บทความทางวิชาการ ครั้งที่ ๑
เรื่อง       ลักษณะบุคลิกภาพกับภาวะผูนา
                                     ้ ํ                                        .
ยศ/ชื่อ/สกุล. พ.อ.รัตนชัย สุ วรรณเทศ .หมายเลขประจําตัว. ๕๙๖๘ .หลักสู ตร. วปอ.๕๑ .


                             ลักษณะบุคลิกภาพกับภาวะผู้นํา
หลักการและเหตุผล
              จากการศึกษาวิจย พบว่า ร้อยละ ๗๕ ของภาวะผูนาจะส่ งผลต่อบรรยากาศในการทํางานที่ดี
                                ั                            ้ ํ
และร้อยละ ๕๐ ของบรรยากาศในการทํางาน จะส่ งผลต่อความสําเร็ จขององค์การ ดังนั้น จะเห็นได้วา        ่
“ภาวะผูนา” เป็ นปั จจัยที่สาคัญต่อความสําเร็ จขององค์การ แต่ในการทํางาน ผูนาจะใช้รูปแบบเดียวกับ
          ้ ํ              ํ                                                 ้ ํ
ทุกคนไม่ได้ จึงมีความจําเป็ นต้องศึกษาลักษณะบุคลิกภาพ เพื่อให้เข้าใจคน
              ลักษณะบุคลิกภาพของคน มีผลอย่างมากต่อพฤติกรรม การแสดงออก ความรู ้สึกนึกคิดของ
บุคคลผูน้ น หากสามารถทําความเข้าใจได้ ย่อมส่ งผลต่อความสามารถในการทํางานร่ วมกันได้อย่างมี
         ้ ั
ความสุ ข หรื อการบริ หารงานที่มีประสิ ทธิภาพ และได้รับการยอมรับว่าเป็ นผูที่มีความฉลาดทางอารมณ์
                                                                          ้
              การที่จะเป็ นผูมีความฉลาดทางอารมณ์ได้น้ น จะต้องมีความเข้าใจผูอื่นตลอดจนตนเองด้วย
                             ้                         ั                        ้
เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้
              ๑. รู ้เรา เพื่อพิจารณา ศึกษา วิเคราะห์ ทําความเข้าใจพฤติกรรมของตนเอง บนพื้นฐาน
ของความรู ้อย่างมีหลักการ เพือเข้าใจถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของตนเอง
                                  ่
              ๒. รู ้เขา การรู ้เขา จะช่วยทําให้เข้าใจ ให้อภัย และเลือกใช้วธีการที่เหมาะสมในการ
                                                                              ิ
ติดต่อ เจรจา ประสานงาน หรื อโน้มน้าวจิตใจ เพือให้บรรลุผลสําเร็ จในเรื่ องต่าง ๆ ตลอดจนการสร้าง
                                                    ่
                     ั ้
สัมพันธภาพอันดีกบผูอื่น บนพื้นฐานของความเข้าใจเหล่านั้น
              ๓. รู ้ปรับ คือ การปรับตัวเอง โดยคํานึงถึงบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ ฐานะ และ
ตําแหน่งทางการงาน นั้นก็คือ เมื่อรู ้จุดแข็ง จุดอ่อนของตนเองแล้ว จะต้องพยายามฝึ กที่จะปรับ ด้วยการ
เสริ มสร้างรักษาจุดแข็งของตนเอง และพัฒนาลักษณะนิสยและบุคลิกที่ยงเห็นว่าไม่เอื้อ ไม่สอดคล้อง
                                                           ั            ั
และไม่เสริ มต่อหน้าที่การงาน
              ๔. รู ้เลือก คือสามารถนําความรู ้มาประกอบการตัดสิ นใจพิจารณาเลือกคน ให้เหมาะกับงาน
เลือกมอบงานให้เหมาะกับความสามารถและบุคลิกภาพของคน เลือกใช้วิธีการให้เหมาะสมกับสภาพและ
สถานการณ์ โดยคํานึงถึงลักษณะบุคลิกภาพ ทั้งของตนเองและผูอื่นเป็ นสําคัญ
                                                               ้

ข้ อตกลงเบืองต้ น
           ้
             ในความเป็ นจริ ง มนุษย์แต่ละคนมีความเป็ นเอกลักษณ์เป็ นของตนเอง ถึงกระนั้นก็ตาม ได้
มีการศึกษาการจัดหมวดหมู่และการจัดกลุ่มบุคลิกภาพกว้าง ๆ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันมากที่สุด ด้วยการ
ทําความเข้าใจถึงพฤติกรรมการแสดงออก และการตอบสนองต่อสิ่ งเร้าที่เข้ามา อันจะช่วยให้สามารถทํา
ความเข้าใจได้อย่างกว้าง ๆ อย่างมีหลักการและเป็ นเหตุเป็ นผล
             ก่อนที่จะกล่าวถึงกลุ่มบุคลิกภาพแบบต่าง ๆ จะต้องทําความเข้าใจในประเด็นสําคัญ ดังนี้

บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑                                                       หลักสูตร วปอ.๕๑
-๒-
                ๑. มนุษย์แต่ละคนต่างก็ไม่เหมือนกัน การจัดกลุ่มนี้ ก็เพือช่วยให้ง่ายต่อความเข้าใจ
                                                                            ่
                ๒. ไม่มีบุคลิกภาพใดที่ดี หรื อไม่ดี เพียงแต่เป็ นเรื่ องของความแตกต่างของมนุษย์อีกประการ
หนึ่งเท่านั้น
            ๓. การมีบุคลิกภาพในขั้วหนึ่ง มิได้หมายความว่าจะไม่มีอีกขั้วหนึ่ง แต่เป็ นช่วงของความ
พึงพอใจ ว่าชอบ ถนัดแบบไหนมากกว่ากัน ดังนั้น ในแต่ละคนจะมีท้ งสองขั้ว แต่จะมีข้ วไหนมากกว่ากัน
                                                                ั                ั
            ๔. ในช่วงชีวิตของมนุษย์ อาจมีการปรับเปลี่ยนได้บาง และพฤติกรรมนั้นอาจต่างไปตาม
                                                              ้
สถานที่ สถานการณ์ บุคคล เวลา และภูมิหลังที่มีต่อเรื่ องนั้น ๆ

แบบของลักษณะบุคลิกภาพ
                                                                   ่
              นักจิตวิทยาชาวสวิส ชื่อ Carl Jung ได้ศึกษาและแบ่งกลุมลักษณะบุคลิกภาพของมนุษย์ไว้
เป็ น ๔ คู่ใหญ่ ๆ ต่อมา Myer Briggs ได้ศึกษาต่อและเผยแพร่ จนเป็ นที่ยอมรับและรู ้จกกันทัวไป ดังนี้
                                                                                  ั     ่
                ๑. คู่ที่ ๑ E (Extrovert) กับ I (Introvert)
                  กลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะพิจารณาถึงวิธีการเข้าสังคม และวิธีการพักผ่อน
                  ๑.๑ E (Extrovert)
                         ผูที่อยูในกลุ่มบุคลิกภาพนี้จะชอบการเข้าสังคม พบปะผูคน และในการพบปะ
                           ้ ่                                                ้
ดังกล่าวจะช่วยให้ได้พลังในการทํางาน คนในกลุ่มนี้กระบวนการคิดจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อได้พด หรื อ
                                                                                             ู
ในขณะที่พด   ู
                  ๑.๒ I (Introvert)
                         คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีวิธีการพักผ่อนที่ตองการความเป็ นส่ วนตัวสู ง เมื่อ
                                                                    ้
                                                 ่
เหนื่อยจากหน้าที่การงาน จะพักผ่อนด้วยการอยูตามลําพังเงียบ ๆ ด้วยการปิ ดประตูหองไม่ให้คนรบกวน
                                                                                   ้
                ่
หรื อใช้เวลาอยูตามลําพังเงียบ ๆ อ่านหนังสื อ ดูตนไม้ หรื ออาจจะพบปะกับคนอื่น ก็เป็ นเพียงคนที่รู้ใจกัน
                                                   ้
จริ ง ๆ เท่านั้น กระบวนการคิดจะไม่เกิด หากมีปัจจัยภายนอกมารบกวน หากต้องใช้ความคิดจะต้องมี
การเตรี ยมตัวล่วงหน้า และต้องมีความเงียบเป็ นปั จจัยสําคัญ
                ๒. คู่ที่ ๒ S (Sensing) กับ N (Intuitive)
                   กลุ่มบุคลิกภาพคู่น้ ีจะพิจารณาจาก วิธีการรวบรวมข้อมูลเพือประกอบการตัดสิ นใจ และ
                                                                           ่
การลงมือปฏิบติ
            ั
                   ๒.๑ S (Sensing)
                        ผูที่อยูในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะได้ขอมูลจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า นันคือ
                           ้ ่                              ้                                            ่
ต้องได้เห็น ได้ยน ได้สัมผัส รับรู ้ จึงจะสามารถนํามาปฏิบติได้ ส่ วนใหญ่จะเป็ นผูที่สบายใจที่จะทํางาน
                 ิ                                            ั                           ้
ที่มีการกําหนดรู ปแบบไว้อย่างชัดเจน การทํางานกับคนกลุ่มนี้ จึงจะต้องระบุรายละเอียดต่าง ๆ อย่าง
ชัดเจน และเป็ นขั้นตอน
                   ๒.๒ N (Intuitive)
                       ผูที่อยูในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จัดได้ว่าเป็ นผูที่มีความคิดริ เริ่ มของตัวเอง มีจินตนาการ
                          ้ ่                                      ้
กว้างไกล รู ้สึกอึดอัดและลําบากใจ ที่จะต้องทําตามแบบแผนที่คนอื่นกําหนดให้ ไม่ชอบในเรื่ องของ

บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑                                                                หลักสูตร วปอ.๕๑
-๓-
รายละเอียดปลีกย่อย แต่มองเรื่ องของภาพรวม แนวคิดกว้าง ๆ (Concept) มีการทํางานตามวิธีการที่ตน
คิดขึ้นมา ชอบความแปลกใหม่ ท้าทาย ไม่ซ้ าซากกับวิธีการปฏิบติเดิม ๆ
                                       ํ                 ั
             ๓. คู่ที่ ๓ T (Thinking) กับ F (Feeling)
                กลุ่มของบุคลิกภาพคู่น้ ี จะพิจารณาถึงวิธีการคิด เพื่อตัดสิ นใจ
                ๓.๑ T (Thinking)
                        ผูที่อยูในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะตัดสิ นปั ญหาและตัดสิ นใจโดยใช้สมอง บนพื้นฐาน
                           ้ ่
ของความเป็ นเหตุเป็ นผล การเก็บและรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ วิจย การชังนํ้าหนักความถูกต้อง อยู่
                                                                       ั       ่
บนพื้นฐานของหลักการและเหตุผล
                ๓.๒ F (Feeling)
                        ผูที่อยูในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะตัดสิ นปั ญหาและตัดสิ นใจบนพื้นฐานของหัวใจ
                          ้ ่
และความรู ้สึก ให้ความสําคัญต่อความรู ้สึกของคนอื่น และผลของการตัดสิ นใจ ซึ่งจะกระทบต่ออารมณ์
และความรู ้สึกของผูอ่ืน
                    ้
             ๔. คู่ที่ ๔ J (Judging) กับ P (Perceiving)
                 กลุ่มของบุคลิกภาพคู่น้ ี จะพิจารณาถึงวิถีการดําเนินชีวิต
                 ๔.๑ J (Judging)
                        คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบความเป็ นระเบียบ มีการกําหนดแผนชีวิต และ
                                                                                      ํ
ตารางเวลาประจําวันไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน และรู ้สึกไม่สบายใจ หงุดหงิด เมื่อแผนที่กาหนดไว้น้ นถูก
                                                                                            ั
                                  ํ
เปลี่ยนแปลง หรื อไม่เป็ นไปตามที่กาหนดไว้ นอกจากนี้ เมื่อตัดสิ นใจแล้ว ยากที่จะเปลี่ยนแปลง
                 ๔.๒ P (Perceiving)
                        คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบความเป็ นอิสระ ไม่ชอบที่จะผูกมัดกับเงื่อนไขของ
                                                             ่
เวลา และกฎระเบียบ ชอบใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ มีความยืดหยุน เปิ ดกว้าง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

การมอบหมายงานตามแบบของลักษณะของบุคลิกภาพ
             ลักษณะบุคลิกภาพที่ต่างกันนั้น ย่อมมีความถนัดและความพึงพอใจ ตลอดจนจุดแข็งและ
จุดอ่อนเฉพาะของตนเอง การเลือกใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละกลุ่มบุคลิกภาพ โดยมีความเข้าใจ
อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้การทํางานระหว่างกันและกัน มีประสิ ทธิภาพสู งขึ้น ง่ายขึ้น และช่วยลดปั ญหา
ความขัดแย้ง ความคับข้องใจที่อาจจะมีต่อกันได้ ดังนี้
             ๑. E (Extrovert)
               จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนที่พดจาคล่องแคล่ว ชอบพบปะ ทําความรู ้จก
                                                         ู                                  ั
กับคนหน้าใหม่ ๆ มีความถนัดทางด้านการพูด ช่างเจรจา ชอบการเข้าสังคมติดต่อกับผูอื่น ดังนั้น งานที่
                                                                            ้
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ถนัดและควรจะได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ คือ การติดต่อประชาสัมพันธ์ การ
ประสานงาน การบรรยาย การเป็ นตัวแทนขององค์กรในงานสังคมต่าง ๆ รวมถึงการสร้างสัมพันธภาพ
      ั
อันดีกบหน่วยงานอื่น

บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑                                                       หลักสูตร วปอ.๕๑
-๔-
              ๒. I (Introvert)
                จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ไม่ชอบพูดมาก ชอบความสงบ นิ่ง มีความสามารถใน
การมองทะลุถึงปั ญหาอย่างใจเย็น แต่จะไม่สะดวกที่จะพูดหรื อบรรยาย ในทางตรงข้าม จะถนัดด้าน
การเขียน ดังนั้น จึงเหมาะที่จะไดรับมอบหมายให้ทางานที่ตองใช้สมาธิ อยูเ่ งียบ ๆ ตามลําพัง และเป็ น
                                                 ํ      ้
ผูรับผิดชอบด้านการเขียนรายงาน หรื อประเด็นสําคัญต่าง ๆ
  ้
              ๓. S (Sensing)
               จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีความอดทน ทําตามแผนงานหรื อสถานการณ์ที่มี
รู ปแบบโครงสร้างชัดเจน เป็ นคนละเอียด ดังนั้น จึงเหมาะกับงานที่จะต้องปฏิบติตามขั้นตอน งาน
                                                                         ั
รายละเอียด งานในความรับผิดชอบอาจจะเป็ นงานการตรวจสอบความถูกต้องในรายละเอียด การทํางาน
กับตัวเลข และข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็ นงานรายละเอียด เช่น บัญชี
              ๔. N (Intuitive)
                    จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีพรสวรรค์ในด้านการเห็นภาพรวม ภาพกว้าง หรื อ
อาจเรี ยกได้ว่าเป็ นคนมีวิสยทัศน์ เข้าใจเรื่ องต่าง ๆ ได้ง่ายและเร็ ว ซึ่งอาจเรี ยกได้อีกว่าเป็ นคนที่มีไหวพริ บ
                           ั
ปฏิภาณเฉี ยบแหลมและฉับไว มีความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์ ชอบทํางานในเรื่ องที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ าแบบใคร      ํ
ดังนั้น จึงเหมาะที่จะเป็ นผูที่ริเริ่ มโครงการใหม่ ๆ วางแผนกลยุทธ และการแก้ปัญหาต่าง ๆ
                             ้
              ๕. T (Thinking)
                 จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีการคิดและตัดสิ นใจ โดยใช้ความเป็ นเหตุเป็ นผล ใช้
หลักฐานข้อมูลประกอบการตัดสิ นใจ ใช้การวิเคราะห์ พิจารณาถึงความเป็ นเหตุเป็ นผลอย่างรอบคอบ
ดังนั้น จึงเหมาะที่จะได้รับมอบหมายให้เป็ นผูช้ ีแจง แสดงเหตุผล ไกล่เกลี่ยหาข้อยุติในสถานการณ์ที่ตอง
                                            ้                                                    ้
ใช้เหตุและผล
              ๖. F (Feeling)
                  คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มักจะเป็ นที่รักของผูที่อยูรอบข้าง ด้วยความมีเสน่ห์ ช่างสังเกต
                                                             ้ ่
และระมัดระวังความรู ้สึกของผูอื่น ใช้เหตุและผลบนพื้นฐานของผลกระทบที่จะเกิดต่อผูอื่น และการ
                               ้                                                         ้
ยอมรับด้านความรู ้สึกของผูคนส่ วนใหญ่ บุคคลประเภทนี้ จึงมีความสามารถพิเศษในการเข้าถึงจิตใจ
                             ้
ผูอื่น เลือกใช้วิธีการที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการทําร้ายความรู ้สึกและจิตใจของผูอื่นเป็ นอย่างดี ช่าง
  ้                                                                              ้
โน้มน้าวจิตใจ เพราะมีความเข้าใจผูอื่นเป็ นที่ต้ ง
                                  ้             ั
              ๗. J (Judging)
                จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนชอบวางแผน กําหนดเวลา และชะตาชีวิตของ
ตนเองล่วงหน้าไว้แล้วเป็ นอย่างดี จึงมีขอดีและความสามารถพิเศษในการตัดสิ นใจที่เฉี ยบขาด เด็ดขาด
                                       ้
มันคง ไม่หวันไหว และยึดมันในการตัดสิ นใจของตนเอง เป็ นคนที่มีการเตรี ยมการล่วงหน้าเป็ นอย่างดี
  ่           ่              ่
                                                         ํ
ดังนั้น จึงเหมาะที่จะควบคุมสถานการณ์ให้เป็ นไปตามเวลาที่กาหนดไว้ รักษาเวลาให้เป็ นไปตามกําหนด
การณ์ มีการติดตามงานอย่างสมํ่าเสมอ และมีการจัดระเบียบงานที่ดี

บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑                                                                  หลักสูตร วปอ.๕๑
-๕-
             ๘. P (Perceiving)
                   จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีบุคลิกภาพที่สบาย ๆ ยืดหยุน ชอบความเป็ นอิสระ
                                                                                      ่
เปิ ดกว้าง จึงมีจุดเด่นที่เป็ นคนเรี ยบง่าย ไม่เรื่ องมาก พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน ไม่รังเกียจที่จะรับงานหลาย ๆ
อย่างในคราวเดียวกัน แม้ว่าอาจจะทําได้ไม่เต็มที่ หรื อไม่เสร็ จตามเวลาที่กาหนดก็ตาม
                                                                               ํ

การทํางานร่ วมกับคนในบุคลิกภาพแบบต่ าง ๆ
             การทํางานกับคนในบุคลิกภาพแบบต่าง ๆ ต้องคํานึงถึงลักษณะนิสัย อุปนิสัยใจคอ ความ
พึงพอใจ จุดแข็ง และจุดอ่อน เพือให้งานนั้นลุล่วง เกิดประโยชน์สูงสุ ด และในขณะเดียวกัน ก็เป็ นการ
                              ่
                                                                                     ่
สร้างสัมพันธภาพอันดีในการทํางานร่ วมกัน และสร้างความไว้วางใจ และความประทับใจที่ดีตอกันและ
กัน โดยมีขอแนะนํา ดังนี้
           ้
             ๑. E (Extrovert)
                 การทํางานร่ วมกับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ต้องแสดงให้เห็นถึงความสนใจ มีการสนอง
ตอบอย่างรวดเร็ ว และกระฉับกระเฉง กระตือรื อร้น สําหรับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ การที่ตนเป็ นคนช่างพูด
จึงมักมองและสรุ ปเอาเองว่า การเงียบไป หรื อหายไปของเพือนร่ วมงาน แสดงออกถึงความไม่สนใจ
                                                           ่
ดังนั้น การที่จะสร้างความประทับใจให้กบคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะต้องมีการสนองตอบ หรื อติดต่อ
                                      ั
กลับอย่างรวดเร็ ว และหากมีการพบปะพูดคุย เจรจากัน ก็ตองยอมเปิ ดโอกาสให้คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้
                                                        ้
ได้พดและแสดงความคิดเห็นให้มาก ๆ
      ู
             ๒. I (Introvert)
                   เนื่องจากคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนที่เก็บตัว ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม การที่จะสร้าง
ความคุนเคยจึงต้องอาศัยเวลา เพื่อสร้างความไว้วางใจ ในขณะเดียวกัน เขาจะไม่เปิ ดเผย หรื อเล่าข้อมูล
       ้
ต่าง ๆ หากไม่ถูกถามถึง จึงจําเป็ นต้องหมันซักถาม ขอความคิดเห็น และก่อนการพบปะหารื อ ควรเปิ ด
                                          ่
โอกาสให้คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้มีเวลาคิดเกี่ยวกับหัวข้อสนทนาไว้ล่วงหน้า            แต่หากเห็นท่าทีน่ิงเฉย
หรื อไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ก็อย่าได้ด่วนสรุ ปว่าไม่สนใจ ทั้งนี้เพราะคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนที่
เก็บความรู ้สึก ไม่แสดงออก
             ๓. S (Sensing)
                  คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนเจ้าระเบียบ ชอบความถูกต้องแม่นยํา แน่นอน การทํางาน
ไม่ตองการเสี่ ยงต่อความผิดพลาด และไม่อยากให้มีที่ติ ดังนั้น การทํางานร่ วมกับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้
     ้
จึงต้องแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดขั้นตอนการทํางาน ผลสําเร็ จของงาน ตัวอย่างที่พสูจน์ให้เห็นได้ว่า
                                                                                    ิ
วิธีการที่แนะนํา หรื อเสนอนั้น มีประวัติที่ผอื่นเคยนําไปปฏิบติ และประสบผลสําเร็ จมาอย่างดีแล้ว
                                            ู้              ั
             ๔. N (Intuitive)
              คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบงานโครงการใหญ่ ๆ มองภาพรวม ดังนั้น การสร้างความ
ประทับใจให้กบคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะต้องนําเสนอแนวความคิด หรื อหลักการที่สาคัญ ๆ ความท้าทาย
            ั                                                              ํ
ความแปลกใหม่ของงาน และแสดงให้เห็นถึงวิสยทัศน์
                                            ั
บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑                                                               หลักสูตร วปอ.๕๑
-๖-
             ๕. T (Thinking)
                คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นนักคิด มีคลังข้อมูลอยูในสมอง มีความเป็ นเหตุเป็ นผล และ
                                                                  ่
สามารถมองเห็นถึงความผิดปกติ ความไม่ชอบมาพากลได้อย่างรวดเร็ ว การสร้างความประทับใจกับคน
ในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ คือ ความกระชับ เตรี ยมเหตุเตรี ยมผลเพือตอบคําถามเมื่อถูกซักไซ้ อย่าหลงประเด็น
                                                             ่
หรื อออกนอกประเด็น ต้องเตรี ยมตัวล่วงหน้าเป็ นอย่างดี และเมื่อต้องการให้มีการตัดสิ นใจเกิดขึ้น ต้อง
แสดงให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสี ย เพื่อเปรี ยบเทียบกันอย่างชัดเจน ต้องใจเย็นและใช้เหตุผล เพราะบ่อยครั้ง
คนในกลุ่มนี้ จะพูดจาหรื อแสดงออกอย่างไม่ไว้หน้า หรื อคํานึงถึงความรู ้สึกของผูอื่นเท่าใดนัก เนื่องจาก
                                                                              ้
ให้ความสําคัญในสาระ หรื อเนื้อหาของงาน มากกว่าจิตใจและความรู ้สึกของผูอื่น ้
             ๖. F (Feeling)
                 เนื่องจากคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนที่เข้าอกเข้าใจ เป็ นมิตร และสนใจความรู ้สึก
ของผูอื่น การทํางานจึงต้องแสดงให้เห็นถึงผล และคุณค่าของงานที่มีต่อผูอื่น ระมัดระวังเรื่ องของการ
       ้                                                                 ้
สื่ อสาร วิธีการพูด อย่าให้เป็ นที่ระคายเคือง เพราะคนในกลุ่มนี้ มักมีอารมณ์ละเอียดอ่อนและอ่อนไหว
หมันจับ สังเกตสี หน้า ท่าที อิริยาบถ นํ้าเสี ยง การแสดงออก เพื่อประเมินถึงความรู ้สึก ความพอใจ และ
     ่
ความไม่พอใจ
             ๗. J (Judging)
                  คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนรักษาเวลา และมีตารางกําหนดเวลาล่วงหน้า การสร้าง
ความประทับใจ คือ การนัดหมายล่วงหน้า การรักษาเวลานัด การตรงต่อเวลา การเสนอกําหนดตารางเวลา
ในการทํางานล่วงหน้า และการทํางานให้เสร็ จตามเวลาที่กาหนด ควรคิดให้ดีก่อน วางแผนให้แล้วจึง
                                                        ํ
แจ้งให้คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ทราบ ทั้งนี้เพราะ การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลาย ๆ หน จะทําให้คนใน
กลุ่มบุคลิกภาพนี้ ขาดความเชื่อถือในตัวคุณ
             ๘. P (Perceiving)
                คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบความหลากหลายเป็ นอิสระ ความยืดหยุนคล่องตัว การ่
ทํางานกับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จึงต้องเปิ ดโอกาสให้มีการปรับเปลี่ยนได้ กระตุนให้เขาเป็ นตัวของ
                                                                                     ้
ตัวเอง และหาวิธีการที่ช่วยให้เขาได้มีส่วนร่ วมในการรับผิดชอบตนเองตามวิถีทางที่เขาถนัด อย่ากําหนด
เส้นตายคราวเดียว แต่พยายามแบ่งออกเป็ นจุดย่อย ๆ ทําให้เกิดความรู ้สึกว่าเป็ นเรื่ องใหม่อยูเ่ สมอ

ลักษณะบุคลิกภาพของแต่ ละบุคคล
            บุคคลแต่ละคน จะมีลกษณะบุคลิกภาพอยู่ ๔ คู่ ตามที่ได้นาเสนอไปแล้วนั้น และเมื่อรวม
                                  ั                               ํ
ลักษณะบุคลิกภาพทั้ง ๔ คู่เข้าด้วยกัน อาทิ เช่น ISTJ, INFP, ESFJ และ ENTP เป็ นต้น ซึ่งสามารถ
ประมวลเป็ นลักษณะบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลโดยสังเขป เพื่อเป็ นแนวทางนําไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้
ดังต่อไปนี้



บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑                                                         หลักสูตร วปอ.๕๑
-๗-
      ในด้ านความคิด                 ในด้ านความรู้ สึก                ในด้ านความรู้ สึก                         ในด้ านความคิด
            ISTJ                           ISFJ                              INFJ                                       INTJ
I ลุ่มลึกและมีสมาธิ             I ลึกซึ้ งและแน่วแน่            I ลึกซึ้งและแน่วแน่             I ลุ่มลึกและมีสมาธิ
S ละเอียดถี่ถวน และให้ความ
              ้                 S ละเอียดอ่อน และพิถีพถน ิ ั    N มีความลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน ไม่ N เข้าใจถ่องแท้ และมีความคิด
  สําคัญต่อรายละเอียดปลีกย่อย     ต่อข้อปลีกย่อย                  ถูกชักจูงได้ง่าย                แตกฉาน ฉลาด หลักแหลม
T เป็ นนักสัจจนิยม เป็ นนัก     F บริ หารบุคคลด้วยความ          F บริ หารบุคคลด้วยความเข้าใจ      เป็ นตัวของตัวเอง จับประเด็น
  วิเคราะห์ เป็ นเหตุเป็ นผล      เข้าใจ เห็นอกเห็นใจ             เห็นอกเห็นใจ                    ที่ละเอียด ซับซ้อนได้
  มีวิจารณญาณสูง                J มีความรู ้สึกที่ไม่สบสน
                                                      ั         J มีความรู ้สึกที่ไม่สบสน
                                                                                      ั         T พินิจพิเคราะห์ เป็ นเหตุเป็ นผล
J คิดอย่างเป็ นระบบขั้นตอน                                                                        ใช้วิจารณญาณ ด้วยใจเป็นกลาง
                                                                                                J คิดอย่างเป็ นระบบขั้นตอน
            ISTP                            ISFP                                INFP                                     INTP
I ลุ่มลึกและมีสมาธิ             I ลึกซึ้ งและแน่วแน่            I ลึกซึ้งและแน่วแน่               I ลุ่มลึกและมีสมาธิ
S คิดตามหลักความเป็ นจริ ง      S ช่างสังเกต และให้ความสนใจ     N มีความรู ้สึกลึกซึ้ง สร้างสรรค์ N เข้าใจถ่องแท้ และมีความคิด
  และช่างสังเกต                   กับรายละเอียด                   ละเอียดอ่อน                       แตกฉาน ฉลาด หลักแหลม
T มีความสามารถในเชิงวิเคราะห์   F มีความเพียบพร้อมด้วยความ      F มีความเพียบพร้อมด้วยความ          เป็ นตัวของตัวเอง จับประเด็น
  และตรรกะ                        เสี ยสละ ความเห็นอกเห็นใจ       เสี ยสละ ความเห็นอกเห็นใจ         ที่ละเอียด ซับซ้อนได้
P รู ้จกปรับแนวความคิดให้
       ั                        P ทําใจ ปรับใจได้ง่าย           P ทําใจ ปรับใจได้ง่าย             T มีความสามารถในเชิงวิเคราะห์
  เหมาะสม                                                                                           และตรรกะ
                                                                                                  P รู ้จกปรับแนวความคิดให้
                                                                                                         ั
                                                                                                    เหมาะสม
           ESTP                            ESFP                               ENFP                                      ENTP
E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์                  E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม                E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม
                                 แวดล้อม
S ช่างสังเกต สัจจนิยม สนุกสนาน S ช่างสังเกต สัจจนิยม สนุกสนาน   N เป็ นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการ N เป็ นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการ
  ร่ าเริ ง คิดบนพื้นฐานของ      ร่ าเริ ง คิดบนพื้นฐานของ        ต่างๆ ริ เริ่ม บุกเบิก ไม่ย้าคิดยํ้าทํา
                                                                                              ํ             ต่างๆ ริ เริ่ม บุกเบิก ไม่ย้าคิดยํ้า
                                                                                                                                        ํ
  ประสบการณ์                     ประสบการณ์                       ชอบความท้าทายแปลกๆใหม่ ๆ                  ทํา ชอบความท้าทายแปลกๆใหม่ ๆ
T ไม่ยดติดกับตัวบุคคล รู ปแบบ F เข้าสังคมได้ง่าย เห็นอกเห็นใจ
          ึ                                                       เป็ นต้นคิดในสิ่ งใหม่ ๆ                  เป็ นต้นคิดในสิ่ งใหม่ ๆ
  หรื อกลไกใด ๆ มีความสามารถ     ผูอื่น
                                    ้                           F นิยมชมชื่น เข้าถึงจิตใจของผูอื่น T คิดอย่างมีเป้าหมาย พินิจพิเคราะห์
                                                                                                   ้
  ในเชิงวิเคราะห์              P ทําใจ ปรับใจได้ง่าย              เป็ นที่รักใคร่ ผกพันของผูอื่น มี
                                                                                    ู           ้           มีความสามารถเป็ นพิเศษบาง
P รู ้จกปรับแนวความคิดให้
       ั                                                          เสน่ห์                                    ประการในการบริ หารงาน
  เหมาะสม                                                       P ทําใจ ปรับใจได้ง่าย                     P รู ้จกปรับแนวความคิดให้
                                                                                                                 ั
                                                                                                            เหมาะสม




       บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑                                                                            หลักสูตร วปอ.๕๑
-๘-
      ในด้ านความคิด                    ในด้ านความรู้ สึก                  ในด้ านความรู้ สึก                  ในด้ านความคิด
            ESTJ                              ESFJ                                ENFJ                                ENTJ
E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม        E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม                  E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม
S เข้าใจถึงความเป็ นไปได้ ในทาง            ่
                                  S ตั้งอยูบนพื้นฐานของประสบการณ์ N สนใจเฉพาะเรื่ องที่มองเห็นความ       N คํานึงถึงความเป็ นไปได้ รู ้จริ ง
  ปฏิบติ ช่างสังเกต คิดบน
        ั                         F มีความตระหนัก และระมัดระวัง        เป็ นไปได้ มีวาทศิลป์ และความ       เป็ นต้นคิดที่ชาญฉลาด เป็ น
  พื้นฐานของประสบการณ์              ต่อความรู ้สึกของผูอื่น มีความ
                                                          ้            สามารถทางภาษาอย่างลึกซึ้ง           นักค้นคิดทดลอง
T คิดอย่างเป็ นเหตุเป็ นผล คิด      เห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ ใจ      คิดบนพื้นฐานของประสบการณ์         T คิดอย่างเป็ นเหตุเป็ นผล คิด
  อย่างนักจัดการ นักบริ หาร         เรา เข้าถึงความรู ้สึกของหมู่คณะ F มีความตระหนัก และระมัดระวัง         อย่างนักจัดการ นักบริ หาร
  ตัดสิ นใจเฉี ยบขาด คิดอย่าง     J มีความรู ้สึกไม่สับสน              ต่อความรู ้สึกของผูอื่น มีความ
                                                                                           ้               ตัดสิ นใจเฉียบขาด คิดอย่าง
  พินิจพิเคราะห์                                                       เห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา     พินิจพิเคราะห์
J ใฝ่ หาความมีสมรรถภาพ                                                 เข้าถึงความรู ้สึกของหมู่คณะ      J คิดอย่างมีระบบขั้นตอน
                                                                     J มีความรู ้สึกไม่สับสน

        บทสรุป
                        การศึกษาในหัวข้อเหล่านี้        สามารถใช้เป็ นเครื่ องมือในการทําความเข้าใจพฤติกรรมของ
        มนุษย์ได้ดีข้ ึน แต่สิ่งที่นาเสนอให้เห็นนี้เป็ นเพียงส่ วนหนึ่งเท่านั้น ผูที่สนใจควรแสวงหาความรู ้ ความ
                                    ํ                                             ้
        เข้าใจเพิ่มเติม และหมันนําความรู ้ไปประยุกต์ใช้ ทดลอง และวิเคราะห์ผลที่ออกมา เพือทําความเข้าใจให้
                                 ่                                                             ่
        ดีข้ ึน หรื อปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีปฏิบติให้เหมาะสม สอดคล้อง ทั้งนี้เพราะ ไม่มีทฤษฎีใดที่เป็ นอมตะ
                                                ั
        หรื อถูกต้องเพียงทฤษฎีเดียว ข้อคิดที่สาคัญ คือ โปรดระวังอย่าให้จุดเด่นของคุณกลายเป็ นจุดด้อย
                                                  ํ

                                                  -----------------------------------

        เอกสารอ้างอิง
                 www.typelogic.com                         สื บค้นเมื่อ ๑๑ ต.ค.๕๑
                 www.keirsey.com                           สื บค้นเมื่อ ๑๑ ต.ค.๕๑
                 www.breakoutofthebox.com                  สื บค้นเมื่อ ๑๑ ต.ค.๕๑




        บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑                                                                        หลักสูตร วปอ.๕๑
บันทึกข้ อความ
ส่ วนราชการ วปอ.สปท.
ที่ กห ๐๓๑๘.๕/                        วันที่        ๑๗ พ.ย.๕๑
เรื่อง เสนอบทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑
เรียน ผอ.วปอ.สปท.
               กระผม พ.อ.รัตนชัย สุ วรรณเทศ นักศึกษาหลักสู ตร วปอ. รุ่ นที่ ๕๑ ขอเสนอบทความ
ทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ ในหัวข้อเรื่ อง “ลักษณะบุคลิกภาพกับภาวะผูนา” ตามเอกสารแนบมาพร้อมกันนี้
                                                              ้ ํ
ด้วยแล้ว
              จึงเรี ยนมาเพื่อกรุ ณาทราบ

                                     ( ลงชื่อ ) พ.อ รัตนชัย สุ วรรณเทศ
                                                   ( รัตนชัย สุ วรรณเทศ )
                                                   นักศึกษา วปอ.รุ่ นที่ ๕๑

51105

  • 1.
    บทความทางวิชาการ ครั้งที่ ๑ เรื่อง ลักษณะบุคลิกภาพกับภาวะผูนา ้ ํ . ยศ/ชื่อ/สกุล. พ.อ.รัตนชัย สุ วรรณเทศ .หมายเลขประจําตัว. ๕๙๖๘ .หลักสู ตร. วปอ.๕๑ . ลักษณะบุคลิกภาพกับภาวะผู้นํา หลักการและเหตุผล จากการศึกษาวิจย พบว่า ร้อยละ ๗๕ ของภาวะผูนาจะส่ งผลต่อบรรยากาศในการทํางานที่ดี ั ้ ํ และร้อยละ ๕๐ ของบรรยากาศในการทํางาน จะส่ งผลต่อความสําเร็ จขององค์การ ดังนั้น จะเห็นได้วา ่ “ภาวะผูนา” เป็ นปั จจัยที่สาคัญต่อความสําเร็ จขององค์การ แต่ในการทํางาน ผูนาจะใช้รูปแบบเดียวกับ ้ ํ ํ ้ ํ ทุกคนไม่ได้ จึงมีความจําเป็ นต้องศึกษาลักษณะบุคลิกภาพ เพื่อให้เข้าใจคน ลักษณะบุคลิกภาพของคน มีผลอย่างมากต่อพฤติกรรม การแสดงออก ความรู ้สึกนึกคิดของ บุคคลผูน้ น หากสามารถทําความเข้าใจได้ ย่อมส่ งผลต่อความสามารถในการทํางานร่ วมกันได้อย่างมี ้ ั ความสุ ข หรื อการบริ หารงานที่มีประสิ ทธิภาพ และได้รับการยอมรับว่าเป็ นผูที่มีความฉลาดทางอารมณ์ ้ การที่จะเป็ นผูมีความฉลาดทางอารมณ์ได้น้ น จะต้องมีความเข้าใจผูอื่นตลอดจนตนเองด้วย ้ ั ้ เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑. รู ้เรา เพื่อพิจารณา ศึกษา วิเคราะห์ ทําความเข้าใจพฤติกรรมของตนเอง บนพื้นฐาน ของความรู ้อย่างมีหลักการ เพือเข้าใจถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของตนเอง ่ ๒. รู ้เขา การรู ้เขา จะช่วยทําให้เข้าใจ ให้อภัย และเลือกใช้วธีการที่เหมาะสมในการ ิ ติดต่อ เจรจา ประสานงาน หรื อโน้มน้าวจิตใจ เพือให้บรรลุผลสําเร็ จในเรื่ องต่าง ๆ ตลอดจนการสร้าง ่ ั ้ สัมพันธภาพอันดีกบผูอื่น บนพื้นฐานของความเข้าใจเหล่านั้น ๓. รู ้ปรับ คือ การปรับตัวเอง โดยคํานึงถึงบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ ฐานะ และ ตําแหน่งทางการงาน นั้นก็คือ เมื่อรู ้จุดแข็ง จุดอ่อนของตนเองแล้ว จะต้องพยายามฝึ กที่จะปรับ ด้วยการ เสริ มสร้างรักษาจุดแข็งของตนเอง และพัฒนาลักษณะนิสยและบุคลิกที่ยงเห็นว่าไม่เอื้อ ไม่สอดคล้อง ั ั และไม่เสริ มต่อหน้าที่การงาน ๔. รู ้เลือก คือสามารถนําความรู ้มาประกอบการตัดสิ นใจพิจารณาเลือกคน ให้เหมาะกับงาน เลือกมอบงานให้เหมาะกับความสามารถและบุคลิกภาพของคน เลือกใช้วิธีการให้เหมาะสมกับสภาพและ สถานการณ์ โดยคํานึงถึงลักษณะบุคลิกภาพ ทั้งของตนเองและผูอื่นเป็ นสําคัญ ้ ข้ อตกลงเบืองต้ น ้ ในความเป็ นจริ ง มนุษย์แต่ละคนมีความเป็ นเอกลักษณ์เป็ นของตนเอง ถึงกระนั้นก็ตาม ได้ มีการศึกษาการจัดหมวดหมู่และการจัดกลุ่มบุคลิกภาพกว้าง ๆ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันมากที่สุด ด้วยการ ทําความเข้าใจถึงพฤติกรรมการแสดงออก และการตอบสนองต่อสิ่ งเร้าที่เข้ามา อันจะช่วยให้สามารถทํา ความเข้าใจได้อย่างกว้าง ๆ อย่างมีหลักการและเป็ นเหตุเป็ นผล ก่อนที่จะกล่าวถึงกลุ่มบุคลิกภาพแบบต่าง ๆ จะต้องทําความเข้าใจในประเด็นสําคัญ ดังนี้ บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ หลักสูตร วปอ.๕๑
  • 2.
    -๒- ๑. มนุษย์แต่ละคนต่างก็ไม่เหมือนกัน การจัดกลุ่มนี้ ก็เพือช่วยให้ง่ายต่อความเข้าใจ ่ ๒. ไม่มีบุคลิกภาพใดที่ดี หรื อไม่ดี เพียงแต่เป็ นเรื่ องของความแตกต่างของมนุษย์อีกประการ หนึ่งเท่านั้น ๓. การมีบุคลิกภาพในขั้วหนึ่ง มิได้หมายความว่าจะไม่มีอีกขั้วหนึ่ง แต่เป็ นช่วงของความ พึงพอใจ ว่าชอบ ถนัดแบบไหนมากกว่ากัน ดังนั้น ในแต่ละคนจะมีท้ งสองขั้ว แต่จะมีข้ วไหนมากกว่ากัน ั ั ๔. ในช่วงชีวิตของมนุษย์ อาจมีการปรับเปลี่ยนได้บาง และพฤติกรรมนั้นอาจต่างไปตาม ้ สถานที่ สถานการณ์ บุคคล เวลา และภูมิหลังที่มีต่อเรื่ องนั้น ๆ แบบของลักษณะบุคลิกภาพ ่ นักจิตวิทยาชาวสวิส ชื่อ Carl Jung ได้ศึกษาและแบ่งกลุมลักษณะบุคลิกภาพของมนุษย์ไว้ เป็ น ๔ คู่ใหญ่ ๆ ต่อมา Myer Briggs ได้ศึกษาต่อและเผยแพร่ จนเป็ นที่ยอมรับและรู ้จกกันทัวไป ดังนี้ ั ่ ๑. คู่ที่ ๑ E (Extrovert) กับ I (Introvert) กลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะพิจารณาถึงวิธีการเข้าสังคม และวิธีการพักผ่อน ๑.๑ E (Extrovert) ผูที่อยูในกลุ่มบุคลิกภาพนี้จะชอบการเข้าสังคม พบปะผูคน และในการพบปะ ้ ่ ้ ดังกล่าวจะช่วยให้ได้พลังในการทํางาน คนในกลุ่มนี้กระบวนการคิดจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อได้พด หรื อ ู ในขณะที่พด ู ๑.๒ I (Introvert) คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีวิธีการพักผ่อนที่ตองการความเป็ นส่ วนตัวสู ง เมื่อ ้ ่ เหนื่อยจากหน้าที่การงาน จะพักผ่อนด้วยการอยูตามลําพังเงียบ ๆ ด้วยการปิ ดประตูหองไม่ให้คนรบกวน ้ ่ หรื อใช้เวลาอยูตามลําพังเงียบ ๆ อ่านหนังสื อ ดูตนไม้ หรื ออาจจะพบปะกับคนอื่น ก็เป็ นเพียงคนที่รู้ใจกัน ้ จริ ง ๆ เท่านั้น กระบวนการคิดจะไม่เกิด หากมีปัจจัยภายนอกมารบกวน หากต้องใช้ความคิดจะต้องมี การเตรี ยมตัวล่วงหน้า และต้องมีความเงียบเป็ นปั จจัยสําคัญ ๒. คู่ที่ ๒ S (Sensing) กับ N (Intuitive) กลุ่มบุคลิกภาพคู่น้ ีจะพิจารณาจาก วิธีการรวบรวมข้อมูลเพือประกอบการตัดสิ นใจ และ ่ การลงมือปฏิบติ ั ๒.๑ S (Sensing) ผูที่อยูในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะได้ขอมูลจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า นันคือ ้ ่ ้ ่ ต้องได้เห็น ได้ยน ได้สัมผัส รับรู ้ จึงจะสามารถนํามาปฏิบติได้ ส่ วนใหญ่จะเป็ นผูที่สบายใจที่จะทํางาน ิ ั ้ ที่มีการกําหนดรู ปแบบไว้อย่างชัดเจน การทํางานกับคนกลุ่มนี้ จึงจะต้องระบุรายละเอียดต่าง ๆ อย่าง ชัดเจน และเป็ นขั้นตอน ๒.๒ N (Intuitive) ผูที่อยูในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จัดได้ว่าเป็ นผูที่มีความคิดริ เริ่ มของตัวเอง มีจินตนาการ ้ ่ ้ กว้างไกล รู ้สึกอึดอัดและลําบากใจ ที่จะต้องทําตามแบบแผนที่คนอื่นกําหนดให้ ไม่ชอบในเรื่ องของ บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ หลักสูตร วปอ.๕๑
  • 3.
    -๓- รายละเอียดปลีกย่อย แต่มองเรื่ องของภาพรวมแนวคิดกว้าง ๆ (Concept) มีการทํางานตามวิธีการที่ตน คิดขึ้นมา ชอบความแปลกใหม่ ท้าทาย ไม่ซ้ าซากกับวิธีการปฏิบติเดิม ๆ ํ ั ๓. คู่ที่ ๓ T (Thinking) กับ F (Feeling) กลุ่มของบุคลิกภาพคู่น้ ี จะพิจารณาถึงวิธีการคิด เพื่อตัดสิ นใจ ๓.๑ T (Thinking) ผูที่อยูในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะตัดสิ นปั ญหาและตัดสิ นใจโดยใช้สมอง บนพื้นฐาน ้ ่ ของความเป็ นเหตุเป็ นผล การเก็บและรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ วิจย การชังนํ้าหนักความถูกต้อง อยู่ ั ่ บนพื้นฐานของหลักการและเหตุผล ๓.๒ F (Feeling) ผูที่อยูในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะตัดสิ นปั ญหาและตัดสิ นใจบนพื้นฐานของหัวใจ ้ ่ และความรู ้สึก ให้ความสําคัญต่อความรู ้สึกของคนอื่น และผลของการตัดสิ นใจ ซึ่งจะกระทบต่ออารมณ์ และความรู ้สึกของผูอ่ืน ้ ๔. คู่ที่ ๔ J (Judging) กับ P (Perceiving) กลุ่มของบุคลิกภาพคู่น้ ี จะพิจารณาถึงวิถีการดําเนินชีวิต ๔.๑ J (Judging) คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบความเป็ นระเบียบ มีการกําหนดแผนชีวิต และ ํ ตารางเวลาประจําวันไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน และรู ้สึกไม่สบายใจ หงุดหงิด เมื่อแผนที่กาหนดไว้น้ นถูก ั ํ เปลี่ยนแปลง หรื อไม่เป็ นไปตามที่กาหนดไว้ นอกจากนี้ เมื่อตัดสิ นใจแล้ว ยากที่จะเปลี่ยนแปลง ๔.๒ P (Perceiving) คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบความเป็ นอิสระ ไม่ชอบที่จะผูกมัดกับเงื่อนไขของ ่ เวลา และกฎระเบียบ ชอบใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ มีความยืดหยุน เปิ ดกว้าง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง การมอบหมายงานตามแบบของลักษณะของบุคลิกภาพ ลักษณะบุคลิกภาพที่ต่างกันนั้น ย่อมมีความถนัดและความพึงพอใจ ตลอดจนจุดแข็งและ จุดอ่อนเฉพาะของตนเอง การเลือกใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละกลุ่มบุคลิกภาพ โดยมีความเข้าใจ อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้การทํางานระหว่างกันและกัน มีประสิ ทธิภาพสู งขึ้น ง่ายขึ้น และช่วยลดปั ญหา ความขัดแย้ง ความคับข้องใจที่อาจจะมีต่อกันได้ ดังนี้ ๑. E (Extrovert) จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนที่พดจาคล่องแคล่ว ชอบพบปะ ทําความรู ้จก ู ั กับคนหน้าใหม่ ๆ มีความถนัดทางด้านการพูด ช่างเจรจา ชอบการเข้าสังคมติดต่อกับผูอื่น ดังนั้น งานที่ ้ คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ถนัดและควรจะได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ คือ การติดต่อประชาสัมพันธ์ การ ประสานงาน การบรรยาย การเป็ นตัวแทนขององค์กรในงานสังคมต่าง ๆ รวมถึงการสร้างสัมพันธภาพ ั อันดีกบหน่วยงานอื่น บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ หลักสูตร วปอ.๕๑
  • 4.
    -๔- ๒. I (Introvert) จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ไม่ชอบพูดมาก ชอบความสงบ นิ่ง มีความสามารถใน การมองทะลุถึงปั ญหาอย่างใจเย็น แต่จะไม่สะดวกที่จะพูดหรื อบรรยาย ในทางตรงข้าม จะถนัดด้าน การเขียน ดังนั้น จึงเหมาะที่จะไดรับมอบหมายให้ทางานที่ตองใช้สมาธิ อยูเ่ งียบ ๆ ตามลําพัง และเป็ น ํ ้ ผูรับผิดชอบด้านการเขียนรายงาน หรื อประเด็นสําคัญต่าง ๆ ้ ๓. S (Sensing) จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีความอดทน ทําตามแผนงานหรื อสถานการณ์ที่มี รู ปแบบโครงสร้างชัดเจน เป็ นคนละเอียด ดังนั้น จึงเหมาะกับงานที่จะต้องปฏิบติตามขั้นตอน งาน ั รายละเอียด งานในความรับผิดชอบอาจจะเป็ นงานการตรวจสอบความถูกต้องในรายละเอียด การทํางาน กับตัวเลข และข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็ นงานรายละเอียด เช่น บัญชี ๔. N (Intuitive) จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีพรสวรรค์ในด้านการเห็นภาพรวม ภาพกว้าง หรื อ อาจเรี ยกได้ว่าเป็ นคนมีวิสยทัศน์ เข้าใจเรื่ องต่าง ๆ ได้ง่ายและเร็ ว ซึ่งอาจเรี ยกได้อีกว่าเป็ นคนที่มีไหวพริ บ ั ปฏิภาณเฉี ยบแหลมและฉับไว มีความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์ ชอบทํางานในเรื่ องที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ าแบบใคร ํ ดังนั้น จึงเหมาะที่จะเป็ นผูที่ริเริ่ มโครงการใหม่ ๆ วางแผนกลยุทธ และการแก้ปัญหาต่าง ๆ ้ ๕. T (Thinking) จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีการคิดและตัดสิ นใจ โดยใช้ความเป็ นเหตุเป็ นผล ใช้ หลักฐานข้อมูลประกอบการตัดสิ นใจ ใช้การวิเคราะห์ พิจารณาถึงความเป็ นเหตุเป็ นผลอย่างรอบคอบ ดังนั้น จึงเหมาะที่จะได้รับมอบหมายให้เป็ นผูช้ ีแจง แสดงเหตุผล ไกล่เกลี่ยหาข้อยุติในสถานการณ์ที่ตอง ้ ้ ใช้เหตุและผล ๖. F (Feeling) คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มักจะเป็ นที่รักของผูที่อยูรอบข้าง ด้วยความมีเสน่ห์ ช่างสังเกต ้ ่ และระมัดระวังความรู ้สึกของผูอื่น ใช้เหตุและผลบนพื้นฐานของผลกระทบที่จะเกิดต่อผูอื่น และการ ้ ้ ยอมรับด้านความรู ้สึกของผูคนส่ วนใหญ่ บุคคลประเภทนี้ จึงมีความสามารถพิเศษในการเข้าถึงจิตใจ ้ ผูอื่น เลือกใช้วิธีการที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการทําร้ายความรู ้สึกและจิตใจของผูอื่นเป็ นอย่างดี ช่าง ้ ้ โน้มน้าวจิตใจ เพราะมีความเข้าใจผูอื่นเป็ นที่ต้ ง ้ ั ๗. J (Judging) จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนชอบวางแผน กําหนดเวลา และชะตาชีวิตของ ตนเองล่วงหน้าไว้แล้วเป็ นอย่างดี จึงมีขอดีและความสามารถพิเศษในการตัดสิ นใจที่เฉี ยบขาด เด็ดขาด ้ มันคง ไม่หวันไหว และยึดมันในการตัดสิ นใจของตนเอง เป็ นคนที่มีการเตรี ยมการล่วงหน้าเป็ นอย่างดี ่ ่ ่ ํ ดังนั้น จึงเหมาะที่จะควบคุมสถานการณ์ให้เป็ นไปตามเวลาที่กาหนดไว้ รักษาเวลาให้เป็ นไปตามกําหนด การณ์ มีการติดตามงานอย่างสมํ่าเสมอ และมีการจัดระเบียบงานที่ดี บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ หลักสูตร วปอ.๕๑
  • 5.
    -๕- ๘. P (Perceiving) จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีบุคลิกภาพที่สบาย ๆ ยืดหยุน ชอบความเป็ นอิสระ ่ เปิ ดกว้าง จึงมีจุดเด่นที่เป็ นคนเรี ยบง่าย ไม่เรื่ องมาก พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน ไม่รังเกียจที่จะรับงานหลาย ๆ อย่างในคราวเดียวกัน แม้ว่าอาจจะทําได้ไม่เต็มที่ หรื อไม่เสร็ จตามเวลาที่กาหนดก็ตาม ํ การทํางานร่ วมกับคนในบุคลิกภาพแบบต่ าง ๆ การทํางานกับคนในบุคลิกภาพแบบต่าง ๆ ต้องคํานึงถึงลักษณะนิสัย อุปนิสัยใจคอ ความ พึงพอใจ จุดแข็ง และจุดอ่อน เพือให้งานนั้นลุล่วง เกิดประโยชน์สูงสุ ด และในขณะเดียวกัน ก็เป็ นการ ่ ่ สร้างสัมพันธภาพอันดีในการทํางานร่ วมกัน และสร้างความไว้วางใจ และความประทับใจที่ดีตอกันและ กัน โดยมีขอแนะนํา ดังนี้ ้ ๑. E (Extrovert) การทํางานร่ วมกับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ต้องแสดงให้เห็นถึงความสนใจ มีการสนอง ตอบอย่างรวดเร็ ว และกระฉับกระเฉง กระตือรื อร้น สําหรับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ การที่ตนเป็ นคนช่างพูด จึงมักมองและสรุ ปเอาเองว่า การเงียบไป หรื อหายไปของเพือนร่ วมงาน แสดงออกถึงความไม่สนใจ ่ ดังนั้น การที่จะสร้างความประทับใจให้กบคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะต้องมีการสนองตอบ หรื อติดต่อ ั กลับอย่างรวดเร็ ว และหากมีการพบปะพูดคุย เจรจากัน ก็ตองยอมเปิ ดโอกาสให้คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ้ ได้พดและแสดงความคิดเห็นให้มาก ๆ ู ๒. I (Introvert) เนื่องจากคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนที่เก็บตัว ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม การที่จะสร้าง ความคุนเคยจึงต้องอาศัยเวลา เพื่อสร้างความไว้วางใจ ในขณะเดียวกัน เขาจะไม่เปิ ดเผย หรื อเล่าข้อมูล ้ ต่าง ๆ หากไม่ถูกถามถึง จึงจําเป็ นต้องหมันซักถาม ขอความคิดเห็น และก่อนการพบปะหารื อ ควรเปิ ด ่ โอกาสให้คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้มีเวลาคิดเกี่ยวกับหัวข้อสนทนาไว้ล่วงหน้า แต่หากเห็นท่าทีน่ิงเฉย หรื อไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ก็อย่าได้ด่วนสรุ ปว่าไม่สนใจ ทั้งนี้เพราะคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนที่ เก็บความรู ้สึก ไม่แสดงออก ๓. S (Sensing) คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนเจ้าระเบียบ ชอบความถูกต้องแม่นยํา แน่นอน การทํางาน ไม่ตองการเสี่ ยงต่อความผิดพลาด และไม่อยากให้มีที่ติ ดังนั้น การทํางานร่ วมกับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ้ จึงต้องแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดขั้นตอนการทํางาน ผลสําเร็ จของงาน ตัวอย่างที่พสูจน์ให้เห็นได้ว่า ิ วิธีการที่แนะนํา หรื อเสนอนั้น มีประวัติที่ผอื่นเคยนําไปปฏิบติ และประสบผลสําเร็ จมาอย่างดีแล้ว ู้ ั ๔. N (Intuitive) คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบงานโครงการใหญ่ ๆ มองภาพรวม ดังนั้น การสร้างความ ประทับใจให้กบคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะต้องนําเสนอแนวความคิด หรื อหลักการที่สาคัญ ๆ ความท้าทาย ั ํ ความแปลกใหม่ของงาน และแสดงให้เห็นถึงวิสยทัศน์ ั บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ หลักสูตร วปอ.๕๑
  • 6.
    -๖- ๕. T (Thinking) คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นนักคิด มีคลังข้อมูลอยูในสมอง มีความเป็ นเหตุเป็ นผล และ ่ สามารถมองเห็นถึงความผิดปกติ ความไม่ชอบมาพากลได้อย่างรวดเร็ ว การสร้างความประทับใจกับคน ในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ คือ ความกระชับ เตรี ยมเหตุเตรี ยมผลเพือตอบคําถามเมื่อถูกซักไซ้ อย่าหลงประเด็น ่ หรื อออกนอกประเด็น ต้องเตรี ยมตัวล่วงหน้าเป็ นอย่างดี และเมื่อต้องการให้มีการตัดสิ นใจเกิดขึ้น ต้อง แสดงให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสี ย เพื่อเปรี ยบเทียบกันอย่างชัดเจน ต้องใจเย็นและใช้เหตุผล เพราะบ่อยครั้ง คนในกลุ่มนี้ จะพูดจาหรื อแสดงออกอย่างไม่ไว้หน้า หรื อคํานึงถึงความรู ้สึกของผูอื่นเท่าใดนัก เนื่องจาก ้ ให้ความสําคัญในสาระ หรื อเนื้อหาของงาน มากกว่าจิตใจและความรู ้สึกของผูอื่น ้ ๖. F (Feeling) เนื่องจากคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนที่เข้าอกเข้าใจ เป็ นมิตร และสนใจความรู ้สึก ของผูอื่น การทํางานจึงต้องแสดงให้เห็นถึงผล และคุณค่าของงานที่มีต่อผูอื่น ระมัดระวังเรื่ องของการ ้ ้ สื่ อสาร วิธีการพูด อย่าให้เป็ นที่ระคายเคือง เพราะคนในกลุ่มนี้ มักมีอารมณ์ละเอียดอ่อนและอ่อนไหว หมันจับ สังเกตสี หน้า ท่าที อิริยาบถ นํ้าเสี ยง การแสดงออก เพื่อประเมินถึงความรู ้สึก ความพอใจ และ ่ ความไม่พอใจ ๗. J (Judging) คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็ นคนรักษาเวลา และมีตารางกําหนดเวลาล่วงหน้า การสร้าง ความประทับใจ คือ การนัดหมายล่วงหน้า การรักษาเวลานัด การตรงต่อเวลา การเสนอกําหนดตารางเวลา ในการทํางานล่วงหน้า และการทํางานให้เสร็ จตามเวลาที่กาหนด ควรคิดให้ดีก่อน วางแผนให้แล้วจึง ํ แจ้งให้คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ทราบ ทั้งนี้เพราะ การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลาย ๆ หน จะทําให้คนใน กลุ่มบุคลิกภาพนี้ ขาดความเชื่อถือในตัวคุณ ๘. P (Perceiving) คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบความหลากหลายเป็ นอิสระ ความยืดหยุนคล่องตัว การ่ ทํางานกับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จึงต้องเปิ ดโอกาสให้มีการปรับเปลี่ยนได้ กระตุนให้เขาเป็ นตัวของ ้ ตัวเอง และหาวิธีการที่ช่วยให้เขาได้มีส่วนร่ วมในการรับผิดชอบตนเองตามวิถีทางที่เขาถนัด อย่ากําหนด เส้นตายคราวเดียว แต่พยายามแบ่งออกเป็ นจุดย่อย ๆ ทําให้เกิดความรู ้สึกว่าเป็ นเรื่ องใหม่อยูเ่ สมอ ลักษณะบุคลิกภาพของแต่ ละบุคคล บุคคลแต่ละคน จะมีลกษณะบุคลิกภาพอยู่ ๔ คู่ ตามที่ได้นาเสนอไปแล้วนั้น และเมื่อรวม ั ํ ลักษณะบุคลิกภาพทั้ง ๔ คู่เข้าด้วยกัน อาทิ เช่น ISTJ, INFP, ESFJ และ ENTP เป็ นต้น ซึ่งสามารถ ประมวลเป็ นลักษณะบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลโดยสังเขป เพื่อเป็ นแนวทางนําไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ ดังต่อไปนี้ บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ หลักสูตร วปอ.๕๑
  • 7.
    -๗- ในด้ านความคิด ในด้ านความรู้ สึก ในด้ านความรู้ สึก ในด้ านความคิด ISTJ ISFJ INFJ INTJ I ลุ่มลึกและมีสมาธิ I ลึกซึ้ งและแน่วแน่ I ลึกซึ้งและแน่วแน่ I ลุ่มลึกและมีสมาธิ S ละเอียดถี่ถวน และให้ความ ้ S ละเอียดอ่อน และพิถีพถน ิ ั N มีความลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน ไม่ N เข้าใจถ่องแท้ และมีความคิด สําคัญต่อรายละเอียดปลีกย่อย ต่อข้อปลีกย่อย ถูกชักจูงได้ง่าย แตกฉาน ฉลาด หลักแหลม T เป็ นนักสัจจนิยม เป็ นนัก F บริ หารบุคคลด้วยความ F บริ หารบุคคลด้วยความเข้าใจ เป็ นตัวของตัวเอง จับประเด็น วิเคราะห์ เป็ นเหตุเป็ นผล เข้าใจ เห็นอกเห็นใจ เห็นอกเห็นใจ ที่ละเอียด ซับซ้อนได้ มีวิจารณญาณสูง J มีความรู ้สึกที่ไม่สบสน ั J มีความรู ้สึกที่ไม่สบสน ั T พินิจพิเคราะห์ เป็ นเหตุเป็ นผล J คิดอย่างเป็ นระบบขั้นตอน ใช้วิจารณญาณ ด้วยใจเป็นกลาง J คิดอย่างเป็ นระบบขั้นตอน ISTP ISFP INFP INTP I ลุ่มลึกและมีสมาธิ I ลึกซึ้ งและแน่วแน่ I ลึกซึ้งและแน่วแน่ I ลุ่มลึกและมีสมาธิ S คิดตามหลักความเป็ นจริ ง S ช่างสังเกต และให้ความสนใจ N มีความรู ้สึกลึกซึ้ง สร้างสรรค์ N เข้าใจถ่องแท้ และมีความคิด และช่างสังเกต กับรายละเอียด ละเอียดอ่อน แตกฉาน ฉลาด หลักแหลม T มีความสามารถในเชิงวิเคราะห์ F มีความเพียบพร้อมด้วยความ F มีความเพียบพร้อมด้วยความ เป็ นตัวของตัวเอง จับประเด็น และตรรกะ เสี ยสละ ความเห็นอกเห็นใจ เสี ยสละ ความเห็นอกเห็นใจ ที่ละเอียด ซับซ้อนได้ P รู ้จกปรับแนวความคิดให้ ั P ทําใจ ปรับใจได้ง่าย P ทําใจ ปรับใจได้ง่าย T มีความสามารถในเชิงวิเคราะห์ เหมาะสม และตรรกะ P รู ้จกปรับแนวความคิดให้ ั เหมาะสม ESTP ESFP ENFP ENTP E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์ E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม แวดล้อม S ช่างสังเกต สัจจนิยม สนุกสนาน S ช่างสังเกต สัจจนิยม สนุกสนาน N เป็ นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการ N เป็ นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการ ร่ าเริ ง คิดบนพื้นฐานของ ร่ าเริ ง คิดบนพื้นฐานของ ต่างๆ ริ เริ่ม บุกเบิก ไม่ย้าคิดยํ้าทํา ํ ต่างๆ ริ เริ่ม บุกเบิก ไม่ย้าคิดยํ้า ํ ประสบการณ์ ประสบการณ์ ชอบความท้าทายแปลกๆใหม่ ๆ ทํา ชอบความท้าทายแปลกๆใหม่ ๆ T ไม่ยดติดกับตัวบุคคล รู ปแบบ F เข้าสังคมได้ง่าย เห็นอกเห็นใจ ึ เป็ นต้นคิดในสิ่ งใหม่ ๆ เป็ นต้นคิดในสิ่ งใหม่ ๆ หรื อกลไกใด ๆ มีความสามารถ ผูอื่น ้ F นิยมชมชื่น เข้าถึงจิตใจของผูอื่น T คิดอย่างมีเป้าหมาย พินิจพิเคราะห์ ้ ในเชิงวิเคราะห์ P ทําใจ ปรับใจได้ง่าย เป็ นที่รักใคร่ ผกพันของผูอื่น มี ู ้ มีความสามารถเป็ นพิเศษบาง P รู ้จกปรับแนวความคิดให้ ั เสน่ห์ ประการในการบริ หารงาน เหมาะสม P ทําใจ ปรับใจได้ง่าย P รู ้จกปรับแนวความคิดให้ ั เหมาะสม บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ หลักสูตร วปอ.๕๑
  • 8.
    -๘- ในด้ านความคิด ในด้ านความรู้ สึก ในด้ านความรู้ สึก ในด้ านความคิด ESTJ ESFJ ENFJ ENTJ E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม S เข้าใจถึงความเป็ นไปได้ ในทาง ่ S ตั้งอยูบนพื้นฐานของประสบการณ์ N สนใจเฉพาะเรื่ องที่มองเห็นความ N คํานึงถึงความเป็ นไปได้ รู ้จริ ง ปฏิบติ ช่างสังเกต คิดบน ั F มีความตระหนัก และระมัดระวัง เป็ นไปได้ มีวาทศิลป์ และความ เป็ นต้นคิดที่ชาญฉลาด เป็ น พื้นฐานของประสบการณ์ ต่อความรู ้สึกของผูอื่น มีความ ้ สามารถทางภาษาอย่างลึกซึ้ง นักค้นคิดทดลอง T คิดอย่างเป็ นเหตุเป็ นผล คิด เห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ ใจ คิดบนพื้นฐานของประสบการณ์ T คิดอย่างเป็ นเหตุเป็ นผล คิด อย่างนักจัดการ นักบริ หาร เรา เข้าถึงความรู ้สึกของหมู่คณะ F มีความตระหนัก และระมัดระวัง อย่างนักจัดการ นักบริ หาร ตัดสิ นใจเฉี ยบขาด คิดอย่าง J มีความรู ้สึกไม่สับสน ต่อความรู ้สึกของผูอื่น มีความ ้ ตัดสิ นใจเฉียบขาด คิดอย่าง พินิจพิเคราะห์ เห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา พินิจพิเคราะห์ J ใฝ่ หาความมีสมรรถภาพ เข้าถึงความรู ้สึกของหมู่คณะ J คิดอย่างมีระบบขั้นตอน J มีความรู ้สึกไม่สับสน บทสรุป การศึกษาในหัวข้อเหล่านี้ สามารถใช้เป็ นเครื่ องมือในการทําความเข้าใจพฤติกรรมของ มนุษย์ได้ดีข้ ึน แต่สิ่งที่นาเสนอให้เห็นนี้เป็ นเพียงส่ วนหนึ่งเท่านั้น ผูที่สนใจควรแสวงหาความรู ้ ความ ํ ้ เข้าใจเพิ่มเติม และหมันนําความรู ้ไปประยุกต์ใช้ ทดลอง และวิเคราะห์ผลที่ออกมา เพือทําความเข้าใจให้ ่ ่ ดีข้ ึน หรื อปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีปฏิบติให้เหมาะสม สอดคล้อง ทั้งนี้เพราะ ไม่มีทฤษฎีใดที่เป็ นอมตะ ั หรื อถูกต้องเพียงทฤษฎีเดียว ข้อคิดที่สาคัญ คือ โปรดระวังอย่าให้จุดเด่นของคุณกลายเป็ นจุดด้อย ํ ----------------------------------- เอกสารอ้างอิง www.typelogic.com สื บค้นเมื่อ ๑๑ ต.ค.๕๑ www.keirsey.com สื บค้นเมื่อ ๑๑ ต.ค.๕๑ www.breakoutofthebox.com สื บค้นเมื่อ ๑๑ ต.ค.๕๑ บทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ หลักสูตร วปอ.๕๑
  • 9.
    บันทึกข้ อความ ส่ วนราชการวปอ.สปท. ที่ กห ๐๓๑๘.๕/ วันที่ ๑๗ พ.ย.๕๑ เรื่อง เสนอบทความทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ เรียน ผอ.วปอ.สปท. กระผม พ.อ.รัตนชัย สุ วรรณเทศ นักศึกษาหลักสู ตร วปอ. รุ่ นที่ ๕๑ ขอเสนอบทความ ทางวิชาการ ฉบับที่ ๑ ในหัวข้อเรื่ อง “ลักษณะบุคลิกภาพกับภาวะผูนา” ตามเอกสารแนบมาพร้อมกันนี้ ้ ํ ด้วยแล้ว จึงเรี ยนมาเพื่อกรุ ณาทราบ ( ลงชื่อ ) พ.อ รัตนชัย สุ วรรณเทศ ( รัตนชัย สุ วรรณเทศ ) นักศึกษา วปอ.รุ่ นที่ ๕๑