www.เนติ.com
                               ผู้เสี ยหายในคดีอาญาถึงแก่ ความตาย
                                                                                            อ.เป้ สิททิกรณ์ 1 0




1. ผู้เสี ยหายตายก่อนฟ้ อง

    • สิทธิการฟ้ องคดีอาญาเป็ นสิ ทธิเฉพาะตัวไม่เป็ นมรดกตกทอดแก่ทายาท ดังนั้น ทายาทโดยธรรม
      หรื อผูรับพินยกรรมหรื อผูจดการมรดกของผูเ้ สียหายย่อมไม่ใช่ผเู้ สียหายและไม่มีอานาจฟ้ อง เว้นแต่
             ้     ั           ้ั                                                   ํ
      จะเป็ นกรณี ตามมาตรา 5 (2)
           ฎ. 2219/2521 จําเลยกระทําความผิดต่อ      ช. เจ้ามรดกในขณะที่ ช.ยังมีชีวิตอยู่ ช.จึงเป็ น
ผูเ้ สียหาย เมื่อ ช.ถึงแก่ความตาย โจทกในฐานะผจดการมรดกและทายาทโดยธรรมของ ช.ไม่มีอานาจฟ้ อง
                                      ์        ู้ ั                                      ํ
คดีแทน ช.เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 4, 5 และ 6 ไม่ได้ให้อานาจโจทก์ไว้ ทั้ง
                                                                                   ํ
สิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ตกทอดมายังโจทก์ แม้จะพิจารณาได้ความตามฟ้ องว่าทรัพย์มรดกของ ช. ตกไดแก่         ้
โจทกก็ตาม แต่ทรัพย์มรดกนั้นก็เพิงตกมาเป็ นของโจทก์ภายหลังวันที่จาเลยกระทําความผิด โจทก์จึงไม่ใช่
         ์                          ่                             ํ
ผูเ้ สียหายและไม่มีอานาจฟ้ องจําเลย
                       ํ



2. ผู้เสียหายตายหลังฟ้ อง (มาตรา 29)

          มาตรา 29 เมื่อผู้เสียหายได้ ยนฟ้ องแล้ วตายลง ผู้บุพการี ผู้สืบ สันดานสามีหรือภริยาจะดําเนินคดี
                                          ื่
ต่ างผู้ตายต่ อไปก็ได้
          ถ้าผู้เสียหายที่ตายนั้นเป็ นผู้เยาว์ ผู้วกลจริต หรือผู้ไร้ ความสามารถ ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้
                                                   ิ
อนุบาล หรือผู้แทนเฉพาะคดีได้ ยนฟ้ อง แทนไว้แล้ ว ผู้ฟ้องแทนนั้นจะว่าคดีต่อไปก็ได้
                                     ื่



        2.1. ผู้เสี ยหายได้ ยนฟ้ องแล้ วตายลง (มาตรา 29 วรรคหนึ่ง)
                             ื่
             1. ผู้เสี ยหายยืนฟ้ องคดี
                             ่
             o ผูเ้ สี ยหายร้องทุกข์ไว้แล้วตายลง ไม่ใช่กรณี ตามมาตรา 29 วรรคหน่ึง

1
 ผูบริ หารสถาบันติวกฎหมายสมาร์ ทลอว์เตอร์ : ติวกฎหมายป.ตรี, ตัวทนาย ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบติ ตัวปี , เนติบณฑิตไทย
   ้                                                          ๋                     ั ๋             ั
รายละเอียดดูที่ www.SmartLawTutor.com สอบถาม/สมครเรียนโทร. 086-987-5678 (ติดต่ออ.ตูน)
                                                   ั

                                                     1

                    “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ
                                                          ั      SmartLawTutor.com”
www.เนติ.com
             ฎ.5162/2547 ว. บิดาโจทก์เป็ นผูเ้ สี ยหายโดยตรงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ว. ตายโดยไม่ได้ถกทําร้าย
                                                                                                      ู
ถึงตายตามมาตรา 5 (2) โจทก์ซ่ ึงเป็ นผูสืบสันดานจึงไม่มีอานาจจัดการแทน ว. ฟ้ องจําเลยได้ ปรากฏว่า ว.
                                          ้                   ํ
(ผู้เสียหาย) เพียงแต่ ร้องทุกข์ ต่อเจ้ าพนักงานตํารวจเท่ านั้น ยังไม่ได้ ฟ้องคดีจงไม่ต้องด้ วยบทบัญญัตมาตรา
                                                                                 ึ                      ิ
29 ที่โจทก์จะดําเนินคดีต่างผู้ตายต่ อไปได้ โจทก์ไม่ได้เป็ นผูเ้ สียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์จึงไม่มี
อํานาจฟ้ องจําเลย และเมื่อ ว. ตายสิ ทธิที่ ว. ได้ร้องทุกข์ไว้ต่อเจ้าพนักงานตํารวจไม่เป็ นมรดกตกทอดแก่
ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 และมาตรา 1600 เพราะการฟ้ องคดีตองเป็ นไปตาม ป.วิ.อ. เมื่อโจทก์ไม่ได้
                                                                           ้
เป็ นผูเ้ สียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) เสี ยแล้วโจทก์จึงไม่มีอานาจฟ้ อง
                                                                 ํ
             o ผูมีอานาจจัดการแทนฟ้ องคดีแล้วตายลง ไม่ใช่กรณี ตามมาตรา 29 วรรคหน่ึง
                 ้ ํ
           ฎ.1303/2551 กรณี ที่ผเู ้ สี ยหายยืนฟ้ องแล้วตายลง ผูบุพการี ผูสืบสันดาน สามีหรื อภริ ยาจะดําเนินคดี
                                              ่                 ้         ้
ต่างผูตายต่อไปต้องเป็ นไปตามหลักเกณฑ์ที่บญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 29 ซ่ึงไดบญญติเรื่องการเขา
        ้                                          ั                                ้ ั ั            ้
ดําเนินคดีต่างผูตายไว้ชดแจ้งแล้ว จึงนํา ป.วิ.พ. มาตรา 42 และมาตรา 43 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 มาใช้
                 ้       ั
โดยอนุโลมไม่ได้ การที่ จ. ยืนคําร้องอ้างว่าเป็ นสามีของ ห. โจทก์ร่วม ขอเข้ารับมรดกความของ ห. ซึ่งถึงแก่
                              ่
ความตาย เมื่อ ห. เข้ามาในคดีในฐานะผูจดการแทน ส. ผูตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) จ. ซึ่งเป็ นสามีของ ห.
                                             ้ั              ้
หามีสิทธิเข้าดําเนิ นคดีต่าง ห. ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 29 ไม่ เพราะ ห. เป็ นเพียงผูจดการแทน ส. ผูตาย ไม่ใช่
                                                                                ้ั               ้
ผูเ้ สียหายในคดีน้ ี
         ฎ. 5884/2550 โจทก์ร่วมที่ 2 เป็ นบิดาเด็กหญิง ร. มีสิทธิเข้าร่ วมเป็ นโจทก์ได้ก็โดยฐานะเป็ น
ผูจดการแทนเด็กหญิง ร. ผูตายตาม ป.ว.ิ อ. มาตรา 5 (2) ต่อมาระหว่างพิจารณาของศาล โจทก์ร่วมที่ 2 ถึงแก่
  ้ั                       ้
ความตาย ส. ภริ ยาโจทก์ร่วมที่ 2 หามีสิทธิเข้าดําเนินคดีต่างโจทก์ร่วมที่ 2 ตามความหมายแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา
29 ไม่ เพราะโจทก์ร่วมที่ 2 เป็ นเพียงผูจดการแทนเด็กหญิง ร. ผูตายเท่านั้น โจทก์ร่วมที่ 2 ไม่ใช่ผเู้ สียหายใน
                                       ้ั                     ้
ความผิดฐานกระทําโดยประมาทเป็ นเหตุให้ผอื่นถึงแก่ความตายโดยตรง ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ ส. เขา
                                             ู้                                                        ้
ดําเนินคดีต่างโจทก์ร่วมที่ 2 จึงเป็ นการไม่ชอบ


             2. ผู้เสี ยหายถึงแก่ ความตายในระหว่างการพิจารณาคดี
             o ผูเ้ สี ยหายต้องถึงแก่ความตายหลังฟ้ องคดี ถ้าตายก่อนฟ้ องไม่ใช่กรณี ตามมาตรา 29 วรรค
               หน่ ึง (ดูฎ.2219/2521)




                                                      2

                    “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ
                                                          ั       SmartLawTutor.com”
www.เนติ.com
           3. ผู้บุพการี ผู้สืบสั นดาน สามีหรือภริยา จะดําเนินคดีอาญาต่างผู้ตายต่อไปก็ได้
             o ผูบุพการี และ ผูสืบสันดาน ถือตามความเป็ นจริ ง
                 ้             ้

        ฎ.5119/2530 ผูเ้ สี ยหายยืนฟ้ องแล้วตายลง ผูสืบสันดานตามความเป็ นจริ งของผูเ้ สี ยหายซึ่งแม้จะ
                                  ่                 ้
ไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายก็มีสิทธิดาเนิ นคดีต่างผูตายต่อไปได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
                                         ํ           ้
ความอาญา มาตรา 29 วรรคแรก และเมื่อผูสืบสันดานของผูเ้ สียหายยังเป็ นผูเ้ ยาว์ มารดาซึ่งเป็ นผูแทนโดย
                                           ้                                                 ้
ชอบธรรมของผูเ้ ยาว์ก็ดาเนิ นคดีแทนผูเ้ ยาว์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
                      ํ
แพ่ง มาตรา 56 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา 15 โดยมารดาไม่ตองขอ             ้
อนุญาตเป็ นผูแทนเฉพาะคดีของผูเ้ ยาว์ต่อศาลก่อน
             ้

             o สามี หรื อ ภริ ยา ต้องชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
             o ผูสืบสันดานต้องระวังเป็ นคดีอุทลุม (ฎ.1551/2494)
                 ้

             ข้ อสังเกต

             1. จะนาป.วิ.แพ่ง มาตรา 42 และ 43 มาใชบงคบมิได ้ (อ้างว่าเป็ น ทายาทของผูมรณะ /
                      ํ                            ้ ั ั                             ้
                ผจดการมรดกของผมรณะ / บุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกไว้ )
                 ู้ ั             ู้

           ฎ.1303/2551 กรณี ที่ผเู ้ สี ยหายยืนฟ้ องแล้วตายลง ผูบุพการี ผูสืบสันดาน สามีหรื อภริ ยาจะดําเนินคดี
                                              ่                 ้         ้
ต่างผูตายต่อไปต้องเป็ นไปตามหลักเกณฑ์ที่บญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 29 ซ่ึงไดบญญติเรื่องการเขา
        ้                                           ั                               ้ ั ั             ้
ดําเนินคดีต่างผูตายไว้ชดแจ้งแล้ว จึงนํา ป.ว.ิ พ. มาตรา 42 และมาตรา 43 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 มาใช้
                 ้       ั
โดยอนุโลมไม่ได้ การที่ จ. ยืนคําร้องอ้างว่าเป็ นสามีของ ห. โจทก์ร่วม ขอเข้ารับมรดกความของ ห. ซึ่งถึงแก่
                              ่
ความตาย เมื่อ ห. เข้ามาในคดีในฐานะผูจดการแทน ส. ผูตาย ตาม ป.ว.ิ อ. มาตรา 5 (2) จ. ซึ่งเป็ นสามีของ ห.
                                                ้ั           ้
หามีสิทธิเข้าดําเนิ นคดีต่าง ห. ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 29 ไม่ เพราะ ห. เป็ นเพียงผูจดการแทน ส. ผูตาย ไม่ใช่
                                                                                 ้ั               ้
ผูเ้ สียหายในคดีน้ ี

             2. เมื่อศาลอนุ ญาตแล้วจะขอให้ศาลจําหน่ายคดีก็ได้

           ฎ.3619/2543 โจทกที่ 3 ซึ่งเป็ นผูเ้ สี ยหายได้ยนฟ้ องแล้วตายลง โจทกที่ 1ซึ่ งเป็ นมารดาของโจทก์
                              ์                           ื่                    ์
ที่ 3 ผูตายไม่ประสงค์จะดําเนิ นคดีแทน ก็เป็ นสิ ทธิของโจทก์ที่ 1 ที่จะร้องต่อศาลขอให้จาหน่ายคดีโจทก์
        ้                                                                                    ํ
ที่ 3 ได้ เมื่อจําเลยไม่คดค้านคําสังศาลชั้นต้นที่จาหน่ายคดีเฉพาะโจทก์ที่ 3 จึงชอบแล้ว
                         ั         ่                ํ



                                                      3

                    “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ
                                                          ั       SmartLawTutor.com”
www.เนติ.com
           3. แม้ไม่มีผดาเนิ นคดีต่อไปก็ไม่เป็ นเหตุให้คดีอาญาระงับ
                       ู้ ํ

         ฎ.217/2506 ผูเ้ สี ยหายเป็ นโจทก์ฟ้องคดีอาญาซึ่งเป็ นความผิดอันยอมความได้ แล้วตายลงภายหลัง
ที่ศษลฎีกาได้ส่งคําพิพากษาไปให้ศาลชั้นต้นเพื่อจะอ่านให้คู่ความฟังแล้วนั้น หาไดมีกฎหมายบญญติให้
                                                                               ้          ั ั
คดีอาญาระงับไปไม่ เมื่อคดีมาถึงศาลฎีกาและโจทก์ตายเมื่อได้ดาเนิ นคดีมาครบถ้วนบริ บูรณ์แล้ว ศาลฎีกา
                                                                 ํ
ย่อมดําเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไปได้



      2.2. ผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้อนุบาลฟ้ องแทน แต่ผู้เยาว์ ผู้วกลจริต หรือ ผู้ไร้ ความสามารถถึงแก่
                                                              ิ
ความตาย ให้ ผู้แทนโดยชอบธรรมดําเนินคดีต่อไปได้




                                                 4

                  “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ
                                                        ั   SmartLawTutor.com”

ผู้เสียหายในคดีอาญาถึงแก่ความตาย

  • 1.
    www.เนติ.com ผู้เสี ยหายในคดีอาญาถึงแก่ ความตาย อ.เป้ สิททิกรณ์ 1 0 1. ผู้เสี ยหายตายก่อนฟ้ อง • สิทธิการฟ้ องคดีอาญาเป็ นสิ ทธิเฉพาะตัวไม่เป็ นมรดกตกทอดแก่ทายาท ดังนั้น ทายาทโดยธรรม หรื อผูรับพินยกรรมหรื อผูจดการมรดกของผูเ้ สียหายย่อมไม่ใช่ผเู้ สียหายและไม่มีอานาจฟ้ อง เว้นแต่ ้ ั ้ั ํ จะเป็ นกรณี ตามมาตรา 5 (2) ฎ. 2219/2521 จําเลยกระทําความผิดต่อ ช. เจ้ามรดกในขณะที่ ช.ยังมีชีวิตอยู่ ช.จึงเป็ น ผูเ้ สียหาย เมื่อ ช.ถึงแก่ความตาย โจทกในฐานะผจดการมรดกและทายาทโดยธรรมของ ช.ไม่มีอานาจฟ้ อง ์ ู้ ั ํ คดีแทน ช.เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 4, 5 และ 6 ไม่ได้ให้อานาจโจทก์ไว้ ทั้ง ํ สิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ตกทอดมายังโจทก์ แม้จะพิจารณาได้ความตามฟ้ องว่าทรัพย์มรดกของ ช. ตกไดแก่ ้ โจทกก็ตาม แต่ทรัพย์มรดกนั้นก็เพิงตกมาเป็ นของโจทก์ภายหลังวันที่จาเลยกระทําความผิด โจทก์จึงไม่ใช่ ์ ่ ํ ผูเ้ สียหายและไม่มีอานาจฟ้ องจําเลย ํ 2. ผู้เสียหายตายหลังฟ้ อง (มาตรา 29) มาตรา 29 เมื่อผู้เสียหายได้ ยนฟ้ องแล้ วตายลง ผู้บุพการี ผู้สืบ สันดานสามีหรือภริยาจะดําเนินคดี ื่ ต่ างผู้ตายต่ อไปก็ได้ ถ้าผู้เสียหายที่ตายนั้นเป็ นผู้เยาว์ ผู้วกลจริต หรือผู้ไร้ ความสามารถ ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ ิ อนุบาล หรือผู้แทนเฉพาะคดีได้ ยนฟ้ อง แทนไว้แล้ ว ผู้ฟ้องแทนนั้นจะว่าคดีต่อไปก็ได้ ื่ 2.1. ผู้เสี ยหายได้ ยนฟ้ องแล้ วตายลง (มาตรา 29 วรรคหนึ่ง) ื่ 1. ผู้เสี ยหายยืนฟ้ องคดี ่ o ผูเ้ สี ยหายร้องทุกข์ไว้แล้วตายลง ไม่ใช่กรณี ตามมาตรา 29 วรรคหน่ึง 1 ผูบริ หารสถาบันติวกฎหมายสมาร์ ทลอว์เตอร์ : ติวกฎหมายป.ตรี, ตัวทนาย ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบติ ตัวปี , เนติบณฑิตไทย ้ ๋ ั ๋ ั รายละเอียดดูที่ www.SmartLawTutor.com สอบถาม/สมครเรียนโทร. 086-987-5678 (ติดต่ออ.ตูน) ั 1 “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ ั SmartLawTutor.com”
  • 2.
    www.เนติ.com ฎ.5162/2547 ว. บิดาโจทก์เป็ นผูเ้ สี ยหายโดยตรงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ว. ตายโดยไม่ได้ถกทําร้าย ู ถึงตายตามมาตรา 5 (2) โจทก์ซ่ ึงเป็ นผูสืบสันดานจึงไม่มีอานาจจัดการแทน ว. ฟ้ องจําเลยได้ ปรากฏว่า ว. ้ ํ (ผู้เสียหาย) เพียงแต่ ร้องทุกข์ ต่อเจ้ าพนักงานตํารวจเท่ านั้น ยังไม่ได้ ฟ้องคดีจงไม่ต้องด้ วยบทบัญญัตมาตรา ึ ิ 29 ที่โจทก์จะดําเนินคดีต่างผู้ตายต่ อไปได้ โจทก์ไม่ได้เป็ นผูเ้ สียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์จึงไม่มี อํานาจฟ้ องจําเลย และเมื่อ ว. ตายสิ ทธิที่ ว. ได้ร้องทุกข์ไว้ต่อเจ้าพนักงานตํารวจไม่เป็ นมรดกตกทอดแก่ ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 และมาตรา 1600 เพราะการฟ้ องคดีตองเป็ นไปตาม ป.วิ.อ. เมื่อโจทก์ไม่ได้ ้ เป็ นผูเ้ สียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) เสี ยแล้วโจทก์จึงไม่มีอานาจฟ้ อง ํ o ผูมีอานาจจัดการแทนฟ้ องคดีแล้วตายลง ไม่ใช่กรณี ตามมาตรา 29 วรรคหน่ึง ้ ํ ฎ.1303/2551 กรณี ที่ผเู ้ สี ยหายยืนฟ้ องแล้วตายลง ผูบุพการี ผูสืบสันดาน สามีหรื อภริ ยาจะดําเนินคดี ่ ้ ้ ต่างผูตายต่อไปต้องเป็ นไปตามหลักเกณฑ์ที่บญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 29 ซ่ึงไดบญญติเรื่องการเขา ้ ั ้ ั ั ้ ดําเนินคดีต่างผูตายไว้ชดแจ้งแล้ว จึงนํา ป.วิ.พ. มาตรา 42 และมาตรา 43 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 มาใช้ ้ ั โดยอนุโลมไม่ได้ การที่ จ. ยืนคําร้องอ้างว่าเป็ นสามีของ ห. โจทก์ร่วม ขอเข้ารับมรดกความของ ห. ซึ่งถึงแก่ ่ ความตาย เมื่อ ห. เข้ามาในคดีในฐานะผูจดการแทน ส. ผูตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) จ. ซึ่งเป็ นสามีของ ห. ้ั ้ หามีสิทธิเข้าดําเนิ นคดีต่าง ห. ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 29 ไม่ เพราะ ห. เป็ นเพียงผูจดการแทน ส. ผูตาย ไม่ใช่ ้ั ้ ผูเ้ สียหายในคดีน้ ี ฎ. 5884/2550 โจทก์ร่วมที่ 2 เป็ นบิดาเด็กหญิง ร. มีสิทธิเข้าร่ วมเป็ นโจทก์ได้ก็โดยฐานะเป็ น ผูจดการแทนเด็กหญิง ร. ผูตายตาม ป.ว.ิ อ. มาตรา 5 (2) ต่อมาระหว่างพิจารณาของศาล โจทก์ร่วมที่ 2 ถึงแก่ ้ั ้ ความตาย ส. ภริ ยาโจทก์ร่วมที่ 2 หามีสิทธิเข้าดําเนินคดีต่างโจทก์ร่วมที่ 2 ตามความหมายแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 29 ไม่ เพราะโจทก์ร่วมที่ 2 เป็ นเพียงผูจดการแทนเด็กหญิง ร. ผูตายเท่านั้น โจทก์ร่วมที่ 2 ไม่ใช่ผเู้ สียหายใน ้ั ้ ความผิดฐานกระทําโดยประมาทเป็ นเหตุให้ผอื่นถึงแก่ความตายโดยตรง ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ ส. เขา ู้ ้ ดําเนินคดีต่างโจทก์ร่วมที่ 2 จึงเป็ นการไม่ชอบ 2. ผู้เสี ยหายถึงแก่ ความตายในระหว่างการพิจารณาคดี o ผูเ้ สี ยหายต้องถึงแก่ความตายหลังฟ้ องคดี ถ้าตายก่อนฟ้ องไม่ใช่กรณี ตามมาตรา 29 วรรค หน่ ึง (ดูฎ.2219/2521) 2 “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ ั SmartLawTutor.com”
  • 3.
    www.เนติ.com 3. ผู้บุพการี ผู้สืบสั นดาน สามีหรือภริยา จะดําเนินคดีอาญาต่างผู้ตายต่อไปก็ได้ o ผูบุพการี และ ผูสืบสันดาน ถือตามความเป็ นจริ ง ้ ้ ฎ.5119/2530 ผูเ้ สี ยหายยืนฟ้ องแล้วตายลง ผูสืบสันดานตามความเป็ นจริ งของผูเ้ สี ยหายซึ่งแม้จะ ่ ้ ไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายก็มีสิทธิดาเนิ นคดีต่างผูตายต่อไปได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ํ ้ ความอาญา มาตรา 29 วรรคแรก และเมื่อผูสืบสันดานของผูเ้ สียหายยังเป็ นผูเ้ ยาว์ มารดาซึ่งเป็ นผูแทนโดย ้ ้ ชอบธรรมของผูเ้ ยาว์ก็ดาเนิ นคดีแทนผูเ้ ยาว์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ ํ แพ่ง มาตรา 56 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา 15 โดยมารดาไม่ตองขอ ้ อนุญาตเป็ นผูแทนเฉพาะคดีของผูเ้ ยาว์ต่อศาลก่อน ้ o สามี หรื อ ภริ ยา ต้องชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น o ผูสืบสันดานต้องระวังเป็ นคดีอุทลุม (ฎ.1551/2494) ้ ข้ อสังเกต 1. จะนาป.วิ.แพ่ง มาตรา 42 และ 43 มาใชบงคบมิได ้ (อ้างว่าเป็ น ทายาทของผูมรณะ / ํ ้ ั ั ้ ผจดการมรดกของผมรณะ / บุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกไว้ ) ู้ ั ู้ ฎ.1303/2551 กรณี ที่ผเู ้ สี ยหายยืนฟ้ องแล้วตายลง ผูบุพการี ผูสืบสันดาน สามีหรื อภริ ยาจะดําเนินคดี ่ ้ ้ ต่างผูตายต่อไปต้องเป็ นไปตามหลักเกณฑ์ที่บญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 29 ซ่ึงไดบญญติเรื่องการเขา ้ ั ้ ั ั ้ ดําเนินคดีต่างผูตายไว้ชดแจ้งแล้ว จึงนํา ป.ว.ิ พ. มาตรา 42 และมาตรา 43 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 มาใช้ ้ ั โดยอนุโลมไม่ได้ การที่ จ. ยืนคําร้องอ้างว่าเป็ นสามีของ ห. โจทก์ร่วม ขอเข้ารับมรดกความของ ห. ซึ่งถึงแก่ ่ ความตาย เมื่อ ห. เข้ามาในคดีในฐานะผูจดการแทน ส. ผูตาย ตาม ป.ว.ิ อ. มาตรา 5 (2) จ. ซึ่งเป็ นสามีของ ห. ้ั ้ หามีสิทธิเข้าดําเนิ นคดีต่าง ห. ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 29 ไม่ เพราะ ห. เป็ นเพียงผูจดการแทน ส. ผูตาย ไม่ใช่ ้ั ้ ผูเ้ สียหายในคดีน้ ี 2. เมื่อศาลอนุ ญาตแล้วจะขอให้ศาลจําหน่ายคดีก็ได้ ฎ.3619/2543 โจทกที่ 3 ซึ่งเป็ นผูเ้ สี ยหายได้ยนฟ้ องแล้วตายลง โจทกที่ 1ซึ่ งเป็ นมารดาของโจทก์ ์ ื่ ์ ที่ 3 ผูตายไม่ประสงค์จะดําเนิ นคดีแทน ก็เป็ นสิ ทธิของโจทก์ที่ 1 ที่จะร้องต่อศาลขอให้จาหน่ายคดีโจทก์ ้ ํ ที่ 3 ได้ เมื่อจําเลยไม่คดค้านคําสังศาลชั้นต้นที่จาหน่ายคดีเฉพาะโจทก์ที่ 3 จึงชอบแล้ว ั ่ ํ 3 “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ ั SmartLawTutor.com”
  • 4.
    www.เนติ.com 3. แม้ไม่มีผดาเนิ นคดีต่อไปก็ไม่เป็ นเหตุให้คดีอาญาระงับ ู้ ํ ฎ.217/2506 ผูเ้ สี ยหายเป็ นโจทก์ฟ้องคดีอาญาซึ่งเป็ นความผิดอันยอมความได้ แล้วตายลงภายหลัง ที่ศษลฎีกาได้ส่งคําพิพากษาไปให้ศาลชั้นต้นเพื่อจะอ่านให้คู่ความฟังแล้วนั้น หาไดมีกฎหมายบญญติให้ ้ ั ั คดีอาญาระงับไปไม่ เมื่อคดีมาถึงศาลฎีกาและโจทก์ตายเมื่อได้ดาเนิ นคดีมาครบถ้วนบริ บูรณ์แล้ว ศาลฎีกา ํ ย่อมดําเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไปได้ 2.2. ผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้อนุบาลฟ้ องแทน แต่ผู้เยาว์ ผู้วกลจริต หรือ ผู้ไร้ ความสามารถถึงแก่ ิ ความตาย ให้ ผู้แทนโดยชอบธรรมดําเนินคดีต่อไปได้ 4 “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ ั SmartLawTutor.com”