More Related Content
PDF
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม1 PDF
PDF
Key of 2 อาณาจักรโบราณ-57 PDF
พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี PDF
PDF
เอกสารประกอบการเรียน อาณาจักรธนบุรี PPTX
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ PDF
พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี What's hot
PDF
ใบงาน วิชา เศรษฐศาสตร์ ม.1 PDF
PDF
ข้อสอบ LAS ปี ๒๕๕๗ สังคมศึกษา ป.5 PDF
PDF
แบบทดสอบหลังเรียนเรื่องบทนมัสการมาตาปิตุคุณและอาจาริยคุณ_ม.4 PDF
การสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ PDF
หลักฐานในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ส16103 ประวัติศาสตร์ ป.6 PDF
PDF
PDF
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ หน้าที่พลเมือง ม.1 PDF
PDF
ชุดการสอน เรื่อง ภูมิศาสตร์ทวีปอเมริกาเหนือ PDF
ชุดการเรียนรู้ เรื่อง-ทวิปอเมริกาเหนือ-ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่-3-โดยครูบุญฤท... PDF
PDF
บทเรียนสำเร็จรูป ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย PPTX
ความสำคัญของพระมหากษัตริย์ต่อชาติไทย PDF
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ 2 ชั้น ม.1 ชุดที่ 1 PDF
PPTX
วิวัฒนาการการศึกษาไทยและการศึกษาโลก Viewers also liked
PDF
เอกสารประกอบการเรียประวัติศาสตร์ PDF
PPT
PDF
หัวข้อที่ ๕ ประวัติศาสตร์ไทยก่อนสมัยสุโขทัย PPT
ประวัติศาสตร์ไทย (อาณาจักรสุโขทัย) PDF
PPT
รัฐโบราณในดินแดนไทย : ตามพรลิงค์ PDF
PDF
PDF
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม2 PDF
PDF
ขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ PDF
หัวข้อที่ ๒ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ PDF
การศึกษาประวัติศาสตร์ไทยโดยวิธีการทางประวัติศาสตร์ PDF
ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น) PPT
ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก DOC
บทที่ 1 วิธีการทางประวัติศาสตร์ และการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ Similar to เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
PDF
หัวข้อที่ ๔ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย PDF
เล่ม 2 อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย PDF
PPT
PDF
PDF
DOC
DOC
PDF
03การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย PDF
03การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย PPTX
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
เล่มที่ 4 โบราณสถานที่สำคัญของเชียงแสน PDF
เล่มที่ 4 โบราณสถานที่สำคัญของเชียงแสน PDF
เล่ม 1 ตำนานหมู่บ้านป่าคาตำบลแม่เงิน DOC
DOCX
More from ชิตชัย โพธิ์ประภา
PDF
รายชื่อผู้เข้าค่าย ศูนย์ สอวน. ชีววิทยา PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
4กำหนดการเข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการ ค่าย 1 PDF
PDF
PDF
6รายชื่อนักเรียนเข้าค่าย 1 ปีการศึกษา 2556 PDF
ตารางเวรครูชาย เดือน ต.ค.ถึง มี.ค. 2556 PDF
คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ฝ่ายกิจการนักเรียน PDF
PDF
PDF
โครงการประชุมวิชาการนักเรียนโครงการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้ง... PDF
รายชื่อโรงแรมในจังหวัดแพร่ PDF
PDF
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
- 1.
เอกสารประกอบการเร ี ยน
กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รายวิชาประวัติศาสตร รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๓ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑
หนวยที่ ๓ เรื่อง
นางภัทรานิษฐ อิ่มศิล
ตำแหนง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
โรงเรียนวังบอวิทยา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
- 2.
ก
คำนำ
ในปจจุบันสภาพการจัดการเรียนการสอน มุงเนนให
ผูเรียนไดศึกษาหาความรูดวยตนเองใหมากที่สุด เพื่อใหผูเรียน
มีนิสัย ใฝเรียน ใฝรู อยูเสมอ ดังนั้นการจัดทำเอกสารประกอบ
การเรียน เปนแนวทางหนึ่งที่สงเสริมใหผูเรียนคนควาหาคำตอบ
ดวยตนเอง
เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาประวัติศาสตร
ส ๒๑๑๐๓ เรื่อง สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย ประกอบดวย
หัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู แบบทดสอบ
กอนเรียน เนื้อหา กิจกรรม แบบฝก และแบบทดสอบหลังเรียน
พรอมเฉลย ซึ่งจะทำใหผูเรียนเกิดการเรียนรูไดดวยตนเองและมี
ความเขาใจในเนื้อหาสาระไดเปนอยางดี อีกทั้งทำใหผูเรียนสะดวก
ต อ การศึ ก ษาหาความรู ไ ด ด ว ยตนเอง จึ ง นั บ ได ว า เป น เอกสาร
ประกอบการเรียนที่มีประโยชนตอการเรียนการสอนเปนอยางยิ่ง
ขอขอบคุณเจาของตำราที่นำมาอางอิงไวในเอกสาร
และนายเชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ ศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ สำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ ที่ใหคำปรึกษาจนเอกสาร
ฉบับนี้มีความชัดเจนและสมบูรณยิ่งขึ้น
ภัทรานิษฐ อิ่มศิล
- 3.
ข
สารบัญ
เรื่อง หนา
หนา
คำนำ ก
สารบัญ ข
คำชี้แจง ค
หนวยที่ ๓ สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย ๑
แบบทดสอบกอนเรียน ๒
เฉลยคำตอบแบบทดสอบกอนเรียน ๕
ตอนที่ ๑ เรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนไทย ๖
กิจกรรมที่ ๑ ๒๐
แนวตอบกิจกรรมที่ ๑ ๒๑
กิจกรรมที่ ๒ ๒๒
แนวตอบกิจกรรมที่ ๒ ๒๓
กิจกรรมที่ ๓ ๒๔
แนวตอบกิจกรรมที่ ๓ ๒๕
ตอนที่ ๒ พัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณ ๒๖
กิจกรรมที่ ๔ ๓๒
แนวตอบกิจกรรมที่ ๔ ๓๓
ตอนที่ ๓ รัฐโบราณและรัฐไทยในดินแดนไทย ๓๔
กิจกรรมที่ ๕ ๖๑
แนวตอบกิจกรรมที่ ๕ ๖๒
กิจกรรมที่ ๖ ๖๓
แนวตอบกิจกรรมที่ ๖ ๖๔
กิจกรรมที่ ๗ ๖๕
แนวตอบกิจกรรมที่ ๗ ๖๖
แบบทดสอบหลังเรียน ๖๗
เฉลยคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน ๗๐
บรรณนุกรม ๗๑
- 4.
ค
คำชี้แจงสำหรับนักเรียน
เอกสารประกอบการเรียนเลมนี้ นักเรียนสามารถศึกษา
และเรียนรูไดดวยตนเอง กอนที่จะศึกษาและเรียนรูใหนักเรียนอาน
คำชี้แจง ดังนี้
๑. ศึกษา หัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู
เพื่อใหทราบวา เมื่อจบบทเรียน นักเรียนสามารถเรียนรูอะไร
ไดบาง
๒. ทำแบบทดสอบกอนเรียน จำนวน ๒๐ ขอแลวตรวจคำตอบ
จากเฉลย
๓. ศึกษาเนื้อหา สาระ รายละเอียดในตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๓
๔. ทำกิจกรรมตามที่กำหนดใหดวยตนเอง ถาทำไมได หรือสงสัย
ใหอานทบทวนเนื้อเรื่องใหม แลวตรวจคำตอบจากเฉลย
๕. ทำแบบทดสอบหลังเรียน แลวตรวจคำตอบจากเฉลย
- 5.
หนวยที่
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย
๓
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย
เวลา ๗ คาบ
1
หัวขอเรื่อง
๑. เรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนไทย
๒. พัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณ
๓. รัฐโบราณและรัฐไทยในดินแดนไทย
ความนำ
การตั้ ง ถิ่ น ฐานของชุ ม ชนในดิ น แดนประเทศไทย จะมี พั ฒ นาการแบบค อ ยเป น ค อ ยไป
กลาวคือจากชุมชนขนาดเล็ก ก็คอยๆ พัฒนาจนเปนเมือง แวนแควน และอาณาจักรในที่สุด ซึ่งจาก
สภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอมที่เอื้ออำนวย ทำใหมีการตั้งถิ่นฐานกอตัวเปนรัฐหรืออาณาจักรขึ้น
ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งอาณาจักรบางแหงก็เสื่อมสูญสลายไปตามกาลเวลา และบางอาณาจักร
ก็มีพัฒนาการตอเนื่องเรื่อยมา และไดผนวกรวมเขาเปนประเทศไทยในที่สุด
สาระสำคัญ
ดินแดนที่เปนประเทศไทยในปจจุบันมีมนุษยอาศัยอยูตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตร
และได มี พั ฒ นาการในการดำรงชี วิ ต เรื่ อ ยมา นั บ ตั้ ง แต ก ารรู จั ก พั ฒ นาเครื่ อ งมื อ หิ น มาใช โ ลหะ
รูจักสรางบานเรือน เพาะปลูก เลี้ยงสัตว และรวมตัวกันเปนชุมชน จากชุมชนเล็กๆ ก็สามารถพัฒนา
จนเปนเมือง เปนแวนแควนหรือรัฐ และเปนอาณาจักรในที่สุด โดยมีรัฐตางๆ ถือกำเนิดขึ้นในทุกภาค
ของไทย ซึ่งรัฐเหลานั้นนอกจากจะสรางสรรคความเจริญขึ้นจนเปนมรดกทางวัฒนธรรมแลว บางรัฐ
ก็ไดเปนรากฐานของประเทศไทยในปจจุบันนี้ดวย
จุดประสงคการเรียนรู
หลังจากศึกษาเนื้อหาและทำกิจกรรมในหนวยนี้แลว ผูเรียนจะสามารถทำสิ่งตอไปนี้ได
๑. อธิบายเรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนไทยโดยสังเขปได
๒. อธิบายพัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณไดอยางถูกตอง
๓. อธิบายพัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคตางๆ ในดินแดนไทยได
- 6.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 2
ประจำหนวยที่ ๓
คำชี้แจง ขอสอบเปนแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอ
คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน
กระดาษคำตอบ
๑. “มนุ ษ ย เร ร อ นเก็ บ หาอาหาร ล า สั ต ว ๔. บริ เวณที่ เ หมาะสมกั บ การตั้ ง ถิ่ น ฐาน
ใชเพิงผาหรือถ้ำเปนที่หลับนอน รูจัก ของชุมชนโบราณควรจะเปนที่ใด
เพาะปลู ก และนำสั ต ว ป า มาเลี้ ย ง” ก. ที่ราบสูง
ข. หุบเขา
ขอความดังกลาวแบงตามเกณฑขอใด ค. ที่ราบเชิงเขา
ก. แบงตามอาชีพ ง. ที่ราบลุมแมน้ำและชายฝงทะเล
ข. แบงตามทำเลที่ตั้ง ๕. การสรางเครื่องมือเครื่องใชของชุมชน
ค. แบงตามลักษณะการดำรงชีวิตของ มนุษยยุคหินเกาจะมีลักษณะตามขอใด
มนุษย ก. ประดิษฐกลองมโหระทึก
ข. ทำเครื่องประดับจากแกว
ง. แบงตามเทคโนโลยีการทำเครื่องมือ
ค. ทำขวานกำปนกะเทาะหนาเดียว
เครื่องใช ง. ทำเครื่องปนดินเผาแบบสามขา
๒. สุวรรณภูมิหรือดินแดนแหงทองคำ ๖. การดำรงชีวิตของมนุษยในยุคแรกเริ่ม
เปนชื่อเดิมของดินแดนใด นาจะมีลักษณะสอดคลองกับขอใด
ก. เอเชียใต ก. เพาะปลูกขาว
ข. เอเชียตะวันออก ข. ลาสัตวปาเปนอาหาร
ค. คาขายกับชุมชนใกลเคียง
ค. เอเชียตะวันตกเฉียงใต ง. ทำภาชนะดินเผาไวใสอาหาร
ง. เอเชียตะวันออกเฉียงใต ๗. “มีการพบโครงกระดูกมนุษยและสัตว
๓. ลักษณะการดำรงชีวิตของมนุษยในชวง ภาชนะดินเผาลายเขียนสีทั้งลายเชือก
แรกๆ ตรงตามขอใด ทาบ ลายขูดขีดบนผิวขัดมัน เครื่อง-
ก. ลาสัตว เก็บหาของปา ประดับทำจากลูกปด” แสดงใหเห็นถึง
พัฒนาการของชุมชนในขอใด
ข. อาศัยกันอยูเปนชุมชน
ก. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี
ค. เพาะปลูกพืชธัญญาหาร ข. บานเกา จังหวัดกาญจนบุรี
ง. ใชเงินตราเปนสื่อกลางในการแลก ค. ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน
เปลี่ยน ง. บานดอนตาเพชรจังหวัดกาญจนบุรี
- 7.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 3
๘. ป จ จั ย สำคั ญ ในการพั ฒ นาชุ ม ชนไปสู ๑๓. รากฐานของวัฒนธรรมละโวมาจากที่ใด
การเปนแควนหรืออาณาจักรคือขอใด ก. จีน
ก. เกิดชนชั้นในสังคม ข. อินเดีย
ข. มีการจัดระเบียบการปกครอง ค. สรางขึ้นเอง
ค. มีการติดตอคาขายกับชุมชนอื่น ง. ทวารวดีและขอม
ง. มีการรับอารยธรรมจากตางชาติ
๑๔. ผลงานของอาณาจักรใดที่ทำใหพระพุทธ
๙. เหตุผลสำคัญที่ทำใหอาณาจักรโบราณ
มักตั้งอยูริมแมน้ำหรือชายฝงทะเลคือ ศาสนาหยั่งรากลึกในดินแดนไทยมาจน
อะไร ถึงปจจุบัน
ก. ประชาชนใชเรือเปนพาหนะ ก. ละโว
ข. ปองกันไมใหขาศึกลอมเมือง ข. หริภุญชัย
ค. สะดวกในการคาขายและเพาะปลูก ค. นครศรีธรรมราช
ง. ฝกฝนกองทัพทางทะเลใหมีประสิทธิ ง. โคตรบูรณ
ภาพมากขึ้น ๑๕. เรื่ อ งราวของ พระนางจามเทวี มี
๑๐. ขอใดกลาวไดถูกตอง ความเกี่ยวของกับอาณาจักรในขอใด
ก. ชุมชนทุกแหงจะตองอยูริมน้ำ ก. ลานนา
ข. ชุมชนจะเจริญไดตองใชสำริดกอน
ข. หริภุญชัย
ค. ชุมชนทุกแหงจะตองขยายไปเปน
แควน ค. ทวาราวดี
ง. ชุมชนแตละแหงมีพัฒนาการไมเทากัน ง. ลังกาสุกะ
๑๑. เพราะเหตุใดจึงสันนิษฐานวาศูนยกลาง ๑๖. เพราะเหตุใดอาณาจักรโยนกเชียงแสน
ของทวาราวดีนาจะอยูที่จังหวัดนครปฐม จึ ง ต อ งย า ยศู น ย ก ลางการปกครอง
ก. พบพระพุทธรูปปางนาคปรกสำริด หลายครั้ง
ข. ปรากฎเรื่ อ งราวอยู ใ นตำนานมู ล ก. ถูกศัตรูรุกราน
ศาสนา ข. ไดรับภัยธรรมชาติ
ค. จดหมายเหตุจีนเรียกอาณาจักรนี้วา ค. ทำเลที่ตั้งไมเหมาะสม
“หลอหู” ง. ตองการหาทางออกทะเลเพื่อคาขาย
ง. พบเหรียญเงินที่มีคำจารึกเปนภาษา
๑๗. จากหลักฐานที่พบ ชุมชนใดนาจะเปน
สันสกฤต
๑๒. งานศิลปกรรมในขอใดที่ไมพบในศิลปะ แหลงเริ่มตนของพัฒนาการการตั้งถิ่น
ทวาราวดี ฐานในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ก. พระปรางคสามยอด ก. พิมาย จังหวัดนครราชสีมา
ข. พระพุทธรูปศิลาขาว ข. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี
ค. จุลประโทณเจดีย ค. ฟาแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ
ง. ธรรมจักรศิลาและกวางหมอบ ง. หนองหารหลวง จังหวัดสกลนคร
- 8.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 4
๑๘. มรดกที่สังคมไทยไดรับจากนครศรีธรรมราช ๒๐. เหตุ ผ ลสำคั ญ ที่ ท ำให พ ระยามั ง ราย
คือขอใด มหาราชทรงสรางราชธานีที่เชียงใหม
ก. การเขียนอักษรไทย นาจะเปนเพราะอะไร
ข. การนับถือพระโพธิสัตว ก. มีธรรมชาติที่สวยงาม
ค. การสรางเจดียทรงพุมขาวบิณฑ ข. ปองกันการรุกรานจากทางใต
ง. การนั บ ถื อ พระพุ ท ธศาสนานิ ก าย ค. จะไดดูแลอาณาจักรอยางทั่วถึง
เถรวาทลัทธิลังกาวงศ ง. ตองการใหเปนเมืองทาคาขาย
๑๙. ปราสาทหิ น ของขอม สั น นิ ษ ฐานว า
สรางขึ้นเพื่อจุดประสงคใด
ก. เปนที่ประกอบศาสนพิธี
ข. เปนแหลงทองเที่ยวพักผอน
ค. เปนศูนยกลางการปกครอง
ง. เปนที่ประทับของพระมหากษัตริย
- 9.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 5
Ẻ·´Êͺ¡‹Í¹àÃÕÂ
ประจำหนวยที่ ๓
¹
ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ
๑ ค ๑๑ ง
๒ ง ๑๒ ก
๓ ก ๑๓ ง
๔ ง ๑๔ ข
๕ ค ๑๕ ข
๖ ข ๑๖ ก
๗ ข ๑๗ ก
๘ ค ๑๘ ง
๙ ค ๑๙ ก
๑๐ ง ๒๐ ค
- 10.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 6
µÍ¹·Õè ñ
เรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตร
ในดินแดนไทย
กอนที่ชนชาติไทยจะเขามาตั้งรัฐไทยในดินแดนที่เปนประเทศไทยปจจุบันนั้น ไดมีหลาย
กลุมชนตั้งหลักแหลงอาศัยอยูมากอนแลว โดยกระจายอยูทั่วทุกภูมิภาคของไทย กลุมชนเหลานี้
ไดสรางความเจริญของตนจนมีพัฒนาการมากขึ้น โดยเติบโตจากชุมชนเปนบานเมือง จากบานเมือง
เปนแควนหรือรัฐ และจากแควนเปนอาณาจักร
การศึกษาพัฒนาการของชุมชนโบราณกอนประวัติศาสตรในดินแดนประเทศไทย จะทำให
เขาใจรากฐานอารยธรรมไทยมากขึ้น เพราะไทยไดรับมรดกทางวัฒนธรรมจากชุมชนโบราณตางๆ
เมื่อไทยตั้งอาณาจักรขึ้นมา ขอมูลที่ใชศึกษาเรื่องราวเหลานี้มาจากหลักฐานทางโบราณคดี เชน รองรอย
การอยูอาศัย เครื่องมือเครื่องใช ตลอดจนโบราณสถานและโบราณวัตถุตางๆ
๑. หลักเกณฑการแบงยุคสมัยกอนประวัติศาสตรในประเทศไทย
เราทราบมาแลววา ดินแดนที่เปนประเทศไทยปจจุบันมีผูคนอาศัยอยูมากมาย เครื่องมือหิน
ที่เกาที่สุดที่พบมีอายุประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ป แตหลักฐานเกี่ยวกับมนุษยที่เกาที่สุดที่พบมีมนุษยอายุ
ประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ป
สมัยประวัติศาสตรในดินแดนที่เปนประเทศไทยเริ่มเมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๑๘๐ ซึ่งถานับ
มาถึงปจจุบัน สมัยประวัติศาสตรในประเทศไทยจะมีอายุไมถึง ๑,๔๐๐ ป ซึ่งนับวาสั้นมากเมื่อเทียบ
กับการที่มนุษยตั้งถิ่นฐานในดินแดนประเทศไทย และกอนที่มนุษยในประเทศไทยจะรูจักใชตัวหนังสือ
ยาวนานมาก คือ ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ป สมัยนี้เรียกวา “สมัยกอนประวัติศาสตร” ชวงเวลาที่เปน
สมัยกอนประวัติศาสตรที่ยาวนานมากขึ้น จึงตองมีหลักฐานการแบงยุคสมัยเพื่อใหชัดเจนและใหงาย
แกการทำความเขาใจใหตรงกัน ซึ่งแบงเปน ๒ ประเภท ดังนี้
๑. แบงตามเทคโนโลยีการทำเครื่องมือ เครื่องใช
๒. แบงตามลักษณะการดำรงชีวิตของผูคน ยุคหินเกากับยุคหินใหมหมูบานเกษตรกรรม
จากชีวิตที่เรรอนเก็บหาอาหาร ลาสัตว เมื่อเย็นค่ำก็หาเพิงผาหรือถ้ำเปนที่หลับนอน มาเปนการตั้ง
ถิ่นฐานทำการเพาะปลูก และนำสัตวปามาเลี้ยง ทำใหมีการอยูรวมกันเปนชุมชน เปนหมูบาน
- 11.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 7
มนุษยสมัยกอนประวัติศาสตร
จะอาศัยอยูตามถ้ำหรือเพิงผา
มีการใชเครื่องมือหินแบบตางๆ
ที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=261132
การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผูคนดังกลาวนี้ เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อประมาณ ๔,๓๐๐
ป ล ว งมาแล ว ซึ่ ง นั บ ว า อยู ใ นเวลาใกล เ คี ย งกั น มากกั บ ความก า วหน า ของมนุ ษ ยชาติ ใ นภู มิ ภ าค
อื่นของโลก และมีการเรียกกันวา “การปฏิวัติเกษตรกรรม” และถือกันวา “เปนคลื่นลูกที่หนึ่ง” ใน
ความกาวหนาของมนุษยชาติ (คลื่นลูกที่สอง คือ การปฏิวัติอุตสาหกรรม เมื่อตนพุทธศตวรรษที่ ๒๔
เริ่มในทวีปยุโรป คลื่นลูกที่สาม คือ การปฏิวัติทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะดานการสื่อสาร ในตนพุทธ
ศตวรรษที่ ๒๖ เริ่มในสหรัฐอเมริกา)
๒. การขยายตัวของชุมชนในสุวรรณภูมิ
สุวรรณภูมิเปนชื่อเดิมของดินแดนเอเชียตะวันออกเชียงใต หรือโดยเฉพาะดินแดนที่เปน
ประเทศไทย สุวรรณภูมิ แปลวา “ดินแดนแหงทองคำ” หมายถึง ดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ
มากเหมาะแกการตั้งหลักแหลงของชุมชน จากรองรอยการตั้งถิ่นฐานของชุมชนที่พบในดินแดนนี้
ปรากฏวามนุษยไมไดเขาไปตั้งหลักแหลงในทุกทองถิ่นทุกพื้นที่พรอมกัน เนื่องจากในบริเวณนี้เปน
ดินแดนที่มีผูคนอาศัยอยูนอยมาตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตรแลว ดินแดนหลายแหงจึงไมมีมนุษยเขา
ไปอาศัยอยู และหลายแหงเพิ่งมีสภาพเปนชุมชน เปนเมืองมาเมื่อไมกี่รอยปที่ผานมา
การขยายตัวของชุมชนในสุวรรณภูมิ มีลักษณะการขยายตัวของชุมชนอื่นๆ คือ ตั้งแตสมัย
กอนประวัติศาสตรดินแดนหลายแหงมีกลุมชนเล็กๆ อาศัยอยู ตอมาเมื่อบริเวณนั้นไมอุดมสมบูรณ
ก็ จ ะอพยพเคลื่ อ นย า ยไปหาแหล ง อาหารแหล ง ใหม เมื่ อ มนุ ษ ย รู จั ก การเพาะปลู ก ทำให อ ยู เ ป น
หลักแหลงมากขึ้น ชุมชนบางแหงไดขยายเปนชุมชนขนาดใหญ มีการติดตอแลกเปลี่ยนสิ่งของกับชุมชน
ใกลเคียงและชุมชนที่อยูหางไกล ดังเห็นไดจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบของมีคาจากตางถิ่นหรือ
ของที่ไมมีในทองถิ่นนั้นๆ
- 12.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 8
สุวรรณภูมิ
สุวรรณภูมิ เปนชื่อเดิมของภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใตที่คนอินเดียเรียก แตนักวิชาการ
หลายคนมี ค วามเห็ น สุ ว รรณภู มิ คื อ ดิ น แดนที่
เป น ประเทศไทยในป จ จุ บั น เพราะมี อ ำเภอและ
จังหวัดหลายแหง มีชื่อหรือมีความหมายเชนเดียว
กั บ สุ ว รรณภู มิ เช น อำเภอสุ ว รรณภู มิ (จั ง หวั ด
ร อ ยเอ็ ด ) อำเภออู ท อง (จั ง หวั ด สุ พ รรณบุ รี )
จังหวัดกาญจนบุรี และจีนเคยเรียกรัฐแหงหนึ่งวา
ตุกตารูปบุคคลจูงลิง พบที่เมือง “จี น หลิ น ” หมายถึ ง ดิ น แดนแห ง ทองคำ หรื อ
โบราณอูทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สุ ว รรณภู มิ ซึ่ ง นั ก วิ ช าการหลายคนเชื่ อ ว า คื อ
ที่มา : http://www.sujitwongthes.com
/suvarnabhumi เมืองอูทอง
การขยายตัวของชุมชนในดินแดนสุวรรณ
ภู มิ นี้ มี ทั้ ง การเคลื่ อ นย า ยอพยพของกลุ ม ชน
ที่ อ าศั ย อยู ม าตั้ ง แต ยุ ค หิ น และมี ก ลุ ม ชนอื่ น
อพยพจากภายนอกนอกเข า มาตั้ ง หลั ก แหล ง
ผสมผสานอยู ด ว ย โดยเป น การอพยพเข า มาใน
ชวงเวลาที่ตางกัน และกระจายกันอยูตามที่ตางๆ
ทั่ ว ทุ ก ภาคของผื น แผ น ดิ น ไทย เห็ น ได จ ากการ
ขุดพบหลักฐานทางดานโบราณคดีตางๆ บริเวณที่ราบ
ภาคกลาง ตลอดจนบริ เ วณคาบสมุ ท รภาคใต
ตะเกียงโรมัน พบที่ตำบลพงตึก อำเภอ มีการสันนิษฐานวา การกอตัวของชุมชนเหลานี้
ท า มะกา จั ง หวั ด กาญจนบุ รี เป น หลั ก
ฐานแสดงให เ ห็ น ถึ ง การติ ด ต อ ระหว า ง น า จะเกิ ด จากป จ จั ย ทางด า นการค า เป น สำคั ญ
ชุมชน ในสุวรรณภูมิกับชุมชนที่อยูทาง เมื่ อ ชุ ม ชนเหล า นี้ มี ผู ค นอาศั ย อยู ม ากขึ้ น และ
ดินแดน ดานตะวันตกที่หางไกล
ที่มา : http://www.kayasit.com/bbs/fo- มี ค วามเจริ ญ มากขึ้ น ก็ จ ะพั ฒ นาเป น บ า นเมื อ ง
rum.php?mod=viewthread&tid=1109 เปนแควนและเปนอาณาจักรในที่สุด
- 13.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 9
๓. พัฒนาการของชุมชนโบราณในภาคตางๆ ของไทย
๑) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคกลาง ชุมชนโบราณสมัยกอนประวัติ
ศาสตรในภาคกลาง สวนใหญจะพบอยูตามฝงตะวันออกและตะวันตกของภาค โดยมีพัฒนาการ
ที่สำคัญ ดังนี้
(๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่ถ้ำพระ อำเภอไทรโยค ถ้ำเขาทะลุและถ้ำเมน อำเภอ
บานเกา จังหวัดกาญจนบุรี พบเครื่องมือหินที่เปนเครื่องมือหินที่เปนเครื่องมือขุด เครื่องมือสับ ตัด
และขวานที่มีขนาดใหญและหนัก สันนิษฐานวาเปนเครื่องมือที่ใชปรับแตงไมเพื่อนำไปทำอาวุธลาสัตว
(๒) ชุมชนยุคหินกลาง ที่บานหนองโน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พบเครื่องมือ
หิน เครื่องปนดินเผาลายขีดและขัดมัน ถ้ำหีบ จังหวัดกาญจนบุรี พบกระดูกปลาฉลามปลาโลมา
กวาง วัวปา ที่เปนเครื่องมือเครื่องใช เชน เครื่องมือปลายแหลม เบ็ดตกปลา และภาชนะดินเผา
ลายเชือกทาบ
(๓) ชุมชนยุคหินใหม บานเกา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พบโครงกระดูก
มนุษยยุคหินใหม ขวานหินขัด เครื่องประดับทำจากเปลือกหอย และภาชนะดินเผาที่คลายกับที่พบใน
ประเทศจีน เชน หมอสามขา หมอกนกลม โดยมีการตกแตงลวดลายภาชนะ ทั้งลายเชือกทาบ ลายขูด
ลายเสนโคง รูปงู ที่หุบเขาวงพระจันทร จังหวัดลพบุรี พบโครงกระดูกมนุษยฝงรวมอยูกับภาชนะ
ดินเผา ซึ่งมีทั้งลายเชือกทาบลายขูดขีด และเคลือบผิวดวยน้ำโคลนสีแดง เครื่องประดับที่พบอยูกับ
โครงกระดูก มีลูกปด กำไลขอมือและแหวนทำจากเปลือกหอยทะเลและหิน
ภาชนะดินเผา พบที่บานเกา จังหวัด
กาญจนบุรี เปรียบเทียบกับภาชนะ
ดินเผาสามขา พบที่มณฑลชานตุง
ประเทศจีน
ที่มา : http://www.gotoknow.org/blogs/posts/4954
(๔) ชุมชนยุคสำริด ที่บานหนองโน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี มีมนุษยอาศัย
อยูตั้งแตยุคหินกลาง พบหลุมศพจำนวนมาก ในหลุมมีภาชนะดินเผาเคลือบน้ำโคลนสีแดงรูปทรงคลาย
พาน สันนิษฐานวาใชบรรจุอาหารเซนไหวคนตาย เพราะมีกระดูกสัตววางอยู และพบกำไลหินออน
กำไล สรอยทำจากสำริดและเปลือกหอยทะเล ตุมหูทำจากดีบุก และของที่มาจากตางถิ่น เชน ทองแดง
หินทราย หินมีคา แสดงวามีการติดตอกับชุมชนตางถิ่น
- 14.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 10
โครงการดูกมนุษยในหลุมฝงศพ พบที่บานเกา โครงกระดูกมนุษย มีอายุราว ๓.๐๐๐ ป
อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มาแลว ขุดพบที่บานโคกพนมดี อำเภอ
พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี
ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/ ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/
book/ book.php? book=8&chap=1&page=picture_ book/ php?book=15&chap=6&page=picture_
detail8_1.html detail15_6.html
(๕) ชุมชนยุคเหล็ก ที่บานดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
จากการขุดพบหลุดศพที่บรรจุสิ่งของฝงรวมกันมากมาย เชน ภาชนะดินเผา เครื่องประดับอาวุธและ
เครื่องมือเครื่องใชที่ทำจากเหล็ก นอกจากนี้ ยังพบของมีคาจากตางถิ่น เชน เศษผาฝาย ผาปาน
จากอินเดีย ตุกตาสิงโตแกะจากหินมีคาจากอินเดีย ลูกปดแกว ซึ่งจะแสดงใหเห็นวามีการติดตอกับ
ชุมชนภายนอกแลว
เครื่องมือเครื่องใช และของมีคาตางๆ ไดแก เครื่องประดับลูกปด เครื่องมือเหล็ก
นกยูงสำริดและไกสำริด พบที่บานดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/2011/07/weekly15072554/
ที่ถ้ำองบะ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี พบโลงไมมีลักษณะคลายเรือทำจากไมเนื้อแข็ง
ที่ปลายและหัวแกะเปนรูปหัวนก ภายในโลงพบของมีคา เชน เครื่องมือเหล็ก หินมีคา ลูกปดแกว เปนตน
ชุมชนในภาคกลางหลายแหงไดมีการพัฒนาการจากชุมชนเล็กๆ เปนหมูบาน เปนเมือง เปน
แควน และเปนอาณาจักร
- 15.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 11
๒) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคเหนือ ภูมิประเทศสวนใหญบริเวณ
ภาคเหนือของไทยเปนเทือกเขา ภูเขา หุบเขา และที่ราบระหวางภูเขา บริเวณเทือกเขา เชน เทือกเขา
แดนลาว เทือกเขาหลวงพระบาง เทือกเขาผีปนน้ำ เปนตนกำเนิดของแมน้ำหลายสาย เชน ปง วัง
ยม นาน และเปนดินแดนที่มีมนุษยอาศัยอยูมาตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตร โดยพบการอยูอาศัย
ของมนุษยหลายแหง เชน
(๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน พบเครื่องมือหิน ใบหอกหิน
ที่บานแมทะ บานดอนมูล จังหวัดลำปาง พบเครื่องมือหินกะเทาะ และยังพบเครื่องมือหินกะเทาะ
ที่แหลงโบราณคดีผาบุง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม
(๒) ชุมชนยุคหินกลาง ที่ถ้ำผีแมน จังหวัด
แมฮองสอน พบเครื่องมือหินที่เปนเครื่องมือขุด เครื่องมือสับ
ตัด ขนาดใหญ เครื่องมือหินขัด และเครื่องมือหินกะเทาะ
เครื่องมือกะเทาะ พบที่
แหลงโบราณคดีผาบุง
อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม ที่มา : www.thailandmuseum.
com/nan/hilight2.htm
(๓) ชุมชนยุคหินใหม พบเครื่องมือยุคหินใหมซึ่งตอเนื่องถึงโลหะ โดยพบเครื่อง
มือหินของชุมชนยุคหินใหมกระจายอยูทั่วไปตามลุมแมน้ำตางๆ ในเขตจังหวัดแมฮองสอน เชียงใหม
ลำปาง นาน อุตรดิตถ เปนตน
ถ้ำลอด ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน มีเรื่องราวลี้ลับหลังความตาย ที่กลายมาเปน
แหลงโบราณคดีล้ำคาจากการสำรวจคนพบเครื่องมือเครื่องใชโบราณในถ้ำ สันนิษฐาน
ไดวามีอายุประมาณ 2,000 ปมาแลว
ที่มา : http://www.muangthai.com/mmnews/index.php?mod=article&cat=alltravel&article=660
- 16.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 12
(๔) ชุมชนยุคสำริด พบรองรอยชุมชนกสิกรรมที่มีพัฒนาการตอเนื่องมาตั้งแต
ยุคหินใหมมาถึงยุคสำริดในเขตจังหวัดแมฮองสอน เชียงใหม เชียงราย นาน อุตรดิตถ ตาก ลำพูน
โดยพบวามีการใชทั้งเครื่องมือสำริดและหินขัด เครื่องมือเครื่องใชหลายชนิดของชุมชนในภาคนี้
แสดงใหเห็นวามีการผสมผสานแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหวางชุมชนตางๆดวย
หลุมฝงศพและกำไลสำริด ขุดพบที่บานยางทองใต อำเภอดอยสะเก็ด
จังหวัดเชียงใหม
ที่มา : http://gist.soc.cmu.ac.th/lanna/chapter03/c03_p08.html
กลองมโหระทึกหรือกลองสำริด อายุราว ๒,๕๐๐ ป
พบที่ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ
ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/
suvarnabhumi/2011/06/03062554/
(๕) ชุมชนยุคเหล็ก ไดพบแหลงชุมชนโบราณที่ใชเครื่องมือทำจากเหล็ก กระจาย
อยูตามลุมแมน้ำสายตางๆในเขตจังหวัดแมฮองสอน เชียงใหม เชียงราย นาน อุตรดิตถ ลำพูน
หลักฐานทางโบราณคดีตางๆ แสดงใหเห็นวาชุมชนในบริเวณภาคเหนือมี
พัฒนาการชากวาภูมิภาคอื่น แตถึงกระนั้นในภาคเหนือก็มีการตั้งหลักแหลงอยูอาศัยกันอยางตอเนื่อง
และสามารถพัฒนาจากชุมชนเปนบานเมือง เปนแควน และเปนอาณาจักรเชนเดียวกัน
๓) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่สวนใหญ
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปนที่ราบสูงที่ยกตัวสูงจากตะวันตกและลาดเอียงไปทางตะวันออกลงสู
แมน้ำโขง ตอนกลางของภาคมีลักษณะเปนแองคลายกนกระทะ มีแมน้ำชีและแมน้ำมูลไหลผาน มี
แนวเทือกเขากั้นเปนขอบของภาคทางดานตะวันตกและดานใต
- 17.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 13
บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเปนแหลงที่มีมนุษยอาศัยอยูตั้งแตสมัย
กอนประวัติศาสตร โดยพบหลักฐานหลายแหง เชน
(๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และอำเภอดอนตาล จังหวัด
มุกดาหาร พบเครื่องมือหินกะเทาะเปนเครื่องขุด สับ และตัด
(๒) ชุมชนยุคหินกลาง ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และอำเภอดอนตาล จังหวัด
มุกดาหาร พบเครื่องมือขุดและเครื่องมือสับ ตัด ซึ่งตอเนื่องมาจากยุคหินเกา
(๓) ชุมชนยุคหินใหม ที่บานโนนนกทา อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแกน พบภาชนะ
ดินเผาลูกปดทำจากเปลือกหอย ขวานหินขัด หินสับ
(๔) ชุมชนยุคสำริด ที่บานเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ซึ่งไดรับประกาศ
ใหเปนมรดกโลก เปนแหลงสำริดที่เกาแกและสำคัญที่สุดในประเทศไทย สิ่งของที่พบคือ ภาชนะ
ดินเผาลายเขียนสีแดงบนพื้นสีนวล มีทั้งลายเชือกทาบ ลายขูดขีดบนผิวขัดมัน โครงกระดูกมนุษย
โครงกระดูกสัตว เครื่องประดับทำจากลูกปด สิ่งของเครื่องใชทำจากหินและโลหะภาชนะและ
เครื่องมือเครื่องใชที่ทำจากสำริด แมพิมพ หินทรายที่ใชหลอสำริด นอกจากนี้ยังพบภาพเขียนสี
สมัยกอนประวัติศาสตร เชน ภาพเขียนสีที่ผาแตม ผาหมอนนอย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
ภาพเขียนสีที่เขาจันทรงาม อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เปนตน
เครื่องปนดินเผาเขียนสีแดง
พบที่บานเชียง จังหวัดอุดรธานี
แสดงพัฒนาการของชุมชน
ในสมัยกอนประวัติศาสตร ใน
การประดิษฐเครื่องมือเครื่องใช
เพื่อการดำรงชีวิต
ที่มา : http://travel.thaiza.com/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%
B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8
%A2%E0%B8%87-%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%
B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0
%B8%B5/127576/
(๕) ชุมชนยุคเหล็ก ชุมชนโบราณที่บานเชียง จังหวัดอุดรธานี นาจะเปนผูนำในการ
ใชเหล็กกอนที่อื่น ซึ่งจากหลักฐานทางดานโบราณคดีแสดงใหเห็นวาชุมชนที่บานเชียงมีความกาวหนา
ดานโลหกรรมมาก นอกจากที่บานเชียงแลวยังคนพบเครื่องมือยุคเหล็กในที่อื่นๆ อีก เชน ที่บานนาดี
บานโนนนกทา จังหวัดขอนแกน เนินอุโลก จังหวัดนครราชสีมา เปนตน นอกจากนี้ยังพบแหลงแร
เหล็กในเขตจังหวัดเลยที่มีอายุประมาณ ๒,๘๐๐ ป ลวงมาแลว
- 18.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 14
หอกและขวานสำริ ด พบที่
บานเชียง อำเภอหนองหาน
จังหวัดอุดรธานี
ที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=141740
๔) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคใต บริเวณภาคใตเปนแหลงที่มีมนุษย
อาศัยอยูตั้งแตกอนประวัติศาสตรเชนกัน ซึ่งมีพัฒนาการ ดังนี้
(๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่จังหวัดกระบี่ พบเครื่องมือยุคหินเกาที่ทำเปนเครื่องขุด
เครื่องมือสับ ตัด โดยเฉพาะที่ถ้ำหลังโรงเรียนทับปริก ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ พบ
หลักฐานการพำนักอาศัยของมนุษยเกาแกที่สุดในดินแดนไทยตั้งแต ๓๗,๐๐๐ - ๒๗,๐๐๐ ปลวงมา แลว
และยังพำนักอาศัยตอมาอีกหลายสมัย
(๒) ชุมชนยุคหินกลาง พบเครื่องมือหินกะเทาะ ที่จังหวัดกระบี่ เชนเดียวกับที่
พบเครื่องมือในยุคหินเกา และพบขวานหิน ที่แหลงโบราณคดีบานพลีควาย ตำบลกระดังงา อำเภอ
สทิงพระ จังหวัดสงขลา
(๓) ชุมชนยุคหินใหม พบภาชนะดินเผาที่ทำเปนหมอสามขาแบบเดียวกับในเขต
จังหวัดกาญจนบุรี แสดงใหเห็นการติดตอกันระหวางชุมชน และพบขวานหินขัดชนิดมีบาและไมมีบา
ในจังหวัดกระบี่ และพังงา
(๔) ชุมชนยุคสำริด ที่ถ้ำผีหัวโต จังหวัดกระบี่ พบภาพเขียนสีสมัยกอนประวัติ
ศาสตรเปนภาพคนสวมชุดยาว ที่ศีรษะมีรูปรางคลายเขาสัตว แยกเปน ๒ แฉกพบรองรอยการกอตั้ง
ชุมชนบริเวณอาว ริมทะเล และริมแมน้ำ ในเขตจังหวัดสุราษฎรธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา
สงขลา เปนตน หลักฐานทางดานโบราณคดีที่สำรวจพบ เชน ขวานหินขัด หมอดินเผาสามขา ภาชนะ
ดินเผาลายเขียนสีแดง ใบมีด กำไล แหวน ลูกปด กลองมโหระทึกสำริด เปนตน
(๕) ชุมชนยุคเหล็ก ทีอำเภอคลองทอม จังหวัดกระบี่ พบลูกปดพืนเมืองจำนวนมาก
่ ้
และพบชิ้นสวนเครื่องมือเหล็กในสภาพสึกกรอนและชำรุดมาก นอกจากยังพบที่จังหวัดพังงา นครศรี-
ธรรมราช สุราษฎรธานี และสงขลาดวย
การตั้งหลักแหลงของชุมชนในภาคใต พบวามีการอาศัยกันอยางตอเนื่องและ
สามารถพัฒนาเปนชุมชน เปนบานเมือง เปนแควน และเปนอาณาจักรในที่สุด
- 19.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 15
ที่มา : http://www.siamsouth.com/
smf/index php?topic=24094.0
หลักฐานทางโบราณคดีตางชาติ ที่เกาแกที่สุด มีอายุราวพุทธศตวรรษ
ที่ ๑ – ๓ ไดแก ลูกปดแกวมีตาของโรมัน พบในแหลงโบราณคดี
คลองทอม จังหวัดกระบี่
๔. การสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตร
ในดินแดนประเทศไทย
การศึกษาเกี่ยวกับการสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตรในดินแดน
ประเทศไทย ก็เพื่อใหเขาใจถึงภูมิปญญาของมนุษยในสมัยนั้น อันจะเปนตัวอยางในการนำไปใช
ในการดำเนินชีวิตของคนไทยในปจจุบันได
๑) ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตร
การสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตรเกิดจากปจจัยที่สำคัญๆดังนี้
๑. ความตองการความมั่นคงในการดำรงดำรงชีวิตประจำวันในเรื่องอาหาร
ที่อยูอาศัย เครื่องนุงหม และยารักษาโรค
๒. สภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอม เชน การเกิดภัยธรรมชาติ โรคระบาด
๓. คติความเชื่อ เชน ความตาย ความเชื่อในเรื่องวิญญาณ เปนตน
๒) การสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตร การสรางสรรคภูมิปญญา
ของมนุษยกอนประวัติศาสตร เปนการสรางสรรคภูมิปญญาเพื่อดำเนินชีวิตเปนหลักโดยมีพัฒนา
การขึ้นเปนลำดับ ที่เห็นไดชัดเจนมีดังนี้
(๑) ดานเกษตรกรรม จาการขุดคนทางโบราณคดีสันนิษฐานไดวามนุษยใน
ยุ ค หิ นใหมมีการเพาะปลูกแบบทำไรเลื่อนลอย บางแหงมีการเพาะปลูกขาวในที่ลุม โดยจะยาย
แหลงเพาะปลูกไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็มีการลาสัตวเปนอาหาร การปลูกขาวเริ่มเมื่อ ๔,๓๐๐ ป
ลวงมาแลว
- 20.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 16
ตอมาในยุคสำริดและยุคเหล็กมีการใชสำริดและเหล็กเปนเครื่องมือ เครื่องทุนแรง
ในการเพาะปลูก มีการรูจัก “การทดน้ำ” มาใชในการเกษตรกรรมอีกดวย
(๒) ดานโลหกรรม จากการศึกษาเกี่ยวกับมนุษยในสมัยกอนประวัติศาสตรพบวา
มนุษยในสมัยนี้รูจักการทำเครื่องมือ เครื่องใชสำริดและเหล็กในยุคโลหะ
มนุษยยุคเริ่มแรกทำนาปลูกขาว ดังคนพบหลักฐานปรากฏในภาพเขียนสี
ที่ผาหมอนนอย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
ที่มา : http://bjw539.freeoda.com/archeology.html
พบเปลือกขาวของมนุษยยุค
เริ่มแรกทำนาปลูกขาวที่ถ้ำปุงฮุง
จังหวัดแมฮองสอน
ที่มา : http://www.sujitwongthes.com
/2011/07/weekly08072554/
ในยุคสำริด มนุษยรูจักนำทองแดงผสมกับดีบุกหลอหลอมออกมาเปนสำริด
และนำมาทำเปนเครื่องมือ เครื่องใช เครื่องประดับ เชน ขวาน หมอ กำไล เปนตน ตอมามีการผลิต
สำริดที่มีดีบุกผสมปริมาณมาก อันเปนโลหะที่มีความแข็ง และมีสีนวลบางกวาสำริดสามัญ
แมพิมพใบหอกสำริดและขวาน เปนแบบแมพิมพ 2 ชิ้น
ทำจากหินทราย พบจากแหลงโบราณคดีบานเชียง
อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
ที่มา : http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B8%82%E0
%B8%A7%E0%B8%B2%
- 21.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 17
เครื่องมือหิน พบที่บานโคกไมเดน เครื่องมือเหล็ก พบที่บานดอนตาเพชร
อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhu ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/2011/07/
mi/ 2011/03/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8 weekly15072554/
%81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%
E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9
%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%
E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9
%89%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%
E0%B8%87%E0%B8%96-2/
ในยุคเหล็ก การใชเหล็กในดินแดนประเทศไทยนั้น ในระยะแรกๆ มีการประดิษฐ
ใบหอกที่มีสวนบองเปนสำริด แตสวนปลายเปนเหล็ก ตอมาเหล็กกลายเปนวัตถุหลักในการทำ
เครื่องมือเครื่องใช เหล็กที่ใชในสมัยนี้ไดจากการถลุงแรเหล็ก และการทำเครื่องมือเหล็ก
คนในสมัยนั้นรูจักการถลุงแรเหล็ก โดยการนำแรเหล็กที่ทำความสะอาดเรียบรอย
แล ว และเตรียมใหไดขนาด มาผสมคลุกเคลากับถานแลวใสลงในเตาถลุงเพื่อเปลี่ยนใหแรเหล็ก
เปนโลหะเหล็ก รูจักใชปูนขาวหรือวัสดุที่มีหินปูน เชน กระดูกหรือเปลือกหอยใสลงไปในถลุงเหล็ก
การถลุงเหล็กแบบนี้เหล็กจะไมหลอมเหลว แตจะรวมตัวกันเกาะเปนกอนเหล็ก หลังจากนั้นจะนำเหล็ก
นี้ไป เผาใหรอนแดง แลวตีเหล็กซ้ำไปมา เพื่อขับไลขี้แรที่ยังเหลืออยูออกมาใหมากที่สุดสำหรับนำมา
ประดิษฐเปนเครื่องมือเครื่องใชตอไป
(๓) ดานหัตถกรรม สำหรับภูมิปญญาสมัยกอนประวัติศาสตรทางดานหัตถกรรม
ไดแก การทอผา จากการศึกษาคนควาทางดานโบราณคดีพบวา ผูคนในสมัยกอนประวัติศาสตร
ในดินแดนประเทศไทยรูจักนำเสนใยจากพืช คือ ปาน กัญชา และเสนใยจากสัตว คือ ไหม มาทอ
เปนผืนผา ดวยเทคนิคการทอแบบงายๆ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานอื่นๆ อีก เชน หินทุบ เปลือกไม
ซึ่งสันนิษฐานวานาจะใชสำหรับผลิตเสนใยในการทอผาในแหลงโบราณคดีกอนประวัติศาสตรอีกดวย
- 22.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 18
(๔) ดานการสรางที่อยูอาศัย ในยุคหินใหม มนุษยไดมีการดัดแปลงสภาพแวดลอม
เพื่อใชเปนที่อยูอาศัย ดวยการใชถ้ำหรือเพิงเผาเปนที่ปองกันอันตรายจากภัยธรรมชาติและสัตวปา
อันเปนการเริ่มตนการตั้งถิ่นฐานของมนุษย
ตอมาในยุคโลหะ ไดพบรองรอยของหลุมเสาในแหลงโบราณคดีหลายแหง
ในประเทศไทย กอใหเกิดขอสันนิษฐานในยุคนี้นาจะเริ่มมีการคิดคนวิธีการสรางที่อยูอาศัยบางแลว
ในยุคหินใหม มนุษยรูจักเพาะปลูก
และสรางที่อยูอาศัย
ที่มา : http://civedu.0catch.com/china/preciv.htm
ยุคหินใหมตอนตน มีการสราง
กระทอมดินดิบมุงหลังคาดวย
ใบไม
ที่มา : http://www.thaigoodview.com/node/45752
(๕) ดานการรักษาโรค นักโบราณคดีไดขุดคนแหลงโบราณคดีที่เปนแหลงชุมชน
พบหัวกะโหลกมนุษยที่เจาะเปนรูกลมและแตงขอบรูเรียบ สันนิษฐานวา เปนวิธีการรักษาโรคปวด
ศีรษะหรือโรคลมบาหมู แตนักมานุษยวิทยาเชื่อวาเปนการกระทำเพื่อปลดปลอยผีรายที่ทำใหเกิด
อาการเจ็บปวดใหออกไปจากศีรษะมนุษย เพื่อลดอาการปวดศีรษะ
- 23.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 19
สรุปเวลาแสดงความเจริญของมนุษยกอนประวัติศาสตรในดินแดนประเทศไทย
ราว ๗๐๐,๐๐๐ ปลวงมาแลว
พบเครื่องหิน
ราว ๑๘๐,๐๐๐ ปลวงมาแลว
พบหลักฐานเกี่ยวกับมนุษย
ราว ๓๗,๐๐๐ ปลวงมาแลว
พบหลักฐานการพักพิงอาศัยของมนุษย
ราว ๔,๓๐๐ ปลวงมาแลว
เริ่มปลูกขาว ตั้งถิ่นฐาน
ราว ๓,๕๐๐ ปลวงมาแลว
เริ่มนำสำริดมาทำเครื่องมือ เครื่องใช
ราว ๒,๐๐๐ ปลวงมาแลว
เริ่มนำเหล็กมาทำเครืื่องมือ เครื่องใช
- 24.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 20
กิจกรรมที่ ๑
คำสั่ง ใหนักเรียนวิเคราะหพัฒนาการของมนุษยกอนประวัติศาสตรในดินแดน
ประเทศไทย
สรุปพัฒนาการ .......................................................
มนุษยยังตองอาศัย ......................................................................................
ธรรมชาติ ......................................................................................
......................................................................................
สรุปพัฒนาการ .......................................................
......................................................................................
มนุษยเริ่มตั้งถิ่นฐาน
......................................................................................
......................................................................................
สรุปพัฒนาการ .......................................................
มนุษยเริ่มพัฒนา ......................................................................................
เปนชุมชน ......................................................................................
......................................................................................
- 25.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 21
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ñ
มนุ ษ ย มี ชี วิ ต ที่ เร ร อ น
สรุปพัฒนาการ .......................................................
เก็ บ อาหาร ล า สั ต ว ทำอาวุ ธ หรื อ เครื่ อ งมื อ
......................................................................................
มนุษยยังตองอาศัย
ธรรมชาติ เครื่องใช ดวยหิน กระดูกสัตว อาศัยอยูตาม
......................................................................................
ถ้ำหรือเพิงผา
......................................................................................
พั ฒ นาการมนุ ษ ย เริ่ ม
สรุปพัฒนาการ .......................................................
เคลื่ อ นย า ยที่ อ ยู อ าศั ย จากถ้ ำ หรื อ เพิ ง ผามา
......................................................................................
มนุษยเริ่มตั้งถิ่นฐาน
เปนอยูใกลแหลงน้ำ หรือที่ราบลุม เริ่มมีการตั้ง
......................................................................................
ถิ่นฐาน ทำการเพาะปลูก
......................................................................................
เกิดการเคลื่อนยายอพยพ
สรุปพัฒนาการ .......................................................
มนุษยเริ่มพัฒนา หาแหลงอาหารใหมของกลุมชนที่อาศัยอยูมา
......................................................................................
เปนชุมชน ตั้งแตยุคหิน ผสมผสานกับกลุมชนที่อพยพมา
......................................................................................
จากที่อื่น
......................................................................................
- 26.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 22
กิจกรรมที่ ๒
คำสั่ง ใหนักเรียนยกตัวอยางชุมชนโบราณในภูมิภาคตางๆ ของประเทศไทย
ลงในชองวาง
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
................................................... ...................................................
................................................... ...................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
........................................................................ ........................................................................
ภาคกลาง ภาคใต
................................................... ...................................................
................................................... ...................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
........................................................................ ........................................................................
- 27.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 23
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ò
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน,
................................................... ...................................................ง
บานโนนนกทา อำเภอภูเวีย
บาแมทะ บานดอนมูล จังหวัด
................................................... จังหวัดขอนแกน, บานเชียง
...................................................
ลำปาง, บานผาบุง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม,
............................................................................... อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี, ผาแตม
...............................................................................
บ านยางทองใต อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัด
............................................................................... ผาหมอนนอย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบล
...............................................................................
เชี ย งใหม , บ า นทุ ง ยั้ ง อำเภอเมื อ ง จั ง หวั ด
............................................................................... ราชธานี, เขาจันทรงาม อำเภอสีคิ้ว จังหวัด
...............................................................................
อุตรดิตถ
............................................................................... นครราชสีมา, บานนาดี จังหวัดขอนแกน
...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
........................................................................ ........................................................................
ภาคกลาง ภาคใต
ถ้ำพระ อำเภอไทรโยค,
................................................... ถ้ำหลังโรงเรียน ทับปริก ตำบล
...................................................
ถ้ำเขาทะลุและถ้ำเมน อำเภอ
................................................... ...................................................ด
ทั บ ปริ ก อำเภอเมื อ ง จั ง หวั
บานเกา จังหวัดกาญจนบุรี, บานหนองโน
............................................................................... กระบี่ , บ า นพลี ค วาย ตำบล
...............................................................................
อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี , ถ้ำหีบ จังหวัด
............................................................................... กระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา,
...............................................................................
กาญจนบุรี, บานเกา อำเภอเมือง จังหวัด
............................................................................... ถ้ำผีหัวโต จังหวัดกระบี่, อำเภอคลองทอม
...............................................................................
กาญจนบุรี, บานดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน
............................................................................... จังหวัดกระบี่
...............................................................................
จังหวัดกาญจนบุรี, ถ้ำองบะ อำเภอศรีสวัสดิ์
............................................................................... ...............................................................................
จังหวัดกาญจนบุรี
............................................................................... ...............................................................................
........................................................................ ........................................................................
- 28.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 24
กิจกรรมที่ ๓
คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน
กระดาษคำตอบ
๑. สิ่งที่ใชเปนเกณฑในการแบงยุคสมัยเปน ๖. พัฒนาการของชุมชนในภาคใดที่เกาแก
ยุคกอนและหลังประวัติศาสตรคือสิ่งใด กวาภาคอื่น
ก. เครื่องมือ เครื่องใช ก. ภาคกลาง
ข. การประดิษฐตัวอักษร ข. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ค. การเริ่มรับวัฒนธรรมจากอินเดีย ค. ภาคเหนือ
ง. อายุของโครงกระดูกที่พบ ง. ภาคใต
๒. คำวา “สุวรรณภูมิ” หมายถึงดินแดนใด ๗. ชุ ม ชนแห ง ใดที่ ไ ด รั บ การประกาศให
ก. ดินแดนที่มีความสงบ เปน “มรดกโลก”
ข. ดินแดนที่ร่ำรวย ก. บานเกา จังหวัดกาญจนบุรี
ค. ดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ ข. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี
ง. ดินแดนที่มีประชากรมาก ค. ถ้ำผี จังหวัดแมฮองสอน
๓. เครื่องมือหินกะเทาะเปนเครื่องมือของ ง. คลองทอม จังหวัดกระบี่
มนุษยยุคใด ๘. พัฒนาการของมนุษยยังเรรอนหาอาหาร
ก. ยุคสำริด ค. ยุคหินเกา อาศัยอยูตามเพิงผาจะอยูในยุคสมัยใด
ข. ยุคหินกลาง ง. ยุคหินใหม ก. ยุคสำริด ค. ยุคหินเกา
๔. ยุคสำริด หมายถึง ยุคที่มีการนำโลหะ ข. ยุคเหล็ก ง. ยุคหินใหม
มาผสมกัน สำหรับโลหะที่นำมาผสมกัน ๙. ป จ จั ย ที่ ส นั บ สนุ น ให ชุ ม ชนโบราณใน
ในที่นี้คือโลหะใด ประเทศไทยไดกอตั้งและสามารถพัฒนา
ก. เหล็ก – เงิน ไดอยางตอเนื่อง เปนเพราะเหตุใด
ข. เงิน – ทองคำ ก. มีการปกครองมั่นคง
ค. ทองคำ – ทองแดง ข. มีความอุดมสมบูรณ
ง. ทองแดง – ดีบุก ค. ประชากรมีความเฉลียวฉลาด
๕. จังหวัดใดในภาคใตที่มีการพบหลักฐาน ง. ปราศจากภัยธรรมชาติ
ทางโบราณคดีมากที่สุด ๑๐. ภาพเขี ย นสี ที่ ผ าแต ม จั ง หวั ด อุ บ ล-
ก. จังหวัดระนอง ราชธานี จัดเปนระดับพัฒนาการของ
ข. จังหวัดกระบี่ ชุมชนสมัยใด
ค. จังหวัดนครศรีธรรมราช ก. ยุคสำริด ค. ยุคหินเกา
ง. จังหวัดภูเก็ต ข. ยุคเหล็ก ง. ยุคหินใหม
- 29.
- 30.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 26
µÍ¹·Õè ò
พัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณ
๑. พัฒนาการจากชุมชนเปนบานเมือง
เมื่อชุมชนหลายๆ แหง หรือหลายหมูบาน มีพัฒนาการมากขึ้น มีการติดตอสัมพันธ
กับชุมชนอื่น ทำใหชุมชนที่ตั้งอยูบริเวณที่เปนศูนยกลางชุมชน การเดินทางสะดวกกลายเปนศูนย
กลางเศรษฐกิจ หรือเปนชุมชนขนาดใหญ
เมื่อชุมชนรอบๆเขามาติดตอสัมพันธกันมากขึ้น ชุมชนที่เปนศูนยกลางก็มีการเติบโต
มีโครงสรางทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่ซับซอนมากขึ้น ทำใหการแบงหนาที่ในสังคมมากขึ้น
เกิดชนชั้น เชน ชนชั้นปกครอง นักบวช ชางฝมือ ชาวนา จนกระทั่งเกิดเปนสังคมเมือง และพัฒนา
เปนเมืองในที่สุด
ลูกปดหินคารนีเลียน พบที่เมืองอูทอง
อำเภออูทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่มา : http://www.archives.scene4.com/jul-
2007/html/janineyasovantthai0707.html
จากหลักฐานทางดานโบราณคดีสันนิษฐานไดวา พัฒนาการของชุมชนที่จะขยายตัว
เปนบานเมืองจะเริ่มชัดเจนตั้งแตพุทธศตวรรษที่ ๗-๘ โดยสวนใหญจะพบมากในบริเวณที่อยูใกลทะเล
และที่ราบลุมแมน้ำมากกวาที่สูง เพราะมีความอุดมสมบูรณกวา เชน บริเวณคาบสมุทรภาคใตที่มี
เมืองที่สำคัญ คือ เมืองสทิงพระ จังหวัดสงขลา เมืองยะรัง จังหวัดปตตานี ในภาคกลางบริเวณที่ราบ
ลุมแมน้ำทาจีน แมกลอง บางปะกง เจาพระยา ปาสัก มีเมืองอูทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองนครชัยศรี
จังหวัดนครปฐม เมืองละโว จังหวัดลพบุรี เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เมืองพระรถ จังหวัด
ชลบุรี
- 31.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 27
เหรียญเงิน พบในอาณาจักรศรีวิชัย
แสดงใหเห็นถึงความซับซอนของชุมชน
ที่พัฒนาขึ้นเปนเมืองจากการติดตอ
คาขายกับดินแดนตางๆ
ที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary.
php?id=sanchai&group=3&month=03-
2011&date=09
อยางไรก็ตามในบริเวณที่สูงหลายแหงก็มีการพัฒนาการจากชุมชนเปนเมืองเชนกัน ถาชุมชน
นั้นมีสภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอมที่เหมาะสมและเอื้ออำนวย เชน มีทรัพยากรที่มีคา หายาก เปน
ที่ตองการของชุมชนคนอื่น หรืออยูในเสนทางคมนาคมที่เปนเสนทางหลักในการติดตอกับหลายๆ ชุมชน
เชน ชุมชนบานปราสาท ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา บานดงพลอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย
เปนตน
โครงกระดูกมนุษย พบที่บานโนนวัด ตำบลพลสงคราม
อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา สันนิษฐานวาเปน
บุคคลสำคัญ เนื่องจากมีสิ่งของมากมายฝงรวมอยูดวย
เชน ภาชนะดินเผา กำไลทำจากเปลือกหอยทะเล
ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%
AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%
82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%
93%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9
A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%8
2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1
%E0%B8%94
ในชุมชนเหลานี้มีหลักฐานที่แสดงถึงการพัฒนาจากชุมชนเปนบานเมืองหลายประการ เชน
หลุมศพที่มีทั้งศพคนธรรมดาและผูนำซึ่งจะหันศีรษะไปคนละทางและมีขาวของมีคาตางกันมาก
นอกจากนี้ ยังมีรองรอยของการขุดคูน้ำและคันดินลอมรอบชุมชนซึ่งจำเปนตองใชแรงงานคนจำนวน
มาก และจัดการการแบงหนาที่กันทำงานแสดงใหเห็นวาตองเปนเมืองที่มีผูคนคอนขางมาก และมี
ผูนำชุมชนซึ่งเปนจุดเริ่มตนของการพัฒนาเปนเมือง
- 32.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 28
(แถวบนสุด-จากซายไปขวา) ภิกษุอุมบาตรทำดวยดินเผา พบที่
อ.อูทอง จ.สุพรรณบุรี
(แถวลาง-จากซายไปขวา) บาตรดินเผาใสเหรียญกษาปณรูป
สังข พบที่คอกชางดิน เมืองอูทอง
(แถว ๒ จากซายไปขวา) ปูนปนรูปหนาคนชาติภาษา พบทั่วไป
ตั้งแตเมืองอูทอง จ.สุพรรณบุรี
(แถว ๓) ตะเกียงโรมัน พบที่ ต.พงตึก จ.กาญจนบุรี บนเสน
ทางเมืองอูทอง
(แถวลางสุด-จากซายไปขวา) เหรียญโรมัน พบที่เมืองอูทอง
อ.อูทอง จ.สุพรรณบุรี นักโบราณคดีกรมศิลปากรอธิบายวา
ดานหนามีรูปพระพักตรดานขางของจักรพรรดิซีซาร วิคโตรินุส
สวนดานหลังของเหรียญเปนรูปของเทพีอาธีนา
ที่มา : http://www.artgazine.com/shout-
outs/viewtopic.php?p=10421&sid=126ae
adcbbb39288be54c7dcd7da0de5
ปจจัยสำคัญอีกประการที่ทำใหเกิดการพัฒนาจากชุมชนเปนบานเมือง คือ การติดตอ
และรับอารยธรรมจากชุมชนเปนบานเมือง คือ การติดตอและรับอารยธรรมจากตางชาติ จากหลักฐาน
ทางโบราณคดี และหลักฐานที่เปนบันทึกของตางชาติ แสดงใหเห็นวา ชุมชนหลายแหงไดติดตอกับ
ตางชาติ ทั้งจีน อินเดีย โรมัน เปอรเซีย และรับอารยธรรมจากตางชาติโดยเฉพาะจากอินเดียมาใช
ทำใหเกิดชนชั้นปกครองที่มีฐานะทางสังคมสูงขึ้น เชน เปนผูนำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ดุจเทพเจา ทำให
ชุมชนที่รับนับถือศาสนาเดียวกันมีวัฒนธรรมรวมกันมีความเปนอันดับหนึ่งอันเดียวกัน สามารถรวมกัน
ไดโดยมีผูปกครองคนเดียวกัน
๒. พัฒนาการจากบานเมืองเปนแควนหรือรัฐ
แควน หมายถึง กลุมเมืองหลายเมืองที่มารวมตัวกันอยูในอาณาบริเวณที่มีขอบเขต
คอนขางจะแนนอน มีผูคนจำนวนมากพอที่จะมีผูนำ และมีองคกรทางการปกครองที่อำนาจรวมศูนย
หรือมีอำนาจเหนืออาณาบริเวณของตน และมีหนาที่จัดการปกครองใหเกิดระเบียบและความสงบ
ในสังคม
จากบันทึกของจีนที่กลาวถึงแวนแควนตางๆในดินแดนไทย เชน “โต-โล-โป-ตี้” หรือ
“แควนอี้เซี้ยนาโปลอ” หรือ “อิศานปุระ”(กัมพูชา)แสนดงใหเห็นวาแตละแควนมีเมืองสำคัญเปน
- 33.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 29
ศูนยกลาง มีกษัตริยที่ยอมรับนับถือศาสนาที่มาจากอินเดีย หรือมีตนเชื้อสายอินเดียทำหนาที่ศาสนา
บันทึกบางฉบับกลาวถึงศาสนสถาน รูปเคารพ พระสงฆ ชีวิตความเปนอยูของชาวเมือง ทำใหเห็น
ภาพสังคมขณะนั้นวาประกอบดวยชนชั้นปกครอง คือ กษัตริย ขุนนาง โดยกษัตริยมีวิถีชีวิตแตกตาง
จากคนทั่วไป ทำใหกษัตริยไมใชตัวแทนของกลุมชนกลุมใดกลุมหนึ่ง แตกลายเปนศูนยกลางของชุมชน
และบานเมือง และชนชั้นที่ถูกปกครอง คือ ชาวบาน โดยมีพระสงฆ นักบวช พราหมณ ทำหนาที่
ทางศาสนา
ตราประทับดินเผา คนขี่มา จารึกอักษรปลลวะ
คนขึ้ น ต น ตาล และวั ว หมอบ หงส ตรี ศู ล จั ก ร
พบที่เมืองจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค
ที่มา : http://www.sac.or.th/databases/inscriptions/th/main.php?p=ZGV0YWls&id=957
จากการสำรวจหลักฐานทางดานโบราณคดี พบบานเมืองหลายแหงไดขยายตัวเปน
แควนตั้งแตชวงพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๕ ในบริเวณภาคตางๆของไทย เชน ทวารวดี ละโว บริเวณ
ภาคกลาง หริภุญชัย บริเวณภาคเหนือ ตามพรลิงค บริเวณภาคใต เปนตน
สรอยลูกปดทองคำพรอมจี้ เปนเครื่องประดับของชนชั้นสูง
และภิ ก ษุ อุ ม บาตร ทำด ว ยดิ น เผา แสดงการรั บ อิ ท ธิ พ ล
พระพุทธศาสนาเขามาสูดินแดนสุวรรณภูมิ พบที่อำเภออูทอง
ที่มา : http://www.oknation. จังหวัดสุพรรณบุรี
net/blog/print.php?id=141113 ที่มา : http://www.naewna.com/news.asp?ID=291572
- 34.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 30
๓. พัฒนาการจากแควนเปนอาณาจักร
อาณาจักร หมายถึง รัฐที่มีขนาดใหญ มีอำนาจปกครองและมีอาณาบริเวณที่ชัดเจน
มีผูปกครองเปนชนชั้นผูนำในสังคม มีการรวมอาจไวที่ศูนยกลาง มีขุนนางที่มีตำแหนงยศและมีหนาที่
ชัดเจน เปนผูชวยในการปกครองบานเมือง
การเติบโตจากแควนเปนอาณาจักรของดินแดนแตละแหงนั้นมีปจจัยแตกตางกัน บาง
อาณาจักรพัฒนามาจากการเปนศูนยกลางการคา เชน อาณาที่ตั้งอยูบริเวณชายฝงทะเลใกลแมน้ำ
หรือเสนทางคมนาคม บางอาณาจักรพัฒนาจากการมีความเขมแข็งทางทหาร สามารถขยายขอบเขต
อำนาจออกไปปกครองและรวมแวนแควนอื่นได
ชุมชนที่ตั้งอยูริมชายฝงทะเล
มีโอกาสพัฒนาเปนอาณาจักร
ไดรวดเร็ว
ที่มา : http://www.ohotour.com/site/index.php?option=com_content
&view=article&id=5&Itemid=2&lang=th
อาณาจักรหลายแหงที่เติบโตขึ้น นอกจากจะมีปจจัยเสริมเรื่องสภาพภูมิศาสตร ความ
มั่งคั่งและความเขมแข็งทางทหารแลว การขยายอำนาจไปปกครองแวนแควนอื่นยังตองมีการสราง
ความศักดิ์สิทธิ์ของชนชั้นปกครองดวย เชน การรับคติเรื่องกษัตริยเปนเทวราชา เปนจักรพรรดิราชเพื่อ
สรางอำนาจเด็ดขาด และคติธรรมราชา เพื่อสรางการเปนผูนำที่มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์และมีคุณธรรม
ปรางคแขก อำเภอเมือง
จังหวัดลพบุรี แสดงให
เห็นถึงอิทธิพลของขอม
ที่เขามายังดินแดนไทย
ที่มา : http://attractions-lopburi.blogspot.
com/2011/05/blog-post_02.html
- 35.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 31
อาณาจักรยุคแรกๆที่มีอิทธิพลบนผืนแผนดินไทย เชนอาณาจักอิศานปุระ (กัมพูชา)
ที่ขยายอำนาจเขามาถึงบริเวณลุมแมน้ำเจาพระยา และบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
เมื่ออาณาจักรกัมพูชาเสื่อมอำนาจลง คนไทยจึงตั้งอาณาจักรที่เปนของตนเองขึ้นไปในปลายพุทธ
ศตวรรษที่ ๑๘ คือ อาณาจักรสุโขทัย
กลาวโดยสรุปการตั้งถิ่นฐานของชุมชนในดินแดนประเทศไทยจะมีพัฒนาการแบบ
คอยเปนคอยไป กลาวคือจากชุมชนขนาดเล็ก ก็คอยๆ พัฒนาจนเปนเมือง แวนแควน และอาณาจักร
ในที่สุด ซึ่งจากสภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอมที่เอื้ออำนวย ทำใหมีการตั้งถิ่นฐานกอตัวเปนรัฐหรือ
อาณาจักรขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งในแตละอาณาจักรไดสรางสรรควัฒนธรรมของตนเอง
ตลอดจนรับวัฒนธรรมภายนอกโดยเฉพาะจากอินเดียและจีนที่ไดมีการติดตอคาขาย จึงไดรับอิทธิพล
ทั้งทางดานการเมือง การปกครอง ศาสนาและความเชื่อและศิลปกรรม โดยนำมาผสมผสานเขากับ
วัฒนธรรมดั้งเดิม จนกลายเปนวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณของตนเอง
- 36.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 32
กิจกรรมที่ ๔
คำสั่ง ใหนักเรียนวิเคราะหพัฒนาการจากชุมชนเปนบานเมือง เปนแควนหรือรัฐ
และอาณาจักร
สรุปพัฒนาการ .......................................................
พัฒนาการของ ......................................................................................
บานเมือง ......................................................................................
......................................................................................
สรุปพัฒนาการ .......................................................
......................................................................................
พัฒนาการของแควน
......................................................................................
......................................................................................
สรุปพัฒนาการ .......................................................
พัฒนาการของ ......................................................................................
อาณาจักร ......................................................................................
......................................................................................
- 37.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 33
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ô
เมื่อมีการติดตอระหวางชุมชน
สรุปพัฒนาการ .......................................................
มนุษยยังตองอาศัย ทำใหชุมชนซึ่งมีทรัพยากรที่มีคา หายาก เจริญเติบโต
......................................................................................
ธรรมชาติ เป น ชุ ม ชนศู น ย ก ลาง มี ก ารแบ ง หน า ที่ ใ นสั ง คม
......................................................................................
มี ก ารติ ด ต อ และรั บ อารยธรรมจากต า งชาติ เช น
......................................................................................
จีน อินเดีย
หลายเมืองอยูรวมกันในบริเวณ
สรุปพัฒนาการ .......................................................
ที่ แ น น อนมี ป ระชากรมากประกอบด ว ยชนชั้ น
......................................................................................
มนุษยเริ่มตั้งถิ่นฐาน
ปกครอง คือ กษัตริยขุนนาง ชาวบาน พระสงฆ
......................................................................................
นักบวช
......................................................................................
เปนรัฐขนาดใหญ มีชนชั้นผูนำ
สรุปพัฒนาการ .......................................................
มนุษยเริ่มพัฒนา เปนศูนยกลางทางการปกครอง มีความเขมแข็ง
......................................................................................
เปนชุมชน ทางการทหาร และมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
......................................................................................
......................................................................................
- 38.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 34
µÍ¹·Õè ó
รัฐโบราณและรัฐไทยในดินแดนไทย
กอนที่ชนชาติไทยจะอพยพเขามาตั้งอาณาจักรขึ้นในดินแดนที่เปนประเทศไทยในปจจุบันนั้น
ไดมีหลายชนชาติตั้งหลักแหลงอยูในบริเวณนี้มากอน กลุมชนเหลานี้ไดสรางความเจริญของตน
รวมทั้งรับการถายทอดอารยธรรมจากตางชาติมาประยุกตใชดวย ตอมาชนชาติไทยไดอพยพเขามา
และตั้งอาณาจักรของคนไทยขึ้นปกครองแทนที่อาณาจักรเดิม โดยชาวไทยไดรับอารยธรรมบางอยาง
จากอาณาจักรโบราณเหลานั้นดวย
นอกจากนี้ชุมชนกอนสมัยสุโขทัยก็ไดมีการสรางสรรคภูมิปญญาของตนเอง สำหรับการแก
ปญหาในการดำรงชีวิตจนมีความเจริญกาวหนาและสามารถดำรงอยูไดเปนอยางดีทามกลางสภาวะ
แวดลอมและธรรมชาติในขณะนั้น รวมทั้งไดเกิดผลงานของบุคคลสำคัญตอการดำรงอยูของแวนแควน
บางแหงเทาที่มีหลักฐานปรากฏ อันเปนสวนหนึ่งของพื้นฐานแหงความเจริญกาวหนาของชุมชนใน
สมัยตอๆ มาบนผืนแผนดินที่เปนประเทศไทยในปจจุบัน
ตราดินเผารูปเรือสำเภา พบที่เมืองนครชัยศรี
หรือเมืองนครปฐมโบราณ แสดงใหเห็นวา
สุวรรณภูมิมีการติดตอคาขายกับดินแดน
ตางๆ อยางกวางขวาง
ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhumi/
2011/04/swb0204/attachment/04/
๑. พัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคกลาง
อาณาจักรโบราณในภาคกลางที่สำคัญ มีดังนี้
๑) อาณาจักรทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๒) เปนอาณาจักรในสมัยประวัติศาสตร
ที่ มี ห ลั ก ฐานแน น อนแห ง แรกบนผื น แผ น ดิ น ไทย เรื่ อ งราวของทวารวดี มี ป รากฏอยู ใ นบั น ทึ ก
- 39.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 35
การเดินทางของหลวงจีนอี้จิง ที่เรียกชื่อในบันทึกวา “โต-โล-โป-ตี้” วาเปนอาณาจักรที่อยูระหวางอาณาจักร
ศรีเกษตร (พมาตอนใต) กับอาณาจักรอิศานปุระ (เขมร) ซึ่งหมายความวาตั้งอยูในลุมแมน้ำเจาพระยา
และอาจมีศูนยกลางอยูที่จังหวัดนครปฐม เพราะมีการพบเหรียญที่จังหวัดนครปฐม มีจารึกภาษา
สันสกฤตวา “ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ” แปลวา “การบุณยของพระเจาศรีทวารวดี”
เหรียญเงิน ดานหนึ่งมีอักษรจารึกเปนภาษาสันสกฤตวา “ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ”
อีกดานเปนรูปภาพ พบที่จังหวัดนครปฐม
ที่มา : http://www1.mod.go.th/heritage/nation/oldcity/nakhonpathom8.htm
ในการขุ ด ค น ทางโบราณคดี ที่ เ มื อ งนครชั ย ศรี (จั ง หวั ด นครปฐม) ได พ บหลั ก ฐาน
สมัยทวารวดีจำนวนมาก เชน ธรรมจักรศิลา พระพุทธรูปศิลาขนาดใหญประทับนั่งหอยพระบาท
ปางแสดงธรรม รวมถึงโบราณสถานขนาดใหญ เชน จุลประโทณเจดีย และฐานอาคารที่วัดพระเมรุ
หลักฐานโบราณคดีเหลานี้แสดงใหเห็นถึงการเปนเมืองสำคัญของนครปฐมในสมัยทวาราวดี และที่
จังหวัดสุพรรณบุรี สิงหบุรี และชัยนาทก็มีการพบเหรียญเงินที่มีจารึกชื่อ “ทวารวดี” ดวย
มี ค วา มเ ห็ น
ป จ จุ บั น นั ก ป ระ วั ติ ศ าส ต ร ักรทวารวดี
าจ
เกี่ยวกับศูนยกลางของอาณหวัดนครปฐม
วาอยูที่เมืองนครขัยศรี จัี งและเมืองอูทอง
เมืองละโว จังหวัดลพบุร วา มส ำคั ญ มา ก
จั ง ห วั ด สุ พ รร ณ บุ รี ก็ มี ค
ดวยนะคะ
- 40.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 36
นอกจากนี้ มีการคนพบจารึกโบราณทีเขียนดวยภาษามอญในบริเวณจังหวัดนครปฐม
สุพรรณบุรี สิงหบุรี ชัยนาท ลพบุรี แลในภาคตะออกเฉียงเหนือ สันนิษฐานวาชาวมอญเปนเจาของ
อารยธรรมทวารวดี และการที่อาณาจักรทวารวดีตั้งอยูในที่บริเวนที่ราบลุม แมน้ำเจาพระยา แมน้ำ
แมกลอง และอยูใกลทะเล ทำใหมีผูคาตางชาติ เชน อินเดีย เขามาติดตอคาขาย ทวารวดีไดรับอิทธิพล
พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนแบบแผนในการปกครองจากอินเดีย เกิด
การผสมผสานจนเปนอารยธรรมทวารวดีที่แพรหลายไปยังภูมิภาคตางๆ ของไทย ดังพบไดจาก
โบราณสถาน โบราณวัตถุ สมัยทวารวดีกระจายอยูทั่วไป เชน เมืองนครชัยศรี (นครปฐม) เมืองอูทอง
(สุพรรณบุรี) เมืองละโว (ลพบุรี) เมืองศรีเทพ (เพชรบูรณ) เมืองฟาแดดสงยาง (กาฬสินธุ) เมืองไชยา
(สุราษฎรธานี) เปนตน
ธรรมจักรกับกวางหมอบ เปนศิลปะ
สมั ย ทวารวดี พบที่ จั ง หวั ด นครปฐม
รูปนี้หมายถึงพระพุทธองคทรงแสดง
ปฐมเทศนา ณ ปาอิสิปตมฤคทายวัน
ที่มา : http://www1.mod.go.th/heritage/nation/old-
city/nakhonpathom2.htm
ทวารวดีไดรับอิทธิพลอินเดียหลายอยาง เชน
ดานการปกครอง รับความเชื่อเรื่องการปกครองโดยกษัตริย
สันนิษฐานวาการปกครองสมัยทวารวดีแบงออกเปนแควน
มีเจานายปกครองตนเองแตมีความสัมพันธในลักษณะเครือญาติ
มีการแบงชนชั้นปกครอง และชนชั้นที่ถูกปกครอง
พระพุทธรูปศิลาขาว ปางแสดงปฐมเทศนา
ประทับนั่งหอยพระบาท ศิลปะสมัยทวารวดี
ประดิษฐานอยูทิศใตองคพระปฐมเจดีย
จังหวัดนครปฐม
ที่มา : http://www.arthousegroups.com/art-
show.php?art_showcase_id=230
- 41.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 37
ทางดานศาสนาไดรับอิทธิพลศาสนาพราหมณ - ฮินดูและพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ
นิกายเถรวาท จนทำใหทวารวดีกลายเปนอาณาจักรของชาวพุทธ มีการใหความสำคัญตอการทำบุญ
โดยไดพบจารึกแสดงการถวายสิ่งของแกวัดและพระสงฆ รวมถึงมีการสรางงานศิลปกรรมที่เกี่ยวของ
กับพระพุทธศาสนาจำนวนมาก โดยพบโบราณวัตถุ เชน ธรรมจักรศิลา พระพุทธรูปที่ทำจากศิลา
สำริด และทองคำ เสาหินแปดเหลี่ยม ใบเสมาที่มีจารึกแสดงพระธรรม รอยพระพุทธบาท พระพุทธ
รู ป ศิ ล าขาวภายในวั ด พระปฐมเจดี ย ร าชวรวิ ห าร จั ง หวั ด นครปฐม และพระพุ ท ธรู ป ศิ ล าขาว ที่
ประดิษฐานอยูทางดานทิศใตขององคพระปฐมเจดียในปจจุบัน รวมทั้งสถาปตยกรรมทางพระพุทธ
ศาสนาที่สำคัญในสมัยทวารวดี คือ พระปฐมเจดีย (องคเกา) ที่จังหวัดนครปฐม
๒) อาณาจั ก รละโว (พุ ท ธศตวรรษที่ ๑๒-๑๘)
ตั้ ง อยู ใ นบริ เ วณลุ ม แม น้ ำ เจ า พระยาฝ ง ตะวั น ออก ศู น ย ก ลางที่
เมืองละโว หรือจังหวัดลพบุรีในปจจุบัน ละโวเปนเมืองสำคัญเมืองหนึ่ง
ในสมัยทวารวดี สันนิษฐานวาชาวละโวสวนใหญเปนชาวมอญ เพราะ
มี ค วามใกล ชิ ด กั บ ทวารวดี ม าก รวมทั้ ง พบจารึ ก ภาษามอญท อ งถิ่ น
ที่เกาแกมากบนเสาหินแปดเหลี่ยม และจารึกบนฐานพระพุทธรูป
ปางประทานพรที่ลพบุรี ในตำนานจามเทวีวงศ ซึ่งเปนตำนานเมือง
หริภุญชัยเรียกชาวละโววา “ชาวรามัญ”
จารึกภาษามอญทองถิ่นที่เกาแกมากบน
เสาหิ น แปดเหลี่ ย ม พบที่ ศ าลพระกาฬ
จังหวัดลพบุรี
ที่มา : http://www.hotsia.com/thailandinfo/
oldcity/lopburi2.shtml
อาณาจั ก รละโว ตั้ ง อยู ใ นบริ เวณที่ มี แ ม น้ ำ
สำคัญ ๓ สายไหลผาน คือ แมน้ำเจาพระยา แมน้ำ
ปาสัก และแมน้ำลพบุรี ทำใหมีความอุดมสมบูรณและ
มีเสนทางติดตอกับเมืองในลุมแมน้ำปาสัก ที่ราบสูง
โคราชและเขตที่ติดตอกับเขตทะเลสาบเขมร ซึ่งอุดม
สมบูรณไปดวยปลานานาชนิด ทำใหละโวเปนศูนยรวม
ทรั พ ยากร เป น ศู น ย ก ลางการติ ด ต อ ระหว า งชุ ม ชน
โดยรอบสงผลใหละโวกลายเปนชุมชนขนาดใหญที่มี
เศรษฐกิจดี การติดตอกับตางชุมชนทำใหละโวรับอิทธิพล
รูปปูนปนลายเทพพนม พบที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จากตางชาติที่สำคัญ คือจากอินเดีย และเมืองพวกขอม
จังหวัดลพบุรี หรือเขมรขยายอิทธิพลเขามาในลุมแมน้ำเจาพระยา
ที่มา : http://www.oknation.net/blog/print. ละโวไดกลายเปนเมืองประเทศราชของขอมและรับ
php?id=290080
อารยธรรมของขอมดวย
- 42.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 38
(๑) ละโวในสมัยทวารวดี(พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖) เปนชวงที่รับวัฒนธรรมจาก
อิ น เดี ย ค อ นข า งมาก รั บ แนวคิ ด เรื่ อ งการมี ก ษั ต ริ ย ป กครองมาด ว ย แต ห ลั ก ฐานเกี่ ย วกั บ รั ฐ และ
กษัตริยในยุคนี้พบนอยมาก ทางดานสังคม มีการแบงชนชั้นออกเปนชนชั้นสูง สามัญชน และ
ทาส ด า นศาสนาและความเชื่ อ ศาสนาที่ แ พร ห ลายและชนชั้ น ปกครองให ก ารอุ ป ถั ม ภ คื อ
พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท เพราะไดพบจารึกภาษาบาลีที่กลาวถึงการอุทิศถวายสิ่งของ ขาทาส
ใหแกวัด และพบประติมากรรม เชน พระพุทธรูปและธรรมจักรอยูในบริเวณนี้มาก นอกจากนี้
พระพุทธศาสนานิกายมหายานก็ไดเผยแผอยูละโว ดังไดพบพระพิมพที่มีรูปพระโพธิสัตวประทับขาง
พระพุทธเจา นอกจากนี้ยังมีความเชื่อในศาสนาพราหมณ-ฮินดู จากอินเดียที่ผานมาทางพวกพราหมณ
และชนชั้นปกครอง
สวนความเชื่อพื้นเมืองที่มีอยู ไดแก การบูชาบรรพบุรุษ การนับถือสิ่งลี้ลับ
เหนือธรรมชาติ การบูชาพระราชมารดา ซึ่งแสดงถึงความเชื่อเรื่องการนับถือบรรพบุรุษและยกยองสตรี
ดานเศรษฐกิจ อาชีพสำคัญของชาวละโว คือ การเกษตร เพราะมีพื้นที่
อุดมสมบูรณ และมีการติดตอคาขายกับชุมชนตางถิ่น เชน จีน อินเดีย หลักฐานที่แสดงถึงการติดตอ
คาขายกับตางชาติ เชน เครื่องถวยจีน เหรียญกษาปณที่มีรูปพระอาทิตยครึ่งดวง ตราสังข ตราบัลลังก
ซึ่งพบที่พมาและกัมพูชาดวย และละโวยังไดสงทูตไปเมืองจีน โดยจดหมายเหตุจีนในพุทธศตวรรษที่
๑๗-๑๙ เรียกละโววา “หลอหู”
(๒) ละโวภายใตอิทธิขอม (พุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘) อาณาจักรขอมขยายอิทธิพล
เขามาปกครองบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และลุมแมน้ำเจาพระยาตั้งแตปลายพุทธศตวรรษที่
๑๖ ดังมีหลักฐาน เชน ในพงศาวดารเหนือกลาวถึงเรื่องราวพระรวงแหงเมืองละโวสงสวยน้ำใหขอม
ทุก ๓ ป ในศิลาจารึกภาษาขอมที่ลพบุรี ๓ หลัก มีขอความแสดงวาขอมเขามาปกครองบริเวณนี้
รวมทั้งภาพสลักขบวนทหารที่ระเบียงปราสาทนครวัดก็มีตัวอักษรจารึกระบุชื่อ “ชาวละโว” เปนตน
(ซาย) “พลละโว” ภาพสลักขบวนละโว (อยูตามหลังขบวนเสียมกก หรือ “เสียมกุก”) ที่ระเบียงดานทิศใต
ปกตะวันตกของปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา เมื่อราว พ.ศ. ๑๖๕๐ เครื่องแตงกายและกิริยาทาทางของ
หัวหนาบนหลังชาง กับขบวนพลทหารละโว มีลักษณะอยางเดียวกับวัฒนธรรมเขมรโบราณยุคนั้น
(ขวา) “เสียมกุก” ภาพสลักขบวนเสียมกกที่ระเบียงทิศใต ปกตะวันตกของปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา
เมื่อราว พ.ศ. ๑๖๕๐
ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhumi/2011/06/suwan16062554/
- 43.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 39
ทับหลัง สมัยลพบุรี อิทธิพลศิลปะขอมแบบนครวัด พบที่ปราสาทศีขรภูมิ
จังหวัดสุรินทร
ที่มา : http://www.finearts.go.th/node/5957
เมื่ อ ขอมเข า ปกครองละโว นั้ น ตรงกั บ กษั ต ริ ย ข อมสมั ย พระเจ า สุ ริ ย วรมั น
ที่ ๑ (พ.ศ.๑๕๔๕-๑๕๙๓) ขอมไดสงผูแทนมาปกครองละโวในฐานะเมืองประเทศราชมีการออก
กฎหมายบังคับใชในละโว และมีระบบตุลาการ คือ ศาลสภา เปนผูตัดสินคดีความ ดังจะเห็นไดจาก
ศิลาจารึกภาษาขอมที่ศาลสูง จังหวัดลพบุรี
เศียรพระพุทธรูป ที่มีลักษณะรวมกับ
วัฒนธรรมทวารวดี พบที่อำเภอเมือง
จังหวัดลพบุรี
ที่มา : http://mblog.manager.co.th/leknua-
on/th-65561/
ด า นศาสนา พระพุ ท ธศาสนานิ ก ายมหายานและศาสนาพราหมณ - ฮิ น ดู
ไดเขามามีบทบาทในละโวแทนพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทโดยเฉพาะในสมัยวรมันที่ ๗ (พ.ศ.๑๗๒๔
-๑๘๖๑) มีการสรางสถาปตยกรรม และประติมากรรมตามความเชื่อในศาสนาเหลานี้จำนวนมาก
- 44.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 40
เชน พระปรางคสามยอด ปรางคแขก เทวรูป พระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร เทวรูปพระนารายณ รูปสลัก
พระพรหมบนแผนศิลา เปนตน หลักจากสมัยพระเจาชัยวรมันที่ ๗ แลว อาณาจักรขอมเริ่มเสื่อม
อำนาจลง ทำใหอิทธิพลขอมในละโวคอยๆ หมดตามไปดวย
พระพุทธรูปปางมารวิชัย สลักจากศิลา
สูง ๑.๓๙ เมตร พบที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
จังหวัดลพบุรี เปนศิลปะทวารวดีตอนปลาย
อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖
ที่มา : http://mblog.manager.co.th/
leknuaon/th-65561/
ปรางคแขก พระปรางคสามยอด
อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
ที่มา : http://mblog.manager.co.th/leknuaon/th-65561/
- 45.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 41
๒. พัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคเหนือ
อาณาจักรโบราณในภาคเหนือที่สำคัญ มีดังนี้
๑) อาณาจักรโยนกเชียงแสน (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๙) มีศูนยกลางที่เมืองเชียงแสน
(อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย) และขยายอำนาจอยูในบริเวณใกลเคียงเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักร
โยนกเชียงแสนปรากฏอยูในตำนานสิงหนวัติกุมารและตำนานลวจังกราชกลาวถึงเจาชายสิงหนวัติ
กุมารผูสืบเชื้อสายเจานายไท จากมณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใตของจีน ไดอพยพผูคนลงมา
กอตั้งเมืองที่เชียงแสนชื่อ “อาณาจักรโยนกเชียงแสน” และขยายอาณาเขตออกไปอยางกวางขวาง
พระบรมราชานุสาวรียพระเจาพรหม
กษัตริยผูยิ่งใหญแหงอาณาจักรโยนก
เชียงแสน ประดิษฐานอยูที่อำเภอแมสาย
จังหวัดเชียงราย
ที่มา : http://www.thailandsusu.com/web-
board/index.php?topic=180408.0
ตอมาพวกขอมเขายึดครองอาณาจักรโยนกเชียงแสนและขับไลผูปกครองเดิมออกไป
พระเจาพรหมกุมาร เชื้อสายของกษัตริยโยนกเชียงแสนสามารถกูเอกราช และสรางเมืองใหมขึ้นที่
เวียงไชยปราการ แตหลังสมัยพระเจาพรหม พวกมอญที่เมืองสะเทิมในพมายกทัพมารุกราน พระเจา
ไชยสิริโอรสของพระเจาพรมจึงพาผูคนอพยพหนีมาสรางเมืองใหมที่กำแพงเพชร ตอมาในพุทธ
ศตวรรษที่ ๑๘ มีการบูรณะเมืองเชียงแสนและมีกษัตริยไปปกครองอีกจนกระทั่งในพุทธศตวรรษที่ ๑๙
อาณาจักรโยนกเชียงแสนจึงถูกรวมเขาสวนหนึ่งของอาณาจักรลานนา
เจดี ย วั ด ป า สั ก อำเภอเชี ย งแสน
จังหวัดเชียงราย เปนโบราณสถานที่
เปนมรดกตกทอดมาจากอาณาจักร
โยนกเชียงแสน
ที่มา: http://www.เชียงแสน.com/?p=146
- 46.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 42
๒) อาณาจักรหริภุญชัย (พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๙) ตั้งอยูที่เมืองหริภุญชัยจังหวัด
ลำพูนในปจจุบัน และขยายอิทธิพลอยูในบริเวณใกลๆ เทานั้น ในตำนานจามเทวีวงศหรือตำนานเมือง
หริภุญชัย กลาววา ษีวาสุเทพเปนผูสรางเมืองหริภุญชัย และขอใหกษัตริยละโวสงเชื้อพระวงศมา
ปกครอง ละโวจึงสงพระนางจามเทวีผูเปนราชธิดามาเปนปฐมกษัตริยแหงหริภุญชัย ในตำนานมูล
ศาสนาไดกลาวถึงสิ่งมงคลที่พระนางจามเทวีขอจากพระราชบิดา ไดแก พระสงฆ ๕๐๐ รูป ชางแกว
แหวน ชางเงิน ชางทอง ชางเหล็ก ชางเขียน พอเลี้ยง หมูหมอโหร ไปชวยสรางเมืองหริภุญชัยจน
รุงเรือง
พระบรมรูปพระนางจามเทวี
ปฐมกษัตริยของอาณาจักร
หริภุญชัย
ที่มา: http://www.nmt.or.th/lamphun/mueanglam
phun/Documents/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E
0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B
8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%8
7%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E
0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B
9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8
2%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%97%E
0%B8%A8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B
8%A5.aspx
สันนิษฐานวาชาวหริภุญชัยเปนชาวมอญจากเมืองละโวที่อพยพขึ้นไปอยูหริภุญชัย
เพราะในตำนานจามเทวีวงศเรียกชาวหริภุญชัยวา “ชาวรามัญ” และเรียกกษัตริยหริภุญชัยวา
“พระเจารามัญ” ในระยะแรกหริภุญชัยและละโวมีความสัมพันธที่ดีตอกัน แตตอมาเกิดการสูรบกัน
สงผลใหหริภุญชัยตกอยูภายใตอำนาจของละโวหลายครั้ง ในปลายศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ แมวากองทัพ
ละโวจะไมสามารถเอาชนะได แตก็ทำใหหริภุญชัยออนแอลง ประชาชนเดือดรอนจึงอพยพไปอยูที่อื่น
จนถึงประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๗ พระเจาอาทิตยราชไดปกครองหริภุญชัย
และไดสรางความเจริญรุงเรือง โดยเฉพาะการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงสรางพระธาตุหริภุญชัย
สรางวัด ทำใหบานเมืองมีความสงบสุขตอเนื่องมาจนถึง พ.ศ.๑๘๓๕ พระยามังรายมหาราชแหง
อาณาจักรลานนา ยกทัพมาโจมตีและรวมอาณาจักรหริภุญชัยเขามาเปนสวนหนึ่งของอาณาจักรลานนา
- 47.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 43
พระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน
ศิลปกรรมในพระพุทธศาสนาของ
อาณาจักรหริภุญชัย
ที่มา : http://snaturbysrithai.com/blog/tussanapak/2009/10
/27/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8
%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B
8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B
8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B
8%A2-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%
B8%9E%E0%B8%A3/
๓) อาณาจั ก รล า นนา (พุ ท ธศตวรรษที่ ๑๙-๒๕) อาณาจั ก รล า นนารุ ง เรื อ งขึ้ น ใน
พุทธศตวรรษที่ ๑๙ มีศูนยกลางอยูที่เมืองนพบุรีศรีนครพิงคเชียงใหม (จังหวัดเชียงใหม) และขยาย
อำนาจการปกครองไปทั่วดินแดนภาคเหนือ ผูกอตั้งอาณาจักรลานนา คือ พระเจามังรายมหาราช
(พ.ศ. ๑๘๐๔-๑๘๕๔) ซึ่งเดิมปกครองเมืองเชียงแสนในตนพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขณะนั้นในภาคเหนือ
มีอาณาจักรใหญนอยหลายแหง เชน หริภุญชัย เขลางคนคร(ลำปาง) โยนกเชียงแสน พระยามังราย
มหาราชสามารถปราบปรามและรวบรวมแวนแควนตางๆ ในภาคเหนือเขามาดวยกันเปนอาณาจักร
ลานนา และตั้งราชธานีแหงใหมขึ้นที่เวียงกุมกาม (ปจจุบันอยูในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม)
ราว พ.ศ. ๑๘๓๗ แตประทับอยูเพียง ๒ ป ก็ยายเมืองไปอยูที่เชียงใหมใน พ.ศ. ๑๘๓๙
ซากเวียงกุมกาม ซึ่งเคยเปน
ราชธานีของอาณาจักรลานนา
มาชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ที่มา:http://www.lannacorner.net/lanna2011/article/article.
php?type=A&ID=958
- 48.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 44
อาณาจักรลานนามีความเจริญรุงเรืองหลายดาน ที่สำคัญมีดังนี้
(๑) ดานการปกครอง ลานนาสามารถขยายอาณาเขตออกไปอยางกวางขวาง
โดยรวบรวมหัวเมืองตางๆ เชน เขลางคนคร นครพิงค แควนโยนก หริภุญชัย เขาเปนสวนหนึ่งของ
อาณาจักรลานนาซึ่งปกครองแบบสมบูรณาสิทธิราชย มีกฎหมายที่ใชปกครองเรียกวา “มังรายศาสตร”
(๒) ดานศาสนา ลานนารับพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศจากสุโขทัยและพมา
มีสังคายนาพระไตรปฎกใน พ.ศ.๒๐๒๐ นับเปนการสังคายนาพระไตรปฎกเปนครั้งที่ ๘ มีการสราง
วัดหลายแหง เชน วัดเจดียหลวง วัดโพธารามมหาวิหาร(วัดเจดียเจ็ดยอด)เปนตน และมีการอุปถัมภ
พระสงฆ
(๓) ดานภาษา ลานนามีตัวอักษรของตนเองใช ๓ แบบ คือ อักษรธรรมลานนา
หรื อ อั ก ษรตั ว เมื อ ง ซึ่ ง ใช กั น อย า งแพร ห ลาย อั ก ษรฝ ก ขามที่ ดั ด แปลงมาจากตั ว อั ก ษรของ
พอขุนรามคำแหงมหาราช และอักษรขอมเมืองหรืออักษรไทยนิเทศ ซึ่งดัดแปลงมาจากอักษรสองแบบแรก
อักษรลานนาไดรับอิทธิพลจากอักษร
สุโขทัย ซึ่งมีปรากฏในจารึกวัดพระยืน
จังหวัดลำพูน
ที่มา:http://www.thakan.com/category/%E0%B8%94%E
0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%
E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99
%E0%B8%99%E0%B8%B2/page/10/
อาณาจักรลานนาเจริญสูงสุดในสมัยพระเจาติโลกราช (พ.ศ. ๑๙๘๙–๒๐๓๐)
สมัยนี้ลานนามีความเขมแข็งมาก และไดทำสงครามกับอาณาจักรอยุธยาในสมัยสมเด็จพระบรม-
ไตรโลกนาถ (พ.ศ. ๑๙๙๑–๒๐๓๑) ติดตอกันเกือบ ๒๔ ป
ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ลานนาออนแอลงเพราะความแตกแยกของผูปกครอง
และขุนนาง ดังนั้น ขุนนางกลุมหนึ่งไดเชิญพระไชยเชษฐาธิราชซึ่งมีเชื้อสายลานนาจากอาณาจักร
ลานชาง (ลาว) มาเปนกษัตริยของลานนาระหวาง พ.ศ.๒๐๘๙–๒๐๙๑ แตพระไชยเชษฐาธิราช
ไมสามารถแกปญหาความแตกแยกในกลุมขุนนางได จึงเสด็จกลับไปครองลานชางดังเดิม
- 49.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 45
พระบรมราชานุสาวรียพระยามังรายมหาราช ปฐมกษัตริยแหง
อาณาจักรลานนา ประดิษฐานอยูที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
ที่มา:http://www.cr-businessonline.com/index.php?lay=show&ac=
article&Id=539360154&Ntype=25
ความออนแอของลานนาทำใหพมาและอยุธยาขยายอำนาจเขาไป จนตองตกเปน
ประเทศราชของพมาใน พ.ศ. ๒๑๐๑ หลังจากนั้นก็ถูกพมาและอยุธยาผลัดกันเขายืดครอง ในบางครั้ง
ก็ เ ป น อิ ส ระ จนในสมั ย ธนบุ รี ล า นนาจึ ง ตกเป น ประเทศราชของไทย และในสมั ย รั ต นโกสิ น ทร
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว (พ.ศ. ๒๔๑๑–๒๔๕๓) ทรงรวมลานนาเขามาเปนสวนหนึ่ง
ของราชอาณาจักรสยาม
วัดเจดียหลวง ศิลปกรรมในพระพุทธศาสนาของอาณาจักรลานนา
ที่มา : http://shost.rmutp.ac.th/075350307026-4/Webpages/Chiangmai/
Temple%20%20j-%20d.html
- 50.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 46
๓. พัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคใต
อาณาจักรโบราณในภาคใตที่สำคัญ มีดังนี้
๑) อาณาจักรลังกาสุกะ (พุทธศตวรรษที่ ๗–๒๓) ตั้งขึ้นประมาณครึ่งหลังพุทธศตวรรษ
ที่ ๗ มีหลักฐานปรากฏอยูในจดหมายเหตุของจีน มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ในเขตจังหวัดปตตานี
และจังหวัดยะลา มีศูนยกลางอยูที่อำเภอยะรัง จังหวัดปตตานี
อาณาจักรลังกาสุกะพัฒนาขึ้นมาจากการเมืองเปนเมืองทาสำคัญที่มีการติดตอ
คาขายกับตางชาติ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย แตมีความสัมพันธที่ใกลชิดกับจีนมากกวา โดยสงทูตไป
เมืองจีนถึง ๖ ครั้ง ในชวงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๒ พลเมืองสวนใหญ
เปนชาวพื้นเมืองและมีพอคาตางชาติปะปนอยูดวย ลังกาสุกะมีอารยธรรมที่รุงเรืองและมีสถาบัน
กษัตริยที่ปกครองสืบตอกันมายาวนาน ตอมาตกอยูภายใตอิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัย
อาณาจักรลังกาสุกะเปนศูนยกลางสำคัญของพระพุทธศาสนานิกายมหายาน
ดังปรากฏหลักฐานจากจดหมายเหตุของหลวงจีนอี้จิง และจากการขุดคนทางโบราณคดี ที่อำเภอยะรัง
จังหวัดปตตานี พบประติมากรรมสำริดรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร และสถูปจำลองรูปทรงตางๆ
จำนวนมาก ทำใหสันนิษฐานวาเปนแหลงผลิตสถูปจำลองเพื่อสงออก รวมทั้งมีการนับถือ ศาสนา
พราหมณ–ฮินดู ลัทธิไศวนิกาย
โบราณสถานเมืองโบราณยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปตตานี
อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔
http : //www.sadoodta.com/info/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0
%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%
A2%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87
- 51.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 47
๒) อาณาจักรตามพรลิงค (พุทธศตวรรษที่ ๑๓–๑๘) เปนอาณาจักรที่มีความเกาแก
อาณาจักรหนึ่งทางภาคใตของไทย มีศูนยกลางอยูที่นครศรีธรรมราช มีหลักฐานที่กลาวถึงตั้งแต
พุทธศตวรรษที่ ๘ โดยเอกสารอินเดียโบราณกลาวถึงอาณาจักรตามพรลิงคในชื่อ “ตมลิง” “ตัมพลิงค”
เอกสารจีนสมัยราชวงศถัง เรียกวา “ถามเหลง” สวนสมัยราชวงศซงเรียกอาณาจักรวา “ตามหมาลิ่ง”
ตอมาเรียกวา “อาณาจักรนครศรีธรรมราช”
อาณาจักรตามพรลิงครุงเรืองขึ้นมาจากการเปนเมืองทาของพอคาชาวอินเดียตั้งแต
พุทธศตวรรษที่ ๑๓ ระยะแรกตามพรลิงคอยูภายใตอิทธิพลของศรีวิชัย แตในพุทธศตวรรษที่ ๑๖
ศรีวิชัยเสื่อมอำนาจลง ทำใหตามพรลิงคขยายตัวกลายเปนศูนยกลางการคาและการเมืองในบริเวณ
คาบสมุทรภาคใต หลักฐานจีนสมัยราชวงศซงไดกลาวถึงวาเปนเมืองทาทางการคาที่มีการแลกเปลี่ยน
สินคากับจีนมากชนิดกวาที่อื่น และไดสงคณะทูตไปถวายเครื่องราชบรรณาการแกจีน ในพ.ศ.๑๖๑๓
แสดงวาตามลิงคเปนรัฐอิสระ
พระวิษณุ ที่หอพระนารายณ อำเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ศิลปะอินเดียใต
ที่เกาที่สุดองคหนึ่ง ที่พบในภาคใต
ที่มา : http://www.thailandmuseum.com/
nakhon_si_thammarat/hilight1.htm
ดานการปกครอง ในศิลาจารึกที่วัดหัวเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎรธานี
กลาวถึงกษัตริยแหงนครศรีธรรมราชในราชวงศปทมวงศ พระนามวา “พระเจาจันทรภาณุศรีธรรมา
โศกราช” วาเปนผูที่รวบรวมแวนแควนใหญนอยเขาดวยกันไดสำเร็จ ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ และยัง
เปนเครือญาติเกี่ยวดองกับราชวงศพระรวงแหงอาณาจักรสุโขทัยดวย
ดานศาสนา อาณาจักรตามพรลิงคนับถือศาสนาพราหมณ - ฮินดู และพระพุทธศาสนา
นิกายมหายาน โดยพบศิวลึงคที่มีอายุเกาแกประมาณพุทธศตวรรษที่ ๘ พระนารายณศิลาทราย และ
พระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร ตอมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระเจาจัทรภาณุศรีธรรมาโศกราชทรง
ยกทัพไปโจมตีลังกา ๒ ครั้ง เพื่อแยงชิงพระทันตธาตุจากลังกา ทำใหอิทธิพลของพระพุทธศาสนา
- 52.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 48
นิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ และศิลปะแบบลังกาเขามาเผยแพรและฝงรากลึกอยูในอาณาจักร
นครศรีธรรมราชตั้งแตนั้น ดังปรากฏศาสนสถานและศาสนวัตถุที่สำคัญ คือ เจดียพระบรมธาตุจังหวัด
นครศรีธรรมราช พระพุทธรูปประทับยืนสำริดปางประทานธรรม ทำใหนครศรีธรรมราชกลายเปน
ศูนยกลางสำคัญของการเผยแพรพระพุทธศาสนาในดินแดนไทย ซึ่งพระสงฆจากนครศรีธรรมราชได
นำพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศไปเผยแพรยังกรุงสุโขทัยตั้งแตสมัยพอขุนรามคำแหงมหาราช
พระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช ภายในวัดพระมหาธาตุวรวิหาร
ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับที่ตั้งเมืองยุคที่สามของอาณาจักร
ที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=nakhonsi&month=11-
2010&date=27&group=1&gblog=23
๒) อาณาจักรศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๙) สันนิษฐานวามีศูนยกลางอยูที่
เมืองปาเล็มบังบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มีอิทธิพลครอบคลุมตั้งแตเกาะชวาในอินโดนีเซีย
ขึ้นมาถึงอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎรธานี อนึ่ง มีนักวิชาการบางทานเชื่อวาศูนยกลางของอาณาจักร
ศรีวิชัยอาจจะอยูที่อำเภอไชยาก็เปนได
ระยะแรกอาณาจักรศรีวิชัยมีความรุงเรืองขึ้นมาในฐานะศูนยกลางการคาทาง
ทะเลระหวางจีนและอินเดีย เพราะเปนเมืองทาที่พอคาตางชาติเขามาคาขายและพำนักเพื่อคอย
การเปลี่ยมลมมรสุม ตอมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๖ จีนเริ่มแตงเรือสำเภาออกไปคาขายยังเมืองตางๆ
โดยตรงทำใหบทบาทของศรีวิชัยในฐานะพอคาคนกลางลดลง และทำใหอำนาจของศรีวิชัยในบริเวณ
คาบสมุทรเสื่อมลง แตสงผลดีตอเนื่องอื่นๆ ในคาบสมุทรตอนใตของไทย เพราะเมืองจีนเขามาคาขาย
- 53.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 49
โดยตรง ทำใหเศรษฐกิจขยายตัวขึ้น เกิดเมืองใหมขึ้นหลายแหง เชน ที่เมืองไชยา ซึ่งมีชุมชนอาศัยอยู
ทั่วไปบริเวณชายฝงทะเล ริมแมน้ำคีรีรัฐ และแมน้ำหลวง เมืองไชยาจึงมีความสำคัญขึ้นมาในฐานะ
เมืองการคาและเมืองอารยธรรมศรีวิชัย แตอิทธิพลของศรีวิชัยที่แพรไปยังดินแดนตางๆ สวนใหญ
เปนเรื่องของศิลปะแบบศรีวิชัยมากกวาเรื่องอำนาจทางการเมือง
เจดียพระบรมธาตุไชยา อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎธานี เปนโบราณสถาน
สมัยศรีวิชัย สรางขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๕ กอดวยอิฐโบกปูน
ยอดเจดียตกแตงดวยเจดียเล็กๆ โดยรอบ
ที่มา : http://blog.unseentourthailand.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%
B8%B2%E0%B8%9A%E2%80%98%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%
B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B2%
E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%
B8%B2%E2%80%99-%E0%B8%AB%E0%B8%99/
สำหรับดานศาสนาในระยะแรกอาณาจักรศรีวิชัยที่ไชยานับถือศาสนาพราหมณ-
ฮินดู และพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ตอมานับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทจากทวารวดี และ
พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศจากนครศรีธรรมราช ดังปรากฎศาสนสถานและศาสนวัตถุในศาสนา
ตางๆ เชน พระบรมธาตุ อำเภอไชยา พระพุทธรูปปางนาคปรกสำริด ที่วัดหัวเวียง อำเภอไชยา เทวรูป
พระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร วัดศาลาทึง อำเภอไชยา เปนตน
- 54.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 50
ศิลปะศรีวิชัย
อาณาจักรศรีวิชัยเจริญรุงเรืองอยูบริเวณคาบสมุทร
ภาคใต ข องไทย ศิ ล ปะศรี วิ ชั ย จึ ง เกี่ ย วข อ งกั บ ศิ ล ปะชวาภาค
กลางของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งใกลชิดกับศิลปะอินเดียแบบ
คุปตะและแบบปาละและเนื่องจากพระพุทธศาสนาฝายมหายาน
เจริญรุงเรืองในศรีวิชัย ชาวศรีวิชัยจึงนิยมสรางพระโพธิสัตว
อวโลกิเตศวร แตก็มีการสรางพระพุทธรูปดว เชน พระพุทธรูป
นาคปรก พบที่วัดเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎรธานี
ในสวนผลงานทางดานสถาปตยกรรมของศิลปะศรีวิชัย
เหลื อ อยู น อ ยมาก เช น เจดี ย พ ระบรมธาตุ ไ ชยา อำเภอไชยา
จังหวัดสุราษฎรธานี เคาโครงของพระบรมธาตุไชยาใกลเคียงกับ
เจดียในศิลปะชวาทางภาคกลางของประเทศอินโดนีเซีย จึงชวย
สนับสนุนขอสันนิษฐานในสวนที่ศิลปะศรีวิชัยเกี่ยวของกับศิลปะ
ชวาภาคกลาง
๔. พัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อาณาจักรโบราณในภาคตะวันออก
เฉียงเหนือที่สำคัญมีดังนี้
๑) อาณาจักรโคตรบูรณ (พุทธ-
ศตวรรษที่ ๑๒-๑๖) มีศูนยกลางอยูที่นครพนม
มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตลอดจนดิ น แดนฝ ง ซ า ยของแม น้ ำ โขง เรื่ อ งราว
ของอาณาจักรโคตรบูรณ ปรากฏอยูใน “ตำนาน
อุรังคธาตุ” ที่กลาวถึงความเปนมาของชุมชนใน
อาณาจั ก ร และประวั ติ ก ารสร า งพระธาตุ พ นม
อาณาจั ก รโคตรบู ร ณ ไ ด รั บ อิ ท ธิ พ ลจากอิ น เดี ย
มีการปกครองโดยกษัตริย นับถือพระพุทธศาสนา
นิกายเถรวาทตามแบบทวารวดี และมีความเชื่อ
พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม โบราณสถานใน
พื้นเมืองเรื่องการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการบูชา พระพุทธศาสนา สรางขึ้นเพื่อบรรจุพระอุรังคธาตุ
พญานาค ของพระพุทธเจา
ที่มา : http://lucifergyoza.wordpress.com/2011/02/05/%E0%B8%9E%
E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%9
5%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%A1/
- 55.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 51
ศาสนสถานที่สำคัญของอาณาจักร คือ พระธาตุพนม ตำนานอุรังคธาตุกลาววา
สรางขึ้นหลังจากพระพุทธเจาปรินิพพาน ๘ ป พระมหากัสสปะพรอมดวยพระอรหันต ๕๐๐ รูป
เดินทางมายังแดนสุวรรณภูมิเพื่อเผยแผศาสนา และนำพระอุรังคธาตุหรือสวนกระดูกหนาอกของ
พระพุทธเจามาดวย พรอมกับไดสรางเจดียเพื่อบรรจุพระอุรังคธาตุ
ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระเจาชัยวรมันที่ ๗ แหงอาณาจักรขอม ขยายอิทธิพลมา
ครอบครองดินแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ตอมาเมื่ออาณาจักรลานชาง (ลาว) มีอำนาจ
อาณาจักรโคตรบูรณไดตกเปนเมืองขึ้นของลานชาง
๒) อาณาจักรอิศานปุระ (พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๘) อาณาจักรอิศานปุระ (เจนละ)
หรืออาณาจักรขอม รุงเรืองขึ้นในสมัยพระเจาอิศานวนมัน (พ.ศ.๑๑๕๙–๑๑๖๙) ตอมาอาณาจักร
แตกแยกเปน ๒ สวน คือ อาณาจักรเจนละบกและเจนละน้ำ ในสมัยพระเจาชัยวรมันที่ ๒ ทรง
รวบรวมอาณาจักรเจนละเขาดวยกันเปนอาณาจักรขอม (เขมร) เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๔ พระองค
เริ่มตั้งเมืองหลวงในบริเวณใกลเมืองพระนคร (เมืองเสียมเรียบ หรือเสียมราฐ ในปจจุบัน) เรื่องราว
ของอาณาจักรอิศานปุระหรือเจนละ ปรากฏอยูในจดหมายเหตุจีนราชวงศตางๆ และในบันทึกของ
ราชทูตจีน ชื่อ โจว ตากวน ที่เดินทางมายังเจนละในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ และเขียนบันทึกเรื่องราวของ
อาณาจักรเจนละไวในชื่อ “บันทึกดวยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละ”
ระบุวา อาณาจักรเจนละตั้งอยูระหวางอาณาจักรทวารวดีและจามปา (เวียดนาม)
ซึ่งไดบริเวณที่เปนราชอาณาจักรกัมพูชาในปจจุบัน
ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ อาณาจักรอิศานปุระ หรือขอมมีอำนาจ และเจริญรุงเรือง
สูงสุดสมัยพระเจาสุริยวรมันที่ ๒ (พุทธศตวรรษที่ ๑๘) ผูสรางปราสาทนครวัด ปราสาทหินพนมรุง
ปราสาทหินพิมาย และพระเจาชัยวรมันที่ ๗ ผูสรางพระนครธม (ปราสาทบายน) ปราสาทตามพรหม
ในชวงเวลานี้กษัตริยขอมยังไดสรางปราสาทหินขนาดใหญมากมายในบริเวณที่อาณาจักรขอมขยาย
อำนาจไปถึง เชน บริเวณสามเหลี่ยมปากแมน้ำโขง ลาวตอนใต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาค
ตะวันออกของไทย จนถึงลุมแมน้ำเจาพระยา ดังปรากฏหลักฐานอยูทั่วไป เชน ปราสาทหินพิมาย
จังหวัดพระนครราชสีมา ปราสาทหินพนมรุง ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย ปราสาทศีขรภูมิ
จังหวัดสุรินทร พระปรางคสามยอด จังหวัดลพบุรี ปราสาทเมืองสิงห จังหวัดกาญจนบุรี เปนตน
ปราสาทหินพิมาย โบราณสถานใน
อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
ซึ่งไดรับอิทธิพลการกอสรางมาจาก
อาณาจักรอิศานปุระ
ที่มา : http://www.pixpros.net/forums/
showthread.php?t=49982&page=11
- 56.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 52
อาณาจักรขอมไดเผยแพรอารยธรรมไปยังรัฐที่อยูใกลเคียงหลายดานทั้งดาน
การปกครอง ไดแก การปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย ความเปนสมมติเทพของกษัตริย ระบบ
ขุนนาง การปกครองแบบจตุสดมภ และกฎหมายพระธรรมศาสตร ดานศาสนาและความเชื่อ ไดแก
ศาสนาพราหมณ–ฮินดู พระพุทธศาสนานิกายอาจริยวาทหรือมหายาน ดังจะเห็นไดจากโบราณสถาน
และโบราณวัตถุ เชน ปราสาทหิน เทวรูป ประติมากรรมรูปโพธิสัตว ศิวลึงค พระพุทธรูปางนาคปรก
ความเชื่อเรื่อพญานาค เปนตน
อยางไรก็ตาม การสรางศาสนสถานขนาดใหญที่ตองใชแรงงานคนและคาใชจาย
จำนวนมาก ทำใหอาณาจักรขอมคอยๆ เสื่อมโทรมลงตั้งแตพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เปนตนมา
๑. ๒.
๑. พระพุทธรูปปางนาคปรก พบที่
ปราสาทหินพิมาย
๒. สิงหและพญานาค พบที่
ปราสาทหินพิมาย
๓. ประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว พบที่
หนาปรางค ปราสาทหินพิมาย
ที่มา : http://www.moohin.com/trips/nakonrat-
chasima/prasathinphimai/
๓.
- 57.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 53
ปราสาทหินในดินแดนไทย
ปราสาทหิ น เป น ศิ ล ปกรรมที่ แ สดงถึ ง ความเจริ ญ รุ ง เรื อ งของ
อารยธรรมขอม ปรากฏอยู ใ นประเทศไทยหลายสิ บ แห ง จากทิ ศ ตะวั น ออก
สุ ด บริ เ วณชายแดนไทย–กั ม พู ช า มี ก ลุ ม ปราสาทตาเมื อ น จั ง หวั ด สุ ริ น ทร
ทิ ศ ตะวั น ตกมี ป ราสาทเมื อ งสิ ง ห จั ง หวั ด กาญจนบุ รี และเหนื อ สุ ด มี ป ราสาท
วัดจันทรเจา จังหวัดสุโขทัย
ปราสาทที่ปรากฏอยูในประเทศไทย มีลักษณะการสรางออกได ๓ ประเภท
คือ
๑. ปราสาทหินที่เปนศาสน-
ส ถ า น ห รื อ เ ท ว า ลั ย มั ก เ ป น
ปราสาทหินที่มีขนาดใหญ สรางขึ้น
เพื่ อ เป น สถานที่ ป ระกอบพิ ธี ก รรม
เช น ปราสาทหิ น พนมรุ ง อำเภอ
เฉลิ ม พระเกี ย รติ จั ง หวั ด บุ รี รั ม ย
เปนตน
ที่มา : http://www.ubonmet.tmd.go.th/a_new_view.ph
p?id_view=10
๒. ธรรมศาลา สรางขึ้นเพื่อเปนที่พัก
สำหรั บ คนเดิ น ทาง ตั้ ง อยู ต ามเส น ทาง
จากเมืองพระนครมายังปราสาทหินพิมาย
เชน ปราสาทตาเมือน อำเภอกาบเชิง จังหวัด
สุรินทร เปนตน
ที่มา : http://www.thaipackagetour.com
๓. อโรคยาศาลหรื อ กุ ฏิ ฤ าษี
หมายถึง สุขศาลาหรือสถานพยาบาล
ผูปวยในชุมชน เชน ปราสาทเมือนโตจ
อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร เปนตน
ที่มา : http://www.thaipackagetour.com
- 58.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 54
สรุปเวลาแสดงการสรางอาณาจักรอิศานปุระ (ขอม) สมัยเมืองพระนคร
ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ พระเจา
ชัยวรมันที่ ๒ สรางเมืองหริหราลัย
และพนมกุ เ ลนเริ่ ม สมั ย เมื อ ง
พระนคร
ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗
พระเจาสุริยวรมันที่ ๒
สรางนครวัด
ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗
พระเจาสุริยวรมันที่ ๒
สรางนครวัด
- 59.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 55
๕. การสรางสรรคภูมิปญญาของอาณาจักรโบราณกอนสมัยสุโขทัย
การศึกษาเกี่ยวกับการสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยในอาณาจักรโบราณกอนสมัย
สุโขทัยในดินแดนประเทศไทย ก็เพื่อใหเขาใจถึงภูมิปญญาของผูคนในอาณาจักรโบราณสมัยประวัติ
ศาสตรกอนสมัยสุโขทัยในดินแดนที่เปนประเทศไทยปจจุบัน อันอาจจะเปนตัวอยางในการนำไปใชใน
การดำเนินชีวิตของคนไทยในปจจุบันได
๑) ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการสรางสรรคภูมิปญญาของอาณาจักรโบราณกอนสมัย
สุโขทัย การสรางสรรคภูมิปญญาของอาณาจักรโบราณกอนสมัยสุโขทัยในดินแดนประเทศไทยเกิด
จากปจจัยที่สำคัญๆ ดังนี้
(๑) ปจจัยพื้นฐาน ที่สำคัญดังนี้
๑. ลักษณะทางภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอม เชน เปนที่ราบลุม มีแมน้ำไหล
ผานใกลทะเล มีภูเขาสูง เปนตน และมรสุมพัดผานตลอดป คือ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในฤดูหนาว
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตในฤดูฝน สภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอมดังกลาวเปนปจจัยในการเสริม
สรางภูมิปญญาของผูคนในบริเวณอาณาจักรโบราณเหลานี้ อันนำไปสูการหาหนทางแกปญหาตางๆ
ทามกลางสภาพแวดลอมทางดานภูมิศาสตรดังกลาว
๒. ลักษณะรวมและลักษณะแตกตางทางสังคมและวัฒนธรรม เชน ผูคนใน
อาณาจักรโบราณเหลานี่ตางก็มีวัฒนธรรม “ขาว” คือ รับประทานขาวเหมือนกัน ตองปลูกขาวเปน
อาหารคลายๆ กัน เปนตน
สำหรับลักษณะแตกตางทางสังคมและวัฒนธรรมก็เปนปจจัยทางดาน
ภูมิปญญาเหมือนกัน เชน เมืองละโวสมัยทวารวดีผูคนนับถือศาสนาพราหมณ–ฮินดู แตเมืองนคร
ชัยศรีสมัยทวารวดีผูคนนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท เปนตน
(๒) ปจจัยภายนอก เชน จากบุคคลภายนอกที่เขามาติดตอคาขาย กลาวคือ
อาณาจักรโบราณแถบนี้ไดรับเอาอารยธรรมอินเดียมาตั้งแตแรกเริ่ม เชน ภาษา ศาสนา เปนตน
ทำใหมีอิทธิพลตอการเสริมสรางภูมิปญญาของบุคคลในอาณาจักรโบราณ บริเวณแถบนี้เชนเดียวกัน
ที่มา : http://www.panoramio.com/photo/52069354
- 60.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 56
๒) ผลงานการสร า งสรรค ภู มิ ป ญ ญาของอาณาจั ก รโบราณก อ นสมั ย สุ โขทั ย
การสรางสรรคภูมิปญญาของอาณาจักรโบราณ สวนหนึ่งเกิดจากการรับอารยธรรมตางชาติมา
ผสมผสานกับวัฒนธรรมทองถิ่น ทำใหเกิดการพัฒนาดานภูมิปญญาขึ้น ที่สำคัญดังนี้
(๑) การเกษตรกรรม ผูคนในสมัยทวารวดีมีความคิดสรางสรรคในการเพาะปลูก
แบบใหม โดยมีการใชแรงงานวัวไถนาผอนแรงคน ตอมาไดพัฒนามาใชแรงงานควายทำนาในที่ลุม
และเริ่ ม เปลี่ ย นมาใช พั น ธุ ข า วเมล็ ด เรี ย ว ซึ่ ง นิ ย มบริ โ ภคกั น มาจนถึ ง ป จ จุ บั น โดยที่ ก อ นหน า นี้
ใชพันธุขาวเมล็ดปอม การคิดหาวิธีไถนาดวยการใชแรงงานสัตว พบวาการใชควายไถนาในที่ลุมซึ่งมี
น้ำขัง ควายจะทำงานไดดีกวาวัว นับวาเปนภูมิปญญาทางดานเกษตรกรรมอยางหนึ่ง
ในสมัยโบราณ การผลิตพืชผล
ทางการเกษตรเปนการผลิต
แบบพอยังชีพโดยทำเองใชเอง
ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/
book/book.php?book=23&chap=4&page=t23-
4-m.htm
(๒) การเลือกทำเลในการสรางบานแปลงเมือง การสรางบานแปลงเมืองจะตองอยู
ในทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม สามารถติดตอกับดินแดนภายในและภายนอกอาณาจักรไดอยางสะดวก
เพื่อผลประโยชนทั้งทางดานการเกษตรกรรม การคา และการปกครอง เชน ที่บริเวณเมืองโบราณอูทอง
นครปฐม คูบัว เปนตน จะเห็นไดวาที่ตั้งของเมืองเหลานี้อยูในเขตลุมแมน้ำ มีทางออกสูทะเล
ซึ่งสะดวกตอการคาขายกับดินแดนภายนอก ขณะเดียวกันก็สามารถติดตอกับดินแดนภายในที่มี
พืชอุดมสมบูรณ มีทรัพยากรและปาหายากอีกดวย
เมืองโบราณอูทอง เปนแหลงทำเล
ในการสรางบานแปลงเมือง
ที่เหมาะสม
ที่มา : http://www1.mod.go.th/
heri tage/nation/oldcity/suphan-
buri2.htm
- 61.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 57
(๓) การประดิ ษ ฐ ตั ว อั ก ษรขึ้ น ใช ในสมั ย
ทวารวดี แตเดิมกลุมชนเหลานี้ใชภาษา สันสกฤตและภาษาบาลี
ที่รับมาจากอินเดียในการสื่อสาร ภาษาสันสกฤตเกี่ยวของกับ
ชนชั้ น สู ง และใช ใ นคำประกาศพิ ธี ก รรม ส ว นภาษาบาลี เ ป น
ภาษาในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท เปนภาษาที่ศักดิ์สิทธิ์
เมื่อชาวทวารวดีไดรับเอาตัวอักษรนั้นมาแลว ก็มาดัดแปลงผสม
ผสานกับภาษาในทองถิ่น จึงกลายมาเปนอักษรมอญโบราณ
ซึ่งเปนอักษรของชาวทวารวดี
อักษรมอญโบราณ พุทธศตวรรษที่ ๑๗
จารึกวัดดอนแกว อำเภอเมือง ที่มา : http://www.sac.or.thdata
จังหวัดลำพูน bases/inscriptions/th/mainphp?p
=ZGV0YWls&id=286
(๔) ศาสนา-ความเชื่อ อาณาจักรโบราณในดินแดนประเทศไทยกอนสมัยสุโขทัย
ไดมีการสรางสรรคภูมิปญญาอันเกิดจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยมีการใชความเชื่อ
เกี่ยวกับคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาเปนหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เพื่อความ
สงบสุขของสังคม และนำไปสูการสรางสรรคภูมิปญญาทางดานสถาปตยกรรม ประติมากรรม ดังเชน
ที่ปรากฏอยูในอาณาจักรทวารวดี และอาณาจักรหริภุญชัย เปนตน
วัดพระสิงห จังหวัดเชียงใหม สรางสรรคจากความเชื่อในพระพุทธศาสนา
ในสมัยอาณาจักรหริภุญชัย
ที่มา : http://www.thailandsworld.com/th/chiang-mai/chiang-mai-temples/index.cfm
- 62.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 58
บุคคลสำคัญของอาณาจักรโบราณในดินแดนประเทศไทย
กอนสมัยสุโขทัย
บุ ค คลสำคั ญ ที่ ก อ ให เ กิ ด การเปลี่ ย นแปลงประวั ติ ศ าสตร ในบริ เวณแถบนี้
มีดังตอไปนี้
พระนางจามเทวี
พระนางจามเทวีปฐมกษัตริยแหงอาณา
จักรหริภุญชัย ตามตำนานจามเทวีวงศกลาววา
พระนางเปนธิดากษัตริยเมืองละโว (ลพบุรี) ได
เสด็ จ มาจากเมื อ งละโว ขึ้ น มาปกครองเมื อ ง
หริภุญชัย (ลำพูน) เมื่อประมาณ พ.ศ.๑๓๑๐ – ๑๓๑๑
ราชวงศจามเทวีมีเชื้อสายปกครองเมืองหริภุญชัย
สื บ ต อ กั น มาจนถึ ง ต น พุ ท ธศตวรรษที่ ๑๙ ใน
สมัยพระยายีบาจึงสิ้นราชวงศพระนางจามเทวี
มีความสำคัญตอการวางรากฐานทางวัฒนธรรม
ของหริภุญชัยและบริเวณใกลเคียงเนื่องจากขณะ
เสด็จจากละโวมาสรางเมืองหริภุญชัย ไดนำเอา
ผูเชี่ยวชาญในศิลปะวิทยาการตางๆ มาดวย เชน
พระภิกษุ นักปราชญ ชางแขนงตางๆ เปนตน
นับไดวาเปนการขยายตัวทางวัฒนธรรมทวารวดี
จากเมืองละโวมายังหริภุญชัย โดยเฉพาะอยางยิ่ง
ที่มา : http://www.rd.go. ความเจริญทางพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท
th/lamphun/55.0.html ในหริ ภุ ญ ชั ย ทำให แ คว น หริ ภุ ญ ชั ย กลายเป น
ศูนยกลางสำคัญของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท
สืบตอมาอีกเปนเวลานาน
- 63.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 59
พระเจาชัยวรมันที่ ๗
พระเจาชัยวรมันที่ ๗ (พ.ศ.
๑๗๒๔– ๑๗๖๑) เปนกษัตริยที่ยิ่ง
ใหญที่สุดพระองคหนึ่งของอาณา
จักรขอม เมื่อขึ้นครองราชยแลว
ไดขยายอำนาจของอาณาจักรขอม
เมื่ อ ขึ้ น ครองราชย แล ว ได ข ยาย
อำนาจของอาณาจักรขอมขึ้นไปทา ง
เหนือและตะวันตกถึงดินแดน พมา
และบางสวนของแหลมมลายู
พระเจาชัยวรมันที่ ๗ ทรงมีศรัทธาอยางแรงกลา
ในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งนับถือพระโพธิสัตว
อวโลกิเตศวรเปนหลัก ทรงสรางโรงพยาบาล สำหรับรักษา
โรคภัยไขเจ็บแกราษฎรถึง ๑๐๒ แหง งานสถาปตยกรรม
สำคัญที่พระองคทรงสรางไวคือ เมืองนครธม มีกำแพง
แตละดานยาวถึง ๑๒ กิโลเมตร มีคูเมืองขนาดใหญ
ลอมรอบ และมีประตู ๕ ประตู โดยมีปราสาทบายน
เปนจุดศูนยกลาง
นอกจากนี้ยังทรงสรางศาสนสถานอีกมาก เชน
ปราสาทตาพรหม ประสาทพระขรรค ปราสาทนาคพัน
เปนตน
นอกจากนี้ พระองคไดทรงสราง ประติมากรรม
มากกวา ๒๐,๐๐๐ ชิ้น ที่ทำดวยทองคำ เงิน สำริดและ
หินกระจายไปในอาณาจักรขอม
- 64.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 60
กลาวโดยสรุป ดินแดนที่เปนประเทศไทยปจจุบันมีผูคนอาศัยอยูตั้งแตสมัยกอนประวัติ-
ศาสตร โดยมีชุมชนกระจายทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย แตพบมากในภาคกลางและภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ชุมชนตางๆ ไดสรางสมความเจริญขึ้นมา เชนการรูจักทำเครื่องปนดินเผา
การรูจักใชเครื่องมือเหล็ก เปนตน ตอมาเมื่อชุมชนไดขยายตัวใหญขึ้น และมีการติดตอแลกเปลี่ยน
สินคา และวัฒนธรรมกับชุมชนอื่น ทั้งชุมชนที่อยูใกลเคียงและดินแดนที่หางไกลออกไป โดยเฉพาะ
อิ น เดี ย และจี น จึ ง ทำให ไ ด รั บ อิ ท ธิ พ ลทางอารยธรรมเข า มาที่ ส ำคั ญ คื อ อารยธรรมอิ น เดี ย เช น
ศาสนาพราหมณ – ฮินดู พระพุทธศาสนา ภาษาสันสกฤต ภาษาบาลี เปนตน ทำใหชุมชนพัฒนาเปน
เมือง เปนแควนหรือรัฐ และเปนอาณาจักรขึ้นมาในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะอาณาจักร
ทวารวดีบริเวณลุมแมน้ำภาคกลาง ซึ่งมีความสำคัญอยางยิ่งตอการพัฒนาอาณาจักรโบราณใน
ภาคกลาง ในระยะตอมา ไดแก อาณาจักรละโว และอาณาจักรอโยธยา ซึ่งเปนรากฐานของประเทศไทย
ในปจจุบัน
จะเห็ นไดวา ในแตละภูมิภาคของดินแดนประเทศไทยจะเกิดอาณาจักรตางๆ ในเวลา
ใกลเคียงกันและมีการถายทอดวัฒนธรรมระหวางกัน ซึ่งแตละอาณาจักรลวนรับเอาวัฒนธรรมจาก
อาณาจักรอื่นแลว นำมาผสมผสานกับความคิดความเชื่อของอาณาจักรตน จนกอใหเกิดวัฒนธรรมทองถิ่น
ที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเองขึ้นมา
- 65.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 61
กิจกรรมที่ ๕
คำสั่ง ใหนักเรียนนำตัวเลขหนาขอความใสลงในชองวางดานลางใหสัมพันธกัน
๑. อาณาจักรทวารวดี ๒. อาณาจักรละโว ๓. อาณาจักรโยนกเชียงแสน
๔. อาณาจักรหริภุญชัย ๕. อาณาจักรลานนา ๖. อาณาจักรลังกาสุกะ
๗. อาณาจักรตามพรลิงค ๘. อาณาจักรศรีวิชัย ๙. อาณาจักรโคตรบูรณ
๑๐. อาณาจักรอิศานปุระ
หมายเลข รายละเอียด
ศาสนสถานที่สำคัญ เชน พระบรมธาตุไชยา อำเภอไชยา เทวรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร
ที่วัดศาลาทึง อำเภอไชยา พระพุทธรูปปางนาคปรกสำริดที่วัดหัวเวียง อำเภอไชยา เปนตน
มีการขุดพบเหรียญที่มีจารึกภาษาสันสกฤตวา “ศรีทวารวตี ศวรปุณยะ” แปลวา
การบุณย ของพระเจาศรีทวารวดี ที่จังหวัดนครปฐม
เจริญรุงเรืองในสมัยพระเจาอิศานวรมัน ตอมาแตกแยกเปนเจนละบกและเจนละน้ำ
ในสมัยพระเจาชัยวรมันที่ ๒ ทรงรวบรวมเขาดวยกันเปนอาณาจักรขอม (เขมร)
เรื่องราวของอาณาจั กรปรากฏอยู ในตำนานสิ ง หนวั ติ กุ มารและตำนานลวจั ง กราช
มีศูนยกลางอยูที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายในปจจุบัน
หลักฐานที่สำคัญ เชน พระปรางคสามยอด เทวสถานปรางคแขก เทวรูปพระนารายณ
เทวรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร รูปสลักพระพรหมบนแผนศิลา เปนตน
มีศูนยกลางอยูที่จังหวัดนครพนม มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตลอดดินแดนฝงซายของแมน้ำโขง
ผูกอตั้งอาณาจักร คือ พระยามังรายมหาราช มีศูนยกลางอยูที่จังหวัดเชียงใหมในปจจุบัน
ศาสนสถานสำคัญ เชน วัดเจดียหลวง วัดเจดียเจ็ดยอด เปนตน
ศูนยกลางของอาณาจักรอยูบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชในปจจุบัน
ตำนานจามเทวีวงศระบุวา ษีวาสุเทพเปนผูสรางเมืองและขอใหกษัตริยละโวสง
เชื้อพระวงศมาปกครอง
มีศูนยกลางอยูที่อำเภอยะรัง จังหวัดปตตานี เปนศูนยกลางสำคัญของพระพุทธศาสนา
นิกายมหายาน ดังปรากฏหลักฐานจากจดหมายเหตุของหลวงจีนอี้จิง
- 66.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 62
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè õ
หมายเลข รายละเอียด
ศาสนสถานที่สำคัญ เชน พระบรมธาตุไชยา อำเภอไชยา เทวรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร
๘ ที่วัดศาลาทึง อำเภอไชยา พระพุทธรูปปางนาคปรกสำริดที่วัดหัวเวียง อำเภอไชยา เปนตน
๑ มีการขุดพบเหรียญที่มีจารึกภาษาสันสกฤตวา “ศรีทวารวตี ศวรปุณยะ” แปลวา
การบุณย ของพระเจาศรีทวารวดี ที่จังหวัดนครปฐม
เจริญรุงเรืองในสมัยพระเจาอิศานวรมัน ตอมาแตกแยกเปนเจนละบกและเจนละน้ำ
๑๐ ในสมัยพระเจาชัยวรมันที่ ๒ ทรงรวบรวมเขาดวยกันเปนอาณาจักรขอม (เขมร)
๓ เรื่องราวของอาณาจั กรปรากฏอยู ในตำนานสิ ง หนวั ติ กุ มารและตำนานลวจั ง กราช
มีศูนยกลางอยูที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายในปจจุบัน
๒ หลักฐานที่สำคัญ เชน พระปรางคสามยอด เทวสถานปรางคแขก เทวรูปพระนารายณ
เทวรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร รูปสลักพระพรหมบนแผนศิลา เปนตน
๙ มีศูนยกลางอยูที่จังหวัดนครพนม มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตลอดดินแดนฝงซายของแมน้ำโขง
๕ ผูกอตั้งอาณาจักร คือ พระยามังรายมหาราช มีศูนยกลางอยูที่จังหวัดเชียงใหมในปจจุบัน
ศาสนสถานสำคัญ เชน วัดเจดียหลวง วัดเจดียเจ็ดยอด เปนตน
๗ ศูนยกลางของอาณาจักรอยูบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชในปจจุบัน
๔ ตำนานจามเทวีวงศระบุวา ษีวาสุเทพเปนผูสรางเมืองและขอใหกษัตริยละโวสง
เชื้อพระวงศมาปกครอง
๖ มีศูนยกลางอยูที่อำเภอยะรัง จังหวัดปตตานี เปนศูนยกลางสำคัญของพระพุทธศาสนา
นิกายมหายาน ดังปรากฏหลักฐานจากจดหมายเหตุของหลวงจีนอี้จิง
- 67.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 63
กิจกรรมที่ ๖
คำสั่ง ใหนักเรียนดูภาพโบราณสถานตอไปนี้ แลวตอบคำถามตามประเด็นที่กำหนด
ชื่อโบราณสถาน ....................................................
ที่จังหวัด .................................................
สมัยอาณาจักร ....................................................
ชื่อโบราณสถาน ....................................................
ที่จังหวัด .................................................
สมัยอาณาจักร ....................................................
ชื่อโบราณสถาน ....................................................
ที่จังหวัด .................................................
สมัยอาณาจักร ....................................................
ชื่อโบราณสถาน ....................................................
ที่จังหวัด .................................................
สมัยอาณาจักร ....................................................
ชื่อโบราณสถาน ....................................................
ที่จังหวัด .................................................
สมัยอาณาจักร ....................................................
- 68.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 64
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ö
ปราสาทหินพิมาย
ชื่อโบราณสถาน ....................................................
ที่จังหวัด นครราชสีมา
.................................................
อิศานปุระ
สมัยอาณาจักร ....................................................
พระบรมธาตุไชยา
ชื่อโบราณสถาน ....................................................
ที่จังหวัด สุราษฎรธานี
.................................................
ศรีวิชัย
สมัยอาณาจักร ....................................................
พระธาตุหริภุญชัย
ชื่อโบราณสถาน ....................................................
ที่จังหวัด ลำพูน
.................................................
หริภุญชัย
สมัยอาณาจักร ....................................................
วัดมหาธาตุวรวิหาร
ชื่อโบราณสถาน ....................................................
ที่จังหวัด นครศรีธรรมราช
.................................................
ตามพรลิงค
สมัยอาณาจักร ....................................................
พระปรางคสามยอด
ชื่อโบราณสถาน ....................................................
ที่จังหวัด ลพบุรี
.................................................
ละโว
สมัยอาณาจักร ....................................................
- 69.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 65
กิจกรรมที่ ๗
คำสั่ง ใหนักเรียนนำหมายเลขที่กำหนดใหในแผนที่ไปเติมลงในชองวางตรงตามที่เปน
ศูนยกลางของอาณาจักรใหถูกตอง
...................ศรีวิชัย ...................ลานนา ........โยนกเชียงแสน ...............โคตรบูรณ
.................ทวารวดี .............ตามพรลิงค ......................ละโว ...............หริภุญชัย
- 70.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 66
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ÷
๗
...................ศรีวิชัย ๓
...................ลานนา ๑
........โยนกเชียงแสน ๔
...............โคตรบูรณ
๕
.................ทวารวดี ๘
.............ตามพรลิงค ๖
......................ละโว ๒
...............หริภุญชัย
- 71.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 67
ประจำหนวยที่ ๓
คำชี้แจง ขอสอบเปนแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอ
คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน
กระดาษคำตอบ
๑. ลั ก ษณะการดำรงชี วิ ต ของมนุ ษ ย ใ น ๔. การดำรงชีวิตของมนุษยในยุคแรกเริ่ม
ชวงแรกๆ ตรงตามขอใด นาจะมีลักษณะสอดคลองกับขอใด
ก. ลาสัตว เก็บหาของปา ก. เพาะปลูกขาว
ข. อาศัยกันอยูเปนชุมชน ข. ลาสัตวปาเปนอาหาร
ค. เพาะปลูกพืชธัญญาหาร ค. คาขายกับชุมชนใกลเคียง
ง. ทำภาชนะดินเผาไวใสอาหาร
ง. ใชเงินตราเปนสื่อกลางในการแลก
๕. สุวรรณภูมิหรือดินแดนแหงทองคำ เปน
เปลี่ยน ชื่อเดิมของดินแดนใด
๒. การสรางเครื่องมือเครื่องใชของชุมชน ก. เอเชียใต
มนุษยยุคหินเกาจะมีลักษณะตามขอใด ข. เอเชียตะวันออก
ก. ประดิษฐกลองมโหระทึก ค. เอเชียตะวันตกเฉียงใต
ข. ทำเครื่องประดับจากแกว ง. เอเชียตะวันออกเฉียงใต
ค. ทำขวานกำปนกะเทาะหนาเดียว ๖. บริ เวณที่ เ หมาะสมกั บ การตั้ ง ถิ่ น ฐาน
ง. ทำเครื่องปนดินเผาแบบสามขา ของชุมชนโบราณควรจะเปนที่ใด
๓. “มนุ ษ ย เร ร อ นเก็ บ หาอาหาร ล า สั ต ว ก. ที่ราบสูง
ข. หุบเขา
ใชเพิงผาหรือถ้ำเปนที่หลับนอน รูจัก
ค. ที่ราบเชิงเขา
เพาะปลู ก และนำสั ต ว ป า มาเลี้ ย ง” ง. ที่ราบลุมแมน้ำและชายฝงทะเล
ขอความดังกลาวแบงตามเกณฑขอใด ๗. ขอใดกลาวไดถูกตอง
ก. แบงตามอาชีพ ก. ชุมชนทุกแหงจะตองอยูริมน้ำ
ข. แบงตามทำเลที่ตั้ง ข. ชุมชนจะเจริญไดตองใชสำริดกอน
ค. แบงตามลักษณะการดำรงชีวิตของ ค. ชุมชนทุกแหงจะตองขยายไปเปน
มนุษย แควน
ง. แบงตามเทคโนโลยีการทำเครื่องมือ ง. ชุมชนแตละแหงมีพัฒนาการไมเทา
เครื่องใช กัน
- 72.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 68
๘. รากฐานของวัฒนธรรมละโวมาจากที่ใด ๑๓. เหตุผลสำคัญที่ทำใหอาณาจักรโบราณ
ก. จีน มักตั้งอยูริมแมน้ำหรือชายฝงทะเลคือ
ข. อินเดีย อะไร
ค. สรางขึ้นเอง ก. ประชาชนใชเรือเปนพาหนะ
ง. ทวารวดีและขอม ข. ปองกันไมใหขาศึกลอมเมือง
๙. “มีการพบโครงกระดูกมนุษยและสัตว ค. สะดวกในการคาขายและเพาะปลูก
ภาชนะดินเผาลายเขียนสีทั้งลายเชือก ง. ฝกฝนกองทัพทางทะเลใหมีประสิทธิ
ทาบ ลายขู ด ขี ด บนผิ ว ขั ด มั น เครื่ อ ง ภาพมากขึ้น
ประดับทำจากลูกปด” แสดงใหเห็นถึง ๑๔. มรดกที่ สั ง คมไทยได รั บ จากนครศรี -
พัฒนาการของชุมชนในขอใด ธรรมราชคือขอใด
ก. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี ก. การเขียนอักษรไทย
ข. บานเกา จังหวัดกาญจนบุรี ข. การนับถือพระโพธิสัตว
ค. ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน ค. การสรางเจดียทรงพุมขาวบิณฑ
ง. บานดอนตาเพชร จังหวัดกาญจนบุรี ง. การนั บ ถื อ พระพุ ท ธศาสนานิ ก าย
๑๐. งานศิลปกรรมในขอใดที่ไมพบในศิลปะ เถรวาทลัทธิลังกาวงศ
ทวาราวดี ๑๕. เหตุผลสำคัญที่ทำใหพระยามังรายมหาราช
ก. พระปรางคสามยอด ทรงสรางราชธานีที่เชียงใหม นาจะเปน
ข. พระพุทธรูปศิลาขาว เพราะอะไร
ค. จุลประโทณเจดีย ก. มีธรรมชาติที่สวยงาม
ง. ธรรมจักรศิลาและกวางหมอบ ข. ปองกันการรุกรานจากทางใต
๑๑. ป จ จั ย สำคั ญ ในการพั ฒ นาชุ ม ชนไปสู ค. จะไดดูแลอาณาจักรอยางทั่วถึง
การเปนแควนหรืออาณาจักรคือขอใด ง. ตองการใหเปนเมืองทาคา
ก. เกิดชนชั้นในสังคม ๑๖. ผลงานของอาณาจักรใดที่ทำใหพระพุทธ
ข. มีการจัดระเบียบการปกครอง ศาสนาหยั่งรากลึกในดินแดนไทยมาจน
ค. มีการติดตอคาขายกับชุมชนอื่น ถึงปจจุบัน
ง. มีการรับอารยธรรมจากตางชาติ ก. ละโว
๑๒. เพราะเหตุใดจึงสันนิษฐานวาศูนยกลาง ข. หริภุญชัย
ของทวาราวดีนาจะอยูที่จังหวัดนครปฐม ค. นครศรีธรรมราช
ก. พบพระพุทธรูปปางนาคปรกสำริด ง. โคตรบูรณ
ข. ปรากฎเรื่ อ งราวอยู ใ นตำนานมู ล ๑๗. ปราสาทหิ น ของขอม สั น นิ ษ ฐานว า
ศาสนา สรางขึ้นเพื่อจุดประสงคใด
ค. จดหมายเหตุจีนเรียกอาณาจักรนี้วา ก. เปนที่ประกอบศาสนพิธี
“หลอหู” ข. เปนแหลงทองเที่ยวพักผอน
ง. พบเหรียญเงินที่มีคำจารึกเปนภาษา ค. เปนศูนยกลางการปกครอง
สันสกฤต ง. เปนที่ประทับของพระมหากษัตริย
- 73.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 69
๑๘. เพราะเหตุใดอาณาจักรโยนกเชียงแสน ๒๐. จากหลักฐานที่พบ ชุมชนใดนาจะเปน
จึ ง ต อ งย า ยศู น ย ก ลางการปกครอง แหลงเริ่มตนของพัฒนาการการตั้งถิ่นฐาน
หลายครั้ง ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ก. ถูกศัตรูรุกราน ก. พิมาย จังหวัดนครราชสีมา
ข. ไดรับภัยธรรมชาติ ข. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี
ค. ทำเลที่ตั้งไมเหมาะสม ค. ฟาแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ
ง. ตองการหาทางออกทะเลเพื่อคาขาย ง. หนองหารหลวง จังหวัดสกลนคร
๑๙. เรื่องราวของพระนางจามเทวีมีความ
เกี่ยวของกับอาณาจักรในขอใด
ก. ลานนา
ข. หริภุญชัย
ค. ทวาราวดี
ง. ลังกาสุกะ
- 74.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 70
Ẻ·´ÊͺËÅѧàÃÕÂ
ประจำหนวยที่ ๓
¹
ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ
๑ ค ๑๑ ก
๒ ก ๑๒ ก
๓ ข ๑๓ ค
๔ ค ๑๔ ก
๕ ง ๑๕ ง
๖ ข ๑๖ ข
๗ ค ๑๗ ข
๘ ง ๑๘ ค
๙ ง ๑๙ ข
๑๐ ค ๒๐ ก
- 75.
สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 71
ณรงค พวงพิศ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน,
นนนนนนน๒๕๕๒.
ไพฑูรย มีกุศล และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาตร ม.๑. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช, ๒๕๕๒.
¬¬¬ .แบบฝกหัดพัฒนาการเรียนรูประวัติศาสตร ม.๑. พิมพครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : วัฒนา
พานิช, ๒๕๔๙.
บรรณานุกรม
วงเดือน นาราสัจจ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : พัฒนาคุณภาพ
นนนนนนนวิชาการ(พว.), ๒๕๕๒.
วรรัตน วรรณเลิศลักษณ และคณะ. แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญ
ชมพูนุทนนาคีรักษและคณะ. คูมือครู เลม ๑ ประวัติศาสตรไทย : เวลาและยุคสมัย
ทัศ , ๒๕๕๑.
วีณา เอี่ยมประไพ และคณะ. สัมฤทธิชัาตรฐานประวัติศาสตร – ๖. กรุงเทพฯ :: พักษรเจริณภาพ
ทางประวัติศาสตรไทย ์ม้นมัธยมศึกษาปที่ ๔ ม.๑. กรุงเทพฯ อั ฒนาคุ ญ
ทัศน, ๒๕๕๐.
วิชาการ (พว.), ๒๕๕๔.
ณรงค พวงพิศ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : อักษร
เจริญทัศน, ๒๕๕๒.
ไพฑูรย มีกุศล และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาตร ม.๑. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช,
๒๕๕๒.
. แบบฝ ก หั ด พั ฒ นาการเรี ย นรู ป ระวั ติ ศ าสตร ม.๑. พิมพครั้งที่ ๑
กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช, ๒๕๔๙.
วงเดือน นาราสัจจ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : พัฒนา
คุณภาพวิชาการ (พว.), ๒๕๕๒.
วรรัตน วรรณเลิศลักษณ และคณะ. แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู. กรุงเทพฯ :
อักษรเจริญทัศน, ๒๕๕๑.
วีณา เอี่ยมประไพ และคณะ. สัมฤทธิ์มาตรฐานประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ :
อักษรเจริญทัศน, ๒๕๕๐.