Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
JiruttiPommeChuaikho
11,032 views
แผนวิทยาการคำนวณ ป.6.pdf
แผนวิทยาการคำนวณ ป.6.pdf
Education
◦
Read more
8
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 15 times
1
/ 73
2
/ 73
3
/ 73
4
/ 73
5
/ 73
6
/ 73
7
/ 73
8
/ 73
9
/ 73
10
/ 73
11
/ 73
12
/ 73
13
/ 73
14
/ 73
15
/ 73
16
/ 73
17
/ 73
18
/ 73
19
/ 73
20
/ 73
21
/ 73
22
/ 73
23
/ 73
24
/ 73
25
/ 73
26
/ 73
27
/ 73
28
/ 73
29
/ 73
30
/ 73
31
/ 73
32
/ 73
33
/ 73
34
/ 73
35
/ 73
36
/ 73
37
/ 73
38
/ 73
39
/ 73
40
/ 73
41
/ 73
42
/ 73
43
/ 73
44
/ 73
45
/ 73
46
/ 73
Most read
47
/ 73
48
/ 73
49
/ 73
50
/ 73
51
/ 73
52
/ 73
53
/ 73
Most read
54
/ 73
55
/ 73
56
/ 73
57
/ 73
58
/ 73
59
/ 73
60
/ 73
61
/ 73
62
/ 73
63
/ 73
64
/ 73
65
/ 73
66
/ 73
67
/ 73
68
/ 73
69
/ 73
70
/ 73
71
/ 73
72
/ 73
73
/ 73
Most read
More Related Content
PDF
รายงาน PA 2566 ฉบับสมบูรณ์.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
PDF
กำหนดการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3
by
Mam Chongruk
PDF
ออกแบบและเทคโนโลยี ม.5
by
ณัฐพล บัวพันธ์
PDF
แผนการสอนการสร้างเว็บเพจ
by
เทวัญ ภูพานทอง
PDF
ใบงานที่ 1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือเกษตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
DOC
พหุปัญญา แผนการจัดกาเรียนรู้ที่ 2 เงิน
by
Dolonk
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสถานะของสาร รายการครูมืออาชีพ ตอนครูหัดบิน ครูกอบว...
by
Kobwit Piriyawat
PDF
แบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง สิ่งรอบตัวเรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
by
gchom
รายงาน PA 2566 ฉบับสมบูรณ์.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
กำหนดการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3
by
Mam Chongruk
ออกแบบและเทคโนโลยี ม.5
by
ณัฐพล บัวพันธ์
แผนการสอนการสร้างเว็บเพจ
by
เทวัญ ภูพานทอง
ใบงานที่ 1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือเกษตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
พหุปัญญา แผนการจัดกาเรียนรู้ที่ 2 เงิน
by
Dolonk
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสถานะของสาร รายการครูมืออาชีพ ตอนครูหัดบิน ครูกอบว...
by
Kobwit Piriyawat
แบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง สิ่งรอบตัวเรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
by
gchom
What's hot
PDF
แบบประเมินทักษะกระบวนการ
by
somdetpittayakom school
PDF
ปกโครงงานคณิตศาสตร์
by
ศุภกรณ์ วัฒนศรี
PDF
โครงสร้างหลักสูตรประถม
by
wangasom
PDF
แบบฝึกทักษะวิชาวิทยาศาสตร์ป.1สิ่งมีชีวิต
by
sripayom
PDF
คำกริยาที่บ่งบอกพฤติกรรมการเรียนรู้ KPA
by
ณัฐพล แสงทวี
PDF
ปกนอก ปกใน
by
amixdouble
PDF
แบบบันทึกการศึกษาแหล่งเรียนรู้
by
เทวัญ ภูพานทอง
PPT
ค่าอำนาจจำแนก
by
Jeerapob Seangboonme
PDF
ใบงาน2
by
Pitchayadon Phikoonyhong
PDF
กิตติกรรมประกาศ
by
Pa'rig Prig
PDF
อินธนูครู
by
ธวัช บุตรศรี
PDF
โครงงานภาษาไทย เรื่อง คำไทยที่มักเขียนผิด
by
ธณัชช์ภรณ์ ศิริวัชเดชากุล
PDF
หัวกระดาษข้อสอบ
by
worapanthewaha
PDF
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน หน่วย งานและพลังงาน
by
dnavaroj
PDF
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
DOC
กระดาษคำตอบ20ข้อ
by
wisheskerdsilp
XLS
ปพ5 ปีการศึกษา2553 รายปี ชั้น ม3 วิชาคณิตศาสตร์
by
ครูต๋อง แห่งดอยหว้าเหว่
PDF
แบบประเมินต่างๆ
by
Naphachol Aon
DOC
แบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาไอซ์ในโรงเรียน
by
Kruthai Kidsdee
PDF
ข้อสอบความคิดสร้างสรรค์
by
Jirathorn Buenglee
แบบประเมินทักษะกระบวนการ
by
somdetpittayakom school
ปกโครงงานคณิตศาสตร์
by
ศุภกรณ์ วัฒนศรี
โครงสร้างหลักสูตรประถม
by
wangasom
แบบฝึกทักษะวิชาวิทยาศาสตร์ป.1สิ่งมีชีวิต
by
sripayom
คำกริยาที่บ่งบอกพฤติกรรมการเรียนรู้ KPA
by
ณัฐพล แสงทวี
ปกนอก ปกใน
by
amixdouble
แบบบันทึกการศึกษาแหล่งเรียนรู้
by
เทวัญ ภูพานทอง
ค่าอำนาจจำแนก
by
Jeerapob Seangboonme
ใบงาน2
by
Pitchayadon Phikoonyhong
กิตติกรรมประกาศ
by
Pa'rig Prig
อินธนูครู
by
ธวัช บุตรศรี
โครงงานภาษาไทย เรื่อง คำไทยที่มักเขียนผิด
by
ธณัชช์ภรณ์ ศิริวัชเดชากุล
หัวกระดาษข้อสอบ
by
worapanthewaha
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน หน่วย งานและพลังงาน
by
dnavaroj
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
กระดาษคำตอบ20ข้อ
by
wisheskerdsilp
ปพ5 ปีการศึกษา2553 รายปี ชั้น ม3 วิชาคณิตศาสตร์
by
ครูต๋อง แห่งดอยหว้าเหว่
แบบประเมินต่างๆ
by
Naphachol Aon
แบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาไอซ์ในโรงเรียน
by
Kruthai Kidsdee
ข้อสอบความคิดสร้างสรรค์
by
Jirathorn Buenglee
Similar to แผนวิทยาการคำนวณ ป.6.pdf
DOCX
ส่วนหน้า สมฐ. วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1.docx
by
ArnonTonsaipet
PDF
รายงานการใช้สื่อCaiแบบง่าย
by
Jiraporn Chaimongkol
DOC
การออกแบบการจัดการการเรียนรู้อิงมาตรฐาน หลักสูตรแกนกลาง 2551 ...
by
Weerachat Martluplao
PPT
Ch6 cognitive weapons 201700
by
ณัฐวุฒิ จารุวงศ์
PDF
บทความการออกแบบการสอน
by
นิตยา ทองดียิ่ง
PDF
บทความการออกแบบการสอน
by
นิตยา ทองดียิ่ง
PDF
บทความการออกแบบการสอน
by
นิตยา ทองดียิ่ง
PDF
Front math m2 _2_
by
phachanee boonyuen
PDF
Front math m2 _2_
by
phachanee boonyuen
PDF
Basic m2-2-link
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
PPTX
The importance of concepts related to computer learning management.
by
Ratthayakhamseangmat
PDF
Best practice
by
kanidta vatanyoo
PPT
700 week3 ok
by
Rabil Phakdeephol
PDF
Add m2-2-link
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
PDF
รายงานการประเมินตนเอง 2 54
by
Jiraporn
PDF
Slideshare
by
paewwaew
PDF
Slideshare
by
paewwaew
PDF
project
by
paewwaew
PDF
Slideshare
by
paewwaew
PDF
Best practices
by
thkitiya
ส่วนหน้า สมฐ. วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1.docx
by
ArnonTonsaipet
รายงานการใช้สื่อCaiแบบง่าย
by
Jiraporn Chaimongkol
การออกแบบการจัดการการเรียนรู้อิงมาตรฐาน หลักสูตรแกนกลาง 2551 ...
by
Weerachat Martluplao
Ch6 cognitive weapons 201700
by
ณัฐวุฒิ จารุวงศ์
บทความการออกแบบการสอน
by
นิตยา ทองดียิ่ง
บทความการออกแบบการสอน
by
นิตยา ทองดียิ่ง
บทความการออกแบบการสอน
by
นิตยา ทองดียิ่ง
Front math m2 _2_
by
phachanee boonyuen
Front math m2 _2_
by
phachanee boonyuen
Basic m2-2-link
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
The importance of concepts related to computer learning management.
by
Ratthayakhamseangmat
Best practice
by
kanidta vatanyoo
700 week3 ok
by
Rabil Phakdeephol
Add m2-2-link
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
รายงานการประเมินตนเอง 2 54
by
Jiraporn
Slideshare
by
paewwaew
Slideshare
by
paewwaew
project
by
paewwaew
Slideshare
by
paewwaew
Best practices
by
thkitiya
More from JiruttiPommeChuaikho
PDF
สรุปงบประมาณคงเหลือปีงบประมาณ2568 ณ 15 กย.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
PDF
SAR โรงเรียนวัดประสพ 2567 พท นวัตกรรม.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
PDF
SAR-2567-โรงเรียนวัดประสพ ระดับปฐมวัย.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
PDF
หลักสูตรโรงเรียนสถานศึกษาโรงเรียนวัดประสพ ปีการศึกษา 2568.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
PDF
วิจัยในชั้นเรียนpdf
by
JiruttiPommeChuaikho
PDF
หลักสูตรสถานศึกษา-66 แก้ไข.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
PDF
แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน-PA1ส-นางสาวจิรัฐิติ 2566.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
PDF
หลักสูตรวิทยาศาสตร์-66.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
PDF
หลักสูตรวิทยาศาสตร์-65.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
สรุปงบประมาณคงเหลือปีงบประมาณ2568 ณ 15 กย.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
SAR โรงเรียนวัดประสพ 2567 พท นวัตกรรม.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
SAR-2567-โรงเรียนวัดประสพ ระดับปฐมวัย.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
หลักสูตรโรงเรียนสถานศึกษาโรงเรียนวัดประสพ ปีการศึกษา 2568.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
วิจัยในชั้นเรียนpdf
by
JiruttiPommeChuaikho
หลักสูตรสถานศึกษา-66 แก้ไข.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน-PA1ส-นางสาวจิรัฐิติ 2566.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
หลักสูตรวิทยาศาสตร์-66.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
หลักสูตรวิทยาศาสตร์-65.pdf
by
JiruttiPommeChuaikho
แผนวิทยาการคำนวณ ป.6.pdf
1.
ตัวชี้วัด • ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตประจาวัน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เทคโนโลยี
(วิทยาการคานวณ) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประถมศึกษาปีที่ ๖ การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ แผนการจัดการเรียนรู้ นางสาวจิรัฐิติ ช่วยคง
2.
พิเศษ 1 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดสาระเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้สถานศึกษานาไปใช้เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา วางแผนการ จัดการเรียนการสอนและจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ตามเป้าหมายของหลักสูตร ตลอดจนให้เกิดผลสาเร็จตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา ดังนั้น ขั้นตอนการนาหลักสูตรสถานศึกษาไปปฏิบัติจริงในชั้นเรียนของครูผู้สอนจึงจัดเป็นหัวใจสาคัญในการพัฒนาผู้เรียน บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จากัด ได้จัดทาแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ขึ้น เพื่อให้ครูผู้สอนใช้เป็นแนวทางวางแผนจัดการเรียนรู้ แก่ผู้เรียน โดยจัดทาเป็นหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการออกแบบ ย้อนกลับ (Backward Design) ตลอดจนเน้นกิจกรรมแบบ Active Learning อันจะช่วยให้ผู้ปกครองและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพการศึกษา สามารถมั่นใจในผลการเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียนที่มีหลักฐาน ตรวจสอบผลการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ผู้สอนสามารถนาแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ ไปเป็นแนวทางวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบการ ใช้หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ ทางบริษัทจัดพิมพ์จาหน่าย โดยการออกแบบการเรียนรู้ (Instructional Design) ได้ดาเนินการตามกระบวนการ ดังนี้ 1 หลักการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยจะกาหนดผลการเรียนรู้ไว้เป็นเป้าหมายในการจัดการเรียนการสอน ผู้สอน จะต้องศึกษาและวิเคราะห์รายละเอียดของมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดทุกข้อว่า ระบุให้ผู้เรียนต้องมีความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องอะไร และต้องสามารถลงมือปฏิบัติอะไรได้บ้าง และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่เกิดขึ้นกับ ผู้เรียนจะนาไปสู่การเสริมสร้างสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านใดแก่ผู้เรียน คานา นาไปสู่ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอะไรได้
3.
พิเศษ 2 2 หลักการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ เมื่อผู้สอนวิเคราะห์รายละเอียดของมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
และได้กาหนดเป้าหมายการจัดการเรียน การสอนเรียบร้อยแล้ว จึงกาหนดขอบข่ายสาระการเรียนรู้และแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนลงมือ ปฏิบัติตามขั้นตอนของกิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้จนบรรลุมาตรฐานและตัวชี้วัดทุกข้อ 3 หลักการบูรณาการกระบวนการเรียนรู้สู่ผลการเรียนรู้ เมื่อผู้สอนกาหนดขอบข่ายสาระการเรียนรู้ และแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไว้แล้ว จึงกาหนด รูปแบบการเรียนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ ที่จะฝึกฝนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด โดยเลือกใช้กระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ เช่น กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการเผชิญ สถานการณ์และการแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการทางสังคม ฯลฯ กระบวนการเรียนรู้ที่ มอบหมายให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัตินั้นจะต้องนาไปสู่การเสริมสร้างสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ ผู้เรียนตามสาระการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ 4 หลักการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ผู้สอนต้องกาหนดขั้นตอน และวิธีปฏิบัติให้ชัดเจน โดยเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือฝึกฝนและฝึกปฏิบัติมากที่สุด ตามแนวคิดและวิธีการสาคัญ คือ 1) การเรียนรู้ เป็นกระบวนการทางสติปัญญาที่ผู้เรียนทุกคนต้องใช้สมองในการคิดและทาความเข้าใจ ในสิ่งต่าง ๆ ร่วมกับการลงมือปฏิบัติ ทดลองค้นคว้า จนสามารถสรุปเป็นความรู้ได้ด้วยตนเอง และ สามารถนาเสนอผลงานแสดงองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ได้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สนองควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล เน้นพัฒนำกำรทำงสมอง กระตุ้นกำรคิด เน้นควำมรู้คู่คุณธรรม เป้าหมาย การเรียนรู้ และการพัฒนา คุณภาพ ของผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของผู้เรียน หลักการจัดการเรียนรู้
4.
พิเศษ 3 2) การสอน
เป็นการเลือกวิธีการหรือกิจกรรมที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ และ ที่สาคัญ คือ ต้องเป็นวิธีการที่สอดคล้องกับสภาพผู้เรียน ผู้สอนจึงต้องเลือกใช้วิธีการสอน เทคนิคการสอน และรูปแบบการสอนอย่างหลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างราบรื่นจนบรรลุ ตัวชี้วัดทุกข้อ 3) รูปแบบการสอน ควรเป็นวิธีการและขั้นตอนฝึกปฏิบัติที่ส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ผู้เรียนสามารถคิดอย่าง เป็นระบบ เช่น รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รูปแบบการสอนโดยใช้การคิดแบบ โยนิโสมนสิการ รูปแบบการสอนแบบ CIPPA Model รูปแบบการเรียนการสอนตามวัฏจักรการเรียนรู้ แบบ 4MAT รูปแบบการเรียนการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค JIGSAW, STAD, TAI, TGT 4) วิธีการสอน ควรเลือกใช้วิธีการสอนที่สอดคล้องกับเนื้อหาของบทเรียน ความถนัด ความสนใจ และสภาพ ปัญหาของผู้เรียน วิธีสอนที่ดีจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถบรรลุผลการเรียนรู้ตามระดับผลสัมฤทธิ์ที่สูง เช่น วิธีการสอนแบบบรรยาย การสาธิต การทดลอง การอภิปรายกลุ่มย่อย การแสดงบทบาทสมมติ การใช้ กรณีตัวอย่าง การใช้สถานการณ์จาลอง การใช้ศูนย์การเรียน การใช้บทเรียนแบบโปรแกรม 5) เทคนิคการสอน ควรเลือกใช้เทคนิคการสอนที่สอดคล้องกับวิธีการสอน และช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาใน บทเรียนได้ง่ายขึ้น สามารถกระตุ้นความสนใจและจูงใจให้ผู้เรียนร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพ เช่น เทคนิคการใช้ผังกราฟิก (Graphic Organizers) เทคนิคการเล่านิทาน การเล่นเกม เทคนิคการใช้คาถาม การใช้ตัวอย่างกระตุ้นความคิด การใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ 6) สื่อการเรียนการสอน ควรเลือกใช้สื่อหลากหลายกระตุ้นความสนใจ และทาความกระจ่างให้เนื้อหา สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ และเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุตัวชี้วัดอย่างราบรื่น เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ เอกสารประกอบการสอน แถบวีดิทัศน์ แผ่นสไลด์ คอมพิวเตอร์ VCD LCD Visualizer ควรเตรียมสื่อให้ครอบคลุมทั้งสื่อการสอนของครูและสื่อการเรียนรู้ของผู้เรียน 5 หลักการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบย้อนกลับตรวจสอบ เมื่อผู้สอนวางแผนออกแบบการจัดการเรียนรู้ รวมถึงกาหนดรูปแบบการเรียนการสอนไว้เรียบร้อยแล้ว จึงนา เทคนิควิธีการสอน วิธีจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ไปลงมือจัดการเรียนการสอน ซึ่งจะนาผู้เรียนไปสู่ การสร้างชิ้นงานหรือภาระงาน เกิดทักษะกระบวนการและสมรรถนะสาคัญตามธรรมชาติวิชา รวมทั้งคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่เป็นเป้าหมายของหน่วยการเรียนรู้ ตามลาดับขั้นตอน การเรียนรู้ที่กาหนดไว้ ดังนี้
5.
พิเศษ 4 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงแล้ว
จะต้อง ฝึกฝนกระบวนการคิดทุกขั้นตอน โดยใช้เทคนิคการตั้งคาถามกระตุ้นความคิด และใช้ระดับคาถามให้สัมพันธ์กับ เนื้อหาการเรียนรู้ ตั้งแต่ระดับความรู้ ความจา ความเข้าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การประเมินค่า และ การสร้างสรรค์ นอกจากจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจบทเรียนอย่างลึกซึ้งแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อสอบ O-NET ซึ่งเป็นการทดสอบระดับชาติที่เน้นกระบวนการคิดระดับการวิเคราะห์ด้วย และในแต่ละ แผนการจัดการเรียนรู้มีการระบุคาถามเพื่อกระตุ้นความคิดของผู้เรียนไว้ด้วยทุกกิจกรรม ผู้เรียนจะได้ฝึกฝนวิธีการ ทาข้อสอบ O-NET ควบคู่ไปกับการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ตามผลการเรียนรู้ที่สาคัญ ทั้งนี้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้จะครอบคลุมกิจกรรมการเรียนรู้ และ การประเมินผลด้านความรู้ความเข้าใจ (K) ด้านทักษะกระบวนการ (P) และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตาม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พร้อมทั้งออกแบบเครื่องมือการวัดและ ประเมินผล ตลอดจนแบบบันทึกผลการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ไว้ครบถ้วน สอดคล้องกับมาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียน เช่น แบบบันทึกผลด้านการคิดวิเคราะห์ ด้านการอ่านและแสวงหาความรู้ ด้านสมรรถนะและคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ตามหลักสูตร ผู้สอนสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ประกอบการจัดทา รายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Reports) จึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า การนาแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ไป เป็นแนวทางจัดการเรียนการสอนจะช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้นตามมาตรฐานการศึกษา และการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาทุกประการ นางสาวจิรัฐิติ ช่วยคง ผู้จัดทา จากเป้าหมายและ หลักฐาน คิดย้อนกลับ สู่จุดเริ่มต้น ของกิจกรรมการเรียนรู้ จากกิจกรรมการเรียนรู้ ทีละขั้นบันได สู่หลักฐานและ เป้าหมายการเรียนรู้ เป้าหมายการเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้ หลักฐานชิ้นงาน/ภาระงาน แสดงผลการเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้ 4 กิจกรรม คาถามชวนคิด 3 กิจกรรม คาถามชวนคิด 2 กิจกรรม คาถามชวนคิด 1 กิจกรรม คาถามชวนคิด
6.
พิเศษ 5 หน้า สรุปหลักสูตรฯ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
พิเศษ 1-3 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พิเศษ 4-5 คาอธิบายรายวิชา พิเศษ 6 โครงสร้างรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 พิเศษ 7-8 Pedagogy พิเศษ 9-12 โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 พิเศษ 13-17 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา 18 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 แนวคิดในการแก้ปัญหา 31 สารบัญ
7.
พิเศษ 6 สรุปหลักสูตรฯ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี* ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นี้ ได้กาหนดสาระการเรียนรู้ออกเป็น 4 สาระ ได้แก่ สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ และสาระที่ 4 เทคโนโลยี มีสาระเพิ่มเติม 4 สาระ ได้แก่ สาระชีววิทยา สาระเคมี สาระฟิสิกส์ และสาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ องค์ประกอบของหลักสูตรทั้งในด้านของเนื้อหา การจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้นั้น มีความสาคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นให้มีความ ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สาหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้กาหนดตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางที่ผู้เรียนจาเป็นต้องเรียนเป็นพื้นฐาน เพื่อให้สามารถนาความรู้นี้ไปใช้ในการดารงชีวิต หรือศึกษาต่อในวิชาชีพที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์ได้ โดยจัดเรียงลาดับ ความยากง่ายของเนื้อหาในแต่ละระดับชั้นให้มีการเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่ สาคัญ ทั้งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วย กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหลากหลายและ ประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นี้ ได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความสอดคล้องและ เชื่อมโยงกันภายในสาระการเรียนรู้เดียวกัน และระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตลอดจนการเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ด้วย นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความ ทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการต่าง ๆ ให้ทัดเทียมกับนานาชาติ ซึ่งสรุปได้ ดังแผนภาพ *สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ, ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง ประเทศไทย, 2560), หน้า 1-2.
8.
พิเศษ 7 หมายเหตุ :
ปีการศึกษา 2563 ชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ จะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”
9.
พิเศษ 8
10.
พิเศษ 4 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี* สาระที่
4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 1. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะการอธิบายและ ออกแบบิธีการแก้ปัญหาที่พบใน ชีวิตประจาวัน การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนากฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไข ที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการแก้ปัญหา แนวคิดของการทางานแบบวนซ้า และเงื่อนไข การพิจารณากระบวนการทางานที่มีการทางานแบบ วนซ้าหรือเงื่อนไขเป็นวิธีการที่จะช่วยให้การออกแบบ วิธีการแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างปัญหา เช่น การค้นหาเลขหน้าที่ต้องการให้ เร็วที่สุด การทายเลข 1-1,000,000 โดยตอบให้ถูก ภายใน 20 คาถาม การคานวณเวลาในการเดินทาง โดยคานึงถึงระยะทาง เวลาจุดหยุดพัก 2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน ตรวจหา ข้อผิดพลาดของโปรแกรมและแก้ไข การออกแบบโปรแกรมสามารถทาได้โดยเขียน เป็นข้อความหรือผังงาน การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร การวนซ้า การตรวจสอบเงื่อนไข หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทางานทีละคาสั่ง เมื่อพบจุดที่ทาให้ผลลัพธ์ไม่ถูกต้อง ให้ทาการแก้ไข จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อื่น จะช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตุของปัญหาได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหาค่า ค.ร.น. เกมฝึกพิมพ์ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, logo
11.
พิเศษ 5 ชั้น ตัวชี้วัด
สาระการเรียนรู้แกนกลาง 3. ใช้อินเทอร์เน็ตในกรค้นหาข้อมูลอย่าง มีประสิทธิภาพ การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการค้นหาข้อมูลได้ ตรงตามความต้องการในเวลาที่รวดเร็วจากแหล่งข้อมูลที่ น่าเชื่อถือหลายแหล่ง และข้อมูลที่มีความสอดคล้องกัน การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูง เช่น การใช้ตัวดาเนินการ การระบุรูปแบบของข้อมูลหรือชนิดของไฟล์ การจัดลาดับผลลัพธ์จากการค้นหาของโปรแกรมค้นหา การเรียบเรียง สรุปสาระสาคัญ (บูรณาการกับวิชา ภาษาไทย) 4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางานร่วมกัน อย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้อง เมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทาง อินเทอร์เน็ต แนวทางในการป้องกัน วิธีกาหนดรหัสผ่าน การกาหนดสิทธิ์การใช้งาน (สิทธิ์ในการเข้าถึง) แนวทางการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ อันตรายจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต
12.
พิเศษ 6 คาอธิบายรายวิชา เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 40 ชั่วโมง/ปี ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้โปรแกรม Scratch ศึกษาการแก้ปัญหาโดย ใช้เหตุผลเชิงตรรกะ การใช้งานอินเทอร์เน็ต การค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต การประเมินความน่าเชื่อถือ ศึกษา การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยี โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ( Problem – based Learning) และวัฏจักรการเรียนรู้แบบ สืบเสาะหาความรู้ (5Es Intructional Model) เพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์การ แก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคานวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและ เป็นระบบ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลส่วนตัว และการสื่อสารเบื้องต้นในการแก้ปัญหาที่พบ ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และนาเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้น ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถ ในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 รวม 4 ตัวชี้วัด
13.
พิเศษ 7 โครงสร้างรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี
(วิทยาการคานวณ) ชั้น ป.6 ลาดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด มโนทัศน์สาคัญ เวลา (ชม.) 1. การแก้ปัญหาโดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ ว 4.2 ป.6/1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา เป็นการนา หลักการ กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุก กรณีมาใช้เพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผลหรือ พิจารณาความเป็นไปได้ของการมุ่งหาคาตอบ และแก้ปัญหา 8 2. การออกแบบและ เขียนโปรแกรม อย่างง่าย ว 4.2 ป.6/2 การออกแบบโปรแกรม เป็นการอธิบายการ ทางานของโปรแกรมอย่างเป็นลาดับขั้นตอน โดยการออกแบบโปรแกรมสามารถทาได้ทั้งการ เขียนข้อความ และการเขียนผังงาน หากมี ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นหรือโปรแกรมไม่เป็นไปตาม ความต้องการ จะต้องตรวจสอบข้อผิดพลาดที่ เกิดขึ้น โดยการตรวจสอบการทางานทีละคาสั่ง เมื่อพบจุดที่ทาให้โปรแกรมไม่เป็นไปตาม ต้องการให้แก้ไขข้อผิดพลาดนั้น จนกว่าจะได้ โปรแกรมตามที่ต้องการ 16 3. การใช้งาน อินเทอร์เน็ต อย่างมีประสิทธิภาพ ว 4.2 ป.6/3 อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาด ใหญ่ที่ครอบคลุมไปทั่วโลก เราสามารถใช้งาน อินเทอร์เน็ต เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความ ต้องการภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และการ ค้นหาข้อมูลในแต่ละครั้ง โปรแกรมค้นหาจะ แสดงข้อมูลจากคาค้นหาเป็นจานวนมาก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ อย่างมีประสิทธิภาพและได้ข้อมูลตรงตามความ ต้องการมากที่สุด ผู้ใช้จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับ การจัดลาดับผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรมค้นหา ข้อมูลที่ได้การสืบค้นข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ จะต้องมีการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง 8
14.
พิเศษ 8 ลาดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด มโนทัศน์สาคัญ เวลา (ชม.) 4.
ความปลอดภัยใน การใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศ ว 4.2 ป.6/4 อันตรายจากการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่ เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ในรูปแบบต่าง ๆ และ แนวทางในการป้องกันอันตรายจากการใช้งาน อินเตอร์เน็ต ซึ่งรวมถึงการกาหนดรหัสผ่าน และการกาหนด สิทธิ์ในการใช้งาน รวมทั้ง อันตรายจากการติดตั้งซอฟแวร์ และแนวทาง ในการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ ซึ่งเป็น สาเหตุให้เกิดความเสียหายต่อ ข้อมูล ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เทคโนโลยีได้ ดังนั้น การติดตั้งซอฟแวร์จากอินเตอร์เน็ต อาจทา ให้มัลแวร์ ซึ่งเป็นซอฟแวร์ที่ตั้งใจออกแบบมา เพื่อทาอันตรายกับคอมพิวเตอร์ ดังนั้น ผู้ใช้งาน ต้องรู้แนวทางการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ เพื่อป้องกันการ อันตรายในรูปแบบต่างๆ เช่น ขโมยข้อมูล, การลบข้อมูล, การทาลายระบบ เป็นต้น 6 หมายเหตุ : 2 ชั่วโมงที่หายไปให้ใช้สาหรับการสอบกลางภาคหรือการสอบปลายภาค ทั้งนี้ยืดหยุ่นได้ตามดุลยพินิจของครูผู้สอน
15.
พิเศษ 9 Pedagogy สื่อการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี
(วิทยาการคานวณ) ป.6 ผู้จัดทาได้ ออกแบบการสอน (Instructional Design) ซึ่งเป็นวิธีการจัดการเรียนรู้และเทคนิคการสอนที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ และมีความหลากหลายให้กับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด รวมถึง สมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนที่หลักสูตรกาหนดไว้ โดยครูสามารถนาไปใช้สาหรับจัดการเรียนรู้ ในชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในรายวิชานี้ ได้นาวิธีการสอนและรูปแบบการสอนที่หลากหลายมาใช้ในการ ออกแบบการสอน ดังนี้ เลือกใช้วิธีการสอนโดยเน้นกระบวนการกลุ่ม (Group Process–Based Instruction) เนื่องจากเป็น กระบวนการในการทางานร่วมกันของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน และมีการดาเนินงาน ร่วมกัน โดยผู้นากลุ่มและสมาชิกกลุ่มต่างก็ทาหน้าที่ของตนอย่างเหมาะสม และมีกระบวนการทางานที่ดี เพื่อนากลุ่ม ไปสู่วัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการทางานกลุ่มที่ดี จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะทางสังคม และขยาย ขอบเขตของการเรียนรู้ให้กว้างขวางขึ้น เลือกใช้วิธีการสอนโดยใช้แนวคิดเชิงคานวณ (Computational Thinking) เนื่องจากเป็นกระบวนการ เรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนใช้ทักษะมุ่งเน้นการคิดเชิงตรรกะมากขึ้น ซึ่งผู้เรียนจะสามารถอธิบายการคิดเชิงคานวณอย่างเป็น ระบบ หรือเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นลาดับขั้นตอน โดยการเข้าใจปัญหาและวิธีการในการแก้ปัญหาอย่างเป็น ระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาที่ทั้งมนุษย์และคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจร่วมกันได้ ซึ่งประกอบด้วยลาดับ การใช้ทักษะย่อย 4 ทักษะ ดังนี้ 1. แนวคิดการแยกย่อย (Decomposition) เป็นการแตกปัญหาใหญ่ให้เป็นปัญหาย่อยที่มีขนาดเล็ก เพื่อให้ สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น 2. แนวคิดการจดจารูปแบบ (Pattern Recognition) เป็นการกาหนดแบบแผนปัญหาย่อย ๆ จากปัญหา ที่มีรูปแบบที่หลากหลาย โดยปัญหาต่าง ๆ มักมีความคล้ายคลึงกัน กล่าวคือ เพื่อดูความเหมือน ความแตกต่างของรูปแบบการเปลี่ยนแปลง ทาให้ทราบแนวโน้มเพื่อทานาย ผลลัพธ์ข้างหน้าได้ กระบวนการเรียนรู้ แนวคิดการแยกย่อย แนวคิดการจดจารูปแบบ แนวคิดเชิงนามธรรม แบบ แนวคิดการออกแบบขั้นตอน 1 2 3 4
16.
พิเศษ 10 3. แนวคิดเชิงนามธรรม
(Abstraction) เป็นการมุ่งเน้นความสาคัญของปัญหาโดยไม่สนใจรายละเอียดที่ไม่ จาเป็น เพื่อให้สามารถเข้าใจถึงแก่นแท้ของปัญหา ทักษะนี้เทียบเท่ากับการคิดสังเคราะห์ จนได้มาซึ่ง แบบจาลอง เช่น แบบจาลองทางคณิตศาสตร์ในรูปของสมการหรือสูตร 4. แนวคิดการออกแบบขั้นตอน (Algorithm Design) เป็นการออกแบบขั้นตอนการแก้ปัญหาด้วยการคิด เชิงอัลกอริทึม โดยนาไปใช้ในการแก้ปัญหาที่มีลักษณะแบบเดียวกันได้ ทาให้ทราบขั้นตอนก่อนหลัง เลือกใช้วิธีการสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ผู้สอน ใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กาหนด โดยการให้ผู้เรียนสวมบทบาทในสถานการณ์ซึ่งมี ความใกล้เคียงกับความเป็นจริง และแสดงออกตามความรู้สึกนึกคิดของตน และนาเอาการแสดงออกของผู้แสดง ทั้งทางด้านความรู้ ความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมที่สังเกตพบมาเป็นข้อมูลในการอภิปราย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ วิธีการสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ เป็นวิธีการที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เกิดความเข้าใจในความรู้สึกและพฤติกรรมทั้งของตนเองและผู้อื่น หรือเกิดความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับ บทบาทสมมติที่ตนแสดง ซึ่งการแสดงบทบาทสมมติให้มีประสิทธิภาพประกอบไปด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การเตรียมการ เป็นการกาหนดวัตถุประสงค์เฉพาะให้ชัดเจน และสร้างสถานการณ์และบทบาทสมมติที่ จะช่วยสนองวัตถุประสงค์นั้น โดยสถานการณ์และบทบาทสมมติที่กาหนดขึ้นควรมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริง 2. การเริ่มบทเรียน ผู้สอนสามารถกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนได้หลายวิธี เช่น โยงประสบการณ์ใกล้ตัว ผู้เรียน หรือประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รับจากการเรียนครั้งก่อน ๆ เข้าสู่เรื่องที่จะศึกษา 3. การเลือกผู้แสดง ควรเลือกผู้แสดงให้เหมาะสมกับบทบาท เพื่อช่วยให้การแสดงเป็นไปอย่างราบรื่นตาม วัตถุประสงค์ได้อย่างรวดเร็ว หรือเลือกผู้แสดงที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับบทบาทที่กาหนดให้เพื่อช่วยให้ผู้เรียนคนนั้น ได้รับประสบการณ์ใหม่ ได้ทดลองแสดงพฤติกรรมใหม่ ๆ และเกิดความเข้าใจในความรู้สึกและพฤติกรรมของผู้ที่มี ลักษณะแตกต่างไปจากตน 4. การเตรียมผู้สังเกตการณ์ ผู้สอนควรเตรียมผู้รับชมและทาความเข้าใจกับผู้ชมว่า การแสดงบทบาทสมมติ จัดขึ้นมิใช่มุ่งที่ความสนุก แต่มุ่งที่จะให้เกิดการเรียนรู้เป็นสาคัญ 5. การแสดง เมื่อผู้สอนให้เริ่มการแสดงและสังเกตการแสดงอย่างใกล้ชิด ไม่ควรมีการขัดการแสดงกลางคัน นอกจากกรณีที่มีปัญหาเมื่อการแสดงออกนอกทาง ผู้สอนอาจจาเป็นต้องให้คาแนะนาบ้าง เมื่อการแสดงดาเนินไป พอสมควรแล้ว ผู้สอนควรตัดบท ยุติการแสดง ไม่ควรให้การแสดงยืดยาว เยิ่นเย้อ จะทาให้ผู้ชมเกิดความเบื่อหน่าย 6. การวิเคราะห์อภิปรายผลการแสดง เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ชัดเจนตามวัตถุประสงค์ โดยให้ผู้เรียนอภิปรายความรู้ประเด็นต่าง ๆ ที่ได้จากการสังเกตการแสดง กรณีที่การอภิปรายเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ผู้เรียนเสนอแนะแนวคิดและแนวทางอื่น ๆ เพิ่มเติมที่แตกต่างไปจากเดิม
17.
พิเศษ 11 เลือกใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es
Instructional Model) เนื่องจากเป็นรูปแบบการ สอนแบบที่มุ่งให้ผู้เรียนได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้เข้ากับประสบการณ์หรือความเดิมให้เป็นองค์ ความรู้หรือแนวคิดของผู้เรียนเอง ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้จึงสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการ แก้ปัญหาโดยเน้นการปฏิบัติจริง มีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน เสริมสร้างความรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการ ขั้นตอนอย่างเป็นวัฏจักร ซึ่งกระบวนการปฏิบัติมีขั้นตอนดังนี้ 1. กระตุ้นความสนใจ ให้ผู้เรียนสนใจใคร่รู้ในเรื่องที่เรียน มีลักษณะเป็นการนาเข้าสู่บทเรียน 2. สารวจและค้นหา เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรง ร่วมกันสร้างและพัฒนาความคิดรวบยอด 3. อธิบายความรู้ นาเอาความรู้จากการสารวจและค้นหา ที่พัฒนาเป็นความคิดรวบยอดมาอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน 4. ขยายความเข้าใจ ผู้เรียนได้ขยายความรู้ความเข้าใจในความคิดรวบยอดให้กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น 5. ตรวจสอบผล ผู้เรียนได้ตรวจสอบแนวความคิดที่ได้เรียนรู้มาแล้วว่าถูกต้องและได้รับการยอมรับเพียงใด เลือกใช้วิธีการสอนโดยเน้นการเรียนรู้แบบใช้เกม (Games) เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กาหนด โดยการให้ผู้เรียนเล่นเกมตามกติกา และนาเนื้อหาและข้อมูล ของเกม พฤติกรรมการเล่น วิธีการเล่น และผลการเล่นเกมของผู้เรียนมาใช้ในการอภิปรายเพื่อสรุปการเรียนรู้ การเรียนรู้แบบใช้เกมจะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ อย่างสนุกสนานและท้าทายความสามารถ โดย ผู้เรียนเป็นผู้เล่นเอง ทาให้ได้รับประสบการณ์ตรง เป็นวิธีการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมสูง และทาให้เกิดการ เรียนรู้ โดยการเห็นประจักษ์แจ้งด้วยตนเอง ทาให้การเรียนรู้นั้นมีความหมายและอยู่คงทน เลือกใช้วิธีการสอนโดยใช้กรณีตัวอย่าง (Case) เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กาหนด โดยให้ผู้เรียนศึกษาเรื่องที่สมมติขึ้นจากความเป็นจริงและตอบประเด็น คาถามเกี่ยวกับเรื่องนั้น แล้วนาคาตอบและเหตุผลที่มาของคาตอบนั้นมาใช้เป็นข้อมูลในการอภิปราย เพื่อให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ การเรียนรู้แบบใช้กรณีตัวอย่าง จะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการเผชิญและแก้ปัญหาโดยไม่ต้องรอให้เกิดปัญหา จริง เป็นวิธีการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์ และเรียนรู้ความคิดของผู้อื่น ทาให้ผู้เรียนมีมุมมองในการใช้ชีวิต ที่กว้างขึ้น เลือกใช้วิธีการสอนโดยใช้การอภิปรายกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) เนื่องจากเป็นกระบวนการ ที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กาหนด โดยการจัดผู้เรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 4-8 คน และให้ผู้เรียนในกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และประสบการณ์ในประเด็นที่กาหนด และ สรุปผลการอภิปรายออกมาเป็นข้อสรุปของกลุ่ม การเรียนรู้แบบใช้การอภิปรายกลุ่มย่อย จะช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีโอกาส แสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อันจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในเรื่องที่เรียนกว้างขึ้น
18.
พิเศษ 12 วิธีการสอน (Teaching
Method) ผู้จัดทาเลือกใช้วิธีสอนที่หลากหลาย เช่น การอภิปราย การใช้สถานการณ์จาลอง การใช้เกม เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และยังมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้จากประสบการณ์ต่าง ๆ โดยการคิด และลงมือปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้และเกิดทักษะที่คงทน เทคนิคการสอน (Teaching Technique) ผู้จัดทาเลือกใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายและเหมาะสมกับเรื่องที่เรียน เช่น การตั้งคาถาม การยกตัวอย่าง การใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เพื่อส่งเสริมวิธีการสอนและรูปแบบการสอนให้มีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ให้ มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข สามารถปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถฝึกทักษะการเรียนรู้และทักษะการปฏิบัติเกี่ยวกับงานต่าง ๆ ในศตวรรษที่ 21 *ทิศนา แขมมณี, ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (กรุงเทพมหานคร : สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2562).
19.
พิเศษ 13 โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี
(วิทยาการคานวณ) ป.6 เวลา 40 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ วิธีสอน/วิธีการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะที่ได้ การประเมิน เวลา (ชั่วโมง) 1. การแก้ปัญหาโดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ แผนฯที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะ กับการแก้ปัญหา 1. วิธีการสอนแบบสืบเสาะ หาความรู้ (5Es Instructional Model) 2. วิธีการสอนแบบกระบวนการ กลุ่ม (Group Process) 3. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 4. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหา โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ 2. ตรวจใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอด การแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ 3. ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 เรื่องจับคู่ ราวงมาตรฐาน 4. ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 เชียร์กีฬา พาเพลิน 5. ประเมินการนาเสนอ เรื่อง การใช้เหตุผล เชิงตรรกะในชีวิตประจาวัน 4 แผนฯที่ 2 แนวคิด ในการแก้ปัญหา 1. วิธีการสอนแบบสืบเสาะ หาความรู้ (5Es Instructional Model) 2. วิธีการสอนแบบกระบวนการ กลุ่ม (Group Process) 3. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 4. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะที่ 3 เรื่อง ตามติด ชีวิตลุงพล 2. ประเมินการนาเสนอ เรื่อง แนวคิด การทางานแบบต่าง ๆ ที่ใช้อธิบาย สถานการณ์ในชีวิตประจาวัน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4
20.
พิเศษ 14 หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ วิธีสอน/วิธีการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะที่ได้
การประเมิน เวลา (ชั่วโมง) 4. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหา โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ 5. ประเมินชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอด เรื่อง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิง ตรรกะ 2. การออกแบบและ เขียนโปรแกรม อย่างง่าย แผนฯที่ 1 การออกแบบ โปรแกรมด้วย การเขียนข้อความ 1. รูปแบบการสอน แบบการอภิปราย 2. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 4. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การออกแบบและ เขียนโปรแกรมอย่างง่าย 2. ตรวจแบบฝึกและกิจกรรมฝึกทักษะ 3. ประเมินการนาเสนอ 2 แผนฯที่ 2 การออกแบบ โปรแกรมด้วย การเขียนผังงาน 1. รูปแบบการสอน แบบการอภิปราย 2. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 4. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. ตรวจแบบฝึกหัดและกิจกรรมฝึกทักษะ 2. ประเมินการนาเสนอ 2 แผนฯที่ 3 การเขียนโปรแกรม ด้วยภาษา Scratch 1. รูปแบบการสอน แบบการอภิปราย 2. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 4. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. ตรวจแบบฝึกหัดและกิจกรรมฝึกทักษะ 2. ประเมินการนาเสนอ 8 แผนฯที่ 4 การตรวจหา ข้อผิดพลาด ของโปรแกรม 1. รูปแบบการสอน แบบการอภิปราย 2. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 4. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. ตรวจแบบฝึกหัดและกิจกรรมฝึกทักษะ 2. ประเมินการนาเสนอ 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4
21.
พิเศษ 15 หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ วิธีสอน/วิธีการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะที่ได้
การประเมิน เวลา (ชั่วโมง) 4. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การออกแบบและ เขียนโปรแกรมอย่างง่าย 5. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การออกแบบและเขียนโปรแกรม อย่างง่าย 3. การใช้งานอินเทอร์เน็ต อย่างมีประสิทธิภาพ แผนฯที่ 1 การค้นหาข้อมูล โดยใช้อินเทอร์เน็ต 1. วิธีการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ (5Es Instructional Modal) 2. เทคนิคการสอนโดยใช้เกม 3. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 4. เทคนิคการสอนโดยใช้กรณี ตัวอย่าง (Case) 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การใช้งาน อินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ 2. ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci ที่บันทึกลงในสมุด 3. ประเมินการทางานกลุ่ม 4. ประเมินการตอบคาถามท้ายการเล่นเกม ถามปุ๊ปตอบปั๊ป 3 แผนฯที่ 2 การจัดลาดับผลลัพธ์ การค้นหา 1. วิธีการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ (5Es Instructional Modal) 2. เทคนิคการสอนโดยใช้เกม 3. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 4. เทคนิคการสอนแบบบทบาท สมมติ 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. การนาเสนอข่าวในใบงานที่ 3.2.1 เรื่อง นักข่าวตัวน้อย 2. ตรวจใบงานที่ 3.2.1 เรื่อง นักข่าว ตัวน้อย 3. สังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม รายบุคคล 2
22.
พิเศษ 16 หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ วิธีสอน/วิธีการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะที่ได้
การประเมิน เวลา (ชั่วโมง) แผนฯที่ 3 การประเมิน ความน่าเชื่อถือ 1. วิธีการสอนแบบกระบวนการ กลุ่ม (Group Process) 2. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 3. เทคนิคการสอนโดยใช้กรณี ตัวอย่าง (Case) 4. เทคนิคการสอนแบบบทบาท สมมติ 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 เรื่อง จริงหรือไม่ 2. ประเมินการนาเสนอใบงานที่ 1 เรื่อง เชื่อถือได้หรือไม่ 3. ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 เรื่อง เช็คก่อนแชร์ 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การใช้งาน อินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ 5. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมี ประสิทธิภาพ 3 4. ความปลอดภัย ในการใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศ แผนฯที่ 1 การใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศ 1. วิธีการสอนโดยใช้บทบาท สมมติ (Role Playing) 2. เทคนิคการอภิปรายกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) 3. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ความปลอดภัย ในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ประเมินการนาเสนอ การวิเคราะห์ แบบสอบถามเรื่องอันตรายจาก การใช้งานอินเทอร์เน็ตและแนวทาง ป้องกัน 3. ตรวจใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง การกาหนด รหัสผ่านและการกาหนดสิทธิ์เข้าใช้งาน 4. ตรวจงานในอีเมล 4
23.
พิเศษ 17 หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ วิธีสอน/วิธีการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ทักษะที่ได้
การประเมิน เวลา (ชั่วโมง) 5. ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 เรื่อง เหตุเกิด ณ ห้องคอมพิวเตอร์ แผนฯที่ 2 การติดตั้งซอฟต์แวร์ จากอินเทอร์เน็ต 1. วิธีการสอนโดยใช้เกม 2. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ 1. ทักษะการสื่อสาร 2. ทักษะการทางานร่วมกัน 3. ทักษะการคิดวิจารณญาณ 1. ตรวจผังความคิด เรื่อง อันตรายจาก การติดตั้งซอฟต์แวร์ 2. ตรวจใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง ตรวจสอบ มัลแวร์ 3. ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ แบบฝึกหัด หน่วยเรียนรู้ที่ 4 เรื่องแนวทางการ ตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ 4. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ความปลอดภัย ในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ 5. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง ความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศ 2 หมายเหตุ : 2 ชั่วโมงที่หายไปให้ใช้สาหรับการสอบกลางภาคหรือการสอบปลายภาค ทั้งนี้ยืดหยุ่นได้ตามดุลยพินิจของครูผู้สอน
24.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
1 จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เวลา 8 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 4.2 เข้ำใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในกำรแก้ปัญหำที่พบในชีวิตจริงอย่ำงเป็นขั้นตอนและเป็น ระบบ ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำรในกำรเรียนรู้ กำรทำงำนและกำรแก้ปัญหำได้ อย่ำงมีประสิทธิภำพ รู้เท่ำทัน และมีจริยธรรม ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในกำรอธิบำยและออกแบบวิธีกำรแก้ปัญหำที่พบใน ชีวิตประจำวัน 2. สาระการเรียนรู้ 2.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) กำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็นขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหำได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ 2) กำรใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นกำรนำกฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมำใช้พิจำรณำใน กำรแก้ปัญหำ 3) แนวคิดของกำรทำงำนแบบวนซ้ำ และเงื่อนไข 4) กำรพิจำรณำกระบวนกำรทำงำนที่มีกำรทำงำนแบบวนซ้ำและเงื่อนไขเป็นวิธีกำรที่จะช่วยให้ กำรออกแบบวิธีกำรแก้ปัญหำเป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ 5) ตัวอย่ำงปัญหำ เช่น กำรค้นหำเลขหน้ำที่ต้องกำรให้เร็วที่สุด กำรทำยเลข 1-1,000,000 โดย ตอบ ให้ถูกภำยใน 20 คำถำม กำรคำนวณเวลำในกำรเดินทำง โดยคำนึงถึงระยะทำง เวลำจุดหยุด พัก 2.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจำรณำตำมหลักสูตรสถำนศึกษำ) 3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปัญหำ เป็นกำรนำหลักกำร กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุก กรณีมำใช้เพื่อตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลหรือพิจำรณำควำมเป็นไปได้ของกำรมุ่งหำคำตอบและแก้ปัญหำ แนวคิดในกำรแก้ปัญหำ คือแนวคิดที่ใช้ในกำรพิจำรณำกระบวนกำรทำงำนหรือกำรแก้ปัญหำ ต่ำง ๆ อย่ำงเป็นขั้นตอน ช่วยให้กำรทำงำนและกำรแก้ปัญหำสำมำรถทำได้ง่ำยและมีประสิทธิภำพ โดย แนวคิดในกำรแก้ปัญหำมี 3 รูปแบบคือ แนวคิดกำรทำงำนแบบลำดับ แนวคิดกำรทำงำนแบบวนซ้ำ และ แนวคิดกำรทำงำนแบบมีเงื่อนไข หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
25.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
2 จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร 2. ควำมสำมำรถในกำรคิด 3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ 4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในกำรทำงำน 5. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ชิ้นงำน/ภำระงำน (รวบยอด) เรื่อง กำรแก้ปัญหำโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ 6. การวัดและการประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 6.1 กำรประเมินก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง กำรแก้ปัญหำโดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - แบบทดสอบ ก่อนเรียน ประเมินตำมสภำพจริง 6.2 กำรประเมินระหว่ำงกำรจัด กิจกรรม 1) กำรแก้ปัญหำใน ชีวิตประจำวันโดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ - ตรวจใบงำนที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดกำร แก้ปัญหำด้วยเหตุผล เชิงตรรกะ - ตรวจกิจกรรมฝึก ทักษะที่ 1 เรื่องจับคู่ รำวงมำตรฐำน - ตรวจกิจกรรมฝึก ทักษะที่ 2 เชียร์กีฬำ พำเพลิน - ประเมินกำรนำเสนอ เรื่อง กำรใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในชีวิตประจำวัน - แบบประเมินกำรทำ ใบงำนที่1.1.1 เรื่อง ต่อยอดกำรแก้ปัญหำ ด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ - กิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 เรื่อง จับคู่รำวง มำตรฐำน - กิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 เชียร์กีฬำ พำเพลิน - แบบประเมินกำร นำเสนอ เรื่อง กำรใช้ เหตุผลเชิงตรรกะใน ชีวิตประจำวัน ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
26.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
3 จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 2) กระบวนกำรทำงำนหรือ กำรแก้ปัญหำ โดยใช้ แนวคิดแบบต่ำง ๆ - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ ที่ 3 เรื่อง ตำมติดชีวิตลุง พล - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ ที่ 3 เรื่อง ตำมติดชีวิต ลุงพล - ประเมินกำรนำเสนอ เรื่อง แนวคิดกำร ทำงำนแบบต่ำง ๆ ที่ ใช้อธิบำยสถำนกำรณ์ ในชีวิตประจำวัน - แบบประเมินกำรทำ กิจกรรมฝึกทักษะที่ 3 เรื่อง ตำมติดชีวิต ลุงพล - แบบประเมินกำร นำเสนอ เรื่อง แนวคิดกำรทำงำน แบบต่ำง ๆ ที่ใช้ อธิบำยสถำนกำรณ์ ในชีวิตประจำวัน ระดับคุณภำพ 2 ผ่ำนเกณฑ์ 3) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตควำมมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในกำรทำงำน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภำพ 2 ผ่ำนเกณฑ์ 6.3 กำรประเมินหลังเรียน 1) แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง กำรแก้ปัญหำโดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - แบบทดสอบ หลังเรียน ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์ 2) กำรประเมินชิ้นงำน/ ภำระงำน (รวบยอด) เรื่อง กำรแก้ปัญหำโดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ - ตรวจชิ้นงำน/ ภำระงำน (รวบยอด) - แบบประเมินชิ้นงำน/ ภำระงำน (รวบยอด) - ระดับคุณภำพ 2 ผ่ำนเกณฑ์
27.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
4 จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 คาชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. เหตุผลเชิงตรรกะช่วยในกำรแก้ปัญหำได้อย่ำงไร ก. ช่วยเพิ่มเงื่อนไขในกำรแก้ปัญหำ ข. ช่วยป้องกันปัญหำไม่ให้เกิดขึ้นอีก ค. ช่วยเพิ่มควำมซับซ้อนในกำรแก้ปัญหำ ง. ช่วยตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลในกำรแก้ปัญหำ 2. ปุ้ม ปู ปลำ เปรี้ยว เป็นพี่น้องกัน เปรี้ยวบอกว่ำเขำมีพี่หนึ่งคน มีน้องสองคน ปูบอกว่ำเขำมีพี่สำมคน ปลำบอกว่ำ เขำมีน้องหนึ่ง คน ใครอำยุมำกที่สุด ก. ปุ้ม ข. ปู ค. ปลำ ง. เปรี้ยว 3. บำส บอล เบล และบีม หลงทำงอยู่ในป่ำ เบลจำได้ว่ำ ทำงออกต้องผ่ำนแม่น้ำ แต่ไม่ผ่ำนถ้ำและศำลำ บำสจำได้ว่ำมีถ้ำ อยู่เส้นทำงที่ 1 และ 4 บอลจำได้ว่ำเส้นทำงที่ 2, 3 และ 4 มี แม่น้ำไหลผ่ำน บีมจำได้ว่ำมีศำลำอยู่เส้นทำงที่ 3 ทำงออกคือ เส้นทำงใด ก. เส้นทำงที่ 1 ข. เส้นทำงที่ 2 ค. เส้นทำงที่ 3 ง. เส้นทำงที่ 4 4. แนวคิดในกำรแก้ปัญหำมีควำมสำคัญ ยกเว้นข้อใด ก. ช่วยให้แก้ปัญหำได้อย่ำงเป็นขั้นตอน ข. ช่วยสร้ำงเงื่อนไขให้กับปัญหำต่ำง ๆ ค. ช่วยออกแบบกระบวนกำรแก้ปัญหำได้อย่ำงชัดเจน ง. ช่วยให้กำรแก้ปัญหำสำมำรถทำได้ง่ำยและมีประสิทธิภำพ 5. ข้อใดบอกขั้นตอนกำรทำพิซซ่ำได้ถูกต้อง ก. นวดแป้ง > ทำให้แป้งเป็นแผ่น > อบพิซซ่ำ > ตกแต่งหน้ำพิซซ่ำ ข. นวดแป้ง >ตกแต่งหน้ำพิซซ่ำ >ทำให้แป้งเป็นแผ่น > อบพิซซ่ำ ค. นวดแป้ง > ทำให้แป้งเป็นแผ่น > ตกแต่งหน้ำพิซซ่ำ> อบพิซซ่ำ ง. ทำให้แป้งเป็นแผ่น > นวดแป้ง > ตกแต่งหน้ำพิซซ่ำ > อบพิซซ่ำ 6. หำกนักเรียนได้รับมอบหมำยให้จัดโต๊ะอำหำร โดยต้องวำงจำน วำงช้อนส้อม ตกแต่งโต๊ะอำหำร และปูผ้ำปูโต๊ะ นักเรียนควรเลือกทำ สิ่งใดก่อน จึงจะประหยัดเวลำมำกที่สุด ก. วำงช้อนส้อมเพื่อควำมสะดวกในกำรตักอำหำร ข. ปูผ้ำคลุมโต๊ะเพื่อคลุมหน้ำโต๊ะป้องกันรอยขีดข่วนต่ำง ๆ ค. ตกแต่งโต๊ะอำหำร เพื่อสร้ำงบรรยำกำศในกำร รับประทำนอำหำร ง. วำงจำนเพื่อเป็นกำรกำหนดตำแหน่งของผู้นั่งรับประทำน อำหำรให้แน่นอน 7. ข้อใดเป็นกำรทำงำนแบบวนซ้ำที่มีจำนวนครั้งแน่นอน ก. ปุยรับประทำนยำตำมที่หมอสั่งจนกว่ำจะหำยป่วย ข. บอลวิ่งออกกำลังกำยรอบสนำมไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง เหนื่อย ค. แดนโดนทำโทษให้เก็บขยะในสนำมไปเรื่อย ๆจนครบ100ชิ้น ง. แบมเก็บเงินวันละ10บำทไปเรื่อยๆจนกว่ำจะพอซื้อหนังสือ กำร์ตูน 8. ฝนกินขนมจำนวน 3 ชิ้น สำมำรถเขียนกำรทำงำนแบบวนซ้ำ ที่มีจำนวนครั้งแน่นอนได้อย่ำงไร ก. เริ่มต้น > กินขนม > หยุดกิน ข. เริ่มต้น > กินขนม 3 ชิ้น > หยุดกิน ค. เริ่มต้น > กินขนมชิ้นที่ 1 > กินขนมชิ้นที่ 3 > หยุดกิน ง. เริ่มต้น > กินขนมชิ้นที่ 1 > กินขนมชิ้นที่ 2 > กินขนม ชิ้นที่ 3 > หยุดกิน 9. งำนใดเหมำะกับกำรใช้แนวคิดกำรทำงำนแบบเงื่อนไขมำกที่สุด ก. กำรทำขนมเค้ก ข. กำรอำบน้ำโดยใช้ขัน ค. กำรรดน้ำต้นไม้จำนวน 10 ต้น ง. กำรตรวจสอบคะแนนสะสมในบัตรสมำชิก 10. ปูมีนัดส่งของให้ลูกค้ำเวลำ 15.00 น. หำกปูเดินทำงโดย รถจักรยำนยนต์จะใช้เวลำ 15 นำที หำกเดินทำงโดยรถยนต์จะใช้ เวลำ 40 นำที ถ้ำขณะนี้เป็นเวลำ 14.30 น. ปูควรเดินทำงด้วย วิธีใด จึงจะส่งของให้ลูกค้ำทัน ก. รถยนต์ ข. รถจักรยำนต์ยนต์ ค. ทันทั้ง 2 วิธี ง. ไม่ทันทั้ง 2 วิธี แบบทดสอบก่อนเรียน เฉลย 1. ง 2. ก 3. ข 4. ข 5. ค 6. ข 7. ข 8. ข 9. ง 10. ข
28.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
5 จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 คาชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว เฉลย 1. เหตุผลเชิงตรรกะช่วยในกำรแก้ปัญหำได้ ยกเว้นข้อใด ก. ช่วยพิจำรณำสำเหตุของปัญหำ ข. ช่วยเพิ่มเงื่อนไขในกำรแก้ปัญหำ ค. ช่วยพิจำรณำควำมเป็นไปได้ของกำรแก้ปัญหำ ง. ช่วยตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลในกำรแก้ปัญหำ 2. เมืองพอดีอยู่เหนือเมืองพอใจ เมืองพอใจอยู่ใต้เมือง พอเพียง เมืองพอเพียงอยู่เหนือเมืองพองำม และเมือง พอดีอยู่ใต้เมืองพองำม เมืองอะไรอยู่เหนือสุด ก. เมืองพอดี ข. เมืองพอใจ ค. เมืองพอเพียง ง. เมืองพองำม 3. ปุ้ม ปู ปลำ เปรี้ยว เป็นพี่น้องกัน เปรี้ยวบอกว่ำเขำมีพี่ หนึ่งคน มีน้องสองคน ปูบอกว่ำเขำมีพี่สำมคน ปลำบอก ว่ำเขำมีน้องหนึ่งคน ใครอำยุมำกที่สุด ก. ปุ้ม ข. ปู ค. ปลำ ง. เปรี้ยว 4. แนวคิดในกำรแก้ปัญหำมีควำมสำคัญอย่ำงไร ก. ช่วยสร้ำงเงื่อนไขให้กับปัญหำต่ำง ๆ ข. ช่วยกำหนดขอบเขตของวิธีกำรแก้ปัญหำ ค. ช่วยออกแบบกระบวนกำรแก้ปัญหำให้มีควำม ซับซ้อน ง. ช่วยให้กำรแก้ปัญหำสำมำรถทำได้ง่ำยและมี ประสิทธิภำพ 5. ข้อใดบอกขั้นตอนกำรหุงข้ำวได้ถูกต้อง ก. ตวงข้ำวสำร > ตวงน้ำให้เหมำะสม > หุงข้ำว > ล้ำงข้ำวให้สะอำด ข. ตวงข้ำวสำร>ตวงน้ำให้เหมำะสม>ล้ำงข้ำวสำร ให้สะอำด > หุงข้ำว ค. ตวงข้ำวสำร > หุงข้ำว > ตวงน้ำให้เหมำะสม > ล้ำงข้ำวสำรให้สะอำด ง. ตวงข้ำวสำร > ล้ำงข้ำวสำรให้สะอำด > ตวงน้ำให้เหมำะสม > หุงข้ำว 6. หำกนักเรียนได้รับมอบหมำยให้เปลี่ยนผ้ำปูที่นอน กวำดพื้น ถูพื้น และกวำดหยำกไย่บนเพดำน นักเรียนควรเลือกทำสิ่งใด ก่อน จึงจะประหยัดเวลำมำกที่สุด ก. เปลี่ยนผ้ำปูที่นอน เพรำะเป็นที่กักเก็บฝุ่นมำกที่สุด ข. ถูพื้น เพรำะระหว่ำงรอให้พื้นแห้งจะได้ไปทำควำม สะอำดบริเวณอื่น ค. กวำดพื้น เพรำะหำกพื้นสะอำดแล้วจะทำให้กำรทำ ควำมสะอำดบริเวณอื่น ๆสะดวกมำกขึ้น ง. กวำดหยำกไย่บนเพดำน เพรำะหยำกไย่จะได้ตกลงมำ ที่บริเวณที่ต่ำกว่ำ และทำควำมสะอำดตำมลำดับ 7. เจนแจกใบปลิวประชำสัมพันธ์งำนวันลอยกระทงไปเรื่อย ๆ จนหมด จัดเป็นแนวคิดกำรทำงำนแบบใด ก. กำรทำงำนแบบลำดับ ข. กำรทำงำนแบบมีเงื่อนไข ค. กำรทำงำนแบบวนซ้ำที่มีจำนวนครั้งแน่นอน ง. กำรทำงำนแบบวนซ้ำที่มีจำนวนครั้งไม่แน่นอน 8. แฟงปลูกต้นไม้จำนวน 3 ต้น สำมำรถเขียนกำรทำงำนแบบ วนซ้ำที่มีจำนวนครั้งแน่นอนได้อย่ำงไร ก. เริ่มต้น > ปลูกต้นไม้ > หยุดปลูก ข. เริ่มต้น > ปลูกต้นไม้ 3 ต้น > หยุดปลูก ค. เริ่มต้น > ปลูกต้นที่ 1 > ปลูกต้นที่ 3 > หยุดปลูก ง. เริ่มต้น > ปลูกต้นที่ 1 > ปลูกต้นที่ 2 > ปลูกต้นที่ 3 > หยุดปลูก 9. งำนใดเหมำะกับกำรใช้แนวคิดกำรทำงำนแบบเงื่อนไขมำกที่สุด ก. กำรแต่งตัวไปโรงเรียน ข. กำรร้อยลูกปัดเพื่อทำสร้อยคอ ค. กำรสังเกตไฟจรำจรก่อนข้ำมถนน ง. กำรแจกนมให้นักเรียนในตอนเช้ำ 10. ครูมำนะกำหนดเงื่อนไขในกำรสอบวิชำภำษำไทย โดยหำก นักเรียนได้คะแนนต่ำกว่ำ 10 คะแนนถือว่ำสอบตก ถ้ำปลำ ได้คะแนนสอบ 10 คะแนน และเอ๋ได้คะแนนสอบ 17 คะแนน หมำยควำมว่ำอย่ำงไร ก. ปลำและเอ๋สอบผ่ำน ข. ปลำและเอ๋สอบตก ค. ปลำสอบตก เอ๋สอบผ่ำน ง. ปลำสอบผ่ำน เอ๋สอบต 1. ข 2. ค 3. ก 4. ง 5. ง 6. ง 7. ง 8. ข 9. ค 10. ก แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที 1
29.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
6 จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แบบบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยที่ ๑ การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ คาชี้แจง ให้ทาเครื่องหมาย ลงในช่องรายการประเมินที่กาหนด ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๖ คะแนน ขึ้นไป เลขที ่ ชื่อ – สกุล ผลคะแนนสอบ คะแนนความก้าวหน้า ก่อนเรียน (คะแนนเต็ม ๑๐) หลังเรียน (คะแนนเต็ม ๑๐) ๑ เด็กชำยธีระเดช มัสอิส ๒ เด็กชำยธีรภัทร หวังสวัสดิ์ ๓ เด็กชำยรพีพัฒธ์ แจ่มน้อย ๔ เด็กชำยวริทธ์ โต๊ะหมำน ๕ เด็กชำยศักดิ์กวิน โต๊ะกำเรม ๖ เด็กชำยศุกลวัฒน์ ชลธี ๗ เด็กหญิงณิชำนัน วันขวัญ ๘ เด็กหญิงนำตำชำ กำเซ็ม ๙ เด็กหญิงนำตำชำ ทับเปลี่ยน ๑๐ เด็กหญิงนูรีน หะสะเล็ม ๑๑ เด็กหญิงภัทรียำ มัสอิส ๑๒ เด็กหญิงลลนำ ชัยชำนิ ๑๓ เด็กหญิงฟุตนันท์ หวันหวัง ๑๔ เด็กชำยนัฐวุฒิ ศักดิ์ทอง ๑๕ เด็กหญิงอำลิสำทองบรรณรำช รวม x เฌลี่ย (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
30.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
7 จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1
31.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง เหตุผลเชิงตรรกะกับการการแก้ปัญหา (๑ ชั่วโมง) เวลา 4 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เวลา 8 ชั่วโมง รหัสวิชา ว ๑๖๑๐๑ รายวิชาวิทยาการคานวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้สอน นางสาวจิรัฐิติ ช่วยคง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้ำใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในกำรแก้ปัญหำที่พบในชีวิตจริงอย่ำงเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำรในกำรเรียนรู้ กำรทำงำน และกำรแก้ปัญหำได้อย่ำงมี ประสิทธิภำพ รู้เท่ำทันและมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในกำรอธิบำยและออกแบบ วิธีกำรแก้ปัญหำที่พบใน ชีวิตประจำวัน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ออกแบบกำรแก้ปัญหำในชีวิตประจำวันได้ โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ (K,P) 2. ยกตัวอย่ำงกำรแก้ปัญหำโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะในชีวิตประจำวันได้ (A) 3. สาระสาคัญ เหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปัญหำ เป็นกำรนำหลักกำร กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมำ ใช้เพื่อตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลหรือพิจำรณำควำมเป็นไปได้ของกำรมุ่งหำคำตอบและแก้ปัญหำ 4. สาระการเรียนรู้ เหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปัญหำ 5. รูปแบบการสอน/วิธีการสอน 1. วิธีกำรสอนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ (5Es Instructional Model) 2. วิธีกำรสอนแบบกระบวนกำรกลุ่ม 3. เทคนิคตำมแนวคิดเชิงคำนวณ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑
32.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๗ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 6. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะ 4 Cs ทักษะกำรคิดวิจำรณญำณ (Critical Thinking) ทักษะกำรทำงำนร่วมกัน (Collaboration Skill) ทักษะกำรสื่อสำร (Communication Skill) ทักษะควำมคิดสร้ำงสรรค์ (Creative Thinking) 8. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ 9. การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบสืบสวนสอบสวน-เสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอน (The 5 E’s of Inquiry-Based Learning) เป็นรูปแบบ ของกำรเรียนรู้รูปแบบหนึ่ง ที่เน้นให้นักเรียนมีประสบกำรณ์ตรงในกำรเรียนรู้ โดยกำรแสวงหำและศึกษำ ค้นคว้ำ เพื่อสร้ำงองค์ควำมรู้ของตนเอง โดยใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ ซึ่งมีครูผู้สอนคอยอำนวยกำรและ สนับสนุน ทำให้ผู้เรียนสำมำรถค้นพบควำมรู้หรือแนวทำงแก้ปัญหำได้ตัวเอง และสำมำรถนำมำใช้ใน ชีวิตประจำวัน ซึ่งถือว่ำเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกำสให้ผู้เรียนได้นำควำมรู้ หลักกำร แนวคิดหรือทฤษฎีทำง วิทยำศำสตร์ไปเชื่อมโยงกับประเด็นปัญหำที่ผู้เรียนสนใจศึกษำ ค้นคว้ำ และลงมือปฏิบัติ ด้วยตนเอง ตำม ควำมสำมำรถและควำมถนัดของตนเองอย่ำงเป็นอิสระ ทำให้ กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอนนี้ นับได้ว่ำเป็นรูปแบบหนึ่งของกำรเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอน เป็นรูปแบบกำรเรียนรู้ที่พัฒนำมำจำกทฤษฎีคอนสตรัคติ วิสต์ ที่เชื่อว่ำ กำรเรียนรู้นั้น เป็นกระบวนกำรที่เกิดขึ้นภำยในของผู้เรียน โดยที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้ำงควำมรู้ด้วย ตัวเอง โดยกำรนำเอำประสบกำรณ์หรือสิ่งที่พบเห็นมำเชื่อมโยงกับควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม เพื่อสร้ำงเป็น ควำมเข้ำใจของตนเอง และด้วยควำมเชื่อนี้ทำให้ทฤษฎีนี้ถูกนำมำเป็นรำกฐำนสำคัญในกำรสร้ำงควำมรู้ของ ผู้เรียน
33.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๘ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้นั้น เป็นรูปแบบกำรเรียนที่พำนักเรียนไปสู่กำรพิจำรณำข้อโต้แย้งและ ข้อสงสัยต่ำงๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดประเด็นคำถำมที่ต้องกำรสำรวจตรวจสอบ และจะเป็นกระบวนกำรเช่นนี้ ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่ำเป็น วัฎจักรกำรสืบเสำะ (Inquiry cycle) ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเกิดกำร เรียนรู้และมีทักษะในกำรหำควำมรู้ตำมหลักวิทยำศำสตร์ ซึ่งกำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ทั้ง 5 ขั้นตอนนั้น มีขั้นตอนในกำรดำเนินกำรดังนี้ ขั้นนา (15 นำที) 1. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน การสร้างความสนใจ (Engagement) 2. ครูเปิดสื่อนวัตกรรมเรื่องกำรแก้ปัญหำโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ แล้วตั้งคำถำมเรื่องควำมหมำย ของเหตุผลเชิงตรรกะ 3. ให้นักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในแบบฝึกหัดรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำร คำนวณ) ป.6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 หน้ำ 2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรำยถึงวิธีกำรแก้ปัญหำ ของกิจกรรมลองทำดู จนได้ข้อสรุปว่ำใช้เหตุผลเชิงตรรกะในกำรแก้ปัญหำ จำกนั้น ครูถำมคำถำม ประจำหน่วยกำรเรียนรู้กับนักเรียนว่ำ “เหตุผลเชิงตรรกะช่วยในการแก้ปัญหาได้อย่างไร” แนวคำตอบ: เหตุผลเชิงตรรกะช่วยในกำรแก้ปัญหำได้ เช่น เข้ำมำช่วยในกำรพิจำรณำสำเหตุของ ปัญหำ วิธีกำรแก้ปัญหำ กำรตรวจสอบกำรแก้ปัญหำ 4. ครูถำมคำถำมสำคัญประจำหัวข้อกับนักเรียนว่ำ เหตุผลเชิงตรรกะสำมำรถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่ำงไร จำกนั้นให้นักเรียนลองยกตัวอย่ำงกำรใช้เหตุผลเชิงตรรกะใน ชีวิตประจำวันของนักเรียน ขั้นสอน (45 นำที) การสารวจและค้นหา (Exploration) 1. ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม 3 คน เพื่อศึกษำและสังเกตสถำนกำรณ์ตัวอย่ำงจำกหนังสือเรียนรำยวิชำ พื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 หน้ำ 3-7 เกี่ยวกับผลกำรแข่งขันตอบปัญหำภำษำอังกฤษ โดยให้นักเรียนอ่ำนบทสัมภำษณ์ของตัวแทน นักเรียนแต่ละคน 2. นักเรียนร่วมกันวิเครำะห์บทสัมภำษณ์และพิจำรณำตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกตำมหนังสือ จนได้ ข้อสรุปว่ำตัวแทนนักเรียนแต่ละคนแข่งขันได้ลำดับที่เท่ำไร 3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มพิจำรณำสถำนกำรณ์ตัวอย่ำงในหนังสือเรียนอีกครั้ง เพื่อถอด กระบวนกำร แนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำของสถำนกำรณ์ จำกนั้นเขียนแนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำและตอบคำถำมลงในใบงำนที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดกำรแก้ปัญหำด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ
34.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอผลงำนจำกกำรทำใบงำนที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดกำร แก้ปัญหำด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ โดยแสดงถึงวิธีกำรพิจำรณำสถำนกำรณ์ เงื่อนไขต่ำง ๆ แนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะตำมที่แต่ละกลุ่มได้ระดมควำมคิดเห็นร่วมกันในกำร ทำกิจกรรมกลุ่ม 5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรำยถึงแนวคิดหรือวิธีกำรแก้ปัญหำ และกำรตอบคำถำมของนักเรียน แต่ละกลุ่ม ว่ำมีควำมแตกต่ำงกันอย่ำงไร และหำข้อสรุปร่วมกัน 6. ครูมอบหมำยงำนให้นักเรียนทำกิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 หน้ำ 8 เป็นกำรบ้ำน โดย เขียนใส่สมุดและส่งในชั่วโมงถัดไป ขั้นสรุป (10 นาที) ตรวจสอบผล 1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปควำมรู้ที่เรียนมำทั้งหมดเกี่ยวกับกำรแก้ปัญหำด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ 10. สื่อแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 2. แบบฝึกหัดรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 3. ใบงำนที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดกำรแก้ปัญหำด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ 4. Power point เรื่อง กำรแก้ปัญหำโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ 11. การวัดและการประเมินผล 11.1 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรม จุดประสงค์ วิธีการประเมิน เครื่องมือการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ออกแบบกำรแก้ปัญหำใน ชีวิตประจำวันได้ โดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ (K,P) ตรวจใบงำนที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดกำร แก้ปัญหำด้วยเหตุผลเชิง ตรรกะ แบบประเมินกำรทำใบ งำนที่1.1.1 เรื่อง ต่อ ยอดกำรแก้ปัญหำด้วย เหตุผลเชิงตรรกะ สำมำรถออกแบบกำร แก้ปัญหำโดยใช้เหตุผล เชิงตรรกะ ระดับคุณภำพ พอใช้ขึ้นไป ยกตัวอย่ำงกำรแก้ปัญหำ โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในชีวิตประจำวันได้ (A) ประเมินกำรนำเสนอ เรื่อง กำรใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในชีวิตประจำวัน แบบประเมินกำรนำเสนอ เรื่อง กำรใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในชีวิตประจำวัน สำมำรถนำเสนอ เรื่อง กำรใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในชีวิตประจำวันระดับ คุณภำพระดับพอใช้ขึ้น ไป
35.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๑๐ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 11.2 การประเมินใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ แบบประเมินการทาใบงาน ประเด็นที่ประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. ควำมถูกต้องของ เนื้อหำ แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำมีควำมถูกต้อง ตรงตำมเงื่อนไขทุกกรณี แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำมีควำมถูกต้อง แต่ตรงตำมเงื่อนไข 50% ขึ้นไป แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำมีควำมถูกต้อง แต่ตรงตำมเงื่อนไขน้อยกว่ำ 50% 2. ออกแบบแนวคิดหรือ วิธีกำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็น ลำดับขั้นตอน สำมำรถออกแบบแนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำได้ อย่ำงเป็นลำดับขั้นตอนที่ ชัดเจน สำมำรถออกแบบแนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำได้ อย่ำงเป็นลำดับขั้นตอน แต่ ยังไม่ชัดเจน สำมำรถออกแบบแนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำได้ แต่ ยังไม่เป็นลำดับขั้นตอน 3. กำรให้เหตุผล ประกอบกำรอธิบำย แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำ อธิบำยแนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำได้พร้อมทั้งให้ เหตุผลประกอบอย่ำง สมเหตุสมผลทุกประเด็น อธิบำยแนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำได้ พร้อมทั้งให้ เหตุผลประกอบ โดยเหตุผล มีควำมสมเหตุสมผล มำกกว่ำ 50% ขึ้นไป อธิบำยแนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำพร้อมได้ แต่ไม่ให้ เหตุผลประกอบ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 5 - 7 พอใช้ ต่ากว่า 5 ปรับปรุง
36.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๑๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 11.3 การประเมินการนาเสนอกลุ่ม แบบประเมินการนาเสนอกลุ่ม ลาดับที่ รายการประเมิน คุณภาพผลงาน 4 3 2 1 1 กิจกรรมกำรแก้ปัญหำเชิงตรรกะในชีวิตประจำวันมีควำมน่ำสนใจ 2 อธิบำยวิธีกำรเล่นกิจกรรมของกลุ่มตนเองได้อย่ำงเข้ำใจ 3 ควบคุมเวลำในกำรนำเสนอได้อย่ำงเหมำะสม 4 กำรมีส่วนร่วมของสมำชิกในกลุ่ม 5 กำรรับฟังควำมคิดเห็นของสมำชิกกลุ่มอื่น รวม เกณฑ์การให้คะแนน ดีมำก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคะแนน 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรับปรุง
37.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๑๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 ๑๒. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ของนักเรียน - ด้ำนควำมรู้ (K) - ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P) - ด้ำนเจตคติ (A) ปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ลงชื่อ ผู้สอน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข ควำมเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ ลงชื่อ ผู้สอน (นำงจิตรลดำ สุวรรณทิพย์) ตำแหน่ง ผู้อำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนสันติสุข วันที่ เดือน พ.ศ. ………..
38.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๑๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 คาถามชวนคิด
39.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๑๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 น้ำ เพชร พลอย ใส แพร ไหม ก้ำน ต้น กล้ำ ล้ำดับที่ 1 ล้ำดับที่ 2 ล้ำดับที่ 3 ล้ำดับที่ 4 ล้ำดับที่ 5
40.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๑๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 ตัวอย่างการอธิบายการแก้ปัญหาด้วยข้อความอย่างคร่าว ๆ เริ่มต้น > อ่านเงื่อนไข > ตรวจสอบเงื่อนไข > แสดงผลการแข่งขัน > จบการทางาน ใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ คาชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านสถานการณ์เรื่องผลการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษในหนังสือ เรียน แล้วตอบคาถามต่อไปนี้ 1. นักเรียนมีแนวคิดหรือวิธีการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่กาหนดให้อย่างไร จงอธิบาย อย่างละเอียดโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ
41.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๑๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 2. เมื่อนักเรียนอ่านและพิจารณาเงื่อนไขครบทั้งหมดแล้วเพียง 1 รอบ นักเรียนสามารถรู้ ผลการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษได้เลยหรือไม่ เพราะเหตุใด .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. 3. จากสถานการณ์ที่กาหนดให้ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด จึงต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในการแก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................. 4. หากสถานการณ์ที่กาหนด ขาดเงื่อนไข “ต้นกล้าได้คะแนนน้อยกว่าก้าน” นักเรียนคิด ว่าเราจะสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ..............................................................................................................................................
42.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๑๗ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 ตัวอย่างการอธิบายการแก้ปัญหาด้วยข้อความอย่างคร่าว ๆ เริ่มต้น > อ่านเงื่อนไข > ตรวจสอบเงื่อนไข > แสดงผลการแข่งขัน > จบการทางาน ใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ คาชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านสถานการณ์เรื่องผลการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษในหนังสือ เรียน แล้วตอบคาถามต่อไปนี้ 1. นักเรียนมีแนวคิดหรือวิธีการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่กาหนดให้อย่างไร จงอธิบาย อย่างละเอียดโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ ตัวอย่างวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้ข้อความ 1. เริ่มต้น 2. อ่านเงื่อนไขทั้งหมด 3. เขียนแนวทางที่เป็นไปได้ทั้งหมดลงในตาราง 4. อ่านเงื่อนไขอีกครั้ง 5. ตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออก 6. ตรวจสอบว่าได้คาตอบครบหรือยัง หากยังไม่ครบให้กลับไปอ่าน เงื่อนไขในข้อ 4 และตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกในข้อ 5 และมา ตรวจสอบอีกครั้ง หากครบแล้วให้สรุปผลการแข่งขัน 7. สรุปผลการแข่งขัน 8. จบการทางาน เฉลย
43.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๑๘ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 2. เมื่อนักเรียนอ่านและพิจารณาเงื่อนไขครบทั้งหมดแล้วเพียง 1 รอบ นักเรียนสามารถรู้ ผลการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษได้เลยหรือไม่ เพราะเหตุใด .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. 3. จากสถานการณ์ที่กาหนดให้ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด จึงต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในการแก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................. 4. หากสถานการณ์ที่กาหนด ขาดเงื่อนไข “ต้นกล้าได้คะแนนน้อยกว่าก้าน” นักเรียนคิด ว่าเราจะสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................. เพราะสถานการณ์มีเงื่อนไขมาให้ เราจึงต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะมาช่วยพิจารณาเงื่อนไข เพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผล และพิจารณาความเป็นไปได้ของการแก้ปัญหา แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะหากขาดเงื่อนไขต้นกล้าได้คะแนนน้อยกว่าก้าน จะไม่สามารถ ทราบได้เลยว่า ต้นกล้าอยู่ลาดับที่เท่าไร ซึ่งหากไม่ทราบลาดับของต้นกล้า ก็จะไม่ สามารถตัดแนวทางที่เป็นไปไม่ได้ออก และแก้ปัญหาต่อไม่ได้ โดยเงื่อนไขที่จะหาลาดับอื่น ๆ ได้คือ ก้านได้คะแนนรองจากแพรไหม 1 ลาดับ แสดงว่า ก้านได้ลาดับที่ 2 เพราะแพรไหมได้ลาดับที่ 1 จากนั้นจะเห็นตาแหน่งว่างอีก 2 ลาดับคือ ลาดับที่ 3 และ 4 โดยเมื่ออ่านเงื่อนไข น้าเพชรชนะพลอยใส แต่ไม่ได้ที่ 1 ก็จะสามารถ ทราบได้เลยว่าน้าเพชรได้ลาดับที่ 3 และแพรไหมได้ลาดับที่ 4 ไม่สามารถรู้ผลได้ทันที เพราะเมื่ออ่านเงื่อนไขครั้งแรกจะทราบผลเพียงผู้ที่ได้ลาดับที่ 1 และลาดับที่ 5 คือแพรไหมและต้นกล้า ทาให้ต้องอ่านเงื่อนไขซ้าอีกครั้ง
44.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๑๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แบบประเมินการทาใบงาน คาชี้แจง ให้ทาเครื่องหมาย ลงในช่องรายการประเมินที่กาหนด เกณฑ์การให้คะแนน ๓ = ดี, ๒ = ปำนกลำง, ๑ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๖ คะแนน ขึ้นไป เลขที ่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม สรุ ป ผลกำรประเมิ น ผ่ ำ น / ไม่ ผ ่ ำ น 1. ควำม ถูกต้องของ เนื้อหำ 2. ออกแบบ แนวคิดหรือ วิธีกำร แก้ปัญหำ อย่ำงเป็น ลำดับขั้นตอน 3. กำรให้เหตุผล ประกอบกำร อธิบำยแนวคิด หรือวิธีกำร แก้ปัญหำ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ (๙) ๑ เด็กชำยธีระเดช มัสอิส ๒ เด็กชำยธีรภัทร หวังสวัสดิ์ ๓ เด็กชำยรพีพัฒธ์ แจ่มน้อย ๔ เด็กชำยวริทธ์ โต๊ะหมำน ๕ เด็กชำยศักดิ์กวิน โต๊ะกำเรม ๖ เด็กชำยศุกลวัฒน์ ชลธี ๗ เด็กหญิงณิชำนัน วันขวัญ ๘ เด็กหญิงนำตำชำ กำเซ็ม ๙ เด็กหญิงนำตำชำ ทับเปลี่ยน ๑๐ เด็กหญิงนูรีน หะสะเล็ม ๑๑ เด็กหญิงภัทรียำ มัสอิส ๑๒ เด็กหญิงลลนำ ชัยชำนิ ๑๓ เด็กหญิงฟุตนันท์ หวันหวัง ๑๔ เด็กชำยนัฐวุฒิ ศักดิ์ทอง ๑๕ เด็กหญิงอำลิสำ ทองบรรณรำช (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
45.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๒๐ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แบบประเมินการนาเสนอกลุ่ม คาชี้แจง ให้ทาเครื่องหมาย ลงในช่องรายการประเมินที่กาหนด เกณฑ์การให้คะแนน ๔ = ดีมำก, ๓ = ดี, ๒ = ปำนกลำง, ๑ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๑๒ คะแนน ขึ้นไป เลขที ่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (๒๐) สรุ ป ผลกำรประเมิ น ผ่ ำ น / ไม่ ผ ่ ำ น กิ จ กรรมกำรแก้ ป ั ญ หำเชิ ง ตรรกะในชี ว ิ ต ประจ ำวั น มี ควำมน่ ำ สนใจ อธิ บ ำยวิ ธ ี ก ำรเล่ น กิ จ กรรม ของกลุ ่ ม ตนเองได้ อ ย่ ำ ง เข้ ำ ใจ ควบคุ ม เวลำในกำรน ำเสนอ ได้ อ ย่ ำ งเหมำะสม กำรมี ส ่ ว นร่ ว มของสมำชิ ก ใน กลุ ่ ม กำรรั บ ฟั ง ควำมคิ ด เห็ น ของ สมำชิ ก กลุ ่ ม อื ่ น ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ เด็กชำยธีระเดช มัสอิส ๒ เด็กชำยธีรภัทร หวังสวัสดิ์ ๓ เด็กชำยรพีพัฒธ์ แจ่มน้อย ๔ เด็กชำยวริทธ์ โต๊ะหมำน ๕ เด็กชำยศักดิ์กวิน โต๊ะกำเรม ๖ เด็กชำยศุกลวัฒน์ ชลธี ๗ เด็กหญิงณิชำนัน วันขวัญ ๘ เด็กหญิงนำตำชำ กำเซ็ม ๙ เด็กหญิงนำตำชำ ทับเปลี่ยน ๑๐ เด็กหญิงนูรีน หะสะเล็ม ๑๑ เด็กหญิงภัทรียำ มัสอิส ๑๒ เด็กหญิงลลนำ ชัยชำนิ ๑๓ เด็กหญิงฟุตนันท์ หวันหวัง ๑๔ เด็กชำยนัฐวุฒิ ศักดิ์ทอง ๑๕ เด็กหญิงอำลิสำทองบรรณรำช (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
46.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๒๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง เหตุผลเชิงตรรกะกับการการแก้ปัญหา (๑ ชั่วโมง) เวลา 4 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เวลา 8 ชั่วโมง รหัสวิชา ว ๑๖๑๐๑ รายวิชาวิทยาการคานวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้สอน นางสาวจิรัฐิติ ช่วยคง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้ำใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในกำรแก้ปัญหำที่พบในชีวิตจริงอย่ำงเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำรในกำรเรียนรู้ กำรทำงำน และกำรแก้ปัญหำได้อย่ำงมี ประสิทธิภำพ รู้เท่ำทันและมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในกำรอธิบำยและออกแบบ วิธีกำรแก้ปัญหำที่พบใน ชีวิตประจำวัน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ออกแบบกำรแก้ปัญหำในชีวิตประจำวันได้ โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ (K,P) 2. ยกตัวอย่ำงกำรแก้ปัญหำโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะในชีวิตประจำวันได้ (A) 3. สาระสาคัญ เหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปัญหำ เป็นกำรนำหลักกำร กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมำ ใช้เพื่อตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลหรือพิจำรณำควำมเป็นไปได้ของกำรมุ่งหำคำตอบและแก้ปัญหำ 4. สาระการเรียนรู้ เหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปัญหำ 5. รูปแบบการสอน/วิธีการสอน 1. วิธีกำรสอนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ (5Es Instructional Model) 2. วิธีกำรสอนแบบกระบวนกำรกลุ่ม 3. เทคนิคตำมแนวคิดเชิงคำนวณ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒
47.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๒๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 6. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะ 4 Cs ทักษะกำรคิดวิจำรณญำณ (Critical Thinking) ทักษะกำรทำงำนร่วมกัน (Collaboration Skill) ทักษะกำรสื่อสำร (Communication Skill) ทักษะควำมคิดสร้ำงสรรค์ (Creative Thinking) 8. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ 9. การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบ สืบสวนสอบสวน-เสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอน (The 5 E’s of Inquiry-Based Learning) เป็นรูปแบบ ของกำรเรียนรู้รูปแบบหนึ่ง ที่เน้นให้นักเรียนมีประสบกำรณ์ตรงในกำรเรียนรู้ โดยกำรแสวงหำและศึกษำ ค้นคว้ำ เพื่อสร้ำงองค์ควำมรู้ของตนเอง โดยใช้กระบวนกำรทำงวิทยศำสตร์ ซึ่งมีครูผู้สอนคอยอำนวยกำรและ สนับสนุน ทำให้ผู้เรียนสำมำรถค้นพบควำมรู้หรือแนวทำงแก้ปัญหำได้ตัวเอง และสำมำรถนำมำใช้ใน ชีวิตประจำวัน ซึ่งถือว่ำเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกำสให้ผู้เรียนได้นำควำมรู้ หลักกำร แนวคิดหรือทฤษฎีทำง วิทยำศำสตร์ไปเชื่อมโยงกับประเด็นปัญหำที่ผู้เรียนสนใจศึกษำ ค้นคว้ำ และลงมือปฏิบัติ ด้วยตนเอง ตำม ควำมสำมำรถและควำมถนัดของตนเองอย่ำงเป็นอิสระ ทำให้ กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอนนี้ นับได้ว่ำเป็นรูปแบบหนึ่งของกำรเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอน เป็นรูปแบบกำรเรียนรู้ที่พัฒนำมำจำกทฤษฎีคอนสตรัคติ วิสต์ ที่เชื่อว่ำ กำรเรียนรู้นั้น เป็นกระบวนกำรที่เกิดขึ้นภำยในของผู้เรียน โดยที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้ำงควำมรู้ด้วย ตัวเอง โดยกำรนำเอำประสบกำรณ์หรือสิ่งที่พบเห็นมำเชื่อมโยงกับควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม เพื่อสร้ำงเป็น ควำมเข้ำใจของตนเอง และด้วยควำมเชื่อนี้ทำให้ทฤษฎีนี้ถูกนำมำเป็นรำกฐำนสำคัญในกำรสร้ำงควำมรู้ของ ผู้เรียน
48.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๒๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้นั้น เป็นรูปแบบกำรเรียนที่พำนักเรียนไปสู่กำรพิจำรณำข้อโต้แย้งและ ข้อสงสัยต่ำงๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดประเด็นคำถำมที่ต้องกำรสำรวจตรวจสอบ และจะเป็นกระบวนกำรเช่นนี้ ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่ำเป็น วัฎจักรกำรสืบเสำะ (Inquiry cycle) ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเกิดกำร เรียนรู้และมีทักษะในกำรหำควำมรู้ตำมหลักวิทยำศำสตร์ ซึ่งกำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ทั้ง 5 ขั้นตอนนั้น มีขั้นตอนในกำรดำเนินกำรดังนี้ ขั้นนา (15 นำที) อธิบายความรู้ 1. ครูและนักเรียนทบทวนควำมรู้เดิมที่เรียนในชั่วโมงที่แล้ว เรื่องกำรแก้ปัญหำด้วยเหตุผลเชิง ตรรกะ 2. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คน เพื่ออธิบำยแนวคิดหรือวิธีกำรแก้ปัญหำของกิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci ที่สั่งเป็นกำรบ้ำน และลงข้อสรุปร่วมกัน จำกนั้นให้นักเรียนส่งกำรบ้ำน ขั้นสอน (๓5 นำที) ขยายความเข้าใจ 1. ครูบอกกับนักเรียนว่ำ ในชั่วโมงที่แล้วครูได้ให้นักเรียนใช้เหตุผลเชิงตรรกะในกำรแก้ปัญหำกำร ตอบปัญหำภำษำอังกฤษไปแล้ว ในวันนี้เรำมำลองใช้เหตุผลเชิงตรรกะในสถำนกำรณ์อื่น ๆ ดูบ้ำง 2. ครูถำมนักเรียนว่ำรู้จักรำวงมำตรฐำนหรือไม่ รำวงมำตรฐำนเป็นกำรแสดงที่มีวิวัฒนำกำรมำจำก รำโทน ซึ่งเป็นกำรร้องและกำรรำของชำวบ้ำน มีผู้รำทั้งชำยและหญิง 3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิม) อ่ำนสถำนกำรณ์และเงื่อนไขในกิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 เรื่อง จับคู่รำวงมำตรฐำน ในแบบฝึกหัดรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 หน้ำ 10 4. นักเรียนในกลุ่มร่วมกันจับคู่ผู้รำฝ่ำยชำยและฝ่ำยหญิงตำมสถำนกำรณ์และเงื่อนไขที่กำหนด และ ตอบคำถำมลงในกิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 ขั้นสรุป (10 นาที) ลงข้อสรุป (Explanation) 1. ครูถำมนักเรียนว่ำจำกสถำนกำรณ์ที่กำหนดให้ นักเรียนคิดว่ำเพรำะเหตุใด จึงต้องใช้เหตุผลเชิง ตรรกะ ในกำรแก้ปัญหำนี้ จำกนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรำยจนได้ข้อสรุปร่วมกัน 2. ครูมอบหมำยงำนให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เรื่องเหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปัญหำ ใน แบบฝึกหัดรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 หน้ำ 3-5 เพื่อทบทวนควำมรู้
49.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๒๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 10. สื่อแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 2. แบบฝึกหัดรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 3. Power point เรื่อง กิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci 4. วีดิทัศน์เรื่องกำรแปลอักษรจำก https://www.youtube.com/watch?v=M4xp926Q4O8 11. การวัดและการประเมินผล 11.1 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรม จุดประสงค์ วิธีการประเมิน เครื่องมือการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ออกแบบกำรแก้ปัญหำใน ชีวิตประจำวันได้ โดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ (K,P) ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 เรื่องจับคู่รำวง มำตรฐำน กิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 เรื่องจับคู่รำวงมำตรฐำน สำมำรถแก้ปัญหำได้ ถูกต้องตำมเงื่อนไข 60% ขึ้นไป ยกตัวอย่ำงกำรแก้ปัญหำ โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในชีวิตประจำวันได้ (A) ประเมินกำรนำเสนอ กิจกรรมทักษะ Com Sci แบบประเมินกำรนำเสนอ กิจกรรมทักษะ Com Sci สำมำรถนำเสนอ กิจกรรมทักษะ Com Sci ระดับคุณภำพระดับ พอใช้ขึ้นไป
50.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๒๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 11.2 การประเมินกิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci แบบประเมินการทาใบงาน ประเด็นที่ประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. ควำมถูกต้องของ เนื้อหำ แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำมีควำมถูกต้อง ตรงตำมเงื่อนไขทุกกรณี แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำมีควำมถูกต้อง แต่ตรงตำมเงื่อนไข 50% ขึ้นไป แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำมีควำมถูกต้อง แต่ตรงตำมเงื่อนไขน้อยกว่ำ 50% 2. ออกแบบแนวคิดหรือ วิธีกำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็น ลำดับขั้นตอน สำมำรถออกแบบแนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำได้ อย่ำงเป็นลำดับขั้นตอนที่ ชัดเจน สำมำรถออกแบบแนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำได้ อย่ำงเป็นลำดับขั้นตอน แต่ ยังไม่ชัดเจน สำมำรถออกแบบแนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำได้ แต่ ยังไม่เป็นลำดับขั้นตอน 3. กำรให้เหตุผล ประกอบกำรอธิบำย แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำ อธิบำยแนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำได้พร้อมทั้งให้ เหตุผลประกอบอย่ำง สมเหตุสมผลทุกประเด็น อธิบำยแนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำได้ พร้อมทั้งให้ เหตุผลประกอบ โดยเหตุผล มีควำมสมเหตุสมผล มำกกว่ำ 50% ขึ้นไป อธิบำยแนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำพร้อมได้ แต่ไม่ให้ เหตุผลประกอบ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 5 - 7 พอใช้ ต่ากว่า 5 ปรับปรุง
51.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๒๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 11.3 การประเมินกิจกรรมฝึกทักษะ แบบประเมินกิจกรรมฝึกทักษะ ลาดับที่ รายการประเมิน คะแนนต่อข้อ ย่อย คะแนนรวม 1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในกำรแก้ปัญหำได้ ๑ ๑๐ คะแนนเต็ม ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมำก = ๑๐ ดี = ๘ – ๙ พอใช้ = ๖ – ๗ ปรับปรุง = ต่ำกว่ำ ๖ คะแนน
52.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๒๗ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 ๑๒. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ของนักเรียน - ด้ำนควำมรู้ (K) - ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P) - ด้ำนเจตคติ (A) ปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ลงชื่อ ผู้สอน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข ควำมเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ ลงชื่อ ผู้สอ (นำงจิตรลดำ สุวรรณทิพย์) ตำแหน่ง ผู้อำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนสันติสุข วันที่ เดือน พ.ศ. ………..
53.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๒๘ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 หนังสือเรียนเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน้า ๘
54.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๒๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แบบประเมินการกิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci คาชี้แจง ให้ทาเครื่องหมาย ลงในช่องรายการประเมินที่กาหนด เกณฑ์การให้คะแนน ๓ = ดี, ๒ = ปำนกลำง, ๑ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๖ คะแนน ขึ้นไป เลขที ่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม สรุ ป ผลกำรประเมิ น ผ่ ำ น / ไม่ ผ ่ ำ น 1. ควำม ถูกต้องของ เนื้อหำ 2. ออกแบบ แนวคิดหรือ วิธีกำร แก้ปัญหำ อย่ำงเป็น ลำดับขั้นตอน 3. กำรให้เหตุผล ประกอบกำร อธิบำยแนวคิด หรือวิธีกำร แก้ปัญหำ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ (๙) ๑ เด็กชำยธีระเดช มัสอิส ๒ เด็กชำยธีรภัทร หวังสวัสดิ์ ๓ เด็กชำยรพีพัฒธ์ แจ่มน้อย ๔ เด็กชำยวริทธ์ โต๊ะหมำน ๕ เด็กชำยศักดิ์กวิน โต๊ะกำเรม ๖ เด็กชำยศุกลวัฒน์ ชลธี ๗ เด็กหญิงณิชำนัน วันขวัญ ๘ เด็กหญิงนำตำชำ กำเซ็ม ๙ เด็กหญิงนำตำชำ ทับเปลี่ยน ๑๐ เด็กหญิงนูรีน หะสะเล็ม ๑๑ เด็กหญิงภัทรียำ มัสอิส ๑๒ เด็กหญิงลลนำ ชัยชำนิ ๑๓ เด็กหญิงฟุตนันท์ หวันหวัง ๑๔ เด็กชำยนัฐวุฒิ ศักดิ์ทอง ๑๕ เด็กหญิงอำลิสำ ทองบรรณรำช (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
55.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๓๐ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แบบฝึกหัดเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน้า ๑๐
56.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๓๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 กิจกรรมฝึกทักษะที่ ๑ จับคู่ราวงมาตรฐาน
57.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๓๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แบบประเมินกิจกรรมฝึกทักษะเรื่อง จับคู่ราวงมาตรฐาน คาชี้แจง ให้ทาเครื่องหมาย ลงในช่องรายการประเมินที่กาหนด เลขที ่ ชื่อ – สกุล ชื่อผู้ราฝ่ายชาย ชื่อผู้ราฝ่ายหญิง รวม ผ่ ำ น / ไม่ ผ ่ ำ น ที ม เพริ ศ แพรว ที ม พริ ้ ง พรำย ที ม พรรณรำย ที ม ประกำยแสง ที ม แวววำว ที ม เพริ ศ แพรว ที ม พริ ้ ง พรำย ที ม พรรณรำย ที ม ประกำยแสง ที ม แวววำว ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ ๑ เด็กชำยธีระเดช มัสอิส ๒ เด็กชำยธีรภัทร หวังสวัสดิ์ ๓ เด็กชำยรพีพัฒธ์ แจ่มน้อย ๔ เด็กชำยวริทธ์ โต๊ะหมำน ๕ เด็กชำยศักดิ์กวิน โต๊ะกำเรม ๖ เด็กชำยศุกลวัฒน์ ชลธี ๗ เด็กหญิงณิชำนัน วันขวัญ ๘ เด็กหญิงนำตำชำ กำเซ็ม ๙ เด็กหญิงนำตำชำ ทับเปลี่ยน ๑๐ เด็กหญิงนูรีน หะสะเล็ม ๑๑ เด็กหญิงภัทรียำ มัสอิส ๑๒ เด็กหญิงลลนำ ชัยชำนิ ๑๓ เด็กหญิงฟุตนันท์ หวันหวัง ๑๔ เด็กชำยนัฐวุฒิ ศักดิ์ทอง ๑๕ เด็กหญิงอำลิสำทองบรรณรำช ๑ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
58.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๓๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง เหตุผลเชิงตรรกะกับการการแก้ปัญหา (๑ ชั่วโมง) เวลา 4 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เวลา 8 ชั่วโมง รหัสวิชา ว ๑๖๑๐๑ รายวิชาวิทยาการคานวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้สอน นางสาวจิรัฐิติ ช่วยคง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้ำใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในกำรแก้ปัญหำที่พบในชีวิตจริงอย่ำงเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำรในกำรเรียนรู้ กำรทำงำน และกำรแก้ปัญหำได้อย่ำงมี ประสิทธิภำพ รู้เท่ำทันและมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในกำรอธิบำยและออกแบบ วิธีกำรแก้ปัญหำที่พบใน ชีวิตประจำวัน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ออกแบบกำรแก้ปัญหำในชีวิตประจำวันได้ โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ (K,P) 2. ยกตัวอย่ำงกำรแก้ปัญหำโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะในชีวิตประจำวันได้ (A) 3. สาระสาคัญ เหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปัญหำ เป็นกำรนำหลักกำร กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมำ ใช้เพื่อตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลหรือพิจำรณำควำมเป็นไปได้ของกำรมุ่งหำคำตอบและแก้ปัญหำ 4. สาระการเรียนรู้ เหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปัญหำ 5. รูปแบบการสอน/วิธีการสอน 1. วิธีกำรสอนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ (5Es Instructional Model) 2. วิธีกำรสอนแบบกระบวนกำรกลุ่ม 3. เทคนิคตำมแนวคิดเชิงคำนวณ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓
59.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๓๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 6. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะ 4 Cs ทักษะกำรคิดวิจำรณญำณ (Critical Thinking) ทักษะกำรทำงำนร่วมกัน (Collaboration Skill) ทักษะกำรสื่อสำร (Communication Skill) ทักษะควำมคิดสร้ำงสรรค์ (Creative Thinking) 8. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ 9. การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบ สืบสวนสอบสวน-เสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอน (The 5 E’s of Inquiry-Based Learning) เป็นรูปแบบ ของกำรเรียนรู้รูปแบบหนึ่ง ที่เน้นให้นักเรียนมีประสบกำรณ์ตรงในกำรเรียนรู้ โดยกำรแสวงหำและศึกษำ ค้นคว้ำ เพื่อสร้ำงองค์ควำมรู้ของตนเอง โดยใช้กระบวนกำรทำงวิทยศำสตร์ ซึ่งมีครูผู้สอนคอยอำนวยกำรและ สนับสนุน ทำให้ผู้เรียนสำมำรถค้นพบควำมรู้หรือแนวทำงแก้ปัญหำได้ตัวเอง และสำมำรถนำมำใช้ใน ชีวิตประจำวัน ซึ่งถือว่ำเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกำสให้ผู้เรียนได้นำควำมรู้ หลักกำร แนวคิดหรือทฤษฎีทำง วิทยำศำสตร์ไปเชื่อมโยงกับประเด็นปัญหำที่ผู้เรียนสนใจศึกษำ ค้นคว้ำ และลงมือปฏิบัติ ด้วยตนเอง ตำม ควำมสำมำรถและควำมถนัดของตนเองอย่ำงเป็นอิสระ ทำให้ กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอนนี้ นับได้ว่ำเป็นรูปแบบหนึ่งของกำรเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอน เป็นรูปแบบกำรเรียนรู้ที่พัฒนำมำจำกทฤษฎีคอนสตรัคติ วิสต์ ที่เชื่อว่ำ กำรเรียนรู้นั้น เป็นกระบวนกำรที่เกิดขึ้นภำยในของผู้เรียน โดยที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้ำงควำมรู้ด้วย ตัวเอง โดยกำรนำเอำประสบกำรณ์หรือสิ่งที่พบเห็นมำเชื่อมโยงกับควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม เพื่อสร้ำงเป็น ควำมเข้ำใจของตนเอง และด้วยควำมเชื่อนี้ทำให้ทฤษฎีนี้ถูกนำมำเป็นรำกฐำนสำคัญในกำรสร้ำงควำมรู้ของ ผู้เรียน
60.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๓๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้นั้น เป็นรูปแบบกำรเรียนที่พำนักเรียนไปสู่กำรพิจำรณำข้อโต้แย้งและ ข้อสงสัยต่ำงๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดประเด็นคำถำมที่ต้องกำรสำรวจตรวจสอบ และจะเป็นกระบวนกำรเช่นนี้ ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่ำเป็น วัฎจักรกำรสืบเสำะ (Inquiry cycle) ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเกิดกำร เรียนรู้และมีทักษะในกำรหำควำมรู้ตำมหลักวิทยำศำสตร์ ซึ่งกำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ทั้ง 5 ขั้นตอนนั้น มีขั้นตอนในกำรดำเนินกำรดังนี้ ขั้นนา (15 นำที) 1. ครูและนักเรียนทบทวนควำมรู้เดิมที่เรียนในชั่วโมงที่แล้ว เรื่องกำรแก้ปัญหำด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ ขั้นสอน (๓5 นำที) ขยายความเข้าใจ 1. ครูถำมนักเรียนว่ำ นักเรียนเคยเห็นกองเชียร์นักกีฬำที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์หรือไม่ จำกนั้นครูเปิด วีดิทัศน์กำรแปลอักษรบนอัฒจันทร์ให้นักเรียนดู 2. ครูให้นักเรียนนั่งตำมกลุ่มเดิมและสมมติบทบำทให้นักเรียนเป็นผู้คุมกองเชียร์ โดยให้นักเรียนแต่ ละกลุ่มร่วมกันอ่ำนสถำนกำรณ์ในกิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 เรื่องเชียร์กีฬำ พำเพลิน ในแบบฝึกหัด รำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 หน้ำ 12 3. นักเรียนในกลุ่มร่วมกันทำกิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 เรื่องเชียร์กีฬำ พำเพลิน โดยนักเรียนจะต้อง ระบำยสีลง ในตำรำงให้ถูกต้องตำมเงื่อนไข และทำยว่ำรูปที่อยู่ในตำรำงคือรูปอะไร โดยตำรำง เปรียบเสมือนกองเชียร์ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์และสีที่ระบำยเปรียบเสมือนป้ำยที่นักเรียนบน อัฒจันทร์ชูขึ้นเพื่อแสดงตัวอักษรหรือรูปต่ำง ๆ การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 4. ครูถำมนักเรียนแต่ละกลุ่มว่ำนักเรียนที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์กำลังชูป้ำยเพื่อแสดงตัวอักษรหรือรูป อะไร และสุ่มถำมนักเรียน 1 กลุ่ม ว่ำนักเรียนใช้แนวคิดหรือวิธีกำรใดในกำรแก้ปัญหำ 5. ครูถำมนักเรียนกลุ่มอื่น ๆ ว่ำนักเรียนมีแนวคิดหรือวิธีกำรแก้ปัญหำเหมือนหรือแตกต่ำงกันกับ เพื่อนกลุ่มที่แล้วหรือไม่ หำกมีกลุ่มที่แตกต่ำง ครูให้นักเรียนกลุ่มนั้นอธิบำยถึงควำมแตกต่ำง ขั้นสรุป (10 นาที) 6. ครูมอบหมำยงำนให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมเรื่อง กำรใช้เหตุผลเชิงตรรกะในชีวิตประจำวัน โดยนักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องหำกิจกรรมที่มีปัญหำเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในกำรแก้ปัญหำมำ 1 กิจกรรม และให้นักเรียนนำเสนอกิจกรรมในชั่วโมงถัดไป โดยต้อง ให้เพื่อนกลุ่มอื่นร่วมแก้ปัญหำในกิจกรรมของกลุ่มเรำด้วย มีเวลำนำเสนอกลุ่มละ 7-10 นำที
61.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๓๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 10. สื่อแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 2. แบบฝึกหัดรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 3. Power point เรื่อง เชียร์กีฬำ พำเพลิน 4. วีดิทัศน์เรื่องกำรแปลอักษรจำก https://www.youtube.com/watch?v=M4xp926Q4O8 11. การวัดและการประเมินผล 11.1 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรม จุดประสงค์ วิธีการประเมิน เครื่องมือการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ออกแบบกำรแก้ปัญหำใน ชีวิตประจำวันได้ โดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ (K,P) ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 เชียร์กีฬำ พำเพลิน กิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 เชียร์กีฬำ พำเพลิน สำมำรถแก้ปัญหำได้ ถูกต้องตำมเงื่อนไข 60% ขึ้นไป ยกตัวอย่ำงกำรแก้ปัญหำ โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในชีวิตประจำวันได้ (A) ประเมินกำรนำเสนอ เรื่อง เชียร์กีฬำ พำเพลิน เรื่อง เชียร์กีฬำ พำเพลิน สำมำรถนำเสนอ เรื่อง เรื่อง เชียร์กีฬำ พำเพลิน ระดับคุณภำพระดับ พอใช้ขึ้นไป
62.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๓๗ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 11.2 การประเมินการนาเสนอกิจกรรมฝึกทักษะ เรื่อง เชียร์กีฬาพาเพลิน แบบประเมินการนาเสนอ ประเด็นที่ประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. ควำมถูกต้องของ เนื้อหำ แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำมีควำมถูกต้อง ตรงตำมเงื่อนไขทุกกรณี แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำมีควำมถูกต้อง แต่ตรงตำมเงื่อนไข 50% ขึ้นไป แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำมีควำมถูกต้อง แต่ตรงตำมเงื่อนไขน้อยกว่ำ 50% 2. ออกแบบแนวคิดหรือ วิธีกำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็น ลำดับขั้นตอน สำมำรถออกแบบแนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำได้ อย่ำงเป็นลำดับขั้นตอนที่ ชัดเจน สำมำรถออกแบบแนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำได้ อย่ำงเป็นลำดับขั้นตอน แต่ ยังไม่ชัดเจน สำมำรถออกแบบแนวคิด หรือวิธีกำรแก้ปัญหำได้ แต่ ยังไม่เป็นลำดับขั้นตอน 3. กำรให้เหตุผล ประกอบกำรอธิบำย แนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำ อธิบำยแนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำได้พร้อมทั้งให้ เหตุผลประกอบอย่ำง สมเหตุสมผลทุกประเด็น อธิบำยแนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำได้ พร้อมทั้งให้ เหตุผลประกอบ โดยเหตุผล มีควำมสมเหตุสมผล มำกกว่ำ 50% ขึ้นไป อธิบำยแนวคิดหรือวิธีกำร แก้ปัญหำพร้อมได้ แต่ไม่ให้ เหตุผลประกอบ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 5 - 7 พอใช้ ต่ากว่า 5 ปรับปรุง
63.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๓๘ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 11.3 การประเมินกิจกรรมฝึกทักษะ แบบประเมินกิจกรรมฝึกทักษะ ลาดับที่ รายการประเมิน คะแนนต่อข้อ ย่อย คะแนนรวม 1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในกำรแก้ปัญหำได้ (2 ข้อย่อย) ๕ ๑๐ คะแนนเต็ม ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมำก = ๑๐ ดี = ๘ – ๙ พอใช้ = ๖ – ๗ ปรับปรุง = ต่ำกว่ำ ๖ คะแนน
64.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๓๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 ๑๒. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ของนักเรียน - ด้ำนควำมรู้ (K) - ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P) - ด้ำนเจตคติ (A) ปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ลงชื่อ ผู้สอน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ลงชื่อ ผู้สอ (นำงจิตรลดำ สุวรรณทิพย์) ตำแหน่ง ผู้อำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนสันติสุข วันที่ เดือน พ.ศ. ………..
65.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๔๐ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แบบฝึกหัดเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน้า ๑๐
66.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๔๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 1. จากเงื่อนไข ให้ระบายสีตามตัวเลขที่กาหนด 2. นักเรียนมีขั้นตอนในการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่กาหนดได้อย่างไร จงเขียนอธิบาย 3 2 4 1 4 2 1 1 1 5 3 1 1 3
67.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๔๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แบบประเมินการนาเสนอ เรื่อง เชียร์กีฬาพาเพลิน คาชี้แจง ให้ทาเครื่องหมาย ลงในช่องรายการประเมินที่กาหนด เกณฑ์การให้คะแนน ๓ = ดี, ๒ = ปำนกลำง, ๑ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๖ คะแนน ขึ้นไป เลขที ่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม สรุ ป ผลกำรประเมิ น ผ่ ำ น / ไม่ ผ ่ ำ น 1. ควำม ถูกต้องของ เนื้อหำ 2. ออกแบบ แนวคิดหรือ วิธีกำร แก้ปัญหำ อย่ำงเป็น ลำดับขั้นตอน 3. กำรให้เหตุผล ประกอบกำร อธิบำยแนวคิด หรือวิธีกำร แก้ปัญหำ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ (๙) ๑ เด็กชำยธีระเดช มัสอิส ๒ เด็กชำยธีรภัทร หวังสวัสดิ์ ๓ เด็กชำยรพีพัฒธ์ แจ่มน้อย ๔ เด็กชำยวริทธ์ โต๊ะหมำน ๕ เด็กชำยศักดิ์กวิน โต๊ะกำเรม ๖ เด็กชำยศุกลวัฒน์ ชลธี ๗ เด็กหญิงณิชำนัน วันขวัญ ๘ เด็กหญิงนำตำชำ กำเซ็ม ๙ เด็กหญิงนำตำชำ ทับเปลี่ยน ๑๐ เด็กหญิงนูรีน หะสะเล็ม ๑๑ เด็กหญิงภัทรียำ มัสอิส ๑๒ เด็กหญิงลลนำ ชัยชำนิ ๑๓ เด็กหญิงฟุตนันท์ หวันหวัง ๑๔ เด็กชำยนัฐวุฒิ ศักดิ์ทอง ๑๕ เด็กหญิงอำลิสำ ทองบรรณรำช (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
68.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๔๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แบบประเมินกิจกรรมฝึกทักษะเรื่อง เชียร์กีฬาพาเพลิน คาชี้แจง ให้ทาเครื่องหมาย ลงในช่องรายการประเมินที่กาหนด เลขที ่ ชื่อ – สกุล ข้อย่อย คะแนนรวม ผ่ า น / ไม่ ผ ่ า นการประเมิ น ข้ อ ที ่ ๑ ข้ อ ที ่ ๒ ๕ ๕ ๑๐ ๑ เด็กชำยธีระเดช มัสอิส ๒ เด็กชำยธีรภัทร หวังสวัสดิ์ ๓ เด็กชำยรพีพัฒธ์ แจ่มน้อย ๔ เด็กชำยวริทธ์ โต๊ะหมำน ๕ เด็กชำยศักดิ์กวิน โต๊ะกำเรม ๖ เด็กชำยศุกลวัฒน์ ชลธี ๗ เด็กหญิงณิชำนัน วันขวัญ ๘ เด็กหญิงนำตำชำ กำเซ็ม ๙ เด็กหญิงนำตำชำ ทับเปลี่ยน ๑๐ เด็กหญิงนูรีน หะสะเล็ม ๑๑ เด็กหญิงภัทรียำ มัสอิส ๑๒ เด็กหญิงลลนำ ชัยชำนิ ๑๓ เด็กหญิงฟุตนันท์ หวันหวัง ๑๔ เด็กชำยนัฐวุฒิ ศักดิ์ทอง ๑๕ เด็กหญิงอำลิสำ ทองบรรณรำช (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
69.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๔๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง เหตุผลเชิงตรรกะกับการการแก้ปัญหา (๑ ชั่วโมง) เวลา 4 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เวลา 8 ชั่วโมง รหัสวิชา ว ๑๖๑๐๑ รายวิชาวิทยาการคานวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้สอน นางสาวจิรัฐิติ ช่วยคง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้ำใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในกำรแก้ปัญหำที่พบในชีวิตจริงอย่ำงเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำรในกำรเรียนรู้ กำรทำงำน และกำรแก้ปัญหำได้อย่ำงมี ประสิทธิภำพ รู้เท่ำทันและมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในกำรอธิบำยและออกแบบ วิธีกำรแก้ปัญหำที่พบใน ชีวิตประจำวัน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ออกแบบกำรแก้ปัญหำในชีวิตประจำวันได้ โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ (K,P) 2. ยกตัวอย่ำงกำรแก้ปัญหำโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะในชีวิตประจำวันได้ (A) 3. สาระสาคัญ เหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปัญหำ เป็นกำรนำหลักกำร กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมำ ใช้เพื่อตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลหรือพิจำรณำควำมเป็นไปได้ของกำรมุ่งหำคำตอบและแก้ปัญหำ 4. สาระการเรียนรู้ เหตุผลเชิงตรรกะกับกำรแก้ปัญหำ 5. รูปแบบการสอน/วิธีการสอน 1. วิธีกำรสอนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ (5Es Instructional Model) 2. วิธีกำรสอนแบบกระบวนกำรกลุ่ม 3. เทคนิคตำมแนวคิดเชิงคำนวณ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔
70.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๔๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 6. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะ 4 Cs ทักษะกำรคิดวิจำรณญำณ (Critical Thinking) ทักษะกำรทำงำนร่วมกัน (Collaboration Skill) ทักษะกำรสื่อสำร (Communication Skill) ทักษะควำมคิดสร้ำงสรรค์ (Creative Thinking) 8. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ 9. การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบ สืบสวนสอบสวน-เสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอน (The 5 E’s of Inquiry-Based Learning) เป็นรูปแบบ ของกำรเรียนรู้รูปแบบหนึ่ง ที่เน้นให้นักเรียนมีประสบกำรณ์ตรงในกำรเรียนรู้ โดยกำรแสวงหำและศึกษำ ค้นคว้ำ เพื่อสร้ำงองค์ควำมรู้ของตนเอง โดยใช้กระบวนกำรทำงวิทยศำสตร์ ซึ่งมีครูผู้สอนคอยอำนวยกำรและ สนับสนุน ทำให้ผู้เรียนสำมำรถค้นพบควำมรู้หรือแนวทำงแก้ปัญหำได้ตัวเอง และสำมำรถนำมำใช้ใน ชีวิตประจำวัน ซึ่งถือว่ำเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกำสให้ผู้เรียนได้นำควำมรู้ หลักกำร แนวคิดหรือทฤษฎีทำง วิทยำศำสตร์ไปเชื่อมโยงกับประเด็นปัญหำที่ผู้เรียนสนใจศึกษำ ค้นคว้ำ และลงมือปฏิบัติ ด้วยตนเอง ตำม ควำมสำมำรถและควำมถนัดของตนเองอย่ำงเป็นอิสระ ทำให้ กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอนนี้ นับได้ว่ำเป็นรูปแบบหนึ่งของกำรเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ 5 ขั้นตอน เป็นรูปแบบกำรเรียนรู้ที่พัฒนำมำจำกทฤษฎีคอนสตรัคติ วิสต์ ที่เชื่อว่ำ กำรเรียนรู้นั้น เป็นกระบวนกำรที่เกิดขึ้นภำยในของผู้เรียน โดยที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้ำงควำมรู้ด้วย ตัวเอง โดยกำรนำเอำประสบกำรณ์หรือสิ่งที่พบเห็นมำเชื่อมโยงกับควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม เพื่อสร้ำงเป็น ควำมเข้ำใจของตนเอง และด้วยควำมเชื่อนี้ทำให้ทฤษฎีนี้ถูกนำมำเป็นรำกฐำนสำคัญในกำรสร้ำงควำมรู้ของ ผู้เรียน
71.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๔๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 กำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้นั้น เป็นรูปแบบกำรเรียนที่พำนักเรียนไปสู่กำรพิจำรณำข้อโต้แย้งและ ข้อสงสัยต่ำงๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดประเด็นคำถำมที่ต้องกำรสำรวจตรวจสอบ และจะเป็นกระบวนกำรเช่นนี้ ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่ำเป็น วัฎจักรกำรสืบเสำะ (Inquiry cycle) ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเกิดกำร เรียนรู้และมีทักษะในกำรหำควำมรู้ตำมหลักวิทยำศำสตร์ ซึ่งกำรเรียนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ทั้ง 5 ขั้นตอนนั้น มีขั้นตอนในกำรดำเนินกำรดังนี้ ขั้นนา (15 นำที) 1. ครูและนักเรียนทบทวนควำมรู้เดิมที่เรียนในชั่วโมงที่แล้ว เรื่องกำรแก้ปัญหำด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ 2. ครูบอกนักเรียนว่ำ จำกชั่วโมงที่แล้วครูได้มอบหมำยงำนให้นักเรียนทำกิจกรรมเรื่อง กำรใช้ เหตุผลเชิงตรรกะในชีวิตประจำวัน ในชั่วโมงนี้ครูจะให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมำนำเสนอกิจกรรม และพำเพื่อนกลุ่มอื่น ทำกิจกรรมของเรำด้วย โดยครูให้เวลำในกำรนำเสนอกลุ่มละ 7-10 นำที ขั้นสอน (๓5 นำที) ขยายความเข้าใจ 1. ครูถำมนักเรียนแต่ละกลุ่มว่ำนักเรียนที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์กำลังชูป้ำยเพื่อแสดงตัวอักษรหรือรูป อะไร และสุ่มถำมนักเรียน 1 กลุ่ม ว่ำนักเรียนใช้แนวคิดหรือวิธีกำรใดในกำรแก้ปัญหำ 2. ครูสอบถำมนักเรียนแต่ละกลุ่มว่ำ ชอบกิจกรรมของกลุ่มไหนมำกที่สุด และนอกจำกกิจกรรมที่ กลุ่มของเรำหรือของเพื่อน ๆ นำมำแล้ว นักเรียนมีปัญหำอื่น ๆ ที่ต้องใช้แนวคิดเชิงตรรกะในกำร แก้ปัญหำอีกหรือไม่ ขั้นสรุป (10 นาที) ตรวจสอบผล 1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปควำมรู้ที่เรียนมำทั้งหมดเกี่ยวกับกำรแก้ปัญหำด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ 10. สื่อแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6 2. แบบฝึกหัดรำยวิชำพื้นฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ) ป.6
72.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๔๗ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 11. การวัดและการประเมินผล 11.1 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรม จุดประสงค์ วิธีการประเมิน เครื่องมือการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ยกตัวอย่ำงกำรแก้ปัญหำ โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในชีวิตประจำวันได้ (A) ประเมินกำรนำเสนอ เรื่อง กำรใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในชีวิตประจำวัน แบบประเมินกำรนำเสนอ เรื่อง กำรใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในชีวิตประจำวัน สำมำรถนำเสนอ เรื่อง กำรใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในชีวิตประจำวันระดับ คุณภำพระดับพอใช้ขึ้น ไป 11.๒ การประเมินการนาเสนอกลุ่ม แบบประเมินการนาเสนอกลุ่ม ลาดับที่ รายการประเมิน คุณภาพผลงาน 4 3 2 1 1 กิจกรรมกำรแก้ปัญหำเชิงตรรกะในชีวิตประจำวันมีควำมน่ำสนใจ 2 อธิบำยวิธีกำรเล่นกิจกรรมของกลุ่มตนเองได้อย่ำงเข้ำใจ 3 ควบคุมเวลำในกำรนำเสนอได้อย่ำงเหมำะสม 4 กำรมีส่วนร่วมของสมำชิกในกลุ่ม 5 กำรรับฟังควำมคิดเห็นของสมำชิกกลุ่มอื่น รวม เกณฑ์การให้คะแนน ดีมำก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคะแนน 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรับปรุง
73.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
๔๘ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา จัดทำโดย นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง ครูโรงเรียนบ้ำนสันติสุข สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำสุรำษฎร์ธำนี เขต 1 แบบประเมินการนาเสนอกลุ่ม คาชี้แจง ให้ทาเครื่องหมาย ลงในช่องรายการประเมินที่กาหนด เกณฑ์การให้คะแนน ๔ = ดีมำก, ๓ = ดี, ๒ = ปำนกลำง, ๑ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๑๒ คะแนน ขึ้นไป เลขที ่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (๒๐) สรุ ป ผลกำรประเมิ น ผ่ ำ น / ไม่ ผ ่ ำ น กิ จ กรรมกำรแก้ ป ั ญ หำเชิ ง ตรรกะในชี ว ิ ต ประจ ำวั น มี ควำมน่ ำ สนใจ อธิ บ ำยวิ ธ ี ก ำรเล่ น กิ จ กรรม ของกลุ ่ ม ตนเองได้ อ ย่ ำ ง เข้ ำ ใจ ควบคุ ม เวลำในกำรน ำเสนอ ได้ อ ย่ ำ งเหมำะสม กำรมี ส ่ ว นร่ ว มของสมำชิ ก ใน กลุ ่ ม กำรรั บ ฟั ง ควำมคิ ด เห็ น ของ สมำชิ ก กลุ ่ ม อื ่ น ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ เด็กชำยธีระเดช มัสอิส ๒ เด็กชำยธีรภัทร หวังสวัสดิ์ ๓ เด็กชำยรพีพัฒธ์ แจ่มน้อย ๔ เด็กชำยวริทธ์ โต๊ะหมำน ๕ เด็กชำยศักดิ์กวิน โต๊ะกำเรม ๖ เด็กชำยศุกลวัฒน์ ชลธี ๗ เด็กหญิงณิชำนัน วันขวัญ ๘ เด็กหญิงนำตำชำ กำเซ็ม ๙ เด็กหญิงนำตำชำ ทับเปลี่ยน ๑๐ เด็กหญิงนูรีน หะสะเล็ม ๑๑ เด็กหญิงภัทรียำ มัสอิส ๑๒ เด็กหญิงลลนำ ชัยชำนิ ๑๓ เด็กหญิงฟุตนันท์ หวันหวัง ๑๔ เด็กชำยนัฐวุฒิ ศักดิ์ทอง ๑๕ เด็กหญิงอำลิสำทองบรรณรำช (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นำงสำวจิรัฐิติ ช่วยคง) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
Download