More Related Content
PDF
ใบงาน วิชา เศรษฐศาสตร์ ม.1 PDF
บทเรียนสำเร็จรูปธนาคาร ป.5pdf PDF
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม1 PPTX
บทบาทหน้าที่ของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศ PDF
PDF
พุทธสาวก : พระราธะ ส16101 ป.6 PDF
PDF
หลักฐานในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ส16103 ประวัติศาสตร์ ป.6 What's hot
PPT
PDF
PDF
เล่มที่ 5 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) PDF
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3 PDF
DOC
PDF
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี PDF
PDF
PDF
เอกสารประกอบการเรียน อาณาจักรธนบุรี PDF
ใบความรู้ สังคม ป.1-3 ภาคเรียนที่ 1+443+dltvsocp3+T1 p1 3-sheet PPT
PDF
PDF
แบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdf PPTX
ประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทย PDF
PDF
ใบความรู้ที่ 4 เรื่อง พัฒนาการทางสังคมสมัยอยุธยา PDF
PDF
PDF
Viewers also liked
PDF
PDF
ขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ PDF
PDF
หัวข้อที่ ๒ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ PDF
การศึกษาประวัติศาสตร์ไทยโดยวิธีการทางประวัติศาสตร์ DOC
บทที่ 1 วิธีการทางประวัติศาสตร์ และการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ PDF
เอกสารประกอบการเรียประวัติศาสตร์ PDF
Similar to เอกสารประกอบการเรียนเล่ม2
PDF
PDF
PPT
วิธีการทางประวัติศาสตร์ ม.3 PDF
PDF
PDF
PDF
ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง วิธีการทางประวัติศาสตร์ ODT
PDF
หัวข้อที่ ๑ ความหมายของประวัติศาสตร์ PPT
การนับเวลาทางประวัติศาสตร์.1 PPT
การนับเวลาทางประวัติศาสตร์.1 PDF
PDF
PPTX
หน่วย2_การสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์สากล.pptx PDF
บทที่ 2 ประวัติศาสตร์จากการบอกเล่า PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
More from ชิตชัย โพธิ์ประภา
PDF
รายชื่อผู้เข้าค่าย ศูนย์ สอวน. ชีววิทยา PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
4กำหนดการเข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการ ค่าย 1 PDF
PDF
PDF
6รายชื่อนักเรียนเข้าค่าย 1 ปีการศึกษา 2556 PDF
ตารางเวรครูชาย เดือน ต.ค.ถึง มี.ค. 2556 PDF
คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ฝ่ายกิจการนักเรียน PDF
PDF
PDF
โครงการประชุมวิชาการนักเรียนโครงการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้ง... PDF
รายชื่อโรงแรมในจังหวัดแพร่ PDF
PDF
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม2
- 1.
เอกสารประกอบการเร ี ยน
กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รายวิชาประวัติศาสตร รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๓ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑
หนวยที่ ๒ เรื่อง
นางภัทรานิษฐ อิ่มศิล
ตำแหนง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
โรงเรียนวังบอวิทยา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
- 2.
ก
คำนำ
ในปจจุบันสภาพการจัดการเรียนการสอน มุงเนนให
ผูเรียนไดศึกษาหาความรูดวยตนเองใหมากที่สุด เพื่อใหผูเรียน
มีนิสัย ใฝเรียน ใฝรู อยูเสมอ ดังนั้นการจัดทำเอกสารประกอบ
การเรียน เปนแนวทางหนึ่งที่สงเสริมใหผูเรียนคนควาหาคำตอบ
ดวยตนเอง
เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาประวัติศาสตร
ส ๒๑๑๐๓ เรื่ อ ง วิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร ประกอบด ว ย
หัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู แบบทดสอบ
กอนเรียน เนื้อหา กิจกรรม แบบฝก และแบบทดสอบหลังเรียน
พรอมเฉลย ซึ่งจะทำใหผูเรียนเกิดการเรียนรูไดดวยตนเองและมี
ความเขาใจในเนื้อหาสาระไดเปนอยางดี อีกทั้งทำใหผูเรียนสะดวก
ต อ การศึ ก ษาหาความรู ไ ด ด ว ยตนเอง จึ ง นั บ ได ว า เป น เอกสาร
ประกอบการเรียนที่มีประโยชนตอการเรียนการสอนเปนอยางยิ่ง
ขอขอบคุณเจาของตำราที่นำมาอางอิงไวในเอกสาร
และนายเชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ ศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ สำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ ที่ใหคำปรึกษาจนเอกสาร
ฉบับนี้มีความชัดเจนและสมบูรณยิ่งขึ้น
ภัทรานิษฐ อิ่มศิล
- 3.
ข
สารบัญ
เรื่อง หนา
หนา
คำนำ ก
สารบัญ ข
คำชี้แจง ค
หนวยที่ ๒ วิธีการทางประวัติศาสตร ๑
แบบทดสอบกอนเรียน ๓
เฉลยคำตอบแบบทดสอบกอนเรียน ๖
ตอนที่ ๑ ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร ๗
กิจกรรมที่ ๑ ๑๒
แนวตอบกิจกรรมที่ ๑ ๑๓
ตอนที่ ๒ วิธีการทางประวัติศาสตร ๑๔
กิจกรรมที่ ๒ ๑๘
แนวตอบกิจกรรมที่ ๒ ๑๙
กิจกรรมที่ ๓ ๒๐
แนวตอบกิจกรรมที่ ๓ ๒๑
ตอนที่ ๓ ลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐาน
ทางประวัติศาสตร ๒๒
กิจกรรมที่ ๔ ๒๗
แนวตอบกิจกรรมที่ ๔ ๒๘
ตอนที่ ๔ ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชในการศึกษา
ประวัติศาสตรทองถิ่น และประวัติศาสตรสุโขทัย ๒๙
กิจกรรมที่ ๕ ๓๔
แนวตอบกิจกรรมที่ ๕ ๓๕
ตอนที่ ๕ ตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัย ๓๖
กิจกรรมที่ ๖ ๔๐
แนวตอบกิจกรรมที่ ๖ ๔๑
แบบทดสอบหลังเรียน ๔๒
เฉลยคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน ๔๕
เอกสารอางอิง ๔๖
- 4.
ค
คำชี้แจงสำหรับนักเรียน
เอกสารประกอบการเรียนเลมนี้ นักเรียนสามารถศึกษา
และเรียนรูไดดวยตนเอง กอนที่จะศึกษาและเรียนรูใหนักเรียนอาน
คำชี้แจง ดังนี้
๑. ศึกษา หัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู
เพื่อใหทราบวา เมื่อจบบทเรียน นักเรียนสามารถเรียนรูอะไร
ไดบาง
๒. ทำแบบทดสอบกอนเรียน จำนวน ๒๐ ขอแลวตรวจคำตอบ
จากเฉลย
๓. ศึกษาเนื้อหา สาระ รายละเอียดในตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๕
๔. ทำกิจกรรมตามที่กำหนดใหดวยตนเอง ถาทำไมได หรือสงสัย
ใหอานทบทวนเนื้อเรื่องใหม แลวตรวจคำตอบจากเฉลย
๕. ทำแบบทดสอบหลังเรียน แลวตรวจคำตอบจากเฉลย
- 5.
๒
วิธีการทางประวัติศาสตร 1
หนวยที่
เวลา ๗ คาบ
วิธีการทางประวัติศาสตร
หัวขอเรื่อง
๑. ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร
๒. วิธีการทางประวัติศาสตร
๓. ลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐานทางประวัติศาสตรไทย
๔. ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรทองถิ่นและ
ประวัติศาสตรสุโขทัย
๕. ตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัย
ความนำ
การศึกษาวิชาประวัติศาสตร หรือเรื่องราวในอดีตของมนุษยนั้น เปนกระบวนการไตสวน
ขอเท็จจริง เพื่ออธิบายและวิเคราะหเรื่องราวหรือเหตุการณที่เกิดขึ้นในอดีต โดยศึกษาสาเหตุและ
ปจจัยที่ทำใหเกิดเหตุการณนั้นๆ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดตอมา ดังนั้น เพื่อใหไดขอเท็จจริงเกี่ยวกับ
อดีตของมนุษยที่ถูกตองมากที่สุดและมีอคตินอยที่สุด นักประวัติศาสตรจึงใชวิธีการศึกษาที่เรียกวา
“วิธีการทางประวัติศาสตร”
วิธีการทางประวัติศาสตร ประกอบดวยขั้นตอนตางๆ ๕ ขั้นตอน ไดแก การกำหนดปญหา
หรือเรื่องที่จะศึกษา การรวบรวมหลักฐาน การตรวจสอบและประเมินหลักฐาน การตีความหลักฐาน
และการเรียบเรียงและนำเสนอ
- 6.
วิธีการทางประวัติศาสตร 2
สาระสำคัญ
วิธีการศึกษาประวัติศาสตรที่ทำใหทราบเรื่องราวของมนุษยในอดีตไดอยางถูกตอง นาเชื่อถือ
ตรงกับความจริงมากที่สุด เรียกวา วิธีการทางประวัติศาสตร โดยอาศัยจากหลักฐานที่เปนลายลักษณ
อักษรและหลักฐานที่ไมเปนลายลักษณอักษร เริ่มตั้งแตการกำหนดหัวเรื่อง การรวบรวมหลักฐาน
การประเมินคุณคาของหลักฐาน การตีความหลักฐานและการสังเคราะหขอมูล
จุดประสงคการเรียนรู
หลังจากศึกษาเนื้อหาและทำกิจกรรมในหนวยนี้แลว ผูเรียนจะสามารถทำสิ่งตอไปนี้ได
๑. บอกความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตรได
๒. ระบุขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตรไดอยางถูกตอง
๓. อธิบายลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐานทางประวัติศาสตรไทยได
๔. อธิบายและตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชในการศึกษาประวัติศาสตร
ทองถิ่น และประวัติศาสตรสุโขทัยได
๕. อธิบายตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัยได
- 7.
วิธีการทางประวัติศาสตร 3
ประจำหนวยที่ ๒
คำชี้แจง ขอสอบเปนแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอ
คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน
กระดาษคำตอบ
๑. ขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร ๔. การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร
ที่มีความสำคัญที่สุดตอการเขียนผลงาน จะมี ค วามถู ก ต อ งสมบู ร ณ ม าก เป น
ทางประวัติศาสตรใหสมบูรณ เพราะเหตุใด
ก. การรวบรวมหลักฐาน ก. รัฐบาลใหการสนับสนุน
ข. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ข. ประชาชนใหความสนใจ
ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ค. มีหลักฐานในการคนความาก
ง. ทุกขั้นตอนมีความสำคัญเทาเทียมกัน ง. นักประวัติศาสตรมีความสามารถ
๒. เพราะเหตุใดจึงตองใชวิธีการทางประวัติ- ๕. ขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร
ศาสตรในการศึกษาประวัติศาสตร คือขอใด
ก. เพื่อจะไดเปนนักประวัติศาสตรที่มี ก. การสันนิษฐาน
ชื่อเสียง ข. การลงประชามติ
ข. เพื่ อ เปรี ย บเที ย บผลการศึ ก ษาใน ค. การรวบรวมขอมูล
สาขาวิชาตางๆ ง. การกำหนดหัวเรื่อง
ค. เพื่อคนหาความจริงจากหลักฐานทาง ๖. การศึกษาประวัติศาสตรจากหลักฐาน
ประวัติศาสตร ชั้นรองมีขอดีอยางไร
ง. เพื่อหาจุดประสงคของผูสรางหลักฐาน ก. ใหขอมูลที่เชื่อถือไดแนนอน
ทางประวัติศาสตร ข. ไมตองนำมาวิเคราะหตีความ
๓. บุ ค คลใดมี คุ ณ ลั ก ษณะพื้ น ฐานของ ค. เปนแนวทางในการศึกษาเบื้องตน
นักประวัติศาสตรที่ดี ง. ไมตองเหนื่อยในการคนหาหลักฐาน
ก. กลามีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ๗. เราควรใชวิธีการทางประวัติศาสตรใน
ข. แกวมีนิสัยลำเอียง เขาขางแตคนที่ การศึกษาประวัติศาสตรตามขอใด
ตนรัก ก. เรื่องที่เราใหความสนใจ
ค. เกงเชื่อที่คนอื่นพูดโดยไมไตรตรอง ข. เรื่องที่ผูอื่นศึกษาไวแลว
ใหดีกอน ค. เรื่องที่ลึกลับเหนือธรรมชาติ
ง. กองมีความละเอียดรอบคอบและ ง. เรื่ อ งที่ ท ำให เ กิ ด ความเสี ย หายแก
เปดใจกวางรับฟงความเห็นทีแตกตาง
่ บุคคลอื่น
- 8.
วิธีการทางประวัติศาสตร 4
๘. การตรวจสอบหลักฐานวาเปนของจริง ๑๓. ความรูใหมทางประวัติศาสตรที่ผานการ
หรือไมเปนขั้นตอนใดของวิธีการทาง ศึกษาคนควาตีความแลวเปลี่ยนแปลง
ประวัติศาสตร ไดหรือไม
ก. การรวบรวมหลักฐาน ก. ได ขึ้นอยูกับนักประวัติศาสตร
ข. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา ข. ไมได เพราะจะทำใหคนสับสน
ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ค. ไมได เพราะผานการวเิ คราะหตความ
ี
ง. การวิเคราะห สังเคราะห และจัด มาแลวอยางดี
หมวดหมูขอมูล ง. ได ขึ้นอยูกับขอมูลหลักฐานที่อาจมี
๙. การพิจารณาความนาเชื่อถือของหลักฐาน การคนพบเพิ่มเติมในภายหลัง
ควรดูจากสิ่งใด ๑๔. ในการศึกษาประวัติศาสตรสมัยสุโขทัย
ก. ขอมูลจากหลักฐาน
ควรศึกษาจากแหลงขอมูลใด
ข. จำนวนหลักฐานที่พบ
ก. ตำนานมูลศาสนา
ค. ความสมบูรณของหลักฐาน
ข. จดหมายเหตุลาลูแบร
ง. ความนาเชื่อถือของผูสรางหลักฐาน
๑๐. การศึกษาเรื่องราวของมนุษยสมัยกอน ค. ศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงมหาราช
ประวัติศาสตรควรศึกษาจากหลักฐานใด ง. จดหมายเหตุฟาน ฟลีต หรือวัน วลิต
ก. ศิลาจารึก ๑๕. ขอความในศิลาจารึกวา “...เจาเมืองบ
ข. หลักฐานทางโบราณคดี เอาจกอบในไพรลูทาง...” หมายความวา
ค. พระราชพงศาวดาร เจาเมืองไม เก็บภาษีผานทาง ขอความนี้
ง. บันทึกของชาวตางชาติ จัดอยูในขั้นตอนใด
๑๑. เพราะเหตุใดนักประวัติศาสตรจึงตีความ ก. การรวบรวมหลักฐาน
ขอมูลจากหลักฐานชิ้นเดียวกันแตกตางกัน ข. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ
ก. มีความเชื่อตางกัน ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน
ข. มีความสนใจตางกัน ง. การวิเคราะห สังเคราะห และจัด
ค. มีจุดประสงคที่ตางกัน หมวดหมูขอมูล
ง. มีความรูความสามารถตางกัน ๑๖. ในการนำตำนานมาใชเปนหลักฐานทาง
๑๒. หากนักเรียนพบความขัดแยงของขอมูล ประวัติศาสตร ผูศึกษาควรใชวิธีการใด
จากหลั ก ฐานต า งประเภทกั น ควรทำ จึงจะไดขอมูลที่นาเชื่อถือมากที่สุด
อยางไร ก. นำมาใชกลาวอางไดเลย
ก. ถือวาเปนขอมูลที่ไมนาเชื่อถือทั้งคู ข. ควรนำหลั ก ฐานอื่ น มาใช ศึ ก ษา
ข. ตรวจสอบเปรียบเทียบกับหลักฐาน
ประกอบ
อื่นตอไป
ค. ถื อ ว า ข อ มู ล ถู ก ต อ งแต ต า งกั น ที่ ค. ตำนานเป น เรื่ อ งอิ ท ธิ ป าฎิ ห าริ ย
ความเห็นของผูสราง นำมาใชเปนหลักฐานไมได
ง. ตรวจสอบดูวาหลักฐานใดสรางกอน ง. ควรนำตำนานมาประชาพิ จ ารณ
ยอมมีความนาเชื่อถือมากกวา เพื่อประเมินความนาเชื่อถือกอน
- 9.
วิธีการทางประวัติศาสตร 5
๑๗. หลักฐานประเภทใดที่บันทึกเรื่องราวใน ๑๙. หากผลการศึกษาประวัติศาสตรของเรา
อดีตภายใตการอุปถัมภของราชสำนัก มีความแตกตางกันจากขอมูลประวัติ-
ก. พงศาวดาร ศาสตรที่มีอยูเดิมจะตองทำอยางไร
ข. ตำนาน ก. แสดงขอมูลหลักฐานมาสนับสนุน
ค. จดหมายเหตุ ข. กลับไปศึกษาใหมอีกครั้งเพื่อความ
ง. บันทึกของชาวตางชาติ แนใจ
๑๘. ขอใดคือปจจัยสำคัญที่ทำใหมีการบิดเบือน ค. ปรับผลการศึกษาใหสอดคลองกับ
ขอเท็จจริงทางประวัติศาสตร ขอมูลที่มีอยูเดิม
ก. ขอมูลขัดแยงกัน ง. นำเสนอผลการศึกษาโดยไมสนใจ
ข. อคติของผูศึกษา ขอมูลที่มีอยูเดิม
ค. ขอมูลไมสมบูรณ ๒๐. หลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร ข อ ใดอยู
ง. ความยาวนานของเวลา ตางสมัยจากขออื่น
ก. วัดพระศรีสรรเพชญ
ข. จดหมายเหตุลาลูแบร
ค. พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
ง. พระราชพงศาวดารกรุ ง เก า ฉบั บ
หลวงประเสริฐฯ
- 10.
วิธีการทางประวัติศาสตร 6
Ẻ·´Êͺ¡‹Í¹àÃÕÂ
ประจำหนวยที่ ๒
¹
ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ
๑ ง ๑๑ ก
๒ ค ๑๒ ข
๓ ง ๑๓ ง
๔ ค ๑๔ ค
๕ ง ๑๕ ก
๖ ข ๑๖ ข
๗ ก ๑๗ ก
๘ ค ๑๘ ข
๙ ค ๑๙ ก
๑๐ ข ๒๐ ค
- 11.
วิธีการทางประวัติศาสตร 7
µÍ¹·Õè ñ
ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร
๑. ความหมายของประวัติศาสตร
ประวัติศาสตร คือ การศึกษาเรื่องราวหรือประสบการณของมนุษยในอดีตจากหลักฐานที่มี
การจดบันทึกไวหรือจากหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร และหลักฐานประเภทคำบอกเลา เชน
ตำนาน นิทานพื้นบาน รวมไปถึงวัตถุประจักษพยานตางๆ โดยอาศัยหลักฐานดังกลาววิเคราะห
ตีความ เพื่อสรางเรื่องราวประวัติศาสตร เรื่องราวประสบการณของมนุษยครอบคลุมทุกเรื่องทุกดาน
ที่มนุษยไดทำ ไดคิด ไดสรางสรรค ทั้งที่เกี่ยวของกับการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ
วัฒนธรรม และเกี่ยวของกับคนทุกชนชั้น ทุกเพศวัย ทั้งนี้เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกี่ยวกับ
เรื่องราวหรือประสบการณของมนุษยไดถูกตอง ชัดเจนที่สุด
ประวัติศาสตรของมนุษยเมื่อมีการบันทึกเปนลายลักษณ
อักษรแลวเรียกวา “สมัยประวัติศาสตร” เริ่มตนเมื่อมนุษยรูจัก
คิดคนตัวอักษรหรือตัวหนังสือขึ้นมาจดบันทึกเหตุการณตางๆ
หรือเรื่องราวในชีวิตประจำวัน มนุษยเริ่มมีตัวหนังสือและจด
บันทึกเมื่อราว ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ป ลวงมาแลว ที่เมโสโปเตเมีย
(ปจจุบัน คือ ประเทศอิรัก) จากชวงเวลาดังกลาวจึงถือไดวา
เปนการเริ่มสมัยประวัติศาสตรของมนุษยชาติ สำหรับชวงเวลา
กอนหนานั้นเรียกวา “สมัยกอนประวัติศาสตร”
อักษรยูนิฟอรมหรืออักษรลิ่ม
ชาวสุเมเรียนประดิษฐขึ้นเมื่อราว
๓,๔๐๐ ปกอนคริสตศักราช
ประวั ติ ศ าสตร มาจากคำว า History
ในภาษาอังกฤษ รากศัพทเดิมเปนภาษากรีก คือ
คื อ Historia แปลว า การค น คว า หรื อ วิ จั ย
เดิมเปนชื่อหนังสือที่เฮโรโตตุส (Herodotus, ๔๘๔-๔๒๐ ปกอน ค.ศ.)
แตงขึ้นคือ ประวัติศาสตรสงครามระหวางกรีกกับเปอรเชีย
ดังนั้น ประวัติศาสตรจึงตองมีการคนควาและตรวจสอบหลักฐาน
ขอมูลตางๆ อยางเปนระบบ โดยวิธีการทางประวัติศาสตร
- 12.
วิธีการทางประวัติศาสตร 8
ในการศึกษาเรื่องราว หรือประสบการณของมนุษยซึ่งมีมากมายนั้น นักประวัติศาสตร
ไมไดใชหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรเพียงอยางเดียว และหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรก็มี
ไมเพียงพอกับการศึกษาเรื่องราวของมนุษยดวย เพราะมนุษยไมไดจดบันทึกเรื่องราวทั้งหมดไว
อยางสมบูรณ หรือจดบันทึกไว เกิดการสูญหาย หรือถูกทำลายไปก็มี ดังนั้นนักประวัติศาสตรจึง
ตองใชหลักฐานดานอื่นๆมาประกอบการศึกษาประวัติศาสตรดวย เชน โบราณวัตถุ โบราณสถาน
ศิลปวัตถุ ภาพวาด เครื่องประดับ เครื่องแตงกาย นอกจากนี้ มนุษยยังตองการรูเรื่องราวของผูคน
ในสมัยกอนประวัติศาสตรดวย นักประวัติศาสตรจึงตองอาศัยพึ่งพาความรูจากนักโบราณคดี ซึ่งเปน
ผูศึกษาเรื่องราวของมนุษยกอนการคิดคนตัวหนังสือและจดบันทึกไว
การขุดคนแหลงโบราณคดีสมัยกอนประวัติศาสตร บริเวณบานหนองโน
อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี
ปจจุบันนักประวัติศาสตรใชหลักฐานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น มากยิ่งกวาหลักฐานที่เปน
ลายลักษณอักษรหรือหลักฐานอื่นที่เคยใชมา หลักฐานอื่นๆ เชน ภาพถาย ภาพยนตร แถบวีดีทัศน
แผนวีดีทัศน แถบบันทึกเสียง เปนตน
- 13.
วิธีการทางประวัติศาสตร 9
อยางไรก็ดีควรเขาใจวาความรูทางประวัติศาสตรที่นาเชื่อถือ ที่มีความถูกตอง ไมใชวาเพียง
ใชหลักฐานดังที่กลาวมา ในการเขียน การบันทึก ก็ถือวาเปนงานทางประวัติศาสตรดวย ที่สำคัญอีก
ประการหนึ่งของงานทางประวัติศาสตรที่ดี ก็คือ ตองใชวิธีการศึกษาที่เหมาะสม ที่เรียกวา “วิธีทาง
ประวัติศาสตร” ในการศึกษาคนควา เรียบเรียง และนำเสนอ
๒. ความสำคัญของประวัติศาสตร
วิ ช าประวั ติ ศ าสตร มี ค วามสำคั ญ มาก และมี ค วามสำคั ญ มาเป น เวลานานแล ว ผู ไ ด รั บ
การยกยองใหเปนบิดาวิชาประวัติศาสตรของตะวันตก คือ “เฮโรโดตุส” (Herodotus ประมาณ ๔๘๔ –
๔๒๐ ป ก อ นคริ ส ต ศั ก ราช) เป น ชาวกรี ก ส ว นผู ไ ด รั บ ยกย อ งให เ ป น บิ ด าวิ ช าประวั ติ ศ าสตร ข อง
โลกตะวันออก คือ “ซือหมา เชียน” (Sima Qian ประมาณ ๑๔๕ – ๘๕ ปกอนคริสตศักราช)
เปนชาวจีน
บิดาวิชาประวัติศาสตร บิดาวิชาประวัติศาสตร บิดาวิชาประวัติศาสตร
ของโลกตะวันตก ของโลกตะวันออก ของไทย
เฮโรโดตุส (ประมาณ ๔๘๔ – ซื่อหมา (ประมาณ ๑๔๕ – สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชา-
๔๒๐ ปกอนคริสตศักราช) ๘๕ ปกอนคริสตศักราช) นุภาพ (พ.ศ. ๒๔๐๕-๒๔๘๖)
นั ก ประวั ติ ศ าสตร ช าวกรี ก เป น นักประวัติศาสตรชาวจีน สมัย ทรงเป น พระราชโอรสองค
ผู บั น ทึ ก สงครามระหว า งกรี ก ราชวงศ ฮั่ น ตะวั น ตก ตรงกั บ ที่ ๕๗ ในพระบาทสมเด็ จ
กับเปอรเซีย ซึ่งไดรับการยกยอง รั ช สมั ย จั ก รพรรดิ ฮั่ น อู ตี้ เป น พระจอมเกลาเจาอยูหัว ประสูติแต
วาเปนวรรณกรรมรูปแบบใหม ผู ป ระพั น ธ ห นั ง สื อ “สื่ อ จี้ ” ซึ่ ง เจาจอมมารดาชุม ทรงประกอบ
เพราะมีการเรียงลำดับเรื่อง มี แปลวา “บันทึกของนักประวัติ พระราชกรณียกิจตางๆ มากมาย
การตั้งประเด็นปญหา ซึ่งกอให ศาสตร ” โดยได บั น ทึ ก สภาพ ซึ่งลวนเปนประโยชนแกบานเมือง
เกิดการเรียนรูเกี่ยวกับพฤติกรรม การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และทรงเปนบุ คคลแรกๆ ที่ให
มนุ ษ ย และคำว า “Historic” และประวัติศาสตรในระยะเวลา ความสนใจประวั ติ ศ าสตร ไ ทย
ที่เขาใชในงานเขียนซึ่งกอนหนา ๓,๐๐๐ ป ตั้งแตบรรพกาลถึง โ ด ย ไ ด ท ร ง พ ย า ย า ม ค น ห า
นี้มีความหมายวา “วิจัย” เพียง ราชวงศ ฮั่ น ตะวั น ตก นั บ เป น หลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร
อย า งเดี ย วได ก ลายเป น คำใหม หนังสือประวัติศาสตรรวมหลาย ต า งๆ เพื่ อ แต ง ตำราเผยแพร
คือคำวา “ประวัติศาสตร” ยุคสมัยเลมแรกของจีน ซึ่ ง เป น ประโยชน แ ก ก ารศึ ก ษา
ประวัติศาสตรไทยมาก
- 14.
วิธีการทางประวัติศาสตร 10
ประวัติศาสตรมีความสำคัญ ดังนี้
๑. ประวัติศาสตรใหความรูเกี่ยวกับความเปนมาของมนุษยทุกเรื่องทั้งความสำเร็จ ลมเหลว
ความรวมมือ ความขัดแยง การสรางสรรค การทำลาย ฯลฯ ซึ่งจะเปนบทเรียน เปนตัวอยางที่ดี
ที่คนรุนปจจุบันจะไดนำมาปฏิบัติในเรื่องที่ดี หรือหลีกเลี่ยง ปองกัน ไมใหเรื่องที่ดีเกิดซ้ำขึ้นมาอีก
๒. ประวัติศาสตรเปนรากฐานความเจริญของมนุษยในปจจุบัน มนุษยใชเวลาหลายปนับ
แตมีการคิดคนตัวหนังสือ หรือหลายหมื่น หลายแสนป ในการสรางสมอารยธรรมจนทำใหเรามีชีวิต
ที่สบายในปจจุบัน ความเจริญทั้งหลายในปจจุบันและในอนาคตยอมเปนผลมาจากประวัติศาสตร
ดังนั้น วิชาประวัติศาสตรทำใหเราชื่นชมและเห็นความสำคัญในการรักษามรดกทางอารยธรรม
๓. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความเฉลียวฉลาด มีเหตุผล มีความคิดที่ดี เพราะประวัติ-
ศาสตรใหตัวอยางในบทเรียนที่ดีที่จะปฏิบัติตามหรือหลีกเลี่ยง และวิธีการทางประวัติศาสตรทำให
มนุ ษ ยมีวิธีการคิดอยางฉลาด เลือกเชื่อในเรื่องที่มีหลักฐานที่ดี ไมเชื่อเรื่องที่ไมมีหลักฐาน หรือ
หลักฐานไมดี
๔. ประวัติศาสตรใหบทเรียนทางจริยธรรม เพราะประวัติศาสตรแสดงใหเห็นผลการทำ
ความดี ทำความชั่ว ผูทำความดีจะไดรับการยกยอง สวนผูทำความชั่วจะถูกประณามสาปแชงไมวา
เวลาจะลวงเลยไปนานเพียงใดก็ตาม
๕. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความละเอียดรอบคอบในการศึกษาคนควา และเขียนงาน
ทางประวัติศาสตร โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร เมื่อคนควาและคัดลอกขอมูลจากหลักฐานใดๆ
ตองทำดวยความละเอียดรอบคอบวาคนควาจากหลักฐานที่สำคัญๆ ครบถวน และคัดลอกขอมูล
ถูกตองทั้งทางภาษาและศักราช เมื่อเขียนรายงานทางประวัติศาสตร ตองนำขอมูลมาเปรียบเทียบ
เรื่องใดเกิดกอน เรื่องใดเกิดทีหลัง แตละเรื่องมีความสัมพันธกันมากนอยเพียงใด คำอธิบายหรือ
การวิเคราะหของผูเขียน มีความถูกตองและเปนกลางเพียงใด
ในการอานและศึกษาหนังสือตางๆ ทางประวัติศาสตรก็เปนเชนเดียวกัน การทำความ
เขาใจในเหตุการณตางๆ ก็จะทำใหผูอาน อานดวยความละเอียดรอบคอบ พิจารณาการวิเคราะหของ
ผูเขียนวามีเหตุผลและมีความถูกตองเพียงใด ดังนั้น วิชาประวัติศาสตรจึงทำใหผูศึกษา ผูเขียน
งานทางประวัติศาสตรเปนคนละเอียดรอบคอบ
หลักฐานทางประวัติศาสตร มีทั้งหลักฐานชั้นตน
หลักฐานชั้นรอง การศึกษาประวัติศาสตร ตองใช
วิธีการทางประวัติศาสตรมาศึกษาวิเคราะหอยาง
ละเอียดรอบคอบ เพื่อใหไดขอมูลที่ถูกตองที่สุด
- 15.
วิธีการทางประวัติศาสตร 11
๖. ประวัติศาสตรสอนใหเขาใจความแตกตางของอารยธรรม เพราะในประวัติศาสตรมี
ตัวอยางมากมายที่แสดงถึงความแตกตางของผูคนตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน เชน ความแตกตางทาง
วัฒนธรรม ศาสนา ความแตกตางทางความคิดและการกระทำ ดังนั้น ผูศึกษาประวัติศาสตรจึงเปน
คนใจกวาง เขาใจและยอมรับความคิดที่ตางกัน ประวัติศาสตรจึงชวยใหผูคนในโลกอยูรวมกันอยาง
สันติสุข
กลาวโดยสรุปวิธีการทางประวัติศาสตรมีความสำคัญ คือทำใหทราบเรื่องราว กิจกรรม
เหตุการณที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตรมีความนาเชื่อถือ มีความถูกตองเปนความจริง หรือใกลเคียง
ความเปนจริงมากที่สุด เพราะไดมีการศึกษาอยางเปนระบบ อยางมีขั้นตอน มีความระมัดระวัง
รอบคอบ ไมลำเอียง และเพื่อใหเกิดความนาเชื่อถือ
- 16.
วิธีการทางประวัติศาสตร 12
กิจกรรมที่ ๑
คำสั่ง ใหนักเรียนตอบคำถามตอไปนี้
๑. ประวัติศาสตร หมายถึงอะไร
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
๒. เพราะเหตุใดการศึกษาประวัติศาสตรจำเปนตองอาศัยความรูทางดานโบราณคดี
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
๓. การศึกษาประวัติศาสตรมีความสำคัญอยางไร
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
- 17.
วิธีการทางประวัติศาสตร 13
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ñ
๑. ประวัติศาสตร หมายถึงอะไร
ตอบ ประวัติศาสตร คือ การศึกษาเรื่องราวหรือประสบการณของมนุษยในอดีตจากหลักฐานที่มี
............................................................................................................................................................................................
การจดบันทึกไวหรือจากหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร และหลักฐานประเภทคำบอกเลา เชน
............................................................................................................................................................................................
ตำนาน นิทานพื้นบาน
............................................................................................................................................................................................
๒. เพราะเหตุใดการศึกษาประวัติศาสตรจำเปนตองอาศัยความรูทางดานโบราณคดี
ตอบ เพราะในการศึกษาเรื่องราว หรือประสบการณของมนุษยซึ่งมีมากมายนั้น นักประวัติศาสตร
............................................................................................................................................................................................
ไมไดใชหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรเพียงอยางเดียว และหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรก็มี
............................................................................................................................................................................................
ไมเพียงพอกับการศึกษาเรื่องราวของมนุษยดวย เพราะมนุษยไมไดจดบันทึกเรื่องราวทั้งหมดไว
............................................................................................................................................................................................
อยางสมบูรณ หรือจดบันทึกไว เกิดการสูญหาย หรือถูกทำลายไปก็มี ดังนั้นนักประวัติศาสตรจึง
............................................................................................................................................................................................
ตองใชหลักฐานดานอื่นๆมาประกอบการศึกษาประวัติศาสตรดวย เชน โบราณวัตถุ โบราณสถาน
............................................................................................................................................................................................
ศิลปวัตถุ ภาพวาด เครื่องประดับ เครื่องแตงกาย นอกจากนี้ มนุษยยังตองการรูเรื่องราวของผูคน
............................................................................................................................................................................................
ในสมัยกอนประวัติศาสตรดวย นักประวัติศาสตรจึงตองอาศัยพึ่งพาความรูจากนักโบราณคดี ซึ่งเปน
............................................................................................................................................................................................
ผูศึกษาเรื่องราวของมนุษยกอนการคิดคนตัวหนังสือและจดบันทึกไว
............................................................................................................................................................................................
๓. การศึกษาประวัติศาสตรมีความสำคัญอยางไร
ตอบ ๑. ประวัติศาสตรใหความรูเกี่ยวกับความเปนมาของมนุษยทุกเรื่องทั้งความสำเร็จ
............................................................................................................................................................................................
ลมเหลว ความรวมมือ ความขัดแยง การสรางสรรค การทำลาย ฯลฯ
............................................................................................................................................................................................
๒. ประวัติศาสตรเปนรากฐานความเจริญของมนุษยในปจจุบัน
............................................................................................................................................................................................
๓. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความเฉลียวฉลาด มีเหตุผล มีความคิดที่ดี เพราะ
............................................................................................................................................................................................
ประวัติศาสตรใหตัวอยางในบทเรียนที่ดีที่จะปฏิบัติตามหรือหลีกเลี่ยง
............................................................................................................................................................................................
๔. ประวัติศาสตรใหบทเรียนทางจริยธรรม เพราะประวัติศาสตรแสดงใหเห็นผลการ
............................................................................................................................................................................................
ทำความดี ทำความชั่ว
............................................................................................................................................................................................
๕. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความละเอียดรอบคอบในการศึกษาคนควา และ
............................................................................................................................................................................................
เขียนงานทางประวัติศาสตร โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร
............................................................................................................................................................................................
๖. ประวัติศาสตรสอนใหเขาใจความแตกตางของอารยธรรม เพราะในประวัติศาสตร
............................................................................................................................................................................................
มีตัวอยางมากมายที่แสดงถึงความแตกตางของผูคนตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน
............................................................................................................................................................................................
- 18.
วิธีการทางประวัติศาสตร 14
µÍ¹·Õè ò
ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร
๑. ความหมายและความสำคัญของวิธีการทางประวัติศาสตร
วิธีการทางประวัติศาสตร หมายถึง ขั้นตอน หรือวิธีการที่นักประวัติศาสตรหรือผูศึกษา
ทางดานประวัติศาสตรใชเพื่อศึกษา คนควา และเรียบเรียงเหตุการณทางประวัติศาสตรจากหลักฐาน
ตางๆ เพื่อใหไดขอมูลที่มีความถูกตองและชัดเจนมากที่สุด
เนื่องจากมีหลักฐานทางประวัติศาสตรไมสมบูรณและมีไมมาก หลักฐานบางเรื่อง บางคน
มีความนาเชื่อถือ ถูกตอง ไมลำเอียง แตมีหลักฐานบางเรื่อง ไมนาเชื่อถือ ไมถูกตองลำเอียงหรือ
เป น ของปลอม ดั ง นั้ น การเลื อ กใช ห ลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร จึ ง ต อ งมี ก ารตรวจสอบ ประเมิ น
ความนาเชื่อถือ และวิเคราะหอยางละเอียดรอบคอบ เพื่อใหไดขอมูลที่นาเชื่อถือ ถูกตอง เมื่อมี
การเรียบเรียงขอมูลเพื่ออธิบายเหตุการณทางประวัติศาสตร นักประวัติศาสตรหรือผูศึกษาทางดาน
ประวัติศาสตร ก็จะตองเขียนดวยความเปนกลาง ไมลำเอียง ไมนำตนเองไปผูกพันกับเรื่องราวหรือ
เหตุการณทางประวัติศาสตร
อี ก ทั้ ง จะต อ งเข า ใจสภาพการณ ต า งๆในอดี ต ว า มี ค วามแตกต า งกั บ ป จ จุ บั น คื อ ไม น ำ
สภาพการณปจจุบัน ความเจริญที่เปนอยูในปจจุบันไปประเมินตัดสินอดีต เพราะในอดีตยอมมี
สภาพการณ ต ลอดจนความเจริ ญ ไม เ หมื อ นกั บ ป จ จุ บั น ดั ง นั้ น วิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร จึ ง มี
ความสำคั ญ เพื่ อ ที่ จ ะทำให ไ ด เรื่ อ งราวทางประวั ติ ศ าสตร ที่ มี ค วามถู ก ต อ ง เที่ ย งตรง สมบู ร ณ
มีความนาเชื่อถือมากที่สุด
๒. ขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร
การศึกษาทางประวัติศาสตรของทุกชาติ จะมีขั้นตอนที่มีแบบแผนเดียวกัน คือ มีประเด็น
ที่จะศึกษาคนควา มีการรวบรวมหลักฐาน การประเมินคุณคาของหลักฐาน การเลือกสรรและจัด
ความสัมพันธของขอมูล หรือการวิเคราะห สังเคราะหขอมูล และการเรียบเรียงหรือการนำเสนอ
๑. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา
๒. การรวบรวมหลักฐาน
๓. การประเมินคุณคาของหลักฐาน
๔. การวิเคราะห สังเคราะห และจัดหมวดหมูขอมูล
๕. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ
- 19.
วิธีการทางประวัติศาสตร 15
๑. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา
เป น ขั้ น ตอนแรกของวิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร ซึ่ ง เป น เรื่ อ งที่
นักประวัติศาสตรหรือผูสนใจทางประวัติศาสตรมีความสนใจ อยากรู
สงสัย จึงตั้งประเด็นหรือหัวขอที่ตองการศึกษาขึ้นมา
๒. การรวบรวมหลักฐาน
เปนขั้นตอนที่ ๒ ของวิธีการทางประวัติศาสตร โดยนักประวัติศาสตรหรือ
ผูสนใจทางประวัติศาสตร ทำการรวบรวมหลักฐานตางๆ ทั้งหลักฐานชั้นตนและ
หลักฐานชั้นรอง คือเอกสารหรือหนังสือเกี่ยวกับเรื่องที่อยากรูหรือสนใจ
ในการรวบรวมหลักฐาน ควรเริ่มดวยการศึกษาหลักฐานชั้นรองที่เกี่ยวกับ
เรื่องโดยตรงกอน เพื่อใหเขาใจและมีความรูเกี่ยวกับเรื่องที่ตองการศึกษา และ
รวบรวมความคิดของผูที่ศึกษาเรื่องดังกลาวมากอน แลวจึงไปคนควาจากหลักฐาน
ชั้นตน ซึ่งจะทำใหไดรายละเอียดมากขึ้น และอาจมีแนวคิดเพิ่มเติมขึ้นจากที่มีผู
ศึกษาไวแตเดิม แตถาไปเริ่มตนรวบรวมจากหลักฐานชั้นตนกอนโดยยังไมได
ศึกษาหลักฐานชั้นรอง จะทำใหการศึกษาหลักฐานชั้นตนเขาใจไดยาก
อนึ่ ง ในการรวบรวมหลั ก ฐาน ผู ศึ ก ษาประวั ติ ศ าสตร ที่ ดี ค วรรวบรวม
หลักฐานจากหลายทางตามลักษณะและความสำคัญของประเด็นศึกษา คืออาจ
มีการใชหลักฐานที่ไมใชลายลักษณ เชน หลักฐานทางโบราณคดี มานุษยวิทยา
มาประกอบเพื่อใหไดเรื่องราวทางประวัติศาสตรที่ชัดเจนและสมบูรณ
- 20.
วิธีการทางประวัติศาสตร 16
๓. การประเมินคุณคาของหลักฐาน
เปนการประเมินความถูกตองและความสำคัญของหลักฐาน เพราะหลักฐาน
บางอยางอาจเปนของปลอม หรือเลียนแบบของเกา หรือเขียนโดยบุคคลที่ไมเห็น
เหตุการณโดยตรงแลวมาบันทึกไวเสมือนไดรูเห็นเหตุการณเอง หรือแมจะรูเห็น
เหตุการณโดยตรง แตอาจมีความลำเอียงเขาขางฝายใดฝายหนึ่ง ไมวางตัวเปน
กลาง การวิเคราะหหลักฐานแบงเปน ๒ วิธีดังนี้
๑) การประเมินภายนอก เปนการประเมินหลักฐานที่ปรากฏภายนอกวา
เปนของแท ถูกตองตามยุคสมัยหรือไม เชน กระดาษที่บันทึกเปนของจริงหรือไม
สมัยนั้นมีกระดาษแบบนี้ใชหรือยัง วัสดุที่ใชเขียนเปนของรวมสมัยหรือไม
๒) การประเมินภายใน เปนการประเมินหลักฐานวาถูกตองทั้งหมดหรือไม
เชน การกลาวถึงตัวบุคล สถานที่ เหตุการณวาถูกตอง มีจริงอยูในยุคสมัยของ
หลักฐานนั้นหรือไม หรือแมแตสำนวนภาษาวาในสมัยนั้นใชกันหรือยัง
๔. การวิเคราะห สังเคราะห และจัดหมวดหมูขอมูล
เปนขั้นตอนตอจากที่ไดรวบรวมหลักฐาน และวิเคราะหความนาเชื่อถือ
นั้นๆ แลว ขอมูล คือ เรื่องราวตางๆ ทางประวัติศาสตรที่ปรากฏในหลักฐาน
ที่ ร วบรวมและวิ เ คราะห แ ล ว จากหลั ก ฐานที่ เชื่ อ ถื อ ได จ ากนั้ น จึ ง นำข อ มู ล มา
วิเคราะห คือ แยกประเภท โดยเรียงเหตุการณตามลำดับเวลากอนหลัง และ
ความสำคัญของขอมูล แลวทำการสังเคราะห คือจัดเหตุการณเรื่องราวเดียวกัน
และเกี่ยวของสัมพันธกันไวดวยกันและศึกษาความตอเนื่อง การเปลี่ยนแปลง
ของเหตุการณ ตลอดจนปจจัยตางๆที่มีความสำคัญตอเหตุการณ
๕. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ
เป น การเรี ย บเรี ย งข อ มู ล ที่ ไ ด ค น คว า วิ เ คราะห แ ละสั ง เคราะห ม าแล ว
เพื่อนำเสนอขอมูลในลักษณะที่เปนคำตอบหรืออธิบายความอยากรู ขอสงสัย
ตลอดจนความรูใหม ความคิดใหมที่ไดจากการศึกษาคนควานั้น ในรูปแบบ
การเขียนรายงานอยางมีเหตุผล
- 21.
วิธีการทางประวัติศาสตร 17
กลาวโดยสรุปการศึกษาประวัติศาสตรดวยขั้นตอนหรือวิธีการทางประวัติศาสตร ดังที่กลาว
มานี้ ทำใหประวัติศาสตรเปนเรื่องราวของการสืบสวน คนควา วิเคราะหอยางมีหลักเกณฑ มีเหตุผล
มีหลักฐานอางอิงประกอบ ซึ่งคลายกับวิธีการทางวิทยาศาสตร อยางไรก็ดี วิธีการทางประวัติศาสตร
ทำได เ พี ย งการคิ ด ทบทวนในขั้ น ตอนต า งๆของวิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร เ ท า นั้ น แต ไ ม ส ามารถ
ทำให เ หตุ ก ารณ เ กิ ด ขึ้ น ได จ ริ ง อี ก เพราะเหตุ ก ารณ ท างประวั ติ ศ าสตร เ กิ ด ขึ้ น เพี ย งครั้ ง เดี ย ว
เทานั้น
การศึกษาประวัติศาสตรจะใหประโยชน
แกผูศึกษาหลายประการ ที่สำคัญมีดังนี้
๑. ช ว ยให มี ค วามรู ก ว า งขวาง เป น คนทั น สมั ย ทั น โลก จากการเรี ย นรู
ประสบการณของมนุษยนอกเหนือจากประสบการณจริงของผูศึกษา
๒. ชวยพัฒนาบุคลิกภาพใหเปนคนมีนิสัย สติปญญา และความฉลาดอยาง
รอบคอบ
๓. ชวยใหเปนคนมีเหตุผล สามารถเผชิญกับวิกฤตการณตางๆ ไดอยางสุขุม
และสามารถแกไขไดอยางมีประสิทธิภาพ
๔. ชวยสรางความมีมนุษยสัมพันธ ความสามัคคี ตลอดจนยอมรับในคุณคา
ของความเปนมนุษยและความสามารถของแตละบุคคล
- 22.
วิธีการทางประวัติศาสตร 18
กิจกรรมที่ ๒
คำสั่ง ใหนักเรียนนำหมายเลขขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตรในกรอบสี่เหลี่ยม
ไปใสลงในชองวางใหสัมพันธกัน
๑. ๒.
การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา การรวบรวมหลักฐาน
๓. ๔. การวิเคราะห สังเคราะห
การประเมินคุณคาของหลักฐาน และการจัดหมวดหมูขอมูล
๕.
การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ
๑. การประเมินความถูกตองและความสำคัญของหลักฐาน
กรอบที่ ..........................................
๒. การเลือกเรื่องหรือประเด็นที่ตนเองสนใจหรืออยากรู
กรอบที่ ...........................................
๓. การนำเสนอความรูใหมที่ไดจากการศึกษาคนควาในรูปแบบการเขียนรายงานอยางมีเหตุผล
กรอบที่ ...........................................
๔. การนำขอมูลมาวิเคราะหโดยเรียงเหตุการณตามลำดับเวลากอน – หลังและนำมาสังเคราะห
โดยจัดเหตุการณที่เกี่ยวของกันไวดวยกัน
กรอบที่ ...........................................
๕. การรวบรวมหลักฐานในหัวขอที่ตองการศึกษาทั้งหลักฐานชั้นตนและหลักฐานชั้นรอง
กรอบที่ ...........................................
- 23.
วิธีการทางประวัติศาสตร 19
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ò
๑. การประเมินความถูกตองและความสำคัญของหลักฐาน
กรอบที่ ๓
กรอบที่ ..........................................
๒. การเลือกเรื่องหรือประเด็นที่ตนเองสนใจหรืออยากรู
กรอบที่ ๑
กรอบที่ ...........................................
๓. การนำเสนอความรูใหมที่ไดจากการศึกษาคนควาในรูปแบบการเขียนรายงานอยางมีเหตุผล
กรอบที่ ๕
กรอบที่ ...........................................
๔. การนำขอมูลมาวิเคราะหโดยเรียงเหตุการณตามลำดับเวลากอน – หลังและนำมาสังเคราะห
โดยจัดเหตุการณที่เกี่ยวของกันไวดวยกัน
กรอบที่ ๔
กรอบที่ ...........................................
๕. การรวบรวมหลักฐานในหัวขอที่ตองการศึกษาทั้งหลักฐานชั้นตนและหลักฐานชั้นรอง
กรอบที่ ๒
กรอบที่ ...........................................
- 24.
วิธีการทางประวัติศาสตร 20
กิจกรรมที่ ๓
คำสั่ง ใหนักเรียนพิจารณาขอความดานซายมือ วาเปนขั้นตอนใดของวิธีการทาง
ประวัติศาสตรแลวเติมคำตอบลงในชองวางดานขวามือ
ผูศึกษาจะตองถามตนเองเกี่ยวกับประเด็น .................................
๑. ปญหาที่ตองการศึกษา เชน ใคร อะไร ที่ไหน
เมื่อไร ทำไม .................................
ผู ศึ ก ษาต อ งพยายามค น หาและรวบรวม
หลักฐานทางประวัติศาสตรที่เกี่ยวของกับ .................................
๒.
เรื่องที่ตนตองการศึกษาใหมากที่สุดเทาที่จะ .................................
หาได
การพิจารณาลักษณะภายนอกของหลักฐาน
แล ว ตั ด สิ น ว า เป น ของจริ ง หรื อ ของปลอม .................................
๓.
หรื อ การพิ จ ารณาข อ มู ล หรื อ เนื้ อ หาใน .................................
หลักฐาน แลวตัดสินวาเชื่อถือไดหรือไม
การทำความเขาใจวา หลักฐานนั้นมี .................................
๔. ความหมายวาอยางไร บอกขอเท็จจริง
อะไรบาง .................................
การนำเอาขอเท็จจริงตางๆ หรือที่ตีความ
๕. ไดมาเรียบเรียงเขาดวยกันใหเปนเรื่องราวที่ .................................
ใกลเคียงกับความเปนจริงที่เกิดขึ้นในอดีต .................................
ใหมากที่สุด
การเผยแพร ค วามจริ ง ที่ ค น คว า ตี ค วามได .................................
๖. ไปสู ที่ อื่ น ด ว ยวิ ธี ก ารต า งๆ เช น บรรยาย
อภิปราย เขียนรายงาน เขียนบทความ เปนตน .................................
- 25.
วิธีการทางประวัติศาสตร 21
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ó
ผูศึกษาจะตองถามตนเองเกี่ยวกับประเด็น การกำหนดหัวเรื่อง
.................................
๑. ปญหาที่ตองการศึกษา เชน ใคร อะไร ที่ไหน
เมื่อไร ทำไม ที่จะศึกษา
.................................
ผู ศึ ก ษาต อ งพยายามค น หาและรวบรวม การรวบรวม
หลักฐานทางประวัติศาสตรที่เกี่ยวของกับ .................................
๒.
เรื่องที่ตนตองการศึกษาใหมากที่สุดเทาที่จะ หลักฐาน
.................................
หาได
การพิจารณาลักษณะภายนอกของหลักฐาน การประเมินคุณคา
แล ว ตั ด สิ น ว า เป น ของจริ ง หรื อ ของปลอม .................................
๓.
หรื อ การพิ จ ารณาข อ มู ล หรื อ เนื้ อ หาใน ของหลักฐาน
.................................
หลักฐาน แลวตัดสินวาเชื่อถือไดหรือไม
การทำความเขาใจวาหลักฐานนั้นมี การวิเคราะห สังเคราะห
.............................................
๔. ความหมายวาอยางไร บอกขอเท็จจริง
อะไรบาง และการจัดหมวดหมูขอมูล
............................................
การนำเอาขอเท็จจริงตางๆ หรือที่ตีความ
๕. ไดมาเรียบเรียงเขาดวยกันใหเปนเรื่องราวที่ การตีความ
.................................
ใกลเคียงกับความเปนจริงที่เกิดขึ้นในอดีต .................................
ใหมากที่สุด
การเผยแพร ค วามจริ ง ที่ ค น คว า ตี ค วามได การเรียบเรียง
.................................
๖. ไปสู ที่ อื่ น ด ว ยวิ ธี ก ารต า งๆ เช น บรรยาย
อภิปราย เขียนรายงาน เขียนบทความ เปนตน หรือการนำเสนอ
.................................
- 26.
วิธีการทางประวัติศาสตร 22
µÍ¹·Õè ó
ลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐาน
ทางประวัติศาสตรไทย
๑. ลักษณะของหลักฐานทางประวัติศาสตร
หลักฐานทางประวัติศาสตรไทยเปนลายลักษณอักษรโดยทั่วไปกลาวไดวาไมคอย
สมบูรณเพราะคนไทยไมคอยชอบจดบันทึก จึงทำใหมีหลักฐานทางประวัติศาสตรนอย นอกจากนี้
หลักฐานบางอยางยังถูกทำลายไปจากศึกสงคราม รวมทั้งการที่อากาศรอนชื้นทำใหหลักฐานเสียหาย
เร็ว การที่ในสมัยกอน (จนกระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว พ.ศ.๒๓๖๗ -๒๓๗๔)
คนไทยยังจดคัดลอกขอมูลทางประวัติศาสตรทั้งหลายดวยลายมือ เพราะยังไมมีระบบการพิมพหรือ
การที่ถือวาวิชาประวัติศาสตรเรียนรูกันเฉพาะเจานายหรือคนระดับสูงเทานั้น ดวยสาเหตุทั้งหลาย
ประกอบกัน จึงทำใหการศึกษาประวัติศาสตรโดยเฉพาะในสมัยโบราณตองมีการสันนิษฐานกันมาก
๒. ประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตรไทย
หลักฐานทางประวัติศาสตรไทย สามารถแบงเปนประเภทใหญๆ ได ๒ ประเภท คือ
หลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร กับหลักฐานที่ไมเปนลายลักษณอักษร ในที่นี้จะยกตัวอยางหลักฐาน
แตละประเภทใหเขาใจพอสังเขป ดังนี้
๑) หลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร ประกอบดวย
(๑) ตำนาน เป น เรื่ อ งที่ เ ล า ต อ ๆ กั น มาด ว ย
วาจา ตอมาภายหลังจึงมีการจดบันทึกและพิมพเผยแพร ดังนั้น
เรื่ อ งที่ อ ยู ใ นตำนานอาจถู ก เปลี่ ย นแปลงจากเรื่ อ งเดิ ม ได เพราะ
การลืมความไมแมนยำในการจดจำ การแตงเติมเรื่อง การไมใช
ความสำคัญในเรื่องกาลเวลา จึงมีการกลาวถึงกาลเวลาอยางกวางๆ
เรื่องที่ปรากฏในตำนานมักกลาวถึงเรื่องในพระพุทธศาสนา เรื่องราว
ของบุคคล เรื่องราวของปูชนียสถาน เชน ตำนาน มูลศาสนา ตำนาน
จามเทวี ว งศ ตำนานพระแก ว มรกต ตำนานชิ น กาลมาลี ป กรณ
เปนตน ตำนานจึงสะทอนใหเห็นความเชื่อ ความศรัทธา คติชาวบาน
ฯลฯ ดังนั้น ตำนานจึงมีประโยชนในการศึกษาประวัติศาสตรไทย
อยูมาก แตก็ตองใชความระมัดระวังและตรวจสอบ ตำนานพญาคันคาก เปนตำนานแสดงความเชื่อของ
กับหลักฐานอื่นๆ ดวย เชน หลักฐานทางโบราณคดี ชาวอีีกรรมสำคัญชนสองฝกาลมาลีปกรณ ตเปนกตำนาน์
ในพิธ
สานและชุม
และชิน
งโขงเกี่ยวกับสั วศั ดิ์สิทธิ
เปนตน เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและประวัติศาสตรลานนา
- 27.
วิธีการทางประวัติศาสตร 23
(๒) จารึ ก ทำขึ้ น เพื่ อ ใช อ ธิ บ ายเรื่ อ งราว
เหตุ ก ารณ ที่ เ กิ ด ในสั ง คม โดยมี จุ ด มุ ง หมายอย า งใดอย า งหนึ่ ง
จารึกของไทยปรากฏในหลายลักษณะ เชน จารึกบนแทนศิลา
หรือแผนศิลา เรียกวา ศิลาจารึกจารึกลงบนแผนทอง เรียกวา
จารึกลานทอง จารึกลงบนแผนเงิน เรียกวา จารึกลานเงิน จารึก
หรือจารบนใบลาน เรียกวา หนังสือใบลาน
จารึกเปนหลักฐานทางประวัติศาสตรไทยที่มีความ
จารึกลานทอง พบที่วัดสองคบ
สำคัญมาก โดยเฉพาะในสมัยสุโขทัย จารึกที่คนพบในประเทศไทย อ.เมือง จ.ชัยนาท
มีประมาณ ๕๐๐ ชิ้น เปนเอกสารชั้นตนที่นาเชื่อถือเพราะเขียน อักษรขอม-อักษรไทย
สมัยอยุธยา พ.ศ.๑๙๕๑
ขึ้ น เพี ย งครั้ ง เดี ย ว ไม มี ก ารคั ด ลอก แก ไข ซึ่ ง มี ป ระโยชน ใ น
การสรางกรอบกำหนดเหตุการณตามวันเวลาสามารถใหขอมูลทาง
ดานสังคมและเศรษฐกิจไดเปนอยางดี และชวยใหศึกษาวัฒนธรรม
ทองถิ่นไดอยางลึกซึ้งยิ่งขึ้น ศิลาจารึกที่สำคัญ เชน ศิลาจารึกสุโขทัย
หลักที่ ๑ หรือศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงมหาราช จารึกวัดศรีชุม
หรือศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ ๒ ซึ่งถือเปนหลักฐานที่สำคัญที่
นักประวัติศาสตรใชเปนขอมูลในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัย
อย า งไรก็ ต ามจารึ ก มี ข อ จำกั ด ทางด า นภาษาและการตี ค วาม
เพราะสำนวนภาษาในจารึ ก มี อ ายุ ห ลายร อ ยป ข อ ความใน
จารึก จึงอาจจะมีความแตกตางไปจากภาษาในปจจุบัน ทำให
นั ก ประวั ติ ศ าสตร อ าจตี ค วามผิ ด ได นอกจากนี้ ตั ว อั ก ษรของ
จารึกก็อาจไมชัดเจนทำใหอานยาก จารึกวัดศรีชุม หรือศิลาจารึกสุโขทัย
หลั ก ที่ ๒ เป น หลั ก ฐานที่ ส ำคั ญ
อี ก ชิ้ น หนึ่ ง พบที่ วั ด ศรี ชุ ม อ.เมื อ ง
จ.สุโขทัย
หนังสือใบลาน เปนเอกสารโบราณที่ใชบันทึกพระธรรม
คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา และบันทึกเรื่องราวตางๆ ในอดีต
คนไทยโบราณนิยมเรียกวา “คัมภีรใบลาน” เพราะสวนใหญ
จะจดจารพระธรรมและบทสวดมนตตางๆ รวมทั้งเรื่องราว
เกี่ยวกับพุทธประวัติ
หนังสือใบลาน ทำจากใบของตนลาน ซึ่งมีลักษณะคลายตนตาล กอนจะนำมาจาร
เปนเอกสารนั้น ตองผานกรรมวิธีหลายขั้นตอน เชน ทำใบลานใหเรียบไมโคงงอหรือบิดไป
บิดมา เปนตน เสนอักษรในหนังสือใบลานสวนมากเปนเสนจาร เสนชุบหมึก และเสนทอง
ก็มีบางแตเปนสวนนอย อุปกรณที่มักใชคูกับคัมภีรใบลาน คือ กากะเยีย มีไวสำหรับใชเปน
ที่วางคัมภีรใบลาน เพื่อใชอานและแปลหนังสือใบลานโดยเฉพาะ
- 28.
วิธีการทางประวัติศาสตร 24
(๓) พงศาวดาร เปนการบันทึกเรื่องราวใน
อดีตภายใตการอุปถัมภของราชสำนัก เนื้อหาในพงศาวดารจะเนน
เหตุ ก ารณ เ กี่ ย วกั บ อาณาจั ก รและกษั ต ริ ย ที่ ป กครองอาณา
จั ก รนั้ น ๆ พงศาวดารที่ มี อ ยู ใ นป จ จุ บั น มี เ นื้ อ หา ๓ ประเภท
ใหญๆ คือ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา พงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร
จนถึงตนรัชกาลที่ ๕ พงศาวดารทองถิ่นและประเทศเพื่อนบาน
อย า งไรก็ ต าม แม ว า พงศาวดารจะไม ใ ห ค วามสำคั ญ เกี่ ย วกั บ
สามัญชนทั่วไปและบางเรื่องยังเกี่ยวกับเรื่องไมปกติ แตก็เปน
หลักฐานที่มีประโยชนและทรงคุณคามากในการศึกษาประวัติศาสตร
โดยเฉพาะสมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยกรุงรัตนโกสินทรจนถึง
ตนรัชกาลที่ ๕ พระราชพงศาวดาร ฉบับหลวงประเสริฐฯ
เปนพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา
(๔) บันทึกของชาวตางชาติ ชาวตางชาติที่เดินทางเขามาในดินแดนประเทศไทย
สมัยตางๆ มีทั้งเปนนักการทูต พอคา นักเผชิญโชค ไดบันทึกเรื่องราวตางๆ ทั้งที่เกี่ยวกับประวัติ-
ศาสตร ภูมิศาสตร วัฒนธรรม การดำรงชีวิต เปนตน ทำใหเราไดทราบเหตุการณทางประวัติศาสตรไทย
มากขึ้นกวาเดิม บันทึกที่สำคัญของชาวตางชาติในสมัยอยุธยา เชน พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับ
ฟาน ฟลีต หรือวัน วลิต พอคาชาวฮอลันดาที่มาประจำที่กรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระเจาปราสาททอง
จดหมายเหตุลาลูแบร โดย ซิมองค เดอ ลา ลูแบร ราชทูตชาวฝรั่งเศสที่เขามาเจริญสัมพันธไมตรีกับ
ไทยในสมั ย สมเด็ จ พระนารายณ ม หาราช ในสมั ย รั ต นโกสิ น ทร มี บั น ทึ ก ของชาวต า งชาติ ม ากขึ้ น
เชน เลาเรื่องกรุงสยาม ของสังฆราชปาลเลอกัวซ ผูเผยแพรศาสนาคริสตในเมืองไทยเปนเวลานาน
อยางไรก็ตาม เนื่องจากชาวตางชาติมีพื้นฐานทางความคิด วัฒนธรรมที่แตกตางจากคนไทย จึงอาจ
ทำใหการเขาใจผิดในวัฒนธรรมของไทยในบางเรื่อง เพราะฉะนั้นในการศึกษาจึงตองระมัดระวังใน
ประเด็นเหลานี้
ภาพวาดลาลูแบร หัวหนาคณะทูตฝรั่งเศส แผนที่กรุงศรีอยุธยาในจดหมายเหตุลาลูแบร ฉบับภาษาอังกฤษ พิมพที่ประเทศ
ที่เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรี- อังกฤษ เมื่อ พ.ศ.๒๒๓๖ ซึ่งตรงกับตนสมัยสมเด็จพระเพทราชา
อยุธยา เมื่อ พ.ศ.๒๒๓๐
- 29.
วิธีการทางประวัติศาสตร 25
(๕) จดหมายเหตุ เป น หลั ก ฐานทาง
ประวั ติ ศ าสตร ป ระเภทพงศาวดาร แต แ ตกต า งกั น ตรงที่
จดหมายเหตุเปนการบันทึกรวมสมัย บอกเกี่ยวกับวัน เวลา
ที่มีเหตุการณเกิดขึ้นมีลักษณะเดนเรื่องการใหรายละเอียด
และความถูกตองในเรื่องเวลา พรอมทั้งแทรกความคิดเห็น
ของผูบันทึกลงไปดวย จดหมายเหตุแบงออกเปนหลายประการ
ไดแก จดหมายเหตุของหลวง จดหมายเหตุโหร จดหมายเหตุ
ของบุคคล และเอกสารคำใหการของรัฐหรือฝายปกครอง
(๖) เ อ ก ส า ร ท า ง ร า ช ก า ร เ ป น
เอกสารที่ เ กี่ ย วกั บ การบริ ห ารราชการและการปกครอง
หนังสือจดหมายเหตุบางกอกกรีคอรเดอร
ที่ รั ฐ บาลมี ต อ ข า ราชการทั้ ง ส ว นกลางและส ว นภู มิ ภ าค เปนหลักฐานทางประวัติศาสตรที่ใชศึกษา
เช น รายงานการตรวจสอบราชการรายงานความคิ ด เห็ น สภาพสังคมและความเปนอยูของคนไดเปน
อยางดี
เพื่อกราบบังคมทูล รายงานการประชุม เปนตน กอนสมัย
รัตนโกสินทรเอกสารทางราชการสวนใหญไดเสียหายชำรุดไปมาก ประกอบกับในสมัยโบราณยังไมมี
ระบบจัดการเอกสารราชการจนกระทั่งไดมีการตั้งกระทรวง ทบวง กรม ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕
จึงไดเริ่มจัดเก็บเอกสารอยางเปนระบบ โดยเก็บไวที่หอจดหมายเหตุแหงชาติ เปนแหลงสำคัญ
๒) หลั ก ฐานที่ ไ ม เ ป น ลายลั ก ษณ อั ก ษร
หลั ก ฐานที่ ไ ม เ ป น ลายลั ก ษณ อั ก ษรมี ห ลายประเภท
ทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ เชน แนวพระราชวังเกา
แนวเมืองเกา แหลงโบราณคดีตางๆ เจดีย ปรางค โบสถ
วิหาร ผลงานศิลปะ เครื่องแตงกาย เครื่องมือ เครื่องใช
เป น ต น สามารถนำมาใช ป ระกอบการศึ ก ษาประวั ติ
ศาสตรในสมัยตางๆ ไดเปนอยางดี เพื่อจะไดเขาใจวิถี
ชีวิตของคนไทยได ดีขึ้น
หอจดหมายเหตุแหงชาติ ตั้งอยูในบริเวณหอสมุดแหงชาติ
เปนสถานที่เก็บรักษาเอกสารทางราชการ ประวัติศาสตร
และศิลปวัฒนธรรมของชาติ
อาจกลาวไดวา หลักฐานทั้งสองประเภทสามารถใชเปนขอมูลไดทั้งหลักฐานชั้นตน
และหลักฐานชั้นรอง ซึ่งในการศึกษาคนควาหลักฐานจะตองมีการตรวจสอบและประเมินความนา
เชื่อถือของหลักฐานนั้นๆ เสียกอน เพื่อไมใหขอมูลคลาดเคลื่อนและบิดเบือนไปจากความเปนจริงได
- 30.
วิธีการทางประวัติศาสตร 26
แหลงรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร
หลักฐานทางประวัติศาสตรแตละประเภท
ที่นักเรียนกำลังศึกษาอยููนี้ หากมีความประสงค
จะไปสื บ ค น สามารถค น คว า จากแหล ง ที่ ม าได
หลายแหล ง ด ว ยกั น เช น จากหนั ง สืื อ และสื่ อ
สิ่งพิมพตางๆ หรือเอกสารแนะนำโบราณสถาน
สมุดไทย คัมภีรใบลาน สำเนาจารึก ซึ่งถาเปน
ของทางราชการจะเก็บรักษาไวที่หอสมุดแหงชาติ
ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค สวนศิลาจารึ ก
เก็บรักษาไวที่หอสมุดวชิรญาณ
ทั้ ง นี้ ห ลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร ที่ เ ป น
ศาลาสำราญมุขมาตย พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ พระนคร หลั ก ฐานชั้ น ต น ถ า เป น โบราณสถานสามารถ
ไปสำรวจได จ ากที่ ตั้ ง ของโบราณสถานนั้ น ๆ ถ า เป น โบราณวั ต ถุ ส ว นใหญ จ ะเก็ บ รั ก ษาไว ที่
พิ พิ ธ ภั ณ ฑสถานแห ง ชาติ ที่ ตั้ ง อยู ใ นจั ง หวั ด ต า งๆ เช น พิ พิ ธ ภั ณ ฑสถานแห ง ชาติ พ ระนคร
จังหวัดกรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ เจาสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ อูทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถาน
แห ง ชาติ รามคำแหง จั ง หวั ด สุ โ ขทั ย พิ พิ ธ ภั ณ ฑสถานแห ง ชาติ
เชียงใหม จังหวัดเชียงใหม พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ นครศรี-
ธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เปนตน ซึ่งหลักฐาน
ทางประวัติศาสตรสวนใหญที่เก็บไวจะเปนหลักฐานทีี่
พบอยูในพื้นที่ที่อยูใกลเคียงกับที่ตั้งพิพิธภัณฑนั้นๆ
ซึ่งจะชวยทำใหทราบขอมูลที่จัดเปนหลักฐานทาง
ประวั ติ ศ าสตร เ ผยแพร ผ า นทางเว็ บ ไซต ช ว ย
ทำให เ กิ ด ความสะดวกแก ก ารศึ ก ษาค น คว า
มากขึ้น ตัวอยางเชน
http://www.4sac.or.th/jaruk2008/
เผยแพรขอมูลจารึกหลักสำคัญๆ ของไทย มี
คำอาน คำแปล และขอมูลที่มีการแกไขลาสุด
จัดทำโดยศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร
ลวดลายศิลปกรรมไทยบนหนาบันพระที่นั่งพุทไธสวรรย
http://www.finearts.go.th เว็บไซตข อง
กรมศิ ล ปากร มีี ข อ มู ล เกี่ ย วกั บ หลั ก ฐานทาง
ประวัติศาสตรหลายดาน เชน เอกสาร จดหมายเหตุ
แหล ง โบราณคดี มี link ไปยั ง เว็ บ ไซต อื่ น ๆ ที่
ใหขอมูลเกี่ยวของ เชน พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ
ตางๆ เปนตน
http://www.sukhothai.go.th ให ข อ มู ล
สังเขปพรอมภาพประกอบเกี่ยวกับโบราณสถาน
ตางๆ ในอุทยานประวัติศาสตรสุโขทัย
พระที่นั่งพุทไธสวรรย พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ พระนคร
- 31.
วิธีการทางประวัติศาสตร 27
กิจกรรมที่ ๔
คำสั่ง ใหนักเรียนอานขอความเกี่ยวกับลักษณะของหลักฐานทางประวัติศาสตร
ตอไปนี้ แลวทำเครื่องหมาย ลงในชองนั้น
บันทึกของชาวตางชาติ
เอกสารทางราชการ
จดหมายเหตุ
ลักษณะของหลักฐาน
พงศาวดาร
ตำนาน
จารึก
๑. ผูบันทึกมีทั้งนักการทูต พอคา นักเผชิญโชคที่เดิน
ทางเขามาในดินแดนประเทศไทยสมัยตางๆ
๒. บันทึกรวมสมัยที่บอกเกี่ยวกับวันเวลาที่มีเหตุการณ
เกิดขึ้น
๓. หลักฐานชั้นตนที่นาเชื่อถือ แตมีขอจำกัดทางดาน
ภาษาและการตีความ
๔. ราชสำนักใหการอุปถัมภ เนื้อหาจะเกี่ยวกับอาณาจักร
และกษัตริยที่ปกครอง
๕. เรื่องที่เลาตอกันมาดวยวาจา ภายหลังมีการจดบันทึก
และพิมพเผยแพร
๖. การนำหลักฐานไปใชตองระมัดระวัง เพราะผูบันทึก
มีวัฒนธรรม ความคิดที่แตกตางจากคนไทย
๗. จารลงบนวั ส ดุ ห ลายประเภท เช น แท น ศิ ล าหรื อ
แผนศิลา แผนทอง แผนเงิน ใบลาน เปนตน
๘. หลักฐานที่ใหคุณคามากในการศึกษาประวัติศาสตร
โดยเฉพาะสมั ย อยุ ธ ยาและรั ต นโกสิ น ทร จ นถึ ง ต น
รัชกาลที่ ๕
๙. หลักฐานที่มีลักษณะเดนในเรื่องการใหรายละเอียด
และความถูกตองในเรื่องเวลา มีการแทรกความคิด
เห็นของผูบันทึกลงไปดวย
๑๐. หลั ก ฐานที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ การบริ ห ารราชการและ
การปกครองที่รัฐมีตอขาราชการทั้งสวนกลางและ
สวนภูมิภาค
- 32.
วิธีการทางประวัติศาสตร 28
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ô
บันทึกของชาวตางชาติ
เอกสารทางราชการ
จดหมายเหตุ
ลักษณะของหลักฐาน
พงศาวดาร
ตำนาน
จารึก
๑. ผูบันทึกมีทั้งนักการทูต พอคา นักเผชิญโชคที่เดิน
ทางเขามาในดินแดนประเทศไทยสมัยตางๆ
๒. บันทึกรวมสมัยที่บอกเกี่ยวกับวันเวลาที่มีเหตุการณ
เกิดขึ้น
๓. หลักฐานชั้นตนที่นาเชื่อถือ แตมีขอจำกัดทางดาน
ภาษาและการตีความ
๔. ราชสำนักใหการอุปถัมภ เนื้อหาจะเกี่ยวกับอาณาจักร
และกษัตริยที่ปกครอง
๕. เรื่องที่เลาตอกันมาดวยวาจา ภายหลังตอมามีการ
จดบันทึกและพิมพเผยแพร
๖. การนำหลักฐานไปใชตองระมัดระวัง เพราะผูบันทึก
มีวัฒนธรรม ความคิดที่แตกตางจากคนไทย
๗. จารลงบนวั ส ดุ ห ลายประเภท เช น แท น ศิ ล าหรื อ
แผนศิลา แผนทอง แผนเงิน ใบลาน เปนตน
๘. หลักฐานที่ใหคุณคามากในการศึกษาประวัติศาสตร
โดยเฉพาะสมั ย อยุ ธ ยาและรั ต นโกสิ น ทร จ นถึ ง ต น
รัชกาลที่ ๕
๙. หลักฐานที่มีลักษณะเดนในเรื่องการใหรายละเอียด
และความถู ก ต อ งในเรื่ อ งเวลา มี ก ารแทรกความคิ ด
เห็นของผูบันทึกลงไปดวย
๑๐. หลั ก ฐานที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ การบริ ห ารราชการและ
การปกครองที่รัฐมีตอขาราชการทั้งสวนกลางและ
สวนภูมิภาค
- 33.
วิธีการทางประวัติศาสตร 29
µÍ¹·Õè ô
ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตร
ไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรทองถิ่น
และประวัติศาสตรสุโขทัย
ผืนแผนดินไทยมีประวัติศาสตรมายาวนานนับพันป มีหลายพื้นที่ หรือหลายบริเวณเกี่ยวของ
กับประวัติศาสตรชาติในสมัยตางๆ แตไมวาจะเกี่ยวของกับสมัยใด ทุกทองถิ่นก็มีประวัติศาสตร
ของตน เชน ทองถิ่นของตนตั้งขึ้นเมื่อใด ใครมีความสำคัญในการกอตั้ง บุคคลสำคัญในทองถิ่นมี
ใครบาง ลักษณะสำคัญของทองถิ่นในดานตางๆ ซึ่งประเด็นตางๆ ดังที่กลาวมา นักเรียนสามารถนำ
วิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร ไ ปใช ใ นการศึ ก ษาได ตั ว อย า งที่ ก ล า วต อ ไปนี้ จ ะใช ข อ มู ล จากหลั ก ฐาน
สมั ย สุ โขทั ย ดั ง นั้ น ข อ มู ล อาจใช ไ ด ทั้ ง ในประวั ติ ศ าสตร ท อ งถิ่ น และประวั ติ ศ าสตร แ ห ง ชาติ คื อ
ประวัติศาสตรสุโขทัย
๑. ประวัติศาสตรทองถิ่น
ในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยมีการกลาวถึงเรื่องราวของทองถิ่นหลายเรื่อง โดยเฉพาะศิลาจารึก
สมัยสุโขทัยหลักที่ ๑ หรือศิลาจารึกสมัยพอขุนรามคำแหง นักเรียนสามารถเริ่มตนหาความรูเกี่ยวกับ
ประวัติศาสตรในทองถิ่นของตน หรือที่สนใจจากศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑
ศิลาจารึกสมัยสุโขทัยหลักที่ ๑ มีความสำคัญมาก เพราะสรางมากกวา ๗๐๐ ปแลว
ข อ ความที่ ป รากฏในศิ ล าจารึ ก ให ค วามรู ใ นหลายด า น ทั้ ง ที่ เ กี่ ย วกั บ ประวั ติ ศ าสตร ท อ งถิ่ น และ
ประวัติศาสตรสุโขทัยศิลาจารึกสมัยสุโขทัยหลักนี้ องคกร การศึกษา วิทยาสาสตร และวัฒนธรรม
แหงสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ยกยองใหเปน “เอกสารความทรงจำแหงโลก” (Memory
of the world) เมื่อ พ.ศ ๒๕๔๖
ในศิลาจารึกสมัยพอขุนรามคำแหงมหาราช มีชื่อเมืองตางๆ หลายเมืองเชน เมืองศรีสัชนาลัย
เมืองตาก เมืองสระหลวง เมืองสองแคว เมืองนครศรีธรรมราช เมืองคณฑี เปนตน หลายเมืองมีชื่อ
เหมือนเดิมในปจจุบัน และยังมีความสำคัญอยู แตบางเมืองลดความสำคัญและเปนเมืองรางหาไมพบ
เชน เมืองสระหลวง นักประวัติศาสตรลงความคิดเห็นวาเปนเมืองแฝดกับเมืองสองแคว สระหลวง
สองแคว คือ เมืองพิษณุโลก เมืองคณฑี คือ บานโคน ใน
อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร
เมื่อนักเรียนเลือกและตั้งประเด็นศึกษาประวัติศาสตร
ทองถิ่นของตนที่สนใจ ก็ทำการรวบรวมหลักฐานขอมูลจาก
แหล ง ต า งๆ เช น ประชุ มจารึ กภาคที่ ๑ จารึ ก กรุง สุ โขทั ย
หนังสือประวัติศาสตรจังหวัด เว็บไซตตางๆ แลวนำมาวิเคราะห หนังสือประชุมศิลาจารึกภาคที่ ๑ จารึกกรุงสุโขทัย
เรียบเรียงเปนประวัติทองถิ่นที่ตอเนื่องมาถึงปจจุบันได และหนังสือประวัติศาสตรปตตานี หลักฐานที่สามารถ
ใชในการศึกษาประวัติศาสตรทองถิ่นได
- 34.
วิธีการทางประวัติศาสตร 30
ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตรไทย
ที่มีอยูในทองถิ่นในสมัยกอนประวัติศาสตร : ประวัติศาสตรวัฒนธรรมบานเชียง
การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา อาจตั้งประเด็นศึกษาวา “ชุมชนโบราณบานเชียงสมัยกอน
ประวัติศาสตรผูคนมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอยางไร” ซึ่งบานเชียงเปนชื่อของหมูบาน อยูที่อำเภอ
หนองหาน จังหวัดอุดรธานี เปนชุมชนโบราณสมัยกอนประวัติศาสตรที่สำคัญของประเทศไทยชุมชนหนึ่ง
การรวบรวมหลักฐาน โดยพิจารณาขอมูลจากหลักฐานทางโบราณคดีที่ขุดพบที่บานเชียง เชน
โครงกระดูกมนุษย เครื่องมือหิน เครื่องมือโลหะ ภาชนะดินเผา เครื่องประดับตางๆ ซึ่งปจจุบันมีการ
จัดแสดงหลักฐานเหลานี้ตามพิพิธภัณฑตางๆ นอกจากนั้น ยังรวบรวมจากเอกสารรายงานการขุดคน
ทางโบราณคดีที่เผยแพรตอสาธารณชน ผลงานการวิจัยบานเชียงของนักประวัติศาสตร หนังสือตางๆ
ที่ใหขอมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตรบานเชียง เปนตน
การประเมินคุณคาหลักฐาน จากหลักฐานที่รวบรวมมา ใหคัดกรองเลือกหลักฐานที่เกี่ยวของ
กับบานเชียงโดยตรง หลักฐานบางชิ้นไมมีแหลงที่มา ไมมีการอางอิง ผูเรียบเรียงไมมีประสบการณตรง
ในการศึกษาประวัติศาสตรตองกรองเอาออก ถาขอมูลเปนเรื่องผานมาแลวหลายป หรือขัดแยงกันก็
ตองตรวจสอบทานจนกวาจะไดขอมูลที่นาเชื่อถือ และดวยเหตุที่ชุมชนโบราณบานเชียงเปนชุมชนสมัย
กอนประวัติศาสตร ดังนั้นหลักฐานทางโบราณคดีที่พบอยูในหลุมขุดคนที่บานเชียง จึงเปนหลักฐาน
ชั้นตนที่เราควรใหความเชื่อถือที่สุด
การวิเคราะห สังเคราะห และจัดหมวดหมูขอมูล โดยนำ
หลักฐานทั้งหมดมา ตีความ เชน ภาชนะดินเผา เครื่องมือเครื่องใช
เศษเมล็ดขาวที่พบในชั้นดินแตละชั้นที่มีวิวัฒนาการตางกัน ใหขอมูล
อะไรแก เ ราบ า ง ทั้ ง นี้ ค วรตรวจสอบทานกั บ หลั ก ฐานชั้ น รองที่ นั ก
ประวัติศาสตรไดทำการวิเคราะหมาแลวดวยวา มีความเหมือนหรือ
แตกตางจากที่เราวิเคราะหอยางไร หรือที่เราตีความไปอยางนั้นมี
หลักฐานชั้นรองอะไรบางที่สนับสนุน
การเรียบเรียง หรือการนำเสนอ ขอมูลที่เราตีความใหนำมา
เรียบเรียงตอกันเขาอยางเปนเหตุเปนผล รวมทั้งมีการอางอิงแหลง
ที่ ม าของข อ มู ล ด ว ย ตั ว อย า งเช น สรุ ป อย า งสั ง เขปได ว า ชุ ม ชนที่
บ า นเชี ย งผู ค นมี วิ ถี ชี วิ ต แบบวั ฒ นธรรมเกษตรกรรมที่ อ าศั ย อยู กั น
อยางตอเนื่อง เนื่องจากมีรองรอยของวิวัฒนา
การของเครื่องมือเครื่องใชในชั้นดินแตละระดับ
จากระดับพื้นฐานที่เปนเครื่องมือเครื่องใชงายๆ
จนสามารถพั ฒ นานำสำริ ด และเหล็ ก มาใช ไ ด
ถือวาเปนชุมชนที่มีความเจริญกาวหนากวาชุมชน
อื่นในยุคเดียวกัน และจากรองรอยของชุมชนพอ
จะบอกไดวา ชาวบานเชียงรูจักทำการเพาะปลูก
ขาวและเลี้ยงสัตวดวย
ที่มา : http://thailandexhibition.com/Event-76/
Event-76-Detail.php?id=293
- 35.
วิธีการทางประวัติศาสตร 31
๒. ประวัติศาสตรสุโขทัย
ประวัติศาสตรสุโขทัยมีเรื่องราวที่สำคัญและนาสนใจหลายเรื่อง ที่นำมาเปนตัวอยาง คือ
ใครเปนพันธมิตรของเจาผูครองอาณาจักรไทย ๓ อาณาจักร ซึ่งเปนที่มาของพระบรมราชานุสาวรีย
สามกษัตริยที่จังหวัดเชียงใหม
การรวบรวมหลักฐานขอมูลในเรื่องนี้ควรเริ่มตนที่หนังสือประวัติศาสตรสุโขทัย ความสัมพันธ
ไทยกับจีนสมัยสุโขทัย ชินกาลมาลีปกรณ ประวัติศาสตรของจีนในราชวงศหยวน ชีวประวัติของ
กุบไลขาน
เมื่อรวบรวมขอมูลไดแลว นักเรียนก็นำขอมูลมาจัดเปนประเด็นตางๆ เชน ทำไมกษัตริย
ทั้ง ๓ พระองค มาทำสัญญาเปนพันธมิตร เมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๐ นโยบายของกุบไลขานเกี่ยวของกับเรื่อง
นี้อยางไร ลักษณะความสัมพันธทางการทูตของจีนกับสุโขทัยเปนอยางไร สุดทายจึงวิเคราะหและ
เรียบเรียง
นักเรียนจะไดความรูวา สามกษัตริยคือ พอขุนรามคำแหงมหาราชแหงสุโขทัย พระยา
มังรายแหงลานนา พระยางำเมืองแหงพะเยา เปนพระสหายกัน ในเวลานั้นกุบไลขานผูนำพวก
มองโกลสามารถพิชิตและยึดครองจีนได จากนั้นจึงขยายอำนาจไปยังอาณาจักรตางๆ เชน ญี่ปุน
ปยุ (ในพมา) มีการสงทูตไปยังอาณาจักรตางๆ เรียกรองใหยอมออนนอมโดยการถวายบรรณาการ
(จิ้มกอง) ถาไมยอมก็จะถูกโจมตีดวยกำลังทหาร กษัตริยทั้ง ๓ พระองค จึงมาทำสัญญาเพื่อชวยเหลือ
ซึ่งกันและกัน ถาถูกกองทัพมองโกลโจมตี เหตุการณดังกลาวขางตน แสดงใหเห็นถึงความสามัคคี
ของคนไทยไดเปนอยางดี
พระบรมราชานุสาวรียสามกษัตริย อันไดแก พระยางำเมือง (ซาย)
พระยามังราย (กลาง) และพอขุนรามคำแหงมหาราช (ขวา)
ประดิษฐาน ณ บริเวณหนาศาลากลาง จังหวัดเชียงใหม
ที่มา : http://comingthailand.com/chiangmai/threeking-statue.html
- 36.
วิธีการทางประวัติศาสตร 32
ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชศึกษา
เรื่องราวทางประวัติศาสตรไทย : เหตุการณสำคัญสมัยสุโขทัย
การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา อาจตั้งประเด็นวา “พอขุนรามคำแหงมหาราชครองราชยชวงระยะ
เวลาใด” เหตุผลที่ศึกษาเรื่องนี้ เนื่องจากตำราทางประวัติศาสตรระบุศักราชการครองราชยไวแตกตาง
กัน กอใหเกิดความสับสน เชน พ.ศ. ๑๘๒๐ – ๑๘๖๐ บาง พ.ศ. ๑๘๒๒ – ๑๘๔๑ หรือ พ.ศ. ๑๘๒๒ – ๑๘๔๓
แลวเราควรยึดถือชวงปใดเปนหลัก
การรวบรวมหลักฐาน หลักฐานที่นำมาใชในการศึกษาเรื่องนี้ เปนหลักฐานประเภทลายลักษณ
อักษร ตัวอยาง เชน ขอมูลจากศิลาจารึกหลักที่ ๑ หนังสือพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา,
ราชาธิราช, สารนิพนธ ประเสริฐ ณ นคร, หนังสือจดหมายเหตุจีน เปนตน
การประเมินคุณคาหลักฐาน จากหลักฐานทั้งหมด ขอมูลจากศิลาจารึกนาเชื่อถือที่สุดเพราะ
เปนหลักฐานชั้นตน สวนเลมอื่นๆ เปนหลักฐานชั้นรอง ทั้งนี้หลักฐานชั้นรองบางเลม เชน หนังสือราชา
ธิราช ที่ทางไทยแปลและเรียบเรียงหนังสือเลมนี้มาจากพงศาวดารมอญอีกทีหนึ่งจำเปนตองตรวจสอบ
หลักฐานอื่นๆ ประกอบ เพราะขอมูลบางสวนยังไมมีที่มาที่แนนอน
การวิเคราะห สังเคราะห และจัดหมวดหมู
ขอมูล นำหลักฐานที่รวบรวมมาไดนำมาตีความ เชน
ที่แตละเลมอางอิง พ.ศ. แตกตางกัน เกิดจากอะไร
แตละเลมใชขอมูลอะไรเปนแหลงอางอิง ขอความ
ในศิลาจารึกตอนใดที่เปนประโยชนไดบาง และขอ
ความตอนนั้นสามารถแปลความไดวาอยางไร
การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ นำขอมูล
ที่ตีความมาไดสังเคราะหหรือเรียบเรียงออกมาได
ดังนี้ แตเดิมนั้นหนังสือจำนวนมากอางอิงวาชวง
ป ที่ ค รองราชย ข องพ อ ขุ น รามคำแหงมหาราช
อยู ใ นช ว ง พ.ศ. ๑๘๒๐–๑๘๖๐ โดยใช ข อ มู ล ที่
สมเด็ จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุ ภ าพทรง
สันนิษฐานไวในหนังสือพระราชพงศาวดาร ฉบับ
พระราชหั ต ถเลขา ซึ่ ง ระบุ ไ ว ดั ง นี้ ว า “...น า จะ
ประมาณวาพระเจาขุนรามคำแหงเสวยราชสมบัติ
เมื่อราวปฉลู จุลศักราช ๖๓๙ พ.ศ. ๑๘๒๐ คือ กอน
มะกะโทได เ มื อ งเมาะตะมะ ๔ ป เ ป น อย า งต่ ำ ...”
และ “...ถาเอาหลักนี้เปนขอยุติ ควรลงเนื้อเห็นวา
พระเจ า ขุ น รามคำแหงสวรรคตเมื่ อ ราวป ม ะเส็ ง
จุลศักราช พ.ศ. ๑๘๖๐ อยูในราชสมบัติประมาณ
๔๐ ป...” เนื่องจากมีขอจำกัดทางดานหลักฐานใน
ขณะนั้น ตามหลักฐานนี้จึงนาจะยังไมควรถือเปน
เมืองเกาสุโขทัย ขอยุติ
ที่มา : http://www.thai2trip.com/trip/detail.php?id=2293
- 37.
วิธีการทางประวัติศาสตร 33
เมื่อไปสืบคนจากศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ สวนที่พอขุนรามคำแหงทรงใหจารึกประวัติของ
พระองคไว แตในศิลาจารึกระบุไวแตเพียงวา “...พี่กูตาย จึงไดเมืองแกกูทั้งกลม...” ซึ่งไมไดระบุศักราช
ไว
อยางไรก็ตาม ในศิลาจารึกมีขอความตอนหนึ่งวา “...๑๒๑๔ ศก ปมะโรง พอขุนรามคำแหง
เจ า เมื อ งศรี สั ช นาลั ย สุ โ ขทั ย นี้ ปลู ก ไม ต าลนี้ ได สิ บ สี่ เ ข า ...” ซึ่ ง ธรรมเนี ย มการปลู ก ต น ตาลนี้
นักประวัติศาสตรบางทานลงความเห็นวานาจะเปนธรรมเนียมเดียวกับกษัตริยไทอาหม โดยกษัตริย
ไทอาหมจะปลูกตนไทร เรียกวา ตนอายุพร เปนคติวา การครองราชยจะไดอยูยืนยงเหมือนตนไทร
ที่มา : http://sukhothaisongs.blogspot.com/
ทางลังกาเองก็ถือวาตนไทรและตนตาลเปนไมศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นปครองราชยจึงนาจะใชปที่ทรง
ปลูกตนตาล คือ พ.ศ. ๑๘๒๒ เปนหลัก ซึ่งวิเคราะหดูแลว พอยึดถือนำมาใชเปนหลักเกณฑได
สวนปสุดทายของรัชกาล ในจดหมายเหตุจีน สมัยราชวงศหยวน ไดบันทึกไววา “พ.ศ. ๑๘๔๒
พระเจากรุงจีนพระราชทานฮูเสือใหรัชทายาทของสยาม และรัชทายาทกราบทูลวา เมื่อพระราชบิดา
ยังอยูในราชสมบัติราชสำนักเคยให...” ขอความนี้บงบอกถึงวา ในปนั้นสุโขทัยไดเปลี่ยนกษัตริยจาก
พอขุนรามคำแหงมหาราชมาเปนพระยาเลอไท ผูเปนพระราชโอรสแลว ดังนั้นปสวรรคตของพอขุนราม
คำแหงมหาราช จึงนาจะเปน พ.ศ. ๑๘๔๑
ดังนั้น ชวงปครองราชยของพอขุนรามคำแหงมหาราช จึงควรใชป พ.ศ. ๑๘๒๒–๑๘๔๑ เนื่องจาก
มีขอมูลที่นำมาสนับสนุนขอสันนิษฐานสมเหตุสมผลมากกวา
กล า วโดยสรุ ป หากผู ศึ ก ษาต อ งการศึ ก ษาประวั ติ ศ าสตร ไ ทยสมั ย ใดสมั ย หนึ่ ง ก็ ค วร
เริ่ ม จากการกำหนดหั ว เรื่ อ ง จากนั้ น รวบรวมหลั ก ฐานต า งๆ ทั้ ง หลั ก ฐานชั้ น ต น และหลั ก ฐาน
ชั้ น รองขั้นตอไป คือ การนำหลักฐานเหลานั้นมาประเมินความนาเชื่อถือแลวนำหลักฐานนั้นมา
ตีความขอมูล ขั้นตอนสุดทาย คือ การสังเคราะหขอมูล เปนการนำขอมูลทั้งหมดมาเรียบเรียง
เปนเรื่องและเมื่อผูศึกษาใชวิธีการทางประวัติศาสตรตามขั้นตอนตางๆ ไดอยางถูกตอง เปนระบบ
ก็สามารถไดรับความรูที่ถูกตองและนำไปใชศึกษาคนควาวิชาอื่นๆ ได
- 38.
วิธีการทางประวัติศาสตร 34
กิจกรรมที่ ๕
คำสั่ง ใหนักเรีทึกลงในกรอบที่กำหนดให าสตรสุโขทัการณสำคัญสมัยสุโขทัย” ารทางประวัติศาสตร
แลวบัน
ยนศึกษาเกี่ยวกับประวัติศ
“หัวขอเหตุ
ยที่กำหนดให โดยใชวิธีก
.............................................................
ขั้นที่ ๑ .............................................................
๑.
การกำหนดหัวเรื่อง .............................................................
.............................................................
.............................................................
.............................................................
๒. ขั้นที่ ๒
การรวบรวมหลักฐาน .............................................................
.............................................................
.............................................................
ขั้นที่ ๓ .............................................................
๓. การประเมินคุณคา .............................................................
ของหลักฐาน
.............................................................
.............................................................
ขั้นที่ ๔ .............................................................
๔.
การตีความหลักฐาน .............................................................
.............................................................
.............................................................
ขั้นที่ ๕ .............................................................
๕.
การกำหนดหัวเรื่อง .............................................................
.............................................................
- 39.
วิธีการทางประวัติศาสตร 35
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè õ
พอขุนรามคำแหงมหาราช
.............................................................
ครองราชยชวงระยะเวลาใด
.............................................................
๑. ขั้นที่ ๑
การกำหนดหัวเรื่อง .............................................................
.............................................................
ขอมูลจากศิลาจารึกหลักที่ ๑ ,
.............................................................
หนังสือพระราชพงศาวดาร
.............................................................
๒. ขั้นที่ ๒
ฉบับพระราชหัตถเลขา, ราชาธิราช,
.............................................................
การรวบรวมหลักฐาน
หนังสือจดหมายจีน
.............................................................
จากหลักฐานทั้งหมด ขอมูลจากศิลา
.............................................................
ขั้นที่ ๓ จารึกนาเชื่อถือที่สุดเพราะเปนหลักฐาน
.............................................................
๓. การประเมินคุณคา ชั้นตน สวนเลมอื่นๆ เปนหลักฐาน
.............................................................
ของหลักฐาน ชั้นรอง
.............................................................
นำหลักฐานที่รวบรวมมาไดนำมาตีความ
.............................................................
เชน ที่แตละเลมอางอิง พ.ศ. แตกตาง
.............................................................
๔. ขั้นที่ ๔
การตีความหลักฐาน กันนั้น เกิดจากอะไร
.............................................................
.............................................................
ชวงปครองราชยของพอขุนรามคำแหง
.............................................................
มหาราช จึงควรใชชวงป พ.ศ. ๑๘๒๒
.............................................................
๕. ขั้นที่ ๕
การกำหนดหัวเรื่อง – ๑๘๔๑ เนื่องจากมีขอมูลที่นำมา
.............................................................
สนับสนุนขอสันนิษฐานสมเหตุสมผล
.............................................................
- 40.
วิธีการทางประวัติศาสตร 36
µÍ¹·Õè õ
ตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษา
ประวัติศาสตรสุโขทัย
หลักฐานทางประวัติศาสตรไทยที่ไดกลาวมาเปนภาพรวมในตอนตนนั้น เราสามารถเลือกนำ
มาใชในการศึกษาประวัติศาสตรได ในที่นี้ขอยกตัวอยางหลักฐานที่นำมาใชในการศึกษาประวัติศาสตรไทย
สมัยสุโขทัย พอเปนสังเขป ดังนี้
๑. หลักฐานชั้นตน
หลักฐานชั้นตนที่เราสามารถเลือกนำมาใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัยได เชน
๑) ศิลาจารึกหลักที่ ๑ หรือศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงมหาราช เริ่มแรกสรางขึ้น
เมื่อ พ.ศ. ๑๘๒๖ โดยพอขุนรามคำแหงมหาราชทรงใหชางแกะสลักและจารขอความลงไปในเนื้อหิน
เพื่อบันทึกเรื่องราวในรัชสมัยของพระองคไว แตภายหลังเขาใจวานาจะเปนกษัตริยสุโขทัยองคตอๆ
มา ไดจารึกเพิ่มขึ้นจนครบทั้ง ๕ ดาน ตัวอยางขอความที่ปรากฏอยูในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ดาน ที่ ๑
คัดเอามาเฉพาะบางตอน
“พ อ กู ชื่ อ ศรี อิ น ทราทิ ต ย แม กู ชื่ อ นางเสื อ ง พี่ กู ชื่ อ
บานเมือง ตูพี่นองทองเดียวกัน หาคน ผูชายสาม ผูญีงโสง
พี่เผือผูอายตายจากเผือเตียมแตยังเล็ก
เมื่อกูขึ้นใหญไดสิบเกาเขา ขุนสามชนเจาเมืองฉอด
มาทเมืองตาก พอกูไปรบ ขุนสามชนหัวซาย ขุนสามชนขับมา
หัวขวา ขุนสามชนเกลื่อนเขา ไพรฟาหนาใสพอกู หนีญญาย
พายจแจน กูบหนี กูขี่ชางเบกพล กูขับกอนพอกู กูตอชางดวย
ขุนสามชน ตนกูพุงชางขุนสามชน ตัวชื่อมาสเมือง แพ ขุน
สามชนพายหนี พอกูจึงขึ้นชื่อกู ชื่อพระรามคำแหง เพื่อกูพุง
ชางขุนสามชน...
...เมื่ อ ชั่ ว พ อ ขุ น รามคำแหง เมื อ งสุ โ ขทั ย นี้ ดี
ในน้ ำ มี ป ลา ในนามี ข า ว เจ า เมื อ งบ เ อาจกอบในไพร
ศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ หรือศิลาจารึก
ลูทางเพื่อนจูงวัวไปคาขี่มาไปขาย ใครจักใครคาชาง คา
พอขุนรามคำแหงมหาราชเปนหลักฐานชั้นตน ใครจักใครคามา คา ใครจักใครคาเงือนคาทองคา...”
สำคัญที่ใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัย
- 41.
วิธีการทางประวัติศาสตร 37
ความสำคัญของศิลาจารึกหลักที่ ๑ เปนหลักฐานที่ใหขอมูลของอาณาจักรสุโขทัยหลายๆ
ดาน ทั้งการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิตความเปนอยู
ของผูคน และเนื่องจากเปนหลักฐานที่สรางขึ้นรวมกับสมัยสุโขทัย ดังนั้นจึงเปนหลักฐานชิ้นสำคัญที่
ผูศึกษาประวัติศาสตรจะตองใชในการศึกษาและอางอิง
๒) เจดียทรงดอกบัวตูม หรือเจดียทรงพุมขาวบิณฑ เปน
โบราณสถานในวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย ลักษณะเปนเจดียสี่เหลี่ยมทรง
ซอนกันขึ้นไป ๓ ชั้น องคเจดียเปนรูปสี่เหลี่ยมยอมุม ปลายยอดทำเปน
รูปทรงดอกบัวตูม หรือทรงพุมขาวบิณฑ แกนทำดวยศิลาแลงแลวฉาบ
ปูนทับ ประดิษฐานเปนเจดียองคประธาน รอบองคเจดียประธานมี
เจดียทิศรวม ๘ องค นับเปนเจดียที่มีลักษณะเดนที่สุดในกลุมเจดีย
ทรงดอกบัวตูมในสมัยสุโขทัยดวยกัน
ผลจากการศึกษาหลักฐานทางดานโบราณสถานที่
เปนเจดียดังกลาว อาจวิเคราะหไดวานาจะสรางขึ้นในสมัยหลัง
พอขุนรามคำแหงมหาราช เพราะมิไดมีการกลาวถึงวัดมหาธาตุ
ซึ่งเปนวัดสำคัญในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ดานที่ ๑ ดังนั้นจึงนา
จะสรางในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) อันเปน
ยุคที่พระพุทธศาสนาเจริญรุงเรืองที่สุดในสมัยสุโขทัย ลักษณะของทรงเจดียแสดงใหเห็นวา ไดรับ
อิทธิพลมาจากเจดียทรงปรางคของขอมประยุกตเขากับเจดียทรงกลมแบบลังกา โดยชางสุโขทัยได
นับมาปรับปรุงเสริมสรางแนวคิดของตนเขาไป จนมีความสวยงามจนเปนเอกลักษณเฉพาะของ
เจดียแบบสุโขทัยแท
๒. หลักฐานชั้นรอง
หลักฐานชั้นรองที่เกี่ยวกับอาณาจักรสุโขทัยก็มีอยูไมนอย ซึ่งสวนใหญจะเปนผลงาน
การศึกษาของนักวิชาการที่มีการเขียนเรียบเรียงอยางเปนระบบ ซึ่งเราสามารถนำขอมูลมาใชใน
การศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัยได ตัวอยางเชน
๑) สารนิพนธ ประเสริฐ ณ นคร ศาสตราจารย
ดร. ประเสริฐ ณ นคร เปนบุคคลอีกทานที่มีผลงานการศึกษาคนควา
เกี่ยวกับประวัติศาสตรไทยอยูเปนจำนวนมาก ในหนังสือเลมนี้มีบทความ
เกี่ยวกับการศึกษาคนควาประวัติศาสตรสุโขทัยของทานอยูหลายเรื่อง
อาทิ ประวัติศาสตรสุโขทัยจากจารึก การชำระประวัติศาสตรสุโขทัย
หลักการสอบคนเมืองสมัยสุโขทัย เปนตน หนังสือสารนิพนธ ประเสริฐ ณ นคร
ในเลมจะมีขอมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร
สุโขทัยหลายเรื่อง
- 42.
วิธีการทางประวัติศาสตร 38
ตัวอยางขอมูลที่อยูในหนังสือเลมนี้
“...จารึกหลักที่ ๔๕ เปนเรื่องคำสัตยสาบานระหวางกษัตริยสุโขทัย
และเจาเมืองนาน เมื่อ พ.ศ. ๑๙๓๕ มีขอความกลาวลำดับบรรพบุรุษ
ของราชวงศพระรวงไวดังตอไปนี้
“ปูขุนจิต ขุนจอด ปูพระยาศรีอินทราทิตย ปูพระยาบาน
ปูพระยารามราช (ราคำแหง) ปูไสสงคราม ปูพระยาเลอไท ปูพระยา
งั่วนำถม ปูพระยามหาธรรมราชา พองำเมือง พอเลอไท”
ถานับวาปูพระยาเปนกษัตริยทุกพระองคแลว ราชวงศพระรวงจะประกอบดวย
๑. พอขุนศรีอินทราทิตย (เริ่มเสวยราชย พ.ศ.๑๗๙๒ สวรรคตปใดไมปรากฏ)
๒. พอขุนบานเมือง (พ.ศ.? - ๑๘๒๒)
๓. พอขุนรามราช (รามคำแหง) (ประมาณ พ.ศ. ๑๘๒๒ – ๑๘๔๑)
๔. พระยาเลอไทย (พ.ศ. ๑๘๔๑ – ประมาณ พ.ศ. ๑๘๖๖)
๕. พระยางั่วนำถม (ประมาณ พ.ศ. ๑๘๖๖ – ๑๘๙๐)
๖. พระมหาธรรมราชาที่ ๑ ลิไทย (พ.ศ. ๑๘๙๐ – ๑๙๑๑)
๗. พระมหาธรรมราชาที่ ๒ (พ.ศ. ๑๙๑๑ ถึงประมาณ พ.ศ. ๑๙๔๒)
๘. พระมหาธรรมราชาที่ ๓ ไสลือไทย (พ.ศ. ๑๙๔๓ – ๑๙๖๒)
๙. พระมหาธรรมราชาที่ ๔ บรมปาล (พ.ศ. ๑๙๖๒ ถึงประมาณ พ.ศ. ๑๙๘๑)
จากการศึกษาของ ศ.ดร.ประเสริฐ สรุปวา สุโขทัยมีกษัตริยปกครองรวม ๙ พระองค และ
ถาเราพิจารณาจากขอมูลจะเห็นวา การสืบทอดพระราชอำนาจจะเปนไปในหมูเชื้อพระองคเดียวกัน
ซึ่งขอมูลนี้สามารถนำไปใชในการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะการเมืองการปกครองของสุโขทัยได
๒) สุโขทัยเมืองพระรวง เปนหนังสือที่จัดทำโดยกรมศิลปากร มีเนื้อหาเกี่ยวกับ
ประวัติศาสตรสุโขทัยพรอมภาพประกอบ เนื้อหาไมลึกมากนัก สามารถอานทำความเขาใจไดงาย
ตัวอยางขอมูลเชน
“…สมัยนี้อาจนับเปนยุคทองของศิลปกรรมของสุโขทัย ซึ่งแสดงออกในรูปแบบของ
ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุตางๆ
พระศรี ศ ากยมุ นี เป น พระพุ ท ธรู ป หล อ สำริ ด ขนาดใหญ ได รั บ การสร า งขึ้ น เพื่ อ
ประดิษฐานอยูในวิหารหลวงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุกลางเมืองสุโขทัย ซึ่งปจจุบันไดมีการยายมาเปน
พระประธานในพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวนาราม กรุงเทพมหานคร
- 43.
วิธีการทางประวัติศาสตร 39
พระศรีศากยมุนี เปนตัวอยางแบบแผนทางศิลปกรรมสุโขทัย ที่มีความเปนตัวของ
ตัวเองและมีชื่อเสียงเปนที่รูจักกันทั่วไป รวมทั้งเปนเครื่องแสดงเทคนิควิทยาขั้นสูงในการสรางซึ่งปรากฏ
ใหเห็นเปนแบบฉบับในสมัยของพระธรรมราชาลิไทยนี้”
ขอมูลจากหนังสือเลมนี้เราสามารถนำไปใชอางอิงได และเปนหลักฐานชั้นรองที่ชวยใหเรา
เห็นภาพรวมของอาณาจักรสุโขทัยไดดีในระดับหนึ่ง
จากที่กลาวมาแลวทั้งหมด เราจะเห็นไดวาในการศึกษาประวัติศาสตรเราจำเปนตองมีวิธี
การที่เปนระบบเพื่อใชเปนแนวทางในการศึกษา ซึ่งเรียกวา “วิธีการทางประวัติศาสตร” และในการใช
ขอมูลจำเปนตองใชขอมูลทั้งหลักฐานชั้นตนและหลักฐานชั้นรองที่ผานการตรวจสอบความนาเชื่อถือ
มาประกอบกัน ก็จะทำใหเราสามารถทราบเรื่องราวทางประวัติศาสตรที่ตองการได และวิธีการทาง
ประวัติศาสตรนี้เราก็สามารถนำไปประยุกตใชในการดำเนินชีวิตไดดวยเชนกัน
กลาวโดยสรุป การศึกษาประวัติศาสตร นอกจากจะเกี่ยวของกับเรื่องราว เวลาและหลักฐาน
แล ว เพื่ อ ให ไ ด ค วามรู ที่ ถู ก ต อ ง ตรงกั บ ความเป น จริ ง มากที่ สุ ด ต อ งมี วิ ธี ก ารศึ ก ษา ซึ่ ง เรี ย กว า
“วิธีการทางประวัติศาสตร” ซึ่งมีอยู ๕ ขั้นตอนดวยกัน คือเริ่มจากการตั้งประเด็นศึกษาที่นาสนใจ
การรวบรวมขอมูลตางๆ การวิเคราะห และการประเมินคุณคาของหลักฐาน การเลือกสรรและจัด
ความสัมพันธของขอมูล และการวิเคราะหขอมูล การสังเคราะหขอมูล ซึ่งก็คือนำขอมูลมาเรียบเรียง
เปน องคความรู ซึงเปนขันตอนสุดทายทีมความสำคัญมาก และเปนขั้นตอนทีมความละเอียดรอบคอบ
่ ้ ่ี ่ี
ในการใชหลักฐานประกอบความคิดอยางมีเหตุผลและแสดงออกอยางชาญฉลาด สามารถนำไปใชใน
การศึกษาคนควาวิชาอื่นๆ ได และถาใชเปนนิสัยจะทำใหเปนคนที่มีความคิด เหตุผลมีความนาเชื่อถือ
ซึ่งจะเปนประโยชนในการดำรงชีวิตตอไป
- 44.
วิธีการทางประวัติศาสตร 40
กิจกรรมที่ ๖
คำสั่ง ใหนักเรียนดูภาพหลักฐานทางประวัติศาสตร แลวตอบคำถามตามประเด็น
ที่กำหนด
๑. ประเภทของหลักฐาน
หลักฐานชั้นตน
หลักฐานขั้นรอง
๒. ความนาเชื่อถือของหลักฐาน
นาเชื่อถือ ไมนาเชื่อถือ
๓. ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
เจดียทรงดอกบัวตูม ...........................................................................................
หรือเจดียทรงพุมขาวบิณฑ ...........................................................................................
๑. ประเภทของหลักฐาน
หลักฐานชั้นตน
หลักฐานขั้นรอง
๒. ความนาเชื่อถือของหลักฐาน
นาเชื่อถือ ไมนาเชื่อถือ
๓. ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
ศิลาจารึกสุโขทัย
หลักที่ ๑ ...........................................................................................
- 45.
วิธีการทางประวัติศาสตร 41
á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ö
๑. ประเภทของหลักฐาน
หลักฐานชั้นตน
หลักฐานขั้นรอง
๒. ความนาเชื่อถือของหลักฐาน
นาเชื่อถือ ไมนาเชื่อถือ
๓. ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร
เปนโบราณสถานในวัดมหาธาตุ เปนเจดียที่มี
...........................................................................................
ลักษณะเดนที่สุดในกลุมเจดียทรงดอกบัวตูมใน
...........................................................................................
สมัยสุโขทัยดวยกัน ลักษณะของเจดียแสดงให
...........................................................................................
เจดียทรงดอกบัวตูม
เห็นวาไดรับอิทธิพลมาจากเจดียทรงปรางคของ
...........................................................................................
หรือเจดียทรงพุมขาวบิณฑ ขอมประยุกตเขากับเจดียทรงกลมแบบลังกา
...........................................................................................
๑. ประเภทของหลักฐาน
หลักฐานชั้นตน
หลักฐานขั้นรอง
๒. ความนาเชื่อถือของหลักฐาน
นาเชื่อถือ ไมนาเชื่อถือ
๓. ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร
เปนหลักฐานที่ใหขอมูลของอาณาจักรสุโขทัย
...........................................................................................
หลายๆ ดาน ทั้งการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ
...........................................................................................
สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิต
...........................................................................................
ความเปนอยูของผูคน
...........................................................................................
ศิลาจารึกสุโขทัย
หลักที่ ๑ ...........................................................................................
- 46.
วิธีการทางประวัติศาสตร 42
ประจำหนวยที่ ๒
คำชี้แจง ขอสอบเปนแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอ
คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน
กระดาษคำตอบ
๑. การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร ๕. ขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร
จะมี ค วามถู ก ต อ งสมบู ร ณ ม ากเป น ที่ มี ค วามสำคั ญ ที่ สุ ด ต อ การเขี ย นผล
เพราะเหตุใด งานทางประวัติศาสตรใหสมบูรณ
ก. รัฐบาลใหการสนับสนุน ก. การรวบรวมหลักฐาน
ข. ประชาชนใหความสนใจ ข. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ
ค. มีหลักฐานในการคนความาก
ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน
ง. นักประวัติศาสตรมีความสามารถ
๒. เราควรใชวิธีการทางประวัติศาสตรใน ง. ทุกขั้นตอนมีความสำคัญเทาเทียมกัน
การศึกษาประวัติศาสตรตามขอใด ๖. การศึกษาเรื่องราวของมนุษยสมัยกอน
ก. เรื่องที่เราใหความสนใจ ประวัติศาสตรควรศึกษาจากหลักฐาน
ข. เรื่องที่ผูอื่นศึกษาไวแลว ใด
ค. เรื่องที่ลึกลับเหนือธรรมชาติ ก. ศิลาจารึก
ง. เรื่ อ งที่ ท ำให เ กิ ด ความเสี ย หายแก ข. หลักฐานทางโบราณคดี
บุคคลอื่น ค. พระราชพงศาวดาร
๓. การศึกษาประวัติศาสตรจากหลักฐาน ง. บันทึกของชาวตางชาติ
ชั้นรองมีขอดีอยางไร ๗. เพราะเหตุใดจึงตองใชวิธีการทางประวัติ
ก. ใหขอมูลที่เชื่อถือไดแนนอน
ศาสตรในการศึกษาประวัติศาสตร
ข. ไมตองนำมาวิเคราะหตีความ
ค. เปนแนวทางในการศึกษาเบื้องตน ก. เพื่อจะไดเปนนักประวัติศาสตรที่มี
ง. ไมตองเหนื่อยในการคนหาหลักฐาน ชื่อเสียง
๔. การพิจารณาความนาเชื่อถือของหลักฐาน ข. เพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาใน
ควรดูจากสิ่งใด สาขาวิชาตางๆ
ก. ขอมูลจากหลักฐาน ค. เพื่อคนหาความจริงจากหลักฐาน
ข. จำนวนหลักฐานที่พบ ทางประวัติศาสตร
ค. ความสมบูรณของหลักฐาน ง. เพื่อหาจุดประสงคของผูสราง
ง. ความนาเชื่อถือของผูสรางหลักฐาน หลักฐานทางประวัติศาสตร
- 47.
วิธีการทางประวัติศาสตร 43
๘. ขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร ๑๒. หากผลการศึกษาประวัติศาสตรของเรา
คือขอใด มีความแตกตางกันจากขอมูลประวัติ-
ก. การสันนิษฐาน ศาสตรที่มีอยูเดิมจะตองทำอยางไร
ข. การลงประชามติ ก. แสดงขอมูลหลักฐานมาสนับสนุน
ค. การรวบรวมขอมูล ข. กลับไปศึกษาใหมอีกครั้งเพื่อความ
ง. การกำหนดหัวเรื่อง แนใจ
๙. บุคคลใดมีคุณลักษณะพื้นฐานของนัก ค. ปรับผลการศึกษาใหสอดคลองกับขอ
ประวัติศาสตรที่ดี มูลที่มีอยูเดิม
ก. กลามีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ง. นำเสนอผลการศึกษาโดยไมสนใจ
ข. แกวมีนิสัยลำเอียง เขาขางแตคนที่ ขอมูลที่มีอยูเดิม
ตนรัก ๑๓. หลักฐานทางประวัติศาสตรขอใดอยูตาง
สมัยจากขออื่น
ค. เกงเชื่อที่คนอื่นพูดโดยไมไตรตรอง
ก. วัดพระศรีสรรเพชญ
ใหดีกอน
ข. จดหมายเหตุลาลูแบร
ง. กองมีความละเอียดรอบคอบและ
ค. พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
เปดใจกวางรับฟงความเห็นที่แตกตาง
ง. พระราชพงศาวดารกรุ ง เก า ฉบั บ
๑๐. การตรวจสอบหลักฐานวาเปนของจริง
หลวงประเสริฐฯ
หรือไมเปนขั้นตอนใดของวิธีการทาง ๑๔. เพราะเหตุใดนักประวัติศาสตรจึงตีความ
ประวัติศาสตร ขอมูลจากหลักฐานชิ้นเดียวกันแตกตาง
ก. การรวบรวมหลักฐาน กัน
ข. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา ก. มีความเชื่อตางกัน
ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ข. มีความสนใจตางกัน
ง. การวิเคราะห สังเคราะห และจัด ค. มีจุดประสงคที่ตางกัน
หมวดหมูขอมูล ง. มีความรูความสามารถตางกัน
๑๑. ขอความในศิลาจารึกวา “...เจาเมืองบ ๑๕. ความรู ใ หม ท างประวั ติ ศ าสตร ที่ ผ า น
เอาจกอบในไพรลูทาง...” หมายความวา การศึกษาคนควาตีความแลวเปลี่ยนแปลง
เจาเมืองไมเก็บภาษีผานทาง ขอความนี้ ไดหรือไม
จัดอยูในขั้นตอนใด ก. ได ขึ้นอยูกับนักประวัติศาสตร
ก. การรวบรวมหลักฐาน ข. ไมได เพราะจะทำใหคนสับสน
ข. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ค. ไมได เพราะผานการวิเคราะหตีความ
ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน มาแลวอยางดี
ง. การวิเคราะห สังเคราะห และจัด ง. ได ขึ้นอยูกับขอมูลหลักฐานที่อาจมี
หมวดหมูขอมูล การคนพบเพิ่มเติมในภายหลัง
- 48.
วิธีการทางประวัติศาสตร 44
๑๖. ขอใดคือปจจัยสำคัญที่ทำใหมีการบิด ๑๙. ในการนำตำนานมาใช เ ป น หลั ก ฐาน
เบือนขอเท็จจริงทางประวัติศาสตร ทางประวัติศาสตร ผูศึกษาควรใชวิธีการ
ก. ขอมูลขัดแยงกัน ใดจึงจะไดขอมูลที่นาเชื่อถือมากที่สุด
ข. อคติของผูศึกษา ก. นำมาใชกลาวอางไดเลย
ค. ขอมูลไมสมบูรณ ข. ควรนำหลั ก ฐานอื่ น มาใช ศึ ก ษา
ง. ความยาวนานของเวลา ประกอบ
๑๗. หากนักเรียนพบความขัดแยงของขอมูล ค. ตำนานเป น เรื่ อ งอิ ท ธิ ป าฏิ ห าริ ย
จากหลั ก ฐานต า งประเภทกั น ควรทำ นำมาใชเปนหลักฐานไมได
อยางไร ง. ควรนำตำนานมาประชาพิ จ ารณ
ก. ถือวาเปนขอมูลที่ไมนาเชื่อถือทั้งคู เพื่อประเมินความนาเชื่อถือกอน
ข. ตรวจสอบเปรียบเทียบกับหลักฐาน ๒๐. หลักฐานประเภทใดที่บันทึกเรื่องราวใน
อื่นตอไป อดีตภายใตการอุปถัมภของราชสำนัก
ค. ถื อ ว า ข อ มู ล ถู ก ต อ ง แต ต า งกั น ที่ ก. พงศาวดาร
ความเห็นของผูสราง ข. ตำนาน
ง. ตรวจสอบดูวาหลักฐานใดสรางกอน ค. จดหมายเหตุ
ยอมมีความนาเชื่อถือมากกวา ง. บันทึกของชาวตางชาติ
๑๘. ในการศึกษาประวัติศาสตรสมัยสุโขทัย
ควรศึกษาจากแหลงขอมูลใด
ก. ตำนานมูลศาสนา
ข. จดหมายเหตุลาลูแบร
ค. ศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงมหาราช
ง. จดหมายเหตุฟาน ฟลีต หรือวัน วลิต
- 49.
วิธีการทางประวัติศาสตร 45
Ẻ·´ÊͺËÅѧàÃÕÂ
ประจำหนวยที่ ๒
¹
ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ
๑ ค ๑๑ ก
๒ ก ๑๒ ก
๓ ข ๑๓ ค
๔ ค ๑๔ ก
๕ ง ๑๕ ง
๖ ข ๑๖ ข
๗ ค ๑๗ ข
๘ ง ๑๘ ค
๙ ง ๑๙ ข
๑๐ ค ๒๐ ก
- 50.
วิธีการทางประวัติศาสตร 46
บรรณานุกรม
ณรงค พวงพิศ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : อักษร
เจริญทัศน, ๒๕๕๒.
ไพฑู ร ย มี กุ ศ ล และคณะ. หนั ง สื อ เรี ย นประวั ติ ศ าสตร ม.๑. กรุ ง เทพฯ :
วัฒนาพานิช, ๒๕๕๒.
.แบบฝกหัดพัฒนาการเรียนรูประวัติศาสตร ม.๑. พิมพครั้งที่ ๑.
กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช, ๒๕๔๙.
วงเดือน นาราสัจจ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ :
พัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.), ๒๕๕๒.
วรรัตน วรรณเลิศลักษณ และคณะ. แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู. กรุงเทพฯ
: อักษรเจริญทัศน, ๒๕๕๑.
วีณา เอี่ยมประไพ และคณะ. สัมฤทธิ์มาตรฐานประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ
: อักษรเจริญทัศน, ๒๕๕๐.