More Related Content
PDF
PDF
PPTX
PDF
PPTX
PDF
PDF
PPTX
What's hot
PPTX
เอเชียไมเนอร์และกรีก 6.7 21-22 PPTX
PDF
Unit3 เหตุการณ์สำคัญในสมัยกลางถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 PPTX
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
ความแตกต่างของวัฒนธรรมและประเพณี4ภาค PDF
PDF
(M5) แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี DOC
PDF
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง PPTX
PPTX
PDF
Similar to เอเชียไมเนอร์
PDF
PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
3.1 3.3 เมโส-ไนล์-เอเชียไมเนอร์ PDF
PPT
อารยธรรมตะวันตกกรีกโรมัน(อัพเดท2557) PPTX
จุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ (Oh! History Begin) PDF
ต้นกำเนิดอารยธรรมสมัยเมโสโปเตเมีย PPTX
PPT
ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก PDF
PPTX
PDF
ประวัติศาสตร์สากล(อารยธรรมลุ่มแม่น้ำ) PDF
Unit2 การสร้างสรรค์อารยธรรม PPTX
เลขที่1,19 ม.6.7 เรื่องอารยธรรมตะวันตกสมัยโบราณ PPTX
การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและเหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง PPT
อารยธรรมเมโสโปเตเมียและอียิปต์ PPT
อารยธรรมเมโสโปเตเมียและอียิปต์ More from Pannaray Kaewmarueang
PDF
ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศยุโรป PDF
PDF
การประสานประโยชน์ระหว่างประเทศ PDF
PDF
ยุคภูมิธรรมและแนวคิดประชาธิปไตย,ศิลปะสมัยใหม่ PDF
PDF
POT
เหตุการณ์สำคัญในยุโปสมัยกลาง PDF
การขยายอิทธิพลของชาติตะวันตก PDF
PDF
PDF
PDF
เหตุการณ์สำคัญของโลกในคริสต์ศตวรรษที่21 PDF
PDF
เอเชียไมเนอร์
- 1.
- 2.
เอเชยไมเนอร หมายถง ดนแดนทอยูนเอเชยตะวนตกเฉยงใต
เอเชียไมเนอร หมายถึง ดินแดนที่อยในเอเชียตะวันตกเฉียงใต
บริเวณที่อยูระหวางทะเลดํากับทะเลเมดิเตอรเรเนียน ในปจจุบันคือ
ดนแดนปาเลสไตน ตุรกี และซเรย ชนชาตทสาคญ ไ แก ฟ ิ ี
ป ไ
ี ี
ิ ี่ ํ ั ได ฟนเชยน
ิ
ฮีบรู และเปอรเซีย
- 3.
ฟนิเชียน
• ชาวฟนิเชียน (Phoenician)มีชื่อเรียกดั้งเดิมวา ชาวแคนาไนต (Canaanite) อาศัยอยูในบริเวณ
ดินแดนกันอาน (Canaan)
• ในระหวาง 1300 - 1000 ปกอนคริสตศักราช ไดถูกพวกอิสราเอลไลต (Israelite) และ ฟลิสติน
(Philistine) เขารุกรานจนตองสูญเสีียดิินแดนเกือบทังหมด
ื ้
ยกเวน ดินแดนริมฝงทะเลเมดิเตอรเรเนียนทีเ่ รียกวา ฟนิเชีย
• ชาวฟนิเชียนไดสรางเรือใบขนาดใหญใชในการเดินทะเล สรางเมืองทาขนาดใหญหลายแหง เชน
เมืองไทร (Trye) เมืองไซดอน (Sidon) เมืองบีบลอส (Byblos)
- 4.
- 5.
ฮบรู
ฮีบร
• พวกฮีบรู (Hebrew) หรือยิว(Jew) เปนชนเผาเซมิติกที่เดินทางเรรอนใน
ทะเลทราย ไดอพยพเขาไปอยในอียปต และถกจับเปนทาส
ไดอพยพเขาไปอยู นอยปต และถูกจบเปนทาส
ิ
• โมเสส (Moses) ผูนําคนสําคัญไดปลดแอกชาวฮีบรูจากการเปนทาสของ
อียปต และพาชาวฮีบรูทงหมดอพยพไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนแหงคํามั่น
ิ
ั้
สััญญา (Promised Land) อันไดแก ดินแดนปาเลสไตน (Palestine)
ั ไ
ิ
ป ไ
หรือกันอาน (Canaan)
• ตอมาไดสถาปนาเปนอาณาจักร มีนครหลวงอยูที่เยรูซาเลม และ ขยายเปน
ู ู
จักรวรรดิอสราเอล แตก็เกิดการแตกแยกออกเปน 2 สวน คือ อาณาจักร
ิ
อิสราเอลทางตอนเหนือ และ ยูดาหทางใต
- 6.
ฮบรู
ฮีบร
• อาณาจักรอิิสราเอลทางตอนเหนืือถูกทําลายโดยพวกอัสซีีเรีียน
โ
• ยูดาหตกเปนเมืองขึ้นของอาณาจักรบาบิโลเนียใหมของพระเจาเนบูคัดเนซซารซึ่งเปนที่รูจักกัน
ในนามวา การคุมขงแหงบาบโลเนย (Th B b l i C ti it )
ใ
ั ิโ ี (The Babylonian Captivity)
• ตอมาพวกฮีบรูก็ตกอยูใตการปกครองของเปอรเซีย กรีก และโรมัน แตใน ค.ศ.70 พวกฮีบรูเปน
กบฏตอโรมน และดนแดนปาเลสไตนไดถูกทหารโรมันเขาทําลาย ชาวฮบรูจงกลายเปนชนเผา
กบฏตอโรมัน และดินแดนปาเลสไตนไดถกทหารโรมนเขาทาลาย ชาวฮีบรจึงกลายเปนชนเผา
เรรอน จนเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สินสุด จึงจัดตั้งประเทศอิสราเอลของชาวฮีบรูขึ้นเปนประเทศ
้
อิสระ
• มรดกสําคัญ คือ ศาสนายูดาห หรือ ศาสนายิว (Judaism) เนนการบูชาพระเจาองคเดียว ซึงไดแก
่
พระเยโฮวาห ความผูกพันระหวางพระเยโฮวาหและชาวฮีบรูไดรับการบันทึกไวในคัมภีรเกา
- 7.
เปอรเซีย
• พวกเปอรเซียเปนเชื้อสายอินโด-ยูโรเปยน เดิมอยูบริเวณ
เหนือทะเลดําไดอพยพมายัง ที่ราบสูงอิหราน พระเจา
ไซรัสมหาราช (Cyrus the Great) เปนผูสถาปนาจักรวรรดิ
เปอรเซียขึ้น และไดยึดครองอาณาจักรคาลเดียและอาณาจักร
ลิเดีย
• พระราชโอรสของพระเจาไซรัสมหาราช คือ พระเจาแคมบี
ซีส (Cambyses) ไดขยายอํานาจไปปกครองฟนิเชีย เกาะ
ไซปรั
ไ ป ัส และตีีไดอียิปต
• ในสมัยพระเจาดาริอัสมหาราช (Darius the Great) มีการ
สรางถนนไปยังเมืองตางๆ ถนนสายสํําคััญสรางจากเมือง
ไป ั ื
ื
อีเฟซัส (Ephesus) ในเอเชียไมเนอรไปยังเมืองซูซา (Susa)
ทางตะวนออกของแมนาไทกรส
ั
้ํ ไ ิส
- 8.
เปอรเซีย
• ดานศาสนา นับถือศาสนาโซโรอัสเตอร(Zoroaster)
• ศาสนาโซโรอัสเตอร สอนวาโลกนี้มีท้งฝายดีและฝายชั่วที่ตอสูเอาชนะกันตลอด
ั
เวลา เทพฝายความดีชื่อวา อหุระมาซดะ(Ahura Mazda) มีไฟเปนเครื่องหมาย
มารฝายความชั่วชื่อวา อังคระไมนยุ (Angra Mainyu) มีความมืดเปนเครื่องหมาย
ปจจุบันเรียกชื่อศาสนานี้ใหมวา ศาสนาปารซี (Parsi)
• จักรวรรดิเปอรเซียคอยๆลดอํานาจลง ในที่สุดก็ถูกพระเจาอะเล็กซานเดอรมหาราช
(Alexander the Great) แหงมาซิโดเนียเขายึดครอง
- 9.
- 10.
ปจจยทางภูมศาสตรกับการตั้งถิ่นฐาน
ปจจัยทางภมิศาสตรกบการตงถนฐาน
• ดินแดนของชาวกรีกในทวีปยโรปแบงได 3สวน คอ
ดนแดนของชาวกรกในทวปยุโรปแบงได สวน คือ
1. ภาคเหนือ ไดแก แควนมาซิโดเนีย (Macedonia) เทสซาลี (Thessaly) และอิไพรัส
(Epirus)
2. ภาคกลาง ไดแก บริเวณเนินเขาสูง เปนที่ตั้งของนครทีบส (Thebes) นครเดลฟ
(Delphi) ชองเขาเทอรมอปเล (Thermopylae) และยอดเขาพารแนสซัส (Parnassue) ตรง
ปลายสุดของดานตะวนออก คือ แควนแอตติกะ Attica) ซงมเมองหลวงคอ เอเธนส
ปลายสดของดานตะวันออก คอ แควนแอตตกะ (Atti ) ซึ่งมีเมืองหลวงคือ เอเธนส
(Athens)
3. บริเวณคาบสมุทรเพโลพอนนีซัส (Peloponnesus) อยูตอนใตอาวคอรินท เปนที่ตั้ง
ุ
p
ู
ของนครรัฐสปารตา (Sparta) และโอลิมเปย (Olympia)
• หมเกาะในทะเลอีเจียนที่สําคัญ คือ เกาะครีต (Crete) ซึ่งเปนเกาะใหญอันดับ 1 และมี
หมู กาะในทะเลอเจยนทสาคญ คอ เกาะครต Crete) ซงเปนเกาะใหญอนดบ 1 และม
ความสําคัญในฐานะเปนตนกําเนิดอารยธรรมกรีก
- 11.
- 12.
อารยธรรมกรีกสมัยประวัติศาสตร
1. อารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization)
ไ
-เกิดขึ้นบนเกาะครีต ชาวครีตหรือชาวครีตันเปนชนพื้นเมืองของเกาะ
- ใชตัวอักษรที่เปนอักษรภาพและตัวอักษรที่เปนเสนตรง
- กษัตริยที่มีอํานาจมากที่สด คือ พระเจามนอส (Minos)
กษตรยทมอานาจมากทสุ คอ พระเจามินอส Minos)
- เรียกชวงสมัยนี้วา สมัยวัง (Palace Period) เนื่องจากชาวครีตันสราง
พระราชวงขนาดมโหฬาร พระราชวงทสาคญคอ พระราชวงนอสซส Knossos))
พระราชวังขนาดมโหฬาร พระราชวังที่สําคัญคือ พระราชวังนอสซัส (K
- อารยธรรมไมนวนถึงจุดสิ้นสุด เมื่อถูกพวกไมซีเนียนจากผืนแผนดินใหญ
รุกราน
- 13.
อารยธรรมกรีกสมัยประวัติศาสตร
2. อารยธรรมไมซีีเน (Mycenae Civilization)
ไ
เปนอารยธรรมของพวกไมซีี
ป
ไ
เนียน(Mycenaean) มีศนยกลางอยูที่เมืองไมซีเนบนคาบสมุทรเพโลพอนนีซัส
ู
- บรรพบุรุษของชาวไมซีีเนีียน คือ พวกเอเคีียน (Achaean)
ไ
ื
- พวกเอเคียนโจมตี และเขาครอบครองเกาะครีต ตอมาจึงไดสรางเมือง
ไมซี
ไ ีเนขึึ้น
- อารยธรรมสําคัญ คือ ตัวอักษรไมซีเนียนซึ่งเปนรากฐานของตัวอักษร
กรีีก การสรางถนน สะพาน และรูจักทําทอสงนํ้ําแบบประปา
ํ
ป ป
- ดานความเชื่อทางศาสนา นับถือเทพเจาหลายองครวมทั้งเทพเจาซูส
(Zeus)
- อารยธรรมไมซีเนสิ้นสุดลงเพราะถูกพวกดอเรียน (Dorian) รุกราน
- 14.
นครรัฐของกรีก
• ลักษณะภูมิประเทศของกรีซทําใหเกิดการแบงออกเปนนครรัฐ (city‐state) ซึ่งชาว
กรกนยมเรยกวาโพลิส
กรีกนิยมเรียกวา โพลส (polis)
• ยุคคลาสสิก (Classical Age) ทุกนครรัฐมีอํานาจเปนอิสระและมีระบอบการปกครอง
ทแตกตางกน แตใน ปกอนครสตศกราช กษัตริยไดสญเสียอํานาจทั้งหมด
ที่แตกตางกัน แตใน 700 ปกอนคริสตศักราช กษตรยไดสูญเสยอานาจทงหมด
ใหแกพวกขุนนาง แตในเวลาตอมานครรัฐตางๆ หันมาปกครองดวยระบอบ
ประชาธิปไตย นับวาเปนมรดกทางอารยธรรมที่สําคัญประการหนึ่งที่ถายทอด
ใหแกโลกตะวันตก จนเกิดการพัฒนากลายเปนระบอบประชาธิปไตยในปจจุบัน
- 15.
นครรัฐของกรีก
• ประมาณ 500ปกอนคริสตศักราช เอเธนสและนคร
รฐกรกอนๆ กผนกกาลงกนเพอทาสงครามปองกน
รัฐกรีกอื่นๆ ก็ผนึกกําลังกันเพื่อทําสงครามปองกัน
การรุกรานจากเปอรเซียร ผลของสงครามเอเธนส
เปนฝายชนะ
• เอเธนสไดจัดตั้งสมาพัันธรััฐแหงหมูเกาะเดลอส ขึึ้น
ั
ที่เกาะเดลอส (Delos) ตอมาสมาพันธรัฐไดยาย
ศูนยกลางไปอยูที่เอเธนส เรียกวา ยุคทองของ
ั่ ั่
เอเธนส ความมงคงของเอเธนสไดนําเขาสูสงคราม
ไ
เพโลพอนนีเซียน (Peloponnesian War) สงคราม
ระหวางเอเธนสกับสปารตา
• สงครามเพโลพอนนีีเซีียนไดนําความเสืื่อมเขาสู
โ
ไ
นครรัฐกรีก และเปดโอกาสใหมาซิโดเนีย
(Macedonia) ขยายอํานาจเขามาครอบครองนครรัฐ
กรีีก ใ ัยพระเจาอะเล็็กซานเดอรมหาราช
ในสมั
(Alexander the Great) เรียกกันวา ยุคเฮลเลนิสติก
(Hellenistic Age)
- 16.
มรดกของอารยธรรมกรีก
1. สถาปตยกรรม เชนวิหารสําหรับเทพเจา นิยมสรางบนเนินดินหรือภูเขาเล็ก
ซึ่งมีชื่อเรียกวา อะครอโพลิส (Acropolis)
ลกษณะของเสากรกม
ลักษณะของเสากรีกมี 3 แบบ คือ
คอ
- แบบดอริก (Doric order) : วิหารพารเธนอน
- แบบไอออนิก (Ionic order) : วิหารอีเรกเธอัม (Erectheum) ที่เอเธนส
- แบบคอรินเธียน (Corinthian order) : ปรากฏมากในยุุคเฮลเลนิสติก
)
ฏ
- 17.
มรดกของอารยธรรมกรีก
2. ประตมากรรม
2 ประติมากรรม
-ระยะแรกไดรับอิทธิพลจากอียิปตซึ่งมี
ลักษณะหนาตรงแข็งทื่อ
- สมัยคลาสสิก สรางงานประติมากรรมภาพ
เปลือย และสามารถแกะสลักหินออนเปนเสื้อผา
ที่ดูพลิ้ว
- สมัยเฮลเลนิสติก ศิลปนจะสรางงาน
ประติิ
ป มากรรมจากสภาพที่เี ปนจริิงหรืือสิิ่งทีี่ตน
เห็นไมสวยตามแบบอุดมคติ
- ในยคหลังของกรีกมักแสดงใหเห็นถึง
ในยุคหลงของกรกมกแสดงใหเหนถง
ความทุกขยาก ความทรมาน ความเจ็บปวด
- 18.
- 19.
มรดกของอารยธรรมกรีก
4. นาฏกรรม
- ยคคลาสสิกการละครของกรีกมีความเกี่ยวของกับเทศกาลบวงสรวงและเฉลิมฉลองใหกับเทพเจาไดโอ
ยุคคลาสสก การละครของกรกมความเกยวของกบเทศกาลบวงสรวงและเฉลมฉลองใหกบเทพเจาไดโอ
นิซัส (Dionysus)
- ในที่สุดพัฒนาเปนละครประเภทโศกนาฏกรรม (tragedy) และสุขนาฏกรรม (comedy)
- ก รแสดงน ฏกรรมข งกรีกใชนักแสดงช ยทั้ง มด
การแสดงนาฏกรรมของกรกใชนกแสดงชายทงหมด
5. วรรณกรรม
- มหากาพยอีเลียด และ โอดิสซีย ของมหากวีโฮเมอร ถือกันวาเปนแมแบบของวรรณกรรม
- งานประพันธดังกลาวถือเปนการเริ่มตนของวิชาปรัชญาและประวัติศาสตร เชน
อุตมรัฐ ของเพลโต (Plato)
จริยศาสตร ของอริสโตเติล (Aristotle)
ประวัติศาสตร ของเฮโรโดตัส (Herodotus)
ประวัติศาสตรสงครามเพโลพอนนีเซียน ของทูซดิดีส (Thucydides)
ิ
- 20.
- 21.
มรดกของอารยธรรมกรีก
8.
8 การแพทย
- ฮิปโปคราตีสไดรบการยกยองเปน "บิดาแหงการแพทย"
ั
- เฮโรฟลัสแหงแคลซีดอน เปนคนแรกที่ตัดชิ้นสวนของมนุษย
เพื่อศึกษา และพบวาสมองเปนศูนยกลางของระบบประสาท ไดรับ
การยกยองเปน "บิดาแหงกายวิภาคศาสตร"
9. ภูมิศาสตร
- เอราทอสทินีส สามารถคํานวณเสนรอบโลกได
- 22.