SSBBAARR เอสบา
การสือสารอย่างปลอดภัย
ByBy SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
Patient Safety GoalsPatient Safety Goals
คือเป้ าหมายเพือความปลอดภัยของผู้ป่วย ซึงแนวทางหนึงทีคือเป้ าหมายเพือความปลอดภัยของผู้ป่วย ซึงแนวทางหนึงที
นํามาใช้คือนํามาใช้คือ SIMPLE (SIMPLE ( แนวทางการปฏิบัติทีสร้างความแนวทางการปฏิบัติทีสร้างความ
ปลอดภัยให้กับผู้ป่วยปลอดภัยให้กับผู้ป่วย)) ตามภาพทีแสดงตามภาพทีแสดง
S : Safe SurgeryS : Safe Surgery
I : Infection Control (Clean Care)I : Infection Control (Clean Care)
M: Medication SafetyM: Medication Safety
P : Patient Care ProcessesP : Patient Care Processes ได้แก่ได้แก่ SSBBAARR
L : Line, Tube & CatheterL : Line, Tube & Catheter
E: Emergency ResponseE: Emergency Response
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์การมหาชน)
Safe Surgery
Infection Control
Medication & Blood Safety
Patient Care Process
Line, Tubing, Cathether
Emergency Response
Hand Hygiene
Prevention of CAUTI, VAP, Central line infection
SSI Prevention
Safe Anesthesia
Correct Procedure at Correct Site
Surgical Safety Checklist
Safe from ADE, conc e’lyte, High-Alert Drug
Safe from medication error, LASA
Medication Reconciliation
Blood Safety
Sepsis
Acute Coronary Syndrome
Maternal & Neonatal Morbidity
Response to the Deteriorating Patient / RRT
Patient Identification
Communication (SBAR, handovers, critical test
results, verbal order, abbreviation)
Proper Diagnosis
Preventing common complications (Pressure
Ulcers, Falls)
Mis-connection
Patient Safety Goals : SIMPLE
อะไรคืออะไรคือ SSBBAARR
SSBBAARR คือแนวทางในการคือแนวทางในการ
สือสารระหว่างสือสารระหว่างทีมสหทีมสหสาขาวิชาชีพสาขาวิชาชีพ
โดยเฉพาะอย่างระหว่างแพทย์และโดยเฉพาะอย่างระหว่างแพทย์และ
พยาบาล แบบง่ายๆ ทีมีกรอบในการพยาบาล แบบง่ายๆ ทีมีกรอบในการ
สือสารและส่งต่อข้อมูลทีชัดเจน เพือสือสารและส่งต่อข้อมูลทีชัดเจน เพือ
สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย
เช่น เมือผู้ป่วยภาวะวิกฤติและต้องเช่น เมือผู้ป่วยภาวะวิกฤติและต้อง
ให้ความสนใจและรับการรักษาทันทีให้ความสนใจและรับการรักษาทันที
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ทําไมเราต้องใช้ทําไมเราต้องใช้ SSBBAARR
เราใช้เราใช้ SSBBAARR เพือเพือ
SSBBAARR จะช่วยลดจะช่วยลดช่องว่างในการสือสารระหว่างกันของช่องว่างในการสือสารระหว่างกันของทีมสหทีมสห
สาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์ต้องการข้อมูลเพิมเติมจากพยาบาลทีรายงานสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์ต้องการข้อมูลเพิมเติมจากพยาบาลทีรายงาน
SSBBAARR เป็นเครืองมือทีช่วยให้เกิดการแลกเปลียน และส่งต่อเป็นเครืองมือทีช่วยให้เกิดการแลกเปลียน และส่งต่อ
ข้อมูลทีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤติ หรือมีการข้อมูลทีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤติ หรือมีการ
เปลียนแปลงของอาการทีเป็นอยู่เปลียนแปลงของอาการทีเป็นอยู่
SSBBAARR เป็นเครืองมือทีมีขันตอนทีง่ายต่อการจดจํา และช่วยเป็นเครืองมือทีมีขันตอนทีง่ายต่อการจดจํา และช่วย
กระตุ้นให้เกิดการสือสารระหว่างกันเพือให้เกิดความครอบคลุมของกระตุ้นให้เกิดการสือสารระหว่างกันเพือให้เกิดความครอบคลุมของ
ข้อมูลข้อมูล
SSBBAARR จะช่วยลดอุบัติการณ์การสือสารผิดพลาด การไม่ส่งต่อจะช่วยลดอุบัติการณ์การสือสารผิดพลาด การไม่ส่งต่อ
ข้อมูลข้อมูล ( Miss communication )( Miss communication ) เพือสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยเพือสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
สถานการณ์ทีนําไปสู่การสือสารทีไม่ปลอดภัยสถานการณ์ทีนําไปสู่การสือสารทีไม่ปลอดภัย
ตัวอย่างสถานการณ์ตัวอย่างสถานการณ์
มีภาระงานทีรับผิดชอบมาก และการปฏิบัติงานมีภาระงานทีรับผิดชอบมาก และการปฏิบัติงาน
มีความเร่งรีบมีความเร่งรีบ
มีการสือสารกันแบบสันๆ ไม่ได้ใจความหรือจับมีการสือสารกันแบบสันๆ ไม่ได้ใจความหรือจับ
ใจความสําคัญไม่ได้ สือสารไม่ครบถ้วน ไม่ใจความสําคัญไม่ได้ สือสารไม่ครบถ้วน ไม่
ครอบคลุมครอบคลุม
ขาดการเตรียมข้อมูลเพือประกอบในการขาดการเตรียมข้อมูลเพือประกอบในการ
สือสารและให้ข้อมูล ทําให้แพทย์ได้รับข้อมูลไม่สือสารและให้ข้อมูล ทําให้แพทย์ได้รับข้อมูลไม่
ครบถ้วน เช่น ประวัติการเจ็บป่วย การแพ้ยา ทําให้ครบถ้วน เช่น ประวัติการเจ็บป่วย การแพ้ยา ทําให้
มีผลต่อการตัดสินใจของแพทย์ และเกิดความมีผลต่อการตัดสินใจของแพทย์ และเกิดความ
ล่าช้าล่าช้า
ข้อมูลทีใช้ในการสือสารทีไม่ตรงกัน และไม่ข้อมูลทีใช้ในการสือสารทีไม่ตรงกัน และไม่
เข้าใจกัน เป็นต้นเข้าใจกัน เป็นต้น
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
องค์ประกอบขององค์ประกอบของ SSBBAARR
SBAR ( เอสบา ) คืออักษรย่อของ
ขันตอนการสือสาร 4 ขันตอน
S : Situation คือสถานการณ์ที
เกิดขึนทีทําให้เราต้องรายงาน
B : Background คือข้อมูลภูมิ
หลังของสถานการณ์ทีเกิดขึน
A : Assessment คือการ
ประเมินสถานการณ์ของพยาบาล
R : Recommendation คือ
ข้อแนะนําหรือความต้องการของพยาบาล
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ขันตอนการใช้ขันตอนการใช้ SSBBAARR
ก่อนทีเราจะใช้ก่อนทีเราจะใช้ SSBBAARR เราควรมีการเตรียมข้อมูลดังนีเราควรมีการเตรียมข้อมูลดังนี
1.1. ใช้วิธีการสือสารใช้วิธีการสือสาร//มีเบอร์โทรศัพท์ของแพทย์ทีมีเบอร์โทรศัพท์ของแพทย์ที
หลากหลายหลากหลาย เช่น โทรศัพท์มือถือเช่น โทรศัพท์มือถือ,,โทรศัพท์ทีบ้านในโทรศัพท์ทีบ้านใน
วันหยุดหรือนอกเวลาราชการวันหยุดหรือนอกเวลาราชการ,, โทรศัพท์ในห้องทํางานโทรศัพท์ในห้องทํางาน//
ห้องตรวจ ควรใช้ทุกวิถีทางในการติดต่อ และถ้าติดต่อห้องตรวจ ควรใช้ทุกวิถีทางในการติดต่อ และถ้าติดต่อ
ไม่ได้ ไม่ควรรอนานกว่าไม่ได้ ไม่ควรรอนานกว่า 55 นาทีในการติดต่อครังต่อไปนาทีในการติดต่อครังต่อไป
รวมทังมีการกําหนดมาตรการป้ องกัน โดยการกําหนดรวมทังมีการกําหนดมาตรการป้ องกัน โดยการกําหนด
รายชือแพทย์สํารองเพือติดต่อขอคําปรึกษาแทนในรายชือแพทย์สํารองเพือติดต่อขอคําปรึกษาแทนใน
กรณีติดต่อกับแพทย์เจ้าของไข้ไม่ได้กรณีติดต่อกับแพทย์เจ้าของไข้ไม่ได้
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ขันตอนการใช้ขันตอนการใช้ SSBBAARR (( ต่อต่อ ))
2.2. ก่อนทีจะโทรศัพท์หาแพทย์เราควรเตรียมตัวดังต่อไปนีก่อนทีจะโทรศัพท์หาแพทย์เราควรเตรียมตัวดังต่อไปนี
เราเป็นผู้ประเมินและเห็นผู้ป่วยรายนีด้วยตนเองเราเป็นผู้ประเมินและเห็นผู้ป่วยรายนีด้วยตนเอง
กรณีเป็นพยาบาลใหม่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของพยาบาลกรณีเป็นพยาบาลใหม่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของพยาบาล
ทีอาวุโสและมีประสบการณ์กว่าในการรายงานแพทย์ทีอาวุโสและมีประสบการณ์กว่าในการรายงานแพทย์
เราควรรู้ว่าเราจะรายงานแพทย์ท่านใด เช่นแพทย์เวรเราควรรู้ว่าเราจะรายงานแพทย์ท่านใด เช่นแพทย์เวร
แพทย์เฉพาะทาง เป็นต้น จากการทีเราทบทวนเวชระเบียนแพทย์เฉพาะทาง เป็นต้น จากการทีเราทบทวนเวชระเบียน
เราทราบการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยแรกรับ และวันทีรับเราทราบการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยแรกรับ และวันทีรับ
เราได้อ่านและทําความเข้าใจกับบันทึกความก้าวหน้าของเราได้อ่านและทําความเข้าใจกับบันทึกความก้าวหน้าของ
แพทย์และพยาบาลทีบันทึกไว้แพทย์และพยาบาลทีบันทึกไว้
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ขันตอนการใช้ขันตอนการใช้ SSBBAARR (( ต่อต่อ ))
เราเตรียมข้อมูลและสิงต่างๆเหล่านีก่อนการรายงานแพทย์เราเตรียมข้อมูลและสิงต่างๆเหล่านีก่อนการรายงานแพทย์
 เวชระเบียนผู้ป่วยเวชระเบียนผู้ป่วย
 บัญชีรายการยาและสารนําทีผู้ป่วยกําลังได้รับ ประวัติการบัญชีรายการยาและสารนําทีผู้ป่วยกําลังได้รับ ประวัติการ
แพ้ยาแพ้ยา
 สัญญาณชีพล่าสุดสัญญาณชีพล่าสุด
 รายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ วันเวลาทีตรวจรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ วันเวลาทีตรวจ
และผลการตรวจครังทีแล้วเพือการเปรียบเทียบและผลการตรวจครังทีแล้วเพือการเปรียบเทียบ
 Code statusCode status
3.3. รายงานแพทย์ด้วยรายงานแพทย์ด้วย SSBBAARR ดังนีดังนี
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
33..11 S : SituationS : Situation
คือสถานการณ์ทีทําให้เราต้องรายงานคือสถานการณ์ทีทําให้เราต้องรายงาน
โดยมีการสรุปเหตุการณ์อย่างสันๆโดยมีการสรุปเหตุการณ์อย่างสันๆ ได้แก่ได้แก่
ระบุตัวผู้รายงาน หน่วยงานทีรายงานระบุตัวผู้รายงาน หน่วยงานทีรายงาน
แจ้งชือผู้ป่วย หมายเลขห้องแจ้งชือผู้ป่วย หมายเลขห้อง//เตียงเตียง
แจ้งเหตุผลทีรายงานอย่างสันๆ เช่นแจ้งเหตุผลทีรายงานอย่างสันๆ เช่น
อาการของผู้ป่วย เวลาทีเกิดเหตุการณ์อาการของผู้ป่วย เวลาทีเกิดเหตุการณ์
ความรุนแรงทีเกิดขึน ความดันโลหิตความรุนแรงทีเกิดขึน ความดันโลหิต
สัญญาณชีพของผู้ป่วย เป็นต้นสัญญาณชีพของผู้ป่วย เป็นต้น
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่างตัวอย่าง :: SituationSituation
““ ดิฉันนางสาว ขดิฉันนางสาว ข.. พยาบาลพยาบาล In chargeIn charge ผู้ป่วยในผู้ป่วยใน
ขอรายงานขอรายงาน CauseCause ผู้ป่วยชือ นาย กผู้ป่วยชือ นาย ก.. ห้องพิเศษห้องพิเศษ 11
มีอาการหายใจแบบหอบ โดยมีอาการหายใจแบบหอบ โดย Oxygen saturationOxygen saturation
ลดเหลือลดเหลือ 8888 %% อัตราการหายใจอัตราการหายใจ 2424 ครังครัง//นาทีนาที
อัตราการเต้นของหัวใจอัตราการเต้นของหัวใจ 110110 ความดันโลหิตความดันโลหิต 8585//5050 ””
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
33..22 B : BackgroundB : Background
คือข้อมูลภูมิหลังสถานการณ์คือข้อมูลภูมิหลังสถานการณ์ เช่นเช่น
เหตุผลของการเหตุผลของการ AdmitAdmit ผู้ป่วยผู้ป่วย
ประวัติการรักษาทีสําคัญ เช่น การวินิจฉัยโรคประวัติการรักษาทีสําคัญ เช่น การวินิจฉัยโรค
ตอนตอน Admit,Admit, สัญญาณชีพครังสุดท้ายสัญญาณชีพครังสุดท้าย ,, หัตถการหัตถการ
สําคัญทีทํากับผู้ป่วยสําคัญทีทํากับผู้ป่วย,, ยาทีผู้ป่วยได้รับยาทีผู้ป่วยได้รับ ,, สารนําทีสารนําที
ผู้ป่วยได้รับผู้ป่วยได้รับ ,, ประวัติการแพ้ยาประวัติการแพ้ยา,, ผลการตรวจทางผลการตรวจทาง
ห้องปฏิบัติการ วันเวลาทีตรวจ ผลการตรวจเมือห้องปฏิบัติการ วันเวลาทีตรวจ ผลการตรวจเมือ
เปรียบเทียบกับครังทีแล้วเปรียบเทียบกับครังทีแล้ว ((ถ้ามีถ้ามี) ,) , ผลผล X ray ,X ray , การการ
ตรวจทางคลินิกอืนๆตรวจทางคลินิกอืนๆ , Code status, Code status เป็นต้นเป็นต้น
โดยสิงเหล่านีมีข้อมูลอยู่ในเอกสารต่างในเวชโดยสิงเหล่านีมีข้อมูลอยู่ในเอกสารต่างในเวช
ระเบียนผู้ป่วย เช่นระเบียนผู้ป่วย เช่น Doctor note, Nurse note,Doctor note, Nurse note,
คําสังการใช้ยาคําสังการใช้ยา ,, ใบรายงานผลใบรายงานผล LabLab เป็นต้นเป็นต้น
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่างตัวอย่าง :: BackgroundBackground
““ นาย กนาย ก.. เพศชาย อายุเพศชาย อายุ 7070 ปี รับเข้าไว้ในโรงพยาบาลปี รับเข้าไว้ในโรงพยาบาล
เมือเมือ 33 วันทีแล้ว ด้วยอาการติดเชือทีปอด ผลการตรวจทางวันทีแล้ว ด้วยอาการติดเชือทีปอด ผลการตรวจทาง
ห้องปฏิบัติการมีห้องปฏิบัติการมี WBCWBC 1515,,000000 ,,
(PMN(PMN 8080%,Lym%,Lym 1010%,Eo%,Eo 55% Mono% Mono 55%)%)
และได้รับยาฆ่าเชือทางหลอดเลือด จนถึงตอนนีและได้รับยาฆ่าเชือทางหลอดเลือด จนถึงตอนนี
ซึงมีแนวโน้มการตอบสนองต่อยา แต่อาการยังทรงๆอยู่ซึงมีแนวโน้มการตอบสนองต่อยา แต่อาการยังทรงๆอยู่ ””
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
33..33 A : AssessmentA : Assessment
คือการประเมินสถานการณ์ทีเกิดขึนคือการประเมินสถานการณ์ทีเกิดขึน เช่นเช่น
สรุปสิงทีสังเกตเห็นจากสถานการณ์ทีสรุปสิงทีสังเกตเห็นจากสถานการณ์ที
เกิดขึนในมุมมองของตน เช่นความรุนแรงของเกิดขึนในมุมมองของตน เช่นความรุนแรงของ
อาการทีเกิดขึนอาการทีเกิดขึน ((เช่นเช่น ความดันโลหิตลดลงความดันโลหิตลดลง,,
อาเจียนเป็นเลือดอาเจียนเป็นเลือด ,, เหงืออก ตัวเย็น พูดจาสับสนเหงืออก ตัวเย็น พูดจาสับสน
,, ปัสสาวะออกมาเป็นเลือด เป็นต้นปัสสาวะออกมาเป็นเลือด เป็นต้น
วิเคราะห์ว่าอาการทีเกิดขึนให้ได้ว่าเป็นวิเคราะห์ว่าอาการทีเกิดขึนให้ได้ว่าเป็น
ปัญหาทีอาจก่ออันตรายถึงชีวิตหรือไม่ เช่นปัญหาทีอาจก่ออันตรายถึงชีวิตหรือไม่ เช่น
กําลังเกิดอาการกําลังเกิดอาการ ShockShock
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่างตัวอย่าง :: AssessmentAssessment
กรณีทีกรณีที 11 :: มีข้อมูลการประเมินมีข้อมูลการประเมิน
““ นาย กนาย ก.. มีสัญญาณชีพคงทีตังแต่มีสัญญาณชีพคงทีตังแต่ AdmitAdmit แต่ตอนนีแต่ตอนนี
มีอาการแย่ลงคือมีอาการเจ็บหน้าอก และเสมหะมีอาการแย่ลงคือมีอาการเจ็บหน้าอก และเสมหะ
ทีขากออกมาปนเลือดทีขากออกมาปนเลือด
และไม่มีประวัติการให้ยาละลายลิมเลือดและไม่มีประวัติการให้ยาละลายลิมเลือด ””
กรณีทีกรณีที 22 :: ยังไม่มีข้อมูลการประเมินยังไม่มีข้อมูลการประเมิน
““ ดิฉันไม่แน่ใจว่าเกิดปัญหาอะไรขึน แต่ดิฉันกังวลค่ะดิฉันไม่แน่ใจว่าเกิดปัญหาอะไรขึน แต่ดิฉันกังวลค่ะ””
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
33..44 R : RecommendationR : Recommendation
คือข้อแนะนําหรือความต้องการหรือข้อเสนอแนะในคือข้อแนะนําหรือความต้องการหรือข้อเสนอแนะใน
การแก้ไขสถานการณ์ทีเกิดขึนการแก้ไขสถานการณ์ทีเกิดขึน เช่นเช่น
ต้องการให้ทราบว่าผู้ป่วยได้รับการรับไว้แล้วต้องการให้ทราบว่าผู้ป่วยได้รับการรับไว้แล้ว
การย้ายผู้ป่วยไปอยู่หน่วยดูแลวิกฤติการย้ายผู้ป่วยไปอยู่หน่วยดูแลวิกฤติ ( ICU)( ICU)
ผู้ป่วยควรได้รับการดูแลจากแพทย์โดยด่วนผู้ป่วยควรได้รับการดูแลจากแพทย์โดยด่วน
ขอปรึกษาเรืองการเปลียนแปลงคําสังการรักษาขอปรึกษาเรืองการเปลียนแปลงคําสังการรักษา
การเพิมการรักษา งดการรักษาทีทําอยู่ เป็นต้นการเพิมการรักษา งดการรักษาทีทําอยู่ เป็นต้น
ต้องการให้แพทย์มาดูผู้ป่วยทันทีต้องการให้แพทย์มาดูผู้ป่วยทันที//โดยด่วนโดยด่วน
ข้อเสนอแนะอืนๆข้อเสนอแนะอืนๆ
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่างตัวอย่าง :: RecommendationRecommendation
“ Cause“ Cause นาย กนาย ก.. คุณหมอต้องการเอกซเรย์ปอดคุณหมอต้องการเอกซเรย์ปอด
ทันทีหรือไม่ทันทีหรือไม่ ,,ให้ให้ IVIV ทันทีหรือไม่ทันทีหรือไม่ ,,
ต้องการทําต้องการทํา Arterial Blood gasArterial Blood gas หรือไม่หรือไม่
และดิฉันอยากให้คุณหมอมาดูคนไข้ค่ะและดิฉันอยากให้คุณหมอมาดูคนไข้ค่ะ ””
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
4.4. บันทึกการเปลียนแปลงสภาวะของผู้ป่วย และการบันทึกการเปลียนแปลงสภาวะของผู้ป่วย และการ
รายงานแพทย์ลงในเวชระเบียนรายงานแพทย์ลงในเวชระเบียน
ขันตอนการใช้ขันตอนการใช้ SSBBAARR (( ต่อต่อ ))
SSBBAARR
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่างการรายงานด้วย SSBBAARR
SS คุณหมอค่ะคุณหมอค่ะ ดิฉันนางสาว งดิฉันนางสาว ง.. พยาบาลจากแผนกผู้ป่วยในขอรายงานพยาบาลจากแผนกผู้ป่วยในขอรายงาน
CauseCause นาย กนาย ก ..ผู้ป่วยชาย เตียงผู้ป่วยชาย เตียง 11 อายุอายุ 5555 ปี มีอาการอ่อนเพลีย และปี มีอาการอ่อนเพลีย และ
บ่นเจ็บหน้าอกบ่นเจ็บหน้าอก
BB โดยผู้ป่วยมีประวัติโดยผู้ป่วยมีประวัติความดันโลหิตสูงความดันโลหิตสูง admitadmit ด้วยด้วย GI breedingGI breeding และและ
ได้รับเลือดไปได้รับเลือดไป 22 units ,units , HctHct เมือเมือ 22 ชัวโมงก่อนเท่ากับชัวโมงก่อนเท่ากับ 3131 %, BP%, BP 9090//5050
,Pulse,Pulse 120120
AA ดิฉันคิดว่ามีเลือดออกภายในเฉียบพลัน และไม่เคยได้รับการวินิจฉัยดิฉันคิดว่ามีเลือดออกภายในเฉียบพลัน และไม่เคยได้รับการวินิจฉัย
ว่าเป็นว่าเป็น MIMI และเราไม่มีและเราไม่มี TroponinTroponin--TT เก็บไว้ในเก็บไว้ใน wardward
RR ดิฉันคิดว่าน่าจะตรวจดิฉันคิดว่าน่าจะตรวจEKGEKG และส่งและส่ง LabLab ตรวจตรวจ TroponinTroponin-- TT และอยากและอยาก
ให้คุณหมอมาดูอาการผู้ป่วยค่ะให้คุณหมอมาดูอาการผู้ป่วยค่ะ
fbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon SSBBAARR
ใครสามารถใช้ใครสามารถใช้ SSBBAARR ได้บ้างได้บ้าง ……??
SBAR สามารถใช้ในเหตุการณ์ทีสําคัญ และการส่งต่อข้อมูลดังนี
ใช้ได้ทังแผนกผู้ป่วยใน LR,ER และผู้ป่วยนอก
การสือสารทีต้องการความเร่งด่วนหรือไม่เร่งด่วน
การสือสารในทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น พยาบาลกับแพทย์, แพทย์กับแพทย์
เป็นต้น
ปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญต่างๆ เช่น แพทย์ENT,แพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง
, จิตแพทย์ เป็นต้น
การสือสารระหว่างวิชาชีพเดียวกันเพือส่งต่อข้อมูล เช่นพยาบาลต่อ
พยาบาลเพือส่งต่อข้อมูลจากการรายงานกับแพทย์
การสือสารระหว่างพยาบาลในรถพยาบาลกับแพทย์อยู่ทีในโรงพยาบาล เป็น
ต้น
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่างสถานการณ์ทีใช้ตัวอย่างสถานการณ์ทีใช้ SSBBAARR
การขอความช่วยเหลือการขอความช่วยเหลือ//ปรึกษาแพทย์เมือผู้ป่วยมีปรึกษาแพทย์เมือผู้ป่วยมี
อาการแย่ลง หรือเข้าสู่ภาวะวิกฤติเช่นอาการแย่ลง หรือเข้าสู่ภาวะวิกฤติเช่น ShockShock
การย้ายผู้ป่วยไปยังแผนกการย้ายผู้ป่วยไปยังแผนก ICUICU
การย้ายผู้ป่วยจากแผนกการย้ายผู้ป่วยจากแผนก ERER ไปแผนกผู้ป่วยในไปแผนกผู้ป่วยใน
การส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลศูนย์การส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลศูนย์//ทัวไป ไปทัวไป ไป
โรงพยาบาลชุมชน หรือจากโรงพยาบาลชุมชนสู่ รพโรงพยาบาลชุมชน หรือจากโรงพยาบาลชุมชนสู่ รพ..
สตสต//กลุ่มงานเวช ฯกลุ่มงานเวช ฯ
กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในเรืองการสือสารกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในเรืองการสือสาร
หรือการส่งต่อข้อมูล และพบว่าสิงนีเป็นสาเหตุจึงนําหรือการส่งต่อข้อมูล และพบว่าสิงนีเป็นสาเหตุจึงนํา
SSBBAARR มาเป็นแนวทางในการป้ องกัน เป็นต้นมาเป็นแนวทางในการป้ องกัน เป็นต้น
ต้องการข้อมูล และความมันใจในขันตอนการรักษาต้องการข้อมูล และความมันใจในขันตอนการรักษา
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
เคล็ดไม่ลับในการใช้เคล็ดไม่ลับในการใช้ SSBBAARR
กําหนดสถานการณ์ทีมีการใช้กําหนดสถานการณ์ทีมีการใช้ SSBBAARR ในการสือสารดังทีในการสือสารดังที
กล่าวไว้ในตอนต้นกล่าวไว้ในตอนต้น
ให้การใช้ให้การใช้ SSBBAARR ลงสู่งานประจําลงสู่งานประจํา และหาผู้ปฏิบัติในหน้าและหาผู้ปฏิบัติในหน้า
งานทีมีความรู้ ความสามารถในการใช้งานทีมีความรู้ ความสามารถในการใช้ SSBBAARR มาช่วยในการมาช่วยในการ
ขับเคลือนการใช้ขับเคลือนการใช้
หมันทบทวน เรียนรู้ ประเมินผล และนําสู่การพัฒนาการใช้หมันทบทวน เรียนรู้ ประเมินผล และนําสู่การพัฒนาการใช้
SSBBAARR อย่างต่อเนืองอย่างต่อเนือง
มีการอบรมการใช้มีการอบรมการใช้ SSBBAARR แก่บุคลากรทีเกียวข้องเพือให้แก่บุคลากรทีเกียวข้องเพือให้
เกิดความมันใจว่ามีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติได้เกิดความมันใจว่ามีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติได้
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
เคล็ดไม่ลับในการใช้เคล็ดไม่ลับในการใช้ SSBBAARR ((ต่อต่อ))
นําผลความสําเร็จทีเกิดขึนจากการใช้นําผลความสําเร็จทีเกิดขึนจากการใช้ SSBBAARR มามา
แลกเปลียนเรียนรู้ระหว่างบุคลากร เพือให้ได้เห็นคุณค่าและแลกเปลียนเรียนรู้ระหว่างบุคลากร เพือให้ได้เห็นคุณค่าและ
ประโยชน์ของการใช้ประโยชน์ของการใช้ SSBBAARR
ขยายผลการใช้ขยายผลการใช้ SSBBAARR ให้นําไปใช้อย่างกว้างขวางให้นําไปใช้อย่างกว้างขวาง
นอกเหนือระหว่างแพทย์และพยาบาลเช่น ระว่างพยาบาลกับนอกเหนือระหว่างแพทย์และพยาบาลเช่น ระว่างพยาบาลกับ
พยาบาล ระหว่างโรงพยาบาลศูนย์พยาบาล ระหว่างโรงพยาบาลศูนย์//ทัวไปกับโรงพยาบาลชุมชนทัวไปกับโรงพยาบาลชุมชน
หรือระหว่างโรงพยาบาลชุมชนกับรพหรือระหว่างโรงพยาบาลชุมชนกับรพ..สตสต
มีการใช้มีการใช้ SSBBAARR อย่างกว้างขวางทังผู้ปฏิบัติ หัวหน้างานอย่างกว้างขวางทังผู้ปฏิบัติ หัวหน้างาน
หัวหน้าฝ่าย เป็นต้นหัวหน้าฝ่าย เป็นต้น
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
เคล็ดไม่ลับในการใช้ SSBBAARR ((ต่อต่อ))
กําหนดรูปแบบการสือสารแบบกําหนดรูปแบบการสือสารแบบ SSBBAARR ให้ชัดเจนในองค์กรให้ชัดเจนในองค์กร
และเป็นรูปแบบเดียวกันทังองค์กร เช่นการใช้และเป็นรูปแบบเดียวกันทังองค์กร เช่นการใช้ CardCard SSBBAARR
(( ตามตัวอย่างตามตัวอย่าง ))
กําหนดรูปแบบการประเมินผล และการวัดของการใช้กําหนดรูปแบบการประเมินผล และการวัดของการใช้ SSBBAARR
ให้ชัดเจน เช่นให้ชัดเจน เช่น
 จํานวนการเกิดอุบัติการณ์ความผิดพลาดในการสือสารจํานวนการเกิดอุบัติการณ์ความผิดพลาดในการสือสาร ( Miss( Miss
Communication)Communication) เมือมีการนําเมือมีการนํา SSBBAARR มาใช้มาใช้
 การออกแบบ แบบสอบถามการใช้การออกแบบ แบบสอบถามการใช้ SSBBAARR กับบุคลากรทีเกียวข้อง เมือกับบุคลากรทีเกียวข้อง เมือ
ประเมินผลการเรียนรู้ และการนําไปใช้ เพือนํามาพัฒนาต่อไปประเมินผลการเรียนรู้ และการนําไปใช้ เพือนํามาพัฒนาต่อไป
 การตามรอยการใช้การตามรอยการใช้ SSBBAARR ในหน่วยงานต่างๆ เป็นต้นในหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่างแบบสอบถามการใช้ตัวอย่างแบบสอบถามการใช้ SSBBAARR
วันวัน//เดือนเดือน//ปีปี ……………………….………………………. หน่วยงานหน่วยงาน…………………………………………………………
11.. ในช่วงเวลาในช่วงเวลา 11 อาทิตย์ทีผ่านท่านได้ใช้อาทิตย์ทีผ่านท่านได้ใช้ SBARSBAR หรือไม่หรือไม่
 ใช้ใช้ ไม่ได้ใช้ไม่ได้ใช้
ถ้าท่านใช้ถ้าท่านใช้ SBARSBAR ท่านใช้บ่อยเพียงใดท่านใช้บ่อยเพียงใด
11 ครังครัง 22--55 ครังครัง  66--99 ครังครัง ≥≥ 1010 ครังครัง
ถ้าท่านไม่ได้ใช้ถ้าท่านไม่ได้ใช้ SBARSBAR มีเหตุผลอะไรหรือไม่มีเหตุผลอะไรหรือไม่ …………………….…………………….
22.. ท่านมีประสบการณ์ในการใช้ท่านมีประสบการณ์ในการใช้ SBARSBAR เป็นอย่างไรบ้างเป็นอย่างไรบ้าง ((มีประโยชน์มีประโยชน์//ยุ่งยากยุ่งยาก//
ผิดหวังผิดหวัง )) ………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………..
33.. ท่านคิดว่าการใช้ท่านคิดว่าการใช้ SBARSBAR มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมีประโยชน์ต่อผู้ป่วย//ผู้ร่วมงานเพียงใดผู้ร่วมงานเพียงใด
ไม่มีประโยชน์ไม่มีประโยชน์ มีประโยชน์เล็กน้อยมีประโยชน์เล็กน้อย ปานกลางปานกลาง ดีดี ดีมากดีมาก
44.. ท่านได้รับการตอบสนองจากแพทย์ท่านได้รับการตอบสนองจากแพทย์//พยาบาลทีท่านใช้การสือสารแบบพยาบาลทีท่านใช้การสือสารแบบ SBARSBAR
อย่างไรบ้างอย่างไรบ้าง …………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่าง Card SSBBAARR
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่าง Card SSBBAARR
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่าง Card SSBBAARR
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่าง Card SSBBAARR
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
ตัวอย่าง Card SSBBAARR
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
SBAR
จึงเป็นเครืองมือทีสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย
ผ่านการสือสารระหว่างกันของแพทย์ พยาบาล
และบุคลากรในองค์กร
เพียงเปิ ดใจ ยอมรับฟังซึงกันและกัน
และยึดเป้ าหมายเดียวกันนันคือ
ความปลอดภัยของผู้ป่วย ผู้รับบริการของเราครับ
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
เอกสารอ้างอิงเอกสารอ้างอิง
Patient safety Goals : SIMPLE, สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล :
2551
เอกสารประกอบคําบรรยาย SABA , NHS institute Innovation
Healthcare
SBAR: A Shared Structure for Effective Team Communication,The
TorontoRehabilitation Institute and The CanadianPatient Safety
Institute : 2nd Edition
Improving Clinical Communicationusing SBAR,
www.1000livesplus.wales.nhs.uk
SBAR Communication Tool, Kaiser FoundationHealth Plan, Inc. :
2004
SBAR Reporting, Nottingham University Hospitals
SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon

SฺBAR เอสบา การสื่อสารอย่างปลอดภัย

  • 1.
  • 2.
    Patient Safety GoalsPatientSafety Goals คือเป้ าหมายเพือความปลอดภัยของผู้ป่วย ซึงแนวทางหนึงทีคือเป้ าหมายเพือความปลอดภัยของผู้ป่วย ซึงแนวทางหนึงที นํามาใช้คือนํามาใช้คือ SIMPLE (SIMPLE ( แนวทางการปฏิบัติทีสร้างความแนวทางการปฏิบัติทีสร้างความ ปลอดภัยให้กับผู้ป่วยปลอดภัยให้กับผู้ป่วย)) ตามภาพทีแสดงตามภาพทีแสดง S : Safe SurgeryS : Safe Surgery I : Infection Control (Clean Care)I : Infection Control (Clean Care) M: Medication SafetyM: Medication Safety P : Patient Care ProcessesP : Patient Care Processes ได้แก่ได้แก่ SSBBAARR L : Line, Tube & CatheterL : Line, Tube & Catheter E: Emergency ResponseE: Emergency Response SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 3.
    สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์การมหาชน) Safe Surgery Infection Control Medication& Blood Safety Patient Care Process Line, Tubing, Cathether Emergency Response Hand Hygiene Prevention of CAUTI, VAP, Central line infection SSI Prevention Safe Anesthesia Correct Procedure at Correct Site Surgical Safety Checklist Safe from ADE, conc e’lyte, High-Alert Drug Safe from medication error, LASA Medication Reconciliation Blood Safety Sepsis Acute Coronary Syndrome Maternal & Neonatal Morbidity Response to the Deteriorating Patient / RRT Patient Identification Communication (SBAR, handovers, critical test results, verbal order, abbreviation) Proper Diagnosis Preventing common complications (Pressure Ulcers, Falls) Mis-connection Patient Safety Goals : SIMPLE
  • 4.
    อะไรคืออะไรคือ SSBBAARR SSBBAARR คือแนวทางในการคือแนวทางในการ สือสารระหว่างสือสารระหว่างทีมสหทีมสหสาขาวิชาชีพสาขาวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างระหว่างแพทย์และโดยเฉพาะอย่างระหว่างแพทย์และ พยาบาลแบบง่ายๆ ทีมีกรอบในการพยาบาล แบบง่ายๆ ทีมีกรอบในการ สือสารและส่งต่อข้อมูลทีชัดเจน เพือสือสารและส่งต่อข้อมูลทีชัดเจน เพือ สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย เช่น เมือผู้ป่วยภาวะวิกฤติและต้องเช่น เมือผู้ป่วยภาวะวิกฤติและต้อง ให้ความสนใจและรับการรักษาทันทีให้ความสนใจและรับการรักษาทันที SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 5.
    ทําไมเราต้องใช้ทําไมเราต้องใช้ SSBBAARR เราใช้เราใช้ SSBBAARRเพือเพือ SSBBAARR จะช่วยลดจะช่วยลดช่องว่างในการสือสารระหว่างกันของช่องว่างในการสือสารระหว่างกันของทีมสหทีมสห สาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์ต้องการข้อมูลเพิมเติมจากพยาบาลทีรายงานสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์ต้องการข้อมูลเพิมเติมจากพยาบาลทีรายงาน SSBBAARR เป็นเครืองมือทีช่วยให้เกิดการแลกเปลียน และส่งต่อเป็นเครืองมือทีช่วยให้เกิดการแลกเปลียน และส่งต่อ ข้อมูลทีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤติ หรือมีการข้อมูลทีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤติ หรือมีการ เปลียนแปลงของอาการทีเป็นอยู่เปลียนแปลงของอาการทีเป็นอยู่ SSBBAARR เป็นเครืองมือทีมีขันตอนทีง่ายต่อการจดจํา และช่วยเป็นเครืองมือทีมีขันตอนทีง่ายต่อการจดจํา และช่วย กระตุ้นให้เกิดการสือสารระหว่างกันเพือให้เกิดความครอบคลุมของกระตุ้นให้เกิดการสือสารระหว่างกันเพือให้เกิดความครอบคลุมของ ข้อมูลข้อมูล SSBBAARR จะช่วยลดอุบัติการณ์การสือสารผิดพลาด การไม่ส่งต่อจะช่วยลดอุบัติการณ์การสือสารผิดพลาด การไม่ส่งต่อ ข้อมูลข้อมูล ( Miss communication )( Miss communication ) เพือสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยเพือสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 6.
    สถานการณ์ทีนําไปสู่การสือสารทีไม่ปลอดภัยสถานการณ์ทีนําไปสู่การสือสารทีไม่ปลอดภัย ตัวอย่างสถานการณ์ตัวอย่างสถานการณ์ มีภาระงานทีรับผิดชอบมาก และการปฏิบัติงานมีภาระงานทีรับผิดชอบมาก และการปฏิบัติงาน มีความเร่งรีบมีความเร่งรีบ มีการสือสารกันแบบสันๆไม่ได้ใจความหรือจับมีการสือสารกันแบบสันๆ ไม่ได้ใจความหรือจับ ใจความสําคัญไม่ได้ สือสารไม่ครบถ้วน ไม่ใจความสําคัญไม่ได้ สือสารไม่ครบถ้วน ไม่ ครอบคลุมครอบคลุม ขาดการเตรียมข้อมูลเพือประกอบในการขาดการเตรียมข้อมูลเพือประกอบในการ สือสารและให้ข้อมูล ทําให้แพทย์ได้รับข้อมูลไม่สือสารและให้ข้อมูล ทําให้แพทย์ได้รับข้อมูลไม่ ครบถ้วน เช่น ประวัติการเจ็บป่วย การแพ้ยา ทําให้ครบถ้วน เช่น ประวัติการเจ็บป่วย การแพ้ยา ทําให้ มีผลต่อการตัดสินใจของแพทย์ และเกิดความมีผลต่อการตัดสินใจของแพทย์ และเกิดความ ล่าช้าล่าช้า ข้อมูลทีใช้ในการสือสารทีไม่ตรงกัน และไม่ข้อมูลทีใช้ในการสือสารทีไม่ตรงกัน และไม่ เข้าใจกัน เป็นต้นเข้าใจกัน เป็นต้น SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 7.
    องค์ประกอบขององค์ประกอบของ SSBBAARR SBAR (เอสบา ) คืออักษรย่อของ ขันตอนการสือสาร 4 ขันตอน S : Situation คือสถานการณ์ที เกิดขึนทีทําให้เราต้องรายงาน B : Background คือข้อมูลภูมิ หลังของสถานการณ์ทีเกิดขึน A : Assessment คือการ ประเมินสถานการณ์ของพยาบาล R : Recommendation คือ ข้อแนะนําหรือความต้องการของพยาบาล SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 8.
    ขันตอนการใช้ขันตอนการใช้ SSBBAARR ก่อนทีเราจะใช้ก่อนทีเราจะใช้ SSBBAARRเราควรมีการเตรียมข้อมูลดังนีเราควรมีการเตรียมข้อมูลดังนี 1.1. ใช้วิธีการสือสารใช้วิธีการสือสาร//มีเบอร์โทรศัพท์ของแพทย์ทีมีเบอร์โทรศัพท์ของแพทย์ที หลากหลายหลากหลาย เช่น โทรศัพท์มือถือเช่น โทรศัพท์มือถือ,,โทรศัพท์ทีบ้านในโทรศัพท์ทีบ้านใน วันหยุดหรือนอกเวลาราชการวันหยุดหรือนอกเวลาราชการ,, โทรศัพท์ในห้องทํางานโทรศัพท์ในห้องทํางาน// ห้องตรวจ ควรใช้ทุกวิถีทางในการติดต่อ และถ้าติดต่อห้องตรวจ ควรใช้ทุกวิถีทางในการติดต่อ และถ้าติดต่อ ไม่ได้ ไม่ควรรอนานกว่าไม่ได้ ไม่ควรรอนานกว่า 55 นาทีในการติดต่อครังต่อไปนาทีในการติดต่อครังต่อไป รวมทังมีการกําหนดมาตรการป้ องกัน โดยการกําหนดรวมทังมีการกําหนดมาตรการป้ องกัน โดยการกําหนด รายชือแพทย์สํารองเพือติดต่อขอคําปรึกษาแทนในรายชือแพทย์สํารองเพือติดต่อขอคําปรึกษาแทนใน กรณีติดต่อกับแพทย์เจ้าของไข้ไม่ได้กรณีติดต่อกับแพทย์เจ้าของไข้ไม่ได้ SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 9.
    ขันตอนการใช้ขันตอนการใช้ SSBBAARR ((ต่อต่อ )) 2.2. ก่อนทีจะโทรศัพท์หาแพทย์เราควรเตรียมตัวดังต่อไปนีก่อนทีจะโทรศัพท์หาแพทย์เราควรเตรียมตัวดังต่อไปนี เราเป็นผู้ประเมินและเห็นผู้ป่วยรายนีด้วยตนเองเราเป็นผู้ประเมินและเห็นผู้ป่วยรายนีด้วยตนเอง กรณีเป็นพยาบาลใหม่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของพยาบาลกรณีเป็นพยาบาลใหม่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของพยาบาล ทีอาวุโสและมีประสบการณ์กว่าในการรายงานแพทย์ทีอาวุโสและมีประสบการณ์กว่าในการรายงานแพทย์ เราควรรู้ว่าเราจะรายงานแพทย์ท่านใด เช่นแพทย์เวรเราควรรู้ว่าเราจะรายงานแพทย์ท่านใด เช่นแพทย์เวร แพทย์เฉพาะทาง เป็นต้น จากการทีเราทบทวนเวชระเบียนแพทย์เฉพาะทาง เป็นต้น จากการทีเราทบทวนเวชระเบียน เราทราบการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยแรกรับ และวันทีรับเราทราบการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยแรกรับ และวันทีรับ เราได้อ่านและทําความเข้าใจกับบันทึกความก้าวหน้าของเราได้อ่านและทําความเข้าใจกับบันทึกความก้าวหน้าของ แพทย์และพยาบาลทีบันทึกไว้แพทย์และพยาบาลทีบันทึกไว้ SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 10.
    ขันตอนการใช้ขันตอนการใช้ SSBBAARR ((ต่อต่อ )) เราเตรียมข้อมูลและสิงต่างๆเหล่านีก่อนการรายงานแพทย์เราเตรียมข้อมูลและสิงต่างๆเหล่านีก่อนการรายงานแพทย์  เวชระเบียนผู้ป่วยเวชระเบียนผู้ป่วย  บัญชีรายการยาและสารนําทีผู้ป่วยกําลังได้รับ ประวัติการบัญชีรายการยาและสารนําทีผู้ป่วยกําลังได้รับ ประวัติการ แพ้ยาแพ้ยา  สัญญาณชีพล่าสุดสัญญาณชีพล่าสุด  รายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ วันเวลาทีตรวจรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ วันเวลาทีตรวจ และผลการตรวจครังทีแล้วเพือการเปรียบเทียบและผลการตรวจครังทีแล้วเพือการเปรียบเทียบ  Code statusCode status 3.3. รายงานแพทย์ด้วยรายงานแพทย์ด้วย SSBBAARR ดังนีดังนี SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 11.
    33..11 S :SituationS : Situation คือสถานการณ์ทีทําให้เราต้องรายงานคือสถานการณ์ทีทําให้เราต้องรายงาน โดยมีการสรุปเหตุการณ์อย่างสันๆโดยมีการสรุปเหตุการณ์อย่างสันๆ ได้แก่ได้แก่ ระบุตัวผู้รายงาน หน่วยงานทีรายงานระบุตัวผู้รายงาน หน่วยงานทีรายงาน แจ้งชือผู้ป่วย หมายเลขห้องแจ้งชือผู้ป่วย หมายเลขห้อง//เตียงเตียง แจ้งเหตุผลทีรายงานอย่างสันๆ เช่นแจ้งเหตุผลทีรายงานอย่างสันๆ เช่น อาการของผู้ป่วย เวลาทีเกิดเหตุการณ์อาการของผู้ป่วย เวลาทีเกิดเหตุการณ์ ความรุนแรงทีเกิดขึน ความดันโลหิตความรุนแรงทีเกิดขึน ความดันโลหิต สัญญาณชีพของผู้ป่วย เป็นต้นสัญญาณชีพของผู้ป่วย เป็นต้น SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 12.
    ตัวอย่างตัวอย่าง :: SituationSituation ““ดิฉันนางสาว ขดิฉันนางสาว ข.. พยาบาลพยาบาล In chargeIn charge ผู้ป่วยในผู้ป่วยใน ขอรายงานขอรายงาน CauseCause ผู้ป่วยชือ นาย กผู้ป่วยชือ นาย ก.. ห้องพิเศษห้องพิเศษ 11 มีอาการหายใจแบบหอบ โดยมีอาการหายใจแบบหอบ โดย Oxygen saturationOxygen saturation ลดเหลือลดเหลือ 8888 %% อัตราการหายใจอัตราการหายใจ 2424 ครังครัง//นาทีนาที อัตราการเต้นของหัวใจอัตราการเต้นของหัวใจ 110110 ความดันโลหิตความดันโลหิต 8585//5050 ”” SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 13.
    33..22 B :BackgroundB : Background คือข้อมูลภูมิหลังสถานการณ์คือข้อมูลภูมิหลังสถานการณ์ เช่นเช่น เหตุผลของการเหตุผลของการ AdmitAdmit ผู้ป่วยผู้ป่วย ประวัติการรักษาทีสําคัญ เช่น การวินิจฉัยโรคประวัติการรักษาทีสําคัญ เช่น การวินิจฉัยโรค ตอนตอน Admit,Admit, สัญญาณชีพครังสุดท้ายสัญญาณชีพครังสุดท้าย ,, หัตถการหัตถการ สําคัญทีทํากับผู้ป่วยสําคัญทีทํากับผู้ป่วย,, ยาทีผู้ป่วยได้รับยาทีผู้ป่วยได้รับ ,, สารนําทีสารนําที ผู้ป่วยได้รับผู้ป่วยได้รับ ,, ประวัติการแพ้ยาประวัติการแพ้ยา,, ผลการตรวจทางผลการตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ วันเวลาทีตรวจ ผลการตรวจเมือห้องปฏิบัติการ วันเวลาทีตรวจ ผลการตรวจเมือ เปรียบเทียบกับครังทีแล้วเปรียบเทียบกับครังทีแล้ว ((ถ้ามีถ้ามี) ,) , ผลผล X ray ,X ray , การการ ตรวจทางคลินิกอืนๆตรวจทางคลินิกอืนๆ , Code status, Code status เป็นต้นเป็นต้น โดยสิงเหล่านีมีข้อมูลอยู่ในเอกสารต่างในเวชโดยสิงเหล่านีมีข้อมูลอยู่ในเอกสารต่างในเวช ระเบียนผู้ป่วย เช่นระเบียนผู้ป่วย เช่น Doctor note, Nurse note,Doctor note, Nurse note, คําสังการใช้ยาคําสังการใช้ยา ,, ใบรายงานผลใบรายงานผล LabLab เป็นต้นเป็นต้น SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 14.
    ตัวอย่างตัวอย่าง :: BackgroundBackground ““นาย กนาย ก.. เพศชาย อายุเพศชาย อายุ 7070 ปี รับเข้าไว้ในโรงพยาบาลปี รับเข้าไว้ในโรงพยาบาล เมือเมือ 33 วันทีแล้ว ด้วยอาการติดเชือทีปอด ผลการตรวจทางวันทีแล้ว ด้วยอาการติดเชือทีปอด ผลการตรวจทาง ห้องปฏิบัติการมีห้องปฏิบัติการมี WBCWBC 1515,,000000 ,, (PMN(PMN 8080%,Lym%,Lym 1010%,Eo%,Eo 55% Mono% Mono 55%)%) และได้รับยาฆ่าเชือทางหลอดเลือด จนถึงตอนนีและได้รับยาฆ่าเชือทางหลอดเลือด จนถึงตอนนี ซึงมีแนวโน้มการตอบสนองต่อยา แต่อาการยังทรงๆอยู่ซึงมีแนวโน้มการตอบสนองต่อยา แต่อาการยังทรงๆอยู่ ”” SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 15.
    33..33 A :AssessmentA : Assessment คือการประเมินสถานการณ์ทีเกิดขึนคือการประเมินสถานการณ์ทีเกิดขึน เช่นเช่น สรุปสิงทีสังเกตเห็นจากสถานการณ์ทีสรุปสิงทีสังเกตเห็นจากสถานการณ์ที เกิดขึนในมุมมองของตน เช่นความรุนแรงของเกิดขึนในมุมมองของตน เช่นความรุนแรงของ อาการทีเกิดขึนอาการทีเกิดขึน ((เช่นเช่น ความดันโลหิตลดลงความดันโลหิตลดลง,, อาเจียนเป็นเลือดอาเจียนเป็นเลือด ,, เหงืออก ตัวเย็น พูดจาสับสนเหงืออก ตัวเย็น พูดจาสับสน ,, ปัสสาวะออกมาเป็นเลือด เป็นต้นปัสสาวะออกมาเป็นเลือด เป็นต้น วิเคราะห์ว่าอาการทีเกิดขึนให้ได้ว่าเป็นวิเคราะห์ว่าอาการทีเกิดขึนให้ได้ว่าเป็น ปัญหาทีอาจก่ออันตรายถึงชีวิตหรือไม่ เช่นปัญหาทีอาจก่ออันตรายถึงชีวิตหรือไม่ เช่น กําลังเกิดอาการกําลังเกิดอาการ ShockShock SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 16.
    ตัวอย่างตัวอย่าง :: AssessmentAssessment กรณีทีกรณีที11 :: มีข้อมูลการประเมินมีข้อมูลการประเมิน ““ นาย กนาย ก.. มีสัญญาณชีพคงทีตังแต่มีสัญญาณชีพคงทีตังแต่ AdmitAdmit แต่ตอนนีแต่ตอนนี มีอาการแย่ลงคือมีอาการเจ็บหน้าอก และเสมหะมีอาการแย่ลงคือมีอาการเจ็บหน้าอก และเสมหะ ทีขากออกมาปนเลือดทีขากออกมาปนเลือด และไม่มีประวัติการให้ยาละลายลิมเลือดและไม่มีประวัติการให้ยาละลายลิมเลือด ”” กรณีทีกรณีที 22 :: ยังไม่มีข้อมูลการประเมินยังไม่มีข้อมูลการประเมิน ““ ดิฉันไม่แน่ใจว่าเกิดปัญหาอะไรขึน แต่ดิฉันกังวลค่ะดิฉันไม่แน่ใจว่าเกิดปัญหาอะไรขึน แต่ดิฉันกังวลค่ะ”” SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 17.
    33..44 R :RecommendationR : Recommendation คือข้อแนะนําหรือความต้องการหรือข้อเสนอแนะในคือข้อแนะนําหรือความต้องการหรือข้อเสนอแนะใน การแก้ไขสถานการณ์ทีเกิดขึนการแก้ไขสถานการณ์ทีเกิดขึน เช่นเช่น ต้องการให้ทราบว่าผู้ป่วยได้รับการรับไว้แล้วต้องการให้ทราบว่าผู้ป่วยได้รับการรับไว้แล้ว การย้ายผู้ป่วยไปอยู่หน่วยดูแลวิกฤติการย้ายผู้ป่วยไปอยู่หน่วยดูแลวิกฤติ ( ICU)( ICU) ผู้ป่วยควรได้รับการดูแลจากแพทย์โดยด่วนผู้ป่วยควรได้รับการดูแลจากแพทย์โดยด่วน ขอปรึกษาเรืองการเปลียนแปลงคําสังการรักษาขอปรึกษาเรืองการเปลียนแปลงคําสังการรักษา การเพิมการรักษา งดการรักษาทีทําอยู่ เป็นต้นการเพิมการรักษา งดการรักษาทีทําอยู่ เป็นต้น ต้องการให้แพทย์มาดูผู้ป่วยทันทีต้องการให้แพทย์มาดูผู้ป่วยทันที//โดยด่วนโดยด่วน ข้อเสนอแนะอืนๆข้อเสนอแนะอืนๆ SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 18.
    ตัวอย่างตัวอย่าง :: RecommendationRecommendation “Cause“ Cause นาย กนาย ก.. คุณหมอต้องการเอกซเรย์ปอดคุณหมอต้องการเอกซเรย์ปอด ทันทีหรือไม่ทันทีหรือไม่ ,,ให้ให้ IVIV ทันทีหรือไม่ทันทีหรือไม่ ,, ต้องการทําต้องการทํา Arterial Blood gasArterial Blood gas หรือไม่หรือไม่ และดิฉันอยากให้คุณหมอมาดูคนไข้ค่ะและดิฉันอยากให้คุณหมอมาดูคนไข้ค่ะ ”” SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 19.
    4.4. บันทึกการเปลียนแปลงสภาวะของผู้ป่วย และการบันทึกการเปลียนแปลงสภาวะของผู้ป่วยและการ รายงานแพทย์ลงในเวชระเบียนรายงานแพทย์ลงในเวชระเบียน ขันตอนการใช้ขันตอนการใช้ SSBBAARR (( ต่อต่อ )) SSBBAARR SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 20.
    ตัวอย่างการรายงานด้วย SSBBAARR SS คุณหมอค่ะคุณหมอค่ะดิฉันนางสาว งดิฉันนางสาว ง.. พยาบาลจากแผนกผู้ป่วยในขอรายงานพยาบาลจากแผนกผู้ป่วยในขอรายงาน CauseCause นาย กนาย ก ..ผู้ป่วยชาย เตียงผู้ป่วยชาย เตียง 11 อายุอายุ 5555 ปี มีอาการอ่อนเพลีย และปี มีอาการอ่อนเพลีย และ บ่นเจ็บหน้าอกบ่นเจ็บหน้าอก BB โดยผู้ป่วยมีประวัติโดยผู้ป่วยมีประวัติความดันโลหิตสูงความดันโลหิตสูง admitadmit ด้วยด้วย GI breedingGI breeding และและ ได้รับเลือดไปได้รับเลือดไป 22 units ,units , HctHct เมือเมือ 22 ชัวโมงก่อนเท่ากับชัวโมงก่อนเท่ากับ 3131 %, BP%, BP 9090//5050 ,Pulse,Pulse 120120 AA ดิฉันคิดว่ามีเลือดออกภายในเฉียบพลัน และไม่เคยได้รับการวินิจฉัยดิฉันคิดว่ามีเลือดออกภายในเฉียบพลัน และไม่เคยได้รับการวินิจฉัย ว่าเป็นว่าเป็น MIMI และเราไม่มีและเราไม่มี TroponinTroponin--TT เก็บไว้ในเก็บไว้ใน wardward RR ดิฉันคิดว่าน่าจะตรวจดิฉันคิดว่าน่าจะตรวจEKGEKG และส่งและส่ง LabLab ตรวจตรวจ TroponinTroponin-- TT และอยากและอยาก ให้คุณหมอมาดูอาการผู้ป่วยค่ะให้คุณหมอมาดูอาการผู้ป่วยค่ะ fbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon SSBBAARR
  • 21.
    ใครสามารถใช้ใครสามารถใช้ SSBBAARR ได้บ้างได้บ้าง……?? SBAR สามารถใช้ในเหตุการณ์ทีสําคัญ และการส่งต่อข้อมูลดังนี ใช้ได้ทังแผนกผู้ป่วยใน LR,ER และผู้ป่วยนอก การสือสารทีต้องการความเร่งด่วนหรือไม่เร่งด่วน การสือสารในทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น พยาบาลกับแพทย์, แพทย์กับแพทย์ เป็นต้น ปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญต่างๆ เช่น แพทย์ENT,แพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง , จิตแพทย์ เป็นต้น การสือสารระหว่างวิชาชีพเดียวกันเพือส่งต่อข้อมูล เช่นพยาบาลต่อ พยาบาลเพือส่งต่อข้อมูลจากการรายงานกับแพทย์ การสือสารระหว่างพยาบาลในรถพยาบาลกับแพทย์อยู่ทีในโรงพยาบาล เป็น ต้น SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 22.
    ตัวอย่างสถานการณ์ทีใช้ตัวอย่างสถานการณ์ทีใช้ SSBBAARR การขอความช่วยเหลือการขอความช่วยเหลือ//ปรึกษาแพทย์เมือผู้ป่วยมีปรึกษาแพทย์เมือผู้ป่วยมี อาการแย่ลง หรือเข้าสู่ภาวะวิกฤติเช่นอาการแย่ลงหรือเข้าสู่ภาวะวิกฤติเช่น ShockShock การย้ายผู้ป่วยไปยังแผนกการย้ายผู้ป่วยไปยังแผนก ICUICU การย้ายผู้ป่วยจากแผนกการย้ายผู้ป่วยจากแผนก ERER ไปแผนกผู้ป่วยในไปแผนกผู้ป่วยใน การส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลศูนย์การส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลศูนย์//ทัวไป ไปทัวไป ไป โรงพยาบาลชุมชน หรือจากโรงพยาบาลชุมชนสู่ รพโรงพยาบาลชุมชน หรือจากโรงพยาบาลชุมชนสู่ รพ.. สตสต//กลุ่มงานเวช ฯกลุ่มงานเวช ฯ กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในเรืองการสือสารกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในเรืองการสือสาร หรือการส่งต่อข้อมูล และพบว่าสิงนีเป็นสาเหตุจึงนําหรือการส่งต่อข้อมูล และพบว่าสิงนีเป็นสาเหตุจึงนํา SSBBAARR มาเป็นแนวทางในการป้ องกัน เป็นต้นมาเป็นแนวทางในการป้ องกัน เป็นต้น ต้องการข้อมูล และความมันใจในขันตอนการรักษาต้องการข้อมูล และความมันใจในขันตอนการรักษา SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 23.
    เคล็ดไม่ลับในการใช้เคล็ดไม่ลับในการใช้ SSBBAARR กําหนดสถานการณ์ทีมีการใช้กําหนดสถานการณ์ทีมีการใช้ SSBBAARRในการสือสารดังทีในการสือสารดังที กล่าวไว้ในตอนต้นกล่าวไว้ในตอนต้น ให้การใช้ให้การใช้ SSBBAARR ลงสู่งานประจําลงสู่งานประจํา และหาผู้ปฏิบัติในหน้าและหาผู้ปฏิบัติในหน้า งานทีมีความรู้ ความสามารถในการใช้งานทีมีความรู้ ความสามารถในการใช้ SSBBAARR มาช่วยในการมาช่วยในการ ขับเคลือนการใช้ขับเคลือนการใช้ หมันทบทวน เรียนรู้ ประเมินผล และนําสู่การพัฒนาการใช้หมันทบทวน เรียนรู้ ประเมินผล และนําสู่การพัฒนาการใช้ SSBBAARR อย่างต่อเนืองอย่างต่อเนือง มีการอบรมการใช้มีการอบรมการใช้ SSBBAARR แก่บุคลากรทีเกียวข้องเพือให้แก่บุคลากรทีเกียวข้องเพือให้ เกิดความมันใจว่ามีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติได้เกิดความมันใจว่ามีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติได้ SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 24.
    เคล็ดไม่ลับในการใช้เคล็ดไม่ลับในการใช้ SSBBAARR ((ต่อต่อ)) นําผลความสําเร็จทีเกิดขึนจากการใช้นําผลความสําเร็จทีเกิดขึนจากการใช้SSBBAARR มามา แลกเปลียนเรียนรู้ระหว่างบุคลากร เพือให้ได้เห็นคุณค่าและแลกเปลียนเรียนรู้ระหว่างบุคลากร เพือให้ได้เห็นคุณค่าและ ประโยชน์ของการใช้ประโยชน์ของการใช้ SSBBAARR ขยายผลการใช้ขยายผลการใช้ SSBBAARR ให้นําไปใช้อย่างกว้างขวางให้นําไปใช้อย่างกว้างขวาง นอกเหนือระหว่างแพทย์และพยาบาลเช่น ระว่างพยาบาลกับนอกเหนือระหว่างแพทย์และพยาบาลเช่น ระว่างพยาบาลกับ พยาบาล ระหว่างโรงพยาบาลศูนย์พยาบาล ระหว่างโรงพยาบาลศูนย์//ทัวไปกับโรงพยาบาลชุมชนทัวไปกับโรงพยาบาลชุมชน หรือระหว่างโรงพยาบาลชุมชนกับรพหรือระหว่างโรงพยาบาลชุมชนกับรพ..สตสต มีการใช้มีการใช้ SSBBAARR อย่างกว้างขวางทังผู้ปฏิบัติ หัวหน้างานอย่างกว้างขวางทังผู้ปฏิบัติ หัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย เป็นต้นหัวหน้าฝ่าย เป็นต้น SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 25.
    เคล็ดไม่ลับในการใช้ SSBBAARR ((ต่อต่อ)) กําหนดรูปแบบการสือสารแบบกําหนดรูปแบบการสือสารแบบSSBBAARR ให้ชัดเจนในองค์กรให้ชัดเจนในองค์กร และเป็นรูปแบบเดียวกันทังองค์กร เช่นการใช้และเป็นรูปแบบเดียวกันทังองค์กร เช่นการใช้ CardCard SSBBAARR (( ตามตัวอย่างตามตัวอย่าง )) กําหนดรูปแบบการประเมินผล และการวัดของการใช้กําหนดรูปแบบการประเมินผล และการวัดของการใช้ SSBBAARR ให้ชัดเจน เช่นให้ชัดเจน เช่น  จํานวนการเกิดอุบัติการณ์ความผิดพลาดในการสือสารจํานวนการเกิดอุบัติการณ์ความผิดพลาดในการสือสาร ( Miss( Miss Communication)Communication) เมือมีการนําเมือมีการนํา SSBBAARR มาใช้มาใช้  การออกแบบ แบบสอบถามการใช้การออกแบบ แบบสอบถามการใช้ SSBBAARR กับบุคลากรทีเกียวข้อง เมือกับบุคลากรทีเกียวข้อง เมือ ประเมินผลการเรียนรู้ และการนําไปใช้ เพือนํามาพัฒนาต่อไปประเมินผลการเรียนรู้ และการนําไปใช้ เพือนํามาพัฒนาต่อไป  การตามรอยการใช้การตามรอยการใช้ SSBBAARR ในหน่วยงานต่างๆ เป็นต้นในหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 26.
    ตัวอย่างแบบสอบถามการใช้ตัวอย่างแบบสอบถามการใช้ SSBBAARR วันวัน//เดือนเดือน//ปีปี ……………………….……………………….หน่วยงานหน่วยงาน………………………………………………………… 11.. ในช่วงเวลาในช่วงเวลา 11 อาทิตย์ทีผ่านท่านได้ใช้อาทิตย์ทีผ่านท่านได้ใช้ SBARSBAR หรือไม่หรือไม่  ใช้ใช้ ไม่ได้ใช้ไม่ได้ใช้ ถ้าท่านใช้ถ้าท่านใช้ SBARSBAR ท่านใช้บ่อยเพียงใดท่านใช้บ่อยเพียงใด 11 ครังครัง 22--55 ครังครัง  66--99 ครังครัง ≥≥ 1010 ครังครัง ถ้าท่านไม่ได้ใช้ถ้าท่านไม่ได้ใช้ SBARSBAR มีเหตุผลอะไรหรือไม่มีเหตุผลอะไรหรือไม่ …………………….……………………. 22.. ท่านมีประสบการณ์ในการใช้ท่านมีประสบการณ์ในการใช้ SBARSBAR เป็นอย่างไรบ้างเป็นอย่างไรบ้าง ((มีประโยชน์มีประโยชน์//ยุ่งยากยุ่งยาก// ผิดหวังผิดหวัง )) ………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………….. 33.. ท่านคิดว่าการใช้ท่านคิดว่าการใช้ SBARSBAR มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมีประโยชน์ต่อผู้ป่วย//ผู้ร่วมงานเพียงใดผู้ร่วมงานเพียงใด ไม่มีประโยชน์ไม่มีประโยชน์ มีประโยชน์เล็กน้อยมีประโยชน์เล็กน้อย ปานกลางปานกลาง ดีดี ดีมากดีมาก 44.. ท่านได้รับการตอบสนองจากแพทย์ท่านได้รับการตอบสนองจากแพทย์//พยาบาลทีท่านใช้การสือสารแบบพยาบาลทีท่านใช้การสือสารแบบ SBARSBAR อย่างไรบ้างอย่างไรบ้าง …………………………………………………………………………..………………………………………………………………………….. SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 27.
    ตัวอย่าง Card SSBBAARR SSBBAARRfbfb::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 28.
    ตัวอย่าง Card SSBBAARR SSBBAARRfbfb::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 29.
    ตัวอย่าง Card SSBBAARR SSBBAARRfbfb::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 30.
    ตัวอย่าง Card SSBBAARR SSBBAARRfbfb::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 31.
    ตัวอย่าง Card SSBBAARR SSBBAARRfbfb::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 32.
    SBAR จึงเป็นเครืองมือทีสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย ผ่านการสือสารระหว่างกันของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรในองค์กร เพียงเปิ ดใจยอมรับฟังซึงกันและกัน และยึดเป้ าหมายเดียวกันนันคือ ความปลอดภัยของผู้ป่วย ผู้รับบริการของเราครับ SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon
  • 33.
    เอกสารอ้างอิงเอกสารอ้างอิง Patient safety Goals: SIMPLE, สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล : 2551 เอกสารประกอบคําบรรยาย SABA , NHS institute Innovation Healthcare SBAR: A Shared Structure for Effective Team Communication,The TorontoRehabilitation Institute and The CanadianPatient Safety Institute : 2nd Edition Improving Clinical Communicationusing SBAR, www.1000livesplus.wales.nhs.uk SBAR Communication Tool, Kaiser FoundationHealth Plan, Inc. : 2004 SBAR Reporting, Nottingham University Hospitals SSBBAARRfbfb ::SuradetSuradet SriangkoonSriangkoon