยแต่บริเวณตรงกลางของเรตินา ที่ เรียกว่า โฟเวีย (fovea) นั้นจะมีเซลล์รูปกรวยหนาแน่นกว่าบริเวณอื่น ดังนั้นแสงที่ตกบริเวณนี้จึงเกิดเป็น ภาพได้ชัดเจน ส่วนบริเวณเรตินาที่มีแต่แอกซอนออกจากนัยน์ตา เพื่อเข้าสู่เส้นประสาทตาจะไม่มีเซลล์รูปแท่ง และเซลล์รูปกรวยอยู่เลย ดังนั้นแสงที่ตกบริเวณนี้จึงไม่เกิดเป็นภาพเรียกบริเวณนี้ว่า จุดบอด (blind spot) จากกิจกรรมและข้อมูลข้างต้น นักเรียนคงสามารถตอบคาถามได้ว่าเหตุใดขณะอ่านหนังสือจะ มองเห็นอักษรที่อยู่ ตรงหน้าของเราได้ชัดเจนกว่าอักษรที่อยู่ข้างๆ เลนส์ตา (lens) เป็นเลนส์นูนอยู่ค่อนมาทางด้านหน้าของนัยน์ตา ถัดจากกระจกตาเข้าไปเล็กน้อย เลนส์ตามีลักษณะใส และกั้นนัยน์ตาเป็น 2 ส่วน คือช่วงหน้าเลนส์และช่องหลังเลนส์ภายในช่องทั้งสองมี ของเหลวบรรจุอยู่ ของเหลวดังกล่าวช่วยทาให้ลูกตาเต่งคงสภาพได้ และช่วยในการหักเหของแสงที่ผ่านเข้ามา -ถ้าของเหลวนี้มีความดันมากกว่าปกติจะกระทบกระเทือนต่อการเกิดภาพอย่างไร ใน การเกิดภาพ แสงจากวัตถุเข้าสู่กระจกตา โดยมีเลนส์ตาทาหน้าที่รวมแสง ดังนั้นการหักเหของ แสงจึงขึ้นอยู่กับความโค้งของกระจกตาและเลนส์ตา ปกติความโค้งของกระจกตาคงที่เสมอ ส่วนความโค้งของ เลนส์ตาอาจเปลี่ยนแปลงได้ด้วยสาเหตุใด นักเรียนสามารถศึกษาการเปลี่ยนแปลงส่วนโค้งของเลนส์ตาได้จาก ภาพที่ 8-32 ภาพที่ 1-3 ก. การเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตา ขณะมองวัตถุขณะใกล้ ข.การเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตา ขณะมองวัตถุขณะไกล เลนส์ตาถูกยึดด้วย เอ็นยึดเลนส์ (suspensory ligament)โดยเส้นเอ็นดังกล่าวจะอยู่ติด 16 กรกฎาคม 2555 กับ กล้ามเนื้อยึดเลนส์ (ciliary muscle)ดังนั้นการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อยึดเลนส์จึงมีผลทาให้เอ็น ที่ ยึดอยู่หย่อนหรือตึงได้ หากกล้ามเนื้อยึดเลนส์หดตัวเอ็นยึดเลนส์หย่อนลงทาให้เลนส์โป่งออก ผิวของเลนส์จึง โค้งนูนมากขึ้นทาให้จุดโฟกัสใกล้เลนส์มากขึ้น จึงเหมาะสาหรับการมองภาพในระยะใกล้ ขณะเดียวกันถ้าวัตถุ Biologynsp.wordpress.com
5.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
5 นั้นอยู่ไกล เลนส์ตาจะต้องมีความนูนลดลงซึ่งเกิดจากการคลายตัวของกล้ามเนื้อยึดเลนส์นั่น เอง จากหลักการ นักเรียนสามารถตอบได้ว่า ทาไมเวลาอ่านหนังสือนานๆจึงรู้สึกเมื่อยตา แต่ถ้าหากมองภาพวิวจะมองได้นาน ภาพที่ 1-4 การแก้ไขสายตาสั้นโดยเลนส์เว้า (ก.) และแก้ไขสายตายาวด้วยเลนส์นูน (ข.) ใน กรณีของคนสายตาเอียงที่เกิดจากความโค้งของกระจกตาในแนวต่างๆไม่เท่ากัน ทาให้เห็น เส้นในแนวหนึ่งแนวใดไม่ชัดเจนดังภาพที่ 1-4 แก้ไขได้โดยใช้ เลนส์ทรงกระบอก (cylindrical lens)ซึ่งมี ด้านหน้าเว้าด้านหลังนูน ดังภาพที่ 1-5 ภาพที่ 1-5 การแก้ไขสายตาเอียงโดยใช้เลนส์ทรงกระบอก 16 กรกฎาคม 2555 ภาพที่ 1-6 แผนภาพแสงสีดาตามแนวต่างๆ เพื่อใช้ทดสอบสายตาเอียง Biologynsp.wordpress.com
6.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
6 เมื่อเรตินารับภาพแล้วร่างกายมีกลไกรับรู้ภาพที่เรตินารับได้อย่างไร นักเรียนรู้หรือเปล่า โรคตาจากจอคอมพิวเตอร์(computer vision syndrome) คือ ภาวะอาการปวด เคืองตาภายหลังจา การใช้จอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เกิดจากการเพ่งใช้สายติดติดต่อกันยาวนาน ทาให้มีอาการเมื่อยล้าจากการ ใช้สายตา ข้อแนะนา คือ ควรมีการหยุดพักสายตาเป็นระยะ โดยทุกๆ 20 นาที นาที30 นาทีควรพักสายตาจาก คอมพิวเตอร์โดยมองไปบริเวณกว้างหรือนอกหน้าต่าง เพื่อลดการเพ่งของสายตาประมาณครึ่งถึงหนึ่งนาทีก่อน กลับมาเริ่มทางานกับจอ คอมพิวเตอร์ต่อไปนอกจากนั้นภาวะเคืองตาจากการใช้จอคอมพิวเตอร์ อาจเกิดจาก การใช้สมาธิในการทางาน ทาให้มีการกะพริบตาน้อยกว่าปกติ (ประมาณ 10ครั้งต่อนาที) ดังนั้น จึงควรมีการ กะพริบ หรือหลับตา3-5วินาทีเป็นระยะ เพื่อป้องกันภาวะเคืองตาจากตาแห้งดังกล่าว กลไกการมองเห็น เยื่อหุ้มเซลล์รูปแท่งจะมีสารสีม่วงแดงชื่อ โรดอปซิน (rhodopsin) ฝังตัวอยู่ สารชนิดนี้ประกอบด้วย โปรตีนออปซิน (opsin) รวมกับสาร เรตินอล (retinol) ซึ่งไวต่อแสงจะมีการเปลี่ยนแปลง ดังแผนภาพที่ ภาพที่ 1-7 การเปลี่ยนแปลงโรดอปซินในเซลล์รูปแท่ง เมื่อแสงมากระตุ่นเซลล์รูปแท่ง โมเรกุลของเรตินอลจะเปลี่ยนแปลงไปจนเกาะกับโมเลกุลของออปซิน ไม่ได้ ขณะนี้เองจะเกิดกระแสประสาทเดินทางไปยังเส้นประสาทสมองคู่ที่ 2 เพื่อส่งไปยังสมองให้แปลเป็นภาพ ถ้าไม่มีแสงออปซินและเรตินอลจะรวมตัวเป็นโรดอปซินใหม่ สาหรับเรตินอลเป็นสารที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นได้จากวิตามินเอ ถ้าร่างกายขาดวิตามินเอจะทาให้เกิด โรคตาฟางในช่วงเวลาที่มีแสงสว่างน้อย เช่น ตอนพลบค่า เมื่อเรามองภาพหรืออ่านหนังสือ ในขณะที่มีแสง สว่างจ้าหรือใช้สายตามากจะรู้สึกตาพร่ามัวที่เป็นเพราะเช่นนั้นเพราะเหตุใด 16 กรกฎาคม 2555 เซลล์รูปกรวยแบ่งตามความไวต่อช่วงความยาวคลื่นของแสงได้ 3 ชนิด คือ เซลล์รูปกรวยที่ไวต่อแสงสี น้าเงิน เซลล์รูปกรวยที่ไวต่อแสงสีแดง และเซลล์รูปกรวยที่ไวต่อแสงสีเขียว Biologynsp.wordpress.com
7.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
7 การที่สมองสามารถแยกสีต่างๆ ได้ มากกว่า 3 สี เพราะมีการกระตุ้นเซลล์รูปกรวยแต่ละชนิดพร้อมๆ กันด้วยความเข้มของแสงสีต่างกัน จึงเกิดการผสมของแสงสีต่างๆ ขึ้น เช่น ขณะมองวัตถุสีม่วงเกิดจากเซลล์รูป กรวยที่มีความไวต่อแสงสีแดงและแสงสี น้าเงินถูกกระตุ้นพร้อมกัน ทาให้เห็นวัตถุนั้นเป็นสีม่วง เป็นต้น ดัง ภาพที่ ภาพที่ 1-8 การมองเห็นแสงสีต่างๆ ความบกพร่องของเซลล์รูปกรวยที่ไวต่อแสงสีใดก็ตามย่อมทาให้เกิดอาการตาบอดสี ขึ้น ดังนั้นตา บอดสีจึงเป็นลักษณะที่เกี่ยวกับการบกพร่องในการแยกแยะความแตกต่าง ของสี ตาบอดสีที่พบมากที่สุด คือ ตาบอดสีแดงและสีเขียว อย่างไรก็ตามตาบอดสียังไม่จัดเป็นความปกติร้ายแรง แต่เป็นลักษณะที่ถ่ายทอดได้ ทางพันธุกรรม และพบ ในเพศชายมากกว่าเพศ หญิง เอ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าเราเป็นตา บอดสีหรือไม่นะ นักเรียนมีวิธีการอย่างไร บ้างค่ะ ? ถ้าไม่รู้ทากิจกรรมต่อไปได้เลย ถ้าไม่รู้ลองทากิจกรรมนี้ดูนะค่ะ 16 กรกฎาคม 2555 Biologynsp.wordpress.com
8.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
8 กิจกรรมที่ 8.2 ทดสอบตาบอดสี วัสดุอุปกรณ์ แผ่นภาพทดสอบตาบอดสี วิธีการทดลอง ให้นักเรียนทดสอบตาบอดสี โดยใช้แผ่นภาพทดสอบตาบอดสี ให้ยืนห่างจากแผ่นภาพในระยะที่ สามารถมองเห็นได้ชัดเจน แผ่นภาพทดสอบตาบอดสี จากภาพนี้นักเรียนมองเห็นตัวเลขอะไรบ้างค่ะ 1. เลข ...............................................และ.......................................... 16 กรกฎาคม 2555 2. นักเรียนคนใดเห็นตัวเลขที่แตกต่างจากเพื่อนบ้างค่ะ ? Biologynsp.wordpress.com
9.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
9 หูกับการได้ยิน หูเป็นอวัยวะรับสัมผัสที่ทาหน้าที่ทั้งการได้ยินเสียง และการทรงตัว หูของคนแบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือหูส่วน นอก หูส่วนกลางและหูส่วนใน ดังภาพที่ 2.1 ภาพที่ 2-1 โครงสร้างของภายในของหูคน หูส่วยนอก ประกอบ ด้วยใบหูและช่องหูซึ่งนาไปสู่หูส่วยกลางใบหูมีกระดูกอ่อนค้าจุนอยู่ ภายในหูมี ต่อมสร้างไขมาเคลือบไว้ทาให้ผนังช่องหูไม่แห้ง และป้องกันอันตรายไม้ให้แมลงและฝุ่นละอองเข่าสู่ภายใน ต้านการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ เมื่อมีมากจะสะสมกลายเป็นขี้หูซึ่งจะหลุดออกมาเอง จึงไม่ควรให้ช่าง ตัดผมแคะหูให้ เพราะอาจเป็นอันตราย ทาให้เยื่อแก้วหูขาดและกลายเป็นคนหูหนวก ตรงรอยต่อระหว่างหู ส่วนนอกกับหูส่วนกลาง มีเยื่อบางๆกั้นอยู่เรียกว่า เยื่อแก้วหู (ear drum หรือ tympanic membrane) ซึง ่ สามารถสั่นได้เมื่อได้รับคลื่นเสียง เช่นเดียวกับหนังหน้ากลองเมื่อถูกตีหูส่วนนอกจึงทาหน้าที่รับคลื่นเสียงและ เป็นช่องให้คลื่นเสียงผ่าน หูส่วนกลาง มีลักษณะเป็นโพรง ติดต่อกับโพรงจมูกและมีท่อติดต่อกับคอหอย ท่อนี้เรียกว่า ท่อยูสเต เชียน (Eustachian tube)ปกติท่อนี้จะตีบ แต่ในขณะเคี้ยวหรือกลืนอาหารท่อนี้จะขยับเปิดเพื่อปรับความดัน 2 ด้านของเยื่อแก้วหูให้เท่ากัน นอกจากนี้เมื่อความดันอากาศภายนอกลดลงหรือสูงกว่าความดันในหูส่วนกลาง อย่าง รวดเร็ว ความแตกต่างระหว่างความดันอากาศภายนอกและภายในหูส่วนกลางอาจทาให้เยื่อแก้ว หูถูก ดันให้โป่งออกไป หรือถูกดันเข้า ทาให้การสั่นและการนาเสียงของเยื่อแก้วหูลดลง เราจะรู้สึกว่าหูอื้อ หรือปวด หู จึงมีการปรับความดันในช่องหูส่วนกลางโดยผ่านแรงดันอากาศบางส่วนไปทางท่อยู สเตเชียน นอกจากนี้ ภายในหูส่วนกลางประกอบด้วยกระดูก 3 ชิ้น ได้แก่ กระดูกค้อน (milieus) กระดูกทั่ง (incurs) และ กระดูก โกลน (stapes) ยึดกันอยู่เมื่อมีการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นที่เยื่อแก้วหูจะถ่ายทอดมายัง กระดูกค้อนและกระดูกทั่ง ทาให้กระดูกหู 2 ชิ้นนี้เคลื่อนและเพิ่มแรงสั่นสะเทือนและส่งแรงสั่นสะเทือนนี้ต่อไปยัง กระดูกโกลนเพื่อเข่าสู่หู 16 กรกฎาคม 2555 ส่วนในต่อไป คลื่นเสียงที่ผ่านเข้ามาถึงหูส่วนในจะขยายแอมพลิจูดของคลื่นเสียงเพิ่มจากหู ส่วนนอกประมาณ 22 เท่า Biologynsp.wordpress.com
10.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
10 รู้หรือเปล่า หูของคนปกติสามารถรับฟังเสียงที่มีความถี่ของเคลื่อนเสียงตั้งแต่ 20-20,000เฮิร์ตซ์ขณะที่สัตว์บางชนิด เช่นสุนัขสามารถรับคลื่นเสียงที่มี ความถี่สูงกว่านี้ได้หูของค้างคาวสามารถ รับเคลื่อนเสียงที่มีความถี่สูง มาก หูส่วนใน ประกอบด้วย โครงสร้างที่ทาหน้าที่แตกต่างกัน 2 ชุด คือ ชุดที่ใช้ฟังเสียงและชุดที่ใช้ในการ ทรงตัว ชุดที่ใช้ฟังเสียง อยู่ทางด้านหน้าเป็นท่อที่ม้วนตัวลักษณะคล้ายก้นหอย ประมาณสองรอบครึ่ง เรียกว่า คอเคลีย (cochlea) ภายในมีของเหลวบรรจุอยู่ เมื่อคลื่นเสียงผ่านเข้ามาจนถึงคอเคลียจะทาให้ของเหลว ภายในคอเคลียสั่น สะเทือน ทาหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นกระแสประสาท โดยกระตุ้นเซลล์เสียงให้ส่ง กระแสประสาทไปยัง<b>เส้นประสาทรับ เสียง</b> (auditory nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 เพื่อ เข้าไปสู่สมองส่วนเซรีบรัมที่เป็นศูนย์ควบคุมการได้ยินเพื่อจะแปลผลต่อ ไป ชุดที่ใช้ในการทรงตัว อยู่ ด้านหลังของหูส่วนใน ทาหน้าที่รับรู้เกี่ยวกับการเอียงและการหมุนของศีรษะ ตลอดการทรงตัวของร่าง กาย มีลักษณะเป็นครึ่งวงกลม 3 หลอดวางตั้งฉากกันเรียกว่า เซมิเซอร์คิวลาร์ แคแนล (semicircular canal) ภายในหลอดมีของเหลวบรรจุอยู่ ที่โคนหลอดมีส่วนโป่งพองออกมา เรียกว่า แอมพูลลา (impala) ภายในมี เซลล์ความรู้สึกที่มีขน (hair cell)ซึ่งไวต่อการไหลของของเหลว ภายในหลอดทีเปลี่ยนแปลงตามตาแหน่งของศีรษะ และทิศทางการวางตัวของร่างกาย ขณะที่ร่างกาย เคลื่อนไหวจะกระตุ้นเซลล์ที่ทาหน้าที่รับรู้เกี่ยวกับการทรง ตัว ให้ส่งกระแสประสาทไปตามเส้นประสาทที่ออก จากเซมิเซอร์คิวลาร์แคแนลไปรวมกับ เส้นประสาทของคอเคลียและออกไปรวมกับเส้นประสาทรับเสียงเพื่อ นากระแสประสาทไป ยังสมองส่วนเซรีบรัมต่อไป -ลักษณะของใบหูที่แผ่กว้างติดต่อกับรูหูที่เป็นท่อยาวไปจรดเยื่อแก้วหูนั้น มีส่วนช่วยในการได้ยิน หรือไม่อย่างไร -ขี้หูเป็นของเสียที่เกิดจากการขับถ่ายหรือไม่ -ถ้านักเรียนขึ้นภูเขาหรือดาน้าทะเลลึกจะรู้สึกปวดแก้วหูเพราะเหตุใด 16 กรกฎาคม 2555 -ท่อยูสเตเชียนทาหน้าที่อย่างไร -หากได้ยินเสียงดังมาติดต่อกันในเวลานานๆ จะมีผลต่อการรับฟังอย่างไร Biologynsp.wordpress.com
11.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
11 จมูกกับการดมกลิ่น นักเรียนอาจสงสัยว่าเรารับรู้กลิ่นต่างๆ ได้อย่างไร นักชีววิทยาอธิบายว่าเพราะในเยื่อบุจมูก มี เซลล์ประสาทรับกลิ่น (olfactory neuron) ที่สามารถเปลี่ยนสารที่ทาให้เกิดกลิ่นเป็นกระแสประสาทแล้ว ส่งต่อไปตาม เส้นประสาทรับกลิ่น (olfactory nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 1 ผ่านออลแฟกทอรีบัลบ์ เพื่อส่งต่อไปยังสมองส่วนเซรีบรัมให้แปลเป็นกลิ่นต่อไปดังภาพที่ 8-39 ภาพที่ 3-1 โครงสร้างภายในของจมูก 16 กรกฎาคม 2555 Biologynsp.wordpress.com
12.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
12 ลิ้นกับการรับรส ถ้านักเรียนสังเกตลิ้นจากกระจกจะเห็นว่าด้านบนของผิวลิ้นจะมีปุ่มเล็กๆ มากมาย ปุ่มเหล่านี้ คือ ปุ่ม ลิน (papilla) ซึ่งที่ปุ่มลิ้นมี ตุ่มรับรส (taste bud) หลายตุ่มทาหนี้ที่รับรส ดังภาพที่8-40 ้ ภาพที่ 4.1โครงสร้างของลิ้น (ก.) ด้านบนของลิ้นจะแสดงปุ่มลิ้น (ข.) ภาพตัดขวางของปุ่มลิ้น (ค.) ตุ่มรับรสขยายให้เห็นเซลล์รับรส แต่ละตุ่มรับรสจะมี เซลล์รับรส (gustatory cell) ซึ่งต่อกับใยประสาท เมื่อตุ่มรับรสได้รับการกระตุ้น จะเกิดกระแสประสาทส่งไปตาม เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 และเส้นประสาทสมองคู่ที่ 9 ไป ยังเซรีบรัมบริเวณ ศูนย์รับรส เพื่อให้สมองส่วนนี้แปลผลว่าเป็นรสอะไร ตุ่มรับรสมี 4 ชนิด ได้แก่ ตุ่มรับรสหวาน รสขม รสเปรี้ยว และรสเค็ม ซึ่งกระจายอยู่บนลิ้น ดังภาพที่ 4-2 ภาพที่ 4-2 บริเวณของลิ้นที่มีตุ่มรับรสต่างๆ กระจายอยู่ 16 กรกฎาคม 2555 Biologynsp.wordpress.com
13.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
13 อย่างไรก็ตาม เมื่อรับประทานอาหารแต่ละมื้อจะรู้สึกถึงความอร่อยในรสอาหารแตกต่าง กัน นักเรียนคิดว่าความอร่อยเกิดจากอะไร การรับรู้รสอาหารเกิดจากการทางานของอวัยวะหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ถ้าดื่มน้ามะนาวเย็น ได้รสเปรี้ยวจากลิ้น ได้กลิ่นมะนาวจากจมูก รู้สึกเย็นจากผิวลิ้นที่สัมผัส -เพราะเหตุใดในช่วงที่เป็นหวัด นักเรียนจึงรับประทานอาหารได้ไม่อร่อย ผิวหนังกับการรับความรู้สึก นอกจากผิวหนังเป็นอวัยวะที่ห่อหุ้มร่างกายแล้วยังจัดเป็นอวัยวะรับความรู้สึกที่กว้างกว่าอวัยวะรับความรู้สึก อื่นอีกด้วย ภาพที่ 5-1 ปลายประสาทที่ทาหน้าที่รับความรู้สึกต่างๆ บริเวณผิวหนัง เมื่อพิจารณาภาพที่ 5-1 จะสังเกตได้ว่าผิวหนังมีหน่วยรับความรู้สึกซึ่งไวต่อการกระตุ้นเฉพาะ อย่าง เช่น หน่วยรับความดัน มีลักษณะคล้ายหัวหอมผ่าซีก มีปลายประสาทเดนไดรต์อยู่ตรงกลางและมี เนื้อเยื่อเกี่ยวฟันหุ้มปลาย ประสาทอยู่รอบๆหน่วยรับความรู้สึกชนิดนี้ฝังลึกอยู่ในผิวหนังบริเวณของหนัง 16 กรกฎาคม 2555 (dermis)หน่วยรับความรู้สึกเจ็บปวดจะเป็นปลายประสาทเดนไดรต์ที่แทรกอยู่ใน ชั้นหนังกาพร้า (epidermis) หน่วยรับสัมผัสบางหน่วยอาจอยู่ Biologynsp.wordpress.com
14.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
14 อิสระ บางหน่วยพับอยู่รอบเส้นขน ดังภาพที่ 5-1 ดังนั้นเมื่อลูบเส้นขนเบาๆ ก็จะรับรู้การสัมผัสได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีหน่วยรับความรู้สึกเกี่ยวกับอุณหภูมิ ซึ่งประกอบด้วยปลายประสาทที่รับความรู้สึกร้อนและเย็น นักเรียนคิดว่าบนผิวหนังสามารถรับสัมผัสได้เท่ากันทุกจุดหรือไม่ ซึ่งสามารถศึกษาได้จากกิจกรรม ต่อไปนี้ กิจกรรมที่ 8.3 ความไวแต่ละบริเวณของผิวหนัง วัสดุอุปกรณ์ 1.ลวดหนีบกระดาษ 2. ไม้บรรทัด วิธีการทดลอง 1.ให้ผู้ถูกทดลองหลับตา แล้วผู้ทดลองใช้ปลายลวดหนีบกรดาษ ซึ่งกางห่างกันพอสมควร แตะลง บนผิวหนังของผู้ทดลอง โดยแตะด้วยปลายข้างเดียวบ้าง และแตะทั้งสองปลายบ้าง ให้ผู้ถูกทดลองบอกว่าถูก แตะด้วยปลายลวดกี่ข้าง 2.ปรับปลายลวดทั้ง 2 ข้างให้ชิดมาเป็นระยะๆ แล้วทดลองซ้าตามข้อ 1 เรื่อยๆจนกระทั่งผู้ถูก ทดลองไม่สามารถบอกความแตกต่างด้วยปลายลวด 1 ปลายและ 2ปลายได้ วัดความห่างของปลายลวดใน ขณะนั้นแล้วบันทึกไว้ในตาราง 3.ลองทาเช่นเดียวกันตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น บริเวณต้นคอ ปลายนิ้ว แขน ตารางบันทึกผลการทดลอง บริเวณของร่างกาย ระยะห่างของปลายลวดหนีบ จานวนปลายลวดที่ถูกแตะ ทดลองครั้งที่ กระดาษ (cm) 1 ปลาย 2 ปลาย 3 ปลาย 1 2 3 นักเรียนจะสรุปผลการทดลองนี้อย่างไร 16 กรกฎาคม 2555 Biologynsp.wordpress.com
15.
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง อวัยวะรับสัมผัส
15 จากกิจกรรมดังกล่าวจะเห็นว่า บริเวณต่างๆ ของผิวหนังในร่างกายจะมีปลายประสาทอยู่ไม่เท่ากัน บริเวณที่มีความละเอียดอ่อนน้อยก็จะมีปลายประสาทอยู่น้อย ส่วนที่มีความละเอียดอ่อนมากก็จะมีปลาย ประสาทอยู่มาก นักเรียนคงเคยเห็นแล้วว่าร่างกายเรามีกลไกการทางานของระบบประสาทและ อวัยวะรับสัมผัสที่ ซับซ้อนและมีความสอดคล้องกันทาให้เราสามารถรับรู้และตอบ สนองต่อสิ่งเร้าได้ ซึ่งมีความสาคัญอย่างยิ่งต่อ การดารงชีวิต ดังนั้นจึงควรตระหนักถึงวิธีป้องกันรักษาระบบดังกล่าวนี้ไว้และใช้อย่างถูก วิธีจะทาให้มีชีวิต อย่างเป็นสุข การควบคุมดุลยภาพของร่างกายโดยผ่านเซลล์ประสาทมีการส่งกระแสประสาท ไปตามเส้นใย ประสาท เพื่อควบคุมการติดต่อประสานงานเกี่ยวกับอวัยวะที่อยู่ห่างไกล ทาให้มีลักษณะการสั่งงานโดยผ่าน สารเคมีที่ผลิตโดยต่อมไร้ท่อ ซึ่งนักเรียนจะได้ศึกษาในบทต่อไป --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- กิจกรรมท้ายบทที่ 8 1. เหตุใดผู้ที่มีสมองพิการมาแต่กาเนิดมักเป็นโรคปัญญาอ่อน 2. ทาไมตารวจจึงนิยมฝึกสุนัขเอาไว้สาหรับตรวจหาร่องรอยของอาชญากร 3. ชายคนหนึ่งผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสมอง พบว่า หลังจาก ผ่าตัด ผู้ป่วยแสดงความรู้สึกทางสีหน้าไม่ได้อยู่ระยะหนึ่ง นักเรียนคิกว่าการผ่าตัดกระทบกับ เส้นประสาทสมองคู่ใดบ้าง 4. ก่อนตรวจนัยน์ตาผู้ป่วยมักจะได้รับการหยอดยาหยอดตาเพื่อให้รูม่านตาขยายตัว จักษุแพทย์ จึงมองเห็นส่วนต่างๆ ได้ง่าย นักเรียนบอกได้ไหมว่า ยาหยอกตามีผลต่อต่อระบบประสาทอย่างไร 5. เมื่อเราจับกระทะที่ร้อนเราจะปล่อยมือทันที จงเขียนแผนภาพแสดงวงจรประสาทในการแสดง พฤติกรรมเช่นนี้ 6. จงลาดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดกระแสประสาทในเซลล์ประสาทและกระแสประสาท เคลื่อนที่จากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีกเซลล์ประสาทหนึ่ง 16 กรกฎาคม 2555 7. ภายในเรตินาของชายคนหนึ่งไม่มีเซลล์รับแสงรูปกรวยอยู่เลย นักเรียนคิดว่าเขาจะยังคงมีความสามารถใน การมองเห็นหรือไม่อย่างไร Biologynsp.wordpress.com
Download