Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Casestudy การศึกษารายกรณี

38,122 views

Published on

นายเรวัตร จิตเที่ยง
รหัส 5846702044

Published in: Education

Casestudy การศึกษารายกรณี

  1. 1. คํานํา รายงานนี้เปนสวนหนึ่งของวิชาจิตวิทยาสําหรับครู (1056503)เพื่อใชเปนสื่อประกอบการเรียนและ การนําเสนอภายในรายวิชานี้ ซึ่งในรายงานเลมนี้มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับเรื่อง การศึกษาบุคคลเปนรายกรณี (Case Study)เพื่อใหบุคลากรและผูที่สนใจไดเรียนรู มีความเขาใจในสวนการศึกษาปญหาของเด็กนักเรียนเปน รายกรณี คณะผูจัดทําขอขอบคุณผูที่มีสวนเกี่ยวของทั้งหลายที่ไดคอยใหคําแนะนําและใหคําปรึกษาสําหรับการ ทํารายงานเลมนี้ คณะผูจัดทําหวังวารายงานนี้จะเปนประโยชนในการเรียนการสอนรายวิชาดังกลาวและ สามารถนําความรูที่ไดจากการอบรมไปใชในการเรียนการสอนตอไป เรวัตร จิตเที่ยง
  2. 2. การศึกษารายกรณี(Case Study) การศึกษารายกรณี หมายถึง การศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับบุคคล อยางลึกซึ้งและวิเคราะหถึง สาเหตุที่ทําใหบุคคลมีพฤติกรรมเชนนั้น หรือมีพฤติกรรมแปลกไปวามีสาเหตุมาจากอะไร รวมทั้งแปล ความหมายของพฤติกรรมนั้นๆ วามีความสัมพันธกับปญหา และการปรับตัวของบุคคลอยางไร (พนม ลิ้ม อารีย. 2538: 8) ซึ่งสอดคลองกับกมลรัตน หลาสุวงษ (2529: 3) ไดกลาววา การศึกษาบุคคลเปนราย กรณี คือ การศึกษารายละเอียดตางๆ ที่สําคัญของหนวยใดหนวยหนึ่งในสังคม เชน บุคคล กลุม ชุมชน สถาบัน ฯลฯ โดยเฉพาะในปจจุบัน มักเนนศึกษารายละเอียดของแตละบุคคล การศึกษารายละเอียดของแตละ บุคคลนี้ จะตองศึกษาตอเนื่องกันไป ในระยะเวลาหนึ่ง แลวนํารายละเอียดที่ไดมาวิเคราะหตีความ เพื่อใหเขาใจถึงสาเหตุของ พฤติกรรม ซึ่งอาจจะเปนพฤติกรรมที่เปนปญหาหรือไมเปนปญหาก็ได พัฒนาการดานตางๆ ความสามารถ พิเศษดานใดดานหนึ่งหรือหลายๆ ดาน ถาในรายที่เปนปญหา จะไดใชเปนแนวทางในการที่จะชวยเหลือหรือ แกไข แตถาในรายที่ไมเปนปญหาจะไดใชเปนแนวทางในการปองกัน สงเสริม หรือนําไปเปนแบบฉบับแกบุคคล อื่นตอไปในปจจุบัน และในอนาคต ประหยัด ลักษณะงาม (2524 : 37) กลาววา การศึกษารายกรณีเปนวิธีการศึกษาบุคคลอยาง ละเอียดทุกดานตอเนื่องกันเปนเวลานาน นับเปนเทคนิคหนึ่งของการแนะแนวที่ใชเทคนิคการแนะแนวหลายๆ อยางรวมยอดขอมูลทุกดานของบุคคล ตอจากนั้นนําขอมูลที่ไดมาจัดรวมกันไวอยางเปนระบบ เพื่อใช ประโยชนในการวิเคราะห สังเคราะห และวินิจฉัยปญหา เพื่อชวยใหมองเห็นบุคลิกภาพของบุคคล จนสามารถ เขาใจถึงธรรมชาติของบุคคลและหาสาเหตุของปญหาชัดเจน แลวจึงนําขอมูลมาพิจารณาวางแผนใหความ ชวยเหลือแนะแนวใหบุคคลพยายามแกไขปญหา และพัฒนาสภาพชีวิตของตนใหสามารถดําเนินชีวิตอยูใน สังคมไดอยางมีประสิทธิภาพ สุภาพรรณ โคตรจรัส (2528: 1) กลาววา การศึกษารายกรณี เปนการศึกษาและวิเคราะหสิ่ง หนึ่งสิ่งใดโดยละเอียด อาจเปนการศึกษาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง กลุมบุคคล กลุมใดกลุมหนึ่ง ชุมชนใดชุมชนหนึ่ง หรือสถาบันใดสถาบันหนึ่ง การศึกษารายกรณี มิไดหมายความเฉพาะการรวบรวมขอมูล ประวัติของบุคคลที่ ถูกทําการศึกษาเทานั้น แตยังตองรวมถึงการนําขอมูลเหลานี้มาวิเคราะหจัดหมวดหมู และหาความสัมพันธ เพื่อนําไปสูการวินิจฉัยการใหขอเสนอแนะเพื่อดําเนินการ และการติดตามผลตามลําดับ นันทิกา แยมสรวล (2529:7) ไดสรุปความคิดรวบยอดของการศึกษารายกรณีวาเปนวิธี การศึกษาบุคคลอยางละเอียดทุกดานตอเนื่องกันเปนเวลานาน เปนการรวบรวมขอมูลทุกดานของบุคคลมาจัด ไวอยางเปนระบบ เพื่อใชประโยชนในการวิเคราะห สังเคราะห และวินิจฉัยปญหา เพื่อชวยใหมองเห็น บุคลิกภาพรวมของบุคคล จนสามารถเขาใจถึงธรรมชาติของบุคคลและสาเหตุของปญหาอยางชัดเจน แลวนํา ขอมูลมาพิจารณาวางแผนใหการชวยเหลือ แนะแนวใหบุคคลพยายามแกไขและพัฒนาสภาพชีวิตของตนให สามารถดําเนินชีวิตอยูในสังคมไดอยางมีประสิทธิภาพ
  3. 3. จากแนวคิดขางตน จึงสรุปไดวา การศึกษารายกรณี หมายถึง การศึกษาสาเหตุของพฤติกรรม ของบุคคลอยางละเอียด โดยใชเครื่องมือในการแนะแนวเพื่อหาทางชวยเหลือ ปองกัน และสงเสริมเพื่อให บุคคลที่ถูกศึกษานั้นสามารถดําเนินชีวิตอยูในสังคมอยางมีความสุข จุดมุงหมายของการศึกษารายกรณี 1. เพื่อสืบคนหาสาเหตุที่ทําใหผูเรียนมีพฤติกรรมที่ผิดปรกติ ซึ่งทางโรงเรียนจะไดใหความ ชวยเหลือและแกไขไดอยางถูกตอง 2. เพื่อสืบคนรูปแบบของพัฒนาการของนักเรียน ทั้งในดานรางกาย สติปญญา อารมณ สังคม และจิตใจ 3. เพื่อชวยใหนักเรียนไดเกิดความเขาใจในตนเอง สามารถพัฒนาวางแผนชีวิต และตัดสินใจ เลือกแนวทางการศึกษาตอ และเลือกอาชีพที่เหมาะสม 4. เพื่อชวยใหผูปกครองเขาใจในตัวเด็กของตนไดดีขึ้น 5. เพื่อชวยใหครูเขาใจนักเรียนไดอยางละเอียด ลึกซึ้ง และถูกตอง ประโยชนของการศึกษารายกรณี ในวิธีการศึกษารายกรณี ที่นํามาใชในการเก็บขอมูลเปนรายบุคคลเพื่อใหกรแนะแนวนั้น จัดเปนกลวิธีที่มีประโยชนตอผูที่นํามาใชและบุคคลที่เกี่ยวของเปนอยางมากซึ่งจําแนกออกได ดังนี้ ประโยชนตอครูหรือผูแนะแนวที่เปนผูศึกษาโดยตรง 1. ชวยใหครูหรือผูแนะแนวไดทราบรายละเอียด เกี่ยวกับตัวนักเรียนอยางกวางขวาง ทําใหรูจักและเขาใจธรรมชาติของมนุษยอยางแทจริง 2. ชวยใหครูและผูแนะแนวเขาใจถึงสาเหตุและเงื่อนไขตางๆ ที่กอใหเกิดพฤติกรรมที่เปน ปญหา ทําใหมองเห็นลูทางที่จะชวยเหลือแกไขปญหาใหกับนักเรียนไดอยางเหมาะสม 3. ชวยใหครูและผูแนะแนวมีความรูและมีทักษะในการใชเครื่องมือและกลวิธีตางๆ ใน การเก็บขอมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียน และยังชวยใหเปนคนที่มีเหตุผล รูจักเก็บขอมูลอยางมีระบบ รูจักแกปญหา โดยใชขอมูลที่ไดรวบรวมไวมาประกอบในการพิจารณาตัดสินใจ ประโยชนตอนักเรียนที่เปนผูไดรับการศึกษา 1. ชวยใหนักเรียนไดเกิดความเขาใจตนเอง ยอมรับความเปนจริงเกี่ยวกับตัวเองมีการ ปรับปรุงตนเอง หรือแกไขปญหาของตน เพื่อชวยใหมีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น 2. ชวยใหนักเรียนมีกําลังใจและมีความเต็มใจที่จะดําเนินชีวิตตอไปอยางมีความหวัง
  4. 4. ประโยชนตอคณะครูและโรงเรียน 1. ชวยใหครูรูจักและเขาใจนักเรียนของตนดีขึ้น ยินดีใหความรวมมือในการชวยเหลือ แกไขปญหาใหนักเรียน 2. ชวยใหโรงเรียนไดทราบความเท็จจริงตางๆ เกี่ยวกับปญหาและความตองการของตัว เด็ก ทําใหสามารถนําขอเท็จจริงเหลานั้นมาใชในการปรับปรุงการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมและการใช บริการดานตางๆ แกนักเรียนไดอยางเหมาะสม ประโยชนตอผูปกครองของนักเรียนที่ไดรับการศึกษา 1. ชวยใหผูปกครองเขาใจเด็กของตนดีขึ้น ทําใหสามารถปฏิบัติตอบุตรไดอยางเหมาะสม 2. ชวยใหผูปกครองเกิดความสบายใจ เพราะตระหนักไดวา โรงเรียนมีความตั้งใจและ จริงใจในการปองกัน ชวยเหลือ แกไขและสงเสริมพัฒนานักเรียน การเลือกนักเรียนเพื่อทําการศึกษารายกรณี ในการศึกษารายกรณีนั้น ครูสามารถเลือกนักเรียนไดหลายประเภท ไมจําเปนจะตองเลือก เฉพาะนักเรียนที่มีปญหาเทานั้น ขึ้นอยูกับจุดมุงหมายในการศึกษาของครูวา ตองการทราบเรื่องอะไร ครูควร เลือกนักเรียนเพื่อทําการศึกษารายกรณี สามารถจําแนกไดดังนี้ 1) นักเรียนที่ประสบผลสําเร็จในดานการเรียนดีเยี่ยม 2) นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษบางอยาง เชน ศิลปะ ดนตรี ฯลฯ 3) นักเรียนที่มีปญหามาก 4) นักเรียนที่มีความทะเยอทะยานมีกําลังใจเขมแข็งที่จะเอาชนะอุปสรรค 5) นักเรียนที่เรียนออนไมสมารถที่จะทํางานในระดับที่เรียนอยูได 6) นักเรียนที่มีพฤติกรรมดีเดนสมควรเอาเปนตัวอยาง 7) นักเรียนที่มีพฤติกรรมปรกติธรรมดาทั่วๆ ไป
  5. 5. รายงานการศึกษานักเรียนเปนรายกรณี 1. ชื่อนักเรียนที่ศึกษา/ชั้นที่กําลังศึกษา เด็กชายวาซิล ปตตานี ชั้นประถมศึกษาปที่ 4/3 2. ผูศึกษา นายเรวัตร จิตเที่ยง 3. ระยะเวลาในการศึกษา วันที่ 9 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559 รวมเวลา 3 เดือน 4. สาเหตุของการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ํา เขากับเพื่อนไมคอยได 5. เครื่องมือและเทคนิคที่ใชในการรวบรวมขอมูล 5.1 ระเบียนสะสม 5.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน 5.3 การสัมภาษณ 5.4 ขอมูลสวนตัวนักเรียน 5.5 แบบประเมิน SDQ 5.6 แบบคัดกรองนักเรียนรายบุคคล 5.7 แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ (EQ) 5.8 การเยี่ยมบาน 6. ขอมูลที่ไดจากการสังเคราะหขอมูล 6.1 ขอมูลสวนตัว เกิดวันที่ 22ธันวาคม 2549 ปจจุบันอายุ 10 ป เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ศาสนาอิสลาม มีผิวคล้ํา สวนสูง 135 เซนติเมตร น้ําหนัก 34 กิโลกรัม ปจจุบันอาศัยอยูกับบิดาและมารดา ไดคาใชจายมาโรงเรียนวัน ละ 30 บาท บานอยูหางจากโรงเรียนประมาณ 3 กิโลเมตรไมเคยไดรับทุนการศึกษาของโรงเรียนไมเคยหางาน พิเศษทํา ไมคอยมีเพื่อนสนิทในหอง เขากับเพื่อนวัยเดียวเดียวกันไมได เนื่องจากเปนคนเงียบขรึมอาน-เขียนไม คลอง ผลการการเรียนคอนขางต่ํามาก เวลาวางชอบเลนกับเด็กที่อายุนอยกวา
  6. 6. 6.2 ขอมูลครอบครัว บิดาชื่อ นายเจริญ ปตตานีอายุ 37 ป จบชั้นประถมศึกษาปที่6 อาชีพรับจางทั่วไปรายไดไมแนนอน แลวแตงานแตละวัน ประมาณ 4,000 บาท/เดือน มารดาชื่อนางนิภาพร ปตตานี อายุ 33 ป จบชั้น ประถมศึกษาปที่6อาชีพรับจางทั่วไปรายไดไมแนนอนแลวแตงานแตละวัน ประมาณ 4,000 บาท/เดือนมีพี่ นอง 2คน เปนผูชาย1หญิง1 เด็กชายวาซิล ปตตานี เปนลูกคนโต ครอบครัวมีสมาชิก 4 คนคือ พอ แมเด็กชาย วาซิล ปตตานี และนองสาว ความสัมพันธในครอบครัวอบอุน มีการทะเลาะกันบาง ที่อยูอาศัยเปนบานตนเอง สภาพคอนขางเกาและทรุดโทรมมากคนที่นายเจริญ ปตตานี ไวใจมากที่สุดคือนองสาว 6.3 ขอมูลสุขภาพ 1) สุขภาพกาย เปนคนสุขภาพแข็งแรง แตคอนขางตัวเล็ก เตี้ย และผอม 2) สุขภาพจิต เปนคนไมคอยพูด เงียบขรึมไมคอยพูด สามารถปรับตัวเขากับเพื่อนไดเฉพาะบางกลุม โดยเฉพาะกลุมของเพื่อนที่อายุนอยกวาตัวเอง แตจะไมสามารถปรับตัวเขาเพื่อนในวัยเดียวกันไดเลยทําใหไม คอยมีเพื่อนรุนเดียวกันเทาที่ควร 6.4 ขอมูลดานการเรียน ผลการเรียนเมื่อจบชั้น ป.3/3อยูในเกณฑคอนขางต่ํามากเนื่องจากอาน-เขียนไมคลอง ทําใหเรียนชาและสงผล ตอการเรียนในแตละรายวิชา ผลการเรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปที่3 ได 2.17ขณะนี้เรียนชั้นประถมศึกษาป ที่4/3 มีพฤติกรรม เงียบขรึม ไมคอยพูด ไมกลาแสดงออก เขากับเพื่อนวัยเดียวกันหรือเพื่อนในหองไมได ผล การเรียนต่ํามาก สวนมากจะชอบเลนกับเพื่อนที่อายุนอยกวา เชน นักเรียนชั้น ป.2ประจํา 6.5 ขอมูลดานสังคม 1) ทางบานเด็กชายวาซิล ปตตานี ไมคอยสนิทกับพอและแมมากนัก เนื่องจากพอกับแมมีอาชีพรับจาง ทั่วไปงานที่ทําไมมีความแนนอนในเรื่องของเวลาทําใหตองชวยพอแมเลี้ยงนองๆทั้งสองคนจนไมมีเวลาไปเลน กันเพื่อนๆ ไมคอยพูด เงียบขรึม แตเมื่อพอแมถามอะไรก็จะคุยดวยเมื่อจําเปนบางครั้งเอาแตใจตนเอง มีบาง บางครั้งที่ดุ ดา นองๆทั้งสองคน 2) ทางโรงเรียนเนื่องจาก เด็กชายวาซิล ปตตานี เปนเด็กไมคอยพูด และเขากับเพื่อนในหองหรือวัยเดียวกัน ไมได ทําใหเวลาอยูในหองไมคอยมีเพื่อน เมื่อครูใหทํางานก็จะทํางานชา และเขาใจเนื้อหาในรายวิชาตางๆได ยากอาน-เขียนไมคลอง ทําใหเปนปญหาตอการเรียน ครูตองอธิบายเพิ่มเติมเสมอ สงผลใหการเรียนในแตละ รายวิชาต่ํามาก
  7. 7. 6.6 ความสนใจ งานอดิเรก และประสบการณในดานตาง ๆ 1) เด็กชายวาซิล ปตตานี มีความสนใจเรื่องของคอมพิวเตอร จะดีใจและมีความสุขทุกครั้งที่ไดเรียน 2) งานอดิเรกชอบดูทีวี และเลนกีฬาฟุตบอล 6.7 เปาหมาย และความคาดหวังในอนาคต 1) อยากเปนทหาร 2) อยากมีบานหลังใหญๆเปนของตนเอง 6.8 ความภาคภูมิใจ ปญหาและอุปสรรคในการดําเนินชีวิต 1) ความภาคภูมิใจ เปนที่เด็กดีของพอแม / ชวยพอแมเลี้ยงนอง 2) ปญหาและอุปสรรคในการดําเนินชีวิต ไมคอยพูด เขากับเพื่อนในวัยเดียวกันไมได 7. การวิเคราะหและวินิจฉัยปญหา นักเรียนมีอาน-เขียนไมคลองทําใหผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ํามาก เนื่องจาก 7.1 ครอบครัวพอและแมไมมีเวลาใหทําใหขาดคนชวยสอนการบาน สอนอาน-เขียนหนังสือ นักเรียน ขณะที่นักเรียนอยูบาน สงผลใหนักเรียน-เขียนไมคลองมาจนปจจุบัน 7.2 นักเรียนมีพฤติกรรมเขากับเพื่อนในวัยเดียวกันไมได มักจะเลนกับเพื่อนที่อายุนอยกวามากๆ เชน ป.2 เนื่องมากจากนักเรียนตองชวยพอแมเลี้ยงนองหลังกลับจากโรงเรียนคลุกคลีและใชเวลาขณะอยูบานกับ นองทั้งสองคนตลอดเวลา ทําใหไมคอยมีเวลาไปเลนกับเพื่อนในวัยเดียวกันเทาที่ควรเมื่อนานเขาไปโรงเรียนก็ ไมสารถปรับตัวเขากับเพื่อนวัยเดียวกันได 8. การชวยเหลือ สงเสริม และพัฒนา 1. ผูศึกษาใหการปรึกษาแกนักเรียนเพื่อสรางแรงจูงใจในการเรียนและชวยฝกการอาน-เขียนของ นักเรียนบางเมื่อมีโอกาส 2. ผูศึกษาพูดคุยกับผูปกครอง เพื่อทําความเขาใจในการดูแลกับนักเรียนขณะอยูบานและเสริมสราง กําลังใจใหแกนักเรียน 3. ผูศึกษาขอความรวมมือกับผูสอนในการปรับพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนโดยใหครูผูสอนในแต ละรายวิชาชวยกันดูแล และชวยเหลือ เด็กชายวาซิลปตตานี เปนพิเศษ
  8. 8. 9. การติดตามผล 1. จากการสัมภาษณผูปกครองของนักเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนเมื่ออยูที่บาน พบวา นักเรียนเริ่มมีพฤติกรรมการเรียนที่ดีขึ้นนักเรียนเริ่มอานออกมาขึ้น แตการเขียนยังเหมือนเดิมเขียนไม คลองและยังเขียนผิดอยูมาก 2. จากการใหการปรึกษา พบวา นักเรียนใหความรวมมือดีในการตอบคําถาม และไดนําวิธีการตางๆ ไปใชเพื่อแกปญหาของตนอยางดี 3. จากการสังเกตและสัมภาษณครูผูสอนวิชาภาษาไทยพบวา นักเรียนมีพฤติกรรมการเรียนดีขึ้นเริ่ม อานไดมากขึ้น ในคําที่เมื่อกอนยังอานผิดอยู สังเกตจากการสอบอานในแตละครั้ง นักเรียนจะเริ่มอานคําที่ ยากๆไดมากขึ้น แตดานการเขียนยังมีการเขียนผิดอยูเหมือนเดิมแตตัวนักเรียนเองก็พยายามใหความรวมมือ กับครูผูสอนดี 4.จากการสังเกตและสัมภาษณเพื่อนๆของเด็กชายวาซิล ปตตานี พบวา นักเรียนเริ่มที่จะพยายามพูด กับเพื่อนในหองมากขึ้น แตมีบางบางครั้งที่ยังเงียบและไปเลนกับเพื่อนที่อายุนอยกวาอยูบาง 10. ขอเสนอแนะ 1. เนื่องจากฐานะของพอแมทางบานคอนขางยากจน พอแมของเด็กทําอาชีพรับจางทําใหรายได และเวลา ของการทํางานไมแนนอน ทําใหหลายครั้งที่เด็กชายวาซิล ปตตานี กลับจากโรงเรียนแบะตองอยูกับนองเพียง ลําพังแทนที่เด็กนักเรียนจะไดทําการบาน อานหนังสือ หรือเลนกับเพื่อนๆเหมือนเด็กคนอื่นๆ ดังนั้น พอแม ควรใหเวลาและเอาใจใสนักเรียนมากขึ้นโดยการพูดคุย ซักถามปญหานักเรียนบางวาในแตละวันไปโรงเรียน เปนอยางไรบาง ควรใหเวลาเด็กไดไปเลนกับเพื่อนๆบางหลังเลิกเรียน เพื่อเปนการผอนคลายจากการเรียนมา ทั้งวัน เมื่อมีเวลาในชวงกลางคืนพอแมควรที่จะสอนการบาน หรือสอนการอาน-เขียนใหแกเด็กนักเรียนบาง ไม จําเปนตองทุกวัน สัปดาหละ 2-3 ครั้ง รวมทั้งคอยติดตอประสานงานกับครูในโรงเรียนอยางใกลชิดทั้งในเรื่อง การเรียนและความประพฤติ 2. ครูแนะแนวควรหาโอกาสพูดคุยกับนักเรียน ซักถามปญหาตางๆของนักเรียนทั้งปญหาที่โรงเรียน และตอนที่นักเรียนอยูบานคอยใหกําลังใจและสนับสนุนในดานตางๆ เนนการจัดการเรียนการสอนแบบ กิจกรรมกลุมหรือจัดโปรแกรมเพื่อฝกใหนักเรียนสามารถที่จะอาน-เขียนคลอง และทํางานรวมกับเพื่อนๆในวัย เดียวกันได และติดตามผลอยางตอเนื่อง เพื่อสรางภูมิคุมกันใหนักเรียนดูแลตนเองอยางมีคุณภาพ
  9. 9. 3. ครูประจําวิชาในแตละรายวิชา ควรชวยดูแล สังเกต กระตุน และจูงใจใหนักเรียนเขารวมกิจกรรมตาง ๆ ภายในหองโดยเปดโอกาสใหนักเรียนไดแสดงความสามารถ มอบหมายงานใหรับผิดชอบและชื่นชมเมื่อทํา อะไรไดสําเร็จ ไมควรตําหนิการกระทําของนักเรียนตอหนาเพื่อนใหเกิดความอับอาย แตใชการตักเตือนเปน สวนตัวกับนักเรียน และไมใหความสนใจกับพฤติกรรมที่ไมเหมาะสม 4. ครูประจําชั้นมีความสําคัญมากในการที่จะชวยเหลือนักเรียนเนื่องจากเปนบุคคลที่ใกลชิด และไดรับ ความไววางใจ ดังนั้นครูประจําชั้นควรทําหนาที่ในการประสานงานกับผูที่เกี่ยวของอยางใกลชิด โดยโดยขอ ความรวมมือจากครูแนะแนว ครูผูสอน และครอบครัวในการแกปญหาตอไป
  10. 10. ภาคผนวก
  11. 11. สรุปขอมูลที่ไดจากการรวบรวมดวยเครื่องมือตางๆ 1. ระเบียนสะสม จากการศึกษาขอมูลจากระเบียนสะสม สรุปขอมูลได ดังนี้ ขอมูลสวนตัว ภูมิลําเนาเดิมเปนคน จังหวัดกระบี่ อายุ 10ป ลักษณะที่อยูอาศัยเปนบานตนเอง สภาพคอนขาง เกาและทรุดโทรมมาก คาใชจายมาโรงเรียนวันละ 30 บาท บานอยูหางจากโรงเรียนประมาณ 3 กิโลเมตรเคย ไดรับทุนการศึกษาประเภททุนยากจนของโรงเรียน ไมเคยหางานพิเศษทํา ไมคอยมีเพื่อนสนิทในหอง เขากับ เพื่อนวัยเดียวเดียวกันไมได เนื่องจากเปนคนเงียบขรึมอาน-เขียนไมคลอง ผลการการเรียนคอนขางต่ํามาก เวลาวางชอบเลนกับเด็กที่อายุนอยกวา ขอมูลครอบครัว บิดาอายุ 37 ป วุฒิการศึกษาจบชั้นประถมศึกษาปที่6อาชีพรับจางทั่วไปรายไดไมแนนอนแลวแต งานแตละวัน ประมาณ 4,000 บาท/เดือน มารดา อายุ 33 ป จบชั้นประถมศึกษาปที่6 อาชีพรับจางทั่วไป รายไดไมแนนอนแลวแตงานแตละวัน ประมาณ 4,000 บาท/เดือนมีพี่นอง 2คน เปนผูชาย1คนหญิง1 คน เด็กชายวาซิล ปตตานี เปนลูกคนโต ครอบครัวมีสมาชิก4 คนคือ พอ แมเด็กชายวาซิล ปตตานี และนองสาว ความสัมพันธในครอบครัวอบอุน มีการทะเลาะกันบาง ที่อยูอาศัยเปนบานตนเอง สภาพคอนขางเกาและทรุด โทรมมาก คนที่เด็กชายภูตะวัน ผิวดี ไวใจมากที่สุดคือนองสาวและนองชาย ขอมูลสุขภาพ สุขภาพกาย เปนคนสุขภาพแข็งแรง แตคอนขางตัวเล็ก เตี้ย และผอม สุขภาพจิต เปนคนไมคอยพูด เงียบขรึมไมคอยพูด สามารถปรับตัวเขากับเพื่อนไดเฉพาะบางกลุม ขอมูลการเรียน ประถมศึกษาปที่ 1/3โรงเรียนอุทยานศึกษา ผลการเรียนสะสม 2.10 ประถมศึกษาปที่ 2/3 โรงเรียนอุทยานศึกษา ผลการเรียนสะสม 2.07 ประถมศึกษาปที่ 3/3 โรงเรียนอุทยานศึกษา ผลการเรียนสะสม 2.17 ประถมศึกษาปที่ 4/3 โรงเรียนอุทยานศึกษา ผลการเรียนสะสม 2.13 2. การสังเกตและการบันทึกการสังเกต จากการสังเกตและบันทึกการสังเกต จํานวน 5 ครั้ง สรุปขอมูลไดดังนี้ พฤติกรรมทั่วไปเปนคนเงียบขรึม ไมคอยพูดจากับเพื่อนๆเพื่อนชวนคุย ชวนเลนสวนมากมักจะปฎิ เสธแตจะไปเลนและสนิทกับเด็กที่อายุนอยกวามากคือเด็กชั้นป.2หรือ ป.3 ทําใหเขากับเพื่อนในหองหรือรุน เดียวกันไมคอยได การแตงกายสะอาดระดับปานกลางอาจมีเลอะเทอะบางบางวัน อุปกรณการเรียนของ นักเรียนมีไมครบเนื่องจากครอบครัวฐานะคอนขางยากจน บางครั้งพามาแคสมุด แตไมมีปากกา งานบางชิ้น หรือรายงานที่ตองใชจายเงินเยอะในการทํานักเรียนก็จะไมมีสงเหมือนเพื่อน
  12. 12. การเรียนเกณฑอยูในระดับคอนขางออนมาก อานไมคลอง เขียนไมคลอง ทํางานชา บางครั้งก็ทํางาน ไมทันสงตามเวลาที่ครูกําหนด ในบางวิชาเนื่องจากตองมีการรวมทํากิจกรรมกับเพื่อนๆในหอง นักเรียนก็จะมี ความกังวลและคอนขางไมกลาแสดงออกไมวาจะเปนการเสนอความคิด การเปนผูนํา หรือแมแตการพูดหนา ชั้นเรียนเขาใจเนื้อหาที่ครูสอนไดยาก จนครูและเพื่อนๆตองชวยกันอธิบายยกตัวอยางจึงจะคอยๆเขาใจมากขึ้น 3. การสัมภาษณ จากการสัมภาษณนักเรียน สัมภาษณผูปกครอง สรุปขอมูลไดดังนี้ 3.1 สัมภาษณนักเรียน ครอบครัวมีฐานะยากจน รูสึกวาพอแมไมคอยมีเวลาใหตัวเองและนอง พอและแมชอบใหดูแลนอง หลังกลับจากโรงเรียน ทั้งๆที่ตัวเองอยากไปเลนกับเพื่อนๆบาง อิจฉาเพื่อนๆคนอื่นที่ไดไปเลนไปเที่ยว มีของดีๆ ใช แตตัวเองไมมี 3.2 สัมภาษณผูปกครอง เปนเด็กที่เงียบ ไมคอยพูดจาแมแตกับพอและแม จะพูดดวยก็ตอเมื่อมีการถาม หรือมีความจําเปนตอง พูดจริงๆ ทําใหบางครั้งตนเองและสามีก็ไมเขาใจวาลูกชายตองการอะไร และมีปญหาอะไรบางในแตละวัน ยอมรับวาตนเองไมคอยมีเวลาใหกับลูกเหมือนกับครอบครัวอื่นๆ เนื่องจากตนและสามีตองออกไปทํางาน รับจางทั่วไป เพื่อหาเงินมาใชจายภายในครอบครัวฐานะก็ยากจน และเมื่อตนเองและสามีไปทํางานนองๆอีก สองคนจึงจําเปนตองให เด็กชายวาซิล ปตตานี เปนคนดูนอง 4. การใหการปรึกษา จากการใหการปรึกษาจํานวน 4 ครั้ง สรุปขอมูลไดดังนี้ นักเรียนยอมรับวา ตนเองคอนขางเปนคนคิดมาก ชอบอยูตามลําพัง ตนเองเรียนคอนขางออนมาก อาน-ไม คลอง แตตนเองก็พยายามในการฝกอาน-และเขียนบาง เมื่อมีโอกาส แตทําไมเพื่อนๆอาน-เขียนไดคลอง ทํางานเร็ว และถูกตอง จนเองก็อยากจะเปนเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ตนเองอยากเลน พูดคุย รวมกิจกรรมตางๆ กับเพื่อนๆในหอง เพราะใกลจะจบแลว แตพอทํางานหรือเลนกับเพื่อนรวมหองก็มักจะเขากันไมได ตนเองก็หา สาเหตุไมได แตจะเลนกับเด็กอายุนอยกวาไดสนุกและมีความสุขกวา แตจะพยายามปรับปรุงตัวเองจะพยายาม ฝกอาน-เขียนใหมากขึ้นตรงไหนอานไมไดก็จะถามครูหรือเพื่อนๆ พยายามเลนกับเพื่อนรวมหองใหมากขึ้นแทน การเลนกับเด็กที่อายุนอยกวา
  13. 13. 5. แบบสอบถาม จากการทําแบบสอบถามใครเอย พบวานักเรียนไดรับการคัดเลือกในหัวขอตอไปนี้ยกตัวอยางมาจาก แบบสอบถาม 10 ขอ 5.1 แบบสอบถามใครเอย ไดรับเลือกจากเพื่อนในหัวขอ ดังนี้ คนที่ชอบชวยเหลือเพื่อนมากที่สุดในหองเรียน(ไดรับเลือกจากเพื่อน 7 คน) ใครเอยชอบนั่งเหมอลอยในชั้นเรียน (ไดรับเลือกจากเพื่อน 11 คน) ใครเอยชอบลอกการบานเพื่อน (ไดรับเลือกจากเพื่อน 7 คน) ใครเอยชอบเอางานขึ้นมาทําในเวลาเรียนบอยครั้ง(ไดรับเลือกจากเพื่อน 12 คน) ใครเอยไมตั้งใจเรียนมากที่สุดขณะที่ครูสอน(ไดรับเลือกจากเพื่อน 5 คน) ใครเอยไมนําอุปกรณการเรียนมาบอยครั้ง (ไดรับเลือกจากเพื่อน 15 คน) ใครเอยถูกครูตําหนิบอยครั้งที่สุด (ไดรับเลือกจากเพื่อน 10 คน) ใครเอยขี้อายมากที่สุด (ไดรับเลือกจากเพื่อน 15 คน) ใครเอยมีอารมณขันมากที่สุด (ไดรับเลือกจากเพื่อน 2 คน) ใครเอยแตงกายเรียบรอยมากที่สุดในชั้น(ไดรับเลือกจากเพื่อน 6 คน) 6. แบบสํารวจ จากแบบสํารวจเจตคติที่มีตอตนเอง พบวา เปนคนที่มีน้ําใจ ตองการการยอมรับ การดูแลเอาใจใส บางครั้งขาดความมั่นใจตนเอง และไมชอบอานหนังสือเรียน 7. แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ จากการทําแบบประเมินความฉลาดทางอารมณของกรมสุขภาพจิต สรุปขอมูลไดดังนี้ ความฉลาดทางอารมณ รวมคะแนนทุกดานไดเกณฑคะแนนต่ํากวา 40 คะแนน บงบอกวาเด็กจําเปนตองไดรับการพัฒนาความฉลาดทางอารมณในดานนั้นใหดียิ่งขึ้น ผูใหญ จําเปนตองชวยกันเอาใจใสพัฒนาความฉลาดทางอารมณเด็กอยางจริงจังและสม่ําเสมอ 8. การเยี่ยมบาน จากการเยี่ยมบาน สรุปขอมูลไดดังนี้ ที่พักอาศัยเปนบานปูนชั้นเดียวมี 1 หองนอน ทุกคนนอนรวมกัน คอนขางเกาและทรุดโทรม อยูเปนครอบครัวเดี่ยว ภายในบานไมคอยเปนระเบียบ มีสมาชิกในบาน 4 คน เด็กชายวาซิล ปตตานี ไมชอบ อานหนังสือ ทําการบาน ตองการใหโรงเรียนชวยดูแลเรื่องการเรียนและความประพฤติ
  14. 14. ภาคผนวก
  15. 15. หลักฐานการเก็บขอมูล
  16. 16. ข้อมูลจาก http://www.tmk.ac.th/sdq.html
  17. 17. สรุปผลการประเมินตอนที 1 ดาน อารมณ ปกติ ดาน ความประพฤติเกเร ปกติ ดาน พฤติกรรมไมอยูนิ่ง/สมาธิสั้น เสี่ยง ดาน ความสัมพันธกับเพื่อน เสี่ยง รวมทั้ง 4 ดาน มีปญหา ดาน ความสัมพันธภาพทางสังคม มีจุดแข็
  18. 18. ข้อมูลจาก http://rajanukul.go.th/iqeq/index.php?mode=test&group=3 การแปลผล

×