ก า ร คิ ด วิ เ ค ร า ะ ห์ ห ม า ย ถึ ง
ความสามารถในการมองเห็นรายละเอียดและจาแนกแยกแยะข้อมูลองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นวัตถุ เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ออกเป็นส่วนย่อย และจัดหมวดหมู่ เพื่อค้นหาความจริง
ความสาคัญ แก่นแท้ องค์ประกอบหรือหลักการเรื่องนั้นๆ สามารถอธิบายตีความสิ่งที่เห็น
ทั้ ง ที่ อ า จ แ ฝ ง ซ่ อ น อ ยู่ ภ า ย ใ น สิ่ ง ต่ า ง ๆ ห รื อ ป ร า ก ฏ ไ ด้ ชั ด เจ น
รวมทั้งหาความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ ว่าเกี่ยวพันกันอย่างไร อะไรเป็ นสาเหตุ
ส่งผลกระทบต่อกันอย่างไร อาศัยหลักการใด จนได้ความคิดเพื่อนาไปสู่การสรุป การประยุกต์ใช้
ทานายหรือคาดการณ์สิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
การที่เราสามารถจาแนกข้อมูล องค์ประกอบ หรือเรื่องราวของสิ่งต่างๆ ออกเป็นส่วนๆได้
จาเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีความรู้ และมีข้อมูลเพียงพอที่จะนามาใช้ ในการวิเคราะห์ ตัวอย่างง่ายๆ เช่น
แม่ครัวที่จะปรุงอาหาร จาเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับอาหารทุกชนิดที่จะนามาปรุง ทั้งผัก หมู เนื้อ
ไก่ ปลา และเครื่องปรุงชนิดต่างๆ ตลอดจะต้องมีความรู้ ในเรื่องการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการปรุง
รวมทั้งวิธีการการใช้อุปกรณ์เหล่านั้น นอกจากนั้นยังจะต้องมีความรู้เรื่องขั้นตอน วิธีการปรุงอาหารนั้นๆ
อีกด้วย อาหารที่ปรุงจึงจะเป็ นอาหารที่มีรสชาติที่เป็ นเลิศ ดังนั้นการที่จะคิดวิเคราะห์ได้ดี
จึงจะต้องมีความรู้เป็นพื้นฐานสาคัญ นักเรียนจึงต้องฝึกอ่าน ฝึกการฟังและแสวงหาข้อมูลความรู้ให้มากๆ
หลักการคิดวิเคราะห์
บ ลู ม ( Bloom , ๑ ๙ ๕ ๖ : ๒ ๐ ๑ – ๒ ๐ ๗ )
ได้กล่าวถึงทักษะการคิดวิเคราะห์ประกอบด้วยทักษะสาคัญๆ ๓ ประการดังนี้
๑. การคิดวิเคราะห์ความสาคัญหรือเนื้อหาของสิ่งต่างๆ ( Analysis of Element)
เป็นความสามารถในการแยกแยะได้ว่า สิ่งใดจาเป็น สิ่งใดสาคัญ สิ่งใดที่มี
บทบาทมากที่สุด ประกอบด้วย
๑.๑ วิเคราะห์ชนิด เป็นการให้นักเรียนวินิจฉัยว่า สิ่งนั้น เหตุการณ์นั้นๆ
จัดเป็นชนิดใด ลักษณะใด เพราะเหตุใด เช่น ข้อความนี้ (ทาดีได้ดี
ทาชั่วได้ดี) เป็นข้อความชนิดใด ต้นผักชีเป็นพืชชนิดใด ม้าน้าเป็นพืช
หรือสัตว์
๑.๒ วิเคราะห์สิ่งสาคัญเป็นการวินิจฉัยว่าสิ่งใดสาคัญสิ่งใดไม่สาคัญ
เป็นการค้นหาสาระสาคัญ ข้อความหลัก ข้อสรุป จุดเด่น จุดด้อย
ของสิ่งต่างๆ เช่น
- สาระสาคัญของเรื่องคืออะไร
- ควรตั้งชื่อเรื่องนี้ว่าอะไร
- การปฏิบัติเช่นนั้น เพื่ออะไร
- สิ่งสาคัญที่สุด สิ่งใดมีบทบาทมากที่สุดจากสถานการณ์นี้
ทักษะการคิดวิเคราะห์
๑.
พลิกไปหน้าถัด
ไปค่ะ
๑.๓ วิเคราะห์เลศนัย เป็นการมุ่งค้นหาสิ่งที่แอบแฝงซ่อนเร้น หรืออยู่เบื้องหลัง
จากสิ่งที่เห็น ซึ่งมีบ่งบอกตรง ๆ แต่มีร่องรอยของความจริงซ่อนเร้นอยู่
เช่น สมทรงเป็นป้ าของฉัน (จึงหมายความว่า สมทรงเป็นผู้หญิง)
- ถ้าเห็นคนใส่เสื้อขะมุกขะมอม สกปรกจึงน่าจะเป็นคนยากจน
- ข้อความนี้หมายถึงใครหรือสถานการณ์
- สมชายกับสมศรีเป็นพี่น้องกัน สมชายบอกว่าฉันเป็นหลานเขา แต่สมศรีว่า
ฉันไม่ใช่หลานเธอ ทาไมคนที่สองจึงพูดไม่เหมือนกัน (เพราะฉันเป็นลูกของสมศรี)
- เรื่องนี้ให้ข้อคิดเรื่องอะไร ผู้เขียนมีความเชื่ออย่างไร มีจุดประสงค์คืออะไร
การคิดวิเคราะห์ความสัมพันธ์ (Analysis of Relationship) เป็นการค้นหาความสัมพันธ์
ของสิ่งต่างๆ ว่า มีอะไรสัมพันธ์กัน สัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างไรมีความสัมพันธ์กัน
มากน้อยเพียงใด สอดคล้องหรือขัดแย้งกัน ได้แก่
๒.๑ วิเคราะห์ชนิดความสัมพันธ์
- มุ่งให้คิดว่าเป็นความสัมพันธ์แบบใดมีสิ่งใดสอดคล้องกัน หรือไม่สอดคล้องกัน
มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และมีสิ่งใดไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น ลิง นก เป็ด เสือ
สัตว์ชนิดใดที่ไม่เข้าพวก
- มีข้อความใด มีสิ่งใดไม่สมเหตุสมผล เพราะอะไร
- คากล่าวใดสรุปผิด การตัดสินใจอย่างไร หรือการกระทาอะไรที่ไม่ถูกต้อง
- ภาพที่ ๑ คู่กับภาพที่ ๒ ภาพที่ ๓ คู่กับภาพใด
- สองสิ่งนี้เหมือนกันอย่างไร หรือแตกต่างกันอย่างไร
๒.
๒.๒ วิเคราะห์ขนาดความสัมพันธ์
- สิ่งใดเกี่ยวข้องมากที่สุด สิ่งใดเกี่ยวข้องน้อยที่สุด
- สิ่งใดสัมพันธ์กับสถานการณ์ หรือเรื่องราวมากที่สุด
- การเรียงลาดับมากน้อยของสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ลาดับความรุนแรง
จานวน ใกล้-ไกล มาก-น้อย หนัก-เบา ใหญ่-เล็ก ก่อน-หลัง
๒.๓ วิเคราะห์ขั้นตอนความสัมพันธ์
- เมื่อเกิดสิ่งนี้แล้ว เกิดผลลัพธ์อะไรตามมาบ้างตามลาดับ
- การเรียงลาดับขั้นของเหตุการณ์ วงจรของฝน ผีเสื้อ
- ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร
๒.๔ วิเคราะห์จุดประสงค์และวิธีการ
- การกระทาแบบนี้เพื่ออะไร การทาบุญตักบาตร (สุขใจ)
- เมื่อทาอย่างนี้แล้วจะเกิดสัมฤทธิ์ผลอย่างไร ออกกาลังกายทุกวัน (แข็งแรง)
- ทาอย่างนี้มีเป้ าหมายอย่างไร มีจุดมุ่งหมายอย่างไร
๒.๕ วิเคราะห์สาเหตุและผล
- สิ่งใดเป็นสาเหตุเรื่องนี้
- หากทาอย่างนี้ ผลจะเป็นอย่างไร
๒.๖ วิเคราะห์แบบความสัมพันธ์ในรูปอุปมาอุปไมย เช่น
- บินเร็วเหมือนนก
- ช้อนคู่ซ่อม ตะปูจะคู่กับอะไร
อ่านเสร็จแล้ว
พลิกไปหน้าถัดไป
ค่ะ
๓. การคิดวิเคราะห์เชิงหลักการ (Analysis of Organizational Principles) หมายถึงการค้นหา
โครงสร้างระบบ เรื่องราว สิ่งของและการทางานต่าง ๆ ว่า สิ่งเหล่านั้นดารงอยู่ได้ในสภาพ
เช่นนั้น เนื่องจากอะไร มีอะไรเป็นแกนหลัก มีหลักการอย่างไร มีเทคนิคอะไรยึดถือคติใด
มีสิ่งใดเป็นตัวเชื่อมโยง การคิดวิเคราะห์หลักการเป็นการวิเคราะห์ที่ถือว่าสาคัญที่สุด
การที่จะวิเคราะห์หลักการได้ดีจะต้องมีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์องค์ประกอบ
และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ได้ดีเสียก่อน เพราะผลจากความสามารถในการวิเคราะห์
องค์ประกอบและวิเคราะห์ความสัมพันธ์จะทาให้สามารถสรุปเป็นหลักการได้
ประกอบด้วย
๓.๑ วิเคราะห์โครงสร้าง เป็นการค้นหาโครงสร้างของสิ่งต่างๆ เช่น
- การทาวิจัยมีกระบวนการทางานอย่างไร
- สิ่งนี้บ่งบอกความคิดหรือเจตนาอะไร
- คากล่าวนี้ มีลักษณะอย่างไร (เชิญชวน โฆษณาชวนเชื่อ)
- ส่วนประกอบของสิ่งนี้มีอะไรบ้าง
๓.๒ วิเคราะห์หลักการ เป็นการแยกแยะเพื่อค้นหาความจริงของสิ่งต่างๆแล้วสรุปเป็น
คาตอบหลักได้
- หลักการของเรื่องนี้มีอย่างไร
- เหตุใดความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงไม่มีทีท่าว่าจะ ยุติลงลักษณะ
ของสิ่งต่าง ๆ ที่จะนามาใช้ในการคิดวิเคราะห์ เช่น วิเคราะห์วัตถุ วิเคราะห์
สถานการณ์ วิเคราะห์บุคคล วิเคราะห์ข้อความ วิเคราะห์ข่าว วิเคราะห์สารเคมี
๓.
สรุปได้ว่า ในการวิเคราะห์จะวิเคราะห์ทั้งข้อมูลเชิงกายภาพ
เชิงรูปธรรม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงนามธรรม
หลักการคิดวิเคราะห์

หลักการคิดวิเคราะห์

  • 1.
    ก า รคิ ด วิ เ ค ร า ะ ห์ ห ม า ย ถึ ง ความสามารถในการมองเห็นรายละเอียดและจาแนกแยกแยะข้อมูลองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุ เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ออกเป็นส่วนย่อย และจัดหมวดหมู่ เพื่อค้นหาความจริง ความสาคัญ แก่นแท้ องค์ประกอบหรือหลักการเรื่องนั้นๆ สามารถอธิบายตีความสิ่งที่เห็น ทั้ ง ที่ อ า จ แ ฝ ง ซ่ อ น อ ยู่ ภ า ย ใ น สิ่ ง ต่ า ง ๆ ห รื อ ป ร า ก ฏ ไ ด้ ชั ด เจ น รวมทั้งหาความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ ว่าเกี่ยวพันกันอย่างไร อะไรเป็ นสาเหตุ ส่งผลกระทบต่อกันอย่างไร อาศัยหลักการใด จนได้ความคิดเพื่อนาไปสู่การสรุป การประยุกต์ใช้ ทานายหรือคาดการณ์สิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง การที่เราสามารถจาแนกข้อมูล องค์ประกอบ หรือเรื่องราวของสิ่งต่างๆ ออกเป็นส่วนๆได้ จาเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีความรู้ และมีข้อมูลเพียงพอที่จะนามาใช้ ในการวิเคราะห์ ตัวอย่างง่ายๆ เช่น แม่ครัวที่จะปรุงอาหาร จาเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับอาหารทุกชนิดที่จะนามาปรุง ทั้งผัก หมู เนื้อ ไก่ ปลา และเครื่องปรุงชนิดต่างๆ ตลอดจะต้องมีความรู้ ในเรื่องการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการปรุง รวมทั้งวิธีการการใช้อุปกรณ์เหล่านั้น นอกจากนั้นยังจะต้องมีความรู้เรื่องขั้นตอน วิธีการปรุงอาหารนั้นๆ อีกด้วย อาหารที่ปรุงจึงจะเป็ นอาหารที่มีรสชาติที่เป็ นเลิศ ดังนั้นการที่จะคิดวิเคราะห์ได้ดี จึงจะต้องมีความรู้เป็นพื้นฐานสาคัญ นักเรียนจึงต้องฝึกอ่าน ฝึกการฟังและแสวงหาข้อมูลความรู้ให้มากๆ หลักการคิดวิเคราะห์
  • 2.
    บ ลู ม( Bloom , ๑ ๙ ๕ ๖ : ๒ ๐ ๑ – ๒ ๐ ๗ ) ได้กล่าวถึงทักษะการคิดวิเคราะห์ประกอบด้วยทักษะสาคัญๆ ๓ ประการดังนี้ ๑. การคิดวิเคราะห์ความสาคัญหรือเนื้อหาของสิ่งต่างๆ ( Analysis of Element) เป็นความสามารถในการแยกแยะได้ว่า สิ่งใดจาเป็น สิ่งใดสาคัญ สิ่งใดที่มี บทบาทมากที่สุด ประกอบด้วย ๑.๑ วิเคราะห์ชนิด เป็นการให้นักเรียนวินิจฉัยว่า สิ่งนั้น เหตุการณ์นั้นๆ จัดเป็นชนิดใด ลักษณะใด เพราะเหตุใด เช่น ข้อความนี้ (ทาดีได้ดี ทาชั่วได้ดี) เป็นข้อความชนิดใด ต้นผักชีเป็นพืชชนิดใด ม้าน้าเป็นพืช หรือสัตว์ ๑.๒ วิเคราะห์สิ่งสาคัญเป็นการวินิจฉัยว่าสิ่งใดสาคัญสิ่งใดไม่สาคัญ เป็นการค้นหาสาระสาคัญ ข้อความหลัก ข้อสรุป จุดเด่น จุดด้อย ของสิ่งต่างๆ เช่น - สาระสาคัญของเรื่องคืออะไร - ควรตั้งชื่อเรื่องนี้ว่าอะไร - การปฏิบัติเช่นนั้น เพื่ออะไร - สิ่งสาคัญที่สุด สิ่งใดมีบทบาทมากที่สุดจากสถานการณ์นี้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ๑. พลิกไปหน้าถัด ไปค่ะ
  • 3.
    ๑.๓ วิเคราะห์เลศนัย เป็นการมุ่งค้นหาสิ่งที่แอบแฝงซ่อนเร้นหรืออยู่เบื้องหลัง จากสิ่งที่เห็น ซึ่งมีบ่งบอกตรง ๆ แต่มีร่องรอยของความจริงซ่อนเร้นอยู่ เช่น สมทรงเป็นป้ าของฉัน (จึงหมายความว่า สมทรงเป็นผู้หญิง) - ถ้าเห็นคนใส่เสื้อขะมุกขะมอม สกปรกจึงน่าจะเป็นคนยากจน - ข้อความนี้หมายถึงใครหรือสถานการณ์ - สมชายกับสมศรีเป็นพี่น้องกัน สมชายบอกว่าฉันเป็นหลานเขา แต่สมศรีว่า ฉันไม่ใช่หลานเธอ ทาไมคนที่สองจึงพูดไม่เหมือนกัน (เพราะฉันเป็นลูกของสมศรี) - เรื่องนี้ให้ข้อคิดเรื่องอะไร ผู้เขียนมีความเชื่ออย่างไร มีจุดประสงค์คืออะไร การคิดวิเคราะห์ความสัมพันธ์ (Analysis of Relationship) เป็นการค้นหาความสัมพันธ์ ของสิ่งต่างๆ ว่า มีอะไรสัมพันธ์กัน สัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างไรมีความสัมพันธ์กัน มากน้อยเพียงใด สอดคล้องหรือขัดแย้งกัน ได้แก่ ๒.๑ วิเคราะห์ชนิดความสัมพันธ์ - มุ่งให้คิดว่าเป็นความสัมพันธ์แบบใดมีสิ่งใดสอดคล้องกัน หรือไม่สอดคล้องกัน มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และมีสิ่งใดไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น ลิง นก เป็ด เสือ สัตว์ชนิดใดที่ไม่เข้าพวก - มีข้อความใด มีสิ่งใดไม่สมเหตุสมผล เพราะอะไร - คากล่าวใดสรุปผิด การตัดสินใจอย่างไร หรือการกระทาอะไรที่ไม่ถูกต้อง - ภาพที่ ๑ คู่กับภาพที่ ๒ ภาพที่ ๓ คู่กับภาพใด - สองสิ่งนี้เหมือนกันอย่างไร หรือแตกต่างกันอย่างไร ๒.
  • 4.
    ๒.๒ วิเคราะห์ขนาดความสัมพันธ์ - สิ่งใดเกี่ยวข้องมากที่สุดสิ่งใดเกี่ยวข้องน้อยที่สุด - สิ่งใดสัมพันธ์กับสถานการณ์ หรือเรื่องราวมากที่สุด - การเรียงลาดับมากน้อยของสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ลาดับความรุนแรง จานวน ใกล้-ไกล มาก-น้อย หนัก-เบา ใหญ่-เล็ก ก่อน-หลัง ๒.๓ วิเคราะห์ขั้นตอนความสัมพันธ์ - เมื่อเกิดสิ่งนี้แล้ว เกิดผลลัพธ์อะไรตามมาบ้างตามลาดับ - การเรียงลาดับขั้นของเหตุการณ์ วงจรของฝน ผีเสื้อ - ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ๒.๔ วิเคราะห์จุดประสงค์และวิธีการ - การกระทาแบบนี้เพื่ออะไร การทาบุญตักบาตร (สุขใจ) - เมื่อทาอย่างนี้แล้วจะเกิดสัมฤทธิ์ผลอย่างไร ออกกาลังกายทุกวัน (แข็งแรง) - ทาอย่างนี้มีเป้ าหมายอย่างไร มีจุดมุ่งหมายอย่างไร ๒.๕ วิเคราะห์สาเหตุและผล - สิ่งใดเป็นสาเหตุเรื่องนี้ - หากทาอย่างนี้ ผลจะเป็นอย่างไร ๒.๖ วิเคราะห์แบบความสัมพันธ์ในรูปอุปมาอุปไมย เช่น - บินเร็วเหมือนนก - ช้อนคู่ซ่อม ตะปูจะคู่กับอะไร อ่านเสร็จแล้ว พลิกไปหน้าถัดไป ค่ะ
  • 5.
    ๓. การคิดวิเคราะห์เชิงหลักการ (Analysisof Organizational Principles) หมายถึงการค้นหา โครงสร้างระบบ เรื่องราว สิ่งของและการทางานต่าง ๆ ว่า สิ่งเหล่านั้นดารงอยู่ได้ในสภาพ เช่นนั้น เนื่องจากอะไร มีอะไรเป็นแกนหลัก มีหลักการอย่างไร มีเทคนิคอะไรยึดถือคติใด มีสิ่งใดเป็นตัวเชื่อมโยง การคิดวิเคราะห์หลักการเป็นการวิเคราะห์ที่ถือว่าสาคัญที่สุด การที่จะวิเคราะห์หลักการได้ดีจะต้องมีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์องค์ประกอบ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ได้ดีเสียก่อน เพราะผลจากความสามารถในการวิเคราะห์ องค์ประกอบและวิเคราะห์ความสัมพันธ์จะทาให้สามารถสรุปเป็นหลักการได้ ประกอบด้วย ๓.๑ วิเคราะห์โครงสร้าง เป็นการค้นหาโครงสร้างของสิ่งต่างๆ เช่น - การทาวิจัยมีกระบวนการทางานอย่างไร - สิ่งนี้บ่งบอกความคิดหรือเจตนาอะไร - คากล่าวนี้ มีลักษณะอย่างไร (เชิญชวน โฆษณาชวนเชื่อ) - ส่วนประกอบของสิ่งนี้มีอะไรบ้าง ๓.๒ วิเคราะห์หลักการ เป็นการแยกแยะเพื่อค้นหาความจริงของสิ่งต่างๆแล้วสรุปเป็น คาตอบหลักได้ - หลักการของเรื่องนี้มีอย่างไร - เหตุใดความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงไม่มีทีท่าว่าจะ ยุติลงลักษณะ ของสิ่งต่าง ๆ ที่จะนามาใช้ในการคิดวิเคราะห์ เช่น วิเคราะห์วัตถุ วิเคราะห์ สถานการณ์ วิเคราะห์บุคคล วิเคราะห์ข้อความ วิเคราะห์ข่าว วิเคราะห์สารเคมี ๓. สรุปได้ว่า ในการวิเคราะห์จะวิเคราะห์ทั้งข้อมูลเชิงกายภาพ เชิงรูปธรรม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงนามธรรม