PICO : ค้นข้อมูลอย่างไรให้ตรงประเด็นการ
                   รักษา

ส่งศรี ดีศรีแก้ว
        ในขณะที่การบริโภคข้อมูลข่าวสาร กลายมาเป็น
ความจำาเป็นในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนยุคใหม่
โดยเฉพาะในวงการแพทย์ด้วยแล้ว นอกจากประสบการณ์
ส่วนตัว ที่หาความรู้จากการเล่าเรียนมาอย่างหนักหน่วง
ผนวกกับทักษะในการรักษาโรค นับได้ว่าเป็นตัวอย่างของ
นิยามแห่งการศึกษาตลอดชีวิตเลยทีเดียว แต่อย่างไร
ก็ตาม ในปัจจุบันแพทย์ยังต้องเกาะติดข่าวสารข้อมูล
สารสนเทศในการรักษาโรคอย่างใกล้ชิด เพื่อคุณภาพของ
การรักษาโรคต่างๆทั้งในด้านความก้าวหน้าทางการรักษา
พยาบาล และนวัตกรรมใหม่ๆ ทางการแพทย์อีกด้วย
           แหล่งสารสนเทศต่างๆ ทีแพทย์จะแสวงหานั้นมี
                                   ่
มากมาย ทั้งที่เป็นแหล่งสารสนเทศเฉพาะทางและแหล่ง
สาธารณะ แหล่งสารสนเทศต่างๆ เหล่านี้ ก็มีคณภาพแตก
                                              ุ
ต่างกัน ตลอดจนมีความหลากหลายในเรื่องของสาระ รูป
แบบที่แต่ละแห่งนำาเสนอ ซึ่งผู้ใช้จะต้องใช้วิจารณญาณใน
การเลือกหยิบมาใช้ให้ตรงกับความต้องการและมีความน่า
เชื่อถือเอาเอง
             สมัยก่อนโน้นผู้ใช้จะเคยชินกับการค้นที่
โปรแกรมของแต่ละแหล่งออกแบบมาให้ เพื่ออำานวยความ
สะดวก ทีเห็นกันอยู่บ่อยๆ ก็จะมีอยู่ สองประเภทคือ การ
           ่
สืบค้นแบบง่าย (Basic search) และค้นแบบ ซับซ้อน
(Advanced search) ตลอดจนการค้นตามแบบฉบับของ
บัตรรายการ ซึ่งอาจมีทางเลือกในการเข้าค้นฐานข้อมูลที่
คุ้นเคยเท่านั้น อันได้แก่ การค้นจากชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง หัว
เรื่อง หรือปัจจุบันนี้ได้เพิ่มช่องทางในการสืบค้นมากขึ้น
อาทิ ค้นจาก คำาสำาคัญ ISBN/ ISSN หรืออื่นๆ เช่นการเพิ่ม
เทคนิคการใช้ Boolean operators (And Or Not) เข้ามา
ช่วยในการกำาหนดคำาค้นตามเงื่อนไข เพื่อให้ได้ผลของการ
สืบค้น สารสนเทศได้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้
มากขึ้น
            แต่เมื่อกระแสของ EBM (Evidence-Based
Medicine) หรือเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และความ จำาเป็น
ในการทำาวิจัยที่เกี่ยวกับการรักษา หรือแม้กระทั่งการทำา
Systematic Review เข้ามา แพทย์ก็ต้องหันกลับมามอง
ว่าค้นแบบเดิมอาจจะช่วยตอบคำาถามในการรักษาได้ไม่ลุ่ม
ลึกเท่าที่ควร
            เทคนิคในการค้นสารสนเทศเพื่อสนับสนุน
ความก้าวหน้า ทางด้านการแพทย์ต่างๆ เหล่านี้ แพทย์อาจ
จะต้องคำานึงถึงประเด็นให้ชัดเจนก่อนทำาการสืบค้น เรียก
ว่าต้องสามารถตั้งประเด็นปัญหา ข้อคำาถามที่ชัดเจนอย่าง
เป็นกิจจะลักษณะเสียก่อน ซึงก็คือการทำาให้เรื่องนั้นๆ เป็น
                               ่
เชิงประจักษ์ก่อนนั่นเอง เช่น แพทย์จะต้องมีโจทย์อยู่ก่อน
แล้วว่ากำาลังจะรักษาโรคอะไร ด้วยวิธีการใด กลุมคนกลุ่ม
                                               ่
ใด และมีผลอย่างไร เหล่านี้เป็นต้น เมื่อแพทย์มีโจทย์แล้ว
จึงแยกประเด็น (Keyword) ที่จะค้นออกมาเป็นการตั้ง
คำาถาม ซึงคำาถามที่เกิดขึ้นนี้เราเรียกว่า PICO
          ่
PICO คืออะไร
          PICO คือ ประเภทของคำาถามที่จะนำาไปสู่ซึ่งคำา
ตอบที่ต้องการจากการสืบค้นหาข้อมูล ก่อนอื่นเรามารู้จัก
กับคำาเต็มของ PICO กันก่อน PICO นี้เรียกว่าเป็นสูตรของ
การตอบคำาถามเพื่อการรักษานั้น (Formulation and
Answerable Questions)
          P ย่อมาจากคำาว่า People, หรือ Patient หรือ
Problem นั่นคือโจทย์ทแพทย์จะนำาไปสืบค้นนั้นเป็นโรคที่
                      ี่
เกิดขึ้นกับคนกลุ่มไหน หรือเป็นปัญหา (Problem)
ประเภทไหน
           I ย่อมาจากคำาว่า Intervention นั่นคือจาก
ปัญหาดังกล่าวได้รับการรักษาอย่างไรหรือได้รับการ
วินิจฉัยโรคอย่างไร ด้วยวิธีการใด
           C ย่อมาจาก Comparator หมายถึง มีเหตุการณ์
หรือสถานการณ์ใดบ้างที่จะสามารถนำามาเปรียบเทียบกัน
ได้ในการรักษาเรื่องนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นโจทย์ที่แพทย์
ต้องการ ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบกับสิ่งที่แพทย์นั้นๆ กำาลัง
กระทำาอยู่ก็ได้
           O ย่อมาจากคำาว่า Outcome หรือผลการรักษา
ในโรคนั้นๆ หรือการแสวงหาผลตามคำาถามที่ต้องการคำา
ตอบว่ามีหรือไม่
การตั้งคำาถามนี้ แพทย์จะต้องเป็นผู้ที่ตั้งคำาถามไว้เพื่อการ
สืบค้นหรือแสวงหาคำาตอบ นั่นคือ อาจจะต้องใช้เทคนิคใน
การแสวงหาข้อมูลแบบพื้นฐานช่วยด้วยก็ได้
ขั้นตอนในการสืบค้น
           ในการค้นนั้นแพทย์รู้เนื้อหาหรือประเด็นที่จะค้น
แล้วจึงมาดูวิธีการสืบค้นบ้างว่าควรจะทำาอย่างไรจึงจะดี
ที่สุด ซึงอาจใช้วิธีการสืบค้นดังนี้
         ่
           1. จะต้องตั้งคำาถามทางด้านการรักษา ให้ถูกต้อง
ตาม PICO ซึ่งในเรื่องนี้แพทย์จะต้องตีประเด็นให้ถูกต้อง
ที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการนำาไปทำา Systematic
Review ด้วยแล้ว PICO จะช่วยในการค้นหาสารสนเทศที่
ต้องการได้ใกล้เคียงมากกว่า
           2. วิเคราะห์วิธีการสืบค้นจากคำาถามนั้น นั่นคือเมื่อ
สามารถการนำาโจทย์จาก PICO มาใช้ค้นตาม Functions
นั่นเอง
           3. แสวงหาแหล่งที่เหมาะสม ซึงสำาคัญมากถ้า
                                          ่
หากได้แหล่งสารสนเทศ อาทิ ฐานข้อมูลที่สอดคล้องกับ
เนื้อหาที่ต้องการย่อมตอบสนองความต้องการได้ทั้งเชิง
คุณภาพและปริมาณ
          4. ใช้เทคนิคในการจับคู่คำาค้นกับแหล่งต่างๆ ใน
คำาค้นหนึ่งๆ อาจจะต้องใช้ค้นในหลายๆ แหล่งได้เช่นกัน
ว่ากันว่านักแสวงหาคือผู้ที่มีความสามารถพิเศษ ในการ
แสวงหา สิ่งที่ตนต้องการทุกลู่ทาง
           5. หากข้อมูลที่ได้ยังกว้างอยู่ อาจจะต้องทำาการ
ค้น แบบ Combine Set ร่วมด้วย ในการสืบค้นเพื่อให้ได้
ผลการสืบค้นที่ได้ตรงประเด็นมากขึ้น
            6. บางครั้งอาจจะต้องทำาการกลั่นกรองผลการ
สืบค้นร่วมด้วยก็ได้ โดยการกำาหนดขอบเขตข้อมูลร่วมด้วย
ก็สามารถทำาได้
           ผลการสืบค้นในปัจจุบันนี้ นับได้ว่าอำานวยความ
สะดวกแก่ผู้ใช้อย่างมหาศาล ผู้ใช้สามารถที่จะเลือกได้
ตามความต้องการ นับตั้งแต่ฐานข้อมูล แหล่งสารสนเทศ
หรือแม้กระทัง รูปแบบของสารสนเทศ จะเลือกประเภท
            ่
เฉพาะบรรณานุกรม หรือสาระสังเขป ตลอดจนเอกสาร
ฉบับเต็มก็สามารถจะทำาได้โดยง่าย
แหล่งสารสนเทศทางการแพทย์ที่ดี
             แหล่งสารสนเทศที่สนับสนุนการรักษาโรคแบบ
EBM นั้น ปัจจุบันนี้มีมากมาย แพทย์จะต้องเลือกให้เหมาะ
สม หากมีเวลามากพอก็ควรจะต้องศึกษาวิธีการใช้ฐาน
ข้อมูลให้ถ่องแท้ ฐานข้อมูลสมัยใหม่มักจะทำา Functions
ไว้เผื่อคุณลักษณะของการค้น หรือเผื่อพฤติกรรมส่วน
บุคคลไว้ด้วย เช่น หากมีเวลาไม่มาก ก็ทำา Quick search
ไว้ให้ ซึงแน่นอนที่สุด Quick search ก็คือการประมวลผล
         ่
หยาบๆ เท่านั้น ได้ข้อมูลที่กว้างๆ อาจตรงบ้างไม่ตรงบ้าง
บางทีอาจทำาให้เสียเวลาในการคัดเลือกสิ่งมี่ต้องการ
มากกว่า ดังนั้นตามประสบการณ์มักจะพบว่าแพทย์ส่วน
ใหญ่จะมีการค้นที่ละเอียดลอออย่างไม่น่าเชื่อ
แหล่งสารสนเทศที่ควรรู้จัก สำาหรับแพทย์
นั้นมีอยู่มากมาย นอกจากห้องสมุดแล้ว แหล่งสารสนเทศ
ที่สนับสนุน การค้นคว้าวิจัย หรือ EBM หรือ การทำา
Systematic Review นั้น อาจจะเริ่มต้นที่ Website ทีเป็น ่
Search Engine ก่อน เช่น Google, Yahoo, Hotbot,
Lycose, Guru ต่างๆ ก่อนก็ได้ ฐานข้อมูลทางด้านการ
แพทย์ และ วิทยาศาสตร์สุขภาพนั้นมีมากมายทั้งที่ให้
บริการฟรี และเป็นฐานข้อมูลที่ ห้องสมุดต้องเสียค่าใช้จ่าย
เพื่อเช่าลิขสิทธิ์การใช้ ฐานข้อมูลเหล่านี้จะมีความแตกต่าง
กันในเรื่อง
เนื้อหา และรูปแบบการนำาเสนอ ที่แพทย์จะต้องเป็นผู้เลือก
ใช้เอง บางครั้งการที่จะตัดสินว่าฐานไหนดีกว่าฐานไหน
เป็นเรื่องที่ยาก ด้วยความจำาเป็นในการใช้สอยไม่เหมือน
กัน และที่สำาคัญก็คือในขณะนี้ยังไม่มีฐานไหนที่สามารถ
รวบรวมข้อมูลได้ครบทุกเรื่องครบทุกสาขา ซึงถือว่าเป็น
                                                ่
เรื่องลำาบากใจของห้องสมุดในการจัดหามาไว้บริการ
เพราะอาจต้องจัดหามาหลายฐานเพื่อให้มีข้อมูลในการให้
บริการสมบูรณ์ขึ้น ทังๆ ที่ฐานข้อมูลเหล่านั้นมี่ข้อมูลบาง
                         ้
ส่วนที่ซำ้าซ้อนกัน แต่ก็ต้องเลือกเนื่องจากต้องการ ข้อมูล
ในส่วนที่ฐานอื่นๆ ไม่มี เป็นต้น นี่ก็เป็นเหตุผลความจำาเป็น
อย่างหนึ่งทีแพทย์จะต้องไม่ยึดเอาฐานใดฐานหนึ่งเป็น
              ่
หลักในการค้นข้อมูล แน่นอนที่สุด ท่านจะต้อง ทำาตัวเป็น
นักแสวงหาที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำาได้ ฐานข้อมูลที่แพทย์ควร
รู้จักในปัจจุบันนี้ที่นิยมใช้เพื่อสนับสนุนการวิจัย EBM
,Systematic Review ในปัจจุบันพบในหลายฐาน แต่ที่
นิยมใช้กันก็จะได้แก่ The Cochrane library , Ovid ,
PubMed , UpToDate, CINAHL และคาดว่าในอนาคตก็
คงจะมีเข้ามา ให้เลือกใช้ อย่างมากมายตามพัฒนาการ
แห่งยุค อย่างไรก็ตามหรือหากท่านมีข้อสงสัยในการสืบค้น
ประการใด ก็สามารถติดต่อบรรณารักษ์ที่ห้องสมุดได้
ตลอดเวลาทำาการ

PICO : ค้นข้อมูลอย่างไรให้ตรงประเด็นการรักษา

  • 1.
    PICO : ค้นข้อมูลอย่างไรให้ตรงประเด็นการ รักษา ส่งศรี ดีศรีแก้ว ในขณะที่การบริโภคข้อมูลข่าวสาร กลายมาเป็น ความจำาเป็นในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะในวงการแพทย์ด้วยแล้ว นอกจากประสบการณ์ ส่วนตัว ที่หาความรู้จากการเล่าเรียนมาอย่างหนักหน่วง ผนวกกับทักษะในการรักษาโรค นับได้ว่าเป็นตัวอย่างของ นิยามแห่งการศึกษาตลอดชีวิตเลยทีเดียว แต่อย่างไร ก็ตาม ในปัจจุบันแพทย์ยังต้องเกาะติดข่าวสารข้อมูล สารสนเทศในการรักษาโรคอย่างใกล้ชิด เพื่อคุณภาพของ การรักษาโรคต่างๆทั้งในด้านความก้าวหน้าทางการรักษา พยาบาล และนวัตกรรมใหม่ๆ ทางการแพทย์อีกด้วย แหล่งสารสนเทศต่างๆ ทีแพทย์จะแสวงหานั้นมี ่ มากมาย ทั้งที่เป็นแหล่งสารสนเทศเฉพาะทางและแหล่ง สาธารณะ แหล่งสารสนเทศต่างๆ เหล่านี้ ก็มีคณภาพแตก ุ ต่างกัน ตลอดจนมีความหลากหลายในเรื่องของสาระ รูป แบบที่แต่ละแห่งนำาเสนอ ซึ่งผู้ใช้จะต้องใช้วิจารณญาณใน การเลือกหยิบมาใช้ให้ตรงกับความต้องการและมีความน่า เชื่อถือเอาเอง สมัยก่อนโน้นผู้ใช้จะเคยชินกับการค้นที่ โปรแกรมของแต่ละแหล่งออกแบบมาให้ เพื่ออำานวยความ สะดวก ทีเห็นกันอยู่บ่อยๆ ก็จะมีอยู่ สองประเภทคือ การ ่ สืบค้นแบบง่าย (Basic search) และค้นแบบ ซับซ้อน (Advanced search) ตลอดจนการค้นตามแบบฉบับของ บัตรรายการ ซึ่งอาจมีทางเลือกในการเข้าค้นฐานข้อมูลที่ คุ้นเคยเท่านั้น อันได้แก่ การค้นจากชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง หัว เรื่อง หรือปัจจุบันนี้ได้เพิ่มช่องทางในการสืบค้นมากขึ้น
  • 2.
    อาทิ ค้นจาก คำาสำาคัญISBN/ ISSN หรืออื่นๆ เช่นการเพิ่ม เทคนิคการใช้ Boolean operators (And Or Not) เข้ามา ช่วยในการกำาหนดคำาค้นตามเงื่อนไข เพื่อให้ได้ผลของการ สืบค้น สารสนเทศได้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้ มากขึ้น แต่เมื่อกระแสของ EBM (Evidence-Based Medicine) หรือเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และความ จำาเป็น ในการทำาวิจัยที่เกี่ยวกับการรักษา หรือแม้กระทั่งการทำา Systematic Review เข้ามา แพทย์ก็ต้องหันกลับมามอง ว่าค้นแบบเดิมอาจจะช่วยตอบคำาถามในการรักษาได้ไม่ลุ่ม ลึกเท่าที่ควร เทคนิคในการค้นสารสนเทศเพื่อสนับสนุน ความก้าวหน้า ทางด้านการแพทย์ต่างๆ เหล่านี้ แพทย์อาจ จะต้องคำานึงถึงประเด็นให้ชัดเจนก่อนทำาการสืบค้น เรียก ว่าต้องสามารถตั้งประเด็นปัญหา ข้อคำาถามที่ชัดเจนอย่าง เป็นกิจจะลักษณะเสียก่อน ซึงก็คือการทำาให้เรื่องนั้นๆ เป็น ่ เชิงประจักษ์ก่อนนั่นเอง เช่น แพทย์จะต้องมีโจทย์อยู่ก่อน แล้วว่ากำาลังจะรักษาโรคอะไร ด้วยวิธีการใด กลุมคนกลุ่ม ่ ใด และมีผลอย่างไร เหล่านี้เป็นต้น เมื่อแพทย์มีโจทย์แล้ว จึงแยกประเด็น (Keyword) ที่จะค้นออกมาเป็นการตั้ง คำาถาม ซึงคำาถามที่เกิดขึ้นนี้เราเรียกว่า PICO ่ PICO คืออะไร PICO คือ ประเภทของคำาถามที่จะนำาไปสู่ซึ่งคำา ตอบที่ต้องการจากการสืบค้นหาข้อมูล ก่อนอื่นเรามารู้จัก กับคำาเต็มของ PICO กันก่อน PICO นี้เรียกว่าเป็นสูตรของ การตอบคำาถามเพื่อการรักษานั้น (Formulation and Answerable Questions) P ย่อมาจากคำาว่า People, หรือ Patient หรือ Problem นั่นคือโจทย์ทแพทย์จะนำาไปสืบค้นนั้นเป็นโรคที่ ี่
  • 3.
    เกิดขึ้นกับคนกลุ่มไหน หรือเป็นปัญหา (Problem) ประเภทไหน I ย่อมาจากคำาว่า Intervention นั่นคือจาก ปัญหาดังกล่าวได้รับการรักษาอย่างไรหรือได้รับการ วินิจฉัยโรคอย่างไร ด้วยวิธีการใด C ย่อมาจาก Comparator หมายถึง มีเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ใดบ้างที่จะสามารถนำามาเปรียบเทียบกัน ได้ในการรักษาเรื่องนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นโจทย์ที่แพทย์ ต้องการ ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบกับสิ่งที่แพทย์นั้นๆ กำาลัง กระทำาอยู่ก็ได้ O ย่อมาจากคำาว่า Outcome หรือผลการรักษา ในโรคนั้นๆ หรือการแสวงหาผลตามคำาถามที่ต้องการคำา ตอบว่ามีหรือไม่ การตั้งคำาถามนี้ แพทย์จะต้องเป็นผู้ที่ตั้งคำาถามไว้เพื่อการ สืบค้นหรือแสวงหาคำาตอบ นั่นคือ อาจจะต้องใช้เทคนิคใน การแสวงหาข้อมูลแบบพื้นฐานช่วยด้วยก็ได้ ขั้นตอนในการสืบค้น ในการค้นนั้นแพทย์รู้เนื้อหาหรือประเด็นที่จะค้น แล้วจึงมาดูวิธีการสืบค้นบ้างว่าควรจะทำาอย่างไรจึงจะดี ที่สุด ซึงอาจใช้วิธีการสืบค้นดังนี้ ่ 1. จะต้องตั้งคำาถามทางด้านการรักษา ให้ถูกต้อง ตาม PICO ซึ่งในเรื่องนี้แพทย์จะต้องตีประเด็นให้ถูกต้อง ที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการนำาไปทำา Systematic Review ด้วยแล้ว PICO จะช่วยในการค้นหาสารสนเทศที่ ต้องการได้ใกล้เคียงมากกว่า 2. วิเคราะห์วิธีการสืบค้นจากคำาถามนั้น นั่นคือเมื่อ สามารถการนำาโจทย์จาก PICO มาใช้ค้นตาม Functions นั่นเอง 3. แสวงหาแหล่งที่เหมาะสม ซึงสำาคัญมากถ้า ่ หากได้แหล่งสารสนเทศ อาทิ ฐานข้อมูลที่สอดคล้องกับ
  • 4.
    เนื้อหาที่ต้องการย่อมตอบสนองความต้องการได้ทั้งเชิง คุณภาพและปริมาณ 4. ใช้เทคนิคในการจับคู่คำาค้นกับแหล่งต่างๆ ใน คำาค้นหนึ่งๆ อาจจะต้องใช้ค้นในหลายๆ แหล่งได้เช่นกัน ว่ากันว่านักแสวงหาคือผู้ที่มีความสามารถพิเศษ ในการ แสวงหา สิ่งที่ตนต้องการทุกลู่ทาง 5. หากข้อมูลที่ได้ยังกว้างอยู่ อาจจะต้องทำาการ ค้น แบบ Combine Set ร่วมด้วย ในการสืบค้นเพื่อให้ได้ ผลการสืบค้นที่ได้ตรงประเด็นมากขึ้น 6. บางครั้งอาจจะต้องทำาการกลั่นกรองผลการ สืบค้นร่วมด้วยก็ได้ โดยการกำาหนดขอบเขตข้อมูลร่วมด้วย ก็สามารถทำาได้ ผลการสืบค้นในปัจจุบันนี้ นับได้ว่าอำานวยความ สะดวกแก่ผู้ใช้อย่างมหาศาล ผู้ใช้สามารถที่จะเลือกได้ ตามความต้องการ นับตั้งแต่ฐานข้อมูล แหล่งสารสนเทศ หรือแม้กระทัง รูปแบบของสารสนเทศ จะเลือกประเภท ่ เฉพาะบรรณานุกรม หรือสาระสังเขป ตลอดจนเอกสาร ฉบับเต็มก็สามารถจะทำาได้โดยง่าย แหล่งสารสนเทศทางการแพทย์ที่ดี แหล่งสารสนเทศที่สนับสนุนการรักษาโรคแบบ EBM นั้น ปัจจุบันนี้มีมากมาย แพทย์จะต้องเลือกให้เหมาะ สม หากมีเวลามากพอก็ควรจะต้องศึกษาวิธีการใช้ฐาน ข้อมูลให้ถ่องแท้ ฐานข้อมูลสมัยใหม่มักจะทำา Functions ไว้เผื่อคุณลักษณะของการค้น หรือเผื่อพฤติกรรมส่วน บุคคลไว้ด้วย เช่น หากมีเวลาไม่มาก ก็ทำา Quick search ไว้ให้ ซึงแน่นอนที่สุด Quick search ก็คือการประมวลผล ่ หยาบๆ เท่านั้น ได้ข้อมูลที่กว้างๆ อาจตรงบ้างไม่ตรงบ้าง บางทีอาจทำาให้เสียเวลาในการคัดเลือกสิ่งมี่ต้องการ มากกว่า ดังนั้นตามประสบการณ์มักจะพบว่าแพทย์ส่วน ใหญ่จะมีการค้นที่ละเอียดลอออย่างไม่น่าเชื่อ
  • 5.
    แหล่งสารสนเทศที่ควรรู้จัก สำาหรับแพทย์ นั้นมีอยู่มากมาย นอกจากห้องสมุดแล้วแหล่งสารสนเทศ ที่สนับสนุน การค้นคว้าวิจัย หรือ EBM หรือ การทำา Systematic Review นั้น อาจจะเริ่มต้นที่ Website ทีเป็น ่ Search Engine ก่อน เช่น Google, Yahoo, Hotbot, Lycose, Guru ต่างๆ ก่อนก็ได้ ฐานข้อมูลทางด้านการ แพทย์ และ วิทยาศาสตร์สุขภาพนั้นมีมากมายทั้งที่ให้ บริการฟรี และเป็นฐานข้อมูลที่ ห้องสมุดต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อเช่าลิขสิทธิ์การใช้ ฐานข้อมูลเหล่านี้จะมีความแตกต่าง กันในเรื่อง เนื้อหา และรูปแบบการนำาเสนอ ที่แพทย์จะต้องเป็นผู้เลือก ใช้เอง บางครั้งการที่จะตัดสินว่าฐานไหนดีกว่าฐานไหน เป็นเรื่องที่ยาก ด้วยความจำาเป็นในการใช้สอยไม่เหมือน กัน และที่สำาคัญก็คือในขณะนี้ยังไม่มีฐานไหนที่สามารถ รวบรวมข้อมูลได้ครบทุกเรื่องครบทุกสาขา ซึงถือว่าเป็น ่ เรื่องลำาบากใจของห้องสมุดในการจัดหามาไว้บริการ เพราะอาจต้องจัดหามาหลายฐานเพื่อให้มีข้อมูลในการให้ บริการสมบูรณ์ขึ้น ทังๆ ที่ฐานข้อมูลเหล่านั้นมี่ข้อมูลบาง ้ ส่วนที่ซำ้าซ้อนกัน แต่ก็ต้องเลือกเนื่องจากต้องการ ข้อมูล ในส่วนที่ฐานอื่นๆ ไม่มี เป็นต้น นี่ก็เป็นเหตุผลความจำาเป็น อย่างหนึ่งทีแพทย์จะต้องไม่ยึดเอาฐานใดฐานหนึ่งเป็น ่ หลักในการค้นข้อมูล แน่นอนที่สุด ท่านจะต้อง ทำาตัวเป็น นักแสวงหาที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำาได้ ฐานข้อมูลที่แพทย์ควร รู้จักในปัจจุบันนี้ที่นิยมใช้เพื่อสนับสนุนการวิจัย EBM ,Systematic Review ในปัจจุบันพบในหลายฐาน แต่ที่ นิยมใช้กันก็จะได้แก่ The Cochrane library , Ovid , PubMed , UpToDate, CINAHL และคาดว่าในอนาคตก็ คงจะมีเข้ามา ให้เลือกใช้ อย่างมากมายตามพัฒนาการ แห่งยุค อย่างไรก็ตามหรือหากท่านมีข้อสงสัยในการสืบค้น ประการใด ก็สามารถติดต่อบรรณารักษ์ที่ห้องสมุดได้ ตลอดเวลาทำาการ