หัวข้อการเรียนรู้ที่ 2 งานเข้าขอบงานโลหะแผ่น
2.1 การเข้าขอบงาน
ผลิตภัณฑ์โลหะแผ่นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปมาจาโลหะแผ่นบาง จึงทาให้ผลิตภัณฑ์นั้นมี
น้าหนักเบาและบาง แต่เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีความแข็งแรง สามารถอยู่ในสภาพคงรูปได้ มีความ
คงทนในการใช้งาน จึงจาเป็นต้องมีการเข้าขอบของงานผลิตภัณฑ์ ซึ่งประโยชน์ของขอบงาน ก็จะมี
สามารถช่วยให้ผลิตภัณฑ์โลหะแผ่นไม่มีครีบและขอบที่แหลมคม ความแข็งแรงเพิ่มขึ้น และมีความ
สวยงาม
2.1.1 การม้วนขอบงาน (Rolled Edge) เป็นการม้วนขอบของผลิตภัณฑ์ให้เป็น
วงกลม โดยไม่มีลวด ทาให้ขอบของชิ้นงานมีความแข็งแรงพอสมควร และมีความสวยงาม ปัจจุบัน
นิยมผลิตมาจากโรงงานอุตสาหกรรม การม้วนด้วยมืออาจจะทาได้ยากและต้องระมัดระวังเป็นอย่าง
มาก และใช้ความประณีต เนื่องจากอาจจะเกิดการย่นหรือบุบได้ง่าย การเผื่อระยะการม้วนขอบมีการ
เผื่อเช่นเดียวกับการเข้าขอบลวด
สูตรหาระยะเผื่อการม้วนขอบ
กาหนดให้ Diameter (D) หมายถึง เส้นผ่าศูนย์กลางของลวด
2.1.2 การเข้าขอบลวด (Wired Edge) เป็นการม้วนขอบของชิ้นงานที่มีลวดอยู่
ภายใน เหมาะสาหรับชิ้นงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง และทนต่อการรับแรงกระแทกได้ดี การเข้า
ขอบลวดสามารถกระทาได้ด้วยมือและเครื่องจักร เช่น ถังน้า กระป๋อง หม้อก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น ระยะ
เผื่อในการเข้าขอบลวด ขึ้นอยู่กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลวดที่ใช้ สูตรในการหาระยะ ดังนี้
สูตรการหาระยะเผื่อการเข้าขอบลวด หรือ
กาหนดให้ Diameter (D) คือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นลวด
หมายเหตุ ถ้าแผ่นโลหะหนาเกินเบอร์ 24 ให้ใช้สูตร
A = 2
𝟏
𝟐
D
A = 2
𝟏
𝟐
D A = 2.5 × D
A = 2
𝟑
𝟒
D
รูปที่ 4.18 แสดงลักษณะการเข้าขอบลวด
ตัวอย่าง จงหาระยะเผื่อของชิ้นงานการเข้าขอบลวด ซึ่งใช้ลวดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4
มิลลิเมตร
วิธีทา สูตรการหาระยะเผื่อการเข้าขอบลวด A = 2.5 × D
แทนค่า A = 2.5 × 4
A = 10 มิลลิเมตร
เพราะฉะนั้น ระยะเผื่อม้วนขอบลวดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลวด 10 มิลลิเมตร
2.1.3 การเสริมขอบด้วยเหล็กเส้นแบน (Flat Iron Edge) เป็นการนาเหล็กเส้นมาเสริม
บริเวณขอบของชิ้นงาน เหมาะสาหรับชิ้นงานที่มีขอบปากกว้าง หรือมีขนาดใหญ่ เช่น ถังน้า ถังน้ามัน
เป็นต้น ซึ่งมีความแข็งแรงสูง ทนต่อแรงกระแทกขณะขนย้ายได้ดี มีการเผื่อระยะการม้วนขอบ
สูตรในการหาระยะเผื่อ
กาหนดให้ W (Wide) หมายถึง ความกว้างของเหล็กเส้นแบน
T (Thickness) หมายถึง ความหนาของเหล็กเส้นแบน
รูปที่ 4.19 แสดงลักษณะการเสริมขอบด้วยเหล็กเส้นแบน
A = W + 2T
ตัวอย่าง ต้องการพับขอบด้วยเหล็กเส้นแบนขนาด 12 มิลลิเมตร หนา 3 มิลลิเมตร
วิธีทา สูตรหาระยะเผื่อ A = W + 2T
แทนค่า A = 12 + (2×3)
A = 18 มิลลิเมตร
เพราะฉะนั้น ระยะเผื่อในการม้วนขอบ เท่ากับ 18 มิลลิเมตร
2.1.4 การเสริมขอบด้วยเหล็กฉาก (Angle Bar Edge) เป็นการนาเหล็กฉากมา
เสริมขอบของชิ้นงาน โดยในการพับขอบของชิ้นงานมาหุ้มเหล็กฉาก ซึ่งจะให้ความแข็งแรงสูงกว่าขอบ
งานชนิดอื่นๆ ใช้สาหรับการชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น ถังสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่
เป็นต้น
สูตรการหาระยะเผื่อการเสริมขอบด้วยเหล็กฉาก
กาหนดให้ A = ระยะการเผื่อ W = ความกว้างของแขนฉาก T = ความหนาของเหล็กฉาก
รูปที่ 4.20 แสดงลักษณะการการเสริมขอบด้วยเหล็กฉาก
ตัวอย่าง ต้องการเสริมขอบด้วยเหล็กฉากขนาด 1 × 1 นิ้ว (25.4 × 25.4 มิลลิเมตร) หนา 3
มิลลิเมตร
วิธีทา หาระยะเผื่อ A = 1
2
1
W + T
แทนค่า = 1.5 × (25.4 + 3)
= 42.6 มิลลิเมตร
เพราะฉะนั้น ระยะในการเผื่อ เท่ากับ 42.6 มิลลิเมตร
A = 1 ½ W + T
2.1.5 การเข้าขอบลวด มี 2 วิธี คือ การเข้าขอบลวดด้วยมือ และการเข้าขอบลวดด้วย
เครื่อง
1) การเข้าขอบลวดด้วยมือ ผู้ปฏิบัติงานต้องพับขอบของชิ้นงานให้ตั้งฉาก
เสียก่อน ซึ่งอาจจะพับด้วยมือหรือด้วยเครื่องพับก็ได้ จากนั้นจึงใช้ส่วนหางของค้อนย้าตะเข็บ ทาการ
เคาะขอบที่พับไว้ให้แนบลงไปตามผิวของขอบลวด ซึ่งมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้
- ใช้ค้อนเคาะพับขอบตั้งฉากกับแท่นขึ้นรูป (Hon Stake)
- วางลวดลงตรงมุมฉากของชิ้นงาน
- เคาะพับขอบของชิ้นงานให้แนบลงบนลวด
- เคาะให้ขอบชิ้นงานจิกลงไปตามผิวโค้งของลวด ตลอดแนวเคาะตกแต่งให้
สวยงาม
- การเข้าขอบลวดที่เสร็จสมบูรณ์
2) การเข้าขอบลวดด้วยเครื่อง (Wire Edge by Machine) การเข้าขอบลวด
ด้วยเครื่อง จะพับขอบของชิ้นงานด้วยเครื่องพับก่อน จากนั้นจึงนาไปเม้มขอบให้หุ้มลวดด้วยเครื่องขึ้น
ขอบ (Burring Machine) ซึ่งมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้
- พับขอบด้วยเครื่องพับ
- นาลวดสอดไว้ในด้านใน
- กดปลายขอบของแผ่นโลหะด้วยเครื่องขึ้นขอบ
- การเข้าขอบลวดที่สมบูรณ์
2.2 การพับขอบงาน
งานผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปด้วยโลหะแผ่นบาง จาเป็นต้องพับขอบงาน เพื่อให้เกิดความสวยงาม
ไม่มีขอบมุม ที่แหลมคม ผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรง คงทน คงรูปได้นาน มีอายุการใช้งานนาน การพับ
ขอบงานผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปแล้ว เพื่อพับเพิ่มความแข็งแรงและงานผลิตภัณฑ์มีความสวยงาม
2.2.1 การพับขอบชั้นเดียว (Single Hem) เป็นการออกแบบในการพับขอบงาน เพื่อ
เพิ่มความแข็งแรงให้กับผลิตภัณฑ์ และเพิ่มความปลอดภัยกับผู้ใช้งาน เหมาะสาหรับผลิตภัณฑ์ขนาด
เล็ก ซึ่งไม่ต้องการความแข็งแรงมาก การพับขอบชั้นเดียวก็เพียงพอต่อโครงสร้าง และการใช้งานของ
ผลิตภัณฑ์นี้แล้ว
สูตรการหาระยะเผื่อของการพับขอบชั้นเดียว
กาหนดให้ A (Allowance) = ระยะเผื่อของตะเข็บ
W (Width) = ความกว้างของตะเข็บที่ต้องการ
A = W
รูปที่ 4.21 แสดงลักษณะการพับขอบชั้นเดียว
2.2.2 การพับขอบสองชั้น (Double Hem) เป็นการพับขอบต่อเนื่องมาจากการพับ
ขอบชั้นเดียว โดยการเผื่อขอบของงานเป็น 2 เท่า และทาการพับ 2 ครั้ง ซึ่งการพับขอบสองชั้นนี้
เหมาะสาหรับผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดโตกว่า หรือต้องการความแข็งแรงมากกว่าการพับขอบชั้นเดียว
ระยะเผื่อเท่ากับสองเท่าของของการพับขอบ
สูตรการหาระยะเผื่อของของการพับขอบ
กาหนดให้ A (Allowance) = ระยะเผื่อของตะเข็บ
W (Width) = ความกว้างของตะเข็บที่ต้องการ
รูปที่ 4.22 แสดงลักษณะการพับขอบงานสองชั้น
A = 2W
ตัวอย่าง การพับขอบงานสองชั้น (Double Hem) ต้องการตะเข็บความกว้าง 5 มิลลิเมตร
หาระยะเผื่อของการพับตะเข็บสองชั้นได้ ดังนี้
วิธีทา จาก สูตรการหาระยะเผื่อของตะเข็บสองชั้น A = 2W
แทนค่า A = 2 × 5
A = 10 มิลลิเมตร
เพราะฉะนั้น ระยะเผื่อของตะเข็บในการพับขอบ เท่ากับ 10 มิลลิเมตร
2.2.3 การพับปีกชั้นเดียว (Single Flange) เป็นการพับขอบชนิดหนึ่งในงานโลหะ
แผ่น ช่วยให้ขอบของผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรงมากขึ้น เหมาะสาหรับผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะสี่เหลี่ยม
สูตรระยะเผื่อการพับปีกชั้นเดียว
กาหนดให้ A (Allowance) = ระยะเผื่อของตะเข็บ
W (Width) = ความกว้างของตะเข็บที่ต้องการ
2.2.4 การพับปีกสองชั้น (Double Flange) เป็นการพับของชิ้นงานต่อจากการพับปีก
ชั้นเดียว ซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่าการพับปีกชั้นเดียว
สูตรระยะเผื่อการพับปีกชั้นเดียว
กาหนดให้ A (Allowance) = ระยะเผื่อของตะเข็บ
W (Width) = ความกว้างของตะเข็บที่ต้องการ
A = W
A = 2W

402

  • 1.
    หัวข้อการเรียนรู้ที่ 2 งานเข้าขอบงานโลหะแผ่น 2.1การเข้าขอบงาน ผลิตภัณฑ์โลหะแผ่นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปมาจาโลหะแผ่นบาง จึงทาให้ผลิตภัณฑ์นั้นมี น้าหนักเบาและบาง แต่เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีความแข็งแรง สามารถอยู่ในสภาพคงรูปได้ มีความ คงทนในการใช้งาน จึงจาเป็นต้องมีการเข้าขอบของงานผลิตภัณฑ์ ซึ่งประโยชน์ของขอบงาน ก็จะมี สามารถช่วยให้ผลิตภัณฑ์โลหะแผ่นไม่มีครีบและขอบที่แหลมคม ความแข็งแรงเพิ่มขึ้น และมีความ สวยงาม 2.1.1 การม้วนขอบงาน (Rolled Edge) เป็นการม้วนขอบของผลิตภัณฑ์ให้เป็น วงกลม โดยไม่มีลวด ทาให้ขอบของชิ้นงานมีความแข็งแรงพอสมควร และมีความสวยงาม ปัจจุบัน นิยมผลิตมาจากโรงงานอุตสาหกรรม การม้วนด้วยมืออาจจะทาได้ยากและต้องระมัดระวังเป็นอย่าง มาก และใช้ความประณีต เนื่องจากอาจจะเกิดการย่นหรือบุบได้ง่าย การเผื่อระยะการม้วนขอบมีการ เผื่อเช่นเดียวกับการเข้าขอบลวด สูตรหาระยะเผื่อการม้วนขอบ กาหนดให้ Diameter (D) หมายถึง เส้นผ่าศูนย์กลางของลวด 2.1.2 การเข้าขอบลวด (Wired Edge) เป็นการม้วนขอบของชิ้นงานที่มีลวดอยู่ ภายใน เหมาะสาหรับชิ้นงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง และทนต่อการรับแรงกระแทกได้ดี การเข้า ขอบลวดสามารถกระทาได้ด้วยมือและเครื่องจักร เช่น ถังน้า กระป๋อง หม้อก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น ระยะ เผื่อในการเข้าขอบลวด ขึ้นอยู่กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลวดที่ใช้ สูตรในการหาระยะ ดังนี้ สูตรการหาระยะเผื่อการเข้าขอบลวด หรือ กาหนดให้ Diameter (D) คือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นลวด หมายเหตุ ถ้าแผ่นโลหะหนาเกินเบอร์ 24 ให้ใช้สูตร A = 2 𝟏 𝟐 D A = 2 𝟏 𝟐 D A = 2.5 × D A = 2 𝟑 𝟒 D
  • 2.
    รูปที่ 4.18 แสดงลักษณะการเข้าขอบลวด ตัวอย่างจงหาระยะเผื่อของชิ้นงานการเข้าขอบลวด ซึ่งใช้ลวดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 มิลลิเมตร วิธีทา สูตรการหาระยะเผื่อการเข้าขอบลวด A = 2.5 × D แทนค่า A = 2.5 × 4 A = 10 มิลลิเมตร เพราะฉะนั้น ระยะเผื่อม้วนขอบลวดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลวด 10 มิลลิเมตร 2.1.3 การเสริมขอบด้วยเหล็กเส้นแบน (Flat Iron Edge) เป็นการนาเหล็กเส้นมาเสริม บริเวณขอบของชิ้นงาน เหมาะสาหรับชิ้นงานที่มีขอบปากกว้าง หรือมีขนาดใหญ่ เช่น ถังน้า ถังน้ามัน เป็นต้น ซึ่งมีความแข็งแรงสูง ทนต่อแรงกระแทกขณะขนย้ายได้ดี มีการเผื่อระยะการม้วนขอบ สูตรในการหาระยะเผื่อ กาหนดให้ W (Wide) หมายถึง ความกว้างของเหล็กเส้นแบน T (Thickness) หมายถึง ความหนาของเหล็กเส้นแบน รูปที่ 4.19 แสดงลักษณะการเสริมขอบด้วยเหล็กเส้นแบน A = W + 2T
  • 3.
    ตัวอย่าง ต้องการพับขอบด้วยเหล็กเส้นแบนขนาด 12มิลลิเมตร หนา 3 มิลลิเมตร วิธีทา สูตรหาระยะเผื่อ A = W + 2T แทนค่า A = 12 + (2×3) A = 18 มิลลิเมตร เพราะฉะนั้น ระยะเผื่อในการม้วนขอบ เท่ากับ 18 มิลลิเมตร 2.1.4 การเสริมขอบด้วยเหล็กฉาก (Angle Bar Edge) เป็นการนาเหล็กฉากมา เสริมขอบของชิ้นงาน โดยในการพับขอบของชิ้นงานมาหุ้มเหล็กฉาก ซึ่งจะให้ความแข็งแรงสูงกว่าขอบ งานชนิดอื่นๆ ใช้สาหรับการชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น ถังสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เป็นต้น สูตรการหาระยะเผื่อการเสริมขอบด้วยเหล็กฉาก กาหนดให้ A = ระยะการเผื่อ W = ความกว้างของแขนฉาก T = ความหนาของเหล็กฉาก รูปที่ 4.20 แสดงลักษณะการการเสริมขอบด้วยเหล็กฉาก ตัวอย่าง ต้องการเสริมขอบด้วยเหล็กฉากขนาด 1 × 1 นิ้ว (25.4 × 25.4 มิลลิเมตร) หนา 3 มิลลิเมตร วิธีทา หาระยะเผื่อ A = 1 2 1 W + T แทนค่า = 1.5 × (25.4 + 3) = 42.6 มิลลิเมตร เพราะฉะนั้น ระยะในการเผื่อ เท่ากับ 42.6 มิลลิเมตร A = 1 ½ W + T
  • 4.
    2.1.5 การเข้าขอบลวด มี2 วิธี คือ การเข้าขอบลวดด้วยมือ และการเข้าขอบลวดด้วย เครื่อง 1) การเข้าขอบลวดด้วยมือ ผู้ปฏิบัติงานต้องพับขอบของชิ้นงานให้ตั้งฉาก เสียก่อน ซึ่งอาจจะพับด้วยมือหรือด้วยเครื่องพับก็ได้ จากนั้นจึงใช้ส่วนหางของค้อนย้าตะเข็บ ทาการ เคาะขอบที่พับไว้ให้แนบลงไปตามผิวของขอบลวด ซึ่งมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้ - ใช้ค้อนเคาะพับขอบตั้งฉากกับแท่นขึ้นรูป (Hon Stake) - วางลวดลงตรงมุมฉากของชิ้นงาน - เคาะพับขอบของชิ้นงานให้แนบลงบนลวด - เคาะให้ขอบชิ้นงานจิกลงไปตามผิวโค้งของลวด ตลอดแนวเคาะตกแต่งให้ สวยงาม - การเข้าขอบลวดที่เสร็จสมบูรณ์ 2) การเข้าขอบลวดด้วยเครื่อง (Wire Edge by Machine) การเข้าขอบลวด ด้วยเครื่อง จะพับขอบของชิ้นงานด้วยเครื่องพับก่อน จากนั้นจึงนาไปเม้มขอบให้หุ้มลวดด้วยเครื่องขึ้น ขอบ (Burring Machine) ซึ่งมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้ - พับขอบด้วยเครื่องพับ - นาลวดสอดไว้ในด้านใน - กดปลายขอบของแผ่นโลหะด้วยเครื่องขึ้นขอบ - การเข้าขอบลวดที่สมบูรณ์ 2.2 การพับขอบงาน งานผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปด้วยโลหะแผ่นบาง จาเป็นต้องพับขอบงาน เพื่อให้เกิดความสวยงาม ไม่มีขอบมุม ที่แหลมคม ผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรง คงทน คงรูปได้นาน มีอายุการใช้งานนาน การพับ ขอบงานผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปแล้ว เพื่อพับเพิ่มความแข็งแรงและงานผลิตภัณฑ์มีความสวยงาม 2.2.1 การพับขอบชั้นเดียว (Single Hem) เป็นการออกแบบในการพับขอบงาน เพื่อ เพิ่มความแข็งแรงให้กับผลิตภัณฑ์ และเพิ่มความปลอดภัยกับผู้ใช้งาน เหมาะสาหรับผลิตภัณฑ์ขนาด เล็ก ซึ่งไม่ต้องการความแข็งแรงมาก การพับขอบชั้นเดียวก็เพียงพอต่อโครงสร้าง และการใช้งานของ ผลิตภัณฑ์นี้แล้ว สูตรการหาระยะเผื่อของการพับขอบชั้นเดียว กาหนดให้ A (Allowance) = ระยะเผื่อของตะเข็บ W (Width) = ความกว้างของตะเข็บที่ต้องการ A = W
  • 5.
    รูปที่ 4.21 แสดงลักษณะการพับขอบชั้นเดียว 2.2.2การพับขอบสองชั้น (Double Hem) เป็นการพับขอบต่อเนื่องมาจากการพับ ขอบชั้นเดียว โดยการเผื่อขอบของงานเป็น 2 เท่า และทาการพับ 2 ครั้ง ซึ่งการพับขอบสองชั้นนี้ เหมาะสาหรับผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดโตกว่า หรือต้องการความแข็งแรงมากกว่าการพับขอบชั้นเดียว ระยะเผื่อเท่ากับสองเท่าของของการพับขอบ สูตรการหาระยะเผื่อของของการพับขอบ กาหนดให้ A (Allowance) = ระยะเผื่อของตะเข็บ W (Width) = ความกว้างของตะเข็บที่ต้องการ รูปที่ 4.22 แสดงลักษณะการพับขอบงานสองชั้น A = 2W
  • 6.
    ตัวอย่าง การพับขอบงานสองชั้น (DoubleHem) ต้องการตะเข็บความกว้าง 5 มิลลิเมตร หาระยะเผื่อของการพับตะเข็บสองชั้นได้ ดังนี้ วิธีทา จาก สูตรการหาระยะเผื่อของตะเข็บสองชั้น A = 2W แทนค่า A = 2 × 5 A = 10 มิลลิเมตร เพราะฉะนั้น ระยะเผื่อของตะเข็บในการพับขอบ เท่ากับ 10 มิลลิเมตร 2.2.3 การพับปีกชั้นเดียว (Single Flange) เป็นการพับขอบชนิดหนึ่งในงานโลหะ แผ่น ช่วยให้ขอบของผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรงมากขึ้น เหมาะสาหรับผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะสี่เหลี่ยม สูตรระยะเผื่อการพับปีกชั้นเดียว กาหนดให้ A (Allowance) = ระยะเผื่อของตะเข็บ W (Width) = ความกว้างของตะเข็บที่ต้องการ 2.2.4 การพับปีกสองชั้น (Double Flange) เป็นการพับของชิ้นงานต่อจากการพับปีก ชั้นเดียว ซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่าการพับปีกชั้นเดียว สูตรระยะเผื่อการพับปีกชั้นเดียว กาหนดให้ A (Allowance) = ระยะเผื่อของตะเข็บ W (Width) = ความกว้างของตะเข็บที่ต้องการ A = W A = 2W