การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างปลอดภัย
วิทยาการคานวณ มัธยมศึกษาปีที่ 1
ครูจันทร์ฉาย โภคมูลผล
โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการป้องกันความเป็นส่วนตัวและข้อมูลของ
ตนเองได้
2. นักเรียนอภิปรายผลกระทบ แนวทางป้องกัน และวิธีการแก้ปัญหาในการ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยได้
3. นักเรียนนาสื่อหรือแหล่งข้อมูลไปใช้งานให้ถูกต้องได้
ทบทวนความรู้ก่อนเรียน
ข้อมูลชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของนักเรียน
เปิดเผยในสื่อสังคมออนไลน์ได้
ทบทวนความรู้ก่อนเรียน
ข้อมูลชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของนักเรียน
เปิดเผยในสื่อสังคมออนไลน์ได้
ทบทวนความรู้ก่อนเรียน
แชร์รหัสผ่านของอีเมล์ให้เพื่อนสนิท
เพื่อปัองกันการลืมรหัส
ทบทวนความรู้ก่อนเรียน
แชร์รหัสผ่านของอีเมล์ให้เพื่อนสนิท
เพื่อปัองกันการลืมรหัส
ทบทวนความรู้ก่อนเรียน
ออกจากระบบเมื่อเลิกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
สาธารณะ
ทบทวนความรู้ก่อนเรียน
ออกจากระบบเมื่อเลิกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
สาธารณะ
กิจกรรมที่ 1 เจอสถานการณ์อย่างนี้ต้องทาอย่างไร
คาชี้เเจง
ให้นักเรียนเลือกบัตรกิจกรรม ต่อไปนี้ คนละ 1 กิจกรรม หลังจากนั้น
ให้นักเรียนทาใบกิจกรรมที่ 1.1 เจอสถานการณ์อย่างนีัต้องทาอย่างไร
กิจกรรมที่ 1
กิจกรรมที่ 1
กิจกรรมที่ 1
ภัยคุกคามจากการใช้เทคโนโลยี
การคุกคามโดยใช้หลักจิตวิทยา
การคุกคามด้วยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
การคุกคามโดยใช้โปรแกรม
วิธีการคุกคาม
การคุกคามโดยใช้หลักจิตวิทยา
•ใช้การหลอกลวงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ
•เช่น การหลอกถามรหัสผ่าน
•การหลอกว่าจะได้รับรางวัล แต่ต้องกรอกเลขประชาชน
•มักป้องกันได้ยาก เพราะเกิดจากความเชื่อใจ
•นักเรียนต้องระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลอื่น
การคุกคามด้วยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
•ปัจจุบันข้อมูลและเนื้อหาที่มีอยู่ในแหล่งต่างๆบน
อินเทอร์เน็ตมีจานวนมาก
•ข้อมูลที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตอาจไม่ได้รับการตรวจสอบ
ความถูกต้อง เหมาะสม
•ข้อมูลบางอย่างอาจก่อให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ได้
การคุกคามโดยใช้โปรแกรม
•เป็นการคุกคามโดยใช้โปรแกรมเป็นเครื่องมือ
•เป็นการก่อปัญหาด้านไอที
•โปรแกรมดังกล่าว เรียกว่า มัลแวร์
•Malicious Software : malware
มัลแวร์ มีหลายประเภท ดังนี้
•ไวรัสคอมพิวเตอร์
• เป็นโปรแกรมที่เขียนด้วยเจตนาร้าย
• ทาให้ผู้ใช้งานเกิดความราคาญ
• ไวรัสคอมพิวเตอร์มักติดมากับไฟล์
• แพร่กระจายเมื่อมีการเปิดใช้งานไฟล์
มัลแวร์ มีหลายประเภท ดังนี้
•เวิร์ม หนอนคอมพิวเตอร์
•สามารถแพร่กระจายไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
เครื่องอื่นในเครือข่ายได้ด้วยตนเอง
•โดยหาจุดอ่อนของระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว
แพร่กระจายไปบนเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว
มัลแวร์ มีหลายประเภท ดังนี้
•ประตูกล(Backdoor/trapdoor)
•เป็นโปรแกรมที่เปิดช่องโหว่ไว้ให้ผู้ไม่ประสงค์ดี
เข้าไปคุกคามระบบสารสนเทศ
•สามารถดึงข้อมูลหรือความลับของสารสนเทศได้
มัลแวร์ มีหลายประเภท ดังนี้
•ม้าโทรจัน
• เป็นโปรแกรมที่มีลักษณะคล้ายโปรแกรมทั่วไป
• หลอกลวงให้ผู้ใช้ติดตั้งและเรียกใช้งาน
• มักสร้างปัญหาต่างๆ เช่น ลบไฟล์ข้อมูล หรือล้วง
ข้อมูลสาคัญๆ
มัลแวร์ มีหลายประเภท ดังนี้
•ระเบิดเวลา
•เป็นโปรแกรมที่จะเริ่มทางานเพมื่อมีตัวกระตุ้น
บางอย่าง เช่น
•แอบส่งข้อมูลออกไปยังเครื่องอื่น หรือลบ
ไฟล์ข้อมูลทิ้ง
มัลแวร์ มีหลายประเภท ดังนี้
•สปายแวร์
•เป็นโปรแกรมที่แอบขโมยข้อมูลผู้ใช้ระหว่างใช้
งานคอมพิวเตอร์
•เช่น เก็บข้อมูลรหัสผ่านเพื่อใช้ในการโอนเงิน
ออกจากบัญชี
มัลแวร์ มีหลายประเภท ดังนี้
•แอดแวร์
• เป็นโปรแกรมที่แสดงโฆษณาหรือดาวน์โหลด
โฆษณาอัตโนมัติ
• แอดแวร์บางตัวจะมีสปายแวร์แฝงมาด้วย
• สร้างความราคาญให้กับผู้ใช้งาน
รูปแบบการป้องกันภัยคุกคาม
ตรวจสอบจากสิ่งที่ผู้ใช้รู้ ตรวจสอบจากสิ่งที่ผู้ใช้มี ตรวจสอบจากสิ่งที่เป็น
ส่วนหนึ่งของผู้ใช้
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
การใช้งานไอทีเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน อย่างไรก็ตามการใช้งานไอทีอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน ดังนั้นการ
เรียนรู้ การทาความเข้าใจเงื่อนไขการใช้งานจึงเป็นสิ่งสาคัญ
การศึกษาเงื่อนไขการใช้งาน
• การใช้งานไอทีในปัจจุบัน มีทั้งแบบมีค่าใช้จ่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย
การศึกษาเงื่อนไขการใช้งาน
• ทุกระบบที่ให้บริการมีการกาหนดเงื่อนไขการ
ใช้งานทั้งสิ้น
ลิขสิทธิ์
• โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เนื้อหา หรือสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่
มีลิขสิทธิ์คุ้มครอง
• ทาให้ผู้ใช้หรือผู้ซื้อ ไม่สามารถที่จะนาไปเผยแพร่ ทา
สาเนาต่อโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้สร้างสรรค์ผลงาน
• เช่น ผู้ใช้ที่ซื้อโปรแกรมประยุกต์มาใช้งานส่วนตัว สิทธิ์
ที่ได้คือการติดตั้งและใช้งานโปรแกรมประยุกต์นั้นได้
• แต่ไม่สามารถที่จะทาสาเนาและแจกจ่ายให้ผู้อื่นใช้งาน
ได้
สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์
Creative Commons : CC
• เป็นองค์กรเพื่อพัฒนาสัญญาอนุญาที่ทาให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน
• สามารถเผยแพร่ผลงานภายใต้เงื่อนไขที่กาหนด
• ไม่เสียค่าใช้จ่าย
• เพิ่มโอกาสการเรียนรู้
การปกป้องความเป็นส่วนตัว
• ความเป็นส่วนตัว (Privacy) เป็นสิทธิ์พื้นฐานที่สาคัญของมนุษย์ทุกคน
• ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเเละสารสนเทศ เจ้าของสามารถปกป้องเเละ
ควบคุมการเปิดเผยข้อมูลของตนเองได้
• โดยเจ้าของสิทธิ นอกจากจะเป็นบุคคลเเล้ว อาจเป็นกลุ่มบุคคลหรือองค์กรก็
ได้
แนวทางการใช้ไอทีอย่างปลอดภัย
• 1.ศึกษาเงื่อนไขเเละข้อตกลง ก่อนการติดตั้งหรือใช้งานไอที
• 2.มีความรู้ ความเข้าใจ เเละสามารถใช้ไอที เพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกต้องเเละมี
ประสิทธิภาพ
• 3.เข้าใจ กฎ กติตา เเละมารยาททางสังคมในการใช้งานไอที ซึ่งเป็นสิ่งจาเป็นในการใช้
งานไอที เพราะจะช่วยป้องกันปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น การ
เรียนรู้การใช้อักษรย่อ การใช้สัญลักษณ์ต่างๆ
แนวทางการใช้ไอทีอย่างปลอดภัย
• 4.ไม่ใช้บัญชีผู้ใช้ร่วมกับผู้อื่น เนื่องจากไม่สามารถควบคุมความปลอดภัยได้เเละเสี่ยง
ต่อการรั่วไหลของรหัสผ่านเเละข้อมูลส่วนตัว
• 5.สารองข้อมูลอย่างสม่าเสมอ เเละเก็บไว้หลายเเหล่ง โดยเมื่อมีเหตุการณ์ที่ทาให้
ไฟล์ข้อมูลสูญหาย เช่น ข้อมูลโดนไวรัสทาลาย
• 6.ติดตั้งซอฟต์เเวร์เท่าที่จาเป็น เเละไม่ติดตั้งโปรเเกรมที่ดาวน์โหลดจากเเหล่งที่ไม่
น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันมัลเเวร์ที่เเฝงมากับโปรเเกรม
แนวทางการใช้ไอทีอย่างปลอดภัย
• 7.หลีกเลี่ยงการใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เเน่ใจว่าเป็นของหน่วยงานใด
• 8.ปรับปรุงระบบปฏิบัติการเเละโปรเเกรมต่างๆให้ทันสมัยอยู่เสมอ
• 9.สังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้จากการใช้งาน เช่นมีโปรเเกรมเเปลกปลอมปรากฏขึ้ ได้รับ
อีเมลจากคนที่ไม่รู้จัก
• 10.ระวังการใช้งานไอทีเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เล่น ไม่เชื่อต่อ WiFi โดยอัตโนมัติ

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย