อารยธรรม 
จีน จัดทำาโดย 
นางสาวนนทิชา เอี่ยมอ่อน ม.6.7 เลขที่25 
นางสาวพรพิชชา สิทธผิลวนิชกลุ ม.6.7 เลข 
ที่26 
นำาเสนอ : อาจารย์ปรางค์ 
สุวรรณ ศักดิ์โสภณกุล
อารยธรรมจีนได้ก่อ 
กำาเนิดในพื้นที่ราบอุดมสมบูรณ์ 
ของลุ่มแม่นำ้าหวางเหอหรือแม่นำ้า 
เหลืองในภาคเหนือของจีน ซึ่ง 
ปกคลุมด้วยดินสีเหลืองที่เรียกว่า 
ดินเลิลส์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ 
การเกษตร และจากปัจจัยทาง 
ธรรมชาติ สภาพภูมิศาสตร์ต่างๆ 
ทำาให้ชาวจีนต้องมาอยู่รวมกัน 
เป็นชุมชน และเกิดเป็นอารยธร 
รมใหม่ๆ อีกทั้งลักษณะที่ตั้งของ 
จีนช่วยให้อารยธรรมจีนคงอยู่มา 
ยาวนานจนปัจจุบัน
อารยธรรมจีน 
สมัยก่อน 
ประวัติศาสตร์
ลุ่มแม่นำ้าฮวงโห 
พบความเจริญทเี่รียกว่า วัฒนธรรมหยางเชา ( Yang Shao 
Culture ) 
พบหลักฐานทเี่ป็นเครื่องปั้นดินเผามลีักษณะสำาคัญคือ 
เครื่องปั้นดินเผาเป็น 
ลายเขียนสี มกัเป็นลายเรขาคณิต พืช นก สัตว์ต่างๆ และ 
พบใบหน้ามนุษย์
เครื่องปั้นดินเผาหยางเชา
ลุ่มนำ้าแยงซี ( Yangtze ) 
บริเวณมณฑลชานตุงพบ วัฒนธรรมหลงซาน ( Lung 
Shan Culture ) พบหลักฐานที่เป็นเครื่องปั้นดินเผามี 
ลักษณะสำาคัญคือ เครื่องปั้นดินเผามเีนื้อละเอียดสดีำาขัด 
มนัเงา คุณภาพดีเนอื้บางและแกร่ง เป็นภาชนะ 3 ขา
เครื่องปั้นดินเผา 
หลงซาน
อารยธรรมจีน 
สมัย 
ประวัติศาสตร์
ราชวงศ์ชาง 
ราชวงศ์ชาง เป็นราชวงศ์แรกของจีน 
ปกครองด้วยกลุ่มชนเผ่า ทั้งยังต้องทำาสงคราม 
กับชนเผ่าต่างๆและทำาให้ชนเผ่าอื่นยอมรับ 
อำานาจ 
และจากการพบซากต่างๆที่เมืองอันหยาง 
จึงเชื่อว่าเมืองนี้น่าจะเป็นศูนย์กลางทาง 
อารยธรรมราชวงศ์ชาง และยังพบกระดองเต่าที่ 
สลักอักษรจีนโบราณ จึงสันนิษฐานว่าเป็นกระ 
ดูกสำาหรับเสี่ยงทาย 
สังคมมีการแบ่งชนชั้นโดยใช้ฐานะทาง 
สังคมและเศรษฐกิจเป็นตัวกำาหนด ชาวชางมี
จารึกกระดอง 
เต่า
สมัยฟิวดัล (ราช 
วงศ์โจว) 
ราชวงศ์โจวปกครองจีนตอนเหนือทั้งหมด แบ่ง 
เป็น 2 สมัย คือ 
1. โจวตะวันตก เจ้านายตระกูลเก่าแก่ 
และหัวหน้าเผ่าต่างๆ 
ที่สนับสนุนราชวงศ์โจวเป็นผปู้กครองเมือง แคว้น 
ต่างๆ โดยมีแนวความคิดด้านการปกครอง เชอื่ 
เรื่องกษัตริย์เป็น “โอรสแห่งสวรรค์” 
สวรรค์มอบอำานาจให้มาปกครองมนุษย์เรียก 
ว่า “อาณัติแห่งสวรรค์” และได้นำาอารยธรรม
2. โจวตะวันออก สมัยนี้มีการแลก 
เปลี่ยนผลผลิต ทำาให้เกิดอาชีพค้าขายขึ้น โดย 
ใช้เงินตราเป็นสอื่กลางแลกเปลี่ยน 
ชาวจีนเชื่อว่าอารยธรรมจีนสูงส่งกว่าอารยธรรม 
ชนเผ่าอื่นๆ จึงเชอื่ว่า 
จีนคือศูนย์กลางความเจริญของโลก ปัญหา 
ทางการเมืองและสงครามระหว่างรัฐ ทำาให้เกิด 
แนวคิดทางการเมืองและสังคมขงจื๊อ เมิ่งจื๊อ เล่า 
จื๊อ จวงจื๊อ และแนวคิดทางการปกครองของ 
สำานักนิติธรรม 
หรือฟาเฉีย สมัยนจีึ้งกลายเป็นยุคทองทาง 
ภูมิปัญญา
สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์(สมัย 
จักรวรรดิจีน) 
1.ราชวงศ์ฉิน พระเจ้าชิวั่งตี่ หรือจิ๋นซี 
ฮ่องเต้ ยึดหลักปกครองตามหลักนิติธรรม(ฟา 
เฉีย) ที่เห็นว่ามนุษย์ชั่วร้ายมี กิเลส ตัณหา 
ต้องใช้อำานาจและกฏหมายเป็นเครื่องควบคุม 
ยกเลิกระบบศักดินา 
แบ่งเขตการปกครองเป็น 36 มณฑล แต่งตั้ง 
ข้าราชการไปปกครอง 
จัดระเบียบการเขียนหนังสือ ทำาลาย 
ขนบธรรมเนียมประเพณีเดิมและ 
คำาสอนของขงจื๊อเผาตำาราต่างๆ มีการสร้าง
จิ๋นซีฮ่องเต้
กำาแพงเมืองจีน
2.ราชวงศ์ฮั่น มีการฟื้นฟูปรัชญาและ 
วรรณกรรมที่มีการเผาในสมัยราชวงศ์ ฉินหรือ 
จิ๋น นำาหลักการของขงจื๊อมาใช้ 
ในการปกครองประเทศ มีการสอบเข้ารับราชการ 
หรือ ระบบจอหงวน 
มีการทำากระดาษจากเปลือกไม้ คิดค้นการทำาหมึก 
จากเขม่าต้นรัก 
ใช้พู่กันเขียนลงบนกระดาษ การคำานวณหา 
อัตราส่วนเสน้ผ่าศูนย์กลางกับเส้นรอบวง 
ประดิษฐล์ูกคิด เครื่องตรวจแผ่นดินไหว
ลัทธิขงจื๊อ
ในสมัยนี้มีการใช้เสน้ทางสายไหม ใน 
การติดต่อค้าขายกับทางตะวันตก เป็นยุคทอง 
ด้านการค้าของจีน และยังทำาให้อารยธรรมจีน 
เผยแพร่สู่ภูมิภาคอื่นๆ สมัยราชวงศ์ฮนั่จึงเป็น 
สมัยแห่งความเจริญทางอารยธรรมของชาวจีน 
เส้นทางสายไหม
3.ราชวงศ์ถัง ได้ชื่อว่า 
เป็นยุคทองของอารยธรรมจีน นครฉาง 
อานเป็นศูนย์กลางของซีกโลกตะวัน 
ออกในสมยันั้น พระพุทธศาสนา 
มคีวามเจริญรุ่งเรือง พระภกิษุ (พระ 
ถังซำาจั๋ง 
หรือพระเสวียนจาง) เดินทางไปศึกษา 
พระไตรปิฎก 
ในชมพูทวีป เป็นยุคทองของกวีนิพนธ์ 
จีน กวีคนสำาคัญ เช่น หวางเหว่ย หลี่ 
ไป๋ ตู้ฝู้ศิลปะแขนงต่างๆมคีวามรุ่งเรือง 
หรือแม้แต่การสวดมนต์ 
ในพระพุทธศาสนาก็เป็นต้นกำาเนิดของ 
เครื่องดนตรีจีน เช่น ขิมและขลุ่ย และ 
กอ่ตั้งราชบัณฑิตยสถาน
พระถังซำาจั๋งหรือพระ 
เสวียนจาง
4. ราชวงศ์ซ่ง มีความก้าวหน้าด้านการ 
เดินเรือสำาเภาเนื่องจากการค้ามีความรุ่งเรืองแต่ 
ราชสำานักไม่แข็งแรง มีการใช้เข็มทิศ ลูกคิด 
ประดิษฐ์แท่นพิมพ์หนังสือ และรักษาโรคด้วย 
การฝังเข็ม มีการฟื้นฟูลัทธขิงจื๊อและลัทธิเต๋า 
เกิดประเพณีรัดเท้าสตรี และต่อมาถูก 
เผ่ามองโกลรุกราน
5.ราชวงศ์หยวน ปกครองโดยพวก 
มองโกล ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อน แต่ยังมีการนำาเอา 
อารยธรรมจีนไปปฏิบัติ และเน้นอาชีพ 
การเกษตรและการค้าขายแทนการเลี้ยงสัตว์ 
แบบชาวจีนในสมัยก่อน 
มีการแบ่งชนชั้นโดยใช้เชื้อชาติเป็น 
เกณฑ์การแบ่งและสมัยนี้คริสต์ศาสนามีความ 
รุ่งเรืองมาก ทำาให้ศาสนาทางดินแดนตะวันตก 
รวมถึงวิทยาการต่างๆจากชาติตะวันตกเผยแพร่ 
เข้ามาในจีน 
จึงนับเป็นการแลกเปลี่ยนอารยธรรมจีนกับตะวัน 
ตก
6.ราชวงศ์หมิง จูหยวนจาง ปฐม 
กษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิงได้ขับไล่ชาวมองโกล 
ออกจากจีนได้สำาเร็จ และชาวจีนสามารถรักษา 
อารยธรรมจีนไว้ได้ แต่การเข้ามาของชาวตะวัน 
ตกทำาให้เกิดปัญหาต่างๆ สง่ผลเสียแก่ประเทศ 
จีนเป็นอย่างมาก ซึ่งเกิดจากภาษาและ 
วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
7.ราชวงศ์ชิงหรือราชวงศ์ 
แมนจู มีผู้นำาการปกครองประเทศเป็นชาว 
ต่างชาติ เป็นยุคที่มีการปรับปรุงความเจริญที่มี 
อยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น จึงนับเป็นการก้าวสู่ความเป็น 
สมยัใหม่ 
ชาวแมนจูได้สร้างเอกลักษณ์เป็นของตน 
เช่น การไว้ผมเปีย แต่งกายแบบชาวแมนจู
สมัยสาธารณรัฐจีนและ 
สาธารณรัฐประชาชนจีน 
ปลายยุคราชวงศ์ชิง ดร.ซนุยัตเซ็น จดัตั้ง 
สมาคมสันนิบาต เพื่อล้มล้างราชวงศ์ชิง โดย 
ประกาศ ลัทธิไตรราษฎร์ ประกอบด้วย 
1.หลักเอกราช 
2.หลักแหง่อำานาจอธิปไตยของประชาชน 
3.หลักความยุติธรรมในการครองชีพ 
ส่วนนโยบายปฏวิัติ คือ โค่นล้มราชวงศ์แมนจู และ 
จัดตั้งรัฐบาลประชาชน จัดตั้งรัฐบาลตามระบอบ 
สาธารณรัฐ จัดสรรทดีิ่นให้แก่ประชาชน 
และก่อตั้งพรรคชาตินิยม หรือ พรรคกก๊มนิตั๋ง ขึ้น 
ในที่สุด
ดร.ซุนยัตเซ็น
ต่อ มา ซุนยัตเซ็นได้ร่วมมือกับ ยวน ซี 
ไข ทำาการปฏิวัติ 
ล้มราชวงศ์ชิงได้สำาเร็จเปลี่ยนการปกครองเข้าสู่ 
ระบอบสาธารณรัฐ (จักรพรรดิปูยี เป็นกษัตริย์ 
องค์สุดท้ายของจีน) มีการแย่งชิงอำานาจ 
ของผนู้ำาทางทหารเรียกว่า ยุคขุนศึกซุนยัตเซ็นได้ 
เสนอให้ ยวน ซีไข 
เป็นประธานาธิบดีของสาธารณรัฐจีนยวน ซีไข 
คิดสถาปนาตนเอง 
เป็นจักรพรรดิและรื้อฟื้นระบบศักดินาดร.ซุนยัต 
เซ็น ตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง 
เมื่อ ยวน ซีไข เสียชีวิตลง ดร.ซุนยัตเซ็นเป็น
ยวน ซไีข
หลัง จาก ดร. ซุนยัตเซ็น เสียชีวิต เจียง 
ไคเช็ค ขึ้นเป็นผู้นำาพรรคก๊กมินตั๋งและผนู้ำาจีนแต่ 
รัฐบาลเจยีงไคเช็ค ประสบปัญหาฉ้อราษฎร์บัง 
หลวง กดขี่ราษฎรจนีเกิดการปฏิวัติอีกครั้ง โดย 
พรรคคอมมิวนิสต์จีน ภายใต้การนำาของ เหมา เจ๋อ 
ตุง รัฐบาลเจียงไคเช็ค ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แต่ 
แพ้ 
เหมา เจ๋อตุง สถาปนา “สาธารณรัฐประชาชนจีน” 
ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ มีการจดัระเบียบ 
สังคมใหม่ เรียกว่า การปฏิวัติทางวัฒนธรรม เพื่อ 
ต่อต้านจารีตศักดินาแบ่งชนชั้นหลัง จาก เหมา เจ๋อ 
ตุง เสียชีวิต 
เตงิ้เสี่ยวผิงขึ้นเป็นผู้นำาจีนแทน ประกาศ พัฒนา 
ประเทศด้วย 
นโยบายสี่ทนัสมัย คือด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม
เจียงไคเช็ค
เหมา เจ๋อตุง
เติ้งเสี่ยวผิง
สังคมและ 
วัฒนธรรม
ระบบที่ดิน 
จักรพรรดิ พระราชทานที่ดิน เจ้าเมือง+ขุนนางผใู้หญ่ 
มอบให้ ชาวนาสามัญชน 
<<<<<<<<ระบบบ่อนา 
________ 
vvvvvvvv ระบบ 
นาเฉลี่ย คืนให้รัฐ 
ปลูกหม่อน 
เลี้ยงไหม 
ตอนถึงแก่กรรม
ลัทธิ 
ขงจื๊อ 
เน้นแก้ไขปัญหาการเมือง+สังคม 
“ความสงบ” 
ถือหลักมนุษยธรรม+จารีตประเพณี 
พื้นฐานแห่ง 
สัมพันธภาพ 5 ประการ 
จักรพรรดิ-ราษฎร บิดา-บุตร พชี่าย-น้องชาสาม-ีภรรยา เพอื่น-เพื่อน 
ปรัชญาของขงจื๊อ : สอน 
พิธีกรรม ประวัติศาสตร์ 
วรรณคดี 
ตำาราพยากรณ์ การบันทกึเหตุการณ์ 
คัมภีร์ของจื๊อ :
ลัทธิเต๋า โดย เล่าจื๊อ 
** เป็นนักปราชญ์คนสำาคัญ + ศาสดาลัทธิเต๋า 
**ความคิดตรงข้ามกับขงจื๊อ คือ ธรรมชาติ เรียบ 
ง่าย 
ก่อเกิดแรงบันดาลใจทางศิลปกรรมสาขาต่างๆ
ลัทธินิติธรรมหรือฟาเฉีย (Leganism) 
** เกิดในสมัยราชวงศ์โจว 
**เชอื่ว่าธรรมชาติของมนุษย์ คอื เลว มี 
กิเลสตัณหา 
จึงต้องควบคมุ โดย ลงโทษคน 
ผิด 
ให้รางวัล 
คนทำาดี
พระพุทธศาสนา 
**นิกายมหายานเข้ามาในจีน คริสต์ศตวรรษที่ 1 
สมัยราชวงศ์ฮั่น 
**ถูกปรับให้เข้ากับความต้องการทางจิตใจของ 
ชาวจีน 
ทำาให้เกิด พุทธศาสนานิกายมหายานใหม่ 
มากมาย 
ที่สำาคัญ สุขาวดี / ฌานหรือเซน / นิกาย 
เทียนไท้
ศิลปกรรม 
จีน ก่อนเปลี่ยนจาสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบสาธารณรัฐ
เครื่องปั้นดินเผา และ 
เครื่องเคลือบ 
**รุ่งเรื่องสุดสมัยราชวงศ์ซ่ง 
**เป็นต้นแบบของเครื่องเคลือบ “ลายคราม” สมยัราชวงศ์หยวน 
พัฒนาถึงขั้นสูงสุด เป็นเครื่องเบญรงค์ถ้วยชาม สมัยราชวงศ์(สหีลัก : ) + 
เครื่องปั้นดินเผาหยาง 
เชา เครื่องปนั้ดินเผาหลงซาน 
ศิลปกรรมที่มีอายุยืน 
ที่สุดตั้งแต่ปลาย 
ยุคหินใหม่ 
เพื่อฝังศพ+ใช้สอย
เครื่องสำาริด 
**เพื่อใช้เป็นเครื่องเซ่นบูชาเทพเจ้า สงิ่ศักดิ์สิทธ์ 
บรรพบุรุษ 
รวมถึง ใช้ในพิธศีพชั้นสูง+ชนชนั้ 
ปกครอง 
ใช้สอย 
**ที่มีชอื่เสยีงสุด : เครื่องสำาริดสมัยราชวงศ์ชาง 
พิเศษที่ลายประดิษฐ์ + ลอกเลียนธรรมชาติ 
**หมดความสำาคัญเพราะนำาวัสดุอื่นมาใช้แทน 
ในราชวงศ์ฮนั่ (แต่ยังใช้ในพิธีกรรมอยู่)
เครื่อง 
หยก 
**มีการพบหยกสีนำ้าตาลทำาเป็นรูปขวานและ 
แหวน 
ในหลุมศพปลายสมัยหินใหม่ 
**ราชวงศ์ชาง : หยกแกะสลัก ใช้ในพิธีกรรม 
บวงสรวงของราชสำานัก 
**ความเชอื่ต่อเครื่องหยก : สริิมงคล สขุสงบ 
รอบรู้ เข้มแข็ง กล้าหาญ
ประติมากรรม 
**สมัยแรกเป็นประติมากรรมสำาริด 
**ปลายราชวงศ์โจว ถึง ราชวงศ์ฉิน : ทำาหุ่นดินเผา 
รูปทหารขนาดเท่าคนจริง หลายพันตัว ในสสุาน 
ของจักรพรรดิจิ๋นซี ทางตะวันออกเมืองซีอาน 
>>> แสดงถึง ความรู้ดีในเรื่องสดัส่วน + การ 
แสดงออกทางอารมณ์ 
ของมนุษย์ + ความละเอียด 
อ่อน(แต่ละรูปแตกต่าง) 
**ดินเผาเสื่อมความนิยม ในสมัยราชวงศ์ฮั่น >>ใช้ 
หินแทน
ลายเป็นศิลปะจีนอย่างสมบูรณ์ ในราชวงศ์ถัง 
รที่พระพุทธศาสนาเข้ามา) 
ทธปฏิมาสมัยนี้ อ่อนช้อย งดงาม ราวกับเคลื่อนไหวได้ 
ตกแต่งอาภรณ์ เครื่องประดับอย่างประณีต 
ทธปฏิมาที่นิยมสร้าง : พระศรีศากยมุนี พระโพธิสัตว์อวโลกิพระศรีอริยเมตไตรย พระอมิตา
สถาปัตยก 
รรม 
** บ้านเมืองสมยัราชวงศ์ฮั่น สร้าง 
ด้วยไม้ อิฐ ดิน 
แต่ละชั้นมีหลังคามึงด้วย 
กระเบอื้ง กำาแพงล้อมรอบ เขียนตกแต่งกำาแพง บ้าน 
ชนชั้นสูงจะมีหลายชั้น/ชั้นเดียวกว้าง 
** ที่หลงเหลือสมบูรณ์ : สมัยราชวงศ์หมิง & ชิง ใช้ไม้ 
โครงสร้างโค้ง อ่อนช้อย
จิตรกรรม 
**ร่องรอยสมัยแรก : ลวดลายที่แกะสลักบนภาชนะ 
สำาริดของราชวงศ์ 
ชางและโจว แต่มีหลักฐานชัดว่า 
สร้างสรรค์ครั้งแรก 
ในราชวงศ์ฮั่น 
**กู่ไค่จิ้น บิดาแห่งจิตรกรรมจีน / เซียะโห จิตรกรคน 
สำาคัญ 
**ราชวงศ์ถัง เปลี่ยนรูปแบบและเนื้อหาให้หลากหลาย 
และรุ่งเรืองสดุ สมัยราชวงศ์ซ่ง >> อู่เต้าจื่อ : ภาพ 
ฝาผนัง พระพุทธ 
>>หวางเว่ย : ทิวทัศน์ เชอื่ม กวี
วรรณกรร 
**รู้จักใช้ตัวอักษร : ราชมวงศ์ชาง 
เริ่มวรรณกรรมจีน : ราชวงศ์โจว 
**ขงจื๊อรวบรวมตำาราโบราณมาเรียบเรียง คัด 
เพิ่มเติม รวมไว้ด้วยกัน 
เรียกว่า “คัมภีร์ทั้งห้า” 
นอกจากนี้ยังมี “เต๋าเต๋อจิง” ของเล่าจื๊อ 
**ราชวงศ์ฮนั่ ทำาให้วรรณกรรมกลับมา 
รุ่งเรือง โดยเฉพาะร้อยแก้ว 
ซือหม่าเซียน เขียนบันทึกประวัติศาสตร์ 11 ปี 
**รุ่งเรืองมากในราชวงศ์ถัง
ความ 
ก้าวหน้า 
ทาง 
วิทยาการ 
ของจีน
อักษร 
**เรจิ่มราีนชวงศ์ชาง ตัวอักษรกึ่งภาพ 
**ราชวงศ์โจว ปรับให้สวยงาม บรรจง เขียน 
ง่ายขึ้น 
**ราชวงศ์ฮั่น ใช้พู่กันและกระดาษ 
>> หวัด แกมบรรจง ตัวบรรจง 
เข้าสู่ : จิตรกรรม ศิลปะการเขียนตัวอักษร
กระด 
าษ **จีนเป็นชาติแรกที่คิดค้นกระดาษ 
**ไช่หลุน นำาเปลือกไม้ เศษปอ/ป่าน ผ้าเก่า และแห มา 
ทำากระดาษ 
**คิดค้นหมกึ ใช้เขมา่ต้นรัก ไมส้นปั้นเป็นเมด็หรือแทง่ 
ฝนกับนำ้า 
>> ทำาให้การบันทกึ รวมเป็นเล่ม เริ่มแพร่หลาย 
ต่อมาเริ่มพัฒนาการพิมพ์ด้วยการเอานำ้าหมกึ ทาลงบน 
แผ่นไม้แกะสลัก 
**ราชวงศ์ซ่ง แกะตัวอักษรบนดินเหนียว 
แกะตัวอักษรบนไม้แท่ง 
**ราชวงศ์หมิง แกะตัวอักษรบนแทง่ทองแดง 
----ความรู้กว้างขวางมากขึ้น มาก่อนยุโรป-------
การแพทย์ 
**เริ่มราชวงศ์โจว วิธตีรวจ เช่น ดูสีหน้า ฟังเสียง 
พูดคนไข้ จับชีพจร ฝังเข็ม 
**ตำารับยาสมุนไพรจีนสมัยราชวงศ์หมิง 
ซึ่งบันทึกโดยหลี่ซือเจิน (Li Shi Zhen)
ความรู้ 
ทาง 
วิศวกรรม 
โลหะ ** จีนมีความสามารถในการหล่อสำาริด 
จึงเจริญตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชาง และ โจว 
** ราชวงศ์ฮั่น : เหล็กมาใช้แทนสำาริด 
รู้จักผสมเหล็กถลุง กับ เหล็กอ่อน = 
เหล็กกล้า 
**ที่รู้ว่าก้าวหน้ามาก เพราะ สมัยราชวงศ์ถัง สามารถ
การต่อเรือ 
**ต่อเรือขนาดใหญ่ได้ใน ราชวงศ์ ถัง 
**พัฒนาขึ้นใน ราชวงศ์ ซ่ง 
**สมัยราชวงศ์หมิง >> กองเรือขนาดใหญ่ แล่น 
จาก 
จีนใต้ ชายฝั่ง 
ทะเลตะวันออกแอฟริกา
ดินปืน (ดินดำา) 
**จีนค้นพบ สำาคญัเพราะแสดงถึงว่ามีความ 
รู้เคมี 
**ทำาขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน 
ใช้ในการทหาร สมัยราชวงศ์ถัง 
ทำาพลุ ประทัด ดอกไมไ้ฟ สมัยรา 
ชวงศ์ซ่ง 
ทำากระสนุปนืใหญ่ โดยพวกมองโกล 
แล้วแพร่หลายไปอาหรับ จนถ่ายทอดให้ 
ยุโรป
ดาราศาสตร์และ 
**จีนสนใจมานาปนแลฏ้ว เพิทราะินเกี่ยวกับการกำาหนด 
วันทำาพิธีกรรม 
**ปฏิทินใช้ตั้งแต่ราชวงศ์ชาง
แผน 
สว่นใหญ่ใชท้ทางการี่ทหาร สมัยหลังใช้เดินเรือ 
แผนที่ที่เก่าแก่สดุในจีน
คณิตศาสตร์และการ 
**ชาวจีนสามารคถคำาิดคนำานววณอณัตราส่วนระหว่าง 
เส้นผ่านศูนย์กลาง 
กับเส้นรอบวงได้ 
**รู้จักประดิษฐ์ลูกคิด ในสมัยราชวงศ์ฮั่น 
**รวมทั้งสามารถ 
-คำานวณพื้นที่รูปทรงเรขาคณิต 
-นาฬิกาแดด -นาฬิกานำ้า 
-เครื่องวัดระยะทาง 
-เครื่องวัดความสะเทือน
เข็มทิศ 
**ชาวจีนรู้คุณสมบัติของแม่เหล็กตั้งแต่สมัยราช 
วงศ์โจว 
**ประดิษฐ์เข็มทิศได้ในราชวงศ์ฮั่น 
**นำาเข็มทิศมาใช้ทางทหารครั้งแรก ในสามก๊ก 
ภาพวาดเข็มทิศที่ใช้บนเรือสมัยราชวงศ์หมิง

เลขที่25,26 เรื่อง อารยธรรมจีน ม.6.7 นนทิชา พรพิชชา

  • 1.
    อารยธรรม จีน จัดทำาโดย นางสาวนนทิชา เอี่ยมอ่อน ม.6.7 เลขที่25 นางสาวพรพิชชา สิทธผิลวนิชกลุ ม.6.7 เลข ที่26 นำาเสนอ : อาจารย์ปรางค์ สุวรรณ ศักดิ์โสภณกุล
  • 3.
    อารยธรรมจีนได้ก่อ กำาเนิดในพื้นที่ราบอุดมสมบูรณ์ ของลุ่มแม่นำ้าหวางเหอหรือแม่นำ้า เหลืองในภาคเหนือของจีน ซึ่ง ปกคลุมด้วยดินสีเหลืองที่เรียกว่า ดินเลิลส์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ การเกษตร และจากปัจจัยทาง ธรรมชาติ สภาพภูมิศาสตร์ต่างๆ ทำาให้ชาวจีนต้องมาอยู่รวมกัน เป็นชุมชน และเกิดเป็นอารยธร รมใหม่ๆ อีกทั้งลักษณะที่ตั้งของ จีนช่วยให้อารยธรรมจีนคงอยู่มา ยาวนานจนปัจจุบัน
  • 4.
  • 5.
    ลุ่มแม่นำ้าฮวงโห พบความเจริญทเี่รียกว่า วัฒนธรรมหยางเชา( Yang Shao Culture ) พบหลักฐานทเี่ป็นเครื่องปั้นดินเผามลีักษณะสำาคัญคือ เครื่องปั้นดินเผาเป็น ลายเขียนสี มกัเป็นลายเรขาคณิต พืช นก สัตว์ต่างๆ และ พบใบหน้ามนุษย์
  • 6.
  • 7.
    ลุ่มนำ้าแยงซี ( Yangtze) บริเวณมณฑลชานตุงพบ วัฒนธรรมหลงซาน ( Lung Shan Culture ) พบหลักฐานที่เป็นเครื่องปั้นดินเผามี ลักษณะสำาคัญคือ เครื่องปั้นดินเผามเีนื้อละเอียดสดีำาขัด มนัเงา คุณภาพดีเนอื้บางและแกร่ง เป็นภาชนะ 3 ขา
  • 8.
  • 9.
  • 10.
    ราชวงศ์ชาง ราชวงศ์ชาง เป็นราชวงศ์แรกของจีน ปกครองด้วยกลุ่มชนเผ่า ทั้งยังต้องทำาสงคราม กับชนเผ่าต่างๆและทำาให้ชนเผ่าอื่นยอมรับ อำานาจ และจากการพบซากต่างๆที่เมืองอันหยาง จึงเชื่อว่าเมืองนี้น่าจะเป็นศูนย์กลางทาง อารยธรรมราชวงศ์ชาง และยังพบกระดองเต่าที่ สลักอักษรจีนโบราณ จึงสันนิษฐานว่าเป็นกระ ดูกสำาหรับเสี่ยงทาย สังคมมีการแบ่งชนชั้นโดยใช้ฐานะทาง สังคมและเศรษฐกิจเป็นตัวกำาหนด ชาวชางมี
  • 11.
  • 12.
    สมัยฟิวดัล (ราช วงศ์โจว) ราชวงศ์โจวปกครองจีนตอนเหนือทั้งหมด แบ่ง เป็น 2 สมัย คือ 1. โจวตะวันตก เจ้านายตระกูลเก่าแก่ และหัวหน้าเผ่าต่างๆ ที่สนับสนุนราชวงศ์โจวเป็นผปู้กครองเมือง แคว้น ต่างๆ โดยมีแนวความคิดด้านการปกครอง เชอื่ เรื่องกษัตริย์เป็น “โอรสแห่งสวรรค์” สวรรค์มอบอำานาจให้มาปกครองมนุษย์เรียก ว่า “อาณัติแห่งสวรรค์” และได้นำาอารยธรรม
  • 13.
    2. โจวตะวันออก สมัยนี้มีการแลก เปลี่ยนผลผลิต ทำาให้เกิดอาชีพค้าขายขึ้น โดย ใช้เงินตราเป็นสอื่กลางแลกเปลี่ยน ชาวจีนเชื่อว่าอารยธรรมจีนสูงส่งกว่าอารยธรรม ชนเผ่าอื่นๆ จึงเชอื่ว่า จีนคือศูนย์กลางความเจริญของโลก ปัญหา ทางการเมืองและสงครามระหว่างรัฐ ทำาให้เกิด แนวคิดทางการเมืองและสังคมขงจื๊อ เมิ่งจื๊อ เล่า จื๊อ จวงจื๊อ และแนวคิดทางการปกครองของ สำานักนิติธรรม หรือฟาเฉีย สมัยนจีึ้งกลายเป็นยุคทองทาง ภูมิปัญญา
  • 14.
    สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์(สมัย จักรวรรดิจีน) 1.ราชวงศ์ฉินพระเจ้าชิวั่งตี่ หรือจิ๋นซี ฮ่องเต้ ยึดหลักปกครองตามหลักนิติธรรม(ฟา เฉีย) ที่เห็นว่ามนุษย์ชั่วร้ายมี กิเลส ตัณหา ต้องใช้อำานาจและกฏหมายเป็นเครื่องควบคุม ยกเลิกระบบศักดินา แบ่งเขตการปกครองเป็น 36 มณฑล แต่งตั้ง ข้าราชการไปปกครอง จัดระเบียบการเขียนหนังสือ ทำาลาย ขนบธรรมเนียมประเพณีเดิมและ คำาสอนของขงจื๊อเผาตำาราต่างๆ มีการสร้าง
  • 15.
  • 16.
  • 17.
    2.ราชวงศ์ฮั่น มีการฟื้นฟูปรัชญาและ วรรณกรรมที่มีการเผาในสมัยราชวงศ์ฉินหรือ จิ๋น นำาหลักการของขงจื๊อมาใช้ ในการปกครองประเทศ มีการสอบเข้ารับราชการ หรือ ระบบจอหงวน มีการทำากระดาษจากเปลือกไม้ คิดค้นการทำาหมึก จากเขม่าต้นรัก ใช้พู่กันเขียนลงบนกระดาษ การคำานวณหา อัตราส่วนเสน้ผ่าศูนย์กลางกับเส้นรอบวง ประดิษฐล์ูกคิด เครื่องตรวจแผ่นดินไหว
  • 18.
  • 19.
    ในสมัยนี้มีการใช้เสน้ทางสายไหม ใน การติดต่อค้าขายกับทางตะวันตกเป็นยุคทอง ด้านการค้าของจีน และยังทำาให้อารยธรรมจีน เผยแพร่สู่ภูมิภาคอื่นๆ สมัยราชวงศ์ฮนั่จึงเป็น สมัยแห่งความเจริญทางอารยธรรมของชาวจีน เส้นทางสายไหม
  • 20.
    3.ราชวงศ์ถัง ได้ชื่อว่า เป็นยุคทองของอารยธรรมจีนนครฉาง อานเป็นศูนย์กลางของซีกโลกตะวัน ออกในสมยันั้น พระพุทธศาสนา มคีวามเจริญรุ่งเรือง พระภกิษุ (พระ ถังซำาจั๋ง หรือพระเสวียนจาง) เดินทางไปศึกษา พระไตรปิฎก ในชมพูทวีป เป็นยุคทองของกวีนิพนธ์ จีน กวีคนสำาคัญ เช่น หวางเหว่ย หลี่ ไป๋ ตู้ฝู้ศิลปะแขนงต่างๆมคีวามรุ่งเรือง หรือแม้แต่การสวดมนต์ ในพระพุทธศาสนาก็เป็นต้นกำาเนิดของ เครื่องดนตรีจีน เช่น ขิมและขลุ่ย และ กอ่ตั้งราชบัณฑิตยสถาน
  • 21.
  • 22.
    4. ราชวงศ์ซ่ง มีความก้าวหน้าด้านการ เดินเรือสำาเภาเนื่องจากการค้ามีความรุ่งเรืองแต่ ราชสำานักไม่แข็งแรง มีการใช้เข็มทิศ ลูกคิด ประดิษฐ์แท่นพิมพ์หนังสือ และรักษาโรคด้วย การฝังเข็ม มีการฟื้นฟูลัทธขิงจื๊อและลัทธิเต๋า เกิดประเพณีรัดเท้าสตรี และต่อมาถูก เผ่ามองโกลรุกราน
  • 23.
    5.ราชวงศ์หยวน ปกครองโดยพวก มองโกลซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อน แต่ยังมีการนำาเอา อารยธรรมจีนไปปฏิบัติ และเน้นอาชีพ การเกษตรและการค้าขายแทนการเลี้ยงสัตว์ แบบชาวจีนในสมัยก่อน มีการแบ่งชนชั้นโดยใช้เชื้อชาติเป็น เกณฑ์การแบ่งและสมัยนี้คริสต์ศาสนามีความ รุ่งเรืองมาก ทำาให้ศาสนาทางดินแดนตะวันตก รวมถึงวิทยาการต่างๆจากชาติตะวันตกเผยแพร่ เข้ามาในจีน จึงนับเป็นการแลกเปลี่ยนอารยธรรมจีนกับตะวัน ตก
  • 24.
    6.ราชวงศ์หมิง จูหยวนจาง ปฐม กษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิงได้ขับไล่ชาวมองโกล ออกจากจีนได้สำาเร็จ และชาวจีนสามารถรักษา อารยธรรมจีนไว้ได้ แต่การเข้ามาของชาวตะวัน ตกทำาให้เกิดปัญหาต่างๆ สง่ผลเสียแก่ประเทศ จีนเป็นอย่างมาก ซึ่งเกิดจากภาษาและ วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
  • 25.
    7.ราชวงศ์ชิงหรือราชวงศ์ แมนจู มีผู้นำาการปกครองประเทศเป็นชาว ต่างชาติ เป็นยุคที่มีการปรับปรุงความเจริญที่มี อยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น จึงนับเป็นการก้าวสู่ความเป็น สมยัใหม่ ชาวแมนจูได้สร้างเอกลักษณ์เป็นของตน เช่น การไว้ผมเปีย แต่งกายแบบชาวแมนจู
  • 26.
    สมัยสาธารณรัฐจีนและ สาธารณรัฐประชาชนจีน ปลายยุคราชวงศ์ชิงดร.ซนุยัตเซ็น จดัตั้ง สมาคมสันนิบาต เพื่อล้มล้างราชวงศ์ชิง โดย ประกาศ ลัทธิไตรราษฎร์ ประกอบด้วย 1.หลักเอกราช 2.หลักแหง่อำานาจอธิปไตยของประชาชน 3.หลักความยุติธรรมในการครองชีพ ส่วนนโยบายปฏวิัติ คือ โค่นล้มราชวงศ์แมนจู และ จัดตั้งรัฐบาลประชาชน จัดตั้งรัฐบาลตามระบอบ สาธารณรัฐ จัดสรรทดีิ่นให้แก่ประชาชน และก่อตั้งพรรคชาตินิยม หรือ พรรคกก๊มนิตั๋ง ขึ้น ในที่สุด
  • 27.
  • 28.
    ต่อ มา ซุนยัตเซ็นได้ร่วมมือกับยวน ซี ไข ทำาการปฏิวัติ ล้มราชวงศ์ชิงได้สำาเร็จเปลี่ยนการปกครองเข้าสู่ ระบอบสาธารณรัฐ (จักรพรรดิปูยี เป็นกษัตริย์ องค์สุดท้ายของจีน) มีการแย่งชิงอำานาจ ของผนู้ำาทางทหารเรียกว่า ยุคขุนศึกซุนยัตเซ็นได้ เสนอให้ ยวน ซีไข เป็นประธานาธิบดีของสาธารณรัฐจีนยวน ซีไข คิดสถาปนาตนเอง เป็นจักรพรรดิและรื้อฟื้นระบบศักดินาดร.ซุนยัต เซ็น ตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง เมื่อ ยวน ซีไข เสียชีวิตลง ดร.ซุนยัตเซ็นเป็น
  • 29.
  • 30.
    หลัง จาก ดร.ซุนยัตเซ็น เสียชีวิต เจียง ไคเช็ค ขึ้นเป็นผู้นำาพรรคก๊กมินตั๋งและผนู้ำาจีนแต่ รัฐบาลเจยีงไคเช็ค ประสบปัญหาฉ้อราษฎร์บัง หลวง กดขี่ราษฎรจนีเกิดการปฏิวัติอีกครั้ง โดย พรรคคอมมิวนิสต์จีน ภายใต้การนำาของ เหมา เจ๋อ ตุง รัฐบาลเจียงไคเช็ค ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แต่ แพ้ เหมา เจ๋อตุง สถาปนา “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ มีการจดัระเบียบ สังคมใหม่ เรียกว่า การปฏิวัติทางวัฒนธรรม เพื่อ ต่อต้านจารีตศักดินาแบ่งชนชั้นหลัง จาก เหมา เจ๋อ ตุง เสียชีวิต เตงิ้เสี่ยวผิงขึ้นเป็นผู้นำาจีนแทน ประกาศ พัฒนา ประเทศด้วย นโยบายสี่ทนัสมัย คือด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม
  • 31.
  • 32.
  • 33.
  • 34.
  • 35.
    ระบบที่ดิน จักรพรรดิ พระราชทานที่ดินเจ้าเมือง+ขุนนางผใู้หญ่ มอบให้ ชาวนาสามัญชน <<<<<<<<ระบบบ่อนา ________ vvvvvvvv ระบบ นาเฉลี่ย คืนให้รัฐ ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ตอนถึงแก่กรรม
  • 36.
    ลัทธิ ขงจื๊อ เน้นแก้ไขปัญหาการเมือง+สังคม “ความสงบ” ถือหลักมนุษยธรรม+จารีตประเพณี พื้นฐานแห่ง สัมพันธภาพ 5 ประการ จักรพรรดิ-ราษฎร บิดา-บุตร พชี่าย-น้องชาสาม-ีภรรยา เพอื่น-เพื่อน ปรัชญาของขงจื๊อ : สอน พิธีกรรม ประวัติศาสตร์ วรรณคดี ตำาราพยากรณ์ การบันทกึเหตุการณ์ คัมภีร์ของจื๊อ :
  • 37.
    ลัทธิเต๋า โดย เล่าจื๊อ ** เป็นนักปราชญ์คนสำาคัญ + ศาสดาลัทธิเต๋า **ความคิดตรงข้ามกับขงจื๊อ คือ ธรรมชาติ เรียบ ง่าย ก่อเกิดแรงบันดาลใจทางศิลปกรรมสาขาต่างๆ
  • 38.
    ลัทธินิติธรรมหรือฟาเฉีย (Leganism) **เกิดในสมัยราชวงศ์โจว **เชอื่ว่าธรรมชาติของมนุษย์ คอื เลว มี กิเลสตัณหา จึงต้องควบคมุ โดย ลงโทษคน ผิด ให้รางวัล คนทำาดี
  • 39.
    พระพุทธศาสนา **นิกายมหายานเข้ามาในจีน คริสต์ศตวรรษที่1 สมัยราชวงศ์ฮั่น **ถูกปรับให้เข้ากับความต้องการทางจิตใจของ ชาวจีน ทำาให้เกิด พุทธศาสนานิกายมหายานใหม่ มากมาย ที่สำาคัญ สุขาวดี / ฌานหรือเซน / นิกาย เทียนไท้
  • 40.
  • 41.
    เครื่องปั้นดินเผา และ เครื่องเคลือบ **รุ่งเรื่องสุดสมัยราชวงศ์ซ่ง **เป็นต้นแบบของเครื่องเคลือบ “ลายคราม” สมยัราชวงศ์หยวน พัฒนาถึงขั้นสูงสุด เป็นเครื่องเบญรงค์ถ้วยชาม สมัยราชวงศ์(สหีลัก : ) + เครื่องปั้นดินเผาหยาง เชา เครื่องปนั้ดินเผาหลงซาน ศิลปกรรมที่มีอายุยืน ที่สุดตั้งแต่ปลาย ยุคหินใหม่ เพื่อฝังศพ+ใช้สอย
  • 42.
    เครื่องสำาริด **เพื่อใช้เป็นเครื่องเซ่นบูชาเทพเจ้า สงิ่ศักดิ์สิทธ์ บรรพบุรุษ รวมถึง ใช้ในพิธศีพชั้นสูง+ชนชนั้ ปกครอง ใช้สอย **ที่มีชอื่เสยีงสุด : เครื่องสำาริดสมัยราชวงศ์ชาง พิเศษที่ลายประดิษฐ์ + ลอกเลียนธรรมชาติ **หมดความสำาคัญเพราะนำาวัสดุอื่นมาใช้แทน ในราชวงศ์ฮนั่ (แต่ยังใช้ในพิธีกรรมอยู่)
  • 43.
    เครื่อง หยก **มีการพบหยกสีนำ้าตาลทำาเป็นรูปขวานและ แหวน ในหลุมศพปลายสมัยหินใหม่ **ราชวงศ์ชาง : หยกแกะสลัก ใช้ในพิธีกรรม บวงสรวงของราชสำานัก **ความเชอื่ต่อเครื่องหยก : สริิมงคล สขุสงบ รอบรู้ เข้มแข็ง กล้าหาญ
  • 44.
    ประติมากรรม **สมัยแรกเป็นประติมากรรมสำาริด **ปลายราชวงศ์โจวถึง ราชวงศ์ฉิน : ทำาหุ่นดินเผา รูปทหารขนาดเท่าคนจริง หลายพันตัว ในสสุาน ของจักรพรรดิจิ๋นซี ทางตะวันออกเมืองซีอาน >>> แสดงถึง ความรู้ดีในเรื่องสดัส่วน + การ แสดงออกทางอารมณ์ ของมนุษย์ + ความละเอียด อ่อน(แต่ละรูปแตกต่าง) **ดินเผาเสื่อมความนิยม ในสมัยราชวงศ์ฮั่น >>ใช้ หินแทน
  • 45.
    ลายเป็นศิลปะจีนอย่างสมบูรณ์ ในราชวงศ์ถัง รที่พระพุทธศาสนาเข้ามา) ทธปฏิมาสมัยนี้ อ่อนช้อย งดงาม ราวกับเคลื่อนไหวได้ ตกแต่งอาภรณ์ เครื่องประดับอย่างประณีต ทธปฏิมาที่นิยมสร้าง : พระศรีศากยมุนี พระโพธิสัตว์อวโลกิพระศรีอริยเมตไตรย พระอมิตา
  • 46.
    สถาปัตยก รรม **บ้านเมืองสมยัราชวงศ์ฮั่น สร้าง ด้วยไม้ อิฐ ดิน แต่ละชั้นมีหลังคามึงด้วย กระเบอื้ง กำาแพงล้อมรอบ เขียนตกแต่งกำาแพง บ้าน ชนชั้นสูงจะมีหลายชั้น/ชั้นเดียวกว้าง ** ที่หลงเหลือสมบูรณ์ : สมัยราชวงศ์หมิง & ชิง ใช้ไม้ โครงสร้างโค้ง อ่อนช้อย
  • 47.
    จิตรกรรม **ร่องรอยสมัยแรก :ลวดลายที่แกะสลักบนภาชนะ สำาริดของราชวงศ์ ชางและโจว แต่มีหลักฐานชัดว่า สร้างสรรค์ครั้งแรก ในราชวงศ์ฮั่น **กู่ไค่จิ้น บิดาแห่งจิตรกรรมจีน / เซียะโห จิตรกรคน สำาคัญ **ราชวงศ์ถัง เปลี่ยนรูปแบบและเนื้อหาให้หลากหลาย และรุ่งเรืองสดุ สมัยราชวงศ์ซ่ง >> อู่เต้าจื่อ : ภาพ ฝาผนัง พระพุทธ >>หวางเว่ย : ทิวทัศน์ เชอื่ม กวี
  • 48.
    วรรณกรร **รู้จักใช้ตัวอักษร :ราชมวงศ์ชาง เริ่มวรรณกรรมจีน : ราชวงศ์โจว **ขงจื๊อรวบรวมตำาราโบราณมาเรียบเรียง คัด เพิ่มเติม รวมไว้ด้วยกัน เรียกว่า “คัมภีร์ทั้งห้า” นอกจากนี้ยังมี “เต๋าเต๋อจิง” ของเล่าจื๊อ **ราชวงศ์ฮนั่ ทำาให้วรรณกรรมกลับมา รุ่งเรือง โดยเฉพาะร้อยแก้ว ซือหม่าเซียน เขียนบันทึกประวัติศาสตร์ 11 ปี **รุ่งเรืองมากในราชวงศ์ถัง
  • 53.
    ความ ก้าวหน้า ทาง วิทยาการ ของจีน
  • 54.
    อักษร **เรจิ่มราีนชวงศ์ชาง ตัวอักษรกึ่งภาพ **ราชวงศ์โจว ปรับให้สวยงาม บรรจง เขียน ง่ายขึ้น **ราชวงศ์ฮั่น ใช้พู่กันและกระดาษ >> หวัด แกมบรรจง ตัวบรรจง เข้าสู่ : จิตรกรรม ศิลปะการเขียนตัวอักษร
  • 55.
    กระด าษ **จีนเป็นชาติแรกที่คิดค้นกระดาษ **ไช่หลุน นำาเปลือกไม้ เศษปอ/ป่าน ผ้าเก่า และแห มา ทำากระดาษ **คิดค้นหมกึ ใช้เขมา่ต้นรัก ไมส้นปั้นเป็นเมด็หรือแทง่ ฝนกับนำ้า >> ทำาให้การบันทกึ รวมเป็นเล่ม เริ่มแพร่หลาย ต่อมาเริ่มพัฒนาการพิมพ์ด้วยการเอานำ้าหมกึ ทาลงบน แผ่นไม้แกะสลัก **ราชวงศ์ซ่ง แกะตัวอักษรบนดินเหนียว แกะตัวอักษรบนไม้แท่ง **ราชวงศ์หมิง แกะตัวอักษรบนแทง่ทองแดง ----ความรู้กว้างขวางมากขึ้น มาก่อนยุโรป-------
  • 56.
    การแพทย์ **เริ่มราชวงศ์โจว วิธตีรวจเช่น ดูสีหน้า ฟังเสียง พูดคนไข้ จับชีพจร ฝังเข็ม **ตำารับยาสมุนไพรจีนสมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งบันทึกโดยหลี่ซือเจิน (Li Shi Zhen)
  • 57.
    ความรู้ ทาง วิศวกรรม โลหะ ** จีนมีความสามารถในการหล่อสำาริด จึงเจริญตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชาง และ โจว ** ราชวงศ์ฮั่น : เหล็กมาใช้แทนสำาริด รู้จักผสมเหล็กถลุง กับ เหล็กอ่อน = เหล็กกล้า **ที่รู้ว่าก้าวหน้ามาก เพราะ สมัยราชวงศ์ถัง สามารถ
  • 58.
    การต่อเรือ **ต่อเรือขนาดใหญ่ได้ใน ราชวงศ์ถัง **พัฒนาขึ้นใน ราชวงศ์ ซ่ง **สมัยราชวงศ์หมิง >> กองเรือขนาดใหญ่ แล่น จาก จีนใต้ ชายฝั่ง ทะเลตะวันออกแอฟริกา
  • 59.
    ดินปืน (ดินดำา) **จีนค้นพบสำาคญัเพราะแสดงถึงว่ามีความ รู้เคมี **ทำาขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน ใช้ในการทหาร สมัยราชวงศ์ถัง ทำาพลุ ประทัด ดอกไมไ้ฟ สมัยรา ชวงศ์ซ่ง ทำากระสนุปนืใหญ่ โดยพวกมองโกล แล้วแพร่หลายไปอาหรับ จนถ่ายทอดให้ ยุโรป
  • 60.
    ดาราศาสตร์และ **จีนสนใจมานาปนแลฏ้ว เพิทราะินเกี่ยวกับการกำาหนด วันทำาพิธีกรรม **ปฏิทินใช้ตั้งแต่ราชวงศ์ชาง
  • 61.
  • 62.
    คณิตศาสตร์และการ **ชาวจีนสามารคถคำาิดคนำานววณอณัตราส่วนระหว่าง เส้นผ่านศูนย์กลาง กับเส้นรอบวงได้ **รู้จักประดิษฐ์ลูกคิด ในสมัยราชวงศ์ฮั่น **รวมทั้งสามารถ -คำานวณพื้นที่รูปทรงเรขาคณิต -นาฬิกาแดด -นาฬิกานำ้า -เครื่องวัดระยะทาง -เครื่องวัดความสะเทือน
  • 63.
    เข็มทิศ **ชาวจีนรู้คุณสมบัติของแม่เหล็กตั้งแต่สมัยราช วงศ์โจว **ประดิษฐ์เข็มทิศได้ในราชวงศ์ฮั่น **นำาเข็มทิศมาใช้ทางทหารครั้งแรก ในสามก๊ก ภาพวาดเข็มทิศที่ใช้บนเรือสมัยราชวงศ์หมิง