ความสั มพันธ์ ระหว่ างอาณาจักรของไทย
          กับอาณาจักรต่ างๆ
 กลุ่ม 4 1. นายกฤษฎาภิวฒน์ วงค์ใหญ่
                           ั                 เลขที่ 1
         2. นายจิรายุส เจนใจ                 เลขที่ 3
         3. นายเจษฎา นันไชยวงค์              เลขที่ 4
         4. นายพัชรดนย์ มากอยู่
         5. นายยศวัฒน์ คาสมุทร
                                             เลขที่ 7
                                             เลขที่ 9
                                                         ม.6/3
         6. นายศุภโชค ใจดี                    เลขที่ 10
         7. นายสุ ทธิสิทธิ์ บัณฑิตชู สกุล     เลขที่ 12
                                            เสนอ ครูสายพิน วงษารัตน์
ความสั มพันธ์ ระหว่ างอาณาจักร
  สุโขทัยกับอาณาจักรต่ างๆ
ั
        อาณาจักรสุ โขทัย มีการสร้างความสัมพันธ์กบต่างประเทศ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
                                     ั
แตกต่างกันออกไป โดยมีความสัมพันธ์กบดินแดนต่าง ๆ ดังนี้
        ความสั มพันธ์ กบมอญ
                       ั
          ความสัมพันธ์ระหว่างสุ โขทัยกับมอญส่ วนใหญ่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาลัทธิเถรวาท
                ั
มีความสัมพันธ์กนทางเครื อญาติในสมัยพ่อขุนรามคาแหง โดยมะกะโท พ่อค้ามอญได้แต่งงาน
กับพระราชธิดาของพ่อขุนรามคาแหงแล้วหนีไปอยูเ่ มืองเมาะตะมะ ภายหลังได้เป็ นพระเจ้า
แผ่นดินมอญทรงพระนามว่า พระเจ้าฟ้ ารั่วและสวามิภกดิ์ต่อไทย แต่หลังรัชกาลเจ้าฟ้ ารั่วแล้ว
                                                  ั
มอญก็แยกตัวเป็ นอิสระ
ความสั มพันธ์ กบจีน
                           ั
           ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรสุ โขทัยกับจีน มีมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคาแหง ส่ วน
ใหญ่เป็ นความสัมพันธ์ดานการค้า ระบบราชบรรณาการในสมัยพระเจ้าหงวนสี โจ๊วแห่งราชวงศ์
                         ้
หงวน ได้ดาเนินนโยบายส่ งทูตไปเจริ ญสัมพันธไมตรี กบประเทศต่าง ๆ พร้อมทั้งชักชวนให้ส่งทูต
                                                      ั
ไปติดต่อและส่ งเครื่ องราชบรรณาการให้แก่จีน เพื่อเป็ นการกระชับมิตร ให้แน่นแฟ้ นยิงขึ้น
                                                                                    ่
ไป ได้แลกเปลี่ยนคณะทูตกันอีกหลายครั้ง นอกจากนั้นอาณาจักสุ โขทัย ยังรับประโยชน์จากจีน
โดยการรับวิทยาการเรื่ องเทคนิคการทาเครื่ องปั้ นดินเผาแบบใหม่ คือการทาเครื่ องสังคโลก ที่มี
คุณภาพสามารถเป็ นสิ นค้าส่ งออก นารายได้มาสู่อาณาจักรสุ โขทัยเป็ นจานวนมาก




                                                 รู ป โถฝาเคลือบ
ผลจากการเปิ ดสั มพันธภาพกับจีน
          1. ทางด้านการเมือง ทาให้อาณาจักรสุ โขทัยรอดพ้นจากการรุ กรานจากจีน นอกจากนั้นจีนยัง
ไม่เข้าแทรกแซงการขยายอาณาเขตของไทยไปยังแหลมมลายูจนเกินขอบเขต
          2. ทางด้านเศรษฐกิจ เป็ นการส่ งเสริ มการค้าระหว่างไทยกับจีน ในระบบบรรณาการทาให้ไทย
ได้รับประโยชน์จากการค้าระบบนี้ โดยคณะทูต ได้รับอนุญาตให้มีการซื้ อขายสิ นค้าโดยไม่ตองเสี ยภาษี
                                                                                          ้
          3. ทาให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตเครื่ องสังคโลกขึ้น ผลิตตั้งแต่ชิ้นใหญ่ลงไปถึงชิ้นเล็ก ๆ
โดยเฉพาะบริ เวณสุโขทัยและสวรรคโลก ต่อมาการผลิตเครื่ องสังคโลกได้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ วทา
ให้เศรษฐกิจสุ โขทัยเจริ ญขึ้นด้วยการส่ งเครื่ องสังคโลกไปจาหน่ายยังเมืองต่าง ๆ
          4. ทางด้านวัฒนธรรม ชาวไทยยุคนี้ได้รับวัฒนธรรมบางอย่างจากจีน เช่นการจุดดอกไม้ไฟ




                                       เครื่องสั งคโลก
ความสั มพันธ์ กบลังกา
               ั
                                                               ั
               อาณาจักรสุ โขทัยกับลังกาส่ วนใหญ่มีความสัมพันธ์กนทางด้าน
พระพุทธศาสนาในสมัยพ่อขุนศรี อินทราทิตย์ สุ โขทัยได้รับพระพุทธศาสนาลัทธิ
ลังกาวงศ์มาจากเมืองนครศรี ธรรมราช เป็ นสมัยที่ให้การยอมรับพระพุทธศาสนา
เป็ นศาสนาประจาชาติ โดยพระองค์ทรงนิมนต์พระสงฆ์มาจากเมืองนครศรี ธรรมราช
            ่
มาประจาอยูที่สุโขทัยและแสดงธรรมในวันธรรมสวนะ (วันพระ) และช่วยส่ งเสริ ม
ทางการศึกษา ทางศาสนาและการปฏิบติทางวินย นอกจากนั้นยังมีประเพณี ในด้าน
                                     ั       ั
ศาสนาเกิดขึ้นแล้ว เช่น การทาบุญ การทอดกฐินในสมัยพระเจ้าเลอไท
ผลดีจากการเปิ ดสั มพันธภาพกับลังกา
          1. อาณาจักรสุ โขทัยได้รับแบบอย่างพระพุทธศาสนาลัทธิ ลงกาวงศ์มาปฏิบติ
                                                              ั            ั
อย่างจริ งจัง
          2. ไทยได้รับมรดกทางด้านศิลปะมาถือปฏิบติ เช่น การสร้างโบสถ์ วิหาร
                                                 ั
          3. ไทยได้รับมรดกทางวัฒนธรรม เช่น งานพระราชพิธีในพระราชสานัก
พระราชพิธีเกี่ยวกับงานนักขัตฤกษ์ในพระพุทธศาสนา


                                   พระพุทธสิ หิงค์
                                    ซึ่งทางสุ โขทัยรับมอบมาจากลังกา
                                    ปัจจุบนประดิษฐานอยู่ในพระทีนั่งพุทไธสวรรย์
                                          ั                      ่
                                    พิพธภัณฑสถานแห่ งชาติ กรุงเทพมหานคร
                                        ิ
ความสั มพันธ์ กบกัมพูชา
                          ั
                     บริ เวณแว่นแคว้นต่าง ๆ ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ภาคกลางได้มีการเกี่ยวข้องกับ
กัมพูชามาก่อนการตั้งอาณาจักรสุ โขทัย ต่อจากนี้ได้ขยายอิทธิพลไปยังบริ เวณภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ
เกือบทั้งหมด มีการพบร่ องรอยอิทธิพล ทางด้านศิลปวัฒนธรรมของขอมตามศาสนสถานที่
ประกอบด้วยทั้งพระปรางค์ และปราสาท เช่น พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี ปราสาทเมือง
สิ งห์ จังหวัดกาญจนบุรี อันแสดงให้เห็นอิทธิพลในทางพระพุทธศาสนาลัทธิมหายานทั้งสิ้ น
นอกจากนั้นกัมพูชาและบ้านเมืองไทย ยังมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองด้วย กล่าวคือ กษัตริ ยของ
                                                                                     ์
                                                             ั
กัมพูชา และรัฐต่าง ๆในเมืองไทย มีความสัมพันธ์ทางเครื อญาติกน เช่น กษัตริ ยขอมพระราชทาน
                                                                            ์
พระธิดาให้พอขุนผาเมืองแห่งเมืองราด ซึ่ งนาไปสู่การก่อตั้งอาณาจักรสุ โขทัยภายหลัง
              ่


                                        ศาลตาผาแดง
                                        ในบริเวณเมืองเก่ าสุ โขทัย เป็ นศาสนสถานก่ อด้ วยศิลาแลง
                                        เป็ นเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์
ความสั มพันธ์ กบอาณาจักรล้ านนา
                         ั
                    อาณาจักรสุ โขทัยกับล้านนา มีความสัมพันธ์ท่ีใกล้ชิดกันมากโดยพญามังรายเจ้า
เมืองเงินยางและพญางาเมือง เจ้าเมืองพะเยา แห่งอาณาจักรล้านนา เป็ นมิตรสหายที่ดีของ พ่อขุน
รามคาแหงมาตั้งแต่เยาว์วย กษัตริ ยท้ งสามพระองค์ได้ทาสัญญาเป็ นมิตรไมตรี ที่ดีต่อกันอย่างแน่น
                           ั     ์ ั
แฟ้ น ต่อมาพ่อขุนรามคาแหงได้เสด็จขึ้นไปยังอาณาจักรล้านนา พร้อมกับพญางาเมืองเพื่อช่วย
พญามังรายเลือกชัยภูมิที่ดีในการสร้างราชธานีที่เมืองเชียงใหม่ มีชื่อว่า “นพบุรีศรี นครพิงค์
เชียงใหม่”




                                                 พระบรมราชานุสรณ์ สามกษัตริย์
                                                  ตั้งอยู่หน้ าศาลากลาง จังหวัดเชียงใหม่
ความสั มพันธ์ กบเมืองนครศรีธรรมราช
                           ั
                                                                                 ั
                    อาณาจักรสุ โขทัยกับเมืองนครศรี ธรรมราช เริ่ มมีความสัมพันธ์กนตั้งแต่พอ่
                                                ั
ขุนศรี อินทราทิตย์ได้เสด็จไปเจริ ญสัมพันธไมตรี กบพระเจ้าจันทรภานุ กษัตริ ยแห่ง
                                                                          ์
นครศรี ธรรมราชและเคยโปรดเกล้าฯให้ติดต่อขอพระพุทธสิ หิงค์จากลังกามาประดิษฐานยังกรุ ง
สุ โขทัย และในสมัยพ่อขุนรามคาแหงได้นาพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิลงกาวงศ์ จากั
นครศรี ธรรมราชขึ้นมาเผยแผ่ยงสุ โขทัยทาให้พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิลงกาวงศ์มนคง
                              ั                                                ั       ั่
ในสุ โขทัยนับตั้งแต่น้ นมา
                       ั
          ความสั มพันธ์ กบอาณาจักรอยุธยา
                         ั
                    ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรสุ โขทัยกับอาณาจักรอยุธยา เริ่ มขึ้นในสมัย
สมเด็จ พระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) แห่งอาณาจักรอยุธยา ทรงยกทัพขึ้นมายึดเมือง
พิษณุโลก ของอาณาจักรสุ โขทัย ทาให้สุโขทัยต้องส่ งเครื่ องบรรณาการพร้อมคณะทูตเดินทาง
ไปเจรจา ขอเมืองพิษณุโลกคืน ซึ่งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงพระราชทาน
เมืองพิษณุโลกคืน ให้แก่สุโขทัย
ความสั มพันธ์ ระหว่ างอาณาจักร
   อยุธยากับอาณาจักรต่ างๆ
ความสั มพันธ์ กบล้ านนา
                       ั
                 มีลกษณะเป็ นการทาสงครามมากกว่าการเป็ นไมตรี ต่อกัน สงคราม
                    ั
ระหว่างอยุธยาและล้านนาได้เกิดขึ้นหลายครั้งในรัชสมัยพระยาติโลกราชแห่งล้านนากับ
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุ งศรี อยุธยา


                                                 ปรางค์ ประธานวัดจุฬามณี
                                                 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรง
                                                 ขึนมาประทับยังเมืองพิษณุโลก
                                                   ้
                                                 เพืออานวยการสงครามระหว่ าง
                                                     ่
                                                 อยุธยากับล้ านนา
ความสั มพันธ์ กบลาว(ล้ านช้ าง)
                         ั
                                              ั
                  ไทยกับลาวมีความสัมพันธ์กนมาแต่โบราณ มีลกษณะเป็ นมิตรไมตรี ที่ดี
                                                                  ั
ต่อกันหลักฐานสาคัญที่แสดงถึงสัมพันธไมตรี อนดีระหว่างไทยกับลาวก็คือการร่ วมกันสร้าง
                                            ั
                                                ่
พระธาตุศรี สองรัก ปั จจุบนพระธาตุศรี สองรักอยูท่ี อ.ด่านซ้าย จ.เลย
                           ั




                         พระธาตุศรีสองรักอยู่ที่ อ.ด่ านซ้ าย จ.เลย
ความสั มพันธ์ กบพม่ า
                        ั
                    ไทยกับพม่าส่ วนใหญ่เป็ นการแข่งอิทธิพลและการขยายอานาจจึงทาให้
เกิดสงครามกันตลอดเวลาสาเหตุสาคัญมาจากที่พม่าต้องการขยายอานาจเข้ามาในอาณาจักร
อยุธยาจึงทาให้อยุธยาตกเป็ นประเทศราชของพม่าถึง 2 ครั้งด้วยกัน นอกจากการทาสงคราม
แล้วไทยกับพม่าก็ยงมีการติดต่อค้าขายกันในบางครั้งการทาสงครามระหว่างไทยกับพม่ามี
                  ั
สาเหตุจากการที่ไทยจับเรื อสาเภาของพม่าที่ไปค้าขายที่เมืองมะริ ดซึ่งเป็ นเมืองท่าที่สาคัญ
ของไทยจึงทาให้พม่าไม่พอใจ




                   สงครามระหว่ างอาณาจักรอยุธยากับประเทศพม่ า
ความสั มพันธ์ กบเขมร
                       ั
                                                                ั
         เขมรเคยมีอิทธิพลในดินแดนไทย ทาให้เขมรมีความสัมพันธ์กบไทยในฐานะเมืองประเทศราช
ตลอดสมัยอยุธยามีผลทาให้ไทยได้รับอิทธิพลจากเขมรในด้านต่างๆ ได้แก่
1.ด้านการปกครอง – ไทยได้รับแนวความคิดที่กษัตริ ยทรงมีฐานะเป็ นสมมติเทพจากเขมรเข้ามาด้วย
                                                   ์
2.ไทยได้รับขนบธรรมเนียมประเพณี มาจากเขมร เช่น พระราชพิธีถือน้ าพิพฒน์สตยา
                                                                  ั ั
3.ด้านประติมากรรม – การหล่อพระพุทธรู ปยุคอู่ทอง เป็ นการหล่อพระพุทธรู ปสมัยอยุธยายุคแรกของ
                         ไทยก็ได้แบบอย่างมาจากเขมร
4.ด้านวรรณคดี – ไทยนิยมใช้ภาษาขอมและภาษาบาลีสนสกฤตในวรรณคดีต่างๆ
                                                      ั




                  พระพุทธรูปยุคอู่ทอง                    พระราชพิธีถือนาพิพฒน์ สัตยา
                                                                       ้ ั
ความสั มพันธ์ กบหัวเมืองมลายู
                         ั
                   ในสมัยอยุธยาตอนต้นได้มีการติดต่อกับหัวเมืองต่างๆทางใต้ของไทย
หัวเมืองมลายูมีฐานะเป็ นประเทศราชของไทยจึงมีหน้าที่ส่งเครื่ องราชบรรณการพร้อมกับ
ต้นไม้เงินต้นไม้ทองมาถวายกษัตริ ยไทย 3 ปี ต่อครั้ง อยุธยาจะดูแลความสงบเรี ยบร้อยของ
                                   ์
หัวเมืองมลายูหากหัวเมืองมลายูได้รับความเดือดร้อน อยุธยามีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ

        ความสั มพันธ์ กบญวน
                       ั
                 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญวนมักจะเป็ นเรื่ องของการแข่งขันกันมี
                                           ่
อิทธิพลในเขมร แต่บางครั้งก็เป็ นมิตรไมตรี ตอกัน เมื่อญวนรบกันเองไทยสามารถขยาย
                                                                     ็
อิทธิพลและมีอานาจในเขมรได้อย่างสะดวก แต่เมื่อญวนรวมกาลังกันได้กจะขยายอานาจ
เข้าไปในเขมร ทาให้เกิดสงครามกับไทยได้เหตุการณ์น้ ีเกิดขึ้นหลายๆครั้ง
ความสั มพันธ์ กบจีน
                           ั
                      รู ปแบบความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับจีนเป็ นความสัมพันธ์ในรู ปแบบ
รัฐบรรณาการในระบบความสัมพันธ์แบบรัฐบรรณาการนั้นจักรพรรดิจีนถือว่าอยุธยา คือ
                                                                     ั
ประเทศราชของจักรวรรดิจีนแต่สาหรับอยุธยาแล้วถือว่าความสัมพันธ์กบจีนเป็ นรู ปแบบ
ของการค้าการค้าและการทูตระหว่างจีนกับอยุธยา เป็ นผลให้ชาวจีนเข้ามาตั้งรกรากเป็ น
ชุมชนขึ้นที่กรุ งศรี อยุธยาส่ วนใหญ่เป็ นพวกพ่อค้า มีความรู้ความชานาญด้านการค้าและการ
เดินเรื อ
ความสั มพันธ์ กบญี่ปุ่น
                          ั
                  มีการแลกเปลี่ยนคณะทูต ของกานัลและการค้าได้เข้ามาในรู ปของการทูตช่วง
กลางพุทธศตวรรษ ที่ 22 ญี่ปุ่นกลายเป็ นตลาดการค้าที่สาคัญของอยุธยา เรื อสาเภาญี่ปุ่นที่จะ
เดินทางค้าขายจะต้องได้รับใบอนุญาตเรี ยกว่า ใบเบิกร่ องก่อนปลายพุทธศตวรรษที่ 22 อยุธยากับ
ญี่ปุ่นไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันเพราะญี่ปุ่นประกาศปิ ดประเทศ ห้ามคนญี่ปุ่นออกนอก
ประเทศอนุญาตให้เฉพาะฮอลันดาและจีนเท่านั้น แต่การค้าระหว่างอยุธยากับญี่ปุ่นยังคงดาเนิน
ต่อไป




                                     เรือสาเภาญี่ปน
                                                  ุ่
ความสั มพันธ์ กบโปรตุเกส
                          ั
                    โปรตุเกสเป็ นชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาติดต่อกับอยุธยา โดยจุดมุ่งหมาย
สาคัญคือ ต้องการผลประโยชน์ทางการค้าและเผยแผ่ศาสนาโปรตุเกสขายปื นและอาวุธ
สงครามให้แก่อยุธยาเป็ นการแลกเปลี่ยนกับสิ ทธิในการค้า
         ความสั มพันธ์ กบสเปน
                        ั
                    สัมพันธภาพระหว่างไทยกับสเปนไม่ราบรื่ นและขาดความต่อเนื่อง
เพราะว่าสเปนสนับสนุนให้เขมรเป็ นอิสระจากอยุธยา โดยหวังจะใช้เป็ นศูนย์กลางการค้า
และเป็ นแหล่งเผยแผ่ศาสนาคริ สต์จึงบาดหมางกับไทยชาวสเปนไม่ได้ต้ งรกรากในกรุ งศรี
                                                                    ั
อยุธยาจึงไม่ได้มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมหลงเหลือให้เห็นเด่นชัด
ความสั มพันธ์ กบฮอลันดา
                             ั
                    ฮอลันดาเข้ามาติดต่อกับกรุ งศรี อยุธยาจุดมุ่งหมายสาคัญของฮอลันดา
คือ ความต้องการซื้อสิ นค้าจากจีนและหาช่องทางเข้าไปค้าขายในจีนโดยอาศัยเรื อสาเภาของ
ไทย แต่ไทยยินดีตอนรับเฉพาะเรื่ องที่ชาวฮอลันดาเข้ามาค้าขายเท่านั้นในช่วงพุทธศตวรรษ
                  ้
ที่ 23 การค้าของฮอลันดาที่กรุ งศรี อยุธยาค่อยๆลดความสาคัญลงเพราะมีอุปสรรค
นานาประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า ความผันผวนทางการเมือง
          ความสั มพันธ์ กบอังกฤษ
                         ั
                    ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอังกฤษซบเซา และหยุดชะงักลงเนื่องจาก
อังกฤษพยายามจะยึดเมืองมะริ ดแต่ถกขับไล่ออกไปจึงทาให้อยุธยากับอังกฤษประกาศ
                                      ู
                                         ็
สงครามต่อกัน แม้สงครามจะไม่เกิดแต่กทาให้เหินห่างกันไปและยุติลงอย่างเด็ดขาด
          ความสั มพันธ์ กบฝรั่งเศส
                           ั
                    ความสัมพันธ์กบฝรั่งเศสเป็ นระยะเวลาค่อนข้างสั้น จุดมุ่งหมายหลัก
                                    ั
               ่
ของฝรั่งเศสอยูที่การติดต่อการค้ากับไทยและพยายามโน้มน้าวคนไทยให้นบถือศาสนาั
คริ สต์นิกายโรมันคาทอลิก แต่ฝ่ายไทยให้ความสนใจในเรื่ องการค้าและความสัมพันธ์
ทางการทูตมากกว่า
ความสั มพันธ์ ระหว่ างอาณาจักร
   ธนบุรีกบอาณาจักรต่ างๆ
          ั
ความสั มพันธ์ กบพม่ า
                           ั
                      จะปรากฏในรู ปของความขัดแย้ง การทาสงคราม โดยไทยเป็ นฝ่ ายตั้งรับ
การรุ กรานของพม่า หลังจากได้รับเอกราช ต้องทาสงครามกับพม่าถึง 9 ครั้ง ส่ วนใหญ่พม่า
                                                   ่
เป็ นฝ่ ายปราชัย ครั้งสาคัญที่สุด คือ ศึกอะแซหวุนกี้ตีเมืองเหนือ พ.ศ. 2318 ครั้งนั้นเจ้าพระยา
จักรี (รัชกาลที่ 1) และเจ้าพระยาสุ รสี ห์ สองพี่นองได้ร่วมกันป้ องกันเมืองพิษณุโลกอย่างสุ ด
                                                 ้
ความสามารถ แต่พม่ามีกาลังไพร่ พลเหนือกว่าจึงตีหกเอาเมืองได้
                                                     ั




                               ศึกอะแซหวุ่นกีตีเมืองเหนือ
                                             ้
ความสั มพันธ์ กบกัมพูชา
                           ั
                    กัมพูชาเป็ นเมืองขึ้นของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุ งศรี อยุธยา ครั้งกรุ งศรี อยุธยาแตก
กัมพูชาก็ต้ งตนเป็ นอิสระ แต่ครั้นเวลาล่วงมา 2 ปี กัมพูชาก็เกิดจลาจลขึ้น สมเด็จพระนารายณ์
            ั
              ์ั
ราชา กษัตริ ยกมพูชาในขณะนั้นเกิดการแย่งอานาจกันขึ้นกับ สมเด็จพระรามราชา
พระมหาอุปราช พระนารายณ์ราชาขอกาลังจากญวนมาช่วยปราบ สมเด็จพระรามราชาสู้ไม่ได้
จึงหนีมาขอความช่วยเหลือจากไทย
          ความสั มพันธ์ กบล้ านช้ าง
                         ั
                    สมัยล้านช้างแตกพักพวก ในสมัยนั้น อาณาจักรล้านช้าง ได้แบ่งเป็ น 3
อาณาจักร ได้แก่ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และ จาปาศักดิ์ สาเหตุ เนื่องจากล้านช้างมีปัญหาภายใน
ราชวัง ล้านช้างได้แตกพักพวก จึงเกิดมี 3 อาณาจักร ที่ขดแย้งกัน ทาให้อาณาจักร ล้านช้างอ่อน
                                                        ั
กาลังลง พระเจ้าตากสิ นได้ท่า ก็เลยหาข้ออ้างทาศึกกับล้านช้าง การทาศึกเกิดขึ้นจากการทาศึก 2
ครั้ง
ความสั มพันธ์ กบล้ านนา
                           ั
                    ไทยพยายามขับไล่พม่าออกไปจากล้านนาได้สาเร็ จ แต่ไม่สามารถรักษา
ล้านนาไว้ได้ เพราะเมื่อทัพกรุ งธนบุรีออกจากล้านนา ทัพพม่าก็เข้ามาคุกคามล้านนา
อีก สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชคงทรงพิจารณาเห็นว่าล้านนาเป็ นเมืองซึ่ งพม่าใช้เป็ นฐาน
ทัพเสมอ ทุกครั้งที่พม่ายกทัพมาตีเมืองไทย ทุกครั้งที่พม่ามารบไทย ก็ใช้ลานนาเป็ นคลัง
                                                                         ้
เสบียงอาหาร จึงต้องทรงยกทัพไปตีเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2317 หลังจากนั้นล้านนาก็เป็ น
อิสระ โดยมีกรุ งธนบุรีคุมกันอยู่
                         ้
          ความสั มพันธ์ กบมลายู
                             ั
                    หัวเมืองมลายู ได้แก่ เมืองปั ตตานี ไทรบุรี กลันตัน และ ตรังกานู เคย
เป็ นเมืองขึ้นของไทยมาตลอดสมัยกรุ งศรี อยุธยา เพิ่งมาแยกตัวเมื่อกรุ งศรี อยุธยาแตก เมื่อปี
พ.ศ. 2310 ส่ วนเมืองปั ตตานี และ ไทรบุรี ในตอนต้นสมัยกรุ งธนบุรีน้ น ยังสวามิภกดิ์อยู่
                                                                       ั          ั
เพิงมาแข็งข้อทีหลัง สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชทรงตีได้เมืองนครศรี ธรรมราช สงขลา
    ่
พัทลุง แต่มิได้ยกทัพไปตีเมืองมลายู จึงปล่อยให้หวเมืองมลายูเป็ นอิสระ
                                                   ั
ความสั มพันธ์ กบจีน
                            ั
                         หลังจากเสี ยกรุ งศรี อยุธยา การติดต่อกาค้าไทยกับจีนได้อยุดชะงักลง แต่ก็
ได้มาเริ่ มใหม่ เมื่อจีนยอมรับเครื่ องราชบรรณาการจากกรงธนบุรี ปี พ.ศ. 2324 สมเด็จพระเจ้าตาก
สิ นมหาราชทรงส่ งราชทูตไปกรุ งปักกิ่ง โดยมี เจ้าพระยาศรี ธรรมาธิราช เป็ นหัวหน้าราชทูต
ความสัมพันธ์ดานการค้าระหว่างไทยกับจีนเริ่ มต้นจากการค้าข้าวเป็ นสาคัญ ต่อมาได้ขยายเพิ่มขึ้น
                  ้
โดยประเทศจีนได้ส่งสิ นค้าพื้นเมืองจากแต้จ๋ิวมาขาย ที่สาคัญ คือ เครื่ องลายคราม ผ้าไหม ผักดอง
และเสื่ อ เป็ นต้น เที่ยวกลับก็จะซื้อสิ นค้าจากไทย อาทิ ข้าว เครื่ องเทศ ไม้สก ดีบุก ตะกัว กลับไปยัง
                                                                             ั           ่
เมืองจีนด้วย เช่นกัน




                                                                 เครื่องลายคราม
ความสั มพันธ์ กบฮอลันดา
                           ั
                      ปี พ.ศ. 2313 ชาวฮอลันดาจากเมืองปั ตตาเวีย (จาการ์ตา) และ พวกแขก
เมืองตรังกานู ได้เข้าเฝ้ าฯ สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราช เพื่อถวายปื นคาบศิลาจานวน 2,200
กระบอก และ ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง




                                      ปื นคาบศิลา
ความสั มพันธ์ กบอังกฤษ
                         ั
                       ่
                   มีพอค้าชาวอังกฤษจากเกาะปี นัง ซึ่งไทยได้ติดต่อซื้อปื นนกสับ จานวน
                    ั
1,400 กระบอก มาสู้กบพม่า พร้อมกับสิ่ งของเครื่ องราชบรรณาการต่างๆ ต่อมามีการ
แลกเปลี่ยนพระราชสาส์นกัน

ความสัมพั...Pptx กลุ่ม 4

  • 1.
    ความสั มพันธ์ ระหว่างอาณาจักรของไทย กับอาณาจักรต่ างๆ กลุ่ม 4 1. นายกฤษฎาภิวฒน์ วงค์ใหญ่ ั เลขที่ 1 2. นายจิรายุส เจนใจ เลขที่ 3 3. นายเจษฎา นันไชยวงค์ เลขที่ 4 4. นายพัชรดนย์ มากอยู่ 5. นายยศวัฒน์ คาสมุทร เลขที่ 7 เลขที่ 9 ม.6/3 6. นายศุภโชค ใจดี เลขที่ 10 7. นายสุ ทธิสิทธิ์ บัณฑิตชู สกุล เลขที่ 12 เสนอ ครูสายพิน วงษารัตน์
  • 2.
    ความสั มพันธ์ ระหว่างอาณาจักร สุโขทัยกับอาณาจักรต่ างๆ
  • 3.
    อาณาจักรสุ โขทัย มีการสร้างความสัมพันธ์กบต่างประเทศ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ั แตกต่างกันออกไป โดยมีความสัมพันธ์กบดินแดนต่าง ๆ ดังนี้ ความสั มพันธ์ กบมอญ ั ความสัมพันธ์ระหว่างสุ โขทัยกับมอญส่ วนใหญ่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาลัทธิเถรวาท ั มีความสัมพันธ์กนทางเครื อญาติในสมัยพ่อขุนรามคาแหง โดยมะกะโท พ่อค้ามอญได้แต่งงาน กับพระราชธิดาของพ่อขุนรามคาแหงแล้วหนีไปอยูเ่ มืองเมาะตะมะ ภายหลังได้เป็ นพระเจ้า แผ่นดินมอญทรงพระนามว่า พระเจ้าฟ้ ารั่วและสวามิภกดิ์ต่อไทย แต่หลังรัชกาลเจ้าฟ้ ารั่วแล้ว ั มอญก็แยกตัวเป็ นอิสระ
  • 4.
    ความสั มพันธ์ กบจีน ั ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรสุ โขทัยกับจีน มีมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคาแหง ส่ วน ใหญ่เป็ นความสัมพันธ์ดานการค้า ระบบราชบรรณาการในสมัยพระเจ้าหงวนสี โจ๊วแห่งราชวงศ์ ้ หงวน ได้ดาเนินนโยบายส่ งทูตไปเจริ ญสัมพันธไมตรี กบประเทศต่าง ๆ พร้อมทั้งชักชวนให้ส่งทูต ั ไปติดต่อและส่ งเครื่ องราชบรรณาการให้แก่จีน เพื่อเป็ นการกระชับมิตร ให้แน่นแฟ้ นยิงขึ้น ่ ไป ได้แลกเปลี่ยนคณะทูตกันอีกหลายครั้ง นอกจากนั้นอาณาจักสุ โขทัย ยังรับประโยชน์จากจีน โดยการรับวิทยาการเรื่ องเทคนิคการทาเครื่ องปั้ นดินเผาแบบใหม่ คือการทาเครื่ องสังคโลก ที่มี คุณภาพสามารถเป็ นสิ นค้าส่ งออก นารายได้มาสู่อาณาจักรสุ โขทัยเป็ นจานวนมาก รู ป โถฝาเคลือบ
  • 5.
    ผลจากการเปิ ดสั มพันธภาพกับจีน 1. ทางด้านการเมือง ทาให้อาณาจักรสุ โขทัยรอดพ้นจากการรุ กรานจากจีน นอกจากนั้นจีนยัง ไม่เข้าแทรกแซงการขยายอาณาเขตของไทยไปยังแหลมมลายูจนเกินขอบเขต 2. ทางด้านเศรษฐกิจ เป็ นการส่ งเสริ มการค้าระหว่างไทยกับจีน ในระบบบรรณาการทาให้ไทย ได้รับประโยชน์จากการค้าระบบนี้ โดยคณะทูต ได้รับอนุญาตให้มีการซื้ อขายสิ นค้าโดยไม่ตองเสี ยภาษี ้ 3. ทาให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตเครื่ องสังคโลกขึ้น ผลิตตั้งแต่ชิ้นใหญ่ลงไปถึงชิ้นเล็ก ๆ โดยเฉพาะบริ เวณสุโขทัยและสวรรคโลก ต่อมาการผลิตเครื่ องสังคโลกได้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ วทา ให้เศรษฐกิจสุ โขทัยเจริ ญขึ้นด้วยการส่ งเครื่ องสังคโลกไปจาหน่ายยังเมืองต่าง ๆ 4. ทางด้านวัฒนธรรม ชาวไทยยุคนี้ได้รับวัฒนธรรมบางอย่างจากจีน เช่นการจุดดอกไม้ไฟ เครื่องสั งคโลก
  • 6.
    ความสั มพันธ์ กบลังกา ั ั อาณาจักรสุ โขทัยกับลังกาส่ วนใหญ่มีความสัมพันธ์กนทางด้าน พระพุทธศาสนาในสมัยพ่อขุนศรี อินทราทิตย์ สุ โขทัยได้รับพระพุทธศาสนาลัทธิ ลังกาวงศ์มาจากเมืองนครศรี ธรรมราช เป็ นสมัยที่ให้การยอมรับพระพุทธศาสนา เป็ นศาสนาประจาชาติ โดยพระองค์ทรงนิมนต์พระสงฆ์มาจากเมืองนครศรี ธรรมราช ่ มาประจาอยูที่สุโขทัยและแสดงธรรมในวันธรรมสวนะ (วันพระ) และช่วยส่ งเสริ ม ทางการศึกษา ทางศาสนาและการปฏิบติทางวินย นอกจากนั้นยังมีประเพณี ในด้าน ั ั ศาสนาเกิดขึ้นแล้ว เช่น การทาบุญ การทอดกฐินในสมัยพระเจ้าเลอไท
  • 7.
    ผลดีจากการเปิ ดสั มพันธภาพกับลังกา 1. อาณาจักรสุ โขทัยได้รับแบบอย่างพระพุทธศาสนาลัทธิ ลงกาวงศ์มาปฏิบติ ั ั อย่างจริ งจัง 2. ไทยได้รับมรดกทางด้านศิลปะมาถือปฏิบติ เช่น การสร้างโบสถ์ วิหาร ั 3. ไทยได้รับมรดกทางวัฒนธรรม เช่น งานพระราชพิธีในพระราชสานัก พระราชพิธีเกี่ยวกับงานนักขัตฤกษ์ในพระพุทธศาสนา พระพุทธสิ หิงค์ ซึ่งทางสุ โขทัยรับมอบมาจากลังกา ปัจจุบนประดิษฐานอยู่ในพระทีนั่งพุทไธสวรรย์ ั ่ พิพธภัณฑสถานแห่ งชาติ กรุงเทพมหานคร ิ
  • 8.
    ความสั มพันธ์ กบกัมพูชา ั บริ เวณแว่นแคว้นต่าง ๆ ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ภาคกลางได้มีการเกี่ยวข้องกับ กัมพูชามาก่อนการตั้งอาณาจักรสุ โขทัย ต่อจากนี้ได้ขยายอิทธิพลไปยังบริ เวณภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ เกือบทั้งหมด มีการพบร่ องรอยอิทธิพล ทางด้านศิลปวัฒนธรรมของขอมตามศาสนสถานที่ ประกอบด้วยทั้งพระปรางค์ และปราสาท เช่น พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี ปราสาทเมือง สิ งห์ จังหวัดกาญจนบุรี อันแสดงให้เห็นอิทธิพลในทางพระพุทธศาสนาลัทธิมหายานทั้งสิ้ น นอกจากนั้นกัมพูชาและบ้านเมืองไทย ยังมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองด้วย กล่าวคือ กษัตริ ยของ ์ ั กัมพูชา และรัฐต่าง ๆในเมืองไทย มีความสัมพันธ์ทางเครื อญาติกน เช่น กษัตริ ยขอมพระราชทาน ์ พระธิดาให้พอขุนผาเมืองแห่งเมืองราด ซึ่ งนาไปสู่การก่อตั้งอาณาจักรสุ โขทัยภายหลัง ่ ศาลตาผาแดง ในบริเวณเมืองเก่ าสุ โขทัย เป็ นศาสนสถานก่ อด้ วยศิลาแลง เป็ นเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์
  • 9.
    ความสั มพันธ์ กบอาณาจักรล้านนา ั อาณาจักรสุ โขทัยกับล้านนา มีความสัมพันธ์ท่ีใกล้ชิดกันมากโดยพญามังรายเจ้า เมืองเงินยางและพญางาเมือง เจ้าเมืองพะเยา แห่งอาณาจักรล้านนา เป็ นมิตรสหายที่ดีของ พ่อขุน รามคาแหงมาตั้งแต่เยาว์วย กษัตริ ยท้ งสามพระองค์ได้ทาสัญญาเป็ นมิตรไมตรี ที่ดีต่อกันอย่างแน่น ั ์ ั แฟ้ น ต่อมาพ่อขุนรามคาแหงได้เสด็จขึ้นไปยังอาณาจักรล้านนา พร้อมกับพญางาเมืองเพื่อช่วย พญามังรายเลือกชัยภูมิที่ดีในการสร้างราชธานีที่เมืองเชียงใหม่ มีชื่อว่า “นพบุรีศรี นครพิงค์ เชียงใหม่” พระบรมราชานุสรณ์ สามกษัตริย์ ตั้งอยู่หน้ าศาลากลาง จังหวัดเชียงใหม่
  • 10.
    ความสั มพันธ์ กบเมืองนครศรีธรรมราช ั ั อาณาจักรสุ โขทัยกับเมืองนครศรี ธรรมราช เริ่ มมีความสัมพันธ์กนตั้งแต่พอ่ ั ขุนศรี อินทราทิตย์ได้เสด็จไปเจริ ญสัมพันธไมตรี กบพระเจ้าจันทรภานุ กษัตริ ยแห่ง ์ นครศรี ธรรมราชและเคยโปรดเกล้าฯให้ติดต่อขอพระพุทธสิ หิงค์จากลังกามาประดิษฐานยังกรุ ง สุ โขทัย และในสมัยพ่อขุนรามคาแหงได้นาพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิลงกาวงศ์ จากั นครศรี ธรรมราชขึ้นมาเผยแผ่ยงสุ โขทัยทาให้พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิลงกาวงศ์มนคง ั ั ั่ ในสุ โขทัยนับตั้งแต่น้ นมา ั ความสั มพันธ์ กบอาณาจักรอยุธยา ั ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรสุ โขทัยกับอาณาจักรอยุธยา เริ่ มขึ้นในสมัย สมเด็จ พระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) แห่งอาณาจักรอยุธยา ทรงยกทัพขึ้นมายึดเมือง พิษณุโลก ของอาณาจักรสุ โขทัย ทาให้สุโขทัยต้องส่ งเครื่ องบรรณาการพร้อมคณะทูตเดินทาง ไปเจรจา ขอเมืองพิษณุโลกคืน ซึ่งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงพระราชทาน เมืองพิษณุโลกคืน ให้แก่สุโขทัย
  • 11.
    ความสั มพันธ์ ระหว่างอาณาจักร อยุธยากับอาณาจักรต่ างๆ
  • 12.
    ความสั มพันธ์ กบล้านนา ั มีลกษณะเป็ นการทาสงครามมากกว่าการเป็ นไมตรี ต่อกัน สงคราม ั ระหว่างอยุธยาและล้านนาได้เกิดขึ้นหลายครั้งในรัชสมัยพระยาติโลกราชแห่งล้านนากับ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุ งศรี อยุธยา ปรางค์ ประธานวัดจุฬามณี สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรง ขึนมาประทับยังเมืองพิษณุโลก ้ เพืออานวยการสงครามระหว่ าง ่ อยุธยากับล้ านนา
  • 13.
    ความสั มพันธ์ กบลาว(ล้านช้ าง) ั ั ไทยกับลาวมีความสัมพันธ์กนมาแต่โบราณ มีลกษณะเป็ นมิตรไมตรี ที่ดี ั ต่อกันหลักฐานสาคัญที่แสดงถึงสัมพันธไมตรี อนดีระหว่างไทยกับลาวก็คือการร่ วมกันสร้าง ั ่ พระธาตุศรี สองรัก ปั จจุบนพระธาตุศรี สองรักอยูท่ี อ.ด่านซ้าย จ.เลย ั พระธาตุศรีสองรักอยู่ที่ อ.ด่ านซ้ าย จ.เลย
  • 14.
    ความสั มพันธ์ กบพม่า ั ไทยกับพม่าส่ วนใหญ่เป็ นการแข่งอิทธิพลและการขยายอานาจจึงทาให้ เกิดสงครามกันตลอดเวลาสาเหตุสาคัญมาจากที่พม่าต้องการขยายอานาจเข้ามาในอาณาจักร อยุธยาจึงทาให้อยุธยาตกเป็ นประเทศราชของพม่าถึง 2 ครั้งด้วยกัน นอกจากการทาสงคราม แล้วไทยกับพม่าก็ยงมีการติดต่อค้าขายกันในบางครั้งการทาสงครามระหว่างไทยกับพม่ามี ั สาเหตุจากการที่ไทยจับเรื อสาเภาของพม่าที่ไปค้าขายที่เมืองมะริ ดซึ่งเป็ นเมืองท่าที่สาคัญ ของไทยจึงทาให้พม่าไม่พอใจ สงครามระหว่ างอาณาจักรอยุธยากับประเทศพม่ า
  • 15.
    ความสั มพันธ์ กบเขมร ั ั เขมรเคยมีอิทธิพลในดินแดนไทย ทาให้เขมรมีความสัมพันธ์กบไทยในฐานะเมืองประเทศราช ตลอดสมัยอยุธยามีผลทาให้ไทยได้รับอิทธิพลจากเขมรในด้านต่างๆ ได้แก่ 1.ด้านการปกครอง – ไทยได้รับแนวความคิดที่กษัตริ ยทรงมีฐานะเป็ นสมมติเทพจากเขมรเข้ามาด้วย ์ 2.ไทยได้รับขนบธรรมเนียมประเพณี มาจากเขมร เช่น พระราชพิธีถือน้ าพิพฒน์สตยา ั ั 3.ด้านประติมากรรม – การหล่อพระพุทธรู ปยุคอู่ทอง เป็ นการหล่อพระพุทธรู ปสมัยอยุธยายุคแรกของ ไทยก็ได้แบบอย่างมาจากเขมร 4.ด้านวรรณคดี – ไทยนิยมใช้ภาษาขอมและภาษาบาลีสนสกฤตในวรรณคดีต่างๆ ั พระพุทธรูปยุคอู่ทอง พระราชพิธีถือนาพิพฒน์ สัตยา ้ ั
  • 16.
    ความสั มพันธ์ กบหัวเมืองมลายู ั ในสมัยอยุธยาตอนต้นได้มีการติดต่อกับหัวเมืองต่างๆทางใต้ของไทย หัวเมืองมลายูมีฐานะเป็ นประเทศราชของไทยจึงมีหน้าที่ส่งเครื่ องราชบรรณการพร้อมกับ ต้นไม้เงินต้นไม้ทองมาถวายกษัตริ ยไทย 3 ปี ต่อครั้ง อยุธยาจะดูแลความสงบเรี ยบร้อยของ ์ หัวเมืองมลายูหากหัวเมืองมลายูได้รับความเดือดร้อน อยุธยามีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ความสั มพันธ์ กบญวน ั ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญวนมักจะเป็ นเรื่ องของการแข่งขันกันมี ่ อิทธิพลในเขมร แต่บางครั้งก็เป็ นมิตรไมตรี ตอกัน เมื่อญวนรบกันเองไทยสามารถขยาย ็ อิทธิพลและมีอานาจในเขมรได้อย่างสะดวก แต่เมื่อญวนรวมกาลังกันได้กจะขยายอานาจ เข้าไปในเขมร ทาให้เกิดสงครามกับไทยได้เหตุการณ์น้ ีเกิดขึ้นหลายๆครั้ง
  • 17.
    ความสั มพันธ์ กบจีน ั รู ปแบบความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับจีนเป็ นความสัมพันธ์ในรู ปแบบ รัฐบรรณาการในระบบความสัมพันธ์แบบรัฐบรรณาการนั้นจักรพรรดิจีนถือว่าอยุธยา คือ ั ประเทศราชของจักรวรรดิจีนแต่สาหรับอยุธยาแล้วถือว่าความสัมพันธ์กบจีนเป็ นรู ปแบบ ของการค้าการค้าและการทูตระหว่างจีนกับอยุธยา เป็ นผลให้ชาวจีนเข้ามาตั้งรกรากเป็ น ชุมชนขึ้นที่กรุ งศรี อยุธยาส่ วนใหญ่เป็ นพวกพ่อค้า มีความรู้ความชานาญด้านการค้าและการ เดินเรื อ
  • 18.
    ความสั มพันธ์ กบญี่ปุ่น ั มีการแลกเปลี่ยนคณะทูต ของกานัลและการค้าได้เข้ามาในรู ปของการทูตช่วง กลางพุทธศตวรรษ ที่ 22 ญี่ปุ่นกลายเป็ นตลาดการค้าที่สาคัญของอยุธยา เรื อสาเภาญี่ปุ่นที่จะ เดินทางค้าขายจะต้องได้รับใบอนุญาตเรี ยกว่า ใบเบิกร่ องก่อนปลายพุทธศตวรรษที่ 22 อยุธยากับ ญี่ปุ่นไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันเพราะญี่ปุ่นประกาศปิ ดประเทศ ห้ามคนญี่ปุ่นออกนอก ประเทศอนุญาตให้เฉพาะฮอลันดาและจีนเท่านั้น แต่การค้าระหว่างอยุธยากับญี่ปุ่นยังคงดาเนิน ต่อไป เรือสาเภาญี่ปน ุ่
  • 19.
    ความสั มพันธ์ กบโปรตุเกส ั โปรตุเกสเป็ นชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาติดต่อกับอยุธยา โดยจุดมุ่งหมาย สาคัญคือ ต้องการผลประโยชน์ทางการค้าและเผยแผ่ศาสนาโปรตุเกสขายปื นและอาวุธ สงครามให้แก่อยุธยาเป็ นการแลกเปลี่ยนกับสิ ทธิในการค้า ความสั มพันธ์ กบสเปน ั สัมพันธภาพระหว่างไทยกับสเปนไม่ราบรื่ นและขาดความต่อเนื่อง เพราะว่าสเปนสนับสนุนให้เขมรเป็ นอิสระจากอยุธยา โดยหวังจะใช้เป็ นศูนย์กลางการค้า และเป็ นแหล่งเผยแผ่ศาสนาคริ สต์จึงบาดหมางกับไทยชาวสเปนไม่ได้ต้ งรกรากในกรุ งศรี ั อยุธยาจึงไม่ได้มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมหลงเหลือให้เห็นเด่นชัด
  • 20.
    ความสั มพันธ์ กบฮอลันดา ั ฮอลันดาเข้ามาติดต่อกับกรุ งศรี อยุธยาจุดมุ่งหมายสาคัญของฮอลันดา คือ ความต้องการซื้อสิ นค้าจากจีนและหาช่องทางเข้าไปค้าขายในจีนโดยอาศัยเรื อสาเภาของ ไทย แต่ไทยยินดีตอนรับเฉพาะเรื่ องที่ชาวฮอลันดาเข้ามาค้าขายเท่านั้นในช่วงพุทธศตวรรษ ้ ที่ 23 การค้าของฮอลันดาที่กรุ งศรี อยุธยาค่อยๆลดความสาคัญลงเพราะมีอุปสรรค นานาประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า ความผันผวนทางการเมือง ความสั มพันธ์ กบอังกฤษ ั ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอังกฤษซบเซา และหยุดชะงักลงเนื่องจาก อังกฤษพยายามจะยึดเมืองมะริ ดแต่ถกขับไล่ออกไปจึงทาให้อยุธยากับอังกฤษประกาศ ู ็ สงครามต่อกัน แม้สงครามจะไม่เกิดแต่กทาให้เหินห่างกันไปและยุติลงอย่างเด็ดขาด ความสั มพันธ์ กบฝรั่งเศส ั ความสัมพันธ์กบฝรั่งเศสเป็ นระยะเวลาค่อนข้างสั้น จุดมุ่งหมายหลัก ั ่ ของฝรั่งเศสอยูที่การติดต่อการค้ากับไทยและพยายามโน้มน้าวคนไทยให้นบถือศาสนาั คริ สต์นิกายโรมันคาทอลิก แต่ฝ่ายไทยให้ความสนใจในเรื่ องการค้าและความสัมพันธ์ ทางการทูตมากกว่า
  • 21.
    ความสั มพันธ์ ระหว่างอาณาจักร ธนบุรีกบอาณาจักรต่ างๆ ั
  • 22.
    ความสั มพันธ์ กบพม่า ั จะปรากฏในรู ปของความขัดแย้ง การทาสงคราม โดยไทยเป็ นฝ่ ายตั้งรับ การรุ กรานของพม่า หลังจากได้รับเอกราช ต้องทาสงครามกับพม่าถึง 9 ครั้ง ส่ วนใหญ่พม่า ่ เป็ นฝ่ ายปราชัย ครั้งสาคัญที่สุด คือ ศึกอะแซหวุนกี้ตีเมืองเหนือ พ.ศ. 2318 ครั้งนั้นเจ้าพระยา จักรี (รัชกาลที่ 1) และเจ้าพระยาสุ รสี ห์ สองพี่นองได้ร่วมกันป้ องกันเมืองพิษณุโลกอย่างสุ ด ้ ความสามารถ แต่พม่ามีกาลังไพร่ พลเหนือกว่าจึงตีหกเอาเมืองได้ ั ศึกอะแซหวุ่นกีตีเมืองเหนือ ้
  • 23.
    ความสั มพันธ์ กบกัมพูชา ั กัมพูชาเป็ นเมืองขึ้นของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุ งศรี อยุธยา ครั้งกรุ งศรี อยุธยาแตก กัมพูชาก็ต้ งตนเป็ นอิสระ แต่ครั้นเวลาล่วงมา 2 ปี กัมพูชาก็เกิดจลาจลขึ้น สมเด็จพระนารายณ์ ั ์ั ราชา กษัตริ ยกมพูชาในขณะนั้นเกิดการแย่งอานาจกันขึ้นกับ สมเด็จพระรามราชา พระมหาอุปราช พระนารายณ์ราชาขอกาลังจากญวนมาช่วยปราบ สมเด็จพระรามราชาสู้ไม่ได้ จึงหนีมาขอความช่วยเหลือจากไทย ความสั มพันธ์ กบล้ านช้ าง ั สมัยล้านช้างแตกพักพวก ในสมัยนั้น อาณาจักรล้านช้าง ได้แบ่งเป็ น 3 อาณาจักร ได้แก่ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และ จาปาศักดิ์ สาเหตุ เนื่องจากล้านช้างมีปัญหาภายใน ราชวัง ล้านช้างได้แตกพักพวก จึงเกิดมี 3 อาณาจักร ที่ขดแย้งกัน ทาให้อาณาจักร ล้านช้างอ่อน ั กาลังลง พระเจ้าตากสิ นได้ท่า ก็เลยหาข้ออ้างทาศึกกับล้านช้าง การทาศึกเกิดขึ้นจากการทาศึก 2 ครั้ง
  • 24.
    ความสั มพันธ์ กบล้านนา ั ไทยพยายามขับไล่พม่าออกไปจากล้านนาได้สาเร็ จ แต่ไม่สามารถรักษา ล้านนาไว้ได้ เพราะเมื่อทัพกรุ งธนบุรีออกจากล้านนา ทัพพม่าก็เข้ามาคุกคามล้านนา อีก สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชคงทรงพิจารณาเห็นว่าล้านนาเป็ นเมืองซึ่ งพม่าใช้เป็ นฐาน ทัพเสมอ ทุกครั้งที่พม่ายกทัพมาตีเมืองไทย ทุกครั้งที่พม่ามารบไทย ก็ใช้ลานนาเป็ นคลัง ้ เสบียงอาหาร จึงต้องทรงยกทัพไปตีเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2317 หลังจากนั้นล้านนาก็เป็ น อิสระ โดยมีกรุ งธนบุรีคุมกันอยู่ ้ ความสั มพันธ์ กบมลายู ั หัวเมืองมลายู ได้แก่ เมืองปั ตตานี ไทรบุรี กลันตัน และ ตรังกานู เคย เป็ นเมืองขึ้นของไทยมาตลอดสมัยกรุ งศรี อยุธยา เพิ่งมาแยกตัวเมื่อกรุ งศรี อยุธยาแตก เมื่อปี พ.ศ. 2310 ส่ วนเมืองปั ตตานี และ ไทรบุรี ในตอนต้นสมัยกรุ งธนบุรีน้ น ยังสวามิภกดิ์อยู่ ั ั เพิงมาแข็งข้อทีหลัง สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชทรงตีได้เมืองนครศรี ธรรมราช สงขลา ่ พัทลุง แต่มิได้ยกทัพไปตีเมืองมลายู จึงปล่อยให้หวเมืองมลายูเป็ นอิสระ ั
  • 25.
    ความสั มพันธ์ กบจีน ั หลังจากเสี ยกรุ งศรี อยุธยา การติดต่อกาค้าไทยกับจีนได้อยุดชะงักลง แต่ก็ ได้มาเริ่ มใหม่ เมื่อจีนยอมรับเครื่ องราชบรรณาการจากกรงธนบุรี ปี พ.ศ. 2324 สมเด็จพระเจ้าตาก สิ นมหาราชทรงส่ งราชทูตไปกรุ งปักกิ่ง โดยมี เจ้าพระยาศรี ธรรมาธิราช เป็ นหัวหน้าราชทูต ความสัมพันธ์ดานการค้าระหว่างไทยกับจีนเริ่ มต้นจากการค้าข้าวเป็ นสาคัญ ต่อมาได้ขยายเพิ่มขึ้น ้ โดยประเทศจีนได้ส่งสิ นค้าพื้นเมืองจากแต้จ๋ิวมาขาย ที่สาคัญ คือ เครื่ องลายคราม ผ้าไหม ผักดอง และเสื่ อ เป็ นต้น เที่ยวกลับก็จะซื้อสิ นค้าจากไทย อาทิ ข้าว เครื่ องเทศ ไม้สก ดีบุก ตะกัว กลับไปยัง ั ่ เมืองจีนด้วย เช่นกัน เครื่องลายคราม
  • 26.
    ความสั มพันธ์ กบฮอลันดา ั ปี พ.ศ. 2313 ชาวฮอลันดาจากเมืองปั ตตาเวีย (จาการ์ตา) และ พวกแขก เมืองตรังกานู ได้เข้าเฝ้ าฯ สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราช เพื่อถวายปื นคาบศิลาจานวน 2,200 กระบอก และ ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง ปื นคาบศิลา
  • 27.
    ความสั มพันธ์ กบอังกฤษ ั ่ มีพอค้าชาวอังกฤษจากเกาะปี นัง ซึ่งไทยได้ติดต่อซื้อปื นนกสับ จานวน ั 1,400 กระบอก มาสู้กบพม่า พร้อมกับสิ่ งของเครื่ องราชบรรณาการต่างๆ ต่อมามีการ แลกเปลี่ยนพระราชสาส์นกัน