HCC Hepatocellular  carcinoma
อุบัติการณ์ จากรายงานสถาบันมะเร็งแห่งชาติ  มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดของมะเร็งในเพศชาย พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง  ประมาณ 4.5   เท่า พบในอายุ 14-70 ปี  พบบ่อยในวัยกลางคน  และมีภาวะตับแข็งร่วมด้วย
สาเหตุและพยาธิกำเนิด สาเหตุแท้จริงยังไม่ทราบแน่  การเปลี่ยนจากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็นเซลล์มะเร็งนั้น  จะผ่านหลายระยะ เชื่อว่าสัมพันธ์กับสารก่อมะเร็งตับ ( Hepatic cocarcinogen  โดยสารก่อมะเร็งจะจับกับ DNA  แต่จะเกิดมะเร็งขึ้นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของร่างกายที่จะซ่อมแซม DNA  หรือมีความต้านทานต่อสารก่อมะเร็งมากเพียงใด
Hepatic  carcinogen Mycotoxin  ที่สำคัญที่สุดคือ Alflatixin  เป็นสารที่ได้มากจากเชื้อรา Aspergillus  flavus  ที่มีอยู่ในพืชและอาหารบางชนิด  ที่สำคัญมี 4 ชนิด  B1,B2,G1,G2  ชนิด B1 มีพิษมากที่สุด  เชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งตับโดยตรง Nitrosamine  เป็น Industrial  solvent  แต่อาจเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ  จากปฏิกิริยาระหว่าง nitrite กับ sencondary และ tertiary  amine ในภาวะเป็นกรด
ความสัมพันธ์กับ Cirrhosis กับ HCC ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยตับแข็งในประเทศไทยเป็นมะเร็งตับ อาจกล่าวได้ว่า cirrhosis   เป็น pre-malignant  หรือ  intermediate step ของการเกิดมะเร็ง  เนื้อมะเร็งจะเกิดขึ้นบริเวณ  hyperplastic   nodule
ความสัมพันธ์กับเชื้อไวรัสตับอักเสบ ไวรัสตับอักเสบบี เป็นตัวทำให้โครงสร้างใน DNA เปลี่ยนแปลงการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติ  เรียกเซลล์นี้ว่า Onceogene และเมื่อรวมกับสารก่อมะเร็งหรือสารเคมี หรือรังสีตัวกระตุ้น  จะทำให้ไวรัสออกฤทธิ์เปลี่ยนเนื้อเยื่อปกติให้กลายเป็นมะเร็ง ไวรัสตับอักเสบซี  ยังไม่เป็นที่ตกลงกันแน่นอน  แต่เชื่อว่าอาจมีผลทำให้เกิด Onceogenic  mutation เช่นเดียวกับไวรัสตับอักเสบบี
แอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ไม่ใช่สารก่อมะเร็งโดยตรง  แต่มีบทบาทและมีความสัมพันธ์กับมะเร็งตับ คือ 1. เป็น Cocarcinogen  กับไวรัสตับอักเสบบี 2. ส่งเสริมการเกิดมะเร็งโดยการกดระบบอิมมูน  เป็นตัวทำลายกระบวนการ Carcinogen-mediated DNA alkylation ให้เสียหน้าที่ไป 3. เป็นสาเหตุของการเกิดโรคตับแข็ง 4. โรคพยาธิใบไม้ตับ  ส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับมะเร็งตับขนิด Cholangioma มากกว่า Hepatoma
สารก่อมะเร็งชนิดอื่นๆ เป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งตับได้แต่ไม่ใช่ชนิด HCC  เช่น  Vinyl  chloride ที่ปนเปื้อนในถุงพลาสติกใส่อาหาร  พบว่าทำให้เกิด Hemangioma  ยาคุมกำนิดมีความสัมพันธ์กับการเกิด Adenoma  เป็นต้น
 
 
Pathology แบ่งเป็น 3 ชนิด 1.Expanding type  ลักษณะเป็นก้อนขยายออกมีขอบเขตชัดเจน  อาจมีเปลือกหุ้มเรียก Encapsulated type  ระยะแรกก้อนจะเล็กอยู่และโตช้า  ต่อมาจะเริ่มแตกและกระจายออกไปได้ 2.Spreading  type  ลักษณะเป็น infiltrative ทั่วๆไป 3.Multifocal  type  มีหลาย nodule กระจัดกระจาย
ลักษณะทางคลีนิค อาการเป็นช้าๆ  ช่วงแรกมักไม่มีอาการหรือมีน้อย  ดังนั้นจะเห็นว่าผู้ป่วยมารักษาในระยะที่เป็นมากแล้วเสมอ 1.Abdomimal pain 2.Abdominal mass 3.Fever 4.Heptocellular  failure;ascitis,esophageal varice,hepatic encephalopathy 5.Systemic  manifestation
ลักษณะทางคลีนิค 5.1 Paraneoplastic syndrom  พบไม่บ่อยนัก  จะพบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็งตับในเด็กชนิด Hepatoblastoma  1.Hypecalcemia 2.Hypoglycemia 3.Hyperlipidemia,Hyperthyroidism และ Pseudo-porphyria  5.2 Hemologic change  เกิดจากผลของ hepatocellular failure จากภาวะที่มีตับแข็งร่วมด้วย
ลักษณะทางคลีนิค 5.3  สุขภาพทรุดลง  ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ  มีอ่อนเพลีย  เบื่ออาหาร  น้ำหนักลดผอมลง
Complication 1. ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะตับแข็ง 1.1Spontaneous bacterial peritonitis 1.2esophageal   varice 1.3Hepatic  encephalopathy
Complication 2. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากมะเร็ง 2.1Spontaneous  rupture 2.2 การผิดปกติของระบบแข็งตัวของเลือด 2.3 ความดันในก้อนมะเร็งสูง จากการที่มะเร็งกระจายอุดกั้นแขนง hepatic vein ทำให้ต้องระบายไปทาง portal vein  แต่บริเวณ portal vein เกิด hyper tension อยู่แล้ว  จึงทำให้ความดันในก้อนมะเร็งสูงขึ้น  อาจแตกสู่ช่องท้องได้
Investigate 1.AST(SGOT),ALT(SGPT),Bilirubin 2.Serum alkaline phosphatase สูงขึ้น และ SGPT สูงขึ้นด้วย  แสดงว่ามาจากภาวะตับจริง มิใช่จากที่อื่น 3.Alpha-1-fetoprotien(AFP)  ค่าปกติ 5ng/ml  และไม่ควรเกิน 20ng/ml  AFP จะสัมพันธ์กับขนาดก้อนมะเร็ง  ถ้าเกิน 200ng/ml  ให้ตรวจหา Tumor localization 4.Carcino-embryonic antigen(CEA)  ค่าปกติ 2.5-3.5ng/ml  จะมีค่าสูงเมื่อมะเร็งจากที่อื่นกระจายไปสู่ตับ  ไม่ specific ต่อ HCC
Investigate 5.Hepatitis  marker 6.Tumor localization  6.1Liver scan  จะตรวจพบได้เมื่อก้อนมะเร็งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 3cms. เท่านั้น  ปัจจุบันไม่นิยมตรวจ 6.2 US  ตรวจก้อนมะเร็งที่น้อยกว่า 2cms. ได้ 6.3 CT Scan  บอก stage ของมะเร็ง  โดยประมวลจากขนาด , การกระจายในตับและกระจายสู่นอกตับเอง 6.4Hepatic  angiography  เป็นการฉีดสีผ่าน hepatic artery  จะพบ Hypervascular
Investigate 6.5Peritoneoscopy  เป็นการส่องกล้องตรวจภายในช่อท้อง  สามารถเห็นก้อนมะเร็งบนผิวตับได้  ยกเว้นภายในหรือด้านหลัง  บอกได้ด้วยว่ามีตับแข็งร่วมด้วยหรือไม่  นอกจากนี้ใช้ตรวจสอบการแพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียงในช่องท้องได้
Treatment อาศัยองค์ประกอบดังต่อไปนี้ 1. แบ่งระยะของมะเร็ง 2. เลือกใช้วิธีเหมาะสม 3. ประเมินผลการรักษา
Treatment Curative  treatment 1.Surical  resection 2.Transplantation Palliative  treatment  1.Hepatic  devasclarization  เป็นการตัดเลือดที่จะไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง โดย Ligation,embolization 2.Chemotherapy  ผลไม่ค่อยเป็นที่หน้าพอใจ ยาต้านมะเร็งที่มีบทบาทในการรักษา HCC   ได้แก่  Adriamycin,Mitomicin และยาใหม่กำลังทดลองได้แก่  Vepesid,Cisplatinum,Interferon
Treatment Chemoembolization  การให้ยาต้านมะเร็งร่วมกับการอุดกั้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตับ  ได้แก่  TACE,TOCE Radiotherap  ไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษา Immunotherapy Hormone therapy Percutaneous Ethanol Injection(PEI)  การรักษาโดยฉีด  ethanol เข้าไปในก้อนมะเร็ง ข้อบ่งชี้ในรายที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ อาจเป็นก้อนเล็กเดี่ยวหลายที่ แต่ละก้อนไม่เกิน 5cms  และไม่กระจายนอกตับ
THE  END

Hepatocellular Carcinoma

  • 1.
  • 2.
    อุบัติการณ์ จากรายงานสถาบันมะเร็งแห่งชาติ มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดของมะเร็งในเพศชาย พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ประมาณ 4.5 เท่า พบในอายุ 14-70 ปี พบบ่อยในวัยกลางคน และมีภาวะตับแข็งร่วมด้วย
  • 3.
    สาเหตุและพยาธิกำเนิด สาเหตุแท้จริงยังไม่ทราบแน่ การเปลี่ยนจากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็นเซลล์มะเร็งนั้น จะผ่านหลายระยะ เชื่อว่าสัมพันธ์กับสารก่อมะเร็งตับ ( Hepatic cocarcinogen โดยสารก่อมะเร็งจะจับกับ DNA แต่จะเกิดมะเร็งขึ้นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของร่างกายที่จะซ่อมแซม DNA หรือมีความต้านทานต่อสารก่อมะเร็งมากเพียงใด
  • 4.
    Hepatic carcinogenMycotoxin ที่สำคัญที่สุดคือ Alflatixin เป็นสารที่ได้มากจากเชื้อรา Aspergillus flavus ที่มีอยู่ในพืชและอาหารบางชนิด ที่สำคัญมี 4 ชนิด B1,B2,G1,G2 ชนิด B1 มีพิษมากที่สุด เชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งตับโดยตรง Nitrosamine เป็น Industrial solvent แต่อาจเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ จากปฏิกิริยาระหว่าง nitrite กับ sencondary และ tertiary amine ในภาวะเป็นกรด
  • 5.
    ความสัมพันธ์กับ Cirrhosis กับHCC ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยตับแข็งในประเทศไทยเป็นมะเร็งตับ อาจกล่าวได้ว่า cirrhosis เป็น pre-malignant หรือ intermediate step ของการเกิดมะเร็ง เนื้อมะเร็งจะเกิดขึ้นบริเวณ hyperplastic nodule
  • 6.
    ความสัมพันธ์กับเชื้อไวรัสตับอักเสบ ไวรัสตับอักเสบบี เป็นตัวทำให้โครงสร้างในDNA เปลี่ยนแปลงการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติ เรียกเซลล์นี้ว่า Onceogene และเมื่อรวมกับสารก่อมะเร็งหรือสารเคมี หรือรังสีตัวกระตุ้น จะทำให้ไวรัสออกฤทธิ์เปลี่ยนเนื้อเยื่อปกติให้กลายเป็นมะเร็ง ไวรัสตับอักเสบซี ยังไม่เป็นที่ตกลงกันแน่นอน แต่เชื่อว่าอาจมีผลทำให้เกิด Onceogenic mutation เช่นเดียวกับไวรัสตับอักเสบบี
  • 7.
    แอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ไม่ใช่สารก่อมะเร็งโดยตรง แต่มีบทบาทและมีความสัมพันธ์กับมะเร็งตับ คือ 1. เป็น Cocarcinogen กับไวรัสตับอักเสบบี 2. ส่งเสริมการเกิดมะเร็งโดยการกดระบบอิมมูน เป็นตัวทำลายกระบวนการ Carcinogen-mediated DNA alkylation ให้เสียหน้าที่ไป 3. เป็นสาเหตุของการเกิดโรคตับแข็ง 4. โรคพยาธิใบไม้ตับ ส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับมะเร็งตับขนิด Cholangioma มากกว่า Hepatoma
  • 8.
    สารก่อมะเร็งชนิดอื่นๆ เป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งตับได้แต่ไม่ใช่ชนิด HCC เช่น Vinyl chloride ที่ปนเปื้อนในถุงพลาสติกใส่อาหาร พบว่าทำให้เกิด Hemangioma ยาคุมกำนิดมีความสัมพันธ์กับการเกิด Adenoma เป็นต้น
  • 9.
  • 10.
  • 11.
    Pathology แบ่งเป็น 3ชนิด 1.Expanding type ลักษณะเป็นก้อนขยายออกมีขอบเขตชัดเจน อาจมีเปลือกหุ้มเรียก Encapsulated type ระยะแรกก้อนจะเล็กอยู่และโตช้า ต่อมาจะเริ่มแตกและกระจายออกไปได้ 2.Spreading type ลักษณะเป็น infiltrative ทั่วๆไป 3.Multifocal type มีหลาย nodule กระจัดกระจาย
  • 12.
    ลักษณะทางคลีนิค อาการเป็นช้าๆ ช่วงแรกมักไม่มีอาการหรือมีน้อย ดังนั้นจะเห็นว่าผู้ป่วยมารักษาในระยะที่เป็นมากแล้วเสมอ 1.Abdomimal pain 2.Abdominal mass 3.Fever 4.Heptocellular failure;ascitis,esophageal varice,hepatic encephalopathy 5.Systemic manifestation
  • 13.
    ลักษณะทางคลีนิค 5.1 Paraneoplasticsyndrom พบไม่บ่อยนัก จะพบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็งตับในเด็กชนิด Hepatoblastoma 1.Hypecalcemia 2.Hypoglycemia 3.Hyperlipidemia,Hyperthyroidism และ Pseudo-porphyria 5.2 Hemologic change เกิดจากผลของ hepatocellular failure จากภาวะที่มีตับแข็งร่วมด้วย
  • 14.
    ลักษณะทางคลีนิค 5.3 สุขภาพทรุดลง ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ มีอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดผอมลง
  • 15.
    Complication 1. ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะตับแข็ง1.1Spontaneous bacterial peritonitis 1.2esophageal varice 1.3Hepatic encephalopathy
  • 16.
    Complication 2. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากมะเร็ง2.1Spontaneous rupture 2.2 การผิดปกติของระบบแข็งตัวของเลือด 2.3 ความดันในก้อนมะเร็งสูง จากการที่มะเร็งกระจายอุดกั้นแขนง hepatic vein ทำให้ต้องระบายไปทาง portal vein แต่บริเวณ portal vein เกิด hyper tension อยู่แล้ว จึงทำให้ความดันในก้อนมะเร็งสูงขึ้น อาจแตกสู่ช่องท้องได้
  • 17.
    Investigate 1.AST(SGOT),ALT(SGPT),Bilirubin 2.Serumalkaline phosphatase สูงขึ้น และ SGPT สูงขึ้นด้วย แสดงว่ามาจากภาวะตับจริง มิใช่จากที่อื่น 3.Alpha-1-fetoprotien(AFP) ค่าปกติ 5ng/ml และไม่ควรเกิน 20ng/ml AFP จะสัมพันธ์กับขนาดก้อนมะเร็ง ถ้าเกิน 200ng/ml ให้ตรวจหา Tumor localization 4.Carcino-embryonic antigen(CEA) ค่าปกติ 2.5-3.5ng/ml จะมีค่าสูงเมื่อมะเร็งจากที่อื่นกระจายไปสู่ตับ ไม่ specific ต่อ HCC
  • 18.
    Investigate 5.Hepatitis marker 6.Tumor localization 6.1Liver scan จะตรวจพบได้เมื่อก้อนมะเร็งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 3cms. เท่านั้น ปัจจุบันไม่นิยมตรวจ 6.2 US ตรวจก้อนมะเร็งที่น้อยกว่า 2cms. ได้ 6.3 CT Scan บอก stage ของมะเร็ง โดยประมวลจากขนาด , การกระจายในตับและกระจายสู่นอกตับเอง 6.4Hepatic angiography เป็นการฉีดสีผ่าน hepatic artery จะพบ Hypervascular
  • 19.
    Investigate 6.5Peritoneoscopy เป็นการส่องกล้องตรวจภายในช่อท้อง สามารถเห็นก้อนมะเร็งบนผิวตับได้ ยกเว้นภายในหรือด้านหลัง บอกได้ด้วยว่ามีตับแข็งร่วมด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ใช้ตรวจสอบการแพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียงในช่องท้องได้
  • 20.
    Treatment อาศัยองค์ประกอบดังต่อไปนี้ 1.แบ่งระยะของมะเร็ง 2. เลือกใช้วิธีเหมาะสม 3. ประเมินผลการรักษา
  • 21.
    Treatment Curative treatment 1.Surical resection 2.Transplantation Palliative treatment 1.Hepatic devasclarization เป็นการตัดเลือดที่จะไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง โดย Ligation,embolization 2.Chemotherapy ผลไม่ค่อยเป็นที่หน้าพอใจ ยาต้านมะเร็งที่มีบทบาทในการรักษา HCC ได้แก่ Adriamycin,Mitomicin และยาใหม่กำลังทดลองได้แก่ Vepesid,Cisplatinum,Interferon
  • 22.
    Treatment Chemoembolization การให้ยาต้านมะเร็งร่วมกับการอุดกั้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตับ ได้แก่ TACE,TOCE Radiotherap ไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษา Immunotherapy Hormone therapy Percutaneous Ethanol Injection(PEI) การรักษาโดยฉีด ethanol เข้าไปในก้อนมะเร็ง ข้อบ่งชี้ในรายที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ อาจเป็นก้อนเล็กเดี่ยวหลายที่ แต่ละก้อนไม่เกิน 5cms และไม่กระจายนอกตับ
  • 23.