เรื่อง ศูนย์ควบคุมระบบประสาท
รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 2
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559
คุณครูฐิตารีย์ สาเภา
โรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 8 (กาญจนบุรี-ราชบุรี)
https://sites.google.com/site/rsu26aumaum/week8
 ศูนย์กลางของระบบประสาท: สมองและไขสัน
หลัง
 เปลี่ยนแปลงมาจาก นิวรัลทิวบ์ (neural tube)
 พัฒนามาจากเนื้อเยื่อชั้นนอก (ectoderm) ใน
ระยะเอ็มบริโอ
 ลักษณะเป็นหลอดยาว ส่วนหน้าเจริญพัฒนา
เป็นสมอง 3 ส่วน คือ สมองส่วนหน้า สมอง
ส่วนกลาง และสมองส่วนหลัง
 ส่วนท้ายเจริญเป็นไขสันหลัง
 สมองและไขสันหลังมีเยื่อหุ้มเดียวกัน เรียกว่า
เยื่อหุ้มสมอง (meninges)
กาเนิดระบบประสาท
กาเนิดระบบประสาท
 ระบบประสาทส่วนกลาง (Central
nervous system; CNS) : สมอง
และไขสันหลัง ทาหน้าที่รวบรวมและ
แปลผลข้อมูล
 ระบบประสาทรอบนอก (Peripheral
nervous system; PNS) :
เส้นประสาทสมอง (cranial nerve)
เส้นประสาทไขสันหลัง (spinal
nerve) และปมประสาท (ganglia)
ทาหน้าที่นาสัญญาณประสาทเข้า-
ออก CNS และควบคุมการ
เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายใน
ร่างกาย
ระบบประสาทในสัตว์มีกระดูกสันหลัง
 ลักษณะของสมอง
 ส่วนของสมอง
 พัฒนาการสมองของสัตว์
 โครงสร้างและหน้าที่ของสมองแต่ละ
ส่วน
สมอง (BRAIN)
 หนัก 1.4 กิโลกรัม
 มีเยื่อหุ้มสมอง 3 ชั้น เรียกว่า
Meninges
 ชั้นนอก (dura matter) หนา
เหนียวและแข็งแรงช่วยป้องกัน
อันตรายและกระทบกระเทือนให้แก่
สมองและไขสันหลัง
 ชั้นกลาง (arachniod matter) เป็น
เยื่อบางๆอยู่ระหว่างชั้นนอกกับชั้นใน
 ชั้นใน (pia matter) เป็นชั้นที่อยู่ติด
กับเนื้อสมองและไขสันหลังเส้นเลือด
มาหล่อเลี้ยงอยู่มากนาอาหารและ
ออกซิเจนมาให้สมอง
ลักษณะของสมอง
 มีน้าหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง
(Cerebrospinal Fluid / SCF) อยู่
ระหว่างช่องว่างในสมองและไขสัน
หลัง : ช่วยหล่อเลี้ยง ระบายของเสีย
กันกระเทือนให้กับระบบประสาท
ส่วนกลาง (CNS)
 เนื้อเยื่อสมอง 2 ส่วน คือ
Gray Matter : เนื้อสมองส่วนนอก
เป็นที่รวมของเซลล์ประสาท เห็นสี
เทาของเยื่อหุ้ม (Protoplasm)
White Matter : ชั้นในเป็นสีขาว มี
เส้นประสาทที่ถูกหุ้มด้วยเยื่อไมอีลิน
ลักษณะของสมอง
 สัตว์ที่มีการพัฒนาของสมองดี จะมีรอยหยัก
ของสมองและอัตราส่วนของสมองต่อน้าหนัก
มาก
 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน Forebrain Midbrain และ Hindbrain
 สมองส่วนหน้า (Forebrain) : ขนาดใหญ่ที่สุด มีรอยหยักมาก ประกอบด้วย ออล
เฟคทอรีบัลบ์ (Olfactory bulb), ซีรีบรัม (Cerebrum), ทาลามัส (Thalamus),
และโฮโปทาลามัส (Hypothalamus)
ส่วนของสมอง
ส่วนของสมอง
 สมองส่วนกลาง (Midbrain) : เป็นสถานีรับส่งประสาทระหว่างสมองส่วนหน้ากับ
ส่วนท้าย และส่วนหน้ากับนัยน์ตา หน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของลูกตาและม่านตา
เจริญดีในสัตว์พวก ปลา กบ ฯลฯ ในมนุษย์หรือสัตว์มีกระดูกสันหลัง สมองส่วน Obtic
lobe มีวิวัฒนาการต่า เพราะเจริญไปเป็น Corpora quadrigermia ทาหน้าที่เกี่ยวกับ
การได้ยิน
ส่วนของสมอง
 สมองส่วนท้าย (Hindbrain) : ประกอบด้วยซีรีเบลลัม (Cerebellum), เมดุลลา
ออบลองกาตา (Medulla Oblongata), และพอนส์ (Pons)
 ก้านสมอง (Brain Stem) : ประกอบด้วย
เมดุลลาออบลองกาตา (Medulla
Oblongata), พอนส์ (pons) และสมอง
ส่วนกลาง ถ้าถูกทาลายจะถึงตายได้
 Cerebrum ถูกทาลาย จะไม่ถึงตาย แต่ทา
ให้ความจาเสื่อม ปัญญาอ่อน มีความ
ผิดปกติทางประสาท
 สมองซีกซ้ายควบคุมการทางานของอวัยวะ
ทางขวา สมองซีกขวาควบคุมการทางาน
ของอวัยวะทางซ้าย
 รอยหยัก=คลื่นสมอง แสดงถึงความฉลาด
ของคนและสัตว์
ส่วนของสมอง
 สมองส่วนหน้า เจริญได้ดีในสัตว์ที่มี
วิวัฒนาการสูง เพราะมีความฉลาดมาก
เช่น คน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
 สมองส่วนกลาง เจริญได้ดีในสัตว์ชั้นต่า
เพราะมีความสามารถในการมองเห็น
และได้ยินเสียงมาก เช่น ปลา
พัฒนาการสมองของสัตว์
 สมอง cerebrum : พัฒนามากขึ้น
ตามลาดับของ สายวิวัฒนาการ (รอย
หยัก ขนาดต่อน้าหนักสมอง ฯลฯ)
 สมอง olfactory bulb : เจริญดีใน
พวกปลา จากนั้นค่อยๆ ลดรูปลง
 สมอง optic lobe : เจริญดีในปลา
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้า จากนั้นค่อยๆ ลด
รูปลง
 สมอง cerebellum : เจริญดีในปลา
นก และ คน เคลื่อนไหวได้ดีใน 3 มิติ
พัฒนาการสมองของสัตว์
สมองส่วนหน้า (FOREBRAIN/PROSENCEPHALON)
 Cerebrum
 Thalamus
 Hypothalamus
 Olfactory bulb
 Limbic system
 frontal lobe : เกี่ยวกับความจา ความคิด
สั่งงานกล้ามเนื้อ
 Prefrontal area : ศูนย์ความฉลาด
ระดับสูง
 Primary motor area : ศูนย์ควบคุม
การทางานของกล้ามเนื้อลาย ควบคุม
การเคลื่อนไหว
 Premotor area : วางแผนการ
เคลื่อนไหว
 Motor speech (Broca’s) area :
ศูนย์การวางแผนการพูดให้ถูกต้องตาม
หลักไวยากรณ์
CEREBRUM
 parietal lope : รู้สึกตัว การเขียน รับ
ความรู้สึก
Primary somatosensory area : ศูนย์รับ
ความรู้สึกระดับแรก (หนาว ร้อน สัมผัส)
Somatosensory association area : นา
ข้อมูลจาก somatosensory มาแปล
ความหมายเป็นรูปร่าง/ ขนาด/ ลักษณะผิว
วัตถุ
Primary taste area : ศูนย์การรับรสที่มา
จากลิ้น
General interpretation area : บริเวณ
ติดต่อจาก 3 ระบบคือ สัมผัส ตา หู เพื่อใช้
สาหรับแปลข้อมูลที่ซับซ้อน
CEREBRUM
 temporal lobe : ดมกลิ่น ได้ยิน การพูด
เข้าใจคาพูดและการอ่าน
 Primary auditory area : ศูนย์กลางการ
ได้ยิน แยกความสูงต่าของเสียง และการ
แปลความหมายของเสียงอย่างง่าย
 auditory association area : ศูนย์กลาง
การแปลความหมายการได้ยินอย่าง
ซับซ้อน (รู้ว่าเสียงใครหรืออะไร)
 Sensory speech (Wernicke’s) area :
ศูนย์การเข้าใจภาษา
CEREBRUM
 occipital lobe การมองเห็น
 Primary visual area : รับข้อมูล
จากเรตินามาสร้างให้เกิดภาพในสมอง
 Visual association area : แปลผล
ข้อมูลภาพที่ได้ รวมภาพที่เห็นเข้ากับ
ประสบการณ์ด้านความรู้สึก
CEREBRUM
 ตาแหน่ง : คล้ายรูปไข่ 2 ก้อน อยู่ระหว่างเซ
รีบรัมกับสมองส่วนกลาง
 หน้าที่ :
 สถานีกลางเชื่อมต่อข้อมูลที่มาจาก
ส่วนล่างกับเซรีบรัม
 ศูนย์รับความเจ็บปวด
 เป็นทางออกของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 2
THALAMUS
 ตาแหน่ง : อยู่ใต้ thalamus แต่อยู่เหนือต่อมใต้
สมอง
 หน้าที่
ศูนย์กลางควบคุมระบบประสาทอัตโนวัติ
(autonomic center)
ควบคุมการทางานของต่อมใต้สมองผ่านฮอร์โมน
ศูนย์หิวและอิ่ม (feeding and satiety)
ควบคุมสมดุลร่างกาย : อุณหภูมิร่างกาย (ไข้)
สมดุลน้า (กระหายน้า)
ควบคุมการหลับและตื่น รวมถึง circadian
rhythm (หลั่งฮอร์โมน เผาผลาญสารอาหาร)
ร่วมกับสมองส่วน amygdaia ในการควบคุม
พฤติกรรมทางอารมณ์และความรู้สึกทางเพศ
HYPOTHALAMUS
 ตาแหน่ง : ยื่นออกมาจากผิวด้านล่างส่วน
หน้าของสมอง ส่วนปลายไปเชื่อมต่อกับ
olfactory epithelium ที่อยู่บริเวณโพรง
หลังจมูก
 หน้าที่
 การรับกลิ่นเป็นทางออกของ
เส้นประสาทสมองคู่ที่ 1
 เจริญดีในปลาและสัตว์กินสัตว์
OLFACTORY BULB
 Amygdala :
 ตาแหน่ง : เป็นส่วนผิวด้านในของ
cerebral cortex ด้าน temporal lobe
 หน้าที่ ร่วมกับ Olfactory bulb และ
temporal lobe ในการรับกลิ่น
 Amygdata และ Hippocampus เป็น
limbic system (อารมณ์และพฤติกรรม)
 ร่วมกับโครงสร้างอื่นๆ ในการควบคุมระบบ
ต่อมไร้ท่อและระบบประสาทอัตโนวัติ
LIMBIC SYSTEM
LIMBIC SYSTEM
 Hippocampus :
 ตาแหน่ง : อยู่บริเวณผิวด้านในของ
cerebral cortex มีรูปร่างคล้ายเขาแกะ
และอยู่ใต้ต่อม Amygdala
 หน้าที่ : เกี่ยวกับความจาทั้งระยะสั้นและ
และระยะยาว
 ร่วมกับ Amygdala ในการควบคุม
พฤติกรรมทางอารมณ์ เรียกว่า limbic
system
 ร่วมกับโครงสร้างอื่นๆ ในการควบคุมระบบ
ต่อมไร้ท่อและระบบประสาทอัตโนวัติ
 ตาแหน่ง : อยู่ระหว่าง thalamus และ pons
 หน้าที่
 รับและรวบรวมข้อมูลด้านความรู้สึกจากสมอง
ส่วนล่างเพื่อส่งต่อไปยังสมองส่วนหน้า
 การเคลื่อนไหวของลูกตาและควบคุมการปิด-
เปิดของม่านตาเป็นทางออกของ
เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3,4
 Peripheral visual reflex : การที่หันศีรษะ
ตามวัตถุที่เข้ามาด้านข้าง
 เป็นส่วนหนึ่งของระบบ : reticular
formation
 ควบคุมความตึงของกล้ามเนื้อและการ
เคลื่อนไหว
สมองส่วนกลาง
(MIDBRAIN/MESENCEPHALON)
 Pons
 Medulla oblongata
 cerebellum
สมองส่วนท้าย (HINDBRAIN หรือ RHOMBENCEPHALON)
 ตาแหน่ง : อยู่ระหว่าง midbrain กับ medulla
oblongata/ ส่วนหน้าต่อกับ cerebellum
 หน้าที่
 ร่วมกับ medulla oblongata ในการหายใจ
 ควบคุมจังหวะและรูปแบบการหายใจ
 ควบคุมการทางานของการเคี้ยวทางออก
ของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5
 ควบคุมการเคลื่อนไหวของลูกตาทางออก
ของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6
 ควบคุมการแสดงสีหน้าทางออกของ
เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7
 ควบคุมการได้ยินและการทรงตัวทางออก
ของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8
PONS
 อยู่ระหว่าง pons และไขสันหลัง
 หน้าที่
 เป็นทางผ่านของสัญญาณความรู้สึก สัมผัส เจ็บปวด และ
อุณหภูมิของร่างกายเข้าสู่สมอง
 ส่งสัญญาณการเคลื่อนไหวของร่างกายจากสมองส่วนบน
ไปยังไขสันหลัง
 ควบคุมการหายใจ
ควบคุมการทางานของเพดานอ่อน คอหอย และทางเดิน
อาหารทางออกของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 9
 ควบคุมการเต้นของหัวใจทางออกของเส้นประสาท
สมองคู่ที่ 10
 ควบคุมการทางานของกล่องเสียงทางออกของ
เส้นประสาทสมองคู่ที่ 10
 ควบคุมการทางานของลิ้นทางออกของเส้นประสาท
สมองคู่ที่ 12
 ศูนย์ปฏิกิริยา reflex เช่น การไอ อาเจียน สะอึก
MEDULLA OBLONGATA
 ตาแหน่ง : ท้ายทอย/ส่วนใต้ต่อกับ
cerebrum/ ส่วนหน้าต่อกับ pons
 หน้าที่
 ควบคุมการประสานงานของกล้ามเนื้อ
หลายชุด
 ควบคุมการทรงตัว (ความตึงของกล้ามเนื้อ
ลาตัวและแขนขา)คนที่ดื่มสุราจนเมาจะ
เดินไม่ตรง เนื่องจากแอลกอฮอล์มีผลต่อ
การทางานของ cerebellum
 กลั่นกรองข้อมูลการเคลื่อนไหวจากเซรีบลัม
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความแม่นยา
ในการทางาน
CEREBELLUM
 ต่อลงมาจากสมอง
 อยู่ในโพรงกระดูกสันหลัง
 สิ้นสุดบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว
ชิ้นที่ 2 (L2)
 แพทย์จะเจาะน้าไขสันหลังที่ระดับต่า
กว่า L2 ลงไป เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
ของไขสันหลัง
ไขสันหลัง (SPINAL CORD)
 White mater : ผิวด้านนอก/ไม่มีตัวเซลล์/ใยประสาทมีเยื่อไมอีลินหุ้ม
 Gray matter : เนื้อแกนกลาง/ มีตัวเซลล์ประสานงานและสั่งการ/ใยประสาทไม่มีเยื่อไม
อีลินหุ้ม
 ปีกบน (Dorsal Horn) : รับความรู้สึก/ มีเส้นประสาทไขสันหลังยื่นออกมา (Dorsal
Root)/มีตัวเซลล์ประสาทขั้วเดียวทาให้เกิด ปมประสาทรากบน (Dorsal Root
Ganglion)
ไขสันหลัง (SPINAL CORD) : โครงสร้าง
ไขสันหลัง (SPINAL CORD) : โครงสร้าง
 ปีกล่าง (Ventral Horn) : เป็นบริเวณนาคาสั่ง มีรากล่าง (Ventral Root) สั่งการด้วย
เซลล์ประสาทหลายขั้ว
 ปีกข้าง (Lateral Horn) : เป็นบริเวณระบบประสาทอัตโนวัติ
 ทางผ่านของกระแสประสาท (nerve impulse) ระหว่างอวัยวะเป้าหมายกับสมอง
 ศูนย์กลางของการเกิดรีเฟล็กซ์ของร่างกาย
 ร่วมกับ medulla oblongata ในการควบคุมการทางานของกล้ามเนื้อหัวไหล่และ
กล้ามเนื้อคอ
ไขสันหลัง (SPINAL CORD) : หน้าที่
ระบบประสาทรอบนอก (PNS)
 รับคาสั่งจากระบบประสาทส่วนกลาง
 เป็นตัวเชื่อมระหว่างระบบประสาทกับ
ร่างกาย
 หน้าที่ : ควบคุมการเคลื่อนไหวของ
กล้ามเนื้อ โดยรับคาสั่งจากสมองและ
ไขสันหลัง
 แบ่งตามตาแหน่ง
 เส้นประสาทสมอง (Cranial
nerve / CN)
 เส้นประสาทไขสันหลัง (Spinal
nerve / SN)
 เส้นประสาทสมองมี 3 ประเภท
 1. เส้นประสาทสมองที่ทาหน้าที่รับ
ความรู้สึก (sensory nerve) : ทาหน้าที่
รับกระแสความรู้สึกจากหน่วยรับความรู้สึก
ไปยังสมองที่เกี่ยวข้อง
 2. เส้นประสาทสมองที่ทาหน้าที่นาคาสั่ง
(motor) : ทาหน้าที่ นากระแสคาสั่งจาก
สมองไปยังหน่วยปฏิบัติงาน
 3. เส้นประสาทสมองที่ทาหน้าที่ผสม
(mixed nerve) : ทาหน้าที่รับกระแส
ความรู้สึกจากหน่วยรับความรู้สึก ไปยัง
สมองส่วนที่เกี่ยวข้อง และจากสมองไปยัง
หน่วยปฏิบัติงาน
เส้นประสาทสมอง (CRANIAL NERVE / CN)
เส้นประสาทสมอง (CRANIAL NERVE / CN)
 รับความรู้สึกเข้าและนาคาสั่ง
ออกจากไขสันหลัง
 แยกออกจากไขสันหลังเป็นคู่ๆ /
คนมี 31 คู่
 ทุกคู่เป็นประสาทผสม รับ
ความรู้สึกและสั่งการกล้ามเนื้อ
แขน ขา ลาตัว
 ทางานเช่นเดียวกับเส้นประสาท
สมองคู่ที่ 5, 7, 9 และ 10
เส้นประสาทไขสันหลัง (SPINAL NERVE / SN)
 คอ (Cervical) 8 คู่ เลี้ยง
ด้านหลังศีรษะ คอ อก
ส่วนบน และเกือบทั้งหมด
ของแขน
 อก (Thoracic) 12 คู่ เลี้ยง
ลาตัว อกส่วนบนถึง
ท้องน้อย แขนด้านล่าง
 เอว (Lumbar) 5 คู่ เลี้ยง
ขาหนีบ หน้าแข้ง และหลัง
เท้า
 กระเบนเหน็บ (Sacral) 5 คู่
เลี้ยงสะโพก ขาด้านหลัง
และเท้าด้านนอก
 ก้นกบ (Coccyx) 1 คู่ เลี้ยง
อวัยวะสืบพันธ์ ทวารหนัก
เส้นประสาทไขสันหลัง (SPINAL NERVE / SN)
ศูนย์ควบคุมระบบประสาท
ศูนย์ควบคุมระบบประสาท

ศูนย์ควบคุมระบบประสาท

  • 1.
    เรื่อง ศูนย์ควบคุมระบบประสาท รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 2 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2559 คุณครูฐิตารีย์ สาเภา โรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 8 (กาญจนบุรี-ราชบุรี) https://sites.google.com/site/rsu26aumaum/week8
  • 2.
     ศูนย์กลางของระบบประสาท: สมองและไขสัน หลัง เปลี่ยนแปลงมาจาก นิวรัลทิวบ์ (neural tube)  พัฒนามาจากเนื้อเยื่อชั้นนอก (ectoderm) ใน ระยะเอ็มบริโอ  ลักษณะเป็นหลอดยาว ส่วนหน้าเจริญพัฒนา เป็นสมอง 3 ส่วน คือ สมองส่วนหน้า สมอง ส่วนกลาง และสมองส่วนหลัง  ส่วนท้ายเจริญเป็นไขสันหลัง  สมองและไขสันหลังมีเยื่อหุ้มเดียวกัน เรียกว่า เยื่อหุ้มสมอง (meninges) กาเนิดระบบประสาท
  • 3.
  • 6.
     ระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervoussystem; CNS) : สมอง และไขสันหลัง ทาหน้าที่รวบรวมและ แปลผลข้อมูล  ระบบประสาทรอบนอก (Peripheral nervous system; PNS) : เส้นประสาทสมอง (cranial nerve) เส้นประสาทไขสันหลัง (spinal nerve) และปมประสาท (ganglia) ทาหน้าที่นาสัญญาณประสาทเข้า- ออก CNS และควบคุมการ เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายใน ร่างกาย ระบบประสาทในสัตว์มีกระดูกสันหลัง
  • 7.
     ลักษณะของสมอง  ส่วนของสมอง พัฒนาการสมองของสัตว์  โครงสร้างและหน้าที่ของสมองแต่ละ ส่วน สมอง (BRAIN)
  • 8.
     หนัก 1.4กิโลกรัม  มีเยื่อหุ้มสมอง 3 ชั้น เรียกว่า Meninges  ชั้นนอก (dura matter) หนา เหนียวและแข็งแรงช่วยป้องกัน อันตรายและกระทบกระเทือนให้แก่ สมองและไขสันหลัง  ชั้นกลาง (arachniod matter) เป็น เยื่อบางๆอยู่ระหว่างชั้นนอกกับชั้นใน  ชั้นใน (pia matter) เป็นชั้นที่อยู่ติด กับเนื้อสมองและไขสันหลังเส้นเลือด มาหล่อเลี้ยงอยู่มากนาอาหารและ ออกซิเจนมาให้สมอง ลักษณะของสมอง
  • 9.
     มีน้าหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง (Cerebrospinal Fluid/ SCF) อยู่ ระหว่างช่องว่างในสมองและไขสัน หลัง : ช่วยหล่อเลี้ยง ระบายของเสีย กันกระเทือนให้กับระบบประสาท ส่วนกลาง (CNS)  เนื้อเยื่อสมอง 2 ส่วน คือ Gray Matter : เนื้อสมองส่วนนอก เป็นที่รวมของเซลล์ประสาท เห็นสี เทาของเยื่อหุ้ม (Protoplasm) White Matter : ชั้นในเป็นสีขาว มี เส้นประสาทที่ถูกหุ้มด้วยเยื่อไมอีลิน ลักษณะของสมอง  สัตว์ที่มีการพัฒนาของสมองดี จะมีรอยหยัก ของสมองและอัตราส่วนของสมองต่อน้าหนัก มาก
  • 10.
     แบ่งออกเป็น 3ส่วน Forebrain Midbrain และ Hindbrain  สมองส่วนหน้า (Forebrain) : ขนาดใหญ่ที่สุด มีรอยหยักมาก ประกอบด้วย ออล เฟคทอรีบัลบ์ (Olfactory bulb), ซีรีบรัม (Cerebrum), ทาลามัส (Thalamus), และโฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ส่วนของสมอง
  • 11.
    ส่วนของสมอง  สมองส่วนกลาง (Midbrain): เป็นสถานีรับส่งประสาทระหว่างสมองส่วนหน้ากับ ส่วนท้าย และส่วนหน้ากับนัยน์ตา หน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของลูกตาและม่านตา เจริญดีในสัตว์พวก ปลา กบ ฯลฯ ในมนุษย์หรือสัตว์มีกระดูกสันหลัง สมองส่วน Obtic lobe มีวิวัฒนาการต่า เพราะเจริญไปเป็น Corpora quadrigermia ทาหน้าที่เกี่ยวกับ การได้ยิน
  • 12.
    ส่วนของสมอง  สมองส่วนท้าย (Hindbrain): ประกอบด้วยซีรีเบลลัม (Cerebellum), เมดุลลา ออบลองกาตา (Medulla Oblongata), และพอนส์ (Pons)
  • 13.
     ก้านสมอง (BrainStem) : ประกอบด้วย เมดุลลาออบลองกาตา (Medulla Oblongata), พอนส์ (pons) และสมอง ส่วนกลาง ถ้าถูกทาลายจะถึงตายได้  Cerebrum ถูกทาลาย จะไม่ถึงตาย แต่ทา ให้ความจาเสื่อม ปัญญาอ่อน มีความ ผิดปกติทางประสาท  สมองซีกซ้ายควบคุมการทางานของอวัยวะ ทางขวา สมองซีกขวาควบคุมการทางาน ของอวัยวะทางซ้าย  รอยหยัก=คลื่นสมอง แสดงถึงความฉลาด ของคนและสัตว์ ส่วนของสมอง
  • 14.
     สมองส่วนหน้า เจริญได้ดีในสัตว์ที่มี วิวัฒนาการสูงเพราะมีความฉลาดมาก เช่น คน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  สมองส่วนกลาง เจริญได้ดีในสัตว์ชั้นต่า เพราะมีความสามารถในการมองเห็น และได้ยินเสียงมาก เช่น ปลา พัฒนาการสมองของสัตว์
  • 15.
     สมอง cerebrum: พัฒนามากขึ้น ตามลาดับของ สายวิวัฒนาการ (รอย หยัก ขนาดต่อน้าหนักสมอง ฯลฯ)  สมอง olfactory bulb : เจริญดีใน พวกปลา จากนั้นค่อยๆ ลดรูปลง  สมอง optic lobe : เจริญดีในปลา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้า จากนั้นค่อยๆ ลด รูปลง  สมอง cerebellum : เจริญดีในปลา นก และ คน เคลื่อนไหวได้ดีใน 3 มิติ พัฒนาการสมองของสัตว์
  • 16.
    สมองส่วนหน้า (FOREBRAIN/PROSENCEPHALON)  Cerebrum Thalamus  Hypothalamus  Olfactory bulb  Limbic system
  • 17.
     frontal lobe: เกี่ยวกับความจา ความคิด สั่งงานกล้ามเนื้อ  Prefrontal area : ศูนย์ความฉลาด ระดับสูง  Primary motor area : ศูนย์ควบคุม การทางานของกล้ามเนื้อลาย ควบคุม การเคลื่อนไหว  Premotor area : วางแผนการ เคลื่อนไหว  Motor speech (Broca’s) area : ศูนย์การวางแผนการพูดให้ถูกต้องตาม หลักไวยากรณ์ CEREBRUM
  • 18.
     parietal lope: รู้สึกตัว การเขียน รับ ความรู้สึก Primary somatosensory area : ศูนย์รับ ความรู้สึกระดับแรก (หนาว ร้อน สัมผัส) Somatosensory association area : นา ข้อมูลจาก somatosensory มาแปล ความหมายเป็นรูปร่าง/ ขนาด/ ลักษณะผิว วัตถุ Primary taste area : ศูนย์การรับรสที่มา จากลิ้น General interpretation area : บริเวณ ติดต่อจาก 3 ระบบคือ สัมผัส ตา หู เพื่อใช้ สาหรับแปลข้อมูลที่ซับซ้อน CEREBRUM
  • 19.
     temporal lobe: ดมกลิ่น ได้ยิน การพูด เข้าใจคาพูดและการอ่าน  Primary auditory area : ศูนย์กลางการ ได้ยิน แยกความสูงต่าของเสียง และการ แปลความหมายของเสียงอย่างง่าย  auditory association area : ศูนย์กลาง การแปลความหมายการได้ยินอย่าง ซับซ้อน (รู้ว่าเสียงใครหรืออะไร)  Sensory speech (Wernicke’s) area : ศูนย์การเข้าใจภาษา CEREBRUM
  • 20.
     occipital lobeการมองเห็น  Primary visual area : รับข้อมูล จากเรตินามาสร้างให้เกิดภาพในสมอง  Visual association area : แปลผล ข้อมูลภาพที่ได้ รวมภาพที่เห็นเข้ากับ ประสบการณ์ด้านความรู้สึก CEREBRUM
  • 21.
     ตาแหน่ง :คล้ายรูปไข่ 2 ก้อน อยู่ระหว่างเซ รีบรัมกับสมองส่วนกลาง  หน้าที่ :  สถานีกลางเชื่อมต่อข้อมูลที่มาจาก ส่วนล่างกับเซรีบรัม  ศูนย์รับความเจ็บปวด  เป็นทางออกของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 2 THALAMUS
  • 22.
     ตาแหน่ง :อยู่ใต้ thalamus แต่อยู่เหนือต่อมใต้ สมอง  หน้าที่ ศูนย์กลางควบคุมระบบประสาทอัตโนวัติ (autonomic center) ควบคุมการทางานของต่อมใต้สมองผ่านฮอร์โมน ศูนย์หิวและอิ่ม (feeding and satiety) ควบคุมสมดุลร่างกาย : อุณหภูมิร่างกาย (ไข้) สมดุลน้า (กระหายน้า) ควบคุมการหลับและตื่น รวมถึง circadian rhythm (หลั่งฮอร์โมน เผาผลาญสารอาหาร) ร่วมกับสมองส่วน amygdaia ในการควบคุม พฤติกรรมทางอารมณ์และความรู้สึกทางเพศ HYPOTHALAMUS
  • 23.
     ตาแหน่ง :ยื่นออกมาจากผิวด้านล่างส่วน หน้าของสมอง ส่วนปลายไปเชื่อมต่อกับ olfactory epithelium ที่อยู่บริเวณโพรง หลังจมูก  หน้าที่  การรับกลิ่นเป็นทางออกของ เส้นประสาทสมองคู่ที่ 1  เจริญดีในปลาและสัตว์กินสัตว์ OLFACTORY BULB
  • 24.
     Amygdala : ตาแหน่ง : เป็นส่วนผิวด้านในของ cerebral cortex ด้าน temporal lobe  หน้าที่ ร่วมกับ Olfactory bulb และ temporal lobe ในการรับกลิ่น  Amygdata และ Hippocampus เป็น limbic system (อารมณ์และพฤติกรรม)  ร่วมกับโครงสร้างอื่นๆ ในการควบคุมระบบ ต่อมไร้ท่อและระบบประสาทอัตโนวัติ LIMBIC SYSTEM
  • 25.
    LIMBIC SYSTEM  Hippocampus:  ตาแหน่ง : อยู่บริเวณผิวด้านในของ cerebral cortex มีรูปร่างคล้ายเขาแกะ และอยู่ใต้ต่อม Amygdala  หน้าที่ : เกี่ยวกับความจาทั้งระยะสั้นและ และระยะยาว  ร่วมกับ Amygdala ในการควบคุม พฤติกรรมทางอารมณ์ เรียกว่า limbic system  ร่วมกับโครงสร้างอื่นๆ ในการควบคุมระบบ ต่อมไร้ท่อและระบบประสาทอัตโนวัติ
  • 26.
     ตาแหน่ง :อยู่ระหว่าง thalamus และ pons  หน้าที่  รับและรวบรวมข้อมูลด้านความรู้สึกจากสมอง ส่วนล่างเพื่อส่งต่อไปยังสมองส่วนหน้า  การเคลื่อนไหวของลูกตาและควบคุมการปิด- เปิดของม่านตาเป็นทางออกของ เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3,4  Peripheral visual reflex : การที่หันศีรษะ ตามวัตถุที่เข้ามาด้านข้าง  เป็นส่วนหนึ่งของระบบ : reticular formation  ควบคุมความตึงของกล้ามเนื้อและการ เคลื่อนไหว สมองส่วนกลาง (MIDBRAIN/MESENCEPHALON)
  • 27.
     Pons  Medullaoblongata  cerebellum สมองส่วนท้าย (HINDBRAIN หรือ RHOMBENCEPHALON)
  • 28.
     ตาแหน่ง :อยู่ระหว่าง midbrain กับ medulla oblongata/ ส่วนหน้าต่อกับ cerebellum  หน้าที่  ร่วมกับ medulla oblongata ในการหายใจ  ควบคุมจังหวะและรูปแบบการหายใจ  ควบคุมการทางานของการเคี้ยวทางออก ของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5  ควบคุมการเคลื่อนไหวของลูกตาทางออก ของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6  ควบคุมการแสดงสีหน้าทางออกของ เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7  ควบคุมการได้ยินและการทรงตัวทางออก ของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 PONS
  • 29.
     อยู่ระหว่าง ponsและไขสันหลัง  หน้าที่  เป็นทางผ่านของสัญญาณความรู้สึก สัมผัส เจ็บปวด และ อุณหภูมิของร่างกายเข้าสู่สมอง  ส่งสัญญาณการเคลื่อนไหวของร่างกายจากสมองส่วนบน ไปยังไขสันหลัง  ควบคุมการหายใจ ควบคุมการทางานของเพดานอ่อน คอหอย และทางเดิน อาหารทางออกของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 9  ควบคุมการเต้นของหัวใจทางออกของเส้นประสาท สมองคู่ที่ 10  ควบคุมการทางานของกล่องเสียงทางออกของ เส้นประสาทสมองคู่ที่ 10  ควบคุมการทางานของลิ้นทางออกของเส้นประสาท สมองคู่ที่ 12  ศูนย์ปฏิกิริยา reflex เช่น การไอ อาเจียน สะอึก MEDULLA OBLONGATA
  • 30.
     ตาแหน่ง :ท้ายทอย/ส่วนใต้ต่อกับ cerebrum/ ส่วนหน้าต่อกับ pons  หน้าที่  ควบคุมการประสานงานของกล้ามเนื้อ หลายชุด  ควบคุมการทรงตัว (ความตึงของกล้ามเนื้อ ลาตัวและแขนขา)คนที่ดื่มสุราจนเมาจะ เดินไม่ตรง เนื่องจากแอลกอฮอล์มีผลต่อ การทางานของ cerebellum  กลั่นกรองข้อมูลการเคลื่อนไหวจากเซรีบลัม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความแม่นยา ในการทางาน CEREBELLUM
  • 32.
     ต่อลงมาจากสมอง  อยู่ในโพรงกระดูกสันหลัง สิ้นสุดบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว ชิ้นที่ 2 (L2)  แพทย์จะเจาะน้าไขสันหลังที่ระดับต่า กว่า L2 ลงไป เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ของไขสันหลัง ไขสันหลัง (SPINAL CORD)
  • 33.
     White mater: ผิวด้านนอก/ไม่มีตัวเซลล์/ใยประสาทมีเยื่อไมอีลินหุ้ม  Gray matter : เนื้อแกนกลาง/ มีตัวเซลล์ประสานงานและสั่งการ/ใยประสาทไม่มีเยื่อไม อีลินหุ้ม  ปีกบน (Dorsal Horn) : รับความรู้สึก/ มีเส้นประสาทไขสันหลังยื่นออกมา (Dorsal Root)/มีตัวเซลล์ประสาทขั้วเดียวทาให้เกิด ปมประสาทรากบน (Dorsal Root Ganglion) ไขสันหลัง (SPINAL CORD) : โครงสร้าง
  • 34.
    ไขสันหลัง (SPINAL CORD): โครงสร้าง  ปีกล่าง (Ventral Horn) : เป็นบริเวณนาคาสั่ง มีรากล่าง (Ventral Root) สั่งการด้วย เซลล์ประสาทหลายขั้ว  ปีกข้าง (Lateral Horn) : เป็นบริเวณระบบประสาทอัตโนวัติ
  • 35.
     ทางผ่านของกระแสประสาท (nerveimpulse) ระหว่างอวัยวะเป้าหมายกับสมอง  ศูนย์กลางของการเกิดรีเฟล็กซ์ของร่างกาย  ร่วมกับ medulla oblongata ในการควบคุมการทางานของกล้ามเนื้อหัวไหล่และ กล้ามเนื้อคอ ไขสันหลัง (SPINAL CORD) : หน้าที่
  • 36.
    ระบบประสาทรอบนอก (PNS)  รับคาสั่งจากระบบประสาทส่วนกลาง เป็นตัวเชื่อมระหว่างระบบประสาทกับ ร่างกาย  หน้าที่ : ควบคุมการเคลื่อนไหวของ กล้ามเนื้อ โดยรับคาสั่งจากสมองและ ไขสันหลัง  แบ่งตามตาแหน่ง  เส้นประสาทสมอง (Cranial nerve / CN)  เส้นประสาทไขสันหลัง (Spinal nerve / SN)
  • 37.
     เส้นประสาทสมองมี 3ประเภท  1. เส้นประสาทสมองที่ทาหน้าที่รับ ความรู้สึก (sensory nerve) : ทาหน้าที่ รับกระแสความรู้สึกจากหน่วยรับความรู้สึก ไปยังสมองที่เกี่ยวข้อง  2. เส้นประสาทสมองที่ทาหน้าที่นาคาสั่ง (motor) : ทาหน้าที่ นากระแสคาสั่งจาก สมองไปยังหน่วยปฏิบัติงาน  3. เส้นประสาทสมองที่ทาหน้าที่ผสม (mixed nerve) : ทาหน้าที่รับกระแส ความรู้สึกจากหน่วยรับความรู้สึก ไปยัง สมองส่วนที่เกี่ยวข้อง และจากสมองไปยัง หน่วยปฏิบัติงาน เส้นประสาทสมอง (CRANIAL NERVE / CN)
  • 38.
  • 39.
     รับความรู้สึกเข้าและนาคาสั่ง ออกจากไขสันหลัง  แยกออกจากไขสันหลังเป็นคู่ๆ/ คนมี 31 คู่  ทุกคู่เป็นประสาทผสม รับ ความรู้สึกและสั่งการกล้ามเนื้อ แขน ขา ลาตัว  ทางานเช่นเดียวกับเส้นประสาท สมองคู่ที่ 5, 7, 9 และ 10 เส้นประสาทไขสันหลัง (SPINAL NERVE / SN)
  • 40.
     คอ (Cervical)8 คู่ เลี้ยง ด้านหลังศีรษะ คอ อก ส่วนบน และเกือบทั้งหมด ของแขน  อก (Thoracic) 12 คู่ เลี้ยง ลาตัว อกส่วนบนถึง ท้องน้อย แขนด้านล่าง  เอว (Lumbar) 5 คู่ เลี้ยง ขาหนีบ หน้าแข้ง และหลัง เท้า  กระเบนเหน็บ (Sacral) 5 คู่ เลี้ยงสะโพก ขาด้านหลัง และเท้าด้านนอก  ก้นกบ (Coccyx) 1 คู่ เลี้ยง อวัยวะสืบพันธ์ ทวารหนัก เส้นประสาทไขสันหลัง (SPINAL NERVE / SN)