ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556
โรงเรียนสังวาลย์วิทยา
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
นำ้าในร่างกาย แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1.นำ้าที่อยู่นอกเซลล์ (extracellular fluid)
เป็นนำ้าที่อยู่นอกเยื่อเซลล์ มีหน้าที่รักษาสภาวะ
แวดล้อมภายนอกเซลล์ให้คงที่ แบ่งเป็น 3 ส่วน
คือ
พลาสมา (plasma) คือนำ้าที่อยู่ในระบบ
หมุนเวียนเลือด มี
ประมาณ 4-5 %
ของนำ้าหนักตัว
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
นำ้าเหลือง (lymph) อยู่ภายในท่อนำ้าเหลือง
และไหลเวียนติดต่อกับนำ้าเลือดได้ มีประมาณ 2-
3% ของนำ้าหนักตัว
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
 นำ้าที่อยู่ระหว่างเซลล์ (intercellular
fluid) อยู่รอบๆเซลล์ตามช่องว่างระหว่างเซลล์
ทำาให้เซลล์เปียกชุ่มตลอดเวลา ช่วยหล่อเลี้ยง
เซลล์ ทั้งช่วยนำาสารอาหารเข้าสู่เซลล์ และนำา
ของเสียออกจากเซลล์ มีประมาณ 16-20 %
ของนำ้าหนักตัว
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
2. นำ้าที่อยู่ในเซลล์ (intracellular fluid) คือ
ส่วนของนำ้าที่อยู่ในเยื่อเซลล์ เป็นนำ้าที่สำาคัญใน
กระบวนการเมทาบอลิซึมของเซลล์ มีประมาณ
30 – 40 % ของนำ้าหนักตัวชนิดของ
เนื้อเยื่อ
ปริมาณของนำ้าโดย
ประมาณ (%)
ไขมัน 20
กระดูก 25 – 30
เนื้อเยื่อเกี่ยว
พัน
60
ตับ 70
กล้ามเนื้อลาย 75
สมองส่วนสีเทา 85
สมองส่วนสีขาว 70
นำ้าเลือด 90
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
การรักษาสมดุลของนำ้าใน
สัตว์
1. ร่างกายได้รับนำ้าจาก
 นำ้าดื่ม เป็นนำ้าที่ร่างกายได้รับมากที่สุด ประมาณ
วันละ 1,200 ลบ.ซม.
 อาหาร ภายในอาหารมีนำ้าเป็นส่วนประกอบอยู่
วันละ 1,000 ลบ.ซม.
 นำ้าจากกระบวนการเมทาบอลิซึม เกิดจาก
กระบวนการออกซิเดชั่นของสารอาหารภายใน
เซลล์ ประมาณวันละ 300 ลบ.ซม.
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
2. ร่างกายเสียนำ้าจาก
 ปัสสาวะ ร่างกายเสียนำ้าโดยการขับถ่ายในรูป
ปัสสาวะมากที่สุด ประมาณวันละ 1,500
ลบ.ซม.
 เหงื่อ ขับเหงื่อทางผิวหนัง ประมาณวันละ 500
ลบ.ซม.
 ลมหายใจ ในรูปของไอนำ้า ประมาณวันละ
350 ลบ.ซม.
 อุจจาระ มีนำ้าปนออกมากับอุจจาระ ประมาณ
วันละ 150 ลบ.ซม.
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
ปริมาณที่ร่างกายได้รับนำ้า รวมทั้งสิ้นประมาณ
วันละ 2,500 ลบ.ซม. ในขณะเดียวกันร่างกายก็
สูญเสียนำ้าประมาณวันละ 2,500 ลบ.ซม. เช่นกัน
ร่างกายของเราจึงสมดุลอยู่ได้
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
http://ebook.nfe.go.th/nfe_ebook/data_o_ebook/html/024/61.files/image002.jpg
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
การควบคุมนำ้าของร่างกาย
 นำ้าดื่ม การดื่มนำ้ามีกลไกที่เรียกว่า การกระหาย
นำ้า (thirst) ประกอบด้วย
- นำ้าที่อยู่นอกเซลล์ ลดปริมาณลง (extracellular
dehydration)
- นำ้าที่อยู่ในเซลล์ ลดปริมาณลง (intracellular
dehydration)
- หัวใจวาย (heart failure) ภาวการณ์ทำางานของ
หัวใจอ่อนลง จนทำาให้ทำางานไม่ไหว
- ปากแห้ง (dryness of mouth)
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
ศูนย์การดื่มที่ไฮโพ
ทาลามัส
นำ้านอกเซลล์ลด
น้อยลง
นำ้าในเซลล์ลดน้อย
ลง
หัวใจวาย
กลืนนำ้า
มีนำ้าในทางเดิน
อาหารเต็ม
กระตุ้นโดยตรง ยับยั้งการทำางานทางปลาย
ประสาท
ปาก
แห้ง
กระตุ้น
ทาง
ปลาย
เส้น
ประสาท
ภาพแสดงการควบคุมการดื่มนำ้า
ของร่างกายนางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
ไต (Kidneys)
ไตคนมีลักษณะคล้ายเมล็ดถั่วแดง 2 เมล็ด
อยู่ในช่องท้องด้านหลังของลำาตัว เมื่อผ่าไตตาม
ยาวจะสังเกตเห็นเนื้อไต 2 ชั้น คือ ชั้นนอกและ
ชั้นใน ซึ่งในเนื้อไตแต่ละข้างประกอบด้วยหน่วย
ไต (Nephron) ประมาณ
1 ล้านหน่วย ทำาหน้าที่กำาจัดของเสียในรูปของ
ปัสสาวะ
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
โครงสร้างหน่วยไต
หน่วยไตแต่ละหน่วยประกอบด้วย
โครงสร้างย่อย ดังนี้
1. โบว์แมนส์ แคปซูล (Bowman’s Capsule)
ลักษณะทรงกลมมีผนังบาง ห่อหุ้มกลุ่มหลอด
เลือดฝอย (โกลเมอรูลัส)
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
2. หลอดเลือดฝอย มี 2 ส่วน ได้แก่
• กลุ่มหลอดเลือดฝอยที่อยู่ใน Bowman’s
Capsule เรียกว่า โกลเมอรูลัส (Glomerulus)
• หลอดเลือดฝอยที่พันอยู่ตามท่อของหน่วยไต
โกลเมอรูลัส
หลอดเลือดฝอยตามท่อไ
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
3. ท่อหน่วยไต (Convoluted Tubule) แบ่ง
ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
• ท่อ (ขด) หน่วยไตส่วนต้น มีการดูดสารที่มี
ประโยชน์กลับเข้าสู่ร่างกายมากที่สุด เช่น
กลูโคส กรดอะมิโน วิตามิน และนำ้า
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
• ท่อหน่วยไตส่วนกลาง มีขนาดเส้นผ่าน
ศูนย์กลางของท่อน้อยกว่าท่อหน่วยไตส่วนต้น
และส่วนท้าย ลักษณะคล้ายอักษรตัวยู (U) มีชื่อ
เรียกเฉพาะว่า เฮนเล ลูป (Loop of Henle)
หรือห่วงเฮนเล เป็นอีกบริเวณหนึ่ง ที่มีการดูด
นำ้ากลับเข้าสู่ร่างกาย
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
• ท่อ (ขด) หน่วยไตส่วนท้าย เป็นบริเวณที่มี
การดูดโซเดียมไอออน (Na+
) ภายใต้การควบคุม
ของฮอร์โมนแอลโดสเทอโรน (Aldosterone)
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
4. ท่อรวม (Collecting Duct) เป็นบริเวณที่มี
การดูดนำ้ากลับเข้าสู่ร่างกายภายใต้การควบคุม
ของฮอร์โมน ADHจากต่อมใต้สมอง และเป็น
แหล่งรวมของเหลวที่เกิดจากการทำางานของ
หน่วยไต ซึ่งสุดท้ายแล้วจะกลายเป็นปัสสาวะ
ก่อนที่จะส่งต่อไปยังกรวยไต
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
กลไกการผลิตปัสสาวะของ
หน่วยไต
ประกอบด้วย 2 กระบวนการ ดังนี้
(1) การกรองสารที่โกลเมอรูลัส (Glomerulus
Filtration)
ผนังของกลุ่มหลอดเลือดฝอย “โกลเมอรูลัส” มี
คุณสมบัติพิเศษในการยอมให้สารโมเลกุลเล็กที่
มีอยู่ในเลือด เช่น นำ้า แร่ธาตุ วิตามิน ยูเรีย
กรดยูริก กลูโคส และกรดอะมิโนผ่าน
ส่วนสารโมเลกุลใหญ่โดยปกติแล้วจะไม่สามารถ
ผ่านไปได้ เช่น เม็ดเลือดแดง โปรตีนขนาดใหญ่
และไขมัน
การกรองสารบริเวณนี้จะอาศัยแรงดันเลือด
เป็นสำาคัญ โดยวันหนึ่งๆ จะมีการกรองสารได้
ประมาณ 180 ลิตร (180 ลูกบาศก์เดซิเมตร)นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
(2) การดูดสารกลับเข้าสู่ร่างกาย
(Reabsorption) บริเวณท่อหน่วยไต
การดูดสารกลับเข้าสู่กระแสเลือดเกิดขึ้นที่ท่อ
ของหน่วยไตซึ่งมีหลอดเลือดฝอยพันล้อมรอบ
ท่ออยู่ โดยใช้วิธีแอกทีฟทรานสปอร์ต (Active
Transport) พาสซีฟทรานสปอร์ต (Passive
Transport) และพิโนไซโทซิส
(Pinocytosis) วันหนึ่งๆ ร่างกายจะมีการดูดสาร
กลับประมาณ 178.5 ลิตร (178.5 ลูกบาศก์
เดซิเมตร)แอนติไดยูเรติกฮอร์โมน (Antidiuretic
Hormone; ADH) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วาโซ
เพรสซิน ( Vasopressin) เป็นฮอร์โมนสำาคัญที่
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
ไต ควบคุมนำ้าของร่างกายในรูปของการขับถ่าย
ปัสสาวะ โดยการดูดกลับที่หลอดไตโดย
ฮอร์โมนวาโซเพรสซิน (vasopressin) หรือ
แอนติไดยูริติก ฮอร์โมน (antidiuretic
hormone หรือ ADH)
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
ร่างกายได้รับนำ้าน้อย
ความเข้มข้นของเลือดจะสูง
ไฮโพทาลามัส
เข้าสู่ต่อมใต้สมอง
ส่วนหลัง หรือต่อมพิทู
อิทารี ส่วนหลัง
เข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือด
ADH
หลอดไตส่วนท้าย (diatal tubule)
ดูดซึมนำ้ามากขึ้น ทำาให้ปัสสาวะน้อยลง
ห
ลั่ง
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา
ถ้าร่างกายขาด ADH ?????
จะทำาให้มีการขับปัสสาวะออกมา
มาก เรียกว่าเป็น โรคเบา
จืด(diabetes insipidus)
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์
วิทยา

การรักษาดุลยภาพของน้ำในสิ่งมีชีวิต