ทุกชีวิตมีปญหา พระพุทธศาสนามีทางแก้                                                          ฉบับ  แสงธรรม     วารสารธรรม...
สื่อสองทาง สวางอ�าไพ                                                     แสงธรรม                                        ...
ถ้อยแถลง                                                 มาฆบูชาเทศน้อย      ธรรมคุณ                                    ...
แสงธรรม 1   Saeng Dhamma              The Buddha’s Words                        พุทธสุภาษิต       ยสฺส ปาปกตํ กมฺมํ      ...
แสงธรรม 2      Saeng Dhamma                                                        by Buddhadasa Bhikkhu                  ...
แสงธรรม 3     Saeng Dhammapeople are troubled, stabbed, cut, and roasted         people who don’t want peace. Now, however...
แสงธรรม 4      Saeng Dhammarun away.                                            ent. With that boy there we act in one way...
แสงธรรม 5      Saeng Dhammaso, because he’d adjust his heart inside in an           let it go. More than enough time has p...
แสงธรรม 6      Saeng Dhamma                                      A Taste of Freedom                                     Th...
แสงธรรม 7     Saeng Dhammahave presence of mind and self-awareness             wrong doings in body or speech. When we do...
แสงธรรม 8            Saeng Dhammaothers call it, it doesn’t matter. nce it’s born              for yourselves. Whatever’s...
แสงธรรม 9        Saeng Dhamma                                                         มาฆบูชารำาลึก     ค�าวา มาฆบูชา แปล...
แสงธรรม 10      Saeng Dhamma      สะมะณ หติ ปะรัง วิเหะยันต ผูทยงเบียดเบียน ทางจิตใหยิ่ง  ข้นไป                    ...
แสงธรรม 11     Saeng Dhamma      หลักการทั้ง ๓ ขอนั้นตองยดเปนหลักใหมั่น จะท�า   ประมาณในการบริโภค เปนเหตุใหมนุษยเร...
แสงธรรม 12       Saeng Dhammaบทความพิเศษ :                                     คู่รัก - คู่บารมี                          ...
แสงธรรม 13 Saeng Dhamma        ดูแลวความรักของหญิงชายนี้ชางวุนวายนัก จน              คูรก ไดแกคหญิงชายทีมใจรักสมัครสม...
แสงธรรม 14      Saeng Dhammaไป แตความปรารถนาเชนนี้ใชวาจะส�าเรจสมความ            สัาณคูท้ปรารถนาในทุกคูรัก เพราะบ...
แสงธรรม 15 Saeng Dhammaพบเจอกันอีก                                                     ดังนัน เมือหญิงชายปรารถนาจะไดพบกัน...
แสงธรรม 16         Saeng Dhammaอกุศล การอธิษฐานเปนเหมือนการตั้งหางเสือเรือ                                แตการสรางสมบา...
แสงธรรม 17 Saeng Dhammaค บ าก บ า ก า ู   าั  าารร า  ก    ั  กร    ั   ี ...
แสงธรรม 18      Saeng Dhamma      ค บ าก บ า ก า ู   าั  าาร า ร า ั  กร    ั   ี...
แสงธรรม 19 Saeng Dhammaคา าั ครบครั าบค าั ัาี่  มค อบ...
แสงธรรม 20        Saeng Dhamma       ี  าก  ค       รี  ก    ั  าร  ี ่  มกราคม   ...
แสงธรรม 21 Saeng DhammaWAT THAI WASHINGTON D.C.STATEMENT OF ACTIVITIES AND CASH FLOWSFOR THE PERIOD OF ULY 1, 2011 - DECE...
แสงธรรม 22   Saeng Dhamma                  ขอเชิญทุกท่านร่วมนมัสการพระสารีรกธาตุ ณ อุโบสถ วัดไทยฯ ดี.ซี.                  ...
แสงธรรม 23    Saeng Dhamma                                       เสียงธรรม.. จากวัดไทย                                    ...
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012

945 views

Published on

ไวารสารแสงธรรม ปีที่ 37 ฉบับที่ 442 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 วัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี.

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
945
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
27
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Saeng Dhamma Vol. 37 No. 442 February 2012

  1. 1. ทุกชีวิตมีปญหา พระพุทธศาสนามีทางแก้ ฉบับ แสงธรรม วารสารธรรมะรายเดือนที่เกาแกที่สุดในอเมริกา S eng D am วันมาฆบูชาปที่ ๓๗ ฉบับที่ ๔๔๒ ประจำาเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ Vol.37 No.442 February 2012 ๒๕๕๕
  2. 2. สื่อสองทาง สวางอ�าไพ แสงธรรม ทุกชีวิตมีปญหา พระพุทธศาสนามีทางแก วารสารธรรมะรายเดือนที่เกาแกที่สุดในอเมริกา ปที่ 37 ฉบับที่ 442 ประจ�าเดือนกุมภาพันธ พ.ศ. 2555 Vol.37 No.442 February, 2012Objectives :�To promote Buddhist activities. สารบัญ�To foster Thai culture and tradition.�To inform the public of the temple’s activities. Contents�To provide a public relations center for The Buddha’s Words............................................. 1 Buddhists living in the United States. Forest Wat, Wild Monks by Ven. Buddhadasa......... 2เจ้าของ : วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. The Peace Beyond By Ven. Ajanh Chah........... 6ที่ปรึกษา : พระวิเทศธรรมรังษี มาฆบูชาร�าลึก ................................................................ 9กองบรรณาธิการ : บทความพิเศษ : “คูรก-คูบารมี” .................................................. 15 ั ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี อนุโมทนาพิเศษแดผอปถัมภกจกรรมวัดไทยฯ ดี.ซี. .............. 17 ู ุ ิพระสมุหณัฐิวุฒิ ปภากโร รายรับ-รายจาย วัดไทยฯ ดี.ซี. ................................................ 21พระมหาเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญาโณพระสุริยา เตชวโร ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือนกุมภาพันธ........................... 22พระมหาสราวุธ สราวุโธ เสียงธรรม...จากวัดไทย........................หลวงตาชี 23พระมหาประดูชัย ภทฺทธมฺโม ประมวลภาพกิจกรรมเดือนมกราคม ...................... 29พระมหาศรีสุพรณ อตฺตทีโป เสียงธรรม...จากหลวงตาชี ...................................... 32พระมหาค�าตัล พุทฺธงฺกุโร ทองแดนพระพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ป ดร.พระมหาถนัด 39พระอนันตภิวัฒน พุทฺธรกฺขิโต สารธรรมจาก...พระไตรปฎก ..................................... 43และอุบาสก-อุบาสิกาวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. อนุโมทนาพิเศษ / Special Thanks............................ 44SAENG DHAMMA Magazine Thai Temple’s News...............โดย ดร.แฮนดี้ 45is published monthly by รายนามผูบริจาคเดือนมกราคม Ven.Pradoochai 49 Wat Thai Washington, D.C. Temple รายนามผูบริจาคออมบุญประจ�าปและเจาภาพภัตตาหารเชา...53At 13440 Layhill Rd.,Silver Spring, MD 20906 รายนามเจาภาพถวายเพล / Lunch.............................54Tel. (301) 871-8660, 871-8661 ก�าหนดการเทศนมหาชาติเวสสันดรชาดก............................ 62Fax : 301-871-5007E-mail : watthaidc@hotmail.com Photos taken byHomepage : www.watthaidc.org Ven. Khumtan, Ven. Ananphiwat,Radio Network : www.watthai.iirt.net Mr. Kevin & Mr. Sam2,500 Copies Bank & Ms. Golf
  3. 3. ถ้อยแถลง มาฆบูชาเทศน้อย ธรรมคุณ คืนค�่าบ�าเพบุ บาทเบือง วารอวาทคอยจุน จิตสวางไสวล เพพรางทางธรรมเยือง ยางย้ายขยายธรรม พันสองร้อยห้าสิบ้วน พระสงฆ เยพรธรรมพุทธองค ออกคว้น หมายมุงกลับคืนคง ราชคหพร้อมนา เวุวันเหมือนม้น ดั่งได้นัดหมาย อวาทปาติมกขเน้น น�าสอน ละชั่วกรวดตะกอน กรอนเนือ ท�าดีขจายขจร จบทั่วสกนธ จิตองุดาดเกือ กอห้ลกงาม  วันมาฆบูชา เปนวันส�าคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนาซ่งเปนที่รูกันวา เปนวันแรกที่พระพุทธเจาไดประกาศหลักธรรมค�าสั่งสอนของพระองค คือ “อวาทปาติมกข” ซ่งถือกันวาเปนหลักค�าสอนที่เปนหัวใจส�าคัญของพระพุทธศาสนา ณ พระเวุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห มีใจความโดยยอวา . สพพปาปสส อกรณ� การไมท�าบาปทังปวง . กุสลสสูปสมปทา การท�าความดีห้บริบูรณ . สจิตตปริยทปน� การท�าจิตห้หมดจดจากกิเลส อนง วันนีนบเปนวันคลายกับวันประชุมกันเปนพิเศษ แหงพระอรหันตสาวกทังหลายโดยมิไดนดหมาย ซงเรียกวา “วัน ่ ้ ั ้ ั ่จาตุรงคสันนิบาต” คือ การประชุมพร้อมด้วยองค  กลาวคือ  วันนันเปนวันมาฆปูรณมี คือวันเพขึน  ค�า เดือน    ่ พระภิกษุ , องค มาประชุมกันดยมิได้นัดหมาย  พระภิกษุทังหมดล้วนเปนพระอรหันต  พระภิกษุเหลานันทังหมดได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าดยตรงเอหิภิกขุอุปสัมปทา เมื่อวันส�าคัญทางพระพุทธศาสนามาถงอยางนี้แลว สมควรอยางยิ่งที่เราชาวพุทธทั้งหลาย ควรนอมร�าลกถงพระมหากรุณาคุณของพระพุทธองค ดวยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามหลักค�าสอนขางตนนั้น “มาฆบูชา ปวงประชาชาวพุทธ กายวาจา จ บริสุทธิ บูชาพระพุทธองค” ดังนั้น วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. จงไดก�าหนดจัดงานท�าบุญ “วันมาฆบูชา” นวันเสาร-อาทิตยที่ - กุมภาพันธ โดยมีการปฏิบัติธรรม สนทนาธรรม เจริญจิตภาวนาเพื่อนอมถวายเปนพุทธบูชา ในวันเสารที่ ๒ กุมภาพันธ เริ่มเวลา ๐.๐๐ น. เปนตนไป สวนนวันอาทิตยที่  กุมภาพันธ เริ่มพิธีเวลา . น. มีกิจกรรมท�าบุตักบาตร ตังรงทานมหากุศล วายภัตตาหารเพลดพระสงฆ งพระธรรมเทศนา ละพิธีเวียนเทียน จงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั้งหลายรวมบ�าเพญบุญกุศลตามวัน เวลา ดังกลาวโดยพรอมเพรียงกัน อยาลืม อยาพลาด ขอเชิญรวมจองเปนเจาภาพบุญพระเหวด “เทศนมหาชาติเวสสันดรชาดก  กัณ , พระคาา” โดยพระนักเทศนแหลชื่อดัง เสียงดี มีส�านวนโวหาร ช�านาญกลอน สอนธรรมอันล�้าคา นวันอาทิตยที่  มีนาคม ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ตังตเวลา . น. เปนต้นไป คณะู้จัดท�า
  4. 4. แสงธรรม 1 Saeng Dhamma The Buddha’s Words พุทธสุภาษิต ยสฺส ปาปกตํ กมฺมํ กุสเลน ปหียติ. โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโต ว จนฺทิมา. (๑๗๒)ผูใดทําบาปไวแลว ละไดดวยการทําดี ผูนั้นยอมสองโลกนี้ใหสวาง เหมือนพระจันทร์ที่พนจากเมฆฉะนั้นWho by his wholesome deeds removes the evil done. He illuminesthe world here and now like the moon emerging from the cloud.
  5. 5. แสงธรรม 2 Saeng Dhamma by Buddhadasa Bhikkhu http//www.liberationpark.org/arts/lpsm/wildmonk.htm  ctually, the real map is much clearer than all that. We must pass through,must arrive at, and receive something -- ap- That’s not our way. We’ll do something, nd some method, which takes the heart all the way to that city the city of peace, the state ofpropriately and sufciently -- in order to know peace, the nature which is peace. This short cutsthe correct and true map. t’s as if we’re making the map. This is the methodology of forest wata map and must wade through that respective wild monks keep looking for and aiming atsubject or area in order to draw the map. f we only the peaceful mind.draw it from guesses and imagination, it will be a ust this single word peace has multitu-mess. f we try to make a map of everything, it’s dinous meanings. t’s easy to say peace, buta huge mess. These scholars who have nished it’s hard to understand and difcult to practice.their studies end up with a scholarly map that’s But you must try. Therefore, please try to con-a mess. t’s a mess because it is wrongly e- tinually follow and search s this peace s thisplained, wrongly remembered, wrongly taught, peaceand, especially, wrongly interpreted. Who knows The word peace means not troubled,what kind of map it is. These literary maps ac- not anious, not agitated, not disturbed, notcording to the study books are a mess because painful, not pierced. To begin, remember thesethey’re all mied up. meanings. n the other hand, the minds of most
  6. 6. แสงธรรม 3 Saeng Dhammapeople are troubled, stabbed, cut, and roasted people who don’t want peace. Now, however,by desires, by doubts, by worries, by the kind of we should focus on the fact that it is necessarywishes that build castles in the sky. They usu- to live in the midst of such people. ow can weally happen all the time you ought to get rid of be peace ow can we use our understandingthem. ’m not forbidding you to want anything of this peace to solve those problemsor do anything.  only want things to happen  still think that it can work. Please know howpeacefully. to calm the mind then work with those non- Some people may think that this runs peaceful people in those incredibly chaotic cit-counter to human eistence in the world. Lis- ies and capitals. We can have minds that aretening supercially, it may sound like that. When under control, are normal, are on track, arehuman beings in this world don’t want peace, disciplined, are at peace they do what theythey will want stimulation, they will want the should. Finally, if we must work for people whostate that stimulates pleasure through the eyes, are not calm, we are up to it.ears, nose, tongue, body, whichever way, all n the scriptures there’s a story of a wom-ways. They want to get ecited, they don’t want an Stream-nterer whose husband is a hunter.peace and calm. This makes it somewhat dif- They still were able to live together. t doesn’tcult to speak about these matters. sound believable, and probably nobody will We have a choice. Stimulation, the state believe it, but that’s what the scriptures say.of having kilesa always waiting to drive and ma- She wasn’t tainted by her husband’s sins. Theynipulate us, what’s that like And we must ask, could live as husband and wife without losingwhich direction will it lead ow far will it reach her Stream-ntry. Think about it. ou must knowt has no end. So we could eploit this and how to take special care of the heart. Guard themake some money from the fact that humanity condition of peace according to your own par-has endless wants, make a business out of hu- ticular skills.manity’s endless wants, and get rich ourselves. Close your eyes and imagine this scene.The rich have wants that never end. They follow ne person is normal and able to smile. eafter these endless desires, then what kind of works with another who always acts like a de-world will that be This is how different it is in mon or devil. ow can he do it  say he can.the cities, totally opposite from forest wat wild f a person is at peace, has sufciently trained,monks, who want to stop, to be cool, and to he can do it. But he probably wouldn’t want tobe calm. bother. e’s more likely to nd another place The problem is like this the world’s people to work. ere, we’re just trying to show that ifdon’t want peace. ow will we pursue peace one tries, it is possible. f one’s heart is secureAnd when living in the middle of people who and normal, there’s nobody who could shakedon’t want peace, how will we live peacefully him. f anyone tried to get him to do somethingAnother way is to live by making money off the wicked, he wouldn’t do it and would probably
  7. 7. แสงธรรม 4 Saeng Dhammarun away. ent. With that boy there we act in one way, with This talk is to help you begin to see that this one we must act another way. Such coolthis matter of calmness is no obstacle. Further, kids will help to cool down the old folks andit’s benecial in that it gradually transforms grey-hairs, if the kids have cool characters.those who aren’t calm, making them more calm  believe that Dhamma isn’t likely to be objec-and in love with calmness. ne makes bless- tionable for use in a world lacking peace andings without being conscious of it. People with coolness. A monk coming from correct forestDhamma who work together with people who wat wild monk, who stays at a city wat with alack Dhamma will do good without being aware totally different style, will have an immediateof it. They’ll cure the people without Dhamma, inuence on the city folk. They’ll notice thatso that Dhamma develops in them steadily. we’re hot and he’s cool. The only uestion is whether or not the cool monk from the forest can guard that calm and cor- rectness all the time. Mostly they lose it, change, and are swallowed up. f not, they must escape back to the forest. They can’t handle the city, it’s full of annoyances. No harm done, because we ought to be able to choose in this world. f we want peace, we have the right to nd a peaceful place. But wher- ever the wild monk goes, he automati- cally teaches the Peaceful Creed right there. There will be some success,  have seen people who have gone to work and some automatic blessings, too. Make anas clerks or ofcials, who are calm, humble, and eample of peace for them to see, be truly hap-have Dhamma. They are able to cool down py for them to see, they’ll be interested andbosses who y into rages, are hurried, and lack some will even follow. ou’ll get merit andDhamma. Know that if we have an employee the world becomes a better place.who is cool and calm, and shows it, we can’t e- f we speak of the Arahant, various princi-plode. We would be too ashamed, or else feel ples show that such a human being can neverpity for him. get hot again. So she can go to the city, to the ven with these wat boys, some have capitol, to any chaotic place, without dying.something cool about them and others are al- e wouldn’t die, but probably would get fedmost the opposite. We must have our own sen- up beyond toleration, then have to ee. f shesitivity for this Ahhmm, they’re totally differ- couldn’t escape, she might die. But  don’t think
  8. 8. แสงธรรม 5 Saeng Dhammaso, because he’d adjust his heart inside in an let it go. More than enough time has passed,unbelievable way. There’s no need to get hot now you ought to be able, at least a little morewith those people. et, what’s the point of be- than before. This means just live like a monking troubled by it all, avoid it to nd an appropri- (Phra)  more and more. ou’ll know the avorate place. of the monk’s life which we call forest wat wild This talking and raising eamples back and monks. ou’ll never have a chance to try livingforth is to increase understanding of forest wat like a wild monk in the city. ou must come towild monks. Do you know the difference be- the forest, to a naturally free place, to taste andtween living as a forest wat wild monk and liv- to try it, to know Dhamma of the sort the Bud-ing as a city monk ou’ve never lived as forest dha realized and proclaimed.wat wild monks. There’s only a little time left, f not that, then why ordain ach of youyou better try it out uickly. uickly live up to ought to ask yourself why you ordained Whyits standard, you’ll understand the matter well. did you take leave to do this temporary goingAlthough you return to the city later, you won’t forth To understand what To sample what Tobe the same. t will change you from how you get what With certainty -- like pounding a stwere. ou’ll change in a good and useful way, into the ground -- we answer, to get eactlytoo. So  felt we should talk about this for the what we’ve been talking about. Without leav-sake of the time left in the Rains, that you might ing home, you couldn’t get it. ou would haveget more interested in the forest wat wild no chance even to see or sample or give it a try.monks style. rdination was necessary. At the beginning of the Rains,  already toldyou about these things, such as, don’t laugh a To be continuedlot, speak only a little, try to stay with Nature.But  understand you couldn’t do it, and just คุณอรพรรณ ดีวอย และครอบครัว ท�ำบุญอุทิศสวนกุศลแดคุณแมและญำติผู้ลวงลับ ณ วัดไทยฯ ดี.ซี. วันที่ ๘ มกรำคม ๒๕๕๕
  9. 9. แสงธรรม 6 Saeng Dhamma A Taste of Freedom The Peace Beyond A Dhammatalk By Ajahn Chah http//www.accesstoinsight.org/lib/thai/chah/atasteof.html ...Continued from last issue... is enough to enable us to separate feeling from  f we have that presence of mind then whatever work we do will be the verytool which enables us to know right and wrong the mind. f we investigate like this continuously the mind will nd release, but it’s not escap-continually. There’s plenty of time to meditate, ing through ignorance. The mind lets go, but itwe just don’t fully understand the practice, knows. t doesn’t let go through stupidity, notthat’s all. While sleeping we breathe, eating we because it doesn’t want things to be the waybreathe, don’t we Why don’t we have time to they are. t lets go because it knows according tomeditate Wherever we are we breathe. f we the truth. This is seeing nature, the reality that’sthink like this then our life has as much value as all around us.our breath, wherever we are we have time. When we know this we are someone who’s All kinds of thinking are mental conditions, skilled with the mind, we are skilled with mentalnot conditions of body, so we need simply have impressions. When we are skilled with mentalpresence of mind, then we will know right and impressions we are skilled with the world. This iswrong at all times. Standing, walking, sitting and to be a Knower of the World. The Buddha waslying, there’s plenty of time. We just don’t know someone who clearly knew the world with allhow to use it properly. Please consider this. its difculty. e knew the troublesome, and that We cannot run away from feeling, we must which was not troublesome was right there. Thisknow it. Feeling is just feeling, happiness is just world is so confusing, how is it that the Buddhahappiness, unhappiness is just unhappiness. was able to know it ere we should understandThey are simply that. So why should we cling to that the Dhamma taught by the Buddha is notthem f the mind is clever, simply to hear this beyond our ability. n all postures we should
  10. 10. แสงธรรม 7 Saeng Dhammahave presence of mind and self-awareness  wrong doings in body or speech. When we don’tand when it’s time to sit meditation we do that. do wrong then we don’t get agitated when we We sit in meditation to establish peaceful- don’t become agitated then peace and collect-ness and cultivate mental energy. We don’t do edness arise within the mind. So we say thatit in order to play around at anything special. morality, concentration and wisdom are thensight meditation is sitting in samadhi itself. At path on which all the Noble nes have walkedsome places they say, Now we are going to sit to enlightenment. They are all one. Morality isin samadhi, after that we’ll do insight medita- concentration, concentration is morality. Con-tion. Don’t divide them like this Tranuillity is centration is wisdom, wisdom is concentration.the base which gives rise to wisdom wisdom is t’s like a mango. When it’s a ower we call it athe fruit of tranuillity. To say that now we are ower. When it becomes a fruit we call it a man-going to do calm meditation, later we’ll do in- go. When it ripens we call it a ripe mango. t’s allsight  you can’t do that ou can only divide one mango but it continually changes. The bigthem in speech. ust like a knife, the blade is on mango grows from the small mango, the smallone side, the back of the blade on the other. mango becomes a big one. ou can call themou can’t divide them. f you pick up one side different fruits or all one. Morality, concentra-you get both sides. Tranuillity gives rise to wis- tion and wisdom are related like this. n the enddom like this. it’s all the path that leads to enlightenment. Morality is the father and mother of Dham- The mango, from the moment it rst appearsma. n the beginning we must have morality. as a ower, simply grows to ripeness. This isMorality is peace. This means that there are no enough, we should see it like this. Whatever Mr. Jimmy - Mrs. Marry Liew ท�ำบุญอุทิศสวนกุศลให้แด Mr. Lim Fook Ong ๒๐ มกรำคม ๒๕๕๕
  11. 11. แสงธรรม 8 Saeng Dhammaothers call it, it doesn’t matter. nce it’s born for yourselves. Whatever’s wrong, throw it out. fit grows to old age, and then where We should it’s right then take it and use it. But actually wecontemplate this. practice in order to let go both right and wrong. Some people don’t want to be old. When n the end we just throw everything out. f it’sthey get old they become regretful. These peo- right, throw it out wrong, throw it out Usuallyple shouldn’t eat ripe mangoes Why do we if it’s right we cling to rightness, if it’s wrong wewant the mangoes to be ripe f they’re not ripe hold it to be wrong, and then arguments fol-in time, we ripen them articially, don’t we But low. But he Dhamma is the place where there’swhen we become old we are lled with regret. nothing  nothing at all.Some people cry, they’re afraid to get old or ...The Buddha was enlightened in thedie. f it’s like this then they shouldn’t eat ripe world, he contemplated the world. f he hadn’tmangoes, better eat just the owers f we can contemplated the world, if he hadn’t seen thesee this then we can see the Dhamma. very- world, he couldn’t have risen above it. The Bud-thing clears up, we are at peace. ust determine dha’s enlightenment was simply enlightenmentto practice like that. of this very world. The world was still there gain So today the Chief Privy Councillor and his and loss, praise and criticism, fame and disre-party have come together to hear the Dhamma. pute, happiness and unhappiness were all stillou should take what ’ve said and contem- there. f there weren’t these things there wouldplate it. f anything is not right, please ecuse be nothing to become enlightened to...me. But for you to know whether it’s right or To be continuedwrong depends on your practicing and seeing คุณวชิรำ-คุณวรยล ตีรกรวิเศษภักดี ท�ำบุญถวำยสังฆทำน 23-1-12 คุณแมสนสำ-คุณทศพล โสภำรัตน์ ท�ำบุญวันเกิด 23-1-12 ุิ
  12. 12. แสงธรรม 9 Saeng Dhamma มาฆบูชารำาลึก ค�าวา มาฆบูชา แปลวา การบูชาพระรัตนตรัยใน นาส�าคัญควรจะมาอยูทพระสัมมาสัมพุทธเจาทรงแสดง  ี่วันเพญเดือน ๓ เปนวันร�าลกถงวันทีพระสัมมาสัมพุทธ ่ โอวาทปาติโมกขเจาไดทรงกระท�าการประชุมอรหันตสาวก เพื่อแสดง สิ่งที่นาศึกษานอวาทปาติมกขหลักการ วิธการ และอุดมการณ ในการเผยแผพระพุทธ ี ในโอวาทปาฏิโมกข ทานแบงออกเปน ๓ ตอน คือศาสนา ซ่ ง ในวั น นั้ น มี เ หตุ ก ารณ ส�า คั ญ เกิ ด ข้ น  . สัพพะปาปสสะ อะกะระณัง การไมทาบาปทังปวง � ้ประการ ซ่งเราเรียกวา จาตุรงคสันนิบาต คือ การ กุสะลัสสูปะสัมปะทา การท�ากุศลใหถงพรอมประชุมอันพร้อมด้วยองค  ประการ คือ สะจิตตะปะริยทะปะนัง การท�าจิตของตนให . วันนั้นเปนวันเพญเดือนมาะ หรือ มะ (เพญ ผองแผวเดือน ๓) เอตั ง พุ ท ธานะสาสะนั ง นี้ คื อ ค� า สอนของ ๒. พระอรหันต ,๒๐ รูป มาประชุมพรอมกัน พระพุทธเจาทั้งหลายโดยมิไดนัดหมาย ๓. พระอรหันตเหลานัน เปนผูทพระสัมมาสัมพุทธ ้  ี่ . ขันตี ปะระมัง ตะป ตีติกขา ขันติ คือ ความเจาทรงประทานการบวชใหทั้งหมด อดกลั้น เปนธรรมเครื่องเผากิเลสอยางยิ่ง . พระสัมมาสัมพุทธเจาทรงแสดงโอวาทปาติโมกข นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา พระพุทธเจา องค  ประการนี้ บางแหงอาจมี  ประการที่ไม ทั้งหลายตรัสวา นิพพาน เปนธรรมอันประเสริฐสุดเหมือนกัน แตเปนที่สรุปไดวา มีเหตุการณส�าคัญอะไร นะ หิ ปพพะชิต ปะรูปะฆาตี ผูที่ยังาผูอื่นเกิดข้นในวันนั้น กถือวาเปนสันนิบาตได เหตุการณที่ อยู ไมจัดวาเปนบรรพชิต
  13. 13. แสงธรรม 10 Saeng Dhamma สะมะณ หติ ปะรัง วิเหะยันต ผูทยงเบียดเบียน ทางจิตใหยิ่ง  ข้นไป  ี่ ัผูอื่นอยู ไมจัดวาเปนสมณะ ละอุดมการณ ในทางพระพุทธศาสนา กคือ ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา ขันติ คือ ความ . อะนูปะวาท การไมเขาไปวารายใคร อดกลั้น เปนธรรมเครื่องเผากิเลสอยางยิ่ง อะนูปะฆาต การไมเขาไปท�ารายใคร นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา พระพุทธเจา ปาิมกเข จะ สังวะร การส�ารวมในพระปาฏิ ทั้งหลายตรัสวา นิพพาน เปนธรรมอันประเสริฐสุดโมกข คือ ศีลของภิกษุ นะ หิ ปพพะชิโต ปะรูปะาตี ผูที่ยังาผูอื่น มัตตัุตา จะ ภัตตัสะมิง รูจักประมาณในการ อยู ไมจัดวาเปนบรรพชิตบริภค สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต ผูทยงเบียดเบียน  ี่ ั ปนตัจะ สะยะนาสะนัง ใหอยูในที่สงัด ผูอื่นอยู ไมจัดวาเปนสมณะ อะธิจิตเต จะ อายค หมั่นประกอบความ หลักการ วิธีการ และอุดมการณ ทั้ง ๓ อยางนี้เพียรทางจิตใหยิ่ง  ข้นไป เปนสิ่งที่ภิกษุผูรวมประชุมในขณะนั้น ผูจะออกไป เอตั ง พุ ท ธานะสาสะนัง นี่เปนค�าสอนของ เผยแผพระศาสนา จะตองยดเปนหลัก การจะเขาไปสัง ่พระพุทธเจาทั้งหลาย ฯ สอนผูอื่น จะตองไมไปวารายใคร ไมท�ารายใคร ให ทั้ง ๓ ตอนนี้ จะบอกถง หลักการ วิธีการ และ ส�ารวมในศีล รูจกประมาณในการบริโภค ใหอยูในทีสงัด ั  ่อุดมการณ ในทางพระพุทธศาสนาคืออยางไร และตองหมั่นประกอบความเพียรทางจิต หลักการ ในทางพระพุทธศาสนา กคือ ในการสอนหรือการเผยแผนั้น ตองยดหลักการวา สัพพะปาปสสะ อะกะระณัง ตองไมท�าบาปทังปวง ตองไมท�าบาป ใหท�าบุญกุศล ใหท�าจิตใหผองแผว เปน ้ กุสะลัสสูปะสัมปะทา ควรท�ากุศลใหถงพรอม หลัก สะจิตตะปะริโยทะปะนัง ควรท�าจิตของตนให ใน า ยของอุ ด มการณ นั้ น พระนิ พ พาน เป นผองแผว อุดมการณอนสูงสุด แตบคคลผูยดถือเพศแหงบรรพชิต ั ุ  วิธีการ ในทางพระพุทธศาสนา กคือ จะไดชื่อวาเปนบรรพชิตนั้น ตองไมเขาไปาผูอื่น จะ อะนูปะวาโท การไมเขาไปวารายใคร เปนสมณะไดตองไมเบียดเบียนผูอื่น และขอส�าคัญ อะนูปะาโต การไมเขาไปท�ารายใคร ความอดทน มีตบะ มีความเพียร จะท�าใหด�ารงเพศ ปาฏิ โ มกเข จะ สั ง วะโร การส� า รวมในพระ บรรพชิตไวได นีจดเปนอุดมการณหลักในทางพระพุทธ ้ัปาติโมกข คือ ศีลของภิกษุ ศาสนา มัตตัญุตา จะ ภัตตัสะมิง รูจักประมาณในการ อน่ง โอวาทปาติโมกขนี้ พระพุทธองคไดทรงแสดงบริโภค แกพระอรหันตสาวก เพื่อยดถือเปนแนวทางในการ ปนตัญจะ สะยะนาสะนัง ใหอยูในที่ที่สงัด เผยแผพระศาสนา แตส�าหรับประชาชนทั่วไปนั้น ก อะธิจิตเต จะ อาโยโค หมั่นประกอบความเพียร สามารถน�าไปใชในชีวิตประจ�าวันได คือ
  14. 14. แสงธรรม 11 Saeng Dhamma หลักการทั้ง ๓ ขอนั้นตองยดเปนหลักใหมั่น จะท�า ประมาณในการบริโภค เปนเหตุใหมนุษยเราเปนโรคอะไรกแลวแต จะเปนอาชีพหรือไมเปนอาชีพ จะท�าทาง อวน ไขมันมากเกินไป น�ามาซ่งโรคภัยตาง  มากมายกาย วาจา หรือทางใจ ทางโลก หรือทางธรรม จิตจะ และอีกอยางหน่ง ผูที่บริโภคสิ่งที่เปนพิษตอรางกายตองไมเปนบาป ในขณะเดียวกัน จิตจะตองประกอบ เชน สุรา เบียร ยาเสพติดตาง  กจัดวาเปนผูไมรูจักดวยบุญกุศล และจิตใจตองผองแผว กิจกรรมทุกอยาง ประมาณในการบริโภคไดเชนกัน อีกประการหน่ง การถายดหลักการไดอยางนี้ เปนอันไมผิด จัดวาไดปฏิบัติ ไมรูจักประมาณในการบริโภคที่เปนไปส�าหรับคฤหัสถตามค�าสอนในทางพระพุทธศาสนาอยางถูกตอง หรือราวาสนั้น ทานจัดเอาการไมรูจักบริโภคกาม อน่ง กิจกรรมทุกอยาง ทานบอกวิธีการวา จะตอง เขาไปดวย มุงหมายถงการมีเพศสัมพันธ พูดงาย  การ ไมกลาววารายใคร (อะนูปะวาโท) เชน ตัวเองท�าบุญ ผิดศีลหา ขอ กาเมสุมิจฉาจาร นั่นเอง ขอนี้อาจมีโทษแตไปเหนคนอื่นไมท�า กอยาไปกลาววารายเขา วาเขา หนัก เพราะเปนเหตุน�ามาซ่งโรคเอดส ซ่งคราชีวิตคนไมรูจักท�าบุญกุศล เปนตน ไมไปท�ารายใคร จะท�าบุญ มามากตอมากแลว นีเ่ ปนโทษของการไมรจกประมาณ ู ักไมควรไปท�ารายสัตว หรือาสัตว คือ าสัตวเอาไป ไมรูจักวิธีบริโภคอยางถูกตองท�าบุญ หรือาสัตวเพื่อบูชาสิ่งตาง  (อะนูปะาโต) อน่ง ผูที่จะบ�าเพญเพียรทางจิต ควรอยูในที่อันมีความส�ารวมในศีล คือ รักษาศีลตามสถานะของตน สงัด ในที่ที่สมควร เพื่อประโยชนในการท�าจิตใหยิ่งนั่นเอง คือเปนราวาส (ผูครองเรือน มิใชนักบวช) ก หรือคิดทบทวนเรื่องราวตาง  เพื่อท�าจิตใหเปนสมาธิรักษาศีล  ศีล  เปนตน ไดงาย เปนประโยชนในการศกษาเลาเรียน และอะไร   อีกอยางหน่ง ค�าวา “มัตตัุตา จะ ภัตตัสมิง” อีกหลายอยาง เชน สมาธิ สามารถชวยระงับโรคบางรูจกประมาณในการบริโภค รวมไปถงตองรูวาจะบริโภค ั  อยางได เปนตน สวนนิพพานเปนอุดมการณอันสูงสุดอะไร อะไรมีโทษ อะไรไมมีโทษ ขอนี้กเปนสิ่งส�าคัญ ในทางพระพุทธศาสนา เพื่อความสิ้นทุกขทั้งปวง หมดเชนเดียวกัน จะเหนไดวา ในปจจุบันนี้ การไมรูจัก สิ้นขันธหา ไมตองมีการเวียนวายตายเกิดอีกตอไป ร้ำน NaVa Thai โดย.. คุณสุชำติ-คุณลัดดำวัลย์ ศรีเกตุสุข ท�ำบุญร้ำนครบรอบ ๔ ป วันที่ ๓ มกรำคม ๒๕๕๕
  15. 15. แสงธรรม 12 Saeng Dhammaบทความพิเศษ : คู่รัก - คู่บารมี อรหันต นับวาทั้งสองพระองคเปนคูบารมีกันอยาง แทจริง เหตุชักน�าห้หิงชายมีจรักกัน ก อ นที่ ห ญิ ง ชายจะมี ป ณิ ธ านอั น ยิ่ ง ใหญ ร ว ม กัน เปนคูบุญบารมีกันไดนั้น ตองผานความรูสกและ ความผูกพันดวยความรักกันมากอน แตเปนเรื่องที่นา แปลกใจวาเหตุใดเลา บางคนบางคู เหนหนากันเพียงครั้งเดียวกหลง รักกัน บางคนบางคู รูจักศกษานิสัยใจคอกันพอสมควร จงเกิดความรัก บางคนบางคู ไดเกื้อหนุนจุนเจือกัน นานไปก เกิดเปนความรัก บางคนบางคู สนิทสนมกลมเกลียวเปนเพื่อน พระนางพิมพาและพระโพธิสัตวนั้น ทรงเกิด เลนกันมาแตเดกแตนอย แลวจงคอยแปรเปลี่ยนเปนมาเปนคูรักและเปนคูครองกันมานับอเนกอนันตชาติ ความรักเมื่อโตเปนหนุมเปนสาวผ า นความสุ ข และทุ ก ข ภั ย ของสั ง สารวั ฏ มาด ว ยกั น บางคนบางคู ไดสมหวังในความรัก ขณะที่บางคูมากมายนับชาติไมถวน มีพบมีพลัดพรากจากกันเปน กลับตองเลิกราธรรมดา แตเมื่อใดที่ไดเกิดมารวมกัน กสงเสริมกันใน บางคน ไดแตหลงรักเขาขางเดียว แตเขาไมเคยการสรางสมบุญบารมีโดยไมยอทอดวยจิตที่เสมอกัน มีใจรักตอบมีความผูกพัน ไมโกรธไมเคือง ไมมีแมเพียงสายตาที่ บางคน เขามาชอบ พยายามทอดสะพานให แตทอดดูกันดวยความไมพอใจ ทั้งสองไดเปนคูครองกัน กลับไมสนใจ..มาจนถงชาติอันเปนที่สุด ซ่งพระโพธิสัตวไดตรัสรูเปน ขณะที่บางคน ทั้งชีวิตกลับเงียบเหงา ไมเคยมีพระพุทธเจา และพระนางพิมพาไดส�าเรจเปนพระ ลมรักพัดผานมาใหชื่นใจเลย แมแตเพียงครั้งเดียว
  16. 16. แสงธรรม 13 Saeng Dhamma ดูแลวความรักของหญิงชายนี้ชางวุนวายนัก จน คูรก ไดแกคหญิงชายทีมใจรักสมัครสมาน ปฏิบติ ั ู ่ี ันาสงสัยวามีเหตุอะไรที่ท�าใหหญิงชายมารักกัน หรือ ตอกันในฐานะคูรก แตยงไมไดเปนสามีภรรยากัน ั ัมีเหตุอะไรที่ท�าใหหญิงชายนั้นไมรักกัน มีผูกราบทูล คูครอง คือ หญิงชายที่ไดตกลงอยูรวมเปนสามีถามพระพุทธเจาเรื่องความรักของหญิงชาย ปรากฏ ภรรยากันในชาติภพปจจุบันในสาเกตชาดกที่  พระไตรปฎก เลมที่ ๒ พระสุต เนือคู คือ หญิงชายที่เคยเปนคูครองกันมาในตันตปฎก เลมที่  วา อดีตชาติ แตในชาติภพปจจุบันอาจเปนหรือไมไดเปน “ข้าตพระู้มีพระภาค เหตุไรหนอ เมื่อบุคคล คูครองกันกไดบางคนนลกนี พอเหนกันเข้ากเย  หัวจกเย คูท้ คือ หญิงชายที่เปนเนื้อคูกัน เคยอยูรวมกันบางคนพอเหนกันเข้า จิตกเลื่อมส” ในอดีตมามากกวาคนอื่น หญิงชายแตละคนอาจมีคู พระพุทธองคจงทรงแสดงเหตุที่ท�าใหหญิงชาย แทไดหลายคน และเชนเดียวกับเนื้อคู คือ คูแทอาจรูสกรักกันไว ดังนี้ จะไมไดเปนคูครองกันในชาติปจจุบันกได หากทั้งสอง “ความรักนัน ยอมเกิดขึนด้วยเหตุ  ประการ ายไมไดมาเกิดรวมกัน หรือทั้งสองายมีวิบากจากคือ ด้วยการอยูรวมกันนกาลกอน  ด้วยความ ถูกอกุศลกรรมมาตัดรอนเกือกูลตอกันนปจจุบัน  เหมือนดอกอุบลละ คูเวรคูกรรม คือ หญิงชายที่ไดเปนคูครองกันในชลชาติ เมื่อเกิดน ยอมเกิดเพราะอาศัยเหตุ  ปจจุบัน แตเนื่องจากเหตุที่ท�าใหตองมาครองคูกันนั้นประการ คือ ละเปอกตม ะนัน” เกิดจากเคยท�าอกุศลกรรมรวมกัน ไวในอดีต จงตอง ในพระอรรถกถาพระไตรป ฎ กขยายความ มารับวิบากกรรมรวมกัน หรือเคยอาาตพยาบาทกันวา ความรักของหญิงชายนั้นเกิดข้นไดดวยเหตุสอง มากอนในอดีต จงตองมาอยูรวมกันเพื่อแกแคนกันประการ คือ ตามแรงพยาบาทนั้น คูประเภทนี้มักจะมีเหตุใหมีเรื่อง . การไดเคยอยูรวมกันมาในกาลกอน เคยเปน ทะเลาะเบาะแวงกัน ขัดอกขัดใจกัน อยูดวยกันดวยมารดาบิดา ธิดาบุตร พี่นองชาย พี่นองหญิง สามี ความทุกขและเดือดรอน หาความสุขไมไดภรรยา หรือเคยเปนมิตรสหายกัน เคยอยูรวมเคียงกัน คูบารมี คือ หญิงชายทีเ่ ปนเนือคูกน เคยอยู  ้ ัมา ความรักความผูกพันนั้นยอมไมละ คงติดตามไป เปนคูครองกันมากมากกวาคูอน และมีความตังใจที่   ่ื ้แมในภพอื่น จะเกือหนุนเปนคูครองกันไป จนกวาคูของตนจะได ้   ๒. ความเกื้อกูลชวยเหลือกันในชาติปจจุบัน ส�าเรจในธรรมทีปรารถนา ไดตรัสรูเ ปนพระพุทธเจาใน ่ ความรักยอมเกิดข้นดวยเหตุสองประการนี้ อนาคตกาล ดังเชนคูของพระโพธิสตวกบพระนางพิมพา  ั ัสารพัดคู การปิบัติตนเพื่อห้เปนคูครองที่มีความสุข หญิงชายที่รักกัน และมีความสัมพันธกัน เรียก หญิงและชายที่รักกัน คงปรารถนาที่จะใหคนรักวาเปนคูกัน ลักษณะการเปนคูของหญิงชายนั้นมีได ของตนเปนเนื้อคูที่เคยอยูรวมกันมาแตชาติปางกอนหลายแบบ คือ และคงอยากใหความรักของตนมีแตความสุขตลอด
  17. 17. แสงธรรม 14 Saeng Dhammaไป แตความปรารถนาเชนนี้ใชวาจะส�าเรจสมความ สัาณคูท้ปรารถนาในทุกคูรัก เพราะบางคูอาจมีการพลัดพราก เนื่องจากคูแท คือคนที่เปนเนื้อคูกันมานานแสนความรักจืดจาง จากหวานกลายเปนขม บางคูแมจะ นาน ความรักความผูกพันขามภพชาติจงมีมากเหนือคูยังรักกัน แตการท�ามาหากินกลับดเคือง ชีวิตมีแต แบบอื่น และอาจมีอธิษฐานรวมกันมาแลวในอดีตชาติอุปสรรค เหลานี้ลวนแตเปนทุกขที่เกิดเพราะความรัก จงพอจะสังเกตไดวาใครเปนคูแทคูบารมี ลักษณะเปนวิบากที่เกิดจากอกุศลกรรมเกาทั้งสิ้น อาการที่แสดงเมื่อคูบารมีมาพบกัน เชน เมื่อแรกพบ หากหญิงและชายปรารถนาที่จะมีความรักและ กรูสกคุนเคย อาจจ�ากันได อาจจะไมรูสกวารักตั้งแตชีวิตที่ครอบครัวที่เปนสุข จะตองเปนผูไมสรางอกุศล แรกพบ แตมีรูสกวาผูกพันกันมากกวา ไมวาท�าสิ่งใดกกรรม ดังนี้ มักคลอยตามกัน มีความคิดลงรอยกันมากกวาปกติ แมอยูหางไกลกัน ตางจังหวัด ตางบานตางเมือง กมีเหตุชักน�าใหไดมาพบกันแบบแปลก  ดวยหนาที่ การงาน ดวยเหตุบังเอิญ หรือแมแตมีผูใหญจัดสรรให ไดพบกันกมี หากมีกรรมพลัดพรากเปนเหตุใหทั้งคูยังไมได พบกัน อีกายจะมีความรูสกเหมือนรอคอยใครสัก คนที่ไมรูวาเปนใคร แมมีหญิงชายมากมายผานเขามา ในชีวิต กไมไดมีจิตคิดผูกพันกับใครอยางจริงจัง อาจ มีบางที่มีรักมีสัมพันธกับใครไปกอน แตมักมีเหตุให เลิกราหยารางกันไปดวยจิตใจที่รอคอยใครสักคนที่ . มีความมั่นคงในคูครองของตน ไมเจาชูหลาย เปนคูแทของตน และหากไดพบกับคูแทของตนแลวใจ ไมท�าใหคูของตนผิดหวังชอกช้ำ�ใจ โดยเฉพาะตอง แตมีวิบากจากอกุศลกรรมอันเปนกรรมพลัดพรากมามีสติมั่นคงเมื่อไดมีโอกาสไดพบกับเนื้อคูคนอื่น  ที่ ตัดรอน เปนเหตุใหตองจากกันในภายหลัง แมจะจากอาจผานเขามาในชีวิต ซ่งการไดเคยอยูรวมกันในกาล กันไปนานแสนนานนับสิบ  ป กไมอาจลืมกันไดกอนอาจท�าใหจิตใจหวั่นไหวได การตังความปรารนาจะพบกันนชาติภพตอไป ๒. ไมเปนเหตุใหคูครองเขาตองแตกแยกดวย หญิ ง ชายแต ล ะคนนั้ น ต า งผ า นทุ ก ข ภั ย ของความอิจฉา ริษยา สังสารวัฏมานานแสนนาน ตางผานการครองคูมานับ ๓. ไมลวงศีลขอ ๓ ครั้งไมถวน แตละคนจงมีเนื้อคูมากมาย เปนแสนเปน . ไมปรามาสพระอรหันต ดังหลักฐานปรากฏ ลานคน บางคนเปนคูกันแลวกมีความสุข อยากพบในพระไตรป ฎ กว า คนที่ ป รามาสพระอรหั น ต ห ญิ ง เจอและไดอยูเปนคูกันอีกในชาติภพตอไป แตบางคนมักไดรับเศษกรรมในเรื่องของคูครอง กเบื่อหนายไมถูกใจคูของตน ไมปรารถนาจะกลับมา
  18. 18. แสงธรรม 15 Saeng Dhammaพบเจอกันอีก ดังนัน เมือหญิงชายปรารถนาจะไดพบกัน เปนคู ้ ่ เหตุที่จะท�าใหคูหญิงชายมีโอกาสไดอยู รวมกัน ครองกันอีกในชาติภพตอ  ไป หญิงชายทังสองนันตอง ้ ้ในชาติภพตอไปนั้น พระพุทธองคไดทรงแสดงเหตุ ปฏิบตตามพุทธพจน และมีการตังจิตปรารถนา ดังนี้ ัิ ้ปจจัยไวในสมชีวิสูตรที่  พระไตรปฎก เลมที่ ๒ . รักษาศีลห้เสมอกันพระสุตตันตปฎก เลมที่ ๓ อังคุตตรนิกาย จตุกก บุ ค คลที่ มี ศี ล เสมอกั น ย อ มอยู ร ว มกั น ได ใ นนิบาต ดังนี้ ปจจุบัน เมื่อสิ้นชีวิตแลวกสามารถไปเสวยกรรมดี “ดูกร คหบดีละคหปตานี ้าภรรยาละ รวมกัน แตหากายหน่งทรงศีล แตอีกายทุศีล ายสามีทังสองหวังจะพบกันละกันทังนปจจุบันทัง หน่งยอมไปสูสุคติภูมิ สวนอีกายตองไปสูอบายภูมินสัมปรายภพไซร้ ทังสองพึงเปนู้มีศรัทธาเสมอ โอกาสที่จะไดกลับมาพบกันนั้นยากยิ่งนักกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปาเสมอกัน . ห้ทานละยินดีนการบริจาคเสมอกันภรรยาละสามีทังสองนัน ยอมได้พบกันละกันทัง หากายหน่งายใดใหทานและบริจาค แตอีกนปจจุบัน ทังนสัมปรายภพ ายไมชอบใจ กจะเกิดความขัดแยง ไมลงรอยกัน น�า ภรรยาละสามีทังสองเปนู้มีศรัทธา รู้ความ ไปสูความบาดหมาง และเอาใจออกหางกันในที่สุดประสงคของู้ขอ มีความส�ารวม เปนอยูดยธรรม . ท�าปาห้เสมอกันเจรจาค�าที่นารักกกันละกัน ยอมมีความเจริ การท�าปญญาใหเสมอกัน มีการปฏิบัติสมาธิรุงเรืองมาก มีความาสุก ทังสองายมีศีลเสมอกัน ภาวนา จะท�าใหทั้งสองมีความเขาใจในโลกธรรมเสมอรักครกันมาก ไมมีจร้ายตอกัน ประพติธรรมน กัน มีความเขาใจในสุขและทุกขจากการอยูรวมกันลกนีล้ว ทังสองเปนู้มีศีลละวัตรเสมอกัน ยอม และยอมรับกันไดเปนู้เสวยกามารมณ เพลิดเพลินบันเทิงจอยูน . ตังจิตอธิษานเทวลก” อธิ ษ ฐานนั้ น มี ผ ลทั้ ง อธิ ษ ฐานที่ เ ป น กุ ศ ลและ คุณสุพรรณี - คุณสุวภี ท�ำบุญถวำยสังฆทำนวันเกิด คุณทวน เหวียน และครอบครัว ท�ำบุญวันเกิด ๒๙ ม.ค. ๕๕
  19. 19. แสงธรรม 16 Saeng Dhammaอกุศล การอธิษฐานเปนเหมือนการตั้งหางเสือเรือ แตการสรางสมบารมีของบุคคลใดบุคคลหน่งท�าใหเรือมุงหนาสูจุดหมายที่ก�าหนดไว ในการครอง นั้น ใชเวลาประมาณ  แสนกัป กมีบุญบารมีมากคูกเชนกัน อธิษฐานจะเปนตัวชักน�าใหหญิงชายได พอที่จะบรรลุธรรม และหลุดพนจากสังสารวัฏนี้ไปกลับมาพบกัน และไดครองคูกันไดในที่สุด ดังเชน ได การผูกพันเปนคูบารมีจงเปนการผูกมัดตนเองไมอธิษฐานของสุมิตตาพราหมณี ซ่งอธิษฐานเปนคู ใหมีโอกาสไดบรรลุธรรม แมจะไดมีโอกาสไดงธรรมบารมีใหพระโพธิสัตว จากนั้นมาอีกหลายชาติ ทั้ง จากพระพุทธเจาเปนแสนเปนลานองค นอกจากนี้สองกตองใชเวลาปรับศีล ทาน และปญญา ใหมา การเป น คู บ ารมี ยั ง ต อ งพบกั บ ความทุ ก ข ยากนานับเสมอกัน และไดเปนคูบารมีกันสมค�าอธิษฐานนั้น ประการ ดังเชนที่พระนางพิมพาไดประสบตลอดเวลาการปรารนาเปนคูบารมี ยาวนานถง  อสงไขยกับเศษแสนกัป หญิงชายที่ปรารถนาเปนเนื้อคูกันตลอดไปนั้น ดังนั้นการจะอธิษฐานติดตามเปนคูบารมีพระสามารถท�าไดไมยาก เพียงรวมกันปฏิบัติตนใหมี ศีล โพธิสัตวสักองคหน่ง จงควรไตรตรองใหดีวาไมใชทาน และปญญา ใหเสมอกัน และมีอธิษฐานรวมกัน อธิษฐานดวยเหตุเพราะความรักและตัณหา แตตองเปนหลักชัย ประกอบไปดวยความรักและความศรัทธาอยางแรง แต ก ารเป น คู บ ารมี นั้ น หมายถ ง  า ยหน่ ง เป น กลาตอพระโพธิสัตวองคนั้น นอกจากนี้ยังตองมีน้ำ�ใจพระโพธิสัตว มีความปรารถนาเอกอุในการบ�าเพญ สงสารและอยากชวยเหลือสรรพสัตวใหขามพนกองพุทธการกธรรมเพื่อจะไดตรัสรูเปนพระ พุทธเจา ซ่ง ทุกข และมีก�าลังใจเขมแขงเทาเทียมกับพระโพธิสัตวจ�าเปนตองใชเวลาสรางสมบารมียาวนานอยางเรวสุด องคหน่งเชนกันถง ๒๐ อสงไขยกับเศษแสนกัป และอยางชาตองเนิ่นนานถง ๐ อสงไขยกับเศษแสนกัป ซ่งเปนกาลเวลาที่ยาวนานมาก DUSIT THAI RESTAURANT ท�ำบุญร้ำนประจ�ำป เพื่อควำมเป็นสิริมงคลต้อนรับปใหม วันที่ ๒๑ ม.ค. ๒๕๕๕
  20. 20. แสงธรรม 17 Saeng Dhammaค บ าก บ า ก า ู   าั  าารร า  ก    ั  กร    ั   ี  ี  กลุ ่ ม พลั ง บุ ญ ถวายเพลทุ ก เดื อ น ุยายาพ ถวายเพลทุกเดือนนง เก นง กพ นง เก ถวายเพลทุกเดือน นงวยททาเือทาอากา ถวายเพลทุกเดือน ่ พยาบาลบัลมอ ถวายเพลทุกวันพุุดทายองเดือน ถวายัาาเพลวันุกท่  องทุกเดือน
  21. 21. แสงธรรม 18 Saeng Dhamma ค บ าก บ า ก า ู   าั  าาร า ร า ั  กร    ั   ี  ี าน   ดยุเอ ล ถวายเาวันพุ ถวายัาาเาวันุก ถวายัาาเาทุกวันเา อบัวุานนท ลถวายัาาเาวันอังา าบุญเม งามอาด ล ถวายัาาเาวันพุ นกลเพื่อน ถวายัาาเาทุกวันอาทย
  22. 22. แสงธรรม 19 Saeng Dhammaคา าั ครบครั าบค าั ัาี่  มค อบัวเพพาว อบัวมุกัง อบัวงพาล อบัวเือด ทาบุญอุทบพกาน วันอาทยท่  ม   ุ
  23. 23. แสงธรรม 20 Saeng Dhamma   ี  าก  ค       รี  ก    ั  าร  ี ่  มกราคม  ดวยอาลัยักลุงุยอย่างุดง อดวงวญญาลุงงลุถงทพยถาน เวยวานวมาน ลอดกาลเนนนันดเทอญเพื่อนพองนองพ่มา่วมวอาลัยนดเนังุดทาย อบัวเกุุ ออบพุทุกท่านเนอย่างง
  24. 24. แสงธรรม 21 Saeng DhammaWAT THAI WASHINGTON D.C.STATEMENT OF ACTIVITIES AND CASH FLOWSFOR THE PERIOD OF ULY 1, 2011 - DECEMBER 31, 2011 nome Subtotal Total Donations DonationsGeneral Suort 24,22 Donations80th Ts Building unds 40,1  DonationsEduation 6,66 Total Donations 290,62 nvestment Dividends 9 nterest 46 1,2 Total nome 291,81Eenses tilities Eletriity 12,18 il  roane Gas 2,4 Solid aste  Refuse Colletion ,4 ater 4,11 Total tilities 2,08 rinting  Distribution Euiment easing and Reair 4,128 ostage ,880 rinting Servies 1,699 Sulies 1,69 Total rinting  Distribution 29,26 Euiment Eenses Euiment urhase 2,146 Euiment Rental 1,4 Maintenane Contrats  Reair 4,8 Total Euiment Eenses 8,06 nsurane Automobile 1,28 ealth nsuraneMonks 18,16 roerty  iability 4,262 2,2 Automobile 2,92 Bank Charges 29 Building and Ground 2 Contributionsositality  Gifts ,011 oods  Sulies 940 und raising ,6 MedialMonks 69 fe Eenses 2,64 Seurity Servies 4 Shool Eenses 10,26 Telehone and nternet 1,4 Travel ,29 Total Eenses 11,491 et nome and Eenses 14,24 ess Cash rovided for erating Eenses Aounts ayablereaid 2,2 80th uangta Chis ear Building 6,169et Cash lows 16,40TE  Donationuangta Chis 80th ear Building unds is inluded net inomeeenses from uangta Chis Birthday event.  Total eenses are not inluded eenses for unagta Chis Birthday event whih are reorted as net donations. isakorn raisaengeth hramaha Thanat nthisan Assistant Treasurer resident
  25. 25. แสงธรรม 22 Saeng Dhamma ขอเชิญทุกท่านร่วมนมัสการพระสารีรกธาตุ ณ อุโบสถ วัดไทยฯ ดี.ซี. ิ Those who are interested in Thai Theravada Buddhism and members of the general public are cordially invited to Wat Thai, D.C., Temple to pay their respect to or simply view the Buddha relics on display in the chanting hall.ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือนกุมภาพันธ์  วัดทยกุงวองัน ด 25 กุมภาพันธ์ 2555 ศึกษาและปฏบัตธรรมตามแนวพระไตรปิฎก สาธยายพระไตรปิฎก ภาษาบาลี ฟังบรรยายธรรม - ธรรมสากจฉา เจรญจตภาวนา - แผ่เมตตา พร้อมกันบนอุโบสถศาลา เวลา 9.00 A.M.
  26. 26. แสงธรรม 23 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากวัดไทย พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ิตต ติ  ิตต ิสสติ ิตตสส ธสส สพพ ส าิา าิทาิ ุทาตาาาิาทา  อยูคนเดียวห้ระวังความคิด อยูกับมิตรห้ ระวังวาจา” ความคิดมันมีอิทธิพล อาจจะดลบันดาลใหคนเราท�าอะไรกได ตามอ�านาจอิทธิพล ชั่วและท�าชั่ว ในท�านองเดียวกัน ในายแหงความดี ถาคนเราคิดแตเรื่องที่ดี  นาน  เขากจะเราใหคนเรา พูดแตเรื่องที่ดี  และกประกอบกระท�าแตความดีของความคิดนั้น ความคิดมันเปนไดทั้งมิตร เปนไดทั้ง สังคมใดที่มากไปดวยคนคิดชั่ว สังคมนั้นกเตมไปศัตรู เปนไดทั้งายสราง เปนไดทั้งายท�าลาย และ ดวยคนพูดชัว คนท�าชัว พฤติกรรมทีแสดงออกทางกาย ่ ่ ่เปนอะไรไดอีกมากมายหลายประการ คือ มันเปน ทางวาจา ของคนคิดชั่ว กมีแตเรื่องเปนพิษเปนภัยแกเสมือนหนงวาดาบสองคม ใชถกใชเปนมันกใหคณ แต ่ ู ุ สังคมนานัปการ บานเมืองระส�่าระสายวุนวายไปทุกถาใชไมเปน ใชผิด มันกใหโทษ เจาความคิดนี้มันก หยอมหญา สาเหตุส�าคัญกเกิดจากอิทธิพลของคนคิดเหมือนกัน คิดดีกเปนศรีแกตัว แตถาคิดชั่วกพาตัว ชั่วนั้นเองเปนผูกอข้น แตถาหากสังคมใดมากไปดวยฉิบหาย ท�าลายทุกสิงทุกอยาง นีคออิทธิพลของความ ่ ่ื คนคิดดี สังคมนั้นกมีแตคนพูดดี คนท�าดี ทุกหนทุกคิดในายแหงความชั่ว ถาคนเราคิดชั่วมาก  เขา เจา แหงแขงกันประกอบคุณงามความดี เปนศรีทั้งแกตนความคิดชั่วนี้แหละ มันกจะรบเราผลักดันใหคนเราพูด และสังคมสวนรวม ประเทศชาติ ความสงบสุขและ

×