More Related Content
PDF
PPTX
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ PDF
PPTX
ม4 การตั้งถิ่นฐานในดินแดนไทย PPTX
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ม.6.7(4,10) PPTX
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ PDF
เรื่องที่ 1 การนับเวลาและการเทียบศักราช PDF
ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง วิธีการทางประวัติศาสตร์และการวิเคราะห์เหตุการณ์สำคัญ What's hot
PPTX
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ 1 PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
แบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องการแต่งคำประพันธ์ PPTX
PDF
ใบงานที่ 1 รวมกลุ่มเศรษฐกิจฯ พร้อมเฉลย PPTX
PDF
Key of 3 การสถาปนาสุโขทัย-57 PDF
PPTX
คำถามพร้อมตอบ อิเหนา-ตอน-ศึกกะหมังกุหนิง PDF
PPTX
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับศาสนา PDF
ความสัมพันธ์กับอาณาจักรต่างๆในสมัยสุโขทัย อยุธยา PDF
PDF
อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ(อินเดีย) PPTX
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ PDF
แบบทดสอบหลังเรียนเรื่องบทนมัสการมาตาปิตุคุณและอาจาริยคุณ_ม.4 PDF
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับห้องสมุด Similar to A2 thai-history
PDF
หัวข้อที่ ๔ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย PDF
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอีสาน1 PDF
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอีสาน2 PDF
หัวข้อที่ ๕ ประวัติศาสตร์ไทยก่อนสมัยสุโขทัย PDF
PDF
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3 PPT
PDF
PPTX
PDF
03การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย PDF
03การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย PDF
PDF
PDF
บทที่ 2 โบราณคดีและประวัติศาสตร์ไทย PPTX
PPTX
PPTX
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ PDF
PPTX
PDF
หัวข้อที่ ๓ แหล่งกำเนิดของชนชาติไทย More from ธีรพงศ์ อ่อนอก
PDF
แผ่นผับเที่ยวบุรีรัมย์_new2.pdf PDF
แบบประเมิน Scitific Inquiry and the Nature of Science 65.pdf PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
Water4 6 freesamples-norestriction PDF
A2 thai-history
- 1.
- 2.
1. การตั้งหลักแหล่งสมัยก่อนประวัติศาสตร์
1. การตั้งถิ่นฐานในยุคหิน(ประมาณ 2,000,000-5,500 ปีมาแล้ว)
สันนิษฐานว่าดินแดนในประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านของมนุษย์ในยุคแรกเริ่มจากเขต
ภาคพื้นทวีปลงไปสู่หมู่เกาะทางตอนล่าง เนื่องจากค้นพบเครื่องมือหินกะเทาะยุคแรก ๆ
ภาคเหนือ แหล่งโบราณคดีแม่ทะ จังหวัดลาปาง
ภาคใต้แหล่งโบราณคดีถ้าหลังโรงเรียน จังหวัดกระบี่
ร่องรอยการตั้งหลักแหล่งเป็นชุมชนในเขตประเทศไทยส่วนใหญ่มีอายุประมาณ
5,000 ปีลงมา พบในบริเวณถ้าและเพิงผาของแนวเขาทั่วทุกภาค โดยเฉพาะทิวเขาด้าน
ตะวันตกจากภาคเหนือทอดยาวต่อเนื่องลงสู่คาบสมุทรภาคใต้คือ มีถ้าและเพิงผาใกล้
แหล่งน้า มีทรัพยากรธรรมชาติที่จาเป็นต่อการดารงชีวิตอย่างอุดมสมบูรณ์ เช่น น้า
อาหารทั้งพืชและสัตว์แร่ธาตุที่นามาทาเครื่องมือเครื่องใช้และอาวุธ
- 3.
- 4.
แหล่งภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ค่ายประตูผา อยู่ในเขตอาเภอแม่เมาะ อยู่บริเวณหน้าผาด้านหลัง
ศาลเจ้าพ่อประตูผาพบเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๑ เป็นภาพเขียนสีขนาดใหญ่ ที่ผนังเพิงผา ซึ่งเป็นหน้าผาชันสูง
ประมาณ ๕๐ เมตร ยาวตลอดแนวของเขา พื้นดินมีลักษณะเป็นดินฝุ่นสีน้าตาลแดงเข้ม ถัดจากเพิงผาลงไป
เป็นลาดไหล่เขาค่อนข้างชัน
เครื่องมือหินกะเทาะพบที่เขาป่ าหนาม บ้านแม่ทะ และบ้านดอนมูล จังหวัดลาปางเครื่องมือหินกะเทาะ
ทั้งสองแห่งนี้พบอยู่ใต้ชั้นหินบะซอลต์ซึ่งเป็นการทับถม ของลาวาภูเขาไฟ อายุราว700,000ปีมาแล้ว แต่ไม่มี
การพบร่องรอยของมนุษย์แต่อย่างใด ร่องรอยของมนุษย์เก่าแก่ที่สุดคือ ฟันมนุษย์ที่ถ้าวิมานนาคินทร์ อาเภอ
คอนสาร จังหวัดชัยภูมิกาหนดอายุได้ในราว180,000 ปีมาแล้ว
- 5.
แหล่งโบราณคดีถ้าหลังโรงเรียน
หลักฐานที่พบมีอายุประมาณ ๒๗,๐๐๐ -๓๗,๐๐๐ ปี นับเป็นแหล่งที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลักฐานทางโบราณคดีที่พบได้แก่ หลุมฝังศพและโครงกระดูก เศษ
ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ เครื่องมือหิน เครื่องมือทาจากเขาสัตว์และกระดูก กระดูกสัตว์ขนาดใหญ่และ
เปลือกหอย
เครื่องมือในยุคนี้ที่พบในถ้าหลังโรงเรียน ส่วนมากเป็นเครื่องมือหินกะเทาะที่มีการแต่งขอบภายหลัง
ดังเช่นที่พบในจีนและอินโดนีเซีย เครื่องมือหินเหล่านี้คงใช้ในการดารงชีวิตแบบล่าสัตว์และเก็บพืชผลป่า
มาบริโภค
- 6.
1.1 แหล่งโบราณคดีถ้าผีแมน ลาน้าปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน อายุประมาณ 5,000 ปี
ชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตนี้คงพัฒนาจากยุคหินกลางเข้าสู่ยุคหินใหม่ รู้จักการเพาะปลูก
เนื่องจากได้พบเมล็ดข้าวและเมล็ดพืชบางชนิดในบริเวณหลุมฝังศพ ยังพบโลงศพไม้ที่เป็น
รูปเรือขุดจานวนมาก แสดงถึงการใช้เรือเป็นพาหนะในการติดต่อระหว่างชุมชน
รูปวาดลายเส้นโลงไม้รูปเรือ
- 8.
- 9.
1.2 แหล่งโบราณคดีออบหลวง ลาน้าปิงจังหวัดเชียงใหม่ คือ ภาพเขียนสีรูปคนกับช้าง
แสดงการประกอบพิธีกรรมของคนในชุมชน
ขุดค้นพบโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์จานวนมาก เช่น
เครื่องมือหินกระเทาะแกนหินและสะเก็ดหิน ขวานหินขัด ชิ้นส่วน เครื่องประดับและภาชนะสาริด
ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ ที่สาคัญคือ พบโครงกระดูกของมนุษย์ในสมัยยุคสาริด มีอายุระหว่าง 2,500 -
3,500ปี ก่อนคริสตกา
- 10.
- 11.
1.3 แหล่งโบราณคดีบริเวณลุ่มน้าแควน้อย แควใหญ่จังหวัดกาญจนบุรี มีอายุประมาณ
5,000- 3,000 ปี พบหลักฐานแสดงการเข้ามาอยู่อาศัยของมนุษย์หลายเผ่าพันธุ์ตามบริเวณถ้า
ต่าง ๆ ริมแม่น้าแควทั้ง 2 สาย
เริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มกาเนิดมีมนุษย์ขึ้นในโลก จากสภาพภูมิศาสตร์ที่มีภูเขา แม่น้า ป่าไม้สิงสาราสัตว์
มากมาย เหมาะที่จะเป็นที่ตั้งอาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานทางด้าน
โบราณคดีมากมายได้แก่ เครื่องมือหินกะเทาะ เครื่องมือสมัยหินใหม่ เครื่องมือสมัยโลหะ โครงกระดูก
มนุษย์ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ ภาพเขียนสีที่ผนังถ้า โลงศพ ฯลฯ ตามถ้าเพิงผา และตามลาน้าแคว
น้อยแควใหญ่ ตลอดไปจนลุ่มแม่น้าแม่กลอง
- 12.
ภาชนะดินเผาทรงคล้ายหม้อ มีขาทรงกรวยสามขา อายุราว4,000-3,000 ปีมาแล้ว แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า
ตาบลบ้านเก่า อาเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่ตั้งอยู่บริเวณริมห้วยสาขาของแม่น้าแควน้อย ที่แสดงถึงการติดต่อกัน
ของชุมชนภายในผืนแผ่นดินใหญ่ในเอเชีย ขาทั้ง 3 ขา ที่ติดอยู่บนภาชนะมีสัน มีลักษณะทรงกรวยกลวง บริเวณ
ส่วนบนหรือส่วนล่างของขาเจาะรู 1 – 2 รู เข้าใจว่าเป็นรูสาหรับระบายความร้อนในการเผา ซึ่งขาจะถูกทาขึ้นคนละ
ครั้งแล้วนามาติดกับตัวภาชนะ
- 13.
- 14.
- 15.
- 16.
- 17.
- 18.
ตารางจาแนกตัวอย่างโครงกระดูกจากแหล่งโบราณโคกพนมดี ตามเพศและค่าประเมินอายุเมื่อตาย
อายุ/ เพศเพศชาย เพศหญิง
จาแนกเพศ
ไม่ได้
รวม
ทารก (0-2 ปี) 72 72
เด็ก (2-12 ปี) 14 14
วัยรุ่น (12-20 ปี) 5 3 8
วัยหนุ่ม (20-35 ปี) 22 20 42
วัยกลางคน (35-50 ปี) 5 12 17
วัยสูงอายุ (มากกว่า50 ปี) 1 1
รวม 32 36 86 154
ที่มา: ประพิศ พงษ์มาศ ชูศิริ, ผลการวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์ที่แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี.
(กรุงเทพฯ: โครงการสารวจแหล่งโบราณคดี ฝ่ ายวิชาการ กองโบราณคดี, 2534), 40-48.
- 19.
1.5 แหล่งโบราณคดีบริเวณลุ่มน้าป่ าสัก-ลพบุรีเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่เติบโตขึ้นมา
ในยุคหินใหม่ประมาณ 4,000 ปีลงมา มีทั้งการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์และหาของป่า มี
พัฒนาการขึ้นเป็นเมืองใหญ่ที่รุ่งเรืองทางการค้าในยุคโลหะ
ภาชนะดินเผาลวดลายจักสาน พบเป็นจานวนมาก เป็นภาชนะเด่นในกลุ่ม แหล่ง
โบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณลุ่มน้าลพบุรี - ป่าสัก
- 20.
- 21.
แหล่งโบราณคดี ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.โนนสูง5 จุด คือ จุดที่ 1 บ้านหลุมข้าว ต.หลุมข้าว, จุดที่ 2 บ้านปราสาท ต.ธารปราสาท,
จุดที่ 3 โนนเมืองเก่า บ้านดงพลอง ต.หลุมข้าว, จุดที่ 4 เนินอุโลก บ้านหนองนาตูม ต.พลสงคราม ซึ่งทั้ง 4 จุดนี้ ได้มีการขุดพบ
โบราณวัตถุก่อนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ อายุกว่า 2,500-3,000 ปี และจุดที่ 5 คือ จุดบ้านโนนวัด ต.พลสงคราม เป็นจุดที่ค้นพบ
โบราณวัตถุ และโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายุกว่า 4,500 ปี ที่แขน 2 ข้างของโครงกระดูกใส่กาไลเปลือกหอยทะเลเต็มทั้ง 2 แขน
- 22.
- 23.
- 24.
2. การตั้งหลักแหล่งในยุคโลหะ (ประมาณ4,000-1,500 ปีมาแล้ว)
มีการพัฒนาการขึ้นเป็นสังคมเมืองที่เป็นระเบียบ จัดรูปแบบการปกครอง แบ่งชน
ชั้นในสังคมตามบทบาทหน้าที่และเผ่าพันธุ์ ยุคโลหะในประเทศไทยแบ่งย่อยเป็น 2 ระยะ
คือ ยุคสาริด โดยการนาแร่ทองแดงและดีบุกมาหลอมรวมกันเป็นสาริด ใช้ผลิตเครื่องมือ
เครื่องใช้และเครื่องประดับ ในระยะต่อมาจึงมีการนาแร่เหล็กที่มีความแข็งแกร่งกว่ามาใช้
แทนสาริด
- 25.
2.1 แหล่งโบราณคดีลุ่มน้าป่ าสัก-ลพบุรีคือ เขตชุมชนเก่าในยุคหินใหม่ที่มีความอุดม
สมบูรณ์ในฐานะแหล่งเกษตรกรรม เป็นแหล่งถลุงโลหะและสินค้าของป่าเพื่อการค้า รวมทั้ง
มีทาเลอยู่ริมลาน้าใหญ่ใกล้ปากอ่าว สามารถเป็นสื่อกลางในการติดต่อระหว่างชุมชนชายฝั่ง
ทะเลกับชุมชนที่อยู่ลึกเข้าไปภายในได้สะดวก แหล่งโบราณคดีสาคัญ ได้แก่ ท่าแค พุน้อย
โนนป่าหวาย ห้วยใหญ่ ห้วยโป่ง และซับจาปา
ระฆังรูปไก่ เป็นเทคโนโลยีการหล่อสาริดรูปสัตว์ที่สวยงาม
อายุในราว 2,000 ปี จากลุ่มน้าป่าสัก ชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
- 26.
2.1.1 บ้านท่าแค ผลจากขุดค้นทางโบราณคดีได้พบชั้นวัฒนธรรมหลายสมัยโดย
สมัยที่เก่าที่สุดกาหนดอายุได้ราว 3,000 – 2,500 ปี มีการพบหลุมฝังศพ เศษภาชนะดินเผาซึ่ง
ส่วนใหญ่มีเนื้อดินสีแดงทาเป็นลายขูดขีดและลายเชือกทาบ ขวานหินขัด กาไล ลูกปัดหิน
รวมทั้งเศษกาไลสาริด และกระดูกสัตว์ชนิดต่าง ๆ ซึ่งหลักฐานที่พบที่บ้านท่าแคนี้เป็น
หลักฐานทางโบราณคดีที่มักพบทั่วไปในประเทศไทยที่เป็นวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์
ระดับหมู่บ้านเกษตรกรรม สมัยต่อมาพบภาชนะดินเผาที่มีวิวัฒนาการในด้านรูปทรง เช่น
ภาชนะก้นกลมสีน้าตาลปนแดงจนถึงน้าตาลเข้ม มีทั้งผิวขัดมันและลายกดประทับ รวมทั้ง
พบเศษเครื่องมือที่ทาจากโลหะกระจายอยู่ทั่วไป
- 27.
- 28.
2.1.2 เมืองโบราณซับจาปา ปรากฏการตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อน
ประวัติศาสตร์จากการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี เช่น กาไลหิน แกนกาไลหิน กระดูกมนุษย์และภาชนะ
ดินเผาก่อนประวัติศาสตร์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมีอายุประมาณ 3,000 – 2,500ปีมาแล้ว อีกทั้งโบราณวัตถุ
ประเภทศิลาจารึกประติมากรรมรูปต่าง ๆ สันนิฐานว่าในราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 13ชุมชนโบราณแห่งนี้
ได้รับวัฒนธรรมอินเดีย เช่น ศาสนา ความเชื่อ อักษร ภาษาศิลปกรรม และพัฒนาขึ้นเป็นเมือง พื้นที่บริเวณ
รอบๆ มีการขุดคูน้าเพื่อสร้างคันดินเป็นกาแพงเมืองล้อมรอบชุมชน และมีกษัตริย์ปกครองเมือง
- 29.
- 30.
กระบี่จอมยุทธ์ ด้ามสาริด ดาบเหล็กฝักกระบี่เป็นไม้ผุพังไปมากพบในแห่งโบราณคดียุคหิน- ทองแดง
เขตลุ่มน้าป่าสัก อาเภอลานารายณ์ อายุในราว 3,000 ปี
กระดิ่งหน้าคน จากลุ่มน้าป่าสัก
อายุประมาณ 2,000 ปี
ภาชนะสาริด ภายในมีร่องรอยของลูกปัดแก้ว
จากลุ่มน้าป่าสัก อายุประมาณ 2,000 ปี
.
- 31.
- 32.
- 33.
- 34.
- 35.
- 36.
- 37.
- 38.
- 39.
เมืองโบราณคูบัว เป็นเมืองโบราณสมัยทวาราวดี ที่พัฒนาจากยุคก่อนประวัติศาสตร์เป็น
ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของชุมชนลุ่มแม่น้าแม่กลอง โดยมีฐานะเป็น
เมืองท่าทางการค้าริมแม่น้าสาคัญและชายฝั่งทะเลในยุคประวัติ ศาสตร์ มีการรับเอาแบบอย่าง
การดาเนินชีวิตในรูปแบบสังคมเมือง การนับถือพุทธศาสนา และการรู้จักใช้ตัวอักษรและ
หนังสือ
พบซากฐานเจดีย์ที่ก่อด้วยอิฐและฉาบปูนไว้พบพระพุทธรูปดินเผารูปพระโพธิสัตว์รูป
มนุษย์ยักษ์มาร สัตว์ต่าง ๆ และลวดลายประดับองค์เจดีย์ซึ่งทาด้วยดินเผา
ปูนชั้นชิ้นเอกของเมืองคูบัวภาพ "ปัญจดุริยสตรี" อันเป็นเอกลักษณ์ของทวารวดี
ที่นักดนตรีชั้นสูงกลับเป็น"หญิง"ในขณะที่ในอินเดียนักดนตรีจะเป็น"ชาย
- 40.
- 41.
- 42.
- 43.
2.5 แหล่งโบราณคดีในแอ่งสกลนคร ประกอบด้วยกลุ่มบ้านเชียงอยู่บริเวณที่ราบ
ตอนบนของลาน้าสงครามซึ่งไหลลงลาน้าโขง และกลุ่มโพนชัยบริเวณที่ราบตอนบนของลาน้า
ชีซึ่งจะไหลลงไปสมทบกับลาน้ามูล
วัฒนธรรมบ้านเชียง (ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดอุดรธานี) ชุมชนวัฒนธรรมบ้านเชียงมี
พัฒนาการต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคหินกลาง เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก
ความสาคัญโดดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีโลหะกรรมระดับสูงในการผลิต
เครื่องสาริดเป็นเครื่องใช้อาวุธ และเครื่องประดับ รวมทั้งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่มีลักษณะ
เฉพาะตัว คือ เขียนลวดลายก้นหอยสีแดงบนพื้นผิวภาชนะสีนวล
เครื่องมือประเภทขวานปล่องและ
เครื่องประดับ เบ้าหลอม จาก
วัฒนธรรมลุ่มน้าสงคราม แหล่ง
โบราณคดีบ้านเชียง อุดรธานี และ
ภูมิภาคในเขตจังหวัดสกลนคร อายุ
ในราว 4,500 ปี - 2,000 ปี
- 44.
- 45.
- 46.
- 47.
- 48.
- 49.
- 50.