www.themegallery.com LOGO
อิเล็กโทรสโคปมีประจุ อิเล็กโทรสโคปเปนกลาง
กระแสไฟฟา คือ ประจุ
ไฟฟาที่ผานภาคตัดขวางของ
ตัวกลางในหนึ่งหนวยเวลา
กระแสไฟฟา (I) มีหนวย
เปน คูลอมบตอวินาทีหรือ
แอมแปร (A)
Q
I =
t
เซลลไฟฟาเคมี
ไดนาโม
เซลลสุริยะ
เซลลเชื้อเพลิง
สิ่งมีชีวิต !!!
ฯลฯ
การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระ (Free electron)
การเคลื่อนที่แบบบราวน (Brownian motion)
ความเร็วลอยเลื่อน (Drift velocity)
กระแสไฟฟาในตัวกลางใดๆ คือ “ประจุไฟฟาที่ผานภาคตัดขวาง
ของตัวกลางนั้นในหนึ่งหนวยเวลา”
จากนิยาม กระแสไฟฟา (I) หาไดจาก
Nq Q
I = =
t t
การเคลื่อนที่ของประจุไฟฟาในสนามไฟฟา และทิศของ
กระแสไฟฟาที่เกิดขึ้น
ก. ประจุบวก ข. ประจุลบ ค. ประจุบวกและลบ
กระแสไฟฟาในโลหะตัวนํามีทิศตรงขามกับทิศการเคลื่อนที่ของ
อิเล็กตรอนอิสระ
q = ประจุไฟฟา (C)
vd = ความเร็วลอยเลื่อน (m/s)
A = พื้นที่หนาตัด (m2)
n = จํานวนประจุไฟฟาตอปริมาตร (m-3)
Nq
I = = nev A
t
d
 ทดลองวัด I และ V ดังรูป แลวเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ
ระหวาง I และ V
จากรูป
ดังนั้น
ถาให
จะได …(14.3)
I = kV
1 V
=
k I
1
= R
k
V
R =
I
I Vα
คา R แทน ความตานทาน (Resistance) มีหนวยเปน
โวลตตอแอมแปร (V/A) หรือ โอหม ( )Ω
ความสัมพันธสมการที่
14.3 เรียกวา กฎของโอหม
(Ohm’s Law) มีใจความวา “ถา
อุณหภูมิคงตัว กระแสไฟฟาที่ผาน
ตัวนําจะแปรผันตรงกับความตาง
ศักยระหวางปลายของตัวนํานั้น”
Georg Simon Ohm
ก. ตัวตานทาน
ข. สัญลักษณ
ตัวอยางการอานคาแถบสี
ตัวตานทานแปรคา (Variable resistor)
แอลดีอาร (Light Dependent Resistor, LDR)
เทอรมิสเตอร (Thermistor)
ตัวตานทานแปรคา ทําหนาที่ควบคุมกระแสไฟฟาในวงจร “ตัวควบคุมกระแส”
ตัวอยางการใชงาน เชน ใชควบคุมความสวางของหลอดไฟ และใชปรับความดัง
ของเสียงในเครื่องเสียงตางๆ
เปนตัวตานทานที่คาความตานทานขึ้นกับความสวางของแสงที่ตก
กระทบ ใชหลักการ ดังนี้
มืด ความตานทานสูง
สวาง ความตานทานต่ํา
ค. ตัวตานทาน LDR
ข. สัญลักษณ
ก. กราฟระหวาง I กับ V
เปนตัวตานทานที่คาความตานทานขึ้นกับอุณหภูมิของสิ่งแวดลอม
ใชหลักการ ดังนี้
Tต่ํา ความตานทานสูง
Tสูง ความตานทานต่ํา
ข. เทอรมิสเตอรแบบ NTC
ก. สัญลักษณ
ก. กราฟระหวาง I กับ V
สภาพตานทาน (Resistivity ; ρ ) คือ ปริมาณการวัดของการตอตานการไหล
ของกระแสไฟฟาในวัสดุ คาสภาพตานทานไฟฟาต่ําบงชี้วาวัสดุยินยอมใหประจุ
ไฟฟาเคลื่อนที่ไดงาย หนวย โอหมเมตร (Ωm) หาไดจาก
R =
l
A
ρ
เมื่อ R แทน ความตานทาน (Ω)
l แทน ความยาวของลวด (m)
A แทน พื้นที่หนาตัด (m2)
ความตานทานมาก ความนําไฟฟานอย
ความนําไฟฟา = มีหนวย (โอหม)-1 หรือ ซีเมนส (siemens, S)
สภาพตานทานไฟฟา (ρ) มาก สภาพนําไฟฟา (σ) นอย
สภาพนําไฟฟา = มีหนวย (โอหม.เมตร)-1 หรือ ซีเมนตตอเมตร
1
R
1
ρ
พลังงานศักยไฟฟา
แรงเคลื่อนไฟฟา (Electromotive force ; E) คือ พลังงานไฟฟาของแหลงกําเนิด
ไฟฟาตอหนวยประจุไฟฟาที่เคลื่อนที่ผานแหลงกําเนิดไฟฟา
พลังงานไฟฟาที่ชิ้นสวนตางๆ ในวงจรใชตอหนวยประจุไฟฟา เรียกวา ความตาง
ศักย ( V)∆
W = QE
W = QV
แรงเคลื่อนไฟฟาและความตางศักยมีความสัมพันธกันตามสมการ
หรือ …(14.5)E = IR + Ir E = V + Ir
จากรูป พลังงานไฟฟา (W) หาได
จาก สมการ
และจาก
จะได
…(14.7)
W = QV
Q = It
2
2
W = ItV = I Rt =
V t
R
กําลังไฟฟา ( Electric power ; P ) คือ “พลังงานไฟฟาที่ใชไปในหนึ่งหนวยเวลา” มี
หนวยเปน จูล/วินาที (J/s) หรือ วัตต (W)
จากนิยาม จะไดสมการ
แทน W จากสมการ (14.7)
จะได …(14.8)
W
P =
t
2
2 V
P = IV = I R =
R
การคิดคาไฟฟาจะคิดตาม “พลังงานไฟฟาเปนกิโลวัตต.ชั่วโมง” หรือเรียกวา
“หนวย (Unit)”
1 หนวย = 1 กิโลวัตต x ชั่วโมง
เราสามารถหาพลังงานไฟฟาที่เครื่องใชไฟฟาใชไป ไดดังนี้
พลังงานไฟฟา (หนวย) = กําลังไฟฟา (กิโลวัตต) x เวลาที่ใช (ชั่วโมง)
W (หนวย) = P (กิโลวัตต) x t (ชั่วโมง)
àÃ×èͧ ¡ÃÐáÊä¿¿‡ÒáÅФÇÒÁµ‹Ò§ÈѡÃÐËNjҧ»ÅÒÂ
¢Í§µÑǵŒÒ¹·Ò¹·Õ赋͡ѹẺ͹ءÃÁ
áÅÐẺ¢¹Ò¹
จากรูป สรุปไดวา
1. I รวม = I1 = I2 = … = In
2. Vรวม = V1 + V2 + … +Vn
3.
V
T 1 2 nR = R + R + ... + R
จากรูป สรุปไดวา
1. I รวม = I1 + I2 + … + In
2. Vรวม = V1 = V2 = … =Vn
3.V
T 1 2 n
1 1 1 1
= + + ... +
r r r r
จากรูป สรุปไดวา
1. Eรวม = E1 + E2 + … + En
2. rรวม = r1 + r2 + … + rn
จากรูป สรุปไดวา
1. Eรวม = E1 = E2 = … = En
2.
T 1 2 n
1 1 1 1
= + + ... +
r r r r
Galvanometer
Voltmeter
digital multimeter
Ammeter
analog multimeter
หลักการ
ใชหลักการเบนของเข็มชี้
ขึ้นอยูกับกระแสไฟฟาที่ผาน
ขดลวด
กระแสไฟฟามาก ---> เข็มชี้เบน
มาก
รูป แสดงสวนประกอบของแกลแวนอมิเตอร
แกลแวนอมิเตอรวัดกระแสไฟฟาในชวง 0 - IG
แกลแวนอมิเตอรวัดความตางศักยในชวง 0 - VG
รูป แสดงหลักการสรางแอมมิเตอร
สมการหา ชันต (Shunt)
รูป แสดงหลักการสรางโวลตมิเตอร
สมการหา มัลติพลายเออร (Multiplier)
รูป แสดงหลักการสรางโอหมมิเตอร
หลักการ
ถา Rx มีคามาก ⇒ กระแสใน
วงจรนอยเข็มแกลแวนอมิเตอรเบน
นอย
ถา Rx มีคานอย ⇒ กระแสใน
วงจรมากเข็มแกลแวนอมิเตอรเบน
มาก
digital multimeter analog multimeter
รูป แสดงสวนประกอบในมัลติมิเตอร
รูป แสดงการใชไขควงตรวจสอบไฟฟา
ไฟฟ้ากระแส

ไฟฟ้ากระแส