ว่าด้วยโลก(Earth)
 โลกเกิดมาได้แล้วประมาณ4600ล้านปี
 สันนิษฐานว่าเกิดจาการหมุนวนของฝุ่นและแก๊สในอวกาศเรียกว่า เนบิวลา
 ได้มีการสารวจแบ่งชั้นของโลกด้วยการขุดเจาะก็ยังไม่สาเร็จ
เนบิวลา
การศึกษาโครงสร้างของโลกโดยใช้คลื่นไหวสะเทือน
 การใช้คลื่นไหวสะเทือนและแบ่งได้2 คลื่นคือ P wave และS wave
 คลื่นปฐมภูมิPrimaryWaves: เคลื่อนที่เร็วผ่านได้ทุกสถานะ
 คลื่นทุติยภูมิSecondaryWaves: เคลื่อนที่ช้าผ่านเฉพาะของแข็ง
การศึกษาโครงสร้างของโลก
การศึกษาโครงสร้างของโลก
ชั้นของโครงสร้างโลก
ชั้นธรณีภาค (Lithosphere)
 อยู่ชั้นนอกสุดมีสมบัติเป็นของแข็งลึกประมาณ100กม.
 คลื่นP และคลื่นS ผ่านไปด้วยกันด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น
ฐานธรณีภาค(Asthenosphere)
 ชั้นนี้คลื่นไหวสะเทือนมีความเร็วไม่สม่าเสมอ(ลึกประมาณ660กม.)
ช่วง100-400ก.ม.มีสมบัติเป็นพลาสติกความเร็วลดลง
ช่วง400-660กม. เป็นของแข็งความเร็วเพิ่มขึ้น(โครงสร้างแร่เปลี่ยน)
มีโซสเฟียร์ (Mesosphere)
 ความลึกช่วง660-2900ก.ม.จากผิวโลก
 คลื่นไหวสะเทือนมีความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างสม่าเสมอ
แก่นโลกชั้นนอก(OuterCore)
อยู่ในช่วง2900- 5100กิโลเมตร คลื่นP มีความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
เชื่อกันว่าชั้นนี้ประกอบด้วยโลหะเหล็กและนิกเกิลเป็นส่วนใหญ่
เป็นของเหลวหนืด มีอุณหภูมิประมาณ4300- 6200C
แก่นโลกชั้นใน( InnerCore)
 เป็นของแข็ง ที่ความลึกประมาณ5,140กม.– แก่นกลางโลก(6,371)
มีความดันและอุณหภูมิสูงมากอาจสูงถึง6200- 6400องศาเซลเซียส
ทั้งคลื่นP และS ความเร็วค่อนข้างคงที่เพราะเป็นของแข็งเนื้อเดียว
สรุปการศึกษาโครงสร้างของโลกโดยใช้คลื่นไหวสะเทือน
ที่ชั้นธรณีภาค : เป็นของแข็ง ผ่านได้ทั้ง Pและ S ความเร็วเพิ่มขึ้น(100)
ชั้นฐานธรณีภาค: มี 2 ช่วงช่วงแรกเป็นพลาสติกความเร็วลดลง (250)
ช่วงที่สอง เป็นของแข็งความเร็วเพิ่มขึ้น(400– 660)
ชั้นมีโซเฟียร์: ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างสม่าเสมอ(660- 2900)
แก่นโลกชั้นนอก: Sผ่านไม่ได้(ของเหลว)P ความเร็วเพิ่มขึ้น2900-5140
แก่นโลกชั้นใน: ผ่านได้ทั้งS P ความเร็วคงที่เพราะเป็นของแข็งเนื้อเดียวกัน
 เปลือกโลก( Crust)
 ชั้นนอกสุดของโครงสร้างโลกมีความหนาระหว่าง35-40กิโลเมตร
 แบ่งเป็นเปลือกโลกภาคพื้นทวีป(ContinentalCrust)
 และเปลือกโลกมหาสมุทร(Oceanic Crust)
เปลือกโลก( Crust)
เปลือกโลก( Crust)
 เปลือกโลกภาคพื้นทวีป หนาตั้งแต่20 – 70 กม.(35-40)
 พบหินพวกแกรโนไดโอไรต์(หินอัคนี)ความหนาแน่นเพิ่มขึ้นตามความลึก
 เปลือกโลก( Crust)
 เปลือกโลกมหาสมุทร หนาตั้งแต่7-11กม.(5)ความหนาแน่นคงที่
 พบหินกลุ่มเมฟิก(บะซอลต์- แกบโบร)และกลุ่มอัลตราเมฟิก
 อายุหิน(200ล.ป.)น้อยกว่าภาคพื้นทวีป(4 พันล.ป.)
เปลือกโลก( Crust)
เปลือกโลก( Crust)
เนื้อโลก ( mantle)
 มีความหนาประมาณ2,865กิโลเมตร (35-2900กม.คิดเป็น84%)
 พบแร่โอลิวีนเป็นส่วนใหญ่ มีสถานะเป็นของแข็ง
 พบรอยต่อระหว่างเปลือกโลกกับเนื้อโลกกั้นกันด้วยกลุ่มหินอัลตราเมฟิก
แนวแบ่งเขตโมโฮโรวิซิก(Mohorovicic Discontinuity)
 เรียกสั้นๆว่าโมโฮเป็นแนวแบ่งเขตที่มีความหนาประมาณ0.1-0.5กม.
กั้นระหว่างส่วนของเปลือกโลกและเนื้อโลก
เปลือกโลก( Crust)
แก่นโลก(core)
 ตั้งแต่ที่2,900กิโลเมตรถึงใจกลางโลกพบเหล็กและนิเกิลเป็นส่วนใหญ่
 แก่นโลกชั้นนอกกม. เป็นของเหลว(-5140กม.)
 แก่นโลกชั้นในเป็นของแข็งที่มีความหนาแน่นสูง
คาถามท้ายบท

บทที่ 1 โครงสร้างของโลก - 2559