ยินดีต้อนรับสู่งานนาเสนอ
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุดประเทศหนึ่ง
โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ สามารถค้นคว้าได้บ่งชี้ว่า
อารยธรรมจีนมีอายุถึง 5,000 ปี รากฐานที่สาคัญของ
อารยธรรมจีนคือ การสร้างระบบภาษาเขียน และการพัฒนา
แนวคิดลัทธิขงจื๊อ เมื่อประมาณ ศตวรรษที่ 2 ก่อน ค.ศ.
ประวัติศาสตร์จีนมีทั้งช่วงที่เป็นปึกแผ่นและแตกเป็นหลาย
อาณาจักรสลับกันไป ในบางครั้งก็ถูกปกครองโดยชนชาติอื่น
วัฒนธรรมของจีนมีอิทธิพลอย่างสูงต่อชาติอื่นๆ ในทวีป
เอเชีย ซึ่งถ่ายทอดไปทั้งการอพยพ การค้า และการยึดครอง
อารยธรรมจีนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีแหล่ง
อารยธรรมที่สาคัญ 2 แหล่ง คือ
ลุ่มแม่น้าฮวงโห พบความเจริญที่
เรียกว่า วัฒนธรรมหยางเชา พบหลักฐานที่เป็น
เครื่องปั้นดินเผามีลักษณะสาคัญคือ เครื่องปั้นดินเผาเป็น
ลายเขียนสี มักเป็นลายเรขาคณิต พืช นก สัตว์ต่างๆ และ
พบใบหน้ามนุษย์ สีที่ใช้เป็นสีดาหรือสีม่วงเข้ม นอกจากนี้
ยังมีการพิมพ์ลายหรือขูดสลักลายเป็นรูปลายจักสาน
ลายเชือกทาบ
เครื่องปั้นดินเผายางเชา
ลุ่มน้าแยงซี ( Yangtze ) บริเวณมณฑล
ชานตุงพบ วัฒนธรรมหลงซาน ( Lung
Shan Culture ) พบหลักฐานที่เป็น
เครื่องปั้นดินเผามีลักษณะสาคัญคือ เครื่องปั้นดินเผา
มีเนื้อละเอียดสีดาขัดมันเงา คุณภาพดีเนื้อบางและแกร่ง
เป็นภาชนะ 3 ขา เครื่องปั้นดินเผาสามขา
• ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชาง
สิ้นสุดสมัยราชวงศ์โจว
• ประวัติศาสตร์สมัยจักรวรรดิ เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์
จิ๋น จนถึงปลายราชวงศ์ชิงหรือเช็ง
• ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เริ่มปลายราชวงศ์เช็งจนถึงการ
ปฏิวัติเข้าสู่ระบอบสังคมนิยม
• ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เริ่มตั้งแต่จีนปฏิวัติ
เปลี่ยนแปลงการปกครองเข้าสู่ระบอบสังคมนิยมหรือ
คอมมิวนิสต์จนถึงปัจจุบัน
• ราชวงศ์ชาง เป็นราชวงศ์แรกของจีน
• มีการปกครองแบบนครรัฐ
• มีการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้เป็นครั้งแรก พบ
จารึกบนกระดองเต่า และกระดูกวัว เรื่องที่จารึก
ส่วนใหญ่เป็นการทานายโชคชะตาจึงเรียกว่า “กระดูก
เสี่ยงทาย”
• มีความเชื่อเรื่องการบูชาบรรพบุรุษ
จารึกอักษรบนกระดองเต่า
• แนวความคิดด้านการปกครอง เชื่อเรื่องกษัตริย์
เป็น “โอรสแห่งสวรรค์ สวรรค์มอบอานาจให้มา
ปกครองมนุษย์เรียกว่า “อาณัตแห่งสวรรค์
• เริ่มต้นยุคศักดินาของจีน
• เกิดลัทธิขงจื๊อ ที่มีแนวทาง
เป็นแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยมเน้นความสัมพันธ์และการทา
หน้าที่ของผู้คนในสังคม ระหว่างจักรพรรดิกับราษฎร บิดา
กับบุตร พี่ชายกับน้องชาย สามีกับภรรยา เพื่อนกับเพื่อน
เน้นความกตัญญู เคารพผู้อาวุโส ให้ความสาคัญกับ
ครอบครัวเน้นความสาคัญของการศึกษา
• เกิดลัทธิเต๋า โดยเล่าจื๊อ ที่มีแนวทาง
เน้นการดาเนินชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ต้องมีระเบียบแบบ
แผนพิธีรีตองใดใด
เน้นปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ
ลัทธินี้มีอิทธิพลต่อศิลปิน กวี และจิตรกรจีน
• คาสอนทั้งสองลัทธิเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คน
• จักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่สามารถรวมดินแดนของจีนให้
เป็นจักรวรรดิ เป็นครั้งแรกคือ พระเจ้าชิวั่งตี่
หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นผู้ให้สร้าง กาแพงเมือง
จีน
• มีการใช้เหรียญกษาปณ์ มาตราชั่ง ตวง วัด
• เป็นยุคทองด้านการค้าของจีน มีการค้าขายกับ
อาณาจักรโรมัน อาหรับ และอินเดีย โดยเส้นทาง
การค้าที่เรียกว่า เส้นทางสายไหม( Silk
Rood )
• ลัทธิขงจื๊อ คาสอนถูกนามาใช้เป็นหลักในการ
ปกครองประเทศ
• มีการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ
เรียกว่า จอหงวน
• เป็นยุคแตกแยกแบ่งเป็นสามก๊ก
• มีการขุดคลองเชื่อมแม่น้าฮวงโหกับแม่น้าแยงซี
เพื่อประโยชน์ในด้านการคมนาคม
• ได้ชื่อว่าเป็นยุคทองของอารยธรรมจีน นครฉางอาน
เป็นศูนย์กลางของซีกโลกตะวันออกในสมัยนั้น
• พระพุทธศาสนามีความ
เจริญรุ่งเรือง พระภิกษุ (ถังซาจั๋ง) เดินทางไป
ศึกษาพระไตรปิฎก ในชมพูทวีป
• เป็นยุคทองของกวีนิพนธ์จีน กวีคนสาคัญ เช่น
หวางเหว่ย หลี่ไป๋ ตู้ฝู้
• ศิลปะแขนงต่างๆมีความรุ่งเรือง
• มีความก้าวหน้าด้านการเดินเรือสาเภา
• รู้จักการใช้เข็มทิศ
• รู้จักการใช้ลูกคิด
• ประดิษฐ์แท่นพิมพ์หนังสือ
• รักษาโรคด้วยการฝังเข็ม
• เป็นราชวงศ์ชาวมองโกลที่เข้ามาปกครองจีน
ฮ่องเต้องค์แรกคือ กุบไลข่าน หรือ หงวนสี
โจ๊วฮ่องเต้
• ชาวตะวันตกเข้ามาติดต่อค้าขายมาก เช่น มาร์โค
โปโล พ่อค้าชาวเมืองเวนีส อิตาลี
• วรรณกรรม นิยมการเขียนนวนิยายที่ใช้ภาษาพูด
มากกว่าการใช้ภาษาเขียน มีนวนิยายที่สาคัญ
ได้แก่ สามก๊ก ไซอิ๋ว
• ส่งเสริมการสารวจเส้นทางเดินเรือทางทะเล
• สร้างพระราชวังหลวงปักกิ่ง (วังต้องห้าม)
• เป็นราชวงศ์เผ่าแมนจู เป็นยุคที่จีนเสื่อมถอยความ
เจริญทุกด้าน และเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน
• เริ่มถูกรุกรานจากชาติตะวันตก เช่น สงครามฝิ่น
ซึ่งจีนรบแพ้อังกฤษ ทาให้ต้องลงนามในสนธิสัญญา
นานกิง
ปลายยุคราชวงศ์ชิง พระนางซูสีไทเฮาเข้ามามี
อิทธิพลในการบริหารประเทศมาก
ปลายยุคราชวงศ์ชิง ดร.ซุนยัตเซ็น จัดตั้งสมาคมสันนิบาต
เพื่อล้มล้างราชวงศ์ชิง โดยประกาศ ลัทธิ ไตร
ราษฎร์ ประกอบด้วย นโยบายปฏิวัติ คือ โค่นล้มราชวงศ์แมนจู
และจัดตั้งรัฐบาลประชาชน จัดตั้งรัฐบาลตามระบอบสาธารณรัฐ
จัดสรรที่ดินให้แก่ประชาชน และก่อตั้งพรรคชาตินิยม หรือพรรค
ก๊กมินตั๋ง ขึ้นในที่สุด
• ต่อมา ซุนยัตเซ็นได้ร่วมมือกับ ยวน ซีไข ทาการปฏิวัติล้ม
ราชวงศ์ชิงได้สาเร็จเปลี่ยนการปกครองเข้าสู่ระบอบ
สาธารณรัฐ (จักรพรรดิปูยี เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของจีน)
มีการแย่งชิงอานาจของผู้นาทางทหารเรียกว่า ยุคขุนศึก
• ซุนยัตเซ็นได้เสนอให้ ยวน ซีไข เป็นประธานาธิบดีของสาธารณรัฐจีน
• ยวน ซีไข คิดสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิและรื้อฟื้นระบบศักดินา
• ดร.ซุนยัตเซ็น ตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง
• เมื่อ ยวน ซีไข เสียชีวิตลง ดร.ซุนยัตเซ็นเป็นประธานาธิบดี
แต่เป็นได้ ไม่นานก็เสียชีวิต
• หลังจาก ดร. ซุนยัตเซ็น เสียชีวิต เจียงไคเช็ค ขึ้นเป็นผู้นา
พรรคก๊กมินตั๋งและผู้นาจีน
• แต่รัฐบาลเจียงไคเช็ค ประสบปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวง กดขี่
ราษฎร
• จีนเกิดการปฏิวัติอีกครั้ง โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน ภายใต้
การนาของ เหมา เจ๋อตุง รัฐบาลเจียงไคเช็ค ต่อสู้กับพรรค
คอมมิวนิสต์แต่แพ้
• เหมา เจ๋อตุง สถาปนา “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ปกครอง
ด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ มีการจัดระเบียบสังคมใหม่
เรียกว่า การปฏิวัติทางวัฒนธรรม เพื่อต่อต้านจารีต
ศักดินาแบ่งชนชั้น
หลังจาก เหมา เจ๋อตุง เสียชีวิต เติ้งเสี่ยวผิงขึ้นเป็นผู้นาจีนแทน
ประกาศพัฒนาประเทศด้วย นโยบายสี่ทันสมัย คือด้าน
เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การทหาร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โดยอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนภายในประเทศ รวมทั้งผ่อนปรน
วิถีการดาเนินชีวิตของประชาชนให้คลายความเข้มงวดลง
อารยธรรมจีน
อารยธรรมจีน
อารยธรรมจีน
อารยธรรมจีน
อารยธรรมจีน
อารยธรรมจีน

อารยธรรมจีน