the life-changing magic of
NOT GIVING A F*CK
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ
“ช่างแม่ง”
Sarah Knight
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
The Life-Changing Magic of NOT GIVING A F*CK
Copyright © 2015 by Emergency Biscuit Inc.
This edition published by arrangement with Little, Brown and Company,
New York, New York, USA. All rights reserved.
Thai language translation copyright © 2018 by Superposition Co., Ltd.
All rights reserved.
เลขมาตรฐานสากลประจ�าหนังสือ ISBN 978-616-8109-02-1
ผู้เขียน Sarah Knight
ผู้แปล ฐานันดร วงศ์กิตติธร
กองบรรณาธิการ จิรวรรณ วงค�าเสา, ธีร์ มีนสุข, ปิยะพงษ์ ศิริสุทธานันท์
ออกแบบปก กมลชนก พรรัตน์ธนพงศ์ และ Bookcreation
ราคา 220 บาท
จัดพิมพ์โดย ส�านักพิมพ์บิงโก
ภายในเครือ บริษัท ซุปเปอร์โพซิชั่น จ�ากัด (Superposition Co., Ltd.)
18 ซอยดุลิยา ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. 10170
อีเมล superposition.books@gmail.com
โทรศัพท์ 094-810-7272
เว็บไซต์ www.bingobook.co เฟซบุ๊ก www.facebook.com/bingobooks
จัดจ�าหน่ายโดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จ�ากัด (มหาชน) SE-EDUCATION Public Company Limited
เลขที่ 1858/87-90 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทรศัพท์ 02-826-8222, 02-826-8000 โทรสาร 02-826-8356-9
เว็บไซต์ www.se-ed.com
พิมพ์ที่ โรงพิมพ์ธนาเพรส โทรศัพท์ 02-530-4114
หากต้องการสั่งซื้อเป็นจ�านวนมาก กรุณาติดต่อรับส่วนลดได้ที่ บริษัท ซุปเปอร์โพซิชั่น จ�ากัด
อีเมล์ superposition.books@gmail.com
บอกลาเรื่องไร้สาระ
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเทคนิคในการเลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง ซึ่งฉันทดลอง
ใช้แล้วได้ผล ฉันได้ปล่อยวางเรื่องสัพเพเหระ ความเชื่อ งาน และกิจกรรม
ต่างๆ รวมถึงเลิกใส่ใจใครบางคนที่ไม่ได้สลักส�าคัญอะไรกับชีวิต คุณอาจ
ไม่เห็นด้วยกับเทคนิคทั้งหมดที่ฉันน�าเสนอ นั่นก็เป็นสิทธิ์ของคุณ และใน
ขณะที่อ่านหนังสือเล่มนี้ คุณอาจคุ้นเคยกับบางเรื่องราวจนคิดว่าฉันน�า
เรื่องของคุณมาเขียนโดยเฉพาะหากคุณมีลูกแล้วเป็นพวกคลั่งคาราโอเกะ
เป็นเพื่อน เป็นคนในครอบครัว หรือเป็นอดีตเพื่อนร่วมงานของฉัน
เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้อาจเป็นคุณจริงๆ ก็ได้ หรือคุณอาจแค่
ทึกทักไปเอง ไม่ว่านี่จะเป็นเรื่องราวของคุณหรือไม่ แต่หากสิ่งที่ฉันเขียน
ท�าให้คุณรู้สึกไม่พอใจ คุณก็จ�ำเป็นต้องอ่ำนหนังสือเล่มนี้จริงๆ แล้วล่ะ
ฉันขอแนะน�าให้เปิดข้ามไปอ่านหน้า24ในหัวข้อ“ใครจะคิดยังไงก็ช่างมัน
เถอะ” ได้เลย
อีกอย่างที่อยากให้รู้ก็คือแม้หนังสือเล่มนี้จะตั้งชื่อ(ภาษาอังกฤษ)ล้อเลียน
หนังสือของมาริเอะคอนโดะ1
แต่หากจะให้มาริเอะเขียนหรือให้ส�านักพิมพ์
ของเธอยอมรับและยกย่องหนังสือเล่มนี้ ก็คงต้องรอให้โลกแตกก่อนนั่น
ล่ะค่ะ
1
มาริเอะ คอนโดะ เป็นนักเขียนและผู้ให้ค�าปรึกษาเรื่องการจัดบ้าน หนังสือของเธอมีชื่อ
ภาษาไทยว่า “ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว” และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า
“The Life-Changing Magic of Tidying Up” ชื่อหนังสือภาษาอังกฤษของหนังสือเล่มนี้
(the life-changing magic of NOT GIVING A F*CK) จึงเป็นการล้อเลียนชื่อหนังสือของ
มาริเอะนั่นเอง
สารบัญ
ก่อนเข้าเรื่อง 1
จัดการของในลิ้นชักอันเละเทะของคุณเสีย 2
ศิลปะแห่งการก�าจัดขยะในจิตใจ 5
มหัศจรรย์แนวคิด “ช่างหัวมันเถอะ” 10
บทที่ 1 ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน 15
ช่างหัวมัน ท�าไมฉันต้องแคร์ 16
เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน: หลักการเบื้องต้น 18
ผู้วิเศษที่ตัดกังวล เลิกสนเรื่องกวนใจ เป็นใครกันนะ? 19
ฉันจะเลิกสนใจเรื่องกวนใจกับเขาได้อย่างไร? 23
ใครจะคิดยังไงก็ช่างมันเถอะ 24
ความรู้สึก VS ความคิดเห็น 28
บัญชีโควตาเรื่องกวนใจ 34
คุณจะท�ายังไงกับคนที่ก้าวก่ายชีวิตคุณไม่เลิก? 37
สรุปกันหน่อย 38
การฝึกฝนด้วยจินตภาพ 41
บทที่ 2 ใส่ใจหรือปล่อยผ่าน? 45
จิตใจไม่ต่างจากโกดัง 46
จัดแบ่งเรื่องกวนใจให้เข้ากลุ่ม 48
เรื่องสัพเพเหระ 49
หน้าที่การงาน 58
เพื่อน คนรู้จัก และคนแปลกหน้า 74
ครอบครัว 99
การวิ่งผลัดไม้สุดท้าย 115
คัดสรรเรื่องกวนใจอย่างเข้มข้น 117
อย่ามองข้ามผลเสียจากเรื่องกวนใจที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง 119
บทที่ 3 เลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง 123
เสาหลักทั้งสาม: เวลา พลังงาน และเงิน 124
ก้าวแรกที่มั่นคง 128
เรื่องกวนใจง่ายๆ ที่ควรปล่อยผ่าน 129
เรื่องกวนใจที่ยากระดับกลางที่ควรปล่อยผ่าน 130
ปลุกใจกันหน่อย 133
ความซื่อตรงจริงใจ: อัตราส่วนที่แปรผัน 135
ต่างเรื่องกวนใจ แต่ใช้หลักการเดียวกัน 137
คงสงสัยแล้วสิว่า เมื่อไหร่จะถึงคิวเรื่องกวนใจจากงานแต่งงาน? 152
เรื่องเก่า เรื่องใหม่ เรื่องของคนอื่น และเรื่องไม่คาดคิด 154
รู้สึกกลัวเหรอคะ? ลองก�าหนดนโยบายส่วนตัวใหม่อีกทีสิคะ 164
ให้รางวัลกับตัวเอง 166
FAQs (ค�าถามกวนใจที่พบบ่อย) 167
ผลพลอยได้จากเรื่องกวนใจที่เราใส่ใจ (หรือไม่ใส่ใจ) 171
บทที่ 4 “ช่างหัวมันเถอะ”
มนต์วิเศษพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ 175
รางวัลตอบแทนจากเรื่องกวนใจที่ปล่อยผ่าน 176
เรื่องกวนใจนั้นส่งผลต่อร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ 180
อีกหนทางแห่งการปล่อยวางเรื่องกวนใจ 184
ส่งต่อความสุข 185
ตระหนักถึงสิ่งที่ท�าได้โดยไม่ต้องกังวล 186
เรื่องที่ควรใส่ใจมากกว่าที่เป็นอยู่ 187
เป็นตัวของตัวเอง 191
ช่างมัน พวกช่างติ 193
สู่การรู้แจ้งและการปล่อยวาง 193
บทส่งท้าย 195
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
1
ก่อนเข้าเรื่อง
ก่อนเข้าเรื่อง
หากคุณเป็นเหมือนฉัน คุณก็คงใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเยอะและนาน
จนเกินไปแล้ว คุณใช้ชีวิตหนักหน่วงและสร้างภาระให้ตัวเองมากจนเกิน
รับไหว ทั้งเครียด วิตกกังวล หรืออาจถึงขั้นหวาดกลัวภาระหน้าที่ที่ต้องท�า
ชีวิตดีขึ้นทุกด้านด้วยการ“ช่างแม่ง”เป็นหนังสือที่เหมาะส�าหรับ
ทุกคนที่ท�างานหนักและหาความสุขใส่ตัวน้อยเกินไป จนไม่เคยมีเวลาพอ
จะทุ่มเทให้กับคนหรือสิ่งที่ท�าให้เรามีความสุขจริงๆ ได้เลย
กว่าฉันจะคิดได้กับเรื่องบางเรื่องว่า“ช่างหัวมันเถอะ”ก็อายุเกือบ
30 แล้ว และกว่าฉันจะค้นพบเทคนิคที่ท�าให้แนวคิดนี้ได้ผลจริงๆ ขึ้นมา
อายุก็ปาเข้าเกือบเลข 4 หนังสือเล่มนี้จึงได้รวบรวมเทคนิคที่ตกผลึกจาก
การเรียนรู้วิถีแห่งการปล่อยวางเรื่องกวนใจ พร้อมให้ค�าแนะน�าอย่างเป็น
ขั้นเป็นตอนแก่ผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และปลดปล่อยตัวเอง
จากวังวนแห่งความวิตก เพราะมัวกังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่องจนเกินไป
หากชื่อหนังสือและแนวคิดนี้ฟังดูค้นหูคุณอยู่บ้าง ก็ยินดีด้วยค่ะ
ถือว่าคุณไม่ตกเทรนด์เพราะแนวคิดและหนังสือ“ชีวิตดีขึ้นทุกๆด้านด้วย
การจัดบ้านแค่ครั้งเดียว” ของมาริเอะ คอนโดะ ได้ไต่อันดับขึ้นหิ้งหนังสือ
ขายดีแล้วทั่วโลกคนหลายล้านคนจึงได้เรียนรู้เทคนิค“คอนมาริ”2ขั้นตอน
ของเธอ เทคนิคนี้ว่าด้วยการก�าจัดสิ่งที่ไม่ “กระตุ้นความสุข” แล้วค่อยจัด
ระเบียบสิ่งที่เหลืออยู่ ผลลัพธ์คือบ้านที่สะอาดและสุขสงบ มาริเอะเชื่อว่า
ผลลัพธ์นี้จะน�ามาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
2
ก่อนเข้าเรื่อง
แล้วหนังสือจัดบ้ำนตำมแบบฉบับญี่ปุ่นเกี่ยวอะไรกับ
หนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” ของฉันด้วยล่ะ?
เกี่ยวอะไรด้วยน่ะเหรอ? นึกว่าจะไม่ถามเสียแล้ว
ในฐานะที่ฉันเป็นนักก�าจัดสิ่งไม่จ�าเป็นที่เชี่ยวชาญพอๆ กับคุณ
มาริเอะ ฉันก็มีเทคนิคบางอย่างมาน�าเสนอให้กับคุณเช่นกันค่ะ...
จัดการของในลิ้นชักอันเละเทะของคุณเสีย
ฉันลาออกจากงานที่ส�านักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในช่วงฤดูร้อนปี2015ซึ่งเป็นงาน
ที่ฉันเพียรพยายามท�ามากว่า15ปีจนมั่นคงเพื่อออกมาตั้งธุรกิจของตนเอง
ในฐานะนักเขียนและบรรณาธิการอิสระ ฉันยังจ�าวันแรกที่ก้าวออกจาก
ออฟฟิศบนตึกสูงระฟ้าแห่งนั้นได้ดี ฉันกระโจนลงจากวังวนของการไต่
บันไดองค์กรอย่างตื่นเต้นยิ่งกว่าพนักงานเซเว่นกะสุดท้ายของวันเสียอีก
ฉันปลดเปลื้องความกังวลใจไร้สาระทุกรูปแบบไปจนหมดสิ้นต่อจากนี้ไป
ก็ไม่ต้องสนใจเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง
เสื้อผ้าที่จะใส่ นาฬิกาปลุก หรืออะไรเทือกนั้นอีกแล้ว
ฉันเลิกใส่ใจการที่ต้องมาคอยเข้าร่วมงานสัมมนาบ้าบอ ไหนจะ
“การแต่งตัวชุดสุภาพกึ่งล�าลอง”ไหนจะ“การประชุมสภาเมือง”ฉันไม่ต้อง
มานั่งนับวันลาพักร้อนที่เหลือราวกับตัวเองเป็นนักโทษที่นั่งรอวันพิพากษา
ด้วยการขีดเขียนบนก�าแพงคุกอีกต่อไป
เมื่อฉันปลดแอกความเบื่อหน่ายของงานประจ�าลงได้ฉันก็มีเวลา
ว่างและมีอิสระที่จะท�าตามใจตัวเอง ฉันได้นอนเต็มอิ่มและตื่นเมื่ออยาก
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
3
ก่อนเข้าเรื่อง
ตื่น ทานอาหารเที่ยงกับสามี ท�างานอิสระที่รับมาเล็กๆ น้อยๆ (หรือบางที
ก็แอบไปเที่ยวทะเลบ้าง)และพยายามเลี่ยงรถไฟใต้ดินในนิวยอร์กอันแสน
จะวุ่ยวายให้มากที่สุดเท่าที่จะท�าได้
ฉันยังอ่านหนังสือ “ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่
ครั้งเดียว” ซึ่งในฐานะที่เป็นคนชอบจัดบ้านอยู่แล้ว ฉันก็ไม่ถึงกับต้องพึ่ง
ค�าแนะน�าของคุณมาริเอะหรอก แต่ฉันเป็นคนที่ชอบหาวิธีใหม่ๆ มาจัด
อพาร์ทเม้นท์ของตัวเองให้ดูดีเหมือนบ้านตัวอย่างในนิตยสารและนี่ก็เป็น
เวลาว่างของฉัน ฉันจะท�างาน จะนอนเล่น หรือจะท�าอะไรก็ย่อมได้
จะบอกให้ก็ได้ค่ะว่าหนังสือจัดบ้านเล่มนี้ใช้ได้ผลจริงอย่างที่
โฆษณาเอาไว้เลย ได้ผลจนฉันกล้าพูดว่า…ราวกับมีเวทมนตร์
ฉันใช้เวลาหลายชั่วโมงท�าตามเทคนิคคอนมาริ (เทคนิคการจัด
บ้านของมาริเอะ คอนโดะ) เพื่อจัดการกับชั้นใส่ถุงเท้าของสามี เทคนิคนี้
เน้นก�าจัดถุงเท้าคู่ที่คุณไม่ชอบหรือไม่เคยคิดจะใส่(จริงๆต้องพูดว่าถุงเท้า
คู่ที่ฉันรู้ว่าสามีไม่ชอบและไม่เคยคิดจะใส่มากกว่า) จากนั้นจึงค่อยพับ
ถุงเท้าที่เหลือให้เห็นเด่นชัดเหมือนเหล่าทหารยืนเข้าแถวเรียงหนึ่ง และ
ครั้งต่อไปที่คุณเปิดชั้นถุงเท้าคุณกวาดตามองเพียงครั้งเดียวก็จะเห็นถุงเท้า
ทุกคู่สามีเคยคิดว่าฉันบ้าไปแล้วที่มานั่งจัดชั้นวางถุงเท้าแต่พอเห็นผลลัพธ์
เท่านั้นแหละเขาก็คล้อยตามและยอมจัดชั้นวางนั้นรวมถึงตู้เสื้อผ้าทั้งหมด
ด้วยตัวเองในวันรุ่งขึ้น
ถ้าคุณยังไม่เคยอ่านหนังสือของมาริเอะ คอนโดะ ฉันขออธิบาย
หน่อยว่าท�าไมเราทั้งสองจึงกระตือรือร้นกับการจัดบ้านกันนัก
การก�าจัดเสื้อผ้าที่ไม่ต้องการหรือที่ไม่ชอบออกไป (ท�าให้เราได้
ชื่นชมของชิ้นอื่นที่เหลืออยู่)จะท�าให้เราเสียเวลาน้อยลงกับการเลือกเสื้อผ้า
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
4
ก่อนเข้าเรื่อง
ที่จะใส่(เพราะเห็นของทุกชิ้นในชั้นวางได้จากการกวาดตาเพียงครั้งเดียว)
จะไม่มีเสื้อผ้าชิ้นใดถูก“ลืม”อยู่ที่ด้านหลังของชั้นวางอีกต่อไป(ด้วยเทคนิค
การพับผ้าและจัดเรียงแบบตั้งตรงของมาริเอะ) และเราก็ไม่ต้องซักผ้า
บ่อยๆเหมือนเคย(เพราะคิดไปเองว่าไม่มีเสื้อผ้าจะใส่แล้วทั้งๆที่ยังมีเสื้อ
ตัวเก่งอีกหลายตัวถูกกางเกงที่ใส่ไม่ได้แล้ววางทับอยู่ด้านล่าง)
พูดง่ายๆ ก็คือ ชีวิตจะดีขึ้นมากเพียงแค่เรามองเห็นถุงเท้าทุกคู่ที่
มีหลังจากนั้นฉันก็เที่ยวป่าวประกาศและหว่านล้อมใครต่อใคร(ที่ยอมฟัง)
ให้หันมาทดลองใช้เทคนิคนี้อยู่หลายต่อหลายสัปดาห์ (ซึ่งหลายคนก็ไม่
เต็มใจฟังเรื่องที่ฉันพล่ามนัก)
ไม่อยากเชื่อว่าการลาออกจากงานและการพับถุงเท้าจะท�าให้ฉัน
เกิดรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตขึ้นมาในทันที!
ขณะที่ก�าลังชื่นชมบ้านที่แสนสะอาดเรียบร้อยของตัวเองฉันรับรู้
ได้ถึงความสุขสงบยิ่งกว่าครั้งไหนแน่นอนว่าฉันชอบตู้เก็บของที่เรียบร้อย
ไร้สิ่งของวางระเกะระกะแบบนี้ แต่สิ่งที่ท�าให้ฉันมีความสุขจริงๆ ก็คือการ
ได้ออกจากงานที่ไม่ชอบและปล่อยให้ผู้คนสิ่งของกิจกรรมและงานอดิเรก
ที่สร้างความสุขกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ฉันเคยมองข้ามสิ่งดีๆ เหล่านี้ไป
ไม่ใช่เพราะถุงเท้ากว่ายี่สิบสองคู่ที่ไม่ได้จัดเก็บให้เป็นระเบียบ แต่เพราะ
ภำระหน้ำที่และขยะทำงจิตใจที่เรำทุกคนสะสมมำนำนจนล้นต่ำงหำก
นั่นแหละที่ท�าให้ฉันคิดได้ว่าจริงๆแล้วไม่ใช่เพราะการจัดบ้านให้
เรียบร้อยหรอกที่ท�าให้เรามีความสุข
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ ฉันยังคงชื่นชมคุณมาริเอะ คอนโดะ ที่
สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการจัดการกับสิ่งของและเพิ่มพื้นที่เพื่อสร้าง
ความสุขให้กับผู้คนอยู่เช่นเดิมเทคนิคนี้ได้ผลกับฉันรวมถึงคนอื่นๆอีกนับ
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
5
ก่อนเข้าเรื่อง
ล้านทั่วโลก ก็อย่างที่เธอกล่าวไว้ในหนังสือนั่นแหละค่ะว่า “ชีวิตคนเราจะ
ดีขึ้นอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อบ้านเป็นระเบียบ”
ตอนนี้ฉันจัดบ้ำนจนเป็นระเบียบแล้ว และควำมสุขที่แท้จริง
ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อฉันหันมำจัดกำรกับเรื่องกวนใจของตัวเองอย่ำง
จริงจัง
มาเท้าความกันสักหน่อยดีกว่าค่ะ
ศิลปะแห่งการกําจัดขยะในจิตใจ
ฉันเป็นคนแคร์โลกจนเกินเหตุตั้งแต่เกิด และเชื่อว่าคุณเองก็เช่นกัน
ฉันมองว่าตัวเองเป็นคุณนายเพอร์เฟ็กต์ฉันใส่ใจกับทุกเรื่องและ
ทุกรายละเอียดตลอดช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น ฉันทุ่มสุดตัวกับการท�าตาม
หน้าที่ท�าโปรเจ็กต์และท�าข้อสอบวัดระดับทุกรูปแบบเพียงเพราะต้องการ
พิสูจน์ว่าตัวเองนั้นคู่ควรแก่การยอมรับนับถือจากคนในครอบครัวเพื่อนฝูง
หรือกระทั่งคนที่รู้จักกันเพียงผิวเผิน ฉันยอมคบหากับคนที่ตัวเองไม่ชอบ
ขี้หน้า เพราะอยากให้คนอื่นมองว่าฉันจิตใจดี ฉันยอมรับผิดชอบงาน
บางอย่างทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ตัวเอง เพราะอยากให้คนอื่นคิดว่าฉันมีน�้าใจ
ฉันฝืนกินอาหารที่ชวนคลื่นใส้ เพราะไม่อยากให้เสียน�้าใจใคร สรุปคือ
ฉันแคร์โลกและคนอื่นมากเกินไปมานานแสนนานแล้ว
นี่ไม่ใช่วิถีชีวิตที่ดีเลย
ครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักคนที่ไม่แคร์โลกก็ตอนอายุยี่สิบต้นๆสมมติว่า
เขาชื่อเจฟแล้วกัน เจฟเป็นนักธุรกิจดาวรุ่งที่มีเพื่อนฝูงมากมาย และเป็น
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
6
ก่อนเข้าเรื่อง
คนประเภทที่จะไม่ยอมเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่อยากท�าแม้แต่น้อยแต่ผู้คน
กลับชื่นชอบและนับถือเขา เขาจะไม่ไปร่วมชมการแสดงที่โรงเรียนลูกคุณ
เขาจะไม่ไปร่วมยินดีกับคุณที่วิ่งมาราธอน 5 กิโลเมตรได้ส�าเร็จเป็นครั้งที่
17 หรือครั้งไหนๆ ก็ตาม แต่มันกลับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะนั่นคือ
ตัวตนที่ทุกคนยอมรับ เขาเป็นคนดี เข้าสังคมเก่ง ใครๆ ก็มองเขาในแง่ดี
เขาเองก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาจะใส่ใจเฉพาะเรื่องที่ส�าคัญและสิ่งที่
เขาชอบจริงๆ อย่างการเลี้ยงดูลูกอย่างใกล้ชิด การตีกอล์ฟ และการดู
รายการชิงร้อยชิงล้านทุกคืนเท่านั้น นอกเหนือจากนี้น่ะเหรอ?
ช่ำง หัว มัน สิ
เขาช่างเป็นคนที่พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นมีความสุขและสดใสอยู่
เสมอ
ทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับเจฟฉันจะคิดเสมอว่า“อยากเป็นอย่างเขาจัง”
ไม่นานหลังจากนั้นตอนที่ฉันอายุได้ยี่สิบกว่าฉันต้องเจอกับเพื่อน
บ้านผู้อาศัยอยู่ชั้นล่างเขาเปรียบได้กับฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนแต่ฉันก็
มักแคร์ความรู้สึกของเขาจนยอมท�าตามค�าขอประหลาดๆ อยู่เสมอ (มีอยู่
ครั้งหนึ่ง เขาให้เพื่อนใส่ส้นสูงและเดินกระทืบเท้าไปรอบอพาร์ทเม้นท์
ชั้นบนของฉันส่วนฉันกับเขายืนรอฟังเสียงอยู่ที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างแล้วฉัน
ก็แกล้งคล้อยตามว่า “มีเสียงรบกวน” จริงๆ ด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้ยินเสียง
อะไรเลย)
ก็เห็นอยู่ว่าเขาจิตไม่ปกติชัดๆแล้วท�าไมฉันต้องสนว่าเขาจะชอบ
ขี้หน้าฉันมั้ย ฉันควรเลิกใส่ใจอีตาคุณโรเซนเบิร์กนี่ตั้งแต่ตอนที่เขาหาว่า
รูมเมทของฉัน “ท�ากิจกรรมเสียงดัง” ในห้องนอนชั้นบนของห้องเขาอีกที
ทั้งๆ ที่เพื่อนคนนั้นไปเที่ยวยุโรปตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อนหน้าแล้ว
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
7
ก่อนเข้าเรื่อง
พออายุย่างเข้าเลข3ฉันหมั้นกับแฟนและเริ่มวางแผนจัดงานแต่ง
ซึ่งเป็นงานที่เต็มไปด้วยเรื่องจุกจิกไร้สาระไหนจะค่าจัดงานสถานที่อาหาร
ชุดแต่งงานภาพถ่ายดอกไม้วงดนตรีรายชื่อแขกบัตรเชิญร่างค�าสาบาน
เค้ก และอีกมากมายยาวเป็นหางว่าว ที่ไล่มาทั้งหมดนี้ ฉันสนจริงๆ ไม่กี่
เรื่องหรอกแต่ฉันก็อดไม่ได้ที่จะใส่ใจทุกรายละเอียดผลคือฉันเครียดมำก
เสียจนแทบจะหำควำมสุขและควำมสบำยใจไม่ได้เลย พอถึงวันจริง
ฉันถึงกับปวดไมเกรน ปวดท้อง และเป็นลมพิษจนขึ้นผื่นสีชมพูสีเดียวกับ
เลื่อมดอกไม้ที่ปักบนชุดเจ้าสาวของฉันไม่มีผิด
พอคิดย้อนกลับไป ฉันก็ได้แต่ถามตัวเองว่ามันคุ้มไหมกับเวลาที่
ฉัน (และสามี) ต้องเสียไป ที่เราต้องมาทะเลาะกันอยู่นานสองนานว่าจะ
เปิดเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ในงานเลี้ยงต้อนรับดีหรือเปล่า
มาคิดดูอีกที ฉันก็สงสัยว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเลือกเมนู
อาหารเรียกน�้าย่อยนี่มันส�าคัญขนาดนั้นจริงๆ เหรอ ในเมื่อตัวฉันเองก็ไม่
ได้กินด้วยสักค�า เพราะมัวติดถ่ายรูปอยู่
ไม่คุ้มเลยสักนิด
แต่ก็ยังมีเรื่องเหนือความคาดหมายเล็กน้อยเพราะฉันเอาชนะตัว
เองได้อยู่เรื่องหนึ่ง ถึงฉันจะกังวลกับเรื่องจุกจิกอย่างรายชื่อแขกรับเชิญ
(แน่ล่ะก็ฉันต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่ายนี่นา)แต่ฉันกลับไม่แคร์การจัดผังที่นั่ง
แขกเลย!
ด้วยคิดว่าแขกแต่ละคนนั้นโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงกันหมดแล้ว
ฉันคงไม่ต้องมาช่วยเลือกที่นั่งให้เพื่อเป็นเกียรติในฐานะที่มากินฟรีเมาฟรี
หรือหาความสุขใส่ตัวด้วยเงินจากกระเป๋าของฉันอีกหรอกนะ ฉันจึง
ประหยัดเวลาไปได้อีกหลายชั่วโมง (ดีไม่ดีอาจจะครึ่งวันเลยด้วยซ�้า) ไม่
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
8
ก่อนเข้าเรื่อง
ต้องมาคอยเติมผังที่นั่งในงาน ไม่ต้องคอยสับเปลี่ยนที่นั่งให้คุณลุงคุณป้า
และตัวแถมที่แขกพามาครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนคนบ้าที่นั่งดีดลูกคิด
ค�านวณซ�้าซาก! ชนะเลิศค่ะ!
หลังจากหมดเวรหมดกรรมจากงานแต่ง ฉันก็เหนื่อยจนแทบ
ขาดใจ นี่คงเป็นจุดแตกหักของฉันกับนิสัยแบบนี้แล้วล่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อน
ฉันคงไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องผังที่นั่งแขก แต่ฉันกลับมองข้ามมันไป ฉัน
เลือกความสบายใจส่วนตัวเหนือภาระทางจิตใจฉันยอมละเลยเรื่องไร้สาระ
นี้ และปล่อยให้แขกเลือกหย่อนก้นลงนั่งที่ไหนก็ได้ตามใจ แล้วถามว่ามี
แขกคนไหนบ่นไม่พอใจกับเจ้าสาวคนนี้ไหม? ...ไม่มีเลยสักคน...
อืม น่าคิด...
หลายปีต่อมา ฉันก็ได้หัดมองข้ำมเรื่องไร้สำระที่ท�ำให้ฉัน
หงุดหงิดร�ำคำญใจฉันกล้าที่จะปฏิเสธค�าชวนไปสังสรรค์หลังเลิกงานฉัน
อันเฟรนด์เพื่อนที่ท�าตัวน่าร�าคาญบนเฟซบุ๊ก และพอกันทีกับความทุกข์ที่
ต้องมาคอย “เดาใจ” จากพฤติกรรมที่ใคร “แสดง” ออกมา
ฉันรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ ภาระเบาลงและมีความสุขมากขึ้น ฉันวางหู
ใส่พวกขายตรงทางโทรศัพท์ฉันปฏิเสธไม่ไปร่วมทริปสุดสัปดาห์ที่มีเด็กเล็ก
ไปด้วย ฉันเป็นตัวของตัวเองและให้ความส�าคัญกับสิ่งที่มาริเอะเรียกว่า
“ตัวกระตุ้นความสุข” ได้มากยิ่งขึ้น
ท้ายที่สุด ฉันก็ตระหนักได้ว่าตัวเองมีความรู้และข้อคิดที่จะ
แบ่งปันในฐานะมนต์วิเศษเปลี่ยนชีวิตได้เช่นกัน
ถ้าเรื่องนั้นๆ ท�าให้คุณมีความสุข ก็จงแคร์ต่อไปค่ะ
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
9
ก่อนเข้าเรื่อง
แต่ค�าถามที่น่าส�าคัญยิ่งกว่าก็คือ
มันท�ำให้คุณขุ่นเคืองใจบ้ำงไหม?
ถ้าค�าตอบคือใช่ก็หยุดใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่องเสียเริ่มได้ตั้งแต่ตอน
นี้เลย แล้วฉันจะแนะน�าวิธีการให้
ฉันได้ออกแบบแนวทางในการก�ำจัดขยะและจัดกำรกับพื้นที่
ทำงจิตใจด้วยแนวคิด “ช่ำงหัวมันเถอะ” ซึ่งค�าว่าช่างหัวมันเถอะ ในที่
นี้หมายถึงการเลิกทุ่มเทเวลา พลังงาน หรือเงินไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ไม่
ได้สร้างความสุขและไม่ได้ท�าให้ชีวิตของคุณดีขึ้น (ก่อความขุ่นเคืองใจ)
เพื่อให้คุณมีเวลาพลังงานและเงินไว้ทุ่มกับเรื่องอื่นที่ส�าคัญกว่า(ก่อความ
สุขใจ)
ฉันตั้งชื่อเทคนิคนี้ว่า แนวทางสุขใจ ซึ่งมีขั้นตอนหลัก อยู่ 2 ขั้น
ตอนด้วยกัน คือ
1. ตัดสินใจว่าควรใส่ใจหรือปล่อยผ่าน (ช่างหัวมัน)
2. เลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง
แน่ล่ะว่าคุณควรรู้สึก “สุขใจ” เมื่อท�าส�าเร็จทั้ง 2 ขั้นตอนนี้
แนวทางนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรหนังสือเล่มนี้จะให้ตัวช่วยและสร้าง
ทัศนคติที่ดีเพื่อให้คุณท�าตามแนวทางสุขใจได้ส�าเร็จ
เชื่อเถอะว่าเมื่อน�าแนวทางสุขใจนี้ไปปรับใช้คุณจะไม่จ�าเป็นต้อง
ใส่ใจเรื่องกวนใจใดๆ อีกต่อไป
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
10
ก่อนเข้าเรื่อง
มหัศจรรย์แนวคิด “ช่างหัวมันเถอะ”
คุณจะได้เรียนรู้เทคนิคและเข้าใจเหตุผลต่อไปนี้
ท�าไมการใส่ใจว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับคุณจึงถือเป็นศัตรูตัวฉกาจ
พร้อมทั้งเทคนิคในการก�าจัดความคิดนี้
วิธีแบ่งกลุ่มเรื่องกวนใจเพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณา ว่าเรื่องใด
ท�าให้ขุ่นเคืองและเรื่องใดท�าให้สุขใจ
หลักเกณฑ์ง่ายๆ ว่าคุณควรใส่ใจเรื่องนั้นๆ หรือไม่ (เช่น เรื่องนี้มี
ผลกระทบกับคนอื่นนอกจากตัวฉันไหม)
เทคนิคเลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่องโดยไม่ต้องท�าตัวขวางโลก
วิธีท�าบัญชีเรื่องกวนใจ (และเทคนิคในการท�าตามแผน)
ผลลัพธ์จากการใช้แนวคิด “เน้นคุณภาพ ลดปริมาณ” ที่จะ
เปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ
และอื่นๆ อีกมากมาย!
ลองคิดดูเล่นๆ สิคะว่าชีวิตคุณจะดีขึ้นแค่ไหน หากคุณปฏิเสธสิ่งที่คุณไม่
เคยสนใจใยดีเลยได้ แถมคุณจะยังมีเวลา พลังงาน และเงินมากพอที่จะ
ท�าสิ่งที่คุณสนใจได้อย่างอิสระ
ตัวอย่างง่ายๆ แค่ฉันเลิกคิดมากเรื่องที่จะต้องแต่งหน้าก่อนออก
จากอพาร์ทเม้นท์เพื่อไปร้านขายของช�าใกล้บ้าน ฉันก็มีเวลานั่งอ่าน
นิตยสารที่เพิ่งซื้อมาอย่างสบายใจบนโซฟาเพิ่มขึ้นอีกตั้ง 10 นาที
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
11
ก่อนเข้าเรื่อง
หรือตั้งแต่ที่ฉันเลิกใส่ใจที่จะไปร่วมงานเบบี้ชาวเวอร์21
ซึ่งเป็นงาน
ที่ฉันเบื่อที่สุดฉันก็ได้อิสรภาพช่วงบ่ายวันอาทิตย์กลับมาอย่างประเมินค่า
ไม่ได้!
แล้วเวลาที่ฉันมีเพิ่มขึ้นจากการไม่ไปร่วมงานเบบี้ชาวเวอร์ล่ะฉัน
เอาไปใช้ท�าอะไร?
ก่อนอื่นเลย ฉันก็จะนอนเล่นให้สบายใจ แล้วค่อยเข้าเว็บไซต์
ขายของออนไลน์เพื่อสั่งซื้อเครื่องปั๊มน�้านมใหม่เอี่ยมให้กับว่าที่คุณแม่
ถ้าให้เลือกระหว่างการช็อปออนไลน์แค่ 10 นาทีกับ 4 ชั่วโมงใน
งานเบบี้ชาวเวอร์เล่นเกมเด็กน้อยแสนน่าเบื่อและดื่มน�้าหวานเฮลบลูบอย
ล่ะก็ ฉันแทบไม่ต้องคิดเลย แต่ส�าหรับคุณ งานเบบี้ชาวเวอร์อาจเป็น
กิจกรรมที่น่าสนใจก็ได้
รายละเอียดปลีกย่อยนั้นไม่ส�าคัญสิ่งที่ส�าคัญคือผลลัพธ์จากการ
ปฏิบัติตามแนวทางสุขใจ เพื่อเลิกนิสัยการใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง คุณจะมี
จิตใจผ่องใสตารางงานไม่แน่นเอี๊ยดเหมือนเคยคุณจะมีเวลาและพลังงาน
ไปทุ่มให้กับคนหรือเรื่องที่ท�าให้คุณมีความสุข
ชีวิตดีขึ้นทุกด้ำน ด้วยกำร “ช่ำงแม่ง”!
2
1Baby Showers เป็นประเพณีรับขวัญเด็กที่ก�ำลังจะเกิดของชำวตะวันตก โดยจัดเป็น
งำนเลี้ยงเล็กๆ ในบ้ำน แขกที่มำงำนจะน�ำของขวัญมำมอบให้แม่และเด็กที่ก�ำลังจะเกิด
บทที่ 1
ว่าด้วยการใส่ใจ
และการปล่อยผ่าน
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
15
ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน
ามใจตัวเองง่ายๆ ว่า ฉันเครียดเกินไปหรือเปล่า งานเยอะเกิน
ไปไหม ฉันใช้ชีวิตหนักไปหรือเปล่า
หากค�าตอบที่ได้คือ “ใช่” ลองหยุดคิดสักนิดและตอบให้ได้ว่า
“ท�าไม”
พนันได้เลยว่าค�าตอบที่ได้คงจะเป็น“เพราะฉันเยอะและใส่ใจไป
หมดทุกเรื่อง” หรือหากจะให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็น่าจะตอบได้ว่า “เพราะฉัน
ทึกทักเอาเองว่าควรจะใส่ใจเรื่องไร้สาระพวกนั้น”
ไม่ต้องห่วง ตัวช่วยอยู่ที่นี่แล้วค่ะ
ตลอดหนังสือเล่มนี้ คุณจะเจอวลี “ใส่ใจเรื่องกวนใจ” ในสอง
ความหมายด้วยกัน
1. หมายถึงการใส่ใจเรื่องทั่วๆไปซึ่งเป็นความหมายที่จัดอยู่ใน
ขั้นตอนที่ 1 (ตัดสินใจว่าควรใส่ใจหรือปล่อยผ่าน)
2. หมายถึงการใส่ใจใครบางคนหรือเรื่องบางเรื่อง จนยอมทุ่ม
เวลา แรงกาย หรือเงินให้ไป ซึ่งความหมายนี้จะจัดอยู่ในขั้น
ตอนที่ 2 (เลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง)
ไม่ว่าจะเป็นในความหมายใด คุณจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นได้ด้วยการหยุด
ใส่ใจเรื่องไร้สาระเสีย แนวทางสุขใจที่ฉันคิดขึ้นจะช่วยลดเวลา พลังงาน
และเงินที่คุณใช้ไปกับคนและเรื่องไร้สาระคุณรู้ดีค่ะว่าฉันหมายถึงใครหรือ
เรื่องอะไร!
เราไม่เห็นต้องใช้ชีวิตแย่ๆ แบบนี้ต่อไปเลย มาเริ่มจัดการกับมัน
กันดีกว่าค่ะ
ถ
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
16
ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน
ช่างหัวมัน ทําไมฉันต้องแคร์
นี่ถือเป็นค�าถามส�าคัญที่สุดในชีวิตคนเราข้อหนึ่ง หรืออย่างน้อย ก็ควรจะ
เป็นเช่นนั้น
ก่อนที่เราจะหลับหูหลับตาตอบออกไปว่า“ได้ได้ได้เลย!”กับทุก
คนและทุกเรื่องที่ดูดกินเวลา พลังงาน และเงินของคุณ (รวมถึงการซื้อ
หนังสือเล่มนี้มาอ่านด้วย) คุณควรถามตัวเองให้แน่ใจก่อนที่จะหลุดปาก
ว่า “ได้” หรือ “ตกลง” ก่อนว่า “ฉันต้องแคร์เรื่องนี้ไหมเนี่ย”
ความใส่ใจที่คุณมอบให้กับคนและเรื่องต่างๆนั้นมีจ�ากัดและทรง
คุณค่า ถ้าคุณใช้มันพร�่าเพรื่อ มันก็ย่อมจะหมดไป ไม่ต่างจากเงินในบัญชี
ธนาคารของคุณผลลัพธ์คือความวิตกกังวลความเครียดและความสิ้นหวัง
ไม่ดีเลยจริงไหมคะ ต่อไปนี้คุณจึงควรจัดท�า “บัญชีโควตาเรื่องกวนใจ” ที่
จะช่วยคุณจัดล�าดับความส�าคัญเรื่องราวต่างๆ และจงเลิกใส่ใจเรื่องที่ไม่
สลักส�าคัญอะไรตั้งแต่ตอนนี้และในโอกาสต่อๆ ไปเถอะค่ะ
ก่อนที่เรำจะพูดถึงวิธีปล่อยผ่ำนเรื่องกวนใจ เรำมำคุยกัน
ก่อนดีกว่ำค่ะว่ำเรื่องใดบ้ำงที่ควรใส่ใจ
คุณควรใส่ใจเฉพาะเรื่องที่สร้างความสุขให้กับคุณเท่านั้น ไม่ว่า
จะเป็นคน สิ่งของ หรือแนวคิดความเชื่อ การพิจารณาแยกแยะก็ไม่ยาก
ค�าตอบก็ชัดเจนอยู่แล้ว แต่หลายต่อหลายครั้งคนเรากลับไม่เคยหยุดคิด
(หรืออาจคิดผิดก็ได้) นี่แหละค่ะ เหตุผลว่าท�าไมแนวทางสุขใจจึงจ�าเป็น
ต่อคุณ น่าตื่นเต้นจริงไหมล่ะคะ!
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
17
ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน
คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องโดยไม่ทันคิดให้รอบคอบ
เรามักเกรงใจคนอื่นจนเกินเหตุ เพราะความรู้สึกผิด ความรับผิดชอบ และ
ความวิตกกังวล แต่มันกลับท�าลายความสุขส่วนตัวของเราเอง
ช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย แถมยังเป็นวิถีที่ขัดต่อการสร้าง
ความสุขในชีวิตคุณอีกต่างหาก(แต่ถ้าคุณไม่อยากมีความสุขในชีวิตก็วาง
หนังสือเล่มนี้ลงและเลิกอ่านได้)
ยังอยากสร้างความสุขให้ตัวเองอยู่ไหมคะ?
ถ้ายังอยากไปต่อ ช่วยไขข้อข้องใจนี้ที แทนที่จะมัวรู้สึกผิด ยึด
ติดกับหน้ำที่ และคอยวิตกกังวล จะไม่ดีกว่ำหรือ ถ้ำเรำจะมีก�ำลังใจ
สบำยใจ และหำยห่วง? ลองคิดว่าคุณเป็นซานตาคลอสผู้มากับถุงใบ
ใหญ่โดยในถุงใบนั้นไม่ได้มีของเล่นไว้แจกเด็กๆแต่เต็มไปด้วยความใส่ใจ
ซึ่งคุณจะมอบให้เฉพาะคนที่คู่ควรเท่านั้น
คุณจึงเปรียบได้กับซำนตำคลอสผู้ใส่ใจ
ดังนั้นจงเลิกนิสัยชอบตอบตกลงส่งเดชเพราะอยากเอาใจคนอื่น
เสียทีคิดทบทวนให้ดีว่าคุณแคร์เรื่องที่เข้ำมำตรงหน้ำหรือไม่และเรื่อง
ที่ว่ำนี้คุ้มค่ำกับควำมใส่ใจ (ทั้งที่เป็นเวลำ พลังงำน และเงิน) ที่คุณ
จะทุ่มลงไปหรือไม่อย่าลืมนะคะว่าคุณต้องท�าตามแผนบัญชีโควตาเรื่อง
กวนใจของคุณ
ชีวิตของคนเรานั้นแท้จริงแล้วเต็มไปด้วยการตอบตกลงและ
ปฏิเสธเต็มไปด้วยการใส่ใจไม่ก็เพิกเฉยและหากคุณยังใช้ชีวิตตามใจคน
อื่นต่อไป เมื่อสิ้นวัน สัปดาห์ หรือเดือน คุณก็จะไม่มีความใส่ใจหลงเหลือ
ให้กับตัวเองอีกเลย พอถึงตอนนั้นคุณจะรู้เองว่าความใส่ใจที่ทุ่มเทไปนั้น
ท�าให้ทุกคนมีความสุข ยกเว้นตัวคุณเอง
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
18
ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน
แนวทางสุขใจจะช่วยขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไป
ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพลิกกระดานเปลี่ยนผู้คุมเกมและเลิกใส่ใจ
กับเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเสียที
เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน: หลักการเบื้องต้น
กำรปล่อยผ่ำนเรื่องกวนใจหมำยถึงกำรใส่ใจและดูแลตัวคุณเองก่อน
เหมือนตอนเกิดเหตุฉุกเฉินบนเครื่องบินที่คุณควรสวมหน้ากากออกซิเจน
ให้ตัวเองก่อนช่วยเหลือคนอื่น
กำรปล่อยผ่ำนเรื่องกวนใจหมำยถึงกำรรู้จักปฏิเสธ ฉัน
ไม่ชอบ ฉันไม่มีเวลาเลย ฉันซื้อไม่ไหวหรอก
และที่ส�ำคัญที่สุด กำรปล่อยผ่ำนเรื่องกวนใจหมำยถึงกำร
ปลดปล่อยตัวเองจำกควำมวิตกกังวล ควำมกลัว และควำมรู้สึกผิด
ที่ต้องกล่ำวค�ำปฏิเสธ หมายถึงการเลิกเสียเวลาอันมีค่าไปอย่างเปล่า
ประโยชน์กับคนที่คุณไม่ชอบขี้หน้า และกับภาระที่ไม่เต็มใจท�า
กำรปล่อยผ่ำนเรื่องกวนใจจึงเท่ำกับกำรก�ำจัดขยะทำงจิตใจ
การก�าจัดบุคคลหรือสิ่งที่ท�าให้คุณขุ่นเคืองใจออกไปจากชีวิต และยังช่วย
เพิ่มพื้นที่ว่างในจิตใจให้คุณได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่สร้างความสุขอย่าง
แท้จริง
ถึงจะฟังดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย (จริงๆ ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น) แต่มัน
ก็จะช่วยสร้างโลกใบใหม่ที่ดีขึ้นให้กับทุกคนรอบตัวคุณด้วยเช่นกัน
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
19
ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน
เมื่อคุณเลิกกังวลกับเรื่องกวนใจที่จ�าใจต้องท�า คุณก็จะโฟกัสไป
ที่สิ่งที่อยากท�าได้เต็มที่ คุณจะมีความสุขและร่าเริงยิ่งขึ้นในที่ท�างาน คุณ
จะผ่อนคลายและเฮฮามากขึ้นเมื่ออยู่กับเพื่อน คุณอาจใช้เวลากับ
ครอบครัวมากขึ้นหรือไม่ก็น้อยลงแต่นั่นจะท�าให้ช่วงเวลาที่มีร่วมกันเปี่ยม
ไปด้วยคุณค่ายิ่งกว่าที่เคยเป็น
แล้วคุณก็จะมีเวลา พลังงาน และเงินมากขึ้นเพื่อทุ่มให้กับการ
ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ผู้ที่อ้าแขนรับแนวคิด ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ
“ช่างแม่ง” จึงได้รับชัยชนะที่แท้จริง
อยากจะเป็นผู้ได้รับชัยชนะที่แท้จริงแล้วใช่ไหมล่ะคะ?
ผู้วิเศษที่ตัดกังวล เลิกสนเรื่องกวนใจ
เป็นใครกันนะ?
จากประสบการณ์ของฉัน คนที่ตัดกังวลเลิกสนใจเรื่องไม่เป็นเรื่องได้แบ่ง
ออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
เด็กไร้เดียงสา
พวกขวางโลก
ผู้รู้แจ้งและปล่อยวาง
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
20
ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน
เด็กไร้เดียงสา
เด็กๆ มักเก่งเรื่องนี้ พวกเขาไม่ใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่องรอบตัว เพราะว่า
พวกเขาไม่จ�าเป็นต้องใส่ใจนั่นเอง อยากได้อะไรพ่อแม่ก็หาให้ และถึงแม้
บางเรื่องจะไม่มีคนช่วยท�าให้ แต่เด็กพวกนี้ก็แทบจะไม่รับรู้ถึงความ
แตกต่างลองคิดดูเล่นๆนะคะว่าถ้ามีคนซักผ้าให้คุณทุกวันคุณจะยังคอย
ระวังไม่ให้อาหารหกเลอะเสื้อผ้าหรือกลัวที่จะเทโยเกิร์ตใส่หัวตัวเองอยู่ไหม
ล่ะคะ?ก็คงไม่ถ้าแค่ร้องไห้โวยวายก็มีคนเอาน�้ามาให้ดื่มหรือซื้อของเล่น
ชิ้นใหม่ให้ล่ะคุณจะยังสนไหมว่าตัวเองจะลืมแก้วน�้าใบโปรดไว้ที่ไหน?จะ
กลัวไหมว่าตุ๊กตาพูดได้จะพังถ้าจุ่มมันลงไปในน�้า? ไม่มีทาง!
เหตุผลที่เด็กๆ ไม่กังวลกับสิ่งต่างๆ รอบตัวก็เพราะพวกเขายังไร้
เดียงสาและขาดประสบการณ์ชีวิตความคิดและจิตใจของพวกเขายังขาว
สะอาด พวกเขายังไม่ถูกยัดเยียดความสับสนวุ่นวายของโลกใบนี้ให้ พูด
ง่ายๆ คือยังไม่มีอะไรที่ต้องก�าจัดออกไปนั่นเองค่ะ
เจ้าตัวแสบพวกนี้ช่างโชคดีจริง
แต่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอกนะคะทั้งตัวเราและเด็กๆ
เหล่านี้ก็ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในที่สุด สักวันหนึ่งเราต่างก็ต้องเผชิญหน้า
กับความเฮงซวยของโลกใบนี้กันทุกคน สิ่งเดียวที่ท�าได้คือการแสวงหา
หนทางหวนกลับไปสู่ความอัศจรรย์ในวัยเด็กที่จะช่วยแบ่งเบาภาระอัน
หนักอึ้งของเราได้
ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง”
21
ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน
พวกขวางโลก
กลุ่มต่อมาคือพวกขวางโลก ปกติคนกลุ่มนี้จะไม่ใส่ใจเรื่องกวนใจรอบตัว
เรียกได้ว่าไม่เคยใส่ใจอะไรอยู่แล้วแต่เกิดพวกเขาจะท�าตามใจโดยไม่แคร์
ว่าจะท�าให้ใครไม่พอใจ จะเหยียบเท้าใคร หรือจะต้องเอาเปรียบใครเพื่อ
ให้ได้ดังใจ(จะว่าไปเด็กบางคนก็เป็นเด็กแสบขวางโลกเช่นกันแต่พวกนั้น
ไม่นับละกัน)คนกลุ่มนี้ต่างจากเจฟเพราะคนรอบข้างไม่ได้ชื่นชอบหรือให้
เกียรติพวกเขาอาจจะกลัวและเกรงใจแต่ไม่ใช่ความชื่นชอบอย่างแน่นอน
ถ้าคุณยังอยากมีเพื่อนคบ คุณย่อมไม่อยากกลายเป็นพวกขวาง
โลกแน่ถึงแม้การขวางโลกจะช่วยให้คุณมีเวลาว่างเพิ่มมากขึ้นทุกสัปดาห์
แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นเพราะคุณจัดการเรื่องกวนใจเพื่อเพิ่มเวลาท�ากิจกรรมที่
อยากท�าหรือไปพบปะคนที่อยากเจอมันเกิดจากไม่มีใครอยากชวนคุณไป
ไหนด้วยแล้วต่างหาก
1. ความเป็นส่วนตัวของคนอื่น
2. ปล่อยให้คนอื่นต้องรอ
3. ส่งเสียงดังในเขตห้ามส่งเสียง
บนรถไฟ
4. ทิ้งขยะไม่เป็นที่
5. จ่ายทิปน้อยกว่าที่ควร
6. ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ในพื้นที่
อากาศไม่ถ่ายเท
7. ไม่เปิดไฟเลี้ยว
8. ยืนขวางทางบนบันไดเลื่อน
9. ไม่เก็บอึของสัตว์เลี้ยง
10. การถูกมองว่าเป็นพวก
ขวางโลก
10 เรื่องที่พวกขวำงโลกไม่แคร์

ตัวอย่างหนังสือ ชีวิตติดปีก ด้วยการช่างแม่ง

  • 1.
    the life-changing magicof NOT GIVING A F*CK ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” Sarah Knight
  • 2.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” TheLife-Changing Magic of NOT GIVING A F*CK Copyright © 2015 by Emergency Biscuit Inc. This edition published by arrangement with Little, Brown and Company, New York, New York, USA. All rights reserved. Thai language translation copyright © 2018 by Superposition Co., Ltd. All rights reserved. เลขมาตรฐานสากลประจ�าหนังสือ ISBN 978-616-8109-02-1 ผู้เขียน Sarah Knight ผู้แปล ฐานันดร วงศ์กิตติธร กองบรรณาธิการ จิรวรรณ วงค�าเสา, ธีร์ มีนสุข, ปิยะพงษ์ ศิริสุทธานันท์ ออกแบบปก กมลชนก พรรัตน์ธนพงศ์ และ Bookcreation ราคา 220 บาท จัดพิมพ์โดย ส�านักพิมพ์บิงโก ภายในเครือ บริษัท ซุปเปอร์โพซิชั่น จ�ากัด (Superposition Co., Ltd.) 18 ซอยดุลิยา ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. 10170 อีเมล superposition.books@gmail.com โทรศัพท์ 094-810-7272 เว็บไซต์ www.bingobook.co เฟซบุ๊ก www.facebook.com/bingobooks จัดจ�าหน่ายโดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จ�ากัด (มหาชน) SE-EDUCATION Public Company Limited เลขที่ 1858/87-90 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 โทรศัพท์ 02-826-8222, 02-826-8000 โทรสาร 02-826-8356-9 เว็บไซต์ www.se-ed.com พิมพ์ที่ โรงพิมพ์ธนาเพรส โทรศัพท์ 02-530-4114 หากต้องการสั่งซื้อเป็นจ�านวนมาก กรุณาติดต่อรับส่วนลดได้ที่ บริษัท ซุปเปอร์โพซิชั่น จ�ากัด อีเมล์ superposition.books@gmail.com
  • 3.
    บอกลาเรื่องไร้สาระ หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเทคนิคในการเลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง ซึ่งฉันทดลอง ใช้แล้วได้ผล ฉันได้ปล่อยวางเรื่องสัพเพเหระความเชื่อ งาน และกิจกรรม ต่างๆ รวมถึงเลิกใส่ใจใครบางคนที่ไม่ได้สลักส�าคัญอะไรกับชีวิต คุณอาจ ไม่เห็นด้วยกับเทคนิคทั้งหมดที่ฉันน�าเสนอ นั่นก็เป็นสิทธิ์ของคุณ และใน ขณะที่อ่านหนังสือเล่มนี้ คุณอาจคุ้นเคยกับบางเรื่องราวจนคิดว่าฉันน�า เรื่องของคุณมาเขียนโดยเฉพาะหากคุณมีลูกแล้วเป็นพวกคลั่งคาราโอเกะ เป็นเพื่อน เป็นคนในครอบครัว หรือเป็นอดีตเพื่อนร่วมงานของฉัน เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้อาจเป็นคุณจริงๆ ก็ได้ หรือคุณอาจแค่ ทึกทักไปเอง ไม่ว่านี่จะเป็นเรื่องราวของคุณหรือไม่ แต่หากสิ่งที่ฉันเขียน ท�าให้คุณรู้สึกไม่พอใจ คุณก็จ�ำเป็นต้องอ่ำนหนังสือเล่มนี้จริงๆ แล้วล่ะ ฉันขอแนะน�าให้เปิดข้ามไปอ่านหน้า24ในหัวข้อ“ใครจะคิดยังไงก็ช่างมัน เถอะ” ได้เลย อีกอย่างที่อยากให้รู้ก็คือแม้หนังสือเล่มนี้จะตั้งชื่อ(ภาษาอังกฤษ)ล้อเลียน หนังสือของมาริเอะคอนโดะ1 แต่หากจะให้มาริเอะเขียนหรือให้ส�านักพิมพ์ ของเธอยอมรับและยกย่องหนังสือเล่มนี้ ก็คงต้องรอให้โลกแตกก่อนนั่น ล่ะค่ะ 1 มาริเอะ คอนโดะ เป็นนักเขียนและผู้ให้ค�าปรึกษาเรื่องการจัดบ้าน หนังสือของเธอมีชื่อ ภาษาไทยว่า “ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว” และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “The Life-Changing Magic of Tidying Up” ชื่อหนังสือภาษาอังกฤษของหนังสือเล่มนี้ (the life-changing magic of NOT GIVING A F*CK) จึงเป็นการล้อเลียนชื่อหนังสือของ มาริเอะนั่นเอง
  • 4.
    สารบัญ ก่อนเข้าเรื่อง 1 จัดการของในลิ้นชักอันเละเทะของคุณเสีย 2 ศิลปะแห่งการก�าจัดขยะในจิตใจ5 มหัศจรรย์แนวคิด “ช่างหัวมันเถอะ” 10 บทที่ 1 ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน 15 ช่างหัวมัน ท�าไมฉันต้องแคร์ 16 เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน: หลักการเบื้องต้น 18 ผู้วิเศษที่ตัดกังวล เลิกสนเรื่องกวนใจ เป็นใครกันนะ? 19 ฉันจะเลิกสนใจเรื่องกวนใจกับเขาได้อย่างไร? 23 ใครจะคิดยังไงก็ช่างมันเถอะ 24 ความรู้สึก VS ความคิดเห็น 28 บัญชีโควตาเรื่องกวนใจ 34 คุณจะท�ายังไงกับคนที่ก้าวก่ายชีวิตคุณไม่เลิก? 37 สรุปกันหน่อย 38 การฝึกฝนด้วยจินตภาพ 41
  • 5.
    บทที่ 2 ใส่ใจหรือปล่อยผ่าน?45 จิตใจไม่ต่างจากโกดัง 46 จัดแบ่งเรื่องกวนใจให้เข้ากลุ่ม 48 เรื่องสัพเพเหระ 49 หน้าที่การงาน 58 เพื่อน คนรู้จัก และคนแปลกหน้า 74 ครอบครัว 99 การวิ่งผลัดไม้สุดท้าย 115 คัดสรรเรื่องกวนใจอย่างเข้มข้น 117 อย่ามองข้ามผลเสียจากเรื่องกวนใจที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง 119 บทที่ 3 เลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง 123 เสาหลักทั้งสาม: เวลา พลังงาน และเงิน 124 ก้าวแรกที่มั่นคง 128 เรื่องกวนใจง่ายๆ ที่ควรปล่อยผ่าน 129 เรื่องกวนใจที่ยากระดับกลางที่ควรปล่อยผ่าน 130 ปลุกใจกันหน่อย 133 ความซื่อตรงจริงใจ: อัตราส่วนที่แปรผัน 135 ต่างเรื่องกวนใจ แต่ใช้หลักการเดียวกัน 137 คงสงสัยแล้วสิว่า เมื่อไหร่จะถึงคิวเรื่องกวนใจจากงานแต่งงาน? 152
  • 6.
    เรื่องเก่า เรื่องใหม่ เรื่องของคนอื่นและเรื่องไม่คาดคิด 154 รู้สึกกลัวเหรอคะ? ลองก�าหนดนโยบายส่วนตัวใหม่อีกทีสิคะ 164 ให้รางวัลกับตัวเอง 166 FAQs (ค�าถามกวนใจที่พบบ่อย) 167 ผลพลอยได้จากเรื่องกวนใจที่เราใส่ใจ (หรือไม่ใส่ใจ) 171 บทที่ 4 “ช่างหัวมันเถอะ” มนต์วิเศษพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ 175 รางวัลตอบแทนจากเรื่องกวนใจที่ปล่อยผ่าน 176 เรื่องกวนใจนั้นส่งผลต่อร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ 180 อีกหนทางแห่งการปล่อยวางเรื่องกวนใจ 184 ส่งต่อความสุข 185 ตระหนักถึงสิ่งที่ท�าได้โดยไม่ต้องกังวล 186 เรื่องที่ควรใส่ใจมากกว่าที่เป็นอยู่ 187 เป็นตัวของตัวเอง 191 ช่างมัน พวกช่างติ 193 สู่การรู้แจ้งและการปล่อยวาง 193 บทส่งท้าย 195
  • 7.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 1 ก่อนเข้าเรื่อง ก่อนเข้าเรื่อง หากคุณเป็นเหมือนฉันคุณก็คงใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเยอะและนาน จนเกินไปแล้ว คุณใช้ชีวิตหนักหน่วงและสร้างภาระให้ตัวเองมากจนเกิน รับไหว ทั้งเครียด วิตกกังวล หรืออาจถึงขั้นหวาดกลัวภาระหน้าที่ที่ต้องท�า ชีวิตดีขึ้นทุกด้านด้วยการ“ช่างแม่ง”เป็นหนังสือที่เหมาะส�าหรับ ทุกคนที่ท�างานหนักและหาความสุขใส่ตัวน้อยเกินไป จนไม่เคยมีเวลาพอ จะทุ่มเทให้กับคนหรือสิ่งที่ท�าให้เรามีความสุขจริงๆ ได้เลย กว่าฉันจะคิดได้กับเรื่องบางเรื่องว่า“ช่างหัวมันเถอะ”ก็อายุเกือบ 30 แล้ว และกว่าฉันจะค้นพบเทคนิคที่ท�าให้แนวคิดนี้ได้ผลจริงๆ ขึ้นมา อายุก็ปาเข้าเกือบเลข 4 หนังสือเล่มนี้จึงได้รวบรวมเทคนิคที่ตกผลึกจาก การเรียนรู้วิถีแห่งการปล่อยวางเรื่องกวนใจ พร้อมให้ค�าแนะน�าอย่างเป็น ขั้นเป็นตอนแก่ผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และปลดปล่อยตัวเอง จากวังวนแห่งความวิตก เพราะมัวกังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่องจนเกินไป หากชื่อหนังสือและแนวคิดนี้ฟังดูค้นหูคุณอยู่บ้าง ก็ยินดีด้วยค่ะ ถือว่าคุณไม่ตกเทรนด์เพราะแนวคิดและหนังสือ“ชีวิตดีขึ้นทุกๆด้านด้วย การจัดบ้านแค่ครั้งเดียว” ของมาริเอะ คอนโดะ ได้ไต่อันดับขึ้นหิ้งหนังสือ ขายดีแล้วทั่วโลกคนหลายล้านคนจึงได้เรียนรู้เทคนิค“คอนมาริ”2ขั้นตอน ของเธอ เทคนิคนี้ว่าด้วยการก�าจัดสิ่งที่ไม่ “กระตุ้นความสุข” แล้วค่อยจัด ระเบียบสิ่งที่เหลืออยู่ ผลลัพธ์คือบ้านที่สะอาดและสุขสงบ มาริเอะเชื่อว่า ผลลัพธ์นี้จะน�ามาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
  • 8.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 2 ก่อนเข้าเรื่อง แล้วหนังสือจัดบ้ำนตำมแบบฉบับญี่ปุ่นเกี่ยวอะไรกับ หนังสือชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” ของฉันด้วยล่ะ? เกี่ยวอะไรด้วยน่ะเหรอ? นึกว่าจะไม่ถามเสียแล้ว ในฐานะที่ฉันเป็นนักก�าจัดสิ่งไม่จ�าเป็นที่เชี่ยวชาญพอๆ กับคุณ มาริเอะ ฉันก็มีเทคนิคบางอย่างมาน�าเสนอให้กับคุณเช่นกันค่ะ... จัดการของในลิ้นชักอันเละเทะของคุณเสีย ฉันลาออกจากงานที่ส�านักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในช่วงฤดูร้อนปี2015ซึ่งเป็นงาน ที่ฉันเพียรพยายามท�ามากว่า15ปีจนมั่นคงเพื่อออกมาตั้งธุรกิจของตนเอง ในฐานะนักเขียนและบรรณาธิการอิสระ ฉันยังจ�าวันแรกที่ก้าวออกจาก ออฟฟิศบนตึกสูงระฟ้าแห่งนั้นได้ดี ฉันกระโจนลงจากวังวนของการไต่ บันไดองค์กรอย่างตื่นเต้นยิ่งกว่าพนักงานเซเว่นกะสุดท้ายของวันเสียอีก ฉันปลดเปลื้องความกังวลใจไร้สาระทุกรูปแบบไปจนหมดสิ้นต่อจากนี้ไป ก็ไม่ต้องสนใจเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง เสื้อผ้าที่จะใส่ นาฬิกาปลุก หรืออะไรเทือกนั้นอีกแล้ว ฉันเลิกใส่ใจการที่ต้องมาคอยเข้าร่วมงานสัมมนาบ้าบอ ไหนจะ “การแต่งตัวชุดสุภาพกึ่งล�าลอง”ไหนจะ“การประชุมสภาเมือง”ฉันไม่ต้อง มานั่งนับวันลาพักร้อนที่เหลือราวกับตัวเองเป็นนักโทษที่นั่งรอวันพิพากษา ด้วยการขีดเขียนบนก�าแพงคุกอีกต่อไป เมื่อฉันปลดแอกความเบื่อหน่ายของงานประจ�าลงได้ฉันก็มีเวลา ว่างและมีอิสระที่จะท�าตามใจตัวเอง ฉันได้นอนเต็มอิ่มและตื่นเมื่ออยาก
  • 9.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 3 ก่อนเข้าเรื่อง ตื่นทานอาหารเที่ยงกับสามี ท�างานอิสระที่รับมาเล็กๆ น้อยๆ (หรือบางที ก็แอบไปเที่ยวทะเลบ้าง)และพยายามเลี่ยงรถไฟใต้ดินในนิวยอร์กอันแสน จะวุ่ยวายให้มากที่สุดเท่าที่จะท�าได้ ฉันยังอ่านหนังสือ “ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ ครั้งเดียว” ซึ่งในฐานะที่เป็นคนชอบจัดบ้านอยู่แล้ว ฉันก็ไม่ถึงกับต้องพึ่ง ค�าแนะน�าของคุณมาริเอะหรอก แต่ฉันเป็นคนที่ชอบหาวิธีใหม่ๆ มาจัด อพาร์ทเม้นท์ของตัวเองให้ดูดีเหมือนบ้านตัวอย่างในนิตยสารและนี่ก็เป็น เวลาว่างของฉัน ฉันจะท�างาน จะนอนเล่น หรือจะท�าอะไรก็ย่อมได้ จะบอกให้ก็ได้ค่ะว่าหนังสือจัดบ้านเล่มนี้ใช้ได้ผลจริงอย่างที่ โฆษณาเอาไว้เลย ได้ผลจนฉันกล้าพูดว่า…ราวกับมีเวทมนตร์ ฉันใช้เวลาหลายชั่วโมงท�าตามเทคนิคคอนมาริ (เทคนิคการจัด บ้านของมาริเอะ คอนโดะ) เพื่อจัดการกับชั้นใส่ถุงเท้าของสามี เทคนิคนี้ เน้นก�าจัดถุงเท้าคู่ที่คุณไม่ชอบหรือไม่เคยคิดจะใส่(จริงๆต้องพูดว่าถุงเท้า คู่ที่ฉันรู้ว่าสามีไม่ชอบและไม่เคยคิดจะใส่มากกว่า) จากนั้นจึงค่อยพับ ถุงเท้าที่เหลือให้เห็นเด่นชัดเหมือนเหล่าทหารยืนเข้าแถวเรียงหนึ่ง และ ครั้งต่อไปที่คุณเปิดชั้นถุงเท้าคุณกวาดตามองเพียงครั้งเดียวก็จะเห็นถุงเท้า ทุกคู่สามีเคยคิดว่าฉันบ้าไปแล้วที่มานั่งจัดชั้นวางถุงเท้าแต่พอเห็นผลลัพธ์ เท่านั้นแหละเขาก็คล้อยตามและยอมจัดชั้นวางนั้นรวมถึงตู้เสื้อผ้าทั้งหมด ด้วยตัวเองในวันรุ่งขึ้น ถ้าคุณยังไม่เคยอ่านหนังสือของมาริเอะ คอนโดะ ฉันขออธิบาย หน่อยว่าท�าไมเราทั้งสองจึงกระตือรือร้นกับการจัดบ้านกันนัก การก�าจัดเสื้อผ้าที่ไม่ต้องการหรือที่ไม่ชอบออกไป (ท�าให้เราได้ ชื่นชมของชิ้นอื่นที่เหลืออยู่)จะท�าให้เราเสียเวลาน้อยลงกับการเลือกเสื้อผ้า
  • 10.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 4 ก่อนเข้าเรื่อง ที่จะใส่(เพราะเห็นของทุกชิ้นในชั้นวางได้จากการกวาดตาเพียงครั้งเดียว) จะไม่มีเสื้อผ้าชิ้นใดถูก“ลืม”อยู่ที่ด้านหลังของชั้นวางอีกต่อไป(ด้วยเทคนิค การพับผ้าและจัดเรียงแบบตั้งตรงของมาริเอะ)และเราก็ไม่ต้องซักผ้า บ่อยๆเหมือนเคย(เพราะคิดไปเองว่าไม่มีเสื้อผ้าจะใส่แล้วทั้งๆที่ยังมีเสื้อ ตัวเก่งอีกหลายตัวถูกกางเกงที่ใส่ไม่ได้แล้ววางทับอยู่ด้านล่าง) พูดง่ายๆ ก็คือ ชีวิตจะดีขึ้นมากเพียงแค่เรามองเห็นถุงเท้าทุกคู่ที่ มีหลังจากนั้นฉันก็เที่ยวป่าวประกาศและหว่านล้อมใครต่อใคร(ที่ยอมฟัง) ให้หันมาทดลองใช้เทคนิคนี้อยู่หลายต่อหลายสัปดาห์ (ซึ่งหลายคนก็ไม่ เต็มใจฟังเรื่องที่ฉันพล่ามนัก) ไม่อยากเชื่อว่าการลาออกจากงานและการพับถุงเท้าจะท�าให้ฉัน เกิดรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตขึ้นมาในทันที! ขณะที่ก�าลังชื่นชมบ้านที่แสนสะอาดเรียบร้อยของตัวเองฉันรับรู้ ได้ถึงความสุขสงบยิ่งกว่าครั้งไหนแน่นอนว่าฉันชอบตู้เก็บของที่เรียบร้อย ไร้สิ่งของวางระเกะระกะแบบนี้ แต่สิ่งที่ท�าให้ฉันมีความสุขจริงๆ ก็คือการ ได้ออกจากงานที่ไม่ชอบและปล่อยให้ผู้คนสิ่งของกิจกรรมและงานอดิเรก ที่สร้างความสุขกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ฉันเคยมองข้ามสิ่งดีๆ เหล่านี้ไป ไม่ใช่เพราะถุงเท้ากว่ายี่สิบสองคู่ที่ไม่ได้จัดเก็บให้เป็นระเบียบ แต่เพราะ ภำระหน้ำที่และขยะทำงจิตใจที่เรำทุกคนสะสมมำนำนจนล้นต่ำงหำก นั่นแหละที่ท�าให้ฉันคิดได้ว่าจริงๆแล้วไม่ใช่เพราะการจัดบ้านให้ เรียบร้อยหรอกที่ท�าให้เรามีความสุข อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ ฉันยังคงชื่นชมคุณมาริเอะ คอนโดะ ที่ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการจัดการกับสิ่งของและเพิ่มพื้นที่เพื่อสร้าง ความสุขให้กับผู้คนอยู่เช่นเดิมเทคนิคนี้ได้ผลกับฉันรวมถึงคนอื่นๆอีกนับ
  • 11.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 5 ก่อนเข้าเรื่อง ล้านทั่วโลกก็อย่างที่เธอกล่าวไว้ในหนังสือนั่นแหละค่ะว่า “ชีวิตคนเราจะ ดีขึ้นอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อบ้านเป็นระเบียบ” ตอนนี้ฉันจัดบ้ำนจนเป็นระเบียบแล้ว และควำมสุขที่แท้จริง ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อฉันหันมำจัดกำรกับเรื่องกวนใจของตัวเองอย่ำง จริงจัง มาเท้าความกันสักหน่อยดีกว่าค่ะ ศิลปะแห่งการกําจัดขยะในจิตใจ ฉันเป็นคนแคร์โลกจนเกินเหตุตั้งแต่เกิด และเชื่อว่าคุณเองก็เช่นกัน ฉันมองว่าตัวเองเป็นคุณนายเพอร์เฟ็กต์ฉันใส่ใจกับทุกเรื่องและ ทุกรายละเอียดตลอดช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น ฉันทุ่มสุดตัวกับการท�าตาม หน้าที่ท�าโปรเจ็กต์และท�าข้อสอบวัดระดับทุกรูปแบบเพียงเพราะต้องการ พิสูจน์ว่าตัวเองนั้นคู่ควรแก่การยอมรับนับถือจากคนในครอบครัวเพื่อนฝูง หรือกระทั่งคนที่รู้จักกันเพียงผิวเผิน ฉันยอมคบหากับคนที่ตัวเองไม่ชอบ ขี้หน้า เพราะอยากให้คนอื่นมองว่าฉันจิตใจดี ฉันยอมรับผิดชอบงาน บางอย่างทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ตัวเอง เพราะอยากให้คนอื่นคิดว่าฉันมีน�้าใจ ฉันฝืนกินอาหารที่ชวนคลื่นใส้ เพราะไม่อยากให้เสียน�้าใจใคร สรุปคือ ฉันแคร์โลกและคนอื่นมากเกินไปมานานแสนนานแล้ว นี่ไม่ใช่วิถีชีวิตที่ดีเลย ครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักคนที่ไม่แคร์โลกก็ตอนอายุยี่สิบต้นๆสมมติว่า เขาชื่อเจฟแล้วกัน เจฟเป็นนักธุรกิจดาวรุ่งที่มีเพื่อนฝูงมากมาย และเป็น
  • 12.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 6 ก่อนเข้าเรื่อง คนประเภทที่จะไม่ยอมเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่อยากท�าแม้แต่น้อยแต่ผู้คน กลับชื่นชอบและนับถือเขาเขาจะไม่ไปร่วมชมการแสดงที่โรงเรียนลูกคุณ เขาจะไม่ไปร่วมยินดีกับคุณที่วิ่งมาราธอน 5 กิโลเมตรได้ส�าเร็จเป็นครั้งที่ 17 หรือครั้งไหนๆ ก็ตาม แต่มันกลับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะนั่นคือ ตัวตนที่ทุกคนยอมรับ เขาเป็นคนดี เข้าสังคมเก่ง ใครๆ ก็มองเขาในแง่ดี เขาเองก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาจะใส่ใจเฉพาะเรื่องที่ส�าคัญและสิ่งที่ เขาชอบจริงๆ อย่างการเลี้ยงดูลูกอย่างใกล้ชิด การตีกอล์ฟ และการดู รายการชิงร้อยชิงล้านทุกคืนเท่านั้น นอกเหนือจากนี้น่ะเหรอ? ช่ำง หัว มัน สิ เขาช่างเป็นคนที่พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นมีความสุขและสดใสอยู่ เสมอ ทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับเจฟฉันจะคิดเสมอว่า“อยากเป็นอย่างเขาจัง” ไม่นานหลังจากนั้นตอนที่ฉันอายุได้ยี่สิบกว่าฉันต้องเจอกับเพื่อน บ้านผู้อาศัยอยู่ชั้นล่างเขาเปรียบได้กับฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนแต่ฉันก็ มักแคร์ความรู้สึกของเขาจนยอมท�าตามค�าขอประหลาดๆ อยู่เสมอ (มีอยู่ ครั้งหนึ่ง เขาให้เพื่อนใส่ส้นสูงและเดินกระทืบเท้าไปรอบอพาร์ทเม้นท์ ชั้นบนของฉันส่วนฉันกับเขายืนรอฟังเสียงอยู่ที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างแล้วฉัน ก็แกล้งคล้อยตามว่า “มีเสียงรบกวน” จริงๆ ด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้ยินเสียง อะไรเลย) ก็เห็นอยู่ว่าเขาจิตไม่ปกติชัดๆแล้วท�าไมฉันต้องสนว่าเขาจะชอบ ขี้หน้าฉันมั้ย ฉันควรเลิกใส่ใจอีตาคุณโรเซนเบิร์กนี่ตั้งแต่ตอนที่เขาหาว่า รูมเมทของฉัน “ท�ากิจกรรมเสียงดัง” ในห้องนอนชั้นบนของห้องเขาอีกที ทั้งๆ ที่เพื่อนคนนั้นไปเที่ยวยุโรปตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อนหน้าแล้ว
  • 13.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 7 ก่อนเข้าเรื่อง พออายุย่างเข้าเลข3ฉันหมั้นกับแฟนและเริ่มวางแผนจัดงานแต่ง ซึ่งเป็นงานที่เต็มไปด้วยเรื่องจุกจิกไร้สาระไหนจะค่าจัดงานสถานที่อาหาร ชุดแต่งงานภาพถ่ายดอกไม้วงดนตรีรายชื่อแขกบัตรเชิญร่างค�าสาบาน เค้กและอีกมากมายยาวเป็นหางว่าว ที่ไล่มาทั้งหมดนี้ ฉันสนจริงๆ ไม่กี่ เรื่องหรอกแต่ฉันก็อดไม่ได้ที่จะใส่ใจทุกรายละเอียดผลคือฉันเครียดมำก เสียจนแทบจะหำควำมสุขและควำมสบำยใจไม่ได้เลย พอถึงวันจริง ฉันถึงกับปวดไมเกรน ปวดท้อง และเป็นลมพิษจนขึ้นผื่นสีชมพูสีเดียวกับ เลื่อมดอกไม้ที่ปักบนชุดเจ้าสาวของฉันไม่มีผิด พอคิดย้อนกลับไป ฉันก็ได้แต่ถามตัวเองว่ามันคุ้มไหมกับเวลาที่ ฉัน (และสามี) ต้องเสียไป ที่เราต้องมาทะเลาะกันอยู่นานสองนานว่าจะ เปิดเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ในงานเลี้ยงต้อนรับดีหรือเปล่า มาคิดดูอีกที ฉันก็สงสัยว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเลือกเมนู อาหารเรียกน�้าย่อยนี่มันส�าคัญขนาดนั้นจริงๆ เหรอ ในเมื่อตัวฉันเองก็ไม่ ได้กินด้วยสักค�า เพราะมัวติดถ่ายรูปอยู่ ไม่คุ้มเลยสักนิด แต่ก็ยังมีเรื่องเหนือความคาดหมายเล็กน้อยเพราะฉันเอาชนะตัว เองได้อยู่เรื่องหนึ่ง ถึงฉันจะกังวลกับเรื่องจุกจิกอย่างรายชื่อแขกรับเชิญ (แน่ล่ะก็ฉันต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่ายนี่นา)แต่ฉันกลับไม่แคร์การจัดผังที่นั่ง แขกเลย! ด้วยคิดว่าแขกแต่ละคนนั้นโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงกันหมดแล้ว ฉันคงไม่ต้องมาช่วยเลือกที่นั่งให้เพื่อเป็นเกียรติในฐานะที่มากินฟรีเมาฟรี หรือหาความสุขใส่ตัวด้วยเงินจากกระเป๋าของฉันอีกหรอกนะ ฉันจึง ประหยัดเวลาไปได้อีกหลายชั่วโมง (ดีไม่ดีอาจจะครึ่งวันเลยด้วยซ�้า) ไม่
  • 14.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 8 ก่อนเข้าเรื่อง ต้องมาคอยเติมผังที่นั่งในงานไม่ต้องคอยสับเปลี่ยนที่นั่งให้คุณลุงคุณป้า และตัวแถมที่แขกพามาครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนคนบ้าที่นั่งดีดลูกคิด ค�านวณซ�้าซาก! ชนะเลิศค่ะ! หลังจากหมดเวรหมดกรรมจากงานแต่ง ฉันก็เหนื่อยจนแทบ ขาดใจ นี่คงเป็นจุดแตกหักของฉันกับนิสัยแบบนี้แล้วล่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องผังที่นั่งแขก แต่ฉันกลับมองข้ามมันไป ฉัน เลือกความสบายใจส่วนตัวเหนือภาระทางจิตใจฉันยอมละเลยเรื่องไร้สาระ นี้ และปล่อยให้แขกเลือกหย่อนก้นลงนั่งที่ไหนก็ได้ตามใจ แล้วถามว่ามี แขกคนไหนบ่นไม่พอใจกับเจ้าสาวคนนี้ไหม? ...ไม่มีเลยสักคน... อืม น่าคิด... หลายปีต่อมา ฉันก็ได้หัดมองข้ำมเรื่องไร้สำระที่ท�ำให้ฉัน หงุดหงิดร�ำคำญใจฉันกล้าที่จะปฏิเสธค�าชวนไปสังสรรค์หลังเลิกงานฉัน อันเฟรนด์เพื่อนที่ท�าตัวน่าร�าคาญบนเฟซบุ๊ก และพอกันทีกับความทุกข์ที่ ต้องมาคอย “เดาใจ” จากพฤติกรรมที่ใคร “แสดง” ออกมา ฉันรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ ภาระเบาลงและมีความสุขมากขึ้น ฉันวางหู ใส่พวกขายตรงทางโทรศัพท์ฉันปฏิเสธไม่ไปร่วมทริปสุดสัปดาห์ที่มีเด็กเล็ก ไปด้วย ฉันเป็นตัวของตัวเองและให้ความส�าคัญกับสิ่งที่มาริเอะเรียกว่า “ตัวกระตุ้นความสุข” ได้มากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุด ฉันก็ตระหนักได้ว่าตัวเองมีความรู้และข้อคิดที่จะ แบ่งปันในฐานะมนต์วิเศษเปลี่ยนชีวิตได้เช่นกัน ถ้าเรื่องนั้นๆ ท�าให้คุณมีความสุข ก็จงแคร์ต่อไปค่ะ
  • 15.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 9 ก่อนเข้าเรื่อง แต่ค�าถามที่น่าส�าคัญยิ่งกว่าก็คือ มันท�ำให้คุณขุ่นเคืองใจบ้ำงไหม? ถ้าค�าตอบคือใช่ก็หยุดใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่องเสียเริ่มได้ตั้งแต่ตอน นี้เลยแล้วฉันจะแนะน�าวิธีการให้ ฉันได้ออกแบบแนวทางในการก�ำจัดขยะและจัดกำรกับพื้นที่ ทำงจิตใจด้วยแนวคิด “ช่ำงหัวมันเถอะ” ซึ่งค�าว่าช่างหัวมันเถอะ ในที่ นี้หมายถึงการเลิกทุ่มเทเวลา พลังงาน หรือเงินไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ไม่ ได้สร้างความสุขและไม่ได้ท�าให้ชีวิตของคุณดีขึ้น (ก่อความขุ่นเคืองใจ) เพื่อให้คุณมีเวลาพลังงานและเงินไว้ทุ่มกับเรื่องอื่นที่ส�าคัญกว่า(ก่อความ สุขใจ) ฉันตั้งชื่อเทคนิคนี้ว่า แนวทางสุขใจ ซึ่งมีขั้นตอนหลัก อยู่ 2 ขั้น ตอนด้วยกัน คือ 1. ตัดสินใจว่าควรใส่ใจหรือปล่อยผ่าน (ช่างหัวมัน) 2. เลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง แน่ล่ะว่าคุณควรรู้สึก “สุขใจ” เมื่อท�าส�าเร็จทั้ง 2 ขั้นตอนนี้ แนวทางนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรหนังสือเล่มนี้จะให้ตัวช่วยและสร้าง ทัศนคติที่ดีเพื่อให้คุณท�าตามแนวทางสุขใจได้ส�าเร็จ เชื่อเถอะว่าเมื่อน�าแนวทางสุขใจนี้ไปปรับใช้คุณจะไม่จ�าเป็นต้อง ใส่ใจเรื่องกวนใจใดๆ อีกต่อไป
  • 16.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 10 ก่อนเข้าเรื่อง มหัศจรรย์แนวคิด“ช่างหัวมันเถอะ” คุณจะได้เรียนรู้เทคนิคและเข้าใจเหตุผลต่อไปนี้ ท�าไมการใส่ใจว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับคุณจึงถือเป็นศัตรูตัวฉกาจ พร้อมทั้งเทคนิคในการก�าจัดความคิดนี้ วิธีแบ่งกลุ่มเรื่องกวนใจเพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณา ว่าเรื่องใด ท�าให้ขุ่นเคืองและเรื่องใดท�าให้สุขใจ หลักเกณฑ์ง่ายๆ ว่าคุณควรใส่ใจเรื่องนั้นๆ หรือไม่ (เช่น เรื่องนี้มี ผลกระทบกับคนอื่นนอกจากตัวฉันไหม) เทคนิคเลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่องโดยไม่ต้องท�าตัวขวางโลก วิธีท�าบัญชีเรื่องกวนใจ (และเทคนิคในการท�าตามแผน) ผลลัพธ์จากการใช้แนวคิด “เน้นคุณภาพ ลดปริมาณ” ที่จะ เปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ และอื่นๆ อีกมากมาย! ลองคิดดูเล่นๆ สิคะว่าชีวิตคุณจะดีขึ้นแค่ไหน หากคุณปฏิเสธสิ่งที่คุณไม่ เคยสนใจใยดีเลยได้ แถมคุณจะยังมีเวลา พลังงาน และเงินมากพอที่จะ ท�าสิ่งที่คุณสนใจได้อย่างอิสระ ตัวอย่างง่ายๆ แค่ฉันเลิกคิดมากเรื่องที่จะต้องแต่งหน้าก่อนออก จากอพาร์ทเม้นท์เพื่อไปร้านขายของช�าใกล้บ้าน ฉันก็มีเวลานั่งอ่าน นิตยสารที่เพิ่งซื้อมาอย่างสบายใจบนโซฟาเพิ่มขึ้นอีกตั้ง 10 นาที
  • 17.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 11 ก่อนเข้าเรื่อง หรือตั้งแต่ที่ฉันเลิกใส่ใจที่จะไปร่วมงานเบบี้ชาวเวอร์21 ซึ่งเป็นงาน ที่ฉันเบื่อที่สุดฉันก็ได้อิสรภาพช่วงบ่ายวันอาทิตย์กลับมาอย่างประเมินค่า ไม่ได้! แล้วเวลาที่ฉันมีเพิ่มขึ้นจากการไม่ไปร่วมงานเบบี้ชาวเวอร์ล่ะฉัน เอาไปใช้ท�าอะไร? ก่อนอื่นเลยฉันก็จะนอนเล่นให้สบายใจ แล้วค่อยเข้าเว็บไซต์ ขายของออนไลน์เพื่อสั่งซื้อเครื่องปั๊มน�้านมใหม่เอี่ยมให้กับว่าที่คุณแม่ ถ้าให้เลือกระหว่างการช็อปออนไลน์แค่ 10 นาทีกับ 4 ชั่วโมงใน งานเบบี้ชาวเวอร์เล่นเกมเด็กน้อยแสนน่าเบื่อและดื่มน�้าหวานเฮลบลูบอย ล่ะก็ ฉันแทบไม่ต้องคิดเลย แต่ส�าหรับคุณ งานเบบี้ชาวเวอร์อาจเป็น กิจกรรมที่น่าสนใจก็ได้ รายละเอียดปลีกย่อยนั้นไม่ส�าคัญสิ่งที่ส�าคัญคือผลลัพธ์จากการ ปฏิบัติตามแนวทางสุขใจ เพื่อเลิกนิสัยการใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง คุณจะมี จิตใจผ่องใสตารางงานไม่แน่นเอี๊ยดเหมือนเคยคุณจะมีเวลาและพลังงาน ไปทุ่มให้กับคนหรือเรื่องที่ท�าให้คุณมีความสุข ชีวิตดีขึ้นทุกด้ำน ด้วยกำร “ช่ำงแม่ง”! 2 1Baby Showers เป็นประเพณีรับขวัญเด็กที่ก�ำลังจะเกิดของชำวตะวันตก โดยจัดเป็น งำนเลี้ยงเล็กๆ ในบ้ำน แขกที่มำงำนจะน�ำของขวัญมำมอบให้แม่และเด็กที่ก�ำลังจะเกิด
  • 19.
  • 21.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 15 ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน ามใจตัวเองง่ายๆว่า ฉันเครียดเกินไปหรือเปล่า งานเยอะเกิน ไปไหม ฉันใช้ชีวิตหนักไปหรือเปล่า หากค�าตอบที่ได้คือ “ใช่” ลองหยุดคิดสักนิดและตอบให้ได้ว่า “ท�าไม” พนันได้เลยว่าค�าตอบที่ได้คงจะเป็น“เพราะฉันเยอะและใส่ใจไป หมดทุกเรื่อง” หรือหากจะให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็น่าจะตอบได้ว่า “เพราะฉัน ทึกทักเอาเองว่าควรจะใส่ใจเรื่องไร้สาระพวกนั้น” ไม่ต้องห่วง ตัวช่วยอยู่ที่นี่แล้วค่ะ ตลอดหนังสือเล่มนี้ คุณจะเจอวลี “ใส่ใจเรื่องกวนใจ” ในสอง ความหมายด้วยกัน 1. หมายถึงการใส่ใจเรื่องทั่วๆไปซึ่งเป็นความหมายที่จัดอยู่ใน ขั้นตอนที่ 1 (ตัดสินใจว่าควรใส่ใจหรือปล่อยผ่าน) 2. หมายถึงการใส่ใจใครบางคนหรือเรื่องบางเรื่อง จนยอมทุ่ม เวลา แรงกาย หรือเงินให้ไป ซึ่งความหมายนี้จะจัดอยู่ในขั้น ตอนที่ 2 (เลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง) ไม่ว่าจะเป็นในความหมายใด คุณจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นได้ด้วยการหยุด ใส่ใจเรื่องไร้สาระเสีย แนวทางสุขใจที่ฉันคิดขึ้นจะช่วยลดเวลา พลังงาน และเงินที่คุณใช้ไปกับคนและเรื่องไร้สาระคุณรู้ดีค่ะว่าฉันหมายถึงใครหรือ เรื่องอะไร! เราไม่เห็นต้องใช้ชีวิตแย่ๆ แบบนี้ต่อไปเลย มาเริ่มจัดการกับมัน กันดีกว่าค่ะ ถ
  • 22.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 16 ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน ช่างหัวมันทําไมฉันต้องแคร์ นี่ถือเป็นค�าถามส�าคัญที่สุดในชีวิตคนเราข้อหนึ่ง หรืออย่างน้อย ก็ควรจะ เป็นเช่นนั้น ก่อนที่เราจะหลับหูหลับตาตอบออกไปว่า“ได้ได้ได้เลย!”กับทุก คนและทุกเรื่องที่ดูดกินเวลา พลังงาน และเงินของคุณ (รวมถึงการซื้อ หนังสือเล่มนี้มาอ่านด้วย) คุณควรถามตัวเองให้แน่ใจก่อนที่จะหลุดปาก ว่า “ได้” หรือ “ตกลง” ก่อนว่า “ฉันต้องแคร์เรื่องนี้ไหมเนี่ย” ความใส่ใจที่คุณมอบให้กับคนและเรื่องต่างๆนั้นมีจ�ากัดและทรง คุณค่า ถ้าคุณใช้มันพร�่าเพรื่อ มันก็ย่อมจะหมดไป ไม่ต่างจากเงินในบัญชี ธนาคารของคุณผลลัพธ์คือความวิตกกังวลความเครียดและความสิ้นหวัง ไม่ดีเลยจริงไหมคะ ต่อไปนี้คุณจึงควรจัดท�า “บัญชีโควตาเรื่องกวนใจ” ที่ จะช่วยคุณจัดล�าดับความส�าคัญเรื่องราวต่างๆ และจงเลิกใส่ใจเรื่องที่ไม่ สลักส�าคัญอะไรตั้งแต่ตอนนี้และในโอกาสต่อๆ ไปเถอะค่ะ ก่อนที่เรำจะพูดถึงวิธีปล่อยผ่ำนเรื่องกวนใจ เรำมำคุยกัน ก่อนดีกว่ำค่ะว่ำเรื่องใดบ้ำงที่ควรใส่ใจ คุณควรใส่ใจเฉพาะเรื่องที่สร้างความสุขให้กับคุณเท่านั้น ไม่ว่า จะเป็นคน สิ่งของ หรือแนวคิดความเชื่อ การพิจารณาแยกแยะก็ไม่ยาก ค�าตอบก็ชัดเจนอยู่แล้ว แต่หลายต่อหลายครั้งคนเรากลับไม่เคยหยุดคิด (หรืออาจคิดผิดก็ได้) นี่แหละค่ะ เหตุผลว่าท�าไมแนวทางสุขใจจึงจ�าเป็น ต่อคุณ น่าตื่นเต้นจริงไหมล่ะคะ!
  • 23.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 17 ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องโดยไม่ทันคิดให้รอบคอบ เรามักเกรงใจคนอื่นจนเกินเหตุเพราะความรู้สึกผิด ความรับผิดชอบ และ ความวิตกกังวล แต่มันกลับท�าลายความสุขส่วนตัวของเราเอง ช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย แถมยังเป็นวิถีที่ขัดต่อการสร้าง ความสุขในชีวิตคุณอีกต่างหาก(แต่ถ้าคุณไม่อยากมีความสุขในชีวิตก็วาง หนังสือเล่มนี้ลงและเลิกอ่านได้) ยังอยากสร้างความสุขให้ตัวเองอยู่ไหมคะ? ถ้ายังอยากไปต่อ ช่วยไขข้อข้องใจนี้ที แทนที่จะมัวรู้สึกผิด ยึด ติดกับหน้ำที่ และคอยวิตกกังวล จะไม่ดีกว่ำหรือ ถ้ำเรำจะมีก�ำลังใจ สบำยใจ และหำยห่วง? ลองคิดว่าคุณเป็นซานตาคลอสผู้มากับถุงใบ ใหญ่โดยในถุงใบนั้นไม่ได้มีของเล่นไว้แจกเด็กๆแต่เต็มไปด้วยความใส่ใจ ซึ่งคุณจะมอบให้เฉพาะคนที่คู่ควรเท่านั้น คุณจึงเปรียบได้กับซำนตำคลอสผู้ใส่ใจ ดังนั้นจงเลิกนิสัยชอบตอบตกลงส่งเดชเพราะอยากเอาใจคนอื่น เสียทีคิดทบทวนให้ดีว่าคุณแคร์เรื่องที่เข้ำมำตรงหน้ำหรือไม่และเรื่อง ที่ว่ำนี้คุ้มค่ำกับควำมใส่ใจ (ทั้งที่เป็นเวลำ พลังงำน และเงิน) ที่คุณ จะทุ่มลงไปหรือไม่อย่าลืมนะคะว่าคุณต้องท�าตามแผนบัญชีโควตาเรื่อง กวนใจของคุณ ชีวิตของคนเรานั้นแท้จริงแล้วเต็มไปด้วยการตอบตกลงและ ปฏิเสธเต็มไปด้วยการใส่ใจไม่ก็เพิกเฉยและหากคุณยังใช้ชีวิตตามใจคน อื่นต่อไป เมื่อสิ้นวัน สัปดาห์ หรือเดือน คุณก็จะไม่มีความใส่ใจหลงเหลือ ให้กับตัวเองอีกเลย พอถึงตอนนั้นคุณจะรู้เองว่าความใส่ใจที่ทุ่มเทไปนั้น ท�าให้ทุกคนมีความสุข ยกเว้นตัวคุณเอง
  • 24.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 18 ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน แนวทางสุขใจจะช่วยขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไป ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพลิกกระดานเปลี่ยนผู้คุมเกมและเลิกใส่ใจ กับเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเสียที เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน:หลักการเบื้องต้น กำรปล่อยผ่ำนเรื่องกวนใจหมำยถึงกำรใส่ใจและดูแลตัวคุณเองก่อน เหมือนตอนเกิดเหตุฉุกเฉินบนเครื่องบินที่คุณควรสวมหน้ากากออกซิเจน ให้ตัวเองก่อนช่วยเหลือคนอื่น กำรปล่อยผ่ำนเรื่องกวนใจหมำยถึงกำรรู้จักปฏิเสธ ฉัน ไม่ชอบ ฉันไม่มีเวลาเลย ฉันซื้อไม่ไหวหรอก และที่ส�ำคัญที่สุด กำรปล่อยผ่ำนเรื่องกวนใจหมำยถึงกำร ปลดปล่อยตัวเองจำกควำมวิตกกังวล ควำมกลัว และควำมรู้สึกผิด ที่ต้องกล่ำวค�ำปฏิเสธ หมายถึงการเลิกเสียเวลาอันมีค่าไปอย่างเปล่า ประโยชน์กับคนที่คุณไม่ชอบขี้หน้า และกับภาระที่ไม่เต็มใจท�า กำรปล่อยผ่ำนเรื่องกวนใจจึงเท่ำกับกำรก�ำจัดขยะทำงจิตใจ การก�าจัดบุคคลหรือสิ่งที่ท�าให้คุณขุ่นเคืองใจออกไปจากชีวิต และยังช่วย เพิ่มพื้นที่ว่างในจิตใจให้คุณได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่สร้างความสุขอย่าง แท้จริง ถึงจะฟังดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย (จริงๆ ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น) แต่มัน ก็จะช่วยสร้างโลกใบใหม่ที่ดีขึ้นให้กับทุกคนรอบตัวคุณด้วยเช่นกัน
  • 25.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 19 ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน เมื่อคุณเลิกกังวลกับเรื่องกวนใจที่จ�าใจต้องท�าคุณก็จะโฟกัสไป ที่สิ่งที่อยากท�าได้เต็มที่ คุณจะมีความสุขและร่าเริงยิ่งขึ้นในที่ท�างาน คุณ จะผ่อนคลายและเฮฮามากขึ้นเมื่ออยู่กับเพื่อน คุณอาจใช้เวลากับ ครอบครัวมากขึ้นหรือไม่ก็น้อยลงแต่นั่นจะท�าให้ช่วงเวลาที่มีร่วมกันเปี่ยม ไปด้วยคุณค่ายิ่งกว่าที่เคยเป็น แล้วคุณก็จะมีเวลา พลังงาน และเงินมากขึ้นเพื่อทุ่มให้กับการ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ผู้ที่อ้าแขนรับแนวคิด ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” จึงได้รับชัยชนะที่แท้จริง อยากจะเป็นผู้ได้รับชัยชนะที่แท้จริงแล้วใช่ไหมล่ะคะ? ผู้วิเศษที่ตัดกังวล เลิกสนเรื่องกวนใจ เป็นใครกันนะ? จากประสบการณ์ของฉัน คนที่ตัดกังวลเลิกสนใจเรื่องไม่เป็นเรื่องได้แบ่ง ออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ เด็กไร้เดียงสา พวกขวางโลก ผู้รู้แจ้งและปล่อยวาง
  • 26.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 20 ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน เด็กไร้เดียงสา เด็กๆมักเก่งเรื่องนี้ พวกเขาไม่ใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่องรอบตัว เพราะว่า พวกเขาไม่จ�าเป็นต้องใส่ใจนั่นเอง อยากได้อะไรพ่อแม่ก็หาให้ และถึงแม้ บางเรื่องจะไม่มีคนช่วยท�าให้ แต่เด็กพวกนี้ก็แทบจะไม่รับรู้ถึงความ แตกต่างลองคิดดูเล่นๆนะคะว่าถ้ามีคนซักผ้าให้คุณทุกวันคุณจะยังคอย ระวังไม่ให้อาหารหกเลอะเสื้อผ้าหรือกลัวที่จะเทโยเกิร์ตใส่หัวตัวเองอยู่ไหม ล่ะคะ?ก็คงไม่ถ้าแค่ร้องไห้โวยวายก็มีคนเอาน�้ามาให้ดื่มหรือซื้อของเล่น ชิ้นใหม่ให้ล่ะคุณจะยังสนไหมว่าตัวเองจะลืมแก้วน�้าใบโปรดไว้ที่ไหน?จะ กลัวไหมว่าตุ๊กตาพูดได้จะพังถ้าจุ่มมันลงไปในน�้า? ไม่มีทาง! เหตุผลที่เด็กๆ ไม่กังวลกับสิ่งต่างๆ รอบตัวก็เพราะพวกเขายังไร้ เดียงสาและขาดประสบการณ์ชีวิตความคิดและจิตใจของพวกเขายังขาว สะอาด พวกเขายังไม่ถูกยัดเยียดความสับสนวุ่นวายของโลกใบนี้ให้ พูด ง่ายๆ คือยังไม่มีอะไรที่ต้องก�าจัดออกไปนั่นเองค่ะ เจ้าตัวแสบพวกนี้ช่างโชคดีจริง แต่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอกนะคะทั้งตัวเราและเด็กๆ เหล่านี้ก็ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในที่สุด สักวันหนึ่งเราต่างก็ต้องเผชิญหน้า กับความเฮงซวยของโลกใบนี้กันทุกคน สิ่งเดียวที่ท�าได้คือการแสวงหา หนทางหวนกลับไปสู่ความอัศจรรย์ในวัยเด็กที่จะช่วยแบ่งเบาภาระอัน หนักอึ้งของเราได้
  • 27.
    ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ “ช่างแม่ง” 21 ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน พวกขวางโลก กลุ่มต่อมาคือพวกขวางโลกปกติคนกลุ่มนี้จะไม่ใส่ใจเรื่องกวนใจรอบตัว เรียกได้ว่าไม่เคยใส่ใจอะไรอยู่แล้วแต่เกิดพวกเขาจะท�าตามใจโดยไม่แคร์ ว่าจะท�าให้ใครไม่พอใจ จะเหยียบเท้าใคร หรือจะต้องเอาเปรียบใครเพื่อ ให้ได้ดังใจ(จะว่าไปเด็กบางคนก็เป็นเด็กแสบขวางโลกเช่นกันแต่พวกนั้น ไม่นับละกัน)คนกลุ่มนี้ต่างจากเจฟเพราะคนรอบข้างไม่ได้ชื่นชอบหรือให้ เกียรติพวกเขาอาจจะกลัวและเกรงใจแต่ไม่ใช่ความชื่นชอบอย่างแน่นอน ถ้าคุณยังอยากมีเพื่อนคบ คุณย่อมไม่อยากกลายเป็นพวกขวาง โลกแน่ถึงแม้การขวางโลกจะช่วยให้คุณมีเวลาว่างเพิ่มมากขึ้นทุกสัปดาห์ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นเพราะคุณจัดการเรื่องกวนใจเพื่อเพิ่มเวลาท�ากิจกรรมที่ อยากท�าหรือไปพบปะคนที่อยากเจอมันเกิดจากไม่มีใครอยากชวนคุณไป ไหนด้วยแล้วต่างหาก 1. ความเป็นส่วนตัวของคนอื่น 2. ปล่อยให้คนอื่นต้องรอ 3. ส่งเสียงดังในเขตห้ามส่งเสียง บนรถไฟ 4. ทิ้งขยะไม่เป็นที่ 5. จ่ายทิปน้อยกว่าที่ควร 6. ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ในพื้นที่ อากาศไม่ถ่ายเท 7. ไม่เปิดไฟเลี้ยว 8. ยืนขวางทางบนบันไดเลื่อน 9. ไม่เก็บอึของสัตว์เลี้ยง 10. การถูกมองว่าเป็นพวก ขวางโลก 10 เรื่องที่พวกขวำงโลกไม่แคร์