ชาดกเป็นคัมภีร์วรรณคดีบาลีในพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทพระพุทธศาสนานิกายนี้ได้แพร่ห
ลายและมีอิทธิพลในประเทศไทยสมัยสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคาแหงมหาราชพระองค์ทรงนิมนต์พ
ระสังฆราชผู้ซึ่งเป็นนิกายลังกาวงศ์มาจากนครศรีธรรมราชมาประดิษฐานพระพุทธศาสนาในกรุงสุ
โ ข ทั ย เ สื่ อ ม ใ ส ศ รั ท ธ า ดั ง ป ร า ก ฏ ใ น ศิ ล า จ า รึ ก พ่ อ ขุ น ร า ม ค า แ ห ง
พระสังฆราชได้นาเอาพระคัมภีร์พระไตรปิฎกและอรรถกถามายังสุโขทัยและมีการศึกษาพระคัมภี
ร์เหล่านั้นในราชสานักด้วยในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่องชาดกได้แพร่หลายมากในสมัยพระบาทสมเด็
จพ ระบรมไตรโลกนาถพระองค์ได้ให้นักปราชญ์แต่งมห าช าติคาห ลวงขึ้ น ใน พ .ศ.
๒๐๒๕ต่อมาพระเจ้าทรงธรรมได้ทรงพระราชนิพนธ์มหาชาติสานวนไทยขึ้นอีกฉบับหนึ่ ง
เรียกว่า “กาพย์มหาชาติ”
ในสมัยรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรดให้มีการทาสังคายนาพระไ
ตรปิฏก เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๓๑ คัมภีร์ชาดกซึ่งอยู่ในพระสุตตันตปิฏกขุททกนิกาย
ก็ได้รับการสังคายนาด้วย
ก่อนที่จะกล่าวถึงการแปลชาดกในประเทศไทยจะกล่าวถึงการชาระจารึกและ
การพิมพ์
พระไตรปิฏกในประเทศไทยเสียก่อนเพื่อเป็นการนาเข้าหาหัวข้อการแปลชาดกในประเทศไทยการ
ชาระจารึกและการพิมพ์พระไตรปิฏกในประเทศไทยแบ่งออกเป็น ๔ สมัย ดังนี้ คือสมัยที่ ๑
สมัยพระเจ้าติโลกราช
เมืองเชียงใหม่ได้มีการชาระและจารพระไตรปิฏกลงในใบลานด้วยอักษรล้านนาในปี พ.ศ. ๒๐๒๐
สมัยที่ ๒สมัยรัชกาลที่ ๑ กรุงเทพ ฯ ได้มีการชาระและจารพระไตรปิฏกด้วยอักษรขอมในปี
พ.ศ.๒๓๓๑ สมัยที่ ๓ สมัยรัชกาลที่ ๕
ได้มีการชาระคัดลอกด้วยอักษรขอมและแปลพระไตรปิฏกเป็นอักษรไทย พิมพ์ครั้งแรก ๓๙
เล่มชุด จานวน ๑,๐๐๐ ชุด ในปี พ.ศ. ๒๔๓๑ –๒๔๓๖ สมัยที่ ๔ สมัยรัชกาลที่ ๗
ได้มีการชาระและแปลพระไตรปิฏกเพิ่มจากการพิมพ์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็น ๖ เล่มรวมเป็น ๔๕
เล่ม ครบบริบูรณ์ ในปี พ.ศ. ๒๔๖๘ –๒๔๗๓
ที่มา : http://sasikan93.blogspot.com/2009/02/blog-post_9036.html
การนาชาดกเข้ามาในประเทศไทย
การแปลชาดกในประเทศ
ไทย
ต่อไปนี้ ขอกล่าวถึงการแปลชาดกใน ประเทศไทยการแปลนิ ทานชาดกมีขึ้น
จากพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงการแปลและการพิมพ์นิทานชาด
ก ดั ง ข้ อ ค ว า ม ต อ น ห นึ่ ง ว่ า
“ถ้าหนังสือเช่นนี้มิได้ในเมืองไทยทั้งหมดก็นับว่าเป็นเครื่องอลังการใหญ่ในหนังสือแปลภาษาขอ
ง เ ร า ” แ ล ะ ด้ ว ย พ ร ะ ร า ช ด า ริ ดั ง ก ล่ า ว นี้
เมื่อคราวบาเพ็ญพระราชกุศลในงานพระศพพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าหญิงศรีวิไลยลักษณ์กรมขุ
น สุ พ ร ร ณ ภ า ค ว ดี จึ ง ไ ด้ ท ร ง อ า ร า ธ น า ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ม ห า ส ม ณ เ จ้ า
กรมพระยาวชิรญาณวโรรสให้เป็นประธานพร้อมด้วยพระราชาคณะผู้ใหญ่อื่นอีกกับทั้งกรมพระ
สมมตอมรพันธุ์ช่วยกันเริ่มแปลนิบาตชาดกถวายตามพระราชประสงค์ทันพิมพ์แจกในงานพระศ
พ ค รั้ ง นั้ น ๓ ว ร ร ค ร ว ม ๓ ๐ นิ ท า น
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์กระแสพระราชดาริและพระราช
ป ร า ร ภ พิ ม พ์ เ ป็ น ค า น า ไ ว้ ข้ า ง ต้ น ค รั้ ง ถึ ง ปี พ .ศ . ๒ ๔ ๕ ๓
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตพวกบัณฑิตผู้รู้ภาษาบาลีดีทั้งพระภิกษุและฆรา
วาสปรารภกันว่าควรช่วยกันแปลนิบาตชาดกให้สาเร็จตลอดดังพระราชประสงค์เพื่อเป็นการบาเพ็
ญกุศลสนองพระเดชพระคุณเมื่อกรรมการหอพระสมุดสาหรับพระนครมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระสมมตอมรพันธุ์เป็นประธานได้ทราบและได้ให้การสนับสนุนโดยจัดหาต้นฉบับหนังสือ
นิบาตชาดกภาษาบาลีรวบรวมหนังสือที่แปลมาแล้วและรับจะจัดพิมพ์เมื่อความนั้นแพร่ออกไปผู้รู้
ภาษาบาลีทั้งพระภิกษุและฆราวาสซึ่งมีศรัทธาได้แปลนิบาตชาดกที่ค้างอยู่สาเร็จและหอพระสมุด
สาหรับพระนครได้พิมพ์สาเร็จ
ปัจจุบันนี้หนังสือนิบาตชาดกฉบับแปลสมบูรณ์ทั้ง ๕๔๗ เรื่องมีอยู่๔ ฉบับ
คือฉบับห อสมุดแห่งช าติ ฉบับของสานักอบรมครู วัดสามพ ระ ยา โดยใช้ชื่อว่า
“พระคัมภีร์ชาดกแปล ฉบับ ส.อ.ส.”พิมพ์ในปี พ.ศ.๒๔๙๓ ฉบับของ ส.ธรรมศักดี มี ๕ เล่ม
จ บ บ ริ บู ร ณ์ แ ล ะ ฉ บั บ สุ ด ท้ า ย คื อ
ฉบับของมหามกุฏราชวิทยาลัยซึ่งแปลรวมทั้งพระไตรปิ ฎกและอรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกันมี ๑๐
เล่มนอกจากฉบับที่สมบูรณ์ดังกล่าวมาแล้วยังมีผู้นาเอานิบาตชาดกไปใช้ให้เกิดประโยชน์นั่นคือบ
า ง ค น เ ลื อ ก แ ป ล แ ล ะ ย่ อ เ ฉ พ า ะ บ า ง เ รื่ อ ง ที่ ง่ า ย
ๆสาคัญและเหมาะสมสาหรับผู้เรียนผู้อ่านเพื่อเป็นนิทานสุภาษิตหรือเป็นหนังสืออ่านประกอบก็มี
เฉพาะมหานิบาตชาดกคือ ทศชาติชาดก (พระเจ้า ๑๐ ชาติ) มีผู้นาไปแต่งเป็นร้อยกรอง หรือ
ร้อยแก้วก็มี
การอ่านชาดก
เพื่อการเทศน์และการอ่านเพื่อความรู้และความเพลิดเพลินบางคนเลือกเอาเฉพาะเรื่องใดเรื่
องหนึ่งมาเรียบเรียงเพื่อสอนเป็นคติเตือนใจในการดาเนินชีวิตบางคนก็เลือกเอาเฉพาะเรื่องที่รู้จักกั
น ทั่ ว ๆ
ไปนาไปเรียบเรียงให้เข้ากับนิทานพื้นบ้านของไทยซึ่งทั้งหมดนั้นก็มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกันคือเป็
นคติหรือเป็นเรื่องสอนใจสามารถนาไปปรับให้เข้ากับการ
ดาเนินชีวิตในปัจจุบันเพื่อให้เกิดสันติสุขตลอดไป
แหล่งกาเนิด
แ ห ล่ ง ก า เ นิ ด ข อ ง นิ ท า น ช า ด ก ๕ ๔ ๗ เ รื่ อ ง
มีลักษณะเป็นนิทานพื้นบ้านเก่าแก่มีมาก่อนพุทธกาลดังพระบรมราชาอธิบายเรื่องนิบาตชาดกของ
พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ จุ ล จ อ ม เ ก ล้ า เ จ้ า อ ยู่ หั ว ต อ น ห นึ่ ง ว่า “
เรื่องชาดกนี้ไม่ใช่เรื่องราวครั้งพุทธกาลเป็นเรื่องมีมาเก่าแก่ก่อนพุทธกาลที่จะพึงกาหนดได้ด้วยหลั
กฐาน ห ลายอย่าง ถึงใ น ช าดกเอง ก็รับ ว่าเป็ น เรื่อง เก่าด้วยกัน อดีตทุก ๆ แห่ง
เมื่อพ ระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมถึงที่ควรจะให้ความชัดขึ้น ด้วยชักนิ ทาน มากล่าว
มาชักมาสาธกให้เห็นความกระจ่าง
ที่มา : http://sasikan93.blogspot.com//2009/02/blog-post_9036.html

การนำชาดกเข้ามาในประเทศไทย

  • 1.
    ชาดกเป็นคัมภีร์วรรณคดีบาลีในพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทพระพุทธศาสนานิกายนี้ได้แพร่ห ลายและมีอิทธิพลในประเทศไทยสมัยสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคาแหงมหาราชพระองค์ทรงนิมนต์พ ระสังฆราชผู้ซึ่งเป็นนิกายลังกาวงศ์มาจากนครศรีธรรมราชมาประดิษฐานพระพุทธศาสนาในกรุงสุ โ ข ทัย เ สื่ อ ม ใ ส ศ รั ท ธ า ดั ง ป ร า ก ฏ ใ น ศิ ล า จ า รึ ก พ่ อ ขุ น ร า ม ค า แ ห ง พระสังฆราชได้นาเอาพระคัมภีร์พระไตรปิฎกและอรรถกถามายังสุโขทัยและมีการศึกษาพระคัมภี ร์เหล่านั้นในราชสานักด้วยในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่องชาดกได้แพร่หลายมากในสมัยพระบาทสมเด็ จพ ระบรมไตรโลกนาถพระองค์ได้ให้นักปราชญ์แต่งมห าช าติคาห ลวงขึ้ น ใน พ .ศ. ๒๐๒๕ต่อมาพระเจ้าทรงธรรมได้ทรงพระราชนิพนธ์มหาชาติสานวนไทยขึ้นอีกฉบับหนึ่ ง เรียกว่า “กาพย์มหาชาติ” ในสมัยรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรดให้มีการทาสังคายนาพระไ ตรปิฏก เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๓๑ คัมภีร์ชาดกซึ่งอยู่ในพระสุตตันตปิฏกขุททกนิกาย ก็ได้รับการสังคายนาด้วย ก่อนที่จะกล่าวถึงการแปลชาดกในประเทศไทยจะกล่าวถึงการชาระจารึกและ การพิมพ์ พระไตรปิฏกในประเทศไทยเสียก่อนเพื่อเป็นการนาเข้าหาหัวข้อการแปลชาดกในประเทศไทยการ ชาระจารึกและการพิมพ์พระไตรปิฏกในประเทศไทยแบ่งออกเป็น ๔ สมัย ดังนี้ คือสมัยที่ ๑ สมัยพระเจ้าติโลกราช เมืองเชียงใหม่ได้มีการชาระและจารพระไตรปิฏกลงในใบลานด้วยอักษรล้านนาในปี พ.ศ. ๒๐๒๐ สมัยที่ ๒สมัยรัชกาลที่ ๑ กรุงเทพ ฯ ได้มีการชาระและจารพระไตรปิฏกด้วยอักษรขอมในปี พ.ศ.๒๓๓๑ สมัยที่ ๓ สมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการชาระคัดลอกด้วยอักษรขอมและแปลพระไตรปิฏกเป็นอักษรไทย พิมพ์ครั้งแรก ๓๙ เล่มชุด จานวน ๑,๐๐๐ ชุด ในปี พ.ศ. ๒๔๓๑ –๒๔๓๖ สมัยที่ ๔ สมัยรัชกาลที่ ๗ ได้มีการชาระและแปลพระไตรปิฏกเพิ่มจากการพิมพ์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็น ๖ เล่มรวมเป็น ๔๕ เล่ม ครบบริบูรณ์ ในปี พ.ศ. ๒๔๖๘ –๒๔๗๓ ที่มา : http://sasikan93.blogspot.com/2009/02/blog-post_9036.html การนาชาดกเข้ามาในประเทศไทย การแปลชาดกในประเทศ ไทย
  • 2.
    ต่อไปนี้ ขอกล่าวถึงการแปลชาดกใน ประเทศไทยการแปลนิทานชาดกมีขึ้น จากพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงการแปลและการพิมพ์นิทานชาด ก ดั ง ข้ อ ค ว า ม ต อ น ห นึ่ ง ว่ า “ถ้าหนังสือเช่นนี้มิได้ในเมืองไทยทั้งหมดก็นับว่าเป็นเครื่องอลังการใหญ่ในหนังสือแปลภาษาขอ ง เ ร า ” แ ล ะ ด้ ว ย พ ร ะ ร า ช ด า ริ ดั ง ก ล่ า ว นี้ เมื่อคราวบาเพ็ญพระราชกุศลในงานพระศพพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าหญิงศรีวิไลยลักษณ์กรมขุ น สุ พ ร ร ณ ภ า ค ว ดี จึ ง ไ ด้ ท ร ง อ า ร า ธ น า ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ม ห า ส ม ณ เ จ้ า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสให้เป็นประธานพร้อมด้วยพระราชาคณะผู้ใหญ่อื่นอีกกับทั้งกรมพระ สมมตอมรพันธุ์ช่วยกันเริ่มแปลนิบาตชาดกถวายตามพระราชประสงค์ทันพิมพ์แจกในงานพระศ พ ค รั้ ง นั้ น ๓ ว ร ร ค ร ว ม ๓ ๐ นิ ท า น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์กระแสพระราชดาริและพระราช ป ร า ร ภ พิ ม พ์ เ ป็ น ค า น า ไ ว้ ข้ า ง ต้ น ค รั้ ง ถึ ง ปี พ .ศ . ๒ ๔ ๕ ๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตพวกบัณฑิตผู้รู้ภาษาบาลีดีทั้งพระภิกษุและฆรา วาสปรารภกันว่าควรช่วยกันแปลนิบาตชาดกให้สาเร็จตลอดดังพระราชประสงค์เพื่อเป็นการบาเพ็ ญกุศลสนองพระเดชพระคุณเมื่อกรรมการหอพระสมุดสาหรับพระนครมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์เป็นประธานได้ทราบและได้ให้การสนับสนุนโดยจัดหาต้นฉบับหนังสือ นิบาตชาดกภาษาบาลีรวบรวมหนังสือที่แปลมาแล้วและรับจะจัดพิมพ์เมื่อความนั้นแพร่ออกไปผู้รู้ ภาษาบาลีทั้งพระภิกษุและฆราวาสซึ่งมีศรัทธาได้แปลนิบาตชาดกที่ค้างอยู่สาเร็จและหอพระสมุด สาหรับพระนครได้พิมพ์สาเร็จ ปัจจุบันนี้หนังสือนิบาตชาดกฉบับแปลสมบูรณ์ทั้ง ๕๔๗ เรื่องมีอยู่๔ ฉบับ คือฉบับห อสมุดแห่งช าติ ฉบับของสานักอบรมครู วัดสามพ ระ ยา โดยใช้ชื่อว่า “พระคัมภีร์ชาดกแปล ฉบับ ส.อ.ส.”พิมพ์ในปี พ.ศ.๒๔๙๓ ฉบับของ ส.ธรรมศักดี มี ๕ เล่ม จ บ บ ริ บู ร ณ์ แ ล ะ ฉ บั บ สุ ด ท้ า ย คื อ ฉบับของมหามกุฏราชวิทยาลัยซึ่งแปลรวมทั้งพระไตรปิ ฎกและอรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกันมี ๑๐ เล่มนอกจากฉบับที่สมบูรณ์ดังกล่าวมาแล้วยังมีผู้นาเอานิบาตชาดกไปใช้ให้เกิดประโยชน์นั่นคือบ า ง ค น เ ลื อ ก แ ป ล แ ล ะ ย่ อ เ ฉ พ า ะ บ า ง เ รื่ อ ง ที่ ง่ า ย ๆสาคัญและเหมาะสมสาหรับผู้เรียนผู้อ่านเพื่อเป็นนิทานสุภาษิตหรือเป็นหนังสืออ่านประกอบก็มี เฉพาะมหานิบาตชาดกคือ ทศชาติชาดก (พระเจ้า ๑๐ ชาติ) มีผู้นาไปแต่งเป็นร้อยกรอง หรือ ร้อยแก้วก็มี
  • 3.
    การอ่านชาดก เพื่อการเทศน์และการอ่านเพื่อความรู้และความเพลิดเพลินบางคนเลือกเอาเฉพาะเรื่องใดเรื่ องหนึ่งมาเรียบเรียงเพื่อสอนเป็นคติเตือนใจในการดาเนินชีวิตบางคนก็เลือกเอาเฉพาะเรื่องที่รู้จักกั น ทั่ วๆ ไปนาไปเรียบเรียงให้เข้ากับนิทานพื้นบ้านของไทยซึ่งทั้งหมดนั้นก็มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกันคือเป็ นคติหรือเป็นเรื่องสอนใจสามารถนาไปปรับให้เข้ากับการ ดาเนินชีวิตในปัจจุบันเพื่อให้เกิดสันติสุขตลอดไป แหล่งกาเนิด แ ห ล่ ง ก า เ นิ ด ข อ ง นิ ท า น ช า ด ก ๕ ๔ ๗ เ รื่ อ ง มีลักษณะเป็นนิทานพื้นบ้านเก่าแก่มีมาก่อนพุทธกาลดังพระบรมราชาอธิบายเรื่องนิบาตชาดกของ พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ จุ ล จ อ ม เ ก ล้ า เ จ้ า อ ยู่ หั ว ต อ น ห นึ่ ง ว่า “ เรื่องชาดกนี้ไม่ใช่เรื่องราวครั้งพุทธกาลเป็นเรื่องมีมาเก่าแก่ก่อนพุทธกาลที่จะพึงกาหนดได้ด้วยหลั กฐาน ห ลายอย่าง ถึงใ น ช าดกเอง ก็รับ ว่าเป็ น เรื่อง เก่าด้วยกัน อดีตทุก ๆ แห่ง เมื่อพ ระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมถึงที่ควรจะให้ความชัดขึ้น ด้วยชักนิ ทาน มากล่าว มาชักมาสาธกให้เห็นความกระจ่าง ที่มา : http://sasikan93.blogspot.com//2009/02/blog-post_9036.html