บทที่ 5
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรมผู้บริโภค
อ.อรคพัฒร์ บัวลม
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรมผู้บริโภค
ความหมายของการบริโภค
การบริโภคในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง การใช้ประโยชน์จาก
สินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์รวมถึงการนาสินค้า
และบริการมาใช้ประโยชน์เพื่อการผลิตเป็นสินค้าและบริการอื่นๆ
การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นการศึกษาพฤติกรรมในการ
ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อให้ได้รับความพอใจสูงสุด
จากงบประมาณที่มีอยู่อย่างจากัด
ประเภทของการบริโภค
1. การบริโภคสินค้าไม่คงทน (nondurable goods consumption) คือการ
บริโภคสิ่งของชนิดใดชนิดหนึ่งแล้วสิ่งของชนิดนั้นจะสิ้นเปลืองหรือใช้
หมดไป การบริโภคลักษณะนี้เรียกว่า destruction เช่น การบริโภคน้า
อาหาร ยารักษาโรค น้ามันเชื้อเพลิง ฯลฯ
2. การบริโภคสินค้าคงทน (durable goods consumption) คือการบริโภค
สิ่งของอย่างใด อย่างหนึ่งโดยสิ่งของนั้นยังคงใช้ได้อีก การบริโภค
ลักษณะนี้เรียกว่า diminution เช่น การอาศัยบ้านเรือน การใช้รถยนต์ พัด
ลม โทรทัศน์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสินค้าคงทนเหล่านี้จะใช้แล้ว
ไม่หมดไปในทีเดียว แต่ก็จะค่อยๆสึกหรอไป จนในที่สุดจะไม่สามารถ
นามาใช้ได้อีก
ปัจจัยที่ใช้กาหนดการบริโภค
1. รายได้ของผู้บริโภค
2. ราคาของสินค้าและบริการ
3. ปริมาณเงินหมุนเวียนที่อยู่ในมือ
4. ปริมาณของสินค้าในตลาด
5. การคาดคะเนราคาของสินค้าหรือบริการในอนาคต
6. ระบบการค้าและการชาระเงิน
1. ทฤษฎีอรรถประโยชน์ (Utility Theory)
อรรถประโยชน์ หมายถึง ความพอใจของผู้บริโภคที่ได้บริโภค
สินค้าและบริการ ที่เป็นเพียงความรู้สึกไม่สามารถนับได้
ทฤษฎีอรรถประโยชน์
- ความพอใจที่ผู้บริโภคได้รับจากการบริโภคสินค้าและบริการใน
ขณะหนึ่ง
- สามารถวัดค่าได้
- หน่วย “ยูทิล” (Util)
2. กฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์หน่วยสุดท้าย
(The Law of Diminishing Marginal Utility)
อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม(Marginal Utility : MU) หมายถึง ความ
พอใจที่เพิ่มขึ้น เมื่อได้บริโภคเพิ่มขึ้น 1 หน่วย
ความรู้สึกพึงพอใจจะยิ่งลดลงไปตามลาดับหน่วยที่บริโภคมากขึ้น
MUn = TUn - TUn – 1
MUn = TU
Q
ความพอใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อ
ได้รับข้าวเพิ่มขึ้น
จาก 0 เป็น 1 ชาม
- 25
04
43
82
101
-0
ความพอใจ ส่วนเพิ่ม
MU (ยูทิล)
ข้าว(ชาม)
ความพอใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อ
ได้รับข้าวเพิ่มขึ้น
จาก 2 เป็น 3 ชาม
3.ตารางอรรถประโยชน์ (Utility Table)
กฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม (MU) มีค่าลดลงเมื่อได้
บริโภคสินค้าเพิ่มขึ้น
อรรถประโยชน์รวม (Total Utility : TU) คือ ผลรวมของ
อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม (MU) ที่ได้จากการบริโภคสินค้าตั้งแต่หน่วย
แรกถึงหน่วยที่กาลังพิจารณาอยู่
TUn = MU1 + MU2 + MU3 + . . . + MUn
n
TUn =  MUi
i = 1
TU
(ยูทิล)
20
22
22
18
10
0
- 25
04
43
82
101
-0
MU
(ยูทิล)
ข้าว (ชาม)
TU : Total Utility
(อรรถประโยชน์รวม)
MU: Marginal Utility
(อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม)
10 – 10 = 0
18 – 10 = 8
22 – 18 = 4
22 – 22 = 0
20 – 22 = -2
0 + 10 = 10
10 + 8 = 18
18 + 4 = 22
22 + 0 = 22
22 + (-2) = 20
n
TUn =  MUii = 1
MUn =
TU
Q
(22-18)
(3-2)
= 4
10 + 8 + 4 + 0 + (-2) = 20
เส้นอรรถประโยชน์ (Utility Curve)
20
TU,MU
MU
TU
Q
1
10
0
-2
2 3 4 5 6
ข้าว TU MU
0 0 -
1 10 10
2 18 8
3 22 4
4 22 0
5 20 -2
4. ดุลยภาพของผู้บริโภค (Consumer Equilibrium) ตามทฤษฎีอรรถประโยชน์
ดุลยภาพของผู้บริโภค หมายถึง ความพอใจสูงสุดของผู้บริโภคที่
ตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณหรือรายได้ที่
จากัด
ผู้บริโภคต้องตัดสินใจว่าจะต้องใช้จ่ายอย่างไรจึงจะได้รับความพอใจ
สูงสุด (maximum satisfaction) ถ้ามีเงินเหลือก็จะซื้อสินค้าที่ให้ความพอใจ
สูงลดลงตามลาดับ
เนื่องจากสินค้าแต่ละชนิดมีราคาไม่เท่ากัน ดังนั้น MU ของสินค้า
ทุกชนิดจึงไม่สามารถนามาเปรียบเทียบกันได้ ต้องทาให้สินค้ามีราคา
เท่ากันก่อนนามาเปรียบเทียบ
วิธีปรับให้ราคาเท่ากัน คือ หาร MU ด้วยราคาของสินค้านั้น
ซึ่งเป็นภาวะที่ทาให้ผู้บริโภคได้รับอรรถประโยชน์สูงสุด
MUA
PA
=
MUB
PB
=
MUC
PC
=
MUN
PN
= ……
ตารางอรรถประโยชน์เพิ่มของการซื้อสินค้า 3 ชนิด ถ้ารายได้ของ
ผู้บริโภค เท่ากับ 430 บาท ดุลยภาพจะเกิดขึ้นที่ A4, B3, C5
จานวน
สินค้า
สินค้า A 60 บาท สินค้า B 30 บาท สินค้า C 20 บาท
MUA MUA/PA MUB MUB/PB MUC MUC/PC
1 130 130/60= 2.1 70 70/30= 2.3 51 51/20= 2.5
2 128 128/60= 2.13 62
62/30=
2.07
50 50/20= 2.5
3 128 128/60= 2.13 60 60/30= 2 48 48/20= 2.4
4 120 120/60 = 2 52
52/30=
1.73
41 41/20= 2.5
5 112 112/60= 1.87 45 45/30= 1.5 40 40/20 = 2
ส่วนประกอบของสินค้าที่ A4, B3, C5 เท่านั้น ที่จะทาให้อัตราส่วน
MU ของสินค้าแต่ละชนิดเท่ากันหมด และมีราคารวมกันเท่ากับ 430 บาท
MUA
PA
=
MUB
PB
=
MUC
PC
120
60 =
60
30 =
40
20 = 2
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น = (60*4)+(30*3)+(20*5)
= 240 + 90 + 100
= 430
** การหาดุลยภาพ
ของผู้บริโภคโดยวิธี
อรรถประโยชน์
ในทางปฏิบัติเป็นไป
ได้ยาก
5. ทฤษฎีเส้นความพอใจเท่ากัน(Indifference Curve Theory)
เส้นความพอใจเท่ากัน (Indifference curve : IC) หมายถึง เส้นที่
แสดงการบริโภคสินค้า 2 ชนิดในสัดส่วนที่แตกต่างกันแต่ได้รับความ
พอใจที่เท่ากันตลอดทั้งเส้น ไม่ว่าจะเลือกบริโภคที่จุดใดของเส้น มี
แผนการบริโภคสินค้าอย่างไร ผู้บริโภคก็จะได้รับความพอใจที่เท่ากันทั้ง
เส้น
เส้น IC ของผู้บริโภคคนหนึ่งๆ มีได้หลายเส้นเนื่องจากความพอใจ
ของผู้บริโภคมีได้หลายระดับ แต่ละเส้นแทนความพอใจหนึ่งระดับ เส้น
IC ที่แสดงความพอใจในระดับที่สูงกว่าจะอยู่ด้านขวามือของเส้นที่
แสดงความพอใจในระดับที่ต่ากว่า
สินค้า x
สินค้า y
0
IC3
IC2
IC1
เส้น IC ลักษณะเส้น IC
1. เป็นเส้นที่มีค่าความชัน
(slope)เป็นลบ แสดงว่าสินค้า 2
ชนิดสามารถทดแทนกันได้
2. ส่วนมากเป็นเส้นโค้งเว้าเข้าหา
จุดกาเนิด (convex to the
origin) สินค้า 2 ชนิดสามารถ
ทดแทนกันได้ในอัตราที่ลดลง
3. เส้น IC ที่อยู่สูงกว่า จะแสดง
ความพอใจมากกว่าเส้นที่อยู่ต่า
กว่า
6. อัตราหน่วยสุดท้ายของการทดแทนกันระหว่างสินค้า 2 ชนิด
(Marginal Rate of Substitution : MRS)
MRS หมายถึง การบริโภคสินค้าชนิดหนึ่งลดลงเมื่อบริโภคสินค้า
อีกชนิดหนึ่งเพิ่มขึ้น 1 หน่วย เพื่อรักษาระดับความพอใจของผู้บริโภคให้
คงเดิม โดยสมมุติให้ สินค้า 2 ชนิด คือ X และY
ถ้าบริโภค X น้อยลง บริโภค Y มากขึ้น
MRSYX = (Y แทน X)
ถ้าบริโภค Y น้อยลง บริโภค X มากขึ้น
MRSXY = (X แทน Y)
X
Y
Y
X
ตารางแสดงจานวนการเลือกซื้อสินค้า 2 ชนิด ซึ่งจะทาให้ได้ความพอใจเท่ากัน
ของผู้บริโภค หรือ แผนการซื้อต่างๆ ที่จะทาให้ผู้บริโภคได้รับความพอใจเท่ากัน
แผนการ
ซื้อสินค้า
สินค้า
Y
Y สินค้า
X
X
A 30 - 5 - - -
B 18 12 10 5 -12/5 -5/12
C 13 5 15 5 -5/5 -5/5
D 10 3 20 5 -3/5 -5/3
E 8 2 25 5 -2/5 -5/2
F 7 1 30 5 -1/5 -5/1
- Y
X
- X
Y
530-18 = 12
0
5 10 15 20 25 30
X
Y
5
10
15
20
25
30
IC
A
B
C
D
E F
(Y10,X20)
(Y7,X30)
(Y30,X5)
(Y18,X10)
(Y13,X15)
(Y8,X25)
X
Y
MRSYX =
- X
Y
= (5-10)
(30-18)
= - 5
12
= - 0.46
7. เส้นงบประมาณหรือเส้นราคา(Budget Line or Price Line)
เส้นราคาหรืองบประมาณ หมายถึง เส้นที่แสดงการเลือกซื้อสินค้า 2
ชนิด ในปริมาณต่างๆ ที่ซื้อด้วยเงินจานวนจากัด
สมมติให้เงินงบประมาณคือ 1,000 บาท
ซื้อสินค้า 2 อย่าง X ราคา 25 บาท (X อย่างเดียว 40 หน่วย)
Y ราคา 10 บาท (Y อย่างเดียว 100 หน่วย)
ดังนั้น งบประมาณ = (จานวนสินค้าX)(ราคาต่อหน่วย)+(จานวนสินค้าY)(ราคาต่อหน่วยY)
= X.PX + YPY
= X(25)+Y(10)
A ถ้าซื้อ X อย่างเดียว 1,000 บาท B ถ้าซื้อ Y อย่างเดียว 1,000 บาท
25X = 1,000 10Y = 1,000
X = 1,000/25 Y = 1,000/10
= 40 หน่วย = 100 หน่วย
C ถ้าซื้อสินค้า 2 ชนิด
1,000 = X.PX + Y.PY
= 20(25)+50(10)
= 500+500
= 1,000
D 1,000 = 6(25)+85(10)
= 150+850
= 1,000
20 30 40
X
Y
A
B
C
100
50
D85
6
E
F
E จุดที่ใช้จ่ายต่ากว่างบประมาณ 1,000
F จุดที่ใช้จ่ายเกินงบประมาณ 1,000
เส้นงบประมาณ
8. ดุลยภาพของผู้บริโภค (Consumer Equilibrium) ตามทฤษฎีเส้นความพอใจเท่ากัน
ดุลยภาพของผู้บริโภค หมายถึง ภาวะที่ทาให้ผู้บริโภคได้รับ
อรรถประโยชน์หรือความพอใจสูงสุดภายใต้ข้อจากัดแห่งงบประมาณที่มี
อยู่ เมื่อเข้าสู่ภาวะดังกล่าวแล้วจะไม่มีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะปรับเปลี่ยน
ปริมาณการบริโภคสินค้าชนิดต่างๆอีก
นั่นคือ ดุลยภาพของผู้บริโภคจะเกิดขึ้นที่จุดสัมผัส (tangent) ของเส้น
IC และเส้นงบประมาณ
ณ จุดสัมผัส (E) ความชันของเส้น IC = ความชันของเส้นงบประมาณ
MRSxy = -Px/Py
ณ จุดสัมผัส (E) ความชันของเส้น IC = ความชันของเส้นงบประมาณ
MRSxy = (PX)
(PY)
20 40
สินค้าX
สินค้าY
100
50 E
IC1
IC2
IC3
B
A D
0

บทที่ 5 ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรมผู้บริโภค

  • 1.
  • 2.
    ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรมผู้บริโภค ความหมายของการบริโภค การบริโภคในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง การใช้ประโยชน์จาก สินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์รวมถึงการนาสินค้า และบริการมาใช้ประโยชน์เพื่อการผลิตเป็นสินค้าและบริการอื่นๆ การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นการศึกษาพฤติกรรมในการ ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการต่างๆเพื่อให้ได้รับความพอใจสูงสุด จากงบประมาณที่มีอยู่อย่างจากัด
  • 3.
    ประเภทของการบริโภค 1. การบริโภคสินค้าไม่คงทน (nondurablegoods consumption) คือการ บริโภคสิ่งของชนิดใดชนิดหนึ่งแล้วสิ่งของชนิดนั้นจะสิ้นเปลืองหรือใช้ หมดไป การบริโภคลักษณะนี้เรียกว่า destruction เช่น การบริโภคน้า อาหาร ยารักษาโรค น้ามันเชื้อเพลิง ฯลฯ 2. การบริโภคสินค้าคงทน (durable goods consumption) คือการบริโภค สิ่งของอย่างใด อย่างหนึ่งโดยสิ่งของนั้นยังคงใช้ได้อีก การบริโภค ลักษณะนี้เรียกว่า diminution เช่น การอาศัยบ้านเรือน การใช้รถยนต์ พัด ลม โทรทัศน์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสินค้าคงทนเหล่านี้จะใช้แล้ว ไม่หมดไปในทีเดียว แต่ก็จะค่อยๆสึกหรอไป จนในที่สุดจะไม่สามารถ นามาใช้ได้อีก
  • 4.
    ปัจจัยที่ใช้กาหนดการบริโภค 1. รายได้ของผู้บริโภค 2. ราคาของสินค้าและบริการ 3.ปริมาณเงินหมุนเวียนที่อยู่ในมือ 4. ปริมาณของสินค้าในตลาด 5. การคาดคะเนราคาของสินค้าหรือบริการในอนาคต 6. ระบบการค้าและการชาระเงิน
  • 5.
    1. ทฤษฎีอรรถประโยชน์ (UtilityTheory) อรรถประโยชน์ หมายถึง ความพอใจของผู้บริโภคที่ได้บริโภค สินค้าและบริการ ที่เป็นเพียงความรู้สึกไม่สามารถนับได้ ทฤษฎีอรรถประโยชน์ - ความพอใจที่ผู้บริโภคได้รับจากการบริโภคสินค้าและบริการใน ขณะหนึ่ง - สามารถวัดค่าได้ - หน่วย “ยูทิล” (Util)
  • 6.
    2. กฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์หน่วยสุดท้าย (The Lawof Diminishing Marginal Utility) อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม(Marginal Utility : MU) หมายถึง ความ พอใจที่เพิ่มขึ้น เมื่อได้บริโภคเพิ่มขึ้น 1 หน่วย ความรู้สึกพึงพอใจจะยิ่งลดลงไปตามลาดับหน่วยที่บริโภคมากขึ้น MUn = TUn - TUn – 1 MUn = TU Q
  • 7.
    ความพอใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อ ได้รับข้าวเพิ่มขึ้น จาก 0 เป็น1 ชาม - 25 04 43 82 101 -0 ความพอใจ ส่วนเพิ่ม MU (ยูทิล) ข้าว(ชาม) ความพอใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อ ได้รับข้าวเพิ่มขึ้น จาก 2 เป็น 3 ชาม 3.ตารางอรรถประโยชน์ (Utility Table) กฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม (MU) มีค่าลดลงเมื่อได้ บริโภคสินค้าเพิ่มขึ้น
  • 8.
    อรรถประโยชน์รวม (Total Utility: TU) คือ ผลรวมของ อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม (MU) ที่ได้จากการบริโภคสินค้าตั้งแต่หน่วย แรกถึงหน่วยที่กาลังพิจารณาอยู่ TUn = MU1 + MU2 + MU3 + . . . + MUn n TUn =  MUi i = 1
  • 9.
    TU (ยูทิล) 20 22 22 18 10 0 - 25 04 43 82 101 -0 MU (ยูทิล) ข้าว (ชาม) TU: Total Utility (อรรถประโยชน์รวม) MU: Marginal Utility (อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม) 10 – 10 = 0 18 – 10 = 8 22 – 18 = 4 22 – 22 = 0 20 – 22 = -2 0 + 10 = 10 10 + 8 = 18 18 + 4 = 22 22 + 0 = 22 22 + (-2) = 20 n TUn =  MUii = 1 MUn = TU Q (22-18) (3-2) = 4 10 + 8 + 4 + 0 + (-2) = 20
  • 10.
    เส้นอรรถประโยชน์ (Utility Curve) 20 TU,MU MU TU Q 1 10 0 -2 23 4 5 6 ข้าว TU MU 0 0 - 1 10 10 2 18 8 3 22 4 4 22 0 5 20 -2
  • 11.
    4. ดุลยภาพของผู้บริโภค (ConsumerEquilibrium) ตามทฤษฎีอรรถประโยชน์ ดุลยภาพของผู้บริโภค หมายถึง ความพอใจสูงสุดของผู้บริโภคที่ ตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณหรือรายได้ที่ จากัด ผู้บริโภคต้องตัดสินใจว่าจะต้องใช้จ่ายอย่างไรจึงจะได้รับความพอใจ สูงสุด (maximum satisfaction) ถ้ามีเงินเหลือก็จะซื้อสินค้าที่ให้ความพอใจ สูงลดลงตามลาดับ
  • 12.
    เนื่องจากสินค้าแต่ละชนิดมีราคาไม่เท่ากัน ดังนั้น MUของสินค้า ทุกชนิดจึงไม่สามารถนามาเปรียบเทียบกันได้ ต้องทาให้สินค้ามีราคา เท่ากันก่อนนามาเปรียบเทียบ วิธีปรับให้ราคาเท่ากัน คือ หาร MU ด้วยราคาของสินค้านั้น ซึ่งเป็นภาวะที่ทาให้ผู้บริโภคได้รับอรรถประโยชน์สูงสุด MUA PA = MUB PB = MUC PC = MUN PN = ……
  • 13.
    ตารางอรรถประโยชน์เพิ่มของการซื้อสินค้า 3 ชนิดถ้ารายได้ของ ผู้บริโภค เท่ากับ 430 บาท ดุลยภาพจะเกิดขึ้นที่ A4, B3, C5 จานวน สินค้า สินค้า A 60 บาท สินค้า B 30 บาท สินค้า C 20 บาท MUA MUA/PA MUB MUB/PB MUC MUC/PC 1 130 130/60= 2.1 70 70/30= 2.3 51 51/20= 2.5 2 128 128/60= 2.13 62 62/30= 2.07 50 50/20= 2.5 3 128 128/60= 2.13 60 60/30= 2 48 48/20= 2.4 4 120 120/60 = 2 52 52/30= 1.73 41 41/20= 2.5 5 112 112/60= 1.87 45 45/30= 1.5 40 40/20 = 2
  • 14.
    ส่วนประกอบของสินค้าที่ A4, B3,C5 เท่านั้น ที่จะทาให้อัตราส่วน MU ของสินค้าแต่ละชนิดเท่ากันหมด และมีราคารวมกันเท่ากับ 430 บาท MUA PA = MUB PB = MUC PC 120 60 = 60 30 = 40 20 = 2 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น = (60*4)+(30*3)+(20*5) = 240 + 90 + 100 = 430 ** การหาดุลยภาพ ของผู้บริโภคโดยวิธี อรรถประโยชน์ ในทางปฏิบัติเป็นไป ได้ยาก
  • 15.
    5. ทฤษฎีเส้นความพอใจเท่ากัน(Indifference CurveTheory) เส้นความพอใจเท่ากัน (Indifference curve : IC) หมายถึง เส้นที่ แสดงการบริโภคสินค้า 2 ชนิดในสัดส่วนที่แตกต่างกันแต่ได้รับความ พอใจที่เท่ากันตลอดทั้งเส้น ไม่ว่าจะเลือกบริโภคที่จุดใดของเส้น มี แผนการบริโภคสินค้าอย่างไร ผู้บริโภคก็จะได้รับความพอใจที่เท่ากันทั้ง เส้น เส้น IC ของผู้บริโภคคนหนึ่งๆ มีได้หลายเส้นเนื่องจากความพอใจ ของผู้บริโภคมีได้หลายระดับ แต่ละเส้นแทนความพอใจหนึ่งระดับ เส้น IC ที่แสดงความพอใจในระดับที่สูงกว่าจะอยู่ด้านขวามือของเส้นที่ แสดงความพอใจในระดับที่ต่ากว่า
  • 16.
    สินค้า x สินค้า y 0 IC3 IC2 IC1 เส้นIC ลักษณะเส้น IC 1. เป็นเส้นที่มีค่าความชัน (slope)เป็นลบ แสดงว่าสินค้า 2 ชนิดสามารถทดแทนกันได้ 2. ส่วนมากเป็นเส้นโค้งเว้าเข้าหา จุดกาเนิด (convex to the origin) สินค้า 2 ชนิดสามารถ ทดแทนกันได้ในอัตราที่ลดลง 3. เส้น IC ที่อยู่สูงกว่า จะแสดง ความพอใจมากกว่าเส้นที่อยู่ต่า กว่า
  • 17.
    6. อัตราหน่วยสุดท้ายของการทดแทนกันระหว่างสินค้า 2ชนิด (Marginal Rate of Substitution : MRS) MRS หมายถึง การบริโภคสินค้าชนิดหนึ่งลดลงเมื่อบริโภคสินค้า อีกชนิดหนึ่งเพิ่มขึ้น 1 หน่วย เพื่อรักษาระดับความพอใจของผู้บริโภคให้ คงเดิม โดยสมมุติให้ สินค้า 2 ชนิด คือ X และY ถ้าบริโภค X น้อยลง บริโภค Y มากขึ้น MRSYX = (Y แทน X) ถ้าบริโภค Y น้อยลง บริโภค X มากขึ้น MRSXY = (X แทน Y) X Y Y X
  • 18.
    ตารางแสดงจานวนการเลือกซื้อสินค้า 2 ชนิดซึ่งจะทาให้ได้ความพอใจเท่ากัน ของผู้บริโภค หรือ แผนการซื้อต่างๆ ที่จะทาให้ผู้บริโภคได้รับความพอใจเท่ากัน แผนการ ซื้อสินค้า สินค้า Y Y สินค้า X X A 30 - 5 - - - B 18 12 10 5 -12/5 -5/12 C 13 5 15 5 -5/5 -5/5 D 10 3 20 5 -3/5 -5/3 E 8 2 25 5 -2/5 -5/2 F 7 1 30 5 -1/5 -5/1 - Y X - X Y 530-18 = 12 0 5 10 15 20 25 30 X Y 5 10 15 20 25 30 IC A B C D E F (Y10,X20) (Y7,X30) (Y30,X5) (Y18,X10) (Y13,X15) (Y8,X25) X Y MRSYX = - X Y = (5-10) (30-18) = - 5 12 = - 0.46
  • 19.
    7. เส้นงบประมาณหรือเส้นราคา(Budget Lineor Price Line) เส้นราคาหรืองบประมาณ หมายถึง เส้นที่แสดงการเลือกซื้อสินค้า 2 ชนิด ในปริมาณต่างๆ ที่ซื้อด้วยเงินจานวนจากัด สมมติให้เงินงบประมาณคือ 1,000 บาท ซื้อสินค้า 2 อย่าง X ราคา 25 บาท (X อย่างเดียว 40 หน่วย) Y ราคา 10 บาท (Y อย่างเดียว 100 หน่วย) ดังนั้น งบประมาณ = (จานวนสินค้าX)(ราคาต่อหน่วย)+(จานวนสินค้าY)(ราคาต่อหน่วยY) = X.PX + YPY = X(25)+Y(10)
  • 20.
    A ถ้าซื้อ Xอย่างเดียว 1,000 บาท B ถ้าซื้อ Y อย่างเดียว 1,000 บาท 25X = 1,000 10Y = 1,000 X = 1,000/25 Y = 1,000/10 = 40 หน่วย = 100 หน่วย C ถ้าซื้อสินค้า 2 ชนิด 1,000 = X.PX + Y.PY = 20(25)+50(10) = 500+500 = 1,000 D 1,000 = 6(25)+85(10) = 150+850 = 1,000 20 30 40 X Y A B C 100 50 D85 6 E F E จุดที่ใช้จ่ายต่ากว่างบประมาณ 1,000 F จุดที่ใช้จ่ายเกินงบประมาณ 1,000 เส้นงบประมาณ
  • 21.
    8. ดุลยภาพของผู้บริโภค (ConsumerEquilibrium) ตามทฤษฎีเส้นความพอใจเท่ากัน ดุลยภาพของผู้บริโภค หมายถึง ภาวะที่ทาให้ผู้บริโภคได้รับ อรรถประโยชน์หรือความพอใจสูงสุดภายใต้ข้อจากัดแห่งงบประมาณที่มี อยู่ เมื่อเข้าสู่ภาวะดังกล่าวแล้วจะไม่มีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะปรับเปลี่ยน ปริมาณการบริโภคสินค้าชนิดต่างๆอีก นั่นคือ ดุลยภาพของผู้บริโภคจะเกิดขึ้นที่จุดสัมผัส (tangent) ของเส้น IC และเส้นงบประมาณ ณ จุดสัมผัส (E) ความชันของเส้น IC = ความชันของเส้นงบประมาณ MRSxy = -Px/Py
  • 22.
    ณ จุดสัมผัส (E)ความชันของเส้น IC = ความชันของเส้นงบประมาณ MRSxy = (PX) (PY) 20 40 สินค้าX สินค้าY 100 50 E IC1 IC2 IC3 B A D 0