หน่ วยที่ 11 การเขียนเค้ าโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
             (การวางแผนการวิจัยในชันเรี ยน)
                                     ้
                                              การเขี ย น เ ค้ า โ ค รง ก า รวิ จั ย ( เพื่ อพั ฒ น า
                                     การเรี ยนรู้ ) คือ การวางแผนการวิจยว่าจะวิจยเรื่ องอะไร
                                                                            ั          ั
                                     จะดําเนินการในการวิจยอย่างไร จนกระทังได้ ผลวิจยและ
                                                              ั                    ่           ั
                                     จัดทํารายงานวิจยได้ การเขียนเค้ าโครงการวิจย จะทําให้
                                                         ั                               ั
                                     มองเห็ น ภาพของงานตัง แต่เ ริ่ ม ต้ น จนบรรลุเ ป าหมาย
                                                                ้                           ้
                                     สุดท้ ายที่ชดเจนมีหลักการใหญ่ๆ ที่สําคัญ คือ
                                                  ั


หลักการใหญ่ ๆ ดังแผนภูมิข้างล่าง

    กําหนด                                 จัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้
                     สร้างนวัตกรรม                                        วัดและประเมินผล
    ปั ญหา                                 โดยใช้นวัตกรรม

1. การกําหนดปั ญหาความจําเป็ น ความต้ องการในการปรับปรุ งพัฒนา
        ครูผ้ ทําวิจยจะต้ องวิเคราะห์ ปัญหาที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนของ
              ู     ั
ตนเองและต้ องวิเคราะห์ ให้ ทราบสาเหตุแห่ งปั ญหานัน มีสาเหตุใดที่เป็ นสาเหตุท่ สาคัญ
                                                           ้                        ี ํ
จะต้ องได้ รับการแก้ ไข เพื่อไม่ให้ เกิดผลกระทบต่อผู้เรี ยนในการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู้ใน
แนวทางที่ไม่พงประสงค์
                ึ

2. การสร้ างนวัตกรรมในการแก้ ปัญหา/พัฒนา
      ครูผ้ วิจยเลือกและสร้ างเครื่ องมือ (นวัตกรรม) ในการแก้ ปัญหา/พัฒนา
            ู ั

3. การจัดกิจกรรมการแก้ ปัญหา/พัฒนา
       ครูผ้ วิจยนํานวัตกรรมที่สร้ างขึ ้นไปใช้ แก้ ปัญหา/พัฒนาตามแผนที่กําหนดไว้
             ู ั

4. การวัดและประเมินผล
       ครูผ้ วิจยวัดและประเมินผลโดยใช้ เครื่ องมือวัด/รวบรวมข้ อมูลที่สอดคล้ องกับ
             ู ั
150




    การเข้ าเค้ าโครงการวิจยในชันเรี ยน
                           ั      ้
    เพื่อพัฒนาการเรี ยนรู้มีหวข้ อและ
                             ั
    รายละเอียดที่สําคัญอะไรบ้ างครับ




                                          หัวข้ อของเค้ าโครงการวิจยมีดงนี ้
                                                                   ั ั
                                          ครับ




1. ชื่อเรื่ องการวิจย
                    ั                     6. วิธีการดําเนินการวิจย ั
2. ความสําคัญของปั ญหา                       6.1 วิธีการ/กิจกรรม/นวัตกรรมที่ใช้
   (หลักการและเหตุผล)                        6.2 ผู้เรี ยนที่มีปัญหา/ต้ องพัฒนาขันไหน
                                                                                 ้
3. วัตถุประสงค์ของการวิจย ั                        จํานวนเท่าไหร่
4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้ รับ                6.3 เครื่ องมือและการรวบรวมข้ อมูล
5. แนวคิด หลักการที่นํามาใช้ ในการ           6.4 การวิเคราะห์ข้อมูลและการนําเสนอ
   แก้ ปัญหา/พัฒนา                                 ข้ อมูล
                                          7. ระยะเวลาในการดําเนินการวิจย     ั
                                          8. ผู้รับผิดชอบ
151



                                                   ตัวอย่ าง
                                                   1. การพั ฒ นาทั ก ษะการวาดภาพสั ต ว์
                                                       ของนั ก เรี ย นชั น ประถมศึ ก ษาปี ที่ 2
                                                                           ้
1. ชื่อเรื่องการวิจัย
                                                       โดยใช้ แบบฝึ กทั ก ษะการวาดภาพ
            ชื่ อเรื่ องการวิจัยเพื่อพัฒนาการ
                                                       สัตว์
เรี ยนรู้สวนใหญ่จะบอกถึง
          ่                                        2. ผลการใช้ แบบฝึ กทักษะภาษาไทยสระ
      1. คุ ณ ลัก ษณะของสิ่ ง ที่ ต้ องการ             เปลี่ยนและสระลดรูป เพื่อพัฒนาการ
ศึกษา (ตัวแปร) เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการ                   อ่ า น แ ล ะ เ ขี ย น สํ า ห รั บ ชั ้ น
เรี ย นความสามารถในการอ่ า น ทัก ษะ                    ประถมศึกษาปี ที่ 1
การแก้ โจทย์ปัญหา ฯลฯ                              3. การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
      2. ก ลุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง คื อ ผู้ เ รี ย น       นั ก เรี ย นชั น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 4 วิ ช า
                                                                      ้
กลุมเปาหมายที่ผ้ วิจยต้ องการศึกษา
     ่ ้                 ู ั                           ว43101 วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้ อม โดย
      3. นวัตกรรม คือ เทคนิค วิธีการ                   ใช้ วิธีสอนแบบบูรณาการ
วิธีสอน สื่อ ฯลฯ ที่ผ้ ูวิจัยสร้ างขึ ้นมาเพื่อ    4. การพัฒนาการเคลื่อนไหวร่ างกายโดย
มาใช้ ในการพัฒนา/แก้ ปัญหา                             ใช้ เพลงและเกม
                                                   5. การใช้ กิจกรรมคิดเลขเร็ วเพื่อพัฒนา
                                                       ทักษะการคิดคํานวณของนักเรี ยน
152



2. ความสําคัญของปั ญหา                                กล่าวถึงสภาพคุณภาพการเรี ยนการสอนที่พง                   ึ
   (หลักการและเหตุผล)                                 ปรารถนา หรื อควรจะเป็ น โดยอาจกล่าวถึง
    - ความนํา                                         แผนการศึ ก ษาแห่ ง ชาติ จุ ด มุ่ ง หมายของ
    - สภาพปั ญหาและชี ้ประเด็น                        หลักสูตร นโยบายการจัดการศึกษาของ สพฐ.
        สาเหตุของปั ญหาให้ ชดเจน
                            ั                         ตลอดจนผลการเรี ยนรู้ที่คาดหวัง ตัวชี ้วัดชันปี        ้
    - ความจําเป็ นในการแก้ ปัญหา/                     ของกลุ่มสาระการเรี ยนรู้ ที่รับผิดชอบ เหตุผล
        พัฒนา                                         ที่นําเสนอควรเป็ นเหตุผลที่ นําไปสู่จุดที่ เป็ น
                                                      ปั ญ ห า ที่ จ ะ ทํ า วิ จั ย แ ล ะ ช่ ว ย ชี ้ใ ห้ เ ห็ น
                                                      ความสําคัญของสิ่งที่จะวิจยและควรมีข้อมูล
                                                                                       ั


                                                      ตัวอย่ าง
3. วัตถุประสงค์ ของการวิจัย
                                                      1. เพื่ อ ประเมิ น ผลสั ม ฤทธิ์ ท างการเรี ย น
        ผู้วิ จัย ต้ อ งการศึก ษาอะไร การ
                                                          ส า ร ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ
เขียนวัตถุประสงค์ของการวิจยต้ องเขียน
                                ั
                                                          ชั น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 5 โดยใช้ บทบาท
                                                             ้
ให้ สอดคล้ องกับปั ญหาวิจย   ั
                                                          สมมุติ
                                                      2. ศึกษาเจตคติของนักเรี ยนที่เรี ยนโดยใช้
                                                          บทบาทสมมติ
4. ประโยชน์ ท่ คาดว่ าจะได้ รับ
                        ี                             ตัวอย่ าง
            ผู้วิ จัย ต้ อ งตอบคํ า ถามให้ ไ ด้ ว่า   1. เพื่อเป็ นแนวทางให้ ครู ได้ รูปแบบและวิธี
เมื่ อ ทํ า วิ จั ย เสร็ จแล้ วเราจะนํ า ไปใช้            สอนที่มีประสิทธิภาพมาช่วย
ประโยชน์โดยตรงได้ อย่างไรบ้ าง ซึงต้ อง    ่          2. เพื่อเป็ นแนวทางในการปรับปรุ งแก้ ไขวิธี
ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ค ว า ม เ ป็ น ม า แ ล ะ              สอนสาระการเรี ยนรู้คณิตศาสตร์ ในระดับ
ความสําคัญของปั ญหา และให้ กล่าวถึง                       มัธ ยมศึ ก ษา เพื่ อ ประโยชน์ ใ นการจั ด
ประโยชน์ที่เป็ นผลตามมาด้ วย                              กิจกรรมการเรี ยนการสอน
153



5. แนวคิด หลักการที่นํามาใช้ ในการ             1. การเสนอแนวคิดและเนื ้อหาต้ องมีความ
แก้ ปัญหา/พัฒนา                                       ต่อเนื่องสอดคล้ องกับคุณลักษณะที่ต้อง
   การศึกษาแนวคิด หลักการที่นํามาใช้                  ศึกษา
ในการแก้ ปัญหา/พัฒนา มีความจําเป็ น            2. เขี ย นโดยการวิ เ คราะห์ สั ง เคราะห์
ต่ อ ก า ร ศึ ก ษ า ค้ น ค ว้ า ต่ อ ไ ป ใ น          ข้ อความโดยคํานึงถึงความสัมพันธ์ อย่าง
รายละเอียดของการสร้ างเครื่ องมือที่ ใช้              มีเหตุผล
ในการแก้ ปั ญหาโดยเฉพาะแนวคิ ด /               3. สรุ ปสาระสําคัญในการนําเสนอเพื่อการ
หลักการที่ สําคัญๆ ที่ จะต้ องนํามาใช้ ใน             แก้ ปัญหา/พัฒนา
การปรั บ วิ ธี ก าร/สื่ อ หรื อ นวัต กรรมให้   นวัตกรรม
สอดคล้ องกับสภาพปั ญหา                                - วิธีสอน
                                                      - เทคนิคการสอน
                                                      - สื่อ
                                                      - อุปกรณ์
                                               กลุมตัวอย่าง
                                                  ่
                                                      - ผู้เรี ยนกลุมสาระการเรี ยนรู้ .............
                                                                        ่
                                                           ชัน............... ปี การศึกษา ..........
                                                             ้
6. วิธีดาเนินการวิจัย
         ํ
    6.1 วิธีการ/กิจกรรม/นวัตกรรมที่ใช้ ใน                  โรงเรี ยน.............
การแก้ ปัญหา/พัฒนา                                    - จํานวน……….คน
    6.2 ผู้เรี ยนที่ เป็ นปั ญหา/ต้ องการ      เครื่ องมือที่ใช้ ในการรวบรวมข้ อมูล
พัฒนาขันใด จํานวนเท่าใด
           ้                                          - แบทดสอบ
    6.3 เครื่ อ งมื อ ที่ ใ ช้ ในการรวบรวม            - แบบสังเกต
ข้ อมูล                                               - แบบสอบถาม
    6.4 การวิ เ คราะห์ ข้ อมู ล และการ                - แบบสัมภาษณ์
นําเสนอข้ อมูล                                 การวิเคราะห์ข้อมูล
                                                      - สถิตที่ใช้
                                                                ิ
                                                      - แนวทางในการวิเคราะห์
                                                      - เกณฑ์ในการประเมิน
                                               การนําเสนอข้ อมูล
                                                      - ตาราง
                                                      - กราฟ
                                                      - ข้ อความ
154




                                                     เดือน ก ส ก ต พ ธ ม ก มี เม   พ   มิ
7. ระยะเวลาในการ
                              รายการ                       ค ค ย ค ย ค ค พ ค ย     ค   ย
ดําเนินการวิจัย                   กิจกรรม
        นําเสนอรายการของ      1. ปรับแผนการเรี ยนรู้
                              2. พัฒนาแบบฝึ กทักษะ
กิจกรรมและช่วงเวลาที่         3. สร้ างเครื่ องมือวัด
ดําเนินการ                    4. แก้ ปัญหา/พัฒนา
                              5. รวบรวมข้ อมูล/
                              วิเคราะห์ข้อมูล
                              6. สรุปแบะเขียนรายงาน




8. ผู้ผิดชอบ
         ระบุชื่อครูผ้ วิจย
                       ู ั


                                                            ชัดเจนดีครับ
                                                             มันใจทําได้
                                                               ่
155



                                                         ขอดูตวอย่าง เค้ าโครงการวิจย
                                                               ั                    ั
                                                         สันๆ พอเป็ นแนวทางด้ วยครับ
                                                           ้




เค้ าโครงวิจย 1
              ั
เรื่อง การศึกษาผลพัฒนาการเรี ยนรหัสวิชา ง 30108 ช่างซ่อมเครื่ องใช้ ไฟฟาในบ้ านของนักเรี ยน
                                                                        ้
ชันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โดยใช้ ชดสื่อเอกสารการเรี ยนการสอน
   ้                             ุ
ชื่อผู้วิจัย นายเพชรนํ ้า นิเวศวรทานต์
ตําแหน่ ง ครูชํานาญการ
สภาพและความเป็ นมาของปั ญหา
           หลักสูตรการศึกษาขันพื ้นฐาน พุทธศักราช 2544 เป็ นหลักสูตรแกนกลางของประเทศที่มี
                               ้
จุดประสงค์ที่จะพัฒนาคุณภาพของผู้เรี ยนให้ เป็ นคนดี มี ปั ญญา มีคณภาพชีวิตที่ดี มีขีด
                                                                  ุ
ความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิง การเพิ่มศักยภาพของผู้เรี ยนให้ สงขึ ้น สามารถ
                                              ่                                ู
ดํารงชีวิตอย่างมีความสุขได้ บนพื ้นของความเป็ นไทยและความเป็ นสากล รวมทังมีความสามารถ
                                                                             ้
ในการประกอบอาชีพหรื อศึกษาต่อตามความถนัดและความสามารถของแต่ละบุคคล
           จากมาตรา 22 และ 23 แห่งพระราชบัญญัตการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดการ
                                                     ิ
ศึกษาต้ องยึดหลักว่า ผู้เรี ยนทุกคนมีความสามารถเรี ยนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมี
ความสําคัญที่สด กระบวนการจัดการศึกษาต้ องส่งเสริมให้ ผ้ เู รี ยนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ
                  ุ
และเต็มตามศักยภาพ ประกอบกับต้ องมีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพและ ดํารงชีวิต
อย่างมีความสุข และประกอบกับมาตรา 30 ให้ สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรี ยนการสอนที่มี
ประสิทธิภาพ รวมทังการส่งเสริ มให้ ผ้ สอนสามารถวิจยเพื่อพัฒนาการเรี ยนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรี ยน
                     ้                ู            ั
ในแต่ละระดับการศึกษา และจากการศึกษาผลการสอนนักเรี ยน พบว่า นักเรี ยนยังมีปัญหาใน
156




การเรี ยนการสอน เพื่อใช้ ในการสอนเรื่ อง การซ่อมเครื่ องใช้ ไฟฟาในบ้ าน
                                                                 ้
วัตถุประสงค์
          1. เพื่อสร้ างและพัฒนาชุดสือเอกสารการเรี ยนการสอน รหัสวิชา ง 30108 ชัน
                                           ่                                         ้
มัธยมศึกษาปี ที่ 3
          2. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนของนักเรี ยนที่เรี ยนโดยใช้ ชดสื่อเอกสารการเรี ยน
                                                                          ุ
การสอน รหัสวิชา ง 30108
          3. เพื่อศึกษาเจตคติของที่มีตอชุดสื่อเอกสารการเรี ยนการสอน รหัสวิชา ง 30108 ชัน
                                             ่                                               ้
มัธยมศึกษาปี ที่ 3
ประโยชน์ ท่ คาดว่ าจะได้ รับ
                ี
          1. ได้ ชดสื่อเอกสารการเรี ยนการสอน รหัสวิชา ง 30108 ชันมัธยมศึกษาปี ที่ 3
                  ุ                                                 ้
          2. นักเรี ยนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนสูงขึ ้น
วิธีดาเนินการวิจัย
        ํ
          กลุ่มที่ศึกษา
          เป็ นนักเรี ยน ชัน ม.3 /3 ที่ผ้ วิจยเป็ นผู้สอน
                           ้              ู ั
เครื่องมือที่ใช้ ในการวบรวมข้ อมูล
          1. สร้ างและพัฒนาชุดสื่อเอกสารการเรี ยนการสอน รหัสวิชา ง 30108 ชันมัธยมศึกษา
                                                                                  ้
ปี ที่ 3
          2. สร้ างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยน วิชา ง 30108 ชันมัธยมศึกษาปี ที่ 3
                                                                            ้
          3. สร้ างแบบสอบถามเจตคติของนักเรี ยนต่อชุดสื่อเอกสารการเรี ยนการสอน รหัสวิชา
ง 30108 ชันมัธยมศึกษาปี ที่ 3
              ้
การวิเคราะห์ ข้อมูล
          วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย และค่าเบียงเบนมาตรฐาน และ t –test แบบ
                                                        ่
Dependent
157




เค้ าโครงวิจย 2
              ั
เรื่อง การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นกเรี ยนชันประถมศึกษาปี ที่ 2
                                                         ั       ้
ชื่อผู้วิจัย นางสาวมาลี สมเสียง
ตําแหน่ ง ครูชํานาญการ
สภาพและความเป็ นมาของปั ญหา
           จากการจัดการเรี ยนการสอนกลุมสาระการเรี ยนรู้วิทยาศาสตร์ ชันประถมศึกษาปี ที่ 2 ขาด
                                             ่                               ้
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และได้ สงผลกระทบต่อการพัฒนาให้ เด็ก คิดเป็ น ทําเป็ น
                                                  ่
แก้ ปัญหาเป็ น ปั ญหาดังกล่าว เป็ นปั ญหาที่กระทบถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนในวิชาตํ่ากว่าเกณฑ์
จึงได้ จดทําแบบฝึ กปฏิบติ เพื่อแก้ ปัญหาการขาดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรี ยน
         ั                    ั
และพัฒนาทักษะพื ้นฐานที่สาคัญและจําเป็ น
                                   ํ
วัตถุประสงค์ ของการวิจย         ั
                   1. เพื่อเปรี ยบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางด้ านทักษะทางวิทยาศาสตร์ ก่อนและหลังการใช้
แบบฝึ กของนักเรี ยนชันประถมศึกษาปี ที่ 2
                            ้
                   2. เพื่อศึกษาผลการใช้ แบบฝั กทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรี ยน
ชันประถมศึกษาปี ที่ 2
   ้
ขอบเขตของการวิจัย
                  1. เนื ้อหาที่ทําวิจย ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ชันประถมศึกษาปี ที่ 2
                                      ั                                    ้
จํานวน 7 ทักษะ คือ ทักษะการสังเกต ทักษะการวัด ทักษะการคํานวณ ทักษะการจําแนก
ประเภท ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปคกับสเปสและสเปสกับเวลา ทักษะการจัด
กระทํา และสือความหมายข้ อมูล และทักษะการลงความคิดเห็นจากข้ อมูล
                ่
                  2. กลุมตัวอย่าง เป็ นนักเรี ยนชันประถมศึกษาปี ที่ 2 ปี การศึกษา 2549 จํานวน
                          ่                         ้
14 คน
                  3. เวลาที่ใช้ ในการศึกษา 10 สัปดาห์ ตังแต่วนที่ 11 พฤศจิกายน – 17 มกราคม
                                                           ้ ั
2549
158



เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจย
                         ั
         1. แบบฝึ กทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ลักษณะของแบบฝึ ก เป็ นแบบฝึ กที่ให้
นักเรี ยนปฏิบตจริ ง จํานวน 7 ชุด ได้ แก่
               ัิ
            ชุดที่ 1 ทักษะการสังเกต
            ชุดที่ 2 ทักษะการวัด
            ชุดที่ 3 ทักษะการคํานวณ
            ชุดที่ 4 ทักษะการจําแนกประเภท
            ชุดที่ 5 ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา
            ชุดที่ 6 ทักษะการจัดกระทําและสื่อความหมายข้ อมูล
            ชุดที่ 7 ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้ อมูล
         2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางด้ านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็ น
แบบทดสอบท่กําหนดสถานการณ์ให้ นกเรียนปฏิบตจริง และตอบคําถาม จํานวน 4 สถานการณ์
                                      ั       ัิ
และข้ อสอบแบบเลืกตอบ 10 ข้ อ ครอบคลุมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทง้ั 7 ทักษะ
วิธีดาเนินการ
     ํ
         1. ทดสอบก่อนใช้ แบบฝึ ก
         2. ปฏิบตกิจกรรมในแต่ละแบบฝึ ก บันทึกคะแนนจากการปฏิบตกิจกรรม แล้ วนําคะแนน
                   ัิ                                          ัิ
มาหาค่าเฉลีย ค่าเบียงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิการกระจาย (CV)
             ่
         3. ทดสอบหลังการใช้ แบบฝึ ก
         4. วิเคราะห์ความแตกต่างของคะแนน จากการทดสอบก่อนและหลังการใช้ แบบฝึ ก
159




ตัวอย่างเค้ าโครงการวิจย ั
ทังสอง คงช่วยให้ ได้ เห็น
  ้
ภาพชัดเจนยิ่งขึ ้นนะครับ




             ทดลองตอบคําถาม เพื่อตรวจสอบความรู้ความเข้ าใจในหน้ าต่อไป
160




   คําถาม

ข้ อที่ 35 คําชีแจง จงพิจารณาข้ อความที่กําหนดให้ ทางขวามือว่าข้ อใดมีความสัมพันธ์กบ
                ้                                                                  ั
                               ข้ อความทางซ้ ายมือ แล้ วนําตัวอักษรไปใส่หน้ าข้ อความที่มีความสัมพันธ์
                               และถูกต้ อง

..............1. ชื่อเรื่ อง                            A. ข้ อความที่ช่วยในการตัดสินว่าเป็ นงานวิจย
                                                                                                   ั
                                                           ที่สมควรทําหรื อไม่
..............2. ความเป็ นมาและความสําคัญ               B. ผู้เรี ยนที่จะศึกษา
                 ของปั ญหา                              C. ข้ อความที่เขียนในลักษณะสังเคราะห์
..............3. วัตถุประสงค์ของการวิจย ั               D. เครื่ องมือกํากับการดําเนินการวิจย
                                                                                            ั
..............4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้ รับ             E. ข้ อความที่แสดงถึงคุณค่าของการวิจย  ั
..............5. แนวคิด หลักการที่นํามาใช้ ใน           F. ข้ อความที่แสดงให้ เห็นถึงลักษณะของ
                 การแก้ ปัญหา/พัฒนา                        ตัวแปรที่จะศึกษา
..............6. วิธีการ/กิจกรรม/นวัตกรรมที่ใช้         H. การออกแบบการวิจย     ั
..............7. กลุมเปาหมาย
                     ่ ้                                I. เป็ นประโยคบอกเล่าและสอดคล้ องกับ
                                                           ปั ญหาการวิจย    ั
..............8. ระยะเวลา (ปฏิทิน)                      J. ทรัพยากรและการจัดการ
                                                        K. กรอบความคิดในการวิจย     ั
161




    เฉลย

F     1.
E     2.
I     3.
A     4.
C     5.
H     6.
B     7.
D     8.

           ________________________________________________________


                                             ขอแสดงความยินดีกบท่าน ที่มี
                                                                 ั
                                             ความรู้ความเข้ าใจ “การวิจย
                                                                       ั
                                             เพื่อพัฒนาการเรี ยนรู้”
162




“ท่านศึกษา การวิจยเพื่อพัฒนา
                     ั
การเรี ยนรู้ จบแล้ วครับ ขอให้ ทานหยุด
                                ่
พักสักครู่ ก่อนทําแบบทดสอบต่อไป ”

เค้าโครงงานวิจัยในชั้นเรียน.2

  • 1.
    หน่ วยที่ 11การเขียนเค้ าโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (การวางแผนการวิจัยในชันเรี ยน) ้ การเขี ย น เ ค้ า โ ค รง ก า รวิ จั ย ( เพื่ อพั ฒ น า การเรี ยนรู้ ) คือ การวางแผนการวิจยว่าจะวิจยเรื่ องอะไร ั ั จะดําเนินการในการวิจยอย่างไร จนกระทังได้ ผลวิจยและ ั ่ ั จัดทํารายงานวิจยได้ การเขียนเค้ าโครงการวิจย จะทําให้ ั ั มองเห็ น ภาพของงานตัง แต่เ ริ่ ม ต้ น จนบรรลุเ ป าหมาย ้ ้ สุดท้ ายที่ชดเจนมีหลักการใหญ่ๆ ที่สําคัญ คือ ั หลักการใหญ่ ๆ ดังแผนภูมิข้างล่าง กําหนด จัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ สร้างนวัตกรรม วัดและประเมินผล ปั ญหา โดยใช้นวัตกรรม 1. การกําหนดปั ญหาความจําเป็ น ความต้ องการในการปรับปรุ งพัฒนา ครูผ้ ทําวิจยจะต้ องวิเคราะห์ ปัญหาที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนของ ู ั ตนเองและต้ องวิเคราะห์ ให้ ทราบสาเหตุแห่ งปั ญหานัน มีสาเหตุใดที่เป็ นสาเหตุท่ สาคัญ ้ ี ํ จะต้ องได้ รับการแก้ ไข เพื่อไม่ให้ เกิดผลกระทบต่อผู้เรี ยนในการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู้ใน แนวทางที่ไม่พงประสงค์ ึ 2. การสร้ างนวัตกรรมในการแก้ ปัญหา/พัฒนา ครูผ้ วิจยเลือกและสร้ างเครื่ องมือ (นวัตกรรม) ในการแก้ ปัญหา/พัฒนา ู ั 3. การจัดกิจกรรมการแก้ ปัญหา/พัฒนา ครูผ้ วิจยนํานวัตกรรมที่สร้ างขึ ้นไปใช้ แก้ ปัญหา/พัฒนาตามแผนที่กําหนดไว้ ู ั 4. การวัดและประเมินผล ครูผ้ วิจยวัดและประเมินผลโดยใช้ เครื่ องมือวัด/รวบรวมข้ อมูลที่สอดคล้ องกับ ู ั
  • 2.
    150 การเข้ าเค้ าโครงการวิจยในชันเรี ยน ั ้ เพื่อพัฒนาการเรี ยนรู้มีหวข้ อและ ั รายละเอียดที่สําคัญอะไรบ้ างครับ หัวข้ อของเค้ าโครงการวิจยมีดงนี ้ ั ั ครับ 1. ชื่อเรื่ องการวิจย ั 6. วิธีการดําเนินการวิจย ั 2. ความสําคัญของปั ญหา 6.1 วิธีการ/กิจกรรม/นวัตกรรมที่ใช้ (หลักการและเหตุผล) 6.2 ผู้เรี ยนที่มีปัญหา/ต้ องพัฒนาขันไหน ้ 3. วัตถุประสงค์ของการวิจย ั จํานวนเท่าไหร่ 4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้ รับ 6.3 เครื่ องมือและการรวบรวมข้ อมูล 5. แนวคิด หลักการที่นํามาใช้ ในการ 6.4 การวิเคราะห์ข้อมูลและการนําเสนอ แก้ ปัญหา/พัฒนา ข้ อมูล 7. ระยะเวลาในการดําเนินการวิจย ั 8. ผู้รับผิดชอบ
  • 3.
    151 ตัวอย่ าง 1. การพั ฒ นาทั ก ษะการวาดภาพสั ต ว์ ของนั ก เรี ย นชั น ประถมศึ ก ษาปี ที่ 2 ้ 1. ชื่อเรื่องการวิจัย โดยใช้ แบบฝึ กทั ก ษะการวาดภาพ ชื่ อเรื่ องการวิจัยเพื่อพัฒนาการ สัตว์ เรี ยนรู้สวนใหญ่จะบอกถึง ่ 2. ผลการใช้ แบบฝึ กทักษะภาษาไทยสระ 1. คุ ณ ลัก ษณะของสิ่ ง ที่ ต้ องการ เปลี่ยนและสระลดรูป เพื่อพัฒนาการ ศึกษา (ตัวแปร) เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการ อ่ า น แ ล ะ เ ขี ย น สํ า ห รั บ ชั ้ น เรี ย นความสามารถในการอ่ า น ทัก ษะ ประถมศึกษาปี ที่ 1 การแก้ โจทย์ปัญหา ฯลฯ 3. การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ 2. ก ลุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง คื อ ผู้ เ รี ย น นั ก เรี ย นชั น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 4 วิ ช า ้ กลุมเปาหมายที่ผ้ วิจยต้ องการศึกษา ่ ้ ู ั ว43101 วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้ อม โดย 3. นวัตกรรม คือ เทคนิค วิธีการ ใช้ วิธีสอนแบบบูรณาการ วิธีสอน สื่อ ฯลฯ ที่ผ้ ูวิจัยสร้ างขึ ้นมาเพื่อ 4. การพัฒนาการเคลื่อนไหวร่ างกายโดย มาใช้ ในการพัฒนา/แก้ ปัญหา ใช้ เพลงและเกม 5. การใช้ กิจกรรมคิดเลขเร็ วเพื่อพัฒนา ทักษะการคิดคํานวณของนักเรี ยน
  • 4.
    152 2. ความสําคัญของปั ญหา กล่าวถึงสภาพคุณภาพการเรี ยนการสอนที่พง ึ (หลักการและเหตุผล) ปรารถนา หรื อควรจะเป็ น โดยอาจกล่าวถึง - ความนํา แผนการศึ ก ษาแห่ ง ชาติ จุ ด มุ่ ง หมายของ - สภาพปั ญหาและชี ้ประเด็น หลักสูตร นโยบายการจัดการศึกษาของ สพฐ. สาเหตุของปั ญหาให้ ชดเจน ั ตลอดจนผลการเรี ยนรู้ที่คาดหวัง ตัวชี ้วัดชันปี ้ - ความจําเป็ นในการแก้ ปัญหา/ ของกลุ่มสาระการเรี ยนรู้ ที่รับผิดชอบ เหตุผล พัฒนา ที่นําเสนอควรเป็ นเหตุผลที่ นําไปสู่จุดที่ เป็ น ปั ญ ห า ที่ จ ะ ทํ า วิ จั ย แ ล ะ ช่ ว ย ชี ้ใ ห้ เ ห็ น ความสําคัญของสิ่งที่จะวิจยและควรมีข้อมูล ั ตัวอย่ าง 3. วัตถุประสงค์ ของการวิจัย 1. เพื่ อ ประเมิ น ผลสั ม ฤทธิ์ ท างการเรี ย น ผู้วิ จัย ต้ อ งการศึก ษาอะไร การ ส า ร ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ เขียนวัตถุประสงค์ของการวิจยต้ องเขียน ั ชั น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 5 โดยใช้ บทบาท ้ ให้ สอดคล้ องกับปั ญหาวิจย ั สมมุติ 2. ศึกษาเจตคติของนักเรี ยนที่เรี ยนโดยใช้ บทบาทสมมติ 4. ประโยชน์ ท่ คาดว่ าจะได้ รับ ี ตัวอย่ าง ผู้วิ จัย ต้ อ งตอบคํ า ถามให้ ไ ด้ ว่า 1. เพื่อเป็ นแนวทางให้ ครู ได้ รูปแบบและวิธี เมื่ อ ทํ า วิ จั ย เสร็ จแล้ วเราจะนํ า ไปใช้ สอนที่มีประสิทธิภาพมาช่วย ประโยชน์โดยตรงได้ อย่างไรบ้ าง ซึงต้ อง ่ 2. เพื่อเป็ นแนวทางในการปรับปรุ งแก้ ไขวิธี ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ค ว า ม เ ป็ น ม า แ ล ะ สอนสาระการเรี ยนรู้คณิตศาสตร์ ในระดับ ความสําคัญของปั ญหา และให้ กล่าวถึง มัธ ยมศึ ก ษา เพื่ อ ประโยชน์ ใ นการจั ด ประโยชน์ที่เป็ นผลตามมาด้ วย กิจกรรมการเรี ยนการสอน
  • 5.
    153 5. แนวคิด หลักการที่นํามาใช้ในการ 1. การเสนอแนวคิดและเนื ้อหาต้ องมีความ แก้ ปัญหา/พัฒนา ต่อเนื่องสอดคล้ องกับคุณลักษณะที่ต้อง การศึกษาแนวคิด หลักการที่นํามาใช้ ศึกษา ในการแก้ ปัญหา/พัฒนา มีความจําเป็ น 2. เขี ย นโดยการวิ เ คราะห์ สั ง เคราะห์ ต่ อ ก า ร ศึ ก ษ า ค้ น ค ว้ า ต่ อ ไ ป ใ น ข้ อความโดยคํานึงถึงความสัมพันธ์ อย่าง รายละเอียดของการสร้ างเครื่ องมือที่ ใช้ มีเหตุผล ในการแก้ ปั ญหาโดยเฉพาะแนวคิ ด / 3. สรุ ปสาระสําคัญในการนําเสนอเพื่อการ หลักการที่ สําคัญๆ ที่ จะต้ องนํามาใช้ ใน แก้ ปัญหา/พัฒนา การปรั บ วิ ธี ก าร/สื่ อ หรื อ นวัต กรรมให้ นวัตกรรม สอดคล้ องกับสภาพปั ญหา - วิธีสอน - เทคนิคการสอน - สื่อ - อุปกรณ์ กลุมตัวอย่าง ่ - ผู้เรี ยนกลุมสาระการเรี ยนรู้ ............. ่ ชัน............... ปี การศึกษา .......... ้ 6. วิธีดาเนินการวิจัย ํ 6.1 วิธีการ/กิจกรรม/นวัตกรรมที่ใช้ ใน โรงเรี ยน............. การแก้ ปัญหา/พัฒนา - จํานวน……….คน 6.2 ผู้เรี ยนที่ เป็ นปั ญหา/ต้ องการ เครื่ องมือที่ใช้ ในการรวบรวมข้ อมูล พัฒนาขันใด จํานวนเท่าใด ้ - แบทดสอบ 6.3 เครื่ อ งมื อ ที่ ใ ช้ ในการรวบรวม - แบบสังเกต ข้ อมูล - แบบสอบถาม 6.4 การวิ เ คราะห์ ข้ อมู ล และการ - แบบสัมภาษณ์ นําเสนอข้ อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล - สถิตที่ใช้ ิ - แนวทางในการวิเคราะห์ - เกณฑ์ในการประเมิน การนําเสนอข้ อมูล - ตาราง - กราฟ - ข้ อความ
  • 6.
    154 เดือน ก ส ก ต พ ธ ม ก มี เม พ มิ 7. ระยะเวลาในการ รายการ ค ค ย ค ย ค ค พ ค ย ค ย ดําเนินการวิจัย กิจกรรม นําเสนอรายการของ 1. ปรับแผนการเรี ยนรู้ 2. พัฒนาแบบฝึ กทักษะ กิจกรรมและช่วงเวลาที่ 3. สร้ างเครื่ องมือวัด ดําเนินการ 4. แก้ ปัญหา/พัฒนา 5. รวบรวมข้ อมูล/ วิเคราะห์ข้อมูล 6. สรุปแบะเขียนรายงาน 8. ผู้ผิดชอบ ระบุชื่อครูผ้ วิจย ู ั ชัดเจนดีครับ มันใจทําได้ ่
  • 7.
    155 ขอดูตวอย่าง เค้ าโครงการวิจย ั ั สันๆ พอเป็ นแนวทางด้ วยครับ ้ เค้ าโครงวิจย 1 ั เรื่อง การศึกษาผลพัฒนาการเรี ยนรหัสวิชา ง 30108 ช่างซ่อมเครื่ องใช้ ไฟฟาในบ้ านของนักเรี ยน ้ ชันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โดยใช้ ชดสื่อเอกสารการเรี ยนการสอน ้ ุ ชื่อผู้วิจัย นายเพชรนํ ้า นิเวศวรทานต์ ตําแหน่ ง ครูชํานาญการ สภาพและความเป็ นมาของปั ญหา หลักสูตรการศึกษาขันพื ้นฐาน พุทธศักราช 2544 เป็ นหลักสูตรแกนกลางของประเทศที่มี ้ จุดประสงค์ที่จะพัฒนาคุณภาพของผู้เรี ยนให้ เป็ นคนดี มี ปั ญญา มีคณภาพชีวิตที่ดี มีขีด ุ ความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิง การเพิ่มศักยภาพของผู้เรี ยนให้ สงขึ ้น สามารถ ่ ู ดํารงชีวิตอย่างมีความสุขได้ บนพื ้นของความเป็ นไทยและความเป็ นสากล รวมทังมีความสามารถ ้ ในการประกอบอาชีพหรื อศึกษาต่อตามความถนัดและความสามารถของแต่ละบุคคล จากมาตรา 22 และ 23 แห่งพระราชบัญญัตการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดการ ิ ศึกษาต้ องยึดหลักว่า ผู้เรี ยนทุกคนมีความสามารถเรี ยนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมี ความสําคัญที่สด กระบวนการจัดการศึกษาต้ องส่งเสริมให้ ผ้ เู รี ยนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ ุ และเต็มตามศักยภาพ ประกอบกับต้ องมีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพและ ดํารงชีวิต อย่างมีความสุข และประกอบกับมาตรา 30 ให้ สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรี ยนการสอนที่มี ประสิทธิภาพ รวมทังการส่งเสริ มให้ ผ้ สอนสามารถวิจยเพื่อพัฒนาการเรี ยนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรี ยน ้ ู ั ในแต่ละระดับการศึกษา และจากการศึกษาผลการสอนนักเรี ยน พบว่า นักเรี ยนยังมีปัญหาใน
  • 8.
    156 การเรี ยนการสอน เพื่อใช้ในการสอนเรื่ อง การซ่อมเครื่ องใช้ ไฟฟาในบ้ าน ้ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้ างและพัฒนาชุดสือเอกสารการเรี ยนการสอน รหัสวิชา ง 30108 ชัน ่ ้ มัธยมศึกษาปี ที่ 3 2. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนของนักเรี ยนที่เรี ยนโดยใช้ ชดสื่อเอกสารการเรี ยน ุ การสอน รหัสวิชา ง 30108 3. เพื่อศึกษาเจตคติของที่มีตอชุดสื่อเอกสารการเรี ยนการสอน รหัสวิชา ง 30108 ชัน ่ ้ มัธยมศึกษาปี ที่ 3 ประโยชน์ ท่ คาดว่ าจะได้ รับ ี 1. ได้ ชดสื่อเอกสารการเรี ยนการสอน รหัสวิชา ง 30108 ชันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 ุ ้ 2. นักเรี ยนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนสูงขึ ้น วิธีดาเนินการวิจัย ํ กลุ่มที่ศึกษา เป็ นนักเรี ยน ชัน ม.3 /3 ที่ผ้ วิจยเป็ นผู้สอน ้ ู ั เครื่องมือที่ใช้ ในการวบรวมข้ อมูล 1. สร้ างและพัฒนาชุดสื่อเอกสารการเรี ยนการสอน รหัสวิชา ง 30108 ชันมัธยมศึกษา ้ ปี ที่ 3 2. สร้ างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยน วิชา ง 30108 ชันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 ้ 3. สร้ างแบบสอบถามเจตคติของนักเรี ยนต่อชุดสื่อเอกสารการเรี ยนการสอน รหัสวิชา ง 30108 ชันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 ้ การวิเคราะห์ ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย และค่าเบียงเบนมาตรฐาน และ t –test แบบ ่ Dependent
  • 9.
    157 เค้ าโครงวิจย 2 ั เรื่อง การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นกเรี ยนชันประถมศึกษาปี ที่ 2 ั ้ ชื่อผู้วิจัย นางสาวมาลี สมเสียง ตําแหน่ ง ครูชํานาญการ สภาพและความเป็ นมาของปั ญหา จากการจัดการเรี ยนการสอนกลุมสาระการเรี ยนรู้วิทยาศาสตร์ ชันประถมศึกษาปี ที่ 2 ขาด ่ ้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และได้ สงผลกระทบต่อการพัฒนาให้ เด็ก คิดเป็ น ทําเป็ น ่ แก้ ปัญหาเป็ น ปั ญหาดังกล่าว เป็ นปั ญหาที่กระทบถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนในวิชาตํ่ากว่าเกณฑ์ จึงได้ จดทําแบบฝึ กปฏิบติ เพื่อแก้ ปัญหาการขาดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรี ยน ั ั และพัฒนาทักษะพื ้นฐานที่สาคัญและจําเป็ น ํ วัตถุประสงค์ ของการวิจย ั 1. เพื่อเปรี ยบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางด้ านทักษะทางวิทยาศาสตร์ ก่อนและหลังการใช้ แบบฝึ กของนักเรี ยนชันประถมศึกษาปี ที่ 2 ้ 2. เพื่อศึกษาผลการใช้ แบบฝั กทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรี ยน ชันประถมศึกษาปี ที่ 2 ้ ขอบเขตของการวิจัย 1. เนื ้อหาที่ทําวิจย ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ชันประถมศึกษาปี ที่ 2 ั ้ จํานวน 7 ทักษะ คือ ทักษะการสังเกต ทักษะการวัด ทักษะการคํานวณ ทักษะการจําแนก ประเภท ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปคกับสเปสและสเปสกับเวลา ทักษะการจัด กระทํา และสือความหมายข้ อมูล และทักษะการลงความคิดเห็นจากข้ อมูล ่ 2. กลุมตัวอย่าง เป็ นนักเรี ยนชันประถมศึกษาปี ที่ 2 ปี การศึกษา 2549 จํานวน ่ ้ 14 คน 3. เวลาที่ใช้ ในการศึกษา 10 สัปดาห์ ตังแต่วนที่ 11 พฤศจิกายน – 17 มกราคม ้ ั 2549
  • 10.
    158 เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจย ั 1. แบบฝึ กทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ลักษณะของแบบฝึ ก เป็ นแบบฝึ กที่ให้ นักเรี ยนปฏิบตจริ ง จํานวน 7 ชุด ได้ แก่ ัิ ชุดที่ 1 ทักษะการสังเกต ชุดที่ 2 ทักษะการวัด ชุดที่ 3 ทักษะการคํานวณ ชุดที่ 4 ทักษะการจําแนกประเภท ชุดที่ 5 ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา ชุดที่ 6 ทักษะการจัดกระทําและสื่อความหมายข้ อมูล ชุดที่ 7 ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้ อมูล 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางด้ านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็ น แบบทดสอบท่กําหนดสถานการณ์ให้ นกเรียนปฏิบตจริง และตอบคําถาม จํานวน 4 สถานการณ์ ั ัิ และข้ อสอบแบบเลืกตอบ 10 ข้ อ ครอบคลุมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทง้ั 7 ทักษะ วิธีดาเนินการ ํ 1. ทดสอบก่อนใช้ แบบฝึ ก 2. ปฏิบตกิจกรรมในแต่ละแบบฝึ ก บันทึกคะแนนจากการปฏิบตกิจกรรม แล้ วนําคะแนน ัิ ัิ มาหาค่าเฉลีย ค่าเบียงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิการกระจาย (CV) ่ 3. ทดสอบหลังการใช้ แบบฝึ ก 4. วิเคราะห์ความแตกต่างของคะแนน จากการทดสอบก่อนและหลังการใช้ แบบฝึ ก
  • 11.
    159 ตัวอย่างเค้ าโครงการวิจย ั ทังสองคงช่วยให้ ได้ เห็น ้ ภาพชัดเจนยิ่งขึ ้นนะครับ ทดลองตอบคําถาม เพื่อตรวจสอบความรู้ความเข้ าใจในหน้ าต่อไป
  • 12.
    160 คําถาม ข้ อที่ 35 คําชีแจง จงพิจารณาข้ อความที่กําหนดให้ ทางขวามือว่าข้ อใดมีความสัมพันธ์กบ ้ ั ข้ อความทางซ้ ายมือ แล้ วนําตัวอักษรไปใส่หน้ าข้ อความที่มีความสัมพันธ์ และถูกต้ อง ..............1. ชื่อเรื่ อง A. ข้ อความที่ช่วยในการตัดสินว่าเป็ นงานวิจย ั ที่สมควรทําหรื อไม่ ..............2. ความเป็ นมาและความสําคัญ B. ผู้เรี ยนที่จะศึกษา ของปั ญหา C. ข้ อความที่เขียนในลักษณะสังเคราะห์ ..............3. วัตถุประสงค์ของการวิจย ั D. เครื่ องมือกํากับการดําเนินการวิจย ั ..............4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้ รับ E. ข้ อความที่แสดงถึงคุณค่าของการวิจย ั ..............5. แนวคิด หลักการที่นํามาใช้ ใน F. ข้ อความที่แสดงให้ เห็นถึงลักษณะของ การแก้ ปัญหา/พัฒนา ตัวแปรที่จะศึกษา ..............6. วิธีการ/กิจกรรม/นวัตกรรมที่ใช้ H. การออกแบบการวิจย ั ..............7. กลุมเปาหมาย ่ ้ I. เป็ นประโยคบอกเล่าและสอดคล้ องกับ ปั ญหาการวิจย ั ..............8. ระยะเวลา (ปฏิทิน) J. ทรัพยากรและการจัดการ K. กรอบความคิดในการวิจย ั
  • 13.
    161 เฉลย F 1. E 2. I 3. A 4. C 5. H 6. B 7. D 8. ________________________________________________________ ขอแสดงความยินดีกบท่าน ที่มี ั ความรู้ความเข้ าใจ “การวิจย ั เพื่อพัฒนาการเรี ยนรู้”
  • 14.
    162 “ท่านศึกษา การวิจยเพื่อพัฒนา ั การเรี ยนรู้ จบแล้ วครับ ขอให้ ทานหยุด ่ พักสักครู่ ก่อนทําแบบทดสอบต่อไป ”