ระบบต่อมไร้ท่อและ
ฮอร์โมน (Endocrine
system & Hormone)
สรุป ตำแหน่งของอัณฑะ
และหงอนอยู่ห่างกัน แต่
มีความ สัมพันธ์กันคือ
อัณฑะควบคุมการเจริญ
ของลักษณะหงอนและ
เหนียง โดยอัณฑะจะ
สร้างสารเคมีส่งไปตาม
ระบบหมุนเวียนเลือด
สารเคมีดังกล่าวมีผลต่อ
การพัฒนาลักษณะของ
เพศในไก่ ต่อมาเรียก
สารเคมีนี้ว่า ฮอร์โมน
การทดลองการเจริญของหงอนและ
เหนียงของไก่เพศผู้
ต่อม (Gland)
ประเภทของต่อมในร่างกายคน
1. ต่อมมีท่อ (Exocrine gland) ต่อมที่สร้าง
สารเคมีขึ้นมา แล้วส่งไปยังตำแหน่งออกฤทธิ์โดย
อาศัยท่อลำเลียงของต่อมโดยเฉพาะ
2. ต่อมไร้ท่อ ( endocrine gland ) ต่อมที่
สร้างสารเคมีขึ้นมาแล้วส่งไปยังตำแหน่งออกฤทธิ์
โดยอาศัยระบบหมุนเวียนเลือด สารที่สร้างขึ้น เรียก
ว่า ฮอร์โมน (Hormone) และเรียกอวัยวะที่
ฮอร์โมนไปมีผลว่าอวัยวะเป้าหมาย
การสังเกตว่าต่อมใดเป็นไร้ท่อจะสังเกตได้
จากลักษณะต่อไปนี้
1. ไม่มีท่อลำเลียงสารที่ผลิตได้ออกภายนอกต่อม
2. มีเส้นเลือดจำนวนมากเพื่อทำหน้าที่ลำเลียงสารที่
ต่อมผลิตได้ไปยังอวัยวะที่เกี่ยวข้อง
3. เซลล์ที่เป็นองค์ประกอบของต่อมรูปร่างพิเศษ
สังเกตได้ว่าแตกต่างจากเซลล์อื่น ๆ
4. สารที่ผลิตได้จะมีลักษณะเฉพาะไม่สามารถถูก
สร้างได้จากต่อมอื่น
5. สารที่ผลิตได้มีผลต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะเป้าหมาย
ในลักษณะจำเพาะ
1. ต่อมไร้ท่อที่จำเป็นต่อชีวิต (Essential endocrine
gland)
- Parathyroid gland
- Adrenal cortex
- Islet of Langerhans
2. ต่อมไร้ท่อที่จำเป็นต่อชีวิต (Essential endocrine
gland)
- Pituitary gland - Thyroid gland
- Adrenal medulla - Pineal gland
- Thymus gland - Testis, Ovary
ประเภทของต่อมไร้ท่อ (Type of
endocrine gland)
Pineal
gland
Thymus glan
Pituitary
gland
Parath
yroid
gland
Thyroid
gland
Adrenal
Pancreas
Ovary
Testis
ฮอร์โมน (Hormone)
คือ สารเคมีที่ถูกสร้างขึ้นและปล่อยออกมาจาก
ต่อมหรือเนื้อเยื่อขนส่งไปโดยระบบหมุนเวียนโลหิต
และไปมีผลควบคุมการทำงานของอวัยวะเป้าหมาย
หน้าที่ของฮอร์โมน
1. ควบคุมและเร่งการเจริญเติบโต
2. ควบคุมและรักษาสภาพแวดล้อมภายในร่างกาย
ให้เป็นปกติ
3. ควบคุมการทำงานของร่างกายอย่างอัตโนวัติ
ฮอร์โมน (Hormone)
สามารถจำแนกออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
1. Amine hormone ได้แก่ Thyroxine, Adrenalin
2. Peptide or Protein hormone ได้แก่ Vasopressin,
Oxytocin
3. Steroid hormone ได้แก่ ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนจากต่อม
หมวกไต
ชั้นนอก
ความผิดปกติของฮอร์โมนสามารถเกิดจาก 3 สาเหตุ คือ
1. การหลั่งฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ (Hyposecretion)
2. การหลั่งฮอร์โมนมากกว่าปกติ (Hypersecretion)
3. การหลั่งฮอร์โมนปกติ แต่ผิดปกติที่ตัวรับบนอวัยวะเป้าหมาย
1. การหลั่งสารสื่อ
ประสาทที่ปลาย axon
กระตุ้นอวัยวะเป้าหมาย
2. การสร้างฮอร์โมน
ประสาท จากเซลล์
ประสาทเข้าสู่กระแสเลือด
ไปควบคุมอวัยวะเป้า
หมายที่อยู่ไกลออกไป
3. การสร้างฮอร์โมนจาก
ต่อมหรือเนื้อเยื่อ แล้วส่ง
ต่อเข้าสู่กระแสเลือดไป
ควบคุมอวัยวะเป้าหมายที่
อยู่ไกลออกไป
การควบคุมดุลยภาพของร่างกาย
ด้วยสารเคมี
1. ตำแหน่งที่อยู่ : อยู่ด้านล่างของสมองส่วน
Hypothalamus
2. ขนาดและลักษณะทั่วไป : มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ซม.
เจริญมาจาก 2 ส่วนที่ต่างกัน คือ
- ส่วนที่เจริญมาจากระบบประสาท เรียกว่า
Neurohypophysis เซลล์ในต่อมใต้สมองส่วนนี้เรียกว่า
Neurosecretory cell (ต่อมใต้สมองส่วนหลัง)
- ส่วนที่เจริญมาจากเยื่อบุผิวปาก เรียกว่า
Adenohypophysis ประกอบ ด้วยกลุ่มเซลล์ ที่มีแกรนูลและ
จัดเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ (ต่อมใต้สมองส่วนหน้าและสมอง
ส่วนกลาง)
ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง
(Pituitary gland)
• ต่อมใต้สมองแบ่งเป็น 3 ส่วน
1. ต่อมใต้สมองส่วนหน้า
2. ต่อมใต้สมองส่วนกลาง
3. ต่อมใต้สมองส่วนหลัง
ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง
(Pituitary gland)
การหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้
สมองส่วนหน้า
ต่อมใต้สมองส่วนหน้าเป็นต่อมที่สร้างฮอร์โมน
แท้จริง คือมีเซลล์ในการสร้างฮอร์โมน ซึ่งถูกควบคุม
จากสมองส่วน hypothalamus โดย hypothalamus
จะมี neurosecretory cell ในการสร้างฮอร์โมน
ประสาทเข้าสู่ เส้นเลือด ฮอร์โมนประสาทนี้จะไป
กระตุ้นให้เซลล์ต่อมใต้สมองส่วนหน้าสร้างฮอร์โมน
การหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง
ส่วนหน้า
1
2
3
4
***ปลาย
axon อยู่ที่
hypothal
amus
การหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้
สมองส่วนหลัง
ต่อมใต้สมองส่วนหน้าไม่ใช่ต่อมไร้ท่อที่แท้จริง คือไม่มี
เซลล์กลุ่มเซลล์สร้างฮอร์โมน โดยสมองส่วน hypothalamus
จะมี neurosecretory cellซึ่งจะมีปลายประสาท axon ยาว
มาถึงต่อมใต้สมองส่วนหลัง neurosecretory cell จะทำ
หน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนและมาเก็บไว้ในต่อมใต้สมองส่วน
หลังก่อนนำไปยังอวัยวะเป้าหมาย
การหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมองส่วนหลัง
1
2
3
สรุปการหลั่งฮอร์โมนของ
ต่อมใต้สมอง
Neurosecre
tory cell
ต่อมใต้สมอง
ส่วนหลัง
ต่อมใต้สมอง
ส่วนหน้า
เซลล์ของต่อม
ใต้สมอง
หลอด
เลือด
หลอด
เลือด
ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วน
หน้า
Endophin
ต่อมใต้สมอง
ส่วนหลัง
ต่อมใต้สมอง
ส่วนหน้า
ADH
Oxytocin
Growth Hormone: GH
เป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อทุกเซลล์ของร่างกาย จึงเรียก
ต่อมใต้สมองเป็น “The Master Gland”
พบในเด็กและวัยรุ่น ทำหน้าที่ดังนี้
 ควบคุมการเจริญของกระดูก
 เพิ่มอัตราการนำกรดอะมิโนเข้าสู่เซลล์
 เปลี่ยนไกลโคเจนไปเป็นกลูโคส ขับออกมาในกระแส
เลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ทำงานตรง
ข้ามกลับ Insulin ที่จะลดระดับน้ำตาลในเลือด และลด
การใช้คาร์โบไฮเดรต
ความผิดปกติของร่างกาย
เนื่องจากปริมาณ GH
ระดับ
ฮอร์โมน
ช่วงวัย อาการที่แสดงออก
น้อยเกิน
ไป
เด็ก : Dwarfism ไม่โต เตี้ยแคระแกร็น
แขนขาสั้น
ผู้ใหญ่ :
Simmond
disease
น้ำตาลในเลือดน้อย ผอม
แก่เร็ว เหี่ยว
มากเกิน
ไป
เด็ก : Gigantism กระดูกแขนขายาว สูง
ใหญ่ อายุสั้น
ผู้ใหญ่ :
Acromegary
กระดูกเจริญมากบางส่วน
เช่น หน้า มือ
21
13
years
old
18
years
old
18 years old
High
21 years
old
ฮอร์โมนนี้มีหน้าที่สำคัญคือ กระตุ้นการเจริญของ
ต่อมน้ำนม (mammary gland) ให้สร้างน้ำนม
Prolactin/Lactogenic Hormone: PRL
มีผู้รายงานว่า!!!
prolactin ใน
เพศชายจะทำงานร่วม
กับฮอร์โมนเพศใน
การกระตุ้นอวัยวะที่
เกี่ยวข้องกับการ
สืบพันธุ์
Gonadotropic Relasing
Hormone: GnRH
ประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ follicle
stimulating hormone: FSH และ Lutinizing
Hormone: LH
ต่อมใต้สมอง
ส่วนหน้า
เพศ
ชาย
Gn
RH
FSH LH
สร้าง
Leydig
cell/
Interstiti
al cell
Seminifero
us tubule
สร้าง
ต่อมใต้สมอง
ส่วนหน้า เพศ
หญิง
Gn
RH
FSH LH
กระตุ้น
folicle
สร้าง
Estroge
n
- กระตุ้นการ
ตกไข่
- กระตุ้นการ
เจริญของ
Corpus
สร้าง
ประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ follicle
stimulating hormone: FSH และ Lutinizing
Hormone: LH
Gonadotropic Relasing
Hormone: GnRH
ทำหน้าที่กระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้สร้างและหลั่ง
ฮอร์โมน โดยกระตุ้นให้มีการเพิ่มการนำไอโอดีนเข้า
ต่อมไทรอยด์เพื่อใช้ในการสังเคราะห์ฮอร์โมน
ไทรอกซิน (Thyroxine hormone)
Thyroid Stimulating
Hormone: TSH
ทำหน้าที่ ดังนี้
 กระตุ้น Adrenal cortex (ต่อมหมวกไตชั้น
นอก) ให้ทำงานปกติ
 มีผลต่อเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต
 เพิ่มการสลายไขมัน ทำให้ไขมันในเลือดสูงขึ้น
 ACTH เหมือนฮอร์โมนกระตุ้นเมลาโนไซต์
(Melanocyte Stimulating Hormone: MSH)
กระตุ้นรงควัตถุเมลานิน ภายในเซลล์ผิวหนังให้
ขยายตัวและทำให้สีผิวเข้มขึ้น
Adrenocorticotrophicho
rmone: ACTH
เป็นสารที่หลั่งออกมาเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด
Endophrin
ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วน
กลาง
 ผลิตและหลั่ง MSH เพื่อไปกระตุ้นเซลล์ melanocyte
ให้สังเคราะห์ melatonin (รงควัตถุสีน้ำตาล-
ดำ)
 กระตุ้นให้ melanin ใน melanocyte กระจายตัวออก
ไปทั่วเซลล์ ทำให้สีผิวเข้มขึ้น
 พบในสัตว์จำพวกปลา สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์
เลื้อยคลานบางชนิด
Melanocyte
Stimulating Hormone:
MSH
ต่อมใต้สมองส่วนหลังไม่ได้สร้างฮอร์โมนเองแต่มีปลายประสาท
axon ของ neurosecertory cell ที่หลั่งฮอร์โมนประสาทออกมาสู่
เส้นเลือดที่มาเลี้ยงต่อมใต้สมองส่วนหลัง โดยมีฮอร์โมน 2 ชนิด
ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง
ทำหน้าที่สำคัญคือ ควบคุมสมดุลน้ำในร่างกายโดยควบคุม
การดูดน้ำกลับที่ท่อหน่วยไต
Vasopressin/Antidiuretic
Hormone: ADH
 ทำหน้าที่กระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบและมดลูกให้หดตัว
 กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบรอบ ๆ ต่อม
น้ำนม เพื่อช่วยในการให้นมบุตร
Oxtocin
 เป็นต่อมไร้ท่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
 เป็นพู 2 พู มีรูปร่างคล้ายผีเสื้อกางปีก
 มีต่อมพาราไทรอยด์ติดอยู่พูละ 2 ต่อม
 ผลิตฮอร์โมน 2 ชนิด
 Thyroxin (T4)
 Calcitonin (T3)
ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์
ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์
 เซลล์ที่พบในต่อมไทรอยด์มี 2 ชนิด
 Follicular epithelial cell/ Thyroid follicle
 Parafollicular cell
กลไกการควบคุมการหลั่ง
ฮอร์โมน
Hypothal
amus
Anterior
pituitary
Thyroid Releasing
Hormone: TRH
TRH
Thyr
oid
TSH
T4
และ
T3
Anterior
pituitary
Thyr
oid
Hypertrophy –
Thyroid
StimulatingHormone:
TRH
ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์
เกิดขึ้นโดยต่อมไทรอยด์
ขยายใหญ่ เนื่องจากต่อมใต้
สมองส่วนหน้าสร้าง TSH
มากระตุ้นต่อมไทรอยด์มาก
เกินไป ทำให้ไม่สามารถสร้าง
thyroxine มายับยั้งได้
คอพอก
ธรรมดา(Simple
goiter)
เกิดจากต่อม
ไทรอยด์สร้าง
ฮอร์โมนมากเกิน
ไป เพราะได้รับ
การกระตุ้นจาก
TSH มากเกินไป
อาจมีอาการตา
โปนร่วมด้วย
คอพอกเป็นพิษ(Toxic
goiter)
ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์
 กระตุ้นอัตราเมแทบอลิซึมในร่างกาย
 กระตุ้นการเปลี่ยนไกลโคเจนที่สะสมที่ตับให้เป็น
กลูโคส
 กระตุ้น Metamorphosis
ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์
Thyroxin Hormone/
Tetraiodothyronine (T4)
ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์
Calcitonin Hormone/
Triiodothyronine (T3)
 ลดระดับแคลเซียมในเลือดที่สูงเกินไป
ให้เข้าสู่ระดับปกติ
กระตุ้นการสะสมแคลเซียมที่กระดูก
ลดการดูดกลับของแคลเซียมที่ไต
ลดการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้เล็ก
แคลเซียมในเลือด
สูงขึ้น
แคลซิโตนินใน
เลือดสูงขึ้น
แคลเซียมในเลือด
ลดลง
แคลซิโตนินใน
เลือดลดลงขึ้น
ความผิดปกติของฮอร์โมนจาก
ต่อมไทรอยด์
ระดับ
ฮอร์โมน
ช่วงวัย อาการที่แสดงออก
น้อยเกิน
ไป
เด็ก :
Cretinism
เด็กไม่โต เตี้ยแคระแกร็น พุง
ยื่น ปัญญาอ่อน ผิวหยาบแห้ง
ผู้ใหญ่ :
Myxcdem
a
เจริญช้า มีอาการชัก ผิวแห้ง
หัวใจโต หน้า-มือบวม ติดเชื้อ
ง่าย
มากเกิน
ไป
พบได้ทั้ง
เด็กและ
ผู้ใหญ่
คอพอกธรรมดา คอพอกเป็น
พิษ
 ต่อมพาราไทรอยด์เป็นต่อมรูปไข่ มีสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาล
ปนเหลือง มีน้ำหนักรวมทั้ง 4 ต่อม ประมาณ 0.05-0.3 กรัม
 ต่อมพาราไทรอยด์สร้าง Parathromone หรือ
parathyroid hormone: PTH
 ฮอร์โมนทำหน้าที่ กระตุ้น CA2+
ในเลือดให้สูงขึ้น
 ทางเดินอาหาร : เร่งการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้
 ไต : เพิ่มการดูดกลับของแคลเซียม
แต่ขับฟอสฟอรัสทางปัสสาวะ
 กระดูก : เพิ่มการสลายแคลเซียม
และฟอสฟอรัสจากกระดูก
ฮอร์โมนจากต่อมพาราไทรอยด์
การทำงานของฮอร์โมนพารา
ไทรอยด์
ภาพการควบคุมสมดุลของแคลเซียม ( (-) หมายถึงยับยั้ง)
ก. ควบคุมโดยแคลซิโทนิน
ข. ควบคุมโดยพาราทอร์โมน
ฮอร์โมนจากไอส์เลตออฟแลงเก
อร์ฮานส์
 ตับอ่อน ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชนิด
 Acinal cell
 Islet of Langerhans
 Islet of Langerhans เป็นต่อมไร้ท่อที่มีขนาดเล็กที่สุด และมี
จำนวนมากที่สุด ประกอบด้วยเซลล์ 2 ชนิด คือ
 β-cell : เป็นเซลล์ขนาดเล็ก ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนอินซูลิน
ซึ่งอินซูลินทำหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ
(90mg/100ml) โดยการเปลี่ยนกลูโคสเป็นไกลโคเจนสะสม
ในตับและกล้ามเนื้อ
 α-cell : เป็นเซลล์ขนาดใหญ่ ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนกลูคา
กอน ซึ่งกลูคากอนทำหน้าที่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด โดย
เปลี่ยนไกลโคเจนให้เป็นกลูโคส
ความผิดปกติเมื่อขาดฮอร์โมน
อินซูลิน
โรคเบาหวาน (Diabetet mellitus) เกิดจาก
 ร่างกายไม่สามารถดึงกลูโคสเข้าเซลล์ได้ จึงขับออกมาใน
ปัสสาวะ
 ประสิทธิภาพของตับในการเก็บกลูโคสในรูปของไกลโคเจนลดลง
ทำให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากคาร์โบไฮเดรตไมเต็มที่ ต้องใช้
โปรตีนและไขมันเป็นพลังงาน ซึ่งจะทำให้ความเป็นกรดของเลือด
สูง
โรคเบาหวานมี 2 แบบ
1. เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ มีอาการฉี่บ่อย
คอแห้ง น้ำหนักลด เลือดเป็นกรด ชามือ
2. เกิดจากตัวรับฮอร์โมนอินซูลินผิดปกติ
คน
ปกติ
คนออก
กำลังกาย
คนเป็นเบา
หวาน
คน
ปกติ
ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
ประกอบด้วย
ต่อมหมวกไตส่วนนอก
(Adrenal cortex)
ฮอร์โมนจาก
Adrenal cortex
1. Glucocorticoid
(Cortisal)
2. Mineralcoticoid
(Aldosterone)
3. Sex hormone
ฮอร์โมนจาก
Adrenal medulla
1. Adrenalin /
Epinephrin
2. Noradrenalin /
ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
1. Glucocorticoid (Cortisal)
- ควบคุม metabolism
คาร์โบไฮเดรต
- เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
(ไกลโคเจน -> กลูโคส)
- เพิ่มการสลายไขมัน และ
โปรตีน
2. Mineralcoticoid
(Aldosterone)
- ดูดกลับ Na+ คืน และขับ K+
ออกที่ท่อหน่วยไต
ฮอร์โมนจาก Adrenal cortex Cushing’s
sysdrome
ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
1. Adrenalin / Epinephrin
- อวัยวะเป้าหมาย คือ ตับ กล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อ
เรียบ
- กระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรงและเร็วขึ้น
- น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
- เพิ่มการเผาผลาญอาหาร ทำให้ร่างกายมีพลังมาก
ขึ้น
2. Noradrenalin / Norepinephrin
- อวัยวะเป้าหมาย คือ ตับ กล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อ
เรียบ
- ผนังหลอดเลือดบีบตัว
มนจาก Adrenal medulla
Adison’s
Adison’s
disease
disease
ฮอร์โมนจากต่อมไพเนียล
 สร้างฮอร์โมน
Melatonin
 อวัยวะเป้าหมาย คือ
อวัยวะเพศ
และเซลล์เม็ดสี
Melanocyte
 ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
เกี่ยวข้องกับ Biology
clock
- แสงน้อย หลั่ง
Melatonin
- แสงมาก หลั่ง
ฮอร์โมนจากต่อมไพเนียล
ในสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก เมลานินทำให้สีผิวของกบ
จางลง
ในคน เมลาโทนินทำงานตรงกับ FSH
แสง เรตินา sympathetic pineal
gland ยังยั้งการสร้าง melatonin
** ในสัตว์ ช่วงฤดูหนาวจะมีกลางคืนยาว มีการหลั่ง
Melatonin ออกมามาก ทำให้ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเพศ
สัตว์จึงไม่ผสมพันธุ์ในช่วงดูฤดูหนาว
ฮอร์โมนจากต่อมไทมัส
 มีลักษณะเป็นพู อยู่บริเวณใกล้หัวใจ
 พบในสัตว์มีกระดูกสันหลังทุกชนิด
 ในทารกแรกเกิดจะมีขนาดใหญ่ เมื่อมีอายุมากขึ้นจะ
มีขนาดเล็กลงและฝ่อไป
 ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน Thymocin กระตุ้นต่อมไท
มัสให้สร้างเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์
 ถ้าต่อมไทมัสฝ่อ จะทำให้ขาด Thymocin ส่งผลให้
ขาดลิมโฟไซต์ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
ฮอร์โมนจากรก
เมื่อเอ็มบริโอฝังตัวที่ผนังมดลูก จะสร้างรกเชื่อม
ระหว่างเยื่อหุ้มเอ็มบริโอกับเนื้อเยื่อชั้นในของผนัง
มดลูก
รกทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน Human Chorionic
Gonadotrophin
: HCG ทำหน้าที่รักษาสภาพของคอร์ปัสลูเทียมในรังไข่
HCG ถูกขับทางปัสสาวะ จึงใช้เป็นตัวทดสอบ
การตั้งครรภ์
ฮอร์โมนจากอวัยวะเพศ
ภายในอัณฑะมี Leydig cell หรือ Interstitial cell เป็นกลุ่มเซลล์
ที่อยู่ระหว่าง seminiferous tubule ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน
Testosterone
Testosterone ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะขั้นที่ 2 ของเพศชาย
(Male secondary sex character) เช่น เสียงแตก ลูกกระเดือก
แหลม มีหนวดเครา ขน ไหล่กว้าง
เพศ
ชาย
ฮอร์โมนจากอวัยวะเพศ
เพศ
หญิง
Estrogen: สร้างจาก
follicle ทำหน้าที่
- กระตุ้น Femle
secondary character
เช่น เสียงแหลม มีนม ขน
สะโพกผาย
- ทำให้มีการเจริญของ
เยื่อบุมดลูก
Progesterone: สร้าง
จาก corpus luteum
ทำหน้าที่
- กระตุ้นให้ผนังมดลูก
หนาตัวขึ้นหลังตกไข่
- ห้ามการมีประจำเดือน
การตกไข่ซ้ำ
- ป้องกันไม่ให้คลอก
ฮอร์โมนจากกระเพาะอาหารและ
ลำไส้เล็ก
 Gastrin: สร้างจากเนื้อเยื่อชั้นในของกระเพาะอาหาร ทำ
หน้าที่กระตุ้นให้หลั่งน้ำย่อยและ HCl และน้ำย่อยจากตับอ่อน
 Secretin: สร้างจากเนื้อเยื่อชั้นในของลำไส้เล็กบริเวณดู
โอดีนัม ทำหน้าที่กระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งเอนไซม์, โซเดียม
ไฮโดรเจนคาร์บอเนต และกระตุ้นให้ตับหลั่งน้ำดี
 Cholecystokinin: สร้างจากเนื้อเยื่อชั้นในของลำไส้เล็ก
บริเวณดูโอดีนัม ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างและหลั่งเอนไซม์
ของตับอ่อน และกระตุ้นการหดตัวของถุงน้ำดี
สรุปฮอร์โมนที่ทำงานตรงข้ามกัน
ฮอร์โมน หน้าที่ ฤทธิ์ตรงข้าม หน้าที่
GH,
Cortisol,
Adrenalin,
Glucagon
เพิ่มระดับ
น้ำตาลใน
เลือด
Insulin ลดระดับ
น้ำตาลใน
เลือด
Calcitonin ลดแคลเซียม
ในเลือด
Parathrom
one
เพิ่มแคลเซียม
ในเลือด
Melatonin สีผิวกบจางลง MSH สีผิวกบเข้ม
ขึ้น
ยับยั้งการ
เจริญของ
อวัยวะเพศ
FSH กระตุ้นการ
เจริญของ
อวัยวะเพศ
สรุปความผิดปกติของฮอร์โมน
ฮอร์โมน การหลั่งฮอร์โมนน้อย
เกินไป
การหลั่งฮอร์โมนมาก
เกินไป
GH เด็ก: Dwarfism
ผู้ใหญ่: Simmond
disease
เด็ก: Gigantism
ผู้ใหญ่: Acromegaly
Cortisol Addison
syndrome
Cushing
syndrome
Thyroxin เด็ก: Cretinism
ผู้ใหญ่: Myxedema
คอพอกธรรมดา/
คอพอกเป็นพิษ
Insulin เบาหวาน หน้ามืด เป็นลมง่าย
Pheromone
ฟีโรโมน หมายถึง สารเคมีที่สัตว์สร้างขึ้นมาแล้วมีผล
ต่อสัตว์ตัวอื่นที่เป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน ทำให้มีการ
เปลี่ยนแปลงทางสรีระและพฤติกรรมบางประการได้
การ
ทดลองที่
1
การ
ทดลองที่
2
Pheromone
การ
ทดลองที่
3
การ
ทดลองที่
4
สรุปผลการ
ทดลอง
สารเคมีที่แมลง
สร้างขึ้นมา เพื่อ
ดึงดูดแมลงชนิด
เดียวกันแต่เป็น
เพศตรงข้ามกัน
ได้ เรียกสารนั้น
ว่า “ฟีโรโมน”
ฮอร์โมนของแมลง
Brain hormone (BH): กระตุ้นให้ต่อมไร้ท่อบริเวณอกสร้าง
ฮอร์โมนที่มีผลต่อการลอกคราบของแมลง
 Ecdysone หรือ Molting hormone (MH): กระตุ้นให้
แมลงเกิดการลอกคราบ
 Juvenile hormone (JH): สร้างจาก corpus allatum หรือ
corpus allata ทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญของตัวอ่อนไม่ให้
เป็นตัวเต็มวัย
 ถ้า juvenile hormone ลดต่ำจะทำให้ตัวอ่อนแมลงลอก
คราบกลายเป็นดักแด้ และถ้าไม่มี juvenile hormone
เลยจะทำให้ดักแด้เจริญไปเป็นตัวเต็มวัย
คำถาม?
1. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของฮอร์โมน
ก. จะทำงานที่อวัยวะเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง
ข. ผลิตออกมาในปริมาณที่น้อย แต่มีฤทธิ์และ
นาน
ค. หลั่งออกมาแล้วไม่มีผลต่ออวัยวะที่ผลิต แต่ไป
มีผลที่อวัยวะอื่นของร่างกาย
ง. หลังจากทำงานแล้วปริมาณและโครงสร้างไม่
เปลี่ยนแปลงสามารถกลับมาทำงานได้อีกเหมือน
เอนไซม์
คำถาม??
2. ต่อมไร้ท่อข้อใดมีจำนวนต่อมมากที่สุด
ก. ต่อมใต้สมอง
ข. ต่อมไทรอยด์
ค. ต่อมพาราไทรอยด์
ง. ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์
คำถาม???
3. ฮอร์โมนกลุ่มใดมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต
ถ้าร่างกายสร้างไม่ได้จะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
ก. ไทรอกซิน, อินซูลิน, อะดรีนาลีน
ข. อินซูลิน, กลูคากอน, คอร์ติซอล
ค. อินซูลิน, พาราฮอร์โมน, อัลโดสเตอโรน
ง. พาราฮอร์โมน, แคลซิโทนิน, อัลโดสเตอ
โรน
คำถาม????
4. อวัยวะในข้อใดที่เป็นทั้งต่อมมีท่อและต่อมไร้
ท่อ
ก. ตับ ตับอ่อน ม้าม
ข. ตับอ่อน ลำไส้เล็ก รังไข่
ค. ต่อมเหงื่อ ต่อมน้ำลาย ต่อมน้ำตา
ง. ตับอ่อน ต่อมลูกหมาก กระเพาะอาหาร
คำถาม?
ฮอร์โมนที่ neurosecretory cell สร้างคือ
ข้อใด
1. MSH, GH
2. LH, ACTH
3. TSH, Insulin
4. ADH, Oxytocin
คำถาม??

ต่อมไร้ท่อ...............................................