ภญ.ศุภานันท ปงเจริญกิจกุล
โรคภูมิแพ
โรคภูมิแพมีหลายโรค เกิดขึ้นไดหลายระบบ
1. เกิดขึ้นในระบบการหายใจ : น้ํามูกไหล จาม คันจมูก คัดจมูก (คน
   ทั่วไปมักเรียกโรคแพอากาศ)
2. เกิดขึ้นที่ผิวหนัง เชน อาการลมพิษ หรือผื่นภูมิแพในเด็ก หรือผื่นแพ
   จากการสัมผัส สาเหตุใหญของลมพิษมักเปนอาหารและยา
3. เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร ไดแก อาการปวดทอง อาเจียน ทองรวง
   สาเหตุสวนใหญเกิดจากการแพอาหาร
4. เกิดขึ้นในหลายระบบและรุนแรง ผูปวยบางรายมีอาการแพมาก อาจมี
   อาการเกิดขึ้นในทุกระบบ เชน หอบ ลมพิษ ช็อค
ยารักษาโรคภูมิแพ
• ยาแกแพ (Antihistamine)
• Nasal decongestant
• Steroid
• Immunotherapy
ยาแกแพ (Antihistamine)
• ยาที่มีใชกันอยางกวางขวางในการรักษาโรคที่เกี่ยวของกับ
  หลั่งของสารฮีสตามีน (Histamine-related disease)
  โดยเฉพาะอยางยิ่ง โรคภูมิแพ (Allergic disorders) และโรคผิวหนัง
  (Dermatology disease)

• ปจจุบันมี 3 รุน
   – รุนที่ 1 (First generation) - งวงนอน
   – รุนที่ 2 (Second generation)
                                            ไมงวงนอน
   – รุนที่ 3 (Third generation)
รุนที่ 1 (First generation)
• ตัวยาผานตัวกลางของระบบเลือดและสมองไดดี
• มีฤทธิ์ขางเคียงตอระบบประสาทสมองสวนกลาง
• มึนงง ซึม งวงนอน ไมสดชื่น คอแหง ปากแหง ทองผูก ปสสาวะลําบาก
• Chlopheniramine, Hydroxyzine ,
  Brompheniramine , Dimenhydrinate
รุนที่ 1 (First generation)




มึน ซึม งวง ปากแหง คอแหง
รุนที่ 2 (Second generation)
• ยากลุมนี้ไดพัฒนาเพื่อแกจุดดอยของยาในกลุมที่ 1 โดยมีจุดเดน 3
  ประการคือ
   – ไมงวง อาการปากแหง คอแหง ทองผูก ปสสาวะลําบากเกิดไดนอยลง
   – ออกฤทธิ์นานกวา 12 ชั่วโมง จนถึงหลายวัน
   – ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับ receptor ตอฮีสตามีน ทําใหได
     ผลการรักษาดีกวากลุมแรก
• Loratadine
รุนที่ 3 (Third generation)
• หลีกเลี่ยงปญหาเกี่ยวกับการเมตาโบลิซึ่ม (metabolism) ที่
  ตับ โดยไดพัฒนาในรูปแอคทิฟ (active) เลย จึงไมมีผลตอหัวใจ
• Fexofenadine / Cetirizine
• ขอแนะนําในการใชยา

  - ยาในรุนที่ 1 ใหระวังในการใชรวมกับยาที่มีฤทธิ์กดระบบประสาท
  สวนกลาง เพราะจะทําใหมีอาการงวงมากขึ้น ไดแกยานอนหลับ ยา
  ระงับประสาท และพวก Alcohol
  - ยาในรุนที่ 2 ใหระวังการใชยารวมกับยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเมตาโบลิ
  ซึ่มของตับ ซึ่งมีผลเสี่ยงตอการทํางานของหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการใชยา
  รวมกับ Macrolides / Azoles group รวมไปถึงยา
  เกี่ยวกับโรคหัวใจ
  - ยาในรุนที่ 3 เปนยากลุมที่ไมมีปญหาเหมือนรุน 1 และ 2 แตจะมี
  ปญหาในเรื่องราคายาที่มีราคาคอนขางสูง
ยาพนจมูก (nasal spray)

• กําจัดน้ํามูกออกจากจมูกใหหมด (ถามี)
• เขยาขวดยา นั่งตัวตรงเอนศีรษะไปดานหลังเล็กนอย หุบปาก
• เปดฝาขวดยาออก แลวสอดปลายที่พนยาเขาไปในรูจมูก ใชนิ้วมืออีกขางกดรูจมูก
  ขางที่เหลือ
• สูดหายใจเขาพรอมกับกดที่พนยาเขาจมูก
• กลั้นหายใจ 2-3 นาที
• พนยาในจมูกอีกขางดวยวิธีเดียวกัน
• เช็ดทําความสะอาดที่ปลายพน ปดฝา และเก็บใหเรียบรอย
• การใชยาพนจมูก อาจทําใหรูสึกถึงรสขมของยาไดเพราะชองจมูกกับลําคอมีทาง
  ติดตอถึงกัน
nasal spray


Nasal decongestant
                     corticosteroid
Nasal decongestant
• ยาพนบรรเทาอาการคัดจมูก
• ใชเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูกเปนครั้งคราวเมื่อจําเปน
• ใชเมื่อเวลามีอาการคัดจมูกเทานั้น
corticosteroid
• ตองใชอยางสม่ําเสมอ ทุกวัน ตามแพทยสั่ง
• ถาลืมพนยาใหพนยาทันทีที่นึกได แตถานึกขึ้นไดในเวลาใกลเคียงกับ
  เวลาที่จะพนยาครั้งตอไป ใหพนยาของครั้งตอไปไดเลย โดยไมตองเพิ่ม
  ขนาดยาเปน 2 เทา
• ไมควรหยุดยา ลดขนาดยา หรือเพิ่มขนาดยาเอง โดยไมไดปรึกษาแพทย
ยาพนจมูกกลุม corticosteroid
ชวยลดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก
ยาพนรักษาหอบหืด
•  แบงตามชนิดของยาพน มี 3 ชนิด
  – Metered-Dose Inhalers[MDI]
  – Dry Powder Inhaler [DPI]
  – การใชเครื่องพนชนิด Diskus
• แบงเปนยาควบคุมอาการและบรรเทาอาการ
  – ยาควบคุมอาการ : corticosteroid
  – ยาบรรเทาอาการ : ventolin , berodual etc.
Metered-Dose Inhaler [MDI]
ยาบรรเทาอาการ
Dry Powder Inhaler
ยาควบคุมอาการ
ยาควบคุมอาการ

      ตองพนทุกวันอยางสม่ําเสมอ เพื่อควบคุมอาการหอบหืด
Thank You
   For
  Your
Attention
• http://pharm.kku.ac.th/thaiv/pharmpractice/e
  ent/lesson/multimedia/nasalspray.htm
  (วิธีการใชยาพนจมูก)
 http://www.youtube.com/watch?v=_V9TrenSDac

Pompea2

  • 1.
  • 2.
    โรคภูมิแพ โรคภูมิแพมีหลายโรค เกิดขึ้นไดหลายระบบ 1. เกิดขึ้นในระบบการหายใจ: น้ํามูกไหล จาม คันจมูก คัดจมูก (คน ทั่วไปมักเรียกโรคแพอากาศ) 2. เกิดขึ้นที่ผิวหนัง เชน อาการลมพิษ หรือผื่นภูมิแพในเด็ก หรือผื่นแพ จากการสัมผัส สาเหตุใหญของลมพิษมักเปนอาหารและยา 3. เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร ไดแก อาการปวดทอง อาเจียน ทองรวง สาเหตุสวนใหญเกิดจากการแพอาหาร 4. เกิดขึ้นในหลายระบบและรุนแรง ผูปวยบางรายมีอาการแพมาก อาจมี อาการเกิดขึ้นในทุกระบบ เชน หอบ ลมพิษ ช็อค
  • 3.
  • 4.
    ยาแกแพ (Antihistamine) • ยาที่มีใชกันอยางกวางขวางในการรักษาโรคที่เกี่ยวของกับ หลั่งของสารฮีสตามีน (Histamine-related disease) โดยเฉพาะอยางยิ่ง โรคภูมิแพ (Allergic disorders) และโรคผิวหนัง (Dermatology disease) • ปจจุบันมี 3 รุน – รุนที่ 1 (First generation) - งวงนอน – รุนที่ 2 (Second generation) ไมงวงนอน – รุนที่ 3 (Third generation)
  • 5.
    รุนที่ 1 (Firstgeneration) • ตัวยาผานตัวกลางของระบบเลือดและสมองไดดี • มีฤทธิ์ขางเคียงตอระบบประสาทสมองสวนกลาง • มึนงง ซึม งวงนอน ไมสดชื่น คอแหง ปากแหง ทองผูก ปสสาวะลําบาก • Chlopheniramine, Hydroxyzine , Brompheniramine , Dimenhydrinate
  • 6.
    รุนที่ 1 (Firstgeneration) มึน ซึม งวง ปากแหง คอแหง
  • 7.
    รุนที่ 2 (Secondgeneration) • ยากลุมนี้ไดพัฒนาเพื่อแกจุดดอยของยาในกลุมที่ 1 โดยมีจุดเดน 3 ประการคือ – ไมงวง อาการปากแหง คอแหง ทองผูก ปสสาวะลําบากเกิดไดนอยลง – ออกฤทธิ์นานกวา 12 ชั่วโมง จนถึงหลายวัน – ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับ receptor ตอฮีสตามีน ทําใหได ผลการรักษาดีกวากลุมแรก • Loratadine
  • 8.
    รุนที่ 3 (Thirdgeneration) • หลีกเลี่ยงปญหาเกี่ยวกับการเมตาโบลิซึ่ม (metabolism) ที่ ตับ โดยไดพัฒนาในรูปแอคทิฟ (active) เลย จึงไมมีผลตอหัวใจ • Fexofenadine / Cetirizine
  • 9.
    • ขอแนะนําในการใชยา - ยาในรุนที่ 1 ใหระวังในการใชรวมกับยาที่มีฤทธิ์กดระบบประสาท สวนกลาง เพราะจะทําใหมีอาการงวงมากขึ้น ไดแกยานอนหลับ ยา ระงับประสาท และพวก Alcohol - ยาในรุนที่ 2 ใหระวังการใชยารวมกับยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเมตาโบลิ ซึ่มของตับ ซึ่งมีผลเสี่ยงตอการทํางานของหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการใชยา รวมกับ Macrolides / Azoles group รวมไปถึงยา เกี่ยวกับโรคหัวใจ - ยาในรุนที่ 3 เปนยากลุมที่ไมมีปญหาเหมือนรุน 1 และ 2 แตจะมี ปญหาในเรื่องราคายาที่มีราคาคอนขางสูง
  • 12.
    ยาพนจมูก (nasal spray) •กําจัดน้ํามูกออกจากจมูกใหหมด (ถามี) • เขยาขวดยา นั่งตัวตรงเอนศีรษะไปดานหลังเล็กนอย หุบปาก • เปดฝาขวดยาออก แลวสอดปลายที่พนยาเขาไปในรูจมูก ใชนิ้วมืออีกขางกดรูจมูก ขางที่เหลือ • สูดหายใจเขาพรอมกับกดที่พนยาเขาจมูก • กลั้นหายใจ 2-3 นาที • พนยาในจมูกอีกขางดวยวิธีเดียวกัน • เช็ดทําความสะอาดที่ปลายพน ปดฝา และเก็บใหเรียบรอย • การใชยาพนจมูก อาจทําใหรูสึกถึงรสขมของยาไดเพราะชองจมูกกับลําคอมีทาง ติดตอถึงกัน
  • 13.
  • 14.
    Nasal decongestant • ยาพนบรรเทาอาการคัดจมูก •ใชเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูกเปนครั้งคราวเมื่อจําเปน • ใชเมื่อเวลามีอาการคัดจมูกเทานั้น
  • 15.
    corticosteroid • ตองใชอยางสม่ําเสมอ ทุกวันตามแพทยสั่ง • ถาลืมพนยาใหพนยาทันทีที่นึกได แตถานึกขึ้นไดในเวลาใกลเคียงกับ เวลาที่จะพนยาครั้งตอไป ใหพนยาของครั้งตอไปไดเลย โดยไมตองเพิ่ม ขนาดยาเปน 2 เทา • ไมควรหยุดยา ลดขนาดยา หรือเพิ่มขนาดยาเอง โดยไมไดปรึกษาแพทย
  • 16.
  • 18.
    ยาพนรักษาหอบหืด • แบงตามชนิดของยาพนมี 3 ชนิด – Metered-Dose Inhalers[MDI] – Dry Powder Inhaler [DPI] – การใชเครื่องพนชนิด Diskus • แบงเปนยาควบคุมอาการและบรรเทาอาการ – ยาควบคุมอาการ : corticosteroid – ยาบรรเทาอาการ : ventolin , berodual etc.
  • 19.
  • 20.
  • 21.
    ยาควบคุมอาการ ตองพนทุกวันอยางสม่ําเสมอ เพื่อควบคุมอาการหอบหืด
  • 22.
    Thank You For Your Attention
  • 24.
    • http://pharm.kku.ac.th/thaiv/pharmpractice/e ent/lesson/multimedia/nasalspray.htm (วิธีการใชยาพนจมูก) http://www.youtube.com/watch?v=_V9TrenSDac