โครงร่างการวิจัย โดย ร . ศ .  ดร .  บุญยง เกี่ยวการค้า สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล
STEPS IN THE DEVELOPMENTS OF A HEALTH SYSTEMS RESEARCH PROPOSAL:  Questions you must ask  Steps you will take  Important elements of each step  What is the problem or what is to be studies  Statement of the problem What information is  already available ?  Why do we want to carry out the research ? What do we hope to achieve ?  What additional data do we need to answer our research  questions ? How are we going to collect this information ?  Literature review  Formulation of objective  Research methodology  Literature and other available information  Research question of hypotheses  Variables  type of study data collection  sampling plan for data collection
คำถามสำหรับการทำวิจัย 1.  Why did you do ?  ( ทำไปทำไม )  นี่คือส่วนของ  Introduction   2.  What did you do ?  ( ทำอะไร )    นี่คือส่วนของ  Objectives 3. How did you do ? ( ทำอย่างไร )    นี่คือส่วนของ  Design & Methodology  4. What did you find ? ( ทำแล้วพบอะไร )    นี่คือส่วนของ  Results   5. What does it mean ? ( มีความหมายอะไร )  นี่คือส่วนของ  Discussion   6. What’s new ? ( ก่อให้เกิดความรู้อะไร )    นี่คือส่วนของ  Conclusion
โครงร่างการวิจัย โครงร่างการวิจัยมี  3  องค์ประกอบ 1.  WHY  ( ทำไปทำไม ) -  Introduction  - Background - Background & Significance of the Problem - Rationale  - Background & Rationale  - The Problem - Problem & Its Significance
โครงร่างการวิจัย โครงร่างการวิจัยมี  3  องค์ประกอบ 2.  WHAT  ( จะทำอะไร ) -  General Objective - Specific Objective 3. HOW ( จะทำอย่างไร ) -  Conceptual Framework - Research Design - Research Methodology - Statistics
เกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้  1.  อคติ  (Bias) -  ความรัก ความหลง ความกลัว ความโกรธ 2.  จากการระบุวัตถุประสงค์การวิจัย -  ความเข้าใจและตีความหมายในปัญหาการวิจัยผิดพลาด -  ระบุไม่ตรงประเด็น
ความคลาดเคลื่อนในการวิจัย  3.  การกำหนดตัวแปร  -  ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ -  ไม่ครอบคลุมตามที่วัตถุประสงค์กำหนด -  การให้ความหมายตัวแปรไม่ตรงหรือไม่ครอบคลุม  4.  การใช้รูปแบบการวิจัย  (Research Design)  -  กำหนดรูปแบบการวิจัยไม่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย
ความคลาดเคลื่อนในการวิจัย  5.  การวัดตัวแปร   ( Variable Measurement)  ความคลาดเคลื่อนแบบมีระบบ  (Systematic error)  - Design  - Methodology  ความคลาดเคลื่อนแบบสุ่ม  (Random error)  - Statistic
ความคลาดเคลื่อนในการวิจัย  6.  การรวบรวมข้อมูล -  การกำหนดจำนวนประชากร -  การกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง -  วิธีสุ่มตัวอย่าง -  วิธีการเก็บข้อมูล
ความคลาดเคลื่อนในการวิจัย  7.  การวิเคราะห์ข้อมูล -  การฝ่าฝืนข้อตกลงเบื้องต้นสถิติทดสอบ  -  การเลือกใช้สถิติผิดพลาด 8.  การแปลความหมาย -  การสรุปเกินจากข้อมูลที่กำหนดไว้ในรูปแบบการวิจัย -  การแปลความหมายค่าสถิติผิดพลาด
วิจัย  =  ค้นหา  Facts ( ข้อเท็จจริง )   Truth  ( ความจริง )   เพื่อตอบคำถาม  (Research Question) วิจัย  =  ต่อเนื่องระหว่างความคิด กับ  ระบบข้อเท็จ   จริง
คำถามการวิจัย ปัญหา ปัญหา  =  สิ่งที่น่าจะเป็น  -  สิ่งที่เป็นอยู่  x  ความสนใจ
ปัญหาการวิจัย สถานการณ์ ความขัดแย้ง คำถาม  -  ความอยากรู้ คำตอบที่เป็นไปไม่ได้อย่างน้อย  2  คำตอบ ขึ้นไป
การเขียนชื่อเรื่องวิจัย  (Research Title) ตัวแปร  -  ตัวแปรประเด็น  -  คำถามหลัก ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ประชากรที่ศึกษา  (Study Population) รูปแบบการวิจัย  (Research Design) รูปแบบการเขียนชื่อ
พฤติกรรมการเสพยาบ้าของคนขับรถบรรทุก Health Consequence of shift work among staff nurses  Effect of husband support on breast feedings behavior among young mothers Association between personality and addictive behavior among high school students.
Readiness for emergency plan of health facilities along the Thai-Cambodian borders K.A.P. of health personnel toward consumer protection program Effectiveness of hospital care versus domiciliation care on disease states of CHD patients
การเขียนวัตถุประสงค์ ระบุว่าจะทำอะไร เน้นจุดปัญหา ชัดแจ้ง ,  เจาะจง  ( ระบุขอบเขต ,  วิธีการ ) ระบุตัวแปรที่ศึกษา ระบุเป้าหมายของการวิจัย นำทางการวิจัย
สมมุติฐาน  Hypothesis Hypo -  น้อยกว่า Thesis -  ข้อเสนอ เป็นข้อเสนอของผู้วิจัย หรือเป็นคำอธิบายที่ผู้วิจัยตั้งไว้ล่วงหน้า ซึ่งผู้วิจัยจะเชื่อหรือไม่เชื่อว่าเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ตั้งใจจะทด -  สอบว่าเป็นจริงหรือไม่
แนวคิด  ข้อเท็จจริง  สมมติฐาน ข้อมูลประจักษ์  การสังเกต รวบรวมข้อมูล - Deductive  in Deductive
สมมุติฐาน เป็นข้อความที่ระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร  2  ตัวขึ้นไป เป็นการตั้งข้อสังเกตุว่าตัวแปรจะมีแบบแผนอย่างไร เป็นข้อเสนอที่จะทดสอบว่าข้อสังเกตุนั้นจะเป็นจริง หรือไม่จริง หลังจากที่ทดสอบว่าจริง  -  ข้อเสนอนั้นจะตั้งเป็น ทฤษฎีใหม่ ,  ขยายทฤษฎีเดิม ,  รับรองหรือล้มล้าง ทฤษฎีเดิมก็ได้ ไม่ใช่ทุกวิจัยจะต้องตั้งสมมติฐานเสมอไป
เป็นการวิจัยนำร่อง   (pilot study) เพื่อทำความรู้จัก ปัญหา ปรากฏการณ์จะทำให้ กำหนดปัญหาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อวางกรอบแนวคิดให้ชัดเจน เพื่อทำความคุ้นเคยกับพื้นที่วิจัย สถานการณ์วิจัย เป็นการรวบรวมข้อมูลกว้างๆ  (fishing expedition) เป็นการสำรวจหยั่งเสียง  (sounding reconnaissance) การวิจัยสำรวจ  ( Survey R.)
เพื่อศึกษาคุณลักษณะของสิ่งที่ต้องการศึกษาอย่างละเอียด เป็นการศึกษากับประชากร  -  ตามตัวแปรบุคคล เวลา  สถานที่ กลุ่มเดียว ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ / ควบคุม ไม่มีการทดสอบสมมติฐาน เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิด  ปรากฎการณ์กับปัจจัยได้  แต่ไม่ใช่การเป็นสาเหตุ ให้ข้อมูลเงื่อนไขที่จะตั้งสมมติฐานเพื่อทดสอบต่อไปได้ การวิจัยพรรณนา  ( Descriptive R.)
รูปแบบการวิจัยพรรณนา ศึกษากับประชากรกลุ่มหนึ่งเฉพาะเวลาหนึ่ง  ให้ข้อมูลของสถานการณ์เฉพาะเวลานั้น 1.  การวิจัยพรรณนาแบบตัดขวาง  (Cross-Section Descriptive) ศึกษาโดยเก็บข้อมูลกับประชากรกลุ่มหนึ่ง หลายๆ ครั้งไป ชั่วระยะเวลาหนึ่ง  ให้ข้อมูลหลายช่วงเวลาของประชากรกลุ่มนั้น  (Trend) 2.  การวิจัยพรรณนาแบบไปข้างหน้า  (Longitudinal Descriptive)
การศึกษาทบทวนรายงาน - ประวัติ  ในอดีตของกลุ่มประชากรที่ศึกษา 3.  การวิจัยพรรณนาแบบย้อนหลัง  (Retrospective Descriptive)
(Analytical Design) เป็นการศึกษาเพื่อพิสูจน์สมมติฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ปรากฎการณ์  ( ตัวแปรตาม )  กับ ปัจจัยเสี่ยง  ( ตัวแปร  อิสระ ) มีกลุ่มศึกษา และกลุ่มควบคุม มี  3  รูปแบบ  -  ตัดขวาง  ไปข้างหน้า  ย้อนหลัง รูปแบบการวิจัยเชิงวิเคราะห์
รูปแบบการวิจัยวิเคราะห์แบบตัดขวาง (Cross-sectional analytic Design) D S I D I D I D I D วัดตัวแปรอิสระ และตัวแปรตาม  พร้อมๆ กัน  ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ประชากร / ตัวอย่างที่ศึกษา ไม่ได้เลือกจากตัวแปรอิสระ หรือตัวแปรตาม บอกอัตราชุกของปรากฎการณ์ได้  แต่บอกอัตราเสี่ยงไม่ได้
รูปแบบวิจัยวิเคราะห์แบบศึกษาไปข้างหน้า (Cohort/Prospective Analytic Design) P S I P I F D D D D
ศึกษาปัจจัยสมุฏฐาน   (etiology) ศึกษาจากกลุ่มที่ไม่มีตัวแปรตาม  ( คัดกลุ่มที่ไว  กลุ่มไม่เสี่ยงออก ) เริ่มจากกลุ่มที่มีตัวแปรอิสระ  ( ปัจจัยเสี่ยง ) กับไม่มีตัวแปรอิสระ  ( ปัจจัยเสี่ยง ) ตามไปดูผล  ( ตัวแปรตาม ) ( มีเกณฑ์วัดผลที่ชัดเจน ) คำนวณค่าอัตราเสี่ยงสัมพัทธ์  (relative risk)
Retrospective Analytical design รูปแบบวิจัยวิเคราะห์แบบศึกษาย้อนหลัง P P I I I I D D S P ศึกษาจากกลุ่มที่มีตัวแปรตามเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน ย้อนหลังไปค้นหาตัวแปรอิสระที่เกิดขึ้นในอดีต เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่มีคุณลักษณะเหมือนกับกลุ่มศึกษา  ทุกอย่างยกเว้น ตัวแปรตาม
- Experiment   ตัวแปรอิสระ - Treatment - Trial - Intervention ตัวแปรอิสระ - ตัวแปรตามไม่มีอยู่ก่อนการวิจัย ตัวแปรอิสระ - นำเข้าโดยนักวิจัย  หลังการวิจัยเริ่มขึ้น ทดสอบสมมติฐานของความเป็นสาเหตุ - ผล ระหว่างตัวแปรอิสระ และตัวแปรตาม มีการควบคุมตัวแปรภายนอก   MAX, MIN, CON รูปแบบวิจัยเชิงทดลอง   (Experimental Design) จัดการโดย จัดกระทำ  (manipulate)   โดยผู้วิจัย
Pre  –  experimental  1.  One  –  short case  O  X 2.  One group pretest  –  post  –  test   O  X O 3.  Two static  –  groups    X O O
Quasi  experimental  4.  non-equivalent control group O X O O O 5.  Factorial design  O C R R   C R R O C R R   C R R
True experimental  6. Pre-test-Post-test Control group Randomizes  RO X O RO   O

Research Format

  • 1.
    โครงร่างการวิจัย โดย ร. ศ . ดร . บุญยง เกี่ยวการค้า สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล
  • 2.
    STEPS IN THEDEVELOPMENTS OF A HEALTH SYSTEMS RESEARCH PROPOSAL: Questions you must ask Steps you will take Important elements of each step What is the problem or what is to be studies Statement of the problem What information is already available ? Why do we want to carry out the research ? What do we hope to achieve ? What additional data do we need to answer our research questions ? How are we going to collect this information ? Literature review Formulation of objective Research methodology Literature and other available information Research question of hypotheses Variables type of study data collection sampling plan for data collection
  • 3.
    คำถามสำหรับการทำวิจัย 1. Why did you do ? ( ทำไปทำไม ) นี่คือส่วนของ Introduction 2. What did you do ? ( ทำอะไร ) นี่คือส่วนของ Objectives 3. How did you do ? ( ทำอย่างไร ) นี่คือส่วนของ Design & Methodology 4. What did you find ? ( ทำแล้วพบอะไร ) นี่คือส่วนของ Results 5. What does it mean ? ( มีความหมายอะไร ) นี่คือส่วนของ Discussion 6. What’s new ? ( ก่อให้เกิดความรู้อะไร ) นี่คือส่วนของ Conclusion
  • 4.
    โครงร่างการวิจัย โครงร่างการวิจัยมี 3 องค์ประกอบ 1. WHY ( ทำไปทำไม ) - Introduction - Background - Background & Significance of the Problem - Rationale - Background & Rationale - The Problem - Problem & Its Significance
  • 5.
    โครงร่างการวิจัย โครงร่างการวิจัยมี 3 องค์ประกอบ 2. WHAT ( จะทำอะไร ) - General Objective - Specific Objective 3. HOW ( จะทำอย่างไร ) - Conceptual Framework - Research Design - Research Methodology - Statistics
  • 6.
    เกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ 1. อคติ (Bias) - ความรัก ความหลง ความกลัว ความโกรธ 2. จากการระบุวัตถุประสงค์การวิจัย - ความเข้าใจและตีความหมายในปัญหาการวิจัยผิดพลาด - ระบุไม่ตรงประเด็น
  • 7.
    ความคลาดเคลื่อนในการวิจัย 3. การกำหนดตัวแปร - ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ - ไม่ครอบคลุมตามที่วัตถุประสงค์กำหนด - การให้ความหมายตัวแปรไม่ตรงหรือไม่ครอบคลุม 4. การใช้รูปแบบการวิจัย (Research Design) - กำหนดรูปแบบการวิจัยไม่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย
  • 8.
    ความคลาดเคลื่อนในการวิจัย 5. การวัดตัวแปร ( Variable Measurement) ความคลาดเคลื่อนแบบมีระบบ (Systematic error) - Design - Methodology ความคลาดเคลื่อนแบบสุ่ม (Random error) - Statistic
  • 9.
    ความคลาดเคลื่อนในการวิจัย 6. การรวบรวมข้อมูล - การกำหนดจำนวนประชากร - การกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง - วิธีสุ่มตัวอย่าง - วิธีการเก็บข้อมูล
  • 10.
    ความคลาดเคลื่อนในการวิจัย 7. การวิเคราะห์ข้อมูล - การฝ่าฝืนข้อตกลงเบื้องต้นสถิติทดสอบ - การเลือกใช้สถิติผิดพลาด 8. การแปลความหมาย - การสรุปเกินจากข้อมูลที่กำหนดไว้ในรูปแบบการวิจัย - การแปลความหมายค่าสถิติผิดพลาด
  • 11.
    วิจัย = ค้นหา Facts ( ข้อเท็จจริง ) Truth ( ความจริง ) เพื่อตอบคำถาม (Research Question) วิจัย = ต่อเนื่องระหว่างความคิด กับ ระบบข้อเท็จ จริง
  • 12.
    คำถามการวิจัย ปัญหา ปัญหา = สิ่งที่น่าจะเป็น - สิ่งที่เป็นอยู่ x ความสนใจ
  • 13.
    ปัญหาการวิจัย สถานการณ์ ความขัดแย้งคำถาม - ความอยากรู้ คำตอบที่เป็นไปไม่ได้อย่างน้อย 2 คำตอบ ขึ้นไป
  • 14.
    การเขียนชื่อเรื่องวิจัย (ResearchTitle) ตัวแปร - ตัวแปรประเด็น - คำถามหลัก ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ประชากรที่ศึกษา (Study Population) รูปแบบการวิจัย (Research Design) รูปแบบการเขียนชื่อ
  • 15.
    พฤติกรรมการเสพยาบ้าของคนขับรถบรรทุก Health Consequenceof shift work among staff nurses Effect of husband support on breast feedings behavior among young mothers Association between personality and addictive behavior among high school students.
  • 16.
    Readiness for emergencyplan of health facilities along the Thai-Cambodian borders K.A.P. of health personnel toward consumer protection program Effectiveness of hospital care versus domiciliation care on disease states of CHD patients
  • 17.
    การเขียนวัตถุประสงค์ ระบุว่าจะทำอะไร เน้นจุดปัญหาชัดแจ้ง , เจาะจง ( ระบุขอบเขต , วิธีการ ) ระบุตัวแปรที่ศึกษา ระบุเป้าหมายของการวิจัย นำทางการวิจัย
  • 18.
    สมมุติฐาน HypothesisHypo - น้อยกว่า Thesis - ข้อเสนอ เป็นข้อเสนอของผู้วิจัย หรือเป็นคำอธิบายที่ผู้วิจัยตั้งไว้ล่วงหน้า ซึ่งผู้วิจัยจะเชื่อหรือไม่เชื่อว่าเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ตั้งใจจะทด - สอบว่าเป็นจริงหรือไม่
  • 19.
    แนวคิด ข้อเท็จจริง สมมติฐาน ข้อมูลประจักษ์ การสังเกต รวบรวมข้อมูล - Deductive in Deductive
  • 20.
    สมมุติฐาน เป็นข้อความที่ระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร 2 ตัวขึ้นไป เป็นการตั้งข้อสังเกตุว่าตัวแปรจะมีแบบแผนอย่างไร เป็นข้อเสนอที่จะทดสอบว่าข้อสังเกตุนั้นจะเป็นจริง หรือไม่จริง หลังจากที่ทดสอบว่าจริง - ข้อเสนอนั้นจะตั้งเป็น ทฤษฎีใหม่ , ขยายทฤษฎีเดิม , รับรองหรือล้มล้าง ทฤษฎีเดิมก็ได้ ไม่ใช่ทุกวิจัยจะต้องตั้งสมมติฐานเสมอไป
  • 21.
    เป็นการวิจัยนำร่อง (pilot study) เพื่อทำความรู้จัก ปัญหา ปรากฏการณ์จะทำให้ กำหนดปัญหาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อวางกรอบแนวคิดให้ชัดเจน เพื่อทำความคุ้นเคยกับพื้นที่วิจัย สถานการณ์วิจัย เป็นการรวบรวมข้อมูลกว้างๆ (fishing expedition) เป็นการสำรวจหยั่งเสียง (sounding reconnaissance) การวิจัยสำรวจ ( Survey R.)
  • 22.
    เพื่อศึกษาคุณลักษณะของสิ่งที่ต้องการศึกษาอย่างละเอียด เป็นการศึกษากับประชากร - ตามตัวแปรบุคคล เวลา สถานที่ กลุ่มเดียว ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ / ควบคุม ไม่มีการทดสอบสมมติฐาน เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิด ปรากฎการณ์กับปัจจัยได้ แต่ไม่ใช่การเป็นสาเหตุ ให้ข้อมูลเงื่อนไขที่จะตั้งสมมติฐานเพื่อทดสอบต่อไปได้ การวิจัยพรรณนา ( Descriptive R.)
  • 23.
    รูปแบบการวิจัยพรรณนา ศึกษากับประชากรกลุ่มหนึ่งเฉพาะเวลาหนึ่ง ให้ข้อมูลของสถานการณ์เฉพาะเวลานั้น 1. การวิจัยพรรณนาแบบตัดขวาง (Cross-Section Descriptive) ศึกษาโดยเก็บข้อมูลกับประชากรกลุ่มหนึ่ง หลายๆ ครั้งไป ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ให้ข้อมูลหลายช่วงเวลาของประชากรกลุ่มนั้น (Trend) 2. การวิจัยพรรณนาแบบไปข้างหน้า (Longitudinal Descriptive)
  • 24.
    การศึกษาทบทวนรายงาน - ประวัติ ในอดีตของกลุ่มประชากรที่ศึกษา 3. การวิจัยพรรณนาแบบย้อนหลัง (Retrospective Descriptive)
  • 25.
    (Analytical Design) เป็นการศึกษาเพื่อพิสูจน์สมมติฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปรากฎการณ์ ( ตัวแปรตาม ) กับ ปัจจัยเสี่ยง ( ตัวแปร อิสระ ) มีกลุ่มศึกษา และกลุ่มควบคุม มี 3 รูปแบบ - ตัดขวาง ไปข้างหน้า ย้อนหลัง รูปแบบการวิจัยเชิงวิเคราะห์
  • 26.
    รูปแบบการวิจัยวิเคราะห์แบบตัดขวาง (Cross-sectional analyticDesign) D S I D I D I D I D วัดตัวแปรอิสระ และตัวแปรตาม พร้อมๆ กัน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ประชากร / ตัวอย่างที่ศึกษา ไม่ได้เลือกจากตัวแปรอิสระ หรือตัวแปรตาม บอกอัตราชุกของปรากฎการณ์ได้ แต่บอกอัตราเสี่ยงไม่ได้
  • 27.
  • 28.
    ศึกษาปัจจัยสมุฏฐาน (etiology) ศึกษาจากกลุ่มที่ไม่มีตัวแปรตาม ( คัดกลุ่มที่ไว กลุ่มไม่เสี่ยงออก ) เริ่มจากกลุ่มที่มีตัวแปรอิสระ ( ปัจจัยเสี่ยง ) กับไม่มีตัวแปรอิสระ ( ปัจจัยเสี่ยง ) ตามไปดูผล ( ตัวแปรตาม ) ( มีเกณฑ์วัดผลที่ชัดเจน ) คำนวณค่าอัตราเสี่ยงสัมพัทธ์ (relative risk)
  • 29.
    Retrospective Analytical designรูปแบบวิจัยวิเคราะห์แบบศึกษาย้อนหลัง P P I I I I D D S P ศึกษาจากกลุ่มที่มีตัวแปรตามเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน ย้อนหลังไปค้นหาตัวแปรอิสระที่เกิดขึ้นในอดีต เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่มีคุณลักษณะเหมือนกับกลุ่มศึกษา ทุกอย่างยกเว้น ตัวแปรตาม
  • 30.
    - Experiment ตัวแปรอิสระ - Treatment - Trial - Intervention ตัวแปรอิสระ - ตัวแปรตามไม่มีอยู่ก่อนการวิจัย ตัวแปรอิสระ - นำเข้าโดยนักวิจัย หลังการวิจัยเริ่มขึ้น ทดสอบสมมติฐานของความเป็นสาเหตุ - ผล ระหว่างตัวแปรอิสระ และตัวแปรตาม มีการควบคุมตัวแปรภายนอก MAX, MIN, CON รูปแบบวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Design) จัดการโดย จัดกระทำ (manipulate) โดยผู้วิจัย
  • 31.
    Pre – experimental 1. One – short case O X 2. One group pretest – post – test O X O 3. Two static – groups X O O
  • 32.
    Quasi experimental 4. non-equivalent control group O X O O O 5. Factorial design O C R R C R R O C R R C R R
  • 33.
    True experimental 6. Pre-test-Post-test Control group Randomizes RO X O RO O