การออม (Saving)
การออม คือการนํารายได้ส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคมาเก็บไว้
ฟังก์ชันการออม (saving function) คือ ความสัมพันธ์ระหว่างการออมและรายได้
S = f(Yd)
โดยที่ S = จํานวนเงินออม
Yd = รายได้สุทธิส่วนบุคคล
17.
สมการการออม
Yd = C+ S
S = Yd – C
จากสมการ C = a + bYd
S = Yd – (Ca + bYd)
S = -Ca + (1-b)Yd
โดยที่
-a = การออมในอดีตที่ถูกใช้ในการบริโภคเมื่อรายได้ = 0
(1-b) = อัตราส่วนของการออมที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อรายได้สุทธิส่วนบุคคลเปลี่ยนแปลงไป 1
หน่วย
0 Yd
C
Yd =C
C = a + b Yd
4000
4000
S = -a + (1-b) Yd
1000
-1000
จากตัวเลขในตาราง เราสามารถเขียนเส้นการบริโภคและการออม ดังรูป
22.
ความสัมพันธ์ระหว่างการออมกับการลงทุน
เมื่อ Y =C + S
S การออมเกิดขึ้นเมื่อจาก Y > C และเมื่อ S เกิดขึ้น ประชาชนจะนํา S ที่เก็บออม
ไว้มาลงทุน (I) เพื่อให้เกิดมูลค่ามากกว่าการเก็บออมเพื่อได้รับดอกเบี้ยเงินฝาก
ดังนั้นถ้า Y = C + S
จึงเท่ากับ Y = C + I
C+S = C+I เท่ากับ Y
ส่วนรั่วไหล = ส่วนอัดฉีด
ปัจจัยกําหนดการลงทุนแบบจูงใจ
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (Interests: i)
◦ถ้า i สูง การลงทุนอาจน้อยหรือไม่มีเลย
◦ ถ้า i ตํ่า การลงทุนมากขึ้น
*อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงไปทางตางกันข้ามกับการ
ลงทุน
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน
(ประสิทธิภาพการลงทุนหน่วยสุดท้าย : MEC or MEI)
◦ เมื่อมีการลงทุนมาก ต้องมีการประเมินผลตอบแทน
จากการลงทุนเพิ่มขึ้นทุกๆหน่วย
◦ เพราะเมื่อลงทุนเพิ่ม เกิดสินค้าในตลาดเพิ่มขึ้น ทํา
ให้ราคาสินค้าลดลง (Q เพิ่ม, P ลด)
Y
I
I2
I1
I0
0 I
r, i (%)
i
I
เส้นอุปสงค์ต่อการลงทุน
0 รายจ่ายการลงทุน
อัตราดอกเบี้ย
ปัจจัยกําหนดการใช ้จ่ายของรัฐบาล
◦ รายได้ของรัฐบาล
◦ลักษณะนโยบายของรัฐบาล
นโยบายการคลังแบบหดตัว
นโยบายการคลังแบบหดตัว
นโยบายการคลังเป็ นอิสระจากระดับรายได้ประชาชาติ แต่ถูกกําหนดจากนโยบายของรัฐใน
แต่ละเวลา ดังนั้น รายจ่ายของรัฐบาลจึงถูกสมมุติให้เป็ นปัจจัยภายนอก เท่ากับค่าคงที่ค่าหนึ่ง
คือ Ga
G = Ga
G
Y
Ga