More Related Content
PDF
รวมบทสวดพระพุทธมนต์ พร้อมคำแปล PDF
PDF
PDF
DOCX
PDF
วรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน พร้อมแบบฝึกหัด PPT
PDF
4 160303102036-161109130549 What's hot
PDF
PDF
PDF
แบบทดสอบหลังเรียนเรื่องบทนมัสการมาตาปิตุคุณและอาจาริยคุณ_ม.4 PDF
ข้อสอบอ่านจับใจความสำคัญ ป.6 PDF
PDF
PDF
PDF
ใบความรู้ เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก PDF
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3 PDF
พจนานุกรม บาลี - ไทย (ฉบับภูมิพโลภิกขุ).pdf PPTX
PDF
PDF
PDF
แบบฝึกหัดคำภาษาต่างประเทศ ม.๒ นักเรียน PDF
PDF
สามัคคีเภทคำฉันท์ (อินทรวิเชียร) PDF
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ม.๒ DOCX
PPTX
หน่วย3 หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา PDF
Similar to ใบความรู้ไตรภูมิพระร่วง
PDF
PDF
DOCX
PDF
PDF
PPT
PDF
สื่อฯช่วยสอน เรื่องรามเกียรติ์ตอนนารายณ์ปราบนนทก(ปรับ) [โหมดความเข้ากันได้] PDF
PDF
PPT
วิเคราะห์จินตภาพในนรกภูมิ PDF
PDF
ลิลิตตะเลงพ่าย (สอน Ppt)[1] PDF
PPT
วรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาในสมัยสุโขทัย PDF
PDF
PDF
PDF
Powerpoint.ppt พุทธศาสนากับวรรณคดี.ppt1 PDF
PDF
More from ห้องเรียน ภาษาไทยออนไลน์
PDF
ใบความรู้การใช้ประโยคเพื่อสื่อสาร DOC
PDF
PDF
PDF
ใบความรู้คติชาวบ้านและเพลงกล่อมเด็ก PDF
ใบความรู้ เรื่อง ภาษิตใต้ PDF
ใบความรู้ การแต่งคำประพันธ์ประเภทฉันท์ PDF
PDF
DOC
ใบความรู้วรรณกรรมท้องถิ่น PDF
PDF
PDF
ใบความรู้การสร้างคำในภาษาไทย DOC
ใบความรู้ลักษณะเฉพาะของภาษาไทยการสร้างคำ DOC
DOC
กระบวนเรือพยุหยาตราชลมารค DOC
DOC
DOC
PPT
ใบความรู้ไตรภูมิพระร่วง
- 1.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 1
ใบความรู้ เรื่อ ง ไตรภูม ิพ ระร่ว ง
ไตรภูม ิพ ระร่ว ง มีหลายชื่อเรียกได้แก่ "ไตรภูมิพระร่วง" "เตภูมิกถา" "ไตรภูมิ
กถา" "ไตรภูมิโลกวินิจฉัย" และ "เตภูมิโลกวินิจฉัย"
เป็นวรรณคดีพุทธศาสนาที่แต่งในสมัยสุโขทัยประมาณ พ.ศ. 1882 โดยพระ
ราชดำาริในพญาลิไท รวบรวมจากคัมภีร์ในพระพุทธศาสนา มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกสัน
ฐาน ที่แบ่งเป็น 3 ส่วน หรือ ไตรภูมิ ได้แก่ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ
วรรณคดีเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ คติความเชื่อของชาวไทย เป็นจำานวนมาก
เช่น นรก สวรรค์ การเวียนว่ายตายเกิด ทวีปทั้งสี่ (เช่น ชมพูทวีป ฯลฯ) ระยะเวลากัป
ป์กัลป์ กลียุค การล้างโลก พระศรีอาริย์ มหาจักรพรรดิราช แก้วเจ็ดประการ ฯลฯ
ประวัต ิ
ไตรภูมิพระร่วง เป็นพระราชนิพนธ์ของพระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือ พญาลิ
ไทย ซึ่งแต่งขึ้นเมื่อ วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๕ คำ่า เดือน ๔ ปีระกา ตรงกับวันพฤหัสบดีที่
4 มีนาคม พ.ศ. 1864(ปีเก่า) จ.ศ.683 ม.ศ.1243 เป็นปีครองราชย์ที่ 6 โดยมีพระ
ประสงค์ที่จะเทศนาโปรดพระมารดา และเพื่อจำาเริญพระอภิธรรม ไตรภูมิพระร่วงเป็น
หลักฐานชิ้นหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถอย่างลึกซึ้ง ในด้านพุทธศาสนา
ของพระมหาธรรมราชาลิไทที่ทรงรวบรวมข้อความต่างๆ ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา
นับแต่พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา และปกรณ์พิเศษต่างๆ มาเรียบเรียงขึ้นเป็น
วรรณคดีโลกศาสตร์เล่มแรกที่แต่งเป็นภาษาไทยเท่าทีมีหลักฐานอยู่ในปัจจุบันนี้ เหตุ
ผลการแต่งไตรภูมิพระร่วงของพระมหาธรรมราชาลิไท ว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง
การเมืองด้วย เนื่องจากไตรภูมิเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนรก-สวรรค์ สอนให้คนรู้จัก
การทำาความดีเพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์ หากแต่ใครทำาชั่วประพฤติตนผิดศีลก็จะต้องตก
นรก กล่าวคือ ประชากรในสมัยที่พระมหาธรรมราชาลิไทปกครองนั้นเริ่มมีมากขึ้น
กว่าแต่ก่อน ทำาให้การปกครองบ้านเมืองให้สงบสุขปราศจากโจรผู้ร้ายเป็นไปได้ยาก
ยิ่งขึ้น การดูแลของรัฐก็ไม่อาจดูแลได้ทั่วถึง พระมหาธรรมราชาลิไทจึงได้คิดนิพนธ์
วรรณกรรมทางศาสนาเรื่องไตรภูมิพระร่วงขึ้นมาเพื่อที่ต้องการสอนให้ประชาชนของ
พระองค์ทำาความดี เพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์มีชีวิตที่สุขสบาย และหากทำาความชั่วก็จะต้อง
ตกนรก ด้วยเหตุนี้วรรณกรรมเรื่องไตรภูมิจึงเป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมทางสังคมได้เป็นอย่าง
ดียิ่ง เพราะสามารถเข้าถึงจิตใจทุกคนได้โดยมิต้องมีออกกฎบังคับกันแต่อย่างไร
จุด มุ่ง หมายในการแต่ง
มี ๒ ประการ เพื่อเทศนาโปรดพระมารดา เป็นการเจริญธรรม
กตัญญูประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรม เข้าใจ
พุทธศาสนา และช่วยกันดำารงพุทธศาสนาไว้ให้มั่นคง
ลัก ษณะคำา ประพัน ธ์
ร้อยแก้ว ประเภทความเรียงสำานวนพรรณนา
คุณ ค่า ของหนัง สือ
๑. ด้า นภาษาและสำา นวนโวหาร
เป็นวรรณคดีเล่มแรกที่เรียบเรียงในลักษณะการค้นคว้าจากคัมภีร์ต่าง
ๆ ถึง ๓๐คัมภีร์ จึงมีศัพท์ทางศาสนาและภาษาไทยโบราณอยู่มาก สามารถนำามา
- 2.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 2
ศึกษาการใช้ภาษาในสมัยกรุงสุโขทัย ตลอดจนสำานวนโวหารต่าง ๆ ไตรภูมิพระร่วง
มีสำานวนหนักไปในทางศาสนาโวหารและพรรณนาโวหาร ผูกประโยคยาว และใช้
ถ้อยคำาพรรณนาดีเด่น สละสลวยไพเราะ ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านอารมณ์สะเทือนใจ
และให้
จินตภาพหรือภาพในใจอย่างเด่นชัด เช่น " บ้า งเต้น บ้า งรำา บ้า งฟ้อ น ระบำา
บัน ลือ เพลงดุร ิย ดนตรี บ้า งดีด บ้า งสีบ ้า งตีบ ้า งเป่า บ้า งขับ ศัพ ท์ส ำา เนีย ง
หมู่น ัก คุณ จุณ กัน ไปเดีย รดาษพื้น ฆ้อ งกลองแตรสัง ข์ร ะฆัง กัง สดาล
มโหระทึก กึก ก้อ งทำา สนุก ดี ที่ม ีด อกไม้อ ัน ตระการต่า ง ๆ สิ่ง มีจ วงจัน ทน์
กฤษณาคัน ธาทำา นอง ลบองดัง เทพยดาในเมือ งฟ้า สนุก นี้ท ุก เมื่อ บำา เรอ
กัน บมิว าย "
๒. ด้า นความรู้
๒.๑ ด้า นวรรณคดี ทำาให้คนชั้นหลังได้รับความรู้ทางวรรณคดี อันเป็นความ
คิดของคนโบราณ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของวรรณคดีไทย เช่น พระอินทร์ แท่นบัณพุ
กัมพล ช้างเอราวัณ เขาพระสุเมรุ ป่าหิมพานต์ต้นปาริชาติ ต้นนารีผล นรก สวรรค์
เป็นต้น
๒.๒ ด้า นภูม ิศ าสตร์ เป็นความรู้ทางภูมิศาสตร์ของคนโบราณโดยเชื่อว่า
โลกมีอยู่ ๔ ทวีป ได้แก่ ชมพูทวีป บุรพวิเทหทวีป อุตตรกุรุทวีป และอมรโคยาน
ทวีป โดยมีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลาง
๓. ด้า นสัง คมและวัฒ นธรรม
๓.๑ คำา สอนทางศาสนา ไตรภูมิพระร่วงสอนให้คนทำาบุญละบาป เช่น
การทำาบุญรักษาศีล สมาธิภาวนาจะได้ขึ้นสวรรค์การทำาบาปจะตกนรก แนวความคิด
นี้มีอิทธิพลเหนือนจิตใจของคนไทยมาช้านาน เป็นเสมือนแนวการสอนศีลธรรมของ
สังคม ให้คนปฏิบัติชอบซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม
๓.๒ ค่า นิย มเชิง สัง คม อิทธิพลของหนังสือเล่มนี้ให้ค่านิยมเชิงสังคมต่อคน
ไทย ให้ตั้งมั่นและยึดมั่นในการเป็นคนใจบุญ มีเมตตากรุณา รักษาศีล บำาเพ็ญทาน
รู้จักเสียสละ เชื่อมั่นในผล แห่งกรรม
๓.๓ ศิล ปกรรม จิตรกรนิยมนำาเรื่องราวและความคิดในไตรภูมิพระร่วงไป
เขียนภาพสีไว้ในโบสถ์วิหาร โดยจะเขียนภาพนรกกไว้ที่ผนังด้านล่างหรือหลังองค์
พระประธาน และเขียนภาพสวรรค์ไว้ที่ผนังเบื้องบนรอบโบสถ์วิหาร
๔. ด้า นอิท ธิพ ลต่อ วรรณคดีอ ื่น
มีหนังสืออ้างอิงทำานองไตรภูมิพระร่วง ที่มีผู้แต่งเลียนแบบอีกหลาย
เล่ม เช่น จักรวาลทีปนี ของ พระสิริมังคลาจารย์แห่งเชียงใหม่ไตรภูมิโลกวินิจฉัย ใน
สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และเล่าเรื่องไตรภูมิ เป็นต้น
ไตรภูมิพระร่วงมีอิทธิพลสำาคัญต่อแนวคิดของกวีรุ่นหลัง โดยนำาความ
คิดในไตรภูมิพระร่วงสอดแทรกในวรรณคดีต่าง ๆ เช่น ลิลิตโองการแช่งนำ้า มหา
เวสสันดรชาดก รามเกียรติ์ กากีคำากลอนขุนช้างขุนแผน ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ลิล ิต โองการแช่ง นำ้า กล่าวถึงไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก
- 3.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 3
" นานาอเนกน้า วเดิม กัล ป์ จัก รำ่า จัก รพาฬหเมื่อ ไหม้
กล่า วถึง ตะวัน เจ็ด อัน พลุ่ง นำ้า แล้ง ไข้ข อดหาย "
รามเกีย รติ์ พระราชนิพ นธ์ใ นรัช กาลที่ ๑ กล่าวถึงทวีปทั้ง ๔ ว่า
" สำา แดงแผลงฤทธิ์ฮ ีก ฮัก ขุน ยัก ษ์ไ ล่ม ้ว นแผ่น ดิน
ชมพูอ ุด รกาโร อมรโคยานีก ็ไ ด้ส ิ้น "
รามเกีย รติ์ พระราชนิพ นธ์ใ นรัช กาลที่ ๒ กล่าวถึงปลาอานนท์
" เขาสุเ มรุเ อนเอีย งอ่อ นละมุน อานนท์ห นุน ดิน ดานสะท้า นสะเทือ น "
กากีค ำา กลอน กล่าวถึงแม่นำ้าสีทันดร
" ....................................... ในสาครลึก กว้า งกลางวิถ ี
แม้จ ะขว้า งหางแววมยุร ี ก็จ มลงถึง ที่แ ผ่น ดิน ดาน
อัน นำ้า นั้น สุข ุม ละเอีย ดอ่อ น จึง ชื่อ สีท ัน ดรอัน ใสสาร
ประกอบด้ว ยมัจ ฉากุม ภาพาล คชสารเงือ กนำ้า และนาคิน "
ขุน ช้า งขุน แผน กล่าวถึงป่าหิมพานต์
" ม่า นนี้ฝ ีม ือ วัน ทองทำา จำา ได้ไ ม่ผ ิด นัย น์ต าพี่
เส้น ไหมแม้น เขีย นแนบเนีย นดี สิ้น ฝีม ือ แล้ว แต่น างเดีย ว
เจ้า ปัก เป็น ป่า พนาเวศ ขอบเขตเขาคลุ้ม ชอุ่ม เขีย ว
รุก ขชาติด าดใบระบัด เรีย ว พริ้ง เพรีย วดอกดกระดะดวง
ปัก เป็น มยุร าลงรำา ร่อ น ฟ่า ยฟ้อ นอยู่บ นยอดภูเ ขาหลวง
แผ่ห างกางปีก เป็น พุ่ม พวง ชะนีห น่ว งเหนี่ย วไม้ช ะม้อ ยตา
ปัก เป็น หิม พานต์ต ระหง่า นงาม อร่า มรูป พระสุเ มรุภ ูผ า
วิน ัน ตกอัส กรรณเป็น หลั่น มา การวิก อิส ิน ธรยุค ุน ธร "
เนื้อ หา
ไตรภูมิพระร่วงเป็นวรรณกรรมทางพุทธศาสนาที่กล่าวถึงภูมิ (แดน) ทั้ง 31
คือ กามภูมิ11, รูปภูมิ16 และอรูปภูมิ4 ซึ่งมีเนื้อหาพรรณนาถึงที่อยู่ ที่ตั้ง และการเกิด
ของมนุษย์ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย และเทวดา ที่ตั้งเหล่านี้มีเขาพระสุเมรุเป็นหลัก
เขาพระสุเมรุนั้นตั้งอยู่ท่ามกลางจักรวาล มีทิวเขาและทะเลล้อม ทิวเขามีชื่อต่างๆดังนี้
1. ยุคนธร 2. อิสินธร 3. กรวิก 4. สุทัศน์ 5. เนมินธร 6. วินันตก และ 7.อัศกรรณ
ซึ่งเป็นเขารอบนอกสุด ทิวเขาเหล่านี้รวมเรียกว่าเขาสัตตบริภัณฑ์ ส่วนทะเลที่รายล้อม
อยู่ 7 ชั้น เรียกว่า มหานทีสีทันดร ถัดจากทิวเขาอัศกรรณออกมาเป็นมหาสมุทรอยู่ทั่ว
ทุกด้าน แล้วจะมีภูเขาเหล็กกั้นทะเลนี้ไว้รอบเรียกว่า ขอบจักรวาล พ้นไปนอกนั้นเป็น
นอกขอบจักรวาล
ภูมิทั้ง 31 เรียงลำาดับจากทุกข์ไปสุขได้ดังนี้
กามภูม ิ 11
1.นรกภูม ิ นรกภูม ิ เป็นภูมิตำ่าที่สุด ประกอบด้วย มหานรก 8 ขุม, นรกบ่าว
128 ขุม และยมโลกนรก 320 ขุม
- 4.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 4
1.1.มหานรก มี 8 ขุม มีกำาแพงเหล็กแดงลุกเป็นไฟอยู่เสมอล้อมเป็นสี่เหลี่ยม
พื้นบนและพื้นล่างก็เป็นเหล็กแดงที่ลุกเป็นไฟ กำาแพงทั้ง 4 ด้าน ยาวด้านละ
1,000 โยชน์ หนา 9 โยชน์ มีประตูเข้า 4 ประตู ส่วนพื้นบนและพื้นล่างมีความหนา
9 โยชน์ มหานรกทั้ง 8 มีดังนี้
1.1.1.มหาอเวจีน รก หรือ นรกที่ทุกข์ทรมานมิเคยหยุดพัก เป็นนรกขุมที่ลึก
ที่สด มีความทุกข์มากที่สุดในจักรวาลไตรภูมิ ผู้ทอาศัยอยู่ที่นี่ในชาติก่อนนั้นได้ทำา
ุ ี่
ใน อนันตริยกรรม หรือบาปหนัก 5 ประการคือ ฆ่าบิดา, ฆ่ามารดา, ฆ่าพระ
อรหันต์, ทำาให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิต, ยุยงให้สงฆ์แตกแยกกัน ผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่
จะถูกตรึงศีรษะ แขน ในอิริยาบถที่เป็นในขณะทำาบาป(นั่ง ยืน นอน ฯลฯ) มีหลาว
เหล็กแทงทะลุลำาตัว มีไฟนรกคลอกตลอดเวลา แต่จะไม่เสียชีวิต ผู้ทอาศัยอยู่ที่นี่
ี่
ต้องอาศัยอยู่จนกว่าจะครบวาระ 1 กัลป์
1.1.2.มหาตาปนรก หรือ นรกที่มีแต่ความเร่าร้อนเหลือประมาณ ผู้ที่อาศัยอยู่
ที่นี่ ชาติก่อนได้ฆ่าชีวิตสัตว์และคนเป็นหมู่มากโดยไม่รู้สึกผิด ผูอยู่อาศัยจะถูก
้
ทำาให้ตกจากภูเขาสูงลงมาที่พื้นที่เต็มไปด้วยเหล็กแหลมยาว ถูกเหล็กเสียบทะลุลำา
ตัว มีไฟนรกคลอกตลอดเวลา แต่ก็จะไม่เสียชีวิต ผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่ต้องอาศัยไป
จนกวลาจะครบวาระ ครึ่งกัลป์
1.1.3.ตาปนรก หรือ นรกแห่งความเร่าร้อน ผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่จะถูกไล่ให้ขึ้นไป
ที่ปลายหลาว ที่มีไฟนรกลุกโชน ผู้อยูอาศัยจะถูกไฟคลอกจนพองสุก และจะกลาย
่
เป็นอาหารของสุนัขนรก หลังจากนั้น จะมี "ลมกรรม" พัดมาให้ร่างกายฟื้นขึ้นมา
และก็ถูกไล่ขึ้นไปที่ปลายหลาว ถูกไปนรกคลอก วนเวียนเช่นนี้จนกว่าจะครบวาระ
16,000 ปี โดยที่ 1 วัน 1 คืนในตาปนรก เทียบเท่า 9,216 ล้านปีมนุษย์
1.1.4.มหาโรรุว นรก หรือ นรกที่เต็มไปด้วยเสียงครวญคราง ผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่
ชาติก่อนได้ปล้นขโมยของจากผู้ที่อยู่สูง เช่น สมณะ ครู บุพการี ฯลฯ ผู้ทอาศัยจะ
ี่
ต้องยืนบนบัวเหล็กที่กลีบคม มีไฟนรกแผดเผา มียมบาลใช้กระบองกระหนำ่าตีร่าง
แต่จะไม่เสียชีวิต ต้องอาศัยอยู่เช่นนี้ไปจนกว่าจะครบวาระ 7,000 ปี โดยที่ 1 วัน
1 คืนในมหาโรรุวนรก เทียบเท่า 2,305 ล้านปีมนุษย์
1.1.5.โรรุว นรก หรือ นรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ ผู้ทอาศัยอยู่ที่นี่ ชาติก่อน
ี่
เคยเผาสัตว์ทั้งเป็นบ่อยๆ หรือเป็นข้าราชการทุจริต ผู้ทอาศัยอยู่ที่นี่จะถูกไฟนรก
ี่
คลอกในบัวเหล็กในอิริยาบถนอนควำ่า การอาศัยที่นี่ 1 วาระ จะต้องอาศัยอยู่นาน
4,000 ปีนรก โดยที่ 1 วัน 1 คืนในโรรุวนรก เทียบเท่า 576 ล้านปีมนุษย์
1.1.6.สัง ฆาฏนรก หรือ นรกบดขยี้สัตว์ ผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่ ชาติก่อนได้กระทำา
ทารุณสัตว์ เมื่ออาศัยอยู่ที่นี่ ยมบาลจะผูกล่ามผู้อาศัยหลายๆ คนเข้าด้วยกัน และใช้
ค้อนเหล็กยักษ์ทุบร่างกายจนแหลกไป และ "ลมกรรม"ก็จะพัดให้ฟื้นชีวิตมารับโทษ
ใหม่ วนเวีบยเช่นนี้จนกว่าจะครบวาระ 2,000 ปีนรก โดยที่ 1 วัน 1 คืนในสังฆาฏ
นรก เทียบเท่า 145 ล้านปีมนุษย์
1.1.7.กาฬสุต ตนรก หรือ นรกที่ลงโทษด้วยด้ายดำา ผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่จะถูก
ยมบาลฟาดด้วยด้ายนรก ซึ่งมีขนาดและความแข็งเท่าเหล็กเส้นโตๆ เส้นหนึ่ง แล้ว
ใช้เลื่อยนรกเลื่อยให้ขาดเป็นท่อนๆ ผู้ทหนีจะถูกเหล็กนรกปลิวออกมาตัดร่างกาย
ี่
- 5.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 5
แล้วลมกรรม ก็จะพัดโชยให้ฟื้นคืนอีกครั้ง จนกว่าจะครบวาระ 1,000 ปีนรก โดย
1 วัน 1 คืนในกาฬสุตตนรก เทียบเท่า 36 ล้านปีมนุษย์ ผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่ ชาติปาง
ก่อนได้ทรมาณสัตว์เล่นๆ ทำาร้ายบุพการี อาจารย์ สมณะ หรือผู้มีพระคุณ
1.1.8.สัญ ชีว นรก หรือ นรกที่ไม่มีวันตาย ผู้ทอาศัยจะถูกยมบาลจับนอนบน
ี่
แผ่นเหล็กร้อนแดง และถูกยมบาลฟันร่างขาดเป็นท่อนๆ เฉีอนเนื้อหนังจนเหลือแต่
กระดูก แล้วลมกรรมก็จะพัดมาให้ฟื้นมารับโทษต่อจนกว่าจะครบวาระ 500 ปีนรก
โดยที่ 1 วัน 1 คืนในสัญชีวนรก เทียบเท่า 9 ล้านปีมนุษย์
1.2.นรกบ่า ว จะล้อมรอบมหานรก 4 ด้าน ด้านละ 4 ขุม รวมแล้ว มหานรก 1
ขุม จะมีนรกบ่าวล้อมรอบอยู่ 16 ขุม รวมจำานวนนรกบ่าวทั้งหมดจึงได้ 128 ขุม เป็น
โลกของผู้ที่ทำาบาป(หรือ เหลือเศษบาป)อยู่น้อย น้อยเกินกว่าที่จะไปเกิดในมหานรก
แต่มากเกินกว่าที่จะเกิดในภูมิที่สูงกว่า เป็นขุมที่มีความทุกข์ทรมานน้อยกว่ามหานรก
แต่ก็ยังห่างไกลความสุขอยู่อย่างยิ่งยวด
1.3.ยมโลกนรก จะล้อมรอบมหานรก 4 ด้าน ด้านละ 10 ขุม รวมแล้ว มหา
นรก 1 ขุม จะมียมโลกนรกล้อมรอบ 40 ขุม รวมจำานวนยมโลกนรกทั้งหมดได้ 320
ขุม เป็นโลกของผู้ที่มีเศษบาปเหลือน้อยเกินกว่าที่จะไปเกิดในนรกบ่าว แต่ก็มากเกิน
กว่าที่จะไปเกิดในภูมิที่สูงกว่านี้ การลงโทษเบากว่านรกบ่าว แต่ก็ยังห่างไกลความสุข
อย่างยิ่งยวดเช่นกัน
ยมบาล หรือ นายนิรยบาล หรือผู้ดูแลนรกเฝ้าประตูนรกไว้ มีพระยายมราชเป็น
ผู้ทรงธรรมเที่ยงตรงเป็นใหญ่เหนือยมบาลทั้งหลาย หน้าที่ของพระยายมราชคือ
สอบสวนบุญบาปของมนุษย์ที่ตายไป หากทำาบุญก็จะได้ขึ้นสวรรค์ทำาบาปก็จะตกนรก
2.เปรตวิส ัย ภูม ิ
เปรตเป็นผีเลวชนิดหนึ่ง ในไตรภูมิบรรยายรูปร่างของเปรตไว้ว่า เปรตบางชนิด
มีตัวใหญ่ ปากเท่ารูเข็ม เปรตบางชนิดก็ตัวผอมไม่มีเนื้อหนังมังสา ตาลึกกลวง และ
ร้องไห้ตลอดเวลา แต่ก็มีเปรตบางชนิดที่ตัวงามเป็นทอง แต่ปากเป็นหมูและเหม็นมาก
มนุษย์ที่ทำาบาปกับบุพการี เช่น ด่าทอบุพการีและทุบตีบุพการีจะเกิดเป็นเปรต สรุป
รวมๆแล้วก็คือเมื่อตอนเป็นคนแล้วทำาบาปอย่างใดเมื่อตายไปก็จะเป็นเปรตตามที่
ทำาบาปไว้
เปรตนั้นมีโอกาสดีกว่าสัตว์นรก เนื่องจากสามารถออกมาขอบุญกุศลจากการ
ทำาบุญของมนุษย์ได้
3.อสุร กายภูม ิ
อสูร แปลตรงตัวว่า ผู้ไม่ใช่สุระหรือไม่ใช่พวกเทวดาที่มีพระอินทร์เป็นหัวหน้า
เดิมพวกอสูรมีเมืองอยู่บนเขาพระสุเมรุหรือสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั่นเอง ภายหลังพวก
เทวดาคิดอุบายมอมเหล้าพวกอสูรเมาจนไม่ได้สติ แล้วพวกเทวดาก็ช่วยกันถีบอสูรให้
ตกเขาพระสุเมรุดิ่งจมลงใต้ดิน เมื่ออสูรสร่างเมาได้สติแล้วก็สำานึกตัวได้ว่า เป็นเพราะ
กินเหล้ามากจนเมามายจึงต้องเสียบ้านเมืองให้กับพวกเทวดาจึงเลิกกินเหล้าแล้วไป
สร้างเมืองใหม่ใต้บาดาลเรียกว่า อสูร ภพ
พวกอสูรกายมีบ้านเมืองเป็นของตนเอง เรียกว่าอสูรภพ อยู่ลึกใต้ดินไป
84,000 โยชน์ เป็นบ้านเมืองงดงามมากเต็มไปด้วยแผ่นทองคำา คือบ้านเมืองของอสูร
- 6.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 6
นี้จะมีเหมือนสวรรค์ของเทวดา เช่น กลางสวรรค์มีต้นปาริชาติ กลางเมืองอสูรก็มีต้น
แคฝอย เมืองอสูรมีเมืองใหญ่อยู่ 4 เมืองโดยมีพระยาอสูรปกครองอยู่ทุกเมือง ใน
บรรดาอสูรมีอยู่ตนหนึ่งมีอำานาจมากชื่อว่า ราหู
อสูรราหูมีหน้าตาหัวหูที่ใหญ่โตมากกว่าเหล่าเทวดาทั้งหลายในสวรรค์ ราหูมี
ความเกลียดชังพระอาทิตย์และพระจันทร์มาก ในวันพระจันทร์เต็มดวงหรือวันเดือน
งามและวันเดือนดับ ราหูจะขึ้นไปนั่งอยู่บนเขายุคนธรอันเป็นทิวเขาทิวแรกที่ล้อมเขา
พระสุเมรุซึ่งเป็นที่อยู่ของเทวดา ราหูจะคอยให้พระอาทิตย์หรือพระจันทร์ผ่านมา เพื่อ
ที่จะคอยอ้าปากอันกว้างใหญ่อมเอาพระจันทร์หรือพระอาทิตย์หายลับไป บางครั้งก็
เอานิ้วมือบังไว้บ้าง เอาไว้ใต้คางบ้าง เหตุการณ์เหล่านี้เรียกกันว่า สุริยคราสและ
จันทรคราส
เรื่องราวที่เป็นเหตุทำาให้ราหูมีความเกลียดชังพระอาทิตย์และพระจันทร์ก็คือ มี
การกวนเกษียรสมุทรของเหล่าบรรดาเทวดาและอสูรเพื่อทำานำ้าอมฤต เมื่อกวนสำาเร็จ
แล้วเทวดาก็ไม่ยอมให้เหล่าอสูรกิน แต่ราหูปลอมเป็นเทวดาเข้าไปกินนำ้าอมฤตกับ
เทวดาด้วย พระอาทิตย์และพระจันทร์เห็นจึงไปฟ้องพระวิษณุว่าราหูปลอมตัวเป็น
เทวดามากินนำ้าอมฤต พระวิษณุทรงขว้างจักรแก้วไปตัดตัวราหูออกเป็นสองท่อนแต่
ราหูไม่ตายเพราะได้กินนำ้าอมฤตไปแล้ว ครึ่งตัวท่อนบนจึงเป็นราหูอยู่ แต่ครึ่งตัวท่อน
ล่างกลายเป็นอสูรอีกตัวหนึ่งชื่อเกตุ
4.ติร ัจ ฉานภูม ิ
ติร ัจ ฉานติภ ูม ิ หรือเดรัจฉานติภูมิ คือแดนของเดียรฉาน แปลว่าตามขวางหรือ
ตามเส้นนอนตรงกันข้ามกับคนซึ่งไปตัวตรง ดังนั้นสัตว์เดรัจฉานก็หมายถึงสัตว์ที่ไป
ไหนมาไหนต้องควำ่าอก
ในหนังสือไตรภูมิตอนนี้เริ่มต้นกล่าวถึงสัตว์อันเกิดมาในแดนเดรัจฉานว่า มีเกิด
จากไข่ (อัณฑชะ) จากมีรกอันห่อหุ้ม(ชลาพุชะ) จากใบไม้และเหงื่อไคล(สังเสทชะ)
เกิดเป็นตัวขึ้นเองและโตทันที(อุปปาติกะ) สัตว์เดรัจฉานนั้นมีความเป็นอยู่ 3 ประการ
คือ รู้สืบพันธุ์ รู้กิน รู้ตาย เรียกเป็นศัพท์ว่า กามสัญญา อาหารสัญญา และมรณสัญญา
ส่วนคนนั้นเพิ่มอีกสัญญาหนึ่งคือ ธธมสัญญา คือรู้จักการทำามาหากิน รู้บาปบุญ หรือ
ตรงกับคำาว่าวัฒนธรรมนั้นเอง สัตว์ที่กล่าวในแดนเดรัจฉานหลักๆก็มีดังนี้
-ราชสีห์ เป็นสัตว์จำาพวกเดียวกับสิงโต ไม่มีตัวตนจริงอยู่ในโลกนี้แต่เป็นสัตว์ที่อยู่
ในวรรณคดีเท่านั้น
-ช้างแก้ว อาศัยอยู่ที่ถำ้าทองว่ากันว่าพระพุทธเจ้าเคยเสวยพระชาติเคยไปเกิดเป็น
ช้างนี้อยู่หนึ่งชาติ
-ปลา ในแดนเดรัจฉานนี้ปลาที่อาศัยอยู่ที่นี้จะมีขนาดใหญ่มาก ตัวที่เล็กสุดก็ยังยาว
ถึง 75 โยชน์ ตัวที่ใหญ่ก็ยาวถึง 5,000 โยชน์ ปลาที่รู้จักกันดีคือ พญาปลา
อานนท์ ซึ่งหนุนชมพูทวีปอยู่
-ครุฑ อาศัยอยู่ที่ตามฝั่งสระใหญ่ชื่อสิมพลีสระที่ตีนเขาพระสุเมรุหรือสระต้นงิ้ว
กว้างได้ 500 โยชน์ พระยาครุฑที่เป็นหัวหน้าตัวโต 50 โยชน์ ปีกยาวอีก 50 โยชน์
ปากยาว 9 โยชน์ ตีนทั้งสองยาว 12 โยชน์ ครุฑกินนาคเป็นอาหาร และเป็นพาหนะ
ของพระนารายณ์
- 7.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 7
-นาค หรืองูมีหงอนและมีตีน นาคมีสองชนิด คือ ถลชะ หรือนาคที่เกิดบนบก
และ ชลชะ หรือนาคที่เกิดในนำ้า นาคถลชะจะเนรมิตตนเป็นคนหรือเทวดานางฟ้าได้
แต่บนบก นาคชลชะจะเนรมิตตนเป็นคนหรือเทวดานางฟ้าได้แต่ในนำ้าเท่านั้น เรื่อง
นาคเป็นที่รู้จักกันดีในประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือเป็นบรรพบุรุษของ
ชนชาติต่างๆ เช่น เขมร ลาว มอญ
-หงส์ อาศัยอยู่ที่ถำ้าทองบนเขาคิชฌกูฏหรือเขายอดนกแร้ง หงส์เป็นพาหนะของ
พระพรหม
5.มนุส สาภูม ิ
กล่าวถึงฝูงสัตว์อันเกิดในมนุสสาภูมิ มีกำาเนิดดังนี้ ตั้งแต่เริ่มต้นปฏิสนธิในครรภ์
มารดาก็เริ่มก่อตัวเป็นกัลละ กัลละมีรูปร่างโปร่งเหลวเหมือนนำ้าหรือเหมือนเมือกตม
เป็นคำาที่ใช้เฉพาะสิ่งที่ห่อหุ้มก่อกำาเนิดเป็นคนเท่านั้น กัลละที่ก่อเป็นตัวเด็กขึ้นมานี้
ตามวิทยาศาสตร์กล่าวเรียกว่า 'cell' เมื่อเวลาผ่านไปก็เกิดกลายเป็นตัวเด็กขึ้นนั่ง
กลางท้องแม่และเอาหลังมาชนท้องแม่ มีสายสะดือเป็นตัวส่งอาหารที่แม่กินเข้าไปให้
แก่เด็ก เด็กที่นั่งอยู่กลางท้องแม่นั้นจะนั่งอยู่เวลาประมาณ 8-10 เดือน แล้วจึงคลอด
จากท้องแม่
บุตรที่เกิดมาในไตรภูมิแบ่งได้เป็น 3 สิ่ง คือ
-อภิชาตบุตร เป็นคนเฉลียวฉลาดมีรูปงามหรือมั่งมียศยิ่งกว่าพ่อแม่
-อนุชาตบุตร มีเพียงพ่อแม่
-อวชาตบุตร ด้อยกว่าพ่อแม่
คนทั้งหลายก็แบ่งเป็น 4 ชนิด คือ
-ผู้ที่ทำาบาปฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และบาปนั้นตามทันต้องถูกตัดตีนสินมือและทุกข์โศก
เวทนานักหนา พวกนี้เรียกว่า "คนนรก"
-ผูหาบุญจะกระทำาบ่มิได้ และเมื่อแต่ก่อนและเกิดมาเป็นคนเข็ญใจยากจนนักหนา
้
อดอยากไม่มีกิน รูปโฉมก็ขี้เหร่ พวกนี้เรียกว่า "คนเปรต"
-คนที่ไม่รู้จักบาปและบุญ ไม่มีความเมตตากรุณา ไม่มีความยำาเกรงผู้ใหญ่ ไม่รู้จัก
ปฏิบัติพ่อแม่ครูอาจารย์ ไม่รักพี่รักน้อง กระทำาบาปอยู่รำ่าไป พวกนี้ท่านเรียกว่า "คน
เดรัจฉาน"
-คนที่รู้จักบาปและบุญ รู้กลัวรู้ละอายแก่บาป รู้รักพี่รักน้อง รู้กรุณาคนยากจน
เข็ญใจ และรู้จักยำาเกรงพ่อแม่ผู้เฒ่าผู้แก่ครูอาจารย์ และรู้จักคุณแก้ว 3 ประการ คือ
พระรัตนตรัย พวกนี้ท่านเรียกว่า "มนุษย์"
ในไตรภูมิพระร่วงกล่าวว่า มนุสสาภูมิประกอบด้วย 4 ทวีป ดังนี้
-ชมพูทวีป ตั้งอยู่ในมหาสมุทรทางทิศใต้ของเขาพระสุเมรุ มีสัณฐานเป็นรูปไข่
ดุจดังดุมเกวียน คนมีรูปหน้ากลมดุจดังดุมเกวียน อายุของคนในชมพูทวีปนั้น หากเป็น
ผู้ที่เป็นคนดีมีศีลธรรมอายุก็จะยืน หากมีลักษณะตรงกันข้ามก็จะอายุสั้น เป็นสถานที่
ประสูติของพระพุทธเจ้า (ซึ่งก็คือโลกที่เราๆ ท่านๆ อาศัยอยู่)
-บุรพวิเทหทวีป ตั้งอยู่ในมหาสมุทรทางทิศตะวันออกของเขาพระสุเมรุ เป็นแผ่น
ดินกว้างได้ 7,000 โยชน์ มีสัณฐานเป็นรูปแว่นที่กลม มีเกาะล้อมรอบเป็นบริวาร
400 เกาะ มีแม่นำ้าเล็กใหญ่ มีเมืองใหญ่เมืองน้อย คนในทวีปนี้หน้ากลมดังเดือนเพ็ญ
- 8.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 8
มีรูปกะโหลกสั้น ทุกคนไม่เบียดเบียนกัน ไม่ทำาชั่ว เมื่อตายแล้วจึงขึ้นสวรรค์แน่นอน
ทำาให้คนในทวีปนี้ไม่กลัวตาย และผู้ที่อาศัยในทวีปนี้ มีอายุ 100 ปีเท่ากันทุกคน
-อมรโคยานทวีป ตั้งอยู่ในมหาสมุทรทางทิศตะวันตกของเขาพระสุเมรุ เป็นแผ่น
ดินกว้างได้ 9,000 โยชน์ มีสัณฐานเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งดวง มีเกาะเล็กเกาะน้อยเป็น
บริวารอยู่โดยรอบ คนในทวีปนี้มีรูปหน้าดังพระจันทร์ครึ่งดวง ทุกคนไม่เบียดเบียนกัน
ไม่ทำาชั่ว เมื่อตายแล้วจึงขึ้นสวรรค์แน่นอน ทำาให้คนในทวีปนี้ไม่กลัวตาย และผู้ที่
อาศัยในทวีปนี้ มีอายุ 400 ปีเท่ากันทุกคน
-อุตตรกุรุทวีป ตั้งอยู่ในมหาสมุทรทางทิศเหนือของเขาพระสุเมรุ เป็นแผ่นดิน
กว้างได้ 8,000 โยชน์ มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีภูเขาทองล้อมรอบ มีเกาะล้อมรอบ
เป็นบริวาร 500 เกาะ คนในทวีปนี้หน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีรูปร่างสมประกอบไม่สูงไม่ตำ่า
ดูงดงาม กล่าวกันว่าคนที่อยู่ทวีปนี้เป็นคนรักษาศีล จึงทำาให้แผ่นดินราบเรียบ ต้นไม้
ต่างก็ออกดอดงดงามส่งกลิ่นหอมขจรขจายไปทั่ว และเป็นแผ่นดินที่ไม่มีโรคภัย
เบียดเบียน ในแผ่นดินอุตตรกุรุทวีปนี้มีต้นกัลปพฤกษ์ต้นหนึ่ง สูง 100 โยชน์ กว้าง
100 โยชน์ ผู้ใดปรารถนาจะได้แก้วแหวนเงินทองหรือสิ่งใดๆ ก็ให้ไปยืนนึกอยู่ใต้ต้น
กัลปพฤกษ์นี้ ผู้หญิงชาวอุตตรกุรุทวีปนั้นมีความงดงามมาก ส่วนผู้ชายก็เช่นกันมี
ความงามดังเช่นหนุ่มอายุ 20 ปีกันทุกคน ทุกคนไม่เบียดเบียนกัน ไม่ทำาชั่ว เมื่อตาย
แล้วจึงขึ้นสวรรค์แน่นอน ทำาให้คนในทวีปนี้ไม่กลัวตาย และผู้ที่อาศัยในทวีปนี้ มีอายุ
1,000 ปีเท่ากันทุกคน
พระยาจัก รพรรดิร าช
พระยาจัก รพรรดิร าช เป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าพระราชาทั้งปวง คือเป็น
พระราชาผู้มีจักรหรือล้อแห่งรถเลื่อนแล่นไปได้รอบโลกโดยปราศจากการขัดขวาง
หรือปราบปรามทั่วโลก พระยาจักรพรรดิราชนั้นเมื่อชาติก่อนเป็นคนแต่ทำาบุญไว้มาก
เมื่อตายไปจึงไปเกิดในสวรรค์ ในบางครั้งก็มาเกิดเป็นพระยาที่มีอำานาจยิ่งใหญ่ได้รับ
พระนามว่า พระยาจักรพรรดิราช เป็นพระยาที่ทรงคุณธรรมทุกประการเป็นเจ้านาย
คนทั้งหลายพระองค์ทรงตั้งอยู่ในทศพิศราชธรรม พระยาจักรพรรดิราชมีแก้ว 7
ประการเกิดคู่บารมีมาด้วย ได้แก่
1.จักรแก้ว คือแก้วอย่างที่หนึ่ง จักรแก้วหรือจักรรัตน์จมอยู่ใต้ท้องทะเลลึกได้
84,000 โยชน์ เมื่อเกิดจักรพรรดิราชขึ้นในโลก จักรแก้วซึ่งเป็นคู่บุญบารมี
และจมอยู่ในมหาสมุทรก็จะผุดขึ้นมาจากท้องทะเลพุ่งขึ้นไปในอากาศเกิดเป็น
แสงส่องอันงดงามมาน้อมนบ เมื่อพระยาผู้ครองเมืองนั้นทราบว่าพระองค์จะได้
เป็นพระยาจักรพรรดิราชปราบทั่วจักรวาลเพราะมีจักรแก้วมาสู่พระองค์ พระยา
จักรพรรดิราชก็จะเสด็จปราบทวีปทั้งสี่ แล้วประทานโอวาทให้ชาวทวีปเหล่านั้น
ประพฤติและตั้งอยู่ในคุณงามความดีแล้วจึงเสด็จกลับพระนคร
2.ช้างแก้ว (หัสดีรัตน์) คือแก้วอย่างที่สอง ซึ่งเป็นช้างที่มีความงดงาม ตัวเป็นสีขาว
ตีนและงวงสีแดง เหาะได้รวดเร็ว
3.ม้าแก้ว (อัศวรัตน์) คือแก้วอย่างที่สาม เป็นม้าที่มีขนงามดังสีเมฆหมอก กีบเท้า
และหน้าผากแดงดั่งนำ้าครั่ง เหาะได้รวดเร็วเช่นเดียวกับช้างแก้ว
- 9.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 9
4.แก้วดวง (มณีรัตน์) คือแก้วอย่างที่สี่ เป็นแก้วที่มีขนาดยาวได้ 4 ศอก ใหญ่เท่า
ดุมเกวียนใหญ่ สองหัวแก้วมีดอกบัวทอง เมื่อมีความมืดแก้วนี้จะส่องสว่างให้
เห็นทุกหนแห่งดังเช่นเวลากลางวัน แก้วนี้จะอยู่กับพระยาจักรพรรดิราชจน
ตราบเท่าเสด็จสวรรคาลัย จึงจะคืนไปอยู่ยอดเขาพิปูลบรรพตตามเดิม
5.นางแก้ว (อิตถีรัตน์) คือแก้วอย่างที่ห้า เป็นหญิงที่จะมาเป็นมเหสีคู่บารมีของ
พระยาจักรพรรดิราช นางแก้วนี้จะต้องเป็นหญิงที่ได้ทำาบุญมาแต่ชาติก่อน และ
มาเกิดในแผ่นดินของพระยาจักรพรรดิราชในตระกูลกษัตริย์ นางแก้วนี้จะเป็น
หญิงที่มีลักษณะงดงามไปทุกส่วน จะทำาหน้าที่เป็นภรรยาที่ดีของพระยา
จักรพรรดิราช
6.ขุนคลังแก้ว คือแก้วอย่างที่หก เกิดขึ้นเพื่อบุญแห่งพระยาจักรพรรดิราช และจะ
เป็นมหาเศรษฐี ขุนคลังแก้วจะสามารถกระทำาได้ทุกอย่างที่พระยาจักรพรรดิราช
ต้องการเพราะขุนคลังแก้วมีหูทิพย์ตาทิพย์ดังเทวดาในสวรรค์ หากว่าพระยา
จักรพรรดิราชต้องการทรัพย์สินสิ่งใดขุนคลังก็จะสามารถนำามาถวายได้
7.ขุนพลแก้ว คือแก้วประการสุดท้ายของพระยาจักรพรรดิราช หรือโอรสของ
พระยาจักรพรรดิราช มีรูปโฉมอันงดงาม กล้าหาญ เฉลียวฉลาด สามารถ
บริหารกิจการบ้านเมืองได้ทุกประการ บางตำาราก็ว่าเป็นขุนพลแก้ว
6.จาตุม หาราชิก าภูม ิ
สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นแรก สูงจากพื้นโลกได้ 46,000
โยชน์เป็นดินแดนของผู้มีจิตใจสูงส่ง แต่ยังเกี่ยวข้องในกามคุณ จาตุมหาราชิกภูมิ
แปลว่าแดนแห่ง 4 มหาราช สวรรค์ชั้นนี้ตั้งอยู่เหนือเทือกเขายุคนธรอันเป็นเทือกเขา
แรกที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ บนเทือกเขายุคนธรทั้ง 4 ทิศ มีเมืองใหญ่ 4 เมือง เมืองที่
อยู่ทางทิศตะวันออกของเขาพระสุเมรุมีท้าวธตรฐเป็นเจ้าเมือง เป็นใหญ่เหนือ
คนธรรพ์ (เป็นอมนุษย์จำาพวกหนึ่ง ครึ่งเทวดาครึ่งมนุษย์ เป็นนักดนตรีและชอบผู้
หญิง) เมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเขาพระสุเมรุมีท้าววิรูปักษ์เป็นเจ้าเมือง เป็นใหญ่
เหนือนาค เมืองที่อยู่ทางทิศใต้ของเขาพระสุเมรุมีท้าววิรุฬหกเป็นเจ้าเมือง เป็นใหญ่
เหนือพวกกุมภัณฑ์ (เป็นยักษ์จำาพวกหนึ่ง มีท้องใหญ่และมีอัณฑะเหมือนหม้อ) เมืองที่
อยู่ทางทิศเหนือของเขาพระสุเมรุมีท้าวไพศรพเป็นเจ้าเมือง เป็นใหญ่เหนือพวก
ยักษ์ ท้าวมหาราชทั้ง 4 นี้เรียกรวมๆว่า จตุโลกบาลทั้ง 4 คือผู้ดูแลรักษาโลกทั้ง 4 ทิศ
7.ดาวดึง สภูม ิ เป็นสวรรค์ชั้นที่ 2 อยู่เหนือจาตุมหาราชิกาภูมิขึ้นไปอีก 46000
โยชน์ มีพระอินทร์เป็นเจ้าแก่พระยาเทพยดาทั้งหลาย ที่รายล้อมออกไปทั้ง 4 ทิศ รวม
32 พระองค์ เหล่าเทพยดามี 2 จำาพวก คือ
- สมมุติเทวดาคือฝูงท้าวและพระยาในแผ่นดิน ผู้รู้หลักแห่งบุญธรรม และกระทำาโดย
ทศพิศราชธรรมทั้ง 10 ประการ
- อุปปัติเทวดาคือเหล่าเทพยดาในพรหมโลก
- วิสุทธิเทวดาคือพระพุทธปัจเจกโพธิเจ้า และพระอรหันตสาวกเจ้า ผู้เสด็จเข้าสู่
นิพพาน
8.ยามาภูม ิ
- 10.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 10
สวรรค์ชั้นยามา เป็นสวรรค์ชั้นที่ 3 อยู่สูงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ 84,000
โยชน์ มีพระยาสยามเทวราชครองอยู่ สวรรค์ชั้นนี้สูงกว่าวิถีการโคจรของพระอาทิตย์
แต่ก็ไม่มืดเนื่องจากรัศมีแก้วและรัศมีตัวเทวดาส่องสว่างอยู่เสมอ
9.ดุส ิต าภูม ิ
สวรรค์ชั้นดุสิต เป็นสวรรค์ชั้นที่ 4 อยู่สูงจากสวรรค์ชั้นยามา 168,000 โยชน์
มีพระยาสันดุสิตเทวราช พระโพธิสัตว์ซึ่งจะเสด็จลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า มีพระศรี
อาริย์โพธิสัตว์ซึ่งจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในภายภาคหน้า
10.นิม มานรดีภ ูม ิ
สวรรค์ชั้นนิมมานรดี เป็นสวรรค์ชั้นที่ 5 อยู่สูงจากสวรรค์ชั้นดุสิต 336,000
โยชน์
11.ปรนิม ิต วสวัต ติภ ูม ิ
สวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตตี เป็นสวรรค์ชั้นที่ 6 อยู่สูงจากสวรรค์ชั้นนิมมานรดี
672,000 โยชน์ มีพระยาปรนิมมิตวสวัตตีครองอยู่
รูป ภูม ิ 16
อยู่เหนือสวรรค์ชั้นสูงสุด
12.พรหมปาริส ัช ชาภูม ิ ดินแดนของผู้สำาเร็จปฐมฌาณขั้นต้น
12.พรหมปุโ รหิต าภูม ิ ดินแดนของผู้สำาเร็จปฐมฌาณขั้นกลาง
14.มหาพรหมาภูม ิ ดินแดนของผู้สำาเร็จปฐมฌาณขั้นสูง
15.ปริต ตาภาภูม ิ ดินแดนของผู้สำาเร็จทุติยฌาณขั้นต้น
16.อัป ปมาณาภาภูม ิ ดินแดนของผู้สำาเร็จทุติยฌาณขั้นกลาง
17.อาภัส สราภูม ิ ดินแดนของผู้สำาเร็จทุติยฌาณขั้นสูง
18.ปริต ตสุภ าภูม ิ ดินแดนของผู้สำาเร็จตติยฌาณขั้นต้น
19.อัป ปมาณสุภ าภูม ิ ดินแดนของผู้สำาเร็จตติยฌาณขั้นกลาง
20.สุภ กิณ หาภูม ิ ดินแดนของผู้สำาเร็จตติยฌาณขั้นสูง
21.เวหัป ปผลาภูม ิ ดินแดนของผู้สำาเร็จจตุตฌาณ มีผลไพบูลย์ พ้นจากการ
ทำาลายของนำ้า ลม ไฟ
22.อสัญ ญีส ัต ตาภูม ิ ดินแดนของพรหมไร้นาม มีร่างกายสง่างาม
23.อวิห าภูม ิ ดินแดนของพระอรหันต์ขั้นอนาคามี เคยเป็นสาวกของ
พระพุทธเจ้า
24.อตัป ปาภูม ิ ดินแดนของพรหมผู้ไม่เดือดร้อนทั้งกาย วาจา ใจ เพราะ
สามารถระงับนิวรณ์ได้
25.สุท ัส สาภูม ิ แดนของผู้เห็นสภาวธรรมแจ้งชัด
26.สุท ัส สีภ ูม ิ แดนของพรหมผู้เห็นธรรมแจ่มแจ้ง
27.อกนิฎ ฐาภูม ิ แดนของพรหมที่มีคุณสมบัติมากพอจะนิพพานได้
อรูป ภูม ิ 4
แดนของพรหมที่มีแต่จิต ด้วยไม่พอใจที่รูปกายเป็นสาเหตุแห่งความทุกข์
นานัปการ
- 11.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 11
28.อากาสานัญ จายตนภูม ิ แดนของพรหมที่มีแต่จิต เข้าถึง ภาวะมีอากาศ
ไม่มีที่สุด
29.วิญ ญาณัญ จายตนภูม ิ แดนของผู้ที่เข้าถึง ภาวะวิญญาณไม่มีที่สุด
30.อากิญ จัญ ญายตนภูม ิ แดนของผู้ที่เข้าถึง ภาวะไม่มีอะไร
31.เนวสัญ ญานาสัญ ญายตนภูม ิ แดนของผู้ที่เข้าถึง ภาวะไม่มีสัญญาก็
ไม่ใช่ มีสัญญาก็ไม่ใช่
นิพ พาน
ความสุขใดๆ ในเทวโลกหรือพรหมโลก จะเทียบเท่านิพพานสุขนั้นหาไม่
เปรียบได้ดั่งแสงหิ่งห้อยหรือจะสู้แสงตะวัน หยดนำ้าอันติดอยู่ปลายผม หรือจะเท่านำ้า
ในมหาสมุทร เพราะหยุดเหตุแห่งการเกิดและดับ นิพพานมี 2 จำาพวกคือ
กิเ ลสปริน ิพ พาน นิพพานของพระอรหันต์ผู้ยังเสวยอารมณ์ที่ น่า
ชอบใจและไม่น่าชอบใจทางอินทรีย์ 5 รับรู้สุขทุกข์ คือดับกิเลสแต่ยังมีเบญจขันธ์
เหลือ
ขัน ธปริน ิพ พาน ดับกิเลสไม่มีเบญจขันธ์เหลือ คือนิพพานของพระ
อรหันต์ ผู้ระงับการเสวยอารมณ์ทั้งปวงแล้ว ในไตรภูมิกถานี้แสดงให้เห็นว่า แม้จะ
ได้มรรคผลจนสูงถึงที่สุดแห่งภูมิ คือเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ ในอรูปภูมิ แต่จิต
นั้นยังมีสัญญาอยู่ในสภาวะที่ยังไม่แน่นอน จึงมีดับและเกิด แต่ถ้าได้พิจารณาอริยะ
สัจ 4 สามารถดับเบญจขันธ์คือ ขันธ์ 5 ( รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ )
เท่ากับได้ดับกิเลสและกองทุกข์ เข้า สู่ส ภาวะที่เ ป็น สุข สูง สุด คือ นิพ พาน
เพราะไร้ก ิเ ลสไร้ท ุก ข์ เป็น อิส รภาพอัน สมบูร ณ์
สรุป ไตรภูม ิพ ระร่ว ง 31 ภูม ิ
1. กามภูมิ 11
1.1 นรกภูมิ
1.มหาอเวจีนรก 2.มหาตาปนรก 3.ตาปนรก
4.มหาโรรุวนรก
5.โรรุวนรก 6.สังฆาฏนรก 7.กาฬสุตตนรก
8.สัญชีวนรก
1.2 เปรตวิสัยภูมิ 1.3 อสุรกายภูมิ
1.4 ติรัจฉานภูมิ 1.5 มนุสสาภูมิ 1.5.1 พระยา
จักรพรรดิราช
1.6 จาตุมหาราชิกาภูมิ 1.7 ดาวดึงส์
1.8 ยามาภูมิ 1.9 ดุสิตาภูมิ
1.10 นิมมานรดีภูมิ 1.11 ปรนิมิตวสวัตติภูมิ
2. รูปภูมิ 16
2.1 พรหมปาริสัชชาภูมิ 2.2 พรหมปุโรหิตาภูมิ
- 12.
เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นม.6 เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง
หน้าที่ 12
2.3 มหาพรหมาภูมิ 2.4 ปริตตาภาภูมิ
2.5 อัปปมาณาภาภูมิ 2.6 อาภัสสราภูมิ
2.7 ปริตตสุภาภูมิ 2.2.8 อัปปมาณสุภาภูมิ
2.9 สุภกิณหาภูมิ 2.10 เวหัปปผลาภูมิ
2.11 อสัญญีสัตตาภูมิ 2.12 อวิหาภูมิ
2.2.13 อตัปปาภูมิ 2.14 สุทัสสาภูมิ
2.15 สุทัสสีภูมิ 2.16 อกนิฎฐาภูมิ
3. อรูปภูมิ 4
3.1 อากาสานัญจายตนภูมิ
3.2 วิญญาณัญจายตนภูมิ
3.3 อากิญจัญญายตนภูมิ
3.4 เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ