Seangdhamma Vol. 37 No. 438 October, 2011

1,160 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,160
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Seangdhamma Vol. 37 No. 438 October, 2011

  1. 1. สื่อส่องทาง สว่างอ�าไพ แสงธรรม ทุกชีวิตมีปัญหำ พระพุทธศำสนำมีทำงแก้ วำรสำรธรรมะรำยเดือนที่เก่ำแก่ที่สุดในอเมริกำ ปีที่ 37 ฉบับที่ 438 ประจ�ำเดือนตุลำคม พ.ศ. 2554 Vol.37 No.438 October, 2011Objectives :�To promote Buddhist activities. สำรบัญ�To foster Thai culture and tradition.�To inform the public of the temple’s activities. Contents�To promide a public relations center for The Buddha’s Words............................................. 1 Buddhists living in the United States. Emptiness By Ven. Buddhadasa................................... 2เจ้าของ : วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. A taste of Freedom By Ven. Ajanh Chah........... 7ที่ปรึกษา : พระวิเทศธรรมรังษี The Voice Of Dhamma By Ven. Laung Ta Chi................... 11กองบรรณาธิการ : บทความพิเศษ : วันมหาปวารณา - ตักบาตรเทโว............. 16ดร.พระมหำถนัด อตฺถจำรี อาลัยรักพระเทพกิตติโสภณ .................................................. 19พระสมุห์ณัฐิวุฒิ ปภำกโร ปฏิบัติธรรมประจ�ำเดือนตุลำคม................................ 22พระจรินทร์ อำภสฺสโรพระมหำเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญำโณ เสียงธรรม...จากวัดไทย........................หลวงตาชี 23พระสุริยำ เตชวโร ประมวลภาพกิจกรรมเดือนกันยายน....................... 30พระมหำสรำวุธ สรำวุโธ เสียงธรรม...จากหลวงตาชี ...................................... 32พระมหำประดู่ชัย ภทฺทธมฺโม ท่องแดนพระพุทธศำสนำ ๒,๓๐๐ ปี ดร.พระมหำถนัด 39พระมหำศรีสุพรณ์ อตฺตทีโป สำรธรรมจำก...พระไตรปิฎก ..................................... 42พระมหำค�ำตัล พุทฺธงฺกุโรพระอนันต์ภิวัฒน์ พุทฺธรกฺขิโต อนุโมทนำพิเศษ / Special Thanks............................ 44และอุบำสก-อุบำสิกำวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. Thai Temple’s News...............โดย ดร.แฮนดี้ 45 รำยนำมผู้บริจำคเดือนกันยำยน....Ven.Pradoochai 48SAENG DHAMMA Magazine รำยนำมผู้บริจำคออมบุญประจ�ำปีและเจ้ำภำพภัตตำหำรเช้ำ...53is published monthly by รำยนำมเจ้ำภำพถวำยเพล / Lunch.............................54Wat Thai Washington, D.C. TempleAt 13440 Layhill Rd., ก�ำหนดกำรวันออกพรรษำ - ตักบำตรเทโวโรหณะ........62Silver Spring, MD 20906Tel. (301) 871-8660, 871-8661Fax : 301-871-5007 Photos taken byE-mail : watthaidc@hotmail.com Ven. Pradoochai, Ven. KhumtanHomepage : www.watthaidc.org Ven. Ananphiwat, Ven.SrisupornRadio Network : www.watthai.iirt.net Mr. Kevin & Mr. Sam2,500 Copies Bank & Ms. Golf
  2. 2. ถ้อยแถลง นับเป็นควำมสูญเสียอันยิงใหญ่ของวงกำรคณะสงฆ์ไทย โดยเฉพำะสมัชชำ ่ สงฆ์ไทยฯ พระธรรมทูตและศิษยำนุศิษย์ในสหรัฐอเมริกำ ที่ได้ทรำบข่ำวว่ำ พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมฺปณณมหาเถร) อดีตประธาน ุ ฺ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป ลองไอส์แลนด์ นครนิ ว ยอร์ ก และอดี ต ผู ้ ช ่ ว ยเจ้ า อาวาสวั ด เบญจมบพิ ต รดุ สิ ต วนาราม กรุงเทพมหานคร ได้ถงแก่มรณภำพด้วยอำกำรอันสงบ ทิงสรีรสังขำรไปคงเหลือ ึ ้ ไว้แต่คุณงำมควำมดีเป็นอนุสรณ์ เมือวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๒๒.๒๐ น. ่ (ตำมเวลำท้องถิ่นของนครนิวยอร์ก) สิริอายุ ๗๙ ปี ๙ เดือน ๕๙ พรรษา โดย ตลอดระยะเวลำ ๒๔ ปี (พ.ศ. ๒๕๓๑ – ๒๕๕๔) แห่งกำรด�ำรงต�ำแหน่งประธำน สมัชชำสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกำ พระเดชพระคุณได้ทุ่มเทชีวิตน�ำคณะสงฆ์พระ ธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกำ ฟันฝ่ำอุปสรรคนำนำประกำร และเปิดโอกำสให้ พระภิกษุสงฆ์จำกประเทศไทย ได้เดินทำงมำปฏิบตศำสนกิจและเผยแผ่พระพุทธ ัิ ศำสนำอย่ำงต่อเนือง จนประสบควำมส�ำเร็จอย่ำงทีปรำกฏชัดแล้ว ปัจจุบนมีวดไทย ่ ่ ั ั ในสังกัดสมัชชำสงฆ์ไทยถึง ๙๖ วัด และมีพระธรรมทูตปฏิบตศำสนกิจทัวสหรัฐอเมริกำ ัิ ่ กว่ำ ๕๐๐ รูป จึงขอน�ำบทกลอน “แม้ฟ้ายังอาดูร” ที่ “ปรียา เสวิกุล”ได้ประพันธ์ไว้ในนำมของคณะศิษยำนุศิษย์ เพื่อร่วมไว้อำลัยเป็นครั้งสุดท้ำยแก่พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ ว่ำ เสียงฟ้าลั่น ครั่นครืน ค่อนคืนค�่า เสียงคนร�่า ร้องไห้ แข่งสายฝน น�้าตาฟ้า หลั่งลา “พระเทพกิตติโสภณ” น�้าตาคน ท่วมฟ้า เพราะอาลัย ด้วยสิ้นแล้ว ร่มโพธิ์แก้ว ของปวงศิษย์ ผู้เป็นยอด บรรพชิต จิตสดใส ผู้เมตตา การุณ อุ่นฤทัย พระธรรมทูต ทั่วไทย – อเมริกา ขอปวงเทพ ชั้นฟ้า สุดาสวรรค์ จงรับขวัญ ดวงวิญญาณ อันสูงค่า สู่ปรภพ อันสงบ ทุกมรรคา สู่ยัง ดุสิตา สวรรคาลัย ด้วยบารมี ความดี ของหลวงพ่อ ไม่เคยท้อ ต่อการ งานทั้งหลาย โบสถ์สร้างเสร็จ ส�าเร็จ งามมากมาย เมื่อท่านสลาย “แม้ฟ้า ยังอาดูร” และมติสมัชชำสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกำ ได้ก�าหนดจัดงานพระราชทานเพลิงศพพระเทพกิตติโสภณ ในวันที่ ๑๒-๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ เมรุลอยชั่วคราววัดวชิรธรรมปทีป ลองไอส์แลนด์ มหานครนิวยอร์ก จึงขอนิมนต์พระเถรำนุเถระ/พระธรรมทูต และเชิญสำนุศิษย์ทั้งหลำยร่วมงำนและไว้อำลัยพระเดชพระคุณครั้งสุดท้ำยโดยพร้อมเพรียงกัน แสงธรรมฉบับนี้ เป็นฉบับ “วันออกพรรษา” ซึงมีควำมส�ำคัญเกียวกับกำรปวำรณำยกโทษขออภัยและปรับปรุงแก้ไข ่ ่ในสิ่งที่ท�ำผิดพลำด “ถ้าไม่มีการให้อภัยผิด และไม่คิดที่จะลืมซึ่งความหลัง จะหาสามัคคียากล�าบากจัง ความพลาดพลั้งมีอยู่ทั่วทุกตัวคน” โดยวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ก�ำหนดจัดงำน “ท�าบุญวันออกพรรษา-ตักบาตรเทโว” ในวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ เริ่มเวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป และขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี เพื่อสมทบทุนสร้างอาคาร ๘๐ ปี หลวงตาชี ในวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ โดยพร้อมเพรียงกัน ขอควำมเจริญรุ่งเรืองในธรรมและควำมผำสุกสวัสดีจงมีแก่ท่ำนตลอดกำลเป็นนิจเทอญ คณะผู้จัดท�า
  3. 3. แสงธรรม 1 Saeng Dhamma The Buddha’s Words พุทธสุภาษิต ธมฺมญฺจเร สุจริตํ น ตํ ทุจฺจริตํ จเร ธมฺมจารี สุขํ เสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ. (๑๖๙) จงประพฤติสุจริตธรรม อย่าประพฤติทุจริต ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า By Dharma should one lead one’s life and not embrace corrupted means. For one who lives the Dharma life dwells in peace here and hereafter.
  4. 4. แสงธรรม 2 Saeng Dhamma by Buddhadasa Bhikkhu http://www.what-buddha-taught.net/Books/BhikkhuBuddhadasa ...Continued from last issue... ถามท่านก่อน T he very first level is arannasanna, which means the perception of forest. If where we live it is noisy and confusing we im- “นับสิบก่อน” ตอนเกิด อารมณ์แรง agine it to be a forest, as if it truly is one and we นั้นย่อมแปลง อารมณ์ร้าย ให้ดีได้ really have entered it. We may imagine the for- “ถามท่านก่อน” ตอนจะทำา สิ่งใดใด est to be empty and tranquil, free from disturb- นี่ความหมาย ตรงกัน ฉันรับรอง ing noises. Merely imagining a forest is already one sort of emptiness, but an emptiness that is ถามท่านก่อน นั่นถามใคร รู้ไหมเล่า? child’s play. คือทูลถาม พระพุทธเจ้า ในหม่อมขมอง Higher than arannasanna is pathavisanna, จะตรัสตอบ ถ้วนถูก ทุกทำานอง whereby we create the perception of earth. We ไม่ต้องหมอง หม่นใจ ไปจนตาย become conscious of all phenomena as being merely the earth element. Pathavisanna can ตอนจะโกรธ จะละโมบ จะโง่เง่า eradicate craving for the sense pleasures of vis- ตอนถูกเย้า ให้หมุนจี๋ เป็นผีร้าย ible forms, sounds, odors, tastes and tactile ob- จะตีลูก หย่าคู่ ฯลฯ อย่าดูดาย jects. It is something the young should try. ยั้งใจกาย “ถามท่านก่อน” ห่อนผิดเอย ฯ Here if we wish to ascend further we must create the perception of akasanancayatana, i.e. โดย... พุทธทาสภิกฺขุ create the feeling that there is nothing but infinite
  5. 5. แสงธรรม 3 Saeng Dhammaspace. Space is indeed one kind of emptiness the time of the Buddha. Once having discoveredbut it is not true sunnata. Sunnata is of a higher them they would get stuck in them, unable toorder than vacant. empty space. You don’t have get beyond them. It was like that until the Bud-to be interested in that sort of emptiness. Pay dha found the true sunnata which is the abodeattention to the subtler level of sunnata such of the Great Man. the supreme unsurpassableas that whereby we create the perception that emptiness that I have been speaking of.there is nothing but infinite consciousness. The The commentaries call the experiences ofperception that there is nothing but the infinite sunnata, ‘sunnataphassa’. We know only of theconsciousness - element is called vinnancayat- contact (phassa) of the eyes, ears, nose, tongue,ana. If we ascend even higher we reach the kind body and mind with visible forms, sounds, odors,of sunnata called akincannayatana whereby we tastes, tangible and mental objects. We have nev-mentally create utter nothingness. We don’t al- er had sunnataphassa, the contact with sunnatalow the mind to focus on anything, we fix it on because we know only of rupadhatu and arupad-nothingness. However there still remains the hatu, we know nothing of nirodhadhatu.feeling that there is nothingness. When we come to know nirodhadhatu One step further on lies nevasannanasan- we will experience a new sensation, that whichnayatana, non¬ perceiving perception. It’s said the commentators call sunnataphassa. It is thethat it is neither like being alive nor being dead. name of the Noble Path on the level that trulyTo say that there is perception would be false. destroys mental defilements. When we haveTo say that there is no perception would also developed our practice to the point that it isbe false. There is no labeling or interpretation destroying defilement, there is sunnataphassa.of experience. There is awareness without per- It is like touching sunnata with our hand, ourception. It is so subtle that to call a person in minds come into contact with emptiness.this state alive would be false to call him dead Emptiness as contact relates to the Noblewould be false. This too is a kind of emptiness. Path of one for whom anattanupassana (the in- These six levels of emptiness are not the sight that there is no self nor anything belong-same as paramanuttara¬sunnata. The Buddha ing to self. that there are merely dhammas andspoke of them merely to demonstrate the vari- natural processes) is growing continually. If theous gradations of emptiness. None of them are Noble Path is of this nature it is called sunnatathe emptiness that is the abode of the Great and any contact which takes place on that PathMan. They are the sorts of emptiness that rishis is called sunnataphassa. Anattanupassana theand munis had been groping after since, before cause of that state is a consequence of Dukkhan-
  6. 6. แสงธรรม 4 Saeng Dhammaupassana, the insight into Dukkha. Dukkhanu- mind is not released.passana is like having once tried to take hold If the mind is released then it is empty. If itof fire knowing that it’s not at all something to is not released then it is not empty. Let us lookput your hand in, or knowing that no dhammas at our mind that is either released i.e. empty ofwhatsoever should be grasped at or clung to be- all things or caught i.e. grasping at and clingingcause once taken hold of, they become a fire. If to something. Even at the initial level of practicespiritually we are well conversant with the way the teaching is to look at the mind that is emptythat fire burns and consumes, how it constricts, or vimutti. It is something that is there to beenvelops, pierces and entangles then that is seen within, it is not something to be figured outDukkhanupassana. according to books that we’ve read. Here we must consider that some people Nibbana or sunnata is there for us to see,object that if you haven’t reached Nibbana you even while we are still unenlightened. There iscan’t know anything about it, just as if you’ve the emptiness called tadangavimutti that justnever been to Europe you can’t ever have seen happens to arise, as it is now, when the externalit. But Nibbana is not a material object it is a conditions are right. If we concentrate the mindmatter of the mind and heart. As I have said, in the correct way so that it’s completely undis-right now most of your minds are empty. This is turbed and at ease (more so, one may say, thanalready a taste. Be diligent in seeing that. when experiencing any kind of worldly pleas- Consequently in the scriptural exposition ure) then this is vikkambhanavimutti, release byof the Practice of mindfulness of breathing, in suppression. So even without the samucche-the section dealing with cittanupassana where it davimutti or final release of the arahant, we stilldiscusses the method of looking intently at the have a sample of emptiness to examine, a sam-mind it says that if the mind has lust one knows ple of the wares of the Buddha. If you are inter-that the mind has lust; if the mind has aver- ested you can find such a sample in yourself.sion one knows the mind has aversion; if the Therefore, we should practice mindfulnessmind has, delusion then one knows the mind of, breathing stage by stage, developing kayanu-has delusion; if the mind is depressed then one passana, vedananupassana, cittanupassana, andknows that the mind is depressed; if the mind is dhammanupassana [23]. It is a constant tastingnot depressed then one knows that the mind is of emptiness from start to finish. Finally, we willnot depressed; if the mind is released then one understand emptiness through seeing the pain-knows that the mind is released, (vimutti); if the ful consequences of grasping and clinging.mind is not released then one knows that the Then the mind will immediately turn to
  7. 7. แสงธรรม 5 Saeng Dhammafind contentment with the ayatana of Nibbana. its dictates.So in this way we are able to see emptiness It’s due to this very point that someonecontinually, before actually reaching its su- like Angulimala could become an arahant. Don’tpreme level. There is a progress that follows its explain wrongly, as is often done, the Buddha’sown law or the law of nature itself. When having reply to Angulimala, “I have already stopped.firmly comprehended something by oneself the It is you that have not stopped.” Don’t explainresulting knowledge is firm. It does not sway un- that ‘not stopped’ means that he was still kill-stably like false knowledge or knowledge gained ing people and that Angulimala became an ara-by listening to others. We don’t have to do any- hant because he stopped murdering. Anyonething very much to make ourselves happy, we who explains like that is badly misrepresentingdon’t’ have to go to any great trouble. All we the Buddha because when the Buddha usedhave to do is to empty our minds of greed. aver- the word ‘stop’ here, He was referring to thesion and delusion, or in other words to make stopping of ‘I’ and” ‘mine’,’ to the stopping ofit empty of grasping at and clinging to ‘I’ and grasping and clinging, or in other’ words to emp-‘mine.’ When the mind is empty of greed, aver- tiness. So it is emptiness that is stopping andsion and delusion then it’s truly empty and all it is the only kind of stopping that could haveDukkha comes to an end. Even kamma will of made Angulimala an arahant. If it was stoppingitself come to an end. murdering why aren’t all people who don’t kill In the Anguttara Nikaya, the Buddha states arahants? It is because cessation, the true stop-that when the mind is empty of greed, aver- ping, is the emptiness where there is no self tosion and delusion, empty of ‘I’ and ‘mine’ then dwell anywhere, to come or go anywhere or tokamma ends by itself. This means that kamma, do anything. That is true stopping. If there is stillvipaka (its result), and the mental defilements a self then you can’t stop.which are the cause for the creation of kamma, So, we should understand that the wordspontaneously and simultaneously come to an ‘empty’ is the same word as ‘stop’, the singleend. So we don’t have to be afraid of kamma, word by which the Buddha was able to enlightento fear that we must be ruled by our kamma. Angulimala, even though the killer’s hands wereWe don’t have to be too interested in kamma. still red with blood and around his neck hungRather, we should take an interest in emptiness. the 999 finger bones of his victims. For kammaIf we have created emptiness with regards to ‘I’ to end by itself, to reach the stopping, we mustand ‘mine’, kamma will utterly disintegrate and rely on this single term: empty of ‘I’ and ‘mine’,there will be no way that we will have to follow not grasping at or clinging to dhammas.
  8. 8. แสงธรรม 6 Saeng Dhamma This action of making the mind empty may tiness. To be empty of defilements is to be emp-be called Buddhist yoga, for ensuring that there ty of the feeling of ‘I’ and ‘mine’ and then theis emptiness in our action is raja yoga, the high- emptiness that is the freedom from Dukkha isest level or summit of yoga (spiritual endeavor). ensured, for to be empty of defilements is to beBut although we borrow the word raja yoga from empty of Dukkha. To be empty of ‘I’ and ‘mine’Vedanta [24], in that tradition it is concerned alone is to be empty of all things. That state ofwith the realization of an ultimate self. However emptiness is not the element of earth, water,the Buddha taught that yoga means ariyasacca- fire or air or akincantayatana, akasanancayatanadassana, which means that there is a yoga in or any of those things. The Buddha denied thatthe Buddhist teachings but it is the clarification it was any of those things. It is only nirodhad-of emptiness, making it manifest. So any action hatu, voidness of ‘I’ and ‘mine’, the extinctionthat is conducive to the manifestation of empti- of kamma, the defilements and Dukkha.ness may be called yoga. If anyone wishes to The last point that we must consider isuse the word yoga or is interested in it in any that, as was said at the beginning, emptiness ex-way it should be understood in this manner for ists in relation to all things. Don’t forget that ‘allit to be Buddhist yoga i.e. causing the manifes- things’ are nothing other than dhammas and thattation of ultimate truth. It should be taken and dhammas are nothing but nature or suchness.used in our every mental action, so as to stop They are already empty of self or the belong-the grasping at and clinging to ‘I’ and ‘mine’. ings of self. The dhammas of foolishness, delu-Thus we take the word yoga from another tra- sion and ignorance emerge continually, becausedition and adapt its meaning appropri¬ately. our culture and the way that we live encour-Take for example the word kammayoga - be- age the dhammas of ego and unknowing. Theying unselfish, acting unreservedly for the benefit don’t encourage the dhammas of knowledge.of others, we too have this yoga. If there is no Consequently we undergo the punishment forego - consciousness then whatever we do will our original sin, our original misguided action,be kammayoga. Even with this very basic yoga continually and automatically from the time of- making merit, doing good, sacrificing for oth- its ‘occurrence without ever learning our lesson.ers and helping mankind, these actions must be The young aren’t conscious of it, the middle-performed with a mind empty of ‘I’ and ‘mine’. aged aren’t conscious of it and even many ofSo we don’t have to seek after other kinds of the old are unconscious of it. We should at leastyoga for they all come down to this one yoga, be able to realize it in middle age or old age sothe spiritual endeavor of putting an end to self as to escape the punishment, emerge from theand the belongings of self, or in other words cage of vattasamsara and reach that boundlessmaking emptiness manifest. place of clarity and space. All of this rather lengthy explanation hasbeen aimed at elucidating the single word emp- To be continued
  9. 9. แสงธรรม 7 Saeng Dhamma A Taste of Freedom The Middle Way Within A Dhammatalk By Ajahn Chah http://www.accesstoinsight.org/lib/thai/chah/atasteof.html ...Continued from last issue... the tail belong to the one snake. T hese words, “the Middle Way,” do not refer to our body and speech,they refer to the mind. When a mental impres- In the same way, both happiness and un- happiness, or pleasure and sadness, arise from the same parent — wanting. So when you’resion which we don’t like arises, it affects the happy the mind isn’t peaceful. It really isn’t!mind and there is confusion. When the mind For instance, when we get the things we like,is confused, when it’s “shaken up,” this is not such as wealth, prestige, praise or happiness, wethe right way. When a mental impression arises become pleased as a result. But the mind stillwhich we like, the mind goes to indulgence in harbors some uneasiness because we’re afraidpleasure — that’s not the way either. of losing it. That very fear isn’t a peaceful state. We people don’t want suffering, we want Later on we may actually lose that thing andhappiness. But in fact happiness is just a refined then we really suffer. Thus, if you aren’t aware,form of suffering. Suffering itself is the coarse even if you’re happy, suffering is imminent. It’sform. You can compare them to a snake. The just the same as grabbing the snake’s tail — ifhead of the snake is unhappiness, the tail of you don’t let go it will bite. So whether it’s thethe snake is happiness. The head of the snake snake’s tail or its head, that is, wholesome oris really dangerous, it has the poisonous fangs. unwholesome conditions, they’re all just char-If you touch it, the snake will bite straight away. acteristics of the Wheel of Existence, of endlessBut never mind the head, even if you go and change.hold onto the tail, it will turn around and bite The Buddha established morality, con-you just the same, because both the head and centration and wisdom as the path to peace,
  10. 10. แสงธรรม 8 Saeng Dhammathe way to enlightenment. But in truth these path of practice fully, but we have not yet prac-things are not the essence of Buddhism. They ticed, or if we have, we’ve practiced only inare merely the path. The Buddha called them speech. Our minds and our speech are not yet“Magga,” which means “path.” The essence of in harmony, we just indulge in empty talk. ButBuddhism is peace, and that peace arises from the basis of Buddhism is not something that cantruly knowing the nature of all things. If we inves- be talked about or guessed at. The real basistigate closely, we can see that peace is neither of Buddhism is full knowledge of the truth ofhappiness nor unhappiness. Neither of these is reality. If one knows this truth then no teachingthe truth. is necessary. If one doesn’t know, even if he lis- The human mind, the mind which the tens to the teaching, he doesn’t really hear. ThisBuddha exhorted us to know and investigate, is why the Buddha said, “The Enlightened Oneis something we can only know by its activity. only points the way.” He can’t do the practiceThe true “original mind” has nothing to meas- for you, because the truth is something you can-ure it by, there’s nothing you can know it by. not put into words or give away.In its natural state it is unshaken, unmoving. All the teachings are merely similes andWhen happiness arises all that happens is that comparisons, means to help the mind see thethis mind is getting lost in a mental impression, truth. If we haven’t seen the truth we must suf-there is movement. When the mind moves like fer. For example, we commonly say “sankharas”this, clinging and attachment to those things [8] when referring to the body. Anybody can saycome into being. it, but in fact we have problems simply because The Buddha has already laid down the we don’t know the truth of these sankharas, ร้าน TALAY THAI โดยคุณพยุง-คุณจินตนา งามสอาด และญาติมิตร ท�าบุญร้านประจ�าปี ๔ ก.ย. ๒๕๕๔
  11. 11. แสงธรรม 9 Saeng Dhammaand thus cling to them. Because we don’t know of the matter now. Before, you didn’t know, youthe truth of the body, we suffer. thought that man was normal, so you were an- Here is an example. Suppose one morning gry at him. Understanding like that caused youyou’re walking to work and a man yells abuse to suffer. As soon as you find out the truth, eve-and insults at you from across the street. As soon rything changes: “Oh, he’s mad! That explainsas you hear this abuse your mind changes from everything!” When you understand this youits usual state. You don’t feel so good, you feel feel fine, because you know for yourself. Hav-angry and hurt. That man walks around abusing ing known, then you can let go. If you don’tyou night and day. When you hear the abuse, know the truth you cling right there. When youyou get angry, and even when you return home thought that man who abused you was normalyou’re still angry because you feel vindictive, you could have killed him. But when you findyou want to get even. out the truth, that he’s mad, you feel much bet- A few days later another man comes to ter. This is knowledge of the truth.your house and calls out, “Hey! That man who Someone who sees the Dhamma has a sim-abused you the other day, he’s mad, he’s crazy! ilar experience. When attachment, aversion andHas been for years! He abuses everybody like delusion disappear, they disappear in the samethat. Nobody takes any notice of anything he way. As long as we don’t know these things wesays.” As soon as you hear this you are sud- think, “What can I do? I have so much greeddenly relieved. That anger and hurt that you’ve and aversion.” This is not clear knowledge. It’spent up within you all these days melts away just the same as when we thought the madmancompletely. Why? Because you know the truth was sane. When we finally see that he was madEastland Food Corporation ท�าบุญฉลองบริษทเลียงพระสงฆ์ ๗ รูป และบริจาคปัจจัยเข้าวัด $ 3,000 ๒๑ ก.ย. ๕๔ ั ้
  12. 12. แสงธรรม 10 Saeng Dhammaall along we’re relieved of worry. No-one could ness, ignorance is there. Suffering arises straightshow you this. Only when the mind sees for it- away. But the mind passes through these chang-self can it uproot and relinquish attachment. es so rapidly that we can’t keep up with them. It’s the same with this body which we call It’s the same as when you fall from a tree. Be-sankharas. Although the Buddha has already ex- fore you know it — “Thud!” — you’ve hit theplained that it’s not substantial or a real be- ground. Actually you’ve passed many branchesing as such, we still don’t agree, we stubbornly and twigs on the way but you couldn’t countcling to it. If the body could talk, it would be them, you couldn’t remember them as youtelling us all day long, “You’re not my owner, passed them. You just fall, and then “Thud!”you know.” Actually it’s telling us all the time, The Paticcasamuppada is the same as this.but it’s Dhamma language, so we’re unable to If we divide it up as it is in the scriptures, we sayunderstand it. For instance, the sense organs of ignorance gives rise to volitional activities, voli-eye, ear, nose, tongue and body are continually tional activities give rise to consciousness, con-changing, but I’ve never seen them ask permis- sciousness gives rise to mind and matter, mindsion from us even once! Like when we have a and matter give rise to the six sense bases, theheadache or a stomachache — the body never sense bases give rise to sense contact, contactasks permission first, it just goes right ahead, fol- gives rise to feeling, feeling gives rise to want-lowing its natural course. This shows that the ing, wanting gives rise to clinging, clinging givesbody doesn’t allow anyone to be its owner, it rise to becoming, becoming gives rise to birth,doesn’t have an owner. The Buddha described birth gives rise to old age, sickness, death, andit as an empty thing. all forms of sorrow. But in truth, when you come We don’t understand the Dhamma and into contact with something you don’t like,so we don’t understand these sankharas; we there’s immediate suffering! That feeling of suf-take them to be ourselves, as belonging to us fering is actually the result of the whole chain ofor belonging to others. This gives rise to clinging. the Paticcasamuppada. This is why the BuddhaWhen clinging arises, “becoming” follows on. exhorted his disciples to investigate and knowOnce becoming arises, then there is birth. Once fully their own minds.there is birth, then old age, sickness, death... the To be continuedwhole mass of suffering arises. This is the Patic-casamuppada. We say ignorance gives rise to vo- ขออนุโมทนาบุญพิเศษแด่litional activities, they give rise to consciousness ดร. ลัดดาวัลย์ Mikoand so on. All these things are simply events in ถวายปัจจัยเข้าวัด $ 700mind. When we come into contact with some- เพื่ออุทิศบุญกุศลให้คุณพ่อจวน แซ่ติ้งthing we don’t like, if we don’t have mindful-
  13. 13. แสงธรรม 11 Saeng Dhamma The Voice Of Dhamma Essays On The Dhamma By Luang Ta Chi Edited by Du Wayne Engelhart ...Continued from last issue... called the voice of Dhamma:IX. The Voice of Dhamma Give advice and guidance to others to help G ive advice and guidance to others to help them be mindful. People oftenfall into danger when they act negligently In dan- them be mindful. People often fall into dan- ger when they act negligently. They find them- selves in danger because they choose actionsgerous situations a true friend gives advice on about which they do not think carefully. Re-how to reduce as much as possible unwholesome member that possible bodily actions are shownactions—whether by body, by word, or by thought. by what people say and think. In dangerous situations, a true friend gives advice on how to1. Social Responsibilities reduce as much as possible unwholesome ac- Human beings are social animals. They are tions—whether by body, by word, or by thought.born into society, and live within a structure of Developing this idea further, the Buddha givesfamily, social groups, and political nations. Be- this advice:cause of this condition, they are dependent Someone living alone becomes moody.upon the cooperation of family, neighbors, and That person should get a close friend. Whenco-workers to reach peaceful co-existence. It one friend acts improperly, the other can giveis, therefore, natural for humans to wish oth- advice and guidance to keep up spiritual well-ers well. They have an inborn concern about being. People with friends and associates per-the well-being of those in danger. One of the form better as human beings.first Buddhist social principles is that Buddhists As social animals, people have a strong desireshould always be willing and eager to volun- to be accepted and respected by others. They canteer their time and skills to help those in danger. obtain this acceptance and respect by always know-They should always follow the Buddha’s lesson, ing and carrying out their social responsibilities.
  14. 14. แสงธรรม 12 Saeng Dhamma2. The Responsibility to Share Advice come to love him. The voice of Dhamma calls on us to help The Buddha’s voice of Dhamma calls usothers by advising, guiding, and warning them to help our neighbors with our advice, guid-throughout our lifelong journey in search of ance, and warnings. This guidance deserves re-peace and happiness. To speak in the simplest spect since it comes from the Buddha’s manyway, we help those who misbehave by wish- lifetimes of teaching. Following this advice, weing them well and sharing our loving kindness. obtain happy and peaceful lives. We do notWhen we feel true concern for the well-being suffer from revenge or very unfortunate resultsof others and treat them with kindness and re- because the voice of Dhamma guides us intospect, we are carrying out our social responsibili- the Buddhist ethical way of life as we follow theties, and can say that we have Dhamma in our Dhamma model and voluntarily dedicate ourheart and Buddhism as our religion. As mem- lives to serving the Buddha. When the voice ofbers of society and as Buddhists, we are asked Dhamma tells us to act, to speak, to advise, orto practice the Buddhist principle of sharing lov- to think wholesome thoughts, we act accord-ing kindness and advice. ingly. Leading our lives in accordance with the The Buddha’s own use of advice, guidance, voice of Dhamma, we look forward to peace,and warning was best shown when the follow- happiness, and progress, as well as safety fromers of his two chief disciples—Moggallāna and danger. These are the benefits obtained bySāriputta—were bothering the other bhikkhus those who believe in the Buddha and followwho were seriously studying the Dhamma. The the Dhamma.Buddha knew the whole story and met with Although many practicing Buddhists stayMoggallāna and Sāriputta to enable them to attached to the voice of Dhamma and service toanswer the accusations against their followers. the Buddha, others do not. In fact, many leaveThe result of the meeting was that the Buddha themselves open to the voice of the Devil (Māratold Moggallāna and Sāriputta to place the trou- or Satan). They allow the voice of Māra to echoblesome monks on probation, while also inten- in their ears all the time—carried through thesifying their training. Any monk who broke the voices of famous people on radio and televi-rules while on probation would be removed sion. Many become addicted to these peoplefrom the Sangha. Obedient monks would learn and are led into temptation. Instead of listeninggood conduct through living with others in har- to the voice of Dhamma, they follow Māra alongmony and could remain in the Sangha. From the path of evil.this event it can be concluded that those who Sadly, most people do not understandcontinue to misbehave will dislike the advi- that a simple advertisement for liquor or sen-sor, while those who correct their behavior will sual pleasure can plant seeds that ruin lives.
  15. 15. แสงธรรม 13 Saeng DhammaThroughout history, advertising has helped liq- ing the Dhamma in our daily lives, not only inuor, pornography, and legalized gambling exist. times of personal crisis. Unfortunately, theseThe result has been a group of people in society caring efforts are often met with opposition.addicted to alcohol, sex, and gambling. Adver- Sometimes those involved in misconducttisements have a harmful influence on those refuse help because they say they are too busy.who want to be accepted into the crowd. Many They do not have time for such things. Theypeople are tempted to often go to nightclubs, must work from sunrise to sunset to earn theirand become lost in worldly delusion. They living. They appear to have no free time at all.do not understand that the voices they hear My dear friends, this is always the language ofon radio and television are communicating the those who turn away from the voice of Dhamma.temptations of the Devil. This ignorance allows If someone invites those who turn awaythem to be pulled into places of wickedness from what is right to a Dhamma talk, they arelike lambs to the slaughter. Sooner or later they too busy. On the other hand, if the topic of abecome addicted to these environments. In- talk is superstition, health, love, how to becomedeed, it is easy to understand how such people popular, or magic to guarantee long life, bothcan ruin their entire lives just from the influence men and women eagerly crowd into the placeof radio and television advertisements. of the presentation. All seem to have time to Fortunately, caring people in our commu- participate, no matter how far they must travelnity are always willing to reach out and help. or how much it costs.They help by wishing healing and wellness to Sadly, this is the attitude of most people inthose experiencing misconduct. They advise society today. They turn away from the voicethem to go to the temple to learn the Dhamma. of Dhamma towards the voice of Māra or Satan.They also emphasize the importance of practic- This action starts them off on the wrong path.คุ ณ ประสาร มานะกุ ล และครอบครั ว ท� า บุ ญ อุ ทิ ศ ส่ ว นกุ ศ ลให้ บ รรพบุ รุ ษ ๒๕ ก.ย. ๒๕๕๔
  16. 16. แสงธรรม 14 Saeng DhammaBecause of human weaknesses and openness to advice. Appreciating the advice helps them totemptation, people tend to listen to the voice make merit that will support progress in redi-of the Devil, and often lose their way on their recting their lives towards success.lifelong journey. With firm conviction and con- Following the voice of Dhamma and sharingtinued effort, however, we can still guide these with care our advice, guidance, and warning allowlost sheep away from the Devil, even in our us to live our lives safely, happily, and prosper-present society. ously in any environment at all times. So please I raise these topics to encourage awareness. accept and follow the voice of Dhamma.We must be aware when advising, guiding, andwarning others. We should give advice when 3. The Responsibility to Wisely Select Associatesour family, friends, or neighbors are in danger, The Buddha also warns us to carefullytaking the proper action to let them know that choose friends and associates. We should avoidwhat they are doing is wrong. We do this in fools and choose wise friends and associates.ways that will help guide them out of danger. There are four types of fools the Buddha warns One way is to warn our friends when us to avoid: the robber, the hypocrite, the flat-they are misbehaving—by body, by word, or terer, and the tempter.by thought. As we advise them, we can show The robber is an insincere friend. Clingingthem how to guard against future traps. We can to you for personal gain, he will steal from you.also explain the ways in which their improper The robber is a taker, not a giver. He does notactions could lead to further dangers. Then we take care of either his friends or his business. Heguide them to become fully aware of the conse- never gives help, unless he has a hidden reasonquences of those dangers. Thus, the persons in or is forced into it. Thus, the Buddha warns usdanger may learn to become less selfish and to to beware of the robber.understand that their actions may ruin not only The hypocrite gives service to everything bytheir lives but also the lives of their loved ones, words only. Many are hurt by his sweet words.associates, and neighbors. He enjoys talking about the past and the future, When we warn our friends about their mis- but his conversation never amounts to anything.conduct, our plan is to try to protect them from His talk sounds good, and he intends to do well,their unwholesome actions, which must ulti- but his words are not sincere. The Buddha warnsmately lead to defilement. What is more, we us not to take the hypocrite’s words seriously,will also show them how to live righteous and because he is not who is says he is.moral lives. The flatterer will praise you whether you Those who are warned should think about take right actions or wrong actions, in order totheir improper behavior and be thankful for the become your friend and supporter. The Buddha
  17. 17. แสงธรรม 15 Saeng Dhammawarns us to stay firm and remain unaffected by friends, those who are as precious as gems.his flattery. The flatterer only appears to be According to the Buddha, valuable friendsyour friend when he is in your presence. When are of four kinds: the sympathizer, the coun-you are not around, he will gossip about you selor, the helper, and the true friend.behind your back. Like a poisonous snake, the The sympathizer is the caring friend, charac-flatter is full of danger. terized by compassion and loving-kindness. He The tempter always tries to lead us away is a true friend in both body and mind—not thefrom the Dhamma. The approach is direct: he kind to offer lip service. The sympathizer alwaysmakes fools of us by pulling us away to drinking stands by his friends and offers a helping handat nightclubs or gambling at casinos. He may in good times or bad. Whether his friend lives inalso persuade us to get involved in sensual ac- a hut or in a palace, he is at his side. The sym-tivities that leave us sexually satisfied but emo- pathizer loves his friends as much as himself. Iftionally empty. The tempter starts us on the someone speaks with contempt about them, heroad toward addiction to alcohol, gambling, or is ready to fight for them. He will continue tosex. He is the most dangerous of fools, who can fight to the best of his ability until the opponentlead us deeply into evil. surrenders. However, if the opponent changes These are the four kinds of fools that the his stand to honor the friend, the sympathiz-Buddha tells us to avoid. He advises us to keep er will also honor the former opponent. Theaway from them as friends. The voice of Dham- Buddha encourages us to develop close rela-ma warns us to stay away from all harmful mis- tionships with such sympathetic friends. Theseconduct—by body, by word, and by thought. friendships create happiness for all.We should limit our association to sensible To be continuedครอบครัวไชยะกุล ท�าบุญครบรอบ ๕๐ วัน อุทิศส่วนกุศลให้คุณแม่เพ็ญพรรณ Nowak ๒๕ ก.ย. ๒๕๕๔
  18. 18. แสงธรรม 16 Saeng Dhamma บทความพิเศษ วันมหาปวารณา - ตักบาตรเทโวความส�าคัญของวันออกพรรษา ก่อนได้) วั นออกพรรษา คือ วันทีสนสุดระยะกำรจ�ำพรรษำ ่ ้ิ เป็นเวลำ ๓ เดือน เรียกอีกอย่ำงหนึงว่ำ “วันมหาปวารณา” ค�ำว่ำ “ปวารณา” แปลว่ำ “อนุญาต” หรือ ่ ๒. เที่ยวไปไม่ต้องถือไตรจีวรครบส�ารับ ๓ ผืน ๓. ฉันคณะโภชน์ได้ (ล้อมวงฉันได้) ๔. เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา“ยอมให้” ในวันออกพรรษำนี้พระสงฆ์จะประกอบพิธี ๕. จีวรลาภอันเกิดในที่นั้นภิกษุย่อมมีสิทธิ์ได้รับท�ำสังฆกรรมใหญ่ เรียกว่ำ มหาปวารณา เป็นการเปิด (เมื่อมีผู้มาถวายจีวรเกินกว่าไตรครองสามารถเก็บไว้โอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เพรำะในระหว่ำง ได้โดยไม่ต้องสละเข้ากองกลาง)เข้ำพรรษำ พระสงฆ์บำงรูปอำจมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข และยังมีโอกำสได้อนุโมทนำกฐินและได้รับอำนิสงส์กำรให้ผู้อื่นว่ำกล่ำวตักเตือนได้ ท�ำให้ได้รู้ข้อบกพร่อง คือกำรขยำยเวลำของอำนิสงส์ ๕ ประกำรนั้นออกไปอีกของตน และยังเปิดโอกำสให้ซักถำมข้อสงสัยซึ่งกันและ ๔ เดือนกันด้วย เมือออกพรรษำพระภิกษุสงฆ์กมสทธิทจะจำริก ่ ็ ี ิ ์ ่ีไปพักค้ำงคืนทีอนได้ ไม่ผดพระพุทธบัญญัตและยังได้รบ ่ ่ื ิ ิ ั พิธีสังฆกรรมวันออกพรรษาอานิสงส์ ๕ ประการ ตลอด ๑ เดือนหลังออกพรรษา คือ วั น ออกพรรษำมี พิ ธี สั ง ฆกรรมพิ เ ศษที่ เ ป็ น พุ ท ธ ๑. เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา (ออกจากวัดไป บัญญัติโดยเฉพำะ เรียกว่ำ ปวารณากรรม คือ การโดยไม่จ�าเป็นต้องแจ้งเจ้าอาวาสหรือพระสงฆ์รูปอื่น ท�าปวารณาของสงฆ์ผู้อยู่จ�าพรรษาร่วมกันมาตลอด
  19. 19. แสงธรรม 17 Saeng Dhamma๓ เดือน โดยยินยอมให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ทุกกรณี บุพกิจเหมือนกำรท�ำสังฆอุโบสถเว้นแต่ในส่วนบุพกิจไม่ไม่ต้องเกรงใจกันว่าเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นผู้น้อย เมื่อใคร น�ำปำริสทธิ เปลียนเป็นน�ำปวำรณำของภิกษุไข้มำ เมือถึง ุ ่ ่มีข้อข้องใจสงสัยในเรื่องความประพฤติทางพระวินัย ก�ำหนดเวลำทีพระสงฆ์เคยลงท�ำอุโบสถกรรมสวดพระปำฏิ ่ของพระรูปใดแล้ว ไม่พึงนิ่งไว้ พึงเปิดเผยชี้แจงกันได้โมกข์ตำมปกติ ตีระฆังสัญญำณให้ภกษุสำมเณรทังวัดลง ิ ้และในการว่ากล่าวตักเตือนกันตามที่ปวารณานี้ จะถือ ประชุมพร้อมกันในโรงอุโบสถ ภิกษุครองผ้ำพำดสังฆำฏิมาเป็นโทษขุ่นแค้นกันไม่ได้ด้วย กำรท�ำปวำรณำกรรม สำมเณรครองผ้ำตำมแบบแผนของวัดนัน ๆ ให้เรียบร้อย ้นี้ ท�ำในวันสุดท้ำยที่ครบ ๓ เดือน นับแต่วันเข้ำพรรษำภิกษุนงบนอำสน์สงฆ์ตำมล�ำดับพรรษำแก่ออนจำกขวำมำ ่ั ่มำ วันนี้พระสงฆ์ไม่ต้องท�ำอุโบสถกรรม คือ ไม่ต้องสวด ซ้ำยเรียงเป็นแถว ๆ ไป หันหน้ำเข้ำหำพระพุทธรูปประธำนพระปำฏิโมกข์เหมือนอย่ำงที่สวดทุก ๆ ๑๕ วัน แต่ สุดแถวพระสงฆ์แล้วเว้นระยะพอสมควรไม่นอยกว่ำ ๒ ศอก ้ ให้สำมเณรนังตังแถวของตนใหม่ตำงหำกจำกแถวพระสงฆ์มี พ ระวิ นั ย บั ญ ญั ติ ใ ห้ ท� ำ ปวำรณำกรรมแทนสวดพระ ่ ้ ่ปำฏิโมกข์ ปีหนึ่ง ๆ ในวัดหนึ่งจะมีปวำรณำกรรมได้ จัดนังเช่นพิธเี ข้ำพรรษำ ่เพียงครั้งเดียว ฉะนั้น ปวำรณำกรรมจึงนับเป็นสังฆกรรม ๒. เริ่มต้นท�ำวัตรเย็นตำมธรรมเนียมของวัด เมื่อพิเศษมำกส�ำหรับพระสงฆ์ เป็นกฎหน้ำที่บังคับให้พระ จบท�ำวัตรแล้วให้สำมเณรกลับ เพรำะพิธีต่อไปเป็นพิธี สงฆ์โดยเฉพำะภิกษุสงฆ์ทุกรูปต้องท�ำ เพรำะเหตุที่พระภิกษุสงฆ์ผู้ท�ำปวำรณำกรรมแล้วพ้นข้อผูกพันที่ต้องอยู่ประจ�ำ อำจไป ๓. เจ้ำอำวำสหรือพระสังฆเถระผูฉลำดในสังฆกรรม ้ไหนมำไหนได้ทั่วไป ฉะนั้น จึงนิยมเรียกปวำรณำกรรม ขึ้นนั่งธรรมำสน์ปำฏิโมกข์ประกำศชี้แจงเรื่องท�ำปวำรณำนี้อย่ำงเข้ำใจง่ำย ๆ ว่ำ “ออกพรรษา” และอีกทั้งวัน กรรมให้เข้ำใจทัวกันก่อน แล้วเริมบอกบุพกรณ์บพกิจของ ่ ่ ุออกพรรษำก็จึงมีชื่อเรียกอีกอย่ำงหนึ่งว่ำ “วันปวารณา ปวำรณำกรรม เสร็จแล้วตังญัตติปวำรณำกรรม ต่อจำก ้หรือ วันมหาปวารณา” ซึ่งมีค�ำกล่ำวปวำรณำทีพระสงฆ์ ่ นันพระสงฆ์พงปวำรณำกันโดยล�ำดับอำวุโส ถ้ำเป็นวัดใหญ่ ้ ึใช้ปวำรณำต่อกันเป็นภำษำลีวำ “สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ่ มีภกษุจำพรรษำมำกเป็นร้อย ๆ รูป จะปวำรณำเรียงตัวรูป ิ �ทิฏเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง ละ ๓ จบตำมแบบไม่สะดวก เพรำะต้องใช้เวลำมำก จะอายัสมันโต อะนุกัมปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปะฏิก- ประกำศให้สงฆ์ปวำรณำเพียงว่ำจบเดียว และให้ผมพรรษำ ู้ ีกะริสสามิ” แปลว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ กระผมขอ เท่ำกันปวำรณำพร้อมกันก็ได้ ทังนีตองบอกแจ้งในญัตติวำ ้ ้้ ่ปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยได้เห็น ได้ฟง หรือระแวงสงสัย ั จะใช้เอกวำจิกำสมำนวัสสิกำปวำรณำก่อนก็ตาม ขอท่านทังหลายโปรดเอ็นดูอนุเคราะห์วากล่าว ้ ่ ๔. ระเบียบกำรปวำรณำที่นิยมกัน ให้พระสงฆ์ทั้งตักเตือนกระผมด้วย เมือกระผมมองเห็นความผิดพลาด ่ นั้นนั่งพับเพียบเรียงแถวไม่ละหัตถบำส (หัตถบำส แปลแล้ว จักปรับปรุงแก้ไขตัวเสียใหม่ให้ดี ว่ำ บ่วงมือ คือมีก�ำหนดระยะห่ำง ๒ ศอก คืบ มีวิธีวัด ดังนี้ เมื่อภิกษุนั่งพับเพียบอยู่ ให้วัดจำกด้ำนหลังของเธอระเบียบพิธีปวารณากรรม มำถึงหน้ำตักของเธอจะได้ระยะ ๑ ศอก แล้ววัดจำกหน้ำ ปวารณากรรม หรือการออกพรรษา มีพิธีที่จะ ตักของเธอออกไปข้ำงหน้ำอีก ๑ ศอก ๑ คืบ) ตำมล�ำดับต้องปฏิบัติเป็นธรรมเนียม ควรถือเป็นระเบียบได้ดังนี้ อำวุโส ทุกรูปหันเข้ำหำพระพุทธรูปประธำน ผู้แก่อำวุโส ๑. ในวันเพ็ญเดือน ๑๑ นั้น ต้องท�ำบุพกรณ์และ ปวำรณำก่อน ถึงล�ำดับตนแล้วพึงคุกเข่ำว่ำค�ำปวำรณำ
  20. 20. แสงธรรม 18 Saeng Dhammaจบแล้วนั่งรำบพับเพียบตำมเดิม โดยนัยนี้จนได้ปวำรณำ เทศน์โปรดพระพุทธมำรดำ ทีได้กำเนิดเป็นเทพบุตรอยูในชัน ่ � ่ ้ทั่วกันครบทุกรูป ดุสต จนบรรลุโสดำปัตติผล ครันออกพรรษำในวันขึน ๑๕ ิ ้ ้ ๕.เมื่อปวำรณำเสร็จแล้วส่วนใหญ่จะมีสวดมนต์ต่อ ค่� เดือน ๑๑ แล้ว จึงเสด็จลงจำกเทวโลกทีเ่ มืองสังกัสสนคร ำท้ำยด้วย ในกำลทีเ่ สด็จลงจำกเทวโลก ได้มเี นินเป็นอันเดียวกันจนถึง ๖.ภิ ก ษุ ทุ ก รู ป เมื่ อ ปวำรณำแล้ ว ในวั น ปวำรณำ พรหมโลก เมือทรงแลดูขำงล่ำง สถำนทีนนก็มเี นินอันเดียวกัน ่ ้ ่ ้ันั้นจ�ำต้องรักษำรำตรีอยู่ประจ�ำที่อีก ๑ คืน พ้นคืนวัน จนถึงอเวจีมหำนรก ทรงแลดูทศใหญ่และทิศเฉียง จักรวำล ิปวำรณำไปแล้วจึงจะจำริกไปแรมคืนแห่งอื่นได้ หลำยแสนก็มเี นินเป็นอันเดียวกัน เทวดำก็เห็นพวกมนุษย์ แม้ พวกมนุษย์กเ็ ห็นเทวดำ สัตว์นรกก็เห็นมนุษย์และเทวดำ ต่ำงประโยชน์ของการปวารณา ก็เห็นกันเฉพำะหน้ำทีเดียว ล�ำดับนัน พระผูมพระภำคเจ้ำจึง ้ ้ี จะเห็นได้ว่ำกำรปวำรณำ มีควำมมุ่งหมำยชัดเจน ทรงเปล่งฉัพพรรณรังสี ขณะทีพระองค์เสด็จลงมำจำกสวรรค์ ่ปรำกฏอยู่ในค�ำที่สงฆ์ใช้ปวำรณำซึ่งกันและกัน กล่ำวคือ ชันดำวดึงส์ ้ ๑. เป็นกรรมวิธีลดหย่อนผ่อนคลำย ควำมขุ่นข้อง รุงขึนวันแรม ๑ ค่� เดือน ๑๑ ชำวเมืองจึงพำกัน ่ ้ ำคลำงแคลงที่เกิดจำกควำมระแวงสงสัย ให้หมดไปในที่สุด ท�ำบุญตักบำตรเป็นกำรใหญ่ เพรำะไม่ได้เห็นพระพุทธเจ้ำ ๒. เป็นทำงประสำนรอยร้ำว ที่เกิดจำกผลกระทบ มำถึง ๓ เดือน กำรท�ำบุญตักบำตรในวันนันจึงได้ชอว่ำ ้ ่ืกระทั่งในกำรอยู่ร่วมกัน ให้มีโอกำสกลับคืนดีด้วยกำรให้ ตักบำตรเทโวโรหณะ ต่อมำมีกำรเรียกกร่อนไปเหลือเพียงโอกำสได้ปรับควำมเข้ำใจซึ่งกันและกัน ตักบำตรเทโว ๓.เป็นทำงสร้ ำงเสริมควำมสำมัคคีในหมู่ให้กลม เพื่อระลึกถึงเหตุกำรณ์ในวันนั้น จึงนิยม ตักบำตรเกลียวอยู่ร่วมกันอย่ำงสนิทใจ เทโว กันจนเป็นประเพณีสืบมำตรำบเท่ำทุกวันนี้ ๔. เป็นแนวปฏิบัติให้เกิดควำมเสมอภำคกันในกำรแสดงควำมคิดว่ำกล่ำวตักเตือนได้โดยไม่จ�ำ กัดด้วยยศชั้น พรรษำ วัย ๕. ก่อให้เกิด “ภราดรภาพ” รู้สึกเป็นมิตรอย่ำงสนิทชิดเชื้อ เอื้อเฟื้ออำทร ปรำรถนำดี และเป็นพื้นฐำนน�ำไปสู่พฤติกรรมอันพึงประสงค์ที่ดีงำมตักบาตรเทโวโรหณะ ตักบาตรเทโว หมำยถึงกำรท�ำบุญตักบำตรในวันแรม๑ ค่� เดือน ๑๑ เนืองในโอกำสทีพระพุทธเจ้ำเสด็จลงจำก ำ ่ ่เทวโลก ค�ำว่ำ เทโว เรียกกร่อนมำจำกค�ำว่ำ เทโวโรหณะ(เทว+โอโรหณ) ซึงแปลว่ำ การเสด็จลงจากเทวโลก ่ พุทธประวัตได้จำรึกไว้วำ ในพรรษำที่ ๗ นับแต่วนตรัสรู้ ิ ่ ัพระพุทธเจ้ำเสด็จไปจ�ำพรรษำอยูบนสวรรค์ชนดำวดึงส์เพือ ่ ้ั ่
  21. 21. แสงธรรม 19 Saeng Dhammaประโยชน์ของการตักบาตรเทโว ภูมิใจ สร้ำงควำมสมำนฉันท์กัน จำกพฤติกำรณ์เหล่ำนี้ ๑. พุทธศำสนิกชนมีศรัทธำบ�ำเพ็ญกุศลอย่ำงครบ ท�ำให้ประชำชนในท้องถินเกิดควำมเป็นน้�หนึงใจเดียวกัน ่ ำ ่ไตรสิกขำคือ ทำน ศีล ภำวนำ มีกำรประกอบทำนพิธี สำมำรถหลอมรวมใจช่วยกันระดมพลังสติปญญำคิดค้นหำ ัด้วยกำรตักบำตร ประกอบบุญพิธีโดยกำรสมำทำนรักษำ ค�ำตอบแก้ปญหำต่ำง ๆ ได้ อย่ำงกลมเกลียว เป็นปึกแผ่น ัศีล และบ�ำเพ็ญกุศลพิธี โดยกำรฟังธรรม และสำมำรถ และแน่นแฟ้นยิงขึน่ ้บ� ำ เพ็ ญ เพี ย รภำวนำอบรมจิ ต ใจตนเองให้ มี คุ ณ ธรรม ๕. เมือวันออกพรรษำผ่ำนไป ก็เป็นกำรเตือนใจคน ่ประจ�ำใจที่สูงขึ้น เรำว่ำ เวลำได้ผำนไปอีกปีหนึงแล้ว (พรรษำหนึงผ่ำนไป ่ ่ ่ ๒. เกิดควำมปีติภำคภูมิใจ อิ่มบุญ อำรมณ์ดี ช่วย เท่ำกับฤดูฝนหมุนเวียนผ่ำนไปอีกปีหนึง) เวลำทีผำนไปได้ ่ ่่ให้คลำยเครียดได้ ช่วยรักษำโรคเครียดได้ด้วย คร่ำชีวตมนุษย์ให้ลดทอนลงไปด้วย นันก็คอมนุษย์เรำย่อม ิ ่ ื ๓. เป็นกิจกรรมที่สืบทอดพระพุทธศำสนำโดยตรง ระลึกรูได้วำชีวตนีจะใกล้ควำมตำยเข้ำไปทุกขณะแล้ว ช่วย ้ ่ ิ ้โดยกำรอุปัฎฐำกพระภิกษุสำมเณรด้วยปัจจัยสี่ตำมก�ำลัง ให้ไม่ประมำทและต้องใช้อทธิบำท ๔ เร่งท�ำควำมดีบำเพ็ญ ิ �ศรัทธำ ช่วยให้ท่ำนมีก�ำลังกำย ก�ำลังใจ ในกำรบ�ำเพ็ญ กิจอันเป็นกุศลให้ถงพร้อมครบไตรสิกขำ (ทำน ศีล ภำวนำ) ึสมณธรรมให้ก้ำวหน้ำยิ่ง ๆ ขึ้น โดยเฉพำะต้องเร่งพัฒนำด้ำนจิตใจบ�ำเพ็ญเพียรภำวนำ ๔. ท�ำให้เกิดควำมกลมเกลียวระหว่ำงประชำชนใน อบรมจิ ต ใจตนเองให้ เ กิ ด ควำมเข้ ำ ใจที่ ชั ด เจนต่ อ ชี วิ ตท้องถินเนืองจำกวัดเป็นศูนย์รวมประชำชนในท้องถิน เมือ ่ ่ ่ ่ เพรำะกำรฝึกฝนทำงปัญญำจะช่วยให้ให้บุคคลเกิดควำมถึงวันส�ำคัญ ๆ ทำงศำสนำ เช่น วันออกพรรษำและกำร รู้แจ้ง มีควำมประพฤติที่ดีงำม เห็นถึงสำระที่แท้จริงของตักบำตรเทโวนี้เป็นเทศกำลที่ยิ่งใหญ่ ชำวพุทธแทบทุก ชีวิต แยกแยะได้ว่ำอะไรคือประโยชน์ อะไรคือโทษ อะไรครอบครัวจะไปท�ำบุญที่วัดอย่ำงเนืองแน่น และกำรได้ คือคุณค่ำแท้อะไรคือคุณค่ำเทียม ซึ่งนับว่ำเป็นผลที่ล้ำ�ค่ำพบปะสังสรรค์ พูดคุยกันฉันเพื่อนบ้ำน มีปัญหำเรื่องทุกข์ อย่ำงแท้จริงแก่จิตวิญญำณ อันจะน�ำไปสู่ควำมเป็นอิสระอะไรก็ร่วมกันคิดหำทำงแก้ไข เรื่องสุขประกำรใดก็น�ำมำ เหนือโลกได้ในที่สุดเล่ำสู่กันฟังเพื่อเป็นแนวทำงปฏิบัติต่อผู้อื่น หรือร่วมภำค พญ. พิ ม ลวรรณ ลิ้ ม ปวงทิ พ ย์ ท� า บุ ญ อุ ทิ ศ ส่ ว นกุ ศ ลให้ บุ พ การี ช นผู ้ ล ่ ว งลั บ ไปแล้ ว ๒๙ ก.ย. ๒๕๕๔
  22. 22. แสงธรรม 20 Saeng Dhammaการพัทธสีมาฝังลูกนิมต วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ก ๒๕๕๓/งานธรรมสมโภชอายุวฒนมงคล ๘๔ ปี หลวงตาชี ๒๕๕๒ ิ ั อาลัยรักพระเทพกิตติโสภณ ด้วยอ�านาจ กุศลบุญ เจ้าคุณสร้าง จงเปิดทาง สู่แดน แสนสุขา อย่าเวียนว่าย ตาย-เกิด ก�าเนิดมา ในโลกา อีกต่อไป เป็นนิจ-เทอญ “หลวงตาชี” วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ๗ กันยายน ๒๕๕๔จาริกบุญ จาริกธรรม ณ พระคันธกุฏี วัดเชตวัน อินเดีย ๒๕๔๓ธรรมยาตรา ตามรอยบาทพระศาสดา ประเทศศรีลังกา ๒๕๕๐ เดินทางไปร่วมประชุมสภาศาสนาโลก ประเทศสเปน ๒๕๔๗
  23. 23. แสงธรรม 21 Saeng Dhammaพิธบ�เพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม “พระเทพกิตติโสภณ” อดีตประธ�นสมัชช�สงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริก� วันที่ ๘-๑๔ ก.ย. ๕๔ ีำขอกุศลผลกรรมโปรดนำ�หนุน อีกผลบุญจงส่งเสริมทุกทิศ� ให้พระเทพกิตติโสภณสถิตอยูใ่ นสวรรค์อนโสภ� ในชันฟ้�ทิพย์สถ�นวิม�นเทอญ ั ้
  24. 24. แสงธรรม 22 Saeng Dhamma ขอเชิญทุกท่านร่วมนมัสการพระสารีรกธาตุ ณ อุโบสถ วัดไทยฯ ดี.ซี. ิ Those who are interested in Thai Theravada Buddhism and members of the general public are cordially invited to Wat Thai, D.C., Temple to pay their respect to or simply view the Buddha relics on display in the chanting hall.ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือน ตุลาคมณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. 15 ตุลาคม 2554ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามแนวพระไตรปิฎก � สาธยายพระไตรปิฎก ภาษาบาลี � ฟังบรรยายธรรม - ธรรมสากัจฉา � เจริญจิตตภาวนา - แผ่เมตตา พร้อมกันบนอุโบสถศาลา เวลา 9.00 A.M.
  25. 25. แสงธรรม 23 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากวัดไทย พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา วีตตณฺโห สทา สโต สงฺขาย นิพฺพุโต ภิกฺขุ สฺส โน สนฺติ อิญฺชิตา. ต ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม มีความประพฤติประเสริฐ ปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว มคฺคานฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ สจฺจานํ จตุโร ปทา วิราโค เสฏฺโฐ ธมฺมานํ ทิปทานญฺจ จกฺขุมา. บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ ๘ ประเสริฐสุด บรรดาสัจจะทั้งหลาย บท ๔ ประเสริฐสุด บรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคธรรมประเสริฐสุด และ บรรดาสัตว์ ๒ เท้าทั้งหลาย พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุประเสริฐสุด ใ นสังคมเมืองไทยของเรา ระยะ ๓ – ๔ ปีมานี้ เรา ได้ยนได้ฟงส�านวนหรือค�าพูดประโยคว่า “ตาสว่าง” ิ ัประโยคนี พูดกันมากและได้ฟงกันมากจนชินหูในสังคมไทย ้ ั คือตาเนื้อนั้นมันก็ใสมองอะไรก็เห็นได้ตามปกติ แต่ว่า “ตา ใน” คือตาปัญญาความรูความเข้าใจในเหตุการณ์ตาง ๆ นัน ้ ่ ้ มันยังไม่สว่าง ยังไม่รู้อะไรตามความเป็นจริง คือโลกมนุษย์ จึงท�าให้เกิดความสงสัยขึนมาว่า ค�าว่า “ตาสว่าง” นัน มัน ้ ้ สังคมมนุษย์ที่เราอาศัยกันอยู่นี้ มันเป็นโลกแห่ง “มายา”หมายความว่าอย่างไร หมายความว่า ก่อนหน้านี ตามันมืด ้ มันหลอกตาลองใจของคนที่ไม่รู้เท่าทันตลอดเวลาตามันบอด มองไม่เห็นอะไร เข้าหลักทีวา “ตโม ตมปรายโน” ่่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกที่มีอ�านาจเงิน มีอ�านาจรัฐ ได้มืดแล้วมืดตลอดไปอย่างนั้นหรือ? ความจริงเรื่องนี้ ไม่ได้ เป็นใหญ่ในสังคม ก็ใช้คารมคมคายหาอุบายหลอกพวกที่หมายความว่า ตามันมืดตามันบอดอะไรกันหรอก “ตานอก” ด้อยโอกาสมาเป็นทาสรับใช้สารพัดอย่าง ไม่ตางอะไรกับทาส ่
  26. 26. แสงธรรม 24 Saeng Dhammaในเรือนเบีย เอารัดเอาเปรียบเหยียบย�าท�าลาย ดูถกเหยียด ้ ่ ู “โชติ โชติปรายโน” สว่างแล้ว สว่างตลอดไปหยาม ตามอ�านาจที่ตนมีอยู่ ขู่เข็ญคุกคามให้ท�าอะไรตามที่ ในสังคมไทยของเรา ประชาชนส่วนใหญ่ก็ถูกอ�านาจพวกตนต้องการ ในด้านการศึกษาหาความรูกปดประตูตาย ้็ ิ พิเศษ อ�านาจมืด อ�านาจนอกระบบ ปกปิดความจริง และใช้อุบายหลอกลวงไปวัน ๆ ถ้าพวกมันได้รับการศึกษามี ใช้ ก ลมายาหลอกลวงให้ เข้ า ใจผิ ด ให้ ห ลงผิ ด มาหลายปัญญาวิชาความรู้ พวกมันก็จะรู้ความชั่วของพวกตน ซึ่ง ทศวรรษเหมือนกัน ทั้งในด้านประชาธิปไตย เศรษฐกิจ ได้ใช้เล่ห์กลมายา หลอกลวงมาเป็นเวลานาน แต่เมื่อ ทหาร การเมือง และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย บรรยายให้เหตุการณ์ผานมาหลายทศวรรษ เรืองมหัศจรรย์กเ็ กิดขึนใน ่ ่ ้ ประชาชนเข้าใจผิดว่า เมืองไทยเราเป็นประชาธิปไตย สังคมยุคใหม่ เทคโนโลยีทันสมัย มีคอมพิวเตอร์ระบบ เศรษฐกิจก็ดขนเรือย ๆ ให้ทกคนอดทนกันหน่อย ค่อยเป็น ี ึ้ ่ ุอินเตอร์เน็ต เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมโลก ก็ปรากฏออก ค่อยไป อย่าใจร้อน ใจเย็นๆ เศรษฐกิจของเราก้าวหน้าแน่ ๆ มาแก่สายตาของคนในสังคมทุกหนทุกแห่งทั่วไป ไม่ว่าจะ ในด้านทหารก็อยู่ในระเบียบวินัย เอาใจใส่ในการป้องกันอยู่ที่ไหน ตามท้องไร่ท้องนาพากันได้รับฟังข่าวสารต่าง ๆ ชาติ บ ้ า นเมื อ งให้ ป ลอดภั ย ไร้ อ ริ ร าชศั ต รู ที่ ม ารุ ก ราน ทางอินเตอร์เน็ตจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เรื่องที่ไม่เคยได้ฟังก็ได้ การเมืองก็ไม่มีปัญหาอะไร นักการเมืองก็ช่วยกันบริหารฟัง เรื่องที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ เรื่องที่เคยเคลือบแคลงสงสัยมาแต่ ประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน ในด้านอื่น ๆ ก่อน ตอนนี้ก็ได้ปรากฏออกมาแก่สายตาของประชาชนจน ก็ไม่มอะไรทีนาเป็นห่วง หลอกลวงประชาชนใหเ

×