อรุณศรี เตชะเรืองรอง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  โรงเรียนอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ขั้นตอนในการวิจัย   
1.   เลือกหัวข้อปัญหา เป็นการตอบคำถามที่ว่าเราจะทำวิจัยเรื่องอะไร ซึ่งจะต้องพิจารณาให้รอบคอบด้วยความมั่นใจและเขียนชื่อเรื่องที่จะวิจัยออกมา 2.  การกำหนดขอบเขตของปัญหา เมื่อได้ปัญหาที่จะทำการวิจัยแน่นอนแล้วควรจะกำหนดขอบเขตของ ปัญหาให้ชัดแจ้ง เนื่องจากการกำหนดปัญหาที่แน่นอนช่วยผู้วิจัยได้ดังนี้ 2.1  วางแผนรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสม 2.2  รู้ถึงเทคนิคต่างๆ ที่เหมาะสมในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจน การแปลผล การวิจัย 2.3 มองเห็นภาพอย่างแจ่มชัดว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
3. การศึกษาเอกสารและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยการศึกษาสาระความรู้ แนวคิด ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นในตำรา หนังสือ วารสาร รายงานการวิจัยและเอกสาร อื่น ๆ ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อผู้วิจัยในข้อต่อไปนี้ ช่วยให้ไม่เกิดการซ้ำซ้อนในการวิจัย ช่วยให้กำหนดขอบเขตของการทำวิจัยได้ถูกต้องชัดเจน  ( กรอบแนวคิด ) ได้แนวทางในการกำหนดสมมุติฐาน  ( กรณีที่มีสมมุติฐาน ) ได้แนวทางในการสร้างเครื่องมือเพื่อรวบรวมข้อมูล ได้แนวทางในการสุ่มตัวอย่าง ได้แนวทางในการใช้ค่าสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แนวทางการแปลผลการวิจัยและการเขียนรายงานการวิจัย
4.  การกำหนดสมมุติฐาน หมายถึง การเขียนข้อความ   ที่เป็นข้อคาดหวังเกี่ยวกับความแตกต่างที่อาจเป็นไปได้    ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ซึ่งสมมุติฐานนั้นไม่จำเป็นว่า   จะต้องเป็นจริงเสมอไป 5. การเขียนเค้าโครงการวิจัย   การเขียนเค้าโครงการวิจัย   เป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นหนึ่ง เนื่องจากเค้าโครงการวิจัยนั้น   จะเป็นแบบแผนในการดำเนินงานวิจัย อย่างมีระบบควรจะ    ประกอบด้วย   5.1  ชื่องานวิจัย  5.2  ภูมิหลังหรือที่มาของปัญหา 5.3  วัตถุประสงค์   ขอบเขตของการวิจัย    5.4  ตัวแปรต่าง ๆ ที่วิจัย 5.5  คำนิยามศัพท์เฉพาะ  ( ในกรณีที่จำเป็น )    5.6  สมมุติฐาน   ( ถ้ามี )
5.7  วิธีดำเนินการวิจัย    5.8  รูปแบบของงานวิจัย 5.9  การสุ่มตัวอย่าง  5.10  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 5.11  การวิเคราะห์ข้อมูล  5.12  แผนการทำงาน 5.13   งบประมาณ
ก่อนที่จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยจะต้องทราบว่า จะใช้เครื่องมืออะไรในการเก็บรวบรวมข้อมูล และเครื่องมือนั้นมีหรือยัง ถ้ายังไม่มีต้องดำเนินการสร้างและนำเครื่องมือนั้นไป ทดลองใช้ เพื่อหาคุณภาพของเครื่องมือ    ผู้วิจัยไม่จำเป็นต้องสร้างเครื่องมือรวบรวมข้อมูลเองเสมอไป กรณีที่ทราบว่ามีเครื่องมือที่สร้างขึ้นอย่างเป็นมาตรฐานเหมาะสมกับการที่จะนำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  ก็อาจยืมเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ได้ถ้าสงสัยในเรื่องคุณภาพของเครื่องมือ เนื่องจากสร้างไว้นานแล้วก็อาจนำมาทดลองใช้และวิเคราะห์หาคุณภาพใหม่อีกครั้งหนึ่งเมื่อพบว่า มีคุณภาพเข้าเกณฑ์ก็นำมาใช้เก็บรวบ รวมข้อมูลได้   ( การวิจัยบางเรื่องอาจไม่ใช้เครื่องมือรวบรวมข้อมูลที่เป็นแบบแผนก็จะตัดขั้นตอนนี้ออกไป ) 6.  การสร้าง เครื่องมือ รวบรวมข้อมูล
การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยจะต้องทราบว่า ในการทำการวิจัยนั้นสามารถจะรวบรวมข้อมูลจากกลุ่ม ประชากรทั้งหมด หรือ สุ่มตัวอย่าง ซึ่งในการสุ่มตัวอย่างนั้นต้องทราบว่าจะต้องสุ่มตัวอย่างโดยวิธีการใดที่จะให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดีของ กลุ่มประชากร ข้อมูลที่ผู้วิจัย  จะทำการรวบรวมนั้นมาจากไหน ปฐมภูมิ  ( Primary Source)  หรือทุติยภูมิ  ( Secondary Source)   วิธีการรวบรวมข้อมูลที่นิยมใช้ในการวิจัยได้แก่ การใช้แบบทดสอบ  การใช้แบบวัดเจตคติ  การส่งแบบสอบถาม  การสัมภาษณ์  การสังเกต การใช้เทคนิคสังคมมิติ  การทดลอง การจัดกระทำข้อมูล   (Data Processing)  การจัดกระทำข้อมูลเป็นวิธีการดำเนินการอย่างมีระบบตามลำดับขั้น กับข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย
8.  การจัดกระทำข้อมูล 1.Input  เป็นการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ เช่น  การบันทึกรอยคะแนน การลงรหัสข้อมูล การถ่ายข้อมูล  ลงคอมพิวเตอร์ เป็นต้น 2. Processing  เป็นขั้นตอนของ การจัดแบ่งประเภทของข้อมูล สำหรับการวิจัย เชิงคุณภาพและเป็นขั้นตอนการคำนวณ  สำหรับการวิจัย เชิงปริมาณ ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจจะคำนวณ ด้วยมือ ใช้เครื่องคิดเลข หรือใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นอยู่กับปริมาณของข้อมูลและปัจจัยเอื้ออำนวย 3. Output  เป็นขั้นตอนที่นำผลจากการขั้นตอนที่ได้จากขั้น  Processing  มาเขียนเป็นรายงาน หรือเสนอในรูปแบบของตารางหรือแผนภูมิต่างๆ แล้วแปลความหมายของผลที่ได้       
บทนำ ซึ่งประกอบด้วยความสำคัญและความเป็นมาของปัญหา วัตถุประสงค์ในการวิจัย สมมติฐานในการวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ข้อตกลงเบื้องต้น ความไม่สมบูรณ์ของการวิจัยและคำนิยามศัพท์เฉพาะ
การตรวจสอบเอกสาร วิธีการดำเนินการวิจัย ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มประชากร กลุ่มตัวอย่าง วิธีการสุ่ม ตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล และขั้นตอนการดำเนินการรวบรวมข้อมูล ตลอดจนวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัย  สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
 
ตัวแปร (variable) :   คุณลักษณะหรือสภาวการณ์ต่างๆที่สามารถแปรเปลี่ยนค่าได้หลายค่าในประชากรหรือกลุ่มตัวอย่าง  เช่น เพศ สีผิว อายุ ศาสนา อาชีพ รายได้ วิธีการจัดการเรียนรู้ ความพึงพอใจ ตัวแปรคงที่  (fixed variable) :   ตัวแปรทั่วไปที่โดยแท้จริงแล้วสามารถแปรเปลี่ยนค่าได้หลายค่าแต่ในงานวิจัยนั้น อาจระบุค่าที่แปรเปลี่ยนได้เพียงค่าเดียวมาทำการศึกษา เช่น เพศหญิง อาชีพครู ศาสนาพุทธ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการเรียน
ประเภทของตัวแปร แบ่งตามอิทธิพลของตัวแปรหนึ่งที่มีต่ออีกตัวแปรหนึ่ง ตัวแปรต้น / ตัวแปรอิสระ  ( independent  variable)   เป็นตัวการทำให้เกิดสิ่งอื่นตามมาหรือเป็น ตัวแปรที่เป็นสาเหตุ ตัวแปรตาม  ( dependent variable)   เป็นผลที่ เกิดจากการกระทำของตัวแปรต้น ตัวแปรแทรกซ้อน  (extraneous variable)   เป็นตัวแปรที่ไม่ได้จัดกระทำโดยผู้วิจัยแต่มีผล ต่อตัวแปรตามจึงต้องทำการควบคุมให้คงที่
ข้อมูล / หน่วยวิจัย ข้อมูล (data)  :  กลุ่มของค่าสังเกตที่วัดได้จากกลุ่มตัวอย่างชุดหนึ่ง ๆ ตัวแปรและข้อมูลมีความสัมพันธ์สอดคล้องกันตามประเภทและชนิดของตัวแปร หน่วยวิจัย  (subject)  :  หน่วยเบื้องต้นที่มีลักษณะหรือคุณสมบัติสอดคล้องตามที่ผู้วิจัยสนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
ประชากร / ตัวอย่าง / การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง ประชากร (population)  :  หน่วยทั้งหมดหรือจำนวนทั้งหมดที่มีลักษณะสอดคล้องตามที่ผู้วิจัยสนใจศึกษาอาจเป็นได้ทั้งสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ตัวอย่าง   (sample) :   หน่วยเบื้องต้นที่มีลักษณะหรือคุณสมบัติสอดคล้องตามที่ผู้วิจัยสนใจศึกษา โดยเลือกมาเพียงบางส่วน ของประชากร การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง  (sampling) :   กระบวนการคัดเลือกส่วนหนึ่งของประชากรขึ้นมาเพื่อศึกษาซึ่งต้องคำนึงถึงจำนวนและวิธีการสุ่มเพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากรอย่างแท้จริง
การเลือกใช้สถิติที่เหมาะสม -   ระดับการวัดของตัวแปร  ( ลักษณะของข้อมูล ) -   ข้อตกลงเบื้องต้นของสถิติ -   แหล่งข้อมูล ( ประชากร กลุ่มตัวอย่าง ) -   จำนวนตัวแปร -   สอดคล้องวัตถุประสงค์การวิจัย -  สอดคล้องสมมติฐานการวิจัย
 
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนและหลังการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะการแก้สมการคณิตศาสตร์ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอันดับผลการเรียนกับอันดับความมีคุณธรรมจริยธรรมของนักศึกษาแผนกวิชาเทคนิคการผลิต วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี การเปรียบเทียบสมรรถนะการปฏิบัติงานของช่างแม่พิมพ์ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาโดยวิธีการฝึกอบรมและที่เรียนรู้จากการปฏิบัติงาน ความต้องการของชุมชนในการใช้เครือข่ายไร้สายเพื่อการศึกษาเรียนรู้วิธีการประกอบอาชีพ รายงานการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรีตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เอกสารอ้างอิง [1]  http://wbc.msu.ac.th/wbc/edu/ 0504304/ lesson 2. htm [2]  www.edu.tsu.ac.th [3]  http://secondary.kku.ac.th/research/res02/miscon/miscon6.htm [4]  http://www.bcnr.ac.th/e_le/f_res/les 1. htm [5]  http://www.bestwitted.com/?p= 244   [6]  http://www.spu.ac.th/~patrapan/Tip 11. htm

วิจัย1

  • 1.
    อรุณศรี เตชะเรืองรอง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ขั้นตอนในการวิจัย   
  • 2.
    1. เลือกหัวข้อปัญหา เป็นการตอบคำถามที่ว่าเราจะทำวิจัยเรื่องอะไร ซึ่งจะต้องพิจารณาให้รอบคอบด้วยความมั่นใจและเขียนชื่อเรื่องที่จะวิจัยออกมา 2. การกำหนดขอบเขตของปัญหา เมื่อได้ปัญหาที่จะทำการวิจัยแน่นอนแล้วควรจะกำหนดขอบเขตของ ปัญหาให้ชัดแจ้ง เนื่องจากการกำหนดปัญหาที่แน่นอนช่วยผู้วิจัยได้ดังนี้ 2.1 วางแผนรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสม 2.2 รู้ถึงเทคนิคต่างๆ ที่เหมาะสมในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจน การแปลผล การวิจัย 2.3 มองเห็นภาพอย่างแจ่มชัดว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
  • 3.
    3. การศึกษาเอกสารและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยการศึกษาสาระความรู้แนวคิด ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นในตำรา หนังสือ วารสาร รายงานการวิจัยและเอกสาร อื่น ๆ ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อผู้วิจัยในข้อต่อไปนี้ ช่วยให้ไม่เกิดการซ้ำซ้อนในการวิจัย ช่วยให้กำหนดขอบเขตของการทำวิจัยได้ถูกต้องชัดเจน ( กรอบแนวคิด ) ได้แนวทางในการกำหนดสมมุติฐาน ( กรณีที่มีสมมุติฐาน ) ได้แนวทางในการสร้างเครื่องมือเพื่อรวบรวมข้อมูล ได้แนวทางในการสุ่มตัวอย่าง ได้แนวทางในการใช้ค่าสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แนวทางการแปลผลการวิจัยและการเขียนรายงานการวิจัย
  • 4.
    4. การกำหนดสมมุติฐานหมายถึง การเขียนข้อความ ที่เป็นข้อคาดหวังเกี่ยวกับความแตกต่างที่อาจเป็นไปได้ ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ซึ่งสมมุติฐานนั้นไม่จำเป็นว่า จะต้องเป็นจริงเสมอไป 5. การเขียนเค้าโครงการวิจัย   การเขียนเค้าโครงการวิจัย เป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นหนึ่ง เนื่องจากเค้าโครงการวิจัยนั้น จะเป็นแบบแผนในการดำเนินงานวิจัย อย่างมีระบบควรจะ ประกอบด้วย 5.1 ชื่องานวิจัย 5.2 ภูมิหลังหรือที่มาของปัญหา 5.3 วัตถุประสงค์ ขอบเขตของการวิจัย 5.4 ตัวแปรต่าง ๆ ที่วิจัย 5.5 คำนิยามศัพท์เฉพาะ ( ในกรณีที่จำเป็น ) 5.6 สมมุติฐาน ( ถ้ามี )
  • 5.
    5.7 วิธีดำเนินการวิจัย 5.8 รูปแบบของงานวิจัย 5.9 การสุ่มตัวอย่าง 5.10 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 5.11 การวิเคราะห์ข้อมูล 5.12 แผนการทำงาน 5.13 งบประมาณ
  • 6.
    ก่อนที่จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยจะต้องทราบว่า จะใช้เครื่องมืออะไรในการเก็บรวบรวมข้อมูลและเครื่องมือนั้นมีหรือยัง ถ้ายังไม่มีต้องดำเนินการสร้างและนำเครื่องมือนั้นไป ทดลองใช้ เพื่อหาคุณภาพของเครื่องมือ ผู้วิจัยไม่จำเป็นต้องสร้างเครื่องมือรวบรวมข้อมูลเองเสมอไป กรณีที่ทราบว่ามีเครื่องมือที่สร้างขึ้นอย่างเป็นมาตรฐานเหมาะสมกับการที่จะนำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ก็อาจยืมเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ได้ถ้าสงสัยในเรื่องคุณภาพของเครื่องมือ เนื่องจากสร้างไว้นานแล้วก็อาจนำมาทดลองใช้และวิเคราะห์หาคุณภาพใหม่อีกครั้งหนึ่งเมื่อพบว่า มีคุณภาพเข้าเกณฑ์ก็นำมาใช้เก็บรวบ รวมข้อมูลได้ ( การวิจัยบางเรื่องอาจไม่ใช้เครื่องมือรวบรวมข้อมูลที่เป็นแบบแผนก็จะตัดขั้นตอนนี้ออกไป ) 6. การสร้าง เครื่องมือ รวบรวมข้อมูล
  • 7.
    การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยจะต้องทราบว่า ในการทำการวิจัยนั้นสามารถจะรวบรวมข้อมูลจากกลุ่ม ประชากรทั้งหมดหรือ สุ่มตัวอย่าง ซึ่งในการสุ่มตัวอย่างนั้นต้องทราบว่าจะต้องสุ่มตัวอย่างโดยวิธีการใดที่จะให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดีของ กลุ่มประชากร ข้อมูลที่ผู้วิจัย จะทำการรวบรวมนั้นมาจากไหน ปฐมภูมิ ( Primary Source) หรือทุติยภูมิ ( Secondary Source) วิธีการรวบรวมข้อมูลที่นิยมใช้ในการวิจัยได้แก่ การใช้แบบทดสอบ การใช้แบบวัดเจตคติ การส่งแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกต การใช้เทคนิคสังคมมิติ การทดลอง การจัดกระทำข้อมูล (Data Processing) การจัดกระทำข้อมูลเป็นวิธีการดำเนินการอย่างมีระบบตามลำดับขั้น กับข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย
  • 8.
    8. การจัดกระทำข้อมูล1.Input เป็นการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ เช่น การบันทึกรอยคะแนน การลงรหัสข้อมูล การถ่ายข้อมูล ลงคอมพิวเตอร์ เป็นต้น 2. Processing เป็นขั้นตอนของ การจัดแบ่งประเภทของข้อมูล สำหรับการวิจัย เชิงคุณภาพและเป็นขั้นตอนการคำนวณ สำหรับการวิจัย เชิงปริมาณ ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจจะคำนวณ ด้วยมือ ใช้เครื่องคิดเลข หรือใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นอยู่กับปริมาณของข้อมูลและปัจจัยเอื้ออำนวย 3. Output เป็นขั้นตอนที่นำผลจากการขั้นตอนที่ได้จากขั้น Processing มาเขียนเป็นรายงาน หรือเสนอในรูปแบบของตารางหรือแผนภูมิต่างๆ แล้วแปลความหมายของผลที่ได้       
  • 9.
    บทนำ ซึ่งประกอบด้วยความสำคัญและความเป็นมาของปัญหา วัตถุประสงค์ในการวิจัยสมมติฐานในการวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ข้อตกลงเบื้องต้น ความไม่สมบูรณ์ของการวิจัยและคำนิยามศัพท์เฉพาะ
  • 10.
    การตรวจสอบเอกสาร วิธีการดำเนินการวิจัย ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มประชากร กลุ่มตัวอย่าง วิธีการสุ่ม ตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล และขั้นตอนการดำเนินการรวบรวมข้อมูล ตลอดจนวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัย สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
  • 11.
  • 12.
    ตัวแปร (variable) : คุณลักษณะหรือสภาวการณ์ต่างๆที่สามารถแปรเปลี่ยนค่าได้หลายค่าในประชากรหรือกลุ่มตัวอย่าง เช่น เพศ สีผิว อายุ ศาสนา อาชีพ รายได้ วิธีการจัดการเรียนรู้ ความพึงพอใจ ตัวแปรคงที่ (fixed variable) : ตัวแปรทั่วไปที่โดยแท้จริงแล้วสามารถแปรเปลี่ยนค่าได้หลายค่าแต่ในงานวิจัยนั้น อาจระบุค่าที่แปรเปลี่ยนได้เพียงค่าเดียวมาทำการศึกษา เช่น เพศหญิง อาชีพครู ศาสนาพุทธ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการเรียน
  • 13.
    ประเภทของตัวแปร แบ่งตามอิทธิพลของตัวแปรหนึ่งที่มีต่ออีกตัวแปรหนึ่ง ตัวแปรต้น/ ตัวแปรอิสระ ( independent variable) เป็นตัวการทำให้เกิดสิ่งอื่นตามมาหรือเป็น ตัวแปรที่เป็นสาเหตุ ตัวแปรตาม ( dependent variable) เป็นผลที่ เกิดจากการกระทำของตัวแปรต้น ตัวแปรแทรกซ้อน (extraneous variable) เป็นตัวแปรที่ไม่ได้จัดกระทำโดยผู้วิจัยแต่มีผล ต่อตัวแปรตามจึงต้องทำการควบคุมให้คงที่
  • 14.
    ข้อมูล / หน่วยวิจัยข้อมูล (data) : กลุ่มของค่าสังเกตที่วัดได้จากกลุ่มตัวอย่างชุดหนึ่ง ๆ ตัวแปรและข้อมูลมีความสัมพันธ์สอดคล้องกันตามประเภทและชนิดของตัวแปร หน่วยวิจัย (subject) : หน่วยเบื้องต้นที่มีลักษณะหรือคุณสมบัติสอดคล้องตามที่ผู้วิจัยสนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
  • 15.
    ประชากร / ตัวอย่าง/ การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง ประชากร (population) : หน่วยทั้งหมดหรือจำนวนทั้งหมดที่มีลักษณะสอดคล้องตามที่ผู้วิจัยสนใจศึกษาอาจเป็นได้ทั้งสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ตัวอย่าง (sample) : หน่วยเบื้องต้นที่มีลักษณะหรือคุณสมบัติสอดคล้องตามที่ผู้วิจัยสนใจศึกษา โดยเลือกมาเพียงบางส่วน ของประชากร การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง (sampling) : กระบวนการคัดเลือกส่วนหนึ่งของประชากรขึ้นมาเพื่อศึกษาซึ่งต้องคำนึงถึงจำนวนและวิธีการสุ่มเพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากรอย่างแท้จริง
  • 16.
    การเลือกใช้สถิติที่เหมาะสม - ระดับการวัดของตัวแปร ( ลักษณะของข้อมูล ) - ข้อตกลงเบื้องต้นของสถิติ - แหล่งข้อมูล ( ประชากร กลุ่มตัวอย่าง ) - จำนวนตัวแปร - สอดคล้องวัตถุประสงค์การวิจัย - สอดคล้องสมมติฐานการวิจัย
  • 17.
  • 18.
    การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนและหลังการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะการแก้สมการคณิตศาสตร์ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอันดับผลการเรียนกับอันดับความมีคุณธรรมจริยธรรมของนักศึกษาแผนกวิชาเทคนิคการผลิต วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรีการเปรียบเทียบสมรรถนะการปฏิบัติงานของช่างแม่พิมพ์ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาโดยวิธีการฝึกอบรมและที่เรียนรู้จากการปฏิบัติงาน ความต้องการของชุมชนในการใช้เครือข่ายไร้สายเพื่อการศึกษาเรียนรู้วิธีการประกอบอาชีพ รายงานการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรีตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  • 19.
    เอกสารอ้างอิง [1] http://wbc.msu.ac.th/wbc/edu/ 0504304/ lesson 2. htm [2] www.edu.tsu.ac.th [3] http://secondary.kku.ac.th/research/res02/miscon/miscon6.htm [4] http://www.bcnr.ac.th/e_le/f_res/les 1. htm [5] http://www.bestwitted.com/?p= 244 [6] http://www.spu.ac.th/~patrapan/Tip 11. htm