ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556
โรงเรียนสังวาลย์วิทยา
http://1.bp.blogspot.com/_SoDkT7XPHnk/TDwL5IxIUI/AAAAAAAAA74/3mKOhavS2i4/s1600/%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B
%E0%B8%A5%E0%B8%B2.jpg

http://www.bettanetwork.com/new/attachments/month_0811/20
081127_c6f4f9158ab9e5406e2fIkLq2GX3wKWa.jpg

http://img40.imageshack.us/img40/5655/dsc0611n.jp
g
http://www.pixpros.net/forums/attachment.php?
attachmentid=129779&stc=1&d=1213608629

http://www.yenta4.com/webboard/
upload_images/1285430.jpg

http://www.dmc.tv/images/world_meditation/canada/Do
monic/500326_Dominic_Canada006.jpg

นักเรียนบอกได้หรือ
ไม่ว่า บุคคลใน
แต่ละภาพนัน
้
ร่างกายมีการ
เปลี่ยนแปลงไปจาก
http://www.trangbikeclub.ob.tc/drink.gif

http://1.bp.blogspot.com/_5OXG_fY9BE/SnsNP4bA_FI/AAAAAAAAABE/5ThMjsK08AA/s320/leaves&water.jpg

เนืองจากเซลล์ของสิ่งมีชีวิตต้องการสารอาหาร
่
เพือผลิตเป็นพลังงานสำาหรับใช้ในเซลล์และขณะ
่
เดียวกันก็ต้องมีการนำาของเสียทีเกิดจากกระบวนการ
่
เมแทบอลิซึมภายในเซลล์ออกนอกเซลล์ โดยผ่านเยือ
่
หุมเซลล์
้
เยือหุมเซลล์เป็นเยือเลือกผ่าน นำ้าและสารทีมีขนาด
่ ้
่
่
เล็กบางชนิดเข้าออกเซลล์ได้อย่างอิสระ ส่วนสารที่
ขนาดโมเลกุลใหญ่ เช่น คาร์โบไฮเดตร ลิพด โปรตีน
ิ
เยื่อหุ้มเซลล์ทำาหน้าที่ห่อหุ้มเซลล์ และรักษา
สมดุลของสารภายในเซลล์โดยควบคุมการผ่านเข้าออกของสารระหว่างเซลล์กับสิงแวดล้อมภายนอก
่
ดังนั้นเยื่อหุ้มเซลล์จึงมีคณสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน
ุ
มี 2 รูป แบบ ได้แ ก่
1. การเคลื่อ นที่แ บบผ่า นเยื่อ หุ้ม เซลล์ เป็น การ
เคลื่อ นที่ข องสารผ่า นฟอสโฟลิพ ิด หรือ
โปรตีน ของเยื่อ หุ้ม เซลล์ แบ่งออกเป็น 2 แบบ
ดังนี้
1.1 การเคลือ นที่แ บบพาสซีฟ (Passive
่
Transport) หมายถึง การเคลื่อนที่ของสารเข้าออกเซลล์โดยไม่ต อ งใช้พ ลัง งาน ซึ่งไอออน
้
(Ion) และโมเลกุลของสารบางชนิดสามารถ
เคลื่อนที่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์จากบริเวณที่มีความเข้ม
ข้นมากไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นน้อย ซึ่งมีอยู่ 3




การแพร่ (Diffusion)
ออสโมซิส (Osmosis)
การแพร่แบบฟาซิลิเทต (Facilitated
Diffusion)

1.2 การเคลื่อ นที่แ บบแอกทีฟ (Active
Transport) หมายถึง การเคลื่อนที่ของสารเข้าออกเซลล์จากบริเวณที่มีความเข้มข้นน้อยไปยัง
บริเวณที่มี
ความเข้มข้นมาก ซึ่งต้องใช้พลังงานในการ
2. การเคลือ นที่แ บบไม่ผ า นเยื่อ หุ้ม เซลล์
่
่
เป็นกระบวนการลำาเลียงสารที่มีขนาดโมเลกุล
ใหญ่เข้า-ออกเซลล์ โดยอาศัยโครงสร้างที่เรียก
ว่า เอกโซไซโทซิส (Exocytosis)
2.1 “เวสิเคิล
(Vesicle)” ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดัง ่ง้
2.2 เอนโดไซโทซิส (Endocytosis) ซึนีมีอยู่ 3 วิธี
ดังนี้
1. ฟาโกไซโทซิส (Phagocytosis)
2. พิโนไซโทซิส (Pinocytosis)
3. การนำาสารเข้าสูเซลล์โดยอาศัยตัวรับ
่
(Receptor-Mediated Endocytosis)


การแพร่ (Diffusion) เป็นการเคลื่อนที่ของ
โมเลกุลจากจุดที่มีความเข้มข้นสูงไปยังจุดที่มี
ความเข้มข้นตำ่ากว่า ในลักษณะทุกทิศทาง มีผล
ทำาให้ความเข้มข้นของสารในภาชนะมีความ
เข้มข้นเท่ากันหมด
การแพร่เกิดจากพลังงานจลน์(Kinetic
Energy) ของโมเลกุลหรือไอออนของสารเกิด
การเคลื่อนที่และกระทบกระทั่งกันกระจายไปทุก
ทิศทางจนทำาให้ทุกบริเวณมีความเข้มข้นของ
โมเลกุลหรือไอออนเท่ากัน จึงเรียกว่Diffusion
า สภาวะ
สมดุลของการแพร่ (Diffusion equilibrium)





วัสดุ/อุปกรณ์
วิธีการทดลอง
ตารางบันทึกผลการทดลอง
สรุปผลการทดลอง
http://www.glogster.com/media/4/32/57/49/32574939.jp
g
http://learners.in.th/file/dawood/diffusion.jpg
ปัจ จัย ที่ม ผ ลต่อ การแพร่
ี
1.อุณ หภูม ิ การเพิ่มอุณหภูมิจะเป็นการเพิ่ม
พลังงานจลน์ของสารให้มากขึ้น ทำาให้โมเลกุล
เคลื่อนที่ได้เร็ว การแพร่จึงเกิดได้เร็ว
2.ความแตกต่า งของความเข้ม ข้น ถ้าความ
เข้มข้นของสาร 2 บริเวณมีความแตกต่างกันมา
จะทำาให้การแพร่เกิดขึ้นได้เร็ว
3.ขนาดของโมเลกุล สาร สารที่มีโมเลกุลเล็ก
จะแพร่ได้เร็วกว่าสารที่มีโมเลกุลใหญ่
4.ความเข้ม ข้น และชนิด ของสารตัว กลาง
สารตัวกลางที่มีความเข้มข้นมาจะมีแรงดึงดูด
ระหว่างโมเลกลุมาก โมเลกุลจึงเคลื่อนที่ได้ยาก
นำ้าเป็นสารที่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้ดีที่สด รอง
ุ
ลงมาคือ ก๊าซที่ละลายนำ้า สารอินทรีย์ สารประจุ
ลบ และสารประจุบวก กลไกในการผ่านของสาร
ต่อเยื่อหุ้มเซลล์ แบ่งเป็น 3 แบบ คือ
1.การแพร่ผ่านเยื่อเซลล์โดยการละลายตัวกับเยื่อ
เซลล์ เนื่องจากเยื่อหุ้มเซลล์ประกอบด้วยไขมัน
เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นสารที่ละลายในไขมันจึง
แพร่ผ่านเยื่อเซลล์ได้ดี
2.การแพร่ผ่านรูของเยื่อเซลล์ เยื่อเซลล์มีโปรตีน
แทรกอยู่บริเวณรูของเยื่อ ดังนั้นสารโมเลกุล
เล็ก เช่น นำ้า สารที่ไม่ละลายในไขมัน จะผ่าน
เข้าออกทางรูนี้
การแพร่ผ่านฟอสโฟ
ลิพด
ิ

โมเลกุลของสาร (ไม่มีขั้ว)
เช่น แก๊สออกซิเจนจะเคลื่อนที่
จากบริเวณที่มีความเข้มข้น
มากไปยังบริเวณที่มีความเข้ม
ข้นน้อย โดยเคลื่อนที่ผาน
่
ฟอสโฟลิพิดของเยื่อหุ้มเซลล์
- การเคลื่อนที่ของแก๊ส
ออกซิเจนและ
คาร์บอนไดออกไซด์
- การเคลื่อนที่ของ
แอลกอฮอล์
การแพร่ผ่านช่อง
โปรตีน
(Protein Channel)

- สาร (มีขั้ว) เช่น แคลเซียม
ไอออน (Ca2+) คลอไรด์
ไอออน (Cl-) จะเคลื่อนที่จาก
บริเวณ
ที่มีความเข้มข้นมากไปยัง
บริเวณที่มีความ
เข้มข้นน้อย โดยเคลื่อนที่
ผ่านช่องโปรตีน
(Protein Channel) ของเยื่อ
หุ้มเซลล์
- การเคลื่อนที่ของไอออน
http://e-oshare.biz/lungcancer-en/img/lung.jpg
http://hpe4.anamai.moph.go.th/hia/images/power/alveolus.jpg
http://cancertypes.tk/wp-content/uploads/2011/01/Lung-Cancer.jpg
การแพร่ของนำ้าจะแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์จากด้าน
ที่มีความเข้มข้นของสารละลายตำ่า ( นำ้ามาก ) ไป
ยังด้านที่มีความเข้มข้นของสารละลายสูงกว่า
( นำ้าน้อย )

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/i
mage_transport/osmosis4.gif
โมเลกุลของนำ้าจะเคลื่อนที่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ตรง
บริเวณโปรตีน Aquaporins ( โปรตีนเฉพาะที่
ชือว่า Aquaporins )
่
http://www.myfirstbrain.com/thaidata/image.asp?ID=517264

 การแพร่เข้าของนำ้าทำาให้เซลล์มีขนาด
ใหญ่ขึ้น ในเซลล์พืชมีผนังเซลล์ แต่ใน
เซลล์สตว์ไม่มีผนังเซลล์ ถ้าการแพร่เข้า
ั
ของนำ้ามากเกินไปเซลล์จะแตกได้
http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/i
mage_transport/osmosis3.gif
http://www.whenifallinlove.net/diary/diary_folder/8773/8773_uploaded/Bio18.gif

ไตกับการรักษาสมดุลของนำ้า และสารต่างๆ
- ถ้าร่างกายขาดนำ้าหรือมีนำ้าในเลือดน้อย แรงดัน
ออสโมติกของเลือดจะสูง
จะมีการกระตุ้น
หน่วยไตและท่อรวมดูดนำ้ากลับคืนเข้าสู่หลอดเลือด
เกิดจากการแพร่ของนำ้าจากบริเวณที่นำ้ามากเข้าสู่
บริเวณที่นำ้าน้อย แรงดันนีจะดันให้ของเหลวขึ้นไป
้
ในหลอดได้ ในขณะที่ยังไม่สมดุลของเหลวจะขึ้น
ไปบนหลอดได้เรื่อย ๆ และเมื่อเกิดการสมดุลระดับ
ของของเหลวในหลอดจะคงที่
      แรงดันออสโมติกของสารละลายแต่ละชนิดจะ
แตกต่างกัน นำ้าบริสุทธิ์มีแรงดันออสโมติกตำ่าสุด
สารละลายที่เจือจางจะมีแรงดันออสโมติกตำ่า
สารละลายที่เข้มข้นมากจะมีแรงดันออสโมติกสูง

http://www.skoolbuz.com/content_images/200911/images/biology/cell/
cell_membrane03.jpg


http://www.nstda.or.th/vdo-nstda/sci-day-techno
จากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของ
เซลล์เม็ดเลือดแดงโดยกระบวนการออสโมซิส
พบว่า เมื่อนำา เซลล์เม็ดเลือดแดงไปใส่ใน
1. สารละลายไอโซโทนิก างๆ แบ่งออกเป็น 3
สารละลายที่มีความเข้มข้นต่ (Isotonic solution)
          หมายถึง ความเข้มข้นของสารละลาย
รูปแบบ คือ
ภายนอกเซลล์เม็ดเลือดแดงเท่ากับความเข้มข้นของ
สารละลายภายในเซลล์เม็ดเลือดแดงจะทำาให้กา
รออสโมซิสของโมเลกุลของนำาเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือด
้
แดง และออกจากเซลล์เม็ดเลือดมีคาเท่ากัน ทำาให้
่
ขนาดของเซลล์ไม่เปลี่ยนแปลง
         สารละลายที่เป็นไอโซทอนิกกับเซลล์เม็ด
เลือดแดงคือ นำ้าเกลือ 0.85%
http://isotonicsolution.info/isotonic-solution-1.png
http://isotonicsolution.info/isotonic-solution-2.jpg

http://cache2.artprintimages.com/p/LRG/61/6165/W8NG100Z/artprint/human-red-blood-cells-in-isotonic-solution.jpg
http://4.bp.blogspot.com/_KWGX2_AaaJY/TSTjukBHvOI/AAAAAAAA
ADU/WBqVXC0Vf84/s320/Screen%2Bshot%2B2011-01-05%2Bat
%2B4.33.02%2BPM.png
2. สารละลายไฮโพโทนิก (Hypotonic
solution)
         หมายถึง สารละลายภายนอก เซลล์เม็ดเลือด
แดงมีความเข้มข้นน้อยกว่าสารละลายภายในเซลล์
เม็ดเลือดแดงจะทำาให้นำ้าภายนอกเซลล์เม็ดเลือดแด
งออสโมซิสเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดง เป็นผลทำาให้
ซลล์เม็ดเลือดแดงเต่งขึ้น
ในความเป็น
จริงนำ้าก็เคลื่อนที่ออกจากเซลล์เหมือนกันแต่นอย
้
กว่าเคลื่อนที่เข้าเซลล์ ผลจากการที่นำ้าออสโมซิส
เข้าเซลล์แล้วทำาให้เซลล์เต่ง เรียก
ว่า plasmoptysis
       

http://www.oneschool.net/Malaysia/UniversityandCollege/SPM/revisioncard/biology/movementacrossmembrane/images/hypotonicplantcell.png
ในเซลล์พืชจะมีผนังเซลล์ที่หนา แข็งแรง
ถึงเกิดแรงดันเต่งมาก ๆ ผนังเซลล์ก็ยังต้านทาน
ได้เรียว่า wall pressure แรงดันเต่งช่วยให้
เซลล์พืชรักษารูปร่างได้ดี เช่น ใบกางได้เต็มที่
ยอดตั้งตรง
         ในเซลล์สัตว์ไม่มีผนังเซลล์ ถ้านำ้าออสโม
ซิสเข้าไปมากอาจทำาให้เซลล์แตกได้ เช่น เซลล์
เม็ดเลือดแดง เรียกปรากฏการณ์ที่ทำาให้เซลล์
เม็ดเลือดแดงแตกว่า haemolysis

http://www.oneschool.net/Malaysia/UniversityandCollege/SPM/revisioncard/biology/mov
ementacrossmembrane/images/hypotonicbloodcell.png

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2
/cell/image_transport/rbcanim.gif
3. สารละลายไฮเพอร์โ ทนิก (Hypertonic
solution)
         หมายถึง สารละลายภายนอกเซลล์เม็ดเลือด
แดง มีความเข้มข้นมากกว่าสารละลายภายในเซลล์
เม็ดเลือดแดง เป็นผลทำาให้นำ้าภายในเซลล์เม็ด
เลือดแดงออสโมซิสออกนอกเซลล์ เป็นผลทำาให้
เซลล์เม็ดเลือดแดงเหี่ยวลง ในความเป็นจริงนำ้าก็
เคลื่อนเข้าเซลล์เหมือนกันแต่น้อยกว่าออกผลจาก
การที่เซลล์ลดขนาด เหี่ยวลงเนื่องจากเสียนำ้า เรียก
ปรากฏการณ์นี้ว่า plasmolysis
           ในเซลล์พืชจะทำาให้โพรโทพลาซึมหดตัว
จึงดึงให้เยื่อหุ้มเซลล์ที่แนบชิดกับผนังเซลล์แยก
ออกจากผนังเซลล์ มองเห็นเป็นก้อนกลมอยู่กลาง

http://cdn.innovateus.net/preset_4/hypertonicbloodcell.png

http://www.fashion-writings.com/img/kr/hypotonic-and-hypertonicsolution/hypertonicplantcell.png
http://2.bp.blogspot.com/_10M5kCPMTYM/S-1kTAlmmrI/AAAAAAAAABc/Duc-LSzYgyU/s1600/Bio+hypotonic,+Isotonic,
+Hypertonic.gif
 คือ การเคลื่อนที่ของโมเลกุลของสารผ่านเยื่อ
เลือกผ่านจากบริเวณที่มีความเข้มข้น ของสารสูงไป
ยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารตำ่า โดยอาศัย
โมเลกุลของโปรตีน ที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้ม
เซลล์เป็นตัวพา  (carrier  protein)

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/image_transport/facilitate.jpg
ตัวพาจะจับกับสารที่ถูกลำาเลียงแล้วพาผ่านเยื่อหุ้ม
เซลล์ เมื่อผ่านไปแล้วจึงสลายตัวปล่อยสารที่
ลำาเลียงไว้ แล้วตัวพาก็กลับมาทำาหน้าที่ลำาเลียงสาร
ใหม่ การลำาเลียงวิธีนี้ไม่ต้องใช้พลังงาน ของสาร
  อัตราการแพร่

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/scien
ce04/45/2/cell/image_transport/fac-T.gif

จะเร็วกว่าการแพร่แบบ
ธรรมดา พบที่เซลล์เยื่อบุผิว
ลำาไส้เล็ก เซลล์ตับ เป็นต้น
สารที่ลำาเลียงเข้าสู่เซลล์
ได้แก่ สารที่มีโมเกุลใหญ่ที่
ละลายนำ้าได้ หรือสารที่มี
ประจุจำาพวกไอออนต่าง
เช่น กลูโคส กรดอะมิโน
http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/i
mage_transport/faci.jpg
คือ การเคลื่อนที่
ของโมเลกุลหรืออิออน
ของสารจากบริเวณที่มี
ความหนาแน่นน้อยไปสู่
บริเวณที่มีความหนา
แน่นมากกว่าโดยอาศัย
พลังงานในรูป ATP

http://blog.school.net.th/blogs/media/blogs/prasitporn/image/active_transport.gif
มีค ณ ลัก ษณะสำา คัญ ดัง นี้
ุ
1. เป็นกระบวนการลำา เลียงสารจากบริเวณที่มี
ความหนาแน่นของสารตำ่า ไปยังบริเวณที่มี
ความหนาแน่นของสารสูงกว่า โดยผ่านเยื่อหุ้ม
เซลล์
2. กระบวนการนี้ต้องอาศัยพลังงานจากเซลล์ที่อยู่ใน
รูปของสารให้พลังงานสูง คือ ATP(Adenosine
triphosphate) การใช้พลังงานนีเกิดที่ผนังด้านใน
้
ของเยื่อหุ้มเซลล์
3. ต้องอาศัยตัวพา (Carrier) คล้ายการแพร่โดย
อาศัยตัวพา (Facilitated diffusion) แต่กลไกการ
ทำา งานของตัวพาในกระบวนการแอกทีฟ
ทรานสปอร์ตมีความซับซ้อนกว่า
http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/
45/2/cell/image_transport/ActiveR2.gif

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/i
mage_transport/active.jpg
- การดูดกลับสารที่ท่อของหน่วยไต
- การสะสมกลูโคสเพื่อเปลี่ยนรูปเป็นไกลโคเจนของ
เซลล์ตับ
- การดูดซึมสารอาหารของเซลล์เยื่อบุผนังลำา ไส้เล็ก
เมื่อความเข้มข้นของสารอาหารตำ่ากว่า
- Na+ - K+ pump หรือการขับ Na+ และการรับ K+ ของ
ใยประสาท
- การลำา เลียงแร่ธาตุของเซลล์รากพืชเมื่อความเข้ม
ข้นของแร่ธาตุในดินตำ่ากว่าของเซลล์ราก
http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/image_transport/atppump.gif

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/image_transport/sodium_potassium_pump.png
http://www.glogster.com/media/1/2/86/37/2863776.jpg
เป็นกระบวนการลำาเลียงสารขนาดใหญ่ออก
จากเซลล์โดยสารที่จะถูกส่งออกไปนอกเซลล์ถูก
บรรจุอยู่ในถุงเล็กๆเรียกว่า เวสิเคิล(vesicle)
เวสิเคิลจะเคลื่อนมาที่ผิวเซลล์ เมื่อสัมผัสกับเยื่อ
หุ้มเซลล์ เยื่อของเวสิเคิลจะรวมตัวกับเยื่อหุ้ม
เซลล์ ทำาให้สารที่อยู่ภายในเวสิเคิลถูกปล่อย
ออกไปนอกเซลล์
http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/image_transport/exocyt.gif

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/image_transport/endocytosis.gif





ตัวอย่างเอกโซไซโทซิส Exocytosis
เยื่อบุผนังกระเพาะอาหารและลำาไส้หลั่งเอนไซม์
การขับของเสียของเซลล์ที่ย่อยไม่ได้ออกจาก
เซลล์
ต่อมไร้ท่อต่างๆหลั่งฮอร์โมน
เป็นต้น
เป็นกระบวนการลำาเลียงสารขนาดใหญ่
จากภายนอกเข้าสู่ภายในเซลล์ โดยที่สารที่
อยู่ภายนอกจะกระตุ้นให้เยื่อหุ้มเซลล์ล้อม
รอบสารที่อยู่ใกล้หรือบนเยื่อหุ้มเซลล์ แล้ว
เว้าเข้าไปในเซลล์จนกลายเป็นถุงเล็กๆต่อมา
ถุงนั้นก็จะหลุดออกจากเยื่อหุ้มเซลล์ในรูป
ของเวสิเคิลเป็นอิสระอยู่ภายในไซโทพลาซึม
แบ่งออกเป็น 3 วิธี คือ ฟาโกไซโทซิส พิโน
ไซโทซิส และการนำาสารเข้าสู่เซลล์โดย
อาศัยตัวรับ
เป็นกระบวนการนำาสารที่มีขนาดใหญ่ในรูป
ของแข็ง เข้าสู่เซลล์โดยเซลล์ยื่นส่วนของ
เซลล์(ไซโทพลาซึม) ที่เรียกว่า ซูโดโปเดีย
ม(pseudopodium) หรือขาเทียมมาล้อมอนุภาค
ของสารซึ่งอาจเป็นอาหารหรือเชือโรคทำาให้
้
เกิดเป็นโครงสร้างคล้ายถุงกลมขนาดเล็กแล้วนำา
เข้าสู่เซลล์ กลายเป็น food vacuole ซึ่งจะมีการ
ย่อยต่อไป

http://media3.web.britannica.com/ebmedia/78/22478-004521EE704.gif
สารภายในเวสิเคิลจะถูกย่อยสลายด้วย
เอนไซม์ภายใน ไลโซโซมแล้วถูกดูดซึมเข้าสู่
ไซโทพลาสซึมส่วนสารที่เหลือจะถูกกำาจัดออก
นอกเซลล์โดยกระบวนการเอกโซไซโทซิส
ฟาโกไซโทซิส เรียกได้อีกอย่างว่า การกิน
ของเซลล์ (celleating) พบได้ในเซลล์จำาพวก
อะมีบา และเม็ดเลือดขาว สำาหรับพืชส่วนใหญ่
ไม่มีกระบวนการเอนโดไซโทซิส เพราะมีผนัง
เซลล์(cell wall) ซึ่งหนาและแข็ง

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/image_transport/phagocytosis.gif
http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/i
mage_transport/phago.jpg
เป็นกระบวนการนำาสารขนาดใหญ่ที่อยู่ใน
รูปของสารละลายเข้าสู่เซลล์ โดยการทำาให้เยื่อ
หุ้มเซลล์เว้าเข้าไปในไซโทพลาซึม ทีละน้อยจน
กลายเป็นถุงเล็กๆ ที่เรียกว่าพิโนไซติก เวสิ
เคิล(pinocytic vesicle)ซึ่งจะหุ้มสารที่มีขนาด
ใหญ่อยู่ภายใน ถุงนำ้านี้ เมื่อเยื่อหุ้มเซลล์ปิดสนิท
ถุงนี้จะหลุดเข้าไปใน
ไซโทพลาซึมของ
เซลล์ เรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า การดื่มของเซลล์
(cell drinking) พบได้ที่เซลล์ของหน่วยไต
http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/scien
ce04/45/2/cell/image_transport/pinocytosis.gif

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/image_transport/pino.jpg
เป็นกระบวนการเอนโดไซโทซิสที่เกิดขึ้น
โดยมีตัวรับ(receptor)
บนเยื่อหุ้ม
เซลล์ ตัวรับนีเป็นโปรตีนแทรกอยู่บนเยื่อหุ้ม
้
เซลล์และมีความจำาเพาะกับสารที่ถูกลำาเลียง
ตัวรับจะทำาหน้าที่จับสารเข้าสู่เซลล์ก่อนที่จะเกิด
การเว้าของเยื่อหุ้มเซลล์

http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/45/2/cell/image_transport/receptor.jpg
เมื่อตัวรับจับกับสารแล้ว เยื่อเซลล์จะเว้า
มากขึ้น จนในที่สดเยื่อเซลล์ส่วนที่เว้านั้นหลุด
ุ
เข้าไปในเซลล์ เช่น การนำาสารพวกไลโพโปรตีน
เข้าสูเซลล์ไข่ซึ่งยังไม่เจริญเต็มที่ของไก่
่

http://www.expresspharmaonline.com/20060815/2006081526.jpg
การลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

การลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์