ชนชาติเกาแกบางกลุมในเอเชียไมเนอร

และดินแดนใกลเคียง
เอเชยไมเนอร หมายถง ดนแดนทอยู นเอเชยตะวนตกเฉยงใต
เอเชียไมเนอร หมายถึง ดินแดนที่อยในเอเชียตะวันตกเฉียงใต
บริเวณที่อยูระหวางทะเลดํากับทะเลเมดิเตอรเรเนียน ในปจจุบันคือ
ดนแดนปาเลสไตน ตุรกี และซเรย ชนชาตทสาคญ ไ แก ฟ ิ ี
ป ไ
ี ี
ิ ี่ ํ ั ได ฟนเชยน
ิ
ฮีบรู และเปอรเซีย
ฟนิเชียน
• ชาวฟนิเชียน (Phoenician) มีชื่อเรียกดั้งเดิมวา ชาวแคนาไนต (Canaanite) อาศัยอยูในบริเวณ
ดินแดนกันอาน (Canaan)
• ในระหวาง 1300 - 1000 ปกอนคริสตศักราช ไดถูกพวกอิสราเอลไลต (Israelite) และ ฟลิสติน
(Philistine) เขารุกรานจนตองสูญเสีียดิินแดนเกือบทังหมด
ื ้
ยกเวน ดินแดนริมฝงทะเลเมดิเตอรเรเนียนทีเ่ รียกวา ฟนิเชีย
• ชาวฟนิเชียนไดสรางเรือใบขนาดใหญใชในการเดินทะเล สรางเมืองทาขนาดใหญหลายแหง เชน
เมืองไทร (Trye)  เมืองไซดอน (Sidon)  เมืองบีบลอส (Byblos)
ฟนิเชียน
• ชาวฟนิเชียนเดินทางผานชองแคบยิบรอลตารเขาสมหาสมทรแอตแลนติกเปนพวกแรก
ชาวฟนเชยนเดนทางผานชองแคบยบรอลตารเขาสู หาสมุทรแอตแลนตกเปนพวกแรก
• พอคาฟนิเชียนไปคาขายกับเกาะอังกฤษและไดนําเอาอารยธรรมตะวันออกไปเผยแพร จัดตั้งอาณานิคม
บนเกาะซิซิลี และชายฝงทางตอนเหนือของแอฟริกา อันไดแก เมืองคารเทจ (Carthage)

• 750 ปกอนคริสตศักราช พวกอัสซีเรียนไดเขายึดครองดินแดนของฟนิเชียนไดเกือบทังหมด

้
ยกเวน เมืองคารเทจ แตตอมาก็ถูกชาวโรมันทําลาย
• ฟนิเชียนไดดดแปลงอักษรไฮแรติก (hieratic) ของอียปต และ อักษรลิ่มหรือคูนิฟอรมของชาวสุเมเรียน
ั
ิ
ํ
มาเปนอักษรแอลฟาเบต (alphabet) ในภายหลังชาวกรีกไดนามาปรับปรุง โดยมีการเพิ่มสระ
ฮบรู
ฮีบร
• พวกฮีบรู (Hebrew) หรือยิว (Jew) เปนชนเผาเซมิติกที่เดินทางเรรอนใน

ทะเลทราย ไดอพยพเขาไปอยในอียปต และถกจับเปนทาส
ไดอพยพเขาไปอยู นอยปต และถูกจบเปนทาส
ิ
• โมเสส (Moses) ผูนําคนสําคัญไดปลดแอกชาวฮีบรูจากการเปนทาสของ
อียปต และพาชาวฮีบรูทงหมดอพยพไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนแหงคํามั่น
ิ
ั้
สััญญา (Promised Land)  อันไดแก ดินแดนปาเลสไตน (Palestine) 
ั ไ 
ิ
ป ไ
หรือกันอาน (Canaan) 
• ตอมาไดสถาปนาเปนอาณาจักร มีนครหลวงอยูที่เยรูซาเลม และ ขยายเปน
ู ู
จักรวรรดิอสราเอล แตก็เกิดการแตกแยกออกเปน 2 สวน คือ อาณาจักร
ิ
อิสราเอลทางตอนเหนือ และ ยูดาหทางใต
ฮบรู
ฮีบร
• อาณาจักรอิิสราเอลทางตอนเหนืือถูกทําลายโดยพวกอัสซีีเรีียน
โ
• ยูดาหตกเปนเมืองขึ้นของอาณาจักรบาบิโลเนียใหมของพระเจาเนบูคัดเนซซาร ซึ่งเปนที่รูจักกัน
ในนามวา การคุมขงแหงบาบโลเนย (Th B b l i C ti it )
ใ

ั  ิโ ี (The Babylonian Captivity) 
• ตอมาพวกฮีบรูก็ตกอยูใตการปกครองของเปอรเซีย กรีก และโรมัน แตใน ค.ศ.70 พวกฮีบรูเปน
กบฏตอโรมน และดนแดนปาเลสไตนไดถูกทหารโรมันเขาทําลาย ชาวฮบรูจงกลายเปนชนเผา
กบฏตอโรมัน และดินแดนปาเลสไตนไดถกทหารโรมนเขาทาลาย ชาวฮีบรจึงกลายเปนชนเผา
เรรอน จนเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สินสุด จึงจัดตั้งประเทศอิสราเอลของชาวฮีบรูขึ้นเปนประเทศ
้
อิสระ
• มรดกสําคัญ คือ ศาสนายูดาห หรือ ศาสนายิว (Judaism) เนนการบูชาพระเจาองคเดียว ซึงไดแก
่
พระเยโฮวาห ความผูกพันระหวางพระเยโฮวาหและชาวฮีบรูไดรับการบันทึกไวในคัมภีรเกา
เปอรเซีย
• พวกเปอรเซียเปนเชื้อสายอินโด-ยูโรเปยน เดิมอยูบริเวณ

เหนือทะเลดํา ไดอพยพมายัง ที่ราบสูงอิหราน พระเจา
ไซรัสมหาราช (Cyrus the Great) เปนผูสถาปนาจักรวรรดิ
เปอรเซียขึ้น และไดยึดครองอาณาจักรคาลเดียและอาณาจักร
ลิเดีย
• พระราชโอรสของพระเจาไซรัสมหาราช คือ พระเจาแคมบี
ซีส (Cambyses) ไดขยายอํานาจไปปกครองฟนิเชีย เกาะ
ไซปรั
ไ ป ัส และตีีไดอียิปต

• ในสมัยพระเจาดาริอัสมหาราช (Darius the Great) มีการ
สรางถนนไปยังเมืองตางๆ ถนนสายสํําคััญสรางจากเมือง
ไป ั ื 

ื
อีเฟซัส (Ephesus) ในเอเชียไมเนอรไปยังเมืองซูซา (Susa)
ทางตะวนออกของแมนาไทกรส
ั
 ้ํ ไ ิส
เปอรเซีย
• ดานศาสนา นับถือศาสนาโซโรอัสเตอร (Zoroaster)
• ศาสนาโซโรอัสเตอร สอนวาโลกนี้มีท้งฝายดีและฝายชั่วที่ตอสูเอาชนะกันตลอด
ั
เวลา เทพฝายความดีชื่อวา อหุระมาซดะ(Ahura Mazda) มีไฟเปนเครื่องหมาย
มารฝายความชั่วชื่อวา อังคระไมนยุ (Angra Mainyu) มีความมืดเปนเครื่องหมาย
ปจจุบันเรียกชื่อศาสนานี้ใหมวา ศาสนาปารซี (Parsi)
• จักรวรรดิเปอรเซียคอยๆลดอํานาจลง ในที่สุดก็ถูกพระเจาอะเล็กซานเดอรมหาราช
(Alexander the Great) แหงมาซิโดเนียเขายึดครอง
อารยธรรมกรีก
ปจจยทางภูมศาสตรกับการตั้งถิ่นฐาน
ปจจัยทางภมิศาสตรกบการตงถนฐาน
• ดินแดนของชาวกรีกในทวีปยโรปแบงได 3 สวน คอ
ดนแดนของชาวกรกในทวปยุโรปแบงได สวน คือ
1. ภาคเหนือ ไดแก แควนมาซิโดเนีย (Macedonia) เทสซาลี (Thessaly) และอิไพรัส
(Epirus)
2. ภาคกลาง ไดแก บริเวณเนินเขาสูง เปนที่ตั้งของนครทีบส (Thebes) นครเดลฟ
(Delphi) ชองเขาเทอรมอปเล (Thermopylae) และยอดเขาพารแนสซัส (Parnassue) ตรง
ปลายสุดของดานตะวนออก คือ แควนแอตติกะ Attica) ซงมเมองหลวงคอ เอเธนส
ปลายสดของดานตะวันออก คอ แควนแอตตกะ (Atti ) ซึ่งมีเมืองหลวงคือ เอเธนส
(Athens)
3. บริเวณคาบสมุทรเพโลพอนนีซัส (Peloponnesus) อยูตอนใตอาวคอรินท เปนที่ตั้ง
ุ
p
ู
ของนครรัฐสปารตา (Sparta) และโอลิมเปย (Olympia)
• หมเกาะในทะเลอีเจียนที่สําคัญ คือ เกาะครีต (Crete) ซึ่งเปนเกาะใหญอันดับ 1 และมี
หมู กาะในทะเลอเจยนทสาคญ คอ เกาะครต Crete) ซงเปนเกาะใหญอนดบ 1 และม
ความสําคัญในฐานะเปนตนกําเนิดอารยธรรมกรีก
อารยธรรมกรีกสมัยกอนประวัติศาสตร
• พบเครืื่องใชทําดวยหิน สิ่งกอสรางบางแหงมีลักษณะคลายปอมปราการ

สันนิษฐานวาอาจมีการจัดระเบียบการปกครองในชุมชนแลว
อารยธรรมกรีกสมัยประวัติศาสตร
1. อารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization) 
ไ
- เกิดขึ้นบนเกาะครีต ชาวครีตหรือชาวครีตันเปนชนพื้นเมืองของเกาะ
- ใชตัวอักษรที่เปนอักษรภาพและตัวอักษรที่เปนเสนตรง
- กษัตริยที่มีอํานาจมากที่สด คือ พระเจามนอส (Minos)
กษตรยทมอานาจมากทสุ คอ พระเจามินอส Minos) 
- เรียกชวงสมัยนี้วา สมัยวัง (Palace Period) เนื่องจากชาวครีตันสราง
พระราชวงขนาดมโหฬาร พระราชวงทสาคญคอ พระราชวงนอสซส Knossos))
พระราชวังขนาดมโหฬาร พระราชวังที่สําคัญคือ พระราชวังนอสซัส (K
- อารยธรรมไมนวนถึงจุดสิ้นสุด เมื่อถูกพวกไมซีเนียนจากผืนแผนดินใหญ
รุกราน
อารยธรรมกรีกสมัยประวัติศาสตร
2. อารยธรรมไมซีีเน (Mycenae Civilization)
ไ

เปนอารยธรรมของพวกไมซีี
ป
ไ
เนียน (Mycenaean) มีศนยกลางอยูที่เมืองไมซีเนบนคาบสมุทรเพโลพอนนีซัส
ู
- บรรพบุรุษของชาวไมซีีเนีียน คือ พวกเอเคีียน (Achaean)
ไ
ื
- พวกเอเคียนโจมตี และเขาครอบครองเกาะครีต ตอมาจึงไดสรางเมือง
ไมซี
ไ ีเนขึึ้น
- อารยธรรมสําคัญ คือ ตัวอักษรไมซีเนียนซึ่งเปนรากฐานของตัวอักษร
กรีีก การสรางถนน สะพาน และรูจักทําทอสงนํ้ําแบบประปา
ํ 
ป ป
- ดานความเชื่อทางศาสนา นับถือเทพเจาหลายองครวมทั้งเทพเจาซูส
(Zeus)
- อารยธรรมไมซีเนสิ้นสุดลงเพราะถูกพวกดอเรียน (Dorian) รุกราน
นครรัฐของกรีก
• ลักษณะภูมิประเทศของกรีซทําใหเกิดการแบงออกเปนนครรัฐ (city‐state) ซึ่งชาว
กรกนยมเรยกวา โพลิส
กรีกนิยมเรียกวา โพลส (polis)
• ยุคคลาสสิก (Classical Age) ทุกนครรัฐมีอํานาจเปนอิสระและมีระบอบการปกครอง
ทแตกตางกน แตใน ปกอนครสตศกราช กษัตริยไดสญเสียอํานาจทั้งหมด
ที่แตกตางกัน แตใน 700 ปกอนคริสตศักราช กษตรยไดสูญเสยอานาจทงหมด
ใหแกพวกขุนนาง แตในเวลาตอมานครรัฐตางๆ หันมาปกครองดวยระบอบ
ประชาธิปไตย นับวาเปนมรดกทางอารยธรรมที่สําคัญประการหนึ่งที่ถายทอด
ใหแกโลกตะวันตก จนเกิดการพัฒนากลายเปนระบอบประชาธิปไตยในปจจุบัน
นครรัฐของกรีก
• ประมาณ 500 ปกอนคริสตศักราช เอเธนสและนคร
รฐกรกอนๆ กผนกกาลงกนเพอทาสงครามปองกน
รัฐกรีกอื่นๆ ก็ผนึกกําลังกันเพื่อทําสงครามปองกัน
การรุกรานจากเปอรเซียร ผลของสงครามเอเธนส
เปนฝายชนะ
• เอเธนสไดจัดตั้งสมาพัันธรััฐแหงหมูเกาะเดลอส ขึึ้น
ั

ที่เกาะเดลอส (Delos) ตอมาสมาพันธรัฐไดยาย
ศูนยกลางไปอยูที่เอเธนส เรียกวา ยุคทองของ
ั่ ั่

เอเธนส ความมงคงของเอเธนสไดนําเขาสูสงคราม
ไ

เพโลพอนนีเซียน (Peloponnesian War) สงคราม
ระหวางเอเธนสกับสปารตา
• สงครามเพโลพอนนีีเซีียนไดนําความเสืื่อมเขาสู
โ
ไ
นครรัฐกรีก และเปดโอกาสใหมาซิโดเนีย
(Macedonia) ขยายอํานาจเขามาครอบครองนครรัฐ
กรีีก ใ ัยพระเจาอะเล็็กซานเดอรมหาราช
ในสมั
(Alexander the Great) เรียกกันวา ยุคเฮลเลนิสติก
(Hellenistic Age)
มรดกของอารยธรรมกรีก
1. สถาปตยกรรม เชน วิหารสําหรับเทพเจา นิยมสรางบนเนินดินหรือภูเขาเล็ก
ซึ่งมีชื่อเรียกวา อะครอโพลิส (Acropolis)
ลกษณะของเสากรกม
ลักษณะของเสากรีกมี 3 แบบ คือ
คอ
- แบบดอริก (Doric order) : วิหารพารเธนอน
- แบบไอออนิก (Ionic order) : วิหารอีเรกเธอัม (Erectheum) ที่เอเธนส
- แบบคอรินเธียน (Corinthian order) : ปรากฏมากในยุุคเฮลเลนิสติก
)
ฏ
มรดกของอารยธรรมกรีก
2. ประตมากรรม
2 ประติมากรรม

- ระยะแรกไดรับอิทธิพลจากอียิปตซึ่งมี
ลักษณะหนาตรงแข็งทื่อ
- สมัยคลาสสิก สรางงานประติมากรรมภาพ
เปลือย และสามารถแกะสลักหินออนเปนเสื้อผา
ที่ดูพลิ้ว
- สมัยเฮลเลนิสติก ศิลปนจะสรางงาน
ประติิ
ป มากรรมจากสภาพที่เี ปนจริิงหรืือสิิ่งทีี่ตน
เห็นไมสวยตามแบบอุดมคติ
- ในยคหลังของกรีกมักแสดงใหเห็นถึง
ในยุคหลงของกรกมกแสดงใหเหนถง
ความทุกขยาก ความทรมาน ความเจ็บปวด
มรดกของอารยธรรมกรีก
3. จิตรกรรม

- ระยะแรกนิยมใชสีแดงเปนพื้นและวาดรูปคนเปนสีดํา เรียกวา แจกัน
ลวดลายคนสีดํา (Black Figure Vase) 
- ยุคคลาสสิค รูปวาดและสีพื้นจะสลับสีกัน มีชื่อวา แจกันลวดลายคนสีแดง
(Red Figure Vase)

- ยุคเฮลเลนิสติก ในการวาดภาพประดับฝาผนังขนาดใหญใชหินหรือ
กระเบื้องสีมาประดับ เรียกวา โมเสก (mosaic) 
มรดกของอารยธรรมกรีก
4. นาฏกรรม

- ยคคลาสสิก การละครของกรีกมีความเกี่ยวของกับเทศกาลบวงสรวงและเฉลิมฉลองใหกับเทพเจาไดโอ
ยุคคลาสสก การละครของกรกมความเกยวของกบเทศกาลบวงสรวงและเฉลมฉลองใหกบเทพเจาไดโอ
นิซัส (Dionysus) 
- ในที่สุดพัฒนาเปนละครประเภทโศกนาฏกรรม (tragedy) และสุขนาฏกรรม (comedy) 
- ก รแสดงน ฏกรรมข งกรีกใชนักแสดงช ยทั้ง มด
การแสดงนาฏกรรมของกรกใชนกแสดงชายทงหมด
5. วรรณกรรม

- มหากาพยอีเลียด และ โอดิสซีย ของมหากวีโฮเมอร ถือกันวาเปนแมแบบของวรรณกรรม
- งานประพันธดังกลาวถือเปนการเริ่มตนของวิชาปรัชญาและประวัติศาสตร เชน
อุตมรัฐ ของเพลโต (Plato)
จริยศาสตร ของอริสโตเติล (Aristotle) 
ประวัติศาสตร ของเฮโรโดตัส (Herodotus)  
ประวัติศาสตรสงครามเพโลพอนนีเซียน ของทูซดิดีส (Thucydides) 
ิ
มรดกของอารยธรรมกรีก
6.

7.

คณิตศาสตร
- ปทาโกรัส เปนผูคดทฤษฎีหลักสําคัญในเรขาคณิต
ิ
- ยูคลิดแหงอะเล็กซานเดรีย เปนผูเ ขียนหนังสือชุด
Elements เนื้อหาสวนใหญกลาวถึงเรขาคณิตระนาบและ
เนอหาสวนใหญกลาวถงเรขาคณตระนาบและ
สัดสวน

ฟสิกส
- อารคิมีดีสแหงเซียราคิวส (Archimedes) 
เปนผูคิดระหัดวิดน้ําแบบเกลียวลูกรอกชุด
ตงกฏของคานดดคานงด และพบปรมาตร
ตั้งกฏของคานดีดคานงัด และพบปริมาตร
ของวัตถุโดยการแทนทีน้ํา
่
มรดกของอารยธรรมกรีก
8.
8 การแพทย

- ฮิปโปคราตีส ไดรบการยกยองเปน "บิดาแหงการแพทย"
ั
- เฮโรฟลัสแหงแคลซีดอน เปนคนแรกที่ตัดชิ้นสวนของมนุษย
เพื่อศึกษา และพบวาสมองเปนศูนยกลางของระบบประสาท ไดรับ
การยกยองเปน "บิดาแหงกายวิภาคศาสตร"

9. ภูมิศาสตร

- เอราทอสทินีส สามารถคํานวณเสนรอบโลกได
จัดทําโดย
นางสาว ณัฐวิภา พชรวโรทัย ม.6.5 เลขที่ 11
นางสาว ธััญชนก ตััณฑสุเทพ ม.6.5 เลขทีี่ 40

เอเชียไมเนอร์

  • 1.
  • 2.
    เอเชยไมเนอร หมายถง ดนแดนทอยูนเอเชยตะวนตกเฉยงใต เอเชียไมเนอร หมายถึง ดินแดนที่อยในเอเชียตะวันตกเฉียงใต บริเวณที่อยูระหวางทะเลดํากับทะเลเมดิเตอรเรเนียน ในปจจุบันคือ ดนแดนปาเลสไตน ตุรกี และซเรย ชนชาตทสาคญ ไ แก ฟ ิ ี ป ไ ี ี ิ ี่ ํ ั ได ฟนเชยน ิ ฮีบรู และเปอรเซีย
  • 3.
    ฟนิเชียน • ชาวฟนิเชียน (Phoenician)มีชื่อเรียกดั้งเดิมวา ชาวแคนาไนต (Canaanite) อาศัยอยูในบริเวณ ดินแดนกันอาน (Canaan) • ในระหวาง 1300 - 1000 ปกอนคริสตศักราช ไดถูกพวกอิสราเอลไลต (Israelite) และ ฟลิสติน (Philistine) เขารุกรานจนตองสูญเสีียดิินแดนเกือบทังหมด ื ้ ยกเวน ดินแดนริมฝงทะเลเมดิเตอรเรเนียนทีเ่ รียกวา ฟนิเชีย • ชาวฟนิเชียนไดสรางเรือใบขนาดใหญใชในการเดินทะเล สรางเมืองทาขนาดใหญหลายแหง เชน เมืองไทร (Trye)  เมืองไซดอน (Sidon)  เมืองบีบลอส (Byblos)
  • 4.
    ฟนิเชียน • ชาวฟนิเชียนเดินทางผานชองแคบยิบรอลตารเขาสมหาสมทรแอตแลนติกเปนพวกแรก ชาวฟนเชยนเดนทางผานชองแคบยบรอลตารเขาสู หาสมุทรแอตแลนตกเปนพวกแรก •พอคาฟนิเชียนไปคาขายกับเกาะอังกฤษและไดนําเอาอารยธรรมตะวันออกไปเผยแพร จัดตั้งอาณานิคม บนเกาะซิซิลี และชายฝงทางตอนเหนือของแอฟริกา อันไดแก เมืองคารเทจ (Carthage)  • 750 ปกอนคริสตศักราช พวกอัสซีเรียนไดเขายึดครองดินแดนของฟนิเชียนไดเกือบทังหมด  ้ ยกเวน เมืองคารเทจ แตตอมาก็ถูกชาวโรมันทําลาย • ฟนิเชียนไดดดแปลงอักษรไฮแรติก (hieratic) ของอียปต และ อักษรลิ่มหรือคูนิฟอรมของชาวสุเมเรียน ั ิ ํ มาเปนอักษรแอลฟาเบต (alphabet) ในภายหลังชาวกรีกไดนามาปรับปรุง โดยมีการเพิ่มสระ
  • 5.
    ฮบรู ฮีบร • พวกฮีบรู (Hebrew) หรือยิว(Jew) เปนชนเผาเซมิติกที่เดินทางเรรอนใน  ทะเลทราย ไดอพยพเขาไปอยในอียปต และถกจับเปนทาส ไดอพยพเขาไปอยู นอยปต และถูกจบเปนทาส ิ • โมเสส (Moses) ผูนําคนสําคัญไดปลดแอกชาวฮีบรูจากการเปนทาสของ อียปต และพาชาวฮีบรูทงหมดอพยพไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนแหงคํามั่น ิ ั้ สััญญา (Promised Land)  อันไดแก ดินแดนปาเลสไตน (Palestine)  ั ไ  ิ ป ไ หรือกันอาน (Canaan)  • ตอมาไดสถาปนาเปนอาณาจักร มีนครหลวงอยูที่เยรูซาเลม และ ขยายเปน ู ู จักรวรรดิอสราเอล แตก็เกิดการแตกแยกออกเปน 2 สวน คือ อาณาจักร ิ อิสราเอลทางตอนเหนือ และ ยูดาหทางใต
  • 6.
    ฮบรู ฮีบร • อาณาจักรอิิสราเอลทางตอนเหนืือถูกทําลายโดยพวกอัสซีีเรีียน โ • ยูดาหตกเปนเมืองขึ้นของอาณาจักรบาบิโลเนียใหมของพระเจาเนบูคัดเนซซารซึ่งเปนที่รูจักกัน ในนามวา การคุมขงแหงบาบโลเนย (Th B b l i C ti it ) ใ  ั  ิโ ี (The Babylonian Captivity)  • ตอมาพวกฮีบรูก็ตกอยูใตการปกครองของเปอรเซีย กรีก และโรมัน แตใน ค.ศ.70 พวกฮีบรูเปน กบฏตอโรมน และดนแดนปาเลสไตนไดถูกทหารโรมันเขาทําลาย ชาวฮบรูจงกลายเปนชนเผา กบฏตอโรมัน และดินแดนปาเลสไตนไดถกทหารโรมนเขาทาลาย ชาวฮีบรจึงกลายเปนชนเผา เรรอน จนเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สินสุด จึงจัดตั้งประเทศอิสราเอลของชาวฮีบรูขึ้นเปนประเทศ ้ อิสระ • มรดกสําคัญ คือ ศาสนายูดาห หรือ ศาสนายิว (Judaism) เนนการบูชาพระเจาองคเดียว ซึงไดแก ่ พระเยโฮวาห ความผูกพันระหวางพระเยโฮวาหและชาวฮีบรูไดรับการบันทึกไวในคัมภีรเกา
  • 7.
    เปอรเซีย • พวกเปอรเซียเปนเชื้อสายอินโด-ยูโรเปยน เดิมอยูบริเวณ  เหนือทะเลดําไดอพยพมายัง ที่ราบสูงอิหราน พระเจา ไซรัสมหาราช (Cyrus the Great) เปนผูสถาปนาจักรวรรดิ เปอรเซียขึ้น และไดยึดครองอาณาจักรคาลเดียและอาณาจักร ลิเดีย • พระราชโอรสของพระเจาไซรัสมหาราช คือ พระเจาแคมบี ซีส (Cambyses) ไดขยายอํานาจไปปกครองฟนิเชีย เกาะ ไซปรั ไ ป ัส และตีีไดอียิปต  • ในสมัยพระเจาดาริอัสมหาราช (Darius the Great) มีการ สรางถนนไปยังเมืองตางๆ ถนนสายสํําคััญสรางจากเมือง ไป ั ื   ื อีเฟซัส (Ephesus) ในเอเชียไมเนอรไปยังเมืองซูซา (Susa) ทางตะวนออกของแมนาไทกรส ั  ้ํ ไ ิส
  • 8.
    เปอรเซีย • ดานศาสนา นับถือศาสนาโซโรอัสเตอร(Zoroaster) • ศาสนาโซโรอัสเตอร สอนวาโลกนี้มีท้งฝายดีและฝายชั่วที่ตอสูเอาชนะกันตลอด ั เวลา เทพฝายความดีชื่อวา อหุระมาซดะ(Ahura Mazda) มีไฟเปนเครื่องหมาย มารฝายความชั่วชื่อวา อังคระไมนยุ (Angra Mainyu) มีความมืดเปนเครื่องหมาย ปจจุบันเรียกชื่อศาสนานี้ใหมวา ศาสนาปารซี (Parsi) • จักรวรรดิเปอรเซียคอยๆลดอํานาจลง ในที่สุดก็ถูกพระเจาอะเล็กซานเดอรมหาราช (Alexander the Great) แหงมาซิโดเนียเขายึดครอง
  • 9.
  • 10.
    ปจจยทางภูมศาสตรกับการตั้งถิ่นฐาน ปจจัยทางภมิศาสตรกบการตงถนฐาน • ดินแดนของชาวกรีกในทวีปยโรปแบงได 3สวน คอ ดนแดนของชาวกรกในทวปยุโรปแบงได สวน คือ 1. ภาคเหนือ ไดแก แควนมาซิโดเนีย (Macedonia) เทสซาลี (Thessaly) และอิไพรัส (Epirus) 2. ภาคกลาง ไดแก บริเวณเนินเขาสูง เปนที่ตั้งของนครทีบส (Thebes) นครเดลฟ (Delphi) ชองเขาเทอรมอปเล (Thermopylae) และยอดเขาพารแนสซัส (Parnassue) ตรง ปลายสุดของดานตะวนออก คือ แควนแอตติกะ Attica) ซงมเมองหลวงคอ เอเธนส ปลายสดของดานตะวันออก คอ แควนแอตตกะ (Atti ) ซึ่งมีเมืองหลวงคือ เอเธนส (Athens) 3. บริเวณคาบสมุทรเพโลพอนนีซัส (Peloponnesus) อยูตอนใตอาวคอรินท เปนที่ตั้ง ุ p ู ของนครรัฐสปารตา (Sparta) และโอลิมเปย (Olympia) • หมเกาะในทะเลอีเจียนที่สําคัญ คือ เกาะครีต (Crete) ซึ่งเปนเกาะใหญอันดับ 1 และมี หมู กาะในทะเลอเจยนทสาคญ คอ เกาะครต Crete) ซงเปนเกาะใหญอนดบ 1 และม ความสําคัญในฐานะเปนตนกําเนิดอารยธรรมกรีก
  • 11.
  • 12.
    อารยธรรมกรีกสมัยประวัติศาสตร 1. อารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization)  ไ -เกิดขึ้นบนเกาะครีต ชาวครีตหรือชาวครีตันเปนชนพื้นเมืองของเกาะ - ใชตัวอักษรที่เปนอักษรภาพและตัวอักษรที่เปนเสนตรง - กษัตริยที่มีอํานาจมากที่สด คือ พระเจามนอส (Minos) กษตรยทมอานาจมากทสุ คอ พระเจามินอส Minos)  - เรียกชวงสมัยนี้วา สมัยวัง (Palace Period) เนื่องจากชาวครีตันสราง พระราชวงขนาดมโหฬาร พระราชวงทสาคญคอ พระราชวงนอสซส Knossos)) พระราชวังขนาดมโหฬาร พระราชวังที่สําคัญคือ พระราชวังนอสซัส (K - อารยธรรมไมนวนถึงจุดสิ้นสุด เมื่อถูกพวกไมซีเนียนจากผืนแผนดินใหญ รุกราน
  • 13.
    อารยธรรมกรีกสมัยประวัติศาสตร 2. อารยธรรมไมซีีเน (Mycenae Civilization) ไ เปนอารยธรรมของพวกไมซีี ป ไ เนียน(Mycenaean) มีศนยกลางอยูที่เมืองไมซีเนบนคาบสมุทรเพโลพอนนีซัส ู - บรรพบุรุษของชาวไมซีีเนีียน คือ พวกเอเคีียน (Achaean) ไ ื - พวกเอเคียนโจมตี และเขาครอบครองเกาะครีต ตอมาจึงไดสรางเมือง ไมซี ไ ีเนขึึ้น - อารยธรรมสําคัญ คือ ตัวอักษรไมซีเนียนซึ่งเปนรากฐานของตัวอักษร กรีีก การสรางถนน สะพาน และรูจักทําทอสงนํ้ําแบบประปา ํ  ป ป - ดานความเชื่อทางศาสนา นับถือเทพเจาหลายองครวมทั้งเทพเจาซูส (Zeus) - อารยธรรมไมซีเนสิ้นสุดลงเพราะถูกพวกดอเรียน (Dorian) รุกราน
  • 14.
    นครรัฐของกรีก • ลักษณะภูมิประเทศของกรีซทําใหเกิดการแบงออกเปนนครรัฐ (city‐state) ซึ่งชาว กรกนยมเรยกวาโพลิส กรีกนิยมเรียกวา โพลส (polis) • ยุคคลาสสิก (Classical Age) ทุกนครรัฐมีอํานาจเปนอิสระและมีระบอบการปกครอง ทแตกตางกน แตใน ปกอนครสตศกราช กษัตริยไดสญเสียอํานาจทั้งหมด ที่แตกตางกัน แตใน 700 ปกอนคริสตศักราช กษตรยไดสูญเสยอานาจทงหมด ใหแกพวกขุนนาง แตในเวลาตอมานครรัฐตางๆ หันมาปกครองดวยระบอบ ประชาธิปไตย นับวาเปนมรดกทางอารยธรรมที่สําคัญประการหนึ่งที่ถายทอด ใหแกโลกตะวันตก จนเกิดการพัฒนากลายเปนระบอบประชาธิปไตยในปจจุบัน
  • 15.
    นครรัฐของกรีก • ประมาณ 500ปกอนคริสตศักราช เอเธนสและนคร รฐกรกอนๆ กผนกกาลงกนเพอทาสงครามปองกน รัฐกรีกอื่นๆ ก็ผนึกกําลังกันเพื่อทําสงครามปองกัน การรุกรานจากเปอรเซียร ผลของสงครามเอเธนส เปนฝายชนะ • เอเธนสไดจัดตั้งสมาพัันธรััฐแหงหมูเกาะเดลอส ขึึ้น ั  ที่เกาะเดลอส (Delos) ตอมาสมาพันธรัฐไดยาย ศูนยกลางไปอยูที่เอเธนส เรียกวา ยุคทองของ ั่ ั่  เอเธนส ความมงคงของเอเธนสไดนําเขาสูสงคราม ไ  เพโลพอนนีเซียน (Peloponnesian War) สงคราม ระหวางเอเธนสกับสปารตา • สงครามเพโลพอนนีีเซีียนไดนําความเสืื่อมเขาสู โ ไ นครรัฐกรีก และเปดโอกาสใหมาซิโดเนีย (Macedonia) ขยายอํานาจเขามาครอบครองนครรัฐ กรีีก ใ ัยพระเจาอะเล็็กซานเดอรมหาราช ในสมั (Alexander the Great) เรียกกันวา ยุคเฮลเลนิสติก (Hellenistic Age)
  • 16.
    มรดกของอารยธรรมกรีก 1. สถาปตยกรรม เชนวิหารสําหรับเทพเจา นิยมสรางบนเนินดินหรือภูเขาเล็ก ซึ่งมีชื่อเรียกวา อะครอโพลิส (Acropolis) ลกษณะของเสากรกม ลักษณะของเสากรีกมี 3 แบบ คือ คอ - แบบดอริก (Doric order) : วิหารพารเธนอน - แบบไอออนิก (Ionic order) : วิหารอีเรกเธอัม (Erectheum) ที่เอเธนส - แบบคอรินเธียน (Corinthian order) : ปรากฏมากในยุุคเฮลเลนิสติก ) ฏ
  • 17.
    มรดกของอารยธรรมกรีก 2. ประตมากรรม 2 ประติมากรรม -ระยะแรกไดรับอิทธิพลจากอียิปตซึ่งมี ลักษณะหนาตรงแข็งทื่อ - สมัยคลาสสิก สรางงานประติมากรรมภาพ เปลือย และสามารถแกะสลักหินออนเปนเสื้อผา ที่ดูพลิ้ว - สมัยเฮลเลนิสติก ศิลปนจะสรางงาน ประติิ ป มากรรมจากสภาพที่เี ปนจริิงหรืือสิิ่งทีี่ตน เห็นไมสวยตามแบบอุดมคติ - ในยคหลังของกรีกมักแสดงใหเห็นถึง ในยุคหลงของกรกมกแสดงใหเหนถง ความทุกขยาก ความทรมาน ความเจ็บปวด
  • 18.
    มรดกของอารยธรรมกรีก 3. จิตรกรรม - ระยะแรกนิยมใชสีแดงเปนพื้นและวาดรูปคนเปนสีดํา เรียกวาแจกัน ลวดลายคนสีดํา (Black Figure Vase)  - ยุคคลาสสิค รูปวาดและสีพื้นจะสลับสีกัน มีชื่อวา แจกันลวดลายคนสีแดง (Red Figure Vase) - ยุคเฮลเลนิสติก ในการวาดภาพประดับฝาผนังขนาดใหญใชหินหรือ กระเบื้องสีมาประดับ เรียกวา โมเสก (mosaic) 
  • 19.
    มรดกของอารยธรรมกรีก 4. นาฏกรรม - ยคคลาสสิกการละครของกรีกมีความเกี่ยวของกับเทศกาลบวงสรวงและเฉลิมฉลองใหกับเทพเจาไดโอ ยุคคลาสสก การละครของกรกมความเกยวของกบเทศกาลบวงสรวงและเฉลมฉลองใหกบเทพเจาไดโอ นิซัส (Dionysus)  - ในที่สุดพัฒนาเปนละครประเภทโศกนาฏกรรม (tragedy) และสุขนาฏกรรม (comedy)  - ก รแสดงน ฏกรรมข งกรีกใชนักแสดงช ยทั้ง มด การแสดงนาฏกรรมของกรกใชนกแสดงชายทงหมด 5. วรรณกรรม - มหากาพยอีเลียด และ โอดิสซีย ของมหากวีโฮเมอร ถือกันวาเปนแมแบบของวรรณกรรม - งานประพันธดังกลาวถือเปนการเริ่มตนของวิชาปรัชญาและประวัติศาสตร เชน อุตมรัฐ ของเพลโต (Plato) จริยศาสตร ของอริสโตเติล (Aristotle)  ประวัติศาสตร ของเฮโรโดตัส (Herodotus)   ประวัติศาสตรสงครามเพโลพอนนีเซียน ของทูซดิดีส (Thucydides)  ิ
  • 20.
    มรดกของอารยธรรมกรีก 6. 7. คณิตศาสตร - ปทาโกรัส เปนผูคดทฤษฎีหลักสําคัญในเรขาคณิต ิ -ยูคลิดแหงอะเล็กซานเดรีย เปนผูเ ขียนหนังสือชุด Elements เนื้อหาสวนใหญกลาวถึงเรขาคณิตระนาบและ เนอหาสวนใหญกลาวถงเรขาคณตระนาบและ สัดสวน ฟสิกส - อารคิมีดีสแหงเซียราคิวส (Archimedes)  เปนผูคิดระหัดวิดน้ําแบบเกลียวลูกรอกชุด ตงกฏของคานดดคานงด และพบปรมาตร ตั้งกฏของคานดีดคานงัด และพบปริมาตร ของวัตถุโดยการแทนทีน้ํา ่
  • 21.
    มรดกของอารยธรรมกรีก 8. 8 การแพทย - ฮิปโปคราตีสไดรบการยกยองเปน "บิดาแหงการแพทย" ั - เฮโรฟลัสแหงแคลซีดอน เปนคนแรกที่ตัดชิ้นสวนของมนุษย เพื่อศึกษา และพบวาสมองเปนศูนยกลางของระบบประสาท ไดรับ การยกยองเปน "บิดาแหงกายวิภาคศาสตร" 9. ภูมิศาสตร - เอราทอสทินีส สามารถคํานวณเสนรอบโลกได
  • 22.
    จัดทําโดย นางสาว ณัฐวิภา พชรวโรทัยม.6.5 เลขที่ 11 นางสาว ธััญชนก ตััณฑสุเทพ ม.6.5 เลขทีี่ 40