CHEMICAL SIGNAL IN ANIMALS 
(ENDOCRINE SYSTEM) 
ต่อมไร้ท่อ (endocrine gland) ต่อมที่ 
หลั่งสารและไปมีผลต่อเซลล์เป้าหมาย 
โดยผ่าน extracellular fluid เช่นกระแส 
เลือด 
ต่อมมีท่อ(exocrine gland) ต่อมท่หีลั่ง 
สารและไปมีผลต่อเซลล์เป้ าหมายโดย 
ผ่านท่อ
ฮอร์โมน หมายถึงสารเคมีที่สร้างมาจาก 
เซลล์ของต่อมไร้ท่อ(endocrine cell) และ 
ไปมีผลควบคุมการทางานของเซลล์ 
เป้าหมายที่อยู่ห่างออกไป โดยขนส่งไป 
ตามกระเสเลือด 
การทา งานของร่างกายที่ควบคุม 
โดยฮอร์โมนหรือสารเคมี เรียก 
chemical control และเรียกกลุ่ม 
สารเคมีดังกล่าวว่า chemical 
messenger หรือ molecular 
messenger
Chemical messengerหรือmolecular messenger แบ่งเป็น 5 ชนิดดังนี้ 
1. Paracrine (local regulator) 2. Neurotransmitter 3. Neurohormone 
4. Hormone 5. Pheromone
ฮอร์โมนแบ่งตามโครงสร้างทางเคมีได้เป็น 4 ชนิด คือ 
1. ฮอร์โมนเปปไทด์หรือโปรตีน 
(Polypeptide hormone) 
2. ฮอร์โมนสเตียรอยด์ 
(Steroid hormone) 
3. ฮอร์โมนเอมีน 
(Amine hormone) 
4.ฮอร์โมนกรดไขมัน 
(Fatty acid hormone)
กลไกการออกฤทธ์ิของchemical messenger และฮอร์โมน 
-ออกฤทธ์ิได้โดยการจับกับตัวรับสัญญาณ(receptor) 
สารเคมีตัวเดียวกันสามารถมีผลต่อ 
เซลล์ชนิดต่างๆ ได้ต่างกันโดยขึน้กับ 
1.ตัวรับต่างกัน (a กับb&c) 
2.ตัวถ่ายทอดสัญญาณในเซลล์ 
ต่างกัน (bกับc)
การออกฤทธ์ิของฮอร์โมน แบ่งตามโครงสร้างได้เป็น 2 แบบ 
1.พวกที่มีตัวรับอยู่ที่ผนังเซลล์(cell membrane receptor)ได้แก่ฮอร์โมนที่มีขนาดใหญ่ 
ผ่านเข้าเซลล์ไม่ได้ ไม่ละลายในไขมัน เช่น ฮอร์โมนโปรตีน ซึ่งแบ่งตามการถ่ายทอด 
สัญญาณ (signal pathway) หรือ second messenger ได้เป็น 2 แบบ 
1.1cyclic AMP
1.2 Ca2+และinositol triphosphate (IP3) 
enzyme=phospholipase C 
PIP2=phosphatidylinositol biphosphate 
IP3=inositol triphosphate 
DAG=diacylglycerol
2.พวกที่มีตัวรับอยู่ภายในเซลล์ได้แก่ฮอร์โมนที่มีขนาดเล็กและละลายในไขมันได้ 
เช่น ฮอร์โมนสเตียรอยด์, ฮอร์โมนไทรอยด์, Vitamin D3, NO 
-ตัวรับเมื่อจับกับฮอร์โมน 
(hormone-receptor complex) 
จะทา หน้าที่เป็น transcription factor 
-ตัวรับอาจอยู่ในไซโตพลาสม 
หรือนิวเคลียส
กลไกการควบคุมการหล่งัฮอร์โมน 
การควบคุมการหลั่ง 
ฮอร์โมน ส่วนใหญ่ 
เป็นกลไกการควบคุม 
ย้อนกลับแบบ 
negative feedback
การควบคุม homeostasis ของแคลเซียมโดย PTH และ Calcitonin 
การทางานแบบตรงข้ามกัน(antagonistic) ของฮอร์โมน 2 ชนิด
ระบบต่อมไร้ท่อในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 
1.Brain hormone(BH) หลงั่จาก 
neurosecretory cells มาเก็บไว้ที่ 
corpus cardiacum 
2.BHกระตุ้นprothoracic 
gl. ให้หลงั่ฮอร์โมน 
ecdysone 
3.ecdysone กระตุ้น 
การลอกคราบ 
4.Juvenile hormone(JH) หลงั่จากcorpus 
allatum ยับยัง้การเกิด metamorphosis 
เมื่อ JH ลดลงแมลงสามารถพัฒนาไปสู่ 
ระยะต่อไปได้
ระบบต่อมไร้ท่อในสัตว์มีกระดูกสันหลัง(คน) 
-ในร่างกายคนเรามีต่อมไร้ท่อ 
ทั้งหมด 9 ต่อม 
-Tropic hormones: 
ฮอร์โมนที่ไปมีบทบาท 
ควบคุมการหลั่งฮอร์โมน 
ของต่อมไร้ท่ออื่น ๆ
การทางานร่วมกันระหว่างระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ 
(ไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมอง) 
-ไฮโปทาลามัสทา หน้าที่เชื่อมโยง 
ระหว่างระบบต่อมไร้ท่อและ 
ระบบประสาท 
-เซลล์ประสาท(neurosecretory cell) 
จากไฮโปทาลามัสไปควบคุมการ 
หลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วน 
หน้า ทั้งแบบกระต้นุ(releasing 
homrone) และยับยั้ง(inhibiting 
hormone)
ต่อมใต้สมองส่วนหน้า(anterior pituitary gland or adenohypophysis) 
-ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนโดยไฮโปทาลามัส โดยหลั่ง releasing/inhibiting 
ผ่านทางเส้นเลือด portal vessel
ต่อมใต้สมองส่วนหน้า(anterior pituitary gland or adenohypophysis) 
Prolactin : Lactogenic Hormone (LTH) 
prolactin - RH/ prolactin - IH จาก Hypothalamus 
กระต้นุต่อมน้านม(mammary gland) 
ทา งานร่วมกับ androgen - กระตุ้นต่อมลูกหมาก 
- การบีบตัวของท่ออสุจิ 
- การสร้างน้าเลีย้งอสุจิ 
- การหลั่งอสุจิ
ต่อมใต้สมองส่วนหน้า(anterior pituitary gland or adenohypophysis) 
- Thyroid stimulating hormone (TSH)/ Thyrotrophic Hor.  Thyroid 
หลั่ง Thyroxine(T4), Triiodotryronin(T3), Calcitonin 
- Adrenocorticotropic hormone (ACTH) Adrenal cortex 
(ต่อมหมวกไตส่วนนอก) หลั่ง Cortisol(Glucocorticotrophic Hor.) 
Mineralocorticoid(Aldosterone), Adrenal sex hormones 
- Melanocyte stimulating hormone (MSH)  Melanocyte Melanin 
- Endorphin
ต่อมใต้สมองส่วนหลัง(Posterior pituitary gland or neurohypophysis) 
-ฮอร์โมนที่หลั่งจากต่อมใต้ 
สมองส่วนหลังสร้างมาจาก 
เซลล์ประสาทของไฮโปทา 
ลามัส 
-โดยเซลล์ประสาทจะย่นื 
ส่วน axon เข้ามาในต่อม 
ใต้สมองส่วนหลัง
ต่อมไพเนียล(Pineal gland / Epiphysis) Melatonin
ต่อมไพเนียล(Pineal gland / Epiphysis) 
Melatonin 
ควบคุมการนอนหลับ, ควบคุมวัยหนุ่มสาว, พฤติกรรมทางเพศ
ต่อมไทรอยด์(Thyroid gland) 
Follicular cell Follicle 
Thyroglobulin(protein) + I 
Tyrosine(amino acid) 
T3, T4 
-Thyroxine (T4) 
-Triiodothyronine (T3) 
T3 มีฤทธ์ิ T4  4 เท่า 
พบ T4 T3 
Parafollicular cell(C-Cell) 
-Calcitonin
Thyroid Hormones T3, T4 
-Thyroxine (T4)/Tetraiodothyronine 
-Triiodothyronine (T3) 
หน้าที่ 
- ควบคุมอัตรา Metabolism, การเผาผลาญ 
- +GH = Growth 
- Development of the brain 
- ควบคุม Metamorphosis (Amphibian)
Thyroid Hormones T3, T4 
-Thyroxine (T4)/Tetraiodothyronine 
-Triiodothyronine (T3) 
Hypothyroidism 
Cretinism Myxedema
Thyroid Hormones T3, T4 
-Thyroxine (T4)/Tetraiodothyronine 
-Triiodothyronine (T3) 
Hyperthyroidism 
Simple Goiter Toxic Goiter
Thyroid Hormones Calcitonin Parafollicular cell(C-cell) 
หน้าที่ 
-ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือด Ca กระดูก 
-เพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ(ลดการดูดซึมกลับในไต) 
-ลดการดูดซึมแคลเซียมบริเวณลาไส้ 
Parathyroid Hormones Parathormone 
หน้าที่ 
-ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือด กระดูกCa ในเลือด 
-ลดการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ(เพิ่มการดูดซึมกลับในไต) 
-เพิ่มการดูดซึมแคลเซียมบริเวณลา ไส้
Parathyroid Hormones สร้าง Parathormone
การรักษาสมดุลของแคลเซียม(Calcitonin : Parathormone)
ต่อมหมวกไต (adrenal gland) 
Mineralocorticoids 
Cortisol 
Adrenal sex hormones 
-ต่อมหมวกไตแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ adrenal cortex(ด้านนอก)และadrenal medulla(ตรงกลาง)
ต่อมหมวกไต (adrenal gland) 
-หลงั่เมื่อร่างกายอยู่ 
ในสภาวะเครียด 
-กระตุ้นการสลายไกลโค 
เจนได้เป็นกลูโคสจากตับ 
และกล้ามเนือ้และกระตุ้น 
การปล่อย fatty acidจาก 
เซลล์ไขมัน 
-กระตุ้นcardiovascular 
และ respiratory system 
autonomic 
nervous system 
(sympathetic) 
-Adrenal sex hormones 
Secondary sexual 
characteristic 
(adrenogenital syndrome) 
-Mineralocorticoid ควบคุม 
สมดุลของเกลือและนา้ 
เช่น aldosterone กระตุ้นให้มี 
การดูดกลับของNa+และนา้ที่ 
ท่อไต 
-Glucocorticoid กระตุ้น 
การสังเคราะห์กลูโคสจาก 
noncarbohydrate 
source เช่นจากโปรตีน 
-ต่อมหมวกไตแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ adrenal cortex(ด้านนอก)และadrenal medulla(ตรงกลาง)
ตับอ่อน (pancreas) 
-A- cell : Glucagon 
-D – cell : Somatostatin 
-B – cell : Insulin
ตับอ่อน (pancreas) 
-ตับอ่อนประกอบด้วยendocrine 
gland (islets of Langerhans) และ 
exocrine gland(หลั่งเอนไซม์) 
-Islet of Langerhans ประกอบด้วย 
alpha cells(หลั่ง glucagon) และ beta 
cells (หลั่ง insulin)
-insulin และ glucagon จะทา หน้าที่ตรงข้ามกัน(antagonistic) 
:insulin ลดระดับน้าตาลในเลือด โดยไปกระตุ้นให้มีการนากลูโคสเข้าสู่เซลล์ 
(ยกเว้นเซลล์สมอง), ลดการสลายไกลโคเจนที่ตับ, และลดการเปลี่ยนกรด 
อะมิโนและกลีเซอรอลไปเป็นน้าตาล 
:glucagon เพิ่มระดับน้าตาลในเลือด โดยกระตุ้นเซลล์ตับให้สลายไกล 
โคเจนมาเป็นกลูโคส เปลี่ยนกรดอะมิโนและกลีเซอรอลมาเป็นกลูโคส 
Diabetes mellitus (โรคเบาหวาน) สภาวะที่ระดับน้าตาลในเลือดสูงกว่า 
ปกติ (Hyperglycemia) (คนปกติ = 90mg/100ml) อาจเกิดเนื่องจากร่างกายขาด 
insulin หรือเซลล์เป้ าหมายไม่ตอบสนองต่อinsulin 
Somatostatin ควบคุม Insulin, Glucagon
ต่อมไทมัส (Thymus gland)
Endocrine system
Endocrine system

Endocrine system