พลตรี มารวย ส่งทานินทร์
maruays@hotmail.com
1 ธันวาคม 2567
- Lewis Howes
Hay House, Inc, 2023
The Greatness Mindset offers a roadmap for defining a meaningful purpose for your life, several tools for overcoming the fears
that might keep you from fulfilling said purpose, and a collection of exercises to keep you both going and in good spirits as
you pursue your own unique path to greatness.
เกี่ยวกับผู้ประพันธ์
 Lewis Howes เป็นผู้ประพันธ์หนังสือขายดีของ New York Times วิทยากร
หลัก และพิธีกรรายการชั้นนา
 เขาเป็นนักกีฬาออลอเมริกันที่เล่นกีฬา 2 ประเภทคือ อดีตนักอเมริกัน
ฟุตบอลอาชีพ และสมาชิกทีมแฮนด์บอลชายทีมชาติสหรัฐอเมริกา
 รายการ The School of Greatness ของเขา เป็นหนึ่งในรายการพอดแคสต์
ชั้นนาของโลก โดยมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 500 ล้านครั้ง
 เขาได้รับการยกย่องจากทาเนียบขาวและประธานาธิบดีโอบามา ว่าเป็น
หนึ่งในผู้ประกอบการ 100 อันดับแรกของประเทศที่มีอายุต่ากว่า 30 ปี
The Greatness Mindset
 The Greatness Mindset คือหนังสือที่มุ่งหวังที่จะช่วยให้คุณค้นพบ และปลดปล่อยความยิ่งใหญ่
ภายในตัวคุณ
 Lewis Howes เป็นอดีตนักกีฬาอาชีพ พิธีกรรายการพอดแคสต์ และวิทยากรสร้างแรงบันดาลใจ ที่
เอาชนะความท้าทายและอุปสรรคต่างๆ มากมายในชีวิตได้
 เขาแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว ข้อคิดเห็น และบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากการสัมภาษณ์บุคคลที่ประสบ
ความสาเร็จมากที่สุดในโลก
เกี่ยวกับหนังสือ
 หนังสือเล่มนี้ แบ่งออกเป็ น 4 ส่วน ได้แก่ ศัตรูของความยิ่งใหญ่ (The
Enemy of Greatness) อุปสรรคต่อความยิ่งใหญ่ (The Barriers to
Greatness) กรอบความคิดของความยิ่งใหญ่ (The Mindset of Greatness)
และแผนสาหรับความยิ่งใหญ่ (The Game Plan for Greatness)
 ในแต่ละส่วน Howes จะอธิบายอุปสรรคและความกลัวทั่วไป ที่ขัดขวาง
ไม่ให้เราบรรลุศักยภาพสูงสุด เช่น ความไม่มั่นใจในตนเอง ความบอบ
ช้าทางใจ ความวิตกกังวล และความล้มเหลว
 เขายังให้กลยุทธ์และแบบฝึกหัดที่ใช้งานได้จริง เพื่อเอาชนะความท้า
ทายเหล่านี้ และเปลี่ยนกรอบความคิดของเราให้มีความอุดมสมบูรณ์
ความมั่นใจ และมีจุดมุ่งหมาย
ข้อความหลัก
 ข้อความหลักของหนังสือเล่มนี้ คือ ความยิ่งใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่สงวนไว้สาหรับบุคคลชั้นนาเพียงไม่กี่คน
แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในตัวเราทุกคน
 เราเพียงแค่ต้องอนุญาตให้ตัวเองไล่ตามความฝัน กาหนดเป้าหมาย ขอความช่วยเหลือ ลงมือทา และ
เฉลิมฉลองความสาเร็จของเรา
 ด้วยการทาเช่นนี้ เราสามารถสร้างพันธกิจที่มีความหมาย (meaningful mission) สาหรับชีวิตของเรา
และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้
หนังสือเล่มนี้ ยังให้คาแนะนาและเครื่องมืออันมีค่ามากมาย ที่สามารถช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการปรับปรุง
ชีวิตและบรรลุเป้าหมายได้ คือ
 เขียนความกลัวของคุณและวิธีเอาชนะความกลัวเหล่านั้น (Writing down your fears and how you can
overcome them)
 สร้างวิสัยทัศน์สาหรับอนาคตของคุณ (Creating a vision board for your future)
 ฝึกฝนการขอบคุณสิ่งที่ดีทุกวัน (Practicing gratitude every day)
 ค้นหาที่ปรึกษาหรือโค้ชที่สามารถแนะนาคุณได้ (Finding a mentor or coach who can guide you)
 พัฒนาพฤติกรรมและกิจวัตรประจาวันในเชิงบวก (Developing positive habits and routines)
 เฉลิมฉลองชัยชนะและเรียนรู้จากความพ่ายแพ้ (Celebrating your wins and learning from your losses)
 หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้พูดถึงแค่การเติบโตส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยัง
พูดถึงผลกระทบต่อสังคมด้วย
 Howes เน้นย้าถึงความสาคัญของการค้นหาจุดมุ่งหมาย และใช้
พรสวรรค์ที่มีเพื่อรับใช้ผู้อื่น
 เขายังสนับสนุนให้เรามีความเมตตา เห็นอกเห็นใจ และเอื้อเฟื้ อ
เวลา เงิน และทรัพยากรของเรามากขึ้ น
 เขาเชื่อว่าหากทาเช่นนี้ เราจะสามารถสร้างผลกระทบแบบลูกโซ่
แห่งความยิ่งใหญ่ให้กับโลกได้
เกริ่นนา - เส้นทางปฏิบัติจริงสู่ความกล้าหาญ ความมั่นใจ และการออกแบบชีวิตในฝันของคุณ
 คุณติดอยู่ในกิจวัตรเดิมๆ หรือไม่? คุณปรารถนาที่จะหลุดพ้นและสร้างชีวิตที่เป็ นแรงบันดาลใจที่
เติมเต็มคุณหรือไม่?
 ถ้าอย่างนั้น ก็ถึงเวลาที่จะหยุดทาซ้าเรื่องราวเดิมๆ ในหัวของคุณ และสร้างเรื่องราวใหม่ขึ้ นมา
 เรื่องราวที่คุณเอาชนะความกลัวและความไม่มั่นใจในตัวเอง เพื่อบรรลุเป้าหมายของคุณด้วยความ
ชัดเจนและมีจุดมุ่งหมาย ผ่านการสารวจตนเองและแบบฝึกหัดในทางปฏิบัติ
 คุณจะค้นพบวิธีการรักษาบาดแผลในอดีต ประเมินตัวตน ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของคุณ
และพัฒนาพันธกิจที่ชัดเจนและมีความหมาย
การกาหนดความหลงใหล ค่านิยม และลาดับความสาคัญของคุณ
 คุณเบื่อกับการใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมายหรือไม่ รู้สึกเหมือนเป็นผู้โดยสารบนเส้นทางที่คุณไม่ได้เลือกเอง
 เป็ นความรู้สึกทั่วไปที่มักเกิดขึ้ น คือการดาเนินชีวิตไปตามเส้นทางที่คนอื่นกาหนดไว้ อาจรู้สึก
ปลอดภัย แต่หากเราละเลยความหลงใหลและความต้องการที่แท้จริงของเรา เราก็เสี่ยงที่จะใช้ชีวิต
อย่างไร้ความหมาย
 ปัญหาในอดีตอาจทาให้เราใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวและสงสัย แล้วเราจะทาอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหานี้
 สิ่งหนึ่งที่เราสามารถทาได้คือการเรียนรู้ที่จะฟื้ นตัว เราต้องหาวิธีเผชิญและจัดการกับความรู้สึกที่
ขัดขวางไม่ให้เราบรรลุศักยภาพของตนเอง
 เราจะมาสารวจเรื่องนี้ ในหัวข้อถัดไป แต่ก่อนอื่น เราต้องคิดให้ได้ว่าเราต้องการอะไรจากชีวิตจริงๆ
 คุณเคยสงสัยไหมว่าทาไมบางคนถึงมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในขณะที่บางคนกลับดูเหมือนหลงทาง
 เหตุผลก็คือ คนที่มีจุดมุ่งหมาย มักจะมุ่งมั่นกับงานที่ทา
 นั่นหมายความว่า พวกเขาได้กาหนดและกาลังดาเนินการเพื่อบรรลุพันธกิจที่มีความหมาย ซึ่งเป็น
เป้าหมายเดียวที่สอดคล้องกับความหลงใหลและความแข็งแกร่งของพวกเขา
 แล้วคุณจะค้นพบพันธกิจที่มีความหมายของคุณได้อย่างไร?
 ก่อนอื่นเลย คุณต้องเข้าใจว่าตอนนี้ คุณอยู่ในช่วงไหนของชีวิต ซึ่งหมายถึงการประเมินจุดแข็ง
ข้อจากัด ความหลงใหล และค่านิยมของคุณ
 เครื่องมืออันทรงพลังอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คุณทาสิ่งนี้ ได้คือ Perfect Day Itinerary (PDI) เป็นการสร้าง
ตารางเวลาโดยละเอียดสาหรับวันในอุดมคติของคุณ ซึ่งรวมถึงภาระหน้าที่และแรงบันดาลใจ ที่จะ
ช่วยให้คุณชี้ แจงได้ว่า อะไรสาคัญกับคุณจริงๆ
 มุ่งเน้นไปที่สามด้านหลักคือ ธุรกิจ (business) ความสัมพันธ์ (relationships) และสุขภาพ (health)
 จากกระบวนการนี้ คุณจะสามารถค้นพบจุดที่เหมาะสม (sweet spot) ของคุณได้ คุณจะค้นพบ
พลังงาน ความกระตือรือร้น และแรงผลักดันในการบรรลุเป้าหมายของคุณ และสร้างผลกระทบเชิง
บวกต่อโลก
 และส่วนที่ดีที่สุด? มันเป็นการเดินทางที่ใครก็ตาม มีความเต็มใจทุ่มเทความพยายามเท่าที่จะทาได้
 หากคุณพร้อมที่จะค้นพบพันธกิจที่มีความหมายและตระหนักถึงศักยภาพสูงสุดของคุณแล้ว ให้
เริ่มต้นด้วยการประเมินตนเอง (self-assessment)
 ใช้แบบฝึกหัด PDI เพื่อชี้ แจงความหลงใหลและค่านิยมของคุณ จากนั้น อย่าลังเลที่จะแก้ไขจนกว่า
คุณจะพบวิสัยทัศน์ในฝันของคุณ
 แม้แต่การใส่กิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ หนึ่งหรือสองอย่างลงในปฏิทินของคุณ ก็สามารถสร้าง
แรงผลักดัน และช่วยให้คุณกาหนดลาดับความสาคัญของคุณได้
 จาไว้ว่า พันธกิจที่มีความหมายของคุณไม่ใช่ทางเลือกเพียงครั้งเดียว แต่มันจะค่อยๆ พัฒนาไป
พร้อมกับคุณ ทบทวนพันธกิจนี้ ต่อไปในขณะที่คุณก้าวผ่านชีวิต
 ใช้กรอบความคิดที่อุดมสมบูรณ์ ค้นหาจุดที่เหมาะสมของคุณ และมุ่งมั่นกับพันธกิจของคุณอย่างไม่
ลดละ
 ความยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้ นโดยบังเอิญ แต่ต้องการให้คุณพิจารณาเส้นทางของคุณ และแสดงตัวทุกวัน
เพื่อเดินตามเส้นทางนั้น
ปรับปรุงทัศนคติ เอาชนะความกลัวของคุณ (Improve Your Mindset, Overcome Your Fears)
 เมื่อเผชิญกับความท้าทาย เรามักจะรู้สึกกลัวและยอมแพ้เป็นธรรมดา
 แต่การเลิกไม่ใช่ทางเลือกสาหรับ Sara Blakely ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Spanx ที่ประสบความสาเร็จอย่างสูง
แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่เธอก็ปฏิเสธที่จะละทิ้งความฝันของเธอ
 ความลับของเธอคืออะไร? การกาหนดนิยามความล้มเหลวใหม่ แทนที่จะมองว่าเป็นเหตุผลที่ต้อง
หยุด เธอกลับเชื่อว่าความล้มเหลวคือการไม่พยายามพอ ด้วยการปรับเปลี่ยนทัศนคติและความ
อดทน เธอจึงเปลี่ยน Spanx ให้กลายเป็นธุรกิจพันล้านดอลลาร์
 ความกลัวต่อความล้มเหลวกาลังขัดขวางคุณอยู่หรือไม่ หากเป็ นเช่นนั้น ถึงเวลาแล้วที่คุณต้อง
ปลดปล่อยตัวเองและฝึกฝนตัวเองให้ประสบความสาเร็จ
 แต่คุณจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี
 เราสามารถเริ่มต้นโดยสร้างสิ่งที่ผู้ประพันธ์เรียกว่ารายการความกลัว (Fear List) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการ
จดความกังวลของคุณลงไป และอธิบายว่าอะไรทาให้คุณกลัว
 หากวิธีนี้ ช่วยได้ ให้ใช้ประโยคที่ว่า ถ้า … แล้ว ตัวอย่างเช่น ฉันกลัวว่าถ้าฉันเริ่มต้นธุรกิจของ
ตัวเอง ฉันจะล้มเหลวและสูญเสียเงินออมทั้งหมด
 ความกลัวเป็นอุปสรรคสาคัญต่อการเติบโต
 เมื่อทารายการสั้นๆ นี้ เสร็จเรียบร้อย คุณจะสามารถแสดงความกังวลและระบุสาเหตุที่แท้จริงของ
ความกลัวของคุณได้ เมื่อคุณได้ยืนยันสิ่งที่คอยฉุดรั้งคุณไว้แล้ว คุณก็สามารถเริ่มออกแบบวิธีการ
เอาชนะความเชื่อที่จากัดของคุณได้
 จาไว้ว่า การพูดในแง่ลบกับตัวเองอาจขัดขวางความก้าวหน้าของคุณได้ ดังนั้นคุณต้องกาจัดปีศาจตัว
นั้น เพื่อปลดปล่อยศักยภาพทั้งหมดของคุณ
 การนั่งลงเพื่อจัดการกับความกลัว (The Fear Sit Down) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้ประพันธ์แนะนา สาหรับ
การทาความเข้าใจและควบคุมอารมณ์ของคุณ
 สาหรับวิธีนี้ ให้ลองนั่งลงกับความกลัวที่เลวร้ายที่สุดของคุณเป็ นเวลา 3 ถึง 5 นาที วิธีนี้ อาจทาให้
รู้สึกไม่สบายใจในตอนแรก แต่จะช่วยให้คุณสังเกตเห็นการตอบสนองทางกายภาพและทางอารมณ์ที่
เกิดขึ้ น
 การจินตนาการถึงความกังวลของคุณให้เป็ นเสมือนคลื่นน้า จะช่วยให้คุณเห็นว่ามันค่อยๆ จางหายไป
ตามกาลเวลา
 เมื่อคุณทา Fear Sit Down เสร็จแล้ว ให้รางวัลตัวเองด้วยกิจกรรมที่คุณชอบเป็นเวลา 30 นาที
 การเอาชนะความกลัวต้องใช้ความคิดและการลงมือทา กิจกรรมเช่นนี้ สามารถช่วยให้คุณก้าวไป
ข้างหน้าในพันธกิจที่มีความหมายของคุณได้
 คุณต้องการวิธีง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับความวิตกกังวลของคุณหรือไม่?
 ลองทาสิ่งนี้ คือ หยิบปากกาและกระดาษขึ้ นมา แล้วจดสิ่งกระตุ้นที่ทาให้คุณเครียด 3-5 อย่างลงไป
จากนั้นนึกถึงความทรงจาดีๆ ในอดีต 5 อย่าง
 แล้วจดจ่อกับกลิ่นหรือความรู้สึกเฉพาะเจาะจงสิ่งดี ๆ ที่ผุดขึ้ นมาในใจ ด้วยการเข้าถึงจุดยึดอันน่า
รื่นรมย์ของความทรงจาอันน่ายินดี คุณสามารถเปลี่ยนความสนใจจากความคิดเชิงลบไปสู่ความคิด
เชิงบวกได้
 นี่คือสิ่งที่ผู้ประพันธ์เรียกว่า "ครีมปรับอารมณ์แห่งความสุข (Joy Conditioner)" ซึ่งจะไม่ช่วยขจัด
ความวิตกกังวลของคุณได้ทั้งหมด แต่จะช่วยให้คุณควบคุมตัวเองได้มากขึ้ น และมีความมั่นใจมาก
ขึ้ น ในการจัดการกับความเครียดในอนาคต
 การมีกรอบความคิดที่ยิ่งใหญ่ หมายถึงการยอมรับการเติบโต ให้ความสาคัญกับการเดินทางส่วนตัว
ของคุณ เชื่อมั่นในตัวเอง และศักยภาพของคุณในการเอาชนะอุปสรรค
 คนประสบความสาเร็จทุกคนเริ่มต้นด้วยก้าวแรก และคุณก็ทาได้เช่นกัน
เยียวยาตัวเอง (Mend Yourself)
 คุณเคยสงสัยหรือไม่ ว่าอะไรคือสิ่งที่แยกความแตกต่างระหว่างคนเก่งกับคนอื่นๆ
 ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ การทางานหนัก และโอกาสเท่านั้น ความยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากสิ่งที่ลึกซึ้ งกว่านั้น นั่น
คือ การเอาชนะความเจ็บปวด
 คุณพบว่าตัวเองทาสิ่งที่ทาลายตัวเองซ้าแล้วซ้าเล่าหรือไม่ หากคาตอบคือใช่ แสดงว่าถึงเวลาแล้วที่จะ
เริ่มเยียวยาบาดแผลในวัยเด็ก
 แต่สิ่งใดที่คอยฉุดรั้งคุณไว้จนถึงตอนนี้
 อุปสรรคใหญ่ที่สุดประการหนึ่งต่อการเติบโตส่วนบุคคลคือ ความรู้สึกเป็นเหยื่อ ความคิดเช่นนี้
สามารถดักเราไว้ในวังวนแห่งการตาหนิ (cycle of blame) ทาให้เราไม่อาจควบคุมชีวิตของตัวเองได้
 แน่นอนว่าคุณอาจมีเหตุผลอันสมควรที่จะบอกว่าคุณเป็นเหยื่อ แต่หากต้องการความสงบสุข คุณต้อง
ปล่อยวางอดีต
 กุญแจสาคัญในการรักษาความเจ็บปวดในอดีตเริ่มต้นจากเด็กภายในตัวเรา (inner child)
 ถูกต้องแล้ว เราทุกคนต่างก็มีเด็กภายในตัวเรา คือเวอร์ชันก่อนหน้าของตัวเราที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในตัว
ของเราในปัจจุบัน น่าเสียดายที่เด็กภายในตัวเราเองมักจะเป็นผู้ที่ขวางทางเรา การรักษาเป็น
สิ่งจาเป็นเพื่อปรับปรุงชีวิตของเรา และยอมรับเวอร์ชันในอนาคตของตัวเราเอง
 ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจว่าบาดแผลทางใจส่งผลต่อเราอย่างไร อะไรเป็นตัวกระตุ้น เรื่องราวต้นกาเนิด
ใดที่คุณต้องเข้าใจ เพื่อจัดการกับความเจ็บปวดของคุณ
 คาตอบควรกล่าวถึงสาเหตุหลักของความทุกข์ทรมานของคุณ
 การเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดในอดีตอาจเป็นเรื่องยาก คุณควรขอความช่วยเหลือจากนักบาบัด
แพทย์ หรือโค้ช หากคุณคิดว่าคุณต้องการความช่วยเหลือ
 ในที่สุด เราต้องเรียนรู้ที่จะใจดีกับตัวเอง เรามักจะลืมไปว่า สิ่งที่ผู้ประพันธ์เรียกว่าการพูดคุยภายใน
ใจ (inner talk) มีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเรา
 คุณสามารถเรียนรู้ที่จะเคารพและยอมรับตัวเองอย่างเต็มที่ โดยการฝึกเมตตาต่อตนเอง
 แน่นอนว่า การเป็นคนเก่งต้องอาศัยมากกว่าแค่การพูดกับตัวเองอย่างร่าเริง มันหมายถึงการสารวจ
กลไกการรับมือของคุณ และระบุสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของคุณ
 ดังนั้น ถามตัวเองว่า อะไรคือเครื่องมือบรรเทาความเจ็บปวดของคุณ? ฉันจะได้รับอะไรจากการเสพ
ติดเหล่านี้ ? มันเป็นประโยชน์ต่อตัวฉันเองหรือไม่?
 ด้วยการไตร่ตรองคาถามเหล่านี้ คุณสามารถเลิกนิสัยเก่าๆ ได้
 อย่าลืมว่า การรักษานั้นเป็ นกระบวนการที่ต่อเนื่อง คุณอาจแสดงความทุ่มเทต่อกระบวนการนี้ โดย
การจดบันทึกหรือทาสมาธิ
 คุณพร้อมที่จะเริ่มรักษาตัวเองหรือยัง
 เริ่มต้นโดยยอมรับอดีตและตระหนักว่าอดีตไม่ได้กาหนดตัวตนของคุณอีกต่อไป จากนั้นด้วยการ
กระทาเชิงบวก คุณสามารถก้าวข้ามความเจ็บปวดและสร้างอนาคตในอุดมคติของคุณได้
สร้างภาพลักษณ์ที่ดี (Craft a Healthy Identity)
 คุณนึกถึงอะไรเมื่อได้ยินคาว่า ภาพลักษณ์ที่ดี (healthy identity) อาจฟังดูเหมือนเป็ นคาที่สงวนไว้
สาหรับนักบาบัดและผู้หลงตนเองเท่านั้น
 แต่ความจริงแล้ว การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เป็นสิ่งสาคัญสาหรับใครก็ตามที่ต้องการประสบความสาเร็จ
 ลองคิดดูว่า คนอื่นมีส่วนหล่อหลอมตัวตนของคุณมากเพียงใด บางทีอาจมากกว่าที่คุณคิดก็ได้
 เมื่อเรายอมจานนต่อการถูกยึดตัวตน เราก็ปล่อยให้พลังภายนอกมาจากัดความเป็นตัวเรา
 แต่เมื่อคุณสร้างแก่นแท้ของตัวเองอย่างมีสติและควบคุมการเปลี่ยนแปลงได้ คุณก็พร้อมที่จะประสบ
ความสาเร็จ เช่นเดียวกับผู้ประพันธ์
 ในการกาหนดพันธกิจของเขา การเป็นผู้ประกอบการ นักเขียน และพิธีกรรายการพอดแคสต์ เขา
มักจะต้องต่อสู้กับปัญหาของตัวเอง และแก้ไขปฏิญญาส่วนตัวของเขาหลายครั้ง
 ดังนั้น ถามตัวเองว่า คุณอยากเป็นใคร หรือดีกว่านั้น สร้างตัวตนใหม่ของคุณโดยการสารวจตัวตน
ปัจจุบันของคุณ
 เริ่มต้นด้วยการประเมินตัวเองเกี่ยวกับความสุขในปัจจุบัน ความปรารถนาที่จะดึงดูดโอกาส
ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และความรู้เกี่ยวกับพันธกิจที่มีความหมายของคุณ ให้คะแนนคาตอบ
แต่ละข้อตั้งแต่ 1-10 และติดตามความคืบหน้าของคุณ (อย่าท้อถอยเมื่อได้คะแนนน้อย ให้
ไตร่ตรองถึงด้านที่คุณต้องการสารวจเพิ่มเติม)
 ความจริงก็คือ คนที่ประสบความสาเร็จจะทดลองเกี่ยวกับตัวตนและบทบาทต่างๆ มากมาย เพื่อ
ค้นหาการผสมผสานที่ลงตัวสาหรับพวกเขา
 อย่างไรก็ตาม การสร้างตัวตนในเชิงบวกนั้นไม่ใช่แค่การค้นพบตัวเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการ
ตั้งเป้าหมายและพัฒนาทักษะและนิสัยใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของคุณ
 นี่คือที่มาของคาประกาศเจตนารมณ์ของพันธกิจที่มีความหมาย (Meaningful Mission)
 การสร้างคาประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว จะช่วยให้คุณมุ่งมั่นกับการกระทาเฉพาะเจาะจง ที่นาไปสู่
การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกและส่งเสริมการเติบโต
 เราจะมาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะที่คุณจะทาในหัวข้อถัดไป แต่ก่อนอื่น ให้ทบทวนคาตอบ
ของแบบฝึกหัดก่อนหน้าของคุณก่อน และพิจารณาพฤติกรรมที่คุณต้องการปรับเปลี่ยน
 ตัวอย่างเช่น คุณสามารถพูดกับตัวเองอย่างอ่อนโยนกว่านี้ หรือลดเวลาออนไลน์ที่ไม่เกิดประโยชน์ลง
ได้หรือไม่ แม้แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจได้ ไม่ต้องพูด
ถึงการเสริมสร้างความนับถือตนเอง
 ดังนั้น จงก้าวต่อไป แม้ว่าสิ่งต่างๆ จะยากลาบาก จินตนาการถึงคนที่คุณอยากเป็น และมุ่งมั่นที่จะ
เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง
พบกับระบบการทางานที่ยิ่งใหญ่ (Meet the Greatness Performance System - GPS)
 คุณเคยรู้สึกเหมือนกาลังจมอยู่ในทะเลแห่งงานหรือไม่?
 เรามักจะคิดว่ายิ่งเรายัดงานลงในสมุดบันทึกมากเท่าไร เราก็จะยิ่งบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้ นเท่านั้น
 อย่างไรก็ตาม เรือที่บรรทุกสินค้าไว้เต็มลานั้นก็ล่มได้ง่ายมาก เนื่องจากความทะเยอทะยานของเรา
 อันที่จริง การมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายที่กาหนดไว้ไม่มากนักและแม่นยายิ่งขึ้ น มักจะช่วยเพิ่มผลงานได้
ผู้ประพันธ์ซึ่งเป็ นอดีตนักแฮนด์บอลอาชีพ ได้ค้นพบเรื่องนี้ ด้วยตัวเอง
 เขาล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมายเมื่ออาชีพนักกีฬาของเขาสิ้นสุดลง ไม่แน่ใจว่าจะทาอย่างไรต่อไป
หลังจากที่ยอมรับความเรียบง่ายแล้ว เขาจึงสามารถสร้างแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนได้
 พร้อมที่จะบรรลุเป้าหมายของคุณหรือยัง
 มาแบ่งสิ่งต่างๆ ออกเป็ นขั้นตอนง่ายๆ โดยใช้ระบบ Greatness Performance System (GPS)
 ระบบนี้ ทางานดังนี้ คือ ขั้นแรก ให้ระบุสามด้านที่สาคัญที่สุดในชีวิตของคุณ เช่น ธุรกิจ (business)
ความสัมพันธ์ (relationships) และสุขภาพ (wellness) จากนั้น ตั้งเป้าหมายเฉพาะเจาะจงสาม
เป้าหมายสาหรับแต่ละโซน แล้วเลือกเป้าหมายที่สาคัญที่สุดจากแต่ละโซน
 ตอนนี้ ให้ตอบคาถามง่ายๆ สาหรับแต่ละเป้าหมาย: คุณต้องการอะไร (What do you want?) ทาไม
คุณถึงต้องการมัน (Why do you want it?) และขั้นตอนต่อไปคืออะไร (And what is the next step?)
 เพื่อให้มีประสิทธิภาพ คุณต้องจัดลาดับความสาคัญของงานในแต่ละวัน ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณรู้สึก
ว่าตัวเองกาลังล่องลอย ให้ใช้คาถาม GPS เหล่านี้ เพื่อแก้ไขเส้นทางของคุณ
 ความยิ่งใหญ่ต้องการให้คุณมีพลังและมีสมาธิตลอดทั้งวัน
 หากต้องการมีสมาธิ ให้นอนหลับให้เพียงพอ ออกกาลังกายเป็ นประจา และอาบน้าเย็นที่สดชื่นหาก
คุณกล้าหาญ
 ชีวิตของคุณในอีกสามปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร คุณอยากได้รับการยอมรับในเรื่องใด
 GPS ช่วยให้คุณค้นพบสิ่งที่ผลักดันคุณ และเป้าหมายที่จะทาให้คุณเข้าใกล้ศักยภาพมากขึ้ น
ตัวอย่างเช่น บางครั้งเราตระหนักว่า เราไม่ต้องการสิ่งที่เราคิดว่าต้องการ ในขณะที่บางครั้ง เราอาจ
ใช้แรงจูงใจที่ลึกซึ้ งกว่า เพื่อผลักดันเราไปข้างหน้า
 สุดท้ายนี้ ความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่จาเป็น (accountability is a must)
 ความรับผิดชอบมีอยู่สามประเภท ได้แก่ ต่อตัวคุณเอง ต่อคนอื่น หรือต่อทีม
 คู่หูที่รับผิดชอบของคุณ สามารถส่งผลต่อความสาเร็จของคุณได้อย่างมาก ดังนั้นจงเลือกอย่างชาญ
ฉลาด ในตอนนี้ คุณควรพร้อมที่จะกาหนดพันธกิจของคุณแล้ว สร้างขั้นตอนที่ชัดเจนและดาเนินการ
ได้ เพื่อจัดการกับลาดับความสาคัญที่ขัดแย้งกัน แล้วคุณจะอยู่บนเส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่
สรุป
 ในขณะที่คุณฝึกฝนกรอบความคิดสู่ความยิ่งใหญ่ คุณจะตระหนักว่า เวลาคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของ
คุณ จงรักษาเวลาไว้ให้ดี และใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาแห่งผลงานสูงสุด
 อย่าลืมยอมรับและเฉลิมฉลองความสาเร็จของคุณ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม เพราะความสุขนั้น
เป็นมากกว่าการบรรลุความฝันของคุณ คือการเพลิดเพลินไปกับการเดินทาง จงรู้ว่าความพยายาม
ของคุณต่างหากที่เป็ นตัวกาหนดคุณค่าของคุณ ไม่ใช่ความสาเร็จ ดังนั้น จงรักตัวเองและยอมรับว่า
คุณก็มีคุณค่าเพียงพอ
 สุดท้าย การเติบโตส่วนบุคคล คือกระบวนการตลอดชีวิตที่เราทุกคนควรมุ่งมั่นที่จะสร้างพันธกิจที่มี
ความหมาย และเริ่มเขียนเรื่องราวในอนาคตของคุณตั้งแต่วันนี้!
3 บทเรียน ในการสร้างความคิดที่มองไปข้างหน้าและมองโลกในแง่บวกอย่างไม่ลดละ
 1. สร้างคาประกาศเจตนารมณ์ของพันธกิจที่มีความหมายของคุณ โดยผสมผสานความหลงใหล พลัง
และปัญหาเข้าด้วยกัน (Craft your Meaningful Mission Manifesto by combining passion, power, and a
problem.)
 2. ต่อสู้กับความสงสัยในตัวเองและความกลัว 3 ประการ ด้วยการกระทาเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน
(Fight off self-doubt and 3 big fears with small daily actions.)
 3. พัฒนากรอบความคิดสู่ความยิ่งใหญ่เพื่อก้าวต่อไป จนกว่าคุณจะบรรลุความฝัน (Develop a
Greatness-Mindset-in-Motion to keep going until you achieve your dreams.)
บทเรียนที่ 1: พิจารณาปัจจัย 3 ประการเพื่อจัดทาแถลงการณ์พันธกิจที่มีความหมาย
 ในที่สุด สิ่งที่ทาให้ Howes ลุกจากโซฟาของน้องสาวได้ก็คืองาน Toastmasters (เขาอยากพูดในที่
สาธารณะได้ดีขึ้ น)
 ในขณะที่เขากาลังยัดของว่างที่ได้ฟรีลงในกระเป
๋ าเพื่อประหยัดเงิน เขาก็ได้พบกับ Frank Agin ผู้ให้
คาปรึกษาในอนาคตของเขา
 Agin ช่วยให้ Howes เปลี่ยนทักษะ LinkedIn ของเขา ให้กลายเป็นธุรกิจเครือข่ายที่เฟื่ องฟู แต่หลายปี
ต่อมา แม้ว่าเงินจะมีหมุนเวียนมาก แต่ Lewis ก็ไม่มีความสุข เขาตัดสินใจเร็วเกินไปโดยไม่คิด
 เขาขาด "พันธกิจที่มีความหมาย (Meaningful Mission)" ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณจะค้นพบได้ก็ต่อเมื่อคุณ
"ซื่อสัตย์กับตัวเอง"
 หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว Howes ก็ขายธุรกิจให้กับหุ้นส่วนของเขาและหันไปทาพอดแคสต์แทน เขา
รู้สึกดึงดูดใจกับธุรกิจนี้ ขึ้ นมาอย่างบอกไม่ถูก
 ปัจจุบัน พันธกิจของเขาชัดเจนคือ เพื่อช่วยเหลือผู้คน 100 ล้านคนต่อสัปดาห์ โดยช่วยให้พวกเขา
ปรับปรุงคุณภาพชีวิตและเอาชนะสิ่งต่างๆ ที่คอยฉุดรั้งพวกเขาไว้
ในการค้นหาพันธกิจที่มีความหมายของคุณ คุณควรพิจารณาปัจจัย 3 ประการ ผู้ประพันธ์แนะนาดังนี้
 ความหลงใหล (Passion) กิจกรรมใดที่คุณทุ่มเทให้กับมันอย่างแท้จริง อะไรคือสิ่งที่ทาให้คุณตื่นเต้น
แม้ว่าจะทาฟรีก็ตาม
 อานาจ (Power) จุดแข็งของคุณคืออะไร คุณสามารถพัฒนาทักษะที่เหมาะสม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้
อย่างไร
 ปัญหา (Problem) ความท้าทายที่ผู้คนทั่วไปเผชิญคืออะไร ที่คุณมีความพร้อมเป็นพิเศษ พอที่จะช่วย
พวกเขาจัดการได้
 ลองนึกถึงพันธกิจที่มีความหมายของคุณ แล้วเขียนมันลงไป (write it down) ไม่จาเป็นต้องสวยงาม
หรือซับซ้อน เพียงแค่มันพาคุณไปในทิศทางที่ถูกต้อง มันก็สามารถเป็นก้าวแรกบนเส้นทางยาวไกลสู่
ความยิ่งใหญ่ได้!
บทเรียนที่ 2: ลงมือทาสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ทุกวัน เพื่อเอาชนะความกลัว 3 ประการ
 Howes มีปัญหาด้านการอ่านเขียน (dyslexia) เขาเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศเมื่อยังเป็นเด็ก และใน
วงการกีฬาและธุรกิจ เขาเคยประสบกับความล้มเหลวมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในทางตรงและ
ทางอ้อม
 ประเด็นคือ เราทุกคนต่างก็มีความกลัว เราทุกคนต่างก็ทาผิดพลาด และเราทุกคนต่างก็สงสัยใน
ความสามารถของตัวเอง แต่ถ้าเราปล่อยให้ความสงสัยนั้นขัดขวางไม่ให้เราลงมือทาอะไรสักอย่าง
เราก็จะรู้สึกเสียใจ
เขากล่าวว่าความกลัว 3 ประการโดยเฉพาะที่เพิ่มพูนความไม่มั่นใจในตัวเอง ได้แก่
 ความกลัวความล้มเหลว (The fear of failure) ทุกคนดูห่วยเมื่อเริ่มต้น แต่ สิ่งที่แย่กว่าความล้มเหลว
คือ ความเสียใจที่ไม่ได้พยายาม
 ความกลัวความสาเร็จ (The fear of success) บางครั้ง อาการหลอกลวงตัวเองของเรานั้นรุนแรงมาก
จนเรายอมแพ้ต่อมัน ก่อนที่จะถึงจุดสูงสุดของภูเขาที่เราพยายามปี นขึ้ นไป ให้ใช้ชีวิตไปทีละวัน!
 ความกลัวการถูกตัดสิน (The fear of judgment) ไม่มีใครชอบถูกตัดสิน แต่ที่สาคัญกว่านั้นคือ ไม่มี
ใครคิดถึงคุณมากเท่ากับที่คุณคิด
 นี่คือการเดินทางของคุณและของคุณเท่านั้น Priyanka Chopra Jonas เคยบอกกับ Howes ในรายการ
ของเขา
 เราจะควบคุมความกลัวเหล่านั้นได้อย่างไร? โดยลงมือทาสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ทุกวัน
 ฉันเขียนบล็อกไปแล้ว 7,500 โพสต์ติดต่อกัน Seth Godin บอกกับ Howes พรุ่งนี้ เช้าซึ่งจะเป็นวัน
ศุกร์ ก็จะมีโพสต์อีกโพสต์หนึ่ง แต่โพสต์นั้นจะไม่ปรากฏอยู่ตรงนั้นเพราะมันเป็ นโพสต์ที่ดีที่สุดเท่าที่
มีมา และจะไม่มีอยู่ตรงนั้นเพราะฉันตัดสินใจที่จะโพสต์มันในวันพรุ่งนี้ โพสต์นั้นจะปรากฏอยู่ตรงนั้น
เพราะว่ามันเป็ นวันศุกร์ และฉันไม่ได้พิจารณาการตัดสินใจนั้นใหม่อีกเลยในรอบ 20 ปี
 เริ่มต้นเล็กๆ น้อยๆ และสม่าเสมอ แล้วความไม่มั่นใจในตัวเองจะหมดไป!
บทเรียนที่ 3: พัฒนากรอบความคิดที่ยิ่งใหญ่เพื่อก้าวต่อไป ควรตระหนักถึงความคิด ความรู้สึก และ
พฤติกรรมของคุณ
 สิ่งดี ๆ ไม่ได้เกิดขึ้ นได้ในชั่วข้ามคืน ดังนั้น แม้ว่าคุณจะมีวิสัยทัศน์ระยะยาวอยู่แล้ว คุณก็ยังต้อง
แสดงตัวและมุ่งหน้าสู่วิสัยทัศน์นั้นทุกวัน
 หนึ่งในเครื่องมือสาคัญของเขาในการทาเช่นนั้นคือ วงจรกรอบความคิดที่ก้าวไปข้างหน้า (Mindset-
in-Motion Cycle) Howes เขียนไว้ว่า กรอบความคิดคือสิ่งที่เป็นกลาง อาจเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบ
ก็ได้ อาจยุ่งวุ่นวายหรือเรียบง่ายก็ได้
ผู้ประพันธ์แนะนาว่าหากต้องการมีจิตใจที่ดีและลงมือทาอย่างต่อเนื่อง คุณต้องมี 3 มิติ ดังนี้
 ความคิดของคุณ (Your thoughts) บทสนทนาในใจของคุณคิดเรื่องอะไรอยู่ ดีหรือเลว
 อารมณ์ของคุณ (Your emotions) คุณสามารถปล่อยให้ความรู้สึกไม่ดีผ่านพ้นไป โดยไม่ทาให้
ความรู้สึกนั้นครอบงาคุณตลอดเวลาได้หรือไม่
 พฤติกรรมของคุณ (Your behavior) ในท้ายที่สุด การกระทาเท่านั้น ที่จะนาคุณไปสู่เป้าหมายของคุณได้
 ผู้ประพันธ์เขียนว่า ความคิดที่ถูกต้องจะนาไปสู่พฤติกรรมที่ดีขึ้ นและนาไปสู่ความรู้สึกที่ดีขึ้ น อารมณ์ที่
ถูกต้องจะนาไปสู่พฤติกรรมที่ดีขึ้ นและนาไปสู่ความคิดที่ดีขึ้ น และพฤติกรรมที่ถูกต้องจะเสริมสร้าง
ความคิดที่ดีขึ้ น ซึ่งจะนาไปสู่ความรู้สึกที่ดีขึ้ น
 เมื่อเกิดความตึงเครียดระหว่างทั้ง 3 สิ่งนี้ ความตึงเครียดอาจขัดขวางซึ่งกันและกัน แต่ในขณะเดียวกัน
ความตึงเครียดยังสามารถสอดคล้องและเสริมซึ่งกันและกันได้อีกด้วย
 จัดการความตึงเครียดเหล่านี้ ให้ดาเนินไปในวงจรที่สมบูรณ์แบบ คุณก็จะสามารถดาเนินชีวิตต่อไปได้
 คุณจะก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ของคุณอย่างรวดเร็วและมุ่งมั่น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เป็นทั้งหมดของความยิ่งใหญ่
 คุณทาได้อย่างไร?
 Howes กล่าวว่า เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะนาทางองค์ประกอบทั้ง 3 ประการนี้ คุณจะค่อยๆ เคลื่อนจากสิ่ง
ที่คุณเคยเป็น ไปสู่สิ่งที่คุณกาลังจะเป็น
 จงมีสติสัมปชัญญะ และให้ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของคุณ ทางานร่วมกันเสมอ!
ส่งท้าย
 The Greatness Mindset เป็ นหนังสือสร้างกาลังใจ นอกจากนี้ ยังมีชุดเครื่องมือและแบบฝึกหัดที่
น่าสนใจอีกด้วย แม้จะไม่ใช่หนังสือพัฒนาตัวเองที่ก้าวล้าที่สุดในโลก แต่ Howes ก็ได้รวบรวม
ความคิดต่างๆ มาแบ่งปันกับผู้อ่าน โดยแบ่งปันสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากชีวิตของตนเองและแขกรับเชิญ
ของเขา แม้ว่าคุณจะนาไอเดียเหล่านั้นไปใช้เพียง 1 หรือ 2 ความคิด ก็จะคุ้มค่ากับเวลาของคุณอย่าง
แน่นอน!
- Zig Ziglar
These slides generated by ChatGPT for PowerPoint
DATE: NOV 30, 2024
The
Greatness
Mindset
57
The Greatness
Mindset
The
Greatness
Mindset
58
UNDERSTANDING THE GREATNESS MINDSET
The greatness mindset is a framework that encourages
individuals to strive for excellence and embrace their potential.
It fosters resilience and the pursuit of goals, leading to
fulfillment.
Definition and
Importance
The
Greatness
Mindset
59
UNDERSTANDING GREATNESS
Greatness involves reaching one's highest potential. It is
characterized by resilience, vision, and passion. Embracing
challenges and learning from failures is crucial for achieving
greatness.
Defining
Greatness
The
Greatness
Mindset
60
Benefits of
Greatness
PERSONAL DEVELOPMENT
Adopting a greatness mindset promotes
personal growth, leading to enhanced
skills and capabilities. It increases self-
awareness and emotional intelligence.
PROFESSIONAL ADVANCEMENT
Individuals are more likely to experience
career growth and success. They
become leaders and inspire others in
their surroundings.
The
Greatness
Mindset
61
Core Principles
VISION AND GOAL SETTING
Having a clear vision and setting
achievable goals is foundational. It
drives individuals to persist and strive
toward greatness, creating a roadmap
for success.
RESILIENCE AND ADAPTABILITY
Resilience helps individuals navigate
obstacles. Adaptability ensures one
remains open to change, crucial for
personal growth and greatness in a
dynamic world.
The
Greatness
Mindset
62
Individuals exhibit a continuous desire to learn and
improve. They see setbacks as opportunities for growth.
GROWTH-ORIENTED ATTITUDE
They possess the strength to overcome obstacles. They are
not easily discouraged and persist in the face of challenges.
RESILIENCE AND GRIT
A strong sense of self-worth and confidence
enables them to take risks and pursue
ambitious goals.
POSITIVE SELF-IMAGE
Key Characteristics
CHALLENGE DESCRIPTION IMPACT
Fear of Failure Inhibits risk-taking and growth Stalls progression toward greatness
Negative Self-Talk Undermines confidence Limits potential achievements
Lack of Support
Absence of encouragement or
mentorship
Creates isolation and discouragement
Fixed Mindset Belief that abilities are static Prevents exploration and development
Resistance to Change Difficulty adapting to new situations Hinders advancement and growth
Challenges Faced
This table summarizes common challenges faced in developing a
greatness mindset. Recognizing these hurdles is the first step towards
overcoming them.
63
The
Greatness
Mindset
64
Challenges
and
Overcoming
FEAR OF FAILURE
Many fear the consequences of failure, which can hold
them back. Embracing failure as a learning experience
is crucial to overcome this.
A common challenge is the feeling of
inadequacy. Developing a supportive network
and practicing positive self-talk can combat
self-doubt.
SELF-DOUBT
65
Success Stories
65% 25% 10%
GOAL ACHIEVEMENT
Those embracing a greatness mindset
report higher goal achievement.
RESILIENCE IMPROVEMENT
A significant number exhibit improved
resilience in facing challenges.
GOAL NON-ACHIEVEMENT
A smaller fraction reported not achieving
their goals.
NAME FIELD CONTRIBUTION
Oprah Winfrey Media Inspiring change through storytelling.
Nelson Mandela Politics Promoting equality and resilience.
Steve Jobs Technology Innovating through passion and vision.
Malala Yousafzai Activism Advocating for education rights.
Richard Branson Business
Challenging traditional business
models.
Real-Life Examples
This table highlights notable figures who embody the greatness
mindset. Their contributions inspire others to pursue excellence.
66
The
Greatness
Mindset
67
A greatness mindset lays the groundwork for success. It
fosters positive thinking, enabling individuals to overcome
fear and self-doubt.
MINDSET AS FOUNDATION
While skills are essential, they are often developed through
the lens of mindset. A strong mindset enhances learning,
allowing for better skill acquisition and application.
SKILLS DEVELOPMENT
Greatness requires both mindset and skills. A
profound mindset amplifies the effectiveness
of skills, creating a synergistic effect for
achieving exceptional outcomes.
THE INTERCONNECTION
Mindset vs. Skills
The
Greatness
Mindset
68
Action
Steps
CULTIVATING A GROWTH MINDSET
Start by reframing challenges as opportunities to
learn. Practicing gratitude and positive affirmations
can foster a more open mindset.
Define Specific, Measurable, Achievable,
Relevant, and Time-bound goals. This clarity
helps maintain focus and commitment to
personal greatness.
SETTING SMART GOALS

กรอบความคิดสู่ความยิ่งใหญ่ The Greatness Mindset.pdf

  • 1.
  • 2.
    - Lewis Howes HayHouse, Inc, 2023 The Greatness Mindset offers a roadmap for defining a meaningful purpose for your life, several tools for overcoming the fears that might keep you from fulfilling said purpose, and a collection of exercises to keep you both going and in good spirits as you pursue your own unique path to greatness.
  • 3.
    เกี่ยวกับผู้ประพันธ์  Lewis Howesเป็นผู้ประพันธ์หนังสือขายดีของ New York Times วิทยากร หลัก และพิธีกรรายการชั้นนา  เขาเป็นนักกีฬาออลอเมริกันที่เล่นกีฬา 2 ประเภทคือ อดีตนักอเมริกัน ฟุตบอลอาชีพ และสมาชิกทีมแฮนด์บอลชายทีมชาติสหรัฐอเมริกา  รายการ The School of Greatness ของเขา เป็นหนึ่งในรายการพอดแคสต์ ชั้นนาของโลก โดยมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 500 ล้านครั้ง  เขาได้รับการยกย่องจากทาเนียบขาวและประธานาธิบดีโอบามา ว่าเป็น หนึ่งในผู้ประกอบการ 100 อันดับแรกของประเทศที่มีอายุต่ากว่า 30 ปี
  • 4.
    The Greatness Mindset The Greatness Mindset คือหนังสือที่มุ่งหวังที่จะช่วยให้คุณค้นพบ และปลดปล่อยความยิ่งใหญ่ ภายในตัวคุณ  Lewis Howes เป็นอดีตนักกีฬาอาชีพ พิธีกรรายการพอดแคสต์ และวิทยากรสร้างแรงบันดาลใจ ที่ เอาชนะความท้าทายและอุปสรรคต่างๆ มากมายในชีวิตได้  เขาแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว ข้อคิดเห็น และบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากการสัมภาษณ์บุคคลที่ประสบ ความสาเร็จมากที่สุดในโลก
  • 5.
    เกี่ยวกับหนังสือ  หนังสือเล่มนี้ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ศัตรูของความยิ่งใหญ่ (The Enemy of Greatness) อุปสรรคต่อความยิ่งใหญ่ (The Barriers to Greatness) กรอบความคิดของความยิ่งใหญ่ (The Mindset of Greatness) และแผนสาหรับความยิ่งใหญ่ (The Game Plan for Greatness)  ในแต่ละส่วน Howes จะอธิบายอุปสรรคและความกลัวทั่วไป ที่ขัดขวาง ไม่ให้เราบรรลุศักยภาพสูงสุด เช่น ความไม่มั่นใจในตนเอง ความบอบ ช้าทางใจ ความวิตกกังวล และความล้มเหลว  เขายังให้กลยุทธ์และแบบฝึกหัดที่ใช้งานได้จริง เพื่อเอาชนะความท้า ทายเหล่านี้ และเปลี่ยนกรอบความคิดของเราให้มีความอุดมสมบูรณ์ ความมั่นใจ และมีจุดมุ่งหมาย
  • 6.
    ข้อความหลัก  ข้อความหลักของหนังสือเล่มนี้ คือความยิ่งใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่สงวนไว้สาหรับบุคคลชั้นนาเพียงไม่กี่คน แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในตัวเราทุกคน  เราเพียงแค่ต้องอนุญาตให้ตัวเองไล่ตามความฝัน กาหนดเป้าหมาย ขอความช่วยเหลือ ลงมือทา และ เฉลิมฉลองความสาเร็จของเรา  ด้วยการทาเช่นนี้ เราสามารถสร้างพันธกิจที่มีความหมาย (meaningful mission) สาหรับชีวิตของเรา และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้
  • 7.
    หนังสือเล่มนี้ ยังให้คาแนะนาและเครื่องมืออันมีค่ามากมาย ที่สามารถช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการปรับปรุง ชีวิตและบรรลุเป้าหมายได้คือ  เขียนความกลัวของคุณและวิธีเอาชนะความกลัวเหล่านั้น (Writing down your fears and how you can overcome them)  สร้างวิสัยทัศน์สาหรับอนาคตของคุณ (Creating a vision board for your future)  ฝึกฝนการขอบคุณสิ่งที่ดีทุกวัน (Practicing gratitude every day)  ค้นหาที่ปรึกษาหรือโค้ชที่สามารถแนะนาคุณได้ (Finding a mentor or coach who can guide you)  พัฒนาพฤติกรรมและกิจวัตรประจาวันในเชิงบวก (Developing positive habits and routines)  เฉลิมฉลองชัยชนะและเรียนรู้จากความพ่ายแพ้ (Celebrating your wins and learning from your losses)
  • 8.
     หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้พูดถึงแค่การเติบโตส่วนบุคคลเท่านั้นแต่ยัง พูดถึงผลกระทบต่อสังคมด้วย  Howes เน้นย้าถึงความสาคัญของการค้นหาจุดมุ่งหมาย และใช้ พรสวรรค์ที่มีเพื่อรับใช้ผู้อื่น  เขายังสนับสนุนให้เรามีความเมตตา เห็นอกเห็นใจ และเอื้อเฟื้ อ เวลา เงิน และทรัพยากรของเรามากขึ้ น  เขาเชื่อว่าหากทาเช่นนี้ เราจะสามารถสร้างผลกระทบแบบลูกโซ่ แห่งความยิ่งใหญ่ให้กับโลกได้
  • 9.
    เกริ่นนา - เส้นทางปฏิบัติจริงสู่ความกล้าหาญความมั่นใจ และการออกแบบชีวิตในฝันของคุณ  คุณติดอยู่ในกิจวัตรเดิมๆ หรือไม่? คุณปรารถนาที่จะหลุดพ้นและสร้างชีวิตที่เป็ นแรงบันดาลใจที่ เติมเต็มคุณหรือไม่?  ถ้าอย่างนั้น ก็ถึงเวลาที่จะหยุดทาซ้าเรื่องราวเดิมๆ ในหัวของคุณ และสร้างเรื่องราวใหม่ขึ้ นมา  เรื่องราวที่คุณเอาชนะความกลัวและความไม่มั่นใจในตัวเอง เพื่อบรรลุเป้าหมายของคุณด้วยความ ชัดเจนและมีจุดมุ่งหมาย ผ่านการสารวจตนเองและแบบฝึกหัดในทางปฏิบัติ  คุณจะค้นพบวิธีการรักษาบาดแผลในอดีต ประเมินตัวตน ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของคุณ และพัฒนาพันธกิจที่ชัดเจนและมีความหมาย
  • 10.
    การกาหนดความหลงใหล ค่านิยม และลาดับความสาคัญของคุณ คุณเบื่อกับการใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมายหรือไม่ รู้สึกเหมือนเป็นผู้โดยสารบนเส้นทางที่คุณไม่ได้เลือกเอง  เป็ นความรู้สึกทั่วไปที่มักเกิดขึ้ น คือการดาเนินชีวิตไปตามเส้นทางที่คนอื่นกาหนดไว้ อาจรู้สึก ปลอดภัย แต่หากเราละเลยความหลงใหลและความต้องการที่แท้จริงของเรา เราก็เสี่ยงที่จะใช้ชีวิต อย่างไร้ความหมาย  ปัญหาในอดีตอาจทาให้เราใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวและสงสัย แล้วเราจะทาอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหานี้
  • 11.
     สิ่งหนึ่งที่เราสามารถทาได้คือการเรียนรู้ที่จะฟื้ นตัวเราต้องหาวิธีเผชิญและจัดการกับความรู้สึกที่ ขัดขวางไม่ให้เราบรรลุศักยภาพของตนเอง  เราจะมาสารวจเรื่องนี้ ในหัวข้อถัดไป แต่ก่อนอื่น เราต้องคิดให้ได้ว่าเราต้องการอะไรจากชีวิตจริงๆ
  • 12.
     คุณเคยสงสัยไหมว่าทาไมบางคนถึงมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในขณะที่บางคนกลับดูเหมือนหลงทาง  เหตุผลก็คือคนที่มีจุดมุ่งหมาย มักจะมุ่งมั่นกับงานที่ทา  นั่นหมายความว่า พวกเขาได้กาหนดและกาลังดาเนินการเพื่อบรรลุพันธกิจที่มีความหมาย ซึ่งเป็น เป้าหมายเดียวที่สอดคล้องกับความหลงใหลและความแข็งแกร่งของพวกเขา  แล้วคุณจะค้นพบพันธกิจที่มีความหมายของคุณได้อย่างไร?
  • 13.
     ก่อนอื่นเลย คุณต้องเข้าใจว่าตอนนี้คุณอยู่ในช่วงไหนของชีวิต ซึ่งหมายถึงการประเมินจุดแข็ง ข้อจากัด ความหลงใหล และค่านิยมของคุณ  เครื่องมืออันทรงพลังอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คุณทาสิ่งนี้ ได้คือ Perfect Day Itinerary (PDI) เป็นการสร้าง ตารางเวลาโดยละเอียดสาหรับวันในอุดมคติของคุณ ซึ่งรวมถึงภาระหน้าที่และแรงบันดาลใจ ที่จะ ช่วยให้คุณชี้ แจงได้ว่า อะไรสาคัญกับคุณจริงๆ
  • 14.
     มุ่งเน้นไปที่สามด้านหลักคือ ธุรกิจ(business) ความสัมพันธ์ (relationships) และสุขภาพ (health)  จากกระบวนการนี้ คุณจะสามารถค้นพบจุดที่เหมาะสม (sweet spot) ของคุณได้ คุณจะค้นพบ พลังงาน ความกระตือรือร้น และแรงผลักดันในการบรรลุเป้าหมายของคุณ และสร้างผลกระทบเชิง บวกต่อโลก  และส่วนที่ดีที่สุด? มันเป็นการเดินทางที่ใครก็ตาม มีความเต็มใจทุ่มเทความพยายามเท่าที่จะทาได้
  • 15.
     หากคุณพร้อมที่จะค้นพบพันธกิจที่มีความหมายและตระหนักถึงศักยภาพสูงสุดของคุณแล้ว ให้ เริ่มต้นด้วยการประเมินตนเอง(self-assessment)  ใช้แบบฝึกหัด PDI เพื่อชี้ แจงความหลงใหลและค่านิยมของคุณ จากนั้น อย่าลังเลที่จะแก้ไขจนกว่า คุณจะพบวิสัยทัศน์ในฝันของคุณ  แม้แต่การใส่กิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ หนึ่งหรือสองอย่างลงในปฏิทินของคุณ ก็สามารถสร้าง แรงผลักดัน และช่วยให้คุณกาหนดลาดับความสาคัญของคุณได้
  • 16.
     จาไว้ว่า พันธกิจที่มีความหมายของคุณไม่ใช่ทางเลือกเพียงครั้งเดียวแต่มันจะค่อยๆ พัฒนาไป พร้อมกับคุณ ทบทวนพันธกิจนี้ ต่อไปในขณะที่คุณก้าวผ่านชีวิต  ใช้กรอบความคิดที่อุดมสมบูรณ์ ค้นหาจุดที่เหมาะสมของคุณ และมุ่งมั่นกับพันธกิจของคุณอย่างไม่ ลดละ  ความยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้ นโดยบังเอิญ แต่ต้องการให้คุณพิจารณาเส้นทางของคุณ และแสดงตัวทุกวัน เพื่อเดินตามเส้นทางนั้น
  • 17.
    ปรับปรุงทัศนคติ เอาชนะความกลัวของคุณ (ImproveYour Mindset, Overcome Your Fears)  เมื่อเผชิญกับความท้าทาย เรามักจะรู้สึกกลัวและยอมแพ้เป็นธรรมดา  แต่การเลิกไม่ใช่ทางเลือกสาหรับ Sara Blakely ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Spanx ที่ประสบความสาเร็จอย่างสูง แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่เธอก็ปฏิเสธที่จะละทิ้งความฝันของเธอ  ความลับของเธอคืออะไร? การกาหนดนิยามความล้มเหลวใหม่ แทนที่จะมองว่าเป็นเหตุผลที่ต้อง หยุด เธอกลับเชื่อว่าความล้มเหลวคือการไม่พยายามพอ ด้วยการปรับเปลี่ยนทัศนคติและความ อดทน เธอจึงเปลี่ยน Spanx ให้กลายเป็นธุรกิจพันล้านดอลลาร์
  • 18.
     ความกลัวต่อความล้มเหลวกาลังขัดขวางคุณอยู่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ถึงเวลาแล้วที่คุณต้อง ปลดปล่อยตัวเองและฝึกฝนตัวเองให้ประสบความสาเร็จ  แต่คุณจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี  เราสามารถเริ่มต้นโดยสร้างสิ่งที่ผู้ประพันธ์เรียกว่ารายการความกลัว (Fear List) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการ จดความกังวลของคุณลงไป และอธิบายว่าอะไรทาให้คุณกลัว  หากวิธีนี้ ช่วยได้ ให้ใช้ประโยคที่ว่า ถ้า … แล้ว ตัวอย่างเช่น ฉันกลัวว่าถ้าฉันเริ่มต้นธุรกิจของ ตัวเอง ฉันจะล้มเหลวและสูญเสียเงินออมทั้งหมด  ความกลัวเป็นอุปสรรคสาคัญต่อการเติบโต
  • 19.
     เมื่อทารายการสั้นๆ นี้เสร็จเรียบร้อย คุณจะสามารถแสดงความกังวลและระบุสาเหตุที่แท้จริงของ ความกลัวของคุณได้ เมื่อคุณได้ยืนยันสิ่งที่คอยฉุดรั้งคุณไว้แล้ว คุณก็สามารถเริ่มออกแบบวิธีการ เอาชนะความเชื่อที่จากัดของคุณได้  จาไว้ว่า การพูดในแง่ลบกับตัวเองอาจขัดขวางความก้าวหน้าของคุณได้ ดังนั้นคุณต้องกาจัดปีศาจตัว นั้น เพื่อปลดปล่อยศักยภาพทั้งหมดของคุณ
  • 20.
     การนั่งลงเพื่อจัดการกับความกลัว (TheFear Sit Down) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้ประพันธ์แนะนา สาหรับ การทาความเข้าใจและควบคุมอารมณ์ของคุณ  สาหรับวิธีนี้ ให้ลองนั่งลงกับความกลัวที่เลวร้ายที่สุดของคุณเป็ นเวลา 3 ถึง 5 นาที วิธีนี้ อาจทาให้ รู้สึกไม่สบายใจในตอนแรก แต่จะช่วยให้คุณสังเกตเห็นการตอบสนองทางกายภาพและทางอารมณ์ที่ เกิดขึ้ น  การจินตนาการถึงความกังวลของคุณให้เป็ นเสมือนคลื่นน้า จะช่วยให้คุณเห็นว่ามันค่อยๆ จางหายไป ตามกาลเวลา
  • 21.
     เมื่อคุณทา FearSit Down เสร็จแล้ว ให้รางวัลตัวเองด้วยกิจกรรมที่คุณชอบเป็นเวลา 30 นาที  การเอาชนะความกลัวต้องใช้ความคิดและการลงมือทา กิจกรรมเช่นนี้ สามารถช่วยให้คุณก้าวไป ข้างหน้าในพันธกิจที่มีความหมายของคุณได้
  • 22.
     คุณต้องการวิธีง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับความวิตกกังวลของคุณหรือไม่? ลองทาสิ่งนี้ คือ หยิบปากกาและกระดาษขึ้ นมา แล้วจดสิ่งกระตุ้นที่ทาให้คุณเครียด 3-5 อย่างลงไป จากนั้นนึกถึงความทรงจาดีๆ ในอดีต 5 อย่าง  แล้วจดจ่อกับกลิ่นหรือความรู้สึกเฉพาะเจาะจงสิ่งดี ๆ ที่ผุดขึ้ นมาในใจ ด้วยการเข้าถึงจุดยึดอันน่า รื่นรมย์ของความทรงจาอันน่ายินดี คุณสามารถเปลี่ยนความสนใจจากความคิดเชิงลบไปสู่ความคิด เชิงบวกได้
  • 23.
     นี่คือสิ่งที่ผู้ประพันธ์เรียกว่า "ครีมปรับอารมณ์แห่งความสุข(Joy Conditioner)" ซึ่งจะไม่ช่วยขจัด ความวิตกกังวลของคุณได้ทั้งหมด แต่จะช่วยให้คุณควบคุมตัวเองได้มากขึ้ น และมีความมั่นใจมาก ขึ้ น ในการจัดการกับความเครียดในอนาคต  การมีกรอบความคิดที่ยิ่งใหญ่ หมายถึงการยอมรับการเติบโต ให้ความสาคัญกับการเดินทางส่วนตัว ของคุณ เชื่อมั่นในตัวเอง และศักยภาพของคุณในการเอาชนะอุปสรรค  คนประสบความสาเร็จทุกคนเริ่มต้นด้วยก้าวแรก และคุณก็ทาได้เช่นกัน
  • 24.
    เยียวยาตัวเอง (Mend Yourself) คุณเคยสงสัยหรือไม่ ว่าอะไรคือสิ่งที่แยกความแตกต่างระหว่างคนเก่งกับคนอื่นๆ  ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ การทางานหนัก และโอกาสเท่านั้น ความยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากสิ่งที่ลึกซึ้ งกว่านั้น นั่น คือ การเอาชนะความเจ็บปวด  คุณพบว่าตัวเองทาสิ่งที่ทาลายตัวเองซ้าแล้วซ้าเล่าหรือไม่ หากคาตอบคือใช่ แสดงว่าถึงเวลาแล้วที่จะ เริ่มเยียวยาบาดแผลในวัยเด็ก  แต่สิ่งใดที่คอยฉุดรั้งคุณไว้จนถึงตอนนี้
  • 25.
     อุปสรรคใหญ่ที่สุดประการหนึ่งต่อการเติบโตส่วนบุคคลคือ ความรู้สึกเป็นเหยื่อความคิดเช่นนี้ สามารถดักเราไว้ในวังวนแห่งการตาหนิ (cycle of blame) ทาให้เราไม่อาจควบคุมชีวิตของตัวเองได้  แน่นอนว่าคุณอาจมีเหตุผลอันสมควรที่จะบอกว่าคุณเป็นเหยื่อ แต่หากต้องการความสงบสุข คุณต้อง ปล่อยวางอดีต
  • 26.
     กุญแจสาคัญในการรักษาความเจ็บปวดในอดีตเริ่มต้นจากเด็กภายในตัวเรา (innerchild)  ถูกต้องแล้ว เราทุกคนต่างก็มีเด็กภายในตัวเรา คือเวอร์ชันก่อนหน้าของตัวเราที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในตัว ของเราในปัจจุบัน น่าเสียดายที่เด็กภายในตัวเราเองมักจะเป็นผู้ที่ขวางทางเรา การรักษาเป็น สิ่งจาเป็นเพื่อปรับปรุงชีวิตของเรา และยอมรับเวอร์ชันในอนาคตของตัวเราเอง  ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจว่าบาดแผลทางใจส่งผลต่อเราอย่างไร อะไรเป็นตัวกระตุ้น เรื่องราวต้นกาเนิด ใดที่คุณต้องเข้าใจ เพื่อจัดการกับความเจ็บปวดของคุณ  คาตอบควรกล่าวถึงสาเหตุหลักของความทุกข์ทรมานของคุณ
  • 27.
     การเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดในอดีตอาจเป็นเรื่องยาก คุณควรขอความช่วยเหลือจากนักบาบัด แพทย์หรือโค้ช หากคุณคิดว่าคุณต้องการความช่วยเหลือ  ในที่สุด เราต้องเรียนรู้ที่จะใจดีกับตัวเอง เรามักจะลืมไปว่า สิ่งที่ผู้ประพันธ์เรียกว่าการพูดคุยภายใน ใจ (inner talk) มีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเรา  คุณสามารถเรียนรู้ที่จะเคารพและยอมรับตัวเองอย่างเต็มที่ โดยการฝึกเมตตาต่อตนเอง
  • 28.
     แน่นอนว่า การเป็นคนเก่งต้องอาศัยมากกว่าแค่การพูดกับตัวเองอย่างร่าเริงมันหมายถึงการสารวจ กลไกการรับมือของคุณ และระบุสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของคุณ  ดังนั้น ถามตัวเองว่า อะไรคือเครื่องมือบรรเทาความเจ็บปวดของคุณ? ฉันจะได้รับอะไรจากการเสพ ติดเหล่านี้ ? มันเป็นประโยชน์ต่อตัวฉันเองหรือไม่?  ด้วยการไตร่ตรองคาถามเหล่านี้ คุณสามารถเลิกนิสัยเก่าๆ ได้
  • 29.
     อย่าลืมว่า การรักษานั้นเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง คุณอาจแสดงความทุ่มเทต่อกระบวนการนี้ โดย การจดบันทึกหรือทาสมาธิ  คุณพร้อมที่จะเริ่มรักษาตัวเองหรือยัง  เริ่มต้นโดยยอมรับอดีตและตระหนักว่าอดีตไม่ได้กาหนดตัวตนของคุณอีกต่อไป จากนั้นด้วยการ กระทาเชิงบวก คุณสามารถก้าวข้ามความเจ็บปวดและสร้างอนาคตในอุดมคติของคุณได้
  • 30.
    สร้างภาพลักษณ์ที่ดี (Craft aHealthy Identity)  คุณนึกถึงอะไรเมื่อได้ยินคาว่า ภาพลักษณ์ที่ดี (healthy identity) อาจฟังดูเหมือนเป็ นคาที่สงวนไว้ สาหรับนักบาบัดและผู้หลงตนเองเท่านั้น  แต่ความจริงแล้ว การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เป็นสิ่งสาคัญสาหรับใครก็ตามที่ต้องการประสบความสาเร็จ
  • 31.
     ลองคิดดูว่า คนอื่นมีส่วนหล่อหลอมตัวตนของคุณมากเพียงใดบางทีอาจมากกว่าที่คุณคิดก็ได้  เมื่อเรายอมจานนต่อการถูกยึดตัวตน เราก็ปล่อยให้พลังภายนอกมาจากัดความเป็นตัวเรา  แต่เมื่อคุณสร้างแก่นแท้ของตัวเองอย่างมีสติและควบคุมการเปลี่ยนแปลงได้ คุณก็พร้อมที่จะประสบ ความสาเร็จ เช่นเดียวกับผู้ประพันธ์  ในการกาหนดพันธกิจของเขา การเป็นผู้ประกอบการ นักเขียน และพิธีกรรายการพอดแคสต์ เขา มักจะต้องต่อสู้กับปัญหาของตัวเอง และแก้ไขปฏิญญาส่วนตัวของเขาหลายครั้ง
  • 32.
     ดังนั้น ถามตัวเองว่าคุณอยากเป็นใคร หรือดีกว่านั้น สร้างตัวตนใหม่ของคุณโดยการสารวจตัวตน ปัจจุบันของคุณ  เริ่มต้นด้วยการประเมินตัวเองเกี่ยวกับความสุขในปัจจุบัน ความปรารถนาที่จะดึงดูดโอกาส ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และความรู้เกี่ยวกับพันธกิจที่มีความหมายของคุณ ให้คะแนนคาตอบ แต่ละข้อตั้งแต่ 1-10 และติดตามความคืบหน้าของคุณ (อย่าท้อถอยเมื่อได้คะแนนน้อย ให้ ไตร่ตรองถึงด้านที่คุณต้องการสารวจเพิ่มเติม)  ความจริงก็คือ คนที่ประสบความสาเร็จจะทดลองเกี่ยวกับตัวตนและบทบาทต่างๆ มากมาย เพื่อ ค้นหาการผสมผสานที่ลงตัวสาหรับพวกเขา
  • 33.
     อย่างไรก็ตาม การสร้างตัวตนในเชิงบวกนั้นไม่ใช่แค่การค้นพบตัวเองเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการ ตั้งเป้าหมายและพัฒนาทักษะและนิสัยใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของคุณ  นี่คือที่มาของคาประกาศเจตนารมณ์ของพันธกิจที่มีความหมาย (Meaningful Mission)  การสร้างคาประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว จะช่วยให้คุณมุ่งมั่นกับการกระทาเฉพาะเจาะจง ที่นาไปสู่ การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกและส่งเสริมการเติบโต
  • 34.
     เราจะมาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะที่คุณจะทาในหัวข้อถัดไป แต่ก่อนอื่นให้ทบทวนคาตอบ ของแบบฝึกหัดก่อนหน้าของคุณก่อน และพิจารณาพฤติกรรมที่คุณต้องการปรับเปลี่ยน  ตัวอย่างเช่น คุณสามารถพูดกับตัวเองอย่างอ่อนโยนกว่านี้ หรือลดเวลาออนไลน์ที่ไม่เกิดประโยชน์ลง ได้หรือไม่ แม้แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจได้ ไม่ต้องพูด ถึงการเสริมสร้างความนับถือตนเอง  ดังนั้น จงก้าวต่อไป แม้ว่าสิ่งต่างๆ จะยากลาบาก จินตนาการถึงคนที่คุณอยากเป็น และมุ่งมั่นที่จะ เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง
  • 35.
    พบกับระบบการทางานที่ยิ่งใหญ่ (Meet theGreatness Performance System - GPS)  คุณเคยรู้สึกเหมือนกาลังจมอยู่ในทะเลแห่งงานหรือไม่?  เรามักจะคิดว่ายิ่งเรายัดงานลงในสมุดบันทึกมากเท่าไร เราก็จะยิ่งบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้ นเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม เรือที่บรรทุกสินค้าไว้เต็มลานั้นก็ล่มได้ง่ายมาก เนื่องจากความทะเยอทะยานของเรา
  • 36.
     อันที่จริง การมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายที่กาหนดไว้ไม่มากนักและแม่นยายิ่งขึ้น มักจะช่วยเพิ่มผลงานได้ ผู้ประพันธ์ซึ่งเป็ นอดีตนักแฮนด์บอลอาชีพ ได้ค้นพบเรื่องนี้ ด้วยตัวเอง  เขาล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมายเมื่ออาชีพนักกีฬาของเขาสิ้นสุดลง ไม่แน่ใจว่าจะทาอย่างไรต่อไป หลังจากที่ยอมรับความเรียบง่ายแล้ว เขาจึงสามารถสร้างแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนได้
  • 37.
     พร้อมที่จะบรรลุเป้าหมายของคุณหรือยัง  มาแบ่งสิ่งต่างๆออกเป็ นขั้นตอนง่ายๆ โดยใช้ระบบ Greatness Performance System (GPS)  ระบบนี้ ทางานดังนี้ คือ ขั้นแรก ให้ระบุสามด้านที่สาคัญที่สุดในชีวิตของคุณ เช่น ธุรกิจ (business) ความสัมพันธ์ (relationships) และสุขภาพ (wellness) จากนั้น ตั้งเป้าหมายเฉพาะเจาะจงสาม เป้าหมายสาหรับแต่ละโซน แล้วเลือกเป้าหมายที่สาคัญที่สุดจากแต่ละโซน
  • 38.
     ตอนนี้ ให้ตอบคาถามง่ายๆสาหรับแต่ละเป้าหมาย: คุณต้องการอะไร (What do you want?) ทาไม คุณถึงต้องการมัน (Why do you want it?) และขั้นตอนต่อไปคืออะไร (And what is the next step?)  เพื่อให้มีประสิทธิภาพ คุณต้องจัดลาดับความสาคัญของงานในแต่ละวัน ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณรู้สึก ว่าตัวเองกาลังล่องลอย ให้ใช้คาถาม GPS เหล่านี้ เพื่อแก้ไขเส้นทางของคุณ
  • 39.
     ความยิ่งใหญ่ต้องการให้คุณมีพลังและมีสมาธิตลอดทั้งวัน  หากต้องการมีสมาธิให้นอนหลับให้เพียงพอ ออกกาลังกายเป็ นประจา และอาบน้าเย็นที่สดชื่นหาก คุณกล้าหาญ  ชีวิตของคุณในอีกสามปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร คุณอยากได้รับการยอมรับในเรื่องใด  GPS ช่วยให้คุณค้นพบสิ่งที่ผลักดันคุณ และเป้าหมายที่จะทาให้คุณเข้าใกล้ศักยภาพมากขึ้ น ตัวอย่างเช่น บางครั้งเราตระหนักว่า เราไม่ต้องการสิ่งที่เราคิดว่าต้องการ ในขณะที่บางครั้ง เราอาจ ใช้แรงจูงใจที่ลึกซึ้ งกว่า เพื่อผลักดันเราไปข้างหน้า
  • 40.
     สุดท้ายนี้ ความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่จาเป็น(accountability is a must)  ความรับผิดชอบมีอยู่สามประเภท ได้แก่ ต่อตัวคุณเอง ต่อคนอื่น หรือต่อทีม  คู่หูที่รับผิดชอบของคุณ สามารถส่งผลต่อความสาเร็จของคุณได้อย่างมาก ดังนั้นจงเลือกอย่างชาญ ฉลาด ในตอนนี้ คุณควรพร้อมที่จะกาหนดพันธกิจของคุณแล้ว สร้างขั้นตอนที่ชัดเจนและดาเนินการ ได้ เพื่อจัดการกับลาดับความสาคัญที่ขัดแย้งกัน แล้วคุณจะอยู่บนเส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่
  • 41.
    สรุป  ในขณะที่คุณฝึกฝนกรอบความคิดสู่ความยิ่งใหญ่ คุณจะตระหนักว่าเวลาคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของ คุณ จงรักษาเวลาไว้ให้ดี และใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาแห่งผลงานสูงสุด  อย่าลืมยอมรับและเฉลิมฉลองความสาเร็จของคุณ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม เพราะความสุขนั้น เป็นมากกว่าการบรรลุความฝันของคุณ คือการเพลิดเพลินไปกับการเดินทาง จงรู้ว่าความพยายาม ของคุณต่างหากที่เป็ นตัวกาหนดคุณค่าของคุณ ไม่ใช่ความสาเร็จ ดังนั้น จงรักตัวเองและยอมรับว่า คุณก็มีคุณค่าเพียงพอ  สุดท้าย การเติบโตส่วนบุคคล คือกระบวนการตลอดชีวิตที่เราทุกคนควรมุ่งมั่นที่จะสร้างพันธกิจที่มี ความหมาย และเริ่มเขียนเรื่องราวในอนาคตของคุณตั้งแต่วันนี้!
  • 42.
    3 บทเรียน ในการสร้างความคิดที่มองไปข้างหน้าและมองโลกในแง่บวกอย่างไม่ลดละ 1. สร้างคาประกาศเจตนารมณ์ของพันธกิจที่มีความหมายของคุณ โดยผสมผสานความหลงใหล พลัง และปัญหาเข้าด้วยกัน (Craft your Meaningful Mission Manifesto by combining passion, power, and a problem.)  2. ต่อสู้กับความสงสัยในตัวเองและความกลัว 3 ประการ ด้วยการกระทาเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน (Fight off self-doubt and 3 big fears with small daily actions.)  3. พัฒนากรอบความคิดสู่ความยิ่งใหญ่เพื่อก้าวต่อไป จนกว่าคุณจะบรรลุความฝัน (Develop a Greatness-Mindset-in-Motion to keep going until you achieve your dreams.)
  • 43.
    บทเรียนที่ 1: พิจารณาปัจจัย3 ประการเพื่อจัดทาแถลงการณ์พันธกิจที่มีความหมาย  ในที่สุด สิ่งที่ทาให้ Howes ลุกจากโซฟาของน้องสาวได้ก็คืองาน Toastmasters (เขาอยากพูดในที่ สาธารณะได้ดีขึ้ น)  ในขณะที่เขากาลังยัดของว่างที่ได้ฟรีลงในกระเป ๋ าเพื่อประหยัดเงิน เขาก็ได้พบกับ Frank Agin ผู้ให้ คาปรึกษาในอนาคตของเขา
  • 44.
     Agin ช่วยให้Howes เปลี่ยนทักษะ LinkedIn ของเขา ให้กลายเป็นธุรกิจเครือข่ายที่เฟื่ องฟู แต่หลายปี ต่อมา แม้ว่าเงินจะมีหมุนเวียนมาก แต่ Lewis ก็ไม่มีความสุข เขาตัดสินใจเร็วเกินไปโดยไม่คิด  เขาขาด "พันธกิจที่มีความหมาย (Meaningful Mission)" ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณจะค้นพบได้ก็ต่อเมื่อคุณ "ซื่อสัตย์กับตัวเอง"
  • 45.
     หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว Howesก็ขายธุรกิจให้กับหุ้นส่วนของเขาและหันไปทาพอดแคสต์แทน เขา รู้สึกดึงดูดใจกับธุรกิจนี้ ขึ้ นมาอย่างบอกไม่ถูก  ปัจจุบัน พันธกิจของเขาชัดเจนคือ เพื่อช่วยเหลือผู้คน 100 ล้านคนต่อสัปดาห์ โดยช่วยให้พวกเขา ปรับปรุงคุณภาพชีวิตและเอาชนะสิ่งต่างๆ ที่คอยฉุดรั้งพวกเขาไว้
  • 46.
    ในการค้นหาพันธกิจที่มีความหมายของคุณ คุณควรพิจารณาปัจจัย 3ประการ ผู้ประพันธ์แนะนาดังนี้  ความหลงใหล (Passion) กิจกรรมใดที่คุณทุ่มเทให้กับมันอย่างแท้จริง อะไรคือสิ่งที่ทาให้คุณตื่นเต้น แม้ว่าจะทาฟรีก็ตาม  อานาจ (Power) จุดแข็งของคุณคืออะไร คุณสามารถพัฒนาทักษะที่เหมาะสม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้ อย่างไร  ปัญหา (Problem) ความท้าทายที่ผู้คนทั่วไปเผชิญคืออะไร ที่คุณมีความพร้อมเป็นพิเศษ พอที่จะช่วย พวกเขาจัดการได้
  • 47.
     ลองนึกถึงพันธกิจที่มีความหมายของคุณ แล้วเขียนมันลงไป(write it down) ไม่จาเป็นต้องสวยงาม หรือซับซ้อน เพียงแค่มันพาคุณไปในทิศทางที่ถูกต้อง มันก็สามารถเป็นก้าวแรกบนเส้นทางยาวไกลสู่ ความยิ่งใหญ่ได้!
  • 48.
    บทเรียนที่ 2: ลงมือทาสิ่งเล็กๆน้อยๆ ทุกวัน เพื่อเอาชนะความกลัว 3 ประการ  Howes มีปัญหาด้านการอ่านเขียน (dyslexia) เขาเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศเมื่อยังเป็นเด็ก และใน วงการกีฬาและธุรกิจ เขาเคยประสบกับความล้มเหลวมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในทางตรงและ ทางอ้อม  ประเด็นคือ เราทุกคนต่างก็มีความกลัว เราทุกคนต่างก็ทาผิดพลาด และเราทุกคนต่างก็สงสัยใน ความสามารถของตัวเอง แต่ถ้าเราปล่อยให้ความสงสัยนั้นขัดขวางไม่ให้เราลงมือทาอะไรสักอย่าง เราก็จะรู้สึกเสียใจ
  • 49.
    เขากล่าวว่าความกลัว 3 ประการโดยเฉพาะที่เพิ่มพูนความไม่มั่นใจในตัวเองได้แก่  ความกลัวความล้มเหลว (The fear of failure) ทุกคนดูห่วยเมื่อเริ่มต้น แต่ สิ่งที่แย่กว่าความล้มเหลว คือ ความเสียใจที่ไม่ได้พยายาม  ความกลัวความสาเร็จ (The fear of success) บางครั้ง อาการหลอกลวงตัวเองของเรานั้นรุนแรงมาก จนเรายอมแพ้ต่อมัน ก่อนที่จะถึงจุดสูงสุดของภูเขาที่เราพยายามปี นขึ้ นไป ให้ใช้ชีวิตไปทีละวัน!  ความกลัวการถูกตัดสิน (The fear of judgment) ไม่มีใครชอบถูกตัดสิน แต่ที่สาคัญกว่านั้นคือ ไม่มี ใครคิดถึงคุณมากเท่ากับที่คุณคิด  นี่คือการเดินทางของคุณและของคุณเท่านั้น Priyanka Chopra Jonas เคยบอกกับ Howes ในรายการ ของเขา
  • 50.
     เราจะควบคุมความกลัวเหล่านั้นได้อย่างไร? โดยลงมือทาสิ่งเล็กๆน้อยๆ ทุกวัน  ฉันเขียนบล็อกไปแล้ว 7,500 โพสต์ติดต่อกัน Seth Godin บอกกับ Howes พรุ่งนี้ เช้าซึ่งจะเป็นวัน ศุกร์ ก็จะมีโพสต์อีกโพสต์หนึ่ง แต่โพสต์นั้นจะไม่ปรากฏอยู่ตรงนั้นเพราะมันเป็ นโพสต์ที่ดีที่สุดเท่าที่ มีมา และจะไม่มีอยู่ตรงนั้นเพราะฉันตัดสินใจที่จะโพสต์มันในวันพรุ่งนี้ โพสต์นั้นจะปรากฏอยู่ตรงนั้น เพราะว่ามันเป็ นวันศุกร์ และฉันไม่ได้พิจารณาการตัดสินใจนั้นใหม่อีกเลยในรอบ 20 ปี  เริ่มต้นเล็กๆ น้อยๆ และสม่าเสมอ แล้วความไม่มั่นใจในตัวเองจะหมดไป!
  • 51.
    บทเรียนที่ 3: พัฒนากรอบความคิดที่ยิ่งใหญ่เพื่อก้าวต่อไปควรตระหนักถึงความคิด ความรู้สึก และ พฤติกรรมของคุณ  สิ่งดี ๆ ไม่ได้เกิดขึ้ นได้ในชั่วข้ามคืน ดังนั้น แม้ว่าคุณจะมีวิสัยทัศน์ระยะยาวอยู่แล้ว คุณก็ยังต้อง แสดงตัวและมุ่งหน้าสู่วิสัยทัศน์นั้นทุกวัน  หนึ่งในเครื่องมือสาคัญของเขาในการทาเช่นนั้นคือ วงจรกรอบความคิดที่ก้าวไปข้างหน้า (Mindset- in-Motion Cycle) Howes เขียนไว้ว่า กรอบความคิดคือสิ่งที่เป็นกลาง อาจเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบ ก็ได้ อาจยุ่งวุ่นวายหรือเรียบง่ายก็ได้
  • 52.
    ผู้ประพันธ์แนะนาว่าหากต้องการมีจิตใจที่ดีและลงมือทาอย่างต่อเนื่อง คุณต้องมี 3มิติ ดังนี้  ความคิดของคุณ (Your thoughts) บทสนทนาในใจของคุณคิดเรื่องอะไรอยู่ ดีหรือเลว  อารมณ์ของคุณ (Your emotions) คุณสามารถปล่อยให้ความรู้สึกไม่ดีผ่านพ้นไป โดยไม่ทาให้ ความรู้สึกนั้นครอบงาคุณตลอดเวลาได้หรือไม่  พฤติกรรมของคุณ (Your behavior) ในท้ายที่สุด การกระทาเท่านั้น ที่จะนาคุณไปสู่เป้าหมายของคุณได้
  • 53.
     ผู้ประพันธ์เขียนว่า ความคิดที่ถูกต้องจะนาไปสู่พฤติกรรมที่ดีขึ้นและนาไปสู่ความรู้สึกที่ดีขึ้ น อารมณ์ที่ ถูกต้องจะนาไปสู่พฤติกรรมที่ดีขึ้ นและนาไปสู่ความคิดที่ดีขึ้ น และพฤติกรรมที่ถูกต้องจะเสริมสร้าง ความคิดที่ดีขึ้ น ซึ่งจะนาไปสู่ความรู้สึกที่ดีขึ้ น  เมื่อเกิดความตึงเครียดระหว่างทั้ง 3 สิ่งนี้ ความตึงเครียดอาจขัดขวางซึ่งกันและกัน แต่ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดยังสามารถสอดคล้องและเสริมซึ่งกันและกันได้อีกด้วย  จัดการความตึงเครียดเหล่านี้ ให้ดาเนินไปในวงจรที่สมบูรณ์แบบ คุณก็จะสามารถดาเนินชีวิตต่อไปได้  คุณจะก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ของคุณอย่างรวดเร็วและมุ่งมั่น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เป็นทั้งหมดของความยิ่งใหญ่
  • 54.
     คุณทาได้อย่างไร?  Howesกล่าวว่า เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะนาทางองค์ประกอบทั้ง 3 ประการนี้ คุณจะค่อยๆ เคลื่อนจากสิ่ง ที่คุณเคยเป็น ไปสู่สิ่งที่คุณกาลังจะเป็น  จงมีสติสัมปชัญญะ และให้ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของคุณ ทางานร่วมกันเสมอ!
  • 55.
    ส่งท้าย  The GreatnessMindset เป็ นหนังสือสร้างกาลังใจ นอกจากนี้ ยังมีชุดเครื่องมือและแบบฝึกหัดที่ น่าสนใจอีกด้วย แม้จะไม่ใช่หนังสือพัฒนาตัวเองที่ก้าวล้าที่สุดในโลก แต่ Howes ก็ได้รวบรวม ความคิดต่างๆ มาแบ่งปันกับผู้อ่าน โดยแบ่งปันสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากชีวิตของตนเองและแขกรับเชิญ ของเขา แม้ว่าคุณจะนาไอเดียเหล่านั้นไปใช้เพียง 1 หรือ 2 ความคิด ก็จะคุ้มค่ากับเวลาของคุณอย่าง แน่นอน!
  • 56.
  • 57.
    These slides generatedby ChatGPT for PowerPoint DATE: NOV 30, 2024 The Greatness Mindset 57 The Greatness Mindset
  • 58.
    The Greatness Mindset 58 UNDERSTANDING THE GREATNESSMINDSET The greatness mindset is a framework that encourages individuals to strive for excellence and embrace their potential. It fosters resilience and the pursuit of goals, leading to fulfillment. Definition and Importance
  • 59.
    The Greatness Mindset 59 UNDERSTANDING GREATNESS Greatness involvesreaching one's highest potential. It is characterized by resilience, vision, and passion. Embracing challenges and learning from failures is crucial for achieving greatness. Defining Greatness
  • 60.
    The Greatness Mindset 60 Benefits of Greatness PERSONAL DEVELOPMENT Adoptinga greatness mindset promotes personal growth, leading to enhanced skills and capabilities. It increases self- awareness and emotional intelligence. PROFESSIONAL ADVANCEMENT Individuals are more likely to experience career growth and success. They become leaders and inspire others in their surroundings.
  • 61.
    The Greatness Mindset 61 Core Principles VISION ANDGOAL SETTING Having a clear vision and setting achievable goals is foundational. It drives individuals to persist and strive toward greatness, creating a roadmap for success. RESILIENCE AND ADAPTABILITY Resilience helps individuals navigate obstacles. Adaptability ensures one remains open to change, crucial for personal growth and greatness in a dynamic world.
  • 62.
    The Greatness Mindset 62 Individuals exhibit acontinuous desire to learn and improve. They see setbacks as opportunities for growth. GROWTH-ORIENTED ATTITUDE They possess the strength to overcome obstacles. They are not easily discouraged and persist in the face of challenges. RESILIENCE AND GRIT A strong sense of self-worth and confidence enables them to take risks and pursue ambitious goals. POSITIVE SELF-IMAGE Key Characteristics
  • 63.
    CHALLENGE DESCRIPTION IMPACT Fearof Failure Inhibits risk-taking and growth Stalls progression toward greatness Negative Self-Talk Undermines confidence Limits potential achievements Lack of Support Absence of encouragement or mentorship Creates isolation and discouragement Fixed Mindset Belief that abilities are static Prevents exploration and development Resistance to Change Difficulty adapting to new situations Hinders advancement and growth Challenges Faced This table summarizes common challenges faced in developing a greatness mindset. Recognizing these hurdles is the first step towards overcoming them. 63
  • 64.
    The Greatness Mindset 64 Challenges and Overcoming FEAR OF FAILURE Manyfear the consequences of failure, which can hold them back. Embracing failure as a learning experience is crucial to overcome this. A common challenge is the feeling of inadequacy. Developing a supportive network and practicing positive self-talk can combat self-doubt. SELF-DOUBT
  • 65.
    65 Success Stories 65% 25%10% GOAL ACHIEVEMENT Those embracing a greatness mindset report higher goal achievement. RESILIENCE IMPROVEMENT A significant number exhibit improved resilience in facing challenges. GOAL NON-ACHIEVEMENT A smaller fraction reported not achieving their goals.
  • 66.
    NAME FIELD CONTRIBUTION OprahWinfrey Media Inspiring change through storytelling. Nelson Mandela Politics Promoting equality and resilience. Steve Jobs Technology Innovating through passion and vision. Malala Yousafzai Activism Advocating for education rights. Richard Branson Business Challenging traditional business models. Real-Life Examples This table highlights notable figures who embody the greatness mindset. Their contributions inspire others to pursue excellence. 66
  • 67.
    The Greatness Mindset 67 A greatness mindsetlays the groundwork for success. It fosters positive thinking, enabling individuals to overcome fear and self-doubt. MINDSET AS FOUNDATION While skills are essential, they are often developed through the lens of mindset. A strong mindset enhances learning, allowing for better skill acquisition and application. SKILLS DEVELOPMENT Greatness requires both mindset and skills. A profound mindset amplifies the effectiveness of skills, creating a synergistic effect for achieving exceptional outcomes. THE INTERCONNECTION Mindset vs. Skills
  • 68.
    The Greatness Mindset 68 Action Steps CULTIVATING A GROWTHMINDSET Start by reframing challenges as opportunities to learn. Practicing gratitude and positive affirmations can foster a more open mindset. Define Specific, Measurable, Achievable, Relevant, and Time-bound goals. This clarity helps maintain focus and commitment to personal greatness. SETTING SMART GOALS