หัวข้อการเรียนรู้ที่ 5. การเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยม (Triangulation
Method)
การเขียนแบบแผ่นคลี่โดยวิธีเส้นสามเหลี่ยม (Triangulation) เป็นการเขียนแผ่นคลี่ที่สาคัญ
วิธีหนึ่ง เนื่องจากรูปทรงเรขาคณิตของงานโลหะแผ่นจะแตกต่างกันไปตามการออกแบบ เราสามารถ
จะใช้วิธีเส้นสามเหลี่ยม (Triangulation) กับงานโลหะแผ่นที่มีรูปทรงต่าง ๆ ได้
5.1 หลักการเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยม
หลักการเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยมที่สาคัญนั้น คือ การแผ่ผิวของชิ้นงาน
ออกเป็นสามเหลี่ยมติดต่อกันโดยกางชิ้นงาน จากนั้นนาด้านต่างๆ ของสามเหลี่ยมมาหาความยาวจริง
แล้วนาเส้นยาวจริงที่ได้มาสร้างภาพคลี่ โดยสร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมติดต่อส่วนต่อส่วน ซึ่งทาให้ได้ภาพ
คลี่ที่เมื่อขึ้นรูปแล้วจะได้ขนาดเท่าของจริง
การเขียนแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยม (Triangulation) ขึ้นอยู่กับการแบ่งผิวของรูปทรงให้
เป็น สามเหลี่ยมเล็กๆ เรียงกัน จากนั้นก็หาขนาดจริง (True Sire) ของสามเหลี่ยมเล็กๆเหล่านั้น แล้ว
ทาสามเหลี่ยมที่ได้ขนาดจริง มาเขียนเรียงกันในแผ่นงาน โดยเรียงสามเหลี่ยมเหล่านั้นให้ติดต่อกันไป
จนครบจานวนสามเหลี่ยม ที่ได้แบ่งไว้บนผิวของรูปทรง
รูปที่ 3.46 แสดงตัวอย่างชิ้นงานที่ใช้การเขียนแบบแผ่นคลี่โดยวิธีเส้นสามเหลี่ยม
5.2 คาจากัดความของเส้นต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยม
การเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยมจะคล้ายกับการเขียนด้วยวิธีเส้นขนาน และวิธี
เส้นรัศมี แตกต่างกันคือความยาวของเส้นที่ปรากฏจากขอบภาพด้านหน้าจะไม่ใช่ความสูงจริง
เหมือนกับวิธีเส้นขนานและวิธีเส้นรัศมี ความยาวเอียงที่มองเห็นจากภาพฉาย สามารถหาความยาวที่
แท้จริงได้จากการนาเอาความยาวที่ภาพฉายด้านบนมาวางในแนวนอน แล้วลากเส้นตรงเข้าหาความ
สูงของผลิตภัณฑ์ เส้นตรงที่ได้จะมีความยาวที่ถูกต้อง สามารถนาไปใช้ในการคลี่ได้อุปกรณ์เขียนแบบ
ที่สาคัญที่ใช้ในการเขียนแบบงานนี้คือ วงเวียน ซึ่งความหมายของคาจากัดความของเส้นต่าง ๆ ที่ใช้
ในการเขียนแบบด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยมเหมือนกับการเขียนแบบด้วยวิธีอื่นที่กล่าวไว้แล้วขออธิบายที่
เพิ่มจากการเขียนแบบแผ่นคลี่วิธีอื่น ดังนี้
5.2.1 เส้นความยาวจริง (True Length) เป็นเส้นความยาวจริงหรือความสูงจริงที่ได้จากการ
นาระยะจากภาพด้านบน ภาพด้านหน้าหรือภาพด้านข้างคู่ใดคู่หนึ่งมาทามุมฉากซึ่งกัน และ กัน
ระยะห่างจากปลายเส้นทั้งสองจะ เป็นระยะของเส้นความสูงจริง ที่ใช้สาหรับการเขียนแบบแผ่น
คลี่ของชิ้นงาน
5.2.2 เส้นตั้ง (Vertical Height) เป็นเส้นตรงตั้งฉาก กับเส้นระดับ ที่ลากให้มีความสูงเท่ากับ
ภาพฉายด้านหน้าของชิ้นงาน
5.2.3 เส้นฐาน (Base line) เป็นเส้นฐานอ้างอิง ความกว้าง หรือจุดกึ่งกลาง ของฐานชิ้นงาน
และ (เส้น M – N)
รูปที่ 3.47 แสดงภาพสามมิติ (Pictorial View)
รูปที่ 3.48 แสดงการหาเส้นความยาวจริงของชิ้นงาน
5.3 วิธีการหาความยาวจริงจากภาพฉายด้านบน
ความยาวเอียงที่มองเห็นจากภาพฉาย สามารถหาความยาวที่แท้จริงได้จากการนาเอาความ
ยาวที่ภายฉายด้านบนมาวางในแนวนอน แล้วลากเส้นตรงเข้าหาความสูงของผลิตภัณฑ์ เส้นตรงที่จะ
ได้ความยาวที่ถูกต้อง สามารถนาไปใช้ในการคลี่ได้
การเขียนแผ่นคลี่แบบนี้ใช้สาหรับงานที่มีรูปทรงแปลก ๆ แตกต่างไปจากงานรูปทรงพื้นฐาน
ทั่วไป นิยมใช้เขียนแบบงานการต่อท่อแบบต่าง ๆ กัน เช่น ท่อ 3 ทาง การต่อท่อกลมเข้ากับท่อจัตุรัส
และแบบอื่น ๆ ซึ่งใช้กันมากในระบบท่อระบายอากาศการเขียนแผ่นคลี่ด้วยวิธีนี้อาศัยหลักการหาเส้น
ความสูง หรือความยาวจริง (True Length) จากเส้น 2 เส้นทามุมฉากกัน ระยะห่างของปลายเส้นทั้ง
สองที่ทามุมฉากกัน คือ เส้นความสูงหรือความยาวจริงที่นามาใช้เขียนแบบแผ่นคลี่ ปกติการหาเส้น
ความยาวจริง นั้นหาจากภาพด้านบน (Top View) โดยนาเส้นจากภาพด้านบนนั้นเขียนเป็นเส้นฐาน
(Base line) ของรูปสามเหลี่ยมมุมฉากโดยมีความสูงของสามเหลี่ยมเป็นความสูงที่ได้จากเส้นดิ่ง
(Vertical Height) จากภาพด้านหน้า (Front View) และเส้นด้านตรงข้ามมุมของสามเหลี่ยมก็ คือ
ความยาวจริงหรือความสูงจริง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วิธีการเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยมนี้
โดยทั่วไปแล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเปลี่ยนรูปร่าง หรือผลิตภัณฑ์ที่มีผิวเอียงหรือเรียบ (Taper)
ดังนั้น จึงประสบปัญหาก็คือ เส้นตรงบางเส้นที่มองเห็นจากภาพฉายด้านหน้า ไม่ใช่ความยาวที่แท้จริง
ที่จะต้องนาไปใช้คลี่ ดังนั้น เส้นบางเส้นในภาพฉายจาเป็นต้องนาไปหาความยาวจริงก่อน จึงนาไปคลี่
แบบได้
รูปที่ 3.49 แสดงการหาเส้นความยาวจริงของชิ้นงาน
5.4 การเขียนแบบแผ่นคลี่งานข้อต่อกลมเรียวปลายตัด
การเขียนแบบแผ่นคลี่งานข้อต่อกลมเรียวปลายตัดเริ่มต้นด้วยการเขียนภาพฉายด้านหน้า
และด้านบนของท่อลดขนาดหาสูงจริงโดยนาความยาวของเส้นที่ต้องการจากภาพฉายด้านบน มาวาง
ในแนวนอน และ ลากขึ้นสู่ความสูงของผลิตภัณฑ์นาความสูงจริงที่หาได้และความยาวจริงที่มีอยู่แล้ว
มาเขียนแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยม ตามขั้นตอนการเขียนดังนี้
5.4.1 เขียนภาพสามมิติชิ้นงานข้อต่อกลมเรียวปลายตัด ตามขนาดความกว้าง ความยาว
และความสูงที่กาหนดให้
รูปที่ 3.50 แสดงภาพ 3 มิติของชิ้นงาน
5.4.2 เขียนภาพฉายด้านหน้า และด้านบนตามขนาดที่กาหนดให้
5.4.3ใช้วงเวียน แบ่งวงกลมของภาพด้านบนออกเป็น 12ส่วนเท่าๆกันทั้งส่วนฐาน และยอดตัด
โดย กาหนดจุดอ้างอิงที่ฐานเป็นตัวเลข 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22, 23, 24 และ ที่
ยอดตัดวงกลม 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 และ 12
5.4.4 ถ่ายขนาดส่วนแบ่งไปยังภาพด้านหน้าส่วนฐาน และยอดตัด
5.4.5 ลากเส้นแบ่งส่วนเชื่อม เช่น 1,13 หรือ 12,24 เชื่อมจุดฐานต่อยอดตัดทุกจุด
5.4.6 ลากเส้นแบ่งส่วนเชื่อม เช่น 1, 24 หรือ 12, 23 เชื่อมจุดฐานต่อยอดตัดทุกจุด
รูปที่ 3.51 แสดงเส้นแบ่งส่วน
5.4.7. จากภาพด้านหน้าลากเส้น MN ยาวพอประมาณ และลากเส้นตั้งฉาก MH สูง
5.4.8. จากภาพด้านบนใช้วงเวียนกางจาก จุด (1,13) หรือ (12,24) นามาถ่ายลงที่จุด M
เขียนส่วนโค้งตัด MN จะได้จุด (1,13) (12,24) และ จุด (1,24) หรือ (12,23) ลากเส้น (1,13) หรือ
(12,24) และ (1,24) หรือ (12,23) ไปยังจุด H จะได้เส้นความยาวจริง (1,13) และ (12,23) และ เส้น
ต่าง ๆ ก็ทาเหมือนกันทุกเส้น จะได้เส้นความยาวจริง 2 เส้น
รูปที่ 3.52 แสดงเส้นความยาวจริง
5.4.9. เท่ากับความสูงของชิ้นงาน5.4.9. จากภาพด้านบนเริ่มเขียนเส้น 7, 19 ก่อนเพราะอยู่
ตรงข้ามรอยต่อของชิ้นงานเป็นเส้นความยาวจริง ที่ (H-7,19) ใช้วงเวียนกางระยะ (H-7,19) นาความ
ยาวที่วัดได้ใช้วงเวียนจุด ศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งทิ้งไว้จากจุดศูนย์กลางลากเส้นตรงมาตัดกับส่วนโค้ง
จะได้จุด 7, 19 6, 19 และ 8,19 ใช้วงเวียนกางระยะ (H-6,19) หรือ (H-8,19) นาความยาวที่วัดได้ใช้
จุด 19 เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งทิ้งไว้ จุด 6,7 และ 8,7 ใช้วงเวียนกางระยะ 6,7 หรือ 8,7 ใช้จุด
7 เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งตัดกับส่วนโค้งที่เขียนทิ้งไว้ จะได้จุด 8 และ 6 ลากเส้นแบ่งส่วน
6,19 และ 8,19
รูปที่ 3.53 แสดงเส้นแบ่งส่วน และจุดตัด
5.4.10. นาความยาวของเส้นสูงจริง เขียนเส้นแบ่งส่วนและจุดตัดให้ครบทุกเส้น จะได้งาน
ตามรูป
รูปที่ 3.54 แสดงเส้นแบ่งส่วน และจุดตัด
5.4.11. ลากเส้นเชื่อมสัมผัสส่วนโค้งยอดตัด 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12 และ 1
5.4.12. ลากเส้นเชื่อมสัมผัสส่วนโค้งฐาน 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22, 23, 24
และ 13 เผื่อตะเข็บ Groove Seam ขนาด 5 มิลลิเมตร
รูปที่ 3.55 แสดงแผ่นคลี่ และการเผื่อตะเข็บ
5.4.13. ภาพแผ่นคลี่งานข้อต่อกลมเอียงปลายตัดเผื่อระยะพับเข้าตะเข็บ และ การเผื่อระยะ
พับขอบงาน
รูปที่ 3.56 แสดงแผ่นคลี่ การเผื่อระยะตะเข็บ
5.5 การเขียนแบบแผ่นคลี่งานทรงพีระมิดยอดตัด
5.5.1 เขียนภาพสามมิติ ชิ้นงานทรงพีระมิดยอดตัด ตามความกว้าง ความยาว และความสูงที่
กาหนด
รูปที่ 3.57 แสดงภาพสามมิติพีระมิดยอดตัด
5.5.2 เขียนภาพฉายด้านหน้า และด้านบนตามขนาดที่กาหนดให้ กาหนดจุดอ้างอิงที่ฐาน
A,B,C,D และยอดตัด 1, 2, 3, 4
รูปที่ 3.58 แสดงจุดอ้างอิงหาเส้นความยาวจริงของจุดต่าง ๆ
5.5.3 กาหนดจุดรอยต่อของชิ้นงานที่ ฐาน E และ ยอดตัด 5 และลากเส้นแบ่งส่วนรูป
สี่เหลี่ยมคางหมูออกเป็นรูปสามเหลี่ยมทุกด้านที่ภาพด้านบน และด้านหน้า
รูปที่ 3.59 แสดงรอยต่อ และเส้นแบ่งส่วน
5.5.4 จากภาพด้านหน้าลากเส้น MN ยาวพอประมาณ และลากเส้นตั้งฉาก MH สูงเท่ากับ
ความสูงของชิ้นงาน
5.5.5 จากภาพด้านบนใช้วงเวียนกางจากจุด 1A นามาถ่ายลงที่จุด M เขียนส่วนโค้งตัดเส้น
MN จะได้จุด 1A ซึ่งเท่ากับ 2B, 3C, 4D และจุดต่าง ๆ ก็ทาเหมือนกันทุกจุด ลากเส้น 1A ไปยังจุด H
จะได้เส้นความยาวจริง 1A และเส้นต่าง ๆ ก็ทาเหมือนกันทุกเส้น
รูปที่ 3.60 แสดงการหาเส้นความยาวจริง
5.5.6 ภาพด้านบนเริ่มเขียนที่ด้าน DC ก่อนเพราะอยู่ตรงข้ามรอยต่อของชิ้นงาน
5.5.7 ลากเส้นความยาวฐาน DC ยาวเท่ากับ 40 มิลลิเมตร จุด 4C ที่ภาพด้านบน ซึ่งมีความ
ยาวจริง ที่ (H-4C) ใช้วงเวียนกางระยะ (H-4C) นาความยาวที่วัดได้ใช้จุด C เป็นจุดศูนย์กลางเขียน
ส่วนโค้งทิ้งไว้ภาพด้านบนเส้น AD ซึ่งมีความยาว 40 มิลลิเมตร ใช้วงเวียนกางระยะ AD นาความยาว
ที่วัดได้ใช้จุด D เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งทิ้งไว้ และ ที่จุด 1A ซึ่งมีความยาวจริง ที่ (H-1A) ใช้วง
เวียนกางระยะ (H-1A) นาความยาวที่วัดได้ใช้จุด1 เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งตัดจะได้จุด A
ลากเส้น DA และ 1A
รูปที่ 3.61 แสดงการเขียนแบบแผ่นคลี่
5.5.8 เส้น AE และ BE ซึ่งมีความยาว 20 มิลลิเมตร ใช้วงเวียนกางระยะ AE และ BE นา
ความยาวที่วัดได้ใช้จุด A, B เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งทิ้งไว้ และที่จุด 1E, 2E ที่ภาพด้านบน
ซึ่งมีความยาวจริงที่ (H-1E) (H-2E) กางวงเวียนให้ได้ระยะ (H-1E) (H-2E) นาความยาวที่วัดได้โดย
ใช้จุด 1 และ 2 เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งตัดจะได้จุด E
รูปที่ 3.62 แสดงการเขียนแบบแผ่นคลี่
5.5.9 ลากเส้น AE, BE, 1E และ 2E เส้น (1-5) และ (2-5) ซึ่งมีความยาว 10 มิลลิเมตร ใช้วง
เวียนกางระยะ (1-5) และ (2-5) นาความยาวที่วัดได้ใช้จุด 2, 1 เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งทิ้งไว้
และที่จุด 5E ที่ภาพด้านบน ซึ่งมีความยาวจริง ที่ (H-5E) กางวงเวียนให้ได้ระยะ (H-5E) นาความยาว
ที่วัดได้ โดยใช้จุด E เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งตัดทั้งสองด้านจะได้จุด E - ลากเส้น 5E, (1-5)
และ (2-5)
รูปที่ 3.63 แสดงการเขียนแบบแผ่นคลี่
5.5.10 ลากเส้น 5E, (1-5) และ (2-5) เขียนเส้นเผื่อการเข้าตะเข็บ Groove Seam โดยมี
ขนาด 5 มิลลิเมตร ได้แผ่นคลี่ของชิ้นงาน
รูปที่ 3.64 แสดงแผ่นคลี่ และ การเผื่อตะเข็บ

305

  • 1.
    หัวข้อการเรียนรู้ที่ 5. การเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยม(Triangulation Method) การเขียนแบบแผ่นคลี่โดยวิธีเส้นสามเหลี่ยม (Triangulation) เป็นการเขียนแผ่นคลี่ที่สาคัญ วิธีหนึ่ง เนื่องจากรูปทรงเรขาคณิตของงานโลหะแผ่นจะแตกต่างกันไปตามการออกแบบ เราสามารถ จะใช้วิธีเส้นสามเหลี่ยม (Triangulation) กับงานโลหะแผ่นที่มีรูปทรงต่าง ๆ ได้ 5.1 หลักการเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยม หลักการเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยมที่สาคัญนั้น คือ การแผ่ผิวของชิ้นงาน ออกเป็นสามเหลี่ยมติดต่อกันโดยกางชิ้นงาน จากนั้นนาด้านต่างๆ ของสามเหลี่ยมมาหาความยาวจริง แล้วนาเส้นยาวจริงที่ได้มาสร้างภาพคลี่ โดยสร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมติดต่อส่วนต่อส่วน ซึ่งทาให้ได้ภาพ คลี่ที่เมื่อขึ้นรูปแล้วจะได้ขนาดเท่าของจริง การเขียนแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยม (Triangulation) ขึ้นอยู่กับการแบ่งผิวของรูปทรงให้ เป็น สามเหลี่ยมเล็กๆ เรียงกัน จากนั้นก็หาขนาดจริง (True Sire) ของสามเหลี่ยมเล็กๆเหล่านั้น แล้ว ทาสามเหลี่ยมที่ได้ขนาดจริง มาเขียนเรียงกันในแผ่นงาน โดยเรียงสามเหลี่ยมเหล่านั้นให้ติดต่อกันไป จนครบจานวนสามเหลี่ยม ที่ได้แบ่งไว้บนผิวของรูปทรง รูปที่ 3.46 แสดงตัวอย่างชิ้นงานที่ใช้การเขียนแบบแผ่นคลี่โดยวิธีเส้นสามเหลี่ยม
  • 2.
    5.2 คาจากัดความของเส้นต่าง ๆที่ใช้ในการเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยม การเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยมจะคล้ายกับการเขียนด้วยวิธีเส้นขนาน และวิธี เส้นรัศมี แตกต่างกันคือความยาวของเส้นที่ปรากฏจากขอบภาพด้านหน้าจะไม่ใช่ความสูงจริง เหมือนกับวิธีเส้นขนานและวิธีเส้นรัศมี ความยาวเอียงที่มองเห็นจากภาพฉาย สามารถหาความยาวที่ แท้จริงได้จากการนาเอาความยาวที่ภาพฉายด้านบนมาวางในแนวนอน แล้วลากเส้นตรงเข้าหาความ สูงของผลิตภัณฑ์ เส้นตรงที่ได้จะมีความยาวที่ถูกต้อง สามารถนาไปใช้ในการคลี่ได้อุปกรณ์เขียนแบบ ที่สาคัญที่ใช้ในการเขียนแบบงานนี้คือ วงเวียน ซึ่งความหมายของคาจากัดความของเส้นต่าง ๆ ที่ใช้ ในการเขียนแบบด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยมเหมือนกับการเขียนแบบด้วยวิธีอื่นที่กล่าวไว้แล้วขออธิบายที่ เพิ่มจากการเขียนแบบแผ่นคลี่วิธีอื่น ดังนี้ 5.2.1 เส้นความยาวจริง (True Length) เป็นเส้นความยาวจริงหรือความสูงจริงที่ได้จากการ นาระยะจากภาพด้านบน ภาพด้านหน้าหรือภาพด้านข้างคู่ใดคู่หนึ่งมาทามุมฉากซึ่งกัน และ กัน ระยะห่างจากปลายเส้นทั้งสองจะ เป็นระยะของเส้นความสูงจริง ที่ใช้สาหรับการเขียนแบบแผ่น คลี่ของชิ้นงาน 5.2.2 เส้นตั้ง (Vertical Height) เป็นเส้นตรงตั้งฉาก กับเส้นระดับ ที่ลากให้มีความสูงเท่ากับ ภาพฉายด้านหน้าของชิ้นงาน 5.2.3 เส้นฐาน (Base line) เป็นเส้นฐานอ้างอิง ความกว้าง หรือจุดกึ่งกลาง ของฐานชิ้นงาน และ (เส้น M – N) รูปที่ 3.47 แสดงภาพสามมิติ (Pictorial View)
  • 3.
    รูปที่ 3.48 แสดงการหาเส้นความยาวจริงของชิ้นงาน 5.3วิธีการหาความยาวจริงจากภาพฉายด้านบน ความยาวเอียงที่มองเห็นจากภาพฉาย สามารถหาความยาวที่แท้จริงได้จากการนาเอาความ ยาวที่ภายฉายด้านบนมาวางในแนวนอน แล้วลากเส้นตรงเข้าหาความสูงของผลิตภัณฑ์ เส้นตรงที่จะ ได้ความยาวที่ถูกต้อง สามารถนาไปใช้ในการคลี่ได้ การเขียนแผ่นคลี่แบบนี้ใช้สาหรับงานที่มีรูปทรงแปลก ๆ แตกต่างไปจากงานรูปทรงพื้นฐาน ทั่วไป นิยมใช้เขียนแบบงานการต่อท่อแบบต่าง ๆ กัน เช่น ท่อ 3 ทาง การต่อท่อกลมเข้ากับท่อจัตุรัส และแบบอื่น ๆ ซึ่งใช้กันมากในระบบท่อระบายอากาศการเขียนแผ่นคลี่ด้วยวิธีนี้อาศัยหลักการหาเส้น ความสูง หรือความยาวจริง (True Length) จากเส้น 2 เส้นทามุมฉากกัน ระยะห่างของปลายเส้นทั้ง สองที่ทามุมฉากกัน คือ เส้นความสูงหรือความยาวจริงที่นามาใช้เขียนแบบแผ่นคลี่ ปกติการหาเส้น ความยาวจริง นั้นหาจากภาพด้านบน (Top View) โดยนาเส้นจากภาพด้านบนนั้นเขียนเป็นเส้นฐาน (Base line) ของรูปสามเหลี่ยมมุมฉากโดยมีความสูงของสามเหลี่ยมเป็นความสูงที่ได้จากเส้นดิ่ง (Vertical Height) จากภาพด้านหน้า (Front View) และเส้นด้านตรงข้ามมุมของสามเหลี่ยมก็ คือ ความยาวจริงหรือความสูงจริง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วิธีการเขียนแบบแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยมนี้ โดยทั่วไปแล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเปลี่ยนรูปร่าง หรือผลิตภัณฑ์ที่มีผิวเอียงหรือเรียบ (Taper) ดังนั้น จึงประสบปัญหาก็คือ เส้นตรงบางเส้นที่มองเห็นจากภาพฉายด้านหน้า ไม่ใช่ความยาวที่แท้จริง ที่จะต้องนาไปใช้คลี่ ดังนั้น เส้นบางเส้นในภาพฉายจาเป็นต้องนาไปหาความยาวจริงก่อน จึงนาไปคลี่ แบบได้
  • 4.
    รูปที่ 3.49 แสดงการหาเส้นความยาวจริงของชิ้นงาน 5.4การเขียนแบบแผ่นคลี่งานข้อต่อกลมเรียวปลายตัด การเขียนแบบแผ่นคลี่งานข้อต่อกลมเรียวปลายตัดเริ่มต้นด้วยการเขียนภาพฉายด้านหน้า และด้านบนของท่อลดขนาดหาสูงจริงโดยนาความยาวของเส้นที่ต้องการจากภาพฉายด้านบน มาวาง ในแนวนอน และ ลากขึ้นสู่ความสูงของผลิตภัณฑ์นาความสูงจริงที่หาได้และความยาวจริงที่มีอยู่แล้ว มาเขียนแผ่นคลี่ด้วยวิธีเส้นสามเหลี่ยม ตามขั้นตอนการเขียนดังนี้ 5.4.1 เขียนภาพสามมิติชิ้นงานข้อต่อกลมเรียวปลายตัด ตามขนาดความกว้าง ความยาว และความสูงที่กาหนดให้
  • 5.
    รูปที่ 3.50 แสดงภาพ3 มิติของชิ้นงาน 5.4.2 เขียนภาพฉายด้านหน้า และด้านบนตามขนาดที่กาหนดให้ 5.4.3ใช้วงเวียน แบ่งวงกลมของภาพด้านบนออกเป็น 12ส่วนเท่าๆกันทั้งส่วนฐาน และยอดตัด โดย กาหนดจุดอ้างอิงที่ฐานเป็นตัวเลข 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22, 23, 24 และ ที่ ยอดตัดวงกลม 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 และ 12 5.4.4 ถ่ายขนาดส่วนแบ่งไปยังภาพด้านหน้าส่วนฐาน และยอดตัด 5.4.5 ลากเส้นแบ่งส่วนเชื่อม เช่น 1,13 หรือ 12,24 เชื่อมจุดฐานต่อยอดตัดทุกจุด 5.4.6 ลากเส้นแบ่งส่วนเชื่อม เช่น 1, 24 หรือ 12, 23 เชื่อมจุดฐานต่อยอดตัดทุกจุด รูปที่ 3.51 แสดงเส้นแบ่งส่วน
  • 6.
    5.4.7. จากภาพด้านหน้าลากเส้น MNยาวพอประมาณ และลากเส้นตั้งฉาก MH สูง 5.4.8. จากภาพด้านบนใช้วงเวียนกางจาก จุด (1,13) หรือ (12,24) นามาถ่ายลงที่จุด M เขียนส่วนโค้งตัด MN จะได้จุด (1,13) (12,24) และ จุด (1,24) หรือ (12,23) ลากเส้น (1,13) หรือ (12,24) และ (1,24) หรือ (12,23) ไปยังจุด H จะได้เส้นความยาวจริง (1,13) และ (12,23) และ เส้น ต่าง ๆ ก็ทาเหมือนกันทุกเส้น จะได้เส้นความยาวจริง 2 เส้น รูปที่ 3.52 แสดงเส้นความยาวจริง 5.4.9. เท่ากับความสูงของชิ้นงาน5.4.9. จากภาพด้านบนเริ่มเขียนเส้น 7, 19 ก่อนเพราะอยู่ ตรงข้ามรอยต่อของชิ้นงานเป็นเส้นความยาวจริง ที่ (H-7,19) ใช้วงเวียนกางระยะ (H-7,19) นาความ ยาวที่วัดได้ใช้วงเวียนจุด ศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งทิ้งไว้จากจุดศูนย์กลางลากเส้นตรงมาตัดกับส่วนโค้ง จะได้จุด 7, 19 6, 19 และ 8,19 ใช้วงเวียนกางระยะ (H-6,19) หรือ (H-8,19) นาความยาวที่วัดได้ใช้ จุด 19 เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งทิ้งไว้ จุด 6,7 และ 8,7 ใช้วงเวียนกางระยะ 6,7 หรือ 8,7 ใช้จุด 7 เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งตัดกับส่วนโค้งที่เขียนทิ้งไว้ จะได้จุด 8 และ 6 ลากเส้นแบ่งส่วน 6,19 และ 8,19
  • 7.
    รูปที่ 3.53 แสดงเส้นแบ่งส่วนและจุดตัด 5.4.10. นาความยาวของเส้นสูงจริง เขียนเส้นแบ่งส่วนและจุดตัดให้ครบทุกเส้น จะได้งาน ตามรูป รูปที่ 3.54 แสดงเส้นแบ่งส่วน และจุดตัด 5.4.11. ลากเส้นเชื่อมสัมผัสส่วนโค้งยอดตัด 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12 และ 1 5.4.12. ลากเส้นเชื่อมสัมผัสส่วนโค้งฐาน 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22, 23, 24 และ 13 เผื่อตะเข็บ Groove Seam ขนาด 5 มิลลิเมตร
  • 8.
    รูปที่ 3.55 แสดงแผ่นคลี่และการเผื่อตะเข็บ 5.4.13. ภาพแผ่นคลี่งานข้อต่อกลมเอียงปลายตัดเผื่อระยะพับเข้าตะเข็บ และ การเผื่อระยะ พับขอบงาน รูปที่ 3.56 แสดงแผ่นคลี่ การเผื่อระยะตะเข็บ
  • 9.
    5.5 การเขียนแบบแผ่นคลี่งานทรงพีระมิดยอดตัด 5.5.1 เขียนภาพสามมิติชิ้นงานทรงพีระมิดยอดตัด ตามความกว้าง ความยาว และความสูงที่ กาหนด รูปที่ 3.57 แสดงภาพสามมิติพีระมิดยอดตัด 5.5.2 เขียนภาพฉายด้านหน้า และด้านบนตามขนาดที่กาหนดให้ กาหนดจุดอ้างอิงที่ฐาน A,B,C,D และยอดตัด 1, 2, 3, 4 รูปที่ 3.58 แสดงจุดอ้างอิงหาเส้นความยาวจริงของจุดต่าง ๆ
  • 10.
    5.5.3 กาหนดจุดรอยต่อของชิ้นงานที่ ฐานE และ ยอดตัด 5 และลากเส้นแบ่งส่วนรูป สี่เหลี่ยมคางหมูออกเป็นรูปสามเหลี่ยมทุกด้านที่ภาพด้านบน และด้านหน้า รูปที่ 3.59 แสดงรอยต่อ และเส้นแบ่งส่วน 5.5.4 จากภาพด้านหน้าลากเส้น MN ยาวพอประมาณ และลากเส้นตั้งฉาก MH สูงเท่ากับ ความสูงของชิ้นงาน 5.5.5 จากภาพด้านบนใช้วงเวียนกางจากจุด 1A นามาถ่ายลงที่จุด M เขียนส่วนโค้งตัดเส้น MN จะได้จุด 1A ซึ่งเท่ากับ 2B, 3C, 4D และจุดต่าง ๆ ก็ทาเหมือนกันทุกจุด ลากเส้น 1A ไปยังจุด H จะได้เส้นความยาวจริง 1A และเส้นต่าง ๆ ก็ทาเหมือนกันทุกเส้น รูปที่ 3.60 แสดงการหาเส้นความยาวจริง
  • 11.
    5.5.6 ภาพด้านบนเริ่มเขียนที่ด้าน DCก่อนเพราะอยู่ตรงข้ามรอยต่อของชิ้นงาน 5.5.7 ลากเส้นความยาวฐาน DC ยาวเท่ากับ 40 มิลลิเมตร จุด 4C ที่ภาพด้านบน ซึ่งมีความ ยาวจริง ที่ (H-4C) ใช้วงเวียนกางระยะ (H-4C) นาความยาวที่วัดได้ใช้จุด C เป็นจุดศูนย์กลางเขียน ส่วนโค้งทิ้งไว้ภาพด้านบนเส้น AD ซึ่งมีความยาว 40 มิลลิเมตร ใช้วงเวียนกางระยะ AD นาความยาว ที่วัดได้ใช้จุด D เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งทิ้งไว้ และ ที่จุด 1A ซึ่งมีความยาวจริง ที่ (H-1A) ใช้วง เวียนกางระยะ (H-1A) นาความยาวที่วัดได้ใช้จุด1 เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งตัดจะได้จุด A ลากเส้น DA และ 1A รูปที่ 3.61 แสดงการเขียนแบบแผ่นคลี่ 5.5.8 เส้น AE และ BE ซึ่งมีความยาว 20 มิลลิเมตร ใช้วงเวียนกางระยะ AE และ BE นา ความยาวที่วัดได้ใช้จุด A, B เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งทิ้งไว้ และที่จุด 1E, 2E ที่ภาพด้านบน ซึ่งมีความยาวจริงที่ (H-1E) (H-2E) กางวงเวียนให้ได้ระยะ (H-1E) (H-2E) นาความยาวที่วัดได้โดย ใช้จุด 1 และ 2 เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งตัดจะได้จุด E รูปที่ 3.62 แสดงการเขียนแบบแผ่นคลี่
  • 12.
    5.5.9 ลากเส้น AE,BE, 1E และ 2E เส้น (1-5) และ (2-5) ซึ่งมีความยาว 10 มิลลิเมตร ใช้วง เวียนกางระยะ (1-5) และ (2-5) นาความยาวที่วัดได้ใช้จุด 2, 1 เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งทิ้งไว้ และที่จุด 5E ที่ภาพด้านบน ซึ่งมีความยาวจริง ที่ (H-5E) กางวงเวียนให้ได้ระยะ (H-5E) นาความยาว ที่วัดได้ โดยใช้จุด E เป็นจุดศูนย์กลางเขียนส่วนโค้งตัดทั้งสองด้านจะได้จุด E - ลากเส้น 5E, (1-5) และ (2-5) รูปที่ 3.63 แสดงการเขียนแบบแผ่นคลี่ 5.5.10 ลากเส้น 5E, (1-5) และ (2-5) เขียนเส้นเผื่อการเข้าตะเข็บ Groove Seam โดยมี ขนาด 5 มิลลิเมตร ได้แผ่นคลี่ของชิ้นงาน รูปที่ 3.64 แสดงแผ่นคลี่ และ การเผื่อตะเข็บ