1 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์ สาเภา
ทาหน้าที่สร้างและหลั่งสารฮอร์โมนต่างๆ ซึ่งเป็นสารเคมีและ
ของเหลว ที่ถูกลาเลียงไปกับระบบเลือดทาให้กระจายไปได้ทั่วร่างกาย
โดยระบบต่อมไร้ท่อจะทางานประสานกัน (Coordinating System)
กับระบบประสาท ในการควบคุมปฏิกิริยาการเผาผลาญต่างๆ ใน
ร่างกาย
ความแตกต่างของระบบต่อมไร้ท่อและระบบประสาท
ข้อแตกต่าง ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบประสาท
รูปแบบการสื่อสาร สารเคมี กระแสประสาท และสารเคมี
สารเคมีที่ใช้สื่อสาร ฮอร์โมน สารสื่อประสาท
การควบคุมการตอบสนอง เป็นไปอย่างช้าๆ ตอบสนองได้ช้า เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ระยะเวลาในการตอบสนอง ระยะยาวนาน ระยะสั้น สิ้นสุดอย่างรวดเร็ว
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับต่อมและฮอร์โมน
1. ประเภทของต่อมในร่างกาย : มี 2 ประเภท
1.1 ต่อมมีท่อ (Exocrine Gland) :
ผลิตสารมาแล้วมีท่อลาเลียงออกสู่ภายนอกได้
เช่น ต่อมเหงื่อ ต่อมน้าตา ต่อมน้าลาย
1.2 ต่อมไร้ท่อ (Endocrine Gland)
: ผลิตสารออกมาแล้วไม่มีท่อลาเลียงออกมาสู่
ภายนอก ต้องส่งสารเข้าสู่กระแสเลือด ส่วนใน
สัตว์ที่ไม่มีเลือดจะแพร่ผ่านไปตามเนื้อเยื่อโดยสารที่สร้างขึ้น เรียกว่า ฮอร์โมน (Hormone) ซึ่งมีผลต่ออวัยวะ
เป้าหมาย อาจเป็นเนื้อเยื่อหรืออวัยวะเฉพาะต่างๆ
ใบความรู้เรื่อง ระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine System)
ข้อควรจา : ตับอ่อนเป็นทั้งต่อมีท่อและต่อมไร้ท่อ
 ต่อมมีท่อ คือ ตับอ่อนสร้างน้าย่อยผ่านท่อไปเปิดเพื่อย่อยอาหารที่ลาไส้เล็ก
 ต่อมไร้ท่อ คือ ต่อมไอส์เลตของตับอ่อน (Islets of Langerhans) สร้างฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin)
และกลูคากอน (Glucagon) เกี่ยวข้องกับการควบคุมปริมาณระดับน้าตาลในเลือด
2 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์ สาเภา
2. ประเภทของสารดฮอร์โมน : ในฮอร์โมนมีสารอยู่หลายประเภท แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสารประเภทต่างๆ ดังนี้
2.1 สารประเภทอนุพันธ์ของกรดอะมิโน (Amine) : ฮอร์โมนจะมีขนาดเล็ก มักลงท้ายเสียงด้วย –
ine เช่น Adrenaline (Epinephrine), Noradrenaline (Norepinephrine), Thyroxine, Melatonin
2.2 สารประกอบโปรตีนและพอลิเพปไทด์ (Polypeptide) : เรียกว่า Peptide Hormone ส่วน
ใหญ่เป็นฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า เช่น FSH, LH, TSH, HCG
2.3 สารประเภทสเตรอยด์ (Steroids) : เรียกว่า Steroid Hormone ได้แก่ ฮอร์โมนจากต่อมหมวก
ไตส่วนนอก เช่น Aldosterone, Cortisol, และฮอร์โมนเพศ เช่น Progesterone Estrogen, Testosterone
3 หน้าที่ของฮอร์โมน : แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
3.1 ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย
3.2 ควบคุมและรักษาสภาพแวดล้อมภายในร่างกาย
หรือสมดุลร่างกาย ให้เป็นปกติ
3.3 ควบคุมการทางานของร่างกายอย่างอัตโนมัติ
4. การออกฤทธิ์ของฮอร์โมน : แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
4.1 ตัวรับที่ผิวหนัง (Cell Membrane Receptor)
: เป็นฮอร์โมนที่มีขนาดใหญ่ ไม่ละลายในไขมัน คือ ฮอร์โมนที่
เป็นสารประเภทอนุพันธ์ของกรดอะมิโน และสารประเภท
โปรตีน
4.2 ตัวรับอยู่ภายในเซลล์ : เป็นฮอร์โมนที่มีขนาดเล็ก
และละลายในไขมัน แบ่งออเป็น
4.2.1 ตัวรับอยู่ในไซโทพลาซึม : เช่น ฮอร์โมนที่
เป็นสารประเภทสเตรอยด์
4.2.2 ตัวรับอยู่ในนิวเคลียส : เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์
5. ประเภทของต่อมไร้ท่อ : มีทั้งหมด 9 ชนิด แต่สามารถจาแนกตาม
ความสาคัญต่อชีวิตได้เป็น 2 กลุ่ม
5.1 ต่อมไร้ท่อจาเป็น (Essential Endocrine Gland) : ถ้าไม่
มี จะทาให้ตายได้ มีทั้งหมด 3 ต่อม
5.1.1 ต่อมพาราไทรอยด์ (Parathyroid) : ถ้าขาดจะเกิด
อาการกล้ามเนื้อเกร็ง ชักกระตุก จนทางานล้มเหลว
5.1.2 ต่อมไอส์เลตของตับอ่อน (Islets of Langerhans) : ถ้าขาดจะไม่มีฮอร์โมน Insulin ทาให้
ควบคุมระดับน้าตาลในเลือดไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อเมทาบอลิซึม
ทาให้เลือดเป็นกรดด้วย
5.1.3 ต่อมหมวกไตชั้นนอก (Adrenal Cortex) :
ถ้าขาดจะไม่มีฮอร์โมน Aldosterone ควบคุมสมดุลน้าและเกลือ
ไม่ได้ ทาให้สูญเสียน้าและ Na+ ไปกับปัสสาวะ ส่งผลให้เลือดใน
ร่างกายลดลง อาจตายเพราะความดันเลือดต่า
5.2 ต่อมไร้ท่อที่ไม่จาเป็น หรือจาเป็นน้อยต่อร่างกาย
(Non – Essential Endocrine Gland) : ถ้าโดนตัดต่อมทิ้งไป
จะไม่ตาย ได้แก่ต่อมดังต่อไปนี้ ต่อมใต้สมอง (Pituitary), ต่อม
3 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์ สาเภา
ไทรอยด์ (Thyroid), ต่อมหมวกไตชั้นใน (Adrenal Medulla), ต่อม
ไพเนียล (Pineal), ต่อมไทมัส (Thymus), ต่อมเพศ (Gonads)
การควบคุมการหลั่งฮอร์โมน
1. ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) : เป็นศูนย์กลางของระบบ
ประสาทอัตโนวัติ ควบคุมสมดุลต่างๆ ในร่างกาย เชื่อมโยงระหว่างระบบ
ประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ และมีหน้าที่สาคัญเกี่ยวกับฮอร์โมน
ดังต่อไปนี้
1.1 ผลิตฮอร์โมนเพื่อควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง
ส่วนหน้า (Neuroendocrine) แบ่งเป็น 2 แบบ
1.1.1 หลั่งฮอร์โมนกระตุ้น (Releasing Hormone/RH) เช่น
- Thyrotopin Releasing Hormone (TRH) : กระตุ้น
การหลั่ง Thyroid Stimulation Hormone (TSH)
- Gonadotropins Releasing Hormone (GnRH) :
กระตุ้นการหลั่งต่อมเพศ (Gonad) คือ FSH และ LH
1.1.2 หลั่งฮอร์โมนยับยั้ง (Inhibiting Hormone/IH) เช่น Prolactin Inhibiting Hormone
(PIH) ยับยั้งการหลั่ง Prolactin
1.2 ผลิตฮอร์โมน (Neurosecretory Cell) ได้ 2 ชนิด แล้วส่งไปเก็บสะสมไว้ที่ต่อมใต้สมองส่วนหลัง
คือ
2.1 Oxytocin : เป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการหดตัวของมดลูกเวลาคลอดลูก และกระตุ้นการหลั่ง
น้านมเวลาลูกดูดนม
2.2 Antidiuretic Hormone (ADH) : เป็นฮอร์โมนกระตุ้นการดูดน้ากลับจากไต เมื่อร่างกายขาด
น้า
2. ต่อมใต้สมองส่วนหน้า
(Anterior Pituitary
Gland) : สร้างฮอร์โมนไป
ยังต่อมไร้ท่ออื่นๆ เพื่อ
ควบคุมการหลั่งฮอร์โมน
ของต่อมไร้ท่อ ให้หลัง
ออกมาตามบริเวณที่
ต้องการ
3. ปริมาณสารเคมีในเลือด
: เช่นปริมาณน้าตาลใน
เลือดที่เปลี่ยนแปลง
ควบคุมโดยฮอร์โมน
Insulin และ Glucagon
4. การควบคุมการทางานแบบย้อนกลับของฮอร์โมนที่ทางานควบคู่กัน (Positive/Negative Feedback)
: เช่น เอสโตรเจน กับ LH (Positive Feedback) และ TSH กับ ไทรอกซิน (Negative Feedback)
4 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์ สาเภา
ตารางแสดงรายชื่อและหน้าที่ของฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมไร้ท่อชนิดต่างๆ
แหล่งสร้าง ฮอร์โมน ควบคุมการหลั่ง หน้าที่สาคัญ
ต่อมใต้สมองส่วน
หน้า (Anterior
Pituitary
Gland)
Adrenocorticotropic
Hormone (ACTH)
ไฮโปทาลามัส หลั่ง CRH
มากกระตุ้น
กระตุ้นต่อมหมวกไต (Adrenal Cortex) ให้สร้าง
ฮอร์โมนต่างๆ ออกมา เช่น ฮอร์โมนกลุ่ม Cortisol
Growth Hormone (GH)
หรือ Somatotropin (STH)
การเติบโต การนอนหลับที่
เพียงพอ ระดับน้าตาลใน
เลือด
ควบคุมการเจริญเติบโตทั่วไปของร่างกาย กระตุ้น
การเจริญเติบโตของกระดูก เพิ่มการสังเคราะห์
โปรตีน กระตุ้นการสลายไขมันเพิ่มระดับน้าตาล
กลูโคสในเลือด
โปรแลคติน (Prolactin)
ไฮโปทาลามัสหลั่ง PIH /
การตั้งครรภ์
ในหญิงมีบุตร กระตุ้นต่อมน้านมให้สร้างน้านม
กระตุ้นการเจริญของเต้านม (Breast
Development)
Follicle Stimulating
Hormone (FSH) ไฮโปทาลามัสหลั่ง GnRH
กระตุ้นต่อมเพศ (Gonad) ที่
สร้าง Gonadotrophin 2
ชนิดนี้
ชาย : กระตุ้นการเจริญของอัณฑะและสร้างอสุจิ
หญิง : กระตุ้นการเจริญของ follicle ในรังไข่ให้
สร้าง Estrogen และกระตุ้น Meiosis ของ Oocyte
Luteinizing Hormone (LH)
ชาย : กระตุ้น Leydig cell ให้สร้าง Testosterone
หญิง : กระตุ้นให้เกิดการตกไข่ในรอบเดือน และ
กระตุ้นการเจริญ Corpus Luteum รวมถึงสร้าง
และหลั่ง Estrogen และ Progesterone
Thyroid Stimulating
Hormone (TSH)
ไฮโปทาลามัสหลั่ง TRH มา
กระตุ้น
กระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้สร้างฮอร์โมนไทรอยด์
กระตุ้นการเพิ่มขนาดของต่อมไทรอยด์
เอนโดรฟิน (Endrophin)
*สารแห่งความสุข*
การออกกาลังกาย อารมณ์
แจ่มใส
สารแห่งความสุข ช่วยทาให้มีชีวิตชีวา ระงับความ
เจ็บปวด เพิ่มความคิดสร้างสรรค์
Melanocyte Stimulating
Hormone (MSH)
เปปไทด์ที่หลั่งจากต่อมใต้
สมองส่วนหน้าจากการสลาย
ACTH
กระตุ้นการสร้างเมลานิน (Melanin) ในเซลล์เม็ดสี
(Melanocyte) ทาให้สีผิวเข้มขึ้น
ไฮโปทาลามัส แต่
เก็บไว้ที่ต่อมใต้
สมองส่วนหลัง
(Posterior
Lobe of
Pituitary)
ออกซิโทซิน (Oxytocin) ภาวะตั้งครรภ์ การมีบุตร
กระตุ้นการหดตัวของมดลูกเวลาคลอดลูก กระตุ้น
การหลั่งน้านมเวลาลูกดูดนม
Antidiuretic Hormone
(ADH) หรือ Vasopressin
การขาดน้าของร่างกาย
กระตุ้นการดูดน้ากลับจากท่อหน่วยไต รักษาความ
เข้มข้นของเลือดให้คงที่
ต่อมไพเนียล
(Pineal Gland)
เมลาโทนิน (Melatonin)
*ฮอร์โมนแห่งการนอนหลับ
*กลางคืนจะหลั่งมาก
แสงที่ตกกระทบเรตินา โดย
ฮอร์โมนแปรผกผันกับแสง
ควบคุมนาฬิการ่างกาย (Biological Clock) ยับยั้ง
การเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์ หากไม่มีต่อมนี้เด็กจะ
โตเป็นหนุ่มสาวเร็วผิดปกติ
ต่อมไทรอยด์
(Thyroid
Gland) *ต่อมไร้
ท่อขนาดใหญ่
ที่สุดของร่างกาย
Thyroxin (T4) และ
Triiodothyronine (T3) *
สร้างจาก Thyroid Foliicle
ของต่อมไทรอยด์
ต่อมใต้สมองส่วนหน้าหลั่ง
TSH มากระตุ้น
ควบคุมพัฒนาการของสมองกระตุ้นเมทาบอลิซึม
ของร่างกาย มีมากก็กระตุ้นมาก *ฮอร์โมนที่มี
ไอโอดีนเป็นองค์ประกอบ
แคลซิโทนิน (Calcitonin) *
สร้างจาก C-cell ของต่อม
ไทรอยด์
ปริมาณ Ca2+
ในเลือด
ลดระดับ Ca2+
ในเลือด โดยดึงไปสะสมที่กระดูก
หรือลดการดูดกลับจากท่อหน่วยไตและลาไส้
5 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์ สาเภา
แหล่งสร้าง ฮอร์โมน ควบคุมการหลั่ง หน้าที่สาคัญ
ต่อมพารา
ไทรอยด์
(Parathyroid
Gland)
พาราทอร์โมน
(Parathormone) หรือ
Parathyroid Hormone
(PTH)
ปริมาณ Ca2+
ในเลือด
ทางานตรงข้ามกับ Calcitonin เพิ่มระดับ Ca2+
ใน
เลือดโดยทางานร่วมกับ Vit. D โดยการสลาย Ca2+
จากกระดูกและเพิ่มการดูดกลับจากท่อหน่วยไตและ
ลาไส้เล็ก
ต่อมหมวกไต
ชั้นนอก
(Adrenal
Cortex)
Glucocorticoids เช่น
Cortisol, Cortisone ต่อมใต้สมองส่วนหน้า หลั่ง
ACTH มากระตุ้น
ควบคุมเมทาบอลิซึมโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน
เพิ่มระดับน้าตาลในเลือด โดยสร้างจากกรดอะมิโน
**หลั่งมากภาวะร่างกายเครียด/น้าตาลในเลือดต่า
ฮอร์โมนเพศ (Sex
Hormone)
หลั่งฮอร์โมนเพศทั้ง 2 เพศ แต่หลั่งน้อยกว่าที่มาจาก
ต่อมเพศ (Gonad) จึงไม่ค่อยมีความสาคัญ
Mineralocorticoids เช่น
Aldosterone *ฮอร์โมนรักษ์
เกลือ
ปริมาณน้า และ Na+
ใน
ร่างกาย
ควบคุมสมดุลน้าและแร่ธาตุ การดูดกลับของเกลือ
Na+
และน้าจากท่อหน่วยไต และขับ K+
ออก ทาให้
ความดันเลือดและปริมาตรเลือดสูงขึ้น
ต่อมหมวกไต
ชั้นใน (Adrenal
Medulla)
ฮอร์โมน Amine 2 ชนิด คือ
Adrenaline (Epinephrine)
และ Norepinephrine
(Norepinephrine)
*ฮอร์โมนแห่งความตกใจ
ระบบประสาทซิมพาเธติก
(Sympathetic) ภาวะ
เครียดฉับพลัน ภาวะตกใจ
คับขัน
ทาให้เมทาบอลิซึมสูงในสภาวะคับขันมากๆ กระตุ้น
การเพิ่มระดับน้าตาลกลูโคสในเลือดเพิ่มอัตราการ
เต้นของหัวใจ และความดันเลือด กระตุ้นระบบ
ประสาทซิมพาเธติกได้อีกด้วย ตัวอย่าง เมื่อเกิดไฟ
ไหม้บ้าน ทาให้คนสามารถยกของขนาดใหญ่มากๆ
เช่น ตู้เย็น เพื่อหนีไฟไหม้
ต่อมไทมัส
(Thymus
Gland)
ไทโมซิน (Thymosin)
แอนติเจน (Ag) ในร่างกาย
เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน
กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว T-lymphocyte
กระตุ้นการทางานของ B-lymphocyte ให้สร้าง
แอนติบอดี (Ab) มาต่อต้านเชื้อโรค
ต่อมไอส์เลตของ
ตับอ่อน (Islets
of Langerhans)
อินซูลิน (Insulin)
*สร้างจาก ß-Cell
น้าตาลในเลือดสูง
ลดระดับน้าตาลในเลือด กระตุ้นให้ตับและกล้ามเนื้อ
นากลูโคสไปเก็บอยู่ในรูปของไกลโคเจน
กลูคากอน (Glucagon)
*สร้างจาก α-Cell
น้าตาลในเลือดต่า
เพิ่มระดับน้าตาลในเลือด กระตุ้นให้ตับและ
กล้ามเนื้อเกิดการสลายไกลโคเจนออกมาเป็นกลูโคส
ตารางแสดงรายชื่อและหน้าที่ของฮอร์โมนที่สร้างจากส่วนของร่างกาย
เนื้อเยื่อ (Tissue Hormone)
แหล่งสร้าง ฮอร์โมน หน้าที่สาคัญ
ไต อีรีโทรโพอิทิน (Erythropoietin)
กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจน
(O2) ลดลง เช่น เมื่อไปอยู่ในที่ภูเขาสูง
กระเพาะอาหาร แกสตริน (Gastrin) กระตุ้นการหลั่งกรด HCl และการเคลื่อนไหวกระเพาะ
ลาไส้เล็ก ส่วน
Duodenum
ซีครีติน (Secretin)
กระตุ้นตับอ่อนหลั่ง NaHCO3 เพื่อปรับค่า pH ลาไส้เล็ก กระตุ้นการ
หลั่งน้าดี (Bile) เพื่อนาไปเก็บในถุงน้าดี ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนแกสต
รินในกระเพาะอาหาร
โคลีซิสโทไคนิน (Cholecystokinin)
กระตุ้นการหลั่งน้าดีให้ออกจากถุงน้าดีไปที่ลาไส้เล็ก กระตุ้นการหลั่ง
เอนไซม์ของตับอ่อน
GIP (Gastric Inhibitor Peptide)
ยับยั้งการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน
อินซูลินของตับอ่อน
6 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์ สาเภา
อวัยวะและอวัยวะสืบพันธุ์
แหล่งสร้าง ฮอร์โมน หน้าที่สาคัญ
หญิง : รก
(Placenta)
Human Chorionic Gonadotropin
HCG *ตรวจการตั้งครรภ์ได้
คงสภาพโครงสร้าง Corpus Luteum และภายหลังรกสามารถสร้าง
ฮอร์โมน Estrogen, Progesterone ได้เอง
หญิง : Follicle ใน
รังไข่
เอสโตรเจน (Estrogen)
ถูกควบคุมด้วย FSH และ LH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ควบคุม
ลักษณะต่างๆ ของเพศหญิง เช่น หน้าอกขยาย สะโพกผาย เสียงเล็ก
แหลม
หญิง :
Corpusluteum
โปรเจสเตอโรน (Progesterone)
กระตุ้นการเจริญที่เยื่อบุชั้นในของผนังมดลูก
ชาย : อัณฑะ
ICSH (Interstitial
Cell Stimulating
Hormone)
เทสโทสเตอโรน (Testosterone)
*จาก Ledig Cell
ถูกควบคุมด้วย FSH และ LH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ควบคุม
ลักษณะต่างๆ ของเพศชาย : มีหนวด เสียงแตก กระตุ้นการสร้าง
เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ (Spermatogenesis)
ตารางสรุปทางานของฮอร์โมนที่ทาหน้าที่ตรงข้ามกัน
ฮอร์โมน การทางาน
ทางานตรง
ข้ามกับ
ฮอร์โมน การทางาน
Insulin
ลดระดับน้าตาลในเลือด GH, Glucagon, Corisol,
Adrenaline
เพิ่มระดับน้าตาลในเลือด
PTH เพิ่มระดับ Ca2+
ในเลือด Calcitonin ลดระดับ Ca2+
ในเลือด
Melatonin
ยับยั้งการเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์ Gonadotropin กระตุ้นการเจริญของอวัยวะ
สืบพันธุ์
ตารางแสดงความผิดปกติของฮอร์โมนเมื่อขาดหรือมีมากเกินไป
ฮอร์โมน ขาด/น้อย (Hypofunction) เกิน (Hyperfunction)
Growth
Hormone (GH)
เด็ก : โรคเตี้ยแคระ (Dwarfism)
รูปร่างเตี้ยเล็กสมส่วน กระดูกไม่โต มีไขมันสะสม
บริเวณลาตัวมาก น้าตาลในเลือดต่า เด็กชายมักมี
อวัยวะเพศเล็กไม่สมวัย
ผู้ใหญ่ : โรค Simmon’s disease
ผอมแห้ง น้าตาลในเลือดต่า ไม่มีผลต่อกระดูก เพราะ
โตแล้ว ทนต่อความเครียดสูง
เด็ก : โรค Gigantism
ร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติ กระดูกยาว ทนต่อความเครียดได้
น้อย น้าตาลในเลือดสูง
ผู้ใหญ่ : โรค Acromegaly
เกิดการเจริญของกระดูกใบหน้า นิ้วมือเท้าผิดปกติ กระดูก
ขากรรไกร คางยาวผิดปกติ
อินซูลิน
(Insulin)
โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)
มีน้าตาลสูง แต่ร่างกายใช้ไม่ได้ ต้องสันดาปจากโปรตีน
กับไขมัน ทาให้เลือดเป็นกรด ตับทางานหนัก
*แต่ส่วนใหญ่เกิดจากตัวรับ Insulin ทางานไม่ดี ไม่ใช่
ระดับ Insulin ในร่างกายต่า
-
7 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์ สาเภา
ตารางแสดงความผิดปกติของฮอร์โมนเมื่อขาดหรือมีมากเกินไป (ต่อ)
ฮอร์โมน ขาด/น้อย (Hypofunction) เกิน (Hyperfunction)
ไทรอกซิน
(Thyroxin) จาก
ต่อมไทรอยด์
เด็ก : โรคเอ๋อ (Cretinism)
เตี้ยแคระ แขนสั้น ขาสั้น ผิวหยาบแห้ง ปัญญาอ่อน
ผมบาง ไม่เจริญเติบโต
ผู้ใหญ่ : โรค Myxedema
น้าหนักขึ้น ผิวหนังบวมน้า หน้าบวม ผมและผิวแห้ง
สมองทางานช้าลง ปฏิกิริยาโต้ตอบช้า ประจาเดือน
ผิดปกติ
ผู้ใหญ่ : ไทรอยด์เป็นพิษ (Grave’s disease)
พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 10 เท่า น้าหนัก
ลดลง ตาโปนเหงื่อออกมาก ขี้ร้อน หน้ามืด หงุดหงิด บาง
รายมีผิวหนังเข้มขึ้นเป็นบางที่หรือทั่วตัว พบรอยด่างขาวขึ้น
ตามร่างกาย
Gonadotrophin
: FSH, LH
ผู้ใหญ่เพศหญิง : Sheehan’s Syndrome
ภาวะหลังคลอด หรือเพิ่งเสียเลือดมาก ทาให้ต่อมใต้
สมองขาดเลือด ทาให้ Prolactin ลดลงด้วย ขาด
น้านมให้บุตร
-
Antidiuretic
Hormone
(ADH)
โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus)
ปัสสาวะมีน้ามาก เพราะขาดการดูดกลับน้า
มีอาการบวมทั่วตัว เป็นการบวมชนิดกดบุ๋ม (Pitting
edema) เพราะเกิดการคั่งของน้า
เมลาโทนิน
(Melatonin)
เด็ก : ก้าวเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าปกติ (Precocious
puberty in children)
-
ฮอร์โมนที่สร้าง
จากต่อมหมวกไต
ชั้นนอก
ผู้ใหญ่ : โรคแอดดิสัน (Addison’s disease)
เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก แต่มีภาวะแทรกซ้อน
ร้ายแรง เกิดจากต่อมหมวกไตชั้นนอกถูกทาลายหรือ
ฝ่อ จากปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อตัวเอง อาการร่วมกับต่อม
ไทรอยด์อักเสบ เบาหวาน ผมร่วงเป็นหย่อม
โรคคิชชิง (Cushing’s Syndrome)
พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ในผู้ป่วยที่มีเนื้องอกของต่อม
หมวกไตชั้นนอก มีหน้ากลมคล้ายดวงจันทร์ (moon face)
บริเวณคอมีหนอกยื่นออกมา (Buffalo hump) กล้ามเนื้อ
อ่อนแรง ขาดประจาเดือน
ฟีโรโมน (Pheromone)
คือสารเคมีที่ผลิตจากต่อมมีท่อของสัตว์ ซึ่งไม่มีผลต่อร่างกายของตัวเอง แต่จะไปมีผลต่อสัตว์อื่นที่เป็น
Species เดียวกันทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกายและพฤติกรรมได้
1. การรับฟีโรโมนของสัตว์ : รับได้ 3 แบบ ดังนี้
1.1 ทางกลิ่น (Olfaction) : พบในแมลงหลายชนิด ส่วนมากเพื่อดึงดูดเพศตรง
ข้ามให้มาหาเพื่อการผสมพันธุ์ หรือเป็นการบอกอาณาเขตของสัตว์ เช่น
- ผีเสื้อตัวเมียปล่อยฟีโรโมนไปตามอากาศ เมื่ออากาศพัดผ่านไปเจอกับตัวผู้ที่ใช้
หนวดเป็นที่รับสัมผัสฟีโรโมน จึงทาให้ตัวผู้รู้ตาแหน่งแล้ว บินมาหาตัวเมียเพื่อผสมพันธุ์
- มดเดินตามกันเป็นขบวนได้ เนื่องจากปล่อยฟีโรโมนที่เป็นสารเคมีประเภทกรด
ฟอร์มิกไว้ตามทาง
ข้อควรจา : ความแตกต่างของฮอร์โมนและฟีโรโมน
 ฮอร์โมนผลิตจากต่อมไร้ท่อ แต่ฟีโรโมนผลิตจากต่อมมีท่อ
 ฮอร์โมนมีผลต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิตเอง แต่ฟีโรโมนจะไปมีผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่นที่เป็นชนิดเดียวกัน
แทน บางครั้งจึงเรียกว่า External Hormone (Ectohormone)
 ฮอร์โมนเกี่ยวกับการปรับสมดุลร่างกาย แต่ฟีโรโมนเกี่ยวกับพฤติกรรม
8 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์ สาเภา
- เสือปล่อยฟีโรโมนออกมาพร้อมปัสสาวะ เพื่อประกาศอาณาเขต
1.2. การกิน (Ingestion) : พบได้ไม่มากนัก เช่น
- ผึ้งนางพญาสามารถสร้างสารจากต่อมบริเวณรยางค์ปาก (Queen substance) ไว้สาหรับล่อให้
ผึ้งงานกินเข้าไป ซึ่งมีผลในการยับยั้งรังไข่ของผึ้งงานไม่ให้เจริญ ทาให้ผึ้งงานเป็นหมัน สืบพันธุ์ไม่ได้เหมือนผึ้ง
นางพญา
1.3. การดูดซึม (Absorption) : พบในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางพวก เช่น
- ตั๊กแตนตัวผู้ปล่อยฟีโรโมนทิ้งเอาไว้หลังจากผสมพันธุ์ เมื่อตัวอ่อนมาสัมผัสฟีโรโมนนั้น ก็จะดูด
ซึมเข้าไปเพื่อกระตุ้นให้เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย และสืบพันธุ์ได้
- แมงมุมเพศเมียบางชนิดปล่อยฟีโรโมนทิ้งไว้ เมื่อตัวผู้เดินผ่านมาสัมผัส ทาให้เกิดความต้องการ
ทางเพศ
2. ขั้นตอนการทางานของฟีโรโมน
เอกสารอ้างอิง
https://www.shutterstock.com/search/endocrine?search_source=base_keyword
สุพรรฌทิพย์ อติโพธิ. (2557). สรุปชีววิทยา มัธยมปลาย Ultra Bilogy. กรุงเทพฯ :
กรีนไลฬ์ พริ้นท์ติ้งเฮ้าท์.
การประยุกต์ใช้ฟีโรโมนให้เป็นประโยชน์
ปัจจุบันถูกนามาใช้ป้องกันและกาจัดแมลง
ในการเกษตร เช่น การใช้ฟีโรโมนสังเคราะห์
ของผีเสื้อตัวเมีย เพื่อล่อให้ผีเสื้อตัวผู้มาติด
กับดักที่วางไว้ตามจุดต่างๆ ทาให้สามารถ
เบี่ยงเบนผีเสื้อจากสวนองุ่นได้ จึงไม่
จาเป็นต้องฉีดพ่นยาฆ่าแมลงที่ผลองุ่นเพื่อ
กาจัดหนอนผีเสื้อที่กัดกินผลองุ่นเหมือนใน
อดีต
ฟีโรโมน/กลิ่น
เซลล์ประสาทรับกลิ่น
กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง (CNS)
stimulation / Neurochemistry
ต่อมไร้ท่อผลิตฮอร์โมน
Endocrine system
แสดงพฤติกรรม
Behaviors
Primer effect Releaser effect
กระตุ้นระบบประสาทด้วยสิ่งเร้าอื่น

ต่อมไร้ท่อ

  • 1.
    1 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์สาเภา ทาหน้าที่สร้างและหลั่งสารฮอร์โมนต่างๆ ซึ่งเป็นสารเคมีและ ของเหลว ที่ถูกลาเลียงไปกับระบบเลือดทาให้กระจายไปได้ทั่วร่างกาย โดยระบบต่อมไร้ท่อจะทางานประสานกัน (Coordinating System) กับระบบประสาท ในการควบคุมปฏิกิริยาการเผาผลาญต่างๆ ใน ร่างกาย ความแตกต่างของระบบต่อมไร้ท่อและระบบประสาท ข้อแตกต่าง ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบประสาท รูปแบบการสื่อสาร สารเคมี กระแสประสาท และสารเคมี สารเคมีที่ใช้สื่อสาร ฮอร์โมน สารสื่อประสาท การควบคุมการตอบสนอง เป็นไปอย่างช้าๆ ตอบสนองได้ช้า เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาในการตอบสนอง ระยะยาวนาน ระยะสั้น สิ้นสุดอย่างรวดเร็ว ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับต่อมและฮอร์โมน 1. ประเภทของต่อมในร่างกาย : มี 2 ประเภท 1.1 ต่อมมีท่อ (Exocrine Gland) : ผลิตสารมาแล้วมีท่อลาเลียงออกสู่ภายนอกได้ เช่น ต่อมเหงื่อ ต่อมน้าตา ต่อมน้าลาย 1.2 ต่อมไร้ท่อ (Endocrine Gland) : ผลิตสารออกมาแล้วไม่มีท่อลาเลียงออกมาสู่ ภายนอก ต้องส่งสารเข้าสู่กระแสเลือด ส่วนใน สัตว์ที่ไม่มีเลือดจะแพร่ผ่านไปตามเนื้อเยื่อโดยสารที่สร้างขึ้น เรียกว่า ฮอร์โมน (Hormone) ซึ่งมีผลต่ออวัยวะ เป้าหมาย อาจเป็นเนื้อเยื่อหรืออวัยวะเฉพาะต่างๆ ใบความรู้เรื่อง ระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine System) ข้อควรจา : ตับอ่อนเป็นทั้งต่อมีท่อและต่อมไร้ท่อ  ต่อมมีท่อ คือ ตับอ่อนสร้างน้าย่อยผ่านท่อไปเปิดเพื่อย่อยอาหารที่ลาไส้เล็ก  ต่อมไร้ท่อ คือ ต่อมไอส์เลตของตับอ่อน (Islets of Langerhans) สร้างฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) และกลูคากอน (Glucagon) เกี่ยวข้องกับการควบคุมปริมาณระดับน้าตาลในเลือด
  • 2.
    2 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์สาเภา 2. ประเภทของสารดฮอร์โมน : ในฮอร์โมนมีสารอยู่หลายประเภท แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสารประเภทต่างๆ ดังนี้ 2.1 สารประเภทอนุพันธ์ของกรดอะมิโน (Amine) : ฮอร์โมนจะมีขนาดเล็ก มักลงท้ายเสียงด้วย – ine เช่น Adrenaline (Epinephrine), Noradrenaline (Norepinephrine), Thyroxine, Melatonin 2.2 สารประกอบโปรตีนและพอลิเพปไทด์ (Polypeptide) : เรียกว่า Peptide Hormone ส่วน ใหญ่เป็นฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า เช่น FSH, LH, TSH, HCG 2.3 สารประเภทสเตรอยด์ (Steroids) : เรียกว่า Steroid Hormone ได้แก่ ฮอร์โมนจากต่อมหมวก ไตส่วนนอก เช่น Aldosterone, Cortisol, และฮอร์โมนเพศ เช่น Progesterone Estrogen, Testosterone 3 หน้าที่ของฮอร์โมน : แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ 3.1 ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย 3.2 ควบคุมและรักษาสภาพแวดล้อมภายในร่างกาย หรือสมดุลร่างกาย ให้เป็นปกติ 3.3 ควบคุมการทางานของร่างกายอย่างอัตโนมัติ 4. การออกฤทธิ์ของฮอร์โมน : แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้ 4.1 ตัวรับที่ผิวหนัง (Cell Membrane Receptor) : เป็นฮอร์โมนที่มีขนาดใหญ่ ไม่ละลายในไขมัน คือ ฮอร์โมนที่ เป็นสารประเภทอนุพันธ์ของกรดอะมิโน และสารประเภท โปรตีน 4.2 ตัวรับอยู่ภายในเซลล์ : เป็นฮอร์โมนที่มีขนาดเล็ก และละลายในไขมัน แบ่งออเป็น 4.2.1 ตัวรับอยู่ในไซโทพลาซึม : เช่น ฮอร์โมนที่ เป็นสารประเภทสเตรอยด์ 4.2.2 ตัวรับอยู่ในนิวเคลียส : เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ 5. ประเภทของต่อมไร้ท่อ : มีทั้งหมด 9 ชนิด แต่สามารถจาแนกตาม ความสาคัญต่อชีวิตได้เป็น 2 กลุ่ม 5.1 ต่อมไร้ท่อจาเป็น (Essential Endocrine Gland) : ถ้าไม่ มี จะทาให้ตายได้ มีทั้งหมด 3 ต่อม 5.1.1 ต่อมพาราไทรอยด์ (Parathyroid) : ถ้าขาดจะเกิด อาการกล้ามเนื้อเกร็ง ชักกระตุก จนทางานล้มเหลว 5.1.2 ต่อมไอส์เลตของตับอ่อน (Islets of Langerhans) : ถ้าขาดจะไม่มีฮอร์โมน Insulin ทาให้ ควบคุมระดับน้าตาลในเลือดไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อเมทาบอลิซึม ทาให้เลือดเป็นกรดด้วย 5.1.3 ต่อมหมวกไตชั้นนอก (Adrenal Cortex) : ถ้าขาดจะไม่มีฮอร์โมน Aldosterone ควบคุมสมดุลน้าและเกลือ ไม่ได้ ทาให้สูญเสียน้าและ Na+ ไปกับปัสสาวะ ส่งผลให้เลือดใน ร่างกายลดลง อาจตายเพราะความดันเลือดต่า 5.2 ต่อมไร้ท่อที่ไม่จาเป็น หรือจาเป็นน้อยต่อร่างกาย (Non – Essential Endocrine Gland) : ถ้าโดนตัดต่อมทิ้งไป จะไม่ตาย ได้แก่ต่อมดังต่อไปนี้ ต่อมใต้สมอง (Pituitary), ต่อม
  • 3.
    3 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์สาเภา ไทรอยด์ (Thyroid), ต่อมหมวกไตชั้นใน (Adrenal Medulla), ต่อม ไพเนียล (Pineal), ต่อมไทมัส (Thymus), ต่อมเพศ (Gonads) การควบคุมการหลั่งฮอร์โมน 1. ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) : เป็นศูนย์กลางของระบบ ประสาทอัตโนวัติ ควบคุมสมดุลต่างๆ ในร่างกาย เชื่อมโยงระหว่างระบบ ประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ และมีหน้าที่สาคัญเกี่ยวกับฮอร์โมน ดังต่อไปนี้ 1.1 ผลิตฮอร์โมนเพื่อควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง ส่วนหน้า (Neuroendocrine) แบ่งเป็น 2 แบบ 1.1.1 หลั่งฮอร์โมนกระตุ้น (Releasing Hormone/RH) เช่น - Thyrotopin Releasing Hormone (TRH) : กระตุ้น การหลั่ง Thyroid Stimulation Hormone (TSH) - Gonadotropins Releasing Hormone (GnRH) : กระตุ้นการหลั่งต่อมเพศ (Gonad) คือ FSH และ LH 1.1.2 หลั่งฮอร์โมนยับยั้ง (Inhibiting Hormone/IH) เช่น Prolactin Inhibiting Hormone (PIH) ยับยั้งการหลั่ง Prolactin 1.2 ผลิตฮอร์โมน (Neurosecretory Cell) ได้ 2 ชนิด แล้วส่งไปเก็บสะสมไว้ที่ต่อมใต้สมองส่วนหลัง คือ 2.1 Oxytocin : เป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการหดตัวของมดลูกเวลาคลอดลูก และกระตุ้นการหลั่ง น้านมเวลาลูกดูดนม 2.2 Antidiuretic Hormone (ADH) : เป็นฮอร์โมนกระตุ้นการดูดน้ากลับจากไต เมื่อร่างกายขาด น้า 2. ต่อมใต้สมองส่วนหน้า (Anterior Pituitary Gland) : สร้างฮอร์โมนไป ยังต่อมไร้ท่ออื่นๆ เพื่อ ควบคุมการหลั่งฮอร์โมน ของต่อมไร้ท่อ ให้หลัง ออกมาตามบริเวณที่ ต้องการ 3. ปริมาณสารเคมีในเลือด : เช่นปริมาณน้าตาลใน เลือดที่เปลี่ยนแปลง ควบคุมโดยฮอร์โมน Insulin และ Glucagon 4. การควบคุมการทางานแบบย้อนกลับของฮอร์โมนที่ทางานควบคู่กัน (Positive/Negative Feedback) : เช่น เอสโตรเจน กับ LH (Positive Feedback) และ TSH กับ ไทรอกซิน (Negative Feedback)
  • 4.
    4 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์สาเภา ตารางแสดงรายชื่อและหน้าที่ของฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมไร้ท่อชนิดต่างๆ แหล่งสร้าง ฮอร์โมน ควบคุมการหลั่ง หน้าที่สาคัญ ต่อมใต้สมองส่วน หน้า (Anterior Pituitary Gland) Adrenocorticotropic Hormone (ACTH) ไฮโปทาลามัส หลั่ง CRH มากกระตุ้น กระตุ้นต่อมหมวกไต (Adrenal Cortex) ให้สร้าง ฮอร์โมนต่างๆ ออกมา เช่น ฮอร์โมนกลุ่ม Cortisol Growth Hormone (GH) หรือ Somatotropin (STH) การเติบโต การนอนหลับที่ เพียงพอ ระดับน้าตาลใน เลือด ควบคุมการเจริญเติบโตทั่วไปของร่างกาย กระตุ้น การเจริญเติบโตของกระดูก เพิ่มการสังเคราะห์ โปรตีน กระตุ้นการสลายไขมันเพิ่มระดับน้าตาล กลูโคสในเลือด โปรแลคติน (Prolactin) ไฮโปทาลามัสหลั่ง PIH / การตั้งครรภ์ ในหญิงมีบุตร กระตุ้นต่อมน้านมให้สร้างน้านม กระตุ้นการเจริญของเต้านม (Breast Development) Follicle Stimulating Hormone (FSH) ไฮโปทาลามัสหลั่ง GnRH กระตุ้นต่อมเพศ (Gonad) ที่ สร้าง Gonadotrophin 2 ชนิดนี้ ชาย : กระตุ้นการเจริญของอัณฑะและสร้างอสุจิ หญิง : กระตุ้นการเจริญของ follicle ในรังไข่ให้ สร้าง Estrogen และกระตุ้น Meiosis ของ Oocyte Luteinizing Hormone (LH) ชาย : กระตุ้น Leydig cell ให้สร้าง Testosterone หญิง : กระตุ้นให้เกิดการตกไข่ในรอบเดือน และ กระตุ้นการเจริญ Corpus Luteum รวมถึงสร้าง และหลั่ง Estrogen และ Progesterone Thyroid Stimulating Hormone (TSH) ไฮโปทาลามัสหลั่ง TRH มา กระตุ้น กระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ กระตุ้นการเพิ่มขนาดของต่อมไทรอยด์ เอนโดรฟิน (Endrophin) *สารแห่งความสุข* การออกกาลังกาย อารมณ์ แจ่มใส สารแห่งความสุข ช่วยทาให้มีชีวิตชีวา ระงับความ เจ็บปวด เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ Melanocyte Stimulating Hormone (MSH) เปปไทด์ที่หลั่งจากต่อมใต้ สมองส่วนหน้าจากการสลาย ACTH กระตุ้นการสร้างเมลานิน (Melanin) ในเซลล์เม็ดสี (Melanocyte) ทาให้สีผิวเข้มขึ้น ไฮโปทาลามัส แต่ เก็บไว้ที่ต่อมใต้ สมองส่วนหลัง (Posterior Lobe of Pituitary) ออกซิโทซิน (Oxytocin) ภาวะตั้งครรภ์ การมีบุตร กระตุ้นการหดตัวของมดลูกเวลาคลอดลูก กระตุ้น การหลั่งน้านมเวลาลูกดูดนม Antidiuretic Hormone (ADH) หรือ Vasopressin การขาดน้าของร่างกาย กระตุ้นการดูดน้ากลับจากท่อหน่วยไต รักษาความ เข้มข้นของเลือดให้คงที่ ต่อมไพเนียล (Pineal Gland) เมลาโทนิน (Melatonin) *ฮอร์โมนแห่งการนอนหลับ *กลางคืนจะหลั่งมาก แสงที่ตกกระทบเรตินา โดย ฮอร์โมนแปรผกผันกับแสง ควบคุมนาฬิการ่างกาย (Biological Clock) ยับยั้ง การเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์ หากไม่มีต่อมนี้เด็กจะ โตเป็นหนุ่มสาวเร็วผิดปกติ ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Gland) *ต่อมไร้ ท่อขนาดใหญ่ ที่สุดของร่างกาย Thyroxin (T4) และ Triiodothyronine (T3) * สร้างจาก Thyroid Foliicle ของต่อมไทรอยด์ ต่อมใต้สมองส่วนหน้าหลั่ง TSH มากระตุ้น ควบคุมพัฒนาการของสมองกระตุ้นเมทาบอลิซึม ของร่างกาย มีมากก็กระตุ้นมาก *ฮอร์โมนที่มี ไอโอดีนเป็นองค์ประกอบ แคลซิโทนิน (Calcitonin) * สร้างจาก C-cell ของต่อม ไทรอยด์ ปริมาณ Ca2+ ในเลือด ลดระดับ Ca2+ ในเลือด โดยดึงไปสะสมที่กระดูก หรือลดการดูดกลับจากท่อหน่วยไตและลาไส้
  • 5.
    5 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์สาเภา แหล่งสร้าง ฮอร์โมน ควบคุมการหลั่ง หน้าที่สาคัญ ต่อมพารา ไทรอยด์ (Parathyroid Gland) พาราทอร์โมน (Parathormone) หรือ Parathyroid Hormone (PTH) ปริมาณ Ca2+ ในเลือด ทางานตรงข้ามกับ Calcitonin เพิ่มระดับ Ca2+ ใน เลือดโดยทางานร่วมกับ Vit. D โดยการสลาย Ca2+ จากกระดูกและเพิ่มการดูดกลับจากท่อหน่วยไตและ ลาไส้เล็ก ต่อมหมวกไต ชั้นนอก (Adrenal Cortex) Glucocorticoids เช่น Cortisol, Cortisone ต่อมใต้สมองส่วนหน้า หลั่ง ACTH มากระตุ้น ควบคุมเมทาบอลิซึมโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เพิ่มระดับน้าตาลในเลือด โดยสร้างจากกรดอะมิโน **หลั่งมากภาวะร่างกายเครียด/น้าตาลในเลือดต่า ฮอร์โมนเพศ (Sex Hormone) หลั่งฮอร์โมนเพศทั้ง 2 เพศ แต่หลั่งน้อยกว่าที่มาจาก ต่อมเพศ (Gonad) จึงไม่ค่อยมีความสาคัญ Mineralocorticoids เช่น Aldosterone *ฮอร์โมนรักษ์ เกลือ ปริมาณน้า และ Na+ ใน ร่างกาย ควบคุมสมดุลน้าและแร่ธาตุ การดูดกลับของเกลือ Na+ และน้าจากท่อหน่วยไต และขับ K+ ออก ทาให้ ความดันเลือดและปริมาตรเลือดสูงขึ้น ต่อมหมวกไต ชั้นใน (Adrenal Medulla) ฮอร์โมน Amine 2 ชนิด คือ Adrenaline (Epinephrine) และ Norepinephrine (Norepinephrine) *ฮอร์โมนแห่งความตกใจ ระบบประสาทซิมพาเธติก (Sympathetic) ภาวะ เครียดฉับพลัน ภาวะตกใจ คับขัน ทาให้เมทาบอลิซึมสูงในสภาวะคับขันมากๆ กระตุ้น การเพิ่มระดับน้าตาลกลูโคสในเลือดเพิ่มอัตราการ เต้นของหัวใจ และความดันเลือด กระตุ้นระบบ ประสาทซิมพาเธติกได้อีกด้วย ตัวอย่าง เมื่อเกิดไฟ ไหม้บ้าน ทาให้คนสามารถยกของขนาดใหญ่มากๆ เช่น ตู้เย็น เพื่อหนีไฟไหม้ ต่อมไทมัส (Thymus Gland) ไทโมซิน (Thymosin) แอนติเจน (Ag) ในร่างกาย เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว T-lymphocyte กระตุ้นการทางานของ B-lymphocyte ให้สร้าง แอนติบอดี (Ab) มาต่อต้านเชื้อโรค ต่อมไอส์เลตของ ตับอ่อน (Islets of Langerhans) อินซูลิน (Insulin) *สร้างจาก ß-Cell น้าตาลในเลือดสูง ลดระดับน้าตาลในเลือด กระตุ้นให้ตับและกล้ามเนื้อ นากลูโคสไปเก็บอยู่ในรูปของไกลโคเจน กลูคากอน (Glucagon) *สร้างจาก α-Cell น้าตาลในเลือดต่า เพิ่มระดับน้าตาลในเลือด กระตุ้นให้ตับและ กล้ามเนื้อเกิดการสลายไกลโคเจนออกมาเป็นกลูโคส ตารางแสดงรายชื่อและหน้าที่ของฮอร์โมนที่สร้างจากส่วนของร่างกาย เนื้อเยื่อ (Tissue Hormone) แหล่งสร้าง ฮอร์โมน หน้าที่สาคัญ ไต อีรีโทรโพอิทิน (Erythropoietin) กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจน (O2) ลดลง เช่น เมื่อไปอยู่ในที่ภูเขาสูง กระเพาะอาหาร แกสตริน (Gastrin) กระตุ้นการหลั่งกรด HCl และการเคลื่อนไหวกระเพาะ ลาไส้เล็ก ส่วน Duodenum ซีครีติน (Secretin) กระตุ้นตับอ่อนหลั่ง NaHCO3 เพื่อปรับค่า pH ลาไส้เล็ก กระตุ้นการ หลั่งน้าดี (Bile) เพื่อนาไปเก็บในถุงน้าดี ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนแกสต รินในกระเพาะอาหาร โคลีซิสโทไคนิน (Cholecystokinin) กระตุ้นการหลั่งน้าดีให้ออกจากถุงน้าดีไปที่ลาไส้เล็ก กระตุ้นการหลั่ง เอนไซม์ของตับอ่อน GIP (Gastric Inhibitor Peptide) ยับยั้งการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน อินซูลินของตับอ่อน
  • 6.
    6 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์สาเภา อวัยวะและอวัยวะสืบพันธุ์ แหล่งสร้าง ฮอร์โมน หน้าที่สาคัญ หญิง : รก (Placenta) Human Chorionic Gonadotropin HCG *ตรวจการตั้งครรภ์ได้ คงสภาพโครงสร้าง Corpus Luteum และภายหลังรกสามารถสร้าง ฮอร์โมน Estrogen, Progesterone ได้เอง หญิง : Follicle ใน รังไข่ เอสโตรเจน (Estrogen) ถูกควบคุมด้วย FSH และ LH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ควบคุม ลักษณะต่างๆ ของเพศหญิง เช่น หน้าอกขยาย สะโพกผาย เสียงเล็ก แหลม หญิง : Corpusluteum โปรเจสเตอโรน (Progesterone) กระตุ้นการเจริญที่เยื่อบุชั้นในของผนังมดลูก ชาย : อัณฑะ ICSH (Interstitial Cell Stimulating Hormone) เทสโทสเตอโรน (Testosterone) *จาก Ledig Cell ถูกควบคุมด้วย FSH และ LH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ควบคุม ลักษณะต่างๆ ของเพศชาย : มีหนวด เสียงแตก กระตุ้นการสร้าง เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ (Spermatogenesis) ตารางสรุปทางานของฮอร์โมนที่ทาหน้าที่ตรงข้ามกัน ฮอร์โมน การทางาน ทางานตรง ข้ามกับ ฮอร์โมน การทางาน Insulin ลดระดับน้าตาลในเลือด GH, Glucagon, Corisol, Adrenaline เพิ่มระดับน้าตาลในเลือด PTH เพิ่มระดับ Ca2+ ในเลือด Calcitonin ลดระดับ Ca2+ ในเลือด Melatonin ยับยั้งการเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์ Gonadotropin กระตุ้นการเจริญของอวัยวะ สืบพันธุ์ ตารางแสดงความผิดปกติของฮอร์โมนเมื่อขาดหรือมีมากเกินไป ฮอร์โมน ขาด/น้อย (Hypofunction) เกิน (Hyperfunction) Growth Hormone (GH) เด็ก : โรคเตี้ยแคระ (Dwarfism) รูปร่างเตี้ยเล็กสมส่วน กระดูกไม่โต มีไขมันสะสม บริเวณลาตัวมาก น้าตาลในเลือดต่า เด็กชายมักมี อวัยวะเพศเล็กไม่สมวัย ผู้ใหญ่ : โรค Simmon’s disease ผอมแห้ง น้าตาลในเลือดต่า ไม่มีผลต่อกระดูก เพราะ โตแล้ว ทนต่อความเครียดสูง เด็ก : โรค Gigantism ร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติ กระดูกยาว ทนต่อความเครียดได้ น้อย น้าตาลในเลือดสูง ผู้ใหญ่ : โรค Acromegaly เกิดการเจริญของกระดูกใบหน้า นิ้วมือเท้าผิดปกติ กระดูก ขากรรไกร คางยาวผิดปกติ อินซูลิน (Insulin) โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) มีน้าตาลสูง แต่ร่างกายใช้ไม่ได้ ต้องสันดาปจากโปรตีน กับไขมัน ทาให้เลือดเป็นกรด ตับทางานหนัก *แต่ส่วนใหญ่เกิดจากตัวรับ Insulin ทางานไม่ดี ไม่ใช่ ระดับ Insulin ในร่างกายต่า -
  • 7.
    7 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์สาเภา ตารางแสดงความผิดปกติของฮอร์โมนเมื่อขาดหรือมีมากเกินไป (ต่อ) ฮอร์โมน ขาด/น้อย (Hypofunction) เกิน (Hyperfunction) ไทรอกซิน (Thyroxin) จาก ต่อมไทรอยด์ เด็ก : โรคเอ๋อ (Cretinism) เตี้ยแคระ แขนสั้น ขาสั้น ผิวหยาบแห้ง ปัญญาอ่อน ผมบาง ไม่เจริญเติบโต ผู้ใหญ่ : โรค Myxedema น้าหนักขึ้น ผิวหนังบวมน้า หน้าบวม ผมและผิวแห้ง สมองทางานช้าลง ปฏิกิริยาโต้ตอบช้า ประจาเดือน ผิดปกติ ผู้ใหญ่ : ไทรอยด์เป็นพิษ (Grave’s disease) พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 10 เท่า น้าหนัก ลดลง ตาโปนเหงื่อออกมาก ขี้ร้อน หน้ามืด หงุดหงิด บาง รายมีผิวหนังเข้มขึ้นเป็นบางที่หรือทั่วตัว พบรอยด่างขาวขึ้น ตามร่างกาย Gonadotrophin : FSH, LH ผู้ใหญ่เพศหญิง : Sheehan’s Syndrome ภาวะหลังคลอด หรือเพิ่งเสียเลือดมาก ทาให้ต่อมใต้ สมองขาดเลือด ทาให้ Prolactin ลดลงด้วย ขาด น้านมให้บุตร - Antidiuretic Hormone (ADH) โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus) ปัสสาวะมีน้ามาก เพราะขาดการดูดกลับน้า มีอาการบวมทั่วตัว เป็นการบวมชนิดกดบุ๋ม (Pitting edema) เพราะเกิดการคั่งของน้า เมลาโทนิน (Melatonin) เด็ก : ก้าวเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าปกติ (Precocious puberty in children) - ฮอร์โมนที่สร้าง จากต่อมหมวกไต ชั้นนอก ผู้ใหญ่ : โรคแอดดิสัน (Addison’s disease) เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก แต่มีภาวะแทรกซ้อน ร้ายแรง เกิดจากต่อมหมวกไตชั้นนอกถูกทาลายหรือ ฝ่อ จากปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อตัวเอง อาการร่วมกับต่อม ไทรอยด์อักเสบ เบาหวาน ผมร่วงเป็นหย่อม โรคคิชชิง (Cushing’s Syndrome) พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ในผู้ป่วยที่มีเนื้องอกของต่อม หมวกไตชั้นนอก มีหน้ากลมคล้ายดวงจันทร์ (moon face) บริเวณคอมีหนอกยื่นออกมา (Buffalo hump) กล้ามเนื้อ อ่อนแรง ขาดประจาเดือน ฟีโรโมน (Pheromone) คือสารเคมีที่ผลิตจากต่อมมีท่อของสัตว์ ซึ่งไม่มีผลต่อร่างกายของตัวเอง แต่จะไปมีผลต่อสัตว์อื่นที่เป็น Species เดียวกันทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกายและพฤติกรรมได้ 1. การรับฟีโรโมนของสัตว์ : รับได้ 3 แบบ ดังนี้ 1.1 ทางกลิ่น (Olfaction) : พบในแมลงหลายชนิด ส่วนมากเพื่อดึงดูดเพศตรง ข้ามให้มาหาเพื่อการผสมพันธุ์ หรือเป็นการบอกอาณาเขตของสัตว์ เช่น - ผีเสื้อตัวเมียปล่อยฟีโรโมนไปตามอากาศ เมื่ออากาศพัดผ่านไปเจอกับตัวผู้ที่ใช้ หนวดเป็นที่รับสัมผัสฟีโรโมน จึงทาให้ตัวผู้รู้ตาแหน่งแล้ว บินมาหาตัวเมียเพื่อผสมพันธุ์ - มดเดินตามกันเป็นขบวนได้ เนื่องจากปล่อยฟีโรโมนที่เป็นสารเคมีประเภทกรด ฟอร์มิกไว้ตามทาง ข้อควรจา : ความแตกต่างของฮอร์โมนและฟีโรโมน  ฮอร์โมนผลิตจากต่อมไร้ท่อ แต่ฟีโรโมนผลิตจากต่อมมีท่อ  ฮอร์โมนมีผลต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิตเอง แต่ฟีโรโมนจะไปมีผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่นที่เป็นชนิดเดียวกัน แทน บางครั้งจึงเรียกว่า External Hormone (Ectohormone)  ฮอร์โมนเกี่ยวกับการปรับสมดุลร่างกาย แต่ฟีโรโมนเกี่ยวกับพฤติกรรม
  • 8.
    8 ระบบต่อมไร้ท่อ จัดทาโดยนางสาวฐิตารีย์สาเภา - เสือปล่อยฟีโรโมนออกมาพร้อมปัสสาวะ เพื่อประกาศอาณาเขต 1.2. การกิน (Ingestion) : พบได้ไม่มากนัก เช่น - ผึ้งนางพญาสามารถสร้างสารจากต่อมบริเวณรยางค์ปาก (Queen substance) ไว้สาหรับล่อให้ ผึ้งงานกินเข้าไป ซึ่งมีผลในการยับยั้งรังไข่ของผึ้งงานไม่ให้เจริญ ทาให้ผึ้งงานเป็นหมัน สืบพันธุ์ไม่ได้เหมือนผึ้ง นางพญา 1.3. การดูดซึม (Absorption) : พบในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางพวก เช่น - ตั๊กแตนตัวผู้ปล่อยฟีโรโมนทิ้งเอาไว้หลังจากผสมพันธุ์ เมื่อตัวอ่อนมาสัมผัสฟีโรโมนนั้น ก็จะดูด ซึมเข้าไปเพื่อกระตุ้นให้เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย และสืบพันธุ์ได้ - แมงมุมเพศเมียบางชนิดปล่อยฟีโรโมนทิ้งไว้ เมื่อตัวผู้เดินผ่านมาสัมผัส ทาให้เกิดความต้องการ ทางเพศ 2. ขั้นตอนการทางานของฟีโรโมน เอกสารอ้างอิง https://www.shutterstock.com/search/endocrine?search_source=base_keyword สุพรรฌทิพย์ อติโพธิ. (2557). สรุปชีววิทยา มัธยมปลาย Ultra Bilogy. กรุงเทพฯ : กรีนไลฬ์ พริ้นท์ติ้งเฮ้าท์. การประยุกต์ใช้ฟีโรโมนให้เป็นประโยชน์ ปัจจุบันถูกนามาใช้ป้องกันและกาจัดแมลง ในการเกษตร เช่น การใช้ฟีโรโมนสังเคราะห์ ของผีเสื้อตัวเมีย เพื่อล่อให้ผีเสื้อตัวผู้มาติด กับดักที่วางไว้ตามจุดต่างๆ ทาให้สามารถ เบี่ยงเบนผีเสื้อจากสวนองุ่นได้ จึงไม่ จาเป็นต้องฉีดพ่นยาฆ่าแมลงที่ผลองุ่นเพื่อ กาจัดหนอนผีเสื้อที่กัดกินผลองุ่นเหมือนใน อดีต ฟีโรโมน/กลิ่น เซลล์ประสาทรับกลิ่น กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) stimulation / Neurochemistry ต่อมไร้ท่อผลิตฮอร์โมน Endocrine system แสดงพฤติกรรม Behaviors Primer effect Releaser effect กระตุ้นระบบประสาทด้วยสิ่งเร้าอื่น