พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕        15



คนดีชอบท�างาน คนพาลชอบท�าลาย

      ยส�			ลทฺธาน		ทุมฺเมโธ			 อนตฺถ�		จรติ		อตฺตโน
	     อตฺตโน		จ		ปเรสญฺจ		          หึสาย		ปฏิปชฺชติ.
	 คนทรามปัญญาได้ยศแล้ว 	 ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็น
ประโยชน์แก่ตน	ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนตนและคนอื่น

    บรรดามนุษย์ทั้งหลายทุกชาติ ทุกภาษา ทุกเผ่าพันธุ์ ไม่ว่า
จะนับถือลัทธิศาสนาอะไร เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว ก็มีบุคคลอยู่
๒ ประเภท คือ คนพาล(คนชั่ว) กับบัณฑิต (คนดี) ประเด็นแรก
เราก็มาท�าความเข้าใจกันในบุคคล ๒ ประเภทนีเสียก่อน คนพาล
                                                ้
กับบัณฑิตนั้น มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร
    คนพาลคือคนประเภทไหนมีอะไรเป็นเครื่องบอกว่าเป็นคน
พาล ค�าว่า “พาล” แปลว่า อ่อน หมายความว่า คนพาลอ่อน
ความคิด คือไม่มความคิดในทางริเริมสร้างสรรค์ มีเหมือนกันแต่
                   ี                ่
เป็นความคิดทีออนปวกเปียก เรียกว่าใช้ไม่ได้ ไม่มความคิดในการ
               ่ ่                                ี
พัฒนาชีวตให้ดขนให้เจริญก้าวหน้าขึนกว่าทีเคยเป็นอยูกอน เคย
          ิ     ี ึ้                  ้      ่         ่ ่
เป็นอยู่อย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้น มิหน�าซ�้ายังปล่อยชีวิตให้เป็น
ไปตามอ�านาจกิเลสตัณหาอารมณ์ฝ่ายต�่า ไม่น�าพาคิดหาอุบาย
ให้ชวตเป็นไปตามหลักเหตุผล คนเช่นนีเรียกว่าเป็นคนพาล (อ่อน
    ีิ                                  ้
16                    พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕

ความคิด)
     เมื่ออ่อนความคิดแล้ว คนพาลก็ยังอ่อนสติอีกด้วย คือเป็น
บุคคลประเภทประมาทขาดสติ มีความสะเพร่าเป็นนิสัยท�าอะไร
พูดอะไร คิดอะไร ขาดความระมัดระวังพลั้งพลาดอยู่เสมอ นี่คือ
ลักษณะของคนอ่อนสติ สติยังอ่อนส่งผลสะท้อนให้เกิดความ
บกพร่องในการท�าหน้าที่การงาน
     นอกจากอ่อนความคิด อ่อนสติแล้ว คนพาลก็ยงอ่อนปัญญา  ั
คือไม่มีปรีชาความรู้ซึ้งถึงเหตุผล เป็นคนมีชีวิตอยู่สักแต่ว่าลม
หายใจเข้า หายใจออกเท่านั้น ไม่ผิดอะไรกับคนตายแถมยัง
ท�าลายประโยชน์ทั้งในโลกนี้และประโยชน์ในโลกเบื้องหน้า อัน
ตนควรจะได้เสียอีก นีแหละคือคนพาลสันดานอ่อนความคิด อ่อน
                         ่
สติ และอ่อนปัญญา
     เรื่องของ “พาล” ที่แปลว่าอ่อน ได้แก่อ่อนความคิด อ่อน
สติ อ่อนปัญญา แม้ว่าร่างกายจะก�าย�าล�่าสันมีก�าลังแข็งแรง
เทียมดังช้าง ไม่ต่างอะไรกับเวสสุวรรณ ทศกัณฐ์ยักษา แต่ถ้า
อ่อนความคิด อ่อนสติ อ่อนปัญญา ก็ได้ชื่อว่าเป็นคนพาลอยู่นั้น
เอง เมื่อคนพาลเป็นคนอ่อนความคิด อ่อนสติ อ่อนปัญญา ก็ไม่
คิดหาทางสร้างสรรค์ชวตให้เจริญก้าวหน้าด้วยเหตุผล คิดวนอยู่
                           ีิ
แต่ในเรื่องไร้สาระ เช่น เรื่องเครื่องรางของขลังโชคชะตาราศี
เคราะห์ดเคราะห์ราย วุนวายอยูแต่ในเรืองตืนผูวเศษ เป็นเหตุให้
           ี         ้ ่             ่    ่ ่ ้ิ
เสี ย ประโยชน์ ทั้ ง ปั จ จุ บั น และอนาคต นี่ คื อ ความหมายของ
“พาล” ถ้าอ่อนทั้งสามคืออ่อนความคิด อ่อนสติ อ่อนปัญญา มี
อยู่ในบุคคลใด ก็คนนั้นแหละคือ “คนพาล” ไม่ว่าจะเป็นคน
พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕      17

ประเภทไหน อยู่ในเพศไหน วัยไหน มีต�าแหน่งหน้าที่การงาน
อะไรก็ตามก็ได้ชื่อว่า เป็นคนพาลด้วยกันทั้งนั้น
     นอกจากจุดอ่อนทั้งสามคืออ่อนความคิด อ่อนสติ และอ่อน
ปัญญา จะเป็นการบ่งบอกถึงลักษณะของคนพาลแล้ว ก็ยังมี
“อาการของคนพาล” อีกคือคนพาลมีอาการแสดงออกบอกให้
รู้อยู่ ๓ จุดด้วยกันคือ
     คนพาลคิดแต่เรื่องชั่วๆ	 ที่ตัวเคยคิดมาแล้วเป็นนิสัย	 คน
พาลพูดแต่เรื่องชั่วๆ	ที่ตัวเคยคิดมาแล้วเป็นนิสัย	คนพาลท�า
แต่เรื่องชั่วๆ	ที่ตัวเคยท�ามาแล้วเป็นนิสัย
     ตามหลักทังสามนี้ เราก็ได้จดสังเกตรูอาการของคนพาลสาม
                 ้             ุ        ้
จุด คือ จากความคิด จุดนี้อาจจะยากต่อการสังเกต เพราะเป็น
เรื่องภายในจิตใจ แต่ก็พอจะสังเกตได้ จากการพูด และจากการ
ท�า สรุปอาการของคนพาลคือชอบคิดชั่วเป็นนิสัย ชอบพูดชั่ว
เป็นนิสย และชอบท�าชัวเป็นนิสย คิดแต่เรืองชัวๆ ทีตวเคยคิดมา
          ั              ่       ั        ่ ่ ่ ั
แล้วเป็นนิสัยนั้น ได้แต่คิดโลภอยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตน
คิดพยาบาทปองร้ายให้ผู้อื่นถึงความฉิบหาย คิดเห็นผิดจาก
ท�านองคลองธรรม นี่แหละคนพาลคิดแต่เรื่องชั่วเช่นนี้ คนไหน
คิดแต่เรืองชัวๆ เช่นนี้ คนนันแหละคือคนพาล สันดานชอบคิดชัว
            ่ ่             ่                                 ่
พูดแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยคิดมาแล้วเป็นนิสัยนั้น ได้แก่พูดเท็จ
โกหกหลอกลวง พูดส่อเสียดยุยงให้คนแตกสามัคคีกัน พูดค�า
หยาบคาย พูดเพ้อเจ้อเหลวไหลไร้สาระอันท�าให้คนอืนได้รบความ
                                                   ่ ั
เสียหายจากการพูดชั่วของตน ท�าแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยท�ามา
แล้วเป็นนิสัย ได้แก่การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิด
18                   พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕

ในกาม การกระท�าในลักษณะเช่นนี้ คนพาลชอบกันนักชอบกัน
หนา ถ้าใครคิดชั่ว พูดชั่ว ท�าชั่ว โดยไม่เลิกละ คนนั่นละเป็นคน
พาล เพราะการท�าชั่ว การพูดชั่ว การคิดชั่ว เป็นตัวบ่งบอกว่า
เป็นอาการของคนพาล ดังนั้น การดูคนพาลจึงให้ดูที่พฤติกรรม
ทางกาย ทางวาจา ทางใจ ของเขา ให้ดูที่ความคิด ให้ดูที่ค�าพูด
ให้ดูที่การกระท�าของเขา ลักษณะอาการของคนพาลนั้น ชอบ
คิดชัวเป็นนิสย (มโนทุจริต) ชอบพูดชัวเป็นนิสย (วจีทจริต) ชอบ
      ่        ั                     ่        ั      ุ
ท�าชั่วเป็นนิสัย (กายทุจริต) รวมความแล้ว คนที่ชอบประพฤติ
ทุจริตทางกาย ทางวาจา และทางใจ นั่นเองคือคนพาล นี่คือ
หลั ก การสั ง เกตคนพาล ตามทั ศ นะของพุ ท ธศาสนาแต่ ยั ง
มีวิธีดูคนพาลอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งท่านอกิตติดาบส นักปราชญ์ทาง
ศาสนายุคก่อนพระพุทธเจ้าท่านได้ให้ทฤษฎีสังเกตคนพาลไว้
๕ ประการคือ
     ๑.	คนพาลชอบแนะน�าสิ่งที่ไม่ควรแนะน�า
	 ๒.	คนพาลชอบประกอบในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ
	 ๓.	คนพาลชอบเห็นชั่วเป็นดี
	 ๔.	คนพาลแม้คนอื่นพูดดีๆ	ก็โกรธ
	 ๕.	คนพาลไม่รู้อุบายส�าหรับแนะน�า
     นีคอทฤษฎีทดสอบคนพาล ตามทัศนะของท่านอกิตติดาบส
         ่ ื
ใครทีมพฤติกรรมทัง ๕ นีแสดงออกมา ก็พงทราบเถิดว่า เขาคน
        ่ ี          ้    ้                 ึ
นั่นแหละคือคนพาล ตามหลักการที่ท่านอกิตติดาบสก�าหนดไว้
     ได้พูดถึงเรื่องของ “คนพาล” มาพอสมควรแล้ว ต่อไปก็มา
ท�าความเข้าใจกันในเรื่องของ “บัณฑิต” ค�าว่า “บัณทิต” นั้น
พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕            19

ได้แก่บคคลประเภทไหน ท�าไมจึงเรียกว่าบัณฑิต บัณฑิตนันมีอยู่
         ุ                                                      ้
สองความหมาย ความหมายหนึ่งหมายถึงบัณฑิตทางโลก อีก
ความหมายหนึ่งหมายถึงบัณฑิตทางธรรม บัณฑิตในทางโลก
ใช้เรียกบุคคลผู้ส�าเร็จการศึกษาในสาขาวิชาการต่างๆ เช่น
ส�าเร็จอักษรศาสตร์ก็เรียกว่า “อักษรศาสตรบัณฑิต” ส�าเร็จ
ครุศาสตร์ก็เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” เหล่านี้เป็นต้น ถือเอา
ความส� า เร็ จ ทางการศึ ก ษาในสาขาวิ ช าต่ า งๆ ซึ่ ง วั ด กั น ด้ ว ย
ปริญญาตามล�าดับชั้น ตรี โท เอก
      ส่วนบัณฑิตทางธรรม	 ท่านหมายถึงบุคคลผู้ด�าเนินชีวิต
ด้วยปัญญา	 คือคนที่ใช้ปัญญาความรู้ให้เกิดประโยชน์แก่ตน
และบุคคลอืน บัณฑิตทางธรรม เป็นผูดาเนินชีวตไปตามครรลอง
              ่                          ้ �          ิ
แห่งพระธรรม จะท�าอะไรก็ท�าแต่สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม จะพูด
อะไรก็พูดแต่สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม จะคิดอะไรก็คิดแต่สิ่งที่ถูก
ต้องชอบธรรม ด�าเนินชีวิตแต่ในทางที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลและ
ความสุขด้วยสติปญญา รูจกใช้ปญญารอบคอบชอบด้วยเหตุผล
                      ั       ้ ั ั
นี่คือคนที่เป็นบัณฑิตทางธรรม บัณฑิตชนประพฤติแต่สิ่งที่เป็น
ประโยชน์ตนและคนอื่น ถ้าไม่สามารถประพฤติประโยชน์แก่คน
อื่นได้ ก็ควรประพฤติเฉพาะประโยชน์ตน แม้เมื่อไม่สามารถ
ประพฤติประโยชน์ของตนได้ ก็ควรปลีกตัวออกห่างจากความชัว                ่
เสีย นี่ก็ลักษณะของบัณฑิตทางธรรม บัณฑิตตามทัศนะของ
พระพุทธศาสนา ถือเอาคุณธรรมเป็นเครื่องวัดภูมิของบัณฑิต
ผิ ด ตรงกั น ข้ า มกั บ บั ณ ฑิ ต ทางโลกซึ่ ง ถื อ เอาวิ ท ยฐานะ หรื อ
ปริญญาดีกรีเป็นเครืองวัดภูมบณฑิตทางโลก ตามความเป็นจริง
                         ่         ิ ั
20                   พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕

แล้ว ค่าของบัณฑิตทางธรรมอยูทการด�าเนินชีวตด้วยสติปญญา
                               ่ ี่           ิ         ั
และการบ�าเพ็ญประโยชน์เป็นประการส�าคัญ ดังประพันธ์พุทธ
ภาษิตว่า
        ทิฏฺเฐ	ธมฺเม	จ	โย	อตฺโถ			 โย	จตฺโถ	สมฺปรายิโก
	       อตฺถาภิสมยา	ธีโร	              ปณฺฑิโตติ		ปวุจฺจติ.
	 	 คนฉลาดรู้จักประโยชน์ชาตินี้		ประโยชน์ชาติหน้า	และ
ประโยชน์อย่างยิ่ง	(นิพพาน)	เรียกว่าบัณฑิต
     ค่าของบัณฑิตขึนอยูกบประโยชน์ คนไหนท�าประโยชน์ได้มาก
                     ้ ่ ั
คนนั้นก็มีค่ามาก บัณฑิตย่อมยึดไว้ได้ซึ่งประโยชน์ทั้งสอง คือ
ประโยชน์ปจจุบน และประโยชน์ขางหน้า ยึดเอาประโยชน์ทงสอง
            ั ั                 ้                         ั้
มาเป็นภาระหน้าที่ของตนที่จะต้องปฏิบัติบ�าเพ็ญจริงๆ ไม่สลัด
ทิ้งภาระที่มาถึงตัว มุ่งถือประโยชน์ทั้งสองมาเป็นเครื่องมือใน
การสร้ างตนให้มีฐานะมั่นคงในปัจจุบัน และสร้ า งสรรค์ ทาง
ด�าเนินชีวิตให้ราบรื่นในกาลข้างหน้า
     บัณฑิตตามทัศนะของพระพุทธศาสนา นอกจากสร้างฐานะ
ของตนให้มนคงในปัจจุบนแล้ว ยังมีความรูสกส�านึกในบาปบุญ
             ั่           ั               ้ ึ
คุณโทษ อันติดตามไปในกาลข้างหน้าจึงต้องหาอุบายป้องกัน
บาปแล้วสั่งสมบุญ ยึดหลักธรรมคือศรัทธา ศีล จาคะ และ
ปัญญา มาสร้างมรรคา เพื่อด�าเนินชีวิตไปสู่ชาติหน้าด้วยความ
ราบรื่น เมื่อได้ทราบเรื่องของบัณฑิต คือผู้ด�าเนินชีวิตด้วยสติ
ปัญญาและเป็นผู้บ�าเพ็ญประโยชน์ทั้งสอง มาพอสมควรแล้ว
ประเด็นต่อไป ก็ควรจะต้องรู้จักอาการของบัณฑิตด้วย อาการ
แสดงออกของบัณฑิตนั้น มีอยู่ ๓ ประการ คือ
พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕    21

     ๑.	บัณฑิตคิดดีเป็นปกตินิสัย
	 ๒.	บัณฑิตพูดดีเป็นปกตินิสัย
	 ๓.	บัณฑิตท�าดีเป็นปกตินิสัย
     ตามหลักการข้างบนนี้ เราได้จุดสังเกตอาการของบัณฑิต ๓
จุดด้วยกันคือ
     ๑.	สังเกตจากการคิด
	 ๒.	สังเกตจากการพูด
	 ๓.	สังเกตจากการท�า
     การคิดดี การพูดดี การท�าดีเป็นปกตินิสัย นี่คือลักษณะ
อาการของบัณฑิต บัณฑิตมีอัธยาศัยไม่คิดโลภอยากได้ของคน
อืนมาเป็นของตน มีอธยาศัยไม่คดประทุษร้ายคนอืนและสัตว์อน
  ่                     ั           ิ             ่         ื่
ให้ได้รับความทุกข์ความเดือดร้อน มีอัธยาศัยไม่คิดเบียดเบียน
คนอื่นและสัตว์อื่นในทางมโนกรรม บัณฑิตมีอัธยาศัยเช่นนี้
     ในทางวจีกรรม บัณฑิตมีอธยาศัยพูดแต่คาสัตย์ความจริงพูด
                                ั             �
ค�าอ่อนหวานค�าประสานสามัคคี พูดวจีไพเราะ พูดเฉพาะแต่ค�า
ที่มีประโยชน์ ในทางกายกรรม บัณฑิตมีอัธยาศัยในการเว้นจาก
การฆ่า เว้นจากเบียดเบียน เว้นจากการลักขโมย และเว้นจาก
ประพฤติล่วงประเวณี ที่กล่าวมาโดยย่อนี้ คืออาการของบัณฑิต
บัณฑิตมีอาการท�าดี มีอาการพูดดี มีอาการคิดดี เป็นปกตินิสัย
     ทีกล่าวมาทังหมดนี้ เป็นเรืองของ “คนพาล” และเรืองของ
       ่        ้                 ่                    ่
“บัณฑิต” ต่อไปก็เข้าสู่ประเด็นในข้อที่ว่า “คนดีชอบท�างาน	–	
คนพาลชอบท�าลาย”
     “คนดี” ในที่นี้ ได้แก่บัณฑิตนั้นเอง คนดีชอบท�างาน คนดีไม่
22                     พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕

ว่ายุคไหน สมัยไหน เกิดขึ้นมาแล้วก็ชอบท�างานทั้งที่เป็นงาน
ส่วนตัว งานส่วนรวม ก็ร่วมด้วยช่วยท�า ไม่ว่าจะเป็นงานต�่างาน
สูง งานบ้าน งานเมือง เรืองอะไรทีเป็นประโยชน์แก่ตนแก่คนอืน
                          ่        ่                           ่
แก่สังคมประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็ท�าได้ทั้งนั้น ไม่
คิดผัดวันประกันเวลาในการท�างานที่ดี มีประโยชน์ คนดีได้รับ
มอบหมายหน้าที่การงานอะไรมาก็ตั้งใจ พอใจ ชอบใจ ในหน้าที่
การงานนันๆ แล้วก็พยายามท�างานด้วยความเข้าใจเอาใจใส่ฝกใฝ่
            ้                                                ั
อยู่ในการท�างานนั้นจนกว่าจะส�าเร็จผล ไม่เป็นคนจับจดอ้างนั่น
อ้างนี่ ไม่หนีงาน ถือหลักว่า การท�างานในหน้าที่เป็นการปฏิบัติ
ธรรมในชีวิตประจ�าวัน ดังนั้น คนดีจึงท�างานได้ทั้งคดีโลก คดี
ธรรม คือทั้งงานทางโลก งานทางธรรม โลกก็ไม่ให้ช�้า ธรรมก็
ไม่ให้เสีย ไม่ยอมปล่อยเวลาให้ลวงไปเปล่าๆ โดยทีไม่ยอมท�างาน
                                 ่                ่
อะไร เป็นการหายใจทิ้งเปล่าๆ คนดีอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องตั้งใจท�างาน
แข่งเวลา ช้าไม่ได้ในเรืองท�างาน คนดีถอหลักว่า “ค่าของคน	อยู่
                       ่              ื
ที่ผลของการท�างาน”
     คนดีที่รับผิดชอบในการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองเรื่อง
ท�างานเพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุข แก่ประชาชนชาวบ้าน
ถือเป็นงานส�าคัญมาก และเป็นงานเร่งด่วน ควรจะท�าทันที ใน
วันนี้และเดี๋ยวนี้ คนดีจะไม่ผัดวันประกันเวลาในการท�างาน รีบ
ท�าทันทีทันควัน ไม่หันรีหันขวาง อ้างนั่นอ้างนี่ลงพื้นที่สารวจ
                                                           �
ความเป็นอยู่ของประชาชนทุกหนทุกแห่งแบ่งงานกันท�าเป็น
ระบบ พบชาวบ้านมีปัญหาเรื่องอะไรเร่งแก้ไขให้ทันกาล อย่า
ปล่อยให้งานล่าช้า อย่าเห็นว่าปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องไม่
พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕       23

ส�าคัญ ส�าคัญยิงกว่าเรืองอืนใดทังหมด ก�าหนดไว้ในหัวใจประจ�า
                  ่      ่ ่      ้
วันว่า นั่นคือปัญหาของประชาชนรากหญ้า รีบหาอุบายคลาย
ทุกข์พวกเขาทันทีทนใด ถือคติวา “คนดีชอบแก้ไข		แต่คนจัญไร
                       ั       ่
ชอบแก้ตว” คนดีชอบแก้ไข คือแก้ไขปัญหาความทุกข์ความเดือด
           ั
ร้อนของประชาชน ในทุกๆ ด้าน ถ้าประเทศชาติบ้านเมืองใด ได้
คนดีมาเป็นรัฐบาลชาวบ้านทัวไปก็ได้รบแต่ความสุข ความเจริญ
                             ่       ั
ความก้าวหน้า และความปลอดภัยในชีวต ชีวตไร้ปญหาเพราะว่า
                                       ิ ิ ั
ได้เลือกคนดีมาเป็นรัฐบาล มาบริหารประเทศชาติบ้านเมือง
สาธุ! ขอให้สังคมไทยได้รัฐบาลที่ดี มีศีล มีธรรม มารับผิดชอบ
บริหารประเทศชาติบ้านเมืองกันเถิด จะได้เกิดสิริมงคลส่งผลให้
ประชาชนมีความร่มเย็น เป็นสุข ปราศจากความทุกข์ ความเดือด
ร้อน โดยประการทั้งปวง
     ประเด็นของ “คนดีชอบท�างาน” กล่าวมาโดยย่อ ขอผ่านไป
ขอเข้าสู่ประเด็นของ “คนพาลชอบท�าลาย” ต่อไป ในประเด็น
นี้ คนพาลคือคนประเภทไหน ท�าไมจึงได้ชื่อว่าเป็น “คนพาล”	
ประเด็นนี้ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น แต่ขอย�้าอีกครั้งเพื่อหวังให้
ท่านทังหลายได้ทบทวนความจ�า แล้วจะท�าให้ทานทังหลายเข้าใจ
       ้                                      ่ ้
ได้ง่ายขึ้น เมื่อพูดถึงคนพาลชอบท�าลาย คนพาลคือคนชั่วคนไม่
ดี เพราะมีลักษณะอ่อนความคิด อ่อนสติ และอ่อนปัญญา
นอกจากลักษณะทัง ๓ นีแล้ว ก็ยงมีจดสังเกตดูคนพาลอีก ๓ จุด
                     ้    ้      ั ุ
คือสังเกตอาการของคนพาล คนพาลมีอาการแสดงออกมา ๓
จุดด้วยกันคือ
         คนพาลชอบคิดชั่ว		 เป็นปกตินิสัย
24                    พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕

	         คนพาลชอบพูดชั่ว		 เป็นปกตินิสัย
	         คนพาลชอบท�าชั่ว		 เป็นปกตินิสัย
     หากอาการทั้ง ๓ นี้ มีอยู่ในบุคคลใด ก็บุคคลนั้นแหละคือ
“คนพาล” คนพาลมีสันดานชอบคิดชั่ว ชอบพูดชั่วและชอบท�า
ชั่ว เป็นนิสัยสันดาน
     เมื่อทราบลักษณะอาการของคนพาลแล้ว ท่านทั้งหลายก็
คงจะเข้าใจได้โดยปราศจากความลังเลสงสัยว่า คนพาลนั้นชอบ
ท�าลายอย่างไร สังเกตได้จากอาการทีหนึงว่า คนพาลชอบคิดชัว
                                    ่ ่                        ่
เป็นนิสัยสันดาน คิดชั่วคือคิดอย่างไร คิดชั่วก็คือคิดโลภอยากได้
ของคนอื่นมาเป็นของตน คนที่คิดอยากได้ของคนอื่นนั้น มัน
เป็นการท�าลายกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของคนอื่น เมื่อคิดอยาก
ได้ของเขาก็หาวิธจะเอาให้ได้ ไม่วาโดยวิธใดถ้าไม่ได้ดวยเล่หกตอง
                   ี            ่      ี            ้    ์ ็ ้
เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา หาทางคดโกง
คอร์รปชัน ท�ามันทุกอย่างขอให้ได้ทรัพย์มาเป็นของตน คนทีท�า
       ั ่                                                   ่
เช่นนี้จะไม่เรียกว่าเป็นคนชอบท�าลาย แล้วจะเรียกว่าอย่างไร
     คนพาลนอกจากจะคิดโลภอยากได้ของเขาแล้ว ยังคิดที่จะ
ประทุษร้าย ท�าลายล้างผลาญคนอื่นอีกด้วย ช่วยบอกหน่อยซิ
ว่า การกระท�าเช่นนี้ของคนพาล เป็นการท�าลายไหม แน่นอน
คนพาลชอบท�าลาย ท�าลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ยุคไหน สมัย
ไหน ถ้ามีคนพาลอาศัยอยูในสังคมมาก ยุคนัน สมัยนัน หาความ
                          ่                 ้         ้
ปลอดภัยในชีวิตไม่ค่อยจะได้ สุจริตชนคนดีๆ ในสังคมต่างก็มี
ความระทมทุกข์กันไปทุกหย่อมหญ้า เพราะว่าคนพาลชอบ
ท�าลาย ร้ายไหมละท่าน! นี่แหละคนพาลชอบท�าลายเป็นนิสัย
พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕                 25

สันดาน ยิ่งถ้าคนพาลได้ยศ ได้อ�านาจเป็นใหญ่ในแผ่นดินด้วย
แล้ว สังคมมนุษย์ก็จะร้อนเป็นไฟ เพราะคนพาลย่อมประพฤติ
แต่สงทีไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบตเพือเบียดเบียนตนและ
       ิ่ ่                                  ั ิ ่
คนอื่นให้เดือดร้อน ดังค�าสอนที่พระพุทธองค์ตรัสว่า
              ยส�		ลทฺธาน	ทุมฺเมโธ	            อนตฺถ�	จรติ	อตฺตโน
	             อตฺตโน	จ	ปเรสญฺจ	                หึสาย	ปฏิปชฺชติ.
	 คนทรามปัญญา	 (คนพาล)	 ได้ยศแล้วย่อมประพฤติสิ่ง	
ที่ ไ ม่ เ ป็ น ประโยชน์ แ ก่ ต น	 ย่ อ มปฏิ บั ติ เ พื่ อ เบี ย ดเบี ย นตน	
                                                                           	
และคนอื่น	
       คนพาลได้ยศได้อ�านาจแล้ว มักจะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมตัว
เอง ลืมหน้าทีการงาน ลืมบริวารเพือนฝูง ลืมบ้านเกิดเมืองนอน
                   ่                     ่
ลืมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ลืมศาสนา ลืมความ
เป็นธรรม ความยุติธรรม ความเสมอภาค พฤติกรรมของคน
พาลที่ได้ยศได้อ�านาจ ตามที่กล่าวมาโดยย่อนี้ ชี้ให้เห็นอย่างเด่น
ชัดโดยไม่ต้องสงสัยว่า “คนพาลชอบท�าลาย”	
       หลักค�าสอนในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงเตือน
ว่า อย่าให้ยศ อย่าให้อ�านาจแก่คนพาล อย่ายกย่อง อย่า
สรรเสริญคนพาล อย่ามอบอ�านาจให้คนพาลเป็นใหญ่ในการ
บริหารประเทศชาติบ้านเมือง เพราะจะก่อความเสียหายท�าลาย
ประเทศชาติ บ ้ า นเมื อ งให้ ป ระสบกั บ ความหายนะล่ ม จมใน
บันปลาย เพราะเรืองเคยมีมาแล้ว ควรระวังกันให้ดอย่าผลีผลาม
  ้                    ่                                       ี
มอบความเป็นใหญ่ให้คนพาลเป็นอันขาด ถ้ามาตรแม้นว่าคน
พาลที่เป็นคนธรรมดาสามัญชาวบ้านทั่วไป ภัยอันตรายที่เกิด
26                   พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕

จากคนพาลประเภทนี้ ก็อยูในวงแคบอยูขอบเขตจ�ากัด จัดว่าเป็น
                             ่           ่
ภัยอันตรายเป็นการท�าลายกันในสังคมของคนที่ไม่มีอ�านาจ แม้
จะเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ก็ยังพอท�าเนาไม่เท่ากับคนพาลที่มียศมี
อ�านาจเป็นใหญ่ในแผ่นดิน คนพาลประเภทนี้มีพิษสงร้ายกาจ
มาก อยากจะพูดว่าท�าลายทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งด้านเศรษฐกิจ
ทหาร การเมือง เรื่องการศึกษา การปกครอง เรื่องสังคม
วัฒนธรรมประเพณี หนีไม่พ้นกระทั่งสิ่งแวดล้อม ก็พร้อมถูก
ท�าลาย ด้วยฝีมอของคนพาลได้ยศ ได้อานาจเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
                  ื                    �
ทั้งนั้น โอ! ขอให้ยุคของคนพาลได้ยศได้อ�านาจ ปลาสนาการไป
จากสังคมไทยในเร็ววันนี้เทอญ
        อันคนดี           ชอบท�างาน         การต่างต่าง
ท�าทุกอย่าง               ในทาง             การสร้างสรรค์
เพื่อประโยชน์             และความสุข        ท�าทุกวัน
ไม่ผัดวัน                 ประกันพรุ่ง       มุ่งท�าดี
        พวกคนดี           ชอบท�างาน         การกุศล
เพื่อให้คน                ในสังคม           นิยมดี
ท�าทุกอย่าง               ในทาง             สร้างความดี
ชอบท�าดี                  ที่ถูกต้อง        ตามคลองธรรม
        เมื่อคนดี         ชอบท�างาน         ด้านต่างต่าง
ตามตัวอย่าง               ที่กล่าวอ้าง      ทางชอบธรรม
ท�าอะไร                   อยู่ในกรอบ        อันชอบธรรม
ท�าประจ�า                 เป็นนิสัย         ใฝ่ความดี
พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕               27

         ด้วยเหตุผล              ที่คนดี              ไม่หนีงาน
จึงเป็นการ                       ส่งเสริม             เพิ่มศักดิ์ศรี
ให้ลาภยศ                         เพิ่มพูน             คูณทวี
ด้วยเหตุที่                      คนดี                 ชอบท�างาน
         ส่วนคนพาล               ชอบท�าลาย            ร้ายที่สุด
เป็นมนุษย์                       อันตราย              ร้ายเอาการ
อยู่ที่ไหน                       ก็ท�าให้             คนร�าคาญ
ชอบล้างผลาญ                      สังคม                ให้ล่มจม
         สังคมใด                 ให้คนพาล             อาศัยอยู่
เหมือนศัตรู                      อยู่อาศัย            ในสังคม
ก็ท�าลาย                         ทุกอย่าง             ทางสังคม
ให้ล่มจม                         วายวอด               ตลอดกาล
         ด้วยเหตุนี้             คนดี                 จึงเตือนตัก
ให้ทุกคน                         รู้จัก               สร้างหลักฐาน
อย่าปล่อยให้                     คนพาล                มารุกราน
สร้างปราการ                      ด้วยหลักธรรม         ค�้าประกัน
         ถ้าท�าได้               เช่นนี้              จะดีมาก
จึงขอฝาก                         ให้ทุกคน             สนใจกัน
ใช้หลักธรรม                      ในชีวิต              ประจ�าวัน
เพื่อป้องกัน                     คนพาล                สันดานทราม ฯ

คนดีชอบทำงาน คนพาลชอบทำลาย

  • 1.
    พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 15 คนดีชอบท�างาน คนพาลชอบท�าลาย ยส� ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถ� จรติ อตฺตโน อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ. คนทรามปัญญาได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็น ประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนตนและคนอื่น บรรดามนุษย์ทั้งหลายทุกชาติ ทุกภาษา ทุกเผ่าพันธุ์ ไม่ว่า จะนับถือลัทธิศาสนาอะไร เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว ก็มีบุคคลอยู่ ๒ ประเภท คือ คนพาล(คนชั่ว) กับบัณฑิต (คนดี) ประเด็นแรก เราก็มาท�าความเข้าใจกันในบุคคล ๒ ประเภทนีเสียก่อน คนพาล ้ กับบัณฑิตนั้น มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร คนพาลคือคนประเภทไหนมีอะไรเป็นเครื่องบอกว่าเป็นคน พาล ค�าว่า “พาล” แปลว่า อ่อน หมายความว่า คนพาลอ่อน ความคิด คือไม่มความคิดในทางริเริมสร้างสรรค์ มีเหมือนกันแต่ ี ่ เป็นความคิดทีออนปวกเปียก เรียกว่าใช้ไม่ได้ ไม่มความคิดในการ ่ ่ ี พัฒนาชีวตให้ดขนให้เจริญก้าวหน้าขึนกว่าทีเคยเป็นอยูกอน เคย ิ ี ึ้ ้ ่ ่ ่ เป็นอยู่อย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้น มิหน�าซ�้ายังปล่อยชีวิตให้เป็น ไปตามอ�านาจกิเลสตัณหาอารมณ์ฝ่ายต�่า ไม่น�าพาคิดหาอุบาย ให้ชวตเป็นไปตามหลักเหตุผล คนเช่นนีเรียกว่าเป็นคนพาล (อ่อน ีิ ้
  • 2.
    16 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ ความคิด) เมื่ออ่อนความคิดแล้ว คนพาลก็ยังอ่อนสติอีกด้วย คือเป็น บุคคลประเภทประมาทขาดสติ มีความสะเพร่าเป็นนิสัยท�าอะไร พูดอะไร คิดอะไร ขาดความระมัดระวังพลั้งพลาดอยู่เสมอ นี่คือ ลักษณะของคนอ่อนสติ สติยังอ่อนส่งผลสะท้อนให้เกิดความ บกพร่องในการท�าหน้าที่การงาน นอกจากอ่อนความคิด อ่อนสติแล้ว คนพาลก็ยงอ่อนปัญญา ั คือไม่มีปรีชาความรู้ซึ้งถึงเหตุผล เป็นคนมีชีวิตอยู่สักแต่ว่าลม หายใจเข้า หายใจออกเท่านั้น ไม่ผิดอะไรกับคนตายแถมยัง ท�าลายประโยชน์ทั้งในโลกนี้และประโยชน์ในโลกเบื้องหน้า อัน ตนควรจะได้เสียอีก นีแหละคือคนพาลสันดานอ่อนความคิด อ่อน ่ สติ และอ่อนปัญญา เรื่องของ “พาล” ที่แปลว่าอ่อน ได้แก่อ่อนความคิด อ่อน สติ อ่อนปัญญา แม้ว่าร่างกายจะก�าย�าล�่าสันมีก�าลังแข็งแรง เทียมดังช้าง ไม่ต่างอะไรกับเวสสุวรรณ ทศกัณฐ์ยักษา แต่ถ้า อ่อนความคิด อ่อนสติ อ่อนปัญญา ก็ได้ชื่อว่าเป็นคนพาลอยู่นั้น เอง เมื่อคนพาลเป็นคนอ่อนความคิด อ่อนสติ อ่อนปัญญา ก็ไม่ คิดหาทางสร้างสรรค์ชวตให้เจริญก้าวหน้าด้วยเหตุผล คิดวนอยู่ ีิ แต่ในเรื่องไร้สาระ เช่น เรื่องเครื่องรางของขลังโชคชะตาราศี เคราะห์ดเคราะห์ราย วุนวายอยูแต่ในเรืองตืนผูวเศษ เป็นเหตุให้ ี ้ ่ ่ ่ ่ ้ิ เสี ย ประโยชน์ ทั้ ง ปั จ จุ บั น และอนาคต นี่ คื อ ความหมายของ “พาล” ถ้าอ่อนทั้งสามคืออ่อนความคิด อ่อนสติ อ่อนปัญญา มี อยู่ในบุคคลใด ก็คนนั้นแหละคือ “คนพาล” ไม่ว่าจะเป็นคน
  • 3.
    พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 17 ประเภทไหน อยู่ในเพศไหน วัยไหน มีต�าแหน่งหน้าที่การงาน อะไรก็ตามก็ได้ชื่อว่า เป็นคนพาลด้วยกันทั้งนั้น นอกจากจุดอ่อนทั้งสามคืออ่อนความคิด อ่อนสติ และอ่อน ปัญญา จะเป็นการบ่งบอกถึงลักษณะของคนพาลแล้ว ก็ยังมี “อาการของคนพาล” อีกคือคนพาลมีอาการแสดงออกบอกให้ รู้อยู่ ๓ จุดด้วยกันคือ คนพาลคิดแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยคิดมาแล้วเป็นนิสัย คน พาลพูดแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยคิดมาแล้วเป็นนิสัย คนพาลท�า แต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยท�ามาแล้วเป็นนิสัย ตามหลักทังสามนี้ เราก็ได้จดสังเกตรูอาการของคนพาลสาม ้ ุ ้ จุด คือ จากความคิด จุดนี้อาจจะยากต่อการสังเกต เพราะเป็น เรื่องภายในจิตใจ แต่ก็พอจะสังเกตได้ จากการพูด และจากการ ท�า สรุปอาการของคนพาลคือชอบคิดชั่วเป็นนิสัย ชอบพูดชั่ว เป็นนิสย และชอบท�าชัวเป็นนิสย คิดแต่เรืองชัวๆ ทีตวเคยคิดมา ั ่ ั ่ ่ ่ ั แล้วเป็นนิสัยนั้น ได้แต่คิดโลภอยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตน คิดพยาบาทปองร้ายให้ผู้อื่นถึงความฉิบหาย คิดเห็นผิดจาก ท�านองคลองธรรม นี่แหละคนพาลคิดแต่เรื่องชั่วเช่นนี้ คนไหน คิดแต่เรืองชัวๆ เช่นนี้ คนนันแหละคือคนพาล สันดานชอบคิดชัว ่ ่ ่ ่ พูดแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยคิดมาแล้วเป็นนิสัยนั้น ได้แก่พูดเท็จ โกหกหลอกลวง พูดส่อเสียดยุยงให้คนแตกสามัคคีกัน พูดค�า หยาบคาย พูดเพ้อเจ้อเหลวไหลไร้สาระอันท�าให้คนอืนได้รบความ ่ ั เสียหายจากการพูดชั่วของตน ท�าแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยท�ามา แล้วเป็นนิสัย ได้แก่การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิด
  • 4.
    18 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ ในกาม การกระท�าในลักษณะเช่นนี้ คนพาลชอบกันนักชอบกัน หนา ถ้าใครคิดชั่ว พูดชั่ว ท�าชั่ว โดยไม่เลิกละ คนนั่นละเป็นคน พาล เพราะการท�าชั่ว การพูดชั่ว การคิดชั่ว เป็นตัวบ่งบอกว่า เป็นอาการของคนพาล ดังนั้น การดูคนพาลจึงให้ดูที่พฤติกรรม ทางกาย ทางวาจา ทางใจ ของเขา ให้ดูที่ความคิด ให้ดูที่ค�าพูด ให้ดูที่การกระท�าของเขา ลักษณะอาการของคนพาลนั้น ชอบ คิดชัวเป็นนิสย (มโนทุจริต) ชอบพูดชัวเป็นนิสย (วจีทจริต) ชอบ ่ ั ่ ั ุ ท�าชั่วเป็นนิสัย (กายทุจริต) รวมความแล้ว คนที่ชอบประพฤติ ทุจริตทางกาย ทางวาจา และทางใจ นั่นเองคือคนพาล นี่คือ หลั ก การสั ง เกตคนพาล ตามทั ศ นะของพุ ท ธศาสนาแต่ ยั ง มีวิธีดูคนพาลอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งท่านอกิตติดาบส นักปราชญ์ทาง ศาสนายุคก่อนพระพุทธเจ้าท่านได้ให้ทฤษฎีสังเกตคนพาลไว้ ๕ ประการคือ ๑. คนพาลชอบแนะน�าสิ่งที่ไม่ควรแนะน�า ๒. คนพาลชอบประกอบในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ ๓. คนพาลชอบเห็นชั่วเป็นดี ๔. คนพาลแม้คนอื่นพูดดีๆ ก็โกรธ ๕. คนพาลไม่รู้อุบายส�าหรับแนะน�า นีคอทฤษฎีทดสอบคนพาล ตามทัศนะของท่านอกิตติดาบส ่ ื ใครทีมพฤติกรรมทัง ๕ นีแสดงออกมา ก็พงทราบเถิดว่า เขาคน ่ ี ้ ้ ึ นั่นแหละคือคนพาล ตามหลักการที่ท่านอกิตติดาบสก�าหนดไว้ ได้พูดถึงเรื่องของ “คนพาล” มาพอสมควรแล้ว ต่อไปก็มา ท�าความเข้าใจกันในเรื่องของ “บัณฑิต” ค�าว่า “บัณทิต” นั้น
  • 5.
    พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 19 ได้แก่บคคลประเภทไหน ท�าไมจึงเรียกว่าบัณฑิต บัณฑิตนันมีอยู่ ุ ้ สองความหมาย ความหมายหนึ่งหมายถึงบัณฑิตทางโลก อีก ความหมายหนึ่งหมายถึงบัณฑิตทางธรรม บัณฑิตในทางโลก ใช้เรียกบุคคลผู้ส�าเร็จการศึกษาในสาขาวิชาการต่างๆ เช่น ส�าเร็จอักษรศาสตร์ก็เรียกว่า “อักษรศาสตรบัณฑิต” ส�าเร็จ ครุศาสตร์ก็เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” เหล่านี้เป็นต้น ถือเอา ความส� า เร็ จ ทางการศึ ก ษาในสาขาวิ ช าต่ า งๆ ซึ่ ง วั ด กั น ด้ ว ย ปริญญาตามล�าดับชั้น ตรี โท เอก ส่วนบัณฑิตทางธรรม ท่านหมายถึงบุคคลผู้ด�าเนินชีวิต ด้วยปัญญา คือคนที่ใช้ปัญญาความรู้ให้เกิดประโยชน์แก่ตน และบุคคลอืน บัณฑิตทางธรรม เป็นผูดาเนินชีวตไปตามครรลอง ่ ้ � ิ แห่งพระธรรม จะท�าอะไรก็ท�าแต่สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม จะพูด อะไรก็พูดแต่สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม จะคิดอะไรก็คิดแต่สิ่งที่ถูก ต้องชอบธรรม ด�าเนินชีวิตแต่ในทางที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลและ ความสุขด้วยสติปญญา รูจกใช้ปญญารอบคอบชอบด้วยเหตุผล ั ้ ั ั นี่คือคนที่เป็นบัณฑิตทางธรรม บัณฑิตชนประพฤติแต่สิ่งที่เป็น ประโยชน์ตนและคนอื่น ถ้าไม่สามารถประพฤติประโยชน์แก่คน อื่นได้ ก็ควรประพฤติเฉพาะประโยชน์ตน แม้เมื่อไม่สามารถ ประพฤติประโยชน์ของตนได้ ก็ควรปลีกตัวออกห่างจากความชัว ่ เสีย นี่ก็ลักษณะของบัณฑิตทางธรรม บัณฑิตตามทัศนะของ พระพุทธศาสนา ถือเอาคุณธรรมเป็นเครื่องวัดภูมิของบัณฑิต ผิ ด ตรงกั น ข้ า มกั บ บั ณ ฑิ ต ทางโลกซึ่ ง ถื อ เอาวิ ท ยฐานะ หรื อ ปริญญาดีกรีเป็นเครืองวัดภูมบณฑิตทางโลก ตามความเป็นจริง ่ ิ ั
  • 6.
    20 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ แล้ว ค่าของบัณฑิตทางธรรมอยูทการด�าเนินชีวตด้วยสติปญญา ่ ี่ ิ ั และการบ�าเพ็ญประโยชน์เป็นประการส�าคัญ ดังประพันธ์พุทธ ภาษิตว่า ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ โย จตฺโถ สมฺปรายิโก อตฺถาภิสมยา ธีโร ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจติ. คนฉลาดรู้จักประโยชน์ชาตินี้ ประโยชน์ชาติหน้า และ ประโยชน์อย่างยิ่ง (นิพพาน) เรียกว่าบัณฑิต ค่าของบัณฑิตขึนอยูกบประโยชน์ คนไหนท�าประโยชน์ได้มาก ้ ่ ั คนนั้นก็มีค่ามาก บัณฑิตย่อมยึดไว้ได้ซึ่งประโยชน์ทั้งสอง คือ ประโยชน์ปจจุบน และประโยชน์ขางหน้า ยึดเอาประโยชน์ทงสอง ั ั ้ ั้ มาเป็นภาระหน้าที่ของตนที่จะต้องปฏิบัติบ�าเพ็ญจริงๆ ไม่สลัด ทิ้งภาระที่มาถึงตัว มุ่งถือประโยชน์ทั้งสองมาเป็นเครื่องมือใน การสร้ างตนให้มีฐานะมั่นคงในปัจจุบัน และสร้ า งสรรค์ ทาง ด�าเนินชีวิตให้ราบรื่นในกาลข้างหน้า บัณฑิตตามทัศนะของพระพุทธศาสนา นอกจากสร้างฐานะ ของตนให้มนคงในปัจจุบนแล้ว ยังมีความรูสกส�านึกในบาปบุญ ั่ ั ้ ึ คุณโทษ อันติดตามไปในกาลข้างหน้าจึงต้องหาอุบายป้องกัน บาปแล้วสั่งสมบุญ ยึดหลักธรรมคือศรัทธา ศีล จาคะ และ ปัญญา มาสร้างมรรคา เพื่อด�าเนินชีวิตไปสู่ชาติหน้าด้วยความ ราบรื่น เมื่อได้ทราบเรื่องของบัณฑิต คือผู้ด�าเนินชีวิตด้วยสติ ปัญญาและเป็นผู้บ�าเพ็ญประโยชน์ทั้งสอง มาพอสมควรแล้ว ประเด็นต่อไป ก็ควรจะต้องรู้จักอาการของบัณฑิตด้วย อาการ แสดงออกของบัณฑิตนั้น มีอยู่ ๓ ประการ คือ
  • 7.
    พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 21 ๑. บัณฑิตคิดดีเป็นปกตินิสัย ๒. บัณฑิตพูดดีเป็นปกตินิสัย ๓. บัณฑิตท�าดีเป็นปกตินิสัย ตามหลักการข้างบนนี้ เราได้จุดสังเกตอาการของบัณฑิต ๓ จุดด้วยกันคือ ๑. สังเกตจากการคิด ๒. สังเกตจากการพูด ๓. สังเกตจากการท�า การคิดดี การพูดดี การท�าดีเป็นปกตินิสัย นี่คือลักษณะ อาการของบัณฑิต บัณฑิตมีอัธยาศัยไม่คิดโลภอยากได้ของคน อืนมาเป็นของตน มีอธยาศัยไม่คดประทุษร้ายคนอืนและสัตว์อน ่ ั ิ ่ ื่ ให้ได้รับความทุกข์ความเดือดร้อน มีอัธยาศัยไม่คิดเบียดเบียน คนอื่นและสัตว์อื่นในทางมโนกรรม บัณฑิตมีอัธยาศัยเช่นนี้ ในทางวจีกรรม บัณฑิตมีอธยาศัยพูดแต่คาสัตย์ความจริงพูด ั � ค�าอ่อนหวานค�าประสานสามัคคี พูดวจีไพเราะ พูดเฉพาะแต่ค�า ที่มีประโยชน์ ในทางกายกรรม บัณฑิตมีอัธยาศัยในการเว้นจาก การฆ่า เว้นจากเบียดเบียน เว้นจากการลักขโมย และเว้นจาก ประพฤติล่วงประเวณี ที่กล่าวมาโดยย่อนี้ คืออาการของบัณฑิต บัณฑิตมีอาการท�าดี มีอาการพูดดี มีอาการคิดดี เป็นปกตินิสัย ทีกล่าวมาทังหมดนี้ เป็นเรืองของ “คนพาล” และเรืองของ ่ ้ ่ ่ “บัณฑิต” ต่อไปก็เข้าสู่ประเด็นในข้อที่ว่า “คนดีชอบท�างาน – คนพาลชอบท�าลาย” “คนดี” ในที่นี้ ได้แก่บัณฑิตนั้นเอง คนดีชอบท�างาน คนดีไม่
  • 8.
    22 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ ว่ายุคไหน สมัยไหน เกิดขึ้นมาแล้วก็ชอบท�างานทั้งที่เป็นงาน ส่วนตัว งานส่วนรวม ก็ร่วมด้วยช่วยท�า ไม่ว่าจะเป็นงานต�่างาน สูง งานบ้าน งานเมือง เรืองอะไรทีเป็นประโยชน์แก่ตนแก่คนอืน ่ ่ ่ แก่สังคมประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็ท�าได้ทั้งนั้น ไม่ คิดผัดวันประกันเวลาในการท�างานที่ดี มีประโยชน์ คนดีได้รับ มอบหมายหน้าที่การงานอะไรมาก็ตั้งใจ พอใจ ชอบใจ ในหน้าที่ การงานนันๆ แล้วก็พยายามท�างานด้วยความเข้าใจเอาใจใส่ฝกใฝ่ ้ ั อยู่ในการท�างานนั้นจนกว่าจะส�าเร็จผล ไม่เป็นคนจับจดอ้างนั่น อ้างนี่ ไม่หนีงาน ถือหลักว่า การท�างานในหน้าที่เป็นการปฏิบัติ ธรรมในชีวิตประจ�าวัน ดังนั้น คนดีจึงท�างานได้ทั้งคดีโลก คดี ธรรม คือทั้งงานทางโลก งานทางธรรม โลกก็ไม่ให้ช�้า ธรรมก็ ไม่ให้เสีย ไม่ยอมปล่อยเวลาให้ลวงไปเปล่าๆ โดยทีไม่ยอมท�างาน ่ ่ อะไร เป็นการหายใจทิ้งเปล่าๆ คนดีอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องตั้งใจท�างาน แข่งเวลา ช้าไม่ได้ในเรืองท�างาน คนดีถอหลักว่า “ค่าของคน อยู่ ่ ื ที่ผลของการท�างาน” คนดีที่รับผิดชอบในการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองเรื่อง ท�างานเพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุข แก่ประชาชนชาวบ้าน ถือเป็นงานส�าคัญมาก และเป็นงานเร่งด่วน ควรจะท�าทันที ใน วันนี้และเดี๋ยวนี้ คนดีจะไม่ผัดวันประกันเวลาในการท�างาน รีบ ท�าทันทีทันควัน ไม่หันรีหันขวาง อ้างนั่นอ้างนี่ลงพื้นที่สารวจ � ความเป็นอยู่ของประชาชนทุกหนทุกแห่งแบ่งงานกันท�าเป็น ระบบ พบชาวบ้านมีปัญหาเรื่องอะไรเร่งแก้ไขให้ทันกาล อย่า ปล่อยให้งานล่าช้า อย่าเห็นว่าปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องไม่
  • 9.
    พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 23 ส�าคัญ ส�าคัญยิงกว่าเรืองอืนใดทังหมด ก�าหนดไว้ในหัวใจประจ�า ่ ่ ่ ้ วันว่า นั่นคือปัญหาของประชาชนรากหญ้า รีบหาอุบายคลาย ทุกข์พวกเขาทันทีทนใด ถือคติวา “คนดีชอบแก้ไข แต่คนจัญไร ั ่ ชอบแก้ตว” คนดีชอบแก้ไข คือแก้ไขปัญหาความทุกข์ความเดือด ั ร้อนของประชาชน ในทุกๆ ด้าน ถ้าประเทศชาติบ้านเมืองใด ได้ คนดีมาเป็นรัฐบาลชาวบ้านทัวไปก็ได้รบแต่ความสุข ความเจริญ ่ ั ความก้าวหน้า และความปลอดภัยในชีวต ชีวตไร้ปญหาเพราะว่า ิ ิ ั ได้เลือกคนดีมาเป็นรัฐบาล มาบริหารประเทศชาติบ้านเมือง สาธุ! ขอให้สังคมไทยได้รัฐบาลที่ดี มีศีล มีธรรม มารับผิดชอบ บริหารประเทศชาติบ้านเมืองกันเถิด จะได้เกิดสิริมงคลส่งผลให้ ประชาชนมีความร่มเย็น เป็นสุข ปราศจากความทุกข์ ความเดือด ร้อน โดยประการทั้งปวง ประเด็นของ “คนดีชอบท�างาน” กล่าวมาโดยย่อ ขอผ่านไป ขอเข้าสู่ประเด็นของ “คนพาลชอบท�าลาย” ต่อไป ในประเด็น นี้ คนพาลคือคนประเภทไหน ท�าไมจึงได้ชื่อว่าเป็น “คนพาล” ประเด็นนี้ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น แต่ขอย�้าอีกครั้งเพื่อหวังให้ ท่านทังหลายได้ทบทวนความจ�า แล้วจะท�าให้ทานทังหลายเข้าใจ ้ ่ ้ ได้ง่ายขึ้น เมื่อพูดถึงคนพาลชอบท�าลาย คนพาลคือคนชั่วคนไม่ ดี เพราะมีลักษณะอ่อนความคิด อ่อนสติ และอ่อนปัญญา นอกจากลักษณะทัง ๓ นีแล้ว ก็ยงมีจดสังเกตดูคนพาลอีก ๓ จุด ้ ้ ั ุ คือสังเกตอาการของคนพาล คนพาลมีอาการแสดงออกมา ๓ จุดด้วยกันคือ คนพาลชอบคิดชั่ว เป็นปกตินิสัย
  • 10.
    24 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ คนพาลชอบพูดชั่ว เป็นปกตินิสัย คนพาลชอบท�าชั่ว เป็นปกตินิสัย หากอาการทั้ง ๓ นี้ มีอยู่ในบุคคลใด ก็บุคคลนั้นแหละคือ “คนพาล” คนพาลมีสันดานชอบคิดชั่ว ชอบพูดชั่วและชอบท�า ชั่ว เป็นนิสัยสันดาน เมื่อทราบลักษณะอาการของคนพาลแล้ว ท่านทั้งหลายก็ คงจะเข้าใจได้โดยปราศจากความลังเลสงสัยว่า คนพาลนั้นชอบ ท�าลายอย่างไร สังเกตได้จากอาการทีหนึงว่า คนพาลชอบคิดชัว ่ ่ ่ เป็นนิสัยสันดาน คิดชั่วคือคิดอย่างไร คิดชั่วก็คือคิดโลภอยากได้ ของคนอื่นมาเป็นของตน คนที่คิดอยากได้ของคนอื่นนั้น มัน เป็นการท�าลายกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของคนอื่น เมื่อคิดอยาก ได้ของเขาก็หาวิธจะเอาให้ได้ ไม่วาโดยวิธใดถ้าไม่ได้ดวยเล่หกตอง ี ่ ี ้ ์ ็ ้ เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา หาทางคดโกง คอร์รปชัน ท�ามันทุกอย่างขอให้ได้ทรัพย์มาเป็นของตน คนทีท�า ั ่ ่ เช่นนี้จะไม่เรียกว่าเป็นคนชอบท�าลาย แล้วจะเรียกว่าอย่างไร คนพาลนอกจากจะคิดโลภอยากได้ของเขาแล้ว ยังคิดที่จะ ประทุษร้าย ท�าลายล้างผลาญคนอื่นอีกด้วย ช่วยบอกหน่อยซิ ว่า การกระท�าเช่นนี้ของคนพาล เป็นการท�าลายไหม แน่นอน คนพาลชอบท�าลาย ท�าลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ยุคไหน สมัย ไหน ถ้ามีคนพาลอาศัยอยูในสังคมมาก ยุคนัน สมัยนัน หาความ ่ ้ ้ ปลอดภัยในชีวิตไม่ค่อยจะได้ สุจริตชนคนดีๆ ในสังคมต่างก็มี ความระทมทุกข์กันไปทุกหย่อมหญ้า เพราะว่าคนพาลชอบ ท�าลาย ร้ายไหมละท่าน! นี่แหละคนพาลชอบท�าลายเป็นนิสัย
  • 11.
    พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 25 สันดาน ยิ่งถ้าคนพาลได้ยศ ได้อ�านาจเป็นใหญ่ในแผ่นดินด้วย แล้ว สังคมมนุษย์ก็จะร้อนเป็นไฟ เพราะคนพาลย่อมประพฤติ แต่สงทีไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบตเพือเบียดเบียนตนและ ิ่ ่ ั ิ ่ คนอื่นให้เดือดร้อน ดังค�าสอนที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ยส� ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถ� จรติ อตฺตโน อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ. คนทรามปัญญา (คนพาล) ได้ยศแล้วย่อมประพฤติสิ่ง ที่ ไ ม่ เ ป็ น ประโยชน์ แ ก่ ต น ย่ อ มปฏิ บั ติ เ พื่ อ เบี ย ดเบี ย นตน และคนอื่น คนพาลได้ยศได้อ�านาจแล้ว มักจะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมตัว เอง ลืมหน้าทีการงาน ลืมบริวารเพือนฝูง ลืมบ้านเกิดเมืองนอน ่ ่ ลืมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ลืมศาสนา ลืมความ เป็นธรรม ความยุติธรรม ความเสมอภาค พฤติกรรมของคน พาลที่ได้ยศได้อ�านาจ ตามที่กล่าวมาโดยย่อนี้ ชี้ให้เห็นอย่างเด่น ชัดโดยไม่ต้องสงสัยว่า “คนพาลชอบท�าลาย” หลักค�าสอนในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงเตือน ว่า อย่าให้ยศ อย่าให้อ�านาจแก่คนพาล อย่ายกย่อง อย่า สรรเสริญคนพาล อย่ามอบอ�านาจให้คนพาลเป็นใหญ่ในการ บริหารประเทศชาติบ้านเมือง เพราะจะก่อความเสียหายท�าลาย ประเทศชาติ บ ้ า นเมื อ งให้ ป ระสบกั บ ความหายนะล่ ม จมใน บันปลาย เพราะเรืองเคยมีมาแล้ว ควรระวังกันให้ดอย่าผลีผลาม ้ ่ ี มอบความเป็นใหญ่ให้คนพาลเป็นอันขาด ถ้ามาตรแม้นว่าคน พาลที่เป็นคนธรรมดาสามัญชาวบ้านทั่วไป ภัยอันตรายที่เกิด
  • 12.
    26 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ จากคนพาลประเภทนี้ ก็อยูในวงแคบอยูขอบเขตจ�ากัด จัดว่าเป็น ่ ่ ภัยอันตรายเป็นการท�าลายกันในสังคมของคนที่ไม่มีอ�านาจ แม้ จะเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ก็ยังพอท�าเนาไม่เท่ากับคนพาลที่มียศมี อ�านาจเป็นใหญ่ในแผ่นดิน คนพาลประเภทนี้มีพิษสงร้ายกาจ มาก อยากจะพูดว่าท�าลายทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ทหาร การเมือง เรื่องการศึกษา การปกครอง เรื่องสังคม วัฒนธรรมประเพณี หนีไม่พ้นกระทั่งสิ่งแวดล้อม ก็พร้อมถูก ท�าลาย ด้วยฝีมอของคนพาลได้ยศ ได้อานาจเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ื � ทั้งนั้น โอ! ขอให้ยุคของคนพาลได้ยศได้อ�านาจ ปลาสนาการไป จากสังคมไทยในเร็ววันนี้เทอญ อันคนดี ชอบท�างาน การต่างต่าง ท�าทุกอย่าง ในทาง การสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ และความสุข ท�าทุกวัน ไม่ผัดวัน ประกันพรุ่ง มุ่งท�าดี พวกคนดี ชอบท�างาน การกุศล เพื่อให้คน ในสังคม นิยมดี ท�าทุกอย่าง ในทาง สร้างความดี ชอบท�าดี ที่ถูกต้อง ตามคลองธรรม เมื่อคนดี ชอบท�างาน ด้านต่างต่าง ตามตัวอย่าง ที่กล่าวอ้าง ทางชอบธรรม ท�าอะไร อยู่ในกรอบ อันชอบธรรม ท�าประจ�า เป็นนิสัย ใฝ่ความดี
  • 13.
    พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 27 ด้วยเหตุผล ที่คนดี ไม่หนีงาน จึงเป็นการ ส่งเสริม เพิ่มศักดิ์ศรี ให้ลาภยศ เพิ่มพูน คูณทวี ด้วยเหตุที่ คนดี ชอบท�างาน ส่วนคนพาล ชอบท�าลาย ร้ายที่สุด เป็นมนุษย์ อันตราย ร้ายเอาการ อยู่ที่ไหน ก็ท�าให้ คนร�าคาญ ชอบล้างผลาญ สังคม ให้ล่มจม สังคมใด ให้คนพาล อาศัยอยู่ เหมือนศัตรู อยู่อาศัย ในสังคม ก็ท�าลาย ทุกอย่าง ทางสังคม ให้ล่มจม วายวอด ตลอดกาล ด้วยเหตุนี้ คนดี จึงเตือนตัก ให้ทุกคน รู้จัก สร้างหลักฐาน อย่าปล่อยให้ คนพาล มารุกราน สร้างปราการ ด้วยหลักธรรม ค�้าประกัน ถ้าท�าได้ เช่นนี้ จะดีมาก จึงขอฝาก ให้ทุกคน สนใจกัน ใช้หลักธรรม ในชีวิต ประจ�าวัน เพื่อป้องกัน คนพาล สันดานทราม ฯ