จุดสิ้นสุ ด...ของการเริ่มต้น บนเส้ นทางของครุวจย
                                                                         ิั
                                                  นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ โรงเรี ยนนนทรี วิทยา
                                                  E-mail : magnegis@hotmail.com
                                                  ศูนย์ครุ วิจยนวัตกรรมและการจัดการเทคโนโลยีอาหาร
                                                              ั
                                                  มหาวิทยาลัยศิลปากร

         หลังจากที่ สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจย (สกว.)
                                                ั
ได้ประกาศรับสมัครครู เข้าร่ วมโครงการ “ครุวจย สกว.”
                                           ิั
ซึ่งมีวตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของครู ดวยกระบวนการวิจย
       ั                                   ้             ั
จากประสบการณ์ตรง เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจในหลักการทาง
วิทยาศาสตร์อย่างเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต และเพื่อพัฒนากระบวนการ
เรี ยนการสอนของครู ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจในการเรี ยนรู้
ของนักเรี ยน โดยข้าพเจ้า นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ได้ดาเนินการส่ง เค้าโครงวิจยเข้าสมัครและได้รับทุนให้
                                                                            ั
ไปฝึ กทาวิจยที่ศูนย์ครุวจยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยศิลปากร อ.เมือง จ.นครปฐม ตั้งแต่
           ั            ิั
วันที่ 1 – 30 เดือน เมษายน พ.ศ. 2553 รวม 30 วัน ณ ภาควิชาเทคโนโลยีอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์และ
เทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม                    และ
เข้าร่ วมการประชุมครุ วิจย สกว. ปี 2553 “ครู ไทย นักจัดการการเรี ยนรู้” ณ โรงแรมรัชดาซิต้ ี กรุ งเทพฯ
                         ั
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2553 นั้น
         หากถามว่า การเข้าร่ วมครุ วิจยในครั้งนี้ ได้อะไรบ้าง คงเป็ นการยากที่จะบรรยายได้หมดสิ้น จะขอ
                                      ั                                                        แต่
สรุ ปเป็ นประเด็นที่สาคัญ ดังนี้
                                                  1. ทาให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และ
                                   เทคโนโลยีอาหารมากยิงขึ้น ซึ่งเ ป็ นการพัฒนาองค์ความรู้ และสามารถ
                                                      ่
                                   นาไปปรับใช้ในการจัดการเรี ยนการสอนได้เป็ นอย่างดี
                                                  2. ทาให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการวิจย
                                                                                                   ั
                                   ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งทาให้ได้แนวคิดในการนา
                                   กระบวนการวิจยทางวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ บูรณาการการจัดการ
                                                ั
                                   เรี ยนการสอนให้กบนักเรี ยน
                                                   ั
3. ได้เรี ยนรู้ และพัฒนากระบวนการคิด ทั้งการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ และ
คิดสร้างสรรค์ จากการอบรมเชิงปฏิบติการ ที่ได้ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการงานวิจย
                                    ั                                                 ั
                   4. ได้แนวคิดในการนากระบวนการวิจย ทางเทคโนโลยีอาหาร
                                                             ั                             มาจัดทาเป็ นสาระ
การเรี ยนรู้และสื่อการเรี ยนการสอน เพื่อจัดการเรี ยนรู้ให้กบผูเ้ รี ยน
                                                           ั
                5. ได้แลกเปลี่ยนเรี ยนรู้กบเพื่อนครู จากโรงเรี ยนต่างๆ เป็ นการสร้างเครื อข่ายการเรี ยนรู้
                                          ั
ของครุ วิจย และมีการติดต่อ ประสานงานแลกเปลี่ยนเรี ยนรู้อย่างต่อเนื่องผ่านทาง Facebook และ Wordpress
          ั
                6. ได้เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ผลงานวิจย ต่อผูทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และคณะครู
                                                            ั    ้
จากโรงเรี ยนต่างๆทัวประเทศ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กบตนเองและโรงเรี ยนนนทรี วิทยาต่อไป
                   ่                             ั
                                                   แม้ว่าการอบรมดังกล่าวจะสิ้นสุดลงตั้งแต่ วันนั้น
                                            แต่สาหรับผมและครู อีกหลายๆคน ถือว่า นี่          ... คือการเริ่ มต้น
                                            บนเส้นทางของการวิจย เมื่อก่อนเคยถามตนเองอยูเ่ สมอว่า จะทา
                                                              ั
                                            วิจยอย่างไร และจะทาไปเพื่ออะไรหากไม่ทาเพราะถูกบังคับ หรื อ
                                               ั
                                            ทาเพราะหวังผลประโยชน์เพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพจากการ
                                            วิจ ัย แต่การเข้าร่ วมโครงครุ วิจยในครั้งนั้น ได้เปลี่ยนแนวคิด
                                                                             ั
                                            ปรับทัศนคติที่มีต่อการวิจย และคิดต่อว่าจะทาอย่างไรให้นกเรี ยน
                                                                     ั                            ั
ของเรา รู้จกกับการวิจย มองว่าวิจยเป็ นสิ่งที่มีความสาคัญ และเป็ นเรื่ องที่ไม่ยาก เป็ นสิ่งที่ใกล้ตว ยิงในฐานะที่
           ั         ั          ั                                                                  ั ่
เราเป็ นครู วิทยาศาสตร์ การเรี ยนการสอนที่มีการบูรณาการเรื่ องกระบวนการวิจย จะสามารถช่วยฝึ กกระบวน
                                                                          ั
การคิดให้กบนักเรี ยนได้เป็ นอย่างดี และยังเป็ นการสร้างพื้นฐานเรื่ องการวิจยเพื่อเตรี ยมความพร้อมให้กบ
          ั                                                                ั                         ั
นักเรี ยนก่อนเข้าสู่การเรี ยนในระดับอุดมศึกษาอีกด้วย
          นับตั้งแต่วนนั้น ถึงวันนี้ จึงได้นาแนวคิด ประสบการณ์ และ
                     ั
กระบวนการวิจยที่ได้รับจากการเข้าร่ วมโครงการครุ วิจย มาถ่ายทอดสู่นกเรี ยน
                  ั                                    ั           ั
ผ่านการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนในกลุ่มสาระการเรี ยนรู้วิทยาศาสตร์
ที่ทาการสอน ทั้งในวิชาวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน สาระการเรี ยนรู้วิชาทฤษฎีความรู้
TOK และวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ 1 สาหรับนักเรี ยนหลักสูตร SMART CLASS
ตลอดจนในการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
ซึ่งได้จดกิจกรรมต่างๆขึ้นที่โรงเรี ยนนนทรี วทยา หลายรายการ เช่น
        ั                                      ิ
จัดโครงการค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์ครั้งที่ 2 ให้กบนักเรี ยนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 แผนวิทย์-คณิ ต
                                               ั
เมื่อวันที่ 12-13 มิถุนายน 2553 โดยได้รับเชิญเป็ นวิทยากรให้ความรู้เรื่ อง การคิดโครงงานวิทยาศาสตร์
ซึ่งได้นาเรื่ องกระบวนการวิจย และ Powerpoint เรื่ อง คิด (เห็น) หรื อ (เห็น) คิด จากการเข้าร่ วมโครงการ
                            ั
               ครุ วิจย ไปใช้ดวย ทาให้ได้จุดประกายความคิดให้กบนักเรี ยนหลายๆคน
                      ั       ้                              ั




 จัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ 1 สาหรับนักเรี ยนหลักสูตร SMART CLASS
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5 โดยจัดชุดกิจกรรมการเรี ยนรู้ เรื่ อง การทาโครงงานวิทยาศาสตร์แบบงานวิจย
                                                                                                 ั
                                ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอน
จัดกิจกรรม พิธีเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
  ประจาปี 2553 ซึ่งกลุ่มสาระการเรี ยนรู้วิทยาศาสตร์โรงเรี ยนนนทรี วิทยาได้จดขึ้น โดยหนึ่งในกิจกรรม
                                                                           ั
          ภายในงาน คือ การจัดแสดงโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรี ยน เมื่อ 18 สิงหาคม 2553




        ผลจากการบูรณาการเรื่ องกระบวนการวิจยในการเรี ยนการสอนวิทยาศาสตร์โดยใช้รูปแบบ
                                           ั
โครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งทาหน้าที่เป็ นครู ที่ปรึ กษา ส่งผลให้นกเรี ยนได้จดทาโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่ อง
                                                             ั          ั
การศึกษาชนิดของอาหารที่ใช้ทอดต่อปริ มาณกรดไขมันอิสระในน้ ามันพืชที่ผานการใช้งาน ซึ่งได้รับรางวัล
                                                                    ่
ชมเชย ในการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประเภททีม สาขาชีวภาพ ในงาน
มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2553
นอกจากนี้ ในปี การศึกษา 2553 เนื่องด้วยโรงเรี ยนนนทรี วิทยา เป็ นโรงเรี ยนมาตรฐานสากล
ซึ่งจะต้องจัดการเรี ยนการสอนสาระการเรี ยนรู้หนึ่งที่ ชื่อว่า "ทฤษฎีความรู้ หรื อ Theory of Knowledge :
TOK" ระดับชั้น ม.1 และ ม.4 โดยบูรณาการในการจัดการเรี ยนการสอนวิทยาศาสตร์ จึงได้มีแนวคิดใน
การนากระบวนการวิจยอย่างง่ายๆ จากการเข้าร่ วมโครงการครุ วิจย มาใช้ในการจัดการเรี ยนรู้ โดยกาหนด
                 ั                                        ั
เป็ นขั้นตอนต่างๆ 8 ขั้นตอน ดังนี้
         1. สารวจปัญหา ให้นกเรี ยนสังเกตและสารวจว่าในชีวิตประจาวัน
                           ั
พบกับปัญหาในโรงเรี ยนหรื อชุมชนอะไรบ้าง เลือกปัญหาที่ตนเองสนใจคนละ
1 ปัญหา แล้วเขียนถึงสภาพปัญหาและเหตุผลที่นกเรี ยนสนใจ
                                          ั
         2. ร่ วมกันกาหนดปัญหา นักเรี ยนแต่ละคนนาเสนอปัญหาที่ตนเองสนใจ
จากนั้นครู นาอภิปรายเพื่อรวบรวมและจัดกลุ่มปัญหาลักษณะเดียวกัน ให้นกเรี ยน ที่สนใจปัญหาลักษณะ
                                                                  ั
เดียวกันอยูกลุ่มเดียวกัน ตามความเหมาะสม ซึ่งครู ตองแนะนาให้นกเรี ยนสร้างโจทย์วิจยที่ตวนักเรี ยนมี
           ่                                     ้          ั                   ั ั
ศักยภาพทาได้สาเร็ จ ทาเรื่ องง่าย เพื่อการเรี ยนรู้
         3. ตั้งสมมุติฐาน นักเรี ยนแต่ละกลุ่มร่ วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา โดยใช้ปัญญาในการคิด
ตั้งสมมุติฐาน
         4. รวบรวมข้อมูล นักเรี ยนร่ วมกันออกแบบ วางแผนดาเนินการเพื่อหาสาเหตุของปัญหา โดยสร้าง
เครื่ องมือ เช่น แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แล้วนาไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
         5. วิเคราะห์ขอมูล นักเรี ยนร่ วมกันนาข้อมูลที่ได้มาทาการวิเคราะห์และ
                      ้
ประเมินผล โดยใช้กระบวนการคิด
         6. สรุ ปผล นักเรี ยนร่ วมกันนาผลจากการวิเคราะห์ขอมูลมาสรุ ป เพื่ออธิบาย
                                                         ้
ถึงสาเหตุ และปัจจัย ที่สมพันธ์กบปัญหาที่กาหนดไว้ในตอนแรก รวมทั้งตรวจสอบ
                        ั      ั
สมมติฐาน โดยนาความรู้ต่างๆของตนเอง มาใช้ในการอธิบายอย่างบูรณาการเพื่อสร้างความรู้ดวยตนเอง
                                                                                  ้
         7. เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ผลงาน โดยนักเรี ยนทุกคนต้องเขียนบทความเชิงวิชาการ ทาแผ่นพับ
เผยแพร่ ความรู้ที่ตนเองได้รับ จัดนิทรรศการแสดงผลงานและนักเรี ยนทุกคน
นาเสนอปากเปล่า คนละ10 นาที ต่อครู เพื่อนและผูที่สนใจ ตลอดจน
                                             ้
นาผลงานของนักเรี ย ่ดีเด่นเผยแพร่ ทางblog ของครู
                 นที
         8. ประเมินผล ซึ่งประเมินโดย ครู เพื่อน และผูปกครอง ตลอดจน
                                                     ้
ให้นกเรี ยนประเมินตนเอง โดยจัดทาเป็ นรายงานการประเมินการเรี ยนของตนเอง ในรู ปแบบของ Mind
    ั
mapping เพื่อแสดงถึงช่องทางการรับรู้ สาขาความรู้ คุณธรรมที่ได้รับ และองค์ประกอบความรู้ที่ได้รับ
ทั้งนี้ในการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอน วิชาทฤษฎีความรู้น้ น ได้ให้ความสาคัญกับ
                                                                  ั                  การให้นกเรี ยน
                                                                                            ั
สร้างโจทย์วิจยหรื อต่อยอดจากผลงานวิจยที่มี ซึ่งเป็ นเรื่ องที่ ตัวนักเรี ยนมีศกยภาพทาได้สาเร็ จ ทาเรื่ องง่าย
             ั                      ั                                         ั
เพื่อการเรี ยนรู้ โดยใช้ตวช่วย เช่น ครู ที่ปรึ กษา ผูปกครอง ผูรู้ ให้คาปรึ กษาหรื อเป็ นพี่เลี้ยง
                         ั                           ้        ้                                     โดยเฉพาะ
ในขั้นตอนการออกแบบการววิจย และการเก็บ ข้อมูล ทั้งนี้ครู ตอง ให้อิสระแก่นกเรี ยน ในการวิจย ภายใต้
                          ั                              ้              ั               ั
กรอบที่ยดหยุน วัดกระบวนการคิด การแปลผลข้อมูล แทนชิ้นงานที่ได้ เพราะเราใช้กา
        ื ่                                                                       รทาวิจยพัฒนา
                                                                                          ั
ศักยภาพนักเรี ยน ไม่ใช่ ให้นกเรี ยนเป็ นนักวิจยผูสร้างความรู้ ซึ่งเป็ นไปตามแนวคิดที่ อาจารย์ไพโรจน์
                            ั                 ั ้
ได้เคยให้คาแนะนาไว้นนเอง
                    ั่
         อย่างไรก็ตาม การเข้าร่ วมโครงการครุ วิจย สกว. ในครั้งนี้ ทาให้ขาพเจ้าได้รับประสบการณ์มากมาย
                                                ั                       ้
โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ดานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนพัฒนากระบวนการคิด
                                  ้
ด้วยกระบวนการวิจย ซึ่งเกิดจากกระบวนการเรี ยนรู้ในการอบรมจากศูนย์ครุ วิจยพี่เลี้ยง และการแลกเปลี่ยน
                ั                                                      ั
เรี ยนรู้ร่วมกับเพื่อนครู จากโรงเรี ยนต่างๆ โดยสามารถนาสิ่งที่ได้เหล่านี้ไปถ่ายทอด แบ่ งปันความรู้สู่เพื่อน
ครู ในสถานศึกษา ตลอดจนผ่านทางบล็อก http://teacherkobwit2010.wordpress.com เพื่อ เผยแพร่ ต่อผูที่
                                                                                             ้
สนใจต่อไป ที่สาคัญที่สุดคือการถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้สู่นกเรี ยน ผ่านการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู้แบบบูรณาการ
                                                     ั
ในการเรี ยนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่ได้รับมอบหมาย โดยมีเป้ าหมายสาคัญในการใช้กระบวนการวิจย
                                                                                        ั
ในการพัฒนาศักยภาพนักเรี ยน ซึ่งจะเป็ นพื้นฐาน ในการสร้างนักเรี ยนไปสู่การเป็ นนักวิจยที่ดีในอนาคต
                                                                                    ั
เพื่อพัฒนาประเทศชาติสืบไป
         สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณ สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
                                                           ั
ขอขอบพระคุณ ผศ .ไพโรจน์ คีรีรัตน์ และเจ้าหน้าที่ผประสานงานโครงการครุ วิจยทุกท่าน ที่ได้ให้
                                                 ู้                     ั
ความสาคัญกับการพัฒนาครู สู่การเป็ นนักวิจย ช่วยผลักดันโครงการครุ วิจยให้เกิดขึ้น และหวังเป็ นอย่างยิงว่า
                                         ั                          ั                               ่
จะดาเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยต่อไป


                                                                                 กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์

จุดสิ้นสุดของการเริ่มต้นบนถนนครุวิจัย ของครูกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์

  • 1.
    จุดสิ้นสุ ด...ของการเริ่มต้น บนเส้นทางของครุวจย ิั นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ โรงเรี ยนนนทรี วิทยา E-mail : magnegis@hotmail.com ศูนย์ครุ วิจยนวัตกรรมและการจัดการเทคโนโลยีอาหาร ั มหาวิทยาลัยศิลปากร หลังจากที่ สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจย (สกว.) ั ได้ประกาศรับสมัครครู เข้าร่ วมโครงการ “ครุวจย สกว.” ิั ซึ่งมีวตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของครู ดวยกระบวนการวิจย ั ้ ั จากประสบการณ์ตรง เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจในหลักการทาง วิทยาศาสตร์อย่างเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต และเพื่อพัฒนากระบวนการ เรี ยนการสอนของครู ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจในการเรี ยนรู้ ของนักเรี ยน โดยข้าพเจ้า นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ได้ดาเนินการส่ง เค้าโครงวิจยเข้าสมัครและได้รับทุนให้ ั ไปฝึ กทาวิจยที่ศูนย์ครุวจยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยศิลปากร อ.เมือง จ.นครปฐม ตั้งแต่ ั ิั วันที่ 1 – 30 เดือน เมษายน พ.ศ. 2553 รวม 30 วัน ณ ภาควิชาเทคโนโลยีอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์และ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม และ เข้าร่ วมการประชุมครุ วิจย สกว. ปี 2553 “ครู ไทย นักจัดการการเรี ยนรู้” ณ โรงแรมรัชดาซิต้ ี กรุ งเทพฯ ั เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2553 นั้น หากถามว่า การเข้าร่ วมครุ วิจยในครั้งนี้ ได้อะไรบ้าง คงเป็ นการยากที่จะบรรยายได้หมดสิ้น จะขอ ั แต่ สรุ ปเป็ นประเด็นที่สาคัญ ดังนี้ 1. ทาให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีอาหารมากยิงขึ้น ซึ่งเ ป็ นการพัฒนาองค์ความรู้ และสามารถ ่ นาไปปรับใช้ในการจัดการเรี ยนการสอนได้เป็ นอย่างดี 2. ทาให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการวิจย ั ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งทาให้ได้แนวคิดในการนา กระบวนการวิจยทางวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ บูรณาการการจัดการ ั เรี ยนการสอนให้กบนักเรี ยน ั
  • 2.
    3. ได้เรี ยนรู้และพัฒนากระบวนการคิด ทั้งการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ และ คิดสร้างสรรค์ จากการอบรมเชิงปฏิบติการ ที่ได้ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการงานวิจย ั ั 4. ได้แนวคิดในการนากระบวนการวิจย ทางเทคโนโลยีอาหาร ั มาจัดทาเป็ นสาระ การเรี ยนรู้และสื่อการเรี ยนการสอน เพื่อจัดการเรี ยนรู้ให้กบผูเ้ รี ยน ั 5. ได้แลกเปลี่ยนเรี ยนรู้กบเพื่อนครู จากโรงเรี ยนต่างๆ เป็ นการสร้างเครื อข่ายการเรี ยนรู้ ั ของครุ วิจย และมีการติดต่อ ประสานงานแลกเปลี่ยนเรี ยนรู้อย่างต่อเนื่องผ่านทาง Facebook และ Wordpress ั 6. ได้เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ผลงานวิจย ต่อผูทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และคณะครู ั ้ จากโรงเรี ยนต่างๆทัวประเทศ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กบตนเองและโรงเรี ยนนนทรี วิทยาต่อไป ่ ั แม้ว่าการอบรมดังกล่าวจะสิ้นสุดลงตั้งแต่ วันนั้น แต่สาหรับผมและครู อีกหลายๆคน ถือว่า นี่ ... คือการเริ่ มต้น บนเส้นทางของการวิจย เมื่อก่อนเคยถามตนเองอยูเ่ สมอว่า จะทา ั วิจยอย่างไร และจะทาไปเพื่ออะไรหากไม่ทาเพราะถูกบังคับ หรื อ ั ทาเพราะหวังผลประโยชน์เพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพจากการ วิจ ัย แต่การเข้าร่ วมโครงครุ วิจยในครั้งนั้น ได้เปลี่ยนแนวคิด ั ปรับทัศนคติที่มีต่อการวิจย และคิดต่อว่าจะทาอย่างไรให้นกเรี ยน ั ั ของเรา รู้จกกับการวิจย มองว่าวิจยเป็ นสิ่งที่มีความสาคัญ และเป็ นเรื่ องที่ไม่ยาก เป็ นสิ่งที่ใกล้ตว ยิงในฐานะที่ ั ั ั ั ่ เราเป็ นครู วิทยาศาสตร์ การเรี ยนการสอนที่มีการบูรณาการเรื่ องกระบวนการวิจย จะสามารถช่วยฝึ กกระบวน ั การคิดให้กบนักเรี ยนได้เป็ นอย่างดี และยังเป็ นการสร้างพื้นฐานเรื่ องการวิจยเพื่อเตรี ยมความพร้อมให้กบ ั ั ั นักเรี ยนก่อนเข้าสู่การเรี ยนในระดับอุดมศึกษาอีกด้วย นับตั้งแต่วนนั้น ถึงวันนี้ จึงได้นาแนวคิด ประสบการณ์ และ ั กระบวนการวิจยที่ได้รับจากการเข้าร่ วมโครงการครุ วิจย มาถ่ายทอดสู่นกเรี ยน ั ั ั ผ่านการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนในกลุ่มสาระการเรี ยนรู้วิทยาศาสตร์ ที่ทาการสอน ทั้งในวิชาวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน สาระการเรี ยนรู้วิชาทฤษฎีความรู้ TOK และวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ 1 สาหรับนักเรี ยนหลักสูตร SMART CLASS ตลอดจนในการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งได้จดกิจกรรมต่างๆขึ้นที่โรงเรี ยนนนทรี วทยา หลายรายการ เช่น ั ิ
  • 3.
    จัดโครงการค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์ครั้งที่ 2 ให้กบนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 แผนวิทย์-คณิ ต ั เมื่อวันที่ 12-13 มิถุนายน 2553 โดยได้รับเชิญเป็ นวิทยากรให้ความรู้เรื่ อง การคิดโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้นาเรื่ องกระบวนการวิจย และ Powerpoint เรื่ อง คิด (เห็น) หรื อ (เห็น) คิด จากการเข้าร่ วมโครงการ ั ครุ วิจย ไปใช้ดวย ทาให้ได้จุดประกายความคิดให้กบนักเรี ยนหลายๆคน ั ้ ั จัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ 1 สาหรับนักเรี ยนหลักสูตร SMART CLASS ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5 โดยจัดชุดกิจกรรมการเรี ยนรู้ เรื่ อง การทาโครงงานวิทยาศาสตร์แบบงานวิจย ั ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอน
  • 4.
    จัดกิจกรรม พิธีเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจาปี 2553 ซึ่งกลุ่มสาระการเรี ยนรู้วิทยาศาสตร์โรงเรี ยนนนทรี วิทยาได้จดขึ้น โดยหนึ่งในกิจกรรม ั ภายในงาน คือ การจัดแสดงโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรี ยน เมื่อ 18 สิงหาคม 2553 ผลจากการบูรณาการเรื่ องกระบวนการวิจยในการเรี ยนการสอนวิทยาศาสตร์โดยใช้รูปแบบ ั โครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งทาหน้าที่เป็ นครู ที่ปรึ กษา ส่งผลให้นกเรี ยนได้จดทาโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่ อง ั ั การศึกษาชนิดของอาหารที่ใช้ทอดต่อปริ มาณกรดไขมันอิสระในน้ ามันพืชที่ผานการใช้งาน ซึ่งได้รับรางวัล ่ ชมเชย ในการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประเภททีม สาขาชีวภาพ ในงาน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2553
  • 5.
    นอกจากนี้ ในปี การศึกษา2553 เนื่องด้วยโรงเรี ยนนนทรี วิทยา เป็ นโรงเรี ยนมาตรฐานสากล ซึ่งจะต้องจัดการเรี ยนการสอนสาระการเรี ยนรู้หนึ่งที่ ชื่อว่า "ทฤษฎีความรู้ หรื อ Theory of Knowledge : TOK" ระดับชั้น ม.1 และ ม.4 โดยบูรณาการในการจัดการเรี ยนการสอนวิทยาศาสตร์ จึงได้มีแนวคิดใน การนากระบวนการวิจยอย่างง่ายๆ จากการเข้าร่ วมโครงการครุ วิจย มาใช้ในการจัดการเรี ยนรู้ โดยกาหนด ั ั เป็ นขั้นตอนต่างๆ 8 ขั้นตอน ดังนี้ 1. สารวจปัญหา ให้นกเรี ยนสังเกตและสารวจว่าในชีวิตประจาวัน ั พบกับปัญหาในโรงเรี ยนหรื อชุมชนอะไรบ้าง เลือกปัญหาที่ตนเองสนใจคนละ 1 ปัญหา แล้วเขียนถึงสภาพปัญหาและเหตุผลที่นกเรี ยนสนใจ ั 2. ร่ วมกันกาหนดปัญหา นักเรี ยนแต่ละคนนาเสนอปัญหาที่ตนเองสนใจ จากนั้นครู นาอภิปรายเพื่อรวบรวมและจัดกลุ่มปัญหาลักษณะเดียวกัน ให้นกเรี ยน ที่สนใจปัญหาลักษณะ ั เดียวกันอยูกลุ่มเดียวกัน ตามความเหมาะสม ซึ่งครู ตองแนะนาให้นกเรี ยนสร้างโจทย์วิจยที่ตวนักเรี ยนมี ่ ้ ั ั ั ศักยภาพทาได้สาเร็ จ ทาเรื่ องง่าย เพื่อการเรี ยนรู้ 3. ตั้งสมมุติฐาน นักเรี ยนแต่ละกลุ่มร่ วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา โดยใช้ปัญญาในการคิด ตั้งสมมุติฐาน 4. รวบรวมข้อมูล นักเรี ยนร่ วมกันออกแบบ วางแผนดาเนินการเพื่อหาสาเหตุของปัญหา โดยสร้าง เครื่ องมือ เช่น แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แล้วนาไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 5. วิเคราะห์ขอมูล นักเรี ยนร่ วมกันนาข้อมูลที่ได้มาทาการวิเคราะห์และ ้ ประเมินผล โดยใช้กระบวนการคิด 6. สรุ ปผล นักเรี ยนร่ วมกันนาผลจากการวิเคราะห์ขอมูลมาสรุ ป เพื่ออธิบาย ้ ถึงสาเหตุ และปัจจัย ที่สมพันธ์กบปัญหาที่กาหนดไว้ในตอนแรก รวมทั้งตรวจสอบ ั ั สมมติฐาน โดยนาความรู้ต่างๆของตนเอง มาใช้ในการอธิบายอย่างบูรณาการเพื่อสร้างความรู้ดวยตนเอง ้ 7. เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ผลงาน โดยนักเรี ยนทุกคนต้องเขียนบทความเชิงวิชาการ ทาแผ่นพับ เผยแพร่ ความรู้ที่ตนเองได้รับ จัดนิทรรศการแสดงผลงานและนักเรี ยนทุกคน นาเสนอปากเปล่า คนละ10 นาที ต่อครู เพื่อนและผูที่สนใจ ตลอดจน ้ นาผลงานของนักเรี ย ่ดีเด่นเผยแพร่ ทางblog ของครู นที 8. ประเมินผล ซึ่งประเมินโดย ครู เพื่อน และผูปกครอง ตลอดจน ้ ให้นกเรี ยนประเมินตนเอง โดยจัดทาเป็ นรายงานการประเมินการเรี ยนของตนเอง ในรู ปแบบของ Mind ั mapping เพื่อแสดงถึงช่องทางการรับรู้ สาขาความรู้ คุณธรรมที่ได้รับ และองค์ประกอบความรู้ที่ได้รับ
  • 6.
    ทั้งนี้ในการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอน วิชาทฤษฎีความรู้น้น ได้ให้ความสาคัญกับ ั การให้นกเรี ยน ั สร้างโจทย์วิจยหรื อต่อยอดจากผลงานวิจยที่มี ซึ่งเป็ นเรื่ องที่ ตัวนักเรี ยนมีศกยภาพทาได้สาเร็ จ ทาเรื่ องง่าย ั ั ั เพื่อการเรี ยนรู้ โดยใช้ตวช่วย เช่น ครู ที่ปรึ กษา ผูปกครอง ผูรู้ ให้คาปรึ กษาหรื อเป็ นพี่เลี้ยง ั ้ ้ โดยเฉพาะ ในขั้นตอนการออกแบบการววิจย และการเก็บ ข้อมูล ทั้งนี้ครู ตอง ให้อิสระแก่นกเรี ยน ในการวิจย ภายใต้ ั ้ ั ั กรอบที่ยดหยุน วัดกระบวนการคิด การแปลผลข้อมูล แทนชิ้นงานที่ได้ เพราะเราใช้กา ื ่ รทาวิจยพัฒนา ั ศักยภาพนักเรี ยน ไม่ใช่ ให้นกเรี ยนเป็ นนักวิจยผูสร้างความรู้ ซึ่งเป็ นไปตามแนวคิดที่ อาจารย์ไพโรจน์ ั ั ้ ได้เคยให้คาแนะนาไว้นนเอง ั่ อย่างไรก็ตาม การเข้าร่ วมโครงการครุ วิจย สกว. ในครั้งนี้ ทาให้ขาพเจ้าได้รับประสบการณ์มากมาย ั ้ โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ดานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนพัฒนากระบวนการคิด ้ ด้วยกระบวนการวิจย ซึ่งเกิดจากกระบวนการเรี ยนรู้ในการอบรมจากศูนย์ครุ วิจยพี่เลี้ยง และการแลกเปลี่ยน ั ั เรี ยนรู้ร่วมกับเพื่อนครู จากโรงเรี ยนต่างๆ โดยสามารถนาสิ่งที่ได้เหล่านี้ไปถ่ายทอด แบ่ งปันความรู้สู่เพื่อน ครู ในสถานศึกษา ตลอดจนผ่านทางบล็อก http://teacherkobwit2010.wordpress.com เพื่อ เผยแพร่ ต่อผูที่ ้ สนใจต่อไป ที่สาคัญที่สุดคือการถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้สู่นกเรี ยน ผ่านการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู้แบบบูรณาการ ั ในการเรี ยนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่ได้รับมอบหมาย โดยมีเป้ าหมายสาคัญในการใช้กระบวนการวิจย ั ในการพัฒนาศักยภาพนักเรี ยน ซึ่งจะเป็ นพื้นฐาน ในการสร้างนักเรี ยนไปสู่การเป็ นนักวิจยที่ดีในอนาคต ั เพื่อพัฒนาประเทศชาติสืบไป สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณ สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ั ขอขอบพระคุณ ผศ .ไพโรจน์ คีรีรัตน์ และเจ้าหน้าที่ผประสานงานโครงการครุ วิจยทุกท่าน ที่ได้ให้ ู้ ั ความสาคัญกับการพัฒนาครู สู่การเป็ นนักวิจย ช่วยผลักดันโครงการครุ วิจยให้เกิดขึ้น และหวังเป็ นอย่างยิงว่า ั ั ่ จะดาเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยต่อไป กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์