Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
CUPress
1,265 views
9789740329602
การสำรวจทางวิศวกรรม 1
Education
◦
Read more
1
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 15 times
1
/ 10
2
/ 10
3
/ 10
4
/ 10
5
/ 10
6
/ 10
7
/ 10
8
/ 10
9
/ 10
10
/ 10
More Related Content
PPT
บทที่ 1 บทนำสู่การสำรวจรังวัด
by
Chattichai
PPT
01 หลักการของงานสำรวจ
by
Nut Seraphim
PDF
Leap Second การปรับเวลาเพิ่มขึ้น 1 วินาที
by
NIMT
PDF
First Week
by
wirotela
PDF
เอกสารประกอบการเรียน ( ชุดที่ 5 )451 file
by
saintja
PDF
9789740335443
by
CUPress
PPT
11
by
Sachin Sharma
PPTX
презентация смены
by
Виктор Соколов
บทที่ 1 บทนำสู่การสำรวจรังวัด
by
Chattichai
01 หลักการของงานสำรวจ
by
Nut Seraphim
Leap Second การปรับเวลาเพิ่มขึ้น 1 วินาที
by
NIMT
First Week
by
wirotela
เอกสารประกอบการเรียน ( ชุดที่ 5 )451 file
by
saintja
9789740335443
by
CUPress
11
by
Sachin Sharma
презентация смены
by
Виктор Соколов
Similar to 9789740329602
PDF
หลักการเบื้องต้นการรับรู้จากระยะไกล บทที่ 1
by
KruNistha Akkho
PDF
ใบความรู้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์
by
krunimsocial
PPT
แผนที่ (Map)
by
Prach Phakphasuk
PDF
Knownledge Gis
by
tanakorntanat
PPT
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์
by
nasomyon13
PDF
9789740332930
by
CUPress
PDF
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
by
PraewfulWonderwonder WonderfulWonderwonder
PDF
เล่มที่ 1เผยแพร่
by
Tay Chaloeykrai
PDF
Gis
by
Praewful
PDF
เทคโนโลยีการสำรวจด้านธรณีวิทยา โยธาสาร23
by
Theera Laphitchayangkul
PPTX
Remote Sensing
by
Athiwat Phinyoyang
PPT
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์2
by
nasomyon13
PDF
การคำนวณปรับแก้สำหรับการแปลงพิกัด
by
Chokchai Puatanachokchai
PDF
2 remote sensing(ppt)
by
saintja
PPT
ชุดที่ 13แผนที่ เข็มทิศ
by
mungmat
DOC
แนวคิดเกี่ยวกับแผนที่
by
Freedom Soraya
PDF
Syllabus 832373
by
wirotela
PPT
Example of gis&rs applications
by
Prapaporn Boonplord
PDF
SMMS 53 R S Software
by
Sunt Uttayarath
PDF
คู่มือ58170038
by
Bongkotporn Jachernram
หลักการเบื้องต้นการรับรู้จากระยะไกล บทที่ 1
by
KruNistha Akkho
ใบความรู้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์
by
krunimsocial
แผนที่ (Map)
by
Prach Phakphasuk
Knownledge Gis
by
tanakorntanat
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์
by
nasomyon13
9789740332930
by
CUPress
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
by
PraewfulWonderwonder WonderfulWonderwonder
เล่มที่ 1เผยแพร่
by
Tay Chaloeykrai
Gis
by
Praewful
เทคโนโลยีการสำรวจด้านธรณีวิทยา โยธาสาร23
by
Theera Laphitchayangkul
Remote Sensing
by
Athiwat Phinyoyang
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์2
by
nasomyon13
การคำนวณปรับแก้สำหรับการแปลงพิกัด
by
Chokchai Puatanachokchai
2 remote sensing(ppt)
by
saintja
ชุดที่ 13แผนที่ เข็มทิศ
by
mungmat
แนวคิดเกี่ยวกับแผนที่
by
Freedom Soraya
Syllabus 832373
by
wirotela
Example of gis&rs applications
by
Prapaporn Boonplord
SMMS 53 R S Software
by
Sunt Uttayarath
คู่มือ58170038
by
Bongkotporn Jachernram
More from CUPress
PDF
9789740336907
by
CUPress
PDF
9789740336440
by
CUPress
PDF
9789740337027
by
CUPress
PDF
9789740336457
by
CUPress
PDF
9789740337737
by
CUPress
PDF
9789740337560
by
CUPress
PDF
9789740336099
by
CUPress
PDF
9789740336280
by
CUPress
PDF
9789740336242
by
CUPress
PDF
9789740336389
by
CUPress
PDF
9789740337072
by
CUPress
PDF
9789740337102
by
CUPress
PDF
9789740337478
by
CUPress
PDF
9789740336365
by
CUPress
PDF
9789740336914
by
CUPress
PDF
9789740336686
by
CUPress
PDF
9789740337096
by
CUPress
PDF
9789740336235
by
CUPress
PDF
9789740336303
by
CUPress
PDF
9789740337270
by
CUPress
9789740336907
by
CUPress
9789740336440
by
CUPress
9789740337027
by
CUPress
9789740336457
by
CUPress
9789740337737
by
CUPress
9789740337560
by
CUPress
9789740336099
by
CUPress
9789740336280
by
CUPress
9789740336242
by
CUPress
9789740336389
by
CUPress
9789740337072
by
CUPress
9789740337102
by
CUPress
9789740337478
by
CUPress
9789740336365
by
CUPress
9789740336914
by
CUPress
9789740336686
by
CUPress
9789740337096
by
CUPress
9789740336235
by
CUPress
9789740336303
by
CUPress
9789740337270
by
CUPress
9789740329602
1.
บทที่ 1
บทนําการสํ ารวจรังวัด (Introduction to Surveying) 1.1 นิยามการสํารวจ การสารวจ (surveying) คือ ศาสตร์ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิคในการหาตาแหน่ง หรือการ ํ ํ กาหนดตาแหน่งต่าง ๆ ที่อยู่เหนือ บน และใตผิวโลก ดวยวิธีการระบุตาแหน่งเชิ งสัมพทธ์ (relative ํ ํ ้ ้ ํ ั ้ positioning) หรื อตําแหน่งเชิงสัมบูรณ์ (absolute positioning) โดยเทคโนโลยีที่กาวหน้าด้านต่าง ๆ ของ การสํ า รวจในปั จ จุ บ ัน ท ํา ให้ ก ารสํ า รวจเป็ นศาสตร์ ที่ มี ล ัก ษณะพิ เ ศษ มี ค วามซับ ซ้ อ นและมี ก าร ประยกตใชในดานต่าง ๆ มากมาย ต้ งแต่การไดมาซ่ ึ งขอมูลเชิงตาแหน่ง (spatial data) รวมไปถึงการ ุ ์ ้ ้ ั ้ ้ ํ บริ หารจัดการขอ มูลประกอบต่าง ๆ ที่มีความสัมพนธ์เกี่ยวของกับขอมูลเชิงตาแหน่งน้ ัน ซึ่ งข้อมูล ้ ั ้ ้ ํ ประกอบเหล่าน้ ี เรียกว่า ขอมูลอรรถาธิบาย (attribute data) หรือขอมูลชนิดไม่มีตาแหน่ง (non-spatial ้ ้ ํ data) ดวยระบบภูมิสารสนเทศ (Geographic Information System, GIS) ดังนั้น จึงใช้ชื่อ “Geomatics” ้ หรื อ “Geospatial Engineering” แทนคํา “Surveying” ในปัจจุบน ั คํา Geomatics ยงมิไดมีการบญญติศพทที่เหมาะสมข้ ึนเป็นภาษาไทย จึงจะใชการทับศัพท์ ั ้ ั ั ั ์ ้ โดยตรงคือ “จีออเมติกส์” ซ่ ึ งมีความหมายถึง การวดสิ่งต่าง ๆ ของโลก (measurement of the earth) ั เป็ นคําที่มีความหมายกว้างขวางรวมเอาแขนงวิชาการทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับการวัดเพื่อจัดเก็บข้อมูล (data acquisitions) เช่น การสารวจดวยภาพถ่ายทางอากาศ (photogrammetry) การสารวจระยะไกล (remote ํ ้ ํ sensing) การรังวดดวยดาวเทียม (Global Navigation Satellite System, GNSS) การสารวจภาคพ้ืนดิน ั ้ ํ (ground surveys) การสํารวจชลศาสตร์ (hydrographic surveys) เป็ นต้น การสารวจรังวัด หมายถึง การวัดหาค่าตาแหน่งพิกดซ่ ึ งเป็นค่าพิกด 3 มิติ (x,y,h) หรืออยางนอย ํ ํ ั ั ่ ้ เป็นค่าพิกดทางราบแบบ 2 มิติ (x,y) ซึ่ งคํานวณได้จากขอมูลที่รังวดไดในสนาม ไดแก่ ทิศทาง ระยะ ั ้ ั ้ ้ ระหว่างจุดสองจุดและมุมระหว่างทิศทางแต่ละทิศ โดยการใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม ซึ่ ง ทฤษฎีพ้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการสํารวจรังวัดจะกล่าวในหนงสือเล่มน้ ี อยางไรก็ตาม ความกาวหนาทาง ื ั ่ ้ ้ เทคโนโลยีท้ ง เครื่ อ งมือ และวิธีก ารใหม่ ๆ เกิ ดข้ ึ น อยู่ต ลอดเวลา ผูศึก ษาต ้องติด ตามข่าวสารอย่า ง ั ้ ต่อเนื่องและสมํ่าเสมอ เพื่อให้สามารถเลือกใช้เครื่ องมือและวิธีการที่เหมาะสมกับความถูกต้องที่ตองการ้
2.
2
การสารวจทางวิศวกรรม 1 ํ 1.2 ประวตการสํารวจ ั ิ เท่าที่ได้มีการบนทึกในประวติศาสตร์ พบว่ามีการนําหลกการสารวจมาใชต้ งแต่ 1,400 ปี ก่อน ั ั ั ํ ้ ั คริสต์ศกราชโดยชาวอียิปต์ในการแบ่งแปลงที่ดินเพื่อการจดเก็บภาษี และก่อนคริสต์ศกราช 120 ปี ั ั ั ชาวกรีกไดมีการคิดคนศาสตร์ทางดานตรีโกณมิติข้ ึน เพื่อใชในการแบ่งแปลงที่ดินใหมีความถูกตองที่ดี ้ ้ ้ ้ ้ ้ ข้ ึน มีการสร้างเครื่องมือสารวจข้ ึนมาชิ้นแรกเรียกว่า ไดออปทรา (dioptra, รู ปที่ 1.1 (ก)) รวมท้ งไดมี ํ ั ้ ํ ํ ั การกาหนดข้ นตอนในการสารวจ เพื่อใชเ้ ป็นแนวทางเดียวกนในสมยน้ น และไดมีการพฒนาการสารวจ ั ั ั ้ ั ํ ่ ้ ั ั ั ู้ ั ั อยางเห็นไดชดในสมยโรมน ผที่เป็นที่รู้จกกนดีในตนศตวรรษ คือ Frontinus ในยุคนี้ได้มีการผลิต ้ เครื่ องมือสํารวจสําหรับงานก่อสร้างที่เรี ยกว่า โกรมา (groma, รู ปที่ 1.1 (ข)) (ก) Dioptra (ภาพจาก http://www.catastro.gub.uy) (ข) Groma (ภาพจาก http://mitglied.lycos.de) รู ปที่ 1.1 เครื่องมือสารวจ dioptra และ groma ํ ค.ศ. 1800 เป็นยคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางดานอุตสาหกรรม ความสาคญของการกาหนดเขต ุ ้ ํ ั ํ ที่ดิน การพฒนาปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค เช่น ทางรถไฟ คลองส่งน้ า ถนน ฯลฯ มีมากข้ ึน จึงทําให้ ั ํ การสารวจมีบทบาทเพิ่มข้ ึน และไดมีการพฒนาเครื่องมือสารวจที่ให้ความถูกตองดีข้ ึน ที่สาคญไดมีการ ํ ้ ั ํ ้ ํ ั ้ พฒนาศาสตร์ของการสารวจข้ ึนเป็นระบบแบ่งเป็นการสารวจบนพ้ืนระนาบ (plane surveying) และการ ั ํ ํ สารวจข้นสูง (geodetic surveying) เกิดขึ้นด้วย ํ ั
3.
บทนําการสํารวจ
3 ปัจจุบนการสารวจไดเ้ ขามาเกี่ยวของกบทุก ๆ สิ่งใกลตวมนุษยมากข้ ึน เนื่องมาจากขอมูลส่วน ั ํ ้ ้ ั ้ ั ์ ้ ใหญ่ที่ใชกนในชีวิตประจาวนน้ น หากพิจารณาแลวจะเห็นว่า จะมีความสัมพนธ์กบขอมูลที่ตองทราบ ้ ั ํ ั ั ้ ั ั ้ ้ ต า แหน่ ง ว่ า อยู่ที่ ใดด้ว ย ประกอบกับการพ ฒ นาทางด้า นเทคโนโลยีค อมพิ ว เตอร์ แ ละสารสนเทศ ํ ั ความสามารถทางดานการประมวลผลภาพกราฟิก ทาให้ผลที่ไดจากการสารวจไดถูกนาไปใชงานอยาง ้ ํ ้ ํ ้ ํ ้ ่ กวางขวาง จากเดิมที่ใชในงานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมเพื่อการออกแบบและก่อสร้างแลว ยงถูก ้ ้ ้ ั นําไปใช้ในการบริ หารจัดการทั้งในภาพรวมทุกระดับเป็ นระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ดวย ้ 1.3 ประเภทการสํ ารวจ 1.3.1 ลักษณะงานสํ ารวจ โดยทวไปงานสารวจจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามความละเอียดถูกตองของการวด ั่ ํ ้ ั และการคํานวณ คือ 1.3.1.1 งานสํ ารวจขั้นสู ง (Geodetic Surveys) เป็นงานสํารวจที่มีความละเอียดถูกตองสูง และคานึงถึงรูปร่างสัณฐานของ ้ ํ โลกหรือความโคงของผิวโลก (earth curvature) เขามาเกี่ยวของดวย จะใชกบพ้ืนที่ขนาดใหญ่ ดงน้ น ้ ้ ้ ้ ้ ั ั ั การคานวณต่าง ๆ จึงอยบนผิวโคง ซ่ ึ งจะใชผิวทรงรี (ellipsoid) ที่เหมาะสมแทนสัณฐานของโลกในแต่ ํ ู่ ้ ้ ละพื้นที่ 1.3.1.2 งานสํ ารวจบนพืนระนาบ (Plane Surveys) ้ เป็ นงานสํ า รวจที่ ใ ช้ส มมติ ฐ านว่ า พ้ื น ที่ ที่ ท ํา การสํ า รวจเป็ นพ้ื น ระนาบ ดังนั้น การคานวณจึงสามารถใช้สูตรทางเรขาคณิตบนพ้ืนระนาบในการคานวณได้ ทาให้ง่ายต่อการ ํ ํ ํ ั ทํางานโดยจะใช้กบพื้นที่ขนาดเล็กซึ่งความโค้งของผิวโลกไม่มีผลกระทบ 1.3.2 ชนิดงานสํารวจ งานสํารวจยังสามารถแบ่งชนิดของงานได้ตามเฉพาะเรื่ อง ๆ ได้ ดังนี้ 1.3.2.1 งานสํ ารวจรังวัดควบคุม (Control Surveys) คือ งานสํารวจเพื่อการจดสร้างโครงข่ายหมุดหลกฐานทางราบ (horizontal ั ั ั ั ่ control points) และหมุดหลกฐานทางดิ่ง (vertical control points) หรือเป็นท้ งสองอยาง (full control points) ใชเป็นหมุดอางอิงสาหรับงานสารวจอื่น ๆ ้ ้ ํ ํ
4.
4
การสารวจทางวิศวกรรม 1 ํ 1.3.2.2 งานสํ ารวจภูมิประเทศ (Topographic Surveys) คือ งานสํารวจเพื่อหาตาแหน่งของสิ่งต่าง ๆ บนผิวโลก ไม่ว่าจะเป็นส่ิ งที่ ํ ปรากฏในธรรมชาติหรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ รวมท้ งค่าระดบความสูงของพ้ืนที่ และนามาเขียนเป็นแผน ั ั ํ ที่ภูมิประเทศ (topographic map) 1.3.2.3 งานสํ ารวจแปลงทีดน (Cadastral Surveys) ่ ิ คือ งานสํารวจเพื่อกาหนดแนวเขต หรือขอบเขตที่ดิน เพื่อจดทากรรมสิทธ์ ิ ํ ั ํ ที่ดินตามกฎหมาย 1.3.2.4 งานสํ ารวจทางวิศวกรรม (Engineering Surveys) คือ งานสํารวจที่เกี่ยวของกบงานทางดานวิศวกรรมโครงการต่าง ๆ ได้แก่ ้ ั ้ การวางผ ง การให้ แ นว การวางต า แหน่ ง สิ่ ง ปลู ก สร้ า งตามการออกแบบ รวมท้ ัง การสํา รวจเก็ บ ั ํ รายละเอียดสภาพความเป็นจริงหลงจากการดาเนินงานก่อสร้างเสร็จแลว เพื่อจดทาแบบข้ นสุดทายที่ ั ํ ้ ั ํ ั ้ เรี ยกว่า “แบบก่อสร้าง” (as-built drawings) 1.3.2.5 การสํ ารวจชลศาสตร์ (Hydrographic Surveys) คือ งานสํา รวจขอบเขตชายฝั่ ง ทะเล ความลึ ก ท้อ งน้ ํา ต่ า ง ๆ ไม่ ว่า จะเป็ น แม่น้ า ลําคลอง ทะเลสาบ อ่างเก็บนํ้า ทะเลและมหาสมุทร เพื่อจัดทําแผนที่ร่องนํ้าใช้ในการเดินเรื อ ํ 1.3.2.6 การสํ ารวจเส้ นทาง (Route Surveys) คือ งานสํารวจเพื่อการออกแบบก่อสร้างประเภทเส้นทางต่าง ๆ เช่น ถนน คลองส่ งนํ้า อุโมงค์ การวางท่อ เป็ นต้น 1.3.2.7 การสํ ารวจเหมืองแร่ (Mine Surveys) คื อ งานสํารวจสําหรั บการทาเหมือง ไม่ว่าจะเป็นเหมืองเปิดบนดิน หรื อ ํ เหมืองใตดิน้ 1.3.2.8 การสํ ารวจงานอุตสาหกรรม (Industrial Surveys) คือ งานสํารวจที่ตองการความละเอียดถูกตองสูงมากในการติดต้ งเครื่องมือ ้ ้ ั อุปกรณ์ต่าง ๆ หรื อเครื่ องจักรทางด้านอุตสาหกรรมเพื่อการผลิต 1.4 ชั้นความถูกต้ องงานสํารวจ คุณภาพของการรังวัดในงานสํารวจ เพื่อใหไดผลลพธ์ที่สามารถนาไปใชงานตามที่ตองการเป็น ้ ้ ั ํ ้ ้ สิ่งสาคญอยางยง เมื่อกล่าวถึงคุณภาพงานรังวดโดยทวไปจะกล่าวถึง ความถูกตองเชิงตาแหน่ง (spatial ํ ั ่ ิ่ ั ั่ ้ ํ
5.
บทนําการสํารวจ
5 accuracy) โดยไดมีการแบ่งระดบความถูกตองไว ้ 3 ระดบช้ นงาน ซ่ ึ งจะระบุถึงเครื่องมือ กรรมวิธี การ ้ ั ้ ั ั ตรวจสอบผลการรัง วดที่ต ้องปฏิบติต ามช้ ันงานที่ใช้สําหรั บแต่ ละประเภทงาน และผลสุ ดทา ยตอ ง ั ั ้ ้ ตรวจสอบผลการรังวดที่ไดปฏิบติตามขอกาหนดแลวน้ น ว่าอยในเกณฑกาหนดของช้ นงานน้ นหรือไม่ ั ้ ั ้ ํ ้ ั ู่ ์ ํ ั ั ท้ งน้ ี ไดมีการกาหนดรายละเอียดช้ นงานตามมาตรฐานของหน่วยงาน Federal Geodetic Control ั ้ ํ ั Committee (FGCC) ได้แก่ 1.4.1 ระดับช้ันงานหนึ่ง (First Order) เป็นมาตรฐานสูงสุดที่ใชในการควบคุมคุณภาพของงานรังวดในระดบโครงข่ายหมุด ้ ั ั ควบคุมท้ งทางราบและทางดิ่ง (horizontal and vertical control network) ของประเทศ จงหวด หรือเมือง ั ั ั รวมทั้งงานวิจยด้านต่าง ๆ ั 1.4.2 ระดับช้ันงานสอง (Second Order) เป็นมาตรฐานรองลงมาจากช้ นงานที่หน่ ึงใชในการขยายหรือเพิ่มจานวนหมุดควบคุม ั ้ ํ ทางราบและทางดิ่งจากหมุดชั้นงานที่หนึ่ง เพื่อใช้เป็ นหมุดควบคุมสําหรับพื้นที่ที่เล็กกว่าเมือง 1.4.3 ระดับช้ันงานสาม (Third Order) เป็นมาตรฐานที่ต่าที่สุดซ่ ึ งใชสําหรับงานโครงการพ้ืนที่เล็ก ๆ หรืองานก่อสร้างทาง ํ ้ สถาปัตยกรรมและวิศวกรรม 1.5 สั ณฐานโลก (Earth Shape) สั ณ ฐานของโลกมี ค วามสํา ค ญ กับ งานสํา รวจที่ ต ้อ งท า ความเข ้า ใจ จึ ง จะสามารถค า นวณ ั ํ ํ ตาแหน่งที่อยู่บนผิวโลกไดอย่างถูกตอง เป็นที่ทราบกนว่า โลกมีสัณฐานค่อนขางเป็นรูปทรงกลมซ่ ึ ง ํ ้ ้ ั ้ แบนหรือยุบตวบริเวณข้ วโลก และผิวโลกมีลกษณะรูปร่างไม่แน่นอน สูง ๆ ต่า ไม่ราบเรียบ ความลาด ั ั ั ํ ชนไม่สม่าเสมอ ดงน้ น การที่จะระบุว่าโลกมีรูปร่างสัณฐานเป็นอย่างไรน้ ันกระทาไดยาก สําหรับ ั ํ ั ั ํ ้ ศาสตร์ทางด้านการสํารวจได้นิยามสัณฐานของโลกไว้ 3 ลักษณะ (รู ปที่ 1.2) คือ 1.5.1 สัณฐานโลกทางกายภาพ (Terrestrial Surface) หมายถึง เส้นขอบเขตระหว่างผิวดินหรือผิวน้ ากบอากาศรอบผิวโลก เป็นลกษณะที่ ํ ั ั ปรากฏจริ งของผิวโลก ไม่สามารถนิย ามรูปร่ างได้ด้ว ยรูปทรงทางเรขาคณิต หรื อ แบบจ าลองทาง ํ คณิ ตศาสตร์
6.
6
การสารวจทางวิศวกรรม 1 ํ 1.5.2 สั ณฐานโลกจีออยด์ (Geoid) คือ สัณฐานของโลกที่เกิดจากการจินตนาการพ้ืนผิวของน้ าทะเลมหาสมุทรแผ่ขยาย ํ ต่อเนื่องเขาไปในแผนดินเป็นพ้ืนผิวเดียวกนทวโลก โดยที่ทุก ๆ จุดบนพ้ืนผิวน้ นมีค่าศกยภาพแรงโนม ้ ่ ั ั่ ั ั ้ ถ่วงเท่ากน โดยจะใชเ้ ป็นผิวของน้ าทะเลที่กาหนดค่าระดบเฉลี่ยเท่ากบ 0 เมตร ซึ่ งผิวดังกล่าวยงคงมี ั ํ ํ ั ั ั ลักษณะไม่ราบเรี ยบ แบบจําลองที่ได้จึงไม่สะดวกและยากที่จะใช้ในการคํานวณ 1.5.3 สั ณฐานโลกรูปทรงรี (Ellipsoid) คือ การใช้รู ปทรงรี ซ่ ึ งมีรูป ทรงใกล้เคียงกับจีออยด์ม ากที่สุดเป็นสัณฐานของโลก รูปทรงรีน้ ี เกิดจากการหมุนของวงรีรอบแกนส้ ัน ทาให้สามารถใชแบบจาลองทางคณิตศาสตร์ในการ ํ ้ ํ คํานวณปริ มาณต่าง ๆ ได้ เรี ยกว่า “พื้นหลักฐาน” (datum) มีการใชกนแพร่หลายและมีหลายพ้ืนหลกฐาน ้ ั ั สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ รู ปที่ 1.2 สัณฐานของโลก 1.5.3.1 รู ปทรงรีภูมิสัณฐาน (Terrestrial Ellipsoid) คือ รูปทรงรีพ้ืนหลกฐานที่ใชอางอิงแทนลูกโลก ซ่ ึ งจะมีจุดศูนยกาเนิดอย่ที่ ั ้ ้ ์ ํ ู ั จุดใจกลางโลก และแกนหมุนสมมาตรขนานกบแกนหมุนเฉลี่ยของโลก ดงน้ น ทุก ๆ จุดบนผิวโลกจะ ั ั ่ อยูในระบบอ้างอิงเดียวกัน
7.
บทนําการสํารวจ
7 รู ปทรงรีภูมิภาค (Best-fitting Ellipsoid) 1.5.3.2 คื อ รู ป ทรงรี พ้ื น หล ัก ฐานที่ ใ ช้เ ฉพาะบริ เ วณหน่ ึ งในระดับ ภู มิ ภ าคหรื อ ระดบประเทศ โดยเป็นรูปทรงรีที่มีพ้ืนผิวใกลเ้ คียงกบพ้ืนผิวจีออยดในบริเวณน้ น ดงน้ น ตาแหน่งของ ั ั ์ ั ั ั ํ ั จุดจะมีความสัมพันธ์กนเฉพาะพื้นที่ที่ใช้พ้ืนหลักฐานเดียวกันเท่านั้น การเชื่อมโยงไปยังพื้นหลักฐานอื่น ทําได้ดวยวิธีการแปลงพื้นหลักฐาน ้ 1.6 การวดในงานสํารวจ (Measurements in Surveying) ั C (Vertical Distance) A ระยะดิ่ง ียง ) ยะเอistance ระ e D ิ่ง (Slo p มุมด l Angle) บน le) tica ุมดtิ่งh Ang ม ni (Ver B (Ze ระยะราบ nce) Dista (Horizontal O มุมราบ (Horizontal Angle) รู ปที่ 1.3 การวัดในงานสํารวจ รู ปที่ 1.3 เมื่อจุด O เป็นตาแหน่งอางอิง และจุด C เป็นตาแหน่งที่สนใจ การวดในงานสารวจ ํ ้ ํ ั ํ ภาคสนาม ปริ มาณที่วดได้ประกอบด้วยปริ มาณต่าง ๆ ดังนี้ คือ ั 1) ระยะเอียง (slope distance, OC) 2) ระยะราบ (horizontal distance, OB) 3) ระยะดิ่ง (vertical distance, CB) 4) มุมราบ (horizontal angle) 5) มุมดิ่ง (vertical angle) 6) มุมดิ่งบน (zenith angle) จากรู ปจะเห็นว่า ปริมาณดงกล่าวแต่ละปริมาณจะมีลกษณะเป็นองคประกอบซ่ ึ งกนและกน คือ ั ั ์ ั ั สามารถคํานวณได้จากปริ มาณอื่นโดยอาศัยความสัมพันธ์ทางตรี โกณมิติ
8.
8
การสารวจทางวิศวกรรม 1 ํ 1.7 หน่ วยการวัด (Units of Measurement) ขนาดของปริมาณต่าง ๆ ที่วดไดดงกล่าวในหวขอที่ 5 จะมีหน่วยกากบการทางานทุกคร้ ัง การ ั ้ ั ั ้ ํ ั ํ ทางานในปัจจุบนเป็นยุคของการทางานร่วมกน (collaborative working) ทาให้ตองมีการแลกเปลี่ยน ํ ั ํ ั ํ ้ ขอมูลซ่ ึ งกนและกน จึงจาเป็นที่ตองทราบถึงระบบการวดต่าง ๆ ที่ใชกนทวโลก รวมท้ งความสัมพนธ์ ้ ั ั ํ ้ ั ้ ั ั่ ั ั ั ระหว่างระบบการวัด เพื่อการแปลงหน่วยเหล่านี้ไปมา ระบบหน่วยการวัดที่ใช้กนโดยทัวไป ได้แก่ ่ 1.7.1 หน่วยความยาว (Length) 1.7.1.1 ระบบเมตริก (Metric System) 10 มิลลิเมตร (millimeters) = 1 เซนติเมตร (centimeter) 10 เซนติเมตร (centimeters) = 1 เดซิ เมตร (decimeter) 10 เดซิ เมตร (decimeters) = 1 เมตร (meter) 10 เมตร (meters) = 1 เดคาเมตร (decameter) 10 เดคาเมตร (decameters) = 1 เฮกโตเมตร (hectometer) 10 เฮกโตเมตร (hectometers) = 1 กิโลเมตร (kilometer) 1,000 เมตร (meters) = 1 กิโลเมตร (kilometer) 1.7.1.2 ระบบอังกฤษ (Imperial System) 12 นิ้ว (inches) = 1 ฟุต (foot) 3 ฟุต (feet) = 1 หลา (yard) 22 หลา (yards) = 1 เชน (chain) 10 เชน (chains) = 1 เฟอลอง (furlong) 8 เฟอลอง (furlongs) = 1 ไมล์ (mile) 5,280 ฟุต (feet) = 1 ไมล์ (mile) 1,760 หลา (yards) = 1 ไมล์ (mile) 1.7.1.3 ระบบไทย (Thai System) 2 คืบ = 1 ศอก 4 ศอก = 1 วา 20 วา = 1 เส้น 400 เส้น = 1 โยชน์
9.
บทนําการสํารวจ
9 1.7.1.4 การเทียบหน่ วย 1 นิ้ว (inch) = 2.54 เซนติเมตร (centimeters) 1 ฟุต (foot) = 30.48 เซนติเมตร (centimeters) 1 ไมล์ (mile) = 1.609344 กิโลเมตร (kilometers) 1 วา = 2 เมตร (meters) 1 เมตร (meter) = 2 ศอก 1 กิโลเมตร (kilometer) = 25 เส้น 1.7.2 หน่ วยมุม (Angle) 1.7.2.1 ระบบองศา (Degree System) ระบบองศา คือ การแบ่ ง ช่ อ งรอบวงกลมที่ มี จุ ด ศูน ย ์ก ลางวงกลมเป็ นจุ ด รองรับขนาดมุม โดยแบ่งออกเป็ น 360 ช่อง เรียกช่องละ 1 องศา (degree) และ 1 องศา แบ่งขีดย่อยอีก 60 ช่อง เรียกช่องละ 1 ลิปดา (minute) และแบ่งขีดย่อยอีก 60 ช่อง เรียกช่องละ 1 พิลิปดา (second) การ แสดงหน่วยระบบองศาสามารถแสดงได้ 2 วิธี คือ 1) ระบบเลขฐานสิบ (decimal system) เป็นการแสดงในรูปทศนิยมหน่วย องศาอย่างเดียว เช่น 28.23454325 องศา เป็ นต้น 2) ระบบเลขฐานหกสิบ (sexagesimal system) เป็ นการแสดงในรูปของ องศา ลิปดา และ พิลิปดา โดยที่หน่วยพิลิปดาจะเขียนเป็นเลขฐานสิบ เช่น 28 14 ' 04.36" จะเขียนในรูป o เลขฐานหกสิ บลักษณะของทศนิยม ได้เป็ น 28.140436 ซึ่งมักจะใช้ในการแสดงผลในระบบโปรแกรม 1.7.2.2 ระบบเกรด (Centesimal System) ระบบเกรด คือ การแบ่งช่องรอบวงกลมท้ งหมด 400 ช่อง เรียกช่องละ 1 ั เกรด หรื อ กอน (gon) และแบ่งเป็นช่องยอยอีก 100 ช่อง เรี ยกว่า “Centesimal Minute” แต่ละช่องยงแบ่ง ่ ั อีก 100 ช่อง เรี ยกว่า “Centesimal Second” 1.7.2.3 ระบบเรเดยน (Radian System) ี ระบบเรเดียน คือ ระบบที่มุมรอบวงกลมที่มีค่าเท่ากับ 2π เรเดียน โดยที่ π = 3.1415926535897932 1.7.2.4 ระบบทางทหาร (Military System) ระบบทางทหาร คือ ระบบที่มุมรอบวงกลมมีค่าเท่ากับ 6,400 มิล (mils)
10.
10
การสารวจทางวิศวกรรม 1 ํ 1.7.2.5 การเทียบหน่ วย 1 องศา (degree) = 1.11111 กอน (gons) 1 1 พิลิปดา (second) = เรเดียน (radians) 206265 1.7.3 หน่ วยพืนที่ (Area) ้ 1.7.3.1ระบบเมตริก (Metric System) 100 ตารางมิลลิเมตร (sq. mm) = 1 ตารางเซนติเมตร (sq. cm) 10,000 ตารางเซนติเมตร (sq. cm) = 1 ตารางเมตร (sq. meter) 100 ตารางเมตร (sq. meters) = 1 เอเคอร์ (are) 100 เอเคอร์ (Ares) = 1 เฮกตาร์ (hectare) 10,000 (sq. meters) = 1 เฮกตาร์ (hectare) 100 เฮกตาร์ (hectares) = 1 ตารางกิโลเมตร (sq. kilometer) 1,000,000 ตารางเมตร (sq. meters) = 1 ตารางกิโลเมตร (sq. kilometer) 1.7.3.2 ระบบอังกฤษ (Imperial System) 144 ตารางนิ้ว (sq. inches) = 1 ตารางฟุต (square foot) 9 ตารางฟุต (sq. feet) = 1 ตารางหลา (square yard) 4,840 ตารางหลา (sq. yards) = 1 เอเคอร์ (acre) 640 เอเคอร์ (acres) = 1 ตารางไมล์ (square mile) 1.7.3.3 ระบบไทย (Thai System) 100 ตารางวา = 1 งาน 4 งาน = 1 ไร่ 1.7.3.4 การเทียบหน่ วย 1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร 1 ไร่ = 1,600 ตารางเมตร 625 ไร่ = 1 ตารางกิโลเมตร 1 ตารางเมตร = 10.76 ตารางฟุต 1 ตารางกิโลเมตร = 0.3861 ตารางไมล์ 1 ตารางกิโลเมตร = 247.1 เอเคอร์ 1 ตารางไมล์ = 640 ตารางเมตร
Download