ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




             การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




         1. แบงตามสมัย
                1.1 สมัยกอนประวัติศาสตร (700,000 -
         1400 ป ลวงมาแลว) แบงเปนยุคหิน , ยุคโลหะ พบ
         หลักฐานทางโบราณคดีทั่วทุกภูมิภาคของไทย
              1.2 สมัยประวัติศาสตร ทําบันทึกเปนลาย
         ลักษณอักษรเปนครั้งแรก
         ดินแดนที่เปนประเทศไทยเขาสูสมัยประวัติศาสตร
         เมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ 12 โดยใชอายุของจารึกที่
         พบทีปราสาทเขานอย จังหวัดสระแกว เปนเกณฑ
               ่
         กําหนด เพราะปรากฎศักราชชัดเจน ตรงกับ พ.ศ.
         1180                                                                            ปราสาทเขานอย
                                                                    http://www.mapculture.org/mambo/images/stori
                                                                    es/place_sakaeo/normal_dsc01498.jpg




                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




            2. แบงตามอาณาจักร
                  - สมัยทวารวดี
                  - สมัยละโว (ลพบุรี)
                  - สมัยศรีวิชัย
                  - สมัยตามพรลิงค




                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




       3. แบงตามราชธานี
             - สมัยสุโขทัย
             - สมัยอยุธยา
             - สมัยธนบุรี
             - สมัยรัตนโกสินทร




                                                     สุโขทัย
                                                               http://www.thaitourzone.com/north/prae/sukhothai/uthistory.JPG




                                                                                 พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




             4. แบงตามราชวงศ เชน
             สมัยราชวงศพระรวง , ราชวงศอูทอง




                                                                         พระเจาอูทอง
                                                      http://kanchanapisek.or.th/kp8/ayy/ayy20101.gif


                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




     5. แบงตามรัชกาล
            - สมัยพอขุนรามคําแหง
            - สมัยสมเด็จพระนารายณมหาราช
            - รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว




                                                                                         สมเด็จพระนารายณมหาราช
                                                     http://www.212cafe.com/freeguestbook/user_gbook/puys/picture/00018.jpg




                                                           พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




          6. แบงตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
             - สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย
             - สมัยประชาธิปไตย
          การเทียบเหตุการณสําคัญทางประวัติศาสตร
          ตัวอยางแสดงลําดับเหตุการณสําคัญในประวัติศาสตรไทย

          ชวงเวลา                       เหตุการณสําคัญ
          พุทธศตวรรษ 18-21(พ.ศ1792-2006) ชวงอาณาจักรสุโขทัย
          พ.ศ. 1826 พอขุนรามคําแหงมหาราชทรงประดิษฐอักษรไทย
          พุทธศตวรรษที่ 19-24 (พ.ศ. 1893- 2310) ชวงอาณาจักรอยุธยา
          พ.ศ. 2006 สุโขทัยตกเปนเมืองขึ้นของอยุธยา
                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                                       แหลงอารยธรรม
                                    สมัยกอนประวัติศาสตร
                                    ในดินแดนประเทศไทย


                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย



          1. ยุคหินเกา
              หลักฐานเครื่องมือทําดวยหินกะเทาะ ซึ่งดร.แวน ฮิกเกอเรน ( Van Hockren )
          ชางฮอลันดา พบที่ฝงแมน้ําแควนอย อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ทําให
          สันนิษฐานไดวา เคยมีมนุษยยุคหินเกาอาศัยอยูในบริเวณแถบนั้นมาแลว แต
              เนื่องจากยังไมมีผูขุดพบโครงกระดูกของมนุษยยุคหินเกาในดินแดนประเทศไทย
          จึงไมอาจทราบแนนอนวามนุษยในยุคนั้นมีรูปรางเปนอยางไร การสันนิษฐานตอง
          อาศัยการเทียบเคียงกับรูปรางหนาตาของมนุษยยุคหินเกาที่มีผูขุดพบในประเทศจีน
          และที่เกาะชวา ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งนักโบราณคดี ไดตั้งชื่อวา มนุษยปกกิ่ง
          และมนุษยชวา ตามลําดับ ถาหากถือเอารูปรางหนาตาของมนุษยตามนั้น มนุษยยุค
          หินเกาในประเทศไทยในระยะแรกคงเริ่มตนและมีลักษณะคลายกับมนุษย
          วานร ตอมาจึงคอยๆมีวิวัฒนาการไปตามลําดับจนเปนมนุษยในยุคปจจุบัน สําหรับ
          ความเปนอยูนั้น มนุษยยุคหินเกา ชอบอาศัยอยูตามถ้ํา และยังชีพอยูดวยการลาสัตว
          เก็บผลหมากรากไมเปนอาหารประทังชีวิต

                                                         พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย



                                                                                                        หลุมขุดคนทางโบราณคดี อยูริม
                                                                                                        แมน้ําแควนอยนอกกําแพงเมือง
                                                                                                        ทางดานทิศใต ในหลุมขุดคนพบ
                                                                                                        โครงกระดูกสี่โครง และเครื่องมือ
                                                                                                        เครื่องใช ทั้งภาชนะสําริด ดินเผา
                                                                                                        เครื่องมือเหล็ก สรอยคอทําดวย
                                                                                                        ลูกปดหินและลูกปดแกว รวมทั้ง
                                                                                                        พบแกลบขาวติดอยูที่ขวานสําริด
                                                                                                        ขางศพดวย นักโบราณคดี
                                                                                                        สันนิษฐานวาบริเวณนี้นาจะเปนที่
                                                                                                        ฝงศพของมนุษยยุคกอน
                                                                                                        ประวัติศาสตรในราว 2,000 ป
                                                                                                        กอน
         http://www.tourdoi.com/webboard2/board_1/images/104110-220804-Sv300010.jpg
                                                                                                        (ขอมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไป
                                                                                                        กับ"นายรอบรู" กาญจนบุร)
                                                                                                                             ี


                                                                                      พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย


          2. ยุคหินกลาง
               คณะนักวิชาการไทย - เดนมารก ขุดคนพบโครงกระดูกของมนุษยยุคหินกลาง
          ไดที่ ถ้ําพระ อําเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ.2505 นอกจากนี้ยังพบ
          เครื่องมือหินและเครื่องปนดินเผาอีกหลายแหงในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี
          ลพบุรี แมฮองสอน และเชียงราย ทําใหสามารถทราบเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย
          ยุคหินกลางในประเทศไทยไดมากขึ้น
               ศาสตราจารยชิน อยูดี นักโบราณคดีที่มีชื่อเลียงของไทยคนหนึ่ง ไดใหขอ
          สันนิษฐานวา จากการสํารวจคนควาที่ตีพิมพในหนังสือ "สมัยกอนประวัติศาสตร
          ในประเทศไทย" วา มนุษยในยุคหินกลางมีจํานวนมากกวามนุษยยุคหินเกา และ
          ยังมีเครื่องมือเครื่องใชดีกวายุคหินเกา กลาวคือ นอกจากมีเครื่องมือเครื่องใช
          ที่ทําดวยหินแลวยังรูจักนําเปลือกหอยมาใช รูจักทําภาชนะเครื่องปนดินเผาเปน
          หมอ จาน ชาม หมอน้ํา เปนตน เศษเครื่องปนดินเผาที่พบที่ถ้ําผี อําเภอเมือง
          จังหวัดแมฮองสอน ปรากฏวามีลักษณะผิวเรียบเปนมัน นับเปนเครื่องปนดินเผา
          ที่เกาแกที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต
                                                         พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย


          โครงกระดูกของมนุษยยุคหินกลางไดที่ ถ้ําพระ อําเภอไทรโยค
          จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ.2505




                                                     http://picdb.thaimisc.com/s/shalawan/1108-14.jpg




                                                                                       พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย


        3. ยุคหินใหม มีการสํารวจพบโครงกระดูกมนุษยและเครื่องมือเครื่องใชในยุคหิน
       ในที่ตางๆ หลายจังหวัด โดยเฉพาะอยางยิ่งทีบานเกา อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
                                                  ่
       นับเปนหลักฐานที่สําคัญมาก โครงกระดูกที่พบแสดงใหเห็นวามนุษยในยุคนี้มีความสูง
       อยูประมาณ 150 เซนติเมตร - 167 เซนติเมตร สวนเครื่องมือที่มําเคึรื่องมือดวย
       กระดูก เปนปลายหอก ลูกศร และเข็ม เครื่องมือที่มําดวยดินเผา เปนหมอ จาน
       กระสุนกลมดินเผา เปนตนจากหลักฐานเครื่องมือเครื่องใชที่พบ ทําใหสันนิษฐานไดวา
       มนุษยยุคหินใหมกระจายอยูหลายแหงมนดินแดนประเทศไทย บางพวกยังคงอาศัยอยู
       ในถ้ํา แตบางพวกก็ออกมาอาศัยอยูนอกถ้ํารูจักทําเครื่องประดับตกแตงรางกายเชน
       เอาเปลือหอยมาทําลูกปด กําไลหิน กําไลกระดูก เปนตน
             เมื่อมีคนตายญาติจะนําเอาศพไปฝงในหลุมสี่เหลี่ยมผืนผา ไมใสโลง จัดศพใหนอน
       อยูในทานอนหงาย แขนทั้งสองวางแนบกับราง จัดการขุดพบโครงกระดูกหลายๆ โครง
       พบวามีการฝงศพโดยหันศีรษะไปทางทิศตางๆ แตไมพบโครงกระดูกใดหันศีรษะไป
       ทางทิศตะวันตก โดยวางเครื่องปนดินเผาไวเหนือศีรษะที่ปลายเทา และที่เหนือเขา
       ใสสิ่งของเครื่องใชเครื่องประดับลงไปในหลุมดวย
                                                      พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




          สุวรรณภูมิยุคดึกดําบรรพ
                 แผนดินของโลกเมื่อหลายพันลานปมาแลว ในยุคดึกดําบรรพนั้นพบวา
          แผนดินแหลมทองหรือสุวรรณภูมิที่ตั้งของประเทศไทยในปจจุบันนี้ เคยเปนแหลง
          ที่มีการวิวัฒนาการของพืชและสัตวยุคดึกดําบรรพเชนเดียวกับแผนดินดึกดําบรรพ
          ในแหลงอื่นของโลก
                การสํารวจทางธรณีวิทยาพบวา แผนดินบริเวณแหลมทองและอาวไทยนั้น เปน
          แหลงน้ํามันและกาซเหลวอยูใตพื้นทะเล เนื่องจากมีการขุดพบแหลงน้ํามันดิบและ
          กาซในพื้นที่ดังกลาว คือ พบแหลงน้ํามันดิบที่อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม แหลง
          น้ํามันดิบที่แหลงสิริกิติ์ อําเภอลานกระบือ จังหวัดกําแพงเพชร แหลงกาซธรรมชาติ
          ที่อําเภอน้ําพอง จังหวัดขอนแกน และแหลงกาซธรรมชาติอยูใตทะเลกลางอาว
          ไทย เปนตน

         http://www.watyarn.net.nz/Siam_History/siam_history_001.htm


                                                                       พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                 ดังนั้นแผนดินสุวรรณภูมิ จึงเปนแผนดินของโลกที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง
            โดยการระเบิดของภูเขาไฟที่พนลาวา หรือพื้นผิวโลกเกิดไหวตัวอยางรุนแรง จน
            พืชและสัตวดึกดํา บรรพบนผิวโลกนั้นตกลงไปอยูใตดินและเกิดการทับถมกัน
            ขึ้น แลวสรรพสิ่งตางๆที่ถมทับอยูนานนับเปนลานลานปก็เกิดแรงกดดันอัดแนน
            จากการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก จนทําใหซากสิ่งมีชีวิตนั้นเปลี่ยนสภาพเปนกาซ
            ธรรมชาติและหลอมเหลวเปนน้ํามันดิบฝงอยูใตดินเปนเวลาหลายพันลานปตอมา
                 ปจจุบันบริเวณดังกลาว ไดมีการขุดเจาะพื้นดินเพื่อนําเอาทรัพยากรที่อยูใต
            ดินขึ้นมาใชเปนเชื้อเพลิง ใชผลิตพลังไฟฟาและวัตถุดิบในอุตสาหกรรมตางๆอีก
            มากมาย



         http://www.watyarn.net.nz/Siam_History/siam_history_001.htm


                                                                       พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย


        สมัยหินเกา (Palaeolithic Period หรือ Old Stone Age)
                                     ราว 500,000-100,000 ป
            แหลงมนุษยกอนประวัติศาสตรยุคนี้ พบวามีอยูหลายแหงโดยเฉพาะกลุมมนุษย
       กอนประวัติศาสตรยุคหินเกานั้นไดมีการรวมตัวกันเปนกลุมเล็กๆประมาณกลุมละ
       30-300 คน มนุษยกลุมนี้พากันดํารงชีวิตดวยการลาสัตว เก็บเผือกมันและผลไมเปน
       อาหาร ใชรากไม-ใบไม รักษาการเจ็บปวย ไมรูจักทําไรไถนาปลูกพืช ไมรูจักทํา
       เครื่องปนดินเผา ไมรูจักการเลี้ยงสัตว ไมมีภาษาเขียน มนุษยบางกลุมไมรูจักการใชไฟ
       รูจักที่จะนํากระดูกสัตวและหินมากระเทาะดานเดียวอยางหยาบ ๆ มาเปนเครื่องมือสับ
       ตัด โดยยังไมรูจักขัดถูใหประณีต ดังจะเห็นไดจากขวานหินกําปน
       (First Axes) เปนขวานหินประเภทกระเทาะ รูจักทําเข็มเย็บหนังสัตวจากกระดูก
       สัตว บางครั้งมนุษยยุคหินเกานี้ไดสวนใหญอาศัยถ้ําและเพิงผาเปนที่พก หรือเรรอน
                                                                               ั
       พเนจรหากินไปตามลําธาร ซอกเขาตาง ๆ ที่มีอาหารอุดมสมบูรณ โดยไมปลูกสราง
       บานเรือนถาวร เมื่อที่ใดไมมีแหลงอาหารหมด ก็จะเคลื่อนยายไปแหลงอาหารใหม
       เรื่อยไป เมื่อตายลงก็จะนําศพไปฝงไมไกลจากถิ่นที่อยู
                                                           พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย


         เมื่อ พ.ศ.2526-2530 คณะสํารวจไดสํารวจพบหลักฐาน
     ที่แสดงวา แผนดินสุวรรณภูมิมีมนุษยยุคหินตอนตนคือ
     โฮโมซาเปยน (Homosapien) ตั้งหลักแหลงอยูแลว
     มนุษยยุคนี้มีอายุระหวาง 37,000-27,350 ป
         ในครั้งนั้น ศาสตราจารย ดักลาส แอนเดอรสัน
     (Dr. Douglas Anderson) นักมานุษยวิทยาโบราณคดีจาก
     มหาวิทยาลัยบราวน ประเทศสหรัฐอเมริกา ไดรวมกับ
                                                                               http://1.bp.blogspot.com/_lsVYPRfo2ks/
     กรมศิลปากร ทําการขุดคนทางโบราณคดี พบเครื่องมือหิน                        Ry8-
                                                                               luy1kPI/AAAAAAAAAAM/kuigZORVCwI

     กระเทาะ ถานจากเตาไฟ เครื่องปนดินเผา กระดูกสัตว
                                                                               /s320/Neanderthal_2D.jpg



     เผาไฟ และรองรอยของการอยูอาศัยของมนุษยยุค
     ไพลสโตซีน (Plistocence) อยูในถ้ําหลังโรงเรียน
     (Lang Rongrean) อยูที่บานทับปริก อําเภอเมือง
     จังหวัดกระบี่ หรือเพิงผาหินปูน เปนมนุษยยุคเดียว
     กับมนุษยโครมันยองที่พบในฝรั่งเศส               http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/oldcity/krabi29.jpg
                                                       พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย

          ตอมาพ.ศ.2534 ดร.สุรินทร ภูขจร นักโบราณคดีไทยไดสํารวจพบเครื่องมือหิน
       กะเทาะและรองรอยการอยูอาศัย ของมนุษยโบราณยุคไพลสโตซีน ในถ้ําหมอเขียว
       ตําบลกระบี่นอย อําเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เชนเดียวกันไดมีการนําสิ่งที่คนพบไป
       ทดสอบอายุดวยรังสีนิวเคลียรที่สหรัฐอเมริกา พบวามีอายุกวาสี่หมื่นป




                    www.openbase.in.th/.../u10/prapayneethai1256.jpg

                                                                       พัhttp://www.openbase.in.th/files/u10/prapayneethai1256.jpg
                                                                         ฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย



     สมัยหินกลาง (Mesolithic Period) อายุ 10,000-7,000 ป
         มนุษยกอนประวัติศาสตรที่อยูในสมัยหินกลางนั้น รูจักทําเครื่องมือหิน ฝมือประณีต
     กวาสมัยหินเกา เครื่องมือหินนั้นไดมีการกระเทาะคมหินทั้งสองดานสําหรับใชงาน
     แตกตางกันและยังรูจักขัดตัวขวานหินใหเรียบ นอกจากนี้ยังมีการนําเอากระดูกสัตว
     กางปลา และเปลือกหอยมาใชเปนเครื่องมือ เชน หัวธนู หอก ฉมวก และยังรูจักทํา
     เครื่องประดับจากเปลือกหอย กระดูกสัตว เชน กําไล จี้ สรอยคอ ตุมหู
         มนุษยสมัยนี้ชอบอาศัยอยูในถ้ําที่สูง และเพิงผาใกลหวยลําธารแมน้ํา เดินทางเรรอน
     ไปตามที่ตาง ๆ หากินดวยการลาสัตวเชน หมู กวาง หมี ลิง หนู หอยกาบ ปู ปลา เตา
     โดยยังไมรูจักการเลี้ยงสัตวเก็บผลไมใบไมมากินเปนอาหาร รูจักขุดตนไมทําเปนเรือ
     และหาปลาเกงกวามนุษยในสมัยหินเกา เมื่อมนุษยตายลงญาติจะนําศพฝงใตที่อยูที่พัก
     ซึ่งมีวิธีฝงในลักษณะนอนหงาย งอเขาขึ้นมาถึงคาง บางศพการใสเครื่องมือ (ขวานหิน)
     และเครื่องประดับ จี้หอยคอ อยูขางศพดวย

                                                        พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




             มนุษยพวกนี้รูจักกอไฟและหุงหาอาหาร พักกินอยูในถ้ํา มีการเพาะปลูก สะสม
        อาหารและเก็บพืชมากักตุนเปนอาหาร เชน ขาว ทอ สมอไทย สมอพิเภก หมาก ถั่ว
        แขก ถั่วลันเตา น้ําเตา แตงกวา และลาสัตวมาเก็บและปรุงเปนอาหาร ซึ่งการขุดคน
        เรื่องราวกอนประวัติศาสตรในพื้นที่หลายแหงนั้นไดสํารวจพบซากพืชและสัตว เชน
        วัวปา และแรด ซึ่งเปนสัตวที่มีอายุราว 9,000 ป ในถ้ําผี (Spirit Cave) จังหวัด
        แมฮองสอน เปนหลักฐานที่ทําใหสันนิษฐานวา มนุษยกอนประวัติศาสตรยุคหมื่นปที่
        แลวมานั้นรูจักหาพืชและสัตวเปนอาหาร




                                                       พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




            สําหรับแหลงของมนุษยกอนประวัติศาสตรสมัยหินกลางนั้น ไดมีการสํารวจ
        พบเรื่องราวแลวหลายแหงในดินแดนสุวรรณภูมิ ทีถ้ําพระ อําเภอไทรโยค จังหวัด
                                                         ่
        กาญจนบุรี ในถ้ําจันเด อําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในถ้ําใกลสถานีวังโพ
        ตําบลลุมสุม อําเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ในถ้ําองบะ อําเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัด
        กาญจนบุรี ในถ้ําผี และถ้ําอื่น ๆ บริเวณ อําเภอเมือง จังหวัดแมฮองสอน ในถ้ํา
        งวงชาง อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม บริเวณอําเภอเขายอยและอําเภอเมืองจังหวัด
        เพชรบุรี และที่ถ้ําพระงาม จังหวัดสระบุรี เปนตน
            สวนแหลงมนุษยกอนประวัติศาสตรในประเทศตางๆแถบเอเชียอาคเนยนน      ั้
        ไดสํารวจพบในบริเวณที่เรียกวา ฮัวบินเฮียนหรือโหบิเนียน หรือจังหวัดฮัวบินห
        ในเวียดนามแลว ยังสํารวจพบในพื้นที่ภาคเหนือของเวียดนาม ลาว ฟลิปปนส
        เกาะฟอรโมซา และฝงตะวันออกของเกาะสุมาตรา อีก


                                                       พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย



         สมัยหินใหม (Neolithic Period หรือ New Stone Age)
                              อายุราว 7,000-5,000 ป
              มนุษยกอนประวัติศาสตรสมัยหินใหมนิยมที่จะเลือกที่อยูตามริมแมน้ํา หรือ
         บริเวณเชิงเขาและที่ราบสูงที่น้ําทวมไมถึง มากกวาการเดินทางเรรอนหรืออาศัยอยู
         ตามถ้ําเหมือนสมัยหินเกา มนุษยสมัยนี้รูจักการทําขวานหินขัดเรียบชนิดมีบาหรือ
         ขวานฟาที่มีฝมือประณีต แทนเครื่องมือหินกระเทาะอยางหยาบแบบสมัยหินเกา
         รูจักนําไมหรือเขาสัตวมาทําเปนดามผูกติดกับขวานหิน รูจักการ เพาะปลูกขาวสาลี
         ขาวเจา ทําไรและปลูกตนไม รูจักทําเครื่องปนดินเผาชนิดสีดําขัดมัน เปนภาชนะ
         รูปแบบตางๆเชนหมอ ไห ชาม จาน ภาชนะบางชิ้นทําเปนภาชนะดินเผามีสามขา
         และเจาะรูระบายความรอน รูจักการใชเชือกทาบทําลวดลายบนเครื่องปนดินเผา
         แตยังไมรูวิธีหลอมโลหะเปนเครื่องมือเครื่องใช มนุษยสมัยนี้รูจักนําหินขัดและ
         เปลือกหอยกาบ เปลือกหอยแครง มาทําเปนอาวุธเชนหัวหอก หัวลูกศร มีด เคียว
         และรูจักทําเครื่องประดับ เชนกําไล แหวน ลูกปด หวี ตุมหู และ ปนปกผม
                                                         พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                สมัยนี้มนุษยไดเรียนรูการปรุงอาหาร ดวยวิธีการจุดชุดไฟเพื่อใชเผา ปง อบ
          อาหารใหสุกกอนกิน มีการนําสัตวมาเลี้ยงเชน หมา หมู แพะ แกะ ไก และ วัว
          ควาย และการหาปลาโดยใชเบ็ดเกี่ยวเหยื่อลอและฉมวก รูจักวิธีขุดตนไมเปนเรือ
          รูจักการทอผาและทําเข็มเย็บหนังหรือผาจากกระดูกสัตว รูจักการสรางที่อยูเปน
          แบบกระทอมดิน มุงหลังคาดวยใบไมและทํากําแพงลอมรอบหมูบานซึ่งมีการ
          รวมกลุมคนเพื่ออยูรวมกันราวพันคน คนกลุมนี้อายุไมยืน เพราะจากการตรวจ
          โครงกระดูกในหลุมฝงศพไดพบวามีมนุษยอายุประมาณ 30-40 ป เสียชีวิตเปน
          จํานวนมาก จากการศึกษาฟนของโครงกระดูกของมนุษยกอนประวัติศาสตร
          พบวามนุษยสมัยนี้รูจักการถอนฟน และแตงฟน แลว




                                                          พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย


           สําหรับแหลงอารยธรรมที่สําคัญในแถบตะวันออกนั้นคือ ประเทศจีน และดินแดน
       แหลมทองหรือสุวรรณภูมิ
           การสํารวจเรื่องราวกอนประวัติศาสตรของมนุษยสมัยหินใหม ในแผนดินไทยได
       พบวามีอยูหลายแหง แหลงโบราณคดีนี้สวนใหญพบโครงกระดูกและเครื่องมือหินชนิด
       ขวานหินขัด ที่เรียกกันวาขวานฟา ซึ่งพบจํานวนมากที่จังหวัดกาญจนบุรี ไดแกแหลง
       สํารวจที่
           - บานเกา ตําบลจระเขเผือก อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่ กองผสมเทียม
       กรมการสัตวทหารบก ใกลโรงงานกระดาษกาญจนบุรี
           - ถ้ําเขาสามเหลี่ยม อําเภอเมือง
           - บริเวณริมหวยแมงลัก หวยหิน และใกลแมน้ําแควนอย เปนตน
           นอกจากนี้ยังสํารวจพบแหลงโบราณคดีในพื้นที่จังหวัดตางๆ ทั่วประเทศ เชน
           - จังหวัดราชบุรีพบที่บานหนองแชเสา ตําบลหินกอง อําเภอเมืองราชบุรี
           - จังหวัดนครสวรรคพบที่ ตําบลกลางแดด อําเภอเมืองนครสวรรค
           - จังหวัดลพบุรพบที่ บานโคกเจริญ ตําบลมะกอกหวาน อําเภอไชยบาดาล
                           ี
                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




           - จังหวัดสุราษฎรธานีพบที่ ถ้ําเบื้องแบบ อําเภอคิรีรัฐนิคม
           - จังหวัดกระบี่พบกระดูกสัตวเผาไฟ สําหรับเปนอาหารและขวานหินที่เขาขนาบน้ํา
      ถ้ําสระ เพิงผาหนาชิง ถ้ําเสือ และที่คลองทอม
           - จังหวัดอุบลราชธานี พบที่ผาแตม อําเภอโขงเจียม แหลงภาพเขียนสรบนเพิงผา
           - จังหวัดประจวบคิรีขันธพบขวานหิน โครงกระดูก และหมอดินเผา ในถ้ํา ที่ บาน
      วลัย อําเภอหนองพลับ อําเภอหัวหิน




                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




              สําหรับแหลงโบราณคดีที่บานโคกพนมดี อําเภอพนัสนิคม จังหวัดฉะเชิงเทรา
         นั้นไดมีการพบเปลือกหอยแครงและหอยทะเลจํานวนมาก อัดซอนอยูในชั้น
         ดิน เปนหลักฐานที่แสดงวาสถานที่นั้นเคยเปนทะเลมากอน และยังพบเศษภาชนะ
         ดินเผาลายเชือกทาบ ขวานหิน ลูกปด และกําไลขอมือหิน ที่แสดงถึงอารยธรรม
         ของคนสมัยหินที่เชื่อมตอมาถึงสมัยโลหะ นับเปนแหลงที่มนุษยใชทํามาหากินอยู
         ตามชายฝงทะเล เมื่อ 2,500 ปแลว




                                                      พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




            สําหรับแผนดินภาคใตของประเทศไทยเมื่อประมาณ 3,000-5,000 ปที่ผานมา
       นั้น ไดพบวามีมนุษยกอนประวัติศาสตรอาศัยอยูเชนเดียวกัน ซึ่งพบหลักฐานวา
       มนุษยสมัยนั้นไดอาศัยอยูใน
            - ถ้ําผีหัวโต หรือถ้ําหัวกะโหลก อําเภออาวลึก จังหวัดกระบี่
            - ถ้ําเขาเขียน และ เขาระยา ที่ตําบลเกาะปนหยี อําเภอเมือง จังหวัดพังงา
       พบภาพเขียนสียุคกอนประวัติศาสตรในถ้ําดังกลาว มีภาพเขียนเปนรูปมือ คน ปลา
       กุง นก วัว แพะ ตะกวด และภาพเขียนเปนลายเรขาคณิต รูปสัตวบางรูปเขียนแบบ
       เอกซเรยใส ขีดเปนเสนเหมือนกระดูกหรือกางปลา




                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




               ภาพเขียนลักษณะเชนนี้พบอีกหลายแหงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่
         ถ้ําผามือแดง เขาจอมนาง บานทาสมปอย ตําบลศรีบุญเรือง อําเภอเมือง จังหวัด
         มุกดาหาร ทีถ้ําฝามือ บานหินลอง ตําบลภูเวียง จังหวัดขอนแกน ถ้ํามือแดงและ
                       ่
         ถ้ําผาแตมจังหวัดนครพนม ที่เขาจันทรงาม ตําบลลาดบัวขาว อําเภอสีคิ้ว จังหวัด
         นครราชสีมา ที่ผาฆอง ถ้ําลายแทง ภูผานกเคา อําเภอภูกระดึง จังหวัดเลย
         ที่ภูถ้ํามโหฬาร จังหวัดเลย ที่ถ้ําลายมือ ภูผาผึ้ง ใกลบานหวยมวง ตําบลหนองหาง
         อําเภอกุฉินารายณ จังหวัดกาฬสินธุ ถ้ําคน วัดพระพุทธบาทบัวบก ถ้ําลาย
         ถ้ําโนนเสาเอ อําเภอบานผือ จังหวัดอุดรธานี และภาพเขียนที่หนาผาบนเขาปลารา
         อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี




                                                        พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




         นอกจากนี้ยังสํารวจพบภาพทรงเรขาคณิตจําหลักบนหินทรายผนังถ้ํา ที่ผา
     กระดานเลข เขาผาแดง อําเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก และถ้ํามึ่ม ตําบล
     โนนสัง จังหวัดอุดรธานี พบภาพมือแดง เตา ปลาและสัตวตาง ๆ อายุกวา 3,000
     ป ที่ผาแตม ภูผาขาม บานกุม ตําบลหวยไผ อําเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
     ในภาคกลาง พบภาพเขียนสีที่ถ้ํารูปเขาเขียว ตําบลลุมสุม อําเภอไทรโยค จังหวัด
     กาญจนบุรี เปนตน




                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




             ภาชนะดินเผาสมัยหินใหม คือหมอดินเผาสามขาโบราณ (Tripods) นั้นพบใน
          ประเทศไทยที่แหลงโบราณคดีบานเกา กาญจนบุรี มีอายุระหวาง 4,000-
          3,300 ป มีรูปแบบคลายคลึงกับภาชนะดินเผาที่พบในบริเวณลุงชานนอยด
          (Lungshanoid) ในจีน
             และมีการพบชิ้นสวนของหมอสามขา ที่เขาขนาบน้ํา อําเภอเมือง จังหวัด
          กระบี่ ที่ถ้ํากาซี อําเภอคิรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎรธานี ถ้ําเขาปนะ อําเภอเมือง
          จังหวัดตรัง และ เขารักเกียรติ อําเภอรัตตภูมิ จังหวัดสงขลาอีกดวย เปน
          หลักฐานที่แสดงถึงอารยธรรมที่มีการเดินทางมาจากแหลงเดียวกันหรือมี
          ความคิดสรางตรงกัน




                                                           พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




       สมัยโลหะ (METAL AGE) อายุ 5,000-3,000 ป
             มนุษยกอนประวัติศาสตรสมัยโลหะนั้น เปนสมัยที่มนุษยรูจักนําเอาแรธาตุโลหะ
       ขึ้นมาจากดินและสกัดจากหินมาถลุงหลอมใช เชน เหล็ก ทองแดง รูจักที่จะนําโลหะ
       หลายชนิด มาหลอมรวมกันดวยความรอนจนเกิดเปนโลหะชนิดใหมที่มีคุณสมบัติดขึ้น          ี
       กวาเดิม คือ สําริด (ปจจุบันใชคําวา สัมฤทธิ์ ) ซึ่งเปนโลหะผสมของทองแดง 85 %
       กับดีบุก 15 % และอาจมีตะกั่วปนแทรกเขาไปในบางครั้ง
             คุณสมบัติของสําริดนั้น ทําใหมนุษยสามารถนํามาหลอหรือทุบตีเปนเครื่องมือ
       สําริดไดดีกวา เหล็กที่ใชอยูเดิม เครื่องมือสําริดจึงมีรูปลักษณะแตกตางกันเชนขวาน
       ทําเปนบองสําหรับใสดาม หอก กําไล เบ็ด ใบหอก ถวยหรือขัน และกลองมโหระทึก
       ที่มีการสรางตัวกบซอนกันและทําลวดลายบนตัวกลอง ถือเปนโลหะสําคัญที่ใชสราง
       เครื่องมือเครื่องใชสําหรับบุคคลสําคัญของชุมชน ซึ่งจะพบวามีการทําลวดลายกําไล
       เครื่องประดับสําริดเชน แหวน ลุกกระพรวน ตุมหู เปนตน

                                                         พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




             สวนเครื่องมือที่ทําจากเหล็กนั้น ยังนิยมใชอยูโดยการถลุงแรเหล็กแลวนํามา
         ทําเปนเครื่องมือเครื่องใช โดยตรงเชน ใบหอก ดาบ มีด ขวาน ซึ่งมีคุณสมบัติ
         แข็งแกรงกวาสําริด และเหมาะสําหรับใชงานลาสัตวมากกวา
             มนุษยสมัยโลหะนิยมการฝงศพ โดยใหหันหัวไปทางทิศเหนือนอนหงายเหยียด
         ตรง รูจักขุดหลุมสรางบานใตถุนสูง มีหลักแหลงที่อยูคอนขางถาวรไมเดินทาง
         รอนเรเหมือนมนุษยสมัยเครื่องมือหิน รูจักเก็บเมล็ดพันธสําหรับเพาะปลูกขาวและ
         ปลูกฝายในที่ลุม รูจักการทอผา การหลอสําริด ทําลูกปดจากหินเปนเครื่องประดับ
         ทําเครื่องปนมีลวดลายเขียนสีสําหรับใชในพิธีฝงศพ รูจักเลี้ยงสัตวสําหรับใชงาน
         และเปนอาหาร




                                                         พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




              แหลงที่เปนถิ่นฐานของมนุษยสมัยใชเครื่องมือโลหะในแผนดินไทยนัน พบวามีอยู
                                                                              ้
       หลายแหง ไดแก แหลงโบราณคดีในจังหวัดกาญจนบุรพบโครงกระดูกของมนุษยที่มี
                                                                ี
       อาวุธ กลองสัมริดและเครื่องประดับที่ทําดวยสําริด และพบโลงศพที่ขุดตนไมเปนรูปเรือ
       ที่ถ้ําองบะ อําเภอศรีสวัสดิ์ และบานดอนตาเพชร อําเภอพนมทวน (อายุราว 4,000
       ป)
              จังหวัดลพบุรีพบแหลงถลุงเหล็กและทองแดงโบราณหลอขนาดใหญ ที่บานโคก
       เจริญ บานทาแค บานโนนปาหวาย โนนหมากลา นิลกําแหง เขาวงพระจันทร บานถลุง
       เหล็ก บานดีลัง และที่อางเก็บน้ําพิบูลสงคราม ซึ่งอยูในบริเวณศูนยการทหารปนใหญ
       ลพบุรี




                                                       พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                 จังหวัดอุดรธานีพบโครงกระดูก ภาชนะดินเผาลายเขียนสี เครื่องใชทําดวย
            สําริดและเหล็ก ที่บานเชียง อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี โดยไดพบที่ฝงศพ
            บริเวณใตถุนบานหรือในบริเวณเดียวกับบาน มีภาชนะดินเผาลายเขียนสี และ
            เครื่องมือเครื่องใชทําดวยสําริดและเหล็ก อยูในที่ฝงศพ พบกระดูกสัตวตาง ๆ
            กวา ๖๐ พันธ เชนปลา กบ เตา หอย วัว ควาย เสือและเกง เปนตน




                                                        พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย



        จังหวัดสกลนคร พบกําไล หัวลูกศร ขวานและกระดึงสําริดที่บานดอนธงชัยและบาน
    พันนา อําเภอสวางแดนดิน
        จังหวัดหนองคายพบแหลงแรทองแดงที่ภูโลน ริมแมน้ําโขง อําเภอสังคม
        จังหวัดมุกดาหารพบกลองมโหระทึกสําริด อายุราว 2,000 ป ที่บานดอนตาล อําเภอ
    ดอนตาล
        จังหวัดขอนแกนพบโครงกระดูกมนุษยจํานวน 217 โครง และเครื่องประดับเครื่องใช
    ทําจากสําริดผสมดีบุก เชน กําไล ตุมหู ขวานมีบอง และเบาหลอมสําริดทําจากหินทราย
    อายุราว 4,500 ป ที่โนนนกทา ตําบลบานโคก อําเภอภูเวียง (มีแหลงทําสําริดโบราณ
    อายุราว 5,000 ป)
        จังหวัดเชียงใหม พบที่ ถ้ํางวงชาง อําเภอเชียงดาว
        จังหวัดราชบุรีพบที่บานโคกพลับ ตําบลโพธิ์หัก อําเภอบางแพ
        นอกจากแหลงสําริดดังกลาวแลวยังพบเครื่องมือรูปพราทําดวยสําริดทีจังหวัดนาน
                                                                          ่
    พบขวานสําริดที่จังหวัดเลย และพบกลองมโหระทึกสําริดที่บานชีทวน อุบลราชธานี
                                                     พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




       เครื่องมือหินกะเทาะ เปนขวานหินในชั้นวัฒนธรรมที่ 1 ซึ่งใชกันในยุคหินเกาตอนปลาย เครื่องมือ
       สะเก็ดหิน และสะเก็ดหิน เครื่องมือหินเหลานี้ใชลาสัตว และใชเปนเครื่องมือเพื่อทําเครื่องมือลาสัตว
       อื่น ๆ เชน ไมซาง หรือขอเลา - ลูกดอก ตลอดถึงเครื่องดักจับสัตวตาง ๆ อันเปนเครื่องมือไม
                                                     203.144.136.10/.../nation/oldcity/trang3.htm


                                                                                          พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                เศษภาชนะดินเผาหมอสามขา จากถ้ําเขาปนะ ถ้ําเขาสามบาตร แสดงอารยธรรมมนุษย
                ยุคกอนประวัติศาสตร วามีการหุงตมใหสุกกอนบริโภค
                                                     203.144.136.10/.../nation/oldcity/trang3.htm



                                                                                         พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




            เครื่องมือหินโบราณที่ "ดอยภูซาง" ปรากฏหลักฐานเมื่อพบเครื่องมือหินกระเทาะแบบหยาบ ๆ
            ในสมัยหินเกาจากบริเวณเสาดิน บานน้ําหก ต.เชียงของ อ.นานอย และบานดูใต ต.ดูใต อ.เมือง
            ซึ่งนักโบราณคดี อายุราว 2 แสนถึง 7 พันป
                                                     www.lannacorner.net/lanna/pic/29150-2.jpg


                                                                                          พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                                                     ขวานสําริดสมัยกอนประวัติศาสตร
                                                     ยุคสําริด, อายุ 2,500-4,000 ป
                      http://3.bp.blogspot.com/_t8dZJ1ykJqk/SgNRZwGqIaI/AAAAAAAABnI/eMjDcA0kU0w/s1600-h/P1020803+(Large).JPG

                                                                                   พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                                         หลุมขุดคนบานโพธิ์ศรีใน บานเชียง อุดรธานี
                                                     3.bp.blogspot.com/.../s400/P1020803+(Large).JPG




                                                                                          พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                                หลักฐานทางโบราณคดีที่พบจากการขุดคนทางโบราณคดีบานโนนวัด
                                            http://3.bp.blogspot.com/_t8dZJ1ykJqk/SgZ9TNu-
                                            anI/AAAAAAAABrQ/ceyB8XXHsXk/s1600-h/bannonwat-6249.JPG
                                                                                    พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                                                     เครื่องมือหินกระเทาะ ยุคหินเกา
                                                        http://pratimavcharkarn.blogspot.com



                                                                                        พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




       ผาแตม เมื่อดูจากแมน้ําโขง จะเห็นเปนหนาผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ ในบริเวณที่เปนหนาผา
       จะปรากฏภาพเขียนสีโบราณโดยฝมือมนุษยยุคกอนประวัติศาสตร เรียงรายตามความยาวของหนาผา
       ติดตอกันยาวประมาณ 180 เมตร มีไมต่ํากวา 300 ภาพ ซึ่งเปนจํานวนภาพเขียนสีโบราณ ที่มากที่สุด
       เทาที่เคยคนพบในประเทศไทยและในตางประเทศ
                                      http://www.sadood.boysabuy.com/scoop/data/upimages/top100/16_156_IMG_0689.jpg

                                                                                      พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                                          http://www.sadood.boysabuy.com/scoop/data/upimages/top100/IMG_6668.jpg



                                                                                        พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                                                                           http://www.voyagetravelmag.com/database/upload_files/what_going_on/%E
                                                                           0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B
                                                                           8%94%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%9
                                                                           A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E
                http://www.igetweb.com/www/multigroup/gallery/126262.jpg   0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87.jpg
                                                                                   พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย




                                                     http://www.igetweb.com/www/multigroup/gallery/126263.jpg



                                                                                       พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
ประวัติศาสตร  การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย

                แหลงที่มาของขอมูล
                203.144.136.10/.../nation/oldcity/
                http://1.bp.blogspot.com/
                http://3.bp.blogspot.com/
                http://kanchanapisek.or.th/
                http://picdb.thaimisc.com/
                http://pratimavcharkarn.blogspot.com
                http://th.wikipedia.org/wiki
                http://www.212cafe.com/freeguestbook/
                http://www.igetweb.com/
                http://www.igetweb.com/www/multigroup/
                http://www.lannacorner.net/
                http://www.mapculture.org/
                http://www.openbase.in.th/
                http://www.sadood.boysabuy.com/scoop/
                http://www.thaitourzone.com/north/prae/sukhothai/
                http://www.tourdoi.com/webboard2/
                http://www.voyagetravelmag.com/database/
                http://www.watyarn.net.nz/Siam_History/
                http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/

                                                                    พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร

03การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย

  • 1.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 2.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย 1. แบงตามสมัย 1.1 สมัยกอนประวัติศาสตร (700,000 - 1400 ป ลวงมาแลว) แบงเปนยุคหิน , ยุคโลหะ พบ หลักฐานทางโบราณคดีทั่วทุกภูมิภาคของไทย 1.2 สมัยประวัติศาสตร ทําบันทึกเปนลาย ลักษณอักษรเปนครั้งแรก ดินแดนที่เปนประเทศไทยเขาสูสมัยประวัติศาสตร เมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ 12 โดยใชอายุของจารึกที่ พบทีปราสาทเขานอย จังหวัดสระแกว เปนเกณฑ ่ กําหนด เพราะปรากฎศักราชชัดเจน ตรงกับ พ.ศ. 1180 ปราสาทเขานอย http://www.mapculture.org/mambo/images/stori es/place_sakaeo/normal_dsc01498.jpg พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 3.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย 2. แบงตามอาณาจักร - สมัยทวารวดี - สมัยละโว (ลพบุรี) - สมัยศรีวิชัย - สมัยตามพรลิงค พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 4.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย 3. แบงตามราชธานี - สมัยสุโขทัย - สมัยอยุธยา - สมัยธนบุรี - สมัยรัตนโกสินทร สุโขทัย http://www.thaitourzone.com/north/prae/sukhothai/uthistory.JPG พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 5.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย 4. แบงตามราชวงศ เชน สมัยราชวงศพระรวง , ราชวงศอูทอง พระเจาอูทอง http://kanchanapisek.or.th/kp8/ayy/ayy20101.gif พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 6.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย 5. แบงตามรัชกาล - สมัยพอขุนรามคําแหง - สมัยสมเด็จพระนารายณมหาราช - รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว สมเด็จพระนารายณมหาราช http://www.212cafe.com/freeguestbook/user_gbook/puys/picture/00018.jpg พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 7.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย 6. แบงตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง - สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย - สมัยประชาธิปไตย การเทียบเหตุการณสําคัญทางประวัติศาสตร ตัวอยางแสดงลําดับเหตุการณสําคัญในประวัติศาสตรไทย ชวงเวลา เหตุการณสําคัญ พุทธศตวรรษ 18-21(พ.ศ1792-2006) ชวงอาณาจักรสุโขทัย พ.ศ. 1826 พอขุนรามคําแหงมหาราชทรงประดิษฐอักษรไทย พุทธศตวรรษที่ 19-24 (พ.ศ. 1893- 2310) ชวงอาณาจักรอยุธยา พ.ศ. 2006 สุโขทัยตกเปนเมืองขึ้นของอยุธยา พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 8.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย แหลงอารยธรรม สมัยกอนประวัติศาสตร ในดินแดนประเทศไทย พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 9.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย 1. ยุคหินเกา หลักฐานเครื่องมือทําดวยหินกะเทาะ ซึ่งดร.แวน ฮิกเกอเรน ( Van Hockren ) ชางฮอลันดา พบที่ฝงแมน้ําแควนอย อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ทําให สันนิษฐานไดวา เคยมีมนุษยยุคหินเกาอาศัยอยูในบริเวณแถบนั้นมาแลว แต เนื่องจากยังไมมีผูขุดพบโครงกระดูกของมนุษยยุคหินเกาในดินแดนประเทศไทย จึงไมอาจทราบแนนอนวามนุษยในยุคนั้นมีรูปรางเปนอยางไร การสันนิษฐานตอง อาศัยการเทียบเคียงกับรูปรางหนาตาของมนุษยยุคหินเกาที่มีผูขุดพบในประเทศจีน และที่เกาะชวา ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งนักโบราณคดี ไดตั้งชื่อวา มนุษยปกกิ่ง และมนุษยชวา ตามลําดับ ถาหากถือเอารูปรางหนาตาของมนุษยตามนั้น มนุษยยุค หินเกาในประเทศไทยในระยะแรกคงเริ่มตนและมีลักษณะคลายกับมนุษย วานร ตอมาจึงคอยๆมีวิวัฒนาการไปตามลําดับจนเปนมนุษยในยุคปจจุบัน สําหรับ ความเปนอยูนั้น มนุษยยุคหินเกา ชอบอาศัยอยูตามถ้ํา และยังชีพอยูดวยการลาสัตว เก็บผลหมากรากไมเปนอาหารประทังชีวิต พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 10.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย หลุมขุดคนทางโบราณคดี อยูริม แมน้ําแควนอยนอกกําแพงเมือง ทางดานทิศใต ในหลุมขุดคนพบ โครงกระดูกสี่โครง และเครื่องมือ เครื่องใช ทั้งภาชนะสําริด ดินเผา เครื่องมือเหล็ก สรอยคอทําดวย ลูกปดหินและลูกปดแกว รวมทั้ง พบแกลบขาวติดอยูที่ขวานสําริด ขางศพดวย นักโบราณคดี สันนิษฐานวาบริเวณนี้นาจะเปนที่ ฝงศพของมนุษยยุคกอน ประวัติศาสตรในราว 2,000 ป กอน http://www.tourdoi.com/webboard2/board_1/images/104110-220804-Sv300010.jpg (ขอมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไป กับ"นายรอบรู" กาญจนบุร)  ี พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 11.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย 2. ยุคหินกลาง คณะนักวิชาการไทย - เดนมารก ขุดคนพบโครงกระดูกของมนุษยยุคหินกลาง ไดที่ ถ้ําพระ อําเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ.2505 นอกจากนี้ยังพบ เครื่องมือหินและเครื่องปนดินเผาอีกหลายแหงในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี แมฮองสอน และเชียงราย ทําใหสามารถทราบเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย ยุคหินกลางในประเทศไทยไดมากขึ้น ศาสตราจารยชิน อยูดี นักโบราณคดีที่มีชื่อเลียงของไทยคนหนึ่ง ไดใหขอ สันนิษฐานวา จากการสํารวจคนควาที่ตีพิมพในหนังสือ "สมัยกอนประวัติศาสตร ในประเทศไทย" วา มนุษยในยุคหินกลางมีจํานวนมากกวามนุษยยุคหินเกา และ ยังมีเครื่องมือเครื่องใชดีกวายุคหินเกา กลาวคือ นอกจากมีเครื่องมือเครื่องใช ที่ทําดวยหินแลวยังรูจักนําเปลือกหอยมาใช รูจักทําภาชนะเครื่องปนดินเผาเปน หมอ จาน ชาม หมอน้ํา เปนตน เศษเครื่องปนดินเผาที่พบที่ถ้ําผี อําเภอเมือง จังหวัดแมฮองสอน ปรากฏวามีลักษณะผิวเรียบเปนมัน นับเปนเครื่องปนดินเผา ที่เกาแกที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 12.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย โครงกระดูกของมนุษยยุคหินกลางไดที่ ถ้ําพระ อําเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ.2505 http://picdb.thaimisc.com/s/shalawan/1108-14.jpg พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 13.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย 3. ยุคหินใหม มีการสํารวจพบโครงกระดูกมนุษยและเครื่องมือเครื่องใชในยุคหิน ในที่ตางๆ หลายจังหวัด โดยเฉพาะอยางยิ่งทีบานเกา อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ่ นับเปนหลักฐานที่สําคัญมาก โครงกระดูกที่พบแสดงใหเห็นวามนุษยในยุคนี้มีความสูง อยูประมาณ 150 เซนติเมตร - 167 เซนติเมตร สวนเครื่องมือที่มําเคึรื่องมือดวย กระดูก เปนปลายหอก ลูกศร และเข็ม เครื่องมือที่มําดวยดินเผา เปนหมอ จาน กระสุนกลมดินเผา เปนตนจากหลักฐานเครื่องมือเครื่องใชที่พบ ทําใหสันนิษฐานไดวา มนุษยยุคหินใหมกระจายอยูหลายแหงมนดินแดนประเทศไทย บางพวกยังคงอาศัยอยู ในถ้ํา แตบางพวกก็ออกมาอาศัยอยูนอกถ้ํารูจักทําเครื่องประดับตกแตงรางกายเชน เอาเปลือหอยมาทําลูกปด กําไลหิน กําไลกระดูก เปนตน เมื่อมีคนตายญาติจะนําเอาศพไปฝงในหลุมสี่เหลี่ยมผืนผา ไมใสโลง จัดศพใหนอน อยูในทานอนหงาย แขนทั้งสองวางแนบกับราง จัดการขุดพบโครงกระดูกหลายๆ โครง พบวามีการฝงศพโดยหันศีรษะไปทางทิศตางๆ แตไมพบโครงกระดูกใดหันศีรษะไป ทางทิศตะวันตก โดยวางเครื่องปนดินเผาไวเหนือศีรษะที่ปลายเทา และที่เหนือเขา ใสสิ่งของเครื่องใชเครื่องประดับลงไปในหลุมดวย พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 14.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 15.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สุวรรณภูมิยุคดึกดําบรรพ แผนดินของโลกเมื่อหลายพันลานปมาแลว ในยุคดึกดําบรรพนั้นพบวา แผนดินแหลมทองหรือสุวรรณภูมิที่ตั้งของประเทศไทยในปจจุบันนี้ เคยเปนแหลง ที่มีการวิวัฒนาการของพืชและสัตวยุคดึกดําบรรพเชนเดียวกับแผนดินดึกดําบรรพ ในแหลงอื่นของโลก การสํารวจทางธรณีวิทยาพบวา แผนดินบริเวณแหลมทองและอาวไทยนั้น เปน แหลงน้ํามันและกาซเหลวอยูใตพื้นทะเล เนื่องจากมีการขุดพบแหลงน้ํามันดิบและ กาซในพื้นที่ดังกลาว คือ พบแหลงน้ํามันดิบที่อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม แหลง น้ํามันดิบที่แหลงสิริกิติ์ อําเภอลานกระบือ จังหวัดกําแพงเพชร แหลงกาซธรรมชาติ ที่อําเภอน้ําพอง จังหวัดขอนแกน และแหลงกาซธรรมชาติอยูใตทะเลกลางอาว ไทย เปนตน http://www.watyarn.net.nz/Siam_History/siam_history_001.htm พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 16.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย ดังนั้นแผนดินสุวรรณภูมิ จึงเปนแผนดินของโลกที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง โดยการระเบิดของภูเขาไฟที่พนลาวา หรือพื้นผิวโลกเกิดไหวตัวอยางรุนแรง จน พืชและสัตวดึกดํา บรรพบนผิวโลกนั้นตกลงไปอยูใตดินและเกิดการทับถมกัน ขึ้น แลวสรรพสิ่งตางๆที่ถมทับอยูนานนับเปนลานลานปก็เกิดแรงกดดันอัดแนน จากการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก จนทําใหซากสิ่งมีชีวิตนั้นเปลี่ยนสภาพเปนกาซ ธรรมชาติและหลอมเหลวเปนน้ํามันดิบฝงอยูใตดินเปนเวลาหลายพันลานปตอมา ปจจุบันบริเวณดังกลาว ไดมีการขุดเจาะพื้นดินเพื่อนําเอาทรัพยากรที่อยูใต ดินขึ้นมาใชเปนเชื้อเพลิง ใชผลิตพลังไฟฟาและวัตถุดิบในอุตสาหกรรมตางๆอีก มากมาย http://www.watyarn.net.nz/Siam_History/siam_history_001.htm พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 17.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สมัยหินเกา (Palaeolithic Period หรือ Old Stone Age) ราว 500,000-100,000 ป แหลงมนุษยกอนประวัติศาสตรยุคนี้ พบวามีอยูหลายแหงโดยเฉพาะกลุมมนุษย กอนประวัติศาสตรยุคหินเกานั้นไดมีการรวมตัวกันเปนกลุมเล็กๆประมาณกลุมละ 30-300 คน มนุษยกลุมนี้พากันดํารงชีวิตดวยการลาสัตว เก็บเผือกมันและผลไมเปน อาหาร ใชรากไม-ใบไม รักษาการเจ็บปวย ไมรูจักทําไรไถนาปลูกพืช ไมรูจักทํา เครื่องปนดินเผา ไมรูจักการเลี้ยงสัตว ไมมีภาษาเขียน มนุษยบางกลุมไมรูจักการใชไฟ รูจักที่จะนํากระดูกสัตวและหินมากระเทาะดานเดียวอยางหยาบ ๆ มาเปนเครื่องมือสับ ตัด โดยยังไมรูจักขัดถูใหประณีต ดังจะเห็นไดจากขวานหินกําปน (First Axes) เปนขวานหินประเภทกระเทาะ รูจักทําเข็มเย็บหนังสัตวจากกระดูก สัตว บางครั้งมนุษยยุคหินเกานี้ไดสวนใหญอาศัยถ้ําและเพิงผาเปนที่พก หรือเรรอน ั พเนจรหากินไปตามลําธาร ซอกเขาตาง ๆ ที่มีอาหารอุดมสมบูรณ โดยไมปลูกสราง บานเรือนถาวร เมื่อที่ใดไมมีแหลงอาหารหมด ก็จะเคลื่อนยายไปแหลงอาหารใหม เรื่อยไป เมื่อตายลงก็จะนําศพไปฝงไมไกลจากถิ่นที่อยู พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 18.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย เมื่อ พ.ศ.2526-2530 คณะสํารวจไดสํารวจพบหลักฐาน ที่แสดงวา แผนดินสุวรรณภูมิมีมนุษยยุคหินตอนตนคือ โฮโมซาเปยน (Homosapien) ตั้งหลักแหลงอยูแลว มนุษยยุคนี้มีอายุระหวาง 37,000-27,350 ป ในครั้งนั้น ศาสตราจารย ดักลาส แอนเดอรสัน (Dr. Douglas Anderson) นักมานุษยวิทยาโบราณคดีจาก มหาวิทยาลัยบราวน ประเทศสหรัฐอเมริกา ไดรวมกับ http://1.bp.blogspot.com/_lsVYPRfo2ks/ กรมศิลปากร ทําการขุดคนทางโบราณคดี พบเครื่องมือหิน Ry8- luy1kPI/AAAAAAAAAAM/kuigZORVCwI กระเทาะ ถานจากเตาไฟ เครื่องปนดินเผา กระดูกสัตว /s320/Neanderthal_2D.jpg เผาไฟ และรองรอยของการอยูอาศัยของมนุษยยุค ไพลสโตซีน (Plistocence) อยูในถ้ําหลังโรงเรียน (Lang Rongrean) อยูที่บานทับปริก อําเภอเมือง จังหวัดกระบี่ หรือเพิงผาหินปูน เปนมนุษยยุคเดียว กับมนุษยโครมันยองที่พบในฝรั่งเศส http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/oldcity/krabi29.jpg พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 19.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย ตอมาพ.ศ.2534 ดร.สุรินทร ภูขจร นักโบราณคดีไทยไดสํารวจพบเครื่องมือหิน กะเทาะและรองรอยการอยูอาศัย ของมนุษยโบราณยุคไพลสโตซีน ในถ้ําหมอเขียว ตําบลกระบี่นอย อําเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เชนเดียวกันไดมีการนําสิ่งที่คนพบไป ทดสอบอายุดวยรังสีนิวเคลียรที่สหรัฐอเมริกา พบวามีอายุกวาสี่หมื่นป www.openbase.in.th/.../u10/prapayneethai1256.jpg พัhttp://www.openbase.in.th/files/u10/prapayneethai1256.jpg ฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 20.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สมัยหินกลาง (Mesolithic Period) อายุ 10,000-7,000 ป มนุษยกอนประวัติศาสตรที่อยูในสมัยหินกลางนั้น รูจักทําเครื่องมือหิน ฝมือประณีต กวาสมัยหินเกา เครื่องมือหินนั้นไดมีการกระเทาะคมหินทั้งสองดานสําหรับใชงาน แตกตางกันและยังรูจักขัดตัวขวานหินใหเรียบ นอกจากนี้ยังมีการนําเอากระดูกสัตว กางปลา และเปลือกหอยมาใชเปนเครื่องมือ เชน หัวธนู หอก ฉมวก และยังรูจักทํา เครื่องประดับจากเปลือกหอย กระดูกสัตว เชน กําไล จี้ สรอยคอ ตุมหู มนุษยสมัยนี้ชอบอาศัยอยูในถ้ําที่สูง และเพิงผาใกลหวยลําธารแมน้ํา เดินทางเรรอน ไปตามที่ตาง ๆ หากินดวยการลาสัตวเชน หมู กวาง หมี ลิง หนู หอยกาบ ปู ปลา เตา โดยยังไมรูจักการเลี้ยงสัตวเก็บผลไมใบไมมากินเปนอาหาร รูจักขุดตนไมทําเปนเรือ และหาปลาเกงกวามนุษยในสมัยหินเกา เมื่อมนุษยตายลงญาติจะนําศพฝงใตที่อยูที่พัก ซึ่งมีวิธีฝงในลักษณะนอนหงาย งอเขาขึ้นมาถึงคาง บางศพการใสเครื่องมือ (ขวานหิน) และเครื่องประดับ จี้หอยคอ อยูขางศพดวย พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 21.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย มนุษยพวกนี้รูจักกอไฟและหุงหาอาหาร พักกินอยูในถ้ํา มีการเพาะปลูก สะสม อาหารและเก็บพืชมากักตุนเปนอาหาร เชน ขาว ทอ สมอไทย สมอพิเภก หมาก ถั่ว แขก ถั่วลันเตา น้ําเตา แตงกวา และลาสัตวมาเก็บและปรุงเปนอาหาร ซึ่งการขุดคน เรื่องราวกอนประวัติศาสตรในพื้นที่หลายแหงนั้นไดสํารวจพบซากพืชและสัตว เชน วัวปา และแรด ซึ่งเปนสัตวที่มีอายุราว 9,000 ป ในถ้ําผี (Spirit Cave) จังหวัด แมฮองสอน เปนหลักฐานที่ทําใหสันนิษฐานวา มนุษยกอนประวัติศาสตรยุคหมื่นปที่ แลวมานั้นรูจักหาพืชและสัตวเปนอาหาร พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 22.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สําหรับแหลงของมนุษยกอนประวัติศาสตรสมัยหินกลางนั้น ไดมีการสํารวจ พบเรื่องราวแลวหลายแหงในดินแดนสุวรรณภูมิ ทีถ้ําพระ อําเภอไทรโยค จังหวัด ่ กาญจนบุรี ในถ้ําจันเด อําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในถ้ําใกลสถานีวังโพ ตําบลลุมสุม อําเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ในถ้ําองบะ อําเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัด กาญจนบุรี ในถ้ําผี และถ้ําอื่น ๆ บริเวณ อําเภอเมือง จังหวัดแมฮองสอน ในถ้ํา งวงชาง อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม บริเวณอําเภอเขายอยและอําเภอเมืองจังหวัด เพชรบุรี และที่ถ้ําพระงาม จังหวัดสระบุรี เปนตน สวนแหลงมนุษยกอนประวัติศาสตรในประเทศตางๆแถบเอเชียอาคเนยนน ั้ ไดสํารวจพบในบริเวณที่เรียกวา ฮัวบินเฮียนหรือโหบิเนียน หรือจังหวัดฮัวบินห ในเวียดนามแลว ยังสํารวจพบในพื้นที่ภาคเหนือของเวียดนาม ลาว ฟลิปปนส เกาะฟอรโมซา และฝงตะวันออกของเกาะสุมาตรา อีก พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 23.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สมัยหินใหม (Neolithic Period หรือ New Stone Age) อายุราว 7,000-5,000 ป มนุษยกอนประวัติศาสตรสมัยหินใหมนิยมที่จะเลือกที่อยูตามริมแมน้ํา หรือ บริเวณเชิงเขาและที่ราบสูงที่น้ําทวมไมถึง มากกวาการเดินทางเรรอนหรืออาศัยอยู ตามถ้ําเหมือนสมัยหินเกา มนุษยสมัยนี้รูจักการทําขวานหินขัดเรียบชนิดมีบาหรือ ขวานฟาที่มีฝมือประณีต แทนเครื่องมือหินกระเทาะอยางหยาบแบบสมัยหินเกา รูจักนําไมหรือเขาสัตวมาทําเปนดามผูกติดกับขวานหิน รูจักการ เพาะปลูกขาวสาลี ขาวเจา ทําไรและปลูกตนไม รูจักทําเครื่องปนดินเผาชนิดสีดําขัดมัน เปนภาชนะ รูปแบบตางๆเชนหมอ ไห ชาม จาน ภาชนะบางชิ้นทําเปนภาชนะดินเผามีสามขา และเจาะรูระบายความรอน รูจักการใชเชือกทาบทําลวดลายบนเครื่องปนดินเผา แตยังไมรูวิธีหลอมโลหะเปนเครื่องมือเครื่องใช มนุษยสมัยนี้รูจักนําหินขัดและ เปลือกหอยกาบ เปลือกหอยแครง มาทําเปนอาวุธเชนหัวหอก หัวลูกศร มีด เคียว และรูจักทําเครื่องประดับ เชนกําไล แหวน ลูกปด หวี ตุมหู และ ปนปกผม พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 24.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สมัยนี้มนุษยไดเรียนรูการปรุงอาหาร ดวยวิธีการจุดชุดไฟเพื่อใชเผา ปง อบ อาหารใหสุกกอนกิน มีการนําสัตวมาเลี้ยงเชน หมา หมู แพะ แกะ ไก และ วัว ควาย และการหาปลาโดยใชเบ็ดเกี่ยวเหยื่อลอและฉมวก รูจักวิธีขุดตนไมเปนเรือ รูจักการทอผาและทําเข็มเย็บหนังหรือผาจากกระดูกสัตว รูจักการสรางที่อยูเปน แบบกระทอมดิน มุงหลังคาดวยใบไมและทํากําแพงลอมรอบหมูบานซึ่งมีการ รวมกลุมคนเพื่ออยูรวมกันราวพันคน คนกลุมนี้อายุไมยืน เพราะจากการตรวจ โครงกระดูกในหลุมฝงศพไดพบวามีมนุษยอายุประมาณ 30-40 ป เสียชีวิตเปน จํานวนมาก จากการศึกษาฟนของโครงกระดูกของมนุษยกอนประวัติศาสตร พบวามนุษยสมัยนี้รูจักการถอนฟน และแตงฟน แลว พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 25.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สําหรับแหลงอารยธรรมที่สําคัญในแถบตะวันออกนั้นคือ ประเทศจีน และดินแดน แหลมทองหรือสุวรรณภูมิ การสํารวจเรื่องราวกอนประวัติศาสตรของมนุษยสมัยหินใหม ในแผนดินไทยได พบวามีอยูหลายแหง แหลงโบราณคดีนี้สวนใหญพบโครงกระดูกและเครื่องมือหินชนิด ขวานหินขัด ที่เรียกกันวาขวานฟา ซึ่งพบจํานวนมากที่จังหวัดกาญจนบุรี ไดแกแหลง สํารวจที่ - บานเกา ตําบลจระเขเผือก อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่ กองผสมเทียม กรมการสัตวทหารบก ใกลโรงงานกระดาษกาญจนบุรี - ถ้ําเขาสามเหลี่ยม อําเภอเมือง - บริเวณริมหวยแมงลัก หวยหิน และใกลแมน้ําแควนอย เปนตน นอกจากนี้ยังสํารวจพบแหลงโบราณคดีในพื้นที่จังหวัดตางๆ ทั่วประเทศ เชน - จังหวัดราชบุรีพบที่บานหนองแชเสา ตําบลหินกอง อําเภอเมืองราชบุรี - จังหวัดนครสวรรคพบที่ ตําบลกลางแดด อําเภอเมืองนครสวรรค - จังหวัดลพบุรพบที่ บานโคกเจริญ ตําบลมะกอกหวาน อําเภอไชยบาดาล ี พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 26.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย - จังหวัดสุราษฎรธานีพบที่ ถ้ําเบื้องแบบ อําเภอคิรีรัฐนิคม - จังหวัดกระบี่พบกระดูกสัตวเผาไฟ สําหรับเปนอาหารและขวานหินที่เขาขนาบน้ํา ถ้ําสระ เพิงผาหนาชิง ถ้ําเสือ และที่คลองทอม - จังหวัดอุบลราชธานี พบที่ผาแตม อําเภอโขงเจียม แหลงภาพเขียนสรบนเพิงผา - จังหวัดประจวบคิรีขันธพบขวานหิน โครงกระดูก และหมอดินเผา ในถ้ํา ที่ บาน วลัย อําเภอหนองพลับ อําเภอหัวหิน พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 27.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สําหรับแหลงโบราณคดีที่บานโคกพนมดี อําเภอพนัสนิคม จังหวัดฉะเชิงเทรา นั้นไดมีการพบเปลือกหอยแครงและหอยทะเลจํานวนมาก อัดซอนอยูในชั้น ดิน เปนหลักฐานที่แสดงวาสถานที่นั้นเคยเปนทะเลมากอน และยังพบเศษภาชนะ ดินเผาลายเชือกทาบ ขวานหิน ลูกปด และกําไลขอมือหิน ที่แสดงถึงอารยธรรม ของคนสมัยหินที่เชื่อมตอมาถึงสมัยโลหะ นับเปนแหลงที่มนุษยใชทํามาหากินอยู ตามชายฝงทะเล เมื่อ 2,500 ปแลว พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 28.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สําหรับแผนดินภาคใตของประเทศไทยเมื่อประมาณ 3,000-5,000 ปที่ผานมา นั้น ไดพบวามีมนุษยกอนประวัติศาสตรอาศัยอยูเชนเดียวกัน ซึ่งพบหลักฐานวา มนุษยสมัยนั้นไดอาศัยอยูใน - ถ้ําผีหัวโต หรือถ้ําหัวกะโหลก อําเภออาวลึก จังหวัดกระบี่ - ถ้ําเขาเขียน และ เขาระยา ที่ตําบลเกาะปนหยี อําเภอเมือง จังหวัดพังงา พบภาพเขียนสียุคกอนประวัติศาสตรในถ้ําดังกลาว มีภาพเขียนเปนรูปมือ คน ปลา กุง นก วัว แพะ ตะกวด และภาพเขียนเปนลายเรขาคณิต รูปสัตวบางรูปเขียนแบบ เอกซเรยใส ขีดเปนเสนเหมือนกระดูกหรือกางปลา พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 29.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย ภาพเขียนลักษณะเชนนี้พบอีกหลายแหงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ ถ้ําผามือแดง เขาจอมนาง บานทาสมปอย ตําบลศรีบุญเรือง อําเภอเมือง จังหวัด มุกดาหาร ทีถ้ําฝามือ บานหินลอง ตําบลภูเวียง จังหวัดขอนแกน ถ้ํามือแดงและ ่ ถ้ําผาแตมจังหวัดนครพนม ที่เขาจันทรงาม ตําบลลาดบัวขาว อําเภอสีคิ้ว จังหวัด นครราชสีมา ที่ผาฆอง ถ้ําลายแทง ภูผานกเคา อําเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ที่ภูถ้ํามโหฬาร จังหวัดเลย ที่ถ้ําลายมือ ภูผาผึ้ง ใกลบานหวยมวง ตําบลหนองหาง อําเภอกุฉินารายณ จังหวัดกาฬสินธุ ถ้ําคน วัดพระพุทธบาทบัวบก ถ้ําลาย ถ้ําโนนเสาเอ อําเภอบานผือ จังหวัดอุดรธานี และภาพเขียนที่หนาผาบนเขาปลารา อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 30.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย นอกจากนี้ยังสํารวจพบภาพทรงเรขาคณิตจําหลักบนหินทรายผนังถ้ํา ที่ผา กระดานเลข เขาผาแดง อําเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก และถ้ํามึ่ม ตําบล โนนสัง จังหวัดอุดรธานี พบภาพมือแดง เตา ปลาและสัตวตาง ๆ อายุกวา 3,000 ป ที่ผาแตม ภูผาขาม บานกุม ตําบลหวยไผ อําเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ในภาคกลาง พบภาพเขียนสีที่ถ้ํารูปเขาเขียว ตําบลลุมสุม อําเภอไทรโยค จังหวัด กาญจนบุรี เปนตน พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 31.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย ภาชนะดินเผาสมัยหินใหม คือหมอดินเผาสามขาโบราณ (Tripods) นั้นพบใน ประเทศไทยที่แหลงโบราณคดีบานเกา กาญจนบุรี มีอายุระหวาง 4,000- 3,300 ป มีรูปแบบคลายคลึงกับภาชนะดินเผาที่พบในบริเวณลุงชานนอยด (Lungshanoid) ในจีน และมีการพบชิ้นสวนของหมอสามขา ที่เขาขนาบน้ํา อําเภอเมือง จังหวัด กระบี่ ที่ถ้ํากาซี อําเภอคิรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎรธานี ถ้ําเขาปนะ อําเภอเมือง จังหวัดตรัง และ เขารักเกียรติ อําเภอรัตตภูมิ จังหวัดสงขลาอีกดวย เปน หลักฐานที่แสดงถึงอารยธรรมที่มีการเดินทางมาจากแหลงเดียวกันหรือมี ความคิดสรางตรงกัน พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 32.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สมัยโลหะ (METAL AGE) อายุ 5,000-3,000 ป มนุษยกอนประวัติศาสตรสมัยโลหะนั้น เปนสมัยที่มนุษยรูจักนําเอาแรธาตุโลหะ ขึ้นมาจากดินและสกัดจากหินมาถลุงหลอมใช เชน เหล็ก ทองแดง รูจักที่จะนําโลหะ หลายชนิด มาหลอมรวมกันดวยความรอนจนเกิดเปนโลหะชนิดใหมที่มีคุณสมบัติดขึ้น ี กวาเดิม คือ สําริด (ปจจุบันใชคําวา สัมฤทธิ์ ) ซึ่งเปนโลหะผสมของทองแดง 85 % กับดีบุก 15 % และอาจมีตะกั่วปนแทรกเขาไปในบางครั้ง คุณสมบัติของสําริดนั้น ทําใหมนุษยสามารถนํามาหลอหรือทุบตีเปนเครื่องมือ สําริดไดดีกวา เหล็กที่ใชอยูเดิม เครื่องมือสําริดจึงมีรูปลักษณะแตกตางกันเชนขวาน ทําเปนบองสําหรับใสดาม หอก กําไล เบ็ด ใบหอก ถวยหรือขัน และกลองมโหระทึก ที่มีการสรางตัวกบซอนกันและทําลวดลายบนตัวกลอง ถือเปนโลหะสําคัญที่ใชสราง เครื่องมือเครื่องใชสําหรับบุคคลสําคัญของชุมชน ซึ่งจะพบวามีการทําลวดลายกําไล เครื่องประดับสําริดเชน แหวน ลุกกระพรวน ตุมหู เปนตน พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 33.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย สวนเครื่องมือที่ทําจากเหล็กนั้น ยังนิยมใชอยูโดยการถลุงแรเหล็กแลวนํามา ทําเปนเครื่องมือเครื่องใช โดยตรงเชน ใบหอก ดาบ มีด ขวาน ซึ่งมีคุณสมบัติ แข็งแกรงกวาสําริด และเหมาะสําหรับใชงานลาสัตวมากกวา มนุษยสมัยโลหะนิยมการฝงศพ โดยใหหันหัวไปทางทิศเหนือนอนหงายเหยียด ตรง รูจักขุดหลุมสรางบานใตถุนสูง มีหลักแหลงที่อยูคอนขางถาวรไมเดินทาง รอนเรเหมือนมนุษยสมัยเครื่องมือหิน รูจักเก็บเมล็ดพันธสําหรับเพาะปลูกขาวและ ปลูกฝายในที่ลุม รูจักการทอผา การหลอสําริด ทําลูกปดจากหินเปนเครื่องประดับ ทําเครื่องปนมีลวดลายเขียนสีสําหรับใชในพิธีฝงศพ รูจักเลี้ยงสัตวสําหรับใชงาน และเปนอาหาร พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 34.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย แหลงที่เปนถิ่นฐานของมนุษยสมัยใชเครื่องมือโลหะในแผนดินไทยนัน พบวามีอยู ้ หลายแหง ไดแก แหลงโบราณคดีในจังหวัดกาญจนบุรพบโครงกระดูกของมนุษยที่มี ี อาวุธ กลองสัมริดและเครื่องประดับที่ทําดวยสําริด และพบโลงศพที่ขุดตนไมเปนรูปเรือ ที่ถ้ําองบะ อําเภอศรีสวัสดิ์ และบานดอนตาเพชร อําเภอพนมทวน (อายุราว 4,000 ป) จังหวัดลพบุรีพบแหลงถลุงเหล็กและทองแดงโบราณหลอขนาดใหญ ที่บานโคก เจริญ บานทาแค บานโนนปาหวาย โนนหมากลา นิลกําแหง เขาวงพระจันทร บานถลุง เหล็ก บานดีลัง และที่อางเก็บน้ําพิบูลสงคราม ซึ่งอยูในบริเวณศูนยการทหารปนใหญ ลพบุรี พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 35.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย จังหวัดอุดรธานีพบโครงกระดูก ภาชนะดินเผาลายเขียนสี เครื่องใชทําดวย สําริดและเหล็ก ที่บานเชียง อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี โดยไดพบที่ฝงศพ บริเวณใตถุนบานหรือในบริเวณเดียวกับบาน มีภาชนะดินเผาลายเขียนสี และ เครื่องมือเครื่องใชทําดวยสําริดและเหล็ก อยูในที่ฝงศพ พบกระดูกสัตวตาง ๆ กวา ๖๐ พันธ เชนปลา กบ เตา หอย วัว ควาย เสือและเกง เปนตน พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 36.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย จังหวัดสกลนคร พบกําไล หัวลูกศร ขวานและกระดึงสําริดที่บานดอนธงชัยและบาน พันนา อําเภอสวางแดนดิน จังหวัดหนองคายพบแหลงแรทองแดงที่ภูโลน ริมแมน้ําโขง อําเภอสังคม จังหวัดมุกดาหารพบกลองมโหระทึกสําริด อายุราว 2,000 ป ที่บานดอนตาล อําเภอ ดอนตาล จังหวัดขอนแกนพบโครงกระดูกมนุษยจํานวน 217 โครง และเครื่องประดับเครื่องใช ทําจากสําริดผสมดีบุก เชน กําไล ตุมหู ขวานมีบอง และเบาหลอมสําริดทําจากหินทราย อายุราว 4,500 ป ที่โนนนกทา ตําบลบานโคก อําเภอภูเวียง (มีแหลงทําสําริดโบราณ อายุราว 5,000 ป) จังหวัดเชียงใหม พบที่ ถ้ํางวงชาง อําเภอเชียงดาว จังหวัดราชบุรีพบที่บานโคกพลับ ตําบลโพธิ์หัก อําเภอบางแพ นอกจากแหลงสําริดดังกลาวแลวยังพบเครื่องมือรูปพราทําดวยสําริดทีจังหวัดนาน ่ พบขวานสําริดที่จังหวัดเลย และพบกลองมโหระทึกสําริดที่บานชีทวน อุบลราชธานี พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 37.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย เครื่องมือหินกะเทาะ เปนขวานหินในชั้นวัฒนธรรมที่ 1 ซึ่งใชกันในยุคหินเกาตอนปลาย เครื่องมือ สะเก็ดหิน และสะเก็ดหิน เครื่องมือหินเหลานี้ใชลาสัตว และใชเปนเครื่องมือเพื่อทําเครื่องมือลาสัตว อื่น ๆ เชน ไมซาง หรือขอเลา - ลูกดอก ตลอดถึงเครื่องดักจับสัตวตาง ๆ อันเปนเครื่องมือไม 203.144.136.10/.../nation/oldcity/trang3.htm พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 38.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย เศษภาชนะดินเผาหมอสามขา จากถ้ําเขาปนะ ถ้ําเขาสามบาตร แสดงอารยธรรมมนุษย ยุคกอนประวัติศาสตร วามีการหุงตมใหสุกกอนบริโภค 203.144.136.10/.../nation/oldcity/trang3.htm พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 39.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย เครื่องมือหินโบราณที่ "ดอยภูซาง" ปรากฏหลักฐานเมื่อพบเครื่องมือหินกระเทาะแบบหยาบ ๆ ในสมัยหินเกาจากบริเวณเสาดิน บานน้ําหก ต.เชียงของ อ.นานอย และบานดูใต ต.ดูใต อ.เมือง ซึ่งนักโบราณคดี อายุราว 2 แสนถึง 7 พันป www.lannacorner.net/lanna/pic/29150-2.jpg พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 40.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย ขวานสําริดสมัยกอนประวัติศาสตร ยุคสําริด, อายุ 2,500-4,000 ป http://3.bp.blogspot.com/_t8dZJ1ykJqk/SgNRZwGqIaI/AAAAAAAABnI/eMjDcA0kU0w/s1600-h/P1020803+(Large).JPG พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 41.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย หลุมขุดคนบานโพธิ์ศรีใน บานเชียง อุดรธานี 3.bp.blogspot.com/.../s400/P1020803+(Large).JPG พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 42.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย หลักฐานทางโบราณคดีที่พบจากการขุดคนทางโบราณคดีบานโนนวัด http://3.bp.blogspot.com/_t8dZJ1ykJqk/SgZ9TNu- anI/AAAAAAAABrQ/ceyB8XXHsXk/s1600-h/bannonwat-6249.JPG พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 43.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย เครื่องมือหินกระเทาะ ยุคหินเกา http://pratimavcharkarn.blogspot.com พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 44.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย ผาแตม เมื่อดูจากแมน้ําโขง จะเห็นเปนหนาผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ ในบริเวณที่เปนหนาผา จะปรากฏภาพเขียนสีโบราณโดยฝมือมนุษยยุคกอนประวัติศาสตร เรียงรายตามความยาวของหนาผา ติดตอกันยาวประมาณ 180 เมตร มีไมต่ํากวา 300 ภาพ ซึ่งเปนจํานวนภาพเขียนสีโบราณ ที่มากที่สุด เทาที่เคยคนพบในประเทศไทยและในตางประเทศ http://www.sadood.boysabuy.com/scoop/data/upimages/top100/16_156_IMG_0689.jpg พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 45.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย http://www.sadood.boysabuy.com/scoop/data/upimages/top100/IMG_6668.jpg พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 46.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย http://www.voyagetravelmag.com/database/upload_files/what_going_on/%E 0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B 8%94%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%9 A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E http://www.igetweb.com/www/multigroup/gallery/126262.jpg 0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87.jpg พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 47.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย http://www.igetweb.com/www/multigroup/gallery/126263.jpg พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
  • 48.
    ประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาทางประวัติศาสตรไทย แหลงที่มาของขอมูล 203.144.136.10/.../nation/oldcity/ http://1.bp.blogspot.com/ http://3.bp.blogspot.com/ http://kanchanapisek.or.th/ http://picdb.thaimisc.com/ http://pratimavcharkarn.blogspot.com http://th.wikipedia.org/wiki http://www.212cafe.com/freeguestbook/ http://www.igetweb.com/ http://www.igetweb.com/www/multigroup/ http://www.lannacorner.net/ http://www.mapculture.org/ http://www.openbase.in.th/ http://www.sadood.boysabuy.com/scoop/ http://www.thaitourzone.com/north/prae/sukhothai/ http://www.tourdoi.com/webboard2/ http://www.voyagetravelmag.com/database/ http://www.watyarn.net.nz/Siam_History/ http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/ พัฒนาโดย ผูชวยศาสตราจารยกนก จันทรทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร