Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
ngfywm5yrw
PPT, PDF
5 views
บทที่ 2 การออกแบบวิจัย ทางสังคมศาสตร์ที่จำเป็น
Research methodology is very importance
Science
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 42
2
/ 42
3
/ 42
4
/ 42
5
/ 42
6
/ 42
7
/ 42
8
/ 42
9
/ 42
10
/ 42
11
/ 42
12
/ 42
13
/ 42
14
/ 42
15
/ 42
16
/ 42
17
/ 42
18
/ 42
19
/ 42
20
/ 42
21
/ 42
22
/ 42
23
/ 42
24
/ 42
25
/ 42
26
/ 42
27
/ 42
28
/ 42
29
/ 42
30
/ 42
31
/ 42
32
/ 42
33
/ 42
34
/ 42
35
/ 42
36
/ 42
37
/ 42
38
/ 42
39
/ 42
40
/ 42
41
/ 42
42
/ 42
More Related Content
PPT
การเขียนโครงร่าง
by
อรุณศรี
PPT
44444444444444
by
bow4903
PPT
Research4
by
Sani Satjachaliao
PPTX
ระเบียบวิธีวิจัย
by
Kero On Sweet
PPT
427 416 ชั่วโมงที่ 1 20 มิ.ย. 54
by
Sani Satjachaliao
DOC
Cแนะแนว
by
yutict
PPT
Research Format
by
Ultraman Taro
PPT
การเขียนรายงานการวิจัย1
by
Prachyanun Nilsook
การเขียนโครงร่าง
by
อรุณศรี
44444444444444
by
bow4903
Research4
by
Sani Satjachaliao
ระเบียบวิธีวิจัย
by
Kero On Sweet
427 416 ชั่วโมงที่ 1 20 มิ.ย. 54
by
Sani Satjachaliao
Cแนะแนว
by
yutict
Research Format
by
Ultraman Taro
การเขียนรายงานการวิจัย1
by
Prachyanun Nilsook
Similar to บทที่ 2 การออกแบบวิจัย ทางสังคมศาสตร์ที่จำเป็น
PDF
ตัวอย่างการทำslide
by
rubtumproject.com
PPT
Research1
by
Sani Satjachaliao
PPT
การวิจัยเบื้องต้น
by
อรุณศรี
PPT
การวิจัยในชั้นเรียน
by
salinkarn sampim
PDF
การเขียนรายงานทางวิชาการ ตอนที่ ๑
by
bensee
PPT
วิจัย
by
จารุนันท์ เอียดคง
PDF
Research topic and thesis guide (การกำหนดหัวข้อวิจัย และ องค์ประกอบของวิทยานิ...
by
Khon Kaen University
PPT
11 การวิจัยชั้นเรียน100449
by
onchalermpong
PPT
Research11 conceptual framework
by
Sani Satjachaliao
PDF
การกำหนดปัญหาและศึกษาความเป็นไปได้
by
skiats
PDF
การเขียนรายงานการวิจัย3
by
Prachyanun Nilsook
PPT
Week 1 intro[1]
by
วริศรา เสาไธสง
PPT
2222
by
salinkarn sampim
PPT
PPT อ.สกลชัย
by
Dookdik'Cute Minnie
PPT
นำเสนอการทำวิจัยวิทยฐานะใหม่
by
Nitwadee Puiamtanatip
PPT
แนวการเขียนรายงายเชิงวิจัย
by
witthaya601
PPT
วิจัย1
by
อรุณศรี
DOC
123
by
JARUSSRI
DOC
123
by
JARUSSRI
PPTX
Mt research
by
Prasit Chanarat
ตัวอย่างการทำslide
by
rubtumproject.com
Research1
by
Sani Satjachaliao
การวิจัยเบื้องต้น
by
อรุณศรี
การวิจัยในชั้นเรียน
by
salinkarn sampim
การเขียนรายงานทางวิชาการ ตอนที่ ๑
by
bensee
วิจัย
by
จารุนันท์ เอียดคง
Research topic and thesis guide (การกำหนดหัวข้อวิจัย และ องค์ประกอบของวิทยานิ...
by
Khon Kaen University
11 การวิจัยชั้นเรียน100449
by
onchalermpong
Research11 conceptual framework
by
Sani Satjachaliao
การกำหนดปัญหาและศึกษาความเป็นไปได้
by
skiats
การเขียนรายงานการวิจัย3
by
Prachyanun Nilsook
Week 1 intro[1]
by
วริศรา เสาไธสง
2222
by
salinkarn sampim
PPT อ.สกลชัย
by
Dookdik'Cute Minnie
นำเสนอการทำวิจัยวิทยฐานะใหม่
by
Nitwadee Puiamtanatip
แนวการเขียนรายงายเชิงวิจัย
by
witthaya601
วิจัย1
by
อรุณศรี
123
by
JARUSSRI
123
by
JARUSSRI
Mt research
by
Prasit Chanarat
บทที่ 2 การออกแบบวิจัย ทางสังคมศาสตร์ที่จำเป็น
1.
1 วิชา 231303 ระเบียบ วิธีวิจัย Research Methodology บทที่
2 การออกแบบ วิจัย อ.สุรินทร์ทิพ ศักดิ์ภูวดล สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
2.
2 ส่วนประกอบของรายงานการวิจัย บทที่ 1 บทนำ บทที่
2 การทบทวนวรรณกรรม บทที่ 3 ระเบียบวิธีวิจัย บทที่ 4 ผลการวิจัยและการตีความ บทที่ 5 สรุปและข้อเสนอแนะ
3.
3 องค์ประกอบของบทที่ 1 บทนำ 1.
ที่มาและการตั้งชื่อหัวข้อการวิจัย 2. ภูมิหลังหรือความเป็นมาของปัญหา 3. การเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย 4. ขอบเขตการวิจัย 5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 6. คำนิยามศัพท์เฉพาะ
4.
4 หลักเกณฑ์ในการเลือกหัวข้อวิจัย 1. ความสำคัญของปัญหา 2. ความเป็นไปได้ 3.
ความน่าสนใจและทันต่อเหตุการณ์ 4. ความสนใจของผู้วิจัย 5. ความสามารถที่จะทำให้ลุล่วง
5.
5 การกำหนดปัญหาการวิจัย มีข้อควรพิจารณาจากประเด็นดังต่อไปนี้ 1. งานวิจัยควรเป็นเรื่องใหม่ ไม่มีผู้ใดศึกษากันมาก่อน
หรือนำงานวิจัยเดิมมาต่อเติม ส่วนใหม่ๆ เข้าไป (ซึ่งที่มาของปัญหาอาจมาจากปัญหาเดียวกัน) 2. เกณฑ์การประเมินปัญหาการวิจัย 3. ปัญหานั้นน่าสนใจหรือไม่ 4. ปัญหานั้นมีความสำคัญเพียงพอหรือไม่ & มีประโยชน์คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ 5. อยู่ในวิสัยที่สามารถทำวิจัยได้ - ผู้วิจัยมีความสามารถที่จะวิจัยปัญหานั้นหรือไม่ - งบประมาณ - จริยธรรม - มีอุปกรณ์ เครื่องอำนวยความสะดวกเพียงพอหรือไม่ - เวลา ฯลฯ
6.
6 แหล่งที่มาของปัญหาการวิจัย * มองปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำและหาแนวทางในการ แก้ปัญหา 1. ประสบการณ์ *
จากประสบการณ์ของผู้วิจัยเอง คิดถึงลักษณะงานที่ท่าน ปฏิบัติแล้วยังมีปัญหา หรือไม่ บรรลุวัตถุประสงค์ แล้วพยายาม ระบุปัญหาเพื่อหาคำตอบ * จากการสังเกต สภาพของสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวด ล้อมรอบๆ ตัว แล้วนำเอาสิ่งที่ได้ประสบนั้นมาคิดหา คำตอบโดยการวิจัย
7.
7 แหล่งที่มาของปัญหาการวิจัย(ต่อ) 2. วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง * หนังสือ *
วารสาร * รายงานการวิจัยที่พิมพ์เผยแพร่
8.
8 แหล่งที่มาของปัญหาการวิจัย (ต่อ) 3. ปัญหาที่ผู้วิจัยสนใจ
และต้องการวิจัยเอง 4. แนวคิดและทฤษฎีในสาขาที่เกี่ยวข้อง 5. จากข้อเสนอแนะของผลการวิจัยที่ได้ทำมาแล้ว เช่น วิทยานิพนธ์ มักจะมีข้อเสนอแนะกำกับไว้ในตอนท้าย ซึ่งเราสามารถทำวิจัยต่อยอดงานวิจัยนั้นๆ ไปได้อีก 6. แหล่งทุนสนับสนุนการวิจัย 7. จากหน่วยงานต่างๆที่ต้องการทำวิจัย 8. จากบทคัดย่อ (Abstract) หรืองานวิจัย สามารถหาได้จากห้อง สมุด หรือจากฐานข้อมูลงานวิจัยที่รวบรวมเอาไว้
9.
9 การตั้งชื่อเรื่องในงานวิจัย มี 2 แนวคิด แนวคิดที่
1 การตั้งชื่อจะตั้งให้มีความหมาย (Meaningful) อย่างสมบูรณ์ แล้วจะมีความยาวเท่าไหร่ก็ได้ มีการกำหนดขอบเขตของ ปัญหาอย่างชัดเจน ไว้ในชื่อเรื่องงานวิจัย แนวคิดที่ 2 การตั้งชื่อหัวข้อปัญหานั้นควรจะตั้งชื่อสั้นๆ สำหรับรายละเอียดการอธิบายขอบเขตของปัญหานั้นจะอยู่ ในบทนำ
10.
10 ผู้วิจัยจะมีแนวคิดแนวใดก็ได้ แต่สิ่งที่ผู้วิจัยควร คำนึงถึงในการตั้งชื่อหัวข้อปัญหาการวิจัยควรมี ดังต่อไปนี้ 1. ต้องตั้งชื่อเรื่องให้ผู้อ่านได้ทราบถึงเนื้อหาสาระ ของการวิจัยให้ครอบคลุม
ชัดเจน และกระชับ ที่สุดเท่าที่ทำได้ 4. อย่าให้ชื่อเรื่องที่ตั้งบิดพลิ้ว หรือเพี้ยนไปจาก เนื้อหาสาระของการวิจัย 3. ควรใช้ภาษาและสำนวนที่คนทั่วไปสามารถอ่าน และเข้าใจได้โดยง่าย 2. ควรระบุให้ชื่อเรื่องด้วยว่า ทำอะไร ที่ไหน การตั้งชื่อเรื่องในงาน วิจัย (ต่อ)
11.
11 5. ชื่อเรื่องที่ดีอย่างน้อยควรจะบอก 5.1 ตัวแปรที่ศึกษา 5.2
ประชากรที่ศึกษา 5.3 วิธีการศึกษา 5.4 ลักษณะข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย 5.5 แนวทางการทำวิจัยจากชื่อเรื่อง จะ สามารถบอกรูปแบบการทำวิจัยได้ รศ. เทียมจันทร์ พานิชย์ อ. พัชรินทร์ การตั้งชื่อเรื่องในงานวิจัย (ต่อ)
12.
12 6. ไม่แสดงถึงการตัดสินด้านคุณภาพ เช่น “การขาดประสิทธิภาพของการพยาบาลใน โรงพยาบาล....
ในการให้สุขศึกษาแก่ผู้ ป่วย” 7. การตั้งชื่อเรื่องนั้นจะตั้งชื่ออยู่ในรูปประโยค คำถามหรือประโยคบอกเล่าก็ได้ การตั้งชื่อเรื่องในงานวิจัย (ต่อ) 8. ตั้งชื่อให้น่าสนใจ แลดูน่าติดตามอ่าน 9. ไม่ควรเขียนภาษาต่างชาติแทรกในภาษาไทย แต่ อนุโลมหากเป็นศัพท์เฉพาะทางจริงๆที่คนนิยมใช้คำ ภาษาอังกฤษมากกว่า
13.
13 ตัวอย่างชื่อเรื่องในการวิจัย (ต่อ) ชื่อเรื่อง :
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษา อังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดย วิธีการสื่อสารกับการสอนแบบโครงสร้าง ตัวแปรที่ศึกษา : ตัวแปรต้น (อิสระ) คือ 1. วิธีการสื่อสาร ตัวแปรต้น (อิสระ) 2. การสอนแบบ โครงสร้าง ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษา อังกฤษ ประชากรที่ศึกษา : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วิธีการศึกษา : การเปรียบเทียบ
14.
14 ชื่อเรื่อง : ศักยภาพและความพร้อมการนวดแผน ไทยในจังหวัดพะเยา ตัวแปรต้น
(อิสระ) : จำนวนผู้ชำนาญการ ช่วง ระยะเวลาการให้บริการ อื่นๆ (ซึ่งไม่ได้แสดงใน ชื่อ แต่อาจอธิบายในเนื้อหา) ตัวแปรตาม : ศักยภาพและความพร้อมการ นวดแผนไทยในจังหวัดพะเยา ตัวอย่างชื่อเรื่องในการวิจัย (ต่อ)
15.
15 ชื่อเรื่อง : สัมฤทธิ์ผลของการใช้ระบบเว็บเบสเลิร์น นิ่ง
ในการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาใน การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ข้อสังเกตุ : เป็นการตั้งชื่องานวิจัยทางด้าน IT จะพบว่าไม่มีตัวแปรที่ศึกษา ซึ่งต่างจากการวิจัย ทางด้านสังคม ตัวอย่างชื่อเรื่องในงานวิจัย (ต่อ)
16.
16 การตั้งชื่อเรื่องในงานวิจัย (ระเบียบ วิธีวิจัยทางธุรกิจ) การตั้งชื่อหัวข้อให้ชัดเจน ทำได้โดยการนำมิติต่างๆ ของการวิจัยมาประกอบเป็นชื่อหัวข้อ
เช่น สาขาวิชา ที่เกี่ยวข้อง ลักษณะของการเก็บข้อมูล ประชากรเป้า หมายหรือสถานที่ที่ทำการศึกษา และการกำหนด ประเด็นสาระสำคัญของการวิจัย ตัวอย่างการตั้งชื่อหัวข้อวิจัยภายใต้หลักการต่างๆ สาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง การศึกษาระบบสารสนเทศทางการเงินของธุรกิจ ขนาดกลาง และขนาดเล็กในประเทศไทย
17.
17 ประชากรเป้าหมายหรือสถานที่ พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของนักศึกษา ปริญญาโท ประเด็นสาระสำคัญของการวิจัย ปัจจัยทางการบริหารธุรกิจ ที่มีความสำคัญต่อ ธุรกิจ SMEs
ของประเทศไทย การตั้งชื่อเรื่องในงานวิจัย (ต่อ)
18.
18 การพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับสร้างลายมือชื่อดิจิทัล โดยใช้หลักการประมวลผลภาพ ชื่อบอกถึงเทคนิคที่นำมาพัฒนา คือ
หลักการประมวลผล ภาพ การพัฒนาฐานข้อมูลระบบการเรียนของนักเรียน ชื่อบอกถึง ระบบงานนี้สามารถใช้ได้หลายโรงเรียนทั่วไป ไม่ได้เจาะจงว่าโรงเรียนไหน การพัฒนาฐานข้อมูลระบบการเรียนของนักเรียน โรงเรียนนาชาตินเรศวร ชื่อบอกถึง เป็นการพัฒนาระบบสำหรับโรงเรียนนาชาติ นเรศวร เท่านั้น การตั้งชื่อเรื่องในงานวิจัย (ต่อ)
19.
19 ภูมิหลังหรือความเป็นมา ของปัญหา
20.
20 เป็นส่วนกล่าวนำให้ผู้อ่านเริ่มเข้าใจใน ปัญหาที่จะทำการศึกษาว่า ปัญหาคืออะไร มี ความสำคัญในแง่มุมไหน
หรือประเด็นไหนบ้าง ผู้อ่านสามารถเห็นความต่อเนื่องหรือความ รุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบัน และ ในอนาคตได้ ซึ่งสมควรที่ต้องศึกษาเพื่อหา แนวทางในการแก้ไขปัญหานั้น ภูมิหลังหรือความเป็นมาของปัญหา
21.
21 ภูมิหลังหรือความเป็นมาของปัญหา (ต่อ) การเขียนเป็นการชี้ให้เห็นถึง ต้นตอของปัญหาว่า ปัญหานั้นคืออะไร มีจุดริเริ่มหรือแหล่งกำเนิดมาจาก อะไรโดยกล่าวเน้นถึงประเด็นสำคัญที่จำเป็น
ที่ เกี่ยวข้องกับปัญหาในการวิจัย 1. เขียนให้ตรงประเด็น เน้นปัญหาให้ถูกจุด 2. เขียนให้ครอบคลุมประเด็นที่สำคัญของปัญหา 3. อย่าเขียนความสำคัญของปัญหาให้สั้นหรือยาวเกิน ไป 4. ควรใช้ถ้อยคำให้ชัดเจน ใช้ภาษาง่ายๆ 5. ควรมีหลักฐานสนับสนุนข้อความที่เขียนขึ้นตาม ความเหมาะสมเพื่อให้ เกิดความน่าเชื่อถือ
22.
22 6. ไม่นำตัวเลข หรือตาราง
หรือข้อมูลอื่นๆที่ไม่ เกี่ยวข้องมากนักมาใส่ 7. เนื้อเรื่องต้องมีความสัมพันธ์กันและแบ่งตอน ได้อย่างเหมาะสม 8. ในส่วนท้ายต้องเขียนสรุปเพื่อให้สามารถ เชื่อมโยงกับหัวข้อวัตถุประสงค์ต่อไปด้วย ซึ่ง จะต้องชี้ให้ชัดเจนถึงสิ่งที่เราต้องการวิจัย 9. ถ้านำผลงานวิจัย ตัวเลขข้อมูลหรือแนวคิด ของผู้อื่นมาอ้างอิง ต้องเขียนอ้างอิงตามวิธี ภูมิหลังหรือความเป็นมาของ ปัญหา (ต่อ)
23.
23 ภูมิหลังหรือความเป็นมาของปัญหา (ต่อ) การเขียน ภูมิหลังหรือความเป็นมาของปัญหา มี
2 แนวทาง 1. เขียนจากหลักทั่วไปแล้วนำเข้าสู่เรื่องเฉพาะ (Deductive Style) เป็นการเขียนโดยกล่าวถึงหลักทั่วไปที่เป็นทฤษฎีของเรื่องนั้น ก่อน แล้วจึงนำเข้าสู่ตัวปัญหาการวิจัยที่กำหนดไว้ 2. เขียนจากเรื่องเฉพาะแล้วนำไปสู่หลักทั่วไป (Inductive Style) เป็นการเขียนโดยกล่าวถึง ตัวปัญหาที่ทำการวิจัย อาจเริ่ม จากประวัติความเป็นมาของปัญหา มูลเหตุจูงใจหรือความ จำเป็นที่ต้องทำวิจัย และข้อค้นพบที่จะนำไปสู่หลักการหรือ ทฤษฎี เพื่อใช้ในกรณีทั่วไป
24.
24 การเขียนวัตถุประสงค์ การวิจัย
25.
25 การเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อกำหนดประเด็นปัญหาของการวิจัย 2. เพื่อกำหนดแนวทางของการวิจัย 3.
เพื่อกำหนดขอบเขตของการวิจัย หน้าที่ของวัตถุประสงค์การวิจัย
26.
26 การเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย (ต่อ) 1. ทำให้ปัญหาการวิจัยมีความชัดเจนยิ่งขึ้น
รู้ ขอบเขตและแนวทางปฏิบัติ 2. ทำให้การวิจัยมีเป้าหมายที่แน่นอน 3. ช่วยให้ทราบคุณสมบัติหรือตัวแปรที่ศึกษา รู้ ประชากรเป้าหมาย ประโยชน์ของการเขียนวัตถุประสงค์การวิจัยอย่าง ชัดเจน
27.
27 การกำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดประเด็น เพื่อการแยกแยะ
แจกแจงรายละเอียด ของหัวข้อเรื่องที่จะศึกษาออกเป็นหัวข้อย่อยๆ ซึ่งใน ทางวิชาการเรียกว่า “วัตถุประสงค์”ของการวิจัย กำหนดประเด็นให้สอดคล้องกับหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา โดยผู้วิจัยจะต้องระบุสาระของการวิจัยว่า จะศึกษาใน เรื่องใดบ้าง เพื่อแสดงให้เห็นขอบเขตของการวิจัย กำหนดถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่ต้องการทำวิจัยให้ชัดเจน เช่น การวิเคราะห์ การหาอิทธิพล การศึกษาเปรียบ เทียบ เป็นต้น การเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย (ต่อ)
28.
28 การเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย (ต่อ) ในส่วนนี้ผู้วิจัยควรระบุความมุ่งหมายของการวิจัยลง ไปให้ชัดเจนว่า ผู้วิจัยมุ่งศึกษาอะไรบ้าง
การระบุ ความมุ่งหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้อ่านเห็นขอบเขต ของการวิจัยว่าจะมีการศึกษาอะไรในการวิจัยนั้น สิ่งที่สำคัญที่ควรคำนึงถึงคือ 1. ควรเขียนให้ชัดเจนโดยชี้ระบุให้เฉพาะเจาะจงว่าผู้ วิจัยจะศึกษาอะไรบ้าง 2. วัตถุประสงค์ 1 ข้อต่อ 1 ประเด็น และเขียนให้ สอดคล้องกับประเด็นปัญหา 3. เขียนให้สั้น กระชับ ใช้ภาษาที่ง่าย อ่านได้ใจความ หลักสำคัญในการเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย
29.
29 การเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย (ต่อ) 4. วัตถุประสงค์
ทุกข้อต้องสามารถศึกษาได้ เก็บข้อมูลได้ และทำการวิจัยได้ 5. ควรเขียนเรียงลำดับให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอนของ การวิจัย 6. วัตถุประสงค์ของการวิจัยที่เขียนระบุไว้จะต้อง สอดคล้องกับรูปแบบของการวิจัย 7. สามารถเขียนเป็นข้อเดียว หรือเขียนแยกเป็นข้อๆ ได้ 8. ห้ามนำประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมาเขียนใน วัตถุประสงค์
30.
30 การเขียนวัตถุประสงค์ การวิจัย (ต่อ) ห้ามนำประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมาเขียนในวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ ประโยชน์ที่คาด ว่าจะได้รับ เป็นเรื่องที่ผู้วิจัยจะ ต้องทำ เป็นผลที่คาดว่าจะเกิด ขึ้นหลังจากสิ้นสุดการ วิจัย
31.
31 ตัวอย่างการเขียนวัตถุประสงค์การ วิจัย (ต่อ) เขียนวัตถุประสงค์ทั่วไป เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ รถไฟฟ้าของประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร
32.
32 ขอบเขตการวิจัย
33.
33 หลักการเขียนขอบเขตการวิจัย 1. กำหนดขอบเขตของประชากรที่ต้องการศึกษา 2. กำหนดขอบเขตของตัวแปรที่ต้องการศึกษา 3.
กำหนดสถานที่และเวลาที่ทำวิจัย 4. ในทาง IT จะเขียนขอบเขตของฟังก์ชันงาน ของระบบที่สามารถทำได้เท่านั้น
34.
34 ตัวอย่างการเขียนขอบเขตการวิจัยทาง ด้านสังคมและธุรกิจ 1. การวิจัยนี้เป็นการทำวิจัยเฉพาะประชากรผู้ใช้ บริการรถไฟฟ้าใต้ดินและบนดิน ในเขต กรุงเทพมหานครเท่านั้น 2.
กำหนดเขตในกรุงเทพมหานครจำนวน 10 เขตเท่านั้น 3. ศึกษาเฉพาะความพึงพอใจในการให้บริการ ของรถไฟฟ้าใต้ดิน และบนดินเท่านั้น
35.
35 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
36.
36 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. นำเสนอเป็นข้อๆ โดยเรียงลำดับความสำคัญ อธิบายให้ชัดเจน 2.
แยกประโยชน์ทางตรงและทางอ้อมออกจากกัน 3. แสดงผลของการศึกษาในครั้งนี้ จะนำผลไปทำ อะไร หรือจะมีการใช้อย่างไร 4. นำเสนอให้เห็นประโยชน์ที่ตกแก่คนกลุ่มต่างๆ หรือหน่วยงานต่างๆ อย่างชัดเจน
37.
37 ตัวอย่าง 1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการคมนาคม หรืออื่นๆ สามารถนำข้อเปรียบเทียบที่ได้จากการศึกษาไป พัฒนา
และเป็นแนวทางในการกำหนดการให้บริการ 2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้เป็นแนวทางในการ กำหนดนโยบายและการดำเนินการจัดการให้บริการให้ สอดรับกับความพึงพอใจ ในด้านการพัฒนาปรับปรุงการ ให้บริการ การจัดสิ่งแวดล้อมในการให้บริการ 3. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีส่วนร่วมได้รับรู้ และใช้ ประโยชน์จากการรับรู้ปัจจัยความพึงพอใจ และสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงานได้อย่างเหมาะสม ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (ต่อ)
38.
38 คำนิยามศัพท์เฉพาะ
39.
39 คำนิยามศัพท์เฉพาะ เป็นการให้ความหมายของคำบางคำที่ใช้ในรายงานการ วิจัยให้เฉพาะเจาะจงในประเด็นงานวิจัยของเรื่องนั้น เพื่อ ให้ผู้วิจัยและผู้อ่านมีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งเป็นการสร้าง ความคิดของผู้อ่านให้เข้าใจตรงจุดตามความมุ่งหมายของ ผู้วิจัย
ดังนั้นนักวิจัยจะทำการวิจัยเรื่องใดจะต้องนิยาม ศัพท์เฉพาะแต่ละตัวให้ชัดเจนก่อน ซึ่งจะช่วยให้งานวิจัย อยู่ในกรอบมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งคำเดียวกัน อาจมีความหมายต่างกันหากปรากฏในงาน วิจัยเรื่องอื่น
40.
40 คำนิยามศัพท์เฉพาะ (ต่อ) เช่น งานวิจัย
A ได้ให้ความหมาย ของ ความพึง พอใจ ดังนี้ ความพึงพอใจ หมายถึง การได้รับการบริการที่ดี จากรถไฟฟ้าส่งผลให้เกิดความพึงพอใจ เช่น งานวิจัย B ได้ให้ความหมาย ของ ความพึง พอใจ ดังนี้ ความพึงพอใจ หมายถึง ผลของการใช้บริการจาก การตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์
41.
41 ตัวอย่างการเขียนคำนิยามศัพท์เฉพาะ แบบอื่นๆ ปัจจัยทางการตลาด หมายถึง
การใช้กลยุทธ์ใน การให้บริการภายใต้หลักการตลาดของ รถไฟฟ้าเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับ บริการ ปัจจัยส่วนบุคคล หมายถึง อายุ สถานภาพสมรส จำนวนสมาชิกในครอบครัว ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน คำนิยามศัพท์เฉพาะ (ต่อ)
42.
42 หนังสืออ้างอิง ระเบียบวิธีวิจัยทางธุรกิจ. ดร. กิติพันธ์
คงสวัสดิ์ เกียรติ และคณะ ระเบียบวิธีวิจัย. รศ. เทียมจันทร์ พานิชย์ผลินไชย. เอกสารการสอนของ อ. พัชรินทร์ สังวาลย์
Download