โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 1



สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ทําไมตองมีสามกกฉบับคนขายชาติ (ตอนที่ 1)

หลังจากประเทศไทยเกิดวิกฤติการณทางเศรษฐกิจครั้งใหญในป 2540 ประเทศไทยไดยอมตนเขาผูกพันและ
รับพันธะที่กําหนดโดยตางชาติหลายประการครอบคลุมทั้งดานนิติบัญญัติ ดานบริหาร และดานตุลาการ เปน
ผลใหมีการแกไขบทกฎหมายและตรากฎหมายขึ้นใหมเปนจํานวนมาก ครอบคลุมถึงดานตาง ๆ ดังกลาว
ขางตน จนมีการกลาวขานวากฎหมายหลายฉบับเปนกฎหมายขายชาติ แมกระทั่งมีการกลาวขานวาการยอมรับ
พันธะผูกพันในลักษณะเชนนี้เปนการกระทําทีขายชาติ
                                         ่

ในดานการฟนฟูกอบกูเศรษฐกิจของประเทศใหฟนคืนดี ก็ปรากฏวาแทนที่ประเทศไทยจะสามารถดําเนินการ
ไดโดยอิสระเปนตัวของตัวเอง กลับตองถูกบงการโดยทุนตางชาติ ใหกําหนดมาตรการมากหลาย ซึ่งสวนใหญ
ถูกกลาวขานวาเปนไปเพื่อผลประโยชนของตางชาติ เปนไปเพื่อเกื้อกูล อํานวยประโยชนและความสะดวก
ใหแกตางชาติในการยึดครองเศรษฐกิจของประเทศ
       

เพียงชั่วระยะเวลา 3 ป ปรากฏวาประเทศไทยมีหนีสินเพิ่มขึ้นจนตกอยูในสภาพทีมีหนีสินลนพนตัว เปนปญหา
                                             ้                           ่    ้
ที่กระทบตอระบบงบประมาณแผนดินอยางรุนแรงที่สดเปนประวัติการณ มีความเสียหายเกิดขึ้นในระบบธนาคาร
                                               ุ
และสถาบันการเงินมากที่สดเปนประวัติการณ
                          ุ                 และธนาคารตลอดจนสถาบันการเงินไดถูกตางชาติยดครอง   ึ
ครอบงําเกือบหมดสิ้น นักธุรกิจไทยลมละลาย ตองปดกิจการ และไมสามารถแขงขันไดอีกตอไป เงิน
หมุนเวียนหมดไปจากตลาดขยายตัวลุกลามไปจนถึงชนบท ประชาชน รัฐบาล และประเทศไทย มีรายไดลดลง
ยากจนลง และเกิดความรูสึกวากําลังตกเปนทาสของชาติอนชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที
                                                    ื่

ในสภาพเชนนีปญหาการขายชาติ ปญหาการกอบกูฟนฟูชาติ ปญหาวีรชน และปญหาทรชนจึงเกิดขึน และ
                 ้                                                                                ้
กลายเปนเรื่องที่ทุกฝาย     ทุกพื้นที่ใหความสนใจ  จึงเกิดแรงบันดาลใจใหเขียนเรื่องยาวสักเรื่องหนึ่ง  ที่
สอดคลองกับสภาพการณที่เกิดขึ้น เพื่อเปนบรรณาการทานผูอานหนังสือพิมพผูจดการดังนั้น จึงเห็นวาเรื่อง
                                                                             ั
ยาวที่จะเขียนขึนควรจะตองเปนเรื่องสามกก ในมุมมองทีสอดคลองกับสภาพการณของประเทศไทย เหตุนี้จึง
                   ้                                   ่
ไดใหชื่อเรื่องยาวที่จะเขียนนี้วา "สามกกฉบับคนขายชาติ"
                                 

เหตุผลที่นําเอาเรื่องสามกกมาเขียนเปนเรื่องยาวอีกครั้งหนึ่งเนื่องเพราะเรื่องราวในสามกกนันเปนเรื่องราวใน
                                                                                           ้
ยุคสมัยที่บานเมืองเกิดจลาจลวุนวาย จึงแตกแยกเปนกก เปนเหลา มีการรบราฆาฟนกันรวมรอยป อาณา
ประชาราษฎรไดรับความเดือดรอนทุกหยอมหญา บานเมืองก็เสียหายยอยยับ วีรชนไดกาเนิดขึ้นเปนจํานวน
                                                                                         ํ
มาก ในขณะทีทรชนก็กําเนิดขึ้นเปนจํานวนมากเชนเดียวกัน
               ่

การตอสูกชาติ และการขายชาติเปนของคูกัน และดําเนินไปตลอดในเรื่องราวของสามกก บนวิถีทางแหงการ
            ู
ตอสูของวีรชนกับทรชน ระหวางการตอสูฟนฟูชาติ กับการขายชาติเปนไปอยางดุเดือด สะทอนถึงศาสตรและ
ศิลปในแทบทุกสาขาทีมวลมนุษยพึงเรียนรู และถูกนํามาใชอยางแหลมคม สามกกฉบับคนขายชาติ ทีจะเขียน
                           ่                                                                      ่
ขึ้นนี้ไมไดตั้งใจที่จะเสียดสี กระทบกระเทียบเปรียบเปรยเอากับผูหนึ่งผูใดในบานเมืองขณะนี้ แตถาหากวา
                                                                                                
ตอนใดมีเรื่องราวทีคลายคลึงหรือใกลเคียงกับสถานการณในชวงตางๆ แลว ผูเขียนก็หาไดมีอํานาจสิทธิขาดที่
                       ่
จะไปกีดกั้นความนึกคิดของทานผูอานแตประการใดไม จะคิดอานประการใดก็สดแทแตความนึกคิดของแตละ
                                                                              ุ
ทานเถิด

อันเหตุการณทผานมาไมวาในยุคสามกกหรือในยุคใดลวนอาจหมุนเวียนเปลียนเขามาใหมไดเสมอ เหตุนี้คํา
                ี่                                                     ่
พังเพยที่วา "กงลอแหงประวัตศาสตรยอมหมุนกลับทับรอยเดิม" จึงเปนคําพังเพยที่ถูกนํามากลาวขานอยูเสมอ
                             ิ
ถาเปนเชนนั้นก็พึงพิจารณาแตเพียงวาเหตุการณเกิดขึ้นคลายคลึงกัน แตการที่จะปรับเปรียบมาเทียบเคียงให
เสมอกันยอมไมมีวันทีจะเปนไปได
                       ่

เหตุนี้ในการดําเนินเรื่องจักไมพยายามทีจะดัดแปลงเพื่อใหเรื่องราวกลับกลายเปนเชนปจจุบัน และจักไมเอา
                                       ่
ตัวบุคคลในปจจุบันไปปรับเปรียบเทียบเขากับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งในเรื่องสามกก เพราะหากทําเชนนันก็ไม
                                                                                                ้
ตางอะไรกับการตัดตีนใหเขากับเกือก เพราะนอกจากจะเขากันไมไดแลว มีแตจะเจ็บตัวเปลา

สามกกเปนวรรณคดีมีชื่อเสียงที่แปลจากภาษาจีน      ตั้งแตยุคสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก
มหาราช และเปนตนแบบของการแปลเรื่องจีนมาเปนวรรณคดีไทยอีกหลายเรื่องในกาลตอมา ไมเพียงแตจะ
ถูกแปลเปนภาษาไทยเทานั้น สามกกยังจัดวาเปนหนังสือดีที่สดเลมหนึ่งของโลก ไดถูกแปลเปนภาษาตาง ๆ
                                                          ุ



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                     หนาที่ 2



มากมาย และมียอดพิมพมากที่สดเลมหนึ่งของโลก
                           ุ                                วากันวาจะเปนรองก็แตคัมภีรไบเบิล   และตําราพิชัย
สงครามของซุนหวูเทานั้น

การแปลของแตละภาษายอมเปนธรรมดาที่จะมีสํานวนและโวหารที่ตางกันไป                 โดยทีตนฉบับของจีนนั้นมี
                                                                                        ่
ทวงทํานองหนักหนวงลึกซึ้ง ในขณะทีฉบับแปลของบริวท เทเลอรคอนขางจะตะกุกตะกัก แบบฝรั่ง สวนของ
                                     ่                ิ
ญี่ปุนนั้นอาจจะเปนเพราะสํานวนภาษาคลายกับจีน      ดังนั้นจึงมีลีลาทํานองลึกซึ้งดุจกัน   สวนการแปลเปน
ภาษาไทย อํานวยการแปลโดยบุคคลสําคัญที่มความเชียวชาญอยางสูงทางภาษาในยุคนั้นคือเจาพระยาพระ
                                              ี         ่
คลัง (หน) ดังนั้นสํานวนแปลภาษาไทยจึงกระชับสั้นไดใจความ เปนภาษาความเรียงที่งดงามดวยอรรถะและ
พยัญชนะ มีอปมาอุปไมย ทีสอดคลองกับความรูสึกนึกคิดของคนไทย จนกระทรวงศึกษาธิการ สมัยหนึ่งได
               ุ             ่                  
นําเอาสามกกตอนโจโฉแตกทัพเรือไปเปน แบบเรียนภาษาไทยแตทวาการแปลภาษาไทยนั้น และในยุคสมัย
ที่การเมืองไทยยังไมสงบเรียบรอยดีนัก จึงมีหลายสิ่งหลายอยางที่ขาดหายไป ทั้ง ๆ ที่เปนเรื่องสําคัญ ทั้งนี้
อาจเปนเพราะหากนํามากลาวไวแลวก็อาจกระทบตอการเมืองในยุคนั้น

เหตุนี้ในการดําเนินเรื่อง "สามกกฉบับคนขายชาติ" จักไดถอเอาฉบับแปลของเจาพระยาพระคลัง (หน) เปน
                                                       ื
หลัก แตสวนที่ยังขาดตกอยูก็จะไดนําเอาฉบับแปลอื่น ๆ มาประกอบเพื่อใหเกิดความครบถวนอยางหนึ่ง
                              
เพื่อใหเกิดประกายแหงความคิดและเปนทีตงแหงความเขาใจอันจะเปนประโยชนตอความรับรูและการนําไปใช
                                       ่ ั้
อีกอยางหนึ่ง

นอกจากฉบับแปลแลวยังมีสามกกฉบับพิเศษอีกหลายฉบับยาขอบบรมครูแหงวรรณกรรมไทยก็ไดเขียนสาม
กกขึ้นฉบับหนึ่งเรียกวาฉบับวณิพก หรือฉบับขอทาน    โดยยกเอาตัวบุคคลแตละคนขึ้นมาพรรณนาใน
รายละเอียดดวยภาษาที่งดงามและคมกลา

ในขณะที่บรมครูอีกทานหนึ่งซึงนับถือกันวาเปนปราชญแหงชาติไทย คือหมอมราชวงศคึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ได
                              ่
เขียนสามกกขึนอีกฉบับหนึ่งชือวาสามกกฉบับนายทุน ซึ่งเปนการแสดงทัศนะความชอบธรรมและความไมชอบ
                ้           ่
ธรรม ความดีและความชั่วที่ตรงกันขามกับทัศนะของยาขอบ คือในขณะทียาขอบยกยองเชิดชูเลาปเปนผูทรง
                                                                    ่                         
คุณธรรม และกลาวหาประณามโจโฉเปนกบฏทรยศตอแผนดิน หมอมราชวงศคึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ไดเชิดชูโจ
โฉเปนอัครมหาเสนาบดี ที่ภักดีตอแผนดิน ในขณะที่เลาปเปนนักหลอกลวง หลอกเอาขงเบง มาใชแลวสมคบ
กันใชเลหลิ้นลมลวงจนบานเมืองปนปวนไปทัว
                                           ่

สองทัศนะนี้ขัดแยงกันสิ้นเชิง แตก็เกิดอรรถรสและแงคดที่เปนประโยชน แกผูอานไมตางกัน หลังจากนั้นก็ยัง
                                                    ิ                              
มีผูแตงสามกกออกมาอีกหลายฉบับ เชนฉบับแปลของคุณวรรณไว พัทธโนทัย สามกกฉบับนักบริหาร และที่
กําลังออกอากาศทางวิทยุอยูในขณะนี้ก็ยังมีสามกกฉบับโหราศาสตร นอกจากนี้แลวก็ยงมีฉบับเล็กฉบับนอย
                                                                                     ั
อีกมากมาย ไมเพียงแตจะมีผแตงลักษณะเชนนี้ในประเทศไทยเทานั้น ในประเทศจีนเองหรือในประเทศอืนๆ ก็
                             ู                                                                    ่
ไดนําเอาสามกกไปแบงซอยยอยและแตงขึ้นในแงมุมตางๆ มากมาย

การทั้งนี้เนื่องจากเรื่องราวทีดาเนินไปในสามกกนั้น ไดครอบ คลุมการตางๆ ไวแทบทุกๆ ดาน ไมวาในเรื่อง
                                 ่ ํ                                                                 
คุณธรรม น้ํามิตร พิชยสงคราม การปกครอง การบริหาร การใชคน การทูต การเมือง การทหาร แมกระทั่ง
                         ั
โหราศาสตร นิมิต และลางตางๆ ตลอดจนธรรมเนียมการปกครองแผนดิน การที่สามกกมีเนื้อหาครอบคลุม
เรื่องราวดานตาง ๆ มากมาย เชนนี้ จึงมีผดดแปลงสามกกออกไปเขียนในแงมุมตาง ๆ และยิ่งเขียนในแงมุม
                                               ู ั
ตาง ๆ มากขึ้นเทาใดก็ยิ่งแสดงใหเห็นวาสามกกนั้น ไมวาในแงมุมใดมีความลึกซึ้ง และเปนประโยชนตอ
ผูเกี่ยวของไดทั้งสิ้น มีผูกลาววาใครอานสามกกครบสามครั้งจะเปนคนที่คบไมได คํากลาวนี้ไดสะทอนใหเห็น
อยูในตัวเองวาสามกกเปนเรื่องราวของการใชสติปญญาพลิกแพลงกอปรดวยอุบายเลหกลครบครัน

แตขอที่วาอานสามกกครบสามครั้งแลวจะเปนคนทีคบไมไดนั้น ออกจะเปนการมองปญหาดานเดียว เพราะการ
                                                 ่
คบไดหรือคบไมได ไมไดขึ้นอยูกับการอานสามกกหรือไม หรือวาจะอานสักกี่ครั้ง หากขึ้นอยูกับคนผูนนเอง
                                                                                                     ั้
คนจํานวนหนึ่งแมไมเคยอานสามกกก็ยังปรากฏวาเปนคนที่คบไมไดก็มีใหเห็นอยูถมไป บางคนอานสามกกนับ
สิบครั้งก็ยังคงเปนคนดีมศีลธรรม ก็มีใหเห็นอยูถมไปเหมือนกัน
                        ี

คนเราจะคบกันไดหรือคบกันไมไดขึ้นอยูกับอุปนิสัยใจคอของคนผูนั้นเองวาเปนคนดี เปนมิตรแท หรือเปน
สหายน้ํามิตรทีตายแทนกันไดหรือไม หากเปนคนเลว คนเห็นแกได หรือคนทรยศตอมิตร แมไมไดอานสามกก
              ่
เลย คนเชนนี้กหาควรคบดวยไม
                ็




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 3



ในมงคล 38 บทแรกสุด พระผูมีพระภาคเจาไดตรัสสอนวาการไมคบคนพาลเปนมงคลสูงสุด ซึ่งสามกกมี
                                     
ตัวอยางและเรืองราวมากมายที่แสดงใหเห็นวาคนพาลเปนอยางไร ทีสําคัญไดแสดงใหเห็นถึงลักษณะและการ
               ่                                                    ่
กระทําของคนขายชาติวาทํากันอยางไร เกิดผลอยางไร ทั้งผลที่เกิดขึ้นแกตนเอง แกครอบครัว แกสังคมและ
บานเมือง เรืองวิทยาคมพรอมแลวที่จะบรรณาการทานผูอานหนังสือพิมพผูจัดการดวย "สามกกฉบับคนขาย
                                                          
ชาติ" ซึ่งแมวาจะตระหนักดีวามีภูมิความรูยังไมถึงขนาดนัก แตดวยใจภักดีที่มุงตอบแทนคุณทานผูอานก็จะใช
                                          
ความพยายามอยางเต็มความสามารถ คงมีปญหาขอวิตกอยูประการเดียวที่เรื่องสามกกเปน เรื่องยาว ยอมยาก
                                                           
ที่จะทําใหเกิดความเราใจ ตรึงใจไปไดตลอด ทั้งตองใชเวลานานนับปกวาจะจบ จึงวิตกวาทานผูอานจะเบื่อ
หนายเสียกอน       จึงไดแตหวังวาดวยใจภักดีที่จะสนองคุณทานผูอานอยางหนึ่งดวยวิรยะอุตสาหะแหงตนอีก
                                                                                       ิ
อยางหนึ่ง       จักเปนเครื่องคุมกันและกอใหเกิดความเมตตาจากทานผูอานติดตามและสนับสนุนงานชิ้นนี้ไป
จนกวาจะสําเร็จดังประสงค

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

เคาลางกลียค (ตอนที่ 2)
           ุ

ยุคสมัยของสามกกเกิดขึ้นตั้งแตปพทธศักราช 722 เปนตนมา เปนเวลารวมรอยป เบื้องหนาแตจะเกิดยุคสาม
                                   ุ
กก แผนดินจีนไดเกิดกลียุครบราฆาฟนกันจนแตกออกเปน 7 หัวเมือง ทั้ง 7 หัวเมืองนี้บางครั้งก็ผูกมิตรกัน
บางครั้งก็ทําสงครามกัน สงครามและสันติภาพเกิดขึ้นสลับกันไป ประวัตศาสตรจีนไดเรียกขานยุคนี้วาเปนยุค
                                                                      ิ
"เลียดกก" รายละเอียดมีปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่องเลียดกกซึ่งแปลมาจากพงศาวดารเลียดกกของจีนนันแลว  ้
จนถึงสมัยหนึ่งแควนจิ๋นมีเจาผูปกครองชื่อวา "จิ๋นออง" ไดรวบรวมหัวเมืองทั้ง 7 เขาเปนแผนดินเดียวกัน
                               
สถาปนาราชวงศจิ๋นขึ้นปกครองแผนดินจีนแตนั้นมา

ชื่อประเทศที่ถกรวมเขาเปนหนึ่ง จึงถูกเรียกตามชื่อของแควนจิ๋นวาเปน"ประเทศจีน" ตั้งแตบัดนั้นเปนตนมา จิ๋
               ู
นอองเปนผูใฝอํานาจ เห็นวาคําวา "ออง" ยังเปนคําต่ําเสมอเจาเมืองธรรมดา ไมสมกับความชอบของพระองค
ที่สามารถรวบ รวมแควนทั้งปวงเขาเปนแผนดินเดียวกันได จึงใหขุนนางทังปวงคิดสรรหาสมญานามใหสมกับ
                                                                           ้
ความชอบของพระองค

เปนธรรมเนียมของขุนนางทุกยุค ทุกสมัยทีมักประจบผูมีอานาจบรรดาขุนนางในยุคนั้นจึงไดคิดคนสมญานาม
                                              ่          ํ
สําหรับจิ๋น อองวา "ฮองเต" ซึ่งหมายถึงความเปนใหญใน 5 ทวีป หรือความยิ่งใหญเหนือแผนดิน ภูเขา แมน้ํา
ความดี และความชั่ว ซึ่งสมญานามนี้เปนที่ตองพระทัยยิ่งนัก ดังนั้น จิ๋นอองจึงไดสถาปนาพระนามาภิไธย ของ
                                            
พระองควา "จินซีฮองเต" ความใฝในอํานาจ และความคิดที่จะเปนใหญในจักรวาลเปนแรงวิรยานุภาพภายใน
                ๋                                                                       ิ
ตัวของจิ๋นซีฮองเต ประกอบกับเปนคนรูจักใชคน ดังนั้น คนดีมีฝมือในแผนดินจํานวนมากจึงอาสาเขามารับใช
ชาติ แผนดินจีนยุคนั้นจึงยิ่งใหญเกรียงไกร

แตกระนั้นความยิ่งใหญที่มีอยูก็ไมสามารถยับยังความแกเอาไวได เมื่ออายุลวงวัยมากเขา จิ๋นซีฮองเตก็เกิด
                                               ้
ความคิดกลัวตาย แตไมอยากตาย ดังนั้น จึงไดพยายามแสวงหายาอายุวฒนะ เมื่อความอยากเกิดขึ้น ความโง
                                                                       ั
ก็ไดเขาครอบงํา พวกแพทยหลวงและแพทยบานตลอดจนนักพรต ตางไดอาสาทํายาอายุวัฒนะ แตในทีสุดก็           ่
ไมประสบผลสําเร็จ ความแกยงคงเขาครอบงําจักรพรรดิผูยิ่งใหญอยางไมหยุดยั้ง ทําใหพระองครสึกวาวันเวลา
                               ั                                                             ู
แหงความตายไดเยื้องกรายเขามาเยือน พระองคใกลเขามาทุกที ในที่สดทรงตั้งรางวัลเปนจํานวนมหาศาล
                                                                         ุ
ใหแกใครก็ตามที่สามารถแสวงหายาอายุวฒนะมาถวายได
                                          ั

รางวัลจํานวนมหาศาลยอมจูงใจคน ยอมสามารถทําใหคนแกรง กลาไมกลัวผี ไมกลัวฟา ไมกลัวดิน ไมกลัว
บาป และไมกลัวตาย ดังนั้น จึงมีพวกหมอกลุมหนึ่งเห็นวา ขืนอยูไปก็อาจเสี่ยงภัยตอการถูกประหาร จึงอาสา
เดินทางทางเรือไปทางดานตะวันออก เพื่อแสวงหายาอายุวัฒนะ หลังจากเดินทางไปแลวก็ไมกลับมาอีกเลย
กลาวกันวาคณะเดินทางแสวงหายาอายุวฒนะกลุมนี้คือกลุมบรรพบุรุษกลุมแรกของชนชาติญี่ปุน
                                         ั                                                       เหตุที่ไม
ยอมรับวาความตายจะมาถึง จินซีฮองเตจึงไมได
                              ๋                  เตรียมการใด ๆ เพื่อรับมือกับเหตุการณหลังการตายของ
พระองค ดังนันเมื่อความตายมาถึงกลียคจึงเกิดขึ้นในบานเมือง หลี่ซือ ขุนนางผูมีความชอบตอแผนดินและ
                 ้                     ุ
ดํารงตําแหนงอัครมหาเสนาบดีถูกขันทีใชอํานาจของยุวกษัตริยประหารอยางโหด ราย นอกจากนั้นขุนนางผู
ภักดีตอแผนดินก็ถูกบีบคั้นและสังหารอยางโหดรายทารุณ ในที่สดยุวกษัตริยผูเปนรัชทายาทของจิ๋นซีฮองเตก็
                                                              ุ
ถูกขันทีสังหารแผนดินอันยิ่งใหญก็ไมสามารถรักษาไวได แมเลือดเนื้อเชื้อไขก็ตองถูกสังหารอยางโหดราย นี่
เปนเพียงตัวอยางหนึ่งของความประมาทที่อยาวาแตปถุชนคนธรรมดาสามัญเลย ตอใหเปนฮองเต มีอํานาจ
                                                  ุ
วาสนาทรัพยสงศฤงคารสักเพียงไหน หากตกอยูในความประมาทแลว ทุกสิงก็จะสูญสิ้นไป
              ิ่                                                         ่




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 4



หลังจากสังหารยุวกษัตริยแลว ขันทีก็ตั้งตนเปนใหญ ใชอํานาจ หยาบชาตออาณาประชาราษฎร จนบานเมือง
เกิดจลาจลขึ้น สมัยนั้นขุนศึกตางๆ ไดยกกองทัพเขาเมืองหลวง ดานหนึ่งอางวาเพื่อฟนฟูพระราชวงศ ชูธง
แหงความจงรักภักดีขึ้นเปนทีรวมใจของขุน นางและอาณาประชาราษฎร ในขณะที่อีกดานหนึ่งมีวาระซอนเรน
                            ่
อยูในใจที่จะยึดอํานาจแผนดินเสียเอง

การรบราฆาฟนเกิดขึ้นอยางกวางขวาง การจลาจลขยายตัวลุกลามไปทั้งแผนดิน กลายเปนสงครามกลางเมือง
ขึ้นมาอีก ครั้งหนึ่งสมัยนั้นมีผตั้งตนเปนผูกชาติหลายกลุม หลายเหลา แตหลังจากสงครามผานไปนานวันเขา
                               ู            ู
บางกลุมก็สูญสลายไป         บางกลุมก็ไปรวมกับอีกกลุมหนึ่ง   ในทีสุดเหลืออยูเพียงสองกลุม
                                                                   ่                            กลุมแรกนํา
โดยฌอปาออง กลุมที่สองนําโดยเลาปง หรือที่เรียกวาฮั่นออง ทั้งสองกลุมนี้ทําสงครามแยงชิงเมืองหลวงกัน
เปนเวลายาวนาน เปดสงครามตอกันถึง 7 ครั้ง และทั้ง 7 ครังนี้ฮั่นอองหรือ เลาปงเปนฝายพายแพ
                                                             ้

แตเนื่องดวยเลาปงเปนคนมีความเพียรพยายาม มีจิตใจตอสูและทรหดอดทน ทั้งพยายามแสวงหาคนดีมฝมือ
                                                                                                  ี
มารวมงาน ในที่สด เลาปงก็ไดขุนนางสองคนมาทําการดวย นั่นคือ "ฮั่นสิน" ซึ่งเปนผูเชี่ยวชาญจัดจานทาง
                   ุ
การทหาร และ "เตียวเหลียง" ซึ่งเปนผูเชี่ยวชาญ จัดจานทางพิชัยสงครามและการปกครอง

ในสงครามครั้งสุดทาย ฮั่นอองเปนฝายไดรับชัยชนะ โดยฌอปาอองแตกทัพไปติดอยูริมน้า และฆาตัวตายใน
                                                                                ํ
ที่สด
    ุ       กอนพายแพฌอปาอองไดเผาเมืองหลวงทีใหญโตอัครฐานจนหมดสิ้น
                                                   ่                           กลาวกันวาเพลิงไหม
พระบรมมหาราชวัง ติดตอกันเปนเวลาถึง 7 วัน 7 คืน ฮันอองหรือเลาปงไดรับชัยชนะแลว จึงไดสถาปนา
                                                      ่
ราชวงศฮั่นขึ้น เหลาขุนนางไดถวายพระสมัญญาแกพระองคทานวา "พระเจาฮั่นโกโจ" จัดเปนปฐมกษัตริย
แหงราชวงศฮั่น

สงครามและสันติภาพเกิดขึ้นสลับกันไปเชนนี้ เจาพระยา พระคลัง (หน) จึงกลาวไวในสามกกดวยโวหารวา
"เดิมแผนดินเมืองจีน ทั้งปวงนันเปนสุขมาชานานแลวก็เปนศึก ครั้นศึกสงบแลวก็เปนสุข"
                              ้

พระเจาฮั่นโกโจและพระราชวงศไดครองราชยสมบัติตอ ๆ มา ถึง 12 องค ขุนนางชื่อ "อองมัง" จึงชิงราช
สมบัตตั้งตนขึ้นเปนเจาครองแผนดินอยูถึง 18 ป ก็มีเชื้อพระวงศของพระเจาฮั่นโกโจชื่อ "ฮั่นกองบู" ชิงราช
      ิ
สมบัติกลับคืนได เสวยราชยสบเชื้อพระวงศตอมาอีก 12 องค จึงเปนอันสิ้นสุดราชวงศฮั่น
                            ื              

ฮองเตองคที่สามกอนสิ้นราชวงศฮั่นทรงพระนามวา "ฮั่นเต" คงจะเปนหมัน จึงไมมีพระราชบุตรสืบสันตติวงศ
แตแทนที่จะยกเอาเชื้อพระวงศผูมสติปญญาคนหนึ่งคนใดขึนเปนมหาอุปราช
                                 ี                       ้                  เพื่อเตรียมสืบราชวงศตอไป
กลับไป ขอลูกชาวบานมาเลียง ตั้งเปนพระราชบุตร แลวโปรดใหขันทีเลี้ยงดูมาแตนอย ตอมาทรงสถาปนาเปน
                            ้
ที่รชทายาท ดังนั้นเลนเต จึงไมใชเชื้อพระราชวงศฮั่น เปนลูกกาฝาก หาก จะกลาวถึงทีสุดแลวก็ยอมกลาวได
    ั                                                                               ่
วา ราชวงศฮนไดหมดสิ้นไปตั้งแตยุคสมัยของพระเจาฮั่นเตแลว ราชบัลลังกหลังจากนั้นตกไดแกคนแซอื่น
               ั่
การกระทําผิดธรรมเนียมประเพณีในการปกครองแผนดินของ ฮั่นเต คือเหตุสําคัญทีทําใหราชวงศฮั่นดับสูญ
                                                                                  ่
และราชบัลลังกตกเปนสิทธิแกคนอื่น นี่คือทัณฑจากสวรรคของการทีทําผิดธรรมเนียม ประเพณี ถาจะกลาว
                                                                   ่
โดยสํานวนไทยก็กลาวไดวาเปนความผิดของ "คนที่เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขามาอม"

เลนเตลูกชาวบาน เมื่อไดดิบไดดีเปนรัชทายาทก็ถือตัววาเปนเชื้อพระวงศฮั่นไปดวย ครั้นไดเสวยราชยทรง
พระนามวา "พระเจาเลนเต"แตสันดานชาติเชื้อที่มิใชเผาวงศกษัตริย และอัธยาศัยทีถูกสรางสม มาจากการ
                                                                                  ่
เลี้ยงดูของขันทียังคงติดตัวมาจึงกําเริบขึ้น สามกกไดกลาวความประพฤติของพระเจาเลนเตวา "มิไดตงอยูใน
                                                                                                 ั้
โบราณราชประเพณี แลมิไดคบหาคนสัตยธรรม เชื่อถือแตคนอันเปนอาสัตย ประพฤติแตตามอําเภอใจแหง
พระองค เสียราชประเพณีไป"

เมื่อ เลนเต เสวยราชยแลว ไดอาศัยขุนนางผูใหญสองคนคอย ค้ําจุนราชบัลลังก คนหนึ่งชื่อเตาบูเปนแมทัพ
ใหญ อีกคนหนึงชื่อ ตันผวน เปนราชครู สองขุนนางเฒารับราชการในราชวงศฮั่นมาถึงสองแผนดิน เห็นความ
               ่
วิปริตผันแปรในบานเมืองที่ทําใหขุนนางขาราชการแลราษฎรตองเดือดรอนหนักวา เกิดจากขันทีเปนเหตุ จึง
วางแผนรวมกันเพื่อจะสังหารกลุมขันทีชั่วเสีย แตแผนการรัวไหล เสียกอน ดังนั้น ทั้งแมทัพใหญเตาบูและ
                                                        ่
ราชครูตันผวนพรอมดวยครอบครัวและบริวารจึงกลับเปนฝายถูกกลุมขันทีชว สังหารอยางโหดรายและทารุณ
                                                                     ั่
แตนั้นมากลุมขันทียิ่งกําเริบเสิบสานมากขึ้น เหลาขุนนางขาราชการมีความเกรงกลัวอิทธิพลของกลุมขันทีชั่ว
            
เปนอันมาก

ครั้นพระเจาเลนเตเสวยราชยไดสิบสองป ตรงกับพุทธศักราช 722 เดือนสี่ขึ้นสิบหาค่ํา แตสามกกฉบับสมบูรณ
ระบุวาเปนป พุทธศักราช 710 พระเจาเลนเตประทับ ณ พระที่นั่งอุนตกเตี้ยน เวลาเที่ยงเกิดอาเพศใหญขน ใน
                                                                                                   ึ้



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                    หนาที่ 5



บานเมือง เปนสัญญาณจากสวรรค ที่บงบอกวา แผนดินเกิดกลียุค ณ เวลานั้นเพลาเที่ยงเกิดลมพายุหนัก มีงูสี
เขียวตัวใหญตกลง มาพันอยูที่เทาพระเกาอี้ พระเจาเลนเตตกพระทัย กระทั่งสิ้นพระสติ พักหนึ่งงูใหญ ก็
หายไปแลวเกิดฟารองฝนตกหาใหญ ลูกเห็บขนาดใหญตกบานเรือนราษฎรพังทลาย พระตําหนักถูกพายุ
ลูกเห็บพัดพังหลายตําหนัก จนถึงเที่ยงคืนฝนจึงหยุด หลังจากนั้นอีก 4 ป ณ เดือนยี่ เมืองลกเอี๋ยง ซึ่งเปน
เมืองหลวงเกิดแผนดินไหว น้าทะเลเกิดคลื่นใหญทวมบานเมือง และบานเรือนราษฎรถูกน้าพัดพา หายไปเปน
                           ํ                                                      ํ
จํานวนมาก ไกตัวเมียขันไดกลายเปนไกตัวผู

ถัดมาในเดือน 6 ขึ้นค่ําหนึ่งเกิดควันเพลิงพุงขึ้นไปสูง 20 วา แลวพุงเขาไปในพระที่นั่งอุนตกเตี้ยน รุงเดือน 7
                                                                                         
เกิดรัศมีรุงตกในพระบรมมหาราชวัง ภูเขารันซัวแตกทลายลงนิมิตเหลานี้ ถาวาตามหลักนิมิตลางของไทย ก็
กลาวไดวา เปน ทั้งอุบาทวพระอินทรและอุบาทวพระยมเกิดขึ้นตอเนื่องกันไป เปนลางรายของแผนดินวาจะ
เกิดกลียุค นิมตและลางรายนีเคยปรากฏใหเห็น กอนสิ้นแผนดินกรุงศรีอยุธยาหลายประการ เชนมีฟาผาลงตรง
                ิ              ้                                                                   
ระเบียงพระบรมมหาราชวัง และไฟไหมลุกลามไปหลายแหง, ฝูงอีกาจับกลุมกันจิกตีจนบาดเจ็บลมตาย, หลวง
พอมงคลบพิตรมีน้ําพระเนตรไหล, อีกาใหญบินเอาอกเขาเสียบกับตรีศลพระบรมมหาราชวัง, น้ําในแมน้ําเปนสี
                                                                      ู
แดงดังเลือด, เสียงใบไมเหมือนเสียงคนร่ําไหระงมเมือง, ไกตัวเมียขันไดกลายเปนตัวผู ดาวจระเขดวงที่เปน
ตําแหนงของพระมหากษัตริยสีแดงเศราหมอง และริบหรีคลายกับจะดับสูญ
                                                       ่

นิมิตและลางลักษณะนี้ถือวา เปนนิมิตและลางรายที่จะเกิดกลียุคขึ้นในบานเมืองนับเปนอาเพศที่มผลกระทบ
                                                                                            ี
ตอบานเมือง กระทบตอผูมีอานาจปกครองบานเมืองและราษฎรเปนสวนรวม อาเพศอันเกิดจากนิมิตและลาง
                              ํ
แมเปนสิ่งที่ไรศาสตรใดไป พิสจนวาเกิดขึ้นไดอยางไร แตความเชื่อของคนหลายชาติ หลายภาษาสืบทอดมา
                                ู
นับพันป ยังคงเหนียวแนนแมกระทั่งในบานเมืองของเราในทุกวันนี้อา! เคาลางแหงกลียุคไดปกคลุมเหนือ
แผนดินจีนอีกครั้งหนึ่งแลว

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ยุคขันทีกินเมือง (ตอนที่ 3)

นิมิตและลางจากสวรรคที่เกิดขึนอยางตอเนื่อง ไดกอใหเกิดความประหวั่นพรั่นพรึงในหมูอาณาประชาราษฎร
                                  ้                                                           
พระเจาเลนเตเองก็ทรงสังเกตเห็นปรากฏการณที่ผดปกติ จึงทรงตรัสถามขึ้นในที่ประชุมเหลาขุนนางวา "นิมิต
                                                    ิ
วิปริตดั่งนี้จะดีรายประการใด" ปรากฏวาไมมีใครยอมตอบวา "นิมิตวิปริต" นั้น วาจะดีรายและหมายความวา
                                                                                           
ประการใด เหลาขุนนางตางนิงเงียบเปนเปาสาก และอาการนิ่งเงียบเปนเปาสากของเหลาขุนนางนี้ควรจะตอง
                                ่
ถือวาเปน "นิมิตวิปริต" ที่เกิดขึ้นในราชสํานัก เชนเดียวกับ "นิมิตวิปริต" ที่เกิดขึ้นแตธรรมชาติ เพราะเหลาขุน
นางทั้งปวงนั้นยอมมีวิสยที่ชอบเพ็ดทูล และมักจะแขงแยงกันเพ็ดทูลเพื่อหาความดีความชอบ และเพื่อแสดง
                         ั
ภูมิรูแหงตนใหเปนที่ประจักษ

หลังพระเจาเลนเตเสด็จขึ้นแลว ก็มีขุนนางชื่อ "ยีหลง" ทําหนังสือลับกราบทูลพระเจาเลนเตวา "เหตุทงปวงนี้
                                                                                                 ั้
เพราะขันทีประพฤติลวงพระราชอาญา         จึงเกิดนิมิตใหพระองคปรากฏ"    การทียีหลงตองทําเปนหนังสือลับ
                                                                             ่
ประกอบกับอาการเงียบเปนเปาสากของเหลาขุนนางนั้น เปนอาการที่บงบอกวาคนรอบขางของพระเจาเลนเต
ซึ่งก็คือขันทีประพฤติลวงพระราชอาญา "คิดกันกระทําการหยาบชาตางๆ" และควบคุมราชสํานักไวไดโดย
สิ้นเชิง และเปนที่รูกันโดยทั่วไป

ในเหลาขุนนางอันขันทีนั้น คือคนใชของพระเจาแผนดิน หากยามใดที่พระเจาแผนดินเขมแข็ง ขันทีก็มีฐานะ
เปนคนรับใช แตยามใดที่พระเจาแผนดินออนแอเหลวไหล ขันทีก็จะมีฐานะเปนคนใชพระเจาแผนดิน คือใชให
พระเจาแผนดินทําอะไรไดตามใจชอบ ขันทีนนไมใชกะเทยเหมือนกับที่เห็นในภาพยนตร แตเปนชาย ซึงถูก
                                           ั้                                                       ่
ตัดองคชาติไมใหสืบเผาพันธุ    และสิ้นความรูสึกทางเพศอยางสิ้นเชิง
                                                                       เหตุทั้งนี้เนื่องจากขันทีสามารถ
เขานอกออกในไดทั้งฝายหนาและฝายใน โดยที่ฝายในนั้นเต็มไปดวยพระสนม นางกํานัล เหตุนี้เพื่อปองกัน
                                                
ไมใหขันทียุงเกี่ยวในทางเพศกับพระสนม นางกํานัล จึง มีกฎใหตองตัดองคชาติของขันทีเสียกอนจึงจะรับเขา
บรรจุในตําแหนงขันทีได

เหตุที่มผยอมถูกตัดองคชาติเพื่อรับราชการเปนขันทีก็เพราะขันทีนั้นอยูใกลชิดพระเจาแผนดิน
        ี ู                                                                             ซึ่งเปนศูนย
แหงอํานาจรัฐ เปนบอเกิดแหงอํานาจวาสนา ทรัพยสมบัติและหนาตา ดังนั้น จึงมีพอแมของคนจํานวนมากเอา
ลูกชายไปขายเปนขันทีเพื่อหวังลาภยศในเบื้องหนา ชายจํานวนมากก็ยอมตัวถูกตัดองคชาติเปนขันที เพื่อหวัง
อํานาจวาสนาอยางหนึ่ง และหวังรายไดไปสงเสียใหกับครอบ ครัวอีกอยางหนึ่ง




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 6



แตคนเรานั้นมีปกติติดยึดอยูในเรื่องกิน กาม เกียรติ ดังนั้นเมื่อตัดความตองการหรือความสามารถในเรื่องกาม
                           
ออกไปเสียแลว ความติดยึดในเรื่องกินและเกียรติ ซึ่งก็คอเรื่องของอํานาจและวาสนาก็ยิ่งมีมากขึ้นผิดคน
                                                              ื
ธรรมดา ดวยเหตุนี้ขันทีทั้งปวงจึงเปนคนทีมความตองการในเรื่องอํานาจ วาสนามากเปนพิเศษผิดวิสยมนุษย
                                          ่ ี                                                      ั
ทั่วไป จนอาจกลาวไดวาเปนคนวิปริตจําพวกหนึ่งที่พรอมจะทําทุกสิ่งทุกอยางเพื่อใหไดมาซึ่งอํานาจวาสนา

มองในแงนี้ก็จะเห็นไดชัดวา การที่พระเจาแผนดินหรือฮองเต มีชีวิตอยูทามกลางฝูงคนวิปริตเหลานี้ จะมีความ
                                                                         
เปนปกติเหมือนมนุษยทวไปยอมไมได ยอมมีสิ่งวิปริตผิดปกติอาบเอิบพระองคอยูเปนเนืองนิจ เพื่อแสวงหา
                        ั่
ความดีในหนาที่ และความชอบในทางสวนตัว ขันทีจึงพรอมที่จะทําทุกอยางเพื่อฮองเต และยอมใหฮองเตทํา 
ทุกอยางเพื่อความพึงพอใจสูงสุด

ดังนั้นขาวคราววิปริตในทางเพศ             จึงคลาคล่ําอยูในราชสํานักของจีนตลอดระยะเวลาอันยาวนานของ
                                                        
ประวัตศาสตร เพราะฮองเตมีเมียมาก ก็ยอมมีลูกมากตามไปดวย ลูกของฮองเตจะถูกเลียงดูโดยขันที หรือพระ
       ิ                                                                            ้
สนมนางกํานัล ลูกคนใดถูกเลียงดูโดยขันที ก็จะถูกกลอมเกลาอุปนิสยใจคอใหวิปริตแปรปรวน ไปดวย ลูกคน
                            ้                                      ั
ใดถูกเลียงดูโดยพระสนมนางกํานัล ก็จะถูกกลอมเกลาอุปนิสัยใจคอใหเอนเอียงไปในทางของอิสตรีมากกวา
          ้
ปกติ ซึ่งไมวาจะเปนไปในทางใด ลูกของฮองเตซึ่งคนหนึงยอมเปนรัชทายาทก็ตองมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไป
                                                          ่
ในทางวิปริตผิดปกติ จะมียกเวนบางก็แตเพียงบางคนเทานั้น ที่ไดรับการเลียงดูอยางดีโดยวิธีเลี้ยงดูของ
                                                                        ้
มนุษยทวไป  ั่

ดังนั้น ฮองเตของจีนจํานวนมากจึงเปนคนจําพวกวิปริตผิดปกติ จะมียกเวนอยูบางที่เปนพระเจาแผนดินที่
เขมแข็งเกรียงไกร เหตุนี้อายุรัชกาลของแทบทุกราชวงศในเมืองจีนจึงมักไมคอยยืนยาว พระเจาเลนเตเองก็
ถูกเลี้ยงโดยขันที ดังนั้นเมื่อครองราชยแลว จึงทรงยกยองขันทีคนหนึ่งชื่อ "เตียวเหยียง" เปนบิดาบุญธรรม
และเพราะเหตุที่ถูกเลี้ยงดูโดยขันที ดังนั้น จึงมีความใกลชิดสนิทสนมไวเนื้อเชื่อใจขันทีเปนพิเศษ มีความ
เคารพยําเกรงขันทีเปนพิเศษ

ขันทีที่มความใกลชิดสนิทสนมในลักษณะเชนนี้ มีอยูสิบคน ซึ่งสามกกเรียกวา "สิบขันที" คือเทาเจียด, เตียว
         ี
ตง, เตียวเหยียง, ฮองสี, ตวนกุย, เหาลํา, เกียนสิด, เหหุย, กกเสง และเชียกง ในจํานวนขันทีสิบคนนี้ไดยก
ยองใหเทาเจียดเปนหัวหนา ในขณะที่เตียวเหยียงเปนคนทีพระเจาเลนเตเคารพและยําเกรงเปนพิเศษ ในฐานะ
                                                         ่
ที่ทรงยกยองเปนบิดาบุญธรรม

ความจริงชื่อของบุคคลในสามกกมีเปนจํานวนมาก ไมมีความจําเปนที่จะตองจดตองจํา แตการจะไมกลาวถึง
ชื่อขันทีทั้งสิบคนเห็นจะไมได เพราะเปนตัวละครสําคัญที่เปนตนตอทําใหแผนดินเกิดจลาจลวุนวาย แลวแตก
เปนสามกก ทั้งเปนตัวละครที่กอปญหาวุนวายถึงสองรัชกาล ขันทีทั้งสิบคนไดรวมคิด รวมมือกันครอบงํา
อํานาจบริหารของพระเจาเลนเต อยางสินเชิง กิจการภายในราชสํานักทั้งปวงขึ้นอยู กับความคิดความเห็นของ
                                       ้
ขันทีทั้งสิบคน จึงเปนเหตุใหเหลาขุนนางทั้งปวง เกรงกลัวไมกลากระทําการ หรือเพ็ดทูลสิ่งใดใหเปนทีขัดใจ
                                                                                                   ่
ของขันที

ขุนนางคนใดแสดงอาการใหเห็นวาไมเปนพวก ไมเคารพ หรือ ไมยําเกรง ก็จะถูกสิบขันทีแกลงเพ็ดทูลใหพระ
เจาเลนเตถอดออกจากตําแหนง หรือโยกยายไปทําราชการในถิ่นทุรกันดาร หรืออาจถูกเพ็ดทูลใหลงโทษ
ประหาร หนังสือราชการที่หวเมืองตาง ๆ รายงานเขามายังราชสํานักจะถูกกลั่นกรองโดยขันทีเสียชั้นหนึงกอน
                         ั                                                                    ่
หนังสือออกจากราชสํานักรวมถึงพระบรมราชโองการตางๆ ก็เกิดขึ้นจากความคิดความเห็นของ ขันที จัดทํา
โดยเหลาขันที และจัดสงไปยังหัวเมืองตางๆ โดยคนของขันที เปนหนทางใหลูกนองของขันทีไดคาน้ํารอนน้ํา
                                                                                         
ชาอีกทางหนึ่ง

อํานาจวาสนามีถึงเพียงนี้แลวก็ยังไมเปนที่พึงใจ ความหิวกระหายในอํานาจวาสนายิ่งทวีขึ้นอยางไมหยุดยั้ง
กลายเปนวาอํานาจวาสนาที่มมากขึ้นโดยลําดับนั้นไมตางกับฟนทีสุมทับเขาไปในกองไฟก็ยิ่งทําใหกองไฟลุก
                            ี                                ่
โชติชวงมากขึน ตองการฟนมากขึ้น ยิ่งเติมฟนเขาไปอีก กองไฟก็ยิ่งใหญขึ้น โชติชวงมากขึ้น อุปมาฉันใด
             ้                                                                
อุปไมยก็ฉันนั้น

ความหิวกระหายในอํานาจของขันทีไดทําใหราษฎรเกิดความเดือดรอนทุกหยอมหญา เหลาขุนนางทั้งในเมือง
หลวงและในหัวเมืองตางตองเดือดรอน และตองตกอยูภายใตอํานาจของขันที การแตงตั้งเจาเมืองไปครอง
                                                      
เมืองตาง ๆ ขันทีก็จะเรียกเอาสิน บนทุกเมืองไป คนใดไมยอมใหสินบนแกขันทีก็จะถูกกลั่นแกลง ใน ชั้นตน
อาจจะแกลงไมใหไดรับแตงตั้ง หากขัดขวางในชั้นนี้ไมได ในภายหลังก็จะกลั่นแกลงเพ็ดทูลเอาเปนโทษ ซึ่ง
อาจจะเปนโทษปลดออกจากราชการ หรือโทษถึงลงพระราชอาญา หากขอหาหนักก็ตองถูกประหาร เจาเมือง



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                     หนาที่ 7



คนใดยอมอยูในอํานาจ ขันทีก็จะจัดสงคนไปเรียกเก็บสวยทุกป และจํานวนสวยก็จะเพิมขึ้นทุกปดุจกัน เจา
                                                                                   ่
เมืองบางคนในระยะแรกสามารถทนกับระบบสวยได แตนานไปทนแรงสวย ไมไหวก็ตองลาออก เพราะขืนทน
รับราชการตอไปก็ตองถูกปลด ถูกถอด หรือตองโทษ คาภาษีตางๆ ที่หัวเมืองจัดเก็บสงเขาเมืองหลวง
ตามปกติก็ถูกขันที ชักสวนแบงตั้งแตรอยละ 10 หนักเขาก็ชักสวนแบงถึงรอยละ 50 ทําใหรายไดของแผนดิน
ไมพอเพียงกับรายจาย เปนเหตุใหพระเจาเลนเตตองขึ้นภาษีเอากับราษฎรบอยครั้ง

จึงกลาวไดวาราษฎรในยุคสมัยของพระเจาเลนเตถูกขูดรีดภาษีหนักที่สด ดานหนึ่งหนักเพราะการฉอราษฎรบัง
                                                                 ุ
หลวงของเหลาขันทีและขุนนางที่เปนพวก       ดานหนึ่งหนักเพราะรายจายเพิ่มมากขึ้นเพื่อบํารุงบําเรอความสุข
และเพื่อจัดสวนแบงใหแกขันทีและขุนนาง วากันวางบประมาณแผนดินในสมัยพระเจาเลนเตรั่วไหลไปกวารอย
ละ 30 เทาๆ กับตัวเลขการรัวไหลของงบประมาณแผนดินของรัฐบาลไทยในบางยุค
                           ่

เมื่อขุนนางขาราชการทั้งในเมืองหลวงและหัวเมืองตองจายเงินคาสวยสินบน               และมีความรั่วไหลเกิดขึ้นใน
งบประมาณแผนดินมากมาย เชนนี้ ราษฎรก็ถูกรีดนาทาเรนหนักขึ้นทุกวัน                 ราษฎรกลายเปนคนยากจนและ
ยากไร ไมมีททากิน และไมมีกน จนตองปลนชิงวิ่งราวกันทั่วทั้งแผนดิน
              ี่ ํ            ิ

หนักเขาขาราชการทั้งในเมืองหลวง และในหัวเมืองตางประพฤติตนเปนโจร ปลนชิงวิ่งราวเสียเองอยางหนึ่ง
เลี้ยงโจรใหปลน ชิงวิ่งราวมาแบงกันอยางหนึ่ง คาของหนีภาษี คาของเถื่อนอยางหนึ่ง และเอาที่หลวง เอา
ประโยชนของหลวงไปทํามาหากิน ไปแสวงหาประโยชนอกอยางหนึ่ง คดีความทั้งปวงก็ตัดสินไปตามน้ําหนัก
                                                        ี
ของเงินสินบน ขาวถูกกลับเปนดํา ดําถูกกลับเปนขาว ความเดือดรอนจลาจลจึงเกิดขึ้นทังแผนดิน โดยที่ไมมี
                                                                                    ้
ใครกลาพูด กลากราบทูล พระเจาเลนเตเห็นหนังสือลับของยีหลงแลว ก็ทอดพระทัย มิได ตรัสประการใด แต
ขันทีทราบความเขาก็ผูกอาฆาตยีหลง เพราะเห็นวาเปนการกราบทูลที่จะทําใหพวกตนเสียหาย และแสรง
เพ็ดทูลเสียใหมวา กรณี ทั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากฉลองพระองคเกา เพราะทรงมานาน ดังนัน เพื่อความเปนสิริ
                                                                                      ้
มงคลของประเทศและราษฎรจึงตองเปลี่ยนฉลองพระองคใหม พระเจาเลนเต ก็กระทําตามคําแนะนํานั้น

หลังเหตุการณนี้แลวสิบขันทีไดกราบทูลยุยงฮองเตใหปลดยีหลงออกจากราชการไปทําไรไถนา ณ ภูมลําเนา     ิ
เดิม สิบขันทียงมีอํานาจวาสนามากขึ้นเทาใด ก็ยิ่งกําเริบเสิบสานมากขึ้น ในทีสุดไดกราบทูลใหพระเจาเลนเต
               ิ่                                                          ่
แตงตั้งตัวเองเปน "เซียงสี" หรือเปน"องคมนตรี" ทําหนาที่ใหคําปรึกษาราชการแผน ดินหรือนัยหนึ่งก็คอ "คน
                                                                                                   ื
ใชฮองเต" แตบางแหงแปลโดยความหมายวาเปนตําแหนงหนาทีผสําเร็จราชการแผนดิน
                                                                ่ ู

การที่ขันทีสามารถเวียนวายดํารงอยูในอํานาจทามกลางความขัดแยงและผลประโยชนในราชสํานักไดอยาง
ยาวนาน แมถงขนาดมีบทบาท ครอบงําอํานาจรัฐของฮองเตนั้น มิใชดวยเหตุบังเอิญหรือโชคชวย หากเกิด
               ึ
จากขันทีมสุดยอดวิชาประจําอาชีพของตนอยูถึงหาวิชา
           ี                                           ซึ่งคนปกติทั่วไปไมมีวนที่จะร่ําเรียนสุดยอดวิชา
                                                                              ั
เหลานั้นไดอยางครบครัน

หาสุดยอดวิชาขันทีเปนไฉน? หาสุดยอดวิชาขันทีไดแก วิชาวาดวยการพินอบพิเทาและสรางความพอใจสูงสุด
อยางหนึ่ง วิชาวาดวยการสรางความแตกแยกเพื่อแสวงประโยชนหรือเอาตัวรอดอยางหนึ่ง วิชาวาดวยการฆา
คนซึ่งมีกระบวนทาสุดยอดคือการใชวาจาเปนอาวุธสังหารผูคนอยางหนึ่ง วิชาวาดวยการเรียกรับสินบนอยาง
                                                         
หนึ่ง และวิชาวาดวยการติดสินบนซื้อน้ําใจคนอีกอยางหนึ่ง

รายละเอียดแหงสุดยอดวิชาทังหานี้ มิใชเรืองในสามกกแตมีใหเห็นการใชวิชาขันทีปรากฏอยูในสามกกอยาง
                                  ้        ่
ลึกซึ้ง จึงกลาวถึงเรื่องนี้ไวแตเพียงนี้

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

โจรโพกผาเหลือง (ตอนที่ 4)

สามกกทุกฉบับที่มีมาในโลกลวนเรียกกลุมโจรโพกผาเหลือง วาเปน "โจร" ทั้งสิ้น ซึ่งเปนการชวยกันเหยียบ
ย่ําซ้ําเติมและทําใหความจริงผันแปรไปจากที่พึงเปน  ความจริงโจรโพกผาเหลืองเปนขบวนการกูชาติขบวน
หนึ่งในยุคที่บานเมืองเปนจลาจล ไมตางกับขบวนการกูชาติของชาวนาในกรณี กบฏเขาเหลียงซาน หรือกบฏ
               
นักมวย หรือขบวนการกูชาติของพระเจาตากสินแมแตนอย




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                  ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                       หนาที่ 8



แตเมื่อขบวนการกูชาตินี้พายแพ ก็ตองถูกขนานนามวาเปนกบฏ และเปนธรรมเนียมการเมืองจีนโบราณที่ตอง
เหยียบย่าซ้ําเติมผูพายแพใหแบนติดดิน ดังนัน ขบวนการกูชาติขบวนนี้จึงถูกเหยียดหยามวาเปนเพียงกลุมโจร
         ํ                                   ้
เทานั้น

เรื่องของโจรโพกผาเหลืองเริมตนขึ้นที่เมืองกิลกกุน ซึ่งเปนดินแดนทางทิศใตของเมืองหลวง ในยุคพระเจา
                             ่
เลนเต โดยมีชายคนหนึ่งชื่อ "เตียวกก" เปนหมอยาแผนโบราณ ตั้งตนอยูใน ศีลธรรม มีจิตใจเอื้อเฟอเผื่อแผ
                                                                       
ชอบชวยเหลือราษฎร จึงเปนที่เคารพนับถือของชาวบานในถิ่นนั้นเปนอันดี อยูมาวันหนึงเตียวกกไปหาตัวยา
                                                                                     ่
บนภูเขา"พบคนแกคนหนึ่งผิวหนานั้นเหมือนทารก จักษุนั้นเหลือง มือถือไมเทา คนนั้นพาเตียวกกเขาไปในถ้ํา
จึงใหหนังสือตํารา 3 ฉบับชื่อไทแผงเยาสุด แลววาตํารานี้ทานเอาไปชวยทํานุบํารุงคนทั้งปวงใหอยูเย็นเปนสุข
                                                           
ถาตัวคิดรายมิซื่อตรงตอแผนดิน ภัยอันตรายจักถึงตัว เตียวกกกราบ ไหวแลวจึงถามวาทานนี้ชื่อใด คนแกนั้น
จึงบอกวาเราเปนเทพยดา บอกแลวก็เปนลมหายไป"

เตียวกกกลับมาบานก็ลงมือศึกษาเลาเรียนตําราทั้ง 3 เลม ปรากฏวาเปนตําราเรียกลม เรียกฝนเลมหนึ่ง, เปน
ตําราผูกพยนต หรือตําราปลุกเสกสิ่งของใหเปนคน หรือเปนสัตวเลมหนึ่ง และตํารารักษาโรคอีกเลมหนึ่ง เตียว
กกศึกษาตําราทั้งสามเลมแลวก็ไดใชวชารักษาโรครักษาชาวบาน
                                     ิ                           ซึ่งทังหมดเปนคนยากไร
                                                                       ้                     ไมมีเงินคา
รักษาพยาบาล ไมสามารถ ไปหาหมอหลวงหรือแพทยตามรานหมอตางๆ ได ชาวบานจึงพากันมาใหเตียวกก
รักษา ไขเจ็บโรคภัยตางๆ จนเปนที่นับถือศรัทธาของชาวบานทั้งเมืองกิลกกุน ตอมาหาลงกินเมืองกิลกกุน
ชาวเมืองเกิดความไขลมตายลงเปนอันมาก ชาวเมืองกิลกกุนจึงพากันไปหาเตียวกกใหชวยรักษา ความไขจาก
โรคหา เตียวกกไดเขียนยันตตามตําราของเทพยดาแจก ใหชาวเมืองบําบัดความไข ความไขนั้นก็หาย โรคหา
ก็หมดสิ้นไป

ชาวเมืองจึงพากันมาฝากตัวเปนศิษยเตียวกกมากขึ้น ประกอบกับชวงนั้นพวกขุนนาง ขาราชการรีดนาทาเรน
ราษฎรเพื่อเก็บสวยสงใหกับขันที    และเพือความร่ํารวยของตนเอง
                                           ่                     จนบานเมืองอดอยากยากแคน   ทั้ง
ขาราชการ และพวกมาเฟยตางๆไดประพฤติตนเปนโจรปลนชิงวิ่งราวชาวบาน แพรขยายไปทุกตําบล ดังนั้น
ราษฎรจึงยิ่งหันเขามาพึ่งพาเตียวกกมากขึ้น

บรรดาลูกศิษยของ เตียวกก ซึ่งไดรับการอบรมสั่งสอนให ชวยเหลือผูอื่น จึงไดจัดตังกันขึ้นเปนกลุมอาสา
                                                                                              ้
ปองกันตนเอง เปนกองกําลังติดอาวุธของประชาชน ดานหนึ่งปองกันโจรผูรายที่มาเบียด เบียนปลนชิงวิ่งราว
                                                                                   
อีก ดานหนึ่งเพื่อตอสูกับขุนนางและขาราชการที่มากดขี่ขมเหง ซึ่งสอดคลองกับความเรียกรองตองการของ
                                                                  
ราษฎร ดังนั้น ชาวเมืองจึงไดเขารวมขบวนการอาสาปองกันตนเองมากขึ้นทุกวัน จนขบวนการอาสาปองกัน
ตนเองเติบใหญ และขยายตัวไปยังเมืองตางๆ อีก 7 เมือง รวมเปน 8 เมือง คือเมืองกิลกกุน, เฉงจิ๋ว, อิวจิ๋ว,
ชิวจิ๋ว, เกงจิ๋ว, ยังจิ๋ว, กุนจิ๋ว และอิจิ๋ว ชาวเมืองทั้ง 8 เมืองนี้ นับถือศรัทธาเตียวกก เขียนเอาชื่อเตียวกกไวบูชา
ทุกบานเรือน

บรรดาเจาเมืองทั้ง 8 เมืองดังกลาว เห็นวาการเคลื่อนไหวของขบวนการอาสาปองกันตนเองนี้เปนประโยชนแก
ตัวอยูบาง ตรงที่คอยกีดขวางลูกนองขันทีทมารีดสวย จึงทําเปนเอาหูไปนาเอาตาไปไร บางก็กลัวภัยจะมาถึง
                                            ี่
ตัวจึงทําเฉยปลอยปละละเลยเหตุการณไปตามสถานการณ ทําใหการเคลื่อนไหว ของขบวนการอาสาปองกัน
ตนเองขยายตัวและเขมแข็งขึ้น เมื่อขบวนการอาสาปองกันตนเองเติบใหญเขมแข็งขึ้น เชนนี้ก็มีความจําเปนที่
จะตองจัดระบบการบริหารเพื่อควบคุมกองกําลังอาสาปองกันตนเอง ดังนัน เตียวกกจึงแตงตั้งใหศิษยที่ไวใจ
                                                                    ้
เปนหัวหนาขบวนการสาขาเรียกวา "นายบาน" ถึง 30 ตําบล ตําบลใหญมีกําลังติดอาวุธประมาณหมืนเศษ    ่
ตําบลเล็กมีกําลังติดอาวุธ 6-7 พันคน จัดตังกําลังแบบกองทหาร มีธงสําหรับรบศึกทุกตําบล เมื่อมีผูคนมาเขา
                                          ้
รวมเปนจํานวนมาก และจัดตังขบวนเปน กองทัพฉะนีแลว บรรดาลูกศิษยลูกหาของเตียวกกก็ยุยงสงเสริมให
                             ้                       ้
เตียวกกกอบกูฟนฟูชาติบานเมือง ใหราษฎรไดรมเย็นเปนสุข
                         

เตียวกกฟงแลวยังไมตัดสินใจประการใด แตปรากฏการณที่ไดพบเห็นอยูทุกเมื่อเชื่อวันก็คือ การกดขี่ขมเหง
                                                                   
ราษฎรของฝายขุนนางและขาราชการ และการเบียดเบียนปลนชิงวิ่งราวที่ขยายตัว ลุกลามไปอยางกวางขวาง
นั้น ทําใหความคิดเตียวกกโนมไปในทาง ทีเห็นวา ขอเสนอของลูกศิษยเปนขอเสนอที่เขาทา ที่เปนเชนนี้
                                            ่
เพราะเตียวกกเปนคนมักนอยและสันโดษ มีจตใจที่ดีงาม ไมไดมีจิตใจมักใหญใฝสูงมาแตตน ทีทําการมาเปน
                                          ิ                                              ่
เพียงเพื่อชวยเหลือราษฎรที่ไดรับความเดือดรอนทุกขยาก มิไดหวังเอาอํานาจวาสนาเปนเปาหมายแหงชีวต   ิ
แตประการใด แตเปนวิสยคนที่ทนความเยายวนตออํานาจไดโดยยาก ดังคําพังเพยทีวา "อันเสาศิลาแปดศอก
                        ั                                                      ่
ตอกเปนหลัก เมื่อผลักทุกวันเขาเสาก็ไหว"




                          All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 9



เตียวกกเมื่อถูกลูกศิษยยุยงหนักเขาก็ตกลงใจเห็นดวย จึงตั้งตนเองเปนพระยา เปลี่ยนขบวนการอาสาปองกัน
ตนเองเปนขบวนการกูชาติ แลวสรางขาวลือทัง 8 เมืองวา "แผนดินจะผันแปรปรวนไปแลว จะมีผมีบุญมาครอง
                                            ้                                                ู
แผนดินใหม บานเมืองจะเปนสุข" แลวใหเอาปูนขาวเขียนเปนอักษรไวที่บานเรือน 2 คําวา"ปชวดบานเมืองจะ
                                                                       
เปนสุข" นี่เปนธรรมดาของอํานาจวาสนาที่เขาครอบงําบุคคลใดแลว ก็จะทําใหบุคคลนันเปนคนขี้ลืม คือลืม
                                                                                    ้
ความหลัง ลืมเรื่องเกา ลืมมิตรเกา เตียวกกที่ถูกลูกยุและอํานาจวาสนาครอบงําแลวเชนนี้ จึงลืมคําของเทพย
ดาที่เคยเตือนไวตอนมอบตํารา 3 เลมวา "ถาตัวคิดรายมิซื่อตรงตอแผนดิน ภัยอันตรายจะถึงตัว"

แตก็นาเห็นใจเตียวกก     เพราะในความคิดและความรับรูของเตียวกกนั้นไมไดคิดเห็นวาสิ่งทีตัวทําเปนเรื่อง
                                                                                         ่
คิดรายมิซื่อตรงตอแผนดิน    เพราะเชื่อโดยสนิทใจวาเปนการตัดสินใจดวยความเสียสละเพื่อกอบกูฟนฟูชาติ
ชวยเหลืออาณาประชาราษฎรใหรมเย็นเปนสุข ขจัดทุกขเข็ญใหแผนดิน เมื่อเตรียมการดังนี้แลวก็จําเปนอยูเอง
                                                                                 ่
ที่ตองประสานงานในเมืองหลวงเพื่อทําการใหญสืบไป ดังนันเตียวกกจึงมอบหมายใหลูกนองชื่อ "มาอวนยี่"
                                                          ้
ไปติดสินบนฮองสี ขันที ซึ่งเปนคนหนึ่งในสิบขันที ใหทําการเปนไสศึกในเมืองหลวง

เตียวกกนั้นมีนองชายอยูสองคนชื่อเตียวโปและเตียวเหลียงได
                                                             รับมอบหมายใหเปนรองหัวหนาขบวนการ
ดังนั้น เมื่อจะทําการกอบกูฟนฟูชาติ เตียวกกจึงสอนนองวา "บัดนี้เราจะทําการใหญเพื่อการกอบกูฟนฟูชาติ
                            
ถาจะคิดอานการสิ่งใดจงเอาใจไพรเปนประมาณ" เตียวกกไดบอกนองทั้งสองคนวาบัดนี้การพรอมแลว ควรจะ
คิดเอาแผนดิน มิฉะนั้นแลวก็จะเสียการไป นองทั้งสองคนก็เห็นดวย จากนั้น จึงเตรียมกําลังรบพรอมอาวุธ
ยุทโธปกรณไวพรอมเพื่อเตรียมเคลื่อนทัพเขายึดเมืองหลวง

หลังจากเตรียมการพรอมแลว เตียวกกจึงใชใหลูกศิษยชื่อ "ตองจิ๋ว" ถือหนังสือลับไปบอกฮองสีขันที เพื่อ
เตรียมการดานราชสํานักใหเกิดจลาจลวุนวายขึ้น สอดคลองกับการศึกจากภายนอก แตตองจิ๋วเปลี่ยนใจกลับ
นําหนังสือลับนันไปใหขุนนางกราบทูลพระเจาเลนเต ความศึกจึงแตก เพราะศิษยขายอาจารยผูนี้
               ้

พระเจาเลนเตทราบความแลวจึงให "โฮจิ๋น" ผูบัญชาการกรม ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค ซึ่งเปนพี่เมียและ
ไตเตาเขาสูตาแหนงดวยอาศัยความรวมมือและประนีประนอมกับสิบขันที นําทหารไปจับมาอวนยี่ ซึ่งเปนคน
               ํ
เดินสารติดสินบนฮองสีขันทีมาประหาร ในขณะเดียวกันก็ใหจับฮองสีขันที มาพิจารณาโทษพรอมกันดวย แต
เนื่องจากการทังนี้สิบขันทียอมรูเห็นเปนใจอยูดวย
                 ้                                  ดังนั้นจึงคิดอานชวยเหลือพรรคพวกใหผอนหนักเปนเบา
เหตุนี้ในขณะทีมาอวนยี่ ซึ่งเปนเพียงคนเดินสารถูกพิจารณา โทษถึงประหาร แตฮองสีขันทีซึ่งเปนคนขายชาติ
                   ่
และรับสินบนเพื่อการขายชาติกลับถูกลงโทษเพียงจําคุกไวเทานั้น

เมื่อกําจัดไสศึกแลว พระเจาเลนเตจึงโปรดใหมีตราไปทุกหัวเมืองวา ถาผูใดมีฝมือกลาหาญ ใหชวยกันจับโจร
โพกผาเหลือง แลวจะปูนบําเหน็จใหเปนขุนนาง และมีพระบรมราชโองการตั้งให "โลติด" เปนแมทัพ ให
"โลจิ๋น" เปนทีปรึกษา ให "ฮองฮูสง" เปน ทัพรอง และให "จูฮี" เปนทัพหนุน แยกขบวนทัพออกเขาตีขบวน
                ่
การกูชาติเปนสามดาน ฝายเตียวกกเมื่อทราบขาววาความลับแตก และเมืองหลวงแตงทัพยกมาเปนสามดาน ก็
ประกาศตัวกูชาติโดยเปดเผย ตั้งตัวเองเปน "เจาพระยาสวรรค" ตั้งเตียวโปผูนองเปน "เจาพระยาแผนดิน"
และตั้งเตียวเหลียงผูนองสุดทองเปน "เจาพระยามนุษย" ใหรื้อเกลามวยซึงเปนธรรมเนียมการเกลามวยในยุค
                                                                          ่
นั้น แลวสยายผม เอาผาเหลืองโพกศีรษะเปนสําคัญ

เตียวกกไดชุมนุมพลประกาศกูชาติ และใหกําลังใจปลุกระดมกําลังพลวา "บัดนี้แผนดินจะสาบสูญฉิบหายแลว
ผูมีบุญจะมาเสวยสมบัติใหม คนทั้งปวงจงทําตามคําเทพยดาทํานายเถิด จะไดอยูเย็นเปนสุขพรอมมูลกัน" เมื่อ
ประกาศตัวขบวนการกอบกูชาติอยางเปนทางการแลว เตียวกกก็สั่งใหจดกองทัพกําลังพลหาสิบหมื่น อาวุธ
                                                                        ั
ยุทโธปกรณพรอมสรรพ ตั้งตัวเองเปนแมทพใหญ เตียวโปและเตียวเหลียงผูนองเปนแมทัพรองและแมทัพ
                                          ั
หนุนโดยลําดับ แลวสั่งใหเคลือนทัพเขายึดหัวเมืองตางๆ เพื่อเตรียมยึดเมืองหลวงตอไป
                             ่

กําลังพลหาสิบหมื่นของกองทัพเตียวกกครั้งนี้ แมยัง มิใชกําลังรบทั้งหมดที่มีอยูแตกตองนับวาเปนกองทัพ
                                                                                     ็
ขนาดใหญ คือ มีขนาดใหญกวากําลังพลของกองทัพไทยในปจจุบันนี้ถงสองเทา จะเรียกกองทัพเชนนี้วา
                                                                       ึ
"โจร" ไดอยางไร ดังนั้น การเรียกกลุมโจรโพกผาเหลืองจึงออกจะไมเปนธรรมและไมสอด คลองกับ
                                           
ขอเท็จจริง   เพราะเปนเรื่องการเหยียบย่ําทางการเมืองดังที่กลาวขางตนนั้นศึกใหญระหวางกองทัพจากเมือง
หลวงที่บัญชาการโดย"โลติด" แมทัพใหญ กับกองทัพของขบวนการกอบกูชาติ ที่บัญชาการ โดย "เตียวกก"
แมทัพใหญ และมีกําลังพลถึงหาแสนคนจึงระเบิดขึ้น กลายเปนสงครามโจรโพกผาเหลืองนับแตบัดนั้น




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                     หนาที่ 10



สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

คําสาบานในสวนทอ (ตอน5)

เมื่อหัวเมืองตางๆ ไดรับตราพระบรมราชโองการของพระเจาเลนเตทวา"ถาผูใดมีฝมือกลาหาญ ใหชวยกันจับ
                                                               ี่     
โจรโพกผาเหลือง ไดแลวจะปูนบําเหน็จใหเปนขุนนาง" แลว หัวเมืองตางๆ ก็ไดออกประกาศรับสมัครผูมฝมือ
                                                                                                ี
กลาหาญเขาเปนทหารเพื่อปราบโจรโพกผาเหลืองตอไป

เมืองตุนกวนเปนเมืองหนึ่งที่ไดออกประกาศรับสมัครผูมีฝมือกลาหาญตามพระบรมราชโองการนั้น เมื่อประกาศ
                                                      
รับอาสาสมัครติดตามทีสาธารณะทั่วไปแลว
                       ่                       ชาวเมืองก็พากันไปหอมลอมมุงดูประกาศนั้นทั่วทุก            แหงใน
จํานวนนั้นมีชายผูหนึ่ง "ลักษณะรูปใหญสมบูรณ สูงประมาณหาศอกเศษ หูยานถึงบา มือยาวถึงเขา หนาขาว
                  
ดังสีหยก สีปากแดงดังชาดแตม จักษุชําเลืองไปเห็นหู" ไดยืนในฝูงจีนมุงดูประกาศดังกลาวดวย ดูไปแลวก็
ถอนใจใหญบรษนี้นาม "เลาป" เปนบุตรเลาเหง แลเลาเหงนั้นเปนเชื้อพระวงศพระเจาฮั่น เกงเต ซึ่งเปน
              ุ ุ
กษัตริย ในวงศของพระเจาฮั่นโกโจ เลาปจึงนับเนื่องเปนเชื้อพระวงศ เมื่อนอยมีชื่อวา "เหี้ยนเต็ก" มีสติปญญา
และน้ําใจงาม ความโกรธ ความยินดีมิไดปรากฏออกมาภายนอก มีความเอื้ออารี มีเพื่อนฝูงมาก จิตใจ
กวางขวาง เลาเหงตายเสียตั้งแตเลาปยังเล็กเหลือแตภรรยา
                                      

เลาปมีใจกตัญู เลี้ยงดูมารดามิใหอนาทร แตเปนคนเข็ญ ใจไรทรัพย ทอเสื่อขายเลี้ยงชีวต เมื่ออายุได 15 ป
                                                                                         ิ
ก็ไดสํานักเรียนวิชากับอาจารยมีชื่อในถิ่นนั้น ชื่อวา "เตเหียน" มีเพื่อนสนิทสองคน คนหนึ่งชื่อ "โลติด" ซึ่ง
                                                              ้
ตอมาพระเจาเลนเตโปรดใหเปนแมทัพปราบโจรโพกผาเหลืองดังที่ไดกลาวแลวในตอนกอน สวนอีกคนหนึ่ง
ชื่อวา "กองซุนจาน" ตอมาไดรับราชการเปนขุนนางและเปนเจาเมืองเล็กๆ อีกเมืองหนึ่ง เลาปในวัยเด็กไมคอย
สนใจการศึกษาเลาเรียน เพราะมัวเอาแตคบหาเพื่อนฝูง และประพฤติตนเปนหัวหนามาตังแตอายุยังนอย จะ
                                                                                       ้
ทําการสิ่งใดก็จะไดรับการยกยองจากเพื่อนฝูงใหเปนหัวหนาตลอดมา

บานของเลาปอยูทหมูบาน "เลาซองฉุน" ขางบานมีตนหมอน ใหญสูงประมาณ 8 วา มีกิ่งเปนพุมคลายดังฉัตร
                   ี่
ซินแสคนหนึ่งผานมาเห็นภูมทาเลที่ตั้งบานของเลาปและตนหมอนนี้แลวทํานายวาบานนีมผูมีบุญอยู ตอไปจะ
                             ิ ํ                                                          ้ ี
ไดเปนใหญในแผนดิน อยูมาวันหนึ่งเลาปเลนอยูกับเพื่อนเด็กๆ ก็ไดกลาวกับเพื่อนๆ วา "วันใดที่กูไดเปนเจา กู
จะเอาตนหมอนนี้ไปทําเศวตฉัตรกั้น"

สามกกฉบับของจีนแปลวาถาวันใดที่เลาปไดเปนกษัตริย จะเอาตนหมอนนีไปทําคันรมกั้นรถศึกประจําตัว แต
                                                                       ้
สามกกฉบับบริวิทเทเลอร แปลวาวันใดที่เลาปไดเปนกษัตริย จะเอาตนหมอนนี้ไปทํางอนรถศึก ที่เปนเชนนี้
เนื่องจากเปนการแปลโดยความหมายเพื่อใหเกิด ความเขาใจตามคติของแตละชาติ โดยคติของจีนนั้นคันรม
กั้นรถศึก เปนสัญลักษณของพระมหากษัตริย ในขณะที่งอนรถศึกของฝรั่งเปนสัญลักษณของขุนศึกผูเรืองนาม
แตสําหรับของไทยเศวตฉัตรคือ เครื่องสูงสําคัญกางกั้นพระราชบัลลังกพระมหากษัตริยาธิราช

เลาอวนกีผูเปนอาไดยินคํากลาวของเลาปที่กลาวกับเพื่อนแลว เห็นประหลาดนักที่เด็กในวัยนั้นจะกลาวความ
ใหญถึงเพียงนี้ จึงเกิด ความเชื่อวาเลาปจะเปนผูมีบุญใหญเปนมั่นคง จึงไดตั้งใจทํานุบํารุงใหเงินทองแกเลาป
เนือง ๆ ลักษณะของตนหมอนที่วานี้จะผิดไปจากพุมของตนหมอนตามปกติ ซึ่งจะมีลักษณะเปนพุมคลายกับ
ตนลําไย แตตนหมอนที่บานเลาปกลับมีลักษณะคลายกับพุมตนตะขบ คือเปนพุมดังฉัตรเปนชั้น ๆ เหตุนี้เมื่อ
                 
ประกอบเขากับฮวงจุยหรือภูมสถาปตยบานของเลาปแลว ซินแสจึงทํานายวาเปนบานของผูมีบุญสถิตอยู
                              ิ          

สิ้นเสียงถอนหายใจของเลาปก็มีเสียงชายคนหนึ่งดังมาจากขางหลังวา
                                                                         "เปนผูชายไมชวยทํานุบํารุงแผนดิน
                                                                                         
แลว สิมาทอดใจใหญ" เลาปหันหลังเหลียวไปดู เห็นผูนั้น "สูงประมาณหาศอก ศีรษะ เหมือนเสือ จักษุกลม
                                  
ใหญ คางพองโต เสียงดั่งฟารอง กิริยาดั่งมาควบ เห็นผิดประหลาด" จึงถามวาทานนี้ชื่อใด ชายนั้นตอบวาเรา
ชื่อ "เตียวหุย" บานอยูตุนกวน มีทรัพยสินเงินทอง ไรนาเปนอันมาก มีรานขายสุกร สุรา และอาหาร "เราพอใจ
คบเพื่อนฝูงซึ่งมีสติปญญา" เห็นทานดูประกาศรับอาสาสมัครแลวทอดใจใหญ จึงทักเพื่อจะไดรูความในใจ
                      
เลาปตอบวาเราเปนเชื้อพระวงศ พระเจาฮั่นเกงเต เห็นประกาศขาว โจรโพกผาเหลืองมาทําอันตรายแผนดินจึง
คิดจะอาสาแผนดินไปปราบโจร แตขดสนดวยกําลังทรัพยนอย คิดการไมตลอด จึงทอดใจใหญ เตียวหุยจึงวา
                                       ั
เรื่องเพียงเทานีจะรอนใจไปไย เพราะใจเราเองนั้นก็ตองการอาสาชาติบานเมืองตรงกัน วาแลวก็เชิญเลาปไป
                 ้
นั่งดื่มสุราดวยกัน

คิดอานรวมกันเพื่อจะเชิญชาวเมืองที่มีฝมือกลาหาญมาเขารวมเพื่อไปปราบโจร ในขณะที่เลาป เตียวหุย นั่ง
                                        
ดื่มสุราดวยกันนั้น ก็มีชายอีกคนหนึ่งขับเกวียนมาถึงหนารานสุรา เรงใหเจาของรานรีบเอาสุรามาเสิรฟ บอกวา



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 11



กินแลวจะรีบไปอาสาแผนดิน เลาป เห็นชายผูนี้มีลักษณะดึง ดูดใจ "สูงประมาณหกศอก หนวดยาวประมาณ
ศอกเศษ หนาแดงดังผลพุทราสุก ปากแดงดังชาดแตม คิ้วดังตัวไหม จักษุยาวดังนกการเวก" จึงเชิญชายผูนั้น
รวมวงดืมสุราดวยแลวถามวาทานนี้ชื่อใด ชายนั้นตอบวาเราชือ "กวนอู" บานอยูเมืองไกเหลียง ทีหมูบานของ
         ่                                                 ่                                  ่
เรามีนายทุนทองถิ่นรายกาจขมเหงคนทั้งปวงจึงฆาเสีย แลวหลบหนีทางการไปเที่ยวอยูหลายหัวเมือง บัดนี้ได
ขาวบานเมืองรับอาสาสมัครไปปราบโจร จึงหวังมาอาสาแผนดิน เลาปจึงแนะนําใหกวนอูรจักกับเตียวหุย แลว
                                                                                       ู
วาเรากับเตียวหุยนั้นมีใจตรงกัน เดือดรอนดวยอาณาประชาราษฎรที่ถูกโจรโพกผาเหลืองทํารายแผนดิน จึงตก
ลงกันวาจะรวมกันไปปราบโจร ดังนั้น เมื่อทานกับเรามีน้ําใจตอบานเมืองตรงกันฉะนีแลว จงมารวมมือกันชวย
                                                                                 ้
ชาติ เพื่อใหเกิดความสงบสุขสืบไป

กวนอูไดฟงคําเชิญก็ดีใจ เตียวหุยซึ่งมีฐานะดีกวาเพื่อน และมีรานคาอยูใกลตลาดจึงกลาววา เราทั้งสามคนมี
                                                                       
ความคิดตองกัน ขอเชิญทานทั้งสองไปที่บาน เพราะที่บานของเรานั้นมีสวนทอ เปนที่สงบสงัด ดอกยี่โถก็บาน
สวยงามเปนอันมาก หากไมรังเกียจเราจะสาบานเปนพี่นองรวมกันตอหนาเทพยดาเพื่อจะไดทําการใหญสบไป     ื
เลาป กวนอู มีน้ําใจยินดีทจะรวมสาบานเปนพี่นองรวมกับเตียวหุย จึงพากันไปที่บานของเตียวหุย ดื่มสุรา
                            ี่
อาหารกันเปนที่สาราญใจตลอดคืน
                 ํ

ครั้นรุงขึ้นเตียวหุยจึงสั่งใหพอบานจัดเตรียมพิธีบูชาเทพยดาฟาดินเพื่อสาบานเปนพี่นองรวมกับเลาป และกวน
อู ให "จัดมาขาว กระบือดํา แลธูปเทียนสิงของทั้งปวง" ตั้งการพิธีขึ้นในสวนทอ หลังจากจุดธูปเทียนบูชา
                                                ่
เทพยดาฟาดินแลว ทั้งสามคนจึงไดตั้งสัตยสาบานตอกันเบื้องหนาเทพยดาฟาดินวา "ขาพเจาเลาป กวนอู
เตียวหุย ทั้งสามคนนี้อยูตางเมือง วันนี้ไดมาพบกัน จะตังสัตยสบถเปนพี่นองรวมทองกัน เปนน้ําใจเดียว
                                                             ้
ซื่อสัตยตอกันสืบไปจน วันตาย จะไดชวยทํานุบํารุงแผนดินใหอยูเย็นเปนสุข ถามีภัยอัน-ตรายสิ่งใด แลรบศึก
เสียที ขาพเจามิไดทิ้งกัน จะแกกันกวาจะตายทั้งสาม แลความสัตยนี้ ขาพเจาไดสาบานตอหนาเทพยดาทั้ง
ปวงจงเปนทิพยพยาน ถาสืบไปภายหนาขาพเจาทั้งสามมิไดซื่อตรง ตอกัน ขอใหเทพยดาสังหารผลาญชีวต              ิ
ใหประจักษแกตาโลก"

เสร็จพิธรวมน้ําสาบานเปนพี่นองเดียวกันแลว ทั้งสามคนจึงนับอายุไลเรียงกันดูปรากฏวาเลาปมีอายุ 25 ป
        ี                    
มากกวาเพื่อน กวนอูมีอายุเปนรอง และเตียวหุยอายุนอยที่สด จึงเรียกเลาปเปนพี่ใหญ กวนอูเปนนองกลาง
                                                         ุ
และเตียวหุยเปนนองเล็ก เตียวหุยไดจดเลี้ยงฉลอง "คําสาบานแหงสวนทอ" โดยเชิญเพื่อนบานและชาย
                                       ั
ฉกรรจจํานวนมากมารวมงานเลี้ยงในเย็นวันนัน และไดเกลี้ยกลอมชาวบานซึ่งกลาหาญเพือรวมกันไปปราบโจร
                                           ้                                        ่
ไดถึง 300 คน จัดเตรียมเครื่องศาสตราวุธพรอม

ขณะนั้นมีพอคามาชื่อ "เตียวสิเผง" และ "เลาสง" ตอนมาเขามาในหมูบาน ชาวบานแนะนําใหรูจักกับเลาป
                                                                        
พอคามาทั้งสองก็มีความยินดี สนับสนุนการอาสาปราบโจรของคณะเลาป และกลาววาเราเปนพอคามามา
หลายป บัดนี้ไปมาคาขายไมได เพราะพบโจรเที่ยว ตีชิงวิ่งราว จึงตองนํามากลับเขามาในหมูบาน เลาปจงแจง
                                                                                                      ึ
แกพอคามาทั้งสองวาเราสามคนสาบานเปนพี่นองกัน เพื่อจะทําการใหญใหปรากฏไวในแผนดิน และไดเกลี้ย
กลอมผูกลาหาญไดแลวถึง 300 คน ตั้งใจจะไปปราบโจร เพื่อสรางความสงบสุขสันติ ใหราษฎรไดทํามา
คาขายไดเปนปกติ พอคามาทั้งสองก็มความยินดีแลวกลาววาความคิดของทานตองดวยความคิดของเรา เรา
                                      ี
จะสนับสนุนตามกําลังของเราอยางเต็มที่ วาแลวก็จัดมา 50 ตัว กับเงิน 500 ตําลึง เหล็ก 100 หาบ มอบใหแก
เลาป

เลาป ไดขอบคุณพอคามาทังสองเปนอันมาก เพราะคณะอาสาของ เลาป แมมีอาวุธพรอมแลว แตยังขาดมา
                            ้
และเงินทุนสําหรับเปนคาใชจายในการปราบโจร การสนับสนุนของพอคามาทั้งสองจึงทําใหคณะอาสาของเลา
                              
ปมีความพรอมรบมากขึ้น คณะอาสาของเลาปเห็นวาเลาป กวนอู เตียวหุย มีบุคลิก ลักษณะประหลาดกวาคน
ทั้งปวง สมควรจะมีอาวุธคูกายเปนพิเศษ เลาปเห็นชอบดวยจึงไดจัดใหชางเหล็กฝมือดีมาตีเปนกระบี่สองเลม
สําหรับตัว สวนของกวนอูนั้นใหชางเหล็กตีเปนงาวยาว 11 ศอก หนัก 82 ชั่ง สวนของเตียวหุยใหตีเปนทวน
ยาว 10 ศอก หนัก 85 ชั่ง แลวใหทาเครื่องเกราะแลอานมาสําหรับรบครบทั้งสามคน
                                  ํ

สามกกฉบับบริวิทเทเลอรไดกลาวถึงงาวของกวนอูวาทําดวยเหล็กพิเศษสีดาสนิทดังนิล
                                                                       ํ             และมีชื่อเฉพาะวา
"งาวนิลนาคะ" แต ฉบับของไทยไมปรากฏชื่อ ดูน้ําหนักงาว 82 ชั่ง หรือประมาณ 49 กิโลกรัม และน้าหนัก
                                                                                                ํ
ทวนหนัก 85 ชั่งหรือประมาณ 51 กิโลกรัมแลว ก็เห็นไดชัดวามีน้ําหนักมากเหลือประมาณ หากเทียบกับคน
รูปรางขนาดในปจจุบันแลว คงจะแบกน้ําหนักอาวุธนี้ไมได แตสําหรับกวนอูนั้น สูงถึงหกศอก หรือสองเมตร
ครึ่ง ในขณะทีเตียวหุยสูงหาศอก หรือสองเมตรเศษ จัดเปนคนรูปรางสูงใหญ ซึ่งแสดงใหเห็นวาแมคนจีน
              ่
โบราณจะมีรูปรางขนาดใหญกวาคนในยุคปจจุบัน แตกวนอู เตียวหุย ก็ยงคงมีรูปรางขนาดใหญกวาคนอื่นใน
                                                                     ั
ยุคเดียวกัน



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                               หนาที่ 12




ดังนั้น โดยขนาดรูปรางของกวนอู เตียวหุย และขนาดของอาวุธที่ใชแลว จึงไดเปรียบขาศึกเปนอันมาก "คํา
สาบานแหงสวนทอ" เปนคําสาบานทีศักดิสิทธิ์ในประวัติศาสตรของจีน เปนแบบอยางของการคบหาสหายรวม
                                       ่ ์
น้ํามิตร ในทุกยุคทุกสมัย และเปนพันธะสําคัญของสามพี่นองที่ดําเนินไปตลอดเรื่องราวในสามกก แมในที่สด      ุ
เพื่อธํารงไวซึ่ง "คําสาบานแหง สวนทอ" เลาปก็ยอมพลีไดแมกระทั่งราชบัลลังก หลังจากเตรียมพรอมแลว
เลาปยังไดเกลียกลอมชายฉกรรจเขารวม ขบวนการเพิ่มขึ้นอีก ทําใหกองกําลังอาสาของเลาปมีจํานวนเพิ่มขึ้น
                 ้
เปน 500 คน แลวพากันไปหา "เลาเอี๋ยน" เจาเมืองตุนกวน ซึ่งแซเดียวกับเลาป เพื่ออาสาไปรบกับโจร เลา
เอี๋ยนไดยินวาเปนแซเดียวกันก็ยินดีนัก   รับเลาปเปนหลานชายแลวจัดทีพักอาศัยใหคณะอาสาของเลาปเพื่อ
                                                                         ่
เตรียมการไปปราบโจรตอไป

เลาปไดเคลื่อนตัวเขาสูกระแสแหงอํานาจเปนครั้งแรกดวยประการฉะนี้

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

วีรชนสูสมรภูมิ (ตอนที่ 6)

ถาแผนดินเปนปกติ และการทหารเขมแข็ง การสงกองทัพจากเมืองหลวงไปปราบโจรก็เห็นไดชัดวากองทัพ
จากเมืองหลวงจะไดรับชัยชนะเปนแนแท    แตเนื่องจากแผนดินของเลนเตออนแอในทุกดาน   รวมทั้งดาน
การทหาร ดังนัน แมจะสงกองทัพจากเมืองหลวงออกไปปราบโจรถึงสามดาน ก็ยังไมเปนทีไววางใจ นอกจาก
              ้                                                                 ่
ไมไววางใจในกองทัพของตนแลว อาจจะเกิดจากความขี้ขลาดตาขาวกลัวแพโจรก็เปนได ดังนั้นจึงตองมีทอง
ตราไปยังหัวเมืองตางๆ ใหชวยกันปราบโจรทางหนึ่ง และยังสงกองทัพเสริม เพิ่มเติมตามไปอีก กองทัพที่
                          
สงเสริมตามไปนี้ พระเจาเลนเตโปรดใหโจโฉเปนแมทัพ นํากําลังหาพันยกไปชวยกองทัพทียกไปกอนหนา
                                                                                    ่
แลว โดยใหเดินทัพตรงไปยังเมืองเองฉวน ซึ่งขณะนั้นถูกกองทัพโจรโพกผาเหลืองที่นําโดยเตียวโปและ
เตียวเหลียงลอมอยู

"โจโฉ" นั้น "สูงประมาณหาศอก จักษุเล็ก หนวดยาว" สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) ไดพรรณนา
ประวัติของ โจโฉไววา "เปนบุตรโจโก เมื่อนอยมักพอใจไปเลนปายิงเนื้อ มักพอใจฟงรองรําทําเพลง มีปญญา
ความคิดรวดเร็ว" เปนคนชอบคบหาเพื่อนฝูงมาตั้งแตนอย เพื่อนเลนทั้งปวงยกยองโจโฉเปนหัวหนา จะทําการ
สิ่งใดก็ประพฤติตนเปนหัวหนาคนมาตั้งแตยงเด็ก
                                          ั

โจโฉเปนคนเจาอุบายมาแตออนแตออก และเพราะเหตุที่ซกซนจึงไมเปนที่ถูกอกถูกใจของอาที่ชื่อ "โจเตก"
                                                    ุ
คอยหาเหตุกลัน แกลงอยูเสมอ โจโฉเห็นอากลั่นแกลงก็คิดแกแคน โดยไมคํานึงวา โจเตกนั้นเปนญาติผูใหญ
             ่
มีฐานะเปนอาของตน คิดแตจะเอาชนะอาใหจงได

วันหนึ่งโจโฉจึงแกลงลมลงรองไหทุรนทุราย โจเตก นําความไปบอกโจโกผูพี่วาโจโฉมีอนเปนไปแลว โจโก
                                                                                   ั
ตกใจวิ่งมาดูปรากฏวา โจโฉยังคงเลนหัวกับเพื่อนเปนปกติ จึงถามความเอากับ โจโฉ ดังนั้นจึงเปนทีของโจโฉ
ไดแกแคนอาโดยบอกกับโจโกผูเปนพอวาอาชังขามาแตนอย คิดแตจะสาปแชงใหมีอันเปนไป ขายังเลนหัวกับ
                                                     
เพื่อนเปนปกติ ไมเคยเกิดเรื่องราวใด ๆ อากลั่นแกลงเอาความมาใส หลังจากวันนั้นแลวโจโกก็เชื่อคําโจโฉ
แมอาจะนําความใดมากลาว โจโก ก็ไมไดเชื่อฟงอีกตอไป โจโฉ ก็ยิ่งฮึกเหิมในสติปญญาของตน เพื่อนๆ ก็
สรรเสริญความคิดของโจโฉเปนอันมาก ยกยอวาแผนดินเปนจลาจล ไมมผูใดมีสติปญญาจะแกไขใหเปนปกติ
                                                                     ี
ได เห็นแตโจโฉเทานั้นที่มสติปญญาปราบปรามใหการแผนดินเปนสุข โจโฉไดฟงแลวก็มีความลําพองใน
                             ี   
ความคิดและสติปญญาตนมากขึ้น

ในเมือง "ลําหยง" ซึ่งเปนบานเดิมของ โจโฉ มีหมอดูมชื่อเสียงอยูสองคนคนหนึ่งชื่อ "โหเงา" นิยมชมชอบโจ
                                                   ี          
โฉมาตั้งแตเด็ก ดูบุคลิกลักษณะโจโฉแลวเชือวาจะเปนใหญในแผนดิน หมอดูคนนี้เปนคนพูดมาก ดังนั้นไมวา
                                           ่
จะไปแหงหนตําบลใดก็ชอบพูดวา "แผนดินเมืองหลวงนั้นจะสูญเสียแลว ซึ่งจะปราบแผนดินใหราบนันเห็น ้
แตโจโฉผูเดียว" การทีหมอดูไปเที่ยวพูดทั่วไปวา โจโฉ จะเปนใหญในแผนดิน เทากับวา โจโฉ มีฝาย
                        ่
ประชาสัมพันธที่มีประสิทธิภาพที่สดในยุคนั้น คอยสรางภาพลักษณใหกับตนเองวาจะเปนใหญในแผนดิน ทํา
                                 ุ
ใหมผูคนมาเปนสมัครพรรคพวกมากขึ้น โดยที่ไมตองจางขานวานซื้อเหมือนที่ทํากันอยูในบานเมืองขณะนี้
    ี

หมอดูทมีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งมีชื่อวา "เขาเฉียว" มีกิตติศัพทเลาขานวาสามารถดูโหงวเฮง พยากรณแมนยําดุจ
         ี่
เทพยดา โจโฉ อยาก รูอนาคตของตนจึงไปถามหมอดูคนนีวาภายหนาโชควาสนาตนจะเปนประการใด หมอดู
                                                           ้
ก็นิ่งเฉยเสีย โจโฉถามซ้ําเขาไปอีก หมอดูคนนี้จึงกลาววา "ทานมีปญญามาก จะปองกันแผนดินไดอยู แตมิได



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                               หนาที่ 13



สัตยซื่อตอแผนดิน จะเปนศัตรูราชสมบัติ" คําทํานายแบบนี้หากเกิดขึ้นกับคนทั่วไป หมอดูคงจะถูกเตะเปน
แนนอน

เพราะการเปนศัตรูราชสมบัติเปนความผิดฐานกบฏ       ตองตัดหัวเจ็ดชัวโคตร
                                                                  ่       เปนขอหาอันเปนที่รังเกียจ
เดียดฉันทของสังคมโดยทั่วไป ยากที่จะมีผใดยอมรับได แตโจโฉฟงคําทํานายแลวกลับหัวเราะชอบใจ โจโฉ
                                         ู
เปนคนใฝอํานาจและใฝสูงมาตังแตเด็ก เมื่อประกอบเขากับความเฉลียวฉลาด เล็งการณไกลแลว ดังนั้นเมื่อ
                             ้
อายุได 20 ป โจโฉจึงไปสมัครเขารับราชการเปนทหารในเมือง "ลกเอี๋ยง" ซึ่งเปนเมืองหลวง ในตําแหนง
หนาทีทหารลาดตระเวน มีหนาที่ดแลความปลอดภัยของวังหลวง
      ่                        ู

ความตอนนี้เห็นจะขามไปไมได จําเปนที่จะตองชี้ใหเห็นวา การตัดสินใจสมัครเขารับราชการทหาร และรับ
ราชการในเมืองหลวง นั้น ไมใชความคิดของคนบานนอกธรรมดาเทานัน โจโฉแมอายุยังนอยก็เขาใจถึง
                                                                       ้
ศูนยกลางแหงอํานาจวาอยูที่เมืองหลวง ดังนั้น จึงดั้นดนจากเมือง "ลําหยง" มาสมัครเปนทหารในเมืองหลวง
                          
เขาทํานองเปนนายสิบอยูเมืองหลวงดีกวาเปนนายรอย อยูบานนอก ซึ่งตรงกับแนวความคิดทางการคาของเถา
จูกง ปรมาจารย ทางการคาของจีนที่วา "จะทําการคาใหญ ตองอยูเมืองใหญ" และยังสอดคลองกับคติของ
ลัทธิเตาที่วา "เปนปลาใหญตองอยูในน้ําลึก" และเปนไปตามหลักมงคลขอหนึ่งในมงคล 38 ซึ่งพระผูมพระ
                                                                                                ี
ภาคเจาตรัสวา "การอยูในประเทศอันสมควรแกตนเปน มงคลอันสูงสุด" ทั้งการเลือกเอาอาชีพทางทหารเปน
                        
อาชีพหลักของตนเอง ก็แสดงใหเห็นชัดเจนวาแมเยาววยอายุเพียง 20 ป โจโฉ ก็เขาใจแลวถึงอํานาจรัฐวา
                                                        ั
เกิดจากกระบอกปน ซึ่งเปนบทสรุปของเหมาเจอตงในเวลาเกือบ 2,000 ป หลังจากยุคสมัยของโจโฉ

การสมัครรับราชการทหารในเมืองหลวงของโจโฉ แสดงใหเห็นอยางชัดเจนวาคําทํานายของหมอดูทั้งสองคน
และคํายกยองของเพื่อนฝูงในวัยเด็กมีบทบาทและอิทธิพลตอความคิดอานของโจโฉ และทําใหโจโฉเชื่อวา
อนาคตของตนจะเปนเชนนั้น จึงดําเนิน วิถชวิตของตนใหสอดคลองกับคําพยากรณ และคํายกยองดังกลาวโจ
                                           ี ี
โฉเปนคนเด็ดขาดมาตั้งแตเยาววัย จะพูดจะจาก็ฉะฉานชัดเจนเด็ดขาด ใครจะพูดจะจาดวยก็เปนที่พอใจ และ
เกิดความเชื่อ ถือวางใจ เหตุนี้โจโฉจึงเปนทีรัก ที่เกรงใจของคนอื่น เมื่อมาเปนทหารลาดตระเวนรักษาความ
                                               ่
ปลอดภัยของวังหลวงก็เครงครัดตอระเบียบวินัย ไมเห็นแกหนาผูใด เพื่อประโยชนในการปฏิบัตหนาที่ โจโฉ
                                                                                          ิ
ไดปกรั้วกําหนดเขตหามมิใหคนเดินล้ําเขาไปใกลกําแพงพระราชวัง ตอมาคืนวันหนึ่งขันทีเดินมาผิดเวลา และ
ลวงล้ําเขาไปในเขตหามลวงล้าที่โจโฉกําหนดไว โจโฉก็จับเอามาลงโทษใหทหารโบย ความทราบถึงพระเจา
                               ํ
เลนเตก็พอพระราชหฤทัย เลื่อนตําแหนงใหเปนหัวหนาหนวยลาดตระเวน ครั้นโจรโพกผาเหลืองกรีฑาทัพเขา
ประชิดหัวเมืองตาง ๆ และมีพระบรมราชโองการจัดทัพจากเมืองหลวงออกเปนสามดาน ยกเขาตีกองทัพโจร
แลว ก็ยังไมเปนที่ไววางพระราชหฤทัย พระเจาเลนเต กริ่งวาจะเสียที จึงโปรดให โจโฉ เปนนายทัพ คุมทหาร
หาพันยกไปชวยแมทัพรองคือ "ฮองฮูสง" และ"จูฮี" ที่เมือง "เองฉวน" ซึ่งขณะนั้นกองทัพของขบวนการกูชาติ
สวนที่นําโดยแมทัพรองคือ "เตียวโป" และ "เตียวเหลียง" กําลังลอมเมือง "เองฉวน" อยู

โจโฉเปนเพียงทหารชั้นผูนอยแคเพียงหัวหนาหนวยลาดตระเวน      แตกลับไดรับแตงตั้งใหเปนผูคุมกองกําลัง
ทหารหลวงถึงหาพัน ทั้งๆทีราชสํานักยังมีแมทัพนายกองอื่นอีกมากมายเชนนี้ แมสามกกทุกฉบับจะมิไดให
                            ่
เหตุผลวา เกิดขึ้นไดอยางไร แตหากไมตงขอสังเกตวาเรืองนี้อาจเกี่ยวของกับระบบสวยสินบนของสิบขันที
                                           ั้           ่
แลวก็ออกจะขาดความเคารพตอวิจารณญาณของทานผูอานสามกกฉบับคนขายชาติเกินไป "โจโฉ" จึงเขาสู
กระแสแหงอํานาจรัฐ โดยอํานาจทางการทหาร เปนครั้งแรก ดวยการนําทัพกําลังพลถึงหาพันเคลื่อนเขาสู
สมรภูมิดวยประการฉะนี้ ฝายเมือง "ตองฮอ" ซึ่งเปนเมืองในแผนดินของราชวงศฮั่น อยูทางใตของเมืองหลวง
                                                                                  
ใกลกับแมน้ําแยงซี ไดรับหมายตราจากเมืองหลวงใหยกกําลังไป ปราบโจรแลว ไดมอบหมายใหเจาเมือง
เจียนตอง ซึ่งขึนกับเมืองตองฮอจัดกําลังทหารไปทําการตามหมายรับสั่ง
                ้

เจาเมืองเจียนตองจึงสั่งให "ซุนเกี๋ยน" จัดตั้งกองกําลังอาสาสมัครไปรวมสมทบกับกองทัพจากเมืองหลวง
ปราบโจรโพกผาเหลืองอัน "ซุนเกี๋ยน" นั้น "กิริยาเหมือนเสือ หนาผากใหญ หนายาว" เปนคนแข็งแรงกลา
หาญ เมื่ออายุ 17 ปไปเมืองเจียนตองกับ บิดาพบโจรปลนราษฎรเอาของมาแบงปนกัน "ซุนเกี๋ยน" ใชความ
กลาหาญบุกเขาไปไลโจรโดยลําพัง ฆาโจรไดคนหนึ่ง อีก 9 คนหนีไปได กิตติศัพทรูถึงเจาเมืองจึงใหเอาตัว
เขาไปรับราชการเปนทหาร

ตอมาเกิดกบฏขึ้นในเมืองเจียนตอง ซึ่งเปนผลตอเนื่องจากความจลาจลในแผนดิน "หือฉง" ตั้งตัวขึ้นเปนเจา
"ซุนเกี๋ยน" ไดเกลี้ยกลอมชาวเมืองใหเขารวม และไปรบกับฝายกบฏ ปราบกบฏไดสําเร็จ ผูรักษาเมืองจึงมี
หนังสือกราบบังคมทูล รายงานความชอบของ "ซุนเกี๋ยน" ตอพระเจาเลนเต แตเรื่องเงียบหายไป ซึ่งอาจเกิด
จากขันทีกักเก็บเรื่องไว เพราะชวงนั้นมีความเปนไปไดวา "ซุนเกี๋ยน" ยังไมเขาใจในระบบสวยสินบนของสิบ




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                              หนาที่ 14



ขันทีจึงไมไดไปติดตอ ขอเปนพวก หรือมิฉะนั้น คุณธรรมในใจตนยังเขมแข็ง จึงไมยอมตนเขาสูระบบสวย
                                                                                        
สินบนของขันทีก็เปนได

เมื่อไดรับคําสั่งจากเจาเมืองเจียนตองแลว "ซุนเกี๋ยน" จึงจัดระดมพลอาสาสมัครจากชาวเมืองเจียนตอง และ
จากทหารของ "เมืองอวนเซีย" ที่แตกทัพ ไดคนประมาณ 1,500 จึงยกไปปราบโจร "ซุนเกี๋ยน" แหงเมืองตอง
ฮอจึงไดเขาสูสมรภูมิ ปราบโจรโพกผาเหลือง ดวยประการฉะนี้

เปนอันวา "เลาป", "โจโฉ" และ "ซุนเกี๋ยน" ไดเคลื่อนตัวเขา สูสมรภูมิปราบโจรโพกผาเหลืองจากทิศทางที่
                                                                 
ตางกัน แตเคลื่อนพลเขาสูสมรภูมดวยเปาหมายอยางเดียวกันคือปราบโจรโพกผาเหลือง ซึ่งดานหนึ่ง ก็คือ
                                 ิ
การปราบปรามขบวนการกูชาติของประชาชนนั่นเอง

ทําใหนาคิดวาวีรชนทั้งสามนี้หากเกิดมีความคิดที่พองกันวา กองทัพของ "เตียวกก" เปนกองกําลังติดอาวุธ
ของประชาชน         ที่มีเจตนารมณเพื่อการกอบกูฟนฟูบานเมืองจากการกอกรรมทําเข็ญของสิบขันที และเขา
รวมกับขบวนการกูชาติ แลวเคลื่อนทัพเขายึด เมืองหลวง จับกุมสิบขันทีประหารเสีย แลวปรับปรุงอํานาจรัฐ
เสียใหมใหคนดีมีฝมือไดมีโอกาสบริหารบานเมือง ดังนี้แลว โฉมหนาของสามกกก็จะเปลี่ยนแปลงไปอยาง
สิ้นเชิง แผนดินก็จะสงบสุข ราชวงศฮั่นก็จะสถิตสถาพรตอไป

แตภายใตระบบราชการและความศักดิสิทธิ์ของพระบรมราช-โองการอันเปนรูปแบบ แตมีเนื้อหาอยูที่การกดขี่
                                      ์
ขมเหงรังแกราษฎร ทําหยาบชาตอบานเมืองจนเดือดรอนทุกหยอมหญาโดยสิบขันที ปรากฏวาวีรชนทั้งสาม
คือทั้ง เลาป, โจโฉ และซุนเกี๋ยน ไดยอมรับอํานาจที่เปนธรรมโดยรูปแบบ แตเปนอธรรมโดยเนื้อหานั้น
               
เคลื่อน กําลังเขาสูสมรภูมิเพื่อปราบปรามโจรโพกผาเหลือง ทั้งๆที่วันเวลาขางหนาตางคนตางก็ไดกระทําการ
ที่ไมตางอันใดกับการลุกขึ้นสูของประชาชนในครั้งนี้
                              

สามกกจึงดําเนินกระบวนการของมันตอไป

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

สงครามโจรโพกผาเหลืองครั้งที่ 1 (ตอนที่ 7)

ฝายเตียวกกเมือจัดกองทัพหาสิบหมื่นพรอมแลวก็ประกาศ สงครามกูชาติ เพื่อปลดปลอยประชาชนใหหลุดพน
                ่                                                
จากการกดขี่ขมเหงรังแก และปลนชิงวิ่งราวของขุนนางและขาราชการ ใหเคลื่อนทัพเขาโจมตีและยึดหัวเมือง
              
ทั้งแปด ซึ่งราษฎรนับถืออยูแตกอนแลว จากนั้นจึงเคลื่อนพลเขาโจมตีหัวเมืองอื่นๆ อีกหลายหัวเมือง ตัวเตียว
กกเองนั้นคุมพลสิบหาหมื่นเขาโจมตีแลวยึดเมืองจงกง ซึ่งเปนเมืองยุทธศาสตรสําคัญในการบุกเขายึดเมือง
หลวงตอไป

สวนเตียวโปและเตียวเหลียงยกไปตีเมืองเองฉวน ภายในเมืองไดตั้งรับอยางแข็งขัน เตียวโปและเตียวเหลียง
ยึดเมืองไมไดกตั้งคายรายลอมเมืองไว การเคลื่อนทัพเขาตีและยึดเมืองตางๆ ของขบวนการกูชาติที่บัญชาการ
                  ็
โดยเตียวกกครังนี้ เปนไปโดยรวดเร็ว เนื่องจากหัวเมือง ทั้งแปดมีราษฎรนิยมนับถือเตียวกกอยูกอนแลวถึง
                ้
ขนาดเขียนชื่อเตียวกก บูชาทุกบานเรือน ทังมีความเคียดแคนชิงชังขาราชการและขุนนาง ที่เอาแตกดขีขม
                                             ้                                                       ่
เหงรังแกรีดนาทาเรนราษฎร        ดังนั้นชาวเมืองจึงพากันเขารวมกับฝายกูชาติ
                                                                             ซึ่งสามกกทุกฉบับระบุความ
ตรงกันวา ไมมราษฎรหลบหนีออกจากเมืองหรือกอความวุนวายขึ้นแตประการใด
              ี

ฝายกองทัพจากเมืองหลวงทีบัญชาการโดยแมทัพโลติดมี ฮองฮูสงและจูฮีเปนแมทัพรองและแมทัพหนุนได
                           ่
เคลื่อนทัพมาเปนสามดาน มุงเขาตีจุดยุทธศาสตรคือเมืองจงกงและเมืองเองฉวน เพื่อชวงชิงความไดเปรียบ
                             
ใหไดเสียกอน ตัวโลติดคุมพลหาหมื่นยกไปลอมเมืองจงกงซึ่งเตียวกกไดยดไว
                                                                      ึ

สวนฮองฮูสงและจูฮีใหยกไปเมืองเองฉวน ตั้งคายไวนอกเมืองยันทัพเตียวโปและเตียวเหลียงไวฝายเทียอวนจี้
                                                                                              
ทหารเอกของฝายกูชาติอีกคนหนึ่ง นําทัพหาหมื่นคนยกเขาตีเมืองตุนกวน เมื่อทัพเทียอวนจี้ เคลื่อนไปถึง
                     
ชายแดนเมืองตุนกวน ความศึกทราบถึงเลาเอี๋ยนเจาเมืองอิวจิ๋ว จึงสั่งใหเจาเจงนํากําลังพลหารอยนายพรอม
เลาป, กวนอู, เตียวหุยไปปราบโจร




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 15



กองทหารของเจาเจง, เลาป, กวนอู, เตียวหุย แมมีกําลังพลนอยกวาทัพของเทียอวนจี้หลายเทานัก แตดวย
ฝมือการรบของกวนอู, เตียวหุยเหนือชั้นกวามาก ดังนั้นเมื่อเกิดปะทะกันขึ้นเทียอวนจี้ จึงถูกกวนอูใชงาวฟน
                                                                                                   
ขาดเปนสองทอน สวนทหารเอกของเทียอวนจี้ ชื่อเตง เมา ก็ถูกเตียวหุยใชทวนแทงถูกอกตกมาตาย

กองทัพฝายกูชาติของเทียอวนจี้จึงแตกกระจายไปสิ้น           เลาปจึงขับทหารไลจับพวกโจรและไดอาวุธไดเปน
จํานวนมากแลวยกทหารกลับเมืองตุนกวนชัยชนะของเลาปครั้งนี้           เปนชัยชนะครั้งแรกของกองทัพฝายเมือง
หลวง เลาเอี๋ยนเจาเมืองรูขาวก็มีความยินดีออกไปรับเลาปถงประตูเมือง กลับเขาเมืองแลวก็ปูนบําเหน็จทหาร
                                                             ึ
ตามสมควร

เลาปและทหารไดพักเพียงชั่วคืนเดียว รุงขึนเจาเมืองเฉงจิ๋วสงมาใชถือหนังสือมาถึงเจาเมืองตุนกวนวา โจร
                                             ้
โพกผาเหลืองยกมาลอมเมืองจึงขอทหารไปชวย             เลาเอียนจึงสงเจาเจงใหคุมทหารหาพันยกไปเมืองเฉงจิ๋ว
                                                            ๋
พรอมกับเลาป, กวนอู, เตียวหุย นับเปนการออกรบครั้งที่สองของเลาปในศึกโจรโพกผาเหลือง ความจริงเจา
เจงนั้นไมไดมีบทบาทสําคัญในการศึก แตเลาเอี๋ยนกลับมอบหมายใหคมทหารไปออกศึกถึงสองครั้งแทนที่จะ
                                                                         ุ
มอบหมายใหเลาปคุมทหารไปเอง ก็เพราะวา ขณะนั้นเลาปยังไมไดเปนขาราชการของทางการ เปนแตไปเขา
กับเลาเอี๋ยนและเลาเอี๋ยนรับไวโดยสวนตัวเทานั้น ดังนั้น ในราชการสงครามจึงตองใหเจาเจงเปนผูคุมทหาร
โดยตําแหนงหนาที่ศึกครั้งนี้ กําลังพลที่เดินทัพไปกับเลาปมีมากกวาศึกครังกอนถึงสิบเทาคือ มีจํานวนถึงหา
                                                                           ้
พันนับเปนการบัญชาการทหารครั้งแรกของเลาปที่มีกําลังพลมากขนาดนี้

เมื่อทัพของเลาปเคลื่อนไปใกลเมืองเฉงจิ๋ว ก็ถูกกองทัพของฝายกูชาติเขาโจมตี เลาปกําลังนอยกวาก็ถอยมา
                                                                   
ตั้งหลักเลาปเห็นวากําลังรบนอยกวากันมาก จึงกําหนดกลศึกเพื่อเอาชนะ โดยใหกวนอูคุมทหารพันหนึ่งไปซุม
อยูในเหลื่อมเขาทางซาย ใหเตียวหุยคุมทหารพันหนึ่งไปซุมอยูในดงไมทางขางขวา กําหนดวาถาไดยินเสียง
มาลอเมื่อใดใหกวนอู เตียวหุยยกทหารตีกระหนาบเขามา กวนอู เตียวหุยก็ยกทหารไปซุมอยูตามคําสังรุงขึ้น่
เลาปกับเจาเจงก็ยกทหารผานไปทางที่กวนอู เตียวหุยซุมอยูนั้น รุดหนาไปรบกับโจรโพกผาเหลือง เมื่อปะทะ
กันแลวเลาป เจาเจงก็แกลงถอยมาทางที่กวนอู เตียวหุยซุมอยูนั้น

ฝายโจรโพกผาเหลืองไดทีก็ไลตามตี มาถึงจุดซุมเลาปกใหทหารตีมาลอขึ้นแลวแปรขบวนทหารจากถอยเปน
                                                        ็
หันกลับเขาตี ใน ขณะที่กวนอู เตียวหุย ไดยินสัญญาณแลวก็ยกทหารตีขนาบเขามาโจรโพกผาเหลืองถูกตี
ขนาบเขามาทั้งสามดานก็ตกใจแตกตื่นเสียทีเพราะไมรูกําลังศึก ทัพโจรโพกผาเหลืองจึงแตกพายหนีเขาไป
ใกลกําแพงเมืองเฉงจิ๋ว เจาเมืองเฉงจิ๋วเห็นเปนที่ก็ยกทหารเขาตีมาเปนสี่ดาน ฝายหนีระส่ําระสายลมตายลง
                                                                          
เปนอันมาก จึงแตกหนีไปสิ้นเจาเมืองเฉงจิ๋วจึงปูนบําเหน็จทหารเลาปตามสมควร แตหาไดชักชวนใหเลาปรับ
ราชการหรืออยูชวยเหลือตอไป ดูไปแลวเลาปชางอาภัพนัก เพราะแมจะมีฝมือและผลงานปรากฏแตกลับไมมี
              
ใครเห็นคุณคา

เสร็จศึกแลวเจาเจงจึงแจงแกเลาปวาจะยกทหารกลับเมืองตุนกวน เลาปก็เควงเพราะจะกลายเปนคนตกงานอีก
                                                             
ครั้งหนึ่ง แตโชคยังดีที่เลาปไดขาววาแมทัพโลติดเพื่อนรวมสํานักไดเปนใหญครองตําแหนง แมทพปราบ
                                                                                                  ั
ขบวนการกูชาติและลอมขาศึกไวที่เมืองจงกง จึงขอทหารเจาเจงเพื่อไปชวยแมทัพโลติด เจาเจงตัดใจให
ทหารเลาปไปหารอยคนแลวยกกําลังที่เหลือกลับเมืองตุนกวนเลาป กวนอู เตียวหุยคุมทหารหารอยนายตรงไป
เมืองจงกง แลวชวนกันเขาพบแมทัพโลติดซึ่งเปนแมทัพฝายเมืองหลวง รายงานการศึกที่ผานมาใหแมทัพโล
                                                                                         
ติดรับทราบ แมทัพโลติดไดพบหนาเลาปเพื่อนรวมสํานัก และรับทราบความศึกแลวมีความยินดีเปนอันมาก จึง
ชวนใหเลาป กวนอู เตียวหุย "อยูทําราชการดวยเราเถิด"

เลาป กวนอู เตียวหุยรับคําเชิญของแมทัพโลติดเริ่มชีวิตขาราชการทหารตั้งแตบดนัน แตทั้งนี้ความเปน
                                                                                 ั ้
ขาราชการดังกลาวยังถือไมไดวา เปนทหารหลวงเพราะฮองเตไมไดรับรูดวย ดังนั้นจึงมีฐานะเปนเพียงทหาร
                                                                        
ในสังกัดของแมทัพโลติดเทานั้น แมทัพโลติดเห็นวากําลังพลที่มีอยูสามารถยันทัพของเตียวกก ไดแตใหรสึก
                                                                                                    ู
หวงใยกองทัพของฮองฮูสงและจูฮี ซึ่งเปนน้ําใจที่ดีงามของคนระดับแมทัพผูนที่ไมคิดแตจะเอาตัวรอด หรือ
                                                                            ี้
คิดสรางผลงานเฉพาะตน        แมหนาศึกที่เผชิญอยูกับความเปนตายยังสูมใจหวงหาอาทรผูใตบังคับบัญชาและ
                                                                        ี
การใหญของบานเมือง จึงจัดทหารพันหนึ่งใหเลาปรีบยกไป ชวยฮองฮูสงและจูฮที่ยันทัพเตียวโป
                                                                               ี                    และ
เตียวเหลียงอยูที่เมืองเองฉวน โดยใหเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน
              

ฝายทัพเตียวโปและเตียวเหลียงซึ่งตั้งยันอยูกับทัพของฮองฮูสงและจูฮีนั้น ปะทะกันหลายครั้งยังไมแพชนะกัน
                                           
ดังนั้นเตียวโปและเตียวเหลียงจึงวางแผนเผด็จศึก ดวยวิธการผูกพยนต ใชวิทยาคมที่เตียวกกไดร่ําเรียนมา
                                                       ี
จากตําราของเทพยดา เตรียมปลุกเสกหุนฟางใหเปนทหารเพื่อรบกับฮองฮูสง และจูฮี




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 16



แตในขณะที่เตียวโป เตียวเหลียงเตรียมฟางไวเปนจํานวนมากเพื่อผูกเปนหุนนั้น ขาวทราบถึงฮองฮูสงและจูฮี
ที่ถึงแมจะไมรความนัยวากองทัพโจรโพกผาเหลืองเตรียมฟางไวจํานวนมากเพื่อการใด แตเห็นชองทางที่จะ
               ู
ทําลายกองทัพโจรเสียดวยเพลิง

ในคืนนั้นเพลาสองยามเกิดลมพายุใหญพัดหนัก ฮองฮูสงและจูฮีจึงใหทหารเขาปลนคายเตียวโป เตียวเหลียง
พรอมกัน ใชเพลิงเผาคายโจรโพกผาเหลืองจนแสงเพลิงโชติชวงสวางดุจกลางวัน ทหารเตียวโป เตียวเหลียง
ไมทันรูตัววาถูกโจมตีก็ตกใจไมทันใสเกราะผูกอานมาก็แตกกระจายหนีเพลิงกันวุนวาย
                                                                                ทหารของฮองฮูสง
และจูฮีจึงไดไลฟนแทงพวกโจรลมตายเปนอันมาก เตียวโป เตียวเหลียงนําทหารทีแตกทัพรุดหนีไปทั้งคืน จน
                                                                              ่
รุงเชาก็ปะทะเขากับกองทหารซึ่งใชธงแดงเปนสัญลักษณทั้งกองทัพ นั่นคือกองทัพของโจโฉซึ่งเปนกองทัพ
เสริมมาจากเมืองหลวง และเคลื่อนมาทางเมืองเองฉวนเพื่อสมทบกับทัพของฮองฮูสง และจูฮี

โจโฉเห็นโจรโพกผาเหลืองแตกทัพมาก็สั่งทหารใหเขาตีสกัดไว สังหารทหารเตียวโป เตียวเหลียงเสียหมื่น
เศษไดมาและศาตราวุธเปนจํานวนมาก แตเตียวโป เตียวเหลียงนั้นนําทหารที่เหลือหนีไปได โจโฉนําชัยชนะ
จากการตีทัพเตียวโป เตียวเหลียงซึ่งแตกทัพ ไปจากเมืองเองฉวนเขารายงานใหฮองฮูสงและจูฮทราบ แลว
                                                                                        ี
ขอนําทหารยกตามไปตีเตียวโป เตียวเหลียงตอไป

ฝายเลาปซึ่งรับคําสั่งแมทัพโลติดใหยกทหารมาเมืองเองฉวน ชวยฮองฮูสงและจูฮีนั้น เมื่อเคลื่อนทัพมาใกล
ถึงเมืองเองฉวนเห็นแสงเพลิงที่ ฮองฮูสงและจูฮีเผาคายของเตียวโป เตียวเหลียงจึงเรงทหารรีบไปชวย พอดี
ทัพเตียวโป เตียวเหลียงแตกพายไป จึงเขาไปรายงานตอฮองฮูสง และจูฮีวาแมทัพโลติดใหยกทหารมาชวย
ฮองฮูสงและจูฮีขอบใจนัก แลววากับเลาปวาเตียวโป เตียวเหลียงแตกไปครั้งนี้การศึกก็จะเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว
                                            
คาดหมายวาเตียวโป เตียวเหลียงจะยกทหารไปสมทบกับเตียวกกที่เมืองจงกง ใหเลาปยกทหารรีบตามไป
สกัดไมใหเตียวโปเตียวเหลียงไปบรรจบ ทัพกับเตียวกกได

ฝายเมืองหลวงก็จะไดชยชนะโดยเด็ดขาด การใชใหเลาปไปสกัดเตียวโป เตียวเหลียงในครั้งนี้ดานหนึ่งเห็นได
                         ั
ชัดวาเปนยุทธวิธีที่สาคัญไมใหฝายกูชาติบรรจบทัพกันได ใหคงสภาพเปนสองสวนแลวคอยตีใหแตกทีละสวน
                      ํ               
ตามหลักยุทธวิธี "กินขาวทีละคํา ตีใหแตกทีละสวน" เพือหวังผลเผด็จศึกก็จริงอยู แตในอีกดานหนึงนั้นก็
                                                           ่                                      ่
มองเห็นไดถึงความอาภัพวาสนาของเลาป         เพราะพึ่งเดินทัพมาจากเมืองจงกงอยูหยกๆ ก็ตองรับคําสั่งให
เดินทัพกลับในทิศทางเดิมเพือสกัดเตียวโป เตียวเหลียง การที่เจาเมืองและแมทัพตางๆ ใชใหเลาปไปรบศึก
                              ่
ไมหยุดหยอน ใหไปชวยคนโนนใหไปชวยคนนี้ดูไปแลวคลายๆ จะเปนการผลักไสอยูในที

เหตุทั้งนียอมมีประวัตศาสตรของมันอยู เพราะเลาปเปนเชื้อพระวงศของพระเจาฮั่นโกโจในสายของพระเจาฮั่น
          ้           ิ
เกงเต หลานของพระเจาฮั่นเกงเตผูหนึ่งไดรับพระราชทานบรรดาศักดิ์เปน "ออง" เทียบชั้นเจาพระยาครอง
เมืองตกกุน แตขาดสงสวยประจําปใหแกราชสํานัก จึงถูกถอดออกจากบรรดาศักดิและตําแหนงลงเปนคน
                                                                                    ์
สามัญ ตราบาปนี้จึงตกทอดมาถึงปู พอและถึงตัวเลาปดวย ทําใหขุนนางและขาราชการไมกลาของแวะ คบหา
สมาคมเพราะกลัววา จะเปนทีหวาดระแวงของราชสํานัก
                             ่

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ปราบศึกโจรโพกผาเหลือง (ตอนที่ 8)

เลาปรับคําสั่งของรองแมทัพฮองฮูสงแลว จึงยกทหารเดินทางกลับเมืองจงกง เพื่อบรรลุเข็มมุงทางทหารใน
การตีสกัด ไมใหทัพเตียวโป เตียวเหลียง บรรจบทัพกับเตียวกกไดสําเร็จ

เลาป เคลื่อนทัพมาถึงกลางทางสวนกับคณะของขาหลวง ซึงคุมคนโทษขังกรงใสเกวียนมาดวย เลาป คุนหนา
                                                           ่
นักสั่งใหหยุดมาแลวลงไปดู เห็นแมทัพใหญโลติดถูกจําขังอยูในกรง เกิดความสงสัยจึงไตถามความกับโลติด
โลติดแจงแกเลาปวา "เราลอมเตียวกกไวใกลจะแตกอยูแลว เตียวกกมีความรูเปนอันมาก จะเอาโดยเร็วยังมิได
พระเจาเลนเตจงใชจูฮงชาววังมาสืบขาวราชการ จูฮงจะเอาของกํานัลสินบนแกเรา เราจึงวาในกองทัพนีก็ขาด
                 ึ                                                                                   ้
เสบียงอยู เราจะมีสิ่งใดใหสินบนเลา จูฮงโกรธกลับไปทูลกลาวโทษวาเรานี้มิไดมีใจรบพุง ราชการจึงเนิ่นชา
                                                                                        
อยูพระเจาเลนเตจึงใหตั๋งโตะมาเปนนายทัพแทนเรา แลวใหจําเราใสกรงสงไปเมืองหลวง"

ความที่ โลติด แจงแก เลาป นี้ แสดงใหเห็นถึงระบบราชการในแผนดิน ของ พระเจาเลนเต ไดอยางชัดเจนอีก
ครั้งหนึ่งวา แมขนาดคนระดับแมทัพใหญอยูหนาศึกมีอาญาสิทธิ์ฆาคนได ทั้งกอง ทัพก็มเสบียงไมพอเพียงก็
                                                                                   ี
ยังถูกเรียกเอาสินบน สามกกฉบับภาษาจีนวา จูฮง นั้นมาจากกรมขันที จูฮง จึงเปนลูกนองของสิบขันทีใชมา



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 17



ทําการ และสําหรับสิบขันทีแลวไมรูสึกผิดปกติใดๆ ในการสงคนไปเรียกเอาสินบนจากขุนนางทุกๆ ฝายในแผน
ดิน เพราะเขาใจเอาเอง วาขุนนางทั้งปวงมีความชั่วชาเลวทรามเหมือน กับตัว เมื่อไดรบตําแหนงใดๆ แลวก็
                                                                                   ั
จะตองแสวงหาประโยชน ทั้งใน รูปของการฉอราษฎรและในรูปของการบังหลวง ดังนั้นแมวา โลติดจะเปนถึง
                                                                                     
แมทัพใหญถือรับสั่งไปปราบจลาจล ก็ยังถูกสิบขันทีมองวา ยิ่งเปนแมทัพใหญก็ยิ่งไดผลประโยชนมาก เมื่อ
โลติดไมมทรัพยสินเงินทองใหเปนสินบน จึงเปนเรื่องรายแรง ทาทายอํานาจสิบขันทีอยางหนึ่ง และเขาใจไป
          ี
วาไดรับผลประโยชนเปนจํานวนมากจากการศึก แลวไมแบงปนอีกอยางหนึ่ง เหตุนี้ โลติด จึงตองถูกสิบขันที
กราบทูลให พระเจาเลนเต ถอดออกจากตําแหนงกลายเปนคนโทษ แตขอที่วา จูฮง โกรธไปทูลกลาวโทษนั้น
เปนความเขาใจผิดของโลติด เพราะตัวการใหญเปนสิบขันที จูฮง เปนแตเพียงตัวโหมโรงเทานั้น

วิธีการเรียกสินบนจากขุนนางตามหัวเมืองตางๆ สรุปไดเปน 3 วิธี คือการสงผูแทนไปตรวจการหรือสืบขาว
ราชการอยางหนึ่ง การ ออกไปตรวจเยี่ยมเองอยางหนึ่ง และการสงเจาหนาที่ตรวจเงินแผน ดินออกไปตรวจอีก
อยางหนึ่งเปนที่รูกันทั่วไปอยางดียิ่งในบรรดาขาราชการในหัวเมืองวา เมื่อใดทีมีเหตุการณตรวจการ ตรวจ
                                                                               ่
เยี่ยมหรือตรวจเงินแผนดินเกิดขึ้น ณ ที่ใดแลว ยอมหมายความวาจะตองจัดเงินสวยสินบน หากจัดใหแตนอย
ทุกอยางก็เสมอตัว          หากจัดใหถึงขนาดผลการตรวจก็จะถูกรายงานไปเปนความดีความชอบ          และเสนอปูน
บําเหน็จหรือเลือนชั้น หากไมจัดใหตามธรรมเนียมก็จะถูกถอดออกจากตําแหนง ถูกยายหรือตองโทษ ดีรายก็
                 ่
อาจมีโทษถึงประหาร บางครั้งไมเพียงเรียกเอาสวยสินบนเทานั้น ยังเรียกเอาสินลางดวย ซึ่งกอความทุกขรอน
อยางหนักแกขาราชการในหัวเมือง เพราะตองยอมเสียลูกสาวหรือเมียนอย หรือสาวใชคนโปรดยกใหเปนสิน
               
ลาง

เตียวหุย ไดยินคํา โลติด แลวก็โกรธเลือดขึ้นหนา ชักดาบจะฆาผูคุมเพื่อถอดโลติดออกจากกรง เลาปไดหาม
                                                                     
ไวเพราะเปนขอรับสั่ง เมื่อเปนเชนนี้ กวนอู จึงไดเสนอตอพี่นองทั้งสองวา เมื่อ โลติด เปนคนโทษไปเสียแลว
จะไปเมืองจงกงตามเดิมพึ่งตั๋งโตะก็ปวยการ ควรเดินทางหลับเมืองตุนกวนจะดีกวา เลาปเห็นดวยกับขอเสนอ
ของกวนอู สามพี่นองแหงสวนทอจึงนําทหารเปลี่ยนเสนทางโฉมหนาไปเมืองตุนกวน เดินทางไดสองวัน ได
ยินเสียงมาลอฆองกลองและเสียงโหรอง ดังสนั่นมาแตไกล เลาป กวนอู เตียวหุย จึงขึ้นมาพากันไปบนเนินเขา
เห็นธงสําคัญประจําตัวแมทัพแลว ก็รวาทัพ ตั๋งโตะ ถูกทัพ เตียวกกตีแตกพายมาจึงนําทหารลงไปชวยรบ ทัพ
                                        ู
ของเตียวกกคิดวาตองกล เพราะไมรูกําลังศึกมากนอยจึง แตกหนีไป

ตั๋งโตะกลับเขาคายแลว ใหหาเลาปกวนอูเตียวหุยมาสอบถามวา เปนทหารในสังกัดของใครและมีตําแหนง
แหลงที่อยางไร เลาปจึงบอกวา ไมไดเปนขุนนางไมมีตําแหนงแหลงที่ประการใด ตั๋งโตะ ฟงแลวก็แสดงกิริยา
ดูหมิ่นเอากับสามพี่นอง ไมไดแสดง ความขอบใจหรือยินดีทเลาปไดชวยเหลือตีขาศึก สามพี่นองจึงลาออกมา
                                                           ี่
แตเตียวหุยเปนคนเจาโทสะ เห็นกิริยาทาทีของ ตั๋งโตะ เชนนี้ก็โกรธจะเขาไปฆาตั๋งโตะเสีย เลาป เขาหามไว
แลวพรอมใจกันยกทหารกลับไปหาจูฮี ณ เมือง เองฉวน อีกครั้งหนึ่ง เลาเรืองราวขอราชการให จูฮี ฟงทังสิ้น
                                                                         ่                              ้

จูฮีฟงความแลวบอกเลาปวา ตั๋งโตะนั้นบานอยูเมืองหลวง ไดรับตําแหนงเปนขุนนางที่เจาเมืองฮอตัง เปนคน
ไมรูการหนักเบามีแตถือตัว "ซึ่งทานจะอยูดวยนั้นหาประโยชนมิได" แลวรับเลาปมาอยูในกองทัพเดียวกันฝาย
                                             
ตั๋งโตะเมื่อรอดตาย เพราะรบแพเตียวกกแลว ไดทาศึกกับเตียวกกอีกหลายครั้ง รบทุกครั้งก็แพทุกครัง เกิด
                                                      ํ                                               ้
ความรักตัวกลัวตายจึงติดสินบนสิบขันที ให พระเจาเลนเต เรียกตัวกลับเมืองหลวง แลวเลือนตําแหนงเปน เจา
                                                                                          ่
เมืองซีหลง ซึ่งเปนเมืองใหญตอบ แทนความชอบคาสวยสินบน ทําให ตั๋งโตะ แทนที่จะตองถูกลงโทษเพราะ
แพศึก มีอํานาจวาสนามากขึ้น

เมื่อเรียก ตั๋งโตะ กลับ ก็มีพระบรมราชโองการใหเลื่อนตําแหนง ฮองฮูสง เปนแมทัพใหญแทน ยกไปรบเตียว
กก ณ เมืองจงกง ฮอง-ฮูสง ตีทัพ เตียวกก แตกและสังหาร เตียวกก ในสนามรบสวน โจโฉซึ่งไลตามตีเตียว
โปเตียวเหลียงไมทัน จึงไดกลับมา และทําราชการอยูกับฮองฮูสง ตอมาเมื่อไดขาววา เตียวเหลียง หนีไปตั้ง
หลักอยู ณ เมืองโฉเหียง ฮองฮูสง จึงยกทหารไป เมืองโฉเหียง โจโฉ จึงติดตามกองทัพไปดวย

ฝายจูฮีกับเลาปไดขาววาเตียวโปถอยไปตั้งหลักอยูทภูเขาลูกหนึ่ง มีกําลังทหารถึงแปดเกาหมื่นคน จึงยกทัพ
                                                       ี่
ไปรบเตียวโปสถานการณสงครามในขั้นนี้           ฝายกูชาติเหลืออยูเพียงกองทัพที่นําโดยเตียวโปกับเตียวเหลียง
                                                     
ในขณะที่กองทัพจากเมืองหลวงก็ ไดปรับขบวนออกเปนสองกอง กองหนึ่ง ฮองฮูสง เปนแมทัพใหญ มี โจโฉ
อยูในสังกัดยกไปรบกับ เตียวเหลียง ณ เมืองโฉเหียง สวนอีกกองหนึ่ง จูฮี เปนแมทัพมี เลาป อยูในสังกัด ยก
ไปรบกับ เตียวโป

กองทัพของฮองฮูสง รบกับเตียวเหลียงไดรับชัยชนะติดตอกันถึง 7 ครั้ง ครังหลังสุด ฮองฮูสง ฟน เตียวเหลียง
                                                                     ้
ตาย ทัพเตียว-เหลียงแตกพายไป ทหาร เตียวเหลียง มาเขาสวามิภักดิ์เปนจํานวนมากไดรับชัยชนะแลวฮองฮู



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 18



สงจึงคุมเอาเชลยศึก และศพเตียวกกหัวหนาขบวนการกูชาติกลับเมืองหลวงเขาเฝาถวายรายงานพระเจาเลน
                                                     
เต พระเจาเลนเตโปรดใหปูนบําเหน็จฮองฮูสง เลื่อนตําแหนงขึ้น เปนแมทพประจํากองบัญชาการทหารกลาง
                                                                      ั
ซึ่งสามกกฉบับเจา พระยาพระคลัง (หน) แปลวา เปนทหารสําหรับรักษาพระองค และใหไปเปนเจาเมืองบุยจิ๋ว
ดวย

ฮองฮูสงไดกราบทูลพระเจาเลนเต แกตางใหโลติดอดีตแมทัพใหญทถูกถอดและจําเปนนักโทษวา ไมไดมี
                                                              ี่
ความผิดดังขอกลาวหาแตมีความชอบในสงคราม พระเจาเลนเตก็โปรดใหโลติดพนโทษและคืนตําแหนงเดิม
ดังเกา โดยไมไดบําเหน็จความชอบใดๆ สวน ผูทใสรายโลติด ซึ่งสมควรตองสอบสวนพิจารณาโทษถึง
                                                ี่
ประหารเพราะใสรายแมทัพในยามศึก ก็ไมโปรดใหสอบสวนหรือดําเนินการใดๆ ปลอยใหคนชั่วลอยนวลไป
ดื้อๆ สวนโจโฉมีความชอบโปรดใหไปกินเมืองจี้หนํา ในขณะที่ เลาป นันถึงวันนี้ยังคงกรําศึกอยูในสนามรบ
                                                                   ้
โดยที่ยังไมเคยไดรับบําเหน็จความชอบใดๆ เลย

ทางดาน จูฮี เลาป ไดทาศึกกับ เตียวโป หลายครั้ง ครั้งแรก เตียวหุยเอาทวนแทงโกเสงทหารเตียวโปตกมา
                         ํ
ตายยังไมทันครบสามเพลง กองทัพเตียวโป ก็แตกถอยไปเลาป ไลตามตี เตียวโป จนตรอกเขาก็ใชวิชาผูก
พยนตเสกฟางใหเปนทหาร แลวเรียกลมฝน "ใหเปนเมฆมืดอากาศฟารอง ลม พายุพดหนักฝนตก แลวมีคนขี่
                                                                               ั
มาถืออาวุธลงมาแตอากาศ" ทหารเลาป ก็ตกใจ เลาป จึงใหถอยทัพแลวปรึกษากับ จูฮี เพื่อแกวิทยาคม ของ
เตียวโป รุงขึ้นเตียวโปยกทหารมารบอีก และใชวทยาคมเหมือนกับวันกอน "เปนเมฆมืดฟารองลมพัดหนักฝน
                                              ิ
ตก เปนคนขี่มาถืออาวุธ ลงมาจากอากาศเปนอันมาก" เลาป จึงทําเปนถอยทัพมายังจุดซุมที่เตรียมไวแก
วิทยาคมของเตียวโป

เตียวโปและทหารหุนพยนตไลตามเลาปมาถึงจุดซุม ก็ถูก กวนอู เตียวหุย ซึ่งซุมทหารไวสองขางทาง "เอา
ของโสโครกและโลหิตสุกรสุนขนั้นสาดไปถูกพวกโจร แลคนขี่มาซึ่งลงมาแตอากาศ นั้นก็กลายเปนกระดาษ
                              ั
มานั้นก็กลายเปนมัดหญาไป เมฆแลฝนลมนันก็หายสวางไป" เตียวโป เห็นวิทยาคมถูกทําลายก็ถอยทัพ จูฮี
                                           ้
เลาป กวนอู เตียวหุย ไลตามตีทัพเตียวโปแตกพายไป ตัวเตียวโปถูกเลาปเอาเกาทัณฑยิงไปถูกไหลซาย แต
                                                                        
เตียวโปก็หนีรอดเขาเมืองเยียงเซียไปได

จูฮี เลาป ไดเขาลอมเมืองเยียงเซียไว ทําใหในเมืองขาดเสบียง และยากลําบาก ลําแจงทหารของเตียวโป
และสมุน จึงแปรพักตรหักหลังเจานายของตนเองลอบสังหาร เตียวโป แลวตัดศีรษะออกมาใหเลาป จูฮทนอก      ี ี่
เมือง และขอทําราชการดวย จูฮี มีความยินดีเมื่อชนะศึกแลว จึงแตงหนังสือรายงานขอราชการกราบทูล
ความชอบตอพระเจาเลนเต แตยังไมทันเดินทัพกลับก็ไดรบหมายรับสั่งวา เตียวฮอง ฮั่นตง ซุนตอง ทหาร
                                                           ั
เตียวกกซองสุมพวกโจรไดหลายหมืน เขาตีบานเผาเมืองเสียหลายเมือง ใหจูฮีไปปราบโจรกลุมนี้ จูฮี เลาป
                                     ่
จึงยกทหารไปลอม เมืองอวนเซีย รบกับสมุนของ เตียวกก และลอมเมืองไวจนขาดเสบียงอาหาร ฮั่นตง จึงใช
ทหารมาขอสวามิภักดิ์ แตจูฮีไมยอมรับ เลาปจึงวา "ครั้งพระเจาฮั่นโกโจไดราชสมบัตนั้น เพราะมีผูมาเขาเกลี้ย
                                                                                 ิ
กลอมเปนอันมาก เหตุไฉนทานจึงไมรับเกลี้ยกลอม" จูฮีไขวา "ครั้งพระเจาฮั่นโกโจนั้น บานเมืองมิไดปกติ มี
เสี้ยน หนามเปนอันมาก พระเจาฮั่นโกโจจึงรับเกลี้ยกลอมคนทั้งปวง ครั้งนี้มีจลาจลแตโจรพวกเดียว ครั้นจะ
เอาพวกโจรเขาไวในเกลี้ยกลอม คนทั้งปวงก็จะดูเยียงอยางวาทําผิด และถามีผูมาปราบปรามก็จะละพยศอัน
                                                     ่
รายเสีย นานไปก็จะรื้อทําความชั่วไปอีก"

เลาปเห็นชอบดวย และเพือไมใหสมุนเตียวกกรบแบบสูตาย จะทําใหกองทัพเสียหายมาก ผิดตําราพิชย
                               ่                                                                     ั
สงคราม ดังนันจึงเขาตีเมืองพรอมกันเพียงสามทาง เปดทางดานตะวันออกใหเปนทางหนี และฮั่นตงก็ไดยก
               ้
พลหนีออกทางดานตะวันออก แตไปไมพน เลาปยิงเกาทัณฑถูกฮั่นตงตาย แตเตียวฮองกับซุนตงหนีกลับเขา
เมืองได จูฮี เลาปก็ลอมเมืองไว ในขณะทีลอมเมืองอยูนี้ซุนเกี๋ยนไดยกทหารหารอยมาสมทบกับทัพหลวงของ
                                           ่
จูฮี

จูฮี มีความยินดียิ่งนักแลวจัดทัพแยกกันเขาตีเมืองอวนเซียทั้งสามดาน เวนไวแตดานตะวันออก ในขณะเขาตี
เมืองนั้น ซุนเกี๋ยน อาศัยความกลาหาญปนกําแพง เมืองอวนเซีย เขาไปได เตียวฮองขึ้นมาถืองาวจะรบดวย
ซุนเกี๋ยน เขามาใกลเชิงเทิน ซุนเกี๋ยนจึงโจนดวยกําลังเขาชิงงาวจาก เตียวฮอง แลวฟน เตียวฮอง ตกมาตาย
สวนซุนตง เห็นเมืองแตกก็คดจะหนี แตถูกเลาปยิงดวยเกาทัณฑตกมาตาย กองทัพของจูฮีเขาเมืองได ฆา
                              ิ
ทหารซุนตง เตียวฮองตายหมืนเศษ ยึดสินศึกไดเปนจํานวนมาก
                                ่

จูฮี เลาป เสร็จศึกเมืองอวนเซียแลว จึงยกทหารไปยึดหัวเมืองตางๆ ทีถกฝายกูชาติยึดไวกลับคืนถึงสิบสี่สิบ
                                                                     ่ ู
หาหัวเมือง จัดการปกครองเขาที่เขาทางแลวก็ยกทัพกลับเมืองหลวง กราบทูลรายงานความชอบแกพระเจา



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 19



เลนเต พระเจาเลนเต โปรดใหบําเหน็จ จูฮี เปนแมทัพประจํากองบัญชาการทหารกลางเชนเดียวกับฮองฮูสง มี
ตําแหนงเฝาและใหเปนเจาเมืองโหหลํา สวนซุนเกี๋ยนโปรดใหไปเปนกรมการหัวเมือง มีอํานาจบัญชาทหารหา
กองพันสําหรับเลาป มิไดตรัสประการใด เลาปคอยทาบําเหน็จอยูใน เมืองหลวงเดือนเศษ ไมไดขาวคราว
ประการใดก็เสียน้ําใจนัก นีคอปรากฏการณปูนบําเหน็จในแผนดินของเลนเต โดยที่เลาปหารูไมวา ความดี
                           ่ ื                                                             
ความชอบในแผนดินนี้ไมไดขนอยูกับผลงาน แตขึ้นอยูกับน้าหนักของสินบนเทานั้น
                             ึ้                         ํ

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ปลนความดีความชอบ (ตอนที่ 9)

ความพิสดารของสามกกประการหนึ่งก็คือ ไดแสดงเรื่องราวตางๆที่ประหลาดพิสดารเหนือความคาดหมายของ
ชาวโลก เรื่องราวบางอยางทีพึ่งเกิดขึ้นในยุคนี้กลับมีปรากฏอยูในสามกกอยางคาดไมถึงในบรรดาการปลนที่มี
                           ่
อยูในโลกนี้ อาจจําแนกไดเปน 3 ชนิดคือใชกําลังและอาวุธเขาปลนชิงเอาแบบปลนวัวปลนควาย และ
ทรัพยสินเงินทองอยางอื่น ปลนโดยใชปากกาเปนอาวุธ พลิกดําเปนขาวกลับขาวเปนดํา และการใชอทธิพล
                                                                                              ิ
ปลนความดีความชอบ

การปลนโดยใชกําลังและอาวุธมีมาแตดึกดําบรรพ ในขณะทีการปลนโดยใชปากกามีขึ้นตั้งแตเริ่มมีกระบวนการ
                                                         ่
ยุติธรรม สวน การปลนโดยใชอิทธิพลพึ่งมีปรากฏใหเห็นในยุคที่ประชาธิปไตยเฟองฟูนี้เอง แตที่ไหนไดการ
ปลนทุกชนิด กลับมีปรากฏอยูในสามกกทั้งสิ้นเลาป หลังจากถูกปดบังความชอบจากการกรําศึกทียากเข็ญ    ่
แสนสาหัสแลว ไดแตเฝารอความหวัง แตไรขาวคราว วันหนึ่ง เลาป กวนอู เตียวหุยไปเดินเลนชมเมืองพบ
เตียวกิ๋น ซึ่งเปนมหาดเล็กในพระเจาเลนเต และทราบขาววาไมคอยกินเสนกับพวกสิบขันที เลาปจึงเขาไปหา
ยกมือแสดงอาการคํานับแลวรองทุกขวา ไดทําความชอบในการทําศึกปราบโจรโพกผาเหลืองและเลาเรืองทั้ง        ่
ปวงให เตียวกิน ฟง เตียวกิ๋น คงเห็นเปนทีจะไดเลนงานสิบขันที จึงพา เลาป เขาเฝา พระเจาเลนเต กราบทูล
                ๋
วา "เกิดโจรโพกผาเหลืองขึนครั้งนี้ เพราะเหตุดวยพระองคเชื่อฟงขันทีสบคน ขันทีสิบคนนั้นตัดสินเนือความ
                              ้                                        ิ                              ้
อาณาประชาราษฎร กลับจริงเปนเท็จ เท็จเปนจริง ขุน นางผูใหญผูนอยซึ่งเปนยุติธรรมนั้นใหถอดเสีย เอา
สินบน ผูหาสัตยไมเอามาตั้งเปนขุนนางผูใหญผูนอย บานเมืองก็เกิดจลาจล อาณาประชาราษฎรไดความ
เดือดรอนมาคุมเทาบัดนี้ ขาพเจาคิดวาจะใหเอาขันทีสิบคนไปตัดศีรษะ ประกาศแกอาณาประชาราษฎร ทั้ง
ปวงใหทั่วทุกหัวเมืองซึ่งขึ้นแกเมืองหลวง ใครมีสติปญญาเปนยุติธรรมมีความชอบก็ใหตั้งเปนขุนนาง โดย
                                                     
ยศถาบรรดาศักดิ์ตามสมควร บานเมืองก็จะอยูเย็นเปนสุขสืบไป" คํากราบทูลนี้ฟงแลวเห็นไดวา เตียวกิ๋น เปน
ขุนนางที่ซื่อตรงตอแผนดินคนหนึ่ง แตเพราะความไมพอใจสิบขันทีลนอยูในอก

เตียวกิ๋น ทีสูนําเลาปเขาเฝา กลับไมกราบทูลเสนอความชอบของ เลาปแมแตคําเดียว เอาแตขอใหประหารสิบ
            ่
ขันทีเสีย แตอาจเปนโชคดีของ เลาป เพราะหากเสนอความชอบไปแลว เลาปก็อาจตองรับชะตากรรมที่ไม
คาดคิดไดสิบขันทีฟงคํากราบทูลอยูกตกใจ เพราะความที่ เตียวกิ๋นกราบ ทูลนั้นเปนเรื่องใหญมีโทษถึงตาย จึง
                                          ็
แสรงถอดหมวกยศ ทําทีเสีย ใจจะลาออกจากราชการ แลวรองไหขอความสงสารวา ถูกใสรายเกิด จากความ
อิจฉาของ เตียวกิ๋น และเปนความอิจฉาที่มตอฮองเต เพราะสิบขันทีไดปรนนิบัติรับใชเปนอันดีดวยความสัตย
                                               ี 
สุจริตและเสียสละอันสูงสุด ไมเคยคิดเห็นแกครอบครัวหรือคนอื่น วาแลวก็ซัดตูมเขาใส เตียวกิ๋น วา เปนเพียง
ขุนนางผูนอยมาสั่งสอนฮองเตเปนการบังอาจ          ไมกลัวพระราชอาญาทําใหเสื่อมพระบรมเดชานุภาพพระเจา
เลนเตจึงตําหนิเตียวกิ๋นวา เปนขุนนางมีคนรับใชใกลชิดมากมายอยูแลว พระองคมีขันทีคอยรับใชบางทําไม
ตองมาอิจฉาริษยากัน แลวใหทหารไลเตียวกิ๋น เลาปออกไป

จากนั้นสิบขันทีจึงปรึกษาหารือกันวา ผูมีความชอบในการปราบโจรโพกผาเหลืองมีอยูมาก หากไมจัดสรร
ตําแหนงเล็กๆ นอยๆ ใหบางคนพวกนี้ก็คงจะมาถวายฎีกาอีก จะทําใหเดือดรอนกันเปลาๆ สมควรที่จะตองบอก
กลาวใหกรมกําลังพลจัดสรรตําแหนงให จะไดไปพนหูพนตาแลวคอยคิดอานจัดการในภายหลัง

สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) กลาวความในตอนนี้วา สิบขันทีตกลงกันใหเฉยไว ตอมาพระเจาเลนเต
                                                        
จึงไดโปรดใหปนบําเหน็จให เลาป แตฉบับภาษาจีนระบุความวา การปูนบําเหน็จแกเลาป เกิดจาก การ
              ู
วางแผนของสิบขันทีเพื่อลดความขัดแยงเหตุนี้ผูมีความชอบในศึกปราบโจรโพกผาเหลืองหลายคน จึงไดรับ
การปูนบําเหน็จเล็กๆนอยๆ สําหรับ เลาป นั้นไดใบบุญไปดวย เพราะโปรดใหไปเปนนายอําเภอ เมืองอันฮอ
กวน ซึ่งเปนอําเภอเล็กๆ อยูหางไกลเมืองหลวงเปนอันวา แผนลดความขัดแยงกับบรรดาผูมีความชอบ ใน
                                                                                     
สงครามปราบโจรโพกผาเหลืองของสิบขันทีดาเนินไปอยางไดผล เพราะผูมีความชอบเหลานั้นตองแยกยาย
                                            ํ
กันออกไปทําราชการในหัวเมือง ไมเปนที่รกหูรกตาและไมมาเที่ยวทูลเกลาถวายฎีกาใหเปน ที่วุนวายใจของ
สิบขันทีตอไป



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 20




เลาปรับพระบรมราชโองการแลว ก็ใหทหารซึ่งมาดวยนั้นกลับไปที่อยู เอาแตคนสนิทประมาณ 20 คนไวแลว
พากวนอู เตียวหุย กับคนเหลานั้นเดินทางไปรับตําแหนงนายอําเภอเมืองอันฮอกวน ไดปกครองโดยยุติธรรม
คดีความก็เสร็จสิ้นไป ราษฎรทั้งปวงไดความสุขตางสรรเสริญและมีใจภักดีตอเลาปเปนอันมาก แตเวรกรรม
ของบรรดาผูมความชอบในการปราบโจรโพกผาเหลือง ภายใตระบบขันทีในแผนดิน เลนเต ยังไมหมดสิ้น
               ี
เพราะสิบขันทีได กําหนดกันไวกอนแลววา ทีมีการปูนบําเหน็จไปนั้น เพียง เพื่อไมใหมีการรองทุกขถวายฎีกา
                                           ่
ใหเปนที่เดือดรอนแกตน แลวจะคิดบัญชีในภายหลัง

ดังนั้น เมื่อบรรดาผูมีความชอบแยกยายกระจายกันไปทําราชการตามหัวเมืองแลว สิบขันทีก็เริ่มดําเนินงานตาม
                    
ระบบที่คุนเคย ของตนดวยการออกประกาศเวียนทั่วไปและเจาะจงใหไปถึงบรรดา ผูมีความชอบที่ไดรับการ
                                                                               
แตงตั้งใหมวา แผนดินมีขุนนางขาราชการมากเกินไป เปนภาระแกงบประมาณแผนดิน ทางราชการมีความ
จําเปนที่จะตองลดจํานวนขุนนางและขาราชการลง ถาใครมีขอสงสัยประการใดก็ใหขอทราบรายละเอียดไดที่
กรมขันทีในขณะเดียวกันนั้นก็สงสมุนออกไปวากลาวแกขุนนาง ขาราชการ ทั้งทหารและพลเรือนทั้งปวงที่
                              
ไดรับความชอบจากการปราบ โจรโพกผาเหลืองวา "ถาผูใดมีทรัพยขาวของเงินทองเอาไปใหแกขันทีนายเรา
แลว นายเราจะชวยทูลเสนอความชอบให ถาใครมิไดให นายเราจะทูลใหออกเสียจากที่ขุนนาง"           ขุนนาง
ขาราชการที่ไดรับความชอบดังกลาว      ไดยินยอมเขาสูระบบสวยสินบนของสิบขันทีเปนอันมาก
                                                                                              ซึ่งยอม
รวมถึงตั๋งโตะ โจโฉ และซุนเกี๋ยนดวย คนเหลานี้จึงยังคงดํารงอํานาจวาสนาและมีความกาวหนาในราชการ
ตอไปได

ภายในเมืองหลวงปรากฏวามีขนนางผูใหญฝายทหารสามคน ไมยอมรับระบบสวยสินบนของสิบขันทีคือ โลติด
                              ุ
ฮองฮูสงและจูฮี แต โลติด อดีตแมทัพใหญปราบโจรโพกผาเหลืองคนแรกนั้น คุมกําลังทหารมหาดเล็กรักษา
พระองค สิบขันทีจึงไมอยากของแวะดวย ซึ่งคงจะถือหลักนักเลงวา "พบเสือใหหนี พบหมูใหกิน" ดังนั้นโลติด
จึงยังคงรับราชการเปนปกติอยู

สวน ฮองฮูสง อดีตแมทัพใหญ ที่ตั้งไปแทน ตั๋งโตะปราบโจรโพกผาเหลือง และ จูฮี ซึ่งเปนแมทัพรองนัน ทั้ง
                                                                                                 ้
สองคนไดรับปูนบําเหน็จตั้งเปนแมทัพประจํากองบัญชาการทหารกลาง มีตําแหนงเฝาและกินหัวเมืองดวย แต
ไมไดคุมกําลังทหารประจําการ ดังนั้นเมื่อไมยอมเอาเงินทองไปติดสินบนสิบขันที จึงถูกสิบขันทีเพ็ดทูลยุยง
พระเจาเลนเต ใหถอดออกเสียจากที่ขุนนาง

เมื่อตําแหนงแมทัพประจํากองบัญชาการทหารกลาง        ซึ่งเปน  ตําแหนงใหญโตของแผนดินวางลงถึงสอง
ตําแหนง สิบขันทีก็กราบ ทูลพระเจาเลนเตใหแตงตั้งเตียวตงและเตียวเหยียง ซึ่งเปนแกนนําสําคัญของสิบ
ขันทีใหครองตําแหนงแทน สวนขันทีที่เหลืออีกแปดคน ก็โปรดใหเลื่อนเปนขุนนางผู ใหญทุกคน "ราชการนั้น
ก็ฟนเฟอนไป ราษฎรไดความเดือดรอน"

ฝาย เลาป ซึ่งไปรับตําแหนงเปนนายอําเภอ เมืองอันฮอกวนนั้น ก็ถูกสิบขันทีสงลูกนองชื่อ ตกอิ้ว ไปเรียกเอา
สวยสินบนเชนเดียวกัน ตกอิ้วไปถึงเมือง อันฮอกวน ก็วางอํานาจบาตรใหญซักไซประวัติและผลงานของ เลาป
เมื่อ เลาป บอกวาเปนเชื้อพระวงศ และมีความชอบในการปราบศึกโจรโพกผาเหลือง ตกอิ้ว ไมยอมเชื่อหาวา
เปนการแอบอาง แลวแจงวามีรับสั่งใหมาเรียกสวยจากขุนนางที่ไดรับแตงตั้งใหม เลาป มิไดวาประการใด ลา
ไปที่อยูแลวเชิญปลัด อําเภอมาปรึกษา ปลัดอําเภอรูธรรมเนียมของเมืองตาหลิ่วดี จึงบอกแก เลาป วา ตกอิ้ว
มาครั้งนีดวยหวังเอาสินบนเขาตัว ไมใชภาษีเก็บเขาหลวง เลาป จึงวา "ตั้งแตเรามาอยูเมืองนี้จะได
          ้
คาธรรมเนียม แลเบียดเบียนดายเสนหนึ่งเข็มเลมหนึ่ง แกอาณาประชาราษฎรใหไดความเดือดรอนหามิได จะ
เอาสิ่งใดมาใหสินบน" คําของเลาปนี้สะทอนถึงคุณธรรมประจําตัวและวัตรปฏิบัติราชการของเลาป อันเปนที่มา
ของความเคารพรักศรัทธาจากราษฎร หลังจากนี้เกือบสองพันป เหมาเจอตง ผู นําพรรคคอมมิวนิสตจีน จึงได
นําหลักการนี้ไปบัญญัติเปนขอหนึ่งในวินัยใหญสามขอของ กองทัพปลดแอกประชาชนจีนวา "หามเอาดายสัก
เสน เข็มสักเลมจากราษฎร"

รุงขึ้นตกอิ้วก็เรียกปลัดอําเภอมาใหซดทอดวา เลาป ฉอราษฎร บังหลวง ปลัดอําเภอไมยอมซัดทอด ตกอิ้วก็
                                      ั
ใหนักการอําเภอเฆี่ยนปลัดอําเภอ บังคับใหซัดทอด แตปลัดอําเภอก็กมหนาทนเจ็บทนรับความปวดไมยอม
กลาวคําอันเปนอาสัตย เลาป จะมาพบก็ไมใหเขาพบ เลาป จึงกลับไปที่พก ราษฎรไดทราบเรื่องจึงมาทีอําเภอ
                                                                         ั                          ่
เพื่อจะชวยเหลือ แตนายประตูหามไว

ราษฎรซึ่งชุมนุมอยูที่หนาเรือนพักรับรองของ ตกอิ้ว สงสารปลัดอําเภอและ เลาป พากันรองไหระงม พอดี
เตียวหุย เสพสุราแลวขี่มาผานมาประสบเหตุเขา ก็โกรธบุกเขาไปจิกหัว ตกอิ้ว ลากออกมาหนาเรือนรับรอง จับ



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                     หนาที่ 21



ผูกเขากับหลักมา แลวเอาแสมาเฆี่ยนตกอิ้ว เจ็บปวดเปนสาหัส เลาป ไดยนเสียงรองของ ตกอิ้ว ก็วิ่งมาดู เห็น
                                                                           ิ
เหตุการณก็ตกใจเขาหาม เตียวหุย ตกอิ้ว รองขอให เลาป ชวยชีวิตไว เลาป มีใจสงสารก็หาม เตียวหุย ไมให
เฆี่ยน ตกอิ้ว อีกตอไป พอดี กวนอู ผานมารูเหตุแลว จึงวาแก เลาป วา "เราทําความชอบอาสาแผนดินมาเปน
                                              
หลายครั้ง ก็ไดเปนแตเพียงนี้ แตตกอิ้วถือรับสั่งมาแลววาหยาบชา ดูหมิ่นนอกรับสั่งใหไดอัปยศดังนี้ อันเราพี่
นองสามคนอุปมาประดุจหงสซึ่งจะอาศัยในปานี้ไมสมควร             เราจะฆาตกอิ้วเสียแลวชวนกันไปอยูบานเมืองที่
อาศัยแหงเราดีกวา ภายหลังจึงจะคอยคิดการใหญสืบไป" ความตอนนี้แสดงออกถึงอัธยาศัยใจคอ ความ
ทระนงในศักดิและความปรารถนาทําการใหญของ กวนอู อยางชัดเจน เลาป ฟงแลวเห็นชอบดวย แตการที่จะ
                ์
ฆา ตกอิ้ว เปนการไมสมควรเพราะเปนผูถือรับสั่ง แมวาจะมีการแอบอางอยูดวยก็ตามที เลาป จึงไดเอาตรา
                                           
สําคัญของนายอําเภอมาผูกคอ ตกอิ้ว แลววา จะไวชีวิตใหครั้งหนึ่ง บัดนี้ไมตองการทําราชการแลว ให ตกอิ้ว
นําตรากลับไปแลวเลาปก็พากวนอูเตียวหุยกับพรรคพวกยีสบคนนั้นออกจากเมืองอันฮอกวน
                                                            ่ ิ                                 ฝายตกอิวก็นํา
                                                                                                          ้
ตราไปพบเจาเมืองเตงจิ๋ว เลาเหตุการณแลว สั่งใหเจาเมืองจับเลาป กวนอู เตียวหุยสงเขาเมืองหลวง

เลาปมาถึงกลางทางก็ไดกิตติศัพทที่ เจาเมืองเตงจิ๋ว ออกหมายประกาศจับตัว เห็นจะไป เมืองตุนกวน ตาม
ความคิดเดิมไมได จึงเปลี่ยนเสนทางไปหา เลาเกง เจาเมืองไตจิ๋ว ซึ่งเปนแซเดียวกัน บอกความแตหนหลังให
ฟงโดยตลอด เลาเกง นั้น แจงในหนังสือที่เจาเมืองเตงจิ๋วใหจับ เลาป แลว แตครั้นไดฟงคําซึ่ง เลาป บอกก็มี
จิตคิดสงสารคํานึงวา เปนแซเดียว กันทั้งเปนเชื้อพระวงศ แตกลับไมไดรบความเปนธรรมถึงเพียงนี้ น้ํา ใจจึง
                                                                             ั
เอียงมาเขาขางคิดชวยเหลือ เลาป ดังนั้น เลาเกง จึงใหเปลี่ยนชื่อแซ เลาป กวนอู เตียวหุย แลวจัดที่ซอนตัว
                                                                                                             
ไวภายในบานพักรับรองของเจาเมือง

เลาปเชื้อพระวงศพระเจาฮั่นโกโจมีความชอบตอแผนดิน แตกลับตองถูกหมายประกาศจับ ตองเปลี่ยนชื่อแซ
และตองเปนอยูอยางหลบๆ ซอนๆ ดวยประการฉะนี้
                 

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

สงครามโจรโพกผาเหลืองครั้งที่ 2 (ตอนที่ 10)

หลังจากโลติด ฮองฮูสง จูฮี สามแมทัพ โดยมีเลาป กวนอู เตียวหุย สายหนึ่ง โจโฉ สายหนึ่ง และ ซุนเกี๋ยน
สายหนึ่ง ไดรวมกันปราบปรามโจรโพกผาเหลือง เสร็จสิ้น และกลับเขาเมืองหลวงแลว อาณาประชาราษฎร
              
ตางตั้งความหวังวา บานเมืองจะรมเย็นเปนสุขเสียทีหนึ่ง แตการณกลับตรงกันขาม เหตุการณปลนชิงวิงราว
                                                                                                  ่
กดขี่ขม เหงราษฎร การเรียกสวยสินบนยังคงเกิดขึ้นอยางกวางขวางและหนักกวาเดิม การทั้งนี้เนื่องจากระบบ
ขันที ทีครอบงําการบริหารราชการแผนดินของฮองเตยังคงอยู
        ่

ไมแตเพียงเทานั้น กลับมีอํานาจวาสนาเพิ่มมากขึ้น แกนนําคนสําคัญของขันทีสองคนคือ เตียวตง กับเตียวเหยี
ยง ไดรับโปรดเกลาฯแตงตั้งเปน แมทัพประจํากองบัญชาการทหารกลาง มีอํานาจทางการทหารเพิ่มขึนอีก     ้
ทางหนึ่ง สวนขันทีอีกแปดคนนั้นเลา ก็ไดเลื่อนตําแหนงเปนขุนนางชั้นผูใหญ ขันทีคนวิปริตซึ่งควรมีหนาที่
                                                                      
ปกติเพียงคนรับใชของฮองเต กลับไดครองตําแหนงใหญทางทหารระดับแมทัพถึงสองคนและเปนขุนนางชั้น
ผูใหญอีกแปดคน ดังนี้ความวิปริตแปรปรวนในการบริหารราชการแผนดินยุคเลนเต จึงแผปกคลุมทุกวงการ ทุก
ดานทัวประเทศ
      ่

อํานาจวาสนาของสิบขันทีมีมากขึ้นเทาใด ความกําเริบเสิบสาน ในอํานาจก็ยิ่งมากขึนเทานั้น แตเมื่อเปน
                                                                                     ้
อํานาจวาสนาทีเกิดขึ้นจากความชั่วรายและใชอํานาจนั้นโดยไมตั้งอยูในธรรม
                ่                                                                 อํานาจก็กอผลรายใหแก
บานเมืองและราษฎรมากยิ่งขึน ก็แลเมื่ออํานาจวาสนาของสิบขันทีคือตนเหตุของการจลาจล คือตนเหตุของ
                            ้
การกอตัวลุกขึนสู ของขบวนการตอสูกชาติ เมื่ออํานาจ วาสนาซึ่งเปนตนเหตุยังดํารงอยู และมากขึ้นกวาเดิม ก็
              ้                      ู
ยอมสงผลใหการกอตัวลุกขึ้นสูของประชาชนกลับฟนคืนขึนมาอีกครั้งหนึง
                                                       ้             ่

ดังนั้น สมาชิกขบวนการกูชาติของเตียวกก แมจะแพและแตก สลายไปแลว จึงไดกอตัวขึ้นมาใหมเพราะมี่ใดมี
การขมเหงกดขี่ ที่นั้นยอมมีการตอสูเปนธรรมดา คูเสง ซึ่งเปนสมาชิกขบวนการกูชาติคนหนึ่ง หนีราชภัยไปอยู
เมืองเตียงสา ในขณะที่เตียวกีและเตียวซุน ไปอยูเมืองยีหยง จึงไดรวมกับราษฎรกอตั้งฐานที่มั่นกอบกูชาติขึ้น
ในทั้งสองเมือง

เตียวกี นั้นตั้งตนเปนกษัตริย และตั้งให เตียวซุน เปนเสนาบดี มีราษฎรมาเขาดวยเปนอันมาก ฐานที่มนกูชาติ
                                                                                                   ั่
ของประชาชนไดขยายตัว ลุกลามไปอีกหลายเมือง จนทําใหกองกําลังของขบวนการกูชาติที่กอตัวขึ้นใหมนี้




                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 22



เติบใหญเขมแข็ง และขยายตัวออกไปทุกวัน แผอํานาจปกคลุมเมืองตาง ๆ ในลักษณะรัฐซอนรัฐ แตอํานาจ
ปกครองทีแทจริง ที่ประชาชนยอมรับกลับมาอยูที่ขบวนการกูชาติ
         ่

หัวเมืองตางๆ ไดรายงานขาวความเคลื่อนไหวอยางตอเนือง หนังสือกราบทูลถวายรายงานตอพระเจาเลนเต
                                                       ่
ถูกสงเขาเมืองหลวง อยางไมขาดสาย ประดุจดังสายฝนที่ตกเต็มทองฟายามวสันตฤดู สามกกฉบับสมบูรณที่
แปลจากภาษาจีนระบุวา "หนังสือราชการแจงเหตุกอการจลาจล สงเขามาในเมืองหลวง ดังแผนหิมะตก" แต
                      
ปรากฏวา หนังสือราชการทั้งหมดถูกสิบขันทีกักเก็บไว ไมยอมใหเจาหนาที่นําความกราบบังคมทูลใหฮองเต
                                                                                              
ทรงทราบ สภาพของฮองเตเอง จึงตองกลายเปนคนหูหนวกและตาบอด เขาทํานองที่โบราณวาไววา "ฝามือ
อันนอยเมื่อปดตาเขาแลว ก็สามารถปดฟาอันกวางไกลได"

อยูมาวันหนึ่งในขณะ พระเจาเลนเต กําลังเสวยน้าจัณฑอยูกับสิบขันทีอยางมีความสุขในพระราชอุทยาน พระ
                                                 ํ
พี่เลี้ยงชื่อ เลาโต ซึ่งทราบเรื่องการกอตัวและการขยายตัวของขบวนการกูชาติก็ตกใจ จึงตามเสด็จไปถึงใน
พระราชอุทยานขอเขาเฝา พระเจาเลนเต ทอดพระเนตรเห็น เลาโต มีสีหนาแสดงอาการตืนตกใจ จึงตรัสถาม
                                                                                    ่
วาเกิดเรื่องอันใดขึ้น เลาโต จึงกราบทูลวา โจรโพกผาเหลืองกอการจลาจลขึ้นอีกแลว บานเมืองกําลังอยูใน
อันตราย "ไฉนพระองคยังมาเสวยสุราอยูอีกเลา" การกราบทูลในเชิงตําหนิฮองเตผูเปนใหญเปนจุดออนและ
อันตรายอยางใหญหลวง เพราะวิสยผูเปนใหญนั้นยอมแสลงหูกับถอยคําเชนนี้ ยิ่งเปนใหญเทาใดอาการแสลง
                                     ั
หูก็ยิ่งมากขึ้นเทานั้น และอาจกําเริบทําใหคนตายได

พระเจาเลนเต จึงตรัสดวยความไมพอพระทัยหนักวา ที่หัวเมืองตางๆ เกิดจลาจลนั้น ไดถูกกองทัพจากเมือง
หลวงไปปราบปราม ราบคาบสิ้นแลว ไฉนจึงยกเรื่องนี้ขึ้นมากลาวอีก เลาโต ทูลวา เปนการจลาจลที่เกิดขึ้น
ใหม "เหตุผลเพราะขันทีสิบคน จากราชการตัดสินคดีความ ราษฎรมิไดเปนยุติธรรม" ขันทีสิบคนไดฟงคําทูลก็
ตกใจ เพราะเปนผูปดขอมูลขาวสารทีหัวเมืองตางๆ สงเขามาถวาย จึงเขาไปหนาพระที่นั่ง ถอดหมวกยศทําที
                                   ่
วาจะลาออกราชการเหมือนครังกอน แลวแกตัววาไดทําราชการรับใชใกลชด จึงทําใหขาราชการขุนนางอิจฉา
                            ้                                           ิ
ริษยา จะทําราชการไปคงจะไมรอดชีวิต "ขาพเจาทั้งสิบคนนี้ จะขอออกจากที่ เอาแตชีวิตรอดไว แลทรัพยสิ่ง
สินของขาพเจาทั้งปวงนั้น ขอถวายพระองคใหพระราชทานทแกลวทหารซึงทําราชการ แตตัวขาพเจาทั้งนี้ จะ
                                                                      ่
ขอ กราบถวายบังคมลา ไปทําไรไถนาเลี้ยงชีวิต"

สามกกทุกฉบับไมไดตั้งความสังเกตตรงจุดนี้ ทั้งๆทีคําของขันทีดังกลาว นั้นมองขามไมไดเปนอันขาด เพราะ
                                                     ่
นี่คือสุดยอดวิชาของขันที เปนวิชาฆาคนดวยการใชวาจาเปนอาวุธ สุนทรภูไดกลาวถึงวิชานี้ในหนังสือพระอภัย
                                                                        
มณีตอนที่นางละเวงอาสาไปสังหารอุศเรน วา "จะพลิกพลิ้วชิวหาเปนอาวุธ ประหารบุตรเจาลงกาใหอาสัญ"
จนอุศเรนตองรากเลือดถึงแกความตาย นักการเมืองบางคนในชั้นหลังไดสืบทอดวิชาขันทีนแลวมีใจอํามหิตกอ
                                                                                           ี้
ความฉิบหายใหแกบานเมือง แลราษฎรไมตางอันใดกับยุคขันทีกินเมืองในสมัยสามกก คําเพ็ดทูลที่หวานระรื่น
หูฉะนี้ กินใจลึก พระเจาเลนเต นัก พระทัยหนึ่งลนดวยน้ําใจรักสิบขันที อีกพระทัยหนึ่งลนดวยน้ําใจชังพระพี่
เลี้ยง เลาโต ไมไดไตรตรองพิจารณาใด ๆ ก็เชื่อตามคําเพ็ดทูล แลวตรัสวา "ตัวเปนพี่เลี้ยงที่บานเรือนของตัว
นั้น ก็ยอมมีคน สนิทใชสอยอยู แลตัวเราเปนเจาอยูในราชสมบัติ มีคนซึ่งสนิทใชสอยบาง ตัวมาริษยาวากลาว
ใหเราขัดเคือง" แลวตรัสสั่งใหเจาหนาที่คุมตัวเลาโตไปประหาร เลาโต จึงรองขึ้นหนาพระทีนั่งวาไมเสียดาย
                                                                                              ่
แกชีวิต เสียดายแตราชสมบัตของ พระเจาฮันโกโจที่สบทอดมาสีรอยปเศษจะดับสูญ พระเจาเลนเต ก็ทําเปน
                              ิ              ่          ื       ่
ไมไดยินเสีย

เจาหนาทีคุมตัว เลาโต ออกไปจากพระราชอุทยาน พอดีรองอัครมหาเสนาบดีชื่อ ตันต๋า มาพบเหตุเขาก็สั่ง
             ่                                                                         ํ
เจาหนาทีวาอยาเพิ่งประหาร จะไปเขาเฝาฮองเตกอน รองอัครมหาเสนาบดี ตันต๋ํา เขาไปในพระราชอุทยาน
           ่
เขาเฝาพระเจาเลนเต ทูลวา พระพี่เลี้ยง เลาโต ไดอุมชูเลียงดูอบรมสั่งสอนพระองคมาแตนอย ทําผิดฉกรรจ
                                                              ้
ขอใดจึงตองโทษถึงประหาร พระเจาเลนเต ตรัสตอบวา เลาโต เปนผูใหญไมมีความคิดเอาความเท็จมากราบ
ทูล และยุยงใสโทษสิบขันทีซึ่งเปนขุนนางผูใหญ ทั้งกระทําการหยาบชาตอเรา ตันต๋ํา จึงทูลวา ที่ เลาโต
กราบทูลนั้นเปนเรื่องจริง บัดนี้ขุน นาง ขาราชการ และราษฎรทั่วประเทศ เดือดรอนนัก มีความเกลียด ชัง
อยากกินเลือดกินเนื้อสิบขันที แตพระองคกลับมีพระทัยรักดุจพระราชวงศผูใหญ ทั้งที่ไมมีความชอบสิงใด ก็
                                                                                                    ่
ตั้งใหเปนขุนนางผูใหญ ขันทีฮองสี ก็ไดรวมสมคบกับกบฏเปนไสศึกใหโจร มีผูมากราบทูลก็ไมทรงชําระใหรู
ผิดถูก จะทําใหราชสมบัติเปนอันตราย

พระเจาเลนเต เถียงวาไมเปนความจริง ตันต๋า แคนใจนัก จึงเอาศีรษะ ชนพระแทนที่ประทับจนโลหิตไหล พระ
                                           ํ
เจาเลนเตทรงกริ้วขนาดหนัก ตรัสสั่งใหเจาหนาที่เอาตัว รองอัครมหาเสนาบดี ตันต๋ํา และพระพี่เลียง เลาโต
                                                                                              ้
ไปจําใสคุกไวสบขันทีผูกแคน ทั้ง ลาโตและตันต๋ํา ที่กลาวโทษตัวใหถึงตาย ในยามดึกของคืนนั้น สิบขันทีก็
               ิ
ลอบเขาไปในคุกหลวง สังหารเลาโตกับตันต๋าเสีย ขันทีสิบคน ปรึกษากันเห็นวาหากปลอยใหขบวนการกูชาติ
                                             ํ                                                     


                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 23



ทํา การตอไปความผิดก็จะมาถึงตัว ทั้งเห็นวาการของ ฮองสีขันที ที่รบเปนไสศึกในเมืองหลวงใหกับโจร แต
                                                                       ั
ครั้ง เตียวกก ยังอยูยากจะสําเร็จ ได เพราะความเชื่อถือศรัทธาของราษฎรที่มตอการกูชาติในครั้งนี้นอย กวา
                                                                              ี
เมื่อครั้ง เตียวกก หลายเทานัก จะหวังประโยชนอันใดยอมไมคุมกับประโยชนปจจุบัน           ดังนั้นจึงแตงเปน
หนังสือรับสั่งสองฉบับ ฉบับหนึ่ง ไปถึง ซุนเกี๋ยน ใหไปกิน เมืองเตียงสา และสั่งใหไปปราบขบวนการกูชาติ
ของ คูเสง อีกฉบับหนึ่ง ไปถึง เลาหงี ตั้งใหเปน เจาเมืองอิจิ๋ว และใหยกไปตี เตียวกี เตียวซุน ที่ เมืองยีหยง
ฝาย เลาเกง ทราบรับสั่งตั้ง เลาหงี เปนแมทัพไปรบ เตียวกี เตียวซุน จึงเขียนหนังสือให เลาป ถือไปหา
เลาหงี ฝากให เลาป ไปทําการศึกดวย

เลาหงี ทราบความแลวก็ดีใจ มีคําสั่งโดยอํานาจแม ทัพแตงตั้งให เลาป มียศเปนนายรอย ในสังกัดกองทัพ
ของตน เลาป จึงไดกลับเขารับราชการทหารอีกครั้งหนึ่ง โดยมียศเพียง นายรอยเทานั้น แตสามกกฉบับ
เจาพระยาพระคลัง (หน) ไมไดกลาวถึงวา เลาป ไดรับยศทหารหรือมียศใดๆ ซุนเกี๋ยน ทราบรับสั่งแลว ก็ยก
ทัพไปปราบ คูเสง ตีฐานที่มั่นแตก คูเสง ตายในที่รบ ทหารของ คูเสง ก็แตกหนีไปสิ้น

สวน เลาหงี ยกทัพไป เมืองยีหยง รบกับ เตียวกี เตียวซุน ซึ่งมีกําลังพลเขมแข็งจํานวนมาก รบกันอยูหลาย
วัน ทหารของ เตียวกี เตียวซุน ก็ขาดเสบียง อดอยาก ทั้ง เตียวซุน เองก็เปนคนหยาบ ไมเอาใจทหาร นาย
                           
ทหารคนสนิทจึงหักหลังนาย ฆา เตียวซุน แลวตัดศีรษะเอาไปให เลาป สวน เตียวกี เมื่อรูวา เตียวซุน ตาย
และทหารเอาใจออกหาง หนีทัพเปนจํานวนมาก ก็ทอถอยสิ้นความคิด และเอาดาบเชือดคอตาย

ขบวนการกูชาติหรือที่ฝายทางการเรียกวาโจรโพกผาเหลือง ที่เพิ่งกอตัวขึนใหมอีกครั้งหนึ่ง ถูก ซุนเกี๋ยนและ
                                                                     ้
เลาหงี เลาป ปราบปรามจนสงบราบคาบดวยประการนี้

พระเจาเลนเต ไดรับทราบความจากรายงานแลวมีพระดําริวา ซุนเกี๋ยนมีความชอบ โปรดใหไปเปนเจาเมืองกัง
แฮ ซึ่งเปนหัวเมืองเอก สําหรับ เลาหงี มีความชอบมาก โปรดใหเปนผูบญชาการทหารสูงสุด สวน เลาป นั้น
                                                                       ั
ตรัสวา มีความผิดครั้งตี ตกอิว ใหเอาความชอบนั้นลบลางกับโทษ และโปรดใหไปรักษา บานแฮปด ซึ่งเปน
                               ๋
หมูบานเล็กๆ อยูปลายดาน พอดี กองซุนจาน เพื่อนรวมสํานักของ เลาป และโลติด ซึ่งรับราชการเปนขุนนาง
อยูใน พระเจาเลนเต ไดทูลถวายฎีกาวา เลาป นี้แตกอนก็มความชอบในการปราบปรามโจรโพกผาเหลืองมาก
                                                             ี
มาครั้งนี้มความชอบปราบโจรไดสงบราบคาบ อีก ขอทรงพระกรุณาพระราชทานให เลาป ไดไปเปน เจาเมือง
           ี
เพงงวนกวน เถิดพระเจาเลนเต จึงโปรดเกลาฯให เลาป เปนเจาเมืองเพงงวน-กวน ตามคําฎีกาของ กองซุน
จาน และพระราชทานยศทหารใหเปนนายพันทหารมา มีหนาที่คมทหารมาและรถศึก พิจารณาน้ําพระทัยของ
                                                                ุ
พระเจาเลนเต ในครั้งนีแลว เห็นไดชดวา พระองคเองไมไดมีสิ่งใดติดพระทัยในตัว เลาป และคงไมตดพระทัย
                       ้             ั                                                           ิ
ในเรื่องเดิมของพระราชวงศสาย เลาป แตที่ผานมาเหตุททรงไมโปรด เลาป ตามควรแกความชอบนั้น นาจะ
                                                         ี่
ติดปญหาอยูทสิบขันที มาครังนี้ เมื่อ กองซุนจาน ขุนนางถวายฎีกา แสดงวา เลาป ก็มีพรรคพวกอยูในราช
              ี่            ้                                                                     
สํานัก จึงโปรดใหตามขอและยังแถมยศนายพันทหารมา ซึ่งเปนกองกําลังเคลื่อนที่เร็วอีกตําแหนงหนึ่ง ซึ่ง
แสดงวานาจะมีสิ่งใดอันเปนความภายในราชสํานักที่ทรงหวังจะพึ่งพา เลาปในภายหนาอยูในพระทัยเหมือนกัน
                                                                                       
แตไมมีใครไดทราบ ความนี้ เพราะสิ้นรัชกาลเสียกอน

เมืองเพงงวนกวน นั้น เปนเมืองใหญและเปนเมืองทหาร เปนที่ตั้งของกองกําลังทหารมา ทั้งขาวปลาอาหารก็
บริบูรณ เลาปไปครอง เมืองเพงงวนกวน แลว ก็มีกําลังและกวางขวางขึ้นกวาแตกอน

                       หนังสือพิมพผูจัดการออนไลน http://www.manager.co.th


สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

สิ้นศักราชเลนเต (ตอนที่ 11)

เคาลางกลียคแผปกคลุมแผนดินของพระเจาฮั่นโกโจ ปฐมกษัตริยแหงราชวงศฮั่น ซึ่งบัดนี้สืบสันตติวงศตก
             ุ                                              
ทอดมาถึงมือ ของเลนเต การณในอากาศนันดาวประจําพระองคพระมหากษัตริยมัวหมองริบหรี่ ซีดโรยราวไร
                                      ้                                 
เรี่ยวแรงทีจะสถิตยในนภากาศ การในภาคภูมิดลนั้นเลา ก็เกิดการจลาจลวุนวาย อาณาประชา-ราษฎร ตกอยู
           ่                                                      
ในความเดือดรอนทุกหยอมหญา การรบราฆาฟนและการปลนชิงวิ่งราวเกิดขึ้นทุกหัวระแหง




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 24



การในราชสํานักก็ขัดแยงไมมใครไววางใจใครกันไดอีกตอไป แตละฝายตางแสวงหาสมัครพรรคพวกและซอง
                             ี
สุมผูคนไวเปนพวก ดานหนึงเพื่อความดํารงคงอยูของตนเอง แตอีกดานหนึ่งเพื่อการทําลายลางคูแขงและ
                           ่
ปรปกษใหดาวดิ้นไป
             

การฝายในอันเปนสวนพระองค ก็หามีความเปนปกติไมพระเจาเลนเตนั้น ไมใชเชื้อวงศพงศกษัตริยของพระเจา
ฮั่นเต แตเปนลูกขุนนางที่พระเจาฮั่นเตขอมาเลี้ยงเปนลูกบุญธรรม แลวตังเปนรัชทายาท ครั้นเสวยราชยแลว
                                                                        ้
จึงโปรดใหอัญเชิญแมตัวเขาวัง สถาปนาเปนพระราชชนนี ทรงพระนามวา พระนางตั๋งไทเฮา สรางพระตําหนัก
ใหเปนที่ประทับในพระราชวังหลวงเมื่อเจริญวัยขึ้น เลนเตหนุมก็โปรดปรานลุมหลงพระสนม เอกชื่อวา นางโฮ
เฮา ซึ่งมาจากตระกูลพอคาเนื้อ แลวเขาถวายตัวเปนพระสนม มีโอรสดวยกันองคหนึ่งชื่อวา หองจูเปยน พระ
เจาเลนเตจึงสถาปนานางโฮเฮาเปนที่พระมเหสี แลวใหเลื่อนพระสนมโฉมสะคราญชื่อ อองบีหยิน เปนที่พระ
สนมเอกแทนพระมเหสีมีพี่ชายคนหนึ่งชื่อโฮจิน เมื่อนองสาวไดดีเปนถึงที่พระมเหสี โฮจิ๋น ก็ไดความชอบตาม
                                              ๋
พระเจาเลนเต โปรดใหเปนขุนนางผูใหญฝายทหาร มีหนาที่เปนที่ปรึกษาการแผนดิน การตังเอาพอคาเนื้อเปน
                                                                                       ้
ที่ปรึกษาการแผนดินดังนี้ ทําใหเกิดแบบอยางแกนักการเมืองในชั้นหลัง ในการแตงตั้งทีปรึกษาจากพวกรอย
                                                                                     ่
พอพันแมโดยไมตองคํานึงถึงคุณวุฒใดๆ ิ

ในระหวางที่ พระนางโฮเฮา ทรงพระครรภ เลนเต ในวัยหนุม คึกคะนองในแรงปรารถนาประกอบเขากับความ
สะคราญแหง พระสนมเอกอองบีหยินแลว เลนเต หนุมก็ตกในหวงแหงความรัก ยิ่งรักก็ยิ่งลึก แลวก็หลง ใน
ที่สดก็มีพระโอรสกับพระสนมเอกอีกองคหนึ่งชื่อวา หองจูเหียบครั้นพระเจาเลนเตเสวยราชยไดยี่สิบป ความ
    ุ
ราวฉานของฝายในก็เกิดขึ้น

สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) ระบุความตอนนีวาพระเจา เลนเตเสวยราชยไดหกปเศษ ซึ่งขัดกับ
                                                     ้
ตอนตน ทีระบุวาในขณะเกิด นิมิตและลางรายนั้น พระเจาเลนเตเสวยราชยมาแลวสิบสองป ดวยเหตุที่
           ่
ประวัตศาสตรจนรับรองวาพระเจาเลนเตเสวยราชยแลวยี่สิบประหวางพุทธศักราช 690-710 แตเมื่อคิดเปนป
      ิ       ี
พุทธศักราชแลวทั้งฉบับภาษาจีนและฉบับภาษาไทยไมตรงกัน            ดังนั้นจึงถือเอาปที่ยสิบซึ่งเปนปสิ้นรัชกาล
                                                                                      ี่
แทน ปลอยใหเปนหนาที่ของนักประวัตศาสตรคิดอานตกลงเรืองปศักราชกันเองตอไป
                                   ิ                      ่

ความราวฉานของฝายในราชสํานักเกิดแตเหตุเพราะ เมื่อพระมเหสีมีพระประสูติกาลแลว ฮองเตยังคงลุมหลง
ในสิเนหาพระสนม เอกอยูไมยอมสราง แตละวันประทับอยูแตในพระตําหนักพระสนม เอก คลายกับทรงลืมไป
แลววา ยังมีพระมเหสีและพระโอรสอีกสองพระองคลําพังแตความคิดอิสตรีก็หนักพอแรงอยูแลว แตภายในราช
สํานักนั้น

เสียงกลาวขานของเหลาขันทีและเจาหนาทีที่กระทบโสตพระมเหสีอยูทุกเมื่อเชื่อวันวา บัดนี้ฮองเตประทับอยู
                                        ่                      
แตตําหนักพระสนมเอกไมโปรดพระมเหสีอีกตอไปแลว กระทบใจใหแรงริษยาแหงสตรียงฮือโหม พระมเหสีที่
                                                                                  ิ่
พระทัยเต็มไปดวยแรงริษยาตอพระสนมเอกจึงลอบวางยาพิษขนกระเรียน สังหารพระสนมเอกอยางไรรองรอย
อันยาพิษขนกระเรียนนั้น ความจริงไมไดทําจากขนนกกระเรียนแตทํา จากขนนกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคลายนก
กระเรียน ดองเขากับสุราแลวมีพิษรายสุด ทําใหเสียชีวตไดในทันที เปนที่นิยมใชกันในราชสํานักจีน แต
                                                     ิ
หนังสือกําลังภายในเรียกยาพิษชนิดนี้โดยนิยมวา ยาพิษหงอนกระเรียน

เมื่อสิ้นพระชนนี หองจูเหียบในเยาววยจึงกําพราแม พระนางตั๋งไทเฮามีความสงสารหลานกําพรา จึงรับเอา
                                      ั
หองจูเหียบมาเลี้ยงดูดวยพระองคเองในพระตําหนัก เปนธรรมดาของคนมีหลาน ยอมรักหลานอยูแลว ครั้น 
รับมาเลี้ยงดูใกลชิดสนิทสนมก็ยิ่งรัก อากัปกิริยาทั้งปวงของหองจูเหียบเปนที่ตองพระทัยของ ตั๋งไทเฮาไปสิ้น
นานวันเขาก็กลายเปนความหลงหลาน ในทีสดก็อยากใหหลานที่เลี้ยงมากับมือไดราชสมบัติ ทั้งๆที่รูอยูแกใจ
                                           ่ ุ
วาผิดกฎมณเฑียรบาลขอหนึ่ง และอีกขอหนึ่งนั้นกฎมณเฑียรบาลหามสตรี มิใหยุงเกี่ยวการแผนดิน แตเมื่อ
น้ําใจรักเจือหลงหนักเขา ตั๋งไทเฮาก็ลืมกฎมณเฑียรบาลขึนไปวาเอากับพระเจาเลนเตผูบตร ขอใหหลานได
                                                          ้                           ุ
เปนรัชทายาท ความยุงยากของฝายในจึงกอตัวขึ้นตั้งแตบดนัน
                                                         ั ้

ในระยะแรกๆ เลนเตฟงคําขอของตั๋งไทเฮาพระมารดา ก็เฉยเสียบาง เปลี่ยนไปตรัสเรื่องอื่นเสียบาง เพราะรูดี  
วาการใหนองไดครอง ราชยแทนพี่เปนการผิดกฎมณเฑียรบาล ทั้งจะกอใหเกิดปญหายุงยาก ในราชสํานักขึ้น
ในภายหนาเหมือนที่เคยเกิดขึนแลวในประวัตศาสตร แตตงไทเฮาก็ไมละความพยายาม ในที่สดเลนเตก็ใจ
                              ้            ิ            ั๋                                  ุ
ออน เพราะเห็นแกพระราชชนนีสถานหนึ่ง เห็นแกสนมเอกอันเปนที่รักผูลวงลับสถานหนึง ทั้งหองจูเหียบนั้นมี
                                                                                 ่
รูปลักษณะกิริยาเปนที่รัก แลวยังบวกดวยความสงสารที่กําพราแมอีกสถานหนึ่ง พระเจา เลนเต ก็ละเสียซึ่งกฎ
มณเฑียรบาลอันมีมาแตบรรพชน อาศัยสิทธิแหงพระมหากษัตริยในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย รับคําของ
                                                              
ตั๋งไทเฮาวา ในโอกาสอันสมควรจะโปรดเกลาแตงตั้งใหหองจูเหียบเปนรัชทายาท



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 25




อยูมา ณ เดือนหกของปเดียวกันนั้น ซึ่งเปนวันเวลาหลังจาก ที่เลนเต รับคําตั๋งไทเฮาไมนาน และยังไมทันมี
พระบรมราชโองการ โปรดเกลาตั้งหองจูเหียบเปนรัชทายาทก็ทรงประชวรมีพระอาการมากเกียนสิด หนึ่งในสิบ
ขันที ทราบความในพระตําหนักไทเฮาเปนอยางดี ไดกราบทูลพระเจาเลนเตวา ซึ่งพระองคมีพระราชประสงค
จะแตงตั้งหองจูเหียบเปนที่รชทายาทนั้น มีความยินดีดวยเปนอันมากแตเกรงวาการจะไมเปนไป ตามพระราช
                            ั
ประสงค

สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาขันทีผูนี้ชื่อ เกนหวน อยูนอกกลุมขันทีสิบคน ความจริงเปนการแปล
ผิด ฉบับภาษาจีนวา เปนหนึ่งในขันทีสิบคน แตชื่อกลายเปนเกียนสิด ดังนั้นจึงถือวาขันทีผูนี้เปนหนึ่งในขันที
สิบคนที่เชื่อวา เกียนสิด เกียนสิด กราบทูลเหตุผลวา ตามกฎมณเฑียรบาลนั้น สิทธิในราชสมบัติตกแกหองจู
เปยนโอรสในพระมเหสีซึ่งเปนผูพี่    หากจะตั้งหองจูเหียบโอรสในพระสนมเอกซึ่งเปนผูนองใหเปนรัชทายาท
แลว บรรดาขุนนางที่เปนสมัครพรรคพวกของพระมเหสียอมไมพอใจ โดยเฉพาะโฮจิ๋น พี่พระมเหสีนั้นเปน ขุน
นางผูใหญฝายทหาร มีพวกฝายทหารอยูเปนอันมาก อาจทํารายรัชทายาท แลวเชิญ หองจูเปยน ขึ้นแทนที่
พระเจาเลนเตฟงคําทูลของเกียนสิดในขณะที่ทรงประชวรหนักแลว ก็ตกพระทัยอาการไขก็ทรุดลง กระนั้นยัง
ฝนพระองคตรัสถามวา จะปองกันแกไขปญหานี้อยางไร

พระเจาเลนเต นี้เห็นไดชัดวาทําการใดไมมหลักไมมีเกณฑ ไมรูการควรไมควร การแผนดินอันเปนเรื่องใหญถึง
                                         ี
เพียงนี้ แทนที่จะปรึกษาหารือกับพระราชวงศชั้นผูใหญหรือขุนนางชั้นผูใหญทมีใจภักดีตอแผนดิน กลับไป
                                                                           ี่
ปรึกษา ขอความเห็นจากขันทีคนวิปริต เกียนสิดถวายความเห็นวา มีอยูทางเดียวเทานันคือ ตองสังหารโฮจิ๋น
                                                                                 ้
เสียกอนแลวเสนอแผนการวา ใหมีหมายรับสั่งใหโฮจิ๋นเขาเฝาในที่ประทับ แลวเกียนสิดจะรับธุระจัดหาคนมี
ฝมือลอบสังหารโฮจิ๋นเสีย

เลนเตในอาการทรุดหนักก็เออออกับแผนการของเกียนสิด ความที่เกียนสิดกราบทูลพระเจาเลนเตนั้น ยินถึงหู
ขันทีอีกคนหนึ่งในพระตําหนักและขันทีผูนี้ แมไมปรากฏนามแตคาดหมายไดวา คงเปนคนละพวกกับขันทีสิบ
คนหรือไมก็เปนพวกของโฮจิ๋น        ขันทีผูนจึงบอกความแกลูกนองของโฮจิ๋นซึ่งเปนขุนนางในราชสํานักชื่อวา
                                            ี้
พัวอิ๋น ฝายพัวอิ๋นเมื่อทราบความแลวก็ตกใจ เตรียมออกจากพระราชวังเพื่อไปแจงความใหโฮจิ๋นทราบ พอดี
โฮจิ๋นกําลังเดินทาง เขาวังเพื่อฟงอาการของฮองเต ดวยทราบขาววาฮองเตประชวรมีพระอาการมากเห็นจะ
ทรงพระชนมไดไมขามคืนจึงเรงรีบเขาวังมา พบเขากับพัวอิ๋น ดังนั้นพัวอิ๋นจึงไดเลาความใหโฮจิ๋นทราบ แลว
บอกวาเกียนสิดคิดฆาทาน อยาไดเขาไปในพระราชวังเปนอันขาด

โฮจิ๋นทราบความแลวก็ตกใจ หันหลังกลับรีบเดินทางกลับจวนของตน แลวใหเชิญขุนนางฝายทหารและพล
เรือนที่เปนพวก มากินโตะที่บาน เมื่อสมัครพรรคพวกมากันพรอมแลว โฮจิ๋นจึงบอกความใหทุกคนไดทราบ
                             
แลวแจงความประสงควา เมือเกียนสิดคิดรายจะฆา เราเชนนี้แลว จําเปนทีเราจะตองฆาเกียนสิดเสียกอน และ
                          ่                                             ่
ถามความ เห็นสมัครพรรคพวกวาจะคิดอานประการใด พรรคพวกของโฮจิ๋นฟงความแลว เห็นเปนการใหญหาก
พลาดพลั้งภัยก็จะมาถึงตนและครอบครัว ดังนันทุกคนจึงพากันนิ่งเฉย แลวสายศรีษะทําทีเปนคิดไมออก บอก
                                           ้
ความเห็นไมได

บรรยากาศอึมครึมผานไปครูหนึ่ง โจโฉซึ่งอยูในที่นั้นดวยและสงวนความเห็นดวยอาการเงียบมาแตตน ก็ไดรูวา
                                          
บรรดาคนเหลา นั้นรักตัวกลัวตายและ ไรสติปญญาความกลาหาญ จึงออกความเห็นอยางตรงไปตรงมาวา "อัน
                                             
เกียนสิดนั้นพระเจาเลนเตก็โปรด ปราน พรรคพวกในวังก็มีเปนอันมาก ทานคิดการทั้งนี้ เกลือกจะมิสําเร็จ จะ
ไมตายแตตว จะพาญาติพี่นองตายเสียสิ้น ขอทานจงดําริดูใหควรกอน"การออกความเห็นของโจโฉในครั้งนี้
             ั
ทั้งๆ ที่ตวเองเปนเพียงนายทหารชั้นนายพัน แตหาญกลาออกความเห็นในทามกลางขุน นาง ชั้นผูใหญจํานวน
          ั                                                                                 
มาก และเปนการออกความเห็นอยางตรงไปตรงมา นับเปนความกลาหาญที่เดนชัดแตความเห็นนี้ไมตองดวย    
ความคิดของโฮจิ๋น ซึ่งกําลังเลือดขึ้นหนาเพราะตกเปนเปาสังหารของเกียนสิด ดังนั้นโฮจิ๋นจึงตวาดใสโจโฉวา
เปนการบังอาจที่มาออกความเห็นในการประชุมขุนนางผูใหญ โจโฉเปนผูนอยก็นิ่งเฉยเสีย

แตความเห็นของโจโฉนั้น กระทบเขากับความรูสึกของพรรคพวกโฮจิ๋นที่อยูในที่นั้น ทุกคนตางหวนรําลึกถึง
เหตุการณครั้งที่แมทัพใหญเตาบูและราชครูตันผวน วางแผนสังหารสิบขันที ครั้งนั้นความลับรั่วไหลทังแมทัพ
                                                                                              ้
ใหญเตาบูและราชครูตันผวนถูกสิบขันทีสังหารโหดพรอมครอบครัวแลว      ความรูสึกวาเหตุการณกําลังเกิดซ้ํา
                                                                          
รอยก็เขาครองความนึกคิดของทุกคน

ความหนาวเหน็บในมรณภัยเขาเกาะกินหัวใจของทุกผูคน เพราะหากไมคลอยตามความคิดของโฮจิ๋น ก็เกรง
นักเพราะโฮจิ๋นเปนถึงพี่ชายของพระมเหสีมีบารมีและสมัครพรรคพวกมาก  ดีรายก็อาจถึงตายได แตใน



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                             หนาที่ 26



ขณะเดียวกัน หากคลอยตามความคิดของโฮจิ๋นแลัว หากการลมเหลวไมเพียงแตทุกคนจะหัวขาดเทา นั้นยัง
จะพาญาติพี่นองฉิบหายตายสิน ในขณะทีความเครียดกําลังครอบงําสมัครพรรคพวกของ โฮจิ๋นจนกินโตะไม
                           ้         ่
ลงนั้น ขางในราชสํานักอาการประชวรของเลนเตทรุดหนักโดยลําดับ และเสด็จสวรรคต

ดาวประจําพระมหากษัตริย อันริบหรี่ไดรวงลงเหนือเมืองลกเอี๋ยงราชธานีของราชวงศฮั่น เปนอันสิ้นศักราชของ
เลนเต ณ บัดนั้น

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

สถานการณยามดาวมังกรลับ (ตอนที่ 12)

ขอเวลาใหสภาคนเครียดที่ประชุมปรึกษากันอยู ณ จวนของโฮจิ๋นไดครุนคิดหาทางออกสักระยะหนึ่ง และ
อาศัยชวงเวลานี้ทบทวนถึงสถานการณบานเมือง      ณ     ยามสิ้นแผนดินเลนเต  เพื่อที่จะไดมองและเขาใจ
สถานการณทจะดําเนินตอไปไดแจมชัดยิ่งขึ้นตลอดยี่สิบปแหงอายุรชกาลของเลนเต แมวาการบริหารราชการ
              ี่                                               ั
แผนดินจะเหลวแหลกสักเพียงไหน แตความมั่นคงเขมแข็งที่ราชสํานักฮั่น ไดวางไวเปนเวลาสีรอยปเศษยังไม
                                                                                       ่
ถึงกับพังทลายลง อํานาจรัฐของราชสํานักยังคงเปนที่ยอมรับเชื่อฟงและปฏิบัติตามทัวราชอาณาจักร เปนแต
                                                                              ่
อํานาจรัฐนั้น แทนที่จะเปนอํานาจบริหารของฮองเต กลับเปนอํานาจทีถูกครอบงําโดยสิบขันที ถึงขนาดทีสิบ
                                                                 ่                                ่
ขันทีไดแอบอางใชพระราชอํานาจของฮองเตเปนเนืองนิจ

สิบขันทีเรืองอํานาจขึ้นแลวไดใชอํานาจรัฐไปในทางเบียด เบียนกดขี่ขมเหงขูดรีด ขุนนางขาราชการ ไมเวน
แมกระทั่งพวกขุนศึก การสรางคุณงามความดีและผลงานไวกับแผนดินไมวาสักเทาใด ไมมีวันที่จะเปน ความดี
                                                                      
ความชอบในราชการ นอกเสียจากจะไดบรรณาการสวยสินบนใหกับสิบขันที ความกาวหนาในราชการของขุน
นางขาราชการทั้งปวง ที่เกิดจาก แรงระบบสวยสินบนเชนนี้ เปนตนเหตุของความเดือดรอนทุกขเข็ญแกอาณา
ประชาราษฎร เกิดการปลนชิงวิ่งราวทั่วทั้งแผนดินแลวกลายเปนการจลาจลขึ้น

เหตุนี้จึงเกิดความขัดแยงหลักขึ้นในบานเมืองถึงสองชนิดคือ  ระหวางอํานาจรัฐสวนกลางกับประชาชนชนิด
หนึ่ง และระหวางสิบขันทีกับขุนนางขาราชการ โดยเฉพาะเหลาขุนศึกอีกชนิดหนึ่ง ความขัดแยงทั้งสอง ชนิดนี้
ยอมกระทบราชบัลลังกมังกรใหสั่นไหวแลวสันคลอนลงอยางซึมลึก
                                           ่                     รอวันคืนทีจะพังทลายดับสูญไปเทานั้น
                                                                           ่
ความไมพอใจ ความคับแคนใจที่กลายเปนความชิงชัง อาฆาต พยาบาทถูกบมไวในใจของเหลาขุนนางและขุน
ศึกเฝาคอยหาโอกาสชําระแคนวา ตองมาถึงเขาสักวันหนึ่งการลุกขึ้นสูของประชาชนทั้งสองครั้ง แมจะถูก
ปราบปรามจนราบคาบไปแลว แตความราบคาบนั้นมีลักษณะชั่วคราว ตราบใดที่ตนเหตุของการกดขี่ขมเหง
ราษฎรและการปกครองที่อธรรมดํารงอยู ตราบนั้น เชื้อไฟปฏิวัติของประชาชนยอมไมมีวันดับสูญ หากรอวันคืน
ที่จะลุกโชติชวงขึ้นมาใหมเทานั้น

แตทวาการลุกขึ้นสูกูชาติของประชาชนไดกอใหเกิดจินตภาพใหมขึ้นในหวงใจของเหลาขุนศึก เพราะทาทาย
                                          
ตออํานาจรัฐและมีเจตนาชวงชิงอํานาจรัฐ โดยอาศัยกําลังอาวุธของประชาชนโดยตรง ดังนันขุนศึกจํานวนหนึ่ง
                                                                                      ้
จึงกอรูปความคิดขึ้นภายในใจที่จะชวงชิงอํานาจรัฐจากสิบขันที     แตจินตภาพของพวกขุนศึกยังคงอยูทระดับ
                                                                                                  ี่
ครอบงําอํานาจรัฐของ ฮองเตเทานั้น ยังไมไปไกลถึงขนาดลมราชวงศฮน ยึดราชบัลลังกมังกรเสียทีเดียว
                                                                       ั่
เพราะยอมแลเห็นวายังมีขุนนางขาราชการอีกจํานวนหนึ่ง และยังมีราษฎรอีกจํานวนมากทียังไมรูขอมูลขาวสาร
                                                                                    ่
เกี่ยวกับความชัวรายทีครอบงําอํานาจรัฐอยู คนเหลานี้อาจอาศัยจิตใจจงรักภักดีตอราชวงศฮั่นหรือแกลงอาศัย
               ่        ่
ความจงรักภักดีตอราชวงศฮั่นตอตานทําลายการกอรัฐประหาร จึงทําใหคนที่คดกอรัฐประหารเกรงกลัว ไมกลา
                                                                          ิ
คิดไปไกลถึงขนาดลมราชบัลลังกฮั่น จึงคิดไดแตเพียงการครอบงําอํานาจรัฐโดยผานทางฮองเตเทานั้น

สวนการณขางฝายในราชสํานักนั้น พลันทีตั๋งไทเฮาและเลนเตละเมิดกฎมณเฑียรบาลจะสถาปนาหองจูเหียบผู
                                         ่
นองขึ้นเปนที่รชทายาทแทนหองจูเปยนผูพแลว กลิ่นอายของการฆาฟนกันขางฝายในราชสํานักจึงกอตัวขึ้น
                ั                          ี่
สถานการณในสวนที่เกี่ยวกับบุคคลสําคัญทีจะกอตัวขึ้นกลายเปนสามกกในอนาคตนั้น ปรากฏวาแตละคนได
                                              ่
เขาสูกระแสแหงอํานาจในลักษณะที่แตกตางกัน และมีสภาพการณยามสิ้นแผนดินเลนเตที่แตกตางกันดวย โจ
โฉไดเคลื่อนตัวเขาใกลอํานาจรัฐมากที่สด มีตําแหนงเปนนายพันสารวัตรทหารประจํากองกําลังรักษาพระนคร
                                       ุ
ไดใกลชดสนิทสนมกับโฮจิ๋นผูคุมอํานาจทางทหารสูงสุดในขณะนั้น
          ิ                                                      ไดมีโอกาสเสวนาคบหากับ     ขุนนาง
ขาราชการในเมืองหลวงเปนจํานวนมาก ซึ่งจะกลายเปนกําลังสําคัญของโจโฉในวันขางหนา

ความที่รับราชการอยูในเมืองหลวง ใกลชดกับอํานาจรัฐ โจโฉจึงไดเรียนรูถึงอํานาจรัฐวา ยอมประกอบดวย
                                       ิ
องคสามคือ อํานาจรัฐนั้นจะได มาก็แตโดยการชวงชิง จะปลอยใหเปนไปตามบุญทํากรรม แตงไมไดเปนอัน



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                             หนาที่ 27



ขาด อํานาจรัฐนั้นจะตองใชดวยตนเองอยางเฉียบขาด จะประนีประนอมแบบไรหลักการหรือโลเลเหลวไหล
หรือใหคนอื่นใชอํานาจ แทนไมไดเปนอันขาด และอํานาจรัฐนั้นจะตองรักษาดวยความทะนุถนอมใหปลอดภัย
ดุจดวงใจ ดังนั้น เมื่อหวังครองอํานาจรัฐยอมจําเปนตองแสวงหาคนดีมีฝมือจํานวนมากมาทําการ ซึ่งนับเปน
                                                                       
เรื่องยากอยางหนึ่งเพราะเบื้อง แรกตองรูจักคนดี รูจักแลวตองหาวิธีเชิญชวนมารวมทําการ แตการรักษาคนดี
                                                 
สงเสริมใหคนดีมีอํานาจกลับยากกวา แมกระนั้นการใชคนดีมีฝมือใหเหมาะกับการยังจัดเปนเรื่องยากทีสุด แม
                                                                                                 ่
ตนเองเลายอมตองฝกฝนจนสันทัดในการเปนศูนยรวมของคนดี มีฝมือ สามารถสรางเอกภาพทางความคิด
ทางความรับรูและทางการปฏิบัติใหเกิดขึ้นอยางมั่นคง ทังยังตองฝกฝนจนมีวิสยทัศนกวางไกลบน พื้นฐาน
                                                         ้                  ั
ความเปนจริงแหงสถานการณเพื่อนํามาใชชี้นาขบวนการของตน และนําขบวนการของตนไปบรรลุซึ่งเปาหมาย
                                            ํ
ทักษะและประสบการณตลอดจนความรับรู ความขัดแยงและเสน สายภายในราชสํานักและอํานาจรัฐกอเกิดขึ้น
แกโจโฉทุกวันคืน

สวนซุนเกี๋ยนนันไดครองเมืองกังแฮ ตามความชอบในการสงครามโจรโพกผาเหลืองครั้งลาสุด แมจะหางไกล
               ้
จากนครหลวงลกเอี๋ยง ทําใหขาดความรูความเขาใจเกี่ยวกับสภาพการณในเมืองหลวง อันนับเปนจุดออนก็จริง
อยู แตความที่ กังแฮ เปนเมืองใหญเปนเมืองทาขาวปลาอุดมสมบูรณ การคาขายก็เจริญรุงเรือง มีผูคนมาก
กําลังทหารก็มากตาม ซุนเกี๋ยนไดปกครองโดยเมตตาธรรม รวมน้ําใจผูคนใหสวามิภักดิ์ไดเปนอันมาก
                                                               

เกียรติภมิของซุนเกี๋ยนเลื่องระบือไกลไปทั่วหัวเมืองขางเคียง กอตัวเปนบารมีที่จะตั้งตัวเปนใหญในวันหนา
        ู
สถานการณในภาคใตที่ซุนเกียนปกครองอยูโดยมีกังแฮเปนศูนยกลางนั้น จึงเกิดภาวะสันติเปนรากฐานใหแก
                             ๋            
การพัฒนาในทุกดาน คนดีมีฝมือจํานวนมากจึงหลั่งไหลเขาสวามิภักดิ์เขาทําราชการดวยซุนเกี๋ยน
                               

ฝายเลาปครองเมืองเพงงวนกวนตามความชอบที่ไดรับจากการปราบสงครามโจรโพกผาเหลืองครั้งลาสุด อยู
หางไกลเมืองหลวง ขาดความรับรูขอมูลขาวสารในเมืองหลวงนับเปนจุดออนเชนเดียวกับซุนเกี๋ยน แตเมือง
เพงงวนกวนนั้น เปนเมืองเกามีความสงบสุขสันติตลอดมา ราษฎรอยูเย็นเปนสุขมีฐานะอาชีพที่ดถวนหนา เมือง
                                                                                        ี
นี้แมไมใหญนักแตมผูคนมากหนาแนนเปนทีตงของกองกําลังทหารมา โดยที่เลาปก็ไดรับพระราชทานยศเปน
                    ี                    ่ ั้
นายพันทหารมาคุมกําลังทหาร มาและรถศึกอยูอีกตําแหนงหนึ่ง ความที่เลาปเปนมือแมนเกาทัณฑ อัน
ประจักษในสงครามโจรโพกผาเหลือง จึงเปนที่เลื่อมใสของบรรดาเหลาทหารมา

เลาปเปนนักปกครองที่อาศัยเมตตาธรรมและคุณธรรมเปนหลัก บานเมืองจึงอยูเย็นเปนสุข ปราศจากโจรผูราย
คดีความของราษฎรก็ลดเหลือนอยลงและไดรบการประสาธนความยุติธรรมโดยถวนหนา เลาปจึงไดรับความรัก
                                             ั
ภักดีจากราษฎรทั้งเมืองเพงงวน กวนและหัวเมืองขางเคียง กลายเปนบารมีและเกียรติภมที่จะทํา การใหญใน
                                                                                   ู ิ
ภายหนาเชนเดียวกันเมื่อบานเมืองสงบสุขกวนอู เตียวหุย นองรวมสาบานทั้งสองของเลาปซึ่งมีคุณสมบัติเปน
นักรบโดยเนื้อแท เปรียบไดกับดาบเหล็กน้ําพีที่มีคุณสมบัตวิเศษในตัว ดังนันยามวางศึกทังกวนอู เตียวหุย จึง
                                           ้            ิ               ้              ้
ตางไดฝกปรือวิทยายุทธจนเชียวชาญจัดจาน ทั้งฝมืออาวุธสั้นและอาวุธยาว ไดฝกปรือยุทธวิธีการรบและการ
                              ่
บัญชาการทหารจนเชี่ยวชาญทั้งไดเรียนรูการปกครองบานเมือง และการระงับขอพิพาท บาดหมางของราษฎร
โดยลําดับ หลอหลอมตนเองจนมีคุณสมบัตพรอม ทีจะเปนนายทหารเอก ที่สามารถคุมและบัญชาทัพขนาด
                                         ิ          ่
ใหญได

พัฒนาการของความรับรูความสามารถและประสบการณของ ทั้งโจโฉ ซุนเกี๋ยนและเลาป จึงเปนรากฐานสําคัญ
ของพัฒนาการที่ทาใหแผนดินจีนกลายเปนสามกกในอนาคต ในยามสิ้นแผนดินเลนเต ตัวละครตางๆ ที่ดาเนิน
                ํ                                                                          ํ
ไปในยุคสมัยของพระองค แมมีอยูเปนจํานวนมาก แตไดลมหายตายจาก ไม ก็ถูกถอดถูกปลดออกจาก
ตําแหนงหนาทีในทางราชการ ไปทําไรไถนาคาขายตามอัตภาพ
              ่

แมทัพใหญเตาบูและราชครูตันผวนขุนนางผูใหญสองแผนดิน ผูภักดีตอพระราชวงศฮั่นถูกสังหารอยางโหดราย
ทั้งครอบครัว กลายเปนรอยบาปแหงยุคสมัยของพระเจาเลนเตพระพี่เลี้ยงเลาโต ซึ่งเคยเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน
เลนเตมาแตครังยังนอยและรองอัครมหาเสนาบดีตันต๋า ขุนนางสองแผนดินผูภักดีตอพระราชวงศฮั่นและมีคุณ
              ้                                ํ
ตอเลนเตมาแตนอย    ถูกพระราชอาชญาโดยสุดยอดวิชาของขันทีตองโทษจําคุก          และตอมาถูกขันทีลอบ
สังหาร เปนบาปกรรมฐานเนรคุณผูมคุณของเลนเตที่ตดตัวไป กระทั่งวันตายฮองฮูสงและจูฮี ขุนนางระดับแม
                                 ี               ิ
ทัพปราบโจรโพกผาเหลือง ผูมีความชอบตอแผนดิน แตไมยอมเขาสูระบบสวยสินบนของขันที ถูกสิบขันทียุ
ยงใหพระเจาเลนเตปลดออกจากตําแหนงหนาที่ราชการ กลับไปอยูภูมิลําเนาเดิม

ในขณะทีคนชั่วชาแบบตั๋งโตะ ซึ่งไรสติปญญาความสามารถ รบทัพจับศึกกี่ครั้งก็ตกเปนฝายพายแพแตดวย
          ่                             
แรงหนักของสินบนที่บรรณาการใหแกสิบขันที จึงกลับไดดีมีอํานาจวาสนา ไดครองเมืองซีหลงซึ่งเปนเมือง
ใหญที่มีกําลังทหารมากถึงยีสิบหมื่น สวนอวนเสี้ยว แมจะเปนบุตรชายของอัครมหาเสนาบดีเชื้อสายขุนนางที่
                           ่



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 28



สืบทอดมาหลายชั่วอายุคนและมียศทางทหารเปนถึงนายพัน มีตําแหนงเปนผูคุมหนวยทหารสารวัตรของกอง
กําลังรักษาพระนคร แตทั้งพอลูกก็ยังถูกระบบสวยสินบนของสิบขันทีรีด ไถไมไวหนา ดังนั้น อวนเสี้ยว ในดาน
หนึ่ง แมจําใจยินยอมอยูในระบบสวยสินบนของขันที แตในอีกดานหนึ่งไดผกใจเจ็บแคนอยาก กินเลือดกินเนื้อ
                                                                     ู
สิบขันทีมากกวาใคร

ดานสกุลโฮ ทีโฮจิ๋นครองอํานาจทางทหารสูงสุดในขณะที่ โฮฮองเฮาผูนองไดเปลี่ยนฐานะพระมเหสีเปนพระ
                ่
ราชนนีหลังเหตุการณสวรรคต จึงเปนสกุลที่มีบทบาทสูงสุดตออํานาจรัฐ แตสกุลนี้มีรากฐานมาจากพอคาเนื้อ
คุนเคยแตเรื่องคาขายและกําไร ขาดประสบการณเกี่ยวกับอํานาจรัฐ ทั้งคนในสกุลนี้ลวนมีจดออนทั้งเรื่องโลภ
                                                                                     ุ
ในทรัพยสิน บายศบาอยางและหูเบา อันตรายจึงกรายเขามาเยือนสกุลโฮใกลเขามาทุกทีคือ ยิ่งใกลอานาจรัฐ
                                                                                               ํ
เทาใด อันตรายก็ยิ่งใกลสกุลโฮมากยิ่งขึ้นเทานั้น

ฝายสิบขันทีนั้น หลังจากฮองสีขันทีตองโทษจําคุกฐานรับสินบนเปนไสศกใหกับโจรโพกผาเหลืองแลว ขาว
                                                                    ึ
คราวของฮองสีขันที ก็เงียบหายไป ครั้นสิ้นแผนดิน พระเจาเลนเต แลว สิบขันทีก็เปนดังไมเลื้อยที่ไม หลักหัก
โคนลงตองปรับปรุงทาทีและแสวงหาหลักยึดใหมตอไป ในขณะทีความขัดแยงภายในไดเกิดขึ้นตั้งแตกรณีฮ
                                                              ่
องสีขันทีรับสินบนแลวแบงปนไมทั่วถึง ความหวาดระแวงไมพอใจกันจึงเกิดขึ้นโดยเฉพาะคูของเกียนสิด และ
                                                                                       
กกเสงนั้น ขัดแยงกันหนักถึงขนาดจองลางผลาญกันและกัน

แตพวกขันทีนนเลนการเมืองไดเกง แมวาจะมีความขัดแยงภายในประการใด ก็สามารถปกปดความขัดแยงนั้น
               ั้
ไวแตเฉพาะกลุม ตน ไมเปดเผยแพรงพรายสูภายนอก แตถาหากมีปญหาขัดแยงกับตางกลุม ก็พรอมที่จะ
                                                                 
รวมตัวกันตั้งรับหรือโจมตีฝายอื่นจนยอยยับไป ตางกับนักการเมืองบางพรรค ไมพอใจกันเพียงเรื่องเล็กนอยก็
ปาวรองออกเปนความขัดแยงใหญสภายนอก เหลานี้คือสภาพการณที่เกิดขึ้นและดํารงอยู ณ ยามสิ้นแผนดิน
                                   ู
ของเลนเต สภาพการณเชนนี้แหละไดกลายเปนพลังวัตต ขับเคลื่อนใหสถานการณหลังการสวรรคตของพระ
เจาเลนเตดําเนินไป

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

สิบขันทีฝาวิกฤติ (ตอนที่ 13)

สรรพสิ่งในโลกยอมผันแปรไปเปนธรรมดา มีความเกิดขึ้น ตั้งอยูแลวดับไปตามกฎแหงพระไตรลักษณ อันทรง
ธรรม ไมมวันทีจะละเวนเกื้อกูลหรือเขมงวดเอากับผูใด มีลาภยศสุขสรรเสริญได ก็มีอันตองเสื่อมลาภเสือมยศ
          ี   ่                                                                                   ่
มีทุกขและนินทาได เปนของคูกัน

เมื่ออยูในเวลากลางวัน ผูมีปญญายอมไมหลงระเริง หากตระหนักดีวาราตรีกาลยอมมาเยือน ครั้นอยูในราตรีอัน
                                                                                                 
มืดมิด ผูมีปญญายอมไมประหวั่นพรั่นพรึงทอถอย เพราะยอมมองเห็นอนาคตที่แสงสวางแหงอรุณจะมาเยือน
ธรรมชาติเปนเชนนี้ แตเปนวิสยของปุถุชนทีพิสมัยแต สิ่งอันเปนที่พึงใจ รังเกียจเดียดฉันทสิ่งอันเปนทีไมพึง
                               ั               ่                                                       ่
ใจ ครั้นไดสิ่งที่พึงใจแลวก็เหลิงระเริงอยูกบความพึงใจนัน ไมยอมคาดไมยอมคิดวาความพึงใจนั้นยอมมีอัน
                                             ั           ้
สูญสิ้นไปสักวันหนึ่ง ไมมีทางที่จะเปนอมตนิรันดรได สิบขันทีในยุคสมัยของเลนเตเรืองอํานาจวาสนายิ่งกวา
ผูใดในแผนดิน       อาศัยพระบารมีแหงฮองเตกอกรรมทําเข็ญไวกับขุนนางขาราชการเปนฉกรรจแสนสาหัสนัก
สรางความเคียดแคนชิงชังประทับไวในใจของขุนนางขาราชการเกือบทั้งประเทศ               และสงผลใหเกิดความ
เดือดรอนทุกขเข็ญแกอาณาประชาราษฎร

สิบขันทีเหลิงระเริงในอํานาจดังนี้ จนลืมไปวายอมมีสักวันหนึ่งที่เลนเตจะตองลับลาบัลลังกมังกร จึงไมได
เตรียมการสรางคุณงามความดีไถโทษตน ไมไดสรางความภักดีไวกับใจคน ดังนั้น ครั้นสินแผนดินเลนเตแลว
                                                                                     ้
ชะตากรรมของสิบขันทีจึงเปรียบประดุจดัง เถาวัลยพันไมใหญ ครั้นไมใหญโคนลมลง เถาวัลยนั้นก็ลมลงตาม
พลันทีสิ้นแผนดินเลนเต ปญหาอํานาจรัฐใหมยังคงคลุมเครือยิ่งนัก พระราชวงศพระองคใดจะไดรับสถาปนา
       ่
เปนฮองเตสืบราชสมบัติก็ยังไมแนชด ขุนนางขาราชการผูใดจะกาวขึ้นครองอํานาจรัฐภายใตบัลลังกมังกรก็ยัง
                                   ั                   
ไมแนชัด

หันไปทางพระราชวงศกยังไมเห็นใครเปนที่พงได
                     ็                  ึ่     หันไปทาง ดานขุนนางขาราชการเลาก็ปะเอาแตคนที่ตัว
เคยขมเหงรีดไถเอาสวย สินบนไปทั้งสิ้น เพราะขุนนางขาราชการเหลาใดที่ไมยอมอยูในระบบสวยสินบนลวน
ถูกปลดหรือถูกถอดออกจากตําแหนงกลายเปน ราษฎรสามัญ กลับไปทําไรไถนาคาขาย ณ ภูมิลําเนาเดิมจน
หมดสิ้น




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 29



สิบขันทีจึงวาเหวยิ่งนัก เปนความวาเหวทหนาวเหน็บเขา ไปในหัวใจ เพราะเบื้องลึกแหงบึ้งใจตระหนักดีวา
                                          ี่
ผูคนรอบขาง ไมวา ทางดานพระราชวงศหรือขุนนางขาราชการไมอาจหาใครเสมอเหมือนเลนเตไดอีกแลว มี
แตคนซึ่งเปนคนไกล หรือไมก็เปนคนที่มีรอยแคนตรึงอยูในใจทั้งสิ้น ดังนั้น แตละวันกลุมสิบขันทีจึงสาละวน
ปรึกษาหารือกันเพื่อหาทางออกใหกับชะตากรรมชีวิตของพวกตน และรอคอยโอกาส ที่จะมาถึง หวังเอา
โอกาสนั้นฟนคืนสถานะและอํานาจขึ้นมาใหม

ในระหวางที่เหลาขันทีกําลังรอเวลา รอโอกาสอยูนั้น สภาคนเครียดที่ประชุมกันอยูในจวนของโฮจิ๋น ยังหาขอ
ยุติไมไดกับขอเสนอของโฮจิ๋น ที่ใหวางแผนกันจับสิบขันทีฆาเสีย จนเวลาผานไปชั่วยามหนึงแลว ทุกคนยังคง
                                                                                         ่
อยูในอาการเงียบ สายศีรษะ บางก็เอานิ้วชี้เคาะโตะ ทําทีเปนครุนคิด บางก็ลุกเดินวนรอบโตะ ทําทีเปนใช
ความคิดอยางหนัก โดยทีทุกคนไมยอมกินโตะ ทั้งๆ ทีถูกโฮจิ๋น เชิญมากินโตะ ทั้งนี้เนื่องเพราะปญหาที่ขบคิด
                         ่                          ่
กันอยูนั้นหนักหนาสาหัสนัก ประดังขึ้นมาถึงลําคอ กลืนกินอาหารไมลง คงมีแตโจโฉ เจาปญญาเทานั้นที่ยืน
สงบนิ่งเฝาสังเกตอากัปกิริยาของ โฮจิ๋น และเหลาขุนนาง ที่เปนไป ณ ทีนั้น แลวรําพึง ขึ้นในใจวาคนพวกนี้หา
                                                                      ่
มีสติปญญาไม ใชแตเทานั้นยังเปนพวกขี้ขลาดตาขาวเอาตัวรอด แลวเรื่องอะไรเราจะออกความคิดเห็นใหเปน
       
ภัยแกตนไปในภายหนา โจโฉจึงไดสงบนิ่งตอไป

ในขณะทีความเงียบปกคลุมบรรยากาศในหองจัดเลี้ยง ซึ่ง ใชเปนหองประชุมไปดวยนั้น ทหารรับใชไดวงเขา
          ่                                                                                      ิ่
มารายงานตอ โฮจิ๋น วา ขุนนางชื่อพัวอิ๋น มาขอเขาพบ เพื่อรายงานเหตุการณสําคัญ โฮจิน จึงออกจากหองจัด
                                                                                   ๋
เลี้ยงไปพบพัวอิ๋นในหองรับรองอีกหองหนึ่ง พัวอิ๋นขุนนาง ซึ่งเปนพวกของโฮจิ๋น รายงานใหโฮจิ๋น ทราบวา
บัดนี้พระเจาเลนเตสวรรคตแลว สิบขันทีปกปดขาวการสวรรคตนั้น แลวเกียนสิด หนึ่งในสิบขันทีคบคิดกัน
กับตั๋งไทเฮา พระราชชนนีของฮองเตในพระบรมโกศวาง แผนจะแอบอางรับสั่งใหตัวทานเขาวังแลวสังหารเสีย
จากนั้นจะใหหองจูเหียบ พระโอรสในพระสนม เอกขึ้นครองราชย รายงานแลวพัวอิ๋นก็ลากลับไป

พัวอิ๋นออกจากจวนไปยังไมทนที่โฮจิ๋นจะกลับเขาไปในหองจัดเลี้ยง ทหารรับใชก็วิ่งหนาตื่นเขามารายงานตอ
                              ั
โฮจิ๋นวาเจาหนาที่ราชสํานักเชิญรับสั่งของฮองเตมาพระราชทานแกโฮจิ๋น โฮจิ๋นจึงใหเชิญเจาหนาที่ราชสํานัก
เขามาในหองรับรอง จึงได รับหมายรับสั่งวาใหโฮจิ๋นเขาเฝาฮองเตเพื่อปรึกษาราชการสําคัญ โฮจิ๋นรับหมาย
รับสั่งแลว เดินกลับเขามาที่หองจัดเลี้ยงบอกความทั้งปวง ใหเหลาขุนนางทราบ ขุนนางทั้งนั้นสีหนาแตกตื่น
                                
ตกใจ แตไมมผูใดออกความเห็น ในขณะทีความคิดของทุกคนโลดแลนคาดคิดถึงเหตุรายที่กําลังเยื้องกราย
                ี                             ่
เขามาเยือนพวกตน ตางคนตางคิดถึงชะตากรรมของตัวและครอบครัว พากันหนาสลดลง จนเปนที่เห็นไดชัด

โจโฉฉวยโอกาสนี้ทาตนเปน "แสงไฟนอยสวางขึ้นในที่มด" เสนอความเห็นวา "เราจําจะตั้งใหหองจูเปยน พระ
                ํ                                  ื
ราชบุตรคน โตเสวยราชสมบัติเสียกอน" ทังนี้ เพื่อไมใหราชบัลลังกวางลงนานเกินไปจนเสียธรรมเนียมการ
                                        ้
ปกครองแผนดิน หลังจากนั้นแลวจึงคอยคิดอานฆาเกียนสิดขันทีกับพรรคพวกตอไป

โฮจิ๋นยินขอเสนอของโจโฉแลว ทั้งเห็นวาไมมีขุนนางผูใด โตแยงคัดคานหรือแสดงความเห็นเปนอยางอื่น จึง
เห็นดีดวยแลวถามวาผูใดจะอาสาไปทําการครั้งนี้ อวนเสียว นายพันทหารสารวัตรแหง กองกําลังรักษาพระ
                                                        ้
นคร ผูเปนบุตรอัครมหาเสนาบดีไดฟงดังนั้น จึงขันอาสาวาจะขอนํากําลังทหารหาพันบุกเขาไปจับเกียนสิดกับ
พวกขันทีฆาเสียถึงในพระราชฐาน แลวจึงยกหองจูเปยนขึ้นครองราชยตอไป

โฮจิ๋นมีความยินดียิ่งนัก มีคําสั่งใหจัดทหารหาพันพรอมอาวุธครบมือ ใหอวนเสี้ยวคุมทหารเขาวังไป ยามตกอยู
                                                                       
ในสภาพกลัวตาย          และเชื่อมั่นในกําลังทหารของตัว     โฮจิ๋นจึงมองขามไปวาการกระทําเชนนั้นเปนการบุก
พระราชฐาน มีความผิดฐานกบฎ ภายในราชอาณาจักร มีโทษถึงประหารเจ็ดชั่วโคตร สวนอวนเสี้ยวนั้นแรง
แคนพยาบาทสิบขันทีกรุนอยูในอก หาคิดหนาคิดหลังประการใดไม
                              

สวนโฮจิ๋นไดสงให โหหยอง, ซุนสิว, แตะถาย พรอมดวยขุนนางใหญนอยกวาสามสิบคนติดตามโฮจิ๋นเขาไป
              ั่
ถึงพระตําหนักซึ่งไวพระบรมศพพระเจาเลนเต  แลวใหเชิญหองจูเปยน   พระราชบุตรพระองคโตทรงฉลอง
พระองค ชุดพระมหากษัตริยขึ้นประทับนั่งบนพระราชบัลลังก โฮจิ๋นและขุนนางทั้งปวงกราบถวายบังคมแลว
ใหอาลักษณ อานประกาศสถาปนาฮองเตในนามของเหลาขุนนางและราษฎรทั้งปวง อัญเชิญหองจูเปยนขึ้น
เสวยราชสมบัตตามราชประเพณี
                 ิ

หองจูเปยน ฮองเตพระองคนอยสดับประกาศสถาปนาแลว จึงตรัสวาการแผนดินเปนการใหญ ตัวเรายังเยาววัย
นัก หวังเอาความ ภักดีของทานทั้งปวงเกื้อกูลสนับสนุนเพื่อใหบานเมืองแลราษฎรสงบสุขสืบไป เหลาขุนนาง
พรอมกันถวายพระพร ถวายบังคม เสร็จพิธีแลวฮองเตพระองคนอยจึงเสด็จขึ้น จากนั้นโฮจิ๋นจึงตามอวนเสี้ยว
ไปที่บานเกียนสิด ภายในพระราชวัง ฝายเกียนสิด ขันทีไดยินเสียงอึกทึกครึกโครม เห็นทหาร เขามาใน



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                              หนาที่ 30



พระราชวังผิดสังเกตก็รูตัววาภัยกําลังจะมาถึง จึงวิ่งหนีออกจากบานเขาไปในสวนหลังบานกกเสงขันที ซึ่ง
อาฆาตแคนอยูกับเกียนสิดกอนนี้แลว เห็นโอกาสที่จะระบายแคนเอากับเกียนสิด และสรางความชอบไวแกตน
               
จึงวิ่งตามไปสังหาร เกียนสิดตายในสวนดอกไมนั้น

สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาขันทีผูนี้ชื่อกุยเสง อยูนอกกลุมขันทีสิบคน ซึ่งแปลผิด ความจริงเปน
กกเสง หนึ่งในสิบขันทีตามตนฉบับภาษาจีน เหลาทหารลอมวังในบังคับของเกียนสิด เห็นเกียนสิดตายตาง
ตกใจกลัว ขอเขาเปนพวกของอวนเสี้ยวเปนจํานวนมาก อวนเสี้ยวรายงานเหตุการณให โฮจิ๋นทราบแลวเสนอ
วาเราทําการมาถึงเพียงนี้แลว เปนตองฆาสิบขันทีที่เหลือเสีย บานเมืองจึงจะปกติ โฮจิ๋นเห็นดวยจึงนําทหาร
ไปที่กรมขันที แตไมพบสิบขันทีแมแตคนเดียว

ฝายสิบขันทีไดรับรายงานขาวมากอนแลววาโฮจิ๋น และอวนเสี้ยวนํากําลังทหารบุกเขาวัง และขันทีเลวไดมา
รายงานวาอวนเสี้ยวเสนอโฮจิ๋นใหสังหาร พวกตนเสียก็ตกใจวิงหลบหนีเขาไปในเขตพระราชฐานชั้นใน เขาไป
                                                         ่
ในพระตําหนักโฮฮองเฮา ผูเปนนองสาวของ โฮจิ๋น ซึ่งบัดนี้เมื่อมีการสถาปนาหองจูเปยนผูบุตรขึ้นเปนฮองเต
แลว ฐานะของโฮฮองเฮาจึงเปลี่ยนไปเปนโฮไทเฮา

สิบขันทีเขาไปกราบบังคมฝากเนื้อฝากตัวกับโฮไทเฮาแลวทูลวา หลายป มานี้พวกตนไดทุมเทรับใชฮองเต
และโฮไทเฮาไมคิดถึงทุกขสุขของตนและครอบครัว ไดเลียงดูฮองเตมาแตนอยดวยใจภักดี บัดนี้ฮองเตในพระ
                                                      ้
บรมโกศเพิ่งลวงลับ ทุกคนอยูในความเศราโศก แผนดินตองการความสงบสุข แตอวนเสียวกลับยุยงใสความ
                                                                                   ้
หาวา พวกตนสมคบกับเกียนสิดขันทีจะสังหาร โฮจิ๋นเสีย แลวยกหองจูเหียบขึ้นเปนกษัตริย เพื่อใหโฮจิน  ๋
สังหารพวกตนเสีย การยุยงนันไมเปนความจริง เพราะพวกตนนั้นไมไดคบคิดกับเกียนสิด วาแลวก็ใชสดยอด
                             ้                                                                  ุ
วิชาขันทีกราบทูลโฮไทเฮาวา เกียนสิดนั้นเปนคนสนิทของพระนางตั๋งไทเฮา ผูเปนแมผวของโฮไทเฮา คบคิด
                                                                                  ั
กับตั๋งไทเฮา จะใหหองจูเหียบขึ้นครองราชย ดวยริษยาพระองค กีดกันไมใหพระองคเปนไทเฮา โดยที่พวกตน
ไมมีสวนเกี่ยวของดวย จึงขอพระบารมีชวยชีวตลูกนกลูกกาไวรับใชเบื้องพระยุคลบาทสืบไป
                                            ิ

สุดยอดวิชาขันทีวาดวยการสรางความแตกแยกเพื่อเอาตัวรอดสัมฤทธิผล         โฮไทเฮาถูกอํานาจโทสะบดบัง
พระทัย เพราะมีความขุนพระทัยในแมผัว สุมอยูในอกมานานแลวก็ทรงเชือตามคําทูลของขันที แลวมีพระราช
                                                                    ่
เสาวนียวาพวกเจาอยาเปนทุกขเลย เราจะชวยวากลาวกับโฮจิ๋นเอง ตรัสแลวจึงสั่งนางกํานัลไปเชิญโฮจิ๋นมา
         
พบถึงในพระตําหนัก แลววาขันทีสิบคนมีความภักดีตอเราและฮองเตในพระบรมโกศ ทั้งเลี้ยงดูลูกเรามาดวย
ใจซื่อจนไดเปนฮองเต สิบขันทีเปนคนละพวกกับเกียนสิด หาความผิดมิได ไฉนจะใหอวนเสี้ยวฆาเสียเลา ทั้ง
เกียนสิดผูคดมิชอบตอราชสมบัติก็ตายแลว แผนดินยามนี้ตองการความสงบสุข อยาไดกอเรื่องใหวุนวายไป
            ิ
เลย จะกระทบตอพระบรมเดชานุภาพ โฮจิ๋นเจอไมนี้เขาประกอบทั้งเปนคนไรความคิด มีจตใจโลเล ไดฟงพระ
                                                                                    ิ            
ราชเสาวนียของโฮไทเฮาแลว มิรูทจะวาประการใด ก็คลอย ตาม แลวรับคํา โฮไทเฮา
                                   ี่

โฮจิ๋นรับคําโฮเทเฮาแลว ก็ออกมาวาแกอวนเสี้ยวและเหลาขุนนางวาบัด นี้พึ่งผลัดเปลียนแผนดิน บานเมือง
                                                                                    ่
ตองการความ สงบเรียบรอย เกียนสิดซึ่งคิดรายตอเราก็ตายแลว ทั้งขันทีสบคนที่เหลือก็ไมไดสมรูรวมคิดดวย
                                                                           ิ
จะฆาเสียยอมมิควร ขอใหจบเรื่องกันเพียงเทานี้ อวนเสี้ยวแยงวาเกียนสิด เปนพวกสิบขันที สมคบกันคิดการ
ใหญ ทานรูตัวกอนจึงรอดตาย "ขันทีสิบคนเหมือนหนึ่งรากหญา ตายแตตนนั้นเห็นไมสิ้นเชิง รากก็จะงอกแทน
                                                                        
ขึ้นมา ภายหนาไปเห็นอันตรายจะมีแกทานเปนมั่นคง" โฮจิ๋นจึงวาอยาวิตกไปเลย เปนธุระของเราเอง แลวตาง
คนก็แยกยายกันกลับบาน สิบขันทีจึงรอดตาย ดวยสุดยอดวิชาขันทีที่วาดวยการสรางความแตกแยกเพื่อเอาตัว
รอด และแสวงหาประโยชนอยางหวุดหวิด

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ศึกสองตําหนัก (ตอนที่ 14)

โลกเรานี้มีคูกัดโดยธรรมชาติ ซึ่งกัดกันมาตั้งแตบรรพกาล และจะกัดกันตอไปตราบฟาดินสลายอยูสามคู คือ
                                                                                             
แมผัวกับลูกสะใภหนึ่ง, เมียนอยกับเมียหลวงหนึ่ง และงูเหากับพังพอนอีกหนึ่ง ในยุคสมัยของ เลนเต ตั๋งไท
เฮา มีอํานาจวาสนามาก เพราะเปนพระราชชนนี ในขณะที่ โฮไทเฮา ขณะนั้นเปนลูกสะใภ ตองอยูภายใต     
บังคับของ ไทเฮาตามกฎราชสํานัก เหตุนตลอดยุคสมัยนันแมมีขอระหองระแหงระหวาง แมผัวกับลูกสะใภ
                                            ี้             ้
เกิดขึ้นบาง ก็ไมรุนแรงนัก เพราะฝายแมผัวอิมอยูดวยอํานาจ และลูกสะใภตองตกอยูในสภาพจํายอม การขาง
                                               ่
ในจึงดูสงบเรียบรอยเปนปกติ




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 31



ครั้นสิ้นแผนดินเลนเต หองจูเปยน ไดเสวยราชสมบัติแลว สถานการณยอมเปลี่ยนแปลงไป โฮไทเฮา กลับมี
ฐานะเปนพระราชชนนี มีอํานาจวาสนาเพิ่มขึ้น ในขณะที่ ตั๋งไทเฮา กลายเปนคนแกที่เคยมีอํานาจ แตยังคงติด
ยึดในอํานาจนัน ความระหองระแหงทีถูกขมไวแตกาลกอนจึงเกิดขึ้น อุปมาดังหญาแพรกถูกกอนหินใหญทับไว
               ้                   ่
เจริญงอกงามไมได ครั้นบัดนี้หินกอนใหญนั้นถูกยกออกไปแลว หญาแพรกยอมถึงคราวเจริญงอกงามฉันใด
ความขัดแยงระหวางแมผัวกับลูกสะใภก็อุปไมยฉันนั้น

หลังจากเหลาขุนนางไดพรอมกันสถาปนาหองจูเปยนขึ้นเปนกษัตริย โดยการจัดการของ โฮจิ๋น แลว วันรุงขึ้น
หองจูเปยน กษัตริยผูเยาว จึงไดออกนั่งบนพระราชบัลลังก ทามกลางมหาสมาคม ของเหลาขุนนาง แต
                     
เนื่องจากยังไมมีการแตงตั้งผูใดเปนผูสําเร็จราชการแผนดิน ดังนั้น โฮไทเฮา พระราชชนนีจึงอาศัยอํานาจตาม
                                       
กฎมณเฑียรบาลชวยวาราชการหลังมาน ในมหาสมาคม ฮองเตพระองคนอยโปรดเกลาฯ ใหแตงตั้งโฮจิ๋น
พี่ชายโฮไทเฮาเปนผูสําเร็จราชการแผนดิน และตั้งใหโฮเบี้ยว นองชายโฮไทเฮาเปนผูชวยผูสําเร็จราชการ
แผนดิน นอกนั้นโปรดเกลาฯ ใหเลื่อนยศโดยถวนหนากัน

ณ บัดนี้ผูคนในตระกูล "โฮ" ไดเขาครองอํานาจรัฐภายใตบัลลังกมังกร ของฮองเตอยางเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ในขณะที่เหลาขุน นางที่เปนพวกก็ไดรับผลประโยชนเลื่อนตําแหนง และยศศักดิ์ถวน หนากัน การออกวา
ราชการหลังมานของโฮไทเฮาในครั้งนี้ มิไดผานการ ปรึกษาหารือใดๆ กับ ตั๋งไทเฮา ดังนันเมื่อความทราบถึง
                                                                                ้
ตั๋งไทเฮา จึงทรงแคนพระทัยยิ่งนักที่ โฮไทเฮา กระทําการประหนึ่งขามหนาขามตาราวกับวาพระองคไร
ความหมายใดๆ ในราชสํานักแลว

ความนอยใจของคนแกบวกเขากับความขัดแยงระหองระแหงระหวาง              แมผัวกับลูกสะใภที่ตกตะกอนอยูจึง
คละคลุงขึ้นมาเต็ม หัวอก น้ําพระทัย ตั๋งไทเฮา เต็มไปดวยแรงริษยาพยาบาทถึงขนาดตองการลมราชบัลลังก
เพื่อแกแคนโฮไทเฮาสถานหนึ่ง และเพื่อใหหองจูเหียบ ผูหลานที่เลี้ยงมากับมือได ครองราชสมบัติอกสถาน
                                                                                               ี
หนึ่ง แตทวาอาจมีวาระซอนเรนอยูในใจของ ตั๋งไทเฮา ก็เปนไดวาหาก หองจูเหียบ ผูหลานไดครองราชสมบัติ
แทน หองจูเปยนพระโอรสใน โฮไทเฮา แลว ก็จะทําให โฮไทเฮา สิ้นอํานาจลง ในขณะที่ตั๋งไทเฮา จะกลับมี
บทบาท และพระราชอํานาจเหมือนดังเดิม หรือมากกวาเดิม

ทั้งนี้เพราะหองจูเหียบกําพราแม มาบัดนี้กําพราพอซ้ําเขาไป อีก ตั๋งไทเฮาซึ่งเปนผูเลี้ยงดูมาแตนอย ทั้งมี
ราชศักดิ์เปนถึงยาของฮองเต อํานาจจึงยอมตองตกแกตั๋งไทเฮาแตผูเดียว จากนั้นไปการถือโอกาสกําจัดโฮ
ไทเฮาเสียก็จะสะดวกเทากับการยิงกระสุนนัดเดียวไดนกถึงสองตัว มีดําริดงนี้แลว จึงโปรดใหหาสิบขันทีมา
                                                                             ั่
ปรึกษาถึงในพระตําหนัก           บอกความขุนของในพระทัยและความประสงคใหสิบขันทีทราบแลวจึงวานับแต
สิ้นบุญพระเจาเลนเต ชะตากรรมของสิบขันทีภายใตบัลลังกของ หองจูเปยน นั้นตองเผชิญเฉียดเฉียวประตู     ่
ยมโลกอยูเสมอ เพราะทั้ง โฮจิ๋น และ อวนเสี้ยว หาทางสังหารกําจัดเสียอยูทุก ลมหายใจ ยอมตองมีวันพลาด
พลั้งเขาสักวันหนึ่ง เราทั้งสองฝายตางมีชะตากรรมอยางเดียวกัน แลวจะทําฉันใดดี เตียวเหยียง ซึ่งเปนหนึ่ง
ในสิบขันทีจึงทูลเสนอความเห็นวา        "วันพรุงนี้เชาเชิญพระองคเสด็จออกไปยังพระแกลทีพระเจาเลนเตเสด็จ
                                                                                          ่
ออก แลวตรัสวา ใหหองจู เหียบเปนเจาตางกรม ชื่อวาตันสิวออง แลวใหตงตั๋งตง ผูนองพระองคเปนเสนาบดี
                                                                          ั้
ผูสาเร็จราชการฝายทหาร ขอใหตั้งขาพเจาทังสิบคนนี้เปนขุนนางผูใหญ ซึ่งราชการ ทังปวงนั้นจะไดคดการ
    ํ                                           ้                                       ้               ิ
สืบไป" เปนอันวาสิบขันทีตกลงเขารวมขบวนการกับ ตั๋งไทเฮา วางแผนอยางเปนขั้นตอนเพื่อเตรียมการยึด
อํานาจตอไป ตังไทเฮา มีความยินดียิ่งนัก
                ๋

ครั้นเวลาเชา ตั๋งไทเฮา จึงอุม หองจูเหียบ ผูหลานเสด็จออกไปที่พระแกลตามคําทูลของ เตียวเหยียง มิได
เปดมูลี่ขึ้นและไดตรัสตามคําของ เตียวเหยียง ทุกประการ ขุนนางขาราชการไดแตงงงวย เพราะบัดนี้มผูสาเร็จ
                                                                                                  ี ํ
ราชการแผนดินเพิ่มขึ้นอีกผูหนึ่งคือตั๋งตง พระอนุชาในตั๋งไทเฮา และสิบขันทีก็กลับคืนสูอํานาจ เปนขุนนาง
ผูใหญมสิทธิเขารวมปรึกษาราชการแผนดินเหมือนยุคสมัยเลนเตทุกประการ แตเพราะความรักตัวกลัวตายไมมี
           ี
ผูใดกลาขัด การทั้งปวงจึงไดรบการปฏิบัติไปตามรับสั่งของตั๋งไทเฮานั้น
                               ั

ฝาย โฮไทเฮา เมื่อทราบขาว ตั๋งไทเฮา ออกวาราชการหลังมาน ก็โกรธหนัก เพราะเขาใจไดวาอํานาจแหงราช
สํานักที่อยูในมือพระองคกําลังจะถูกแยงชิง และรูปการณสอเคาวาจะเกิดการรัฐประหารยึดอํานาจรัฐ เพราะมี
                                                        
การแตงตั้งผูสําเร็จราชการแผนดินขึ้นอีกคนหนึ่ง
                                                  และใหเปนผูสาเร็จราชการแผนดินดานการทหารเสียดวย
                                                                 ํ
เกิดความประหวั่นขึ้นในพระทัย แตยังหวังวาปญหาระหวางแมผัวกับลูกสะใภอาจหาขอยุติประนีประนอมกันเอง
ได

ดังนั้น โฮไทเฮา จึงใหแตงโตะเสวย แลวใหเชิญ ตั๋งไทเฮา มาหารือเปนการสวนพระองค ตั๋งไทเฮา รับคําเชิญ
เสด็จมายังตําหนักโฮไทเฮา โดยสิบขันทีไดเขาถวายงานตามปกติ โฮไทเฮาแสดงความคารวะแลวคํานับตั๋ง



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                    หนาที่ 32



ไทเฮาดวยน้าจัณฑแลววาพวกเราเปนอิสตรี ชอบที่จะดูแลการฝายใน หาควรเขายุงเกี่ยวดวยการฝายหนาอัน
           ํ
เปนราชการบานเมืองไม เพราะไมเพียงแตจะผิดกฎมณเฑียรบาลเทานัน ยังจะกอความสับสนเสียหายแก
                                                                    ้
บานเมืองแลราษฎรได พรอมทั้งยกตัวอยางครั้ง พระเจาฮั่นโกโจ เสด็จสวรรคต พระนางลิเฮา พระมเหสีออกวา
ราชการหลังมานทําใหการแผนดินฟนเฟอนไป ขุนนางขาราชการและราษฎรไดรับความเดือดรอน เกิดการ
จลาจลขึ้น

ในทีสุด พระนางลิเฮา พรอมดวยพระญาติกวาพันชีวตตองถูกสังหารหมดสิ้น "แลพระองคกับขาพเจาเปนสตรี
     ่                                            ิ
จะออก วาราชการเมืองนั้นไมสมควร ถามิฟงขาพเจาเห็นจะเปนอันตรายเหมือนพระนางลิเฮา" ตั๋งไทเฮา ยินคํา
โฮไทเฮา แลว ถือวาเปนสะใภบังอาจสั่งสอนแมผัวจึงแคนใจนัก แรงโทสะริษยาพยาบาทครอบงําพระทัยจึง
ตรัสวา "ตัวมิไดมีสตย กอปรดวยหึงสา พาลเอาความผิดนางอองบีหยินแลว ใหเอาไปฆาเสีย บัดนี้ลูกของตัว
                    ั
ไดเปนใหญ ตัวมิไดยําเกรงเรา มาวากลาวถอยคําหยาบชาดูหมิ่นเปรียบเทียบเราดังนี้ เราหาฟงไม ถึงมาตรวา
โฮจิ๋นพี่ของตัวซึ่งไดเปนเสนาบดีผใหญนั้น
                                  ู         เพียงแตตงตงผูนองเราจะตัดเอาศีรษะโฮจิ๋นก็จะไดในลัดนิ้วมือ
                                                      ั๋
เดียวดวยงาย"

โฮไทเฮา ฟงแลวเลือดขึ้นหนาเหมือนกัน ลุกขึ้นจากที่นั่งแลววาเราเห็นผิดชวยเตือนสติแลวยังกลับมาโกรธอีก
เลา ตั๋งไทเฮา ก็ไมยอมแพ แลวบริภาษวา โฮไทเฮา เปนผูนอยมากอน เปนเมียลูกเรา เคยออนงอราขอเรา
ตลอดมา มาบัดนี้ลูกตัวไดครองราชย สิมาตั้งตัวเปนผูรอบรูงานแผนดิน ตางฝายตางลุกขึ้นจากที่นั่ง ถมึงตึง
เปนวิวาทขึ้น เสียงที่โตเถียงกันดังยิ่งขึ้นทุกที สิบขันทีอยูในที่เฝาจึงเขาหามไวทั้งสองฝายแลวเชิญเสด็จ ตั๋ง
ไทเฮา เสด็จกลับตําหนัก

โฮไทเฮา โกรธแคน ตั๋งไทเฮา เต็มหัวอก ตัดสินพระทัยแตกหักเสียแตครั้งนี้ เพราะเห็นวาหากจะปลอยไวนาน
เนิ่นไป หนอเหงาแหงการรัฐประหารก็จะเจริญเติบโตแตกตนกิ่งกานใบจนยากที่จะปราบปราม อันตรายจะมาถึง
สกุล "โฮ" ตกค่ําจึงมีพระราชเสาวนีย ให โฮจิ๋น ผูเปนพี่ชายเขาเฝาที่พระตําหนัก แลวฟองความที่ไดวิวาทกับ
ตั๋งไทเฮา ให โฮจิ๋น ฟงทุกประการ โฮจิ๋น ฟงเรื่องราวแลวเห็นวาเปนเรื่องใหญ เห็นดวยกับ โฮไทเฮา วา เปน
ตองกําจัดตั๋งไทเฮาเสีย ปรึกษาแผนการกันแลว โฮจิ๋น ก็รบกลับจวน
                                                          ี

ครั้นถึงจวนจึงสังใหเจาหนาที่เรงเชิญอัครมหาเสนาบดีพรอมรองทั้งสองคน และขุนนางที่เปนพวกมาปรึกษาที่
                 ่
ในจวน เมื่อมาพรอม กันแลว โฮจิ๋น จึงวาตั๋งไทเฮา นั้นไมใชพระมเหสีในพระเจาฮั่นเต แตเขาวังมาไดเพราะ
พระเจาฮั่นเตไดขอบุตรคือพระเจาเลนเตมาเลี้ยงเปนบุตรบุญธรรม ครั้งบุตรไดครองราชยเปนพระมหากษัตริย
จึงไดเขาวังมา บัดนี้ฮองเตผูเปนบุตรหาบุญไมแลว ตั๋งไทเฮาจึงหมดสิทธิทจะอยูในวังหลวงอีกตอไป ทั้งความ
                                                                          ี่
จุนจานไมรูการแผนดินวาควรมิควรจะทําใหราชการฟนเฟอนไป

โฮจิ๋นเสนอตอเหลาขุนนางวาเราจะใหตั๋งไทเฮาออกจากวังหลวงไปอยู ณ เมืองฮอกัง แลวทําลายแผนการ
รัฐประหารใหสนซากตอไป เหลาขุนนาง ณ ที่นั้นมีความเห็นคลอยตามเปนเอกฉันท วันรุงขึ้น โฮจิ๋น ในฐานะ
                 ิ้
ผูสาเร็จราชการแผนดินพรอมดวยขุนนางจึงเขาวังตรงไปที่พระตําหนัก ตั๋งไทเฮา แลววาพระองคไดเสด็จมา
    ํ
ประทับในวังหลวงโดยอาศัยสิทธิของบุตรซึงเปนฮองเต มาบัดนี้บุตรของพระองคหาบุญไมแลว จึงหมดสิทธิที่
                                             ่
จะอยูในวังหลวงอีกตอไป แตเพื่อเห็นแกฮองเตพระองคกอน เราจะจัดใหไปประทับที่พระตําหนัก ณ เมืองฮอ
กัง วาแลวโฮจินจึงสั่งทหารใหเชิญเสด็จตั๋งไทเฮาออกจากวังหลวง ไปประทับ ณ พระตําหนักเมืองฮอกัง จัด
                    ๋
ทหารรักษาการณเฝาเวรยามตลอดทุกโมงยาม หามคนในออก หามคนนอกเขาเปนเด็ดขาด พรอมกันนันโฮจิ๋น     ้
ไดสั่งใหทหารไปลอมจวนตั๋งตง ผูสําเร็จราชการแผนดินฝายทหาร ซึ่งเปนพระอนุชาของตั๋งไทเฮา เรียกให
สละตําแหนงผูสําเร็จราชการแผนดินฝายทหาร และใหคืนตราประจําตําแหนง ตั๋งตงแมเปนผูสําเร็จราชการ
               
แผนดินฝายทหาร         แตเพิ่งรับแตงตั้งใหม  สรรพกําลังยังไมพรอมประกอบทั้งไมไดเตรียมตัวรับมือกับ
สถานการณวาจะเกิดขึ้นถึงเพียงนี้ จึงตกใจ เหตุการณคับขันหาทางออกไมไดจึงฆาตัวตาย ณ ที่นั้น โฮจิ๋น ยึด
เอาตราประจําตําแหนงผูสําเร็จราชการแผนดินของตั๋งตง     คืนราชสํานักและริบราชบาตรทรัพยสินและบริวาร
ของ ตั๋งตงเขาตนเองจนหมดสิ้น

จากนั้นอีกสองเดือนพอขาวคราวเริ่มเงียบลง โฮจิ๋นจึงจัดสงคนไปเมืองฮอกังลอบวางยาพิษสังหารตั๋งไทเฮา
เสีย    สํานักพระราชวังใหอญเชิญพระบรมศพกลับเมืองหลวง
                            ั                                    ประกอบพิธีแลวฝงไวที่สสานหลวงตามราช
                                                                                         ุ
ประเพณี ตั๋งไทเฮาจึงมีชะตากรรมอยางเดียวกับพระนางลิเฮาในพระเจาฮั่นโกโจ ปฐมกษัตริยแหงราชวงศฮั่นที่
                                                                                           
ไดออกวาราชการหลังมานแลวถูกสังหาร แตเบากวาบางตรงที่โฮจิ๋นไมอํามหิตเทายุค นั้น จึงมิไดสังหารญาติ
วงศพงศาของตั๋งไทเฮาแบบลางโคตร            เหมือนครั้งพระนางลิเฮา แตเรื่องหนึ่งที่ไมคาดคิดไดเกิดขึนโดย
                                                                                                     ้
คานิยมของเมืองจีน นั่นคือเรื่องที่ คนสกุล "โฮ" ฆาคนสกุล "ตั๋ง" ไดกลายเปนศึกศักดิศรีของวงศสกุลทีผคน
                                                                                     ์                 ่ ู




                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                               หนาที่ 33



สกุล "ตั๋ง" ผูกใจเจ็บคนสกุล "โฮ" แต นั้นมา ตั๋งโตะ คนในสกุล "ตั๋ง" จึงถูกประทับรอยศึกศักดิ์ศรีของวงศ
ตระกูลกับสกุล "โฮ" ไวในใจดวย

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ครองใจตระกูล "โฮ" (ตอนที่ 15)

หลังสิ้นแผนดินพระเจาเลนเตแลว สิบขันทีก็เปนดังไมเลื้อยที่ไมหลักโคนลง แลวไมเลื้อยก็ลมลงตาม ตอง
ปรับปรุงทาทีและแสวงหาหลักยึดใหมตอไป ชะตากรรมของสิบขันทีในชวงนี้ประดุจดั่งไตอยูบนเสนลวด และ
เผชิญวิกฤติหนักขึ้นทุกที ขางหนึ่งนั้นเวรกรรมทีทําไวกับขุนนางขาราชการอยางหนักหนา สาหัส กําลังตาม
                                               ่
สนอง และใกลตัวเขามาทุกขณะ อีกขางหนึ่งนั้นยังหาแหลงพักพิงเกาะอาศัยไมไดมั่น คิดจะพึ่งพาตั๋งไทเฮา
อาศัยใบบุญหนุนหองจูเหียบ ขึ้นเปนฮองเตก็ผิดพลาดลมเหลว จนจําตองใชสุดยอดวิชาขันทีเพื่อเอาตัวรอด
ครั้น ตั๋งไทเฮา ถูกเนรเทศไปอยูตางเมือง สิบขันทีก็คาดการณ ได ณ บัดนั้นวา ตั๋งไทเฮา คงจะสิ้นวาสนาแลว
จําเปนจะตองหาหลักใหมเกาะยึดตอไป สุมหัวปรึกษาหารือกันแลวเห็นพองตองกันวาแผนดินอยูในน้ํามือของ
คนตระกูล "โฮ" ซึ่งเปนตระกูลผูคาเนื้อ เพราะบัดนี้ โฮไทเฮา เปนพระราชชนนีของฮองเต เปนที่เกรงใจของ
                                  
เหลาขุนนางและขาราชการทั้งปวง

แตโฮไทเฮานัน เปนคนหวงอํานาจ บายอ หูเบา และโปรดการพินอบพิเทายกยองสรรเสริญ อยูในวิสัยที่จะใช
                ้
สุดยอดวิชาขันทีทาใหโฮไทเฮาโปรดปรานได ถาเมื่อใดเปนที่โปรดปรานของ โฮไทเฮา แลว แม โฮจิ๋น จะ
                   ํ
เปนถึงผูสําเร็จราชการแผนดิน ก็จะทําอะไรพวกตนไมได เพราะ โฮจิ๋นนันเปนคนตัดสินใจโลเล ไมเด็ดขาด
                                                                     ้
และกลัวนองสาว เนื่องจากมีอํานาจวาสนาขึนมาไดเพราะการอุมชูสงเสริมของ โฮไทเฮา ผูเปนนอง ดังนั้นถา
                                          ้
โฮจิ๋น อยูในคําของ โฮไทเฮา เสียแลว อวนเสี้ยว และพรรคพวกที่ไมพอใจสิบขันทีก็ไมมอะไรที่นาเกรงกลัว
                                                                                         ี
อีกตอไป ความรอบคอบในการคิดอานของสิบขันทีไกลออกไปอีกวา จะตองกุมหัวใจคนตระกูล "โฮ" ใหจงได
สิบขันทีทราบดีวาโฮไท-เฮามีพระมารดาชื่อวาบูยงกุน เปนทีเคารพยําเกรงของลูกทั้งสามคน คือโฮจิ๋น, โฮไท
                                                         ่
เฮา และโฮเบี้ยว ทั้งทราบดวยวา นางบูยงกุน เปนคนโลภ เห็นแกทรัพยสินเงินทอง หากนําของเหลานี้ไป
กํานัลใหถึงขนาดแลว นางบูยงกุนก็พรอมที่จะขายตัวใหกับทรัพยสินเงินทองนั้น เปนวิสัยที่จะเอา นางบูยงกุน
เปนพวกไดสําเร็จ

เพียงนี้แลวยังไมเปนที่วางใจกับสถานการณทตึงเครียด สิบขันทีเห็นวาโฮเบียวขุนนางผูนองโฮไทเฮา ซึ่งบัดนี้
                                             ี่                          ้         
เปนผูชวยผูสําเร็จ ราชการแผนดินมีกําลังทหารอยูในมือ เปนคนโลภโมโทสันไมแพมารดาตัว ทั้งยังเปนคนโง
             
และหูเบา คนแบบนี้สามารถใชเปนเครื่อง มือไดโดยงาย หากไดโฮเบี้ยวมาเปนพวกอีกคนหนึ่งแลว จึงจะเปน
ที่มั่นใจไดวาสถานการณของพวกตนจะดีขึ้น

ดังนั้น สิบขันทีจึงดําเนินการตามแผน ใชสุดยอดวิชาขันทีวาดวยการติดสินบนและการทําใหเกิดความพอใจ
สูงสุด หมั่นเขาหาพินอบพิเทา เอาอกเอาใจ โฮไทเฮา ยกยองสรรเสริญสารพัด จนโฮไทเฮาแทบจะรูสึก      
พระองควาเปนเทพธิดาที่จติมาจากสรวงสวรรคเพื่อโปรดมวลมนุษยชาติ ใหพนทุกขพบสุขกันทั่วถวน สราง
                           ุ
บารมีเพื่อถึงซึ่งความเปนพระโพธิสัตวในกาลเบื้องหนา

โฮไทเฮาจึงโปรดปรานสิบขันทีเสียยิ่งกวาครังพระเจาเลนเตยังทรงพระชนมอยู สําหรับ โฮเบี้ยว ผูชวยผูสาเร็จ
                                              ้                                                      ํ
ราชการแผนดินนั้น สิบขันทีไดนําทรัพยสินเงินทอง หยกแกะสลัก ไขมุก และของขวัญพิเศษมาก มายไปมอบ
เปนกํานัล ยกยอง โฮเบี้ยว เปนเสาหลักค้าบัลลังกของฮองเต ค้ําจุนสันติสขของประเทศ เปนที่นับถือศรัทธา
                                            ํ                             ุ
ของผูคนทั้งแผนดิน แมกระทังฮองเตก็ทรงเกรงพระทัยในบารมีและคุณธรรมของ โฮเบี้ยวยิ่งนัก ละไวให โฮ
                               ่
เบี้ยวเขาใจเองวาก็แลเมื่อคนที่เปนถึงฮองเตยังเกรงบารมีตนแลว โฮจิ๋น อวนเสี้ยว ก็ตองเกรงใจเชื่อฟง โฮ
                                                                                      
เบี้ยวไปดวย ปลูกความรูสึกขึนในใจ โฮเบี้ยว วาถาเมื่อใด โฮจิ๋น อวนเสี้ยว ละความเกรงใจแลว เมื่อนั้น โฮ
                             ้
เบี้ยว ก็จะตองไมเกรงใจใดๆ ตอบ

ดังนี้โฮเบี้ยวจึงออนระทวยทางความสํานึก อาสาเปนผูปกปองคุมครอง สิบขันทีใหทําราชการโดยไมตองยํา  
เกรงผูใดอีกตอไป สวนนางบูยงกุน นั้น สิบขันทีก็ผลัดกันแวะเวียนไปเยียมเยือน ทุกครั้งนําทรัพยสินเงินทอง
                                                                     ่
ของมีคาไปมอบเปนของกํานัล กระทําให เกียรติยศของ นางบูยงกุน ปรากฏตอเพื่อนบานรานถินอยางครึก
                                                                                              ่
โครม จะไปไหนก็จัดเปนขบวนแหเยียงเจาพระยา ทั้งยังสั่งใหขุนนางขาราชการในอาณัติ ไปอํานวยความ
                                   ่
สะดวกประดับเกียรติยศใหปรากฏลือชาแกคนทั้งปวง




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 34



แมคาเนื้อคนหนึ่งซึ่งไมเคยลิ้มรสสัมผัสความรูสึกอันเปนเกียรติยศเยี่ยงนี้ ประกอบเขากับของกํานัลที่หลั่งไหล
                                              
มาไมขาดสาย ลวนเปนของมีคาหาที่เปรียบมิได ยิ่งประกอบกับคํายกยองสรรเสริญที่เจริญโสต คละเคลาดวย
คําวอนขอฝากเนื้อฝากตัวอยูใตรมบารมีแลว นางบูยงกุนก็กลายเปนทั้งโฆษก และทูตประสานผลประโยชน
                             
ของสิบขันที เดินทางเขาวังและเขาเยี่ยมลูกทั้งสามบอยครังยิ่งกวาแตกอนทุกครั้งที่ปะหนาลูก นางบูยงกุน ได
                                                           ้                                            
สรรเสริญเยินยอสิบขันทีไมขาดปาก มิหนําซ้ํายังยกเอาบุญคุณของสิบขันทีทมีตอตระกูล "โฮ" วาเปนผูอยู
                                                                              ี่
เบื้องหลังที่ทาใหตระกูล "โฮ" เราไดครองแลวซึ่งอํานาจวาสนาดังที่เปนอยูนี้ ทั้งยังดูแล เอาใจใสการกินอยู
              ํ
ของครอบครัวตระกูล "โฮ" สารพัด และยังชวยเหลือสนับสนุนกิจการงานทั้งปวงทุกๆ ประการ

คําของนางบูยงกุนผูเปนมารดา ทําใหลูกทั้งสามของตระกูล "โฮ" ที่ครองอํานาจในเมืองหลวงเชื่อวาสิบขันที
เปนผูภักดีตอตระกูล "โฮ" อยางแทจริง โดยทีหารูไมวาบัดนี้มารดาตัวหาใชคนเดิมไม หากเปนสินคาที่ขาย
                                              ่       
ใหแกสิบขันทีไปทั้งตัวแลว ประกอบทั้งความพอใจสวนตัวของแตละคนที่ขนทีเสกสรรปนแตงไว จึงทําใหคน
                                                                       ั
ตระกูล "โฮ" ตางรักใครวางใจสิบขันทียิ่งขึ้น

ดวยเหตุนี้สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) จึงวาไววาสิบ ขันทีจึง "ทําราชการปกติอยูในพระราชวังเหมือน
                                                                                     
แตกอน" แตกรรมนั้นไมอยูในฐานะที่สิบขันทีจะติดสินบนใหผันแปรเปนอื่นไปได กรรมจึงยังทําหนาทีสนอง
                                                                                                ่
กรรมตอไปตามหลักที่วา "เรามีกรรมเปนเผาพันธุ ทํากรรมอันใดไว ยอมไดรบผลกรรมอันนัน ทําดียอมไดดี ทํา
                                                                        ั             ้
ชั่วยอมไดชั่ว" จากนี้ไปยอมจะไดเห็นวิบากแหงกรรมทีสนองเอากับขันที ทั้งๆ ที่สิบขันทีไดใชสุดยอดวิชา
                                                     ่
ขันทีอยางเต็มที่ จนลําพังสายตาคนไมอาจมองเห็นไดวาสถานการณลาสุดทีสิบขันทีผูกใจตระกูล "โฮ" ได
                                                                          ่
สําเร็จ จะผันแปรเปนอยางอื่นไปไดอีก

หลังจากตั๋งไทเฮาสิ้นพระชนมแลว โฮจิ๋นซึ่งรูดีแกใจตัววาใครเปนผูสังหาร ตั๋งไทเฮา จึงประดุจวัวสันหลังหวะ
                                                                 
ไมยอมไปงานถวายสักการะพระบรมศพตามประเพณี เก็บตัวเงียบอยูแตในบาน อวนเสียวเห็นเปนโอกาส จึง
                                                                                       ้
ไปเยี่ยมโฮจิ๋นที่ในจวน แลวยุ โฮจิ๋น วา "ขันทีสิบคนนินทาวาทานใหทหารไปลอบฆานางตั๋งไทเฮา เสีย หวัง
จะคิดเอาราชสมบัติ ซึ่งทานจะนอนใจอยูมคดฆาขันทีสิบคนเสีย ภายหนาไปเห็นจะเปนอันตรายเปนมั่นคง ครั้ง
                                            ิ ิ
นี้ทานกับโฮเบี้ยวผูนองก็เปนผูสาเร็จราชการสิทธิขาด
                                   ํ                     ขุนนางทั้งปวงก็อยูในเงื้อมมือทานสิ้น ทานจะคิด
ประการใดเห็นจะสมปรารถนา อุปมาเหมือนพลิกแผนดินกลับ"

คําของอวนเสี้ยวดังกลาวนี้ แสดงใหเห็นอยูในตัววาแมจะเปน ถึงนายพันทหารสารวัตรอยูในเมืองหลวง แต
                                          
ระบบขอมูลขาวสารไรประสิทธิภาพ จึงไมลวงรูถึงความนัยที่สิบขันทีใชสดยอดวิชาซื้อชาวตระกูล "โฮ" ไว
                                                                      ุ
หมดสิ้นแลว แตโฮจิ๋นคนหูเบา และมีความโลเลอยูในกมลสันดาน ยินคําอวนเสี้ยวแลวก็โกรธสิบขันทียิ่งนัก
อวนเสี้ยวเห็นใบหนาโฮจิ๋นแดงปลั่งดวยแรงโทสะ เห็นเปนทีจึงยุใหโฮจิ๋นเรงฆาสิบขันทีเสีย

การที่ อวนเสียวแสดงความประสงคตองการอาศัยอํานาจ โฮจิ๋น สังหารสิบขันทีอยางไมหยุดหยอนนั้น แมสาม
              ้
กกจะมิไดระบุวาเนื่องมาจากเหตุอันใด แตยอมอนุมานไดวาเนื่องมาจากความไมพอใจที่ตระกูล "อวน" ซึ่ง
                
ถึงแมวาจะเปนขุนนางผูใหญสบทอดมาหลายชั่วอายุคน ก็ยังถูกสิบขันทีรดสวยสินบนอยางไมไวหนา จนความ
                             ื                                     ี
แคนพอกพูนกลายเปนความพยาบาทนั่นเอง

โฮจิ๋นเพิ่งรับคําโฮไทเฮา ทั้งยังไดยินคําสรรเสริญสิบขันทีจาก มารดาตัว สินน้ําใจชังสิบขันทีไปแลว ครันได
                                                                          ้                         ้
ฟงคําอวนเสี้ยวใจก็โลเล ประกอบดวยโทสะจึงเห็นคลอยไปตามคําอวนเสียว คิดจะฆาสิบขันทีอีก แตยัง
                                                                        ้
ตัดสินใจเด็ดขาดไมได จึงวาทีทานวามานี้ก็ถก แตเราขอเวลาไตรตรองสักคืนหนึ่งกอน
                              ่              ู

ในขณะที่ อวนเสี้ยว และ โฮจิ๋น สนทนาอยูนั้น คนรับใชซงเปนสายลับของสิบขันทีไดยนความเขาแลว รีบนํา
                                                     ึ่                         ิ
ความไปแจงใหสิบขันทีทราบ สิบขันทีทราบรายงานแลวจึงปรึกษาตกลงกันไปฟองโฮเบี้ยววา อวนเสี้ยว ทํา
การหยาบชา ไมเกรงใจทาน คิดอานจะชิงราชสมบัติ เปนใหญเสียแตผเดียว พวกตนหาความผิดมิได อวน
                                                                     ู
เสี้ยว กลับยุ โฮจิ๋น ใหสังหารพวกตนเสีย พวกตนตายนันไมเสียดายแกชีวิต เปนหวงแตไมมีผูใดเอาใจใสดูแล
                                                   ้
รับใช โฮเบี้ยว และมารดา ทั้งยังหวงตระกูล "โฮ" เพราะ อวนเสี้ยว มีอํานาจทางทหารและมักใหญใฝสง ไม
                                                                                                  ู
คิดถึงคุณคน ชิงราชสมบัติไดแลว ยอมจะทรยศตระกูล "โฮ" สังหารคนตระกูล "โฮ" เสียทั้งสิ้น จึงขอรอง โฮ
เบี้ยว ใหนําเนื้อความทั้งนี้ไปแจงให โฮไทเฮาดวย

คําสิบขันทีที่ฟองโฮเบี้ยวนี้ แมวาดูภายนอกจะเปนการฟองอวนเสี้ยววา ตองการลมอํานาจตระกูล "โฮ" ชิงราช
               
สมบัติ แตภาย ในเนื้อแทอยูตรงที่ตองการใหโฮไทเฮา และโฮเบี้ยวไมพอใจโฮจิ๋น และปกปองพวกตน โฮ
                              
เบี้ยวคนหูเบาฟงคําสิบขันทีแลวก็เชื่อสนิทใจ เพราะแรงสินบนสิบขันทีกินใจลึกอยางหนึ่ง และประหวั่นวาหาก




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                               หนาที่ 35



การเปนจริงเขาแลว อํานาจวาสนาของตนก็จะสูญสิ้นไปดวย ประโยชนสองฝาย สมกันดังนี้ โฮเบี้ยว จึงรีบเขา
วังเฝา โฮไทเฮา แลวทูลตามคําของสิบขันที โฮไทเฮา ฟงคํานองแลวก็เชื่อตาม

โฮจิ๋น ขอเวลา อวนเสี้ยว เพื่อไตรตรองคืนหนึ่ง แตความจริงหามีความคิดอานทีจะไตรตรองประการใดไม ค่ํา
                                                                           ่
ลงก็เขาเฝา โฮไท-เฮา ถึงตําหนัก แลววาจะตองฆาสิบขันทีเสีย หากปลอยไวจะเปนอันตราย โฮไทเฮา จึงวา
สิบขันทีทําราชการมาแตครั้ง พระเจาเลนเต รับใชใกลชดเบื้องพระยุคลบาทดวยความซื่อสัตย ทุมเททั้งกายใจ
                                                      ิ
โดยไมเห็นแกความเหน็ดเหนือยของตน หรือความยากลําบากของครอบครัว หาความผิดมิได จะฆาเสียเปน
                              ่
การไมชอบ ขณะนี้เพิ่งผลัดเปลี่ยนแผนดิน ชอบที่จะทําใหเกิดความสงบสุขขึ้นในบานเมือง การคิดอานฆาขุน
นางผูใหญจํานวนมากขนาดนี้ เหมือนแกลง ใหแผนดินเปนจลาจล ใครจะเชื่อวาตระกูล "โฮ" เรามีความตั้งใจ
ทํานุบํารุงแผนดินใหเปนสุข อวนเสี้ยวเปนคนเนรคุณ คิดหักหลังตระกูล "โฮ" ของเราเพื่อชิงราชสมบัติ ถึงวัน
นั้นวาสนาและยศศักดิ์ของชาวตระกูล "โฮ" จะเหลืออยูไดอยางไร มีแตจะพากันเดือด รอนสิ้น ทั้งสิบขันทีก็มี
คุณสนับสนุนคนตระกูล "โฮ" จนมีอํานาจวาสนาขึ้นถึงเพียงนี้ มาบัดนี้มารดาเราก็ชราแลว ไดสิบขันทีเปนธุระ
ใสใจดูแลทั้งการกิน การอยู เสียยิ่งกวาบุตรในอุทร โฮจิ๋น ฟงคํา โฮไทเฮา แลวจํานนตอถอยคําและเหตุผล
ประกอบกับความคิดอานโลเลเกิดประกายความคิดสงสัย อวนเสี้ยว ขึ้นมา จึงพรั่นใจหวันไหวไปตามคําของ
                                                                                     ่
โฮไทเฮา ไมไดโตตอบประการใด แลวขอตัวกลับมาบาน

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ชักน้ําเขาลึก ชักศึกเขาเมือง (ตอนที่ 16)

รุงเชาขึ้น อวนเสี้ยวรีบออกจากบานมาจวนของโฮจิ๋น ขอพบโฮจิ๋นและถามวาที่เสนอใหรบสังหารสิบขันทีเสีย
                                                                                 ี
นั้น โฮจิ๋นตกลงใจประการใด โฮจิ๋น บอกวาค่าคืนทีลวงแลว เราไดไปเฝา โฮไทเฮา ปรึกษาเรื่องนี้ แต โฮไท
                                           ํ    ่
เฮา ไมเห็นชอบดวย แลวบอกเหตุผลของ โฮไทเฮา ให อวนเสี้ยว ฟง แตขอที่เกี่ยวกับสิบขันทีทําคุณไวกับ
ตระกูล "โฮ" นัน โฮจิ๋น ปดเสียไมบอก อวนเสี้ยว
                 ้

อวนเสี้ยวจึงยุตอไปวาหากไมรบฆาสิบขันทีเสีย จักเปนอันตรายเปนมั่นคง โฮจิ๋น ฟงคํายุของ อวนเสี้ยวแลว
                              ี
น้ําใจก็เกิดโลเลคิดฆาสิบขันทีขึ้นมาอีก จึงปรึกษาวาเมื่อเปนเชนนี้จะทําประการใดดี เหตุการณเขาทางของ
อวนเสี้ยว อวนเสี้ยว จึงเสนอวา "ขอใหมีหนังสือทานออกไป ใหหาหัวเมืองทั้งปวงยกทหารเขามาเปนกระบวน
ทัพแลวประกาศวาจะเอาตัวขันทีสิบคนฆาเสีย นางโฮเฮา กลัวจะเปนอันตราย เห็นจะใหจับขันทีสงออกมาให
โดยสะดวก"

อวนเสี้ยวไดเสนอแผนการชนิดที่โบราณวา "ชักน้ําเขาลึก ชักศึกเขาเมือง" โดยขาดความเขาใจวาธรรมดาน้ํา
เมื่อเขาที่ลึกแลว ไหนเลยจะไหลกลับคืนสูทตื้น กองทัพหัวเมืองหากไดเขาเมืองหลวงแลว ไหนเลย จะถอน
                                         ี่
กลับเสียโดยงาย มีแตจะยึดครองเมืองหลวงเอาโดยกําลัง ไมตางอะไรกับการไปเอาฝรั่งเขามาชวยเหลือแกไข
ปญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย ไหนเลยทีฝรั่งจะเพียงแตเขามาชวยเหลือ มีแตจะเอาบานเมืองเปนประเทศ
                                             ่
ราช เอาราษฎรลงเปนทาสเทานั้น

ขอเสนอแบบขี่ชางจับตั๊กแตนของ อวนเสี้ยว แมเขาลักษณะชักน้ําเขาลึก ชักศึกเขาเมือง ผลไดไมคุมเสีย แต
โฮจิ๋น เปนคนถอยปญญา มองไมเห็นหายนะที่จะเกิดขึ้น เห็นแตทางไดที่จะจับสิบขันทีฆาเสีย จึงเห็นชอบกับ
แผนการของ อวนเสี้ยว ในขณะที่ อวนเสี้ยว เสนอแผนการตอ โฮจิ๋น นั้น ตันหลิม ขุนนางหนาที่อาลักษณอยู
ในที่นั้นดวย ไดยินขอเสนอแลวกลาวเปนโคลงออกมาให โฮจิ๋น และ อวนเสี้ยว ไดยินวา "ชายชาญเชิงเชี่ยว
ดานธนูศิลป ไกลโสตสุดเสียงยินสูเปา ปดตาโกงนกบิน หมายมุง ทะนงนา ศรพลาดเสียบมือเขา แตนั้นเสีย
คน" ทั้ง โฮจิ๋น และ อวนเสียว ยินคําโคลงของ ตันหลิม แลวหันกลับไปมอง ตันหลิม จึงวาแก โฮจิ๋น วา "ตัว
                            ้
ทานทุกวันนี้ ราชการเมืองก็สิทธิขาดอยูแกทาน ขุนนางทั้งปวงก็อยูในเงื้อมมือทาน อันขันทีสิบคนเหมือน
                                         
แมลงเมา ตัวทานเหมือนกองเพลิงอันใหญ แมลงเมาหรือจะสูเพลิงได ถาทานจะคิดประการใดก็จะสมดัง
ปรารถนา ตัวทานเหมือนพญาหงส คิดการใหญแลวจะมาเคราทาฝูงกาอยูนนไมสมควร อันหัวเมืองทั้งปวง จะ
                                                                       ั้
ยกทหารเปนกระบวนทัพเขามา ถาไดตวขันทีสิบคนแลวเห็นหัวเมืองทั้งปวงจะกําเริบศึกกลางเมืองขึ้น การซึ่ง
                                       ั
จะคิดทํานุบารุงแผนดินนั้นก็จะเสียทวงทีไป"
             ํ

คําของตันหลิมสมกับเปนอาลักษณ ชัดเจนครบถวนสมบูรณดวย เหตุและผล ตองดวยพิชยสงคราม แตโฮจิ๋น
                                                                               ั
ฟงแลวไมตางอะไรกับควายไดยินเสียงทิพยดนตรี ตรงกับพุทธภาษิตที่วา "วินา-สกาเล วิปริตตพุทธิ" ซึ่ง
แปลวา "เมื่อกาลวินาศมาถึงเขาแลว สติปญญายอมวิปลาสแปรปรวนไป" โฮจิ๋น จึงหัวเราะวาแก ตันหลิม วา
                                        
"ตัวทานจะมารวมคิดการใหญกับเรานั้น ความคิดทานนอยนัก อุปมาดังเด็กเลี้ยงโค"



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 36




การยกเด็กเลี้ยงโคขึ้นอุปมากับความรูของตันหลิม เปนการแสดงความโงของ โฮจิ๋น ใหปรากฏ เพราะความรู
ของ ตันหลิม อันไดแสดง ณ บัดนี้นั้น เปนความรูของคนที่เปนบัณฑิต เปรียบไมไดกับเด็กเลี้ยงโค แมเด็ก
เลี้ยงโคเลาจะไปปรามาสวาไรเสียซึ่งสติปญญา ยอมไมชอบ เพราะเด็กเลี้ยงโคที่มีสติปญญาและความรอบรู
                                                                                  
เหนือกวาโฮจิ๋นและตันหลิมก็ยงมีปรากฏใหเห็นอยูถมไป
                             ั

ในที่นั้นโจโฉไดเขารวมปรึกษาหารืออยูดวย
                                            และโจโฉนั้นบัดนี้อยูใกลอํานาจรัฐมากกวาซุนเกี๋ยนและเลาป
สามารถเขานอกออกในจวนของผูสําเร็จราชการแผนดินไดดุจดังคนในบานของโฮจิ๋น              เปนที่ไววางใจของ
โฮจิ๋นมากขึ้นโดยลําดับ โจโฉไดยินขอเสนอของอวนเสี้ยว ไดยินโคลงและความเห็นของตันหลิม ตลอดจน
การโตตอบของโฮจิ๋นแลว จึงตบมือหัวเราะแลววา "อยางธรรมเนียมแผนดินแตกอนก็มีมา พระมหากษัตริยเชื่อ
ฟงตั้งแตงขันทีเปนเสนาบดีผใหญ ราชการเมืองผันแปรไปมีเนืองๆ มาอยู ครั้งนี้ขันทีทั้งสิบคนซึ่งหยาบชานั้น
                             ู
มีสติปญญาเปนใหญอยูคนเดียวสองคนดอก ถาจะคิดจับเอาแตนายใหญนนฆาเสียก็จะไดโดยงาย ทําไมจะให
                                                                   ั้
รอนถึงหัวเมืองยกเปนกระบวนทัพเอิกเกริกมาเลา"

ความเห็นของ โจโฉ ครั้งนี้ สวนทางกับความคิดเห็นของ อวนเสี้ยว อยางสิ้นเชิง เทากับ โจโฉ วากลาวคาน
อวนเสี้ยว ซึ่งหนา ทั้งยังกระทบเอากับความคิดหมิ่นความรู ตันหลิม ของ โฮจิ๋น ดวย ทั้งยังสะทอนใหเห็นดุลย
พินิจพิจารณาปญหาโดยจําแนกของโจโฉ จับเอาแกนแกนของปญหามาเปนหลักในการแกไขปญหานัน ทํา             ้
ปญหาใหญใหเปนปญหาเล็ก ทําเรื่องใหญใหเปนเรื่องเล็ก ซึ่งแกไขทําไดงาย และปญหาก็จะสิ้นสุดไปได ทั้ง
ยังแสดงดวยวา โจโฉนั้นเกงคน อานคนออกวาในบรรดาขันทีทั้งสิบคนนั้นมีผูมีปญญาเปนแกนของปญหา
เพียงคนสองคนเทานั้น

นี่เปนไปตามหลักพิชัยยุทธ ที่ตองกําหนดเปาหมายใหเล็ก โจมตีเปาหมายใหแมน แลวทําลายลางอยาง
เบ็ดเสร็จเด็ดขาด โฮจิ๋น ฟงคํา โจโฉ แลวก็โกรธ ตวาดใส โจโฉ วาที่พดเชนนี้เปนการเขาขางสิบขันที ไมเห็น
                                                                      ู
แกความทุกขรอนของเรา หรือวาเปนพวกเดียวกับขันทีทั้งสิบคน โจโฉ ยินคํา โฮจิ๋น ดั่งนี้ ก็รูสึกโกรธแตเปน
               
ผูนอยกวาจึงไมโตตอบประการใด ลุกขึ้นแลวเดินออกมาภายนอกจวนของ โฮจิ๋น รําพึงขึ้นวา "แผนดินครั้งนี้จะ
เกิดอันตรายเพราะโฮจิ๋น" นับเปนการคาดการณทแสดงออกถึงสติปญญาเล็งการขางหนาได อยางแมนยํา
                                                   ี่               
ของโจโฉ เพราะเมื่อโฮจิ๋นไมฟงคําทัดทานแลว ก็ไดมหนังสือถึงหัวเมืองตาง ๆ ใหยกทัพเขาเมืองหลวง
                                                         ี
เนื่องจากขณะนั้น ราชสํานักมีกฎหมายลักษณะกบฏศึก หามกองทัพหัวเมืองยกเขาเมืองหลวง เวนแตจะมี
หมายรับสั่งของฮองเต มิฉะนั้นจะเปนความผิดฐานกบฏ มีโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร ดังนั้นเมื่อหัวเมืองตางๆ
ไดรับหนังสือของโฮจิ๋น ซึ่งมิใชหมายรับสั่งของฮองเต จึงพากันเพิกเฉยเสีย

คงมีแตตั๋งโตะ เจาเมืองซีหลง ซึ่งไดดิบไดดีขึ้นมาเนื่องจากการติดสินบนกับขันที เห็นหนังสือของโฮจิ๋นแลว
ลําพองในกําลังทหารในมือที่มอยูเปนจํานวนมากถึงยีสิบหมื่น
                               ี                     ่            ทั้งภายในใจก็มีความคิดอานทีจะชิงเอาราช
                                                                                               ่
สมบัตทําชั่วชาตอแผนดิน เฝารอคอยโอกาสเชนนี้มานานแลว จึงมีความยินดียิ่งนักที่ไดแลเห็นโอกาสทําการ
      ิ
ใหญสมความคิดที่เฝาคอย ตังโตะเห็นหนังสือของโฮจิ๋น ซึ่งมิใชหมายรับสั่งของฮองเต แตดวยความดีใจจน
                             ๋
ลนลานที่การเขาทางเจือสมกับความคิดตัว จึงลืมไปวาการยกกองทัพเขาเมืองหลวงเชนนี้เปนความผิดฉกรรจ
ฐานกบฏตอแผนดิน สั่งให เยียวหู ผูเปนลูกเขยอยูรักษา เมืองซีหลง แลวตัว ตั๋งโตะ ไดจดสีทหารเอกคือ ลิฉุย
                                                                                        ั ่
, กุยกี, เตียวเจ และ หลงเตียว คุมทหารสิบหมื่นพรอมอาวุธยุทโธปกรณเคลื่อนทัพยกไป เมืองลกเอี๋ยง ราช
ธานี

ระหวางเคลื่อนทัพ ตั๋งโตะไดใหสืบขาวความเคลื่อนไหวของหัวเมืองวาจะดําเนินการอยางใด ทหารที่ออกไป
สืบขาวตามมารายงานทุกระยะวาไมปรากฏหัวเมืองใดเคลื่อนทัพ ดังนั้นในขณะทีทัพของ ตั๋งโตะ เคลื่อนมาได
                                                                            ่
ครึ่งทาง ลิยู ทีปรึกษาของ ตั๋งโตะ เกิดความเฉลียวใจ ระลึกขึ้นไดวามีกฎหมายของราชสํานักหามทัพหัวเมือง
                ่
เขาเมืองหลวง เวนแตจะมีหมายรับสั่งของฮองเต จึงเรียกเอาหนังสือที่ใหหากองทัพจากหัวเมืองยกเขาเมือง
หลวงจาก ตั๋งโตะ มาพิจารณาดู ก็ปรากฏวาเปนเพียงหนังสือของ โฮจิ๋น หาใชหมายรับสั่งของฮองเตไมลิยู จึง
รายงาน ตั๋งโตะ เกี่ยวกับกฎหมายลักษณะกบฏศึกดังกลาว และเสนอใหตงโตะปลงทัพไวที่นั้น แลวมีหนังสือ
                                                                       ั๋
กราบบังคมทูลขอรับพระบรมราชานุญาตเสียกอน ตั๋งโตะ เห็นชอบดวย จึงใหปลงทัพตั้งคายไว ณ ที่นั้น แลวมี
หนังสือกราบบังคมทูลถึงฮองเตวา "อาณาประชาราษฎรในเมืองหลวงแลหัวเมืองทั้งปวง ไดความเดือดรอน
เพราะขันทีสิบคนทําการหยาบชาใหผดขนบธรรมเนียม บัดนี้ ขาพเจาจะยกกองทัพไปเมืองหลวงแลวจับตัว
                                     ิ
เตียวเหยียงกับขันทีเกาคนฆาเสีย พระองคแลอาณาประชาราษฎรจะไดอยูเย็นเปนสุขสืบไป"

หนังสือกราบบังคมทูลของ ตั๋งโตะ ไปถึงมือทานผูสาเร็จราชการแผนดิน โฮจิ๋น ทราบความแลวก็ปดเรื่องเสีย
                                                  ํ
ไมกราบทูลฮองเตดวยเกรงวาขันทีจะลวงรู แตความคิดโลเลยังคงครองใจ โฮจิ๋น ดังเกา แทนที่จะตั้งหนาทํา



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 37



การตามความคิดเดิม กลับทําเรื่องเอิกเกริกขึ้นใหเชิญขุนนางที่เปนพวกมากินโตะทีจวน แลวหารือวาจะให ตั๋ง
                                                                                ่
โตะ ยกกองทัพเขาเมืองหลวงเพื่อจับสิบขันทีฆาเสียดีหรือไม ทําเรื่องใหเอิกเกริกโดยไมคดระแวดระวังวา
                                                                                          ิ
ความเคลื่อน ไหวนั้นจะทราบไปถึงสิบขันที นับวาตั้งอยูในความประมาท และประมาทคนแบบสิบขันทีมาก
เกินไป แตะถาย ขุนนางฟงคํา โฮจิ๋น แลวจึงวา "ตั๋งโตะน้าใจดังเสือ ซึ่งจะใหเขามาในเมืองหลวงนี้เห็นจะมี
                                                          ํ
อันตรายแกคนทั้งปวง" นี่ก็เปนฝายคานอีกคนหนึ่งที่ไมเห็นดวยกับความคิดของ โฮจิ๋น และ อวนเสียว โฮจิ๋น
                                                                                              ้
ฟงแลวหาวา แตะถาย ขี้ขลาดตาขาว จะรวมทําการใหญดวยไมได "ไดยินแตขาว ยังมิทันเห็นตัวเสือก็ครั่น
คราม" ตกใจกลัวเสือเสียแลว แตะถายก็นิ่งเสีย สงบวาจาไมวากลาวสืบไป

ฝาย โลติด อดีตแมทัพใหญปราบโจรโพกผาเหลืองอยูในทีเลี้ยงโตะนั้นดวย จึงวา "ขาพเจาไดเคยรูน้ําใจตั๋ง
                                                            ่
โตะมาแตกอนวาเปนคนหยาบชา ถาปลอยใหเขามาในเมืองหลวงเห็นจะเกิดจลาจลเหมือนคําแตะถายวาเปน
มั่นคง" โฮจิ๋น ยินคํา โลติด แลว จึงวา "ทานนี้ลวนเปนพวกขี้ขลาดตาขาว เราหาฟงคําทานตอไปไม อยาได
เจรจาอีกเลย" โลติด แตะถาย และขุนนางอีกหลายคนไดฟงคํา โฮจิ๋น แลวสลดใจนัก เห็นวาแผนดินครั้งนี้จะ
เกิดอันตรายเปนจลาจลเพราะ โฮจิ๋น ผูนี้เปนแนแท คนที่เปนใหญเมื่อเปนเชนนี้ขืนทํางานดวยตอไปก็มีแต
ความฉิบหายจะมาถึงตัว ตางคนจึงลากลับบาน แลวยื่นเรืองขอลาออกจากราชการ เวนคืนตราสําคัญประจํา
                                                          ่
ตําแหนง แลวออกไปอยูทําไรไถนาคาขาย ณ ภูมิลําเนาเดิม

โฮจิ๋นสิ้นคนขัดคอแลว จึงแอบอางหมายรับสั่งใหทหารมหาดเล็กไปแจงแก ตั๋งโตะวา ฮองเตมีพระบรมรา
ชานุญาตให ตั๋งโตะ ยกกองทัพเขามายังเมืองหลวงได และใหกองทัพ ตั๋งโตะ ตั้งทัพไวที่ ตําบลลุดคี
ภายนอกกําแพงพระนครมหาดเล็กที่ โฮจิ๋น สงไปพรอมกับทหารของ ตั๋งโตะ ที่ถือหนังสือเขามาขอพระบรมรา
ชานุญาตไดเดินทางไปยังคายอันเปนที่ตั้งกองทัพของตั๋งโตะนั้น แลวสงหมายรับสั่งที่ โฮจิ๋น แอบอางขึ้น
ใหแก ตั๋งโตะ ตั๋งโตะไมสนใจไยดีวาจะเปนหมายรับสั่งจริงหรือปลอม การสมคะเนตามความตองการที่ยกทัพ
จากเมืองซีหลงแลว จึงสั่งใหเคลื่อนทัพสิบหมื่นนั้นตรงเขาเมืองหลวง ตั้งทัพไวทตําบลลุดคี นอกกําแพงเมือง
                                                                              ี่
นคร ลกเอี๋ยง

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

สิ้นบุญตระกูล "โฮ" (ตอนที่ 17)

ในชีวตของคนเรานั้น ยอมตองกระทําในสิ่งทีถูกตอง และยอมตองมีสิ่งที่กระทําความผิดพลาด ผูมปญญาจึง
       ิ                                       ่                                                 ี
พึงเล็งการใหแมนยํา ทําการแตในสิ่งที่ถูกตอง หลีกเลี่ยงกระทําความผิดพลาด หรือแมหากจะตองเสี่ยงผิด
เสี่ยงถูกตามสถานการณ ก็จําตองใหโอกาสเสี่ยงถูกมากกวาโอกาสที่จะเสียงผิด การกระทําทีผิดพลาด หาก
                                                                         ่                 ่
ไมใชเรื่องสําคัญนักยอมอยูในวิสัยที่จะแกไขใหกลับคืนดีได หรือแมหากแกไขไมไดก็ยังพอทนรับกับผลรายที่
เกิดขึ้น ชีวิตคนเรายอมเปนเชนนี้

แตทวาหากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นเปนเรื่องรายแรง ถึงระดับที่โบราณวา "พลาดตาเดียว แพทั้งกระดาน"
แลว ยอมสูญสินซึ่งโอกาสที่จะแกไขใหกลับฟนคืนดีได เวนแตจะมีปาฏิหาริยเฉพาะครั้ง เฉพาะคน และเฉพาะ
                ้
เรื่องเทานั้น ความคิดของ โฮจิ๋น และ อวนเสี้ยว ที่แอบอางหมายรับสั่งใหกองทัพหัวเมืองยกเขาเมืองหลวง
เพื่อจับสิบขันทีฆาเสียนั้น หาใชเปนเรื่องผิดเล็กนอยไม หากเปนเรื่องผิดระดับที่ "พลาดตาเดียว แพทั้ง
กระดาน" นั่นเอง มิหนํายังซ้ําดวยความประมาท ที่กระทําการใหญอันเปนเรื่อง ลับแลวไปจัดเลี้ยงโตะ เชิญขุน
นางมารวมงานเปนการเอิกเกริก        ความเคลื่อนไหวเหลานี้จึงทราบไปถึงสิบขันที       ซึงติดตามสถานการณ
                                                                                       ่
ระแวดระวังตนอยูอยางใกลชด ิ

ฝายสิบขันทีไดทราบขาว ตั๋งโตะยกกองทัพมาตั้งอยูนอกกําแพงพระนคร ก็อานเหตุการณไดวาการทั้งนี้เกิด
จาก โฮจิ๋น วางแผนแอบอางรับสั่งของฮองเตใหเคลื่อนทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง เพื่อยืมมือกองทัพหัวเมือง
ฆาพวกตนเสีย ทั้งไดขาว โฮจิ๋น จัดงานเลี้ยงโตะเชิญขุนนางไปปรึกษาเรื่องใหกองทัพ ตั๋งโตะ เคลื่อนเขา
เมืองหลวง เพื่อสังหารพวกตน จนขุนนางทีซื่อสัตยตอแผนดินตองลาออกจากราชการไปหลายคน เหตุการณ
                                          ่
คับขันนัก จึงตัดสินใจเสียงแตกหักกับ โฮจิ๋น เพราะหากขืนไมทําอะไรเสียเลยก็มีแตจะตกตายสถานเดียว
                        ่

ดังนั้น ผลการปรึกษาหารือของสิบขันทีจึงไดขอสรุปวา "ครั้นเราจะนิ่งอยูบัดนี้ อันตรายก็จะถึงชีวิตเรา เราจําจะ
                                          
คิดฆาโฮจิ๋นเสียกอน" วางแผนแลวกําหนดจุดสังหารไวทประตูพระตําหนักโฮไทเฮา ภายในเขตพระราชฐาน
                                                     ี่
ชั้นใน วางแผนเสร็จก็จดพรรคพวกฝมือดีหาสิบคน พรอมอาวุธลอบเขาไปในเขตพระราชฐานชั้นใน แอบอยู
                       ั
ขางซุมประตูพระตําหนักโฮไทเฮา และสั่งวาถาเห็นโฮจิ๋นเขามาก็ใหสังหารเสียในทันที จัดวางกําลังหนวย
สังหารแลว เตียวเหยียง ขันทีจึงเขาเฝา โฮไทเฮา กราบทูลวา แมวาพระแมเจาจะแผพระเมตตาบารมี



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 38



คุมครอง ใหพวกขาพเจาไดถวายการรับใชใกลชิดแลว โฮจิ๋น ก็หาเกรงใจพระองคไม ทั้งไมรักษาคําสัตย
วางแผนแอบอางรับสั่งของฮองเตใหเรียกกองทัพจากหัวเมืองเขาเมืองหลวงเพื่อจะเอาตัวพวกขาพเจาไป
สังหารเสีย พวกขาพเจาหาทีพึ่งอื่นมิได จึงมาขอพระบารมีเปนที่พึ่ง แลวทูลตอไปวาการที่โฮจิ๋นแอบอางรับสั่ง
                              ่
ครั้งนี้ บรรดาขุน นางตางคัดคานวาจะเกิดจลาจลขึ้นในเมือง เพราะตั๋งโตะเปนคนหยาบชา ทั้งมีความเคียด
แคนคนในตระกูล "โฮ" อันเนื่องมาจากโฮจินไดลอบสังหารตั๋งไทเฮา ซึ่งเปนคนแซเดียวกันกับตั๋งโตะเสีย ตั๋ง
                                           ๋
โตะเขามาครั้งนี้ยอมจะชิงเอาราชสมบัติ แลวทํารายตระกูล "โฮ" จนพินาศสิ้น อยางนอยทีสุดยอมจะอาศัย
                                                                                           ่
กําลังกองทัพชิงอํานาจจากพระองค บงการฮองเตเสียแตผูเดียว

สุดยอดวิชาขันทีวาดวยการสรางความแตกแยกเพื่อเอาตัวรอดและแสวงประโยชนสัมฤทธิผลอีกครั้งหนึ่ง โฮ
ไทเฮา ฟงคําทูลแลวก็ตกพระทัย ดวยเห็นเปนเรื่องใหญกระทบตออํานาจของพระองคเอง และผลประโยชน
ของตระกูล "โฮ" เปนสวนรวม ดังนั้น น้ําพระทัยจึงคลอยเอนเชื่อตามคําขันที จึงตรัสวาเรื่องใหญขนาดนี้พวก
เจาจงไปชี้แจงแลออนวอน โฮจิ๋น เถิด คงจะเชื่อฟงพวกเจาคิดอานแกไขเหตุการณและจะไมทําอันตรายพวก
เจาดอก เตียวเหยียง จึงทูลวา "โฮจิ๋นมีใจชังพวกขาพเจาทั้งสิบคนนัก ซึ่งจะใหพวกขาพเจาออกไปหานั้น
เหมือนหนึ่งเอาเนื้อไปสูเสือ อันจะมีชีวตคืนมานั้นหามิได ถาพระองคเมตตาขาพเจาครั้งนี้ ขอใหเชิญโฮจินเขา
                                       ิ                                                              ๋
มาตรัสขอชีวตขาพเจาตอพระโอษฐ
            ิ                            ถึงมาตรวาโฮจิ๋นจะไมเมตตาแลว    ขาพเจาก็จะตายอยูตอหนาที่นั่ง
                                                                                                
พระองค" โฮไทเฮา ฟงคําทูลของเตียวเหยียงขันทีแลว ก็มความกรุณา ทั้งเปนผลประโยชน ใหญของพระองค
                                                           ี
เองและตระกูล "โฮ" จึงมีพระราชเสาวนียสั่งใหนางกํานัลไปเชิญ โฮจิ๋น เขาวัง
                                         

นางกํานัลไปถึงจวน โฮจิ๋น แลวเชิญพระราชเสาวนียของ โฮไทเฮา ให โฮจิ๋น ทราบ แลวกลับพระตําหนัก โฮ
ไทเฮา ตันหลิม ขุนนางฝายอาลักษณยินคําของนางกํานัลที่วา โฮไทเฮา ใหหา โฮจิ๋น เขาวังแลว ก็อาน
เหตุการณครั้งนีวากรณีเปนกลอุบาย จึงทัดทาน โฮจิ๋น ไมใหเขาวัง ดวยเกรงจักเปนอันตราย อวนเสียว อยูใน
                  ้                                                                             ้
ที่นั้น เห็นดวยกับคําทัดทานของ ตันหลิม จึงกลาวเสริมคําของ ตันหลิม วาที่พวกเราวางแผนสังหารขันทีใน
ครั้งนี้นั้น รูปการณสอเคาวาขันทีคงจะรูตระหนักแลว จึงวางแผนแกไขเอาตัวรอด การเขาวังของทานครั้งนี้เห็น
                                          
ทีจะเกิดอันตราย โจโฉ ซึ่งกลายเปนคนสนิทสนมของทานผูสําเร็จราชการแผนดิน แตละวันเฝาเชาเฝาเย็นราว
                                                              
กับเปนคนในจวน โฮจิ๋น เปนที่ไววาง ใจของ โฮจิ๋น อยูในทีนั้นดวย จึงออกความเห็นขึ้นมาบางวา "ถาทาน จะ
                                                            ่
เขาไปก็ไปเถิด แตใหตัวขันทีสิบคนออกมาเสียจากวังกอน ทานจึงจะไมมอันตราย"
                                                                       ี

โฮจิ๋น ยามชะตาจะถึงฆาต ความเฉลียวใจและความคิดอานระวังตนก็ถูกเงื้อมหัตถมัจจุราชบังไวสิ้น หัวเราะ
แลววา โฮไทเฮา นองสาวเราเชิญเราเขาวัง มีหรือทีนองรวมอุทรของเราจะลวงเราไปใหขันทีสังหาร ตัวเราเอง
                                                  ่
เปนใหญถึงทีผสําเร็จราชการแผนดิน อํานาจทหารและอํานาจบังคับบัญชาขุนนางทั้งปวงก็อยูที่เราสิ้น หาใคร
              ่ ู
มาเสมอมิได ไหนเลยขันทีจะหาญกลาคิดอานทํารายเราได อวนเสียวเห็นทาจะทัดทานโฮจิ๋นไมสําเร็จ จึง
                                                                   ้
กลาวขึ้นวาทาน มิฟงคําพวกขาพเจา ขืนเขาไปก็ตามที แตขาพเจาจะขอตามไปดวย โฮจิ๋นขัดความปรารถนาดี
ของอวนเสี้ยวและพวกไมได จึงอนุญาตตามทีอวนเสี้ยวเสนอ
                                             ่

อวนเสี้ยว จึงสังให อวนสุด นายทหารผูนองคุมกําลังทหารหารอย สวน อวนเสี้ยว กับ โจโฉ แตงตัวใสเสื้อ
                ่
เกราะสําหรับออกศึก ถือกระบี่เขาไปพรอมกับ โฮจิ๋น อวนสุดและกําลังทหารไปติดอยูที่ประตูพระราชฐาน
                                                                                     
ชั้นนอก สวนอวนเสี้ยวและโจโฉไปติดอยูทประตูพระราชฐานชั้นใน คงมีแตโฮจิ๋นเดินเขาประตูพระราชฐาน
                                          ี่
ชั้นในไปอยางเดียวดาย โดยไรเงาหัวทาบเหนือพื้นทางเดินเบื้องหลัง

เหตุทั้งนี้เนื่องจากมีกฎหมายลักษณะกบฏศึกบัญญัติวาหามมิให กองทัพหัวเมืองยกเขาเมืองหลวง เวนแตจะมี
                                                  
หมายรับสั่งของฮองเต ถามีหมายรับสั่งของฮองเตก็ใหตั้งทัพไวนอกกําแพงพระนคร หามยกเขามาภายใน
กําแพงพระนครโดยเด็ดขาด สวนขุนนางทั้งปวงนอกจากผูมีหนาที่เฝาและถวายงานประจําตามปกติแลว หาม
                                                        
เขาในเขตพระราชฐาน เวนแตจะมีหมายรับสั่งใหหา ก็ใหเขาไดเฉพาะตัวเองและผูตดตาม ตามตําแหนงหนาที่
                                                                             ิ
และเขาไดเฉพาะเขตพระราชฐานชั้นนอก หามขาดมิใหถืออาวุธหรือลวงเขาเขตพระราชฐานชั้นใน หากมีความ
จําเปนโดยฮองเตรับสั่งใหหาถึงในเขตพระราชฐาน ชั้นใน ก็ใหเขาไดเฉพาะตัว และหามถืออาวุธ ดังนั้น แมมี
จะมีกําลังทหารตามมาอารักขา และยังมีอวนเสี้ยว โจโฉ ติดตามมาคุมกัน แตก็ตองติดอยูที่ประตูพระราชฐาน
                                                                                    
ดวยอํานาจแหงกฎหมายกบฏศึกดังกลาวแลว

ฝาย โฮจิ๋น เมื่อเขาประตูพระราชฐานชั้นในแลว ประตูพระราชฐานก็ปดลงตามปกติ เดินผานเขาประตูพระ
ตําหนัก โฮไทเฮา ประตูนั้นก็ปดลงอีก ทันใดนั้น เตียวเหยียง ตวนกุย ขันทีซึ่งคอยทีอยูแลว จึงเดินเขามาหา
                                                                                        
โฮจิ๋น แลวใหสญญาณใหมือสังหารทั้งหาสิบคนออกมาลอม โฮจิ๋น ไว แลววา "ตัวแตกอนนั้นเปนผูนอยอยู เรา
               ั
ไดชวยทํานุบารุงวากลาวเพ็ดทูล ตัวจึงไดเปนผูใหญขึ้นถึงเพียงนี้ แลตัวกําเริบใหคนไปลอบฆา ตั๋งไทเฮา ซึ่ง
             ํ
เปนมารดาพระเจาเลนเตอันหาความผิดมิได นั้นเสีย แลวตัวแอบอางรับสั่งออกไปใหหาหัวเมืองทั้งปวงยก



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                               หนาที่ 39



ทหารเขามา จะจับเราซึ่งมีคุณแกตัวฆาเสียนัน ตัวหามีกตัญูตอเราไม กลับวาเราเปนศัตรูราชสมบัตอีกเลา
                                               ้                                               ิ
ตัวจะทํารายกูแลว กูจะเอาชีวต มึงเสียบัดนี้กอน"
                             ิ               

โฮจิ๋น เห็นมือสังหารรุมเขามาลอมและฟงคํา เตียวเหยียง แลวก็ตกใจ รูตัววาตองกลขันที หันซายแลขวา
หาทางออกมิได มิรที่จะทําประการใด มือสังหารทั้งหาสิบคนก็รุมกันฆา โฮจิ๋น ตายในทีนน
                  ู                                                             ่ ั้

โฮจิ๋นเสาหลักอํานาจหนึ่งของสกุล "โฮ" จึงลมครืนลงเพราะความโลเล ถือดี โง และอวดฉลาดของตน โดยที่
ไมมีโอกาสไดเห็น และสํานึกผิดในความฉิบหายของบานเมืองที่เกิดจากการตัดสินใจ "ชักน้ําเขาลึก ชักศึกเขา
เมือง"      ตามความเห็นของอวนเสี้ยว     ซึ่งเปนขุนนางที่บาบิ่นและเลอะเทอะทีสดคนหนึ่งของสามกก
                                                                            ่ ุ                   ใน
สถานการณใดก็ตามทีคนเราถูกบังคับใหตองเสี่ยงเปนเสียงตาย หรือตัดสินใจสูตายแลว ผลลัพธมักจะออกมา
                      ่                                ่                   
ในทางตายเสียเปนสวนมาก ทีจะเกิดผลในทางเปนนั้นมีนอยนัก หลักความจริงมีอยูตรงที่ เมื่อเกิดสถานการณ
                              ่                                                  
เชนนั้นขึ้นแลว ยอมตกเปนฝายถูกกระทําถูกจํากัด และหาทางออกไมไดในแทบทุกดาน เหตุนผูมีปญญายอม
                                                                                         ี้
ไมยินยอมใหตนตกอยูในสภาพถูกกระทําเชนนั้น แตมิใชวาจะกระทําไดทุกคนไป

เพราะการแลเห็นเหตุการณที่ยงไมเกิดขึ้น การไดยินเสียงซึ่งคนไมไดพูด และการคาดคิดในสิ่งที่คนคิดไม
                              ั
ทั่วถึงนั้น ไมเปนวิสัยของคนโง หากเปนวิสัยของบัณฑิตผูปรีชาสามารถ แตธรรมดาของการณทั้งปวงนั้น ดุจ
ดั่งฝนตก ใชวาจะตกใน ทันใดหามิได หากตองมีเคาฝน เมฆคํารน ฟาคํารามใหประจักษกอน การทั้งปวงก็
                
ยอมมีสิ่งบอกเหตุที่ผคนเห็นได รูได ปมเงื่อนอยูที่วจารณญาณในการพินจคําทักทวงทัดทาน หรือความเห็นที่
                        ู                            ิ              ิ
ไม ตองดวยความเห็นของตัวไดเพียงใดเทานัน   ้

กรณีของ โฮจิ๋น ก็เชนเดียวกัน สิ่งบอกเหตุที่ทาใหคนประจักษทั้งเหตุแลผลก็มีมากมาย คําทวงติงทัดทานและ
                                             ํ
ความเห็นของคนรอบขางก็มีอยูอยางไมขาดสาย เปนแตวาคนแบบ โฮจิ๋น ไมรู ไมเขาใจ และไมรับฟงเสีย
เทานั้น เหตุนแมศีรษะบนบาแทๆ ก็ยังรักษาไวไมได ขันทีก็เชนเดียวกัน หลังจากกอกรรมทําเข็ญไวมาก คิด
              ี้
และทําแตสิ่งชัวราย วิบากกรรมธรรมชาติจงกําหนดเหตุการณใหตองตก อยูในสถานการณเสี่ยงตาย ตอง
                 ่                        ึ
ตัดสินใจวางแผนฆา โฮจิ๋น ซึ่งเปนถึงผูสําเร็จราชการแผนดิน กุมกําลังทหารอยูในมือ และจัดเตรียมกําลังไว
                                       
พรอมสรรพการตัดสินใจและแผนของขันทีจึงเทากับเปนการเรงกลไกแหงกรรมใหทางานเร็วยิ่งขึ้น
                                                                               ํ

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ลางบางสิบขันที (ตอนที่ 18)

สถานการณในพระราชวังยามที่ดวงวิญญาณของโฮจิ๋น ออกจากรางเดินทางสูปรโลกนั้น ยังคงตึงเครียด เพราะ
บรรดาพวกของโฮจิ๋นประหวั่นและกริ่งใจวาการเดินทางเขาวังของโฮจิ๋นครั้งนี้ เห็นทีจะเปนการขางรายมากกวา
การขางดี

อวนสุด ซึ่งคุมกําลังทหารหารอยยังคงคอยอยูที่ประตูพระราชฐานชั้นนอก ในขณะที่อวนเสี้ยว และโจโฉยังคง
คอยอยูที่ประตูพระราชฐานชั้นใน อวนเสี้ยว โจโฉ รออยูเห็นนานนัก จึงรองเรียกโฮจินใหรีบออกมา ทหาร
                                                                                      ๋
หนาที่ประตูพระราชฐานชั้นในจึงเขาไปรายงานขันที พวกขันทีทราบรายงานแลว ก็ปรึกษากันวาจะดําเนินการ
อยางไร ตอไป ในทีสุดก็ตกลงใจเสียงตายอีกครั้งหนึ่งดวยเชือมั่นวาอวนเสี้ยว โจโฉ จะเกรงพระราชอาญาแลว
                        ่              ่                       ่
กลับไปเสียโดยดี จึงใหทหารตัดศีรษะโฮจิน แลวโยนขามกําแพงพระราชฐานชั้นในออกไป แลวเตียวเหยียง
                                             ๋
ขันทีจึงรองตะโกนดวยเสียงอันดังออกไปวาโฮจิ๋นเปนกบฏถูกประหารเสียแลว เอาแตศรษะโฮจิ๋นไปเถิด พรอม
                                                                                     ี
ทั้งขูวาใครที่ไมมีสวนเกี่ยวของทําการกบฏดวยโฮจิ๋นก็ใหรีบกลับไป มิฉะนั้นจะถือวาเปนกบฏตอราชบัลลังก
รวมกับโฮจิ๋นดวย

แตครั้งนี้คําขูของขันทีไรผล อวนเสี้ยว โจโฉ ไดยินเสียงรองตะโกนของเตียวเหยียงแลว จึงประกาศขึ้นดวย
เสียงอันดังวาโฮจิ๋นเปนผูสําเร็จราชการแผนดินของฮองเต เปนพี่ชายของโฮไทเฮา สิบขันทีทาการกบฏยึด
                                                                                           ํ
อํานาจ แลวฆาโฮจิ๋นเสีย ผูภักดีตอแผนดินทั้งปวงจงมาเขาดวยกับเราปราบปรามพวกกบฏ พิทักษราชบัลลังก
                              
ชวย เหลือฮองเต ค้ําชูชาติ คุมครองราษฎรใหเปนสุข ผูใดจะรวมกับเราปราบกบฏใหรบตามเราเขาไปจับสิบ
                                                                                   ี
ขันทีฆาเสีย จะมีบําเหน็จความชอบถึงขนาดเงาของ นายทหารคนสําคัญของโฮจิ๋น ซึ่งคุมทหารหารอยนาย มา
กับอวนสุด และคอยโฮจิ๋น อยูหนาประตูพระราชฐานชั้นนอกไดยินคําเตียวเหยียงขันที และฟงคําประกาศของ
อวนเสี้ยว โจโฉแลวโกรธแคนยิ่งนัก จึงเอาเพลิงจุดเผาประตูพระราชฐานชั้นนอก เพลิงนั้นลุกโชติขนไหมึ้
ประตูพระราชฐานชั้นนอกลามติดเรือนพักและตําหนัก ระหวางเขตพระราชฐานชั้นนอกกับชั้นใน ควันเพลิง
คละคลุงเกิดชุลมุนวุนวายอลหมานทั้งพระราชวัง



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 40




อวนสุด และเงาของ จึงนําทหารบุกฝาประตูพระราชฐานชั้นนอกเขาไป พบเห็นขันทีเลวก็สังหารเสียสิ้น ปะ
หนาเขากับโฮเบี้ยว ผูชวยผูสาเร็จราชการแผนดิน ผูนองของโฮไทเฮาและโฮจิ๋น เงาของก็แคนนักดวยเชื่อวา
                             ํ
โฮเบี้ยวรวมคบคิดกับพวกขันทีสังหารโฮจิ๋นนายตัวเสีย จึงใหทหารเขาลอมโฮเบี้ยวไว แลวสังหารโฮเบียวตาย
                                                                                                ้
ในที่นั้น

ฝายอวนเสี้ยว โจโฉ ก็ไดใหทหารใชขวานฟนประตูพระราชฐาน ชั้นในพังทลายลง แลวบุกเขาไปถึงเขต
พระราชฐานชั้นใน ทามกลางควันเพลิงและความชุลมุน พบเตียวตง, เชียกง, เหหุย และกกเสง สี่ขนทีคน   ั
สําคัญในขบวนการสิบขันที กําลังหนีออกจากตําหนักหลังหนึ่งวิ่งเขาไปในสวนดอกไมทายตําหนักนั้น อวน
                                                                                     
เสี้ยว โจโฉ และทหารก็ไลตดตามทันสี่ขันที แลวฆาสี่ขันทีเสีย เอาดาบสับรางสี่ขันทีจนแหลกละเอียด ระบาย
                         ิ
ความแคนจนสาสมแกใจ

สวนขันทีสําคัญอีกสี่คน คือเตียวเหยียง, ตวนกุย, เทาเจียด และเหาลํา ในขบวนการสิบขันที ซึ่งอยูใกลพระ
                                                                                                  
ตําหนักโฮไทเฮา        และพระตําหนักที่ประทับของฮองเตกับพระอนุชา          เห็นเพลิงไหมชุลมุนวุนวายขึ้นใน
                                                                                                
พระราชวังและเพลิงนั้นไหมลามเขามาใกลพระตําหนัก ตวนกุยจึงวิ่งเขาไปในพระตําหนัก แลวคุมตัวโฮไทเฮา
ไวเปนตัวประกัน สวนเตียวเหยียง, เทาเจียด และเหาลํา วิ่งเขาไปในพระตําหนักที่ประทับของฮองเต และพระ
อนุชา เทาเจียดและเหาลําพลัดกับเตียวเหยียง ปะเขากับทหารของอวนสุด จึงถูกทหารของอวนสุดฆาถึงแก
ความตายในเขตพระราชฐานนัน     ้       เหลือแตเตียวเหยียงเขาคุมตัวฮองเตพระองคนอยกับพระอนุชาไวเปนตัว
ประกัน แลวอาศัยควันเพลิงและความชุลมุนพาพระราชบุตรทั้งสองพระองคหลบหนีออกจากพระราชวังไป

ฝายโลติดอดีตแมทัพใหญปราบโจรโพกผาเหลือง ซึ่งไดลาออก จากราชการเพราะไมสามารถทัดทานโฮจิ๋น
เรื่องอางรับสั่งใหกองทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง กําลังเตรียมจัดเก็บขาวของอยูที่จวนเพื่อเดินทางกลับไปบาน
เดิมที่ตางเมือง เห็นควันเพลิงพุงขึ้นทาบทองฟามาแตขางในพระราชวัง ก็คาดหมายวาคงจะเกิดเหตุรายขึ้น
                                                                                                    
ดังนั้น แมจะลาออกจากราชการหมดภาระหนาที่ใดๆ ไปแลว แตน้ําใจภักดีตอราชสํานักยังคงกรุนเต็มหัวใจ จึง
                                                                         
แตงตัวใสเสื้อเกราะชุดออกศึก ถืออาวุธคูกายมายืนซุมอยูที่นอกประตูทายพระตําหนักของโฮไทเฮา เห็นตวน
                                                         
กุยขันทีพาโฮไทเฮาหนีเพลิงอยูบนระเบียงชันสองของพระตําหนักรนเขามาทางดานหลัง จึงวิ่งตรงเขาไปทาง
                                             ้
พระตําหนักแลวตวาดใสตวนกุยวา ไอศัตรูราชสมบัติ มึงจะเอาโฮไทเฮาไปไหน

ตวนกุยเห็นโลติดในชุดนักรบถืออาวุธอยูก็ตกใจกลัว     อาศัยควันเพลิงเปนเกราะกําบังตัวหลบเขาไปดานใน
แลวหาทางหลบหนีออกจากพระราชวัง ทามกลางความชุลมุนนั้น โฮไทเฮาถูกตวนกุยทิ้งอยูบนระเบียงชันสอง  ้
ของพระตําหนัก      ทั้งเพลิงกําลังไหมลามเขามาก็ตกพระทัย   เห็นโลติดอยูใกลจึงกระโดดหนีเพลิงลงจาก
                                                                          
ระเบียงขางบน โลติดเห็นเหตุการณอยูตลอดก็ตกใจแตกุมสติมั่น ประชิดเขาเบื้องลางชานระเบียงรับโฮไทเฮา
ไวไดทัน และมัวสาละวนอยูกับโฮไทเฮา จึงเปดโอกาสใหตวนกุยหลบหนีไปได

ขุนนางแลทหารในพระราชวังเห็นเหตุการณเชนนั้น จึงเขาสวามิภักดิ์กับอวนเสี้ยว โจโฉเปนอันมาก อวนเสี้ยว
โจโฉ ทําการมาถึงขั้นนี้แลว ใจหนึ่งก็ประหวันเพราะทําการใหญเกินตัว อาจมีความผิดถึงประหาร แตอีกใจหนึ่ง
                                            ่
นั้นมั่นเด็ดเดี่ยวที่จะตองลางบางขันทีใหหมดสิน ไมใหเหลือรากอันจะเปนภัยตอไปในภายหนา ทั้งเห็นวานีเปน
                                                ้                                                      ่
หนทางเดียวทีจะเอาตัวรอดได จึงจัดทหารขึนหนวยหนึ่งไปลอมบานสิบขันที จับพรรคพวกทั้งชายหญิงฆาเสีย
                 ่                            ้
สิ้น

เพลิงไหมลุกลามออกไปหลายที่ และลามไปทางดานคุกหลวง ซึ่งเปนทีจําฮองสีขันที ในภายหลังไมปรากฏ
                                                                  ่
วามีผใดพบฮองสีขันทีอีก จึงเชื่อวาฮองสี ขันทีคงตายในเพลิงนั้น โจโฉเห็นเพลิงไหมลามมากขึ้น จะเปน
      ู
อันตรายทั้งพระราชวัง จึงคุมทหารออกดับเพลิงเปนหลายแหงจนดับสนิทพบโลติดเชิญ โฮไทเฮาอยู จึงเชิญ
เสด็จโฮไทเฮาใหทาหนาที่วาราชการไปพลางกอน เนื่องจากฮองเตและพระอนุชาสูญหายไป เพลิงสงบแลว
                   ํ
อวนเสี้ยว โจโฉ จึงจัดกําลังทหารออกเปนสองกอง กองหนึ่งใหติดตามขันทีทหลบหนี อีกกองหนึ่งใหติดตาม
                                                                      ี่
หาฮองเตและพระอนุชาทีสูญหาย
                         ่

ในขณะนั้นเตียวเหยียงขันที       คุมเอาหองจูเปยนฮองเตและหองจูเหียบพระอนุชาอาศัยควันเพลิงและความ
ชุลมุนหนีออกจากพระราชวังไปแลว ก็ไปหลบซอนอยูในปาเชิงเขาปกคูสาน ตกค่ําเขาตวนกุย ซึ่งหลบหนีโล
ติดออกนอกเมืองเขาเขตปาเชิงเขาปกคูสาน ก็พบกับเตียวเหยียงจึงหลบซอนอยูดวยกัน ขณะที่พากันหลบ
ซอนอยูนั้น ทหารอวนเสียว โจโฉ กองที่ติดตามหาฮองเตกับพระอนุชาก็ติดตามมาถึงเขตปาเขาปกคูสาน ตาม
                        ้
คบไฟสวางไปทั้งราวปา เตียวเหยียง ตวนกุย ตกใจกลัว คํานึงวาหากหลบหนีพะรุงพะรังไปดวยกันเชนนี้ คงจะ
หนีไปไมตลอด เพลา เที่ยงคืนจึงทิ้งฮองเตและพระอนุชาเสีย แลวแยกยายกันหนีตามคติทวา "แยกกันเราอยู
                                                                                   ี่



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 41



รวมหมูเราตาย" เตียวเหยียงหนีบุกปามาถึงริมแมน้ํา ไดยินเสียงทหารลอมใกลเขามา คบไฟสวางเห็นบินของ
ทหารของโฮจิ๋นคุมกําลังลอมกระชับใกลเขามา เห็นจะหนีไปไมรอดแลว เตียวเหยียงจึงตัดสินใจโดดน้ําตายใน
คืนนั้นทหารของบินของพบศพเตียวเหยียงจึงไปรายงานใหบนของทราบิ                บินของทราบความแลวจึงออก
ติดตามหาขันทีที่เหลือตอไป พบเขากับตวนกุยซึ่งกําลังหลบหนีเงอะงะอยูในปา จึงจับตวนกุยไวแลวสอบถาม
                                                                      
วาพาฮองเตและพระอนุชาไปหลบซอนไวที่ใด       ตวนกุยตกใจกลัวตาย       จึงบอกวาเมื่อเกิดเพลิงไหมขึ้นใน
พระราชวัง เตียวเหยียงไดเชิญเสด็จฮองเตแลพระอนุชาหลบซอนตัวอยูในปาเชิงเขาปกคูสาน ขาพเจาซึ่งหนี
                                                                    
ตามมาไปพบเขา แตเห็นทหารไลตามมา จึงตางคนตางหนีเอาตัวรอด ไมทราบวาขณะนี้ฮองเตและพระอนุชา
ประทับอยูที่ใด
          

บินของไดฟงดังนั้นก็โกรธ จึงสังหารตวนกุยเสีย แลวตัดศีรษะ รื้อเกลาผมของตวนกุยผูกคอมาไว แลวออก
ติดตามหาฮองเตและพระอนุชาตอไป สถานการณ ณ บัดนี้สิบขันทีถูกทําลายลางสิ้น กลาวคือฮองสีขันที ผูรับ
สินบนรับเปนไสศึกใหกับโจรโพกผาเหลืองตองโทษจําคุก และถูกเพลิงคลอกตายในคุกหลวง เกียนสิด ขันที
ผูวางแผนรวมกับตั๋งไทเฮายกหองจูเหียบขึ้นเปนฮองเตแทนหองจูเปยน และถูกเกียเส็งขันทีพวกเดียวกันที่มี
ความพยาบาทมาแตกอนฆาเสียในสวนดอกไม เตียวตง, เชียกง, เหหุย และกกเสง อีกสี่ขันทีถูกอวนเสี้ยว โจ
โฉ ฆาเสียในสวนดอกไมแลวสับรางเปนชิ้นแหลกละเอียด มิใหกากลืนแคน เทาเจียด, เหาลํา สองขันทีถูก
ทหารอวนสุดสังหารเสียในพระราชวัง เตียวเหยียง ขันทีคนสําคัญกระโดดน้ําตาย ที่แมนาใกลปาเชิงเขาปกคู
                                                                                   ้ํ
สาน ตวนกุย ถูกบินของตัดศีรษะเสียในปาเชิงเขาปกคูสาน

ขันทีใหญนอยที่เปนสมัครพรรคพวกของสิบขันทีถูกอวนสุด บินของ ประหารเสียสิ้นในพระราชวังนั้น จบสินกัน
                                                                                                  ้
แลวสําหรับชะตาชีวตของสิบขันที ผูกอกรรมทําเข็ญไวกับแผนดิน และราษฎรตลอดระยะเวลาอันยาวนานถึง
                    ิ
สองรัชกาล เปนตนเหตุของการลุกขึ้นสูกอบกูชาติของประชาชน และการจลาจลในบานเมือง ตลอดจนการ
ปลนชิงวิ่งราวทีเกิดขึ้นทั่วทั้งแผนดิน ทําลายระบบบริหารราชการแผนดินของราชวงศฮั่นลงอยาง ยอยยับ ทํา
                ่
ใหระบบบริหารราชการแผนดิน ซึ่งแทนที่จะเปนไปเพื่ออํานวยประโยชนสุขและความรมเย็นของแผนดิน และ
อาณาประชาราษฎร กลับกลายเปนการสรางระบบสวยสินบน การทุจริต การฉอราษฎรบังหลวง ทําใหอธรรมมี
อํานาจเหนือธรรม ทําใหทรชน มีอํานาจวาสนาขึ้นในบานเมือง ในขณะที่วีรชนตองถูกกลั่นแกลงขับไลไสสงให
ออกไปไกลโพนจากอํานาจรัฐ

การปดฉากชะตากรรมของสิบขันที เปนการปดฉากสําคัญตอนหนึ่งของสามกก ปดประวัติศาสตรอันเลวราย
ของระบบสวยสินบน ซึ่งกลายเปนตนตอสําคัญของระบบสวยสินบน ทีสบทอดระบาดเขาสูระบบราชการของ
                                                                ่ ื
หลายประเทศในปจจุบันนี้ สิบขันทีถูกประวัตศาสตรกลบทับไปแลว แตความชั่วชาในการ สรางระบบซื้อขาย
                                         ิ
ตําแหนงแปรสภาพใหคนกลายเปนสินคา แลวทรยศตอบานเมืองและราษฎร ไดแตกเผาพันธุออกไปอยาง
กวางขวาง ประดุจหญา คอมมิวนิสตในฤดูฝน สืบทอดวิญญาณรายเขาสูระบบราชการจนถึงทุกวันนี้
                                                              

ยุคสมัยของสิบขันทีปดฉากลงแลว                  เปดศักราชใหมที่เปลี่ยนความขัดแยงหลักระหวางขันทีกับขุนนาง
ขาราชการ ซึ่งกระทบราชบัลลังกหนักอยูแลว ใหกลายเปนความขัดแยงหลักชนิดใหมระหวาง ขุนศึกกับขุนศึก
ซึ่งกระทบราชบัลลังกหนักกวาเกา และนําไปสูความดับสูญของราชวงศฮั่นในทีสุด แตการจะโทษสิบขันที
                                                                                 ่
เพียงฝายเดียวนั้น ไมเห็นเปนการยุติธรรม เพราะขันทีประดุจดังไมเลื้อยที่เกาะไมหลักเทานั้น ไมหลักที่วานี้ก็
                                                                                                         
คือฮองเต ที่ไมรูจักผิดชอบชั่วดี สนับสนุนอุมชูใหทรชน มีอํานาจขึ้นในแผนดิน ไมสนใจไยดีวีรชน ไมเชิญชวน
เรียกหาวีรชน และบัณฑิตเขามารับใชชาติบานเมือง

นักปราชญ บัณฑิต และวีรชนจํานวนมากที่มีอยูก็ไมไดใหความสําคัญ ไมไดใหความใกลชิด ไมไดยนเสียง
                                                                                               ิ
ของพวกเขาเหลานั้น      และไมไดชวงใชใหพวกเขาเหลานั้นทําคุณประโยชนแกแผนดิน   ดังนั้นแผนดินจึง
สูญเสียโอกาสในการสรางวีรกรรมและผลงานจากนักปราชญ บัณฑิต และวีรชน แตในขณะเดียวกันนั้น
ราชวงศฮั่นกลับจะสูญเสียยิ่งกวา นั่นคือความดับสูญของราชวงศฮั่นเอง

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ดวงตะวันในกองฟาง (ตอนที่ 19)

ณ ปาเชิงเขาปกคูสาน หองจูเปยนฮองเตนอย และหองจูเหียบพระอนุชาตางมารดา ถูกขันทีทิ้งไวแลวหลบหนี
เอาตัวรอด ไดยินเสียงอลหมานทั้งแสงไฟสวางอยูไกลๆ ก็ตกใจกลัว เพราะไมรูวาเปนมิตรหรือศัตรู จึงพากัน
ซอนตัวเงียบเสียงสนิทจนกองทหารผานไป




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 42



หลังเที่ยงคืนลวงเขายามสาม ในราวปามืดสนิท ยินเสียงสัตวรองสนั่น ไมรูดีราย กษัตริยพระองคนอยและพระ
                                                                                       
อนุชาก็ยิ่งประหวั่นพรั่นพรึง หันซายแลขวาหนาหลังก็มดมิดไมเห็นทาง
                                                       ื                  แมยังเยาววัยออนประสบการณนัก
แตยังคงดํารงสติมั่นเกินประสาเด็ก      คํานึงวาหากพลัดหลงกันแลวไมรที่จะติดตามหาพบกันไดฉันใด
                                                                     ู                              สอง
ขัตติยะพระองคนอยจึงเอาชายภูษาทรงผูกเขาไว ไปทางไหนจะไดรูตัวตามกันไป ยิ่งดึกยิ่งหนาวเหน็บ น้ําคาง
ลงจัด สองพระองคยังคงซัดเซไปในปาโดยไรทิศทาง ชางนาเวทนายิ่งนัก ขณะนั้นพลันมีหิ่งหอยกลุมใหญ    
บินระเรี่ยระดับสายตา อยูในปา พุงตรงเขามายังสองพระองค แสงหิ่งหอยแมนอยนักแตเมื่อรวมกลุมในที่มืด
แลว ทําใหทั้งสองพระองคเห็นทางในราวปา กลุมหิ่งหอยบินนําไปขาง หนาตามทางนั้นเปนที่อัศจรรย ทั้งสอง
พระองคจึงเสด็จตามแสงหิ่งหอยที่นําทางนั้นไป หองจูเหียบ ผูนองสังเกตเห็นเปนที่ประหลาดนัก จึงตรัสกับ
ฮองเตผูพี่วา หิ่งหอยนี้คงเปนเทพยดา มีเมตตาแกสองเราผูยาก จึงนิรมิตเปนหิ่งหอยมา นําทางให แลว
ประโลมใจผูพี่วาบุญเราสองพี่นองคงยังไมสน เทพยดาจึงบันดาลใหเปนไปดั่งนี้
                                            ิ้

ทั้งสองพระองคคํานึงและเห็นความอัศจรรยฉะนี้แลว ก็มีกําลังพระทัยดวยปติ อันเปนอาหารของจิตเกิดความ
ปราโมทยยนดีโชติชวงขึ้นในจิตของทั้งสองพระองค ทําลายความงวงเหงาหาวนอน มลายไปสิ้น ทั้งสอง
            ิ        
พระองคเสด็จพระดําเนินตามแสงหิ่งหอยตลอดทั้งคืน โดยไมรูวาไปทางใด ใกลไกลสักเพียงไหน พระบาททั้ง
สองชอกช้ําพุพอง พระโลหิตหอพระบาท เต็มไปดวยทุกขเวทนา ก็ถึงราวปาเชิงชายเขาเปนเวลาใกลรงสาง    ุ
สิ้นพระกําลังลงทั้งสองพระองค ไมสามารถเสด็จพระดําเนินตอไปได ทอดพระเนตรเห็นฟางกองใหญใกลราว
ปา ก็เสด็จพระดําเนินเขาไปทอดพระวรกายลงหลับใหลไปทังสองพระองค
                                                        ้

ณ ที่นั้นเปนเขตบานของซุยกก อดีตขุนนางที่ลาออกจากราชการเนื่องจากทนระบบสวยสินบนของสิบขันที
ไมได แลวมาปกหลักทําไรนาอยู ณ ภูมิลําเนาแหงนี้ ดวยบุญวาสนาของซุยกก ที่จะไดทํานุบํารุงชวยเหลือ
ฮองเตพระองคนอยและพระอนุชา สืบสายพระราชสันตติวงศของพระเจาฮันโกโจ บนบัลลังกมังกรตอไป ราตรี
                                                                       ่
นั้นใกลจะสาง บังเกิดความฝน โดยเทพยดาสังหรณวาเห็นพระอาทิตยสองดวงตกลงที่กองฟางหลังบาน ซุย
กกสะดุงตืนขึ้นเห็นแสงตะวันทอทาบฟาเบื้องบูรพาทิศ
           ่                                            เห็นเปนนิมิตประหลาดกวาความฝนที่เคยมีมาแตหน
หลัง ไมทันไดลางหนาทําธุระสวนตัว ก็ผลันออกจากบานไปที่กองฟาง          เห็นพระราชบุตรทั้งสองพระองค
หลับใหลทามกลางความหนาวแลเปยกชุมไปดวยน้ําคาง เปนที่เวทนายิ่งนัก

ซุยกกสงสัยนัก จึงปลุกพระราชบุตรทั้งสองใหตื่นขึ้นแลวถาม วาทานนีมาแตที่ใด จึงมาหลับใหลไรสติใน
                                                                          ้
สภาพดั่งนี้ ทั้งสองพระองคตนขึ้นแลว หองจูเปยน ฮองเตนอยยังงัวเงีย อยูไมทันกลาวประการใด หองจูเหียบ
                             ื่
ผูนองจึงชี้ไปทีหองจูเปยนแลววาขึ้นกอนวานันคือหองจูเปยน เชื้อสายแหงพระเจาฮั่นโกโจ เปนฮองเตอยู ณ
                 ่                             ่
เมืองลกเอี๋ยง ตัวเราเปนนองชื่อหองจูเหียบ เหตุมีมาแตขันทีสิบคนกระทําการหยาบชา บานเมืองจลาจล
วุนวาย เราถูกขันทีจับเปนตัวประกัน แลวนําไปทิ้งไวทในปา หลงทางมาถึงที่นี่ จึงขอทานไดเมตตาไดเปนที่
                                                       ี่
พักอาศัยสักไมกี่ชั่วยาม

ซุยกกไดฟงคําของหองจูเหียบ         พินิจพระราชบุตรทั้งสองแลว    มีบุคลิกลักษณะตางจากลูกชาวปาทั่วไป
ผิวพรรณตองแสงอุทยยามอรุณผองใสกวาคนทั้งปวง ทั้งภูษาทรงก็บงวาหาใชคนธรรมดาสามัญไม หากเปน
                     ั
เครื่องทรงของฮองเต และพระราชวงศซึ่งตนเองยังคงจําติดตาจนถึงทุกวันนี้ ก็เชื่อตามคําหองจูเหียบ ซุยกก
ตกตะลึงอยูอึดใจหนึ่งตั้งสติไดแลวรีบคุกเขาลงกับพื้น กราบถวายบังคมแลวทูลวาขาพเจานี้นามซุยกก เดิมรับ
ราชการเปนขุนนางในพระเจาเลนเต อยูที่ ลกเอี๋ยงราชธานี ครั้งนั้นสิบขันทีทาหยาบชา ขมเหงรังแกขุนนาง
                                                                            ํ
ขาราชการ ขาพเจาทําราชการดวยความ สัตยสุจริต มิไดเบียดเบียนราษฎร ไมมีสวยสินบนกํานัลแกขันที จึง
ไดรับความเดือดรอน ขาพเจาจึงกราบถวายบังคมลาออกจากราชการ มาทําไรไถนาอยู ณ บานนี้ แลวซุยกกจึง
ไดอัญเชิญทั้งสองพระองคเสด็จเขาไปที่ในบานของตน จัดที่พักและอาหารถวายสองพระราชบุตรผูเยาวดวย
ใจที่เบิกบานภักดีเปนลนพน       ที่คนชาวนาสามัญแหงบานปามีวาสนาไดรับใชเบื้องพระยุคลบาทในยามยาก
เชนนี้

ฝายบินของนําทหารออกเที่ยวตามหาฮองเตกับพระอนุชา ตลอดทั้งคืนจนสวาง ตกสายก็มาถึงเขตบานซุยกก
ขุนนางนอกราชการ ซุยกกไดยินเสียงอึกทึกจึงออกนอกบานมาดูเหตุ เห็นบินของขี่มาคุมทหารมา มีศรษะคน   ี
คุนตาผูกติดอยูขางคอมา เขาใกลแลวก็จาไดวาเปนศีรษะตวนกุยขันที จึงถามวานี่เปนศีรษะของตวนกุยขันที
                                       ํ
เกิดเหตุอยางใดขึ้นในพระราชวังหรือ บินของฟงคําของซุยกกแลว คิดอยูในใจวาคนผูนมีบุคลิกกิรยาทาทาง
                                                                                       ี้       ิ
และคําเจรจาผิดจากชาวปา ทั้งรูจักตวนกุยขันที ยอมมิใชชาวปาธรรมดา นาจะเปนขุนนางราชสํานักนอก
ราชการ จึงเลาความใหซยกกฟงทั้งสิ้น และวาเราติดตามหาพระราชบุตรทั้งสองพระองคตลอดทั้งคืน ลาเต็มที
                        ุ
ขอพักที่บานทานสักชั่วยามแลวจะออกติดตามพระราชบุตรตอไป




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 43



ซุยกกมีความยินดีนัก      จึงบอกบินของวาเปนบุญของพระราชบุตรแลวทีจะไมตองยากลําบากพระวรกายอีก
                                                                    ่
ตอไป ทานไมตองออกไปคนหาอีกตอไปแลว เพราะบัดนี้เราไดพบทั้งสองพระองคที่กองฟางหลังบาน และ
เชิญเสด็จประทับอยูในบาน เชิญทานเขาเฝาดวยกันเถิด บินของทราบแลวดีใจนัก สั่งทหารสื่อสารใหรีบเดิน
ทางเขาพระนครรายงานใหราชสํานักทราบ จากนั้นซุยกกจึงนําบินของเขาเฝาพระราชบุตรขางในบาน บินของ
กราบทูลวาบัดนี้ความวุนวายในพระราชวังยุตลงแลว เปนธรรมเนียมแตโบราณมาวาแผนดินจะวางฮองเตมิได
                                         ิ
ดังนั้น จึงขอทูลเชิญพระองคเสด็จกลับพระนครเสวยราชสมบัติดังเดิม บานเมืองจึงจะเปนปกติสุขสืบไป

ฮองเตพระองคนอยและพระอนุชามีความยินดียิ่งนัก ตรัสตอบรับคําเชิญแลว ซุยกก บินของ จึงจัดมาถวายทั้ง
สองพระองค เสด็จออกจากบานปากลับพระนคร ขบวนเสด็จลับเขตบานซุยกกมาพักหนึ่ง ก็เห็นขบวนของขุน
นางเดินทางมุงมายังขบวนเสด็จ ปรากฏวาเปนคณะของขาราชสํานักคืออองอุน อิวปว ซุยเกง เตียวเปง เปาซุน
และมีอวนเสียว คุมทหารหารอยนายตามขบวนมา
            ้

ขบวนขุนนางขาราชสํานักและทหารเห็นฮองเตพระองคนอยและพระอนุชาแลว              รีบลงจากหลังมาเขาไปรับ
เสด็จถวายบังคมแลวรองไหดวยความดีใจระคนสงสารในทั้งสองพระองค               บินของและซุยกกไดรายงาน
เหตุการณใหขนนางขาราชสํานักฟง
              ุ                         และมอบศีรษะตวนกุยขันทีแกอวนเสี้ยว   อวนเสี้ยวจึงสั่งใหทหารนํา
ศีรษะตวนกุยเขาเมือง แหประจานความชัวรายของสิบขันทีแลวเอาไปฝงเสียที่นอกเมือง คณะขุนนางขาราช
                                          ่
สํานักจัดรถมาพระทีนั่งใหเปนที่ประทับ แลวจัดขบวนเสด็จเดินทางกลับ
                    ่

ในขณะที่ขบวนขุนนางขาราชสํานักออกจากวังหลวงไปรับเสด็จนิวัตพระนครนัน ก็เกิดความอึกทึกขึ้นเปนที่ผิด
                                                                       ้
สังเกต ทหารของตั๋งโตะที่ลาดตระเวนรอบคายซึ่งตั้งอยูนอกกําแพงพระนคร สงสัยสอบถามความจากชาวบาน
ทราบความแลวจึงเขาไปรายงานใหตั๋งโตะทราบ        ตั๋งโตะทราบความแลวเห็นโอกาสทีจะสรางความชอบรับ
                                                                                 ่
เสด็จคืนพระนครอยางหนึ่ง และฉวยโอกาสเขาแทรกกิจการภายในราชสํานัก อันเปนวัตถุประสงคหลักในการ
เดินทัพเขาเมืองหลวงอีกอยางหนึ่ง จึงจัดทหารสามพันยกตามคณะขาราชสํานักไปในทิศทางเดียวกัน

ขบวนเสด็จเคลือนมาไดประมาณ 100 เสนเศษ ก็เห็นกองทหารยกมาเปนจํานวนมาก คณะขุนนางก็ตกใจ
                  ่
เพราะไมรูวาเปน กองทัพผูใด จึงใหหยุดขบวนเสด็จไว และใหอวนเสียวนําทหาร ตั้งขบวนปองกันขบวนเสด็จ
                                                                    ้
อวนเสี้ยวขับมานําทหารออกไปหนาขบวนเสด็จ ปะเขากับกองทหารของตั๋งโตะ กองทหารของตั๋งโตะก็หยุด
พลไว ณ ที่นั้น อวนเสี้ยวจึงถามไปวาเปนทัพผูใดยกมา ตั๋งโตะไดยนก็ขับมาไปหนาทหาร ไมตอบคําอวนเสี้ยว
                                                                  ิ
ถามกลับไปวาฮองเตและพระอนุชาอยูที่ใด เสด็จมาในขบวนทหารนี้ดวยหรือไม ฮองเตพระองคนอยหองจู
                                                                     
เปยน เห็นกองทหารยกมาดั่งนี้ก็ตกพระทัย มิรูทจะตรัสประการใด ในขณะที่หองจูเหียบพระอนุชาหาไดมพระ
                                                 ี่                                                    ี
อาการใดผิดปกติไม มีพระสติมนอยู ไดยินคําตั๋งโตะแลว จึงตรัสดวยน้ําพระสุรเสียงใสบริสทธิ์เปนสงาใหไดยิน
                               ั่                                                      ุ
ทั่วกันวานั่นเปนทัพผูใดยกมาตามหาฮองเต
                       

ตั๋งโตะฟงรับสั่งถามแลวถวายรายงานวาขาพเจานี้ชื่อตั๋งโตะ เปนเจาเมืองซีหลง รับหมายตราใหยกเขาเมือง
หลวงเพื่อจับขันทีมาฆาเสีย แตเกิดจลาจลขึ้นในพระนคร และทราบวาบัดนี้ทั้งสองพระองคประทับอยูนอกพระ
นคร มีความหวงใยในความปลอดภัยของทั้งสองพระองค จึงยกทหารมาถวายความอารักขา หองจูเหียบ ตรัส
ตอบไปวาขออางถวายความอารักขานั้นจะตางอะไรกับการควบคุมตัวเลา ทานจะเปนกบฏหรือ ตั๋งโตะรีบทูลวา
ขาพเจานี้หามีจตคิดกบฏตอราชบัลลังกแตประการใดไม หากมารับเสด็จดวยใจสัตยซื่อ ถือภักดีในพระราชวงศ
                  ิ
เพื่อถวายความปลอดภัยแกทั้งสองพระองค

หองจูเหียบ สําทับกลับไปวาในเมื่อทานวามาดวยความ จงรักภักดี ไฉนจึงไมลงจากหลังมาถวายความเคารพ
ตามธรรมเนียม เลา? พระดํารัสของหองจูเหียบที่ตอบโตกบตั๋งโตะแคลวคลองตองตามธรรมเนียมอันขุนนาง
                                                         ั
ตองปฏิบัติเกินสติปญญาของเด็กนัก กระทบเขากับใจดําของตั๋งโตะ ดังนันตั๋งโตะจึงตกใจลนลานลงจากหลัง
                                                                      ้
มา กองทหารที่ตดตามมาก็ลงจากหลังมาสิน แลวพรอมกันถวายความเคารพ หองจูเหียบ เห็นเปนที จึงตรัส
                  ิ                       ้
ทํานองผูกใจตังโตะวา "ทานนี้มิเสียแรงเปนขุนนางผูใหญ ใจสัตยซื่อ คําตนกับคําปลายตองกัน" ตั๋งโตะฟง
                ๋
รับสั่งแลวหัวใจก็พองโตเพราะเปนคนบายอ ความคิดอานก็โลดแลนไปไกล ดวยตองใจพระอนุชาพระองคนอย
คิดอยูในใจวา "หองจูเหียบมีสติปญญาพูดจาหลักแหลมนัก กูจะคิดอานยกหองจูเปยนออกเสีย จะใหหอง
                                 
จูเหียบเปนเจาแผนดินในเมืองลกเอี๋ยง"

จากนั้นขบวนเสด็จจึงไดเคลื่อนออกจากที่ โดยมีตั๋งโตะคุมกองทหารตามสงเสด็จกลับพระนคร ตัวตั๋งโตะและ
ทหารองครักษไดตามเขาไปสงเสด็จถึงเขตพระราชฐานชั้นนอก แลวออกมาอยู ณ คายนอกกําแพงพระนคร
เชื้อสายพระเจาฮั่นโกโจกําลังเผชิญกับจอมปศาจรายตั๋งโตะ ดวยผลแหงความคิดของโฮจิ๋นและอวนเสี้ยวดวย
ประการฉะนี้



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 44




สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

เจาะแผนยึดอํานาจของตั๋งโตะ (ตอนที่ 20)

การที่อํานาจเปนที่ใฝหาของผูคน เนื่องเพราะอํานาจนั้นสามารถบันดาลใหเกิดขึ้นทั้งสมบัตและวิบติ ทั้งความ
                                                                                          ิ       ั
เจริญรุงเรืองและเสื่อมถอย ทั้งศานติและวุนวาย และบันดาลไดแมกระทั่งสงครามหรือสันติภาพ แตตัวอํานาจ
เองนั้นกลับไมใชทั้งสมบัติหรือวิบัติ ไมใชความเจริญรุงเรืองหรือเสื่อมทรุด ไมใชศานติหรือวุนวาย และไมใช
ทั้งสงครามหรือสันติภาพ ตัวอํานาจจะเปนประการใดนั้น ขึ้นอยูกับคน เพราะคนเปนผูใชอํานาจ และตองรับผล
                                                                                     
แหงอํานาจตลอดจนผลแหงการใชอํานาจนั้นดวย

อํานาจจึงอุปมาดวยน้ํา น้ําจะมีรูปรางประการใดยอมขึ้นอยูกบภาชนะอันเปนที่รองรับ อุปมาฉันใดอุปไมยก็ฉัน
                                                           ั
นั้น แตอํานาจก็หาไดอยูประจําที่ไม หากเคลื่อนตัวไปอยางไมหยุดยั้ง ขึ้นอยูกับวาผูใดชวงชิงอํานาจได ใช
                                                                                      
อํานาจเปน และเห็นความสําคัญทะนุถนอมไวดุจดังดวงใจ

รัฐบาลบางรัฐบาลแมวาชวงชิงไดมาซึ่งอํานาจแลว แตรักษาไวไมได ใชอํานาจไมเปน อํานาจนั้นก็จะหลุดจาก
มือไป ในชวงเวลาอันสั้นบาง ยาวบาง ยอมมีปรากฏใหเห็นอยูเสมอ แตวันเวลาทีครอง อํานาจอยูในมือจะสั้น
                                                                               ่
ยาวประการใด       หาไดมความสําคัญไม
                         ี                  ความสําคัญอยูตรงที่การใชอํานาจนั้นเปนไปเพื่อประโยชนสขแหง
                                                                                                   ุ
มหาชนหรือไม รัฐบาลบางรัฐบาลชิงอํานาจได ใชอํานาจเปน และเห็นความสําคัญ ทะนุถนอมไวไดดุจดวงใจ
แตครั้นถึงเวลาใชอํานาจแทนที่จะใชอํานาจนันใหเปนไปเพื่อบานเกิดเมืองนอน และอาณาประชาราษฎร กลับ
                                             ้
ใชอํานาจไปในทางขายชาติ        เปดโอกาสใหตางชาติเขามายึดครองเศรษฐกิจของบานเมือง          กดขี่ขมเหง
ประชาชน อํานาจและการใชอํานาจแบบนีจึงเปนอํานาจทีแปรสภาพกลายเปนอํานาจของทรราช อันเปนที่
                                          ้                ่
ประณามหยามเหยียดของผูคนทั้งแผนดิน ประวัติศาสตรเคยเปนมาประการใด ปจจุบันก็ยังเปนไปประการนัน
                                                                                                     ้

พลันทีสิ้นแผนดิน เลนเต อํานาจรัฐไดเคลือนจากมือของสิบขันทีและเกิดสุญญากาศแหงอํานาจอยูระยะหนึ่ง
        ่                                 ่                                                       
หลังจาก โฮจิ๋น และขุนนางไดสถาปนา หองจูเปยน ขึ้นเปนฮองเตแลว อํานาจนั้นจึงไดเคลือนมาอยูในมือของ
                                                                                          ่
โฮจิ๋น ซึ่งเปนผูสําเร็จราชการแผนดิน ฐานะของโฮจิ๋นในขณะนั้นสูงสงยิ่ง ตัวเองเปนถึงผูสาเร็จราชการแผนดิน
                                                                                       ํ
คุมกําลังทหารทั้งปวงไวในมือสิ้น มีฐานะเปนลุงของฮองเต เปนพี่ชายของไทเฮาและเปนพี่ใหญของผูชวย
ผูสาเร็จราชการแผนดิน
    ํ

ฐานะและอํานาจเชนนี้จะมีสักกีคนในโลกที่จะมีโอกาสมีได แมในสามกกซึงดําเนินผานกาลเวลารวมรอยป ก็
                               ่                                      ่
หามีผใดมีฐานะแล อํานาจเสมอดวย โฮจิ๋น แมแตสักคนเดียวไม แตฐานะและอํานาจเหลานี้ โฮจิ๋นไมสามารถ
       ู
รักษาไวได เพราะใชอํานาจไมเปน อํานาจจึงหลุดลอยไปพรอมกับศีรษะบนบาของตน ความจริงแลว โดย
ฐานะและอํานาจของ โฮจิ๋น นัน สิบขันทียอมไมใชคตอสู และไมมีทางทีจะเปนพิษเปนภัยอะไรแก โฮจิน ได
                             ้                   ู                 ่                             ๋
โฮจิ๋น     จึงไมชอบทีจะยอมตนเขาเปนคูพิพาทกับสิบขันที
                       ่                                   ทั้งสิบขันทีนั้นก็ไดแสดงทาทีและเคลือนไหว
                                                                                                ่
สวามิภักดิ์ตอตระกูล "โฮ" แลว ชอบทีจะสรางฐานอํานาจของตนใหมั่นคงเขมแข็งเสียกอน แมมีเจตนาที่จะ
                                      ่
สังหารสิบขันทีเสีย ก็ยังสามารถละไวกอนแลวจัดการในภายหลัง ก็ไมเห็นจะมีสิ่งใดเปนที่เสียหาย

หนทางกําจัดสิบขันทีก็มีอยูนบพันหมื่นวิธี แตโฮจิ๋นไมทําและทําไมเปน กลับไปเลือกเอาแผนการของอวน
                             ั
เสี้ยว ใหเรียกกอง ทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง เสมอดวยการขีชางจับตั๊กแตนและถือไดวาเปนแผนการที่โงและ
                                                           ่
บัดซบที่สดในประวัตศาสตร แมตัดสินใจรับเอาแผนที่โงและบัดซบทีสุดแลวก็ยังทําไมเปน เพราะแทนที่จะรีบ
           ุ         ิ                                           ่
ดําเนินการใหเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และดวยการปดลับอยางเขมงวด กลับทอดเวลาออยอิ่ง แลวยังทําการเอิกเกริก
ใหฝายปรปกษรูตัว วางแผนสังหารตัวเสียกอน
     

ประมาทถึงเพียงนี้แลว มิหนําซ้ํายังประมาทหนักเขาไปอีก ทั้งๆ ที่คดจะสังหารสิบขันทีและการเอิกเกริกเพียงนี้
                                                                 ิ
แลว กลับเดินทางเขาไปถึงถินของสิบขันที ทั้งๆ ที่ควรรูไดวาในเขตพระราชฐานชั้นในนั้นองครักษหรือคน
                             ่
ชวยเหลือของตัวเขาไปไมได ดังนี้ อํานาจในมือของโฮจิ๋นจึงหลุดลอยไปพรอมกับศีรษะของ โฮจิ๋นเอง

ฝาย ตั๋งโตะ นันเลา เฝาคอยหาโอกาสยึดอํานาจรัฐมานานแลว สบโอกาสไดก็เพราะแผนการอันโงและบัดซบ
                ้
ของ อวนเสี้ยว นั้น ตั๋งโตะ เปนคนหยาบชากักขฬะ โทสะก็แรงจัด ลําพังตนมีขอดีอยูประการเดียวเทานันคือมี
                                                                                                    ้
น้ําใจรักทหาร และรักคนมีฝมอ ดังนั้นลําพังตัวตั๋งโตะ ยอมจะคิดและทําการใหญไมได แตจะมองเฉพาะตัว ตั๋ง
                              ื
โตะ ก็ไมได หากตองมองใหเห็นถึงสิ่งสองสิงที่ประกอบกันเขาแลวทําให ตั๋งโตะ เรืองอํานาจวาสนาขึ้นมาได
                                           ่




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 45



นั่นคือกําลังทหารยีสิบหมื่นของตั๋งโตะอยางหนึ่ง และกุนซือหรือที่ปรึกษาคนสําคัญของตั๋งโตะทีมีนามวาลิยูอีก
                   ่                                                                        ่
อยางหนึ่ง

สถานการณในยามที่ หองจูเปยน เสวยราชยนั้น ไมปรากฏวามีเมืองใดหรือขุนนางผูใดมีกนซือ แม โฮจิน ซึ่ง
                                                                                     ุ           ๋
ครองอํานาจสูงสุดก็หาปรากฏวามีกุนซือไม       มีการสิ่งใดก็สอบถามความคิดเห็นกับคนที่อยูใกลโดยไมเลือก
หนา เปนครั้งเปนคราว บางครั้งก็ปรึกษาเอากับอวนเสี้ยว และ โจโฉ จึงทําใหการดําเนินงานทางการเมืองของ
โฮจิ๋น และหัวเมืองตางๆ รวมทั้งขุนศึกทุกผูคนไรทศทาง ขาดความตอเนื่องและมีลักษณะเฉพาะหนาเสียเปน
                                                ิ
สวนใหญ

กระบวนการเคลื่อนไหวทั้งหลายของตั๋งโตะจึงแยกไมออกจากสติปญญาของกุนซือนามลิยู แตทั้งนี้อานุภาพ
                                                                
แหงสติปญญาของ ลิยูสามารถแสดงพลานุภาพได ก็ดวยตั๋งโตะมีขอดีอยูอีกประการหนึ่งก็คือรูตัวเองวามี
                                                                     
จุดออน ดังนั้น จึงมีความเปนปกติที่จะไมคิดพิจารณาเรื่องใดดวยตนเอง หากจะปรึกษาหารือการตาง ๆ ดวยลิ
ยู อยูเสมอ ดังนั้น สติปญญาของลิยูจึงมีบทบาทนําและครอบงํากระบวนการเคลื่อนไหวตางๆ ของตั๋งโตะ คน
แบบ ตั๋งโตะ นั้น หากจะเปรียบเหมือนคนตาบอด แตยอมเปนคนตาบอดที่มีหตาสวางดวยสติปญญาแหง ลิยู
                                                                         ู
นั้น

การเคลื่อนทัพของตั๋งโตะจากเมืองซีหลงเขาเมืองหลวงหนึ่ง           การปลงทัพกลางทางแลวขอรับพระบรมรา
ชานุญาตจากฮองเตเสียกอนหนึ่ง เคลื่อนทัพถึงเมืองหลวงแลวตั้งทัพนอกกําแพงพระนคร แตไมเรียกรองให
สงสิบขันทีมาสังหารหนึ่ง เห็นเพลิงไหมในพระราชวังแลว ยังคุมกําลังตั้งมันคอยโอกาสจนเหตุการณปกติแลว
                                                                          ่
จึงไปรับฮองเตนิวัตกลับพระนครอีกหนึ่ง ทั้งหาประการนี้มิใชเหตุการณที่จะมองขามไป

สามกกฉบับหลักทุกฉบับไมไดใหความสําคัญในการหาประการดังกลาว และขามไปอยางนาเสียดาย แลเมื่อ
การทั้งหาประการนี้เปนเรื่องสําคัญ จึงควรจะไดหันกลับมามองถึงเบื้องลึกของแผนการดังกลาวของฝายตั๋งโตะ
มิฉะนั้นแลวสามกกฉบับคนขายชาตินี้ก็จะขาดอรรถรสไป และเมื่อมองดวยพินิจพิเคราะหโดยควร ก็จะแลเห็น
ถึงแผนการยึดอํานาจอันแยบยลและอํามหิตของฝาย ตั๋งโตะ ที่เกิดแตสติปญญาของ ลิยู
                                                                        

การตัดสินใจเคลื่อนทัพจาก เมืองซีหลง เขาเมืองหลวง ทังๆ ที่หัวเมืองอื่นไมยอมเคลื่อนทัพเพราะเกรงพระ
                                                       ้
ราชอาญานั้น นับเปนการฉวยโอกาสครั้งสําคัญ แตมีความเสี่ยงภัยอยูมาก ฝาย ลิยยอมประมาณสถานการณ
                                                                              ู
ชัดเจนแลววาคุมแกการเสียง และเสียงไปแลวยังคงกุมสถานการณไมใหตกเปนฝายถูกกระทําได เหตุผลอยู
                          ่        ่
ตรงที่การอานสถานการณกระจางวาอํานาจรัฐในขณะนั้นอยูในกํามือของโฮจิ๋น ไมไดอยูที่ฮองเต เมื่อโฮจิ๋นเปน
                                                                                      
ผูถืออํานาจยอมเปนผูถือกฎหมายดวย  การดําเนินการตามคําสั่งของโฮจิ๋นผลที่แทก็คอดําเนินการตามความ
                                                                                   ื
เห็นชอบของผูถือกฎหมาย ราชภัยยอมไมเอื้อมมาเอาโทษแกตั๋งโตะได
               

หัวเมืองตาง ๆ อานสถานการณไมกระจางจึงไมกลาเคลื่อนทัพ โอกาสอันยิ่งใหญจึงเปนของ ตั๋งโตะ แตเพียง
ผูเดียว ครั้นเดินทัพแลว เพื่อใหเกิดความมั่นใจและประกันไมใหเกิดความผิดพลาด ลิยู จึงเสนอใหปลงทัพไว
กอน แลวขอรับพระบรมราชานุญาตเสียอีกชันหนึ่ง เพียงเทานี้ก็ยังแลเห็นถึงความชอบดวยเหตุและผล แต
                                              ้
ความคิดของ ลิยู นั้นโหดเหียมอํามหิตกวาที่คาดคิด เพราะนั่นคือกลศึกชนิดหนึ่งทีตองการใหคูปรปกษฆา
                                ้                                                 ่
กันเองเสียกอนแลวคอยชุบมือเปบในภายหลัง

เนื่องเพราะการปลงทัพไวกอนยอมทําใหเวลาเนิ่นไป สงผลให ความขัดแยงระหวางสิบขันทีกับ โฮจิ๋น
ขยายตัวและรุนแรงยิ่งขึ้นอยาง หนึ่ง สวนการขอรับพระบรมราชานุญาตจากฮองเต เนื้อแทก็คือการทําใหสิบ
ขันทีไดรวา โฮจิ๋น สั่งใหทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวงเพื่อตองการฆาสิบขันทีนั่นเอง เพราะ ลิยู ยอมทราบดีวาสิบ
         ู
ขันทีใกลชิดฮองเต เมื่อมีหนังสือกราบบังคมทูลถึงฮองเต ขันทียอมจะทราบความนัยทั้งปวงได แลวยอมหา
หนทางสังหาร โฮจิ๋น เสีย เปนแตวาหนังสือไปถึงมือ โฮจิ๋น เสียกอน และถาหาก โฮจิ๋นอานกลของ ลิยู ออกก็
อาจปองกันแกไขสถานการณได แตคนแบบ โฮจิ๋น ไมเพียงแตไมรูกลศึก กลับจัดงานเลียงโตะเชิญขุนนางมา
                                                                                        ้
ปรึกษาใหเอิกเกริก ทําใหขันทีรตัวเสียดวยตนเอง
                                  ู

เมื่อยกทัพถึงเมืองหลวงตั้งอยูนอกกําแพงพระนครแลว ทําเฉยเสียไมเรียกใหสงสิบขันทีออกมาเพื่อสังหารเสีย
                             
ตามภารกิจ เนือแทก็คือการเรงสถานการณใหสิบขันทีกับโฮจิ๋นฟาดฟนกันจนบาดเจ็บลมตายกันเสียกอน ครั้น
               ้
เห็นเพลิงไหมขึ้นในพระราชวังแลวยังคงสงบนิ่งคุมกําลังตั้งมั่น        ไมติดตอกับราชสํานักและไมใหความ
ชวยเหลือใดๆ ก็คือการดําเนินกลยุทธ "นั่งบนภูดูเสือกัดกัน" หากไดอยูรวมในคายของ ตั๋งโตะ ก็ยอมจะเห็น
ตั๋งโตะ แล ลิยู กําลังดืมฉลองกันดวยความเบิกบานใจยิ่งวาแผนการทีกําหนดไวไดดาเนินไปเปนรูปรางสม
                          ่                                            ่            ํ
ความคิดเกือบทุกประการแลว



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                               หนาที่ 46




ขาวการตายของโฮจิ๋นที่ประตูพระตําหนักโฮไทเฮานั้น มีหรือที่จะรอดพนสายตาลิยูไปได ถึงขั้นนี้ลิยคงตบโตะ
                                                                                              ู
ดังผางแลววาการครั้งนี้สมความคิดเราแลว ตังโตะทานเตรียมตัวครองอํานาจแทนโฮจิ๋นเถิด ครั้นขบวนขุนนาง
                                            ๋
ราชสํานักพรอมรถพระที่นั่งอันวางเปลาเคลือนออกไปนอกพระนคร ลิยู ยอมฟนธงไดแลววาโอกาสทองของ
                                          ่
การบรรลุแผนโดยสมบูรณที่หายากยิ่งไดมาถึงแลว จึงเสนอใหตั๋งโตะ จัดขบวนทัพออกไปรับเสด็จนิวัตสูพระ
นคร เพื่อจะไดถือโอกาสนั้นแทรกแซงกิจการภายในราชสํานัก อันความพิศวาสแหงชายหญิงจะยากลําบากอยู
ที่การสําเร็จความปรารถนาในครั้งแรกฉันใด การเขาแทรกแซงกิจการภายในราชสํานักของตั๋งโตะก็ยากลําบาก
แตเพียงครั้งแรกฉันนั้น

กําลังทหารที่กดดันอยูนอกกําแพงพระนครอยูถึงสิบหมื่น     เมื่อประกอบเขากับการคุมกําลังทหารถึงสามพัน
อารักขาฮองเตเสด็จนิวตสูพระนคร ในขณะทีขุนนางอื่นไมมีกําลังทหารเลย จะมีบางก็แต อวนเสี้ยว คุมทหาร
                      ั                  ่
เพียงหารอยคนในขบวนเสด็จ ภาพลักษณที่ปรากฏตอขุนนางแลราษฎรก็คอ ตั๋งโตะ เปนพระเอกของเรื่อง เปน
                                                                     ื
ภาพลักษณของผูจงรักภักดีทคุมครองพิทักษ ฮองเตกลับพระนครไดสําเร็จ
                            ี่

เปนภาพของพระเอกที่แลเห็นไดวามีอํานาจเหนือกวาคนทั้งปวง ดังนั้น โดยวิสัยใจคนที่ขางไหนใครชนะมี
อํานาจแลวก็จะเขาดวยชวยกระพือ จึงทําใหขนนางขาราชการหันเหเทมาเขารวมดวย ตั๋งโตะมากขึ้นทุกที และ
                                            ุ
มากจนกระทั่งอวนเสี้ยว โจโฉ และขุน นางที่เคยเปนพรรคพวกของโฮจิ๋นกระดิกตัวอะไรไมได แมกําลังทหาร
ของโฮจิ๋น เองเมื่อขาด โฮจิ๋น เสียแลวก็เหมือนเรือขาดหางเสือ จะหวังใหคนในตระกูล "โฮ" เปนหลักก็สนหวัง
                                                                                                 ิ้
เพราะ โฮเบี้ยว ผูชวยผูสําเร็จราชการแผนดิน ซึ่งมีกําลังทหารอยู ในมือก็ถูก บินของ ลูกนอง หนาโงของ
                       
โฮจิ๋น สังหารเสียแลว โฮไท-เฮาเลาก็เปนอิสตรี ไมสันทัดและไมมีอํานาจที่จะสั่งการทางการทหารได

เหตุนี้ กําลังทั้งทหารและขุนนางในพระนครจึงคุมกันไมตด ในขณะที่กาลังขางฝายตั๋งโตะเติบใหญเขมแข็ง
                                                        ิ            ํ
ยิ่งขึ้นทุกที จึงทําใหดุลอํานาจฝายที่จะตอตานออนแอและเคลื่อนไหวใดๆ ไมได ดังนั้น กําลังที่รุกเพื่อยึด
อํานาจรัฐของตังโตะจึงรุกคืบไปอยางงายดาย
                 ๋


                   หนังสือพิมพผูจัดการออนไลน http://www.manager.co.th

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ตั๋งโตะแผอานาจ (ตอนที่ 21)
            ํ

ตั๋งโตะคนถอยชั่วชาในประวัตศาสตรของจีนคิดอานจะถอดหองจูเปยนผูพออกจากตําแหนงฮองเต แลวจะตัง
                             ิ                                        ี่                             ้
หองจูเหียบผูนองขึ้นเปนฮองเตแทน สามกกทุกฉบับวาตรงกันวาเปนเพราะตั๋งโตะประทับใจหองจูเหียบ ที่มี
               
สติปญญาพูดจาหลักแหลมตั้งแตครั้งแรกพบแตสถานการณที่เกิดขึ้น ประกอบเขากับวัตถุประสงคหลักในการ
     
เคลื่อนทัพเขาเมืองหลวงภายใตบัลลังกมังกรของ ตั๋งโตะ แลว เหตุผลที่วามาจึงมีฐานะเปนเพียงเปลือกนอกที่
หอหุมแกนแทไวเทานั้น แกนแทของเรื่องคือผลประโยชนในทางการเมือง เพราะประจักษชัดอยูแลววาหาก
                                                                                              
หองจูเปยนครองราชบัลลังกตอไป อํานาจรัฐยอมตกอยูที่ โฮไทเฮา พระราชมารดา ดีรายก็อาจโปรดเกลาฯ
                                                     
แตงตั้งใหขุนนางในเมืองหลวงคนใดคนหนึ่งขึ้นเปนที่ผสําเร็จราชการแผนดิน
                                                   ู

หากวันนั้นมาถึง ก็ยอมมีรับสังใหตั๋งโตะเคลือนทัพกลับเมืองซีหลง เพราะเหตุการณจลาจลวุนวายในพระนคร
                                ่            ่
ไดสงบลงแลว ไมมีเหตุผลใดที่กองทัพของ ตั๋งโตะ จะตั้งอยูนอกกําแพงพระนครอีกตอไป และถาเหตุการณ
เชนนั้นเกิดขึ้นยอมทําใหการเคลื่อนทัพเขาเมืองหลวงเปนหมัน ความฝนและโอกาสอันยิ่งใหญ ตลอดจน
แผนการทั้งปวงที่ดําเนินไปก็จะสลายไปสิ้น           ในทางตรงกันขามหากสามารถถอดหองจูเปยนออกจากราช
บัลลังกแลวตั้งหองจูเหียบผูนองไดสําเร็จ ยอมตัดรอนอํานาจฝายอื่นใหสนไป อํานาจทังปวงยอมตกอยูแกตั๋ง
                                                                      ิ้          ้
โตะเพราะเปนผูสถาปนา ฮองเตพระองคใหมสถานหนึ่ง

ทั้งหองจูเหียบยังทรงพระเยาวนัก กําพราทังพอและแม โอกาสยอมเปดชองใหตั๋งโตะกาวสูตําแหนงผู สําเร็จ
                                         ้                                            
ราชการแผนดินโดยสะดวก การยึดอํานาจรัฐภายใตบัลลังก มังกรก็จะสําเร็จสมบูรณดังประสงคอีกสถานหนึง นี่ ่
จึงเปนเหตุผลทางการเมืองทีเปนแกนแททางความคิดของ ตั๋งโตะ ภายใตบทบาทนําแหงสติปญญาของ ลิยู
                            ่                                                            
กุนซือเจาปญญาผูนั้น การขางราชสํานัก เมื่อฮองเตและพระอนุชาเสด็จกลับถึงพระราชวังแลว โฮไทเฮา ก็มี
ความยินดียิ่งทีทั้งสองพระองคปลอดภัย และการจลาจลวุนวายก็ไดสงบลง จึงใหสํานักพระราชวังตรวจตรา
               ่                                        




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                   หนาที่ 47



ทรัพยสินสิ่งของมีคาในทองพระคลัง ปรากฏวาทุกสิ่งยังคงอยูครบถวน ขาดอยูแตตราพระราชลัญจกร หยก
สําหรับองคพระมหากษัตริยไดสูญหายไป พยายามตรวจหาเทาใดก็ไมพบ

การขางนอกพระราชวัง กองทัพสิบหมื่นของตั๋งโตะซึ่งตั้งประชิดอยูนอกกําแพงพระนครนันถึงแมวาการจลาจล
                                                                                              ้
วุนวายในพระนครสงบยุติลง และสิบขันทีก็ถูกลางบางไปแลว ก็ยังไมยอมถอนทัพกลับเมืองซีหลง และไมมีที
ทาวาจะถอนทัพกลับเมืองซีหลงแตประการใด                      กระนันหามีขุนนางขาราชการหรือผูใดผูหนึ่งหาญกลาวา
                                                                  ้                             
กลาวถึงเรื่องนี้ แมเพียงเอยถึงเรื่องนี้ก็ยังไมมีผูใดยินยอมเอยปาก การทีไมมีผูใดวากลาวทักทวงหรือกลาวถึง
                                                                             ่
เรื่องการถอนทัพ ยิ่งทําใหตั๋งโตะฮึกเหิม เพราะนั่นคือสัญญาณผลการทดสอบทั้งกําลังพลและกําลังขวัญ ของ
เหลาขุนนางขาราชการที่ประจักษชัดวาใน ลกเอี๋ยงราชธานี นี้ ไมมีขุนนางขาราชการหรือผูใดหาญกลาทาทาย
                                                                                                  
บารมีของ ตั๋งโตะ แมแตสักคนเดียว

ดังนั้น ตั๋งโตะ จึงกําเริบเสิบสานมากยิ่งขึ้น ถึงวันฮองเตออกวาราชการ ตั๋งโตะ ซึ่งเปนเจาเมืองบานนอก ไมมี
หนาที่เฝาก็ถืออํานาจ เขาเฝาถึงในทองพระโรงตามอําเภอใจ ไมยําเกรงกฎหมายลักษณะกบฏศึกทีมีโทษ           ่
ประหารถึงเจ็ดชั่วโคตร ถือดีวามีอํานาจทหารอยูในมือ อํานาจกฎหมายบานเมืองไมสามารถเอื้อมมาถึงตัวได
เขาทํานอง "เมื่อเสียงปนดังขึ้น เสียงกฎหมายก็ตองเงียบสงบ" ฉะนั้น กอนจะเสด็จออก ขุนนางขาราชการ
จะตองพรอมเขาประจําที่เฝาของตน ตั๋งโตะ ซึ่งไมมีที่เฝากลับไปยืนเฝาอยูหนาบรรดาขุนนางขาราชการทั้ง
ปวง ทั้งมิไดแสดงความคารวะขุนนางผูใหญตามธรรมเนียม หนักเขาก็เอาทหารเอกที่ตดตามมาในกองทัพเขา
                                                                                         ิ
ไปรักษาการณในทองพระโรง

เมื่ออํานาจ ตั๋งโตะ ปรากฏขนาดนี้ ขุนนางขาราชการและพอคาวาณิช ในเมืองหลวงจึงมาเขาดวยเปนอันมาก
แมนายทหารแลทหารทั้งปวงที่เคยอยูในบังคับบัญชาของโฮจิ๋น และ โฮเบี้ยว ตลอด จนทหารลอมวังในบังคับ
ของขันที ตั๋งโตะ ก็เกลี้ยกลอมเอาเปนพวกสิ้น กําลังอํานาจของ ตั๋งโตะ จึงแผเขาครอบคลุม ลกเอี๋ยงราชธานี
ทั้งในและนอกกําแพงพระนคร เมื่อไพรพลทังที่มาในกองทัพและที่มาเขาเกลี้ยกลอมดวยมีเปนจํานวนมากขึ้น
                                               ้
คาใชจายในกองทัพและในการดูแลขุนนางขาราชการ ตลอดจนบรรดาทหารทั้งปวง ก็มากตามไปดวย ภาระคา
ใชจายไดเพิ่มมากขึ้นทุกทีจนเกินกําลังที่เตรียมมาจาก เมืองซีหลง ตั๋งโตะ จึงสั่งใหขุนนางผูรับผิดชอบพระ
คลังหลวงเบิกเงินจากทองพระคลังมาเปนคาใชจาย ประหนึ่งวาคาใชจายของตัวเปนคาใชจายของราชสํานัก
ไปดวย ถึงขันนี้ยังไมมีผใดกลาทักทวง ตั๋งโตะจึงใหบรรจุทหารทีตามมาแตเมืองซีหลงและพอคาวาณิชที่
                ้          ู                                       ่
สวามิภักดิ์เปนขุนนางและขาราชการของราชสํานัก กินเงินเดือนเบี้ยหวัดของราชสํานักตั้งแตบัดนั้น

แตความที่ผคนที่มาเขาเปนพวกดวยมากขึ้นทุกที
           ู                                       หากจะเบิกเงินจากคลังหลวงมาใชมากเกินไปก็จักเปนที่
ครหา ดังนั้นการแสวงหา เงินนอกระบบจึงเกิดขึ้นโดยอาศัยกําลังอํานาจเปนตัวกดดันบีบคั้น บรรดาขุนนาง
ขาราชการและพอคาวาณิชทีขี้ขลาดกลัวอํานาจตั๋งโตะ ก็ตองนําทรัพยสินเงินทองมาบริจาค บางพวกบาง
                           ่
เหลาบริจาคเพือหวังจะเขาเปนพวก เพื่ออาศัยบารมีอิทธิพลของ ตั๋งโตะกดขี่ขมเหงเพื่อนขุนนางขาราชการ
              ่
ดวยกัน บางพวกก็บริจาคเพื่อหวังไดเลื่อนขั้นเลื่อนตําแหนง โดยไมตองคํานึงถึงความดีความชอบในการทํา
หนาทีราชการกันอีกตอไป บางก็บริจาคเพื่อจะไดอภิสทธิ์ในการคาขายทั้งสวนที่ชอบดวยกฎหมายและสวนที่
      ่                                              ิ
ผิดกฎหมาย รวมถึงการบริจาคเพื่อการเปดบอนการพนันรวมทั้งการคา ของเถื่อนนานาชนิด

บรรดาผูมีอทธิพลทั้งในเมืองหลวงและตางเมือง ตางไดพากันเขาสวามิภกดิ์ตอตั๋งโตะสิน คนเหลานี้ยนยอม
             ิ                                                            ั            ้             ิ
พรอมใจจายคาสวยสินบนใหกบตั๋งโตะ
                               ั             อยางเต็มที่     แตคาสวยสินบนที่ตองจายไปนั้นหากจะเทียบกับ
                                                                  
ผลประโยชนทไดจากการกระทําอันไมชอบดวย กฎหมายและศีลธรรม ยอมหางไกลกันนัก คาสวยสินบนชนิด
                 ี่
นี้ยิ่งมีมากขึ้นเทาใด ความเดือดรอนทุกขเข็ญที่เกิดขึ้นแกอาณาประชาราษฎรจากการกระทําย่ายีของบรรดาผูมี
                                                                                            ํ            
อิทธิพล เหลานั้นยิ่งมีมากกวาหลายเทานัก

เมื่อบารมีและพรรคพวกของ ตังโตะ ในเมืองหลวงมากขึ้นอยาง ไมหยุดยั้งเชนนี้ สวนราชการทุกสวนจึงตกอยู
                             ๋
ในอํานาจ ตั๋งโตะ สิ้น หนวยราชการบางหนวยแมไมเกี่ยวของโดยตรงก็ไมมีผูใดหาญกลาไมคลอยตามความ
ตองการของ ตังโตะ และพวกได ดังนั้นตั๋งโตะจึงไดวางคนของตนเองลงในตําแหนงขุนนางขาราชการแทบทุก
              ๋
หนวย ทําใหบรรดาขุนนางขาราชการที่หวังไดเลื่อนยศชั้นตําแหนงงาน แตไมมีโอกาสไดบําเหน็จความชอบ
ตามปกติ จึงตองพากันวิ่งเขาหา ตั๋งโตะ และพรรคพวกกันจาละหวั่น ทังหมดตองจายเงินคาตอบแทนในการ
                                                                  ้
ซื้อหาตําแหนง

เหตุนี้ การคาขายตําแหนงจึงเกิดขึ้น เชนเดียวกับที่เคยเกิดขึนเมื่อครั้งสิบขันทีเรืองอํานาจ ขุนนางขาราชการที่
                                                             ้
ไมมีเงินซื้อตําแหนง หรือไมมีเงินคารักษาเกาอี้ตําแหนงก็จะถูกถอด ถูกปลด หรือถูกโยกยายไปอยูที่อื่น
ราชการบานเมืองจึงฟนเฟอนไปอีกครั้งหนึ่ง      เปนธรรมดาของการปกครองที่ถามีการซือขายตําแหนงกันแลว
                                                                                          ้



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                   หนาที่ 48



ขุนนางขาราชการทีสตยซื่อตอแผนดินซื่อตรงตอบทกฎหมายและเห็นแกความรมเย็นเปนสุขของราษฎรยอม
                   ่ ั
หมดสิ้นขวัญกําลังใจ สวนขุนนางขาราชการที่ไดดี มีอํานาจขึ้นจากการซือตําแหนงก็ยอมขายอํานาจทีไดมา
                                                                      ้                       ่
เพื่อแสวงหาประโยชนในลักษณะคากําไร จึงมีการใชอํานาจขายผลประโยชนของรัฐ ขายความยุติธรรม ขาย
อภิสทธิ์ ขายของผิดกฎหมายและขายทุกสิงทุกอยางที่สามารถขายได รวมทั้งการขายชาติและขายตัวเอง
     ิ                                    ่
ภายใตระบบการคาตําแหนงแบบนี้ กฎหมายบานเมืองจึงหมด ความศักดิสทธิ์ เพราะใชบงคับกับคนบางพวกที่
                                                                  ์ ิ             ั
ไมใชพวกของผูมีอํานาจเทานัน
                             ้  แตสําหรับผูมีอํานาจหรือพรรคพวกแลวกลับมีอภิสทธิ์ อยูเหนือกฎหมาย
                                                                              ิ
บานเมือง ทําการใดไดตามอําเภอใจ ไมยําเกรงกฎหมายและความรูสึกนึกคิดของราษฎรอีกตอไป
                                                              

เมื่อระบบบริหารราชการแผนดินกลายเปนแบบการคาที่วานี้ การทุจริต การฉอราษฎรบงหลวงจึงเกิดขึนและ
                                                                                    ั               ้
ขยายตัวไปอยางแพรหลาย ราษฎรไมไดรับความเปนธรรมในทุก ๆ ทาง ถูกกดขี่ขม เหงมากขึ้นทุกที ความ
ยากจนคนแคนและความเดือดรอนเกิดขึ้นทุกหยอมหญา นานวันเขาทั้งขุนนางขาราชการและราษฎรที่ไมมีกิน
ไมมีใชก็ออกปลนชิงวิ่งราวกันโดยทั่วไป ซ้ําเติมทุกขยากแกบานเมืองและราษฎรหนักขึ้นไปอีก ตั๋งโตะ ในยาม
นี้จึงกําเริบใจถึงขนาดขับมานําทหารเขาไปเที่ยวเลนในยานการคาในเมืองหลวงตามความพอใจโดยไมคํานึง
วาใครจะไดรับผลกระทบเดือดรอนเสียหายแตอยางใด

สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) ไดกลาวถึงเหตุการณ ตอนนี้วาตั๋งโตะและ "พรรคพวกทั้งปวง เก็บเอา
ทรัพยสิ่งสินทั้งปวง ของอาณาประชาราษฎรเปนอันมาก ผูใดมิไดวากลาว "เปาสิ้น" ขุนนางตงฉินผูภักดีตอ
                                                                                               
แผนดินมีน้ําใจสงสารราษฎร ที่ไดรับความเดือดรอนหนัก จึงไปปรึกษากับอวนเสี้ยววา "ตังโตะนี้นานไปเห็นจะ
                                                                                    ๋
ทําการกําเริบขึ้น เราจะคิดลางมันเสียใหไดกอน"
                                            

อวนเสี้ยวขุนนางหนาโง ซึ่งเปนเจาความคิดใหเรียกกองทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง แมจะโงบัดซบสักเพียง
ไหน ครั้นวันนีก็ไดแล เห็นโทษภัยจากความคิดโงของตัว แตคดไมออกวาจะแกไขเหตุ การณอยางไร จึงบาย
               ้                                               ิ
เบี่ยงเลี่ยงไปเสียดื้อๆ วา "การแผนดินเพิ่งสงบ ครั้นเราจะดวนทําดังนั้นไมควร" สิ่งที่ควรในความคิดของ อวน
เสี้ยวหรือจะเปนวาตองรอให ตั๋งโตะ ยึดอํานาจรัฐเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียกอนจึงคอยทําการ ถาเชนนั้นก็ยงเปน
                                                                                                      ิ่
ความคิดที่โงบดซบขึ้นไปอีก เปาสิ้นไมละความพยายาม จึงไปหา อองอุน ขุนนางผูใหญ ปรึกษาเหมือนกับ
                 ั
อวนเสี้ยวทุกประการ อองอุน จึงวา "คิดดังนี้ก็ชอบอยูแลว ของดแตพอปรึกษากันดูกอน" เปาสิ้น เห็นวา
คําตอบชนิดนี้คอการบายเบี่ยงไมรับผิดชอบตอบานเมือง ทั้งเห็นวาขุนนางในเมืองหลวงมีแตคนขี้ขลาดตาขาว
                   ื
เอาแตตัวรอด ไมเปนรอนดวยแผนดินและราษฎร จึงเสียใจนัก คิดการไปขางไหนก็ตีบตัน เห็นวาขืนอยูในเมือง
หลวงตอไปจักเปนอันตราย จึงพาทหารในสังกัดของตนหนีออกจากเมืองหลวง ไปอยูที่ ภูเขาไทซาน

กําลังและอํานาจของ ตั๋งโตะ เติบโตขึ้นจนคับ ลกเอี๋ยงราชธานี จึงพรอมแลวที่จะทําการใหญตามความ
ประสงคที่เดินทัพเขาเมืองหลวง แตดวยเหตุที่กําลังอํานาจชนิดนี้เปนกําลังอํานาจที่อธรรม ศัตรูของ ตั๋งโตะ
จึงเกิดขึ้นและขยายตัวไปดาษดื่นทั้งแผนดิน กอตัวทางความคิดที่จะตองกําจัด ตั๋งโตะ ใหวอดวายไป ชะตา
กรรมของ ตั๋งโตะ นับแตนี้ไปจึงถูกสวรรคสาปสงใหไมมวันสงบสุข สมดังโองการในพระคัมภีรอัลกุรอานวาไว
                                                       ี
วา "สูเจาจงลุกขึ้นสูชนชั้นปกครองผูอธรรม" ดวยประการฉะนี้

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ตั๋งโตะซือลิโป (ตอนที่ 22)
          ้

ตั๋งโตะแผอํานาจครอบงําเมืองหลวงในทุกๆ ทาง แลวก็มีใจกําเริบ ขึ้นคิดอานดําเนินการตามแผนการเดิม ที่จะ
ถอดหองจูเปยน ออกเสียจาก บัลลังกมังกร แลวยกหองจูเหียบผูนองขึ้นเปนฮองเตแทน เพื่อตนเองจะไดครอง
อํานาจรัฐ ครอบงําบัลลังกมังกรเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ตั๋งโตะ จึงใหเชิญลิยที่ปรึกษาคูใจเขามาพบแลวปรึกษาเรื่อง
                                                                       ู
นี้ ลิยู จึงวา "ทุกวันนี้มีเจาก็เหมือนหนึ่งหาไม เสนาบดีสําเร็จราชการก็ไมมี แผนดินเพิ่งสงบ ซึ่งทานคิดทั้งนี้
ขาพเจาเห็นชอบดวย ใหทานเรงคิดทําเถิด" ลิยู ไดเสนอแผนการให ตั๋งโตะ จัดงานสโมสรสันนิบาตขึ้นทีพระ     ่
ราชอุทยาน แลวใหเชิญขุนนางทุกระดับไปรวมงาน เมื่อขุนนางไปพรอมกันแลวใหประกาศเจตนารมณเรื่องนี้
ใหเหลาขุนนางทราบ ใครขัดขวางก็ฆาเสียเปนการตัดไมขมนาม คนทั้งปวงก็จะเกรงอาญาสิทธิ์ของ ตั๋งโตะ
                                                             
สืบไป

ขอปรึกษาและความเห็นของที่ปรึกษาเขากันราวกับผีกับโลง ตั๋งโตะ ฟงแลวก็ยินดียิ่งนัก สั่งใหจัดงานสโมสร
สันนิบาตแลวใหเชิญขุนนางทุกระดับมารวมงานตามแผนของ ลิยู ขุนนางทั้งหลายที่ไดรบเชิญตางเกรงใจและ
                                                                                     ั
เกรงกลัวไมกลาขัดใจตั๋งโตะ เพราะเกรงจะถูกเพงเล็งวา หากไมมารวมงานแลวจะถูกถือวาไมใชพวก คิดแข็ง
ขออยางหนึ่ง หรือตั้งตนเปนฝายปรปกษของ ตั๋งโตะ อีกอยางหนึ่ง ดังนั้นจึงมารวมงานกันอยางพรอมเพรียง



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                  ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                      หนาที่ 49



ตั๋งโตะ รอฟงขาวอยูทจวน ครันไดรับรายงานวาบรรดาขุนนางมาพรอมกันทีพระราชอุทยานแลว จึงขี่มามีทหาร
                       ี่     ้                                      ่                       
องครักษติดตามเปนจํานวนมาก ทําเปนสงามาจนถึงหนาประตูสวนหลวง แลวลงจากมาถือกระบี่เดินเขามาใน
งานสโมสรสันนิบาตนั้น

หลังจากงานเลียงดําเนินไปครูหนึ่ง เหลาขุนนางไดดื่มสุราแสดงคารวะกันตามธรรมเนียมแลว ตั๋งโตะ จึงกลาว
                ้              
ขึ้นดวยเสียงอันดังดุจการตวาดเอากับขุนนางทั้งปวงวาทานทั้งหลายจงฟงขาพเจา มีเรื่องสําคัญของแผนดินที่
จะปรึกษากับพวกทาน แลววาบัลลังกจักรพรรดินั้นตองครองโดยผูมีสติปญญาความสามารถ แต หองจูเปยน
นั้นครองราชยแลวปรากฏวาไรสติปญญา
                                            ไมเปนสงาแกราชบัลลังกเสื่อมเสียเกียรติยศของบานเมืองและ
ราษฎร ตางกับ หองจูเหียบ พระราชโอรสพระองคเล็ก มีสติปญญาหลักแหลมกลาหาญ สามารถครองแผนดิน
                                                           
ใหเปนปกติสุขได เราจึงคิดทีจะถอด หองจูเปยน เสีย แลวให หองจูเหียบ เปนฮองเตแทน ทานทั้งปวงจะเห็น
                             ่
ประการใด

เหลาขุนนางฟงคํา ตั๋งโตะ แลวตกใจ แตพากันนิ่งเงียบ ทันใดนั้น เตงหงวน เจา เมืองเตงจิ๋ว ไดลุกขึ้นยืน
คัดคานวาเปนการผิดธรรมเนียมแผนดิน และผิดกฎมณเฑียรบาล แลวกลาวหา ตั๋งโตะ วาเปนกบฏ ตั๋งโตะได
ยินคําเตงหงวนแลวก็โกรธ เพราะคาดไมถึงวาจะมีใครหาญกลาบังอาจมาคัดคานความเห็นตน จึงตวาดออกไป
วากูปรึกษาในเรื่องที่เปนคุณตอแผนดิน มึงสิกลับคัดคานไมเห็นแก บานเมืองและราษฎร กูจะฆามึงเสีย วา
แลวก็ชักกระบีจะเดินเขาไปหาเตงหงวน
              ่

ขณะนั้น ลิยู ทีปรึกษาเจาความคิด อยูในเหตุการณเห็น ลิโป ทหารเตงหงวน ยืนเปนสงานาเกรงขามอยูขาง
                 ่                         
หลัง เตงหงวน มีรูป รางสูงใหญแข็งแรงสมเปนทหารเอก ในมือถือทวนในชุดเตรียมออกศึก เกรงวา ตั๋งโตะ จะ
เปนอันตราย และไดเห็นทาทีของเหลาขุนนางเปนที่พอใจแลว จึงลุกขึ้นจากที่เขาหาม ตั๋งโตะ ไวแลววาวันนี้มี
งานสโมสรสันนิบาต ชอบที่จะกินโตะเสพสุราใหเปนทีสุขสบายไยตองมาวิวาทบาดหมางกันดวยเลา มีเรืองราว
                                                              ่                                                ่
อันใดคอยปรึกษาวากลาวกันในที่ประชุมขุนนางในวันหนาเถิด วาแลวก็ขยิบตาใหสัญญาณเปนความนัยแกตั๋ง
โตะ ตั๋งโตะ เห็นอากัปกิริยา ลิยู ที่ปรึกษาดั่งนี้ ก็รูวามีนัยที่ผดปกติ มองไปยัง เตงหงวน อีกครั้งหนึ่งก็เห็น ลิโป
                                                                     ิ
ถือทวนเปนสงาราวกับจะออกศึก ก็เขาใจความหมายแหงสัญญาณของ ลิยู ทําทีเปนเกรงใจขุนนางขาราชการ
แลวนั่งลงกับที่ ในขณะเดียวกันนั้นเหลาขุนนางก็ไดหาม เตงหงวน ซึ่งชักกระบี่คุมเชิงอยู

เตงหงวน ไมพอใจ จึงขึ้นมาพา ลิโป กลับไป เตงหงวน ไปแลวเหตุการณจึงคอยสงบลง ตั๋งโตะ จึงวาขึ้นอีกวา
ความอันเรายกขึ้นปรึกษานี้ทานทั้งปวงมีความเห็นฉันใด     เหลาขุนนางไดยินแลวตางวางจอกสุราลงกับโตะ
แลวพากันนิ่งเงียบกันตอไปอีก

ขณะนั้น โลติด ขุนนางผูใหญ อดีตแมทัพปราบโจรโพกผาเหลือง ซึ่งกลับเขารับราชการใหมหลังจาก
                            
ชวยเหลือ โฮไทเฮา ในวันไฟไหมพระราชวัง ไดลุกขึ้นแลวทักทวงวา "ทานปรึกษาขอราชการนั้นผิดนัก พระ
เจาเลนเตผูเปนพระราชบิดาเห็นวาหองจูเปยนมีสติปญญาแลวก็เปนพระราชบุตรเอก จึงใหเสวยราชสมบัติ ตัว
                                                  
ทานเปนขุนนางหัวเมือง มิไดแจงกฎหมายในพระราชฐาน จะมาถอดหองจูเปยนซึ่งมิไดมีความผิดเสียนั้นไม
ชอบ"

ตั๋งโตะไดฟงก็โกรธนักที่การไมสมความคิดตัว     เพราะขุนนางเฒามาชักใบใหเรือเสีย     คัดคานในทามกลาง
สโมสร จึงถอดกระบี่ออกอีกครั้งหนึ่งจะฟน โลติด สวน แพเปก ขุนนางคนสนิทของพระเจาเลนเต เห็น
เหตุการณจะบานปลายจึงไดเขาหามไว แลววากับ ตั๋งโตะ วา โลติด นี้เปนขุนนางผูใหญ รับราชการมาถึงสาม
แผนดิน มีน้ําใจสัตยซื่อตอแผนดิน จึงเปนที่รกและเคารพของเหลาขุนนางแลราษฎร การทีทานจะสังหาร โล
                                               ั                                          ่
ติด เสีย จะทําใหขุนนางแลราษฎรเกลียดชังทานยิ่งนัก

อองอุนขุนนางผูใหญอีกคนหนึ่งก็ลุกเขาไปหาม ตั๋งโตะ เชนเดียวกับ แพเปก แลววาวันนี้พวกเราอยูในงาน
สโมสรหนาขาวหนาเหลาอยู มีราชการสิ่งใดเอาไวคอยปรึกษาในวันหนาเถิด ตั๋งโตะ ก็สงบลง เหลาขุนนางก็
พากันล่ําลารีบกลับบานตน

ในขณะนั้นลิโปซึ่งตามไปสงเตงหงวนกลับบานแลว ไดขี่มาถือทวนกลับ มาที่งานสโมสรเพื่อสังเกตการณ ตั๋ง
โตะเห็นลิโปอีกครั้ง หนึ่งจึงถามลิยที่ปรึกษาวานั่นเปนทหารผูใด จึงมีสงานาเกรงขามประดุจดังเสือ ลิยู เห็น
                                    ู
เหตุการณเขาก็เกรงวา ลิโป จะมาทําอันตราย ตั๋งโตะ จึงบอกให ตั๋งโตะ หลบเขาที่กําบังมิให ลิโปเ ห็น แลว
ตอบวานั่นเปน ลิโป ทหารเอกของ เตงหงวน มีกําลังกลาแข็งนัก ตั๋งโตะ จึงถอยหลบฉากเสีย




                          All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 50



วันรุงขึ้น เตงหงวน ซึ่งพกความแคนอยูเต็มอก จึงนํา ลิโปพรอมทหารมาหนาคายของ ตั๋งโตะ นอกกําแพงพระ
นครทารบกับตังโตะ ตั๋งโตะ ทราบรายงานแลวจึงคุมทหารออกจากคายจะรบดวยเตงหงวน ฝาย เตงหงวน เห็น
                 ๋
ตั๋งโตะ ยกทหารออกมาจึงขับมาพา ลิโปออกหนา ทหารแลวดาตั๋งโตะวา "ครั้งกอนไอเหลาขันทีสิบคนทําการ
หยาบชา ใหไดรับความเดือดรอนทั้งแผนดิน จนเกิดอันตรายขึ้น บานเมืองเพิ่งจะสงบ แลตัวเปนแตขุนนางหัว
เมือง ยังมิไดมีความชอบประการใด มาตั้งตัวเปนผูใหญคดบังอาจจะถอดหองจูเปยนเสีย จะใหแผนดินเกิด
                                                           ิ
จลาจลเหมือนครั้งสิบขันทีนั้นหรือ"

ตั๋งโตะ ยังไมทันตอบประการใด ลิโป ก็ขับมารายทวนฝาทหารของ ตั๋งโตะ เขามาสังหารทหารของ ตั๋งโตะ
เสียหลายคน เตงหงวน เห็นเปนทีจึงสั่งทหารรุกเขาตีกองทหารตั๋งโตะ ตั๋งโตะ เห็น ลิโป แข็งกลาเด็ดขาดนัก
กําลังขับมาฝาทหารเขามาใกลจะถึงตัวทั้งทหารขางตัวก็แตกชุลมุน จึงชักมากลับเขามาดานหลังทหาร แลว
พากันหลบหนี กองทหารของ ตั๋งโตะ จึงแตกพายไป

ตั๋งโตะ พาทหารหนี เตงหงวน ลิโป เปนระยะทางประมาณหาสิบเสน เห็น เตงหงวน ลิโป มิไดตามมาแลวจึง
ไดใหตั้งคายมันไว แลวจึงใหเชิญลิยที่ปรึกษาและทหารคนสําคัญมาปรึกษาแลววาเราทําการศึกมามากตอมาก
                ่                      ู
แลว ไมเคยเห็นทหารคนใดองอาจสงาเขมแข็ง มีความกลาหาญเหมือน ลิโป เลย หากไดตัว ลิโป มาทําการ
ดวยแลว จะไมมีใครในแผนดินนี้ตานรับเราไดอีก ทําอยางไรจึงจะไดตัว ลิโปมา นายทหารหลายคนเห็นวาเปน
การยาก เพราะ ลิโป เปนบุตรบุญธรรมของ เตงหงวน และ เตงหงวน ก็รักใครบํารุงถึงขนาด แตลซก นาย          ิ
ทหารอีกคนหนึงกลาววา ลิโป นั้นองอาจกลาหาญเปนสงา ก็จริง แตเปนคนหยาบชา ละโมบในทรัพยสิน ไม
                  ่
รูจักบุญคุณคน ที่กลาวทั้งนี้เพราะรูจัก ลิโป เปนอยางดี เนื่องจากคบหากันมาตั้งแตเด็ก หาก ตั๋งโตะ อยากได
                                     
ตัว ลิโป จริงแลว ยอมใหราคาถึงขนาด คนแบบ ลิโป ก็พรอมที่จะขายตัวและจะขออาสาไปเกลี้ยกลอมซื้อตัว
ลิโปเอง

ตั๋งโตะ ดีใจเปนอันมาก ถามวาจะซื้อ ลิโป ดวยราคาอยางไรลิซก จึงตอบวาขอใหทานจัดทองคํา อัญมณีมีคา
ใหถึงขนาดพรอมดวยมา เซ็กเทา ของทาน ก็จะไดตัว ลิโป มาสมดังประสงค ตั๋งโตะหันไปถามลิยูที่ปรึกษาวา
แผนการของลิซกจะสําเร็จไดหรือไม ลิยู จึงวาทานจะทําการใหญเสียดายอะไรกับขาวของเงินทองและมาตัว
หนึ่ง การสมประสงคแลวทั้งเงินทองและมานี้ก็จะไดกลับคืนมา การอันปรารถนาก็จะสําเร็จดังประสงค ใหเรง
จัดการตามคําของลิซกเถิด ลิซก รับขาวของเงินทองและมาเซ็กเทาจาก ตังโตะ แลวค่ําลงก็ออกไปยังคาย เต
                                                                       ๋
งหงวน ทหารลาดตระเวนเห็นคนมาผิดสังเกตก็เขากุมเอาตัว ลิซก กับมาไว ลิซก วากลาวกับทหาร
ลาดตระเวนนั้นวาเราเปนเพื่อนกับ ลิโป นายทาน มีราชการสําคัญจึงมาเยี่ยมคารวะ ขอใหพาเราไปพบ ลิโป คง
จะไดความชอบ ลิโป ทราบวา ลิซก มาหาก็มีใจยินดี รับเขาไปสนทนาภายในคาย ทักทายตามประสาเพื่อน
เกาแลว

ลิซก จึงวาทานภักดีตอแผนดินและเขมแข็งหาญกลาหาใครเปรียบมิได จักเปนใหญในวันขางหนา เพื่อ
สนับสนุนใหทาน กาวหนาในทางราชการ จึงขอนํามาเซ็กเทาซึ่งเปน มาชันดีวิ่งไดเร็วดุจพายุ วิ่งไดไกลถึงวัน
                                                                       ้
ละหมื่นเสน สามารถวิ่งบนภูเขาไดเสมอทีราบ มากํานัลไวแกทาน แลวจึงชวนลิโปออกไปดูมาเซ็กเทาที่นอก
                                        ่
คายพักลิโปเห็นมาเซ็กเทาพิเคราะหดแลว "เห็นขนนั้นแดงดังถานเพลิง ทั่วทั้งตัวมิไดมสีใดแกม สูงสี่ศอกเศษ
                                    ู                                                ี
ไดลักษณะเปนมาศึก เขมแข็งกลาหาญ" จึงมีความยินดีนักแลววาเราเปนทหารไมมสิ่งใดมีคา ตอตัวเราเทากับ
                                                                                 ี
มาเซ็กเทานี้

ทานนําของกํานัลล้ําคานี้มอบแกเรา มีสิ่งใดที่เราจะตอบแทนไดพอกันเลา        ลิซก จึงวาไมปรารถนาสิ่งใด
นอกจากหวังใหเพื่อนเปนใหญใน ทางราชการ วาแลวขอเยี่ยมคารวะบิดาของ ลิโป ลิโป ฟง ลิซก เห็น
ประหลาดนัก จึงขับทหารออกไปใหหางเสียงยิน แลววาทานกับเราคบหากันมาแตนอย รูดวาบิดาเราหาชีวตไม
                                                                                       ี              ิ
แลว เหตุใดจึงกลาวเชนนี้ ลิซก จึงวาก็ เตงหงวน บิดาบุญธรรมนั่นเปนไร มิใชบิดาหรือ ลิโป จึงวา เตงหงวน
เปนขุนนางผูนอย เราอยูดวยความจําใจ ไมเห็นทางกาวหนาใดๆ ในทางราชการ ลิซก ไดทีจึงวาเปนชายชาติ
                           
อาชาไนย หวังอาสาการใหญของแผนดิน จะจําใจอยูไปทําไมกัน "ธรรมดานกยอมอาศัยปาที่มผลไมมากจึง  ี
เปนสุข ประเพณีขุนนางทําราชการ ถาพระมหากษัตริยทรง ทศพิธราชธรรมแลวก็มีความสุข ซึ่งทานวาจําใจอยู
ดวยเตงหงวนนันจะเอาประโยชนอันใด ภายหนาไปเห็นจะมีอันตราย จงผอนผันหาที่อยูใหเปนสุขดีกวา" ลิโป
                  ้                                                                  
ฟง ลิซก แลวก็เขาใจความหมาย ถามวาทานอยูเมืองหลวงพอที่จะชวยเหลือแนะนําผูที่เปนใหญมีอาญาสิทธิ์
ใหเราอยูดวยไดบางหรือไม การเขาทางแลว ลิซก จึงวาแผนดินบัดนี้หามีผูใดมีอํานาจอาญาสิทธิ์เหมือน ตั๋ง
          
โตะ ไม ตั๋งโตะ นั้นน้ําใจโอบออมอารีรักทหาร เราเปนขุนนางผูนอยฝมือไมเสมอทานยังไดรับเมตตาอารีจาก
ตั๋งโตะ เพียงนี้ หากทานไปอยูดวยแลวจะไดรบความเมตตาอารีสักเพียงไหน
                                             ั




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                   หนาที่ 51



วาแลวลิซกจึงไดนําทองคําและอัญมณีออกมากองไวเบื้องหนาแลววา ตั๋งโตะนิยมในตัวทาน วานเราใหเอามา
เซ็กเทาและของ เหลานี้มามอบเปนกํานัลเครืองระลึกถึงฝากไมตรีไวกับทาน วันใดที่ทานไปอยูดวยตั๋งโตะแลว
                                         ่                                     
อํานาจวาสนาและทรัพยสมบัตจะมีแก ทานประมาณมิได
                            ิ

ลิโป ฟงคํา ลิซก และเห็นทองคํากับอัญมณีแลว จิตก็ลแกความโลภลนทะลักออกมาละล่ําละลักวา ตังโตะ มี
                                                     ุ                                           ๋
ใจรักเมตตาเราถึงเพียงนี้ เราจะเอาสิ่งใดตอบแทนไดเลา ลิซก จึงวาในโลกนี้จะมีสิ่งใดเปนของขวัญล้ําคาแก
ตั๋งโตะ เสมอดวยศีรษะ เตงหงวน เปนไมมีแลว เกรงแตทานจะไมกลาตัดสินใจ ลิโป ยิ่งฟงยิ่งเห็นประโยชน
ใหญแกตัวมากกวาประโยชนทจะไดจากขาง เตงหงวน ความละโมบโลภมากถึงขีดสุดก็ตดสินใจขาย ตัวใหกับ
                             ี่                                                    ั
ตั๋งโตะ บอก ลิซก วาทานกลับไปกอนเถิด พรุงนี้เราจะเอาศีรษะ เตงหงวน เปนของกํานัลไปคารวะขออยูทํา
การดวย ตั๋งโตะ

ลิซก ไปแลว ลิโป จึงถือกระบี่เดินเขาไปหา เตงหงวน ถึงทีพัก สังหารเตงหงวนบิดาบุญธรรมผูมีคุณแกตนเสีย
                                                         ่
ตัดศีรษะ เตงหงวน ชูขึ้นแลวประกาศกับทหารวา เตงหงวนคิดรายตอแผนดิน ไมยํา เกรงกฎหมายบานเมือง
เราฆาเสียแลว ใครจะอยูดวยเราก็ใหตามเรามา ใครจะไมอยูดวยเราก็ใหรบกลับไปบานเดิม ทหาร เตงหงวน
                                                                      ี
กวาครึ่งไมเต็มใจอยูดวย ลิโป อสรพิษรายที่สังหารบิดาบุญธรรมอันหาผิดมิได จึงพากันกลับบานเดิม คงมี
                       
ทหารอีกบางสวนเทานั้นที่มีความโลภในลาภเหมือนกับ ลิโป ตัดสินใจติดตาม ลิโปไป

รุงเชาขึ้น ลิโป ขับมาเซ็กเทาพาทหารที่ตดตามตัวมา นําศีรษะของเตงหงวนเขาไปมอบแก ตั๋งโตะ กราบ
                                              ิ
คารวะ แลวสาบานอยูดวย ตั๋งโตะ ตั๋งโตะ มีความยินดียิ่งนัก ที่เสี้ยนหนามสําคัญถูกกําจัดทั้งยังได ลิโป มาทํา
การดวย จึงวา "ตัวเรานี้เหมือนทํานาตกกลาแลวฝนแลง กลานั้นใบแดงไป ซึ่งทานมาหาเราบัดนี้เหมือนฝนตก
ลงหาใหญ น้ําทวมเลี้ยงตนกลาชุมชื้นขึ้น ใบนั้นเขียวสดขึน" วาแลว ตั๋งโตะ ก็ทรุดเขาลงคํานับ ลิโป ลิโป เห็น
                                                           ้
ดังนั้นก็ตก ใจรีบทรุดตัวลงประคอง ตั๋งโตะใหนั่งบนเกาอี้ แลวกราบคํานับ ตั๋งโตะ แลววาน้ําใจทานรักทหาร
และมีเมตตาแกขาพเจาเปนอันมาก ขาพเจา จึงขอกราบทานเปนบิดาบุญธรรมอยูดวยทานจนกวาจะสิ้นชีวต           ิ

ตั๋งโตะเอาใจหลอกใชลิโปไดสําเร็จ จึงยินดียิ่งนัก    สั่งทหารใหเอาเสื้ออยางดีพรอมเกราะทองคําเปนกํานัล
รับขวัญลิโปเปนบุตรบุญธรรม ทั้งตั๋งโตะ ลิยู และลิซก ตางมีความยินดีชื่นชมยิ่งนัก ตั๋งโตะ ไดรับเอางูเหา
อสรพิษรายที่ไมรูจักบุญคุณคน สังหารไดแมกระทั่งบิดาบุญธรรมซึ่งมีคุณแกตนไวเปนบุตรบุญธรรม และให
เปนทหารองครักษอยูขางกาย โดยทีทั้ง ตั๋งโตะแล ลิยู เหลิงในใจเสียจนลืมไปวาอันงูเหา อสรพิษรายที่เพิ่ง
                                      ่
สังหารบิดาบุญธรรมตัวมาหยกๆ เมื่อมาอยูขางตัว ตั๋งโตะ บิดาบุญธรรมคนใหมแลว การขางหนาจักเปนฉันใด
นี่แหละที่โบราณวา "สี่เทายังรูพลาด นักปราชญ ยังรูพลั้ง"

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

เถลิงศกเจี้ยนอัน (ตอนที่ 23)

ตั๋งโตะ เมื่อไดตัว ลิโป งูเหารายทีสังหารบิดาบุญธรรมผูมคณแกตน มาเปนทหารเอกก็มีความกําเริบและยาม
                                       ่                    ี ุ
ใจกวาที่เคยเปนมาแตกอน ขุนนางขาราชการในเมืองหลวงตางอยูในอํานาจของ ตั๋งโตะสิน จะทําการสิ่งใดก็
                                                                                        ้
ทําเอาตามอําเภอใจหามีใครกลาขัดขวางไม ตั๋งโตะ จึงแตงตั้งให ตั๋งบุน ผูนองเปนองครักษฝายซาย ตั้งให ลิ
                                                                          
โป บุตรบุญธรรมซึ่งเพิ่งซื้อมาเปนองครักษฝายขวา แลวใหยกกําลังทหารที่ตั้งอยู นอกกําแพงพระนครเขามา
                                               
ในพระนคร โอนสังกัดเปนทหารประจํากองกําลังรักษาพระนครอยางเปนทางการ รับเงินเดือนเบี้ยเลี้ยงจากพระ
คลังหลวง

ลิยู กุนซือเจาความคิดของตั๋งโตะเห็นวาการวางฐานกําลังอํานาจในเมืองหลวงกาวหนาสําเร็จผลจนสามารถกุม
อํานาจทั้งสิ้นไวไดแลว จึงเสนอให ตั๋งโตะเรงดําเนินการตามแผนการเดิม ตั๋งโตะเห็นชอบดวย รุงขึ้นตั๋งโตะจึง
มีคําสั่งใหแตงโตะจัดเลี้ยงขุนนางขาราชการชันผูใหญทในทองพระโรง
                                                ้        ี่                  อันเปนที่ซึ่งฮองเตเสด็จออกวา
ราชการแผนดิน เมื่อขุนนางมาพรอมกันเพราะความเกรงและความกลัวแลว ตั๋งโตะ จึงสั่งให ลิโป คุมทหารจาก
กองกําลังรักษาพระนครจํานวนพันเศษไปลอมพระทีนั่งอันเปนทองพระโรงไวทุกดาน ตัวตังโตะถือกระบี่เขาไป
                                                       ่                                  ๋
ในทองพระโรงแลวประกาศตอหนาขุนนางขาราชการทั้งปวงวานับแต หองจูเปยน ขึ้นครองราชย บานเมืองเกิด
จลาจลวุนวาย ราษฎรทุกขยากเพราะ หองจูเปยน ไรสติปญญา ไมองอาจเขมแข็ง ไมใสใจการบริหารราชการ
แผนดิน ทําใหเสื่อมพระบรมเดชานุภาพของจักรพรรดิ ไมเปนที่ยําเกรงของชาติอื่น บานเมืองหมดสงาราศี ขุน
นางขาราชการ พลอยอับอายขายหนา เราจะถอดเสียจากราชบัลลังกแลวยก หองจูเหียบ พระ
ราชโอรสพระองคเล็ก ซึ่งมีสติปญญากลาหาญ มีน้ําใจเมตตากรุณาตอขุนนางและขาราชการขึ้นครองราชย
                                   
เพื่อใหบานเมืองเจริญรุงเรืองเปนสุขสมเจตจํานงแหงสรวงสวรรค ใครไมเห็นดวยกับเรา จะถือวาขัดโองการ


                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                   หนาที่ 52



แหงสวรรค เราจําเปนจะตองฆาเสีย ประกาศดังนี้แลวตั๋งโตะจึงขอความเห็นจากที่ประชุมเหลาขุนนางวาจะมี
ความเห็นเปนประการใด นับเปนการปรึกษาหารือที่ประหลาดทีสด ที่มแตคนแบบตั๋งโตะเทานั้นที่จะทําได
                                                                 ่ ุ       ี
บรรดาขุนนางขาราชการไดฟงคําประกาศแสดงเหตุและผลดั่งนี้ ประกอบเขากับขอปรึกษาพิสดารที่มีทางเลือก
อยูสองทางคือเห็นดวยกับขอเสนอ ที่ผดคลองธรรมและกฎมณเฑียรบาลในการสืบสันตติวงศอยางหนึ่ง กับไม
                                         ิ
เห็นดวยซึ่งมีผลตามคํา ตั๋งโตะ วา "ถาผูใดมิลงใจพรอมดวย เราจะฆาเสีย"

อีกอยางหนึ่ง ตางคนตางชําเลืองดูกัน เห็นมีแตคนกมหนานิ่งอยู หันไปทางดานหลังทองพระโรงก็เห็น ลิโป
ในชุดพรอมออกศึก ถือทวนยืนถมึงทึงพรอมจะฆาคนอยู ตางคนจึงตางนิ่งเงียบ ในขณะนั้น อวนเสี้ยว พรรค
พวกเกาของ โฮจิ๋น ไดลุกขึ้นจากที่นั่งแลวคัดคานขึ้นดวยความไมพอใจวาฮองเตเปนโอรสสวรรค สวรรคทรง
ธรรม เล็งการณโดยกวาง โดยลึกแลว หองจูเปยน พระราชบุตรเอกจึงไดเสวยราชยตามพระราชประเพณี
ฮองเตมิไดทําผิด สิ่งใด ตัวเปนแตเพียงเจาเมืองหัวเมืองบานนอก จะมาคิดถอดฮองเต เสียเปนการไมชอบ
ทั้งตัวหามีสิทธิใดไม "ตัวจะคิดอานเปนกบฏ หรือ"

ตั๋งโตะไดฟงดังนั้นก็โกรธจึงวา "ราชสมบัตทุกวันนี้อยูในเงื้อมมือเรา เราเห็นไมชอบจึงจะทําใหชอบ ถาตัวมิฟง
                                           ิ
จะขืนขัดอยูฉะนี้ ตัวจงแลดูกระบี่ที่เราถืออยูนวาจะคมหรือไม" วาแลวมือก็ขยับจับกระบี่ขางตัวสิ่งที่ ตั๋งโตะ ทํา
                                             ี้                                         
นั้นคือการรัฐประหารยึดอํานาจราชสํานัก ตังตนเปนรัฏฐาธิปตยแตผูเดียวแลว
                                                 ้                                      เปนแตยังเห็นวาการลม
ราชวงศฮั่น เสียในขณะนี้จะเกิดความยุงยากกวาที่จะคงสภาพไวอยางเกา แลวใชกําลังอํานาจตนบงการแทน
และในนามฮองเต จะดูเปนการชอบธรรมกวา สถานการณมาถึงขั้นนี้อวนเสียวยังดูไมออก จึงไดคัดคานดวย
                                                                               ้
โทสะ ครันไดยน ตั๋งโตะ วากลาวดังนั้นแลว อวนเสี้ยว ก็ยิ่งโกรธแลวตอบวา "กระบี่เราถือมาก็มีอยู ถาตัวมิฟง
          ้      ิ
จะขืนตั้งหองจูเหียบขึ้นใหผดอยางธรรมเนียม ตัวจงดูกระบี่ซึ่งเราถืออยูนี้จะคมหรือไมคมเลา" แลวกระชับกระบี่
                              ิ
ขางกายไวมั่น

ตั๋งโตะ ฟง อวนเสี้ยว แลวก็ยงโกรธ ปรี่เขาไปหาแลวชักกระบี่จะฟน อวนเสี้ยวสวน อวนเสี้ยว ก็ชักกระบีจะสู
                                  ิ่                                                                    ่
ดวย ตั๋งโตะ เหลาขุนนางก็ลกฮือกันขึ้น ลิยู กุนซือเจาความคิดถือหางเสือกระบวนการทีกําลังดําเนินไปตาม
                                ุ                                                       ่
แผนการใหญอยู เห็นการที่ตองการยังไมไปถึงทีหมาย กลับจะไดมาซึ่งการทะเลาะวิวาท เพราะ ตั๋งโตะ หัว
                                               ่
ขบวนกลับเบนหัว ออกจากทิศทางหลัก ชักเอาวิวาทเขาไวแทนความสําเร็จของการใหญ ดีรายเหตุการณอาจ
บานปลายทําใหเปาหมายหางไกลออกไปอีก จึงปรี่เขาไปหาม ตั๋งโตะไว แลวกระซิบแตพอให ตั๋งโตะ ไดยิน
วา "เราจะคิดการใหญอยู ครั้นจะฆาฟนกันขึ้น การซึ่งคิดไวนนจะเสียการไป"
                                                            ั้

ตั๋งโตะฟงคํากระซิบของ ลิยู แลวไดคิด ระลึกไดถึงภารกิจใหญทตนตั้งประสงคไวแตเดิม ก็ปลงใจเชื่อ แสรง
                                                               ี่
ตวาดใส อวนเสี้ยว วาคราวนีเราจะเวนโทษตัวสักครั้งหนึ่ง เพื่อเห็นแกความศักดิสทธิ์และความสงบแหงทอง
                             ้                                                ์ ิ
พระโรง อันเปนที่วาราชการของฮองเต ในขณะนั้นเหลาขุนนางก็ไดเขาหาม อวนเสี้ยว ไวอกทางหนึ่ง
                                                                                      ี

อวนเสี้ยว แมไมพอใจยิ่งนัก แตพอโทสะทุเลาลงก็ไดคดวาสถานการณขาง ตัวตกอยูในอันตราย ขืนอยูในที่
                                                   ิ
ประชุมตอไปชะตาตัวอาจถึงฆาต คํานึงดังนีแลวจึงลาขุนนางทั้งปวงถือกระบี่เดินออกมาจากทองพระโรงกลับ
                                           ้
ที่พัก จัดเก็บขาวของสัมภาระแลว ใชหนึ่งในสามสิบหกสุดยอดกลยุทธคือ "ถารบไมชนะก็ใหหนีเอาตัวรอดไว
กอน" พาทหารและพรรคพวกเดินทางออกจากเมืองหลวงอยางรีบดวน ยกไปตั้งหลักที่ เมืองกิจิ๋ว ซึ่งเปนเมือง
ในอิทธิพลของตระกูล "อวน"

ครั้น อวนเสี้ยว ออกจากทองพระโรงไปแลว เหตุการณในทองพระโรงจึงคอยสงบลง ตังโตะ จึงวาแก ราชครู
                                                                                    ๋
อวนหงุย ผูเปนอาของ อวนเสี้ยวและเปนขุนนางผูใหญอันเปนที่นับถือของเหลาขุนนางขาราชการวา หลาน
ทานขัดขวางการใหญไมเกรงใจเรา แตเราเห็นแกหนาทาน หาไมแลวเราจะฆาเสีย ซึ่งเราคิดการทั้งนีทานมี
                                                                                                   ้
ความเห็นประการใด ขุนนางทังปวงตางตั้งใจฟงคําตอบของ อวนหงุย ซึ่งถือวาเปนขุนนางผูใหญ พูดจาสิ่งใด
                                ้
พวกตนจะไดถอเปนเหตุคลอยตามโดยไมตองเกรงกลัวใครจะตําหนิ เพราะ อวนหงุย นั้นมีฐานะเปนถึงราชครู
                ื                          
อวนหงุย          ราชครูเปนขุนนางขี้ขลาดตาขาวเห็นแกเอาตัวรอดจึงตอบวาการทีตั๋งโตะคิดนันเปนไปตามความ
                                                                            ่            ้
ประสงคแหงสวรรค พวกเราเปนมนุษยยอมตองคลอยตามสวรรคจึงจะชอบเมือ อวนหงุย วาเสียดั่งนี้แลว ขุน
                                                                         ่
นางในที่นั้นจึงเห็นชอบตามไปดวย ตั๋งโตะ ดีใจนักเชิญขุนนางขาราชการกินโตะตอไป เสร็จแลวจึงแยกยายกัน
กลับ

ในขณะที่ ตั๋งโตะ กําลังจะออกจากทองพระโรงนั้น ทหารเขามารายงานวา อวนเสี้ยว ยกทหารออกนอกเมือง
ไปแลว ตั๋งโตะจึงใหเรียกขุนนางเกาสองคนคือเจียวป และเหงาเคง มาสอบถามความเห็นวาอวนเสียวยกไป้
ครั้งนี้จะคิดอานประการใด     ซึ่งคงเปนการถามความเห็นเพราะเชื่อวาความเปนขุนนางเกายอมรูจักสภาพอวน
เสี้ยวดีอยางหนึง และเปนการทดสอบความคิดวาเต็มใจรวมทําการดวยตัวหรือไม เจียวป เสนอความเห็นวา
                 ่



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 53



อวนเสี้ยวเปนพวกเกาของ โฮจิ๋น เปนแกนนําสําคัญในการสถาปนาหองจูเปยนเปนกษัตริย เมื่อทานจะถอด
หองจูเปยน ออกเสียเชนนี้ ยอมกระทบตอผลประโยชนใหญของ อวนเสี้ยว การยกทหารออกนอกเมืองของ
อวนเสี้ยว ครั้งนี้ยอมคิดอานตอตานทานเปนแน เจียวปใหความเห็นตอไปดวยวาตระกูล "อวน" นั้นเปนขุน นาง
สืบตอกัน มาถึงสี่ชั่วอายุคน มีผูคนใกลไกลมาก ราษฎรก็นับถืออวนเสี้ยวเปนอันมาก หากจะปราบปรามโดย
เฉียบขาดก็จะสูญเสียมาก ทั้งแผนดินก็ยังไมปกติดีนักสมควรประนีประนอมเอาใจอวนเสี้ยวไวกอน "ขอใหทาน
มีหนังสือรับสั่งใหไป ตั้งอวนเสี้ยวเปนเจาเมืองตําบลหนึ่ง เห็นอวนเสี้ยวจะเปนปกติไปตอทาน"

ตั๋งโตะ หันมาถาม เหงาเคง วาจะมีความเห็นอยางไร เหงาเคง เสนอวาการที่ อวนเสี้ยว ยกไปครั้งนี้ยอมจะคิด
อานตอตานทานเปนมั่นคง แต อวนเสี้ยว ไรสติปญญาจะคิดการไมตลอด ถึงกระนั้นสถานการณในขณะนี้ยงไม   ั
สมควรกอสงคราม ควรเลือกเอาหนทางประนีประนอม จะเปนประโยชนกวา การตั้ง อวนเสี้ยว เปนเจาเมืองจะ
เปนการสรางภาพลักษณใหราษฎรเห็นวาทานไมผูกเวรกับผูอื่น คิดถึงแตความสงบสุขของบานเมืองแลราษฎร
                                                          
ลิยูอยูในที่นั้นเห็นชอบกับความเห็นของสองขุนนาง เมื่อเห็นพรอมกันดังนี้แลว ตั๋งโตะจึงเห็นชอบดวย แลว
แตงเปนหนังสือรับสั่งตั้งใหอวนเสี้ยวเปนเจาเมืองปุดไฮ แลวใหทหารถือหนังสือรับสั่งที่ทาขึ้นนั้นไปมอบแก
                                                                                          ํ
อวนเสี้ยว

อวนเสี้ยว เมื่อไดรับหนังสือแตงตั้งเปนเจาเมืองแลวก็มีความพอใจ ความคิดที่จะตอตาน ตั๋งโตะ ก็เพลาลงจาก
ใจดังนี้ ความแคนในใจของ อวนเสี้ยว นั้นจึงมีราคาเทากับ เมืองปุดไฮ แลวมอดลงดวยประการนี้

แตนั้นมาขุนนางขาราชการก็อยูในบังคับบัญชาการของ ตั๋งโตะ สิ้น บางคนที่ไมเห็นดวยและไมพอใจก็พากัน
นิ่งเงียบ เพราะเกรงกลัวในอาญาสิทธิ์ของ ตังโตะ คนเหลานี้มีอยูจึงเหมือนกับไมมี เมื่อการทั้งปวงพรอมแลว
                                              ๋
เชนนี้ ตั๋งโตะ จึงเชิญให หองจูเปยน เสด็จออก ณ พระทีนั่ง แกเต็กเตี้ยน เชิญขุนนางขาราชการเขาเฝาแลว
                                                            ่
ประกาศถอดถอน หองจูเปยน พนจากตําแหนงฮองเต แลวเชิญลงจากพระราชบัลลังก ถอดเอาตราประจําราช
สมบัติออกจากพระศอ ใหนั่งคุกเขาลงหนาราชบัลลังก ผินพระพักตรไปทางทิศเหนืออันเปนทิศที่ตั้งศาลเทพ
บิดรแหง พระราชวงศฮั่น จากนั้นถอดพระยศ โฮไทเฮา แลวใหคุกเขาอยูดวยกัน ทั้ง โฮไทเฮา และหองจู
เปยน "ก็รองไหรักกันอยู ขุนนางทั้งปวงเห็นก็กลั้นน้ําตามิได"

ภาพอันกระเทือนใจนั้นทําให เตงกวน ขุนนางระงับอารมณไวไมอยู ลุกขึ้นมา ตะโกนดา ตั๋งโตะ วาเปนศัตรูราช
สมบัติ แลวเอาปายงาชางประจําตําแหนงจะเขาไปตีตั๋งโตะ ตั๋งโตะจึงใหทหารจับเอาตัว เตงกวน ไปประหาร
เสีย จากนั้นจึงใหเชิญหองจูเหียบ พระราชบุตรองคเล็กเกิดแตพระสนมเอกใน พระเจาเลนเต แตงฉลอง
พระองคในชุดพระมหากษัตริย ขึ้นประทับนังบนพระราชบัลลังก ใหอาลักษณอานประกาศ ในนามขุนนางและ
                                         ่
พสกนิกรทัวประเทศ สถาปนา หองจูเหียบ ขึ้นเปนฮองเตสืบราชสันตติวงศพระราชวงศฮั่นตอไป ทรงพระนาม
           ่
วา "พระเจาเหียนเต" เหลาขุนนางขาราชการถวายพระพร ถวายความ เคารพ เปนอันเสร็จพิธี
               ้

เมื่อพระเจาเหี้ยนเตเสวยราชย จึงไดเปลี่ยนศักราชใหมตามธรรมเนียม เปนศักราชเจียนอัน หรือเจี้ยนอันศก
                                                                                ้
ซึ่งแปลวายุคแหง สันติภาพ เปนการเถลิงศักราชเจียนอันในขณะที่พระเจาเหี้ยนเตมีพระชนมายุเพียง 9
                                                     ้
พรรษา สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาเถลิงศกเจียนอันในปพุทธศักราช 733 แตฉบับภาษาจีนวาเปน
                                                        ้
ปพุทธศักราช 721

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ทรราชลําพอง (ตอนที่ 24)

ยุคสมัยของพระเจาฮั่นโกโจ ปฐมกษัตริยแหงราชวงศฮั่น ทรงเรืองพระบรมเดชานุภาพแผพระบารมีไพศาล
                                             
บานเมืองสงบศานติ ราษฎรรมเย็นเปนสุข ตอมาเมื่อแผนดินผานการสืบสันตติวงศนานรัชกาลเขา กาฝากราช
บัลลังกก็เจริญงอกงามขึ้นโดยลําดับอํานาจบัลลังกมังกรคอยถายเทเหหันจากฮองเตสูมอพระบรม วงศานุวงศ
                                                                                  ื
ลวงมาถึงแผนดิน เลนเต อํานาจนั้นไดตกอยูในมือของสิบขันที ครั้นสิ้นแผนดิน เลนเต อํานาจก็เคลื่อนไหล
จากมือสิบขันที สูขุนศึกคือ โฮจิ๋น เปนครั้งแรก

โฮจิ๋น ครองอํานาจเพียงระยะเวลาสามเดือนเศษ ก็มีอันตองเดินทางไปปรโลก ทําใหเกิดสุญญากาศทาง
อํานาจถึงเดือนเศษ อํานาจ นั้นก็ถายเทไปถึงมือของ ตั๋งโตะ จอมทรราช ซึงเปนขุนศึกเชนเดียว กัน วันเถลิง
                                                                      ่
ศกเจี้ยนอัน หรือศักราชแหงสันติภาพนั้น โดยรูป การภายนอก หองจูเหียบพระราชบุตรแตพระสนมเอก ไดรับ
การสถาปนาเปนฮองเต ครองอํานาจเหนือบัลลังกมังกร แตวันเดียวกัน รูปการณภายในกลายเปนวา ตั๋งโตะได
ปราบดาภิเษกตนเองเปนทรราช ดุจปศาจรายยืนถมึงเหนือบัลลังกมังกรนัน ้



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 54




การเถลิงศักราชแหงสันติภาพ        ดูเพียงผิวเผินแลวราวกับบานเมืองแลราษฎรมีสุขสันติเสียเต็มประดา เฉก
เดียวกับสิ่งที่เรียกวาธรรมรัฐ หรือธรรมาภิบาล แตภายในถอยคําอันดูหรูเริดกลับซอนไวดวยความเลวรายยิ่ง
กวายุคใดสมัยใด หาใชสันติภาวะทีมีทศพิธราชธรรม หรือพรหมวิหารธรรม แตเปนสันติภาวะทีความชั่วชาเลว
                                    ่                                                       ่
ทรามมีอํานาจเหนือธรรมโดยสิ้นเชิง ดังนั้น สภาพจํายอมภายใตการกดขี่ขมเหงและย่ายีราชสํานัก ขุนนาง
                                                                                     ํ
ขาราชการและอาณาประชาราษฎรจึงทําใหดูเสมือนหนึ่งวาภาวะแหงสันติภาพเกิดขึ้นและดํารงอยู

ภาวะสันติเชนนีหาใชสันติภาพไม แตเปนรุงอรุณแหงสงครามที่จะทําลายลางระบบทรราชยใหสญสิ้นไป ตั๋ง
                 ้                                                                              ู
โตะครองอํานาจรัฐโดยลักษณาการทีวานี้ ่          และแลวไดใชอํานาจบังคับใหฮองเตแตงตั้งตนเองเปนผูสาเร็จ
                                                                                                         ํ
ราชการแผนดิน และอัครมหาเสนาบดี เขานอกออกในพระราชวังถึงเขตพระราชฐานชั้นในตามใจชอบ ทุกครั้ง
ที่เขาวังก็ถือกระบี่อวดศักดา ไมยําเกรงฮองเต หรือขุนนางขาราชการคนใด

พรรคพวกของ ตั๋งโตะ ทั้งทีติดตามมาจาก เมืองซีหลง และที่เขาสวามิภกดิ์ใหมเห็นนายตัวประพฤติตนหยาบ
                           ่                                     ั
ชาตามอําเภอใจก็ประพฤติตาม สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาไววา "ทํา การหยาบชา ขมเหง
ชาวเมืองไดความเดือดรอนนัก" ยามนี้ โจโฉไดผันตัวเองเปลี่ยนสีแปรธาตุจากผูใกลชดของโฮจิ๋น มาเขา
                                                                               ิ
สวามิภักดิ์ดวย ตั๋งโตะ อาศัยประสบการณและเรียนรูวชาประจบสอพลอ จากขุนนางขาราชการในเมืองหลวง
                                                  ิ
จนช่ําชองขึ้น โดยลําดับ

ในทีสุด โจโฉ ก็สามารถผูกใจ ตั๋งโตะ กลายเปนคนสนิทของตั๋งโตะ เขานอกออกในจวนของผูสําเร็จราชการ
    ่
แผนดิน และอัครมหาเสนาบดี ตั๋งโตะ เฝาเชาเฝาเย็นไมวางเวนหรือหางหายเหมือนกับที่เคยเปนในสมัย โฮจิ๋น
และกาวหนาไปถึงขนาดที่สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาไววา "แลโจโฉนั้นก็ไปฝากตัวอยูใหตงโตะ  ั๋
ใชสอย" ในขณะที่ ซุนเกี๋ยน และ เลาป ยังคงเปนขุนนางบานนอกอยูเหมือนเดิม เปนแต ซุนเกี๋ยน นันไดรับ
                                                                                                  ้
การเลื่อนตําแหนงเปนเจา เมืองเตียงสา ซึงเปนหัวเมืองเอก แตยังคงถือวาเปนเจาเมืองบานนอกอยูนั่นเอง
                                             ่
ดาน หองจูเปยน ซึ่งถูกถอดจากฮองเตลงมาเปนอองหรือเจา พระยา และ โฮไทเฮา ซึ่งถูกถอดจากตําแหนง
ไทเฮาลงเปนคนสามัญนั้น ตั๋งโตะ สั่งใหผูคมนําไปจําขังไวที่ พระตําหนักยงอันเตี้ยน ในพระราชวัง พรอมกับ
                                           ุ
พระสนมคนโปรดของ หองจูเปยน เอาโซลามประตูตาหนัก ลั่นกุญแจหามคนเขาออก และหามติดตอภาย
                                                     ํ
นอกโดยเด็ดขาด

ขุนนางขาราชการแลราษฎรทราบขาวแลวใหมใจสงสารทั้งสองพระองคเปนอันมาก แตไมสามารถชวยเหลือ
                                             ี
เอื้อเฟอประการใดได อันพระตําหนักยงอันเตี้ยนนี้ แปลโดยความหมายไดวาพระตําหนักสันตินิรนดร อันมี
                                                                                         ั
ความหมายเดียวกับแหลงหลุมฝงศพสุขาวดีนนเอง จึงเปนที่รและเขาใจกันโดยทั่วไปวาใครไดรับความกรุณา
                                          ั่              ู
ใหไปอยูที่พระตําหนักสันตินรนดรแลว ยอมจะมีสภาพที่สันติไปตลอดกาล ไมมีโอกาสไดเขาสูสังคม
                          ิ ั                                                       
มนุษยอีกตอไป

ลิยู กุนซือเจาปญญาเห็นเหตุการณไปในทางที่จะเกิดความไมสงบ เพราะขาวคราวความโกรธแคนชิงชังของ
ขุนนางราษฎรกระทบหูอยูเสมอ จึงวางแผนสรางภาพลักษณใหกับรัฐบาลของ ตั๋งโตะ วาเปนรัฐบาลที่เปน
ธรรมรัฐ หรือธรรมาภิบาล โดยใหเรียกหาคนดีมีฝมือในแผนดินมารับราชการ โดยเฉพาะบัณฑิตหรือนักวิชาการ
คนใดที่มภาพลักษณเปนที่เลื่อมใสของผูคน ก็พยายามซือหามารับราชการ ใหยศใหตําแหนงบัณฑิตและ
         ี                                             ้
นักวิชาการจํานวนมากจึงไดเปลี่ยนสีแปรธาตุยอมขายตัวใหกับลาภยศ กลายเปนสุนัขรับใชของตั๋งโตะไปใน
ที่สด คอยปาวรองสรรเสริญคุณงามความดีของตั๋งโตะ ไมกพลิกดําเปนขาว พลิกขาวเปนดํา ทําใหสิ่งทีตั๋งโตะ
    ุ                                                ็                                         ่
ทํา ไมวาจะเปนเรื่องชั่วชาเลว ทรามประการใด ใหกลายเปนความชอบธรรม ทําใหความเห็นทีตรงกันขาม
                                                                                         ่
กลายเปนสิ่งไมชอบธรรม

หนึ่งในจํานวนคนเหลานีคือ ซัวหยง ซึ่งเปนคนดีมสติปญญา เปนที่นับถือของราษฎร ตั๋งโตะ ใหทหารไปเชิญ
                        ้                      ี    
มารับราชการดวย แตซวหยงเห็นวาการบริหารราชการแผนดินของรัฐบาล ตั๋งโตะ เปนระบอบทรราชย จึง
                          ั
บิดพลิ้วไมยอมเขารับราชการ ตั๋งโตะโกรธใหทหารไปแจงแก ซัวหยง วาถาไมยอมมาทําราชการดวยแลวจะ
ฆาเสียใหสิ้นทังครอบครัวและวงศาคณาญาติทั้งปวง ดวยคําเชิญอันสุภาพของคนชั่วชาเชนนี้ ซัวหยง จึงจําใจ
                ้
ตองเขารับราชการ ตั๋งโตะ เพื่อที่จะแสดงใหราษฎรเห็นวาเปนรัฐบาลที่สงเสริมใหคนดีมีอานาจ จึงแตงตังให
                                                                                       ํ             ้
ซัวหยงเปนขุนนาง "เดือนหนึงเลื่อนที่ขึ้น ไปสามที่" การสรางภาพลักษณแบบตั๋งโตะนี้ไดกลายเปนแบบอยาง
                            ่
ใหขุนนางขาราชการในชั้นหลังไดเลื่อนตําแหนงขามหนาขามตาคน      ในระดับหรือรุนเดียวกันถึงปละสามครั้ง
เปนแตวาเปนการเลื่อนตําแหนงโดยอาศัยสวยสินบนแทนการสรางภาพลักษณแบบตั๋งโตะเทานั้น




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 55



การณขางในพระตําหนักสันตินิรันดรนั้น โฮไทเฮา หองจูเปยน และพระสนม ถูกคุมขังประดุจอยูในอีกโลกหนึ่ง
มีความยากลําบากและทุกขทรมานทั้งกายใจ วันหนึ่ง หองจูเปยน เห็นนกนางแอนคูหนึ่งบินหลงเขามาภายใน
พระตําหนักแลวหาทางออกไมได บินวนไปวนมาจนลาแรงทั้งหิวโซก็รวงลง แลวตายไปตอหนาตอตา หองจู
เปยน เห็นแลวมีน้ําใจสงสารนกนัก แลวใจก็หวนมารําลึกถึงชะตาตนทีตองขังอยูเปนที่เวทนาเสียยิ่งกวานก
                                                                  ่ 
นางแอน ใจก็สลดลง ประกายกวีวาบเขามาในหวงแหงสํานึก จึงผูกกาพยเขียนไวที่ฝาผนังพระตําหนักวา
"นภากาศอันไพศาลก็คือบานนกแอนนอย เลนลมระเริงลอยแลวมาพลอยถูกกักกัน แผนดินสิทธิแหงเรากลับ
ถูกเขาทําอาธรรม ปลนชิงทุกสิ่งอันเพราะสวรรคไรเมตตา หวังคอยวีรชนทุกแหงหนลงอาญาฟนคืนซึ่งธรรมา
ชาติประชาจึงพนภัย"

สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาบทกวีที่หองจูเปยนแตงขึ้นนั้นเปนโคลง มีความวา "ทีในพระราชฐาน
                                                                                          ่
นี้ของพระเจาเลนเต ผูเปนพระราชบิดา ยกใหเปนสิทธิแกเรา บัดนี้เรากับมารดาไดทุกขทรมาน ขังอยูเหมือน
นกทั้งคูนี้ ถาผูใดสัตยซื่อตอบิดาเรา ชวยแกแคนในอกเราได คุณนั้นหาทีจะอุปมามิไดเลย" ฝายเจาหนาที่
                                                                        ่
ควบคุมพระตําหนัก ซึ่ง ตั๋งโตะ จัดเฝาระแวดระวังทุกวันคืน เห็นกาพยที่ หองจูเปยน เขียนไวทฝาผนังพระ
                                                                                             ี่
ตําหนักจึงนําความไปรายงานให ตั๋งโตะ ทราบ ตั๋งโตะทราบแลวเห็นเปนการเคลื่อนไหวที่จะคบคิดกับผูที่ยัง
                                                                                                   
จงรักภักดี อยูเพื่อลมลางอํานาจตนก็โกรธ จึงสั่งลิยูกุนซือเจาปญญาและเปนที่ไววางใจใหลอบเขาไปในพระ
                 
ตําหนัก ประหารโฮไทเฮา หองจูเปยน และพระสนมเสีย

ลิยู นํามือสังหารสิบคนพรอมสุราพิษและเครืองประหารเขาไปในพระตําหนัก แลวประหาร โฮไทเฮา หองจู
                                          ่
เปยน และพระสนมเสียตามคําสั่งของ ตั๋งโตะ แลวรายงานเหตุการณให ตังโตะ ทราบ ตังโตะ ทราบวาเสี้ยน
                                                                       ๋              ๋
หนามถูกกําจัดไปแลว จึงมีความยินดียิ่งนัก ลิยู จึงเสนอตอไปวาเพื่อไมใหเกิดความวุนวายในบานเมือง ให
ปลอยขาวลือวาทั้งสามคนถูกโรคระบาดถึงแกความตาย แลวใหนําศพไปฝงไวทสสานหลวง ยกเวนพระสนม
                                                                             ี่ ุ
ของ หองจูเปยน ใหนําไปฝงไวนอกเมือง ตั๋งโตะ ฟงแลวเห็นชอบดวย

สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาประหารแลวลิยูใหเอาศพไปฝงไวนอกเมือง ซึ่งไมสมเหตุผล เพราะ
คนเปนถึงอดีตฮองเตเชื้อสาย ราชวงศฮั่น อีกคนหนึ่งเคยเปนถึงไทเฮา จะเอาไปฝงไวนอกเมืองเปนการผิด
ธรรมเนียม และจะทําใหราษฎรเกลียดชังเพิ่มขึ้น ทั้งคนระดับนี้ตายพรอมกันจะทําเปนเงียบหายไปเฉย ๆ ยอม
ไมได เพราะไมสามารถปดขาวไวได จึงหาทางออกดวยการปลอยขาวเหตุผลการตายวาตองโรคระบาด ซึ่ง
เปนเหตุผลที่เหมาะกับคนแบบ ตั๋งโตะ

สิ้น หองจูเปยน และ โฮไทเฮา แลว ตั๋งโตะ ก็เขาใจวาเสียนหนามภายในราชสํานักหมดสิ้นไปแลว ใจก็ลําพอง
                                                        ้
หนักกวาแตกอน บางคืนก็เขาวังไปหลับนอนในที่บรรทมของ พระเจาเลนเต นางสนม นางกํานัลคนใดเปนที่
พอใจ ตั๋งโตะ ก็เรียกมาบําเรอตนโดยไมยําเกรงผูใด คนใดไมยินยอมพรอมใจ ตั๋งโตะ ก็บุกเขาไปขมขืนเสียที่
ในเรือนพักหรือแมในพระตําหนัก จนนางสนม นางกํานัลทีหนาตาพอใชไดตองตกเปนทาสบําเรอกามของจอม
                                                          ่
ทรราชตั๋งโตะสิน
               ้

เพื่ออวดอางศักดาบารมีของตน ตั๋งโตะไดใหสรางจวนขึ้นหลังหนึ่ง ตรงขามพระตําหนักที่ประทับของฮองเต
เปนตึกใหญโตอัครฐานยิ่งกวาพระตําหนักอันเปนที่ประทับ แมพื้นของจวนซึงควรตองปูดวยหินมีคา แตกลับให
                                                                       ่
ทหารไปตัดไมอยางดีจากในปา คัดเลือกเอาแตไมแผนใหญที่มหนากวางถึงเกาคืบ ยาวยี่สิบเจ็ดคืบ เทากัน
                                                              ี
ทุก ๆ แผน เพื่อใหเกิดความอบอุนในฤดูหนาว เครื่องภาย ในก็ตกแตงดวยสิ่งของอันวิจิตรพิสดารจากตางแดน
แมประตูจวนก็ทําดวยทองคําที่ไดมาจากเงินสวยสินบน        หรือไมก็เปนของที่ปลนมาจากราษฎรและยังเขา
ถือเอาพระราชอุทยานนอกพระนคร ซึ่งเปนของหลวงมาเปนของตน โดยไมยําเกรงกฎหมายบานเมือง แลวให
สรางเรือนพักรับรองขึ้นอีกสามหลัง สําหรับเปนที่พบปะสังสรรคกับสมัครพรรคพวกหลังหนึ่ง สําหรับพักผอน
สวนตัวหลังหนึง และสําหรับพราพรหมจารีของสตรีอีกหลังหนึ่ง
               ่

ขุนนางขาราชการแลราษฎรเดือดรอนทุกขเข็ญจากระบอบทรราชยของตั๋งโตะมากขึ้นทุกที การปลนชิงวิ่งราวก็
เกิดขึ้นทั่วทั้งแผนดิน แตตั๋งโตะก็หาสนใจไยดีไม เพราะเห็นวาไมใชธระของตนอยางหนึ่ง และรูดีวาหลายกรณี
                                                                      ุ                        
เปนเรื่องที่พรรคพวกของตนเปนผูกระทําการเสียเองอีกอยางหนึ่ง ลิยู กุนซือเจาปญญาเห็นวาการปลนชิง
วิ่งราวและความเดือดรอนของราษฎรจะลุกลามกลายเปนจลาจล                    จึงเสนอใหตั๋งโตะปราบปรามการปลนชิง
วิ่งราว เพื่อสรางภาพลักษณใหราษฎรเห็นวาตั๋งโตะเอาใจใสการแผนดิน และทุกขรอนของราษฎร ตั๋งโตะ ฟง
แลวขัด ลิยู ไมไดก็รับคํา แลวเรียกทหารทีไวใจไดจดกําลังยกออกไป ตําบลหยงเซีย พบราษฎรกําลังเฉลิม
                                             ่        ั
ฉลองเทศกาลหลังเกี่ยวขาวกันอยางสนุกสนานก็สังหารราษฎรเหลานั้นหมดสิ้นทั้งตําบล ไมเลือกวาชาย หญิง
เด็กหรือคนชรา แลวตัดศีรษะบรรทุกเกวียนเก็บเอาทรัพยสินเงินทองของมีคานําเขาเมืองหลวง
                                                                             




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 56



ถึงเมืองหลวงแลวปาวประกาศใหรทั่วกันวา ตั๋งโตะ เห็นแกความเดือดรอนของราษฎรที่เกิดจากโจรผูราย จึง
                               ู                                                            
ไดปราบปรามโจรผูรายจนสิ้นซาก แลวตัดศีรษะพวกโจรมาเปนหลักฐาน จากนั้นจึงใหเอาศีรษะราษฎรเหลานั้น
                 
ไปเผาเสีย สวนทรัพยสินเงินทองของมีคาใหแจกแกทหารทีไปทําการนั้น
                                                        ่

ขุนนางขาราชการไดแตซุบซิบนินทาถึงพฤติกรรมทั้งปวงของตั๋งโตะ     สวนราษฎรนั้นเลาเคียดแคนชิงชัง
สาปแชงประณามทั่วสารทิศ กําลังอํานาจที่ไมตั้งอยูในธรรม ไมเคารพธรรม และไมถือธรรมเปนใหญก็คือ
                                                 
ทรราช ตั๋งโตะ ณ บัดนี้จึงเปนทรราชเต็มตัว และลําพองหยาบชาตอทุกผูคน ไมวาจะเปนฮองเต ขุนนาง
                                                                           
ขาราชการ และราษฎรทั้งปวง

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

แผนสังหารทรราช (ตอนที่ 25)

ตั๋งโตะ ณ บัดนี้ วางตนอยูเหนือฮองเต ถืออํานาจบาตรใหญขมเหงขุนนางขาราชการและสังหารราษฎรอยาง
โหดรายทารุณ ทั้งยังเปนใจใหสมัครพรรคพวกกระทําเชนเดียวกัน ละเมิดไมยําเกรงกฎหมายและศีลธรรม
ดังนั้น ตั๋งโตะจึงกลายเปนทรราช        ที่เสียงสาปแชงดังกองกระหึ่มทัวสารทิศ ความเจ็บแคนของขุนนาง
                                                                       ่
ขาราชการและประชาชนที่มีตอ ตั๋งโตะเพิ่มระดับขึ้นทุกวัน จนเกินกวาระดับที่ขุนนางขาราชการและราษฎรเคย
                             
เคียดแคนชิงชังสิบขันที

แตทวาความเคียดแคนชิงชังนัน ยังไมสามารถทําอะไรกับ ตั๋งโตะได เพราะตั๋งโตะมีกําลังทหารอยูในมือ กุม
                            ้
อํานาจทั้งปวงในเมืองหลวงไวหมดสิ้น และยังมีลิโปทรชนผูเปนปตุฆาตอยูขางกายเกือบตลอดเวลา ดังนั้น
ในขณะทีทุกคนเคียดแคนชิงชัง ใครจะสังหารตั๋งโตะเสียทุกลมหายใจ แตความรักตัวกลัวตายที่มีอยูทุกตัวคน
          ่                                                                                    
จึงทําใหบรรยากาศการเมืองในเมืองหลวงอึมครึม ตึงเครียด และหวาดผวา

แตการทั้งปวงนั้นเมื่อเลยขีดคันของความพอดีไปแลว ผลรายและวิบัตยอมหลีกเลี่ยงไมได ดังนั้น แมจะรักตัว
                                 ่                                   ิ
กลัวตายแตเมื่อถึงจุดหนึ่งแลว          ความที่รักตัวกลัวตายก็พายแกความคิดจิตใจที่เห็นแกประโยชนสุขของ
บานเมืองและราษฎร เมื่อเปนเชนนี้ความคิดที่จะสังหารตั๋งโตะ กําจัดภัยรายแรงของแผนดินจึงกอเกิดและงอก
งามขึ้นในความนึกคิดจิตใจของขุนนางขาราชการและราษฎรโดยทั่วไป บางก็คิดสังหารตั๋งโตะโดยลําพังตน
บางก็รวมคิดอานกับพวกพอง แตทามกลางกระแสความคิดที่จะสังหารตั๋งโตะเสียนั้น ก็ยอมมีบางความคิดที่
ตองการครอบงําอํานาจรัฐแบบตั๋งโตะเสียเอง บางก็ตองการแสวงหาโอกาสเปนใหญในบานเมือง เพราะตราบ
ใดที่ตั๋งโตะยังมีชื่ออยูในบัญชีคน หลายคนยอมหมดโอกาสที่จะมีอํานาจวาสนาดังปณิธาน

ดังนั้น ไมวามูลเหตุจูงใจในการคิดสังหารตั๋งโตะจะเปนอยางไร แตโดยผลที่ตรงกันทั้งหมดก็คือ "ตองลบชื่อ
ตั๋งโตะออกจากบัญชีคน ยายไปอยูในบัญชีผี" ใหจงไดฝายเงาฮู ขุนนางราชสํานักทําราชการมาแตครั้งแผนดิน
                                                         
พระเจาฮั่นเต ถึงรัชกาลพระเจาเหี้ยนเตเปนสี่แผนดิน อายุก็ลวงวัยจนผมสีขาวเจริญงามแซมผมเกาทีเคยดํา
                                                                                                    ่
สนิทจนคลายกับสีดอกเลา มีความเดือดรอนดวยราชสํานักและขุนนางขาราชการจาก พฤติการณทรราชของตั๋ง
โตะเปนทียิ่ง มาคํานึงวาบัดนี้แผนดินเปนทุกขเข็ญดวยน้ํามือทรราช แตหามีผูใดออกหนากลาหาญผลาญชีวต
           ่                                                                                             ิ
ของทรราชผูนี้ไม หากปลอยเฉยไวก็มีแตยิ่งกําเริบกอกรรมทําเข็ญหนักขึ้นไปอีก ตัวเราก็อายุปูนนี้แลว แมไม
ฆาตั๋งโตะเสียเราก็ตายอยูดี กระไรเลยเราจะสังหารตั๋งโตะเสีย ทําคุณแกราษฎร และขาวแดงแกงรอนที่
                           
ราชวงศฮั่นไดทํานุบํารุงเลี้ยงดูเรามา

ถึงวันฮองเตออกวาราชการ เงาฮูจึงเอามีดเหน็บซอนไวในเสื้อ ครั้นไดเวลาเสด็จขึ้นเงาฮูกมลงกราบถวาย
บังคมแลวรองไห โดยหามีผูใดทันสังเกตไม ในใจเงาฮูนั้นกราบทูลขอถวายบังคมวาขาพเจาขอพลีชีวตเพื่อ   ิ
แทนคุณพระราชวงศฮั่น ปกปองชาติ พิทักษราษฎร หากการไมสมความคิด คงจะไมมีโอกาสมาเขาเฝาอีกแลว
จึงกราบถวายบังคมลาเสียลวงหนา           แลวออกมาคอยทีอยูที่ประตูพระราชวัง        พอตังโตะออกมาถึงประตู
                                                                                         ๋
พระราชวัง เงาฮูก็ลวงมีดออกจากเสื้อจะแทงตั๋งโตะ ตั๋งโตะเห็นเงาฮูจะจวงแทงก็เอี้ยวตัวหลบ จับมือเงาฮูที่ถือ
มีดอยูนั้นไว ลิโปตามมาไดเขาชวยตั๋งโตะ ปดมือ เงาฮูจนมีดหลุดจากมือแลวรวงลง จับเงาฮูไว แลวถามวา
เหตุใดจึงคิดฆาบิดาเรา เงาฮูมิไดเกรงแกความตาย ดาวาตั๋งโตะเปนทรราช ทําชั่วชา ตอแผนดินและราษฎร
อยาวาแตตัวกูซึ่งเปนมนุษยเลย แม เทพยดาอารักษก็จักสังหาร ตั๋งโตะเสีย

ตั๋งโตะไดยินก็โกรธจึงสั่งใหเอาตัวเงาฮูไปประหารที่หนาประตูกําแพงพระนคร สั่งใหแลเนื้อออกทีละชิ้นเพื่อมิ
ใหเปนเยี่ยงอยางสืบไป      ระหวางทีผคุมนําตัวเงาฮูไปประหารตามบัญชาของตั๋งโตะนั้น
                                        ่ ู                                              ราษฎรไดแหลอม
ติดตามดูและสงสารเงาฮูเปนยิงนัก เงาฮูไดรองดาตั๋งโตะไปตลอดทาง และเรียกรองใหอาณาประชาราษฎร
                                ่



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 57



รวมกันลางทรราชตั๋งโตะใหจงได แมระหวางที่ถูกแลเนื้อออกทีละชิ้น เงาฮูก็ยังรองดาตั๋งโตะและประกาศยอม
พลีชีวิตเพื่อใหเปนประกาย ความคิดในจิตใจปวงชนทีจะรวมกันคิดอานกําจัดตั๋งโตะไมขาด ปากจนสิ้นใจตาย
                                                     ่
หลังจากนั้นตั๋งโตะก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น จัดทหารองครักษ ลอมตัวติดตามทุกแหงหน ปองกันการลอบสังหาร
ที่อาจเกิดขึ้นอีก

ขาวการสังหารโฮไทเฮา หองจูเปยน พระสนม และขุนนางตาง ๆ รวมทั้งราษฎรตําบลหยงเซีย และลาสุดถึง
การประหารเงาฮูอยางโหดรายทารุณ กระพือโหมทั้งในเมืองหลวงและในทุกหัวเมืองอยางรวดเร็ว กระทบ
ความรูสึกของผูคน กอผลสะเทือนใจทั้งแผนดิน ฝายอวนเสียวเจาของความคิดเรียกตั๋งโตะเขาเมืองหลวง และ
                                                      ้
เปนพวกเกาของโฮจิ๋นนั้น หลังจากรับโปรดเกลาฯใหเปนเจาเมืองปุดไฮแลว ก็ไดซองสุมผูคนฝกทหารคิดจะ
ทําการอยางเดียวกับที่เตียวกกและพวกโจรโพกผาเหลืองเคยทํามา นั่นคือคอยหาโอกาสยกทัพเขาเมืองหลวง
ดวยขออางขจัดทรราช พิทักษฮองเต ทํานุบารุงราษฎร
                                          ํ

ครั้นประเมินสถานการณวาถึงจุดที่ขุนนางขาราชการและราษฎรเหลือทนตั๋งโตะแลว                จึงทําหนังสือลับถึง
อองอุน ขุนนางขาราชสํานักผูใหญรุนราวคราวเดียวกับเงาฮูวา "ทุกวันนี้ตั๋งโตะทําการหยาบชา ขบถตอแผนดิน
ดังนี้ หามีผใดคิดลางตั๋งโตะไม ซึ่งเราออกมาอยูครั้งนีใชจะนิ่งนอนใจอยูหามิได อุตสาหเกลี้ยกลอมผูคน
               ู                                        ้                     
ฝกหัดใหชํานาญในการสงครามอยูมิไดขาด เพราะมีกตัญูเราจะอาสากําจัดตั๋งโตะเสียใหจงได ถาทานเห็น
พรอมดวยเราแลวจงเรงคิดการขางในเถิด เราจะยกกองทัพไปทําการ" หนังสือลับของอวนเสี้ยวนีฉลาดและ      ้
เขาทากวาที่เคยวางแผนใหโฮจิ๋น เรียกกองทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง เพราะวางแผนใหพวกขุนนางขาราช
สํานักกอการขางในพระนครกอน ตัวเองจะยกทัพไปกําจัดตังโตะตอไป ผิดพลั้งอยางไรตัวอยูขางนอกยอม
                                                              ๋
ปลอดภัย แตพวกขางในยอมตายกอน หากการสําเร็จตัวคุมกองทัพอยูยอมยึดอํานาจรัฐเอาไดโดยสะดวก
ความคิดดังนี้เสมอดวยแผนของ ลิยู กุนซือเจาปญญาที่เคยเสนอใหตั๋งโตะดําเนินการ ทําใหสิบขันทีและโฮจิ๋น
ฆาฟนกันเองแลวยึดอํานาจในภายหลังจนประสบผลสําเร็จมาแลว

อองอุนขุนนางผูใหญสแผนดิน แรงอยูดวยใจกตัญูตอพระราชวงศฮั่น ทังอยูใกลเหตุการณในเมืองหลวง อก
                      ี่                                             ้
อัดแนนดวยความเคียดแคนชิงชังทรราช เห็นหนังสือลับของอวนเสี้ยวแลว มองขามความคิดทีซอนอยูใน  ่
เนื้อความของหนังสือนั้น เห็นตามความคิดของอวนเสี้ยวที่จะกําจัดตั๋งโตะเสีย แต "คิดวิตกอยูมิไดขาด" ใน
ที่สดก็ตดสินใจเคลื่อนไหวเพื่อนขุนนางขาราชการ เพราะคิดวาลําพังตัวเองจะคิดทําการไมตลอด ดังนั้น วัน
     ุ    ั
หนึ่งหลังจากฮองเตออกวาราชการและเสด็จขึ้น แลว อองอุนจึงแอบกระซิบกับขุนนางเกา ๆ ที่สนิทชิดเชื้อวา
วันนี้เปนมงคลวาระครบรอบวันเกิดของเรา ขอเชิญทานไปกินโตะกันใหเปนทีสําราญ ทีบานในยามค่า
                                                                         ่       ่            ํ

อองอุนคงจะเห็นวาโจโฉก็เปนเชื้อสายขุนนางเกาคนหนึ่ง ทั้งเคยสนิทชิดเชือกับโฮจิ๋นมากอน แมบัดนี้จะไปรับ
                                                                        ้
ใชใกลชิดกับจอมทรราชตั๋งโตะก็ตาม แตนาจะมีความทุกขรอนดวยแผนดิน จึงเชิญโจโฉมารวมงานเลียงดวย
                                                                                                 ้
ครั้นเพลาค่ํา ขุนนางขาราชการทีรับคําเชิญไดมารวมงานเลียงโดยพรอมเพรียงกัน เพราะมิไดระแคะระคายวา
                                  ่                         ้
จะมีเรื่องใหญถงคอขาดบาดตาย
               ึ                      และหากไดรูลวงหนากอนวาจะเปนเรื่องปรึกษาหารือเพื่อสังหารตั๋งโตะ
                                                   
หลายคนคงจะอางปวย เจ็บ หรือติดภารกิจอืนมากินโตะไมไดก็ได
                                           ่

ในขณะที่ขุนนางขาราชการกําลังกินโตะเสพสุรากันอยางเบิกบานใจนั้น อองอุนก็รองไหโฮออกมา ขุนนาง
ขาราชการใน ที่นั้นสงสัยจึงถามวาวันนี้เปนงานมงคลวันเกิดของทาน ไฉนทานจึงมารองไหใหเปนลางเสียฉะนี้
เลา อองอุนจึงวาความจริงวันนี้หาใชวันเกิดของเราไม แตจาเปนตองอางวาเปนงานวันเกิด เพื่อจะไดเชิญพวก
                                                           ํ
ทานมารวมงานโดยไมเปนทีสงสัยของฝายตังโตะ แลววานับแตตั๋งโตะเขามาอยูในเมืองหลวงไดกอกรรมทํา
                             ่                ๋
เข็ญมากมายกลายเปนทรราชไปแลว "เรามีความรอนใจนัก อุปมาดังนอนในกองเพลิง เราเล็งไปไมเห็นผูใดจะ
ชวยคิดทํานุบํารุงใหแผนดินเปนสุขได เราจึงรองไห" ขุนนางทั้งปวงฟงแลวกระทบเขากับความรูสึกที่อัดอยูใน
                                                                                                
อก จึงพากันรองไห เหตุที่การรองไหนี้มิไดมีความคิดหรือแผนการใดๆ ทีจะกําจัดตั๋งโตะ การรองไหแบบนี้จึง
                                                                         ่
เปนการรองไหแบบสิ้นคิดของคนสิ้นคิด หาประโยชนอันใดมิได

โจโฉซึ่งกินโตะอยูในที่นั้นดวยเห็นเหตุการณแลว ปลอยใหคนเหลานั้นรองไหกันไปครูหนึงพอสะแกใจแลวจึง
                                                                                        ่
หัวเราะปรบมือขึ้นดวยเสียงอันดังแลววา "เสียแรงเปนขุนนางผูใหญมาแตกอน คิดการเทานี้มิตลอดแลวสิชวน
                                                                         
กันมานั่งรองไห" อองอุนไดฟงก็โกรธแลววาทานมาตบมือหัวเราะเยาะขุนนางผูใหญที่มีใจภักดีตอแผนดินเปน
การไมชอบ ปู บิดา และตัวเองก็เปน ขากินเบี้ยหวัดเงินปในแผนดินของราชวงศฮั่นตลอดมา หารูคุณกตัญู
ตอแผนดินไม เราจะคิดลางตั๋งโตะเสียทดแทนคุณแผนดินทํานุบํารุงราษฎรใหเปนสุข แตคิดการไมตลอด
เพราะตั๋งโตะมีกําลังทหารมาก อํานาจในราชสํานักก็อยูในมือตั๋งโตะสิ้น เราจึงรองไห เหตุไฉนตัวจึงมาตบมือ
                                                      
หัวเราะเยาะเราเลาโจโฉจึงวาขาพเจาเห็นวาการกําจัดทรราชตองมีแผนการทีแยบยล และตองมีผูรับผิดชอบ
                                                                           ่




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                    หนาที่ 58



ปฏิบัตที่ปรีชากลาหาญ จึงจักสําเร็จได แตพวกทานไมทําในสิ่งเหลานี้กลับมานั่งรองไหกนอยู ซึ่งไมใชหนทาง
       ิ                                                                               ั
ที่จะกําจัดทรราชได ดังนี้ขาพเจาจึงหัวเราะ

แลวโจโฉก็หาเสียงเอากับเหลาขุนนางตอไปวา "ซึ่งปู บิดาขาพเจาเปนขาราชการมาแตกอนนั้น ขาพเจาก็คิด
กตัญูตอแผนดินอยู ทําไมแคตั๋งโตะนี้จะฆาเสียเมื่อใดก็ได" อองอุนดีใจระคนสงสัยจึงซักโจโฉวาความคิด
อานของทานเปนประการใด จึงจะสามารถขจัดตั๋งโตะเสียได การครั้งนี้เปนการใหญของแผนดิน ทานอยาได
พูดตามอําเภอใจคะนองเปนอันขาด จะพากันตายสิ้นโจโฉจึงหาเสียงตอไปวา "ซึ่งขาพเจาทําความเพียรไป
ฝากตัวใหตั๋งโตะใชสอยจนสนิทมาทุกวันนี้ ใชจะเห็นลาภสักการะสิ่งใดหามิได เพราะคิดกตัญูตอแผนดิน จะ
คิดฆาตั๋งโตะเสียใหจงได แตขัดสนดวยอาวุธดีไมมีถือ ขาพเจารูวากระบีสั้นอยางดีของทานมีอยู ถาทานเปน
                                                                          ่
ใจดวยดั่งนีแลว ขาพเจาจะขอยืมกระบีสั้นเหน็บซอนเขาไปใหถึงตัวตั๋งโตะแลวฆาเสีย จึงจะตัดศีรษะเอามาให
            ้                        ่
ทานจงได"

โจโฉอางเอาความกตัญูตอแผนดินในการไปอยูดวยตั๋งโตะ และคิดฆาตั๋งโตะเสียก็เพื่อขจัดทรราชแทนคุณ
แผนดิน อันเปนที่ประทับใจและซึ้งใจของทุกคน เปนแตโจโฉไมไดบอกวาความคิดของตนนั้นเมื่อสําเร็จแลว
อํานาจรัฐจะเปนอยางไร ความคิดที่จะสังหารตั๋งโตะของโจโฉก็คือความคิด และแผนการอยางเดียวกับเงาฮู
ขุนนางสี่แผนดินซึ่งถูกแลเนื้อจนตายไปนั่นเอง แตความตองการยืมกระบี่ดของอองอุนนี่สิ แสดงถึงความคิดที่
                                                                      ี
กําหนดทางหนีทีถอยของโจโฉอยางล้าลึก  ํ

เนื่องเพราะถาแผนการรั่วไหลกอน ทุกคนก็จะตองรวมรับผิดดวย จึงเทากับเปนการปดปากทุกคนในที่นั้นมิให
ความลับแพรงพราย แมหากลงมือแลวการไมสําเร็จก็ยังมีพวกที่คอยชวยเหลือ เพราะกลัวการซัดทอด หรือ
หากจะพลาดพลั้งถึงตายก็จะไมตายแบบเปลาเปลี่ยวเดียวดาย           เนื่องจากมีเพื่อนเดินทางไปเมืองผีดวยกัน
                                                                                                  
หลายคน และ "กระบี่ดี" ที่วานัน ยังสามารถยกอางเปนเหตุผลเพื่อเอาตัวรอดในยามคับขันไดอีกดวย
                              ้

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

สุดยอดกลยุทธของโจโฉ (ตอน 26)

อองอุน ขุนนางสี่แผนดินไดฟงคําโจโฉดั่งนั้นแลว ความอับจนที่แนนอยูในอกพลันโลง เบิกบานใจยินดีเปนยิ่ง
                                                                    
นัก เดินเขา มาหาโจโฉคุกเขาลงกับพื้นตอหนาขุนนางในทีนั้น สงจอกสุราให โจโฉเปนการแสดงคํานับ แลว
                                                         ่
สรรเสริญวาความคิดของทานดุจดังประทีปทีสองสวางขึ้นในที่มืดการทีคิดไวคงจะสมความคิดในครั้งนี้
                                            ่                      ่                                จึง
ขอใหทานดื่มสุราที่ขาพเจาคารวะขอบคุณทานแทนขุนนาง และราษฎรทั้งปวง

โจโฉทรุดตัวลงประคองอองอุนใหลุกขึ้น แลวรับเอาจอกสุรามาผินหนาไปทางทิศอันเปนทีตงศาลพระเทพบิดร
                                                                                        ่ ั้
แหงราชวงศฮั่น แลวสาบานวาเทพยดาจงเปนพยาน แหงความภักดีของขาพเจา บัดนี้ขาพเจาขออาสาแผนดิน
จะฆาตั๋งโตะเสียใหจงได บานเมืองแลราษฎร จะไดเปนสุขทั่วกัน แลวดื่มสุราสาบานตนนั้นจนหมดจอก
อองอุนและขุนนางในที่นั้นมีความยินดีนัก แลวอองอุนจึงเขา ไปขางในหยิบกระบี่สั้นวิเศษที่มีชื่อวา กระบีสัตต
                                                                                                          ่
โลหะ ใหแกโจโฉ

กระบี่สั้นสัตตโลหะนี้ ทําจากโลหวัตถุธาตุอยางดีถึงเจ็ดชนิด ตัวกระบี่ยาวเจ็ดนิ้ว ดามทําดวยงายาวหานิว ตัว
                                                                                                        ้
ดาบมีสีดําสนิท มีเงาประกายเขียวทึบวาววามคมกลา สามารถตัดเหล็กไดดจดังหยวก สามกกฉบับสมบูรณระบุ
                                                                          ุ
วากระบีสั้นนี้มีชอวากระบี่สั้นสัตตกายสิทธิ์ คือมีความวิเศษเจ็ดอยาง บางฉบับวากระบีสั้นชนิดนี้คือตนแบบของ
          ่       ื่                                                                 ่
ดาบสั้นของซามูไรใชประจํากาย หากถึงคราวอับจนหรือสิ้นเกียรติยศก็จะใชสําหรับฮาราคีรตนเอง   ี

โจโฉรับกระบีสนจากอองอุนแลวก็ลากลับบาน คิดอานทางหนีทีไลในวันรุง ครั้นลวงเพลาเที่ยงคืนจึงไดหลับ
                 ่ ั้                                                       
ไป ตื่นขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็ใกลเพลาสาย โจโฉรีบแตงตัวเอากระบี่สั้นซอนไวในเสื้อ แลวรีบไปจวนตั๋งโตะตามปกติ
ถึงจวนแลวถามนายประตูอยางคนคุนเคยวาขณะนี้ทานอัครมหาเสนาบดีอยูที่ไหน                นายประตูบอกวาอยูที่หอ
                                                                                                            
หนังสือ โจโฉก็ขึ้นไปเห็น ลิโปยืนอยูหนาประตูหอนั้น ตั๋งโตะเห็นโจโฉก็ถามวาวันนีทําไมจึงมาสายไป โจโฉ
                                                                                      ้
จึงวามาซึ่งขี่ประจํานั้นไดรับบาดเจ็บที่เทา ใชขี่ไมได จึงตองไปยืมมาจากที่อื่น เหตุนี้จึงมารับใชทานสาย
เกินไป ขออภัยทานดวยเถิด

ตั๋งโตะไดยินดังนั้นจึงสั่งลิโปวาใหไปที่โรงมาของเรา เอามาพันธุดีตัวหนึ่งที่เพิ่งไดมาจากเมืองซีหลงใหแก โจ
โฉ ลิโปรับคําสั่งตั๋งโตะแลวก็ออกไป ตั๋งโตะนั่งดูหนังสืออยูบนตั่ง ครูหนึงก็ลมตัวลงนอนดูหนังสือตามปกติ
                                                                                   ่
นอนตะแคงซายผินหนาเขาหาดานผนังตึก โจโฉนั้นตอนแรกที่เขามาเห็นลิโปยืนอยูไมคอยสบายใจนัก กริ่งวา



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 59



จะทําการไมสมความคิด แมสมความคิดแลวก็ยากที่จะหนีรอดมือ                  ลิโปไปได ครั้น เห็นลิโปไปแลวก็ดีใจ
รําพึงในใจวา การครั้งนีคงสมความคิด แลวจึงยองเดินเขาไปใกลตัวตั๋งโตะ ลวงกระบี่สนออกจากอกเสื้อยังมิ
                        ้                                                                  ั้
ทันทีจะไดชักกระบี่ออกจากฝก ตั๋งโตะเห็นโจโฉจากเงาใน กระจกทีแขวนอยูขางผนังตึก มีอาการประหลาด
      ่                                                                 ่
จึงผินหนามาถามโจโฉวาตัวถือกระบี่เขามาเชนนี้จะทํารายเราหรือ โจโฉเห็นตั๋งโตะรูตวเชนนั้น จึงรีบคุกเขาลง
                                                                                         ั
กับพื้น เอามือทั้งสองชูกระบี่ สั้นขึ้นเหนือศีรษะแลวแกตัววา "ซึ่งขาพเจาจะทํารายทาน หามิได ทุกวันนี้ทานมี
คุณแกขาพเจานัก ขาพเจาจะหาสิ่งใดมาสนอง คุณมิได มีแตกระบีสั้นเลมนี้มีราคามาก เปนของปูยาตายายได
                                                                      ่
ตอๆ กันมาจนถึงขาพเจา ขาพเจาจึงเอามาสนองคุณทาน" วาแลวก็สงกระบี่สั้นหันดามใหตั๋งโตะ ตั๋งโตะรับ
กระบี่มาดูเห็น เปนของวิเศษ น้ําใจโลภอันมีมาในกมลสันดาน จึงมองขามเหตุการณ พิรธไปมิไดสงสัย เชื่อ
                                                                                              ุ
ตามคําของโจโฉ พอดีลิโปเดินเขามาตั๋งโตะจึงสงกระบี่สั้นใหลิโปเก็บไว แลวจึงพาโจโฉออกไปดูมา ซึ่งลิโป
ไปนํามาที่ขางนอก แลวโอวามานี้ เปนมาชั้นเลิศจากเมืองซีหลง มอบใหทาน จงนําไปขี่เถิด โจโฉแสดงความ
                                                                              
คารวะขอบคุณตั๋งโตะแลวจึงยอตั๋งโตะวามาของทานนี้ดีเลิศกวามาทั้งปวงที่ขาพเจาเคยพบเห็นมา แตทาทาง   
พยศนัก ขอใหขาพเจาไดลองขี่ดู หากวาสนาขาพเจาไมพอกับมา มาไมเต็มใจใหขาพเจาขี่ เกินกําลังแลวจะ
ขอมอบคืนแกทาน

ตั๋งโตะฟงคํายอของโจโฉแลวจึงอนุญาต แลวชวนลิโปกลับเขา มาที่หองหนังสือ โจโฉจูงมาออกมาที่ดานนอก
แลวคํานึงวาเราคิดการหมายสังหารเจาโจรเฒา การยังไมสมความคิด แตมเหตุดั่งนี้ขึ้น หากอยูในเมืองหลวง
                                                                     ี
ตอไป กลัวตั๋งโตะสงสัยเราก็จะมีภยชะตากรรมเดียวกับเงาฮู การใหญในวันขางหนาก็จะเสียไป เอาตัวรอด
                                 ั
ปลอดภัยไวกอนจะดีกวา จึงคิดอาศัยสุดยอดกลยุทธแหงสามสิบหกยอดกลยุทธ คือหนีออกจากเมืองหลวง
ไปหาบิดาเพื่อคิดการใหญตอไป

คิดดังนั้นแลว โจโฉก็ขึ้นมาขีออกไปจากจวนของตั๋งโตะ ถึงประตูเมืองดานตะวันออกจึงบอกนายประตูวาทาน
                               ่                                                                         
อัครมหาเสนาบดี ใชเราไปราชการเปนการดวน นายประตูรจักโจโฉดีวาเปนคนในจวน ของตั๋งโตะ จึงยินยอม
                                                            ู
ใหออกไปโดยสะดวก ฝายลิโปเมื่อตามตั๋งโตะเขาไปในหองหนังสือแลว จึงวาแกตั๋งโตะวา ขาพเจาไปเอามา
มาใหโจโฉตามคําสั่งทาน ขณะกําลังเดินเขามา นั้น เห็นโจโฉเดินยองถือกระบี่สั้นเขาไปหาทานมีอาการพิรุธ
เห็นวาโจโฉจะคิดรายตอทาน หากบุญบารมีทานมีอยูมากจึงรูตัวทัน โจโฉจึงแสรงอุบายวานํากระบี่มามอบแก
                                                      
ทาน ตั๋งโตะฟงคําลิโปแลวจึงวาเราเองก็แคลงใจอยู แตเห็นกระบี่ที่โจโฉนํามา มอบนั้นเปนกระบี่วิเศษ ทั้งเราก็
ทํานุบํารุงโจโฉดวยดีถึงขนาด จนเกิดความใกลชิดสนิทเหมือนคนในของจวนเรา แตฟงทาน แลวก็เห็นจะจริง
ตามคํา

พอดีลิยู กุนซือเจาปญญาเดินเขามา ตั๋งโตะจึงเลาความทีโจโฉเอากระบี่ มามอบนั้นใหลิยูฟง แลวปรึกษาวา
                                                        ่
ทานคิดเห็นเปนประการใด ลิยูฟงความแลว วาความทีทานเลามาทั้งนี้นาเคลือบแคลงสงสัย แตยังตัดสิน
                                                      ่
ในทางใดมิไดกอน ชอบที่จะใหทหารไปดูที่บานโจโฉ หากยังอยูเปนปกติก็แสดงวาการมอบมีดสั้นเปนความ
                                           
จริงใจ ไมสมควรจะระแวงสงสัยอีกตอไป

ลิยูวาตอไปวาแตหากการตรงกันขาม ไปดูแลวไมพบโจโฉยอม แสดงวาโจโฉคิดรายตอทานเหมือนทีลิโป    ่
สงสัย คิดการไมสําเร็จ แลวกลัวภัยจึงตัดสินใจหลบหนี ตั๋งโตะฟงความเห็นของลิยูแลว จึงสั่งใหทหารไปดูโจ
โฉที่บาน ทหารกลับมารายงานวาโจโฉออกจากบานมาทีจวนตั้งแตตอนสาย ยังไมกลับบาน ลิยูจึงสั่งทหารให
                                                     ่
ไปสอบถามนายประตูเมืองทุกดาน วาเห็นโจโฉออกนอกเมืองไปหรือไม ทหารซึ่งไปสอบถามนายประตูเมือง
ดานตะวันออกกลับมาราย งานวาโจโฉควบมาออกไปทางประตูเมืองดานตะวันออก บอกวาทาน อัครมหา
เสนาบดีใชไปราชการเปนการดวน ลิยูฟงความแลวจึงวากับตั๋งโตะวาโจโฉคิดสังหารทานแนแลว ทํา การไม
สมคิดจึงเกิดความกลัวแลวหลบหนีไป แตการครั้งนี้เปนการ ใหญ ยอมไมใช โจโฉคิดอานแตลําพังคงจะมี
พรรคพวกคิดอานทําราย ทานหลายคน ดังนั้นตองกําจัดเสียนหนามเสียใหสิ้นและจําเปนตองตามลาจับตัวโจ
                                                         ้
โฉมาใหไดกอน แลวใชทัณฑทรมานใหบอกความวา มีพรรคพวกใครใดทีรวมสมคบคิดการครั้งนีแลวกําจัดเสีย
                                                                     ่                     ้
ใหสิ้นซาก ตั๋งโตะเห็นชอบดวยความเห็นของลิยู จึงสั่งใหกรมการเจาหนาที่ เขียนรูปโจโฉแลวแตงหนังสือสั่ง
การไปทุกหัวเมืองวาโจโฉเปนกบฏคิดรายตอแผนดิน ผูใดพบเห็นโจโฉตามรูปนี้ใหเรงจับตัวสงทางราชการที่
เมืองหลวง จะปูนบําเหน็จความชอบใหถึงขนาด แลวจะตั้งใหเปนขุนนางผูใหญ ถาผูใดคบคิดใหทหลบซอน
                                                                                              ี่
หรือปกปดความ เสียไมแจงตอทางราชการ จะถือวาผูนั้นเปนใจดวยกบฏ จะเอาโทษประหารชีวตทั้งครอบครัว
                                                                                          ิ

โจโฉหลังจากใชสดยอดกลยุทธ "ถารบไมชนะก็ใหหนีเอาตัวรอดไวกอน" หนีออกจากเมืองหลวงแลวก็รบขี่มา
                   ุ                                                                          ี
มุงหนาจะไปหาบิดา ตน ครันเขาเขตเมืองจงพวน นายดานเห็นโจโฉเหมือนกับรูปในประกาศ จึงเขาจับกุม
                            ้
นําสง ตันกงเจาเมืองจงพวน ตันกงเจาเมืองจงพวนรับมอบตัวโจโฉแลว เห็นเหมือนคนในรูปตามประกาศของ
ทางราชการ แตกลับแสรงถามวาทานชื่อโจโฉ ซึ่งเปนคนที่ทางการตองการตัวหรือ โจโฉเห็นตันกงตอนแรก
แสดงทาทีคลายคนรูจัก แตกลับถามชื่อตนตอหนาเจาหนาที่ก็คิดวานาจะมีความนัยอยู จึงแกลงบอกไปวา
                     



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 60



ขาพเจาไมใชโจโฉ แตเปนพอคาชื่อฮองฮู เที่ยวคาขายระหวางเมือง พวกนายดานสําคัญผิดคิดวาขาพเจา
คือโจโฉจึงจับตัวมาสงแกทาน ตันกงจึงกลาวใหเจาหนาทีไดยินทัวกันวา เมื่อตัวอางวาไมใชโจโฉ ไววันพรุง
                                                        ่       ่
เราจะพิจารณาสอบสวนเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะวันนีค่ําแลวหมดเวลาราชการ แลวใหผคุมเอาตัวโจโฉไปขัง
                                                    ้                                   ู
ไวกอน

อันตันกงนั้นแมเปนขุนนางบานนอก แตไดยินขาวคราวทรราชตั๋งโตะ เชนเดียวกับหัวเมืองอื่น มีความเคียดแคน
อยูในใจ ครั้นเห็นประกาศจับโจโฉ ระบุวาเปนกบฏตอแผนดินจึงของใจวาโจโฉจะเปนกบฏจริงหรือวาเปนศัตรู
ของตั๋งโตะแลวถูกกลั่นแกลงกลาวหาเปนกบฏ ดังนั้นจึงใครถามความจากโจโฉเปนการสวนตัวเสียกอน เหตุนี้
จึงแสรงเปดทางไวเผื่อความคิดตองกันก็จะไดรวมคิดอานตอไป

ครั้นเพลาเทียงคืน ตันกงจึงใหคนสนิทไปนําตัวโจโฉมาพบ ณ หองลับภายในจวนเจาเมือง แลวแสรงถามวา
             ่
ทานอัครมหาเสนาบดีใฝการแผนดิน รักราษฎรแลขาทหาร ทานทําความผิดสิ่งใดใหเปนที่ระคายเคืองจึงตอง
หลบหนีมาดังนี้ โจโฉจึงตอบเปนความนัยวา "ทานอุปมาดังนกนอย เปนไฉนจึงจะมาลวงรูความคิดของพญา
ครุฑ" แลวเกทับไปวาทานจับเราไดแลว จงเรงสงตัวเราเขาเมืองหลวงเอาความชอบเถิด จะมาถามเราไยให
ปวยการ โจโฉตอบความนัยดังนี้เพราะอานทาทีตันกงดวยสายตาแหงพญาครุฑออกตั้งแตตอนค่ํา แลววามีใจ
ชังตั๋งโตะเหมือนตัว ครั้นถูก เบิกตัวออกจากที่คุมขังในยามดึกก็ยิ่งมั่นใจ จึงกลาวความเปนเงื่อนงํา เพื่อให ตัน
กงสารภาพความคิดออกมาเอง

ตันกงฟงคําโจโฉแลว มั่นใจวาโจโฉตองขอหากบฏเพราะทําตน เปนศัตรูกับตั๋งโตะตองดวยใจตน จึงขับคนรับ
ใชออกไปเสียทั้งสิ้น แลวสารภาพวามีความชัง ตั๋งโตะศัตรูแผนดินเชนเดียวกับคนทั้งปวง "ทานอยาดูหมิ่นวา
เราความคิดนอย ทุกวันนีที่เรามาเปนหัวเมืองจัตวาอยูนี้เพราะเราขัดสน แลใจนั้นจะคิดหาผูกลาหาญ ซึ่งมี
                            ้
สติปญญาเปนหลัก จะไดเปนคูคิดสืบไป" โจโฉเห็นการสมที่คาดคะเนไว จึงหาเสียงเอากับตันกงวา "แตกอนปู
     
และบิดาเราเปนขุนนางไดกินเบี้ยหวัดอยู ครังนี้บานเมืองเปน จลาจลเพราะขันทีสิบคนแลตั๋งโตะทําการหยาบ
                                             ้
ชา ครั้นเราจะนิ่งอยูมิคิดการก็เหมือนหนึ่งหารูจักคุณแผนดินไม อันเราไปอยูดวยตั๋งโตะ นี้หวังจะลางมันเสีย
ซึ่งทําไมสมความคิดทั้งนี้ก็เปนกรรมของเรา แลวิบากของอาณาประชาราษฎรทั่วทั้งแผนดิน"

วาแลวก็สําทับเอากับตันกงตอไปวาเราทําการทั้งนี้ดวยถือรับสั่งลับของพระเจาเหี้ยนเต    เปนประมาณ
เนื่องจากตรอมพระทัยดวยพฤติกรรมของทรราชตั๋งโตะ ใหเราประสานงานหัวเมืองตางๆ ยกทัพเขาเมืองหลวง
กําจัดตั๋งโตะเสีย ตันกงฟงความโจโฉแลวก็เชื่อ เพราะเห็นวาเปนเชื้อสายขุนนางหลายแผนดิน หากไมมีรับสั่ง
อันเปนความลับแลว คงไมเสียงเอาตําแหนงขุนนางในเมืองหลวงไปกระทําการถึงเพียงนี้ ทั้งการที่โจโฉ อาง
                              ่
วาจะกระทําตอไป ขางหนาเปนการใหญตามพระประสงคของฮองเตสอดคลองกับความคิดของตน

ตันกงจึงเขาถอดเอาเครื่องจําโจโฉออกจากกาย แลวเชิญใหนั่งบนเกาอี้แลววาเราชื่อตันกง เปนขาในราชวงศ
ฮั่น มีความเจ็บแคน ดวยแผนดินแลราษฎร ใครจะสังหารตั๋งโตะจอมทรราชอยูมิไดขาด เมือทานถือรับสั่งของ
                                                                                       ่
ฮองเตมาทําการดังนี้ เราจะติดตามทานไปทําการ ดวยหวังเอาสติปญญาของทานเปนหลักชัยกําจัดทรราช
                                                                
บํารุงราษฎร ใหเปนสุขสืบไป

ตันกงกลาวความแลว ก็รบจัดเก็บขาวของมีคาและสัมภาระมอบ กระบี่ใหโจโฉเลมหนึ่ง ตัวเองถือเลมหนึ่ง
                         ี
คัดเลือกเอามาชั้นดีคนละตัวขับหนีออก จากเมืองจงพวนตั้งแตเพลาดึกสงัดหลังเทียงคืนนั้น
                                                                           ่

สุดยอดกลยุทธของโจโฉคือการหนีทั้งสองครั้ง ทําใหโจโฉรอดตายและประจักษถึงอานุภาพของกลยุทธนี้ที่
คุมตัวใหสามารถอยูทา การใหญตอไปได กอรากฐานทางความคิดเชิงกลยุทธใหแกการนําทัพของโจโฉในวัน
                     ํ
ขางหนา และเหมาเจอตงผูนาพรรคคอมมิวนิสตจน ไดสรุปขึ้นเปนหลักการสําคัญของสงครามจรยุทธในกาล
                             ํ                    ี
ตอมาวา "จรเมือเห็นวารบไมชนะ ยุทธเมื่อเห็นวารบแลวชนะแน เอาแตจร ไมยุทธ คือลัทธิวิ่งหนี เอาแตยุทธ
               ่
ไมจร คือลัทธิสตายแบบบาบิ่น"
                 ู

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

คาแหงคุณธรรม (ตอนที่ 27)

การหาเสียงของโจโฉ สามารถเกลี้ยกลอมตันกงเจาเมืองจงพวนใหปลอยตัวออกจากการจองจํา แลวทิ้งเมือง
จงพวนยอมติดตามโจโฉไปในครั้งนี้ นับเปนความสําเร็จครั้งยิงใหญของโจโฉ เพราะไมเพียงแตจะรอดตัวจาก
                                                           ่
เงื้อมมือของทรราชตั๋งโตะเทานั้น ยังไดคนระดับเจาเมืองเปนพวกไปทําการใหญอีกคนหนึ่ง โจโฉจึงคอยๆ



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 61



มั่นใจในลีลาและวิธีการพูดหาเสียงจูงใจคน ทั้งสามารถสรุปไวมั่นในใจวาเมื่อใดที่ไดเสนอเข็มมุงทางการเมือง
ที่ถูกตองสอดคลองกับความปรารถนาอันรอนแรงของมหาชนแลว ชักจูงหวานลอมดวยความมีฐานะขุนนางเกา
ถึงสามชั่วคนหนึ่ง ความ จงรักภักดีกตัญูรคุณแผนดินหนึง ความเสียสละเพื่อจะทํานุบารุง ราษฎรหนึ่ง และ
                                         ู          ่                              ํ
ความกลาหาญไมกลัวยากลําบาก ไมกลัวตายอีกหนึ่งแลว เมื่อนั้นผูคนยอมคลอยตาม และเมื่อนั้นยอมไดมา
ซึ่งความศรัทธาเลื่อมใส ความปลงใจเชื่อมั่น ความสนับสนุนชวยเหลือ แมแตการยอมตัวติดตามดังกรณี ของ
ตันกงนี้

หากจะเปรียบเอาการทีตั๋งโตะใชมาเซ็กเทา และทองคําอัญมณี มีคาซื้อตัวลิโปวาเปนการซื้อขายคนแบบเลว
                       ่
ทรามต่ําชาที่สด ก็ยอมเปรียบไดวาวิธีการของโจโฉนี้ก็เปนการซื้อคนอีกชนิดหนึ่งคือซื้อดวย อุดมการณเพื่อ
               ุ
กอบกูบานเมือง ซึ่งเปนการซื้อคนทีสูงสงกวาแบบของตั๋งโตะมากมายนัก ดังนี้แลวคนเราจึงคลายกับสินคาที่
                                      ่
อาจถูกซื้อหาไดทั้งสิ้น ขึ้นอยูแตเพียงวาจะเปนการซื้อขายกันดวยจิตใจทีชั่วชาเลวทราม หรือ ดวยจิตใจที่
                                                                         ่
งดงามสูงสงแหงอุดมการณเทานั้น

โจโฉและตันกงออกจากเมืองจงพวนแลว เรงรีบหนีภยจากเงือม มือทรราชตั๋งโตะทั้งกลางวันและกลางคืน มุง
                                                  ั      ้
หนากลับบานเดิมหาบิดา ขี่มามาไดสามวัน เพลาเย็นถึงตําบลอันเปนบานของแปะเฉีย ซึ่งเปน เกลอเกาของ
                             
บิดาโจโฉ โจโฉจึงชวนตันกงใหพักคางคืนทีบานแปะเฉียเสียคราหนึ่งกอน เพราะเดินทางมาลานัก ระยะทาง
                                           ่
หนีก็หางเมืองมากแลว ไกลหูไกลตาเจาหนาที่ พอจะเชื่อวามีความปลอดภัย ทั้งจะไดสอบถามขาวคราว
เหตุการณบานเมืองใหทันตอสถานการณไปดวย ตันกงฟงแลวก็เห็นดวย ดังนั้นสองผูพเนจรจึงพากันไปที่บาน
แปะเฉีย ถามหาแปะเฉีย พบหนากันแลวแปะเฉียจึงบอกโจโฉวาบัดนี้มีประกาศจากเมืองหลวงสงถึงหัวเมือง
ตางๆ ใหจับตัวทาน แลวสงเขาเมืองหลวงดวยขอหาวาเปนกบฏตอแผนดิน

โจโกบิดาของเจาเกรงราชภัย จึงหนีออกไปอยูเมืองตันลิวแลว เวลานีใกลค่ําใหเจาพักคางคืนที่บานเราเสีย
                                                                        ้
ราตรีหนึ่งกอน รุงเชาแลวจึงคอยออกเดินทางโจโฉดีใจที่ไดทราบขาวคราวจากแปะเฉีย จึงเลาเหตุการณที่
เกิดขึ้นทั้งสิ้นใหแปะเฉียฟงแลวแนะนําตันกงวาเปนเจาเมืองจงพวน มีใจชังทรราชตั๋งโตะ คิดถึงคุณแผนดิน จึง
หนีออกจากเมืองจงพวน มาดวยกัน เพื่อทําการตามรับสั่งของพระเจาเหี้ยนเต ประสานงานใหหัวเมืองตางๆ ยก
กองทัพเขาเมืองหลวงกําจัดตั๋งโตะเสีย แปะเฉียฟงแลวก็ขอบคุณตันกงที่ไดชวยโจโฉใหรอดตายมาได และ
ยินดีที่สองผูพเนจรจะไดทาการตามรับสั่ง
                            ํ                  แลวเดินเขาไปในครัวครูหนึ่งจึงออกมาบอกแกโจโฉวาวันนี้เราจะ
                                                                      
เลี้ยงดูพวกเจาใหเต็มที่ แตไมมีสุราอยางดีควรแกคนระดับเจาเมือง จะขอเดินทางไปตลาดสักครูใหญ วาแลว
แปะเฉียก็ออกจากบานไป


โจโฉ ตันกง นั่งรออยูในบานแปะเฉียพักใหญ ไดยินเสียง คนลับมีดที่หลังบาน โจโฉและตันกงสงสัยยองเขา
ไปแอบฟงทีฝาหลังบานไดยินเสียงคนหลายคนพูดกันแตเบาๆ วาจับมัดแลว ฆาเลยดีกวาโจโฉตกใจคลายกับ
             ่
วัวสันหลังหวะ เห็นอีกาบินอยูบนฟา ก็เกรงวาจะจิกแผลตน จึงจูงมือตันกงถอยกลับมาที่ในหองแลววาแปะเฉีย
เปนเพียงเกลอเกาของบิดาเรา บัดนี้บิดาเราก็หนีไปอยูเมืองตันลิวแลว จึงสิ้นความผูกพันตอตัวเรา ละไมตรี
เสีย บัดนี้เราตองขอหาฉกรรจ มีรางวัลคาตัวแรงนัก แปะเฉียคงมีใจละโมบใครไดความชอบ จึงติดตอพรรค
พวกใหจับพวกเราใหแกทรราชตั๋งโตะ สวนตัวแปะเฉียคงจะเดินทางเขาไปในเมืองสงขาวใหทางการมาคุมเอา
ตัวเราทั้งสอง เราจะตองสังหารคนพวกนี้เสียกอน จะไดไมมผูใดรูเห็นติดตามเราอีกตอไป
                                                        ี

ตันกงฟงโจโฉแลวจึงวาเราเปนคนไกล ไมรูใจแปะเฉียจึงยังประมาณการอะไรไมไดกอน โจโฉจึงวาแมนละ
พวกเขาไวเราตองตาย จําตองเอาชีวิตเรารอดไวกอน วาแลวก็ชักกระบี่วิ่งไปทางหลังบาน สังหารบุตร ภรรยา
แปะเฉียและคนในบานตายสิน นับศพไดถึงแปดศพ ตันกงวิงตามโจโฉออกมา เห็นโจโฉใชกระบีสังหารผูคน
                           ้                               ่                                 ่        
หมดทั้งบานก็ตกใจ เหลียวไปที่ในเลาหมูเห็นหมูถูกเชือกมัดอยู และเห็น คนผูหนึ่งถูกกระบี่โจโฉฟนตายอยู
                                                                               
ขางหินลับมีด มีปงตอตกอยูขางๆ ตันกงพินิจเหตุการณดูแลวจึงวาแกโจโฉวาทานดวนแกความคิด สําคัญผิด
                             
สังหารผูคนไปถึงแปดคนความจริงคนเหลานีเตรียมที่จะฆาหมูเพื่อเลี้ยงดูพวกเราตามคําสั่งของแปะเฉีย
                                          ้
ตางหาก โจโฉไดยินคําตันกง แลวมองไปรอบตัวเห็นเหตุการณประจักษ แกตา ไดคิดก็ตกใจ เพราะไดลงมือ
ฆาคนถึงแปดคน เร็วเกินไปโดย ไมไดพิจารณาไตรตรองใหรอบคอบเสียกอน แตเมื่อเห็นเหตุการณลวงมา       
เพียงนี้แลว แกไขกลับคืนไมได โจโฉจึงวาเราเห็นจะอยูที่นตอไปไมได เพราะเมื่อแปะเฉียกลับมาถึงบาน เห็น
                                                       ี่
บุตร ภรรยา และ คนในบานถูกสังหารจนหมดสิ้น คงจะทํารายเราเปนแน

วาแลวก็ชวนตันกงขึ้นมาขี่ออกจากบานแปะเฉียไป พักหนึงก็สวนเขากับแปะเฉียเดินจูงลามุงหนาจะกลับบาน
                                                          ่
บนหลังลาบรรทุก สุราและผลไม แปะเฉียเห็นโจโฉกับตันกงก็สงสัย จึงถามวาเหตุใด จึงดวนรีบเดินทาง เรา
ไดซื้อหาสุราอยางดีพรอมผลไมมาเลี้ยงดูพวกเจา ทั้งที่บานก็ไดฆาหมูตวหนึ่ง จะไดอิ่มหนําสําราญกันให
                                                                     ั



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 62



เต็มที่ โจโฉจึงวาขาพเจาตองขอหากบฏตอแผนดิน พักอยูนานไมได อันตรายจะมาถึงตัว ทั้งจะเปนภัยแกตัว
ทานใหไดรับความเดือดรอน ดวย แลวโจโฉ ตันกง ก็ขับมาผานแปะเฉียโดยทีแปะเฉียยังไมทันไดกลาวความ
                                                                         ่
สืบไป

โจโฉ ตันกง ขีมาผานแปะเฉียไปไดหนอยหนึง โจโฉไดรั้ง มาใหหยุด แลวขับมากลับตามทางเดิม แปะเฉียได
               ่                           ่
ยินเสียงมาก็ หันกลับมาดู โจโฉเอามือชี้ไปขางหนาพรอมกับรองบอกแปะเฉียวา "ดูนั่นสิ" พอแปะเฉียหันหนา
กลับไปดู โจโฉก็ใชกระบีฟนแปะเฉียถึง แกความตาย ณ ที่นน ตันกงเห็นโจโฉชักมากลับ จึงหยุดมาแลวหันไป
                        ่                               ั้
ดู เห็นโจโฉฆาแปะเฉียก็ตกใจเปนอันมาก แลววาแกโจโฉวาเมื่อครูนทานไวแกความคิด สังหารบุตร ภรรยา
                                                                  ี้
และคนในบานแปะเฉียถึงแปดคน โดย ที่คนเหลานั้นหาความผิดใดมิได ทานทําความผิดนัก ไมทันไรก็มาทํา
ความผิดซ้ําสังหารแปะเฉียอีกคนหนึ่ง ทานนี้เปนคนอกตัญู ใจ บาป หยาบชาโดยแท

โจโฉจึงวาเมื่อครูนี้ขาพเจาสังหารคนไรความผิดไปถึงแปดคน เปนความผิดมหันตอยูแลว แตจะแกไขใหฟน
คืนก็ไมได ครั้นจะละแปะเฉียไวเมื่อกลับถึงบาน แปะเฉียยอมรูความผิดเรา แลวคงจะแจงทางราชการให
                                                                
ติดตามจับกุมตัวเราใหตองรับโทษถึงสองสถาน เราจะไมพนความตาย การใหญที่คดไวก็จะเสียการไป ดังนั้น
                                                                               ิ
เราจึงจําตองสังหารแปะเฉียเสียกอนจะไดไมมีผูใดลวงรูความผิดและความเคลื่อนไหวของเรา แลวโจโฉจึงวา
กลาวปลอบใจตันกงวา อันวิสยพยัคฆาเขาปาใหญ จะกังวลไปไยกับการทีกิ่งไมใบหญาในทางผานตองลมราบ
                                 ั                                    ่
ลง ปาใหญยอมไมไรซึ่งกิ่งไมใบหญา แผนดินนี้มีผูคนมากมาย ตายเสียแปดเกาคน ฝนฟาก็ยังคงตกตองตาม
ฤดูกาลอยูนั่นเอง กังวลใจไปทําไมกัน

ตันกงจึงวาแกโจโฉวา ทานเปนคนใจโฉด ไรคุณธรรม คิดผิด แลวฆาบุตรภรรยาและคนในบานเขาแลว ยังจง
ใจทําผิดซ้ําสองอีก หา ใชคนกตัญูรูคุณคนไม โจโฉจึงวาทานพูดมาทั้งนีฟงเขาทีก็แตโดยผิวเผิน "ธรรมดา
                                                                              ้
เกิด มาทุกวันนี้ยอมรักษาตัวมิใหผูอื่นคิดรายได เราจึงทําการทั้งนี้" นี่คอความคิดจิตใจอันเปนเนื้อตัวแทจริง
                                                                            ื
ของโจโฉ ทีคดวาเกิดมาแลวตองเอาตัวใหรอดไดเทานั้น คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม หามีคุณคาใดอันควร
             ่ ิ
คํานึงไม ดังนันเมื่อจะเอาตัวรอดรักษาชีวตไว
               ้                           ิ       แลวถึงจะตองฆาฟนผูคนที่ไรความผิด หรือทําชั่วชาสารเลว
อยางไรก็ไมตองคํานึงถึง

นักอานสามกกมักจะขนานนามโจโฉวา "โจโฉผูไมยอมใหโลก ทรยศ" นั่นเปนความสําเร็จจากพลังและแรงคม
แหงปากกาของยาขอบ บรมครูผูเปนอมตะแหงวงวรรณกรรม แตแทจริงแลวโลกหาไดทรยศตอโจโฉหรือผูใด
ไม กรณีเปนเรื่องของการตีราคาคาตน เองเหนือกวาสิ่งใด เพียงเพื่อขอใหเอาชีวิตรอดก็พรอมที่จะทําบาปชั่ว
ไดทุกอยาง หมอมราชวงศ คึกฤทธิ์ ปราโมช ปราชญใหญของประเทศไทย และบรมครูทางวรรณกรรมอีกทาน
หนึ่งไดแกตางใหกับโจโฉ ในเรื่อง นี้ไวในสามกกฉบับนายทุนวา การทั้งนี้เปนเพราะคนเขียนหนังสือสามกก
เปนพวกเลาป และเปนฝายตรงกันขามกับโจโฉ เห็นทางใดที่จะเขียนเหยียบย่ําซ้ําเติมโจโฉได ก็แกลงเขียน
ใหเห็นเปนวาโจโฉไมใชคนดี และยังแกตางใหตอไปวาแปะเฉียรูดีวามีประกาศของทางราชการ ใหจับตัวโจโฉ
และทางการจะเอาผิดกับผูคบคิดปกปดใหทหลบซอนในฐานรวมกบฏตอแผนดิน แตเหตุใดคนบานนอกอยาง
                                          ี่
แปะเฉียไมกลัวอาญาแผนดิน กลารับโจโฉไวในบาน กรณีจงนาสงสัยวาแปะเฉีย จะวางแผนกับพรรคพวกเพื่อ
                                                        ึ
จะจับโจโฉสงใหแกทางราชการ โจโฉจึงชอบที่จะปองกันตัว

หมอมราชวงศ คึกฤทธิ์ ปราโมช ไดแกตางใหกับโจโฉดวยวาแมหากแปะเฉียจะไมคิดรายตอโจโฉก็ยังตองถือ
วาการกระทําของโจโฉเกิดแตความจําเปน ตองรักษาตัวรอด เพื่อรับใชการใหญของแผนดินตอไป ขอแกตางนี้
กลายเปนแบบอยางใหนักการเมืองถือเปนแบบฉบับในการพูดจาทางการเมืองในชั้นหลังและไดทําใหสามกก
ฉบับนาย ทุนอานแลวสนุก และมีเหตุผลแบบประหลาด อันควรแกความสนใจเหตุผลแบบนี้พระบาทสมเด็จ
พระมหาธีรราชเจา รัชกาลที่ 6 ทรง แสดงเปนเชิงประชดประชันไวในธรรมาธรรมะสงคราม เปนคําสอนของ
อธรรมเทวบุตร ใหเหตุผลในการปลนเขาวาควรอยางไรวา

                           "ยามจนจะทนยาก                   จะลําบากไปไยมี
                            พึงปองขาวของดี                ณ ผูอื่นอันเก็บงํา"

ตันกงฟงคําโจโฉแลว เห็นวาจะตอปากตอคําตอไปก็ไรประโยชน จึงนิ่งเสียแลวพากันเดินทางตอไป ถึงศาล
เจารางแหงหนึงจึงแวะเขาพักคางคืน โจโฉเหนื่อยนักจึงหลับไปกอน ตันกงในยามสงัด เสียงใบไมหวีดหวิว
               ่
วังเวงก็หวนรําลึกถึงเหตุการณที่เกิดขึ้นแลวเสียใจนักที่หลงเชื่อคนแบบโจโฉ สูอุตสาหละทิ้งยศศักดิอัครฐาน
                                                                                                  ์
และบริวารติดตามโจโฉมาหวังทําการใหญ กําจัดทรราชตั๋งโตะ ทํานุบํารุงแผนดินและราษฎร ไมทันไรก็
ประจักษความชัดแลววาโจโฉหาใชคนมีคุณธรรมที่จะทําใหบานเมืองรมเย็นเปน สุขไม หากเปนคนใจบาปเห็น
                                                            
แกตัว ซึ่งอาจจะรายเทาๆ กับตั๋งโตะก็ได คนแบบนี้เปนคนพาล ไมควรที่เราจะเสวนาดวยอีกตอไป และเพื่อ



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 63



ไมใหเปนภัยตอผูคนในภายหนา เราจําจะฆาโจโฉเสีย ในค่านี้ คิดแลวก็ชกกระบี่เดินเขาไปหาโจโฉที่หลับอยู
                                                        ํ             ั
ขณะนั้นใจพลันคิดวาหากเราฆาโจโฉ เราเองก็จะเปนคนบาปแบบเดียวกับโจโฉ เปนความผิดของเราเองที่หลง
ชอบเชื่อใจเขา มาบัดนี้เมื่อสินที่ชอบและหลงนับถือแลว เราควรจะปลีกตัวหนีไปใหไกลเสียจะดีกวา คิดดังนี้
                             ้
แลวตันกงก็เก็บสัมภาระของตนขึ้นมาขับหนีโจโฉไปอยูที่เมืองตองกุนในราตรีนั้น
                                                   

ตันกงหนีโจโฉเพราะเห็นวาโจโฉเปนคนไรคณธรรม ขาดความ กตัญู ไมรูคุณคน ในขณะที่โจโฉก็กําลังหนี
                                        ุ
แตเปนการหนีเพื่อเอาชีวิตรอด  และไดทําหรือพรอมจะทําทุกอยางโดยไมตองคํานึงถึงคุณธรรม    ศีลธรรม
จริยธรรม ขอเพียงใหมชีวิตรอดก็เปนพอ การหนีของทั้งสองคนนี้ แมวาจะเปนการหนีอยางเดียวกัน แตตางกัน
                      ี
ดวยคาแหงคุณธรรมฉะนี้

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ชูธงธรรม กําจัดทรราช (ตอนที่ 28)

โจโฉซึ่งหลับไปตั้งแตหัวค่ํา ตื่นขึ้นในเพลาใกลรุงไมเห็นตันกง เดินดูทวศาลเจารางก็ไมพบตัว คาดคะเนวาตัน
                                                                        ั่
กงไมพอใจเกี่ยวกับเหตุการณที่เกิดขึ้นจึงหลบหนีไป คิดระแวงแตจะเอาชีวิตรอดดั่งนีแลว เห็นวาจะอยูที่นี่
                                                                                       ้
ตอไปจะเปนอันตราย ดวยตันกงอาจไปแจงขาวใหทางการมาจับกุมในตอน เชา จําจะตองรีบไปเสียตั้งแตเพลา
ใกลรุงนี้

โจโฉเก็บสัมภาระแลวขึ้นมา รีบขี่ไปเมืองตันลิวตั้งแตเวลานัน ถึงเมืองตันลิวแลวสอบถามหาบานโจโกจนพบ
                                                           ้
แลวเขาไปหาบิดา เลาความแตหลังใหฟงทั้งสิ้นแลววา ขาพเจาหนีมาหาบิดาทานในครั้งนี้ เพื่อจะขอทรัพยสิน
เงินทองไปทําการใหญกอบกูแผนดิน             โดยจะนําไปใชเปนคาใชจายในการซองสุมผูคนและจัดหาอาวุธ
                                                                      
ยุทโธปกรณ พรอม แลวจะไดอางเอารับสังพระเจาเหี้ยนเตประสานงานใหหัวเมืองตางๆ ยก กองทัพเขาไป
                                         ่
เมืองหลวงจับทรราชตั๋งโตะฆาเสีย

โจโกจึงวาที่เจาคิดทําการดั่งนี้ชอบใจเราแลว แตทรัพยสินเงินทองของเรามีนอยไมพอแกการซึ่งคิดจะทํา ใน
เมืองนี้มีมหาเศรษฐีอยูผูหนึ่งชืออุยหอง เปนคนจงรักภักดีในราชวงศฮั่น มีน้ําใจกตัญูรูคุณบิดามารดาเห็น
                                 ่
ประจักษ ฮองเตจึงพระราชทานปาย เกียรติยศวาเปนบุตรกตัญู คนผูนี้เปนที่เคารพนับถือของคนทั้งปวง เจา
จงไปหาเลาความเหมือนกับทีเลาแกเรา แลวขอใหอุยหองชวยเหลือ เพื่อแสดงความจงรักภักดีแกราชสํานัก
                                ่
เถิดโจโฉจึงวาการทั้งนีตองขอพึ่งบารมีบิดาทาน เชิญอุยหองมากิน โตะที่บานเราจะควรแกการกวา เพราะ
                          ้
สามารถเกลี้ยกลอมไดถนัดปาก ไมตองพะวงคนในบานของอุยหองวาจะนําความไปแจงแกทางราชการ หรือ
ทัดทานเปนอื่นใหเสียการไป

โจโกเห็นดวยกับความคิดของบุตรตนจึงใหเตรียมแตงโตะจัดเลี้ยง แลวใหคนไปเชิญอุยหองมากินโตะทีบาน  ่
อุยหอง มหาเศรษฐีปายกตัญูพระราชทานมาที่บานโจโกตาม คําเชิญคารวะทักทายปราศรัยกันตามธรรม
เนียมแลว โจโกจึงเชิญอุยหองเขาที่จัดแตงโตะไว แลวแนะนําโจโฉผูบุตรแกอุยหอง โจโฉแสดงความคารวะ
ตามประสาผูนอย ผูใหญ แลวเลาความ ที่ตั๋งโตะจอมทรราชทําหยาบชาตอฮองเต ตอราชสํานัก ตลอดจนขุน
นางแลราษฎรทั้งปวง เปนเหตุใหตัวตองเปนกบฏแลวหลบหนีมา จากนั้นจึงไดหลอกอุยหองวาพระเจาเหี้ยน
เตตรอมพระทัย      เพราะทรงเปนหวงใยแผนดินแลราษฎรนัก        จึงโปรดใหขาพเจาอัญเชิญรับสั่งเปนการลับ
ประสานงานกับหัวเมืองทั้งปวง ยกกองทัพเขาไปเมืองหลวงกําจัดตั๋งโตะเสีย

แลวกลาวตอไปวา "ขาพเจาคิดจะทํานุบารุงแผนดินและฆาตั๋งโตะเสียใหได แตวากําลังแลทรัพยสินขาพเจา
                                          ํ
นอยนัก ขาพเจาจึงหนีมา จะคิดอานเกลี้ยกลอมซองสุมผูคนใหไดมาก แลวจะยกเขาไปทําการลางตั๋งโตะเสีย
บัดนี้ขาพเจารูวาทานมีทรัพยเปนอันมาก และน้ําใจสัตยซื่อตอแผนดิน ขาพเจาจะขอทรัพยทานไปจัดซืออาวุธ
                                                                                                   ้
แลมาจะไดทําการสืบไป"

อุยหอง มีใจภักดีกตัญูตอพระราชวงศฮั่น ฟงโจโฉแลว สํานึกในอุดมการณก็พลุงขึ้นจึงวาตัวเรานี้มีกตัญูตอ
แผนดินพระเจาฮั่นโกโจ ติดตามขาวสารบานเมืองที่เปนจลาจลวุนวายจากการกระทําของ ทรราชตั๋งโตะมิได
ขาด มีความชิงชังคิดเคียดแคนเปนทุกขรอนแทนฮองเตและคนทั้งปวง คิดจะชวยทํานุบารุงแผนดินอยู แตตัว
                                                                                   ํ
เราเปน พอคาวาณิชไมสันทัดการเมือง จึงพยายามหาคนมีสติปญญากลาหาญ เปนหลักนําคนทั้งปวงไปลม
                                                             
ลางทรราชตั๋งโตะ บัดนี้มาไดยินคําทานจึงมีความยินดีชอบใจนัก ทานอยาไดหวงใยเลย เราจะมอบทุนใหแก
ทานใหทาการสําเร็จดังประสงค ราษฎรจะไดเปนสุขถวนหนากัน ใหทานเรงรีบทําการตามความคิดเถิดโจโฉ
        ํ




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 64



และโจโกผูบิดาฟงคําอุยหองแลวดีใจนัก กินโตะปรึกษาในรายละเอียดกันตออีกพักใหญ แลวอุยหองก็ขอตัว
ลากลับบาน

รุงขึ้นโจโฉจึงใหจัดทําธงแขวนสีขาวผืนใหญขึ้นผืนหนึ่ง เขียนอักษรสีดําลงบนผืนธงวา "ตงหงี" ซึ่งแปลวา
"ซื่อสัตยตอแผนดิน จงรักภักดีฮองเต" ซึ่งสามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) แปลวา "ใหคนทั้งปวงมีน้ําใจ
สัตยซื่อตอแผนดิน" นั่นเปนการแปลโดยพยัญชนะ ถาหากจะแปลเอาความหมายของ คําวา "ตงหงี" ใน
สถานการณเชนนั้นก็ตองแปลวา "ทั่วประเทศจงสามัคคีกน กําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต" โจโฉใหปกธง
                                                          ั
"ตงหงี" ผืนนีขึ้นที่หนาบาน นับเปนการชูธงปฏิวัติของประชาชนขึ้น เพื่อจะลมลางอํานาจทรราชของตั๋งโตะ
                ้
โดยยึดเอาความจงรักภักดีตอฮองเตของปวงชนเปนแกนหลักรวมน้ําใจคน นี่คือการเสนอเข็มมุงทางการเมือง
ที่สอดคลองกับความปรารถนาอันรอนแรงของผูคนทั้งแผนดิน

บรรดาชาวเมืองซึ่งเคียดแคนระบอบทรราชอยูเต็มอก เห็นธงปฏิวัตแลวจึงเลาขานกันตอไปอยางรวดเร็วแลว
                                                               ิ
พากันมาเขารวมดวย โจโฉเปนอันมาก แมขาราชการบานนอกไดทราบขาวแลวสอบถามขอมูลเพิ่มเติม ได
ความวาโจโฉกระทําการโดยถือรับสั่งลับของพระเจาเหี้ยนเต  และการทีทานั้นก็สอดคลองกับความปรารถนา
                                                                   ่ ํ
ของตน จึงพากันมาเขารวมดวย พรรคคอมมิวนิสตจีนไดสรุปความคิดของเหมาเจอตงเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว ในสรร
นิพนธเหมาเจอตงวา พรรคการเมืองพรรคหนึง นั้น ตองอาศัยการเมืองทีถูกตองไปนําพรรค แนวทางการเมือง
                                          ่                      ่
ที่ถูก ตองยอมทําใหไดมาซึ่งดินแดน กองทัพ และอํานาจรัฐ แตถาแนว ทางการเมืองผิดพลาด แมจะครอง
อํานาจรัฐ ดินแดน และกองทัพอยู ก็จะตองสูญสิ้นไป

แนวทางการเมืองของโจโฉทีปรากฏในธงปฏิวัตินั้น ถูกตอง สอด คลองกับสถานการณและความตองการของ
                               ่
ประชาชน ดังนันขบวน การปฏิวัติของโจโฉจึงเติบใหญขึ้นอยางรวดเร็วสองพี่นองตระกูล "แฮหัว" คือแฮหัวตุน
                ้
ผูพี่ และแฮหัวเอี๋ยน ผูนอง ชาวเมืองไพกก เปนศิษยมครูในเชิงชั้นการสงคราม สองพี่นอง ตระกูล "โจ" ซึ่งแซ
                                                      ี
เดียวกับโจโฉคือโจหยินและโจหอง ไดร่ําเรียน เชิงอาวุธมาแตนอย รวมทั้งงักจิ้น ชาวเมืองยงเปง และลิเตียน
ชาวเมืองซัวหยง ซึ่งร่ําเรียนการศึกมาแตกอน และมีน้ําใจชังตั๋งโตะเปน ทุนเดิม ไดทราบขาวการชูธงปฏิวัติ
ของโจโฉ

ณ ทองทุงเมืองตันลิว ตองดวยความคิดตัว จึงพากันมาเขารวมดวยโจโฉ แฮหัวตุน และแฮหัวเอี๋ยนนั้น ได
เกลี้ยกลอมชายฉกรรจบานเดียวกันไดจํานวนพันเศษ พรอมมาและอาวุธครบมือ สองพี่นองโจหยินและโจหอง
                                                                                   
ก็ได เกลี้ยกลอมพรรคพวกอีกพันเศษ สวนงักจิ้นและลิเตียนตางก็นําพรรคพวกมา อีกคนละพันเศษ ยกมาเขา
รวมกับโจโฉบรรดาชายฉกรรจในเมืองนั้นและเมืองขางเคียงรูขาว และเห็นผูคนหลั่งไหลมาเขารวมกับโจโฉก็
                                                          
ตื่นเตน เลือดหนุมที่เรารอนดวยความภักดีตอแผนดินจึงชวนกันจัดหามาและอาวุธประจํากายแลวพากันมาเขา
                                            
ดวยโจโฉเปนอันมาก

อุยหองเห็นธงปฏิวัติมความเปนที่ตองใจก็เบิกบานยินดี ครั้นเห็นผูคนมาเขารวมดวยโจโฉเปนจํานวนมาก ก็
                      ี                                          
จัดหาเงินทองมอบแกโจโฉสําหรับซื้อมาอาวุธยุทโธปกรณและธงทิวสําหรับกองทัพ ตลอด จนเสบียงกรัง
อยางเต็มที่ ทําใหโจโฉไมตองพะวงหลังดวยเรื่องเหลานี้ โจโฉเห็นผูคนจากทั่วสารทิศมาเขารวมก็มีความยินดี
                                                                   
ยิ่งนัก จึงใหปลูกคายสําหรับทหารขึ้นพรอมกับโรงสําหรับเปนที่วางแผนปรึกษาบัญชาการ แลวจัดแบงพลเปน
หมวดหมูเหมือนกับการจัดกองทัพในเมืองหลวง กําหนดหนาที่นายและพล จัดระเบียบวินัยกองทัพ แลวทํา
การฝกปรือคนเหลานั้นเปนทหารในลักษณะเดียว กันกับทหารประจําการ

โจโฉเองเคยเปนนายพันทหารสารวัตร แหงกองกําลังรักษาพระนคร ไดร่ําเรียนพิชยสงคราม และเรียนรูถึงวิธี
                                                                           ั                 
จัดกําลังพลการบัญชาการทหารเปนอยางดี ดังนั้นทุกวันทั้งเชาและเย็น โจโฉจึงไดออกมาเปนประธานในการ
ฝกซอมทหาร ในการจัดกระบวนทัพ และการบัญชาการทางยุทธวิธี แลวถือโอกาสนี้ปลุกระดมทางความคิดให
กําลังพลเขาใจสภาพการณทางการเมือง และความจําเปนที่จะตองจัดตั้งเปนกองทัพเพื่อกําจัดทรราชตั๋งโตะ
ใหจงได

โจโฉอางเหตุผลในการจัดตั้งกองทัพวาเมื่อจะทําการปฏิวติ ก็ตองจัดตั้งกองทัพปฏิวติขึ้นกองทัพหนึ่ง จะมัวแต
                                                      ั                        ั
รองแรกแหกกระเชอ หรือใชเสียงขางมากยอมไมมีทางลมลางทรราชไดสําเร็จ ซึ่ง บิสมารค ผูนําเยอรมันในยุค
หลังก็ไดกลาวเชนเดียวกันวา ปญหาใหญของแผนดินไมอาจแกไขไดดวยเสียงขางมาก หากตองแกดวย
                                                                      
เลือดและเหล็ก ซึ่งก็คือความกลาหาญกับปนเทานั้น (The great questions are not decided by speech or
majority vote, but by blood and iron) น้ําใจผูคนจึงพรอมเพรียงสามัคคีกัน ภายใตแนวทางการเมืองที่จะ
กําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต ดังนั้นความคิดและความรับรูทาง การเมืองจึงคอยๆ ถูกหลอหลอมจนเกิดเปน
                                                        
เอกภาพที่รอนแรงดวยขวัญและกําลังใจสูรบ อันผูนํานั้นมีภารกิจหลักอยูแตเพียงสองประการ คือตองเปนแกน
                                     



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 65



แหงความสามัคคีของประชาชนอยางหนึ่ง และตองชี้ทศนําทาง ทีถูกตองแกประชาชนไปบรรลุถึงอุดมการณ
                                                    ิ            ่
อันสูงสงอีกอยางหนึ่ง ผูนําคนใดกุมภารกิจสองประการนี้ไดแลวเพียรพยายามปฏิบติจนมีความเปนเอกภาพทั้ง
                                                                              ั
กายใจ หรือทีมกใชเปนสํานวนวา "รวมแรง รวมใจ" แลว ความสําเร็จยอมบังเกิดแกผูนําผูนน
             ่ ั                                                                        ั้

ในทางตรงกันขาม หากผูนําคนใดไมใสใจกุมภารกิจทั้งสองประการใหเปนผลสําเร็จ หรือมัวแตสาละวนอยูแต
เรื่องเล็ก จูจี้จุกจิก อันไมเปนสาระแลว ยอมประสบความลมเหลว และจักตองสูญเสียฐานะผูนําไปอยางไมตอง
สงสัย โจโฉในวันนี้แมจะถูกอํานาจรัฐทรราชตราหนาวาเปนกบฏตอแผนดิน เปนที่ตองการตัวของทางราชการ
ทั้งหากใครเขารวมชวยเหลือก็จะถูกถือวาเปนกบฏดวยกัน มีโทษถึงประหารทั้งครอบครัวก็ตาม แตขอหาและ
การสรางความกลัวเชนนั้นกลับตองพายแพตอพลานุภาพของความถูกตองแหงแนวทางการเมืองอันโจโฉได
                                               
จารึกไวในผืนธงปฏิวัตินั้น ดังนี้โจโฉจึงเปนผูนําเต็มตัว และมีบทบาทนําที่เดนชัด กลายเปนผูนําในระดับชาติ
                                                 
ในขณะทีทั้งซุนเกี๋ยนและเลาปยังคงเปนแคเจาเมืองบานนอกอยูนั่นเอง
           ่

ขาวคราวการชูธงปฏิวัติของโจโฉ สะพัดไปทัวประเทศ ยินไปถึง อวนเสียวเจาเมืองปุดไฮ ซึ่งเปนศัตรูคูอาฆาต
                                               ่                    ้
อยูกับตั๋งโตะ ดังนั้น อวนเสียวซึ่งถึงแมจะชิงชังทรราชสักปานไหน แตหาไดมีแผนการที่เปนรูปธรรมใดๆ ใน
                               ้
การลมลางอํานาจตั๋งโตะไม จึงไดเชิญบรรดากรมการเจาหนาที่เมืองปุดไฮมาปรึกษาวาเราชอบทีจะยกกองทัพ
                                                                                            ่
ไปเขารวมกับโจโฉ จึงจะกําจัดทรราชตั๋งโตะไดสําเร็จ นี่คอความคิดของคนระดับเจาเมืองที่มีทุกอยางพรอม
                                                            ื
อยูในมือ หากแตขาดสติปญญาและความเปนผูนํา จึงไดแตคดเพียงแคติดตามคนอื่นเทานัน
                                                             ิ                      ้

กรมการเจาหนาที่เมืองปุดไฮประชุมปรึกษาหารือกันแลว เห็นชอบ กับความคิดของอวนเสี้ยว ดังนั้นอวนเสี้ยว
จึงสั่งใหจัดกองทัพพลสามหมืน   ่    นําทัพเคลื่อนออกจากเมืองปุดไฮไปสมทบดวยโจโฉถึงที่อันโจโฉตังคาย
                                                                                                 ้
ทหารอยูแลว อวนเสี้ยวจึงใหปลงทัพไวตงคายตามกระบวนศึกแลวจึงออกไปหาโจโฉ สวนโจโฉทราบขาว
                                          ั้
อวนเสี้ยวยกกองทัพมาสมทบก็มีความยินดียงนัก เพราะเคยรูจักคุนเคยกันมาแตครั้งอยูดวยกันกับโฮจิ๋น ทังยัง
                                             ิ่                                                   ้
เปนเชื้อสายขุนนางเกาถึงสีชั่วคน การมาเขารวมของอวนเสียวจะกอเกิดแบบอยางใหหัวเมืองตางๆ มาเขารวม
                           ่                             ้
ไดโดยงาย การทีคิดไวก็จะเบาแรงลง ครั้นรูวาอวนเสี้ยวมาพบ โจโฉจึงรีบออกนอกคายมาตอนรับ โจโฉ อวน
                  ่                             
เสี้ยว คารวะกันตามธรรมเนียมแลว โจโฉจึงเชิญอวนเสียว เขาไปปรึกษาหารือกันภายในคายของโจโฉ
                                                      ้

ธงปฏิวัตสะบัดโบกพลิ้วเหนือทองทุงเมืองตันลิว ทามกลางเสียงกึกกองกัมปนาทอันเกิดแตการฝกทหาร การ
        ิ
จัดกระบวนทัพ และการฝกฝนทางยุทธวิธี ทั้งจากคายโจโฉและจากคายของอวนเสี้ยว ประกอบเขากับธงทิว
ปลิวไสวเปนทีตื่นตาตื่นใจของผูคน ปลุกเรากําลังขวัญกําลังใจของทหารทั้งสองทัพและผูคนใหแกรงกลาคึก
             ่
คะนอง ไมกลัวยากลําบาก ไมกลัวตายอีกตอไป

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

เคลื่อนทัพปฏิวัติสูลกเอี๋ยง (ตอนที่ 29)

โจโฉพาอวนเสียว เดินเขามาภายในคายของตน แลวขึ้นไปยังโรงสําหรับปรึกษาและบัญชาการ ทักทาย
              ้
ปราศรัยกันถึงความเกา ครั้งอยูดวยกับโฮจิน และบัดนี้ตองออกจากเมืองหลวงเพราะตางก็เปนศัตรูคูอาฆาต
                                          ๋           
ของจอมทรราชตั๋งโตะ มีผลประโยชนรวมกันคือตองลางตั๋งโตะใหสิ้น จึงจะปลอดภัยจากเงื้อมมือของทรราช
ได

ณ บัดนี้ทั้งโจโฉและอวนเสี้ยวตางก็มีกองทัพของตนอยูในมือ และประกาศตัวเปนฝายปฏิวัติโดยชัดแจงแลว
ในขณะที่ซุนเกียน เลาป แมวาจะเปนเจาเมืองและมีกองทัพอยูในมือดุจกัน แตทั้งซุนเกี๋ยนและเลาปยังมิได
               ๋
ประกาศตัวเปนฝายปฏิวติั     สถานภาพทางกฎหมายจึงถือไดวายังเปนเจาเมืองที่ขึ้นตอเมืองหลวงภายใตกรง
เล็บปศาจของตั๋งโตะอยู หลังจากโจโฉ อวนเสี้ยว ไดทักทายปรารภความหลังกันตามควรแลว อวนเสียวจึงวา
                                                                                                 ้
กับโจโฉวา ทานประกาศตัวตอตานตั๋งโตะเชนนี้ตองดวยใจเรา ดังนั้นเราจึงยกทหารมารวมทําการดวยทาน
แลวสังหารตั๋งโตะเสียใหจงได ทานจะคิดอานแผนการประการใด จงปรึกษาพรอมกันเถิดโจโฉจึงวา กําลัง
กองทัพของเราทั้งสองยังนอยนัก เทียบไมไดกับกองทัพในอํานาจของตังโตะ และตั๋งโตะอาจแอบอางเอา
                                                                      ๋
หมายรับสั่งของพระเจาเหี้ยนเตใหเรียกกองทัพหัวเมืองมารุมโจมตีพวกเรา       เหมือนเมื่อครั้งปราบโจรโพก
ผาเหลืองในแผนดินพระเจาเลนเต แลววา "บัดนี้เราสิจะทําการใหญ จําจะแตงเปนหนังสือรับสั่งลอบไปเกลี้ย
กลอมหัวเมืองทั้งปวง"

ความคิดของโจโฉทั้งนี้เปนไปตามแผนการเดิม คือแอบอางรับสั่งของพระเจาเหี้ยนเต ใหหัวเมืองตางๆ ยกเขา
เมืองหลวงจับตังโตะสังหารเสีย ในขณะเดียวกันแผนการนีจะทําใหหัวเมืองตางๆ ตอง ประกาศตนเปนปฏิปกษ
              ๋                                    ้



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 66



กับอํานาจรัฐของตั๋งโตะโดยตรงเหมือนกับตัว ชิงกําลังหัวเมืองมาอยูฝายตัวและตัดกําลังของฝายเมืองหลวง
ไปดวย แผนการนี้คลายกับแผนการที่อวนเสียวเคยเสนอใหโฮจิ๋นเรียก กองทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง เพื่อจับ
                                          ้
สิบขันทีสังหารเสียนั่นเอง เปน แตวตถุประสงคของแผนการแตกตางกัน ดังนั้นทั้งๆ ที่แผนการอยาง เดียวกันนี้
                                    ั
ครั้งหนึ่งตองถือวาเปนแผนการที่โงบดซบ มาครั้งนีภายใตวัตถุประสงคทแตกตางกัน นั้นกลับเปนแผนการที่
                                      ั           ้                  ี่
เลิศทีสุด และเสนอขึ้นโดยโจโฉ ทั้งๆ ที่โจโฉเคยคัดคานแผนการเชนนี้ในสมัยนั้น อวนเสี้ยว ฟงแผนการ
      ่
ของโจโฉแลวเห็นชอบดวย เพราะเปน แผนการเดียวกับทีตัวเคยเสนอมากอนตั้งแตครั้งโฮจิ๋น เปนแตวาอวน
                                                         ่
เสี้ยวหาไดเขาใจความแตกตางของภารกิจ และเปาหมายทีตาง กันของแผนการทั้งสองคราวนี้ไม
                                                       ่

โจโฉจึงเสนอลึกลงไปในรายละเอียดวา          เนื่องจากแผนการนี้อิงอยูกับการแอบอางรับสั่งของพระเจาเหียนเต
                                                                                                     ้
ดังนั้นในการปฏิบัติจึงจําตองจํากัดวงใหแคบ แตใหไดผลมาก คือใหเรียกเอาเฉพาะกองทัพจากหัวเมืองเอก
สิบหกหัวเมืองเทานั้น ทั้งตองทําการโดยลับและรวดเร็ว มิฉะนั้นหากขาวแพรงพรายไปถึงตั๋งโตะก็จะคิดอาน
แกไข จัดทําเปนพระบรมราชโองการของพระเจาเหี้ยนเต มีไปถึงหัวเมืองตางๆ หามกองทัพหัวเมืองเหลานั้น
เสียการก็จะไมสมความคิด

โจโฉไดเสนอทั้งแผนการและวิธีปฏิบัติ ตลอดจนกลยุทธในการ ปฏิบัติตามแผนอยางครบครัน แสดงออกถึง
ความเปนนักยุทธศาสตร ซึ่งอวนเสี้ยวฟงแลวก็เห็นดวยกับโจโฉ ดังนั้นโจโฉ อวนเสี้ยว จึงแตงเปนหมายรับสั่ง
ของพระเจาเหียน เตถึงเจาเมืองหัวเมืองเอกทั้งสิบหกหัวเมืองวา "ทุกวันนีขุนนางผูใหญผนอยแลอาณาประชา
               ้                                                          ้             ู
ราษฎรไดความเดือดรอนเพราะตั๋งโตะ เปนขบถ ฆานางโฮเฮากับหองจูเปยนเสีย ยกใหเราเปนเจาแผนดิน
เหมือนเจว็ด ตังตัวมันเปนมหาอุปราช ราชการเมืองทั้งปวงสิทธิอยูแกตั๋งโตะสิ้น แลโจโฉมีกตัญูตอแผนดิน
                 ้
สาบานตัวตอหนาที่นั่งวาจะอาสาลางตั๋งโตะเสียใหได เราจึงใหโจโฉออกไปประกาศหัวเมือง ทั้งปวง ถาผูใดมี
ใจสัตยซื่อตอแผนดิน ก็ใหเขาคิดอานกับโจโฉ แลว ยกเขามาลางตั๋งโตะซึ่งเปนศัตรูราชสมบัติเสียจงได"

สามกกฉบับสมบูรณระบุวา หนังสือนี้เปนหนังสือของโจโฉโดยตรง เปนแตไดอางพระราชโองการลับของพระ
                          
เจาเหี้ยนเต ใหหัวเมือง ตางๆ ยกกองทัพเขาเมืองหลวงกําจัดตั๋งโตะ ซึ่งดูแลวไมสมดวยเหตุผล เพราะโจโฉ
เปนขุนนางผูนอย ทั้งตองขอหากบฏตอแผนดิน จะทําเปนหนังสือของโจโฉเองนั้นใครจะเชื่อถือปฏิบติ และถา
                                                                                               ั
เปนหนังสือของโจโฉโดยตรงก็ไมจําเปนตองเรียกเอาเฉพาะกองทัพจากสิบหกหัวเมือง ยอมเรียกเอาจากทุกๆ
หัวเมืองโดยเปดเผยไดไมจําเปนตองลอบกระทําการ

ดังนั้น กรณีเห็นจะสมกับ สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) มากกวาจัดทําหมายรับสั่งเสร็จแลว โจโฉ อวน
เสี้ยว จึงใหทหารลอบนํา หมายรับสั่งนั้นไปมอบใหแกเจาเมืองทั้งสิบหกหัวเมือง และขอใหยกกองทัพมา
พรอมกัน ณ ทองทุงเมืองตันลิว อันเปนทีตั้งคายโจโฉ อวนเสี้ยว เจาเมืองหัวเมืองเอกทั้งสิบหกหัวเมืองคือ
                                             ่
อวนสุด เจาเมืองลําหยง, ตันฮก เจาเมืองกิจิ๋ว, ขงมอ เจาเมืองเซียงจิ๋ว, เลาตาย เจา เมืองอิวจิ๋ว, อองของ เจา
เมืองโหลาย, เตียวเมา เจาเมืองตันลิว, เตียวโป เจาเมืองตองกุน, อวนอุย เจาเมืองซุนหยง, เปาสิ้น เจาเมือง
เจปก, ขงเลง เจาเมืองปกไฮ, เตียวเถียว เจาเมืองกองเลง, โตเกี๋ยม เจาเมืองซีจิ๋ว, มาเทง เจาเมืองเสเหลียง,
เตียนเอี๋ยง เจาเมืองเสียงตง, ซุนเกี๋ยน เจาเมืองเตียงสา และกองซุนจาน เจาเมือง ปกเปง เตียวโป เจาเมือง
ตองกุน และเปาสิ้น เจาเมืองเจปก เปนคน ละคนกับเตียวโป ที่เปนโจรโพกผาเหลือง และเปนคนละคนกับเปา
สิ้น ขุนนางทีไมพอใจขุนนางดวยกัน เนื่องจากเห็นวามีแตพวก ขี้ขลาดตาขาวแลวหนีไปอยูที่ภูเขาไทซาน
                ่
เปนแตชื่อซ้ํากันเทานั้น

เจาเมืองทั้งสิบหกหัวเมือง ไดรับหมายรับสังปลอมของโจโฉ อวนเสี้ยวแลว ก็เชื่อตาม เพราะไมสามารถใช
                                           ่
โทรศัพทมือถือหรือเครื่อง มือสื่อสารที่ทันสมัยตรวจสอบขอเท็จจริงได และเนื้อความตามหมาย รับสั่งก็ตรงกัน
กับที่ไดทราบขาวคราวมาแตกอน ทั้งสอดคลองกับความคิดที่เคียดแคนชิงชังทรราชตั๋งโตะอยูเปนทุน ดังนั้น
                             
จึงตางยกทัพ "เมืองละหมื่นหนึ่งบาง สองหมื่นบาง สามหมื่นบาง" ไปพรอมกันที่ทองทุงเมืองตันลิว ขาดแต
กองทัพกองซุนจาน เจาเมืองปกเปงเทานั้น

โจโฉ อวนเสียว เห็นกองทัพสิบหาหัวเมืองยกมาพรอมกันเปน จํานวนมากก็มีความยินดีนัก ปรึกษาพรอมกัน
              ้
แลวจึงเคลื่อนทัพทั้งปวงออกจากทองทุงเมืองตันลิว ยกไปเมืองลกเอี๋ยงราชธานี ถึงชายแดนเมืองลกเอี๋ยงก็
ใหปลงทัพตั้งคายมั่นไว เตรียมบุกโจมตีเขายึดเมืองหลวงตอไป

ฝายกองซุนจาน เจาเมืองปกเปง ไดรับหมายรับสั่งแลวจัดทหาร ไดหมื่นหาพันคนเศษ แลวยกไปตามหมาย
รับสั่งนั้น แตเนื่องจากเมืองปกเปงในขณะนั้น    หรือกรุงปกกิ่งในขณะนี้เปนเมืองไกลสุดเกือบชายแดนของ
ราชอาณาจักรฮัน ใชเวลาเดินทัพนานกวากอง ทัพของเจาเมืองอื่น กองทัพกองซุนจานจึงลาชาอยู เสนทาง
               ่
เดินทัพของกองซุนจาน จากเมืองปกเปงไปยังทองทุงเมืองตันลิวจะตองผานเมืองเพงงวนกวน ซึ่งเลาปเปน



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                   หนาที่ 67



เจาเมืองอยู แตเลาปมิไดรับหมายรับสั่ง เพราะมิใชเปนหัวเมืองเอก จึงมิไดยกทัพไปดวย ครั้นเลาปได ขาววา
กองทัพกองซุนจาน ศิษยสํานักเดียว กันเคลือนทัพผานมาทางเมืองเพงงวนกวนก็มีความยินดีที่จะไดพบสหาย
                                               ่
เกา จึงพากวนอู เตียวหุย และทหารหารอยคนยกออกไปตอน รับกองซุนจานถึงนอกเมือง กองซุนจาน เห็น
กองทหารเคลื่อนมาขางหนา มีธงเหลืองประจําตัวนายทัพ บงบอกชื่อเลาปแลวดีใจนัก ปะหนากันแลว ทังกอง       ้
ซุนจานและเลาปตางรีบลงจากหลังมา วิ่งเขามาหาแลวกอดกันดวยความดีใจ

กองซุนจาน เห็นกวนอู เตียวหุย ลงมาตามเลาปเขามา มีบุคลิกลักษณะ สงานาเกรงขาม สมเปนทหารเอก จึง
ถามเลาปวาทหาร สองคนที่ตามทานมาดวยนี้เปนผูใด เลาปตอบวา สองคนนี้คือนองรวมสาบานของขาพเจา
คนสูงใหญหนาแดงหนวดยาว ถืองาวนั้นคือกวนอู อีกคนหนึ่งสูงใหญหนาดํา เคราดก ทาทางดุดัน ถือทวนนั้น
คือเตียวหุย ทังสองคนนี้ยังมิไดรับยศตําแหนงใดๆ ทางทหาร เปนแคทหารเลวถือเกาทัณฑนําหนามาของ
                ้
ขาพเจาเทานั้น วาแลวก็แนะนําใหกวนอู เตียวหุย เขาไปคารวะ ทําความรูจักกับกองซุนจาน เพื่อนรวมสํานัก
                                                                       
ของตน

แลวเลาปบอกกองซุนจานตอไปวา นองทั้งสองคนนี้กลาหาญ และมีกตัญู จึงเปนทังนองทั้งกําลังหลักที่
                                                                                          ้
วางใจของขาพเจา ครั้งกอนไดไปปราบโจรโพกผาเหลืองดวยกัน ขาพเจาไดขาววาทานเดินทัพผานมา ระลึก
ถึงความเปนศิษยรวมสํานักและบุญคุณครั้งที่ถวายฎีกาตอพระเจาเลนเต         ใหขาพเจาไดมาเปนเจาเมืองเพง
งวนกวนนี้ จึงรีบออกมารับ ขอเชิญทานเขาเมืองให ขาพเจาไดมีโอกาสเลี้ยงโตะทาน แสดงน้ําใจคารวะตอ
ทานใหเปนทีสาราญสักมื้อหนึง กองซุนจาน ฟงเลาปแลว ก็จํากวนอู เตียวหุย เมื่อครั้งรบโจรโพกผาเหลืองได
               ่ ํ             ่
จึงกลาววานองทั้งสองของทานนี้มีความชอบแตครั้งนั้นมาก แตหามีใครกราบทูลเสนอความชอบใหไม จึงยัง
ตองตก เปนทหารเลวอยูดั่งนี้ ขาพเจาเสียดายแทนแผนดินนัก ที่คนดีมีความ กลาหาญ และทําความชอบตอ
                          
แผนดินแลว ยังตองตกต่ําเปนทหารเลวอยูฉะนี้ วาแลวกองซุนจานจึงสั่งทหารใหตั้งคายไวนอกเมือง แตตัวเอง
                                          
นั้นเดินทางเขาเมืองไปพรอมกับเลาป กวนอู เตียวหุย เลาปจัดที่พักใหกองซุนจานที่เรือนรับรองแขกเมือง ค่ํา
ลงทั้งเลาป กวนอู เตียวหุย ก็มารับกองซุนจานไปกินโตะทีจวนเจาเมือง
                                                         ่

หลังจากดืมสุราแสดงคารวะและความระลึกถึงกันตามธรรมเนียมแลว กองซุนจานจึงเลาความตามหนังสือรับสั่ง
           ่
นั้นใหเลาปฟงทุกประการ แลวชวนเลาปวาทานรับราชการมานาน ทําความชอบ ไวก็มาก แตภายใตระบอบ
                                        
ทรราชยนี้เปนไดแคเพียงเจาเมืองหัวเมือง นอย บัดนี้มรบสั่งใหเรายกกองทัพเขาเมืองหลวงกําจัดทรราชตั๋ง
                                                       ี ั
โตะเสียทานอยาอยูในบังคับของระบอบทรราชยตอไปเลย จงตามไปทํา การดวยเราเถิด การสําเร็จแลวตัว
ทานแลนองทั้งสองยอมมีความ ชอบมาก ดีรายจะไดเปนเจาเมืองหัวเมืองเอก
                                           

เลาปฟงขอเสนอของกองซุนจานแลว เลือดขัตติยมานะเชื้อสาย แหงพระเจาฮั่นโกโจก็ระอุขึ้นในอก ตัดสินใจ
ทิ้งยศศักดิ์อครฐาน เมืองเพงงวนกวน แลวตอบตกลงไปทําการดวยกองซุนจาน เตียวหุย นั่งฟงคําสนทนาอยู
              ั
จึงลําเลิกความแตหนหลังวาเมื่อครั้งเรา สามพี่นองเขาตีทัพโจรโพกผาเหลืองที่ไลตามตีตงโตะซึ่งแตก ทัพมา
                                                                                       ั๋
และชวยตั๋งโตะไวนั้น ตั๋งโตะทําหยาบชาตอเรา ไมรูคุณคน ขาพเจาจะฆาเสีย พี่ใหญก็หามไว ถาพี่ใหญไม
                                                                                          
หามปลอยใหขาพเจาฆาตั๋งโตะเสียแตครั้งนั้น ยอมไมเกิดเหตุใหญรายแรงถึงเพียงนี้
                

กวนอู ไดยินก็หามเตียวหุยวาอยาไดพูดถึงเรืองนี้ตอไปอีกเลย พี่เรามีใจเมตตาตอสัตวผยาก ทั้งขณะนั้นตั๋ง
                                              ่                                       ู
โตะก็เปนถึงแมทัพใหญ ถืออาญาสิทธิ์ของฮองเต จะฆาเสียยอมไมชอบ การที่พี่ใหญตดสินใจ ไปดวยกองซุน
                                                                                   ั
จานนั้นขาพเจาเห็นดีดวย เลาปมาคํานวณดูระยะเวลาที่กองซุนจานเดินทัพมาแลว จึงให ทหารตรวจสอบขาว
ดูวาบัดนี้กองทัพหัวเมืองตางๆ เคลื่อนทัพไปถึง ที่ใดแลว ทหารกลับเขามารายงานวาบัดนี้กองทัพหัวเมือง
ตางๆ สิบหาหัวเมือง และกองทัพโจโฉ อวนเสี้ยว ไดเคลือนออกจากทองทุงเมืองตันลิว เดินทัพไปเมืองลก
                                                          ่
เอี๋ยงแลว หลังเลิกงานเลี้ยงแลว กองซุนจานกลับไปพักที่เรือนรับรอง สวน เลาป กวนอู เตียวหุย ไดสั่งให
ทหารจัดเก็บขาวของสัมภาระ           คัดเลือกเอาแตทหารซึ่งสนิทรวมเปนรวมตายใหตดตามไปดวยเพียงไมกี่คน
                                                                                 ิ
แลวใหทุกคนกลับไปพักผอนเตรียมตัวเดินทางในวันพรุงรุงขึ้นเลาป กวนอู เตียวหุย จึงไปรับกองซุนจานที่
เรือนรับรอง แลวยกทหารทีติดตามมาดวยไปเขารวมกับกองทัพของกองซุนจาน เคลื่อนทัพยกไปสมทบกับ
                              ่
กองทัพของหัวเมืองตางๆ ณ ชายแดนเมือง ลกเอี๋ยง โจโฉ เลาป ซุนเกี๋ยน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยรวมสงครามปราบ
โจรโพกผาเหลือง ซึ่งเปนกองกําลังกูชาติของประชาชน

แตมาถึงวันนี้กลับกระทําการอยางเดียวกันกับโจรโพกผาเหลือง มีขออางอยางเดียว กันคือกําจัดทรราช และ
ถูกฝายเมืองหลวงกลาวหาอยางเดียวกันวาเปนพวกกบฏตอแผนดิน        เปนแตวาครั้งกอนเปนสงครามระหวาง
กองกําลังของประชาชนกับขุนศึก สวนครั้งนี้เปนสงครามระหวางขุนศึกดวยกัน และเปาหมาย ทางการเมืองก็
แตกตางกันตรงที่ครั้งนั้นเตียวกก หัวหนาโจรโพกผาเหลือง มีเปาหมายเพื่อลมราชวงศฮน แลวตั้งตัวขึนเปน
                                                                                      ั่          ้




                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                              หนาที่ 68



เจาเสียเอง แตครั้งนีมีเปาหมายเพื่อกําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต สวนขุนศึกคนใดมีวาระซอนเรนในใจทีจะชิง
                      ้                                                                           ่
อํานาจ แลวบงการ ฮองเตแบบเดียวกับตั๋งโตะก็คงจะไดเห็นกันตอไป

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ธรรมะกับสงคราม (ตอน 30)

เหมาเจอตง ประธานกรรมการการทหาร แหงกองทัพปลดแอกประชาชนจีน เคยกลาววา สงครามใน
ประวัตศาสตรมอยูเพียง สองชนิดคือสงครามที่เปนธรรม กับสงครามที่ไมเปนธรรม สงคราม ปฏิวัติทั้งปวงเปน
        ิ      ี
สงครามที่เปนธรรม สงครามปฏิปกษปฏิวัตทงปวง เปนสงครามที่ไมเปนธรรม สงครามรุกรานและสงครามที่กด
                                      ิ ั้
ขี่ขมเหงราษฎรเปนสงครามที่ไมเปนธรรม สงครามตอตานการรุกรานและสงครามที่ปลดปลอย ราษฎรใหพน
จากการกดขี่ขมเหงเปนสงครามที่เปนธรรม กฎแหงสงครามวาไววาสงครามที่เปนธรรม ยอมชนะสงคราม ที่ไม
             
เปนธรรม

ดังนั้นคูสงครามแตครั้งประวัตศาสตรเปนตนมา จึงพยายามชวง ชิงฐานะทีเปนธรรมและกลาวหาอีกฝายหนึ่งวา
                            ิ                                       ่
ทําสงครามที่ไมเปนธรรม        ธรรมจึงเปนสิ่งทีคูสงครามทุกฝายพยายามชวงชิงและเชิดชูใหผูคนคลอยตาม
                                                ่
ในขณะทียัดเยียดกลาวหาอีกฝายหนึ่งวาเปนอธรรม แตเปาหมายสูงสุดแทจริงของทุกฝายนั้น หาไดอยูที่ธรรม
           ่                                                                                     
ไม หากอยูทชยชนะในสงครามตางหาก พระมหาฤาษีผรจนามหาภารตยุทธ ซึ่งเปนสงครามที่ยาว นานมาก
              ี่ ั                                        ู
ที่สดสงครามหนึ่งในประวัติศาสตรไดบรรยายคํารําพึงของเทพแหงกาลเวลาไววา ธรรมนํามาซึ่งความสงบสุข
    ุ
ดังที่ปรากฏในโศลกแรกแหงมหาภารตยุทธวา "ขาพเจาชูแขนขึ้นปาวประกาศธรรม แตหามีใครเชื่อฟงขาพเจา
ไมธรรมนํามาซึงความสงบสุขแตไฉนเลาจึงไมมีผูใดปฏิบติธรรม"
                 ่                                      ั

ธรรมที่วานียอมหมายเอาสงครามที่เปนธรรม ที่จะทําใหบังเกิดความสงบสุขขึ้น มิฉะนั้นแลวอะไรเปนสงครามที่
            ้
เปนธรรม และอะไรเปนสงครามที่ไมเปนธรรม ก็ไมอาจจําแนกได เหตุนฝายเมืองหลวงซึ่งบัญชาการโดยตั๋ง
                                                                    ี้
โตะจอมทรราช จึงอาง วาฝายตนเปนฝายธรรมะ เพราะเปนรัฐบาลทีชอบดวยกฎหมายภาย ใตพระปรมาภิไธย
                                                                ่
ของฮองเต แลวกลาวหาวากองทัพปฏิวติเปนฝาย อธรรม เพราะเปนขบถตอแผนดิน
                                    ั

ในขณะที่กองทัพฝายปฏิวติก็อางวาเปนฝายธรรมะ เพราะเปนกองทัพที่มุงกําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต บําบัด
                       ั
ทุกขรอนแกแผนดิน และราษฎร แลวกลาวหาวากองทัพฝายเมืองหลวงเปนฝายอธรรม เพราะเปนกองทัพที่
ปกปองระบอบทรราชยใหกอกรรมทําเข็ญตอบาน เมืองและราษฎรตอไป

เมื่อเปนเชนนี้สงครามยอมเกิดขึ้น และเปนสงครามระหวางขุนศึกกับขุนศึกเปนครั้งแรกของสามกก กองทัพ
ฝายปฏิวติไดตงคาย ณ ชายแดนเมืองลกเอี๋ยง เรียงรายกันไปถึงสองรอยเสน ลักษณาการตั้งทัพแบบนีเปน
          ั      ั้                                                                              ้
จุดออน อันแสดงวากองทัพฝายปฏิวติยังคงขาดการประสานการรบอยางมีอานุภาพ ขัดตอพิชัยสงคราม เพราะ
                                    ั
การตั้งคายรายเรียงกันเชนนี้หากอีกฝายหนึ่งมีแผนการรบที่ดแลว
                                                          ี     ก็ยอมจะจัดทัพเขาตีตัดออกเปนสองหรือ
สามสวน แลวทําลายเสียทีละสวนไดโดยสะดวก แตเปนโชคดีของกองทัพปฏิวติทฝายตั๋งโตะไมมนักยุทธ
                                                                               ั ี่            ี
ศาสตรที่จะทําลายกองทัพปฏิวัติในลักษณะทีกลาวนี้
                                             ่

เห็นจะไมตองสงสัยอะไร เพราะตั๋งโตะนั้น ตั้งแตครั้งรบโจรโพกผาเหลือง ซึ่งเปนเพียงกองทัพของชาวบานยัง
รบแพไดทุกครัง ไหนเลยจะมีสติปญญาคิดอานบัญชาการระดับยุทธศาสตร เมื่อกองทัพฝายปฏิวติตั้งคายเสร็จ
                 ้                                                                           ั
เรียบรอยแลว โจโฉจึงเชิญประชุมบรรดาเจาเมืองที่เปนพันธมิตรในฝายปฏิวติ เพื่อเตรียมการเขาตีเมืองลกเอี๋ย
                                                                          ั
งตอไป เจาเมืองและนายทหารชั้นผูใหญของแตละเมืองไดเขาประชุมปรึกษาโดยพรอมเพรียงกัน อองของ
                                         
เจาเมืองโหลาย ไดเสนอตอที่ประชุมวา กองทัพฝายปฏิวัตควรมีผูบัญชาการใหญ ทีถืออํานาจสิทธิขาดในการ
                                                            ิ                     ่
บัญชาการรบ มิฉะนั้นจะทําใหการรบขาดเอกภาพ ขาดพลังทางยุทธานุภาพ เนื่องจากตางคนตางทํา ซึ่งอาจ
ไมประสานกันหรือขัดแยงกัน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับขอเสนอของอองของเปนเอกฉันท             ปญหาตอไปจึง
ตองพิจารณาคัดเลือกวาใครสมควรไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหเปนผูบัญชาการใหญของกองทัพฝาย
ปฏิวัติ โจโฉ จึงเสนออวนเสี้ยว เปนผูบญชาการใหญ โดยแสดงเหตุผลวาอวนเสียวเปนเชื้อสายขุนนางใน
                                            ั                                       ้
ราชวงศฮั่นมาถึงสี่ชั่วอายุคน เปนที่รจักและยอมรับกันดีโดยทั่วไป จะทําใหกองทัพฝายปฏิวัติเปนเอกภาพได
                                      ู
อวนเสี้ยว คงรูตัวดีวาไรความสามารถจึงขอถอนตัว แตหัวเมืองทั้งปวงในที่นั้นยืนยันความเห็นเดิม โดยอางวา
                      
หากอวนเสี้ยว ไมรับตําแหนงแลว จะทําใหเกิดการแกงแยงชิงตําแหนงกันขึ้น ทําใหเกิดปญหาขัดแยงระหวาง
หัวเมืองทั้งปวง อวนเสี้ยวเห็น วาเมื่อเกิดปญหาเชนนี้ จําตองรักษาเอกภาพของกองทัพฝายปฏิวติไวกอน จึง
                                                                                                ั
ยอมรับตําแหนงที่ประชุมจึงมีมติเปนเอกฉันทแตงตั้งใหอวนเสี้ยวเปนผูบญชาการใหญของกองทัพฝายปฏิวัติ
                                                                       ั
และเพื่อใหทุกหัวเมืองยอม รับนับถือปฏิบัตตามคําบัญชาของผูบัญชาการใหญ จึงมีมติมอบใหโจโฉตั้งโรงพิธี
                                              ิ



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 69



กระทําสัตยสาบาน     เพื่อใหเจาเมืองทั้งปวงไดกระทําสัตยสาบาน        ยอมรับนับถือปฏิบัตตามคําบัญชาของอวน
                                                                                          ิ
เสี้ยวตอไป

รุงขึ้นโจโฉจึงสังทหารใหจัดทําโรงพิธีเปนปะรําสามชั้น
                  ่                                      กลางปะรําพิธชั้นสาม
                                                                       ี            ซึ่งเปนชั้นสูงสุดใหปกธงสี
เหลือง ซึ่งเปนสัญลักษณของธาตุดิน ปลายธงประดับดวยขนจามรีตั้งเปนธงชัย และใหเอาขวานสงครามสี
เหลืองผูกคาดไวที่คันธงชัยนันเปนสัญลักษณของแมทัพใหญ ภายใตธงชัยมีฐานรอง ตังแทนวางหนังสือมติที่
                              ้                                                          ้
ประชุมทีแตงตังใหอวนเสียวเปนผูบัญชาการใหญของกองทัพปฏิวัติ
           ่    ้          ้                                               แลววางตราสําคัญประจําตําแหนงผู
บัญชาการใหญของกองทัพปฏิวัติทับไวบนหนังสือนั้น ดานหลังแทนปกธงปฏิวัติ "ตงหงี" อันเปนธงซึ่งโจโฉ
ไดปกขึ้น เปนครั้งแรก ดานหลังธงปฏิวัติปกไวดวยธงประจําตัวเจาเมืองทังสิบ เจ็ดหัวเมือง บนพื้นดินทังสี่ทศ
                                                                         ้                                ้   ิ
ของปะรําพิธี ปกธงสีดําอันเปนสัญลักษณของธาตุน้ําไวทางทิศเหนือ ปกธงสีแดงอันเปนสัญลักษณของธาตุ
ไฟ ไวทางทิศใต ปกธงสีเขียวอันเปนสัญลักษณของธาตุไมไวทางทิศตะวันออก และปกธงสีขาวอันเปน
สัญลักษณของธาตุทองไวทางทิศตะวันตก ธงทั้งหาสีคือสัญลักษณของธาตุทั้งหาแหงจักรวาล ปกประจําทิศ
อันเปนภูมิประจําธาตุเพื่อเปนการชุมนุมเทวดา และความเปนสิริมงคล ตามคตินยมของชาวจีนมาแตโบราณ
                                                                                  ิ
กาลจนถึงทุกวันนี้

ตั้งโรงพิธีเสร็จแลว โจโฉจึงใหเชิญเจาเมืองทั้งปวงขึ้นไปบนปะรําพิธชั้นสอง เชิญนายทหารชั้นผูใหญจากแต
                                                                          ี                          
ละหัวเมืองขึ้นไปบน ปะรําพิธชั้นลาง บนพืนทั้งสีทศของปะรําพิธีรายลอมไปดวยนายทหาร จากทุกหัวเมือง
                                 ี                 ้    ่ ิ
ครั้นไดเวลาอันเปนราชาฤกษแลว โจโฉจึงใหเชิญอวนเสียวขึนบนปะรําพิธชนสาม ยืนเบื้องหนาแทนตราอันปก
                                                               ้   ้            ี ั้
ธงชัยไวเปนสําคัญนั้น ผินหนาไปทางทิศอันเปนที่ตั้งศาลเทพบิดรแหงราชวงศฮั่น ในการนั้นอวนเสียวแตงตัว้
สวม เสื้อเกราะชุดออกศึก มือถือกระบี่ ยืนตรงทําอกผายไหลผึ่ง แสดงความลําพองและพึงใจแบบคนบายศบา
อยางใหเห็นอยางเดนชัด อวนเสี้ยว เมื่อเขาประจําทีแลวไดจุดเทียนแดงสิบเจ็ดเลม จุดธูปใหญสิบเจ็ดดอก
                                                            ่
ตามจํานวนหัวเมืองที่มารวมกองทัพฝายปฏิวติ       ั            แลวอานประกาศนําใหเจาเมืองและบรรดาทหารทังปวง
                                                                                                          ้
ปฏิญาณสาบานตนวา "ขาพเจาทั้งปวงพรอมใจสามัคคีกันจัดตั้งกองทัพปฏิวัติขึ้น เพื่อโคนลม ระบอบทรราชย
ของตั๋งโตะใหสนไป เทิดทูนฮองเต จงรักภักดีตอราชวงศฮั่น มุงมั่นทํานุบารุงแผนดิน และราษฎรใหเปนสุขขอ
                 ิ้                                                           ํ
ปวงเทพยดาอารักษไดเปนทิพยพยาน                     และดลบันดาลใหความปรารถนารวมกันของขาพเจาทั้งหลายได
บรรลุผลสําเร็จ             และบัดนี้ขาพเจาทั้งปวงไดพรอมใจกันมอบหมายใหอวนเสี้ยวเปนผูบัญชาการใหญของ
กองทัพปฏิวัติ       มีอํานาจสิทธิขาดในการบัญชาการกองทัพทั้งปวงของกองทัพปฏิวัติ               ขาพเจาสาบานวาจะ
ยอมรับนับถือและปฏิบติตามคําบัญชาการของผูบัญชาการใหญอยาง เครงครัด หากผิด คําสาบานนี้ขอให
                         ั
เทพยดาสังหารผลาญชีวตขาพ เจาเสีย อยาใหซากศพมีอาการครบทั้งสามสิบสองเลย"
                            ิ

คําปฏิญาณสาบานนี้มิไดบังคับถึงการใชอํานาจผูบญชาการใหญของอวนเสี้ยววาจะตองเปนไปเพื่อ
                                                  ั
ผลประโยชนสวนรวมของทั้งกองทัพ
                                        โดยไมเห็นแกประโยชนสวนตัว      เพื่อใหไดรบชัยชนะในสงครามแต
                                                                                       ั
ประการใด กลาวคําปฏิญาณสาบานดั่งนี้แลว อวนเสี้ยวจึงหยิบจอกสุราหนา แทนขึ้นมาจอกหนึ่ง โจโฉก็สั่งให
ทหารเอาจอกสุราอีกสิบหกจอกไปสงใหเจาเมืองอีกสิบหกหัวเมือง และใหทหารเอาจอกสุราอีกสิบเจ็ดจอกไป
สงใหแกทหารเอกของแตละเมือง ตัวโจโฉเองนั้นรับมาอีกจอกหนึ่ง เมื่อพรอมกันแลว อวนเสี้ยวจึงประกาศอีก
ครั้งหนึ่งวา "จงสามัคคีกันกําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต บํารุงราษฎร" แลวเชิญคนทั้งปวงนั้นดื่มสุราสาบาน
การตั้งใหอวนเสี้ยว ผูเปนคนเจายศเจาอยาง และไรสติปญญา เปนผูบัญชาการใหญ ใหอํานาจสิทธิขาดโดย
คํานึงแตเพียงฐานะที่เปนเชื้อสายขุนนางเกาสีชั่วอายุคน
                                              ่                เปนการขัดตอพิชยสงครามวาดวยการตั้งขุนพล
                                                                                ั
เพราะขุนพลนันถือเปนปจจัยหลักอยางหนึ่งของชัยชนะ หรือความพายแพสงคราม ภูเขาสูงเสียดฟา รักษาน้ํา
                ้
ไวไมได ตรงขามกับพระมหาสมุทรเปน ทีรวมแหงน้ํา เพราะตั้งตนในทีต่ําฉันใด การตั้งคนเจายศเจาอยางเปน
                                          ่                            ่
ผูบัญชาการใหญจึงไมเปนที่ตงแหงความสามัคคีฉันนั้น จึงเปนการขัดตอหลักการของความเปนผูนําคนสถาน
                               ั้
หนึ่ง การตั้งคนไรสติปญญาเปนผูบัญชาการใหญยอมไมสามารถ ชี้นาสงคราม และนํากองทัพไปสูชัยชนะได
                                                                    ํ                            
เปนการขัดตอหลักการของความเปนผูนําคนอีกสถานหนึ่ง

ทั้งสองสถานนีคือสิ่งกําหนดชัยชนะ และความพายแพของสงครามครั้งนี้ เสร็จจากพิธีทาสัตยสาบานแลว โจ
               ้                                                                       ํ
โฉจึงเชิญผูบัญชาการใหญ       และเจาเมืองทั้งปวงไปที่โรงซึ่งปลูกสรางขึ้นสําหรับเปนที่ประชุมปรึกษาและ
บัญชาการสงคราม พรอมกันแลวโจโฉจึงวา แตนี้ไปพวก เราตองสามัคคีสมานฉันท ตั้งใจทําการอันได
ปฏิญาณสาบานตนใหเกิดผลสําเร็จโดยไว อวนเสี้ยว แสรงทําทีเปนถอมตัวแลวกลาววาขาพเจานี้มีปญญานอย
พวกทานสนับสนุนวางใจใหเปนผูบัญชาการใหญครั้งนี้เกินกําลังสติปญญาของขาพเจานัก ขอทานทั้งปวงได
สนับสนุนชวยเหลือตอไปจนกวาการจักสําเร็จ สําหรับตัวขาพเจานั้นเมื่อไดรับธุระฉะนี้ แลวก็จะตั้งใจทําโดย
เต็มกําลังปญญาความสามารถ       ยึดถือพิชยสงครามเปนหลักปฏิบัติของกองทัพ
                                         ั                                          ผูใดมีความชอบก็จะปูน
บําเหน็จ ตามควรแกความชอบ ผูใดมีความผิดก็จะลงโทษตามควรแกโทษานุโทษไมลําเอียงเขาขางคนชอบ
และคนผิด



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 70




โจโฉและเจาเมืองทั้งปวงก็รับเอาคําที่อวนเสี้ยวกลาวนั้น      จากนั้นอวนเสี้ยวจึงเริ่มออกลาย  ใชอํานาจผู
บัญชาการใหญแตงตั้งให อวนสุดผูนองเปนแมทัพรับผิดชอบดานเสบียง ซึ่งถือเปนปจจัยหลักอยางหนึ่งของ
การทําสงคราม เปนความเปนความตายอยาง หนึ่งของกองทัพ บงบอกความคิดเกี่ยวกับการใชคนของอวน
เสี้ยววา ใชคนแตโดยอาศัยความสนิทชิดเชื้อ หาไดคํานึงถึงความสามารถและความเหมาะแกการไม แต
เพื่อใหทุกหัวเมืองคลายใจ อวนเสี้ยวจึงกําชับอวนสุดผูนองวา ตัวจงทําหนาที่จดหาและลําเลียงเสบียงแกทุก
                                                                                 ั
กองทัพ อยาใหขัดสนเปนอันขาด ปรึกษาแผนการรบกันตอไปแลว อวนเสี้ยวจึงมีคําสั่งใหกองทัพหัวเมืองทั้ง
ปวงที่ยกมารักษาเวรยามกวดขันใหมั่นคง ใหกองทัพทุกหัวเมืองตั้งมั่นอยู ณ ที่เดิม แลวแตงตั้งใหซนเกี๋ยน
                                                                                                    ุ
เจาเมืองเตียงสา เปนกองทัพหนา ยกไปตีดานกิสุยกวน ซึงเปนดานสําคัญนอกกําแพงเมืองลกเอี๋ยง ซุนเกี๋ยน
                                                         ่
มีใจแกรงกลาเปนนักรบ ครั้นไดรับคําสั่งใหเปน กองทัพหนาก็ดีใจ รีบออกมาจากกองบัญชาการกองทัพปฏิวติ    ั
กลับมาทีคายสังทหารใหจัดเตรียมกองทัพใหพรอมที่จะเคลือนทัพในวันรุงขึ้น
          ่     ่                                           ่

                    หนังสือพิมพผูจัดการออนไลน http://www.manager.co.th


สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

รอยราวในพันธมิตร (ตอนที่ 31)

พิชัยสงครามวางหลักการบัญชาการทางยุทธวิธีไววา "มีกําลังสิบเทาของขาศึกจงเขาลอมเอา ถาหาเทาจงบุก
ตี ถาสองเทาก็แยกเปนสองกองเขาชิงชัย ถาทัดเทียมกันจงพยายามเขารบพุง นอยกวา จงตั้งรับ ถานอยกวา
มากจงหาทางหลีกเลี่ยงไวกอน"

กองทัพปฏิวัตมกําลังพลมากกวากําลังพลในดานกิสยกวนหลาย สิบเทา แทนทีจะโหมกําลังเขาลอมโจมตี ซึ่ง
              ิ ี                                 ุ                          ่
จะยึดดานกิสุยกวนไดโดยงาย จากนั้นจึงเขายึดจุดยุทธศาสตรอื่นแลวเขายึดเมืองลกเอี๋ยง ตอไป แตอวนเสี้ยว
กลับบัญชาการใหกองทัพสวนใหญตั้งมั่นกินลมชมดาว ณ ชายแดนเมืองลกเอี๋ยงใหสิ้นเปลืองเสบียงเสียเฉยๆ
คงแบงเอาสวนนอยคือกองทัพเมืองเตียงสาของซุนเกี๋ยนเพียงกองทัพเดียวไปทําการ              เปนการลดพลังทาง
ยุทธานุภาพของกองทัพปฏิวัตแสดงออกถึงความไมรูพิชยสงคราม ไมรูหลักการใชกําลังพลของอวนเสี้ยว จึง
                            ิ                         ั
ทําใหกองทัพปฏิวัตสูญเสียโอกาสสําคัญไปอยางนาเสียดาย นี่คือความผิดพลาดครั้งสําคัญในการบัญชาการ
                   ิ
รบในครั้งแรก ของอวนเสี้ยว

การเคลื่อนทัพของกองทัพปฏิวัติเมื่อลวงถึงชายแดนเมืองลกเอี๋ยงแลว ลิยู กุนซือเจาปญญาของตั๋งโตะก็ไดรับ
ขาวศึกจากนายดาน จึงรายงานใหตั๋งโตะทราบ ดังนั้นตั๋งโตะจึงเรียกประชุมกองบัญชาการทหารกลางปรึกษา
การศึกเพื่อรับมือกับกองทัพปฏิวัติ ลิโป อัศวินงูเหา ผูเปนบุตรบุญธรรมของตั๋งโตะหวังจะไดรับความชอบจาก
การศึกครั้งนี้จึงขออาสาไปปราบกองทัพปฏิวัติ และหมิ่นวากองทัพปฏิวัตินประดุจดังแมลงเมาบินเขากองไฟ
                                                                             ี้
ตั๋งโตะทาน อยาไดวิตกเลย ตังโตะ ฟงอัศวินงูเหาแลวดีใจนัก จึงวาลิโปลูกเรานี้องอาจสงากลาหาญยิ่งนัก มี
                              ๋
เจาอยูคนหนึ่งเทากับมีทหารเกินสิบหมื่น ลิโปยินคํายอดังนี้แลวกระทบเขากับตอมลูกยอจึงยิ้มราพลางคุกเขา
ลงคํานับตั๋งโตะแลววาขอบคุณบิดาทาน ขอบคุณบิดาทาน

มิทันจะขาดคําของลิโป ฮัวหยงนายทหารเอกรูปรางสูงหกศอกเศษ มีกิริยาดังเสือ ไดลุกขึ้นยืนแลวกาวออกมา
คุกเขาลงเบื้องหนาตั๋งโตะแลววา "ซึ่งจะฆาไก แลจะเอามีดฆาโคมาฆานันไมควร ขาพเจาจะขออาสาไปตัด
                                                                           ้
เอาศีรษะหัวเมืองทั้งปวงมาใหจงได" ตั๋งโตะฟงแลวก็ยิ้ม ลิโปฟงแลวก็แยม เปนที่พออกพอใจตอถอยคําซึ่ง
แฝงคํายกยองอยูในทียิ่งนัก ตั๋งโตะจึงมีคําสังแตงตั้งใหฮัวหยง เปนแมทพใหญ ตั้งใหลซก โฮจิ้น และเตียว
                                              ่                          ั             ิ
หงิม เปนรองแมทัพนําทหารหาหมื่นยกออกจากเมืองหลวงไปตั้งรับกองทัพปฏิวัติ ณ ดานกิสุยกวน

ฝายกองทัพปฏิวัตินั้น หลังจากเลิกประชุมวางแผนการรบสั่งใหซุนเกี๋ยนเปนกองทัพหนาเตรียมยกไปตีดานกิสุ
ยกวนในวันรุงขึ้นแลว ปรากฏวาเปาสิ้นเจาเมือง เจปก เกิดความคิดริษยาเกรงวาถาซุนเกี๋ยนตีดานกิสุยกวน
แตกแลวจะยกเขาตีเมืองลกเอี๋ยงเอาความชอบเสียแตผูเดียว จึงคิดชิงเอาความชอบเสียกอน ดังนั้น เปาสินจึง
                                                                                                    ้
เรียกเปาตงผูนอง ใหคุมทหารเมืองเจปกหาหมื่นคนยกไปตามทางลัด ตีดานกิสุยกวนเสียกอนกองทัพซุนเกี๋ยน
                                                                    
เปาตง เคลื่อนทัพหาหมื่นยกไปตั้งแตเพลาใกลรุงคืนนั้น เดินทัพตามทางลัดตกสายก็ถึงดานกิสุยกวน ฮัวหยง
รับรายงานขาวกองทัพเปาตงยกมาก็คุมทหารหารอยเปดประตูดาน          คุมทหารเขาประจันหนากับเปาตงแลว
ตวาดวาไอกบฏ กูจะฆามึงเสีย เปาตงไดยินเสียงตวาดดังสนันดุจฟาผาก็ตกใจ ทั้งมาทั้งคนผงะไป ฮัวหยงไดที
                                                           ่
จึงปรี่เขาไปเอางาวฟน เปาตงตกมาตาย ทหาร เปาตงตกใจแตกหนี ฮัวหยงจึงคุมทหารเขาจับทหารของเปา



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                   หนาที่ 71



ตงได เปนจํานวนมากแลวตัดศีรษะเปาตง สงเขาเมืองหลวง พรอมหนังสือรายงานการศึกใหตั๋งโตะทราบ ตั๋ง
โตะเห็นรายงานพรอมกับศีรษะของเปาตงแลวยินดีเปนอันมาก สั่งเบิกเงินจากทองพระคลังสงไปดานกิสุยกวน
ปูนบําเหน็จแก ฮัวหยง และเลือนตําแหนงเปนขุนนางผูใหญฝายทหาร
                            ่

สวนทหารของเปาตงทีแตกทัพหนีพนจากการติดตามของฮัว-หยงแลว ก็กลับไปคายของกองทัพเมืองเจปกดัง
                     ่
เกา บางสวนก็หนีทัพกลับภูมลําเนาเดิม อวนเสี้ยวผูบัญชาการใหญทราบความที่เปาสิ้นสั่งใหเปาตงผูนองยก
                           ิ                                                                       
ไปตีดานกิสยกวนแลวปราชัยกลับมาก็มิไดไตสวนวากลาวเอาผิดตามพระอัยการศึกเหมือนกับที่เคยใหคามั่น
           ุ                                                                                     ํ
สัญญาไวในวันรับตําแหนง     วินัยของกองทัพปฏิวติจึงหมดความศักดิสิทธิลงตองดวยลักษณะปราชัยประการ
                                                ั               ์    ์
หนึ่งของกองทัพ

ฝายกองทัพเมืองเตียงสาที่ซนเกี๋ยนเปนแมทัพนั้น มีทหารเอกสี่คนคือ "เทียเภา ถือทวนหนึ่ง, อุยกาย ถือ
                           ุ
กระบองเหล็กสีเหลี่ยมหนึ่ง, ฮันตง ถืองาว หนึ่ง, โจเมา ถือกระบี่สองมือหนึ่ง" แตตัวซุนเกี๋ยนนั้นถืองาวใหญ
               ่
เปนอาวุธประจํากาย ครั้นยามอรุณแสงตะวันเบิก ฟาแลว กองทัพเมืองเตียงสาจึงไดยกไปดานกิสยกวน แลว
                                                                                                ุ
ตั้งคายประชิดดานกิสยกวนไว จัดเวรยามแลทหารลาดตระเวนแนนหนาตาม กระบวนศึกทุกประการ
                     ุ

วันรุงขึ้นซุนเกี๋ยนจึงแตงตัวใสเสื้อเกราะชุดออกศึกถืองาวประจํากาย คุมทหารออกจากคายไปที่หนาประตูดาน
ทาใหยกทหาร ออกมารบ หรือมิฉะนั้นก็ใหสวามิภักดิ์เสีย ฮัวหยง จึงสั่งใหโฮจิ้นยกทหารออกรบดวยซุนเกี๋ยน
พอโฮจิ้นยกทหารพนประตูดานออกมาซุนเกี๋ยนจึงสั่งใหเทียเภาเขารบดวยโฮจิ้น
                                                                                       เทียเภาขับมารายทวนฝา
ทหารหนามาของโฮจิ้นเขารบดวย โฮจิ้นไดเจ็ดเพลงก็เอาทวนแทงคอโฮจินตกมาตาย ทหารโฮจิ้นตกใจแตก
                                                                               ้
หนี เทียเภาและทหารไดไลฆาฟนทหารของโฮจิ้นไปถึงประตูดาน ชาวดานรับทหารทีแตกหนีมานั้นแลวก็ปด
                                                                                          ่
ประตูดานเสีย เทียเภาจึงยกทหารเขาประชิดดาน ใหทหารเข็นบันไดและซัดเชือกปลายตะขอเพื่อปนบุกเขา
ยึดดาน ฮัวหยงจึงใหทหารบนปอมเชิงเทินยิงเกาฑัณฑ ทิ้งกอนหินและทรายคั่วใสทหารที่กําลังหักเขาตีดาน
นั้น ทหารทั้งสองฝายบาดเจ็บลมตายเปนจํานวนมาก ซุนเกี๋ยนเห็นวาจะหักตีดานไมไดในเพลานี้ จึงใหตระฆัง     ี
สัญญาณใหทหารถอยกลับเขาคายแลวตั้งมั่นไว ในขณะทีอวนเสี้ยวผูบัญชาการใหญ ยังคงใหกําลังพลสวน
                                                                 ่
ใหญของกองทัพปฏิวัตินั่งเลนนอนเลนอยูชายแดนเมืองลกเอี๋ยงโดยไมมแผนการใดๆ   ี              ที่จะยึดเมืองลกเอี๋ยง
และในขณะทีทพเมืองเตียงสาของซุนเกี๋ยนยันอยูกับกองทัพของฮัวหยงที่ ดานกิสยกวนนัน กองทัพซุนเกี๋ยนก็
                ่ ั                                                                  ุ      ้
เริ่มขาดเสบียงลง ซุนเกี๋ยนจึงใหทหารถือหนังสือไปถึงผูบญชาการใหญอวนเสี้ยว รายงานการศึกครั้งแรกให
                                                              ั
ทราบ และขอใหเรงเสบียงเอาจากอวนสุด ผูรบผิดชอบดานเสบียง ใหรีบลําเลียงเสบียงสงใหกับกองทัพเมือง
                                                 ั
เตียงสา อวนเสียวรับหนังสือซุนเกี๋ยนแลว เชิญอวนสุดมาปรึกษาแลววา "ซุนเกี๋ยนคนนี้เมื่ออยูในเมืองกังตังนั้น
                    ้                                                                                        ๋
อุปมาดังเสือตัวหนึ่ง แลตั๋งโตะนั้นอุปมาดังหมี ครั้งนี้ซุนเกี๋ยนยกไปทําการเปนกองหนา ถาตีไดก็จะจับตั๋งโตะ
ฆาเสีย ซุนเกี๋ยนก็จะกําเริบขึ้น ซึ่งจะฆาหมีเสียตัวหนึ่ง เสือจะรายขึ้นนั้นจะเห็นชอบขางไหน" แลววาเราจําตอง
ถวงเวลาการสงเสบียงใหแกกองทัพเมืองเตียงสา ปลอยใหกองทัพซุนเกี๋ยนอดอยากก็จะเกิดความระส่ําระสาย
แลวคงจะยกทัพกลับคืนมา หรือมิฉะนั้นก็จะถูกกองทัพฮัวหยงตีแตกยับเยิน เสือรายก็จะสินกําลังลง หรือไมก็
                                                                                              ้
จะสิ้นชื่อไปเสียทีเดียว เราก็จะขาดคูแขงคนสําคัญไปอีกคนหนึ่ง

อวนสุด เห็นดวยกับความคิดของอวนเสี้ยว จึงเพิกเฉยเสีย ไมจัดเสบียงสงใหแกกองทัพเมืองเตียงสาตามที่ซุน
เกี๋ยนรองขอความคิดของอวนเสี้ยว อวนสุด สองพี่นองเต็มไปดวยความคิดชิงดีชิงเดน มักใหญใฝสูง เห็นการ
เล็กยิ่งกวาการใหญ เห็นกวา การของตัวยิ่งกวาการของบานเมือง หรือถาหากจะกลาวใหสอด คลองกับยุค
สมัยก็ตองกลาววาเปนความคิดที่เห็นแกพวกและเห็นแกพรรคมากกวาเห็นแกชาติบานเมือง         และประชาชน
ดังนั้น จึงแทนที่จะรวมกันกําจัดทรราชตั๋งโตะ ใหสําเร็จตามที่ไดยกทัพสิบเจ็ดหัวเมืองมาถึงชายแดนเมืองลก
เอี๋ยงเสียกอน กลับหักหลังพันธมิตรของตนอยางอํามหิต เปนการขายเพื่อนโดยตีราคาเพียงเทาความฝนอันมัก
ใหญใฝสูงของสองพี่นองอวนเสี้ยว อวนสุด นันเอง
                                            ่

กองทัพเมืองเตียงสาของซุนเกียนจึงขาดเสบียงลง ทหารอด อยากหิวโหยสินเรี่ยวแรง หมดกําลังใจสูรบ เกิด
                             ๋                                        ้                     
ความระส่าระสายขึ้นภายในกองทัพ ฝายสอดแนมของดานกิสุยกวนรูขาวก็รายงานให ฮัวหยงทราบ ฝาย
         ํ                                                       
ฮัวหยงไดทราบสภาพอดอยากสิ้นขวัญ และความระส่าระสายภายในกองทัพเมืองเตียงสา จึงเรียกประชุมนาย
                                                ํ
ทัพวางแผนตีทพซุนเกี๋ยนในทันที ลิซกรองแมทัพ ไดสรุปสถานการณขางกองทัพซุนเกี๋ยนที่ระส่ําระสายนั้นให
               ั
ที่ประชุมทราบแลวเสนอวาโอกาสทีจะตีทัพซุนเกี๋ยน ใหแตกพายไปไดมาถึงแลว ในเพลาดึกค่ําวันนี้ขาพเจา
                                ่                                                             
ขอเสนอยกทหารไปกองหนึ่งออมไปเขาตีทางดานหลังคายซุนเกี๋ยน แลวใหทาน แมทัพฮัวหยงยกทหารอีก
กองหนึ่งบุกเขาตีทางดานหนาโหมกระหน่า พรอมกันทั้งสองดานก็จะจับตัวซุนเกี๋ยนไดโดยงาย
                                     ํ

ฮัวหยง เห็นดวยกับขอเสนอและแผนการของลิซก มีคําสั่งใหจัดเตรียมกองทัพตามแผนการ ครั้นใกลเวลา
เที่ยงคืนในขณะที่กองทัพซุนเกี๋ยนซึ่งอิดโรยเต็มที และทหารพากันหลับสนิทนั้น ฮัว-หยงและลิซกก็ยกทหาร



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 72



ออกจากดานเปนสองกองตามแผนการที่วางไว ถึงคายซุนเกี๋ยนแลวใหทหารโหรองใหสญญาณ ตีมาลอและ
                                                                                    ั
กลองศึก ดังสนั่นในยามดึกของราตรี แลวทหารทั้งสองกองก็ยกเขาปลนคายซุนเกี๋ยนพรอมกัน ลิซกซึ่งเขา
ปลนคายทางดานหลังใหทหารเอาเพลิงสุมคายซุนเกี๋ยน แลวยิงธนูเพลิงเขาไปในคาย แสงเพลิงที่โชติชวงขึ้น
                                                                                                   
ทองฟาประสานกับเสียงโหรองและกลองศึก ทําใหทหารซุนเกี๋ยนตื่นจากหลับ งัวเงียตกใจวิ่งพลานไปทั้งคาย
ไมเปนอันคิดสูรบ ซุนเกี๋ยนตืนขึ้นเห็นแสงเพลิง เสียงโหรองและกลองศึกก็ตกใจรูวาถูกปลนคาย จึงรีบแตงตัว
                            ่                          
ใสเกราะถืองาวขึ้นมามาทีหนาคายพรอมกับโจเมาทหารเอก เห็นฮัวหยงคุมทหารเขาปลนคายอยูก็ปรี่เขาไปรบ
                          ่
ดวยฮัวหยงไดแปดเพลง คายซุนเกี๋ยนดานหลังก็ถูกลิซกตีแตก แสงเพลิงยิ่งลุกสวางไสว ซุนเกี๋ยนเห็นทหาร
ในคายแตกตื่นวิ่งหนี และถูกฆาตายเปนจํานวนมากก็เกิดอาการหวงหนาพะวงหลัง ฮัวหยง ถือโอกาสนั้นชักมา
หลบเขาหลังทหาร แลวสั่งทหารใหลอมซุนเกี๋ยน กับโจเมาไว

ซุนเกี๋ยน โจเมาเห็นสถานการณคับขันทั้งเสียคายใหแกขาศึก จึงตีฝาวงลอมขับมาหนี ฮัวหยงเห็นเปนทีก็ขับ
มาไลตาม ซุนเกี๋ยนจึงเอาเกาทัณฑยิงฮัวหยง ฮัวหยงก็รับลูกเกาทัณฑไวได ซุนเกี๋ยนยิงไปอีกดอกหนึ่ง
ฮัวหยงก็รับไวไดอีก ครั้งที่สามซุนเกี๋ยนจึงนาวเกาทัณฑโกงจนเต็มที่ มุงจะอาศัยแรง นาวทําให ฮัวหยงรับลูก
เกาฑัณฑไมได แตคันเกาฑัณฑทนแรงนาว ไมไดก็หักสะบันลง ซุนเกี๋ยน โจเมา จึงตั้งหนาขับมาหนีทาเดียว
                                                            ้
ฮัวหยงก็ไลตามไปโจเมา ทหารเอกจึงเตือนซุนเกี๋ยนวาขณะนี้เปนเวลากลางคืน ขาศึกจําทานไดจากหมวก
เกราะทีสวมอยู จึงติดตามทานมาไดถูกทาง ทานจักไดรับอันตราย ดังนั้นทานจงถอดหมวกเกราะเสียมาเปลียน
        ่                                                                                                ่
ดวย ขาพเจาทานก็จะปลอดภัย ซุนเกี๋ยนเห็นดวยจึงถอดหมวกเกราะเปลี่ยนกับหมวกของโจเมา แลวแยกกัน
ขับมาหนีไปคนละทาง ฮัวหยงไลตามซุนเกี๋ยน โจเมาไป ในทามกลางราตรีที่ประดับดวยจันทรเสี้ยวจึงถือเอา
หมวกเกราะของซุนเกี๋ยนเปนเครื่องบอกทาง วานั่นแลวคือตัวซุนเกี๋ยน

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

เพชรประกายแสง (ตอนที่ 32)

ฝายฮัวหยงกับทหารที่ขับไลตามซุนเกี๋ยนไปนั้น อาศัยเพียงแสงสลัวแหงพระจันทรเสี้ยวประดับดาวบนอากาศ
จึงจําซุนเกี๋ยนไดจากหมวกเกราะทีสวมไวเทานั้น ครั้นเห็นหมวกเกราะซึ่งโจเมาแลกมาจากซุนเกี๋ยนสวมอยูที่
                                 ่
ศีรษะ และกําลังขับมาหนี สําคัญวาเปนซุนเกี๋ยน จึงขับมาไลตามโจเมาไป โจเมาเห็นจวนตัวก็ชักมาเขาราวปา
ฟนตนไมเพียงระดับศีรษะแลวเอาหมวกเกราะของซุนเกี๋ยนสวมไว          ตัวเองชักมาออมมาซุมพุมไมคอยทีอยู
ฮัวหยงแลทหารไลตามมาถึงราวปามองลึกเขาไป เห็นหมวกเกราะตองประกายแสงจันทรเสี้ยวอยู ไมรูกลโจ
เมาคิดวาเปนซุนเกี๋ยน ถอยไปตั้งหลักสูในปา จึงใหทหารลอมไวแลวใชเกาทัณฑยิงอยูพักหนึ่ง แตทกอยาง
                                                                                                  ุ
ยังคงอยูในสภาพเดิมก็สงสัย จึงพาทหาร บุกปาเขาไปดู โจเมาซุมอยูเห็นเปนที จึงชักมาเขามาหาฮัวหยง
         
เสียงเทามาเหยียบหญาและกิงไมทําใหฮัวหยงเหลียวไปดู เห็นโจเมาขับมาตรง มาเงื้องาวจะฟน ฮัวหยงจึงชัก
                            ่
มาเขาเผชิญหนา ตวาดดวยเสียงอันดังแลวเอางาวฟนโจเมาตัวขาดสองทอนตกมาตายในที่นั้น

พอดีใกล สางฮัวหยงจึงคุมทหารยกกลับเขาดานกิสยกวน ฝายซุนเกี๋ยนหลังจากเปลี่ยนหมวกเกราะกับโจเมา
                                                 ุ
แลว ขับมาหนีไปอีกทางหนึ่งจึงพบเทียเภา, อุยกาย, ฮันตง และทหารซึงหนีออกจากคายแลวติดตามหาซุน
                                                                     ่
เกี๋ยน จึงยกไปตั้งคายทีตําบลเลียงตง แลวมีหนังสือบอกขาวศึกไปยังอวนเสี้ยว และกลาวหาอวนสุดวาถวง
                        ่
เวลาไมจัดสงเสบียง เปนเหตุใหกองทัพของตนตองพายแพ ขอใหพิจารณาโทษตามวินัยศึก

อวนเสี้ยวรับหนังสือซุนเกี๋ยนแลว ในสวนที่เกี่ยวกับอวนสุดพัวพันถึงตัวอยูก็ตกใจ รีบสั่งคนสนิทใหไปแจงขาว
                                                                           
ใหอวนสุดทราบ แลววาถาซุนเกี๋ยนเอาความเรื่องนี้ก็ใหซดทอดทหารเลวเปนแพะรับบาป โดยอางวาไดสั่งการ
                                                         ั
ไปแลวแตคนรับคําสั่งบิดพลิ้ว จากนั้นใหฆาทหารเลวปดปากเสีย สองพี่นองจะไดพนมลทิน ความคิดของอวน
                                                                        
เสี้ยวไมเพียงแตโงอยางเดียวเทานั้น หากยังเปนความคิดที่เลวทรามต่ําชา ผิดแลวไมยอมรับผิดและหาทาง
ปายผิดเอาชีวตคนซึ่งไมเกี่ยวของเปนเครื่องสังเวยความชั่วชาของตนเสียอีก
              ิ

ในสวนที่เกี่ยวกับกองทัพซุนเกี๋ยนที่เสียโจเมาและแตกพายมานั้น เปนเรื่องใหญของกองทัพปฏิวัติ ทั้งเกรงวา
กองทัพจากเมืองหลวง จะยกตามตีจึงมีความวิตกนักคิดอะไรเองไมออก จึงใหเชิญบรรดา เจาเมืองมารวม
ประชุมปรึกษา แตกองซุนจานนั้นเดินเขามาประชุม ในภายหลังโดยมีเลาป กวนอู เตียวหุย ติดตามมายืนอยู
ขางหลัง อวนเสี้ยว เห็นเลาป กวนอู เตียวหุย ยืนอยูขางหลังกองซุนจาน มีลักษณะนาเกรงขามจึงถามกองซุน
จานวาทั้งสามคนนั้นเปนผูใด กองซุนจานจูงมือเลาปออกไปยืนขางหนาอวนเสี้ยวคูกับตนแลวแนะนําวาทานผูนี้
คือเลาป เปนเชื้อพระวงศของพระเจาฮั่นโกโจ เปนศิษยรวมสํานักของขาพเจา สวนอีกสองคนเปนนองรวม
สาบานของเลาป เมื่อครั้งสงครามโจรโพกผาเหลือง ทั้งสามพี่นองไดเขารวมปราบ โจรโพกผาเหลืองหลาย




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 73



ครั้ง ทําความชอบแกแผนดินไวเปนอันมาก พระเจาเลนเตจึงโปรดใหไปเปนเจาเมืองเพงงวนกวน และบัดนี้ได
รวมกับขาพเจามาทําการดวยกองทัพปฏิวติ
                                      ั

อวนเสี้ยวเปนคนบายศบาอยาง และเกรงใจตอคนผูมียศฐานันดรตามวิสัยความคิดศักดินา ไดยินวาเลาปเปน
                                                  
เชื้อพระวงศพระเจาเหี้ยนเตก็เกรงใจ จึงสั่งทหารใหจัดที่นงใหเลาปเสมอกับที่นั่งเจาเมืองไวตรงปลายสุดของ
                                                          ั่
ประชุม กวนอู เตียวหุย จึงยายมา ยืนขางหลังเลาป อวนเสี้ยวแจงขาวศึกที่ซุนเกี๋ยนแตกทัพมานั้นใหทประชุม
                                                                                                      ี่
ทราบ แตปกปดเรื่องเปาสิ้นเจาเมืองเจปก ใหเปาตงผูนองยกทหารไปชิงเขาตีดานกิสุยกวนแลวแตกพายมา
โดยเปาตงตายในทีรบ และเรืองอวนสุดไมสงเสบียงแกกองทัพซุนเกี๋ยนเสียไมแจงใหทประชุมทราบ
                   ่          ่                                                         ี่

ในขณะที่กําลังประชุมกันอยูนน ฮัวหยงไดยกทหารออกจากดานกิสุยกวนตรงมายังคายของกองทัพปฏิวติ เห็น
                               ั้                                                              ั
ธงประจํา ตัวอวนเสี้ยวผูบัญชาการใหญก็ยกมาที่หนาคายนัน แลวใหทหารเอาหมวกเกราะของซุนเกี๋ยนครอบ
                                                         ้
ไวบนปลายหอกชูขึ้นแกวง แลวเยาะเยยวานี่เปนหมวกแมทัพของพวกกบฏ ใหเจาของหมวกรีบมารับเอาไป
แลววาผูใดเปนนายของเจาของหมวกนี้ หากมิใชสุนัขขี้แพแลวอยามัวลอยตัวหลีกภัยอยูตอไป ใหรีบโผลหัว
                                                                                    
ออกมาจากกระดอง มาลองเพลงทวนกับเราสักหนอยจะเปนไร ทหารรักษาการณจึงเอาความไปรายงานแก
อวนเสี้ยวในที่ประชุม อวนเสี้ยวจึงถามวาจะมีผูใดอาสาไปรบดวยฮัวหยง ขณะนั้น ยูสดทหารเอกของอวนสุด
                                                                                 ิ
ลุกขึ้นขออาสา       อวนเสี้ยวเห็นเปนลูกนองของนองชายตนจึงรีบอนุญาตแลวจัดทหารออกจากคายไปรบดวย
ฮัวหยง กลองศึกของทั้งสองฝายดังขึ้นไมทันไรก็หยุดลง ทหารที่ตดตามยูสิดวิ่งหนีกลับเขาคายแลวเขาไป
                                                                   ิ
รายงานใหอวนเสี้ยวทราบ วายูสิดประเพลงทวนกับฮัวหยงไดเพียงสามเพลงก็ถูกฮัวหยงเอางาวฟนตายคาหลัง
มา

อวนเสี้ยวไมรูกาลังทหาร ยังคงคิดที่จะเอาออนสูแข็งตอไป จึงถามที่ประชุมวาจะมีใครอาสา ดังนั้นฮันฮกเจา
                 ํ
เมืองกิจิ๋ว จึงเสนอ ใหพัวหองทหารเอกของตนเปนผูไปตัดศีรษะฮัวหยง อวนเสี้ยวก็อนุญาต และจัดทหารให
พัวหองยกไป เสียงกลองศึกดังขึ้นอีกครั้งหนึง แตไมทันไรก็เงียบลงเหมือนครั้งกอนเพราะพัวหองรําขวานใหญ
                                           ่
เขารบดวยฮัวหยงไดเพียงสามเพลงก็ถูกฮัวหยงเอางาวฟนตกมาตายอีกคนหนึ่ง ทหารที่ตดตามก็พากันหนีเขา
                                                                                      ิ
คายมารายงานใหอวนเสียวทราบ
                         ้

ที่ประชุมฟงรายงานแลวก็ตกใจ อวนเสี้ยวจึงกลาวขึ้นวา ฮัวหยงมีฝมือกลาแข็งนัก เสียดายที่อศวินยอดฝมือ
                                                                                           ั
ของขาพเจาทั้งสอง คืองันเหลียงและบุนทิวมิไดติดตามมาดวย มิฉะนั้นเราคงไมแพตองสูญเสียทหารเอกถึง
สองคนดังนี้ แลวฝนใจถามทีประชุมวาครั้งนีจะมีผใดอาสาไปปราบฮัวหยง ในขณะทีที่ประชุมนิ่งอึ้งอยูนน ก็มี
                           ่              ้    ู                               ่                ั้
เสียงดังกังวานมาจากดานหลังของที่ประชุมวา "ขาพเจาขออาสาไปตัดหัวฮัวหยงเอง" สิ้นเสียงลงอวนเสี้ยว
และทุกคนตางหันมองไปทางเจาของเสียงนั้น เห็นชายหนึ่งสูงหกศอก หนวดยาวเสนละเอียดดุจใยไหม หนา
แดงดังผลพุทราสุก ปากแดงดังชาดแตม คิวดังตัวไหม จักษุยาวดังนกการเวก ศีรษะโพกดวยผาไหมสีเขียว
                                            ้
ใบไม สวมเกราะชุดออกศึก ในมือถืองาวยาวสิบเอ็ดศอก หนักแปดสิบสองชั่งสีดาสนิท ยืนแนวนิ่งใบหนาผิน
                                                                              ํ
ไปทางประตูคาย ดูสงานาเกรงขามยิ่งนัก นั่นคือ กวนอูแหงเมืองไกเหลียง นองรองแหงคําสาบานสวนทอ
              

อวนเสี้ยวเห็นกวนอูยืนอยูขางหลังเลาป หาใชที่สาหรับทหารเอกไม จึงสงสัยแลวถามขึ้นวาทานนี้มชอและ
                                                   ํ                                                ี ื่
ตําแหนงใดในกองทัพ การถามทั้งนี้แสดงวาอวนเสี้ยวความจําเสื่อมหรือไมก็หูตึง เพราะกองซุนจานเคยแนะนํา
มาครั้งหนึ่งแลวในตอนที่อวนเสี้ยวเห็นเลาป กวนอู เตียวหุย ยืนอยูขางหลังกองซุนจาน หรือไมก็เปนการฟง
คําแนะนําโดยไมสนใจและไมใสใจจํา          หรือมิฉะนั้นก็ตองการจะหักหนาคนอื่นวามีตาแหนงแหลงทีต่ําไมสม
                                                                                     ํ            ่
ฐานะ กองซุนจานจึงลุกขึ้นรายงานซ้ําอีกวาทานผูนี้คือกวนอู เปนนองรวมสาบานของเลาปมิไดมีตําแหนงใดๆ
ในกองทัพ เปนเพียงทหารเลวถือเกาทัณฑหนามาเลาปเทานั้น

อวนเสี้ยวไดฟงคําก็โกรธจัด รองตวาดไปทางกวนอูวาไอทหารเลวไมรที่ตาที่สูง บังอาจมาพูดตอหนาเจาเมือง
                                                                    ู ่ํ
ผูใหญ ขันอาสาจะไปรบดวยฮัวหยงทหารเอก เปนการตีตัวเสมอทหารเอก ดูหมิ่นแมทัพนายกองทั้งปวง วา
แลวก็สั่งทหารใหไปขับกวนอูออกจากที่ประชุม โจโฉเห็นเหตุการณทั้งนั้นโดยตลอด พินิจดูบุคลิกลักษณะ
ทวงทาของกวนอูและน้ําเสียงอาสาศึกแลวสงานาเกรงขามยิ่งนัก เห็นทีจะไดการ ครั้นไดยินอวนเสี้ยวสั่งทหาร
ใหไปไลกวนอูออกจากที่ประชุม        จึงรีบลุกออกไปขวางหนาทหารไวบอกใหหยุดไวกอน        แลวกาวออกมา
ตรงหนาอวนเสียวและวา "ทานอยาเพิ่งโกรธกอน ทวงทีกวน อูนี้จะมีฝมือกลาหาญอยูจึงกลาขันอาสา ถาไม
                ้                                                                   
สมดังปากวาจึงจะเอา      โทษถึงตาย"       แลวโจโฉจึงไดกลาวกับอวนเสี้ยวขอใหมีบัญชาใหกวนอูออกรบดวย
ฮัวหยง

อวนเสี้ยวจึงวากวนอูเปนแคทหารเลว หากออกไปรบดวยฮัวหยงแลว ฮัวหยงจะหมิ่นไดวากองทัพของเราทั้งนี้
สิ้นแลวซึ่งทหารเอก ก็จะหัวเราะเยาะเราวาเปนพวกสิ้นคิด ไมรูทควรไมควร สงทหารเลวไปรบดวยทหารเอก
                                                               ี่



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 74



เราก็จะเสียเกียรติยศไปเบื้องหนา โจโฉยืนยันความเห็นเดิมแลววา "ขาพเจาเห็นรูปรางกวนอูนี้ใหญโตคมสัน
อยู เห็นสมเปนทหารเอก ฮัวหยงจะไมรูวาเปนทหารเลว" เหตุการณนี้แสดงวาโจโฉมองเห็นความเปนทหาร
เอกที่ซอนอยูในตัวทหารเลวจากเมืองไกเหลียง      มองเห็นถึงเพชรเม็ดงามที่ประกายแสงแวววามเจิดจาอยู
ภายในกอนหินอันยังมิไดเจียระไนนั้น ในขณะที่อวนเสียวซึ่งเปนถึงผูบัญชาการใหญกลับเปนคนตาบอด หรือ
                                                   ้
ถูกมานแหงความบายศบาอยางปดสายตาไวจนมืดมิด

กวนอูไดยินโจโฉกลาวเชนนั้นแลว เห็นอวนเสี้ยวยังคงลังเลอยู ในขณะที่เลาปหันหลังมาพยักหนาเปนทีเห็น
ดวย กวนอูจึงกลาวขึ้นวา "ขาพเจาจะขออาสาออกไปครั้งนี้ ถาไมไดศีรษะฮัวหยงเขามา ขอทานจงเอาศีรษะ
ขาพเจาไวแทนเถิด" วาแลวกาวจากดานหลังของเลาปออกมายืนถมึงอยูระหวางกลางที่ดานหลังของที่ประชุม
นั้น ในมือกระชับงาวไวมั่น อวนเสี้ยวเห็นดังนันจึงอนุญาตใหกวนอูออกรบกับฮัวหยง และสังใหจัดทหารยกตาม
                                               ้                                     ่
ไปดวยกวนอู โจโฉเห็นเชนนั้นก็ดีใจ ยกมือเปนทีวาใหกวนอูหยุดไวกอน แลวหยิบเอาปานสุราบวยซึ่งอุนไวริน
ใสจอกสงใหแกกวนอู และอวยพรใหทาการไดสําเร็จดังประสงค
                                        ํ

กวนอูไมรับสุราจอกนั้น    เอามือทั้งสองกุมงาวคอมตัวลงคํานับโจโฉแลววาขอขอบคุณน้ําใจของทาน     แต
ขาพเจานี้เปนแคทหารเลว ยังไมมีความชอบ ขอทานจงงดไวกอน ไวเมื่อใดที่ขาพเจาทําความชอบควรแกสุรา
ของทานแลว ขาพเจาจะขอรับสุรามาดื่มคารวะตอทาน วาแลวกวนอูก็รีบออกจากที่ประชุม ยกทหารออกไป
นอกคาย ทามกลางความประหลาดใจและตกตะลึงของหัวเมืองทั้งปวงในที่นั้น แมโจโฉเองก็ยังคงถือจอกสุรา
รออยู ณ ที่เดิม

ทันใดนั้น เสียงกลองศึกของทั้งสองฝายก็ดงสนั่นขึ้นอีกครังหนึ่งเปนสัญญาณวากวนอูไดเขารบกับฮัวหยงแลว
                                             ั               ้
ไมทันไรเสียงกลองศึกก็หยุดลงเหมือนกับทั้งสองครั้งกอน ทุกคนในทีนั้นกมหนาสลดลงคาดวาเหตุการณจะ
                                                                          ่
ซ้ํารอยเปนครั้งที่สาม มีแตโจโฉ เลาป เตียวหุยเทานั้นทียังคงเปนปกติอยู ที่ประชุมยังไมทันจะวากลาวสืบไป
                                                           ่
ประการใด กวนอูก็กาวเขามาในที่ประชุมมือหนึ่งถืองาว อีกมือหนึ่งหิวศีรษะฮัวหยง โยนลงที่พื้นของหอง
                                                                        ้
ประชุมแลวกลาวสั้นๆ วา "ขาพเจาตัดศีรษะฮัวหยงมาใหทานแลว" อวนเสี้ยวและหัวเมืองทั้งปวงยินดียงนัก
                                                                                                          ิ่
เลาป เตียวหุย เขามาจับเอามือกวนอูและโอบไหลรวมยินดีกันทั้งสามพี่นอง

โจโฉจึงเอาสุราจอกที่ยังคงถืออยูในมือ และสุรานั้นยังคงอุนอยูเขามาคํานับ กวนอู สงสุราใหแลววาขาพเจา
คํานับทานทีทําความชอบดวยสุราจอกนี้ กวนอูก็รับสุราจากโจโฉมาดื่ม แลวคํานับโจโฉเปนการแสดงความ
            ่
ขอบคุณ

วีรชนนั้นมีอยูทกกาลสมัย อยูที่วาใครจะมองเห็นและรูจักชวงใชหรือไมเทานั้น และแมวาจะไมเห็นหรือไมรูจัก
                ุ                                                                 
ชวงใช แตสภาพการณยอมกําหนดใหวีรชนปรากฏขึ้นตอหนาสายตามหาชนอยูวันยังค่า อวนเสี้ยว คนมืดบอด
                                                                                  ํ
ทางปญญา ไมมีโอกาสไดรวาชายสามคนทียนขางหลังกองซุนจานในวันนี้ คนหนึ่งก็คือฮองเตอีกพระองคหนึ่ง
                          ู             ่ ื
ของราชวงศฮั่น และทหารเลวอีกสองคนก็คือทหารเอกนามระบือแหงแควนฉูส หรือจกกก และหนึ่งในนันก็คือ  ้
เทพเจาแหงความซื่อสัตย "กวนอู" ที่ผคนยังเคารพกราบไหวจนถึงทุกวันนี้
                                      ู

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

สงครามของคนไรปญญา (ตอนที่ 33)

ตําราพิชัยสงครามของซุนวูวาไวในบทแรกสุดวา "การณรงคสงครามเปนงานใหญของประเทศชาติ เปนจุด
ความเปนความตาย เปนวิถีทางอันนําไปสูความยืนยงคงอยู หรือดับสูญหายนะ พึงพินิจ พิเคราะหจงหนัก
ทีเดียว" และไดกลาวในบทถัดมาวา "ฉะนั้นจึ่งวินิจฉัยดวยกรณียกิจหา ประการเปรียบเทียบถึงภาวะตางๆ เพื่อ
ทราบความจริง กลาวคือ 1 ธรรม 2 ดินฟาอากาศ 3 ภูมิประเทศ 4 ขุนพล 5 ระเบียบวินัย" และวา "ขุนพลคือผู
กอบดวยสติปญญา ความเทียงธรรม ความเมตตา ความ กลาหาญ และความเขมงวดเด็ดขาด"
                        ่

แตทวาสงครามที่บัญชาการโดยอวนเสี้ยวฝายหนึ่ง และโดยตั๋งโตะอีกฝายหนึ่งนั้น กลับกระทําการกันแบบคน
สิ้นคิด ไรสติปญญา ดังนั้น สงครามจึงดําเนินไปแบบไรทศทาง ไรแผนการยุทธ และเปนไปตามยถากรรม ฝาย
                                                   ิ
เตียวหุย นองเล็กแหงสวนทอเห็นกวนอูพี่รองมีความชอบอยากจะแสดงฝมอบาง จึงลุกขึ้นเสนอตอที่ประชุมวา
                                                                     ื
"กวนอูพี่ขาพเจาไดอาสาตัดเอาศีรษะฮัวหยงมาใหแลว ขาพเจาผูนองจะขออาสาตีเขาไปในเมืองหลวง แลว
จะจับเอาตัวตั๋งโตะมาใหทาน"
                          




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 75



ความไมรูการอันควรไมควรของเตียวหุยนี้ทาใหสถานการณ ของเลาปยุงยากขึ้นมาเปลี่ยนสถานการณที่พงได
                                        ํ                                                          ึ
ใหกลายเปนเสียไป เพราะอวนเสี้ยว ซึ่งไมพอใจกับชัยชนะของกวนอูดวยรูสึกวาเสียหนาอยูแลว มาบัดนี้ภัย
คุกคามของฮัวหยงที่หนาคายสิ้นไป ความบายศบาอยางจึงโหมกลับมาครองใจอีกครั้งหนึง พอไดยินเชนนั้นก็
                                                                                   ่
ระบายโทสะเอากับเตียวหุย ลุกขึ้นยืนตวาดเอากับเตียวหุยวาไอทหารเลว จงหุบปากเสียทันที ที่นี่เปนที่ประชุม
ขุนนางผูใหญ ไมมีใครปรึกษาหาความเห็นกับทหารเลวเชนเจา สิกลับมาออกความเห็นหักหนาแมทัพนายกอง
ทั้งปวง หมิ่นน้าใจเรานัก จงออกไปเสียใหพนจากที่ประชุม
               ํ

โจโฉเห็นอวนเสี้ยวลุแกโทสะ ลวงวิสยผูนําทัพเชนนั้น จึงลุกขึ้นประสานมือคารวะอวนเสียวแลววา "อยางธรรม
                                     ั                                                ้
เนียมศึกนั้น ถาผูใดมีความชอบในการสงคราม ก็จะปูนบําเหน็จตามสมควร ถาผูใดกระทําความผิดก็จะลงโทษ
                                                                               
ซึ่งจะมาถืออิสริยยศในทามกลางศึก ดังนี้ไมสมควร" คําพูดของโจโฉมุงตอการเตือนสติอวนเสี้ยวใหรําลึกถึง
หลักการนําทัพของแมทัพตามพิชัยสงครามอยางหนึ่ง และสะกิดใจอวนเสี้ยวใหรําลึกถึงคําพูดในวันปฏิญาณ
สาบานตนทีจะปกครองทหารโดยยุติธรรมอีกอยางหนึ่ง แตอวนเสี้ยวลุแกโทสะ ละความผิดชอบชั่วดีเสียสิ้น
            ่
ยินคําโจโฉแลวไมฟงคํา กลาวหาโจโฉดวยเสียงอันดังวาเมื่อทานเห็นทหารเลวมีความสําคัญกวา ขาพเจา
ขาพเจายอมไมสามารถนําทัพไดอีกตอไป จะขอยกทัพกลับแตบัดนี้ แลวทําทาผลุนผลันจะออกจากที่ประชุม
โจโฉรีบกาวเขาไปยุดเอามืออวนเสี้ยวขอรองใหหยุดอยูกอน       ประสานมือคํานับแลววาเรืองใหญของเราที่ยก
                                                                                         ่
กองทัพมาเมืองลกเอี๋ยงนี้ยังไมสําเร็จ อยาถือสากับเรื่องเล็กนอยเพียงเทานี้เลย เห็นแกการแผนดินแลราษฎร
เถิด วาแลวก็หนมาทางกองซุนจานขอใหพาเลาป กวนอู เตียวหุย กลับไปคายกอน อวนเสี้ยวคอยคลายโทสะ
                ั
ลง แลวปดประชุมเสียดื้อๆ จากนั้นจึงแยกยายกันกลับไปยังคายของแตละเมือง

สวนโจโฉนั้นเห็นถึงความสําคัญของสามพี่นองแหงสวนทอ ติด ตามจับตาความเคลื่อนไหวอยางใกลชิด และ
เพื่อใหเกิดความรูสึกที่เปนมิตรตอกัน จึงสั่งใหทหารนําหมูเห็ดเปดไกไปปลอบขวัญเลาปและพี่นองรวมสาบาน
                                                                                       
ถึงในคาย บรรยากาศการประชุมในวันนีทําใหอวนเสี้ยวสูญเสียความเชื่อถือไปเปนอันมาก หลายเมืองเริมเห็น
                                           ้                                                            ่
วากองทัพปฏิวติกําลังเกิดปญหาขึ้นแลว เนื่องจากการวางตัวและการทํางานของอวนเสี้ยวนี่เอง สถานการณถึง
                ั
วันนี้เพียงแคเดินทัพมาถึงชายแดนเมืองลกเอี๋ยง กองทัพปฏิวัติไดสูญเสียทหารเอกไปแลวถึงสี่คน และถูกตี
แตกพายไปถึงสองกองทัพ ในขณะที่ฝายเมืองหลวงสูญเสียเพียงโฮจิ้นทหารเอก เปนแตวากวนอูไดกหนาคืน
                                                                                                    ู
ใหกับกองทัพปฏิวัตตัดศีรษะฮัวหยงแมทัพใหญฝายเมืองหลวงไดสําเร็จ ในขณะที่สราในจอกยังไมทันหายอุน
                     ิ                                                           ุ

แตกระนั้นกองทัพปฏิวติก็ยังคงมิไดกําหนดแผนการรบใดๆ ที่ชดเจนเพื่อการเขายึดเมืองลกเอี๋ยง แมฝายเมือง
                    ั                                   ั                                    
หลวงเองตั๋งโตะก็หาไดมีแผนการใดๆ ที่จะตีทัพของกองทัพปฏิวัตใหแตกพายไปไม สถานการณยังคงเปนไป
                                                           ิ
ตามยถาบุญยถากรรมตอไป

ฝายทหารของฮัวหยงเมื่อเห็นฮัวหยงศีรษะหลุดจากบาเพียงชั่วการประงาวกับกวนอูไดไมถึงเพลงก็พากัน
ตกใจ แตกหนีกลับเขาดานกิสุยกวน รายงานการศึกใหรองแมทัพลิซกทราบ ลิซกทราบขาวปราชัยของฮัวหยง
แลวก็ตกใจ รีบสงรายงานเขาเมืองหลวง ครั้นตั๋งโตะทราบแลวก็ตกใจเชนเดียวกัน เพราะคาดไมถึงวาแมทัพมี
ฝมือระดับฮัวหยงจะพายแพแกทหารซึ่งไมปรากฏชื่อเสียงเรียงนามมากอน จึงใหทหารไปเชิญลิยูที่ปรึกษาและ
อัศวินงูเหาลิโปมาพบที่จวน ลิยูกุนซือเจาความคิดทราบความศึกแลวเสียดายฮัวหยงเปนอันมาก ความกลัวเขา
ครอบงําความคิดและสติปญญาไปสิ้น เสนอความเห็นอันวิปริตขึ้นวากองทัพทียกมาครั้งนี้มีอวนเสี้ยวเปนผูนํา
                                                                            ่
ทัพ และอวนเสี้ยวนั้นมีอาชื่ออวนหงุยเปนราชครูอยูในเมืองหลวง อาจคบคิดกันเปนไสศก จําจะตองประหาร
                                                                                   ึ
อวนหงุยและครอบครัวเสียใหสน ตั๋งโตะฟงความเห็นอันวิปริตของลิยแลวตองดวยอัธยาศัยโฉดชั่วของตนจึง
                               ิ้                                  ู
สั่งใหลิฉย กุยกี สองทหารเอกคุมทหารหารอยยกไปจับอวนหงุยพรอมครอบครัวและผูคนในบานสังหารเสียสิ้น
          ุ
โดยที่คนเหลานี้ไมมีความผิดใดๆ แลวสั่งใหตัดศีรษะอวนหงุยสงไปดานกิสุยกวน เสียบไวที่นอกคายเปนการ
เยาะเยยอวนเสียว
                ้

ความคิดของลิยูเจาปญญาในครั้งนีทําใหไดรกันวาลิยูนั้นมีความรู
                                      ้         ู                    ความเขาใจใชเปนที่ปรึกษาไดกแตดาน
                                                                                                    ็
การเมือง หากเปนดานการศึกสงครามแลวตองนับวาขี้เทอสินดี เพราะไมเพียงแตไมสามารถ เสนอแผนการรบ
                                                           ้
ที่จะเอาชัยขาศึกไดเทานั้น ยังไมรูขอมูลขาวสารการ สงครามแมแตนอย จึงไดแตหลับตาคิดเอาเองแลวเสนอ
ใหสังหารคนไมมีความผิดเสียเปนจํานวนมาก

จากนั้นตั๋งโตะจึงใหลฉุย กุยกี สองทหารเอกนําทหารหาหมื่นยกออกจากเมืองหลวงไปรักษาดานกิสยกวน มี
                      ิ                                                                        ุ
คําสั่งหามยกออกไปรบดวยขาศึกเปนอันขาด ใหเพียงแตคุมกําลังตั้งมันรักษาดาน ไวเทานั้น สวนตั๋งโตะเอง
                                                                   ่
พรอมดวยลิยู ลิโป หลงเตียว และเตียวเจ คุมทหารอีกสิบหาหมื่นยกจากเมืองหลวงไปทีดานเฮาโลกวน หาง
                                                                                    ่ 
เมืองลกเอี๋ยงประมาณหารอยเสน แลวใหลโปแยกทหารสามหมื่นยกไปตังคายอยูนอกกําแพงดาน การจัด
                                           ิ                           ้
กําลังทหารของตั๋งโตะครั้งนี้ ความจริงหามีแผนการทางยุทธวิธีที่ชดเจนแตอยางใดไม แตทวาโดยชัยภูมิของ
                                                               ั



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 76



เมืองหลวงและการจัดตั้งดานทั้งสองนี้เปนการจัดวางดวยภูมิปญญาของยอดขุนพลในอดีต มีลักษณะรุกและรับ
อยูในที ดังนันเพียงแตยกทหารไปตั้งยันทัพขาศึกอยูในดานทั้งสองนี้ ก็สามารถคุกคามกดดันกองทัพของ
               ้
ขาศึกใหตองประหวั่นพรั่นพรึงยิ่งการตั้งทัพโดยวิธีการตั้งคายรายเรียงกันไปถึงสองรอยเสนแบบโงเขลาเบา
ปญญาของอวนเสี้ยวดวยแลว ยิ่งถูกคุกคามหนักขึ้น เพราะสภาพกลายเปนวาคายของฝายปฏิวติที่เรียงรายอยู
                                                                                            ั
ถึงสองรอยเสนนั้นตกอยูระหวางทั่งกับคอนเหล็กมหึมา นั่นคือแนวหนาสุดของกองทัพปฏิวัติ ปะทะอยูกับทั่ง
คือดาน กิสุยกวน ที่มีกําลังตังรับหาหมื่นคน สวนตนทางหรือแนวหลังสุดของกองทัพปฏิวัติอยูใกลกับตัคฆอน
                               ้
มหึมา คือ ดานเฮาโลกวน ที่มีกําลังพลถึงสิบหาหมื่นคน โดยมีลิโปตั้งคายอยูนอกกําแพงดานพรอมจะรุกรบ
อยูตลอดเวลา

นี่คือ สถานการณเชนเดียวกันกับที่คณะเสนาธิการของเยอรมันไดวางแผนใหกับกองทัพของเจียงไคเช็ก ตีทัพ
ของ พรรคคอมมิวนิสตจีนในสงครามปลดแอก สงผลใหพรรคคอมมิวนิสตจีนไดรับความสูญเสียครั้งยิงใหญจน
                                                                                             ่
ตองเดินทัพทางไกลขึ้นสูเยียนอาน สภาพภูมิการวางกําลังเปนดั่งนี้ ดังนั้น กองทัพปฏิวตจึงถูกกดดันคุกคาม
                                                                                    ั ิ
จากพลังยุทธานุภาพของกองทัพฝายเมืองหลวง ทั้งๆ ที่แมวาตั๋งโตะจะมิไดรูความนัยนันก็ตาม
                                                                                  ้

หนวยลาดตระเวนของกองทัพปฏิวัตทราบขาว ิ             จึงรายงานใหอวนเสียวทราบ
                                                                       ้           อวนเสี้ยวจึงเรียกประชุม
กองบัญชาการกองทัพปฏิวัติ ปรึกษาวาจะคิดอานประการใด บรรดาหัวเมืองเหลานั้นไม มีผูใดเสนอความเห็น
โจโฉจึงเสนอขึ้นวา "ซึ่งตั๋งโตะยกออกมาตังอยูหนาคายนันหวังจะสกัดตนทางไว เราจําจะแบงเอานายทัพ
                                            ้              ้
นาย กองคนละครึ่งยกไปตีอยาใหตั๋งโตะอยูได" ขอเสนอของโจโฉคือแบงกองทัพปฏิวัติออกเปนสองกอง
                                              
กองหนึ่งตั้งมั่นอยูในที่เดิม อีกกองหนึ่งยกเขาตีดานเฮาโลกวน ที่ตั๋งโตะรักษาดานอยู สวนดานกิสยกวนมี
                                                                                                     ุ
กองทัพของซุนเกี๋ยนตั้งยันไวแลวทีตําบลเลียงตง เปาหมายของแผนการนี้คืองัดคอนมหึมานั้น ไมใหทุบลง
                                    ่
มายังกองทัพปฏิวัติไดนั่นเอง

แตยังคงเปนความคิดของการยันสงครามเทานัน หาใชการรุกทางยุทธวิธีแตประการใดไม อวนเสี้ยวเห็นดวย
                                              ้
กับขอเสนอของโจโฉ จึงออกคําสั่งใหกองทัพของอองของเมืองโหลาย เตียวเมาเมืองตันลิว เปาสิ้นเมืองเจปก
อวนอุย เมืองซุนหยง ขงเลงเมืองปกไฮ เตียนเอี๋ยงเมืองเสียงตง โตเกี๋ยมเมืองซีจิ๋ว และกองซุนจานเมืองปก
เปง รวมแปดกองทัพยกไปตีดานเฮาโลกวน กองทัพนอกนั้นใหตั้งมั่นอยูที่เดิม ยกเวนกองทัพของโจโฉ ใหทํา
                              
หนาทีลาดตระเวนและประสานงานระหวางกองทัพทุกกองของฝายปฏิวติ สามพี่นองแหงสวนทอ เลาป กวนอู
       ่                                                          ั
เตียวหุย จึงไดรวมไปกับกลุมทัพสวนนี้ โดยสังกัดอยูในกองทัพของกองซุนจาน ยกไปดานเฮาโลกวน กองทัพ
                                                    
ของทั้งแปดเมืองเคลื่อนจากที่ตั้งสูดานเฮาโลกวนเปนสามขบวน     โดยกองทัพของอองของเมืองโหลายเปน
กองทัพหนา        กองทัพของเตียวเมาเมืองตันลิวและกองทัพของอวนอุยเมืองซุน-หยงเปนกองกลาง          อีกหา
กองทัพที่เหลือเปนกองหลัง กองทัพหนาปะทะกับลิโป สูญเสียหองหยกทหารเอกจึงถอยรนมา พอดีกองกลาง
หนุนเนื่องขึ้นไป ลิโปเห็นวามีกองทัพหนุนมาเปนอันมากก็ยกกลับเขาคายที่หนาดานเฮาโลกวนนั้น กองทัพ
หนาและกองกลางทั้งสามทัพจึงตั้งคายยันคายลิโปไวในระยะหางกันเพียงสามสิบเสน         ครั้นกองหลังทังหา
                                                                                                     ้
กองทัพเคลื่อนมาถึงจึงตั้งคายอยูในบริเวณเดียวกัน

ตั้งคายเสร็จแลว เจาเมืองทั้งแปดจึงมาประชุมปรึกษากันทีคายของกองซุนจาน ถือโอกาสนี้แสดงความชื่นชม
                                                           ่ 
ยินดีตอสามพี่นองแหงสวนทอที่กูหนากองทัพปฏิวัติไวไดเมือวันกอน ขณะปรึกษากันอยูนั้น ลิโปไดยกทหาร
                                                            ่                       
ออกจากคายมาทารบกับกองทัพของเจาเมืองทั้งแปดทีหนาคายของกองซุนจาน เจาเมืองทั้งแปดจึงพากันขึ้น
                                                        ่
ไปดูบนหอคอยในคาย เห็นลิโปคุมทหารมีธงทิวปลิวไสว ทั้งนายและพลตางเริงราหาวหาญคะนองนัก กองทัพ
ของแปดหัวเมืองสง บอกสุนทหารเอกของเมืองเสียงตงออกรบ ไมถึงสามเพลงก็ถูกลิโปเอาทวนแทงตกมา
ตาย จึงสงบูอนกงทหารเอกเมืองปกไฮออกรบอีก ก็ถูกลิโปใชทวนหวดมือบูอันกงขาด กระบองเหล็กหลุด
                ั
กระเด็น บูอันกงจึงขับมาหนี เจาเมืองทั้งแปดหัวเมืองจึงยกทหารออกไปกันเอาบูอันกงกลับเขาคาย แลวตังมั่น
                                                                                                      ้
อยู ในคายนั้น

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ประกายกระบีที่ซอนในฝก (ตอนที่ 34)
           ่ 

สถานการณสงครามในขณะนี้ อวนเสี้ยวผูบญชาการใหญและกองทัพเจ็ดหัวเมืองยังคงตังมั่นกินลมชมวิวอยูที่
                                            ั                                        ้
ชายแดนเมือง ลกเอี๋ยง ในขณะที่กองทัพแปดหัวเมืองยันอยูกบกองทัพของตั๋งโตะ ลิโปทดานเฮาโลกวน สวน
                                                             ั                         ี่
ซุนเกี๋ยนนั้นตั้งคายอยูทตําบลเลียงตง คุม เชิงดานกิสยกวน ซึ่งลิฉย กุยกี สองทหารเอกของตั๋งโตะรักษาดาน
                         ี่                          ุ            ุ
อยู ฝายลิโปซงตั้งคายอยูนอกกําแพงดานเฮาโลกวน หลังจากไดรับชัยชนะกองทัพแปดหัวเมือง สังหารทหาร
                 ึ่




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 77



เอกเสียคนหนึ่งและฟนทหารเอกบาดเจ็บพิการอีกคนหนึ่งแลว วันรุงขึ้นก็ยกทหารมาทารบกับกองทัพของแปด
หัวเมืองอีกครั้งหนึ่ง

เจาเมืองทั้งแปดหัวเมืองพรอมทั้งเลาป กวนอู เตียวหุย จึงยก ทหารออกไปหนาคาย ตั้งกระบวนเรียงหนา
กระดาน เพื่อจะรบกับลิโปดวยวิธีรบโดยอาศัยฝมือทหารเอกดังเดิม ทั้งๆ ที่รูและสัมผัสตลอดมาแลววาการรบ
                           
ดวยฝมือทหารเอกนั้นเปนรองฝายลิโปที่ฝมือรบเขมแข็งและองอาจกลาหาญยิ่งนัก
                                                                                นับเปนการรบที่ผดหลัก
                                                                                                 ิ
พิชัยสงคราม เพราะเปนการรบที่ไมเห็นชัยชนะ หากเปนการรบที่อาศัยแตปาฏิหาริยเปนที่พึ่งเทานั้น

กองซุนจานเจาเมืองปกเปงไดขับมาออกจากขบวนแถวของแปด เจาเมือง เขารบดวยลิโป ซึ่งขับมาออกหนา
ทหารมารออยูกอนแลว กองซุนจานรบดวยลิโปไดเพียงสิบเพลงก็ออนกําลังลงจึงชักมาหนี ลิโปขับมาไลตาม
                
ใกลเขามาถึงระยะทวนแทงแลว ลิโปจึงเงื้อทวน แทงกองซุนจาน แตพลันไดยินเสียงตวาดดังสนั่นดุจฟารอง
วา "เฮย! ไอลูกสามพอ ชิมคมทวนของกูดีกวา" มาเซ็กเทาที่ลิโปขี่จึงชะงักลง เสียงโลหะตันสองอันกระทบ
กันดัง "เปง" ยินสนั่นกลบเสียงกลองรบและเสียงโหรองของทหารทั้งสองฝาย ทวนของเตียวหุยฟาดปดเอา
ทวนของลิโปกระดอนไป กองซุนจานฉวยโอกาสนั้นขับมาหลบเขา มาหลังทหารคําดา "ไอลูกสามพอ" ที่เตียว
หุยดาลิโปครั้งนี้ตรงกับขอเท็จจริง เพราะลิโปมีพอตัวคนหนึง มีเตงหงวนเปนพอบุญธรรมอีกคนหนึ่ง ลิโป ฆา
                                                            ่
เตงหงวนเสียแลวมาอยูดวยตังโตะ นับถือตังโตะเปนพอบุญธรรม อีกคนหนึ่ง จึงเปนลูกสามพอ เปนคําดา
                              ๋             ๋
นักการเมืองที่รนแรงโดยมีความเต็มวา "นักการเมืองสามพรรคเหมือนคนสามพอ เปนจัญไรแผนดิน"
                  ุ

ดานเตียวหุยกับลิโปกรายทวนรบกันบนหลังมาโดยมีทหารของ ทั้งสองฝายตั้งขบวนอยูดานหลัง ธงทิวประจํา
                                                                                        
กองทัพรับลมปลิวไสว เสียงกลองศึกดังสนันผสานเขากับเสียงโหรองของทหารทั้งสองฝาย ทําใหทั้งลิโป
                                            ่
เตียวหุยตางคึกคะนองยิ่งนัก สินเพลงที่หาสิบ กวนอูสังเกตเห็นมาที่เตียวหุยขี่อยูนั้นออนกําลังลง ในขณะที่มา
                              ้
เซ็กเทาของลิโปยังเริงราคะนองคลองแคลวรวดเร็วดังเดิม เกรงวาเตียวหุยจะเสียที จึงขับมากรายงาวนิลนาคะ
ออกไปกลางลานรบสมทบกับเตียวหุยรบดวยลิโปเลาปยืนมาอยูขางกองซุนจานทอดสายตาเขมนมองเชิงรบ
แลว ความวิตกในการศึกก็หมดไปจากใจเห็นเปนทีจะจับลิโป จึงขับมารํา กระบี่คูถลันออกไปในลานรบลอมลิ
โปไว แลวแกวงกระบี่โบกเปนสัญญาณพรอมตะโกนดวยเสียงอันดังวา "เต็ง" กวนอู เตียวหุย รูความหมาย   
สัญญาณก็ชักมาวนรอบลิโปสลับไปมา แลวตั้งเปนขบวนพยุหะขึ้น โดยเลาปเขารบตรงดานหนาของลิโป กวน
อูเขารบทางดานขวาของลิโป และเตียวหุยเขารบทางดานซายของลิโป

สามกกฉบับวิจารณของจีนระบุวา เลาปตวาดออกเสียงวา "เต็ง" แลวตั้งขบวนพยุหะ สามกกฉบับสมบูรณระบุ
วา สามพี่นองแหงสวนทอลอมลิโปไวในลักษณะอักษรรูปตัว "T" ซึ่งตรงกับคําวา "เต็ง" ในภาษาจีนในขณะที่
บางตําราวาการตั้งขบวนรบชนิดนี้เปนการตั้งขบวนแบบ คายกลดาวไถ และถือเปนขบวนพยุหะในการศึกชนิด
หนึ่ง เปนแตใชกําลังคนนอยเทานั้น เลาปถือกระบี่คูอยูเผชิญหนาเปนตัวลอ ดูประหนึ่งจะเสียเปรียบ เพราะ
กระบี่เปนอาวุธสั้นกวาทวนของลิโป แตเมื่อเปนพยุหะดังนี้แลว ทวนยาวของลิโปก็ไรพิษสง เพราะไมวาจะฟาด
หรือแทงก็จะติด ขัดไปสิ้น นั่นคือหากจะแทงก็ตองดึงทวนมาขางหลัง สภาพเชนนีทั้งงาวของกวนอูและทวน
                                                                                     ้
ของเตียวหุยยอมกดดันทั้งในทางฟาดและทางแทงอยูทั้งสองดาน                หากจะฟนก็ตองเงื้อทวนขึ้นทางดานขวา
ยอมจะติดงาวของกวนอูอีก           ทั้งจะเปดชองวางทางดานซายใหเตียวหุยเอาทวนแทงที่ขางตัวถึงหัวใจได
โดยสะดวก

ขบวนพยุหะของสามพี่นองแหงสวนทอกดดันบังคับใหวงลอมแคบลงทุกที                ลิโปติดขัดละลาละลังไปเสียทุก
ทางก็ตกใจยิ่งนัก อาศัยแตกําลังและความแคลวคลองวองไวของมาเซ็กเทาหลีกหลบปองปดอาวุธของสามพี่
นองแหงสวนทอเอาตัวรอดเพียงอยางเดียวและตกเปนฝายถูกกระทําอยางสินเชิง จึงคิดหนีเอาตัวรอด แต
                                                                           ้
ธรรมดามานั้น       ในยามเผชิญศึกดังนี้ไมสามารถชักมาถอยหลังได        ดังนั้นลิโปจึงตัดสินใจเสี่ยงโนมตัวไป
ขางหนาจนเกือบซบคอ มาเอาทวนชีตรงไปทางเลาป ฝายเลาปถือกระบี่คูเปนอาวุธสันกวาปะหนาทางตรง
                                         ้                                                ้
ไมไดเพราะจะถูกทวนเสียกอน เลาปจึงเอากระบี่คูปดทวนของลิโป ในพลันที่กระบี่คูของเลาปฟาดไปทางซาย
                                                     
เพื่อปดทวนของลิโปนั้น ลิโปกระทืบโกลนมาเซ็กเทาโผนกระโจนไปทางดาน ขวาของเลาป ฝาวงลอมออกไป
ไดอยางหวุดหวิด           แลวอาศัยฝเทาอันรวดเร็วดุจพายุของมาเซ็กเทาชักมาหนีออกจากสนามรบราวกับเปน
ปาฏิหาริยที่เกิดขึ้น ทั้งๆ ทีมิไดวางแผนไวกอนแตประการใด
                            ่

สามพี่นองแหงสวนทอและทหารของทั้งแปดหัวเมืองจึงยกทหารไลตามลิโปไป เลาป กวนอู เตียวหุย นันสกัด
                                                                                             ้
ทางที่จะไปยังคายของลิโปนอกกําแพงดานไว ลิโปและทหารเขาคายไมไดจึงยกหนีเขาดานเฮาโลกวนแลว
ปดประตูดานเสีย กองทัพของแปดหัวเมืองจึงยกเขาไปประชิดดานเฮาโลกวน ใหทหารปนหักเขาตีดานเปน
สามารถ ลิโปอยูบนเชิงเทินพรอมกับทหารเอกคนอื่นๆ ของตั๋งโตะไดใหทหารยิงเกาทัณฑ ทิ้งกอนศิลาและ
ทรายคัวใสทหารของทั้งแปดหัวเมืองอยางดุเดือด ทหารของทั้งสองฝายบาดเจ็บลงเปนอันมาก
       ่



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                               หนาที่ 78




กองทัพแปดหัวเมืองเห็นจะหักเอาดานไมสําเร็จ จึงใหสัญญาณ ถอยแลวยกทหารกลับมาทีคายดังเกา สามกก
                                                                                       ่
ฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาการที่กวนอูเขาชวยเตียวหุย แลวเลาปเขาไปสมทบอีกคนหนึ่งเปนเพราะกลัว
แพนั้น นาจะเปนการเขาใจผิดของลามจีนในขณะนั้น เนื่องจากลามเหลานันเปนราษฎรสามัญทีหอบแตเสื่อผืน
                                                                          ้               ่
หมอนใบมารับจางคาขายในประเทศไทย ไมมีความรูทางการทหารและพิชยสงคราม เห็นสามคนรุมคนเดียวจึง
                                                                            ั
เขาใจเจตนาวาชวยกันรุมเพราะกลัวแพ ตั้งแตเขารวมกองทัพปฏิวัติ เลาปพยายามปดบังอําพรางตนอยู ตลอด
                                                                        
มา ไมเคยออกความเห็น ไมเคยพูดจาเกี่ยวกับการศึกสงคราม และไมเคยแสดงออกถึงความสามารถใหปรากฏ
แตเมื่อเห็นวาฝายปฏิวติจะเสียทีและเสียการใหญ จึงจําตองแกไขสถานการณใหเปลียน แปลงจากรับเปนรุก
                       ั                                                         ่
ดวย

การหาทางจับลิโปใหจงได เหตุนี้จึงจําตองเผยประกายความสามารถของตนเองใหตงคายกลพยุหะ "เต็ง"
                                                                           ั้
ทั้งๆ ที่ใจจริงแลวเลาปคงไมอยากแสดงออกเทาใดนัก เพราะยอมคิดอะไรอยูในใจเหมือนกับคนอื่นๆ ก็
เชนเดียวกันกับโจโฉ ที่ปดบังและอําพรางความสามารถของตนตลอดมา ถนอมและไมยอมใชกําลังทัพของตน
                        
อยางสุดชีวต ตลอดระยะของสงครามที่มาถึงขั้นนี้ โจโฉไมเคยออกรบ ไมเคยใหทหารของตัวออกรบ ทังไม
            ิ                                                                               ้
เคยเสนอแผนการรบที่จะเผด็จศึกตอกองทัพปฏิวัติ ทําตนเปนเพียงหนวยลาดตระเวนและประสานงานระหวาง
กองทัพทุกหัวเมืองเทานั้น

โจโฉแมวาจะพยายามพรางความสามารถของตนไวสักเพียงใด แตครั้นเห็นกองทัพปฏิวัติเสียทีถูกลิโปสังหาร
ทหารเอกเสียหลายคน และรุกรบอยางไมหยุดยั้ง โจโฉก็ตองเผยความสามารถของตนออกมาใหเห็นดวยการ
ทําหนังสือรายงานการศึกถึงอวนเสี้ยวผูบัญชาการใหญวา "ใหปรึกษากันวาผูใดจะคิดอานกลศึกประการใด จึง
จะไดตวลิโป ถาไดตัว ลิโปแลว ก็จะไดตวตังโตะโดยงาย" หนังสือของโจโฉนี้คือการชีนําสงคราม เสนอเข็ม
        ั                                  ั ๋                                       ้
มุงใหจับตัวหรือฆาลิโปเสียดวยกลอุบาย       เพราะโจโฉไดเห็นแลววาการรบดวยอาศัยฝมือทหารเอกนั้นไม
สามารถเอาชัยตอลิโปได        และถาหากไดตัวลิโปแลวก็สามารถเอาชนะตั๋งโตะไดโดยงาย  ความคิดการศึก
ของโจโฉอันไดแสดงใหปรากฏในรายงานการศึกนี้มคาแทควรทอง เพราะมีฐานะเสมือนกุญแจไขประตูแหงชัย
                                                    ี
ชนะในสงครามครั้งนี้ และสะทอนถึงสติปญญาความคิดของโจโฉในการอานการศึกของทั้งสอง ฝายไดอยาง
                                         
กระจางยิ่ง

แตผูบัญชาการใหญอวนเสียวไรสติปญญาความสามารถจึงเมื่อ เห็นรายงานนี้แลวก็ไมเห็นถึงความนัยทีจะเอา
                           ้                                                                      ่
ชัยตอตั๋งโตะ ดังนั้น อวนเสียวจึงไมไดสั่งการใดๆ ตามที่โจโฉไดเสนอไว ความคิดของเลาปที่จะจับตัวลิโป
                              ้
และใหสญญาณนองรวมสาบานตั้งคายกลพยุหะนั้น ก็คือความคิดอยางเดียวกันกับความคิดของโจโฉ ตางกันก็
          ั
ตรงที่เลาปใชกลพยุหะ ในขณะที่โจโฉตองการใชกลอุบาย โจโฉ เลาป ตางมองกันออกและอานกันและกัน
กระจาง ทั้งๆที่ตางฝายตางก็พยายามพรางความรูความสามารถของตน ดังนั้นในขณะที่โจโฉไมมองเห็นเจา
                                                   
เมืองคนใดอยูในสายตาตัว แตกับสามพี่นองแหงสวนทอแลว โจโฉกลับมองอยางสนใจทุกฝกาว และพยายาม
                
เขาใกลเอาใจอยูเสมอไมวาในครั้งที่สนับสนุนกวนอูใหออกรบ การสงสุราใหกําลังใจแกกวนอู และแมในการสง
หมูเห็ดเปดไกไปเอาใจเลาปถงในคายพฤติกรรมเหลานีคือพฤติกรรมที่ทั้งโจโฉและเลาปตางก็มีความ นัยอยู
                                ึ                     ้                              
ในใจของตนเอง และความนัยที่อยูในใจของทั้งสองคนนี้อาจจะเปนเรื่องเดียวกันและเหมือนกันก็เปนได!

อันการสงครามในยุคสามกกนัน นอกจากจะรบกันดวยฝมือของ ทหารเอกแลว ยังมีการรบโดยรูปแบบอื่นอีกสี่
                            ้
วิธีคือ การรบดวยกําลังทหาร การรบดวยกลอุบาย การรบดวยขบวนพยุหะ และ "การ รบดวยพลังจักรวาล อัน
เปนมรรควิถีของยอดขุนพลผูนาทัพ" เปนหนาที่ของขุนพลผูนําทัพที่จะพิจารณาวินิจฉัยเลือกใชวิธีใด วิธหนึ่ง
                              ํ                                                                  ี
หรือหลายวิธี เพื่อเอาชัยชนะตอขาศึก หาไดจํากัดหรือตาย ตัวแตอยางใดไม

การรบกอนหนาศึกครั้งนี้ ทั้งสองฝายใชวิธีการรบดวยฝมือทหารเอก ซึ่งฝายเมืองหลวงไดเปรียบฝายปฏิวัติ
ตลอดมา เพราะฝาย เมืองหลวงมีทหารเอกทีมีฝมือรบพุง และมีความเชี่ยวชาญการรบมาก กวาฝมือทหารเอก
                                            ่
ของหัวเมืองมากมายนัก ดังนั้นเพียงเพลงสองเพลงรบ ทหารเอกของกองทัพปฏิวัติจากหัวเมืองตางๆ ก็หัวขาด
ตก เปนฝายพายแพยกเวนก็แตครั้งทีทหารเลวไรชื่อเสียงเรียงนามผูหนึ่งซึงหนวดยาว หนาแดงถืองาวนิลนา
                                    ่                                    ่
คะ นามวากวนอูไดตัดหัวฮัวหยงทหารเอกฝาย เมืองหลวงไดในเวลาชั่วสุรายังไมทันหายอุน จึงกูหนาใหแก
ฝายปฏิวติ ไดเปนครั้งแรก
        ั

ผูนําทัพของทั้งสองฝายตางก็ขี้เทอพอๆ     กัน   และรูจักใชแตวิธีรบโดยอาศัยฝมือทหารเอกเทานั้น
                                                                                                  ไมมี
ความสามารถและไมมีความ รูทางยุทธวิธที่จะใชวิธีการรบโดยวิธีอื่นได ดังนั้น เมื่อ ฮัวหยงหัวหลุดออกจากบา
                                         ี
และลิโปเสียทีแกสามพี่นอง         จึงทําใหสถานการณสงครามทีฝายเมืองหลวงเปนฝายรุกและไดเปรียบแปร
                                                                 ่
เปลี่ยนไปโดยมูลฐาน ฝายเมืองหลวง ซึงเปนฝายรุกรบอยางฮึกเหิมและไดเปรียบมาโดยตลอด ตองถอย
                                            ่



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 79



กลับไปตั้งหลักอยูในดาน ในขณะที่ฝายปฏิวติเปลี่ยนสภาพจากฝายรับกลายเปนฝายรุกและรุกเขาประชิดดาน
                                         ั
เฮาโลกวนกดดันตอความรูสึกนึกคิดของตั๋งโตะและกองทัพฝายเมืองหลวงอยางรุนแรงทีสด เพราะความหวังที่
                                                                               ่ ุ
จะอาศัยลิโปกําราบศึกไดพังทลายลงแลว และไมสามารถคิดอานวิธีการรบแบบอื่นมาทดแทนได

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

เพลงพื้นบานอันลึกลับ (ตอนที่ 35)

เมื่อสถานการณสงครามของฝายปฏิวติเปลียนจากถอยเปนรับสูรุก เปลียนจากปราชัยเปนมีชัยเชนนี้ หัวเมือง
                                    ั    ่                          ่
ทั้งปวงจึงมีความ ยินดียิ่งนัก เฉลิมฉลองกันแลวเจาเมืองทั้งแปดหัวเมืองจึงรายงานการศึกใหผูบญชาการใหญ
                                                                                            ั
อวนเสี้ยวทราบ อวนเสี้ยวทราบความศึกแลวยินดีนัก คิดทําศึกแตกหักทั้งทางดานเฮาโลกวนและดานกิสุยกวน
เพราะความคิดของอวนเสี้ยวนันเขาใจวาในสภาพเชนนี้กองทัพฝายเมืองหลวงตองปราชัยอยางแนแท จึง ชวง
                               ้
ชิงฉวยโอกาสสรางผลงานของตนเองในฐานะเปนผูบัญชาการในการศึกขั้นสุดทาย

แตอวนเสียวกังวลอยูดวยกองทัพของซุนเกี๋ยน ซึ่งไมพอใจอวน สุดในเรืองไมสงเสบียงตามกําหนด ทําให
           ้                                                           ่
กองทัพเมืองเตียงสาตองพาย แพ จึงไดแตตงคายมั่นไวไมยอมออกรบ ดังนั้นอวนเสี้ยวจึงใหทหารถือหนังสือ
                                             ั้
ไปยังซุนเกี๋ยนใหเรงยก ทหารตีดาน กิสุยกวนใหจงได แลวแกตัวใหกับอวนสุดผูนองวาเรื่อง เสบียงครังกอน
                                                                                                      ้
นั้นอวนสุดไดสงการไปแลว แตทหารผูรับผิดชอบปฏิบติละหนาที่เสีย จึงทําใหทานเดือดรอนเสียหาย ขอจง
               ั่                                 ั
เห็นแกการใหญของบานเมือง อภัยเรื่องนี้เสียเถิด

ซุนเกี๋ยนเห็นหนังสือของอวนเสี้ยวแลว จึงสังทหารใหรักษาคาย ไวใหมนคง ตัวซุนเกียนเองพาเทียเภา อุย
                                           ่                         ั่             ๋
กาย ออกจากคายไปหาอวนสุด เพื่อตองการไตถามเรื่องนี้ใหสิ้นกระแสความ ทําความจริงใหกระจาง และให
เอาตัวคนผิดมาลงโทษตามพระอัยการศึก ซุนเกี๋ยนพบอวนสุดแลวตอวาเรื่องไมสงเสบียง จนทําใหกองทัพซุน
เกี๋ยนตองเสียที อวนสุดมีความละอายใจนักแตแกตัวเหมือนกับที่ไดซักซอมไวกับอวนเสี้ยววาไดสั่งการไปแลว
แตทหารผูรับผิดชอบปฏิบติละหนาที่เสีย วาแลวสั่งทหารใหไปจับตัวทหารเลวคนหนึ่งแลวกลาวหาวาทิ้งหนาที่
                           ั
ไมลําเลียงเสบียงสงใหแกกองทัพ       ซุนเกี๋ยนแลวสั่งใหเพชฌฆาตประหารทหารเลวนันเสียตอหนาซุนเกี๋ยน
                                                                                      ้
เรื่องของคนถอยกับเรื่องของแพะรับบาป แมจะเปนคนละเรือง แตก็เปนเรืองที่เกี่ยวเนื่องอยูในเรื่องเดียวกันมา
                                                            ่           ่
ตั้งแตครั้งประวัติ ศาสตรดวยประการฉะนี้

ซุนเกี๋ยนเห็นอวนสุดประหารทหารของตนเองก็คิดวาเปนการกระทําโดยจริงใจ จึงคอยคลายโทสะลง ในขณะ
นั้นทหารของอวนสุดเขามารายงานวา มีทหารมาจากคายของซุนเกี๋ยนขอพบซุนเกี๋ยนเปนการดวน ซุนเกียนจึง     ๋
ออกมานอกคายพบทหารจากคายตนแลวทหารนั้นรายงานวาบัดนี้มทหารเอกของตั๋งโตะชื่อวา ลิฉุยมาแตดาน
                                                                ี
กิสุยกวน และรอพบซุนเกี๋ยนอยูที่คาย บอกวามีราชการสําคัญซุนเกี๋ยนจึงกลับเขาไปในคายบอกลาอวนสุด
                                     
แลวเดินทางกลับไปยังคายของตน ณ ตําบลเลียงตง เขาไปพบกับลิฉุยถามวาทานมาพบเราดวยธุระสิ่งใด ลิ
ฉุยคารวะซุนเกียนตามธรรมเนียมแลววาการทีหัวเมืองตางๆ
                ๋                            ่                    ยกมาประชิดแดนลกเอี๋ยงครั้งนี้เปนกบฏตอ
แผนดิน กอความเดือด รอนแกบานเมืองและราษฎร อัครมหาเสนาบดีตั๋งโตะจะทําการปราบปรามอยางเฉียบ
ขาด แตมใจเมตตาทานดวยเปนคนกลาหาญมีคุณธรรม เปนกําลังสําคัญของแผนดิน ทังยังหวังไมตรีทสถาพร
          ี                                                                        ้               ี่
ไปเบื้องหนา      โดยทานอัครมหาเสนาบดี        ทราบกิตติศัพทวาซุนเซ็กบุตรทานเปนคนมีสติปญญากลาหาญ
                                                                                         
เหมาะสมกับบุตรสาว จึงดําริที่จะยกบุตรสาวใหเปนภรรยาซุนเซ็ก เพื่อ ใหตระกูล "ตั๋ง" และ "ซุน" เปนทอง
แผนเดียวกัน จะไดรวมมือกันทํานุบํารุงแผนดินใหเปนสุขสืบไป

ซุนเกี๋ยนฟงลิฉยเจรจาดั่งนั้นก็เขาใจไดวาตั๋งโตะตองการซื้อหาตนเหมือนกับการซื้อหาสินคาตามทองตลาด
                ุ
ดวยการยกลูกสาวใหแกซุนเซ็กผูบุตร แลวใหหักหลังหัวเมืองตางๆ ดวยการถอนตัวออก จากกองทัพปฏิวัติก็
เคืองใจนัก        จึงตวาดเอากับลิฉุยใหหยุดอยากลาวความสืบไปอีกเลย       แลวซุนเกี๋ยนจึงวาบานเมืองทุกวันนี้
เดือดรอนเปนจลาจล ราษฎรทุกขเข็ญทุกหยอมหญา เกิดแตตั๋งโตะเปนกบฏขายชาติ ทําหยาบชา ตอฮองเต
และขุนนางขาราชการทั้งปวง ปลนบานปลนเมือง ขมเหงสังหารราษฎรผูไมมีความผิดเปนจํานวนมาก แมกับ
พระสงฆองคเจา ก็มิไดละเวน ทําใหราชการบานเมืองวิปริต เราจึงพรอมใจกับหัว เมืองตางๆ ยกเขามาเพื่อจะ
ลางตั๋งโตะเสียใหสิ้น ทั้งบัดนีราษฎรในเมืองหลวงและหัวเมืองตางชิงชังทรราชยกนสาปแชงทุกวันคืน ใครจะ
                                 ้
กินเนื้อทรราชระบายความแคนกันทุกตัวคน ชะตากรรมของทรราช จะไมยนยาวแลว อยาวาแตจะใหลูกเรารับ
                                                                          ื
เอาลูกสาวทรราชมาเปนภรรยาเลย เพียงแคไดยินเรื่องนี้เราก็ละอายยิ่งนัก ลูกเสือไมมี วันที่จะเอาลูกสุนัขมา
ทําเมียอยางเด็ดขาด




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 80



ซุนเกี๋ยนสําทับตอไปวาทานเปนทูตมาเกลี้ยกลอมเราครั้งนี้ เราจะไวชีวิตสักครั้งหนึ่งไมใหผิดธรรมเนียมตอนรับ
ทูตมาเจรจาความเมือง ตอไปเบื้องหนาถามากลาวดวยเราในเรื่องนี้อีกเราจะสังหารตัวเสีย แลววาตัวจงกลับไป
แลวชวนทหารทั้งปวงของ ตังโตะใหมาเขาสวามิภักดิ์ดวยกองทัพปฏิวัติเสีย มิฉะนั้นจะพากันตายสิ้น ลิฉุยฟง
                              ๋                     
ซุนเกี๋ยนแลวเห็นวาการที่ไดรับมอบหมายจากตั๋งโตะ ลิยู ใหมาเกลี้ยกลอมซุนเกี๋ยนคงจะไมสําเร็จเปนแนแท
ทั้งขืนอยูเจรจา สืบไปอาจไดรับอันตรายเพราะกิรยาทาทีของซุนเกี๋ยนเหี้ยมหาญดุดันยิ่งนัก ลิฉุยจึงลุกขึ้น
                                                 ิ
คารวะแลวอําลาซุนเกี๋ยนเดินทางกลับเขาดาน ราย งานใหตงโตะ ลิยู ทราบ
                                                            ั๋

ตั๋งโตะจึงปรึกษาลิยูวาเมื่อซุนเกี๋ยนไมยอมตกลงปลงใจดวยเชนนี้ จะคิดอานแผนการประการใด ลิยูซึ่งบัดนี้
สติปญญากําลังวิปริต แปรปรวนดวยกลัวภัย จึงออกความเห็นวา ซึ่งกองทัพเราสูญเสียฮัวหยงทหารเอกไปคน
      
หนึ่ง ไมทันไรลิโปก็เสียทีแกขาศึกซ้ําอีกเลา กองทัพแลทหารของเราตางมั่นใจในฝมือของทหารเอกทั้งสอง
เชื่อวา จะนําชัยชนะมาสูกองทัพ แตเมื่อเหตุการณผันแปรไปดังนี้ทําใหขวัญทหารทั้งกองทัพทอถอยและสิ้น
หวัง เปนอุปสรรคตอการทําศึกตอไป และแมจะทําศึกตอไปเห็นจะไมไดชัยชนะ

เมื่อสิ้นคิดเสียเชนนี้แลวลิยจึงเสนอใหตั๋งโตะยกทัพกลับเมืองหลวง “แลวเชิญเสด็จพระเจาเหี้ยนเตไปตั้งอยู
                              ู
เมืองเตียงอัน" วาแลวลิยูก็อางวาเด็กๆ ชาวเมืองรองรําทําเพลงเปนใจความวา เบื้องบูรพามีเมืองฮั่น เบื้อง
ประจิมก็มีเมืองฮั่น กวางหนีภยเขาไป เมืองเตียงอันแลวจึงรอดตาย ไดพจารณาความหมายของเพลงพื้นบานนี้
                                 ั                                       ิ
แลว จึงไดรูวาเมืองลกเอี๋ยงราชธานีกําลังจะดับสูญ ราชวงศ ฮั่นกําลังจะสิ้นแลว ถาทานยกไปเมืองเตียงอัน
เห็นจะไดราชสมบัติเหมือนกับพระเจาฮั่นโกโจ              ความเห็นของลิยูเปนความเห็นที่ไมมีขอมูลขาวสารทาง
การทหาร และขอมูลลับเกี่ยวกับการภายในขางกองทัพปฏิวติ หากเปนการออก ความเห็นแบบสงเดช เพราะ
                                                             ั
สถานการณขณะนี้ภายในกองทัพปฏิวติมีรอยราวปริ
                                       ั                     ทั้งผูบญชาการใหญอวนเสียวก็เปนคนไรสติปญญา
                                                                     ั                ้
ความสามารถ มิไดมีแผนการใดๆ ที่จะยึดเอาลกเอี๋ยงไดเลย

ดังนั้นถาหากลิยูรูความศึกหรือใสใจแสวงหาขอมูลขาวสารการสงครามใหสมกับฐานะที่ปรึกษาแลว ยอมจะไม
ออกความเห็นชุยๆ แบบนี้ เพราะเพียงแตเสนอใหฝายเมืองหลวงคุมกําลังตั้งมั่นไวในดาน แลวหาทางสราง
ความแตกแยกในกองทัพปฏิวติ ไมวาโดยวิธการตัดเสบียง หรือเกลี้ยกลอมกองทัพอื่นประการหนึ่งประการใด
                               ั           ี
หรือโดยติดสินบนดวยการตั้งตําแหนงแหลงที่ใหสูงขึ้น หรือปูนบําเหน็จ ใหไปกินเมืองใหญ หรือปลอยขาว
สรางกระแสโกหกหลอกลวงดวย            ประการตางๆ     เหมือนดังทีรัฐบาลบางรัฐบาลกระทําอยูอยางเชียวชาญ
                                                                ่                                ่
ช่ําชองแลว กองทัพปฏิวติก็จะแตกพายไปเอง
                          ั

ขอเสนอของลิยูในครั้งนี้จึงเปนขอเสนอที่เหลวไหล ไรเหตุผล ราว กับวาเปนคนละคนกับลิยูคนที่เสนอ
แผนการใหตั๋งโตะยึดอํานาจรัฐ       เพราะเพียงแคเสียทหารเอกไปคนหนึ่งและลิโปทหารเอกอีกคนหนึ่งเสียที
ขาศึกมาเทานัน กลับเสนอใหยายเมืองหลวงจากเมืองลกเอี๋ยงไปอยูเมืองเตียงอัน สะทอนใหเห็นถึงจิตใจที่ขี้
              ้
ขลาดตาขาว และตกใจกลัวงาย คลายกับนักวิชาการขายตัวบางยุคบางสมัยทีถูกเรียกขานวาบัณฑิตเตาหู อัน
                                                                        ่
เมืองเตียงอันหรือเมืองฉางอัน คือเมืองซีอานในปจจุบัน เคยเปนราชธานีในสมัยจิ๋นซีฮองเต หลังจากพระเจา
ฮั่นโกโจไดชัยชนะตอฌอปาออง และปราบดาภิเษกเปนปฐมกษัตริยแหงราชวงศฮั่นแลว ไดฟนฟูเมืองเตียงอัน
                                                              
ซึ่งถูกฌอปาอองวางเพลิงเผาผลาญจน หมดสิ้นขึ้นมาใหม ตั้งเปนราชธานีของราชวงศฮน สืบสันตติวงศเปน
                                                                                   ั่
ลําดับมาถึงสิบสองรัชกาล เปนเวลารวมสองรอยป อองมังขุนนางเปน กบฏยึดอํานาจ ครั้นพระเจาฮันกองบู
                                                                                              ่
ปราบปรามอองมัง ชิงเอาเมืองเตียงอัน อองมังไดเผาเมืองเตียงอันเสียจนวอดวายสิ้น พระเจาฮั่นกองบูจึงยาย
ราชธานีมาสรางเมืองหลวงใหมทางดานตะวันออก ชื่อวาเมืองลกเอี๋ยง หรือเมืองลั่วหยาง

ในปจจุบันนี้ เชื้อสายของพระเจาฮั่นกองบูเสวยราชยตอๆ กันมาถึงพระเจาเหี้ยนเตเปนสิบสองรัชกาลเปนเวลา
อีกสองรอยป ดังนั้นจึงเรียกราชอาณาจักรฮันในสมัยพระเจาฮั่นโกโจมาจนถึงเวลากอนอองมังยึดอํานาจวาฮั่น
                                              ่
ตะวันตก หรือไซฮั่น มีเมืองเตียงอันเปนราชธานี และเรียกราชอาณาจักรฮั่นตั้งแตสมัยพระเจาฮั่นกองบูมา
จนถึงสมัยรัชกาลพระเจาเหียนเตวาฮั่นตะวันออก หรือตังฮั่น การเอาเพลงพื้นบานมาเปนเหตุผลในการยาย
                           ้
เมืองหลวงจึงเปน เหตุผลทีบาบอคอแตกทีสุด ไมตางอะไรกับความเชื่อของพวกมืออาชีพในบางยุคทีวาการ
                             ่              ่                                                      ่
ฟนฟูแกไขปญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศจะสําเร็จไดก็แตดวยการเอาอกเอาใจตางชาติ              เพื่อให
ตางชาติ เอาเงินเขามาลงทุนดวยความหลงผิดมหันตวามีแตทุนตางชาติเทานั้น จึงจะทําใหเศรษฐกิจของ
                                                       
ประเทศฟนคืนได

เหตุนี้จึงยอมตนขายตัวใหกับตางชาติ ยอมเปนทาสทีสามารถกระทําทุกอยางกับพี่นองรวมชาติของตน ไม
                                                 ่
คํานึงวาจะเกิดความฉิบหายแกบานเมืองและราษฎรอยางไร ขอใหตางชาติพอใจก็เปนพอ ไมยอมคิดไมยอม
เขาใจวาความพอใจของตางชาติก็คือการปลนสะดมเอาผลประโยชนทั้งหลายของประเทศและประชาชนไปจน
หมดสิ้น



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 81




ดังนั้นจึงไมเพียงแตปญหาเศรษฐกิจของประเทศจะแกไขไมฟน คืนเปนปกติเทานั้น ยังกลับทรุดหนักลงใน
ทุกๆดาน จนกลไกเศรษฐกิจของประเทศถูกยึดครองไปจนหมดสิ้น ราษฎรเดือดรอนและตกเปนทาสของลัทธิ
ลาเมืองขึ้นสมัยใหม ผูนาโงๆ แบบตั๋งโตะไดฟงขอเสนอเชนนี้ก็หลงเชื่อตามเพราะไรสติปญญาความสามารถ
                         ํ
ทั้งขี้ขลาดตาขาว ขอเพียงใหไดอยูในอํานาจเทานั้น บานเมืองและราษฎรจะเดือดรอนฉิบหายก็มิไดสนใจ
คํานึงถึง ดังนั้นตั๋งโตะจึงสั่งใหยกทัพกลับเมืองหลวงสามกกบางฉบับระบุวาเพลงพื้นบานที่เด็กๆ รองรําทํา
เพลงกันเลนๆ นี้แตงขึ้นโดยกลุมบัณฑิตกลุมหนึ่ง มีสุมาเตกโช ปราชญผูชานาญ ทางอาโปกสิณเปนผูนํา ได
                                                                           ํ
เล็งเห็นการในเบื้องหนาวาแผนดินเปนจลาจล เชื้อสายพระเจาฮั่นโกโจจะกลับฟนคืนอํานาจเปนใหญไดก็แต
โดยเคลื่อนตัวไปตั้งหลักปกฐาน ณ ดินแดนเสฉวน ซึ่งเปนดินแดนดานตะวันตก ในขณะที่เมืองลกเอี๋ยงเปน
ดินแดนดานตะวันออก ของเมืองเสฉวน จึงแตงเพลงขึ้นเพื่อสงขาวสารเปนความนัยถึงเชื้อสายของพระเจาฮั่น
โกโจใหเด็กๆ พื้นบานใชเปนเพลงขับรอง ซึงเปนวิธีสื่อสาร ชนิดหนึ่งเชนเดียวกับใบปลิวหรือขาวลือในสมัย
                                              ่
ปจจุบัน หาใชเมืองเตียงอัน ซึงอยูทางดานทิศเหนือของเมืองลกเอี๋ยงดังทีลิยูเขาใจและตีความเอาตามใจชอบ
                                ่                                        ่
ไมตั๋งโตะยกกองทัพกลับเมืองหลวงแลว เรียกประชุมขุนนางขาราชการทั้งปวง แลวทําตัวเปนโหราจารยใหญ
หลอกขุนนางขาราชการเหลานั้นวาเราไดพิจารณาดูดวงดาวประจําเมืองแลวเห็นเศราหมองนัก เมืองลกเอี๋ยง
กําลังจะดับสูญ ฮองเต ขุนนางขาราช การแลราษฎรจะไดรับอันตราย ดังนั้นจําเปนที่จะตองยายเมืองหลวงจาก
เมืองลกเอี๋ยงไปตั้งราชธานีใหมที่เมืองเตียงอัน บานเมืองแลราษฎรจะไดรมเย็นเปนสุขสืบไป

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ปรมาจารยของพลพต (ตอนที่ 36)

กรณีที่พลพต ผูนําเขมรแดงขับไลประชาชนกัมพูชาออกจาก เมืองหลวงนับลานคน และสังหารหมูราษฎรอีก     
เกือบลานคนนั้น หลายคนคิดวาความคิดของ พลพตนี้เพิ่งมีขึ้นเปนครั้งแรกในโลก แตแทจริงรากฐานความคิด
ชนิดนี้มใชเพิ่งมีขึ้นในครั้งเขมรแดงครองอํานาจในกัมพูชาแตประการใด หากเปนความคิดของ ตั๋งโตะ ที่ได
           ิ
ริเริ่มไวเมื่อเกือบสองพันปกอน ดังนั้นจึงกลาวไดวาตั๋งโตะก็คือ ปรมาจารยของพลพตนั่นเอง และสิ่งที่พลพต
ทําเมื่อเทียบกับสิ่งทีตั๋งโตะทํานั้นยังหางไกลกันมากมาย แมหากจะนับวาพลพตเปนลูกศิษยของตั๋งโตะ ก็นับ
                       ่
ไดแตเพียงวาเปนลูกศิษยชั้นปลายแถวสุดเทานั้นเอง

เมื่อตั๋งโตะกลาวในที่ประชุมขุนนางเสนอใหยายเมืองหลวง สิ้นคําลงขุนนางตางๆ ซึ่งแมจะทั้งเกรงทั้งกลัว ตั๋ง
                                           
โตะแตทนเห็นความวอดวายที่จะเกิดขึ้นกับบานเมืองไมได จิตใจเสียสละเห็นแกชาติบานเมืองและราษฎรจึง
โชติชวงขึ้นขับไลความมืดแหงภยาคติที่ครองใจออกไปสิ้น
                                                              เอียวปวขุนนางเปนผูลุกขึ้นคัดคานเปนคนแรก
อุยอวนขุนนาง ลุกขึ้นกลาวสนับสนุนความเห็นของเอียวปวแลวเสริมวา เมืองเตียงอันนั้นถูกเผาเสีย ตั้งแตครั้ง
อองมังและยังเปนปาอยู "ซึ่งทานจะละเมืองนี้เสีย จะไปเอาปาเปนเมืองนั้น ขาพเจาเห็นไมสมควร"

ซุยชองขุนนางลุกขึ้นสนับสนุนความเห็นของเอียวปวอีกคนหนึ่ง ตั๋งโตะเห็นขุนนางคัดคานความคิดตัวและมีที
ทาวาจะมี ขุนนางสนับสนุนความเห็นในทางคัดคานมากขึ้นก็โกรธสั่งให เลิกการประชุมแลว ถอดเอียวปว อุยอ
วน และซุนชองออกเสียจากที่ขุนนาง สวนเอียวปกับเหงาเคงสองขุนนาง เห็นตั๋งโตะปดประชุมโดยทียังไมมี   ่
ขอยุติจึงออกไปดักรอตั๋งโตะอยูที่ประตูวัง ครันตั๋งโตะนั่งเกวียนออกจากวังจะกลับจวน ทั้งสองขุนนางจึงเขาไป
                                               ้
คํานับและแสดง ความเห็นคัดคานไมใหตั๋งโตะยายเมืองหลวง ตั๋งโตะเห็นสองขุนนางตามมาดักคัดคานถึงหนา
ประตูเมืองก็โกรธ ลําเลิกความหลังวา เมื่อครั้งอวนเสี้ยวยกทหารหนีไปจากเมืองหลวง ตัวเสนอใหเอาใจอวน
เสี้ยวใหเราแตงตั้งเปนเจาเมืองเราก็ทําตาม บัดนี้อวนเสี้ยวกลับมาจะทํารายเรา เปนเพราะตัวทั้งสองคน คบคิด
เปนสายสนกลในกับอวนเสี้ยว วาแลวก็สั่งใหเพชฌฆาตเอาตัวเอียวปกับเหงาเคงไปฆาเสีย

ตั๋งโตะกลับไปถึงจวนแลวใหทหารตามลิยูมาพบกําหนดการยาย เมืองหลวงไปอยูเมืองเตียงอัน สองคนโฉดจึง
ไดปรึกษาถึงแผนการยายเมืองหลวง สรุปเปนแผนปฏิบัติไดดังนี้ ประการแรก ใหเชิญเสด็จพระเจาเหียนเต้
พระสนม และขุนนาง ขาราชการราชสํานักออกจากเมืองหลวงไปตั้งราชธานีใหมที่เมืองเตียงอัน โดยใหตั้งเปน
พลับพลาที่ประทับชั่วคราวที่เมืองเตียงอันใน       ระหวางการกอสรางเมืองหลวงใหม โดยตั๋งโตะจะคุมทหาร
อารักขาขบวนเสด็จดวยตนเอง ประการทีสอง ใหริบทรัพยสินเศรษฐี พอคาวาณิช ทั้งเมืองลกเอี๋ยงเขา
                                            ่
ทองพระคลังหลวง เพื่อเปนคาใชจายในการกอสรางเมืองหลวงใหม ประการทีสาม ใหจับกุมญาติของอวน
                                                                             ่
เสี้ยวรวมทั้งคนแซ "อวน" ที่อยูในเมืองหลวง ตลอดจนสมัครพรรคพวกในขอหากบฏตอแผนดิน แลวประหาร
ใหสิ้นราก จะไดไมตองกังวลการขางในอีกตอไป สวน บรรดาทรัพยสินของคนเหลานี้ใหรบราชบาตรเสียทั้งสิ้น
                                                                                  ิ
และเอาไปสมทบเปนคาใชจายในการกอสรางเมืองหลวง ประการทีสี่ ใหกวาดตอนราษฎรในเมืองลกเอี๋ยงไป
                                                                   ่
เมืองเตียงอันเสียทั้งสิ้น ผูใดขัดขวางใหฆาเสีย ในขอหาขัดพระบรมราชโองการ ประการทีหา ใหขุดพระบรม
                                                                                    ่



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                   หนาที่ 82



ศพ พระศพ และศพของพระบูรพมหากษัตริย พระราชวงศและขุนนางที่มคุณตอแผนดินที่ฝงอยูในสุสานหลวง
                                                                    ี
เอาไปเมืองเตียงอันเสียทั้งสิ้น นี่คือแผนการอุบาทวโดยแท แตเมื่อสองผูยิ่งใหญปรึกษาเห็นพองตองกันแลว
                                                                      
จึงมีการนําไปสูการปฏิบัติ
               

ตั๋งโตะไดใหทหารเชิญเสด็จพระเจาเหี้ยนเต พระสนมและขุนนาง ราชสํานัก เคลื่อนออกจากเมืองหลวงไปสู
เมืองเตียงอันเปนขบวนแรก และใหทหารไปจับคนตระกูล "อวน" ทั้งที่เปนญาติโดยตรงและไมใชญาติโดยตรง
ของอวนเสี้ยว พรอมทั้งครอบครัวและคนในบาน เอาธงปกไวบนศีรษะวาเปนขบถตอแผนดิน แลวประหารเสีย
ทั้งหมด ตัดศีรษะเสียบประจานไว แลวริบราชบาตรไดทรัพยสินเงินทองมาเปน จํานวนมากจากนั้นจึงสั่งให
ทหารไปริบทรัพยสินขาวของเงินทองของเศรษฐี พอคาวาณิชในเมืองลกเอี๋ยงทั้งสิ้น บรรจุหีบแลวลําเลียง
สงไปเมืองเตียงอัน เศรษฐี พอคาวาณิชในเมืองลกเอี๋ยงจํานวนมากไมยนยอม สงมอบทรัพยสินขาวของเงิน
                                                                      ิ
ทอง จึงถูกทหารตั๋งโตะฆาเสียทั้งครอบครัวนับแสนคน แลวตั๋งโตะไดสงใหลฉุย กุยกี คุมทหารกวาดตอน
                                                                   ั่   ิ
ราษฎรในเมือง ลกเอี๋ยง "ตอนอาณาราษฎรไปแลคนทั้งหญิง ทั้งชาย เด็กเล็ก ไดประมาณหกรอย เจ็ดรอย
หมื่น" ไปเมืองเตียงอัน โดยใหจัดขบวนเปนกองๆ ใหกองทหารนําหนาไปกองหนึ่ง ตามดวยราษฎรกองหนึ่ง
สลับกันไป ราษฎรถึงเจ็ดลานคนถูกกวาดตอนออกจากเมืองหลวงถึง สิบวันจึงจะหมดสิ้น "อาณาประชาราษฎร
เหยียบกันตายเปนอันมาก เหลาทหารก็เขาชวงชิงเอาทรัพยสิ่งสินของราษฎร แลวฉุดลากภรรยา ของ
ชาวเมืองและลูกสาว ซึ่งพอแมพี่นองไปดวยมาทําอันตราย บรรดา ประชาราษฎรไดความเดือดรอนเปนอันมาก
เสียงรองไหอึงคะนึงไป"

ในระหวางเดินทางมีคนปวยคนเจ็บ ก็ถูกทหารของตั๋งโตะสังหารเสีย เพื่อไมใหเปนอุปสรรคและเสียเวลาใน
การเดินทาง ราษฎร ถูกสังหารในระหวางทางหลายแสนคน เหตุการณทงนี้คลายกับเหตุการณเมื่อครั้งพลพต
                                                                 ั้
ผูนําเขมรแดงขับไลนักธุรกิจกัมพูชาออกจากกรุงพนมเปญและหัวเมืองใหญใหไปทําไรไถนาในชนบท       และ
การสังหารหมูชาวกัมพูชานับลานคน แตทวาเหตุการณสดสลดที่เกิดขึ้นในการยายเมืองหลวงของตั๋งโตะนั้น
                                                    ุ
มากกวา หนักกวา และเหี้ยมโหดกวาการกระทําของพลพต หลายเทานัก จากนั้นตั๋งโตะไดสั่งใหทหารขุดพระ
บรมศพ พระศพ และศพของพระบูรพมหากษัตริย พระราชวงศ และขุนนางทีฝงอยูในสุสานหลวงใสโลงให
                                                                       ่
ทหารคุมเอาไปเมืองเตียงอัน

ในระหวางที่ขุดสุสานนั้นไดพบทรัพยสินเงินทองของมีคาทีฝงอยูในสุสานเปนจํานวนมาก ตั๋งโตะไดสงใหยึด
                                                       ่                                     ั่
เอาทรัพยสินเงินทองของมีคานั้นขนเอาไปเมืองเตียงอันเสียทั้งสิ้น นับไดหลายพันเลมเกวียน ทหารของตั๋ง
โตะเห็นมีการขุดสุสานหลวงก็พากันไปขุดสุสานของ ราษฎรทั่วทั้งเมืองลกเอี๋ยง เอาทรัพยสินเงินทองที่ฝงไว
                                                                                                 
กับศพไวเปน อาณาประโยชนสวนตัวเสียทั้งสิน้

เมื่อไดปฏิบัติการมาถึงขั้นนี้แลว ตั๋งโตะจึงสั่งใหทหารเอาเพลิงจุดเผาเมืองลกเอี๋ยงเสียทั้งเมือง แลวตั๋งโตะกับ
ทหารทั้งปวงจึงยกออก จากเมืองลกเอี๋ยงไป ครั้นยกไปถึงเมืองเองหยง ซีเองเจาเมืองรูขาวก็มาตอนรับตั๋งโตะ
เขาเมือง เมื่อหนีไกลมาจากเมืองหลวงและเขาเมืองเองหยงแลว ลิยูคอย มีสติปญญาแจมใสขึ้นจึงกลาวกับตั๋ง
                                                                                  
โตะวา เรายกมาจากเมืองหลวง ทั้งนี้ศัตรูอาจยกตามตี หากไมเตรียมตัวก็จะเสียทีแกขาศึก จึงเสนอใหซีเอง
เจาเมืองคุมทหารไปซุมอยูบนเขาตนทาง ถากองทัพขาศึกยกตามตีก็ใหปลอยผานเขามา เมื่อใดที่ปะทะกับ
กองทัพของเราแลว จึงใหซีเองยกตีขนาบเขามาทั้งสองดาน กองทัพขาศึกก็จะเสียทีเปน มั่นคง ตั๋งโตะฟง
ขอเสนอของลิยูแลวเห็นชอบ สั่งใหซีเองยกไปทําการตามความเห็นของลิยู แลวใหลิโป ลิฉุย กุยกี สามทหาร
เอกคุมทหาร เปนกองหลังคอยระวังขาศึก ฝายเตียวหงิม ทหารเอกของตั๋งโตะซึ่งออกไปรักษาดานกิสย กวน          ุ
กับฮัวหยงนั้นไมรูความขางในเมืองหลวง ครันเห็นแสงเพลิงลุก สวางขึ้นในเมืองลกเอี๋ยง จึงใหทหารไปสืบขาว
                                                   ้
ในเมืองหลวง ทหารจึงกลับมารายงานวาตังโตะไดเชิญเสด็จพระเจาเหี้ยนเตยกไปเมืองเตียงอันแลว และให
                                                 ๋
เผาเมืองลกเอี๋ยงเสีย เตียวหงิมจึงคุมทหารติดตาม ตั๋งโตะไป

ฝายเจาเมืองทังแปดพรอมทั้งเลาป กวนอู เตียวหุย ซึงตั้งคายคุมเชิงอยูที่นอกดานเฮาโลกวนและดานกิสุ
                ้                                        ่
ยกวน เห็นแสงเพลิงจับทองฟามาแตดานเมืองลกเอี๋ยง และเหตุการณในดานทั้งสองเงียบผิด ปกติ จึงให
                                       
ทหารไปสืบขาว จึงรูวาทหารตั๋งโตะทิ้งดานทั้งสองไปแลว จึงรายงานใหอวนเสี้ยวทราบ อวนเสี้ยวจึงสั่งให
กองทัพปฏิวัติของทุกหัวเมืองเคลื่อนทัพเขาเมืองลกเอี๋ยง เห็นเพลิงกําลังไหมอยูแตไมมีผคน จึงระดมทหาร
                                                                                       ู
ชวย กันดับเพลิงจนดับสนิท แลวปลงทัพลงในเมืองลกเอี๋ยงนั้น ปลงทัพแลวอวนเสี้ยวจึงใหเรียกประชุม
กองบัญชาการกองทัพปฏิวัติ โจโฉจึงไดเสนอตอทีประชุมวาการที่ตั๋งโตะเผาเมืองหลวง แลวยกหนีไปเมือง
                                                   ่
เตียงอันครั้งนี้ ยังไมรูความเปนไปของราชสํานักวาพระเจาเหี้ยนเตจะปลอดภัยประการใดหรือไม แตจําเปน
ตองทําลายลางตั๋งโตะใหไดเสียกอน แลวคอยตามหาพระเจาเหี้ยนเตตอไป โจโฉไดออกความเห็นวาการทีตั๋ง
                                                                                                     ่
โตะกวาดตอนราษฎรไปเปนจํานวนมาก จะทําใหการเดินทางเปนไปโดยลาชาและหวงหนาพะวงหลัง หากกอง
ทัพปฏิวติไลตามตีก็จะไดชัยชนะโดยงาย
        ั



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 83




อวนเสี้ยวฟงขอเสนอของโจโฉแลวไมเห็นดวย อางวาขณะนี้กองทัพของฝายปฏิวติอิดโรยออนกําลัง จึงมี
                                                                                     ั
คําสั่งใหตั้งทัพไวที่เมือง ลกเอี๋ยงเพื่อฟนฟูและบํารุงขวัญทหารใหเปนปกติเสียกอน     โจโฉเห็นเหตุการณ
เชนนั้นจึงคิดวามาหลงคบหาดวยคนแบบอวนเสี้ยวนี้ไมมีวันทีจะทําการใหญไดสําเร็จ
                                                             ่                           "อุปมาดังคิดกับเด็ก
เลี้ยงโค" ทั้งเห็นวาสภาพที่ตงโตะยกไปครั้งนี้เปนโอกาสดีที่จะลางตั๋งโตะเสียได โจโฉจึงออกมาจากทีประชุม
                              ั๋                                                                     ่
สั่งทหารเอกคือแฮหัวตุน แฮหัวเอี๋ยน โจหอง โจหยิน ลิเตียน งักจิ้น ใหยกทหารในสังกัดหมื่น เศษรีบติดตาม
ตั๋งโตะไป ความคิดไลตามตีตั๋งโตะของโจโฉครั้งนี้ก็คือความคิดที่หวังผล ในการกําจัดทรราช อาศัยขออาง
ชวยเหลืออารักขาฮองเตเพื่อกาว เขาสูอํานาจรัฐ เชนเดียวกับตั๋งโตะเมื่อครั้งทียกทัพไปรับเสด็จและถวาย
                                                                                   ่
อารักขาหองจูเปยนและพระอนุชาเสด็จนิวตกลับพระนครในครั้งเกิดจลาจลนั่นเอง
                                           ั ิ

ฝายโจโฉ ยกทหารไลตามตังโตะมาเกือบเที่ยงคืน ผานเขาตนทางที่ซีเองซุมอยู ก็ปะทะกับกองหลังของตั๋ง
                                   ๋
โตะ ซึ่งลิโปและ ลิฉย กุยกี คุมทหารทําหนาที่ระวังหลังอยู ทหารเอกของทั้งสองฝายตะลุมบอนกัน ทามกลาง
                         ุ
แสงเดือน แตแฮหัวตุน ซึ่งประทวนรบกับ ลิโปนั้นสูกําลังลิโปไมไดจึงถอยหนี ลิโปขับทหารไลสังหารทหารโจ
โฉเสียเปนอันมาก กองทัพโจโฉจึงแตกตื่นคุมกันไมติด โจโฉเห็นดังนั้นจึงพา ทหารถอยหนีมาตามทางเดิมถึง
เขาตนทางซึ่งซีเองคุมทหารซุมอยูเปนเวลาเที่ยงคืน พระจันทรทอแสงกระจางฟา กําลังของทหารโจโฉลานัก
เพราะไลตามตังโตะมาทั้งวันยังไมไดกินขาวเย็น โจโฉจึงใหทหารหยุดอยู ณ ที่นั้น แลวใหกอฟนเตรียมหุง
                   ๋
ขาวเลี้ยงทหาร ยังไมทันที่ขาวจะสุก ซีเองก็ยกทหารออกมาโจมตี โจโฉและทหาร ทั้งปวงวิ่งหนีกันคนละทิศ
ละทาง โจโฉนันหนีไปกับโจหอง พลัดกับทหารเอกที่เหลือ ปะเขากับซีเองคุมทหารมา โจโฉจึงชักมาหนี ซี
                     ้
เองเห็นดังนั้นจึงเอาเกาทัณฑยิงไปถูกไหลซายของโจโฉ โจโฉจึงชักมาหนีตอไป ครั้นถึงเชิงเขาทหารซีเอง
                                               
อีกกองหนึ่งซุมอยูไดเขาลอมโจโฉไวแลวเอาทวนแทงมาโจโฉลมลง โจโฉพลัดจากมาทหารของซีเองจึงจับ
ตัวโจโฉไวได พอดีโจหองตามมาทัน รีบปรี่เขาไปฆาทหารที่จับโจโฉนั้นเสีย แลวโจหองจึงลงเดินเปลี่ยน
ใหโจโฉขี่มาของตัวแทน ครันปลายยามสาม โจโฉ โจหอง และทหารซึ่งตามมานั้นหนีไป ถึงฝงแมน้ํา ซีเอง
                                 ้
คุมทหารไลตามมา โจหองเห็นกระชั้นชิดจึงถอดเสื้อเกราะออกใหโจโฉขีคอลุยขามแมนาไป ซีเองและทหาร
                                                                         ่            ้ํ
ไมรูน้ําตื้น ลึกจึงไดแตยิงเกาทัณฑแตหาถูกตัวโจโฉไม

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

อาถรรพตราพระลัญจกร (ตอนที37)
                          ่

โจหองพาโจโฉขามแมนาขึ้นฝงแลวหนีตอไปอีกสามสิบเสน
                      ้ํ                                  เห็นฟาสวางและอิดโรยเต็มทีจึงพากันหยุดพัก
พอดีซีเองคุมทหาร ติดตามไปอยางไมลดละทันกันแลว ซีเองจึงใหทหารลอมโจโฉ โจหองไว หวังจะจับเปน
มอบแกตั๋งโตะเอาความชอบ ขณะนั้นแฮหัวตุนกับแฮหัวเอี๋ยน ซึ่งพลัดกับโจโฉแลวพากันติด ตามหาโจโฉมา
                                         
พบเขา เห็นโจโฉ โจหอง กําลังถูกลอมอยูจงเขารบดวยซีเองไดสิบเพลง แฮหัวตุนก็เอาทวนแทงซีเองตกมา
                                           ึ
ตาย ทหารซีเองก็แตกหนีไป ฝายโจหยิน ลิเตียน และงักจิ้น สามทหารเอกของโจโฉ ซึ่งพลัดกันตั้งแต
กลางคืนติดตามหาโจโฉพบกับทหารโจโฉซึงแตกหนีมาคุมกันไดสามรอยคนเศษ
                                       ่                                      จึงติดตามหาโจโฉตอไป
พบกับทหารซีเองซึ่งแตกหนีมานั้น จึงเขาจับกุมตัวแลวสอบถามไดความแลวก็ตามไปตามเสนทางทีซีเองไล
                                                                                             ่
ตามโจโฉนั้น

เมื่อโจโฉไดพบกับทหาร เอกพรอมหนากันก็คลายใจจึงยกทหารที่เหลือเหลานั้นไปตั้งหลักที่เมืองโหลาย ฝาย
กองทัพเมืองเตียงสาของซุนเกียนในเมืองลกเอี๋ยงนั้น ไดตั้งคายลงที่บริเวณศาลเทพบิดรแหงราชวงศฮั่น เห็น
                                 ๋
สุสานหลวง ถูกขุดรื้อกระจัดกระจายก็รสึกสงสารดวงพระวิญญาณของอดีตพระมหากษัตริย พระราชวงศและ
                                        ู
ขุนนางที่ถูกรื้อสุสานนั้น จึงสั่งใหทหารเอาดินกลบหลุมฝงศพทั้งนั้นเสีย แลวใหทหารทําความสะอาดพื้นที่
บริเวณจนเปนที่เรียบรอย แลวซุนเกี๋ยนจึงใหทหารไปเชิญเจาเมืองตางๆ มากระทําพิธถวาย สักการะและขอ
                                                                                 ี
ขมาตอดวงพระวิญญาณและวิญญาณของอดีตพระมหากษัตริย พระราชวงศและขุนนาง โดยตั้งโรงพิธีขึ้นที่
ฐานรางของ ศาลพระเทพบิดร เปนการแสดงความจงรักภักดี เสร็จพิธีแลวตางคนตางแยกกันกลับคายของตน
ค่ําลงลวงใกลเพลาเที่ยงคืนแลวซุนเกี๋ยนยังนอนไมหลับ ออกมาเดินนอกคายพรอมดวยทหารติดตาม ครุนคิด
ถึงการบานเมือง ขณะนั้นเปนกึ่งปกษขางขึ้น ดวงดาวทอแสงเต็มทองฟารายรอบพระจันทรเสี้ยว สายลมเย็น
กระทบกายซุนเกี๋ยนสะทานตัวเปนระยะๆ แลเห็นดาวประจําพระองคพระมหากษัตริยเศราหมอง ซุนเกี๋ยนก็
รองไหดวยรําลึกวาบัดนี้แผนดินเปนจลาจลวุนวาย จอมทรราชตั๋งโตะเผาราชธานีเสีย บังคับเอาฮองเตไปตั้ง
เมืองหลวงใหมที่เมืองเตียงอัน ฮองเตพระองคนอยคงจะตรอมพระทัยหนัก ทั้งราษฎรทีถกกวาด ตอนไปเปน
                                                                                   ่ ู
จํานวนมาก คงจะตกทุกขระกําลําเค็ญเปนทีสาหัส
                                           ่




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 84



ในขณะที่ซุนเกียนร่ําไหอยูนั้น
                ๋                  ทหารติดตามไดรองบอกซุนเกี๋ยนใหดไปทางทิศใตของทางพระราชวังเดิม
                                                                      ู
ปรากฏแสงคลายดังผีพุงใต แตพุงจากพื้นสูทองฟาเปนที่ประหลาดนัก ซุนเกี๋ยนจึงสั่งใหนําทหารสามสิบคน
                                           
ออกจากคาย จุดคบไฟแลว พากันตรงไปยังตําแหนงที่เห็นแสงนั้น พบบอน้ําบอหนึ่งซึ่งอยูใกลบริเวณพระ
ตําหนักที่ประทับเดิมของพระเจาเลนเต ซุนเกียนมีความ สงสัยจึงใหทหารเอาไมยาวขนาดสีวาแทงลงไปในบอ
                                             ๋                                        ่
น้ํา กระทบเขากับของสิ่งหนึ่ง จึงใหทหารชวยกันงมขึ้นมา ปรากฏเปนศพของนางกํานัลไมเนาเปอย ยังสดอยู
เมื่อยกเอาศพนางกํานัลขึ้นจากบอน้ําแลว จึงเห็นที่คอของนาง กํานัลมีถุงแพรผูกคลองอยู จึงแกะถุงแพรออก
พบกลองไมสีชาดเขม มีกุญแจทองคลองไว เมื่องัดออกดูพบดวงตราหยกรูปสี่เหลียม ยอดตราแกะเปนลาย
                                                                               ่
มังกรหาตัวเกี่ยวกัน ดานขางของตรามีรอยชํารุดแตเลี่ยมทองปดไว ดวงตราแกะสลักเปนอักษรจีนแปดคํามี
ความวา "พรสวรรคบัญชา อายุยืนหมื่นป" ซุนเกี๋ยนเห็นดวงตราหยกแลวสงสัยวาจะเปนดวงตราพระลัญจกร
สําหรับพระมหากษัตริยแตไมแนใจ จึงถามเทียเภาวารูจักตราหยกนีหรือไม และเหตุใดจึงตกมาอยูในสภาพดั่ง
                                                             ้
นี้

เทียเภาจึงวาขาพเจารูจักตราหยกนี้แลวเลาความใหซุนเกี๋ยนฟงวายุคสมัยกอนราชวงศจิ๋น มีพรานปาชื่อเบงโห
ไปเที่ยวบนเขาเห็น หงสจบอยูที่กอนหินใหญเปนที่ประหลาด จึงทุบหินนันออกดูพบแทงหยกขนาดใหญ เบง
                            ั                                            ้
โหจึงนําแทงหยกนั้นขึ้นทูลเกลาฯ ถวายพระเจาฌอบุนออง แตไมทันไรพระเจาฌอบุนอองก็เสด็จสวรรคตครั้น
พระเจาจิ๋นซีฮองเตเสวยราชย ไดแทงหยกนี้มาจึงโปรดใหชางหลวงแกะแทงหยกเปนตราแผนดิน แลวโปรด
ใหหลีซืออัครมหาเสนาบดี คิดอักษรประจําตราแผนดินนั้น หลี่ซือคิดเปนอักษรจีนแปดคําถวายเปนทีทรงโปรด
      ่                                                                                           ่
และใหจารึกอักษรแปดตัวนั้นเปนเนื้อ ความในตราแผนดิน และใชเปนตราพระลัญจกรสําหรับประทับพระบรม
ราชโองการแตนั้นมา

ครั้นพระเจาจิ๋นซีฮองเตเสวยราชยสมบัติไดยสิบแปดป ฤดูใบไมผลิได เสด็จทางชลมารคประพาสทะเลสาบตัง
                                             ี่
เทง เกิดพายุใหญพัดกลาเรือพระทีนั่งโคลงเอียงลง ทรงเกรงวาเรือพระทีนั่งจะลม และแคลงพระทัยวาเนื่อง
                                    ่                                   ่
มาแตตราแผนดินนี้ จึงโปรดใหเอาตราแผนดินโยนลงในทะเลสาบนั้น คลื่นลมก็สงบเปนปกติ ครั้นพระเจาจิ๋นซี
ฮองเตเสวยราชยไดสามสิบแปดป ไดเสด็จทาง สถลมารคเพื่อตรวจงานสรางกําแพงเมืองจีน ปรากฏมีชายผู
หนึ่งเอา ตราหยกนี้มาถวายตอพระหัตถ พระเจาจิ๋นซีฮองเตทรงรับตราหยกไวแลวชายนันก็หายไป หลังจาก
                                                                                  ้
เสด็จทางสถลมารคไปตรวจงานกําแพงเมืองจีนกลับมาแลว ก็เสด็จสวรรคต แผนดินเกิดจลาจลเปนสงคราม
ระหวางหัวเมืองของราชอาณาจักรจิ๋น ในทีสุดพระเจาฮั่นโกโจปราบดาภิเษกเปน ปฐมกษัตริยแหงราชวงศฮั่น
                                           ่                                          
จึงมีผูนําตราหยกนี้มาทูลเกลาฯถวาย ใชเปนตราพระลัญจกรติดตอมาถึงสิบสองรัชกาล

จนกระทั่งอองมังกบฏตอราชสมบัติพระนางตังไทเฮาถูกคุกคาม ถึงในพระตําหนัก จึงทรงหยิบตราหยกนี้ขวาง
อองสิม ขุนนางทรยศ แตพลาดไปกระทบผนังพระตําหนัก ตราหยกจึงบิ่นไป ตอมาโซเสียม ขุนนางของอองมัง
ไดจัดซอมตราหยกนี้ เลี่ยมทองปดที่บิ่นนันไว ครั้นพระเจาฮั่นกองบูยึดราชสมบัติกลับคืนพระราชวงศฮั่นได
                                         ้
สําเร็จ     ก็ทรงใชเปนตราพระลัญจกรตอมาจนถึงแผนดินพระเจาเลนเตครั้งนั้นเกิดจลาจลและเพลิงไหมใน
พระราชวังหลังจากโฮจิ๋นผูสําเร็จ
                                  ราชการแผนดินถูกสิบขันทีสังหาร       สิบขันทีไดจับฮองเตเปนตัวประกัน
หลบหนีออกไปจากพระราชวัง ครั้นเสด็จนิวัตกลับพระนครแลว มีการสํารวจทองพระคลังจึงพบวาตราพระ
ลัญจกรนีสูญหายไป จึงเขาใจวานางกํานัลในตําหนักที่ประทับมีความจงรักภักดี เกรง คนรายจะลักเอาตราพระ
         ้
ลัญจกรนี้ไป จึงเอาตราหยกนี้ผูกคอแลวกระโดดน้ําตาย แลวเทียเภาจึงเสนอความเห็นแกซุนเกี๋ยนวา ซึ่งบัดนี้
ตราพระลัญจกรตกแกมือทาน ยอมเปนนิมิตที่สวรรคบอกชีวาราชสมบัติจะตกไดแกทาน ดังนั้นอยาอยูที่นี่อีก
                                                       ้                                           
ตอไปเลย รีบกลับแควน กังตั๋งของเราคิดการใหญสืบไปเถิด

ซุนเกี๋ยนฟงนิทานเรื่องตราพระลัญจกรแลว ก็เชื่อตามความเห็นของเทียเภา เกิดตัวพองขนลุกคิดเห็นเปน
วาสนาที่ไดครองตราพระลัญจกรนั้น ความจงรักภักดีที่เคยมีตอราชวงศฮนก็ดับวูบลง เกิดความคิดตั้งตัวขึ้นเปน
                                                                 ั่
เจาครองแผนดิน ณ บัดนั้น เปนธรรมเนียมของจีนแตโบราณที่มีการใชตราประจําตัวแทนการลงชื่อ และธรรม
เนียมนี้ยังคงตกทอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งแมวาความนิยมในการลงลายมือชื่อมีมากขึ้นแลว แตก็ยังมีผนิยม
                                                                                                   ู
ใชตราประทับแทนตัว หรือใชประทับคูกับการลงลายมือชื่อเปนจํานวนมาก

ตราประจําตัวนีถาเปนฮองเตจะเรียกวาตราพระลัญจกร ถาเปนขุนนางขาราชการจะเรียกวาตราประจําตําแหนง
              ้
และถาเปนบุคคลธรรมดาจะเรียกวาตราประจําตัว          สําหรับแผนดินจีนในยุคนั้นถือตราพระลัญจกรและตรา
แผนดินเปนตราเดียวกัน         เมื่อประเทศไทยไดเปดสัมพันธทางการทูตกับจีนแตครั้งสมัยพอขุนรามคําแหง
มหาราช ฮองเตของจีนเขาใจวาไทยยอมเปนประเทศราช จึงพระราชทานตราประจําตําแหนงทุกครั้งที่มีการ
ผลัดเปลียนแผนดินเรียกวา "โลโต" พรอมกับถวายพระสมัญญามีคําลง ทายวา "ออง" ครั้นแผนดินกรุง
        ่
รัตนโกสินทร พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจา อยูหัวโปรดใหทําตราแผนดินขึ้นสําหรับใชในราชการ และให
ทําตราพระลัญจกรขึ้น สําหรับพระมหากษัตริยอีกดวงหนึง หลังจากไดรูปแบบตราแลวทรงเห็นวาสมควรมี
                                                        ่



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 85



ถอยคําจารึกในตราแผนดินนั้น จึงโปรดใหสมเด็จพระสังฆราช (สา) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามฯ ทรงคิด
ความกํากับตรา สมเด็จพระสังฆราช ทรงคิดถวายเปนภาษาบาลีวา "สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิ
กา"    ซึ่งแปลวา    "การใหญของแผนดินจักสําเร็จไดดวยความสามัคคี"      ซึ่งมีความไพเราะงดงามและได
ความหมายดีกวาตราหยกที่หลี่ซืออัครมหาเสนาบดีคิดขึ้นเอาใจจิ๋นซีฮองเตมากมายนัก         พระบาทสมเด็จพระ
จอมเกลาเจาอยูหัว ทรงพอพระทัยในความนีโปรดใหใชเปนคําจารึกในตราแผนดินมาจนถึงทุกวันนี้ อันควรที่
                                          ้
ชนชาวไทยพึงตองรําลึกและเทิดมาปฏิบติ ยอมจักบังเกิดความสวัสดีทุกประการแตนาอนาถนัก ที่บัดนีแทบไม
                                     ั                                                           ้
มีหนวยราชการใดใชตราแผนดินดังกลาวเสียแลว           เพราะหันไปนับถือเอาสิงสาราสัตวมาเปนตราประจํา
กระทรวงทบวงกรม จนสัตวเดรัจฉานเกลื่อนกลาดไปแทบทุก หนวยงาน
คงเหลือแตศาลยุติธรรมทียังคงใชตราแผนดินนี้ประทับหมายตางๆ ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย สวน
                         ่
ตํารวจคงใชเฉพาะติดอยูกับหนาหมวก แมกรมปาไมก็คงใชเพียงสําหรับใชประทับไลผและรุกขเทวดาในเวลา
                                                                                    ี
ตัดตนไมใหญที่คนไมกลาตัดเทานั้น การใชตราแผนดินดังนี้จะมีใครสักกี่คนที่ยังคงระลึกถึงความอันจารึกไว
นั้น

ซุนเกี๋ยนเมื่อไดตราพระลัญจกรแลว ความโลภในยศและวาสนาไดเขาสิงใจ ละทิ้งอุดมการณที่จะกําจัดทรราช
เทิดทูนฮองเต บํารุงราษฎรเสียสิ้น คิดหักหลังหัวเมืองทังปวงถอนตัวออกจากกองทัพปฏิวัติ ยกกลับแควน
                                                           ้
กังตั๋ง เพื่อจะตั้งตัวเปนเจาซึงผิดอาการจากครั้งที่ลฉุย เปนทูตแทนตัวตั๋งโตะมาเจรจาซือตัวซุนเกี๋ยนดวยการ
                                ่                    ิ                                 ้
ยกลูกสาวใหกบซุนเซ็กเพื่อจะไดเปนทองแผนเดียวกัน แลวรวมกันทํานุบํารุงบานเมืองแลราษฎรใหเปนสุข แต
               ั
ซุนเกี๋ยนไมยอมกลับโกรธ เคืองยิ่งนัก แตมาครั้งนี้เต็มใจที่จะทรยศตออุดมการณ และพันธมิตรรวมรบความ
จริงมิใชเปนการเปลี่ยนใจ หากเนื่องเพราะการตีราคาคา ตัวของซุนเกี๋ยนเอง ครั้งนั้นตั๋งโตะใหราคาไมถึงขนาด
ที่ตองการจึงไมยอมขายตัว แตครั้งนีสิ่งที่เทียเภาไดบอกกลาว ซุนเกี๋ยนประเมิน แลววาเกินราคาคาของตัว จึง
                                      ้
ยอมขายตัวใหกับยศศักดิ์อัครฐานนั้น

เมื่อตัดสินใจเชนนี้ ซุนเกี๋ยนจึงสั่งทหารวาพรุงนี้เชาเราจะยกกองทัพกลับเมืองเตียงสา คิดอานการใหญตามที่
                                               
เทียเภาแนะนําตอไป แลวกําชับทหารทั้งปวงวาเรื่องนี้เปนเรื่องสําคัญ อยาไดแพรงพรายเหตุการณที่เกิดขึ้นใน
คืนนี้ใหผูอื่นไดลวงรูเปนอันขาด จะเสียการใหญของเราไป แตสวรรคทรงความยุติธรรม ไมประทานโชค
เคราะหอยางใดอยางหนึ่ง แตเพียงอยางเดียว หากยอมประทานทั้งสองสิ่งพรอมกันเสมอ ดังเชนที่ประทาน
ความงามอันสะคราญแกสตรีใดแลว ก็ยอมประทานเภทภัยอันเกิดแตความมีโฉมสะคราญนั้นควบคูกันดวย เมื่อ
สวรรคประทานโชคแกซุนเกี๋ยนแลว                    จึงเปนธรรมดาทีตองประทานเคราะหแกซุนเกี๋ยนควบคูไปดวย
                                                                  ่ 
เชนเดียวกัน

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

กองทัพปฏิวัตสลายตัว (ตอนที่ 38)
            ิ

การทีซุนเกี๋ยนไดครองตราพระลัญจกรอาจจะถือเปนโชค
      ่                                                  แตพลันที่ความคิดที่จะตั้งตัวเปนเจาเขาครอบงําก็
ยอมถือวาเคราะหกําลังยางกรายเขาครอบงํา ซุนเกี๋ยนดวยเชนเดียวกัน นี่แหละที่เรียก วาสวรรคทรงความ
ยุติธรรม ทันใดทีซุนเกี๋ยนคิดหักหลังพันธมิตร จะถอนทัพกลับเมืองเตียงสาเพื่อคิดอานตังตัวขึ้นเปนเจา ใน
                  ่                                                                     ้
พลันนั้นทหารของซุนเกี๋ยนคนหนึ่งซึ่งเห็นเหตุการณและไดยินคําสนทนาระหวางซุนเกี๋ยนกับ เทียเภาเกียวกับ ่
ตราพระลัญจกรโดยตลอด ก็คิดหักหลัง ซุนเกี๋ยนเอาใจออกหาง หวังเอาความชอบจากอวนเสี้ยว จึงเอาความ
ทั้งปวงไปบอกอวนเสี้ยวขายนายเกาของตัวเอง อวนเสี้ยวรูความทั้งนั้นแลวมีความยินดียงนัก สั่งใหปูนบําเหน็จ
                                                                                   ิ่
ทหารนั้นเปนจํานวนมาก แลวจัดทีซอนตัวไวในคายเพื่อยันปาก คํากับซุนเกี๋ยนในวันรุงขึ้น
                                 ่

เพลาสายในวันรุงขึ้น ซุนเกี๋ยนและทหารเอกไดมาที่กองบัญชาการกองทัพปฏิวัติ ขอพบอวนเสี้ยวแลวแจง
ความประสงควาจะยกทัพกลับเมืองเตียงสาเนืองจากอาการปวยกําเริบ ตองไปรักษา ตัวเปนการดวน อวนเสี้ยว
                                          ่
จึงวาการปวยของทานครั้งนี้หาใชปวยทางกายไม แตเปนการปวยทางจิตที่คดชิงเอาราชสมบัติเพราะไดครอง
                                                                       ิ
ตราพระลัญจกรไวตางหาก ซุนเกี๋ยนไดฟงก็ตกใจ คิดวาคงมีคนรูความคนใดมาบอกเลาแกอวนเสี้ยว แตแข็งใจ
                                                           
กลาวกับอวนเสียววาเอาความอันใดมากลาว ขาพเจาไมเคยเห็นตราพระลัญจกรทานกลาวคําทั้งนี้เปนการหมิ่น
                ้
ขาพเจา ในขณะนั้นเจาเมืองและแมทัพนายกองหัวเมืองตางๆ คอยทยอยเขามาสมทบที่กองบัญชาการเพื่อ
ปรึกษาหารือตามปกติ

อวนเสี้ยวยืนยันวาความที่ซุนเกียนไดครองตราพระลัญจกรนั้นเปนความจริง อยาไดหลบหนีความจริงตอไปเลย
                                ๋
แลววาหัวเมือง ทั้งปวงมารวมกันจัดตั้งกองทัพปฏิวัติเพื่อขจัดทรราชย เทิดทูนฮองเต บํารุงราษฎร บัดนี้การยัง
ไมสําเร็จเมื่อทานพบตราพระลัญจกรแลว ชอบที่จะนํามามอบแกเราซึ่งเปนผูบัญชาการใหญ การสําเร็จแลวจะ



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 86



ไดทูลเกลาฯ ถวายคืนพระเจาเหี้ยนเต ตัวทานนี้ไดตราพระลัญจกรแลวปดความเสีย แลวมาบายเบี่ยงจะยกทัพ
กลับไป ยอมเปนการแสดงเจตนาแนชัดวาจะตั้งตัวขึ้นเปนเจา ซุนเกี๋ยนละอายใจและรูสึกอัปยศที่เกิดความ
                                                                                     
ทั้งนี้ตอหนาบรรดา หัวเมืองและนายทัพนายกองตางๆ ทั้งคําของอวนเสี้ยวก็แทงใจดําจน เจ็บลึก จึงยืนยัน
ปฏิเสธขอกลาวหาของอวนเสี้ยว แตอวนเสียวไมเชื่อถือซุนเกี๋ยนเสียแลว เพราะมีพยานหลักฐาน เปนบุคคลอยู
                                          ้
กับตัว     จึงเรงใหซุนเกี๋ยนเอาตราพระลัญจกรมามอบ     ซุนเกี๋ยนทั้งโกรธทั้งละอายแกใจ   ดังนั้นเพื่อรักษา
เกียรติยศศักดิศรีของตนจึงกลาวสาบานตัวตอฟาวา ขาพเจาไมเคยเห็นตราพระลัญจกร หากขาพเจาไดตรา
                ์
พระลัญจกรแลวคิดยักยอกเอาเปนของตัว ขอเทพยดาและดวงวิญญาณอดีตพระมหากษัตริยทั้งปวงจงผลาญ 
ชีวิตขาพเจาดวยอสุนีบาตและอาวุธตางๆ

บรรดาเจาเมืองตางๆ ในที่นั้นจึงเขาหามทั้งสองฝายไมใหโตเถียงกันอีก ตอไปแลววาเมื่อซุนเกี๋ยนสาบานเปน
ฉกรรจเชนนี้แลว ยอมเชื่อถือในเกียรติยศศักดิ์ศรีและคําสาบานได ขอใหยตกันแตเพียง เทานี้เถิด อวนเสียวไม
                                                                        ุ ิ                            ้
ยอมคลอยตามที่บรรดาเจาเมืองไดหามปรามไกลเกลี่ย กลับสั่งใหทหารไปเชิญตัวทหารซุนเกี๋ยนที่นําความมา
บอก ใหออกมายืนยันเหตุการณที่พบตราพระลัญจกรเมื่อคืนกอนตอหนา คนทั้งปวง ซุนเกี๋ยนเห็นเหตุการณก็รู
วาทหารของตนคนนี้เปน "ขาขายเจา บาวขายนาย สานุศษยสครู เปนจัญไรสังคม" ทังอับอายขายหนาที่ถูก
                                                          ิ    ู                    ้
กระชากหนากากตอหนาธารกํานัลจึงลุแกอํานาจโทสะ ชักกระบี่ออก จะฟนทหารนั้นเสีย อวนเสี้ยวคุมเชิงอยู
แลวเห็นเหตุการณเชนนั้นจึงชักกระบี่ออก แลวยืนขวางหนาทหารนั้นไวแลววา กริยาทานดังนียอมแสดงวา
                                                                                                 ้
ทาน กลาวความอันสวนทางตอสัจจะ ไมละอายหัวเมืองทั้งปวง จงรีบเอา ตราพระลัญจกรมามอบแกเรา
มิฉะนั้นเราก็จะฆาทานเสีย ขณะนั้นงันเหลียง บุนทิว สองทหารเอกของอวนเสี้ยวเห็นนายตัวชักกระบี่เชนนั้นจึง
ชักกระบี่ออกจากฝกบางแลวเตรียมพรอมอยู ฝายเทียเภา อุยกาย และฮันตง สามทหารเอกของซุนเกี๋ยน ก็ชัก
กระบี่ออกจากฝกคุมเชิงพรอมอยูเชนเดียวกัน

บรรดาเจาเมืองที่อยู ณ ที่นนเห็นเหตุการณบานปลายกลายเปน วิวาทถึงขนาดจะลงมือฆาฟนกันเองจึงเขา
                                ั้
หามไวทั้งสองขาง ซุนเกี๋ยน ไดรับความอัปยศนัก จึงออกมาเสียจากกองบัญชาการพรอมสามทหารเอก ขึ้นมา
แลวกลับไปคายของตน ซุนเกี๋ยนกลับถึงคายแลวสั่งทหารใหเคลื่อนทัพออกจากเมืองลกเอี๋ยงกลับเมืองเตียง
สาในทันที อวนเสี้ยวเมื่อทราบวาซุนเกี๋ยนถอนทัพกลับเมืองเตียงสา จึงมีหนังสือสั่งใหทหารถือไปเมืองเกงจิ๋ว
มอบแกเลาเปยวเจาเมือง เลาความที่ซุนเกียนไดตราพระลัญจกรแลวถอนตัวจากกองทัพปฏิวัติ กําลังยกทัพ
                                            ๋
กลับเมืองเตียงสา เปนลักษณาการคิดกบฏจะตั้งตนขึ้นเปนเจาแตผูเดียว และขอใหเลาเปยวยกทหารมาสกัด
ซุนเกี๋ยนยึดเอา ตราพระลัญจกรกลับมามอบแกอวนเสี้ยวเพื่อนําขึ้นทูลเกลาฯ ถวายพระเจาเหี้ยนเตตอไป        
หนังสือของอวนเสี้ยวนี้มความนัยทีชี้ใหเลาเปยวกลัวภัยจากซุนเกี๋ยน
                           ี       ่                                       เนื่องเพราะถาซุนเกี๋ยนไดตราพระ
ลัญจกรไปแลว จะตั้งตนเปนเจาครองแผนดินเสียแตผูเดียว ยอมกระทบตอเมืองเกงจิ๋วของเลาเปยว เพราะเปน
เมืองที่อยูใกลกับเมืองเตียงสามากทีสุด นับเปนการเอาความกลัวของคนไปใชคนใหทาการทีตองการนั่นเอง
                                     ่                                                ํ       ่
หลังจากซุนเกียนยกทหารออกเดินทางจากเมืองลกเอี๋ยงไปแลว วันรุงขึ้น อวนเสี้ยวไดรบรายงานวาโจโฉซึ่ง
                ๋                                                                           ั
ยกทหารติดตามตั๋งโตะ ไปนั้นบัดนี้เสียทีแกตงโตะ แลวยกไปตั้งอยูที่เมืองโหลาย อวนเสียว จึงสั่งทหารใหถือ
                                              ั๋                                        ้
หนังสือไปเชิญโจโฉและทหารมาที่กองบัญชาการ                ครั้นโจโฉยกทหารมาแลวอวนเสี้ยวจึงใหแตงโตะเชิญ
บรรดาเจาเมืองมาเลี้ยงรับขวัญ ณ กองบัญชาการ บรรดาเจาเมืองมาถึงกองบัญชาการแลว ตางแสดง
ความเห็นใจ โจโฉและไตถามความเปนไปของการศึก โจโฉทอดใจใหญแลวตัดพอวาขาพเจาคิด อานเชิญ
ทานทั้งปวงมาจัดตั้งกองทัพปฏิวัติเพื่อกําจัดทรราชย เทิดทูนฮองเต บํารุงราษฎร ครั้นตังโตะเสียทีในการศึก
                                                                                          ๋
เผาเมืองหลวงเสียแลวบังคับฮองเต กวาดตอนราษฎรทั้งปวงยกไปเมืองเตียงอัน ขาพเจาเห็นวาถากองทัพ
ปฏิวัตยกไปตามตีก็จะไดตัวตังโตะแลวชวยเหลือพระเจาเหียนเตใหปลอดภัยได การทีคิดไวก็จะบรรลุผลสําเร็จ
       ิ                      ๋                          ้                          ่
แตทานไมฟงคําขาพเจาละทิ้งใหขาพเจาติดตาม ตั๋งโตะไปแตทัพเดียว ขาพเจาจึงเสียทีมาเปนที่อัปยศยิงนัก
                                                                                                          ่
อวนเสี้ยวและบรรดาหัวเมืองตางๆ ไดยินคําโจโฉแลวมิไดวากลาวประการใด กลับกินโตะตอไปเสมือนหนึ่งวา
                                                            
ไมมีอะไรเกิดขึ้น โจโฉ จึงเห็นวาขืนอยูทาการรวมกับคนพวกนี้ตอไปก็เหมือนเลนอยูกับเด็ก ทารกการใหญที่
                                          ํ
คิดไวไมมีวันจะสําเร็จได

ทั้งโจโฉไดพิเคราะหรูปการของฝายปฏิวัตแลวเห็นวาขาดเอก
                                               ิ                  ภาพคงจะสลายตัวในไมชา   อยูตอไปก็ไร
                                                                                               
ประโยชน จึงลุกออกมาแลว ยกทหารไปเมืองเองจิ๋ว ตั้งฐานที่มั่นสําหรับทําการใหญตอไป กองซุนจานเห็น
                                                                                   
ดังนั้นจึงวากับเลาปวา อวนเสียวนี้ไรสติปญญา บายศบาอยาง และโลภอยากไดราชสมบัติ ขืนอยูทําการกับ
                                  ้
อวนเสี้ยว ตอไปก็ไรประโยชน มีแตจะไดรับอันตรายแกตัว จึงออกมาพรอมกันทั้งกองซุนจาน เลาป กวนอู
เตียวหุย กลับไปที่คายแลวเคลื่อนทัพออกจากเมืองลกเอี๋ยง เลาป กวนอู เตียวหุย ก็กลับเมืองเพงงวนกวน
ในขณะที่กอง ซุนจานก็กลับเมืองปกเปงดังแตกอน บรรดาเจาเมืองที่เหลือกินโตะเสร็จแลวก็กลับมายังคาย
ของตน เปนอันวางานเลี้ยงเลิกราไปดวยการเริมตนแหงการสลายตัวของ กองทัพปฏิวติ
                                                 ่                               ั




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                            หนาที่ 87



ตอมากองทัพเมืองอิวจิ๋วของเลาตายขาดเสบียงลง จึงใหทหารไปยืมเสบียงจากกองทัพเมืองตันลิวของเตียว
เมา แตเตียวเมาเห็นวา เลาตายมีเสบียงเพียงพออยูแลว แกลงมาขอเสบียงเพื่อใหกองทัพของ ตนขาดเสบียง
เสียกอนจึงไมยอมให เลาตายก็โกรธเตียวเมา ค่ําลงเลาตายก็ยกทหารไปตีคายเตียวเมาในเมืองลกเอี๋ยงนั้น
ในขณะที่เตียวเมายังไมทันระวังตัวก็ถูกเลาตายฆาตายในคายทหารของเตียวเมาทั้งสิ้นจึงเขาสวามิภักดิ์กบเลา
                                                                                                    ั
ตาย

อวนเสี้ยวทราบเหตุการณที่เลาตายโจมตีคายและสังหารเตียวเมาแลวเห็นวาภายในกองทัพปฏิวัติมความ
                                                                                            ี
ขัดแยงกันหนัก จักทําการ ตามความคิดไมตลอด ทั้งเลาเปยวเจาเมืองเกงจิ๋ว กองซุนจานเจาเมืองปกเปง ซุน
เกี๋ยนเจาเมืองเตียงสา และโจโฉไดถอนตัวออกจากกองทัพปฏิวัติกลับไปแลว จึงรีบถอนทัพออกจากเมืองลก
เอี๋ยงกลับไปเมืองปุดไฮ โดยไมบอกเลาร่ําลาใหบรรดาหัวเมืองที่เหลืออยูนั้นไดรับทราบ บรรดาเจาเมืองที่
                                                                          
เหลือเห็นอวนเสี้ยวยกทัพกลับในลักษณะเชนนั้นจึงตางคนตางยกทัพกลับบานเมืองของตน กองทัพปฏิวัติที่
ไดจัดตั้งขึ้นภายใตธง "ตงหงี" ณ ทองทุงเมืองตันลิว ชูคาขวัญ "ทัวประเทศจงสามัคคีกัน กําจัดทรราชย
                                                           ํ          ่
เทิดทูนฮองเต" ไดสลายตัวลง ณ ลกเอี๋ยงราชธานี ซึ่ง ณ บัดนี้เปนเมืองรางดวยประการฉะนี้ และนี่คือผลของ
การตั้งคนผิดใหมีอํานาจเปนผูนําทัพ เนื่องเพราะอวนเสี้ยวนั้นเปนคนมีคณสมบัตตองดวยโทษสิบประการของ
                                                                        ุ    ิ
การเปนแมทัพตามคัมภีรพชัยสงครามคือ
                         ิ

         "คํารบหนึ่งพึงถือแตน้ําใจ ไมรกชีวิตคิดวาตัวเขมแข็ง ไมตรอง ดูใหรู กําลังศึก
                                        ั
          คํารบสองไมสองโดยปญญา วาการรอนหรือเย็น เห็นแตจะทํา โดยเร็ว
                           
         คํารบสามมีนาจิตอันโลภ เห็นแกโลภเอาทรัพยทานมาเปนอาณา ประโยชนโทษนั้นมีหลายสถาน
                        ้ํ
         คํารบสี่มีน้ําใจออน ถาคนผิดมาออนวอน ไมฆาตามอาญาศึก
         คํารบหาเปนคนหูเบา ใครวากลาวก็เชื่อฟง ไมหนักแนนตรึกตรองดูใหละเอียด
         คํารบหกมีแตใจโมหันธ ไมเลือกคนดีใช กลับใหคนชั่วเปนใหญบัญชาการ ทหารมักเสียน้ําใจ
         คํารบเจ็ดถือตัววาไมมีใครเสมอ ทําการไมปรึกษานายทัพนายกอง
         คํารบแปดไมเอาใจของตัวเปนแกนแท ฟงแตคําคนพูด เชื่อถือเอาแตถอยคํามาทําศึก
         คํารบเกาตัวเปนแมทัพไปที่เปลี่ยวแลกันดาร มิไดมีความเมตตา แกทหาร
         คํารบสิบกําเริบอิสริยยศ พูดจาขมขี่ติเตียนเพือนฝูงทั้งปวง ผูใดสละมิไดไมควรเปนแมทัพ"
                                                       ่              

โบราณวา "ชายชาติอาชาไนย ตองไมลงเรือผิดลํา" ยอมหมาย เอาการไมปองจิตคิดรวมทําการดวยกับคนซึ่ง
ตองลักษณะโทษสิบประการดังนี้

ถาเชนนั้นผูมีปญญาจักพิจารณาฉันใด จึงจะไมลงเรือผิดลําเลาคัมภีรพิชยสงครามวาดวยคดีหาประการของแม
                                                                     ั
ทัพวาไววา

         "ถาผูใดจะเปนแมทัพ ใหรคดีหาประการดังนี้ หนึ่ง คิดกลใหอุบาย เห็นผูใดจะไดจึงใชไปทํา ถาจะ
                                   ู                                             
         ฝกสอนทหารใหมีสงา ขาศึกจึงจะมีที่เกรงกลัวแลว ใหตั้งตัวมีอํานาจดั่งราชสีห สอง น้าใจโอบออม
                                                                                              ํ
         แกทแกลวทหารทั้งปวงใหเสมอกัน ถาผูใดทําความชอบจึงพิดทูลให ถาผูใดผิดใหทําตามผิด อยา
         ถือโกรธผูนอย สาม ใหพจารณาตรองความแลวจึงสั่ง ดั่งงาชางมีแตจะยาว จงรักษาความสัตยทาการ
                                 ิ                                                                  ํ
         สิ่งใดใหแนนอน อยาเจรจาเปนคําสองสี่ ศึกยกมารูวาแมทพเคยชนะเพราะพลมาก ฝายผูจะแกทัพรับ
                                                                 ั
         มิไดเพราะมีพลนอย อยาถือตัวเองอาจออกรบเมื่อกําลังกลา จงหาที่มั่นใหไดกอนจึงตอสู แลวตรอง
         อุบายหมายชนะแลวจึงทํา หา ถาตัวเปนแมทพ ถึงจะไปตีเมืองใดมีรี้พลมาก อยาคิดกําเริบ ทรยศตอ
                                                     ั
         เจานายของตัว ผูใดรักษาคดีหาประการไวครบถวนก็ควรเปนแมทัพได"

นี่แลวคือเรือทีลงแลวไมผิดลํา
                ่

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

เปดยุคสงครามขุนศึก (ตอนที่ 39)

การสลายตัวของกองทัพปฏิวัตทําใหความขัดแยงในปลายราชวงศฮั่นเปลี่ยนเนื้อหาจากเดิมไปสูเนื้อหาใหม
                            ิ
และนําไปสูความเปนสามกก การจัดตั้งกองทัพปฏิวติโดยหัวเมืองเอกสิบหกหัวเมือง และอีกสองกองทัพคือ
                                                 ั
กองทัพของโจโฉ และกองทัพของเลาป ทําใหฐานะตามกฎหมายของเจาเมืองและกองทัพเหลานั้นกลายเปน
กบฏตอแผนดิน เปนปรปกษตอรัฐบาลกลางที่ตั๋งโตะเปนผูถืออํานาจรัฐอยู ในขณะที่อํานาจรัฐของรัฐบาลกลาง
                                                       
ก็หดแคบลงตามเขตพื้นทีที่ฝายปฏิวติยดครองไว
                       ่         ั ึ



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 88




ดังนั้น ความขัดแยงหลักจึงเปนความขัดแยงระหวางอํานาจรัฐ สวนกลางกับกองทัพปฏิวัติ ซึ่งทั้งสองฝายตางก็
เปนขุนศึก เปนแตวาขุนศึกตังโตะเปนฝายรัฐบาลกลาง และฝายปฏิวัติเปนฝายตอตาน รัฐบาลกลาง ครั้น
                             ๋
กองทัพปฏิวัตสลายตัวลง ความขัดแยงจึงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือเปนความขัดแยงระหวางรัฐบาลกลาง
              ิ
กับเจาเมืองและ กองทัพกบฏแตละเมืองชนิดหนึ่ง และความขัดแยงระหวางเจาเมือง และกองทัพกบฏดวย
กันเองอีกชนิดหนึ่ง

ดังนั้น เมื่อความขัดแยงทั้งสองชนิดนี้ไมสามารถแกไขไดโดยหนทางสันติ หรือโดยวิถทางการเมือง ความ
                                                                                 ี
ขัดแยงนั้นจึงกลายเปนสงคราม       และเปนสงครามระหวางขุนศึกดวยกันเองพลันที่กองทัพปฏิวตสลายตัวลง
                                                                                         ั ิ
ฉากแหงสงครามระหวางขุนศึก หัวเมืองตางๆ จึงเปดฉากขึ้นตั้งแตบัดนัน และสงครามนี้จะเกิดขึ้นอยาง
                                                                      ้
ตอเนื่องจนกลายเปนสามกก ครั้นเปนสามกกแลวสงครามก็ยังดําเนินตอไป จนกระทั่งราชวงศฮั่นดับสูญสมเด็จ
พระมหาธีรราชเจาทรงพระราชนิพนธความในเวนิสวานิชไวตอนหนึ่งวา "ในกระแสแหงยุตธรรมา ยากจะหา
                                                                                   ิ
ความเกษมเปรมปรีดิ์" ในกระแสแหงสงครามก็เชนเดียวกันยอมไมอาจหา ความเกษมเปรมปรีดิ์ได ซุนหวูจึง
กลาวไววา "อันการศึกติดพันกันเปนเวลานาน แตประเทศชาติกลับไดรับประโยชนจากเหตุนั้นยังไมเคยปรากฏ
เลย"

แตกระนั้นสงครามก็ใชวาจะมีแตผลเสียเพียงดานเดียวหามิได หากยอมมีดานที่เปนผลดีดารงอยูดวย เพราะ
                                                                                           ํ     
สงครามนั้นเปนการเคลื่อนไหวทางการเมืองชนิดหนึ่ง คือเปนการเคลื่อนไหวที่หลั่งเลือด และเปนไปเพื่อบรรลุ
เปาหมายทางการเมือง ดังนั้นถาหากการเมืองเปนเรื่องผลประโยชนของบานเมืองและประชาชนโดยสวนรวม
แลว การทําสงครามเพื่อการเมืองชนิดนียอมนับวาเปนผลดีตอบานเมืองและราษฎร ตําราพิชัยสงครามของ
                                          ้
ซุนหวูจึงระบุไววา "จึ่งผูใดยังไมทราบผล รายของสงครามโดยถองแทแลว ผูนั้นยังไมซาบซึ้งในผลดีของ
สงคราม เชนเดียวกัน" เหตุนแมวาสงครามจะไมใชสิ่งที่พึงปรารถนา แตสงครามก็ไมใช สิงที่ควรตองเกรงกลัว
                                ี้                                                        ่
ขอเพียงแตเปนสงครามที่เปนธรรมและเปนสงครามที่เปนไปเพื่อบรรลุถึงผลประโยชนของบานเมืองและราษฎร
ก็ควรตองพรอมที่จะเขาทําสงครามนั้นจนถึงที่สด โดยที่ยากจะหาความเกษมเปรมปรีดจากสงคราม ดังนั้นจึง
                                               ุ                                       ิ์
ยอม ยากทีจะพรรณนาความสงครามในชวงแตนี้ไปใหเกิดความหฤหรรษ ดั่งนิยายอื่นได แตทวาการดําเนิน
                ่
สงครามในสามกกนั้นหาใชเปนสงครามที่โดดเดี่ยวไม            หากเปนสงครามที่เอิบอาบไปดวยศาสตรและศิลป
นานัปการ ศาสตร และศิลปเหลานี้จะถือไมไดเจียวหรือวาคือความหฤหรรษอันล้ําเลิศชนิดหนึ่งของมนุษยชาติ
เริ่มตนที่เลาเปยว เชื้อสายพระราชวงศฮั่นเชนเดียวกับเลาป ครองตําแหนงเปนที่เจาเมืองเกงจิ๋ว ซึ่งเปนหัว
เมืองเอกแหงราชอาณาจักรฮัน เมืองเกงจิ๋วนี้เปนเมืองชายทะเลตั้งอยูคนละฟากแมน้ําแยงซีกับเมืองเตียงสา
                                   ่                                  
แหงดินแดนกังตั๋ง

ภายใตอํานาจรัฐแหงราชอาณาจักรฮั่น ทั้งเมืองเกงจิ๋วและเมือง เตียงสาตางก็เปนหัวเมืองเอกขึ้นตอรัฐบาล
กลาง จึงไมมขอพิพาทบาด หมางกัน หากมีความขัดแยงเกิดขึ้นก็อาศัยถอยทีปฏิบัติ หรืออาศัยอํานาจรัฐ
               ี
สวนกลางเขาแกไขตามระบบบราชการ ดังนั้นความสัมพันธของทั้งสองเมืองนี้จึงมีความเปนปกติตอกันตลอด
มา ครั้นซุนเกี๋ยนเจาเมืองเตียงสาเขารวมกับกองทัพปฏิวัติ ไมขึ้นตอ อํานาจรัฐสวนกลาง แลวตอมากองทัพ
ปฏิวัติไดสลายตัวลง เหตุปจจัยที่เคยทําใหทงสองเมืองนี้เปนปกติตอกันก็เปลี่ยนแปลงไป เพราะตางเมืองตาง
                                           ั้
ตองระมัดระวังตนดวยเกรงวาจะถูกอีกเมืองหนึ่ง รุกรานยึดครอง เหตุนี้ความสัมพันธที่ไมปกติจึงเกิดขึ้น

หลังจากเลาเปยวไดรับหนังสือจากอวนเสี้ยวแจงความเรื่องซุนเกี๋ยนพบตราพระลัญจกร ปดบังความเสียแลว
ยักยอกเอาตราพระลัญจกรนั้นเปนของตน เพื่อจะตั้งตนขึ้นเปนเจาแตผูเดียว จึงใหเลาเปยวยกทหารออกไป
สกัดกองทัพซุนเกี๋ยนเพื่อยึดตราพระลัญจกรสง มอบแกอวนเสี้ยวเพื่อนําขึ้นทูลเกลาฯ ถวายพระเจาเหียนเต
                                                                                                ้
ตอไป เลาเปยวรับหนังสืออวนเสี้ยวแลว ถือวาในฐานะเชื้อพระวงศฮั่นยอมเปนหนาทีที่จะตองเอาตราพระ
                                                                                   ่
ลัญจกรคืนแกฮองเตสถานหนึ่ง
                                 และเกรงวาหากซุนเกี๋ยนไดตราพระลัญจกรไปแลวยอมตั้งตัวขึ้นเปน   เจา
อันตรายจะเกิดแกเมืองเกงจิ๋ว จําเปนที่จะตองตัดไฟเสียแตตนลม ยึดเอาตราพระลัญจกรจากซุนเกี๋ยนใหจงได
                                                          
อีกสถานหนึ่ง

ดังนั้นเลาเปยวจึงตัดสินใจปฏิบัติตามหนังสือของอวนเสี้ยว แลว สั่งใหยกทหารออกจากเมืองเกงจิ๋วไปตั้งสกัด
ทัพซุนเกี๋ยนในเสนทางที่ กองทัพเมืองเตียงสาจะตองเดินทัพกลับแควนกังตั๋ง เพื่อหวังผลที่จะชวงชิงตราพระ
ลัญจกรใหจงได เลาเปยวจึงสั่งการใหเกงอวด ชัวมอ สองทหารเอกยกทหารหาหมื่นไปตั้งสกัดทัพซุนเกี๋ยนไว
ขางหนา ตัวเลาเปยวเปนกองกลางคุมทหารซุมอยูบนเนิน เขา และจัดกองหลังแยกเปนสองกองซุมอยูในปา   
ทั้งสองขาง แลวสั่ง วาเมื่อกองหนาปะทะกับทหารของซุนเกี๋ยนแลว ใหถอยมายังจุดที่กองกลางของเลาเปยว
ซุมอยู เมื่อกองกลางเขาปะทะแลวก็จะทําทีถอยไป ยังจุดซุมของกองหลัง พรอมกันนั้นใหกองหนายกออมไป




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 89



ทางดานหลังของกองทัพซุนเกี๋ยน ใหทั้งสีกองฟงสัญญาณแลวยกตีกระหนาบเขา มาทั้งสีดานก็จะจับตัวซุน
                                       ่                                       ่
เกี๋ยนยึดเอาตราพระลัญจกรไดโดยงาย

กําหนดแผนการรบและบัญชาการรบเสร็จแลว เลาเปยวและทหารทั้งสี่กองก็ตั้งมั่นคอยทีทัพซุนเกี๋ยนอยู ครั้น
กองทัพเมืองเตียงสายกมาตามทางนั้นก็ปะทะกับกองหนาของเลาเปยว            สองทหารเอกของเลาเปยวชักมา
ออกไปชี้หนาซุนเกี๋ยนวากบฏตอแผนดิน ยักยอกตราพระลัญจกรของฮองเต ใหรีบสงมอบมาโดยไว ซุนเกี๋ยน
ไดยินก็โกรธสั่งทหารเขาตีกองหนาของเลาเปยว     กองหนาของเลาเปยวก็ถอยมาตามเชิงยุทธ       ใกลจุดที่
กองกลางซุมอยูก็วก เขาปายกออมไปทางดานหลังของกองทัพเมืองเตียงสา คอยฟงสัญญาณจากเลาเปยว
อยูเลาเปยวเห็นกองทัพซุนเกี๋ยนยกมาถึงเนินเขาก็ยกทหารออกมา จากจุดซุม เผชิญหนากับซุนเกี๋ยน ฝายซุน
เกี๋ยนเห็นเลาเปยวคุมทัพมาก็ชกมาขึ้นมาหนาทหารคารวะเลาเปยวแลววาทานอยาหลงเชื่อฟงคําอวนเสี้ยวที่
                               ั
ใสรายกลาวหาขาพเจาวายักยอกตราพระลัญจกร ขอไดเห็นแกไมตรีของสองเมืองที่มีมาแตกอน เปดทางให
ขาพเจาเดินทัพกลับเมืองเตียงสา ไมตรีของทั้งสองเมืองก็จะเปนปกติสืบไป

เลาเปยวฟงคําซุนเกี๋ยนแลวจึงวา      ความจริงไดประจักษชัดตอหนาหัวเมืองทั้งปวงแลววาตัวทานไดตราพระ
ลัญจกรของฮองเตไว แลว ยักยอกเปนของตัวเพื่อจะตั้งตนขึนเปนเจา ทําการกบฏตอพระราชวงศฮั่น เราขอให
                                                            ้
ทานกลับตัวกลับใจเสียแตบดนี้ รีบสงมอบตราพระลัญจกรคืนใหแกเรา เพื่อสงคืนแกฮองเตตอไป ซุนเกี๋ยนได
                            ั
ฟงเลาเปยวแลวก็โกรธ แตฝนใจกลาววาหากทานไม เชื่อฟงขาพเจา ขาพเจาก็ขอสาบานตอฟาวา ขาพเจาหา
ไดครอบครอง ตราพระลัญจกรไม หากขาพเจายักยอกตราพระลัญจกรไวแลว ขอใหเทพยดาลงโทษขาพเจา
ดวยศัสตราวุธตางๆ เลาเปยวจึงวาเรายังเชื่อคําสาบานทานไมไดกอน แตจะขอตรวจคนทหารทุกคนทีมาใน      ่
กองทัพของทาน หากไมพบตราพระลัญจกรแลวเราจะขออภัยตอทานแลวจะเปดทางใหทานเดินทัพกลับเมือง
เตียงสา ซุนเกี๋ยนไดยินเชนนันถือวาเลาเปยวเหยียดหยามเกียรติยศศักดิ์ศรี ของตนก็โกรธหนัก สั่งทหารเขา
                               ้
รบดวยเลาเปยว พอทหารใกลจะปะทะกันเลาเปยวทําทีเปนกลัว ชักมาหนี ยกทหารถอยไปทางจุดที่กองกําลัง
ซุมอยูสองขางทางนั้น ซุนเกี๋ยนไมรูกลก็ยกทหารไลตามไป

ครั้นกองทัพเมืองเตียงสามาถึงจุดซุม เลาเปยวก็ใหทหารโหรอง ตีมาลอเปนสัญญาณ แลวแปรขบวนทัพจาก
                                                                 
ถอยหันหนาเขาเผชิญดวยซุนเกี๋ยน ในขณะทีกองซุมทั้งสองกองก็ยกออกจากสองขางทาง และกองหนาซึงวก
                                            ่                                                      ่
ออมไปดานหลังไดยกตีกระหนาบเขามาพรอมกันทั้งสีดาน กองทัพเมืองเตียงสาจึงตกอยูในที่ลอม การกําหนด
                                                   ่                                
แผนการรบของเลาเปยวครั้งนี้เปนการรบโดยใชกําลังทหาร ประกอบดวยกลอุบาย ซึ่งไมเคยปรากฏในการรบ
ระหวางกองทัพปฏิวัติกับกองทัพจากเมืองหลวง ดังนั้นจึงทําใหแล เห็นไดวาบรรดากองทัพที่รวมในกองทัพ
ปฏิวัตินั้นไมไดมีความจริงใจตอกันมาแตตน ตางคนตางพยายามเปนฝายนังดูเพื่อจะชวงชิงเอาความไดเปรียบ
                                                                       ่
ในขั้นสุดทาย หรือไมก็รอคอยใหเหตุการณพัฒนาไปเองจนกวาทุกฝายจะออนแรงลงแลวจึงชิงโอกาสกระทํา
การในภายหลัง คงมีแตหัวเมืองที่อยากเดนดังบางหัวเมืองเทานั้นที่กระหือรือออกรบแลว ตองเสียทีแกกองทัพ
เมืองหลวง

กองทัพเมืองเตียงสาครั้นตกอยูในที่ลอมก็ตกใจ ทั้งถูกทหารเลาเปยวตีกระหนาบเขามาฆาฟนลมตายลงเปน
อันมาก ซุนเกี๋ยนรบอยูทามกลางวงลอมของทหารเลาเปยว และออนกําลังลง เทียเภา อุยกาย และฮันตง สาม
                      
ทหารเอกซึ่งถูกลอมอยูอีกวงหนึ่งเห็นเหตุการณเชนนั้นจึงรีบตีฝาวงลอมออกมา แลวตีฝาวงลอมที่ลอม ซุน
เกี๋ยน เขาไปแกเอาซุนเกี๋ยนออกมาได ซุนเกี๋ยนและสามทหารเอกเห็นสถานการณตกอยูในความคับขัน จึงนํา
ทหารที่เหลือตีฝาวงลอมทหารเลาเปยวแลวหนีไปเมืองเตียงสา ผลการรบครั้งนี้แมวาเลาเปยวจะไดรับชัยชนะ
อยางงดงามดวยวิธี การรบแบบใชกําลังทหารและกลอุบาย แตไมสามารถบรรลุภารกิจใน การยึดตราพระ
ลัญจกรกลับคืน ทั้งทําใหเลาเปยวกับซุนเกี๋ยนตองพิพาทและผูกพยาบาทตอกัน

ซุนเกี๋ยนเมื่อยกทัพกลับเมืองเตียงสาแลวก็คดตั้งตัวขึ้นเปนเจาตาม คําของเทียเภา สั่งใหออกประกาศรับสมัคร
                                          ิ
ผูมสติปญญาความสามารถ เพื่อเขามารับราชการเปนขุนนางและประกาศรับชายฉกรรจจํานวนมาก เขามาเปน
    ี
ทหาร ทําการฝกซอมทหารทังกลางวันและกลางคืน ในขณะเดียวกันไดสั่งใหตอเรือรบ เรือเร็ว และเรือ
                              ้
ลาดตระเวนจํานวนมาก              เปนสัญญาณที่บงชี้ชดเจนวานี่คือการเตรียการทําสงครามแผแสนยานุภาพทาง
                                                    ั
การทหารทั้งทางดานกองทัพบก และดานกองทัพเรือ เมื่อเลาเปยวทราบวาฝายซุนเกี๋ยนระดมผูคนทั้งขุนนาง
                                                                                            
ที่ปรึกษา และทหารอยางขนานใหญเชนนี้ก็เกรงวาเมืองเกงจิ๋วจะตกอยูในอันตราย จึงสั่งใหประกาศรับสมัครผู
มีสติปญญาความสามารถเขามา รับราชการเปนขุนนาง และประกาศรับชายฉกรรจจํานวนมากเขามาเปน ทหาร
       
ประจําการทั้งดานกองทัพบกและดานกองทัพเรือ ทั้งสั่งการใหตอเรือรบ เรือลาดตระเวน ประจําการใน
กองทัพเรือเปนจํานวนมาก ทําการฝกซอมทหารและซองสุมเสบียงไวเปนกําลังตอไป




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 90



แตนั้นมา ทั้งเมืองเกงจิ๋วและเมืองเตียงสาจึงตางคุมเชิงระมัด ระวังกันและกัน เปลี่ยนแปลงความสัมพันธทเปน
                                                                                                    ี่
ปกติตอกันมาเปนความสัมพันธที่พรอมจะทําสงครามตอกันทุกเมื่อ

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ชวงชิงชัยชนะโดยไมตองรบ (ตอนที่ 40)
                    

คําพังเพยทีวา "แพเปนพระ ชนะเปนมาร" เปนเพียงคําปลอบ ใจของผูแพ หาใชเปาหมายที่แทจริงของการทํา
            ่                                                      
สงครามไม เพราะในการสงครามนั้นไมมทงพระและไมมทั้งมาร คงมีแตชัยชนะหรือ ปราชัยเทานัน และ
                                         ี ั้         ี                                      ้
เปาหมายที่ชวงชิงกันก็คือชัยชนะ คัมภีรพชัยสงครามของซุนหวู วาดวยยุทโธบายระบุวา "หลักการยุทธโดยมิ
                                          ิ                                      
พักตองทําลายเมือง นับวาเปนวิธีประเสริฐ ยิ่งรองลงมาก็คอหักเอาโดยไมตองทําลายกองพล รองลงมาอีกก็
                                                        ื
คือการเอาชนะโดยไมตองทําลายกองพัน เลวกวานั้นก็อยาใหถึง ตองทําลายกองรอย หรือทําลายกระทั่ง
หมวดหมู" "เพราะฉะนั้น การชนะรอยทั้งรอยมิใชวิธีอันประเสริฐแท แตชนะโดยไมตองรบเลยจึงถือวาเปนวิธี
อันวิเศษยิ่ง"

แตการชวงชิงชัยชนะโดยไมตองรบนั้น ใชวาผูนําทัพจะกระทําไดทุกคนไป เพราะการใชสดยอดยุทโธบายของ
                                                                               ุ
ขุนพลนี้ยอมมีแตขุนพลผูมีสติปญญาเทานันจึงกระทําไดสาเร็จ อวนเสียวคนโฉด หลังจากทําใหกองทัพปฏิวัติ
                                       ้             ํ            ้
ตองปราชัยถึงขนาดตองสลายตัวอยางไมเปนทาแลว ไดยกไปตั้งหลักที่เมืองโหลาย และ ณ เมืองนี้

อวนเสี้ยวได หองกีทหารเอกผูเจนจบพิชยสงครามมาเปนที่ปรึกษา ดังนั้นนับแตได หองกีมาอยูดวยแลว
                                            ั
กองทัพของอวนเสี้ยวจึงเปนกองทัพที่ประมาทไมไดอีกตอไป เนื่องเพราะฝมือการรบของทหารเอกนั้น อวน
เสี้ยวมีงันเหลียง และบุนทิวนักรบมีฝมือสุดยอดเปนทหารเอกของยุคนั้น ในการวางแผนบัญชาการของกองทัพ
ก็มีหองกีที่ปรึกษาเปนเสนาธิการใหญ กองทัพของอวนเสี้ยวจึงพรอมสรรพทั้งฝายบูและฝายบุนทีสามารถ ใช
                                                                                               ่
วิธีการรบไดหลายรูปแบบ ผิดกับเมื่อครั้งที่เปนผูบัญชาการใหญของกองทัพปฏิวัติ เมืองโหลายเปนเมืองเล็ก มี
ดินแดนใกลกับเมืองกิจิ๋วของฮันฮก และถัดไปจะเปนเมืองปกเปงของกองซุนจาน แตฐานะของเมืองโหลาย
เปนเพียงหัวเมืองชั้นจัตวาตางกับเมืองกิจิ๋ว และเมืองปกเปง ซึ่งเปนหัวเมืองเอกทั้งสองเมือง เพราะเมืองโห
ลายเปนเมืองเล็ก จึงไมอุดมสมบูรณ ทั้งอาหารก็ขาดแคลน ตางกับเมืองกิจิ๋วและเมืองปกเปง ซึ่งเปนเมือง
ใหญอุดม สมบูรณทั้งอาหารและผูคน  

ดังนั้น เมื่อกองทัพอวนเสียวยกมาตั้งที่เมืองโหลายไดไมทันนาน กองทัพก็ขาดเสบียงลง ฝายฮันฮกเจาเมืองกิ
                            ้
จิ๋วเปนคนมีน้ําใจเอื้ออารีตอผูคนทั้งปวงโดยไมเลือกหนามีน้ําใจศรัทธาตออวนเสี้ยวเพราะเห็นวาเปนเชื้อสาย
ขุนนางมาหลายชั่วอายุคน ครั้นไดขาววากองทัพอวนเสียวขาดเสบียง ฮันฮกก็มีน้ําใจสงสารคิดชวยเหลือ จึง
                                                         ้
สั่งใหทหารคุมเสบียงมามอบใหแกอวนเสี้ยว อวนเสี้ยวแทนที่จะคิดถึงพระคุณของคนที่เคารพศรัทธาตัวแลวมา
ชวยเหลือในยามยาก กลับคิดหักหลังฮันฮกจะชิงเอาเมืองกิจิ๋ว มาครองเสียเอง

ดังนั้นอวนเสี้ยวจึงปรึกษาดวยหองกีวาเรามาอยูเมืองโหลายนี้เหมือนจระเขใหญอยูในน้ําตืน
                                                                                        ้   จะหันซายขวา
ประการ ใดใหติดขัดไปสิ้น ทังเสบียงอาหารก็ไมอุดมสมบูรณ ผูคนก็นอย ไมสามารถอาศัยทําการใหญได เรา
                               ้
จึงหวังจะชิงเอาเมืองกิจิ๋วเพื่อเปน กําลังสืบไป ทานจะมีความเห็นคิดอานประการใด หองกีฟงขอปรึกษาแลวจึง
                                                                                           
วาขาพเจาเห็นดวยกับทานวาเมืองโหลายนี้ไมสามารถเปนฐานกําลังใหเราทําการใหญไดสืบไป เมืองกิจิ๋ว เปน
หัวเมืองเอก อุดมสมบูรณทั้งเสบียงอาหารและผูคน หากทานไดครองเมืองกิจิ๋วแลวยอมสามารถใชเปนฐานตั้ง
                                                 
ตัวทําการใหญได

วาแลวหองกีจึงไดเสนอแผนการตอไปวาขาพเจาไดคิดกลอุบาย "หลอกเสือแลวกินวัว" ไวกอนแลว ถาหาก
ทานเต็มใจดวยความคิด ขาพเจาแลวเมืองกิจวก็จะเปนสิทธิแกทาน อวนเสียวดีใจยิ่งนักถามวากลอุบาย หลอก
                                                      ิ๋                  ้
เสือแลวกินวัว" ของ ทานเปนประการใด หองกีจึงวาขอใหทานมีหนังสือลับไปถึงกองซุนจานเจาเมือง ปกเปง
                                                               
ใหยกกองทัพมาตีเมืองกิจิ๋ว         ใหสัญญาวาถาไดเมืองกิจิ๋วแลวจะแบงทรัพยสินและเมืองกิจิ๋วใหกองซุนจาน
ครึ่งหนึ่ง ถาหากกองซุนจานยกมาตีเมืองกิจวแลว ฮันฮกเจาเมืองยอมคิดวาเคยทําคุณไวแกเราคงจะหวังพึ่ง
                                                 ิ๋
เราได และขอใหยกกองทัพไปชวยเราจะไดถอโอกาสนั้นยึดเมืองกิจิ๋วไดโดยงาย แตถาหากฮันฮกคิดสูกับกอง
                                                    ื
ซุนจานเพียงลําพัง เราก็จะยกกองทัพตีกระหนาบ เขาไปอีกดานหนึ่งก็จะยึดเมืองกิจิ๋วได โดยงายเชนเดียวกัน
และวากองซุนจานนั้นเปนคนหุนหันพลันแลน เห็นแกได ไมรูจักใชคน แตคดการใหญ เมื่อเห็นหนังสือของ
                                                                             ิ
ทานแลวคงจะกระทําการตามคําทาน อวนเสียวฟงคําหองกีแลว เห็นดวยกับแผนการที่เสนอ จึงสั่งใหทหารถือ
                                               ้
หนังสือลับไปถึงกองซุนจาน ณ เมืองปกเปง ตามแผน การของหองกีนั้น กองซุนจานไดรับหนังสือของอวน
เสี้ยวแลวก็มีความยินดีดวยเห็นวาเมืองกิจิ๋วเปนเมืองใหญและอุดมสมบูรณ ถาหากไดเมืองกิจิ๋ว มาผนวกเขา



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                    หนาที่ 91



เปนสวนหนึ่งของเมืองปกเปงแลวก็จะเปนฐานกําลังทําการใหญสืบไป                 จึงมีหนังสือแจงกําหนดวันทีจะยก
                                                                                                            ่
กองทัพไปตีเมือง กิจิ๋วใหทหารนั้นถือกลับไปใหอวนเสียว
                                                    ้

เมื่อทราบกําหนดวันที่กองทัพเมืองปกเปงจะยกกองทัพเขาตีเมืองกิจิ๋วแลว อวนเสี้ยวจึงใหหาหองกีมาปรึกษา
วาจะทําประการใดตอไป หองกีเดินแผนตอไปวาขอใหทานมีหนังสือลับไปถึงฮันฮกเจาเมืองกิจิ๋ววากองซุนจาน
                                                     
เจาเมืองปกเปงมีหนังสือมาปรึกษาเราวาจะยก กองทัพมาตีเมืองกิจิ๋วตามวันที่กําหนด และขอใหเรายกทัพตี
กระหนาบ อีกดานหนึ่ง แตเราเห็นวาฮันฮกเปนผูมีพระคุณไดชวยเหลือสงเสบียง ใหในยามยาก ไมสามารถคิด
หักหลัง ฮันฮกผูมีพระคุณได จึงแจงมา ใหฮนฮกทราบแลวเตรียมการรับศึกเมืองปกเปงใหพรอมเถิด
                                          ั

ฮันฮกไดรับหนังสือของอวนเสี้ยวก็ตกใจ คิดวากองซุนจานคงจะยกทหารมาเปนอันมาก และกองซุนจานนั้น
เปนศิษยรวมสํานักกับเลาป ดังนั้นเลาป กวนอู เตียวหุยก็จะมาชวยกองซุนจานเปนแนแท ตัวเราเคยเห็นฝมือ
ทหารเอกของเลาปมาแลว ยากจะหาทหารเอกคนใดในแผนดินเขารับมือได กองทัพเมืองกิจิ๋วเห็น จะสู
กองทัพเมืองปกเปงไมไดจึงมีความวิตกยิ่งนัก ฮันฮกจึงเรียกประชุมขุนนางกรมการเมืองกิจิ๋ว แจงความตาม
หนังสือของอวนเสี้ยวใหทุกคนทราบแลวปรึกษาวาจะคิดอานประการใด             บรรดาขุนนางและกรมการเมืองกิจิ๋ว
สวนใหญเห็นวากองทัพเมืองปกเปง ซึ่งจะยกมาครั้งนี้คงเปนกองทัพใหญ ลําพังกองทัพเมืองกิจิ๋วยอมรับมือ
กองทัพเมืองปกเปงไมได ตัวทานเจาเมืองเคยทําคุณไวกับอวนเสี้ยว ทั้งอวนเสี้ยวก็เปนเชื้อสายขุนนางเกา
หลายชั่วอายุคน มีผูคนนับถือเปนอันมาก ทั้งยังมีงันเหลียง บุนทิว เปนทหารเอก หากไดเชิญอวนเสียวมาชวย
                                                                                                  ้
รบกับกองทัพเมืองปกเปงแลว เราก็จะสามารถปองกันรักษาเมืองกิจิ๋วเอาไวได แตเกงบูขุนนางของเมืองกิจิ๋ว
ซึ่งเปนที่ปรึกษาของฮันฮกกลับไมเห็นดวยแลววา "อวนเสียวนั้นเปนคนสินความคิดอยูแลว ซึ่งไดตั้งตัวเลี้ยง
                                                              ้          ้            
ทหารอยูทุกวันนี้ก็เพราะทานใหสงเสบียง อุปมาเหมือนทารก ถามารดามิใหนมกินแลว ทารกนั้นก็จะสิ้นแรงไป
           
ซึ่งทานจะใหอวนเสี้ยวมาชวยรักษาเมืองเหมือนจับเอาเสือมาปลอยไวในฝูงเนื้อ ฝูงเนื้อทังปวงก็จะมีอันตราย
                                                                                         ้
เปนมั่นคง"

ความเห็นของเกงบูที่ปรึกษาคนนี้แหลมคม และอานแผนการของอวนเสี้ยวทะลุปรุโปรง ดังนั้นจึงแทนที่จะเห็น
วากองซุนจานเปนศัตรูและเปนตัวอันตรายตอเมืองกิจิ๋ว     กลับเห็นวาอวนเสี้ยวตางหากที่เปนศัตรูราย จะ
ไววางใจใหยกเขามาชวยรักษาเมืองไมไดเปนอันขาด ทั้งไดเสนอความเห็นในการบั่นทอนกําลังของอวนเสี้ยว
ลงดวยวิธีการทีงายทีสดคือการไมสงเสบียงให ดั่งนี้แลวกองทัพของอวนเสียวก็จะสิ้นกําลังไปเอง
               ่     ่ ุ                                                 ้

แตฮันฮกถึงคราวจะวินาศแทนที่จะฟงคําของที่ปรึกษาผูภักดีดังแตกอน กลับมีความเห็นวิปริต เห็นกงจักรเปน
ดอกบัว ตัดสินใจเชิญอวนเสี้ยวยกกองทัพเขามารักษาเมืองกิจิ๋ว เมื่อตัดสินใจแลวจึงมีหนังสือไปถึงอวนเสี้ยว
ขอความชวยเหลือใหอวนเสียวยกกองทัพเขามาชวยปองกันเมืองกิจิ๋ว เกงบูที่ปรึกษาเสียใจยิ่งนักที่ ฮันฮกไม
                         ้
ฟงคําจึงขอลาออกจากตําแหนง ขุนนางเมืองกิจิ๋วอีกสามสิบคนซึ่งเคยเห็นความคิดของเกงบูถูกตอง แมนยํา
มาแตกอนก็เชือตามแลวขอลาออกจากตําแหนงขุนนางเมืองกิจิ๋วไปพรอมกัน
              ่

การตัดสินใจของฮันฮกในครั้งนี้คลายกับการตัดสินใจของโฮจิ๋นที่ใหเรียกกองทัพตั๋งโตะเขาเมืองหลวง ดังนั้น
ชะตากรรมที่ฮองเต      ขุนนางและราษฎรไดประสบจากการเรียกกองทัพตังโตะเขาเมืองหลวงเปนประการใด
                                                                      ๋
ชะตากรรมของฮันฮก ขุนนางและราษฎรเมืองกิจิ๋วยอมตองประสบคลายคลึงกันประการนั้น อวนเสี้ยวไดรับ
หนังสือของฮันฮกแลวเห็นการเปนไปตามแผนการของหองกีก็มีความยินดียิ่งนัก        จึงออกคําสั่งใหยกกองทัพ
ทั้งสิ้นออกจากเมืองโหลายไปเมืองกิจิ๋ว

ฝายเกงบูที่ปรึกษากับเพื่อนขุนนางอีกคนหนึ่ง แมวาจะลาออกจากราชการแลวแตยังคงหวงหาอาทรเมืองกิจิ๋ว
และราษฎรเปนอันมาก ครั้นทราบขาวอวนเสี้ยวยกกองทัพมาเมืองกิจิ๋วตามหนังสือของฮันฮกแลว จึงคิดการจะ
รวมกันสังหารอวนเสี้ยวเสียกอนที่จะเขาเมือง คิดอานรวมกันแลวก็พากันไปยืนแอบอยูทประตูเมืองกิจิ๋ว ครั้น
                                                                                       ี่
อวนเสี้ยวจะเขาประตูเมือง เกงบูและเพื่อนขุนนางนั้นก็ชักกระบี่จะฟนอวนเสียว แตงันเหลียง บุนทิว สองทหาร
                                                                           ้
เอกของอวนเสี้ยวซึ่งเดินตามมา ดวยเห็นเหตุการณจึงชักกระบี่วิ่งเขาไปรับกระบี่ของสองขุนนางเมืองกิจิ๋ว แลว
ฟนสองขุนนางถึงแกความตายที่ประตูเมืองนั้น

อวนเสี้ยวคนโฉด ณ บัดนี้ไดหองกีมาเปนที่ปรึกษาจึงกลายเปน อสรพิษรายและกําลังกรายเขาประตูเมืองกิจิ๋ว
                               
พรอมแลวที่จะกัดฮันฮกผูมีพระคุณของตน อวนเสี้ยวเมื่อเขาประตูเมืองกิจิ๋วแลว ฮันฮกไดออกไปตอนรับขับสู
อยางสมเกียรติ แลวเชิญอวนเสี้ยวไปที่จวนเจาเมืองเพื่อปรึกษาราชการ โดยหารูไมวากําลังอุมกอดอสรพิษ
รายไวกับอกเมื่ออวนเสี้ยวพรอมทหารเอกและทหารติดตามเขาไปถึงจวนเจา เมืองแลว ก็ขึ้นนั่งบนที่วาราชการ
ของเจาเมือง ปลอยใหฮันฮกเจาเมือง ยืนอยูขางลางแลวออกคําสั่งถอดฮันฮกเสียจากที่เจาเมือง และใหถอด
ขุนนางกรมการเมืองทั้งปวงออกจากตําแหนงเสียทั้งสิ้น แลวอวนเสี้ยวจึงตังตนเองเปนเจาเมืองแทน และตั้ง
                                                                          ้



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 92



เตียนหอง โจสิว เคาสิว และหองกี ที่มาดวยกันจากเมืองโหลายใหเปนขุนนางเมืองกิจิ๋ว ตั้งงันเหลียง บุนทิว
เปนทหารเอกของเมืองกิจิ๋ว ยึดอํานาจ เมืองกิจิ๋วเบ็ดเสร็จสมบูรณภายในวันเดียวนั้น

ฮันฮกเมื่อถูกถอดออกจากตําแหนงแลวก็เสียใจนักที่คดผิดเชื่อ
                                                     ิ            และวางใจคนผิดมาคิดวาถาจะอยูเมืองกิจิ๋ว
ตอไปคงจะถูกอวนเสี้ยวฆา เสียเปนแน จึงทิ้งบุตร ภรรยาและครอบครัวหนีไปอยูเมืองตันลิวแตผูเดียวพระผูมี
พระภาคเจาทรงตรัสสอนในมงคลสามสิบแปดขอแรกวา อยาคบคนพาล "การไมคบคนพาลเปนมงคลสูงสุด"
เมื่อปฏิบัติตาม มงคลนี้แลวยอมไมแพในที่ทั้งปวง ยอมถึงความสวัสดีในทีทงปวง การไมปฏิบัติตามมงคลขอนี้
                                                                       ่ ั้
ยอมตั้งอยูในฐานะที่พายแพทกเมื่อ ยอมถึงซึ่งความวิบัติในที่ทั้งปวง ฮันฮกเมื่อหลงเชื่อและคบคนพาลเชน
                             ุ
อวนเสี้ยวจึงตองรับผลแหงการกระทําของตน เสียทั้งเมือง และพลัดพรากจากครอบครัว ดันดนไปแตเดียวดาย
                                                                                        ้
อวนเสี้ยวใชกลอุบายหลอกเสือกองซุนจาน แลวกินวัวฮันฮก ชวง ชิงชัยชนะยึดเมืองกิจิ๋วไดโดยไมตองรบ แม
นับเปนชัยชนะอันวิเศษ แตชัยชนะเชนนียอมเปนชัยชนะที่เกิดแตการหักหลังผูมีพระคุณตัว จึงเปนชัยชนะที่
                                        ้ 
ยอมตองแฝงไวซึ่งความปราชัยควบคูกันไป นั่นคือความปราชัยในดานชื่อเสียงเกียรติยศทีตระกูล "อวน" ไดสั่ง
                                                                                      ่
สมมาหลายชั่วอายุคนจนหมดสิ้น


                    หนังสือพิมพผูจัดการออนไลน http://www.manager.co.th

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ยอดกระบี่ในมือพอครัว (ตอนที่ 41)

ฝายกองซุนจานเจาเมืองปกเปงรับหนังสือลับของอวนเสี้ยวแลว     ก็จดเตรียมกองทัพเพื่อจะยกไปตีเมืองกิจิ๋ว
                                                                    ั
ตามที่ตกลงไวกับอวนเสี้ยว แตยังไมทันถึงกําหนดเคลื่อนพลก็ไดขาววาอวนเสี้ยวยึดไดเมืองกิจิ๋วแลว จึงให
กองซุนอวดผูนองไปเมืองกิจิ๋วทวงทรัพยสินและขอแบงเมืองกิจิ๋วครึ่งหนึ่งตามที่อวนเสียวไดใหสญญาไว อวน
                                                                                  ้         ั
เสี้ยวเมื่อรูวากองซุนอวดมาทวงสัญญา จึงหาตัวหองกีมาปรึกษาวาจะทําประการใดดี หองกีจึงวาขาพเจาได
คาดหมายไวกอนแลววากองซุนจานจะตองสงคนมาทวงสัญญา ขาพเจาจะคิดการใหเมืองกิจิ๋วปลอดภัยแลวจะ
                  
ใหกองทัพเมืองปกเปงยกไปรบกับจอมทรราชตั๋งโตะ เปนทีแลวเราจะไดซาเติมเอาภายหลัง ทานก็จะเปนใหญ
                                                                       ้ํ
กวาคนทั้งปวง แลววาใหทานบอกกองซุนอวดใหกลับไปเชิญกองซุนจานมาเจรจากับทานดวยตนเองเถิด ทาน
หาบิดพลิวไม
           ้          กองซุนจานมาแลวจะเตรียมการตอนรับและทําพิธสงมอบทรัพยสินและเมืองกิจิ๋วใหครึ่งหนึ่ง
                                                                  ี
อวนเสี้ยวเห็นชอบกับแผนการของหองกี จึงออกไปตอนรับกอง ซุนอวดในฐานะแขกเมืองคนสําคัญ แลวแจง
แกกองซุนอวดตามคําของหองกีทุกประการ กองซุนอวดทวงสัญญาไมสําเร็จจึงเดินทางกลับ ถึงกลางทางพบ
กองทหารปกธงแสดงหนวยสังกัดวาเปนทหารของตั๋งโตะเขามาลอมกองซุนอวดไว              แลววากองซุนจานเปน
กบฏตอแผนดิน ทานอัครมหาเสนาบดีตั๋งโตะใหเรามาสังหารพรรคพวกกองซุนจานเสียใหสิ้น วาแลวก็เอา
เกาทัณฑยิงกองซุนอวดถึงแกความตาย แตแกลง ปลอยทหารทีติดตามกองซุนอวดใหหลบหนีกลับไปเมือง
                                                               ่
ปกเปง

กองซุนจานฟงรายงานจากทหารทีติดตามไปกับกองซุนอวด พิเคราะหเหตุการณแลวเชือวาเปนแผนการของ
                                    ่                                               ่
อวนเสี้ยวบิดพลิ้วสัญญา สังหารกองซุนอวดเสียแลวปายผิดไปใหกับตั๋งโตะ หากหลงกลยกกองทัพไปรบดวย
ตั๋งโตะก็จะเกิดความเสียหายขึนทั้งสองฝาย อวนเสี้ยวยอมถือเอาโอกาสนั้นยกกองทัพมายึดเมืองปกเปงของ
                              ้
เราไดโดยงาย กองซุนจานจึงโกรธอวนเสี้ยวเปนอันมาก สั่งใหระดมกองทัพเมืองปกเปงยกไปตีเมืองกิจิ๋ว ถึง
แมน้ําพวนโหนอกเมืองกิจิ๋วก็ใหตั้งคายลงที่เชิงสะพานศิลา ขามแมน้ําพวนโห ฟากตรงกันขามกับเมือง กิจิ๋ว
เตรียมการเขาโจมตีเมืองกิจิ๋วตอไป

ฝายอวนเสี้ยวทราบขาวกองซุนจานยกทัพมาตังคายอยูทริมแมน้ําพวนโห ก็ยกทหารออกไปตั้งรับกองทัพกอง
                                           ้           ี่
ซุนจานที่เชิงสะพานขามแมนาพวนโหฟากขางเมืองกิจิ๋ว แลวใหตั้งคายมันไว รุงขึ้นกองซุนจานยกทหารออก
                            ้ํ                                        ่
จากคายไปถึงเชิงสะพานก็ใหทหารหยุดอยู ตัวกองซุนจานขี่มาขึ้นไปบนกลางสะพานศิลา รองดาอวนเสี้ยวที่
บิดพลิ้วสัญญาแลวยังฆากองซุนอวดผูนอง      อวนเสี้ยวก็ขับมาออกหนาทหารดาตอบกองซุนจานหาวาชุบมือ
เปบจะยกเอาสัญญาขึ้นมาทวงไมได เพราะฮันฮกเจาเมืองกิจิ๋วมีความเมตตาตออวนเสียว ยกเมืองกิจิ๋วใหอวน
                                                                                    ้
เสี้ยวดวยความโงของฮันฮกเอง กองซุนจานไมไดลงแรงลงทรัพยสินในเรื่องนี้แมแตนอย ไมชอบที่จะมา ทวง
เอาทรัพยสินและเมืองกิจิ๋ว ดากันไปดากันมา อวนเสี้ยวโกรธสั่งบุนทิวทหารเอกใหไปฆากองซุนจานเสีย บุน
ทิวจึงขับมาขึ้นไปบนสะพานศิลา กองซุนจาน เห็นดังนั้นจึงถอยลงจากเชิงสะพานมาอยูที่พื้นดิน ครั้นบุนทิว
                                                                                      
มาถึง จึงเขารบดวยที่เชิงสะพานศิลานั้น กองซุนจานรบกับบุนทิวไดสิบเพลง ก็รับบุนทิวไวไมอยูจึงชักมาหนี
เขามาในกองทหาร สั่งใหทหารเอกสี่คนเขาลอมเพื่อจะสังหาร บุนทิวเสีย สีทหารเอกของกองซุนจานเขา
                                                                              ่



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 93



ปะทะดวยบุนทิวเพียงเพลงแรก บุนทิวก็ปลิดชีพทหารเอกกองซุนจานเสียคนหนึ่ง อีกสามคนที่เหลือ กลัวบุน
ทิวจึงชักมาหนี แตบุนทิวขับมากลับมาไลตามกองซุนจาน ฆาทหารกองซุนจานจนแตกฮือไปทั้งกอง

กองซุนจานตกใจกลัวจึงขับมาหนีอยางไมคดชีวิต จนอาวุธและหมวกเกราะหลุดรวงไปสิน มาถึงเชิงเขาลูก
                                            ิ                                          ้
หนึ่งมาที่กองซุนจาน ขี่สะดุดกอนหินลมลง กองซุนจานจึงพลัดตกจากหลังมา บุนทิวขับมาไลตามกองซุนจาน
ไปเห็นเชนนั้นจึงเงื้อทวนจะแทง กองซุนจานสิ้นทางรอดจึงพริ้มตาลงดวยความกลัวรอความตาย พลันไดยิน
เสียง "เปรง" ดังสนั่น กองซุนจานลืมตาขึ้นเห็นทวนบุน ทิวกระดอนไกลจากกายตัว จึงฉวยโอกาสนั้นรีบวิงหนี     ่
เขาไปหลบอยู ในหลืบเขา เสียงทวนปะทะกันดังสนั่น ทั้งไมเห็นบุนทิวไลตามมา กองซุนจานจึงออกมาแอบดู
ที่หลืบเขานั้น เห็นชายคนหนึ่ง "สูงหกศอก หนา ผากและคิ้วใหญ ตาโต" ใบหนาคมสันผองใส ในชุดแตงกาย
แบบชาวปา ในมือถือทวนยาวสิบเอ็ดศอกเศษกําลังขี่มารายทวนตอสูอยูกับบุนทิว กองซุนจานรําลึกเหตุการณ
สุดวิกฤติเมื่อครูแลว คิดอยูในใจวา หากมิใชชาวปาผูนใชทวนปดทวนบุนทิวไดทันการณแลว ตัวเราคงเดิน
                                                    ี้
ทางไปเยือนยมโลกแลวเปนแน เสียงทวนประกันดังสนั่นเปนระยะ ทําใหกองซุนจานตองกลับมาใหความสนใจ
เขมนมองการตอสูอยางใจจดใจจออีกครั้งหนึง เห็นชายผูนนมีเพลงทวนแคลวคลองวองไว กรายทวนแตละที
                                              ่          ั้
ราวอสุนีบาต มีพลังหนักหนวง เสียงทวนกรีดอากาศดัง "วื้อ วื้อ" ราวพยัคฆคําราม ทวนประทวนแตละที ทวน
ที่บุนทิวถือกระดอนไปอีกดานหนึ่ง รูปการณนาที่จะสังหารบุนทิวไดในชั่วไมเกินสิบเพลง แตเพลงทวนผานไป
เพลงแลวเพลงเลาก็ยังไมปรากฏผลแพชนะ กองซุนจานเปนผูบัญชาการทหารมาของเมืองปกเปงอยูดวย มี
ความ สันทัดในเชิงมา พิเคราะหดจึงเห็นปญหาใหญของชายผูนั้นวาอยูที่มาซึ่งขับขี่เขารบดวยบุนทิวนั้นหาใช
                                   ู                                 
มาศึกไม เปนแตเพียงมาแกลบที่ผอมโซตัวหนึ่ง จะชักไปซายขวาเดินหนาหรือเลี้ยวกลับดูเคอะเขินไปสิน ทั้ง้
มีอาการตื่นกลัวยามเขาใกลมาศึกของบุนทิวแตละที ฝเทามาก็ชะลอลง ผงะออกหาง ทําใหจังหวะทวน
ผิดพลาดทั้งกระบวนแทง และกระบวนฟน หากไมมีฝมือบังคับมาชั้นเชิงครูแลว สถานการณคงย่ําแยกวานี้นัก
การณกลับกลายเปนวามาที่ชายผูนั้นขี่ไดลดทอนอานุภาพเพลง ทวนไปเกือบสิ้น ในขณะที่มาศึกของบุนทิว
แคลวคลองวองไวเริงราคะนองนัก และกําลังมิไดลดหยอนลงแมแตนอย

ครั้นสิ้นเพลงทีหกสิบ มาทีชายนั้นขี่ก็ออนแรงลง ในขณะที่ บุนทิวเองก็ปวดลาไปทั้งสองแขน งามมือทีกุมทวน
                 ่           ่                                                                   ่
ปวดจนชา มีเลือด ไหลซึมที่งามมือจนแทบกุมทวนไวไมได เห็นทีจะรับมือไดอีกตอไปไมเกินสิบเพลง บุนทิว
                                 
ขุนทวนเอกของอวนเสี้ยวผูไมเคยยอมเปลืองเวลาในการสังหารศัตรู         ครันประทวนผานไปเพียงนี้แลวยังไมมี
                                                                        ้
วี่แวววาจะเอา ชนะไดเลย มิหนําซ้ํากระบวนทวนของชาวปานิรนามมิไดลาลง กลับหลั่งไหลครืนครั่นไมขาด
สายดุจดั่งน้ําหลากจากยอดผา บุนทิว จึงพรั่นใจนักคิดหาหนทางเอาตัวรอด ขณะนั้นบุนทิวไดยินเสียงโหรอง
ของทหารดังขึนมาจากตนทางที่ไลตามกองซุนจานมา เหลียวไปดูเห็นเปนทหารกองซุนจานกําลังหนุน เนื่อง
               ้
เขามาที่ กําลังตอสูกันอยูก็ตกใจเกรงจะเสียที จึงอาศัยความคลองตัวและกําลังมาศึกผละโผนออกจากทีตอสู
                                                                                                    ่ 
แลวหนีกลับไปคาย

กองซุนจานเห็นบุนทิวขับมาหนีไปแลว           และเห็นทหารของตัวทีแตกตื่นจากการรบที่เชิงสะพานรวมตัวกันได
                                                                  ่
แลวยกตามมาถึง จึงออก มาจากหลืบเขาเดินตรงเขาไปหาชายชาวปาผูนน กลาววาทานมาชวยชีวตเราไวทัน
                                                                         ั้                    ิ
ในครั้งนี้เปนคุณแกเรานัก ขอถามวาทานนีชื่อใด บานอยูแหงหนตําบลใด ชายนั้นยอตัวลงคํานับกองซุนจาน
                                            ้             
แลววา ขาพเจานี้ชื่อ "จูลง เปนชาวเสียงสาน" แลววาเดิมขาพเจาเปนทหารเลวในกองทัพอวนเสี้ยว มีหนาที่
ตรวจเวรยาม ตอมาขาพเจาเห็นวาอวนเสี้ยวเปนคนไรคุณธรรม ขาด ความกตัญูรูคุณคน ไวตัวถือยศศักดิ์ ไม
มีน้ําใจรักทหาร ขาพเจาจึงไดหนีออกมาแลวขออาศัยอยูกบชาวบานปา วันนี้ขาพเจาขี่มาจะไปเก็บของปา
                                                            ั
ผานมาถึงเชิงเขาแหงนี้เห็นทานเสียทีอยูจึงเขามาชวยเอาทวนปดทวนซึ่งจะแทงนั้นใหไกลตัวทาน บุนทิวจึง
หันมาเลนงานจะสังหารขาพเจาเสีย ขาพเจาจึงจําใจตองตอสู แลวจูลงไดหันหนาไปทางทหารของกองซุน
จานทีตามมา ยอตัวลงคํานับอยางออนนอมแลวกลาวอยางถอมตัววาขาพเจาขอบใจทานทังหลายที่ยกมา
       ่                                                                               ้
ชวยขาพเจาไวทันเวลา มิฉะนันขาพเจาคงเสียทีเอาชีวิตรอดยากเปนแนแท
                                ้

กองซุนจานและเหลาทหารทีตามมานั้นตางคอมตัวคารวะตอบจูลงดวยความชื่นชมพรอมกับกลาววาขอบ
                            ่
คุณทานที่ชวยเหลือ กองซุนจานฟงวาจูลงหนีอวนเสี้ยวมาอาศัยชาวบานปาอยูและเห็นวาจูลงทําคุณแกตัว จึง
           
ชวนจูลงมาทําราชการดวยกันที่เมืองปกเปง จูลงรับคําชวนกองซุนจานแลวพากันมาทีคาย ณ ริมแมน้ําพวนโห
                                                                                ่
ถึงคายแลวกองซุนจานสั่งใหรบจูลงเขาเปนทหารในกองทัพเมืองปกเปง
                              ั                                        เปนกองระวังหลัง        ดูแลความ
ปลอดภัยของหนวยเสบียง โดยถือ วาไดตอบแทนคุณจูลงทีไดชวยชีวตไว
                                                         ่        ิ

นี่คือความแตกตางอยางสําคัญระหวางกองซุนจานกับเลาป ที่ถึงแมจะเปนศิษยสํานักเดียวกัน เพราะเลาปนั้น
มองคนออก และวางใจชวงใชคนดีมีฝมือใหมีตําแหนงหนาที่สมแกความสามารถของคน แตกองซุนจานทั้งๆ
ที่เห็นฝมือจูลงแลวกลับไมวางใจใชสอยมอบหมายหนาทีสําคัญให มองไมออกวาคนลักษณะแบบจูลงนั้นคือ
                                                    ่
ทหารเสือ ควรแกตําแหนงยอดขุนพลของแผนดินดวยซ้ําไป



                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 94




คนแบบกองซุนจานนี้จึงไมสามารถทําการใหญได        แมแตจะรักษาชีวิตตนไวก็ยากยิ่งนัก      กองซุนจานไมมี
โอกาสไดเห็นอนาคตของชายชาวปาผูนี้วาในวันขางหนาคือยอดขุนพลของอาณาจักรฉูส             เปนยอดขุนพลที่
พญามังกรแหงเทือกเขามังกรหลับ จูกัดเหลียง-ขงเบง วางใจมากที่สดในบรรดาขุนพลทังปวงของจกกก สาม
                                                                   ุ                   ้
กกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) กลาวถึงการตอสูระหวาง จูลงกับบุนทิวในครั้งนี้วา ตอสูกันถึงหกสิบเพลงไม
                                                                                        
ปรากฏผลแพชนะ โดยไมมีขอสังเกตเกี่ยวกับมาที่จลงขี่จึงทําใหเขาใจและสงสัยไปไดวาฝมือและเชิงรบของจู
                                                 ู
ลงจะแคเพียงเสมอดวย บุนทิวกระนั้นหรือ ถาเชนนั้นหากจะเปรียบเทียบฝมอจูลงกับกวนอูแลว จะไมตางกัน
                                                                        ื
ราวฟากับดินดอกหรือ เพราะในภายหนากวนอูใชงาวนิลนาคะปลิดศีรษะ บุนทิวรวงลงพืนในชั่วไมถึงสิบเพลง
                                                                                     ้
เทานั้น

ความจริงแลวการตอสูระหวางจูลงกับบุนทิว หากมีมาศึกเสมอกันก็นาทีจลงจะปลิดศีรษะออกจากบาบุนทิวได
                                                                     ่ ู
ในชั่วไมเกินสิบเพลงรบ แตการตอสูกลับยืดเยื้อมาจนสิ้นเพลงที่หกสิบยังไมปรากฏผลแพชนะนั้น เนื่องจาก
ความดอยของมาที่จลงขี่ซึ่งเปนเพียงมาแกลบผอม โซหาใชมาศึกไม จึงกลายเปนตัวถวงรั้งใหเพลงทวนของ
                    ู
จูลงแทบไรอานุภาพ แตกระนั้นทั้งสองแขนและงามนิวของบุนทิวที่กุมทวนตองบาดเจ็บและ ออนลาจนแทบ
                                                      ้
ถือทวนไวไมไหว เพราะเหตุที่กองซุนจานมองคนไมออก จึงสั่งบรรจุจูลงไวในตําแหนงพลทหารของกองทัพ
เมืองปกเปง แลวมอบหนาที่ใหอยูกองหลัง ดูแลความปลอดภัยของเสบียงเทานั้น การใชคนของกองซุนจาน
จึงเปนการใชคนโดยไมสอดคลองกับความปรีชาสามารถของคน                   จูลงซึ่งเปรียบประดุจดังกระบี่วิเศษจึง
เหมือนกับตกอยูในมือพอครัว และถูกใชไปสําหรับหั่นผักปลาเทานั้น ฝายอวนเสี้ยวเห็นกองทหารของกองซุน
จานแตกฮือ และบุนทิว ไลตามกองซุนจานไปก็ดีใจยิ่งนัก ตังตาคอยวาอีกเพียงครู บุนทิวคงหิ้วศีรษะกองซุน
                                                          ้
จานมาเปนกํานัลแกตน ครั้นเห็นบุนทิวกลับมาตัวเปลาในสภาพออนลารอแรเชนนั้น จึงรีบเขามารับบุนทิวแลว
ถามวาเกิดเหตุการณประการใดขึ้น บุนทิวจึงเลาความใหอวนเสี้ยวฟงทั้งสิน แลววาขาพเจาหวิดที่จะไดศีรษะ
                                                                         ้
กองซุนจานมาคํานับทานอยูแลว แตไมรูวามีไอบามาจาก ทีไหนเขามาขวางไว คนผูนี้มีเพลงทวนแคลวคลอง
                                                            ่
วองไวจัดจานนัก และทหารกองซุนจานก็ยกตามไปสมทบ ขาพเจาเกรงจะเสียทีจึงปลีก ตัวกลับมาหาทาน ขอ
อภัยทานดวยเถิดที่ทาใหทานตองรอศีรษะกองซุนจานเกออยูดังนี้
                      ํ

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

สามพี่นองแหงสวนทอพบจูลง (ตอนที่ 42)

ผานศึกวันแรกแลว ทั้งกองทัพเมืองปกเปงของกองซุนจานและกองทัพเมืองกิจิ๋วของอวนเสี้ยวยังคงปกหลัก
คุมเชิงกันอยูคน ละฟากแมนาพวนโห ทีมีสะพานศิลาทอดเชื่อมระหวางสองฟาก ตกค่ําลงอวนเสี้ยวจึงใหหา
                            ้ํ         ่
หองกีมาปรึกษาแผนการรบในวันรุงขึ้น หองกีเสนอแผนการ "ปราบโจรตองฆาหัวหนาโจรกอน" และวางแผน
ใหจัดกําลังโดยมุงสังหารกองซุนจานเปนสําคัญ สิ้นกองซุนจานแลวกองทัพเมืองปกเปงก็จะแตกทัพไปเปนแน
แท

อวนเสี้ยวเห็นดวยกับแผนการของหองกี จึงสั่งใหงันเหลียง บุนทิว สองทหารเอกนํากําลังเกาทัณฑคนละพัน
ไปซุมอยูในปาออเชิงสะพานฟากเมืองกิจิ๋วทั้งสองดาน เมื่อไดสัญญาณแลวใหระดมยิงกองซุนจานพรอมกัน
แลวตั้งใหจกยี่เปนกองหนา คุมพลเกาทัณฑแปดรอยและทหารอีกหมื่นหาพันยกไปตั้งมั่นอยูที่เชิงสะพาน รอ
ฟงสัญญาณแลวเขาตีพรอมกัน สวนอวนเสียวคุมกําลังพลหาหมื่นเปนกองหลังตั้งหลักอยูในคาย ใหทุกหนวย
                                         ้                                        
เขาประจําจุดรบใหเสร็จสิ้นกอนพระอาทิตยขน ึ้

ฝายกองซุนจานค่ํานั้นก็กําหนดแผนการรบสั่งใหยํากงทหารเอกเปนกองหนา จัดทหารอีกสองกองเปนปกซาย
ปกขวา สวนกองซุนจานเปนทัพหลวง ใหจลงเปนกองหลังคอยระวังเสบียง รุงขึ้นกองซุนจานก็ยกทหารไปที่
                                             ู
เชิงสะพานตั้งขบวนตามแผน การรบที่วางไว แลวใหทหารตีกลองศึกทารบดวยกองทัพของอวนเสียว แต    ้
หองกีนิ่งเฉยไวไมโตตอบ เสียงกลองศึกทารบดังมาจากฝายกองซุนจานตังแตเชาจนถึงเที่ยง เหตุการณขาง
                                                                         ้
ฟากของอวนเสียวยัง คงเงียบสงบ ถึงเที่ยงแลวทหารฝายกองซุนจานทั้งรอนทั้งอิดโรย ยํากงทหารเอกซึ่งเปน
                ้
กองหนาของกองซุนจานอดรนทนตอไปไมได             จึงยกทหารขามสะพานศิลาปะทะกับจกยี่ทหารเอกของอวน
เสี้ยวซึ่งเปนกองหนา จกยีทําทีลอถอยมาจนพนเชิงสะพานจนกระทั่งกองหนาของกองซุนจานมาถึงจุดซุมก็จุด
                           ่
พลุใหสัญญาณขึ้น ทหารของงันเหลียง บุนทิว ทีซุมอยูทงสองขางสะพานก็ใชเกาทัณฑระดมยิงถูกทหารยํา
                                                   ่     ั้
กงลมตายเปนอันมาก ยํากงเห็นจะตานทานไมไดก็ถอยรนมาทางเชิงสะพานขางทีฝายตัวตั้งคายอยู จกยี่ เห็น
                                                                               ่
เปนทีจึงขับมาฝาทหารเขารบกับยํากง ตอสูกนหาเพลงก็เอางาวฟนถูกยํากงตกมาตาย
                                               ั




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 95



ในขณะนั้นปกซาย ปกขวาของกองซุนจานก็ยกทหารเขาโจมตีกองหนาของจกยี่ แตถูกกองซุมของงันเหลียง
บุนทิว ระดมยิงเกาทัณฑสกัดไว ทหารทั้งสองฝายตอสูกันเปนสามารถ ฝายจกยี่เมื่อสังหารยํากงแลว ก็ยก
ทหารเขาตีทหารของยํากงทีแตกพายแลวถอยรนไปจนถึงกองทัพหลวงของกองซุนจาน จกยี่ฝาทหารเขาไป
                             ่
ฟนธงประจําตัวแมทัพของกองซุนจานลมลงและสังหารพลธงนั้นเสีย         กองทัพหลวงของกองซุนจานกับกอง
หนาของจกยี่จงตะลุมบอน กันขึ้นที่เชิงสะพานนั้น กองซุนจานตานไวไมอยู ถอยรนมาถึงกองหลัง จูลงเห็น
                ึ                                                                                   
ดังนั้นจึงขับมาศึกเขาชวยกองซุนจาน ปรี่เขาไปหาจกยีแลวเอาทวนแทงจกยี่ตกมาตาย แลวจูลงจึงขับมาฝา
                                                       ่
เขาไปในทามกลางทหารของจกยี่ สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) บรรยายสถานการณการรบตรงนีวา "จู    ้
ลงขับมาไปขางขวาก็ขวาแตก ไปขางซายก็ซายแตก หาผูใดตาน ทานมิได"
                                                        

กองซุนจานครันเห็นจูลงเขาแกสถานการณจนทหารกองหนาของ จกยี่แตกฮือระส่าระสายก็คุมทหารกลับมา
                ้                                                                ํ
ชวยจูลงฆาทหารจกยี่เสีย เปนอันมาก กองหนาของจกยี่จงแตกหนีกลับขามสะพานไปทางดาน คายของอวน
                                                           ึ
เสี้ยว ในขณะที่จกยี่บุกเขาฟนธงประจําแมทพของกองซุนจานลมลงนั้น หนวยลาดตระเวนของอวนเสี้ยวเห็น
                                            ั
เหตุการณจึงเขาไปรายงานอวนเสี้ยวถึงในคาย       อวนเสี้ยวคิดวากองทัพของกองซุนจานแตกแลว        จึงคิด
ประมาทคุมทหารเกาทัณฑหาสิบคนพรอมพลทหารอีกสามรอยคนยกออกมานอกคาย เห็นสถานการณอีกฟาก
                             
หนึ่งของแมน้ําพวนโหททัพหลวงของกองซุนจานแตกถอยรนไปดานกองหลังก็หัวเราะเยาะขึ้นดวยเสียงอันดัง
                         ี่
วาเราคิดกลเพียงเทานี้ ไอกองซุนจานก็แพเสียแลว อวนเสียวหัวเราะไมทนสิ้นเสียง ทั้งจูลงและกองซุนจานตี
                                                             ้          ั
กองหนาของจกยี่แตกแลวไลตามตีขามสะพานมา โดยที่กองซุมของงันเหลียงและบุนทิวก็ถูกปกซายขวาของ
กองซุนจานรบสกัดไว ดังนันเมื่อกองซุนจานและจูลงเห็น อวนเสี้ยวคุมทหารออกมาจึงยกทหารเขาไปลอม
                               ้
อวนเสี้ยวไว อวนเสี้ยวและทหารตกอยูในวงลอมของทหารกองซุนจาน ในขณะนั้น งันเหลียง ซึ่งทําหนาที่เปน
กองซุมอยูขางสะพานขางหนึง เห็นอวนเสี้ยวตกอยูในอันตรายจึงยกทหารออกจากจุดซุม เขาไปลอมกองซุน
                                 ่
จานและจูลงไวอีกวงหนึ่ง

การรบ ณ จุดนีเกิดเปนการลอมสองชั้นโดยอวนเสี้ยวอยูชั้นในสุด ลอมไวดวยทหารของกองซุนจาน โดยมีจูลง
                   ้
อยูในที่นั้นดวย ในขณะที่งันเหลียงและทหารอวนเสี้ยวก็ลอมกองซุนจาน จูลง ไวรอบนอก สภาพเชนนี้อวน
เสี้ยวตกอยูในวงลอมชั้นหนึ่ง แตในอีกลักษณะหนึ่งกองซุนจานและจูลงก็ถูกลอมประกบไวถึงสองชั้น คืออวน
เสี้ยวอยูชั้นหนึงและงันเหลียงอยูอีกชั้นหนึ่ง จูลงเห็นดังนั้นก็รูวาเหตุการณกําลังจะเขาทีคบขันเพราะทหารของ
                ่                                                                           ่ ั
อวนเสี้ยวกําลังหนุนเนื่องเขามาอีก       จึงพากองซุนจานกับทหารรบตีฝาวงลอมของงันเหลียงออกมาหนีขาม
                                                                              
สะพานจะกลับไปทางคายตัว อวนเสี้ยวและงันเหลียงก็คุมทหารไลตามตีฆาฟนทหารกองซุนจานลม ตายและ
ตกน้ําลงเปนอันมาก อวนเสียวและงันเหลียงยกทหารไลตามตีกองซุนจานและจูลง ไปเปนระยะทางถึงหาสิบ
                                ้
เสนถึงเนินเขาแหงหนึ่ง ทันใดนั้นอวนเสี้ยว ไดยินเสียงกึกกองฝุนตลบ เห็นกองทัพหนึ่งเคลื่อนเขามาอยางรวด
เร็วตรงมายังทิศทางที่กําลังไลตามกองซุนจานอยูนั้น กองทัพที่เคลื่อนมานั้นคุมกันรับเอากองซุนจาน จูลง
และทหาร ที่หนีไป แลวยังคงเคลื่อนกองหนาซึ่งเปนทหารมาลวนตรงมายังกองทหารของอวนเสี้ยวและงันเหลี
ยง เห็นธงประจําทัพพื้นเหลือง ขอบ ธงเปนสีแสดพลิ้วสบัด มีชื่อเลาปเปนแมทัพ ใกลเขามาก็เห็นเลาป กวนอู
เตียวหุย ขับมานําทหารตรงเขามาสกัดทหารหนามาของอวนเสี้ยวแลวตีฝาเขามาจะรบดวยอวนเสี้ยว อวนเสี้ยว
เห็นดังนั้น "ก็ตกใจหาสติมิได งาวทีถืออยูนั้นก็พลัดตกลงจากมือ" จึงรีบชักมากลับมาทางดานหลัง สั่งให
                                        ่     
ทหารถอยหนีกลับไปคายที่รมน้ํา พวนโหนั้น
                              ิ

อวนเสี้ยวหนีกลับไปแลว เลาป กวนอู เตียวหุย จึงพากันมาคารวะกองซุนจาน ตางฝายตางยินดีที่ไดพบกัน
แลวพากันกลับมา ยังคายที่รมน้ําพวนโห ถึงคายแลวกองซุนจานไดจดเลี้ยงตอนรับเลาป กวนอู เตียวหุย ณ
                                ิ                                    ั
คายบัญชาการของตัว แลวกลาวแกเลาปวาครั้งกอนบุนทิว ทหารเอกอวนเสี้ยว ไลตามจะสังหารเรา จูลงไดเขา
ชวยไว ชีวตจึงรอดมา ครั้งนี้อวนเสี้ยวไลตามตีเรา ทานก็มาเขาชวยเหลือไวไดทันทวงที จึงไดรอดชีวิตดวยมือ
            ิ                     
ทาน นับเปนคุณลนเหลือแกตวเรา วาแลวก็สง สุราแกเลาป แลวคํานับเปนการแสดงความขอบคุณ เลาปจึงวา
                                    ั       
ทานอยาไดตดใจในเรื่องนี้เลย เราเปนศิษยสํานักเดียวกันดุจดั่งพี่นอง ทุกขของทานก็ดงทุกขของขาพเจา
               ิ                                                                            ั่
ครั้งนี้ขาพ เจาไดยินขาววาทานยกกองทัพมารบดวยอวนเสียวจึงรีบยกตามมา ตัวขาพเจานียังคิดถึงคุณทานที่
                                                          ้                               ้
ไดชวยกราบทูลถวายฎีกาตอพระเจาเลนเต โดยไมเกรงภัยจากสิบขันที จนขาพเจาไดรับโปรดเกลาฯ แตง ตั้ง
ใหเปนเจาเมืองเพงงวนกวน ไดอยูเปนสุขจนถึงทุกวันนี้

ในขณะที่กลาวกับกองซุนจานนั้น         เลาปเห็นจูลงกําลังมองมาก็ยิ้มใหดวยไมตรีแลวคอมศีรษะลงเปนทีคํานับ
ดวยวาสนาที่ไดทํานุบารุงกันมาแตปางกอน ทั้งเลาป จูลงตางมีความรูสึกผูกพันพึงใจนับถือศรัทธากันตั้งแต
                     ํ                                                       
บัดนั้น กองซุนจานเห็นเลาปเขมนมองจูลง จึงเรียกจูลงเขามาแลววานี่คือจูลง คนทีชวยชีวิตขาพเจาแลวใหจู
                                                                                        ่
ลงคารวะทําความรูจักกับเลาป เลาปเห็นดังนั้นจึงกาวเขาไปเอามือทั้งสองกุมมือทั้งสองของจูลงไวแลว โอบ
กอดและวา ขาพเจากับกองซุนจานนี้เปนศิษยรวมสํานัก ทานไดชวยเหลือกองซุนจานไวในครั้งนี้ก็เหมือนกับ
ไดทําคุณไวกับใจขาพเจาดวยเชนเดียวกัน จูลงคอมตัวลงคารวะเลาปอีกครั้งหนึ่ง แตมิไดพูดจาประการใด



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                  หนาที่ 96




ความศรัทธาและใจรักเลาปประดังขึ้นมาเต็มลําคอ ออกเสียงประการใดมิได คารวะแลวจึงยืนนิ่งอยู การศึกทั้ง
สองวันทําใหทงสองฝายสูญเสียทหารเปนอันมาก ดังนั้นทังกองทัพอวนเสี้ยว และกองทัพกองซุนจานจึงไดแต
                ั้                                     ้
คุมเชิงตั้งมั่นอยูสองฟากของแมน้ําพวนโห    จนเวลาลวงไปเดือนเศษขางฝายตั๋งโตะครองอํานาจอยูในเมือง
เตียงอันราชธานีใหม ในขณะที่กองทัพเมืองปกเปงยกมารบกับกองทัพเมืองกิจิ๋วนั้น หนวยลาดตระเวนทราบ
เหตุการณก็สงขาวเขาเมืองหลวงรายงานตอลิยู    กุนซือเจาปญญาของตังโตะ
                                                                        ๋         รายงานการศึกใหทราบทุก
ประการ ลิยูทราบความแลวจึงเขาไปรายงานตอตั๋งโตะแลวเสนอวากองทัพเมืองปกเปงและกองทัพเมืองกิจิ๋วที่
ทําสงครามกันอยูนี้หากฝายใดฝายหนึ่งไดชยชนะก็จะมีน้ําใจกําเริบ ตั้งตัวขึ้นเปนใหญ แลวจะยกมาทํารายเรา
                                          ั
เปนมั่นคง

ตั๋งโตะฟงดังนันจึงปรึกษาดวยลิยูวาทานจะคิดอานประการใด ลิยูจึงวาขอใหทําเปนรับสั่งของพระเจาเหี้ยนเต
                ้                  
ถึงอวนเสี้ยว และกองซุนจาน ใหยุตสงครามแกกัน และใหแตละฝายยกทัพกลับคืนเมืองของตน ดังนี้แลวทั้ง
                                     ิ
สองเมืองก็จะอยูภายใตการบังคับบัญชาของทานสืบไป ทังจะคุมเชิงกันและกันอยูตลอดไป ไมเปนภัยแกเรา
                                                        ้
ไดอีก ตั๋งโตะเห็นชอบกับแผนการของลิยู จึงใหปลอมพระบรมราชโองการของพระเจาเหียนเต แลวใหเตียวกี
                                                                                      ้
กับมาหยิดเชิญพระบรมราชโองการปลอมนั้นไปใหแกอวนเสียวและกองซุนจาน ณ กองทัพสองฟากแมนาพวน
                                                          ้                                        ้ํ
โห

อวนเสี้ยวครั้นทราบวามีพระบรมราชโองการมาถึงตัวก็แตง พิธีรับพระบรมราชโองการตามธรรมเนียม รับทราบ
พระบรมราชโองการแลวก็ยอมทําตามรับสั่ง แตตั้งมั่นฟงความจากฝายกองซุนจานอยู สองขุนนางที่เชิญพระ
บรมราชโองการจึงไปยังกองทัพของกองซุนจาน ฝายกองซุนจานเมื่อรูวามีพระบรมราชโองการถึงตัวก็แตงพิธี
รับพระบรมราชโองการเชนเดียวกัน แลวถามสองขุนนางที่เชิญพระบรมราชโองการวา ฝายอวนเสียวมีความคิด
                                                                                        ้
อานประการใด ในสวนของขาพเจานั้นพรอมที่จะปฏิบัตตามพระบรมราชโองการทุกประการ สองขุนนางจึงวา
                                                      ิ
ฝายอวนเสี้ยวพรอมที่จะปฏิบตตามพระบรมราชโองการนั้น
                               ั ิ                          แลวบอกกําหนดใหกองซุนจานยกกองทัพกลับ
เมืองปกเปง กองซุนจานก็ยินยอมรับเอา สองขุนนางจึงกลับไปบอกความแกอวนเสี้ยวถึงกําหนดวันยกทัพกลับ
เมืองกิจิ๋วอวนเสี้ยวก็รับเอา สองขุนนางจึงเดินทางกลับเมืองหลวง รายงานใหตั๋งโตะทราบ

ถึงวันกําหนดทังกองทัพเมืองปกเปงและกองทัพเมืองกิจิ๋วจึงเลิกทัพกลับ ฝายกองซุนจาน เลาป กวนอู เตียว
                 ้
หุย เมื่อเดินทัพกลับถึงเมืองเพงงวนกวนจึงหยุดทัพอยูแลวล่ําลากันตามธรรมเนียม ในระหวางทีล่ําลากันนั้น จู
                                                                                                ่
ลงไดเขามาคอมตัวคารวะเลาปแลววา "แตกอนขาพเจาเห็นวาอวนเสี้ยวเปนคนหยาบชา ขาพเจาจึงมาอยูดวย
                                            
กองซุนจาน บัดนี้เห็นวากองซุนจานนี้หามีความคิดมิได ขาพเจาจึงมีความลําบากใจ ครั้นมาเห็นทานคอยมี
สติปญญาคิดวาจะทําราชการดวยก็ตางคนตางอยู มิรที่จะทําประการใด" ขณะที่กลาวนันสีหนาจูลงเศราหมอง
                                                      ู                              ้
นัก เต็มไปดวยความอาลัย เลาปเขาไปจับมือจูลงมากุมไวกับอกแลววาทานกับเราแมเพียงพบกันครั้งแรกก็
รูสึกประหนึ่งมีวาสนารวมกันมาแตปางกอน        น้ําใจขาพเจาใครไดทานมาทําการดวยนัก    แตกองซุนจานกับ
ขาพเจานั้น เปนศิษยรวมสํานักมีคุณตอกันเปนอันมาก "ทานจงคอยอยูกับกองซุนจานกอนเถิด ถาชีวตมิตาย
                                                                                                      ิ
สืบไปภายหนา ทานจะไดทาราชการดวยเราเปนมั่นคง จงจําคํานี้ไวอยาลืม" กลาวดังนี้แลวสีหนาเลาปก็สลด
                             ํ
ลง น้ําตาเออคลอเต็มทั้งสองเบาตา อาลัยจูลงยิ่งนัก จูลงเห็นเชนนั้นก็พลอยรองไหรักเลาป ล่ําลากันเสร็จแลว
                                              
เลาป กวนอู เตียวหุย จึงยกเขาเมืองเพงงวนกวน สวนกองซุนจานก็นําทหารกลับไปเมืองปกเปงดังเกา

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ดาวเสือขาวรวงจากฟากังตั๋ง (ตอนที่ 43)

ดินแดนที่เรียกวาแควนกังตั๋งนัน ตั้งอยูทางตอนใตของแมนา แยงซี ทางดานตะวันออกมีอาณาเขตติดกับทะเล
                                ้                          ้ํ
ตังไฮ หรือทะเลตะวันออก มีเมืองเตียงสาเปนศูนยกลาง และมีหัวเมืองเอก โท ตรี ถึงแปดสิบเอ็ดหัวเมือง เปน
ดินแดนที่อุดมสมบูรณ ซุนเกี๋ยนเจาเมืองเตียงสานั้นมีภรรยาสองคนเปนพีนองรวมอุทร เดียวกัน ผูพี่ชองอฮู
                                                                         ่                           ื่
หยิน ผูนองชื่องอยี่ฮูหยิน ผูพมีบุตรชายสี่คนคือซุนเซ็ก, ซุนกวน, ซุนเสียง และซุนของ ฝายผูนองมีบตรชาย
                                  ี่                                                               ุ
คนหนึ่งชื่อซุนลอง และบุตรหญิงอีกคนหนึ่งชื่อ ซุนหยิน และมีบตรบุญธรรมอีกคนหนึ่งชื่อกองเล ซุนเกี๋ยนมี
                                                                 ุ
นองชายอีกคนหนึ่งชื่อ ซุนแจง นับตั้งแตซุนเกี๋ยนไดตราพระลัญจกรมาครองแลว ความเปนปกติสุขที่เคยมีมา
แตกาลกอนก็เปลี่ยนแปลงไป มีแตความวุนวายใจดวยความพยาบาทดวยอวนเสี้ยวเจาเมืองกิจิ๋ว และเลาเปยว
เจาเมือง เกงจิ๋ว ซึ่งสมคบกันจะชิงเอาตราพระลัญจกรคืนสถานหนึ่ง และวุนวายใจดวยความคิดที่จะตั้งตัวขึ้น
เปนเจาอีกสถานหนึ่ง ใบหนาซุนเกี๋ยน ที่เคยผองใสประดุจหยกขาวก็หมองลง อาถรรพแหงตราพระลัญจกรดู
เหมือนวากําลังปกคลุมฟากฟาเมืองกังตั๋งแลว




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 97



ฝายอวนสุดเจาเมืองลําหยง      ครั้นไดทราบขาววาอวนเสี้ยวผูพี่ได ครองเมืองกิจิ๋วก็มีจิตคิดโลภอยากได
ประโยชนแบงปนบาง จึงมีหนังสือใหทหารถือไปขอมาจํานวนพันตัวจากอวนเสี้ยว แตอวนเสี้ยว ไมยอมให
ความคิดแบบผีสิงยังไมยอมหยุด อวนสุดจึงใหทหารมีหนังสือไปขอเสบียงจากเลาเปยวอีกทางหนึ่ง เลาเปยวก็
ไมใหเพราะไมไดมีความสัมพันธอะไรกันแมแตนอย อวนสุดจึงผูกอาฆาตและโกรธเคืองทั้งอวนเสียวผูพี่ ทั้ง
                                                                                                 ้  
เลาเปยวคนรวมโลกดังนั้น อวนสุดจึงคิดอานหาทางลางแคนทั้งที่ไมควรแคนเอากับอวนเสี้ยวและเลาเปยว คิด
แลวก็ใหทหารถือหนังสือไปถึงซุนเกี๋ยน เมืองเตียงสาวาเมื่อครั้งที่ทานไดตราพระลัญจกรไวนั้น อวนเสี้ยวมีจิต
                                                                     
ริษยาคิดแยงชิงตราพระลัญจกรเพื่อตั้งตนขึนเปนเจา และเปนตัวการสั่งใหเลาเปยวยกทหารออกมาสกัดตอน
                                          ้
ทานยกทัพกลับเมือง กังตั๋ง หากวาสนาทานจะไดเปนใหญทานจึงยกทัพกลับเมืองกังตั๋งโดย สวัสดีพรอมดวย
ตราพระลัญจกรนั้น แลวยังยุตอไปวาบัดนี้อวนเสี้ยวกับเลาเปยวกําลังคบคิดกันจะยกกองทัพไปตีเอาเมืองกังตั๋ง
                             
เพื่อชิงเอาตราพระลัญจกรอีก ขอใหทานยกกองทัพไปตีเมืองเกงจิ๋ว สวนตัวขาพเจาจะชวยทานแกแคน และ
จะยกไปตีเมืองกิจิ๋ว ซึ่งอวนเสี้ยวครองอยูนน ซุนเกี๋ยนรับหนังสือของอวนเสี้ยวแลวตองดวยแรงพยาบาทที่
                                            ั้
ครองใจอยู จึงเรียกขุนนางและแมทัพนายกองมาปรึกษา แตบรรดาคนเหลานั้นเห็นวา ขณะนี้ซุนเกี๋ยนเพิ่งตั้ง
ตัวยังไมมั่นคงดีนัก จักตองอาศัยระยะเวลาอีกชวงหนึ่งจึงคอยทําการ แตซุนเกี๋ยนไมฟงคํา แลวกลาววาเลา
เปยวกับเรานั้นมีความแคนตอกัน ไมอาจอยูรวมฟาเดียวกันได ถึงมาตรวาอวนสุดจะไมมหนังสือมาทั้งนี้ เราก็
                                                                                       ี
คิดจะยกกองทัพไปตี เมืองเกงจิ๋วอยูแลว ใชจะหวังความชวยเหลือใดๆ จากคนอื่น วาแลวจึงตั้งอุยกายใหเปน
แมทัพเรือ จัดเตรียมกองทัพเรือพรอมทหารและอาวุธยุทโธปกรณ ถึงวันฤกษดีแลวจะไดกรีธาทัพยกไปตีเมือง
เกงจิ๋ว

ในระหวางที่อุยกายกําลังเตรียมทัพอยูที่ชายทะเลนั้น กองเรือลาดตระเวนของเมืองเกงจิ๋วตรวจพบเหตุการณ
                                        
จึงรายงานใหเลาเปยว ทราบ เลาเปยวจึงเรียกประชุมขุนนางและแมทัพนายกองเมืองเกงจิ๋ว ปรึกษาการศึกวา
จะเปนประการใด เกงเหลียงทหารเอกซึ่งเปนที่ปรึกษาใหความเห็นวากองทัพเมือง กังตั๋งเปนชาวเรือ ไมถนัด
การรบทางบก เราจะตั้งรับทัพกังตั๋งบนบก ก็จะไดชยชนะตอกองทัพกังตั๋งเปนมั่นคง แลวเสนอแผนการให ตั้ง
                                                    ั
หองจอเจาเมืองกังแฮ ซึ่งขึ้นตอเมืองเกงจิ๋วเปนกองทัพหนา เลาเปยวเปนกองทัพหลวง ยกไปตั้งรับทัพเมือง
กังตั๋งที่ปากแมน้ําฮวนเสีย เลาเปยวเห็นชอบดวย จึงสั่งการตามแผนการของเกงเหลียงทุกประการ

ครั้นถึงวันฤกษดี อุยกายเตรียมกองทัพเรือและทหารไวพรอมสรรพ ตัวซุนเกี๋ยนลงมาคอยฤกษอยูทฐานทัพเรือ  ี่
โดยมีซุนแจงผูนอง นําบุตรทังเจ็ดคนไปทีฐานทัพเพื่อสงกองทัพซุนเกี๋ยน แลววากับซุนเกี๋ยนวาเมืองกังตั๋งนี้
                               ้          ่
เพิ่งสงบสุข ตัวทานก็เพิ่งตั้งตัวสมควรตรึกตรอง ดูสักครั้งหนึ่งกอนวาควรทําสงครามในชวงนี้หรือไม ซุนเกี๋ยน
จึงวาแตกอนมาตัวเราผูเดียวยังสามารถตั้งตัวไดถึงเทานี้ มาบัดนี้เมืองกังตั๋งก็อุดมสมบูรณ ผูคนก็มาก ทหารก็
                                                                                               
พรอม      หากจะนิ่งเสียความแคนสุมแนนในอกเราหาความสบายมิได               ทั้งไมสมกับความเปนชายชาติทหาร
จําเปนที่จะตองลางความอัปยศใหจงได

ซุนเซ็กผูบุตรไดยินบิดาและอาตนตอบโตกันอยูดั่งนั้น จึงขอตอ ซุนเกี๋ยนติดตามไปในกองทัพดวย ซุนเกี๋ยนมี
ใจรักซุนเซ็กผูบุตร
                         หวังใหมีประสบการณในการสงครามจึงอนุญาต          ครั้นไดฤกษแลวซุนเกี๋ยนก็ลงเรือ
บัญชาการ ยกกองทัพขามอาว ไปถึงปากแมน้ําฮวนเสียที่ตดตออยูกับเมืองกังแฮ ซึ่งบัดนี้กองทัพของเมืองเกง
                                                         ิ
จิ๋วไดมาตั้งรับอยูกอนแลว ในขณะที่ กองทัพเรือของซุนเกี๋ยนเคลื่อนเขามาใกลปากแมน้ําฮวนเสีย หองจอ
ทหารเอกกองหนาของเลาเปยวก็สั่งใหทหารตั้งกองเรียงรายอยูตามริมแมน้ํา ใชเกาทัณฑยิงกองทัพซุนเกี๋ยน
ฝายซุนเกี๋ยนสังเรือรบไมใหเขาเทียบฝง ใหลอยลํารับลูกเกาทัณฑอยูถึงสามวันสามคืนจนทหารของหองจอ
                  ่
หมดลูกเกาทัณฑ

ซุนเกี๋ยนเห็นดังนั้นจึงสั่งใหกองทัพเรือเขาเทียบฝง   ใหเทียเภาและอุยกายยกทหารเปนสองกองเขาโจมตี
กองทัพของหองจอ ทหารทั้งสองฝายตะลุมบอนกัน บาดเจ็บลมตายลงเปนอันมาก หองจอเสียทหารฝมือดีใน
กองทัพไปหลายคน เห็นจะรับมือกองทัพซุนเกี๋ยนไมไดจึงรีบหนีเขาไปเมืองเกงจิ๋ว ซุนเกี๋ยนสั่งใหทหารใน
กองทัพเรือชักเอาลูกเกาทัณฑซึ่งทหารหองจอยิงมาติดกับเรือรบออกแลวนับดูไดลูกเกาทัณฑถึงสิบหาหมื่น
แลวจึงสั่งใหยกทัพไปเมืองเกงจิ๋ว      โดยใหเทียเภายกกองทัพเรือไปทีตําบลทาฮั่นกั๋งเพื่อยกพลขึ้นบกตรงไป
                                                                     ่
เมืองเกงจิ๋ว สวนตัวซุนเกี๋ยนเองยกทหารไปตามทางบกตรงไปเมืองเกงจิ๋ว ฝายเลาเปยวเมื่อไดรับรายงานการ
ศึกจากหองจอแลวก็ตกใจ จึงหาเกงเหลียงมาปรึกษาวาจะทําประการใด เกงเหลียงเสนอใหตั้งมั่นอยูในเมือง 
แลวขอความชวยเหลือจากอวนเสี้ยว แตชัวมอทหารเอก ซึ่งเปนพี่ภรรยาของเลาเปยวไมเห็นดวย อางวา
กองทัพเมืองกังตั๋งมาประชิดอยูเชนนี้จะมัวขอใหอวนเสียวมาชวยเหลือคงไมทันการณ ขออาสายกทหารไปตี
                                                      ้
ทัพซุนเกี๋ยนเอง เลาเปยวจึงอนุญาตใหชัวมอยก ทหารไปตีทัพซุนเกี๋ยน

กองทัพของชัวมอปะทะกับกองทัพของซุนเกี๋ยนทียกมาทางบก เทียเภา ทหารเอกของซุนเกี๋ยนออกรบดวยชัว
                                           ่
มอไดสิบเพลง ชัวมอสูไมไดก็ขับมาหนี กองทัพซุนเกี๋ยนจึงไลตามตีทหารชัวมอแตก กองทัพของชัวมอ



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                              หนาที่ 98



สูญเสียทหารเปนจํานวนมาก ชัวมอจึงนําทหารทีแตก หนีมานั้นยกกลับเขาเมืองเกงจิ๋ว หลังจากเลาเปยวไดฟง
                                            ่
การศึกจากชัวมอแลวก็ตกใจ เกงเหลียง ลําเลิกวาการทั้งนี้เปนเพราะเลาเปยวไมเชื่อฟง การทีชัวมอแพศกมา
                                                                                           ่        ึ
ครั้งนี้จําเปนตองลงโทษประหารตามพระอัยการศึก แตเลาเปยวเกรงใจนางชัวฮูหยิน ภรรยา ซึ่งเปนผูนอง     
ของชัวมอ จึงมิไดเอาโทษ ฝายซุนเกี๋ยนไลตามตีชัวมอมาจนถึงกําแพงเมืองเกงจิ๋ว เห็นขางในเมืองปดประตู
เมืองแลวใหทหารขึ้นรักษาการณบนเชิงเทินอยางแนนหนา จึงตั้งคายลงลอมเมืองเกงจิ๋วไว

วันหนึ่งขณะทีซุนเกี๋ยนตรวจทหารอยูที่นอกคาย เกิดพายุใหญพัดมา ธงชัยสําหรับแมทัพประจําตัวซุนเกียนหัก
             ่                                                                                   ๋
สะบั้นลง ฮันตงทหารเอกเห็นเปนลางรายจึงเสนอใหซุนเกียนเลิกทัพกลับไปเมืองกังตั๋ง แตซุนเกี๋ยนไมยอม
                                                         ๋
แลววา การศึกครั้งนี้กองทัพเมืองกังตั๋งไดรบชัยชนะตลอดมา บัดนี้จวนจะไดเมืองเกงจิ๋วอยูแลวจะกลัวไปไย
                                            ั
กับสายลมพัด เพลาดึกของค่ํานี้เราจะหักเขาตีเมืองเกงจิ๋วใหได

ฝายขางเมืองเกงจิ๋ว พอค่ําลงเกงเหลียงทหารเอกและที่ปรึกษา ของเลาเปยวไดขึ้นตรวจดูเหตุการณบนเชิง
เทินกําแพงเมืองเกงจิ๋ว เห็นดาวดวงหนึ่งตกลงมาแตทศเมืองกังตั๋ง ตรวจดูแลวจึงแจงแกเลาเปยววาขาพเจา
                                                    ิ
สังเกตดาวดวงหนึ่งอยูบนฟาขางเมืองกังตั๋งเห็น เศราหมองนัก บัดนี้ดาวดวงนั้นไดรวงลงจากฟา เห็นวา
อันตรายจะเกิดแกซุนเกี๋ยนเปนมั่นคง ขอใหรบแตงหนังสือขอใหอวนเสี้ยวยกกองทัพมาชวย เลาเปยวเห็นชอบ
                                            ี
กับความคิดของเกงเหลียงแลววา ในเมื่อเมืองเกงจิ๋วถูกกองทัพของซุนเกี๋ยนลอมอยูดังนี้ จะมีผูใดอาสาถือ
                                                                                 
หนังสือไปถึงอวนเสี้ยวเลา ขณะนั้นนายทหารคนหนึ่งชื่อลีกงขออาสาทําการ เกงเหลียงพิเคราะหลีกงแลวเห็น
                                                        
ทวงทาจะทําการไดสําเร็จจึง วาในการไปครั้งนี้เราจะวางแผนใหทานเดินทางโดยปลอดภัย แลววาเราจะจัด
ทหารถือเกาทัณฑหารอยตามทานไป เมื่อรบหักฝาวงลอมไปแลวใหจัดทหารเกาทัณฑสองรอยแบงเปนสอง
กองใหซุมอยูในปาทายเขาฮีสนกองหนึ่ง และใหซุมอยูที่เนินเขาฮีสันอีกกองหนึ่ง ใหเตรียมกอนศิลาไวให
                             ั                        
พรอม ซุนเกี๋ยนคงจะยกตามตีทานไป ใหตวทานกับทหารสามรอยแกลงถอยไปทางเขาฮีสัน ถึงจุดซุมระหวาง
                                          ั
เนินเขาและปาทายเขาฮีสันเมื่อใด ใหจดพลุสัญญาณใหญขึ้น สามนัด ใหพลเกาทัณฑระดมยิงซุนเกี๋ยน ฝาย
                                       ุ
เราก็จะยกตีกระหนาบ เขาไป ซุนเกี๋ยนก็จะเสียทีเราเปนมั่นคง แลววาถาหากซุนเกี๋ยนไมตดตามไปเพราะอาจ
                                                                                      ิ
เห็นวาเปนคืนเดือนมืด ขอใหทานรีบเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน รีบไปใหถึงอวนเสี้ยว โดยเร็ว

ลีกงรับคําสั่งแลวก็ออกมาเตรียมทหาร หลังเพลาค่ําจึงเปดประตูเมืองดานตะวันออกรีบบึ่งฝาทหารลาดตระเวน
ของซุนเกี๋ยนซึ่งไมทันระวังตัวไป อยางรวดเร็ว ถึงเขาฮีสันก็จัดวางกองซุมตามคําของเกงเหลียง ฝายซุนเกี๋ยน
เมื่อไดรับรายงานวาทหารจากในเมืองเกงจิ๋วตีฝาวง ลอมออกไป จึงขึ้นมาถืองาวพาทหารสามสิบคนเรงตาม
ทหารทีตฝาวง ลอมนั้นไปทันเขากับมาลีกง ลีกงชักมาเขามารบดวยซุนเกียนไดสามเพลงก็ชักมานําทหารหนี
         ่ ี                                                             ๋
ไปทางเขาฮีสัน ซุนเกี๋ยนก็ไลตามไป ครั้นไปถึงซอกเขาอันเปนจุดซุม ลีกงก็จุดพลุสญญาณขึ้นสามนัด กอง
                                                                                   ั
ซุมที่อยูบนเนินเขาฮีสันและทีอยูในปาเชิงเขาฮีสันก็ทิ้งศิลาและยิงเกาทัณฑลงมาดุจหาฝนถูก ซุนเกี๋ยนและมา
                             ่
เลือดโทรมกาย ทั้งมาและคนถึงแกความตายอยูใน ทีนั้น  ่

ซุนเกี๋ยนเปนนักรบที่แกลวกลาเหี้ยมหาญ มีใบหนาขาวดังหยกสีขาว จึงไดรับสมญาวา "เสือขาวแหงกังตั๋ง" ณ
อายุเพียงสามสิบเจ็ด ป ดาวเสือขาวก็รวงลับฟากังตั๋งในซอกเขาฮีสันดวยประการฉะนี้

ลีกงเห็นดังนั้นก็รูสึกนับถือความคิดของเกงเหลียงเปนอันมาก จึงยกทหารลงมาฆาทหารที่ตามซุนเกี๋ยนตายจน
หมดสิ้น ฝายเกงเหลียงเตรียมทหารพรอมอยู ครั้นไดยินเสียงพลุสัญญาณก็ให เกงอวด หองจอ และชัวมอ คุม
ทหารออกตีทัพซุนเกี๋ยนเปนสามดาน ทหารซุนเกี๋ยนไมทันรูตัวก็แตกตื่นลมตาย ขณะนั้นอุยกายซึ่งรักษาการณ
                                                           
อยูที่กองทัพเรือ ไดยินเสียงโหรอง ก็คุมทหารยกขึ้นมาชวยรบพบหองจอตอสูกันไดหกเพลง อุยกายก็จบเปน
                                                                                                 ั
หองจอได ในขณะที่ เทียเภา ซุนเซ็กยกตามซุนเกี๋ยนไปพบเขา กับลีกง เทียเภารบกับลีกงไดหาเพลงก็เอา
ทวนแทง ลีกงตกมาตาย ทหารทั้งสองฝายไดรบพุงกันเปนสามารถ บาดเจ็บลมตายลงเปนอันมากครั้นใกล
                 
สวางทหารซุนเกี๋ยนก็กลับเขาคาย สวนทหารฝายเลาเปยว ก็เอาศพซุนเกี๋ยน กลับเขาเมือง

ฝายซุนเซ็กและเทียเภาตามหาซุนเกี๋ยนจนสวางก็ไดพบทหารเลวคนหนึ่ง บอกวาซุนเกี๋ยนถูกเกาทัณฑตายที่
ซอกเขาฮีสัน ทหารเลา เปยวนําศพเขาเมืองไปแลว ซุนเซ็กก็รองไหเพราะรักบิดาเปนอันมาก ทหารของซุน
เกี๋ยนเมื่อทราบวาซุนเกี๋ยนตายแลวก็พรอมใจกันยก ซุนเซ็กขึ้นเปนผูนํา สายขึ้นก็สงคนไปเจรจาดวยเลาเปยว
ขอรับศพซุนเกี๋ยนกลับเมืองกังตั๋ง แลกกับหองจอทหารเอกเมืองเกงจิ๋ว เกงเหลียงคัดคานและเสนอใหรบตี       ี
กองทัพเมืองกังตั๋งซึ่งขณะนี้กาลังขวัญเสีย แตเลาเปยวไมฟงคํา ตกลงคืนศพซุนเกี๋ยนใหกบกองทัพกังตั๋งแลก
                             ํ                                                        ั
กับ หองจอทหารเอกเมืองเกงจิ๋ว




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 99



วันรุงขึ้นซุนเซ็กจึงใหคุมหองจอไปสงแกเลาเปยว ณ ประตูเมือง แลวรับเอาศพซุนเกี๋ยนมาลงเรือยกทัพกลับ
เมืองกังตั๋ง ดาวเสือขาวดับลับฟาเมืองกังตั๋งหรือจะเปนดวยแรงแหงอาถรรพ ของตราพระลัญจกร อันเปนที่
หมายปองของขุนศึกทุกตัวคน

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ตนตํารับสารพัดวิชาชัว (ตอนที่ 44)
                     ่

เมื่อศพซุนเกี๋ยนถึงเมืองกังตั๋งแลว ทางราชการเมืองกังตั๋งใหแตงการศพไวที่ตาบลขยกโอ และพรอมใจกันยก
                                                                             ํ
ซุนเซ็กขึ้นเปนเจาเมือง เปนการแตงตั้งเจาเมืองกันเองโดยที่ไมตองรอฟงพระบรมราช โองการแตงตั้งจาก
เมืองหลวงเหมือนดังแตกอน การทีแควนกังตั๋งยังไมประกาศเอกราชอยางเปนทางการ จึงดูประหนึ่งวาแควน
                                      ่
กังตั๋งยังคงขึ้นตอเมืองหลวง      แตในเนื้อหาแลวการเริ่มแยกตัวอยางสันติออกจากเมืองหลวงไดกอตัวขึ้นแลว
คลายๆ กับพฤติกรรมที่ไตหวันปฏิบัติอยูในขณะนี้
                                        

การแตงตั้งซุนเซ็กบุตรซุนเกี๋ยนขึ้นเปนเจาเมืองเตียงสาในครั้งนี้ ก็คือการสืบสันตติวงศแบบพระมหากษัตริยอยู
ในที และก็คอพฤติการณทแข็งขอเอากับเมืองหลวงตอเนืองจากที่ซุนเกียนไดเขารวมในกองทัพปฏิวัติ และ
               ื              ี่                          ่               ๋
โดยเหตุที่เมืองเตียงสาเปนศูนยกลางของแควน กังตั๋ง ซึ่งมีหัวเมืองใหญนอยถึงแปดสิบเอ็ดหัวเมือง ดังนั้นหัว
                                                                            
เมืองดังกลาวจึงเทากับไดขึ้นตอเมืองเตียงสาโดยตรง ซุนเซ็กอายุเพียงสิบหาป แตมเลือดเนื้อเชื้อไขของ
                                                                                         ี
ทหารกลา ทั้งมีความสนใจการสงครามมาตั้งแตยังเด็ก ดังนันจึงเปนที่พอใจของ ขุนนางขาราชการแควนกังตั๋ง
                                                            ้
เพราะเมื่อเจาเมืองรักการทหารยอมทําใหการทหารรุงเรือง                 และฝายทหารก็ยอมรุงเรืองตามไปดวย

ซุนเซ็กเมื่อไดเปนใหญในแควนกังตั๋งแลว บารมีของซุนเกี๋ยน ที่สรางสมไวจึงตกทอดมาสูซุนเซ็ก ดังนันซุน
                                                                                                    ้
เซ็กจึงเปนที่เคารพนับถือของชาวเมืองทั้งปวง ทั้งๆ ที่มีวยเพียงสิบหาปเทานั้น โดยเหตุทซุนเซ็กมีเลือดพอ
                                                        ั                               ี่
ดังนั้นความคิดในการตั้งตัวขึ้นเปนใหญจึงไดสืบสายเลือดมาดวย     เหตุนซุนเซ็กจึงใหความสําคัญตอการเชื้อ
                                                                       ี้
เชิญบัณฑิตผูมสติปญญาความกลาหาญเขามาทําราชการดวยแควนกังตั๋งเปนอันมาก
                ี   

ในขณะที่แควนกังตั๋งเริ่มมีเสถียรภาพอยางเปนขั้นตอนนี้ เลาปยังคงเปนเจาเมืองเพงงวนกวน และโจโฉก็ยงคง
                                                                                                         ั
ไปตั้งหลักปกฐานอยูที่เมืองเองจิ๋ว ในฐานะที่เปนผูกบฏตอแผนดินตามกฎ หมายขาวการตายของซุนเกี๋ยน
และการขึ้นสูตาแหนงเจาเมืองของซุนเซ็กไดแพรขยายไปอยางรวดเร็ว ความทราบถึงตังโตะแลว ตั๋งโตะมี
              ํ                                                                          ๋
ความยินดียิ่งนักถึงขนาดที่กลาวกับบรรดาขุนนางขาราชการในเมืองหลวงวา "ซึ่งซุนเกี๋ยนตายเสียนั้นเราคอย
เบาใจมีความสุขขึ้น อุปมา เหมือนบงหนามออกจากอกเราไดเลมหนึ่ง" ครั้นไดทราบวาซุนเซ็กผูบตรไดสืบ   ุ
อํานาจตอมา      แตมีอายุเพียงสิบหาป   ตั๋งโตะก็ยิ่งวางใจเพราะเห็นวาเปนเด็กอยู   ไมอยูในสายตาที่ตอง
ระแวดระวังอีกตอไป

ในบรรดาเจาเมืองในกองทัพปฏิวัตทั้งหมดนั้น ตั๋งโตะไมเคยเกรง กลัวอวนเสี้ยวเพราะเห็นวาไรสติปญญา
                                 ิ                                                                    
ความสามารถ สวนโจโฉก็เปน เพียงลูกนองเกา แผนดินสักกระผีกนิ้วหนึ่งก็ยังไมมีครอง สวนเลาป ยิ่งไมอยูใน
สายตาเพราะไมเคยรูจัก ดังนัน เมื่อสิ้นซุนเกียนซึ่งตั๋งโตะ ถือเปนเสี้ยนหนามที่ยอกอยูในอกแลว ตั๋งโตะจึงยิ่ง
                           ้                ๋                                       
มีความกําเริบ ขึ้นกวาแตกอน ไมเห็นผูใดในแผนดินที่จะอยูในสายตาอีกตอไป เมื่อกําเริบขึ้นแลวความเลว
ทรามตางๆ ทีเคยรั้งรออยูบางจึงเผย ตัวขึนชนิดที่ไมเกรงฟาไมกลัวดินอีกตอไปแลว สิงที่เรียกวาความเลว
                ่                          ้                                            ่
ทรามต่ําชานั้น

หากจะจําแนกเปนความชั่ว ความโฉด ความโหด และความหื่นแลว ตั๋งโตะมีอยูครบถวนในตัวเอง และกําลัง
                                                                         
แสดง ออกอยางเต็มที่ ความชั่วโฉดโหดหื่นบรรดาที่เคยมีมาในประวัติศาสตรของมนุษยชาตินั้น หามีครั้งไหน
ที่เทียบไดกับยุคสมัยของตั๋งโตะไม และในบรรดาอาชญากรทั้งระดับโลก ระดับชาติ และระดับทองถิ่นที่เคยทํา
ความเลวทรามไวกับมนุษยชาติตั้งแตยคประวัติศาสตรเปนตนมาก็หาไดมผใดทําชั่วโฉดโหดหื่นไดถึงระดับ
                                      ุ                          ี ู
ของตั๋งโตะ และทําไดครบถวนทุกอยางเหมือนกับตั๋งโตะ

ฮิตเลอรแมวาจะเปนคนโหดเหียมอํามหิต แตหาใชคนชัวไม หาใชคนหื่นในกามไม กลับเปนคนที่อทิศตนเพื่อ
                             ้                    ่                                             ุ
อาณาจักรไรซที่สามและลัทธินาซี ในการสวนตัวก็มีสตรีที่เกี่ยวของอยูเพียงไมกี่คนเทานั้น ความเหี้ยมโหดตอ
               
ชาวยิวเกิดมาแตเหตุที่ถือเอาชนเผาอารยันของตนเปนผูครองโลกและมองชาวยิวเปนศัตรู ฮิตเลอรอยางมาก
จึงเปนแคคนโหดเหี้ยมอํามหิตเทานั้น




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 100



สวนพลพตไมปรากฏวาเปนคนชั่ว ไมปรากฏวาเปนคนหื่น ความโหดเหี้ยมอํามหิตของพลพตเกิดจากปญหา
เชื้อชาติในกัมพูชาที่พลพตมีสายเลือดเขมรแทหรือแขมรรต เห็นวาเขมรสองสายเลือด ที่มีเลือดเวียดนามเจือ
                                                    ู
ปนหรือแขมรกลอมกําลังยึดครองและทําลาย ลางเขมรแท จึงสังหารแขมรกลอมเสียเปนอันมาก มูลฐานทาง
จิตใจ จึงอยูที่ความหลงชาติ หลงสายเลือด
            

แมนายพลอีดี้รอามินแหงยูกันดา ซึ่งสังหารคนเปนผักปลา แมจะกลาวไดวาเปนทั้งคนชัวโฉด โหดและหืนครบ
                                                                                 ่              ่
กระบวนความเชน เดียวกับตั๋งโตะ แตระดับความเลวทรามที่กระทําไวหากจะเทียบกับตั๋งโตะแลวก็อยูในชั้น
                                                                                               
ปลายแถวเทานัน  ้

ตั๋งโตะเปนคนเลวทรามครบกระบวนคือทั้งชั่วโฉด โหด หื่น และระดับของความชั่วโฉด โหด หื่นนั้นก็หามีใคร
ในโลกไมวาในอดีต หรือปจจุบัน หรือในอนาคตจะเทียมเทียบไดอีกตอไปแลว ยังคงรําลึกกันไดดีวากอนยาย
เมืองหลวงนั้น ตั๋งโตะไดสั่งใหสังหารผูคนที่ไมมีความผิดเสียนับลานคน กวาดตอนผูคนออกไปจากเมืองหลวง
                                        
รวมเจ็ดลานคน ริบทรัพยสินเศรษฐี พอคาวาณิช และราษฎรเสียทั้งสิ้น ขุดพระบรมศพ พระศพและศพของ
พระมหากษัตริย พระราชวงศและราษฎรทั้งเมืองหลวง ชิงเอาทรัพยสินทีฝงอยูในหลุม ฝงศพจนหมดสิ้น ครั้น
                                                                       ่ 
ยายเมืองหลวงใหมไปที่เมืองเตียงอันแลว และสิ้นซุนเกี๋ยนซึงถือเปนศัตรูคนสําคัญแลว ตั๋งโตะก็ยิ่งกอกรรมทํา
                                                             ่
เข็ญมากขึ้น อาชญากรรมของตั๋งโตะที่ถูกบันทึกไวมีดังตอไปนี้

ประการแรก ไดสืบทอดวิธีคดของหลี่ปูเหวย อัครมหาเสนาบดีแหงแควนจิ๋น ตั้งตนเปนบิดาบุญธรรมของฮองเต
                              ิ
ยึดอํานาจ ของฮองเตและบงการฮองเตไวอยูในกํามือ ตั้งตนเสมอกับพระมหากษัตริย
                                               
ประการทีสอง  ่      แตงตั้งเอาสมัครพรรคพวกของตัวเปนขุนนางผูใหญผูนอยทั้งสิ้น
                                                                                       โดยไมคานึงถึงความรู
                                                                                               ํ
ความสามารถ เชน แตงตั้งใหตงหองผูนองเปนผูบัญชาการกองทัพทั่วประเทศ ยกเวนกองกําลังรักษาพระนคร,
                                 ั๋
ตั้งเอาคนแซ "ตั๋ง" เขามาเปนขุนนางทั้งในเมือง หลวงและหัวเมืองที่ขึ้นตอเมืองหลวง
ประการทีสาม ตั้งเมืองหลวงแหงทีสองขึ้นสําหรับตัวเองโดยเฉพาะ เกณฑไพรและผูคนจากหัวเมืองตางๆ ที่
                 ่                   ่
ขึ้นตอเมืองหลวงถึง สองแสนหาหมื่นคน ไปสรางเมืองหลวงแหงที่สองในระยะทางหางจาก เมืองหลวงสอง
พันหารอยเสน มีกําแพงสูงเทาเมืองหลวง มีตําหนักตางๆ เทากับพระราชวังของฮองเต ตั้งคลังและฉางขาว
ปลาอาหารสําหรับเลี้ยงทหารและผูคนไดถึงยี่สิบป        ลางผลาญเงินแผนดินและริบเอาทรัพยสินของราษฎร
จํานวนมากมาสรางเมืองหลวงแหงทีสองนี้ เพื่อเสวยสุขแตผูเดียว
                                       ่
ประการทีสี่ ไดเขายึดเอาคลังหลวงของแผนดินเปนของตน และยายคลังหลวงแผนดินออกจากเมืองหลวงไป
               ่
ไวที่เมืองหลวงแหงทีสองของตัวเอง
                        ่                  บรรดาสวยสาอากรทั้งปวงของแผนดินเมื่อจัดเก็บแลวตองเอามาไวที่
เมืองหลวงสํารอง และคุมอํานาจการเบิกจายไวทั้งสิ้น
ประการที่หา บังคับคัดเลือกเอาลูกสาวของราษฎรที่มีรูปงามไวปรนเปรอความหื่นในกามของตนถึงแปดรอยคน
หญิงสาวคนใดแสดงอาการรังเกียจหรือไมยอมปรนเปรอกามารมณแกตั๋งโตะจนเปนที่พอใจก็จะถูกสังหาร
ผลาญชีวตแลวสงคนไปฆาพอแมครอบครัวเสียทั้งสิ้น เบื่อหนายหญิงสาวคนใดก็จะขับไลไสสงและหามแตง
           ิ
งานมีสามีอีกตอไปดวยความประสงคมิใหผใดไดสมผัสกับสตรีนั้นซ้ารอยตน
                                            ู    ั              ํ
ประการที่หก ปฏิบัติตอฮองเตเหมือนลูกไกอยูในกํามือ เดือนหนึ่งบาง ยีสิบวันบางจึงขึนไปเฝาฮองเตเสียครั้ง
                                                                        ่             ้
หนึ่ง มีกิจการบานเมืองอันสําคัญก็ปลอมพระราชโองการเอาตามใจชอบ แตงตั้งขาราชการขุนนางเอาตามใจ
ชอบ
ประการที่เจ็ด        กําหนดเปนหนาทีใหขุนนางตองผลัดเปลี่ยนเวรมาแหแหนตอนรับทั้งในเมืองหลวงและนอก
                                         ่
เมืองหลวง เสมือนหนึ่งเปนการเสด็จของพระมหากษัตริย
ประการที่แปด สรางจวนสําหรับตนเองขึ้นในพระราชวัง อยูฝงตรงกันขามกับพระตําหนักที่ประทับ เปนอาคาร
                                                          
ขนาดใหญกวาพระตําหนักที่ประทับ ประดับประดาดวยสิ่งของอันวิจิตรจากตางแดนหรูหรายิ่งกวาการประดับ
ประดาในพระตําหนักที่ประทับของฮองเต แลวใหเรียกจวนนั้นวาพระตําหนักผูสําเร็จราชการแผนดิน มิหนําซ้ํา
ยังใหชางปนรูปฮองเตไวหนาตําหนักตัว ตอภายนอกอางวาเพื่อเปนการแสดงความจงรักภักดี แตภายในหมู
พรรคพวกของตัวกลับเผยความจริงวาฮองเตไมตางอะไรกับคนเฝาประตูบาน คลายๆ กับยักษเฝาประตูวดพระ
                                                                                                      ั
แกว

ความชั่วโฉดโหดหื่นของตั๋งโตะหาไดจบลงแคนี้ไม เรื่องที่ผคนทั่วทั้งโลกไมสามารถคิดไดแตตั๋งโตะก็คิดและ
                                                             ู
ทําได ชนิดที่เหนือความคาดหมายของผูคน หากเปนยุคปจจุบัน หนังสือกินเนส-บุคยอมจะตองนํากรณีตางๆ
ของตั๋งโตะเหลานั้นมาเปนเรื่องอันเปนที่สุดอยางไมตองสงสัย อยูมาวันหนึ่งในขณะทีตั๋งโตะอยูที่เมืองหลวง
                                                                                      ่          
แหงทีสอง
      ่        ไดรับรายงานวาหัวเมืองฝายเหนือที่ขึ้นตอเมืองหลวงไดสงทหารมาเขาสวามิภักดิ์เปนจํานวนหา
รอยคน     จึงสงมาใหเปนขารับใชในเมืองหลวงแหงที่สอง        ตั๋งโตะรับทราบรายงานแลวสั่งใหจัดงานสโมสร
สันนิบาตขึ้น ในเมืองหลวงแหงทีสองแลวเชิญบรรดาขุนนางผูใหญนอยทังปวง มากินโตะ ในงานสโมสร
                                    ่                                        ้
สันนิบาต ตั๋งโตะใหจัดตั้งกระทะน้ํามันบนเตาไฟถึงหารอยเตา ในขณะที่บรรดาขุนนางขาราชการกําลังกินโตะ



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 101



กันอยูนั้น ตั๋งโตะไดแจงวาในลําดับถัดไปจะมีการโชวชดพิเศษ แลวโยนจอกสุรา ลงกับพื้นตะโกนขึ้นวา
                                                       ุ
"จัดการแสดงได" สายตาของขุนนางขาราชการทั้งปวงตางหันมามองทีลานซึ่ง ตั้งกระทะน้ํามันสุมไฟจนรอน
                                                                  ่
เดือด ทันใดนันก็มีทหารคุมคนที่เขามาสวามิภักดิ์หารอยคนในลักษณะที่มดไวแนน แลวตัดแขน ตัดขา ตัดหู
               ้                                                    ั
ตัดลิ้นคนเหลานั้นใสกระทะทอด คนเหลานั้นเจ็บปวดรองไหโหยหวนเปนที่นาเวทนาเหลาขุนนางขาราชการ
เห็นดังนั้นก็ตกใจ บางคนอาเจียนแลวฟุบลงบนโตะ บางคนก็พลัดตกจากเกาอี้ บางก็ตะเกียบหลุดมือ บาง ก็มี
อาการช็อกจนนิ่งงันไป ดวยสงสารคนเหลานั้นเปนอันมาก ในขณะทีตั๋งโตะยังคงเสพสุราและหัวรอเริงรา ตั๋ง
                                                               ่
โตะไดยนเสียงคนทีถูกตัดอวัยวะเหลานั้นรองไหดวยความเจ็บ ปวดจึงสั่งใหเอาคนเหลานั้นลงทอดในกระทะ
          ิ          ่
จนตายสิ้น

เหตุการณวันนันสรางความเศราสลดและสังเวชใหแกขุนนางขาราชการและเกิดความเกรงกลัวตั๋งโตะเปนอัน
                ้
มาก เพื่อจะสรางความเกรงกลัวใหมากขึ้นตอไปอีก วันหนึ่งตั๋งโตะสั่งใหจัดเลี้ยงโตะแลวเชิญขุนนางขาราชการ
มากินโตะอีกครังหนึ่ง แลว สังลิโปวาเมื่อขุนนางขาราชการมาพรอมกันแลว ใหทําทีมากระซิบที่หแลวใหจับ
                  ้          ่                                                                     ู
เอาเตียวอุนขุนนางไปฆาเสีย ถึงวันจัดเลียงลิโปก็มาทําทีกระซิบที่ขางหูของตั๋งโตะ ตั๋งโตะทําเปนหัวเราะแลว
                                        ้
วา "เอาตัวมันไป" ลิโปก็เขาไปจับเตียวอุนขุนนางลากออกไป ครูหนึ่งก็ตัดศีรษะเตียวอุนใสถาดเขามามอบ
                                                                                          
ใหแกตั๋งโตะทาม กลางความตกตะลึงพรึงเพริดของเหลาขุนนางขาราชการ

ตั๋งโตะแจงแกเหลาขุนนางวาอยาไดตกใจ เราประหารเตียวอุน ขุนนางเสียเพราะคิดเปนกบฏสมคบดวยอวนสุด
มีหนังสือลับไปถึงอวนสุดใหยกกองทัพมาทํารายเรา ทานทังปวงมิไดสมรูดวยอยาไดวิตกเลย วาแลวก็หัวเราะ
                                                           ้            
ดังสนั่น เหลาขุนนางกินโตะเสร็จแลวก็รีบแยกยายกันกลับบาน ตั๋งโตะครองอํานาจสูงสุดในเมืองหลวง กระทํา
การชั่วโฉดโหดหื่น ครบถวนกระบวนแหงความเลวทรามในระดับทีสูงสุดเชนนี้ เพราะตั้งความหวังวาจะขมขุน
                                                                ่
นางขาราชการใหเกรงกลัว        ไมมีผใดกลาทีจะคิดรายอีกตอไป
                                     ู      ่                    แตการกลับตรงกันขามเมื่อความเลวทราม
เกิดขึ้น ถึงขีดสุดแลว กลับทําลายความกลัวของผูคน ดังนันความคิดที่จะสังหารตั๋งโตะจึงกอตัวขึ้น ณ บัดนั้น
                                                         ้

ความชั่วโฉดโหดหื่นของตั๋งโตะเชนนี้จึงทําใหตั๋งโตะไดรับการขนานนามวา "ตั๋งโตะผูถูกสาปแชงทั้งสิบทิศ"

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

อุบายนารายณปราบมาร (ตอนที่ 45)

ตั๋งโตะจัดงานสโมสรสันนิบาต จัดรายการโชวอํามหิต ตัดหู ตัดจมูก ตัดลิ้น ตัดแขน ตัดขาทหารที่เขามา
สวามิภักดิ์ถึงหารอยคน แลวทอดในกระทะน้ํามัน จากนั้นก็เอาตัวคนเหลานั้นทอด กระทะน้ํามันตาม หลังจาก
นั้นก็ตัดหัวเตียนอุยขุนนางเพื่อสรางความยําเกรงใหเกิดขึ้นในบรรดาขุนนางขาราชการ และปองปรามไมใหขุน
นางขาราชการคิดรายตอตนสืบไป

ความชั่วโฉดโหดหื่นและสุดอํามหิตทําใหขุนนางขาราชการจํานวนหนึ่งเกรงกลัว แตขณะเดียวกันทําใหขุนนาง
ขาราชการอีกจํานวนหนึ่งสินความเกรงกลัวอีกตอไป
                            ้                              ดวยคิดวาขืนกลัวกันตอไปเชนนี้สักวันหนึ่งเหตุการณ
เหลานั้นก็อาจเกิดขึ้นกับตัว อองอุนขุนนางสี่แผนดินซึ่งใชวชารูหลบเปนปก รูหลีกเปนหางลอยตัวมาตลอดทุก
                                                             ิ   
สถานการณเปนคนหนึ่งที่เลิกกลัว และคิดทําลาย ความกลัวนั้นใหสิ้นเชิง ดวยการแกไขปญหาที่ตนเหตุนั่นคือ
ตองสังหารตั๋งโตะเสีย สิ้นตั๋งโตะแลวนั่นแหละจึงจะมีความปลอดภัยทีแทจริง ทั้งจะเปนการทําคุณอันยิ่งใหญ
                                                                        ่
ตอบานเมืองแลราษฎรหลังเสร็จจากงานเลียงโตะทีจวนของตั๋งโตะแลว อองอุนขุนนางกลับถึงบานแลวนอนไม
                                            ้       ่
หลับ ถือไมเทาลงมาเดินอยูในสวนหลังบาน แหงนหนามองทองฟาแลวรําพึงอยูในใจวา เดือนดาวเศรา หมอง
นัก เหตุทั้งนี้เกิดจากตั๋งโตะเปนทรราชขมเหงฮองเต เบียดเบียนราษฎร กดขี่ขุนนางขาราชการ จึงเกิดยุคเข็ญ
ขึ้นทุกหยอมหญา รําพึงดังนีแลว อองอุนก็ถอนใจใหญแลวรองไห ทันใดนั้นก็ไดยินเสียงรองไหดังสวนมา
                                ้
อองอุนเพงสายตามองเห็นเปนเตียวเสียนซึ่งเดิมเปนลูกของทาสภายในบาน กําพราทั้งพอและแม อองอุนมี
                                        ้
ความสงสารจึงรับเลี้ยงดูสืบมา และรับไวเปนบุตรบุญธรรม

เตียวเสียนอยูในจวนของอองอุนขุนนางผูใหญสี่แผนดิน
         ้                                            ในฐานะบุตรบุญธรรมจึงไดรับการดูแลเอาใจใสเปน
อยางดี ไดรับการฝก อบรมสมแกความเปนกุลสตรีตามคตินยมในสมัยฮั่น สามารถเลนดนตรีไดไพเราะและขับ
                                                       ิ
รองไดจับใจ แมในกระบวนการปรนนิบติเอา อกเอาใจก็ไดรับการทะนุถนอม กลอมสอนจนชํานิชํานาญไปทุก
                                      ั
สิ่ง ถึงระดับทีสามารถถวายตัวเปนพระสนมของฮองเต เตียวเสี้ยนนั้นอยูในจวนมาแตนอย ผิวพรรณจึงผุดผอง
               ่                                                   
งดงาม ยิ่งกวาชาวเมืองธรรมดา หากกลาวไดวาเปนชาววังเต็มตัว ทั้งใบ หนารูปโฉมก็สะคราญ หากจะเทียบก็
เทียบไดดุจนางสีดาซึ่งรามเกียรติ์ ไดพรรณนาความงามไววา "พิศพักตรผองพักตรดั่งจันทรพิศขนงโกงงอนดั่ง
คันศิลป พิศเนตรดั่งเนตรมฤคินพิศทนตดั่งนิลอันเรียบราย พิศโอษฐดั่งหนึ่งจะแยมสรวลพิศนวลดั่งสีมณีฉาย



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 102



พิศปรางดั่งปรางทองพรายพิศกรรณคลายกลีบบุษบง พิศจุไรดั่งหนึ่งแกลงวาดพิศศอวิลาสดั่งคอหงส พิศกร
ดั่งงวงคชาพงศ พิศทรงดั่งเทพกินรา พิศถันดั่งประทุมเกสรพิศเอวเอวออนดั่งเลขา พิศผิวผิวผองดั่งทองทา
พิศจริตกิริยาก็จับใจ" อองอุนเห็นเตียวเสียนผูบุตรบุญธรรมอยูในสวนยามราตรีเห็นรองไหอยู ก็สงสัยเขาใจวา
                                          ้
นัดชายใหมาพบแตครั้นครบเวลาแลวผิดนัดจึงรองไห อองอุนจึงถามวาในราตรีอันลวงมาถึงเพียงนี้ เหตุใดเจา
ยังไมหลับนอน นัดชายชูมาเริงรมยกระนั้นหรือ เตียวเสียนไดยินบิดาบุญธรรมวากระนั้นก็ตกใจ รีบเขาไปหาคุก
                                                        ้
เขาลงแลววาตัวขาพเจานี้จะนัดชายมาในจวนนั้นหามิได ทุกวันนี้ทานเลี้ยงดู อุปการะขาพเจาดุจบุตรในอุทร
ตัวขาพเจาตระหนักดีวาพอแมเปนทาสในบานทาน จึงสํานึกในใจตัวตลอดมาวาตัวขาพเจาเอง ก็คือทาสของ
ทาน การที่ทานสูอุตสาหเลียงดูทะนุถนอมมานานปเพียงนี้ คุณแกขาพเจาหาทีสุดมิได คิดอยูวาทําประการใด
                            ้                                              ่
จึงจะแทนคุณใหสมกับคุณของทานได            แมชีวิตขาพเจาก็หาเสียดายไม    แลววาวันนี้ขาพเจาสังเกตเห็น
อากัปกิริยาทานหลังกลับจากงานเลี้ยงแลว มีสีหนาเศราหมองยิ่งนัก คิดวายอมมีทุกขใหญหลวงครองใจทาน
อยูแลว คิดไมตกทานจึงเปนดังนี้ ขาพเจามีความเปนหวงยิงนักจึงตามลงมา หากพลาดพลั้งหรือมีการใดจะได
                                                            ่
ชวยเหลือทานไดทันการณ

อองอุนไดยินดังนั้นจึงคิดวาปญหาใหญที่ใครๆ แกไมไดเห็น จะสิ้นหายไปเพราะเตียวเสียนบุตรบุญธรรมของ
                                                                                        ้
เราเปนแน คิดแลว จึงจูงมือเตียวเสียนพาขึนไปบนจวน เขาไปในหองหนังสืออันเปนทีรโหฐาน อองอุนพา
                                       ้     ้                                        ่
เตียวเสียนเขาไปนั่งยังเกาอี้ที่นงของตัว แลวคุกเขาลงคํานับ เตียวเสียนเห็นเชนนั้นก็ตกใจรีบลุกลงมาจาก
          ้                       ั่                                  ้
เกาอี้เขากอด เอาเทาอองอุนไวแลวรองไหแลววา บิดาทานอยากระทําเชนนี้เลย อองอุนจึงวาเราไดยนเจา
                                                                                                      ิ
กลาวเมื่อครูนี้วาตั้งใจจะสนองคุณเรา ไมเสียดายแกชวิต เราจึงมีความยินดีนัก เพราะถาเปนเชนนั้นจริงแท
                                                     ี
ทุกขรอนของแผนดินก็จะสิ้นไปเพราะเจา ทุกขในอกเราก็จะสิ้น ตามขอเจาจงเมตตาตอแผนดินแลราษฎร เห็น
แกทุกขรอนในพระทัยของพระเจาเหี้ยนเต ขุนนางขาราชการแลราษฎรเถิด วาแลวอองอุนก็ยิ่งรองไหหนักขึ้น
กวาเดิม

เตียวเสียนเห็นเชนนั้นจึงวาตัวขาพเจาไดออกปากแลววาจะแทนคุณทาน ไมเสียดายแกชีวต คําขาพเจานีพระ
         ้                                                                                     ิ             ้
แมธรณียอมเปนพยาน จะไมมวันผันแปรเปนอยางอื่น ขอทานจงวางใจ แลวบอกแกขาพเจาดวยเถิดวาขาพเจา
                               ี
จะแทนคุณไดสถานใด อองอุนจึงวา "ทุกวันนี้แผนดินรอนทุกเสนหญา เจาก็ยอมแจงอยูแลว พระเจาเหียนเต
                                                                                                         ้
นั้นอุปมาดังฟองไขอันวางอยูเหนือหนาศิลา ขุนนางกับอาณาประชาราษฎรนั้นอุปมาดังหยากเยื่ออันใกลกอง
เพลิง มิไดรูวาความตายจะมาถึงเมื่อใด ตั๋งโตะทําการหยาบชากําเริบขึ้นจะชิงเอาราชสมบัติหาผูใดจะคิดลาง
ตั๋งโตะไม" เตียวเสียนไดยินเชนนั้นก็สงสัยจึงถามขึ้นวาตั๋งโตะผูนี้เปนถึงอัครมหาเสนาบดี มีอํานาจเปนที่เกรง
                     ้
ขาม ทั้งมีทหารในบังคับบัญชาเปนจํานวนมาก ขาพเจาเปนสตรีจะกําจัดตั๋งโตะไดโดยทางใด อองอุนจึงวาขอ
เพียงแตเจาเต็มใจทําการดวยยินดี ก็ยอมกําจัดตั๋งโตะไดสําเร็จ อันตั๋งโตะนั้นบัดนี้ไมมีกองทัพใดหรือขุนศึกคน
ใดจะกําจัดไดแลว มีแตความออนหวานของอิสตรีเทานั้นจึงจะกําจัดตั๋งโตะไดสําเร็จ

เตียวเสียนจึงวาจะใหขาพเจาทําการสิ่งใดขาพเจาก็พรอมใจ ที่จะทําการสิ่งนั้นโดยเต็มกําลัง ขอทานจงบอก
        ้
วิธีการใหขาพเจาไดรูเถิด อองอุนจึงบอกแผนการแกเตียวเสี้ยนวาตั๋งโตะนันมีบุตรบุญธรรมคนหนึ่ง ชื่อลิโป มี
                                                                            ้
ฝมือกลาแข็งยิงนัก แตลิโปนั้นไมรูคุณคน สังหารบิดาบุญธรรมคนกอนเสียแลวเอาศีรษะมาคารวะเปนบุตรบุญ
                ่
ธรรมตั๋งโตะ ทังตั๋งโตะและลิโปเปนคนหลงอิสตรี พึงใจในสตรี โฉมสะคราญ และแผนดินนี้ยากจะหาสตรีใดมี
                  ้
โฉมสะคราญดังเจา ดังนั้นบิดาจะคิดอุบายยกเจาใหกับลิโป แลวจะหาทางใหตั๋งโตะรับเจาเปนภรรยา เมือเจา  ่
ไปอยูกับตั๋งโตะแลวจงใชเลหกลมายาหญิง ใหตั๋งโตะกับลิโปกินแหนงแคลงใจกัน ลิโปก็จะสังหารตั๋งโตะเสีย
                                
เปนมั่นคง เมื่อทรราชตั๋งโตะตายแลวแผนดินและราษฎรก็จะเปน สุขสืบไป

พระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจาทรงพระราชนิพนธถึงอานุภาพของสตรีไววา            "ไฟแรงแสงรอนล้ํายังแพน้ํา
เปนนิจมา เหล็กแข็งและแกรงกลายังพาออนเมื่อรอนไฟลมพัดสะบัดแรงตนไมแข็งหักโคนไป ชายเรืองฤทธิ
ไกรยอมตองแพแกสตรี" แผนการของอองอุนครั้งนี้คือแผนการใชความออนกําจัดความแข็ง ใชความสะคราญ
และเสนหเลหกลของสตรีไปกําจัดทรราช       ซึ่งไมมีกองทัพหรือความแข็งอื่นใดปราบปรามไดเปนเหตุการณ
คลาย กับตํานานรามเกียรติที่นนทุกขยักษเฝาบันไดภูเขาไกรลาศของพระอิศวร บําเพ็ญตบะและความดีจน
                            ์
ไดรับพรจากพระอิศวรใหมีนิ้วชีเปนเพชร สามารถชีทําลายชีวิตและสรรพสิ่งใหพินาศเปนจุณไปได นนทุกข
                                ้                 ้
ไดรับพรแลวก็ทําการลางแคนกับบรรดาเทวดาที่เคยกลั่นแกลงตนมาแตกอน เอานิ้วชี้ชี้เทวดาวอดวายลงเปน
จุณไมมีเทวดา อินทรพรหมหนาไหนกําจัดได จึงมีเทวดาไปรองทุกขตอพระอิศวรวา ทรงประทานพรใหกับคน
โฉดแทนที่จะนําพรอันวิเศษนันไปสราง สรรคสามโลกกลับใชพรวิเศษไปในการทําลายลาง แตพระอิศวรนั้นมี
                              ้
วิสัยไมยอมแกไขปญหาเอาแตหลีกภัยอยูร่ําไป
                                                   ครั้นเทวดามารองทุกขมากเขาจึงโปรดใหพระนารายณไป
ปราบนนทุกขพระนารายณรับหนาที่จากพระอิศวรแลวมาคิดวาพรที่นนทุกขไดจากพระอิศวรนี้ไมมีใครปราบได
เพราะอานุภาพนิ้วเพชรตามพรพระอิศวรสามารถทําลายสรรพสิ่งได              แมตัวพระนารายณเอง      ก็ไมมีขีด
ความสามารถทีจะปราบได จะตองใชอํานาจและพรที่ นนทุกขมีอยูนั้นกําจัดนนทุกขเอง
               ่



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                     หนาที่ 103




การจะทําเชนนีไดก็ตองใชสตรีโฉมสะคราญ ดังนั้นพระนารายณจึงแปลงเปนเทพธิดาที่เลอโฉมเหนือสามโลก
              ้
เขาไปหานนทุกข ใชอุบายหญิงทําใหนนทุกขหลงใหล เมือหลงแลวก็ยอมทําตามสิ้นทุกสิ่ง เทพธิดาแปลงจึง
                                                          ่
ชวนนนทุกขเรียนกระบวนรํานนทุกขยามหลงก็ยอมเรียนถึงกระบวนรําหนึ่งทีเทพธิดาแปลง รํารายแลวใชนิ้วมือ
                                                                            ่
ชี้เขาหาตัว นนทุกขไมทันคิดระวังตนก็เอานิ้วชี้เพชร ชี้เขาที่ตัวเองจึงถูกอํานาจแหงนิวชี้เพชรนั้นทําลายลาง
                                                                                       ้
เปนจุณไป

พิชัยสงครามของไทยบางฉบับจึงเรียกอุบายนี้วา อุบายนารายณปราบมาร ดวยเหตุนี้สภาษิตสอนใจแตโบราณ
                                                                            ุ
มา จึงจัดใหสตรีเปนหนึ่งใน หาของสิ่งทีจะประมาทมิไดวา
                                        ่

                   "จะไวใจอะไรไวใจเถิด                  แตอยาเกิดไวใจในสิ่งหา
                   หนึ่งอยาไวใจทะเลทุกเวลา              สองสัตวเล็บเขี้ยวงาอยาวางใจ
                   สามผูถืออาวุธสุดจักราย               สี่ผหญิงทั้งหลายอยากรายใกล
                                                              ู
                   หาพระมหากษัตริยทรงฉัตรชัย
                                                                  ถาแมนใครประมาทอาจตายเอย"

แลวอองอุนจึงกลาวย้ํากับเตียวเสี้ยนวาหากทําการสําเร็จแลว      ตัวเจาซึ่งไดอาสากําจัดทรราชในครั้งนีก็จะมี
                                                                                                            ้
ชื่อเสียงปรากฏไปชั่วฟาดินสลาย เตียวเสี้ยนจึงวาแผนการที่บิดาวามาทั้งนี้ขาพเจาเต็มใจอาสาทําการ ไม
เสียดายแกชีวิต เมื่อใดที่ขาพเจาไปอยูกับตั๋งโตะแลวจะคิดอานอุบายทําใหลิโปกับตั๋งโตะแตกกัน และใหลิโป
สังหารตั๋งโตะเสียใหจงได วาแลวเตียวเสียนก็คุกเขาลงกับพื้น ทําสาบานตอฟาวาขอเทพยดาและดวงพระ
                                            ้
วิญญาณแหงพระมหากษัตริยในพระราชวงศฮั่นทุกพระองคจงเปนพยาน                   ตัวขาพเจาผูเปนบุตรบุญธรรมของ
อองอุนจะอาสาบิดาไปกําจัดตังโตะ ขอจงอํานวยพรใหขาพเจาไดสนองคุณ ผูมีคุณและทําคุณแกบานเมืองแล
                               ๋
ราษฎรจงสําเร็จดวยเถิด ถาหากขาพเจาทรยศตอคําสาบานนี้ขอใหเทพยดาไดสังหารขาพเจาเสีย อองอุนเขา           
มาเอามือจับไหลทั้งสองของเตียวเสียน ประคองใหลุกขึ้นแลว วาการแผนดินที่เจาอาสาไปในครั้งนีใหญหลวง
                                      ้                                                                ้
นัก จะคิดอานทําการสิ่งใดจงใชความระมัดระวังอยาผลีผลาม หรือแพรง พรายความนัยใหใครใดไดรับรู เปน
อันขาด พลาดพลั้งแลวไมเพียง แตตัวเจาจะตองตายเทานัน บิดาและญาติ ตลอดจนผูคนในบานนี้ที่อยูรวมมา
                                                            ้                                            
กับเจาก็จะพลอยกันตายสิ้น

เตียวเสียนรับคําอองอุนทุกประการ
        ้                             อองอุนจึงพาเตียวเสียนไปสงถึงหองนอน
                                                           ้                            ตัวเองกลับมานั่งอยูในหอง
หนังสือคิดอานถึงการในวันรุงขึ้น

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

อานุภาพพลังเสนหา (ตอนที่ 46)

สมบัตหกสถานอันประกอบดวยอริยสมบัติหนึง ทิพยสมบัตหนึ่ง จักรพรรดิสมบัติหนึ่ง รูปสมบัตหนึ่ง ทรัพย
         ิ                                  ่            ิ                                  ิ
สมบัตหนึ่ง และคุณสมบัติ หนึงนั้น จักรพรรดิสมบัติ รูปสมบัติและทรัพยสมบัติรวมเปนสาม เปนสมบัติของผูมี
       ิ                         ่
เพศคฤหัสถอันต่ําสําหรับปุถุชนที่ยังหลงระเริงอยู ในโลกียวิสัย จักรพรรดิสมบัติเปนสมบัติทครอบงําสมบัติอื่น
                                                                                         ี่
ไวทั้งสิ้น เพราะ เปนสมบัตทมีมาแตวาสนาแหงบุญ กิรยา บารมีอันกระทําไวแตปางกอนบางไดเสวยสมบัตินี้
                           ิ ี่                       ิ
โดยการสืบสันตติวงศบางก็ไดมาดวยการ ปราบดาภิเษก สวนรูปสมบัตนั้นเลาเปนสมบัติอันสวรรคประทานมา
                                                                      ิ
แตกําเนิด ตางกับคุณสมบัตทจําตองแสวงหา ศึกษาและใฝคน แมวารูปสมบัติจะดอยคากวาจักรพรรดิสมบัติ
                            ิ ี่                                    
แตประวัติ ศาสตรก็ได เผยใหเห็นเปนเนืองนิจวารูปสมบัตนั้นสามารถครอบงําจักรพรรดิสมบัติ แมกระทั่ง
                                                             ิ
ทําลายจักรพรรดิสมบัติจนดับสูญไปได

ลําพังอองอุนขุนนางชราสี่แผนดินหาไดมีพษสงประการใดที่จะทํารายหรือกําจัดตั๋งโตะ
                                            ิ                                           สวนเตียวเสี้ยนดรุณี
แรกรุนวัยสิบหกก็หาไดเขาใจหรือรูเห็นสภาพการณความขัดแยงทางการเมืองที่เกิดขึ้น จึงไมมีพิษสงใดๆ ที่จะ
ทําลายตั๋งโตะจอมทรราชใหวายวอดไปไดเชนเดียวกัน แตเมื่อหนึ่งชราไดรวมการกับหนึ่งดรุณีแรกรุนผูมโฉม
                                                                                                        ี
สะคราญทาทายทั้งสามโลกและมีใจตั้งมั่นทีจะกําจัดตั๋งโตะแลว ไดกอใหเกิดพลังชนิดหนึ่งที่อาจมีอานุภาพ
                                              ่
ทําลายรายแรงเสียยิ่งกวากองทัพปฏิวตที่อวนเสี้ยวเปนผูบญชาการใหญและมีกําลังพลรวมสามแสนคนเสียอีก
                                        ั ิ                ั
นั่นคือพลังเสนหาที่มีอานุภาพยิ่งดังนั้น      เมื่อสองพอลูกบุญธรรมปลงใจมั่นกําหนดแผนการกําจัดตั๋งโตะแลว
ราตรีนั้นอองอุนจึงมีความเบิกบานใจยิ่งนัก หลังจากสงเตียวเสี้ยนเขาหองพักแลวอองอุนจึงรีบกลับมาทีหอง
                                                                                                       ่
หนังสืออีกครั้งหนึ่ง     ครุนคิดกลวิธีในรายละเอียดเพื่อวางเอาตัวพลังเสนหานี้ไวทหัวใจความสัมพันธของพอ
                                                                                  ี่
ลูกบุญธรรมอีกคูหนึ่ง คือตั๋งโตะกับลิโป แลวระเบิดทําลายความสัมพันธนั้นใหยอยยับในลําดับแรก จึงจะ
สามารถกาวสูขนใชลิโปสังหารตั๋งโตะเปนลําดับถัดไป
                 ั้



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 104




อองอุนครุนคิดแผนการจนกระจาง ราตรีก็ลวงเขาสูเวลาใกลสิ้นยามสาม อองอุนจึงงีบหลับไปในหองหนังสือ
นั้น     รุงขึ้นจึงใหหาชางทองฝมือดีมาที่จวน   มอบหมายภารกิจสําคัญใหจดทําหมวกทองคําประดับเพชร
                                                                           ั
พลอยอัญมณีมคาสําหรับลูกหลวงใหแลวเสร็จโดยไว หมวกทองคําประดับเพชรพลอยอัญมณีสําหรับลูกหลวง
                   ี
นี้ยอมแสดงความหมายอยูในตัววาหมายถึง อํานาจอยางหนึ่ง และวาสนาอันเปนทรัพยสินอีกอยางหนึ่ง ทั้ง
สองสิ่งนี้อองอุนมั่นใจวาจะเปนทั้งกุญแจไขหัวใจของลิโปใหเปดออก ทั้งจะเปนสื่อสัญญาณใหลิโปวิ่งมาเขา
                 
ทางกล

ครั้นหมวกสําหรับลูกหลวงเสร็จแลว        อองอุนจึงใหคนสนิทลอบนําไปใหลโปที่บาน
                                                                             ิ           ลิโปเห็นหมวกสําหรับ
ลูกหลวงแลวมีความยินดียิ่งนัก รูสึกสัมผัสไดกับความนัยอันเปนสื่อสัญญาณของหมวก ลูกหลวงวาเปนทางที่
บงบอกถึงวาสนาตัวในเบื้องหนา ทั้งมูลคาราคา ก็สูงล้าทีทงชีวิตตนยังไมเคยสัมผัส จึงเปนที่ตองอัธยาศัยเดิม
                                                        ํ ่ ั้
ดังนั้นใกลคาวันหนึ่งลิโปจึงลอบมาหาอองอุนถึงในจวน
             ่ํ                                                  อองอุนนั้นหลังจากใหคนสนิทนําหมวกสําหรับ
ลูกหลวงไปมอบ แกลิโปแลวก็รอคอยทีอยู ครั้นรูวาลิโปมาหาจึงออกมาคํานับ แลวเชิญลิโปเขาไปสนทนาที่ใน
                                                  
หองสวนตัว และชวนลิโปกินโตะใหเปน ทีสําราญ ณ หองรับรองนั้น ลิโปเห็นอองอุนแสดงอาการออนนอมและ
                                           ่
เอาใจตัวเกินฐานะนักก็เกรงใจ         จึงวากับอองอุนวาทานมีเมตตาสงหมวกไปกํานัลขาพเจา ครั้งนี้มคณแก
                                                                                                      ี ุ
ขาพเจานัก ขาพเจาจะตองหาทางสนองคุณทานใหถึงขนาด วันนี้ขาพเจาจึงมาคารวะขอบคุณทานไวชนหนึ่ง      ั้
กอน แลววาขาพเจาเปนแตเพียงทหารของทานอัครมหาเสนาบดี เปนผูนอย ตัวทานเปนขุนนางผูใหญในพระ
เจาเหี้ยนเต หาควรที่จะกระทําการออน นอมตอขาพเจาถึงเพียงนี้ไม ขาพเจาตางหากทีตองเปนฝายออนนอม
                                                                                        ่ 
คารวะตอทาน วาแลวลิโปก็คํานับคารวะอองอุนอองอุนเห็นเชนนั้นจึงรีบคุกเขาลงคํานับเอาใจลิโป แลววา
ขาพเจา คารวะออนนอมตอทานหาใชดวยฐานะยศศักดิ์แตประการใด ตัวขาพเจาเปนคนใฝ พึงใจดวยคนมีฝมือ
กลาหาญ ขาพเจาไดทอดสาย ตาทั่วทั้งแผนดินนี้แลวไมเห็นใครใดจะมีฝมอองอาจกลาหาญเสมอทานแมแต
                                                                               ื
คนเดียว เหตุนขาพเจาจึงนับถือตัวทานยิ่งนัก หวังเอาทาน เปนที่พึ่งของขาพเจาสืบไป วาแลวอองอุนก็รนสุรา
                ี้                                                                                        ิ
คํานับลิโป แลวใช วิชาพิดทูลอันเลิศล้ําของขุนนางพูดจายกยอง สรรเสริญทั้งตั๋งโตะและลิโปจนผูกน้ําใจลิโป
เอาไวมั่น

ลิโปไดฟงคําสรรเสริญเยินยออันเพลินใจก็เบิกบานยิ่ง ดื่มสุรา จอกแลวจอกเลาอยางมีความสุข อองอุน
สังเกตเห็นลิโปดื่มสุราจนฮึกเหิมแลวจึงขับคนรับใชชายออกไปจากหอง คงไวแตคนรับใชหญิงสีคน แลวให
                                                                                        ่
เชิญเตียวเสี้ยนออกมาทําความรูจักกับลิโป

ณ ยามราตรีทามกลางแสงชวาลาในหองรับรองของขุนนางสี่แผนดิน เตียวเสียนปรากฏกายมาในชุดแพรสี
                                                                                ้
ชมพูบางเบาชวนวาบหวาม ลิโปเห็นเตียวเสียนโฉมสะคราญตรึงใจก็ตะลึงไปจนจอกสุราหลนลง จากมือ แลว
                                             ้
ระล่ําระลักถามอองอุนวาสตรีนเปนผูใด อองอุนเดินเขาไปหาเตียวเสียนจูงมือมาขางหนาลิโปแลววานีคือ เตียว
                                     ี้                             ้                               ่
เสี้ยนบุตรีเรา และใหเตียวเสียนคํานับคารวะลิโปตามธรรมเนียม แลวสั่งใหเตียวเสี้ยนเอาปานสุรารินใหกับลิโป
                               ้
ลิโปตั้งแตแรกเห็นเตียวเสี้ยนใจก็ประหวัดปฏิพัทธในเตียวเสียนอยางล้ําลึก
                                                              ้               ประดุจดั่งถูกพันธนาการไวดวย
พญานาคราช ครั้นเห็นเตียวเสี้ยนเขามาคํานับรินสุราใหกดีใจยิ่งนัก จองหนาเตียวเสี้ยนไมกะพริบตา เตียว
                                                          ็
เสี้ยนก็ใชมารยาหญิงทําทีเปนเอียงอาย แลว แกลงชายตาไปสบตาลิโปเปนครั้งคราว หวานกลาเสนหาจนเต็ม
ผืนนาใจแหงลิโป ทุกครั้งทีตาประสานตา ลิโปประหนึงถูกศรกามเทพสะทานไปทั้งรางดวยพลังเสนหานั้น
                                   ่                        ่
อองอุนเห็นลิโปเดินกาวถลําลึกลงในหวงกลเสนหาแลว ก็แสรงทําเปนเมาแลววากับลิโปวาตัวเรารับราชการมา
                                                                                          
สี่แผนดินถึงทุกวันนี้ ไดความสุขเพราะบารมีแหงทานอัครมหาเสนาบดีและตัวทานคุมครอง แลววาตัวเราชรา
ลงทุกวันเหมือนไมอันใกลฝง จะลมลงวันใดหา รูไม การแผนดินทุกวันนี้ไมมีสิ่งใดหวงหาอาลัยดวยวางใจใน
ตัวทาน จะเปนเสาหลักอันสําคัญค้ํายันแผนดินใหเปนสุข หวงก็แตเตียวเสี้ยน ผูบุตรีที่ยงออนวัยนัก จึงหวังให
                                                                                        ั
เตียวเสียนไดเปนฝงฝากอนทีขาพเจาจะลาโลกไป ขาพเจาพอใจในความกลาหาญและบุญบารมีของทานจัก
         ้                       ่
เปนที่พึ่งของลูกเราได ดังนั้นจะยกเตียวเสียนใหเปนภรรยานอยของทาน หากทานไมพึงใจก็อภัยใหแกคนชรา
                                           ้
ดวยเถิด

ลิโปกําลังถูกแรงปฏิพัทธครองใจและฮึกเหิมดวยแรงแหงสุรา จิตพิศวาสยิ่งหื่อโหม ฟงคําอองอุนเชนนั้นก็ดีใจ
จนลนลาน จึงรีบคุกเขาลงกับพื้นเอาศีรษะกมจรดพื้นแลววาชีวิตขาพเจาทีเหลืออยูนี้ หากมีเตียวเสียนมาอยู
                                                                        ่                       ้
เปนคูบุญแลวก็จะไมปรารถนาสิ่งใดอีก แลว ถามอองอุนวาทานจะสงมอบเตียวเสียนใหแกขาพเจาไดเมื่อใด
                                                                                ้
อองอุนจึงวาทานเปนหลักชัยของแผนดิน ทําการสิ่งใดควรจะตอง ดวยฤกษชัยอันมงคล วันนี้ยังไมมฤกษ   ี
เชนนั้นจึงขอผัดไวใหถึงวันฤกษดีในอีกไมกี่วัน ขาพเจาจะไดแตงขบวนยกบุตรีไปสงแกทาน วาแลวอองอุนก็
                                                                                      
ชวน ลิโปใหคางคืนที่จวนเพื่อสนทนากันสืบไป แตลิโปมภารกิจจึงขอลากลับ
                                                         ี




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                     หนาที่ 105



อองอุนจึงออกมาสงลิโปถึงประตูจวน กาวสําคัญดานแรกเสร็จสิ้นไปแลว กาวตอไปจึงเปนทางดานตังโตะ      ๋
ดังนั้นในวันรุงขึ้นซึ่งเปนวันฮองเตออกวาราชการ ในเพลาสาย หลังอองอุนเสร็จจากเขาเฝาพระเจาเหี้ยนเต
แลว เห็นลิโปมิไดตามตั๋งโตะมาดวย เปนโอกาสเหมาะอยางยิ่ง อองอุนจึงเขาไปคุกเขาคํา นับเชิญใหตงโตะ
                                                                                                      ั๋
ไปกินโตะที่จวน ตั๋งโตะเห็นขุนนางผูใหญออนนอม เอากับตัวเชนนี้ก็ยินดีรบเอาคําเชิญนัน แลววาเราจะไปกิน
                                                                          ั            ้
โตะทีจวน ทานในเที่ยงวันนี้ ใหทานรีบกลับไปกอน
       ่

อองอุนเห็นตั๋งโตะรับคําเชิญก็ดีใจรีบสั่งใหเตรียมจัดโตะไวทหอง จัดเลี้ยงภายในจวน แลวสั่งใหคนในบาน
                                                                ี่
เตรียมตั้งแถวคอยตอนรับ ตั๋งโตะครั้นเวลาเที่ยงตั๋งโตะพรอมดวยขบวนแหหนาหลังไดเดินทางมา ถึงจวนของ
อองอุน ตัวอองอุนออกไปรอตอนรับถึงประตูจวน แลวเชิญตั๋งโตะเขาไปในจวน ผูคนในบานตางคุกเขาคํานับ
                                                                                     
แสดงคารวะตอตั๋งโตะอยางออนนอม ตั๋งโตะเขาไปในจวนแลว อองอุนก็คุกเขาคํานับแลววาทานอัครมหา
เสนาบดีมีเมตตารับคําเชิญมาถึงจวนขาพเจา ในวันนี้เปนคุณแกขาพเจายิงนัก วาแลวก็เอาสุราเขาไปคํานับ
                                                                              ่
แสดงคารวะตอตั๋งโตะ ตั๋งโตะรับสุรามาแลวจึงวาทานเปนขุนนางผูใหญสี่แผนดินอยาคุกเขาคํานับเลย จงนังให
                                                                                                          ่
เปนสุขเถิด อองอุนทําทีอิดเอื้อนอยูแลววา โบราณวา "ชางเหยียบนา พระยาเหยียบเมืองเปนสิริมงคลอัน
สูงสุด"     ตัวทานอัครมหาเสนาบดีกรุณาแกขาพเจาทั้งนี้เปนพระคุณหาที่สดมิได  ุ      วาแลวก็กลาวคํายกยอง
สรรเสริญตั๋งโตะดวยประการตางๆ ดวยคารมแหงขุนนางสีแผนดินเปนที่ตองใจของตั๋งโตะยิ่งนัก ตั๋งโตะเสพ
                                                              ่             
สุราพลางหัวเราะไปพลางเคลากับคํายกยองสรรเสริญพิดทูลจากออง                 อุนดวยความเพลิดเพลินเจริญจิตจน
ความมืดแหงราตรีเขามาเยือน

อองอุนจึงเชิญใหตั๋งโตะกินโตะตอแลวเชิญเขาไปที่หองรับรองสวน ตัวอันเปนที่รโหฐาน ตั๋งโตะเห็นเปนที่
ประหลาดใจจึงไลทหารที่ติดตาม             มาใหกลับลงไปรอขางนอกจวน            แลวตั๋งโตะก็เขาไปในหองรับรองนั้น
อองอุนเชิญใหตั๋งโตะนั่งบนเกาอี้ สวนตัวเองคุกเขาลงกับพื้นแลววา "เมื่ออายุขาพเจาไดยี่สิบหาปนั้น ขาพเจา
ไดเรียนดูดาวสําหรับพระมหากษัตริย แลดาวประจําเมืองกับดาวบริวารทั้งปวงนั้น บัดนี้ขาพเจาเห็นดาวสําหรับ
พระมหากษัตริยนั้นเศราหมอง แลดาวมหาอุปราชนั้นมีรัศมีรงเรือง ขาพเจาพิเคราะหดูนี้เห็นพระเจาเหี้ยนเตจะ
                                                               ุ
ดับสูญ       ราชสมบัตินั้นจะไดแกทานเปนมั่นคง"ตั๋งโตะไดฟงความอันตองดวยอัธยาศัยตนก็มีความยินดียิ่งนัก
                                       
แสรงถามขึ้นวาตัวเรานี้จะมีวาสนาถึงพระแทนมังกรทองกระนันหรือ เราเองรูสึกตัววายังไมถงดอก อองอุนจึงวา
                                                                  ้                            ึ
อันธรรมดาแผนดินนั้น หากผูใดมีบุญญาบารมีแลวจึงจะครองได หากไรเสียซึ่งสิ่งนี้ก็ยอมพาย แพภยแกตนเอง
                                                                                                        ั
ขาพเจาวาทั้งนีหาใชความคิดตนไม แตเปนไปตามคัมภีรโบราณอันไดศึกษามาแตกอน ตั๋งโตะไดยนคําอองอุน
                  ้                                                                                    ิ
ยืนยันมั่นคงก็ยนดีนักแลววาถาเราไดราชสมบัติดังคําทาน เราจะแตงตั้งใหทานเปนอัครมหาเสนาบดีเปน กํานัล
                ิ
ปาก แลวเชิญใหอองอุนรีบลุกขึ้นมานั่งที่เกาอี้ อยาคุกเขาใหเปนที่ลําบากเลย

อองอุนเห็นตั๋งโตะเดินเขาสูทางกล ทั้งสังเกตเห็นตั๋งโตะกําลังฮึกเหิม และเบิกบานใจในวาสนาเปนทีแลว จึง
                               
สั่งใหพนักงานมโหรีทําเพลง ขับกลอมตั๋งโตะและใหคณะนาฏศิลปประจําจวนออกมารายรําบํารุงใจ ตั๋งโตะ
คณะนาฏศิลปประจําจวนออกมารายรําอยูครูหนึ่ง เตียวเสียนซึ่ง เปนนาฏศิลปเอกในชุดแพรเขียวบางเบาเยา
                                                         ้
ยวนตาจึงรํารายกรายออก มากลางเวทีที่หนาตั๋งโตะนั้น ตั๋งโตะเห็นคณะนาฏศิลปในตอนแรกลวนโฉมสะคราญ
ก็เบิกบาน ใจเปนที่ยิ่ง ดืมสุราจอกแลวจอกเลา แตครั้นดรุณีในชุดสีเขียวตองออนกรายแขนรํารายออกมาก็
                             ่
ตะลึงงันในความสะคราญของเตียวเสียน สายตาจับจองมองเตียวเสียนไมกะพริบ รําพึงขึ้นในใจวาสตรีนี้เปน
                                    ้                                 ้
ผูใดหนอจึงเลอโฉมสะคราญนัก ทั้งเชิงรํารายกรายทาก็งดงามเกินนางรําในวังหลวง ตัวเรานี้ไดสรรหาสตรีงาม
จากทุกสารทิศไวในวังใหมถึงแปดรอยนางลวนโฉมสะคราญ แตหากจะเทียบกับดรุณีนอย นางนี้แลวก็เปนได
เพียงแคฝูงกาเทียบกับพญาหงสเทานั้น

ครั้นจบกระบวนรําแลว อองอุนจึงเรียกเตียวเสียนใหเขามารินสุรา แกตั๋งโตะ ตั๋งโตะซึ่งกําลังจองมองเตียวเสี้ยน
                                               ้
ตาคางอยูก็ไดสติรีบถาม อองอุนวาสตรีนี้เปนใคร อองอุนจึงวานี่คือเตียวเสี้ยน เปนบุตรบุญธรรมของขาพเจา
เลี้ยงมาแตนอย ตั๋งโตะถามตอไปวาสามารถขับรองเพลงไดหรือไม อองอุนวาไดแลวใหเตียวเสี้ยนขับรองทาม
กลางเสียงมโหรีทหวานแวว สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาเตียวเสี้ยนขับรองเพลงเปนนัยวา "หญิง
                   ี่
รูปงามขับเสียงเพราะ ลิ้นจีแตมริมฝปากชูสขึ้นแลหยกสองอันถึงมาตรวาไมแกะเปนรูปสิ่งใดก็แอบเนื้อเย็นใจ
                            ่                    ี
พริกไทย นั้นเมล็ดเล็กก็จริง ถาลิ้มเขาไปถึงลิ้นแลวก็จะมีพษเผ็ดรอน" ทรราชเฒาที่กองทัพสามแสนทําลาย
                                                             ิ
ไมได กําลังถูกกลสตรีกลอม มัดดวยอานุภาพพลังเสนหาดังนี้




                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 106



สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

กลเสนหาลางปญญากุนซือ (ตอนที่ 47)

ตั๋งโตะยามนี้ไมสนใจสิ่งใดอื่นจองอยูแตกับเตียวเสียนไมวางตา แลวถามเตียวเสียนวาเจานี้อายุเทาใด เตียว
                                                     ้                          ้
เสี้ยนทําคอนอายคํานับแลวตอบวาตัวขาพเจานี้เพิ่งอายุไดสบหกป แลวบิดกายทําทีเอียงอายอยางเยายวน ตั๋ง
                                                             ิ
โตะยิ่งมีใจปฏิพัทธประดุจดั่งโคแกเห็นหญาออน แลววาเจานี้โฉมสะคราญนัก กระบวนรองก็หวานล้ํา กระบวน
รําก็ออนชอย ตรึงตาตรึงใจคนยิ่งนัก อองอุนเห็นเปนทีจึงคุกเขาลงคํานับตั๋งโตะ แลววาทุกวันนี้ขาพเจา ทํา
ราชการเปนสุขอยูดวยบารมีของทาน ไมมีสงใดทีจะแทนคุณทาน ไดจึงขอยกเตียวเสียนผูบุตรีใหเปนภรรยา
                                               ิ่      ่                              ้
ทาน

ตั๋งโตะไดยินเชนนั้นก็ยินดียิ่งนัก แลววาในบรรดาขุนนางทั้งปวง นี้หามีใครรักภักดีเราเหมือนทานไม เราจะแทน
คุณทานจนถึงขนาด อองอุนไดยินเชนนั้นจึงสั่งใหเตรียมเกี้ยวจัดขบวนและสงเตียวเสียน ใหกับตั๋งโตะแตราตรี
                                                                                       ้
นั้น ตั๋งโตะเห็นเชนนั้นก็ดีใจนัก สั่งทหารใหนําขบวนเตียวเสี้ยนกลับไปยังจวน แลวตั๋งโตะก็ลาอองอุนกลับไป
ออง อุนตามไปสงตั๋งโตะถึงที่จวน

ขณะอองอุนเดินทางกลับ       ในระหวางทางพบลิโปขี่มาถือทวนเขามาแลว         ถามวาทานยกเตียวเสียนใหเปน
                                                                                                     ้
ภรรยาขาพเจาแลว เหตุใดจึงสงใหกับตั๋งโตะเลา เชนนี้จะมิเปนการลวงขาพเจาดอกหรือ อองอุนเห็นดังนั้นจึง
วาที่นี่เปนกลางทาง ไมสมควรที่จะกลาวเรื่องนี้ ขอเชิญทานตามไปทีจวนขาพเจาเถิด ลิโปก็ตามไป อองอุนจึง
                                                                     ่
เชิญ ลิโปขึ้นไปยังหองหนังสือแลวกลาวกับลิโปตามแผนการซึ่งคิดไวนั้นวา เมื่อวานนี้ไปเขาเฝาพระเจาเหี้ยน
เต ตั๋งโตะไดเขามาแสดงความยินดี วาทราบขาวการยกเตียวเสียนใหเปนภรรยาลิโป จึงมีความประสงคจะมา
                                                                 ้
พูดจาสูขอใหถกตองตามธรรมเนียมเพื่อเปนเกียรติยศสืบไป ดังนั้นอองอุนจึงมาเตรียมการตอนรับตั๋งโตะอยูที่
                  ู
บาน อองอุนเลาความใหลิโปฟงตอไปวาเมือตั๋งโตะมาถึงบานแลวก็ใหเตียวเสี้ยนออกไปคํานับ ตั๋งโตะวามี
                                               ่
ความยินดีดวยลิโปและวันนี้เปนฤกษดีแลว จะขอรับเตียวเสี้ยนไปแตงงานกับลิโปตามประเพณี แลววา "ซึ่ง
              
มหาอุปราชวาทั้งนี้ทานคิดดูเถิด เราเปนผูนอยจะอาจขัดไดหรือ เราจึงสงบุตรใหไป" ลิโปฟงอองอุนแลวเชื่อวา
                                          
เปนความจริง ขออภัยอองอุนแลวลา กลับบาน รอฟงขาววาตั๋งโตะจะสงเตียวเสียนมาใหตามธรรมเนียม รออยู
                                                                                ้
จนดึกก็ไมมีความเคลื่อนไหวใดๆ รุงเชาขึ้นลิโปเขาไปในจวนของ ตั๋งโตะตามปกติ ถามผูคนในจวนวาตั๋งโตะ
อยูที่ไหน ผูคนในจวนจึง เลาความใหลิโปฟงวาเมื่อคืนนี้ตั๋งโตะไดหญิงงามมาคนหนึ่ง จนเวลานี้ยังไมตน ลิโป
                                                                                                     ื่
ไดฟงก็โกรธ จึงเขาไปในที่พกของตั๋งโตะ เห็นเตียวเสี้ยนตืนแลวกําลังลางหนาอยู เตียวเสี้ยนเห็นลิโปก็ทํา
                              ั                               ่
เปนรองไห เอาผาเช็ดน้ําตาเปนทีวาถูกขมขืนบังคับใจ ลิโปเห็นเชนนั้นก็มีใจโกรธตั๋งโตะแลวรีบเดินออกไป ที่
หองนอกพบเขากับตั๋งโตะซึ่งเพิ่งตื่นนอน ตั๋งโตะถามวามีราชการสิ่งใด ลิโปตอบดวยความไมพอใจวาไมมี
ราชการสิ่งใด

ในขณะนั้นเตียวเสี้ยนเดินตามออกมาที่ประตูเผยมูลี่ดูเห็นลิโป อยูกับตั๋งโตะก็ใชมารยาหญิงสบตาใหลิโปดวยสี
                                                 
หนาทาทางอันโศกสลด ลิโปไมรูกลสตรีกสงสาร และมีความรักเตียวเสี้ยนเพิ่มขึ้นเปนอันมาก ตั๋งโตะเหลือบ
                                           ็
ไปเห็นลิโปจองเตียวเสียนอยู ความหึงหวงก็เกิดขึ้น จึงวากับลิโปวาวันนี้ไมมีราชการสิ่งใดเจากลับไปเถิด
                          ้
ตั้งแตนั้นมาตั๋งโตะก็ระแวงหึงหวงลิโป ในขณะที่ลิโปก็โกรธแคนชิงชังตั๋งโตะขึ้น เปนลําดับ

หลังจากไดเตียวเสี้ยนมาแลว ตั๋งโตะลุมหลงในกลเสนหาจนไม เปนใจปฏิบัติหนาทีราชการตามปกติ จนวัน
                                                                                     ่
หนึ่งตั๋งโตะปวย เตียวเสี้ยนก็แสรงพยายามเอาอกเอาใจรักษาพยาบาลอยางใกลชดทําใหตั๋งโตะยิ่งเพิ่มความ
                                                                                   ิ
รัก ความหลงตอเตียวเสี้ยนมากขึ้น วันหนึ่งลิโปเขาไปหาตั๋งโตะถึงในที่ ตั๋งโตะหลับอยู เตียวเสียนเห็นลิโปจึง
                                                                                                ้
เอามือชี้ไปที่ตงโตะและกลับมาชี้เขาที่อกตัวแลวรองไห ลิโปเห็นกิรยาเตียวเสี้ยนเชนนั้นก็ยิ่งสงสารและเพิ่ม
                ั๋                                                  ิ
ความเสนหาอาลัยมากยิ่งขึ้น ขณะนั้นตั๋งโตะตื่นขึ้น เห็นลิโปเขามาและจองไปที่ดานหลังมุงไมกะพริบตา หัน
กลับไปเห็นเตียวเสี้ยนยืนอยูก็โกรธ ตวาดวา "อายลิโปนี้เสียแรงกูไวใจรักดังบุตรในอุทร บังอาจหยอกเมียกู
ได" แลวขับไลลิโปออกไปและหามไมใหลิโปเขามาพบอีก

ลิโปไดความอัปยศนักจึงรีบกลับไป สวนเขากับลิยู ลิยจึงถามวาเกิดเหตุใดขึ้น ลิโปจึงเลาความที่ตั๋งโตะไลนั้น
                                                   ู
ใหลิยทราบ ลิยูทราบ แลวก็ตกใจรีบเขาไปหาตั๋งโตะแลววาทานจะคิดการใหญ จะมาผิดใจกับลิโปนั้นไมควร
       ู
การใหญจะเสียไป ตั๋งโตะฟงแลวก็สะดุงถามลิยู วาจะแกไขประการใด ลิยูเสนอวาใหเรียกลิโปมาทําความ
เขาใจ แลว มอบขาวของมีคาเปนการทําขวัญลิโป ตั๋งโตะก็เห็นดวยและทําตามคําแนะนําของลิยู หลังจากนั้น
แลวตั๋งโตะกับลิโปก็มีความเปนปกติดังแตกอน




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                    หนาที่ 107



แตกระนั้นจิตใจพิศวาสทีผูกพันอยูหาไดสรางไปไม วันหนึ่งลิโป ตามตั๋งโตะเขาไปในพระราชวัง ในระหวาง
                              ่
ที่ตั๋งโตะเขาเฝาอยูนั้น ลิโป จึงขับมามาที่บานของตั๋งโตะ ผูกมาไวหนาบานแลวเขาไปหาเตียวเสียน ถึงขางใน
                                                                                                     ้
เตียวเสียนจึงใชอุบายหญิงบอกลิโปวาใหลงไปคอยทีในสวนจะลงตามไป
          ้                                                  ่                     เพราะหากอยูที่ขางในนีจะเปนที่
                                                                                                           ้
ครหา ลิโปจึงลงไปคอยในสวน เตียวเสียนก็ตามไปแลวจดจองมองตนทางที่ตั๋งโตะ จะกลับมานั้นแลวจึงวากับ
                                             ้
ลิโปวา อองอุนยกขาพเจาใหเปนภรรยาทาน แตตั๋งโตะกลับชิงเอา แลวมาทําขมเหง ในอกจึงหมองอยู ถึง
เดือนเศษแลวคิดจะฆาตัวตายแตยังไมไดลาลาลิโป บัดนีพบหนาลิโปแลว จะขอลาตาย วาแลวก็ขึ้นไปบนรั้ว
                                                 ่ํ             ้
จะกระโดดน้ําตาย ลิโปเห็นก็ตกใจ จึงรีบวิ่งเขาไปอุมเตียวเสี้ยนลงจากรั้ว แลวรองไหวาไดประจักษความ รัก
                                                                                            
ของเตียวเสี้ยนอยู หากกีดขวางดวยตั๋งโตะเตียวเสียนก็กลาวดวยมารยาหญิงอีกวา เกิดมาชาตินทรมานนัก
                                                           ้                                            ี้
ไมไดอยูรับใชลิโปตามธรรมเนียม จะขอตายใหพนความเวทนา หากชาติหนามีจริงจะขอเปนภรรยาปรนนิบัติรับ
ใชลิโป

ลิโปฟงเชนนั้นน้ําใจรักเจือหลงก็เดือดขึ้นถึงที่สด
                                                  ุ   กลาวกับเตียวเสี้ยนวาชาตินถาไมไดเตียวเสียนมาครองจะ
                                                                                   ี้             ้
ไมขออยูเปนลูกผูชายใหอายฟาดินอีกตอไป เตียวเสียนจึงวาวันเวลาในความทุกขทรมานวันหนึ่งเทากับปหนึ่ง
                                                        ้
บัดนี้ ตองทุกขทรมานมาเดือนเศษแลว จะคิดอานประการใดก็เรงคิดเถิด ลิโปก็รับคําแลววาออกมานานแลวตั๋ง
โตะจะสงสัย จะรีบกลับเขาไปในวังกอน เตียวเสียนเห็นเชนนั้นจึงสําทับวาหากลิโปกลัวตั๋งโตะก็จะไมไดเห็น
                                                    ้
หนากันสืบไป ลิโปวาขอเวลาไปวางแผนตรึกตรองสักครังหนึ่งกอน เตียวเสียนจึงใชอุบายหญิงปรามาสวา
                                                           ้                     ้
"ขาพเจาไดยินลือชาปรากฏแตชื่อทานดังเสียงฟา ขาพเจาเอามือปดหูไวดวยกลัวอํานาจวาเขมแข็งกลาหาญ
ในการสงครามหาผูใดเสมอมิได บัดนี้ขาพเจาไดเห็นแลฟงวาจาของทานนันไมสมกับคําลือ เมื่อพิเคราะห ดู
                                                                            ้
เห็นวาทานกลัวอํานาจตั๋งโตะเปนอันมากอยู ฉะนี้ เห็นจะคิดการไปมิตลอดเสียแลว" วาแลวก็ทํารองไหเอามือ
ปลดเอามือลิโปออกจากตัวแลวจะกระโดด น้ําตาย ลิโปครันถูกคนที่ตัวรักหลงกลาวปรามาสเชนนี้เลือดทระนง
                                                             ้
ในกายก็พุงพลาน วางทวนไวกับรั้วแลวปลอบเตียวเสียนอยูตอไป
                                                      ้        

ฝายตั๋งโตะเมื่อเฝาอยูเหลียวมาไมเห็นลิโปก็กริ่งใจ ครั้นเสด็จขึ้น แลวจึงรีบกลับบาน เห็นมาลิโปผูกอยูหนา
                                                                                                              
บานก็โกรธ รีบขึ้นไปบนจวนก็ไมเห็นลิโปและไมเห็นทั้งเตียวเสี้ยน ถามหญิงรับใชไดความวา อยูในสวนก็ยิ่ง
สะดุงใจคิดวาลิโปคงอยูดวย เตียวเสียนเปนแน จึงรีบตามลงไปที่สวน เตียวเสี้ยนเห็นตั๋งโตะก็แกลงจะกระโดด
                                        ้
น้ําตาย ลิโปก็เขาอุมไวอีก ตั๋งโตะมาเห็นเตียวเสี้ยนกําลังดิ้นอยูในมือของลิโปมิไดรูมารยาหญิงก็โกรธลิโปเปน
อันมาก ตวาดดาลิโปเสียงอันดังลั่น ลิโปไดยินเสียงตั๋งโตะก็รีบวางเตียวเสียนลงแลววิ่งหนี ตั๋งโตะหยิบเอา
                                                                                ้
ทวนของ ลิโปที่พิงไวขางรั้วซัดไปที่ลิโปแตไมถูก ลิโปวิ่งหนีออกไปได ตั๋งโตะวิ่งไปหยิบทวนแลวไลตามลิโป
ไป สวนกับลิยชนกันจนลมลงทั้งคู ลิยูจึงเขาประคองตั๋งโตะแลวพาขึ้นไปบนจวน แลวลิยูจึงวาขาพเจามาที่
                   ู
จวนพบลิโปกําลังวิ่งออกไปบอกวาทานกําลังไลตามฆาจึงวิงเขามาเพื่อจะหามก็พอดีชนกันขึ้นแลว ลิยจึงยก
                                                                ่                                           ู
ประวัตศาสตรสมัยเลียดกก เมื่อครั้งฌอชองอองพระราชทานลูกสาวเจาเมืองหนึ่งแกทหารเอก ทําใหทหารเอก
         ิ
ผูนั้นมีใจภักดีตอฌอชองออง
                                      ครั้นเกิดสงครามฌอชองอองก็ไดทหารเอกผูนี้ตอสูทาลายขาศึกจนแตกไป
                                                                                             ํ
ดังนั้นจึงเสนอใหตั๋งโตะถือเอา แบบอยางของฌอชองอองยกเตียวเสียนใหกับลิโปเสีย เพื่อผูกใจ ลิโปไว
                                                                           ้
สืบไป

ตั๋งโตะฟงคําลิยูแลวใจหนึ่งก็เห็นดวย แตอีกใจหนึ่งก็เต็มไปดวย ความพิศวาสลุมหลงเตียวเสียน ลังเล
                                                                                             ้
ตัดสินใจทางใดทางหนึ่งไมได จึงขอลิยูวาไวไตรตรองคืนหนึ่งกอน แลวจะตัดสินใจในวันพรุง ในขณะที่ลิยู
กลาวกับตั๋งโตะอยูนั้น เตียวเสี้ยนไดยินความโดยตลอด ครั้นลิยูกลับไปแลวจึงเขาไปกอดเอาเทาตั๋งโตะไว
แลวรองไห และวาวันนีลิโปทําหยาบชาใหเปนที่อัปยศ เปนความอัปยศทังตัวเอง และเปนความอัปยศตออัคร
                         ้                                              ้
มหาเสนาบดี ตังโตะจึงปลอบใจวาตัวเราชราแลว ลิโปยังหนุมองอาจกลาหาญ และมีน้ําใจรักเตียวเสี้ยนเปนอัน
                 ๋
มาก ดังนั้นจะยกเตียวเสียนใหกับ ลิโปเพื่อไดครองรักกันสืบไป เตียวเสียนไดยินก็ทาเปนตกใจแลววา บัดนี้
                           ้                                          ้          ํ
เมื่อเปนภรรยาของ ตั๋งโตะแลวก็ยอมมีฐานะเปนมารดาของลิโปดวย การทีจะยกแมใหเปนเมียลูกเปนการเสื่อม
                                                                          ่
เสียเกียรติยศและผิดธรรมเนียม "อุปมาเหมือนทานเขียนรูปนกยูง แลวเอาหมึกมาทาเสีย ใหดาเสียสีไปฉะนี้
                                                                                           ํ
ขาพเจาไดความอัปยศนัก ซึงจะครองชีวิตอยูดูหนาคนสืบไปนั้นไมได" วาแลวก็ทําเปนลุกขึ้นควาเอากระบี่ที่
                                ่
แขวนอยูขางผนัง ชักกระบี่ออกจะเชือดคอตาย ตั๋งโตะเห็นก็ตกใจวิ่งเขาไปชิงเอากระบี่เสีย แลววาที่พูดมานั้น
เปนการพูดเลนเพื่อเปนการลองใจวาเตียวเสียนนั้น จะมีน้ําใจใฝดวยลิโปหรือไม บัดนี้ประจักษน้ําใจรักภักดี
                                            ้
แลว เตียวเสียนเห็นเปนทีจึงกราบเอาที่ตักตังโตะซบหนาลงแลวรองไหแลววา เหตุ เชนนี้เกิดจากลิยูไมรัก
               ้                              ๋
ภักดีทานและตัวขาพเจา จึงคิดการใหผิดธรรมเนียม ใหยกขาพเจาแกลิโปเปนการทําลายเกียรติยศทานและ
        
ขาพเจา

ตั๋งโตะไดฟงคําเตียวเสียนชอบดวยเหตุและผล ทั้งไดเห็นถึงน้ํา ใจรักภักดีและน้ําใจตัวนั้นก็ปฏิพัทธพิศวาสใน
                         ้
เตียวเสียนเปนลนพน จึงกลาววาจะไมเชื่อฟงคําลิยูอีกตอไป เตียวเสียนเห็นเปนทีจึงสําทับซ้ําวาถาขืนอยูที่นี่
         ้                                                           ้
สืบไป ลิยูก็คงมากลาวชักนําทานอีก วันใดน้าใจทานคลอยตามขาพเจาก็จะเปนอันตราย ที่นี่จึงเปนทีที่ขาพเจา
                                          ํ                                                         ่ 



                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 108



หาความสุขไมไดอีกตอไป ขอใหไปอยูที่เมืองหลวงแหงทีสองจึงจะพนภัย ตั๋งโตะก็รับคําแลววาในวันพรุงนี้จะ
                                                     ่
พาเตียวเสียนไปอยูเมืองหลวงแหงทีสอง
          ้                      ่

ครั้นรุงขึ้นลิยูจึงเขามาหาตั๋งโตะแลวถามวาตกลงใจประการใด     ถาเห็นชอบดวยแลววันนี้เปนฤกษดีใหรีบยก
เตียวเสียนแกลโปเถิด ตั๋งโตะจึงแกวาความคิดนี้ผดธรรมเนียม การยกแมใหเปนเมียลูกนันทําไมได ที่ลโปทํา
          ้         ิ                              ิ                                  ้              ิ
หยาบชาตอเตียวเสียนตัวเองไดรับความอัปยศนัก แตไมเอาโทษแลวใหไปบอกลิโปวาอยามายุงเรื่องนี้อีก ลิยู
                        ้
จึงวาทานไมฟงคําขาพเจาในครั้งนี้ การทีคดไวจะเสียไปเพราะหญิงคนนีเปนมั่นคง ตั๋งโตะไดฟงลิยูเซาซี้ก็
                                               ่ ิ                       ้
โกรธนักจึงวา "ซึ่งทานจะขืนใหเราเอาภรรยายกใหแกลิโปนั้นเราไมฟงคําทานแลว ถาทานมีใจรักลิโปอยูจง
เอาภรรยาทานมายกใหแกลิโปเองเถิด แตนสืบไปอยาใหผใดเอาเนื้อความขอนี้มาซ้ําวาฉะนี้อีก ถาผูใดมิฟงเรา
                                                ี้        ู                                     
จะตัดศีรษะเสีย" ลิยูไดฟงเชนนั้นก็รีบลาออกมาแลววากับทหารทั้งปวงซึ่งมารอคอยตั๋งโตะอยูวา "เราทานทั้งนี้
จะพากันฉิบหาย เพราะอีเตียวเสี้ยนคนนี้เปนมั่นคง" วาแลวลิยูก็กลับไปบาน

อานุภาพแหงพลังเสนหาอันเกิดแตมายาหญิงครั้งนี้ไดทําใหตั๋งโตะไมเชื่อถือเชื่อฟงคําของลิยูทปรึกษาอีก
                                                                                              ี่
ตอไป โดยลืมไป สิ้นวาอํานาจวาสนาที่มีขึ้นไดในวันนี้ลวนเกิดแตสติปญญาความคิดของลิยู
                                                                  

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ลางรายยามใกลฆาต (ตอนที่ 48)

ครั้นรุงขึ้นตั๋งโตะจึงพาเตียวเสียนออกจากจวนเพื่อเดินทางไป เมืองหลวงแหงทีสอง มีขบวนแหแหนเหมือน
                                  ้                                              ่
ขบวนเสด็จ บรรดาขุนนางขาราชการตั้งขบวนแถวสงตั๋งโตะที่หนาประตูจวน และรวมขบวนไปสงถึงประตูพระ
นครเตียวเสียนนั่งอยูในรถประทุนเปดมานเห็นลิโปก็แสรงสบตาทํา กิรยาเศราสลดและกมหนาลงรองไห ลิโป
                ้                                                       ิ
ยืนจองดูรูสึกสงสารและอาลัยนัก ลืมตัวอยูเชนนั้นจนขบวนเคลื่อนไปจนลับตา อองอุนซึ่งออกไปสงตั๋งโตะ
                                             
พรอมกับขุนนางอื่นๆ เห็นลิโปมิไดตามขบวนไปดวยจึงเขาไปทักลิโปแลววา เราไมสบายเสียหลายวัน วันนี้ได
ขาวทานอัครมหาเสนาบดีจะเดินทางไปเมืองหลวงแหงทีสองจึงออกมาสง เห็นสีหนาทานเศราหมองนัก มี
                                                           ่
ทุกขสิ่งใดฤา ลิโปจึงวาทุกขของขาพเจาเหมือนฝกลัดหนองอยูในอก ก็มีแตเรื่องเตียวเสียน บุตรีทานเทานัน
                                                                                        ้                   ้
อองอุนจึงแสรงถามวาทานอัครมหาเสนาบดียังไมไดจัดการใหทานไดอยูกินกับเตียวเสียนอีกหรือ
                                                                                      ้             ลิโปจึงวา
กระไรได มันเอาเตียวเสียนทําเมียเสียเองแลว อองอุนจึงวาจะเปนไปไดอยางไรกัน เปนถึงขุนนางผูใหญและ
                             ้                                                                      
เปนทั้งบิดาทาน จะคิดชิงเอาภรรยาบุตรไวเปนภรรยาตนเชนนี้ ลิโปจงเลาความที่เกิดขึ้นใหอองอุนฟงทุก
                                                                           ึ
ประการ อองอุนทําเปนตกใจแลววาเรื่องนี้เปนเรื่องใหญ ขอเชิญทานไปปรึกษากันที่จวนขาพเจาเถิด แลว
อองอุนก็พาลิโปไปที่จวนชวนขึ้นไปที่หองหนังสือ แลวอองอุนจึงวา ตั๋งโตะทําหยาบชากับเตียวเสียนเชนนี้ไม
                                                                                                  ้
เกรงใจเราซึ่งเปนขุนนางผูใหญสี่แผนดิน เราไดความอัปยศนัก แตตัวเรานั้นชราแลวจะแคนเคืองอยางไรก็คง
ทําอะไรกับตั๋งโตะไมได เปนหวงก็แตทาน ซึ่งเราก็ถือวาเปนบุตรเขยยอมอัปยศอดสูยิ่งกวาเรานัก เพราะภรรยา
ตัวถูกคนอื่นแยงไปครอง ผูคนทั้งแผนดินยอมดูหมิ่นเหยียดหยาม เกียรติยศศักดิ์ศรีของทานยอมยอยยับสินใน    ้
ครั้งนี้     และยุสงตอไปวาตัวทานเปนชายชาติอาชาไนย        ฝมือเกรียงไกรกลาหาญเปนที่ยําเกรงของผูคนทั้ง
แผนดิน ควรแกตําแหนงแมทพใหญของบานเมือง แตเมื่อสิ้นเกียรติยศตองอดสูฉะนี้แลว ขาพเจาจึงเสียดาย
                                    ั
ยิ่งนัก

ลิโปไดฟงคํายุของอองอุนก็เห็นจริงยิ่งฟงเพลิงแคนในใจก็ยิ่งคุโชน สิ้นคําอองอุนแลวลิโปโกรธแคนถึงขีดสุด
เอามือตบโตะดัง "ผาง" แลววาไอศัตรูเฒาทําเราอัปยศนัก ขาพเจาจักฆามันใหจงได อองอุนไดฟงก็คดวาลิโป
                                                                                                     ิ
นี้เอาใจออกหางตั๋งโตะเปนแนแลว จึงแสรงเอามือปดปากลิโปแลววาทานอยาพูดเสียงดังไป หากมีใครไดยิน
ความแพรงพรายไปเราจะพากันตายสิ้น ลิโปจึงวาขาพเจาเกิดมาชาตินี้ไมเกรงกลัวสิ่งใด จะเกรงไปไยกับตัง          ๋
โตะ อองอุนเห็นเปนทีจึงพูดแตเบาๆ พอไดยนวา ตัวทานมีฝมือกลาหาญกวาใครในแผนดิน รับราชการดวยตั๋ง
                                               ิ               
โตะมีความชอบเปนอันมาก แตหาไดมตําแหนงแหลงที่เปนขุนนางไม ไฉนจึงไมยอมเปนขาในพระเจาเหี้ยนเต
                                         ี
ทํานุบํารุงแผนดินใหเปนสุข จะมิดีกวาเปนขาทรราชทีแยงเมียตัวไปดอกหรือ ลิโปจึงวาขาพเจาคิดแคนใครจะ
                                                       ่
ฆาตั๋งโตะเสียเดือนเศษแลว แตลังเลดวยเคยเรียกวาเปนพอ เกรงผูคนจะครหาได อองอุนจึงวาตัวทานนี้แซลิ
ตั๋งโตะนั้นแซตง จะนับถือเปนบิดาไดอยางไรกัน อีกประการหนึ่งเลาตั๋งโตะหรือจะคิดวาทานเปนบุตร ครั้งที่เอา
                ั๋
ทวนไลแทง และซัดทวนใสทานก็ดี แยงภรรยาทานก็ดี หาใชวสัยบิดาที่จะกระทําตอบุตรไม จะเกรงคนครหา
                                                                 ิ
ไปไยกัน

ลิโปไดยินเชนนั้นก็หลงตามคําอองอุน     คิดเห็นเปนการชอบดวยเหตุและผลทีตนคิดไมถึงแลววาถาเชนนั้น
                                                                                ่
ขาพเจาจะฆาตังโตะเสียใหจงได อองอุนเห็นเปนทีจึงวาแผนดินทุกวันนี้ใครๆ ก็รวาตั๋งโตะเปนศัตรูราชสมบัติ
                ๋                                                                 ู
กอกรรมทําเข็ญกับบานเมืองแลราษฎร ทั่วทั้งสิบทิศมีแตคนสาปแชง อยากกินเลือดกินเนื้อตั๋งโตะเสียทั้งสิ้น



                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 109



ทานจงหันมาทําคุณแกแผนดินถวายความภักดีตอฮองเต ทานจะมีความชอบใหญหลวง                     จะเปนถึงขุนนาง
ผูใหญทผคนทังแผนดินเลื่อมใสบูชา ดีกวาเปนขาทรราชอยูเชนนี้
        ี่ ู ้

ลิโปฟงอองอุนเห็นทั้งทางไดเตียวเสียนมาครอง เห็นทั้งเกียรติยศที่จะปรากฏไปในแผนดิน และเห็นทั้งอํานาจ
                                      ้
วาสนาในเบื้องหนา หนทางสวางไสวจึงดีใจนัก คุกเขาลงคํานับอองอุนแลววา ทานชีแนะครั้งนี้เปนคุณแก
                                                                                     ้
ขาพเจานัก ขาพเจาจะทําตามคําทาน อองอุนจึงวาการนี้เปนการใหญหากทําการไมตลอดจะพากันตายสิ้น ลิ
โปจึงชักกระบี่กรีดเขาทีแขนเอาโลหิตผสมลงในจอกสุราแลว สาบานวา ถาหากขาพเจาไมฆาตั๋งโตะเหมือนคํา
                         ่
วา ขอใหตายดวยคมอาวุธ แลวดื่มสุรานั้นจนหมดจอก อองอุนเห็นเชนนั้นจึงคุกเขาลงตอหนาลิโปแลววา การ
ตัดสินใจทั้งนี้ของทานเปนคุณปการตอแผนดิน
                               ู                 พระเจาเหี้ยนเตและพระราชวงศฮั่นจะปลอดภัยก็เพราะทาน
บานเมืองแลราษฎรจะเปนสุขก็เพราะทาน จงเตรียมใจไวใหมั่นคงเถิด ถึงวันพรอมเมื่อใดเราจะบอก ใหทาน
ทราบ แลวลิโปก็ลากลับไป

รุงขึ้นอองอุนจึงเชิญซุนซุยกับอุยอวนเพื่อนขุนนางทีสนิทและเคยปรึกษาหารือเรื่องนี้มาแตกอนเขามาปรึกษา
                                                       ่
เลาความใหฟงทุกประการ ขุนนางทั้งสองยินดีนัก จึงปรึกษาแผนการสังหารตั๋งโตะ โดยจะแอบอางเปนรับสั่ง
ของพระเจาเหียนเตใหหาตั๋งโตะเขา เมืองหลวง
                  ้                                      เพื่อจะมอบราชสมบัตใหตามความเห็นของบรรดาขุนนาง
                                                                             ิ
เนื่องจากพระเจาเหี้ยนเตทรงประชวร ไมสามารถวาราชการไดอีกตอ ไป เมื่อตั๋งโตะเขามาในพระราชวังแลวจึง
สังหารเสีย ครันเห็นชอบพรอมกันแลว อองอุนจึงเรียกลิโปมาบอกแผนการที่ปรึกษากันนัน ลิโปก็ยินดี แลว
                    ้                                                                    ้
ปรึกษากันวาจะใหลิซกอดีตรองแมทัพที่ไปกับฮัวหยงทําศึกกับกองทัพปฏิวติในครั้งนั้นเปนผูไปลวงตั๋งโตะ
                                                                           ั
เพราะลิซกไมพอใจ ตั๋งโตะอยูเนื่องจากทําราชการมีความชอบเปนอันมาก แตตั๋งโตะมิไดพิดทูลเลื่อนตําแหนง
                                  
ให และถาหากลิซกไปดวยตนเอง ตั๋งโตะคงไมระแวงสงสัยเนื่องจากเคยไวใจมาแตกอน ลิโปจึงใหคนไปเชิญ
ลิซกมาแลวเลาความทั้งปวงใหฟงแลววา ครังกอนตัวทานไปเกลี้ยกลอมเราใหสังหารเตงหงวนเสียแลวมาอยู
                                                 ้
กับตั๋งโตะ บัดนี้ตั๋งโตะเปนศัตรูแผนดิน เราจึงคิดกําจัดเสีย หากทานไมไปทําการตามแผนการนี้เราก็จะสังหาร
ทาน ลิซกจึงวาขาพเจามีความแคนคิดจะสังหารตั๋งโตะแตหามีผูใดรวมคิดไม บัดนี้เมื่อ มีอองอุนและทานเปน
หลักขาพเจาจึงพรอมใจอาสาไปลวงตั๋งโตะเขาเมืองหลวงจงได

รุงขึ้นอองอุนก็แตงหนังสือรับสั่งเรียกตั๋งโตะกลับพระนคร เพื่อ มอบราชสมบัตใหตั๋งโตะเปนกษัตริยแลวใหลิ
                                                                             ิ                     
ซกถือไปมอบใหแกตั๋งโตะ ณ เมืองหลวงแหงทีสอง ตั๋งโตะทราบความแลวยินดียิ่งนัก แตเพื่อใหแนใจจึง
                                                      ่
แกลงถามลิซกวาใครเปนตนคิดกราบทูลฮองเตใหมอบราชสมบัติแกเรา ลิซกบอกวาอองอุนเปนผูเสนอ ตังโตะ   ๋
เห็นเปนพอตาตัวก็วางใจแลวเลาความฝนใหลิซกฟงวา เมือคืนกอนเราฝนวามีมังกรตัวหนึงมาเกี้ยวกระหวัดอยู
                                                            ่                           ่
รอบกาย วันนีมีขาวดีมาถึงนับเปนศุภนิมิต เราจําจะยกไปเมืองหลวงความฝนของตั๋งโตะนี้เปนความฝนแตโดย
                 ้
จิตนิวรณคือมีความคิดตองการราชบัลลังกกรุนอยูในอกทุกค่ําเชา พอหลับก็ฝนไปหาความหมายอันใดมิได แต
กรณีเดียวกันนีหากฝนในเพลายามสาม ยอมถือวาเปนการฝนแตโดยบุรพนิมิตซึ่งบุญบารมีที่สรางสมมาแตกอน
                   ้
บันดาลใหคดฝนถือวาเปนมงคล ดังคัมภีรพิชยสงครามบทวาดวยนิมตวาไววา "ถาฝนวาไดเห็น...พญานาค...
               ิ                                   ั                ิ      
จะไดทรัพยและความ สุขเจริญแลเดชา ปราศจากทุกขภัยพยาธิ" แลวตังโตะจึงวาถาเราไดราชสมบัตจะตั้ง
                                                                         ๋                            ิ
ทานเปนเสนาบดีผู ใหญ นี่เปนคนทีสองหลังจากอองอุนที่ตงโตะจะใหตาแหนงสําคัญเปนบําเหน็จเพียงเพราะ
                                         ่                    ั๋       ํ
ชอบใจในคําเจรจาเทานั้น

ลิซกจึงทําทีเปนขอบคุณ แลวตั๋งโตะจึงสั่งใหลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียวสีทหารเอกคุมทหารสามพันอยู
                                                                                  ่
รักษาเมือง แลวเขาไปกราบลามารดาและวาบัดนี้ขุนนางทั้งปวงไดพรอมใจกันจะยกราชสมบัติใหแกขาพเจา           
บุญก็จะถึงมารดาทานดวยเพราะจะไดเปนที่ ไทเฮาของแผนดินสืบไป มารดาตั๋งโตะจึงวาตัวเรานี้อายุเกาสิบป
เศษแลว ไดอาศัยบารมีเจาเพียงเทานี้ก็มีความสุขกวาที่คาดหวังอยูแลว หลายวันมานี้ตัวเรามีอาการ "เขมนไป
ทั่วทั้งกาย แลใจก็ใหสะดุงตกประหมาเปนหลายเวลาแลว ซึงเจาจะเขาไปนั้นใหคดการระมัดระวังตัวจงดี" คํา
                                                             ่                      ิ
มารดาตั๋งโตะฉะนี้ยอมถือเปนลางรายชนิดหนึ่งเพราะอาการ ที่เกิดกับตัว มารดาตั๋งโตะนันเอง บงบอกวาจะมี
                                                                                            ้
เหตุรายสถานหนึ่ง        และการที่มารดาอันเปนพรหมของบุตรมากลาวความทั้งนี้ในยามที่ตงโตะจะไปในการอัน
                                                                                              ั๋
สําคัญอีกสถานหนึ่ง แตตั๋งโตะยามใกลจะถึงฆาต หัตถแหงมัจจุราชไดปดบังความเฉลียวใจไวสิ้น ตั๋งโตะจึง
                                                                         
เขาใจไปเสียอีกทางหนึ่งแลวบอกแกมารดาวาเหตุทั้งนี้เปนเพราะวาสนาพาใหเปนไป               แลวตั๋งโตก็ลามารดา
กลับไปที่ตําหนัก เขาไปพบเตียวเสียนแลว เลาความใหฟงวาอองอุนไดเปนผูนําขุนนางกราบทูลเสนอพระเจา
                                      ้
เหี้ยนเตใหยกราชสมบัติใหแกตัว และวาเมื่อเราไดราชสมบัติแลว จะตั้งเตียวเสียนเจาเปนพระสนมเอก เตียว
                                                                                ้
เสี้ยนฟงคําตั๋งโตะแลวคะเนวานี่คือแผนการของอองอุนที่จะลวงตั๋งโตะไปฆาเสีย          จึงทําทีคุกเขาลงคารวะ
ขอบคุณตั๋งโตะตั๋งโตะสั่งลามารดาและเตียวเสียนแลว ก็ยกออกไปเมืองหลวง เดินทางมาไดสามรอยเสนเพลา
                                              ้
รถที่ตั๋งโตะนั่งมาก็หักลง   ตั๋งโตะจึงลงจากรถแลวนั่งมาไปไดอีกราวรอยเสนมาที่ขี่เกิดพยศบังเหียนมาก็ขาด
ลงอีก ตั๋งโตะสงสัยจึงหันมาถามลิซกวาการที่เพลารถหักและบังเหียนมาขาดฉะนี้จะดีรายประการใด




                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                 ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                   หนาที่ 110



ลิซกเห็นเหตุการณก็แจงแกใจวานี่เปนเพราะบารมีของผูเปนใหญในแผนดิน แมวาจะโฉดชั่วสักเพียงไหน แต
เทพยดาก็จะบันดาลลางรายใหปรากฏ               เดชะบุญของแผนดินที่เราเคียงคูมาดวยจําจะกลบเกลื่อนลางรายนั้น
                                                                              
เสีย จึงวากับตั๋งโตะวาซึ่งมาและรถเกิดเหตุดังนี้เปน เพราะตื่นตระหนกในบารมีทาน เนื่องจากหากทานได
ครองราชยแลว ก็จะตองทิ้งทังรถและมานี้เปลี่ยนเปนราชรถหยกพระที่นั่ง และมาเทียม รถก็จะตองเปนมาพระ
                                ้
ที่นั่ง ตั๋งโตะไดฟงแตทางดีเชนนี้ตองดวยใจตัวที่กําลังกระหยิ่มยิมยอง จะไดครองราชสมบัติก็ยินดียิ่งนักสั่งให
                                                                     ้
ขบวนเคลื่อนตอไป

เดินทางมาไดอีกหนอยหนึ่ง บังเกิดพายุกรรโชก เมฆหมอกปกคลุมทองฟามาแตขางทิศตะวันออก บดบังดวง
อาทิตยไวทั้งสิน แลวเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก ตั๋งโตะจึงถามลิซกวานิมิตนี้ดราย ประการใด นิมตดังนี้ตอง
                  ้                                                           ี                ิ
ดวยคัมภีรพิชยสงครามบทวาดวยนิมตและลางรายวา "เมฆมาแตบรพาทิศสถิตปราจิมโดยวาร กลุมดวงพระสุริ
              ั                    ิ                             ู
ฉานบฉายแสงใหยกธง             เมฆมาแตทิศนั้นมิทันกลุมเขาในวง      ถอยคืนมาทิศจงอยายาตราจะภยันต"
ปรากฏการณอนเทพยดาไดสาแดงใหไดเห็นในครั้งนีถือเปนลางรายทีระบุไวชัดเจนวาใหถอยกลับมาทีตั้ง
                ั            ํ                      ้              ่                             ่
มิฉะนั้นจะเกิดอันตราย ลิซกจึงแสรงวาไปเสียอีกทางหนึ่งเพื่อลวงตั๋งโตะใหตายใจตอไปวา นี่คือศุภนิมตจาก
                                                                                                   ิ
ฟา อันเทพยดาสําแดงใหปรากฏถึงบรมเดชานุภาพของทาน ตั๋งโตะไดฟงก็ยิ่งเบิกบานใจ สั่งใหเคลื่อนขบวน
รีบรุดเขาเมืองหลวง

การเดินทางเขาเมืองหลวงของตั๋งโตะครั้งนี้ปรากฏนิมตและลางรายหลายครั้งหลายหน หากตั๋งโตะเปนคนดีมี
                                                     ิ
คุณธรรม สรางบุญสราง กุศลสั่งสมไวพอเพียง คุณธรรมและบุญกุศลนันอาจสามารถกอความ เฉลียวใจให
                                                                        ้
เกิดขึ้น แลวหลีกเลี่ยงภัยพิบัติเสียก็เปนได แตตั๋งโตะนันกอกรรมทําเข็ญไวมาก ดังนั้นแมนิมิตและลางจะ
                                                           ้
ปรากฏถึงเพียง นี้แตก็มีอันเปนใหคดและเขาใจไปเสียอีกทางหนึ่ง จึงมิไดเฉลียวใจ ในมรณภัยนั้น ดันดน
                                    ิ                                                               ้
รุดหนาไปสูอุงหัตถแหงมัจจุราชจนได

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

ลางอํานาจทรราช (ตอนที่ 49)

ขบวนของตั๋งโตะเรงรุดเขาเมืองหลวง ในขณะที่ตัวตั๋งโตะเอง นั้นกระหยิมยิ้มยองที่จะไดครองราชสมบัติ ฝาย
                                                                         ่
ขุนนางขาราชการไดมาตั้งขบวนรอรับที่ประตูกาแพงพระนครตามปกติ
                                              ํ                            เวนแตลยูนั้นไมมาตอนรับอางวาปวย
                                                                                   ิ
การปวยของลิยครั้งนี้อาจเปนการปวยการเมือง เพราะไมพอใจตั๋งโตะที่ไมฟงคําตัวในเรื่องที่เสนอใหยกเตียว
                 ู
เสี้ยนแกลิโปก็เปนได หรือแกลงงอนใหตั๋งโตะไปงอก็เปนได หรือมิฉะนั้นคนฉลาดแบบลิยู อาจคาดการณได
วาจะเกิดอะไรขึนจึงแสรงหลบภัยเสีย เมื่อขบวนของตั๋งโตะมาถึงประตูพระนคร บรรดาขุนนางขาราชการไดเขา
                   ้
ไปคารวะตามธรรมเนียมแลว ก็รวมขบวนเดินทางเขาในพระนคร ถึงจวนตั๋งโตะเปนเวลาค่าก็ลากลับบาน
                                                                                          ํ

ตั๋งโตะมาถึงจวนเห็นลิโปจึงวากับลิโปวาเมื่อใดที่เราไดราชสมบัติจะแตงตั้งใหเจาเปนผูบัญชาการทหารสูงสุด
ลิโปก็คอมตัวลงคํานับตั๋งโตะทําทีเปนยินดีดวย       ครั้นค่ําลงเปนคืนเดือนหงายตั๋งโตะไดยินเสียงเด็กยี่สบสาม
                                                                                                             ิ
สิบคนรองรําทําเพลงอยูขางนอกดวยทํานองเศราสลดดุจเสียงคนรองไหเปนความวา "ตฤณชาติปลายวสันต
ทุกคืนวันเขียวขจี มินานวสันตลี้ที่ขจีก็แหงตาย" ตั๋งโตะจึงถามลิซกซึ่งยังคงติดตามและควบคุมสถานการณอยู
วาการรองรําทําเพลงของเด็กเชนนี้จะดีรายประการใด ลิซกจึงวานี่เปนศุภนิมตวาราชวงศฮั่นจะดับสูญ "แซเลา"
                                                                                 ิ
จะรวงโรย "แซตั๋ง" จะรุง เรืองเปนใหญในแผนดิน ตั๋งโตะไดฟงก็ยินดีเปนยิงนัก
                                                                               ่

รุงขึ้นตั๋งโตะก็แตงตัวแลวเดินทางจะไปเขาเฝา ระหวางทางพบนักพรต ในลัทธิเตาใสเสือคลุมสีเขียว ผาโพก
                                                                                            ้
หัวสีขาว มือถือไมคันยาว ผูกผาขาว หอยคลายธงแขวน มีอักษรจีนตัว "เคา" สองตัวอยูคูกัน ตั๋งโตะสงสัยจึง
                                                                                              
ถามลิซกวาเตาหยินกระทําเชนนี้มีความหมายวาอยางไร                 ลิซกเห็นการกระทําของเตาหยินแลวก็ทราบความ
กระจาง วาอักษรจีนคําวา "เคา" สองตัวนันเมื่อรวมกันแลวก็จะเปนคําวา "ลิ" สวนผาขาวนั้นเรียกวา "โป"
                                                ้
อาการของนักพรตดังคนไวทกขงานศพ จึงหมายความวาตังโตะจะเปนศพเพราะลิโป ดังนั้นลิซกจึงแกลงกลาว
                                 ุ                              ๋
วานักพรตผูนี้เปนคนวิกลจริต ซึ่งเปนที่รูกันดีในยานนี้ มิไดมความหมายอยางใดอันควรแกการสนใจแลว จึงสั่ง
                                                                  ี
ใหทหารไลนักพรตออกไปเสียจากแนวทางนิมิต และลางรายเกิดขึ้นหลายครั้งหลายครา ถาหากตาไมบอดหู
ไมหนวกและปญญาไมถูกปดบังดวยความโลภและความมักใหญใฝสูงทีคิดชิงเอาราชสมบัติแลว
                                                                             ่                         อยาวาแต
ระดับตั๋งโตะเลย แม คนธรรมดาสามัญก็อาจสังเกต และเขาใจความหมายของนิมิต และลางรายเหลานั้นได
ตั๋งโตะเองหลังประสบนิมิตและลางรายหลายครั้งก็คงเห็นผิดสังเกต แตไมเขาใจดวยความหลงของตนสถาน
หนึ่งและดวยกลพิดทูลของลิซกผูเปนยมทูตอีกสถานหนึ่ง ดังนั้นตั๋งโตะจึงไมหยุดยั้งรั้งรอถอยกลับมาตั้งหลัก
ดังที่พชัยสงครามวาไว คงรุดหนาตอไปจนใกลประตูยมโลกมากขึ้นทุกที
         ิ




                         All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 111



ขบวนของตั๋งโตะเคลื่อนมาถึงประตูพระราชวังแลวกองทหาร ที่มากับขบวนก็หยุดอยูที่ประตูนั้น คงมีแตตั๋งโตะ
                                                                                
นั่งรถไปพรอมกับทหารติดตามราวยีสิบคน โดยมีลซกเปนผูนําขบวนเขาไป ทามกลางการตั้งแถวรับขบวนของ
                                    ่             ิ        
ขุนนางขาราชการตั้งแตประตูพระราช วังไปจนถึงพระที่นั่งอันเปนทองพระโรง ตั๋งโตะสังเกตเห็นที่หนาประตู
ทองพระโรงนั้น ขุนนางถือกระบี่ประจํากายอยูทุกคนก็พรั่นใจ จึงถามลิซกวาการที่ขุนนางเหลานั้นถือ กระบี่
หมายความวาอยางไร ลิซกไมยอมตอบรีบเคลื่อนรถของ ตั๋งโตะเขาประตูทองพระโรงไป ทันใดนั้นอองอุน
ตะโกนขึ้นดวยเสียงอันดังวา ไอศัตรูราชสมบัติมาถึงแลว จงลงมือพรอมกันเถิด บรรดาทหารที่อองอุนซุมไวจึง
กรูกันเขามาลอมรถ เอาทวนไลแทงตั๋งโตะ ตังโตะเห็นดังนั้นก็ตกใจหลบทวนไปมาอยูในรถ ปากก็ตะโกนเรียก
                                            ๋
หาลิโปใหชวย        ลิโปกาวออกมาแลวพูดขึ้นดวยเสียงอันดังวาทรงมีพระบรมราชโองการใหประหารศัตรูราช
สมบัติเสีย วาแลวก็เอาทวนแทงทีคอหอยของตั๋งโตะถึงแกความตายในทันที
                                  ่

ลิโปอัศวินงูเหา บัดนี้ไดกัดเอาบิดาบุญธรรมคนที่สองตายไปตอหนาตอตา เหลาขุนนางดวยอานุภาพแหงพลัง
เสนหาอันอํามหิต ยิ่งนักตั๋งโตะไดตวลิโปมาพรอมกับศีรษะของเตงหงวนบิดาบุญธรรม คนกอนของลิโป แลว
                                      ั
รับเอาลิโปมาเปนบุตรบุญธรรม ณ บัดนีตั๋งโตะก็ตองเสียหัวของตัวไปพรอมๆ กับการทีลิโปไดกลายเปนบุตร
                                          ้                                            ่
เขย ของอองอุนความผิดพลาดอันยิ่งใหญของลิยู กุนซือเจาความคิดของตั๋งโตะคือการปลอยปละละเลยไม
ขัดขวางคัดคานในการที่ตั๋งโตะใหเอา        งูเหาเชนลิโปไวใกลกาย นี่แหละที่โบราณวา "สี่เทายังรูพลาด
                                                                                                      
นักปราชญยังรูพลั้ง"
                

ลิซกไดตดศีรษะตั๋งโตะแลวประกาศวาบัดนี้ศตรูราชสมบัตตายแลว แผนดินแลอาณาประชาราษฎรจะเปนสุข
         ั                                ั            ิ
สืบไป      บรรดาขุนนางขาราชการจึงยินดีโหรองกันถวนหนา
                                                             ลิโปประกาศขึ้นตอหนาขุนนางวาการที่ตั๋งโตะ
กระทําการชัวชาไดเพราะอาศัยความคิดลิยู จึงจําเปนที่จะตองฆาลิยูเสียอีกคนหนึ่ง ลิซกขันอาสาแลวคุมทหาร
            ่
ไปยังบานลิยู จับลิยูพรอมบุตรภรรยา และคนในบานสังหารเสียทั้งสิ้น

จากนั้นอองอุนจึงสั่งใหทหารเอาศพตั๋งโตะไปตระเวนรอบพระนคร      แลวเอามาตั้งประจานไวททางสามแพรง
                                                                                         ี่
นอกกําแพงพระนคร ใหทหารเฝารักษาศพนันไว ทหารนั้นมีความชิงชังตั๋งโตะนัก จึงเอาไสตะเกียงเจาะใสลง
                                           ้
ที่ทองของศพ แลวจุดไฟแทนตะเกียง ขาราชการและชาวเมืองรูขาวตั๋งโตะตายแลวก็พากันมารุมดา วาศพตั๋ง
โตะ บางก็ถุยน้ําลายใส บางก็เอาเทาเหยียบ บางก็ปสสาวะรด บางก็เอากอนหินขวาง บางก็เอาไมทบตีจน
                                                                                                ุ
ศพตั๋งโตะแหลกละเอียด จึงเอาไปฝงที่นอกกําแพงพระนครนัน   ้

พลันที่จอมทรราชตั๋งโตะศีรษะหลุดจากราง อํานาจรัฐในมือก็หลุดลอยเลื่อนไหล ในทีสุดก็ไหลสูมืออองอุนใน
                                                                                      ่
ฐานะที่เปนขุนนางผูใหญ และเปนผูนําในการกอการรัฐประหารครั้งนี้ อองอุนนั้นแรกเริ่มเดิมทีคิดแตเพียงกําจัด
ทรราชตั๋งโตะเพื่อความผาสุกของบานเมือง แตครั้นสังหารตั๋งโตะและครองอํานาจรัฐไวในมือแลว ความคิดก็
เริ่มเฉไฉไปจากเดิม คิดลางบางอํานาจตั๋งโตะแบบถอนรากถอนโคน ใครเปนพวกตั๋งโตะ เคยรวมงานกับตั๋ง
โตะเปนตองฆาใหเรียบราบ ดังนั้นอองอุนจึงสั่งใหลิโป ลิซกและฮองฮูโก ยกทหารหาหมื่นจากเมืองหลวงไป
เมืองหลวงแหงที่สองเพื่อสังหารพวกตั๋งโตะเสียใหสิ้น ฝายลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียว สีทหารเอกซึ่งตั๋ง
                                                                                               ่
โตะใหรักษาเมือง ครั้นรูขาวตายของตั๋งโตะและรูวาลิโปกําลังยกทหารมา ทีเมืองหลวงแหงที่สองก็รีบพาทหาร
                                                                           ่
สามพันที่รักษาเมืองนั้นรีบยกหนีไปอยูเมืองเชียงไส กองทัพของลิโปจึงยกเขาเมืองโดยสะดวก

เมื่อเขาเมืองไดแลวตัวลิโปรีบตรงไปทีตําหนักของตั๋งโตะ รับเอาเตียวเสี้ยนเขามาแนบในออมอก กอดจูบแลว
                                       ่
พาเขาที่ดวยความเรารอน แหงเพลิงพิศวาส ดุจครั้งหนุมานพิศวาสนางสุพรรณมัจฉา ซึ่งรามเกียรติ์พรรณนาไว
วา "วาพลางอิงแอบแนบชิดจุมพิตปรางเปรมนาสา คอยประคองตองเตาสุมณฑาวายุพดพัดมาอึงอล พระ
                                                                                      ั
สมุทรตีฟองนองระลอกคลื่นกระฉอกซัดฝงกุลาหล            เมฆมัวทั่วทิศโพยมบนฝนสวรรคพลอยพรมสุมาลีอนดวง
                                                                                                  ั
โกสุมปทุมมาลยก็เบงบานคลีคลายเกสรศรีสองสมชมรสฤาดีตางเกษมเปรมปรีดทั้งสองรา"
                                ่                                              ิ์

ในขณะที่ลิโปเขามาทีตําหนักของตั๋งโตะนั้น ลิซกไดคุมทหารเขา ไปจับเอามารดาอายุเกาสิบเศษของตั๋งโตะ
                     ่
พรอมดวยญาติพี่นองและผูคนในบานฆาเสียทั้งสิ้น แลวไลจับคนตระกูล "ตั๋ง" บรรดาที่อยูในเมืองหลวงแหงที่
                         
สอง เอามารวมพรอมกันทีลานแลวตัดหัวจนหมดสิ้น สวนนางบําเรอของตั๋งโตะแปดรอยคน ลิซกสั่งให
                            ่
ปลดปลอยกลับคืนสูภูมิลําเนาเดิม
                   

จากนั้นลิโปสั่งใหรวบรวมทรัพยสินบรรดาที่เปนของหลวงและตั๋งโตะนํามาไวที่เมืองหลวงแหงทีสอง พรอมทั้ง
                                                                                          ่
เสบียงบรรทุกเกวียนเปนจํานวนหลายพันเกวียน และใหแยกเอาทรัพยสินสวนตัวของตั๋งโตะและญาติพี่นองไว 
เปนอีกขบวนหนึ่งนับไดพันกวาเกวียน เสร็จแลวจึงยกขบวนพรอมดวยทรัพยสินและเสบียงเปนจํานวนมากกลับ
เขาเมืองหลวง ถึงเมืองหลวงแลวนําไปมอบแกอองอุน ฝายอองอุนไดสั่งใหนาทรัพยสินสวนที่เปนของหลวง
                                                                            ํ




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                หนาที่ 112



นําเขาคลังหลวง สวนที่เปนเสบียงใหนําเขาจัดเก็บไวในยุงฉางเสบียงหลวง สวนที่เปนทรัพยสินสวนตัวของตั๋ง
โตะและญาติพนองใหนํามาแจกแกทหาร ทีทาการนั้นโดยถวนหนากัน
              ี่                           ่ ํ

จากนั้นอองอุนจึงใหจดงานเลียงฉลองขึ้นในพระราชวัง เลียงโตะ แกบรรดาขุนนางขาราชการทั้งปวงฉลองชัย
                      ั      ้                           ้
ที่สามารถกําจัดทรราชไดสําเร็จ ขุนนางขาราชการทั้งปวงไดมารวมงานเลียงฉลองดวยความเบิกบานยินดี ครั้น
                                                                         ้
เสร็จงานเลียงก็มีทหารเขามารายงานกับอองอุนวาในขณะ ที่เอาศพตั๋งโตะไปประจานที่นอกกําแพงพระนคร
           ้
นั้น มีขุนนางชือซัวหยงไปรองไหอยูกับศพ อองอุนไดฟงก็โกรธสั่งทหารใหไปจับตัวซัวหยงมาหาวาเปนศัตรู
                ่
แผนดินดวยตั๋งโตะ     ซัวหยงจึงวาขาพเจาจะคบคิดเปนศัตรูแผนดินดวยตังโตะนั้นหามิได
                                                                           ๋              เดิมขาพเจาเปน
บัณฑิตอยูบานนอก ตั๋งโตะประกาศรับบัณฑิตเขารับราชการ แตขาพเจาเห็นวาตั๋งโตะเปนคนหยาบชา จึงไม
ยอมเขา รับราชการ ตั๋งโตะก็ใหทหารขมขูบังคับจนขาพเจาตองมาทําราชการ ขาพเจาเห็นวาการที่ขาพเจา
                                             
ไดมาทําราชการทั้งนี้ เปนเพราะตั๋งโตะคิด เห็นเปนบุญคุณตอขาพเจาอยูจึงรองไห

อองอุนไมฟงคําแกตัวของซัวหยงสั่งใหเอาไปประหารเสีย   บรรดาขุนนางเห็นซัวหยงเปนคนคงแกเรียน        มี
สติปญญาและทําหนาทีราชการเกี่ยวดวยเรื่องจดบันทึกพงศาวดาร ไมไดคิดอานคบคิดทําหยาบ ชาดวยตั๋ง
                       ่
โตะ จึงชวยกันขอชีวิต ซัวหยงใหทาราชการอยูสืบไป อองอุนในวันนี้ความคิดกาวผานการสรางความสงบสุข
                                    ํ
ของบานเมืองไปถึงขั้นลางผลาญทุกคนที่เปนพวกตั๋งโตะไปแลวไดฟงคําขอของ พวกขุนนางแลวไมฟงคําและ
                                                                                                
วาแผนดินเปนจลาจลเพิ่งเปนปกติลง แตซัวหยงนั้นเปนพวกของตั๋งโตะ ถึงแมวาจะมีสติปญญาสัตยซื่อก็เอาไว
                                                                                    
ใชในราชการไมได จึงสั่งใหเอาซัวหยงไปขังคุก แลวแอบสังผูคุมใหเอาผารัดคอสังหารซัวหยงเสีย
                                                       ่

ขุนนางทั้งปวงรูวาซัวหยงตายก็มีใจสงสารเปนอันมาก มาหยิดขุนนางผูหนึงจึงวาแกขุนนางทั้งปวงวา "ธรรมดา
                                                                         ่
แผนดินถาหาผูมีสติปญญามิได เมืองนั้นก็จะพลันมีอันตราย หายืดยาวไม" ตอมาลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวน
                     
เตียว สีทหารเอกของตั๋งโตะ ที่ยกทหารสามพันหนีไปอยูเมืองเชียงไส ไดทําหนังสือใหทหารถือเขา มา
           ่                                                
รายงานตออองอุนวาเดิมทําราชการดวยตั๋งโตะ บัดนีสิ้นตั๋งโตะแลว จึงมีความประสงคขอทําราชการดวยอองอุ
                                                   ้
นสืบไป การกระทําของตั๋งโตะที่ผานมานั้นพวกขาพเจาทั้งสีคนมิไดคบคิดรวมรูดวยแตประการใด ทานจงอภัย
                                                             ่
เสียเถิด อองอุนทราบความแลวจึงวาแกผถือหนังสือวาตั๋งโตะทําชั่วไดก็เพราะอาศัยสี่คนนี้ ดังนั้นถาหากจะมี
                                         ู
การพระราชทานอภัยโทษเรา จะยินยอมใหอภัยโทษก็แตเฉพาะคนอื่นที่ไมเกี่ยวของดวย สําหรับไอสี่คนนี้
จําเปนที่จะตองเอาตัวมาประหารเสียใหจงได

สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

บนเสนทางแหงความประมาท (ตอนที่ 50)

อองอุนหลังจากครองอํานาจในเมืองหลวงแทนตั๋งโตะแลวยินดี ในอํานาจนั้น ไมคิดปลอยวาง ทั้งๆ ที่การโคน
อํานาจของตั๋งโตะได ทําลายกลไกในการบริหารราชการแผนดิน ซึ่งตั๋งโตะและพรรคพวกไดกุมไวลงอยาง
สิ้นเชิงแลว แตอองอุนก็มิไดจัดวางขุนนางลงตามตําแหนงทีวางอยู คงกุมอํานาจทั้งสิ้นไวในมือแตผูเดียว ขุน
                                                          ่
นางฝายบุนทีวางลงก็มิไดกราบบังคมทูล เสนอแตงตั้งผูใดครองตําแหนงแทนขุนนางฝายบูอันเปนฝายทหารก็
               ่ 
มิไดกราบบังคมทูล เสนอแตงตั้งผูใดครองตําแหนงแทนเชนกัน กิจการอันเปน ฝายทหารก็อาศัยใชสอยแตลิ
โปผูเปนบุตรเขย    ในขณะทีตัวเองครอง
                                 ่            อํานาจฝายพลเรือนและครอบอํานาจฝายทหารโดยผานลิโปอีก
ชั้นหนึ่ง

อองอุนมิไดตระหนักวาอัศวินงูเหาแบบลิโปนั้นมีแตกําลังฝมือ แตหาไดมีกําลังสติปญญาไม ไมสามารถอาศัย
                                                                                      
เปนหลักชัยของบานเมืองได        สวนตัวเองนั้นแมจะเปนขุนนางมานานถึงสี่แผนดิน       แตความรับผิดชอบและ
ประสบการณทผานมาลวนเปนกิจการเฉพาะภายในราชสํานัก
               ี่                                                   มิไดมีความรูหรือประสบการณในการบริหาร
ราชการแผนดินโดยทั่วไป

ดวยเหตุนี้ความเปราะบางและชองวางของเมืองหลวงจึงเกิดขึ้น           ทั้งในดานของการปองกันพระนครและดาน
บัญชาการหัวเมืองตางๆ ตลอดจนการบํารุงทํานุแผนดินใหเปนสุข อองอุนวันนี้จึงตั้งอยูในความประมาท ซึ่ง
                                                                                       
พระผูมีพระภาคเจาทรงตรัสวา "ความประมาทเปนหนทางแหงความตาย" แมในยามใกลปรินิพพานก็ทรงย้ํา
      
เปนปจฉิมวาจาวา "ทานทั้งหลายจงยังการทังปวงใหถึงพรอมดวยความไมประมาทเถิด" เหตุนี้เมื่ออองอุนทํา
                                             ้
กรรมชนิดนี้ไว ก็ตองรับวิบากแหงกรรมนี้ ไมแตเทานั้นยังจะทําใหบานเมืองแลราษฎรตองรับชะตากรรมอันเกิด
แตความประมาทของตนตอไปอีกดวย




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                                ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                                 หนาที่ 113



การที่อองอุนกลาวกับคนถือหนังสือของลิฉย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียว สีทหารเอกของตั๋งโตะที่มาขอเขา
                                           ุ                               ่
สวามิภักดิ์วา จะไมยอมรับการสวามิภักดิ์นั้น และยังขูอาฆาตวาจะตองจับตัวมาฆาเสีย ดังนี้จึงเปนการประมาท
ตอผูถืออาวุธ เทากับเปนการเรงและบังคับ ใหสทหารเอกนั้นตองหันมาตอสูรักษาชีวิตรอดแบบหมาจนตรอก
                                                 ี่
เพราะเมื่อสีทหารเอกของตั๋งโตะไดรบทราบความที่อองอุนปลงใจจะสังหารพวกตัวเสียจากคําบอกกลาว
             ่                     ั
รายงานของคนถือหนังสือแลวก็รอนตัว จึงปรึกษาหารือกันวาทําอยางไรจึงจะรอดตายได บาง คนเสนอวาขืน
รวมกันเชนนี้ก็จะตายหมู ตองกระจายแยกกันอยูจึงจะรอดตัว ควรจะแยกกันหนีเอาตัวรอดเถิด

กาเซี่ยงซึ่งเปนที่ปรึกษาของตังโตะอีกคนหนึงซึ่งอยูในที่นั้นได ยินคําปรึกษาหารือตลอดแลว จึงวากับสีทหาร
                                 ๋              ่                                                         ่
เอกวา "ควรคิดหนีก็ตอเมื่อเห็นวาตอสูแลวไมชนะ ควรคิดรบก็ตอเมื่อเห็นวารบแลวชนะ" บัดนี้เรายังไมเคยคิด
                                         
จะตอสู และยังไมเคยตอสู จะคิดหนีเสียทีเดียว กอนยอมไมชอบ ควรที่จะคิดอานตอสูเสียสักตั้งหนึ่งกอน หาก
สูไมไดแลวจึงคอยคิดหนีก็ยังไมสายเกินไป        แลววาอองอุนนั้นเปนขุนนางมาชานานก็จริงอยู    แตไมเคย
บัญชาการทหาร บัดนี้แมวาสินบุญตั๋งโตะแลว แตความทีครองอํานาจมานานป ผูใตบังคับบัญชาที่เคยไดรับ
                              ้                             ่
บุญคุณไมตรีและจงรักภักดีกมีอยูมาก อองอุนจึงนาที่จะยังไมสามารถควบคุมกําลังทหารไวใหเปนน้ําหนึ่งใจ
                               ็
เดียวทั้งหมดได ทั้งเวลาที่อองอุน ครองอํานาจก็ยังสั้นนัก ยอมไมสามารถจัดการบริหารใหเขารูปเขาที่ได หาก
เราคิดตอสูแลวดีรายก็อาจไดรบชัยชนะ ความจริงถาหากอองอุนจะรักษาความคิดเกาของตัวไวเพียงแค จัด
                                  ั
ทรราช แลวรีบทํานุบํารุงแผนดินใหเปนปกติสุข ใชเมตตาธรรมในการบริหารราชการแผนดิน ไมดื้อรันหัวชนฝา้
สรางศัตรูรอบทิศ บานเมืองก็จะรมเย็นเปนสุข แตครั้นอองอุนหลงในอํานาจดื้อรั้นชนิดหัวชนฝาไมฟงใคร เชื่อ
                                                               
แตฝมือของมืออาชีพแบบลิโปที่ ทรยศตอผูคนไมเลือกหนา แมแตเตงหงวนเจาเมืองฝายเหนือผูเปน บิดาบุญ
                                              
ธรรมก็ยังสังหารไดลงคอ และยังบีบคั้นบังคับผูคนจนไมมีทางออก จึงเทากับเปนการบีบบังคับใหผูคนตองยอม
เสี่ยงเปนเสี่ยงตายเพื่อกําจัดอองอุนเสีย ความเสี่ยงภัยของอองอุนจึงเกิดขึ้นตั้งแตบดนี้
                                                                                      ั

สี่ทหารเอกฟงคํากาเซี่ยงแลว เห็นตองดวยเหตุผล จึงถามวาทานจะคิดอานประการใดเราจึงจะกําจัดอองอุน
เสียได กาเซี่ยงจึงวาทานจงวางใจเถิด อันจะคิดการสรางสรรคใหเกิดความรมเย็นเปนสุขนั่นสิจึงเปนของยาก
แตการที่จะคิดอานเพื่อใหคนฆาฟนกันเปนสงครามนั้นจะเปนเรื่องยากอะไรเลา วาแลวจึงเสนอแผนการใหกับสี่
ทหารเอกวา        ใหพวกทานไปปลอยขาวลือในเมืองเชียงไสกอนวาอองอุนกลาวหาวาชาวเมืองเชียงไสนี้เปน
สมัครพรรคพวกของตั๋งโตะจะยกทหารมาฆาเสียใหสิ้นเหมือนกับที่ฆาญาติและพรรคพวกของตั๋งโตะที่เมือง
หลวงแหงทีสองนั้น จากนั้นจึงคอยเกลี้ยกลอมเขามาเปนพวกดวยเปนหัวอกเดียวกัน เมื่อพรอมกันแลวจึงยก
             ่
ไปกําจัดอองอุนเสีย สี่ทหารเอกเห็นดวยกับแผนการและไปดําเนินการตามคํากาเซี่ยงทุกประการ ชาวเมือง
เชียงไสไดทราบขาวก็ตกใจพากันมาเขาดวยลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียว รวบรวมกําลังพลไดถึงสิบหา
หมื่น กาเซี่ยงเห็นเชนนั้นก็ยนดีแลววากับสีทหารเอกวาเรารวบรวมกําลังพลไดเทานี้เห็นจะพอทําการ และ
                             ิ              ่
เสนอแผนยุทธการใหแบงกําลังพลออกเปนสี่กองๆ ละเทาๆ กัน ยกออกจากเมืองเชียงไสไปเมืองหลวงเพื่อแก
แคนอองอุน

ครั้นยกไปถึงกลางทางพบกับงิวฮูบุตรเขยของตั๋งโตะ        ซึ่งตั๋งโตะสั่งใหรักษาเมืองซีหลงกอนที่จะเดินทางเขา
เมืองหลวงตามหมายรับสั่งเมื่อครั้งโฮจิ๋น ครันงิวฮูไดขาววาตั๋งโตะถูกอองอุนวางแผนฆาเสีย แลวและกําลัง
                                           ้
ตามไลลาสังหารสมัครพรรคพวกของตั๋งโตะตอไปอีกก็เกรงกลัว เมื่อไดทราบขาววาสีทหารเอกอยูที่เมืองเชียง
                                                                                      ่
ไส จึงรีบยกทหารหาพันหนีมาสมทบ ดังนั้นสี่ทหารเอกจึงใหงิวฮูเปนกองทัพหนาเคลือนทัพตอไปยังเมือง
                                                                                         ่
เตียงอัน

ฝายอองอุนครันไดขาวสีทหารเอกยกทัพมาจึงหาลิโปมาปรึกษา วาจะคิดอานประการใด ลิโปจึงวาอยาไดวิตก
               ้         ่
เลยการเพียงเทานี้ใหลิซกยกทหารไปปราบก็คงจะไดชัยชนะ อองอุนเห็นชอบดวยจึงใหลิซกยกทหารไปรับมือ
กับกองทัพของลิฉุย กุยกี ลิซกยกทหารไปตังสกัดกองทัพสีทหารเอก ปะทะกับงิวฮูกองทัพหนา งิวฮูสมิไดก็
                                         ้             ่                                         ู
ถอยหนี ลิซกไดชัยชนะก็เกิดความประมาทใหทหารตั้งคายมั่นไวแลวมิไดระมัดระวังตรวจตราเวรยามตามธรรม
เนียมศึก หนวยลาดตระเวนของงิวฮูจึงแจงใหงิวฮูทราบ ดังนั้นเพลาเที่ยง คืนงิวฮูจึงยกทหารเขาปลนคายของ
ลิซก ทหารลิซกไมทันระวังตัวก็แตกหนี ถูกทหารงิวฮูฆาตายเสียเปนอันมาก กองทัพลิซกก็แตก ตัวลิซกหนี
เขาเมืองเตียงอันไปได

ลิโปเห็นลิซกแตกทัพพายศึกมาก็โกรธ             สั่งใหตัดศีรษะลิซกแลว   เสียบประจานไวที่ประตูเมืองมิใหเปน
เยี่ยงอยางสืบไป ครั้นรุงเชาลิโปจึงจัดทหารยกออกไปรบดวยกองทัพหนาของงิวฮู ฝายงิวฮูเห็น ลิโปคุมทหาร
ตีฝาเขามาก็ตกใจ เพราะรูกิตติศัพทฝมือของลิโปเปนอยางดี เห็นวาจะสูลโปไมไดก็ถอยกลับเขามาคาย ลิโป
                                                                          ิ
เห็นงิวฮูถอยไปก็กลับเขาเมืองเตียงอัน ฝายงิวฮูกลับมาถึงคายแลวก็เรียกเอาซกยีทหารคนสนิทมาปรึกษาวาลิ
โปนี้มีฝมือเขมแข็งนัก ขืนตอสูดวยลิโปตอไปก็จะพากันตายสิ้น ควรหาทางหลบหนีไปจะดีกวา เอาซกยีเปน




                        All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
โดย เรืองวิทยาคม                               ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50                              หนาที่ 114



เพียงคนสนิท ไรสติปญญาทังขี้ขลาดตาขาว เห็นแกการเสพสุข ครั้นไดฟงคําปรึกษา แลวก็กลัวตายตามจึง
                       ้                                       
เห็นชอบกับงิวฮู

ครั้นค่าลงงิวฮูจงเก็บทรัพยสินมีคาลอบหนีไปกับเอาซกยีและคน
       ํ        ึ                                                สนิทอีกสี่หาคนบุกปาฝาดงไปถึงริมแมน้ํา
แหงหนึ่ง เอาซกยีประสบความยากลําบาก ทั้งรอบตัวก็มืดมิดมองไมเห็นทางก็มความกลัว จึงคิดขายนาย
                                                                               ี
ตัวเองเพื่อหนีความกลัวนั้นและหวังเอาความชอบกับลิโป เพื่อจะไดอยูสุขสบายสืบไป จึงชวนทหารสี่หาคนที่
                                                                                                  
ตามไปดวยนั้นสังหารงิวฮูเสีย แลวเอาศีรษะพรอมดวยทรัพยสินของงิวฮูไปเมืองเตียงอัน ไปถึงเมืองเตียงอัน
แลวก็ขอเขาพบลิโป ฝายลิโปเห็นเอาซกยีและทหารสี่หาคนนําศีรษะของงิวฮูมาก็สอบถามความเปนมา เอา
                                                      
ซกยีก็เลาความใหลิโปฟงทั้งสิน ลิโปฟงแลวตวาดเอาซกยีวา "เปนขาขายเจา บาวขายนาย" จะเลี้ยงไวกเปน
                               ้                                                                    ็
จัญไร จึงใหทหารคุมตัวเอาซกยีและทหารสีหาคนนั้นไปฆาเสีย ตัดศีรษะเสียบประจานวาเปน คนจัญไร ทรยศ
                                            ่
หักหลังเจานายตัวเอง

ในเพลาสายวันนั้นลิโปจึงจัดทหารยกกองทัพออกไปปราบสีทหารเอก พบกับกองทัพของลิฉุย กุยกี เตียวเจ
                                                           ่
และหวนเตียว ลิโปไดขับมารายทวนฝาทหารเขาไปโจมตีกองทัพของสี่ทหารเอกโดยมิทนไดตั้งตัว กองทัพ
                                                                                    ั
ของสี่ทหารเอกก็แตกพาย หนีไปเปนระยะทางประมาณหารอยเสน ลิโปขับไลไประยะหนึ่งก็ยกทัพกลับเขา
เมืองเตียงอัน สี่ทหารเอกหนีลิโปมาไดแลวก็รวมกันปรึกษาหารือวาจะจัดการกับลิโปประการใด ลิฉยจึงวาลิโป
                                                                                             ุ
นั้นมีฝมือรบพุงกลาหาญ แตบาบิ่นไรสติปญญา จะตอสูซึ่งหนาแมหากจะชนะก็จักสูญเสียดวยกันทั้งสองฝาย
                                                       
จําเปนตองเอาชนะดวยอุบาย วาแลวลิฉยจึงเสนอแผนการรบวาใหแบงทหารออกเปนสองสวน สวนละสองกอง
                                       ุ
ตามที่ทหารเอกแตละคนคุมอยู ใหเตียวเจและหวนเตียวคุมทหารแยกกันไปซุมคอยทีอยู เมื่อไดรับสัญญาณ
แลวจึง ใหพรอมกันเขาตีเมืองเตียงอันทั้งสองดาน สวนลิฉย กุยกี คุมทหาร คนละกอง ลิฉุยจะเปนกองลอรบ
                                                         ุ
กับลิโป แลวจะถอยขึ้นไปบนเขา เมื่อลิฉุยถอยขึ้นบนเขาแลวใหกุยกีตตลบขางหลัง ครั้นลิโปเขารบดวยกุยกีก็
                                                                    ี
ใหกุยกีถอยเสีย ลิฉยก็จะรบลอตอไปอีกสลับกันไป ก็จะเอาชัยชนะไดเปนมั่นคง
                     ุ

ครั้นรุงขึ้นทหารเอกทั้งสี่กองก็ยกไปเตรียมการตามแผนการที่วางไว พอลิโปยกกองทัพมาลิฉยก็เขาไปลอรบ
                                                                                          ุ
พักหนึ่งลิฉยก็ใหตีกลองสัญญาณ กองทัพของเตียวเจ หวนเตียวก็ยกออกจากที่ซุมรุดไปตีเมืองเตียงอันพรอม
              ุ
กันทั้งสองดาน ในขณะทีลิฉยก็ยกทหารหนีขนเขา ในขณะที่ลิโปยกทหารไลตามลิฉุยขึ้นเขาไปนั้น ลิฉยก็ให
                            ่ ุ              ึ้                                                   ุ
ทหารยิงเกาทัณฑและกลิ้งกอนศิลาใสทหารของลิโปเปนหาฝน          ทันใดนั้นลิฉยก็ใหตีกลองสัญญาณอีกครั้ง
                                                                             ุ
หนึ่ง กุยกีก็ยกทหารขึ้นมาจากเนินเขา ตีตลบหลังลิโปลิโปไดยินเสียงทหารโหรองมาทางดานหลังก็สั่งทหาร
แปรขบวน กลับมารบดวยกุยกี พอลิโปยกทหารเขามาใกลกุยกีก็ใหตีกลองสัญญาณใหทหารของตัวถอยเสีย
ฝายลิฉยไดยินกลองสัญญาณของ กุยกีก็ยกทหารลงมาตีตลบหลังลิโป ลิโปไดยินเสียงทหารโหรองมาจากบน
          ุ
เนินเขาก็ชักมากลับมาเขา รบดวยลิฉย แตไมทันไดรบกัน ลิฉุยก็ตีกลองสัญญาณแลวยกทหารถอยขึ้นเขาอีก
                                      ุ
ลิโปจะตามไป กุยกีก็ยกทหารตีตลบหลังอีกครั้งหนึ่ง ลิฉุย กุยกี ใชยุทธวิธีของสงครามจรยุทธทวา "เอ็งมาขา
                                                                                            ี่
มุด เอ็งหยุดขาแหย เอ็งแยขาตี เอ็งหนีขาตาม" รบหลอกลอดวยลิโปอยูถงสามวันสามคืน ลิโปอยูในระหวาง
                                                                       ึ
การรบกระหนาบของทหารลิฉยกับกุยกีจนออนแรงลงและคิดแกกลไมตก จะรุกก็มิได จะถอยก็มิได เกิดพะวัก
                                  ุ
พะวงจนไมเปนอันสูรบ

ในขณะที่ลิโปกาลังสาละวนอยูกับการลอรบของลิฉุย กุยกีนั้น ก็มีมาเร็วเดินสารมาแจงความกับลิโปวาบัดนี้
              ํ                                                                              
กองทัพเตียวเจ หวนเตียว ไดยกเขาตีเมืองเตียงอันสถานการณอยูในภาวะคับขันยิ่งนัก

                    หนังสือพิมพผูจัดการออนไลน http://www.manager.co.th




                       All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด

Samkok01

  • 1.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 1 สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ทําไมตองมีสามกกฉบับคนขายชาติ (ตอนที่ 1) หลังจากประเทศไทยเกิดวิกฤติการณทางเศรษฐกิจครั้งใหญในป 2540 ประเทศไทยไดยอมตนเขาผูกพันและ รับพันธะที่กําหนดโดยตางชาติหลายประการครอบคลุมทั้งดานนิติบัญญัติ ดานบริหาร และดานตุลาการ เปน ผลใหมีการแกไขบทกฎหมายและตรากฎหมายขึ้นใหมเปนจํานวนมาก ครอบคลุมถึงดานตาง ๆ ดังกลาว ขางตน จนมีการกลาวขานวากฎหมายหลายฉบับเปนกฎหมายขายชาติ แมกระทั่งมีการกลาวขานวาการยอมรับ พันธะผูกพันในลักษณะเชนนี้เปนการกระทําทีขายชาติ ่ ในดานการฟนฟูกอบกูเศรษฐกิจของประเทศใหฟนคืนดี ก็ปรากฏวาแทนที่ประเทศไทยจะสามารถดําเนินการ ไดโดยอิสระเปนตัวของตัวเอง กลับตองถูกบงการโดยทุนตางชาติ ใหกําหนดมาตรการมากหลาย ซึ่งสวนใหญ ถูกกลาวขานวาเปนไปเพื่อผลประโยชนของตางชาติ เปนไปเพื่อเกื้อกูล อํานวยประโยชนและความสะดวก ใหแกตางชาติในการยึดครองเศรษฐกิจของประเทศ  เพียงชั่วระยะเวลา 3 ป ปรากฏวาประเทศไทยมีหนีสินเพิ่มขึ้นจนตกอยูในสภาพทีมีหนีสินลนพนตัว เปนปญหา ้ ่ ้ ที่กระทบตอระบบงบประมาณแผนดินอยางรุนแรงที่สดเปนประวัติการณ มีความเสียหายเกิดขึ้นในระบบธนาคาร ุ และสถาบันการเงินมากที่สดเปนประวัติการณ ุ และธนาคารตลอดจนสถาบันการเงินไดถูกตางชาติยดครอง ึ ครอบงําเกือบหมดสิ้น นักธุรกิจไทยลมละลาย ตองปดกิจการ และไมสามารถแขงขันไดอีกตอไป เงิน หมุนเวียนหมดไปจากตลาดขยายตัวลุกลามไปจนถึงชนบท ประชาชน รัฐบาล และประเทศไทย มีรายไดลดลง ยากจนลง และเกิดความรูสึกวากําลังตกเปนทาสของชาติอนชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที  ื่ ในสภาพเชนนีปญหาการขายชาติ ปญหาการกอบกูฟนฟูชาติ ปญหาวีรชน และปญหาทรชนจึงเกิดขึน และ ้ ้ กลายเปนเรื่องที่ทุกฝาย ทุกพื้นที่ใหความสนใจ จึงเกิดแรงบันดาลใจใหเขียนเรื่องยาวสักเรื่องหนึ่ง ที่ สอดคลองกับสภาพการณที่เกิดขึ้น เพื่อเปนบรรณาการทานผูอานหนังสือพิมพผูจดการดังนั้น จึงเห็นวาเรื่อง ั ยาวที่จะเขียนขึนควรจะตองเปนเรื่องสามกก ในมุมมองทีสอดคลองกับสภาพการณของประเทศไทย เหตุนี้จึง ้ ่ ไดใหชื่อเรื่องยาวที่จะเขียนนี้วา "สามกกฉบับคนขายชาติ"  เหตุผลที่นําเอาเรื่องสามกกมาเขียนเปนเรื่องยาวอีกครั้งหนึ่งเนื่องเพราะเรื่องราวในสามกกนันเปนเรื่องราวใน ้ ยุคสมัยที่บานเมืองเกิดจลาจลวุนวาย จึงแตกแยกเปนกก เปนเหลา มีการรบราฆาฟนกันรวมรอยป อาณา ประชาราษฎรไดรับความเดือดรอนทุกหยอมหญา บานเมืองก็เสียหายยอยยับ วีรชนไดกาเนิดขึ้นเปนจํานวน ํ มาก ในขณะทีทรชนก็กําเนิดขึ้นเปนจํานวนมากเชนเดียวกัน ่ การตอสูกชาติ และการขายชาติเปนของคูกัน และดําเนินไปตลอดในเรื่องราวของสามกก บนวิถีทางแหงการ ู ตอสูของวีรชนกับทรชน ระหวางการตอสูฟนฟูชาติ กับการขายชาติเปนไปอยางดุเดือด สะทอนถึงศาสตรและ ศิลปในแทบทุกสาขาทีมวลมนุษยพึงเรียนรู และถูกนํามาใชอยางแหลมคม สามกกฉบับคนขายชาติ ทีจะเขียน ่ ่ ขึ้นนี้ไมไดตั้งใจที่จะเสียดสี กระทบกระเทียบเปรียบเปรยเอากับผูหนึ่งผูใดในบานเมืองขณะนี้ แตถาหากวา  ตอนใดมีเรื่องราวทีคลายคลึงหรือใกลเคียงกับสถานการณในชวงตางๆ แลว ผูเขียนก็หาไดมีอํานาจสิทธิขาดที่ ่ จะไปกีดกั้นความนึกคิดของทานผูอานแตประการใดไม จะคิดอานประการใดก็สดแทแตความนึกคิดของแตละ ุ ทานเถิด อันเหตุการณทผานมาไมวาในยุคสามกกหรือในยุคใดลวนอาจหมุนเวียนเปลียนเขามาใหมไดเสมอ เหตุนี้คํา ี่  ่ พังเพยที่วา "กงลอแหงประวัตศาสตรยอมหมุนกลับทับรอยเดิม" จึงเปนคําพังเพยที่ถูกนํามากลาวขานอยูเสมอ ิ ถาเปนเชนนั้นก็พึงพิจารณาแตเพียงวาเหตุการณเกิดขึ้นคลายคลึงกัน แตการที่จะปรับเปรียบมาเทียบเคียงให เสมอกันยอมไมมีวันทีจะเปนไปได ่ เหตุนี้ในการดําเนินเรื่องจักไมพยายามทีจะดัดแปลงเพื่อใหเรื่องราวกลับกลายเปนเชนปจจุบัน และจักไมเอา ่ ตัวบุคคลในปจจุบันไปปรับเปรียบเทียบเขากับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งในเรื่องสามกก เพราะหากทําเชนนันก็ไม ้ ตางอะไรกับการตัดตีนใหเขากับเกือก เพราะนอกจากจะเขากันไมไดแลว มีแตจะเจ็บตัวเปลา สามกกเปนวรรณคดีมีชื่อเสียงที่แปลจากภาษาจีน ตั้งแตยุคสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก มหาราช และเปนตนแบบของการแปลเรื่องจีนมาเปนวรรณคดีไทยอีกหลายเรื่องในกาลตอมา ไมเพียงแตจะ ถูกแปลเปนภาษาไทยเทานั้น สามกกยังจัดวาเปนหนังสือดีที่สดเลมหนึ่งของโลก ไดถูกแปลเปนภาษาตาง ๆ ุ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 2.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 2 มากมาย และมียอดพิมพมากที่สดเลมหนึ่งของโลก ุ วากันวาจะเปนรองก็แตคัมภีรไบเบิล และตําราพิชัย สงครามของซุนหวูเทานั้น การแปลของแตละภาษายอมเปนธรรมดาที่จะมีสํานวนและโวหารที่ตางกันไป โดยทีตนฉบับของจีนนั้นมี ่ ทวงทํานองหนักหนวงลึกซึ้ง ในขณะทีฉบับแปลของบริวท เทเลอรคอนขางจะตะกุกตะกัก แบบฝรั่ง สวนของ ่ ิ ญี่ปุนนั้นอาจจะเปนเพราะสํานวนภาษาคลายกับจีน ดังนั้นจึงมีลีลาทํานองลึกซึ้งดุจกัน สวนการแปลเปน ภาษาไทย อํานวยการแปลโดยบุคคลสําคัญที่มความเชียวชาญอยางสูงทางภาษาในยุคนั้นคือเจาพระยาพระ ี ่ คลัง (หน) ดังนั้นสํานวนแปลภาษาไทยจึงกระชับสั้นไดใจความ เปนภาษาความเรียงที่งดงามดวยอรรถะและ พยัญชนะ มีอปมาอุปไมย ทีสอดคลองกับความรูสึกนึกคิดของคนไทย จนกระทรวงศึกษาธิการ สมัยหนึ่งได ุ ่  นําเอาสามกกตอนโจโฉแตกทัพเรือไปเปน แบบเรียนภาษาไทยแตทวาการแปลภาษาไทยนั้น และในยุคสมัย ที่การเมืองไทยยังไมสงบเรียบรอยดีนัก จึงมีหลายสิ่งหลายอยางที่ขาดหายไป ทั้ง ๆ ที่เปนเรื่องสําคัญ ทั้งนี้ อาจเปนเพราะหากนํามากลาวไวแลวก็อาจกระทบตอการเมืองในยุคนั้น เหตุนี้ในการดําเนินเรื่อง "สามกกฉบับคนขายชาติ" จักไดถอเอาฉบับแปลของเจาพระยาพระคลัง (หน) เปน ื หลัก แตสวนที่ยังขาดตกอยูก็จะไดนําเอาฉบับแปลอื่น ๆ มาประกอบเพื่อใหเกิดความครบถวนอยางหนึ่ง  เพื่อใหเกิดประกายแหงความคิดและเปนทีตงแหงความเขาใจอันจะเปนประโยชนตอความรับรูและการนําไปใช ่ ั้ อีกอยางหนึ่ง นอกจากฉบับแปลแลวยังมีสามกกฉบับพิเศษอีกหลายฉบับยาขอบบรมครูแหงวรรณกรรมไทยก็ไดเขียนสาม กกขึ้นฉบับหนึ่งเรียกวาฉบับวณิพก หรือฉบับขอทาน โดยยกเอาตัวบุคคลแตละคนขึ้นมาพรรณนาใน รายละเอียดดวยภาษาที่งดงามและคมกลา ในขณะที่บรมครูอีกทานหนึ่งซึงนับถือกันวาเปนปราชญแหงชาติไทย คือหมอมราชวงศคึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ได ่ เขียนสามกกขึนอีกฉบับหนึ่งชือวาสามกกฉบับนายทุน ซึ่งเปนการแสดงทัศนะความชอบธรรมและความไมชอบ ้ ่ ธรรม ความดีและความชั่วที่ตรงกันขามกับทัศนะของยาขอบ คือในขณะทียาขอบยกยองเชิดชูเลาปเปนผูทรง ่  คุณธรรม และกลาวหาประณามโจโฉเปนกบฏทรยศตอแผนดิน หมอมราชวงศคึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ไดเชิดชูโจ โฉเปนอัครมหาเสนาบดี ที่ภักดีตอแผนดิน ในขณะที่เลาปเปนนักหลอกลวง หลอกเอาขงเบง มาใชแลวสมคบ กันใชเลหลิ้นลมลวงจนบานเมืองปนปวนไปทัว ่ สองทัศนะนี้ขัดแยงกันสิ้นเชิง แตก็เกิดอรรถรสและแงคดที่เปนประโยชน แกผูอานไมตางกัน หลังจากนั้นก็ยัง ิ  มีผูแตงสามกกออกมาอีกหลายฉบับ เชนฉบับแปลของคุณวรรณไว พัทธโนทัย สามกกฉบับนักบริหาร และที่ กําลังออกอากาศทางวิทยุอยูในขณะนี้ก็ยังมีสามกกฉบับโหราศาสตร นอกจากนี้แลวก็ยงมีฉบับเล็กฉบับนอย ั อีกมากมาย ไมเพียงแตจะมีผแตงลักษณะเชนนี้ในประเทศไทยเทานั้น ในประเทศจีนเองหรือในประเทศอืนๆ ก็ ู ่ ไดนําเอาสามกกไปแบงซอยยอยและแตงขึ้นในแงมุมตางๆ มากมาย การทั้งนี้เนื่องจากเรื่องราวทีดาเนินไปในสามกกนั้น ไดครอบ คลุมการตางๆ ไวแทบทุกๆ ดาน ไมวาในเรื่อง ่ ํ  คุณธรรม น้ํามิตร พิชยสงคราม การปกครอง การบริหาร การใชคน การทูต การเมือง การทหาร แมกระทั่ง ั โหราศาสตร นิมิต และลางตางๆ ตลอดจนธรรมเนียมการปกครองแผนดิน การที่สามกกมีเนื้อหาครอบคลุม เรื่องราวดานตาง ๆ มากมาย เชนนี้ จึงมีผดดแปลงสามกกออกไปเขียนในแงมุมตาง ๆ และยิ่งเขียนในแงมุม ู ั ตาง ๆ มากขึ้นเทาใดก็ยิ่งแสดงใหเห็นวาสามกกนั้น ไมวาในแงมุมใดมีความลึกซึ้ง และเปนประโยชนตอ ผูเกี่ยวของไดทั้งสิ้น มีผูกลาววาใครอานสามกกครบสามครั้งจะเปนคนที่คบไมได คํากลาวนี้ไดสะทอนใหเห็น อยูในตัวเองวาสามกกเปนเรื่องราวของการใชสติปญญาพลิกแพลงกอปรดวยอุบายเลหกลครบครัน แตขอที่วาอานสามกกครบสามครั้งแลวจะเปนคนทีคบไมไดนั้น ออกจะเปนการมองปญหาดานเดียว เพราะการ  ่ คบไดหรือคบไมได ไมไดขึ้นอยูกับการอานสามกกหรือไม หรือวาจะอานสักกี่ครั้ง หากขึ้นอยูกับคนผูนนเอง ั้ คนจํานวนหนึ่งแมไมเคยอานสามกกก็ยังปรากฏวาเปนคนที่คบไมไดก็มีใหเห็นอยูถมไป บางคนอานสามกกนับ สิบครั้งก็ยังคงเปนคนดีมศีลธรรม ก็มีใหเห็นอยูถมไปเหมือนกัน ี คนเราจะคบกันไดหรือคบกันไมไดขึ้นอยูกับอุปนิสัยใจคอของคนผูนั้นเองวาเปนคนดี เปนมิตรแท หรือเปน สหายน้ํามิตรทีตายแทนกันไดหรือไม หากเปนคนเลว คนเห็นแกได หรือคนทรยศตอมิตร แมไมไดอานสามกก ่ เลย คนเชนนี้กหาควรคบดวยไม ็ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 3.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 3 ในมงคล 38 บทแรกสุด พระผูมีพระภาคเจาไดตรัสสอนวาการไมคบคนพาลเปนมงคลสูงสุด ซึ่งสามกกมี  ตัวอยางและเรืองราวมากมายที่แสดงใหเห็นวาคนพาลเปนอยางไร ทีสําคัญไดแสดงใหเห็นถึงลักษณะและการ ่ ่ กระทําของคนขายชาติวาทํากันอยางไร เกิดผลอยางไร ทั้งผลที่เกิดขึ้นแกตนเอง แกครอบครัว แกสังคมและ บานเมือง เรืองวิทยาคมพรอมแลวที่จะบรรณาการทานผูอานหนังสือพิมพผูจัดการดวย "สามกกฉบับคนขาย  ชาติ" ซึ่งแมวาจะตระหนักดีวามีภูมิความรูยังไมถึงขนาดนัก แตดวยใจภักดีที่มุงตอบแทนคุณทานผูอานก็จะใช  ความพยายามอยางเต็มความสามารถ คงมีปญหาขอวิตกอยูประการเดียวที่เรื่องสามกกเปน เรื่องยาว ยอมยาก   ที่จะทําใหเกิดความเราใจ ตรึงใจไปไดตลอด ทั้งตองใชเวลานานนับปกวาจะจบ จึงวิตกวาทานผูอานจะเบื่อ หนายเสียกอน จึงไดแตหวังวาดวยใจภักดีที่จะสนองคุณทานผูอานอยางหนึ่งดวยวิรยะอุตสาหะแหงตนอีก ิ อยางหนึ่ง จักเปนเครื่องคุมกันและกอใหเกิดความเมตตาจากทานผูอานติดตามและสนับสนุนงานชิ้นนี้ไป จนกวาจะสําเร็จดังประสงค สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม เคาลางกลียค (ตอนที่ 2) ุ ยุคสมัยของสามกกเกิดขึ้นตั้งแตปพทธศักราช 722 เปนตนมา เปนเวลารวมรอยป เบื้องหนาแตจะเกิดยุคสาม ุ กก แผนดินจีนไดเกิดกลียุครบราฆาฟนกันจนแตกออกเปน 7 หัวเมือง ทั้ง 7 หัวเมืองนี้บางครั้งก็ผูกมิตรกัน บางครั้งก็ทําสงครามกัน สงครามและสันติภาพเกิดขึ้นสลับกันไป ประวัตศาสตรจีนไดเรียกขานยุคนี้วาเปนยุค ิ "เลียดกก" รายละเอียดมีปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่องเลียดกกซึ่งแปลมาจากพงศาวดารเลียดกกของจีนนันแลว ้ จนถึงสมัยหนึ่งแควนจิ๋นมีเจาผูปกครองชื่อวา "จิ๋นออง" ไดรวบรวมหัวเมืองทั้ง 7 เขาเปนแผนดินเดียวกัน  สถาปนาราชวงศจิ๋นขึ้นปกครองแผนดินจีนแตนั้นมา ชื่อประเทศที่ถกรวมเขาเปนหนึ่ง จึงถูกเรียกตามชื่อของแควนจิ๋นวาเปน"ประเทศจีน" ตั้งแตบัดนั้นเปนตนมา จิ๋ ู นอองเปนผูใฝอํานาจ เห็นวาคําวา "ออง" ยังเปนคําต่ําเสมอเจาเมืองธรรมดา ไมสมกับความชอบของพระองค ที่สามารถรวบ รวมแควนทั้งปวงเขาเปนแผนดินเดียวกันได จึงใหขุนนางทังปวงคิดสรรหาสมญานามใหสมกับ ้ ความชอบของพระองค เปนธรรมเนียมของขุนนางทุกยุค ทุกสมัยทีมักประจบผูมีอานาจบรรดาขุนนางในยุคนั้นจึงไดคิดคนสมญานาม ่ ํ สําหรับจิ๋น อองวา "ฮองเต" ซึ่งหมายถึงความเปนใหญใน 5 ทวีป หรือความยิ่งใหญเหนือแผนดิน ภูเขา แมน้ํา ความดี และความชั่ว ซึ่งสมญานามนี้เปนที่ตองพระทัยยิ่งนัก ดังนั้น จิ๋นอองจึงไดสถาปนาพระนามาภิไธย ของ  พระองควา "จินซีฮองเต" ความใฝในอํานาจ และความคิดที่จะเปนใหญในจักรวาลเปนแรงวิรยานุภาพภายใน ๋ ิ ตัวของจิ๋นซีฮองเต ประกอบกับเปนคนรูจักใชคน ดังนั้น คนดีมีฝมือในแผนดินจํานวนมากจึงอาสาเขามารับใช ชาติ แผนดินจีนยุคนั้นจึงยิ่งใหญเกรียงไกร แตกระนั้นความยิ่งใหญที่มีอยูก็ไมสามารถยับยังความแกเอาไวได เมื่ออายุลวงวัยมากเขา จิ๋นซีฮองเตก็เกิด ้ ความคิดกลัวตาย แตไมอยากตาย ดังนั้น จึงไดพยายามแสวงหายาอายุวฒนะ เมื่อความอยากเกิดขึ้น ความโง ั ก็ไดเขาครอบงํา พวกแพทยหลวงและแพทยบานตลอดจนนักพรต ตางไดอาสาทํายาอายุวัฒนะ แตในทีสุดก็ ่ ไมประสบผลสําเร็จ ความแกยงคงเขาครอบงําจักรพรรดิผูยิ่งใหญอยางไมหยุดยั้ง ทําใหพระองครสึกวาวันเวลา ั ู แหงความตายไดเยื้องกรายเขามาเยือน พระองคใกลเขามาทุกที ในที่สดทรงตั้งรางวัลเปนจํานวนมหาศาล ุ ใหแกใครก็ตามที่สามารถแสวงหายาอายุวฒนะมาถวายได ั รางวัลจํานวนมหาศาลยอมจูงใจคน ยอมสามารถทําใหคนแกรง กลาไมกลัวผี ไมกลัวฟา ไมกลัวดิน ไมกลัว บาป และไมกลัวตาย ดังนั้น จึงมีพวกหมอกลุมหนึ่งเห็นวา ขืนอยูไปก็อาจเสี่ยงภัยตอการถูกประหาร จึงอาสา เดินทางทางเรือไปทางดานตะวันออก เพื่อแสวงหายาอายุวัฒนะ หลังจากเดินทางไปแลวก็ไมกลับมาอีกเลย กลาวกันวาคณะเดินทางแสวงหายาอายุวฒนะกลุมนี้คือกลุมบรรพบุรุษกลุมแรกของชนชาติญี่ปุน ั เหตุที่ไม ยอมรับวาความตายจะมาถึง จินซีฮองเตจึงไมได ๋ เตรียมการใด ๆ เพื่อรับมือกับเหตุการณหลังการตายของ พระองค ดังนันเมื่อความตายมาถึงกลียคจึงเกิดขึ้นในบานเมือง หลี่ซือ ขุนนางผูมีความชอบตอแผนดินและ ้ ุ ดํารงตําแหนงอัครมหาเสนาบดีถูกขันทีใชอํานาจของยุวกษัตริยประหารอยางโหด ราย นอกจากนั้นขุนนางผู ภักดีตอแผนดินก็ถูกบีบคั้นและสังหารอยางโหดรายทารุณ ในที่สดยุวกษัตริยผูเปนรัชทายาทของจิ๋นซีฮองเตก็ ุ ถูกขันทีสังหารแผนดินอันยิ่งใหญก็ไมสามารถรักษาไวได แมเลือดเนื้อเชื้อไขก็ตองถูกสังหารอยางโหดราย นี่ เปนเพียงตัวอยางหนึ่งของความประมาทที่อยาวาแตปถุชนคนธรรมดาสามัญเลย ตอใหเปนฮองเต มีอํานาจ ุ วาสนาทรัพยสงศฤงคารสักเพียงไหน หากตกอยูในความประมาทแลว ทุกสิงก็จะสูญสิ้นไป ิ่ ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 4.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 4 หลังจากสังหารยุวกษัตริยแลว ขันทีก็ตั้งตนเปนใหญ ใชอํานาจ หยาบชาตออาณาประชาราษฎร จนบานเมือง เกิดจลาจลขึ้น สมัยนั้นขุนศึกตางๆ ไดยกกองทัพเขาเมืองหลวง ดานหนึ่งอางวาเพื่อฟนฟูพระราชวงศ ชูธง แหงความจงรักภักดีขึ้นเปนทีรวมใจของขุน นางและอาณาประชาราษฎร ในขณะที่อีกดานหนึ่งมีวาระซอนเรน ่ อยูในใจที่จะยึดอํานาจแผนดินเสียเอง การรบราฆาฟนเกิดขึ้นอยางกวางขวาง การจลาจลขยายตัวลุกลามไปทั้งแผนดิน กลายเปนสงครามกลางเมือง ขึ้นมาอีก ครั้งหนึ่งสมัยนั้นมีผตั้งตนเปนผูกชาติหลายกลุม หลายเหลา แตหลังจากสงครามผานไปนานวันเขา ู ู บางกลุมก็สูญสลายไป บางกลุมก็ไปรวมกับอีกกลุมหนึ่ง ในทีสุดเหลืออยูเพียงสองกลุม ่ กลุมแรกนํา โดยฌอปาออง กลุมที่สองนําโดยเลาปง หรือที่เรียกวาฮั่นออง ทั้งสองกลุมนี้ทําสงครามแยงชิงเมืองหลวงกัน เปนเวลายาวนาน เปดสงครามตอกันถึง 7 ครั้ง และทั้ง 7 ครังนี้ฮั่นอองหรือ เลาปงเปนฝายพายแพ ้ แตเนื่องดวยเลาปงเปนคนมีความเพียรพยายาม มีจิตใจตอสูและทรหดอดทน ทั้งพยายามแสวงหาคนดีมฝมือ  ี มารวมงาน ในที่สด เลาปงก็ไดขุนนางสองคนมาทําการดวย นั่นคือ "ฮั่นสิน" ซึ่งเปนผูเชี่ยวชาญจัดจานทาง ุ การทหาร และ "เตียวเหลียง" ซึ่งเปนผูเชี่ยวชาญ จัดจานทางพิชัยสงครามและการปกครอง ในสงครามครั้งสุดทาย ฮั่นอองเปนฝายไดรับชัยชนะ โดยฌอปาอองแตกทัพไปติดอยูริมน้า และฆาตัวตายใน  ํ ที่สด ุ กอนพายแพฌอปาอองไดเผาเมืองหลวงทีใหญโตอัครฐานจนหมดสิ้น ่ กลาวกันวาเพลิงไหม พระบรมมหาราชวัง ติดตอกันเปนเวลาถึง 7 วัน 7 คืน ฮันอองหรือเลาปงไดรับชัยชนะแลว จึงไดสถาปนา ่ ราชวงศฮั่นขึ้น เหลาขุนนางไดถวายพระสมัญญาแกพระองคทานวา "พระเจาฮั่นโกโจ" จัดเปนปฐมกษัตริย แหงราชวงศฮั่น สงครามและสันติภาพเกิดขึ้นสลับกันไปเชนนี้ เจาพระยา พระคลัง (หน) จึงกลาวไวในสามกกดวยโวหารวา "เดิมแผนดินเมืองจีน ทั้งปวงนันเปนสุขมาชานานแลวก็เปนศึก ครั้นศึกสงบแลวก็เปนสุข" ้ พระเจาฮั่นโกโจและพระราชวงศไดครองราชยสมบัติตอ ๆ มา ถึง 12 องค ขุนนางชื่อ "อองมัง" จึงชิงราช สมบัตตั้งตนขึ้นเปนเจาครองแผนดินอยูถึง 18 ป ก็มีเชื้อพระวงศของพระเจาฮั่นโกโจชื่อ "ฮั่นกองบู" ชิงราช ิ สมบัติกลับคืนได เสวยราชยสบเชื้อพระวงศตอมาอีก 12 องค จึงเปนอันสิ้นสุดราชวงศฮั่น ื  ฮองเตองคที่สามกอนสิ้นราชวงศฮั่นทรงพระนามวา "ฮั่นเต" คงจะเปนหมัน จึงไมมีพระราชบุตรสืบสันตติวงศ แตแทนที่จะยกเอาเชื้อพระวงศผูมสติปญญาคนหนึ่งคนใดขึนเปนมหาอุปราช ี  ้ เพื่อเตรียมสืบราชวงศตอไป กลับไป ขอลูกชาวบานมาเลียง ตั้งเปนพระราชบุตร แลวโปรดใหขันทีเลี้ยงดูมาแตนอย ตอมาทรงสถาปนาเปน ้ ที่รชทายาท ดังนั้นเลนเต จึงไมใชเชื้อพระราชวงศฮั่น เปนลูกกาฝาก หาก จะกลาวถึงทีสุดแลวก็ยอมกลาวได ั ่ วา ราชวงศฮนไดหมดสิ้นไปตั้งแตยุคสมัยของพระเจาฮั่นเตแลว ราชบัลลังกหลังจากนั้นตกไดแกคนแซอื่น ั่ การกระทําผิดธรรมเนียมประเพณีในการปกครองแผนดินของ ฮั่นเต คือเหตุสําคัญทีทําใหราชวงศฮั่นดับสูญ ่ และราชบัลลังกตกเปนสิทธิแกคนอื่น นี่คือทัณฑจากสวรรคของการทีทําผิดธรรมเนียม ประเพณี ถาจะกลาว ่ โดยสํานวนไทยก็กลาวไดวาเปนความผิดของ "คนที่เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขามาอม" เลนเตลูกชาวบาน เมื่อไดดิบไดดีเปนรัชทายาทก็ถือตัววาเปนเชื้อพระวงศฮั่นไปดวย ครั้นไดเสวยราชยทรง พระนามวา "พระเจาเลนเต"แตสันดานชาติเชื้อที่มิใชเผาวงศกษัตริย และอัธยาศัยทีถูกสรางสม มาจากการ ่ เลี้ยงดูของขันทียังคงติดตัวมาจึงกําเริบขึ้น สามกกไดกลาวความประพฤติของพระเจาเลนเตวา "มิไดตงอยูใน ั้ โบราณราชประเพณี แลมิไดคบหาคนสัตยธรรม เชื่อถือแตคนอันเปนอาสัตย ประพฤติแตตามอําเภอใจแหง พระองค เสียราชประเพณีไป" เมื่อ เลนเต เสวยราชยแลว ไดอาศัยขุนนางผูใหญสองคนคอย ค้ําจุนราชบัลลังก คนหนึ่งชื่อเตาบูเปนแมทัพ ใหญ อีกคนหนึงชื่อ ตันผวน เปนราชครู สองขุนนางเฒารับราชการในราชวงศฮั่นมาถึงสองแผนดิน เห็นความ ่ วิปริตผันแปรในบานเมืองที่ทําใหขุนนางขาราชการแลราษฎรตองเดือดรอนหนักวา เกิดจากขันทีเปนเหตุ จึง วางแผนรวมกันเพื่อจะสังหารกลุมขันทีชั่วเสีย แตแผนการรัวไหล เสียกอน ดังนั้น ทั้งแมทัพใหญเตาบูและ ่ ราชครูตันผวนพรอมดวยครอบครัวและบริวารจึงกลับเปนฝายถูกกลุมขันทีชว สังหารอยางโหดรายและทารุณ ั่ แตนั้นมากลุมขันทียิ่งกําเริบเสิบสานมากขึ้น เหลาขุนนางขาราชการมีความเกรงกลัวอิทธิพลของกลุมขันทีชั่ว  เปนอันมาก ครั้นพระเจาเลนเตเสวยราชยไดสิบสองป ตรงกับพุทธศักราช 722 เดือนสี่ขึ้นสิบหาค่ํา แตสามกกฉบับสมบูรณ ระบุวาเปนป พุทธศักราช 710 พระเจาเลนเตประทับ ณ พระที่นั่งอุนตกเตี้ยน เวลาเที่ยงเกิดอาเพศใหญขน ใน ึ้ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 5.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 5 บานเมือง เปนสัญญาณจากสวรรค ที่บงบอกวา แผนดินเกิดกลียุค ณ เวลานั้นเพลาเที่ยงเกิดลมพายุหนัก มีงูสี เขียวตัวใหญตกลง มาพันอยูที่เทาพระเกาอี้ พระเจาเลนเตตกพระทัย กระทั่งสิ้นพระสติ พักหนึ่งงูใหญ ก็ หายไปแลวเกิดฟารองฝนตกหาใหญ ลูกเห็บขนาดใหญตกบานเรือนราษฎรพังทลาย พระตําหนักถูกพายุ ลูกเห็บพัดพังหลายตําหนัก จนถึงเที่ยงคืนฝนจึงหยุด หลังจากนั้นอีก 4 ป ณ เดือนยี่ เมืองลกเอี๋ยง ซึ่งเปน เมืองหลวงเกิดแผนดินไหว น้าทะเลเกิดคลื่นใหญทวมบานเมือง และบานเรือนราษฎรถูกน้าพัดพา หายไปเปน ํ ํ จํานวนมาก ไกตัวเมียขันไดกลายเปนไกตัวผู ถัดมาในเดือน 6 ขึ้นค่ําหนึ่งเกิดควันเพลิงพุงขึ้นไปสูง 20 วา แลวพุงเขาไปในพระที่นั่งอุนตกเตี้ยน รุงเดือน 7  เกิดรัศมีรุงตกในพระบรมมหาราชวัง ภูเขารันซัวแตกทลายลงนิมิตเหลานี้ ถาวาตามหลักนิมิตลางของไทย ก็ กลาวไดวา เปน ทั้งอุบาทวพระอินทรและอุบาทวพระยมเกิดขึ้นตอเนื่องกันไป เปนลางรายของแผนดินวาจะ เกิดกลียุค นิมตและลางรายนีเคยปรากฏใหเห็น กอนสิ้นแผนดินกรุงศรีอยุธยาหลายประการ เชนมีฟาผาลงตรง ิ ้  ระเบียงพระบรมมหาราชวัง และไฟไหมลุกลามไปหลายแหง, ฝูงอีกาจับกลุมกันจิกตีจนบาดเจ็บลมตาย, หลวง พอมงคลบพิตรมีน้ําพระเนตรไหล, อีกาใหญบินเอาอกเขาเสียบกับตรีศลพระบรมมหาราชวัง, น้ําในแมน้ําเปนสี ู แดงดังเลือด, เสียงใบไมเหมือนเสียงคนร่ําไหระงมเมือง, ไกตัวเมียขันไดกลายเปนตัวผู ดาวจระเขดวงที่เปน ตําแหนงของพระมหากษัตริยสีแดงเศราหมอง และริบหรีคลายกับจะดับสูญ  ่ นิมิตและลางลักษณะนี้ถือวา เปนนิมิตและลางรายที่จะเกิดกลียุคขึ้นในบานเมืองนับเปนอาเพศที่มผลกระทบ ี ตอบานเมือง กระทบตอผูมีอานาจปกครองบานเมืองและราษฎรเปนสวนรวม อาเพศอันเกิดจากนิมิตและลาง ํ แมเปนสิ่งที่ไรศาสตรใดไป พิสจนวาเกิดขึ้นไดอยางไร แตความเชื่อของคนหลายชาติ หลายภาษาสืบทอดมา ู นับพันป ยังคงเหนียวแนนแมกระทั่งในบานเมืองของเราในทุกวันนี้อา! เคาลางแหงกลียุคไดปกคลุมเหนือ แผนดินจีนอีกครั้งหนึ่งแลว สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ยุคขันทีกินเมือง (ตอนที่ 3) นิมิตและลางจากสวรรคที่เกิดขึนอยางตอเนื่อง ไดกอใหเกิดความประหวั่นพรั่นพรึงในหมูอาณาประชาราษฎร ้  พระเจาเลนเตเองก็ทรงสังเกตเห็นปรากฏการณที่ผดปกติ จึงทรงตรัสถามขึ้นในที่ประชุมเหลาขุนนางวา "นิมิต ิ วิปริตดั่งนี้จะดีรายประการใด" ปรากฏวาไมมีใครยอมตอบวา "นิมิตวิปริต" นั้น วาจะดีรายและหมายความวา   ประการใด เหลาขุนนางตางนิงเงียบเปนเปาสาก และอาการนิ่งเงียบเปนเปาสากของเหลาขุนนางนี้ควรจะตอง ่ ถือวาเปน "นิมิตวิปริต" ที่เกิดขึ้นในราชสํานัก เชนเดียวกับ "นิมิตวิปริต" ที่เกิดขึ้นแตธรรมชาติ เพราะเหลาขุน นางทั้งปวงนั้นยอมมีวิสยที่ชอบเพ็ดทูล และมักจะแขงแยงกันเพ็ดทูลเพื่อหาความดีความชอบ และเพื่อแสดง ั ภูมิรูแหงตนใหเปนที่ประจักษ หลังพระเจาเลนเตเสด็จขึ้นแลว ก็มีขุนนางชื่อ "ยีหลง" ทําหนังสือลับกราบทูลพระเจาเลนเตวา "เหตุทงปวงนี้ ั้ เพราะขันทีประพฤติลวงพระราชอาญา จึงเกิดนิมิตใหพระองคปรากฏ" การทียีหลงตองทําเปนหนังสือลับ ่ ประกอบกับอาการเงียบเปนเปาสากของเหลาขุนนางนั้น เปนอาการที่บงบอกวาคนรอบขางของพระเจาเลนเต ซึ่งก็คือขันทีประพฤติลวงพระราชอาญา "คิดกันกระทําการหยาบชาตางๆ" และควบคุมราชสํานักไวไดโดย สิ้นเชิง และเปนที่รูกันโดยทั่วไป ในเหลาขุนนางอันขันทีนั้น คือคนใชของพระเจาแผนดิน หากยามใดที่พระเจาแผนดินเขมแข็ง ขันทีก็มีฐานะ เปนคนรับใช แตยามใดที่พระเจาแผนดินออนแอเหลวไหล ขันทีก็จะมีฐานะเปนคนใชพระเจาแผนดิน คือใชให พระเจาแผนดินทําอะไรไดตามใจชอบ ขันทีนนไมใชกะเทยเหมือนกับที่เห็นในภาพยนตร แตเปนชาย ซึงถูก ั้ ่ ตัดองคชาติไมใหสืบเผาพันธุ และสิ้นความรูสึกทางเพศอยางสิ้นเชิง  เหตุทั้งนี้เนื่องจากขันทีสามารถ เขานอกออกในไดทั้งฝายหนาและฝายใน โดยที่ฝายในนั้นเต็มไปดวยพระสนม นางกํานัล เหตุนี้เพื่อปองกัน  ไมใหขันทียุงเกี่ยวในทางเพศกับพระสนม นางกํานัล จึง มีกฎใหตองตัดองคชาติของขันทีเสียกอนจึงจะรับเขา บรรจุในตําแหนงขันทีได เหตุที่มผยอมถูกตัดองคชาติเพื่อรับราชการเปนขันทีก็เพราะขันทีนั้นอยูใกลชิดพระเจาแผนดิน ี ู  ซึ่งเปนศูนย แหงอํานาจรัฐ เปนบอเกิดแหงอํานาจวาสนา ทรัพยสมบัติและหนาตา ดังนั้น จึงมีพอแมของคนจํานวนมากเอา ลูกชายไปขายเปนขันทีเพื่อหวังลาภยศในเบื้องหนา ชายจํานวนมากก็ยอมตัวถูกตัดองคชาติเปนขันที เพื่อหวัง อํานาจวาสนาอยางหนึ่ง และหวังรายไดไปสงเสียใหกับครอบ ครัวอีกอยางหนึ่ง All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 6.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 6 แตคนเรานั้นมีปกติติดยึดอยูในเรื่องกิน กาม เกียรติ ดังนั้นเมื่อตัดความตองการหรือความสามารถในเรื่องกาม  ออกไปเสียแลว ความติดยึดในเรื่องกินและเกียรติ ซึ่งก็คอเรื่องของอํานาจและวาสนาก็ยิ่งมีมากขึ้นผิดคน ื ธรรมดา ดวยเหตุนี้ขันทีทั้งปวงจึงเปนคนทีมความตองการในเรื่องอํานาจ วาสนามากเปนพิเศษผิดวิสยมนุษย ่ ี ั ทั่วไป จนอาจกลาวไดวาเปนคนวิปริตจําพวกหนึ่งที่พรอมจะทําทุกสิ่งทุกอยางเพื่อใหไดมาซึ่งอํานาจวาสนา มองในแงนี้ก็จะเห็นไดชัดวา การที่พระเจาแผนดินหรือฮองเต มีชีวิตอยูทามกลางฝูงคนวิปริตเหลานี้ จะมีความ  เปนปกติเหมือนมนุษยทวไปยอมไมได ยอมมีสิ่งวิปริตผิดปกติอาบเอิบพระองคอยูเปนเนืองนิจ เพื่อแสวงหา ั่ ความดีในหนาที่ และความชอบในทางสวนตัว ขันทีจึงพรอมที่จะทําทุกอยางเพื่อฮองเต และยอมใหฮองเตทํา  ทุกอยางเพื่อความพึงพอใจสูงสุด ดังนั้นขาวคราววิปริตในทางเพศ จึงคลาคล่ําอยูในราชสํานักของจีนตลอดระยะเวลาอันยาวนานของ  ประวัตศาสตร เพราะฮองเตมีเมียมาก ก็ยอมมีลูกมากตามไปดวย ลูกของฮองเตจะถูกเลียงดูโดยขันที หรือพระ ิ ้ สนมนางกํานัล ลูกคนใดถูกเลียงดูโดยขันที ก็จะถูกกลอมเกลาอุปนิสยใจคอใหวิปริตแปรปรวน ไปดวย ลูกคน ้ ั ใดถูกเลียงดูโดยพระสนมนางกํานัล ก็จะถูกกลอมเกลาอุปนิสัยใจคอใหเอนเอียงไปในทางของอิสตรีมากกวา ้ ปกติ ซึ่งไมวาจะเปนไปในทางใด ลูกของฮองเตซึ่งคนหนึงยอมเปนรัชทายาทก็ตองมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไป ่ ในทางวิปริตผิดปกติ จะมียกเวนบางก็แตเพียงบางคนเทานั้น ที่ไดรับการเลียงดูอยางดีโดยวิธีเลี้ยงดูของ ้ มนุษยทวไป ั่ ดังนั้น ฮองเตของจีนจํานวนมากจึงเปนคนจําพวกวิปริตผิดปกติ จะมียกเวนอยูบางที่เปนพระเจาแผนดินที่ เขมแข็งเกรียงไกร เหตุนี้อายุรัชกาลของแทบทุกราชวงศในเมืองจีนจึงมักไมคอยยืนยาว พระเจาเลนเตเองก็ ถูกเลี้ยงโดยขันที ดังนั้นเมื่อครองราชยแลว จึงทรงยกยองขันทีคนหนึ่งชื่อ "เตียวเหยียง" เปนบิดาบุญธรรม และเพราะเหตุที่ถูกเลี้ยงดูโดยขันที ดังนั้น จึงมีความใกลชิดสนิทสนมไวเนื้อเชื่อใจขันทีเปนพิเศษ มีความ เคารพยําเกรงขันทีเปนพิเศษ ขันทีที่มความใกลชิดสนิทสนมในลักษณะเชนนี้ มีอยูสิบคน ซึ่งสามกกเรียกวา "สิบขันที" คือเทาเจียด, เตียว ี ตง, เตียวเหยียง, ฮองสี, ตวนกุย, เหาลํา, เกียนสิด, เหหุย, กกเสง และเชียกง ในจํานวนขันทีสิบคนนี้ไดยก ยองใหเทาเจียดเปนหัวหนา ในขณะที่เตียวเหยียงเปนคนทีพระเจาเลนเตเคารพและยําเกรงเปนพิเศษ ในฐานะ ่ ที่ทรงยกยองเปนบิดาบุญธรรม ความจริงชื่อของบุคคลในสามกกมีเปนจํานวนมาก ไมมีความจําเปนที่จะตองจดตองจํา แตการจะไมกลาวถึง ชื่อขันทีทั้งสิบคนเห็นจะไมได เพราะเปนตัวละครสําคัญที่เปนตนตอทําใหแผนดินเกิดจลาจลวุนวาย แลวแตก เปนสามกก ทั้งเปนตัวละครที่กอปญหาวุนวายถึงสองรัชกาล ขันทีทั้งสิบคนไดรวมคิด รวมมือกันครอบงํา อํานาจบริหารของพระเจาเลนเต อยางสินเชิง กิจการภายในราชสํานักทั้งปวงขึ้นอยู กับความคิดความเห็นของ ้ ขันทีทั้งสิบคน จึงเปนเหตุใหเหลาขุนนางทั้งปวง เกรงกลัวไมกลากระทําการ หรือเพ็ดทูลสิ่งใดใหเปนทีขัดใจ ่ ของขันที ขุนนางคนใดแสดงอาการใหเห็นวาไมเปนพวก ไมเคารพ หรือ ไมยําเกรง ก็จะถูกสิบขันทีแกลงเพ็ดทูลใหพระ เจาเลนเตถอดออกจากตําแหนง หรือโยกยายไปทําราชการในถิ่นทุรกันดาร หรืออาจถูกเพ็ดทูลใหลงโทษ ประหาร หนังสือราชการที่หวเมืองตาง ๆ รายงานเขามายังราชสํานักจะถูกกลั่นกรองโดยขันทีเสียชั้นหนึงกอน ั ่ หนังสือออกจากราชสํานักรวมถึงพระบรมราชโองการตางๆ ก็เกิดขึ้นจากความคิดความเห็นของ ขันที จัดทํา โดยเหลาขันที และจัดสงไปยังหัวเมืองตางๆ โดยคนของขันที เปนหนทางใหลูกนองของขันทีไดคาน้ํารอนน้ํา  ชาอีกทางหนึ่ง อํานาจวาสนามีถึงเพียงนี้แลวก็ยังไมเปนที่พึงใจ ความหิวกระหายในอํานาจวาสนายิ่งทวีขึ้นอยางไมหยุดยั้ง กลายเปนวาอํานาจวาสนาที่มมากขึ้นโดยลําดับนั้นไมตางกับฟนทีสุมทับเขาไปในกองไฟก็ยิ่งทําใหกองไฟลุก ี ่ โชติชวงมากขึน ตองการฟนมากขึ้น ยิ่งเติมฟนเขาไปอีก กองไฟก็ยิ่งใหญขึ้น โชติชวงมากขึ้น อุปมาฉันใด  ้  อุปไมยก็ฉันนั้น ความหิวกระหายในอํานาจของขันทีไดทําใหราษฎรเกิดความเดือดรอนทุกหยอมหญา เหลาขุนนางทั้งในเมือง หลวงและในหัวเมืองตางตองเดือดรอน และตองตกอยูภายใตอํานาจของขันที การแตงตั้งเจาเมืองไปครอง  เมืองตาง ๆ ขันทีก็จะเรียกเอาสิน บนทุกเมืองไป คนใดไมยอมใหสินบนแกขันทีก็จะถูกกลั่นแกลง ใน ชั้นตน อาจจะแกลงไมใหไดรับแตงตั้ง หากขัดขวางในชั้นนี้ไมได ในภายหลังก็จะกลั่นแกลงเพ็ดทูลเอาเปนโทษ ซึ่ง อาจจะเปนโทษปลดออกจากราชการ หรือโทษถึงลงพระราชอาญา หากขอหาหนักก็ตองถูกประหาร เจาเมือง All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 7.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 7 คนใดยอมอยูในอํานาจ ขันทีก็จะจัดสงคนไปเรียกเก็บสวยทุกป และจํานวนสวยก็จะเพิมขึ้นทุกปดุจกัน เจา ่ เมืองบางคนในระยะแรกสามารถทนกับระบบสวยได แตนานไปทนแรงสวย ไมไหวก็ตองลาออก เพราะขืนทน รับราชการตอไปก็ตองถูกปลด ถูกถอด หรือตองโทษ คาภาษีตางๆ ที่หัวเมืองจัดเก็บสงเขาเมืองหลวง ตามปกติก็ถูกขันที ชักสวนแบงตั้งแตรอยละ 10 หนักเขาก็ชักสวนแบงถึงรอยละ 50 ทําใหรายไดของแผนดิน ไมพอเพียงกับรายจาย เปนเหตุใหพระเจาเลนเตตองขึ้นภาษีเอากับราษฎรบอยครั้ง จึงกลาวไดวาราษฎรในยุคสมัยของพระเจาเลนเตถูกขูดรีดภาษีหนักที่สด ดานหนึ่งหนักเพราะการฉอราษฎรบัง ุ หลวงของเหลาขันทีและขุนนางที่เปนพวก ดานหนึ่งหนักเพราะรายจายเพิ่มมากขึ้นเพื่อบํารุงบําเรอความสุข และเพื่อจัดสวนแบงใหแกขันทีและขุนนาง วากันวางบประมาณแผนดินในสมัยพระเจาเลนเตรั่วไหลไปกวารอย ละ 30 เทาๆ กับตัวเลขการรัวไหลของงบประมาณแผนดินของรัฐบาลไทยในบางยุค ่ เมื่อขุนนางขาราชการทั้งในเมืองหลวงและหัวเมืองตองจายเงินคาสวยสินบน และมีความรั่วไหลเกิดขึ้นใน งบประมาณแผนดินมากมาย เชนนี้ ราษฎรก็ถูกรีดนาทาเรนหนักขึ้นทุกวัน ราษฎรกลายเปนคนยากจนและ ยากไร ไมมีททากิน และไมมีกน จนตองปลนชิงวิ่งราวกันทั่วทั้งแผนดิน ี่ ํ ิ หนักเขาขาราชการทั้งในเมืองหลวง และในหัวเมืองตางประพฤติตนเปนโจร ปลนชิงวิ่งราวเสียเองอยางหนึ่ง เลี้ยงโจรใหปลน ชิงวิ่งราวมาแบงกันอยางหนึ่ง คาของหนีภาษี คาของเถื่อนอยางหนึ่ง และเอาที่หลวง เอา ประโยชนของหลวงไปทํามาหากิน ไปแสวงหาประโยชนอกอยางหนึ่ง คดีความทั้งปวงก็ตัดสินไปตามน้ําหนัก ี ของเงินสินบน ขาวถูกกลับเปนดํา ดําถูกกลับเปนขาว ความเดือดรอนจลาจลจึงเกิดขึ้นทังแผนดิน โดยที่ไมมี ้ ใครกลาพูด กลากราบทูล พระเจาเลนเตเห็นหนังสือลับของยีหลงแลว ก็ทอดพระทัย มิได ตรัสประการใด แต ขันทีทราบความเขาก็ผูกอาฆาตยีหลง เพราะเห็นวาเปนการกราบทูลที่จะทําใหพวกตนเสียหาย และแสรง เพ็ดทูลเสียใหมวา กรณี ทั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากฉลองพระองคเกา เพราะทรงมานาน ดังนัน เพื่อความเปนสิริ ้ มงคลของประเทศและราษฎรจึงตองเปลี่ยนฉลองพระองคใหม พระเจาเลนเต ก็กระทําตามคําแนะนํานั้น หลังเหตุการณนี้แลวสิบขันทีไดกราบทูลยุยงฮองเตใหปลดยีหลงออกจากราชการไปทําไรไถนา ณ ภูมลําเนา ิ เดิม สิบขันทียงมีอํานาจวาสนามากขึ้นเทาใด ก็ยิ่งกําเริบเสิบสานมากขึ้น ในทีสุดไดกราบทูลใหพระเจาเลนเต ิ่ ่ แตงตั้งตัวเองเปน "เซียงสี" หรือเปน"องคมนตรี" ทําหนาที่ใหคําปรึกษาราชการแผน ดินหรือนัยหนึ่งก็คอ "คน ื ใชฮองเต" แตบางแหงแปลโดยความหมายวาเปนตําแหนงหนาทีผสําเร็จราชการแผนดิน ่ ู การที่ขันทีสามารถเวียนวายดํารงอยูในอํานาจทามกลางความขัดแยงและผลประโยชนในราชสํานักไดอยาง ยาวนาน แมถงขนาดมีบทบาท ครอบงําอํานาจรัฐของฮองเตนั้น มิใชดวยเหตุบังเอิญหรือโชคชวย หากเกิด ึ จากขันทีมสุดยอดวิชาประจําอาชีพของตนอยูถึงหาวิชา ี  ซึ่งคนปกติทั่วไปไมมีวนที่จะร่ําเรียนสุดยอดวิชา ั เหลานั้นไดอยางครบครัน หาสุดยอดวิชาขันทีเปนไฉน? หาสุดยอดวิชาขันทีไดแก วิชาวาดวยการพินอบพิเทาและสรางความพอใจสูงสุด อยางหนึ่ง วิชาวาดวยการสรางความแตกแยกเพื่อแสวงประโยชนหรือเอาตัวรอดอยางหนึ่ง วิชาวาดวยการฆา คนซึ่งมีกระบวนทาสุดยอดคือการใชวาจาเปนอาวุธสังหารผูคนอยางหนึ่ง วิชาวาดวยการเรียกรับสินบนอยาง  หนึ่ง และวิชาวาดวยการติดสินบนซื้อน้ําใจคนอีกอยางหนึ่ง รายละเอียดแหงสุดยอดวิชาทังหานี้ มิใชเรืองในสามกกแตมีใหเห็นการใชวิชาขันทีปรากฏอยูในสามกกอยาง ้ ่ ลึกซึ้ง จึงกลาวถึงเรื่องนี้ไวแตเพียงนี้ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม โจรโพกผาเหลือง (ตอนที่ 4) สามกกทุกฉบับที่มีมาในโลกลวนเรียกกลุมโจรโพกผาเหลือง วาเปน "โจร" ทั้งสิ้น ซึ่งเปนการชวยกันเหยียบ ย่ําซ้ําเติมและทําใหความจริงผันแปรไปจากที่พึงเปน ความจริงโจรโพกผาเหลืองเปนขบวนการกูชาติขบวน หนึ่งในยุคที่บานเมืองเปนจลาจล ไมตางกับขบวนการกูชาติของชาวนาในกรณี กบฏเขาเหลียงซาน หรือกบฏ  นักมวย หรือขบวนการกูชาติของพระเจาตากสินแมแตนอย All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 8.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 8 แตเมื่อขบวนการกูชาตินี้พายแพ ก็ตองถูกขนานนามวาเปนกบฏ และเปนธรรมเนียมการเมืองจีนโบราณที่ตอง เหยียบย่าซ้ําเติมผูพายแพใหแบนติดดิน ดังนัน ขบวนการกูชาติขบวนนี้จึงถูกเหยียดหยามวาเปนเพียงกลุมโจร ํ ้ เทานั้น เรื่องของโจรโพกผาเหลืองเริมตนขึ้นที่เมืองกิลกกุน ซึ่งเปนดินแดนทางทิศใตของเมืองหลวง ในยุคพระเจา ่ เลนเต โดยมีชายคนหนึ่งชื่อ "เตียวกก" เปนหมอยาแผนโบราณ ตั้งตนอยูใน ศีลธรรม มีจิตใจเอื้อเฟอเผื่อแผ  ชอบชวยเหลือราษฎร จึงเปนที่เคารพนับถือของชาวบานในถิ่นนั้นเปนอันดี อยูมาวันหนึงเตียวกกไปหาตัวยา ่ บนภูเขา"พบคนแกคนหนึ่งผิวหนานั้นเหมือนทารก จักษุนั้นเหลือง มือถือไมเทา คนนั้นพาเตียวกกเขาไปในถ้ํา จึงใหหนังสือตํารา 3 ฉบับชื่อไทแผงเยาสุด แลววาตํารานี้ทานเอาไปชวยทํานุบํารุงคนทั้งปวงใหอยูเย็นเปนสุข  ถาตัวคิดรายมิซื่อตรงตอแผนดิน ภัยอันตรายจักถึงตัว เตียวกกกราบ ไหวแลวจึงถามวาทานนี้ชื่อใด คนแกนั้น จึงบอกวาเราเปนเทพยดา บอกแลวก็เปนลมหายไป" เตียวกกกลับมาบานก็ลงมือศึกษาเลาเรียนตําราทั้ง 3 เลม ปรากฏวาเปนตําราเรียกลม เรียกฝนเลมหนึ่ง, เปน ตําราผูกพยนต หรือตําราปลุกเสกสิ่งของใหเปนคน หรือเปนสัตวเลมหนึ่ง และตํารารักษาโรคอีกเลมหนึ่ง เตียว กกศึกษาตําราทั้งสามเลมแลวก็ไดใชวชารักษาโรครักษาชาวบาน ิ ซึ่งทังหมดเปนคนยากไร ้ ไมมีเงินคา รักษาพยาบาล ไมสามารถ ไปหาหมอหลวงหรือแพทยตามรานหมอตางๆ ได ชาวบานจึงพากันมาใหเตียวกก รักษา ไขเจ็บโรคภัยตางๆ จนเปนที่นับถือศรัทธาของชาวบานทั้งเมืองกิลกกุน ตอมาหาลงกินเมืองกิลกกุน ชาวเมืองเกิดความไขลมตายลงเปนอันมาก ชาวเมืองกิลกกุนจึงพากันไปหาเตียวกกใหชวยรักษา ความไขจาก โรคหา เตียวกกไดเขียนยันตตามตําราของเทพยดาแจก ใหชาวเมืองบําบัดความไข ความไขนั้นก็หาย โรคหา ก็หมดสิ้นไป ชาวเมืองจึงพากันมาฝากตัวเปนศิษยเตียวกกมากขึ้น ประกอบกับชวงนั้นพวกขุนนาง ขาราชการรีดนาทาเรน ราษฎรเพื่อเก็บสวยสงใหกับขันที และเพือความร่ํารวยของตนเอง ่ จนบานเมืองอดอยากยากแคน ทั้ง ขาราชการ และพวกมาเฟยตางๆไดประพฤติตนเปนโจรปลนชิงวิ่งราวชาวบาน แพรขยายไปทุกตําบล ดังนั้น ราษฎรจึงยิ่งหันเขามาพึ่งพาเตียวกกมากขึ้น บรรดาลูกศิษยของ เตียวกก ซึ่งไดรับการอบรมสั่งสอนให ชวยเหลือผูอื่น จึงไดจัดตังกันขึ้นเปนกลุมอาสา  ้ ปองกันตนเอง เปนกองกําลังติดอาวุธของประชาชน ดานหนึ่งปองกันโจรผูรายที่มาเบียด เบียนปลนชิงวิ่งราว  อีก ดานหนึ่งเพื่อตอสูกับขุนนางและขาราชการที่มากดขี่ขมเหง ซึ่งสอดคลองกับความเรียกรองตองการของ  ราษฎร ดังนั้น ชาวเมืองจึงไดเขารวมขบวนการอาสาปองกันตนเองมากขึ้นทุกวัน จนขบวนการอาสาปองกัน ตนเองเติบใหญ และขยายตัวไปยังเมืองตางๆ อีก 7 เมือง รวมเปน 8 เมือง คือเมืองกิลกกุน, เฉงจิ๋ว, อิวจิ๋ว, ชิวจิ๋ว, เกงจิ๋ว, ยังจิ๋ว, กุนจิ๋ว และอิจิ๋ว ชาวเมืองทั้ง 8 เมืองนี้ นับถือศรัทธาเตียวกก เขียนเอาชื่อเตียวกกไวบูชา ทุกบานเรือน บรรดาเจาเมืองทั้ง 8 เมืองดังกลาว เห็นวาการเคลื่อนไหวของขบวนการอาสาปองกันตนเองนี้เปนประโยชนแก ตัวอยูบาง ตรงที่คอยกีดขวางลูกนองขันทีทมารีดสวย จึงทําเปนเอาหูไปนาเอาตาไปไร บางก็กลัวภัยจะมาถึง ี่ ตัวจึงทําเฉยปลอยปละละเลยเหตุการณไปตามสถานการณ ทําใหการเคลื่อนไหว ของขบวนการอาสาปองกัน ตนเองขยายตัวและเขมแข็งขึ้น เมื่อขบวนการอาสาปองกันตนเองเติบใหญเขมแข็งขึ้น เชนนี้ก็มีความจําเปนที่ จะตองจัดระบบการบริหารเพื่อควบคุมกองกําลังอาสาปองกันตนเอง ดังนัน เตียวกกจึงแตงตั้งใหศิษยที่ไวใจ ้ เปนหัวหนาขบวนการสาขาเรียกวา "นายบาน" ถึง 30 ตําบล ตําบลใหญมีกําลังติดอาวุธประมาณหมืนเศษ ่ ตําบลเล็กมีกําลังติดอาวุธ 6-7 พันคน จัดตังกําลังแบบกองทหาร มีธงสําหรับรบศึกทุกตําบล เมื่อมีผูคนมาเขา ้ รวมเปนจํานวนมาก และจัดตังขบวนเปน กองทัพฉะนีแลว บรรดาลูกศิษยลูกหาของเตียวกกก็ยุยงสงเสริมให ้ ้ เตียวกกกอบกูฟนฟูชาติบานเมือง ใหราษฎรไดรมเย็นเปนสุข  เตียวกกฟงแลวยังไมตัดสินใจประการใด แตปรากฏการณที่ไดพบเห็นอยูทุกเมื่อเชื่อวันก็คือ การกดขี่ขมเหง  ราษฎรของฝายขุนนางและขาราชการ และการเบียดเบียนปลนชิงวิ่งราวที่ขยายตัว ลุกลามไปอยางกวางขวาง นั้น ทําใหความคิดเตียวกกโนมไปในทาง ทีเห็นวา ขอเสนอของลูกศิษยเปนขอเสนอที่เขาทา ที่เปนเชนนี้ ่ เพราะเตียวกกเปนคนมักนอยและสันโดษ มีจตใจที่ดีงาม ไมไดมีจิตใจมักใหญใฝสูงมาแตตน ทีทําการมาเปน ิ ่ เพียงเพื่อชวยเหลือราษฎรที่ไดรับความเดือดรอนทุกขยาก มิไดหวังเอาอํานาจวาสนาเปนเปาหมายแหงชีวต ิ แตประการใด แตเปนวิสยคนที่ทนความเยายวนตออํานาจไดโดยยาก ดังคําพังเพยทีวา "อันเสาศิลาแปดศอก ั ่ ตอกเปนหลัก เมื่อผลักทุกวันเขาเสาก็ไหว" All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 9.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 9 เตียวกกเมื่อถูกลูกศิษยยุยงหนักเขาก็ตกลงใจเห็นดวย จึงตั้งตนเองเปนพระยา เปลี่ยนขบวนการอาสาปองกัน ตนเองเปนขบวนการกูชาติ แลวสรางขาวลือทัง 8 เมืองวา "แผนดินจะผันแปรปรวนไปแลว จะมีผมีบุญมาครอง ้ ู แผนดินใหม บานเมืองจะเปนสุข" แลวใหเอาปูนขาวเขียนเปนอักษรไวที่บานเรือน 2 คําวา"ปชวดบานเมืองจะ  เปนสุข" นี่เปนธรรมดาของอํานาจวาสนาที่เขาครอบงําบุคคลใดแลว ก็จะทําใหบุคคลนันเปนคนขี้ลืม คือลืม ้ ความหลัง ลืมเรื่องเกา ลืมมิตรเกา เตียวกกที่ถูกลูกยุและอํานาจวาสนาครอบงําแลวเชนนี้ จึงลืมคําของเทพย ดาที่เคยเตือนไวตอนมอบตํารา 3 เลมวา "ถาตัวคิดรายมิซื่อตรงตอแผนดิน ภัยอันตรายจะถึงตัว" แตก็นาเห็นใจเตียวกก เพราะในความคิดและความรับรูของเตียวกกนั้นไมไดคิดเห็นวาสิ่งทีตัวทําเปนเรื่อง  ่ คิดรายมิซื่อตรงตอแผนดิน เพราะเชื่อโดยสนิทใจวาเปนการตัดสินใจดวยความเสียสละเพื่อกอบกูฟนฟูชาติ ชวยเหลืออาณาประชาราษฎรใหรมเย็นเปนสุข ขจัดทุกขเข็ญใหแผนดิน เมื่อเตรียมการดังนี้แลวก็จําเปนอยูเอง ่ ที่ตองประสานงานในเมืองหลวงเพื่อทําการใหญสืบไป ดังนันเตียวกกจึงมอบหมายใหลูกนองชื่อ "มาอวนยี่" ้ ไปติดสินบนฮองสี ขันที ซึ่งเปนคนหนึ่งในสิบขันที ใหทําการเปนไสศึกในเมืองหลวง เตียวกกนั้นมีนองชายอยูสองคนชื่อเตียวโปและเตียวเหลียงได   รับมอบหมายใหเปนรองหัวหนาขบวนการ ดังนั้น เมื่อจะทําการกอบกูฟนฟูชาติ เตียวกกจึงสอนนองวา "บัดนี้เราจะทําการใหญเพื่อการกอบกูฟนฟูชาติ  ถาจะคิดอานการสิ่งใดจงเอาใจไพรเปนประมาณ" เตียวกกไดบอกนองทั้งสองคนวาบัดนี้การพรอมแลว ควรจะ คิดเอาแผนดิน มิฉะนั้นแลวก็จะเสียการไป นองทั้งสองคนก็เห็นดวย จากนั้น จึงเตรียมกําลังรบพรอมอาวุธ ยุทโธปกรณไวพรอมเพื่อเตรียมเคลื่อนทัพเขายึดเมืองหลวง หลังจากเตรียมการพรอมแลว เตียวกกจึงใชใหลูกศิษยชื่อ "ตองจิ๋ว" ถือหนังสือลับไปบอกฮองสีขันที เพื่อ เตรียมการดานราชสํานักใหเกิดจลาจลวุนวายขึ้น สอดคลองกับการศึกจากภายนอก แตตองจิ๋วเปลี่ยนใจกลับ นําหนังสือลับนันไปใหขุนนางกราบทูลพระเจาเลนเต ความศึกจึงแตก เพราะศิษยขายอาจารยผูนี้ ้ พระเจาเลนเตทราบความแลวจึงให "โฮจิ๋น" ผูบัญชาการกรม ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค ซึ่งเปนพี่เมียและ ไตเตาเขาสูตาแหนงดวยอาศัยความรวมมือและประนีประนอมกับสิบขันที นําทหารไปจับมาอวนยี่ ซึ่งเปนคน ํ เดินสารติดสินบนฮองสีขันทีมาประหาร ในขณะเดียวกันก็ใหจับฮองสีขันที มาพิจารณาโทษพรอมกันดวย แต เนื่องจากการทังนี้สิบขันทียอมรูเห็นเปนใจอยูดวย ้  ดังนั้นจึงคิดอานชวยเหลือพรรคพวกใหผอนหนักเปนเบา เหตุนี้ในขณะทีมาอวนยี่ ซึ่งเปนเพียงคนเดินสารถูกพิจารณา โทษถึงประหาร แตฮองสีขันทีซึ่งเปนคนขายชาติ ่ และรับสินบนเพื่อการขายชาติกลับถูกลงโทษเพียงจําคุกไวเทานั้น เมื่อกําจัดไสศึกแลว พระเจาเลนเตจึงโปรดใหมีตราไปทุกหัวเมืองวา ถาผูใดมีฝมือกลาหาญ ใหชวยกันจับโจร โพกผาเหลือง แลวจะปูนบําเหน็จใหเปนขุนนาง และมีพระบรมราชโองการตั้งให "โลติด" เปนแมทัพ ให "โลจิ๋น" เปนทีปรึกษา ให "ฮองฮูสง" เปน ทัพรอง และให "จูฮี" เปนทัพหนุน แยกขบวนทัพออกเขาตีขบวน ่ การกูชาติเปนสามดาน ฝายเตียวกกเมื่อทราบขาววาความลับแตก และเมืองหลวงแตงทัพยกมาเปนสามดาน ก็ ประกาศตัวกูชาติโดยเปดเผย ตั้งตัวเองเปน "เจาพระยาสวรรค" ตั้งเตียวโปผูนองเปน "เจาพระยาแผนดิน" และตั้งเตียวเหลียงผูนองสุดทองเปน "เจาพระยามนุษย" ใหรื้อเกลามวยซึงเปนธรรมเนียมการเกลามวยในยุค ่ นั้น แลวสยายผม เอาผาเหลืองโพกศีรษะเปนสําคัญ เตียวกกไดชุมนุมพลประกาศกูชาติ และใหกําลังใจปลุกระดมกําลังพลวา "บัดนี้แผนดินจะสาบสูญฉิบหายแลว ผูมีบุญจะมาเสวยสมบัติใหม คนทั้งปวงจงทําตามคําเทพยดาทํานายเถิด จะไดอยูเย็นเปนสุขพรอมมูลกัน" เมื่อ ประกาศตัวขบวนการกอบกูชาติอยางเปนทางการแลว เตียวกกก็สั่งใหจดกองทัพกําลังพลหาสิบหมื่น อาวุธ ั ยุทโธปกรณพรอมสรรพ ตั้งตัวเองเปนแมทพใหญ เตียวโปและเตียวเหลียงผูนองเปนแมทัพรองและแมทัพ ั หนุนโดยลําดับ แลวสั่งใหเคลือนทัพเขายึดหัวเมืองตางๆ เพื่อเตรียมยึดเมืองหลวงตอไป ่ กําลังพลหาสิบหมื่นของกองทัพเตียวกกครั้งนี้ แมยัง มิใชกําลังรบทั้งหมดที่มีอยูแตกตองนับวาเปนกองทัพ ็ ขนาดใหญ คือ มีขนาดใหญกวากําลังพลของกองทัพไทยในปจจุบันนี้ถงสองเทา จะเรียกกองทัพเชนนี้วา ึ "โจร" ไดอยางไร ดังนั้น การเรียกกลุมโจรโพกผาเหลืองจึงออกจะไมเปนธรรมและไมสอด คลองกับ  ขอเท็จจริง เพราะเปนเรื่องการเหยียบย่ําทางการเมืองดังที่กลาวขางตนนั้นศึกใหญระหวางกองทัพจากเมือง หลวงที่บัญชาการโดย"โลติด" แมทัพใหญ กับกองทัพของขบวนการกอบกูชาติ ที่บัญชาการ โดย "เตียวกก" แมทัพใหญ และมีกําลังพลถึงหาแสนคนจึงระเบิดขึ้น กลายเปนสงครามโจรโพกผาเหลืองนับแตบัดนั้น All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 10.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 10 สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม คําสาบานในสวนทอ (ตอน5) เมื่อหัวเมืองตางๆ ไดรับตราพระบรมราชโองการของพระเจาเลนเตทวา"ถาผูใดมีฝมือกลาหาญ ใหชวยกันจับ ี่  โจรโพกผาเหลือง ไดแลวจะปูนบําเหน็จใหเปนขุนนาง" แลว หัวเมืองตางๆ ก็ไดออกประกาศรับสมัครผูมฝมือ ี กลาหาญเขาเปนทหารเพื่อปราบโจรโพกผาเหลืองตอไป เมืองตุนกวนเปนเมืองหนึ่งที่ไดออกประกาศรับสมัครผูมีฝมือกลาหาญตามพระบรมราชโองการนั้น เมื่อประกาศ  รับอาสาสมัครติดตามทีสาธารณะทั่วไปแลว ่ ชาวเมืองก็พากันไปหอมลอมมุงดูประกาศนั้นทั่วทุก แหงใน จํานวนนั้นมีชายผูหนึ่ง "ลักษณะรูปใหญสมบูรณ สูงประมาณหาศอกเศษ หูยานถึงบา มือยาวถึงเขา หนาขาว  ดังสีหยก สีปากแดงดังชาดแตม จักษุชําเลืองไปเห็นหู" ไดยืนในฝูงจีนมุงดูประกาศดังกลาวดวย ดูไปแลวก็ ถอนใจใหญบรษนี้นาม "เลาป" เปนบุตรเลาเหง แลเลาเหงนั้นเปนเชื้อพระวงศพระเจาฮั่น เกงเต ซึ่งเปน ุ ุ กษัตริย ในวงศของพระเจาฮั่นโกโจ เลาปจึงนับเนื่องเปนเชื้อพระวงศ เมื่อนอยมีชื่อวา "เหี้ยนเต็ก" มีสติปญญา และน้ําใจงาม ความโกรธ ความยินดีมิไดปรากฏออกมาภายนอก มีความเอื้ออารี มีเพื่อนฝูงมาก จิตใจ กวางขวาง เลาเหงตายเสียตั้งแตเลาปยังเล็กเหลือแตภรรยา  เลาปมีใจกตัญู เลี้ยงดูมารดามิใหอนาทร แตเปนคนเข็ญ ใจไรทรัพย ทอเสื่อขายเลี้ยงชีวต เมื่ออายุได 15 ป ิ ก็ไดสํานักเรียนวิชากับอาจารยมีชื่อในถิ่นนั้น ชื่อวา "เตเหียน" มีเพื่อนสนิทสองคน คนหนึ่งชื่อ "โลติด" ซึ่ง ้ ตอมาพระเจาเลนเตโปรดใหเปนแมทัพปราบโจรโพกผาเหลืองดังที่ไดกลาวแลวในตอนกอน สวนอีกคนหนึ่ง ชื่อวา "กองซุนจาน" ตอมาไดรับราชการเปนขุนนางและเปนเจาเมืองเล็กๆ อีกเมืองหนึ่ง เลาปในวัยเด็กไมคอย สนใจการศึกษาเลาเรียน เพราะมัวเอาแตคบหาเพื่อนฝูง และประพฤติตนเปนหัวหนามาตังแตอายุยังนอย จะ ้ ทําการสิ่งใดก็จะไดรับการยกยองจากเพื่อนฝูงใหเปนหัวหนาตลอดมา บานของเลาปอยูทหมูบาน "เลาซองฉุน" ขางบานมีตนหมอน ใหญสูงประมาณ 8 วา มีกิ่งเปนพุมคลายดังฉัตร ี่ ซินแสคนหนึ่งผานมาเห็นภูมทาเลที่ตั้งบานของเลาปและตนหมอนนี้แลวทํานายวาบานนีมผูมีบุญอยู ตอไปจะ ิ ํ ้ ี ไดเปนใหญในแผนดิน อยูมาวันหนึ่งเลาปเลนอยูกับเพื่อนเด็กๆ ก็ไดกลาวกับเพื่อนๆ วา "วันใดที่กูไดเปนเจา กู จะเอาตนหมอนนี้ไปทําเศวตฉัตรกั้น" สามกกฉบับของจีนแปลวาถาวันใดที่เลาปไดเปนกษัตริย จะเอาตนหมอนนีไปทําคันรมกั้นรถศึกประจําตัว แต ้ สามกกฉบับบริวิทเทเลอร แปลวาวันใดที่เลาปไดเปนกษัตริย จะเอาตนหมอนนี้ไปทํางอนรถศึก ที่เปนเชนนี้ เนื่องจากเปนการแปลโดยความหมายเพื่อใหเกิด ความเขาใจตามคติของแตละชาติ โดยคติของจีนนั้นคันรม กั้นรถศึก เปนสัญลักษณของพระมหากษัตริย ในขณะที่งอนรถศึกของฝรั่งเปนสัญลักษณของขุนศึกผูเรืองนาม แตสําหรับของไทยเศวตฉัตรคือ เครื่องสูงสําคัญกางกั้นพระราชบัลลังกพระมหากษัตริยาธิราช เลาอวนกีผูเปนอาไดยินคํากลาวของเลาปที่กลาวกับเพื่อนแลว เห็นประหลาดนักที่เด็กในวัยนั้นจะกลาวความ ใหญถึงเพียงนี้ จึงเกิด ความเชื่อวาเลาปจะเปนผูมีบุญใหญเปนมั่นคง จึงไดตั้งใจทํานุบํารุงใหเงินทองแกเลาป เนือง ๆ ลักษณะของตนหมอนที่วานี้จะผิดไปจากพุมของตนหมอนตามปกติ ซึ่งจะมีลักษณะเปนพุมคลายกับ ตนลําไย แตตนหมอนที่บานเลาปกลับมีลักษณะคลายกับพุมตนตะขบ คือเปนพุมดังฉัตรเปนชั้น ๆ เหตุนี้เมื่อ  ประกอบเขากับฮวงจุยหรือภูมสถาปตยบานของเลาปแลว ซินแสจึงทํานายวาเปนบานของผูมีบุญสถิตอยู ิ  สิ้นเสียงถอนหายใจของเลาปก็มีเสียงชายคนหนึ่งดังมาจากขางหลังวา  "เปนผูชายไมชวยทํานุบํารุงแผนดิน  แลว สิมาทอดใจใหญ" เลาปหันหลังเหลียวไปดู เห็นผูนั้น "สูงประมาณหาศอก ศีรษะ เหมือนเสือ จักษุกลม  ใหญ คางพองโต เสียงดั่งฟารอง กิริยาดั่งมาควบ เห็นผิดประหลาด" จึงถามวาทานนี้ชื่อใด ชายนั้นตอบวาเรา ชื่อ "เตียวหุย" บานอยูตุนกวน มีทรัพยสินเงินทอง ไรนาเปนอันมาก มีรานขายสุกร สุรา และอาหาร "เราพอใจ คบเพื่อนฝูงซึ่งมีสติปญญา" เห็นทานดูประกาศรับอาสาสมัครแลวทอดใจใหญ จึงทักเพื่อจะไดรูความในใจ  เลาปตอบวาเราเปนเชื้อพระวงศ พระเจาฮั่นเกงเต เห็นประกาศขาว โจรโพกผาเหลืองมาทําอันตรายแผนดินจึง คิดจะอาสาแผนดินไปปราบโจร แตขดสนดวยกําลังทรัพยนอย คิดการไมตลอด จึงทอดใจใหญ เตียวหุยจึงวา ั เรื่องเพียงเทานีจะรอนใจไปไย เพราะใจเราเองนั้นก็ตองการอาสาชาติบานเมืองตรงกัน วาแลวก็เชิญเลาปไป ้ นั่งดื่มสุราดวยกัน คิดอานรวมกันเพื่อจะเชิญชาวเมืองที่มีฝมือกลาหาญมาเขารวมเพื่อไปปราบโจร ในขณะที่เลาป เตียวหุย นั่ง  ดื่มสุราดวยกันนั้น ก็มีชายอีกคนหนึ่งขับเกวียนมาถึงหนารานสุรา เรงใหเจาของรานรีบเอาสุรามาเสิรฟ บอกวา All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 11.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 11 กินแลวจะรีบไปอาสาแผนดิน เลาป เห็นชายผูนี้มีลักษณะดึง ดูดใจ "สูงประมาณหกศอก หนวดยาวประมาณ ศอกเศษ หนาแดงดังผลพุทราสุก ปากแดงดังชาดแตม คิ้วดังตัวไหม จักษุยาวดังนกการเวก" จึงเชิญชายผูนั้น รวมวงดืมสุราดวยแลวถามวาทานนี้ชื่อใด ชายนั้นตอบวาเราชือ "กวนอู" บานอยูเมืองไกเหลียง ทีหมูบานของ ่ ่ ่ เรามีนายทุนทองถิ่นรายกาจขมเหงคนทั้งปวงจึงฆาเสีย แลวหลบหนีทางการไปเที่ยวอยูหลายหัวเมือง บัดนี้ได ขาวบานเมืองรับอาสาสมัครไปปราบโจร จึงหวังมาอาสาแผนดิน เลาปจึงแนะนําใหกวนอูรจักกับเตียวหุย แลว ู วาเรากับเตียวหุยนั้นมีใจตรงกัน เดือดรอนดวยอาณาประชาราษฎรที่ถูกโจรโพกผาเหลืองทํารายแผนดิน จึงตก ลงกันวาจะรวมกันไปปราบโจร ดังนั้น เมื่อทานกับเรามีน้ําใจตอบานเมืองตรงกันฉะนีแลว จงมารวมมือกันชวย ้ ชาติ เพื่อใหเกิดความสงบสุขสืบไป กวนอูไดฟงคําเชิญก็ดีใจ เตียวหุยซึ่งมีฐานะดีกวาเพื่อน และมีรานคาอยูใกลตลาดจึงกลาววา เราทั้งสามคนมี  ความคิดตองกัน ขอเชิญทานทั้งสองไปที่บาน เพราะที่บานของเรานั้นมีสวนทอ เปนที่สงบสงัด ดอกยี่โถก็บาน สวยงามเปนอันมาก หากไมรังเกียจเราจะสาบานเปนพี่นองรวมกันตอหนาเทพยดาเพื่อจะไดทําการใหญสบไป ื เลาป กวนอู มีน้ําใจยินดีทจะรวมสาบานเปนพี่นองรวมกับเตียวหุย จึงพากันไปที่บานของเตียวหุย ดื่มสุรา ี่ อาหารกันเปนที่สาราญใจตลอดคืน ํ ครั้นรุงขึ้นเตียวหุยจึงสั่งใหพอบานจัดเตรียมพิธีบูชาเทพยดาฟาดินเพื่อสาบานเปนพี่นองรวมกับเลาป และกวน อู ให "จัดมาขาว กระบือดํา แลธูปเทียนสิงของทั้งปวง" ตั้งการพิธีขึ้นในสวนทอ หลังจากจุดธูปเทียนบูชา ่ เทพยดาฟาดินแลว ทั้งสามคนจึงไดตั้งสัตยสาบานตอกันเบื้องหนาเทพยดาฟาดินวา "ขาพเจาเลาป กวนอู เตียวหุย ทั้งสามคนนี้อยูตางเมือง วันนี้ไดมาพบกัน จะตังสัตยสบถเปนพี่นองรวมทองกัน เปนน้ําใจเดียว  ้ ซื่อสัตยตอกันสืบไปจน วันตาย จะไดชวยทํานุบํารุงแผนดินใหอยูเย็นเปนสุข ถามีภัยอัน-ตรายสิ่งใด แลรบศึก เสียที ขาพเจามิไดทิ้งกัน จะแกกันกวาจะตายทั้งสาม แลความสัตยนี้ ขาพเจาไดสาบานตอหนาเทพยดาทั้ง ปวงจงเปนทิพยพยาน ถาสืบไปภายหนาขาพเจาทั้งสามมิไดซื่อตรง ตอกัน ขอใหเทพยดาสังหารผลาญชีวต ิ ใหประจักษแกตาโลก" เสร็จพิธรวมน้ําสาบานเปนพี่นองเดียวกันแลว ทั้งสามคนจึงนับอายุไลเรียงกันดูปรากฏวาเลาปมีอายุ 25 ป ี  มากกวาเพื่อน กวนอูมีอายุเปนรอง และเตียวหุยอายุนอยที่สด จึงเรียกเลาปเปนพี่ใหญ กวนอูเปนนองกลาง ุ และเตียวหุยเปนนองเล็ก เตียวหุยไดจดเลี้ยงฉลอง "คําสาบานแหงสวนทอ" โดยเชิญเพื่อนบานและชาย ั ฉกรรจจํานวนมากมารวมงานเลี้ยงในเย็นวันนัน และไดเกลี้ยกลอมชาวบานซึ่งกลาหาญเพือรวมกันไปปราบโจร ้ ่ ไดถึง 300 คน จัดเตรียมเครื่องศาสตราวุธพรอม ขณะนั้นมีพอคามาชื่อ "เตียวสิเผง" และ "เลาสง" ตอนมาเขามาในหมูบาน ชาวบานแนะนําใหรูจักกับเลาป  พอคามาทั้งสองก็มีความยินดี สนับสนุนการอาสาปราบโจรของคณะเลาป และกลาววาเราเปนพอคามามา หลายป บัดนี้ไปมาคาขายไมได เพราะพบโจรเที่ยว ตีชิงวิ่งราว จึงตองนํามากลับเขามาในหมูบาน เลาปจงแจง ึ แกพอคามาทั้งสองวาเราสามคนสาบานเปนพี่นองกัน เพื่อจะทําการใหญใหปรากฏไวในแผนดิน และไดเกลี้ย กลอมผูกลาหาญไดแลวถึง 300 คน ตั้งใจจะไปปราบโจร เพื่อสรางความสงบสุขสันติ ใหราษฎรไดทํามา คาขายไดเปนปกติ พอคามาทั้งสองก็มความยินดีแลวกลาววาความคิดของทานตองดวยความคิดของเรา เรา ี จะสนับสนุนตามกําลังของเราอยางเต็มที่ วาแลวก็จัดมา 50 ตัว กับเงิน 500 ตําลึง เหล็ก 100 หาบ มอบใหแก เลาป เลาป ไดขอบคุณพอคามาทังสองเปนอันมาก เพราะคณะอาสาของ เลาป แมมีอาวุธพรอมแลว แตยังขาดมา ้ และเงินทุนสําหรับเปนคาใชจายในการปราบโจร การสนับสนุนของพอคามาทั้งสองจึงทําใหคณะอาสาของเลา  ปมีความพรอมรบมากขึ้น คณะอาสาของเลาปเห็นวาเลาป กวนอู เตียวหุย มีบุคลิก ลักษณะประหลาดกวาคน ทั้งปวง สมควรจะมีอาวุธคูกายเปนพิเศษ เลาปเห็นชอบดวยจึงไดจัดใหชางเหล็กฝมือดีมาตีเปนกระบี่สองเลม สําหรับตัว สวนของกวนอูนั้นใหชางเหล็กตีเปนงาวยาว 11 ศอก หนัก 82 ชั่ง สวนของเตียวหุยใหตีเปนทวน ยาว 10 ศอก หนัก 85 ชั่ง แลวใหทาเครื่องเกราะแลอานมาสําหรับรบครบทั้งสามคน ํ สามกกฉบับบริวิทเทเลอรไดกลาวถึงงาวของกวนอูวาทําดวยเหล็กพิเศษสีดาสนิทดังนิล ํ และมีชื่อเฉพาะวา "งาวนิลนาคะ" แต ฉบับของไทยไมปรากฏชื่อ ดูน้ําหนักงาว 82 ชั่ง หรือประมาณ 49 กิโลกรัม และน้าหนัก ํ ทวนหนัก 85 ชั่งหรือประมาณ 51 กิโลกรัมแลว ก็เห็นไดชัดวามีน้ําหนักมากเหลือประมาณ หากเทียบกับคน รูปรางขนาดในปจจุบันแลว คงจะแบกน้ําหนักอาวุธนี้ไมได แตสําหรับกวนอูนั้น สูงถึงหกศอก หรือสองเมตร ครึ่ง ในขณะทีเตียวหุยสูงหาศอก หรือสองเมตรเศษ จัดเปนคนรูปรางสูงใหญ ซึ่งแสดงใหเห็นวาแมคนจีน ่ โบราณจะมีรูปรางขนาดใหญกวาคนในยุคปจจุบัน แตกวนอู เตียวหุย ก็ยงคงมีรูปรางขนาดใหญกวาคนอื่นใน ั ยุคเดียวกัน All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 12.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 12 ดังนั้น โดยขนาดรูปรางของกวนอู เตียวหุย และขนาดของอาวุธที่ใชแลว จึงไดเปรียบขาศึกเปนอันมาก "คํา สาบานแหงสวนทอ" เปนคําสาบานทีศักดิสิทธิ์ในประวัติศาสตรของจีน เปนแบบอยางของการคบหาสหายรวม ่ ์ น้ํามิตร ในทุกยุคทุกสมัย และเปนพันธะสําคัญของสามพี่นองที่ดําเนินไปตลอดเรื่องราวในสามกก แมในที่สด ุ เพื่อธํารงไวซึ่ง "คําสาบานแหง สวนทอ" เลาปก็ยอมพลีไดแมกระทั่งราชบัลลังก หลังจากเตรียมพรอมแลว เลาปยังไดเกลียกลอมชายฉกรรจเขารวม ขบวนการเพิ่มขึ้นอีก ทําใหกองกําลังอาสาของเลาปมีจํานวนเพิ่มขึ้น ้ เปน 500 คน แลวพากันไปหา "เลาเอี๋ยน" เจาเมืองตุนกวน ซึ่งแซเดียวกับเลาป เพื่ออาสาไปรบกับโจร เลา เอี๋ยนไดยินวาเปนแซเดียวกันก็ยินดีนัก รับเลาปเปนหลานชายแลวจัดทีพักอาศัยใหคณะอาสาของเลาปเพื่อ ่ เตรียมการไปปราบโจรตอไป เลาปไดเคลื่อนตัวเขาสูกระแสแหงอํานาจเปนครั้งแรกดวยประการฉะนี้ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม วีรชนสูสมรภูมิ (ตอนที่ 6) ถาแผนดินเปนปกติ และการทหารเขมแข็ง การสงกองทัพจากเมืองหลวงไปปราบโจรก็เห็นไดชัดวากองทัพ จากเมืองหลวงจะไดรับชัยชนะเปนแนแท แตเนื่องจากแผนดินของเลนเตออนแอในทุกดาน รวมทั้งดาน การทหาร ดังนัน แมจะสงกองทัพจากเมืองหลวงออกไปปราบโจรถึงสามดาน ก็ยังไมเปนทีไววางใจ นอกจาก ้ ่ ไมไววางใจในกองทัพของตนแลว อาจจะเกิดจากความขี้ขลาดตาขาวกลัวแพโจรก็เปนได ดังนั้นจึงตองมีทอง ตราไปยังหัวเมืองตางๆ ใหชวยกันปราบโจรทางหนึ่ง และยังสงกองทัพเสริม เพิ่มเติมตามไปอีก กองทัพที่  สงเสริมตามไปนี้ พระเจาเลนเตโปรดใหโจโฉเปนแมทัพ นํากําลังหาพันยกไปชวยกองทัพทียกไปกอนหนา ่ แลว โดยใหเดินทัพตรงไปยังเมืองเองฉวน ซึ่งขณะนั้นถูกกองทัพโจรโพกผาเหลืองที่นําโดยเตียวโปและ เตียวเหลียงลอมอยู "โจโฉ" นั้น "สูงประมาณหาศอก จักษุเล็ก หนวดยาว" สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) ไดพรรณนา ประวัติของ โจโฉไววา "เปนบุตรโจโก เมื่อนอยมักพอใจไปเลนปายิงเนื้อ มักพอใจฟงรองรําทําเพลง มีปญญา ความคิดรวดเร็ว" เปนคนชอบคบหาเพื่อนฝูงมาตั้งแตนอย เพื่อนเลนทั้งปวงยกยองโจโฉเปนหัวหนา จะทําการ สิ่งใดก็ประพฤติตนเปนหัวหนาคนมาตั้งแตยงเด็ก ั โจโฉเปนคนเจาอุบายมาแตออนแตออก และเพราะเหตุที่ซกซนจึงไมเปนที่ถูกอกถูกใจของอาที่ชื่อ "โจเตก"  ุ คอยหาเหตุกลัน แกลงอยูเสมอ โจโฉเห็นอากลั่นแกลงก็คิดแกแคน โดยไมคํานึงวา โจเตกนั้นเปนญาติผูใหญ ่ มีฐานะเปนอาของตน คิดแตจะเอาชนะอาใหจงได วันหนึ่งโจโฉจึงแกลงลมลงรองไหทุรนทุราย โจเตก นําความไปบอกโจโกผูพี่วาโจโฉมีอนเปนไปแลว โจโก ั ตกใจวิ่งมาดูปรากฏวา โจโฉยังคงเลนหัวกับเพื่อนเปนปกติ จึงถามความเอากับ โจโฉ ดังนั้นจึงเปนทีของโจโฉ ไดแกแคนอาโดยบอกกับโจโกผูเปนพอวาอาชังขามาแตนอย คิดแตจะสาปแชงใหมีอันเปนไป ขายังเลนหัวกับ  เพื่อนเปนปกติ ไมเคยเกิดเรื่องราวใด ๆ อากลั่นแกลงเอาความมาใส หลังจากวันนั้นแลวโจโกก็เชื่อคําโจโฉ แมอาจะนําความใดมากลาว โจโก ก็ไมไดเชื่อฟงอีกตอไป โจโฉ ก็ยิ่งฮึกเหิมในสติปญญาของตน เพื่อนๆ ก็ สรรเสริญความคิดของโจโฉเปนอันมาก ยกยอวาแผนดินเปนจลาจล ไมมผูใดมีสติปญญาจะแกไขใหเปนปกติ ี ได เห็นแตโจโฉเทานั้นที่มสติปญญาปราบปรามใหการแผนดินเปนสุข โจโฉไดฟงแลวก็มีความลําพองใน ี  ความคิดและสติปญญาตนมากขึ้น ในเมือง "ลําหยง" ซึ่งเปนบานเดิมของ โจโฉ มีหมอดูมชื่อเสียงอยูสองคนคนหนึ่งชื่อ "โหเงา" นิยมชมชอบโจ ี  โฉมาตั้งแตเด็ก ดูบุคลิกลักษณะโจโฉแลวเชือวาจะเปนใหญในแผนดิน หมอดูคนนี้เปนคนพูดมาก ดังนั้นไมวา ่ จะไปแหงหนตําบลใดก็ชอบพูดวา "แผนดินเมืองหลวงนั้นจะสูญเสียแลว ซึ่งจะปราบแผนดินใหราบนันเห็น ้ แตโจโฉผูเดียว" การทีหมอดูไปเที่ยวพูดทั่วไปวา โจโฉ จะเปนใหญในแผนดิน เทากับวา โจโฉ มีฝาย ่ ประชาสัมพันธที่มีประสิทธิภาพที่สดในยุคนั้น คอยสรางภาพลักษณใหกับตนเองวาจะเปนใหญในแผนดิน ทํา ุ ใหมผูคนมาเปนสมัครพรรคพวกมากขึ้น โดยที่ไมตองจางขานวานซื้อเหมือนที่ทํากันอยูในบานเมืองขณะนี้ ี หมอดูทมีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งมีชื่อวา "เขาเฉียว" มีกิตติศัพทเลาขานวาสามารถดูโหงวเฮง พยากรณแมนยําดุจ ี่ เทพยดา โจโฉ อยาก รูอนาคตของตนจึงไปถามหมอดูคนนีวาภายหนาโชควาสนาตนจะเปนประการใด หมอดู ้ ก็นิ่งเฉยเสีย โจโฉถามซ้ําเขาไปอีก หมอดูคนนี้จึงกลาววา "ทานมีปญญามาก จะปองกันแผนดินไดอยู แตมิได All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 13.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 13 สัตยซื่อตอแผนดิน จะเปนศัตรูราชสมบัติ" คําทํานายแบบนี้หากเกิดขึ้นกับคนทั่วไป หมอดูคงจะถูกเตะเปน แนนอน เพราะการเปนศัตรูราชสมบัติเปนความผิดฐานกบฏ ตองตัดหัวเจ็ดชัวโคตร ่ เปนขอหาอันเปนที่รังเกียจ เดียดฉันทของสังคมโดยทั่วไป ยากที่จะมีผใดยอมรับได แตโจโฉฟงคําทํานายแลวกลับหัวเราะชอบใจ โจโฉ ู เปนคนใฝอํานาจและใฝสูงมาตังแตเด็ก เมื่อประกอบเขากับความเฉลียวฉลาด เล็งการณไกลแลว ดังนั้นเมื่อ ้ อายุได 20 ป โจโฉจึงไปสมัครเขารับราชการเปนทหารในเมือง "ลกเอี๋ยง" ซึ่งเปนเมืองหลวง ในตําแหนง หนาทีทหารลาดตระเวน มีหนาที่ดแลความปลอดภัยของวังหลวง ่ ู ความตอนนี้เห็นจะขามไปไมได จําเปนที่จะตองชี้ใหเห็นวา การตัดสินใจสมัครเขารับราชการทหาร และรับ ราชการในเมืองหลวง นั้น ไมใชความคิดของคนบานนอกธรรมดาเทานัน โจโฉแมอายุยังนอยก็เขาใจถึง ้ ศูนยกลางแหงอํานาจวาอยูที่เมืองหลวง ดังนั้น จึงดั้นดนจากเมือง "ลําหยง" มาสมัครเปนทหารในเมืองหลวง  เขาทํานองเปนนายสิบอยูเมืองหลวงดีกวาเปนนายรอย อยูบานนอก ซึ่งตรงกับแนวความคิดทางการคาของเถา จูกง ปรมาจารย ทางการคาของจีนที่วา "จะทําการคาใหญ ตองอยูเมืองใหญ" และยังสอดคลองกับคติของ ลัทธิเตาที่วา "เปนปลาใหญตองอยูในน้ําลึก" และเปนไปตามหลักมงคลขอหนึ่งในมงคล 38 ซึ่งพระผูมพระ  ี ภาคเจาตรัสวา "การอยูในประเทศอันสมควรแกตนเปน มงคลอันสูงสุด" ทั้งการเลือกเอาอาชีพทางทหารเปน  อาชีพหลักของตนเอง ก็แสดงใหเห็นชัดเจนวาแมเยาววยอายุเพียง 20 ป โจโฉ ก็เขาใจแลวถึงอํานาจรัฐวา ั เกิดจากกระบอกปน ซึ่งเปนบทสรุปของเหมาเจอตงในเวลาเกือบ 2,000 ป หลังจากยุคสมัยของโจโฉ การสมัครรับราชการทหารในเมืองหลวงของโจโฉ แสดงใหเห็นอยางชัดเจนวาคําทํานายของหมอดูทั้งสองคน และคํายกยองของเพื่อนฝูงในวัยเด็กมีบทบาทและอิทธิพลตอความคิดอานของโจโฉ และทําใหโจโฉเชื่อวา อนาคตของตนจะเปนเชนนั้น จึงดําเนิน วิถชวิตของตนใหสอดคลองกับคําพยากรณ และคํายกยองดังกลาวโจ ี ี โฉเปนคนเด็ดขาดมาตั้งแตเยาววัย จะพูดจะจาก็ฉะฉานชัดเจนเด็ดขาด ใครจะพูดจะจาดวยก็เปนที่พอใจ และ เกิดความเชื่อ ถือวางใจ เหตุนี้โจโฉจึงเปนทีรัก ที่เกรงใจของคนอื่น เมื่อมาเปนทหารลาดตระเวนรักษาความ ่ ปลอดภัยของวังหลวงก็เครงครัดตอระเบียบวินัย ไมเห็นแกหนาผูใด เพื่อประโยชนในการปฏิบัตหนาที่ โจโฉ  ิ ไดปกรั้วกําหนดเขตหามมิใหคนเดินล้ําเขาไปใกลกําแพงพระราชวัง ตอมาคืนวันหนึ่งขันทีเดินมาผิดเวลา และ ลวงล้ําเขาไปในเขตหามลวงล้าที่โจโฉกําหนดไว โจโฉก็จับเอามาลงโทษใหทหารโบย ความทราบถึงพระเจา ํ เลนเตก็พอพระราชหฤทัย เลื่อนตําแหนงใหเปนหัวหนาหนวยลาดตระเวน ครั้นโจรโพกผาเหลืองกรีฑาทัพเขา ประชิดหัวเมืองตาง ๆ และมีพระบรมราชโองการจัดทัพจากเมืองหลวงออกเปนสามดาน ยกเขาตีกองทัพโจร แลว ก็ยังไมเปนที่ไววางพระราชหฤทัย พระเจาเลนเต กริ่งวาจะเสียที จึงโปรดให โจโฉ เปนนายทัพ คุมทหาร หาพันยกไปชวยแมทัพรองคือ "ฮองฮูสง" และ"จูฮี" ที่เมือง "เองฉวน" ซึ่งขณะนั้นกองทัพของขบวนการกูชาติ สวนที่นําโดยแมทัพรองคือ "เตียวโป" และ "เตียวเหลียง" กําลังลอมเมือง "เองฉวน" อยู โจโฉเปนเพียงทหารชั้นผูนอยแคเพียงหัวหนาหนวยลาดตระเวน แตกลับไดรับแตงตั้งใหเปนผูคุมกองกําลัง ทหารหลวงถึงหาพัน ทั้งๆทีราชสํานักยังมีแมทัพนายกองอื่นอีกมากมายเชนนี้ แมสามกกทุกฉบับจะมิไดให ่ เหตุผลวา เกิดขึ้นไดอยางไร แตหากไมตงขอสังเกตวาเรืองนี้อาจเกี่ยวของกับระบบสวยสินบนของสิบขันที ั้ ่ แลวก็ออกจะขาดความเคารพตอวิจารณญาณของทานผูอานสามกกฉบับคนขายชาติเกินไป "โจโฉ" จึงเขาสู กระแสแหงอํานาจรัฐ โดยอํานาจทางการทหาร เปนครั้งแรก ดวยการนําทัพกําลังพลถึงหาพันเคลื่อนเขาสู สมรภูมิดวยประการฉะนี้ ฝายเมือง "ตองฮอ" ซึ่งเปนเมืองในแผนดินของราชวงศฮั่น อยูทางใตของเมืองหลวง   ใกลกับแมน้ําแยงซี ไดรับหมายตราจากเมืองหลวงใหยกกําลังไป ปราบโจรแลว ไดมอบหมายใหเจาเมือง เจียนตอง ซึ่งขึนกับเมืองตองฮอจัดกําลังทหารไปทําการตามหมายรับสั่ง ้ เจาเมืองเจียนตองจึงสั่งให "ซุนเกี๋ยน" จัดตั้งกองกําลังอาสาสมัครไปรวมสมทบกับกองทัพจากเมืองหลวง ปราบโจรโพกผาเหลืองอัน "ซุนเกี๋ยน" นั้น "กิริยาเหมือนเสือ หนาผากใหญ หนายาว" เปนคนแข็งแรงกลา หาญ เมื่ออายุ 17 ปไปเมืองเจียนตองกับ บิดาพบโจรปลนราษฎรเอาของมาแบงปนกัน "ซุนเกี๋ยน" ใชความ กลาหาญบุกเขาไปไลโจรโดยลําพัง ฆาโจรไดคนหนึ่ง อีก 9 คนหนีไปได กิตติศัพทรูถึงเจาเมืองจึงใหเอาตัว เขาไปรับราชการเปนทหาร ตอมาเกิดกบฏขึ้นในเมืองเจียนตอง ซึ่งเปนผลตอเนื่องจากความจลาจลในแผนดิน "หือฉง" ตั้งตัวขึ้นเปนเจา "ซุนเกี๋ยน" ไดเกลี้ยกลอมชาวเมืองใหเขารวม และไปรบกับฝายกบฏ ปราบกบฏไดสําเร็จ ผูรักษาเมืองจึงมี หนังสือกราบบังคมทูล รายงานความชอบของ "ซุนเกี๋ยน" ตอพระเจาเลนเต แตเรื่องเงียบหายไป ซึ่งอาจเกิด จากขันทีกักเก็บเรื่องไว เพราะชวงนั้นมีความเปนไปไดวา "ซุนเกี๋ยน" ยังไมเขาใจในระบบสวยสินบนของสิบ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 14.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 14 ขันทีจึงไมไดไปติดตอ ขอเปนพวก หรือมิฉะนั้น คุณธรรมในใจตนยังเขมแข็ง จึงไมยอมตนเขาสูระบบสวย  สินบนของขันทีก็เปนได เมื่อไดรับคําสั่งจากเจาเมืองเจียนตองแลว "ซุนเกี๋ยน" จึงจัดระดมพลอาสาสมัครจากชาวเมืองเจียนตอง และ จากทหารของ "เมืองอวนเซีย" ที่แตกทัพ ไดคนประมาณ 1,500 จึงยกไปปราบโจร "ซุนเกี๋ยน" แหงเมืองตอง ฮอจึงไดเขาสูสมรภูมิ ปราบโจรโพกผาเหลือง ดวยประการฉะนี้ เปนอันวา "เลาป", "โจโฉ" และ "ซุนเกี๋ยน" ไดเคลื่อนตัวเขา สูสมรภูมิปราบโจรโพกผาเหลืองจากทิศทางที่  ตางกัน แตเคลื่อนพลเขาสูสมรภูมดวยเปาหมายอยางเดียวกันคือปราบโจรโพกผาเหลือง ซึ่งดานหนึ่ง ก็คือ  ิ การปราบปรามขบวนการกูชาติของประชาชนนั่นเอง ทําใหนาคิดวาวีรชนทั้งสามนี้หากเกิดมีความคิดที่พองกันวา กองทัพของ "เตียวกก" เปนกองกําลังติดอาวุธ ของประชาชน ที่มีเจตนารมณเพื่อการกอบกูฟนฟูบานเมืองจากการกอกรรมทําเข็ญของสิบขันที และเขา รวมกับขบวนการกูชาติ แลวเคลื่อนทัพเขายึด เมืองหลวง จับกุมสิบขันทีประหารเสีย แลวปรับปรุงอํานาจรัฐ เสียใหมใหคนดีมีฝมือไดมีโอกาสบริหารบานเมือง ดังนี้แลว โฉมหนาของสามกกก็จะเปลี่ยนแปลงไปอยาง สิ้นเชิง แผนดินก็จะสงบสุข ราชวงศฮั่นก็จะสถิตสถาพรตอไป แตภายใตระบบราชการและความศักดิสิทธิ์ของพระบรมราช-โองการอันเปนรูปแบบ แตมีเนื้อหาอยูที่การกดขี่ ์ ขมเหงรังแกราษฎร ทําหยาบชาตอบานเมืองจนเดือดรอนทุกหยอมหญาโดยสิบขันที ปรากฏวาวีรชนทั้งสาม คือทั้ง เลาป, โจโฉ และซุนเกี๋ยน ไดยอมรับอํานาจที่เปนธรรมโดยรูปแบบ แตเปนอธรรมโดยเนื้อหานั้น  เคลื่อน กําลังเขาสูสมรภูมิเพื่อปราบปรามโจรโพกผาเหลือง ทั้งๆที่วันเวลาขางหนาตางคนตางก็ไดกระทําการ ที่ไมตางอันใดกับการลุกขึ้นสูของประชาชนในครั้งนี้  สามกกจึงดําเนินกระบวนการของมันตอไป สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม สงครามโจรโพกผาเหลืองครั้งที่ 1 (ตอนที่ 7) ฝายเตียวกกเมือจัดกองทัพหาสิบหมื่นพรอมแลวก็ประกาศ สงครามกูชาติ เพื่อปลดปลอยประชาชนใหหลุดพน ่  จากการกดขี่ขมเหงรังแก และปลนชิงวิ่งราวของขุนนางและขาราชการ ใหเคลื่อนทัพเขาโจมตีและยึดหัวเมือง  ทั้งแปด ซึ่งราษฎรนับถืออยูแตกอนแลว จากนั้นจึงเคลื่อนพลเขาโจมตีหัวเมืองอื่นๆ อีกหลายหัวเมือง ตัวเตียว กกเองนั้นคุมพลสิบหาหมื่นเขาโจมตีแลวยึดเมืองจงกง ซึ่งเปนเมืองยุทธศาสตรสําคัญในการบุกเขายึดเมือง หลวงตอไป สวนเตียวโปและเตียวเหลียงยกไปตีเมืองเองฉวน ภายในเมืองไดตั้งรับอยางแข็งขัน เตียวโปและเตียวเหลียง ยึดเมืองไมไดกตั้งคายรายลอมเมืองไว การเคลื่อนทัพเขาตีและยึดเมืองตางๆ ของขบวนการกูชาติที่บัญชาการ ็ โดยเตียวกกครังนี้ เปนไปโดยรวดเร็ว เนื่องจากหัวเมือง ทั้งแปดมีราษฎรนิยมนับถือเตียวกกอยูกอนแลวถึง ้ ขนาดเขียนชื่อเตียวกก บูชาทุกบานเรือน ทังมีความเคียดแคนชิงชังขาราชการและขุนนาง ที่เอาแตกดขีขม ้ ่ เหงรังแกรีดนาทาเรนราษฎร ดังนั้นชาวเมืองจึงพากันเขารวมกับฝายกูชาติ  ซึ่งสามกกทุกฉบับระบุความ ตรงกันวา ไมมราษฎรหลบหนีออกจากเมืองหรือกอความวุนวายขึ้นแตประการใด ี ฝายกองทัพจากเมืองหลวงทีบัญชาการโดยแมทัพโลติดมี ฮองฮูสงและจูฮีเปนแมทัพรองและแมทัพหนุนได ่ เคลื่อนทัพมาเปนสามดาน มุงเขาตีจุดยุทธศาสตรคือเมืองจงกงและเมืองเองฉวน เพื่อชวงชิงความไดเปรียบ  ใหไดเสียกอน ตัวโลติดคุมพลหาหมื่นยกไปลอมเมืองจงกงซึ่งเตียวกกไดยดไว ึ สวนฮองฮูสงและจูฮีใหยกไปเมืองเองฉวน ตั้งคายไวนอกเมืองยันทัพเตียวโปและเตียวเหลียงไวฝายเทียอวนจี้  ทหารเอกของฝายกูชาติอีกคนหนึ่ง นําทัพหาหมื่นคนยกเขาตีเมืองตุนกวน เมื่อทัพเทียอวนจี้ เคลื่อนไปถึง  ชายแดนเมืองตุนกวน ความศึกทราบถึงเลาเอี๋ยนเจาเมืองอิวจิ๋ว จึงสั่งใหเจาเจงนํากําลังพลหารอยนายพรอม เลาป, กวนอู, เตียวหุยไปปราบโจร All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 15.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 15 กองทหารของเจาเจง, เลาป, กวนอู, เตียวหุย แมมีกําลังพลนอยกวาทัพของเทียอวนจี้หลายเทานัก แตดวย ฝมือการรบของกวนอู, เตียวหุยเหนือชั้นกวามาก ดังนั้นเมื่อเกิดปะทะกันขึ้นเทียอวนจี้ จึงถูกกวนอูใชงาวฟน  ขาดเปนสองทอน สวนทหารเอกของเทียอวนจี้ ชื่อเตง เมา ก็ถูกเตียวหุยใชทวนแทงถูกอกตกมาตาย กองทัพฝายกูชาติของเทียอวนจี้จึงแตกกระจายไปสิ้น เลาปจึงขับทหารไลจับพวกโจรและไดอาวุธไดเปน จํานวนมากแลวยกทหารกลับเมืองตุนกวนชัยชนะของเลาปครั้งนี้ เปนชัยชนะครั้งแรกของกองทัพฝายเมือง หลวง เลาเอี๋ยนเจาเมืองรูขาวก็มีความยินดีออกไปรับเลาปถงประตูเมือง กลับเขาเมืองแลวก็ปูนบําเหน็จทหาร ึ ตามสมควร เลาปและทหารไดพักเพียงชั่วคืนเดียว รุงขึนเจาเมืองเฉงจิ๋วสงมาใชถือหนังสือมาถึงเจาเมืองตุนกวนวา โจร ้ โพกผาเหลืองยกมาลอมเมืองจึงขอทหารไปชวย เลาเอียนจึงสงเจาเจงใหคุมทหารหาพันยกไปเมืองเฉงจิ๋ว ๋ พรอมกับเลาป, กวนอู, เตียวหุย นับเปนการออกรบครั้งที่สองของเลาปในศึกโจรโพกผาเหลือง ความจริงเจา เจงนั้นไมไดมีบทบาทสําคัญในการศึก แตเลาเอี๋ยนกลับมอบหมายใหคมทหารไปออกศึกถึงสองครั้งแทนที่จะ ุ มอบหมายใหเลาปคุมทหารไปเอง ก็เพราะวา ขณะนั้นเลาปยังไมไดเปนขาราชการของทางการ เปนแตไปเขา กับเลาเอี๋ยนและเลาเอี๋ยนรับไวโดยสวนตัวเทานั้น ดังนั้น ในราชการสงครามจึงตองใหเจาเจงเปนผูคุมทหาร โดยตําแหนงหนาที่ศึกครั้งนี้ กําลังพลที่เดินทัพไปกับเลาปมีมากกวาศึกครังกอนถึงสิบเทาคือ มีจํานวนถึงหา  ้ พันนับเปนการบัญชาการทหารครั้งแรกของเลาปที่มีกําลังพลมากขนาดนี้ เมื่อทัพของเลาปเคลื่อนไปใกลเมืองเฉงจิ๋ว ก็ถูกกองทัพของฝายกูชาติเขาโจมตี เลาปกําลังนอยกวาก็ถอยมา  ตั้งหลักเลาปเห็นวากําลังรบนอยกวากันมาก จึงกําหนดกลศึกเพื่อเอาชนะ โดยใหกวนอูคุมทหารพันหนึ่งไปซุม อยูในเหลื่อมเขาทางซาย ใหเตียวหุยคุมทหารพันหนึ่งไปซุมอยูในดงไมทางขางขวา กําหนดวาถาไดยินเสียง มาลอเมื่อใดใหกวนอู เตียวหุยยกทหารตีกระหนาบเขามา กวนอู เตียวหุยก็ยกทหารไปซุมอยูตามคําสังรุงขึ้น่ เลาปกับเจาเจงก็ยกทหารผานไปทางที่กวนอู เตียวหุยซุมอยูนั้น รุดหนาไปรบกับโจรโพกผาเหลือง เมื่อปะทะ กันแลวเลาป เจาเจงก็แกลงถอยมาทางที่กวนอู เตียวหุยซุมอยูนั้น ฝายโจรโพกผาเหลืองไดทีก็ไลตามตี มาถึงจุดซุมเลาปกใหทหารตีมาลอขึ้นแลวแปรขบวนทหารจากถอยเปน ็ หันกลับเขาตี ใน ขณะที่กวนอู เตียวหุย ไดยินสัญญาณแลวก็ยกทหารตีขนาบเขามาโจรโพกผาเหลืองถูกตี ขนาบเขามาทั้งสามดานก็ตกใจแตกตื่นเสียทีเพราะไมรูกําลังศึก ทัพโจรโพกผาเหลืองจึงแตกพายหนีเขาไป ใกลกําแพงเมืองเฉงจิ๋ว เจาเมืองเฉงจิ๋วเห็นเปนที่ก็ยกทหารเขาตีมาเปนสี่ดาน ฝายหนีระส่ําระสายลมตายลง  เปนอันมาก จึงแตกหนีไปสิ้นเจาเมืองเฉงจิ๋วจึงปูนบําเหน็จทหารเลาปตามสมควร แตหาไดชักชวนใหเลาปรับ ราชการหรืออยูชวยเหลือตอไป ดูไปแลวเลาปชางอาภัพนัก เพราะแมจะมีฝมือและผลงานปรากฏแตกลับไมมี  ใครเห็นคุณคา เสร็จศึกแลวเจาเจงจึงแจงแกเลาปวาจะยกทหารกลับเมืองตุนกวน เลาปก็เควงเพราะจะกลายเปนคนตกงานอีก  ครั้งหนึ่ง แตโชคยังดีที่เลาปไดขาววาแมทัพโลติดเพื่อนรวมสํานักไดเปนใหญครองตําแหนง แมทพปราบ ั ขบวนการกูชาติและลอมขาศึกไวที่เมืองจงกง จึงขอทหารเจาเจงเพื่อไปชวยแมทัพโลติด เจาเจงตัดใจให ทหารเลาปไปหารอยคนแลวยกกําลังที่เหลือกลับเมืองตุนกวนเลาป กวนอู เตียวหุยคุมทหารหารอยนายตรงไป เมืองจงกง แลวชวนกันเขาพบแมทัพโลติดซึ่งเปนแมทัพฝายเมืองหลวง รายงานการศึกที่ผานมาใหแมทัพโล  ติดรับทราบ แมทัพโลติดไดพบหนาเลาปเพื่อนรวมสํานัก และรับทราบความศึกแลวมีความยินดีเปนอันมาก จึง ชวนใหเลาป กวนอู เตียวหุย "อยูทําราชการดวยเราเถิด" เลาป กวนอู เตียวหุยรับคําเชิญของแมทัพโลติดเริ่มชีวิตขาราชการทหารตั้งแตบดนัน แตทั้งนี้ความเปน ั ้ ขาราชการดังกลาวยังถือไมไดวา เปนทหารหลวงเพราะฮองเตไมไดรับรูดวย ดังนั้นจึงมีฐานะเปนเพียงทหาร   ในสังกัดของแมทัพโลติดเทานั้น แมทัพโลติดเห็นวากําลังพลที่มีอยูสามารถยันทัพของเตียวกก ไดแตใหรสึก  ู หวงใยกองทัพของฮองฮูสงและจูฮี ซึ่งเปนน้ําใจที่ดีงามของคนระดับแมทัพผูนที่ไมคิดแตจะเอาตัวรอด หรือ ี้ คิดสรางผลงานเฉพาะตน แมหนาศึกที่เผชิญอยูกับความเปนตายยังสูมใจหวงหาอาทรผูใตบังคับบัญชาและ ี การใหญของบานเมือง จึงจัดทหารพันหนึ่งใหเลาปรีบยกไป ชวยฮองฮูสงและจูฮที่ยันทัพเตียวโป ี และ เตียวเหลียงอยูที่เมืองเองฉวน โดยใหเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน  ฝายทัพเตียวโปและเตียวเหลียงซึ่งตั้งยันอยูกับทัพของฮองฮูสงและจูฮีนั้น ปะทะกันหลายครั้งยังไมแพชนะกัน  ดังนั้นเตียวโปและเตียวเหลียงจึงวางแผนเผด็จศึก ดวยวิธการผูกพยนต ใชวิทยาคมที่เตียวกกไดร่ําเรียนมา ี จากตําราของเทพยดา เตรียมปลุกเสกหุนฟางใหเปนทหารเพื่อรบกับฮองฮูสง และจูฮี All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 16.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 16 แตในขณะที่เตียวโป เตียวเหลียงเตรียมฟางไวเปนจํานวนมากเพื่อผูกเปนหุนนั้น ขาวทราบถึงฮองฮูสงและจูฮี ที่ถึงแมจะไมรความนัยวากองทัพโจรโพกผาเหลืองเตรียมฟางไวจํานวนมากเพื่อการใด แตเห็นชองทางที่จะ ู ทําลายกองทัพโจรเสียดวยเพลิง ในคืนนั้นเพลาสองยามเกิดลมพายุใหญพัดหนัก ฮองฮูสงและจูฮีจึงใหทหารเขาปลนคายเตียวโป เตียวเหลียง พรอมกัน ใชเพลิงเผาคายโจรโพกผาเหลืองจนแสงเพลิงโชติชวงสวางดุจกลางวัน ทหารเตียวโป เตียวเหลียง ไมทันรูตัววาถูกโจมตีก็ตกใจไมทันใสเกราะผูกอานมาก็แตกกระจายหนีเพลิงกันวุนวาย  ทหารของฮองฮูสง และจูฮีจึงไดไลฟนแทงพวกโจรลมตายเปนอันมาก เตียวโป เตียวเหลียงนําทหารทีแตกทัพรุดหนีไปทั้งคืน จน ่ รุงเชาก็ปะทะเขากับกองทหารซึ่งใชธงแดงเปนสัญลักษณทั้งกองทัพ นั่นคือกองทัพของโจโฉซึ่งเปนกองทัพ เสริมมาจากเมืองหลวง และเคลื่อนมาทางเมืองเองฉวนเพื่อสมทบกับทัพของฮองฮูสง และจูฮี โจโฉเห็นโจรโพกผาเหลืองแตกทัพมาก็สั่งทหารใหเขาตีสกัดไว สังหารทหารเตียวโป เตียวเหลียงเสียหมื่น เศษไดมาและศาตราวุธเปนจํานวนมาก แตเตียวโป เตียวเหลียงนั้นนําทหารที่เหลือหนีไปได โจโฉนําชัยชนะ จากการตีทัพเตียวโป เตียวเหลียงซึ่งแตกทัพ ไปจากเมืองเองฉวนเขารายงานใหฮองฮูสงและจูฮทราบ แลว ี ขอนําทหารยกตามไปตีเตียวโป เตียวเหลียงตอไป ฝายเลาปซึ่งรับคําสั่งแมทัพโลติดใหยกทหารมาเมืองเองฉวน ชวยฮองฮูสงและจูฮีนั้น เมื่อเคลื่อนทัพมาใกล ถึงเมืองเองฉวนเห็นแสงเพลิงที่ ฮองฮูสงและจูฮีเผาคายของเตียวโป เตียวเหลียงจึงเรงทหารรีบไปชวย พอดี ทัพเตียวโป เตียวเหลียงแตกพายไป จึงเขาไปรายงานตอฮองฮูสง และจูฮีวาแมทัพโลติดใหยกทหารมาชวย ฮองฮูสงและจูฮีขอบใจนัก แลววากับเลาปวาเตียวโป เตียวเหลียงแตกไปครั้งนี้การศึกก็จะเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว  คาดหมายวาเตียวโป เตียวเหลียงจะยกทหารไปสมทบกับเตียวกกที่เมืองจงกง ใหเลาปยกทหารรีบตามไป สกัดไมใหเตียวโปเตียวเหลียงไปบรรจบ ทัพกับเตียวกกได ฝายเมืองหลวงก็จะไดชยชนะโดยเด็ดขาด การใชใหเลาปไปสกัดเตียวโป เตียวเหลียงในครั้งนี้ดานหนึ่งเห็นได ั ชัดวาเปนยุทธวิธีที่สาคัญไมใหฝายกูชาติบรรจบทัพกันได ใหคงสภาพเปนสองสวนแลวคอยตีใหแตกทีละสวน ํ  ตามหลักยุทธวิธี "กินขาวทีละคํา ตีใหแตกทีละสวน" เพือหวังผลเผด็จศึกก็จริงอยู แตในอีกดานหนึงนั้นก็ ่ ่ มองเห็นไดถึงความอาภัพวาสนาของเลาป เพราะพึ่งเดินทัพมาจากเมืองจงกงอยูหยกๆ ก็ตองรับคําสั่งให เดินทัพกลับในทิศทางเดิมเพือสกัดเตียวโป เตียวเหลียง การที่เจาเมืองและแมทัพตางๆ ใชใหเลาปไปรบศึก ่ ไมหยุดหยอน ใหไปชวยคนโนนใหไปชวยคนนี้ดูไปแลวคลายๆ จะเปนการผลักไสอยูในที เหตุทั้งนียอมมีประวัตศาสตรของมันอยู เพราะเลาปเปนเชื้อพระวงศของพระเจาฮั่นโกโจในสายของพระเจาฮั่น ้ ิ เกงเต หลานของพระเจาฮั่นเกงเตผูหนึ่งไดรับพระราชทานบรรดาศักดิ์เปน "ออง" เทียบชั้นเจาพระยาครอง เมืองตกกุน แตขาดสงสวยประจําปใหแกราชสํานัก จึงถูกถอดออกจากบรรดาศักดิและตําแหนงลงเปนคน ์ สามัญ ตราบาปนี้จึงตกทอดมาถึงปู พอและถึงตัวเลาปดวย ทําใหขุนนางและขาราชการไมกลาของแวะ คบหา สมาคมเพราะกลัววา จะเปนทีหวาดระแวงของราชสํานัก ่ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ปราบศึกโจรโพกผาเหลือง (ตอนที่ 8) เลาปรับคําสั่งของรองแมทัพฮองฮูสงแลว จึงยกทหารเดินทางกลับเมืองจงกง เพื่อบรรลุเข็มมุงทางทหารใน การตีสกัด ไมใหทัพเตียวโป เตียวเหลียง บรรจบทัพกับเตียวกกไดสําเร็จ เลาป เคลื่อนทัพมาถึงกลางทางสวนกับคณะของขาหลวง ซึงคุมคนโทษขังกรงใสเกวียนมาดวย เลาป คุนหนา ่ นักสั่งใหหยุดมาแลวลงไปดู เห็นแมทัพใหญโลติดถูกจําขังอยูในกรง เกิดความสงสัยจึงไตถามความกับโลติด โลติดแจงแกเลาปวา "เราลอมเตียวกกไวใกลจะแตกอยูแลว เตียวกกมีความรูเปนอันมาก จะเอาโดยเร็วยังมิได พระเจาเลนเตจงใชจูฮงชาววังมาสืบขาวราชการ จูฮงจะเอาของกํานัลสินบนแกเรา เราจึงวาในกองทัพนีก็ขาด ึ ้ เสบียงอยู เราจะมีสิ่งใดใหสินบนเลา จูฮงโกรธกลับไปทูลกลาวโทษวาเรานี้มิไดมีใจรบพุง ราชการจึงเนิ่นชา  อยูพระเจาเลนเตจึงใหตั๋งโตะมาเปนนายทัพแทนเรา แลวใหจําเราใสกรงสงไปเมืองหลวง" ความที่ โลติด แจงแก เลาป นี้ แสดงใหเห็นถึงระบบราชการในแผนดิน ของ พระเจาเลนเต ไดอยางชัดเจนอีก ครั้งหนึ่งวา แมขนาดคนระดับแมทัพใหญอยูหนาศึกมีอาญาสิทธิ์ฆาคนได ทั้งกอง ทัพก็มเสบียงไมพอเพียงก็  ี ยังถูกเรียกเอาสินบน สามกกฉบับภาษาจีนวา จูฮง นั้นมาจากกรมขันที จูฮง จึงเปนลูกนองของสิบขันทีใชมา All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 17.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 17 ทําการ และสําหรับสิบขันทีแลวไมรูสึกผิดปกติใดๆ ในการสงคนไปเรียกเอาสินบนจากขุนนางทุกๆ ฝายในแผน ดิน เพราะเขาใจเอาเอง วาขุนนางทั้งปวงมีความชั่วชาเลวทรามเหมือน กับตัว เมื่อไดรบตําแหนงใดๆ แลวก็ ั จะตองแสวงหาประโยชน ทั้งใน รูปของการฉอราษฎรและในรูปของการบังหลวง ดังนั้นแมวา โลติดจะเปนถึง  แมทัพใหญถือรับสั่งไปปราบจลาจล ก็ยังถูกสิบขันทีมองวา ยิ่งเปนแมทัพใหญก็ยิ่งไดผลประโยชนมาก เมื่อ โลติดไมมทรัพยสินเงินทองใหเปนสินบน จึงเปนเรื่องรายแรง ทาทายอํานาจสิบขันทีอยางหนึ่ง และเขาใจไป ี วาไดรับผลประโยชนเปนจํานวนมากจากการศึก แลวไมแบงปนอีกอยางหนึ่ง เหตุนี้ โลติด จึงตองถูกสิบขันที กราบทูลให พระเจาเลนเต ถอดออกจากตําแหนงกลายเปนคนโทษ แตขอที่วา จูฮง โกรธไปทูลกลาวโทษนั้น เปนความเขาใจผิดของโลติด เพราะตัวการใหญเปนสิบขันที จูฮง เปนแตเพียงตัวโหมโรงเทานั้น วิธีการเรียกสินบนจากขุนนางตามหัวเมืองตางๆ สรุปไดเปน 3 วิธี คือการสงผูแทนไปตรวจการหรือสืบขาว ราชการอยางหนึ่ง การ ออกไปตรวจเยี่ยมเองอยางหนึ่ง และการสงเจาหนาที่ตรวจเงินแผน ดินออกไปตรวจอีก อยางหนึ่งเปนที่รูกันทั่วไปอยางดียิ่งในบรรดาขาราชการในหัวเมืองวา เมื่อใดทีมีเหตุการณตรวจการ ตรวจ ่ เยี่ยมหรือตรวจเงินแผนดินเกิดขึ้น ณ ที่ใดแลว ยอมหมายความวาจะตองจัดเงินสวยสินบน หากจัดใหแตนอย ทุกอยางก็เสมอตัว หากจัดใหถึงขนาดผลการตรวจก็จะถูกรายงานไปเปนความดีความชอบ และเสนอปูน บําเหน็จหรือเลือนชั้น หากไมจัดใหตามธรรมเนียมก็จะถูกถอดออกจากตําแหนง ถูกยายหรือตองโทษ ดีรายก็ ่ อาจมีโทษถึงประหาร บางครั้งไมเพียงเรียกเอาสวยสินบนเทานั้น ยังเรียกเอาสินลางดวย ซึ่งกอความทุกขรอน อยางหนักแกขาราชการในหัวเมือง เพราะตองยอมเสียลูกสาวหรือเมียนอย หรือสาวใชคนโปรดยกใหเปนสิน  ลาง เตียวหุย ไดยินคํา โลติด แลวก็โกรธเลือดขึ้นหนา ชักดาบจะฆาผูคุมเพื่อถอดโลติดออกจากกรง เลาปไดหาม  ไวเพราะเปนขอรับสั่ง เมื่อเปนเชนนี้ กวนอู จึงไดเสนอตอพี่นองทั้งสองวา เมื่อ โลติด เปนคนโทษไปเสียแลว จะไปเมืองจงกงตามเดิมพึ่งตั๋งโตะก็ปวยการ ควรเดินทางหลับเมืองตุนกวนจะดีกวา เลาปเห็นดวยกับขอเสนอ ของกวนอู สามพี่นองแหงสวนทอจึงนําทหารเปลี่ยนเสนทางโฉมหนาไปเมืองตุนกวน เดินทางไดสองวัน ได ยินเสียงมาลอฆองกลองและเสียงโหรอง ดังสนั่นมาแตไกล เลาป กวนอู เตียวหุย จึงขึ้นมาพากันไปบนเนินเขา เห็นธงสําคัญประจําตัวแมทัพแลว ก็รวาทัพ ตั๋งโตะ ถูกทัพ เตียวกกตีแตกพายมาจึงนําทหารลงไปชวยรบ ทัพ ู ของเตียวกกคิดวาตองกล เพราะไมรูกําลังศึกมากนอยจึง แตกหนีไป ตั๋งโตะกลับเขาคายแลว ใหหาเลาปกวนอูเตียวหุยมาสอบถามวา เปนทหารในสังกัดของใครและมีตําแหนง แหลงที่อยางไร เลาปจึงบอกวา ไมไดเปนขุนนางไมมีตําแหนงแหลงที่ประการใด ตั๋งโตะ ฟงแลวก็แสดงกิริยา ดูหมิ่นเอากับสามพี่นอง ไมไดแสดง ความขอบใจหรือยินดีทเลาปไดชวยเหลือตีขาศึก สามพี่นองจึงลาออกมา ี่ แตเตียวหุยเปนคนเจาโทสะ เห็นกิริยาทาทีของ ตั๋งโตะ เชนนี้ก็โกรธจะเขาไปฆาตั๋งโตะเสีย เลาป เขาหามไว แลวพรอมใจกันยกทหารกลับไปหาจูฮี ณ เมือง เองฉวน อีกครั้งหนึ่ง เลาเรืองราวขอราชการให จูฮี ฟงทังสิ้น ่ ้ จูฮีฟงความแลวบอกเลาปวา ตั๋งโตะนั้นบานอยูเมืองหลวง ไดรับตําแหนงเปนขุนนางที่เจาเมืองฮอตัง เปนคน ไมรูการหนักเบามีแตถือตัว "ซึ่งทานจะอยูดวยนั้นหาประโยชนมิได" แลวรับเลาปมาอยูในกองทัพเดียวกันฝาย   ตั๋งโตะเมื่อรอดตาย เพราะรบแพเตียวกกแลว ไดทาศึกกับเตียวกกอีกหลายครั้ง รบทุกครั้งก็แพทุกครัง เกิด ํ ้ ความรักตัวกลัวตายจึงติดสินบนสิบขันที ให พระเจาเลนเต เรียกตัวกลับเมืองหลวง แลวเลือนตําแหนงเปน เจา ่ เมืองซีหลง ซึ่งเปนเมืองใหญตอบ แทนความชอบคาสวยสินบน ทําให ตั๋งโตะ แทนที่จะตองถูกลงโทษเพราะ แพศึก มีอํานาจวาสนามากขึ้น เมื่อเรียก ตั๋งโตะ กลับ ก็มีพระบรมราชโองการใหเลื่อนตําแหนง ฮองฮูสง เปนแมทัพใหญแทน ยกไปรบเตียว กก ณ เมืองจงกง ฮอง-ฮูสง ตีทัพ เตียวกก แตกและสังหาร เตียวกก ในสนามรบสวน โจโฉซึ่งไลตามตีเตียว โปเตียวเหลียงไมทัน จึงไดกลับมา และทําราชการอยูกับฮองฮูสง ตอมาเมื่อไดขาววา เตียวเหลียง หนีไปตั้ง หลักอยู ณ เมืองโฉเหียง ฮองฮูสง จึงยกทหารไป เมืองโฉเหียง โจโฉ จึงติดตามกองทัพไปดวย ฝายจูฮีกับเลาปไดขาววาเตียวโปถอยไปตั้งหลักอยูทภูเขาลูกหนึ่ง มีกําลังทหารถึงแปดเกาหมื่นคน จึงยกทัพ ี่ ไปรบเตียวโปสถานการณสงครามในขั้นนี้ ฝายกูชาติเหลืออยูเพียงกองทัพที่นําโดยเตียวโปกับเตียวเหลียง  ในขณะที่กองทัพจากเมืองหลวงก็ ไดปรับขบวนออกเปนสองกอง กองหนึ่ง ฮองฮูสง เปนแมทัพใหญ มี โจโฉ อยูในสังกัดยกไปรบกับ เตียวเหลียง ณ เมืองโฉเหียง สวนอีกกองหนึ่ง จูฮี เปนแมทัพมี เลาป อยูในสังกัด ยก ไปรบกับ เตียวโป กองทัพของฮองฮูสง รบกับเตียวเหลียงไดรับชัยชนะติดตอกันถึง 7 ครั้ง ครังหลังสุด ฮองฮูสง ฟน เตียวเหลียง ้ ตาย ทัพเตียว-เหลียงแตกพายไป ทหาร เตียวเหลียง มาเขาสวามิภักดิ์เปนจํานวนมากไดรับชัยชนะแลวฮองฮู All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 18.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 18 สงจึงคุมเอาเชลยศึก และศพเตียวกกหัวหนาขบวนการกูชาติกลับเมืองหลวงเขาเฝาถวายรายงานพระเจาเลน  เต พระเจาเลนเตโปรดใหปูนบําเหน็จฮองฮูสง เลื่อนตําแหนงขึ้น เปนแมทพประจํากองบัญชาการทหารกลาง ั ซึ่งสามกกฉบับเจา พระยาพระคลัง (หน) แปลวา เปนทหารสําหรับรักษาพระองค และใหไปเปนเจาเมืองบุยจิ๋ว ดวย ฮองฮูสงไดกราบทูลพระเจาเลนเต แกตางใหโลติดอดีตแมทัพใหญทถูกถอดและจําเปนนักโทษวา ไมไดมี ี่ ความผิดดังขอกลาวหาแตมีความชอบในสงคราม พระเจาเลนเตก็โปรดใหโลติดพนโทษและคืนตําแหนงเดิม ดังเกา โดยไมไดบําเหน็จความชอบใดๆ สวน ผูทใสรายโลติด ซึ่งสมควรตองสอบสวนพิจารณาโทษถึง ี่ ประหารเพราะใสรายแมทัพในยามศึก ก็ไมโปรดใหสอบสวนหรือดําเนินการใดๆ ปลอยใหคนชั่วลอยนวลไป ดื้อๆ สวนโจโฉมีความชอบโปรดใหไปกินเมืองจี้หนํา ในขณะที่ เลาป นันถึงวันนี้ยังคงกรําศึกอยูในสนามรบ ้ โดยที่ยังไมเคยไดรับบําเหน็จความชอบใดๆ เลย ทางดาน จูฮี เลาป ไดทาศึกกับ เตียวโป หลายครั้ง ครั้งแรก เตียวหุยเอาทวนแทงโกเสงทหารเตียวโปตกมา ํ ตายยังไมทันครบสามเพลง กองทัพเตียวโป ก็แตกถอยไปเลาป ไลตามตี เตียวโป จนตรอกเขาก็ใชวิชาผูก พยนตเสกฟางใหเปนทหาร แลวเรียกลมฝน "ใหเปนเมฆมืดอากาศฟารอง ลม พายุพดหนักฝนตก แลวมีคนขี่ ั มาถืออาวุธลงมาแตอากาศ" ทหารเลาป ก็ตกใจ เลาป จึงใหถอยทัพแลวปรึกษากับ จูฮี เพื่อแกวิทยาคม ของ เตียวโป รุงขึ้นเตียวโปยกทหารมารบอีก และใชวทยาคมเหมือนกับวันกอน "เปนเมฆมืดฟารองลมพัดหนักฝน ิ ตก เปนคนขี่มาถืออาวุธ ลงมาจากอากาศเปนอันมาก" เลาป จึงทําเปนถอยทัพมายังจุดซุมที่เตรียมไวแก วิทยาคมของเตียวโป เตียวโปและทหารหุนพยนตไลตามเลาปมาถึงจุดซุม ก็ถูก กวนอู เตียวหุย ซึ่งซุมทหารไวสองขางทาง "เอา ของโสโครกและโลหิตสุกรสุนขนั้นสาดไปถูกพวกโจร แลคนขี่มาซึ่งลงมาแตอากาศ นั้นก็กลายเปนกระดาษ ั มานั้นก็กลายเปนมัดหญาไป เมฆแลฝนลมนันก็หายสวางไป" เตียวโป เห็นวิทยาคมถูกทําลายก็ถอยทัพ จูฮี ้ เลาป กวนอู เตียวหุย ไลตามตีทัพเตียวโปแตกพายไป ตัวเตียวโปถูกเลาปเอาเกาทัณฑยิงไปถูกไหลซาย แต  เตียวโปก็หนีรอดเขาเมืองเยียงเซียไปได จูฮี เลาป ไดเขาลอมเมืองเยียงเซียไว ทําใหในเมืองขาดเสบียง และยากลําบาก ลําแจงทหารของเตียวโป และสมุน จึงแปรพักตรหักหลังเจานายของตนเองลอบสังหาร เตียวโป แลวตัดศีรษะออกมาใหเลาป จูฮทนอก ี ี่ เมือง และขอทําราชการดวย จูฮี มีความยินดีเมื่อชนะศึกแลว จึงแตงหนังสือรายงานขอราชการกราบทูล ความชอบตอพระเจาเลนเต แตยังไมทันเดินทัพกลับก็ไดรบหมายรับสั่งวา เตียวฮอง ฮั่นตง ซุนตอง ทหาร ั เตียวกกซองสุมพวกโจรไดหลายหมืน เขาตีบานเผาเมืองเสียหลายเมือง ใหจูฮีไปปราบโจรกลุมนี้ จูฮี เลาป ่ จึงยกทหารไปลอม เมืองอวนเซีย รบกับสมุนของ เตียวกก และลอมเมืองไวจนขาดเสบียงอาหาร ฮั่นตง จึงใช ทหารมาขอสวามิภักดิ์ แตจูฮีไมยอมรับ เลาปจึงวา "ครั้งพระเจาฮั่นโกโจไดราชสมบัตนั้น เพราะมีผูมาเขาเกลี้ย  ิ กลอมเปนอันมาก เหตุไฉนทานจึงไมรับเกลี้ยกลอม" จูฮีไขวา "ครั้งพระเจาฮั่นโกโจนั้น บานเมืองมิไดปกติ มี เสี้ยน หนามเปนอันมาก พระเจาฮั่นโกโจจึงรับเกลี้ยกลอมคนทั้งปวง ครั้งนี้มีจลาจลแตโจรพวกเดียว ครั้นจะ เอาพวกโจรเขาไวในเกลี้ยกลอม คนทั้งปวงก็จะดูเยียงอยางวาทําผิด และถามีผูมาปราบปรามก็จะละพยศอัน ่ รายเสีย นานไปก็จะรื้อทําความชั่วไปอีก" เลาปเห็นชอบดวย และเพือไมใหสมุนเตียวกกรบแบบสูตาย จะทําใหกองทัพเสียหายมาก ผิดตําราพิชย ่  ั สงคราม ดังนันจึงเขาตีเมืองพรอมกันเพียงสามทาง เปดทางดานตะวันออกใหเปนทางหนี และฮั่นตงก็ไดยก ้ พลหนีออกทางดานตะวันออก แตไปไมพน เลาปยิงเกาทัณฑถูกฮั่นตงตาย แตเตียวฮองกับซุนตงหนีกลับเขา เมืองได จูฮี เลาปก็ลอมเมืองไว ในขณะทีลอมเมืองอยูนี้ซุนเกี๋ยนไดยกทหารหารอยมาสมทบกับทัพหลวงของ ่ จูฮี จูฮี มีความยินดียิ่งนักแลวจัดทัพแยกกันเขาตีเมืองอวนเซียทั้งสามดาน เวนไวแตดานตะวันออก ในขณะเขาตี เมืองนั้น ซุนเกี๋ยน อาศัยความกลาหาญปนกําแพง เมืองอวนเซีย เขาไปได เตียวฮองขึ้นมาถืองาวจะรบดวย ซุนเกี๋ยน เขามาใกลเชิงเทิน ซุนเกี๋ยนจึงโจนดวยกําลังเขาชิงงาวจาก เตียวฮอง แลวฟน เตียวฮอง ตกมาตาย สวนซุนตง เห็นเมืองแตกก็คดจะหนี แตถูกเลาปยิงดวยเกาทัณฑตกมาตาย กองทัพของจูฮีเขาเมืองได ฆา ิ ทหารซุนตง เตียวฮองตายหมืนเศษ ยึดสินศึกไดเปนจํานวนมาก ่ จูฮี เลาป เสร็จศึกเมืองอวนเซียแลว จึงยกทหารไปยึดหัวเมืองตางๆ ทีถกฝายกูชาติยึดไวกลับคืนถึงสิบสี่สิบ ่ ู หาหัวเมือง จัดการปกครองเขาที่เขาทางแลวก็ยกทัพกลับเมืองหลวง กราบทูลรายงานความชอบแกพระเจา All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 19.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 19 เลนเต พระเจาเลนเต โปรดใหบําเหน็จ จูฮี เปนแมทัพประจํากองบัญชาการทหารกลางเชนเดียวกับฮองฮูสง มี ตําแหนงเฝาและใหเปนเจาเมืองโหหลํา สวนซุนเกี๋ยนโปรดใหไปเปนกรมการหัวเมือง มีอํานาจบัญชาทหารหา กองพันสําหรับเลาป มิไดตรัสประการใด เลาปคอยทาบําเหน็จอยูใน เมืองหลวงเดือนเศษ ไมไดขาวคราว ประการใดก็เสียน้ําใจนัก นีคอปรากฏการณปูนบําเหน็จในแผนดินของเลนเต โดยที่เลาปหารูไมวา ความดี ่ ื  ความชอบในแผนดินนี้ไมไดขนอยูกับผลงาน แตขึ้นอยูกับน้าหนักของสินบนเทานั้น ึ้ ํ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ปลนความดีความชอบ (ตอนที่ 9) ความพิสดารของสามกกประการหนึ่งก็คือ ไดแสดงเรื่องราวตางๆที่ประหลาดพิสดารเหนือความคาดหมายของ ชาวโลก เรื่องราวบางอยางทีพึ่งเกิดขึ้นในยุคนี้กลับมีปรากฏอยูในสามกกอยางคาดไมถึงในบรรดาการปลนที่มี ่ อยูในโลกนี้ อาจจําแนกไดเปน 3 ชนิดคือใชกําลังและอาวุธเขาปลนชิงเอาแบบปลนวัวปลนควาย และ ทรัพยสินเงินทองอยางอื่น ปลนโดยใชปากกาเปนอาวุธ พลิกดําเปนขาวกลับขาวเปนดํา และการใชอทธิพล ิ ปลนความดีความชอบ การปลนโดยใชกําลังและอาวุธมีมาแตดึกดําบรรพ ในขณะทีการปลนโดยใชปากกามีขึ้นตั้งแตเริ่มมีกระบวนการ ่ ยุติธรรม สวน การปลนโดยใชอิทธิพลพึ่งมีปรากฏใหเห็นในยุคที่ประชาธิปไตยเฟองฟูนี้เอง แตที่ไหนไดการ ปลนทุกชนิด กลับมีปรากฏอยูในสามกกทั้งสิ้นเลาป หลังจากถูกปดบังความชอบจากการกรําศึกทียากเข็ญ ่ แสนสาหัสแลว ไดแตเฝารอความหวัง แตไรขาวคราว วันหนึ่ง เลาป กวนอู เตียวหุยไปเดินเลนชมเมืองพบ เตียวกิ๋น ซึ่งเปนมหาดเล็กในพระเจาเลนเต และทราบขาววาไมคอยกินเสนกับพวกสิบขันที เลาปจึงเขาไปหา ยกมือแสดงอาการคํานับแลวรองทุกขวา ไดทําความชอบในการทําศึกปราบโจรโพกผาเหลืองและเลาเรืองทั้ง ่ ปวงให เตียวกิน ฟง เตียวกิ๋น คงเห็นเปนทีจะไดเลนงานสิบขันที จึงพา เลาป เขาเฝา พระเจาเลนเต กราบทูล ๋ วา "เกิดโจรโพกผาเหลืองขึนครั้งนี้ เพราะเหตุดวยพระองคเชื่อฟงขันทีสบคน ขันทีสิบคนนั้นตัดสินเนือความ ้ ิ ้ อาณาประชาราษฎร กลับจริงเปนเท็จ เท็จเปนจริง ขุน นางผูใหญผูนอยซึ่งเปนยุติธรรมนั้นใหถอดเสีย เอา สินบน ผูหาสัตยไมเอามาตั้งเปนขุนนางผูใหญผูนอย บานเมืองก็เกิดจลาจล อาณาประชาราษฎรไดความ เดือดรอนมาคุมเทาบัดนี้ ขาพเจาคิดวาจะใหเอาขันทีสิบคนไปตัดศีรษะ ประกาศแกอาณาประชาราษฎร ทั้ง ปวงใหทั่วทุกหัวเมืองซึ่งขึ้นแกเมืองหลวง ใครมีสติปญญาเปนยุติธรรมมีความชอบก็ใหตั้งเปนขุนนาง โดย  ยศถาบรรดาศักดิ์ตามสมควร บานเมืองก็จะอยูเย็นเปนสุขสืบไป" คํากราบทูลนี้ฟงแลวเห็นไดวา เตียวกิ๋น เปน ขุนนางที่ซื่อตรงตอแผนดินคนหนึ่ง แตเพราะความไมพอใจสิบขันทีลนอยูในอก เตียวกิ๋น ทีสูนําเลาปเขาเฝา กลับไมกราบทูลเสนอความชอบของ เลาปแมแตคําเดียว เอาแตขอใหประหารสิบ ่ ขันทีเสีย แตอาจเปนโชคดีของ เลาป เพราะหากเสนอความชอบไปแลว เลาปก็อาจตองรับชะตากรรมที่ไม คาดคิดไดสิบขันทีฟงคํากราบทูลอยูกตกใจ เพราะความที่ เตียวกิ๋นกราบ ทูลนั้นเปนเรื่องใหญมีโทษถึงตาย จึง ็ แสรงถอดหมวกยศ ทําทีเสีย ใจจะลาออกจากราชการ แลวรองไหขอความสงสารวา ถูกใสรายเกิด จากความ อิจฉาของ เตียวกิ๋น และเปนความอิจฉาที่มตอฮองเต เพราะสิบขันทีไดปรนนิบัติรับใชเปนอันดีดวยความสัตย ี  สุจริตและเสียสละอันสูงสุด ไมเคยคิดเห็นแกครอบครัวหรือคนอื่น วาแลวก็ซัดตูมเขาใส เตียวกิ๋น วา เปนเพียง ขุนนางผูนอยมาสั่งสอนฮองเตเปนการบังอาจ ไมกลัวพระราชอาญาทําใหเสื่อมพระบรมเดชานุภาพพระเจา เลนเตจึงตําหนิเตียวกิ๋นวา เปนขุนนางมีคนรับใชใกลชิดมากมายอยูแลว พระองคมีขันทีคอยรับใชบางทําไม ตองมาอิจฉาริษยากัน แลวใหทหารไลเตียวกิ๋น เลาปออกไป จากนั้นสิบขันทีจึงปรึกษาหารือกันวา ผูมีความชอบในการปราบโจรโพกผาเหลืองมีอยูมาก หากไมจัดสรร ตําแหนงเล็กๆ นอยๆ ใหบางคนพวกนี้ก็คงจะมาถวายฎีกาอีก จะทําใหเดือดรอนกันเปลาๆ สมควรที่จะตองบอก กลาวใหกรมกําลังพลจัดสรรตําแหนงให จะไดไปพนหูพนตาแลวคอยคิดอานจัดการในภายหลัง สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) กลาวความในตอนนี้วา สิบขันทีตกลงกันใหเฉยไว ตอมาพระเจาเลนเต  จึงไดโปรดใหปนบําเหน็จให เลาป แตฉบับภาษาจีนระบุความวา การปูนบําเหน็จแกเลาป เกิดจาก การ ู วางแผนของสิบขันทีเพื่อลดความขัดแยงเหตุนี้ผูมีความชอบในศึกปราบโจรโพกผาเหลืองหลายคน จึงไดรับ การปูนบําเหน็จเล็กๆนอยๆ สําหรับ เลาป นั้นไดใบบุญไปดวย เพราะโปรดใหไปเปนนายอําเภอ เมืองอันฮอ กวน ซึ่งเปนอําเภอเล็กๆ อยูหางไกลเมืองหลวงเปนอันวา แผนลดความขัดแยงกับบรรดาผูมีความชอบ ใน  สงครามปราบโจรโพกผาเหลืองของสิบขันทีดาเนินไปอยางไดผล เพราะผูมีความชอบเหลานั้นตองแยกยาย ํ กันออกไปทําราชการในหัวเมือง ไมเปนที่รกหูรกตาและไมมาเที่ยวทูลเกลาถวายฎีกาใหเปน ที่วุนวายใจของ สิบขันทีตอไป All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 20.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 20 เลาปรับพระบรมราชโองการแลว ก็ใหทหารซึ่งมาดวยนั้นกลับไปที่อยู เอาแตคนสนิทประมาณ 20 คนไวแลว พากวนอู เตียวหุย กับคนเหลานั้นเดินทางไปรับตําแหนงนายอําเภอเมืองอันฮอกวน ไดปกครองโดยยุติธรรม คดีความก็เสร็จสิ้นไป ราษฎรทั้งปวงไดความสุขตางสรรเสริญและมีใจภักดีตอเลาปเปนอันมาก แตเวรกรรม ของบรรดาผูมความชอบในการปราบโจรโพกผาเหลือง ภายใตระบบขันทีในแผนดิน เลนเต ยังไมหมดสิ้น ี เพราะสิบขันทีได กําหนดกันไวกอนแลววา ทีมีการปูนบําเหน็จไปนั้น เพียง เพื่อไมใหมีการรองทุกขถวายฎีกา ่ ใหเปนที่เดือดรอนแกตน แลวจะคิดบัญชีในภายหลัง ดังนั้น เมื่อบรรดาผูมีความชอบแยกยายกระจายกันไปทําราชการตามหัวเมืองแลว สิบขันทีก็เริ่มดําเนินงานตาม  ระบบที่คุนเคย ของตนดวยการออกประกาศเวียนทั่วไปและเจาะจงใหไปถึงบรรดา ผูมีความชอบที่ไดรับการ  แตงตั้งใหมวา แผนดินมีขุนนางขาราชการมากเกินไป เปนภาระแกงบประมาณแผนดิน ทางราชการมีความ จําเปนที่จะตองลดจํานวนขุนนางและขาราชการลง ถาใครมีขอสงสัยประการใดก็ใหขอทราบรายละเอียดไดที่ กรมขันทีในขณะเดียวกันนั้นก็สงสมุนออกไปวากลาวแกขุนนาง ขาราชการ ทั้งทหารและพลเรือนทั้งปวงที่  ไดรับความชอบจากการปราบ โจรโพกผาเหลืองวา "ถาผูใดมีทรัพยขาวของเงินทองเอาไปใหแกขันทีนายเรา แลว นายเราจะชวยทูลเสนอความชอบให ถาใครมิไดให นายเราจะทูลใหออกเสียจากที่ขุนนาง" ขุนนาง ขาราชการที่ไดรับความชอบดังกลาว ไดยินยอมเขาสูระบบสวยสินบนของสิบขันทีเปนอันมาก  ซึ่งยอม รวมถึงตั๋งโตะ โจโฉ และซุนเกี๋ยนดวย คนเหลานี้จึงยังคงดํารงอํานาจวาสนาและมีความกาวหนาในราชการ ตอไปได ภายในเมืองหลวงปรากฏวามีขนนางผูใหญฝายทหารสามคน ไมยอมรับระบบสวยสินบนของสิบขันทีคือ โลติด ุ ฮองฮูสงและจูฮี แต โลติด อดีตแมทัพใหญปราบโจรโพกผาเหลืองคนแรกนั้น คุมกําลังทหารมหาดเล็กรักษา พระองค สิบขันทีจึงไมอยากของแวะดวย ซึ่งคงจะถือหลักนักเลงวา "พบเสือใหหนี พบหมูใหกิน" ดังนั้นโลติด จึงยังคงรับราชการเปนปกติอยู สวน ฮองฮูสง อดีตแมทัพใหญ ที่ตั้งไปแทน ตั๋งโตะปราบโจรโพกผาเหลือง และ จูฮี ซึ่งเปนแมทัพรองนัน ทั้ง ้ สองคนไดรับปูนบําเหน็จตั้งเปนแมทัพประจํากองบัญชาการทหารกลาง มีตําแหนงเฝาและกินหัวเมืองดวย แต ไมไดคุมกําลังทหารประจําการ ดังนั้นเมื่อไมยอมเอาเงินทองไปติดสินบนสิบขันที จึงถูกสิบขันทีเพ็ดทูลยุยง พระเจาเลนเต ใหถอดออกเสียจากที่ขุนนาง เมื่อตําแหนงแมทัพประจํากองบัญชาการทหารกลาง ซึ่งเปน ตําแหนงใหญโตของแผนดินวางลงถึงสอง ตําแหนง สิบขันทีก็กราบ ทูลพระเจาเลนเตใหแตงตั้งเตียวตงและเตียวเหยียง ซึ่งเปนแกนนําสําคัญของสิบ ขันทีใหครองตําแหนงแทน สวนขันทีที่เหลืออีกแปดคน ก็โปรดใหเลื่อนเปนขุนนางผู ใหญทุกคน "ราชการนั้น ก็ฟนเฟอนไป ราษฎรไดความเดือดรอน" ฝาย เลาป ซึ่งไปรับตําแหนงเปนนายอําเภอ เมืองอันฮอกวนนั้น ก็ถูกสิบขันทีสงลูกนองชื่อ ตกอิ้ว ไปเรียกเอา สวยสินบนเชนเดียวกัน ตกอิ้วไปถึงเมือง อันฮอกวน ก็วางอํานาจบาตรใหญซักไซประวัติและผลงานของ เลาป เมื่อ เลาป บอกวาเปนเชื้อพระวงศ และมีความชอบในการปราบศึกโจรโพกผาเหลือง ตกอิ้ว ไมยอมเชื่อหาวา เปนการแอบอาง แลวแจงวามีรับสั่งใหมาเรียกสวยจากขุนนางที่ไดรับแตงตั้งใหม เลาป มิไดวาประการใด ลา ไปที่อยูแลวเชิญปลัด อําเภอมาปรึกษา ปลัดอําเภอรูธรรมเนียมของเมืองตาหลิ่วดี จึงบอกแก เลาป วา ตกอิ้ว มาครั้งนีดวยหวังเอาสินบนเขาตัว ไมใชภาษีเก็บเขาหลวง เลาป จึงวา "ตั้งแตเรามาอยูเมืองนี้จะได ้ คาธรรมเนียม แลเบียดเบียนดายเสนหนึ่งเข็มเลมหนึ่ง แกอาณาประชาราษฎรใหไดความเดือดรอนหามิได จะ เอาสิ่งใดมาใหสินบน" คําของเลาปนี้สะทอนถึงคุณธรรมประจําตัวและวัตรปฏิบัติราชการของเลาป อันเปนที่มา ของความเคารพรักศรัทธาจากราษฎร หลังจากนี้เกือบสองพันป เหมาเจอตง ผู นําพรรคคอมมิวนิสตจีน จึงได นําหลักการนี้ไปบัญญัติเปนขอหนึ่งในวินัยใหญสามขอของ กองทัพปลดแอกประชาชนจีนวา "หามเอาดายสัก เสน เข็มสักเลมจากราษฎร" รุงขึ้นตกอิ้วก็เรียกปลัดอําเภอมาใหซดทอดวา เลาป ฉอราษฎร บังหลวง ปลัดอําเภอไมยอมซัดทอด ตกอิ้วก็ ั ใหนักการอําเภอเฆี่ยนปลัดอําเภอ บังคับใหซัดทอด แตปลัดอําเภอก็กมหนาทนเจ็บทนรับความปวดไมยอม กลาวคําอันเปนอาสัตย เลาป จะมาพบก็ไมใหเขาพบ เลาป จึงกลับไปที่พก ราษฎรไดทราบเรื่องจึงมาทีอําเภอ ั ่ เพื่อจะชวยเหลือ แตนายประตูหามไว ราษฎรซึ่งชุมนุมอยูที่หนาเรือนพักรับรองของ ตกอิ้ว สงสารปลัดอําเภอและ เลาป พากันรองไหระงม พอดี เตียวหุย เสพสุราแลวขี่มาผานมาประสบเหตุเขา ก็โกรธบุกเขาไปจิกหัว ตกอิ้ว ลากออกมาหนาเรือนรับรอง จับ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 21.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 21 ผูกเขากับหลักมา แลวเอาแสมาเฆี่ยนตกอิ้ว เจ็บปวดเปนสาหัส เลาป ไดยนเสียงรองของ ตกอิ้ว ก็วิ่งมาดู เห็น ิ เหตุการณก็ตกใจเขาหาม เตียวหุย ตกอิ้ว รองขอให เลาป ชวยชีวิตไว เลาป มีใจสงสารก็หาม เตียวหุย ไมให เฆี่ยน ตกอิ้ว อีกตอไป พอดี กวนอู ผานมารูเหตุแลว จึงวาแก เลาป วา "เราทําความชอบอาสาแผนดินมาเปน  หลายครั้ง ก็ไดเปนแตเพียงนี้ แตตกอิ้วถือรับสั่งมาแลววาหยาบชา ดูหมิ่นนอกรับสั่งใหไดอัปยศดังนี้ อันเราพี่ นองสามคนอุปมาประดุจหงสซึ่งจะอาศัยในปานี้ไมสมควร เราจะฆาตกอิ้วเสียแลวชวนกันไปอยูบานเมืองที่ อาศัยแหงเราดีกวา ภายหลังจึงจะคอยคิดการใหญสืบไป" ความตอนนี้แสดงออกถึงอัธยาศัยใจคอ ความ ทระนงในศักดิและความปรารถนาทําการใหญของ กวนอู อยางชัดเจน เลาป ฟงแลวเห็นชอบดวย แตการที่จะ ์ ฆา ตกอิ้ว เปนการไมสมควรเพราะเปนผูถือรับสั่ง แมวาจะมีการแอบอางอยูดวยก็ตามที เลาป จึงไดเอาตรา  สําคัญของนายอําเภอมาผูกคอ ตกอิ้ว แลววา จะไวชีวิตใหครั้งหนึ่ง บัดนี้ไมตองการทําราชการแลว ให ตกอิ้ว นําตรากลับไปแลวเลาปก็พากวนอูเตียวหุยกับพรรคพวกยีสบคนนั้นออกจากเมืองอันฮอกวน ่ ิ ฝายตกอิวก็นํา ้ ตราไปพบเจาเมืองเตงจิ๋ว เลาเหตุการณแลว สั่งใหเจาเมืองจับเลาป กวนอู เตียวหุยสงเขาเมืองหลวง เลาปมาถึงกลางทางก็ไดกิตติศัพทที่ เจาเมืองเตงจิ๋ว ออกหมายประกาศจับตัว เห็นจะไป เมืองตุนกวน ตาม ความคิดเดิมไมได จึงเปลี่ยนเสนทางไปหา เลาเกง เจาเมืองไตจิ๋ว ซึ่งเปนแซเดียวกัน บอกความแตหนหลังให ฟงโดยตลอด เลาเกง นั้น แจงในหนังสือที่เจาเมืองเตงจิ๋วใหจับ เลาป แลว แตครั้นไดฟงคําซึ่ง เลาป บอกก็มี จิตคิดสงสารคํานึงวา เปนแซเดียว กันทั้งเปนเชื้อพระวงศ แตกลับไมไดรบความเปนธรรมถึงเพียงนี้ น้ํา ใจจึง ั เอียงมาเขาขางคิดชวยเหลือ เลาป ดังนั้น เลาเกง จึงใหเปลี่ยนชื่อแซ เลาป กวนอู เตียวหุย แลวจัดที่ซอนตัว  ไวภายในบานพักรับรองของเจาเมือง เลาปเชื้อพระวงศพระเจาฮั่นโกโจมีความชอบตอแผนดิน แตกลับตองถูกหมายประกาศจับ ตองเปลี่ยนชื่อแซ และตองเปนอยูอยางหลบๆ ซอนๆ ดวยประการฉะนี้  สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม สงครามโจรโพกผาเหลืองครั้งที่ 2 (ตอนที่ 10) หลังจากโลติด ฮองฮูสง จูฮี สามแมทัพ โดยมีเลาป กวนอู เตียวหุย สายหนึ่ง โจโฉ สายหนึ่ง และ ซุนเกี๋ยน สายหนึ่ง ไดรวมกันปราบปรามโจรโพกผาเหลือง เสร็จสิ้น และกลับเขาเมืองหลวงแลว อาณาประชาราษฎร  ตางตั้งความหวังวา บานเมืองจะรมเย็นเปนสุขเสียทีหนึ่ง แตการณกลับตรงกันขาม เหตุการณปลนชิงวิงราว ่ กดขี่ขม เหงราษฎร การเรียกสวยสินบนยังคงเกิดขึ้นอยางกวางขวางและหนักกวาเดิม การทั้งนี้เนื่องจากระบบ ขันที ทีครอบงําการบริหารราชการแผนดินของฮองเตยังคงอยู ่ ไมแตเพียงเทานั้น กลับมีอํานาจวาสนาเพิ่มมากขึ้น แกนนําคนสําคัญของขันทีสองคนคือ เตียวตง กับเตียวเหยี ยง ไดรับโปรดเกลาฯแตงตั้งเปน แมทัพประจํากองบัญชาการทหารกลาง มีอํานาจทางการทหารเพิ่มขึนอีก ้ ทางหนึ่ง สวนขันทีอีกแปดคนนั้นเลา ก็ไดเลื่อนตําแหนงเปนขุนนางชั้นผูใหญ ขันทีคนวิปริตซึ่งควรมีหนาที่  ปกติเพียงคนรับใชของฮองเต กลับไดครองตําแหนงใหญทางทหารระดับแมทัพถึงสองคนและเปนขุนนางชั้น ผูใหญอีกแปดคน ดังนี้ความวิปริตแปรปรวนในการบริหารราชการแผนดินยุคเลนเต จึงแผปกคลุมทุกวงการ ทุก ดานทัวประเทศ ่ อํานาจวาสนาของสิบขันทีมีมากขึ้นเทาใด ความกําเริบเสิบสาน ในอํานาจก็ยิ่งมากขึนเทานั้น แตเมื่อเปน ้ อํานาจวาสนาทีเกิดขึ้นจากความชั่วรายและใชอํานาจนั้นโดยไมตั้งอยูในธรรม ่ อํานาจก็กอผลรายใหแก บานเมืองและราษฎรมากยิ่งขึน ก็แลเมื่ออํานาจวาสนาของสิบขันทีคือตนเหตุของการจลาจล คือตนเหตุของ ้ การกอตัวลุกขึนสู ของขบวนการตอสูกชาติ เมื่ออํานาจ วาสนาซึ่งเปนตนเหตุยังดํารงอยู และมากขึ้นกวาเดิม ก็ ้ ู ยอมสงผลใหการกอตัวลุกขึ้นสูของประชาชนกลับฟนคืนขึนมาอีกครั้งหนึง ้ ่ ดังนั้น สมาชิกขบวนการกูชาติของเตียวกก แมจะแพและแตก สลายไปแลว จึงไดกอตัวขึ้นมาใหมเพราะมี่ใดมี การขมเหงกดขี่ ที่นั้นยอมมีการตอสูเปนธรรมดา คูเสง ซึ่งเปนสมาชิกขบวนการกูชาติคนหนึ่ง หนีราชภัยไปอยู เมืองเตียงสา ในขณะที่เตียวกีและเตียวซุน ไปอยูเมืองยีหยง จึงไดรวมกับราษฎรกอตั้งฐานที่มั่นกอบกูชาติขึ้น ในทั้งสองเมือง เตียวกี นั้นตั้งตนเปนกษัตริย และตั้งให เตียวซุน เปนเสนาบดี มีราษฎรมาเขาดวยเปนอันมาก ฐานที่มนกูชาติ ั่ ของประชาชนไดขยายตัว ลุกลามไปอีกหลายเมือง จนทําใหกองกําลังของขบวนการกูชาติที่กอตัวขึ้นใหมนี้ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 22.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 22 เติบใหญเขมแข็ง และขยายตัวออกไปทุกวัน แผอํานาจปกคลุมเมืองตาง ๆ ในลักษณะรัฐซอนรัฐ แตอํานาจ ปกครองทีแทจริง ที่ประชาชนยอมรับกลับมาอยูที่ขบวนการกูชาติ ่ หัวเมืองตางๆ ไดรายงานขาวความเคลื่อนไหวอยางตอเนือง หนังสือกราบทูลถวายรายงานตอพระเจาเลนเต ่ ถูกสงเขาเมืองหลวง อยางไมขาดสาย ประดุจดังสายฝนที่ตกเต็มทองฟายามวสันตฤดู สามกกฉบับสมบูรณที่ แปลจากภาษาจีนระบุวา "หนังสือราชการแจงเหตุกอการจลาจล สงเขามาในเมืองหลวง ดังแผนหิมะตก" แต  ปรากฏวา หนังสือราชการทั้งหมดถูกสิบขันทีกักเก็บไว ไมยอมใหเจาหนาที่นําความกราบบังคมทูลใหฮองเต  ทรงทราบ สภาพของฮองเตเอง จึงตองกลายเปนคนหูหนวกและตาบอด เขาทํานองที่โบราณวาไววา "ฝามือ อันนอยเมื่อปดตาเขาแลว ก็สามารถปดฟาอันกวางไกลได" อยูมาวันหนึ่งในขณะ พระเจาเลนเต กําลังเสวยน้าจัณฑอยูกับสิบขันทีอยางมีความสุขในพระราชอุทยาน พระ ํ พี่เลี้ยงชื่อ เลาโต ซึ่งทราบเรื่องการกอตัวและการขยายตัวของขบวนการกูชาติก็ตกใจ จึงตามเสด็จไปถึงใน พระราชอุทยานขอเขาเฝา พระเจาเลนเต ทอดพระเนตรเห็น เลาโต มีสีหนาแสดงอาการตืนตกใจ จึงตรัสถาม ่ วาเกิดเรื่องอันใดขึ้น เลาโต จึงกราบทูลวา โจรโพกผาเหลืองกอการจลาจลขึ้นอีกแลว บานเมืองกําลังอยูใน อันตราย "ไฉนพระองคยังมาเสวยสุราอยูอีกเลา" การกราบทูลในเชิงตําหนิฮองเตผูเปนใหญเปนจุดออนและ อันตรายอยางใหญหลวง เพราะวิสยผูเปนใหญนั้นยอมแสลงหูกับถอยคําเชนนี้ ยิ่งเปนใหญเทาใดอาการแสลง ั หูก็ยิ่งมากขึ้นเทานั้น และอาจกําเริบทําใหคนตายได พระเจาเลนเต จึงตรัสดวยความไมพอพระทัยหนักวา ที่หัวเมืองตางๆ เกิดจลาจลนั้น ไดถูกกองทัพจากเมือง หลวงไปปราบปราม ราบคาบสิ้นแลว ไฉนจึงยกเรื่องนี้ขึ้นมากลาวอีก เลาโต ทูลวา เปนการจลาจลที่เกิดขึ้น ใหม "เหตุผลเพราะขันทีสิบคน จากราชการตัดสินคดีความ ราษฎรมิไดเปนยุติธรรม" ขันทีสิบคนไดฟงคําทูลก็ ตกใจ เพราะเปนผูปดขอมูลขาวสารทีหัวเมืองตางๆ สงเขามาถวาย จึงเขาไปหนาพระที่นั่ง ถอดหมวกยศทําที ่ วาจะลาออกราชการเหมือนครังกอน แลวแกตัววาไดทําราชการรับใชใกลชด จึงทําใหขาราชการขุนนางอิจฉา ้ ิ ริษยา จะทําราชการไปคงจะไมรอดชีวิต "ขาพเจาทั้งสิบคนนี้ จะขอออกจากที่ เอาแตชีวิตรอดไว แลทรัพยสิ่ง สินของขาพเจาทั้งปวงนั้น ขอถวายพระองคใหพระราชทานทแกลวทหารซึงทําราชการ แตตัวขาพเจาทั้งนี้ จะ ่ ขอ กราบถวายบังคมลา ไปทําไรไถนาเลี้ยงชีวิต" สามกกทุกฉบับไมไดตั้งความสังเกตตรงจุดนี้ ทั้งๆทีคําของขันทีดังกลาว นั้นมองขามไมไดเปนอันขาด เพราะ ่ นี่คือสุดยอดวิชาของขันที เปนวิชาฆาคนดวยการใชวาจาเปนอาวุธ สุนทรภูไดกลาวถึงวิชานี้ในหนังสือพระอภัย  มณีตอนที่นางละเวงอาสาไปสังหารอุศเรน วา "จะพลิกพลิ้วชิวหาเปนอาวุธ ประหารบุตรเจาลงกาใหอาสัญ" จนอุศเรนตองรากเลือดถึงแกความตาย นักการเมืองบางคนในชั้นหลังไดสืบทอดวิชาขันทีนแลวมีใจอํามหิตกอ ี้ ความฉิบหายใหแกบานเมือง แลราษฎรไมตางอันใดกับยุคขันทีกินเมืองในสมัยสามกก คําเพ็ดทูลที่หวานระรื่น หูฉะนี้ กินใจลึก พระเจาเลนเต นัก พระทัยหนึ่งลนดวยน้ําใจรักสิบขันที อีกพระทัยหนึ่งลนดวยน้ําใจชังพระพี่ เลี้ยง เลาโต ไมไดไตรตรองพิจารณาใด ๆ ก็เชื่อตามคําเพ็ดทูล แลวตรัสวา "ตัวเปนพี่เลี้ยงที่บานเรือนของตัว นั้น ก็ยอมมีคน สนิทใชสอยอยู แลตัวเราเปนเจาอยูในราชสมบัติ มีคนซึ่งสนิทใชสอยบาง ตัวมาริษยาวากลาว ใหเราขัดเคือง" แลวตรัสสั่งใหเจาหนาที่คุมตัวเลาโตไปประหาร เลาโต จึงรองขึ้นหนาพระทีนั่งวาไมเสียดาย ่ แกชีวิต เสียดายแตราชสมบัตของ พระเจาฮันโกโจที่สบทอดมาสีรอยปเศษจะดับสูญ พระเจาเลนเต ก็ทําเปน ิ ่ ื ่ ไมไดยินเสีย เจาหนาทีคุมตัว เลาโต ออกไปจากพระราชอุทยาน พอดีรองอัครมหาเสนาบดีชื่อ ตันต๋า มาพบเหตุเขาก็สั่ง ่ ํ เจาหนาทีวาอยาเพิ่งประหาร จะไปเขาเฝาฮองเตกอน รองอัครมหาเสนาบดี ตันต๋ํา เขาไปในพระราชอุทยาน ่ เขาเฝาพระเจาเลนเต ทูลวา พระพี่เลี้ยง เลาโต ไดอุมชูเลียงดูอบรมสั่งสอนพระองคมาแตนอย ทําผิดฉกรรจ ้ ขอใดจึงตองโทษถึงประหาร พระเจาเลนเต ตรัสตอบวา เลาโต เปนผูใหญไมมีความคิดเอาความเท็จมากราบ ทูล และยุยงใสโทษสิบขันทีซึ่งเปนขุนนางผูใหญ ทั้งกระทําการหยาบชาตอเรา ตันต๋ํา จึงทูลวา ที่ เลาโต กราบทูลนั้นเปนเรื่องจริง บัดนี้ขุน นาง ขาราชการ และราษฎรทั่วประเทศ เดือดรอนนัก มีความเกลียด ชัง อยากกินเลือดกินเนื้อสิบขันที แตพระองคกลับมีพระทัยรักดุจพระราชวงศผูใหญ ทั้งที่ไมมีความชอบสิงใด ก็ ่ ตั้งใหเปนขุนนางผูใหญ ขันทีฮองสี ก็ไดรวมสมคบกับกบฏเปนไสศึกใหโจร มีผูมากราบทูลก็ไมทรงชําระใหรู ผิดถูก จะทําใหราชสมบัติเปนอันตราย พระเจาเลนเต เถียงวาไมเปนความจริง ตันต๋า แคนใจนัก จึงเอาศีรษะ ชนพระแทนที่ประทับจนโลหิตไหล พระ ํ เจาเลนเตทรงกริ้วขนาดหนัก ตรัสสั่งใหเจาหนาที่เอาตัว รองอัครมหาเสนาบดี ตันต๋ํา และพระพี่เลียง เลาโต ้ ไปจําใสคุกไวสบขันทีผูกแคน ทั้ง ลาโตและตันต๋ํา ที่กลาวโทษตัวใหถึงตาย ในยามดึกของคืนนั้น สิบขันทีก็ ิ ลอบเขาไปในคุกหลวง สังหารเลาโตกับตันต๋าเสีย ขันทีสิบคน ปรึกษากันเห็นวาหากปลอยใหขบวนการกูชาติ ํ  All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 23.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 23 ทํา การตอไปความผิดก็จะมาถึงตัว ทั้งเห็นวาการของ ฮองสีขันที ที่รบเปนไสศึกในเมืองหลวงใหกับโจร แต ั ครั้ง เตียวกก ยังอยูยากจะสําเร็จ ได เพราะความเชื่อถือศรัทธาของราษฎรที่มตอการกูชาติในครั้งนี้นอย กวา ี เมื่อครั้ง เตียวกก หลายเทานัก จะหวังประโยชนอันใดยอมไมคุมกับประโยชนปจจุบัน  ดังนั้นจึงแตงเปน หนังสือรับสั่งสองฉบับ ฉบับหนึ่ง ไปถึง ซุนเกี๋ยน ใหไปกิน เมืองเตียงสา และสั่งใหไปปราบขบวนการกูชาติ ของ คูเสง อีกฉบับหนึ่ง ไปถึง เลาหงี ตั้งใหเปน เจาเมืองอิจิ๋ว และใหยกไปตี เตียวกี เตียวซุน ที่ เมืองยีหยง ฝาย เลาเกง ทราบรับสั่งตั้ง เลาหงี เปนแมทัพไปรบ เตียวกี เตียวซุน จึงเขียนหนังสือให เลาป ถือไปหา เลาหงี ฝากให เลาป ไปทําการศึกดวย เลาหงี ทราบความแลวก็ดีใจ มีคําสั่งโดยอํานาจแม ทัพแตงตั้งให เลาป มียศเปนนายรอย ในสังกัดกองทัพ ของตน เลาป จึงไดกลับเขารับราชการทหารอีกครั้งหนึ่ง โดยมียศเพียง นายรอยเทานั้น แตสามกกฉบับ เจาพระยาพระคลัง (หน) ไมไดกลาวถึงวา เลาป ไดรับยศทหารหรือมียศใดๆ ซุนเกี๋ยน ทราบรับสั่งแลว ก็ยก ทัพไปปราบ คูเสง ตีฐานที่มั่นแตก คูเสง ตายในที่รบ ทหารของ คูเสง ก็แตกหนีไปสิ้น สวน เลาหงี ยกทัพไป เมืองยีหยง รบกับ เตียวกี เตียวซุน ซึ่งมีกําลังพลเขมแข็งจํานวนมาก รบกันอยูหลาย วัน ทหารของ เตียวกี เตียวซุน ก็ขาดเสบียง อดอยาก ทั้ง เตียวซุน เองก็เปนคนหยาบ ไมเอาใจทหาร นาย  ทหารคนสนิทจึงหักหลังนาย ฆา เตียวซุน แลวตัดศีรษะเอาไปให เลาป สวน เตียวกี เมื่อรูวา เตียวซุน ตาย และทหารเอาใจออกหาง หนีทัพเปนจํานวนมาก ก็ทอถอยสิ้นความคิด และเอาดาบเชือดคอตาย ขบวนการกูชาติหรือที่ฝายทางการเรียกวาโจรโพกผาเหลือง ที่เพิ่งกอตัวขึนใหมอีกครั้งหนึ่ง ถูก ซุนเกี๋ยนและ  ้ เลาหงี เลาป ปราบปรามจนสงบราบคาบดวยประการนี้ พระเจาเลนเต ไดรับทราบความจากรายงานแลวมีพระดําริวา ซุนเกี๋ยนมีความชอบ โปรดใหไปเปนเจาเมืองกัง แฮ ซึ่งเปนหัวเมืองเอก สําหรับ เลาหงี มีความชอบมาก โปรดใหเปนผูบญชาการทหารสูงสุด สวน เลาป นั้น ั ตรัสวา มีความผิดครั้งตี ตกอิว ใหเอาความชอบนั้นลบลางกับโทษ และโปรดใหไปรักษา บานแฮปด ซึ่งเปน ๋ หมูบานเล็กๆ อยูปลายดาน พอดี กองซุนจาน เพื่อนรวมสํานักของ เลาป และโลติด ซึ่งรับราชการเปนขุนนาง อยูใน พระเจาเลนเต ไดทูลถวายฎีกาวา เลาป นี้แตกอนก็มความชอบในการปราบปรามโจรโพกผาเหลืองมาก ี มาครั้งนี้มความชอบปราบโจรไดสงบราบคาบ อีก ขอทรงพระกรุณาพระราชทานให เลาป ไดไปเปน เจาเมือง ี เพงงวนกวน เถิดพระเจาเลนเต จึงโปรดเกลาฯให เลาป เปนเจาเมืองเพงงวน-กวน ตามคําฎีกาของ กองซุน จาน และพระราชทานยศทหารใหเปนนายพันทหารมา มีหนาที่คมทหารมาและรถศึก พิจารณาน้ําพระทัยของ ุ พระเจาเลนเต ในครั้งนีแลว เห็นไดชดวา พระองคเองไมไดมีสิ่งใดติดพระทัยในตัว เลาป และคงไมตดพระทัย ้ ั ิ ในเรื่องเดิมของพระราชวงศสาย เลาป แตที่ผานมาเหตุททรงไมโปรด เลาป ตามควรแกความชอบนั้น นาจะ  ี่ ติดปญหาอยูทสิบขันที มาครังนี้ เมื่อ กองซุนจาน ขุนนางถวายฎีกา แสดงวา เลาป ก็มีพรรคพวกอยูในราช  ี่ ้  สํานัก จึงโปรดใหตามขอและยังแถมยศนายพันทหารมา ซึ่งเปนกองกําลังเคลื่อนที่เร็วอีกตําแหนงหนึ่ง ซึ่ง แสดงวานาจะมีสิ่งใดอันเปนความภายในราชสํานักที่ทรงหวังจะพึ่งพา เลาปในภายหนาอยูในพระทัยเหมือนกัน   แตไมมีใครไดทราบ ความนี้ เพราะสิ้นรัชกาลเสียกอน เมืองเพงงวนกวน นั้น เปนเมืองใหญและเปนเมืองทหาร เปนที่ตั้งของกองกําลังทหารมา ทั้งขาวปลาอาหารก็ บริบูรณ เลาปไปครอง เมืองเพงงวนกวน แลว ก็มีกําลังและกวางขวางขึ้นกวาแตกอน หนังสือพิมพผูจัดการออนไลน http://www.manager.co.th สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม สิ้นศักราชเลนเต (ตอนที่ 11) เคาลางกลียคแผปกคลุมแผนดินของพระเจาฮั่นโกโจ ปฐมกษัตริยแหงราชวงศฮั่น ซึ่งบัดนี้สืบสันตติวงศตก ุ  ทอดมาถึงมือ ของเลนเต การณในอากาศนันดาวประจําพระองคพระมหากษัตริยมัวหมองริบหรี่ ซีดโรยราวไร ้  เรี่ยวแรงทีจะสถิตยในนภากาศ การในภาคภูมิดลนั้นเลา ก็เกิดการจลาจลวุนวาย อาณาประชา-ราษฎร ตกอยู ่  ในความเดือดรอนทุกหยอมหญา การรบราฆาฟนและการปลนชิงวิ่งราวเกิดขึ้นทุกหัวระแหง All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 24.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 24 การในราชสํานักก็ขัดแยงไมมใครไววางใจใครกันไดอีกตอไป แตละฝายตางแสวงหาสมัครพรรคพวกและซอง ี สุมผูคนไวเปนพวก ดานหนึงเพื่อความดํารงคงอยูของตนเอง แตอีกดานหนึ่งเพื่อการทําลายลางคูแขงและ ่ ปรปกษใหดาวดิ้นไป  การฝายในอันเปนสวนพระองค ก็หามีความเปนปกติไมพระเจาเลนเตนั้น ไมใชเชื้อวงศพงศกษัตริยของพระเจา ฮั่นเต แตเปนลูกขุนนางที่พระเจาฮั่นเตขอมาเลี้ยงเปนลูกบุญธรรม แลวตังเปนรัชทายาท ครั้นเสวยราชยแลว ้ จึงโปรดใหอัญเชิญแมตัวเขาวัง สถาปนาเปนพระราชชนนี ทรงพระนามวา พระนางตั๋งไทเฮา สรางพระตําหนัก ใหเปนที่ประทับในพระราชวังหลวงเมื่อเจริญวัยขึ้น เลนเตหนุมก็โปรดปรานลุมหลงพระสนม เอกชื่อวา นางโฮ เฮา ซึ่งมาจากตระกูลพอคาเนื้อ แลวเขาถวายตัวเปนพระสนม มีโอรสดวยกันองคหนึ่งชื่อวา หองจูเปยน พระ เจาเลนเตจึงสถาปนานางโฮเฮาเปนที่พระมเหสี แลวใหเลื่อนพระสนมโฉมสะคราญชื่อ อองบีหยิน เปนที่พระ สนมเอกแทนพระมเหสีมีพี่ชายคนหนึ่งชื่อโฮจิน เมื่อนองสาวไดดีเปนถึงที่พระมเหสี โฮจิ๋น ก็ไดความชอบตาม ๋ พระเจาเลนเต โปรดใหเปนขุนนางผูใหญฝายทหาร มีหนาที่เปนที่ปรึกษาการแผนดิน การตังเอาพอคาเนื้อเปน ้ ที่ปรึกษาการแผนดินดังนี้ ทําใหเกิดแบบอยางแกนักการเมืองในชั้นหลัง ในการแตงตั้งทีปรึกษาจากพวกรอย ่ พอพันแมโดยไมตองคํานึงถึงคุณวุฒใดๆ ิ ในระหวางที่ พระนางโฮเฮา ทรงพระครรภ เลนเต ในวัยหนุม คึกคะนองในแรงปรารถนาประกอบเขากับความ สะคราญแหง พระสนมเอกอองบีหยินแลว เลนเต หนุมก็ตกในหวงแหงความรัก ยิ่งรักก็ยิ่งลึก แลวก็หลง ใน ที่สดก็มีพระโอรสกับพระสนมเอกอีกองคหนึ่งชื่อวา หองจูเหียบครั้นพระเจาเลนเตเสวยราชยไดยี่สิบป ความ ุ ราวฉานของฝายในก็เกิดขึ้น สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) ระบุความตอนนีวาพระเจา เลนเตเสวยราชยไดหกปเศษ ซึ่งขัดกับ ้ ตอนตน ทีระบุวาในขณะเกิด นิมิตและลางรายนั้น พระเจาเลนเตเสวยราชยมาแลวสิบสองป ดวยเหตุที่ ่ ประวัตศาสตรจนรับรองวาพระเจาเลนเตเสวยราชยแลวยี่สิบประหวางพุทธศักราช 690-710 แตเมื่อคิดเปนป ิ ี พุทธศักราชแลวทั้งฉบับภาษาจีนและฉบับภาษาไทยไมตรงกัน ดังนั้นจึงถือเอาปที่ยสิบซึ่งเปนปสิ้นรัชกาล ี่ แทน ปลอยใหเปนหนาที่ของนักประวัตศาสตรคิดอานตกลงเรืองปศักราชกันเองตอไป ิ ่ ความราวฉานของฝายในราชสํานักเกิดแตเหตุเพราะ เมื่อพระมเหสีมีพระประสูติกาลแลว ฮองเตยังคงลุมหลง ในสิเนหาพระสนม เอกอยูไมยอมสราง แตละวันประทับอยูแตในพระตําหนักพระสนม เอก คลายกับทรงลืมไป แลววา ยังมีพระมเหสีและพระโอรสอีกสองพระองคลําพังแตความคิดอิสตรีก็หนักพอแรงอยูแลว แตภายในราช สํานักนั้น เสียงกลาวขานของเหลาขันทีและเจาหนาทีที่กระทบโสตพระมเหสีอยูทุกเมื่อเชื่อวันวา บัดนี้ฮองเตประทับอยู ่  แตตําหนักพระสนมเอกไมโปรดพระมเหสีอีกตอไปแลว กระทบใจใหแรงริษยาแหงสตรียงฮือโหม พระมเหสีที่ ิ่ พระทัยเต็มไปดวยแรงริษยาตอพระสนมเอกจึงลอบวางยาพิษขนกระเรียน สังหารพระสนมเอกอยางไรรองรอย อันยาพิษขนกระเรียนนั้น ความจริงไมไดทําจากขนนกกระเรียนแตทํา จากขนนกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคลายนก กระเรียน ดองเขากับสุราแลวมีพิษรายสุด ทําใหเสียชีวตไดในทันที เปนที่นิยมใชกันในราชสํานักจีน แต ิ หนังสือกําลังภายในเรียกยาพิษชนิดนี้โดยนิยมวา ยาพิษหงอนกระเรียน เมื่อสิ้นพระชนนี หองจูเหียบในเยาววยจึงกําพราแม พระนางตั๋งไทเฮามีความสงสารหลานกําพรา จึงรับเอา ั หองจูเหียบมาเลี้ยงดูดวยพระองคเองในพระตําหนัก เปนธรรมดาของคนมีหลาน ยอมรักหลานอยูแลว ครั้น  รับมาเลี้ยงดูใกลชิดสนิทสนมก็ยิ่งรัก อากัปกิริยาทั้งปวงของหองจูเหียบเปนที่ตองพระทัยของ ตั๋งไทเฮาไปสิ้น นานวันเขาก็กลายเปนความหลงหลาน ในทีสดก็อยากใหหลานที่เลี้ยงมากับมือไดราชสมบัติ ทั้งๆที่รูอยูแกใจ ่ ุ วาผิดกฎมณเฑียรบาลขอหนึ่ง และอีกขอหนึ่งนั้นกฎมณเฑียรบาลหามสตรี มิใหยุงเกี่ยวการแผนดิน แตเมื่อ น้ําใจรักเจือหลงหนักเขา ตั๋งไทเฮาก็ลืมกฎมณเฑียรบาลขึนไปวาเอากับพระเจาเลนเตผูบตร ขอใหหลานได ้ ุ เปนรัชทายาท ความยุงยากของฝายในจึงกอตัวขึ้นตั้งแตบดนัน ั ้ ในระยะแรกๆ เลนเตฟงคําขอของตั๋งไทเฮาพระมารดา ก็เฉยเสียบาง เปลี่ยนไปตรัสเรื่องอื่นเสียบาง เพราะรูดี  วาการใหนองไดครอง ราชยแทนพี่เปนการผิดกฎมณเฑียรบาล ทั้งจะกอใหเกิดปญหายุงยาก ในราชสํานักขึ้น ในภายหนาเหมือนที่เคยเกิดขึนแลวในประวัตศาสตร แตตงไทเฮาก็ไมละความพยายาม ในที่สดเลนเตก็ใจ ้ ิ ั๋ ุ ออน เพราะเห็นแกพระราชชนนีสถานหนึ่ง เห็นแกสนมเอกอันเปนที่รักผูลวงลับสถานหนึง ทั้งหองจูเหียบนั้นมี   ่ รูปลักษณะกิริยาเปนที่รัก แลวยังบวกดวยความสงสารที่กําพราแมอีกสถานหนึ่ง พระเจา เลนเต ก็ละเสียซึ่งกฎ มณเฑียรบาลอันมีมาแตบรรพชน อาศัยสิทธิแหงพระมหากษัตริยในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย รับคําของ  ตั๋งไทเฮาวา ในโอกาสอันสมควรจะโปรดเกลาแตงตั้งใหหองจูเหียบเปนรัชทายาท All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 25.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 25 อยูมา ณ เดือนหกของปเดียวกันนั้น ซึ่งเปนวันเวลาหลังจาก ที่เลนเต รับคําตั๋งไทเฮาไมนาน และยังไมทันมี พระบรมราชโองการ โปรดเกลาตั้งหองจูเหียบเปนรัชทายาทก็ทรงประชวรมีพระอาการมากเกียนสิด หนึ่งในสิบ ขันที ทราบความในพระตําหนักไทเฮาเปนอยางดี ไดกราบทูลพระเจาเลนเตวา ซึ่งพระองคมีพระราชประสงค จะแตงตั้งหองจูเหียบเปนที่รชทายาทนั้น มีความยินดีดวยเปนอันมากแตเกรงวาการจะไมเปนไป ตามพระราช ั ประสงค สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาขันทีผูนี้ชื่อ เกนหวน อยูนอกกลุมขันทีสิบคน ความจริงเปนการแปล ผิด ฉบับภาษาจีนวา เปนหนึ่งในขันทีสิบคน แตชื่อกลายเปนเกียนสิด ดังนั้นจึงถือวาขันทีผูนี้เปนหนึ่งในขันที สิบคนที่เชื่อวา เกียนสิด เกียนสิด กราบทูลเหตุผลวา ตามกฎมณเฑียรบาลนั้น สิทธิในราชสมบัติตกแกหองจู เปยนโอรสในพระมเหสีซึ่งเปนผูพี่ หากจะตั้งหองจูเหียบโอรสในพระสนมเอกซึ่งเปนผูนองใหเปนรัชทายาท แลว บรรดาขุนนางที่เปนสมัครพรรคพวกของพระมเหสียอมไมพอใจ โดยเฉพาะโฮจิ๋น พี่พระมเหสีนั้นเปน ขุน นางผูใหญฝายทหาร มีพวกฝายทหารอยูเปนอันมาก อาจทํารายรัชทายาท แลวเชิญ หองจูเปยน ขึ้นแทนที่ พระเจาเลนเตฟงคําทูลของเกียนสิดในขณะที่ทรงประชวรหนักแลว ก็ตกพระทัยอาการไขก็ทรุดลง กระนั้นยัง ฝนพระองคตรัสถามวา จะปองกันแกไขปญหานี้อยางไร พระเจาเลนเต นี้เห็นไดชัดวาทําการใดไมมหลักไมมีเกณฑ ไมรูการควรไมควร การแผนดินอันเปนเรื่องใหญถึง ี เพียงนี้ แทนที่จะปรึกษาหารือกับพระราชวงศชั้นผูใหญหรือขุนนางชั้นผูใหญทมีใจภักดีตอแผนดิน กลับไป  ี่ ปรึกษา ขอความเห็นจากขันทีคนวิปริต เกียนสิดถวายความเห็นวา มีอยูทางเดียวเทานันคือ ตองสังหารโฮจิ๋น  ้ เสียกอนแลวเสนอแผนการวา ใหมีหมายรับสั่งใหโฮจิ๋นเขาเฝาในที่ประทับ แลวเกียนสิดจะรับธุระจัดหาคนมี ฝมือลอบสังหารโฮจิ๋นเสีย เลนเตในอาการทรุดหนักก็เออออกับแผนการของเกียนสิด ความที่เกียนสิดกราบทูลพระเจาเลนเตนั้น ยินถึงหู ขันทีอีกคนหนึ่งในพระตําหนักและขันทีผูนี้ แมไมปรากฏนามแตคาดหมายไดวา คงเปนคนละพวกกับขันทีสิบ คนหรือไมก็เปนพวกของโฮจิ๋น ขันทีผูนจึงบอกความแกลูกนองของโฮจิ๋นซึ่งเปนขุนนางในราชสํานักชื่อวา ี้ พัวอิ๋น ฝายพัวอิ๋นเมื่อทราบความแลวก็ตกใจ เตรียมออกจากพระราชวังเพื่อไปแจงความใหโฮจิ๋นทราบ พอดี โฮจิ๋นกําลังเดินทาง เขาวังเพื่อฟงอาการของฮองเต ดวยทราบขาววาฮองเตประชวรมีพระอาการมากเห็นจะ ทรงพระชนมไดไมขามคืนจึงเรงรีบเขาวังมา พบเขากับพัวอิ๋น ดังนั้นพัวอิ๋นจึงไดเลาความใหโฮจิ๋นทราบ แลว บอกวาเกียนสิดคิดฆาทาน อยาไดเขาไปในพระราชวังเปนอันขาด โฮจิ๋นทราบความแลวก็ตกใจ หันหลังกลับรีบเดินทางกลับจวนของตน แลวใหเชิญขุนนางฝายทหารและพล เรือนที่เปนพวก มากินโตะที่บาน เมื่อสมัครพรรคพวกมากันพรอมแลว โฮจิ๋นจึงบอกความใหทุกคนไดทราบ  แลวแจงความประสงควา เมือเกียนสิดคิดรายจะฆา เราเชนนี้แลว จําเปนทีเราจะตองฆาเกียนสิดเสียกอน และ ่ ่ ถามความ เห็นสมัครพรรคพวกวาจะคิดอานประการใด พรรคพวกของโฮจิ๋นฟงความแลว เห็นเปนการใหญหาก พลาดพลั้งภัยก็จะมาถึงตนและครอบครัว ดังนันทุกคนจึงพากันนิ่งเฉย แลวสายศรีษะทําทีเปนคิดไมออก บอก ้ ความเห็นไมได บรรยากาศอึมครึมผานไปครูหนึ่ง โจโฉซึ่งอยูในที่นั้นดวยและสงวนความเห็นดวยอาการเงียบมาแตตน ก็ไดรูวา   บรรดาคนเหลา นั้นรักตัวกลัวตายและ ไรสติปญญาความกลาหาญ จึงออกความเห็นอยางตรงไปตรงมาวา "อัน  เกียนสิดนั้นพระเจาเลนเตก็โปรด ปราน พรรคพวกในวังก็มีเปนอันมาก ทานคิดการทั้งนี้ เกลือกจะมิสําเร็จ จะ ไมตายแตตว จะพาญาติพี่นองตายเสียสิ้น ขอทานจงดําริดูใหควรกอน"การออกความเห็นของโจโฉในครั้งนี้ ั ทั้งๆ ที่ตวเองเปนเพียงนายทหารชั้นนายพัน แตหาญกลาออกความเห็นในทามกลางขุน นาง ชั้นผูใหญจํานวน ั  มาก และเปนการออกความเห็นอยางตรงไปตรงมา นับเปนความกลาหาญที่เดนชัดแตความเห็นนี้ไมตองดวย  ความคิดของโฮจิ๋น ซึ่งกําลังเลือดขึ้นหนาเพราะตกเปนเปาสังหารของเกียนสิด ดังนั้นโฮจิ๋นจึงตวาดใสโจโฉวา เปนการบังอาจที่มาออกความเห็นในการประชุมขุนนางผูใหญ โจโฉเปนผูนอยก็นิ่งเฉยเสีย แตความเห็นของโจโฉนั้น กระทบเขากับความรูสึกของพรรคพวกโฮจิ๋นที่อยูในที่นั้น ทุกคนตางหวนรําลึกถึง เหตุการณครั้งที่แมทัพใหญเตาบูและราชครูตันผวน วางแผนสังหารสิบขันที ครั้งนั้นความลับรั่วไหลทังแมทัพ ้ ใหญเตาบูและราชครูตันผวนถูกสิบขันทีสังหารโหดพรอมครอบครัวแลว ความรูสึกวาเหตุการณกําลังเกิดซ้ํา  รอยก็เขาครองความนึกคิดของทุกคน ความหนาวเหน็บในมรณภัยเขาเกาะกินหัวใจของทุกผูคน เพราะหากไมคลอยตามความคิดของโฮจิ๋น ก็เกรง นักเพราะโฮจิ๋นเปนถึงพี่ชายของพระมเหสีมีบารมีและสมัครพรรคพวกมาก ดีรายก็อาจถึงตายได แตใน All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 26.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 26 ขณะเดียวกัน หากคลอยตามความคิดของโฮจิ๋นแลัว หากการลมเหลวไมเพียงแตทุกคนจะหัวขาดเทา นั้นยัง จะพาญาติพี่นองฉิบหายตายสิน ในขณะทีความเครียดกําลังครอบงําสมัครพรรคพวกของ โฮจิ๋นจนกินโตะไม ้ ่ ลงนั้น ขางในราชสํานักอาการประชวรของเลนเตทรุดหนักโดยลําดับ และเสด็จสวรรคต ดาวประจําพระมหากษัตริย อันริบหรี่ไดรวงลงเหนือเมืองลกเอี๋ยงราชธานีของราชวงศฮั่น เปนอันสิ้นศักราชของ เลนเต ณ บัดนั้น สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม สถานการณยามดาวมังกรลับ (ตอนที่ 12) ขอเวลาใหสภาคนเครียดที่ประชุมปรึกษากันอยู ณ จวนของโฮจิ๋นไดครุนคิดหาทางออกสักระยะหนึ่ง และ อาศัยชวงเวลานี้ทบทวนถึงสถานการณบานเมือง ณ ยามสิ้นแผนดินเลนเต เพื่อที่จะไดมองและเขาใจ สถานการณทจะดําเนินตอไปไดแจมชัดยิ่งขึ้นตลอดยี่สิบปแหงอายุรชกาลของเลนเต แมวาการบริหารราชการ ี่ ั แผนดินจะเหลวแหลกสักเพียงไหน แตความมั่นคงเขมแข็งที่ราชสํานักฮั่น ไดวางไวเปนเวลาสีรอยปเศษยังไม ่ ถึงกับพังทลายลง อํานาจรัฐของราชสํานักยังคงเปนที่ยอมรับเชื่อฟงและปฏิบัติตามทัวราชอาณาจักร เปนแต ่ อํานาจรัฐนั้น แทนที่จะเปนอํานาจบริหารของฮองเต กลับเปนอํานาจทีถูกครอบงําโดยสิบขันที ถึงขนาดทีสิบ ่ ่ ขันทีไดแอบอางใชพระราชอํานาจของฮองเตเปนเนืองนิจ สิบขันทีเรืองอํานาจขึ้นแลวไดใชอํานาจรัฐไปในทางเบียด เบียนกดขี่ขมเหงขูดรีด ขุนนางขาราชการ ไมเวน แมกระทั่งพวกขุนศึก การสรางคุณงามความดีและผลงานไวกับแผนดินไมวาสักเทาใด ไมมีวันที่จะเปน ความดี  ความชอบในราชการ นอกเสียจากจะไดบรรณาการสวยสินบนใหกับสิบขันที ความกาวหนาในราชการของขุน นางขาราชการทั้งปวง ที่เกิดจาก แรงระบบสวยสินบนเชนนี้ เปนตนเหตุของความเดือดรอนทุกขเข็ญแกอาณา ประชาราษฎร เกิดการปลนชิงวิ่งราวทั่วทั้งแผนดินแลวกลายเปนการจลาจลขึ้น เหตุนี้จึงเกิดความขัดแยงหลักขึ้นในบานเมืองถึงสองชนิดคือ ระหวางอํานาจรัฐสวนกลางกับประชาชนชนิด หนึ่ง และระหวางสิบขันทีกับขุนนางขาราชการ โดยเฉพาะเหลาขุนศึกอีกชนิดหนึ่ง ความขัดแยงทั้งสอง ชนิดนี้ ยอมกระทบราชบัลลังกมังกรใหสั่นไหวแลวสันคลอนลงอยางซึมลึก ่ รอวันคืนทีจะพังทลายดับสูญไปเทานั้น ่ ความไมพอใจ ความคับแคนใจที่กลายเปนความชิงชัง อาฆาต พยาบาทถูกบมไวในใจของเหลาขุนนางและขุน ศึกเฝาคอยหาโอกาสชําระแคนวา ตองมาถึงเขาสักวันหนึ่งการลุกขึ้นสูของประชาชนทั้งสองครั้ง แมจะถูก ปราบปรามจนราบคาบไปแลว แตความราบคาบนั้นมีลักษณะชั่วคราว ตราบใดที่ตนเหตุของการกดขี่ขมเหง ราษฎรและการปกครองที่อธรรมดํารงอยู ตราบนั้น เชื้อไฟปฏิวัติของประชาชนยอมไมมีวันดับสูญ หากรอวันคืน ที่จะลุกโชติชวงขึ้นมาใหมเทานั้น แตทวาการลุกขึ้นสูกูชาติของประชาชนไดกอใหเกิดจินตภาพใหมขึ้นในหวงใจของเหลาขุนศึก เพราะทาทาย  ตออํานาจรัฐและมีเจตนาชวงชิงอํานาจรัฐ โดยอาศัยกําลังอาวุธของประชาชนโดยตรง ดังนันขุนศึกจํานวนหนึ่ง ้ จึงกอรูปความคิดขึ้นภายในใจที่จะชวงชิงอํานาจรัฐจากสิบขันที แตจินตภาพของพวกขุนศึกยังคงอยูทระดับ  ี่ ครอบงําอํานาจรัฐของ ฮองเตเทานั้น ยังไมไปไกลถึงขนาดลมราชวงศฮน ยึดราชบัลลังกมังกรเสียทีเดียว ั่ เพราะยอมแลเห็นวายังมีขุนนางขาราชการอีกจํานวนหนึ่ง และยังมีราษฎรอีกจํานวนมากทียังไมรูขอมูลขาวสาร ่ เกี่ยวกับความชัวรายทีครอบงําอํานาจรัฐอยู คนเหลานี้อาจอาศัยจิตใจจงรักภักดีตอราชวงศฮั่นหรือแกลงอาศัย ่ ่ ความจงรักภักดีตอราชวงศฮั่นตอตานทําลายการกอรัฐประหาร จึงทําใหคนที่คดกอรัฐประหารเกรงกลัว ไมกลา ิ คิดไปไกลถึงขนาดลมราชบัลลังกฮั่น จึงคิดไดแตเพียงการครอบงําอํานาจรัฐโดยผานทางฮองเตเทานั้น สวนการณขางฝายในราชสํานักนั้น พลันทีตั๋งไทเฮาและเลนเตละเมิดกฎมณเฑียรบาลจะสถาปนาหองจูเหียบผู ่ นองขึ้นเปนที่รชทายาทแทนหองจูเปยนผูพแลว กลิ่นอายของการฆาฟนกันขางฝายในราชสํานักจึงกอตัวขึ้น ั ี่ สถานการณในสวนที่เกี่ยวกับบุคคลสําคัญทีจะกอตัวขึ้นกลายเปนสามกกในอนาคตนั้น ปรากฏวาแตละคนได ่ เขาสูกระแสแหงอํานาจในลักษณะที่แตกตางกัน และมีสภาพการณยามสิ้นแผนดินเลนเตที่แตกตางกันดวย โจ โฉไดเคลื่อนตัวเขาใกลอํานาจรัฐมากที่สด มีตําแหนงเปนนายพันสารวัตรทหารประจํากองกําลังรักษาพระนคร ุ ไดใกลชดสนิทสนมกับโฮจิ๋นผูคุมอํานาจทางทหารสูงสุดในขณะนั้น ิ  ไดมีโอกาสเสวนาคบหากับ ขุนนาง ขาราชการในเมืองหลวงเปนจํานวนมาก ซึ่งจะกลายเปนกําลังสําคัญของโจโฉในวันขางหนา ความที่รับราชการอยูในเมืองหลวง ใกลชดกับอํานาจรัฐ โจโฉจึงไดเรียนรูถึงอํานาจรัฐวา ยอมประกอบดวย ิ องคสามคือ อํานาจรัฐนั้นจะได มาก็แตโดยการชวงชิง จะปลอยใหเปนไปตามบุญทํากรรม แตงไมไดเปนอัน All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 27.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 27 ขาด อํานาจรัฐนั้นจะตองใชดวยตนเองอยางเฉียบขาด จะประนีประนอมแบบไรหลักการหรือโลเลเหลวไหล หรือใหคนอื่นใชอํานาจ แทนไมไดเปนอันขาด และอํานาจรัฐนั้นจะตองรักษาดวยความทะนุถนอมใหปลอดภัย ดุจดวงใจ ดังนั้น เมื่อหวังครองอํานาจรัฐยอมจําเปนตองแสวงหาคนดีมีฝมือจํานวนมากมาทําการ ซึ่งนับเปน  เรื่องยากอยางหนึ่งเพราะเบื้อง แรกตองรูจักคนดี รูจักแลวตองหาวิธีเชิญชวนมารวมทําการ แตการรักษาคนดี   สงเสริมใหคนดีมีอํานาจกลับยากกวา แมกระนั้นการใชคนดีมีฝมือใหเหมาะกับการยังจัดเปนเรื่องยากทีสุด แม ่ ตนเองเลายอมตองฝกฝนจนสันทัดในการเปนศูนยรวมของคนดี มีฝมือ สามารถสรางเอกภาพทางความคิด ทางความรับรูและทางการปฏิบัติใหเกิดขึ้นอยางมั่นคง ทังยังตองฝกฝนจนมีวิสยทัศนกวางไกลบน พื้นฐาน ้ ั ความเปนจริงแหงสถานการณเพื่อนํามาใชชี้นาขบวนการของตน และนําขบวนการของตนไปบรรลุซึ่งเปาหมาย ํ ทักษะและประสบการณตลอดจนความรับรู ความขัดแยงและเสน สายภายในราชสํานักและอํานาจรัฐกอเกิดขึ้น แกโจโฉทุกวันคืน สวนซุนเกี๋ยนนันไดครองเมืองกังแฮ ตามความชอบในการสงครามโจรโพกผาเหลืองครั้งลาสุด แมจะหางไกล ้ จากนครหลวงลกเอี๋ยง ทําใหขาดความรูความเขาใจเกี่ยวกับสภาพการณในเมืองหลวง อันนับเปนจุดออนก็จริง อยู แตความที่ กังแฮ เปนเมืองใหญเปนเมืองทาขาวปลาอุดมสมบูรณ การคาขายก็เจริญรุงเรือง มีผูคนมาก กําลังทหารก็มากตาม ซุนเกี๋ยนไดปกครองโดยเมตตาธรรม รวมน้ําใจผูคนใหสวามิภักดิ์ไดเปนอันมาก  เกียรติภมิของซุนเกี๋ยนเลื่องระบือไกลไปทั่วหัวเมืองขางเคียง กอตัวเปนบารมีที่จะตั้งตัวเปนใหญในวันหนา ู สถานการณในภาคใตที่ซุนเกียนปกครองอยูโดยมีกังแฮเปนศูนยกลางนั้น จึงเกิดภาวะสันติเปนรากฐานใหแก ๋  การพัฒนาในทุกดาน คนดีมีฝมือจํานวนมากจึงหลั่งไหลเขาสวามิภักดิ์เขาทําราชการดวยซุนเกี๋ยน  ฝายเลาปครองเมืองเพงงวนกวนตามความชอบที่ไดรับจากการปราบสงครามโจรโพกผาเหลืองครั้งลาสุด อยู หางไกลเมืองหลวง ขาดความรับรูขอมูลขาวสารในเมืองหลวงนับเปนจุดออนเชนเดียวกับซุนเกี๋ยน แตเมือง เพงงวนกวนนั้น เปนเมืองเกามีความสงบสุขสันติตลอดมา ราษฎรอยูเย็นเปนสุขมีฐานะอาชีพที่ดถวนหนา เมือง ี นี้แมไมใหญนักแตมผูคนมากหนาแนนเปนทีตงของกองกําลังทหารมา โดยที่เลาปก็ไดรับพระราชทานยศเปน ี ่ ั้ นายพันทหารมาคุมกําลังทหาร มาและรถศึกอยูอีกตําแหนงหนึ่ง ความที่เลาปเปนมือแมนเกาทัณฑ อัน ประจักษในสงครามโจรโพกผาเหลือง จึงเปนที่เลื่อมใสของบรรดาเหลาทหารมา เลาปเปนนักปกครองที่อาศัยเมตตาธรรมและคุณธรรมเปนหลัก บานเมืองจึงอยูเย็นเปนสุข ปราศจากโจรผูราย คดีความของราษฎรก็ลดเหลือนอยลงและไดรบการประสาธนความยุติธรรมโดยถวนหนา เลาปจึงไดรับความรัก ั ภักดีจากราษฎรทั้งเมืองเพงงวน กวนและหัวเมืองขางเคียง กลายเปนบารมีและเกียรติภมที่จะทํา การใหญใน ู ิ ภายหนาเชนเดียวกันเมื่อบานเมืองสงบสุขกวนอู เตียวหุย นองรวมสาบานทั้งสองของเลาปซึ่งมีคุณสมบัติเปน นักรบโดยเนื้อแท เปรียบไดกับดาบเหล็กน้ําพีที่มีคุณสมบัตวิเศษในตัว ดังนันยามวางศึกทังกวนอู เตียวหุย จึง ้ ิ ้ ้ ตางไดฝกปรือวิทยายุทธจนเชียวชาญจัดจาน ทั้งฝมืออาวุธสั้นและอาวุธยาว ไดฝกปรือยุทธวิธีการรบและการ ่ บัญชาการทหารจนเชี่ยวชาญทั้งไดเรียนรูการปกครองบานเมือง และการระงับขอพิพาท บาดหมางของราษฎร โดยลําดับ หลอหลอมตนเองจนมีคุณสมบัตพรอม ทีจะเปนนายทหารเอก ที่สามารถคุมและบัญชาทัพขนาด ิ ่ ใหญได พัฒนาการของความรับรูความสามารถและประสบการณของ ทั้งโจโฉ ซุนเกี๋ยนและเลาป จึงเปนรากฐานสําคัญ ของพัฒนาการที่ทาใหแผนดินจีนกลายเปนสามกกในอนาคต ในยามสิ้นแผนดินเลนเต ตัวละครตางๆ ที่ดาเนิน ํ ํ ไปในยุคสมัยของพระองค แมมีอยูเปนจํานวนมาก แตไดลมหายตายจาก ไม ก็ถูกถอดถูกปลดออกจาก ตําแหนงหนาทีในทางราชการ ไปทําไรไถนาคาขายตามอัตภาพ ่ แมทัพใหญเตาบูและราชครูตันผวนขุนนางผูใหญสองแผนดิน ผูภักดีตอพระราชวงศฮั่นถูกสังหารอยางโหดราย ทั้งครอบครัว กลายเปนรอยบาปแหงยุคสมัยของพระเจาเลนเตพระพี่เลี้ยงเลาโต ซึ่งเคยเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน เลนเตมาแตครังยังนอยและรองอัครมหาเสนาบดีตันต๋า ขุนนางสองแผนดินผูภักดีตอพระราชวงศฮั่นและมีคุณ ้ ํ ตอเลนเตมาแตนอย ถูกพระราชอาชญาโดยสุดยอดวิชาของขันทีตองโทษจําคุก และตอมาถูกขันทีลอบ สังหาร เปนบาปกรรมฐานเนรคุณผูมคุณของเลนเตที่ตดตัวไป กระทั่งวันตายฮองฮูสงและจูฮี ขุนนางระดับแม ี ิ ทัพปราบโจรโพกผาเหลือง ผูมีความชอบตอแผนดิน แตไมยอมเขาสูระบบสวยสินบนของขันที ถูกสิบขันทียุ ยงใหพระเจาเลนเตปลดออกจากตําแหนงหนาที่ราชการ กลับไปอยูภูมิลําเนาเดิม ในขณะทีคนชั่วชาแบบตั๋งโตะ ซึ่งไรสติปญญาความสามารถ รบทัพจับศึกกี่ครั้งก็ตกเปนฝายพายแพแตดวย ่  แรงหนักของสินบนที่บรรณาการใหแกสิบขันที จึงกลับไดดีมีอํานาจวาสนา ไดครองเมืองซีหลงซึ่งเปนเมือง ใหญที่มีกําลังทหารมากถึงยีสิบหมื่น สวนอวนเสี้ยว แมจะเปนบุตรชายของอัครมหาเสนาบดีเชื้อสายขุนนางที่ ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 28.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 28 สืบทอดมาหลายชั่วอายุคนและมียศทางทหารเปนถึงนายพัน มีตําแหนงเปนผูคุมหนวยทหารสารวัตรของกอง กําลังรักษาพระนคร แตทั้งพอลูกก็ยังถูกระบบสวยสินบนของสิบขันทีรีด ไถไมไวหนา ดังนั้น อวนเสี้ยว ในดาน หนึ่ง แมจําใจยินยอมอยูในระบบสวยสินบนของขันที แตในอีกดานหนึ่งไดผกใจเจ็บแคนอยาก กินเลือดกินเนื้อ ู สิบขันทีมากกวาใคร ดานสกุลโฮ ทีโฮจิ๋นครองอํานาจทางทหารสูงสุดในขณะที่ โฮฮองเฮาผูนองไดเปลี่ยนฐานะพระมเหสีเปนพระ ่ ราชนนีหลังเหตุการณสวรรคต จึงเปนสกุลที่มีบทบาทสูงสุดตออํานาจรัฐ แตสกุลนี้มีรากฐานมาจากพอคาเนื้อ คุนเคยแตเรื่องคาขายและกําไร ขาดประสบการณเกี่ยวกับอํานาจรัฐ ทั้งคนในสกุลนี้ลวนมีจดออนทั้งเรื่องโลภ ุ ในทรัพยสิน บายศบาอยางและหูเบา อันตรายจึงกรายเขามาเยือนสกุลโฮใกลเขามาทุกทีคือ ยิ่งใกลอานาจรัฐ ํ เทาใด อันตรายก็ยิ่งใกลสกุลโฮมากยิ่งขึ้นเทานั้น ฝายสิบขันทีนั้น หลังจากฮองสีขันทีตองโทษจําคุกฐานรับสินบนเปนไสศกใหกับโจรโพกผาเหลืองแลว ขาว ึ คราวของฮองสีขันที ก็เงียบหายไป ครั้นสิ้นแผนดิน พระเจาเลนเต แลว สิบขันทีก็เปนดังไมเลื้อยที่ไม หลักหัก โคนลงตองปรับปรุงทาทีและแสวงหาหลักยึดใหมตอไป ในขณะทีความขัดแยงภายในไดเกิดขึ้นตั้งแตกรณีฮ ่ องสีขันทีรับสินบนแลวแบงปนไมทั่วถึง ความหวาดระแวงไมพอใจกันจึงเกิดขึ้นโดยเฉพาะคูของเกียนสิด และ  กกเสงนั้น ขัดแยงกันหนักถึงขนาดจองลางผลาญกันและกัน แตพวกขันทีนนเลนการเมืองไดเกง แมวาจะมีความขัดแยงภายในประการใด ก็สามารถปกปดความขัดแยงนั้น ั้ ไวแตเฉพาะกลุม ตน ไมเปดเผยแพรงพรายสูภายนอก แตถาหากมีปญหาขัดแยงกับตางกลุม ก็พรอมที่จะ   รวมตัวกันตั้งรับหรือโจมตีฝายอื่นจนยอยยับไป ตางกับนักการเมืองบางพรรค ไมพอใจกันเพียงเรื่องเล็กนอยก็ ปาวรองออกเปนความขัดแยงใหญสภายนอก เหลานี้คือสภาพการณที่เกิดขึ้นและดํารงอยู ณ ยามสิ้นแผนดิน ู ของเลนเต สภาพการณเชนนี้แหละไดกลายเปนพลังวัตต ขับเคลื่อนใหสถานการณหลังการสวรรคตของพระ เจาเลนเตดําเนินไป สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม สิบขันทีฝาวิกฤติ (ตอนที่ 13) สรรพสิ่งในโลกยอมผันแปรไปเปนธรรมดา มีความเกิดขึ้น ตั้งอยูแลวดับไปตามกฎแหงพระไตรลักษณ อันทรง ธรรม ไมมวันทีจะละเวนเกื้อกูลหรือเขมงวดเอากับผูใด มีลาภยศสุขสรรเสริญได ก็มีอันตองเสื่อมลาภเสือมยศ ี ่ ่ มีทุกขและนินทาได เปนของคูกัน เมื่ออยูในเวลากลางวัน ผูมีปญญายอมไมหลงระเริง หากตระหนักดีวาราตรีกาลยอมมาเยือน ครั้นอยูในราตรีอัน   มืดมิด ผูมีปญญายอมไมประหวั่นพรั่นพรึงทอถอย เพราะยอมมองเห็นอนาคตที่แสงสวางแหงอรุณจะมาเยือน ธรรมชาติเปนเชนนี้ แตเปนวิสยของปุถุชนทีพิสมัยแต สิ่งอันเปนที่พึงใจ รังเกียจเดียดฉันทสิ่งอันเปนทีไมพึง ั ่ ่ ใจ ครั้นไดสิ่งที่พึงใจแลวก็เหลิงระเริงอยูกบความพึงใจนัน ไมยอมคาดไมยอมคิดวาความพึงใจนั้นยอมมีอัน ั ้ สูญสิ้นไปสักวันหนึ่ง ไมมีทางที่จะเปนอมตนิรันดรได สิบขันทีในยุคสมัยของเลนเตเรืองอํานาจวาสนายิ่งกวา ผูใดในแผนดิน อาศัยพระบารมีแหงฮองเตกอกรรมทําเข็ญไวกับขุนนางขาราชการเปนฉกรรจแสนสาหัสนัก สรางความเคียดแคนชิงชังประทับไวในใจของขุนนางขาราชการเกือบทั้งประเทศ และสงผลใหเกิดความ เดือดรอนทุกขเข็ญแกอาณาประชาราษฎร สิบขันทีเหลิงระเริงในอํานาจดังนี้ จนลืมไปวายอมมีสักวันหนึ่งที่เลนเตจะตองลับลาบัลลังกมังกร จึงไมได เตรียมการสรางคุณงามความดีไถโทษตน ไมไดสรางความภักดีไวกับใจคน ดังนั้น ครั้นสินแผนดินเลนเตแลว ้ ชะตากรรมของสิบขันทีจึงเปรียบประดุจดัง เถาวัลยพันไมใหญ ครั้นไมใหญโคนลมลง เถาวัลยนั้นก็ลมลงตาม พลันทีสิ้นแผนดินเลนเต ปญหาอํานาจรัฐใหมยังคงคลุมเครือยิ่งนัก พระราชวงศพระองคใดจะไดรับสถาปนา ่ เปนฮองเตสืบราชสมบัติก็ยังไมแนชด ขุนนางขาราชการผูใดจะกาวขึ้นครองอํานาจรัฐภายใตบัลลังกมังกรก็ยัง ั  ไมแนชัด หันไปทางพระราชวงศกยังไมเห็นใครเปนที่พงได ็ ึ่ หันไปทาง ดานขุนนางขาราชการเลาก็ปะเอาแตคนที่ตัว เคยขมเหงรีดไถเอาสวย สินบนไปทั้งสิ้น เพราะขุนนางขาราชการเหลาใดที่ไมยอมอยูในระบบสวยสินบนลวน ถูกปลดหรือถูกถอดออกจากตําแหนงกลายเปน ราษฎรสามัญ กลับไปทําไรไถนาคาขาย ณ ภูมิลําเนาเดิมจน หมดสิ้น All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 29.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 29 สิบขันทีจึงวาเหวยิ่งนัก เปนความวาเหวทหนาวเหน็บเขา ไปในหัวใจ เพราะเบื้องลึกแหงบึ้งใจตระหนักดีวา ี่ ผูคนรอบขาง ไมวา ทางดานพระราชวงศหรือขุนนางขาราชการไมอาจหาใครเสมอเหมือนเลนเตไดอีกแลว มี แตคนซึ่งเปนคนไกล หรือไมก็เปนคนที่มีรอยแคนตรึงอยูในใจทั้งสิ้น ดังนั้น แตละวันกลุมสิบขันทีจึงสาละวน ปรึกษาหารือกันเพื่อหาทางออกใหกับชะตากรรมชีวิตของพวกตน และรอคอยโอกาส ที่จะมาถึง หวังเอา โอกาสนั้นฟนคืนสถานะและอํานาจขึ้นมาใหม ในระหวางที่เหลาขันทีกําลังรอเวลา รอโอกาสอยูนั้น สภาคนเครียดที่ประชุมกันอยูในจวนของโฮจิ๋น ยังหาขอ ยุติไมไดกับขอเสนอของโฮจิ๋น ที่ใหวางแผนกันจับสิบขันทีฆาเสีย จนเวลาผานไปชั่วยามหนึงแลว ทุกคนยังคง ่ อยูในอาการเงียบ สายศีรษะ บางก็เอานิ้วชี้เคาะโตะ ทําทีเปนครุนคิด บางก็ลุกเดินวนรอบโตะ ทําทีเปนใช ความคิดอยางหนัก โดยทีทุกคนไมยอมกินโตะ ทั้งๆ ทีถูกโฮจิ๋น เชิญมากินโตะ ทั้งนี้เนื่องเพราะปญหาที่ขบคิด ่ ่ กันอยูนั้นหนักหนาสาหัสนัก ประดังขึ้นมาถึงลําคอ กลืนกินอาหารไมลง คงมีแตโจโฉ เจาปญญาเทานั้นที่ยืน สงบนิ่งเฝาสังเกตอากัปกิริยาของ โฮจิ๋น และเหลาขุนนาง ที่เปนไป ณ ทีนั้น แลวรําพึง ขึ้นในใจวาคนพวกนี้หา ่ มีสติปญญาไม ใชแตเทานั้นยังเปนพวกขี้ขลาดตาขาวเอาตัวรอด แลวเรื่องอะไรเราจะออกความคิดเห็นใหเปน  ภัยแกตนไปในภายหนา โจโฉจึงไดสงบนิ่งตอไป ในขณะทีความเงียบปกคลุมบรรยากาศในหองจัดเลี้ยง ซึ่ง ใชเปนหองประชุมไปดวยนั้น ทหารรับใชไดวงเขา ่ ิ่ มารายงานตอ โฮจิ๋น วา ขุนนางชื่อพัวอิ๋น มาขอเขาพบ เพื่อรายงานเหตุการณสําคัญ โฮจิน จึงออกจากหองจัด ๋ เลี้ยงไปพบพัวอิ๋นในหองรับรองอีกหองหนึ่ง พัวอิ๋นขุนนาง ซึ่งเปนพวกของโฮจิ๋น รายงานใหโฮจิ๋น ทราบวา บัดนี้พระเจาเลนเตสวรรคตแลว สิบขันทีปกปดขาวการสวรรคตนั้น แลวเกียนสิด หนึ่งในสิบขันทีคบคิดกัน กับตั๋งไทเฮา พระราชชนนีของฮองเตในพระบรมโกศวาง แผนจะแอบอางรับสั่งใหตัวทานเขาวังแลวสังหารเสีย จากนั้นจะใหหองจูเหียบ พระโอรสในพระสนม เอกขึ้นครองราชย รายงานแลวพัวอิ๋นก็ลากลับไป พัวอิ๋นออกจากจวนไปยังไมทนที่โฮจิ๋นจะกลับเขาไปในหองจัดเลี้ยง ทหารรับใชก็วิ่งหนาตื่นเขามารายงานตอ ั โฮจิ๋นวาเจาหนาที่ราชสํานักเชิญรับสั่งของฮองเตมาพระราชทานแกโฮจิ๋น โฮจิ๋นจึงใหเชิญเจาหนาที่ราชสํานัก เขามาในหองรับรอง จึงได รับหมายรับสั่งวาใหโฮจิ๋นเขาเฝาฮองเตเพื่อปรึกษาราชการสําคัญ โฮจิ๋นรับหมาย รับสั่งแลว เดินกลับเขามาที่หองจัดเลี้ยงบอกความทั้งปวง ใหเหลาขุนนางทราบ ขุนนางทั้งนั้นสีหนาแตกตื่น  ตกใจ แตไมมผูใดออกความเห็น ในขณะทีความคิดของทุกคนโลดแลนคาดคิดถึงเหตุรายที่กําลังเยื้องกราย ี ่ เขามาเยือนพวกตน ตางคนตางคิดถึงชะตากรรมของตัวและครอบครัว พากันหนาสลดลง จนเปนที่เห็นไดชัด โจโฉฉวยโอกาสนี้ทาตนเปน "แสงไฟนอยสวางขึ้นในที่มด" เสนอความเห็นวา "เราจําจะตั้งใหหองจูเปยน พระ ํ ื ราชบุตรคน โตเสวยราชสมบัติเสียกอน" ทังนี้ เพื่อไมใหราชบัลลังกวางลงนานเกินไปจนเสียธรรมเนียมการ ้ ปกครองแผนดิน หลังจากนั้นแลวจึงคอยคิดอานฆาเกียนสิดขันทีกับพรรคพวกตอไป โฮจิ๋นยินขอเสนอของโจโฉแลว ทั้งเห็นวาไมมีขุนนางผูใด โตแยงคัดคานหรือแสดงความเห็นเปนอยางอื่น จึง เห็นดีดวยแลวถามวาผูใดจะอาสาไปทําการครั้งนี้ อวนเสียว นายพันทหารสารวัตรแหง กองกําลังรักษาพระ ้ นคร ผูเปนบุตรอัครมหาเสนาบดีไดฟงดังนั้น จึงขันอาสาวาจะขอนํากําลังทหารหาพันบุกเขาไปจับเกียนสิดกับ พวกขันทีฆาเสียถึงในพระราชฐาน แลวจึงยกหองจูเปยนขึ้นครองราชยตอไป โฮจิ๋นมีความยินดียิ่งนัก มีคําสั่งใหจัดทหารหาพันพรอมอาวุธครบมือ ใหอวนเสี้ยวคุมทหารเขาวังไป ยามตกอยู  ในสภาพกลัวตาย และเชื่อมั่นในกําลังทหารของตัว โฮจิ๋นจึงมองขามไปวาการกระทําเชนนั้นเปนการบุก พระราชฐาน มีความผิดฐานกบฎ ภายในราชอาณาจักร มีโทษถึงประหารเจ็ดชั่วโคตร สวนอวนเสี้ยวนั้นแรง แคนพยาบาทสิบขันทีกรุนอยูในอก หาคิดหนาคิดหลังประการใดไม  สวนโฮจิ๋นไดสงให โหหยอง, ซุนสิว, แตะถาย พรอมดวยขุนนางใหญนอยกวาสามสิบคนติดตามโฮจิ๋นเขาไป ั่ ถึงพระตําหนักซึ่งไวพระบรมศพพระเจาเลนเต แลวใหเชิญหองจูเปยน พระราชบุตรพระองคโตทรงฉลอง พระองค ชุดพระมหากษัตริยขึ้นประทับนั่งบนพระราชบัลลังก โฮจิ๋นและขุนนางทั้งปวงกราบถวายบังคมแลว ใหอาลักษณ อานประกาศสถาปนาฮองเตในนามของเหลาขุนนางและราษฎรทั้งปวง อัญเชิญหองจูเปยนขึ้น เสวยราชสมบัตตามราชประเพณี ิ หองจูเปยน ฮองเตพระองคนอยสดับประกาศสถาปนาแลว จึงตรัสวาการแผนดินเปนการใหญ ตัวเรายังเยาววัย นัก หวังเอาความ ภักดีของทานทั้งปวงเกื้อกูลสนับสนุนเพื่อใหบานเมืองแลราษฎรสงบสุขสืบไป เหลาขุนนาง พรอมกันถวายพระพร ถวายบังคม เสร็จพิธีแลวฮองเตพระองคนอยจึงเสด็จขึ้น จากนั้นโฮจิ๋นจึงตามอวนเสี้ยว ไปที่บานเกียนสิด ภายในพระราชวัง ฝายเกียนสิด ขันทีไดยินเสียงอึกทึกครึกโครม เห็นทหาร เขามาใน All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 30.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 30 พระราชวังผิดสังเกตก็รูตัววาภัยกําลังจะมาถึง จึงวิ่งหนีออกจากบานเขาไปในสวนหลังบานกกเสงขันที ซึ่ง อาฆาตแคนอยูกับเกียนสิดกอนนี้แลว เห็นโอกาสที่จะระบายแคนเอากับเกียนสิด และสรางความชอบไวแกตน  จึงวิ่งตามไปสังหาร เกียนสิดตายในสวนดอกไมนั้น สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาขันทีผูนี้ชื่อกุยเสง อยูนอกกลุมขันทีสิบคน ซึ่งแปลผิด ความจริงเปน กกเสง หนึ่งในสิบขันทีตามตนฉบับภาษาจีน เหลาทหารลอมวังในบังคับของเกียนสิด เห็นเกียนสิดตายตาง ตกใจกลัว ขอเขาเปนพวกของอวนเสี้ยวเปนจํานวนมาก อวนเสี้ยวรายงานเหตุการณให โฮจิ๋นทราบแลวเสนอ วาเราทําการมาถึงเพียงนี้แลว เปนตองฆาสิบขันทีที่เหลือเสีย บานเมืองจึงจะปกติ โฮจิ๋นเห็นดวยจึงนําทหาร ไปที่กรมขันที แตไมพบสิบขันทีแมแตคนเดียว ฝายสิบขันทีไดรับรายงานขาวมากอนแลววาโฮจิ๋น และอวนเสี้ยวนํากําลังทหารบุกเขาวัง และขันทีเลวไดมา รายงานวาอวนเสี้ยวเสนอโฮจิ๋นใหสังหาร พวกตนเสียก็ตกใจวิงหลบหนีเขาไปในเขตพระราชฐานชั้นใน เขาไป ่ ในพระตําหนักโฮฮองเฮา ผูเปนนองสาวของ โฮจิ๋น ซึ่งบัดนี้เมื่อมีการสถาปนาหองจูเปยนผูบุตรขึ้นเปนฮองเต แลว ฐานะของโฮฮองเฮาจึงเปลี่ยนไปเปนโฮไทเฮา สิบขันทีเขาไปกราบบังคมฝากเนื้อฝากตัวกับโฮไทเฮาแลวทูลวา หลายป มานี้พวกตนไดทุมเทรับใชฮองเต และโฮไทเฮาไมคิดถึงทุกขสุขของตนและครอบครัว ไดเลียงดูฮองเตมาแตนอยดวยใจภักดี บัดนี้ฮองเตในพระ ้ บรมโกศเพิ่งลวงลับ ทุกคนอยูในความเศราโศก แผนดินตองการความสงบสุข แตอวนเสียวกลับยุยงใสความ  ้ หาวา พวกตนสมคบกับเกียนสิดขันทีจะสังหาร โฮจิ๋นเสีย แลวยกหองจูเหียบขึ้นเปนกษัตริย เพื่อใหโฮจิน ๋ สังหารพวกตนเสีย การยุยงนันไมเปนความจริง เพราะพวกตนนั้นไมไดคบคิดกับเกียนสิด วาแลวก็ใชสดยอด ้ ุ วิชาขันทีกราบทูลโฮไทเฮาวา เกียนสิดนั้นเปนคนสนิทของพระนางตั๋งไทเฮา ผูเปนแมผวของโฮไทเฮา คบคิด ั กับตั๋งไทเฮา จะใหหองจูเหียบขึ้นครองราชย ดวยริษยาพระองค กีดกันไมใหพระองคเปนไทเฮา โดยที่พวกตน ไมมีสวนเกี่ยวของดวย จึงขอพระบารมีชวยชีวตลูกนกลูกกาไวรับใชเบื้องพระยุคลบาทสืบไป ิ สุดยอดวิชาขันทีวาดวยการสรางความแตกแยกเพื่อเอาตัวรอดสัมฤทธิผล โฮไทเฮาถูกอํานาจโทสะบดบัง พระทัย เพราะมีความขุนพระทัยในแมผัว สุมอยูในอกมานานแลวก็ทรงเชือตามคําทูลของขันที แลวมีพระราช ่ เสาวนียวาพวกเจาอยาเปนทุกขเลย เราจะชวยวากลาวกับโฮจิ๋นเอง ตรัสแลวจึงสั่งนางกํานัลไปเชิญโฮจิ๋นมา  พบถึงในพระตําหนัก แลววาขันทีสิบคนมีความภักดีตอเราและฮองเตในพระบรมโกศ ทั้งเลี้ยงดูลูกเรามาดวย ใจซื่อจนไดเปนฮองเต สิบขันทีเปนคนละพวกกับเกียนสิด หาความผิดมิได ไฉนจะใหอวนเสี้ยวฆาเสียเลา ทั้ง เกียนสิดผูคดมิชอบตอราชสมบัติก็ตายแลว แผนดินยามนี้ตองการความสงบสุข อยาไดกอเรื่องใหวุนวายไป ิ เลย จะกระทบตอพระบรมเดชานุภาพ โฮจิ๋นเจอไมนี้เขาประกอบทั้งเปนคนไรความคิด มีจตใจโลเล ไดฟงพระ ิ  ราชเสาวนียของโฮไทเฮาแลว มิรูทจะวาประการใด ก็คลอย ตาม แลวรับคํา โฮไทเฮา ี่ โฮจิ๋นรับคําโฮเทเฮาแลว ก็ออกมาวาแกอวนเสี้ยวและเหลาขุนนางวาบัด นี้พึ่งผลัดเปลียนแผนดิน บานเมือง ่ ตองการความ สงบเรียบรอย เกียนสิดซึ่งคิดรายตอเราก็ตายแลว ทั้งขันทีสบคนที่เหลือก็ไมไดสมรูรวมคิดดวย ิ จะฆาเสียยอมมิควร ขอใหจบเรื่องกันเพียงเทานี้ อวนเสี้ยวแยงวาเกียนสิด เปนพวกสิบขันที สมคบกันคิดการ ใหญ ทานรูตัวกอนจึงรอดตาย "ขันทีสิบคนเหมือนหนึ่งรากหญา ตายแตตนนั้นเห็นไมสิ้นเชิง รากก็จะงอกแทน   ขึ้นมา ภายหนาไปเห็นอันตรายจะมีแกทานเปนมั่นคง" โฮจิ๋นจึงวาอยาวิตกไปเลย เปนธุระของเราเอง แลวตาง คนก็แยกยายกันกลับบาน สิบขันทีจึงรอดตาย ดวยสุดยอดวิชาขันทีที่วาดวยการสรางความแตกแยกเพื่อเอาตัว รอด และแสวงหาประโยชนอยางหวุดหวิด สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ศึกสองตําหนัก (ตอนที่ 14) โลกเรานี้มีคูกัดโดยธรรมชาติ ซึ่งกัดกันมาตั้งแตบรรพกาล และจะกัดกันตอไปตราบฟาดินสลายอยูสามคู คือ  แมผัวกับลูกสะใภหนึ่ง, เมียนอยกับเมียหลวงหนึ่ง และงูเหากับพังพอนอีกหนึ่ง ในยุคสมัยของ เลนเต ตั๋งไท เฮา มีอํานาจวาสนามาก เพราะเปนพระราชชนนี ในขณะที่ โฮไทเฮา ขณะนั้นเปนลูกสะใภ ตองอยูภายใต  บังคับของ ไทเฮาตามกฎราชสํานัก เหตุนตลอดยุคสมัยนันแมมีขอระหองระแหงระหวาง แมผัวกับลูกสะใภ ี้ ้ เกิดขึ้นบาง ก็ไมรุนแรงนัก เพราะฝายแมผัวอิมอยูดวยอํานาจ และลูกสะใภตองตกอยูในสภาพจํายอม การขาง ่ ในจึงดูสงบเรียบรอยเปนปกติ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 31.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 31 ครั้นสิ้นแผนดินเลนเต หองจูเปยน ไดเสวยราชสมบัติแลว สถานการณยอมเปลี่ยนแปลงไป โฮไทเฮา กลับมี ฐานะเปนพระราชชนนี มีอํานาจวาสนาเพิ่มขึ้น ในขณะที่ ตั๋งไทเฮา กลายเปนคนแกที่เคยมีอํานาจ แตยังคงติด ยึดในอํานาจนัน ความระหองระแหงทีถูกขมไวแตกาลกอนจึงเกิดขึ้น อุปมาดังหญาแพรกถูกกอนหินใหญทับไว ้ ่ เจริญงอกงามไมได ครั้นบัดนี้หินกอนใหญนั้นถูกยกออกไปแลว หญาแพรกยอมถึงคราวเจริญงอกงามฉันใด ความขัดแยงระหวางแมผัวกับลูกสะใภก็อุปไมยฉันนั้น หลังจากเหลาขุนนางไดพรอมกันสถาปนาหองจูเปยนขึ้นเปนกษัตริย โดยการจัดการของ โฮจิ๋น แลว วันรุงขึ้น หองจูเปยน กษัตริยผูเยาว จึงไดออกนั่งบนพระราชบัลลังก ทามกลางมหาสมาคม ของเหลาขุนนาง แต  เนื่องจากยังไมมีการแตงตั้งผูใดเปนผูสําเร็จราชการแผนดิน ดังนั้น โฮไทเฮา พระราชชนนีจึงอาศัยอํานาจตาม  กฎมณเฑียรบาลชวยวาราชการหลังมาน ในมหาสมาคม ฮองเตพระองคนอยโปรดเกลาฯ ใหแตงตั้งโฮจิ๋น พี่ชายโฮไทเฮาเปนผูสําเร็จราชการแผนดิน และตั้งใหโฮเบี้ยว นองชายโฮไทเฮาเปนผูชวยผูสําเร็จราชการ แผนดิน นอกนั้นโปรดเกลาฯ ใหเลื่อนยศโดยถวนหนากัน ณ บัดนี้ผูคนในตระกูล "โฮ" ไดเขาครองอํานาจรัฐภายใตบัลลังกมังกร ของฮองเตอยางเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในขณะที่เหลาขุน นางที่เปนพวกก็ไดรับผลประโยชนเลื่อนตําแหนง และยศศักดิ์ถวน หนากัน การออกวา ราชการหลังมานของโฮไทเฮาในครั้งนี้ มิไดผานการ ปรึกษาหารือใดๆ กับ ตั๋งไทเฮา ดังนันเมื่อความทราบถึง  ้ ตั๋งไทเฮา จึงทรงแคนพระทัยยิ่งนักที่ โฮไทเฮา กระทําการประหนึ่งขามหนาขามตาราวกับวาพระองคไร ความหมายใดๆ ในราชสํานักแลว ความนอยใจของคนแกบวกเขากับความขัดแยงระหองระแหงระหวาง แมผัวกับลูกสะใภที่ตกตะกอนอยูจึง คละคลุงขึ้นมาเต็ม หัวอก น้ําพระทัย ตั๋งไทเฮา เต็มไปดวยแรงริษยาพยาบาทถึงขนาดตองการลมราชบัลลังก เพื่อแกแคนโฮไทเฮาสถานหนึ่ง และเพื่อใหหองจูเหียบ ผูหลานที่เลี้ยงมากับมือได ครองราชสมบัติอกสถาน  ี หนึ่ง แตทวาอาจมีวาระซอนเรนอยูในใจของ ตั๋งไทเฮา ก็เปนไดวาหาก หองจูเหียบ ผูหลานไดครองราชสมบัติ แทน หองจูเปยนพระโอรสใน โฮไทเฮา แลว ก็จะทําให โฮไทเฮา สิ้นอํานาจลง ในขณะที่ตั๋งไทเฮา จะกลับมี บทบาท และพระราชอํานาจเหมือนดังเดิม หรือมากกวาเดิม ทั้งนี้เพราะหองจูเหียบกําพราแม มาบัดนี้กําพราพอซ้ําเขาไป อีก ตั๋งไทเฮาซึ่งเปนผูเลี้ยงดูมาแตนอย ทั้งมี ราชศักดิ์เปนถึงยาของฮองเต อํานาจจึงยอมตองตกแกตั๋งไทเฮาแตผูเดียว จากนั้นไปการถือโอกาสกําจัดโฮ ไทเฮาเสียก็จะสะดวกเทากับการยิงกระสุนนัดเดียวไดนกถึงสองตัว มีดําริดงนี้แลว จึงโปรดใหหาสิบขันทีมา ั่ ปรึกษาถึงในพระตําหนัก บอกความขุนของในพระทัยและความประสงคใหสิบขันทีทราบแลวจึงวานับแต สิ้นบุญพระเจาเลนเต ชะตากรรมของสิบขันทีภายใตบัลลังกของ หองจูเปยน นั้นตองเผชิญเฉียดเฉียวประตู ่ ยมโลกอยูเสมอ เพราะทั้ง โฮจิ๋น และ อวนเสี้ยว หาทางสังหารกําจัดเสียอยูทุก ลมหายใจ ยอมตองมีวันพลาด พลั้งเขาสักวันหนึ่ง เราทั้งสองฝายตางมีชะตากรรมอยางเดียวกัน แลวจะทําฉันใดดี เตียวเหยียง ซึ่งเปนหนึ่ง ในสิบขันทีจึงทูลเสนอความเห็นวา "วันพรุงนี้เชาเชิญพระองคเสด็จออกไปยังพระแกลทีพระเจาเลนเตเสด็จ  ่ ออก แลวตรัสวา ใหหองจู เหียบเปนเจาตางกรม ชื่อวาตันสิวออง แลวใหตงตั๋งตง ผูนองพระองคเปนเสนาบดี ั้ ผูสาเร็จราชการฝายทหาร ขอใหตั้งขาพเจาทังสิบคนนี้เปนขุนนางผูใหญ ซึ่งราชการ ทังปวงนั้นจะไดคดการ ํ ้ ้ ิ สืบไป" เปนอันวาสิบขันทีตกลงเขารวมขบวนการกับ ตั๋งไทเฮา วางแผนอยางเปนขั้นตอนเพื่อเตรียมการยึด อํานาจตอไป ตังไทเฮา มีความยินดียิ่งนัก ๋ ครั้นเวลาเชา ตั๋งไทเฮา จึงอุม หองจูเหียบ ผูหลานเสด็จออกไปที่พระแกลตามคําทูลของ เตียวเหยียง มิได เปดมูลี่ขึ้นและไดตรัสตามคําของ เตียวเหยียง ทุกประการ ขุนนางขาราชการไดแตงงงวย เพราะบัดนี้มผูสาเร็จ ี ํ ราชการแผนดินเพิ่มขึ้นอีกผูหนึ่งคือตั๋งตง พระอนุชาในตั๋งไทเฮา และสิบขันทีก็กลับคืนสูอํานาจ เปนขุนนาง ผูใหญมสิทธิเขารวมปรึกษาราชการแผนดินเหมือนยุคสมัยเลนเตทุกประการ แตเพราะความรักตัวกลัวตายไมมี ี ผูใดกลาขัด การทั้งปวงจึงไดรบการปฏิบัติไปตามรับสั่งของตั๋งไทเฮานั้น ั ฝาย โฮไทเฮา เมื่อทราบขาว ตั๋งไทเฮา ออกวาราชการหลังมาน ก็โกรธหนัก เพราะเขาใจไดวาอํานาจแหงราช สํานักที่อยูในมือพระองคกําลังจะถูกแยงชิง และรูปการณสอเคาวาจะเกิดการรัฐประหารยึดอํานาจรัฐ เพราะมี  การแตงตั้งผูสําเร็จราชการแผนดินขึ้นอีกคนหนึ่ง  และใหเปนผูสาเร็จราชการแผนดินดานการทหารเสียดวย ํ เกิดความประหวั่นขึ้นในพระทัย แตยังหวังวาปญหาระหวางแมผัวกับลูกสะใภอาจหาขอยุติประนีประนอมกันเอง ได ดังนั้น โฮไทเฮา จึงใหแตงโตะเสวย แลวใหเชิญ ตั๋งไทเฮา มาหารือเปนการสวนพระองค ตั๋งไทเฮา รับคําเชิญ เสด็จมายังตําหนักโฮไทเฮา โดยสิบขันทีไดเขาถวายงานตามปกติ โฮไทเฮาแสดงความคารวะแลวคํานับตั๋ง All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 32.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 32 ไทเฮาดวยน้าจัณฑแลววาพวกเราเปนอิสตรี ชอบที่จะดูแลการฝายใน หาควรเขายุงเกี่ยวดวยการฝายหนาอัน ํ เปนราชการบานเมืองไม เพราะไมเพียงแตจะผิดกฎมณเฑียรบาลเทานัน ยังจะกอความสับสนเสียหายแก ้ บานเมืองแลราษฎรได พรอมทั้งยกตัวอยางครั้ง พระเจาฮั่นโกโจ เสด็จสวรรคต พระนางลิเฮา พระมเหสีออกวา ราชการหลังมานทําใหการแผนดินฟนเฟอนไป ขุนนางขาราชการและราษฎรไดรับความเดือดรอน เกิดการ จลาจลขึ้น ในทีสุด พระนางลิเฮา พรอมดวยพระญาติกวาพันชีวตตองถูกสังหารหมดสิ้น "แลพระองคกับขาพเจาเปนสตรี ่ ิ จะออก วาราชการเมืองนั้นไมสมควร ถามิฟงขาพเจาเห็นจะเปนอันตรายเหมือนพระนางลิเฮา" ตั๋งไทเฮา ยินคํา โฮไทเฮา แลว ถือวาเปนสะใภบังอาจสั่งสอนแมผัวจึงแคนใจนัก แรงโทสะริษยาพยาบาทครอบงําพระทัยจึง ตรัสวา "ตัวมิไดมีสตย กอปรดวยหึงสา พาลเอาความผิดนางอองบีหยินแลว ใหเอาไปฆาเสีย บัดนี้ลูกของตัว ั ไดเปนใหญ ตัวมิไดยําเกรงเรา มาวากลาวถอยคําหยาบชาดูหมิ่นเปรียบเทียบเราดังนี้ เราหาฟงไม ถึงมาตรวา โฮจิ๋นพี่ของตัวซึ่งไดเปนเสนาบดีผใหญนั้น ู เพียงแตตงตงผูนองเราจะตัดเอาศีรษะโฮจิ๋นก็จะไดในลัดนิ้วมือ ั๋ เดียวดวยงาย" โฮไทเฮา ฟงแลวเลือดขึ้นหนาเหมือนกัน ลุกขึ้นจากที่นั่งแลววาเราเห็นผิดชวยเตือนสติแลวยังกลับมาโกรธอีก เลา ตั๋งไทเฮา ก็ไมยอมแพ แลวบริภาษวา โฮไทเฮา เปนผูนอยมากอน เปนเมียลูกเรา เคยออนงอราขอเรา ตลอดมา มาบัดนี้ลูกตัวไดครองราชย สิมาตั้งตัวเปนผูรอบรูงานแผนดิน ตางฝายตางลุกขึ้นจากที่นั่ง ถมึงตึง เปนวิวาทขึ้น เสียงที่โตเถียงกันดังยิ่งขึ้นทุกที สิบขันทีอยูในที่เฝาจึงเขาหามไวทั้งสองฝายแลวเชิญเสด็จ ตั๋ง ไทเฮา เสด็จกลับตําหนัก โฮไทเฮา โกรธแคน ตั๋งไทเฮา เต็มหัวอก ตัดสินพระทัยแตกหักเสียแตครั้งนี้ เพราะเห็นวาหากจะปลอยไวนาน เนิ่นไป หนอเหงาแหงการรัฐประหารก็จะเจริญเติบโตแตกตนกิ่งกานใบจนยากที่จะปราบปราม อันตรายจะมาถึง สกุล "โฮ" ตกค่ําจึงมีพระราชเสาวนีย ให โฮจิ๋น ผูเปนพี่ชายเขาเฝาที่พระตําหนัก แลวฟองความที่ไดวิวาทกับ ตั๋งไทเฮา ให โฮจิ๋น ฟงทุกประการ โฮจิ๋น ฟงเรื่องราวแลวเห็นวาเปนเรื่องใหญ เห็นดวยกับ โฮไทเฮา วา เปน ตองกําจัดตั๋งไทเฮาเสีย ปรึกษาแผนการกันแลว โฮจิ๋น ก็รบกลับจวน ี ครั้นถึงจวนจึงสังใหเจาหนาที่เรงเชิญอัครมหาเสนาบดีพรอมรองทั้งสองคน และขุนนางที่เปนพวกมาปรึกษาที่ ่ ในจวน เมื่อมาพรอม กันแลว โฮจิ๋น จึงวาตั๋งไทเฮา นั้นไมใชพระมเหสีในพระเจาฮั่นเต แตเขาวังมาไดเพราะ พระเจาฮั่นเตไดขอบุตรคือพระเจาเลนเตมาเลี้ยงเปนบุตรบุญธรรม ครั้งบุตรไดครองราชยเปนพระมหากษัตริย จึงไดเขาวังมา บัดนี้ฮองเตผูเปนบุตรหาบุญไมแลว ตั๋งไทเฮาจึงหมดสิทธิทจะอยูในวังหลวงอีกตอไป ทั้งความ ี่ จุนจานไมรูการแผนดินวาควรมิควรจะทําใหราชการฟนเฟอนไป โฮจิ๋นเสนอตอเหลาขุนนางวาเราจะใหตั๋งไทเฮาออกจากวังหลวงไปอยู ณ เมืองฮอกัง แลวทําลายแผนการ รัฐประหารใหสนซากตอไป เหลาขุนนาง ณ ที่นั้นมีความเห็นคลอยตามเปนเอกฉันท วันรุงขึ้น โฮจิ๋น ในฐานะ ิ้ ผูสาเร็จราชการแผนดินพรอมดวยขุนนางจึงเขาวังตรงไปที่พระตําหนัก ตั๋งไทเฮา แลววาพระองคไดเสด็จมา ํ ประทับในวังหลวงโดยอาศัยสิทธิของบุตรซึงเปนฮองเต มาบัดนี้บุตรของพระองคหาบุญไมแลว จึงหมดสิทธิที่ ่ จะอยูในวังหลวงอีกตอไป แตเพื่อเห็นแกฮองเตพระองคกอน เราจะจัดใหไปประทับที่พระตําหนัก ณ เมืองฮอ กัง วาแลวโฮจินจึงสั่งทหารใหเชิญเสด็จตั๋งไทเฮาออกจากวังหลวง ไปประทับ ณ พระตําหนักเมืองฮอกัง จัด ๋ ทหารรักษาการณเฝาเวรยามตลอดทุกโมงยาม หามคนในออก หามคนนอกเขาเปนเด็ดขาด พรอมกันนันโฮจิ๋น ้ ไดสั่งใหทหารไปลอมจวนตั๋งตง ผูสําเร็จราชการแผนดินฝายทหาร ซึ่งเปนพระอนุชาของตั๋งไทเฮา เรียกให สละตําแหนงผูสําเร็จราชการแผนดินฝายทหาร และใหคืนตราประจําตําแหนง ตั๋งตงแมเปนผูสําเร็จราชการ  แผนดินฝายทหาร แตเพิ่งรับแตงตั้งใหม สรรพกําลังยังไมพรอมประกอบทั้งไมไดเตรียมตัวรับมือกับ สถานการณวาจะเกิดขึ้นถึงเพียงนี้ จึงตกใจ เหตุการณคับขันหาทางออกไมไดจึงฆาตัวตาย ณ ที่นั้น โฮจิ๋น ยึด เอาตราประจําตําแหนงผูสําเร็จราชการแผนดินของตั๋งตง คืนราชสํานักและริบราชบาตรทรัพยสินและบริวาร ของ ตั๋งตงเขาตนเองจนหมดสิ้น จากนั้นอีกสองเดือนพอขาวคราวเริ่มเงียบลง โฮจิ๋นจึงจัดสงคนไปเมืองฮอกังลอบวางยาพิษสังหารตั๋งไทเฮา เสีย สํานักพระราชวังใหอญเชิญพระบรมศพกลับเมืองหลวง ั ประกอบพิธีแลวฝงไวที่สสานหลวงตามราช ุ ประเพณี ตั๋งไทเฮาจึงมีชะตากรรมอยางเดียวกับพระนางลิเฮาในพระเจาฮั่นโกโจ ปฐมกษัตริยแหงราชวงศฮั่นที่  ไดออกวาราชการหลังมานแลวถูกสังหาร แตเบากวาบางตรงที่โฮจิ๋นไมอํามหิตเทายุค นั้น จึงมิไดสังหารญาติ วงศพงศาของตั๋งไทเฮาแบบลางโคตร เหมือนครั้งพระนางลิเฮา แตเรื่องหนึ่งที่ไมคาดคิดไดเกิดขึนโดย ้ คานิยมของเมืองจีน นั่นคือเรื่องที่ คนสกุล "โฮ" ฆาคนสกุล "ตั๋ง" ไดกลายเปนศึกศักดิศรีของวงศสกุลทีผคน ์ ่ ู All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 33.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 33 สกุล "ตั๋ง" ผูกใจเจ็บคนสกุล "โฮ" แต นั้นมา ตั๋งโตะ คนในสกุล "ตั๋ง" จึงถูกประทับรอยศึกศักดิ์ศรีของวงศ ตระกูลกับสกุล "โฮ" ไวในใจดวย สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ครองใจตระกูล "โฮ" (ตอนที่ 15) หลังสิ้นแผนดินพระเจาเลนเตแลว สิบขันทีก็เปนดังไมเลื้อยที่ไมหลักโคนลง แลวไมเลื้อยก็ลมลงตาม ตอง ปรับปรุงทาทีและแสวงหาหลักยึดใหมตอไป ชะตากรรมของสิบขันทีในชวงนี้ประดุจดั่งไตอยูบนเสนลวด และ เผชิญวิกฤติหนักขึ้นทุกที ขางหนึ่งนั้นเวรกรรมทีทําไวกับขุนนางขาราชการอยางหนักหนา สาหัส กําลังตาม ่ สนอง และใกลตัวเขามาทุกขณะ อีกขางหนึ่งนั้นยังหาแหลงพักพิงเกาะอาศัยไมไดมั่น คิดจะพึ่งพาตั๋งไทเฮา อาศัยใบบุญหนุนหองจูเหียบ ขึ้นเปนฮองเตก็ผิดพลาดลมเหลว จนจําตองใชสุดยอดวิชาขันทีเพื่อเอาตัวรอด ครั้น ตั๋งไทเฮา ถูกเนรเทศไปอยูตางเมือง สิบขันทีก็คาดการณ ได ณ บัดนั้นวา ตั๋งไทเฮา คงจะสิ้นวาสนาแลว จําเปนจะตองหาหลักใหมเกาะยึดตอไป สุมหัวปรึกษาหารือกันแลวเห็นพองตองกันวาแผนดินอยูในน้ํามือของ คนตระกูล "โฮ" ซึ่งเปนตระกูลผูคาเนื้อ เพราะบัดนี้ โฮไทเฮา เปนพระราชชนนีของฮองเต เปนที่เกรงใจของ  เหลาขุนนางและขาราชการทั้งปวง แตโฮไทเฮานัน เปนคนหวงอํานาจ บายอ หูเบา และโปรดการพินอบพิเทายกยองสรรเสริญ อยูในวิสัยที่จะใช ้ สุดยอดวิชาขันทีทาใหโฮไทเฮาโปรดปรานได ถาเมื่อใดเปนที่โปรดปรานของ โฮไทเฮา แลว แม โฮจิ๋น จะ ํ เปนถึงผูสําเร็จราชการแผนดิน ก็จะทําอะไรพวกตนไมได เพราะ โฮจิ๋นนันเปนคนตัดสินใจโลเล ไมเด็ดขาด  ้ และกลัวนองสาว เนื่องจากมีอํานาจวาสนาขึนมาไดเพราะการอุมชูสงเสริมของ โฮไทเฮา ผูเปนนอง ดังนั้นถา ้ โฮจิ๋น อยูในคําของ โฮไทเฮา เสียแลว อวนเสี้ยว และพรรคพวกที่ไมพอใจสิบขันทีก็ไมมอะไรที่นาเกรงกลัว ี อีกตอไป ความรอบคอบในการคิดอานของสิบขันทีไกลออกไปอีกวา จะตองกุมหัวใจคนตระกูล "โฮ" ใหจงได สิบขันทีทราบดีวาโฮไท-เฮามีพระมารดาชื่อวาบูยงกุน เปนทีเคารพยําเกรงของลูกทั้งสามคน คือโฮจิ๋น, โฮไท ่ เฮา และโฮเบี้ยว ทั้งทราบดวยวา นางบูยงกุน เปนคนโลภ เห็นแกทรัพยสินเงินทอง หากนําของเหลานี้ไป กํานัลใหถึงขนาดแลว นางบูยงกุนก็พรอมที่จะขายตัวใหกับทรัพยสินเงินทองนั้น เปนวิสัยที่จะเอา นางบูยงกุน เปนพวกไดสําเร็จ เพียงนี้แลวยังไมเปนที่วางใจกับสถานการณทตึงเครียด สิบขันทีเห็นวาโฮเบียวขุนนางผูนองโฮไทเฮา ซึ่งบัดนี้ ี่ ้  เปนผูชวยผูสําเร็จ ราชการแผนดินมีกําลังทหารอยูในมือ เปนคนโลภโมโทสันไมแพมารดาตัว ทั้งยังเปนคนโง  และหูเบา คนแบบนี้สามารถใชเปนเครื่อง มือไดโดยงาย หากไดโฮเบี้ยวมาเปนพวกอีกคนหนึ่งแลว จึงจะเปน ที่มั่นใจไดวาสถานการณของพวกตนจะดีขึ้น ดังนั้น สิบขันทีจึงดําเนินการตามแผน ใชสุดยอดวิชาขันทีวาดวยการติดสินบนและการทําใหเกิดความพอใจ สูงสุด หมั่นเขาหาพินอบพิเทา เอาอกเอาใจ โฮไทเฮา ยกยองสรรเสริญสารพัด จนโฮไทเฮาแทบจะรูสึก  พระองควาเปนเทพธิดาที่จติมาจากสรวงสวรรคเพื่อโปรดมวลมนุษยชาติ ใหพนทุกขพบสุขกันทั่วถวน สราง ุ บารมีเพื่อถึงซึ่งความเปนพระโพธิสัตวในกาลเบื้องหนา โฮไทเฮาจึงโปรดปรานสิบขันทีเสียยิ่งกวาครังพระเจาเลนเตยังทรงพระชนมอยู สําหรับ โฮเบี้ยว ผูชวยผูสาเร็จ ้  ํ ราชการแผนดินนั้น สิบขันทีไดนําทรัพยสินเงินทอง หยกแกะสลัก ไขมุก และของขวัญพิเศษมาก มายไปมอบ เปนกํานัล ยกยอง โฮเบี้ยว เปนเสาหลักค้าบัลลังกของฮองเต ค้ําจุนสันติสขของประเทศ เปนที่นับถือศรัทธา ํ ุ ของผูคนทั้งแผนดิน แมกระทังฮองเตก็ทรงเกรงพระทัยในบารมีและคุณธรรมของ โฮเบี้ยวยิ่งนัก ละไวให โฮ ่ เบี้ยวเขาใจเองวาก็แลเมื่อคนที่เปนถึงฮองเตยังเกรงบารมีตนแลว โฮจิ๋น อวนเสี้ยว ก็ตองเกรงใจเชื่อฟง โฮ  เบี้ยวไปดวย ปลูกความรูสึกขึนในใจ โฮเบี้ยว วาถาเมื่อใด โฮจิ๋น อวนเสี้ยว ละความเกรงใจแลว เมื่อนั้น โฮ ้ เบี้ยว ก็จะตองไมเกรงใจใดๆ ตอบ ดังนี้โฮเบี้ยวจึงออนระทวยทางความสํานึก อาสาเปนผูปกปองคุมครอง สิบขันทีใหทําราชการโดยไมตองยํา  เกรงผูใดอีกตอไป สวนนางบูยงกุน นั้น สิบขันทีก็ผลัดกันแวะเวียนไปเยียมเยือน ทุกครั้งนําทรัพยสินเงินทอง ่ ของมีคาไปมอบเปนของกํานัล กระทําให เกียรติยศของ นางบูยงกุน ปรากฏตอเพื่อนบานรานถินอยางครึก ่ โครม จะไปไหนก็จัดเปนขบวนแหเยียงเจาพระยา ทั้งยังสั่งใหขุนนางขาราชการในอาณัติ ไปอํานวยความ ่ สะดวกประดับเกียรติยศใหปรากฏลือชาแกคนทั้งปวง All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 34.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 34 แมคาเนื้อคนหนึ่งซึ่งไมเคยลิ้มรสสัมผัสความรูสึกอันเปนเกียรติยศเยี่ยงนี้ ประกอบเขากับของกํานัลที่หลั่งไหล  มาไมขาดสาย ลวนเปนของมีคาหาที่เปรียบมิได ยิ่งประกอบกับคํายกยองสรรเสริญที่เจริญโสต คละเคลาดวย คําวอนขอฝากเนื้อฝากตัวอยูใตรมบารมีแลว นางบูยงกุนก็กลายเปนทั้งโฆษก และทูตประสานผลประโยชน  ของสิบขันที เดินทางเขาวังและเขาเยี่ยมลูกทั้งสามบอยครังยิ่งกวาแตกอนทุกครั้งที่ปะหนาลูก นางบูยงกุน ได ้  สรรเสริญเยินยอสิบขันทีไมขาดปาก มิหนําซ้ํายังยกเอาบุญคุณของสิบขันทีทมีตอตระกูล "โฮ" วาเปนผูอยู ี่ เบื้องหลังที่ทาใหตระกูล "โฮ" เราไดครองแลวซึ่งอํานาจวาสนาดังที่เปนอยูนี้ ทั้งยังดูแล เอาใจใสการกินอยู ํ ของครอบครัวตระกูล "โฮ" สารพัด และยังชวยเหลือสนับสนุนกิจการงานทั้งปวงทุกๆ ประการ คําของนางบูยงกุนผูเปนมารดา ทําใหลูกทั้งสามของตระกูล "โฮ" ที่ครองอํานาจในเมืองหลวงเชื่อวาสิบขันที เปนผูภักดีตอตระกูล "โฮ" อยางแทจริง โดยทีหารูไมวาบัดนี้มารดาตัวหาใชคนเดิมไม หากเปนสินคาที่ขาย ่  ใหแกสิบขันทีไปทั้งตัวแลว ประกอบทั้งความพอใจสวนตัวของแตละคนที่ขนทีเสกสรรปนแตงไว จึงทําใหคน ั ตระกูล "โฮ" ตางรักใครวางใจสิบขันทียิ่งขึ้น ดวยเหตุนี้สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) จึงวาไววาสิบ ขันทีจึง "ทําราชการปกติอยูในพระราชวังเหมือน  แตกอน" แตกรรมนั้นไมอยูในฐานะที่สิบขันทีจะติดสินบนใหผันแปรเปนอื่นไปได กรรมจึงยังทําหนาทีสนอง  ่ กรรมตอไปตามหลักที่วา "เรามีกรรมเปนเผาพันธุ ทํากรรมอันใดไว ยอมไดรบผลกรรมอันนัน ทําดียอมไดดี ทํา  ั ้ ชั่วยอมไดชั่ว" จากนี้ไปยอมจะไดเห็นวิบากแหงกรรมทีสนองเอากับขันที ทั้งๆ ที่สิบขันทีไดใชสุดยอดวิชา ่ ขันทีอยางเต็มที่ จนลําพังสายตาคนไมอาจมองเห็นไดวาสถานการณลาสุดทีสิบขันทีผูกใจตระกูล "โฮ" ได  ่ สําเร็จ จะผันแปรเปนอยางอื่นไปไดอีก หลังจากตั๋งไทเฮาสิ้นพระชนมแลว โฮจิ๋นซึ่งรูดีแกใจตัววาใครเปนผูสังหาร ตั๋งไทเฮา จึงประดุจวัวสันหลังหวะ   ไมยอมไปงานถวายสักการะพระบรมศพตามประเพณี เก็บตัวเงียบอยูแตในบาน อวนเสียวเห็นเปนโอกาส จึง ้ ไปเยี่ยมโฮจิ๋นที่ในจวน แลวยุ โฮจิ๋น วา "ขันทีสิบคนนินทาวาทานใหทหารไปลอบฆานางตั๋งไทเฮา เสีย หวัง จะคิดเอาราชสมบัติ ซึ่งทานจะนอนใจอยูมคดฆาขันทีสิบคนเสีย ภายหนาไปเห็นจะเปนอันตรายเปนมั่นคง ครั้ง ิ ิ นี้ทานกับโฮเบี้ยวผูนองก็เปนผูสาเร็จราชการสิทธิขาด ํ ขุนนางทั้งปวงก็อยูในเงื้อมมือทานสิ้น ทานจะคิด ประการใดเห็นจะสมปรารถนา อุปมาเหมือนพลิกแผนดินกลับ" คําของอวนเสี้ยวดังกลาวนี้ แสดงใหเห็นอยูในตัววาแมจะเปน ถึงนายพันทหารสารวัตรอยูในเมืองหลวง แต  ระบบขอมูลขาวสารไรประสิทธิภาพ จึงไมลวงรูถึงความนัยที่สิบขันทีใชสดยอดวิชาซื้อชาวตระกูล "โฮ" ไว  ุ หมดสิ้นแลว แตโฮจิ๋นคนหูเบา และมีความโลเลอยูในกมลสันดาน ยินคําอวนเสี้ยวแลวก็โกรธสิบขันทียิ่งนัก อวนเสี้ยวเห็นใบหนาโฮจิ๋นแดงปลั่งดวยแรงโทสะ เห็นเปนทีจึงยุใหโฮจิ๋นเรงฆาสิบขันทีเสีย การที่ อวนเสียวแสดงความประสงคตองการอาศัยอํานาจ โฮจิ๋น สังหารสิบขันทีอยางไมหยุดหยอนนั้น แมสาม ้ กกจะมิไดระบุวาเนื่องมาจากเหตุอันใด แตยอมอนุมานไดวาเนื่องมาจากความไมพอใจที่ตระกูล "อวน" ซึ่ง  ถึงแมวาจะเปนขุนนางผูใหญสบทอดมาหลายชั่วอายุคน ก็ยังถูกสิบขันทีรดสวยสินบนอยางไมไวหนา จนความ ื ี แคนพอกพูนกลายเปนความพยาบาทนั่นเอง โฮจิ๋นเพิ่งรับคําโฮไทเฮา ทั้งยังไดยินคําสรรเสริญสิบขันทีจาก มารดาตัว สินน้ําใจชังสิบขันทีไปแลว ครันได ้ ้ ฟงคําอวนเสี้ยวใจก็โลเล ประกอบดวยโทสะจึงเห็นคลอยไปตามคําอวนเสียว คิดจะฆาสิบขันทีอีก แตยัง ้ ตัดสินใจเด็ดขาดไมได จึงวาทีทานวามานี้ก็ถก แตเราขอเวลาไตรตรองสักคืนหนึ่งกอน ่ ู ในขณะที่ อวนเสี้ยว และ โฮจิ๋น สนทนาอยูนั้น คนรับใชซงเปนสายลับของสิบขันทีไดยนความเขาแลว รีบนํา  ึ่ ิ ความไปแจงใหสิบขันทีทราบ สิบขันทีทราบรายงานแลวจึงปรึกษาตกลงกันไปฟองโฮเบี้ยววา อวนเสี้ยว ทํา การหยาบชา ไมเกรงใจทาน คิดอานจะชิงราชสมบัติ เปนใหญเสียแตผเดียว พวกตนหาความผิดมิได อวน ู เสี้ยว กลับยุ โฮจิ๋น ใหสังหารพวกตนเสีย พวกตนตายนันไมเสียดายแกชีวิต เปนหวงแตไมมีผูใดเอาใจใสดูแล ้ รับใช โฮเบี้ยว และมารดา ทั้งยังหวงตระกูล "โฮ" เพราะ อวนเสี้ยว มีอํานาจทางทหารและมักใหญใฝสง ไม ู คิดถึงคุณคน ชิงราชสมบัติไดแลว ยอมจะทรยศตระกูล "โฮ" สังหารคนตระกูล "โฮ" เสียทั้งสิ้น จึงขอรอง โฮ เบี้ยว ใหนําเนื้อความทั้งนี้ไปแจงให โฮไทเฮาดวย คําสิบขันทีที่ฟองโฮเบี้ยวนี้ แมวาดูภายนอกจะเปนการฟองอวนเสี้ยววา ตองการลมอํานาจตระกูล "โฮ" ชิงราช  สมบัติ แตภาย ในเนื้อแทอยูตรงที่ตองการใหโฮไทเฮา และโฮเบี้ยวไมพอใจโฮจิ๋น และปกปองพวกตน โฮ  เบี้ยวคนหูเบาฟงคําสิบขันทีแลวก็เชื่อสนิทใจ เพราะแรงสินบนสิบขันทีกินใจลึกอยางหนึ่ง และประหวั่นวาหาก All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 35.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 35 การเปนจริงเขาแลว อํานาจวาสนาของตนก็จะสูญสิ้นไปดวย ประโยชนสองฝาย สมกันดังนี้ โฮเบี้ยว จึงรีบเขา วังเฝา โฮไทเฮา แลวทูลตามคําของสิบขันที โฮไทเฮา ฟงคํานองแลวก็เชื่อตาม โฮจิ๋น ขอเวลา อวนเสี้ยว เพื่อไตรตรองคืนหนึ่ง แตความจริงหามีความคิดอานทีจะไตรตรองประการใดไม ค่ํา ่ ลงก็เขาเฝา โฮไท-เฮา ถึงตําหนัก แลววาจะตองฆาสิบขันทีเสีย หากปลอยไวจะเปนอันตราย โฮไทเฮา จึงวา สิบขันทีทําราชการมาแตครั้ง พระเจาเลนเต รับใชใกลชดเบื้องพระยุคลบาทดวยความซื่อสัตย ทุมเททั้งกายใจ ิ โดยไมเห็นแกความเหน็ดเหนือยของตน หรือความยากลําบากของครอบครัว หาความผิดมิได จะฆาเสียเปน ่ การไมชอบ ขณะนี้เพิ่งผลัดเปลี่ยนแผนดิน ชอบที่จะทําใหเกิดความสงบสุขขึ้นในบานเมือง การคิดอานฆาขุน นางผูใหญจํานวนมากขนาดนี้ เหมือนแกลง ใหแผนดินเปนจลาจล ใครจะเชื่อวาตระกูล "โฮ" เรามีความตั้งใจ ทํานุบํารุงแผนดินใหเปนสุข อวนเสี้ยวเปนคนเนรคุณ คิดหักหลังตระกูล "โฮ" ของเราเพื่อชิงราชสมบัติ ถึงวัน นั้นวาสนาและยศศักดิ์ของชาวตระกูล "โฮ" จะเหลืออยูไดอยางไร มีแตจะพากันเดือด รอนสิ้น ทั้งสิบขันทีก็มี คุณสนับสนุนคนตระกูล "โฮ" จนมีอํานาจวาสนาขึ้นถึงเพียงนี้ มาบัดนี้มารดาเราก็ชราแลว ไดสิบขันทีเปนธุระ ใสใจดูแลทั้งการกิน การอยู เสียยิ่งกวาบุตรในอุทร โฮจิ๋น ฟงคํา โฮไทเฮา แลวจํานนตอถอยคําและเหตุผล ประกอบกับความคิดอานโลเลเกิดประกายความคิดสงสัย อวนเสี้ยว ขึ้นมา จึงพรั่นใจหวันไหวไปตามคําของ ่ โฮไทเฮา ไมไดโตตอบประการใด แลวขอตัวกลับมาบาน สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ชักน้ําเขาลึก ชักศึกเขาเมือง (ตอนที่ 16) รุงเชาขึ้น อวนเสี้ยวรีบออกจากบานมาจวนของโฮจิ๋น ขอพบโฮจิ๋นและถามวาที่เสนอใหรบสังหารสิบขันทีเสีย ี นั้น โฮจิ๋นตกลงใจประการใด โฮจิ๋น บอกวาค่าคืนทีลวงแลว เราไดไปเฝา โฮไทเฮา ปรึกษาเรื่องนี้ แต โฮไท ํ ่ เฮา ไมเห็นชอบดวย แลวบอกเหตุผลของ โฮไทเฮา ให อวนเสี้ยว ฟง แตขอที่เกี่ยวกับสิบขันทีทําคุณไวกับ ตระกูล "โฮ" นัน โฮจิ๋น ปดเสียไมบอก อวนเสี้ยว ้ อวนเสี้ยวจึงยุตอไปวาหากไมรบฆาสิบขันทีเสีย จักเปนอันตรายเปนมั่นคง โฮจิ๋น ฟงคํายุของ อวนเสี้ยวแลว  ี น้ําใจก็เกิดโลเลคิดฆาสิบขันทีขึ้นมาอีก จึงปรึกษาวาเมื่อเปนเชนนี้จะทําประการใดดี เหตุการณเขาทางของ อวนเสี้ยว อวนเสี้ยว จึงเสนอวา "ขอใหมีหนังสือทานออกไป ใหหาหัวเมืองทั้งปวงยกทหารเขามาเปนกระบวน ทัพแลวประกาศวาจะเอาตัวขันทีสิบคนฆาเสีย นางโฮเฮา กลัวจะเปนอันตราย เห็นจะใหจับขันทีสงออกมาให โดยสะดวก" อวนเสี้ยวไดเสนอแผนการชนิดที่โบราณวา "ชักน้ําเขาลึก ชักศึกเขาเมือง" โดยขาดความเขาใจวาธรรมดาน้ํา เมื่อเขาที่ลึกแลว ไหนเลยจะไหลกลับคืนสูทตื้น กองทัพหัวเมืองหากไดเขาเมืองหลวงแลว ไหนเลย จะถอน  ี่ กลับเสียโดยงาย มีแตจะยึดครองเมืองหลวงเอาโดยกําลัง ไมตางอะไรกับการไปเอาฝรั่งเขามาชวยเหลือแกไข ปญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย ไหนเลยทีฝรั่งจะเพียงแตเขามาชวยเหลือ มีแตจะเอาบานเมืองเปนประเทศ ่ ราช เอาราษฎรลงเปนทาสเทานั้น ขอเสนอแบบขี่ชางจับตั๊กแตนของ อวนเสี้ยว แมเขาลักษณะชักน้ําเขาลึก ชักศึกเขาเมือง ผลไดไมคุมเสีย แต โฮจิ๋น เปนคนถอยปญญา มองไมเห็นหายนะที่จะเกิดขึ้น เห็นแตทางไดที่จะจับสิบขันทีฆาเสีย จึงเห็นชอบกับ แผนการของ อวนเสี้ยว ในขณะที่ อวนเสี้ยว เสนอแผนการตอ โฮจิ๋น นั้น ตันหลิม ขุนนางหนาที่อาลักษณอยู ในที่นั้นดวย ไดยินขอเสนอแลวกลาวเปนโคลงออกมาให โฮจิ๋น และ อวนเสี้ยว ไดยินวา "ชายชาญเชิงเชี่ยว ดานธนูศิลป ไกลโสตสุดเสียงยินสูเปา ปดตาโกงนกบิน หมายมุง ทะนงนา ศรพลาดเสียบมือเขา แตนั้นเสีย คน" ทั้ง โฮจิ๋น และ อวนเสียว ยินคําโคลงของ ตันหลิม แลวหันกลับไปมอง ตันหลิม จึงวาแก โฮจิ๋น วา "ตัว ้ ทานทุกวันนี้ ราชการเมืองก็สิทธิขาดอยูแกทาน ขุนนางทั้งปวงก็อยูในเงื้อมมือทาน อันขันทีสิบคนเหมือน  แมลงเมา ตัวทานเหมือนกองเพลิงอันใหญ แมลงเมาหรือจะสูเพลิงได ถาทานจะคิดประการใดก็จะสมดัง ปรารถนา ตัวทานเหมือนพญาหงส คิดการใหญแลวจะมาเคราทาฝูงกาอยูนนไมสมควร อันหัวเมืองทั้งปวง จะ ั้ ยกทหารเปนกระบวนทัพเขามา ถาไดตวขันทีสิบคนแลวเห็นหัวเมืองทั้งปวงจะกําเริบศึกกลางเมืองขึ้น การซึ่ง ั จะคิดทํานุบารุงแผนดินนั้นก็จะเสียทวงทีไป" ํ คําของตันหลิมสมกับเปนอาลักษณ ชัดเจนครบถวนสมบูรณดวย เหตุและผล ตองดวยพิชยสงคราม แตโฮจิ๋น ั ฟงแลวไมตางอะไรกับควายไดยินเสียงทิพยดนตรี ตรงกับพุทธภาษิตที่วา "วินา-สกาเล วิปริตตพุทธิ" ซึ่ง แปลวา "เมื่อกาลวินาศมาถึงเขาแลว สติปญญายอมวิปลาสแปรปรวนไป" โฮจิ๋น จึงหัวเราะวาแก ตันหลิม วา  "ตัวทานจะมารวมคิดการใหญกับเรานั้น ความคิดทานนอยนัก อุปมาดังเด็กเลี้ยงโค" All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 36.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 36 การยกเด็กเลี้ยงโคขึ้นอุปมากับความรูของตันหลิม เปนการแสดงความโงของ โฮจิ๋น ใหปรากฏ เพราะความรู ของ ตันหลิม อันไดแสดง ณ บัดนี้นั้น เปนความรูของคนที่เปนบัณฑิต เปรียบไมไดกับเด็กเลี้ยงโค แมเด็ก เลี้ยงโคเลาจะไปปรามาสวาไรเสียซึ่งสติปญญา ยอมไมชอบ เพราะเด็กเลี้ยงโคที่มีสติปญญาและความรอบรู  เหนือกวาโฮจิ๋นและตันหลิมก็ยงมีปรากฏใหเห็นอยูถมไป ั ในที่นั้นโจโฉไดเขารวมปรึกษาหารืออยูดวย  และโจโฉนั้นบัดนี้อยูใกลอํานาจรัฐมากกวาซุนเกี๋ยนและเลาป สามารถเขานอกออกในจวนของผูสําเร็จราชการแผนดินไดดุจดังคนในบานของโฮจิ๋น เปนที่ไววางใจของ โฮจิ๋นมากขึ้นโดยลําดับ โจโฉไดยินขอเสนอของอวนเสี้ยว ไดยินโคลงและความเห็นของตันหลิม ตลอดจน การโตตอบของโฮจิ๋นแลว จึงตบมือหัวเราะแลววา "อยางธรรมเนียมแผนดินแตกอนก็มีมา พระมหากษัตริยเชื่อ ฟงตั้งแตงขันทีเปนเสนาบดีผใหญ ราชการเมืองผันแปรไปมีเนืองๆ มาอยู ครั้งนี้ขันทีทั้งสิบคนซึ่งหยาบชานั้น ู มีสติปญญาเปนใหญอยูคนเดียวสองคนดอก ถาจะคิดจับเอาแตนายใหญนนฆาเสียก็จะไดโดยงาย ทําไมจะให   ั้ รอนถึงหัวเมืองยกเปนกระบวนทัพเอิกเกริกมาเลา" ความเห็นของ โจโฉ ครั้งนี้ สวนทางกับความคิดเห็นของ อวนเสี้ยว อยางสิ้นเชิง เทากับ โจโฉ วากลาวคาน อวนเสี้ยว ซึ่งหนา ทั้งยังกระทบเอากับความคิดหมิ่นความรู ตันหลิม ของ โฮจิ๋น ดวย ทั้งยังสะทอนใหเห็นดุลย พินิจพิจารณาปญหาโดยจําแนกของโจโฉ จับเอาแกนแกนของปญหามาเปนหลักในการแกไขปญหานัน ทํา ้ ปญหาใหญใหเปนปญหาเล็ก ทําเรื่องใหญใหเปนเรื่องเล็ก ซึ่งแกไขทําไดงาย และปญหาก็จะสิ้นสุดไปได ทั้ง ยังแสดงดวยวา โจโฉนั้นเกงคน อานคนออกวาในบรรดาขันทีทั้งสิบคนนั้นมีผูมีปญญาเปนแกนของปญหา เพียงคนสองคนเทานั้น นี่เปนไปตามหลักพิชัยยุทธ ที่ตองกําหนดเปาหมายใหเล็ก โจมตีเปาหมายใหแมน แลวทําลายลางอยาง เบ็ดเสร็จเด็ดขาด โฮจิ๋น ฟงคํา โจโฉ แลวก็โกรธ ตวาดใส โจโฉ วาที่พดเชนนี้เปนการเขาขางสิบขันที ไมเห็น ู แกความทุกขรอนของเรา หรือวาเปนพวกเดียวกับขันทีทั้งสิบคน โจโฉ ยินคํา โฮจิ๋น ดั่งนี้ ก็รูสึกโกรธแตเปน  ผูนอยกวาจึงไมโตตอบประการใด ลุกขึ้นแลวเดินออกมาภายนอกจวนของ โฮจิ๋น รําพึงขึ้นวา "แผนดินครั้งนี้จะ เกิดอันตรายเพราะโฮจิ๋น" นับเปนการคาดการณทแสดงออกถึงสติปญญาเล็งการขางหนาได อยางแมนยํา ี่  ของโจโฉ เพราะเมื่อโฮจิ๋นไมฟงคําทัดทานแลว ก็ไดมหนังสือถึงหัวเมืองตาง ๆ ใหยกทัพเขาเมืองหลวง ี เนื่องจากขณะนั้น ราชสํานักมีกฎหมายลักษณะกบฏศึก หามกองทัพหัวเมืองยกเขาเมืองหลวง เวนแตจะมี หมายรับสั่งของฮองเต มิฉะนั้นจะเปนความผิดฐานกบฏ มีโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร ดังนั้นเมื่อหัวเมืองตางๆ ไดรับหนังสือของโฮจิ๋น ซึ่งมิใชหมายรับสั่งของฮองเต จึงพากันเพิกเฉยเสีย คงมีแตตั๋งโตะ เจาเมืองซีหลง ซึ่งไดดิบไดดีขึ้นมาเนื่องจากการติดสินบนกับขันที เห็นหนังสือของโฮจิ๋นแลว ลําพองในกําลังทหารในมือที่มอยูเปนจํานวนมากถึงยีสิบหมื่น ี ่ ทั้งภายในใจก็มีความคิดอานทีจะชิงเอาราช ่ สมบัตทําชั่วชาตอแผนดิน เฝารอคอยโอกาสเชนนี้มานานแลว จึงมีความยินดียิ่งนักที่ไดแลเห็นโอกาสทําการ ิ ใหญสมความคิดที่เฝาคอย ตังโตะเห็นหนังสือของโฮจิ๋น ซึ่งมิใชหมายรับสั่งของฮองเต แตดวยความดีใจจน ๋ ลนลานที่การเขาทางเจือสมกับความคิดตัว จึงลืมไปวาการยกกองทัพเขาเมืองหลวงเชนนี้เปนความผิดฉกรรจ ฐานกบฏตอแผนดิน สั่งให เยียวหู ผูเปนลูกเขยอยูรักษา เมืองซีหลง แลวตัว ตั๋งโตะ ไดจดสีทหารเอกคือ ลิฉุย ั ่ , กุยกี, เตียวเจ และ หลงเตียว คุมทหารสิบหมื่นพรอมอาวุธยุทโธปกรณเคลื่อนทัพยกไป เมืองลกเอี๋ยง ราช ธานี ระหวางเคลื่อนทัพ ตั๋งโตะไดใหสืบขาวความเคลื่อนไหวของหัวเมืองวาจะดําเนินการอยางใด ทหารที่ออกไป สืบขาวตามมารายงานทุกระยะวาไมปรากฏหัวเมืองใดเคลื่อนทัพ ดังนั้นในขณะทีทัพของ ตั๋งโตะ เคลื่อนมาได ่ ครึ่งทาง ลิยู ทีปรึกษาของ ตั๋งโตะ เกิดความเฉลียวใจ ระลึกขึ้นไดวามีกฎหมายของราชสํานักหามทัพหัวเมือง ่ เขาเมืองหลวง เวนแตจะมีหมายรับสั่งของฮองเต จึงเรียกเอาหนังสือที่ใหหากองทัพจากหัวเมืองยกเขาเมือง หลวงจาก ตั๋งโตะ มาพิจารณาดู ก็ปรากฏวาเปนเพียงหนังสือของ โฮจิ๋น หาใชหมายรับสั่งของฮองเตไมลิยู จึง รายงาน ตั๋งโตะ เกี่ยวกับกฎหมายลักษณะกบฏศึกดังกลาว และเสนอใหตงโตะปลงทัพไวที่นั้น แลวมีหนังสือ ั๋ กราบบังคมทูลขอรับพระบรมราชานุญาตเสียกอน ตั๋งโตะ เห็นชอบดวย จึงใหปลงทัพตั้งคายไว ณ ที่นั้น แลวมี หนังสือกราบบังคมทูลถึงฮองเตวา "อาณาประชาราษฎรในเมืองหลวงแลหัวเมืองทั้งปวง ไดความเดือดรอน เพราะขันทีสิบคนทําการหยาบชาใหผดขนบธรรมเนียม บัดนี้ ขาพเจาจะยกกองทัพไปเมืองหลวงแลวจับตัว ิ เตียวเหยียงกับขันทีเกาคนฆาเสีย พระองคแลอาณาประชาราษฎรจะไดอยูเย็นเปนสุขสืบไป" หนังสือกราบบังคมทูลของ ตั๋งโตะ ไปถึงมือทานผูสาเร็จราชการแผนดิน โฮจิ๋น ทราบความแลวก็ปดเรื่องเสีย ํ ไมกราบทูลฮองเตดวยเกรงวาขันทีจะลวงรู แตความคิดโลเลยังคงครองใจ โฮจิ๋น ดังเกา แทนที่จะตั้งหนาทํา All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 37.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 37 การตามความคิดเดิม กลับทําเรื่องเอิกเกริกขึ้นใหเชิญขุนนางที่เปนพวกมากินโตะทีจวน แลวหารือวาจะให ตั๋ง ่ โตะ ยกกองทัพเขาเมืองหลวงเพื่อจับสิบขันทีฆาเสียดีหรือไม ทําเรื่องใหเอิกเกริกโดยไมคดระแวดระวังวา ิ ความเคลื่อน ไหวนั้นจะทราบไปถึงสิบขันที นับวาตั้งอยูในความประมาท และประมาทคนแบบสิบขันทีมาก เกินไป แตะถาย ขุนนางฟงคํา โฮจิ๋น แลวจึงวา "ตั๋งโตะน้าใจดังเสือ ซึ่งจะใหเขามาในเมืองหลวงนี้เห็นจะมี ํ อันตรายแกคนทั้งปวง" นี่ก็เปนฝายคานอีกคนหนึ่งที่ไมเห็นดวยกับความคิดของ โฮจิ๋น และ อวนเสียว โฮจิ๋น ้ ฟงแลวหาวา แตะถาย ขี้ขลาดตาขาว จะรวมทําการใหญดวยไมได "ไดยินแตขาว ยังมิทันเห็นตัวเสือก็ครั่น คราม" ตกใจกลัวเสือเสียแลว แตะถายก็นิ่งเสีย สงบวาจาไมวากลาวสืบไป ฝาย โลติด อดีตแมทัพใหญปราบโจรโพกผาเหลืองอยูในทีเลี้ยงโตะนั้นดวย จึงวา "ขาพเจาไดเคยรูน้ําใจตั๋ง ่ โตะมาแตกอนวาเปนคนหยาบชา ถาปลอยใหเขามาในเมืองหลวงเห็นจะเกิดจลาจลเหมือนคําแตะถายวาเปน มั่นคง" โฮจิ๋น ยินคํา โลติด แลว จึงวา "ทานนี้ลวนเปนพวกขี้ขลาดตาขาว เราหาฟงคําทานตอไปไม อยาได เจรจาอีกเลย" โลติด แตะถาย และขุนนางอีกหลายคนไดฟงคํา โฮจิ๋น แลวสลดใจนัก เห็นวาแผนดินครั้งนี้จะ เกิดอันตรายเปนจลาจลเพราะ โฮจิ๋น ผูนี้เปนแนแท คนที่เปนใหญเมื่อเปนเชนนี้ขืนทํางานดวยตอไปก็มีแต ความฉิบหายจะมาถึงตัว ตางคนจึงลากลับบาน แลวยื่นเรืองขอลาออกจากราชการ เวนคืนตราสําคัญประจํา ่ ตําแหนง แลวออกไปอยูทําไรไถนาคาขาย ณ ภูมิลําเนาเดิม โฮจิ๋นสิ้นคนขัดคอแลว จึงแอบอางหมายรับสั่งใหทหารมหาดเล็กไปแจงแก ตั๋งโตะวา ฮองเตมีพระบรมรา ชานุญาตให ตั๋งโตะ ยกกองทัพเขามายังเมืองหลวงได และใหกองทัพ ตั๋งโตะ ตั้งทัพไวที่ ตําบลลุดคี ภายนอกกําแพงพระนครมหาดเล็กที่ โฮจิ๋น สงไปพรอมกับทหารของ ตั๋งโตะ ที่ถือหนังสือเขามาขอพระบรมรา ชานุญาตไดเดินทางไปยังคายอันเปนที่ตั้งกองทัพของตั๋งโตะนั้น แลวสงหมายรับสั่งที่ โฮจิ๋น แอบอางขึ้น ใหแก ตั๋งโตะ ตั๋งโตะไมสนใจไยดีวาจะเปนหมายรับสั่งจริงหรือปลอม การสมคะเนตามความตองการที่ยกทัพ จากเมืองซีหลงแลว จึงสั่งใหเคลื่อนทัพสิบหมื่นนั้นตรงเขาเมืองหลวง ตั้งทัพไวทตําบลลุดคี นอกกําแพงเมือง ี่ นคร ลกเอี๋ยง สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม สิ้นบุญตระกูล "โฮ" (ตอนที่ 17) ในชีวตของคนเรานั้น ยอมตองกระทําในสิ่งทีถูกตอง และยอมตองมีสิ่งที่กระทําความผิดพลาด ผูมปญญาจึง ิ ่ ี พึงเล็งการใหแมนยํา ทําการแตในสิ่งที่ถูกตอง หลีกเลี่ยงกระทําความผิดพลาด หรือแมหากจะตองเสี่ยงผิด เสี่ยงถูกตามสถานการณ ก็จําตองใหโอกาสเสี่ยงถูกมากกวาโอกาสที่จะเสียงผิด การกระทําทีผิดพลาด หาก ่ ่ ไมใชเรื่องสําคัญนักยอมอยูในวิสัยที่จะแกไขใหกลับคืนดีได หรือแมหากแกไขไมไดก็ยังพอทนรับกับผลรายที่ เกิดขึ้น ชีวิตคนเรายอมเปนเชนนี้ แตทวาหากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นเปนเรื่องรายแรง ถึงระดับที่โบราณวา "พลาดตาเดียว แพทั้งกระดาน" แลว ยอมสูญสินซึ่งโอกาสที่จะแกไขใหกลับฟนคืนดีได เวนแตจะมีปาฏิหาริยเฉพาะครั้ง เฉพาะคน และเฉพาะ ้ เรื่องเทานั้น ความคิดของ โฮจิ๋น และ อวนเสี้ยว ที่แอบอางหมายรับสั่งใหกองทัพหัวเมืองยกเขาเมืองหลวง เพื่อจับสิบขันทีฆาเสียนั้น หาใชเปนเรื่องผิดเล็กนอยไม หากเปนเรื่องผิดระดับที่ "พลาดตาเดียว แพทั้ง กระดาน" นั่นเอง มิหนํายังซ้ําดวยความประมาท ที่กระทําการใหญอันเปนเรื่อง ลับแลวไปจัดเลี้ยงโตะ เชิญขุน นางมารวมงานเปนการเอิกเกริก ความเคลื่อนไหวเหลานี้จึงทราบไปถึงสิบขันที ซึงติดตามสถานการณ ่ ระแวดระวังตนอยูอยางใกลชด ิ ฝายสิบขันทีไดทราบขาว ตั๋งโตะยกกองทัพมาตั้งอยูนอกกําแพงพระนคร ก็อานเหตุการณไดวาการทั้งนี้เกิด จาก โฮจิ๋น วางแผนแอบอางรับสั่งของฮองเตใหเคลื่อนทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง เพื่อยืมมือกองทัพหัวเมือง ฆาพวกตนเสีย ทั้งไดขาว โฮจิ๋น จัดงานเลี้ยงโตะเชิญขุนนางไปปรึกษาเรื่องใหกองทัพ ตั๋งโตะ เคลื่อนเขา เมืองหลวง เพื่อสังหารพวกตน จนขุนนางทีซื่อสัตยตอแผนดินตองลาออกจากราชการไปหลายคน เหตุการณ ่ คับขันนัก จึงตัดสินใจเสียงแตกหักกับ โฮจิ๋น เพราะหากขืนไมทําอะไรเสียเลยก็มีแตจะตกตายสถานเดียว ่ ดังนั้น ผลการปรึกษาหารือของสิบขันทีจึงไดขอสรุปวา "ครั้นเราจะนิ่งอยูบัดนี้ อันตรายก็จะถึงชีวิตเรา เราจําจะ  คิดฆาโฮจิ๋นเสียกอน" วางแผนแลวกําหนดจุดสังหารไวทประตูพระตําหนักโฮไทเฮา ภายในเขตพระราชฐาน ี่ ชั้นใน วางแผนเสร็จก็จดพรรคพวกฝมือดีหาสิบคน พรอมอาวุธลอบเขาไปในเขตพระราชฐานชั้นใน แอบอยู ั ขางซุมประตูพระตําหนักโฮไทเฮา และสั่งวาถาเห็นโฮจิ๋นเขามาก็ใหสังหารเสียในทันที จัดวางกําลังหนวย สังหารแลว เตียวเหยียง ขันทีจึงเขาเฝา โฮไทเฮา กราบทูลวา แมวาพระแมเจาจะแผพระเมตตาบารมี All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 38.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 38 คุมครอง ใหพวกขาพเจาไดถวายการรับใชใกลชิดแลว โฮจิ๋น ก็หาเกรงใจพระองคไม ทั้งไมรักษาคําสัตย วางแผนแอบอางรับสั่งของฮองเตใหเรียกกองทัพจากหัวเมืองเขาเมืองหลวงเพื่อจะเอาตัวพวกขาพเจาไป สังหารเสีย พวกขาพเจาหาทีพึ่งอื่นมิได จึงมาขอพระบารมีเปนที่พึ่ง แลวทูลตอไปวาการที่โฮจิ๋นแอบอางรับสั่ง ่ ครั้งนี้ บรรดาขุน นางตางคัดคานวาจะเกิดจลาจลขึ้นในเมือง เพราะตั๋งโตะเปนคนหยาบชา ทั้งมีความเคียด แคนคนในตระกูล "โฮ" อันเนื่องมาจากโฮจินไดลอบสังหารตั๋งไทเฮา ซึ่งเปนคนแซเดียวกันกับตั๋งโตะเสีย ตั๋ง ๋ โตะเขามาครั้งนี้ยอมจะชิงเอาราชสมบัติ แลวทํารายตระกูล "โฮ" จนพินาศสิ้น อยางนอยทีสุดยอมจะอาศัย ่ กําลังกองทัพชิงอํานาจจากพระองค บงการฮองเตเสียแตผูเดียว สุดยอดวิชาขันทีวาดวยการสรางความแตกแยกเพื่อเอาตัวรอดและแสวงประโยชนสัมฤทธิผลอีกครั้งหนึ่ง โฮ ไทเฮา ฟงคําทูลแลวก็ตกพระทัย ดวยเห็นเปนเรื่องใหญกระทบตออํานาจของพระองคเอง และผลประโยชน ของตระกูล "โฮ" เปนสวนรวม ดังนั้น น้ําพระทัยจึงคลอยเอนเชื่อตามคําขันที จึงตรัสวาเรื่องใหญขนาดนี้พวก เจาจงไปชี้แจงแลออนวอน โฮจิ๋น เถิด คงจะเชื่อฟงพวกเจาคิดอานแกไขเหตุการณและจะไมทําอันตรายพวก เจาดอก เตียวเหยียง จึงทูลวา "โฮจิ๋นมีใจชังพวกขาพเจาทั้งสิบคนนัก ซึ่งจะใหพวกขาพเจาออกไปหานั้น เหมือนหนึ่งเอาเนื้อไปสูเสือ อันจะมีชีวตคืนมานั้นหามิได ถาพระองคเมตตาขาพเจาครั้งนี้ ขอใหเชิญโฮจินเขา ิ ๋ มาตรัสขอชีวตขาพเจาตอพระโอษฐ ิ ถึงมาตรวาโฮจิ๋นจะไมเมตตาแลว ขาพเจาก็จะตายอยูตอหนาที่นั่ง  พระองค" โฮไทเฮา ฟงคําทูลของเตียวเหยียงขันทีแลว ก็มความกรุณา ทั้งเปนผลประโยชน ใหญของพระองค ี เองและตระกูล "โฮ" จึงมีพระราชเสาวนียสั่งใหนางกํานัลไปเชิญ โฮจิ๋น เขาวัง  นางกํานัลไปถึงจวน โฮจิ๋น แลวเชิญพระราชเสาวนียของ โฮไทเฮา ให โฮจิ๋น ทราบ แลวกลับพระตําหนัก โฮ ไทเฮา ตันหลิม ขุนนางฝายอาลักษณยินคําของนางกํานัลที่วา โฮไทเฮา ใหหา โฮจิ๋น เขาวังแลว ก็อาน เหตุการณครั้งนีวากรณีเปนกลอุบาย จึงทัดทาน โฮจิ๋น ไมใหเขาวัง ดวยเกรงจักเปนอันตราย อวนเสียว อยูใน ้ ้ ที่นั้น เห็นดวยกับคําทัดทานของ ตันหลิม จึงกลาวเสริมคําของ ตันหลิม วาที่พวกเราวางแผนสังหารขันทีใน ครั้งนี้นั้น รูปการณสอเคาวาขันทีคงจะรูตระหนักแลว จึงวางแผนแกไขเอาตัวรอด การเขาวังของทานครั้งนี้เห็น  ทีจะเกิดอันตราย โจโฉ ซึ่งกลายเปนคนสนิทสนมของทานผูสําเร็จราชการแผนดิน แตละวันเฝาเชาเฝาเย็นราว  กับเปนคนในจวน โฮจิ๋น เปนที่ไววาง ใจของ โฮจิ๋น อยูในทีนั้นดวย จึงออกความเห็นขึ้นมาบางวา "ถาทาน จะ ่ เขาไปก็ไปเถิด แตใหตัวขันทีสิบคนออกมาเสียจากวังกอน ทานจึงจะไมมอันตราย" ี โฮจิ๋น ยามชะตาจะถึงฆาต ความเฉลียวใจและความคิดอานระวังตนก็ถูกเงื้อมหัตถมัจจุราชบังไวสิ้น หัวเราะ แลววา โฮไทเฮา นองสาวเราเชิญเราเขาวัง มีหรือทีนองรวมอุทรของเราจะลวงเราไปใหขันทีสังหาร ตัวเราเอง ่ เปนใหญถึงทีผสําเร็จราชการแผนดิน อํานาจทหารและอํานาจบังคับบัญชาขุนนางทั้งปวงก็อยูที่เราสิ้น หาใคร ่ ู มาเสมอมิได ไหนเลยขันทีจะหาญกลาคิดอานทํารายเราได อวนเสียวเห็นทาจะทัดทานโฮจิ๋นไมสําเร็จ จึง ้ กลาวขึ้นวาทาน มิฟงคําพวกขาพเจา ขืนเขาไปก็ตามที แตขาพเจาจะขอตามไปดวย โฮจิ๋นขัดความปรารถนาดี ของอวนเสี้ยวและพวกไมได จึงอนุญาตตามทีอวนเสี้ยวเสนอ ่ อวนเสี้ยว จึงสังให อวนสุด นายทหารผูนองคุมกําลังทหารหารอย สวน อวนเสี้ยว กับ โจโฉ แตงตัวใสเสื้อ ่ เกราะสําหรับออกศึก ถือกระบี่เขาไปพรอมกับ โฮจิ๋น อวนสุดและกําลังทหารไปติดอยูที่ประตูพระราชฐาน  ชั้นนอก สวนอวนเสี้ยวและโจโฉไปติดอยูทประตูพระราชฐานชั้นใน คงมีแตโฮจิ๋นเดินเขาประตูพระราชฐาน  ี่ ชั้นในไปอยางเดียวดาย โดยไรเงาหัวทาบเหนือพื้นทางเดินเบื้องหลัง เหตุทั้งนี้เนื่องจากมีกฎหมายลักษณะกบฏศึกบัญญัติวาหามมิให กองทัพหัวเมืองยกเขาเมืองหลวง เวนแตจะมี  หมายรับสั่งของฮองเต ถามีหมายรับสั่งของฮองเตก็ใหตั้งทัพไวนอกกําแพงพระนคร หามยกเขามาภายใน กําแพงพระนครโดยเด็ดขาด สวนขุนนางทั้งปวงนอกจากผูมีหนาที่เฝาและถวายงานประจําตามปกติแลว หาม  เขาในเขตพระราชฐาน เวนแตจะมีหมายรับสั่งใหหา ก็ใหเขาไดเฉพาะตัวเองและผูตดตาม ตามตําแหนงหนาที่ ิ และเขาไดเฉพาะเขตพระราชฐานชั้นนอก หามขาดมิใหถืออาวุธหรือลวงเขาเขตพระราชฐานชั้นใน หากมีความ จําเปนโดยฮองเตรับสั่งใหหาถึงในเขตพระราชฐาน ชั้นใน ก็ใหเขาไดเฉพาะตัว และหามถืออาวุธ ดังนั้น แมมี จะมีกําลังทหารตามมาอารักขา และยังมีอวนเสี้ยว โจโฉ ติดตามมาคุมกัน แตก็ตองติดอยูที่ประตูพระราชฐาน  ดวยอํานาจแหงกฎหมายกบฏศึกดังกลาวแลว ฝาย โฮจิ๋น เมื่อเขาประตูพระราชฐานชั้นในแลว ประตูพระราชฐานก็ปดลงตามปกติ เดินผานเขาประตูพระ ตําหนัก โฮไทเฮา ประตูนั้นก็ปดลงอีก ทันใดนั้น เตียวเหยียง ตวนกุย ขันทีซึ่งคอยทีอยูแลว จึงเดินเขามาหา   โฮจิ๋น แลวใหสญญาณใหมือสังหารทั้งหาสิบคนออกมาลอม โฮจิ๋น ไว แลววา "ตัวแตกอนนั้นเปนผูนอยอยู เรา ั ไดชวยทํานุบารุงวากลาวเพ็ดทูล ตัวจึงไดเปนผูใหญขึ้นถึงเพียงนี้ แลตัวกําเริบใหคนไปลอบฆา ตั๋งไทเฮา ซึ่ง ํ เปนมารดาพระเจาเลนเตอันหาความผิดมิได นั้นเสีย แลวตัวแอบอางรับสั่งออกไปใหหาหัวเมืองทั้งปวงยก All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 39.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 39 ทหารเขามา จะจับเราซึ่งมีคุณแกตัวฆาเสียนัน ตัวหามีกตัญูตอเราไม กลับวาเราเปนศัตรูราชสมบัตอีกเลา ้ ิ ตัวจะทํารายกูแลว กูจะเอาชีวต มึงเสียบัดนี้กอน" ิ  โฮจิ๋น เห็นมือสังหารรุมเขามาลอมและฟงคํา เตียวเหยียง แลวก็ตกใจ รูตัววาตองกลขันที หันซายแลขวา หาทางออกมิได มิรที่จะทําประการใด มือสังหารทั้งหาสิบคนก็รุมกันฆา โฮจิ๋น ตายในทีนน ู ่ ั้ โฮจิ๋นเสาหลักอํานาจหนึ่งของสกุล "โฮ" จึงลมครืนลงเพราะความโลเล ถือดี โง และอวดฉลาดของตน โดยที่ ไมมีโอกาสไดเห็น และสํานึกผิดในความฉิบหายของบานเมืองที่เกิดจากการตัดสินใจ "ชักน้ําเขาลึก ชักศึกเขา เมือง" ตามความเห็นของอวนเสี้ยว ซึ่งเปนขุนนางที่บาบิ่นและเลอะเทอะทีสดคนหนึ่งของสามกก  ่ ุ ใน สถานการณใดก็ตามทีคนเราถูกบังคับใหตองเสี่ยงเปนเสียงตาย หรือตัดสินใจสูตายแลว ผลลัพธมักจะออกมา ่ ่  ในทางตายเสียเปนสวนมาก ทีจะเกิดผลในทางเปนนั้นมีนอยนัก หลักความจริงมีอยูตรงที่ เมื่อเกิดสถานการณ ่  เชนนั้นขึ้นแลว ยอมตกเปนฝายถูกกระทําถูกจํากัด และหาทางออกไมไดในแทบทุกดาน เหตุนผูมีปญญายอม ี้ ไมยินยอมใหตนตกอยูในสภาพถูกกระทําเชนนั้น แตมิใชวาจะกระทําไดทุกคนไป เพราะการแลเห็นเหตุการณที่ยงไมเกิดขึ้น การไดยินเสียงซึ่งคนไมไดพูด และการคาดคิดในสิ่งที่คนคิดไม ั ทั่วถึงนั้น ไมเปนวิสัยของคนโง หากเปนวิสัยของบัณฑิตผูปรีชาสามารถ แตธรรมดาของการณทั้งปวงนั้น ดุจ ดั่งฝนตก ใชวาจะตกใน ทันใดหามิได หากตองมีเคาฝน เมฆคํารน ฟาคํารามใหประจักษกอน การทั้งปวงก็  ยอมมีสิ่งบอกเหตุที่ผคนเห็นได รูได ปมเงื่อนอยูที่วจารณญาณในการพินจคําทักทวงทัดทาน หรือความเห็นที่ ู ิ ิ ไม ตองดวยความเห็นของตัวไดเพียงใดเทานัน ้ กรณีของ โฮจิ๋น ก็เชนเดียวกัน สิ่งบอกเหตุที่ทาใหคนประจักษทั้งเหตุแลผลก็มีมากมาย คําทวงติงทัดทานและ ํ ความเห็นของคนรอบขางก็มีอยูอยางไมขาดสาย เปนแตวาคนแบบ โฮจิ๋น ไมรู ไมเขาใจ และไมรับฟงเสีย เทานั้น เหตุนแมศีรษะบนบาแทๆ ก็ยังรักษาไวไมได ขันทีก็เชนเดียวกัน หลังจากกอกรรมทําเข็ญไวมาก คิด ี้ และทําแตสิ่งชัวราย วิบากกรรมธรรมชาติจงกําหนดเหตุการณใหตองตก อยูในสถานการณเสี่ยงตาย ตอง ่ ึ ตัดสินใจวางแผนฆา โฮจิ๋น ซึ่งเปนถึงผูสําเร็จราชการแผนดิน กุมกําลังทหารอยูในมือ และจัดเตรียมกําลังไว  พรอมสรรพการตัดสินใจและแผนของขันทีจึงเทากับเปนการเรงกลไกแหงกรรมใหทางานเร็วยิ่งขึ้น ํ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ลางบางสิบขันที (ตอนที่ 18) สถานการณในพระราชวังยามที่ดวงวิญญาณของโฮจิ๋น ออกจากรางเดินทางสูปรโลกนั้น ยังคงตึงเครียด เพราะ บรรดาพวกของโฮจิ๋นประหวั่นและกริ่งใจวาการเดินทางเขาวังของโฮจิ๋นครั้งนี้ เห็นทีจะเปนการขางรายมากกวา การขางดี อวนสุด ซึ่งคุมกําลังทหารหารอยยังคงคอยอยูที่ประตูพระราชฐานชั้นนอก ในขณะที่อวนเสี้ยว และโจโฉยังคง คอยอยูที่ประตูพระราชฐานชั้นใน อวนเสี้ยว โจโฉ รออยูเห็นนานนัก จึงรองเรียกโฮจินใหรีบออกมา ทหาร  ๋ หนาที่ประตูพระราชฐานชั้นในจึงเขาไปรายงานขันที พวกขันทีทราบรายงานแลว ก็ปรึกษากันวาจะดําเนินการ อยางไร ตอไป ในทีสุดก็ตกลงใจเสียงตายอีกครั้งหนึ่งดวยเชือมั่นวาอวนเสี้ยว โจโฉ จะเกรงพระราชอาญาแลว ่ ่ ่ กลับไปเสียโดยดี จึงใหทหารตัดศีรษะโฮจิน แลวโยนขามกําแพงพระราชฐานชั้นในออกไป แลวเตียวเหยียง ๋ ขันทีจึงรองตะโกนดวยเสียงอันดังออกไปวาโฮจิ๋นเปนกบฏถูกประหารเสียแลว เอาแตศรษะโฮจิ๋นไปเถิด พรอม ี ทั้งขูวาใครที่ไมมีสวนเกี่ยวของทําการกบฏดวยโฮจิ๋นก็ใหรีบกลับไป มิฉะนั้นจะถือวาเปนกบฏตอราชบัลลังก รวมกับโฮจิ๋นดวย แตครั้งนี้คําขูของขันทีไรผล อวนเสี้ยว โจโฉ ไดยินเสียงรองตะโกนของเตียวเหยียงแลว จึงประกาศขึ้นดวย เสียงอันดังวาโฮจิ๋นเปนผูสําเร็จราชการแผนดินของฮองเต เปนพี่ชายของโฮไทเฮา สิบขันทีทาการกบฏยึด ํ อํานาจ แลวฆาโฮจิ๋นเสีย ผูภักดีตอแผนดินทั้งปวงจงมาเขาดวยกับเราปราบปรามพวกกบฏ พิทักษราชบัลลังก  ชวย เหลือฮองเต ค้ําชูชาติ คุมครองราษฎรใหเปนสุข ผูใดจะรวมกับเราปราบกบฏใหรบตามเราเขาไปจับสิบ ี ขันทีฆาเสีย จะมีบําเหน็จความชอบถึงขนาดเงาของ นายทหารคนสําคัญของโฮจิ๋น ซึ่งคุมทหารหารอยนาย มา กับอวนสุด และคอยโฮจิ๋น อยูหนาประตูพระราชฐานชั้นนอกไดยินคําเตียวเหยียงขันที และฟงคําประกาศของ อวนเสี้ยว โจโฉแลวโกรธแคนยิ่งนัก จึงเอาเพลิงจุดเผาประตูพระราชฐานชั้นนอก เพลิงนั้นลุกโชติขนไหมึ้ ประตูพระราชฐานชั้นนอกลามติดเรือนพักและตําหนัก ระหวางเขตพระราชฐานชั้นนอกกับชั้นใน ควันเพลิง คละคลุงเกิดชุลมุนวุนวายอลหมานทั้งพระราชวัง All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 40.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 40 อวนสุด และเงาของ จึงนําทหารบุกฝาประตูพระราชฐานชั้นนอกเขาไป พบเห็นขันทีเลวก็สังหารเสียสิ้น ปะ หนาเขากับโฮเบี้ยว ผูชวยผูสาเร็จราชการแผนดิน ผูนองของโฮไทเฮาและโฮจิ๋น เงาของก็แคนนักดวยเชื่อวา  ํ โฮเบี้ยวรวมคบคิดกับพวกขันทีสังหารโฮจิ๋นนายตัวเสีย จึงใหทหารเขาลอมโฮเบี้ยวไว แลวสังหารโฮเบียวตาย ้ ในที่นั้น ฝายอวนเสี้ยว โจโฉ ก็ไดใหทหารใชขวานฟนประตูพระราชฐาน ชั้นในพังทลายลง แลวบุกเขาไปถึงเขต พระราชฐานชั้นใน ทามกลางควันเพลิงและความชุลมุน พบเตียวตง, เชียกง, เหหุย และกกเสง สี่ขนทีคน ั สําคัญในขบวนการสิบขันที กําลังหนีออกจากตําหนักหลังหนึ่งวิ่งเขาไปในสวนดอกไมทายตําหนักนั้น อวน  เสี้ยว โจโฉ และทหารก็ไลตดตามทันสี่ขันที แลวฆาสี่ขันทีเสีย เอาดาบสับรางสี่ขันทีจนแหลกละเอียด ระบาย ิ ความแคนจนสาสมแกใจ สวนขันทีสําคัญอีกสี่คน คือเตียวเหยียง, ตวนกุย, เทาเจียด และเหาลํา ในขบวนการสิบขันที ซึ่งอยูใกลพระ  ตําหนักโฮไทเฮา และพระตําหนักที่ประทับของฮองเตกับพระอนุชา เห็นเพลิงไหมชุลมุนวุนวายขึ้นใน  พระราชวังและเพลิงนั้นไหมลามเขามาใกลพระตําหนัก ตวนกุยจึงวิ่งเขาไปในพระตําหนัก แลวคุมตัวโฮไทเฮา ไวเปนตัวประกัน สวนเตียวเหยียง, เทาเจียด และเหาลํา วิ่งเขาไปในพระตําหนักที่ประทับของฮองเต และพระ อนุชา เทาเจียดและเหาลําพลัดกับเตียวเหยียง ปะเขากับทหารของอวนสุด จึงถูกทหารของอวนสุดฆาถึงแก ความตายในเขตพระราชฐานนัน ้ เหลือแตเตียวเหยียงเขาคุมตัวฮองเตพระองคนอยกับพระอนุชาไวเปนตัว ประกัน แลวอาศัยควันเพลิงและความชุลมุนพาพระราชบุตรทั้งสองพระองคหลบหนีออกจากพระราชวังไป ฝายโลติดอดีตแมทัพใหญปราบโจรโพกผาเหลือง ซึ่งไดลาออก จากราชการเพราะไมสามารถทัดทานโฮจิ๋น เรื่องอางรับสั่งใหกองทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง กําลังเตรียมจัดเก็บขาวของอยูที่จวนเพื่อเดินทางกลับไปบาน เดิมที่ตางเมือง เห็นควันเพลิงพุงขึ้นทาบทองฟามาแตขางในพระราชวัง ก็คาดหมายวาคงจะเกิดเหตุรายขึ้น   ดังนั้น แมจะลาออกจากราชการหมดภาระหนาที่ใดๆ ไปแลว แตน้ําใจภักดีตอราชสํานักยังคงกรุนเต็มหัวใจ จึง  แตงตัวใสเสื้อเกราะชุดออกศึก ถืออาวุธคูกายมายืนซุมอยูที่นอกประตูทายพระตําหนักของโฮไทเฮา เห็นตวน  กุยขันทีพาโฮไทเฮาหนีเพลิงอยูบนระเบียงชันสองของพระตําหนักรนเขามาทางดานหลัง จึงวิ่งตรงเขาไปทาง ้ พระตําหนักแลวตวาดใสตวนกุยวา ไอศัตรูราชสมบัติ มึงจะเอาโฮไทเฮาไปไหน ตวนกุยเห็นโลติดในชุดนักรบถืออาวุธอยูก็ตกใจกลัว อาศัยควันเพลิงเปนเกราะกําบังตัวหลบเขาไปดานใน แลวหาทางหลบหนีออกจากพระราชวัง ทามกลางความชุลมุนนั้น โฮไทเฮาถูกตวนกุยทิ้งอยูบนระเบียงชันสอง ้ ของพระตําหนัก ทั้งเพลิงกําลังไหมลามเขามาก็ตกพระทัย เห็นโลติดอยูใกลจึงกระโดดหนีเพลิงลงจาก  ระเบียงขางบน โลติดเห็นเหตุการณอยูตลอดก็ตกใจแตกุมสติมั่น ประชิดเขาเบื้องลางชานระเบียงรับโฮไทเฮา ไวไดทัน และมัวสาละวนอยูกับโฮไทเฮา จึงเปดโอกาสใหตวนกุยหลบหนีไปได ขุนนางแลทหารในพระราชวังเห็นเหตุการณเชนนั้น จึงเขาสวามิภักดิ์กับอวนเสี้ยว โจโฉเปนอันมาก อวนเสี้ยว โจโฉ ทําการมาถึงขั้นนี้แลว ใจหนึ่งก็ประหวันเพราะทําการใหญเกินตัว อาจมีความผิดถึงประหาร แตอีกใจหนึ่ง ่ นั้นมั่นเด็ดเดี่ยวที่จะตองลางบางขันทีใหหมดสิน ไมใหเหลือรากอันจะเปนภัยตอไปในภายหนา ทั้งเห็นวานีเปน ้ ่ หนทางเดียวทีจะเอาตัวรอดได จึงจัดทหารขึนหนวยหนึ่งไปลอมบานสิบขันที จับพรรคพวกทั้งชายหญิงฆาเสีย ่ ้ สิ้น เพลิงไหมลุกลามออกไปหลายที่ และลามไปทางดานคุกหลวง ซึ่งเปนทีจําฮองสีขันที ในภายหลังไมปรากฏ ่ วามีผใดพบฮองสีขันทีอีก จึงเชื่อวาฮองสี ขันทีคงตายในเพลิงนั้น โจโฉเห็นเพลิงไหมลามมากขึ้น จะเปน ู อันตรายทั้งพระราชวัง จึงคุมทหารออกดับเพลิงเปนหลายแหงจนดับสนิทพบโลติดเชิญ โฮไทเฮาอยู จึงเชิญ เสด็จโฮไทเฮาใหทาหนาที่วาราชการไปพลางกอน เนื่องจากฮองเตและพระอนุชาสูญหายไป เพลิงสงบแลว ํ อวนเสี้ยว โจโฉ จึงจัดกําลังทหารออกเปนสองกอง กองหนึ่งใหติดตามขันทีทหลบหนี อีกกองหนึ่งใหติดตาม ี่ หาฮองเตและพระอนุชาทีสูญหาย ่ ในขณะนั้นเตียวเหยียงขันที คุมเอาหองจูเปยนฮองเตและหองจูเหียบพระอนุชาอาศัยควันเพลิงและความ ชุลมุนหนีออกจากพระราชวังไปแลว ก็ไปหลบซอนอยูในปาเชิงเขาปกคูสาน ตกค่ําเขาตวนกุย ซึ่งหลบหนีโล ติดออกนอกเมืองเขาเขตปาเชิงเขาปกคูสาน ก็พบกับเตียวเหยียงจึงหลบซอนอยูดวยกัน ขณะที่พากันหลบ ซอนอยูนั้น ทหารอวนเสียว โจโฉ กองที่ติดตามหาฮองเตกับพระอนุชาก็ติดตามมาถึงเขตปาเขาปกคูสาน ตาม ้ คบไฟสวางไปทั้งราวปา เตียวเหยียง ตวนกุย ตกใจกลัว คํานึงวาหากหลบหนีพะรุงพะรังไปดวยกันเชนนี้ คงจะ หนีไปไมตลอด เพลา เที่ยงคืนจึงทิ้งฮองเตและพระอนุชาเสีย แลวแยกยายกันหนีตามคติทวา "แยกกันเราอยู ี่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 41.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 41 รวมหมูเราตาย" เตียวเหยียงหนีบุกปามาถึงริมแมน้ํา ไดยินเสียงทหารลอมใกลเขามา คบไฟสวางเห็นบินของ ทหารของโฮจิ๋นคุมกําลังลอมกระชับใกลเขามา เห็นจะหนีไปไมรอดแลว เตียวเหยียงจึงตัดสินใจโดดน้ําตายใน คืนนั้นทหารของบินของพบศพเตียวเหยียงจึงไปรายงานใหบนของทราบิ บินของทราบความแลวจึงออก ติดตามหาขันทีที่เหลือตอไป พบเขากับตวนกุยซึ่งกําลังหลบหนีเงอะงะอยูในปา จึงจับตวนกุยไวแลวสอบถาม  วาพาฮองเตและพระอนุชาไปหลบซอนไวที่ใด ตวนกุยตกใจกลัวตาย จึงบอกวาเมื่อเกิดเพลิงไหมขึ้นใน พระราชวัง เตียวเหยียงไดเชิญเสด็จฮองเตแลพระอนุชาหลบซอนตัวอยูในปาเชิงเขาปกคูสาน ขาพเจาซึ่งหนี  ตามมาไปพบเขา แตเห็นทหารไลตามมา จึงตางคนตางหนีเอาตัวรอด ไมทราบวาขณะนี้ฮองเตและพระอนุชา ประทับอยูที่ใด  บินของไดฟงดังนั้นก็โกรธ จึงสังหารตวนกุยเสีย แลวตัดศีรษะ รื้อเกลาผมของตวนกุยผูกคอมาไว แลวออก ติดตามหาฮองเตและพระอนุชาตอไป สถานการณ ณ บัดนี้สิบขันทีถูกทําลายลางสิ้น กลาวคือฮองสีขันที ผูรับ สินบนรับเปนไสศึกใหกับโจรโพกผาเหลืองตองโทษจําคุก และถูกเพลิงคลอกตายในคุกหลวง เกียนสิด ขันที ผูวางแผนรวมกับตั๋งไทเฮายกหองจูเหียบขึ้นเปนฮองเตแทนหองจูเปยน และถูกเกียเส็งขันทีพวกเดียวกันที่มี ความพยาบาทมาแตกอนฆาเสียในสวนดอกไม เตียวตง, เชียกง, เหหุย และกกเสง อีกสี่ขันทีถูกอวนเสี้ยว โจ โฉ ฆาเสียในสวนดอกไมแลวสับรางเปนชิ้นแหลกละเอียด มิใหกากลืนแคน เทาเจียด, เหาลํา สองขันทีถูก ทหารอวนสุดสังหารเสียในพระราชวัง เตียวเหยียง ขันทีคนสําคัญกระโดดน้ําตาย ที่แมนาใกลปาเชิงเขาปกคู ้ํ สาน ตวนกุย ถูกบินของตัดศีรษะเสียในปาเชิงเขาปกคูสาน ขันทีใหญนอยที่เปนสมัครพรรคพวกของสิบขันทีถูกอวนสุด บินของ ประหารเสียสิ้นในพระราชวังนั้น จบสินกัน ้ แลวสําหรับชะตาชีวตของสิบขันที ผูกอกรรมทําเข็ญไวกับแผนดิน และราษฎรตลอดระยะเวลาอันยาวนานถึง ิ สองรัชกาล เปนตนเหตุของการลุกขึ้นสูกอบกูชาติของประชาชน และการจลาจลในบานเมือง ตลอดจนการ ปลนชิงวิ่งราวทีเกิดขึ้นทั่วทั้งแผนดิน ทําลายระบบบริหารราชการแผนดินของราชวงศฮั่นลงอยาง ยอยยับ ทํา ่ ใหระบบบริหารราชการแผนดิน ซึ่งแทนที่จะเปนไปเพื่ออํานวยประโยชนสุขและความรมเย็นของแผนดิน และ อาณาประชาราษฎร กลับกลายเปนการสรางระบบสวยสินบน การทุจริต การฉอราษฎรบังหลวง ทําใหอธรรมมี อํานาจเหนือธรรม ทําใหทรชน มีอํานาจวาสนาขึ้นในบานเมือง ในขณะที่วีรชนตองถูกกลั่นแกลงขับไลไสสงให ออกไปไกลโพนจากอํานาจรัฐ การปดฉากชะตากรรมของสิบขันที เปนการปดฉากสําคัญตอนหนึ่งของสามกก ปดประวัติศาสตรอันเลวราย ของระบบสวยสินบน ซึ่งกลายเปนตนตอสําคัญของระบบสวยสินบน ทีสบทอดระบาดเขาสูระบบราชการของ ่ ื หลายประเทศในปจจุบันนี้ สิบขันทีถูกประวัตศาสตรกลบทับไปแลว แตความชั่วชาในการ สรางระบบซื้อขาย ิ ตําแหนงแปรสภาพใหคนกลายเปนสินคา แลวทรยศตอบานเมืองและราษฎร ไดแตกเผาพันธุออกไปอยาง กวางขวาง ประดุจหญา คอมมิวนิสตในฤดูฝน สืบทอดวิญญาณรายเขาสูระบบราชการจนถึงทุกวันนี้  ยุคสมัยของสิบขันทีปดฉากลงแลว เปดศักราชใหมที่เปลี่ยนความขัดแยงหลักระหวางขันทีกับขุนนาง ขาราชการ ซึ่งกระทบราชบัลลังกหนักอยูแลว ใหกลายเปนความขัดแยงหลักชนิดใหมระหวาง ขุนศึกกับขุนศึก ซึ่งกระทบราชบัลลังกหนักกวาเกา และนําไปสูความดับสูญของราชวงศฮั่นในทีสุด แตการจะโทษสิบขันที ่ เพียงฝายเดียวนั้น ไมเห็นเปนการยุติธรรม เพราะขันทีประดุจดังไมเลื้อยที่เกาะไมหลักเทานั้น ไมหลักที่วานี้ก็  คือฮองเต ที่ไมรูจักผิดชอบชั่วดี สนับสนุนอุมชูใหทรชน มีอํานาจขึ้นในแผนดิน ไมสนใจไยดีวีรชน ไมเชิญชวน เรียกหาวีรชน และบัณฑิตเขามารับใชชาติบานเมือง นักปราชญ บัณฑิต และวีรชนจํานวนมากที่มีอยูก็ไมไดใหความสําคัญ ไมไดใหความใกลชิด ไมไดยนเสียง ิ ของพวกเขาเหลานั้น และไมไดชวงใชใหพวกเขาเหลานั้นทําคุณประโยชนแกแผนดิน ดังนั้นแผนดินจึง สูญเสียโอกาสในการสรางวีรกรรมและผลงานจากนักปราชญ บัณฑิต และวีรชน แตในขณะเดียวกันนั้น ราชวงศฮั่นกลับจะสูญเสียยิ่งกวา นั่นคือความดับสูญของราชวงศฮั่นเอง สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ดวงตะวันในกองฟาง (ตอนที่ 19) ณ ปาเชิงเขาปกคูสาน หองจูเปยนฮองเตนอย และหองจูเหียบพระอนุชาตางมารดา ถูกขันทีทิ้งไวแลวหลบหนี เอาตัวรอด ไดยินเสียงอลหมานทั้งแสงไฟสวางอยูไกลๆ ก็ตกใจกลัว เพราะไมรูวาเปนมิตรหรือศัตรู จึงพากัน ซอนตัวเงียบเสียงสนิทจนกองทหารผานไป All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 42.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 42 หลังเที่ยงคืนลวงเขายามสาม ในราวปามืดสนิท ยินเสียงสัตวรองสนั่น ไมรูดีราย กษัตริยพระองคนอยและพระ   อนุชาก็ยิ่งประหวั่นพรั่นพรึง หันซายแลขวาหนาหลังก็มดมิดไมเห็นทาง ื แมยังเยาววัยออนประสบการณนัก แตยังคงดํารงสติมั่นเกินประสาเด็ก คํานึงวาหากพลัดหลงกันแลวไมรที่จะติดตามหาพบกันไดฉันใด ู สอง ขัตติยะพระองคนอยจึงเอาชายภูษาทรงผูกเขาไว ไปทางไหนจะไดรูตัวตามกันไป ยิ่งดึกยิ่งหนาวเหน็บ น้ําคาง ลงจัด สองพระองคยังคงซัดเซไปในปาโดยไรทิศทาง ชางนาเวทนายิ่งนัก ขณะนั้นพลันมีหิ่งหอยกลุมใหญ  บินระเรี่ยระดับสายตา อยูในปา พุงตรงเขามายังสองพระองค แสงหิ่งหอยแมนอยนักแตเมื่อรวมกลุมในที่มืด แลว ทําใหทั้งสองพระองคเห็นทางในราวปา กลุมหิ่งหอยบินนําไปขาง หนาตามทางนั้นเปนที่อัศจรรย ทั้งสอง พระองคจึงเสด็จตามแสงหิ่งหอยที่นําทางนั้นไป หองจูเหียบ ผูนองสังเกตเห็นเปนที่ประหลาดนัก จึงตรัสกับ ฮองเตผูพี่วา หิ่งหอยนี้คงเปนเทพยดา มีเมตตาแกสองเราผูยาก จึงนิรมิตเปนหิ่งหอยมา นําทางให แลว ประโลมใจผูพี่วาบุญเราสองพี่นองคงยังไมสน เทพยดาจึงบันดาลใหเปนไปดั่งนี้  ิ้ ทั้งสองพระองคคํานึงและเห็นความอัศจรรยฉะนี้แลว ก็มีกําลังพระทัยดวยปติ อันเปนอาหารของจิตเกิดความ ปราโมทยยนดีโชติชวงขึ้นในจิตของทั้งสองพระองค ทําลายความงวงเหงาหาวนอน มลายไปสิ้น ทั้งสอง ิ  พระองคเสด็จพระดําเนินตามแสงหิ่งหอยตลอดทั้งคืน โดยไมรูวาไปทางใด ใกลไกลสักเพียงไหน พระบาททั้ง สองชอกช้ําพุพอง พระโลหิตหอพระบาท เต็มไปดวยทุกขเวทนา ก็ถึงราวปาเชิงชายเขาเปนเวลาใกลรงสาง ุ สิ้นพระกําลังลงทั้งสองพระองค ไมสามารถเสด็จพระดําเนินตอไปได ทอดพระเนตรเห็นฟางกองใหญใกลราว ปา ก็เสด็จพระดําเนินเขาไปทอดพระวรกายลงหลับใหลไปทังสองพระองค ้ ณ ที่นั้นเปนเขตบานของซุยกก อดีตขุนนางที่ลาออกจากราชการเนื่องจากทนระบบสวยสินบนของสิบขันที ไมได แลวมาปกหลักทําไรนาอยู ณ ภูมิลําเนาแหงนี้ ดวยบุญวาสนาของซุยกก ที่จะไดทํานุบํารุงชวยเหลือ ฮองเตพระองคนอยและพระอนุชา สืบสายพระราชสันตติวงศของพระเจาฮันโกโจ บนบัลลังกมังกรตอไป ราตรี ่ นั้นใกลจะสาง บังเกิดความฝน โดยเทพยดาสังหรณวาเห็นพระอาทิตยสองดวงตกลงที่กองฟางหลังบาน ซุย กกสะดุงตืนขึ้นเห็นแสงตะวันทอทาบฟาเบื้องบูรพาทิศ ่ เห็นเปนนิมิตประหลาดกวาความฝนที่เคยมีมาแตหน หลัง ไมทันไดลางหนาทําธุระสวนตัว ก็ผลันออกจากบานไปที่กองฟาง เห็นพระราชบุตรทั้งสองพระองค หลับใหลทามกลางความหนาวแลเปยกชุมไปดวยน้ําคาง เปนที่เวทนายิ่งนัก ซุยกกสงสัยนัก จึงปลุกพระราชบุตรทั้งสองใหตื่นขึ้นแลวถาม วาทานนีมาแตที่ใด จึงมาหลับใหลไรสติใน ้ สภาพดั่งนี้ ทั้งสองพระองคตนขึ้นแลว หองจูเปยน ฮองเตนอยยังงัวเงีย อยูไมทันกลาวประการใด หองจูเหียบ ื่ ผูนองจึงชี้ไปทีหองจูเปยนแลววาขึ้นกอนวานันคือหองจูเปยน เชื้อสายแหงพระเจาฮั่นโกโจ เปนฮองเตอยู ณ ่ ่ เมืองลกเอี๋ยง ตัวเราเปนนองชื่อหองจูเหียบ เหตุมีมาแตขันทีสิบคนกระทําการหยาบชา บานเมืองจลาจล วุนวาย เราถูกขันทีจับเปนตัวประกัน แลวนําไปทิ้งไวทในปา หลงทางมาถึงที่นี่ จึงขอทานไดเมตตาไดเปนที่ ี่ พักอาศัยสักไมกี่ชั่วยาม ซุยกกไดฟงคําของหองจูเหียบ พินิจพระราชบุตรทั้งสองแลว มีบุคลิกลักษณะตางจากลูกชาวปาทั่วไป ผิวพรรณตองแสงอุทยยามอรุณผองใสกวาคนทั้งปวง ทั้งภูษาทรงก็บงวาหาใชคนธรรมดาสามัญไม หากเปน ั เครื่องทรงของฮองเต และพระราชวงศซึ่งตนเองยังคงจําติดตาจนถึงทุกวันนี้ ก็เชื่อตามคําหองจูเหียบ ซุยกก ตกตะลึงอยูอึดใจหนึ่งตั้งสติไดแลวรีบคุกเขาลงกับพื้น กราบถวายบังคมแลวทูลวาขาพเจานี้นามซุยกก เดิมรับ ราชการเปนขุนนางในพระเจาเลนเต อยูที่ ลกเอี๋ยงราชธานี ครั้งนั้นสิบขันทีทาหยาบชา ขมเหงรังแกขุนนาง ํ ขาราชการ ขาพเจาทําราชการดวยความ สัตยสุจริต มิไดเบียดเบียนราษฎร ไมมีสวยสินบนกํานัลแกขันที จึง ไดรับความเดือดรอน ขาพเจาจึงกราบถวายบังคมลาออกจากราชการ มาทําไรไถนาอยู ณ บานนี้ แลวซุยกกจึง ไดอัญเชิญทั้งสองพระองคเสด็จเขาไปที่ในบานของตน จัดที่พักและอาหารถวายสองพระราชบุตรผูเยาวดวย ใจที่เบิกบานภักดีเปนลนพน ที่คนชาวนาสามัญแหงบานปามีวาสนาไดรับใชเบื้องพระยุคลบาทในยามยาก เชนนี้ ฝายบินของนําทหารออกเที่ยวตามหาฮองเตกับพระอนุชา ตลอดทั้งคืนจนสวาง ตกสายก็มาถึงเขตบานซุยกก ขุนนางนอกราชการ ซุยกกไดยินเสียงอึกทึกจึงออกนอกบานมาดูเหตุ เห็นบินของขี่มาคุมทหารมา มีศรษะคน ี คุนตาผูกติดอยูขางคอมา เขาใกลแลวก็จาไดวาเปนศีรษะตวนกุยขันที จึงถามวานี่เปนศีรษะของตวนกุยขันที  ํ เกิดเหตุอยางใดขึ้นในพระราชวังหรือ บินของฟงคําของซุยกกแลว คิดอยูในใจวาคนผูนมีบุคลิกกิรยาทาทาง ี้ ิ และคําเจรจาผิดจากชาวปา ทั้งรูจักตวนกุยขันที ยอมมิใชชาวปาธรรมดา นาจะเปนขุนนางราชสํานักนอก ราชการ จึงเลาความใหซยกกฟงทั้งสิ้น และวาเราติดตามหาพระราชบุตรทั้งสองพระองคตลอดทั้งคืน ลาเต็มที ุ ขอพักที่บานทานสักชั่วยามแลวจะออกติดตามพระราชบุตรตอไป All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 43.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 43 ซุยกกมีความยินดีนัก จึงบอกบินของวาเปนบุญของพระราชบุตรแลวทีจะไมตองยากลําบากพระวรกายอีก ่ ตอไป ทานไมตองออกไปคนหาอีกตอไปแลว เพราะบัดนี้เราไดพบทั้งสองพระองคที่กองฟางหลังบาน และ เชิญเสด็จประทับอยูในบาน เชิญทานเขาเฝาดวยกันเถิด บินของทราบแลวดีใจนัก สั่งทหารสื่อสารใหรีบเดิน ทางเขาพระนครรายงานใหราชสํานักทราบ จากนั้นซุยกกจึงนําบินของเขาเฝาพระราชบุตรขางในบาน บินของ กราบทูลวาบัดนี้ความวุนวายในพระราชวังยุตลงแลว เปนธรรมเนียมแตโบราณมาวาแผนดินจะวางฮองเตมิได ิ ดังนั้น จึงขอทูลเชิญพระองคเสด็จกลับพระนครเสวยราชสมบัติดังเดิม บานเมืองจึงจะเปนปกติสุขสืบไป ฮองเตพระองคนอยและพระอนุชามีความยินดียิ่งนัก ตรัสตอบรับคําเชิญแลว ซุยกก บินของ จึงจัดมาถวายทั้ง สองพระองค เสด็จออกจากบานปากลับพระนคร ขบวนเสด็จลับเขตบานซุยกกมาพักหนึ่ง ก็เห็นขบวนของขุน นางเดินทางมุงมายังขบวนเสด็จ ปรากฏวาเปนคณะของขาราชสํานักคืออองอุน อิวปว ซุยเกง เตียวเปง เปาซุน และมีอวนเสียว คุมทหารหารอยนายตามขบวนมา ้ ขบวนขุนนางขาราชสํานักและทหารเห็นฮองเตพระองคนอยและพระอนุชาแลว รีบลงจากหลังมาเขาไปรับ เสด็จถวายบังคมแลวรองไหดวยความดีใจระคนสงสารในทั้งสองพระองค บินของและซุยกกไดรายงาน เหตุการณใหขนนางขาราชสํานักฟง ุ และมอบศีรษะตวนกุยขันทีแกอวนเสี้ยว อวนเสี้ยวจึงสั่งใหทหารนํา ศีรษะตวนกุยเขาเมือง แหประจานความชัวรายของสิบขันทีแลวเอาไปฝงเสียที่นอกเมือง คณะขุนนางขาราช ่ สํานักจัดรถมาพระทีนั่งใหเปนที่ประทับ แลวจัดขบวนเสด็จเดินทางกลับ ่ ในขณะที่ขบวนขุนนางขาราชสํานักออกจากวังหลวงไปรับเสด็จนิวัตพระนครนัน ก็เกิดความอึกทึกขึ้นเปนที่ผิด ้ สังเกต ทหารของตั๋งโตะที่ลาดตระเวนรอบคายซึ่งตั้งอยูนอกกําแพงพระนคร สงสัยสอบถามความจากชาวบาน ทราบความแลวจึงเขาไปรายงานใหตั๋งโตะทราบ ตั๋งโตะทราบความแลวเห็นโอกาสทีจะสรางความชอบรับ ่ เสด็จคืนพระนครอยางหนึ่ง และฉวยโอกาสเขาแทรกกิจการภายในราชสํานัก อันเปนวัตถุประสงคหลักในการ เดินทัพเขาเมืองหลวงอีกอยางหนึ่ง จึงจัดทหารสามพันยกตามคณะขาราชสํานักไปในทิศทางเดียวกัน ขบวนเสด็จเคลือนมาไดประมาณ 100 เสนเศษ ก็เห็นกองทหารยกมาเปนจํานวนมาก คณะขุนนางก็ตกใจ ่ เพราะไมรูวาเปน กองทัพผูใด จึงใหหยุดขบวนเสด็จไว และใหอวนเสียวนําทหาร ตั้งขบวนปองกันขบวนเสด็จ ้ อวนเสี้ยวขับมานําทหารออกไปหนาขบวนเสด็จ ปะเขากับกองทหารของตั๋งโตะ กองทหารของตั๋งโตะก็หยุด พลไว ณ ที่นั้น อวนเสี้ยวจึงถามไปวาเปนทัพผูใดยกมา ตั๋งโตะไดยนก็ขับมาไปหนาทหาร ไมตอบคําอวนเสี้ยว ิ ถามกลับไปวาฮองเตและพระอนุชาอยูที่ใด เสด็จมาในขบวนทหารนี้ดวยหรือไม ฮองเตพระองคนอยหองจู   เปยน เห็นกองทหารยกมาดั่งนี้ก็ตกพระทัย มิรูทจะตรัสประการใด ในขณะที่หองจูเหียบพระอนุชาหาไดมพระ ี่ ี อาการใดผิดปกติไม มีพระสติมนอยู ไดยินคําตั๋งโตะแลว จึงตรัสดวยน้ําพระสุรเสียงใสบริสทธิ์เปนสงาใหไดยิน ั่ ุ ทั่วกันวานั่นเปนทัพผูใดยกมาตามหาฮองเต  ตั๋งโตะฟงรับสั่งถามแลวถวายรายงานวาขาพเจานี้ชื่อตั๋งโตะ เปนเจาเมืองซีหลง รับหมายตราใหยกเขาเมือง หลวงเพื่อจับขันทีมาฆาเสีย แตเกิดจลาจลขึ้นในพระนคร และทราบวาบัดนี้ทั้งสองพระองคประทับอยูนอกพระ นคร มีความหวงใยในความปลอดภัยของทั้งสองพระองค จึงยกทหารมาถวายความอารักขา หองจูเหียบ ตรัส ตอบไปวาขออางถวายความอารักขานั้นจะตางอะไรกับการควบคุมตัวเลา ทานจะเปนกบฏหรือ ตั๋งโตะรีบทูลวา ขาพเจานี้หามีจตคิดกบฏตอราชบัลลังกแตประการใดไม หากมารับเสด็จดวยใจสัตยซื่อ ถือภักดีในพระราชวงศ ิ เพื่อถวายความปลอดภัยแกทั้งสองพระองค หองจูเหียบ สําทับกลับไปวาในเมื่อทานวามาดวยความ จงรักภักดี ไฉนจึงไมลงจากหลังมาถวายความเคารพ ตามธรรมเนียม เลา? พระดํารัสของหองจูเหียบที่ตอบโตกบตั๋งโตะแคลวคลองตองตามธรรมเนียมอันขุนนาง ั ตองปฏิบัติเกินสติปญญาของเด็กนัก กระทบเขากับใจดําของตั๋งโตะ ดังนันตั๋งโตะจึงตกใจลนลานลงจากหลัง  ้ มา กองทหารที่ตดตามมาก็ลงจากหลังมาสิน แลวพรอมกันถวายความเคารพ หองจูเหียบ เห็นเปนที จึงตรัส ิ ้ ทํานองผูกใจตังโตะวา "ทานนี้มิเสียแรงเปนขุนนางผูใหญ ใจสัตยซื่อ คําตนกับคําปลายตองกัน" ตั๋งโตะฟง ๋ รับสั่งแลวหัวใจก็พองโตเพราะเปนคนบายอ ความคิดอานก็โลดแลนไปไกล ดวยตองใจพระอนุชาพระองคนอย คิดอยูในใจวา "หองจูเหียบมีสติปญญาพูดจาหลักแหลมนัก กูจะคิดอานยกหองจูเปยนออกเสีย จะใหหอง   จูเหียบเปนเจาแผนดินในเมืองลกเอี๋ยง" จากนั้นขบวนเสด็จจึงไดเคลื่อนออกจากที่ โดยมีตั๋งโตะคุมกองทหารตามสงเสด็จกลับพระนคร ตัวตั๋งโตะและ ทหารองครักษไดตามเขาไปสงเสด็จถึงเขตพระราชฐานชั้นนอก แลวออกมาอยู ณ คายนอกกําแพงพระนคร เชื้อสายพระเจาฮั่นโกโจกําลังเผชิญกับจอมปศาจรายตั๋งโตะ ดวยผลแหงความคิดของโฮจิ๋นและอวนเสี้ยวดวย ประการฉะนี้ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 44.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 44 สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม เจาะแผนยึดอํานาจของตั๋งโตะ (ตอนที่ 20) การที่อํานาจเปนที่ใฝหาของผูคน เนื่องเพราะอํานาจนั้นสามารถบันดาลใหเกิดขึ้นทั้งสมบัตและวิบติ ทั้งความ  ิ ั เจริญรุงเรืองและเสื่อมถอย ทั้งศานติและวุนวาย และบันดาลไดแมกระทั่งสงครามหรือสันติภาพ แตตัวอํานาจ เองนั้นกลับไมใชทั้งสมบัติหรือวิบัติ ไมใชความเจริญรุงเรืองหรือเสื่อมทรุด ไมใชศานติหรือวุนวาย และไมใช ทั้งสงครามหรือสันติภาพ ตัวอํานาจจะเปนประการใดนั้น ขึ้นอยูกับคน เพราะคนเปนผูใชอํานาจ และตองรับผล  แหงอํานาจตลอดจนผลแหงการใชอํานาจนั้นดวย อํานาจจึงอุปมาดวยน้ํา น้ําจะมีรูปรางประการใดยอมขึ้นอยูกบภาชนะอันเปนที่รองรับ อุปมาฉันใดอุปไมยก็ฉัน ั นั้น แตอํานาจก็หาไดอยูประจําที่ไม หากเคลื่อนตัวไปอยางไมหยุดยั้ง ขึ้นอยูกับวาผูใดชวงชิงอํานาจได ใช  อํานาจเปน และเห็นความสําคัญทะนุถนอมไวดุจดังดวงใจ รัฐบาลบางรัฐบาลแมวาชวงชิงไดมาซึ่งอํานาจแลว แตรักษาไวไมได ใชอํานาจไมเปน อํานาจนั้นก็จะหลุดจาก มือไป ในชวงเวลาอันสั้นบาง ยาวบาง ยอมมีปรากฏใหเห็นอยูเสมอ แตวันเวลาทีครอง อํานาจอยูในมือจะสั้น ่ ยาวประการใด หาไดมความสําคัญไม ี ความสําคัญอยูตรงที่การใชอํานาจนั้นเปนไปเพื่อประโยชนสขแหง  ุ มหาชนหรือไม รัฐบาลบางรัฐบาลชิงอํานาจได ใชอํานาจเปน และเห็นความสําคัญ ทะนุถนอมไวไดดุจดวงใจ แตครั้นถึงเวลาใชอํานาจแทนที่จะใชอํานาจนันใหเปนไปเพื่อบานเกิดเมืองนอน และอาณาประชาราษฎร กลับ ้ ใชอํานาจไปในทางขายชาติ เปดโอกาสใหตางชาติเขามายึดครองเศรษฐกิจของบานเมือง กดขี่ขมเหง ประชาชน อํานาจและการใชอํานาจแบบนีจึงเปนอํานาจทีแปรสภาพกลายเปนอํานาจของทรราช อันเปนที่ ้ ่ ประณามหยามเหยียดของผูคนทั้งแผนดิน ประวัติศาสตรเคยเปนมาประการใด ปจจุบันก็ยังเปนไปประการนัน  ้ พลันทีสิ้นแผนดิน เลนเต อํานาจรัฐไดเคลือนจากมือของสิบขันทีและเกิดสุญญากาศแหงอํานาจอยูระยะหนึ่ง ่ ่  หลังจาก โฮจิ๋น และขุนนางไดสถาปนา หองจูเปยน ขึ้นเปนฮองเตแลว อํานาจนั้นจึงไดเคลือนมาอยูในมือของ ่ โฮจิ๋น ซึ่งเปนผูสําเร็จราชการแผนดิน ฐานะของโฮจิ๋นในขณะนั้นสูงสงยิ่ง ตัวเองเปนถึงผูสาเร็จราชการแผนดิน  ํ คุมกําลังทหารทั้งปวงไวในมือสิ้น มีฐานะเปนลุงของฮองเต เปนพี่ชายของไทเฮาและเปนพี่ใหญของผูชวย ผูสาเร็จราชการแผนดิน ํ ฐานะและอํานาจเชนนี้จะมีสักกีคนในโลกที่จะมีโอกาสมีได แมในสามกกซึงดําเนินผานกาลเวลารวมรอยป ก็ ่ ่ หามีผใดมีฐานะแล อํานาจเสมอดวย โฮจิ๋น แมแตสักคนเดียวไม แตฐานะและอํานาจเหลานี้ โฮจิ๋นไมสามารถ ู รักษาไวได เพราะใชอํานาจไมเปน อํานาจจึงหลุดลอยไปพรอมกับศีรษะบนบาของตน ความจริงแลว โดย ฐานะและอํานาจของ โฮจิ๋น นัน สิบขันทียอมไมใชคตอสู และไมมีทางทีจะเปนพิษเปนภัยอะไรแก โฮจิน ได ้ ู ่ ๋ โฮจิ๋น จึงไมชอบทีจะยอมตนเขาเปนคูพิพาทกับสิบขันที ่ ทั้งสิบขันทีนั้นก็ไดแสดงทาทีและเคลือนไหว ่ สวามิภักดิ์ตอตระกูล "โฮ" แลว ชอบทีจะสรางฐานอํานาจของตนใหมั่นคงเขมแข็งเสียกอน แมมีเจตนาที่จะ ่ สังหารสิบขันทีเสีย ก็ยังสามารถละไวกอนแลวจัดการในภายหลัง ก็ไมเห็นจะมีสิ่งใดเปนที่เสียหาย หนทางกําจัดสิบขันทีก็มีอยูนบพันหมื่นวิธี แตโฮจิ๋นไมทําและทําไมเปน กลับไปเลือกเอาแผนการของอวน ั เสี้ยว ใหเรียกกอง ทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง เสมอดวยการขีชางจับตั๊กแตนและถือไดวาเปนแผนการที่โงและ ่ บัดซบที่สดในประวัตศาสตร แมตัดสินใจรับเอาแผนที่โงและบัดซบทีสุดแลวก็ยังทําไมเปน เพราะแทนที่จะรีบ ุ ิ ่ ดําเนินการใหเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และดวยการปดลับอยางเขมงวด กลับทอดเวลาออยอิ่ง แลวยังทําการเอิกเกริก ใหฝายปรปกษรูตัว วางแผนสังหารตัวเสียกอน  ประมาทถึงเพียงนี้แลว มิหนําซ้ํายังประมาทหนักเขาไปอีก ทั้งๆ ที่คดจะสังหารสิบขันทีและการเอิกเกริกเพียงนี้ ิ แลว กลับเดินทางเขาไปถึงถินของสิบขันที ทั้งๆ ที่ควรรูไดวาในเขตพระราชฐานชั้นในนั้นองครักษหรือคน ่ ชวยเหลือของตัวเขาไปไมได ดังนี้ อํานาจในมือของโฮจิ๋นจึงหลุดลอยไปพรอมกับศีรษะของ โฮจิ๋นเอง ฝาย ตั๋งโตะ นันเลา เฝาคอยหาโอกาสยึดอํานาจรัฐมานานแลว สบโอกาสไดก็เพราะแผนการอันโงและบัดซบ ้ ของ อวนเสี้ยว นั้น ตั๋งโตะ เปนคนหยาบชากักขฬะ โทสะก็แรงจัด ลําพังตนมีขอดีอยูประการเดียวเทานันคือมี ้ น้ําใจรักทหาร และรักคนมีฝมอ ดังนั้นลําพังตัวตั๋งโตะ ยอมจะคิดและทําการใหญไมได แตจะมองเฉพาะตัว ตั๋ง ื โตะ ก็ไมได หากตองมองใหเห็นถึงสิ่งสองสิงที่ประกอบกันเขาแลวทําให ตั๋งโตะ เรืองอํานาจวาสนาขึ้นมาได ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 45.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 45 นั่นคือกําลังทหารยีสิบหมื่นของตั๋งโตะอยางหนึ่ง และกุนซือหรือที่ปรึกษาคนสําคัญของตั๋งโตะทีมีนามวาลิยูอีก ่ ่ อยางหนึ่ง สถานการณในยามที่ หองจูเปยน เสวยราชยนั้น ไมปรากฏวามีเมืองใดหรือขุนนางผูใดมีกนซือ แม โฮจิน ซึ่ง ุ ๋ ครองอํานาจสูงสุดก็หาปรากฏวามีกุนซือไม มีการสิ่งใดก็สอบถามความคิดเห็นกับคนที่อยูใกลโดยไมเลือก หนา เปนครั้งเปนคราว บางครั้งก็ปรึกษาเอากับอวนเสี้ยว และ โจโฉ จึงทําใหการดําเนินงานทางการเมืองของ โฮจิ๋น และหัวเมืองตางๆ รวมทั้งขุนศึกทุกผูคนไรทศทาง ขาดความตอเนื่องและมีลักษณะเฉพาะหนาเสียเปน  ิ สวนใหญ กระบวนการเคลื่อนไหวทั้งหลายของตั๋งโตะจึงแยกไมออกจากสติปญญาของกุนซือนามลิยู แตทั้งนี้อานุภาพ  แหงสติปญญาของ ลิยูสามารถแสดงพลานุภาพได ก็ดวยตั๋งโตะมีขอดีอยูอีกประการหนึ่งก็คือรูตัวเองวามี  จุดออน ดังนั้น จึงมีความเปนปกติที่จะไมคิดพิจารณาเรื่องใดดวยตนเอง หากจะปรึกษาหารือการตาง ๆ ดวยลิ ยู อยูเสมอ ดังนั้น สติปญญาของลิยูจึงมีบทบาทนําและครอบงํากระบวนการเคลื่อนไหวตางๆ ของตั๋งโตะ คน แบบ ตั๋งโตะ นั้น หากจะเปรียบเหมือนคนตาบอด แตยอมเปนคนตาบอดที่มีหตาสวางดวยสติปญญาแหง ลิยู ู นั้น การเคลื่อนทัพของตั๋งโตะจากเมืองซีหลงเขาเมืองหลวงหนึ่ง การปลงทัพกลางทางแลวขอรับพระบรมรา ชานุญาตจากฮองเตเสียกอนหนึ่ง เคลื่อนทัพถึงเมืองหลวงแลวตั้งทัพนอกกําแพงพระนคร แตไมเรียกรองให สงสิบขันทีมาสังหารหนึ่ง เห็นเพลิงไหมในพระราชวังแลว ยังคุมกําลังตั้งมันคอยโอกาสจนเหตุการณปกติแลว ่ จึงไปรับฮองเตนิวัตกลับพระนครอีกหนึ่ง ทั้งหาประการนี้มิใชเหตุการณที่จะมองขามไป สามกกฉบับหลักทุกฉบับไมไดใหความสําคัญในการหาประการดังกลาว และขามไปอยางนาเสียดาย แลเมื่อ การทั้งหาประการนี้เปนเรื่องสําคัญ จึงควรจะไดหันกลับมามองถึงเบื้องลึกของแผนการดังกลาวของฝายตั๋งโตะ มิฉะนั้นแลวสามกกฉบับคนขายชาตินี้ก็จะขาดอรรถรสไป และเมื่อมองดวยพินิจพิเคราะหโดยควร ก็จะแลเห็น ถึงแผนการยึดอํานาจอันแยบยลและอํามหิตของฝาย ตั๋งโตะ ที่เกิดแตสติปญญาของ ลิยู  การตัดสินใจเคลื่อนทัพจาก เมืองซีหลง เขาเมืองหลวง ทังๆ ที่หัวเมืองอื่นไมยอมเคลื่อนทัพเพราะเกรงพระ ้ ราชอาญานั้น นับเปนการฉวยโอกาสครั้งสําคัญ แตมีความเสี่ยงภัยอยูมาก ฝาย ลิยยอมประมาณสถานการณ  ู ชัดเจนแลววาคุมแกการเสียง และเสียงไปแลวยังคงกุมสถานการณไมใหตกเปนฝายถูกกระทําได เหตุผลอยู  ่ ่ ตรงที่การอานสถานการณกระจางวาอํานาจรัฐในขณะนั้นอยูในกํามือของโฮจิ๋น ไมไดอยูที่ฮองเต เมื่อโฮจิ๋นเปน  ผูถืออํานาจยอมเปนผูถือกฎหมายดวย การดําเนินการตามคําสั่งของโฮจิ๋นผลที่แทก็คอดําเนินการตามความ ื เห็นชอบของผูถือกฎหมาย ราชภัยยอมไมเอื้อมมาเอาโทษแกตั๋งโตะได  หัวเมืองตาง ๆ อานสถานการณไมกระจางจึงไมกลาเคลื่อนทัพ โอกาสอันยิ่งใหญจึงเปนของ ตั๋งโตะ แตเพียง ผูเดียว ครั้นเดินทัพแลว เพื่อใหเกิดความมั่นใจและประกันไมใหเกิดความผิดพลาด ลิยู จึงเสนอใหปลงทัพไว กอน แลวขอรับพระบรมราชานุญาตเสียอีกชันหนึ่ง เพียงเทานี้ก็ยังแลเห็นถึงความชอบดวยเหตุและผล แต ้ ความคิดของ ลิยู นั้นโหดเหียมอํามหิตกวาที่คาดคิด เพราะนั่นคือกลศึกชนิดหนึ่งทีตองการใหคูปรปกษฆา ้ ่ กันเองเสียกอนแลวคอยชุบมือเปบในภายหลัง เนื่องเพราะการปลงทัพไวกอนยอมทําใหเวลาเนิ่นไป สงผลให ความขัดแยงระหวางสิบขันทีกับ โฮจิ๋น ขยายตัวและรุนแรงยิ่งขึ้นอยาง หนึ่ง สวนการขอรับพระบรมราชานุญาตจากฮองเต เนื้อแทก็คือการทําใหสิบ ขันทีไดรวา โฮจิ๋น สั่งใหทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวงเพื่อตองการฆาสิบขันทีนั่นเอง เพราะ ลิยู ยอมทราบดีวาสิบ ู ขันทีใกลชิดฮองเต เมื่อมีหนังสือกราบบังคมทูลถึงฮองเต ขันทียอมจะทราบความนัยทั้งปวงได แลวยอมหา หนทางสังหาร โฮจิ๋น เสีย เปนแตวาหนังสือไปถึงมือ โฮจิ๋น เสียกอน และถาหาก โฮจิ๋นอานกลของ ลิยู ออกก็ อาจปองกันแกไขสถานการณได แตคนแบบ โฮจิ๋น ไมเพียงแตไมรูกลศึก กลับจัดงานเลียงโตะเชิญขุนนางมา ้ ปรึกษาใหเอิกเกริก ทําใหขันทีรตัวเสียดวยตนเอง ู เมื่อยกทัพถึงเมืองหลวงตั้งอยูนอกกําแพงพระนครแลว ทําเฉยเสียไมเรียกใหสงสิบขันทีออกมาเพื่อสังหารเสีย  ตามภารกิจ เนือแทก็คือการเรงสถานการณใหสิบขันทีกับโฮจิ๋นฟาดฟนกันจนบาดเจ็บลมตายกันเสียกอน ครั้น ้ เห็นเพลิงไหมขึ้นในพระราชวังแลวยังคงสงบนิ่งคุมกําลังตั้งมั่น ไมติดตอกับราชสํานักและไมใหความ ชวยเหลือใดๆ ก็คือการดําเนินกลยุทธ "นั่งบนภูดูเสือกัดกัน" หากไดอยูรวมในคายของ ตั๋งโตะ ก็ยอมจะเห็น ตั๋งโตะ แล ลิยู กําลังดืมฉลองกันดวยความเบิกบานใจยิ่งวาแผนการทีกําหนดไวไดดาเนินไปเปนรูปรางสม ่ ่ ํ ความคิดเกือบทุกประการแลว All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 46.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 46 ขาวการตายของโฮจิ๋นที่ประตูพระตําหนักโฮไทเฮานั้น มีหรือที่จะรอดพนสายตาลิยูไปได ถึงขั้นนี้ลิยคงตบโตะ ู ดังผางแลววาการครั้งนี้สมความคิดเราแลว ตังโตะทานเตรียมตัวครองอํานาจแทนโฮจิ๋นเถิด ครั้นขบวนขุนนาง ๋ ราชสํานักพรอมรถพระที่นั่งอันวางเปลาเคลือนออกไปนอกพระนคร ลิยู ยอมฟนธงไดแลววาโอกาสทองของ ่ การบรรลุแผนโดยสมบูรณที่หายากยิ่งไดมาถึงแลว จึงเสนอใหตั๋งโตะ จัดขบวนทัพออกไปรับเสด็จนิวัตสูพระ นคร เพื่อจะไดถือโอกาสนั้นแทรกแซงกิจการภายในราชสํานัก อันความพิศวาสแหงชายหญิงจะยากลําบากอยู ที่การสําเร็จความปรารถนาในครั้งแรกฉันใด การเขาแทรกแซงกิจการภายในราชสํานักของตั๋งโตะก็ยากลําบาก แตเพียงครั้งแรกฉันนั้น กําลังทหารที่กดดันอยูนอกกําแพงพระนครอยูถึงสิบหมื่น เมื่อประกอบเขากับการคุมกําลังทหารถึงสามพัน อารักขาฮองเตเสด็จนิวตสูพระนคร ในขณะทีขุนนางอื่นไมมีกําลังทหารเลย จะมีบางก็แต อวนเสี้ยว คุมทหาร ั ่ เพียงหารอยคนในขบวนเสด็จ ภาพลักษณที่ปรากฏตอขุนนางแลราษฎรก็คอ ตั๋งโตะ เปนพระเอกของเรื่อง เปน ื ภาพลักษณของผูจงรักภักดีทคุมครองพิทักษ ฮองเตกลับพระนครไดสําเร็จ ี่ เปนภาพของพระเอกที่แลเห็นไดวามีอํานาจเหนือกวาคนทั้งปวง ดังนั้น โดยวิสัยใจคนที่ขางไหนใครชนะมี อํานาจแลวก็จะเขาดวยชวยกระพือ จึงทําใหขนนางขาราชการหันเหเทมาเขารวมดวย ตั๋งโตะมากขึ้นทุกที และ ุ มากจนกระทั่งอวนเสี้ยว โจโฉ และขุน นางที่เคยเปนพรรคพวกของโฮจิ๋นกระดิกตัวอะไรไมได แมกําลังทหาร ของโฮจิ๋น เองเมื่อขาด โฮจิ๋น เสียแลวก็เหมือนเรือขาดหางเสือ จะหวังใหคนในตระกูล "โฮ" เปนหลักก็สนหวัง ิ้ เพราะ โฮเบี้ยว ผูชวยผูสําเร็จราชการแผนดิน ซึ่งมีกําลังทหารอยู ในมือก็ถูก บินของ ลูกนอง หนาโงของ   โฮจิ๋น สังหารเสียแลว โฮไท-เฮาเลาก็เปนอิสตรี ไมสันทัดและไมมีอํานาจที่จะสั่งการทางการทหารได เหตุนี้ กําลังทั้งทหารและขุนนางในพระนครจึงคุมกันไมตด ในขณะที่กาลังขางฝายตั๋งโตะเติบใหญเขมแข็ง ิ ํ ยิ่งขึ้นทุกที จึงทําใหดุลอํานาจฝายที่จะตอตานออนแอและเคลื่อนไหวใดๆ ไมได ดังนั้น กําลังที่รุกเพื่อยึด อํานาจรัฐของตังโตะจึงรุกคืบไปอยางงายดาย ๋ หนังสือพิมพผูจัดการออนไลน http://www.manager.co.th สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ตั๋งโตะแผอานาจ (ตอนที่ 21) ํ ตั๋งโตะคนถอยชั่วชาในประวัตศาสตรของจีนคิดอานจะถอดหองจูเปยนผูพออกจากตําแหนงฮองเต แลวจะตัง ิ ี่ ้ หองจูเหียบผูนองขึ้นเปนฮองเตแทน สามกกทุกฉบับวาตรงกันวาเปนเพราะตั๋งโตะประทับใจหองจูเหียบ ที่มี  สติปญญาพูดจาหลักแหลมตั้งแตครั้งแรกพบแตสถานการณที่เกิดขึ้น ประกอบเขากับวัตถุประสงคหลักในการ  เคลื่อนทัพเขาเมืองหลวงภายใตบัลลังกมังกรของ ตั๋งโตะ แลว เหตุผลที่วามาจึงมีฐานะเปนเพียงเปลือกนอกที่ หอหุมแกนแทไวเทานั้น แกนแทของเรื่องคือผลประโยชนในทางการเมือง เพราะประจักษชัดอยูแลววาหาก  หองจูเปยนครองราชบัลลังกตอไป อํานาจรัฐยอมตกอยูที่ โฮไทเฮา พระราชมารดา ดีรายก็อาจโปรดเกลาฯ   แตงตั้งใหขุนนางในเมืองหลวงคนใดคนหนึ่งขึ้นเปนที่ผสําเร็จราชการแผนดิน ู หากวันนั้นมาถึง ก็ยอมมีรับสังใหตั๋งโตะเคลือนทัพกลับเมืองซีหลง เพราะเหตุการณจลาจลวุนวายในพระนคร ่ ่ ไดสงบลงแลว ไมมีเหตุผลใดที่กองทัพของ ตั๋งโตะ จะตั้งอยูนอกกําแพงพระนครอีกตอไป และถาเหตุการณ เชนนั้นเกิดขึ้นยอมทําใหการเคลื่อนทัพเขาเมืองหลวงเปนหมัน ความฝนและโอกาสอันยิ่งใหญ ตลอดจน แผนการทั้งปวงที่ดําเนินไปก็จะสลายไปสิ้น ในทางตรงกันขามหากสามารถถอดหองจูเปยนออกจากราช บัลลังกแลวตั้งหองจูเหียบผูนองไดสําเร็จ ยอมตัดรอนอํานาจฝายอื่นใหสนไป อํานาจทังปวงยอมตกอยูแกตั๋ง  ิ้ ้ โตะเพราะเปนผูสถาปนา ฮองเตพระองคใหมสถานหนึ่ง ทั้งหองจูเหียบยังทรงพระเยาวนัก กําพราทังพอและแม โอกาสยอมเปดชองใหตั๋งโตะกาวสูตําแหนงผู สําเร็จ ้  ราชการแผนดินโดยสะดวก การยึดอํานาจรัฐภายใตบัลลังก มังกรก็จะสําเร็จสมบูรณดังประสงคอีกสถานหนึง นี่ ่ จึงเปนเหตุผลทางการเมืองทีเปนแกนแททางความคิดของ ตั๋งโตะ ภายใตบทบาทนําแหงสติปญญาของ ลิยู ่  กุนซือเจาปญญาผูนั้น การขางราชสํานัก เมื่อฮองเตและพระอนุชาเสด็จกลับถึงพระราชวังแลว โฮไทเฮา ก็มี ความยินดียิ่งทีทั้งสองพระองคปลอดภัย และการจลาจลวุนวายก็ไดสงบลง จึงใหสํานักพระราชวังตรวจตรา ่  All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 47.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 47 ทรัพยสินสิ่งของมีคาในทองพระคลัง ปรากฏวาทุกสิ่งยังคงอยูครบถวน ขาดอยูแตตราพระราชลัญจกร หยก สําหรับองคพระมหากษัตริยไดสูญหายไป พยายามตรวจหาเทาใดก็ไมพบ การขางนอกพระราชวัง กองทัพสิบหมื่นของตั๋งโตะซึ่งตั้งประชิดอยูนอกกําแพงพระนครนันถึงแมวาการจลาจล ้ วุนวายในพระนครสงบยุติลง และสิบขันทีก็ถูกลางบางไปแลว ก็ยังไมยอมถอนทัพกลับเมืองซีหลง และไมมีที ทาวาจะถอนทัพกลับเมืองซีหลงแตประการใด กระนันหามีขุนนางขาราชการหรือผูใดผูหนึ่งหาญกลาวา ้  กลาวถึงเรื่องนี้ แมเพียงเอยถึงเรื่องนี้ก็ยังไมมีผูใดยินยอมเอยปาก การทีไมมีผูใดวากลาวทักทวงหรือกลาวถึง ่ เรื่องการถอนทัพ ยิ่งทําใหตั๋งโตะฮึกเหิม เพราะนั่นคือสัญญาณผลการทดสอบทั้งกําลังพลและกําลังขวัญ ของ เหลาขุนนางขาราชการที่ประจักษชัดวาใน ลกเอี๋ยงราชธานี นี้ ไมมีขุนนางขาราชการหรือผูใดหาญกลาทาทาย  บารมีของ ตั๋งโตะ แมแตสักคนเดียว ดังนั้น ตั๋งโตะ จึงกําเริบเสิบสานมากยิ่งขึ้น ถึงวันฮองเตออกวาราชการ ตั๋งโตะ ซึ่งเปนเจาเมืองบานนอก ไมมี หนาที่เฝาก็ถืออํานาจ เขาเฝาถึงในทองพระโรงตามอําเภอใจ ไมยําเกรงกฎหมายลักษณะกบฏศึกทีมีโทษ ่ ประหารถึงเจ็ดชั่วโคตร ถือดีวามีอํานาจทหารอยูในมือ อํานาจกฎหมายบานเมืองไมสามารถเอื้อมมาถึงตัวได เขาทํานอง "เมื่อเสียงปนดังขึ้น เสียงกฎหมายก็ตองเงียบสงบ" ฉะนั้น กอนจะเสด็จออก ขุนนางขาราชการ จะตองพรอมเขาประจําที่เฝาของตน ตั๋งโตะ ซึ่งไมมีที่เฝากลับไปยืนเฝาอยูหนาบรรดาขุนนางขาราชการทั้ง ปวง ทั้งมิไดแสดงความคารวะขุนนางผูใหญตามธรรมเนียม หนักเขาก็เอาทหารเอกที่ตดตามมาในกองทัพเขา ิ ไปรักษาการณในทองพระโรง เมื่ออํานาจ ตั๋งโตะ ปรากฏขนาดนี้ ขุนนางขาราชการและพอคาวาณิช ในเมืองหลวงจึงมาเขาดวยเปนอันมาก แมนายทหารแลทหารทั้งปวงที่เคยอยูในบังคับบัญชาของโฮจิ๋น และ โฮเบี้ยว ตลอด จนทหารลอมวังในบังคับ ของขันที ตั๋งโตะ ก็เกลี้ยกลอมเอาเปนพวกสิ้น กําลังอํานาจของ ตั๋งโตะ จึงแผเขาครอบคลุม ลกเอี๋ยงราชธานี ทั้งในและนอกกําแพงพระนคร เมื่อไพรพลทังที่มาในกองทัพและที่มาเขาเกลี้ยกลอมดวยมีเปนจํานวนมากขึ้น ้ คาใชจายในกองทัพและในการดูแลขุนนางขาราชการ ตลอดจนบรรดาทหารทั้งปวง ก็มากตามไปดวย ภาระคา ใชจายไดเพิ่มมากขึ้นทุกทีจนเกินกําลังที่เตรียมมาจาก เมืองซีหลง ตั๋งโตะ จึงสั่งใหขุนนางผูรับผิดชอบพระ คลังหลวงเบิกเงินจากทองพระคลังมาเปนคาใชจาย ประหนึ่งวาคาใชจายของตัวเปนคาใชจายของราชสํานัก ไปดวย ถึงขันนี้ยังไมมีผใดกลาทักทวง ตั๋งโตะจึงใหบรรจุทหารทีตามมาแตเมืองซีหลงและพอคาวาณิชที่ ้ ู ่ สวามิภักดิ์เปนขุนนางและขาราชการของราชสํานัก กินเงินเดือนเบี้ยหวัดของราชสํานักตั้งแตบัดนั้น แตความที่ผคนที่มาเขาเปนพวกดวยมากขึ้นทุกที ู หากจะเบิกเงินจากคลังหลวงมาใชมากเกินไปก็จักเปนที่ ครหา ดังนั้นการแสวงหา เงินนอกระบบจึงเกิดขึ้นโดยอาศัยกําลังอํานาจเปนตัวกดดันบีบคั้น บรรดาขุนนาง ขาราชการและพอคาวาณิชทีขี้ขลาดกลัวอํานาจตั๋งโตะ ก็ตองนําทรัพยสินเงินทองมาบริจาค บางพวกบาง ่ เหลาบริจาคเพือหวังจะเขาเปนพวก เพื่ออาศัยบารมีอิทธิพลของ ตั๋งโตะกดขี่ขมเหงเพื่อนขุนนางขาราชการ ่ ดวยกัน บางพวกก็บริจาคเพื่อหวังไดเลื่อนขั้นเลื่อนตําแหนง โดยไมตองคํานึงถึงความดีความชอบในการทํา หนาทีราชการกันอีกตอไป บางก็บริจาคเพื่อจะไดอภิสทธิ์ในการคาขายทั้งสวนที่ชอบดวยกฎหมายและสวนที่ ่ ิ ผิดกฎหมาย รวมถึงการบริจาคเพื่อการเปดบอนการพนันรวมทั้งการคา ของเถื่อนนานาชนิด บรรดาผูมีอทธิพลทั้งในเมืองหลวงและตางเมือง ตางไดพากันเขาสวามิภกดิ์ตอตั๋งโตะสิน คนเหลานี้ยนยอม ิ ั ้ ิ พรอมใจจายคาสวยสินบนใหกบตั๋งโตะ ั อยางเต็มที่ แตคาสวยสินบนที่ตองจายไปนั้นหากจะเทียบกับ  ผลประโยชนทไดจากการกระทําอันไมชอบดวย กฎหมายและศีลธรรม ยอมหางไกลกันนัก คาสวยสินบนชนิด ี่ นี้ยิ่งมีมากขึ้นเทาใด ความเดือดรอนทุกขเข็ญที่เกิดขึ้นแกอาณาประชาราษฎรจากการกระทําย่ายีของบรรดาผูมี ํ  อิทธิพล เหลานั้นยิ่งมีมากกวาหลายเทานัก เมื่อบารมีและพรรคพวกของ ตังโตะ ในเมืองหลวงมากขึ้นอยาง ไมหยุดยั้งเชนนี้ สวนราชการทุกสวนจึงตกอยู ๋ ในอํานาจ ตั๋งโตะ สิ้น หนวยราชการบางหนวยแมไมเกี่ยวของโดยตรงก็ไมมีผูใดหาญกลาไมคลอยตามความ ตองการของ ตังโตะ และพวกได ดังนั้นตั๋งโตะจึงไดวางคนของตนเองลงในตําแหนงขุนนางขาราชการแทบทุก ๋ หนวย ทําใหบรรดาขุนนางขาราชการที่หวังไดเลื่อนยศชั้นตําแหนงงาน แตไมมีโอกาสไดบําเหน็จความชอบ ตามปกติ จึงตองพากันวิ่งเขาหา ตั๋งโตะ และพรรคพวกกันจาละหวั่น ทังหมดตองจายเงินคาตอบแทนในการ ้ ซื้อหาตําแหนง เหตุนี้ การคาขายตําแหนงจึงเกิดขึ้น เชนเดียวกับที่เคยเกิดขึนเมื่อครั้งสิบขันทีเรืองอํานาจ ขุนนางขาราชการที่ ้ ไมมีเงินซื้อตําแหนง หรือไมมีเงินคารักษาเกาอี้ตําแหนงก็จะถูกถอด ถูกปลด หรือถูกโยกยายไปอยูที่อื่น ราชการบานเมืองจึงฟนเฟอนไปอีกครั้งหนึ่ง เปนธรรมดาของการปกครองที่ถามีการซือขายตําแหนงกันแลว ้ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 48.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 48 ขุนนางขาราชการทีสตยซื่อตอแผนดินซื่อตรงตอบทกฎหมายและเห็นแกความรมเย็นเปนสุขของราษฎรยอม ่ ั หมดสิ้นขวัญกําลังใจ สวนขุนนางขาราชการที่ไดดี มีอํานาจขึ้นจากการซือตําแหนงก็ยอมขายอํานาจทีไดมา ้ ่ เพื่อแสวงหาประโยชนในลักษณะคากําไร จึงมีการใชอํานาจขายผลประโยชนของรัฐ ขายความยุติธรรม ขาย อภิสทธิ์ ขายของผิดกฎหมายและขายทุกสิงทุกอยางที่สามารถขายได รวมทั้งการขายชาติและขายตัวเอง ิ ่ ภายใตระบบการคาตําแหนงแบบนี้ กฎหมายบานเมืองจึงหมด ความศักดิสทธิ์ เพราะใชบงคับกับคนบางพวกที่ ์ ิ ั ไมใชพวกของผูมีอํานาจเทานัน ้ แตสําหรับผูมีอํานาจหรือพรรคพวกแลวกลับมีอภิสทธิ์ อยูเหนือกฎหมาย ิ บานเมือง ทําการใดไดตามอําเภอใจ ไมยําเกรงกฎหมายและความรูสึกนึกคิดของราษฎรอีกตอไป  เมื่อระบบบริหารราชการแผนดินกลายเปนแบบการคาที่วานี้ การทุจริต การฉอราษฎรบงหลวงจึงเกิดขึนและ ั ้ ขยายตัวไปอยางแพรหลาย ราษฎรไมไดรับความเปนธรรมในทุก ๆ ทาง ถูกกดขี่ขม เหงมากขึ้นทุกที ความ ยากจนคนแคนและความเดือดรอนเกิดขึ้นทุกหยอมหญา นานวันเขาทั้งขุนนางขาราชการและราษฎรที่ไมมีกิน ไมมีใชก็ออกปลนชิงวิ่งราวกันโดยทั่วไป ซ้ําเติมทุกขยากแกบานเมืองและราษฎรหนักขึ้นไปอีก ตั๋งโตะ ในยาม นี้จึงกําเริบใจถึงขนาดขับมานําทหารเขาไปเที่ยวเลนในยานการคาในเมืองหลวงตามความพอใจโดยไมคํานึง วาใครจะไดรับผลกระทบเดือดรอนเสียหายแตอยางใด สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) ไดกลาวถึงเหตุการณ ตอนนี้วาตั๋งโตะและ "พรรคพวกทั้งปวง เก็บเอา ทรัพยสิ่งสินทั้งปวง ของอาณาประชาราษฎรเปนอันมาก ผูใดมิไดวากลาว "เปาสิ้น" ขุนนางตงฉินผูภักดีตอ   แผนดินมีน้ําใจสงสารราษฎร ที่ไดรับความเดือดรอนหนัก จึงไปปรึกษากับอวนเสี้ยววา "ตังโตะนี้นานไปเห็นจะ ๋ ทําการกําเริบขึ้น เราจะคิดลางมันเสียใหไดกอน"  อวนเสี้ยวขุนนางหนาโง ซึ่งเปนเจาความคิดใหเรียกกองทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง แมจะโงบัดซบสักเพียง ไหน ครั้นวันนีก็ไดแล เห็นโทษภัยจากความคิดโงของตัว แตคดไมออกวาจะแกไขเหตุ การณอยางไร จึงบาย ้ ิ เบี่ยงเลี่ยงไปเสียดื้อๆ วา "การแผนดินเพิ่งสงบ ครั้นเราจะดวนทําดังนั้นไมควร" สิ่งที่ควรในความคิดของ อวน เสี้ยวหรือจะเปนวาตองรอให ตั๋งโตะ ยึดอํานาจรัฐเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียกอนจึงคอยทําการ ถาเชนนั้นก็ยงเปน ิ่ ความคิดที่โงบดซบขึ้นไปอีก เปาสิ้นไมละความพยายาม จึงไปหา อองอุน ขุนนางผูใหญ ปรึกษาเหมือนกับ ั อวนเสี้ยวทุกประการ อองอุน จึงวา "คิดดังนี้ก็ชอบอยูแลว ของดแตพอปรึกษากันดูกอน" เปาสิ้น เห็นวา คําตอบชนิดนี้คอการบายเบี่ยงไมรับผิดชอบตอบานเมือง ทั้งเห็นวาขุนนางในเมืองหลวงมีแตคนขี้ขลาดตาขาว ื เอาแตตัวรอด ไมเปนรอนดวยแผนดินและราษฎร จึงเสียใจนัก คิดการไปขางไหนก็ตีบตัน เห็นวาขืนอยูในเมือง หลวงตอไปจักเปนอันตราย จึงพาทหารในสังกัดของตนหนีออกจากเมืองหลวง ไปอยูที่ ภูเขาไทซาน กําลังและอํานาจของ ตั๋งโตะ เติบโตขึ้นจนคับ ลกเอี๋ยงราชธานี จึงพรอมแลวที่จะทําการใหญตามความ ประสงคที่เดินทัพเขาเมืองหลวง แตดวยเหตุที่กําลังอํานาจชนิดนี้เปนกําลังอํานาจที่อธรรม ศัตรูของ ตั๋งโตะ จึงเกิดขึ้นและขยายตัวไปดาษดื่นทั้งแผนดิน กอตัวทางความคิดที่จะตองกําจัด ตั๋งโตะ ใหวอดวายไป ชะตา กรรมของ ตั๋งโตะ นับแตนี้ไปจึงถูกสวรรคสาปสงใหไมมวันสงบสุข สมดังโองการในพระคัมภีรอัลกุรอานวาไว ี วา "สูเจาจงลุกขึ้นสูชนชั้นปกครองผูอธรรม" ดวยประการฉะนี้ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ตั๋งโตะซือลิโป (ตอนที่ 22) ้ ตั๋งโตะแผอํานาจครอบงําเมืองหลวงในทุกๆ ทาง แลวก็มีใจกําเริบ ขึ้นคิดอานดําเนินการตามแผนการเดิม ที่จะ ถอดหองจูเปยน ออกเสียจาก บัลลังกมังกร แลวยกหองจูเหียบผูนองขึ้นเปนฮองเตแทน เพื่อตนเองจะไดครอง อํานาจรัฐ ครอบงําบัลลังกมังกรเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ตั๋งโตะ จึงใหเชิญลิยที่ปรึกษาคูใจเขามาพบแลวปรึกษาเรื่อง ู นี้ ลิยู จึงวา "ทุกวันนี้มีเจาก็เหมือนหนึ่งหาไม เสนาบดีสําเร็จราชการก็ไมมี แผนดินเพิ่งสงบ ซึ่งทานคิดทั้งนี้ ขาพเจาเห็นชอบดวย ใหทานเรงคิดทําเถิด" ลิยู ไดเสนอแผนการให ตั๋งโตะ จัดงานสโมสรสันนิบาตขึ้นทีพระ ่ ราชอุทยาน แลวใหเชิญขุนนางทุกระดับไปรวมงาน เมื่อขุนนางไปพรอมกันแลวใหประกาศเจตนารมณเรื่องนี้ ใหเหลาขุนนางทราบ ใครขัดขวางก็ฆาเสียเปนการตัดไมขมนาม คนทั้งปวงก็จะเกรงอาญาสิทธิ์ของ ตั๋งโตะ  สืบไป ขอปรึกษาและความเห็นของที่ปรึกษาเขากันราวกับผีกับโลง ตั๋งโตะ ฟงแลวก็ยินดียิ่งนัก สั่งใหจัดงานสโมสร สันนิบาตแลวใหเชิญขุนนางทุกระดับมารวมงานตามแผนของ ลิยู ขุนนางทั้งหลายที่ไดรบเชิญตางเกรงใจและ ั เกรงกลัวไมกลาขัดใจตั๋งโตะ เพราะเกรงจะถูกเพงเล็งวา หากไมมารวมงานแลวจะถูกถือวาไมใชพวก คิดแข็ง ขออยางหนึ่ง หรือตั้งตนเปนฝายปรปกษของ ตั๋งโตะ อีกอยางหนึ่ง ดังนั้นจึงมารวมงานกันอยางพรอมเพรียง All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 49.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 49 ตั๋งโตะ รอฟงขาวอยูทจวน ครันไดรับรายงานวาบรรดาขุนนางมาพรอมกันทีพระราชอุทยานแลว จึงขี่มามีทหาร ี่ ้ ่  องครักษติดตามเปนจํานวนมาก ทําเปนสงามาจนถึงหนาประตูสวนหลวง แลวลงจากมาถือกระบี่เดินเขามาใน งานสโมสรสันนิบาตนั้น หลังจากงานเลียงดําเนินไปครูหนึ่ง เหลาขุนนางไดดื่มสุราแสดงคารวะกันตามธรรมเนียมแลว ตั๋งโตะ จึงกลาว ้  ขึ้นดวยเสียงอันดังดุจการตวาดเอากับขุนนางทั้งปวงวาทานทั้งหลายจงฟงขาพเจา มีเรื่องสําคัญของแผนดินที่ จะปรึกษากับพวกทาน แลววาบัลลังกจักรพรรดินั้นตองครองโดยผูมีสติปญญาความสามารถ แต หองจูเปยน นั้นครองราชยแลวปรากฏวาไรสติปญญา  ไมเปนสงาแกราชบัลลังกเสื่อมเสียเกียรติยศของบานเมืองและ ราษฎร ตางกับ หองจูเหียบ พระราชโอรสพระองคเล็ก มีสติปญญาหลักแหลมกลาหาญ สามารถครองแผนดิน  ใหเปนปกติสุขได เราจึงคิดทีจะถอด หองจูเปยน เสีย แลวให หองจูเหียบ เปนฮองเตแทน ทานทั้งปวงจะเห็น ่ ประการใด เหลาขุนนางฟงคํา ตั๋งโตะ แลวตกใจ แตพากันนิ่งเงียบ ทันใดนั้น เตงหงวน เจา เมืองเตงจิ๋ว ไดลุกขึ้นยืน คัดคานวาเปนการผิดธรรมเนียมแผนดิน และผิดกฎมณเฑียรบาล แลวกลาวหา ตั๋งโตะ วาเปนกบฏ ตั๋งโตะได ยินคําเตงหงวนแลวก็โกรธ เพราะคาดไมถึงวาจะมีใครหาญกลาบังอาจมาคัดคานความเห็นตน จึงตวาดออกไป วากูปรึกษาในเรื่องที่เปนคุณตอแผนดิน มึงสิกลับคัดคานไมเห็นแก บานเมืองและราษฎร กูจะฆามึงเสีย วา แลวก็ชักกระบีจะเดินเขาไปหาเตงหงวน ่ ขณะนั้น ลิยู ทีปรึกษาเจาความคิด อยูในเหตุการณเห็น ลิโป ทหารเตงหงวน ยืนเปนสงานาเกรงขามอยูขาง ่  หลัง เตงหงวน มีรูป รางสูงใหญแข็งแรงสมเปนทหารเอก ในมือถือทวนในชุดเตรียมออกศึก เกรงวา ตั๋งโตะ จะ เปนอันตราย และไดเห็นทาทีของเหลาขุนนางเปนที่พอใจแลว จึงลุกขึ้นจากที่เขาหาม ตั๋งโตะ ไวแลววาวันนี้มี งานสโมสรสันนิบาต ชอบที่จะกินโตะเสพสุราใหเปนทีสุขสบายไยตองมาวิวาทบาดหมางกันดวยเลา มีเรืองราว ่ ่ อันใดคอยปรึกษาวากลาวกันในที่ประชุมขุนนางในวันหนาเถิด วาแลวก็ขยิบตาใหสัญญาณเปนความนัยแกตั๋ง โตะ ตั๋งโตะ เห็นอากัปกิริยา ลิยู ที่ปรึกษาดั่งนี้ ก็รูวามีนัยที่ผดปกติ มองไปยัง เตงหงวน อีกครั้งหนึ่งก็เห็น ลิโป ิ ถือทวนเปนสงาราวกับจะออกศึก ก็เขาใจความหมายแหงสัญญาณของ ลิยู ทําทีเปนเกรงใจขุนนางขาราชการ แลวนั่งลงกับที่ ในขณะเดียวกันนั้นเหลาขุนนางก็ไดหาม เตงหงวน ซึ่งชักกระบี่คุมเชิงอยู เตงหงวน ไมพอใจ จึงขึ้นมาพา ลิโป กลับไป เตงหงวน ไปแลวเหตุการณจึงคอยสงบลง ตั๋งโตะ จึงวาขึ้นอีกวา ความอันเรายกขึ้นปรึกษานี้ทานทั้งปวงมีความเห็นฉันใด เหลาขุนนางไดยินแลวตางวางจอกสุราลงกับโตะ แลวพากันนิ่งเงียบกันตอไปอีก ขณะนั้น โลติด ขุนนางผูใหญ อดีตแมทัพปราบโจรโพกผาเหลือง ซึ่งกลับเขารับราชการใหมหลังจาก  ชวยเหลือ โฮไทเฮา ในวันไฟไหมพระราชวัง ไดลุกขึ้นแลวทักทวงวา "ทานปรึกษาขอราชการนั้นผิดนัก พระ เจาเลนเตผูเปนพระราชบิดาเห็นวาหองจูเปยนมีสติปญญาแลวก็เปนพระราชบุตรเอก จึงใหเสวยราชสมบัติ ตัว  ทานเปนขุนนางหัวเมือง มิไดแจงกฎหมายในพระราชฐาน จะมาถอดหองจูเปยนซึ่งมิไดมีความผิดเสียนั้นไม ชอบ" ตั๋งโตะไดฟงก็โกรธนักที่การไมสมความคิดตัว เพราะขุนนางเฒามาชักใบใหเรือเสีย คัดคานในทามกลาง สโมสร จึงถอดกระบี่ออกอีกครั้งหนึ่งจะฟน โลติด สวน แพเปก ขุนนางคนสนิทของพระเจาเลนเต เห็น เหตุการณจะบานปลายจึงไดเขาหามไว แลววากับ ตั๋งโตะ วา โลติด นี้เปนขุนนางผูใหญ รับราชการมาถึงสาม แผนดิน มีน้ําใจสัตยซื่อตอแผนดิน จึงเปนที่รกและเคารพของเหลาขุนนางแลราษฎร การทีทานจะสังหาร โล ั ่ ติด เสีย จะทําใหขุนนางแลราษฎรเกลียดชังทานยิ่งนัก อองอุนขุนนางผูใหญอีกคนหนึ่งก็ลุกเขาไปหาม ตั๋งโตะ เชนเดียวกับ แพเปก แลววาวันนี้พวกเราอยูในงาน สโมสรหนาขาวหนาเหลาอยู มีราชการสิ่งใดเอาไวคอยปรึกษาในวันหนาเถิด ตั๋งโตะ ก็สงบลง เหลาขุนนางก็ พากันล่ําลารีบกลับบานตน ในขณะนั้นลิโปซึ่งตามไปสงเตงหงวนกลับบานแลว ไดขี่มาถือทวนกลับ มาที่งานสโมสรเพื่อสังเกตการณ ตั๋ง โตะเห็นลิโปอีกครั้ง หนึ่งจึงถามลิยที่ปรึกษาวานั่นเปนทหารผูใด จึงมีสงานาเกรงขามประดุจดังเสือ ลิยู เห็น ู เหตุการณเขาก็เกรงวา ลิโป จะมาทําอันตราย ตั๋งโตะ จึงบอกให ตั๋งโตะ หลบเขาที่กําบังมิให ลิโปเ ห็น แลว ตอบวานั่นเปน ลิโป ทหารเอกของ เตงหงวน มีกําลังกลาแข็งนัก ตั๋งโตะ จึงถอยหลบฉากเสีย All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 50.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 50 วันรุงขึ้น เตงหงวน ซึ่งพกความแคนอยูเต็มอก จึงนํา ลิโปพรอมทหารมาหนาคายของ ตั๋งโตะ นอกกําแพงพระ นครทารบกับตังโตะ ตั๋งโตะ ทราบรายงานแลวจึงคุมทหารออกจากคายจะรบดวยเตงหงวน ฝาย เตงหงวน เห็น ๋ ตั๋งโตะ ยกทหารออกมาจึงขับมาพา ลิโปออกหนา ทหารแลวดาตั๋งโตะวา "ครั้งกอนไอเหลาขันทีสิบคนทําการ หยาบชา ใหไดรับความเดือดรอนทั้งแผนดิน จนเกิดอันตรายขึ้น บานเมืองเพิ่งจะสงบ แลตัวเปนแตขุนนางหัว เมือง ยังมิไดมีความชอบประการใด มาตั้งตัวเปนผูใหญคดบังอาจจะถอดหองจูเปยนเสีย จะใหแผนดินเกิด ิ จลาจลเหมือนครั้งสิบขันทีนั้นหรือ" ตั๋งโตะ ยังไมทันตอบประการใด ลิโป ก็ขับมารายทวนฝาทหารของ ตั๋งโตะ เขามาสังหารทหารของ ตั๋งโตะ เสียหลายคน เตงหงวน เห็นเปนทีจึงสั่งทหารรุกเขาตีกองทหารตั๋งโตะ ตั๋งโตะ เห็น ลิโป แข็งกลาเด็ดขาดนัก กําลังขับมาฝาทหารเขามาใกลจะถึงตัวทั้งทหารขางตัวก็แตกชุลมุน จึงชักมากลับเขามาดานหลังทหาร แลว พากันหลบหนี กองทหารของ ตั๋งโตะ จึงแตกพายไป ตั๋งโตะ พาทหารหนี เตงหงวน ลิโป เปนระยะทางประมาณหาสิบเสน เห็น เตงหงวน ลิโป มิไดตามมาแลวจึง ไดใหตั้งคายมันไว แลวจึงใหเชิญลิยที่ปรึกษาและทหารคนสําคัญมาปรึกษาแลววาเราทําการศึกมามากตอมาก ่ ู แลว ไมเคยเห็นทหารคนใดองอาจสงาเขมแข็ง มีความกลาหาญเหมือน ลิโป เลย หากไดตัว ลิโป มาทําการ ดวยแลว จะไมมีใครในแผนดินนี้ตานรับเราไดอีก ทําอยางไรจึงจะไดตัว ลิโปมา นายทหารหลายคนเห็นวาเปน การยาก เพราะ ลิโป เปนบุตรบุญธรรมของ เตงหงวน และ เตงหงวน ก็รักใครบํารุงถึงขนาด แตลซก นาย ิ ทหารอีกคนหนึงกลาววา ลิโป นั้นองอาจกลาหาญเปนสงา ก็จริง แตเปนคนหยาบชา ละโมบในทรัพยสิน ไม ่ รูจักบุญคุณคน ที่กลาวทั้งนี้เพราะรูจัก ลิโป เปนอยางดี เนื่องจากคบหากันมาตั้งแตเด็ก หาก ตั๋งโตะ อยากได  ตัว ลิโป จริงแลว ยอมใหราคาถึงขนาด คนแบบ ลิโป ก็พรอมที่จะขายตัวและจะขออาสาไปเกลี้ยกลอมซื้อตัว ลิโปเอง ตั๋งโตะ ดีใจเปนอันมาก ถามวาจะซื้อ ลิโป ดวยราคาอยางไรลิซก จึงตอบวาขอใหทานจัดทองคํา อัญมณีมีคา ใหถึงขนาดพรอมดวยมา เซ็กเทา ของทาน ก็จะไดตัว ลิโป มาสมดังประสงค ตั๋งโตะหันไปถามลิยูที่ปรึกษาวา แผนการของลิซกจะสําเร็จไดหรือไม ลิยู จึงวาทานจะทําการใหญเสียดายอะไรกับขาวของเงินทองและมาตัว หนึ่ง การสมประสงคแลวทั้งเงินทองและมานี้ก็จะไดกลับคืนมา การอันปรารถนาก็จะสําเร็จดังประสงค ใหเรง จัดการตามคําของลิซกเถิด ลิซก รับขาวของเงินทองและมาเซ็กเทาจาก ตังโตะ แลวค่ําลงก็ออกไปยังคาย เต ๋ งหงวน ทหารลาดตระเวนเห็นคนมาผิดสังเกตก็เขากุมเอาตัว ลิซก กับมาไว ลิซก วากลาวกับทหาร ลาดตระเวนนั้นวาเราเปนเพื่อนกับ ลิโป นายทาน มีราชการสําคัญจึงมาเยี่ยมคารวะ ขอใหพาเราไปพบ ลิโป คง จะไดความชอบ ลิโป ทราบวา ลิซก มาหาก็มีใจยินดี รับเขาไปสนทนาภายในคาย ทักทายตามประสาเพื่อน เกาแลว ลิซก จึงวาทานภักดีตอแผนดินและเขมแข็งหาญกลาหาใครเปรียบมิได จักเปนใหญในวันขางหนา เพื่อ สนับสนุนใหทาน กาวหนาในทางราชการ จึงขอนํามาเซ็กเทาซึ่งเปน มาชันดีวิ่งไดเร็วดุจพายุ วิ่งไดไกลถึงวัน ้ ละหมื่นเสน สามารถวิ่งบนภูเขาไดเสมอทีราบ มากํานัลไวแกทาน แลวจึงชวนลิโปออกไปดูมาเซ็กเทาที่นอก ่ คายพักลิโปเห็นมาเซ็กเทาพิเคราะหดแลว "เห็นขนนั้นแดงดังถานเพลิง ทั่วทั้งตัวมิไดมสีใดแกม สูงสี่ศอกเศษ ู ี ไดลักษณะเปนมาศึก เขมแข็งกลาหาญ" จึงมีความยินดีนักแลววาเราเปนทหารไมมสิ่งใดมีคา ตอตัวเราเทากับ ี มาเซ็กเทานี้ ทานนําของกํานัลล้ําคานี้มอบแกเรา มีสิ่งใดที่เราจะตอบแทนไดพอกันเลา ลิซก จึงวาไมปรารถนาสิ่งใด นอกจากหวังใหเพื่อนเปนใหญใน ทางราชการ วาแลวขอเยี่ยมคารวะบิดาของ ลิโป ลิโป ฟง ลิซก เห็น ประหลาดนัก จึงขับทหารออกไปใหหางเสียงยิน แลววาทานกับเราคบหากันมาแตนอย รูดวาบิดาเราหาชีวตไม ี  ิ แลว เหตุใดจึงกลาวเชนนี้ ลิซก จึงวาก็ เตงหงวน บิดาบุญธรรมนั่นเปนไร มิใชบิดาหรือ ลิโป จึงวา เตงหงวน เปนขุนนางผูนอย เราอยูดวยความจําใจ ไมเห็นทางกาวหนาใดๆ ในทางราชการ ลิซก ไดทีจึงวาเปนชายชาติ   อาชาไนย หวังอาสาการใหญของแผนดิน จะจําใจอยูไปทําไมกัน "ธรรมดานกยอมอาศัยปาที่มผลไมมากจึง ี เปนสุข ประเพณีขุนนางทําราชการ ถาพระมหากษัตริยทรง ทศพิธราชธรรมแลวก็มีความสุข ซึ่งทานวาจําใจอยู ดวยเตงหงวนนันจะเอาประโยชนอันใด ภายหนาไปเห็นจะมีอันตราย จงผอนผันหาที่อยูใหเปนสุขดีกวา" ลิโป ้  ฟง ลิซก แลวก็เขาใจความหมาย ถามวาทานอยูเมืองหลวงพอที่จะชวยเหลือแนะนําผูที่เปนใหญมีอาญาสิทธิ์ ใหเราอยูดวยไดบางหรือไม การเขาทางแลว ลิซก จึงวาแผนดินบัดนี้หามีผูใดมีอํานาจอาญาสิทธิ์เหมือน ตั๋ง  โตะ ไม ตั๋งโตะ นั้นน้ําใจโอบออมอารีรักทหาร เราเปนขุนนางผูนอยฝมือไมเสมอทานยังไดรับเมตตาอารีจาก ตั๋งโตะ เพียงนี้ หากทานไปอยูดวยแลวจะไดรบความเมตตาอารีสักเพียงไหน  ั All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 51.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 51 วาแลวลิซกจึงไดนําทองคําและอัญมณีออกมากองไวเบื้องหนาแลววา ตั๋งโตะนิยมในตัวทาน วานเราใหเอามา เซ็กเทาและของ เหลานี้มามอบเปนกํานัลเครืองระลึกถึงฝากไมตรีไวกับทาน วันใดที่ทานไปอยูดวยตั๋งโตะแลว ่  อํานาจวาสนาและทรัพยสมบัตจะมีแก ทานประมาณมิได ิ ลิโป ฟงคํา ลิซก และเห็นทองคํากับอัญมณีแลว จิตก็ลแกความโลภลนทะลักออกมาละล่ําละลักวา ตังโตะ มี ุ ๋ ใจรักเมตตาเราถึงเพียงนี้ เราจะเอาสิ่งใดตอบแทนไดเลา ลิซก จึงวาในโลกนี้จะมีสิ่งใดเปนของขวัญล้ําคาแก ตั๋งโตะ เสมอดวยศีรษะ เตงหงวน เปนไมมีแลว เกรงแตทานจะไมกลาตัดสินใจ ลิโป ยิ่งฟงยิ่งเห็นประโยชน ใหญแกตัวมากกวาประโยชนทจะไดจากขาง เตงหงวน ความละโมบโลภมากถึงขีดสุดก็ตดสินใจขาย ตัวใหกับ ี่ ั ตั๋งโตะ บอก ลิซก วาทานกลับไปกอนเถิด พรุงนี้เราจะเอาศีรษะ เตงหงวน เปนของกํานัลไปคารวะขออยูทํา การดวย ตั๋งโตะ ลิซก ไปแลว ลิโป จึงถือกระบี่เดินเขาไปหา เตงหงวน ถึงทีพัก สังหารเตงหงวนบิดาบุญธรรมผูมีคุณแกตนเสีย ่ ตัดศีรษะ เตงหงวน ชูขึ้นแลวประกาศกับทหารวา เตงหงวนคิดรายตอแผนดิน ไมยํา เกรงกฎหมายบานเมือง เราฆาเสียแลว ใครจะอยูดวยเราก็ใหตามเรามา ใครจะไมอยูดวยเราก็ใหรบกลับไปบานเดิม ทหาร เตงหงวน  ี กวาครึ่งไมเต็มใจอยูดวย ลิโป อสรพิษรายที่สังหารบิดาบุญธรรมอันหาผิดมิได จึงพากันกลับบานเดิม คงมี  ทหารอีกบางสวนเทานั้นที่มีความโลภในลาภเหมือนกับ ลิโป ตัดสินใจติดตาม ลิโปไป รุงเชาขึ้น ลิโป ขับมาเซ็กเทาพาทหารที่ตดตามตัวมา นําศีรษะของเตงหงวนเขาไปมอบแก ตั๋งโตะ กราบ ิ คารวะ แลวสาบานอยูดวย ตั๋งโตะ ตั๋งโตะ มีความยินดียิ่งนัก ที่เสี้ยนหนามสําคัญถูกกําจัดทั้งยังได ลิโป มาทํา การดวย จึงวา "ตัวเรานี้เหมือนทํานาตกกลาแลวฝนแลง กลานั้นใบแดงไป ซึ่งทานมาหาเราบัดนี้เหมือนฝนตก ลงหาใหญ น้ําทวมเลี้ยงตนกลาชุมชื้นขึ้น ใบนั้นเขียวสดขึน" วาแลว ตั๋งโตะ ก็ทรุดเขาลงคํานับ ลิโป ลิโป เห็น ้ ดังนั้นก็ตก ใจรีบทรุดตัวลงประคอง ตั๋งโตะใหนั่งบนเกาอี้ แลวกราบคํานับ ตั๋งโตะ แลววาน้ําใจทานรักทหาร และมีเมตตาแกขาพเจาเปนอันมาก ขาพเจา จึงขอกราบทานเปนบิดาบุญธรรมอยูดวยทานจนกวาจะสิ้นชีวต ิ ตั๋งโตะเอาใจหลอกใชลิโปไดสําเร็จ จึงยินดียิ่งนัก สั่งทหารใหเอาเสื้ออยางดีพรอมเกราะทองคําเปนกํานัล รับขวัญลิโปเปนบุตรบุญธรรม ทั้งตั๋งโตะ ลิยู และลิซก ตางมีความยินดีชื่นชมยิ่งนัก ตั๋งโตะ ไดรับเอางูเหา อสรพิษรายที่ไมรูจักบุญคุณคน สังหารไดแมกระทั่งบิดาบุญธรรมซึ่งมีคุณแกตนไวเปนบุตรบุญธรรม และให เปนทหารองครักษอยูขางกาย โดยทีทั้ง ตั๋งโตะแล ลิยู เหลิงในใจเสียจนลืมไปวาอันงูเหา อสรพิษรายที่เพิ่ง ่ สังหารบิดาบุญธรรมตัวมาหยกๆ เมื่อมาอยูขางตัว ตั๋งโตะ บิดาบุญธรรมคนใหมแลว การขางหนาจักเปนฉันใด นี่แหละที่โบราณวา "สี่เทายังรูพลาด นักปราชญ ยังรูพลั้ง" สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม เถลิงศกเจี้ยนอัน (ตอนที่ 23) ตั๋งโตะ เมื่อไดตัว ลิโป งูเหารายทีสังหารบิดาบุญธรรมผูมคณแกตน มาเปนทหารเอกก็มีความกําเริบและยาม ่ ี ุ ใจกวาที่เคยเปนมาแตกอน ขุนนางขาราชการในเมืองหลวงตางอยูในอํานาจของ ตั๋งโตะสิน จะทําการสิ่งใดก็ ้ ทําเอาตามอําเภอใจหามีใครกลาขัดขวางไม ตั๋งโตะ จึงแตงตั้งให ตั๋งบุน ผูนองเปนองครักษฝายซาย ตั้งให ลิ  โป บุตรบุญธรรมซึ่งเพิ่งซื้อมาเปนองครักษฝายขวา แลวใหยกกําลังทหารที่ตั้งอยู นอกกําแพงพระนครเขามา  ในพระนคร โอนสังกัดเปนทหารประจํากองกําลังรักษาพระนครอยางเปนทางการ รับเงินเดือนเบี้ยเลี้ยงจากพระ คลังหลวง ลิยู กุนซือเจาความคิดของตั๋งโตะเห็นวาการวางฐานกําลังอํานาจในเมืองหลวงกาวหนาสําเร็จผลจนสามารถกุม อํานาจทั้งสิ้นไวไดแลว จึงเสนอให ตั๋งโตะเรงดําเนินการตามแผนการเดิม ตั๋งโตะเห็นชอบดวย รุงขึ้นตั๋งโตะจึง มีคําสั่งใหแตงโตะจัดเลี้ยงขุนนางขาราชการชันผูใหญทในทองพระโรง ้ ี่ อันเปนที่ซึ่งฮองเตเสด็จออกวา ราชการแผนดิน เมื่อขุนนางมาพรอมกันเพราะความเกรงและความกลัวแลว ตั๋งโตะ จึงสั่งให ลิโป คุมทหารจาก กองกําลังรักษาพระนครจํานวนพันเศษไปลอมพระทีนั่งอันเปนทองพระโรงไวทุกดาน ตัวตังโตะถือกระบี่เขาไป ่ ๋ ในทองพระโรงแลวประกาศตอหนาขุนนางขาราชการทั้งปวงวานับแต หองจูเปยน ขึ้นครองราชย บานเมืองเกิด จลาจลวุนวาย ราษฎรทุกขยากเพราะ หองจูเปยน ไรสติปญญา ไมองอาจเขมแข็ง ไมใสใจการบริหารราชการ แผนดิน ทําใหเสื่อมพระบรมเดชานุภาพของจักรพรรดิ ไมเปนที่ยําเกรงของชาติอื่น บานเมืองหมดสงาราศี ขุน นางขาราชการ พลอยอับอายขายหนา เราจะถอดเสียจากราชบัลลังกแลวยก หองจูเหียบ พระ ราชโอรสพระองคเล็ก ซึ่งมีสติปญญากลาหาญ มีน้ําใจเมตตากรุณาตอขุนนางและขาราชการขึ้นครองราชย  เพื่อใหบานเมืองเจริญรุงเรืองเปนสุขสมเจตจํานงแหงสรวงสวรรค ใครไมเห็นดวยกับเรา จะถือวาขัดโองการ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 52.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 52 แหงสวรรค เราจําเปนจะตองฆาเสีย ประกาศดังนี้แลวตั๋งโตะจึงขอความเห็นจากที่ประชุมเหลาขุนนางวาจะมี ความเห็นเปนประการใด นับเปนการปรึกษาหารือที่ประหลาดทีสด ที่มแตคนแบบตั๋งโตะเทานั้นที่จะทําได ่ ุ ี บรรดาขุนนางขาราชการไดฟงคําประกาศแสดงเหตุและผลดั่งนี้ ประกอบเขากับขอปรึกษาพิสดารที่มีทางเลือก อยูสองทางคือเห็นดวยกับขอเสนอ ที่ผดคลองธรรมและกฎมณเฑียรบาลในการสืบสันตติวงศอยางหนึ่ง กับไม ิ เห็นดวยซึ่งมีผลตามคํา ตั๋งโตะ วา "ถาผูใดมิลงใจพรอมดวย เราจะฆาเสีย" อีกอยางหนึ่ง ตางคนตางชําเลืองดูกัน เห็นมีแตคนกมหนานิ่งอยู หันไปทางดานหลังทองพระโรงก็เห็น ลิโป ในชุดพรอมออกศึก ถือทวนยืนถมึงทึงพรอมจะฆาคนอยู ตางคนจึงตางนิ่งเงียบ ในขณะนั้น อวนเสี้ยว พรรค พวกเกาของ โฮจิ๋น ไดลุกขึ้นจากที่นั่งแลวคัดคานขึ้นดวยความไมพอใจวาฮองเตเปนโอรสสวรรค สวรรคทรง ธรรม เล็งการณโดยกวาง โดยลึกแลว หองจูเปยน พระราชบุตรเอกจึงไดเสวยราชยตามพระราชประเพณี ฮองเตมิไดทําผิด สิ่งใด ตัวเปนแตเพียงเจาเมืองหัวเมืองบานนอก จะมาคิดถอดฮองเต เสียเปนการไมชอบ ทั้งตัวหามีสิทธิใดไม "ตัวจะคิดอานเปนกบฏ หรือ" ตั๋งโตะไดฟงดังนั้นก็โกรธจึงวา "ราชสมบัตทุกวันนี้อยูในเงื้อมมือเรา เราเห็นไมชอบจึงจะทําใหชอบ ถาตัวมิฟง ิ จะขืนขัดอยูฉะนี้ ตัวจงแลดูกระบี่ที่เราถืออยูนวาจะคมหรือไม" วาแลวมือก็ขยับจับกระบี่ขางตัวสิ่งที่ ตั๋งโตะ ทํา  ี้  นั้นคือการรัฐประหารยึดอํานาจราชสํานัก ตังตนเปนรัฏฐาธิปตยแตผูเดียวแลว ้ เปนแตยังเห็นวาการลม ราชวงศฮั่น เสียในขณะนี้จะเกิดความยุงยากกวาที่จะคงสภาพไวอยางเกา แลวใชกําลังอํานาจตนบงการแทน และในนามฮองเต จะดูเปนการชอบธรรมกวา สถานการณมาถึงขั้นนี้อวนเสียวยังดูไมออก จึงไดคัดคานดวย ้ โทสะ ครันไดยน ตั๋งโตะ วากลาวดังนั้นแลว อวนเสี้ยว ก็ยิ่งโกรธแลวตอบวา "กระบี่เราถือมาก็มีอยู ถาตัวมิฟง ้ ิ จะขืนตั้งหองจูเหียบขึ้นใหผดอยางธรรมเนียม ตัวจงดูกระบี่ซึ่งเราถืออยูนี้จะคมหรือไมคมเลา" แลวกระชับกระบี่ ิ ขางกายไวมั่น ตั๋งโตะ ฟง อวนเสี้ยว แลวก็ยงโกรธ ปรี่เขาไปหาแลวชักกระบี่จะฟน อวนเสี้ยวสวน อวนเสี้ยว ก็ชักกระบีจะสู ิ่ ่ ดวย ตั๋งโตะ เหลาขุนนางก็ลกฮือกันขึ้น ลิยู กุนซือเจาความคิดถือหางเสือกระบวนการทีกําลังดําเนินไปตาม ุ ่ แผนการใหญอยู เห็นการที่ตองการยังไมไปถึงทีหมาย กลับจะไดมาซึ่งการทะเลาะวิวาท เพราะ ตั๋งโตะ หัว  ่ ขบวนกลับเบนหัว ออกจากทิศทางหลัก ชักเอาวิวาทเขาไวแทนความสําเร็จของการใหญ ดีรายเหตุการณอาจ บานปลายทําใหเปาหมายหางไกลออกไปอีก จึงปรี่เขาไปหาม ตั๋งโตะไว แลวกระซิบแตพอให ตั๋งโตะ ไดยิน วา "เราจะคิดการใหญอยู ครั้นจะฆาฟนกันขึ้น การซึ่งคิดไวนนจะเสียการไป" ั้ ตั๋งโตะฟงคํากระซิบของ ลิยู แลวไดคิด ระลึกไดถึงภารกิจใหญทตนตั้งประสงคไวแตเดิม ก็ปลงใจเชื่อ แสรง ี่ ตวาดใส อวนเสี้ยว วาคราวนีเราจะเวนโทษตัวสักครั้งหนึ่ง เพื่อเห็นแกความศักดิสทธิ์และความสงบแหงทอง ้ ์ ิ พระโรง อันเปนที่วาราชการของฮองเต ในขณะนั้นเหลาขุนนางก็ไดเขาหาม อวนเสี้ยว ไวอกทางหนึ่ง ี อวนเสี้ยว แมไมพอใจยิ่งนัก แตพอโทสะทุเลาลงก็ไดคดวาสถานการณขาง ตัวตกอยูในอันตราย ขืนอยูในที่ ิ ประชุมตอไปชะตาตัวอาจถึงฆาต คํานึงดังนีแลวจึงลาขุนนางทั้งปวงถือกระบี่เดินออกมาจากทองพระโรงกลับ ้ ที่พัก จัดเก็บขาวของสัมภาระแลว ใชหนึ่งในสามสิบหกสุดยอดกลยุทธคือ "ถารบไมชนะก็ใหหนีเอาตัวรอดไว กอน" พาทหารและพรรคพวกเดินทางออกจากเมืองหลวงอยางรีบดวน ยกไปตั้งหลักที่ เมืองกิจิ๋ว ซึ่งเปนเมือง ในอิทธิพลของตระกูล "อวน" ครั้น อวนเสี้ยว ออกจากทองพระโรงไปแลว เหตุการณในทองพระโรงจึงคอยสงบลง ตังโตะ จึงวาแก ราชครู ๋ อวนหงุย ผูเปนอาของ อวนเสี้ยวและเปนขุนนางผูใหญอันเปนที่นับถือของเหลาขุนนางขาราชการวา หลาน ทานขัดขวางการใหญไมเกรงใจเรา แตเราเห็นแกหนาทาน หาไมแลวเราจะฆาเสีย ซึ่งเราคิดการทั้งนีทานมี ้ ความเห็นประการใด ขุนนางทังปวงตางตั้งใจฟงคําตอบของ อวนหงุย ซึ่งถือวาเปนขุนนางผูใหญ พูดจาสิ่งใด ้ พวกตนจะไดถอเปนเหตุคลอยตามโดยไมตองเกรงกลัวใครจะตําหนิ เพราะ อวนหงุย นั้นมีฐานะเปนถึงราชครู ื  อวนหงุย ราชครูเปนขุนนางขี้ขลาดตาขาวเห็นแกเอาตัวรอดจึงตอบวาการทีตั๋งโตะคิดนันเปนไปตามความ ่ ้ ประสงคแหงสวรรค พวกเราเปนมนุษยยอมตองคลอยตามสวรรคจึงจะชอบเมือ อวนหงุย วาเสียดั่งนี้แลว ขุน ่ นางในที่นั้นจึงเห็นชอบตามไปดวย ตั๋งโตะ ดีใจนักเชิญขุนนางขาราชการกินโตะตอไป เสร็จแลวจึงแยกยายกัน กลับ ในขณะที่ ตั๋งโตะ กําลังจะออกจากทองพระโรงนั้น ทหารเขามารายงานวา อวนเสี้ยว ยกทหารออกนอกเมือง ไปแลว ตั๋งโตะจึงใหเรียกขุนนางเกาสองคนคือเจียวป และเหงาเคง มาสอบถามความเห็นวาอวนเสียวยกไป้ ครั้งนี้จะคิดอานประการใด ซึ่งคงเปนการถามความเห็นเพราะเชื่อวาความเปนขุนนางเกายอมรูจักสภาพอวน เสี้ยวดีอยางหนึง และเปนการทดสอบความคิดวาเต็มใจรวมทําการดวยตัวหรือไม เจียวป เสนอความเห็นวา ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 53.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 53 อวนเสี้ยวเปนพวกเกาของ โฮจิ๋น เปนแกนนําสําคัญในการสถาปนาหองจูเปยนเปนกษัตริย เมื่อทานจะถอด หองจูเปยน ออกเสียเชนนี้ ยอมกระทบตอผลประโยชนใหญของ อวนเสี้ยว การยกทหารออกนอกเมืองของ อวนเสี้ยว ครั้งนี้ยอมคิดอานตอตานทานเปนแน เจียวปใหความเห็นตอไปดวยวาตระกูล "อวน" นั้นเปนขุน นาง สืบตอกัน มาถึงสี่ชั่วอายุคน มีผูคนใกลไกลมาก ราษฎรก็นับถืออวนเสี้ยวเปนอันมาก หากจะปราบปรามโดย เฉียบขาดก็จะสูญเสียมาก ทั้งแผนดินก็ยังไมปกติดีนักสมควรประนีประนอมเอาใจอวนเสี้ยวไวกอน "ขอใหทาน มีหนังสือรับสั่งใหไป ตั้งอวนเสี้ยวเปนเจาเมืองตําบลหนึ่ง เห็นอวนเสี้ยวจะเปนปกติไปตอทาน" ตั๋งโตะ หันมาถาม เหงาเคง วาจะมีความเห็นอยางไร เหงาเคง เสนอวาการที่ อวนเสี้ยว ยกไปครั้งนี้ยอมจะคิด อานตอตานทานเปนมั่นคง แต อวนเสี้ยว ไรสติปญญาจะคิดการไมตลอด ถึงกระนั้นสถานการณในขณะนี้ยงไม ั สมควรกอสงคราม ควรเลือกเอาหนทางประนีประนอม จะเปนประโยชนกวา การตั้ง อวนเสี้ยว เปนเจาเมืองจะ เปนการสรางภาพลักษณใหราษฎรเห็นวาทานไมผูกเวรกับผูอื่น คิดถึงแตความสงบสุขของบานเมืองแลราษฎร  ลิยูอยูในที่นั้นเห็นชอบกับความเห็นของสองขุนนาง เมื่อเห็นพรอมกันดังนี้แลว ตั๋งโตะจึงเห็นชอบดวย แลว แตงเปนหนังสือรับสั่งตั้งใหอวนเสี้ยวเปนเจาเมืองปุดไฮ แลวใหทหารถือหนังสือรับสั่งที่ทาขึ้นนั้นไปมอบแก ํ อวนเสี้ยว อวนเสี้ยว เมื่อไดรับหนังสือแตงตั้งเปนเจาเมืองแลวก็มีความพอใจ ความคิดที่จะตอตาน ตั๋งโตะ ก็เพลาลงจาก ใจดังนี้ ความแคนในใจของ อวนเสี้ยว นั้นจึงมีราคาเทากับ เมืองปุดไฮ แลวมอดลงดวยประการนี้ แตนั้นมาขุนนางขาราชการก็อยูในบังคับบัญชาการของ ตั๋งโตะ สิ้น บางคนที่ไมเห็นดวยและไมพอใจก็พากัน นิ่งเงียบ เพราะเกรงกลัวในอาญาสิทธิ์ของ ตังโตะ คนเหลานี้มีอยูจึงเหมือนกับไมมี เมื่อการทั้งปวงพรอมแลว ๋ เชนนี้ ตั๋งโตะ จึงเชิญให หองจูเปยน เสด็จออก ณ พระทีนั่ง แกเต็กเตี้ยน เชิญขุนนางขาราชการเขาเฝาแลว ่ ประกาศถอดถอน หองจูเปยน พนจากตําแหนงฮองเต แลวเชิญลงจากพระราชบัลลังก ถอดเอาตราประจําราช สมบัติออกจากพระศอ ใหนั่งคุกเขาลงหนาราชบัลลังก ผินพระพักตรไปทางทิศเหนืออันเปนทิศที่ตั้งศาลเทพ บิดรแหง พระราชวงศฮั่น จากนั้นถอดพระยศ โฮไทเฮา แลวใหคุกเขาอยูดวยกัน ทั้ง โฮไทเฮา และหองจู เปยน "ก็รองไหรักกันอยู ขุนนางทั้งปวงเห็นก็กลั้นน้ําตามิได" ภาพอันกระเทือนใจนั้นทําให เตงกวน ขุนนางระงับอารมณไวไมอยู ลุกขึ้นมา ตะโกนดา ตั๋งโตะ วาเปนศัตรูราช สมบัติ แลวเอาปายงาชางประจําตําแหนงจะเขาไปตีตั๋งโตะ ตั๋งโตะจึงใหทหารจับเอาตัว เตงกวน ไปประหาร เสีย จากนั้นจึงใหเชิญหองจูเหียบ พระราชบุตรองคเล็กเกิดแตพระสนมเอกใน พระเจาเลนเต แตงฉลอง พระองคในชุดพระมหากษัตริย ขึ้นประทับนังบนพระราชบัลลังก ใหอาลักษณอานประกาศ ในนามขุนนางและ ่ พสกนิกรทัวประเทศ สถาปนา หองจูเหียบ ขึ้นเปนฮองเตสืบราชสันตติวงศพระราชวงศฮั่นตอไป ทรงพระนาม ่ วา "พระเจาเหียนเต" เหลาขุนนางขาราชการถวายพระพร ถวายความ เคารพ เปนอันเสร็จพิธี ้ เมื่อพระเจาเหี้ยนเตเสวยราชย จึงไดเปลี่ยนศักราชใหมตามธรรมเนียม เปนศักราชเจียนอัน หรือเจี้ยนอันศก ้ ซึ่งแปลวายุคแหง สันติภาพ เปนการเถลิงศักราชเจียนอันในขณะที่พระเจาเหี้ยนเตมีพระชนมายุเพียง 9 ้ พรรษา สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาเถลิงศกเจียนอันในปพุทธศักราช 733 แตฉบับภาษาจีนวาเปน ้ ปพุทธศักราช 721 สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ทรราชลําพอง (ตอนที่ 24) ยุคสมัยของพระเจาฮั่นโกโจ ปฐมกษัตริยแหงราชวงศฮั่น ทรงเรืองพระบรมเดชานุภาพแผพระบารมีไพศาล  บานเมืองสงบศานติ ราษฎรรมเย็นเปนสุข ตอมาเมื่อแผนดินผานการสืบสันตติวงศนานรัชกาลเขา กาฝากราช บัลลังกก็เจริญงอกงามขึ้นโดยลําดับอํานาจบัลลังกมังกรคอยถายเทเหหันจากฮองเตสูมอพระบรม วงศานุวงศ ื ลวงมาถึงแผนดิน เลนเต อํานาจนั้นไดตกอยูในมือของสิบขันที ครั้นสิ้นแผนดิน เลนเต อํานาจก็เคลื่อนไหล จากมือสิบขันที สูขุนศึกคือ โฮจิ๋น เปนครั้งแรก โฮจิ๋น ครองอํานาจเพียงระยะเวลาสามเดือนเศษ ก็มีอันตองเดินทางไปปรโลก ทําใหเกิดสุญญากาศทาง อํานาจถึงเดือนเศษ อํานาจ นั้นก็ถายเทไปถึงมือของ ตั๋งโตะ จอมทรราช ซึงเปนขุนศึกเชนเดียว กัน วันเถลิง ่ ศกเจี้ยนอัน หรือศักราชแหงสันติภาพนั้น โดยรูป การภายนอก หองจูเหียบพระราชบุตรแตพระสนมเอก ไดรับ การสถาปนาเปนฮองเต ครองอํานาจเหนือบัลลังกมังกร แตวันเดียวกัน รูปการณภายในกลายเปนวา ตั๋งโตะได ปราบดาภิเษกตนเองเปนทรราช ดุจปศาจรายยืนถมึงเหนือบัลลังกมังกรนัน ้ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 54.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 54 การเถลิงศักราชแหงสันติภาพ ดูเพียงผิวเผินแลวราวกับบานเมืองแลราษฎรมีสุขสันติเสียเต็มประดา เฉก เดียวกับสิ่งที่เรียกวาธรรมรัฐ หรือธรรมาภิบาล แตภายในถอยคําอันดูหรูเริดกลับซอนไวดวยความเลวรายยิ่ง กวายุคใดสมัยใด หาใชสันติภาวะทีมีทศพิธราชธรรม หรือพรหมวิหารธรรม แตเปนสันติภาวะทีความชั่วชาเลว ่ ่ ทรามมีอํานาจเหนือธรรมโดยสิ้นเชิง ดังนั้น สภาพจํายอมภายใตการกดขี่ขมเหงและย่ายีราชสํานัก ขุนนาง ํ ขาราชการและอาณาประชาราษฎรจึงทําใหดูเสมือนหนึ่งวาภาวะแหงสันติภาพเกิดขึ้นและดํารงอยู ภาวะสันติเชนนีหาใชสันติภาพไม แตเปนรุงอรุณแหงสงครามที่จะทําลายลางระบบทรราชยใหสญสิ้นไป ตั๋ง ้ ู โตะครองอํานาจรัฐโดยลักษณาการทีวานี้ ่ และแลวไดใชอํานาจบังคับใหฮองเตแตงตั้งตนเองเปนผูสาเร็จ ํ ราชการแผนดิน และอัครมหาเสนาบดี เขานอกออกในพระราชวังถึงเขตพระราชฐานชั้นในตามใจชอบ ทุกครั้ง ที่เขาวังก็ถือกระบี่อวดศักดา ไมยําเกรงฮองเต หรือขุนนางขาราชการคนใด พรรคพวกของ ตั๋งโตะ ทั้งทีติดตามมาจาก เมืองซีหลง และที่เขาสวามิภกดิ์ใหมเห็นนายตัวประพฤติตนหยาบ ่ ั ชาตามอําเภอใจก็ประพฤติตาม สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาไววา "ทํา การหยาบชา ขมเหง ชาวเมืองไดความเดือดรอนนัก" ยามนี้ โจโฉไดผันตัวเองเปลี่ยนสีแปรธาตุจากผูใกลชดของโฮจิ๋น มาเขา  ิ สวามิภักดิ์ดวย ตั๋งโตะ อาศัยประสบการณและเรียนรูวชาประจบสอพลอ จากขุนนางขาราชการในเมืองหลวง  ิ จนช่ําชองขึ้น โดยลําดับ ในทีสุด โจโฉ ก็สามารถผูกใจ ตั๋งโตะ กลายเปนคนสนิทของตั๋งโตะ เขานอกออกในจวนของผูสําเร็จราชการ ่ แผนดิน และอัครมหาเสนาบดี ตั๋งโตะ เฝาเชาเฝาเย็นไมวางเวนหรือหางหายเหมือนกับที่เคยเปนในสมัย โฮจิ๋น และกาวหนาไปถึงขนาดที่สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาไววา "แลโจโฉนั้นก็ไปฝากตัวอยูใหตงโตะ ั๋ ใชสอย" ในขณะที่ ซุนเกี๋ยน และ เลาป ยังคงเปนขุนนางบานนอกอยูเหมือนเดิม เปนแต ซุนเกี๋ยน นันไดรับ ้ การเลื่อนตําแหนงเปนเจา เมืองเตียงสา ซึงเปนหัวเมืองเอก แตยังคงถือวาเปนเจาเมืองบานนอกอยูนั่นเอง ่ ดาน หองจูเปยน ซึ่งถูกถอดจากฮองเตลงมาเปนอองหรือเจา พระยา และ โฮไทเฮา ซึ่งถูกถอดจากตําแหนง ไทเฮาลงเปนคนสามัญนั้น ตั๋งโตะ สั่งใหผูคมนําไปจําขังไวที่ พระตําหนักยงอันเตี้ยน ในพระราชวัง พรอมกับ ุ พระสนมคนโปรดของ หองจูเปยน เอาโซลามประตูตาหนัก ลั่นกุญแจหามคนเขาออก และหามติดตอภาย ํ นอกโดยเด็ดขาด ขุนนางขาราชการแลราษฎรทราบขาวแลวใหมใจสงสารทั้งสองพระองคเปนอันมาก แตไมสามารถชวยเหลือ ี เอื้อเฟอประการใดได อันพระตําหนักยงอันเตี้ยนนี้ แปลโดยความหมายไดวาพระตําหนักสันตินิรนดร อันมี ั ความหมายเดียวกับแหลงหลุมฝงศพสุขาวดีนนเอง จึงเปนที่รและเขาใจกันโดยทั่วไปวาใครไดรับความกรุณา ั่ ู ใหไปอยูที่พระตําหนักสันตินรนดรแลว ยอมจะมีสภาพที่สันติไปตลอดกาล ไมมีโอกาสไดเขาสูสังคม  ิ ั  มนุษยอีกตอไป ลิยู กุนซือเจาปญญาเห็นเหตุการณไปในทางที่จะเกิดความไมสงบ เพราะขาวคราวความโกรธแคนชิงชังของ ขุนนางราษฎรกระทบหูอยูเสมอ จึงวางแผนสรางภาพลักษณใหกับรัฐบาลของ ตั๋งโตะ วาเปนรัฐบาลที่เปน ธรรมรัฐ หรือธรรมาภิบาล โดยใหเรียกหาคนดีมีฝมือในแผนดินมารับราชการ โดยเฉพาะบัณฑิตหรือนักวิชาการ คนใดที่มภาพลักษณเปนที่เลื่อมใสของผูคน ก็พยายามซือหามารับราชการ ใหยศใหตําแหนงบัณฑิตและ ี ้ นักวิชาการจํานวนมากจึงไดเปลี่ยนสีแปรธาตุยอมขายตัวใหกับลาภยศ กลายเปนสุนัขรับใชของตั๋งโตะไปใน ที่สด คอยปาวรองสรรเสริญคุณงามความดีของตั๋งโตะ ไมกพลิกดําเปนขาว พลิกขาวเปนดํา ทําใหสิ่งทีตั๋งโตะ ุ ็ ่ ทํา ไมวาจะเปนเรื่องชั่วชาเลว ทรามประการใด ใหกลายเปนความชอบธรรม ทําใหความเห็นทีตรงกันขาม ่ กลายเปนสิ่งไมชอบธรรม หนึ่งในจํานวนคนเหลานีคือ ซัวหยง ซึ่งเปนคนดีมสติปญญา เปนที่นับถือของราษฎร ตั๋งโตะ ใหทหารไปเชิญ ้ ี  มารับราชการดวย แตซวหยงเห็นวาการบริหารราชการแผนดินของรัฐบาล ตั๋งโตะ เปนระบอบทรราชย จึง ั บิดพลิ้วไมยอมเขารับราชการ ตั๋งโตะโกรธใหทหารไปแจงแก ซัวหยง วาถาไมยอมมาทําราชการดวยแลวจะ ฆาเสียใหสิ้นทังครอบครัวและวงศาคณาญาติทั้งปวง ดวยคําเชิญอันสุภาพของคนชั่วชาเชนนี้ ซัวหยง จึงจําใจ ้ ตองเขารับราชการ ตั๋งโตะ เพื่อที่จะแสดงใหราษฎรเห็นวาเปนรัฐบาลที่สงเสริมใหคนดีมีอานาจ จึงแตงตังให ํ ้ ซัวหยงเปนขุนนาง "เดือนหนึงเลื่อนที่ขึ้น ไปสามที่" การสรางภาพลักษณแบบตั๋งโตะนี้ไดกลายเปนแบบอยาง ่ ใหขุนนางขาราชการในชั้นหลังไดเลื่อนตําแหนงขามหนาขามตาคน ในระดับหรือรุนเดียวกันถึงปละสามครั้ง เปนแตวาเปนการเลื่อนตําแหนงโดยอาศัยสวยสินบนแทนการสรางภาพลักษณแบบตั๋งโตะเทานั้น All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 55.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 55 การณขางในพระตําหนักสันตินิรันดรนั้น โฮไทเฮา หองจูเปยน และพระสนม ถูกคุมขังประดุจอยูในอีกโลกหนึ่ง มีความยากลําบากและทุกขทรมานทั้งกายใจ วันหนึ่ง หองจูเปยน เห็นนกนางแอนคูหนึ่งบินหลงเขามาภายใน พระตําหนักแลวหาทางออกไมได บินวนไปวนมาจนลาแรงทั้งหิวโซก็รวงลง แลวตายไปตอหนาตอตา หองจู เปยน เห็นแลวมีน้ําใจสงสารนกนัก แลวใจก็หวนมารําลึกถึงชะตาตนทีตองขังอยูเปนที่เวทนาเสียยิ่งกวานก ่  นางแอน ใจก็สลดลง ประกายกวีวาบเขามาในหวงแหงสํานึก จึงผูกกาพยเขียนไวที่ฝาผนังพระตําหนักวา "นภากาศอันไพศาลก็คือบานนกแอนนอย เลนลมระเริงลอยแลวมาพลอยถูกกักกัน แผนดินสิทธิแหงเรากลับ ถูกเขาทําอาธรรม ปลนชิงทุกสิ่งอันเพราะสวรรคไรเมตตา หวังคอยวีรชนทุกแหงหนลงอาญาฟนคืนซึ่งธรรมา ชาติประชาจึงพนภัย" สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาบทกวีที่หองจูเปยนแตงขึ้นนั้นเปนโคลง มีความวา "ทีในพระราชฐาน ่ นี้ของพระเจาเลนเต ผูเปนพระราชบิดา ยกใหเปนสิทธิแกเรา บัดนี้เรากับมารดาไดทุกขทรมาน ขังอยูเหมือน นกทั้งคูนี้ ถาผูใดสัตยซื่อตอบิดาเรา ชวยแกแคนในอกเราได คุณนั้นหาทีจะอุปมามิไดเลย" ฝายเจาหนาที่  ่ ควบคุมพระตําหนัก ซึ่ง ตั๋งโตะ จัดเฝาระแวดระวังทุกวันคืน เห็นกาพยที่ หองจูเปยน เขียนไวทฝาผนังพระ ี่ ตําหนักจึงนําความไปรายงานให ตั๋งโตะ ทราบ ตั๋งโตะทราบแลวเห็นเปนการเคลื่อนไหวที่จะคบคิดกับผูที่ยัง  จงรักภักดี อยูเพื่อลมลางอํานาจตนก็โกรธ จึงสั่งลิยูกุนซือเจาปญญาและเปนที่ไววางใจใหลอบเขาไปในพระ  ตําหนัก ประหารโฮไทเฮา หองจูเปยน และพระสนมเสีย ลิยู นํามือสังหารสิบคนพรอมสุราพิษและเครืองประหารเขาไปในพระตําหนัก แลวประหาร โฮไทเฮา หองจู ่ เปยน และพระสนมเสียตามคําสั่งของ ตั๋งโตะ แลวรายงานเหตุการณให ตังโตะ ทราบ ตังโตะ ทราบวาเสี้ยน ๋ ๋ หนามถูกกําจัดไปแลว จึงมีความยินดียิ่งนัก ลิยู จึงเสนอตอไปวาเพื่อไมใหเกิดความวุนวายในบานเมือง ให ปลอยขาวลือวาทั้งสามคนถูกโรคระบาดถึงแกความตาย แลวใหนําศพไปฝงไวทสสานหลวง ยกเวนพระสนม ี่ ุ ของ หองจูเปยน ใหนําไปฝงไวนอกเมือง ตั๋งโตะ ฟงแลวเห็นชอบดวย สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาประหารแลวลิยูใหเอาศพไปฝงไวนอกเมือง ซึ่งไมสมเหตุผล เพราะ คนเปนถึงอดีตฮองเตเชื้อสาย ราชวงศฮั่น อีกคนหนึ่งเคยเปนถึงไทเฮา จะเอาไปฝงไวนอกเมืองเปนการผิด ธรรมเนียม และจะทําใหราษฎรเกลียดชังเพิ่มขึ้น ทั้งคนระดับนี้ตายพรอมกันจะทําเปนเงียบหายไปเฉย ๆ ยอม ไมได เพราะไมสามารถปดขาวไวได จึงหาทางออกดวยการปลอยขาวเหตุผลการตายวาตองโรคระบาด ซึ่ง เปนเหตุผลที่เหมาะกับคนแบบ ตั๋งโตะ สิ้น หองจูเปยน และ โฮไทเฮา แลว ตั๋งโตะ ก็เขาใจวาเสียนหนามภายในราชสํานักหมดสิ้นไปแลว ใจก็ลําพอง ้ หนักกวาแตกอน บางคืนก็เขาวังไปหลับนอนในที่บรรทมของ พระเจาเลนเต นางสนม นางกํานัลคนใดเปนที่ พอใจ ตั๋งโตะ ก็เรียกมาบําเรอตนโดยไมยําเกรงผูใด คนใดไมยินยอมพรอมใจ ตั๋งโตะ ก็บุกเขาไปขมขืนเสียที่ ในเรือนพักหรือแมในพระตําหนัก จนนางสนม นางกํานัลทีหนาตาพอใชไดตองตกเปนทาสบําเรอกามของจอม ่ ทรราชตั๋งโตะสิน ้ เพื่ออวดอางศักดาบารมีของตน ตั๋งโตะไดใหสรางจวนขึ้นหลังหนึ่ง ตรงขามพระตําหนักที่ประทับของฮองเต เปนตึกใหญโตอัครฐานยิ่งกวาพระตําหนักอันเปนที่ประทับ แมพื้นของจวนซึงควรตองปูดวยหินมีคา แตกลับให ่ ทหารไปตัดไมอยางดีจากในปา คัดเลือกเอาแตไมแผนใหญที่มหนากวางถึงเกาคืบ ยาวยี่สิบเจ็ดคืบ เทากัน ี ทุก ๆ แผน เพื่อใหเกิดความอบอุนในฤดูหนาว เครื่องภาย ในก็ตกแตงดวยสิ่งของอันวิจิตรพิสดารจากตางแดน แมประตูจวนก็ทําดวยทองคําที่ไดมาจากเงินสวยสินบน หรือไมก็เปนของที่ปลนมาจากราษฎรและยังเขา ถือเอาพระราชอุทยานนอกพระนคร ซึ่งเปนของหลวงมาเปนของตน โดยไมยําเกรงกฎหมายบานเมือง แลวให สรางเรือนพักรับรองขึ้นอีกสามหลัง สําหรับเปนที่พบปะสังสรรคกับสมัครพรรคพวกหลังหนึ่ง สําหรับพักผอน สวนตัวหลังหนึง และสําหรับพราพรหมจารีของสตรีอีกหลังหนึ่ง ่ ขุนนางขาราชการแลราษฎรเดือดรอนทุกขเข็ญจากระบอบทรราชยของตั๋งโตะมากขึ้นทุกที การปลนชิงวิ่งราวก็ เกิดขึ้นทั่วทั้งแผนดิน แตตั๋งโตะก็หาสนใจไยดีไม เพราะเห็นวาไมใชธระของตนอยางหนึ่ง และรูดีวาหลายกรณี ุ  เปนเรื่องที่พรรคพวกของตนเปนผูกระทําการเสียเองอีกอยางหนึ่ง ลิยู กุนซือเจาปญญาเห็นวาการปลนชิง วิ่งราวและความเดือดรอนของราษฎรจะลุกลามกลายเปนจลาจล จึงเสนอใหตั๋งโตะปราบปรามการปลนชิง วิ่งราว เพื่อสรางภาพลักษณใหราษฎรเห็นวาตั๋งโตะเอาใจใสการแผนดิน และทุกขรอนของราษฎร ตั๋งโตะ ฟง แลวขัด ลิยู ไมไดก็รับคํา แลวเรียกทหารทีไวใจไดจดกําลังยกออกไป ตําบลหยงเซีย พบราษฎรกําลังเฉลิม ่ ั ฉลองเทศกาลหลังเกี่ยวขาวกันอยางสนุกสนานก็สังหารราษฎรเหลานั้นหมดสิ้นทั้งตําบล ไมเลือกวาชาย หญิง เด็กหรือคนชรา แลวตัดศีรษะบรรทุกเกวียนเก็บเอาทรัพยสินเงินทองของมีคานําเขาเมืองหลวง  All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 56.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 56 ถึงเมืองหลวงแลวปาวประกาศใหรทั่วกันวา ตั๋งโตะ เห็นแกความเดือดรอนของราษฎรที่เกิดจากโจรผูราย จึง ู  ไดปราบปรามโจรผูรายจนสิ้นซาก แลวตัดศีรษะพวกโจรมาเปนหลักฐาน จากนั้นจึงใหเอาศีรษะราษฎรเหลานั้น  ไปเผาเสีย สวนทรัพยสินเงินทองของมีคาใหแจกแกทหารทีไปทําการนั้น ่ ขุนนางขาราชการไดแตซุบซิบนินทาถึงพฤติกรรมทั้งปวงของตั๋งโตะ สวนราษฎรนั้นเลาเคียดแคนชิงชัง สาปแชงประณามทั่วสารทิศ กําลังอํานาจที่ไมตั้งอยูในธรรม ไมเคารพธรรม และไมถือธรรมเปนใหญก็คือ  ทรราช ตั๋งโตะ ณ บัดนี้จึงเปนทรราชเต็มตัว และลําพองหยาบชาตอทุกผูคน ไมวาจะเปนฮองเต ขุนนาง  ขาราชการ และราษฎรทั้งปวง สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม แผนสังหารทรราช (ตอนที่ 25) ตั๋งโตะ ณ บัดนี้ วางตนอยูเหนือฮองเต ถืออํานาจบาตรใหญขมเหงขุนนางขาราชการและสังหารราษฎรอยาง โหดรายทารุณ ทั้งยังเปนใจใหสมัครพรรคพวกกระทําเชนเดียวกัน ละเมิดไมยําเกรงกฎหมายและศีลธรรม ดังนั้น ตั๋งโตะจึงกลายเปนทรราช ที่เสียงสาปแชงดังกองกระหึ่มทัวสารทิศ ความเจ็บแคนของขุนนาง ่ ขาราชการและประชาชนที่มีตอ ตั๋งโตะเพิ่มระดับขึ้นทุกวัน จนเกินกวาระดับที่ขุนนางขาราชการและราษฎรเคย  เคียดแคนชิงชังสิบขันที แตทวาความเคียดแคนชิงชังนัน ยังไมสามารถทําอะไรกับ ตั๋งโตะได เพราะตั๋งโตะมีกําลังทหารอยูในมือ กุม ้ อํานาจทั้งปวงในเมืองหลวงไวหมดสิ้น และยังมีลิโปทรชนผูเปนปตุฆาตอยูขางกายเกือบตลอดเวลา ดังนั้น ในขณะทีทุกคนเคียดแคนชิงชัง ใครจะสังหารตั๋งโตะเสียทุกลมหายใจ แตความรักตัวกลัวตายที่มีอยูทุกตัวคน ่  จึงทําใหบรรยากาศการเมืองในเมืองหลวงอึมครึม ตึงเครียด และหวาดผวา แตการทั้งปวงนั้นเมื่อเลยขีดคันของความพอดีไปแลว ผลรายและวิบัตยอมหลีกเลี่ยงไมได ดังนั้น แมจะรักตัว ่ ิ กลัวตายแตเมื่อถึงจุดหนึ่งแลว ความที่รักตัวกลัวตายก็พายแกความคิดจิตใจที่เห็นแกประโยชนสุขของ บานเมืองและราษฎร เมื่อเปนเชนนี้ความคิดที่จะสังหารตั๋งโตะ กําจัดภัยรายแรงของแผนดินจึงกอเกิดและงอก งามขึ้นในความนึกคิดจิตใจของขุนนางขาราชการและราษฎรโดยทั่วไป บางก็คิดสังหารตั๋งโตะโดยลําพังตน บางก็รวมคิดอานกับพวกพอง แตทามกลางกระแสความคิดที่จะสังหารตั๋งโตะเสียนั้น ก็ยอมมีบางความคิดที่ ตองการครอบงําอํานาจรัฐแบบตั๋งโตะเสียเอง บางก็ตองการแสวงหาโอกาสเปนใหญในบานเมือง เพราะตราบ ใดที่ตั๋งโตะยังมีชื่ออยูในบัญชีคน หลายคนยอมหมดโอกาสที่จะมีอํานาจวาสนาดังปณิธาน ดังนั้น ไมวามูลเหตุจูงใจในการคิดสังหารตั๋งโตะจะเปนอยางไร แตโดยผลที่ตรงกันทั้งหมดก็คือ "ตองลบชื่อ ตั๋งโตะออกจากบัญชีคน ยายไปอยูในบัญชีผี" ใหจงไดฝายเงาฮู ขุนนางราชสํานักทําราชการมาแตครั้งแผนดิน  พระเจาฮั่นเต ถึงรัชกาลพระเจาเหี้ยนเตเปนสี่แผนดิน อายุก็ลวงวัยจนผมสีขาวเจริญงามแซมผมเกาทีเคยดํา ่ สนิทจนคลายกับสีดอกเลา มีความเดือดรอนดวยราชสํานักและขุนนางขาราชการจาก พฤติการณทรราชของตั๋ง โตะเปนทียิ่ง มาคํานึงวาบัดนี้แผนดินเปนทุกขเข็ญดวยน้ํามือทรราช แตหามีผูใดออกหนากลาหาญผลาญชีวต ่ ิ ของทรราชผูนี้ไม หากปลอยเฉยไวก็มีแตยิ่งกําเริบกอกรรมทําเข็ญหนักขึ้นไปอีก ตัวเราก็อายุปูนนี้แลว แมไม ฆาตั๋งโตะเสียเราก็ตายอยูดี กระไรเลยเราจะสังหารตั๋งโตะเสีย ทําคุณแกราษฎร และขาวแดงแกงรอนที่  ราชวงศฮั่นไดทํานุบํารุงเลี้ยงดูเรามา ถึงวันฮองเตออกวาราชการ เงาฮูจึงเอามีดเหน็บซอนไวในเสื้อ ครั้นไดเวลาเสด็จขึ้นเงาฮูกมลงกราบถวาย บังคมแลวรองไห โดยหามีผูใดทันสังเกตไม ในใจเงาฮูนั้นกราบทูลขอถวายบังคมวาขาพเจาขอพลีชีวตเพื่อ ิ แทนคุณพระราชวงศฮั่น ปกปองชาติ พิทักษราษฎร หากการไมสมความคิด คงจะไมมีโอกาสมาเขาเฝาอีกแลว จึงกราบถวายบังคมลาเสียลวงหนา แลวออกมาคอยทีอยูที่ประตูพระราชวัง พอตังโตะออกมาถึงประตู ๋ พระราชวัง เงาฮูก็ลวงมีดออกจากเสื้อจะแทงตั๋งโตะ ตั๋งโตะเห็นเงาฮูจะจวงแทงก็เอี้ยวตัวหลบ จับมือเงาฮูที่ถือ มีดอยูนั้นไว ลิโปตามมาไดเขาชวยตั๋งโตะ ปดมือ เงาฮูจนมีดหลุดจากมือแลวรวงลง จับเงาฮูไว แลวถามวา เหตุใดจึงคิดฆาบิดาเรา เงาฮูมิไดเกรงแกความตาย ดาวาตั๋งโตะเปนทรราช ทําชั่วชา ตอแผนดินและราษฎร อยาวาแตตัวกูซึ่งเปนมนุษยเลย แม เทพยดาอารักษก็จักสังหาร ตั๋งโตะเสีย ตั๋งโตะไดยินก็โกรธจึงสั่งใหเอาตัวเงาฮูไปประหารที่หนาประตูกําแพงพระนคร สั่งใหแลเนื้อออกทีละชิ้นเพื่อมิ ใหเปนเยี่ยงอยางสืบไป ระหวางทีผคุมนําตัวเงาฮูไปประหารตามบัญชาของตั๋งโตะนั้น ่ ู ราษฎรไดแหลอม ติดตามดูและสงสารเงาฮูเปนยิงนัก เงาฮูไดรองดาตั๋งโตะไปตลอดทาง และเรียกรองใหอาณาประชาราษฎร ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 57.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 57 รวมกันลางทรราชตั๋งโตะใหจงได แมระหวางที่ถูกแลเนื้อออกทีละชิ้น เงาฮูก็ยังรองดาตั๋งโตะและประกาศยอม พลีชีวิตเพื่อใหเปนประกาย ความคิดในจิตใจปวงชนทีจะรวมกันคิดอานกําจัดตั๋งโตะไมขาด ปากจนสิ้นใจตาย ่ หลังจากนั้นตั๋งโตะก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น จัดทหารองครักษ ลอมตัวติดตามทุกแหงหน ปองกันการลอบสังหาร ที่อาจเกิดขึ้นอีก ขาวการสังหารโฮไทเฮา หองจูเปยน พระสนม และขุนนางตาง ๆ รวมทั้งราษฎรตําบลหยงเซีย และลาสุดถึง การประหารเงาฮูอยางโหดรายทารุณ กระพือโหมทั้งในเมืองหลวงและในทุกหัวเมืองอยางรวดเร็ว กระทบ ความรูสึกของผูคน กอผลสะเทือนใจทั้งแผนดิน ฝายอวนเสียวเจาของความคิดเรียกตั๋งโตะเขาเมืองหลวง และ  ้ เปนพวกเกาของโฮจิ๋นนั้น หลังจากรับโปรดเกลาฯใหเปนเจาเมืองปุดไฮแลว ก็ไดซองสุมผูคนฝกทหารคิดจะ ทําการอยางเดียวกับที่เตียวกกและพวกโจรโพกผาเหลืองเคยทํามา นั่นคือคอยหาโอกาสยกทัพเขาเมืองหลวง ดวยขออางขจัดทรราช พิทักษฮองเต ทํานุบารุงราษฎร ํ ครั้นประเมินสถานการณวาถึงจุดที่ขุนนางขาราชการและราษฎรเหลือทนตั๋งโตะแลว จึงทําหนังสือลับถึง อองอุน ขุนนางขาราชสํานักผูใหญรุนราวคราวเดียวกับเงาฮูวา "ทุกวันนี้ตั๋งโตะทําการหยาบชา ขบถตอแผนดิน ดังนี้ หามีผใดคิดลางตั๋งโตะไม ซึ่งเราออกมาอยูครั้งนีใชจะนิ่งนอนใจอยูหามิได อุตสาหเกลี้ยกลอมผูคน ู ้  ฝกหัดใหชํานาญในการสงครามอยูมิไดขาด เพราะมีกตัญูเราจะอาสากําจัดตั๋งโตะเสียใหจงได ถาทานเห็น พรอมดวยเราแลวจงเรงคิดการขางในเถิด เราจะยกกองทัพไปทําการ" หนังสือลับของอวนเสี้ยวนีฉลาดและ ้ เขาทากวาที่เคยวางแผนใหโฮจิ๋น เรียกกองทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง เพราะวางแผนใหพวกขุนนางขาราช สํานักกอการขางในพระนครกอน ตัวเองจะยกทัพไปกําจัดตังโตะตอไป ผิดพลั้งอยางไรตัวอยูขางนอกยอม ๋ ปลอดภัย แตพวกขางในยอมตายกอน หากการสําเร็จตัวคุมกองทัพอยูยอมยึดอํานาจรัฐเอาไดโดยสะดวก ความคิดดังนี้เสมอดวยแผนของ ลิยู กุนซือเจาปญญาที่เคยเสนอใหตั๋งโตะดําเนินการ ทําใหสิบขันทีและโฮจิ๋น ฆาฟนกันเองแลวยึดอํานาจในภายหลังจนประสบผลสําเร็จมาแลว อองอุนขุนนางผูใหญสแผนดิน แรงอยูดวยใจกตัญูตอพระราชวงศฮั่น ทังอยูใกลเหตุการณในเมืองหลวง อก ี่  ้ อัดแนนดวยความเคียดแคนชิงชังทรราช เห็นหนังสือลับของอวนเสี้ยวแลว มองขามความคิดทีซอนอยูใน ่ เนื้อความของหนังสือนั้น เห็นตามความคิดของอวนเสี้ยวที่จะกําจัดตั๋งโตะเสีย แต "คิดวิตกอยูมิไดขาด" ใน ที่สดก็ตดสินใจเคลื่อนไหวเพื่อนขุนนางขาราชการ เพราะคิดวาลําพังตัวเองจะคิดทําการไมตลอด ดังนั้น วัน ุ ั หนึ่งหลังจากฮองเตออกวาราชการและเสด็จขึ้น แลว อองอุนจึงแอบกระซิบกับขุนนางเกา ๆ ที่สนิทชิดเชื้อวา วันนี้เปนมงคลวาระครบรอบวันเกิดของเรา ขอเชิญทานไปกินโตะกันใหเปนทีสําราญ ทีบานในยามค่า ่ ่ ํ อองอุนคงจะเห็นวาโจโฉก็เปนเชื้อสายขุนนางเกาคนหนึ่ง ทั้งเคยสนิทชิดเชือกับโฮจิ๋นมากอน แมบัดนี้จะไปรับ ้ ใชใกลชิดกับจอมทรราชตั๋งโตะก็ตาม แตนาจะมีความทุกขรอนดวยแผนดิน จึงเชิญโจโฉมารวมงานเลียงดวย   ้ ครั้นเพลาค่ํา ขุนนางขาราชการทีรับคําเชิญไดมารวมงานเลียงโดยพรอมเพรียงกัน เพราะมิไดระแคะระคายวา ่ ้ จะมีเรื่องใหญถงคอขาดบาดตาย ึ และหากไดรูลวงหนากอนวาจะเปนเรื่องปรึกษาหารือเพื่อสังหารตั๋งโตะ  หลายคนคงจะอางปวย เจ็บ หรือติดภารกิจอืนมากินโตะไมไดก็ได ่ ในขณะที่ขุนนางขาราชการกําลังกินโตะเสพสุรากันอยางเบิกบานใจนั้น อองอุนก็รองไหโฮออกมา ขุนนาง ขาราชการใน ที่นั้นสงสัยจึงถามวาวันนี้เปนงานมงคลวันเกิดของทาน ไฉนทานจึงมารองไหใหเปนลางเสียฉะนี้ เลา อองอุนจึงวาความจริงวันนี้หาใชวันเกิดของเราไม แตจาเปนตองอางวาเปนงานวันเกิด เพื่อจะไดเชิญพวก ํ ทานมารวมงานโดยไมเปนทีสงสัยของฝายตังโตะ แลววานับแตตั๋งโตะเขามาอยูในเมืองหลวงไดกอกรรมทํา ่ ๋ เข็ญมากมายกลายเปนทรราชไปแลว "เรามีความรอนใจนัก อุปมาดังนอนในกองเพลิง เราเล็งไปไมเห็นผูใดจะ ชวยคิดทํานุบํารุงใหแผนดินเปนสุขได เราจึงรองไห" ขุนนางทั้งปวงฟงแลวกระทบเขากับความรูสึกที่อัดอยูใน  อก จึงพากันรองไห เหตุที่การรองไหนี้มิไดมีความคิดหรือแผนการใดๆ ทีจะกําจัดตั๋งโตะ การรองไหแบบนี้จึง ่ เปนการรองไหแบบสิ้นคิดของคนสิ้นคิด หาประโยชนอันใดมิได โจโฉซึ่งกินโตะอยูในที่นั้นดวยเห็นเหตุการณแลว ปลอยใหคนเหลานั้นรองไหกันไปครูหนึงพอสะแกใจแลวจึง ่ หัวเราะปรบมือขึ้นดวยเสียงอันดังแลววา "เสียแรงเปนขุนนางผูใหญมาแตกอน คิดการเทานี้มิตลอดแลวสิชวน  กันมานั่งรองไห" อองอุนไดฟงก็โกรธแลววาทานมาตบมือหัวเราะเยาะขุนนางผูใหญที่มีใจภักดีตอแผนดินเปน การไมชอบ ปู บิดา และตัวเองก็เปน ขากินเบี้ยหวัดเงินปในแผนดินของราชวงศฮั่นตลอดมา หารูคุณกตัญู ตอแผนดินไม เราจะคิดลางตั๋งโตะเสียทดแทนคุณแผนดินทํานุบํารุงราษฎรใหเปนสุข แตคิดการไมตลอด เพราะตั๋งโตะมีกําลังทหารมาก อํานาจในราชสํานักก็อยูในมือตั๋งโตะสิ้น เราจึงรองไห เหตุไฉนตัวจึงมาตบมือ  หัวเราะเยาะเราเลาโจโฉจึงวาขาพเจาเห็นวาการกําจัดทรราชตองมีแผนการทีแยบยล และตองมีผูรับผิดชอบ ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 58.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 58 ปฏิบัตที่ปรีชากลาหาญ จึงจักสําเร็จได แตพวกทานไมทําในสิ่งเหลานี้กลับมานั่งรองไหกนอยู ซึ่งไมใชหนทาง ิ ั ที่จะกําจัดทรราชได ดังนี้ขาพเจาจึงหัวเราะ แลวโจโฉก็หาเสียงเอากับเหลาขุนนางตอไปวา "ซึ่งปู บิดาขาพเจาเปนขาราชการมาแตกอนนั้น ขาพเจาก็คิด กตัญูตอแผนดินอยู ทําไมแคตั๋งโตะนี้จะฆาเสียเมื่อใดก็ได" อองอุนดีใจระคนสงสัยจึงซักโจโฉวาความคิด อานของทานเปนประการใด จึงจะสามารถขจัดตั๋งโตะเสียได การครั้งนี้เปนการใหญของแผนดิน ทานอยาได พูดตามอําเภอใจคะนองเปนอันขาด จะพากันตายสิ้นโจโฉจึงหาเสียงตอไปวา "ซึ่งขาพเจาทําความเพียรไป ฝากตัวใหตั๋งโตะใชสอยจนสนิทมาทุกวันนี้ ใชจะเห็นลาภสักการะสิ่งใดหามิได เพราะคิดกตัญูตอแผนดิน จะ คิดฆาตั๋งโตะเสียใหจงได แตขัดสนดวยอาวุธดีไมมีถือ ขาพเจารูวากระบีสั้นอยางดีของทานมีอยู ถาทานเปน ่ ใจดวยดั่งนีแลว ขาพเจาจะขอยืมกระบีสั้นเหน็บซอนเขาไปใหถึงตัวตั๋งโตะแลวฆาเสีย จึงจะตัดศีรษะเอามาให ้ ่ ทานจงได" โจโฉอางเอาความกตัญูตอแผนดินในการไปอยูดวยตั๋งโตะ และคิดฆาตั๋งโตะเสียก็เพื่อขจัดทรราชแทนคุณ แผนดิน อันเปนที่ประทับใจและซึ้งใจของทุกคน เปนแตโจโฉไมไดบอกวาความคิดของตนนั้นเมื่อสําเร็จแลว อํานาจรัฐจะเปนอยางไร ความคิดที่จะสังหารตั๋งโตะของโจโฉก็คือความคิด และแผนการอยางเดียวกับเงาฮู ขุนนางสี่แผนดินซึ่งถูกแลเนื้อจนตายไปนั่นเอง แตความตองการยืมกระบี่ดของอองอุนนี่สิ แสดงถึงความคิดที่ ี กําหนดทางหนีทีถอยของโจโฉอยางล้าลึก ํ เนื่องเพราะถาแผนการรั่วไหลกอน ทุกคนก็จะตองรวมรับผิดดวย จึงเทากับเปนการปดปากทุกคนในที่นั้นมิให ความลับแพรงพราย แมหากลงมือแลวการไมสําเร็จก็ยังมีพวกที่คอยชวยเหลือ เพราะกลัวการซัดทอด หรือ หากจะพลาดพลั้งถึงตายก็จะไมตายแบบเปลาเปลี่ยวเดียวดาย เนื่องจากมีเพื่อนเดินทางไปเมืองผีดวยกัน  หลายคน และ "กระบี่ดี" ที่วานัน ยังสามารถยกอางเปนเหตุผลเพื่อเอาตัวรอดในยามคับขันไดอีกดวย ้ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม สุดยอดกลยุทธของโจโฉ (ตอน 26) อองอุน ขุนนางสี่แผนดินไดฟงคําโจโฉดั่งนั้นแลว ความอับจนที่แนนอยูในอกพลันโลง เบิกบานใจยินดีเปนยิ่ง   นัก เดินเขา มาหาโจโฉคุกเขาลงกับพื้นตอหนาขุนนางในทีนั้น สงจอกสุราให โจโฉเปนการแสดงคํานับ แลว ่ สรรเสริญวาความคิดของทานดุจดังประทีปทีสองสวางขึ้นในที่มืดการทีคิดไวคงจะสมความคิดในครั้งนี้ ่ ่ จึง ขอใหทานดื่มสุราที่ขาพเจาคารวะขอบคุณทานแทนขุนนาง และราษฎรทั้งปวง โจโฉทรุดตัวลงประคองอองอุนใหลุกขึ้น แลวรับเอาจอกสุรามาผินหนาไปทางทิศอันเปนทีตงศาลพระเทพบิดร ่ ั้ แหงราชวงศฮั่น แลวสาบานวาเทพยดาจงเปนพยาน แหงความภักดีของขาพเจา บัดนี้ขาพเจาขออาสาแผนดิน จะฆาตั๋งโตะเสียใหจงได บานเมืองแลราษฎร จะไดเปนสุขทั่วกัน แลวดื่มสุราสาบานตนนั้นจนหมดจอก อองอุนและขุนนางในที่นั้นมีความยินดีนัก แลวอองอุนจึงเขา ไปขางในหยิบกระบี่สั้นวิเศษที่มีชื่อวา กระบีสัตต ่ โลหะ ใหแกโจโฉ กระบี่สั้นสัตตโลหะนี้ ทําจากโลหวัตถุธาตุอยางดีถึงเจ็ดชนิด ตัวกระบี่ยาวเจ็ดนิ้ว ดามทําดวยงายาวหานิว ตัว ้ ดาบมีสีดําสนิท มีเงาประกายเขียวทึบวาววามคมกลา สามารถตัดเหล็กไดดจดังหยวก สามกกฉบับสมบูรณระบุ ุ วากระบีสั้นนี้มีชอวากระบี่สั้นสัตตกายสิทธิ์ คือมีความวิเศษเจ็ดอยาง บางฉบับวากระบีสั้นชนิดนี้คือตนแบบของ ่ ื่ ่ ดาบสั้นของซามูไรใชประจํากาย หากถึงคราวอับจนหรือสิ้นเกียรติยศก็จะใชสําหรับฮาราคีรตนเอง ี โจโฉรับกระบีสนจากอองอุนแลวก็ลากลับบาน คิดอานทางหนีทีไลในวันรุง ครั้นลวงเพลาเที่ยงคืนจึงไดหลับ ่ ั้  ไป ตื่นขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็ใกลเพลาสาย โจโฉรีบแตงตัวเอากระบี่สั้นซอนไวในเสื้อ แลวรีบไปจวนตั๋งโตะตามปกติ ถึงจวนแลวถามนายประตูอยางคนคุนเคยวาขณะนี้ทานอัครมหาเสนาบดีอยูที่ไหน  นายประตูบอกวาอยูที่หอ  หนังสือ โจโฉก็ขึ้นไปเห็น ลิโปยืนอยูหนาประตูหอนั้น ตั๋งโตะเห็นโจโฉก็ถามวาวันนีทําไมจึงมาสายไป โจโฉ ้ จึงวามาซึ่งขี่ประจํานั้นไดรับบาดเจ็บที่เทา ใชขี่ไมได จึงตองไปยืมมาจากที่อื่น เหตุนี้จึงมารับใชทานสาย เกินไป ขออภัยทานดวยเถิด ตั๋งโตะไดยินดังนั้นจึงสั่งลิโปวาใหไปที่โรงมาของเรา เอามาพันธุดีตัวหนึ่งที่เพิ่งไดมาจากเมืองซีหลงใหแก โจ โฉ ลิโปรับคําสั่งตั๋งโตะแลวก็ออกไป ตั๋งโตะนั่งดูหนังสืออยูบนตั่ง ครูหนึงก็ลมตัวลงนอนดูหนังสือตามปกติ ่ นอนตะแคงซายผินหนาเขาหาดานผนังตึก โจโฉนั้นตอนแรกที่เขามาเห็นลิโปยืนอยูไมคอยสบายใจนัก กริ่งวา All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 59.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 59 จะทําการไมสมความคิด แมสมความคิดแลวก็ยากที่จะหนีรอดมือ ลิโปไปได ครั้น เห็นลิโปไปแลวก็ดีใจ รําพึงในใจวา การครั้งนีคงสมความคิด แลวจึงยองเดินเขาไปใกลตัวตั๋งโตะ ลวงกระบี่สนออกจากอกเสื้อยังมิ ้ ั้ ทันทีจะไดชักกระบี่ออกจากฝก ตั๋งโตะเห็นโจโฉจากเงาใน กระจกทีแขวนอยูขางผนังตึก มีอาการประหลาด ่ ่ จึงผินหนามาถามโจโฉวาตัวถือกระบี่เขามาเชนนี้จะทํารายเราหรือ โจโฉเห็นตั๋งโตะรูตวเชนนั้น จึงรีบคุกเขาลง ั กับพื้น เอามือทั้งสองชูกระบี่ สั้นขึ้นเหนือศีรษะแลวแกตัววา "ซึ่งขาพเจาจะทํารายทาน หามิได ทุกวันนี้ทานมี คุณแกขาพเจานัก ขาพเจาจะหาสิ่งใดมาสนอง คุณมิได มีแตกระบีสั้นเลมนี้มีราคามาก เปนของปูยาตายายได ่ ตอๆ กันมาจนถึงขาพเจา ขาพเจาจึงเอามาสนองคุณทาน" วาแลวก็สงกระบี่สั้นหันดามใหตั๋งโตะ ตั๋งโตะรับ กระบี่มาดูเห็น เปนของวิเศษ น้ําใจโลภอันมีมาในกมลสันดาน จึงมองขามเหตุการณ พิรธไปมิไดสงสัย เชื่อ ุ ตามคําของโจโฉ พอดีลิโปเดินเขามาตั๋งโตะจึงสงกระบี่สั้นใหลิโปเก็บไว แลวจึงพาโจโฉออกไปดูมา ซึ่งลิโป ไปนํามาที่ขางนอก แลวโอวามานี้ เปนมาชั้นเลิศจากเมืองซีหลง มอบใหทาน จงนําไปขี่เถิด โจโฉแสดงความ  คารวะขอบคุณตั๋งโตะแลวจึงยอตั๋งโตะวามาของทานนี้ดีเลิศกวามาทั้งปวงที่ขาพเจาเคยพบเห็นมา แตทาทาง  พยศนัก ขอใหขาพเจาไดลองขี่ดู หากวาสนาขาพเจาไมพอกับมา มาไมเต็มใจใหขาพเจาขี่ เกินกําลังแลวจะ ขอมอบคืนแกทาน ตั๋งโตะฟงคํายอของโจโฉแลวจึงอนุญาต แลวชวนลิโปกลับเขา มาที่หองหนังสือ โจโฉจูงมาออกมาที่ดานนอก แลวคํานึงวาเราคิดการหมายสังหารเจาโจรเฒา การยังไมสมความคิด แตมเหตุดั่งนี้ขึ้น หากอยูในเมืองหลวง ี ตอไป กลัวตั๋งโตะสงสัยเราก็จะมีภยชะตากรรมเดียวกับเงาฮู การใหญในวันขางหนาก็จะเสียไป เอาตัวรอด ั ปลอดภัยไวกอนจะดีกวา จึงคิดอาศัยสุดยอดกลยุทธแหงสามสิบหกยอดกลยุทธ คือหนีออกจากเมืองหลวง ไปหาบิดาเพื่อคิดการใหญตอไป คิดดังนั้นแลว โจโฉก็ขึ้นมาขีออกไปจากจวนของตั๋งโตะ ถึงประตูเมืองดานตะวันออกจึงบอกนายประตูวาทาน ่  อัครมหาเสนาบดี ใชเราไปราชการเปนการดวน นายประตูรจักโจโฉดีวาเปนคนในจวน ของตั๋งโตะ จึงยินยอม ู ใหออกไปโดยสะดวก ฝายลิโปเมื่อตามตั๋งโตะเขาไปในหองหนังสือแลว จึงวาแกตั๋งโตะวา ขาพเจาไปเอามา มาใหโจโฉตามคําสั่งทาน ขณะกําลังเดินเขามา นั้น เห็นโจโฉเดินยองถือกระบี่สั้นเขาไปหาทานมีอาการพิรุธ เห็นวาโจโฉจะคิดรายตอทาน หากบุญบารมีทานมีอยูมากจึงรูตัวทัน โจโฉจึงแสรงอุบายวานํากระบี่มามอบแก  ทาน ตั๋งโตะฟงคําลิโปแลวจึงวาเราเองก็แคลงใจอยู แตเห็นกระบี่ที่โจโฉนํามา มอบนั้นเปนกระบี่วิเศษ ทั้งเราก็ ทํานุบํารุงโจโฉดวยดีถึงขนาด จนเกิดความใกลชิดสนิทเหมือนคนในของจวนเรา แตฟงทาน แลวก็เห็นจะจริง ตามคํา พอดีลิยู กุนซือเจาปญญาเดินเขามา ตั๋งโตะจึงเลาความทีโจโฉเอากระบี่ มามอบนั้นใหลิยูฟง แลวปรึกษาวา ่ ทานคิดเห็นเปนประการใด ลิยูฟงความแลว วาความทีทานเลามาทั้งนี้นาเคลือบแคลงสงสัย แตยังตัดสิน ่ ในทางใดมิไดกอน ชอบที่จะใหทหารไปดูที่บานโจโฉ หากยังอยูเปนปกติก็แสดงวาการมอบมีดสั้นเปนความ   จริงใจ ไมสมควรจะระแวงสงสัยอีกตอไป ลิยูวาตอไปวาแตหากการตรงกันขาม ไปดูแลวไมพบโจโฉยอม แสดงวาโจโฉคิดรายตอทานเหมือนทีลิโป ่ สงสัย คิดการไมสําเร็จ แลวกลัวภัยจึงตัดสินใจหลบหนี ตั๋งโตะฟงความเห็นของลิยูแลว จึงสั่งใหทหารไปดูโจ โฉที่บาน ทหารกลับมารายงานวาโจโฉออกจากบานมาทีจวนตั้งแตตอนสาย ยังไมกลับบาน ลิยูจึงสั่งทหารให  ่ ไปสอบถามนายประตูเมืองทุกดาน วาเห็นโจโฉออกนอกเมืองไปหรือไม ทหารซึ่งไปสอบถามนายประตูเมือง ดานตะวันออกกลับมาราย งานวาโจโฉควบมาออกไปทางประตูเมืองดานตะวันออก บอกวาทาน อัครมหา เสนาบดีใชไปราชการเปนการดวน ลิยูฟงความแลวจึงวากับตั๋งโตะวาโจโฉคิดสังหารทานแนแลว ทํา การไม สมคิดจึงเกิดความกลัวแลวหลบหนีไป แตการครั้งนี้เปนการ ใหญ ยอมไมใช โจโฉคิดอานแตลําพังคงจะมี พรรคพวกคิดอานทําราย ทานหลายคน ดังนั้นตองกําจัดเสียนหนามเสียใหสิ้นและจําเปนตองตามลาจับตัวโจ ้ โฉมาใหไดกอน แลวใชทัณฑทรมานใหบอกความวา มีพรรคพวกใครใดทีรวมสมคบคิดการครั้งนีแลวกําจัดเสีย ่  ้ ใหสิ้นซาก ตั๋งโตะเห็นชอบดวยความเห็นของลิยู จึงสั่งใหกรมการเจาหนาที่ เขียนรูปโจโฉแลวแตงหนังสือสั่ง การไปทุกหัวเมืองวาโจโฉเปนกบฏคิดรายตอแผนดิน ผูใดพบเห็นโจโฉตามรูปนี้ใหเรงจับตัวสงทางราชการที่ เมืองหลวง จะปูนบําเหน็จความชอบใหถึงขนาด แลวจะตั้งใหเปนขุนนางผูใหญ ถาผูใดคบคิดใหทหลบซอน  ี่ หรือปกปดความ เสียไมแจงตอทางราชการ จะถือวาผูนั้นเปนใจดวยกบฏ จะเอาโทษประหารชีวตทั้งครอบครัว ิ โจโฉหลังจากใชสดยอดกลยุทธ "ถารบไมชนะก็ใหหนีเอาตัวรอดไวกอน" หนีออกจากเมืองหลวงแลวก็รบขี่มา ุ ี มุงหนาจะไปหาบิดา ตน ครันเขาเขตเมืองจงพวน นายดานเห็นโจโฉเหมือนกับรูปในประกาศ จึงเขาจับกุม ้ นําสง ตันกงเจาเมืองจงพวน ตันกงเจาเมืองจงพวนรับมอบตัวโจโฉแลว เห็นเหมือนคนในรูปตามประกาศของ ทางราชการ แตกลับแสรงถามวาทานชื่อโจโฉ ซึ่งเปนคนที่ทางการตองการตัวหรือ โจโฉเห็นตันกงตอนแรก แสดงทาทีคลายคนรูจัก แตกลับถามชื่อตนตอหนาเจาหนาที่ก็คิดวานาจะมีความนัยอยู จึงแกลงบอกไปวา  All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 60.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 60 ขาพเจาไมใชโจโฉ แตเปนพอคาชื่อฮองฮู เที่ยวคาขายระหวางเมือง พวกนายดานสําคัญผิดคิดวาขาพเจา คือโจโฉจึงจับตัวมาสงแกทาน ตันกงจึงกลาวใหเจาหนาทีไดยินทัวกันวา เมื่อตัวอางวาไมใชโจโฉ ไววันพรุง ่ ่ เราจะพิจารณาสอบสวนเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะวันนีค่ําแลวหมดเวลาราชการ แลวใหผคุมเอาตัวโจโฉไปขัง ้ ู ไวกอน อันตันกงนั้นแมเปนขุนนางบานนอก แตไดยินขาวคราวทรราชตั๋งโตะ เชนเดียวกับหัวเมืองอื่น มีความเคียดแคน อยูในใจ ครั้นเห็นประกาศจับโจโฉ ระบุวาเปนกบฏตอแผนดินจึงของใจวาโจโฉจะเปนกบฏจริงหรือวาเปนศัตรู ของตั๋งโตะแลวถูกกลั่นแกลงกลาวหาเปนกบฏ ดังนั้นจึงใครถามความจากโจโฉเปนการสวนตัวเสียกอน เหตุนี้ จึงแสรงเปดทางไวเผื่อความคิดตองกันก็จะไดรวมคิดอานตอไป ครั้นเพลาเทียงคืน ตันกงจึงใหคนสนิทไปนําตัวโจโฉมาพบ ณ หองลับภายในจวนเจาเมือง แลวแสรงถามวา ่ ทานอัครมหาเสนาบดีใฝการแผนดิน รักราษฎรแลขาทหาร ทานทําความผิดสิ่งใดใหเปนที่ระคายเคืองจึงตอง หลบหนีมาดังนี้ โจโฉจึงตอบเปนความนัยวา "ทานอุปมาดังนกนอย เปนไฉนจึงจะมาลวงรูความคิดของพญา ครุฑ" แลวเกทับไปวาทานจับเราไดแลว จงเรงสงตัวเราเขาเมืองหลวงเอาความชอบเถิด จะมาถามเราไยให ปวยการ โจโฉตอบความนัยดังนี้เพราะอานทาทีตันกงดวยสายตาแหงพญาครุฑออกตั้งแตตอนค่ํา แลววามีใจ ชังตั๋งโตะเหมือนตัว ครั้นถูก เบิกตัวออกจากที่คุมขังในยามดึกก็ยิ่งมั่นใจ จึงกลาวความเปนเงื่อนงํา เพื่อให ตัน กงสารภาพความคิดออกมาเอง ตันกงฟงคําโจโฉแลว มั่นใจวาโจโฉตองขอหากบฏเพราะทําตน เปนศัตรูกับตั๋งโตะตองดวยใจตน จึงขับคนรับ ใชออกไปเสียทั้งสิ้น แลวสารภาพวามีความชัง ตั๋งโตะศัตรูแผนดินเชนเดียวกับคนทั้งปวง "ทานอยาดูหมิ่นวา เราความคิดนอย ทุกวันนีที่เรามาเปนหัวเมืองจัตวาอยูนี้เพราะเราขัดสน แลใจนั้นจะคิดหาผูกลาหาญ ซึ่งมี ้ สติปญญาเปนหลัก จะไดเปนคูคิดสืบไป" โจโฉเห็นการสมที่คาดคะเนไว จึงหาเสียงเอากับตันกงวา "แตกอนปู  และบิดาเราเปนขุนนางไดกินเบี้ยหวัดอยู ครังนี้บานเมืองเปน จลาจลเพราะขันทีสิบคนแลตั๋งโตะทําการหยาบ ้ ชา ครั้นเราจะนิ่งอยูมิคิดการก็เหมือนหนึ่งหารูจักคุณแผนดินไม อันเราไปอยูดวยตั๋งโตะ นี้หวังจะลางมันเสีย ซึ่งทําไมสมความคิดทั้งนี้ก็เปนกรรมของเรา แลวิบากของอาณาประชาราษฎรทั่วทั้งแผนดิน" วาแลวก็สําทับเอากับตันกงตอไปวาเราทําการทั้งนี้ดวยถือรับสั่งลับของพระเจาเหี้ยนเต เปนประมาณ เนื่องจากตรอมพระทัยดวยพฤติกรรมของทรราชตั๋งโตะ ใหเราประสานงานหัวเมืองตางๆ ยกทัพเขาเมืองหลวง กําจัดตั๋งโตะเสีย ตันกงฟงความโจโฉแลวก็เชื่อ เพราะเห็นวาเปนเชื้อสายขุนนางหลายแผนดิน หากไมมีรับสั่ง อันเปนความลับแลว คงไมเสียงเอาตําแหนงขุนนางในเมืองหลวงไปกระทําการถึงเพียงนี้ ทั้งการที่โจโฉ อาง ่ วาจะกระทําตอไป ขางหนาเปนการใหญตามพระประสงคของฮองเตสอดคลองกับความคิดของตน ตันกงจึงเขาถอดเอาเครื่องจําโจโฉออกจากกาย แลวเชิญใหนั่งบนเกาอี้แลววาเราชื่อตันกง เปนขาในราชวงศ ฮั่น มีความเจ็บแคน ดวยแผนดินแลราษฎร ใครจะสังหารตั๋งโตะจอมทรราชอยูมิไดขาด เมือทานถือรับสั่งของ ่ ฮองเตมาทําการดังนี้ เราจะติดตามทานไปทําการ ดวยหวังเอาสติปญญาของทานเปนหลักชัยกําจัดทรราช  บํารุงราษฎร ใหเปนสุขสืบไป ตันกงกลาวความแลว ก็รบจัดเก็บขาวของมีคาและสัมภาระมอบ กระบี่ใหโจโฉเลมหนึ่ง ตัวเองถือเลมหนึ่ง ี คัดเลือกเอามาชั้นดีคนละตัวขับหนีออก จากเมืองจงพวนตั้งแตเพลาดึกสงัดหลังเทียงคืนนั้น ่ สุดยอดกลยุทธของโจโฉคือการหนีทั้งสองครั้ง ทําใหโจโฉรอดตายและประจักษถึงอานุภาพของกลยุทธนี้ที่ คุมตัวใหสามารถอยูทา การใหญตอไปได กอรากฐานทางความคิดเชิงกลยุทธใหแกการนําทัพของโจโฉในวัน ํ ขางหนา และเหมาเจอตงผูนาพรรคคอมมิวนิสตจน ไดสรุปขึ้นเปนหลักการสําคัญของสงครามจรยุทธในกาล ํ ี ตอมาวา "จรเมือเห็นวารบไมชนะ ยุทธเมื่อเห็นวารบแลวชนะแน เอาแตจร ไมยุทธ คือลัทธิวิ่งหนี เอาแตยุทธ ่ ไมจร คือลัทธิสตายแบบบาบิ่น" ู สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม คาแหงคุณธรรม (ตอนที่ 27) การหาเสียงของโจโฉ สามารถเกลี้ยกลอมตันกงเจาเมืองจงพวนใหปลอยตัวออกจากการจองจํา แลวทิ้งเมือง จงพวนยอมติดตามโจโฉไปในครั้งนี้ นับเปนความสําเร็จครั้งยิงใหญของโจโฉ เพราะไมเพียงแตจะรอดตัวจาก ่ เงื้อมมือของทรราชตั๋งโตะเทานั้น ยังไดคนระดับเจาเมืองเปนพวกไปทําการใหญอีกคนหนึ่ง โจโฉจึงคอยๆ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 61.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 61 มั่นใจในลีลาและวิธีการพูดหาเสียงจูงใจคน ทั้งสามารถสรุปไวมั่นในใจวาเมื่อใดที่ไดเสนอเข็มมุงทางการเมือง ที่ถูกตองสอดคลองกับความปรารถนาอันรอนแรงของมหาชนแลว ชักจูงหวานลอมดวยความมีฐานะขุนนางเกา ถึงสามชั่วคนหนึ่ง ความ จงรักภักดีกตัญูรคุณแผนดินหนึง ความเสียสละเพื่อจะทํานุบารุง ราษฎรหนึ่ง และ ู ่ ํ ความกลาหาญไมกลัวยากลําบาก ไมกลัวตายอีกหนึ่งแลว เมื่อนั้นผูคนยอมคลอยตาม และเมื่อนั้นยอมไดมา ซึ่งความศรัทธาเลื่อมใส ความปลงใจเชื่อมั่น ความสนับสนุนชวยเหลือ แมแตการยอมตัวติดตามดังกรณี ของ ตันกงนี้ หากจะเปรียบเอาการทีตั๋งโตะใชมาเซ็กเทา และทองคําอัญมณี มีคาซื้อตัวลิโปวาเปนการซื้อขายคนแบบเลว ่ ทรามต่ําชาที่สด ก็ยอมเปรียบไดวาวิธีการของโจโฉนี้ก็เปนการซื้อคนอีกชนิดหนึ่งคือซื้อดวย อุดมการณเพื่อ ุ กอบกูบานเมือง ซึ่งเปนการซื้อคนทีสูงสงกวาแบบของตั๋งโตะมากมายนัก ดังนี้แลวคนเราจึงคลายกับสินคาที่ ่ อาจถูกซื้อหาไดทั้งสิ้น ขึ้นอยูแตเพียงวาจะเปนการซื้อขายกันดวยจิตใจทีชั่วชาเลวทราม หรือ ดวยจิตใจที่ ่ งดงามสูงสงแหงอุดมการณเทานั้น โจโฉและตันกงออกจากเมืองจงพวนแลว เรงรีบหนีภยจากเงือม มือทรราชตั๋งโตะทั้งกลางวันและกลางคืน มุง ั ้ หนากลับบานเดิมหาบิดา ขี่มามาไดสามวัน เพลาเย็นถึงตําบลอันเปนบานของแปะเฉีย ซึ่งเปน เกลอเกาของ  บิดาโจโฉ โจโฉจึงชวนตันกงใหพักคางคืนทีบานแปะเฉียเสียคราหนึ่งกอน เพราะเดินทางมาลานัก ระยะทาง ่ หนีก็หางเมืองมากแลว ไกลหูไกลตาเจาหนาที่ พอจะเชื่อวามีความปลอดภัย ทั้งจะไดสอบถามขาวคราว เหตุการณบานเมืองใหทันตอสถานการณไปดวย ตันกงฟงแลวก็เห็นดวย ดังนั้นสองผูพเนจรจึงพากันไปที่บาน แปะเฉีย ถามหาแปะเฉีย พบหนากันแลวแปะเฉียจึงบอกโจโฉวาบัดนี้มีประกาศจากเมืองหลวงสงถึงหัวเมือง ตางๆ ใหจับตัวทาน แลวสงเขาเมืองหลวงดวยขอหาวาเปนกบฏตอแผนดิน โจโกบิดาของเจาเกรงราชภัย จึงหนีออกไปอยูเมืองตันลิวแลว เวลานีใกลค่ําใหเจาพักคางคืนที่บานเราเสีย ้ ราตรีหนึ่งกอน รุงเชาแลวจึงคอยออกเดินทางโจโฉดีใจที่ไดทราบขาวคราวจากแปะเฉีย จึงเลาเหตุการณที่ เกิดขึ้นทั้งสิ้นใหแปะเฉียฟงแลวแนะนําตันกงวาเปนเจาเมืองจงพวน มีใจชังทรราชตั๋งโตะ คิดถึงคุณแผนดิน จึง หนีออกจากเมืองจงพวน มาดวยกัน เพื่อทําการตามรับสั่งของพระเจาเหี้ยนเต ประสานงานใหหัวเมืองตางๆ ยก กองทัพเขาเมืองหลวงกําจัดตั๋งโตะเสีย แปะเฉียฟงแลวก็ขอบคุณตันกงที่ไดชวยโจโฉใหรอดตายมาได และ ยินดีที่สองผูพเนจรจะไดทาการตามรับสั่ง ํ แลวเดินเขาไปในครัวครูหนึ่งจึงออกมาบอกแกโจโฉวาวันนี้เราจะ  เลี้ยงดูพวกเจาใหเต็มที่ แตไมมีสุราอยางดีควรแกคนระดับเจาเมือง จะขอเดินทางไปตลาดสักครูใหญ วาแลว แปะเฉียก็ออกจากบานไป โจโฉ ตันกง นั่งรออยูในบานแปะเฉียพักใหญ ไดยินเสียง คนลับมีดที่หลังบาน โจโฉและตันกงสงสัยยองเขา ไปแอบฟงทีฝาหลังบานไดยินเสียงคนหลายคนพูดกันแตเบาๆ วาจับมัดแลว ฆาเลยดีกวาโจโฉตกใจคลายกับ ่ วัวสันหลังหวะ เห็นอีกาบินอยูบนฟา ก็เกรงวาจะจิกแผลตน จึงจูงมือตันกงถอยกลับมาที่ในหองแลววาแปะเฉีย เปนเพียงเกลอเกาของบิดาเรา บัดนี้บิดาเราก็หนีไปอยูเมืองตันลิวแลว จึงสิ้นความผูกพันตอตัวเรา ละไมตรี เสีย บัดนี้เราตองขอหาฉกรรจ มีรางวัลคาตัวแรงนัก แปะเฉียคงมีใจละโมบใครไดความชอบ จึงติดตอพรรค พวกใหจับพวกเราใหแกทรราชตั๋งโตะ สวนตัวแปะเฉียคงจะเดินทางเขาไปในเมืองสงขาวใหทางการมาคุมเอา ตัวเราทั้งสอง เราจะตองสังหารคนพวกนี้เสียกอน จะไดไมมผูใดรูเห็นติดตามเราอีกตอไป ี ตันกงฟงโจโฉแลวจึงวาเราเปนคนไกล ไมรูใจแปะเฉียจึงยังประมาณการอะไรไมไดกอน โจโฉจึงวาแมนละ พวกเขาไวเราตองตาย จําตองเอาชีวิตเรารอดไวกอน วาแลวก็ชักกระบี่วิ่งไปทางหลังบาน สังหารบุตร ภรรยา แปะเฉียและคนในบานตายสิน นับศพไดถึงแปดศพ ตันกงวิงตามโจโฉออกมา เห็นโจโฉใชกระบีสังหารผูคน ้ ่ ่  หมดทั้งบานก็ตกใจ เหลียวไปที่ในเลาหมูเห็นหมูถูกเชือกมัดอยู และเห็น คนผูหนึ่งถูกกระบี่โจโฉฟนตายอยู  ขางหินลับมีด มีปงตอตกอยูขางๆ ตันกงพินิจเหตุการณดูแลวจึงวาแกโจโฉวาทานดวนแกความคิด สําคัญผิด  สังหารผูคนไปถึงแปดคนความจริงคนเหลานีเตรียมที่จะฆาหมูเพื่อเลี้ยงดูพวกเราตามคําสั่งของแปะเฉีย  ้ ตางหาก โจโฉไดยินคําตันกง แลวมองไปรอบตัวเห็นเหตุการณประจักษ แกตา ไดคิดก็ตกใจ เพราะไดลงมือ ฆาคนถึงแปดคน เร็วเกินไปโดย ไมไดพิจารณาไตรตรองใหรอบคอบเสียกอน แตเมื่อเห็นเหตุการณลวงมา  เพียงนี้แลว แกไขกลับคืนไมได โจโฉจึงวาเราเห็นจะอยูที่นตอไปไมได เพราะเมื่อแปะเฉียกลับมาถึงบาน เห็น  ี่ บุตร ภรรยา และ คนในบานถูกสังหารจนหมดสิ้น คงจะทํารายเราเปนแน วาแลวก็ชวนตันกงขึ้นมาขี่ออกจากบานแปะเฉียไป พักหนึงก็สวนเขากับแปะเฉียเดินจูงลามุงหนาจะกลับบาน ่ บนหลังลาบรรทุก สุราและผลไม แปะเฉียเห็นโจโฉกับตันกงก็สงสัย จึงถามวาเหตุใด จึงดวนรีบเดินทาง เรา ไดซื้อหาสุราอยางดีพรอมผลไมมาเลี้ยงดูพวกเจา ทั้งที่บานก็ไดฆาหมูตวหนึ่ง จะไดอิ่มหนําสําราญกันให  ั All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 62.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 62 เต็มที่ โจโฉจึงวาขาพเจาตองขอหากบฏตอแผนดิน พักอยูนานไมได อันตรายจะมาถึงตัว ทั้งจะเปนภัยแกตัว ทานใหไดรับความเดือดรอน ดวย แลวโจโฉ ตันกง ก็ขับมาผานแปะเฉียโดยทีแปะเฉียยังไมทันไดกลาวความ ่ สืบไป โจโฉ ตันกง ขีมาผานแปะเฉียไปไดหนอยหนึง โจโฉไดรั้ง มาใหหยุด แลวขับมากลับตามทางเดิม แปะเฉียได ่ ่ ยินเสียงมาก็ หันกลับมาดู โจโฉเอามือชี้ไปขางหนาพรอมกับรองบอกแปะเฉียวา "ดูนั่นสิ" พอแปะเฉียหันหนา กลับไปดู โจโฉก็ใชกระบีฟนแปะเฉียถึง แกความตาย ณ ที่นน ตันกงเห็นโจโฉชักมากลับ จึงหยุดมาแลวหันไป ่ ั้ ดู เห็นโจโฉฆาแปะเฉียก็ตกใจเปนอันมาก แลววาแกโจโฉวาเมื่อครูนทานไวแกความคิด สังหารบุตร ภรรยา ี้ และคนในบานแปะเฉียถึงแปดคน โดย ที่คนเหลานั้นหาความผิดใดมิได ทานทําความผิดนัก ไมทันไรก็มาทํา ความผิดซ้ําสังหารแปะเฉียอีกคนหนึ่ง ทานนี้เปนคนอกตัญู ใจ บาป หยาบชาโดยแท โจโฉจึงวาเมื่อครูนี้ขาพเจาสังหารคนไรความผิดไปถึงแปดคน เปนความผิดมหันตอยูแลว แตจะแกไขใหฟน คืนก็ไมได ครั้นจะละแปะเฉียไวเมื่อกลับถึงบาน แปะเฉียยอมรูความผิดเรา แลวคงจะแจงทางราชการให  ติดตามจับกุมตัวเราใหตองรับโทษถึงสองสถาน เราจะไมพนความตาย การใหญที่คดไวก็จะเสียการไป ดังนั้น ิ เราจึงจําตองสังหารแปะเฉียเสียกอนจะไดไมมีผูใดลวงรูความผิดและความเคลื่อนไหวของเรา แลวโจโฉจึงวา กลาวปลอบใจตันกงวา อันวิสยพยัคฆาเขาปาใหญ จะกังวลไปไยกับการทีกิ่งไมใบหญาในทางผานตองลมราบ ั ่ ลง ปาใหญยอมไมไรซึ่งกิ่งไมใบหญา แผนดินนี้มีผูคนมากมาย ตายเสียแปดเกาคน ฝนฟาก็ยังคงตกตองตาม ฤดูกาลอยูนั่นเอง กังวลใจไปทําไมกัน ตันกงจึงวาแกโจโฉวา ทานเปนคนใจโฉด ไรคุณธรรม คิดผิด แลวฆาบุตรภรรยาและคนในบานเขาแลว ยังจง ใจทําผิดซ้ําสองอีก หา ใชคนกตัญูรูคุณคนไม โจโฉจึงวาทานพูดมาทั้งนีฟงเขาทีก็แตโดยผิวเผิน "ธรรมดา ้ เกิด มาทุกวันนี้ยอมรักษาตัวมิใหผูอื่นคิดรายได เราจึงทําการทั้งนี้" นี่คอความคิดจิตใจอันเปนเนื้อตัวแทจริง ื ของโจโฉ ทีคดวาเกิดมาแลวตองเอาตัวใหรอดไดเทานั้น คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม หามีคุณคาใดอันควร ่ ิ คํานึงไม ดังนันเมื่อจะเอาตัวรอดรักษาชีวตไว ้ ิ แลวถึงจะตองฆาฟนผูคนที่ไรความผิด หรือทําชั่วชาสารเลว อยางไรก็ไมตองคํานึงถึง นักอานสามกกมักจะขนานนามโจโฉวา "โจโฉผูไมยอมใหโลก ทรยศ" นั่นเปนความสําเร็จจากพลังและแรงคม แหงปากกาของยาขอบ บรมครูผูเปนอมตะแหงวงวรรณกรรม แตแทจริงแลวโลกหาไดทรยศตอโจโฉหรือผูใด ไม กรณีเปนเรื่องของการตีราคาคาตน เองเหนือกวาสิ่งใด เพียงเพื่อขอใหเอาชีวิตรอดก็พรอมที่จะทําบาปชั่ว ไดทุกอยาง หมอมราชวงศ คึกฤทธิ์ ปราโมช ปราชญใหญของประเทศไทย และบรมครูทางวรรณกรรมอีกทาน หนึ่งไดแกตางใหกับโจโฉ ในเรื่อง นี้ไวในสามกกฉบับนายทุนวา การทั้งนี้เปนเพราะคนเขียนหนังสือสามกก เปนพวกเลาป และเปนฝายตรงกันขามกับโจโฉ เห็นทางใดที่จะเขียนเหยียบย่ําซ้ําเติมโจโฉได ก็แกลงเขียน ใหเห็นเปนวาโจโฉไมใชคนดี และยังแกตางใหตอไปวาแปะเฉียรูดีวามีประกาศของทางราชการ ใหจับตัวโจโฉ และทางการจะเอาผิดกับผูคบคิดปกปดใหทหลบซอนในฐานรวมกบฏตอแผนดิน แตเหตุใดคนบานนอกอยาง  ี่ แปะเฉียไมกลัวอาญาแผนดิน กลารับโจโฉไวในบาน กรณีจงนาสงสัยวาแปะเฉีย จะวางแผนกับพรรคพวกเพื่อ ึ จะจับโจโฉสงใหแกทางราชการ โจโฉจึงชอบที่จะปองกันตัว หมอมราชวงศ คึกฤทธิ์ ปราโมช ไดแกตางใหกับโจโฉดวยวาแมหากแปะเฉียจะไมคิดรายตอโจโฉก็ยังตองถือ วาการกระทําของโจโฉเกิดแตความจําเปน ตองรักษาตัวรอด เพื่อรับใชการใหญของแผนดินตอไป ขอแกตางนี้ กลายเปนแบบอยางใหนักการเมืองถือเปนแบบฉบับในการพูดจาทางการเมืองในชั้นหลังและไดทําใหสามกก ฉบับนาย ทุนอานแลวสนุก และมีเหตุผลแบบประหลาด อันควรแกความสนใจเหตุผลแบบนี้พระบาทสมเด็จ พระมหาธีรราชเจา รัชกาลที่ 6 ทรง แสดงเปนเชิงประชดประชันไวในธรรมาธรรมะสงคราม เปนคําสอนของ อธรรมเทวบุตร ใหเหตุผลในการปลนเขาวาควรอยางไรวา "ยามจนจะทนยาก จะลําบากไปไยมี พึงปองขาวของดี ณ ผูอื่นอันเก็บงํา" ตันกงฟงคําโจโฉแลว เห็นวาจะตอปากตอคําตอไปก็ไรประโยชน จึงนิ่งเสียแลวพากันเดินทางตอไป ถึงศาล เจารางแหงหนึงจึงแวะเขาพักคางคืน โจโฉเหนื่อยนักจึงหลับไปกอน ตันกงในยามสงัด เสียงใบไมหวีดหวิว ่ วังเวงก็หวนรําลึกถึงเหตุการณที่เกิดขึ้นแลวเสียใจนักที่หลงเชื่อคนแบบโจโฉ สูอุตสาหละทิ้งยศศักดิอัครฐาน ์ และบริวารติดตามโจโฉมาหวังทําการใหญ กําจัดทรราชตั๋งโตะ ทํานุบํารุงแผนดินและราษฎร ไมทันไรก็ ประจักษความชัดแลววาโจโฉหาใชคนมีคุณธรรมที่จะทําใหบานเมืองรมเย็นเปน สุขไม หากเปนคนใจบาปเห็น  แกตัว ซึ่งอาจจะรายเทาๆ กับตั๋งโตะก็ได คนแบบนี้เปนคนพาล ไมควรที่เราจะเสวนาดวยอีกตอไป และเพื่อ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 63.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 63 ไมใหเปนภัยตอผูคนในภายหนา เราจําจะฆาโจโฉเสีย ในค่านี้ คิดแลวก็ชกกระบี่เดินเขาไปหาโจโฉที่หลับอยู ํ ั ขณะนั้นใจพลันคิดวาหากเราฆาโจโฉ เราเองก็จะเปนคนบาปแบบเดียวกับโจโฉ เปนความผิดของเราเองที่หลง ชอบเชื่อใจเขา มาบัดนี้เมื่อสินที่ชอบและหลงนับถือแลว เราควรจะปลีกตัวหนีไปใหไกลเสียจะดีกวา คิดดังนี้ ้ แลวตันกงก็เก็บสัมภาระของตนขึ้นมาขับหนีโจโฉไปอยูที่เมืองตองกุนในราตรีนั้น  ตันกงหนีโจโฉเพราะเห็นวาโจโฉเปนคนไรคณธรรม ขาดความ กตัญู ไมรูคุณคน ในขณะที่โจโฉก็กําลังหนี ุ แตเปนการหนีเพื่อเอาชีวิตรอด และไดทําหรือพรอมจะทําทุกอยางโดยไมตองคํานึงถึงคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ขอเพียงใหมชีวิตรอดก็เปนพอ การหนีของทั้งสองคนนี้ แมวาจะเปนการหนีอยางเดียวกัน แตตางกัน ี ดวยคาแหงคุณธรรมฉะนี้ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ชูธงธรรม กําจัดทรราช (ตอนที่ 28) โจโฉซึ่งหลับไปตั้งแตหัวค่ํา ตื่นขึ้นในเพลาใกลรุงไมเห็นตันกง เดินดูทวศาลเจารางก็ไมพบตัว คาดคะเนวาตัน ั่ กงไมพอใจเกี่ยวกับเหตุการณที่เกิดขึ้นจึงหลบหนีไป คิดระแวงแตจะเอาชีวิตรอดดั่งนีแลว เห็นวาจะอยูที่นี่ ้ ตอไปจะเปนอันตราย ดวยตันกงอาจไปแจงขาวใหทางการมาจับกุมในตอน เชา จําจะตองรีบไปเสียตั้งแตเพลา ใกลรุงนี้ โจโฉเก็บสัมภาระแลวขึ้นมา รีบขี่ไปเมืองตันลิวตั้งแตเวลานัน ถึงเมืองตันลิวแลวสอบถามหาบานโจโกจนพบ ้ แลวเขาไปหาบิดา เลาความแตหลังใหฟงทั้งสิ้นแลววา ขาพเจาหนีมาหาบิดาทานในครั้งนี้ เพื่อจะขอทรัพยสิน เงินทองไปทําการใหญกอบกูแผนดิน โดยจะนําไปใชเปนคาใชจายในการซองสุมผูคนและจัดหาอาวุธ  ยุทโธปกรณ พรอม แลวจะไดอางเอารับสังพระเจาเหี้ยนเตประสานงานใหหัวเมืองตางๆ ยก กองทัพเขาไป ่ เมืองหลวงจับทรราชตั๋งโตะฆาเสีย โจโกจึงวาที่เจาคิดทําการดั่งนี้ชอบใจเราแลว แตทรัพยสินเงินทองของเรามีนอยไมพอแกการซึ่งคิดจะทํา ใน เมืองนี้มีมหาเศรษฐีอยูผูหนึ่งชืออุยหอง เปนคนจงรักภักดีในราชวงศฮั่น มีน้ําใจกตัญูรูคุณบิดามารดาเห็น  ่ ประจักษ ฮองเตจึงพระราชทานปาย เกียรติยศวาเปนบุตรกตัญู คนผูนี้เปนที่เคารพนับถือของคนทั้งปวง เจา จงไปหาเลาความเหมือนกับทีเลาแกเรา แลวขอใหอุยหองชวยเหลือ เพื่อแสดงความจงรักภักดีแกราชสํานัก ่ เถิดโจโฉจึงวาการทั้งนีตองขอพึ่งบารมีบิดาทาน เชิญอุยหองมากิน โตะที่บานเราจะควรแกการกวา เพราะ ้ สามารถเกลี้ยกลอมไดถนัดปาก ไมตองพะวงคนในบานของอุยหองวาจะนําความไปแจงแกทางราชการ หรือ ทัดทานเปนอื่นใหเสียการไป โจโกเห็นดวยกับความคิดของบุตรตนจึงใหเตรียมแตงโตะจัดเลี้ยง แลวใหคนไปเชิญอุยหองมากินโตะทีบาน ่ อุยหอง มหาเศรษฐีปายกตัญูพระราชทานมาที่บานโจโกตาม คําเชิญคารวะทักทายปราศรัยกันตามธรรม เนียมแลว โจโกจึงเชิญอุยหองเขาที่จัดแตงโตะไว แลวแนะนําโจโฉผูบุตรแกอุยหอง โจโฉแสดงความคารวะ ตามประสาผูนอย ผูใหญ แลวเลาความ ที่ตั๋งโตะจอมทรราชทําหยาบชาตอฮองเต ตอราชสํานัก ตลอดจนขุน นางแลราษฎรทั้งปวง เปนเหตุใหตัวตองเปนกบฏแลวหลบหนีมา จากนั้นจึงไดหลอกอุยหองวาพระเจาเหี้ยน เตตรอมพระทัย เพราะทรงเปนหวงใยแผนดินแลราษฎรนัก จึงโปรดใหขาพเจาอัญเชิญรับสั่งเปนการลับ ประสานงานกับหัวเมืองทั้งปวง ยกกองทัพเขาไปเมืองหลวงกําจัดตั๋งโตะเสีย แลวกลาวตอไปวา "ขาพเจาคิดจะทํานุบารุงแผนดินและฆาตั๋งโตะเสียใหได แตวากําลังแลทรัพยสินขาพเจา ํ นอยนัก ขาพเจาจึงหนีมา จะคิดอานเกลี้ยกลอมซองสุมผูคนใหไดมาก แลวจะยกเขาไปทําการลางตั๋งโตะเสีย บัดนี้ขาพเจารูวาทานมีทรัพยเปนอันมาก และน้ําใจสัตยซื่อตอแผนดิน ขาพเจาจะขอทรัพยทานไปจัดซืออาวุธ  ้ แลมาจะไดทําการสืบไป" อุยหอง มีใจภักดีกตัญูตอพระราชวงศฮั่น ฟงโจโฉแลว สํานึกในอุดมการณก็พลุงขึ้นจึงวาตัวเรานี้มีกตัญูตอ แผนดินพระเจาฮั่นโกโจ ติดตามขาวสารบานเมืองที่เปนจลาจลวุนวายจากการกระทําของ ทรราชตั๋งโตะมิได ขาด มีความชิงชังคิดเคียดแคนเปนทุกขรอนแทนฮองเตและคนทั้งปวง คิดจะชวยทํานุบารุงแผนดินอยู แตตัว ํ เราเปน พอคาวาณิชไมสันทัดการเมือง จึงพยายามหาคนมีสติปญญากลาหาญ เปนหลักนําคนทั้งปวงไปลม  ลางทรราชตั๋งโตะ บัดนี้มาไดยินคําทานจึงมีความยินดีชอบใจนัก ทานอยาไดหวงใยเลย เราจะมอบทุนใหแก ทานใหทาการสําเร็จดังประสงค ราษฎรจะไดเปนสุขถวนหนากัน ใหทานเรงรีบทําการตามความคิดเถิดโจโฉ ํ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 64.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 64 และโจโกผูบิดาฟงคําอุยหองแลวดีใจนัก กินโตะปรึกษาในรายละเอียดกันตออีกพักใหญ แลวอุยหองก็ขอตัว ลากลับบาน รุงขึ้นโจโฉจึงใหจัดทําธงแขวนสีขาวผืนใหญขึ้นผืนหนึ่ง เขียนอักษรสีดําลงบนผืนธงวา "ตงหงี" ซึ่งแปลวา "ซื่อสัตยตอแผนดิน จงรักภักดีฮองเต" ซึ่งสามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) แปลวา "ใหคนทั้งปวงมีน้ําใจ สัตยซื่อตอแผนดิน" นั่นเปนการแปลโดยพยัญชนะ ถาหากจะแปลเอาความหมายของ คําวา "ตงหงี" ใน สถานการณเชนนั้นก็ตองแปลวา "ทั่วประเทศจงสามัคคีกน กําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต" โจโฉใหปกธง ั "ตงหงี" ผืนนีขึ้นที่หนาบาน นับเปนการชูธงปฏิวัติของประชาชนขึ้น เพื่อจะลมลางอํานาจทรราชของตั๋งโตะ ้ โดยยึดเอาความจงรักภักดีตอฮองเตของปวงชนเปนแกนหลักรวมน้ําใจคน นี่คือการเสนอเข็มมุงทางการเมือง ที่สอดคลองกับความปรารถนาอันรอนแรงของผูคนทั้งแผนดิน บรรดาชาวเมืองซึ่งเคียดแคนระบอบทรราชอยูเต็มอก เห็นธงปฏิวัตแลวจึงเลาขานกันตอไปอยางรวดเร็วแลว ิ พากันมาเขารวมดวย โจโฉเปนอันมาก แมขาราชการบานนอกไดทราบขาวแลวสอบถามขอมูลเพิ่มเติม ได ความวาโจโฉกระทําการโดยถือรับสั่งลับของพระเจาเหี้ยนเต และการทีทานั้นก็สอดคลองกับความปรารถนา ่ ํ ของตน จึงพากันมาเขารวมดวย พรรคคอมมิวนิสตจีนไดสรุปความคิดของเหมาเจอตงเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว ในสรร นิพนธเหมาเจอตงวา พรรคการเมืองพรรคหนึง นั้น ตองอาศัยการเมืองทีถูกตองไปนําพรรค แนวทางการเมือง ่ ่ ที่ถูก ตองยอมทําใหไดมาซึ่งดินแดน กองทัพ และอํานาจรัฐ แตถาแนว ทางการเมืองผิดพลาด แมจะครอง อํานาจรัฐ ดินแดน และกองทัพอยู ก็จะตองสูญสิ้นไป แนวทางการเมืองของโจโฉทีปรากฏในธงปฏิวัตินั้น ถูกตอง สอด คลองกับสถานการณและความตองการของ ่ ประชาชน ดังนันขบวน การปฏิวัติของโจโฉจึงเติบใหญขึ้นอยางรวดเร็วสองพี่นองตระกูล "แฮหัว" คือแฮหัวตุน ้ ผูพี่ และแฮหัวเอี๋ยน ผูนอง ชาวเมืองไพกก เปนศิษยมครูในเชิงชั้นการสงคราม สองพี่นอง ตระกูล "โจ" ซึ่งแซ ี เดียวกับโจโฉคือโจหยินและโจหอง ไดร่ําเรียน เชิงอาวุธมาแตนอย รวมทั้งงักจิ้น ชาวเมืองยงเปง และลิเตียน ชาวเมืองซัวหยง ซึ่งร่ําเรียนการศึกมาแตกอน และมีน้ําใจชังตั๋งโตะเปน ทุนเดิม ไดทราบขาวการชูธงปฏิวัติ ของโจโฉ ณ ทองทุงเมืองตันลิว ตองดวยความคิดตัว จึงพากันมาเขารวมดวยโจโฉ แฮหัวตุน และแฮหัวเอี๋ยนนั้น ได เกลี้ยกลอมชายฉกรรจบานเดียวกันไดจํานวนพันเศษ พรอมมาและอาวุธครบมือ สองพี่นองโจหยินและโจหอง  ก็ได เกลี้ยกลอมพรรคพวกอีกพันเศษ สวนงักจิ้นและลิเตียนตางก็นําพรรคพวกมา อีกคนละพันเศษ ยกมาเขา รวมกับโจโฉบรรดาชายฉกรรจในเมืองนั้นและเมืองขางเคียงรูขาว และเห็นผูคนหลั่งไหลมาเขารวมกับโจโฉก็  ตื่นเตน เลือดหนุมที่เรารอนดวยความภักดีตอแผนดินจึงชวนกันจัดหามาและอาวุธประจํากายแลวพากันมาเขา  ดวยโจโฉเปนอันมาก อุยหองเห็นธงปฏิวัติมความเปนที่ตองใจก็เบิกบานยินดี ครั้นเห็นผูคนมาเขารวมดวยโจโฉเปนจํานวนมาก ก็ ี  จัดหาเงินทองมอบแกโจโฉสําหรับซื้อมาอาวุธยุทโธปกรณและธงทิวสําหรับกองทัพ ตลอด จนเสบียงกรัง อยางเต็มที่ ทําใหโจโฉไมตองพะวงหลังดวยเรื่องเหลานี้ โจโฉเห็นผูคนจากทั่วสารทิศมาเขารวมก็มีความยินดี  ยิ่งนัก จึงใหปลูกคายสําหรับทหารขึ้นพรอมกับโรงสําหรับเปนที่วางแผนปรึกษาบัญชาการ แลวจัดแบงพลเปน หมวดหมูเหมือนกับการจัดกองทัพในเมืองหลวง กําหนดหนาที่นายและพล จัดระเบียบวินัยกองทัพ แลวทํา การฝกปรือคนเหลานั้นเปนทหารในลักษณะเดียว กันกับทหารประจําการ โจโฉเองเคยเปนนายพันทหารสารวัตร แหงกองกําลังรักษาพระนคร ไดร่ําเรียนพิชยสงคราม และเรียนรูถึงวิธี ั  จัดกําลังพลการบัญชาการทหารเปนอยางดี ดังนั้นทุกวันทั้งเชาและเย็น โจโฉจึงไดออกมาเปนประธานในการ ฝกซอมทหาร ในการจัดกระบวนทัพ และการบัญชาการทางยุทธวิธี แลวถือโอกาสนี้ปลุกระดมทางความคิดให กําลังพลเขาใจสภาพการณทางการเมือง และความจําเปนที่จะตองจัดตั้งเปนกองทัพเพื่อกําจัดทรราชตั๋งโตะ ใหจงได โจโฉอางเหตุผลในการจัดตั้งกองทัพวาเมื่อจะทําการปฏิวติ ก็ตองจัดตั้งกองทัพปฏิวติขึ้นกองทัพหนึ่ง จะมัวแต ั ั รองแรกแหกกระเชอ หรือใชเสียงขางมากยอมไมมีทางลมลางทรราชไดสําเร็จ ซึ่ง บิสมารค ผูนําเยอรมันในยุค หลังก็ไดกลาวเชนเดียวกันวา ปญหาใหญของแผนดินไมอาจแกไขไดดวยเสียงขางมาก หากตองแกดวย  เลือดและเหล็ก ซึ่งก็คือความกลาหาญกับปนเทานั้น (The great questions are not decided by speech or majority vote, but by blood and iron) น้ําใจผูคนจึงพรอมเพรียงสามัคคีกัน ภายใตแนวทางการเมืองที่จะ กําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต ดังนั้นความคิดและความรับรูทาง การเมืองจึงคอยๆ ถูกหลอหลอมจนเกิดเปน  เอกภาพที่รอนแรงดวยขวัญและกําลังใจสูรบ อันผูนํานั้นมีภารกิจหลักอยูแตเพียงสองประการ คือตองเปนแกน  All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 65.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 65 แหงความสามัคคีของประชาชนอยางหนึ่ง และตองชี้ทศนําทาง ทีถูกตองแกประชาชนไปบรรลุถึงอุดมการณ ิ ่ อันสูงสงอีกอยางหนึ่ง ผูนําคนใดกุมภารกิจสองประการนี้ไดแลวเพียรพยายามปฏิบติจนมีความเปนเอกภาพทั้ง ั กายใจ หรือทีมกใชเปนสํานวนวา "รวมแรง รวมใจ" แลว ความสําเร็จยอมบังเกิดแกผูนําผูนน ่ ั ั้ ในทางตรงกันขาม หากผูนําคนใดไมใสใจกุมภารกิจทั้งสองประการใหเปนผลสําเร็จ หรือมัวแตสาละวนอยูแต เรื่องเล็ก จูจี้จุกจิก อันไมเปนสาระแลว ยอมประสบความลมเหลว และจักตองสูญเสียฐานะผูนําไปอยางไมตอง สงสัย โจโฉในวันนี้แมจะถูกอํานาจรัฐทรราชตราหนาวาเปนกบฏตอแผนดิน เปนที่ตองการตัวของทางราชการ ทั้งหากใครเขารวมชวยเหลือก็จะถูกถือวาเปนกบฏดวยกัน มีโทษถึงประหารทั้งครอบครัวก็ตาม แตขอหาและ การสรางความกลัวเชนนั้นกลับตองพายแพตอพลานุภาพของความถูกตองแหงแนวทางการเมืองอันโจโฉได  จารึกไวในผืนธงปฏิวัตินั้น ดังนี้โจโฉจึงเปนผูนําเต็มตัว และมีบทบาทนําที่เดนชัด กลายเปนผูนําในระดับชาติ  ในขณะทีทั้งซุนเกี๋ยนและเลาปยังคงเปนแคเจาเมืองบานนอกอยูนั่นเอง ่ ขาวคราวการชูธงปฏิวัติของโจโฉ สะพัดไปทัวประเทศ ยินไปถึง อวนเสียวเจาเมืองปุดไฮ ซึ่งเปนศัตรูคูอาฆาต ่ ้ อยูกับตั๋งโตะ ดังนั้น อวนเสียวซึ่งถึงแมจะชิงชังทรราชสักปานไหน แตหาไดมีแผนการที่เปนรูปธรรมใดๆ ใน ้ การลมลางอํานาจตั๋งโตะไม จึงไดเชิญบรรดากรมการเจาหนาที่เมืองปุดไฮมาปรึกษาวาเราชอบทีจะยกกองทัพ ่ ไปเขารวมกับโจโฉ จึงจะกําจัดทรราชตั๋งโตะไดสําเร็จ นี่คอความคิดของคนระดับเจาเมืองที่มีทุกอยางพรอม ื อยูในมือ หากแตขาดสติปญญาและความเปนผูนํา จึงไดแตคดเพียงแคติดตามคนอื่นเทานัน  ิ ้ กรมการเจาหนาที่เมืองปุดไฮประชุมปรึกษาหารือกันแลว เห็นชอบ กับความคิดของอวนเสี้ยว ดังนั้นอวนเสี้ยว จึงสั่งใหจัดกองทัพพลสามหมืน ่ นําทัพเคลื่อนออกจากเมืองปุดไฮไปสมทบดวยโจโฉถึงที่อันโจโฉตังคาย ้ ทหารอยูแลว อวนเสี้ยวจึงใหปลงทัพไวตงคายตามกระบวนศึกแลวจึงออกไปหาโจโฉ สวนโจโฉทราบขาว ั้ อวนเสี้ยวยกกองทัพมาสมทบก็มีความยินดียงนัก เพราะเคยรูจักคุนเคยกันมาแตครั้งอยูดวยกันกับโฮจิ๋น ทังยัง ิ่  ้ เปนเชื้อสายขุนนางเกาถึงสีชั่วคน การมาเขารวมของอวนเสียวจะกอเกิดแบบอยางใหหัวเมืองตางๆ มาเขารวม ่ ้ ไดโดยงาย การทีคิดไวก็จะเบาแรงลง ครั้นรูวาอวนเสี้ยวมาพบ โจโฉจึงรีบออกนอกคายมาตอนรับ โจโฉ อวน ่  เสี้ยว คารวะกันตามธรรมเนียมแลว โจโฉจึงเชิญอวนเสียว เขาไปปรึกษาหารือกันภายในคายของโจโฉ ้ ธงปฏิวัตสะบัดโบกพลิ้วเหนือทองทุงเมืองตันลิว ทามกลางเสียงกึกกองกัมปนาทอันเกิดแตการฝกทหาร การ ิ จัดกระบวนทัพ และการฝกฝนทางยุทธวิธี ทั้งจากคายโจโฉและจากคายของอวนเสี้ยว ประกอบเขากับธงทิว ปลิวไสวเปนทีตื่นตาตื่นใจของผูคน ปลุกเรากําลังขวัญกําลังใจของทหารทั้งสองทัพและผูคนใหแกรงกลาคึก ่ คะนอง ไมกลัวยากลําบาก ไมกลัวตายอีกตอไป สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม เคลื่อนทัพปฏิวัติสูลกเอี๋ยง (ตอนที่ 29) โจโฉพาอวนเสียว เดินเขามาภายในคายของตน แลวขึ้นไปยังโรงสําหรับปรึกษาและบัญชาการ ทักทาย ้ ปราศรัยกันถึงความเกา ครั้งอยูดวยกับโฮจิน และบัดนี้ตองออกจากเมืองหลวงเพราะตางก็เปนศัตรูคูอาฆาต ๋  ของจอมทรราชตั๋งโตะ มีผลประโยชนรวมกันคือตองลางตั๋งโตะใหสิ้น จึงจะปลอดภัยจากเงื้อมมือของทรราช ได ณ บัดนี้ทั้งโจโฉและอวนเสี้ยวตางก็มีกองทัพของตนอยูในมือ และประกาศตัวเปนฝายปฏิวัติโดยชัดแจงแลว ในขณะที่ซุนเกียน เลาป แมวาจะเปนเจาเมืองและมีกองทัพอยูในมือดุจกัน แตทั้งซุนเกี๋ยนและเลาปยังมิได ๋ ประกาศตัวเปนฝายปฏิวติั สถานภาพทางกฎหมายจึงถือไดวายังเปนเจาเมืองที่ขึ้นตอเมืองหลวงภายใตกรง เล็บปศาจของตั๋งโตะอยู หลังจากโจโฉ อวนเสี้ยว ไดทักทายปรารภความหลังกันตามควรแลว อวนเสียวจึงวา ้ กับโจโฉวา ทานประกาศตัวตอตานตั๋งโตะเชนนี้ตองดวยใจเรา ดังนั้นเราจึงยกทหารมารวมทําการดวยทาน แลวสังหารตั๋งโตะเสียใหจงได ทานจะคิดอานแผนการประการใด จงปรึกษาพรอมกันเถิดโจโฉจึงวา กําลัง กองทัพของเราทั้งสองยังนอยนัก เทียบไมไดกับกองทัพในอํานาจของตังโตะ และตั๋งโตะอาจแอบอางเอา ๋ หมายรับสั่งของพระเจาเหี้ยนเตใหเรียกกองทัพหัวเมืองมารุมโจมตีพวกเรา เหมือนเมื่อครั้งปราบโจรโพก ผาเหลืองในแผนดินพระเจาเลนเต แลววา "บัดนี้เราสิจะทําการใหญ จําจะแตงเปนหนังสือรับสั่งลอบไปเกลี้ย กลอมหัวเมืองทั้งปวง" ความคิดของโจโฉทั้งนี้เปนไปตามแผนการเดิม คือแอบอางรับสั่งของพระเจาเหี้ยนเต ใหหัวเมืองตางๆ ยกเขา เมืองหลวงจับตังโตะสังหารเสีย ในขณะเดียวกันแผนการนีจะทําใหหัวเมืองตางๆ ตอง ประกาศตนเปนปฏิปกษ ๋ ้ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 66.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 66 กับอํานาจรัฐของตั๋งโตะโดยตรงเหมือนกับตัว ชิงกําลังหัวเมืองมาอยูฝายตัวและตัดกําลังของฝายเมืองหลวง ไปดวย แผนการนี้คลายกับแผนการที่อวนเสียวเคยเสนอใหโฮจิ๋นเรียก กองทัพหัวเมืองเขาเมืองหลวง เพื่อจับ ้ สิบขันทีสังหารเสียนั่นเอง เปน แตวตถุประสงคของแผนการแตกตางกัน ดังนั้นทั้งๆ ที่แผนการอยาง เดียวกันนี้ ั ครั้งหนึ่งตองถือวาเปนแผนการที่โงบดซบ มาครั้งนีภายใตวัตถุประสงคทแตกตางกัน นั้นกลับเปนแผนการที่ ั ้ ี่ เลิศทีสุด และเสนอขึ้นโดยโจโฉ ทั้งๆ ที่โจโฉเคยคัดคานแผนการเชนนี้ในสมัยนั้น อวนเสี้ยว ฟงแผนการ ่ ของโจโฉแลวเห็นชอบดวย เพราะเปน แผนการเดียวกับทีตัวเคยเสนอมากอนตั้งแตครั้งโฮจิ๋น เปนแตวาอวน ่ เสี้ยวหาไดเขาใจความแตกตางของภารกิจ และเปาหมายทีตาง กันของแผนการทั้งสองคราวนี้ไม ่ โจโฉจึงเสนอลึกลงไปในรายละเอียดวา เนื่องจากแผนการนี้อิงอยูกับการแอบอางรับสั่งของพระเจาเหียนเต ้ ดังนั้นในการปฏิบัติจึงจําตองจํากัดวงใหแคบ แตใหไดผลมาก คือใหเรียกเอาเฉพาะกองทัพจากหัวเมืองเอก สิบหกหัวเมืองเทานั้น ทั้งตองทําการโดยลับและรวดเร็ว มิฉะนั้นหากขาวแพรงพรายไปถึงตั๋งโตะก็จะคิดอาน แกไข จัดทําเปนพระบรมราชโองการของพระเจาเหี้ยนเต มีไปถึงหัวเมืองตางๆ หามกองทัพหัวเมืองเหลานั้น เสียการก็จะไมสมความคิด โจโฉไดเสนอทั้งแผนการและวิธีปฏิบัติ ตลอดจนกลยุทธในการ ปฏิบัติตามแผนอยางครบครัน แสดงออกถึง ความเปนนักยุทธศาสตร ซึ่งอวนเสี้ยวฟงแลวก็เห็นดวยกับโจโฉ ดังนั้นโจโฉ อวนเสี้ยว จึงแตงเปนหมายรับสั่ง ของพระเจาเหียน เตถึงเจาเมืองหัวเมืองเอกทั้งสิบหกหัวเมืองวา "ทุกวันนีขุนนางผูใหญผนอยแลอาณาประชา ้ ้ ู ราษฎรไดความเดือดรอนเพราะตั๋งโตะ เปนขบถ ฆานางโฮเฮากับหองจูเปยนเสีย ยกใหเราเปนเจาแผนดิน เหมือนเจว็ด ตังตัวมันเปนมหาอุปราช ราชการเมืองทั้งปวงสิทธิอยูแกตั๋งโตะสิ้น แลโจโฉมีกตัญูตอแผนดิน ้ สาบานตัวตอหนาที่นั่งวาจะอาสาลางตั๋งโตะเสียใหได เราจึงใหโจโฉออกไปประกาศหัวเมือง ทั้งปวง ถาผูใดมี ใจสัตยซื่อตอแผนดิน ก็ใหเขาคิดอานกับโจโฉ แลว ยกเขามาลางตั๋งโตะซึ่งเปนศัตรูราชสมบัติเสียจงได" สามกกฉบับสมบูรณระบุวา หนังสือนี้เปนหนังสือของโจโฉโดยตรง เปนแตไดอางพระราชโองการลับของพระ  เจาเหี้ยนเต ใหหัวเมือง ตางๆ ยกกองทัพเขาเมืองหลวงกําจัดตั๋งโตะ ซึ่งดูแลวไมสมดวยเหตุผล เพราะโจโฉ เปนขุนนางผูนอย ทั้งตองขอหากบฏตอแผนดิน จะทําเปนหนังสือของโจโฉเองนั้นใครจะเชื่อถือปฏิบติ และถา  ั เปนหนังสือของโจโฉโดยตรงก็ไมจําเปนตองเรียกเอาเฉพาะกองทัพจากสิบหกหัวเมือง ยอมเรียกเอาจากทุกๆ หัวเมืองโดยเปดเผยไดไมจําเปนตองลอบกระทําการ ดังนั้น กรณีเห็นจะสมกับ สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) มากกวาจัดทําหมายรับสั่งเสร็จแลว โจโฉ อวน เสี้ยว จึงใหทหารลอบนํา หมายรับสั่งนั้นไปมอบใหแกเจาเมืองทั้งสิบหกหัวเมือง และขอใหยกกองทัพมา พรอมกัน ณ ทองทุงเมืองตันลิว อันเปนทีตั้งคายโจโฉ อวนเสี้ยว เจาเมืองหัวเมืองเอกทั้งสิบหกหัวเมืองคือ ่ อวนสุด เจาเมืองลําหยง, ตันฮก เจาเมืองกิจิ๋ว, ขงมอ เจาเมืองเซียงจิ๋ว, เลาตาย เจา เมืองอิวจิ๋ว, อองของ เจา เมืองโหลาย, เตียวเมา เจาเมืองตันลิว, เตียวโป เจาเมืองตองกุน, อวนอุย เจาเมืองซุนหยง, เปาสิ้น เจาเมือง เจปก, ขงเลง เจาเมืองปกไฮ, เตียวเถียว เจาเมืองกองเลง, โตเกี๋ยม เจาเมืองซีจิ๋ว, มาเทง เจาเมืองเสเหลียง, เตียนเอี๋ยง เจาเมืองเสียงตง, ซุนเกี๋ยน เจาเมืองเตียงสา และกองซุนจาน เจาเมือง ปกเปง เตียวโป เจาเมือง ตองกุน และเปาสิ้น เจาเมืองเจปก เปนคน ละคนกับเตียวโป ที่เปนโจรโพกผาเหลือง และเปนคนละคนกับเปา สิ้น ขุนนางทีไมพอใจขุนนางดวยกัน เนื่องจากเห็นวามีแตพวก ขี้ขลาดตาขาวแลวหนีไปอยูที่ภูเขาไทซาน ่ เปนแตชื่อซ้ํากันเทานั้น เจาเมืองทั้งสิบหกหัวเมือง ไดรับหมายรับสังปลอมของโจโฉ อวนเสี้ยวแลว ก็เชื่อตาม เพราะไมสามารถใช ่ โทรศัพทมือถือหรือเครื่อง มือสื่อสารที่ทันสมัยตรวจสอบขอเท็จจริงได และเนื้อความตามหมาย รับสั่งก็ตรงกัน กับที่ไดทราบขาวคราวมาแตกอน ทั้งสอดคลองกับความคิดที่เคียดแคนชิงชังทรราชตั๋งโตะอยูเปนทุน ดังนั้น  จึงตางยกทัพ "เมืองละหมื่นหนึ่งบาง สองหมื่นบาง สามหมื่นบาง" ไปพรอมกันที่ทองทุงเมืองตันลิว ขาดแต กองทัพกองซุนจาน เจาเมืองปกเปงเทานั้น โจโฉ อวนเสียว เห็นกองทัพสิบหาหัวเมืองยกมาพรอมกันเปน จํานวนมากก็มีความยินดีนัก ปรึกษาพรอมกัน ้ แลวจึงเคลื่อนทัพทั้งปวงออกจากทองทุงเมืองตันลิว ยกไปเมืองลกเอี๋ยงราชธานี ถึงชายแดนเมืองลกเอี๋ยงก็ ใหปลงทัพตั้งคายมั่นไว เตรียมบุกโจมตีเขายึดเมืองหลวงตอไป ฝายกองซุนจาน เจาเมืองปกเปง ไดรับหมายรับสั่งแลวจัดทหาร ไดหมื่นหาพันคนเศษ แลวยกไปตามหมาย รับสั่งนั้น แตเนื่องจากเมืองปกเปงในขณะนั้น หรือกรุงปกกิ่งในขณะนี้เปนเมืองไกลสุดเกือบชายแดนของ ราชอาณาจักรฮัน ใชเวลาเดินทัพนานกวากอง ทัพของเจาเมืองอื่น กองทัพกองซุนจานจึงลาชาอยู เสนทาง ่ เดินทัพของกองซุนจาน จากเมืองปกเปงไปยังทองทุงเมืองตันลิวจะตองผานเมืองเพงงวนกวน ซึ่งเลาปเปน All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 67.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 67 เจาเมืองอยู แตเลาปมิไดรับหมายรับสั่ง เพราะมิใชเปนหัวเมืองเอก จึงมิไดยกทัพไปดวย ครั้นเลาปได ขาววา กองทัพกองซุนจาน ศิษยสํานักเดียว กันเคลือนทัพผานมาทางเมืองเพงงวนกวนก็มีความยินดีที่จะไดพบสหาย ่ เกา จึงพากวนอู เตียวหุย และทหารหารอยคนยกออกไปตอน รับกองซุนจานถึงนอกเมือง กองซุนจาน เห็น กองทหารเคลื่อนมาขางหนา มีธงเหลืองประจําตัวนายทัพ บงบอกชื่อเลาปแลวดีใจนัก ปะหนากันแลว ทังกอง ้ ซุนจานและเลาปตางรีบลงจากหลังมา วิ่งเขามาหาแลวกอดกันดวยความดีใจ กองซุนจาน เห็นกวนอู เตียวหุย ลงมาตามเลาปเขามา มีบุคลิกลักษณะ สงานาเกรงขาม สมเปนทหารเอก จึง ถามเลาปวาทหาร สองคนที่ตามทานมาดวยนี้เปนผูใด เลาปตอบวา สองคนนี้คือนองรวมสาบานของขาพเจา คนสูงใหญหนาแดงหนวดยาว ถืองาวนั้นคือกวนอู อีกคนหนึ่งสูงใหญหนาดํา เคราดก ทาทางดุดัน ถือทวนนั้น คือเตียวหุย ทังสองคนนี้ยังมิไดรับยศตําแหนงใดๆ ทางทหาร เปนแคทหารเลวถือเกาทัณฑนําหนามาของ ้ ขาพเจาเทานั้น วาแลวก็แนะนําใหกวนอู เตียวหุย เขาไปคารวะ ทําความรูจักกับกองซุนจาน เพื่อนรวมสํานัก  ของตน แลวเลาปบอกกองซุนจานตอไปวา นองทั้งสองคนนี้กลาหาญ และมีกตัญู จึงเปนทังนองทั้งกําลังหลักที่ ้ วางใจของขาพเจา ครั้งกอนไดไปปราบโจรโพกผาเหลืองดวยกัน ขาพเจาไดขาววาทานเดินทัพผานมา ระลึก ถึงความเปนศิษยรวมสํานักและบุญคุณครั้งที่ถวายฎีกาตอพระเจาเลนเต ใหขาพเจาไดมาเปนเจาเมืองเพง งวนกวนนี้ จึงรีบออกมารับ ขอเชิญทานเขาเมืองให ขาพเจาไดมีโอกาสเลี้ยงโตะทาน แสดงน้ําใจคารวะตอ ทานใหเปนทีสาราญสักมื้อหนึง กองซุนจาน ฟงเลาปแลว ก็จํากวนอู เตียวหุย เมื่อครั้งรบโจรโพกผาเหลืองได ่ ํ ่ จึงกลาววานองทั้งสองของทานนี้มีความชอบแตครั้งนั้นมาก แตหามีใครกราบทูลเสนอความชอบใหไม จึงยัง ตองตก เปนทหารเลวอยูดั่งนี้ ขาพเจาเสียดายแทนแผนดินนัก ที่คนดีมีความ กลาหาญ และทําความชอบตอ  แผนดินแลว ยังตองตกต่ําเปนทหารเลวอยูฉะนี้ วาแลวกองซุนจานจึงสั่งทหารใหตั้งคายไวนอกเมือง แตตัวเอง  นั้นเดินทางเขาเมืองไปพรอมกับเลาป กวนอู เตียวหุย เลาปจัดที่พักใหกองซุนจานที่เรือนรับรองแขกเมือง ค่ํา ลงทั้งเลาป กวนอู เตียวหุย ก็มารับกองซุนจานไปกินโตะทีจวนเจาเมือง ่ หลังจากดืมสุราแสดงคารวะและความระลึกถึงกันตามธรรมเนียมแลว กองซุนจานจึงเลาความตามหนังสือรับสั่ง ่ นั้นใหเลาปฟงทุกประการ แลวชวนเลาปวาทานรับราชการมานาน ทําความชอบ ไวก็มาก แตภายใตระบอบ   ทรราชยนี้เปนไดแคเพียงเจาเมืองหัวเมือง นอย บัดนี้มรบสั่งใหเรายกกองทัพเขาเมืองหลวงกําจัดทรราชตั๋ง ี ั โตะเสียทานอยาอยูในบังคับของระบอบทรราชยตอไปเลย จงตามไปทํา การดวยเราเถิด การสําเร็จแลวตัว ทานแลนองทั้งสองยอมมีความ ชอบมาก ดีรายจะไดเปนเจาเมืองหัวเมืองเอก  เลาปฟงขอเสนอของกองซุนจานแลว เลือดขัตติยมานะเชื้อสาย แหงพระเจาฮั่นโกโจก็ระอุขึ้นในอก ตัดสินใจ ทิ้งยศศักดิ์อครฐาน เมืองเพงงวนกวน แลวตอบตกลงไปทําการดวยกองซุนจาน เตียวหุย นั่งฟงคําสนทนาอยู ั จึงลําเลิกความแตหนหลังวาเมื่อครั้งเรา สามพี่นองเขาตีทัพโจรโพกผาเหลืองที่ไลตามตีตงโตะซึ่งแตก ทัพมา ั๋ และชวยตั๋งโตะไวนั้น ตั๋งโตะทําหยาบชาตอเรา ไมรูคุณคน ขาพเจาจะฆาเสีย พี่ใหญก็หามไว ถาพี่ใหญไม  หามปลอยใหขาพเจาฆาตั๋งโตะเสียแตครั้งนั้น ยอมไมเกิดเหตุใหญรายแรงถึงเพียงนี้  กวนอู ไดยินก็หามเตียวหุยวาอยาไดพูดถึงเรืองนี้ตอไปอีกเลย พี่เรามีใจเมตตาตอสัตวผยาก ทั้งขณะนั้นตั๋ง ่ ู โตะก็เปนถึงแมทัพใหญ ถืออาญาสิทธิ์ของฮองเต จะฆาเสียยอมไมชอบ การที่พี่ใหญตดสินใจ ไปดวยกองซุน ั จานนั้นขาพเจาเห็นดีดวย เลาปมาคํานวณดูระยะเวลาที่กองซุนจานเดินทัพมาแลว จึงให ทหารตรวจสอบขาว ดูวาบัดนี้กองทัพหัวเมืองตางๆ เคลื่อนทัพไปถึง ที่ใดแลว ทหารกลับเขามารายงานวาบัดนี้กองทัพหัวเมือง ตางๆ สิบหาหัวเมือง และกองทัพโจโฉ อวนเสี้ยว ไดเคลือนออกจากทองทุงเมืองตันลิว เดินทัพไปเมืองลก ่ เอี๋ยงแลว หลังเลิกงานเลี้ยงแลว กองซุนจานกลับไปพักที่เรือนรับรอง สวน เลาป กวนอู เตียวหุย ไดสั่งให ทหารจัดเก็บขาวของสัมภาระ คัดเลือกเอาแตทหารซึ่งสนิทรวมเปนรวมตายใหตดตามไปดวยเพียงไมกี่คน ิ แลวใหทุกคนกลับไปพักผอนเตรียมตัวเดินทางในวันพรุงรุงขึ้นเลาป กวนอู เตียวหุย จึงไปรับกองซุนจานที่ เรือนรับรอง แลวยกทหารทีติดตามมาดวยไปเขารวมกับกองทัพของกองซุนจาน เคลื่อนทัพยกไปสมทบกับ ่ กองทัพของหัวเมืองตางๆ ณ ชายแดนเมือง ลกเอี๋ยง โจโฉ เลาป ซุนเกี๋ยน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยรวมสงครามปราบ โจรโพกผาเหลือง ซึ่งเปนกองกําลังกูชาติของประชาชน แตมาถึงวันนี้กลับกระทําการอยางเดียวกันกับโจรโพกผาเหลือง มีขออางอยางเดียว กันคือกําจัดทรราช และ ถูกฝายเมืองหลวงกลาวหาอยางเดียวกันวาเปนพวกกบฏตอแผนดิน เปนแตวาครั้งกอนเปนสงครามระหวาง กองกําลังของประชาชนกับขุนศึก สวนครั้งนี้เปนสงครามระหวางขุนศึกดวยกัน และเปาหมาย ทางการเมืองก็ แตกตางกันตรงที่ครั้งนั้นเตียวกก หัวหนาโจรโพกผาเหลือง มีเปาหมายเพื่อลมราชวงศฮน แลวตั้งตัวขึนเปน ั่ ้ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 68.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 68 เจาเสียเอง แตครั้งนีมีเปาหมายเพื่อกําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต สวนขุนศึกคนใดมีวาระซอนเรนในใจทีจะชิง ้ ่ อํานาจ แลวบงการ ฮองเตแบบเดียวกับตั๋งโตะก็คงจะไดเห็นกันตอไป สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ธรรมะกับสงคราม (ตอน 30) เหมาเจอตง ประธานกรรมการการทหาร แหงกองทัพปลดแอกประชาชนจีน เคยกลาววา สงครามใน ประวัตศาสตรมอยูเพียง สองชนิดคือสงครามที่เปนธรรม กับสงครามที่ไมเปนธรรม สงคราม ปฏิวัติทั้งปวงเปน ิ ี สงครามที่เปนธรรม สงครามปฏิปกษปฏิวัตทงปวง เปนสงครามที่ไมเปนธรรม สงครามรุกรานและสงครามที่กด ิ ั้ ขี่ขมเหงราษฎรเปนสงครามที่ไมเปนธรรม สงครามตอตานการรุกรานและสงครามที่ปลดปลอย ราษฎรใหพน จากการกดขี่ขมเหงเปนสงครามที่เปนธรรม กฎแหงสงครามวาไววาสงครามที่เปนธรรม ยอมชนะสงคราม ที่ไม  เปนธรรม ดังนั้นคูสงครามแตครั้งประวัตศาสตรเปนตนมา จึงพยายามชวง ชิงฐานะทีเปนธรรมและกลาวหาอีกฝายหนึ่งวา  ิ ่ ทําสงครามที่ไมเปนธรรม ธรรมจึงเปนสิ่งทีคูสงครามทุกฝายพยายามชวงชิงและเชิดชูใหผูคนคลอยตาม ่ ในขณะทียัดเยียดกลาวหาอีกฝายหนึ่งวาเปนอธรรม แตเปาหมายสูงสุดแทจริงของทุกฝายนั้น หาไดอยูที่ธรรม ่  ไม หากอยูทชยชนะในสงครามตางหาก พระมหาฤาษีผรจนามหาภารตยุทธ ซึ่งเปนสงครามที่ยาว นานมาก ี่ ั ู ที่สดสงครามหนึ่งในประวัติศาสตรไดบรรยายคํารําพึงของเทพแหงกาลเวลาไววา ธรรมนํามาซึ่งความสงบสุข ุ ดังที่ปรากฏในโศลกแรกแหงมหาภารตยุทธวา "ขาพเจาชูแขนขึ้นปาวประกาศธรรม แตหามีใครเชื่อฟงขาพเจา ไมธรรมนํามาซึงความสงบสุขแตไฉนเลาจึงไมมีผูใดปฏิบติธรรม" ่ ั ธรรมที่วานียอมหมายเอาสงครามที่เปนธรรม ที่จะทําใหบังเกิดความสงบสุขขึ้น มิฉะนั้นแลวอะไรเปนสงครามที่ ้ เปนธรรม และอะไรเปนสงครามที่ไมเปนธรรม ก็ไมอาจจําแนกได เหตุนฝายเมืองหลวงซึ่งบัญชาการโดยตั๋ง ี้ โตะจอมทรราช จึงอาง วาฝายตนเปนฝายธรรมะ เพราะเปนรัฐบาลทีชอบดวยกฎหมายภาย ใตพระปรมาภิไธย ่ ของฮองเต แลวกลาวหาวากองทัพปฏิวติเปนฝาย อธรรม เพราะเปนขบถตอแผนดิน ั ในขณะที่กองทัพฝายปฏิวติก็อางวาเปนฝายธรรมะ เพราะเปนกองทัพที่มุงกําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต บําบัด ั ทุกขรอนแกแผนดิน และราษฎร แลวกลาวหาวากองทัพฝายเมืองหลวงเปนฝายอธรรม เพราะเปนกองทัพที่ ปกปองระบอบทรราชยใหกอกรรมทําเข็ญตอบาน เมืองและราษฎรตอไป เมื่อเปนเชนนี้สงครามยอมเกิดขึ้น และเปนสงครามระหวางขุนศึกกับขุนศึกเปนครั้งแรกของสามกก กองทัพ ฝายปฏิวติไดตงคาย ณ ชายแดนเมืองลกเอี๋ยง เรียงรายกันไปถึงสองรอยเสน ลักษณาการตั้งทัพแบบนีเปน ั ั้ ้ จุดออน อันแสดงวากองทัพฝายปฏิวติยังคงขาดการประสานการรบอยางมีอานุภาพ ขัดตอพิชัยสงคราม เพราะ ั การตั้งคายรายเรียงกันเชนนี้หากอีกฝายหนึ่งมีแผนการรบที่ดแลว ี ก็ยอมจะจัดทัพเขาตีตัดออกเปนสองหรือ สามสวน แลวทําลายเสียทีละสวนไดโดยสะดวก แตเปนโชคดีของกองทัพปฏิวติทฝายตั๋งโตะไมมนักยุทธ ั ี่ ี ศาสตรที่จะทําลายกองทัพปฏิวัติในลักษณะทีกลาวนี้ ่ เห็นจะไมตองสงสัยอะไร เพราะตั๋งโตะนั้น ตั้งแตครั้งรบโจรโพกผาเหลือง ซึ่งเปนเพียงกองทัพของชาวบานยัง รบแพไดทุกครัง ไหนเลยจะมีสติปญญาคิดอานบัญชาการระดับยุทธศาสตร เมื่อกองทัพฝายปฏิวติตั้งคายเสร็จ ้  ั เรียบรอยแลว โจโฉจึงเชิญประชุมบรรดาเจาเมืองที่เปนพันธมิตรในฝายปฏิวติ เพื่อเตรียมการเขาตีเมืองลกเอี๋ย ั งตอไป เจาเมืองและนายทหารชั้นผูใหญของแตละเมืองไดเขาประชุมปรึกษาโดยพรอมเพรียงกัน อองของ  เจาเมืองโหลาย ไดเสนอตอที่ประชุมวา กองทัพฝายปฏิวัตควรมีผูบัญชาการใหญ ทีถืออํานาจสิทธิขาดในการ ิ ่ บัญชาการรบ มิฉะนั้นจะทําใหการรบขาดเอกภาพ ขาดพลังทางยุทธานุภาพ เนื่องจากตางคนตางทํา ซึ่งอาจ ไมประสานกันหรือขัดแยงกัน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับขอเสนอของอองของเปนเอกฉันท ปญหาตอไปจึง ตองพิจารณาคัดเลือกวาใครสมควรไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหเปนผูบัญชาการใหญของกองทัพฝาย ปฏิวัติ โจโฉ จึงเสนออวนเสี้ยว เปนผูบญชาการใหญ โดยแสดงเหตุผลวาอวนเสียวเปนเชื้อสายขุนนางใน ั ้ ราชวงศฮั่นมาถึงสี่ชั่วอายุคน เปนที่รจักและยอมรับกันดีโดยทั่วไป จะทําใหกองทัพฝายปฏิวัติเปนเอกภาพได ู อวนเสี้ยว คงรูตัวดีวาไรความสามารถจึงขอถอนตัว แตหัวเมืองทั้งปวงในที่นั้นยืนยันความเห็นเดิม โดยอางวา   หากอวนเสี้ยว ไมรับตําแหนงแลว จะทําใหเกิดการแกงแยงชิงตําแหนงกันขึ้น ทําใหเกิดปญหาขัดแยงระหวาง หัวเมืองทั้งปวง อวนเสี้ยวเห็น วาเมื่อเกิดปญหาเชนนี้ จําตองรักษาเอกภาพของกองทัพฝายปฏิวติไวกอน จึง ั ยอมรับตําแหนงที่ประชุมจึงมีมติเปนเอกฉันทแตงตั้งใหอวนเสี้ยวเปนผูบญชาการใหญของกองทัพฝายปฏิวัติ  ั และเพื่อใหทุกหัวเมืองยอม รับนับถือปฏิบัตตามคําบัญชาของผูบัญชาการใหญ จึงมีมติมอบใหโจโฉตั้งโรงพิธี ิ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 69.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 69 กระทําสัตยสาบาน เพื่อใหเจาเมืองทั้งปวงไดกระทําสัตยสาบาน ยอมรับนับถือปฏิบัตตามคําบัญชาของอวน ิ เสี้ยวตอไป รุงขึ้นโจโฉจึงสังทหารใหจัดทําโรงพิธีเปนปะรําสามชั้น ่ กลางปะรําพิธชั้นสาม ี ซึ่งเปนชั้นสูงสุดใหปกธงสี เหลือง ซึ่งเปนสัญลักษณของธาตุดิน ปลายธงประดับดวยขนจามรีตั้งเปนธงชัย และใหเอาขวานสงครามสี เหลืองผูกคาดไวที่คันธงชัยนันเปนสัญลักษณของแมทัพใหญ ภายใตธงชัยมีฐานรอง ตังแทนวางหนังสือมติที่ ้ ้ ประชุมทีแตงตังใหอวนเสียวเปนผูบัญชาการใหญของกองทัพปฏิวัติ ่ ้ ้ แลววางตราสําคัญประจําตําแหนงผู บัญชาการใหญของกองทัพปฏิวัติทับไวบนหนังสือนั้น ดานหลังแทนปกธงปฏิวัติ "ตงหงี" อันเปนธงซึ่งโจโฉ ไดปกขึ้น เปนครั้งแรก ดานหลังธงปฏิวัติปกไวดวยธงประจําตัวเจาเมืองทังสิบ เจ็ดหัวเมือง บนพื้นดินทังสี่ทศ ้ ้ ิ ของปะรําพิธี ปกธงสีดําอันเปนสัญลักษณของธาตุน้ําไวทางทิศเหนือ ปกธงสีแดงอันเปนสัญลักษณของธาตุ ไฟ ไวทางทิศใต ปกธงสีเขียวอันเปนสัญลักษณของธาตุไมไวทางทิศตะวันออก และปกธงสีขาวอันเปน สัญลักษณของธาตุทองไวทางทิศตะวันตก ธงทั้งหาสีคือสัญลักษณของธาตุทั้งหาแหงจักรวาล ปกประจําทิศ อันเปนภูมิประจําธาตุเพื่อเปนการชุมนุมเทวดา และความเปนสิริมงคล ตามคตินยมของชาวจีนมาแตโบราณ ิ กาลจนถึงทุกวันนี้ ตั้งโรงพิธีเสร็จแลว โจโฉจึงใหเชิญเจาเมืองทั้งปวงขึ้นไปบนปะรําพิธชั้นสอง เชิญนายทหารชั้นผูใหญจากแต ี  ละหัวเมืองขึ้นไปบน ปะรําพิธชั้นลาง บนพืนทั้งสีทศของปะรําพิธีรายลอมไปดวยนายทหาร จากทุกหัวเมือง ี ้ ่ ิ ครั้นไดเวลาอันเปนราชาฤกษแลว โจโฉจึงใหเชิญอวนเสียวขึนบนปะรําพิธชนสาม ยืนเบื้องหนาแทนตราอันปก ้ ้ ี ั้ ธงชัยไวเปนสําคัญนั้น ผินหนาไปทางทิศอันเปนที่ตั้งศาลเทพบิดรแหงราชวงศฮั่น ในการนั้นอวนเสียวแตงตัว้ สวม เสื้อเกราะชุดออกศึก มือถือกระบี่ ยืนตรงทําอกผายไหลผึ่ง แสดงความลําพองและพึงใจแบบคนบายศบา อยางใหเห็นอยางเดนชัด อวนเสี้ยว เมื่อเขาประจําทีแลวไดจุดเทียนแดงสิบเจ็ดเลม จุดธูปใหญสิบเจ็ดดอก ่ ตามจํานวนหัวเมืองที่มารวมกองทัพฝายปฏิวติ ั แลวอานประกาศนําใหเจาเมืองและบรรดาทหารทังปวง ้ ปฏิญาณสาบานตนวา "ขาพเจาทั้งปวงพรอมใจสามัคคีกันจัดตั้งกองทัพปฏิวัติขึ้น เพื่อโคนลม ระบอบทรราชย ของตั๋งโตะใหสนไป เทิดทูนฮองเต จงรักภักดีตอราชวงศฮั่น มุงมั่นทํานุบารุงแผนดิน และราษฎรใหเปนสุขขอ ิ้ ํ ปวงเทพยดาอารักษไดเปนทิพยพยาน และดลบันดาลใหความปรารถนารวมกันของขาพเจาทั้งหลายได บรรลุผลสําเร็จ และบัดนี้ขาพเจาทั้งปวงไดพรอมใจกันมอบหมายใหอวนเสี้ยวเปนผูบัญชาการใหญของ กองทัพปฏิวัติ มีอํานาจสิทธิขาดในการบัญชาการกองทัพทั้งปวงของกองทัพปฏิวัติ ขาพเจาสาบานวาจะ ยอมรับนับถือและปฏิบติตามคําบัญชาการของผูบัญชาการใหญอยาง เครงครัด หากผิด คําสาบานนี้ขอให ั เทพยดาสังหารผลาญชีวตขาพ เจาเสีย อยาใหซากศพมีอาการครบทั้งสามสิบสองเลย" ิ คําปฏิญาณสาบานนี้มิไดบังคับถึงการใชอํานาจผูบญชาการใหญของอวนเสี้ยววาจะตองเปนไปเพื่อ ั ผลประโยชนสวนรวมของทั้งกองทัพ  โดยไมเห็นแกประโยชนสวนตัว เพื่อใหไดรบชัยชนะในสงครามแต ั ประการใด กลาวคําปฏิญาณสาบานดั่งนี้แลว อวนเสี้ยวจึงหยิบจอกสุราหนา แทนขึ้นมาจอกหนึ่ง โจโฉก็สั่งให ทหารเอาจอกสุราอีกสิบหกจอกไปสงใหเจาเมืองอีกสิบหกหัวเมือง และใหทหารเอาจอกสุราอีกสิบเจ็ดจอกไป สงใหแกทหารเอกของแตละเมือง ตัวโจโฉเองนั้นรับมาอีกจอกหนึ่ง เมื่อพรอมกันแลว อวนเสี้ยวจึงประกาศอีก ครั้งหนึ่งวา "จงสามัคคีกันกําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต บํารุงราษฎร" แลวเชิญคนทั้งปวงนั้นดื่มสุราสาบาน การตั้งใหอวนเสี้ยว ผูเปนคนเจายศเจาอยาง และไรสติปญญา เปนผูบัญชาการใหญ ใหอํานาจสิทธิขาดโดย คํานึงแตเพียงฐานะที่เปนเชื้อสายขุนนางเกาสีชั่วอายุคน ่ เปนการขัดตอพิชยสงครามวาดวยการตั้งขุนพล ั เพราะขุนพลนันถือเปนปจจัยหลักอยางหนึ่งของชัยชนะ หรือความพายแพสงคราม ภูเขาสูงเสียดฟา รักษาน้ํา ้ ไวไมได ตรงขามกับพระมหาสมุทรเปน ทีรวมแหงน้ํา เพราะตั้งตนในทีต่ําฉันใด การตั้งคนเจายศเจาอยางเปน ่ ่ ผูบัญชาการใหญจึงไมเปนที่ตงแหงความสามัคคีฉันนั้น จึงเปนการขัดตอหลักการของความเปนผูนําคนสถาน ั้ หนึ่ง การตั้งคนไรสติปญญาเปนผูบัญชาการใหญยอมไมสามารถ ชี้นาสงคราม และนํากองทัพไปสูชัยชนะได  ํ  เปนการขัดตอหลักการของความเปนผูนําคนอีกสถานหนึ่ง ทั้งสองสถานนีคือสิ่งกําหนดชัยชนะ และความพายแพของสงครามครั้งนี้ เสร็จจากพิธีทาสัตยสาบานแลว โจ ้ ํ โฉจึงเชิญผูบัญชาการใหญ และเจาเมืองทั้งปวงไปที่โรงซึ่งปลูกสรางขึ้นสําหรับเปนที่ประชุมปรึกษาและ บัญชาการสงคราม พรอมกันแลวโจโฉจึงวา แตนี้ไปพวก เราตองสามัคคีสมานฉันท ตั้งใจทําการอันได ปฏิญาณสาบานตนใหเกิดผลสําเร็จโดยไว อวนเสี้ยว แสรงทําทีเปนถอมตัวแลวกลาววาขาพเจานี้มีปญญานอย พวกทานสนับสนุนวางใจใหเปนผูบัญชาการใหญครั้งนี้เกินกําลังสติปญญาของขาพเจานัก ขอทานทั้งปวงได สนับสนุนชวยเหลือตอไปจนกวาการจักสําเร็จ สําหรับตัวขาพเจานั้นเมื่อไดรับธุระฉะนี้ แลวก็จะตั้งใจทําโดย เต็มกําลังปญญาความสามารถ ยึดถือพิชยสงครามเปนหลักปฏิบัติของกองทัพ ั ผูใดมีความชอบก็จะปูน บําเหน็จ ตามควรแกความชอบ ผูใดมีความผิดก็จะลงโทษตามควรแกโทษานุโทษไมลําเอียงเขาขางคนชอบ และคนผิด All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 70.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 70 โจโฉและเจาเมืองทั้งปวงก็รับเอาคําที่อวนเสี้ยวกลาวนั้น จากนั้นอวนเสี้ยวจึงเริ่มออกลาย ใชอํานาจผู บัญชาการใหญแตงตั้งให อวนสุดผูนองเปนแมทัพรับผิดชอบดานเสบียง ซึ่งถือเปนปจจัยหลักอยางหนึ่งของ การทําสงคราม เปนความเปนความตายอยาง หนึ่งของกองทัพ บงบอกความคิดเกี่ยวกับการใชคนของอวน เสี้ยววา ใชคนแตโดยอาศัยความสนิทชิดเชื้อ หาไดคํานึงถึงความสามารถและความเหมาะแกการไม แต เพื่อใหทุกหัวเมืองคลายใจ อวนเสี้ยวจึงกําชับอวนสุดผูนองวา ตัวจงทําหนาที่จดหาและลําเลียงเสบียงแกทุก ั กองทัพ อยาใหขัดสนเปนอันขาด ปรึกษาแผนการรบกันตอไปแลว อวนเสี้ยวจึงมีคําสั่งใหกองทัพหัวเมืองทั้ง ปวงที่ยกมารักษาเวรยามกวดขันใหมั่นคง ใหกองทัพทุกหัวเมืองตั้งมั่นอยู ณ ที่เดิม แลวแตงตั้งใหซนเกี๋ยน ุ เจาเมืองเตียงสา เปนกองทัพหนา ยกไปตีดานกิสุยกวน ซึงเปนดานสําคัญนอกกําแพงเมืองลกเอี๋ยง ซุนเกี๋ยน  ่ มีใจแกรงกลาเปนนักรบ ครั้นไดรับคําสั่งใหเปน กองทัพหนาก็ดีใจ รีบออกมาจากกองบัญชาการกองทัพปฏิวติ ั กลับมาทีคายสังทหารใหจัดเตรียมกองทัพใหพรอมที่จะเคลือนทัพในวันรุงขึ้น ่ ่ ่ หนังสือพิมพผูจัดการออนไลน http://www.manager.co.th สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม รอยราวในพันธมิตร (ตอนที่ 31) พิชัยสงครามวางหลักการบัญชาการทางยุทธวิธีไววา "มีกําลังสิบเทาของขาศึกจงเขาลอมเอา ถาหาเทาจงบุก ตี ถาสองเทาก็แยกเปนสองกองเขาชิงชัย ถาทัดเทียมกันจงพยายามเขารบพุง นอยกวา จงตั้งรับ ถานอยกวา มากจงหาทางหลีกเลี่ยงไวกอน" กองทัพปฏิวัตมกําลังพลมากกวากําลังพลในดานกิสยกวนหลาย สิบเทา แทนทีจะโหมกําลังเขาลอมโจมตี ซึ่ง ิ ี ุ ่ จะยึดดานกิสุยกวนไดโดยงาย จากนั้นจึงเขายึดจุดยุทธศาสตรอื่นแลวเขายึดเมืองลกเอี๋ยง ตอไป แตอวนเสี้ยว กลับบัญชาการใหกองทัพสวนใหญตั้งมั่นกินลมชมดาว ณ ชายแดนเมืองลกเอี๋ยงใหสิ้นเปลืองเสบียงเสียเฉยๆ คงแบงเอาสวนนอยคือกองทัพเมืองเตียงสาของซุนเกี๋ยนเพียงกองทัพเดียวไปทําการ เปนการลดพลังทาง ยุทธานุภาพของกองทัพปฏิวัตแสดงออกถึงความไมรูพิชยสงคราม ไมรูหลักการใชกําลังพลของอวนเสี้ยว จึง ิ ั ทําใหกองทัพปฏิวัตสูญเสียโอกาสสําคัญไปอยางนาเสียดาย นี่คือความผิดพลาดครั้งสําคัญในการบัญชาการ ิ รบในครั้งแรก ของอวนเสี้ยว การเคลื่อนทัพของกองทัพปฏิวัติเมื่อลวงถึงชายแดนเมืองลกเอี๋ยงแลว ลิยู กุนซือเจาปญญาของตั๋งโตะก็ไดรับ ขาวศึกจากนายดาน จึงรายงานใหตั๋งโตะทราบ ดังนั้นตั๋งโตะจึงเรียกประชุมกองบัญชาการทหารกลางปรึกษา การศึกเพื่อรับมือกับกองทัพปฏิวัติ ลิโป อัศวินงูเหา ผูเปนบุตรบุญธรรมของตั๋งโตะหวังจะไดรับความชอบจาก การศึกครั้งนี้จึงขออาสาไปปราบกองทัพปฏิวัติ และหมิ่นวากองทัพปฏิวัตินประดุจดังแมลงเมาบินเขากองไฟ ี้ ตั๋งโตะทาน อยาไดวิตกเลย ตังโตะ ฟงอัศวินงูเหาแลวดีใจนัก จึงวาลิโปลูกเรานี้องอาจสงากลาหาญยิ่งนัก มี ๋ เจาอยูคนหนึ่งเทากับมีทหารเกินสิบหมื่น ลิโปยินคํายอดังนี้แลวกระทบเขากับตอมลูกยอจึงยิ้มราพลางคุกเขา ลงคํานับตั๋งโตะแลววาขอบคุณบิดาทาน ขอบคุณบิดาทาน มิทันจะขาดคําของลิโป ฮัวหยงนายทหารเอกรูปรางสูงหกศอกเศษ มีกิริยาดังเสือ ไดลุกขึ้นยืนแลวกาวออกมา คุกเขาลงเบื้องหนาตั๋งโตะแลววา "ซึ่งจะฆาไก แลจะเอามีดฆาโคมาฆานันไมควร ขาพเจาจะขออาสาไปตัด ้ เอาศีรษะหัวเมืองทั้งปวงมาใหจงได" ตั๋งโตะฟงแลวก็ยิ้ม ลิโปฟงแลวก็แยม เปนที่พออกพอใจตอถอยคําซึ่ง แฝงคํายกยองอยูในทียิ่งนัก ตั๋งโตะจึงมีคําสังแตงตั้งใหฮัวหยง เปนแมทพใหญ ตั้งใหลซก โฮจิ้น และเตียว ่ ั ิ หงิม เปนรองแมทัพนําทหารหาหมื่นยกออกจากเมืองหลวงไปตั้งรับกองทัพปฏิวัติ ณ ดานกิสุยกวน ฝายกองทัพปฏิวัตินั้น หลังจากเลิกประชุมวางแผนการรบสั่งใหซุนเกี๋ยนเปนกองทัพหนาเตรียมยกไปตีดานกิสุ ยกวนในวันรุงขึ้นแลว ปรากฏวาเปาสิ้นเจาเมือง เจปก เกิดความคิดริษยาเกรงวาถาซุนเกี๋ยนตีดานกิสุยกวน แตกแลวจะยกเขาตีเมืองลกเอี๋ยงเอาความชอบเสียแตผูเดียว จึงคิดชิงเอาความชอบเสียกอน ดังนั้น เปาสินจึง ้ เรียกเปาตงผูนอง ใหคุมทหารเมืองเจปกหาหมื่นคนยกไปตามทางลัด ตีดานกิสุยกวนเสียกอนกองทัพซุนเกี๋ยน   เปาตง เคลื่อนทัพหาหมื่นยกไปตั้งแตเพลาใกลรุงคืนนั้น เดินทัพตามทางลัดตกสายก็ถึงดานกิสุยกวน ฮัวหยง รับรายงานขาวกองทัพเปาตงยกมาก็คุมทหารหารอยเปดประตูดาน คุมทหารเขาประจันหนากับเปาตงแลว ตวาดวาไอกบฏ กูจะฆามึงเสีย เปาตงไดยินเสียงตวาดดังสนันดุจฟาผาก็ตกใจ ทั้งมาทั้งคนผงะไป ฮัวหยงไดที ่ จึงปรี่เขาไปเอางาวฟน เปาตงตกมาตาย ทหาร เปาตงตกใจแตกหนี ฮัวหยงจึงคุมทหารเขาจับทหารของเปา All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 71.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 71 ตงได เปนจํานวนมากแลวตัดศีรษะเปาตง สงเขาเมืองหลวง พรอมหนังสือรายงานการศึกใหตั๋งโตะทราบ ตั๋ง โตะเห็นรายงานพรอมกับศีรษะของเปาตงแลวยินดีเปนอันมาก สั่งเบิกเงินจากทองพระคลังสงไปดานกิสุยกวน ปูนบําเหน็จแก ฮัวหยง และเลือนตําแหนงเปนขุนนางผูใหญฝายทหาร ่ สวนทหารของเปาตงทีแตกทัพหนีพนจากการติดตามของฮัว-หยงแลว ก็กลับไปคายของกองทัพเมืองเจปกดัง ่ เกา บางสวนก็หนีทัพกลับภูมลําเนาเดิม อวนเสี้ยวผูบัญชาการใหญทราบความที่เปาสิ้นสั่งใหเปาตงผูนองยก ิ  ไปตีดานกิสยกวนแลวปราชัยกลับมาก็มิไดไตสวนวากลาวเอาผิดตามพระอัยการศึกเหมือนกับที่เคยใหคามั่น ุ ํ สัญญาไวในวันรับตําแหนง วินัยของกองทัพปฏิวติจึงหมดความศักดิสิทธิลงตองดวยลักษณะปราชัยประการ ั ์ ์ หนึ่งของกองทัพ ฝายกองทัพเมืองเตียงสาที่ซนเกี๋ยนเปนแมทัพนั้น มีทหารเอกสี่คนคือ "เทียเภา ถือทวนหนึ่ง, อุยกาย ถือ ุ กระบองเหล็กสีเหลี่ยมหนึ่ง, ฮันตง ถืองาว หนึ่ง, โจเมา ถือกระบี่สองมือหนึ่ง" แตตัวซุนเกี๋ยนนั้นถืองาวใหญ ่ เปนอาวุธประจํากาย ครั้นยามอรุณแสงตะวันเบิก ฟาแลว กองทัพเมืองเตียงสาจึงไดยกไปดานกิสยกวน แลว ุ ตั้งคายประชิดดานกิสยกวนไว จัดเวรยามแลทหารลาดตระเวนแนนหนาตาม กระบวนศึกทุกประการ ุ วันรุงขึ้นซุนเกี๋ยนจึงแตงตัวใสเสื้อเกราะชุดออกศึกถืองาวประจํากาย คุมทหารออกจากคายไปที่หนาประตูดาน ทาใหยกทหาร ออกมารบ หรือมิฉะนั้นก็ใหสวามิภักดิ์เสีย ฮัวหยง จึงสั่งใหโฮจิ้นยกทหารออกรบดวยซุนเกี๋ยน พอโฮจิ้นยกทหารพนประตูดานออกมาซุนเกี๋ยนจึงสั่งใหเทียเภาเขารบดวยโฮจิ้น  เทียเภาขับมารายทวนฝา ทหารหนามาของโฮจิ้นเขารบดวย โฮจิ้นไดเจ็ดเพลงก็เอาทวนแทงคอโฮจินตกมาตาย ทหารโฮจิ้นตกใจแตก ้ หนี เทียเภาและทหารไดไลฆาฟนทหารของโฮจิ้นไปถึงประตูดาน ชาวดานรับทหารทีแตกหนีมานั้นแลวก็ปด ่ ประตูดานเสีย เทียเภาจึงยกทหารเขาประชิดดาน ใหทหารเข็นบันไดและซัดเชือกปลายตะขอเพื่อปนบุกเขา ยึดดาน ฮัวหยงจึงใหทหารบนปอมเชิงเทินยิงเกาฑัณฑ ทิ้งกอนหินและทรายคั่วใสทหารที่กําลังหักเขาตีดาน นั้น ทหารทั้งสองฝายบาดเจ็บลมตายเปนจํานวนมาก ซุนเกี๋ยนเห็นวาจะหักตีดานไมไดในเพลานี้ จึงใหตระฆัง ี สัญญาณใหทหารถอยกลับเขาคายแลวตั้งมั่นไว ในขณะทีอวนเสี้ยวผูบัญชาการใหญ ยังคงใหกําลังพลสวน ่ ใหญของกองทัพปฏิวัตินั่งเลนนอนเลนอยูชายแดนเมืองลกเอี๋ยงโดยไมมแผนการใดๆ ี ที่จะยึดเมืองลกเอี๋ยง และในขณะทีทพเมืองเตียงสาของซุนเกี๋ยนยันอยูกับกองทัพของฮัวหยงที่ ดานกิสยกวนนัน กองทัพซุนเกี๋ยนก็ ่ ั ุ ้ เริ่มขาดเสบียงลง ซุนเกี๋ยนจึงใหทหารถือหนังสือไปถึงผูบญชาการใหญอวนเสี้ยว รายงานการศึกครั้งแรกให  ั ทราบ และขอใหเรงเสบียงเอาจากอวนสุด ผูรบผิดชอบดานเสบียง ใหรีบลําเลียงเสบียงสงใหกับกองทัพเมือง ั เตียงสา อวนเสียวรับหนังสือซุนเกี๋ยนแลว เชิญอวนสุดมาปรึกษาแลววา "ซุนเกี๋ยนคนนี้เมื่ออยูในเมืองกังตังนั้น ้ ๋ อุปมาดังเสือตัวหนึ่ง แลตั๋งโตะนั้นอุปมาดังหมี ครั้งนี้ซุนเกี๋ยนยกไปทําการเปนกองหนา ถาตีไดก็จะจับตั๋งโตะ ฆาเสีย ซุนเกี๋ยนก็จะกําเริบขึ้น ซึ่งจะฆาหมีเสียตัวหนึ่ง เสือจะรายขึ้นนั้นจะเห็นชอบขางไหน" แลววาเราจําตอง ถวงเวลาการสงเสบียงใหแกกองทัพเมืองเตียงสา ปลอยใหกองทัพซุนเกี๋ยนอดอยากก็จะเกิดความระส่ําระสาย แลวคงจะยกทัพกลับคืนมา หรือมิฉะนั้นก็จะถูกกองทัพฮัวหยงตีแตกยับเยิน เสือรายก็จะสินกําลังลง หรือไมก็ ้ จะสิ้นชื่อไปเสียทีเดียว เราก็จะขาดคูแขงคนสําคัญไปอีกคนหนึ่ง อวนสุด เห็นดวยกับความคิดของอวนเสี้ยว จึงเพิกเฉยเสีย ไมจัดเสบียงสงใหแกกองทัพเมืองเตียงสาตามที่ซุน เกี๋ยนรองขอความคิดของอวนเสี้ยว อวนสุด สองพี่นองเต็มไปดวยความคิดชิงดีชิงเดน มักใหญใฝสูง เห็นการ เล็กยิ่งกวาการใหญ เห็นกวา การของตัวยิ่งกวาการของบานเมือง หรือถาหากจะกลาวใหสอด คลองกับยุค สมัยก็ตองกลาววาเปนความคิดที่เห็นแกพวกและเห็นแกพรรคมากกวาเห็นแกชาติบานเมือง และประชาชน ดังนั้น จึงแทนที่จะรวมกันกําจัดทรราชตั๋งโตะ ใหสําเร็จตามที่ไดยกทัพสิบเจ็ดหัวเมืองมาถึงชายแดนเมืองลก เอี๋ยงเสียกอน กลับหักหลังพันธมิตรของตนอยางอํามหิต เปนการขายเพื่อนโดยตีราคาเพียงเทาความฝนอันมัก ใหญใฝสูงของสองพี่นองอวนเสี้ยว อวนสุด นันเอง ่ กองทัพเมืองเตียงสาของซุนเกียนจึงขาดเสบียงลง ทหารอด อยากหิวโหยสินเรี่ยวแรง หมดกําลังใจสูรบ เกิด ๋ ้  ความระส่าระสายขึ้นภายในกองทัพ ฝายสอดแนมของดานกิสุยกวนรูขาวก็รายงานให ฮัวหยงทราบ ฝาย ํ  ฮัวหยงไดทราบสภาพอดอยากสิ้นขวัญ และความระส่าระสายภายในกองทัพเมืองเตียงสา จึงเรียกประชุมนาย ํ ทัพวางแผนตีทพซุนเกี๋ยนในทันที ลิซกรองแมทัพ ไดสรุปสถานการณขางกองทัพซุนเกี๋ยนที่ระส่ําระสายนั้นให ั ที่ประชุมทราบแลวเสนอวาโอกาสทีจะตีทัพซุนเกี๋ยน ใหแตกพายไปไดมาถึงแลว ในเพลาดึกค่ําวันนี้ขาพเจา ่  ขอเสนอยกทหารไปกองหนึ่งออมไปเขาตีทางดานหลังคายซุนเกี๋ยน แลวใหทาน แมทัพฮัวหยงยกทหารอีก กองหนึ่งบุกเขาตีทางดานหนาโหมกระหน่า พรอมกันทั้งสองดานก็จะจับตัวซุนเกี๋ยนไดโดยงาย ํ ฮัวหยง เห็นดวยกับขอเสนอและแผนการของลิซก มีคําสั่งใหจัดเตรียมกองทัพตามแผนการ ครั้นใกลเวลา เที่ยงคืนในขณะที่กองทัพซุนเกี๋ยนซึ่งอิดโรยเต็มที และทหารพากันหลับสนิทนั้น ฮัว-หยงและลิซกก็ยกทหาร All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 72.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 72 ออกจากดานเปนสองกองตามแผนการที่วางไว ถึงคายซุนเกี๋ยนแลวใหทหารโหรองใหสญญาณ ตีมาลอและ ั กลองศึก ดังสนั่นในยามดึกของราตรี แลวทหารทั้งสองกองก็ยกเขาปลนคายซุนเกี๋ยนพรอมกัน ลิซกซึ่งเขา ปลนคายทางดานหลังใหทหารเอาเพลิงสุมคายซุนเกี๋ยน แลวยิงธนูเพลิงเขาไปในคาย แสงเพลิงที่โชติชวงขึ้น  ทองฟาประสานกับเสียงโหรองและกลองศึก ทําใหทหารซุนเกี๋ยนตื่นจากหลับ งัวเงียตกใจวิ่งพลานไปทั้งคาย ไมเปนอันคิดสูรบ ซุนเกี๋ยนตืนขึ้นเห็นแสงเพลิง เสียงโหรองและกลองศึกก็ตกใจรูวาถูกปลนคาย จึงรีบแตงตัว  ่  ใสเกราะถืองาวขึ้นมามาทีหนาคายพรอมกับโจเมาทหารเอก เห็นฮัวหยงคุมทหารเขาปลนคายอยูก็ปรี่เขาไปรบ ่ ดวยฮัวหยงไดแปดเพลง คายซุนเกี๋ยนดานหลังก็ถูกลิซกตีแตก แสงเพลิงยิ่งลุกสวางไสว ซุนเกี๋ยนเห็นทหาร ในคายแตกตื่นวิ่งหนี และถูกฆาตายเปนจํานวนมากก็เกิดอาการหวงหนาพะวงหลัง ฮัวหยง ถือโอกาสนั้นชักมา หลบเขาหลังทหาร แลวสั่งทหารใหลอมซุนเกี๋ยน กับโจเมาไว ซุนเกี๋ยน โจเมาเห็นสถานการณคับขันทั้งเสียคายใหแกขาศึก จึงตีฝาวงลอมขับมาหนี ฮัวหยงเห็นเปนทีก็ขับ มาไลตาม ซุนเกี๋ยนจึงเอาเกาทัณฑยิงฮัวหยง ฮัวหยงก็รับลูกเกาทัณฑไวได ซุนเกี๋ยนยิงไปอีกดอกหนึ่ง ฮัวหยงก็รับไวไดอีก ครั้งที่สามซุนเกี๋ยนจึงนาวเกาทัณฑโกงจนเต็มที่ มุงจะอาศัยแรง นาวทําให ฮัวหยงรับลูก เกาฑัณฑไมได แตคันเกาฑัณฑทนแรงนาว ไมไดก็หักสะบันลง ซุนเกี๋ยน โจเมา จึงตั้งหนาขับมาหนีทาเดียว ้ ฮัวหยงก็ไลตามไปโจเมา ทหารเอกจึงเตือนซุนเกี๋ยนวาขณะนี้เปนเวลากลางคืน ขาศึกจําทานไดจากหมวก เกราะทีสวมอยู จึงติดตามทานมาไดถูกทาง ทานจักไดรับอันตราย ดังนั้นทานจงถอดหมวกเกราะเสียมาเปลียน ่ ่ ดวย ขาพเจาทานก็จะปลอดภัย ซุนเกี๋ยนเห็นดวยจึงถอดหมวกเกราะเปลี่ยนกับหมวกของโจเมา แลวแยกกัน ขับมาหนีไปคนละทาง ฮัวหยงไลตามซุนเกี๋ยน โจเมาไป ในทามกลางราตรีที่ประดับดวยจันทรเสี้ยวจึงถือเอา หมวกเกราะของซุนเกี๋ยนเปนเครื่องบอกทาง วานั่นแลวคือตัวซุนเกี๋ยน สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม เพชรประกายแสง (ตอนที่ 32) ฝายฮัวหยงกับทหารที่ขับไลตามซุนเกี๋ยนไปนั้น อาศัยเพียงแสงสลัวแหงพระจันทรเสี้ยวประดับดาวบนอากาศ จึงจําซุนเกี๋ยนไดจากหมวกเกราะทีสวมไวเทานั้น ครั้นเห็นหมวกเกราะซึ่งโจเมาแลกมาจากซุนเกี๋ยนสวมอยูที่ ่ ศีรษะ และกําลังขับมาหนี สําคัญวาเปนซุนเกี๋ยน จึงขับมาไลตามโจเมาไป โจเมาเห็นจวนตัวก็ชักมาเขาราวปา ฟนตนไมเพียงระดับศีรษะแลวเอาหมวกเกราะของซุนเกี๋ยนสวมไว ตัวเองชักมาออมมาซุมพุมไมคอยทีอยู ฮัวหยงแลทหารไลตามมาถึงราวปามองลึกเขาไป เห็นหมวกเกราะตองประกายแสงจันทรเสี้ยวอยู ไมรูกลโจ เมาคิดวาเปนซุนเกี๋ยน ถอยไปตั้งหลักสูในปา จึงใหทหารลอมไวแลวใชเกาทัณฑยิงอยูพักหนึ่ง แตทกอยาง  ุ ยังคงอยูในสภาพเดิมก็สงสัย จึงพาทหาร บุกปาเขาไปดู โจเมาซุมอยูเห็นเปนที จึงชักมาเขามาหาฮัวหยง  เสียงเทามาเหยียบหญาและกิงไมทําใหฮัวหยงเหลียวไปดู เห็นโจเมาขับมาตรง มาเงื้องาวจะฟน ฮัวหยงจึงชัก ่ มาเขาเผชิญหนา ตวาดดวยเสียงอันดังแลวเอางาวฟนโจเมาตัวขาดสองทอนตกมาตายในที่นั้น พอดีใกล สางฮัวหยงจึงคุมทหารยกกลับเขาดานกิสยกวน ฝายซุนเกี๋ยนหลังจากเปลี่ยนหมวกเกราะกับโจเมา ุ แลว ขับมาหนีไปอีกทางหนึ่งจึงพบเทียเภา, อุยกาย, ฮันตง และทหารซึงหนีออกจากคายแลวติดตามหาซุน ่ เกี๋ยน จึงยกไปตั้งคายทีตําบลเลียงตง แลวมีหนังสือบอกขาวศึกไปยังอวนเสี้ยว และกลาวหาอวนสุดวาถวง ่ เวลาไมจัดสงเสบียง เปนเหตุใหกองทัพของตนตองพายแพ ขอใหพิจารณาโทษตามวินัยศึก อวนเสี้ยวรับหนังสือซุนเกี๋ยนแลว ในสวนที่เกี่ยวกับอวนสุดพัวพันถึงตัวอยูก็ตกใจ รีบสั่งคนสนิทใหไปแจงขาว  ใหอวนสุดทราบ แลววาถาซุนเกี๋ยนเอาความเรื่องนี้ก็ใหซดทอดทหารเลวเปนแพะรับบาป โดยอางวาไดสั่งการ ั ไปแลวแตคนรับคําสั่งบิดพลิ้ว จากนั้นใหฆาทหารเลวปดปากเสีย สองพี่นองจะไดพนมลทิน ความคิดของอวน   เสี้ยวไมเพียงแตโงอยางเดียวเทานั้น หากยังเปนความคิดที่เลวทรามต่ําชา ผิดแลวไมยอมรับผิดและหาทาง ปายผิดเอาชีวตคนซึ่งไมเกี่ยวของเปนเครื่องสังเวยความชั่วชาของตนเสียอีก ิ ในสวนที่เกี่ยวกับกองทัพซุนเกี๋ยนที่เสียโจเมาและแตกพายมานั้น เปนเรื่องใหญของกองทัพปฏิวัติ ทั้งเกรงวา กองทัพจากเมืองหลวง จะยกตามตีจึงมีความวิตกนักคิดอะไรเองไมออก จึงใหเชิญบรรดา เจาเมืองมารวม ประชุมปรึกษา แตกองซุนจานนั้นเดินเขามาประชุม ในภายหลังโดยมีเลาป กวนอู เตียวหุย ติดตามมายืนอยู ขางหลัง อวนเสี้ยว เห็นเลาป กวนอู เตียวหุย ยืนอยูขางหลังกองซุนจาน มีลักษณะนาเกรงขามจึงถามกองซุน จานวาทั้งสามคนนั้นเปนผูใด กองซุนจานจูงมือเลาปออกไปยืนขางหนาอวนเสี้ยวคูกับตนแลวแนะนําวาทานผูนี้ คือเลาป เปนเชื้อพระวงศของพระเจาฮั่นโกโจ เปนศิษยรวมสํานักของขาพเจา สวนอีกสองคนเปนนองรวม สาบานของเลาป เมื่อครั้งสงครามโจรโพกผาเหลือง ทั้งสามพี่นองไดเขารวมปราบ โจรโพกผาเหลืองหลาย All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 73.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 73 ครั้ง ทําความชอบแกแผนดินไวเปนอันมาก พระเจาเลนเตจึงโปรดใหไปเปนเจาเมืองเพงงวนกวน และบัดนี้ได รวมกับขาพเจามาทําการดวยกองทัพปฏิวติ ั อวนเสี้ยวเปนคนบายศบาอยาง และเกรงใจตอคนผูมียศฐานันดรตามวิสัยความคิดศักดินา ไดยินวาเลาปเปน  เชื้อพระวงศพระเจาเหี้ยนเตก็เกรงใจ จึงสั่งทหารใหจัดที่นงใหเลาปเสมอกับที่นั่งเจาเมืองไวตรงปลายสุดของ ั่ ประชุม กวนอู เตียวหุย จึงยายมา ยืนขางหลังเลาป อวนเสี้ยวแจงขาวศึกที่ซุนเกี๋ยนแตกทัพมานั้นใหทประชุม ี่ ทราบ แตปกปดเรื่องเปาสิ้นเจาเมืองเจปก ใหเปาตงผูนองยกทหารไปชิงเขาตีดานกิสุยกวนแลวแตกพายมา โดยเปาตงตายในทีรบ และเรืองอวนสุดไมสงเสบียงแกกองทัพซุนเกี๋ยนเสียไมแจงใหทประชุมทราบ ่ ่  ี่ ในขณะที่กําลังประชุมกันอยูนน ฮัวหยงไดยกทหารออกจากดานกิสุยกวนตรงมายังคายของกองทัพปฏิวติ เห็น ั้ ั ธงประจํา ตัวอวนเสี้ยวผูบัญชาการใหญก็ยกมาที่หนาคายนัน แลวใหทหารเอาหมวกเกราะของซุนเกี๋ยนครอบ ้ ไวบนปลายหอกชูขึ้นแกวง แลวเยาะเยยวานี่เปนหมวกแมทัพของพวกกบฏ ใหเจาของหมวกรีบมารับเอาไป แลววาผูใดเปนนายของเจาของหมวกนี้ หากมิใชสุนัขขี้แพแลวอยามัวลอยตัวหลีกภัยอยูตอไป ใหรีบโผลหัว   ออกมาจากกระดอง มาลองเพลงทวนกับเราสักหนอยจะเปนไร ทหารรักษาการณจึงเอาความไปรายงานแก อวนเสี้ยวในที่ประชุม อวนเสี้ยวจึงถามวาจะมีผูใดอาสาไปรบดวยฮัวหยง ขณะนั้น ยูสดทหารเอกของอวนสุด ิ ลุกขึ้นขออาสา อวนเสี้ยวเห็นเปนลูกนองของนองชายตนจึงรีบอนุญาตแลวจัดทหารออกจากคายไปรบดวย ฮัวหยง กลองศึกของทั้งสองฝายดังขึ้นไมทันไรก็หยุดลง ทหารที่ตดตามยูสิดวิ่งหนีกลับเขาคายแลวเขาไป ิ รายงานใหอวนเสี้ยวทราบ วายูสิดประเพลงทวนกับฮัวหยงไดเพียงสามเพลงก็ถูกฮัวหยงเอางาวฟนตายคาหลัง มา อวนเสี้ยวไมรูกาลังทหาร ยังคงคิดที่จะเอาออนสูแข็งตอไป จึงถามที่ประชุมวาจะมีใครอาสา ดังนั้นฮันฮกเจา ํ เมืองกิจิ๋ว จึงเสนอ ใหพัวหองทหารเอกของตนเปนผูไปตัดศีรษะฮัวหยง อวนเสี้ยวก็อนุญาต และจัดทหารให พัวหองยกไป เสียงกลองศึกดังขึ้นอีกครั้งหนึง แตไมทันไรก็เงียบลงเหมือนครั้งกอนเพราะพัวหองรําขวานใหญ ่ เขารบดวยฮัวหยงไดเพียงสามเพลงก็ถูกฮัวหยงเอางาวฟนตกมาตายอีกคนหนึ่ง ทหารที่ตดตามก็พากันหนีเขา ิ คายมารายงานใหอวนเสียวทราบ ้ ที่ประชุมฟงรายงานแลวก็ตกใจ อวนเสี้ยวจึงกลาวขึ้นวา ฮัวหยงมีฝมือกลาแข็งนัก เสียดายที่อศวินยอดฝมือ ั ของขาพเจาทั้งสอง คืองันเหลียงและบุนทิวมิไดติดตามมาดวย มิฉะนั้นเราคงไมแพตองสูญเสียทหารเอกถึง สองคนดังนี้ แลวฝนใจถามทีประชุมวาครั้งนีจะมีผใดอาสาไปปราบฮัวหยง ในขณะทีที่ประชุมนิ่งอึ้งอยูนน ก็มี ่ ้ ู ่ ั้ เสียงดังกังวานมาจากดานหลังของที่ประชุมวา "ขาพเจาขออาสาไปตัดหัวฮัวหยงเอง" สิ้นเสียงลงอวนเสี้ยว และทุกคนตางหันมองไปทางเจาของเสียงนั้น เห็นชายหนึ่งสูงหกศอก หนวดยาวเสนละเอียดดุจใยไหม หนา แดงดังผลพุทราสุก ปากแดงดังชาดแตม คิวดังตัวไหม จักษุยาวดังนกการเวก ศีรษะโพกดวยผาไหมสีเขียว ้ ใบไม สวมเกราะชุดออกศึก ในมือถืองาวยาวสิบเอ็ดศอก หนักแปดสิบสองชั่งสีดาสนิท ยืนแนวนิ่งใบหนาผิน ํ ไปทางประตูคาย ดูสงานาเกรงขามยิ่งนัก นั่นคือ กวนอูแหงเมืองไกเหลียง นองรองแหงคําสาบานสวนทอ  อวนเสี้ยวเห็นกวนอูยืนอยูขางหลังเลาป หาใชที่สาหรับทหารเอกไม จึงสงสัยแลวถามขึ้นวาทานนี้มชอและ ํ ี ื่ ตําแหนงใดในกองทัพ การถามทั้งนี้แสดงวาอวนเสี้ยวความจําเสื่อมหรือไมก็หูตึง เพราะกองซุนจานเคยแนะนํา มาครั้งหนึ่งแลวในตอนที่อวนเสี้ยวเห็นเลาป กวนอู เตียวหุย ยืนอยูขางหลังกองซุนจาน หรือไมก็เปนการฟง คําแนะนําโดยไมสนใจและไมใสใจจํา หรือมิฉะนั้นก็ตองการจะหักหนาคนอื่นวามีตาแหนงแหลงทีต่ําไมสม ํ ่ ฐานะ กองซุนจานจึงลุกขึ้นรายงานซ้ําอีกวาทานผูนี้คือกวนอู เปนนองรวมสาบานของเลาปมิไดมีตําแหนงใดๆ ในกองทัพ เปนเพียงทหารเลวถือเกาทัณฑหนามาเลาปเทานั้น อวนเสี้ยวไดฟงคําก็โกรธจัด รองตวาดไปทางกวนอูวาไอทหารเลวไมรที่ตาที่สูง บังอาจมาพูดตอหนาเจาเมือง ู ่ํ ผูใหญ ขันอาสาจะไปรบดวยฮัวหยงทหารเอก เปนการตีตัวเสมอทหารเอก ดูหมิ่นแมทัพนายกองทั้งปวง วา แลวก็สั่งทหารใหไปขับกวนอูออกจากที่ประชุม โจโฉเห็นเหตุการณทั้งนั้นโดยตลอด พินิจดูบุคลิกลักษณะ ทวงทาของกวนอูและน้ําเสียงอาสาศึกแลวสงานาเกรงขามยิ่งนัก เห็นทีจะไดการ ครั้นไดยินอวนเสี้ยวสั่งทหาร ใหไปไลกวนอูออกจากที่ประชุม จึงรีบลุกออกไปขวางหนาทหารไวบอกใหหยุดไวกอน แลวกาวออกมา ตรงหนาอวนเสียวและวา "ทานอยาเพิ่งโกรธกอน ทวงทีกวน อูนี้จะมีฝมือกลาหาญอยูจึงกลาขันอาสา ถาไม ้  สมดังปากวาจึงจะเอา โทษถึงตาย" แลวโจโฉจึงไดกลาวกับอวนเสี้ยวขอใหมีบัญชาใหกวนอูออกรบดวย ฮัวหยง อวนเสี้ยวจึงวากวนอูเปนแคทหารเลว หากออกไปรบดวยฮัวหยงแลว ฮัวหยงจะหมิ่นไดวากองทัพของเราทั้งนี้ สิ้นแลวซึ่งทหารเอก ก็จะหัวเราะเยาะเราวาเปนพวกสิ้นคิด ไมรูทควรไมควร สงทหารเลวไปรบดวยทหารเอก ี่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 74.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 74 เราก็จะเสียเกียรติยศไปเบื้องหนา โจโฉยืนยันความเห็นเดิมแลววา "ขาพเจาเห็นรูปรางกวนอูนี้ใหญโตคมสัน อยู เห็นสมเปนทหารเอก ฮัวหยงจะไมรูวาเปนทหารเลว" เหตุการณนี้แสดงวาโจโฉมองเห็นความเปนทหาร เอกที่ซอนอยูในตัวทหารเลวจากเมืองไกเหลียง มองเห็นถึงเพชรเม็ดงามที่ประกายแสงแวววามเจิดจาอยู ภายในกอนหินอันยังมิไดเจียระไนนั้น ในขณะที่อวนเสียวซึ่งเปนถึงผูบัญชาการใหญกลับเปนคนตาบอด หรือ ้ ถูกมานแหงความบายศบาอยางปดสายตาไวจนมืดมิด กวนอูไดยินโจโฉกลาวเชนนั้นแลว เห็นอวนเสี้ยวยังคงลังเลอยู ในขณะที่เลาปหันหลังมาพยักหนาเปนทีเห็น ดวย กวนอูจึงกลาวขึ้นวา "ขาพเจาจะขออาสาออกไปครั้งนี้ ถาไมไดศีรษะฮัวหยงเขามา ขอทานจงเอาศีรษะ ขาพเจาไวแทนเถิด" วาแลวกาวจากดานหลังของเลาปออกมายืนถมึงอยูระหวางกลางที่ดานหลังของที่ประชุม นั้น ในมือกระชับงาวไวมั่น อวนเสี้ยวเห็นดังนันจึงอนุญาตใหกวนอูออกรบกับฮัวหยง และสังใหจัดทหารยกตาม ้ ่ ไปดวยกวนอู โจโฉเห็นเชนนั้นก็ดีใจ ยกมือเปนทีวาใหกวนอูหยุดไวกอน แลวหยิบเอาปานสุราบวยซึ่งอุนไวริน ใสจอกสงใหแกกวนอู และอวยพรใหทาการไดสําเร็จดังประสงค ํ กวนอูไมรับสุราจอกนั้น เอามือทั้งสองกุมงาวคอมตัวลงคํานับโจโฉแลววาขอขอบคุณน้ําใจของทาน แต ขาพเจานี้เปนแคทหารเลว ยังไมมีความชอบ ขอทานจงงดไวกอน ไวเมื่อใดที่ขาพเจาทําความชอบควรแกสุรา ของทานแลว ขาพเจาจะขอรับสุรามาดื่มคารวะตอทาน วาแลวกวนอูก็รีบออกจากที่ประชุม ยกทหารออกไป นอกคาย ทามกลางความประหลาดใจและตกตะลึงของหัวเมืองทั้งปวงในที่นั้น แมโจโฉเองก็ยังคงถือจอกสุรา รออยู ณ ที่เดิม ทันใดนั้น เสียงกลองศึกของทั้งสองฝายก็ดงสนั่นขึ้นอีกครังหนึ่งเปนสัญญาณวากวนอูไดเขารบกับฮัวหยงแลว ั ้ ไมทันไรเสียงกลองศึกก็หยุดลงเหมือนกับทั้งสองครั้งกอน ทุกคนในทีนั้นกมหนาสลดลงคาดวาเหตุการณจะ ่ ซ้ํารอยเปนครั้งที่สาม มีแตโจโฉ เลาป เตียวหุยเทานั้นทียังคงเปนปกติอยู ที่ประชุมยังไมทันจะวากลาวสืบไป ่ ประการใด กวนอูก็กาวเขามาในที่ประชุมมือหนึ่งถืองาว อีกมือหนึ่งหิวศีรษะฮัวหยง โยนลงที่พื้นของหอง ้ ประชุมแลวกลาวสั้นๆ วา "ขาพเจาตัดศีรษะฮัวหยงมาใหทานแลว" อวนเสี้ยวและหัวเมืองทั้งปวงยินดียงนัก  ิ่ เลาป เตียวหุย เขามาจับเอามือกวนอูและโอบไหลรวมยินดีกันทั้งสามพี่นอง โจโฉจึงเอาสุราจอกที่ยังคงถืออยูในมือ และสุรานั้นยังคงอุนอยูเขามาคํานับ กวนอู สงสุราใหแลววาขาพเจา คํานับทานทีทําความชอบดวยสุราจอกนี้ กวนอูก็รับสุราจากโจโฉมาดื่ม แลวคํานับโจโฉเปนการแสดงความ ่ ขอบคุณ วีรชนนั้นมีอยูทกกาลสมัย อยูที่วาใครจะมองเห็นและรูจักชวงใชหรือไมเทานั้น และแมวาจะไมเห็นหรือไมรูจัก ุ    ชวงใช แตสภาพการณยอมกําหนดใหวีรชนปรากฏขึ้นตอหนาสายตามหาชนอยูวันยังค่า อวนเสี้ยว คนมืดบอด ํ ทางปญญา ไมมีโอกาสไดรวาชายสามคนทียนขางหลังกองซุนจานในวันนี้ คนหนึ่งก็คือฮองเตอีกพระองคหนึ่ง ู ่ ื ของราชวงศฮั่น และทหารเลวอีกสองคนก็คือทหารเอกนามระบือแหงแควนฉูส หรือจกกก และหนึ่งในนันก็คือ ้ เทพเจาแหงความซื่อสัตย "กวนอู" ที่ผคนยังเคารพกราบไหวจนถึงทุกวันนี้ ู สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม สงครามของคนไรปญญา (ตอนที่ 33) ตําราพิชัยสงครามของซุนวูวาไวในบทแรกสุดวา "การณรงคสงครามเปนงานใหญของประเทศชาติ เปนจุด ความเปนความตาย เปนวิถีทางอันนําไปสูความยืนยงคงอยู หรือดับสูญหายนะ พึงพินิจ พิเคราะหจงหนัก ทีเดียว" และไดกลาวในบทถัดมาวา "ฉะนั้นจึ่งวินิจฉัยดวยกรณียกิจหา ประการเปรียบเทียบถึงภาวะตางๆ เพื่อ ทราบความจริง กลาวคือ 1 ธรรม 2 ดินฟาอากาศ 3 ภูมิประเทศ 4 ขุนพล 5 ระเบียบวินัย" และวา "ขุนพลคือผู กอบดวยสติปญญา ความเทียงธรรม ความเมตตา ความ กลาหาญ และความเขมงวดเด็ดขาด"  ่ แตทวาสงครามที่บัญชาการโดยอวนเสี้ยวฝายหนึ่ง และโดยตั๋งโตะอีกฝายหนึ่งนั้น กลับกระทําการกันแบบคน สิ้นคิด ไรสติปญญา ดังนั้น สงครามจึงดําเนินไปแบบไรทศทาง ไรแผนการยุทธ และเปนไปตามยถากรรม ฝาย  ิ เตียวหุย นองเล็กแหงสวนทอเห็นกวนอูพี่รองมีความชอบอยากจะแสดงฝมอบาง จึงลุกขึ้นเสนอตอที่ประชุมวา ื "กวนอูพี่ขาพเจาไดอาสาตัดเอาศีรษะฮัวหยงมาใหแลว ขาพเจาผูนองจะขออาสาตีเขาไปในเมืองหลวง แลว จะจับเอาตัวตั๋งโตะมาใหทาน"  All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 75.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 75 ความไมรูการอันควรไมควรของเตียวหุยนี้ทาใหสถานการณ ของเลาปยุงยากขึ้นมาเปลี่ยนสถานการณที่พงได ํ ึ ใหกลายเปนเสียไป เพราะอวนเสี้ยว ซึ่งไมพอใจกับชัยชนะของกวนอูดวยรูสึกวาเสียหนาอยูแลว มาบัดนี้ภัย คุกคามของฮัวหยงที่หนาคายสิ้นไป ความบายศบาอยางจึงโหมกลับมาครองใจอีกครั้งหนึง พอไดยินเชนนั้นก็ ่ ระบายโทสะเอากับเตียวหุย ลุกขึ้นยืนตวาดเอากับเตียวหุยวาไอทหารเลว จงหุบปากเสียทันที ที่นี่เปนที่ประชุม ขุนนางผูใหญ ไมมีใครปรึกษาหาความเห็นกับทหารเลวเชนเจา สิกลับมาออกความเห็นหักหนาแมทัพนายกอง ทั้งปวง หมิ่นน้าใจเรานัก จงออกไปเสียใหพนจากที่ประชุม ํ โจโฉเห็นอวนเสี้ยวลุแกโทสะ ลวงวิสยผูนําทัพเชนนั้น จึงลุกขึ้นประสานมือคารวะอวนเสียวแลววา "อยางธรรม ั ้ เนียมศึกนั้น ถาผูใดมีความชอบในการสงคราม ก็จะปูนบําเหน็จตามสมควร ถาผูใดกระทําความผิดก็จะลงโทษ  ซึ่งจะมาถืออิสริยยศในทามกลางศึก ดังนี้ไมสมควร" คําพูดของโจโฉมุงตอการเตือนสติอวนเสี้ยวใหรําลึกถึง หลักการนําทัพของแมทัพตามพิชัยสงครามอยางหนึ่ง และสะกิดใจอวนเสี้ยวใหรําลึกถึงคําพูดในวันปฏิญาณ สาบานตนทีจะปกครองทหารโดยยุติธรรมอีกอยางหนึ่ง แตอวนเสี้ยวลุแกโทสะ ละความผิดชอบชั่วดีเสียสิ้น ่ ยินคําโจโฉแลวไมฟงคํา กลาวหาโจโฉดวยเสียงอันดังวาเมื่อทานเห็นทหารเลวมีความสําคัญกวา ขาพเจา ขาพเจายอมไมสามารถนําทัพไดอีกตอไป จะขอยกทัพกลับแตบัดนี้ แลวทําทาผลุนผลันจะออกจากที่ประชุม โจโฉรีบกาวเขาไปยุดเอามืออวนเสี้ยวขอรองใหหยุดอยูกอน ประสานมือคํานับแลววาเรืองใหญของเราที่ยก ่ กองทัพมาเมืองลกเอี๋ยงนี้ยังไมสําเร็จ อยาถือสากับเรื่องเล็กนอยเพียงเทานี้เลย เห็นแกการแผนดินแลราษฎร เถิด วาแลวก็หนมาทางกองซุนจานขอใหพาเลาป กวนอู เตียวหุย กลับไปคายกอน อวนเสี้ยวคอยคลายโทสะ ั ลง แลวปดประชุมเสียดื้อๆ จากนั้นจึงแยกยายกันกลับไปยังคายของแตละเมือง สวนโจโฉนั้นเห็นถึงความสําคัญของสามพี่นองแหงสวนทอ ติด ตามจับตาความเคลื่อนไหวอยางใกลชิด และ เพื่อใหเกิดความรูสึกที่เปนมิตรตอกัน จึงสั่งใหทหารนําหมูเห็ดเปดไกไปปลอบขวัญเลาปและพี่นองรวมสาบาน  ถึงในคาย บรรยากาศการประชุมในวันนีทําใหอวนเสี้ยวสูญเสียความเชื่อถือไปเปนอันมาก หลายเมืองเริมเห็น ้ ่ วากองทัพปฏิวติกําลังเกิดปญหาขึ้นแลว เนื่องจากการวางตัวและการทํางานของอวนเสี้ยวนี่เอง สถานการณถึง ั วันนี้เพียงแคเดินทัพมาถึงชายแดนเมืองลกเอี๋ยง กองทัพปฏิวัติไดสูญเสียทหารเอกไปแลวถึงสี่คน และถูกตี แตกพายไปถึงสองกองทัพ ในขณะที่ฝายเมืองหลวงสูญเสียเพียงโฮจิ้นทหารเอก เปนแตวากวนอูไดกหนาคืน  ู ใหกับกองทัพปฏิวัตตัดศีรษะฮัวหยงแมทัพใหญฝายเมืองหลวงไดสําเร็จ ในขณะที่สราในจอกยังไมทันหายอุน ิ ุ แตกระนั้นกองทัพปฏิวติก็ยังคงมิไดกําหนดแผนการรบใดๆ ที่ชดเจนเพื่อการเขายึดเมืองลกเอี๋ยง แมฝายเมือง ั ั  หลวงเองตั๋งโตะก็หาไดมีแผนการใดๆ ที่จะตีทัพของกองทัพปฏิวัตใหแตกพายไปไม สถานการณยังคงเปนไป ิ ตามยถาบุญยถากรรมตอไป ฝายทหารของฮัวหยงเมื่อเห็นฮัวหยงศีรษะหลุดจากบาเพียงชั่วการประงาวกับกวนอูไดไมถึงเพลงก็พากัน ตกใจ แตกหนีกลับเขาดานกิสุยกวน รายงานการศึกใหรองแมทัพลิซกทราบ ลิซกทราบขาวปราชัยของฮัวหยง แลวก็ตกใจ รีบสงรายงานเขาเมืองหลวง ครั้นตั๋งโตะทราบแลวก็ตกใจเชนเดียวกัน เพราะคาดไมถึงวาแมทัพมี ฝมือระดับฮัวหยงจะพายแพแกทหารซึ่งไมปรากฏชื่อเสียงเรียงนามมากอน จึงใหทหารไปเชิญลิยูที่ปรึกษาและ อัศวินงูเหาลิโปมาพบที่จวน ลิยูกุนซือเจาความคิดทราบความศึกแลวเสียดายฮัวหยงเปนอันมาก ความกลัวเขา ครอบงําความคิดและสติปญญาไปสิ้น เสนอความเห็นอันวิปริตขึ้นวากองทัพทียกมาครั้งนี้มีอวนเสี้ยวเปนผูนํา ่ ทัพ และอวนเสี้ยวนั้นมีอาชื่ออวนหงุยเปนราชครูอยูในเมืองหลวง อาจคบคิดกันเปนไสศก จําจะตองประหาร ึ อวนหงุยและครอบครัวเสียใหสน ตั๋งโตะฟงความเห็นอันวิปริตของลิยแลวตองดวยอัธยาศัยโฉดชั่วของตนจึง ิ้ ู สั่งใหลิฉย กุยกี สองทหารเอกคุมทหารหารอยยกไปจับอวนหงุยพรอมครอบครัวและผูคนในบานสังหารเสียสิ้น ุ โดยที่คนเหลานี้ไมมีความผิดใดๆ แลวสั่งใหตัดศีรษะอวนหงุยสงไปดานกิสุยกวน เสียบไวที่นอกคายเปนการ เยาะเยยอวนเสียว ้ ความคิดของลิยูเจาปญญาในครั้งนีทําใหไดรกันวาลิยูนั้นมีความรู ้ ู ความเขาใจใชเปนที่ปรึกษาไดกแตดาน ็ การเมือง หากเปนดานการศึกสงครามแลวตองนับวาขี้เทอสินดี เพราะไมเพียงแตไมสามารถ เสนอแผนการรบ ้ ที่จะเอาชัยขาศึกไดเทานั้น ยังไมรูขอมูลขาวสารการ สงครามแมแตนอย จึงไดแตหลับตาคิดเอาเองแลวเสนอ ใหสังหารคนไมมีความผิดเสียเปนจํานวนมาก จากนั้นตั๋งโตะจึงใหลฉุย กุยกี สองทหารเอกนําทหารหาหมื่นยกออกจากเมืองหลวงไปรักษาดานกิสยกวน มี ิ ุ คําสั่งหามยกออกไปรบดวยขาศึกเปนอันขาด ใหเพียงแตคุมกําลังตั้งมันรักษาดาน ไวเทานั้น สวนตั๋งโตะเอง ่ พรอมดวยลิยู ลิโป หลงเตียว และเตียวเจ คุมทหารอีกสิบหาหมื่นยกจากเมืองหลวงไปทีดานเฮาโลกวน หาง ่  เมืองลกเอี๋ยงประมาณหารอยเสน แลวใหลโปแยกทหารสามหมื่นยกไปตังคายอยูนอกกําแพงดาน การจัด ิ ้ กําลังทหารของตั๋งโตะครั้งนี้ ความจริงหามีแผนการทางยุทธวิธีที่ชดเจนแตอยางใดไม แตทวาโดยชัยภูมิของ ั All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 76.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 76 เมืองหลวงและการจัดตั้งดานทั้งสองนี้เปนการจัดวางดวยภูมิปญญาของยอดขุนพลในอดีต มีลักษณะรุกและรับ อยูในที ดังนันเพียงแตยกทหารไปตั้งยันทัพขาศึกอยูในดานทั้งสองนี้ ก็สามารถคุกคามกดดันกองทัพของ ้ ขาศึกใหตองประหวั่นพรั่นพรึงยิ่งการตั้งทัพโดยวิธีการตั้งคายรายเรียงกันไปถึงสองรอยเสนแบบโงเขลาเบา ปญญาของอวนเสี้ยวดวยแลว ยิ่งถูกคุกคามหนักขึ้น เพราะสภาพกลายเปนวาคายของฝายปฏิวติที่เรียงรายอยู ั ถึงสองรอยเสนนั้นตกอยูระหวางทั่งกับคอนเหล็กมหึมา นั่นคือแนวหนาสุดของกองทัพปฏิวัติ ปะทะอยูกับทั่ง คือดาน กิสุยกวน ที่มีกําลังตังรับหาหมื่นคน สวนตนทางหรือแนวหลังสุดของกองทัพปฏิวัติอยูใกลกับตัคฆอน ้ มหึมา คือ ดานเฮาโลกวน ที่มีกําลังพลถึงสิบหาหมื่นคน โดยมีลิโปตั้งคายอยูนอกกําแพงดานพรอมจะรุกรบ อยูตลอดเวลา นี่คือ สถานการณเชนเดียวกันกับที่คณะเสนาธิการของเยอรมันไดวางแผนใหกับกองทัพของเจียงไคเช็ก ตีทัพ ของ พรรคคอมมิวนิสตจีนในสงครามปลดแอก สงผลใหพรรคคอมมิวนิสตจีนไดรับความสูญเสียครั้งยิงใหญจน ่ ตองเดินทัพทางไกลขึ้นสูเยียนอาน สภาพภูมิการวางกําลังเปนดั่งนี้ ดังนั้น กองทัพปฏิวตจึงถูกกดดันคุกคาม ั ิ จากพลังยุทธานุภาพของกองทัพฝายเมืองหลวง ทั้งๆ ที่แมวาตั๋งโตะจะมิไดรูความนัยนันก็ตาม ้ หนวยลาดตระเวนของกองทัพปฏิวัตทราบขาว ิ จึงรายงานใหอวนเสียวทราบ ้ อวนเสี้ยวจึงเรียกประชุม กองบัญชาการกองทัพปฏิวัติ ปรึกษาวาจะคิดอานประการใด บรรดาหัวเมืองเหลานั้นไม มีผูใดเสนอความเห็น โจโฉจึงเสนอขึ้นวา "ซึ่งตั๋งโตะยกออกมาตังอยูหนาคายนันหวังจะสกัดตนทางไว เราจําจะแบงเอานายทัพ ้ ้ นาย กองคนละครึ่งยกไปตีอยาใหตั๋งโตะอยูได" ขอเสนอของโจโฉคือแบงกองทัพปฏิวัติออกเปนสองกอง  กองหนึ่งตั้งมั่นอยูในที่เดิม อีกกองหนึ่งยกเขาตีดานเฮาโลกวน ที่ตั๋งโตะรักษาดานอยู สวนดานกิสยกวนมี ุ กองทัพของซุนเกี๋ยนตั้งยันไวแลวทีตําบลเลียงตง เปาหมายของแผนการนี้คืองัดคอนมหึมานั้น ไมใหทุบลง ่ มายังกองทัพปฏิวัติไดนั่นเอง แตยังคงเปนความคิดของการยันสงครามเทานัน หาใชการรุกทางยุทธวิธีแตประการใดไม อวนเสี้ยวเห็นดวย ้ กับขอเสนอของโจโฉ จึงออกคําสั่งใหกองทัพของอองของเมืองโหลาย เตียวเมาเมืองตันลิว เปาสิ้นเมืองเจปก อวนอุย เมืองซุนหยง ขงเลงเมืองปกไฮ เตียนเอี๋ยงเมืองเสียงตง โตเกี๋ยมเมืองซีจิ๋ว และกองซุนจานเมืองปก เปง รวมแปดกองทัพยกไปตีดานเฮาโลกวน กองทัพนอกนั้นใหตั้งมั่นอยูที่เดิม ยกเวนกองทัพของโจโฉ ใหทํา  หนาทีลาดตระเวนและประสานงานระหวางกองทัพทุกกองของฝายปฏิวติ สามพี่นองแหงสวนทอ เลาป กวนอู ่ ั เตียวหุย จึงไดรวมไปกับกลุมทัพสวนนี้ โดยสังกัดอยูในกองทัพของกองซุนจาน ยกไปดานเฮาโลกวน กองทัพ  ของทั้งแปดเมืองเคลื่อนจากที่ตั้งสูดานเฮาโลกวนเปนสามขบวน โดยกองทัพของอองของเมืองโหลายเปน กองทัพหนา กองทัพของเตียวเมาเมืองตันลิวและกองทัพของอวนอุยเมืองซุน-หยงเปนกองกลาง อีกหา กองทัพที่เหลือเปนกองหลัง กองทัพหนาปะทะกับลิโป สูญเสียหองหยกทหารเอกจึงถอยรนมา พอดีกองกลาง หนุนเนื่องขึ้นไป ลิโปเห็นวามีกองทัพหนุนมาเปนอันมากก็ยกกลับเขาคายที่หนาดานเฮาโลกวนนั้น กองทัพ หนาและกองกลางทั้งสามทัพจึงตั้งคายยันคายลิโปไวในระยะหางกันเพียงสามสิบเสน ครั้นกองหลังทังหา ้ กองทัพเคลื่อนมาถึงจึงตั้งคายอยูในบริเวณเดียวกัน ตั้งคายเสร็จแลว เจาเมืองทั้งแปดจึงมาประชุมปรึกษากันทีคายของกองซุนจาน ถือโอกาสนี้แสดงความชื่นชม ่  ยินดีตอสามพี่นองแหงสวนทอที่กูหนากองทัพปฏิวัติไวไดเมือวันกอน ขณะปรึกษากันอยูนั้น ลิโปไดยกทหาร  ่  ออกจากคายมาทารบกับกองทัพของเจาเมืองทั้งแปดทีหนาคายของกองซุนจาน เจาเมืองทั้งแปดจึงพากันขึ้น ่ ไปดูบนหอคอยในคาย เห็นลิโปคุมทหารมีธงทิวปลิวไสว ทั้งนายและพลตางเริงราหาวหาญคะนองนัก กองทัพ ของแปดหัวเมืองสง บอกสุนทหารเอกของเมืองเสียงตงออกรบ ไมถึงสามเพลงก็ถูกลิโปเอาทวนแทงตกมา ตาย จึงสงบูอนกงทหารเอกเมืองปกไฮออกรบอีก ก็ถูกลิโปใชทวนหวดมือบูอันกงขาด กระบองเหล็กหลุด ั กระเด็น บูอันกงจึงขับมาหนี เจาเมืองทั้งแปดหัวเมืองจึงยกทหารออกไปกันเอาบูอันกงกลับเขาคาย แลวตังมั่น ้ อยู ในคายนั้น สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ประกายกระบีที่ซอนในฝก (ตอนที่ 34) ่  สถานการณสงครามในขณะนี้ อวนเสี้ยวผูบญชาการใหญและกองทัพเจ็ดหัวเมืองยังคงตังมั่นกินลมชมวิวอยูที่ ั ้ ชายแดนเมือง ลกเอี๋ยง ในขณะที่กองทัพแปดหัวเมืองยันอยูกบกองทัพของตั๋งโตะ ลิโปทดานเฮาโลกวน สวน ั ี่ ซุนเกี๋ยนนั้นตั้งคายอยูทตําบลเลียงตง คุม เชิงดานกิสยกวน ซึ่งลิฉย กุยกี สองทหารเอกของตั๋งโตะรักษาดาน  ี่ ุ ุ อยู ฝายลิโปซงตั้งคายอยูนอกกําแพงดานเฮาโลกวน หลังจากไดรับชัยชนะกองทัพแปดหัวเมือง สังหารทหาร ึ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 77.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 77 เอกเสียคนหนึ่งและฟนทหารเอกบาดเจ็บพิการอีกคนหนึ่งแลว วันรุงขึ้นก็ยกทหารมาทารบกับกองทัพของแปด หัวเมืองอีกครั้งหนึ่ง เจาเมืองทั้งแปดหัวเมืองพรอมทั้งเลาป กวนอู เตียวหุย จึงยก ทหารออกไปหนาคาย ตั้งกระบวนเรียงหนา กระดาน เพื่อจะรบกับลิโปดวยวิธีรบโดยอาศัยฝมือทหารเอกดังเดิม ทั้งๆ ที่รูและสัมผัสตลอดมาแลววาการรบ  ดวยฝมือทหารเอกนั้นเปนรองฝายลิโปที่ฝมือรบเขมแข็งและองอาจกลาหาญยิ่งนัก  นับเปนการรบที่ผดหลัก ิ พิชัยสงคราม เพราะเปนการรบที่ไมเห็นชัยชนะ หากเปนการรบที่อาศัยแตปาฏิหาริยเปนที่พึ่งเทานั้น กองซุนจานเจาเมืองปกเปงไดขับมาออกจากขบวนแถวของแปด เจาเมือง เขารบดวยลิโป ซึ่งขับมาออกหนา ทหารมารออยูกอนแลว กองซุนจานรบดวยลิโปไดเพียงสิบเพลงก็ออนกําลังลงจึงชักมาหนี ลิโปขับมาไลตาม  ใกลเขามาถึงระยะทวนแทงแลว ลิโปจึงเงื้อทวน แทงกองซุนจาน แตพลันไดยินเสียงตวาดดังสนั่นดุจฟารอง วา "เฮย! ไอลูกสามพอ ชิมคมทวนของกูดีกวา" มาเซ็กเทาที่ลิโปขี่จึงชะงักลง เสียงโลหะตันสองอันกระทบ กันดัง "เปง" ยินสนั่นกลบเสียงกลองรบและเสียงโหรองของทหารทั้งสองฝาย ทวนของเตียวหุยฟาดปดเอา ทวนของลิโปกระดอนไป กองซุนจานฉวยโอกาสนั้นขับมาหลบเขา มาหลังทหารคําดา "ไอลูกสามพอ" ที่เตียว หุยดาลิโปครั้งนี้ตรงกับขอเท็จจริง เพราะลิโปมีพอตัวคนหนึง มีเตงหงวนเปนพอบุญธรรมอีกคนหนึ่ง ลิโป ฆา ่ เตงหงวนเสียแลวมาอยูดวยตังโตะ นับถือตังโตะเปนพอบุญธรรม อีกคนหนึ่ง จึงเปนลูกสามพอ เปนคําดา  ๋ ๋ นักการเมืองที่รนแรงโดยมีความเต็มวา "นักการเมืองสามพรรคเหมือนคนสามพอ เปนจัญไรแผนดิน" ุ ดานเตียวหุยกับลิโปกรายทวนรบกันบนหลังมาโดยมีทหารของ ทั้งสองฝายตั้งขบวนอยูดานหลัง ธงทิวประจํา  กองทัพรับลมปลิวไสว เสียงกลองศึกดังสนันผสานเขากับเสียงโหรองของทหารทั้งสองฝาย ทําใหทั้งลิโป ่ เตียวหุยตางคึกคะนองยิ่งนัก สินเพลงที่หาสิบ กวนอูสังเกตเห็นมาที่เตียวหุยขี่อยูนั้นออนกําลังลง ในขณะที่มา ้ เซ็กเทาของลิโปยังเริงราคะนองคลองแคลวรวดเร็วดังเดิม เกรงวาเตียวหุยจะเสียที จึงขับมากรายงาวนิลนาคะ ออกไปกลางลานรบสมทบกับเตียวหุยรบดวยลิโปเลาปยืนมาอยูขางกองซุนจานทอดสายตาเขมนมองเชิงรบ แลว ความวิตกในการศึกก็หมดไปจากใจเห็นเปนทีจะจับลิโป จึงขับมารํา กระบี่คูถลันออกไปในลานรบลอมลิ โปไว แลวแกวงกระบี่โบกเปนสัญญาณพรอมตะโกนดวยเสียงอันดังวา "เต็ง" กวนอู เตียวหุย รูความหมาย  สัญญาณก็ชักมาวนรอบลิโปสลับไปมา แลวตั้งเปนขบวนพยุหะขึ้น โดยเลาปเขารบตรงดานหนาของลิโป กวน อูเขารบทางดานขวาของลิโป และเตียวหุยเขารบทางดานซายของลิโป สามกกฉบับวิจารณของจีนระบุวา เลาปตวาดออกเสียงวา "เต็ง" แลวตั้งขบวนพยุหะ สามกกฉบับสมบูรณระบุ วา สามพี่นองแหงสวนทอลอมลิโปไวในลักษณะอักษรรูปตัว "T" ซึ่งตรงกับคําวา "เต็ง" ในภาษาจีนในขณะที่ บางตําราวาการตั้งขบวนรบชนิดนี้เปนการตั้งขบวนแบบ คายกลดาวไถ และถือเปนขบวนพยุหะในการศึกชนิด หนึ่ง เปนแตใชกําลังคนนอยเทานั้น เลาปถือกระบี่คูอยูเผชิญหนาเปนตัวลอ ดูประหนึ่งจะเสียเปรียบ เพราะ กระบี่เปนอาวุธสั้นกวาทวนของลิโป แตเมื่อเปนพยุหะดังนี้แลว ทวนยาวของลิโปก็ไรพิษสง เพราะไมวาจะฟาด หรือแทงก็จะติด ขัดไปสิ้น นั่นคือหากจะแทงก็ตองดึงทวนมาขางหลัง สภาพเชนนีทั้งงาวของกวนอูและทวน ้ ของเตียวหุยยอมกดดันทั้งในทางฟาดและทางแทงอยูทั้งสองดาน  หากจะฟนก็ตองเงื้อทวนขึ้นทางดานขวา ยอมจะติดงาวของกวนอูอีก ทั้งจะเปดชองวางทางดานซายใหเตียวหุยเอาทวนแทงที่ขางตัวถึงหัวใจได โดยสะดวก ขบวนพยุหะของสามพี่นองแหงสวนทอกดดันบังคับใหวงลอมแคบลงทุกที ลิโปติดขัดละลาละลังไปเสียทุก ทางก็ตกใจยิ่งนัก อาศัยแตกําลังและความแคลวคลองวองไวของมาเซ็กเทาหลีกหลบปองปดอาวุธของสามพี่ นองแหงสวนทอเอาตัวรอดเพียงอยางเดียวและตกเปนฝายถูกกระทําอยางสินเชิง จึงคิดหนีเอาตัวรอด แต ้ ธรรมดามานั้น ในยามเผชิญศึกดังนี้ไมสามารถชักมาถอยหลังได ดังนั้นลิโปจึงตัดสินใจเสี่ยงโนมตัวไป ขางหนาจนเกือบซบคอ มาเอาทวนชีตรงไปทางเลาป ฝายเลาปถือกระบี่คูเปนอาวุธสันกวาปะหนาทางตรง ้ ้ ไมไดเพราะจะถูกทวนเสียกอน เลาปจึงเอากระบี่คูปดทวนของลิโป ในพลันที่กระบี่คูของเลาปฟาดไปทางซาย  เพื่อปดทวนของลิโปนั้น ลิโปกระทืบโกลนมาเซ็กเทาโผนกระโจนไปทางดาน ขวาของเลาป ฝาวงลอมออกไป ไดอยางหวุดหวิด แลวอาศัยฝเทาอันรวดเร็วดุจพายุของมาเซ็กเทาชักมาหนีออกจากสนามรบราวกับเปน ปาฏิหาริยที่เกิดขึ้น ทั้งๆ ทีมิไดวางแผนไวกอนแตประการใด  ่ สามพี่นองแหงสวนทอและทหารของทั้งแปดหัวเมืองจึงยกทหารไลตามลิโปไป เลาป กวนอู เตียวหุย นันสกัด ้ ทางที่จะไปยังคายของลิโปนอกกําแพงดานไว ลิโปและทหารเขาคายไมไดจึงยกหนีเขาดานเฮาโลกวนแลว ปดประตูดานเสีย กองทัพของแปดหัวเมืองจึงยกเขาไปประชิดดานเฮาโลกวน ใหทหารปนหักเขาตีดานเปน สามารถ ลิโปอยูบนเชิงเทินพรอมกับทหารเอกคนอื่นๆ ของตั๋งโตะไดใหทหารยิงเกาทัณฑ ทิ้งกอนศิลาและ ทรายคัวใสทหารของทั้งแปดหัวเมืองอยางดุเดือด ทหารของทั้งสองฝายบาดเจ็บลงเปนอันมาก ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 78.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 78 กองทัพแปดหัวเมืองเห็นจะหักเอาดานไมสําเร็จ จึงใหสัญญาณ ถอยแลวยกทหารกลับมาทีคายดังเกา สามกก ่ ฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาการที่กวนอูเขาชวยเตียวหุย แลวเลาปเขาไปสมทบอีกคนหนึ่งเปนเพราะกลัว แพนั้น นาจะเปนการเขาใจผิดของลามจีนในขณะนั้น เนื่องจากลามเหลานันเปนราษฎรสามัญทีหอบแตเสื่อผืน ้ ่ หมอนใบมารับจางคาขายในประเทศไทย ไมมีความรูทางการทหารและพิชยสงคราม เห็นสามคนรุมคนเดียวจึง ั เขาใจเจตนาวาชวยกันรุมเพราะกลัวแพ ตั้งแตเขารวมกองทัพปฏิวัติ เลาปพยายามปดบังอําพรางตนอยู ตลอด  มา ไมเคยออกความเห็น ไมเคยพูดจาเกี่ยวกับการศึกสงคราม และไมเคยแสดงออกถึงความสามารถใหปรากฏ แตเมื่อเห็นวาฝายปฏิวติจะเสียทีและเสียการใหญ จึงจําตองแกไขสถานการณใหเปลียน แปลงจากรับเปนรุก ั ่ ดวย การหาทางจับลิโปใหจงได เหตุนี้จึงจําตองเผยประกายความสามารถของตนเองใหตงคายกลพยุหะ "เต็ง" ั้ ทั้งๆ ที่ใจจริงแลวเลาปคงไมอยากแสดงออกเทาใดนัก เพราะยอมคิดอะไรอยูในใจเหมือนกับคนอื่นๆ ก็ เชนเดียวกันกับโจโฉ ที่ปดบังและอําพรางความสามารถของตนตลอดมา ถนอมและไมยอมใชกําลังทัพของตน  อยางสุดชีวต ตลอดระยะของสงครามที่มาถึงขั้นนี้ โจโฉไมเคยออกรบ ไมเคยใหทหารของตัวออกรบ ทังไม ิ ้ เคยเสนอแผนการรบที่จะเผด็จศึกตอกองทัพปฏิวัติ ทําตนเปนเพียงหนวยลาดตระเวนและประสานงานระหวาง กองทัพทุกหัวเมืองเทานั้น โจโฉแมวาจะพยายามพรางความสามารถของตนไวสักเพียงใด แตครั้นเห็นกองทัพปฏิวัติเสียทีถูกลิโปสังหาร ทหารเอกเสียหลายคน และรุกรบอยางไมหยุดยั้ง โจโฉก็ตองเผยความสามารถของตนออกมาใหเห็นดวยการ ทําหนังสือรายงานการศึกถึงอวนเสี้ยวผูบัญชาการใหญวา "ใหปรึกษากันวาผูใดจะคิดอานกลศึกประการใด จึง จะไดตวลิโป ถาไดตัว ลิโปแลว ก็จะไดตวตังโตะโดยงาย" หนังสือของโจโฉนี้คือการชีนําสงคราม เสนอเข็ม ั ั ๋ ้ มุงใหจับตัวหรือฆาลิโปเสียดวยกลอุบาย เพราะโจโฉไดเห็นแลววาการรบดวยอาศัยฝมือทหารเอกนั้นไม สามารถเอาชัยตอลิโปได และถาหากไดตัวลิโปแลวก็สามารถเอาชนะตั๋งโตะไดโดยงาย ความคิดการศึก ของโจโฉอันไดแสดงใหปรากฏในรายงานการศึกนี้มคาแทควรทอง เพราะมีฐานะเสมือนกุญแจไขประตูแหงชัย ี ชนะในสงครามครั้งนี้ และสะทอนถึงสติปญญาความคิดของโจโฉในการอานการศึกของทั้งสอง ฝายไดอยาง  กระจางยิ่ง แตผูบัญชาการใหญอวนเสียวไรสติปญญาความสามารถจึงเมื่อ เห็นรายงานนี้แลวก็ไมเห็นถึงความนัยทีจะเอา ้  ่ ชัยตอตั๋งโตะ ดังนั้น อวนเสียวจึงไมไดสั่งการใดๆ ตามที่โจโฉไดเสนอไว ความคิดของเลาปที่จะจับตัวลิโป ้ และใหสญญาณนองรวมสาบานตั้งคายกลพยุหะนั้น ก็คือความคิดอยางเดียวกันกับความคิดของโจโฉ ตางกันก็ ั ตรงที่เลาปใชกลพยุหะ ในขณะที่โจโฉตองการใชกลอุบาย โจโฉ เลาป ตางมองกันออกและอานกันและกัน กระจาง ทั้งๆที่ตางฝายตางก็พยายามพรางความรูความสามารถของตน ดังนั้นในขณะที่โจโฉไมมองเห็นเจา  เมืองคนใดอยูในสายตาตัว แตกับสามพี่นองแหงสวนทอแลว โจโฉกลับมองอยางสนใจทุกฝกาว และพยายาม  เขาใกลเอาใจอยูเสมอไมวาในครั้งที่สนับสนุนกวนอูใหออกรบ การสงสุราใหกําลังใจแกกวนอู และแมในการสง หมูเห็ดเปดไกไปเอาใจเลาปถงในคายพฤติกรรมเหลานีคือพฤติกรรมที่ทั้งโจโฉและเลาปตางก็มีความ นัยอยู ึ ้   ในใจของตนเอง และความนัยที่อยูในใจของทั้งสองคนนี้อาจจะเปนเรื่องเดียวกันและเหมือนกันก็เปนได! อันการสงครามในยุคสามกกนัน นอกจากจะรบกันดวยฝมือของ ทหารเอกแลว ยังมีการรบโดยรูปแบบอื่นอีกสี่ ้ วิธีคือ การรบดวยกําลังทหาร การรบดวยกลอุบาย การรบดวยขบวนพยุหะ และ "การ รบดวยพลังจักรวาล อัน เปนมรรควิถีของยอดขุนพลผูนาทัพ" เปนหนาที่ของขุนพลผูนําทัพที่จะพิจารณาวินิจฉัยเลือกใชวิธีใด วิธหนึ่ง ํ  ี หรือหลายวิธี เพื่อเอาชัยชนะตอขาศึก หาไดจํากัดหรือตาย ตัวแตอยางใดไม การรบกอนหนาศึกครั้งนี้ ทั้งสองฝายใชวิธีการรบดวยฝมือทหารเอก ซึ่งฝายเมืองหลวงไดเปรียบฝายปฏิวัติ ตลอดมา เพราะฝาย เมืองหลวงมีทหารเอกทีมีฝมือรบพุง และมีความเชี่ยวชาญการรบมาก กวาฝมือทหารเอก ่ ของหัวเมืองมากมายนัก ดังนั้นเพียงเพลงสองเพลงรบ ทหารเอกของกองทัพปฏิวัติจากหัวเมืองตางๆ ก็หัวขาด ตก เปนฝายพายแพยกเวนก็แตครั้งทีทหารเลวไรชื่อเสียงเรียงนามผูหนึ่งซึงหนวดยาว หนาแดงถืองาวนิลนา ่ ่ คะ นามวากวนอูไดตัดหัวฮัวหยงทหารเอกฝาย เมืองหลวงไดในเวลาชั่วสุรายังไมทันหายอุน จึงกูหนาใหแก ฝายปฏิวติ ไดเปนครั้งแรก ั ผูนําทัพของทั้งสองฝายตางก็ขี้เทอพอๆ กัน และรูจักใชแตวิธีรบโดยอาศัยฝมือทหารเอกเทานั้น  ไมมี ความสามารถและไมมีความ รูทางยุทธวิธที่จะใชวิธีการรบโดยวิธีอื่นได ดังนั้น เมื่อ ฮัวหยงหัวหลุดออกจากบา  ี และลิโปเสียทีแกสามพี่นอง จึงทําใหสถานการณสงครามทีฝายเมืองหลวงเปนฝายรุกและไดเปรียบแปร ่ เปลี่ยนไปโดยมูลฐาน ฝายเมืองหลวง ซึงเปนฝายรุกรบอยางฮึกเหิมและไดเปรียบมาโดยตลอด ตองถอย ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 79.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 79 กลับไปตั้งหลักอยูในดาน ในขณะที่ฝายปฏิวติเปลี่ยนสภาพจากฝายรับกลายเปนฝายรุกและรุกเขาประชิดดาน  ั เฮาโลกวนกดดันตอความรูสึกนึกคิดของตั๋งโตะและกองทัพฝายเมืองหลวงอยางรุนแรงทีสด เพราะความหวังที่ ่ ุ จะอาศัยลิโปกําราบศึกไดพังทลายลงแลว และไมสามารถคิดอานวิธีการรบแบบอื่นมาทดแทนได สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม เพลงพื้นบานอันลึกลับ (ตอนที่ 35) เมื่อสถานการณสงครามของฝายปฏิวติเปลียนจากถอยเปนรับสูรุก เปลียนจากปราชัยเปนมีชัยเชนนี้ หัวเมือง ั ่  ่ ทั้งปวงจึงมีความ ยินดียิ่งนัก เฉลิมฉลองกันแลวเจาเมืองทั้งแปดหัวเมืองจึงรายงานการศึกใหผูบญชาการใหญ ั อวนเสี้ยวทราบ อวนเสี้ยวทราบความศึกแลวยินดีนัก คิดทําศึกแตกหักทั้งทางดานเฮาโลกวนและดานกิสุยกวน เพราะความคิดของอวนเสี้ยวนันเขาใจวาในสภาพเชนนี้กองทัพฝายเมืองหลวงตองปราชัยอยางแนแท จึง ชวง ้ ชิงฉวยโอกาสสรางผลงานของตนเองในฐานะเปนผูบัญชาการในการศึกขั้นสุดทาย แตอวนเสียวกังวลอยูดวยกองทัพของซุนเกี๋ยน ซึ่งไมพอใจอวน สุดในเรืองไมสงเสบียงตามกําหนด ทําให ้ ่ กองทัพเมืองเตียงสาตองพาย แพ จึงไดแตตงคายมั่นไวไมยอมออกรบ ดังนั้นอวนเสี้ยวจึงใหทหารถือหนังสือ ั้ ไปยังซุนเกี๋ยนใหเรงยก ทหารตีดาน กิสุยกวนใหจงได แลวแกตัวใหกับอวนสุดผูนองวาเรื่อง เสบียงครังกอน ้ นั้นอวนสุดไดสงการไปแลว แตทหารผูรับผิดชอบปฏิบติละหนาที่เสีย จึงทําใหทานเดือดรอนเสียหาย ขอจง ั่  ั เห็นแกการใหญของบานเมือง อภัยเรื่องนี้เสียเถิด ซุนเกี๋ยนเห็นหนังสือของอวนเสี้ยวแลว จึงสังทหารใหรักษาคาย ไวใหมนคง ตัวซุนเกียนเองพาเทียเภา อุย ่ ั่ ๋ กาย ออกจากคายไปหาอวนสุด เพื่อตองการไตถามเรื่องนี้ใหสิ้นกระแสความ ทําความจริงใหกระจาง และให เอาตัวคนผิดมาลงโทษตามพระอัยการศึก ซุนเกี๋ยนพบอวนสุดแลวตอวาเรื่องไมสงเสบียง จนทําใหกองทัพซุน เกี๋ยนตองเสียที อวนสุดมีความละอายใจนักแตแกตัวเหมือนกับที่ไดซักซอมไวกับอวนเสี้ยววาไดสั่งการไปแลว แตทหารผูรับผิดชอบปฏิบติละหนาที่เสีย วาแลวสั่งทหารใหไปจับตัวทหารเลวคนหนึ่งแลวกลาวหาวาทิ้งหนาที่  ั ไมลําเลียงเสบียงสงใหแกกองทัพ ซุนเกี๋ยนแลวสั่งใหเพชฌฆาตประหารทหารเลวนันเสียตอหนาซุนเกี๋ยน ้ เรื่องของคนถอยกับเรื่องของแพะรับบาป แมจะเปนคนละเรือง แตก็เปนเรืองที่เกี่ยวเนื่องอยูในเรื่องเดียวกันมา ่ ่ ตั้งแตครั้งประวัติ ศาสตรดวยประการฉะนี้ ซุนเกี๋ยนเห็นอวนสุดประหารทหารของตนเองก็คิดวาเปนการกระทําโดยจริงใจ จึงคอยคลายโทสะลง ในขณะ นั้นทหารของอวนสุดเขามารายงานวา มีทหารมาจากคายของซุนเกี๋ยนขอพบซุนเกี๋ยนเปนการดวน ซุนเกียนจึง ๋ ออกมานอกคายพบทหารจากคายตนแลวทหารนั้นรายงานวาบัดนี้มทหารเอกของตั๋งโตะชื่อวา ลิฉุยมาแตดาน ี กิสุยกวน และรอพบซุนเกี๋ยนอยูที่คาย บอกวามีราชการสําคัญซุนเกี๋ยนจึงกลับเขาไปในคายบอกลาอวนสุด  แลวเดินทางกลับไปยังคายของตน ณ ตําบลเลียงตง เขาไปพบกับลิฉุยถามวาทานมาพบเราดวยธุระสิ่งใด ลิ ฉุยคารวะซุนเกียนตามธรรมเนียมแลววาการทีหัวเมืองตางๆ ๋ ่ ยกมาประชิดแดนลกเอี๋ยงครั้งนี้เปนกบฏตอ แผนดิน กอความเดือด รอนแกบานเมืองและราษฎร อัครมหาเสนาบดีตั๋งโตะจะทําการปราบปรามอยางเฉียบ ขาด แตมใจเมตตาทานดวยเปนคนกลาหาญมีคุณธรรม เปนกําลังสําคัญของแผนดิน ทังยังหวังไมตรีทสถาพร ี ้ ี่ ไปเบื้องหนา โดยทานอัครมหาเสนาบดี ทราบกิตติศัพทวาซุนเซ็กบุตรทานเปนคนมีสติปญญากลาหาญ   เหมาะสมกับบุตรสาว จึงดําริที่จะยกบุตรสาวใหเปนภรรยาซุนเซ็ก เพื่อ ใหตระกูล "ตั๋ง" และ "ซุน" เปนทอง แผนเดียวกัน จะไดรวมมือกันทํานุบํารุงแผนดินใหเปนสุขสืบไป ซุนเกี๋ยนฟงลิฉยเจรจาดั่งนั้นก็เขาใจไดวาตั๋งโตะตองการซื้อหาตนเหมือนกับการซื้อหาสินคาตามทองตลาด ุ ดวยการยกลูกสาวใหแกซุนเซ็กผูบุตร แลวใหหักหลังหัวเมืองตางๆ ดวยการถอนตัวออก จากกองทัพปฏิวัติก็ เคืองใจนัก จึงตวาดเอากับลิฉุยใหหยุดอยากลาวความสืบไปอีกเลย แลวซุนเกี๋ยนจึงวาบานเมืองทุกวันนี้ เดือดรอนเปนจลาจล ราษฎรทุกขเข็ญทุกหยอมหญา เกิดแตตั๋งโตะเปนกบฏขายชาติ ทําหยาบชา ตอฮองเต และขุนนางขาราชการทั้งปวง ปลนบานปลนเมือง ขมเหงสังหารราษฎรผูไมมีความผิดเปนจํานวนมาก แมกับ พระสงฆองคเจา ก็มิไดละเวน ทําใหราชการบานเมืองวิปริต เราจึงพรอมใจกับหัว เมืองตางๆ ยกเขามาเพื่อจะ ลางตั๋งโตะเสียใหสิ้น ทั้งบัดนีราษฎรในเมืองหลวงและหัวเมืองตางชิงชังทรราชยกนสาปแชงทุกวันคืน ใครจะ ้ กินเนื้อทรราชระบายความแคนกันทุกตัวคน ชะตากรรมของทรราช จะไมยนยาวแลว อยาวาแตจะใหลูกเรารับ ื เอาลูกสาวทรราชมาเปนภรรยาเลย เพียงแคไดยินเรื่องนี้เราก็ละอายยิ่งนัก ลูกเสือไมมี วันที่จะเอาลูกสุนัขมา ทําเมียอยางเด็ดขาด All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 80.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 80 ซุนเกี๋ยนสําทับตอไปวาทานเปนทูตมาเกลี้ยกลอมเราครั้งนี้ เราจะไวชีวิตสักครั้งหนึ่งไมใหผิดธรรมเนียมตอนรับ ทูตมาเจรจาความเมือง ตอไปเบื้องหนาถามากลาวดวยเราในเรื่องนี้อีกเราจะสังหารตัวเสีย แลววาตัวจงกลับไป แลวชวนทหารทั้งปวงของ ตังโตะใหมาเขาสวามิภักดิ์ดวยกองทัพปฏิวัติเสีย มิฉะนั้นจะพากันตายสิ้น ลิฉุยฟง ๋  ซุนเกี๋ยนแลวเห็นวาการที่ไดรับมอบหมายจากตั๋งโตะ ลิยู ใหมาเกลี้ยกลอมซุนเกี๋ยนคงจะไมสําเร็จเปนแนแท ทั้งขืนอยูเจรจา สืบไปอาจไดรับอันตรายเพราะกิรยาทาทีของซุนเกี๋ยนเหี้ยมหาญดุดันยิ่งนัก ลิฉุยจึงลุกขึ้น ิ คารวะแลวอําลาซุนเกี๋ยนเดินทางกลับเขาดาน ราย งานใหตงโตะ ลิยู ทราบ ั๋ ตั๋งโตะจึงปรึกษาลิยูวาเมื่อซุนเกี๋ยนไมยอมตกลงปลงใจดวยเชนนี้ จะคิดอานแผนการประการใด ลิยูซึ่งบัดนี้ สติปญญากําลังวิปริต แปรปรวนดวยกลัวภัย จึงออกความเห็นวา ซึ่งกองทัพเราสูญเสียฮัวหยงทหารเอกไปคน  หนึ่ง ไมทันไรลิโปก็เสียทีแกขาศึกซ้ําอีกเลา กองทัพแลทหารของเราตางมั่นใจในฝมือของทหารเอกทั้งสอง เชื่อวา จะนําชัยชนะมาสูกองทัพ แตเมื่อเหตุการณผันแปรไปดังนี้ทําใหขวัญทหารทั้งกองทัพทอถอยและสิ้น หวัง เปนอุปสรรคตอการทําศึกตอไป และแมจะทําศึกตอไปเห็นจะไมไดชัยชนะ เมื่อสิ้นคิดเสียเชนนี้แลวลิยจึงเสนอใหตั๋งโตะยกทัพกลับเมืองหลวง “แลวเชิญเสด็จพระเจาเหี้ยนเตไปตั้งอยู ู เมืองเตียงอัน" วาแลวลิยูก็อางวาเด็กๆ ชาวเมืองรองรําทําเพลงเปนใจความวา เบื้องบูรพามีเมืองฮั่น เบื้อง ประจิมก็มีเมืองฮั่น กวางหนีภยเขาไป เมืองเตียงอันแลวจึงรอดตาย ไดพจารณาความหมายของเพลงพื้นบานนี้ ั ิ แลว จึงไดรูวาเมืองลกเอี๋ยงราชธานีกําลังจะดับสูญ ราชวงศ ฮั่นกําลังจะสิ้นแลว ถาทานยกไปเมืองเตียงอัน เห็นจะไดราชสมบัติเหมือนกับพระเจาฮั่นโกโจ ความเห็นของลิยูเปนความเห็นที่ไมมีขอมูลขาวสารทาง การทหาร และขอมูลลับเกี่ยวกับการภายในขางกองทัพปฏิวติ หากเปนการออก ความเห็นแบบสงเดช เพราะ ั สถานการณขณะนี้ภายในกองทัพปฏิวติมีรอยราวปริ ั ทั้งผูบญชาการใหญอวนเสียวก็เปนคนไรสติปญญา ั ้ ความสามารถ มิไดมีแผนการใดๆ ที่จะยึดเอาลกเอี๋ยงไดเลย ดังนั้นถาหากลิยูรูความศึกหรือใสใจแสวงหาขอมูลขาวสารการสงครามใหสมกับฐานะที่ปรึกษาแลว ยอมจะไม ออกความเห็นชุยๆ แบบนี้ เพราะเพียงแตเสนอใหฝายเมืองหลวงคุมกําลังตั้งมั่นไวในดาน แลวหาทางสราง ความแตกแยกในกองทัพปฏิวติ ไมวาโดยวิธการตัดเสบียง หรือเกลี้ยกลอมกองทัพอื่นประการหนึ่งประการใด ั ี หรือโดยติดสินบนดวยการตั้งตําแหนงแหลงที่ใหสูงขึ้น หรือปูนบําเหน็จ ใหไปกินเมืองใหญ หรือปลอยขาว สรางกระแสโกหกหลอกลวงดวย ประการตางๆ เหมือนดังทีรัฐบาลบางรัฐบาลกระทําอยูอยางเชียวชาญ ่ ่ ช่ําชองแลว กองทัพปฏิวติก็จะแตกพายไปเอง ั ขอเสนอของลิยูในครั้งนี้จึงเปนขอเสนอที่เหลวไหล ไรเหตุผล ราว กับวาเปนคนละคนกับลิยูคนที่เสนอ แผนการใหตั๋งโตะยึดอํานาจรัฐ เพราะเพียงแคเสียทหารเอกไปคนหนึ่งและลิโปทหารเอกอีกคนหนึ่งเสียที ขาศึกมาเทานัน กลับเสนอใหยายเมืองหลวงจากเมืองลกเอี๋ยงไปอยูเมืองเตียงอัน สะทอนใหเห็นถึงจิตใจที่ขี้ ้ ขลาดตาขาว และตกใจกลัวงาย คลายกับนักวิชาการขายตัวบางยุคบางสมัยทีถูกเรียกขานวาบัณฑิตเตาหู อัน ่ เมืองเตียงอันหรือเมืองฉางอัน คือเมืองซีอานในปจจุบัน เคยเปนราชธานีในสมัยจิ๋นซีฮองเต หลังจากพระเจา ฮั่นโกโจไดชัยชนะตอฌอปาออง และปราบดาภิเษกเปนปฐมกษัตริยแหงราชวงศฮั่นแลว ไดฟนฟูเมืองเตียงอัน  ซึ่งถูกฌอปาอองวางเพลิงเผาผลาญจน หมดสิ้นขึ้นมาใหม ตั้งเปนราชธานีของราชวงศฮน สืบสันตติวงศเปน ั่ ลําดับมาถึงสิบสองรัชกาล เปนเวลารวมสองรอยป อองมังขุนนางเปน กบฏยึดอํานาจ ครั้นพระเจาฮันกองบู ่ ปราบปรามอองมัง ชิงเอาเมืองเตียงอัน อองมังไดเผาเมืองเตียงอันเสียจนวอดวายสิ้น พระเจาฮั่นกองบูจึงยาย ราชธานีมาสรางเมืองหลวงใหมทางดานตะวันออก ชื่อวาเมืองลกเอี๋ยง หรือเมืองลั่วหยาง ในปจจุบันนี้ เชื้อสายของพระเจาฮั่นกองบูเสวยราชยตอๆ กันมาถึงพระเจาเหี้ยนเตเปนสิบสองรัชกาลเปนเวลา อีกสองรอยป ดังนั้นจึงเรียกราชอาณาจักรฮันในสมัยพระเจาฮั่นโกโจมาจนถึงเวลากอนอองมังยึดอํานาจวาฮั่น ่ ตะวันตก หรือไซฮั่น มีเมืองเตียงอันเปนราชธานี และเรียกราชอาณาจักรฮั่นตั้งแตสมัยพระเจาฮั่นกองบูมา จนถึงสมัยรัชกาลพระเจาเหียนเตวาฮั่นตะวันออก หรือตังฮั่น การเอาเพลงพื้นบานมาเปนเหตุผลในการยาย ้ เมืองหลวงจึงเปน เหตุผลทีบาบอคอแตกทีสุด ไมตางอะไรกับความเชื่อของพวกมืออาชีพในบางยุคทีวาการ ่ ่ ่ ฟนฟูแกไขปญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศจะสําเร็จไดก็แตดวยการเอาอกเอาใจตางชาติ เพื่อให ตางชาติ เอาเงินเขามาลงทุนดวยความหลงผิดมหันตวามีแตทุนตางชาติเทานั้น จึงจะทําใหเศรษฐกิจของ  ประเทศฟนคืนได เหตุนี้จึงยอมตนขายตัวใหกับตางชาติ ยอมเปนทาสทีสามารถกระทําทุกอยางกับพี่นองรวมชาติของตน ไม ่ คํานึงวาจะเกิดความฉิบหายแกบานเมืองและราษฎรอยางไร ขอใหตางชาติพอใจก็เปนพอ ไมยอมคิดไมยอม เขาใจวาความพอใจของตางชาติก็คือการปลนสะดมเอาผลประโยชนทั้งหลายของประเทศและประชาชนไปจน หมดสิ้น All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 81.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 81 ดังนั้นจึงไมเพียงแตปญหาเศรษฐกิจของประเทศจะแกไขไมฟน คืนเปนปกติเทานั้น ยังกลับทรุดหนักลงใน ทุกๆดาน จนกลไกเศรษฐกิจของประเทศถูกยึดครองไปจนหมดสิ้น ราษฎรเดือดรอนและตกเปนทาสของลัทธิ ลาเมืองขึ้นสมัยใหม ผูนาโงๆ แบบตั๋งโตะไดฟงขอเสนอเชนนี้ก็หลงเชื่อตามเพราะไรสติปญญาความสามารถ ํ ทั้งขี้ขลาดตาขาว ขอเพียงใหไดอยูในอํานาจเทานั้น บานเมืองและราษฎรจะเดือดรอนฉิบหายก็มิไดสนใจ คํานึงถึง ดังนั้นตั๋งโตะจึงสั่งใหยกทัพกลับเมืองหลวงสามกกบางฉบับระบุวาเพลงพื้นบานที่เด็กๆ รองรําทํา เพลงกันเลนๆ นี้แตงขึ้นโดยกลุมบัณฑิตกลุมหนึ่ง มีสุมาเตกโช ปราชญผูชานาญ ทางอาโปกสิณเปนผูนํา ได ํ เล็งเห็นการในเบื้องหนาวาแผนดินเปนจลาจล เชื้อสายพระเจาฮั่นโกโจจะกลับฟนคืนอํานาจเปนใหญไดก็แต โดยเคลื่อนตัวไปตั้งหลักปกฐาน ณ ดินแดนเสฉวน ซึ่งเปนดินแดนดานตะวันตก ในขณะที่เมืองลกเอี๋ยงเปน ดินแดนดานตะวันออก ของเมืองเสฉวน จึงแตงเพลงขึ้นเพื่อสงขาวสารเปนความนัยถึงเชื้อสายของพระเจาฮั่น โกโจใหเด็กๆ พื้นบานใชเปนเพลงขับรอง ซึงเปนวิธีสื่อสาร ชนิดหนึ่งเชนเดียวกับใบปลิวหรือขาวลือในสมัย ่ ปจจุบัน หาใชเมืองเตียงอัน ซึงอยูทางดานทิศเหนือของเมืองลกเอี๋ยงดังทีลิยูเขาใจและตีความเอาตามใจชอบ ่ ่ ไมตั๋งโตะยกกองทัพกลับเมืองหลวงแลว เรียกประชุมขุนนางขาราชการทั้งปวง แลวทําตัวเปนโหราจารยใหญ หลอกขุนนางขาราชการเหลานั้นวาเราไดพิจารณาดูดวงดาวประจําเมืองแลวเห็นเศราหมองนัก เมืองลกเอี๋ยง กําลังจะดับสูญ ฮองเต ขุนนางขาราช การแลราษฎรจะไดรับอันตราย ดังนั้นจําเปนที่จะตองยายเมืองหลวงจาก เมืองลกเอี๋ยงไปตั้งราชธานีใหมที่เมืองเตียงอัน บานเมืองแลราษฎรจะไดรมเย็นเปนสุขสืบไป สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ปรมาจารยของพลพต (ตอนที่ 36) กรณีที่พลพต ผูนําเขมรแดงขับไลประชาชนกัมพูชาออกจาก เมืองหลวงนับลานคน และสังหารหมูราษฎรอีก  เกือบลานคนนั้น หลายคนคิดวาความคิดของ พลพตนี้เพิ่งมีขึ้นเปนครั้งแรกในโลก แตแทจริงรากฐานความคิด ชนิดนี้มใชเพิ่งมีขึ้นในครั้งเขมรแดงครองอํานาจในกัมพูชาแตประการใด หากเปนความคิดของ ตั๋งโตะ ที่ได ิ ริเริ่มไวเมื่อเกือบสองพันปกอน ดังนั้นจึงกลาวไดวาตั๋งโตะก็คือ ปรมาจารยของพลพตนั่นเอง และสิ่งที่พลพต ทําเมื่อเทียบกับสิ่งทีตั๋งโตะทํานั้นยังหางไกลกันมากมาย แมหากจะนับวาพลพตเปนลูกศิษยของตั๋งโตะ ก็นับ ่ ไดแตเพียงวาเปนลูกศิษยชั้นปลายแถวสุดเทานั้นเอง เมื่อตั๋งโตะกลาวในที่ประชุมขุนนางเสนอใหยายเมืองหลวง สิ้นคําลงขุนนางตางๆ ซึ่งแมจะทั้งเกรงทั้งกลัว ตั๋ง  โตะแตทนเห็นความวอดวายที่จะเกิดขึ้นกับบานเมืองไมได จิตใจเสียสละเห็นแกชาติบานเมืองและราษฎรจึง โชติชวงขึ้นขับไลความมืดแหงภยาคติที่ครองใจออกไปสิ้น  เอียวปวขุนนางเปนผูลุกขึ้นคัดคานเปนคนแรก อุยอวนขุนนาง ลุกขึ้นกลาวสนับสนุนความเห็นของเอียวปวแลวเสริมวา เมืองเตียงอันนั้นถูกเผาเสีย ตั้งแตครั้ง อองมังและยังเปนปาอยู "ซึ่งทานจะละเมืองนี้เสีย จะไปเอาปาเปนเมืองนั้น ขาพเจาเห็นไมสมควร" ซุยชองขุนนางลุกขึ้นสนับสนุนความเห็นของเอียวปวอีกคนหนึ่ง ตั๋งโตะเห็นขุนนางคัดคานความคิดตัวและมีที ทาวาจะมี ขุนนางสนับสนุนความเห็นในทางคัดคานมากขึ้นก็โกรธสั่งให เลิกการประชุมแลว ถอดเอียวปว อุยอ วน และซุนชองออกเสียจากที่ขุนนาง สวนเอียวปกับเหงาเคงสองขุนนาง เห็นตั๋งโตะปดประชุมโดยทียังไมมี ่ ขอยุติจึงออกไปดักรอตั๋งโตะอยูที่ประตูวัง ครันตั๋งโตะนั่งเกวียนออกจากวังจะกลับจวน ทั้งสองขุนนางจึงเขาไป ้ คํานับและแสดง ความเห็นคัดคานไมใหตั๋งโตะยายเมืองหลวง ตั๋งโตะเห็นสองขุนนางตามมาดักคัดคานถึงหนา ประตูเมืองก็โกรธ ลําเลิกความหลังวา เมื่อครั้งอวนเสี้ยวยกทหารหนีไปจากเมืองหลวง ตัวเสนอใหเอาใจอวน เสี้ยวใหเราแตงตั้งเปนเจาเมืองเราก็ทําตาม บัดนี้อวนเสี้ยวกลับมาจะทํารายเรา เปนเพราะตัวทั้งสองคน คบคิด เปนสายสนกลในกับอวนเสี้ยว วาแลวก็สั่งใหเพชฌฆาตเอาตัวเอียวปกับเหงาเคงไปฆาเสีย ตั๋งโตะกลับไปถึงจวนแลวใหทหารตามลิยูมาพบกําหนดการยาย เมืองหลวงไปอยูเมืองเตียงอัน สองคนโฉดจึง ไดปรึกษาถึงแผนการยายเมืองหลวง สรุปเปนแผนปฏิบัติไดดังนี้ ประการแรก ใหเชิญเสด็จพระเจาเหียนเต้ พระสนม และขุนนาง ขาราชการราชสํานักออกจากเมืองหลวงไปตั้งราชธานีใหมที่เมืองเตียงอัน โดยใหตั้งเปน พลับพลาที่ประทับชั่วคราวที่เมืองเตียงอันใน ระหวางการกอสรางเมืองหลวงใหม โดยตั๋งโตะจะคุมทหาร อารักขาขบวนเสด็จดวยตนเอง ประการทีสอง ใหริบทรัพยสินเศรษฐี พอคาวาณิช ทั้งเมืองลกเอี๋ยงเขา ่ ทองพระคลังหลวง เพื่อเปนคาใชจายในการกอสรางเมืองหลวงใหม ประการทีสาม ใหจับกุมญาติของอวน ่ เสี้ยวรวมทั้งคนแซ "อวน" ที่อยูในเมืองหลวง ตลอดจนสมัครพรรคพวกในขอหากบฏตอแผนดิน แลวประหาร ใหสิ้นราก จะไดไมตองกังวลการขางในอีกตอไป สวน บรรดาทรัพยสินของคนเหลานี้ใหรบราชบาตรเสียทั้งสิ้น ิ และเอาไปสมทบเปนคาใชจายในการกอสรางเมืองหลวง ประการทีสี่ ใหกวาดตอนราษฎรในเมืองลกเอี๋ยงไป ่ เมืองเตียงอันเสียทั้งสิ้น ผูใดขัดขวางใหฆาเสีย ในขอหาขัดพระบรมราชโองการ ประการทีหา ใหขุดพระบรม ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 82.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 82 ศพ พระศพ และศพของพระบูรพมหากษัตริย พระราชวงศและขุนนางที่มคุณตอแผนดินที่ฝงอยูในสุสานหลวง ี เอาไปเมืองเตียงอันเสียทั้งสิ้น นี่คือแผนการอุบาทวโดยแท แตเมื่อสองผูยิ่งใหญปรึกษาเห็นพองตองกันแลว  จึงมีการนําไปสูการปฏิบัติ  ตั๋งโตะไดใหทหารเชิญเสด็จพระเจาเหี้ยนเต พระสนมและขุนนาง ราชสํานัก เคลื่อนออกจากเมืองหลวงไปสู เมืองเตียงอันเปนขบวนแรก และใหทหารไปจับคนตระกูล "อวน" ทั้งที่เปนญาติโดยตรงและไมใชญาติโดยตรง ของอวนเสี้ยว พรอมทั้งครอบครัวและคนในบาน เอาธงปกไวบนศีรษะวาเปนขบถตอแผนดิน แลวประหารเสีย ทั้งหมด ตัดศีรษะเสียบประจานไว แลวริบราชบาตรไดทรัพยสินเงินทองมาเปน จํานวนมากจากนั้นจึงสั่งให ทหารไปริบทรัพยสินขาวของเงินทองของเศรษฐี พอคาวาณิชในเมืองลกเอี๋ยงทั้งสิ้น บรรจุหีบแลวลําเลียง สงไปเมืองเตียงอัน เศรษฐี พอคาวาณิชในเมืองลกเอี๋ยงจํานวนมากไมยนยอม สงมอบทรัพยสินขาวของเงิน ิ ทอง จึงถูกทหารตั๋งโตะฆาเสียทั้งครอบครัวนับแสนคน แลวตั๋งโตะไดสงใหลฉุย กุยกี คุมทหารกวาดตอน ั่ ิ ราษฎรในเมือง ลกเอี๋ยง "ตอนอาณาราษฎรไปแลคนทั้งหญิง ทั้งชาย เด็กเล็ก ไดประมาณหกรอย เจ็ดรอย หมื่น" ไปเมืองเตียงอัน โดยใหจัดขบวนเปนกองๆ ใหกองทหารนําหนาไปกองหนึ่ง ตามดวยราษฎรกองหนึ่ง สลับกันไป ราษฎรถึงเจ็ดลานคนถูกกวาดตอนออกจากเมืองหลวงถึง สิบวันจึงจะหมดสิ้น "อาณาประชาราษฎร เหยียบกันตายเปนอันมาก เหลาทหารก็เขาชวงชิงเอาทรัพยสิ่งสินของราษฎร แลวฉุดลากภรรยา ของ ชาวเมืองและลูกสาว ซึ่งพอแมพี่นองไปดวยมาทําอันตราย บรรดา ประชาราษฎรไดความเดือดรอนเปนอันมาก เสียงรองไหอึงคะนึงไป" ในระหวางเดินทางมีคนปวยคนเจ็บ ก็ถูกทหารของตั๋งโตะสังหารเสีย เพื่อไมใหเปนอุปสรรคและเสียเวลาใน การเดินทาง ราษฎร ถูกสังหารในระหวางทางหลายแสนคน เหตุการณทงนี้คลายกับเหตุการณเมื่อครั้งพลพต ั้ ผูนําเขมรแดงขับไลนักธุรกิจกัมพูชาออกจากกรุงพนมเปญและหัวเมืองใหญใหไปทําไรไถนาในชนบท และ การสังหารหมูชาวกัมพูชานับลานคน แตทวาเหตุการณสดสลดที่เกิดขึ้นในการยายเมืองหลวงของตั๋งโตะนั้น ุ มากกวา หนักกวา และเหี้ยมโหดกวาการกระทําของพลพต หลายเทานัก จากนั้นตั๋งโตะไดสั่งใหทหารขุดพระ บรมศพ พระศพ และศพของพระบูรพมหากษัตริย พระราชวงศ และขุนนางทีฝงอยูในสุสานหลวงใสโลงให ่ ทหารคุมเอาไปเมืองเตียงอัน ในระหวางที่ขุดสุสานนั้นไดพบทรัพยสินเงินทองของมีคาทีฝงอยูในสุสานเปนจํานวนมาก ตั๋งโตะไดสงใหยึด ่  ั่ เอาทรัพยสินเงินทองของมีคานั้นขนเอาไปเมืองเตียงอันเสียทั้งสิ้น นับไดหลายพันเลมเกวียน ทหารของตั๋ง โตะเห็นมีการขุดสุสานหลวงก็พากันไปขุดสุสานของ ราษฎรทั่วทั้งเมืองลกเอี๋ยง เอาทรัพยสินเงินทองที่ฝงไว  กับศพไวเปน อาณาประโยชนสวนตัวเสียทั้งสิน้ เมื่อไดปฏิบัติการมาถึงขั้นนี้แลว ตั๋งโตะจึงสั่งใหทหารเอาเพลิงจุดเผาเมืองลกเอี๋ยงเสียทั้งเมือง แลวตั๋งโตะกับ ทหารทั้งปวงจึงยกออก จากเมืองลกเอี๋ยงไป ครั้นยกไปถึงเมืองเองหยง ซีเองเจาเมืองรูขาวก็มาตอนรับตั๋งโตะ เขาเมือง เมื่อหนีไกลมาจากเมืองหลวงและเขาเมืองเองหยงแลว ลิยูคอย มีสติปญญาแจมใสขึ้นจึงกลาวกับตั๋ง  โตะวา เรายกมาจากเมืองหลวง ทั้งนี้ศัตรูอาจยกตามตี หากไมเตรียมตัวก็จะเสียทีแกขาศึก จึงเสนอใหซีเอง เจาเมืองคุมทหารไปซุมอยูบนเขาตนทาง ถากองทัพขาศึกยกตามตีก็ใหปลอยผานเขามา เมื่อใดที่ปะทะกับ กองทัพของเราแลว จึงใหซีเองยกตีขนาบเขามาทั้งสองดาน กองทัพขาศึกก็จะเสียทีเปน มั่นคง ตั๋งโตะฟง ขอเสนอของลิยูแลวเห็นชอบ สั่งใหซีเองยกไปทําการตามความเห็นของลิยู แลวใหลิโป ลิฉุย กุยกี สามทหาร เอกคุมทหาร เปนกองหลังคอยระวังขาศึก ฝายเตียวหงิม ทหารเอกของตั๋งโตะซึ่งออกไปรักษาดานกิสย กวน ุ กับฮัวหยงนั้นไมรูความขางในเมืองหลวง ครันเห็นแสงเพลิงลุก สวางขึ้นในเมืองลกเอี๋ยง จึงใหทหารไปสืบขาว ้ ในเมืองหลวง ทหารจึงกลับมารายงานวาตังโตะไดเชิญเสด็จพระเจาเหี้ยนเตยกไปเมืองเตียงอันแลว และให ๋ เผาเมืองลกเอี๋ยงเสีย เตียวหงิมจึงคุมทหารติดตาม ตั๋งโตะไป ฝายเจาเมืองทังแปดพรอมทั้งเลาป กวนอู เตียวหุย ซึงตั้งคายคุมเชิงอยูที่นอกดานเฮาโลกวนและดานกิสุ ้ ่ ยกวน เห็นแสงเพลิงจับทองฟามาแตดานเมืองลกเอี๋ยง และเหตุการณในดานทั้งสองเงียบผิด ปกติ จึงให  ทหารไปสืบขาว จึงรูวาทหารตั๋งโตะทิ้งดานทั้งสองไปแลว จึงรายงานใหอวนเสี้ยวทราบ อวนเสี้ยวจึงสั่งให กองทัพปฏิวัติของทุกหัวเมืองเคลื่อนทัพเขาเมืองลกเอี๋ยง เห็นเพลิงกําลังไหมอยูแตไมมีผคน จึงระดมทหาร ู ชวย กันดับเพลิงจนดับสนิท แลวปลงทัพลงในเมืองลกเอี๋ยงนั้น ปลงทัพแลวอวนเสี้ยวจึงใหเรียกประชุม กองบัญชาการกองทัพปฏิวัติ โจโฉจึงไดเสนอตอทีประชุมวาการที่ตั๋งโตะเผาเมืองหลวง แลวยกหนีไปเมือง ่ เตียงอันครั้งนี้ ยังไมรูความเปนไปของราชสํานักวาพระเจาเหี้ยนเตจะปลอดภัยประการใดหรือไม แตจําเปน ตองทําลายลางตั๋งโตะใหไดเสียกอน แลวคอยตามหาพระเจาเหี้ยนเตตอไป โจโฉไดออกความเห็นวาการทีตั๋ง ่ โตะกวาดตอนราษฎรไปเปนจํานวนมาก จะทําใหการเดินทางเปนไปโดยลาชาและหวงหนาพะวงหลัง หากกอง ทัพปฏิวติไลตามตีก็จะไดชัยชนะโดยงาย ั All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 83.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 83 อวนเสี้ยวฟงขอเสนอของโจโฉแลวไมเห็นดวย อางวาขณะนี้กองทัพของฝายปฏิวติอิดโรยออนกําลัง จึงมี ั คําสั่งใหตั้งทัพไวที่เมือง ลกเอี๋ยงเพื่อฟนฟูและบํารุงขวัญทหารใหเปนปกติเสียกอน โจโฉเห็นเหตุการณ เชนนั้นจึงคิดวามาหลงคบหาดวยคนแบบอวนเสี้ยวนี้ไมมีวันทีจะทําการใหญไดสําเร็จ ่ "อุปมาดังคิดกับเด็ก เลี้ยงโค" ทั้งเห็นวาสภาพที่ตงโตะยกไปครั้งนี้เปนโอกาสดีที่จะลางตั๋งโตะเสียได โจโฉจึงออกมาจากทีประชุม ั๋ ่ สั่งทหารเอกคือแฮหัวตุน แฮหัวเอี๋ยน โจหอง โจหยิน ลิเตียน งักจิ้น ใหยกทหารในสังกัดหมื่น เศษรีบติดตาม ตั๋งโตะไป ความคิดไลตามตีตั๋งโตะของโจโฉครั้งนี้ก็คือความคิดที่หวังผล ในการกําจัดทรราช อาศัยขออาง ชวยเหลืออารักขาฮองเตเพื่อกาว เขาสูอํานาจรัฐ เชนเดียวกับตั๋งโตะเมื่อครั้งทียกทัพไปรับเสด็จและถวาย ่ อารักขาหองจูเปยนและพระอนุชาเสด็จนิวตกลับพระนครในครั้งเกิดจลาจลนั่นเอง ั ิ ฝายโจโฉ ยกทหารไลตามตังโตะมาเกือบเที่ยงคืน ผานเขาตนทางที่ซีเองซุมอยู ก็ปะทะกับกองหลังของตั๋ง ๋ โตะ ซึ่งลิโปและ ลิฉย กุยกี คุมทหารทําหนาที่ระวังหลังอยู ทหารเอกของทั้งสองฝายตะลุมบอนกัน ทามกลาง ุ แสงเดือน แตแฮหัวตุน ซึ่งประทวนรบกับ ลิโปนั้นสูกําลังลิโปไมไดจึงถอยหนี ลิโปขับทหารไลสังหารทหารโจ โฉเสียเปนอันมาก กองทัพโจโฉจึงแตกตื่นคุมกันไมติด โจโฉเห็นดังนั้นจึงพา ทหารถอยหนีมาตามทางเดิมถึง เขาตนทางซึ่งซีเองคุมทหารซุมอยูเปนเวลาเที่ยงคืน พระจันทรทอแสงกระจางฟา กําลังของทหารโจโฉลานัก เพราะไลตามตังโตะมาทั้งวันยังไมไดกินขาวเย็น โจโฉจึงใหทหารหยุดอยู ณ ที่นั้น แลวใหกอฟนเตรียมหุง ๋ ขาวเลี้ยงทหาร ยังไมทันที่ขาวจะสุก ซีเองก็ยกทหารออกมาโจมตี โจโฉและทหาร ทั้งปวงวิ่งหนีกันคนละทิศ ละทาง โจโฉนันหนีไปกับโจหอง พลัดกับทหารเอกที่เหลือ ปะเขากับซีเองคุมทหารมา โจโฉจึงชักมาหนี ซี ้ เองเห็นดังนั้นจึงเอาเกาทัณฑยิงไปถูกไหลซายของโจโฉ โจโฉจึงชักมาหนีตอไป ครั้นถึงเชิงเขาทหารซีเอง  อีกกองหนึ่งซุมอยูไดเขาลอมโจโฉไวแลวเอาทวนแทงมาโจโฉลมลง โจโฉพลัดจากมาทหารของซีเองจึงจับ ตัวโจโฉไวได พอดีโจหองตามมาทัน รีบปรี่เขาไปฆาทหารที่จับโจโฉนั้นเสีย แลวโจหองจึงลงเดินเปลี่ยน ใหโจโฉขี่มาของตัวแทน ครันปลายยามสาม โจโฉ โจหอง และทหารซึ่งตามมานั้นหนีไป ถึงฝงแมน้ํา ซีเอง ้ คุมทหารไลตามมา โจหองเห็นกระชั้นชิดจึงถอดเสื้อเกราะออกใหโจโฉขีคอลุยขามแมนาไป ซีเองและทหาร ่ ้ํ ไมรูน้ําตื้น ลึกจึงไดแตยิงเกาทัณฑแตหาถูกตัวโจโฉไม สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม อาถรรพตราพระลัญจกร (ตอนที37) ่ โจหองพาโจโฉขามแมนาขึ้นฝงแลวหนีตอไปอีกสามสิบเสน ้ํ เห็นฟาสวางและอิดโรยเต็มทีจึงพากันหยุดพัก พอดีซีเองคุมทหาร ติดตามไปอยางไมลดละทันกันแลว ซีเองจึงใหทหารลอมโจโฉ โจหองไว หวังจะจับเปน มอบแกตั๋งโตะเอาความชอบ ขณะนั้นแฮหัวตุนกับแฮหัวเอี๋ยน ซึ่งพลัดกับโจโฉแลวพากันติด ตามหาโจโฉมา  พบเขา เห็นโจโฉ โจหอง กําลังถูกลอมอยูจงเขารบดวยซีเองไดสิบเพลง แฮหัวตุนก็เอาทวนแทงซีเองตกมา ึ ตาย ทหารซีเองก็แตกหนีไป ฝายโจหยิน ลิเตียน และงักจิ้น สามทหารเอกของโจโฉ ซึ่งพลัดกันตั้งแต กลางคืนติดตามหาโจโฉพบกับทหารโจโฉซึงแตกหนีมาคุมกันไดสามรอยคนเศษ ่ จึงติดตามหาโจโฉตอไป พบกับทหารซีเองซึ่งแตกหนีมานั้น จึงเขาจับกุมตัวแลวสอบถามไดความแลวก็ตามไปตามเสนทางทีซีเองไล ่ ตามโจโฉนั้น เมื่อโจโฉไดพบกับทหาร เอกพรอมหนากันก็คลายใจจึงยกทหารที่เหลือเหลานั้นไปตั้งหลักที่เมืองโหลาย ฝาย กองทัพเมืองเตียงสาของซุนเกียนในเมืองลกเอี๋ยงนั้น ไดตั้งคายลงที่บริเวณศาลเทพบิดรแหงราชวงศฮั่น เห็น ๋ สุสานหลวง ถูกขุดรื้อกระจัดกระจายก็รสึกสงสารดวงพระวิญญาณของอดีตพระมหากษัตริย พระราชวงศและ ู ขุนนางที่ถูกรื้อสุสานนั้น จึงสั่งใหทหารเอาดินกลบหลุมฝงศพทั้งนั้นเสีย แลวใหทหารทําความสะอาดพื้นที่ บริเวณจนเปนที่เรียบรอย แลวซุนเกี๋ยนจึงใหทหารไปเชิญเจาเมืองตางๆ มากระทําพิธถวาย สักการะและขอ ี ขมาตอดวงพระวิญญาณและวิญญาณของอดีตพระมหากษัตริย พระราชวงศและขุนนาง โดยตั้งโรงพิธีขึ้นที่ ฐานรางของ ศาลพระเทพบิดร เปนการแสดงความจงรักภักดี เสร็จพิธีแลวตางคนตางแยกกันกลับคายของตน ค่ําลงลวงใกลเพลาเที่ยงคืนแลวซุนเกี๋ยนยังนอนไมหลับ ออกมาเดินนอกคายพรอมดวยทหารติดตาม ครุนคิด ถึงการบานเมือง ขณะนั้นเปนกึ่งปกษขางขึ้น ดวงดาวทอแสงเต็มทองฟารายรอบพระจันทรเสี้ยว สายลมเย็น กระทบกายซุนเกี๋ยนสะทานตัวเปนระยะๆ แลเห็นดาวประจําพระองคพระมหากษัตริยเศราหมอง ซุนเกี๋ยนก็ รองไหดวยรําลึกวาบัดนี้แผนดินเปนจลาจลวุนวาย จอมทรราชตั๋งโตะเผาราชธานีเสีย บังคับเอาฮองเตไปตั้ง เมืองหลวงใหมที่เมืองเตียงอัน ฮองเตพระองคนอยคงจะตรอมพระทัยหนัก ทั้งราษฎรทีถกกวาด ตอนไปเปน ่ ู จํานวนมาก คงจะตกทุกขระกําลําเค็ญเปนทีสาหัส ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 84.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 84 ในขณะที่ซุนเกียนร่ําไหอยูนั้น ๋ ทหารติดตามไดรองบอกซุนเกี๋ยนใหดไปทางทิศใตของทางพระราชวังเดิม ู ปรากฏแสงคลายดังผีพุงใต แตพุงจากพื้นสูทองฟาเปนที่ประหลาดนัก ซุนเกี๋ยนจึงสั่งใหนําทหารสามสิบคน  ออกจากคาย จุดคบไฟแลว พากันตรงไปยังตําแหนงที่เห็นแสงนั้น พบบอน้ําบอหนึ่งซึ่งอยูใกลบริเวณพระ ตําหนักที่ประทับเดิมของพระเจาเลนเต ซุนเกียนมีความ สงสัยจึงใหทหารเอาไมยาวขนาดสีวาแทงลงไปในบอ ๋ ่ น้ํา กระทบเขากับของสิ่งหนึ่ง จึงใหทหารชวยกันงมขึ้นมา ปรากฏเปนศพของนางกํานัลไมเนาเปอย ยังสดอยู เมื่อยกเอาศพนางกํานัลขึ้นจากบอน้ําแลว จึงเห็นที่คอของนาง กํานัลมีถุงแพรผูกคลองอยู จึงแกะถุงแพรออก พบกลองไมสีชาดเขม มีกุญแจทองคลองไว เมื่องัดออกดูพบดวงตราหยกรูปสี่เหลียม ยอดตราแกะเปนลาย ่ มังกรหาตัวเกี่ยวกัน ดานขางของตรามีรอยชํารุดแตเลี่ยมทองปดไว ดวงตราแกะสลักเปนอักษรจีนแปดคํามี ความวา "พรสวรรคบัญชา อายุยืนหมื่นป" ซุนเกี๋ยนเห็นดวงตราหยกแลวสงสัยวาจะเปนดวงตราพระลัญจกร สําหรับพระมหากษัตริยแตไมแนใจ จึงถามเทียเภาวารูจักตราหยกนีหรือไม และเหตุใดจึงตกมาอยูในสภาพดั่ง   ้ นี้ เทียเภาจึงวาขาพเจารูจักตราหยกนี้แลวเลาความใหซุนเกี๋ยนฟงวายุคสมัยกอนราชวงศจิ๋น มีพรานปาชื่อเบงโห ไปเที่ยวบนเขาเห็น หงสจบอยูที่กอนหินใหญเปนที่ประหลาด จึงทุบหินนันออกดูพบแทงหยกขนาดใหญ เบง ั ้ โหจึงนําแทงหยกนั้นขึ้นทูลเกลาฯ ถวายพระเจาฌอบุนออง แตไมทันไรพระเจาฌอบุนอองก็เสด็จสวรรคตครั้น พระเจาจิ๋นซีฮองเตเสวยราชย ไดแทงหยกนี้มาจึงโปรดใหชางหลวงแกะแทงหยกเปนตราแผนดิน แลวโปรด ใหหลีซืออัครมหาเสนาบดี คิดอักษรประจําตราแผนดินนั้น หลี่ซือคิดเปนอักษรจีนแปดคําถวายเปนทีทรงโปรด ่ ่ และใหจารึกอักษรแปดตัวนั้นเปนเนื้อ ความในตราแผนดิน และใชเปนตราพระลัญจกรสําหรับประทับพระบรม ราชโองการแตนั้นมา ครั้นพระเจาจิ๋นซีฮองเตเสวยราชยสมบัติไดยสิบแปดป ฤดูใบไมผลิได เสด็จทางชลมารคประพาสทะเลสาบตัง ี่ เทง เกิดพายุใหญพัดกลาเรือพระทีนั่งโคลงเอียงลง ทรงเกรงวาเรือพระทีนั่งจะลม และแคลงพระทัยวาเนื่อง ่ ่ มาแตตราแผนดินนี้ จึงโปรดใหเอาตราแผนดินโยนลงในทะเลสาบนั้น คลื่นลมก็สงบเปนปกติ ครั้นพระเจาจิ๋นซี ฮองเตเสวยราชยไดสามสิบแปดป ไดเสด็จทาง สถลมารคเพื่อตรวจงานสรางกําแพงเมืองจีน ปรากฏมีชายผู หนึ่งเอา ตราหยกนี้มาถวายตอพระหัตถ พระเจาจิ๋นซีฮองเตทรงรับตราหยกไวแลวชายนันก็หายไป หลังจาก ้ เสด็จทางสถลมารคไปตรวจงานกําแพงเมืองจีนกลับมาแลว ก็เสด็จสวรรคต แผนดินเกิดจลาจลเปนสงคราม ระหวางหัวเมืองของราชอาณาจักรจิ๋น ในทีสุดพระเจาฮั่นโกโจปราบดาภิเษกเปน ปฐมกษัตริยแหงราชวงศฮั่น ่  จึงมีผูนําตราหยกนี้มาทูลเกลาฯถวาย ใชเปนตราพระลัญจกรติดตอมาถึงสิบสองรัชกาล จนกระทั่งอองมังกบฏตอราชสมบัติพระนางตังไทเฮาถูกคุกคาม ถึงในพระตําหนัก จึงทรงหยิบตราหยกนี้ขวาง อองสิม ขุนนางทรยศ แตพลาดไปกระทบผนังพระตําหนัก ตราหยกจึงบิ่นไป ตอมาโซเสียม ขุนนางของอองมัง ไดจัดซอมตราหยกนี้ เลี่ยมทองปดที่บิ่นนันไว ครั้นพระเจาฮั่นกองบูยึดราชสมบัติกลับคืนพระราชวงศฮั่นได ้ สําเร็จ ก็ทรงใชเปนตราพระลัญจกรตอมาจนถึงแผนดินพระเจาเลนเตครั้งนั้นเกิดจลาจลและเพลิงไหมใน พระราชวังหลังจากโฮจิ๋นผูสําเร็จ  ราชการแผนดินถูกสิบขันทีสังหาร สิบขันทีไดจับฮองเตเปนตัวประกัน หลบหนีออกไปจากพระราชวัง ครั้นเสด็จนิวัตกลับพระนครแลว มีการสํารวจทองพระคลังจึงพบวาตราพระ ลัญจกรนีสูญหายไป จึงเขาใจวานางกํานัลในตําหนักที่ประทับมีความจงรักภักดี เกรง คนรายจะลักเอาตราพระ ้ ลัญจกรนี้ไป จึงเอาตราหยกนี้ผูกคอแลวกระโดดน้ําตาย แลวเทียเภาจึงเสนอความเห็นแกซุนเกี๋ยนวา ซึ่งบัดนี้ ตราพระลัญจกรตกแกมือทาน ยอมเปนนิมิตที่สวรรคบอกชีวาราชสมบัติจะตกไดแกทาน ดังนั้นอยาอยูที่นี่อีก ้   ตอไปเลย รีบกลับแควน กังตั๋งของเราคิดการใหญสืบไปเถิด ซุนเกี๋ยนฟงนิทานเรื่องตราพระลัญจกรแลว ก็เชื่อตามความเห็นของเทียเภา เกิดตัวพองขนลุกคิดเห็นเปน วาสนาที่ไดครองตราพระลัญจกรนั้น ความจงรักภักดีที่เคยมีตอราชวงศฮนก็ดับวูบลง เกิดความคิดตั้งตัวขึ้นเปน ั่ เจาครองแผนดิน ณ บัดนั้น เปนธรรมเนียมของจีนแตโบราณที่มีการใชตราประจําตัวแทนการลงชื่อ และธรรม เนียมนี้ยังคงตกทอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งแมวาความนิยมในการลงลายมือชื่อมีมากขึ้นแลว แตก็ยังมีผนิยม ู ใชตราประทับแทนตัว หรือใชประทับคูกับการลงลายมือชื่อเปนจํานวนมาก ตราประจําตัวนีถาเปนฮองเตจะเรียกวาตราพระลัญจกร ถาเปนขุนนางขาราชการจะเรียกวาตราประจําตําแหนง ้ และถาเปนบุคคลธรรมดาจะเรียกวาตราประจําตัว สําหรับแผนดินจีนในยุคนั้นถือตราพระลัญจกรและตรา แผนดินเปนตราเดียวกัน เมื่อประเทศไทยไดเปดสัมพันธทางการทูตกับจีนแตครั้งสมัยพอขุนรามคําแหง มหาราช ฮองเตของจีนเขาใจวาไทยยอมเปนประเทศราช จึงพระราชทานตราประจําตําแหนงทุกครั้งที่มีการ ผลัดเปลียนแผนดินเรียกวา "โลโต" พรอมกับถวายพระสมัญญามีคําลง ทายวา "ออง" ครั้นแผนดินกรุง ่ รัตนโกสินทร พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจา อยูหัวโปรดใหทําตราแผนดินขึ้นสําหรับใชในราชการ และให ทําตราพระลัญจกรขึ้น สําหรับพระมหากษัตริยอีกดวงหนึง หลังจากไดรูปแบบตราแลวทรงเห็นวาสมควรมี ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 85.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 85 ถอยคําจารึกในตราแผนดินนั้น จึงโปรดใหสมเด็จพระสังฆราช (สา) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามฯ ทรงคิด ความกํากับตรา สมเด็จพระสังฆราช ทรงคิดถวายเปนภาษาบาลีวา "สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิ กา" ซึ่งแปลวา "การใหญของแผนดินจักสําเร็จไดดวยความสามัคคี" ซึ่งมีความไพเราะงดงามและได ความหมายดีกวาตราหยกที่หลี่ซืออัครมหาเสนาบดีคิดขึ้นเอาใจจิ๋นซีฮองเตมากมายนัก พระบาทสมเด็จพระ จอมเกลาเจาอยูหัว ทรงพอพระทัยในความนีโปรดใหใชเปนคําจารึกในตราแผนดินมาจนถึงทุกวันนี้ อันควรที่ ้ ชนชาวไทยพึงตองรําลึกและเทิดมาปฏิบติ ยอมจักบังเกิดความสวัสดีทุกประการแตนาอนาถนัก ที่บัดนีแทบไม ั ้ มีหนวยราชการใดใชตราแผนดินดังกลาวเสียแลว เพราะหันไปนับถือเอาสิงสาราสัตวมาเปนตราประจํา กระทรวงทบวงกรม จนสัตวเดรัจฉานเกลื่อนกลาดไปแทบทุก หนวยงาน คงเหลือแตศาลยุติธรรมทียังคงใชตราแผนดินนี้ประทับหมายตางๆ ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย สวน ่ ตํารวจคงใชเฉพาะติดอยูกับหนาหมวก แมกรมปาไมก็คงใชเพียงสําหรับใชประทับไลผและรุกขเทวดาในเวลา ี ตัดตนไมใหญที่คนไมกลาตัดเทานั้น การใชตราแผนดินดังนี้จะมีใครสักกี่คนที่ยังคงระลึกถึงความอันจารึกไว นั้น ซุนเกี๋ยนเมื่อไดตราพระลัญจกรแลว ความโลภในยศและวาสนาไดเขาสิงใจ ละทิ้งอุดมการณที่จะกําจัดทรราช เทิดทูนฮองเต บํารุงราษฎรเสียสิ้น คิดหักหลังหัวเมืองทังปวงถอนตัวออกจากกองทัพปฏิวัติ ยกกลับแควน ้ กังตั๋ง เพื่อจะตั้งตัวเปนเจาซึงผิดอาการจากครั้งที่ลฉุย เปนทูตแทนตัวตั๋งโตะมาเจรจาซือตัวซุนเกี๋ยนดวยการ ่ ิ ้ ยกลูกสาวใหกบซุนเซ็กเพื่อจะไดเปนทองแผนเดียวกัน แลวรวมกันทํานุบํารุงบานเมืองแลราษฎรใหเปนสุข แต ั ซุนเกี๋ยนไมยอมกลับโกรธ เคืองยิ่งนัก แตมาครั้งนี้เต็มใจที่จะทรยศตออุดมการณ และพันธมิตรรวมรบความ จริงมิใชเปนการเปลี่ยนใจ หากเนื่องเพราะการตีราคาคา ตัวของซุนเกี๋ยนเอง ครั้งนั้นตั๋งโตะใหราคาไมถึงขนาด ที่ตองการจึงไมยอมขายตัว แตครั้งนีสิ่งที่เทียเภาไดบอกกลาว ซุนเกี๋ยนประเมิน แลววาเกินราคาคาของตัว จึง ้ ยอมขายตัวใหกับยศศักดิ์อัครฐานนั้น เมื่อตัดสินใจเชนนี้ ซุนเกี๋ยนจึงสั่งทหารวาพรุงนี้เชาเราจะยกกองทัพกลับเมืองเตียงสา คิดอานการใหญตามที่  เทียเภาแนะนําตอไป แลวกําชับทหารทั้งปวงวาเรื่องนี้เปนเรื่องสําคัญ อยาไดแพรงพรายเหตุการณที่เกิดขึ้นใน คืนนี้ใหผูอื่นไดลวงรูเปนอันขาด จะเสียการใหญของเราไป แตสวรรคทรงความยุติธรรม ไมประทานโชค เคราะหอยางใดอยางหนึ่ง แตเพียงอยางเดียว หากยอมประทานทั้งสองสิ่งพรอมกันเสมอ ดังเชนที่ประทาน ความงามอันสะคราญแกสตรีใดแลว ก็ยอมประทานเภทภัยอันเกิดแตความมีโฉมสะคราญนั้นควบคูกันดวย เมื่อ สวรรคประทานโชคแกซุนเกี๋ยนแลว จึงเปนธรรมดาทีตองประทานเคราะหแกซุนเกี๋ยนควบคูไปดวย ่  เชนเดียวกัน สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม กองทัพปฏิวัตสลายตัว (ตอนที่ 38) ิ การทีซุนเกี๋ยนไดครองตราพระลัญจกรอาจจะถือเปนโชค ่ แตพลันที่ความคิดที่จะตั้งตัวเปนเจาเขาครอบงําก็ ยอมถือวาเคราะหกําลังยางกรายเขาครอบงํา ซุนเกี๋ยนดวยเชนเดียวกัน นี่แหละที่เรียก วาสวรรคทรงความ ยุติธรรม ทันใดทีซุนเกี๋ยนคิดหักหลังพันธมิตร จะถอนทัพกลับเมืองเตียงสาเพื่อคิดอานตังตัวขึ้นเปนเจา ใน ่ ้ พลันนั้นทหารของซุนเกี๋ยนคนหนึ่งซึ่งเห็นเหตุการณและไดยินคําสนทนาระหวางซุนเกี๋ยนกับ เทียเภาเกียวกับ ่ ตราพระลัญจกรโดยตลอด ก็คิดหักหลัง ซุนเกี๋ยนเอาใจออกหาง หวังเอาความชอบจากอวนเสี้ยว จึงเอาความ ทั้งปวงไปบอกอวนเสี้ยวขายนายเกาของตัวเอง อวนเสี้ยวรูความทั้งนั้นแลวมีความยินดียงนัก สั่งใหปูนบําเหน็จ  ิ่ ทหารนั้นเปนจํานวนมาก แลวจัดทีซอนตัวไวในคายเพื่อยันปาก คํากับซุนเกี๋ยนในวันรุงขึ้น ่ เพลาสายในวันรุงขึ้น ซุนเกี๋ยนและทหารเอกไดมาที่กองบัญชาการกองทัพปฏิวัติ ขอพบอวนเสี้ยวแลวแจง ความประสงควาจะยกทัพกลับเมืองเตียงสาเนืองจากอาการปวยกําเริบ ตองไปรักษา ตัวเปนการดวน อวนเสี้ยว  ่ จึงวาการปวยของทานครั้งนี้หาใชปวยทางกายไม แตเปนการปวยทางจิตที่คดชิงเอาราชสมบัติเพราะไดครอง ิ ตราพระลัญจกรไวตางหาก ซุนเกี๋ยนไดฟงก็ตกใจ คิดวาคงมีคนรูความคนใดมาบอกเลาแกอวนเสี้ยว แตแข็งใจ  กลาวกับอวนเสียววาเอาความอันใดมากลาว ขาพเจาไมเคยเห็นตราพระลัญจกรทานกลาวคําทั้งนี้เปนการหมิ่น ้ ขาพเจา ในขณะนั้นเจาเมืองและแมทัพนายกองหัวเมืองตางๆ คอยทยอยเขามาสมทบที่กองบัญชาการเพื่อ ปรึกษาหารือตามปกติ อวนเสี้ยวยืนยันวาความที่ซุนเกียนไดครองตราพระลัญจกรนั้นเปนความจริง อยาไดหลบหนีความจริงตอไปเลย ๋ แลววาหัวเมือง ทั้งปวงมารวมกันจัดตั้งกองทัพปฏิวัติเพื่อขจัดทรราชย เทิดทูนฮองเต บํารุงราษฎร บัดนี้การยัง ไมสําเร็จเมื่อทานพบตราพระลัญจกรแลว ชอบที่จะนํามามอบแกเราซึ่งเปนผูบัญชาการใหญ การสําเร็จแลวจะ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 86.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 86 ไดทูลเกลาฯ ถวายคืนพระเจาเหี้ยนเต ตัวทานนี้ไดตราพระลัญจกรแลวปดความเสีย แลวมาบายเบี่ยงจะยกทัพ กลับไป ยอมเปนการแสดงเจตนาแนชัดวาจะตั้งตัวขึ้นเปนเจา ซุนเกี๋ยนละอายใจและรูสึกอัปยศที่เกิดความ  ทั้งนี้ตอหนาบรรดา หัวเมืองและนายทัพนายกองตางๆ ทั้งคําของอวนเสี้ยวก็แทงใจดําจน เจ็บลึก จึงยืนยัน ปฏิเสธขอกลาวหาของอวนเสี้ยว แตอวนเสียวไมเชื่อถือซุนเกี๋ยนเสียแลว เพราะมีพยานหลักฐาน เปนบุคคลอยู ้ กับตัว จึงเรงใหซุนเกี๋ยนเอาตราพระลัญจกรมามอบ ซุนเกี๋ยนทั้งโกรธทั้งละอายแกใจ ดังนั้นเพื่อรักษา เกียรติยศศักดิศรีของตนจึงกลาวสาบานตัวตอฟาวา ขาพเจาไมเคยเห็นตราพระลัญจกร หากขาพเจาไดตรา ์ พระลัญจกรแลวคิดยักยอกเอาเปนของตัว ขอเทพยดาและดวงวิญญาณอดีตพระมหากษัตริยทั้งปวงจงผลาญ  ชีวิตขาพเจาดวยอสุนีบาตและอาวุธตางๆ บรรดาเจาเมืองตางๆ ในที่นั้นจึงเขาหามทั้งสองฝายไมใหโตเถียงกันอีก ตอไปแลววาเมื่อซุนเกี๋ยนสาบานเปน ฉกรรจเชนนี้แลว ยอมเชื่อถือในเกียรติยศศักดิ์ศรีและคําสาบานได ขอใหยตกันแตเพียง เทานี้เถิด อวนเสียวไม ุ ิ ้ ยอมคลอยตามที่บรรดาเจาเมืองไดหามปรามไกลเกลี่ย กลับสั่งใหทหารไปเชิญตัวทหารซุนเกี๋ยนที่นําความมา บอก ใหออกมายืนยันเหตุการณที่พบตราพระลัญจกรเมื่อคืนกอนตอหนา คนทั้งปวง ซุนเกี๋ยนเห็นเหตุการณก็รู วาทหารของตนคนนี้เปน "ขาขายเจา บาวขายนาย สานุศษยสครู เปนจัญไรสังคม" ทังอับอายขายหนาที่ถูก ิ ู ้ กระชากหนากากตอหนาธารกํานัลจึงลุแกอํานาจโทสะ ชักกระบี่ออก จะฟนทหารนั้นเสีย อวนเสี้ยวคุมเชิงอยู แลวเห็นเหตุการณเชนนั้นจึงชักกระบี่ออก แลวยืนขวางหนาทหารนั้นไวแลววา กริยาทานดังนียอมแสดงวา ้ ทาน กลาวความอันสวนทางตอสัจจะ ไมละอายหัวเมืองทั้งปวง จงรีบเอา ตราพระลัญจกรมามอบแกเรา มิฉะนั้นเราก็จะฆาทานเสีย ขณะนั้นงันเหลียง บุนทิว สองทหารเอกของอวนเสี้ยวเห็นนายตัวชักกระบี่เชนนั้นจึง ชักกระบี่ออกจากฝกบางแลวเตรียมพรอมอยู ฝายเทียเภา อุยกาย และฮันตง สามทหารเอกของซุนเกี๋ยน ก็ชัก กระบี่ออกจากฝกคุมเชิงพรอมอยูเชนเดียวกัน บรรดาเจาเมืองที่อยู ณ ที่นนเห็นเหตุการณบานปลายกลายเปน วิวาทถึงขนาดจะลงมือฆาฟนกันเองจึงเขา ั้ หามไวทั้งสองขาง ซุนเกี๋ยน ไดรับความอัปยศนัก จึงออกมาเสียจากกองบัญชาการพรอมสามทหารเอก ขึ้นมา แลวกลับไปคายของตน ซุนเกี๋ยนกลับถึงคายแลวสั่งทหารใหเคลื่อนทัพออกจากเมืองลกเอี๋ยงกลับเมืองเตียง สาในทันที อวนเสี้ยวเมื่อทราบวาซุนเกี๋ยนถอนทัพกลับเมืองเตียงสา จึงมีหนังสือสั่งใหทหารถือไปเมืองเกงจิ๋ว มอบแกเลาเปยวเจาเมือง เลาความที่ซุนเกียนไดตราพระลัญจกรแลวถอนตัวจากกองทัพปฏิวัติ กําลังยกทัพ ๋ กลับเมืองเตียงสา เปนลักษณาการคิดกบฏจะตั้งตนขึ้นเปนเจาแตผูเดียว และขอใหเลาเปยวยกทหารมาสกัด ซุนเกี๋ยนยึดเอา ตราพระลัญจกรกลับมามอบแกอวนเสี้ยวเพื่อนําขึ้นทูลเกลาฯ ถวายพระเจาเหี้ยนเตตอไป  หนังสือของอวนเสี้ยวนี้มความนัยทีชี้ใหเลาเปยวกลัวภัยจากซุนเกี๋ยน ี ่ เนื่องเพราะถาซุนเกี๋ยนไดตราพระ ลัญจกรไปแลว จะตั้งตนเปนเจาครองแผนดินเสียแตผูเดียว ยอมกระทบตอเมืองเกงจิ๋วของเลาเปยว เพราะเปน เมืองที่อยูใกลกับเมืองเตียงสามากทีสุด นับเปนการเอาความกลัวของคนไปใชคนใหทาการทีตองการนั่นเอง ่ ํ ่ หลังจากซุนเกียนยกทหารออกเดินทางจากเมืองลกเอี๋ยงไปแลว วันรุงขึ้น อวนเสี้ยวไดรบรายงานวาโจโฉซึ่ง ๋ ั ยกทหารติดตามตั๋งโตะ ไปนั้นบัดนี้เสียทีแกตงโตะ แลวยกไปตั้งอยูที่เมืองโหลาย อวนเสียว จึงสั่งทหารใหถือ ั๋ ้ หนังสือไปเชิญโจโฉและทหารมาที่กองบัญชาการ ครั้นโจโฉยกทหารมาแลวอวนเสี้ยวจึงใหแตงโตะเชิญ บรรดาเจาเมืองมาเลี้ยงรับขวัญ ณ กองบัญชาการ บรรดาเจาเมืองมาถึงกองบัญชาการแลว ตางแสดง ความเห็นใจ โจโฉและไตถามความเปนไปของการศึก โจโฉทอดใจใหญแลวตัดพอวาขาพเจาคิด อานเชิญ ทานทั้งปวงมาจัดตั้งกองทัพปฏิวัติเพื่อกําจัดทรราชย เทิดทูนฮองเต บํารุงราษฎร ครั้นตังโตะเสียทีในการศึก ๋ เผาเมืองหลวงเสียแลวบังคับฮองเต กวาดตอนราษฎรทั้งปวงยกไปเมืองเตียงอัน ขาพเจาเห็นวาถากองทัพ ปฏิวัตยกไปตามตีก็จะไดตัวตังโตะแลวชวยเหลือพระเจาเหียนเตใหปลอดภัยได การทีคิดไวก็จะบรรลุผลสําเร็จ ิ ๋ ้ ่ แตทานไมฟงคําขาพเจาละทิ้งใหขาพเจาติดตาม ตั๋งโตะไปแตทัพเดียว ขาพเจาจึงเสียทีมาเปนที่อัปยศยิงนัก ่ อวนเสี้ยวและบรรดาหัวเมืองตางๆ ไดยินคําโจโฉแลวมิไดวากลาวประการใด กลับกินโตะตอไปเสมือนหนึ่งวา  ไมมีอะไรเกิดขึ้น โจโฉ จึงเห็นวาขืนอยูทาการรวมกับคนพวกนี้ตอไปก็เหมือนเลนอยูกับเด็ก ทารกการใหญที่ ํ คิดไวไมมีวันจะสําเร็จได ทั้งโจโฉไดพิเคราะหรูปการของฝายปฏิวัตแลวเห็นวาขาดเอก ิ ภาพคงจะสลายตัวในไมชา อยูตอไปก็ไร  ประโยชน จึงลุกออกมาแลว ยกทหารไปเมืองเองจิ๋ว ตั้งฐานที่มั่นสําหรับทําการใหญตอไป กองซุนจานเห็น  ดังนั้นจึงวากับเลาปวา อวนเสียวนี้ไรสติปญญา บายศบาอยาง และโลภอยากไดราชสมบัติ ขืนอยูทําการกับ ้ อวนเสี้ยว ตอไปก็ไรประโยชน มีแตจะไดรับอันตรายแกตัว จึงออกมาพรอมกันทั้งกองซุนจาน เลาป กวนอู เตียวหุย กลับไปที่คายแลวเคลื่อนทัพออกจากเมืองลกเอี๋ยง เลาป กวนอู เตียวหุย ก็กลับเมืองเพงงวนกวน ในขณะที่กอง ซุนจานก็กลับเมืองปกเปงดังแตกอน บรรดาเจาเมืองที่เหลือกินโตะเสร็จแลวก็กลับมายังคาย ของตน เปนอันวางานเลี้ยงเลิกราไปดวยการเริมตนแหงการสลายตัวของ กองทัพปฏิวติ ่ ั All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 87.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 87 ตอมากองทัพเมืองอิวจิ๋วของเลาตายขาดเสบียงลง จึงใหทหารไปยืมเสบียงจากกองทัพเมืองตันลิวของเตียว เมา แตเตียวเมาเห็นวา เลาตายมีเสบียงเพียงพออยูแลว แกลงมาขอเสบียงเพื่อใหกองทัพของ ตนขาดเสบียง เสียกอนจึงไมยอมให เลาตายก็โกรธเตียวเมา ค่ําลงเลาตายก็ยกทหารไปตีคายเตียวเมาในเมืองลกเอี๋ยงนั้น ในขณะที่เตียวเมายังไมทันระวังตัวก็ถูกเลาตายฆาตายในคายทหารของเตียวเมาทั้งสิ้นจึงเขาสวามิภักดิ์กบเลา ั ตาย อวนเสี้ยวทราบเหตุการณที่เลาตายโจมตีคายและสังหารเตียวเมาแลวเห็นวาภายในกองทัพปฏิวัติมความ ี ขัดแยงกันหนัก จักทําการ ตามความคิดไมตลอด ทั้งเลาเปยวเจาเมืองเกงจิ๋ว กองซุนจานเจาเมืองปกเปง ซุน เกี๋ยนเจาเมืองเตียงสา และโจโฉไดถอนตัวออกจากกองทัพปฏิวัติกลับไปแลว จึงรีบถอนทัพออกจากเมืองลก เอี๋ยงกลับไปเมืองปุดไฮ โดยไมบอกเลาร่ําลาใหบรรดาหัวเมืองที่เหลืออยูนั้นไดรับทราบ บรรดาเจาเมืองที่  เหลือเห็นอวนเสี้ยวยกทัพกลับในลักษณะเชนนั้นจึงตางคนตางยกทัพกลับบานเมืองของตน กองทัพปฏิวัติที่ ไดจัดตั้งขึ้นภายใตธง "ตงหงี" ณ ทองทุงเมืองตันลิว ชูคาขวัญ "ทัวประเทศจงสามัคคีกัน กําจัดทรราชย ํ ่ เทิดทูนฮองเต" ไดสลายตัวลง ณ ลกเอี๋ยงราชธานี ซึ่ง ณ บัดนี้เปนเมืองรางดวยประการฉะนี้ และนี่คือผลของ การตั้งคนผิดใหมีอํานาจเปนผูนําทัพ เนื่องเพราะอวนเสี้ยวนั้นเปนคนมีคณสมบัตตองดวยโทษสิบประการของ ุ ิ การเปนแมทัพตามคัมภีรพชัยสงครามคือ ิ "คํารบหนึ่งพึงถือแตน้ําใจ ไมรกชีวิตคิดวาตัวเขมแข็ง ไมตรอง ดูใหรู กําลังศึก ั คํารบสองไมสองโดยปญญา วาการรอนหรือเย็น เห็นแตจะทํา โดยเร็ว  คํารบสามมีนาจิตอันโลภ เห็นแกโลภเอาทรัพยทานมาเปนอาณา ประโยชนโทษนั้นมีหลายสถาน ้ํ คํารบสี่มีน้ําใจออน ถาคนผิดมาออนวอน ไมฆาตามอาญาศึก คํารบหาเปนคนหูเบา ใครวากลาวก็เชื่อฟง ไมหนักแนนตรึกตรองดูใหละเอียด คํารบหกมีแตใจโมหันธ ไมเลือกคนดีใช กลับใหคนชั่วเปนใหญบัญชาการ ทหารมักเสียน้ําใจ คํารบเจ็ดถือตัววาไมมีใครเสมอ ทําการไมปรึกษานายทัพนายกอง คํารบแปดไมเอาใจของตัวเปนแกนแท ฟงแตคําคนพูด เชื่อถือเอาแตถอยคํามาทําศึก คํารบเกาตัวเปนแมทัพไปที่เปลี่ยวแลกันดาร มิไดมีความเมตตา แกทหาร คํารบสิบกําเริบอิสริยยศ พูดจาขมขี่ติเตียนเพือนฝูงทั้งปวง ผูใดสละมิไดไมควรเปนแมทัพ" ่  โบราณวา "ชายชาติอาชาไนย ตองไมลงเรือผิดลํา" ยอมหมาย เอาการไมปองจิตคิดรวมทําการดวยกับคนซึ่ง ตองลักษณะโทษสิบประการดังนี้ ถาเชนนั้นผูมีปญญาจักพิจารณาฉันใด จึงจะไมลงเรือผิดลําเลาคัมภีรพิชยสงครามวาดวยคดีหาประการของแม  ั ทัพวาไววา "ถาผูใดจะเปนแมทัพ ใหรคดีหาประการดังนี้ หนึ่ง คิดกลใหอุบาย เห็นผูใดจะไดจึงใชไปทํา ถาจะ ู  ฝกสอนทหารใหมีสงา ขาศึกจึงจะมีที่เกรงกลัวแลว ใหตั้งตัวมีอํานาจดั่งราชสีห สอง น้าใจโอบออม ํ แกทแกลวทหารทั้งปวงใหเสมอกัน ถาผูใดทําความชอบจึงพิดทูลให ถาผูใดผิดใหทําตามผิด อยา ถือโกรธผูนอย สาม ใหพจารณาตรองความแลวจึงสั่ง ดั่งงาชางมีแตจะยาว จงรักษาความสัตยทาการ ิ ํ สิ่งใดใหแนนอน อยาเจรจาเปนคําสองสี่ ศึกยกมารูวาแมทพเคยชนะเพราะพลมาก ฝายผูจะแกทัพรับ ั มิไดเพราะมีพลนอย อยาถือตัวเองอาจออกรบเมื่อกําลังกลา จงหาที่มั่นใหไดกอนจึงตอสู แลวตรอง อุบายหมายชนะแลวจึงทํา หา ถาตัวเปนแมทพ ถึงจะไปตีเมืองใดมีรี้พลมาก อยาคิดกําเริบ ทรยศตอ ั เจานายของตัว ผูใดรักษาคดีหาประการไวครบถวนก็ควรเปนแมทัพได" นี่แลวคือเรือทีลงแลวไมผิดลํา ่ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม เปดยุคสงครามขุนศึก (ตอนที่ 39) การสลายตัวของกองทัพปฏิวัตทําใหความขัดแยงในปลายราชวงศฮั่นเปลี่ยนเนื้อหาจากเดิมไปสูเนื้อหาใหม ิ และนําไปสูความเปนสามกก การจัดตั้งกองทัพปฏิวติโดยหัวเมืองเอกสิบหกหัวเมือง และอีกสองกองทัพคือ ั กองทัพของโจโฉ และกองทัพของเลาป ทําใหฐานะตามกฎหมายของเจาเมืองและกองทัพเหลานั้นกลายเปน กบฏตอแผนดิน เปนปรปกษตอรัฐบาลกลางที่ตั๋งโตะเปนผูถืออํานาจรัฐอยู ในขณะที่อํานาจรัฐของรัฐบาลกลาง  ก็หดแคบลงตามเขตพื้นทีที่ฝายปฏิวติยดครองไว ่ ั ึ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 88.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 88 ดังนั้น ความขัดแยงหลักจึงเปนความขัดแยงระหวางอํานาจรัฐ สวนกลางกับกองทัพปฏิวัติ ซึ่งทั้งสองฝายตางก็ เปนขุนศึก เปนแตวาขุนศึกตังโตะเปนฝายรัฐบาลกลาง และฝายปฏิวัติเปนฝายตอตาน รัฐบาลกลาง ครั้น ๋ กองทัพปฏิวัตสลายตัวลง ความขัดแยงจึงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือเปนความขัดแยงระหวางรัฐบาลกลาง ิ กับเจาเมืองและ กองทัพกบฏแตละเมืองชนิดหนึ่ง และความขัดแยงระหวางเจาเมือง และกองทัพกบฏดวย กันเองอีกชนิดหนึ่ง ดังนั้น เมื่อความขัดแยงทั้งสองชนิดนี้ไมสามารถแกไขไดโดยหนทางสันติ หรือโดยวิถทางการเมือง ความ ี ขัดแยงนั้นจึงกลายเปนสงคราม และเปนสงครามระหวางขุนศึกดวยกันเองพลันที่กองทัพปฏิวตสลายตัวลง ั ิ ฉากแหงสงครามระหวางขุนศึก หัวเมืองตางๆ จึงเปดฉากขึ้นตั้งแตบัดนัน และสงครามนี้จะเกิดขึ้นอยาง ้ ตอเนื่องจนกลายเปนสามกก ครั้นเปนสามกกแลวสงครามก็ยังดําเนินตอไป จนกระทั่งราชวงศฮั่นดับสูญสมเด็จ พระมหาธีรราชเจาทรงพระราชนิพนธความในเวนิสวานิชไวตอนหนึ่งวา "ในกระแสแหงยุตธรรมา ยากจะหา ิ ความเกษมเปรมปรีดิ์" ในกระแสแหงสงครามก็เชนเดียวกันยอมไมอาจหา ความเกษมเปรมปรีดิ์ได ซุนหวูจึง กลาวไววา "อันการศึกติดพันกันเปนเวลานาน แตประเทศชาติกลับไดรับประโยชนจากเหตุนั้นยังไมเคยปรากฏ เลย" แตกระนั้นสงครามก็ใชวาจะมีแตผลเสียเพียงดานเดียวหามิได หากยอมมีดานที่เปนผลดีดารงอยูดวย เพราะ  ํ  สงครามนั้นเปนการเคลื่อนไหวทางการเมืองชนิดหนึ่ง คือเปนการเคลื่อนไหวที่หลั่งเลือด และเปนไปเพื่อบรรลุ เปาหมายทางการเมือง ดังนั้นถาหากการเมืองเปนเรื่องผลประโยชนของบานเมืองและประชาชนโดยสวนรวม แลว การทําสงครามเพื่อการเมืองชนิดนียอมนับวาเปนผลดีตอบานเมืองและราษฎร ตําราพิชัยสงครามของ ้ ซุนหวูจึงระบุไววา "จึ่งผูใดยังไมทราบผล รายของสงครามโดยถองแทแลว ผูนั้นยังไมซาบซึ้งในผลดีของ สงคราม เชนเดียวกัน" เหตุนแมวาสงครามจะไมใชสิ่งที่พึงปรารถนา แตสงครามก็ไมใช สิงที่ควรตองเกรงกลัว ี้ ่ ขอเพียงแตเปนสงครามที่เปนธรรมและเปนสงครามที่เปนไปเพื่อบรรลุถึงผลประโยชนของบานเมืองและราษฎร ก็ควรตองพรอมที่จะเขาทําสงครามนั้นจนถึงที่สด โดยที่ยากจะหาความเกษมเปรมปรีดจากสงคราม ดังนั้นจึง ุ ิ์ ยอม ยากทีจะพรรณนาความสงครามในชวงแตนี้ไปใหเกิดความหฤหรรษ ดั่งนิยายอื่นได แตทวาการดําเนิน ่ สงครามในสามกกนั้นหาใชเปนสงครามที่โดดเดี่ยวไม หากเปนสงครามที่เอิบอาบไปดวยศาสตรและศิลป นานัปการ ศาสตร และศิลปเหลานี้จะถือไมไดเจียวหรือวาคือความหฤหรรษอันล้ําเลิศชนิดหนึ่งของมนุษยชาติ เริ่มตนที่เลาเปยว เชื้อสายพระราชวงศฮั่นเชนเดียวกับเลาป ครองตําแหนงเปนที่เจาเมืองเกงจิ๋ว ซึ่งเปนหัว เมืองเอกแหงราชอาณาจักรฮัน เมืองเกงจิ๋วนี้เปนเมืองชายทะเลตั้งอยูคนละฟากแมน้ําแยงซีกับเมืองเตียงสา ่  แหงดินแดนกังตั๋ง ภายใตอํานาจรัฐแหงราชอาณาจักรฮั่น ทั้งเมืองเกงจิ๋วและเมือง เตียงสาตางก็เปนหัวเมืองเอกขึ้นตอรัฐบาล กลาง จึงไมมขอพิพาทบาด หมางกัน หากมีความขัดแยงเกิดขึ้นก็อาศัยถอยทีปฏิบัติ หรืออาศัยอํานาจรัฐ ี สวนกลางเขาแกไขตามระบบบราชการ ดังนั้นความสัมพันธของทั้งสองเมืองนี้จึงมีความเปนปกติตอกันตลอด มา ครั้นซุนเกี๋ยนเจาเมืองเตียงสาเขารวมกับกองทัพปฏิวัติ ไมขึ้นตอ อํานาจรัฐสวนกลาง แลวตอมากองทัพ ปฏิวัติไดสลายตัวลง เหตุปจจัยที่เคยทําใหทงสองเมืองนี้เปนปกติตอกันก็เปลี่ยนแปลงไป เพราะตางเมืองตาง  ั้ ตองระมัดระวังตนดวยเกรงวาจะถูกอีกเมืองหนึ่ง รุกรานยึดครอง เหตุนี้ความสัมพันธที่ไมปกติจึงเกิดขึ้น หลังจากเลาเปยวไดรับหนังสือจากอวนเสี้ยวแจงความเรื่องซุนเกี๋ยนพบตราพระลัญจกร ปดบังความเสียแลว ยักยอกเอาตราพระลัญจกรนั้นเปนของตน เพื่อจะตั้งตนขึ้นเปนเจาแตผูเดียว จึงใหเลาเปยวยกทหารออกไป สกัดกองทัพซุนเกี๋ยนเพื่อยึดตราพระลัญจกรสง มอบแกอวนเสี้ยวเพื่อนําขึ้นทูลเกลาฯ ถวายพระเจาเหียนเต  ้ ตอไป เลาเปยวรับหนังสืออวนเสี้ยวแลว ถือวาในฐานะเชื้อพระวงศฮั่นยอมเปนหนาทีที่จะตองเอาตราพระ ่ ลัญจกรคืนแกฮองเตสถานหนึ่ง  และเกรงวาหากซุนเกี๋ยนไดตราพระลัญจกรไปแลวยอมตั้งตัวขึ้นเปน เจา อันตรายจะเกิดแกเมืองเกงจิ๋ว จําเปนที่จะตองตัดไฟเสียแตตนลม ยึดเอาตราพระลัญจกรจากซุนเกี๋ยนใหจงได  อีกสถานหนึ่ง ดังนั้นเลาเปยวจึงตัดสินใจปฏิบัติตามหนังสือของอวนเสี้ยว แลว สั่งใหยกทหารออกจากเมืองเกงจิ๋วไปตั้งสกัด ทัพซุนเกี๋ยนในเสนทางที่ กองทัพเมืองเตียงสาจะตองเดินทัพกลับแควนกังตั๋ง เพื่อหวังผลที่จะชวงชิงตราพระ ลัญจกรใหจงได เลาเปยวจึงสั่งการใหเกงอวด ชัวมอ สองทหารเอกยกทหารหาหมื่นไปตั้งสกัดทัพซุนเกี๋ยนไว ขางหนา ตัวเลาเปยวเปนกองกลางคุมทหารซุมอยูบนเนิน เขา และจัดกองหลังแยกเปนสองกองซุมอยูในปา  ทั้งสองขาง แลวสั่ง วาเมื่อกองหนาปะทะกับทหารของซุนเกี๋ยนแลว ใหถอยมายังจุดที่กองกลางของเลาเปยว ซุมอยู เมื่อกองกลางเขาปะทะแลวก็จะทําทีถอยไป ยังจุดซุมของกองหลัง พรอมกันนั้นใหกองหนายกออมไป All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 89.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 89 ทางดานหลังของกองทัพซุนเกี๋ยน ใหทั้งสีกองฟงสัญญาณแลวยกตีกระหนาบเขา มาทั้งสีดานก็จะจับตัวซุน ่ ่ เกี๋ยนยึดเอาตราพระลัญจกรไดโดยงาย กําหนดแผนการรบและบัญชาการรบเสร็จแลว เลาเปยวและทหารทั้งสี่กองก็ตั้งมั่นคอยทีทัพซุนเกี๋ยนอยู ครั้น กองทัพเมืองเตียงสายกมาตามทางนั้นก็ปะทะกับกองหนาของเลาเปยว สองทหารเอกของเลาเปยวชักมา ออกไปชี้หนาซุนเกี๋ยนวากบฏตอแผนดิน ยักยอกตราพระลัญจกรของฮองเต ใหรีบสงมอบมาโดยไว ซุนเกี๋ยน ไดยินก็โกรธสั่งทหารเขาตีกองหนาของเลาเปยว กองหนาของเลาเปยวก็ถอยมาตามเชิงยุทธ ใกลจุดที่ กองกลางซุมอยูก็วก เขาปายกออมไปทางดานหลังของกองทัพเมืองเตียงสา คอยฟงสัญญาณจากเลาเปยว อยูเลาเปยวเห็นกองทัพซุนเกี๋ยนยกมาถึงเนินเขาก็ยกทหารออกมา จากจุดซุม เผชิญหนากับซุนเกี๋ยน ฝายซุน เกี๋ยนเห็นเลาเปยวคุมทัพมาก็ชกมาขึ้นมาหนาทหารคารวะเลาเปยวแลววาทานอยาหลงเชื่อฟงคําอวนเสี้ยวที่ ั ใสรายกลาวหาขาพเจาวายักยอกตราพระลัญจกร ขอไดเห็นแกไมตรีของสองเมืองที่มีมาแตกอน เปดทางให ขาพเจาเดินทัพกลับเมืองเตียงสา ไมตรีของทั้งสองเมืองก็จะเปนปกติสืบไป เลาเปยวฟงคําซุนเกี๋ยนแลวจึงวา ความจริงไดประจักษชัดตอหนาหัวเมืองทั้งปวงแลววาตัวทานไดตราพระ ลัญจกรของฮองเตไว แลว ยักยอกเปนของตัวเพื่อจะตั้งตนขึนเปนเจา ทําการกบฏตอพระราชวงศฮั่น เราขอให ้ ทานกลับตัวกลับใจเสียแตบดนี้ รีบสงมอบตราพระลัญจกรคืนใหแกเรา เพื่อสงคืนแกฮองเตตอไป ซุนเกี๋ยนได ั ฟงเลาเปยวแลวก็โกรธ แตฝนใจกลาววาหากทานไม เชื่อฟงขาพเจา ขาพเจาก็ขอสาบานตอฟาวา ขาพเจาหา ไดครอบครอง ตราพระลัญจกรไม หากขาพเจายักยอกตราพระลัญจกรไวแลว ขอใหเทพยดาลงโทษขาพเจา ดวยศัสตราวุธตางๆ เลาเปยวจึงวาเรายังเชื่อคําสาบานทานไมไดกอน แตจะขอตรวจคนทหารทุกคนทีมาใน ่ กองทัพของทาน หากไมพบตราพระลัญจกรแลวเราจะขออภัยตอทานแลวจะเปดทางใหทานเดินทัพกลับเมือง เตียงสา ซุนเกี๋ยนไดยินเชนนันถือวาเลาเปยวเหยียดหยามเกียรติยศศักดิ์ศรี ของตนก็โกรธหนัก สั่งทหารเขา ้ รบดวยเลาเปยว พอทหารใกลจะปะทะกันเลาเปยวทําทีเปนกลัว ชักมาหนี ยกทหารถอยไปทางจุดที่กองกําลัง ซุมอยูสองขางทางนั้น ซุนเกี๋ยนไมรูกลก็ยกทหารไลตามไป ครั้นกองทัพเมืองเตียงสามาถึงจุดซุม เลาเปยวก็ใหทหารโหรอง ตีมาลอเปนสัญญาณ แลวแปรขบวนทัพจาก  ถอยหันหนาเขาเผชิญดวยซุนเกี๋ยน ในขณะทีกองซุมทั้งสองกองก็ยกออกจากสองขางทาง และกองหนาซึงวก ่ ่ ออมไปดานหลังไดยกตีกระหนาบเขามาพรอมกันทั้งสีดาน กองทัพเมืองเตียงสาจึงตกอยูในที่ลอม การกําหนด ่  แผนการรบของเลาเปยวครั้งนี้เปนการรบโดยใชกําลังทหาร ประกอบดวยกลอุบาย ซึ่งไมเคยปรากฏในการรบ ระหวางกองทัพปฏิวัติกับกองทัพจากเมืองหลวง ดังนั้นจึงทําใหแล เห็นไดวาบรรดากองทัพที่รวมในกองทัพ ปฏิวัตินั้นไมไดมีความจริงใจตอกันมาแตตน ตางคนตางพยายามเปนฝายนังดูเพื่อจะชวงชิงเอาความไดเปรียบ ่ ในขั้นสุดทาย หรือไมก็รอคอยใหเหตุการณพัฒนาไปเองจนกวาทุกฝายจะออนแรงลงแลวจึงชิงโอกาสกระทํา การในภายหลัง คงมีแตหัวเมืองที่อยากเดนดังบางหัวเมืองเทานั้นที่กระหือรือออกรบแลว ตองเสียทีแกกองทัพ เมืองหลวง กองทัพเมืองเตียงสาครั้นตกอยูในที่ลอมก็ตกใจ ทั้งถูกทหารเลาเปยวตีกระหนาบเขามาฆาฟนลมตายลงเปน อันมาก ซุนเกี๋ยนรบอยูทามกลางวงลอมของทหารเลาเปยว และออนกําลังลง เทียเภา อุยกาย และฮันตง สาม  ทหารเอกซึ่งถูกลอมอยูอีกวงหนึ่งเห็นเหตุการณเชนนั้นจึงรีบตีฝาวงลอมออกมา แลวตีฝาวงลอมที่ลอม ซุน เกี๋ยน เขาไปแกเอาซุนเกี๋ยนออกมาได ซุนเกี๋ยนและสามทหารเอกเห็นสถานการณตกอยูในความคับขัน จึงนํา ทหารที่เหลือตีฝาวงลอมทหารเลาเปยวแลวหนีไปเมืองเตียงสา ผลการรบครั้งนี้แมวาเลาเปยวจะไดรับชัยชนะ อยางงดงามดวยวิธี การรบแบบใชกําลังทหารและกลอุบาย แตไมสามารถบรรลุภารกิจใน การยึดตราพระ ลัญจกรกลับคืน ทั้งทําใหเลาเปยวกับซุนเกี๋ยนตองพิพาทและผูกพยาบาทตอกัน ซุนเกี๋ยนเมื่อยกทัพกลับเมืองเตียงสาแลวก็คดตั้งตัวขึ้นเปนเจาตาม คําของเทียเภา สั่งใหออกประกาศรับสมัคร ิ ผูมสติปญญาความสามารถ เพื่อเขามารับราชการเปนขุนนางและประกาศรับชายฉกรรจจํานวนมาก เขามาเปน ี ทหาร ทําการฝกซอมทหารทังกลางวันและกลางคืน ในขณะเดียวกันไดสั่งใหตอเรือรบ เรือเร็ว และเรือ ้ ลาดตระเวนจํานวนมาก เปนสัญญาณที่บงชี้ชดเจนวานี่คือการเตรียการทําสงครามแผแสนยานุภาพทาง ั การทหารทั้งทางดานกองทัพบก และดานกองทัพเรือ เมื่อเลาเปยวทราบวาฝายซุนเกี๋ยนระดมผูคนทั้งขุนนาง  ที่ปรึกษา และทหารอยางขนานใหญเชนนี้ก็เกรงวาเมืองเกงจิ๋วจะตกอยูในอันตราย จึงสั่งใหประกาศรับสมัครผู มีสติปญญาความสามารถเขามา รับราชการเปนขุนนาง และประกาศรับชายฉกรรจจํานวนมากเขามาเปน ทหาร  ประจําการทั้งดานกองทัพบกและดานกองทัพเรือ ทั้งสั่งการใหตอเรือรบ เรือลาดตระเวน ประจําการใน กองทัพเรือเปนจํานวนมาก ทําการฝกซอมทหารและซองสุมเสบียงไวเปนกําลังตอไป All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 90.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 90 แตนั้นมา ทั้งเมืองเกงจิ๋วและเมืองเตียงสาจึงตางคุมเชิงระมัด ระวังกันและกัน เปลี่ยนแปลงความสัมพันธทเปน ี่ ปกติตอกันมาเปนความสัมพันธที่พรอมจะทําสงครามตอกันทุกเมื่อ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ชวงชิงชัยชนะโดยไมตองรบ (ตอนที่ 40)  คําพังเพยทีวา "แพเปนพระ ชนะเปนมาร" เปนเพียงคําปลอบ ใจของผูแพ หาใชเปาหมายที่แทจริงของการทํา ่  สงครามไม เพราะในการสงครามนั้นไมมทงพระและไมมทั้งมาร คงมีแตชัยชนะหรือ ปราชัยเทานัน และ ี ั้ ี ้ เปาหมายที่ชวงชิงกันก็คือชัยชนะ คัมภีรพชัยสงครามของซุนหวู วาดวยยุทโธบายระบุวา "หลักการยุทธโดยมิ ิ  พักตองทําลายเมือง นับวาเปนวิธีประเสริฐ ยิ่งรองลงมาก็คอหักเอาโดยไมตองทําลายกองพล รองลงมาอีกก็ ื คือการเอาชนะโดยไมตองทําลายกองพัน เลวกวานั้นก็อยาใหถึง ตองทําลายกองรอย หรือทําลายกระทั่ง หมวดหมู" "เพราะฉะนั้น การชนะรอยทั้งรอยมิใชวิธีอันประเสริฐแท แตชนะโดยไมตองรบเลยจึงถือวาเปนวิธี อันวิเศษยิ่ง" แตการชวงชิงชัยชนะโดยไมตองรบนั้น ใชวาผูนําทัพจะกระทําไดทุกคนไป เพราะการใชสดยอดยุทโธบายของ   ุ ขุนพลนี้ยอมมีแตขุนพลผูมีสติปญญาเทานันจึงกระทําไดสาเร็จ อวนเสียวคนโฉด หลังจากทําใหกองทัพปฏิวัติ  ้ ํ ้ ตองปราชัยถึงขนาดตองสลายตัวอยางไมเปนทาแลว ไดยกไปตั้งหลักที่เมืองโหลาย และ ณ เมืองนี้ อวนเสี้ยวได หองกีทหารเอกผูเจนจบพิชยสงครามมาเปนที่ปรึกษา ดังนั้นนับแตได หองกีมาอยูดวยแลว ั กองทัพของอวนเสี้ยวจึงเปนกองทัพที่ประมาทไมไดอีกตอไป เนื่องเพราะฝมือการรบของทหารเอกนั้น อวน เสี้ยวมีงันเหลียง และบุนทิวนักรบมีฝมือสุดยอดเปนทหารเอกของยุคนั้น ในการวางแผนบัญชาการของกองทัพ ก็มีหองกีที่ปรึกษาเปนเสนาธิการใหญ กองทัพของอวนเสี้ยวจึงพรอมสรรพทั้งฝายบูและฝายบุนทีสามารถ ใช ่ วิธีการรบไดหลายรูปแบบ ผิดกับเมื่อครั้งที่เปนผูบัญชาการใหญของกองทัพปฏิวัติ เมืองโหลายเปนเมืองเล็ก มี ดินแดนใกลกับเมืองกิจิ๋วของฮันฮก และถัดไปจะเปนเมืองปกเปงของกองซุนจาน แตฐานะของเมืองโหลาย เปนเพียงหัวเมืองชั้นจัตวาตางกับเมืองกิจิ๋ว และเมืองปกเปง ซึ่งเปนหัวเมืองเอกทั้งสองเมือง เพราะเมืองโห ลายเปนเมืองเล็ก จึงไมอุดมสมบูรณ ทั้งอาหารก็ขาดแคลน ตางกับเมืองกิจิ๋วและเมืองปกเปง ซึ่งเปนเมือง ใหญอุดม สมบูรณทั้งอาหารและผูคน  ดังนั้น เมื่อกองทัพอวนเสียวยกมาตั้งที่เมืองโหลายไดไมทันนาน กองทัพก็ขาดเสบียงลง ฝายฮันฮกเจาเมืองกิ ้ จิ๋วเปนคนมีน้ําใจเอื้ออารีตอผูคนทั้งปวงโดยไมเลือกหนามีน้ําใจศรัทธาตออวนเสี้ยวเพราะเห็นวาเปนเชื้อสาย ขุนนางมาหลายชั่วอายุคน ครั้นไดขาววากองทัพอวนเสียวขาดเสบียง ฮันฮกก็มีน้ําใจสงสารคิดชวยเหลือ จึง ้ สั่งใหทหารคุมเสบียงมามอบใหแกอวนเสี้ยว อวนเสี้ยวแทนที่จะคิดถึงพระคุณของคนที่เคารพศรัทธาตัวแลวมา ชวยเหลือในยามยาก กลับคิดหักหลังฮันฮกจะชิงเอาเมืองกิจิ๋ว มาครองเสียเอง ดังนั้นอวนเสี้ยวจึงปรึกษาดวยหองกีวาเรามาอยูเมืองโหลายนี้เหมือนจระเขใหญอยูในน้ําตืน  ้ จะหันซายขวา ประการ ใดใหติดขัดไปสิ้น ทังเสบียงอาหารก็ไมอุดมสมบูรณ ผูคนก็นอย ไมสามารถอาศัยทําการใหญได เรา ้ จึงหวังจะชิงเอาเมืองกิจิ๋วเพื่อเปน กําลังสืบไป ทานจะมีความเห็นคิดอานประการใด หองกีฟงขอปรึกษาแลวจึง  วาขาพเจาเห็นดวยกับทานวาเมืองโหลายนี้ไมสามารถเปนฐานกําลังใหเราทําการใหญไดสืบไป เมืองกิจิ๋ว เปน หัวเมืองเอก อุดมสมบูรณทั้งเสบียงอาหารและผูคน หากทานไดครองเมืองกิจิ๋วแลวยอมสามารถใชเปนฐานตั้ง  ตัวทําการใหญได วาแลวหองกีจึงไดเสนอแผนการตอไปวาขาพเจาไดคิดกลอุบาย "หลอกเสือแลวกินวัว" ไวกอนแลว ถาหาก ทานเต็มใจดวยความคิด ขาพเจาแลวเมืองกิจวก็จะเปนสิทธิแกทาน อวนเสียวดีใจยิ่งนักถามวากลอุบาย หลอก ิ๋ ้ เสือแลวกินวัว" ของ ทานเปนประการใด หองกีจึงวาขอใหทานมีหนังสือลับไปถึงกองซุนจานเจาเมือง ปกเปง  ใหยกกองทัพมาตีเมืองกิจิ๋ว ใหสัญญาวาถาไดเมืองกิจิ๋วแลวจะแบงทรัพยสินและเมืองกิจิ๋วใหกองซุนจาน ครึ่งหนึ่ง ถาหากกองซุนจานยกมาตีเมืองกิจวแลว ฮันฮกเจาเมืองยอมคิดวาเคยทําคุณไวแกเราคงจะหวังพึ่ง ิ๋ เราได และขอใหยกกองทัพไปชวยเราจะไดถอโอกาสนั้นยึดเมืองกิจิ๋วไดโดยงาย แตถาหากฮันฮกคิดสูกับกอง ื ซุนจานเพียงลําพัง เราก็จะยกกองทัพตีกระหนาบ เขาไปอีกดานหนึ่งก็จะยึดเมืองกิจิ๋วได โดยงายเชนเดียวกัน และวากองซุนจานนั้นเปนคนหุนหันพลันแลน เห็นแกได ไมรูจักใชคน แตคดการใหญ เมื่อเห็นหนังสือของ ิ ทานแลวคงจะกระทําการตามคําทาน อวนเสียวฟงคําหองกีแลว เห็นดวยกับแผนการที่เสนอ จึงสั่งใหทหารถือ ้ หนังสือลับไปถึงกองซุนจาน ณ เมืองปกเปง ตามแผน การของหองกีนั้น กองซุนจานไดรับหนังสือของอวน เสี้ยวแลวก็มีความยินดีดวยเห็นวาเมืองกิจิ๋วเปนเมืองใหญและอุดมสมบูรณ ถาหากไดเมืองกิจิ๋ว มาผนวกเขา All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 91.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 91 เปนสวนหนึ่งของเมืองปกเปงแลวก็จะเปนฐานกําลังทําการใหญสืบไป จึงมีหนังสือแจงกําหนดวันทีจะยก ่ กองทัพไปตีเมือง กิจิ๋วใหทหารนั้นถือกลับไปใหอวนเสียว ้ เมื่อทราบกําหนดวันที่กองทัพเมืองปกเปงจะยกกองทัพเขาตีเมืองกิจิ๋วแลว อวนเสี้ยวจึงใหหาหองกีมาปรึกษา วาจะทําประการใดตอไป หองกีเดินแผนตอไปวาขอใหทานมีหนังสือลับไปถึงฮันฮกเจาเมืองกิจิ๋ววากองซุนจาน  เจาเมืองปกเปงมีหนังสือมาปรึกษาเราวาจะยก กองทัพมาตีเมืองกิจิ๋วตามวันที่กําหนด และขอใหเรายกทัพตี กระหนาบ อีกดานหนึ่ง แตเราเห็นวาฮันฮกเปนผูมีพระคุณไดชวยเหลือสงเสบียง ใหในยามยาก ไมสามารถคิด หักหลัง ฮันฮกผูมีพระคุณได จึงแจงมา ใหฮนฮกทราบแลวเตรียมการรับศึกเมืองปกเปงใหพรอมเถิด ั ฮันฮกไดรับหนังสือของอวนเสี้ยวก็ตกใจ คิดวากองซุนจานคงจะยกทหารมาเปนอันมาก และกองซุนจานนั้น เปนศิษยรวมสํานักกับเลาป ดังนั้นเลาป กวนอู เตียวหุยก็จะมาชวยกองซุนจานเปนแนแท ตัวเราเคยเห็นฝมือ ทหารเอกของเลาปมาแลว ยากจะหาทหารเอกคนใดในแผนดินเขารับมือได กองทัพเมืองกิจิ๋วเห็น จะสู กองทัพเมืองปกเปงไมไดจึงมีความวิตกยิ่งนัก ฮันฮกจึงเรียกประชุมขุนนางกรมการเมืองกิจิ๋ว แจงความตาม หนังสือของอวนเสี้ยวใหทุกคนทราบแลวปรึกษาวาจะคิดอานประการใด บรรดาขุนนางและกรมการเมืองกิจิ๋ว สวนใหญเห็นวากองทัพเมืองปกเปง ซึ่งจะยกมาครั้งนี้คงเปนกองทัพใหญ ลําพังกองทัพเมืองกิจิ๋วยอมรับมือ กองทัพเมืองปกเปงไมได ตัวทานเจาเมืองเคยทําคุณไวกับอวนเสี้ยว ทั้งอวนเสี้ยวก็เปนเชื้อสายขุนนางเกา หลายชั่วอายุคน มีผูคนนับถือเปนอันมาก ทั้งยังมีงันเหลียง บุนทิว เปนทหารเอก หากไดเชิญอวนเสียวมาชวย ้ รบกับกองทัพเมืองปกเปงแลว เราก็จะสามารถปองกันรักษาเมืองกิจิ๋วเอาไวได แตเกงบูขุนนางของเมืองกิจิ๋ว ซึ่งเปนที่ปรึกษาของฮันฮกกลับไมเห็นดวยแลววา "อวนเสียวนั้นเปนคนสินความคิดอยูแลว ซึ่งไดตั้งตัวเลี้ยง ้ ้  ทหารอยูทุกวันนี้ก็เพราะทานใหสงเสบียง อุปมาเหมือนทารก ถามารดามิใหนมกินแลว ทารกนั้นก็จะสิ้นแรงไป  ซึ่งทานจะใหอวนเสี้ยวมาชวยรักษาเมืองเหมือนจับเอาเสือมาปลอยไวในฝูงเนื้อ ฝูงเนื้อทังปวงก็จะมีอันตราย ้ เปนมั่นคง" ความเห็นของเกงบูที่ปรึกษาคนนี้แหลมคม และอานแผนการของอวนเสี้ยวทะลุปรุโปรง ดังนั้นจึงแทนที่จะเห็น วากองซุนจานเปนศัตรูและเปนตัวอันตรายตอเมืองกิจิ๋ว กลับเห็นวาอวนเสี้ยวตางหากที่เปนศัตรูราย จะ ไววางใจใหยกเขามาชวยรักษาเมืองไมไดเปนอันขาด ทั้งไดเสนอความเห็นในการบั่นทอนกําลังของอวนเสี้ยว ลงดวยวิธีการทีงายทีสดคือการไมสงเสบียงให ดั่งนี้แลวกองทัพของอวนเสียวก็จะสิ้นกําลังไปเอง ่ ่ ุ ้ แตฮันฮกถึงคราวจะวินาศแทนที่จะฟงคําของที่ปรึกษาผูภักดีดังแตกอน กลับมีความเห็นวิปริต เห็นกงจักรเปน ดอกบัว ตัดสินใจเชิญอวนเสี้ยวยกกองทัพเขามารักษาเมืองกิจิ๋ว เมื่อตัดสินใจแลวจึงมีหนังสือไปถึงอวนเสี้ยว ขอความชวยเหลือใหอวนเสียวยกกองทัพเขามาชวยปองกันเมืองกิจิ๋ว เกงบูที่ปรึกษาเสียใจยิ่งนักที่ ฮันฮกไม ้ ฟงคําจึงขอลาออกจากตําแหนง ขุนนางเมืองกิจิ๋วอีกสามสิบคนซึ่งเคยเห็นความคิดของเกงบูถูกตอง แมนยํา มาแตกอนก็เชือตามแลวขอลาออกจากตําแหนงขุนนางเมืองกิจิ๋วไปพรอมกัน ่ การตัดสินใจของฮันฮกในครั้งนี้คลายกับการตัดสินใจของโฮจิ๋นที่ใหเรียกกองทัพตั๋งโตะเขาเมืองหลวง ดังนั้น ชะตากรรมที่ฮองเต ขุนนางและราษฎรไดประสบจากการเรียกกองทัพตังโตะเขาเมืองหลวงเปนประการใด ๋ ชะตากรรมของฮันฮก ขุนนางและราษฎรเมืองกิจิ๋วยอมตองประสบคลายคลึงกันประการนั้น อวนเสี้ยวไดรับ หนังสือของฮันฮกแลวเห็นการเปนไปตามแผนการของหองกีก็มีความยินดียิ่งนัก จึงออกคําสั่งใหยกกองทัพ ทั้งสิ้นออกจากเมืองโหลายไปเมืองกิจิ๋ว ฝายเกงบูที่ปรึกษากับเพื่อนขุนนางอีกคนหนึ่ง แมวาจะลาออกจากราชการแลวแตยังคงหวงหาอาทรเมืองกิจิ๋ว และราษฎรเปนอันมาก ครั้นทราบขาวอวนเสี้ยวยกกองทัพมาเมืองกิจิ๋วตามหนังสือของฮันฮกแลว จึงคิดการจะ รวมกันสังหารอวนเสี้ยวเสียกอนที่จะเขาเมือง คิดอานรวมกันแลวก็พากันไปยืนแอบอยูทประตูเมืองกิจิ๋ว ครั้น  ี่ อวนเสี้ยวจะเขาประตูเมือง เกงบูและเพื่อนขุนนางนั้นก็ชักกระบี่จะฟนอวนเสียว แตงันเหลียง บุนทิว สองทหาร ้ เอกของอวนเสี้ยวซึ่งเดินตามมา ดวยเห็นเหตุการณจึงชักกระบี่วิ่งเขาไปรับกระบี่ของสองขุนนางเมืองกิจิ๋ว แลว ฟนสองขุนนางถึงแกความตายที่ประตูเมืองนั้น อวนเสี้ยวคนโฉด ณ บัดนี้ไดหองกีมาเปนที่ปรึกษาจึงกลายเปน อสรพิษรายและกําลังกรายเขาประตูเมืองกิจิ๋ว  พรอมแลวที่จะกัดฮันฮกผูมีพระคุณของตน อวนเสี้ยวเมื่อเขาประตูเมืองกิจิ๋วแลว ฮันฮกไดออกไปตอนรับขับสู อยางสมเกียรติ แลวเชิญอวนเสี้ยวไปที่จวนเจาเมืองเพื่อปรึกษาราชการ โดยหารูไมวากําลังอุมกอดอสรพิษ รายไวกับอกเมื่ออวนเสี้ยวพรอมทหารเอกและทหารติดตามเขาไปถึงจวนเจา เมืองแลว ก็ขึ้นนั่งบนที่วาราชการ ของเจาเมือง ปลอยใหฮันฮกเจาเมือง ยืนอยูขางลางแลวออกคําสั่งถอดฮันฮกเสียจากที่เจาเมือง และใหถอด ขุนนางกรมการเมืองทั้งปวงออกจากตําแหนงเสียทั้งสิ้น แลวอวนเสี้ยวจึงตังตนเองเปนเจาเมืองแทน และตั้ง ้ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 92.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 92 เตียนหอง โจสิว เคาสิว และหองกี ที่มาดวยกันจากเมืองโหลายใหเปนขุนนางเมืองกิจิ๋ว ตั้งงันเหลียง บุนทิว เปนทหารเอกของเมืองกิจิ๋ว ยึดอํานาจ เมืองกิจิ๋วเบ็ดเสร็จสมบูรณภายในวันเดียวนั้น ฮันฮกเมื่อถูกถอดออกจากตําแหนงแลวก็เสียใจนักที่คดผิดเชื่อ ิ และวางใจคนผิดมาคิดวาถาจะอยูเมืองกิจิ๋ว ตอไปคงจะถูกอวนเสี้ยวฆา เสียเปนแน จึงทิ้งบุตร ภรรยาและครอบครัวหนีไปอยูเมืองตันลิวแตผูเดียวพระผูมี พระภาคเจาทรงตรัสสอนในมงคลสามสิบแปดขอแรกวา อยาคบคนพาล "การไมคบคนพาลเปนมงคลสูงสุด" เมื่อปฏิบัติตาม มงคลนี้แลวยอมไมแพในที่ทั้งปวง ยอมถึงความสวัสดีในทีทงปวง การไมปฏิบัติตามมงคลขอนี้ ่ ั้ ยอมตั้งอยูในฐานะที่พายแพทกเมื่อ ยอมถึงซึ่งความวิบัติในที่ทั้งปวง ฮันฮกเมื่อหลงเชื่อและคบคนพาลเชน  ุ อวนเสี้ยวจึงตองรับผลแหงการกระทําของตน เสียทั้งเมือง และพลัดพรากจากครอบครัว ดันดนไปแตเดียวดาย ้ อวนเสี้ยวใชกลอุบายหลอกเสือกองซุนจาน แลวกินวัวฮันฮก ชวง ชิงชัยชนะยึดเมืองกิจิ๋วไดโดยไมตองรบ แม นับเปนชัยชนะอันวิเศษ แตชัยชนะเชนนียอมเปนชัยชนะที่เกิดแตการหักหลังผูมีพระคุณตัว จึงเปนชัยชนะที่ ้  ยอมตองแฝงไวซึ่งความปราชัยควบคูกันไป นั่นคือความปราชัยในดานชื่อเสียงเกียรติยศทีตระกูล "อวน" ไดสั่ง ่ สมมาหลายชั่วอายุคนจนหมดสิ้น หนังสือพิมพผูจัดการออนไลน http://www.manager.co.th สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ยอดกระบี่ในมือพอครัว (ตอนที่ 41) ฝายกองซุนจานเจาเมืองปกเปงรับหนังสือลับของอวนเสี้ยวแลว ก็จดเตรียมกองทัพเพื่อจะยกไปตีเมืองกิจิ๋ว ั ตามที่ตกลงไวกับอวนเสี้ยว แตยังไมทันถึงกําหนดเคลื่อนพลก็ไดขาววาอวนเสี้ยวยึดไดเมืองกิจิ๋วแลว จึงให กองซุนอวดผูนองไปเมืองกิจิ๋วทวงทรัพยสินและขอแบงเมืองกิจิ๋วครึ่งหนึ่งตามที่อวนเสียวไดใหสญญาไว อวน  ้ ั เสี้ยวเมื่อรูวากองซุนอวดมาทวงสัญญา จึงหาตัวหองกีมาปรึกษาวาจะทําประการใดดี หองกีจึงวาขาพเจาได คาดหมายไวกอนแลววากองซุนจานจะตองสงคนมาทวงสัญญา ขาพเจาจะคิดการใหเมืองกิจิ๋วปลอดภัยแลวจะ  ใหกองทัพเมืองปกเปงยกไปรบกับจอมทรราชตั๋งโตะ เปนทีแลวเราจะไดซาเติมเอาภายหลัง ทานก็จะเปนใหญ ้ํ กวาคนทั้งปวง แลววาใหทานบอกกองซุนอวดใหกลับไปเชิญกองซุนจานมาเจรจากับทานดวยตนเองเถิด ทาน หาบิดพลิวไม ้ กองซุนจานมาแลวจะเตรียมการตอนรับและทําพิธสงมอบทรัพยสินและเมืองกิจิ๋วใหครึ่งหนึ่ง ี อวนเสี้ยวเห็นชอบกับแผนการของหองกี จึงออกไปตอนรับกอง ซุนอวดในฐานะแขกเมืองคนสําคัญ แลวแจง แกกองซุนอวดตามคําของหองกีทุกประการ กองซุนอวดทวงสัญญาไมสําเร็จจึงเดินทางกลับ ถึงกลางทางพบ กองทหารปกธงแสดงหนวยสังกัดวาเปนทหารของตั๋งโตะเขามาลอมกองซุนอวดไว แลววากองซุนจานเปน กบฏตอแผนดิน ทานอัครมหาเสนาบดีตั๋งโตะใหเรามาสังหารพรรคพวกกองซุนจานเสียใหสิ้น วาแลวก็เอา เกาทัณฑยิงกองซุนอวดถึงแกความตาย แตแกลง ปลอยทหารทีติดตามกองซุนอวดใหหลบหนีกลับไปเมือง ่ ปกเปง กองซุนจานฟงรายงานจากทหารทีติดตามไปกับกองซุนอวด พิเคราะหเหตุการณแลวเชือวาเปนแผนการของ ่ ่ อวนเสี้ยวบิดพลิ้วสัญญา สังหารกองซุนอวดเสียแลวปายผิดไปใหกับตั๋งโตะ หากหลงกลยกกองทัพไปรบดวย ตั๋งโตะก็จะเกิดความเสียหายขึนทั้งสองฝาย อวนเสี้ยวยอมถือเอาโอกาสนั้นยกกองทัพมายึดเมืองปกเปงของ ้ เราไดโดยงาย กองซุนจานจึงโกรธอวนเสี้ยวเปนอันมาก สั่งใหระดมกองทัพเมืองปกเปงยกไปตีเมืองกิจิ๋ว ถึง แมน้ําพวนโหนอกเมืองกิจิ๋วก็ใหตั้งคายลงที่เชิงสะพานศิลา ขามแมน้ําพวนโห ฟากตรงกันขามกับเมือง กิจิ๋ว เตรียมการเขาโจมตีเมืองกิจิ๋วตอไป ฝายอวนเสี้ยวทราบขาวกองซุนจานยกทัพมาตังคายอยูทริมแมน้ําพวนโห ก็ยกทหารออกไปตั้งรับกองทัพกอง ้  ี่ ซุนจานที่เชิงสะพานขามแมนาพวนโหฟากขางเมืองกิจิ๋ว แลวใหตั้งคายมันไว รุงขึ้นกองซุนจานยกทหารออก ้ํ ่ จากคายไปถึงเชิงสะพานก็ใหทหารหยุดอยู ตัวกองซุนจานขี่มาขึ้นไปบนกลางสะพานศิลา รองดาอวนเสี้ยวที่ บิดพลิ้วสัญญาแลวยังฆากองซุนอวดผูนอง อวนเสี้ยวก็ขับมาออกหนาทหารดาตอบกองซุนจานหาวาชุบมือ เปบจะยกเอาสัญญาขึ้นมาทวงไมได เพราะฮันฮกเจาเมืองกิจิ๋วมีความเมตตาตออวนเสียว ยกเมืองกิจิ๋วใหอวน ้ เสี้ยวดวยความโงของฮันฮกเอง กองซุนจานไมไดลงแรงลงทรัพยสินในเรื่องนี้แมแตนอย ไมชอบที่จะมา ทวง เอาทรัพยสินและเมืองกิจิ๋ว ดากันไปดากันมา อวนเสี้ยวโกรธสั่งบุนทิวทหารเอกใหไปฆากองซุนจานเสีย บุน ทิวจึงขับมาขึ้นไปบนสะพานศิลา กองซุนจาน เห็นดังนั้นจึงถอยลงจากเชิงสะพานมาอยูที่พื้นดิน ครั้นบุนทิว  มาถึง จึงเขารบดวยที่เชิงสะพานศิลานั้น กองซุนจานรบกับบุนทิวไดสิบเพลง ก็รับบุนทิวไวไมอยูจึงชักมาหนี เขามาในกองทหาร สั่งใหทหารเอกสี่คนเขาลอมเพื่อจะสังหาร บุนทิวเสีย สีทหารเอกของกองซุนจานเขา ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 93.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 93 ปะทะดวยบุนทิวเพียงเพลงแรก บุนทิวก็ปลิดชีพทหารเอกกองซุนจานเสียคนหนึ่ง อีกสามคนที่เหลือ กลัวบุน ทิวจึงชักมาหนี แตบุนทิวขับมากลับมาไลตามกองซุนจาน ฆาทหารกองซุนจานจนแตกฮือไปทั้งกอง กองซุนจานตกใจกลัวจึงขับมาหนีอยางไมคดชีวิต จนอาวุธและหมวกเกราะหลุดรวงไปสิน มาถึงเชิงเขาลูก ิ ้ หนึ่งมาที่กองซุนจาน ขี่สะดุดกอนหินลมลง กองซุนจานจึงพลัดตกจากหลังมา บุนทิวขับมาไลตามกองซุนจาน ไปเห็นเชนนั้นจึงเงื้อทวนจะแทง กองซุนจานสิ้นทางรอดจึงพริ้มตาลงดวยความกลัวรอความตาย พลันไดยิน เสียง "เปรง" ดังสนั่น กองซุนจานลืมตาขึ้นเห็นทวนบุน ทิวกระดอนไกลจากกายตัว จึงฉวยโอกาสนั้นรีบวิงหนี ่ เขาไปหลบอยู ในหลืบเขา เสียงทวนปะทะกันดังสนั่น ทั้งไมเห็นบุนทิวไลตามมา กองซุนจานจึงออกมาแอบดู ที่หลืบเขานั้น เห็นชายคนหนึ่ง "สูงหกศอก หนา ผากและคิ้วใหญ ตาโต" ใบหนาคมสันผองใส ในชุดแตงกาย แบบชาวปา ในมือถือทวนยาวสิบเอ็ดศอกเศษกําลังขี่มารายทวนตอสูอยูกับบุนทิว กองซุนจานรําลึกเหตุการณ สุดวิกฤติเมื่อครูแลว คิดอยูในใจวา หากมิใชชาวปาผูนใชทวนปดทวนบุนทิวไดทันการณแลว ตัวเราคงเดิน   ี้ ทางไปเยือนยมโลกแลวเปนแน เสียงทวนประกันดังสนั่นเปนระยะ ทําใหกองซุนจานตองกลับมาใหความสนใจ เขมนมองการตอสูอยางใจจดใจจออีกครั้งหนึง เห็นชายผูนนมีเพลงทวนแคลวคลองวองไว กรายทวนแตละที ่ ั้ ราวอสุนีบาต มีพลังหนักหนวง เสียงทวนกรีดอากาศดัง "วื้อ วื้อ" ราวพยัคฆคําราม ทวนประทวนแตละที ทวน ที่บุนทิวถือกระดอนไปอีกดานหนึ่ง รูปการณนาที่จะสังหารบุนทิวไดในชั่วไมเกินสิบเพลง แตเพลงทวนผานไป เพลงแลวเพลงเลาก็ยังไมปรากฏผลแพชนะ กองซุนจานเปนผูบัญชาการทหารมาของเมืองปกเปงอยูดวย มี ความ สันทัดในเชิงมา พิเคราะหดจึงเห็นปญหาใหญของชายผูนั้นวาอยูที่มาซึ่งขับขี่เขารบดวยบุนทิวนั้นหาใช ู  มาศึกไม เปนแตเพียงมาแกลบที่ผอมโซตัวหนึ่ง จะชักไปซายขวาเดินหนาหรือเลี้ยวกลับดูเคอะเขินไปสิน ทั้ง้ มีอาการตื่นกลัวยามเขาใกลมาศึกของบุนทิวแตละที ฝเทามาก็ชะลอลง ผงะออกหาง ทําใหจังหวะทวน ผิดพลาดทั้งกระบวนแทง และกระบวนฟน หากไมมีฝมือบังคับมาชั้นเชิงครูแลว สถานการณคงย่ําแยกวานี้นัก การณกลับกลายเปนวามาที่ชายผูนั้นขี่ไดลดทอนอานุภาพเพลง ทวนไปเกือบสิ้น ในขณะที่มาศึกของบุนทิว แคลวคลองวองไวเริงราคะนองนัก และกําลังมิไดลดหยอนลงแมแตนอย ครั้นสิ้นเพลงทีหกสิบ มาทีชายนั้นขี่ก็ออนแรงลง ในขณะที่ บุนทิวเองก็ปวดลาไปทั้งสองแขน งามมือทีกุมทวน ่ ่ ่ ปวดจนชา มีเลือด ไหลซึมที่งามมือจนแทบกุมทวนไวไมได เห็นทีจะรับมือไดอีกตอไปไมเกินสิบเพลง บุนทิว  ขุนทวนเอกของอวนเสี้ยวผูไมเคยยอมเปลืองเวลาในการสังหารศัตรู ครันประทวนผานไปเพียงนี้แลวยังไมมี ้ วี่แวววาจะเอา ชนะไดเลย มิหนําซ้ํากระบวนทวนของชาวปานิรนามมิไดลาลง กลับหลั่งไหลครืนครั่นไมขาด สายดุจดั่งน้ําหลากจากยอดผา บุนทิว จึงพรั่นใจนักคิดหาหนทางเอาตัวรอด ขณะนั้นบุนทิวไดยินเสียงโหรอง ของทหารดังขึนมาจากตนทางที่ไลตามกองซุนจานมา เหลียวไปดูเห็นเปนทหารกองซุนจานกําลังหนุน เนื่อง ้ เขามาที่ กําลังตอสูกันอยูก็ตกใจเกรงจะเสียที จึงอาศัยความคลองตัวและกําลังมาศึกผละโผนออกจากทีตอสู ่  แลวหนีกลับไปคาย กองซุนจานเห็นบุนทิวขับมาหนีไปแลว และเห็นทหารของตัวทีแตกตื่นจากการรบที่เชิงสะพานรวมตัวกันได ่ แลวยกตามมาถึง จึงออก มาจากหลืบเขาเดินตรงเขาไปหาชายชาวปาผูนน กลาววาทานมาชวยชีวตเราไวทัน ั้ ิ ในครั้งนี้เปนคุณแกเรานัก ขอถามวาทานนีชื่อใด บานอยูแหงหนตําบลใด ชายนั้นยอตัวลงคํานับกองซุนจาน ้  แลววา ขาพเจานี้ชื่อ "จูลง เปนชาวเสียงสาน" แลววาเดิมขาพเจาเปนทหารเลวในกองทัพอวนเสี้ยว มีหนาที่ ตรวจเวรยาม ตอมาขาพเจาเห็นวาอวนเสี้ยวเปนคนไรคุณธรรม ขาด ความกตัญูรูคุณคน ไวตัวถือยศศักดิ์ ไม มีน้ําใจรักทหาร ขาพเจาจึงไดหนีออกมาแลวขออาศัยอยูกบชาวบานปา วันนี้ขาพเจาขี่มาจะไปเก็บของปา ั ผานมาถึงเชิงเขาแหงนี้เห็นทานเสียทีอยูจึงเขามาชวยเอาทวนปดทวนซึ่งจะแทงนั้นใหไกลตัวทาน บุนทิวจึง หันมาเลนงานจะสังหารขาพเจาเสีย ขาพเจาจึงจําใจตองตอสู แลวจูลงไดหันหนาไปทางทหารของกองซุน จานทีตามมา ยอตัวลงคํานับอยางออนนอมแลวกลาวอยางถอมตัววาขาพเจาขอบใจทานทังหลายที่ยกมา ่ ้ ชวยขาพเจาไวทันเวลา มิฉะนันขาพเจาคงเสียทีเอาชีวิตรอดยากเปนแนแท ้ กองซุนจานและเหลาทหารทีตามมานั้นตางคอมตัวคารวะตอบจูลงดวยความชื่นชมพรอมกับกลาววาขอบ ่ คุณทานที่ชวยเหลือ กองซุนจานฟงวาจูลงหนีอวนเสี้ยวมาอาศัยชาวบานปาอยูและเห็นวาจูลงทําคุณแกตัว จึง  ชวนจูลงมาทําราชการดวยกันที่เมืองปกเปง จูลงรับคําชวนกองซุนจานแลวพากันมาทีคาย ณ ริมแมน้ําพวนโห ่ ถึงคายแลวกองซุนจานสั่งใหรบจูลงเขาเปนทหารในกองทัพเมืองปกเปง ั เปนกองระวังหลัง ดูแลความ ปลอดภัยของหนวยเสบียง โดยถือ วาไดตอบแทนคุณจูลงทีไดชวยชีวตไว ่ ิ นี่คือความแตกตางอยางสําคัญระหวางกองซุนจานกับเลาป ที่ถึงแมจะเปนศิษยสํานักเดียวกัน เพราะเลาปนั้น มองคนออก และวางใจชวงใชคนดีมีฝมือใหมีตําแหนงหนาที่สมแกความสามารถของคน แตกองซุนจานทั้งๆ ที่เห็นฝมือจูลงแลวกลับไมวางใจใชสอยมอบหมายหนาทีสําคัญให มองไมออกวาคนลักษณะแบบจูลงนั้นคือ ่ ทหารเสือ ควรแกตําแหนงยอดขุนพลของแผนดินดวยซ้ําไป All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 94.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 94 คนแบบกองซุนจานนี้จึงไมสามารถทําการใหญได แมแตจะรักษาชีวิตตนไวก็ยากยิ่งนัก กองซุนจานไมมี โอกาสไดเห็นอนาคตของชายชาวปาผูนี้วาในวันขางหนาคือยอดขุนพลของอาณาจักรฉูส  เปนยอดขุนพลที่ พญามังกรแหงเทือกเขามังกรหลับ จูกัดเหลียง-ขงเบง วางใจมากที่สดในบรรดาขุนพลทังปวงของจกกก สาม ุ ้ กกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) กลาวถึงการตอสูระหวาง จูลงกับบุนทิวในครั้งนี้วา ตอสูกันถึงหกสิบเพลงไม   ปรากฏผลแพชนะ โดยไมมีขอสังเกตเกี่ยวกับมาที่จลงขี่จึงทําใหเขาใจและสงสัยไปไดวาฝมือและเชิงรบของจู ู ลงจะแคเพียงเสมอดวย บุนทิวกระนั้นหรือ ถาเชนนั้นหากจะเปรียบเทียบฝมอจูลงกับกวนอูแลว จะไมตางกัน ื ราวฟากับดินดอกหรือ เพราะในภายหนากวนอูใชงาวนิลนาคะปลิดศีรษะ บุนทิวรวงลงพืนในชั่วไมถึงสิบเพลง ้ เทานั้น ความจริงแลวการตอสูระหวางจูลงกับบุนทิว หากมีมาศึกเสมอกันก็นาทีจลงจะปลิดศีรษะออกจากบาบุนทิวได ่ ู ในชั่วไมเกินสิบเพลงรบ แตการตอสูกลับยืดเยื้อมาจนสิ้นเพลงที่หกสิบยังไมปรากฏผลแพชนะนั้น เนื่องจาก ความดอยของมาที่จลงขี่ซึ่งเปนเพียงมาแกลบผอม โซหาใชมาศึกไม จึงกลายเปนตัวถวงรั้งใหเพลงทวนของ ู จูลงแทบไรอานุภาพ แตกระนั้นทั้งสองแขนและงามนิวของบุนทิวที่กุมทวนตองบาดเจ็บและ ออนลาจนแทบ ้ ถือทวนไวไมไหว เพราะเหตุที่กองซุนจานมองคนไมออก จึงสั่งบรรจุจูลงไวในตําแหนงพลทหารของกองทัพ เมืองปกเปง แลวมอบหนาที่ใหอยูกองหลัง ดูแลความปลอดภัยของเสบียงเทานั้น การใชคนของกองซุนจาน จึงเปนการใชคนโดยไมสอดคลองกับความปรีชาสามารถของคน จูลงซึ่งเปรียบประดุจดังกระบี่วิเศษจึง เหมือนกับตกอยูในมือพอครัว และถูกใชไปสําหรับหั่นผักปลาเทานั้น ฝายอวนเสี้ยวเห็นกองทหารของกองซุน จานแตกฮือ และบุนทิว ไลตามกองซุนจานไปก็ดีใจยิ่งนัก ตังตาคอยวาอีกเพียงครู บุนทิวคงหิ้วศีรษะกองซุน ้ จานมาเปนกํานัลแกตน ครั้นเห็นบุนทิวกลับมาตัวเปลาในสภาพออนลารอแรเชนนั้น จึงรีบเขามารับบุนทิวแลว ถามวาเกิดเหตุการณประการใดขึ้น บุนทิวจึงเลาความใหอวนเสี้ยวฟงทั้งสิน แลววาขาพเจาหวิดที่จะไดศีรษะ ้ กองซุนจานมาคํานับทานอยูแลว แตไมรูวามีไอบามาจาก ทีไหนเขามาขวางไว คนผูนี้มีเพลงทวนแคลวคลอง ่ วองไวจัดจานนัก และทหารกองซุนจานก็ยกตามไปสมทบ ขาพเจาเกรงจะเสียทีจึงปลีก ตัวกลับมาหาทาน ขอ อภัยทานดวยเถิดที่ทาใหทานตองรอศีรษะกองซุนจานเกออยูดังนี้ ํ สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม สามพี่นองแหงสวนทอพบจูลง (ตอนที่ 42) ผานศึกวันแรกแลว ทั้งกองทัพเมืองปกเปงของกองซุนจานและกองทัพเมืองกิจิ๋วของอวนเสี้ยวยังคงปกหลัก คุมเชิงกันอยูคน ละฟากแมนาพวนโห ทีมีสะพานศิลาทอดเชื่อมระหวางสองฟาก ตกค่ําลงอวนเสี้ยวจึงใหหา ้ํ ่ หองกีมาปรึกษาแผนการรบในวันรุงขึ้น หองกีเสนอแผนการ "ปราบโจรตองฆาหัวหนาโจรกอน" และวางแผน ใหจัดกําลังโดยมุงสังหารกองซุนจานเปนสําคัญ สิ้นกองซุนจานแลวกองทัพเมืองปกเปงก็จะแตกทัพไปเปนแน แท อวนเสี้ยวเห็นดวยกับแผนการของหองกี จึงสั่งใหงันเหลียง บุนทิว สองทหารเอกนํากําลังเกาทัณฑคนละพัน ไปซุมอยูในปาออเชิงสะพานฟากเมืองกิจิ๋วทั้งสองดาน เมื่อไดสัญญาณแลวใหระดมยิงกองซุนจานพรอมกัน แลวตั้งใหจกยี่เปนกองหนา คุมพลเกาทัณฑแปดรอยและทหารอีกหมื่นหาพันยกไปตั้งมั่นอยูที่เชิงสะพาน รอ ฟงสัญญาณแลวเขาตีพรอมกัน สวนอวนเสียวคุมกําลังพลหาหมื่นเปนกองหลังตั้งหลักอยูในคาย ใหทุกหนวย ้  เขาประจําจุดรบใหเสร็จสิ้นกอนพระอาทิตยขน ึ้ ฝายกองซุนจานค่ํานั้นก็กําหนดแผนการรบสั่งใหยํากงทหารเอกเปนกองหนา จัดทหารอีกสองกองเปนปกซาย ปกขวา สวนกองซุนจานเปนทัพหลวง ใหจลงเปนกองหลังคอยระวังเสบียง รุงขึ้นกองซุนจานก็ยกทหารไปที่ ู เชิงสะพานตั้งขบวนตามแผน การรบที่วางไว แลวใหทหารตีกลองศึกทารบดวยกองทัพของอวนเสียว แต ้ หองกีนิ่งเฉยไวไมโตตอบ เสียงกลองศึกทารบดังมาจากฝายกองซุนจานตังแตเชาจนถึงเที่ยง เหตุการณขาง ้ ฟากของอวนเสียวยัง คงเงียบสงบ ถึงเที่ยงแลวทหารฝายกองซุนจานทั้งรอนทั้งอิดโรย ยํากงทหารเอกซึ่งเปน ้ กองหนาของกองซุนจานอดรนทนตอไปไมได จึงยกทหารขามสะพานศิลาปะทะกับจกยี่ทหารเอกของอวน เสี้ยวซึ่งเปนกองหนา จกยีทําทีลอถอยมาจนพนเชิงสะพานจนกระทั่งกองหนาของกองซุนจานมาถึงจุดซุมก็จุด ่ พลุใหสัญญาณขึ้น ทหารของงันเหลียง บุนทิว ทีซุมอยูทงสองขางสะพานก็ใชเกาทัณฑระดมยิงถูกทหารยํา ่  ั้ กงลมตายเปนอันมาก ยํากงเห็นจะตานทานไมไดก็ถอยรนมาทางเชิงสะพานขางทีฝายตัวตั้งคายอยู จกยี่ เห็น ่ เปนทีจึงขับมาฝาทหารเขารบกับยํากง ตอสูกนหาเพลงก็เอางาวฟนถูกยํากงตกมาตาย ั All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 95.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 95 ในขณะนั้นปกซาย ปกขวาของกองซุนจานก็ยกทหารเขาโจมตีกองหนาของจกยี่ แตถูกกองซุมของงันเหลียง บุนทิว ระดมยิงเกาทัณฑสกัดไว ทหารทั้งสองฝายตอสูกันเปนสามารถ ฝายจกยี่เมื่อสังหารยํากงแลว ก็ยก ทหารเขาตีทหารของยํากงทีแตกพายแลวถอยรนไปจนถึงกองทัพหลวงของกองซุนจาน จกยี่ฝาทหารเขาไป ่ ฟนธงประจําตัวแมทัพของกองซุนจานลมลงและสังหารพลธงนั้นเสีย กองทัพหลวงของกองซุนจานกับกอง หนาของจกยี่จงตะลุมบอน กันขึ้นที่เชิงสะพานนั้น กองซุนจานตานไวไมอยู ถอยรนมาถึงกองหลัง จูลงเห็น ึ  ดังนั้นจึงขับมาศึกเขาชวยกองซุนจาน ปรี่เขาไปหาจกยีแลวเอาทวนแทงจกยี่ตกมาตาย แลวจูลงจึงขับมาฝา ่ เขาไปในทามกลางทหารของจกยี่ สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) บรรยายสถานการณการรบตรงนีวา "จู ้ ลงขับมาไปขางขวาก็ขวาแตก ไปขางซายก็ซายแตก หาผูใดตาน ทานมิได"   กองซุนจานครันเห็นจูลงเขาแกสถานการณจนทหารกองหนาของ จกยี่แตกฮือระส่าระสายก็คุมทหารกลับมา ้ ํ ชวยจูลงฆาทหารจกยี่เสีย เปนอันมาก กองหนาของจกยี่จงแตกหนีกลับขามสะพานไปทางดาน คายของอวน ึ เสี้ยว ในขณะที่จกยี่บุกเขาฟนธงประจําแมทพของกองซุนจานลมลงนั้น หนวยลาดตระเวนของอวนเสี้ยวเห็น ั เหตุการณจึงเขาไปรายงานอวนเสี้ยวถึงในคาย อวนเสี้ยวคิดวากองทัพของกองซุนจานแตกแลว จึงคิด ประมาทคุมทหารเกาทัณฑหาสิบคนพรอมพลทหารอีกสามรอยคนยกออกมานอกคาย เห็นสถานการณอีกฟาก  หนึ่งของแมน้ําพวนโหททัพหลวงของกองซุนจานแตกถอยรนไปดานกองหลังก็หัวเราะเยาะขึ้นดวยเสียงอันดัง ี่ วาเราคิดกลเพียงเทานี้ ไอกองซุนจานก็แพเสียแลว อวนเสียวหัวเราะไมทนสิ้นเสียง ทั้งจูลงและกองซุนจานตี ้ ั กองหนาของจกยี่แตกแลวไลตามตีขามสะพานมา โดยที่กองซุมของงันเหลียงและบุนทิวก็ถูกปกซายขวาของ กองซุนจานรบสกัดไว ดังนันเมื่อกองซุนจานและจูลงเห็น อวนเสี้ยวคุมทหารออกมาจึงยกทหารเขาไปลอม ้ อวนเสี้ยวไว อวนเสี้ยวและทหารตกอยูในวงลอมของทหารกองซุนจาน ในขณะนั้น งันเหลียง ซึ่งทําหนาที่เปน กองซุมอยูขางสะพานขางหนึง เห็นอวนเสี้ยวตกอยูในอันตรายจึงยกทหารออกจากจุดซุม เขาไปลอมกองซุน ่ จานและจูลงไวอีกวงหนึ่ง การรบ ณ จุดนีเกิดเปนการลอมสองชั้นโดยอวนเสี้ยวอยูชั้นในสุด ลอมไวดวยทหารของกองซุนจาน โดยมีจูลง ้ อยูในที่นั้นดวย ในขณะที่งันเหลียงและทหารอวนเสี้ยวก็ลอมกองซุนจาน จูลง ไวรอบนอก สภาพเชนนี้อวน เสี้ยวตกอยูในวงลอมชั้นหนึ่ง แตในอีกลักษณะหนึ่งกองซุนจานและจูลงก็ถูกลอมประกบไวถึงสองชั้น คืออวน เสี้ยวอยูชั้นหนึงและงันเหลียงอยูอีกชั้นหนึ่ง จูลงเห็นดังนั้นก็รูวาเหตุการณกําลังจะเขาทีคบขันเพราะทหารของ  ่ ่ ั อวนเสี้ยวกําลังหนุนเนื่องเขามาอีก จึงพากองซุนจานกับทหารรบตีฝาวงลอมของงันเหลียงออกมาหนีขาม  สะพานจะกลับไปทางคายตัว อวนเสี้ยวและงันเหลียงก็คุมทหารไลตามตีฆาฟนทหารกองซุนจานลม ตายและ ตกน้ําลงเปนอันมาก อวนเสียวและงันเหลียงยกทหารไลตามตีกองซุนจานและจูลง ไปเปนระยะทางถึงหาสิบ ้ เสนถึงเนินเขาแหงหนึ่ง ทันใดนั้นอวนเสี้ยว ไดยินเสียงกึกกองฝุนตลบ เห็นกองทัพหนึ่งเคลื่อนเขามาอยางรวด เร็วตรงมายังทิศทางที่กําลังไลตามกองซุนจานอยูนั้น กองทัพที่เคลื่อนมานั้นคุมกันรับเอากองซุนจาน จูลง และทหาร ที่หนีไป แลวยังคงเคลื่อนกองหนาซึ่งเปนทหารมาลวนตรงมายังกองทหารของอวนเสี้ยวและงันเหลี ยง เห็นธงประจําทัพพื้นเหลือง ขอบ ธงเปนสีแสดพลิ้วสบัด มีชื่อเลาปเปนแมทัพ ใกลเขามาก็เห็นเลาป กวนอู เตียวหุย ขับมานําทหารตรงเขามาสกัดทหารหนามาของอวนเสี้ยวแลวตีฝาเขามาจะรบดวยอวนเสี้ยว อวนเสี้ยว เห็นดังนั้น "ก็ตกใจหาสติมิได งาวทีถืออยูนั้นก็พลัดตกลงจากมือ" จึงรีบชักมากลับมาทางดานหลัง สั่งให ่  ทหารถอยหนีกลับไปคายที่รมน้ํา พวนโหนั้น ิ อวนเสี้ยวหนีกลับไปแลว เลาป กวนอู เตียวหุย จึงพากันมาคารวะกองซุนจาน ตางฝายตางยินดีที่ไดพบกัน แลวพากันกลับมา ยังคายที่รมน้ําพวนโห ถึงคายแลวกองซุนจานไดจดเลี้ยงตอนรับเลาป กวนอู เตียวหุย ณ ิ ั คายบัญชาการของตัว แลวกลาวแกเลาปวาครั้งกอนบุนทิว ทหารเอกอวนเสี้ยว ไลตามจะสังหารเรา จูลงไดเขา ชวยไว ชีวตจึงรอดมา ครั้งนี้อวนเสี้ยวไลตามตีเรา ทานก็มาเขาชวยเหลือไวไดทันทวงที จึงไดรอดชีวิตดวยมือ ิ  ทาน นับเปนคุณลนเหลือแกตวเรา วาแลวก็สง สุราแกเลาป แลวคํานับเปนการแสดงความขอบคุณ เลาปจึงวา ั  ทานอยาไดตดใจในเรื่องนี้เลย เราเปนศิษยสํานักเดียวกันดุจดั่งพี่นอง ทุกขของทานก็ดงทุกขของขาพเจา ิ ั่ ครั้งนี้ขาพ เจาไดยินขาววาทานยกกองทัพมารบดวยอวนเสียวจึงรีบยกตามมา ตัวขาพเจานียังคิดถึงคุณทานที่ ้ ้ ไดชวยกราบทูลถวายฎีกาตอพระเจาเลนเต โดยไมเกรงภัยจากสิบขันที จนขาพเจาไดรับโปรดเกลาฯ แตง ตั้ง ใหเปนเจาเมืองเพงงวนกวน ไดอยูเปนสุขจนถึงทุกวันนี้ ในขณะที่กลาวกับกองซุนจานนั้น เลาปเห็นจูลงกําลังมองมาก็ยิ้มใหดวยไมตรีแลวคอมศีรษะลงเปนทีคํานับ ดวยวาสนาที่ไดทํานุบารุงกันมาแตปางกอน ทั้งเลาป จูลงตางมีความรูสึกผูกพันพึงใจนับถือศรัทธากันตั้งแต ํ  บัดนั้น กองซุนจานเห็นเลาปเขมนมองจูลง จึงเรียกจูลงเขามาแลววานี่คือจูลง คนทีชวยชีวิตขาพเจาแลวใหจู ่ ลงคารวะทําความรูจักกับเลาป เลาปเห็นดังนั้นจึงกาวเขาไปเอามือทั้งสองกุมมือทั้งสองของจูลงไวแลว โอบ กอดและวา ขาพเจากับกองซุนจานนี้เปนศิษยรวมสํานัก ทานไดชวยเหลือกองซุนจานไวในครั้งนี้ก็เหมือนกับ ไดทําคุณไวกับใจขาพเจาดวยเชนเดียวกัน จูลงคอมตัวลงคารวะเลาปอีกครั้งหนึ่ง แตมิไดพูดจาประการใด All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 96.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 96 ความศรัทธาและใจรักเลาปประดังขึ้นมาเต็มลําคอ ออกเสียงประการใดมิได คารวะแลวจึงยืนนิ่งอยู การศึกทั้ง สองวันทําใหทงสองฝายสูญเสียทหารเปนอันมาก ดังนั้นทังกองทัพอวนเสี้ยว และกองทัพกองซุนจานจึงไดแต ั้ ้ คุมเชิงตั้งมั่นอยูสองฟากของแมน้ําพวนโห จนเวลาลวงไปเดือนเศษขางฝายตั๋งโตะครองอํานาจอยูในเมือง เตียงอันราชธานีใหม ในขณะที่กองทัพเมืองปกเปงยกมารบกับกองทัพเมืองกิจิ๋วนั้น หนวยลาดตระเวนทราบ เหตุการณก็สงขาวเขาเมืองหลวงรายงานตอลิยู กุนซือเจาปญญาของตังโตะ ๋ รายงานการศึกใหทราบทุก ประการ ลิยูทราบความแลวจึงเขาไปรายงานตอตั๋งโตะแลวเสนอวากองทัพเมืองปกเปงและกองทัพเมืองกิจิ๋วที่ ทําสงครามกันอยูนี้หากฝายใดฝายหนึ่งไดชยชนะก็จะมีน้ําใจกําเริบ ตั้งตัวขึ้นเปนใหญ แลวจะยกมาทํารายเรา ั เปนมั่นคง ตั๋งโตะฟงดังนันจึงปรึกษาดวยลิยูวาทานจะคิดอานประการใด ลิยูจึงวาขอใหทําเปนรับสั่งของพระเจาเหี้ยนเต ้  ถึงอวนเสี้ยว และกองซุนจาน ใหยุตสงครามแกกัน และใหแตละฝายยกทัพกลับคืนเมืองของตน ดังนี้แลวทั้ง ิ สองเมืองก็จะอยูภายใตการบังคับบัญชาของทานสืบไป ทังจะคุมเชิงกันและกันอยูตลอดไป ไมเปนภัยแกเรา ้ ไดอีก ตั๋งโตะเห็นชอบกับแผนการของลิยู จึงใหปลอมพระบรมราชโองการของพระเจาเหียนเต แลวใหเตียวกี ้ กับมาหยิดเชิญพระบรมราชโองการปลอมนั้นไปใหแกอวนเสียวและกองซุนจาน ณ กองทัพสองฟากแมนาพวน ้ ้ํ โห อวนเสี้ยวครั้นทราบวามีพระบรมราชโองการมาถึงตัวก็แตง พิธีรับพระบรมราชโองการตามธรรมเนียม รับทราบ พระบรมราชโองการแลวก็ยอมทําตามรับสั่ง แตตั้งมั่นฟงความจากฝายกองซุนจานอยู สองขุนนางที่เชิญพระ บรมราชโองการจึงไปยังกองทัพของกองซุนจาน ฝายกองซุนจานเมื่อรูวามีพระบรมราชโองการถึงตัวก็แตงพิธี รับพระบรมราชโองการเชนเดียวกัน แลวถามสองขุนนางที่เชิญพระบรมราชโองการวา ฝายอวนเสียวมีความคิด ้ อานประการใด ในสวนของขาพเจานั้นพรอมที่จะปฏิบัตตามพระบรมราชโองการทุกประการ สองขุนนางจึงวา ิ ฝายอวนเสี้ยวพรอมที่จะปฏิบตตามพระบรมราชโองการนั้น ั ิ แลวบอกกําหนดใหกองซุนจานยกกองทัพกลับ เมืองปกเปง กองซุนจานก็ยินยอมรับเอา สองขุนนางจึงกลับไปบอกความแกอวนเสี้ยวถึงกําหนดวันยกทัพกลับ เมืองกิจิ๋วอวนเสี้ยวก็รับเอา สองขุนนางจึงเดินทางกลับเมืองหลวง รายงานใหตั๋งโตะทราบ ถึงวันกําหนดทังกองทัพเมืองปกเปงและกองทัพเมืองกิจิ๋วจึงเลิกทัพกลับ ฝายกองซุนจาน เลาป กวนอู เตียว ้ หุย เมื่อเดินทัพกลับถึงเมืองเพงงวนกวนจึงหยุดทัพอยูแลวล่ําลากันตามธรรมเนียม ในระหวางทีล่ําลากันนั้น จู  ่ ลงไดเขามาคอมตัวคารวะเลาปแลววา "แตกอนขาพเจาเห็นวาอวนเสี้ยวเปนคนหยาบชา ขาพเจาจึงมาอยูดวย  กองซุนจาน บัดนี้เห็นวากองซุนจานนี้หามีความคิดมิได ขาพเจาจึงมีความลําบากใจ ครั้นมาเห็นทานคอยมี สติปญญาคิดวาจะทําราชการดวยก็ตางคนตางอยู มิรที่จะทําประการใด" ขณะที่กลาวนันสีหนาจูลงเศราหมอง   ู ้ นัก เต็มไปดวยความอาลัย เลาปเขาไปจับมือจูลงมากุมไวกับอกแลววาทานกับเราแมเพียงพบกันครั้งแรกก็ รูสึกประหนึ่งมีวาสนารวมกันมาแตปางกอน น้ําใจขาพเจาใครไดทานมาทําการดวยนัก แตกองซุนจานกับ ขาพเจานั้น เปนศิษยรวมสํานักมีคุณตอกันเปนอันมาก "ทานจงคอยอยูกับกองซุนจานกอนเถิด ถาชีวตมิตาย  ิ สืบไปภายหนา ทานจะไดทาราชการดวยเราเปนมั่นคง จงจําคํานี้ไวอยาลืม" กลาวดังนี้แลวสีหนาเลาปก็สลด ํ ลง น้ําตาเออคลอเต็มทั้งสองเบาตา อาลัยจูลงยิ่งนัก จูลงเห็นเชนนั้นก็พลอยรองไหรักเลาป ล่ําลากันเสร็จแลว  เลาป กวนอู เตียวหุย จึงยกเขาเมืองเพงงวนกวน สวนกองซุนจานก็นําทหารกลับไปเมืองปกเปงดังเกา สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ดาวเสือขาวรวงจากฟากังตั๋ง (ตอนที่ 43) ดินแดนที่เรียกวาแควนกังตั๋งนัน ตั้งอยูทางตอนใตของแมนา แยงซี ทางดานตะวันออกมีอาณาเขตติดกับทะเล ้ ้ํ ตังไฮ หรือทะเลตะวันออก มีเมืองเตียงสาเปนศูนยกลาง และมีหัวเมืองเอก โท ตรี ถึงแปดสิบเอ็ดหัวเมือง เปน ดินแดนที่อุดมสมบูรณ ซุนเกี๋ยนเจาเมืองเตียงสานั้นมีภรรยาสองคนเปนพีนองรวมอุทร เดียวกัน ผูพี่ชองอฮู ่ ื่ หยิน ผูนองชื่องอยี่ฮูหยิน ผูพมีบุตรชายสี่คนคือซุนเซ็ก, ซุนกวน, ซุนเสียง และซุนของ ฝายผูนองมีบตรชาย ี่ ุ คนหนึ่งชื่อซุนลอง และบุตรหญิงอีกคนหนึ่งชื่อ ซุนหยิน และมีบตรบุญธรรมอีกคนหนึ่งชื่อกองเล ซุนเกี๋ยนมี ุ นองชายอีกคนหนึ่งชื่อ ซุนแจง นับตั้งแตซุนเกี๋ยนไดตราพระลัญจกรมาครองแลว ความเปนปกติสุขที่เคยมีมา แตกาลกอนก็เปลี่ยนแปลงไป มีแตความวุนวายใจดวยความพยาบาทดวยอวนเสี้ยวเจาเมืองกิจิ๋ว และเลาเปยว เจาเมือง เกงจิ๋ว ซึ่งสมคบกันจะชิงเอาตราพระลัญจกรคืนสถานหนึ่ง และวุนวายใจดวยความคิดที่จะตั้งตัวขึ้น เปนเจาอีกสถานหนึ่ง ใบหนาซุนเกี๋ยน ที่เคยผองใสประดุจหยกขาวก็หมองลง อาถรรพแหงตราพระลัญจกรดู เหมือนวากําลังปกคลุมฟากฟาเมืองกังตั๋งแลว All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 97.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 97 ฝายอวนสุดเจาเมืองลําหยง ครั้นไดทราบขาววาอวนเสี้ยวผูพี่ได ครองเมืองกิจิ๋วก็มีจิตคิดโลภอยากได ประโยชนแบงปนบาง จึงมีหนังสือใหทหารถือไปขอมาจํานวนพันตัวจากอวนเสี้ยว แตอวนเสี้ยว ไมยอมให ความคิดแบบผีสิงยังไมยอมหยุด อวนสุดจึงใหทหารมีหนังสือไปขอเสบียงจากเลาเปยวอีกทางหนึ่ง เลาเปยวก็ ไมใหเพราะไมไดมีความสัมพันธอะไรกันแมแตนอย อวนสุดจึงผูกอาฆาตและโกรธเคืองทั้งอวนเสียวผูพี่ ทั้ง ้  เลาเปยวคนรวมโลกดังนั้น อวนสุดจึงคิดอานหาทางลางแคนทั้งที่ไมควรแคนเอากับอวนเสี้ยวและเลาเปยว คิด แลวก็ใหทหารถือหนังสือไปถึงซุนเกี๋ยน เมืองเตียงสาวาเมื่อครั้งที่ทานไดตราพระลัญจกรไวนั้น อวนเสี้ยวมีจิต  ริษยาคิดแยงชิงตราพระลัญจกรเพื่อตั้งตนขึนเปนเจา และเปนตัวการสั่งใหเลาเปยวยกทหารออกมาสกัดตอน ้ ทานยกทัพกลับเมือง กังตั๋ง หากวาสนาทานจะไดเปนใหญทานจึงยกทัพกลับเมืองกังตั๋งโดย สวัสดีพรอมดวย ตราพระลัญจกรนั้น แลวยังยุตอไปวาบัดนี้อวนเสี้ยวกับเลาเปยวกําลังคบคิดกันจะยกกองทัพไปตีเอาเมืองกังตั๋ง  เพื่อชิงเอาตราพระลัญจกรอีก ขอใหทานยกกองทัพไปตีเมืองเกงจิ๋ว สวนตัวขาพเจาจะชวยทานแกแคน และ จะยกไปตีเมืองกิจิ๋ว ซึ่งอวนเสี้ยวครองอยูนน ซุนเกี๋ยนรับหนังสือของอวนเสี้ยวแลวตองดวยแรงพยาบาทที่ ั้ ครองใจอยู จึงเรียกขุนนางและแมทัพนายกองมาปรึกษา แตบรรดาคนเหลานั้นเห็นวา ขณะนี้ซุนเกี๋ยนเพิ่งตั้ง ตัวยังไมมั่นคงดีนัก จักตองอาศัยระยะเวลาอีกชวงหนึ่งจึงคอยทําการ แตซุนเกี๋ยนไมฟงคํา แลวกลาววาเลา เปยวกับเรานั้นมีความแคนตอกัน ไมอาจอยูรวมฟาเดียวกันได ถึงมาตรวาอวนสุดจะไมมหนังสือมาทั้งนี้ เราก็ ี คิดจะยกกองทัพไปตี เมืองเกงจิ๋วอยูแลว ใชจะหวังความชวยเหลือใดๆ จากคนอื่น วาแลวจึงตั้งอุยกายใหเปน แมทัพเรือ จัดเตรียมกองทัพเรือพรอมทหารและอาวุธยุทโธปกรณ ถึงวันฤกษดีแลวจะไดกรีธาทัพยกไปตีเมือง เกงจิ๋ว ในระหวางที่อุยกายกําลังเตรียมทัพอยูที่ชายทะเลนั้น กองเรือลาดตระเวนของเมืองเกงจิ๋วตรวจพบเหตุการณ  จึงรายงานใหเลาเปยว ทราบ เลาเปยวจึงเรียกประชุมขุนนางและแมทัพนายกองเมืองเกงจิ๋ว ปรึกษาการศึกวา จะเปนประการใด เกงเหลียงทหารเอกซึ่งเปนที่ปรึกษาใหความเห็นวากองทัพเมือง กังตั๋งเปนชาวเรือ ไมถนัด การรบทางบก เราจะตั้งรับทัพกังตั๋งบนบก ก็จะไดชยชนะตอกองทัพกังตั๋งเปนมั่นคง แลวเสนอแผนการให ตั้ง ั หองจอเจาเมืองกังแฮ ซึ่งขึ้นตอเมืองเกงจิ๋วเปนกองทัพหนา เลาเปยวเปนกองทัพหลวง ยกไปตั้งรับทัพเมือง กังตั๋งที่ปากแมน้ําฮวนเสีย เลาเปยวเห็นชอบดวย จึงสั่งการตามแผนการของเกงเหลียงทุกประการ ครั้นถึงวันฤกษดี อุยกายเตรียมกองทัพเรือและทหารไวพรอมสรรพ ตัวซุนเกี๋ยนลงมาคอยฤกษอยูทฐานทัพเรือ ี่ โดยมีซุนแจงผูนอง นําบุตรทังเจ็ดคนไปทีฐานทัพเพื่อสงกองทัพซุนเกี๋ยน แลววากับซุนเกี๋ยนวาเมืองกังตั๋งนี้  ้ ่ เพิ่งสงบสุข ตัวทานก็เพิ่งตั้งตัวสมควรตรึกตรอง ดูสักครั้งหนึ่งกอนวาควรทําสงครามในชวงนี้หรือไม ซุนเกี๋ยน จึงวาแตกอนมาตัวเราผูเดียวยังสามารถตั้งตัวไดถึงเทานี้ มาบัดนี้เมืองกังตั๋งก็อุดมสมบูรณ ผูคนก็มาก ทหารก็  พรอม หากจะนิ่งเสียความแคนสุมแนนในอกเราหาความสบายมิได ทั้งไมสมกับความเปนชายชาติทหาร จําเปนที่จะตองลางความอัปยศใหจงได ซุนเซ็กผูบุตรไดยินบิดาและอาตนตอบโตกันอยูดั่งนั้น จึงขอตอ ซุนเกี๋ยนติดตามไปในกองทัพดวย ซุนเกี๋ยนมี ใจรักซุนเซ็กผูบุตร  หวังใหมีประสบการณในการสงครามจึงอนุญาต ครั้นไดฤกษแลวซุนเกี๋ยนก็ลงเรือ บัญชาการ ยกกองทัพขามอาว ไปถึงปากแมน้ําฮวนเสียที่ตดตออยูกับเมืองกังแฮ ซึ่งบัดนี้กองทัพของเมืองเกง ิ จิ๋วไดมาตั้งรับอยูกอนแลว ในขณะที่ กองทัพเรือของซุนเกี๋ยนเคลื่อนเขามาใกลปากแมน้ําฮวนเสีย หองจอ ทหารเอกกองหนาของเลาเปยวก็สั่งใหทหารตั้งกองเรียงรายอยูตามริมแมน้ํา ใชเกาทัณฑยิงกองทัพซุนเกี๋ยน ฝายซุนเกี๋ยนสังเรือรบไมใหเขาเทียบฝง ใหลอยลํารับลูกเกาทัณฑอยูถึงสามวันสามคืนจนทหารของหองจอ ่ หมดลูกเกาทัณฑ ซุนเกี๋ยนเห็นดังนั้นจึงสั่งใหกองทัพเรือเขาเทียบฝง ใหเทียเภาและอุยกายยกทหารเปนสองกองเขาโจมตี กองทัพของหองจอ ทหารทั้งสองฝายตะลุมบอนกัน บาดเจ็บลมตายลงเปนอันมาก หองจอเสียทหารฝมือดีใน กองทัพไปหลายคน เห็นจะรับมือกองทัพซุนเกี๋ยนไมไดจึงรีบหนีเขาไปเมืองเกงจิ๋ว ซุนเกี๋ยนสั่งใหทหารใน กองทัพเรือชักเอาลูกเกาทัณฑซึ่งทหารหองจอยิงมาติดกับเรือรบออกแลวนับดูไดลูกเกาทัณฑถึงสิบหาหมื่น แลวจึงสั่งใหยกทัพไปเมืองเกงจิ๋ว โดยใหเทียเภายกกองทัพเรือไปทีตําบลทาฮั่นกั๋งเพื่อยกพลขึ้นบกตรงไป ่ เมืองเกงจิ๋ว สวนตัวซุนเกี๋ยนเองยกทหารไปตามทางบกตรงไปเมืองเกงจิ๋ว ฝายเลาเปยวเมื่อไดรับรายงานการ ศึกจากหองจอแลวก็ตกใจ จึงหาเกงเหลียงมาปรึกษาวาจะทําประการใด เกงเหลียงเสนอใหตั้งมั่นอยูในเมือง  แลวขอความชวยเหลือจากอวนเสี้ยว แตชัวมอทหารเอก ซึ่งเปนพี่ภรรยาของเลาเปยวไมเห็นดวย อางวา กองทัพเมืองกังตั๋งมาประชิดอยูเชนนี้จะมัวขอใหอวนเสียวมาชวยเหลือคงไมทันการณ ขออาสายกทหารไปตี ้ ทัพซุนเกี๋ยนเอง เลาเปยวจึงอนุญาตใหชัวมอยก ทหารไปตีทัพซุนเกี๋ยน กองทัพของชัวมอปะทะกับกองทัพของซุนเกี๋ยนทียกมาทางบก เทียเภา ทหารเอกของซุนเกี๋ยนออกรบดวยชัว ่ มอไดสิบเพลง ชัวมอสูไมไดก็ขับมาหนี กองทัพซุนเกี๋ยนจึงไลตามตีทหารชัวมอแตก กองทัพของชัวมอ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 98.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 98 สูญเสียทหารเปนจํานวนมาก ชัวมอจึงนําทหารทีแตก หนีมานั้นยกกลับเขาเมืองเกงจิ๋ว หลังจากเลาเปยวไดฟง ่ การศึกจากชัวมอแลวก็ตกใจ เกงเหลียง ลําเลิกวาการทั้งนี้เปนเพราะเลาเปยวไมเชื่อฟง การทีชัวมอแพศกมา ่ ึ ครั้งนี้จําเปนตองลงโทษประหารตามพระอัยการศึก แตเลาเปยวเกรงใจนางชัวฮูหยิน ภรรยา ซึ่งเปนผูนอง  ของชัวมอ จึงมิไดเอาโทษ ฝายซุนเกี๋ยนไลตามตีชัวมอมาจนถึงกําแพงเมืองเกงจิ๋ว เห็นขางในเมืองปดประตู เมืองแลวใหทหารขึ้นรักษาการณบนเชิงเทินอยางแนนหนา จึงตั้งคายลงลอมเมืองเกงจิ๋วไว วันหนึ่งขณะทีซุนเกี๋ยนตรวจทหารอยูที่นอกคาย เกิดพายุใหญพัดมา ธงชัยสําหรับแมทัพประจําตัวซุนเกียนหัก ่  ๋ สะบั้นลง ฮันตงทหารเอกเห็นเปนลางรายจึงเสนอใหซุนเกียนเลิกทัพกลับไปเมืองกังตั๋ง แตซุนเกี๋ยนไมยอม ๋ แลววา การศึกครั้งนี้กองทัพเมืองกังตั๋งไดรบชัยชนะตลอดมา บัดนี้จวนจะไดเมืองเกงจิ๋วอยูแลวจะกลัวไปไย ั กับสายลมพัด เพลาดึกของค่ํานี้เราจะหักเขาตีเมืองเกงจิ๋วใหได ฝายขางเมืองเกงจิ๋ว พอค่ําลงเกงเหลียงทหารเอกและที่ปรึกษา ของเลาเปยวไดขึ้นตรวจดูเหตุการณบนเชิง เทินกําแพงเมืองเกงจิ๋ว เห็นดาวดวงหนึ่งตกลงมาแตทศเมืองกังตั๋ง ตรวจดูแลวจึงแจงแกเลาเปยววาขาพเจา ิ สังเกตดาวดวงหนึ่งอยูบนฟาขางเมืองกังตั๋งเห็น เศราหมองนัก บัดนี้ดาวดวงนั้นไดรวงลงจากฟา เห็นวา อันตรายจะเกิดแกซุนเกี๋ยนเปนมั่นคง ขอใหรบแตงหนังสือขอใหอวนเสี้ยวยกกองทัพมาชวย เลาเปยวเห็นชอบ ี กับความคิดของเกงเหลียงแลววา ในเมื่อเมืองเกงจิ๋วถูกกองทัพของซุนเกี๋ยนลอมอยูดังนี้ จะมีผูใดอาสาถือ  หนังสือไปถึงอวนเสี้ยวเลา ขณะนั้นนายทหารคนหนึ่งชื่อลีกงขออาสาทําการ เกงเหลียงพิเคราะหลีกงแลวเห็น  ทวงทาจะทําการไดสําเร็จจึง วาในการไปครั้งนี้เราจะวางแผนใหทานเดินทางโดยปลอดภัย แลววาเราจะจัด ทหารถือเกาทัณฑหารอยตามทานไป เมื่อรบหักฝาวงลอมไปแลวใหจัดทหารเกาทัณฑสองรอยแบงเปนสอง กองใหซุมอยูในปาทายเขาฮีสนกองหนึ่ง และใหซุมอยูที่เนินเขาฮีสันอีกกองหนึ่ง ใหเตรียมกอนศิลาไวให ั  พรอม ซุนเกี๋ยนคงจะยกตามตีทานไป ใหตวทานกับทหารสามรอยแกลงถอยไปทางเขาฮีสัน ถึงจุดซุมระหวาง ั เนินเขาและปาทายเขาฮีสันเมื่อใด ใหจดพลุสัญญาณใหญขึ้น สามนัด ใหพลเกาทัณฑระดมยิงซุนเกี๋ยน ฝาย ุ เราก็จะยกตีกระหนาบ เขาไป ซุนเกี๋ยนก็จะเสียทีเราเปนมั่นคง แลววาถาหากซุนเกี๋ยนไมตดตามไปเพราะอาจ ิ เห็นวาเปนคืนเดือนมืด ขอใหทานรีบเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน รีบไปใหถึงอวนเสี้ยว โดยเร็ว ลีกงรับคําสั่งแลวก็ออกมาเตรียมทหาร หลังเพลาค่ําจึงเปดประตูเมืองดานตะวันออกรีบบึ่งฝาทหารลาดตระเวน ของซุนเกี๋ยนซึ่งไมทันระวังตัวไป อยางรวดเร็ว ถึงเขาฮีสันก็จัดวางกองซุมตามคําของเกงเหลียง ฝายซุนเกี๋ยน เมื่อไดรับรายงานวาทหารจากในเมืองเกงจิ๋วตีฝาวง ลอมออกไป จึงขึ้นมาถืองาวพาทหารสามสิบคนเรงตาม ทหารทีตฝาวง ลอมนั้นไปทันเขากับมาลีกง ลีกงชักมาเขามารบดวยซุนเกียนไดสามเพลงก็ชักมานําทหารหนี ่ ี ๋ ไปทางเขาฮีสัน ซุนเกี๋ยนก็ไลตามไป ครั้นไปถึงซอกเขาอันเปนจุดซุม ลีกงก็จุดพลุสญญาณขึ้นสามนัด กอง ั ซุมที่อยูบนเนินเขาฮีสันและทีอยูในปาเชิงเขาฮีสันก็ทิ้งศิลาและยิงเกาทัณฑลงมาดุจหาฝนถูก ซุนเกี๋ยนและมา  ่ เลือดโทรมกาย ทั้งมาและคนถึงแกความตายอยูใน ทีนั้น ่ ซุนเกี๋ยนเปนนักรบที่แกลวกลาเหี้ยมหาญ มีใบหนาขาวดังหยกสีขาว จึงไดรับสมญาวา "เสือขาวแหงกังตั๋ง" ณ อายุเพียงสามสิบเจ็ด ป ดาวเสือขาวก็รวงลับฟากังตั๋งในซอกเขาฮีสันดวยประการฉะนี้ ลีกงเห็นดังนั้นก็รูสึกนับถือความคิดของเกงเหลียงเปนอันมาก จึงยกทหารลงมาฆาทหารที่ตามซุนเกี๋ยนตายจน หมดสิ้น ฝายเกงเหลียงเตรียมทหารพรอมอยู ครั้นไดยินเสียงพลุสัญญาณก็ให เกงอวด หองจอ และชัวมอ คุม ทหารออกตีทัพซุนเกี๋ยนเปนสามดาน ทหารซุนเกี๋ยนไมทันรูตัวก็แตกตื่นลมตาย ขณะนั้นอุยกายซึ่งรักษาการณ  อยูที่กองทัพเรือ ไดยินเสียงโหรอง ก็คุมทหารยกขึ้นมาชวยรบพบหองจอตอสูกันไดหกเพลง อุยกายก็จบเปน ั หองจอได ในขณะที่ เทียเภา ซุนเซ็กยกตามซุนเกี๋ยนไปพบเขา กับลีกง เทียเภารบกับลีกงไดหาเพลงก็เอา ทวนแทง ลีกงตกมาตาย ทหารทั้งสองฝายไดรบพุงกันเปนสามารถ บาดเจ็บลมตายลงเปนอันมากครั้นใกล  สวางทหารซุนเกี๋ยนก็กลับเขาคาย สวนทหารฝายเลาเปยว ก็เอาศพซุนเกี๋ยน กลับเขาเมือง ฝายซุนเซ็กและเทียเภาตามหาซุนเกี๋ยนจนสวางก็ไดพบทหารเลวคนหนึ่ง บอกวาซุนเกี๋ยนถูกเกาทัณฑตายที่ ซอกเขาฮีสัน ทหารเลา เปยวนําศพเขาเมืองไปแลว ซุนเซ็กก็รองไหเพราะรักบิดาเปนอันมาก ทหารของซุน เกี๋ยนเมื่อทราบวาซุนเกี๋ยนตายแลวก็พรอมใจกันยก ซุนเซ็กขึ้นเปนผูนํา สายขึ้นก็สงคนไปเจรจาดวยเลาเปยว ขอรับศพซุนเกี๋ยนกลับเมืองกังตั๋ง แลกกับหองจอทหารเอกเมืองเกงจิ๋ว เกงเหลียงคัดคานและเสนอใหรบตี ี กองทัพเมืองกังตั๋งซึ่งขณะนี้กาลังขวัญเสีย แตเลาเปยวไมฟงคํา ตกลงคืนศพซุนเกี๋ยนใหกบกองทัพกังตั๋งแลก ํ  ั กับ หองจอทหารเอกเมืองเกงจิ๋ว All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 99.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 99 วันรุงขึ้นซุนเซ็กจึงใหคุมหองจอไปสงแกเลาเปยว ณ ประตูเมือง แลวรับเอาศพซุนเกี๋ยนมาลงเรือยกทัพกลับ เมืองกังตั๋ง ดาวเสือขาวดับลับฟาเมืองกังตั๋งหรือจะเปนดวยแรงแหงอาถรรพ ของตราพระลัญจกร อันเปนที่ หมายปองของขุนศึกทุกตัวคน สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ตนตํารับสารพัดวิชาชัว (ตอนที่ 44) ่ เมื่อศพซุนเกี๋ยนถึงเมืองกังตั๋งแลว ทางราชการเมืองกังตั๋งใหแตงการศพไวที่ตาบลขยกโอ และพรอมใจกันยก ํ ซุนเซ็กขึ้นเปนเจาเมือง เปนการแตงตั้งเจาเมืองกันเองโดยที่ไมตองรอฟงพระบรมราช โองการแตงตั้งจาก เมืองหลวงเหมือนดังแตกอน การทีแควนกังตั๋งยังไมประกาศเอกราชอยางเปนทางการ จึงดูประหนึ่งวาแควน ่ กังตั๋งยังคงขึ้นตอเมืองหลวง แตในเนื้อหาแลวการเริ่มแยกตัวอยางสันติออกจากเมืองหลวงไดกอตัวขึ้นแลว คลายๆ กับพฤติกรรมที่ไตหวันปฏิบัติอยูในขณะนี้  การแตงตั้งซุนเซ็กบุตรซุนเกี๋ยนขึ้นเปนเจาเมืองเตียงสาในครั้งนี้ ก็คือการสืบสันตติวงศแบบพระมหากษัตริยอยู ในที และก็คอพฤติการณทแข็งขอเอากับเมืองหลวงตอเนืองจากที่ซุนเกียนไดเขารวมในกองทัพปฏิวัติ และ ื ี่ ่ ๋ โดยเหตุที่เมืองเตียงสาเปนศูนยกลางของแควน กังตั๋ง ซึ่งมีหัวเมืองใหญนอยถึงแปดสิบเอ็ดหัวเมือง ดังนั้นหัว  เมืองดังกลาวจึงเทากับไดขึ้นตอเมืองเตียงสาโดยตรง ซุนเซ็กอายุเพียงสิบหาป แตมเลือดเนื้อเชื้อไขของ ี ทหารกลา ทั้งมีความสนใจการสงครามมาตั้งแตยังเด็ก ดังนันจึงเปนที่พอใจของ ขุนนางขาราชการแควนกังตั๋ง ้ เพราะเมื่อเจาเมืองรักการทหารยอมทําใหการทหารรุงเรือง และฝายทหารก็ยอมรุงเรืองตามไปดวย ซุนเซ็กเมื่อไดเปนใหญในแควนกังตั๋งแลว บารมีของซุนเกี๋ยน ที่สรางสมไวจึงตกทอดมาสูซุนเซ็ก ดังนันซุน ้ เซ็กจึงเปนที่เคารพนับถือของชาวเมืองทั้งปวง ทั้งๆ ที่มีวยเพียงสิบหาปเทานั้น โดยเหตุทซุนเซ็กมีเลือดพอ ั ี่ ดังนั้นความคิดในการตั้งตัวขึ้นเปนใหญจึงไดสืบสายเลือดมาดวย เหตุนซุนเซ็กจึงใหความสําคัญตอการเชื้อ ี้ เชิญบัณฑิตผูมสติปญญาความกลาหาญเขามาทําราชการดวยแควนกังตั๋งเปนอันมาก ี  ในขณะที่แควนกังตั๋งเริ่มมีเสถียรภาพอยางเปนขั้นตอนนี้ เลาปยังคงเปนเจาเมืองเพงงวนกวน และโจโฉก็ยงคง ั ไปตั้งหลักปกฐานอยูที่เมืองเองจิ๋ว ในฐานะที่เปนผูกบฏตอแผนดินตามกฎ หมายขาวการตายของซุนเกี๋ยน และการขึ้นสูตาแหนงเจาเมืองของซุนเซ็กไดแพรขยายไปอยางรวดเร็ว ความทราบถึงตังโตะแลว ตั๋งโตะมี ํ ๋ ความยินดียิ่งนักถึงขนาดที่กลาวกับบรรดาขุนนางขาราชการในเมืองหลวงวา "ซึ่งซุนเกี๋ยนตายเสียนั้นเราคอย เบาใจมีความสุขขึ้น อุปมา เหมือนบงหนามออกจากอกเราไดเลมหนึ่ง" ครั้นไดทราบวาซุนเซ็กผูบตรไดสืบ ุ อํานาจตอมา แตมีอายุเพียงสิบหาป ตั๋งโตะก็ยิ่งวางใจเพราะเห็นวาเปนเด็กอยู ไมอยูในสายตาที่ตอง ระแวดระวังอีกตอไป ในบรรดาเจาเมืองในกองทัพปฏิวัตทั้งหมดนั้น ตั๋งโตะไมเคยเกรง กลัวอวนเสี้ยวเพราะเห็นวาไรสติปญญา ิ  ความสามารถ สวนโจโฉก็เปน เพียงลูกนองเกา แผนดินสักกระผีกนิ้วหนึ่งก็ยังไมมีครอง สวนเลาป ยิ่งไมอยูใน สายตาเพราะไมเคยรูจัก ดังนัน เมื่อสิ้นซุนเกียนซึ่งตั๋งโตะ ถือเปนเสี้ยนหนามที่ยอกอยูในอกแลว ตั๋งโตะจึงยิ่ง  ้ ๋  มีความกําเริบ ขึ้นกวาแตกอน ไมเห็นผูใดในแผนดินที่จะอยูในสายตาอีกตอไป เมื่อกําเริบขึ้นแลวความเลว ทรามตางๆ ทีเคยรั้งรออยูบางจึงเผย ตัวขึนชนิดที่ไมเกรงฟาไมกลัวดินอีกตอไปแลว สิงที่เรียกวาความเลว ่ ้ ่ ทรามต่ําชานั้น หากจะจําแนกเปนความชั่ว ความโฉด ความโหด และความหื่นแลว ตั๋งโตะมีอยูครบถวนในตัวเอง และกําลัง  แสดง ออกอยางเต็มที่ ความชั่วโฉดโหดหื่นบรรดาที่เคยมีมาในประวัติศาสตรของมนุษยชาตินั้น หามีครั้งไหน ที่เทียบไดกับยุคสมัยของตั๋งโตะไม และในบรรดาอาชญากรทั้งระดับโลก ระดับชาติ และระดับทองถิ่นที่เคยทํา ความเลวทรามไวกับมนุษยชาติตั้งแตยคประวัติศาสตรเปนตนมาก็หาไดมผใดทําชั่วโฉดโหดหื่นไดถึงระดับ ุ ี ู ของตั๋งโตะ และทําไดครบถวนทุกอยางเหมือนกับตั๋งโตะ ฮิตเลอรแมวาจะเปนคนโหดเหียมอํามหิต แตหาใชคนชัวไม หาใชคนหื่นในกามไม กลับเปนคนที่อทิศตนเพื่อ ้ ่ ุ อาณาจักรไรซที่สามและลัทธินาซี ในการสวนตัวก็มีสตรีที่เกี่ยวของอยูเพียงไมกี่คนเทานั้น ความเหี้ยมโหดตอ  ชาวยิวเกิดมาแตเหตุที่ถือเอาชนเผาอารยันของตนเปนผูครองโลกและมองชาวยิวเปนศัตรู ฮิตเลอรอยางมาก จึงเปนแคคนโหดเหี้ยมอํามหิตเทานั้น All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 100.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 100 สวนพลพตไมปรากฏวาเปนคนชั่ว ไมปรากฏวาเปนคนหื่น ความโหดเหี้ยมอํามหิตของพลพตเกิดจากปญหา เชื้อชาติในกัมพูชาที่พลพตมีสายเลือดเขมรแทหรือแขมรรต เห็นวาเขมรสองสายเลือด ที่มีเลือดเวียดนามเจือ ู ปนหรือแขมรกลอมกําลังยึดครองและทําลาย ลางเขมรแท จึงสังหารแขมรกลอมเสียเปนอันมาก มูลฐานทาง จิตใจ จึงอยูที่ความหลงชาติ หลงสายเลือด  แมนายพลอีดี้รอามินแหงยูกันดา ซึ่งสังหารคนเปนผักปลา แมจะกลาวไดวาเปนทั้งคนชัวโฉด โหดและหืนครบ  ่ ่ กระบวนความเชน เดียวกับตั๋งโตะ แตระดับความเลวทรามที่กระทําไวหากจะเทียบกับตั๋งโตะแลวก็อยูในชั้น  ปลายแถวเทานัน ้ ตั๋งโตะเปนคนเลวทรามครบกระบวนคือทั้งชั่วโฉด โหด หื่น และระดับของความชั่วโฉด โหด หื่นนั้นก็หามีใคร ในโลกไมวาในอดีต หรือปจจุบัน หรือในอนาคตจะเทียมเทียบไดอีกตอไปแลว ยังคงรําลึกกันไดดีวากอนยาย เมืองหลวงนั้น ตั๋งโตะไดสั่งใหสังหารผูคนที่ไมมีความผิดเสียนับลานคน กวาดตอนผูคนออกไปจากเมืองหลวง  รวมเจ็ดลานคน ริบทรัพยสินเศรษฐี พอคาวาณิช และราษฎรเสียทั้งสิ้น ขุดพระบรมศพ พระศพและศพของ พระมหากษัตริย พระราชวงศและราษฎรทั้งเมืองหลวง ชิงเอาทรัพยสินทีฝงอยูในหลุม ฝงศพจนหมดสิ้น ครั้น ่  ยายเมืองหลวงใหมไปที่เมืองเตียงอันแลว และสิ้นซุนเกี๋ยนซึงถือเปนศัตรูคนสําคัญแลว ตั๋งโตะก็ยิ่งกอกรรมทํา ่ เข็ญมากขึ้น อาชญากรรมของตั๋งโตะที่ถูกบันทึกไวมีดังตอไปนี้ ประการแรก ไดสืบทอดวิธีคดของหลี่ปูเหวย อัครมหาเสนาบดีแหงแควนจิ๋น ตั้งตนเปนบิดาบุญธรรมของฮองเต ิ ยึดอํานาจ ของฮองเตและบงการฮองเตไวอยูในกํามือ ตั้งตนเสมอกับพระมหากษัตริย  ประการทีสอง ่ แตงตั้งเอาสมัครพรรคพวกของตัวเปนขุนนางผูใหญผูนอยทั้งสิ้น  โดยไมคานึงถึงความรู ํ ความสามารถ เชน แตงตั้งใหตงหองผูนองเปนผูบัญชาการกองทัพทั่วประเทศ ยกเวนกองกําลังรักษาพระนคร, ั๋ ตั้งเอาคนแซ "ตั๋ง" เขามาเปนขุนนางทั้งในเมือง หลวงและหัวเมืองที่ขึ้นตอเมืองหลวง ประการทีสาม ตั้งเมืองหลวงแหงทีสองขึ้นสําหรับตัวเองโดยเฉพาะ เกณฑไพรและผูคนจากหัวเมืองตางๆ ที่ ่ ่ ขึ้นตอเมืองหลวงถึง สองแสนหาหมื่นคน ไปสรางเมืองหลวงแหงที่สองในระยะทางหางจาก เมืองหลวงสอง พันหารอยเสน มีกําแพงสูงเทาเมืองหลวง มีตําหนักตางๆ เทากับพระราชวังของฮองเต ตั้งคลังและฉางขาว ปลาอาหารสําหรับเลี้ยงทหารและผูคนไดถึงยี่สิบป ลางผลาญเงินแผนดินและริบเอาทรัพยสินของราษฎร จํานวนมากมาสรางเมืองหลวงแหงทีสองนี้ เพื่อเสวยสุขแตผูเดียว ่ ประการทีสี่ ไดเขายึดเอาคลังหลวงของแผนดินเปนของตน และยายคลังหลวงแผนดินออกจากเมืองหลวงไป ่ ไวที่เมืองหลวงแหงทีสองของตัวเอง ่ บรรดาสวยสาอากรทั้งปวงของแผนดินเมื่อจัดเก็บแลวตองเอามาไวที่ เมืองหลวงสํารอง และคุมอํานาจการเบิกจายไวทั้งสิ้น ประการที่หา บังคับคัดเลือกเอาลูกสาวของราษฎรที่มีรูปงามไวปรนเปรอความหื่นในกามของตนถึงแปดรอยคน หญิงสาวคนใดแสดงอาการรังเกียจหรือไมยอมปรนเปรอกามารมณแกตั๋งโตะจนเปนที่พอใจก็จะถูกสังหาร ผลาญชีวตแลวสงคนไปฆาพอแมครอบครัวเสียทั้งสิ้น เบื่อหนายหญิงสาวคนใดก็จะขับไลไสสงและหามแตง ิ งานมีสามีอีกตอไปดวยความประสงคมิใหผใดไดสมผัสกับสตรีนั้นซ้ารอยตน ู ั ํ ประการที่หก ปฏิบัติตอฮองเตเหมือนลูกไกอยูในกํามือ เดือนหนึ่งบาง ยีสิบวันบางจึงขึนไปเฝาฮองเตเสียครั้ง ่ ้ หนึ่ง มีกิจการบานเมืองอันสําคัญก็ปลอมพระราชโองการเอาตามใจชอบ แตงตั้งขาราชการขุนนางเอาตามใจ ชอบ ประการที่เจ็ด กําหนดเปนหนาทีใหขุนนางตองผลัดเปลี่ยนเวรมาแหแหนตอนรับทั้งในเมืองหลวงและนอก ่ เมืองหลวง เสมือนหนึ่งเปนการเสด็จของพระมหากษัตริย ประการที่แปด สรางจวนสําหรับตนเองขึ้นในพระราชวัง อยูฝงตรงกันขามกับพระตําหนักที่ประทับ เปนอาคาร  ขนาดใหญกวาพระตําหนักที่ประทับ ประดับประดาดวยสิ่งของอันวิจิตรจากตางแดนหรูหรายิ่งกวาการประดับ ประดาในพระตําหนักที่ประทับของฮองเต แลวใหเรียกจวนนั้นวาพระตําหนักผูสําเร็จราชการแผนดิน มิหนําซ้ํา ยังใหชางปนรูปฮองเตไวหนาตําหนักตัว ตอภายนอกอางวาเพื่อเปนการแสดงความจงรักภักดี แตภายในหมู พรรคพวกของตัวกลับเผยความจริงวาฮองเตไมตางอะไรกับคนเฝาประตูบาน คลายๆ กับยักษเฝาประตูวดพระ  ั แกว ความชั่วโฉดโหดหื่นของตั๋งโตะหาไดจบลงแคนี้ไม เรื่องที่ผคนทั่วทั้งโลกไมสามารถคิดไดแตตั๋งโตะก็คิดและ ู ทําได ชนิดที่เหนือความคาดหมายของผูคน หากเปนยุคปจจุบัน หนังสือกินเนส-บุคยอมจะตองนํากรณีตางๆ ของตั๋งโตะเหลานั้นมาเปนเรื่องอันเปนที่สุดอยางไมตองสงสัย อยูมาวันหนึ่งในขณะทีตั๋งโตะอยูที่เมืองหลวง ่  แหงทีสอง ่ ไดรับรายงานวาหัวเมืองฝายเหนือที่ขึ้นตอเมืองหลวงไดสงทหารมาเขาสวามิภักดิ์เปนจํานวนหา รอยคน จึงสงมาใหเปนขารับใชในเมืองหลวงแหงที่สอง ตั๋งโตะรับทราบรายงานแลวสั่งใหจัดงานสโมสร สันนิบาตขึ้น ในเมืองหลวงแหงทีสองแลวเชิญบรรดาขุนนางผูใหญนอยทังปวง มากินโตะ ในงานสโมสร ่ ้ สันนิบาต ตั๋งโตะใหจัดตั้งกระทะน้ํามันบนเตาไฟถึงหารอยเตา ในขณะที่บรรดาขุนนางขาราชการกําลังกินโตะ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 101.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 101 กันอยูนั้น ตั๋งโตะไดแจงวาในลําดับถัดไปจะมีการโชวชดพิเศษ แลวโยนจอกสุรา ลงกับพื้นตะโกนขึ้นวา ุ "จัดการแสดงได" สายตาของขุนนางขาราชการทั้งปวงตางหันมามองทีลานซึ่ง ตั้งกระทะน้ํามันสุมไฟจนรอน ่ เดือด ทันใดนันก็มีทหารคุมคนที่เขามาสวามิภักดิ์หารอยคนในลักษณะที่มดไวแนน แลวตัดแขน ตัดขา ตัดหู ้ ั ตัดลิ้นคนเหลานั้นใสกระทะทอด คนเหลานั้นเจ็บปวดรองไหโหยหวนเปนที่นาเวทนาเหลาขุนนางขาราชการ เห็นดังนั้นก็ตกใจ บางคนอาเจียนแลวฟุบลงบนโตะ บางคนก็พลัดตกจากเกาอี้ บางก็ตะเกียบหลุดมือ บาง ก็มี อาการช็อกจนนิ่งงันไป ดวยสงสารคนเหลานั้นเปนอันมาก ในขณะทีตั๋งโตะยังคงเสพสุราและหัวรอเริงรา ตั๋ง ่ โตะไดยนเสียงคนทีถูกตัดอวัยวะเหลานั้นรองไหดวยความเจ็บ ปวดจึงสั่งใหเอาคนเหลานั้นลงทอดในกระทะ ิ ่ จนตายสิ้น เหตุการณวันนันสรางความเศราสลดและสังเวชใหแกขุนนางขาราชการและเกิดความเกรงกลัวตั๋งโตะเปนอัน ้ มาก เพื่อจะสรางความเกรงกลัวใหมากขึ้นตอไปอีก วันหนึ่งตั๋งโตะสั่งใหจัดเลี้ยงโตะแลวเชิญขุนนางขาราชการ มากินโตะอีกครังหนึ่ง แลว สังลิโปวาเมื่อขุนนางขาราชการมาพรอมกันแลว ใหทําทีมากระซิบที่หแลวใหจับ ้ ่ ู เอาเตียวอุนขุนนางไปฆาเสีย ถึงวันจัดเลียงลิโปก็มาทําทีกระซิบที่ขางหูของตั๋งโตะ ตั๋งโตะทําเปนหัวเราะแลว ้ วา "เอาตัวมันไป" ลิโปก็เขาไปจับเตียวอุนขุนนางลากออกไป ครูหนึ่งก็ตัดศีรษะเตียวอุนใสถาดเขามามอบ  ใหแกตั๋งโตะทาม กลางความตกตะลึงพรึงเพริดของเหลาขุนนางขาราชการ ตั๋งโตะแจงแกเหลาขุนนางวาอยาไดตกใจ เราประหารเตียวอุน ขุนนางเสียเพราะคิดเปนกบฏสมคบดวยอวนสุด มีหนังสือลับไปถึงอวนสุดใหยกกองทัพมาทํารายเรา ทานทังปวงมิไดสมรูดวยอยาไดวิตกเลย วาแลวก็หัวเราะ ้  ดังสนั่น เหลาขุนนางกินโตะเสร็จแลวก็รีบแยกยายกันกลับบาน ตั๋งโตะครองอํานาจสูงสุดในเมืองหลวง กระทํา การชั่วโฉดโหดหื่น ครบถวนกระบวนแหงความเลวทรามในระดับทีสูงสุดเชนนี้ เพราะตั้งความหวังวาจะขมขุน ่ นางขาราชการใหเกรงกลัว ไมมีผใดกลาทีจะคิดรายอีกตอไป ู ่ แตการกลับตรงกันขามเมื่อความเลวทราม เกิดขึ้น ถึงขีดสุดแลว กลับทําลายความกลัวของผูคน ดังนันความคิดที่จะสังหารตั๋งโตะจึงกอตัวขึ้น ณ บัดนั้น ้ ความชั่วโฉดโหดหื่นของตั๋งโตะเชนนี้จึงทําใหตั๋งโตะไดรับการขนานนามวา "ตั๋งโตะผูถูกสาปแชงทั้งสิบทิศ" สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม อุบายนารายณปราบมาร (ตอนที่ 45) ตั๋งโตะจัดงานสโมสรสันนิบาต จัดรายการโชวอํามหิต ตัดหู ตัดจมูก ตัดลิ้น ตัดแขน ตัดขาทหารที่เขามา สวามิภักดิ์ถึงหารอยคน แลวทอดในกระทะน้ํามัน จากนั้นก็เอาตัวคนเหลานั้นทอด กระทะน้ํามันตาม หลังจาก นั้นก็ตัดหัวเตียนอุยขุนนางเพื่อสรางความยําเกรงใหเกิดขึ้นในบรรดาขุนนางขาราชการ และปองปรามไมใหขุน นางขาราชการคิดรายตอตนสืบไป ความชั่วโฉดโหดหื่นและสุดอํามหิตทําใหขุนนางขาราชการจํานวนหนึ่งเกรงกลัว แตขณะเดียวกันทําใหขุนนาง ขาราชการอีกจํานวนหนึ่งสินความเกรงกลัวอีกตอไป ้ ดวยคิดวาขืนกลัวกันตอไปเชนนี้สักวันหนึ่งเหตุการณ เหลานั้นก็อาจเกิดขึ้นกับตัว อองอุนขุนนางสี่แผนดินซึ่งใชวชารูหลบเปนปก รูหลีกเปนหางลอยตัวมาตลอดทุก ิ  สถานการณเปนคนหนึ่งที่เลิกกลัว และคิดทําลาย ความกลัวนั้นใหสิ้นเชิง ดวยการแกไขปญหาที่ตนเหตุนั่นคือ ตองสังหารตั๋งโตะเสีย สิ้นตั๋งโตะแลวนั่นแหละจึงจะมีความปลอดภัยทีแทจริง ทั้งจะเปนการทําคุณอันยิ่งใหญ ่ ตอบานเมืองแลราษฎรหลังเสร็จจากงานเลียงโตะทีจวนของตั๋งโตะแลว อองอุนขุนนางกลับถึงบานแลวนอนไม ้ ่ หลับ ถือไมเทาลงมาเดินอยูในสวนหลังบาน แหงนหนามองทองฟาแลวรําพึงอยูในใจวา เดือนดาวเศรา หมอง นัก เหตุทั้งนี้เกิดจากตั๋งโตะเปนทรราชขมเหงฮองเต เบียดเบียนราษฎร กดขี่ขุนนางขาราชการ จึงเกิดยุคเข็ญ ขึ้นทุกหยอมหญา รําพึงดังนีแลว อองอุนก็ถอนใจใหญแลวรองไห ทันใดนั้นก็ไดยินเสียงรองไหดังสวนมา ้ อองอุนเพงสายตามองเห็นเปนเตียวเสียนซึ่งเดิมเปนลูกของทาสภายในบาน กําพราทั้งพอและแม อองอุนมี ้ ความสงสารจึงรับเลี้ยงดูสืบมา และรับไวเปนบุตรบุญธรรม เตียวเสียนอยูในจวนของอองอุนขุนนางผูใหญสี่แผนดิน ้ ในฐานะบุตรบุญธรรมจึงไดรับการดูแลเอาใจใสเปน อยางดี ไดรับการฝก อบรมสมแกความเปนกุลสตรีตามคตินยมในสมัยฮั่น สามารถเลนดนตรีไดไพเราะและขับ ิ รองไดจับใจ แมในกระบวนการปรนนิบติเอา อกเอาใจก็ไดรับการทะนุถนอม กลอมสอนจนชํานิชํานาญไปทุก ั สิ่ง ถึงระดับทีสามารถถวายตัวเปนพระสนมของฮองเต เตียวเสี้ยนนั้นอยูในจวนมาแตนอย ผิวพรรณจึงผุดผอง ่  งดงาม ยิ่งกวาชาวเมืองธรรมดา หากกลาวไดวาเปนชาววังเต็มตัว ทั้งใบ หนารูปโฉมก็สะคราญ หากจะเทียบก็ เทียบไดดุจนางสีดาซึ่งรามเกียรติ์ ไดพรรณนาความงามไววา "พิศพักตรผองพักตรดั่งจันทรพิศขนงโกงงอนดั่ง คันศิลป พิศเนตรดั่งเนตรมฤคินพิศทนตดั่งนิลอันเรียบราย พิศโอษฐดั่งหนึ่งจะแยมสรวลพิศนวลดั่งสีมณีฉาย All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 102.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 102 พิศปรางดั่งปรางทองพรายพิศกรรณคลายกลีบบุษบง พิศจุไรดั่งหนึ่งแกลงวาดพิศศอวิลาสดั่งคอหงส พิศกร ดั่งงวงคชาพงศ พิศทรงดั่งเทพกินรา พิศถันดั่งประทุมเกสรพิศเอวเอวออนดั่งเลขา พิศผิวผิวผองดั่งทองทา พิศจริตกิริยาก็จับใจ" อองอุนเห็นเตียวเสียนผูบุตรบุญธรรมอยูในสวนยามราตรีเห็นรองไหอยู ก็สงสัยเขาใจวา ้ นัดชายใหมาพบแตครั้นครบเวลาแลวผิดนัดจึงรองไห อองอุนจึงถามวาในราตรีอันลวงมาถึงเพียงนี้ เหตุใดเจา ยังไมหลับนอน นัดชายชูมาเริงรมยกระนั้นหรือ เตียวเสียนไดยินบิดาบุญธรรมวากระนั้นก็ตกใจ รีบเขาไปหาคุก ้ เขาลงแลววาตัวขาพเจานี้จะนัดชายมาในจวนนั้นหามิได ทุกวันนี้ทานเลี้ยงดู อุปการะขาพเจาดุจบุตรในอุทร ตัวขาพเจาตระหนักดีวาพอแมเปนทาสในบานทาน จึงสํานึกในใจตัวตลอดมาวาตัวขาพเจาเอง ก็คือทาสของ ทาน การที่ทานสูอุตสาหเลียงดูทะนุถนอมมานานปเพียงนี้ คุณแกขาพเจาหาทีสุดมิได คิดอยูวาทําประการใด  ้ ่ จึงจะแทนคุณใหสมกับคุณของทานได แมชีวิตขาพเจาก็หาเสียดายไม แลววาวันนี้ขาพเจาสังเกตเห็น อากัปกิริยาทานหลังกลับจากงานเลี้ยงแลว มีสีหนาเศราหมองยิ่งนัก คิดวายอมมีทุกขใหญหลวงครองใจทาน อยูแลว คิดไมตกทานจึงเปนดังนี้ ขาพเจามีความเปนหวงยิงนักจึงตามลงมา หากพลาดพลั้งหรือมีการใดจะได ่ ชวยเหลือทานไดทันการณ อองอุนไดยินดังนั้นจึงคิดวาปญหาใหญที่ใครๆ แกไมไดเห็น จะสิ้นหายไปเพราะเตียวเสียนบุตรบุญธรรมของ ้ เราเปนแน คิดแลว จึงจูงมือเตียวเสียนพาขึนไปบนจวน เขาไปในหองหนังสืออันเปนทีรโหฐาน อองอุนพา ้ ้ ่ เตียวเสียนเขาไปนั่งยังเกาอี้ที่นงของตัว แลวคุกเขาลงคํานับ เตียวเสียนเห็นเชนนั้นก็ตกใจรีบลุกลงมาจาก ้ ั่ ้ เกาอี้เขากอด เอาเทาอองอุนไวแลวรองไหแลววา บิดาทานอยากระทําเชนนี้เลย อองอุนจึงวาเราไดยนเจา ิ กลาวเมื่อครูนี้วาตั้งใจจะสนองคุณเรา ไมเสียดายแกชวิต เราจึงมีความยินดีนัก เพราะถาเปนเชนนั้นจริงแท  ี ทุกขรอนของแผนดินก็จะสิ้นไปเพราะเจา ทุกขในอกเราก็จะสิ้น ตามขอเจาจงเมตตาตอแผนดินแลราษฎร เห็น แกทุกขรอนในพระทัยของพระเจาเหี้ยนเต ขุนนางขาราชการแลราษฎรเถิด วาแลวอองอุนก็ยิ่งรองไหหนักขึ้น กวาเดิม เตียวเสียนเห็นเชนนั้นจึงวาตัวขาพเจาไดออกปากแลววาจะแทนคุณทาน ไมเสียดายแกชีวต คําขาพเจานีพระ ้ ิ ้ แมธรณียอมเปนพยาน จะไมมวันผันแปรเปนอยางอื่น ขอทานจงวางใจ แลวบอกแกขาพเจาดวยเถิดวาขาพเจา ี จะแทนคุณไดสถานใด อองอุนจึงวา "ทุกวันนี้แผนดินรอนทุกเสนหญา เจาก็ยอมแจงอยูแลว พระเจาเหียนเต  ้ นั้นอุปมาดังฟองไขอันวางอยูเหนือหนาศิลา ขุนนางกับอาณาประชาราษฎรนั้นอุปมาดังหยากเยื่ออันใกลกอง เพลิง มิไดรูวาความตายจะมาถึงเมื่อใด ตั๋งโตะทําการหยาบชากําเริบขึ้นจะชิงเอาราชสมบัติหาผูใดจะคิดลาง ตั๋งโตะไม" เตียวเสียนไดยินเชนนั้นก็สงสัยจึงถามขึ้นวาตั๋งโตะผูนี้เปนถึงอัครมหาเสนาบดี มีอํานาจเปนที่เกรง ้ ขาม ทั้งมีทหารในบังคับบัญชาเปนจํานวนมาก ขาพเจาเปนสตรีจะกําจัดตั๋งโตะไดโดยทางใด อองอุนจึงวาขอ เพียงแตเจาเต็มใจทําการดวยยินดี ก็ยอมกําจัดตั๋งโตะไดสําเร็จ อันตั๋งโตะนั้นบัดนี้ไมมีกองทัพใดหรือขุนศึกคน ใดจะกําจัดไดแลว มีแตความออนหวานของอิสตรีเทานั้นจึงจะกําจัดตั๋งโตะไดสําเร็จ เตียวเสียนจึงวาจะใหขาพเจาทําการสิ่งใดขาพเจาก็พรอมใจ ที่จะทําการสิ่งนั้นโดยเต็มกําลัง ขอทานจงบอก ้ วิธีการใหขาพเจาไดรูเถิด อองอุนจึงบอกแผนการแกเตียวเสี้ยนวาตั๋งโตะนันมีบุตรบุญธรรมคนหนึ่ง ชื่อลิโป มี ้ ฝมือกลาแข็งยิงนัก แตลิโปนั้นไมรูคุณคน สังหารบิดาบุญธรรมคนกอนเสียแลวเอาศีรษะมาคารวะเปนบุตรบุญ ่ ธรรมตั๋งโตะ ทังตั๋งโตะและลิโปเปนคนหลงอิสตรี พึงใจในสตรี โฉมสะคราญ และแผนดินนี้ยากจะหาสตรีใดมี ้ โฉมสะคราญดังเจา ดังนั้นบิดาจะคิดอุบายยกเจาใหกับลิโป แลวจะหาทางใหตั๋งโตะรับเจาเปนภรรยา เมือเจา ่ ไปอยูกับตั๋งโตะแลวจงใชเลหกลมายาหญิง ใหตั๋งโตะกับลิโปกินแหนงแคลงใจกัน ลิโปก็จะสังหารตั๋งโตะเสีย  เปนมั่นคง เมื่อทรราชตั๋งโตะตายแลวแผนดินและราษฎรก็จะเปน สุขสืบไป พระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจาทรงพระราชนิพนธถึงอานุภาพของสตรีไววา  "ไฟแรงแสงรอนล้ํายังแพน้ํา เปนนิจมา เหล็กแข็งและแกรงกลายังพาออนเมื่อรอนไฟลมพัดสะบัดแรงตนไมแข็งหักโคนไป ชายเรืองฤทธิ ไกรยอมตองแพแกสตรี" แผนการของอองอุนครั้งนี้คือแผนการใชความออนกําจัดความแข็ง ใชความสะคราญ และเสนหเลหกลของสตรีไปกําจัดทรราช ซึ่งไมมีกองทัพหรือความแข็งอื่นใดปราบปรามไดเปนเหตุการณ คลาย กับตํานานรามเกียรติที่นนทุกขยักษเฝาบันไดภูเขาไกรลาศของพระอิศวร บําเพ็ญตบะและความดีจน ์ ไดรับพรจากพระอิศวรใหมีนิ้วชีเปนเพชร สามารถชีทําลายชีวิตและสรรพสิ่งใหพินาศเปนจุณไปได นนทุกข ้ ้ ไดรับพรแลวก็ทําการลางแคนกับบรรดาเทวดาที่เคยกลั่นแกลงตนมาแตกอน เอานิ้วชี้ชี้เทวดาวอดวายลงเปน จุณไมมีเทวดา อินทรพรหมหนาไหนกําจัดได จึงมีเทวดาไปรองทุกขตอพระอิศวรวา ทรงประทานพรใหกับคน โฉดแทนที่จะนําพรอันวิเศษนันไปสราง สรรคสามโลกกลับใชพรวิเศษไปในการทําลายลาง แตพระอิศวรนั้นมี ้ วิสัยไมยอมแกไขปญหาเอาแตหลีกภัยอยูร่ําไป  ครั้นเทวดามารองทุกขมากเขาจึงโปรดใหพระนารายณไป ปราบนนทุกขพระนารายณรับหนาที่จากพระอิศวรแลวมาคิดวาพรที่นนทุกขไดจากพระอิศวรนี้ไมมีใครปราบได เพราะอานุภาพนิ้วเพชรตามพรพระอิศวรสามารถทําลายสรรพสิ่งได แมตัวพระนารายณเอง ก็ไมมีขีด ความสามารถทีจะปราบได จะตองใชอํานาจและพรที่ นนทุกขมีอยูนั้นกําจัดนนทุกขเอง ่ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 103.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 103 การจะทําเชนนีไดก็ตองใชสตรีโฉมสะคราญ ดังนั้นพระนารายณจึงแปลงเปนเทพธิดาที่เลอโฉมเหนือสามโลก ้ เขาไปหานนทุกข ใชอุบายหญิงทําใหนนทุกขหลงใหล เมือหลงแลวก็ยอมทําตามสิ้นทุกสิ่ง เทพธิดาแปลงจึง ่ ชวนนนทุกขเรียนกระบวนรํานนทุกขยามหลงก็ยอมเรียนถึงกระบวนรําหนึ่งทีเทพธิดาแปลง รํารายแลวใชนิ้วมือ ่ ชี้เขาหาตัว นนทุกขไมทันคิดระวังตนก็เอานิ้วชี้เพชร ชี้เขาที่ตัวเองจึงถูกอํานาจแหงนิวชี้เพชรนั้นทําลายลาง ้ เปนจุณไป พิชัยสงครามของไทยบางฉบับจึงเรียกอุบายนี้วา อุบายนารายณปราบมาร ดวยเหตุนี้สภาษิตสอนใจแตโบราณ ุ มา จึงจัดใหสตรีเปนหนึ่งใน หาของสิ่งทีจะประมาทมิไดวา ่ "จะไวใจอะไรไวใจเถิด แตอยาเกิดไวใจในสิ่งหา หนึ่งอยาไวใจทะเลทุกเวลา สองสัตวเล็บเขี้ยวงาอยาวางใจ สามผูถืออาวุธสุดจักราย สี่ผหญิงทั้งหลายอยากรายใกล ู หาพระมหากษัตริยทรงฉัตรชัย  ถาแมนใครประมาทอาจตายเอย" แลวอองอุนจึงกลาวย้ํากับเตียวเสี้ยนวาหากทําการสําเร็จแลว ตัวเจาซึ่งไดอาสากําจัดทรราชในครั้งนีก็จะมี ้ ชื่อเสียงปรากฏไปชั่วฟาดินสลาย เตียวเสี้ยนจึงวาแผนการที่บิดาวามาทั้งนี้ขาพเจาเต็มใจอาสาทําการ ไม เสียดายแกชีวิต เมื่อใดที่ขาพเจาไปอยูกับตั๋งโตะแลวจะคิดอานอุบายทําใหลิโปกับตั๋งโตะแตกกัน และใหลิโป สังหารตั๋งโตะเสียใหจงได วาแลวเตียวเสียนก็คุกเขาลงกับพื้น ทําสาบานตอฟาวาขอเทพยดาและดวงพระ ้ วิญญาณแหงพระมหากษัตริยในพระราชวงศฮั่นทุกพระองคจงเปนพยาน ตัวขาพเจาผูเปนบุตรบุญธรรมของ อองอุนจะอาสาบิดาไปกําจัดตังโตะ ขอจงอํานวยพรใหขาพเจาไดสนองคุณ ผูมีคุณและทําคุณแกบานเมืองแล ๋ ราษฎรจงสําเร็จดวยเถิด ถาหากขาพเจาทรยศตอคําสาบานนี้ขอใหเทพยดาไดสังหารขาพเจาเสีย อองอุนเขา  มาเอามือจับไหลทั้งสองของเตียวเสียน ประคองใหลุกขึ้นแลว วาการแผนดินที่เจาอาสาไปในครั้งนีใหญหลวง ้ ้ นัก จะคิดอานทําการสิ่งใดจงใชความระมัดระวังอยาผลีผลาม หรือแพรง พรายความนัยใหใครใดไดรับรู เปน อันขาด พลาดพลั้งแลวไมเพียง แตตัวเจาจะตองตายเทานัน บิดาและญาติ ตลอดจนผูคนในบานนี้ที่อยูรวมมา ้   กับเจาก็จะพลอยกันตายสิ้น เตียวเสียนรับคําอองอุนทุกประการ ้ อองอุนจึงพาเตียวเสียนไปสงถึงหองนอน ้ ตัวเองกลับมานั่งอยูในหอง หนังสือคิดอานถึงการในวันรุงขึ้น สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม อานุภาพพลังเสนหา (ตอนที่ 46) สมบัตหกสถานอันประกอบดวยอริยสมบัติหนึง ทิพยสมบัตหนึ่ง จักรพรรดิสมบัติหนึ่ง รูปสมบัตหนึ่ง ทรัพย ิ ่ ิ ิ สมบัตหนึ่ง และคุณสมบัติ หนึงนั้น จักรพรรดิสมบัติ รูปสมบัติและทรัพยสมบัติรวมเปนสาม เปนสมบัติของผูมี ิ ่ เพศคฤหัสถอันต่ําสําหรับปุถุชนที่ยังหลงระเริงอยู ในโลกียวิสัย จักรพรรดิสมบัติเปนสมบัติทครอบงําสมบัติอื่น ี่ ไวทั้งสิ้น เพราะ เปนสมบัตทมีมาแตวาสนาแหงบุญ กิรยา บารมีอันกระทําไวแตปางกอนบางไดเสวยสมบัตินี้ ิ ี่ ิ โดยการสืบสันตติวงศบางก็ไดมาดวยการ ปราบดาภิเษก สวนรูปสมบัตนั้นเลาเปนสมบัติอันสวรรคประทานมา ิ แตกําเนิด ตางกับคุณสมบัตทจําตองแสวงหา ศึกษาและใฝคน แมวารูปสมบัติจะดอยคากวาจักรพรรดิสมบัติ ิ ี่  แตประวัติ ศาสตรก็ได เผยใหเห็นเปนเนืองนิจวารูปสมบัตนั้นสามารถครอบงําจักรพรรดิสมบัติ แมกระทั่ง ิ ทําลายจักรพรรดิสมบัติจนดับสูญไปได ลําพังอองอุนขุนนางชราสี่แผนดินหาไดมีพษสงประการใดที่จะทํารายหรือกําจัดตั๋งโตะ ิ สวนเตียวเสี้ยนดรุณี แรกรุนวัยสิบหกก็หาไดเขาใจหรือรูเห็นสภาพการณความขัดแยงทางการเมืองที่เกิดขึ้น จึงไมมีพิษสงใดๆ ที่จะ ทําลายตั๋งโตะจอมทรราชใหวายวอดไปไดเชนเดียวกัน แตเมื่อหนึ่งชราไดรวมการกับหนึ่งดรุณีแรกรุนผูมโฉม  ี สะคราญทาทายทั้งสามโลกและมีใจตั้งมั่นทีจะกําจัดตั๋งโตะแลว ไดกอใหเกิดพลังชนิดหนึ่งที่อาจมีอานุภาพ ่ ทําลายรายแรงเสียยิ่งกวากองทัพปฏิวตที่อวนเสี้ยวเปนผูบญชาการใหญและมีกําลังพลรวมสามแสนคนเสียอีก ั ิ  ั นั่นคือพลังเสนหาที่มีอานุภาพยิ่งดังนั้น เมื่อสองพอลูกบุญธรรมปลงใจมั่นกําหนดแผนการกําจัดตั๋งโตะแลว ราตรีนั้นอองอุนจึงมีความเบิกบานใจยิ่งนัก หลังจากสงเตียวเสี้ยนเขาหองพักแลวอองอุนจึงรีบกลับมาทีหอง ่ หนังสืออีกครั้งหนึ่ง ครุนคิดกลวิธีในรายละเอียดเพื่อวางเอาตัวพลังเสนหานี้ไวทหัวใจความสัมพันธของพอ ี่ ลูกบุญธรรมอีกคูหนึ่ง คือตั๋งโตะกับลิโป แลวระเบิดทําลายความสัมพันธนั้นใหยอยยับในลําดับแรก จึงจะ สามารถกาวสูขนใชลิโปสังหารตั๋งโตะเปนลําดับถัดไป ั้ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 104.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 104 อองอุนครุนคิดแผนการจนกระจาง ราตรีก็ลวงเขาสูเวลาใกลสิ้นยามสาม อองอุนจึงงีบหลับไปในหองหนังสือ นั้น รุงขึ้นจึงใหหาชางทองฝมือดีมาที่จวน มอบหมายภารกิจสําคัญใหจดทําหมวกทองคําประดับเพชร ั พลอยอัญมณีมคาสําหรับลูกหลวงใหแลวเสร็จโดยไว หมวกทองคําประดับเพชรพลอยอัญมณีสําหรับลูกหลวง ี นี้ยอมแสดงความหมายอยูในตัววาหมายถึง อํานาจอยางหนึ่ง และวาสนาอันเปนทรัพยสินอีกอยางหนึ่ง ทั้ง สองสิ่งนี้อองอุนมั่นใจวาจะเปนทั้งกุญแจไขหัวใจของลิโปใหเปดออก ทั้งจะเปนสื่อสัญญาณใหลิโปวิ่งมาเขา  ทางกล ครั้นหมวกสําหรับลูกหลวงเสร็จแลว อองอุนจึงใหคนสนิทลอบนําไปใหลโปที่บาน ิ ลิโปเห็นหมวกสําหรับ ลูกหลวงแลวมีความยินดียิ่งนัก รูสึกสัมผัสไดกับความนัยอันเปนสื่อสัญญาณของหมวก ลูกหลวงวาเปนทางที่ บงบอกถึงวาสนาตัวในเบื้องหนา ทั้งมูลคาราคา ก็สูงล้าทีทงชีวิตตนยังไมเคยสัมผัส จึงเปนที่ตองอัธยาศัยเดิม ํ ่ ั้ ดังนั้นใกลคาวันหนึ่งลิโปจึงลอบมาหาอองอุนถึงในจวน ่ํ อองอุนนั้นหลังจากใหคนสนิทนําหมวกสําหรับ ลูกหลวงไปมอบ แกลิโปแลวก็รอคอยทีอยู ครั้นรูวาลิโปมาหาจึงออกมาคํานับ แลวเชิญลิโปเขาไปสนทนาที่ใน  หองสวนตัว และชวนลิโปกินโตะใหเปน ทีสําราญ ณ หองรับรองนั้น ลิโปเห็นอองอุนแสดงอาการออนนอมและ ่ เอาใจตัวเกินฐานะนักก็เกรงใจ จึงวากับอองอุนวาทานมีเมตตาสงหมวกไปกํานัลขาพเจา ครั้งนี้มคณแก ี ุ ขาพเจานัก ขาพเจาจะตองหาทางสนองคุณทานใหถึงขนาด วันนี้ขาพเจาจึงมาคารวะขอบคุณทานไวชนหนึ่ง ั้ กอน แลววาขาพเจาเปนแตเพียงทหารของทานอัครมหาเสนาบดี เปนผูนอย ตัวทานเปนขุนนางผูใหญในพระ เจาเหี้ยนเต หาควรที่จะกระทําการออน นอมตอขาพเจาถึงเพียงนี้ไม ขาพเจาตางหากทีตองเปนฝายออนนอม ่  คารวะตอทาน วาแลวลิโปก็คํานับคารวะอองอุนอองอุนเห็นเชนนั้นจึงรีบคุกเขาลงคํานับเอาใจลิโป แลววา ขาพเจา คารวะออนนอมตอทานหาใชดวยฐานะยศศักดิ์แตประการใด ตัวขาพเจาเปนคนใฝ พึงใจดวยคนมีฝมือ กลาหาญ ขาพเจาไดทอดสาย ตาทั่วทั้งแผนดินนี้แลวไมเห็นใครใดจะมีฝมอองอาจกลาหาญเสมอทานแมแต ื คนเดียว เหตุนขาพเจาจึงนับถือตัวทานยิ่งนัก หวังเอาทาน เปนที่พึ่งของขาพเจาสืบไป วาแลวอองอุนก็รนสุรา ี้ ิ คํานับลิโป แลวใช วิชาพิดทูลอันเลิศล้ําของขุนนางพูดจายกยอง สรรเสริญทั้งตั๋งโตะและลิโปจนผูกน้ําใจลิโป เอาไวมั่น ลิโปไดฟงคําสรรเสริญเยินยออันเพลินใจก็เบิกบานยิ่ง ดื่มสุรา จอกแลวจอกเลาอยางมีความสุข อองอุน สังเกตเห็นลิโปดื่มสุราจนฮึกเหิมแลวจึงขับคนรับใชชายออกไปจากหอง คงไวแตคนรับใชหญิงสีคน แลวให ่ เชิญเตียวเสี้ยนออกมาทําความรูจักกับลิโป ณ ยามราตรีทามกลางแสงชวาลาในหองรับรองของขุนนางสี่แผนดิน เตียวเสียนปรากฏกายมาในชุดแพรสี ้ ชมพูบางเบาชวนวาบหวาม ลิโปเห็นเตียวเสียนโฉมสะคราญตรึงใจก็ตะลึงไปจนจอกสุราหลนลง จากมือ แลว ้ ระล่ําระลักถามอองอุนวาสตรีนเปนผูใด อองอุนเดินเขาไปหาเตียวเสียนจูงมือมาขางหนาลิโปแลววานีคือ เตียว ี้ ้ ่ เสี้ยนบุตรีเรา และใหเตียวเสียนคํานับคารวะลิโปตามธรรมเนียม แลวสั่งใหเตียวเสี้ยนเอาปานสุรารินใหกับลิโป ้ ลิโปตั้งแตแรกเห็นเตียวเสี้ยนใจก็ประหวัดปฏิพัทธในเตียวเสียนอยางล้ําลึก ้ ประดุจดั่งถูกพันธนาการไวดวย พญานาคราช ครั้นเห็นเตียวเสี้ยนเขามาคํานับรินสุราใหกดีใจยิ่งนัก จองหนาเตียวเสี้ยนไมกะพริบตา เตียว ็ เสี้ยนก็ใชมารยาหญิงทําทีเปนเอียงอาย แลว แกลงชายตาไปสบตาลิโปเปนครั้งคราว หวานกลาเสนหาจนเต็ม ผืนนาใจแหงลิโป ทุกครั้งทีตาประสานตา ลิโปประหนึงถูกศรกามเทพสะทานไปทั้งรางดวยพลังเสนหานั้น ่ ่ อองอุนเห็นลิโปเดินกาวถลําลึกลงในหวงกลเสนหาแลว ก็แสรงทําเปนเมาแลววากับลิโปวาตัวเรารับราชการมา  สี่แผนดินถึงทุกวันนี้ ไดความสุขเพราะบารมีแหงทานอัครมหาเสนาบดีและตัวทานคุมครอง แลววาตัวเราชรา ลงทุกวันเหมือนไมอันใกลฝง จะลมลงวันใดหา รูไม การแผนดินทุกวันนี้ไมมีสิ่งใดหวงหาอาลัยดวยวางใจใน ตัวทาน จะเปนเสาหลักอันสําคัญค้ํายันแผนดินใหเปนสุข หวงก็แตเตียวเสี้ยน ผูบุตรีที่ยงออนวัยนัก จึงหวังให ั เตียวเสียนไดเปนฝงฝากอนทีขาพเจาจะลาโลกไป ขาพเจาพอใจในความกลาหาญและบุญบารมีของทานจัก ้ ่ เปนที่พึ่งของลูกเราได ดังนั้นจะยกเตียวเสียนใหเปนภรรยานอยของทาน หากทานไมพึงใจก็อภัยใหแกคนชรา ้ ดวยเถิด ลิโปกําลังถูกแรงปฏิพัทธครองใจและฮึกเหิมดวยแรงแหงสุรา จิตพิศวาสยิ่งหื่อโหม ฟงคําอองอุนเชนนั้นก็ดีใจ จนลนลาน จึงรีบคุกเขาลงกับพื้นเอาศีรษะกมจรดพื้นแลววาชีวิตขาพเจาทีเหลืออยูนี้ หากมีเตียวเสียนมาอยู ่ ้ เปนคูบุญแลวก็จะไมปรารถนาสิ่งใดอีก แลว ถามอองอุนวาทานจะสงมอบเตียวเสียนใหแกขาพเจาไดเมื่อใด ้ อองอุนจึงวาทานเปนหลักชัยของแผนดิน ทําการสิ่งใดควรจะตอง ดวยฤกษชัยอันมงคล วันนี้ยังไมมฤกษ ี เชนนั้นจึงขอผัดไวใหถึงวันฤกษดีในอีกไมกี่วัน ขาพเจาจะไดแตงขบวนยกบุตรีไปสงแกทาน วาแลวอองอุนก็  ชวน ลิโปใหคางคืนที่จวนเพื่อสนทนากันสืบไป แตลิโปมภารกิจจึงขอลากลับ ี All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 105.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 105 อองอุนจึงออกมาสงลิโปถึงประตูจวน กาวสําคัญดานแรกเสร็จสิ้นไปแลว กาวตอไปจึงเปนทางดานตังโตะ ๋ ดังนั้นในวันรุงขึ้นซึ่งเปนวันฮองเตออกวาราชการ ในเพลาสาย หลังอองอุนเสร็จจากเขาเฝาพระเจาเหี้ยนเต แลว เห็นลิโปมิไดตามตั๋งโตะมาดวย เปนโอกาสเหมาะอยางยิ่ง อองอุนจึงเขาไปคุกเขาคํา นับเชิญใหตงโตะ ั๋ ไปกินโตะที่จวน ตั๋งโตะเห็นขุนนางผูใหญออนนอม เอากับตัวเชนนี้ก็ยินดีรบเอาคําเชิญนัน แลววาเราจะไปกิน ั ้ โตะทีจวน ทานในเที่ยงวันนี้ ใหทานรีบกลับไปกอน ่ อองอุนเห็นตั๋งโตะรับคําเชิญก็ดีใจรีบสั่งใหเตรียมจัดโตะไวทหอง จัดเลี้ยงภายในจวน แลวสั่งใหคนในบาน ี่ เตรียมตั้งแถวคอยตอนรับ ตั๋งโตะครั้นเวลาเที่ยงตั๋งโตะพรอมดวยขบวนแหหนาหลังไดเดินทางมา ถึงจวนของ อองอุน ตัวอองอุนออกไปรอตอนรับถึงประตูจวน แลวเชิญตั๋งโตะเขาไปในจวน ผูคนในบานตางคุกเขาคํานับ  แสดงคารวะตอตั๋งโตะอยางออนนอม ตั๋งโตะเขาไปในจวนแลว อองอุนก็คุกเขาคํานับแลววาทานอัครมหา เสนาบดีมีเมตตารับคําเชิญมาถึงจวนขาพเจา ในวันนี้เปนคุณแกขาพเจายิงนัก วาแลวก็เอาสุราเขาไปคํานับ ่ แสดงคารวะตอตั๋งโตะ ตั๋งโตะรับสุรามาแลวจึงวาทานเปนขุนนางผูใหญสี่แผนดินอยาคุกเขาคํานับเลย จงนังให ่ เปนสุขเถิด อองอุนทําทีอิดเอื้อนอยูแลววา โบราณวา "ชางเหยียบนา พระยาเหยียบเมืองเปนสิริมงคลอัน สูงสุด" ตัวทานอัครมหาเสนาบดีกรุณาแกขาพเจาทั้งนี้เปนพระคุณหาที่สดมิได ุ วาแลวก็กลาวคํายกยอง สรรเสริญตั๋งโตะดวยประการตางๆ ดวยคารมแหงขุนนางสีแผนดินเปนที่ตองใจของตั๋งโตะยิ่งนัก ตั๋งโตะเสพ ่  สุราพลางหัวเราะไปพลางเคลากับคํายกยองสรรเสริญพิดทูลจากออง อุนดวยความเพลิดเพลินเจริญจิตจน ความมืดแหงราตรีเขามาเยือน อองอุนจึงเชิญใหตั๋งโตะกินโตะตอแลวเชิญเขาไปที่หองรับรองสวน ตัวอันเปนที่รโหฐาน ตั๋งโตะเห็นเปนที่ ประหลาดใจจึงไลทหารที่ติดตาม มาใหกลับลงไปรอขางนอกจวน แลวตั๋งโตะก็เขาไปในหองรับรองนั้น อองอุนเชิญใหตั๋งโตะนั่งบนเกาอี้ สวนตัวเองคุกเขาลงกับพื้นแลววา "เมื่ออายุขาพเจาไดยี่สิบหาปนั้น ขาพเจา ไดเรียนดูดาวสําหรับพระมหากษัตริย แลดาวประจําเมืองกับดาวบริวารทั้งปวงนั้น บัดนี้ขาพเจาเห็นดาวสําหรับ พระมหากษัตริยนั้นเศราหมอง แลดาวมหาอุปราชนั้นมีรัศมีรงเรือง ขาพเจาพิเคราะหดูนี้เห็นพระเจาเหี้ยนเตจะ ุ ดับสูญ ราชสมบัตินั้นจะไดแกทานเปนมั่นคง"ตั๋งโตะไดฟงความอันตองดวยอัธยาศัยตนก็มีความยินดียิ่งนัก  แสรงถามขึ้นวาตัวเรานี้จะมีวาสนาถึงพระแทนมังกรทองกระนันหรือ เราเองรูสึกตัววายังไมถงดอก อองอุนจึงวา ้  ึ อันธรรมดาแผนดินนั้น หากผูใดมีบุญญาบารมีแลวจึงจะครองได หากไรเสียซึ่งสิ่งนี้ก็ยอมพาย แพภยแกตนเอง  ั ขาพเจาวาทั้งนีหาใชความคิดตนไม แตเปนไปตามคัมภีรโบราณอันไดศึกษามาแตกอน ตั๋งโตะไดยนคําอองอุน ้ ิ ยืนยันมั่นคงก็ยนดีนักแลววาถาเราไดราชสมบัติดังคําทาน เราจะแตงตั้งใหทานเปนอัครมหาเสนาบดีเปน กํานัล ิ ปาก แลวเชิญใหอองอุนรีบลุกขึ้นมานั่งที่เกาอี้ อยาคุกเขาใหเปนที่ลําบากเลย อองอุนเห็นตั๋งโตะเดินเขาสูทางกล ทั้งสังเกตเห็นตั๋งโตะกําลังฮึกเหิม และเบิกบานใจในวาสนาเปนทีแลว จึง  สั่งใหพนักงานมโหรีทําเพลง ขับกลอมตั๋งโตะและใหคณะนาฏศิลปประจําจวนออกมารายรําบํารุงใจ ตั๋งโตะ คณะนาฏศิลปประจําจวนออกมารายรําอยูครูหนึ่ง เตียวเสียนซึ่ง เปนนาฏศิลปเอกในชุดแพรเขียวบางเบาเยา   ้ ยวนตาจึงรํารายกรายออก มากลางเวทีที่หนาตั๋งโตะนั้น ตั๋งโตะเห็นคณะนาฏศิลปในตอนแรกลวนโฉมสะคราญ ก็เบิกบาน ใจเปนที่ยิ่ง ดืมสุราจอกแลวจอกเลา แตครั้นดรุณีในชุดสีเขียวตองออนกรายแขนรํารายออกมาก็ ่ ตะลึงงันในความสะคราญของเตียวเสียน สายตาจับจองมองเตียวเสียนไมกะพริบ รําพึงขึ้นในใจวาสตรีนี้เปน ้ ้ ผูใดหนอจึงเลอโฉมสะคราญนัก ทั้งเชิงรํารายกรายทาก็งดงามเกินนางรําในวังหลวง ตัวเรานี้ไดสรรหาสตรีงาม จากทุกสารทิศไวในวังใหมถึงแปดรอยนางลวนโฉมสะคราญ แตหากจะเทียบกับดรุณีนอย นางนี้แลวก็เปนได เพียงแคฝูงกาเทียบกับพญาหงสเทานั้น ครั้นจบกระบวนรําแลว อองอุนจึงเรียกเตียวเสียนใหเขามารินสุรา แกตั๋งโตะ ตั๋งโตะซึ่งกําลังจองมองเตียวเสี้ยน ้ ตาคางอยูก็ไดสติรีบถาม อองอุนวาสตรีนี้เปนใคร อองอุนจึงวานี่คือเตียวเสี้ยน เปนบุตรบุญธรรมของขาพเจา เลี้ยงมาแตนอย ตั๋งโตะถามตอไปวาสามารถขับรองเพลงไดหรือไม อองอุนวาไดแลวใหเตียวเสี้ยนขับรองทาม กลางเสียงมโหรีทหวานแวว สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วาเตียวเสี้ยนขับรองเพลงเปนนัยวา "หญิง ี่ รูปงามขับเสียงเพราะ ลิ้นจีแตมริมฝปากชูสขึ้นแลหยกสองอันถึงมาตรวาไมแกะเปนรูปสิ่งใดก็แอบเนื้อเย็นใจ ่ ี พริกไทย นั้นเมล็ดเล็กก็จริง ถาลิ้มเขาไปถึงลิ้นแลวก็จะมีพษเผ็ดรอน" ทรราชเฒาที่กองทัพสามแสนทําลาย ิ ไมได กําลังถูกกลสตรีกลอม มัดดวยอานุภาพพลังเสนหาดังนี้ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 106.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 106 สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม กลเสนหาลางปญญากุนซือ (ตอนที่ 47) ตั๋งโตะยามนี้ไมสนใจสิ่งใดอื่นจองอยูแตกับเตียวเสียนไมวางตา แลวถามเตียวเสียนวาเจานี้อายุเทาใด เตียว ้ ้ เสี้ยนทําคอนอายคํานับแลวตอบวาตัวขาพเจานี้เพิ่งอายุไดสบหกป แลวบิดกายทําทีเอียงอายอยางเยายวน ตั๋ง ิ โตะยิ่งมีใจปฏิพัทธประดุจดั่งโคแกเห็นหญาออน แลววาเจานี้โฉมสะคราญนัก กระบวนรองก็หวานล้ํา กระบวน รําก็ออนชอย ตรึงตาตรึงใจคนยิ่งนัก อองอุนเห็นเปนทีจึงคุกเขาลงคํานับตั๋งโตะ แลววาทุกวันนี้ขาพเจา ทํา ราชการเปนสุขอยูดวยบารมีของทาน ไมมีสงใดทีจะแทนคุณทาน ไดจึงขอยกเตียวเสียนผูบุตรีใหเปนภรรยา ิ่ ่ ้ ทาน ตั๋งโตะไดยินเชนนั้นก็ยินดียิ่งนัก แลววาในบรรดาขุนนางทั้งปวง นี้หามีใครรักภักดีเราเหมือนทานไม เราจะแทน คุณทานจนถึงขนาด อองอุนไดยินเชนนั้นจึงสั่งใหเตรียมเกี้ยวจัดขบวนและสงเตียวเสียน ใหกับตั๋งโตะแตราตรี ้ นั้น ตั๋งโตะเห็นเชนนั้นก็ดีใจนัก สั่งทหารใหนําขบวนเตียวเสี้ยนกลับไปยังจวน แลวตั๋งโตะก็ลาอองอุนกลับไป ออง อุนตามไปสงตั๋งโตะถึงที่จวน ขณะอองอุนเดินทางกลับ ในระหวางทางพบลิโปขี่มาถือทวนเขามาแลว ถามวาทานยกเตียวเสียนใหเปน ้ ภรรยาขาพเจาแลว เหตุใดจึงสงใหกับตั๋งโตะเลา เชนนี้จะมิเปนการลวงขาพเจาดอกหรือ อองอุนเห็นดังนั้นจึง วาที่นี่เปนกลางทาง ไมสมควรที่จะกลาวเรื่องนี้ ขอเชิญทานตามไปทีจวนขาพเจาเถิด ลิโปก็ตามไป อองอุนจึง ่ เชิญ ลิโปขึ้นไปยังหองหนังสือแลวกลาวกับลิโปตามแผนการซึ่งคิดไวนั้นวา เมื่อวานนี้ไปเขาเฝาพระเจาเหี้ยน เต ตั๋งโตะไดเขามาแสดงความยินดี วาทราบขาวการยกเตียวเสียนใหเปนภรรยาลิโป จึงมีความประสงคจะมา ้ พูดจาสูขอใหถกตองตามธรรมเนียมเพื่อเปนเกียรติยศสืบไป ดังนั้นอองอุนจึงมาเตรียมการตอนรับตั๋งโตะอยูที่ ู บาน อองอุนเลาความใหลิโปฟงตอไปวาเมือตั๋งโตะมาถึงบานแลวก็ใหเตียวเสี้ยนออกไปคํานับ ตั๋งโตะวามี ่ ความยินดีดวยลิโปและวันนี้เปนฤกษดีแลว จะขอรับเตียวเสี้ยนไปแตงงานกับลิโปตามประเพณี แลววา "ซึ่ง  มหาอุปราชวาทั้งนี้ทานคิดดูเถิด เราเปนผูนอยจะอาจขัดไดหรือ เราจึงสงบุตรใหไป" ลิโปฟงอองอุนแลวเชื่อวา   เปนความจริง ขออภัยอองอุนแลวลา กลับบาน รอฟงขาววาตั๋งโตะจะสงเตียวเสียนมาใหตามธรรมเนียม รออยู ้ จนดึกก็ไมมีความเคลื่อนไหวใดๆ รุงเชาขึ้นลิโปเขาไปในจวนของ ตั๋งโตะตามปกติ ถามผูคนในจวนวาตั๋งโตะ อยูที่ไหน ผูคนในจวนจึง เลาความใหลิโปฟงวาเมื่อคืนนี้ตั๋งโตะไดหญิงงามมาคนหนึ่ง จนเวลานี้ยังไมตน ลิโป   ื่ ไดฟงก็โกรธ จึงเขาไปในที่พกของตั๋งโตะ เห็นเตียวเสี้ยนตืนแลวกําลังลางหนาอยู เตียวเสี้ยนเห็นลิโปก็ทํา ั ่ เปนรองไห เอาผาเช็ดน้ําตาเปนทีวาถูกขมขืนบังคับใจ ลิโปเห็นเชนนั้นก็มีใจโกรธตั๋งโตะแลวรีบเดินออกไป ที่ หองนอกพบเขากับตั๋งโตะซึ่งเพิ่งตื่นนอน ตั๋งโตะถามวามีราชการสิ่งใด ลิโปตอบดวยความไมพอใจวาไมมี ราชการสิ่งใด ในขณะนั้นเตียวเสี้ยนเดินตามออกมาที่ประตูเผยมูลี่ดูเห็นลิโป อยูกับตั๋งโตะก็ใชมารยาหญิงสบตาใหลิโปดวยสี  หนาทาทางอันโศกสลด ลิโปไมรูกลสตรีกสงสาร และมีความรักเตียวเสี้ยนเพิ่มขึ้นเปนอันมาก ตั๋งโตะเหลือบ ็ ไปเห็นลิโปจองเตียวเสียนอยู ความหึงหวงก็เกิดขึ้น จึงวากับลิโปวาวันนี้ไมมีราชการสิ่งใดเจากลับไปเถิด ้ ตั้งแตนั้นมาตั๋งโตะก็ระแวงหึงหวงลิโป ในขณะที่ลิโปก็โกรธแคนชิงชังตั๋งโตะขึ้น เปนลําดับ หลังจากไดเตียวเสี้ยนมาแลว ตั๋งโตะลุมหลงในกลเสนหาจนไม เปนใจปฏิบัติหนาทีราชการตามปกติ จนวัน ่ หนึ่งตั๋งโตะปวย เตียวเสี้ยนก็แสรงพยายามเอาอกเอาใจรักษาพยาบาลอยางใกลชดทําใหตั๋งโตะยิ่งเพิ่มความ ิ รัก ความหลงตอเตียวเสี้ยนมากขึ้น วันหนึ่งลิโปเขาไปหาตั๋งโตะถึงในที่ ตั๋งโตะหลับอยู เตียวเสียนเห็นลิโปจึง ้ เอามือชี้ไปที่ตงโตะและกลับมาชี้เขาที่อกตัวแลวรองไห ลิโปเห็นกิรยาเตียวเสี้ยนเชนนั้นก็ยิ่งสงสารและเพิ่ม ั๋ ิ ความเสนหาอาลัยมากยิ่งขึ้น ขณะนั้นตั๋งโตะตื่นขึ้น เห็นลิโปเขามาและจองไปที่ดานหลังมุงไมกะพริบตา หัน กลับไปเห็นเตียวเสี้ยนยืนอยูก็โกรธ ตวาดวา "อายลิโปนี้เสียแรงกูไวใจรักดังบุตรในอุทร บังอาจหยอกเมียกู ได" แลวขับไลลิโปออกไปและหามไมใหลิโปเขามาพบอีก ลิโปไดความอัปยศนักจึงรีบกลับไป สวนเขากับลิยู ลิยจึงถามวาเกิดเหตุใดขึ้น ลิโปจึงเลาความที่ตั๋งโตะไลนั้น ู ใหลิยทราบ ลิยูทราบ แลวก็ตกใจรีบเขาไปหาตั๋งโตะแลววาทานจะคิดการใหญ จะมาผิดใจกับลิโปนั้นไมควร ู การใหญจะเสียไป ตั๋งโตะฟงแลวก็สะดุงถามลิยู วาจะแกไขประการใด ลิยูเสนอวาใหเรียกลิโปมาทําความ เขาใจ แลว มอบขาวของมีคาเปนการทําขวัญลิโป ตั๋งโตะก็เห็นดวยและทําตามคําแนะนําของลิยู หลังจากนั้น แลวตั๋งโตะกับลิโปก็มีความเปนปกติดังแตกอน All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 107.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 107 แตกระนั้นจิตใจพิศวาสทีผูกพันอยูหาไดสรางไปไม วันหนึ่งลิโป ตามตั๋งโตะเขาไปในพระราชวัง ในระหวาง ่ ที่ตั๋งโตะเขาเฝาอยูนั้น ลิโป จึงขับมามาที่บานของตั๋งโตะ ผูกมาไวหนาบานแลวเขาไปหาเตียวเสียน ถึงขางใน ้ เตียวเสียนจึงใชอุบายหญิงบอกลิโปวาใหลงไปคอยทีในสวนจะลงตามไป ้ ่ เพราะหากอยูที่ขางในนีจะเปนที่ ้ ครหา ลิโปจึงลงไปคอยในสวน เตียวเสียนก็ตามไปแลวจดจองมองตนทางที่ตั๋งโตะ จะกลับมานั้นแลวจึงวากับ ้ ลิโปวา อองอุนยกขาพเจาใหเปนภรรยาทาน แตตั๋งโตะกลับชิงเอา แลวมาทําขมเหง ในอกจึงหมองอยู ถึง เดือนเศษแลวคิดจะฆาตัวตายแตยังไมไดลาลาลิโป บัดนีพบหนาลิโปแลว จะขอลาตาย วาแลวก็ขึ้นไปบนรั้ว ่ํ ้ จะกระโดดน้ําตาย ลิโปเห็นก็ตกใจ จึงรีบวิ่งเขาไปอุมเตียวเสี้ยนลงจากรั้ว แลวรองไหวาไดประจักษความ รัก  ของเตียวเสี้ยนอยู หากกีดขวางดวยตั๋งโตะเตียวเสียนก็กลาวดวยมารยาหญิงอีกวา เกิดมาชาตินทรมานนัก ้ ี้ ไมไดอยูรับใชลิโปตามธรรมเนียม จะขอตายใหพนความเวทนา หากชาติหนามีจริงจะขอเปนภรรยาปรนนิบัติรับ ใชลิโป ลิโปฟงเชนนั้นน้ําใจรักเจือหลงก็เดือดขึ้นถึงที่สด ุ กลาวกับเตียวเสี้ยนวาชาตินถาไมไดเตียวเสียนมาครองจะ ี้ ้ ไมขออยูเปนลูกผูชายใหอายฟาดินอีกตอไป เตียวเสียนจึงวาวันเวลาในความทุกขทรมานวันหนึ่งเทากับปหนึ่ง ้ บัดนี้ ตองทุกขทรมานมาเดือนเศษแลว จะคิดอานประการใดก็เรงคิดเถิด ลิโปก็รับคําแลววาออกมานานแลวตั๋ง โตะจะสงสัย จะรีบกลับเขาไปในวังกอน เตียวเสียนเห็นเชนนั้นจึงสําทับวาหากลิโปกลัวตั๋งโตะก็จะไมไดเห็น ้ หนากันสืบไป ลิโปวาขอเวลาไปวางแผนตรึกตรองสักครังหนึ่งกอน เตียวเสียนจึงใชอุบายหญิงปรามาสวา ้ ้ "ขาพเจาไดยินลือชาปรากฏแตชื่อทานดังเสียงฟา ขาพเจาเอามือปดหูไวดวยกลัวอํานาจวาเขมแข็งกลาหาญ ในการสงครามหาผูใดเสมอมิได บัดนี้ขาพเจาไดเห็นแลฟงวาจาของทานนันไมสมกับคําลือ เมื่อพิเคราะห ดู  ้ เห็นวาทานกลัวอํานาจตั๋งโตะเปนอันมากอยู ฉะนี้ เห็นจะคิดการไปมิตลอดเสียแลว" วาแลวก็ทํารองไหเอามือ ปลดเอามือลิโปออกจากตัวแลวจะกระโดด น้ําตาย ลิโปครันถูกคนที่ตัวรักหลงกลาวปรามาสเชนนี้เลือดทระนง ้ ในกายก็พุงพลาน วางทวนไวกับรั้วแลวปลอบเตียวเสียนอยูตอไป ้  ฝายตั๋งโตะเมื่อเฝาอยูเหลียวมาไมเห็นลิโปก็กริ่งใจ ครั้นเสด็จขึ้น แลวจึงรีบกลับบาน เห็นมาลิโปผูกอยูหนา  บานก็โกรธ รีบขึ้นไปบนจวนก็ไมเห็นลิโปและไมเห็นทั้งเตียวเสี้ยน ถามหญิงรับใชไดความวา อยูในสวนก็ยิ่ง สะดุงใจคิดวาลิโปคงอยูดวย เตียวเสียนเปนแน จึงรีบตามลงไปที่สวน เตียวเสี้ยนเห็นตั๋งโตะก็แกลงจะกระโดด ้ น้ําตาย ลิโปก็เขาอุมไวอีก ตั๋งโตะมาเห็นเตียวเสี้ยนกําลังดิ้นอยูในมือของลิโปมิไดรูมารยาหญิงก็โกรธลิโปเปน อันมาก ตวาดดาลิโปเสียงอันดังลั่น ลิโปไดยินเสียงตั๋งโตะก็รีบวางเตียวเสียนลงแลววิ่งหนี ตั๋งโตะหยิบเอา ้ ทวนของ ลิโปที่พิงไวขางรั้วซัดไปที่ลิโปแตไมถูก ลิโปวิ่งหนีออกไปได ตั๋งโตะวิ่งไปหยิบทวนแลวไลตามลิโป ไป สวนกับลิยชนกันจนลมลงทั้งคู ลิยูจึงเขาประคองตั๋งโตะแลวพาขึ้นไปบนจวน แลวลิยูจึงวาขาพเจามาที่ ู จวนพบลิโปกําลังวิ่งออกไปบอกวาทานกําลังไลตามฆาจึงวิงเขามาเพื่อจะหามก็พอดีชนกันขึ้นแลว ลิยจึงยก ่ ู ประวัตศาสตรสมัยเลียดกก เมื่อครั้งฌอชองอองพระราชทานลูกสาวเจาเมืองหนึ่งแกทหารเอก ทําใหทหารเอก ิ ผูนั้นมีใจภักดีตอฌอชองออง  ครั้นเกิดสงครามฌอชองอองก็ไดทหารเอกผูนี้ตอสูทาลายขาศึกจนแตกไป  ํ ดังนั้นจึงเสนอใหตั๋งโตะถือเอา แบบอยางของฌอชองอองยกเตียวเสียนใหกับลิโปเสีย เพื่อผูกใจ ลิโปไว ้ สืบไป ตั๋งโตะฟงคําลิยูแลวใจหนึ่งก็เห็นดวย แตอีกใจหนึ่งก็เต็มไปดวย ความพิศวาสลุมหลงเตียวเสียน ลังเล ้ ตัดสินใจทางใดทางหนึ่งไมได จึงขอลิยูวาไวไตรตรองคืนหนึ่งกอน แลวจะตัดสินใจในวันพรุง ในขณะที่ลิยู กลาวกับตั๋งโตะอยูนั้น เตียวเสี้ยนไดยินความโดยตลอด ครั้นลิยูกลับไปแลวจึงเขาไปกอดเอาเทาตั๋งโตะไว แลวรองไห และวาวันนีลิโปทําหยาบชาใหเปนที่อัปยศ เปนความอัปยศทังตัวเอง และเปนความอัปยศตออัคร ้ ้ มหาเสนาบดี ตังโตะจึงปลอบใจวาตัวเราชราแลว ลิโปยังหนุมองอาจกลาหาญ และมีน้ําใจรักเตียวเสี้ยนเปนอัน ๋ มาก ดังนั้นจะยกเตียวเสียนใหกับ ลิโปเพื่อไดครองรักกันสืบไป เตียวเสียนไดยินก็ทาเปนตกใจแลววา บัดนี้ ้ ้ ํ เมื่อเปนภรรยาของ ตั๋งโตะแลวก็ยอมมีฐานะเปนมารดาของลิโปดวย การทีจะยกแมใหเปนเมียลูกเปนการเสื่อม ่ เสียเกียรติยศและผิดธรรมเนียม "อุปมาเหมือนทานเขียนรูปนกยูง แลวเอาหมึกมาทาเสีย ใหดาเสียสีไปฉะนี้ ํ ขาพเจาไดความอัปยศนัก ซึงจะครองชีวิตอยูดูหนาคนสืบไปนั้นไมได" วาแลวก็ทําเปนลุกขึ้นควาเอากระบี่ที่ ่ แขวนอยูขางผนัง ชักกระบี่ออกจะเชือดคอตาย ตั๋งโตะเห็นก็ตกใจวิ่งเขาไปชิงเอากระบี่เสีย แลววาที่พูดมานั้น เปนการพูดเลนเพื่อเปนการลองใจวาเตียวเสียนนั้น จะมีน้ําใจใฝดวยลิโปหรือไม บัดนี้ประจักษน้ําใจรักภักดี ้ แลว เตียวเสียนเห็นเปนทีจึงกราบเอาที่ตักตังโตะซบหนาลงแลวรองไหแลววา เหตุ เชนนี้เกิดจากลิยูไมรัก ้ ๋ ภักดีทานและตัวขาพเจา จึงคิดการใหผิดธรรมเนียม ใหยกขาพเจาแกลิโปเปนการทําลายเกียรติยศทานและ  ขาพเจา ตั๋งโตะไดฟงคําเตียวเสียนชอบดวยเหตุและผล ทั้งไดเห็นถึงน้ํา ใจรักภักดีและน้ําใจตัวนั้นก็ปฏิพัทธพิศวาสใน ้ เตียวเสียนเปนลนพน จึงกลาววาจะไมเชื่อฟงคําลิยูอีกตอไป เตียวเสียนเห็นเปนทีจึงสําทับซ้ําวาถาขืนอยูที่นี่ ้ ้ สืบไป ลิยูก็คงมากลาวชักนําทานอีก วันใดน้าใจทานคลอยตามขาพเจาก็จะเปนอันตราย ที่นี่จึงเปนทีที่ขาพเจา ํ ่  All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 108.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 108 หาความสุขไมไดอีกตอไป ขอใหไปอยูที่เมืองหลวงแหงทีสองจึงจะพนภัย ตั๋งโตะก็รับคําแลววาในวันพรุงนี้จะ ่ พาเตียวเสียนไปอยูเมืองหลวงแหงทีสอง ้ ่ ครั้นรุงขึ้นลิยูจึงเขามาหาตั๋งโตะแลวถามวาตกลงใจประการใด ถาเห็นชอบดวยแลววันนี้เปนฤกษดีใหรีบยก เตียวเสียนแกลโปเถิด ตั๋งโตะจึงแกวาความคิดนี้ผดธรรมเนียม การยกแมใหเปนเมียลูกนันทําไมได ที่ลโปทํา ้ ิ ิ ้ ิ หยาบชาตอเตียวเสียนตัวเองไดรับความอัปยศนัก แตไมเอาโทษแลวใหไปบอกลิโปวาอยามายุงเรื่องนี้อีก ลิยู ้ จึงวาทานไมฟงคําขาพเจาในครั้งนี้ การทีคดไวจะเสียไปเพราะหญิงคนนีเปนมั่นคง ตั๋งโตะไดฟงลิยูเซาซี้ก็ ่ ิ ้ โกรธนักจึงวา "ซึ่งทานจะขืนใหเราเอาภรรยายกใหแกลิโปนั้นเราไมฟงคําทานแลว ถาทานมีใจรักลิโปอยูจง เอาภรรยาทานมายกใหแกลิโปเองเถิด แตนสืบไปอยาใหผใดเอาเนื้อความขอนี้มาซ้ําวาฉะนี้อีก ถาผูใดมิฟงเรา ี้ ู  จะตัดศีรษะเสีย" ลิยูไดฟงเชนนั้นก็รีบลาออกมาแลววากับทหารทั้งปวงซึ่งมารอคอยตั๋งโตะอยูวา "เราทานทั้งนี้ จะพากันฉิบหาย เพราะอีเตียวเสี้ยนคนนี้เปนมั่นคง" วาแลวลิยูก็กลับไปบาน อานุภาพแหงพลังเสนหาอันเกิดแตมายาหญิงครั้งนี้ไดทําใหตั๋งโตะไมเชื่อถือเชื่อฟงคําของลิยูทปรึกษาอีก ี่ ตอไป โดยลืมไป สิ้นวาอํานาจวาสนาที่มีขึ้นไดในวันนี้ลวนเกิดแตสติปญญาความคิดของลิยู   สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ลางรายยามใกลฆาต (ตอนที่ 48) ครั้นรุงขึ้นตั๋งโตะจึงพาเตียวเสียนออกจากจวนเพื่อเดินทางไป เมืองหลวงแหงทีสอง มีขบวนแหแหนเหมือน ้ ่ ขบวนเสด็จ บรรดาขุนนางขาราชการตั้งขบวนแถวสงตั๋งโตะที่หนาประตูจวน และรวมขบวนไปสงถึงประตูพระ นครเตียวเสียนนั่งอยูในรถประทุนเปดมานเห็นลิโปก็แสรงสบตาทํา กิรยาเศราสลดและกมหนาลงรองไห ลิโป ้ ิ ยืนจองดูรูสึกสงสารและอาลัยนัก ลืมตัวอยูเชนนั้นจนขบวนเคลื่อนไปจนลับตา อองอุนซึ่งออกไปสงตั๋งโตะ  พรอมกับขุนนางอื่นๆ เห็นลิโปมิไดตามขบวนไปดวยจึงเขาไปทักลิโปแลววา เราไมสบายเสียหลายวัน วันนี้ได ขาวทานอัครมหาเสนาบดีจะเดินทางไปเมืองหลวงแหงทีสองจึงออกมาสง เห็นสีหนาทานเศราหมองนัก มี ่ ทุกขสิ่งใดฤา ลิโปจึงวาทุกขของขาพเจาเหมือนฝกลัดหนองอยูในอก ก็มีแตเรื่องเตียวเสียน บุตรีทานเทานัน ้ ้ อองอุนจึงแสรงถามวาทานอัครมหาเสนาบดียังไมไดจัดการใหทานไดอยูกินกับเตียวเสียนอีกหรือ ้ ลิโปจึงวา กระไรได มันเอาเตียวเสียนทําเมียเสียเองแลว อองอุนจึงวาจะเปนไปไดอยางไรกัน เปนถึงขุนนางผูใหญและ ้  เปนทั้งบิดาทาน จะคิดชิงเอาภรรยาบุตรไวเปนภรรยาตนเชนนี้ ลิโปจงเลาความที่เกิดขึ้นใหอองอุนฟงทุก ึ ประการ อองอุนทําเปนตกใจแลววาเรื่องนี้เปนเรื่องใหญ ขอเชิญทานไปปรึกษากันที่จวนขาพเจาเถิด แลว อองอุนก็พาลิโปไปที่จวนชวนขึ้นไปที่หองหนังสือ แลวอองอุนจึงวา ตั๋งโตะทําหยาบชากับเตียวเสียนเชนนี้ไม ้ เกรงใจเราซึ่งเปนขุนนางผูใหญสี่แผนดิน เราไดความอัปยศนัก แตตัวเรานั้นชราแลวจะแคนเคืองอยางไรก็คง ทําอะไรกับตั๋งโตะไมได เปนหวงก็แตทาน ซึ่งเราก็ถือวาเปนบุตรเขยยอมอัปยศอดสูยิ่งกวาเรานัก เพราะภรรยา ตัวถูกคนอื่นแยงไปครอง ผูคนทั้งแผนดินยอมดูหมิ่นเหยียดหยาม เกียรติยศศักดิ์ศรีของทานยอมยอยยับสินใน ้ ครั้งนี้ และยุสงตอไปวาตัวทานเปนชายชาติอาชาไนย ฝมือเกรียงไกรกลาหาญเปนที่ยําเกรงของผูคนทั้ง แผนดิน ควรแกตําแหนงแมทพใหญของบานเมือง แตเมื่อสิ้นเกียรติยศตองอดสูฉะนี้แลว ขาพเจาจึงเสียดาย ั ยิ่งนัก ลิโปไดฟงคํายุของอองอุนก็เห็นจริงยิ่งฟงเพลิงแคนในใจก็ยิ่งคุโชน สิ้นคําอองอุนแลวลิโปโกรธแคนถึงขีดสุด เอามือตบโตะดัง "ผาง" แลววาไอศัตรูเฒาทําเราอัปยศนัก ขาพเจาจักฆามันใหจงได อองอุนไดฟงก็คดวาลิโป ิ นี้เอาใจออกหางตั๋งโตะเปนแนแลว จึงแสรงเอามือปดปากลิโปแลววาทานอยาพูดเสียงดังไป หากมีใครไดยิน ความแพรงพรายไปเราจะพากันตายสิ้น ลิโปจึงวาขาพเจาเกิดมาชาตินี้ไมเกรงกลัวสิ่งใด จะเกรงไปไยกับตัง ๋ โตะ อองอุนเห็นเปนทีจึงพูดแตเบาๆ พอไดยนวา ตัวทานมีฝมือกลาหาญกวาใครในแผนดิน รับราชการดวยตั๋ง ิ  โตะมีความชอบเปนอันมาก แตหาไดมตําแหนงแหลงที่เปนขุนนางไม ไฉนจึงไมยอมเปนขาในพระเจาเหี้ยนเต ี ทํานุบํารุงแผนดินใหเปนสุข จะมิดีกวาเปนขาทรราชทีแยงเมียตัวไปดอกหรือ ลิโปจึงวาขาพเจาคิดแคนใครจะ ่ ฆาตั๋งโตะเสียเดือนเศษแลว แตลังเลดวยเคยเรียกวาเปนพอ เกรงผูคนจะครหาได อองอุนจึงวาตัวทานนี้แซลิ ตั๋งโตะนั้นแซตง จะนับถือเปนบิดาไดอยางไรกัน อีกประการหนึ่งเลาตั๋งโตะหรือจะคิดวาทานเปนบุตร ครั้งที่เอา ั๋ ทวนไลแทง และซัดทวนใสทานก็ดี แยงภรรยาทานก็ดี หาใชวสัยบิดาที่จะกระทําตอบุตรไม จะเกรงคนครหา  ิ ไปไยกัน ลิโปไดยินเชนนั้นก็หลงตามคําอองอุน คิดเห็นเปนการชอบดวยเหตุและผลทีตนคิดไมถึงแลววาถาเชนนั้น ่ ขาพเจาจะฆาตังโตะเสียใหจงได อองอุนเห็นเปนทีจึงวาแผนดินทุกวันนี้ใครๆ ก็รวาตั๋งโตะเปนศัตรูราชสมบัติ ๋ ู กอกรรมทําเข็ญกับบานเมืองแลราษฎร ทั่วทั้งสิบทิศมีแตคนสาปแชง อยากกินเลือดกินเนื้อตั๋งโตะเสียทั้งสิ้น All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 109.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 109 ทานจงหันมาทําคุณแกแผนดินถวายความภักดีตอฮองเต ทานจะมีความชอบใหญหลวง จะเปนถึงขุนนาง ผูใหญทผคนทังแผนดินเลื่อมใสบูชา ดีกวาเปนขาทรราชอยูเชนนี้ ี่ ู ้ ลิโปฟงอองอุนเห็นทั้งทางไดเตียวเสียนมาครอง เห็นทั้งเกียรติยศที่จะปรากฏไปในแผนดิน และเห็นทั้งอํานาจ ้ วาสนาในเบื้องหนา หนทางสวางไสวจึงดีใจนัก คุกเขาลงคํานับอองอุนแลววา ทานชีแนะครั้งนี้เปนคุณแก ้ ขาพเจานัก ขาพเจาจะทําตามคําทาน อองอุนจึงวาการนี้เปนการใหญหากทําการไมตลอดจะพากันตายสิ้น ลิ โปจึงชักกระบี่กรีดเขาทีแขนเอาโลหิตผสมลงในจอกสุราแลว สาบานวา ถาหากขาพเจาไมฆาตั๋งโตะเหมือนคํา ่ วา ขอใหตายดวยคมอาวุธ แลวดื่มสุรานั้นจนหมดจอก อองอุนเห็นเชนนั้นจึงคุกเขาลงตอหนาลิโปแลววา การ ตัดสินใจทั้งนี้ของทานเปนคุณปการตอแผนดิน ู พระเจาเหี้ยนเตและพระราชวงศฮั่นจะปลอดภัยก็เพราะทาน บานเมืองแลราษฎรจะเปนสุขก็เพราะทาน จงเตรียมใจไวใหมั่นคงเถิด ถึงวันพรอมเมื่อใดเราจะบอก ใหทาน ทราบ แลวลิโปก็ลากลับไป รุงขึ้นอองอุนจึงเชิญซุนซุยกับอุยอวนเพื่อนขุนนางทีสนิทและเคยปรึกษาหารือเรื่องนี้มาแตกอนเขามาปรึกษา ่ เลาความใหฟงทุกประการ ขุนนางทั้งสองยินดีนัก จึงปรึกษาแผนการสังหารตั๋งโตะ โดยจะแอบอางเปนรับสั่ง ของพระเจาเหียนเตใหหาตั๋งโตะเขา เมืองหลวง ้ เพื่อจะมอบราชสมบัตใหตามความเห็นของบรรดาขุนนาง ิ เนื่องจากพระเจาเหี้ยนเตทรงประชวร ไมสามารถวาราชการไดอีกตอ ไป เมื่อตั๋งโตะเขามาในพระราชวังแลวจึง สังหารเสีย ครันเห็นชอบพรอมกันแลว อองอุนจึงเรียกลิโปมาบอกแผนการที่ปรึกษากันนัน ลิโปก็ยินดี แลว ้ ้ ปรึกษากันวาจะใหลิซกอดีตรองแมทัพที่ไปกับฮัวหยงทําศึกกับกองทัพปฏิวติในครั้งนั้นเปนผูไปลวงตั๋งโตะ ั เพราะลิซกไมพอใจ ตั๋งโตะอยูเนื่องจากทําราชการมีความชอบเปนอันมาก แตตั๋งโตะมิไดพิดทูลเลื่อนตําแหนง  ให และถาหากลิซกไปดวยตนเอง ตั๋งโตะคงไมระแวงสงสัยเนื่องจากเคยไวใจมาแตกอน ลิโปจึงใหคนไปเชิญ ลิซกมาแลวเลาความทั้งปวงใหฟงแลววา ครังกอนตัวทานไปเกลี้ยกลอมเราใหสังหารเตงหงวนเสียแลวมาอยู ้ กับตั๋งโตะ บัดนี้ตั๋งโตะเปนศัตรูแผนดิน เราจึงคิดกําจัดเสีย หากทานไมไปทําการตามแผนการนี้เราก็จะสังหาร ทาน ลิซกจึงวาขาพเจามีความแคนคิดจะสังหารตั๋งโตะแตหามีผูใดรวมคิดไม บัดนี้เมื่อ มีอองอุนและทานเปน หลักขาพเจาจึงพรอมใจอาสาไปลวงตั๋งโตะเขาเมืองหลวงจงได รุงขึ้นอองอุนก็แตงหนังสือรับสั่งเรียกตั๋งโตะกลับพระนคร เพื่อ มอบราชสมบัตใหตั๋งโตะเปนกษัตริยแลวใหลิ ิ  ซกถือไปมอบใหแกตั๋งโตะ ณ เมืองหลวงแหงทีสอง ตั๋งโตะทราบความแลวยินดียิ่งนัก แตเพื่อใหแนใจจึง ่ แกลงถามลิซกวาใครเปนตนคิดกราบทูลฮองเตใหมอบราชสมบัติแกเรา ลิซกบอกวาอองอุนเปนผูเสนอ ตังโตะ ๋ เห็นเปนพอตาตัวก็วางใจแลวเลาความฝนใหลิซกฟงวา เมือคืนกอนเราฝนวามีมังกรตัวหนึงมาเกี้ยวกระหวัดอยู ่ ่ รอบกาย วันนีมีขาวดีมาถึงนับเปนศุภนิมิต เราจําจะยกไปเมืองหลวงความฝนของตั๋งโตะนี้เปนความฝนแตโดย ้ จิตนิวรณคือมีความคิดตองการราชบัลลังกกรุนอยูในอกทุกค่ําเชา พอหลับก็ฝนไปหาความหมายอันใดมิได แต กรณีเดียวกันนีหากฝนในเพลายามสาม ยอมถือวาเปนการฝนแตโดยบุรพนิมิตซึ่งบุญบารมีที่สรางสมมาแตกอน ้ บันดาลใหคดฝนถือวาเปนมงคล ดังคัมภีรพิชยสงครามบทวาดวยนิมตวาไววา "ถาฝนวาไดเห็น...พญานาค... ิ ั ิ  จะไดทรัพยและความ สุขเจริญแลเดชา ปราศจากทุกขภัยพยาธิ" แลวตังโตะจึงวาถาเราไดราชสมบัตจะตั้ง ๋ ิ ทานเปนเสนาบดีผู ใหญ นี่เปนคนทีสองหลังจากอองอุนที่ตงโตะจะใหตาแหนงสําคัญเปนบําเหน็จเพียงเพราะ ่ ั๋ ํ ชอบใจในคําเจรจาเทานั้น ลิซกจึงทําทีเปนขอบคุณ แลวตั๋งโตะจึงสั่งใหลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียวสีทหารเอกคุมทหารสามพันอยู ่ รักษาเมือง แลวเขาไปกราบลามารดาและวาบัดนี้ขุนนางทั้งปวงไดพรอมใจกันจะยกราชสมบัติใหแกขาพเจา  บุญก็จะถึงมารดาทานดวยเพราะจะไดเปนที่ ไทเฮาของแผนดินสืบไป มารดาตั๋งโตะจึงวาตัวเรานี้อายุเกาสิบป เศษแลว ไดอาศัยบารมีเจาเพียงเทานี้ก็มีความสุขกวาที่คาดหวังอยูแลว หลายวันมานี้ตัวเรามีอาการ "เขมนไป ทั่วทั้งกาย แลใจก็ใหสะดุงตกประหมาเปนหลายเวลาแลว ซึงเจาจะเขาไปนั้นใหคดการระมัดระวังตัวจงดี" คํา ่ ิ มารดาตั๋งโตะฉะนี้ยอมถือเปนลางรายชนิดหนึ่งเพราะอาการ ที่เกิดกับตัว มารดาตั๋งโตะนันเอง บงบอกวาจะมี ้ เหตุรายสถานหนึ่ง และการที่มารดาอันเปนพรหมของบุตรมากลาวความทั้งนี้ในยามที่ตงโตะจะไปในการอัน ั๋ สําคัญอีกสถานหนึ่ง แตตั๋งโตะยามใกลจะถึงฆาต หัตถแหงมัจจุราชไดปดบังความเฉลียวใจไวสิ้น ตั๋งโตะจึง  เขาใจไปเสียอีกทางหนึ่งแลวบอกแกมารดาวาเหตุทั้งนี้เปนเพราะวาสนาพาใหเปนไป แลวตั๋งโตก็ลามารดา กลับไปที่ตําหนัก เขาไปพบเตียวเสียนแลว เลาความใหฟงวาอองอุนไดเปนผูนําขุนนางกราบทูลเสนอพระเจา ้ เหี้ยนเตใหยกราชสมบัติใหแกตัว และวาเมื่อเราไดราชสมบัติแลว จะตั้งเตียวเสียนเจาเปนพระสนมเอก เตียว ้ เสี้ยนฟงคําตั๋งโตะแลวคะเนวานี่คือแผนการของอองอุนที่จะลวงตั๋งโตะไปฆาเสีย จึงทําทีคุกเขาลงคารวะ ขอบคุณตั๋งโตะตั๋งโตะสั่งลามารดาและเตียวเสียนแลว ก็ยกออกไปเมืองหลวง เดินทางมาไดสามรอยเสนเพลา ้ รถที่ตั๋งโตะนั่งมาก็หักลง ตั๋งโตะจึงลงจากรถแลวนั่งมาไปไดอีกราวรอยเสนมาที่ขี่เกิดพยศบังเหียนมาก็ขาด ลงอีก ตั๋งโตะสงสัยจึงหันมาถามลิซกวาการที่เพลารถหักและบังเหียนมาขาดฉะนี้จะดีรายประการใด All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 110.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 110 ลิซกเห็นเหตุการณก็แจงแกใจวานี่เปนเพราะบารมีของผูเปนใหญในแผนดิน แมวาจะโฉดชั่วสักเพียงไหน แต เทพยดาก็จะบันดาลลางรายใหปรากฏ เดชะบุญของแผนดินที่เราเคียงคูมาดวยจําจะกลบเกลื่อนลางรายนั้น  เสีย จึงวากับตั๋งโตะวาซึ่งมาและรถเกิดเหตุดังนี้เปน เพราะตื่นตระหนกในบารมีทาน เนื่องจากหากทานได ครองราชยแลว ก็จะตองทิ้งทังรถและมานี้เปลี่ยนเปนราชรถหยกพระที่นั่ง และมาเทียม รถก็จะตองเปนมาพระ ้ ที่นั่ง ตั๋งโตะไดฟงแตทางดีเชนนี้ตองดวยใจตัวที่กําลังกระหยิ่มยิมยอง จะไดครองราชสมบัติก็ยินดียิ่งนักสั่งให ้ ขบวนเคลื่อนตอไป เดินทางมาไดอีกหนอยหนึ่ง บังเกิดพายุกรรโชก เมฆหมอกปกคลุมทองฟามาแตขางทิศตะวันออก บดบังดวง อาทิตยไวทั้งสิน แลวเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก ตั๋งโตะจึงถามลิซกวานิมิตนี้ดราย ประการใด นิมตดังนี้ตอง ้ ี ิ ดวยคัมภีรพิชยสงครามบทวาดวยนิมตและลางรายวา "เมฆมาแตบรพาทิศสถิตปราจิมโดยวาร กลุมดวงพระสุริ ั ิ ู ฉานบฉายแสงใหยกธง เมฆมาแตทิศนั้นมิทันกลุมเขาในวง ถอยคืนมาทิศจงอยายาตราจะภยันต" ปรากฏการณอนเทพยดาไดสาแดงใหไดเห็นในครั้งนีถือเปนลางรายทีระบุไวชัดเจนวาใหถอยกลับมาทีตั้ง ั ํ ้ ่ ่ มิฉะนั้นจะเกิดอันตราย ลิซกจึงแสรงวาไปเสียอีกทางหนึ่งเพื่อลวงตั๋งโตะใหตายใจตอไปวา นี่คือศุภนิมตจาก ิ ฟา อันเทพยดาสําแดงใหปรากฏถึงบรมเดชานุภาพของทาน ตั๋งโตะไดฟงก็ยิ่งเบิกบานใจ สั่งใหเคลื่อนขบวน รีบรุดเขาเมืองหลวง การเดินทางเขาเมืองหลวงของตั๋งโตะครั้งนี้ปรากฏนิมตและลางรายหลายครั้งหลายหน หากตั๋งโตะเปนคนดีมี ิ คุณธรรม สรางบุญสราง กุศลสั่งสมไวพอเพียง คุณธรรมและบุญกุศลนันอาจสามารถกอความ เฉลียวใจให ้ เกิดขึ้น แลวหลีกเลี่ยงภัยพิบัติเสียก็เปนได แตตั๋งโตะนันกอกรรมทําเข็ญไวมาก ดังนั้นแมนิมิตและลางจะ ้ ปรากฏถึงเพียง นี้แตก็มีอันเปนใหคดและเขาใจไปเสียอีกทางหนึ่ง จึงมิไดเฉลียวใจ ในมรณภัยนั้น ดันดน ิ ้ รุดหนาไปสูอุงหัตถแหงมัจจุราชจนได สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม ลางอํานาจทรราช (ตอนที่ 49) ขบวนของตั๋งโตะเรงรุดเขาเมืองหลวง ในขณะที่ตัวตั๋งโตะเอง นั้นกระหยิมยิ้มยองที่จะไดครองราชสมบัติ ฝาย ่ ขุนนางขาราชการไดมาตั้งขบวนรอรับที่ประตูกาแพงพระนครตามปกติ ํ เวนแตลยูนั้นไมมาตอนรับอางวาปวย ิ การปวยของลิยครั้งนี้อาจเปนการปวยการเมือง เพราะไมพอใจตั๋งโตะที่ไมฟงคําตัวในเรื่องที่เสนอใหยกเตียว ู เสี้ยนแกลิโปก็เปนได หรือแกลงงอนใหตั๋งโตะไปงอก็เปนได หรือมิฉะนั้นคนฉลาดแบบลิยู อาจคาดการณได วาจะเกิดอะไรขึนจึงแสรงหลบภัยเสีย เมื่อขบวนของตั๋งโตะมาถึงประตูพระนคร บรรดาขุนนางขาราชการไดเขา ้ ไปคารวะตามธรรมเนียมแลว ก็รวมขบวนเดินทางเขาในพระนคร ถึงจวนตั๋งโตะเปนเวลาค่าก็ลากลับบาน ํ ตั๋งโตะมาถึงจวนเห็นลิโปจึงวากับลิโปวาเมื่อใดที่เราไดราชสมบัติจะแตงตั้งใหเจาเปนผูบัญชาการทหารสูงสุด ลิโปก็คอมตัวลงคํานับตั๋งโตะทําทีเปนยินดีดวย ครั้นค่ําลงเปนคืนเดือนหงายตั๋งโตะไดยินเสียงเด็กยี่สบสาม ิ สิบคนรองรําทําเพลงอยูขางนอกดวยทํานองเศราสลดดุจเสียงคนรองไหเปนความวา "ตฤณชาติปลายวสันต ทุกคืนวันเขียวขจี มินานวสันตลี้ที่ขจีก็แหงตาย" ตั๋งโตะจึงถามลิซกซึ่งยังคงติดตามและควบคุมสถานการณอยู วาการรองรําทําเพลงของเด็กเชนนี้จะดีรายประการใด ลิซกจึงวานี่เปนศุภนิมตวาราชวงศฮั่นจะดับสูญ "แซเลา" ิ จะรวงโรย "แซตั๋ง" จะรุง เรืองเปนใหญในแผนดิน ตั๋งโตะไดฟงก็ยินดีเปนยิงนัก ่ รุงขึ้นตั๋งโตะก็แตงตัวแลวเดินทางจะไปเขาเฝา ระหวางทางพบนักพรต ในลัทธิเตาใสเสือคลุมสีเขียว ผาโพก ้ หัวสีขาว มือถือไมคันยาว ผูกผาขาว หอยคลายธงแขวน มีอักษรจีนตัว "เคา" สองตัวอยูคูกัน ตั๋งโตะสงสัยจึง  ถามลิซกวาเตาหยินกระทําเชนนี้มีความหมายวาอยางไร ลิซกเห็นการกระทําของเตาหยินแลวก็ทราบความ กระจาง วาอักษรจีนคําวา "เคา" สองตัวนันเมื่อรวมกันแลวก็จะเปนคําวา "ลิ" สวนผาขาวนั้นเรียกวา "โป" ้ อาการของนักพรตดังคนไวทกขงานศพ จึงหมายความวาตังโตะจะเปนศพเพราะลิโป ดังนั้นลิซกจึงแกลงกลาว ุ ๋ วานักพรตผูนี้เปนคนวิกลจริต ซึ่งเปนที่รูกันดีในยานนี้ มิไดมความหมายอยางใดอันควรแกการสนใจแลว จึงสั่ง ี ใหทหารไลนักพรตออกไปเสียจากแนวทางนิมิต และลางรายเกิดขึ้นหลายครั้งหลายครา ถาหากตาไมบอดหู ไมหนวกและปญญาไมถูกปดบังดวยความโลภและความมักใหญใฝสูงทีคิดชิงเอาราชสมบัติแลว ่ อยาวาแต ระดับตั๋งโตะเลย แม คนธรรมดาสามัญก็อาจสังเกต และเขาใจความหมายของนิมิต และลางรายเหลานั้นได ตั๋งโตะเองหลังประสบนิมิตและลางรายหลายครั้งก็คงเห็นผิดสังเกต แตไมเขาใจดวยความหลงของตนสถาน หนึ่งและดวยกลพิดทูลของลิซกผูเปนยมทูตอีกสถานหนึ่ง ดังนั้นตั๋งโตะจึงไมหยุดยั้งรั้งรอถอยกลับมาตั้งหลัก ดังที่พชัยสงครามวาไว คงรุดหนาตอไปจนใกลประตูยมโลกมากขึ้นทุกที ิ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 111.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 111 ขบวนของตั๋งโตะเคลื่อนมาถึงประตูพระราชวังแลวกองทหาร ที่มากับขบวนก็หยุดอยูที่ประตูนั้น คงมีแตตั๋งโตะ  นั่งรถไปพรอมกับทหารติดตามราวยีสิบคน โดยมีลซกเปนผูนําขบวนเขาไป ทามกลางการตั้งแถวรับขบวนของ ่ ิ  ขุนนางขาราชการตั้งแตประตูพระราช วังไปจนถึงพระที่นั่งอันเปนทองพระโรง ตั๋งโตะสังเกตเห็นที่หนาประตู ทองพระโรงนั้น ขุนนางถือกระบี่ประจํากายอยูทุกคนก็พรั่นใจ จึงถามลิซกวาการที่ขุนนางเหลานั้นถือ กระบี่ หมายความวาอยางไร ลิซกไมยอมตอบรีบเคลื่อนรถของ ตั๋งโตะเขาประตูทองพระโรงไป ทันใดนั้นอองอุน ตะโกนขึ้นดวยเสียงอันดังวา ไอศัตรูราชสมบัติมาถึงแลว จงลงมือพรอมกันเถิด บรรดาทหารที่อองอุนซุมไวจึง กรูกันเขามาลอมรถ เอาทวนไลแทงตั๋งโตะ ตังโตะเห็นดังนั้นก็ตกใจหลบทวนไปมาอยูในรถ ปากก็ตะโกนเรียก ๋ หาลิโปใหชวย ลิโปกาวออกมาแลวพูดขึ้นดวยเสียงอันดังวาทรงมีพระบรมราชโองการใหประหารศัตรูราช สมบัติเสีย วาแลวก็เอาทวนแทงทีคอหอยของตั๋งโตะถึงแกความตายในทันที ่ ลิโปอัศวินงูเหา บัดนี้ไดกัดเอาบิดาบุญธรรมคนที่สองตายไปตอหนาตอตา เหลาขุนนางดวยอานุภาพแหงพลัง เสนหาอันอํามหิต ยิ่งนักตั๋งโตะไดตวลิโปมาพรอมกับศีรษะของเตงหงวนบิดาบุญธรรม คนกอนของลิโป แลว ั รับเอาลิโปมาเปนบุตรบุญธรรม ณ บัดนีตั๋งโตะก็ตองเสียหัวของตัวไปพรอมๆ กับการทีลิโปไดกลายเปนบุตร ้ ่ เขย ของอองอุนความผิดพลาดอันยิ่งใหญของลิยู กุนซือเจาความคิดของตั๋งโตะคือการปลอยปละละเลยไม ขัดขวางคัดคานในการที่ตั๋งโตะใหเอา งูเหาเชนลิโปไวใกลกาย นี่แหละที่โบราณวา "สี่เทายังรูพลาด  นักปราชญยังรูพลั้ง"  ลิซกไดตดศีรษะตั๋งโตะแลวประกาศวาบัดนี้ศตรูราชสมบัตตายแลว แผนดินแลอาณาประชาราษฎรจะเปนสุข ั ั ิ สืบไป บรรดาขุนนางขาราชการจึงยินดีโหรองกันถวนหนา  ลิโปประกาศขึ้นตอหนาขุนนางวาการที่ตั๋งโตะ กระทําการชัวชาไดเพราะอาศัยความคิดลิยู จึงจําเปนที่จะตองฆาลิยูเสียอีกคนหนึ่ง ลิซกขันอาสาแลวคุมทหาร ่ ไปยังบานลิยู จับลิยูพรอมบุตรภรรยา และคนในบานสังหารเสียทั้งสิ้น จากนั้นอองอุนจึงสั่งใหทหารเอาศพตั๋งโตะไปตระเวนรอบพระนคร แลวเอามาตั้งประจานไวททางสามแพรง ี่ นอกกําแพงพระนคร ใหทหารเฝารักษาศพนันไว ทหารนั้นมีความชิงชังตั๋งโตะนัก จึงเอาไสตะเกียงเจาะใสลง ้ ที่ทองของศพ แลวจุดไฟแทนตะเกียง ขาราชการและชาวเมืองรูขาวตั๋งโตะตายแลวก็พากันมารุมดา วาศพตั๋ง โตะ บางก็ถุยน้ําลายใส บางก็เอาเทาเหยียบ บางก็ปสสาวะรด บางก็เอากอนหินขวาง บางก็เอาไมทบตีจน ุ ศพตั๋งโตะแหลกละเอียด จึงเอาไปฝงที่นอกกําแพงพระนครนัน ้ พลันที่จอมทรราชตั๋งโตะศีรษะหลุดจากราง อํานาจรัฐในมือก็หลุดลอยเลื่อนไหล ในทีสุดก็ไหลสูมืออองอุนใน ่ ฐานะที่เปนขุนนางผูใหญ และเปนผูนําในการกอการรัฐประหารครั้งนี้ อองอุนนั้นแรกเริ่มเดิมทีคิดแตเพียงกําจัด ทรราชตั๋งโตะเพื่อความผาสุกของบานเมือง แตครั้นสังหารตั๋งโตะและครองอํานาจรัฐไวในมือแลว ความคิดก็ เริ่มเฉไฉไปจากเดิม คิดลางบางอํานาจตั๋งโตะแบบถอนรากถอนโคน ใครเปนพวกตั๋งโตะ เคยรวมงานกับตั๋ง โตะเปนตองฆาใหเรียบราบ ดังนั้นอองอุนจึงสั่งใหลิโป ลิซกและฮองฮูโก ยกทหารหาหมื่นจากเมืองหลวงไป เมืองหลวงแหงที่สองเพื่อสังหารพวกตั๋งโตะเสียใหสิ้น ฝายลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียว สีทหารเอกซึ่งตั๋ง ่ โตะใหรักษาเมือง ครั้นรูขาวตายของตั๋งโตะและรูวาลิโปกําลังยกทหารมา ทีเมืองหลวงแหงที่สองก็รีบพาทหาร ่ สามพันที่รักษาเมืองนั้นรีบยกหนีไปอยูเมืองเชียงไส กองทัพของลิโปจึงยกเขาเมืองโดยสะดวก เมื่อเขาเมืองไดแลวตัวลิโปรีบตรงไปทีตําหนักของตั๋งโตะ รับเอาเตียวเสี้ยนเขามาแนบในออมอก กอดจูบแลว ่ พาเขาที่ดวยความเรารอน แหงเพลิงพิศวาส ดุจครั้งหนุมานพิศวาสนางสุพรรณมัจฉา ซึ่งรามเกียรติ์พรรณนาไว วา "วาพลางอิงแอบแนบชิดจุมพิตปรางเปรมนาสา คอยประคองตองเตาสุมณฑาวายุพดพัดมาอึงอล พระ ั สมุทรตีฟองนองระลอกคลื่นกระฉอกซัดฝงกุลาหล เมฆมัวทั่วทิศโพยมบนฝนสวรรคพลอยพรมสุมาลีอนดวง ั โกสุมปทุมมาลยก็เบงบานคลีคลายเกสรศรีสองสมชมรสฤาดีตางเกษมเปรมปรีดทั้งสองรา" ่ ิ์ ในขณะที่ลิโปเขามาทีตําหนักของตั๋งโตะนั้น ลิซกไดคุมทหารเขา ไปจับเอามารดาอายุเกาสิบเศษของตั๋งโตะ ่ พรอมดวยญาติพี่นองและผูคนในบานฆาเสียทั้งสิ้น แลวไลจับคนตระกูล "ตั๋ง" บรรดาที่อยูในเมืองหลวงแหงที่  สอง เอามารวมพรอมกันทีลานแลวตัดหัวจนหมดสิ้น สวนนางบําเรอของตั๋งโตะแปดรอยคน ลิซกสั่งให ่ ปลดปลอยกลับคืนสูภูมิลําเนาเดิม  จากนั้นลิโปสั่งใหรวบรวมทรัพยสินบรรดาที่เปนของหลวงและตั๋งโตะนํามาไวที่เมืองหลวงแหงทีสอง พรอมทั้ง ่ เสบียงบรรทุกเกวียนเปนจํานวนหลายพันเกวียน และใหแยกเอาทรัพยสินสวนตัวของตั๋งโตะและญาติพี่นองไว  เปนอีกขบวนหนึ่งนับไดพันกวาเกวียน เสร็จแลวจึงยกขบวนพรอมดวยทรัพยสินและเสบียงเปนจํานวนมากกลับ เขาเมืองหลวง ถึงเมืองหลวงแลวนําไปมอบแกอองอุน ฝายอองอุนไดสั่งใหนาทรัพยสินสวนที่เปนของหลวง ํ All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 112.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 112 นําเขาคลังหลวง สวนที่เปนเสบียงใหนําเขาจัดเก็บไวในยุงฉางเสบียงหลวง สวนที่เปนทรัพยสินสวนตัวของตั๋ง โตะและญาติพนองใหนํามาแจกแกทหาร ทีทาการนั้นโดยถวนหนากัน ี่ ่ ํ จากนั้นอองอุนจึงใหจดงานเลียงฉลองขึ้นในพระราชวัง เลียงโตะ แกบรรดาขุนนางขาราชการทั้งปวงฉลองชัย ั ้ ้ ที่สามารถกําจัดทรราชไดสําเร็จ ขุนนางขาราชการทั้งปวงไดมารวมงานเลียงฉลองดวยความเบิกบานยินดี ครั้น ้ เสร็จงานเลียงก็มีทหารเขามารายงานกับอองอุนวาในขณะ ที่เอาศพตั๋งโตะไปประจานที่นอกกําแพงพระนคร ้ นั้น มีขุนนางชือซัวหยงไปรองไหอยูกับศพ อองอุนไดฟงก็โกรธสั่งทหารใหไปจับตัวซัวหยงมาหาวาเปนศัตรู ่ แผนดินดวยตั๋งโตะ ซัวหยงจึงวาขาพเจาจะคบคิดเปนศัตรูแผนดินดวยตังโตะนั้นหามิได ๋ เดิมขาพเจาเปน บัณฑิตอยูบานนอก ตั๋งโตะประกาศรับบัณฑิตเขารับราชการ แตขาพเจาเห็นวาตั๋งโตะเปนคนหยาบชา จึงไม ยอมเขา รับราชการ ตั๋งโตะก็ใหทหารขมขูบังคับจนขาพเจาตองมาทําราชการ ขาพเจาเห็นวาการที่ขาพเจา  ไดมาทําราชการทั้งนี้ เปนเพราะตั๋งโตะคิด เห็นเปนบุญคุณตอขาพเจาอยูจึงรองไห อองอุนไมฟงคําแกตัวของซัวหยงสั่งใหเอาไปประหารเสีย บรรดาขุนนางเห็นซัวหยงเปนคนคงแกเรียน มี สติปญญาและทําหนาทีราชการเกี่ยวดวยเรื่องจดบันทึกพงศาวดาร ไมไดคิดอานคบคิดทําหยาบ ชาดวยตั๋ง  ่ โตะ จึงชวยกันขอชีวิต ซัวหยงใหทาราชการอยูสืบไป อองอุนในวันนี้ความคิดกาวผานการสรางความสงบสุข ํ ของบานเมืองไปถึงขั้นลางผลาญทุกคนที่เปนพวกตั๋งโตะไปแลวไดฟงคําขอของ พวกขุนนางแลวไมฟงคําและ  วาแผนดินเปนจลาจลเพิ่งเปนปกติลง แตซัวหยงนั้นเปนพวกของตั๋งโตะ ถึงแมวาจะมีสติปญญาสัตยซื่อก็เอาไว  ใชในราชการไมได จึงสั่งใหเอาซัวหยงไปขังคุก แลวแอบสังผูคุมใหเอาผารัดคอสังหารซัวหยงเสีย ่ ขุนนางทั้งปวงรูวาซัวหยงตายก็มีใจสงสารเปนอันมาก มาหยิดขุนนางผูหนึงจึงวาแกขุนนางทั้งปวงวา "ธรรมดา  ่ แผนดินถาหาผูมีสติปญญามิได เมืองนั้นก็จะพลันมีอันตราย หายืดยาวไม" ตอมาลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวน   เตียว สีทหารเอกของตั๋งโตะ ที่ยกทหารสามพันหนีไปอยูเมืองเชียงไส ไดทําหนังสือใหทหารถือเขา มา ่  รายงานตออองอุนวาเดิมทําราชการดวยตั๋งโตะ บัดนีสิ้นตั๋งโตะแลว จึงมีความประสงคขอทําราชการดวยอองอุ ้ นสืบไป การกระทําของตั๋งโตะที่ผานมานั้นพวกขาพเจาทั้งสีคนมิไดคบคิดรวมรูดวยแตประการใด ทานจงอภัย  ่ เสียเถิด อองอุนทราบความแลวจึงวาแกผถือหนังสือวาตั๋งโตะทําชั่วไดก็เพราะอาศัยสี่คนนี้ ดังนั้นถาหากจะมี ู การพระราชทานอภัยโทษเรา จะยินยอมใหอภัยโทษก็แตเฉพาะคนอื่นที่ไมเกี่ยวของดวย สําหรับไอสี่คนนี้ จําเปนที่จะตองเอาตัวมาประหารเสียใหจงได สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม บนเสนทางแหงความประมาท (ตอนที่ 50) อองอุนหลังจากครองอํานาจในเมืองหลวงแทนตั๋งโตะแลวยินดี ในอํานาจนั้น ไมคิดปลอยวาง ทั้งๆ ที่การโคน อํานาจของตั๋งโตะได ทําลายกลไกในการบริหารราชการแผนดิน ซึ่งตั๋งโตะและพรรคพวกไดกุมไวลงอยาง สิ้นเชิงแลว แตอองอุนก็มิไดจัดวางขุนนางลงตามตําแหนงทีวางอยู คงกุมอํานาจทั้งสิ้นไวในมือแตผูเดียว ขุน ่ นางฝายบุนทีวางลงก็มิไดกราบบังคมทูล เสนอแตงตั้งผูใดครองตําแหนงแทนขุนนางฝายบูอันเปนฝายทหารก็ ่  มิไดกราบบังคมทูล เสนอแตงตั้งผูใดครองตําแหนงแทนเชนกัน กิจการอันเปน ฝายทหารก็อาศัยใชสอยแตลิ โปผูเปนบุตรเขย ในขณะทีตัวเองครอง ่ อํานาจฝายพลเรือนและครอบอํานาจฝายทหารโดยผานลิโปอีก ชั้นหนึ่ง อองอุนมิไดตระหนักวาอัศวินงูเหาแบบลิโปนั้นมีแตกําลังฝมือ แตหาไดมีกําลังสติปญญาไม ไมสามารถอาศัย  เปนหลักชัยของบานเมืองได สวนตัวเองนั้นแมจะเปนขุนนางมานานถึงสี่แผนดิน แตความรับผิดชอบและ ประสบการณทผานมาลวนเปนกิจการเฉพาะภายในราชสํานัก ี่ มิไดมีความรูหรือประสบการณในการบริหาร ราชการแผนดินโดยทั่วไป ดวยเหตุนี้ความเปราะบางและชองวางของเมืองหลวงจึงเกิดขึ้น ทั้งในดานของการปองกันพระนครและดาน บัญชาการหัวเมืองตางๆ ตลอดจนการบํารุงทํานุแผนดินใหเปนสุข อองอุนวันนี้จึงตั้งอยูในความประมาท ซึ่ง  พระผูมีพระภาคเจาทรงตรัสวา "ความประมาทเปนหนทางแหงความตาย" แมในยามใกลปรินิพพานก็ทรงย้ํา  เปนปจฉิมวาจาวา "ทานทั้งหลายจงยังการทังปวงใหถึงพรอมดวยความไมประมาทเถิด" เหตุนี้เมื่ออองอุนทํา ้ กรรมชนิดนี้ไว ก็ตองรับวิบากแหงกรรมนี้ ไมแตเทานั้นยังจะทําใหบานเมืองแลราษฎรตองรับชะตากรรมอันเกิด แตความประมาทของตนตอไปอีกดวย All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 113.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 113 การที่อองอุนกลาวกับคนถือหนังสือของลิฉย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียว สีทหารเอกของตั๋งโตะที่มาขอเขา ุ ่ สวามิภักดิ์วา จะไมยอมรับการสวามิภักดิ์นั้น และยังขูอาฆาตวาจะตองจับตัวมาฆาเสีย ดังนี้จึงเปนการประมาท ตอผูถืออาวุธ เทากับเปนการเรงและบังคับ ใหสทหารเอกนั้นตองหันมาตอสูรักษาชีวิตรอดแบบหมาจนตรอก ี่ เพราะเมื่อสีทหารเอกของตั๋งโตะไดรบทราบความที่อองอุนปลงใจจะสังหารพวกตัวเสียจากคําบอกกลาว ่ ั รายงานของคนถือหนังสือแลวก็รอนตัว จึงปรึกษาหารือกันวาทําอยางไรจึงจะรอดตายได บาง คนเสนอวาขืน รวมกันเชนนี้ก็จะตายหมู ตองกระจายแยกกันอยูจึงจะรอดตัว ควรจะแยกกันหนีเอาตัวรอดเถิด กาเซี่ยงซึ่งเปนที่ปรึกษาของตังโตะอีกคนหนึงซึ่งอยูในที่นั้นได ยินคําปรึกษาหารือตลอดแลว จึงวากับสีทหาร ๋ ่ ่ เอกวา "ควรคิดหนีก็ตอเมื่อเห็นวาตอสูแลวไมชนะ ควรคิดรบก็ตอเมื่อเห็นวารบแลวชนะ" บัดนี้เรายังไมเคยคิด  จะตอสู และยังไมเคยตอสู จะคิดหนีเสียทีเดียว กอนยอมไมชอบ ควรที่จะคิดอานตอสูเสียสักตั้งหนึ่งกอน หาก สูไมไดแลวจึงคอยคิดหนีก็ยังไมสายเกินไป แลววาอองอุนนั้นเปนขุนนางมาชานานก็จริงอยู แตไมเคย บัญชาการทหาร บัดนี้แมวาสินบุญตั๋งโตะแลว แตความทีครองอํานาจมานานป ผูใตบังคับบัญชาที่เคยไดรับ  ้ ่ บุญคุณไมตรีและจงรักภักดีกมีอยูมาก อองอุนจึงนาที่จะยังไมสามารถควบคุมกําลังทหารไวใหเปนน้ําหนึ่งใจ ็ เดียวทั้งหมดได ทั้งเวลาที่อองอุน ครองอํานาจก็ยังสั้นนัก ยอมไมสามารถจัดการบริหารใหเขารูปเขาที่ได หาก เราคิดตอสูแลวดีรายก็อาจไดรบชัยชนะ ความจริงถาหากอองอุนจะรักษาความคิดเกาของตัวไวเพียงแค จัด  ั ทรราช แลวรีบทํานุบํารุงแผนดินใหเปนปกติสุข ใชเมตตาธรรมในการบริหารราชการแผนดิน ไมดื้อรันหัวชนฝา้ สรางศัตรูรอบทิศ บานเมืองก็จะรมเย็นเปนสุข แตครั้นอองอุนหลงในอํานาจดื้อรั้นชนิดหัวชนฝาไมฟงใคร เชื่อ  แตฝมือของมืออาชีพแบบลิโปที่ ทรยศตอผูคนไมเลือกหนา แมแตเตงหงวนเจาเมืองฝายเหนือผูเปน บิดาบุญ  ธรรมก็ยังสังหารไดลงคอ และยังบีบคั้นบังคับผูคนจนไมมีทางออก จึงเทากับเปนการบีบบังคับใหผูคนตองยอม เสี่ยงเปนเสี่ยงตายเพื่อกําจัดอองอุนเสีย ความเสี่ยงภัยของอองอุนจึงเกิดขึ้นตั้งแตบดนี้ ั สี่ทหารเอกฟงคํากาเซี่ยงแลว เห็นตองดวยเหตุผล จึงถามวาทานจะคิดอานประการใดเราจึงจะกําจัดอองอุน เสียได กาเซี่ยงจึงวาทานจงวางใจเถิด อันจะคิดการสรางสรรคใหเกิดความรมเย็นเปนสุขนั่นสิจึงเปนของยาก แตการที่จะคิดอานเพื่อใหคนฆาฟนกันเปนสงครามนั้นจะเปนเรื่องยากอะไรเลา วาแลวจึงเสนอแผนการใหกับสี่ ทหารเอกวา ใหพวกทานไปปลอยขาวลือในเมืองเชียงไสกอนวาอองอุนกลาวหาวาชาวเมืองเชียงไสนี้เปน สมัครพรรคพวกของตั๋งโตะจะยกทหารมาฆาเสียใหสิ้นเหมือนกับที่ฆาญาติและพรรคพวกของตั๋งโตะที่เมือง หลวงแหงทีสองนั้น จากนั้นจึงคอยเกลี้ยกลอมเขามาเปนพวกดวยเปนหัวอกเดียวกัน เมื่อพรอมกันแลวจึงยก ่ ไปกําจัดอองอุนเสีย สี่ทหารเอกเห็นดวยกับแผนการและไปดําเนินการตามคํากาเซี่ยงทุกประการ ชาวเมือง เชียงไสไดทราบขาวก็ตกใจพากันมาเขาดวยลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียว รวบรวมกําลังพลไดถึงสิบหา หมื่น กาเซี่ยงเห็นเชนนั้นก็ยนดีแลววากับสีทหารเอกวาเรารวบรวมกําลังพลไดเทานี้เห็นจะพอทําการ และ ิ ่ เสนอแผนยุทธการใหแบงกําลังพลออกเปนสี่กองๆ ละเทาๆ กัน ยกออกจากเมืองเชียงไสไปเมืองหลวงเพื่อแก แคนอองอุน ครั้นยกไปถึงกลางทางพบกับงิวฮูบุตรเขยของตั๋งโตะ ซึ่งตั๋งโตะสั่งใหรักษาเมืองซีหลงกอนที่จะเดินทางเขา เมืองหลวงตามหมายรับสั่งเมื่อครั้งโฮจิ๋น ครันงิวฮูไดขาววาตั๋งโตะถูกอองอุนวางแผนฆาเสีย แลวและกําลัง ้ ตามไลลาสังหารสมัครพรรคพวกของตั๋งโตะตอไปอีกก็เกรงกลัว เมื่อไดทราบขาววาสีทหารเอกอยูที่เมืองเชียง ่ ไส จึงรีบยกทหารหาพันหนีมาสมทบ ดังนั้นสี่ทหารเอกจึงใหงิวฮูเปนกองทัพหนาเคลือนทัพตอไปยังเมือง ่ เตียงอัน ฝายอองอุนครันไดขาวสีทหารเอกยกทัพมาจึงหาลิโปมาปรึกษา วาจะคิดอานประการใด ลิโปจึงวาอยาไดวิตก ้ ่ เลยการเพียงเทานี้ใหลิซกยกทหารไปปราบก็คงจะไดชัยชนะ อองอุนเห็นชอบดวยจึงใหลิซกยกทหารไปรับมือ กับกองทัพของลิฉุย กุยกี ลิซกยกทหารไปตังสกัดกองทัพสีทหารเอก ปะทะกับงิวฮูกองทัพหนา งิวฮูสมิไดก็ ้ ่ ู ถอยหนี ลิซกไดชัยชนะก็เกิดความประมาทใหทหารตั้งคายมั่นไวแลวมิไดระมัดระวังตรวจตราเวรยามตามธรรม เนียมศึก หนวยลาดตระเวนของงิวฮูจึงแจงใหงิวฮูทราบ ดังนั้นเพลาเที่ยง คืนงิวฮูจึงยกทหารเขาปลนคายของ ลิซก ทหารลิซกไมทันระวังตัวก็แตกหนี ถูกทหารงิวฮูฆาตายเสียเปนอันมาก กองทัพลิซกก็แตก ตัวลิซกหนี เขาเมืองเตียงอันไปได ลิโปเห็นลิซกแตกทัพพายศึกมาก็โกรธ สั่งใหตัดศีรษะลิซกแลว เสียบประจานไวที่ประตูเมืองมิใหเปน เยี่ยงอยางสืบไป ครั้นรุงเชาลิโปจึงจัดทหารยกออกไปรบดวยกองทัพหนาของงิวฮู ฝายงิวฮูเห็น ลิโปคุมทหาร ตีฝาเขามาก็ตกใจ เพราะรูกิตติศัพทฝมือของลิโปเปนอยางดี เห็นวาจะสูลโปไมไดก็ถอยกลับเขามาคาย ลิโป ิ เห็นงิวฮูถอยไปก็กลับเขาเมืองเตียงอัน ฝายงิวฮูกลับมาถึงคายแลวก็เรียกเอาซกยีทหารคนสนิทมาปรึกษาวาลิ โปนี้มีฝมือเขมแข็งนัก ขืนตอสูดวยลิโปตอไปก็จะพากันตายสิ้น ควรหาทางหลบหนีไปจะดีกวา เอาซกยีเปน All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  • 114.
    โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-50 หนาที่ 114 เพียงคนสนิท ไรสติปญญาทังขี้ขลาดตาขาว เห็นแกการเสพสุข ครั้นไดฟงคําปรึกษา แลวก็กลัวตายตามจึง  ้  เห็นชอบกับงิวฮู ครั้นค่าลงงิวฮูจงเก็บทรัพยสินมีคาลอบหนีไปกับเอาซกยีและคน ํ ึ สนิทอีกสี่หาคนบุกปาฝาดงไปถึงริมแมน้ํา แหงหนึ่ง เอาซกยีประสบความยากลําบาก ทั้งรอบตัวก็มืดมิดมองไมเห็นทางก็มความกลัว จึงคิดขายนาย ี ตัวเองเพื่อหนีความกลัวนั้นและหวังเอาความชอบกับลิโป เพื่อจะไดอยูสุขสบายสืบไป จึงชวนทหารสี่หาคนที่   ตามไปดวยนั้นสังหารงิวฮูเสีย แลวเอาศีรษะพรอมดวยทรัพยสินของงิวฮูไปเมืองเตียงอัน ไปถึงเมืองเตียงอัน แลวก็ขอเขาพบลิโป ฝายลิโปเห็นเอาซกยีและทหารสี่หาคนนําศีรษะของงิวฮูมาก็สอบถามความเปนมา เอา  ซกยีก็เลาความใหลิโปฟงทั้งสิน ลิโปฟงแลวตวาดเอาซกยีวา "เปนขาขายเจา บาวขายนาย" จะเลี้ยงไวกเปน ้  ็ จัญไร จึงใหทหารคุมตัวเอาซกยีและทหารสีหาคนนั้นไปฆาเสีย ตัดศีรษะเสียบประจานวาเปน คนจัญไร ทรยศ ่ หักหลังเจานายตัวเอง ในเพลาสายวันนั้นลิโปจึงจัดทหารยกกองทัพออกไปปราบสีทหารเอก พบกับกองทัพของลิฉุย กุยกี เตียวเจ ่ และหวนเตียว ลิโปไดขับมารายทวนฝาทหารเขาไปโจมตีกองทัพของสี่ทหารเอกโดยมิทนไดตั้งตัว กองทัพ ั ของสี่ทหารเอกก็แตกพาย หนีไปเปนระยะทางประมาณหารอยเสน ลิโปขับไลไประยะหนึ่งก็ยกทัพกลับเขา เมืองเตียงอัน สี่ทหารเอกหนีลิโปมาไดแลวก็รวมกันปรึกษาหารือวาจะจัดการกับลิโปประการใด ลิฉยจึงวาลิโป ุ นั้นมีฝมือรบพุงกลาหาญ แตบาบิ่นไรสติปญญา จะตอสูซึ่งหนาแมหากจะชนะก็จักสูญเสียดวยกันทั้งสองฝาย  จําเปนตองเอาชนะดวยอุบาย วาแลวลิฉยจึงเสนอแผนการรบวาใหแบงทหารออกเปนสองสวน สวนละสองกอง ุ ตามที่ทหารเอกแตละคนคุมอยู ใหเตียวเจและหวนเตียวคุมทหารแยกกันไปซุมคอยทีอยู เมื่อไดรับสัญญาณ แลวจึง ใหพรอมกันเขาตีเมืองเตียงอันทั้งสองดาน สวนลิฉย กุยกี คุมทหาร คนละกอง ลิฉุยจะเปนกองลอรบ ุ กับลิโป แลวจะถอยขึ้นไปบนเขา เมื่อลิฉุยถอยขึ้นบนเขาแลวใหกุยกีตตลบขางหลัง ครั้นลิโปเขารบดวยกุยกีก็ ี ใหกุยกีถอยเสีย ลิฉยก็จะรบลอตอไปอีกสลับกันไป ก็จะเอาชัยชนะไดเปนมั่นคง ุ ครั้นรุงขึ้นทหารเอกทั้งสี่กองก็ยกไปเตรียมการตามแผนการที่วางไว พอลิโปยกกองทัพมาลิฉยก็เขาไปลอรบ ุ พักหนึ่งลิฉยก็ใหตีกลองสัญญาณ กองทัพของเตียวเจ หวนเตียวก็ยกออกจากที่ซุมรุดไปตีเมืองเตียงอันพรอม ุ กันทั้งสองดาน ในขณะทีลิฉยก็ยกทหารหนีขนเขา ในขณะที่ลิโปยกทหารไลตามลิฉุยขึ้นเขาไปนั้น ลิฉยก็ให ่ ุ ึ้ ุ ทหารยิงเกาทัณฑและกลิ้งกอนศิลาใสทหารของลิโปเปนหาฝน ทันใดนั้นลิฉยก็ใหตีกลองสัญญาณอีกครั้ง ุ หนึ่ง กุยกีก็ยกทหารขึ้นมาจากเนินเขา ตีตลบหลังลิโปลิโปไดยินเสียงทหารโหรองมาทางดานหลังก็สั่งทหาร แปรขบวน กลับมารบดวยกุยกี พอลิโปยกทหารเขามาใกลกุยกีก็ใหตีกลองสัญญาณใหทหารของตัวถอยเสีย ฝายลิฉยไดยินกลองสัญญาณของ กุยกีก็ยกทหารลงมาตีตลบหลังลิโป ลิโปไดยินเสียงทหารโหรองมาจากบน ุ เนินเขาก็ชักมากลับมาเขา รบดวยลิฉย แตไมทันไดรบกัน ลิฉุยก็ตีกลองสัญญาณแลวยกทหารถอยขึ้นเขาอีก ุ ลิโปจะตามไป กุยกีก็ยกทหารตีตลบหลังอีกครั้งหนึ่ง ลิฉุย กุยกี ใชยุทธวิธีของสงครามจรยุทธทวา "เอ็งมาขา ี่ มุด เอ็งหยุดขาแหย เอ็งแยขาตี เอ็งหนีขาตาม" รบหลอกลอดวยลิโปอยูถงสามวันสามคืน ลิโปอยูในระหวาง  ึ การรบกระหนาบของทหารลิฉยกับกุยกีจนออนแรงลงและคิดแกกลไมตก จะรุกก็มิได จะถอยก็มิได เกิดพะวัก ุ พะวงจนไมเปนอันสูรบ ในขณะที่ลิโปกาลังสาละวนอยูกับการลอรบของลิฉุย กุยกีนั้น ก็มีมาเร็วเดินสารมาแจงความกับลิโปวาบัดนี้ ํ   กองทัพเตียวเจ หวนเตียว ไดยกเขาตีเมืองเตียงอันสถานการณอยูในภาวะคับขันยิ่งนัก หนังสือพิมพผูจัดการออนไลน http://www.manager.co.th All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด